แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
กิจกรรม : การดำเนนิ การจัดทำแผนปฏริ ูปองค์การ
แผนงานท่ี 2 การปฏิรูประบบราชการ (Government Reform)
เปา้ หมาย : ปรบั ปรงุ ประสิทธิภาพการบริการภาครฐั
กิจกรรม : การปรบั ปรุงประสทิ ธภิ าพการบริการภาครฐั (Service Reform)
3. แผนการปฏริ ูปประเทศด้านกฎหมาย
กฎหมายเปน็ เครอื่ งมอื สนบั สนนุ การเพิม่ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศใหท้ ันตอ่ การพฒั นา
ตามกระแสโลกาภิวัตน์ เป็นธรรม และขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยมีเป้าหมายและประเด็นการปฏิรูป
ที่เกยี่ วข้องกบั กระทรวงศกึ ษาธิการ ดังน้ี
เป้าหมายท่ี 1 มีกลไกให้การออกกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีและเท่าที่จำเป็น รวมทั้งมีกลไกในการ
ทบทวนกฎหมายทมี่ ผี ลบังคบั แล้วเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ ตามมาตรา 77 ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ประเด็นการปฏิรูปท่ี 1 มีกลไกให้การออกกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีและเท่าที่จำเป็น รวมทั้ง
มีกลไกในการทบทวนกฎหมาย ท่มี ีผลบังคับแลว้ เพ่ือใหส้ อดคล้องกับหลักการ ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย
กิจกรรม จัดทำกฎหมายเพ่ือกำหนดหลักเกณฑ์เก่ียวกับการจัดทำร่างกฎหมาย การกำหนด
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตรวจสอบความจำเป็นในการตรากฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นของผู้เก่ียวข้อง
การวิเคราะห์ผลกระทบท่ีอาจเกิดข้ึนจากกฎหมาย เพ่ือเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการจัดทำร่างกฎหมายรวมทั้ง
กำหนดหลกั เกณฑก์ ารประเมินผลสมั ฤทธขิ์ องกฎหมายทมี่ ผี ลใช้บงั คับแลว้
6. แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมได้รับการรักษา ฟ้ืนฟูให้สมบูรณ์และย่ังยืนเป็นรากฐาน
ในการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลท้ังทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่เป็นมิตร
กับสิ่งแวดล้อมและสังคม เกิดความสมดุลระหว่างการคุ้มครองรักษาและการใช้ประโยชน์อย่างย่ังยืน รวมท้ังมี
ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรท่ีมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ โดยมีเป้าหมาย
และประเดน็ การปฏริ ปู ท่ีเกยี่ วข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ดงั นี้
เป้าหมายท่ี 1 ระบบบริหารจัดการมลพิษท่ีแหล่งกำเนิดมีประสิทธิภาพส่งผลต่อคุณภาพส่ิงแวดล้อม
และคณุ ภาพชีวติ ทด่ี ีสำหรบั ประชาชน
ประเด็นการปฏริ ูปท่ี 1 เสริมสรา้ งระบบบรหิ ารจดั การมลพษิ ท่ีแหล่งกำเนดิ ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ
กิจกรรมท่ี 2 ให้ความรู้และทักษะกับชุมชนและโรงเรียนในการคัดแยกขยะแต่ละประเภท รวมท้ังผนวก
ความรูเ้ ร่อื งการคัดแยกขยะเข้าไปในหลกั สตู รการเรยี นการสอน
8. แผนการปฏริ ูปประเทศดา้ นสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ
การสร้างดุลยภาพระหว่างเสรีภาพของการทำหน้าท่ีของส่ือบนความรับผิดชอบกับการกำกับท่ีมี
ความชอบธรรม และการใช้พ้ืนที่ดิจิทัลเพ่ือการสื่อสารอย่างมีจรรยาบรรณ ดำรงรักษาเสรีภาพของการแสดงออก
การรับรู้ของประชาชน ด้วยความเช่ือว่าเสรีภาพของการส่ือสาร คือ เสรีภาพของประชาชนตามแนวทางของ
ประชาธิปไตย ส่ือเป็นโรงเรียนของสังคม ในการให้ความรู้แก่ประชาชน ปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ และปลูกฝัง
ทัศนคตทิ ดี่ ี โดยมีเป้าหมายและประเดน็ การปฏริ ูปท่ีเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ดงั น้ี
33
แผนพัฒนาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
เปา้ หมาย
1. การมุ่งเน้นการสรา้ งดุลยภาพระหว่างเสรีภาพของการทำหน้าที่ของสื่อบนความรับผิดชอบกับการกำกับ
ท่ีมีความชอบธรรม และการใช้พื้นท่ีดิจิทัลเพื่อการสื่อสารอย่างมีจรรยาบรรณ ดำรงรักษาเสรีภาพของการ
แสดงออก การรับรู้ของประชาชน ดว้ ยความเชื่อว่าเสรภี าพของการสื่อสาร คือเสรภี าพของประชาชนตามแนวทาง
ของประชาธปิ ไตย
2. ส่ือเป็นโรงเรียนของสังคม ในการให้ความรู้แก่ประชาชน ปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ และปลูกฝัง
ทศั นคติท่ดี ี
ประเด็นการปฏริ ูปที่ 1 การปฏิรูปการร้เู ทา่ ทนั สือ่ ของประชาชน
กิจกรรม การจัดสัมมนาเร่ือง “การรู้เท่าทันส่ือ” ในโรงเรียนและในมหาวิทยาลัยและ
ในสถานท่ีสาธารณะสำหรับกลุ่มเป้าหมายท่ีอยู่นอกสถานศึกษาในกรุงเทพมหา นครและต่างจังหวัด
อยา่ งต่อเนอ่ื ง
9. แผนการปฏริ ูปประเทศด้านสังคม
คนไทยมีหลักประกันทางรายได้ในวัยเกษียณที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพและ
มีการปรับเปล่ียนพฤติกรรมไปสู่การมีจิตสาธารณะเพิ่มขึ้น สังคมไทยเป็นสังคมแห่งโอกาสและไม่แบ่งแยก ภาครัฐ
มีข้อมูลและสารสนเทศด้านสังคมที่บูรณาการทุกหน่วยงานและเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และให้
ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง โดยสามารถบริหารจัดการชุมชนได้ด้วยตนเอง โดยมีเป้าหมายและประเด็นการ
ปฏริ ูปท่เี ก่ียวขอ้ งกับกระทรวงศึกษาธิการ ดงั น้ี
เป้าหมาย คนไทยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การมจี ติ สาธารณะเพ่มิ ขน้ึ
ประเดน็ การปฏิรูปที่ 5 การมสี ว่ นรว่ ม การเรียนรู้ การรบั ร้แู ละการส่งเสริมกจิ กรรมทางสังคม
กิจกรรมที่ 2 สร้างพลังแผ่นดิน
1. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมชิ อบ
ประชาชนมคี วามรเู้ กี่ยวกับการทุจริต มมี าตรการควบคมุ การบรหิ ารจดั การของหนว่ ยงานภาครฐั และ
เอกชน และยกระดับการบังคับใช้มาตรการทางวินัยและกฎหมายต่อเจ้าพนักงานของรัฐ โดยมีเป้าหมายและ
ประเดน็ การปฏริ ูปทเ่ี ก่ยี วข้องกับกระทรวงศกึ ษาธิการ ดังนี้
เป้าหมาย ประเทศไทยมีระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI)
อยู่ใน 20 อนั ดับแรกของโลกในปี 2579
ประเดน็ การปฏริ ูปที่ 1 ดา้ นการปอ้ งกันและเฝา้ ระวงั
กลยุทธ์ที่ 1 เร่งสร้างการรับรู้และจิตสำนึกของประชาชนในการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ
โดยความรว่ มมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสงั คม
กิจกรรมที่ 1.9 สร้างทศั นคติ ความรู้และปลูกฝังเยาวชนในสถานศึกษาทุกระดับให้รงั เกยี จการทุจริต
และตระหนักถงึ โทษภยั ของการทจุ รติ คอรร์ ปั ชนั่ ต่อประเทศชาติ
34
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ประเดน็ การปฏริ ปู ที่ 2 ดา้ นการป้องปราม
กลยุทธ์ท่ี 2 ให้หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือผู้บังคับบัญชา มีมาตรการ
เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบและเป็นตัวอย่างในการ
บริหารงานด้วยความซื่อตรงและรับผิดชอบ กรณีปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการให้ถือเป็นความผิดวินัยหรือ
ความผิดอาญา
กิจกรรมที่ 2.2 ปลุกจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีคุณธรรมความซื่อตรง (Integrity) โดยเน้นความ
ซ่อื ตรงตอ่ หน้าท่ี (ซ่อื สัตย์สุจริตตามเป้าหมายอยา่ งดที ีส่ ดุ ) และซ่อื ตรงต่อประชาชน
กลยุทธ์ท่ี 3 เสริมสร้างหน่วยงานตรวจสอบภายในให้เป็นกลไกอิสระและมีการเฝ้าระวังการทุจริตใน
หน่วยงาน
กจิ กรรมที่ 3.3 วางระบบการประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริตประพฤติมิชอบในสว่ นราชการเป็น
ประจำทุกปี และรายงานผลการปฏิบัตติ ่อผู้บงั คับบัญชาเหนือตนตามระยะเวลาที่กำหนด
กลยุทธท์ ่ี 4 ทำให้การให้สินบนแกเ่ จา้ หนา้ ท่ขี องรฐั เป็นเรอ่ื งทน่ี า่ รงั เกียจไมพ่ งึ กระทำ
กิจกรรมท่ี 4.3 พัฒนาแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในท่ีเหมาะสมเพื่อใช้ในองค์กร
ภาครฐั และเอกชนในการป้องกันการให้สินบนและการเรียกรับสนิ บนของเจ้าหน้าที่ของรัฐในทกุ รปู แบบ
12. แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นการศกึ ษา
คณะกรรมการอสิ ระเพอื่ การปฏริ ูปการศึกษา (กอปศ.) ได้กำหนดแผนงานเพ่ือการปฏิรปู การศกึ ษา 7
เรื่อง เพื่อบรรลุวตั ถุประสงคข์ องการปฏริ ูปการศกึ ษา ไวด้ งั นี้
เร่ืองที่ 1 : การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดยพระราชบัญญัติ
การศกึ ษาแหง่ ชาติฉบบั ใหมแ่ ละกฎหมายลำดับรอง มปี ระเด็นปฏิรปู 5 ประเด็น ได้แก่
(1) การมีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... และมีการทบทวน จัดทำ แก้ไขและ
ปรับปรุงกฎหมายที่เกย่ี วขอ้ ง
(2) การสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน เพ่ือการจัด
การศึกษา
(3) การขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาตนเองและการศึกษาเพ่ือการเรียนรู้ตลอดชีวิต
เพอ่ื รองรับการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชว่ งชีวิต
(4) การทบทวนและปรับปรงุ แผนการศึกษาแห่งชาติ
(5) การจดั ต้ังสำนกั งานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ
เร่ืองท่ี 2 : การปฏริ ูปการพฒั นาเดก็ เลก็ และเด็กกอ่ นวัยเรยี น มปี ระเดน็ ปฏิรูป 2 ประเด็น ได้แก่
(1) การพัฒนาระบบการดูแล พัฒนา และจัดการเรียนรู้ เพ่ือให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนา
ร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สงั คม และสติปัญญาใหส้ มกับวัย
(2) การส่อื สารสังคมเพ่อื สร้างความเข้าใจในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
เร่ืองที่ 3 : การปฏิรูปเพอ่ื ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ประกอบด้วยประเด็นปฏิรปู 3 ประเด็น ไดแ้ ก่
(1) การดำเนินการเพอ่ื ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
35
แผนพัฒนาการศึกษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
(2) การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลพิการ บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ และบุคคลที่มีความ
ต้องการการดูแลเปน็ พิเศษ
(3) การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาในพื้นท่ีห่างไกล หรือในสถานศึกษาที่ ต้องมีการ
ยกระดบั คณุ ภาพอย่างเรง่ ด่วน
เรื่องที่ 4 : การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู และ
อาจารย์ประกอบดว้ ยประเด็นปฏริ ูป 5 ประเด็น ไดแ้ ก่
(1) การผลิตครู และการคัดกรองครู เพ่ือให้ได้ครูท่ีมีคุณภาพตรงกับความต้องการของประเทศ
และมจี ิตวิญญาณของความเป็นครู
(2) การพฒั นาวิชาชีพครู
(3) เสน้ ทางวิชาชพี ครู เพอ่ื ใหค้ รมู คี วามก้าวหนา้ ไดร้ ับคา่ ตอบแทนและสวัสดกิ ารทเ่ี หมาะสม
(4) การพัฒนาผบู้ ริหารสถานศกึ ษา เพือ่ ยกระดบั คณุ ภาพการจัดการศึกษาในสถานศึกษา
(5) องค์กรวิชาชพี ครู และการปรับปรงุ กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
เร่ืองที่ 5 : การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนเพ่ือตอบสนองการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21
ประกอบด้วยประเด็นปฏิรูป 8 ประเด็น ไดแ้ ก่
(1) การปรับหลักสูตร พร้อมกระบวนการจัดการเรียนการสอน และการประเมินเพื่อพัฒนา
การเรยี นรู้ เปน็ หลักสูตรฐานสมรรถนะ
(2) การจดั การศึกษาเพอ่ื เสรมิ สร้างคุณธรรมและจริยธรรม
(3) การประเมินคณุ ภาพการจัดการศกึ ษาระดับชาติและระบบคดั เลือกเข้าศึกษาตอ่
(4) การพัฒนาคณุ ภาพระบบการศึกษา
(5) ระบบความปลอดภัย และระบบสวสั ดภิ าพของผู้เรยี น
(6) การปฏิรปู อาชีวศึกษา เพอ่ื สรา้ งขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ
(7) การปฏิรูปอดุ มศึกษาเพอ่ื ยกระดบั คุณภาพ เพมิ่ ขดี ความสามารถในการแข่งขนั
ประสิทธิภาพและธรรมาภบิ าลของระบบอดุ มศึกษา
(8) การจัดต้ังสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติ (National Institute of Curriculum
and Learning)
เรื่องที่ 6 : การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปรับปรุง
การจดั การเรียนการสอน และยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา ประกอบด้วยประเด็นปฏิรปู 3 ประเดน็ ไดแ้ ก่
(1) สถานศึกษามีความเป็นอิสระในการบริหารและจัดการศกึ ษา
(2) พ้ืนทีน่ วัตกรรมการศึกษา
(3) การปรบั ปรุงโครงสร้างของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
เรือ่ งท่ี 7 : การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทลั (Digitalization for
Educational and Learning Reform) ประกอบด้วยประเด็นปฏิรูป 3 ประเด็น ได้แก่
(1) การปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ (Digital
Learning Reform: National Digital Learning Platform (NDLP))
36
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
(2) ระบบขอ้ มลู สารสนเทศเพอื่ การศกึ ษา (big data for education)
(3) การพฒั นาความเป็นพลเมอื งดจิ ทิ ลั (digital citizenship) ในดา้ นความฉลาดรดู้ ิจิทัล (digital
literacy) ความฉลาดรู้สารสนเทศ (information literacy) ความฉลาดรู้สื่อ (media literacy) เพ่ือการรู้วิธีการ
เรียนรู้ (learning how to learn) ในการเรียนรตู้ ลอดชีวิตตลอดจนการมพี ฤติกรรมที่สะท้อนการรู้กติกา มารยาท
จริยธรรมเกย่ี วกับการใชส้ ่อื และการสือ่ สารบนอินเทอร์เน็ต
การบรรลุผลของการปฏิรูปการศึกษาตามแผนขา้ งต้น จะแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ (1) ระยะเร่งด่วน
หรือภายในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ซ่ึงครบวาระการทำงานของ กอปศ. (2) ระยะสั้น หรือภายใน 3 ปี
และ (3) ระยะกลาง-ระยะยาว หรอื ภายใน 5 - 10 ปี ทั้งน้ปี ระเด็นปฏิรูปที่มลี ำดับสำคัญสูงสุดและต้องดำเนินการ
ให้บรรลุผลให้ไดใ้ นระยะเร่งด่วน มี 6 ประเด็น ได้แก่
(1) ยกเครื่องระบบการศึกษาโดยการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่
รวมถึงกฎหมายสำคัญอ่ืนท่ีเสนอโดย กอปศ. ซ่ึงจะเป็นเคร่ืองมือสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา ได้แก่
ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ....
รา่ งพระราชบัญญตั กิ ารอุดมศกึ ษา พ.ศ. .... และการจัดต้ังสถาบันหลักสูตรและการเรียนรแู้ หง่ ชาติ
(2) บุกเบิกนวัตกรรมของการจัดการศึกษาระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน หรือการจัดการระดับ
พื้นท่ีโดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการยกระดับคุณภาพของการศกึ ษา ผ่านการขับเคลอื่ นเรื่องสถานศึกษาท่ีมี
ความเป็นอิสระในการบรหิ ารจดั การ และระบบนิเวศทีส่ นบั สนุนการดำเนินการของสถานศกึ ษา
(3) นำเสนอแนวทางการปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานไปสู่
หลักสูตรฐานสมรรถนะ และรูปแบบการปรับหลักสูตรในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1–3 จัดตั้งสถาบันหลักสูตร
และการเรียนรู้แห่งชาติเพ่ือเป็นเสมือนศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัย พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร การจัด
การเรียนการสอน และการประเมนิ ผลการเรียนรู้ สำหรบั การจัดการศึกษาในระดับต่าง
(4) สร้าง “ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพ่ือการเรียนรู้แห่งชาติ” ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล
นำความรู้ และวธิ กี ารเรียนร้ไู ปสูโ่ รงเรียน นกั เรยี น และครทู ่ัวประเทศ โดยเฉพาะในท้องถ่นิ หา่ งไกล
(5) จัดระบบการผลิตครูให้มีคุณภาพและสมรรถนะความเป็นครู ผ่านการจัดตั้งกองทุนหรือ
แผนงานเพื่อการผลิตและพัฒนาครู สำหรับครูรุ่นใหม่ และพัฒนาบัณฑิตครูท่ีมีอยู่ ให้ตรงตามความจำเป็นของ
ประเทศในระยะแรกเนน้ ครูปฐมวัย และครปู ระถมศึกษา สำหรับทอ้ งถิ่นขาดแคลน
(6) ให้มีการแต่งตั้งคณ ะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ตามที่ กำหนดไว้ใน
ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติและ
การปฏิรูปการศกึ ษาใหเ้ ร่มิ ดำเนนิ การได้ และมีความตอ่ เนอื่ งในระยะยาว
โดยมีกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ 5
กิจกรรม ได้แก่
1. การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ต้ังแต่ระดับปฐมวัย โดยพัฒนาเคร่ืองมือ
และระบบบูรณาการทำงาน สนับสนนุ นวตั กรรมการปอ้ งกนั แกไ้ ขปญั หาเดก็ เยาวชนออกจากระบบการศึกษาตั้งแต่
ระดับปฐมวัย สนับสนุนกลไกการดำเนินงานในระดับพื้นที่และต้นสังกัด รวมท้ังติดตามความคืบหน้า และระดม
การมสี ่วนร่วมของสังคม
37
แผนพัฒนาการศึกษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
2. การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการ
เปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 โดยมีขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน คอื ปรบั หลักสูตรการพัฒนาครูให้มีศักยภาพใน
การออกแบบการเรียนรู้ ปรับปรุงระบบการวัดประเมินผล ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ประเมินผล
การดำเนินงานและขยายผลต่อไป
3. การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีคุณภาพ
มาตรฐาน โดยมีขั้นตอนและวธิ ีการดำเนนิ งาน คือ ม.ต้น สายสามัญและสายอาชวี ศกึ ษาใหม้ ีคุณภาพประสิทธิภาพ
และมคี วามกา้ วหน้าในการประกอบอาชีพ
4. การจัดการศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอน่ื ๆ ท่ีเน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรปู แบบ นำไปสู่
การจ้างงานและการสร้างงาน มีข้ันตอนและวิธีการดำเนินงาน คือ จัดทำมาตรการร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนระดับ ม.ต้น
ให้สนใจศึกษาต่อสายวิชาชีพ พัฒนาระบบความร่วมมือ ระบบจัดการบริหารจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคีเชิงพ้ืนที่ และ
การคัดกรองสถานประกอบการท่ีมีคุณภาพมาตรฐาน สร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการและสถาบันอุดมศึกษาที่มี
ศักยภาพเฉพาะด้าน เน้นการฝึกปฏบิ ตั แิ ละติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการ
5. การปฏิรปู บทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา เพ่ือสนับสนุนการ
พัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างย่ังยืน มีข้ันตอนและวิธีการดำเนินงาน คือ สำรวจและ
วิเคราะห์สภาพสถานการณ์ ปัจจุบัน และกำลังการผลิตของสถาบันอุดมศึกษาการประชุมอธิการบดี
แห่งประเทศไทย (ทปอ.) และหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ร่วมกันยกร่างแผนการปฏิรูประบบการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษา
จดั ทำแผนปฏิรปู ระบบธรรมาภบิ าลของสถาบันอดุ มศกึ ษารวมถึงหน่วยงานภายใน ตดิ ตามแลประเมนิ ผล
2.2 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)
สาระของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 13 มีเป้าหมายเพ่ือ “พลิกโฉมประเทศไทย
สู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน (Transformation to Hi-Value and Sustainable
Thailand)” โดยสิ่งทต่ี ้องทำ คือ การเปล่ยี นผา่ นประเทศ หรอื การ transform ประเทศใน 4 ด้านหลกั ได้แก่
1. การเปลี่ยนผา่ นจากเศรษฐกิจฐานทรัพยากร ไปสู่เศรษฐกจิ ฐานนวัตกรรมและองค์ความรู้ หรือการมุ่ง
สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงท่ีเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม (High Value-Added Economy) ซึ่งมีเป้าหมายให้เศรษฐกิจ
ไทย มีความสามารถในการแข่งขนั สูง บนพื้นฐานของการสรา้ งมูลค่าเพิ่ม จากการพฒั นา ต่อยอด และใช้ประโยชน์
จากองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และใช้
ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
2. การเปล่ียนผ่านจากสังคมที่มีเพียงบางกลุ่มท่ีเข้าถึงโอกาสไปสู่สังคมที่มีโอกาสสำหรับทุกคนและทุก
พ้ืนท่ี หรือการสร้างสังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค (High Opportunity Society) โดยทุกกลุ่มคน
มีโอกาสในการเลื่อนสถานะทางเศรษฐกิจละสังคมอย่างเต็มศักยภาพ ได้รับความคุ้มครองทางสังคมท่ีเพียงพอ
มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค และประเทศมีความเหลื่อมล้ำลดลง ท้ัง
ในเชิงธรุ กจิ พืน้ ที่ รายได้ และความมั่นคง
38
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3. การเปล่ียนผ่านจากการผลิตและการบริโภคท่ีทำลายสิ่งแวดล้อม ไปสู่วิถีชีวิตท่ีเป็นมิตร
ต่อส่ิงแวดล้อมและมีความปลอดภัยหรือการเสริมสร้างวิถีชีวิตท่ียั่งยืน (Eco-Friendly Living) โดยทุกภาคส่วน
ในสังคมมีรูปแบบการดำเนิน ชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เอื้ อให้เกิดความย่ังยืนต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมทั้ง
สามารถรบั มอื และมภี ูมคิ มุ้ กนั จากสภาพแวดล้อมท่ีเปลี่ยนแปลงไป
4. การเปลี่ยนผ่านจากกำลังคนทักษะต่ำและภาครัฐที่ล้าสมัย ไปสู่กำลังคนและภาครัฐท่ีมีสมรรถนะสูง เพื่อ
เอ้ือต่อการเปล่ียนผ่านประเทศไปสู่การเป็นเศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างย่ังยืน ปัจจัยสนับสนุนการพลิก
โฉมประเทศ (Key Enablers for Thailand’s Transformation)
ภาพประกอบที่ 7 แผนภาพ องค์ประกอบหลักของการขับเคล่ือนประเทศสู่ “เศรษฐกิจสร้างคุณคา่
สงั คมเดนิ หนา้ อย่างย่ังยืน” (Hi-Value and Sustainable Thailand)
ภายใต้องค์ประกอบในแต่ละด้าน ได้มีการกำหนด “หมุดหมาย” (Milestones) ซ่ึงเป็นการบ่งบอกถึง
ส่ิงที่ประเทศไทยปรารถนาจะ ‘เป็น’ มุ่งหวังจะ ‘มี’ หรือต้องการจะ ‘ขจัด’ ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ของแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 13 เพื่อสะท้อนประเด็นการพัฒนาท่ีมีความสำคัญต่อการพลิกโฉมประเทศ
สู่การเป็น Hi-Value and Sustainable Thailand ภายในปี 2570 โดยรายละเอียดขององค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน และ
หมดุ หมาย จำนวน 13 หมดุ หมาย มดี งั น้ี
39
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ตารางที่ 2 แสดงรายละเอยี ดองคป์ ระกอบ และหมุดหมาย
องค์ประกอบ หมุดหมาย
1) เศรษฐกิจมลู ค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดลอ้ ม • หมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศช้ันนำด้านสินค้าเกษตร
(High Value-Added Economy)
และเกษตรแปรรปู มลู ค่าสูง
• หมุดหมายท่ี 2 ไทยเป็นจดุ หมายของการทอ่ งเที่ยวท่เี น้น
คุณคา่ และความยั่งยนื
• หมุดหมายท่ี 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของ
อาเซยี น
• หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และ
สขุ ภาพมลู ค่าสูง
• หมุดหมายท่ี 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและจุด
ยทุ ธศาสตรท์ างโลจิสติกท่สี ำคัญของภูมิภาค
2) สงั คมแห่งโอกาสและความเสมอภาค • หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์
(High Opportunity Society) อัจฉริยะและบริการดจิ ิทัลของอาเซยี น
• หมุดหมายที่ 7 ไทยมี SMEs ท่ีเข้มแข็ง มีศักยภาพสูง
และสามารถแข่งขนั ได้
• หมุดหมายท่ี 8 ไทยมพี ื้นทแี่ ละเมืองหลดั ของภูมิภาค
ทม่ี คี วามเจริญทางเศรษฐกจิ ทันสมยั และนา่ อยู่
3) วิถชี ีวิตทีย่ ่ังยืน (Eco-Friendly Living) • หมุดหมายที่ 9 ไทยมคี วามยากจนข้ามรุ่นลดลง และ
คนไทยทกุ คนมคี วามคุ้มครองทางสังคมทีเ่ พยี งพอ
เหมาะสม
• หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมนุ เวยี นและสงั คม
คารบ์ อนตำ่
4) ปัจจัยสนบั สนุนการพลกิ โฉมประเทศ • หมดุ หมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสย่ี งและ
(Key Enablers for Thailand’s ผลกระทบจากภยั ธรรมชาติและการเปลย่ี นแปลงสภาพ
Transformation) ภมู ิอากาศ
• หมุดหมายท่ี 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้
อยา่ งต่อเนอื่ ง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต
• หมดุ หมายที่ 13 ไทยมภี าครัฐทมี่ สี มรรถนะสงู
40
แผนพัฒนาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ตารางท่ี 3 แสดงรายละเอียดหมุดหมายและขอบเขต
หมุดหมาย ขอบเขต
1. ไทยเปน็ ประเทศช้ันนำ ▪ ภาคการเกษตรของไทยได้รับการปรับโครงสร้างให้เป็นภาคการผลิตที่มี
ดา้ นสินค้าเกษตรและ ผลตอบแทนสูง ผ่านการยกระดับผลิตภาพ การพัฒนาคุณภาพของผลผลิต
เกษตรแปรรูปมลู ค่าสงู และมีการปรับเปล่ียนประเภทของการผลิตจากการผลิตท่ีมีมูลค่าเพ่ิมต่ำ ไปสู่
การผลิตท่ีมีมูลค่าเพิ่มสูง สอดคล้องกับศักยภาพของพ้ืนท่ีและความต้องการ
ของตลาด โดยส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาในการผลิต
และการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร ด้วยการสนับสนุนข้อมูลและองค์
ความรู้ทีจ่ ำเป็น รวมทงั้ การสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันเกษตรกร
▪ เกษตรกรสามารถเข้าถึงช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรท่ีหลากหลาย อาทิ
การขายตรงให้กับผู้ค้าปลีกหรือผู้ส่งออก การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์
การท่องเทย่ี วเชิงเกษตรกรรม และการทำเกษตรพนั ธสญั ญากับผแู้ ปรรูป
▪ โครงสร้างพ้ืนฐานท่ีมีความสำคัญต่อภาคการเกษตรและเกษตรแปรรูปได้รับ
การพัฒนาให้เพียงพอต่อความต้องการและมีประสิทธิภาพ อาทิ แหล่งน้ำเพ่ือ
การเกษตร ระบบการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์การเกษตร และ
โครงสร้างพืน้ ฐานและสงิ่ อำนวยความสะดวกด้านโลจิสตกิ ส์การเกษตร
▪ เทคโนโลยีชีวภาพเพ่ือแปรรูปและสรา้ งมูลค่าเพ่ิมให้แก่ผลผลิตและวัสดุเหลือ
ใช้ทางการเกษตรได้รับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเน่ือง และมีกลไกการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ส่งเสริมให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อ
สนบั สนนุ การพัฒนาเศรษฐกจิ ชีวภาพ (Bio economy)
2. ไทยเป็นจุดหมายของ ▪ ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเท่ียว
การท่องเที่ยวที่เนน้ ที่เนน้ คณุ ค่าและใส่ใจในความยงั่ ยืน
คุณคา่ และความยัง่ ยืน ▪ การท่องเท่ียวไทยมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวรูปแบบเฉพาะ เช่น การท่องเที่ยว
เชิงนิเวศน์ เชิงเกษตร เชิงการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพ เชิงอาหารและ
วฒั นธรรม เชิงธุรกิจ และเชิงกฬี า
▪ การท่องเที่ยวไทยมีกิจกรรมท่ีหลากหลายพร้อมท้ังมีบริการที่ได้มาตรฐานสากล
สามารถเพิ่มมูลค่าและดึงดูดนักท่องเท่ียวเป้าหมายท้ังไทยและต่างชาติ
ทม่ี ีคณุ ภาพและมีความเต็มใจจ่ายสูง
▪ แหล่งท่องเที่ยวได้รับการดูแลรักษาให้มีความยั่งยืนและเน้นคุณ ค่า
อย่างเหมาะสมกบั พน้ื ทผ่ี ่านกระบวนการมสี ่วนร่วมของทุกภาคส่วน
▪ รายได้จากการท่องเท่ียวมีสัดส่วนการกระจายตัวสู่เมืองรองในทุกภูมิภาค
และกระจายตัวสู่ชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยในพ้ืนที่มากขึ้น ผ่านการ
เพมิ่ มลู ค่าด้วยการสร้างอตั ลักษณ์ของพน้ื ที่อย่างเต็มศักยภาพ
41
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
หมดุ หมาย ขอบเขต
3 ไทยเปน็ ฐานการผลิต ▪ อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยปรับตัวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า
ยานยนต์ไฟฟา้ ของ ของอาเซยี น
อาเซียน ▪ ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์สูง มี
การส นั บ ส นุ น การ ล งทุ น พั ฒ น าเท คโน โล ยี แ ล ะน วัต กรร ม ท่ี เกี่ ย วข้ องกั บ
ยานยนต์ไฟฟ้ารวมถงึ การพัฒนาทกั ษะแรงงานอย่างต่อเน่ือง
▪ หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องมีมาตรการลดผลกระทบท่ีจะมีต่อผู้ประกอบการ
ในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้ังเดิมและภาคการผลิตอ่ืนที่เกี่ยวข้อง อาทิ เกษตรกร
ผู้ผลติ พชื พลงั งาน
▪ ปริมาณการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในทุกภาคส่วน
ท้ังภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รถโดยสารสาธารณะในเมืองหลัก
ปรบั สู่ระบบการขับเคลอื่ นด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด
▪ ประเทศไทยมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าอย่างเพียงพอครอบคลุมเส้นทางคมนาคม
สำคัญทวั่ ประเทศ
4. ไทยเป็นศนู ยก์ ลางทาง ▪ อุตสาหกรรมเคร่ืองมือแพทย์และบริการทางการแพทย์และสุขภาพ
การแพทย์และสุขภาพ ท่ีมีพื้นฐานอยู่บนศักยภาพและความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศเป็น
มูลคา่ สงู เครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคล่ือนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีการลงทุนใน
งานวจิ ยั และพฒั นาต่อยอดองคค์ วามรู้และเทคโนโลยีข้ันสูงอย่างต่อเนื่อง
▪ ประเทศไทยมีช่ือเสียงด้านการรักษาโรคเฉพาะทางและบริการทางการแพทย์ขั้น
สูง เช่น การผ่าตัดสมอง การผ่าตัดหัวใจ และการรักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น รวมถึง
เป็นจุดหมายปลายทางของบริการทางการแพทย์บริการด้านความสวยความงาม
และบรกิ ารส่งเสริมสุขภาวะ
▪ ระบบสาธารณสุขได้รับการพัฒนาคุณภาพและขยายศักยภาพ มีการปรับสู่
Smart Medical/Smart Healthcare โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพ่ือรองรับ
กบั การดำรงชีวติ สมยั ใหม่ และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนความตอ้ งการใช้
ชิน้ ส่วนอเิ ล็กทรอนิกส์อจั ฉริยะ
▪ บุคลากรและทรัพยากรด้านสาธารณสุขมีการกระจายตัวอย่างเพียงพอและ
เหมาะสมกับผู้รบั บรกิ ารจากทั้งในและต่างประเทศ
42
แผนพัฒนาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
หมุดหมาย ขอบเขต
5.ไทยเปน็ ประตกู ารค้า ▪ ประเทศไทยเป็นประตกู ารค้า บรกิ าร และการลงทนุ ท่สี ำคัญของอาเซียน โดย
การลงทนุ และ มีกฎระเบียบและกระบวนการนำเข้าส่งออกท่ีมีประสิทธิภาพ เอ้ือต่อการ
จดุ ยุทธศาสตรท์ าง ดำเนินธุรกิจ ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเพ่ือเพิ่มความได้เปรียบในการ
โลจสิ ตกิ สท์ ส่ี ำคญั ของ แข่งขนั
ภูมิภาค
▪ ประเทศไทยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและส่ิงอำนวยความสะดวกด้านการ
ขนส่งสินค้าและการค้าผ่านแดน ยกระดับระบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์และ
การเชื่อมโยงโครงข่ายเส้นทางคมนาคมขนส่งในอาเซียนอย่างไร้รอยต่อ
▪ ประเทศไทยมีนโยบายและมาตรการจูงใจสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวด้าน
การค้าและการลงทุน การจัดทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อ
เสริมสร้างศักยภาพและเชื่อมโยงผู้ประกอบการในประเทศให้เป็นส่วนหน่ึงของ
หว่ งโซก่ ารคา้ การลงทุนโลก (Global Value Chains)
▪ ผู้ประกอบการและแรงงานด้านโลจิสติกส์ของไทยมีองค์ความรู้และทักษะ
ที่เหมาะสมสำหรับการให้บริการท่ีทันสมัย มีประสิทธิภาพ และคุณภาพสูง
มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการปรับรูปแบบธุรกิจท่ีสอดคล้องต่อการ
เปลีย่ นแปลง และมศี ักยภาพในการแข่งขันท้ังในระดับประเทศและระดบั สากล
6. ไทยเป็นฐานการผลติ ▪ ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะท่ีเป็นมิตร
อิเล็กทรอนิกส์อัจฉรยิ ะ ต่อส่ิงแวดล้อม ดิจิทัลคอนเทนต์ และเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัลที่สำคัญของ
และบรกิ ารดิจิทัลของ อาเซยี น
อาเซียน ▪ เทคโนโลยี องค์ความรู้ และนวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
อัจฉริยะและบริการด้านดิจิทัล ท้ังด้านซอฟแวร์และการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอน
เทนต์ ได้รับการพั ฒ นาอย่างต่ อเนื่ อง ด้วยความร่วมมื อของภาครัฐ
สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการ พร้อมทั้งมีกลไกสนับสนุนให้เกิดการนำ
เทคโนโลยี องคค์ วามรู้ และนวตั กรรมที่พัฒนาขึ้นไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณชิ ย์
▪ ประเทศไทยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และปัจจัยแวดล้อมท่ีส่งเสริมการ
ประกอบธุรกิจด้านดิจิทัล อาทิ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แรงงานที่มีทักษะ
สอดคล้องกับความต้องการ และกฎระเบียบที่เท่าทันการเปล่ียนแปลงและมี
ประสิทธภิ าพสูง
▪ ภาครัฐมีระบบเฝ้าระวังและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ โดยทุกภาคส่วน
มีความตระหนักถึงความม่ันคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ประชาชนและ
ผู้ประกอบการมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์และ
ปลอดภยั
43
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
หมุดหมาย ขอบเขต
7. ไทยมี SMEs ที่ ▪ ประเทศไทยมีระบบนิเวศ (Ecosystem) ท่ีเหมาะสมต่อการเติบโตของ SMEs
เข้มแข็ง มศี ักยภาพสงู โดยมีการแข่งขันทางการค้าท่ีเปิดกว้างและเป็นธรรม ความเหล่ือมล้ำระหว่าง
และสามารถแข่งขนั ได้ SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและนวัตกรรมการเงิน
ทางเลือกท่ีเหมาะสม องค์ความรู้และเทคโนโลยที ี่จำเป็น รวมถึงตลาดภาครัฐ
และช่องทางตลาดใหม่ ๆ ลดลง โดยมีการสนับสนุนจากภาครัฐท่ีตรงกบั ความ
ตอ้ งการเฉพาะของผู้ประกอบการ
▪ SMEs ไทยมีศกั ยภาพสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี องคค์ วามรู้ และนวตั กรรม
โดยเฉพาะในการเพ่ิมประสทิ ธิภาพการผลติ การพัฒนารูปแบบธุรกิจ และการ
เพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการ ตลอดจนสามารถปรับตัวสู่ธุรกิจใหม่ที่มี
แนวโน้มความต้องการมากข้ึนในอนาคต อาทิ ผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม หรอื สินคา้ และบริการทางสขุ ภาพ
▪ SMEs ไทยมีบทบาทในภาคการส่งออกมากข้ึน สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ
มูลคา่ โลกได้ โดยเฉพาะในภาคการผลิตและบรกิ ารเป้าหมาย
▪ วิสาหกิจชุมชนมีศักยภาพ ผลิตได้และขายเป็น สามารถนำอัตลักษณ์
วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชุมชนมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการ
และสามารถสรา้ งงาน สร้างรายไดใ้ ห้แก่คนในชุมชน
▪ วิสาหกิจเพื่อสังคมขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีบทบาทมากขึ้น
ในการพัฒนาชุมชน สังคม และส่ิงแวดล้อม อาทิ การสร้างการมีส่วนร่วมและ
กระจายผลประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจไปสู่ชุมชน การสร้างงานในกลุ่ม
ผู้ดอ้ ยโอกาส และการพฒั นาสินค้าและบริการท่ีเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม
8. ไทยมีพืน้ ท่ีและเมอื ง ▪ พื้นท่ีและเมืองหลักของภูมิภาคได้รับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเต็มศักยภาพ
หลกั ของภูมิภาคทม่ี ีความ มีการพัฒนาเมืองหลักและการเช่ือมโยงพื้นที่เศรษฐกิจในทุกภูมิภาค
เจริญทางเศรษฐกจิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวระเบียงเศรษฐกิจท้ังในระดับภายในประเทศและ
ทนั สมัยและน่าอยู่ ระดับภมู ภิ าค รวมถงึ การเชือ่ มโยงระหว่างเมอื งและชนบทโดยรอบ
▪ บริการสาธารณะ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ด้านการศึกษา และบริการสาธารณสุข
▪ มคี ุณภาพมาตรฐานใกลเ้ คียงกันระหวา่ งพนื้ ท่ี รวมถงึ มีการจัดสรรงบประมาณ
บุคลากร และทรพั ยากรท่ีสำคญั อนื่ ๆ อย่างเพยี งพอและเหมาะสม
44
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
หมดุ หมาย ขอบเขต
▪ พ้ืนที่เศรษฐกิจและเมืองหลักทั่วประเทศมีการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานอย่าง
9. ไทยมคี วามยากจน
ขา้ มรุน่ ลดลง และ ท่ัวถึงมีประสิทธิภาพ และดำเนินงานได้อย่างย่ังยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน
คนไทยทกุ คนมคี วาม การคมนาคมขนส่งในเมือง และระบบสารสนเทศดิจิทัลท่ีมีความครอบคลุม
คมุ้ ครองทางสังคมท่ี สามารถเข้าถึงได้ เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และพัฒนา
เพียงพอเหมาะสม ปัจจัยดึงดูดการพัฒนาสู่ภูมิภาค (Pull Factors) อย่างต่อเน่ือง พร้อมท้ัง
มีส่ิงอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของ
ประชาชนให้เป็นมติ รกบั สิง่ แวดล้อมและยั่งยนื (Eco-living)
▪ องค์การปกครองส่วนท้องถ่ินมีศักยภาพในการกำกับดูแลและกำหนด
มาตรฐานการให้บริการสาธารณะ ขณะที่ชุมชน สถาบันการศึกษา และ
ภาคเอกชนในพ้ืนท่ีมีส่วนร่วมในการออกแบบและขับเคลื่อนการพัฒนา
ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของคนในท้องท่ีได้อย่างแทจ้ ริง
▪ คนยากจนขา้ มรุ่นลดลง จากมาตรการใหค้ วามช่วยเหลอื และแกไ้ ขปัญหา
แบบมุ่งเป้า และเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีสามารถระบุตวั บุคคล ปัญหา
และความตอ้ งการไดอ้ ยา่ งแม่นยาและมปี ระสทิ ธภิ าพ
▪ นโยบายการเงนิ การคลัง และกฎหมายสามารถสนับสนุนการกระจาย
รายได้ และสรา้ งความเป็นธรรมในสงั คมไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
▪ ทุกกลุ่มคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึง และ
มีคุณภาพ โดยเฉพาะในชนบทและพื้นที่ห่างไกล เพ่ือลดความเหล่ือมล้ำของ
โอกาสทางเศรษฐกจิ และสังคม และระหว่างพ้ืนที่ (digital divide)
▪ เด็กจากครอบครัวยากจนได้รับการช่วยเหลือให้สามารถเข้าถึงการศึกษาท่ีมี
คุณภาพโดยเฉพาะการศึกษาในระดับที่สูงกว่าการศึกษาภาคบังคับได้อย่างเสมอ
ภาค เพ่ือเพ่ิมโอกาสการเลื่อนชั้นทางเศรษฐกิจและสังคมอันจะนำไปสู่การลด
ความเหล่อื มล้ำในประชากรรุ่นถัดไป
▪ คนไทยทุกคนมีความคุ้มครองทางสังคมท่ีเพียงพอ เหมาะสม สอดคล้องกับบรบิ ท
ความจำเป็น บนฐานของความยง่ั ยืนทางการคลงั
▪ ระบบประกันสังคมได้รับการพัฒนาทั้งในด้านรูปแบบ เงินสมทบ และสิทธิ
ประโยชน์ให้สอดคล้องกับความต้องการและลักษณะการทำงานที่หลากหลาย
สามารถจูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบ และสร้างหลักประกันให้แก่
แรงงานในภาวะวิกฤตได้
▪
45
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
หมุดหมาย ▪ ขอบเขต
▪ ระบบความคุ้มครองทางสังคมของไทยมีความบูรณาการ เชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับ
นโยบาย ฐานข้อมูล ระดับปฏิบัติ จนถึงการติดตามประมวลผล โดยมีระบบที่
สามารถระบุชุดสิทธิของความคุ้มครองทางสังคมท่ีแต่ละบุคคล/ครัวเรือนพึง
ได้รับ
10. ไทยมีเศรษฐกจิ ▪ ขยะได้รับการหมุนเวียนกลับไปใช้ประโยชน์ในสัดส่วนท่ีสูงขึ้น ผ่านการ
หมนุ เวยี นและสังคม ปรับปรุงระบบการจัดการ รวมท้ังการแก้ไขหรือกำหนดกฎระเบียบท่ีจำเป็น
คารบ์ อนต่ำ เพ่มิ เตมิ อาทิ การกำหนดมาตรการเชงิ บังคับสำหรับการคัดแยกขยะ
▪ ตงั้ แตต่ ้นทาง การมีข้อกำหนดด้านการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์พลาสติกให้เอ้ือต่อ
การรีไซเคิล การพัฒนากลไกในการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและ
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ รวมทั้งการแก้ไขกฎระเบียบท่ีเป็น
อปุ สรรคตอ่ การผลิตสินคา้ จากวสั ดเุ หลอื ใช้
▪ ประเทศไทยมีศักยภาพในการรีไซเคิลน้ำท้ิง โดยเร่ิมจัดทำระบบในพ้ืนที่
ทีม่ ีความพร้อม อาทิ นิคมอตุ สาหกรรม และชุมชนขนาดใหญ่
▪ พลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า
ใหมข่ องประเทศ โดยการปรับเปลี่ยนตลาดการซ้ือขายไฟฟา้ ไปสู่รูปแบบตลาดเสรี
เพื่อส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของผู้ผลิตรายย่อยและภาค
ประชาชน และการปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้าและการจัดการให้สามารถรองรับ
ไฟฟา้ ท่ีผลติ จากพลงั งานทดแทนในสัดส่วนท่สี งู ขึน้
▪ การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนที่สูงขึ้นทั้งในระบบขนส่งมวลชนและ
ยานพาหนะสว่ นบคุ คล
▪ ผลิตภัณฑ์ที่มาจากวัสดุเหลือใช้และมีการปล่อยคาร์บอนในปริมาณต่ำตลอด
วงจรชีวิตได้รับการสนับสนุน ท้ังในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม
สำหรับการผลติ และมาตรการทางการเงินการคลงั เพอื่ จงู ใจผู้บรโิ ภค
11. ไทยสามารถลดความ ▪ พื้นท่ีที่ประสบภัยธรรมชาติซ้ำซาก และพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะเผชิญกับ
เส่ียงและผลกระทบ ผลกระทบท่ีรุนแรงจากการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้รับการจัดการให้
จากภัยธรรมชาตแิ ละการ มคี วามเส่ียงท่ีลดลง ผ่านการใช้มาตรการป้องกันภัยที่ยง่ั ยืนและมาตรการการ
เปลยี่ นแปลงสภาพ ปรับตวั ทเี่ หมาะสมกบั สภาพพื้นทีแ่ ละการดำเนนิ ชีวติ ของประชาชน
ภมู อิ ากาศ ▪ ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการป้องกันความเส่ียงและผลกระทบ
จากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ ป่าต้นน้ำ
ปา่ ชายเลนและพ้ืนทช่ี ุ่มนำ้ ไดร้ บั การอนุรกั ษแ์ ละฟื้นฟใู ห้อยู่ในสภาพดี
46
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
หมดุ หมาย ขอบเขต
12. ไทยมีกำลงั คน ▪ เป้าหมายด้านการลดความเส่ียงจากภัยธรรมชาติและการลดผลกระทบจาก
สมรรถนะสงู มงุ่ เรียนรู้
อยา่ งต่อเนอื่ ง ตอบโจทย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้รับการบูรณาการเข้ากบั การวางแผนการ
การพัฒนาแห่งอนาคต
พัฒนาพื้นที่ ท้ังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและ
ส่งิ ก่อสร้าง
▪ ระบบการจัดการภัย ท้ังการคาดการณ์ การเตือนภัย การเผชิญเหตุ และ
การฟ้ืนฟูหลังเกิดภัย ในทุกระดับได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและ
ศักยภาพท่สี งู ข้ึน
▪ ทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการเตรียมพร้อมรับมือกับภัย
ธรรมชาติและการปรับตัวเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โดยเฉพาะการมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบาง อาทิ คน
ยากจน และเกษตรกรทม่ี ีแนวโน้มไดร้ ับผลกระทบมากกว่าประชากรกลุ่มอื่น
▪ ระบบการศึกษาไทยต้ังแต่ระดับปฐมวัยมีคุณภาพมาตรฐานใกล้เคียงกัน
ภายในประเทศและเทียบเท่าระดับสากล โดยมุ่งพัฒนาคนให้มีทักษะ
ท่ีจำเป็นในโลกยุคใหม่อย่างรอบด้าน อาทิ ทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ทักษะ
ด้านดิจิทัลและทักษะการเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงทักษะทางสังคม/พฤติกรรม
(Soft Skills) อาทิ ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถใน
การปรับตัว การยอมรับความแตกต่าง และการส่ือสารและการทำงานร่วมกับ
ผู้อ่ืนพร้อมท้ังส่งเสริมการสร้างสงั คมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
▪ ระบบการศึกษาและกลไกที่เกี่ยวเน่ืองมีความเหมาะสมและสอดรับกับ
ศักยภาพของเด็กแต่ละกลุ่ม ต้ังแต่กลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ จนถึง
กลุ่ม NEETs (กลุ่มเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15 – 24 ปี ที่ไม่ได้เรียน
ไมไ่ ดท้ ำงาน หรือไมไ่ ดอ้ ยู่ในระบบฝึกอบรมใด ๆ)
▪ สถาบันอุดมศึกษาสามารถปรับบทบาทในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มี
ปริมาณและคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และ
สนับสนุนการมุ่งสู่การเป็น Hi-Value and Sustainable Thailand รวมถึงมี
บทบาทในการพัฒนาทนุ มนษุ ย์ในทุกช่วงวยั (นอกเหนือจากวยั เรยี น)
47
หมุดหมาย แผนพฒั นาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
13. ไทยมภี าครฐั ท่ีมี ▪ ขอบเขต
สมรรถนะสงู ▪ ระบบการฝึกอบรมเพ่ือปรับและยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน (Reskill /
Upskill /New skill) มีคุณภาพ ทันสมัย ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ความ
ต้องการอย่างตรงจุดทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะการฝึกอบรม
เพื่อโยกย้ายแรงงานไปสู่ภาคการผลิตและบริการเป้าหมายภายใต้การสร้าง
เศรษฐกิจมลู ค่าสูงท่เี ป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสำหรับผู้มีความเสีย่ งจากการ
ถูกทดแทนจากระบบอัตโนมัติ กลมุ่ วัยแรงงานตอนปลาย และผู้สูงอายุ
▪ นโยบายการบริหารจัดการกำลังคนภายใต้บริบทสังคมสูงวัยมีความชัดเจน
และสามารถลดทอนความเส่ียงในการขาดแคลนกำลังแรงงาน อาทิ
การขยายอายุเกษียณ การยกระดับผลิตภาพแรงงานไทย และการดึงดูด
แรงงานทกั ษะสงู จากตา่ งประเทศ
▪ ระบบการบริหารจัดการกำลังคนและฐานข้อมูลสารสนเทศด้านกำลังคนของ
ประเทศมีความบูรณาการ นำไปสู่การออกแบบนโยบายท่ีเฉพาะเจาะจง และ
มีประสิทธิภาพยง่ิ ขน้ึ
▪ สถาบันทางสังคมเอื้อต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ต้ังแต่การส่งเสริม
การเล้ียงดูบุตร การปฏิรูปส่ือและอุตสาหกรรมบันเทิง จนถึงมาตรการ
ท่ีเอ้ือต่อการมีสุขภาพดี มีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม และมีจิตสำนึก
ที่ดีตอ่ สังคมส่วนรวม
▪ การทำงานของภาครัฐมีความบูรณาการและเป็นเอกภาพ ต้ังแต่ระดับนโยบาย
ระดับปฏิบัติ จนถึงการติดตามประเมินผล ทั้งระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาครัฐ
และเอกชน รวมถึงการดำเนินงานร่วมกับภาคีการพัฒนาอ่ืน ๆ
▪ โครงสร้างของหน่วยงานภาครัฐมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปล่ียน ควบรวม
หรือยกเลิกภารกิจให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา
ประเทศ ได้อย่างรวดเรว็ และมีประสิทธิภาพ
▪ ภาครัฐมีความยั่งยืนทางการคลัง มีความสามารถในการจัดเก็บรายได้เพ่ิมข้ึน
และมีการบริหารจัดการรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการปรับบทบาทและ
ลดภารกิจเหลือเพียงเท่าที่จำเป็น
▪ การบริหารงานภาครัฐและการให้บริการสาธารณะปรับเปลี่ยนสู่การเป็นรัฐบาล
ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
48
3. หมดุ หมาย แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
▪ ขอบเขต
▪ กฎหมาย ระเบียบ และมาตรการภาครฐั มีความทันสมัย ไม่ซ้ำซ้อน มีการบังคับใช้
ท่ีมีประสิทธิภาพ เพื่อเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการพลิก
โฉมประเทศไปสู่การเป็น Hi-Value and Sustainable Thailand
▪ ทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน มีบทบาท
ในการออกแบบ จัดทำ และขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศสู่การเป็น Hi-Value
and Sustainable Thailand รวมถึ งมี บทบาทในการติ ดตามตรวจสอบ
การทำงานของภาครัฐในทุกระดับอย่างเป็นรูปธรรม
คว ามเช่ือมโยงระหว่างยุทธศาส ตร์การพัฒ นาแล ะเสริมส ร้าง ศักยภ าพทรัพยากรมนุษย์กับป ระเด็น
หมดุ หมายการพฒั นา มดี ังน้ี
1. การมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต
จะช่วยผลิตและพัฒนาคนให้มีทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษท่ี 21 และลดความเส่ียงในการ
ขาดแคลนแรงงานทกั ษะทีส่ อสดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน
2. การมีพ้ืนทีแ่ ละเมอื งหลกั ของภูมิภาคที่มคี วามเจรญิ จะช่วยขยายโอกาสในการเขา้ ถึงบริการสาธารณะ
โดยเฉพาะการศึกษาและการฝึกอบรมทม่ี คี ุณภาพในระดับพื้นที่มากยงิ่ ขึ้น ขณะที่การมงุ่ พัฒนาระบบการศกึ ษาการ
ฝึกอบรม และกลไกที่เกี่ยวเนื่องให้มีคุณภาพ ทันสมัย และได้มาตรฐานใกล้เคียงกัน ภายในประเทศและเทียบเท่า
ระดับสากล จะช่วยส่งเสริมโอกาสในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการฝึกอบรม เพ่ือผลิตและพัฒนา
กำลังคนทม่ี ีสมรรถนะสงู ต่อไป
3. การกระจายบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ รวมถึงการศึกษาไปยังระดับพ้ืนท่ี การตัดวงจรความยากจน
ข้ามรุ่นด้วยการส่งเสริมให้เด็กจากครอบครัวยากจนสามารถเข้าถึงการศึกษา และการพัฒนาระบบการศึกษาและ
ฝึกอบรมให้มีคุณภาพมาตรฐาน ทุกกลุม่ คนสามารถเข้าถึงได้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศกึ ษาและ
การฝกึ อบรม
4. การปรับบทบาทของสถาบันอดุ มศึกษาใหส้ นบั สนุนการพัฒนาทนุ มนุษย์ในทกุ ชว่ งวัย การขยายความ
ครอบคลุมของกลไกการพฒั นาระบบการฝกึ อบรมเพอ่ื ปรับและยกระดับทักษะแรงงานให้ทกุ กลมุ่ คนสามารถเข้าถึง
ได้ ตลอดจนการพัฒนา Growth Mindset ท่ีพร้อมเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจะช่วยส่งเสริมการสร้างสังคมแห่งการ
เรียนร้ตู ลอดชวี ติ
5. การผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะสูง และมีทักษะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
ในศตวรรษที่ 21 อย่างรอบด้าน รวมถึงการเสริมสร้างสถาบนั ทางสังคมท่ีเอื้อตอ่ การพัฒนาคนให้มคี วามตระหนักรู้
และจิตสำนึกท่ีดีต่อส่วนรวม จะนำไปสู่การลดความเสี่ยงในการขาดแคลนทักษะทางพฤติกรรม (Soft Skills) และ
ค่านิยมวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมสำหรับการใช้ชวี ติ และการทำงานในอนาคต
49
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ภาพประกอบที่ 8 แผนภาพกรอบแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 3 (พ.ศ. 2566 – 2570)
2.3 นโยบายและแผนระดับชาติวา่ ดว้ ยความมั่นคงแหง่ ชาติ
นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ จัดเป็นแผนระดับท่ี 2 ตามนัยมติคณะรัฐมนตรี
เม่ือวันท่ี 4 ธันวาคม 2560 เรื่อง แนวทางการเสนอแผนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี รองรับยุทธศาสตร์
ชาติซึ่งจัดเป็นแผนระดับที่ 1 ด้วย สำหรับการขับเคล่ือนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ
หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องจะได้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์หรือแผนด้านความมั่นคงเฉพาะเร่ือง หรือกำหนด
แผนงานหรอื โครงการท่เี ก่ียวกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมนั่ คงแห่งชาติ เพ่ือสนบั สนุนและประสาน
การบูรณาการการดำเนินงานให้เกิดความเช่ือมโยงและสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ในอันที่จะสนองตอบต่อ
ผลประโยชน์แหง่ ชาติ
50
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
วัตถปุ ระสงคแ์ หง่ ชาติ
1. เพอ่ื ส่งเสริมและรักษาไวซ้ ่งึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข
2. เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกของคนในชาติให้มีความจงรักภักดี และธำรงรักษาไว้ซ่ึงสถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตรยิ ์
3. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างความสามัคคีปรองดอง ความเป็นธรรม และความสมานฉันท์ ใน
ชาติเพอ่ื ลดการเผชิญหนา้ และการใช้ความรุนแรงในทุกรปู แบบ
4. เพ่ือให้จังหวัดชายแดนใตม้ คี วามปลอดภัย ปราศจากเงอ่ื นไขของการใชค้ วามรุนแรง
5. เพื่อพัฒนาศักยภาพของภาครัฐและส่งเสริมบทบาทและความเข้มแข็งของทุกภาคส่วนในการรับมือ
กบั ภยั คกุ คามทุกรูปแบบท่ปี ระทบกบั ความมั่นคง
6. เพื่อให้การจัดการฐานทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหาร มีความมั่นคง
ความยั่งยืนและมีความสมดุลกับการขยายตัวของการพัฒนาประเทศ รวมถึงลดความเส่ียงจากผลกระทบของกระแส
โลกาภิวตั น์
7. เพื่อพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร้อมของชาติในการเผชิญกับภาวะสงครามและวิกฤตการณ์ ความ
มนั่ คง อย่างมเี อกภาพและประสทิ ธภิ าพ
8. เพ่ือเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพในการป้องกันประเทศ สนับสนุนภารกิจที่ไม่ใช่การสงครามและ
สามารถผนกึ กำลังของกองทพั กับทุกภาคสว่ นในการเผชญิ ภัยคกุ คามด้านการปอ้ งกันประเทศในทุกรปู แบบ
9. เพ่ือส่งเสริมสภาวะแวดล้อมที่สร้างสรรค์และสันติในการอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
กลมุ่ ประเทศอาเซียน ประชาคมโลก บนพน้ื ฐานของการรักษาผลประโยชน์ และการดำรงเกยี รติภูมขิ องชาติ
วิสัยทัศน์ “มีเสถียรภาพภายในประเทศ มีศักยภาพในการลดภัยข้ามเขตพรมแดนไทย มีบทบาท
สร้างสรรค์ในภูมิภาคและประชาคมโลก”
แผนระดับชาตวิ า่ ด้วยความม่ันคงแห่งชาติ มีเก่ียวขอ้ งกบั ด้านการศกึ ษาทจี่ ะมสี ่วนในการสนบั สนุน เช่น
1. การเสริมสร้างความมั่นของมนุษย์ ส่งเสริมให้คนไทยมีความสามัคคี สังคม มีความสงบสุข และ
ประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของคน ชุมชน
พื้นที่ เพ่ือให้มีภูมิคุ้มกันและมีขีดความสามารถในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความม่ันคง
โดยเฉพาะภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ตลอดจนมีความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อความเปล่ียนแปลงและความ
ท้าทายใหม่ ๆ ในอนาคต สง่ เสรมิ การเรยี นรปู้ ระวัติศาสตรช์ าตไิ ทย ปลูกฝังวัฒนธรรม ภมู ิปัญญาท้องถ่ิน ค่านิยมท่ี
ดีงาม ความภาคภูมิใจในชาติ การจัดการความขัดแย้งโดยสันติวิธี โดยการเรียนการสอน ท้ังในระบบและ
นอกระบบสถานศึกษา เพ่ือสนบั สนนุ กจิ กรรมในดา้ นความมน่ั คง
2. การเสรมิ สร้างความมน่ั คงของสถาบันหลกั ของชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่งเสริมทุกภาคส่วนในสังคมรวมถึงชุมชนไทยในต่างประเทศให้ตระหนักและเข้าใจ
ถึงบทบาทและคุณค่าของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชาติ รวมถึงสร้างความเข้าใจถึงหลักการ
เหตุผล และความจำเป็นในการพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ นำศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงไปประยุกต์ใช้เพ่ือการพัฒนาท่ีย่ังยืน รวมถึงขยายผลตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแบบอย่างท่ี
ทรงวางรากฐานไว้พร้อมท้ังเผยแพร่ผลการดำเนินงานให้แพรห่ ลายเป็นที่ประจักษ์ท้ังในและต่างประเทศ
51
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3. การสร้างความสามัคคีปรองดอง ส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชาติ
อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีความรักความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย และเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง
โดยมีแนวทางหรือการดำเนินการท่ีส่งเสริมค่านิยมที่ดีของสังคมไทย การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค รวมท้ังการยอมรับความคิดความเชื่อ อัตลักษณ์ วิถีชีวิต ภาษาและวัฒนธรรม
ประเพณที ี่แตกตา่ งกนั
4. การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รณรงค์ให้เด็ก เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน และประชากรกลุม่ เสี่ยง
ตระหนักรูถ้ งึ โทษของยาเสพติด เพือ่ ป้องกันการเขา้ ไปยุ่งเก่ยี วกบั ยาเสพติด โดยอาศัยความรว่ มมอื จากทุกภาคส่วน
ในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพ้ืนท่ี โยใช้กลไกประชารัฐผลักดันความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งในการขบั เคลื่อนการป้องกนั และแก้ไขปญั หายาเสพตดิ
5. การเสริมสร้างความมั่นคงของชาติจากภัยทุจริต รณรงค์ให้ความรู้แก่ทุกภาคส่วนถึงภัยทุจริต เพ่ือ
สรา้ งค่านยิ มตอ่ ตา้ นและปฏเิ สธการทุจรติ
6. การป้องกันและแก้ไขปัญหาความม่ันคงทางไซเบอร์ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ องค์ความรู้ และ
ความตระหนกั รู้ถึงความสำคัญของภยั คุกคามความมน่ั คงทางไซเบอร์
7. การรักษาความม่ันคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนมี
จิตสำนึกและตระหนักถึงสิทธิและหน้าท่ีในการมีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่าง
ม่นั คงและย่ังยนื ตามแนวทางประชารฐั
แผนระดับท่ี 3
3.1 พระบรมราโชบายในหลวง รชั กาลที่ 10 ด้านการศกึ ษา
1) มที ศั นคตทิ ีถ่ ูกต้องตอ่ บา้ นเมือง
(1) ความรู้ความเขา้ ใจตอ่ ชาติบ้านเมือง
(2) ยดึ ม่ันในศาสนา
(3) มน่ั คงในสถาบนั พระมหากษัตริย์
(4) มคี วามเอ้ืออาทรต่อคนในครอบครัวและชุมชนของตน
2) มพี ้ืนฐานชีวติ ที่ม่ันคง - มีคณุ ธรรม
(1) ร้จู กั แยะแยะส่งิ ท่ีผดิ - ชอบ / ช่วั – ดี
(2) ปฏบิ ัติแตส่ ิ่งท่ชี อบ ส่ิงทง่ี าม
(3) ปฏิเสธสิง่ ที่ผดิ ส่ิงทีช่ ัว่
(4) ชว่ ยกนั สรา้ งคนดีให้แก่บา้ นเมอื ง
52
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3) มงี านทำ - มีอาชพี
(1) การเลีย้ งดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝนอบรมในสถานศึกษาต้องมุ่งให้เด็กและเยาวชน
รกั งาน สูง้ าน ทำงานจนสำเร็จ
(2) การฝึกอบรมทั้งในหลักสตู รและนอกหลกั สูตรต้องมีจุดมุ่งหมายใหผ้ เู้ รียนทำงานเป็นและมงี านทำ
ในทส่ี ดุ
(3) ต้องสนบั สนุนผู้สำเร็จหลกั สูตร มอี าชีพ มงี านทำ จนสามารถเล้ียงตัวเองและครอบครัว
4) เปน็ พลเมืองดี
(1) การเปน็ พลเมืองดีเป็นหน้าที่ของทกุ คน
(2) ครอบครัว – สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องส่งเสริมใหท้ กุ คนมีโอกาสทำหน้าทเ่ี ป็น
พลเมืองดี
(3) การเป็นพลเมืองดีคือ “เห็นอะไรทีจ่ ะทำเพ่อื บ้านเมืองไดก้ ต็ อ้ งทำ” เช่น อาสาสมคั ร งานบำเพญ็
ประโยชน์ งานสาธารณกศุ ลใหท้ ำด้วยความมนี ำ้ ใจ และความเอ้ืออาทร
3.2 นโยบายรฐั บาล (พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรัฐมนตร)ี
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา วันพฤหัสบดีท่ี
25 กรกฎาคม 2562 โดยรฐั บาลได้กำหนด นโยบายในการบริหารราชการแผน่ ดิน ดังนี้
นโยบายหลัก 12 ด้าน
นโยบายท่ี 1 การปกป้องและเชดิ ชูสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
นโยบายท่ี 2 การสรา้ งความมนั่ คงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสขุ ของประเท
นโยบายท่ี 3 การทำนบุ ำรุงศาสนา ศลิ ปะและวัฒนธรรม
นโยบายท่ี 4 การสร้างบทบาทของไทยในเวทโี ลก
นโยบายท่ี 5 การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย
นโยบายท่ี 6 การพัฒนาพน้ื ทีเ่ ศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค
นโยบายท่ี 7 การพฒั นาสรา้ งความเขม้ แขง็ จากฐานราก
นโยบายที่ 8 การปฏริ ูปกระบวนการเรยี นร้แู ละการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวยั
นโยบายที่ 9 การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลกั ประกันทางสงั คม
นโยบายที่ 10 การฟนื้ ฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสง่ิ แวดล้อมเพ่ือสร้างการเติบโตอย่างย่ังยืน
นโยบายที่ 11 การปฏริ ปู การบรหิ ารจัดการภาครฐั
นโยบายท่ี 12 การปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริตและประพฤตมิ ิชอบ และ กระบวนการยตุ ิธรรม
โดยกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนเก่ียวข้องกับนโยบายข้อที่ 1การปกป้องและเชิดชูสถาบัน
พระมหากษัตริย์ นโยบายข้อท่ี 2 การสร้างความม่ันคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของ
ประเทศ นโยบายข้อท่ี 3 การทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นโยบายข้อที่ 8 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้
และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย และนโยบายข้อท่ี 12 การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติ
มชิ อบ และ กระบวนการยตุ ธิ รรม ซ่งึ มรี ายละเอยี ดดงั นี้
53
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
นโยบายท่ี 1 : การปกป้องและเชดิ ชูสถาบันพระมหากษตั ริย์
สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญยิ่งต่อประเทศและประชาชนชาวไทย รัฐบาลถอื เป็นหน้าท่ี
สำคัญที่จะเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์และปกป้องรักษาพระบรมเดชานุภาพ ด้วยความจงรักภักดี ซึ่งรัฐบาล
มีนโยบายดำเนนิ การ ดังนี้
1.1 สืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชาและโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักสำคัญในการบำบัดทุกข์ และบำรุงสุขให้ประชาชน และพัฒนาประเทศตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร รวมทั้ง ส่งเสริมการเรียนรู้หลักการทรงงาน การนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการและการพัฒนา ประเทศ
เพื่อประโยชน์ในวงกว้าง รวมท้ังเผยแพร่ศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไปสู่เวทีโลกเพ่ือ
ขับเคล่ือนการพัฒนาอย่างยัง่ ยืน
1.2 ต่อยอดการดำเนินการของหน่วยพระราชทานและประชาชน จิตอาสาพระราชทาน
ตามแนวพระราชดำริ ให้เป็นแบบอย่างการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพ้ืนท่ีต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แก้ไข
ปัญหาให้แกป่ ระชาชน และพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน โดยระดมพลังความรกั ความสามัคคี ทั้งของหน่วยงานใน
พระองค์ หนว่ ยงานราชการ ภาคเอกชน และชมุ ชน
1.3 สร้างความตระหนักรู้ เผยแพร่ และปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องและ
เป็นจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณของ
พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ เพื่อก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุขในบริบทของไทย
นโยบายท่ี 2 : การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของ
ประเทศ
2.1 รักษาและป้องกันอธิปไตยและความม่ันคงภายในของประเทศ ท้ังทางบก ทางทะเล
ทางอากาศ รวมทั้งป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามต่าง ๆ และภัยคุกคาม รูปแบบใหม่ โดยมุ่งเน้นการสร้างอํานาจ
กําลังรบท่ีมีตัวตนและไม่มีตัวตนให้เข้มแข็ง การพัฒนาระบบเตรียมความพร้อมแห่งชาติ ระบบงานข่าวกรอง การ
จัดการข้อมูลที่เป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านความมั่นคง รวมทั้งพัฒนาระบบการ
บริหารจัดการความม่ันคงแบบองค์รวมให้มีความพร้อมในการรักษาอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และร่วมพัฒนา
ประเทศในดา้ นต่าง ๆ
2.2 ปลูกจิตสำนึก เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีความเป็นชาติไทย การมีจิตสาธารณะและการมีส่วน
ร่วมทำประโยชน์ให้ประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ ความสามัคคีปรองดองและความเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ระหว่าง
กันของประชาชน โดยสถาบันการศึกษาสอดแทรกการปลูกฝังวินัยของคนในชาติ หลักคิดที่ถูกต้อง สร้างค่านิยม
“ประเทศไทยสำคัญที่สุด” การเคารพกฎหมายและกติกาของสังคม ปรับสภาพแวดล้อมท้ังภายในและภายนอก
สถานศกึ ษาให้เออ้ื ตอ่ การมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และจติ สาธารณะ
54
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
2.3 พัฒนาและเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง
เป็นประมุขที่มีธรรมาภิบาล ความรักชาติ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักการเมือง
มีคุณภาพ เป็นคนดีมีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าส่วนตน เพื่อให้การ
บริหารราชการแผ่นดนิ เอื้ออำนวยต่อการพฒั นาประเทศใหม้ ีความเจริญกา้ วหน้าอย่างม่ันคง
2.4 สร้างความสงบและความปลอดภัยตั้งแต่ระดับชุมชน โดยกำหนดให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
เฝ้าระวัง ดูแล และรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ความสงบสุขของประชาชน
และปัญหายาเสพติดในระดับชุมชนและหมู่บ้าน อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้ประชาชนมสี ่วนร่วมกับภาครฐั ใน
การสรา้ งความปลอดภยั ในพ้นื ท่ี
2.5 แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ปราบปรามแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ของรัฐท่ีเกี่ยวข้อง
อยา่ งเด็ดขาด ป้องกันเส้นทางการนำเข้าส่งออกโดยร่วมมือกับประเทศเพ่ือนบา้ น การลดจำนวนผูค้ ้าและผู้เสพราย
ใหม่ และให้ความรู้เยาวชนถึงภัยยาเสพติดอย่างต่อเน่ือง รวมทั้งฟ้ืนฟู ดูแล รักษาผู้เสพผ่านกระบวนการทาง
สาธารณสุข
นโยบายท่ี 3 : การทำนุบำรุงศาสนา ศลิ ปะและวฒั นธรรม
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยม และวัฒนธรรม
ท่ีดี รวมท้ังการทำนุบำรุงศาสนา การอนุรักษ์ ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรมไทย และการยอมรับ ประเพณี วัฒนธรรม
ทีด่ ีทมี่ คี วามหลากหลาย เพ่อื สรา้ งสงั คมให้มคี ณุ ภาพ คณุ ธรรม และอยูร่ ว่ มกนั ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ ดังนี้
3.1 ส่งเสริมวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ โดยอนุรักษ์ ฟ้ืนฟู และเผยแพร่ประวัติศาสตร์
วัฒนธรรม ขนบธรรมเนยี ม ศลิ ปะ ประเพณี ภูมิปัญญา ภาษาไทย และภาษาถิ่นท่ีมีอตั ลักษณ์และความหลากหลายผ่าน
ช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของชาติ พร้อมท้ังสนับสนุนการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมและ
ภูมิปัญญาไทย เพื่อกระตุ้นกระแสนิยมวัฒนธรรมไทย พัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
อยา่ งเหมาะสม
3.2 ปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดีทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม กตัญญู ความซื่อสัตย์
การมีวินัย เคารพกฎหมาย มีจิตสาธารณะและการมีส่วนร่วมทำประโยชน์ให้ประเทศ และเป็นพลเมืองท่ีดี โดยส่งเสริม
ให้สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชนเป็นฐานในการบ่มเพาะ ส่งเสริมให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกจิ อย่างมีธรร
มาภบิ าล ให้ส่ือมีบทบาทกระตุ้นและสร้างความตระหนักในค่านยิ มท่ีดี รวมถงึ ผลิตส่ือที่มีคณุ ภาพและมีความรับผิดชอบ
และเปดิ พนื้ ทีส่ าธารณะให้ประชาชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์
3.3 ทำนุบำรุงศาสนาให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมสถาบันศาสนาทุกศาสนาให้มีบทบาทในการเผย
แผ่หลักคำสอนที่ดีงาม ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต จิตใจ
และพัฒนาสังคมให้มีความสามัคคี ปรองดอง และยั่งยืน และให้พุทธศาสนิกชนเข้าถึงแก่นแท้คำสอนของ
พระพทุ ธเจ้าและสามารถนำมาปฏิบัตใิ นชวี ิตประจำวันได้
55
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3.4 สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ของประเทศเพื่อนบ้าน
ยอมรับและเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์ุ และชาวต่างชาติท่ีมีความหลากหลาย ในลักษณะพหุ
สงั คมทีอ่ ยูร่ ่วมกัน โดยสนบั สนุนการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศควบค่กู ับการส่งเสริม สรา้ งสรรคง์ านศิลปวัฒนธรรมที่
เป็นสากล เพ่อื การเปน็ สว่ นหนงึ่ ของประชาคมโลก
นโยบายท่ี 8 : การปฏริ ปู กระบวนการเรยี นรแู้ ละการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทกุ ชว่ งวัย
8.1 สง่ เสรมิ การพฒั นาเด็กปฐมวยั
8.1.1 จัดให้มีระบบพัฒนาเด็กแรกเกิดอย่างต่อเน่ืองจนถึง เด็กวัยเรียนให้มีโอกาสพัฒนา
ตามศักยภาพ เพ่ือสรา้ งคนไทยท่ีมีพัฒนาการเตม็ ตามศักยภาพผ่านครอบครัวที่อบอุ่นในทุกรูปแบบครอบครัว เพ่ือ
ส่งต่อการพั ฒ น าเด็กไท ยให้ มีคุณ ภ าพ สู่ก ารพั ฒ นาใน ระยะถัดไป บ น ฐาน การให้ความช่วยเห ลือ
ท่ีคำนึงถึงศักยภาพของครอบครัวและพื้นท่ี เตรียมความพร้อมการเป็นพ่อแม่ ความรู้เร่ืองโภชนาการและสุขภาพ
การอบรมเล้ียงดู การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยผ่านการให้บริการสาธารณะที่เก่ียวข้อง โดยเฉพาะการ
ยกระดับคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยท่ัวประเทศให้ได้มาตรฐาน และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทาง
การศกึ ษาและผู้ดแู ลเดก็ ปฐมวยั ใหส้ ามารถจัดการศกึ ษาได้อย่าง มคี ณุ ภาพ
8.1.2 ส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยคำนึงถึงพหุปัญญาท่ีหลากหลายของเด็กแต่ละ
คนให้ได้รบั การส่งเสรมิ และพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ ผ่านการออกแบบ การจัดการเรียนรู้ท่เี ชอ่ื มโยงกับระบบ
โรงเรยี นปกติที่เป็นระบบและมีทิศทางทชี่ ดั เจน
8.2 พัฒนาบัณฑิตพนั ธใ์ุ หม่
8.2.1 ปรับรูปแบบการเรียนรู้และการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะ และอาชีพของคนทุกช่วงวัย
สำหรับศตวรรษที่ 21 โดยปรับโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย มีการนำเทคโนโลยีและการเรียนรู้ผ่าน
ประสบการณ์จรงิ เขา้ มามีส่วนในการจัดการเรียนการสอน และปรับระบบดึงดูด การคัดเลือก การผลิตและพัฒนา
ครู ที่นําไปสู่การมีครูสมรรถนะสูง เป็นครูยุคใหม่ที่สามารถออกแบบและจัดระบบการสร้างความรู้ สร้างวินัย
กระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโลกทัศน์มุมมองของเด็กและครูด้วยการสอนในเชิงแสดงความคิดเห็นให้มาก
ขน้ึ ควบคู่กบั หลักการทางวิชาการ
8.2.2 จัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน
ท้ังในส่วนฐานความรู้และระบบความคิดในลักษณะสหวิทยาการ และตรงกับความต้องการของประเทศ
ในอนาคต และเป็นผู้เรียนท่ีสามารถปฏิบัติได้จริงและสามารถกำกับการเรียนรู้ของตนเองได้ รวมถึงมีทักษะด้าน
ภาษาอังกฤษและภาษาที่สามที่สามารถส่ือสารและแสวงหาความรู้ได้ มีค วามพร้อมท้ังทักษะความรู้
ทักษะอาชีพ และทักษะชีวติ กอ่ นเขา้ สตู่ ลาดแรงงาน
8.3 พัฒนาอาชีวะ พัฒนาคุณภาพวิชาชีพ และพัฒนาแรงงานรองรับอุตสาหกรรม 4.0
โดยการจัดระบบและกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนท่ีชัดเจนเป็นระบบในการพัฒนา
กำลังคนท่ีมีทักษะข้ันสูงให้สามารถนำความรู้และทักษะมาใช้ในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการสร้างและพัฒนา
นวัตกรรม ซึ่งต้องครอบคลุมการพัฒนากำลังคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมแล้ว กำลังคนท่ีกำลังจะเข้าสู่อุตสาหกรรม
และเตรียมการสำหรับผลติ กำลังคนในสาขาที่ขาดแคลน เพ่อื รองรับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยใี นอนาคต รวมทั้ง
56
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
เร่งรัด และขยายผลระบบคุณวุฒิวิชาชีพ การยกระดับฝีมือแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และ
อุตสาหกรรมทีใ่ ชแ้ รงงานเขม้ ขน้
8.4 ดึงดูดคนเก่งจากท่ัวโลกเข้ามาร่วมทำงานกับคนไทย และส่งเสริมผู้มีความสามารถสูง สนับสนุน
ให้ ธุ รกิ จช้ั น น ำใน ป ระเท ศดึ งดู ดบุ คคลท่ี มี ความสามารถระดั บ สู งจากท่ั วโลกโดยเฉพ าะคน ไท ย
เพื่อกลับมาเป็นผู้นำการเปล่ียนแปลงและถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญให้แก่บุคลากร
ในองค์กร ซ่ึงจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศ โดยในระยะแรกให้
ความสำคั ญ กั บการดึ งดู ดนั กวิจั ย ผู้ เช่ี ยวชาญ จากต่ างประเทศมาร่วมวิจั ยและพั ฒ นาเทคโนโลยี
ชั้นแนวหน้าในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมท้ังมีพื้นท่ีให้กลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษท่ีมีศักยภาพสูงได้ทำงาน
รว่ มกนั หรอื ร่วมกับ เครอื ข่ายอน่ื ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ ใหก้ ับประเทศ
8.5 วจิ ยั และพฒั นานวตั กรรมท่ีตอบโจทยก์ ารพฒั นาประเทศ
8.5.1 ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อขจัด ความเหลื่อมล้ำและความยากจน
ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคมและนวัตกรรมในเชิงพื้นที่ที่สามารถช่วย
แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสสำหรับผู้ด้อยโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยควบคู่ไปกับ
การพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมสำหรับโลกยุคดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 ตามความเหมาะสมได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยระยะแรกจะให้ ความส ำคั ญ กั บการส่ งเสริ มการวิ จั ยและพั ฒ นาด้ านสุ ขภาพของประชาชนอย่ างครบวงจร
ทั้งระบบยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และเทคโนโลยีท่ีทันสมัย
8.5.2 ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ขั้นสูง เพ่ือสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน สามารถตอบสนองต่อความเปล่ียนแปลง และสร้างความเป็นเลิศของ
ประเทศในอนาคต โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพ่ือนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจ กำหนดวาระการ
วจิ ัยแห่งชาติ ส่งเสริมความร่วมมือและการเป็นหุ้นส่วนของทุกฝ่ายท้ังภาครัฐ ภาคการศึกษา ชุมชน และภาคเอกชน ใน
ทุกสาขาการผลิตและบริการ สร้างสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบของระบบวิจัยและ การพัฒนานวัตกรรมให้เข้มแข็ง
รวมท้งั บูรณาการการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกับการนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นเชิงพาณชิ ย์
8.5.3 สร้างเครือข่ายการทำวิจัยระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ปฏิรูปและบูรณาการระบบ
การเรียนการสอนกับระบบงานวิจัยและพัฒนา ให้เอื้อต่อการเพ่ิ มศักยภาพด้านนวัตกรรมของประเทศ
เพื่อสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจไทยทุกระดับในเวทีการค้าโลก ส่งเสริมกระบวนการการทำงานของ
ภาครัฐและภาคเอกชนในการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมให้เป็นระบบเปิด และมีการ
บูรณาการการทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงระบบการศึกษากับภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างนักวิจัยมืออาชีพและนวัตกรที่สามารถสร้างมูลค่าเพ่ิมและยกระดับงานวิจัย สู่การ
เพ่ิมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ
8.6 ส่งเสรมิ การเรยี นรแู้ ละพฒั นาทกั ษะทกุ ช่วงวัย
8.6.1 มุ่งเน้นการพัฒนาโรงเรียนควบคู่กับการพัฒนาครู เพ่ิมประสิทธิภาพระบบบริหาร
จดั การศึกษาในทุกระดับบนพื้นฐานการสนับสนุนท่ีคำนึงถึงความจำเป็นและศักยภาพของสถาบันการศึกษาแต่ละ
แห่ง พรอ้ มทั้งจดั ใหม้ ีมาตรฐานขน้ั ต่ำของโรงเรียนในทุกระดับ และสรา้ งระบบวัดผลโรงเรียนและครูทสี่ ะทอ้ นความ
รับผดิ ชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน คืนครูให้นกั เรียนโดยลดภาระงานทีไ่ ม่จำเป็น รวมถงึ จัดใหม้ ีระบบฐานข้อมูล
57
แผนพฒั นาการศึกษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการเช่ือมโยงหรือส่งต่อข้อมูลครอบครัวและผู้เรียนระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ
ตั้งแต่แรกเกิดจนถงึ การพัฒนาตลอดช่วงชีวติ ตลอดจนพัฒนาชอ่ งทางให้ภาคเอกชนมีสว่ นร่วมในการจัดการศกึ ษา
และการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ
8.6.2 พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการนำ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสร้างสรรค์ท่ีเหมาะสมมาใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์แบบเปิดท่ีหลากหลาย เพ่ือ
สง่ เสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจและเหมาะสมกับช่วงวัย ตลอดจนพฒั นาแหล่งเรยี นรู้และอทุ ยานการ
เรียนรู้สำหรับเยาวชนที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับวิถีชีวิต และส่งเสริมการเรียนการสอนที่เหมาะสมสำหรับผู้ท่ีเข้าสู่
สงั คมสงู วยั
8.6.3 ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยบูรณาการการดําเนินงานระหว่างหน่วยจัด
การศึกษากับกองทุนเพ่ือความเสมอภาคทางการศึกษา มุ่งเน้นกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและกลุ่มเด็กนอกระบบ
การศึกษา ปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความจําเป็นของผู้เรียนและลักษณะพ้ืนที่ของ
สถานศึกษา จัดระบบโรงเรยี นพ่ีเลยี้ ง จับคูร่ ะหวา่ งโรงเรยี นขนาดใหญ่ทีม่ ีคณุ ภาพการศึกษาดีกับโรงเรียนขนาดเล็ก
เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และการส่งเสริมให้ภาคเอกชน ชุมชนในพ้ืนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ
การศึกษาในพ้ืนที่ สนับสนุนเด็กท่ีมีความสามารถแต่ไม่มีทุนทรัพย์เป็นกรณีพิเศษ ตลอดจนแกไ้ ขปัญหาหนี้สนิ ทาง
การศึกษา โดยการปรับโครงสร้างหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และทบทวนรูปแบบการให้กู้ยืมเพื่อ
การศึกษาทเ่ี หมาะสม
8.6.4 พัฒนาทักษะอาชีพทุกช่วงวัย โดยกำหนดระบบท่ีเอื้อต่อการพัฒนาทักษะและเพิ่ม
ประสิทธภิ าพของทกุ ช่วงวัย อาทิ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เช่ือมโยงกับระบบคุณวุฒิวิชาชพี โดยมี
กลไกการวัดและประเมินผลเพ่ือเทียบโอนความรู้และประสบการณ์หน่วยการเรียนท่ีชัดเจน ส่งเสริมเยาวชนท่ีมี
ศักยภาพด้านกีฬาให้สามารถพัฒนาไปสู่นักกีฬาอาชีพ การกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงาน การจัดให้มีระบบท่ี
สามารถรองรับความต้องการพัฒนาปรับปรุงทักษะอาชีพของทุกช่วงวัย เพ่ือรองรับการเปลี่ยนสายอาชีพ ให้ตรง
กบั ความตอ้ งการของตลาดแรงงานที่อาจจะเปล่ยี นไปตามแนวโน้มความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในอนาคต
8.6.5 ส่งเสริมหลักคดิ ทีถ่ ูกต้อง โดยสอดแทรกการปลกู ฝังวินยั และอดุ มการณ์ทีถ่ ูกตอ้ งของ
คนในชาติ หลักคิดท่ีถูกต้องด้านคุณธรรม จริยธรรม การมีจิตสาธารณะ การเคารพกฎหมาย และกติกาของสังคม
เขา้ ไปในทุกสาระวิชาและในทุกกิจกรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกลไกสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวใน
ทุกมิติอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ปรับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาให้เอื้อต่อการมี
คุณธรรม จริยธรรม และจติ สาธารณะ รวมท้ังลงโทษผู้ละเมิดบรรทัดฐานทด่ี ีทางสงั คม ตลอดจนสง่ เสรมิ ใหเ้ กิดการ
มีสว่ นร่วมของประชาชนในการขบั เคลื่อนประเทศ
8.7 จัดทำระบบปริญญาชุมชนและการจัดอบรมหลักสูตรระยะส้ัน เน้นออกแบบหลักสูตรระยะ
ส้ันตามความสนใจ พัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันและทักษะอาชีพของคนทุกช่วงวัยในพ้ืนที่
และชุมชนเป็นหลัก พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการพัฒนาเป็นรูปแบบธนาคารหน่วยกิต ซ่ึงเป็นการเรียนเก็บหน่วยกิ
ตของวิชาเรียนเพ่ือให้ผู้เรียนสามารถเรียนข้ามสาขาวิชาและข้ามสถาบันการศึกษา หรือทำงานไปพร้อมกัน หรือ
เลือกเรียนเฉพาะหลักสูตรที่สนใจ เพ่ือสร้างโอกาสของคนไทยทุกช่วงวัยและทุกระดับสามารถพัฒนาตนเองทั้งใน
ดา้ นการศึกษาและการดำรงชวี ติ
58
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
นโยบายท่ี 12 : การปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมชิ อบ และ กระบวนการยตุ ิธรรม
12.1 แกไ้ ขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยจดั ให้มีมาตรการและระบบเทคโนโลยีนวัตกรรม
ที่ช่วยป้องกันและลดการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างจริงจังและเข้มงวด รวมท้ังเป็นเคร่ืองมือในการติดตามการ
แก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเป็นระบบ พร้อมท้ังเร่งสรา้ งจติ สำนกึ ของคนในสังคมให้ยึดมั่นในความ
ซื่อสัตย์ สุจริต ถูกต้อง ชอบธรรม และสนับสนุนทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและเฝ้าระวังการ
ทุจรติ ประพฤติมิชอบ
12.2 ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยส่งเสริมให้มีรูปแบบการลงโทษอื่น ที่ไม่ใช่โทษอาญา
ตามหลักสากล มุ่งเน้นยกระดับการพัฒนาระบบ แก้ไข บำบัด ฟื้นฟูผู้กระทำผิด ส่งเสริม ปกป้อง คุ้มครองสิทธิ
มนุษยชน พัฒนาประสิทธิภาพระบบการสืบสวนสอบสวน ด้านการปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ กำหนดมาตรการ
คุ้มครองเจ้าหน้าท่ีของรัฐในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงำใด ๆ
พร้อมทั้ งบู รณ าการหน่ วยงานท่ี เก่ี ยวข้ องในกระบวนการยุ ติ ธรรมให้ ด ำเนิ นงานสอดประสานกั น
อย่างเป็นองคาพยพ เพ่ือให้สามารถจัดการกับข้อขัดแย้งและกรณีพิพาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการทำงานเชิง
รกุ รวมทั้งพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถอำนวยความยุติธรรมได้อย่างเป็นธรรม เสมอภาค โปร่งใส
รวดเร็ว ท่ัวถึง และปราศจากการเลือกปฏิบัติ สร้างความเช่ือมั่นในกระบวนการยุติธรรมได้ และสร้างสังคมท่ีพัฒนา
อย่างเป็นธรรม ลดความเหล่ือมล้ำ เกิดความเสมอภาคและเท่าเทียม พร้อมท้ังผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัล
และนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกฎหมาย พัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพ่ือให้
การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นธรรม รวมท้ังให้ความช่วยเหลือทาง
กฎหมายที่จำเป็นและเหมาะสมแก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวกและ
รวดเรว็
นโยบายเร่งด่วน 12 ดา้ น
นโยบายที่ 1 การแก้ไขปญั หาในการดำรงชวี ติ ของประชาชน
นโยบายที่ 2 การปรับปรุงระบบสวัสดกิ ารและพฒั นาคุณภาพชวี ิตของประชาชน
นโยบายที่ 3 มาตรการเศรษฐกิจเพือ่ รองรบั ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
นโยบายท่ี 4 การใหค้ วามชว่ ยเหลือเกษตรกรและพฒั นานวตั กรรม
นโยบายที่ 5 การยกระดับศกั ยภาพของแรงงาน
นโยบายท่ี 6 การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต
นโยบายท่ี 7 การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษท่ี 21
นโยบายท่ี 8 การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมือง และ
ฝ่ายราชการประจำ
นโยบายที่ 9 การแก้ไขปัญหายาเสพตดิ และสร้างความสงบสขุ ในพ้นื ทีช่ ายแดนภาคใต้
นโยบายที่ 10 การพฒั นาระบบการให้บริการประชาชน
นโยบายที่ 11 การจัดเตรยี มมาตรการรองรบั ภัยแล้งและอทุ กภยั
นโยบายที่ 12 การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความเห็นของประชาชน และการดำเนินการเพื่อ
แกไ้ ขเพิ่มเติมรฐั ธรรมนญู
59
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
โดยกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนเกี่ยวข้องกับ นโยบายรัฐบาลข้อท่ี 7 การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่
21 ซ่งึ มรี ายละเอียดดงั นี้
นโยบายที่ 7 : การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21
โดยสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ ในระบบดิจิทัล ปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้มุ่งสู่ระบบ
การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ด้านวิศวกรรม คณิตศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ และภาษาต่างประเทศ ส่งเสริม
การเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพในทุกตำบล ส่งเสริมการ
พฒั นาหลักสูตรออนไลน์ของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อแบ่งปนั องค์ความรู้ของสถาบันการศึกษาสู่สาธารณะ เช่อื มโยง
ระบบการศึกษากับภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ สร้างนักวิจัยใหม่และนวัตกรเพื่อเพ่ิมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและ
นวัตกรรมของประเทศ สร้างความรู้ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อออนไลน์ และโครงข่ายสังคมออนไลน์ของ
คนไทย เพ่ือป้องกันและลดผลกระทบในเชิงสังคม ความปลอดภัย อาชญากรรมทางไซเบอร์ และสามารถใช้เทคโนโลยี
เป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง การสร้างความสมานฉันท์ และความสามัคคีในสังคม รวมทั้ง
ปลกู ฝงั คุณธรรม จริยธรรมทีจ่ ำเป็นในการดำเนินชวี ติ
3.3 เปา้ หมายการพัฒนาที่ย่งั ยนื (Sustainable Development Goals : SDGs) SDGs
เป้ าห มายการพั ฒ นาท่ี ยั่ งยื น (Sustainable Development Goals : SDGs) SDGs เป็ น เป้ าห มาย
ท่ีประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ จำนวน 193 ประเทศ ได้ลงมติรับรองในการประชุมสมัชชาใหญ่
แห่งสหประชาชาติ ในปี พ.ศ. 2558 โดยจะใช้เป็นวาระแห่งการพัฒนาของโลกในอีก 15 ปีข้างหน้า (ค.ศ.2016 – 2030)
มีทั้งหมด 17 เป้าหมาย โดยเป้าหมายด้านการศึกษา คือ เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกัน ว่าทุกคน
มีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต แผนการ
ศกึ ษาแห่งชาติจึงต้องพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของประเทศ เพื่อสร้างหลักประกนั ว่า เด็ก
ปฐมวัยทุกคนจะไดร้ ับการเตรยี มความพร้อมก่อนเข้าเรยี นประถมศึกษา ทุกคนสำเรจ็ การศึกษาระดับประถมศึกษา
และมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพและมีผลลัพธ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิผล ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับ
อาชีวศึกษาและอุดมศึกษาด้วยค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมและมีคุณภาพ กำลังแรงงานมีทักษะที่จำเป็น รวมถึงทักษะ
ทางเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่ดีและการเป็นผู้ประกอบการ กลุ่มผู้พิการและด้อยโอกาส
เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียม มีการเพ่ิมจำนวนครูที่มีคุณภาพ เพ่ือการศึกษาสำหรับ
การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการมีวิถีชวี ิตท่ยี ง่ั ยนื
การดำเนินการในส่วนของประเทศไทยน้ัน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ (สศช.) ไดร้ ับมอบหมายให้เปน็ หน่วยรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืนรว่ มกับ
ส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ในรูปแบบผู้แทนส่วนราชการ และหน่วยงานต่าง ๆ เป็นกรรมการ และมีการ
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ภายใต้ กพย. ได้แก่ 1) คณะอนุกรรมการขับเคล่ือนเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน
2) คณะอนุกรรมการส่งเสริมความเข้าใจและประเมินผลการพฒั นาท่ีย่ังยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และ 3) คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการพัฒนาท่ีย่ังยืน และมีการแต่งตั้ง
คณะทำงานต่าง ๆ ภายใต้คณะอนุกรรมการ ทั้ง 3 คณะ ทั้งน้ี กพย. ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับ
มอบหมายให้เปน็ หน่วยงานรับผิดชอบหลักในเป้าหมายที่ 4 และมีหน่วยงานอื่นมีบทบาทเป็นหน่วยงานสนับสนุน
60
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนด้านการศึกษาเพ่ือ
รับผิดชอบ (1) กำหนดนโยบายและอำนวยการขับเคล่ือนเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนด้านการศึกษา (2) กำหนด
เป้าหมายและตัวชี้วัดการพัฒนาที่ยั่งยืนในเป้าหมายท่ี 4 และเป้าหมายอื่นๆ ที่เก่ียวข้องกับด้านการศึกษา ท่ี
สอดคล้องกับบริบทการศึกษาและแนวทางการจัดการศึกษาของประเทศ (3) จัดทำ Roadmap การขับเคลื่อน
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในเป้าหมายที่ 4 (4) ให้คำปรึกษาและกำหนดกรอบการติดตามประเมิน และการ
รายงานผลการดำเนินงานการขบั เคล่ือนเป้าหมายการพัฒนาที่ย่งั ยืนในเป้าหมายท่ี 4 และเป้าหมายอื่นที่เก่ียวข้อง
กับการศึกษา และ (5) ทำหน้าที่กำกับ ติดตามการดำเนินการขับเคล่ือนเป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนด้านการศึกษา
ของสว่ นราชการและหน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้องให้เป็นไปตาม Roadmap
ตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนด้านการศึกษา เป้าหมายท่ี 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคน
มีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ซ่ึงประกอบด้วย 10 เป้าประสงค์ โดยมี 2 เป้าประสงค์ท่ีถูกจัดลำดับให้อยู่ในเป้าประสงค์การพัฒนาท่ีย่ังยืนท่ีมี
ความสำคญั 30 ลำดบั แรก ได้แก่
เป้าประสงค์ท่ี 4.1 (SDG 4.1) : สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนสำเร็จ
การศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และไม่มีค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการ
เรียนท่มี ปี ระสิทธผิ ล ภายในปี พ.ศ.2573
เป้าประสงค์ที่ 4.2 (SDG 4.2) : สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึงการ
พัฒนา การดูแล และการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา สำหรับเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ ภายในปี 2573
เพอ่ื ให้เดก็ เหลา่ น้ันมีความพรอ้ มสำหรับการศึกษาระดบั ประถมศกึ ษา
ภาพประกอบที่ 9 แผนภาพเปา้ หมายการพัฒนาทยี่ ั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)
61
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3.4 แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 – 2579)
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 เป็นแผนท่ีวางกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษาของ
ประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนา
ระบบการบริหารจัดการศึกษาท่ีมีประสิทธิภาพ พัฒนาคนให้มีสมรรถนะในการทำงานท่ีสอดคล้องกับความต้องการของ
ตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ แนวคิดการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลักสำคัญในการ
จัดการศึกษาประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาเพ่ือปวงชน (Education for All) หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่า
เทียม และท่ัวถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการ
มีส่วนร่วมของสังคม (All For Education) อีกท้ังยึดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development
Goals : SDGs 2030) ประเด็นภายในประเทศ (Local Issues) อาทิ คุณภาพของคนช่วงวัย การเปล่ียนแปลงโครงสร้าง
ประชากรของประเทศ ความเหล่ือมล้ำของการกระจายรายได้ และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยนำยุทธศาสตร์ชาติมา
เป็นกรอบความคิดสำคัญในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ โดยมสี าระสำคญั ดังน้ี
วิสัยทัศน์ : คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข
สอดคลอ้ งกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และเปลีย่ นแปลงของโลกศตวรรษท่ี 21
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือพฒั นาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มคี ุณภาพและมปี ระสทิ ธิภาพ
2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติ
ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแหง่ ชาติ และยทุ ธศาสตรช์ าติ
3. เพ่อื พัฒนาสงั คมไทยให้เปน็ สงั คมแหง่ การเรียนรู้ และคณุ ธรรม จริยธรรม รู้รักสามคั คี และร่วมมือ
ผนึกกำลังมงุ่ สกู่ ารพฒั นาประเทศอยา่ งย่งั ยนื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. เพ่ือนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศท่ีมีรายได้ปานกลาง และความเหล่ือมล้ำภายใน
ประเทศลดลง
แผนภาพที่ 10 กรอบแนวคิดแผนการศกึ ษาแห่งชาติ
62
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ภาพประกอบท่ี 10 กรอบแนวคิดแผนการศึกษาแหง่ ชาติ
ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ
ทง้ั 6 ยุทธศาสตร์ ดังน้ี
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจดั การศกึ ษาเพื่อความม่นั คงของสังคมและประเทศชาติ
เป้าหมาย แนวทางการพัฒนา
1. คนทุกชว่ งวยั มีความรักในสถาบันหลักของชาติ 1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมนั่ คงของ
และยึดม่ันการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย สถาบนั หลกั ของชาติและการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข อนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ
2. คนทกุ ชว่ งวัยในเขตพฒั นาพเิ ศษเฉพาะกิจ 2. ยกระดบั คุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศกึ ษา
จังหวดั ชายแดนภาคใตแ้ ละพ้ืนทีพ่ ิเศษได้รับ ในเขตพฒั นาพิเศษเฉพาะกจิ จังหวดั ชายแดนภาคใต้
การศึกษาและเรยี นรอู้ ย่างมีคุณภาพ 3. ยกระดับคณุ ภาพและสง่ เสรมิ โอกาสในการเข้าถึงการศกึ ษา
3. คนทุกช่วงวัยไดร้ ับการศึกษา การดแู ลและ ในพน้ื ที่พิเศษ (พ้นื ทส่ี ูงพืน้ ที่ตามแนวตะเขบ็ ชายแดน และ
ป้องกันจากภัยคกุ คามในชีวติ รปู แบบใหม่ พน้ื ท่ีเกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ท้ังกลุม่ ชนต่างเชอ้ื ชาติ ศาสนา
และวฒั นธรรม กลมุ่ ชน-ชายขอบ และแรงงานต่างดา้ ว)
4. พัฒนาการจัดการศึกษาเพ่ือการจัดระบบการดูแลและป้องกนั
ภยั คุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมและความรุนแรงใน
รปู แบบตา่ งๆ ยาเสพตดิ ภยั พิบตั ิจากธรรมชาติ ภัยจากโรค
อบุ ตั ใิ หม่ ภัยจากไซเบอร์ เปน็ ตน้
ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การผลติ และพฒั นากำลงั คน การวจิ ยั และนวัตกรรมเพ่ือสร้างขีดความสามารถในการแขง่ ขัน
ของประเทศ
เปา้ หมาย แนวทางการพฒั นา
1. กำลงั คนมีทกั ษะทส่ี ำคญั จำเป็นและ 1. ผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในสาขาท่ีตรง
มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาด ตามความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนา
งานและการพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมของ เศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศ
ประเทศ 2. ส่งเสริมการผลติ และพฒั นากำลังคนที่มคี วามเชีย่ วชาญ
2. สถาบันการศึกษาและหนว่ ยงานท่จี ัด และเป็นเลิศเฉพาะดา้ น
การศึกษาผลิตบัณฑติ ทม่ี ีความเช่ียวชาญและ 3. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพ่ือสร้างองค์ความรู้และ
เป็นเลิศเฉพาะดา้ น นวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมลู ค่าเพ่มิ ทางเศรษฐกจิ
3. การวิจัยและพฒั นาเพ่ือสร้างองค์ความรู้และ
นวัตกรรมทสี่ ร้างผลผลิตและมูลคา่ เพิ่มทาง
เศรษฐกิจ
63
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 การพฒั นาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
เปา้ หมาย แนวทางการพฒั นา
1. ผู้เรยี นมีทกั ษะและคุณลักษณะพื้นฐานของ 1. ส่งเสรมิ สนับสนุนให้คนทุกชว่ งวัยมีทกั ษะ ความรู้
พลเมืองไทยและทักษะและคุณลกั ษณะท่ี ความสามารถ และการพฒั นาคณุ ภาพชีวิตอยา่ ง
จำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 เหมาะสม เต็มตามศกั ยภาพในแตล่ ะช่วงวยั
2. คนทุกชว่ งวัยมีทักษะความรคู้ วามสามารถและ 2. ส่งเสริมและพฒั นาแหล่งเรยี นรู้ ส่อื ตำราเรียน และ
สมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและ สอื่ การเรียนรตู้ ่างๆ ให้มีคุณภาพมาตรฐาน และ
มาตรฐานวชิ าชีพ และพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ได้ ประชาชนสามารถเขา้ ถึงแหล่งเรยี นรู้ได้โดยไม่จำกดั
ตามศกั ยภาพ เวลาและสถานท่ี
3. สถานศกึ ษาทุกระดบั การศึกษาสามารถจดั 3. สรา้ งเสรมิ และปรับเปลีย่ นคา่ นิยมของคนไทย
กจิ กรรม/กระบวนการเรยี นรู้ตามหลักสูตรได้ ใหม้ วี นิ ยั จติ สาธารณะ และพฤติกรรมทพี่ ึงประสงค์
อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน 4. พัฒนาระบบและกลไกการติดตาม การวดั และ
4. แหลง่ เรยี นรู้ ส่ือตำราเรยี น นวตั กรรมและส่ือ ประเมินผลผเู้ รียนให้มีประสทิ ธิภาพ
การเรยี นรมู้ ีคุณภาพและมาตรฐาน และ 5. พัฒนาคลงั ข้อมลู ส่อื และนวัตกรรมการเรียนรู้ ท่ีมี
ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไมจ่ ำกัดเวลา คุณภาพและมาตรฐาน
และสถานที่ 6. พัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการผลิตครู อาจารย์
5. ระบบและกลไกการวดั การติดตามและ และบุคลากรทางการศึกษา
ประเมินผลมปี ระสทิ ธิภาพ 7. พฒั นาคณุ ภาพครู อาจารย์ และบุคลากรทางการ
6. ระบบการผลิตครู อาจารย์ และบคุ ลากร ศกึ ษา
ทางการศกึ ษาได้มาตรฐานระดบั สากล
ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษา
ได้รบั การพฒั นาสมรรถนะตามมาตรฐาน
ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา
เปา้ หมาย แนวทางการพฒั นา
1. ผู้เรยี นทกุ คนได้รับโอกาสและความเสมอภาค 1. เพมิ่ โอกาสและความเสมอภาคในการเขา้ ถึง
ในการเขา้ ถึงการศกึ ษาที่มีคณุ ภาพ การศกึ ษาที่มคี ณุ ภาพ
2. การเพ่ิมโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยี 2. พฒั นาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพือ่ การศึกษาสำหรบั
ดิจทิ ลั เพือ่ การศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวยั คนทกุ ชว่ งวัย
3. ระบบข้อมูลรายบคุ คลและสารสนเทศทางการ 3. พัฒนาฐานข้อมลู ด้านการศกึ ษาทม่ี ีมาตรฐาน
ศึกษาทีค่ รอบคลุม ถกู ต้อง เป็นปัจจุบัน เพอื่ เช่ือมโยงและเขา้ ถึงได้
การวางแผนการบริหารจดั การศกึ ษา การ
ติดตามประเมนิ และรายงานผล
64
แผนพัฒนาการศึกษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคณุ ภาพชีวิตท่ีเป็นมติ รกับสิ่งแวดล้อม
เป้าหมาย แนวทางการพฒั นา
1. คนทกุ ช่วงวัย มจี ติ สำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม 1. ส่งเสรมิ สนบั สนนุ การสรา้ งจิตสำนึกรักษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
มคี ุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลัก มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคดิ ตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งส่กู ารปฏบิ ตั ิ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงส่กู ารปฏบิ ตั ใิ นการ
2. หลักสตู ร แหล่งเรียนรู้ และสือ่ การเรียนรู้ ดำเนินชีวติ
ทส่ี ่งเสรมิ คณุ ภาพชีวติ ทเ่ี ป็นมิตรกบั สิ่งแวดล้อม 2. ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และการนำแนวคดิ ตาม แหล่งเรียนรู้ และสือ่ การเรยี นรู้ตา่ งๆ ท่เี กี่ยวข้องกบั
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสกู่ ารปฏิบตั ิ การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตทีเ่ ป็นมิตร
3. การวิจัยเพอ่ื พฒั นาองค์ความรู้และนวตั กรรม กบั สงิ่ แวดลอ้ ม
ดา้ นการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตทเี่ ปน็ มิตรกับ 3. พัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม
สง่ิ แวดล้อม ด้านการสร้างเสริมคุณภาพชวี ิตที่เปน็ มิตรกับ
สิ่งแวดล้อม
ยุทธศาสตรท์ ี่ 6 การพฒั นาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศกึ ษา
เป้าหมาย แนวทางการพฒั นา
1. โครงสร้าง บทบาทและระบบการบริหาร 1. ปรับปรงุ โครงสร้างการบรหิ ารจัดการศึกษา
จัดการการศกึ ษามคี วามคล่องตัว ชัดเจนและ 2. เพิ่มประสิทธิภาพการบรหิ ารจดั การสถานศึกษา
สามารถตรวจสอบได้ 3. ส่งเสริมการมสี ่วนร่วมของทกุ ภาคสว่ น
2. ระบบการบรหิ ารจดั การศึกษามปี ระสทิ ธภิ าพ ในการจดั การศกึ ษา
และประสิทธผิ ลส่งผลตอ่ คุณภาพและ 4. ปรบั ปรงุ กฎหมายเก่ียวกับระบบการเงิน
มาตรฐานการศึกษา เพ่ือการศึกษาทส่ี ่งผลตอ่ คุณภาพและประสิทธภิ าพ
3. ทกุ ภาคสว่ นของสงั คมมสี ว่ นร่วมในการจดั การจดั การศึกษา
การศกึ ษาทตี่ อบสนองความต้องการของ 5. พัฒนาระบบบรหิ ารงานบุคคลของครู อาจารย์ และ
ประชาชนและพน้ื ที่ บุคลากรทางการศึกษา
4. กฎหมายและรปู แบบการบรหิ ารจดั การ
ทรัพยากรทางการศึกษารองรับลกั ษณะ
ที่แตกต่างกันของผเู้ รยี น สถานศึกษา และ
ความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ
5. ระบบบรหิ ารงานบคุ คลของครู อาจารย์ และ
บคุ ลากรทางการศึกษามคี วามเป็นธรรม
สร้างขวัญกำลงั ใจ และส่งเสรมิ ใหป้ ฏบิ ัตงิ าน
ได้อย่างเต็มตามศักยภาพ
65
แผนพัฒนาการศึกษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3.5 นโยบายสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ได้กำหนดนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) และแผน
ปฏิ รู ป ป ระเทศด้ านการศึ กษากำห นด ให้ มี การพั ฒ นาเด็ กต้ั งแต่ ระดั บ ป ฐมวั ยให้ มี สมรรถ น ะและคุ ณ ลั กษณ ะ
ที่ดี สมวัยทุกด้าน โดยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ท่ีตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 ตระหนักถึงพหุ
ปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย มีเป้าหมายให้ผู้เรียนทุกกลุ่มวัยได้รับการศึกษาท่ีมีคุณภาพตามมาตรฐาน
มีทักษะท่ีจำเป็นของโลกอนาคต สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว ส่ือสาร และทำงานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีประสิทธิผล
มีวินัย มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต รวมท้ังเป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบและ
มีจิตสาธารณะ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาข้ันพื้นฐาน ให้เป็น “การศึกษา
ข้นั พ้ืนฐานวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ” มุ่งเน้นความปลอดภัยในสถานศึกษา ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาท่ีมีคุณภาพอย่างเท่า
เทียม และบริหารจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 ดังน้ี
1. ด้านความปลอดภัย
พัฒนาระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และ
สถานศึกษา จากภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ
ทด่ี ี สามารถปรบั ตัวตอ่ โรคอุบตั ใิ หมแ่ ละโรคอุบตั ิซำ้
2. ดา้ นโอกาส
2.1 สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยได้เข้าเรียนทุกคน มีพัฒนาที่ดี ท้ังทางร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์
สังคม และสตปิ ัญญา ให้สมกับวยั
2.2 ดำเนินการ ให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาจนจบการศึกษาข้ันพื้นฐาน อย่างมีคุณภาพตาม
มาตรฐาน วางรากฐานการศึกษาเพ่ืออาชพี สามารถวิเคราะห์ตนเองเพ่ือการศกึ ษาต่อ และประกอบอาชีพตรงตาม
ศักยภาพและความถนัดของตนเอง รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษสู่ความเป็นเลิศ เพ่ือ
เพ่มิ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขับของประเทศ
2.3 พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนท่ีอยู่ในการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้ออก
จากระบบการศึกษา รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้ได้รับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
อยา่ งเทา่ เทียมกัน
2.4 ส่งเสริมให้เด็กพิการและผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาท่ีมีคุณภาพ มีทักษะ
ในการดำเนินชีวิต มีพื้นฐานในการประกอบอาชีพ พึ่งตนเองได้อย่างมีศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ ตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง
3. ดา้ นคณุ ภาพ
3.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรียนรู้และทักษะท่ีจำเป็นของโลกใน
ศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วน เป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครอง
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข มที ศั นคตทิ ี่ถกู ตอ้ งต่อบ้านเมือง
66
แผนพฒั นาการศึกษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3.2 พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ การคิดขั้นสูง นวัตกรรม
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ เพื่อเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเลือก
ศึกษาตอ่ เพ่ือการมงี านทำ
3.3 ปรับหลักสูตรเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่เน้นการพัฒนาสมรรถนะหลักที่จำเป็นในแต่ละ
ระดับ จัดกระบวนการเรยี นรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง รวมท้ังส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่สร้างสมดุลทุกด้าน ส่งเสริม
การจัดการศึกษาเพอ่ื พัฒนาพหุปญั ญา พฒั นาระบบการวัดและประเมนิ ผลผู้เรียนทุกระดบั
3.4 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นครูยุคใหม่ มีศักยภาพในการจัดการเรียน
การสอน ตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ มีทักษะในการปฏิบัติหน้าที่ได้ดี มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ดจิ ทิ ัล มกี ารพัฒนาตนเองทางวชิ าชีพอย่างต่อเน่ือง รวมท้งั มีจิตวญิ ญาณความเปน็ ครู
4. ด้านประสทิ ธิภาพ
4.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการโยใช้พื้นที่เป็นฐาน มีนวัตกรรมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนบน
ฐานขอ้ มลู สารสนเทศท่ีถกู ตอ้ ง ทันสมัย และการมสี ่วนร่วมของทกุ ภาคสว่ น
4.2 พัฒนาโรงเรียนมัธยมดีส่ีมุมเมือง โรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรยี นขนาดเล็กและโรงเรยี นท่ี
สามารถดำรงอยูไ่ ดอ้ ย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) ใหม้ คี ณุ ภาพอยา่ งย่งั ยืน สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของพ้ืนที่
4.3 บริหารจัดการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ท่ีมีจำนวนนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี
1 – 3 นอ้ ยกวา่ 20 คน ให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคณุ ภาพ สอดคลอ้ งกบั นโยบายโรงเรียนคณุ ภาพของชุมชน
4.4 สง่ เสริมการจัดการศกึ ษาท่ีมคี ณุ ภาพในสถานศกึ ษาที่มวี ัตถุประสงคเ์ ฉพาะ และสถานศึกษาท่ตี ้ัง
ในพน้ื ทลี่ กั ษณะพิเศษ
4.5 สนับสนุนพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษาให้เป็นต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเพ่ิม
ความคลอ่ งตัวในการบริหารและการจัดการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน
4.6 เพิ่มประสทิ ธภิ าพการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน
โดยมีสาระสำคญั ของแผนพฒั นาการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 ดงั น้ี
วิสัยทศั น์
สร้างคุณภาพทุนมนษุ ย์ สสู่ ังคมอนาคตทีย่ ่งั ยืน
พนั ธกิจ
1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และการปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ
2. จัดการศึกษาให้ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับความปลอดภัย จาก
ภยั พบิ ตั ิ ภยั คุกคามทุกรูปแบบ เพ่ือรองรบั วิถีชวี ิตใหม่
3. พัฒนาศักยภาพและคุณภาพผู้เรียนให้มสี มรรถนะตามหลกั สูตรและคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21
4. พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถและมีความเป็นเลิศทางวิชาการ เพ่ือสร้างขีดความ สามารถ
ในการแข่งขัน
67
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
5. สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษา อย่าง
ทว่ั ถงึ และเท่าเทียม
6. พัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นมืออาชีพ มีสมรรถนะด้านภาษา และการใช้
เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั
7. จัดการศกึ ษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และเปา้ หมายการพฒั นาทีย่ ั่งยนื (Sustainable Development Goals: SDGs)
8. พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาทุกระดับ และจัดการศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital
Technology)
เปา้ ประสงค์
1. ผู้เรียนทุกช่วงวัยในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดม่ัน
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าท่ี
อยา่ งมคี วามรบั ผดิ ชอบ มีจิตสาธารณะ มคี วามรักและความภูมใิ จในความเป็นไทย
2. ผู้เรียนทกุ ชว่ งวัยในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ได้รับการศึกษาท่ีมีคุณภาพ ตามมาตรฐาน สอดคลอ้ ง
กับศักยภาพ ให้เป็นผู้มีสมรรถนะและทักษะท่ีจำเป็นสำหรับอนาคต มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถ วางแผนใน
การศกึ ษาต่อเพอ่ื การมีงานทำ และสามารถปรับตวั ในการดำรงชวี ิตอย่ใู นสังคมอย่างมีความสขุ
3. ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับการดูแลความปลอดภัย จากภัยพิบัติ
และภัยคุกคามทุกรูปแบบ สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ และรองรับวิถีชีวิตใหม่ รวมถึง
การจดั สภาพแวดล้อมท่เี ออื้ ตอ่ การมสี ขุ ภาวะท่ีดี 16
4. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็ นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีสมรรถนะ ความรู้
ความเชยี่ วชาญ และจรรยาบรรณตามมาตรฐานวิชาชีพ
5. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพ่ือการบรรลุเป้าหมายการพัฒ นาอ ย่างย่ังยืน (Sustainable
Development Goals : SDGs) และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาครูให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เชื่อมโยงนโยบายด้านดิจิทัล
ของกระทรวงศึกษาธกิ าร และนโยบายด้านปญั ญาประดิษฐ์
6. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา สถานศึกษา มีสมดุลใน
การบริหารจัดการเชิงบูรณาการ มีการกำกับ ติดตาม ประเมินผล มีระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ และ
การรายงานผลอยา่ งเป็นระบบใช้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวตั กรรมในการขบั เคล่อื นคุณภาพการศึกษา
3.6 แผนพฒั นาการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2560 – 2579
แผนพัฒนาการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2560 – 2579 การอาชีวศึกษาเป็นการจัดการศึกษาในด้านวิชาชีพ
เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในระดับฝีมือ (ปวช.) ระดับเทคนิค (ปวส.) ระดับเทคโนโลยี (ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือ
สายปฏิบัติการ) และการฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งเป็นการเพิ่มพูนความรู้และทักษะอาชีพระยะส้ันและระยะยาว
ท่ีมีความสัมพันธ์สอดคล้องกับปรัชญาการอาชีวศึกษา กรอบมาตรฐานคุณวุฒิการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐาน
การอาชีพการอาชวี ศึกษาในแตล่ ะระดับ
68
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
วิสัยทัศน์ “ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ มีคุณธรรม คุณภาพ สอดคล้องกับ
ความตอ้ งการในการพัฒนาประเทศ”
พนั ธกิจ
1. ยกระดับคุณ ภาพและมาตรฐานการผลิตแล ะพัฒ นากำลังคนด้านวิชาชีพสอดคล้องกับ
ความตอ้ งการของสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระให้มีคุณภาพได้มาตรฐานในระดบั สากล
2. ขยายโอกาสการศกึ ษาวชิ าชพี ใหก้ บั ประชาชนทุกชว่ งวยั
3. เพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการอาชีวศึกษาภายใต้หลักธรรมาภิบาลโดยอาศัยเครือข่าย
ความร่วมมอื จากทุกภาคส่วน
4. พัฒนางานวิจัย ส่ิงประดิษฐ์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และสร้างองค์ความรู้เพื่อการจัดอาชีวศึกษาและ
พัฒนาวิชาชีพ
5. พฒั นาครูและบุคลากรอาชวี ศึกษาใหม้ ีคุณภาพด้วยวิธีทห่ี ลากหลาย
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ผลิตและพัฒนากำลังคนด้านวชิ าชีพใหม้ ีคุณธรรม คุณภาพ และความเป็นมืออาชีพ
2. เพ่อื เพิม่ โอกาสการศึกษาวชิ าชีพกับประชาชนทุกช่วงวัย
3. เพ่ือนำหลักธรรมาภบิ าลมาใช้ในการบริหารจัดการอาชวี ศกึ ษา
4. เพือ่ พัฒนางานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้อาชีวศึกษา
5. เพอ่ื พัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษาให้มคี ุณภาพตามมาตรฐานวชิ าชีพ
เปา้ หมาย
1. ด้านคุณลักษณ์ที่พึงประสงค์ ได้แก่ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ พฤติกรรม ลักษณะ
นสิ ัยและทกั ษะทางปญั ญา
2. ด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะท่ัวไป ได้แก่ ความรู้และทักษะการส่ือสาร การใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศการพัฒนาการเรียนรู้และการปฏิบัติงาน การทำงานร่วมกับผู้อ่ืน การใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การ
ประยกุ ตใ์ ช้ตวั เลข การจัดการและการพัฒนางาน
3. ด้านสมรรถนะวิชาชีพ ได้แก่ ความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ และทักษะในสาขาวิชาชีพ
สกู่ ารปฏิบัติจรงิ รวมทง้ั ประยุกต์สูอ่ าชีพ
ยทุ ธศาสตร์
1. การจดั การอาชีวศึกษาเพ่อื ความมั่นคงของสงั คมและประเทศชาติ
2. การผลิตและพฒั นากำลังคนดา้ นการอาชีวศึกษาเพ่ือสร้างขีดความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ
3. การพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านการอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะ สอดคล้องกับความต้องการ
ในการพัฒนาประเทศ
4. การสรา้ งโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทยี มในด้านการอาชีวศึกษา
5. การจัดการอาชีวศกึ ษาเพื่อสรา้ งเสริมคุณภาพชวี ติ ท่ีเปน็ มิตรกับสิง่ แวดล้อม
6. การเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพระบบการบรหิ ารจดั การอาชีวศึกษา
69
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3.7 แผนพฒั นาการศึกษาทอ้ งถน่ิ (พ.ศ. 2561 – 2565)
แผนพัฒนาการศึกษาท้องถ่ิน เป็นการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนใน
ทอ้ งถ่ินไดม้ ีความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพอยใู่ นท้องถิ่น การส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษาจัดการ
เรียนรู้เก่ียวกับศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ตลอดชีวิตตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและมีทักษะในศตวรรษที่ 21
วิสัยทัศน์ “ประชาชนในท้องถิ่นได้เรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยพลังประชารัฐ บนพื้นฐานความเป็นไทย ตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีทักษะในศตวรรษที่ 21 ดำรงชีวิตอย่างมคี วามสขุ และยั่งยนื ”
แนวทางการพัฒนา
1. จัดการศึกษาท้ังในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยให้เด็ก เยาวชน และประชาชนในท้องถิ่นให้
เรยี นรทู้ กุ ชวงวัยอยา่ งตอ่ เนอ่ื งตลอดชวี ิต
2. ส่งเสริมพัฒนาให้เดก็ เยาวชน และประชาชนมที ักษะพ้นื ฐานที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
3. ขบั เคลือ่ นพลังประชารัฐใหม้ ีส่วนร่วมในการจัดการศกึ ษาขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ
4. ส่งเสรมิ ศาสนา ศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี และภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน
5. น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปบูรณาการในการจัดการศึกษาขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิน่
6. พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ ในพื้นทีจ่ ังหวัดชายแดนใต้
เปา้ ประสงค์
1. สถานศึกษามกี ารบรหิ ารจดั การโดยใช้โรงเรียนเปน็ ฐานในการพฒั นาท้องถิ่น (SBMLD)
2. สถานศึกษามีปัจจัยท่ีเออ้ื ต่อการจดั การศึกษาที่เพียงพอและเหมาะสม
3. ระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา ถูกต้อง รวดเร็ว ทันสมัย และเชื่อมโยงในรูปแบบเครือข่าย
(NETWORK) อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
4. องคอ์ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ มีศึกษานเิ ทศก์ทีเ่ พียงพอและมีคุณภาพ
5. องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นมีระบบนเิ ทศการศึกษาที่มคี ุณภาพ
6. องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นมีการบรหิ ารจดั การระบบแผนงานและงบประมาณทางการศึกษาอย่าง
มปี ระสทิ ธภิ าพ
7. สถานศึกษามีการบริหารจัดการระบบแผนงานและงบประมาณทางการศึกษา อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
8. องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ มกี ระบวนการบรหิ ารงานบุคคลท่ีมีคณุ ภาพ
9. สถานศึกษามีการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะพ้ืนฐานท่ีจำเป็นในศตวรรษ ที่ 21
(3R x 8C)
10. สถานศกึ ษาสง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รียนมคี ณุ ลกั ษณะและคา่ นิยมทพี่ ึงประสงค์
11. คณะกรรมการศึกษาท้องถ่ินทุกระดับ (ระดับประเทศ ระดับภาค ระดับจังหวัด และระดับองค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ )
12. กลุ่มเครอื ขา่ ยการจดั ทำแผนพฒั นาการศึกษาท้องถ่ินได้รับการพฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง
13. กลมุ่ เครือขา่ ยครูผดู้ ูแลเด็กไดร้ บั การพฒั นาอย่างต่อเนื่อง
70
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
14. กลมุ่ เครอื ขา่ ยการนิเทศการศกึ ษาท้องถน่ิ ไดร้ ับการพฒั นาอย่างตอ่ เน่ือง
15. คณะกรรมการสถานศกึ ษาได้รบั การพฒั นาอย่างต่อเนอื่ ง
16. องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินเปิดโอกาสใหภ้ าครัฐและเอกชนเข้ามามีสว่ นร่วม ในการจดั การศึกษา
17. ผูบ้ ริหารทอ้ งถนิ่ มคี วามรู้ ความเข้าใจในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงการจดั การศกึ ษาทอ้ งถิ่น
18. สมาชิกสภาท้องถ่นิ และผู้เกยี่ วข้องมีความรู้ ความเขา้ ใจในเร่ืองการจดั การศกึ ษา ท้องถ่นิ
19. สถานศึกษาสง่ เสรมิ ศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณีและภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น
20. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ การอนุรักษ์ การสืบสานศิลปะ
วฒั นธรรม ประเพณแี ละภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ สำหรับเดก็ เยาวชน และประชาชน ในทอ้ งถนิ่
21. สถานศกึ ษาสง่ เสริม สนับสนนุ การทำนุบำรงุ ศาสนาให้แกเ่ ด็ก เยาวชน และประชาชนในท้องถนิ่
22. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งเสริม สนับสนุนการทำนุบำรุงศาสนาให้แก่เด็ก เยาวชน และ
ประชาชนในทอ้ งถนิ่
23. สถานศึกษาสง่ เสริมสนบั สนุนการเรียนรตู้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอพยี ง
24. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งให้แกป่ ระชาชน
25. สถานศึกษามกี ารจดั การศึกษาแบบพหุปัญญา
26. สถานศึกษามกี ารจัดการศึกษาแบบเรียนร่วมระหว่างพุทธศาสนากับอสิ ลาม
27. ครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับสวัสดิการ และสวัสดิภาพ
อย่างเทา่ เทียมในสังกดั อ่ืน สรา้ งขวัญกำลงั ใจ และความภูมใิ จในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่
ยุทธศาสตร์
1. การพัฒนาการบริหารจดั การศกึ ษาโดยใชโ้ รงเรียนเปน็ ฐานในการพฒั นาท้องถ่ิน
2. การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นให้มที กั ษะด้านภาษาเพ่ือการสอื่ สาร และคิดคำนวณ (3R)
3. การพฒั นาคุณภาพผู้เรียนให้มีทักษะชีวติ ในศตวรรษที่ 21
4. การพฒั นาคณุ ลักษณะและคา่ นิยมที่พึงประสงค์ของผูเ้ รียน
5. การพัฒนาเครอื ขา่ ยทางการศึกษาทอ้ งถ่ิน
6. การสง่ เสริมการมสี ่วนรว่ มในการจดั การศกึ ษา
7. การพัฒนาศกั ยภาพผู้บรหิ ารองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ และผเู้ ก่ียวข้อง
8. การอนุรกั ษ์ สืบสานศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณแี ละภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่
9. การทำนบุ ำรุงศาสนา
10. การพฒั นาจัดการศึกษาท้องถ่นิ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
11. ส่งเสริม บูรณาการทางการศึกษาเพ่ือส่งเสริมความม่ันคง สันติสุข และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ในพ้นื ทจี่ ังหวดั ชายแดนใต้
3.8 แผนพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย ของสำนกั งาน กศน. (พ.ศ. 2560 – 2579)
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จัดทำแผนพัฒนาการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ของสำนักงาน กศน. พ.ศ.2560-2579 สำหรับเป็นแผนระดับหน่วยงาน
71
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
เพ่ือวางกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ของ สำนักงาน กศน.
ให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยไปสู่การปฏิบัติอย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาท่ีมีคุณภาพ
พัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการศึกษาท่ีมีประสิทธิภาพ พัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในการทำงานท่ีสอดคลอ้ งกับความ
ต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ จุดเน้น เป้าหมายหลัก ยุทธศาสตร์ เป้าหมายตาม
ยุทธศาสตร์ และแนวทางการพัฒนา ดังน้ี
วิสยั ทศั น์
“คนไทยได้รับโอกาสการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตที่เหมาะสมกับ
ชว่ งวยั สอดคล้องกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และมที ักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21”
จดุ เนน้
“ส่งเสริม สนับสนุน และให้บริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและการเรียนรู้
ตลอดชีวิตอย่างท่ัวถึงและมีคุณภาพ มีสาระการเรียนรู้ที่เป็นปัจจุบันและตรงกับความต้องการของผู้เรียนและสังคม
โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และใช้สื่อเทคโนโลยีท่ีหลากหลายและทันสมัยมาเป็นกลไกในการจัด
รวมทั้งพัฒนาครูให้เป็นผู้จัดการศึกษาและการเรียนรู้มืออาชีพ เน้นพัฒนากระบวนการคิดและการวิจัยให้กับ
กลุ่มเปา้ หมาย ใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการเชิงรกุ โดยให้ชุมชนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมภายใต้การบริหารจดั การตาม
หลักธรรมาภบิ าล เพื่อสรา้ งสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชวี ิตอยา่ งย่ังยนื ”
เปา้ หมายหลกั
1) คนไทยสามารถเข้าถึงบริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการเรียนรู้
ตลอดชวี ิตที่มคี ุณภาพ และมาตรฐานอย่างทั่วถึง
2) คนไทยมีสมรรถนะและทักษะในการดำรงชีวิตที่เหมาะสมกับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง และพร้อมรับการเปล่ยี นแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21
3) หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพเพ่ือให้บริการการศึกษาและ
การเรยี นรตู้ ลอดชวี ิตให้กับประชาชนอย่างท่วั ถงึ และมีประสิทธภิ าพ
4) หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบบริหารจัดการที่ มีประสิทธิภาพ ภายใต้การบริหารจัดการ
ตามหลกั ธรรมาภิบาล
5) ทุกภาคสว่ นมบี ทบาทและมสี ว่ นร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรูต้ ลอดชวี ติ
ยทุ ธศาสตร์
1) เพ่ิมและกระจายโอกาสในการเขา้ ถงึ บรกิ ารการศึกษาและการเรียนรทู้ ี่มคี ุณภาพ
2) พฒั นาและเสริมสร้างศักยภาพคนทุกชว่ งวยั ให้มสี มรรถนะและทกั ษะเหมาะสม มีคุณภาพชีวติ ท่ีดี
3) ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยดี ิจทิ ลั เพ่อื การศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวยั
4) พัฒนาระบบบรหิ ารจดั การศึกษาและสง่ เสริมให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทและมสี ว่ นรว่ มในการจัด
การศึกษา
3.9 แผนพัฒนาการศึกษาภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ตอนบน1 พ.ศ. 2566 – 2570
72
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
สำนักงานศึกษาธิการภาค10 ซ่ึงรับผิดชอบดำเนินการในพ้ืนท่ี กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก เฉียงเหนือ
ตอนบน 1 ไดแ้ ก่ จงั หวดั อุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลําภู และจังหวดั บึงกาฬรวมถงึ ปัญหาและอปุ สรรค การ
กำหนดกรอบนโยบายและวางระบบในการบริหารงานภาค กลุ่มจังหวัดและจังหวัดในระดับภาคแบบบูรณาการ เพื่อให้
สามารถบริหารงาน แก้ไขปัญหาและพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดยุทธศาสตร์และบทบาทการพัฒนาภาคให้
เชื่อมโยงและสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการและยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดใน
ระดับภาค จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาระดับภาคและดำเนินการตามแผนพัฒนาการศึกษาระดับภาคให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ
สำนักงานศึกษาธิการภาคจึงได้จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน1 พ.ศ. 2566 – 2570
โดยมีสาระสำคัญสรุปไดด้ ังน้ี
วสิ ัยทศั น์
ประชากรทุกช่วงวัยมีคุณภาพและมีความพร้อมสําหรับวิถีชีวิตในศตวรรษท่ี 21 สอดคล้องกับหลัก
ปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพียง เป็นสงั คมแหง่ การเรยี นรู้
พันธกิจ (MISSION)
1. ส่งเสริมการมีสํานึกพลเมือง รักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดม่ันในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ
2. พัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษา โดยการมีส่วนรว่ มของทุกภาคส่วน ให้ประชากรทุกช่วง
วัย เขา้ ถงึ โอกาสในการศึกษาและเรียนร้ตู ลอดชีวิต สรา้ งความเสมอภาคด้านการศึกษาแกท่ ุกกลุ่มเป้าหมาย
3. พัฒนาศักยภาพตามความสามารถและความถนัดของผู้เรียน สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ พร้อมรับการ
เปล่ียนแปลงของโลกในศตวรรษท่ี 21
4. ส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
5. ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของการจัดการศึกษาทุกระดับให้สอดคล้องกับเป้าหมายการ
พัฒนา ของพน้ื ทแี่ ละประเทศการพัฒนาตามบรบิ ทของพน้ื ท่ีและประเทศ
ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ (Strategy)
1.การจดั การศกึ ษาเพือ่ ความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ
2. การจัดการศึกษาแบบมสี ว่ นรว่ ม สร้างความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรตู้ ลอดชวี ติ
3. การพัฒนาศกั ยภาพการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21ของประชากรทุกชว่ งวยั และการสร้างสงั คมแห่งการเรียนรู้
4. การจัดการศึกษาเพ่ือเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
5. การพัฒนาระบบการจัดการศึกษาท่มี ีคุณภาพและประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล
เป้าประสงค์(Goal)
1. ประชากรทกุ ชว่ งวัยมีสาํ นึกพลเมือง รักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
2. ประชากรทุกช่วงวัยได้รับการบริการทางการศึกษาท่ีมีคุณภาพอย่างเสมอภาคและทั่วถึง
เกดิ สงั คมแห่งการเรียนรู้ สามารถพฒั นาศกั ยภาพของตนเองไดต้ ลอดชีวติ
3. ระบบการศึกษาทุกระดับมีคณุ ภาพ สามารถพฒั นาผู้เรยี นให้บรรลุขดี ความสามารถในศตวรรษที่ 21
73
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
4. มีการจัดการศึกษาที่สร้างเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
5. ระบบการบริหารจัดการการศึกษามีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาผู้เรียนอย่างท่ัวถึง มีคุณภาพ
มคี วามค้มุ ค่าและบรรลเุ ป้าหมาย สนองตอบความตอ้ งการของตลาดแรงงานและกา้ วทนั การเปล่ียนแปลง
ประเด็นยุทธศาสตรแ์ ละกลยุทธ์
ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์
กลยุทธ์
ประเด็นยทุ ธศาสตร์ 1 การจดั การศกึ ษาเพือ่ ความม่ันคงของสังคมและประเทศชาติ
กลยทุ ธ์
1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพ่ือเสริมสร้างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติและการปกครองระบอบ
ประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
2. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการ ศึกษาในพ้ืนท่ีพิเศษ (พ้ืนท่ีสูง พื้นที่ตามแนว
ตะเขบ็ ชายแดน ทัง้ กลุม่ ชนต่างเชอ้ื ชาติ ศาสนาและวฒั นธรรมกล่มุ ชนชายขอบ และแรงงานต่างดา้ ว)
3. พัฒนาการจัดการศึกษาเพ่ือการจัดระบบการดูแลปูองกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ
อาชญากรรม ความรนุ แรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบตั จิ ากธรรมชาติ ภยั โรคอุบตั ใิ หม่ ภัยจาก
ไซเบอร์ เป็นต้น
ประเด็นยุทธศาสตร์2 การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม สร้างความเสมอภาคและโอกาสทางการศึกษา
และการเรยี นรตู้ ลอดชีวิต
กลยุทธ์
1. จัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมสร้างความ เสมอภาคและโอกาส ให้มีความเท่าเทียมทางการศึกษาและ
การ เรยี นรตู้ ลอดชีวิต
2. สง่ เสริมการเพิ่มโอกาสทางการ ศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพือ่ การศึกษา สาํ หรับประชากรทุกชว่ งวัย
ประเด็นยุทธศาสตร์3 การพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21ของประชากรทุกช่วงวัย และการ
สร้าง สังคมแห่งการเรยี นรู้
กลยทุ ธ์
1.ส่งเสริมสนับสนุน ให้คนทุกช่วงวัยมีทักษะความรู้ความสามารถและการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่าง
เหมาะสม ตามทกั ษะและคณุ ลักษณะทจี่ ําเปน็ ในศตวรรษ ท่ี 21
2. ผลิตและพัฒนากําลังคนให้มีสมรรถนะ ในสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดงานและการพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
3. สง่ เสริมการผลิตและพัฒนากําลงั คนทม่ี คี วามเช่ยี วชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน
4. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม ที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพ่ิมทาง
เศรษฐกจิ
5. พัฒนากระบวน การเรียนรู้ของผู้เรียนทุกระดับการศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรมเสริมทักษะเพ่ือพัฒนา
ทกั ษะสําหรับศตวรรษท่ี 21
74
แผนพัฒนาการศึกษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
6.ส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษาและหน่วยงานท่ีจัดการศึกษาผลิตกําลังคนที่มีความเชี่ยวชาญและ
เป็นเลิศ เฉพาะดา้ น
ประเด็นยุทธศาสตร์4 การจัดการศึกษาเพ่ือเสริมสร้างคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กลยทุ ธ์
1. สรา้ งเสริมและปรับเปลยี่ นค่านิยมคนไทย ให้มีวนิ ัย จิตสาธารณะ คุณธรรม จรยิ ธรรม และพฤติกรรมที่
พงึ ประสงค์
2. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
3. ส่งเสรมิ การขับเคลอื่ นและขยายผลโครงการอันเน่ืองมาจาก พระราชดําริ
4. ส่งเสริมทักษะการดํารงชีวิตและสร้างมูลค่าเพ่ิมให้แก่สังคมตามปัจจัยองค์ประกอบความสําเร็จของ
คา่ เปา้ หมาย
5. ส่งเสริม/พัฒนาประชากรทุกช่วงวยั เขา้ ถึงการศึกษาที่มคี ุณภาพและมาตรฐานอย่างท่ัวถึงเกิดสงั คมแห่ง
การเรยี นรู้
6. พัฒนาระบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการ ท่ีเน้นการลงมือปฏิบัติ สะท้อนความคิด/ทบทวนไตร่ตรอง เน้น
การเรียนการสอนทเ่ี สริมสร้างทักษะชีวิตและสามารถนํามาใช้ต่อยอดในการประกอบอาชพี
7. พัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้เกิดพหุปัญญา และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ทั้งในและนอก
สถานศกึ ษา
8. พัฒนาระบบและกลไก การติดตาม การวัดและประเมนิ ผลผู้เรียนให้มปี ระสทิ ธิภาพ
9. พฒั นาคณุ ภาพครูอาจารยแ์ ละบุคลากรทางการศึกษา
10. พัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐาน การผลิตครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา
11. พฒั นาระบบการเรยี นรูท้ ี่ให้ผ้เู รียนสามารถกํากับการเรียนรู้ของตนได้ เพอื่ ให้สามารถนําองค์ความรไู้ ป
ใช้สรา้ งรายได้รวมถึงมที ักษะด้านวิชาชีพและทักษะชวี ิต โดยใช้ส่ือผสมอยา่ งหลากหลาย
12. ส่งเสริม/พฒั นาหลักสตู รทมี่ ีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนทุกช่วงวัย ตอบโจทย์
ความต้องการของประเทศและเช่ือมโยงกับมาตรฐานสากล
13. ส่งเสริม/พฒั นาหลกั สูตรการศึกษาที่ต่อเน่ืองและเพมิ่ ทักษะอาชพี
14. ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ส่ือตําราเรียนและสื่อการเรียนรู้ต่างๆให้มีคุณภาพมาตรฐานและ
ประชาชน สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรไู้ ดโ้ ดยไมจ่ าํ กัดเวลา และสถานที่
5. พัฒนาคลังข้อมลู สอ่ื และนวตั กรรมการเรียนรู้ท่มี คี ณุ ภาพ และมาตรฐาน
ประเด็นยทุ ธศาสตร์ 5 การพัฒนาระบบการจดั การศึกษาที่มีคณุ ภาพและประสทิ ธิภาพตามหลกั
ธรรมาภิบาล
กลยทุ ธ์
1. พฒั นาประสทิ ธิภาพการบรหิ ารจัดการศึกษา
2. พัฒนาระบบบรหิ ารงานบคุ คล ของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
75
แผนพฒั นาการศึกษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3. ส่งเสริมอตั ลักษณ์และความเป็นเลศิ ของผู้เรยี นและสถานศึกษา
4. ส่งเสริมการมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ นในการจัดการศึกษา
5. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐเอกชน เกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาและ
กฎหมายทางการศกึ ษาท่ีเกี่ยวข้อง
6. ส่งเสริมสนับสนนุ เครอื ขา่ ยการศึกษาเพอื่ เพ่ิมศักยภาพการจดั การศึกษาให้ตอบสนองความต้องการของ
ประชาชนในพน้ื ที่
7. ส่งเสริมบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร สมาคม มูลนิธิ สถานประกอบการหรือหน่วยงานอ่ืนให้เข้ามา
จดั การศึกษาหรือร่วมมือกับสถานศึกษาทง้ั ของรฐั เอกชน และองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
3.10 แผนพัฒนาจงั หวัดเลย
วิสยั ทัศน์
เมอื งน่าอยู่ เมืองแห่งการท่องเทีย่ ว การค้า และการลงทนุ ภายใต้การพฒั นาทยี่ ั่งยนื
พนั ธกิจ
1) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสง่ิ อำนวยความสะดวก
2) พัฒนามาตรฐานการทอ่ งเที่ยว
3) สง่ เสริมการอนุรักษ์และฟนื้ ฟูทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมอยา่ งยงั่ ยืน
4) ยกระดับคุณภาพและผลิตผลการเกษตร
5) ส่งเสรมิ การค้าชายแดนและการลงทนุ
6) เสริมสรา้ งสังคมให้น่าอยู่และยกระดบั การให้บริการ
7) เสรมิ สรา้ งการมีส่วนรว่ มของประชาชนทกุ ภาคสว่ น ในการปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหาความมน่ั คง
ยทุ ธศาสตร์การพัฒนา
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงนิเวศ ควบคู่กับการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดลอ้ ม
กลยุทธ์ท่ี 1.1 ยกระดบั แหลง่ ท่องเทยี่ วใหไ้ ด้มาตรฐาน
กลยุทธ์ท่ี 1.2 ส่งเสริมการตลาดด้านการทอ่ งเทย่ี วและประชาสัมพนั ธ์
กลยทุ ธท์ ี่ 1.3 สรา้ งมลู ค่าเพิ่มผลดิ ตภัณฑแ์ ละบรกิ ารดา้ นการทอ่ งเที่ยวเพ่ือใหแ้ ข่งขันได้
กลยทุ ธท์ ี่ 1.4 พัฒนาศกั ยภาพบุคลากรเพ่ือรองรบั ด้านการท่องเทีย่ ว
กลยุทธ์ที่ 1.5 ส่งเสรมิ อนรุ ักษ์ฟน้ื ฟูทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพ่ือเพิ่มสินค้ า
ทางการเกษตร
กลยุทธ์ท่ี 2.1 เพม่ิ ผลิตภาพการผลดิ และสรา้ งมูลค่าเพมิ่ สินคา้ เกษตร
กลยุทธ์ที่ 2.2 สง่ เสรมิ การทำการเกษตรแบบผสมผสาน
76
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมการผลิตและการบริการ
เชิงสร้างสรรค์
กลยุทธท์ ่ี 3.1 ส่งเสริมและสนับสนนุ การผลติ การบริหาร ให้ไดม้ าตรฐาน
กลยุทธ์ที่ 3.2 สง่ เสริมและสนับสนุนเทคโนโลยีหรือนวตั กรรมการผลติ และการบรกิ าร
ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การพฒั นาคณุ ภาพชีวติ และการบริหารจดั การภาครฐั เพอ่ื ยกระดบั ส่สู ากล
กลยทุ ธ์ท่ี 4.1 ยกระดับคุณภาพชวี ิตประชาชนสมู่ าตรฐานระดับชาติ
กลยุทธท์ ี่ 4.2 ปรับปรงุ ประสทิ ธิภาพการบรกิ ารภาครฐั มุง่ สู่ความเป็นสากล
กลยุทธท์ ี่ 4.3 การยกระดับคุณภาพการศกึ ษาจงั หวัดเลย
ยทุ ธศาสตร์ที่ 5 การเสริมสร้างและรกั ษาความม่นั คง
กลยุทธ์ท่ี 5.1 เสรมิ สรา้ งความเขม้ แข็งและมัน่ คงในพืน้ ที่
กลยุทธท์ ี่ 5.2 เสริมสร้างศักยภาพคน และชมุ ชนให้เข้มแขง็
กลยทุ ธท์ ่ี 5.3 ยกระดบั และเพิ่มประสิทธิภาพและเทคโนโลยีเพื่อปฏบิ ัติงานด้านความมน่ั คงในพื้นท่ี
เป้าประสงค์
1) เพ่ือสรา้ งความพงึ พอใจให้กับนกั ท่องเที่ยว
2) เพื่อพัฒนาสนิ คา้ เกษตรให้แข่งขนั ได้
3) เพ่ือพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตและการบรกิ ารให้เติบโตและแข่งขนั ได้
4) เพ่ือยกระดบั คุณภาพชีวิตสู่มาตรฐานสากล และสร้างความพอใจให้แกผ่ ู้ใช้บริการ
5) เพ่ือเสรมิ สรา้ งความมน่ั คงและความสงบเรียบร้อย คน หมบู่ า้ น ชุมชน โดยมสี ว่ นร่วมของทกุ ภาคสว่ น
3.11 ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาการศกึ ษาของภาค สำนกั งานศกึ ษาธกิ ารภาค 10
วสิ ยั ทัศน์
ผู้เรียนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มีความรู้และทักษะพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียง อย่างมคี ณุ ภาพและมาตรฐานสากล โดยการมสี ่วนรว่ มของทกุ ภาคสว่ น
พนั ธกิจ
1) พัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงโอกาสในการศึกษาและเรียนรู้
ตลอดชีวิต สรา้ งความเสมอภาคดา้ นการศกึ ษาแก่ผู้เรียนทกุ กลุ่มเป้าหมาย
2) ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของการจัดการศึกษาทุกระดับ ให้สอดคล้องและรองรับ
การเปลย่ี นแปลงของโลกศตวรรษที่ 21
3) พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้เป็นผู้มีความรู้ คุณลักษณะ และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สามารถ
พฒั นาศกั ยภาพและเรียนรไู้ ด้ด้วยตนเองอย่างต่อเนอ่ื งตลอดชวี ิต
4) สร้างความมั่นคงแก่ท้องถ่ิน โดยสร้างสังคมในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และ
สังคมคณุ ธรรม จริยธรรม ทุกคนอยู่รว่ มกนั อย่างปลอดภยั สงบสขุ และพอเพยี ง
77
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
5) พัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการเพิ่มผลิตภาพของกำลังแรงงานให้มีทักษะ
และสมรรถนะทีส่ อดคล้องกบั ความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงท่ี
เปน็ พลวตั ของโลกศตวรรษที่ 21 ภายใต้ยุคเศรษฐกิจและสังคม 4.0
เป้าประสงค์
1) ประชากรทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคณุ ภาพและมาตรฐานอย่างทว่ั ถึง
2) ผู้เรียนทุกกลมุ่ เปา้ หมาย ได้รับบริการทางศึกษาอย่างเสมอภาคและเทา่ เทียม
3) ระบบการศกึ ษามคี ณุ ภาพ สามารถพฒั นาผเู้ รียนใหบ้ รรลุขดี ความสามารถและเต็มตามศักยภาพ
4) ระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพ่ือการพัฒนาผู้เรียนอย่างท่ัวถึงและมีคุณภาพ
การลงทนุ ทางการคุ้มค่าและบรรลุเปา้ หมาย
5) ระบบการศึกษาศึกษาที่สนองตอบ และก้าวทันการเปล่ียนแปลงของโลกที่เป็นพลวัตรและบริบท
ของอนุภูมิภาคลมุ่ น้ำโขง
ยุทธศาสตร์
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 การจดั การศกึ ษาเพื่อความม่นั คงของสงั คมและประเทศชาติ
ยุทธศาสตรท์ ี่ 2 การผลติ และพฒั นากำลังคนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างขดี ความสามารถ
ในการแขง่ ขนั ของประเทศ
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกชว่ งวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรยี นรู้
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 การสรา้ งโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทียมทางการศึกษา
ยุทธศาสตร์ท่ี 5 การจัดการศกึ ษาเพ่อื สร้างเสรมิ คุณภาพชีวติ ท่เี ป็นมติ รกบั ส่ิงแวดล้อม
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 6 การพัฒนาประสทิ ธภิ าพของระบบบรหิ ารจดั การศกึ ษา
3.12 นโยบายและจดุ เนน้ การจดั การศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
1. การจดั การศกึ ษาเพือ่ ความปลอดภัย
1.1 เร่งสร้างสถานศึกษาปลอดภัยเพื่อเพ่ิมความเช่ือม่ันของสังคม และป้องกันจากภัยคุกคามใน
ชีวิตรูปแบบใหม่ และภัยอื่น ๆ โดยมีการวางมาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ครูและบุคลากรใน
สถานศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น จัดโครงการโรงเรียน Sandbox : Safety zone in school (SSS) หรือ การจัดกิจกรรม
Safety School Success จัดให้มีการฉีดวัคซีนเพ่ือป้องกันโรคติดต่อ การจัดการความรุนแรงเก่ียวกับร่างกาย
จติ ใจ และเพศ เป็นตน้
1.2 เร่งพัฒนาบรรจุตัวชี้วัดเร่ืองความปลอดภัยให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสถานศึกษาและ
หน่วยงานทกุ ระดบั
1.3 เร่งพัฒนาให้มีหน่วยงานด้านความปลอดภัยท่ีมีโครงสร้างและกรอบอัตรากำลังอย่างชัดเจน
ในทุกส่วนราชการของกระทรวงศกึ ษาธิการ
78
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
2. การยกระดับคุณภาพการศกึ ษา
2.1 เร่งจัดทำและพัฒนากรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (หลักสูตรฐานสมรรถนะ) โดยรับฟัง
ความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ศึกษาวิเคราะห์ วิจัยความเหมาะสมความเป็นไปได้และทดลองใช้ก่อนการ
ประกาศใช้หลักสูตรฯ ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2565
2.2 จัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะแบบผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง มุ่งเน้นกระบวนการ
เรยี นรู้แบบถักทอความรู้ ทกั ษะคุณลกั ษณะผู้เรยี นเข้าด้วยกันด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) มุ่งเน้น
ให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจและเรียนรู้อย่างมีความสุข และพัฒนาความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ รวมทั้งการพัฒนาระบบ
การวดั และประเมนิ ผลเชงิ สมรรถนะ
2.3 พัฒนาช่องทางการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มท่ีหลากหลายและมีแพลตฟอร์มการเรียนรู้
อัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ ส่ือการสอนคุณภาพสูง และการประเมินและพัฒนา
ผู้เรยี น เพ่ือส่งเสรมิ การเรียนรู้เปน็ รายบคุ คล (Personalized Learning) สำหรบั ผเู้ รียนทุกชว่ งวยั
2.4 มุ่งพัฒนาการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้มีความ
ทันสมัยสอดรับกับวิถีใหม่ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นและการ
เสริมสรา้ งวถิ ีชีวิตของความเป็นพลเมืองทเี่ ข้มแขง็
2.5 ส่งเสริมให้ความรู้ด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน โดยบูรณาการการ
ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ธนาคารกรงุ ศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน
ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการสถานศึกษาส่งเสริมวินัยการออมกับ กอช. โครงการธนาคารโรงเรียน และการ
เผยแพร่ส่ือแอนเิ มชันรอบรเู้ รอื่ งเงิน
2.6 พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ัน แบบโมดูล (Modular System) ท่ีมี
การบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาอาชีพเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษาทั้งในระบบ นอก
ระบบ และระบบทวิภาคี รวมทั้งการจัดการเรียนรู้แบบต่อเน่ือง (Block Course) เพื่อสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit
Bank) ร่วมมือกบั สถานประกอบการในการจดั การอาชีวศึกษาอยา่ งเข้มข้นเพื่อการมีงานทำ
2.7 ศึกษาวิจัย ถอดบทเรียนความสำเร็จในการจัดและพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา
ของสถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ของพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษา เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงาน
สถานศกึ ษา และผเู้ กย่ี วข้องนำไปประยุกตใ์ ชใ้ หเ้ หมาะสม
3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทยี มทางการศกึ ษาทุกช่วงวัย
3.1 ดำเนนิ การสำรวจและตดิ ตามเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคัน เพ่ือนำเขา้ สู่ระบบการศึกษา
โดยเฉพาะการศกึ ษาภาคบงั คับ
3.2 ส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีข้ึนไปทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อรับ
การพัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ ตามศักยภาพ ตามวัยและต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการร่วมงานกับ
ทกุ หน่วยงานท่เี กี่ยวข้อง
3.3 มุ่งแก้ปัญหาคนพิการในวัยเรียนท่ีไม่ได้รับการศึกษาเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยกำหนด
ตำแหนง่ (ปักหมดุ ) บ้านเดก็ พิการทัว่ ประเทศ
79
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3.4 ให้ความช่วยเหลือโรงเรียนห่างไกลกันดารได้มีโอกาสเรียนรู้ในยุคโควิด โดยการสร้างความพร้อม ใน
ดา้ นดจิ ิทัลและดา้ นอน่ื ๆ
3.5 ส่งเสริม และสนับสนุนความร่วมมือการจัดการศึกษาร่วมกับหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ
เอกชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ และสถาบันสังคมอน่ื
4. การศกึ ษาเพ่อื พัฒนาทักษะอาชพี และเพมิ่ ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั
4.1 ขับเคล่ือนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) และส่งเสริมการผลิตกำลังคน
ท่ตี อบโจทยก์ ารพฒั นาประเทศ
4.2 สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้มกี ารฝกึ อบรมอาชพี ท่สี อดคลอ้ งกับความถนัด ความสนใจ โดยการ Re-skill,
Up-skill ,New skill เพ่ือให้ทกุ กลุ่มเป้าหมายมกี ารศกึ ษาในระดับท่สี ูงขึ้น พร้อมท้ังสรา้ งช่องทางอาชพี ในรูปแบบที่
หลากหลายให้ครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งผู้สูงอายุ ที่มีความสนใจ โดยมีการบูรณาการความร่วมมือ
ระหวา่ งหน่วยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
4.3 จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาการจัดตั้งธุรกิจ (ศูนย์ Start up) ภายใต้ศูนย์พัฒนาอาชีพและการ
เป็นผู้ประกอบการ และพัฒนาศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อการส่งเสริม และพัฒนาผู้ประกอบการ
ด้านอาชีพท้ังผู้เรียนอาชวี ศึกษาและประชาชนท่ัวไป โดยเช่ือมโยงกับ กศน. และสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนท่ี
สอดคลอ้ งกับการประกอบอาชพี ในวถิ ชี ีวิตรปู แบบใหม่
4.4 พัฒนาแอปพลิเคชัน เพ่ือสนับสนุนช่างพันธ์ุ R อาชีวะซ่อมท่ัวไทย โดยการ นำร่องผา่ นการ
ใหบ้ ริการของศูนย์ซอ่ มสรา้ งเพ่ือชมุ ชน (Fix it Center) จำนวน 100 ศนู ย์ ใหค้ รอบคลมุ การให้บรกิ ารแกป่ ระชาชน
5. การสง่ เสรมิ สนับสนุนวิชาชพี ครูและบุคลากรทางการศึกษา
5.1 พฒั นาหลักเกณฑ์การประเมินวทิ ยฐานะแนวใหม่ Performance Appraisal (PA) โดยใชร้ ะบบการ
ประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบบ Digital Performance
Appraisal (DPA)
5.2 พัฒนาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยการจัดทำกรอบระดับสมรรถนะดิจิทัล
(Digital Competency) สำหรับครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และระดบั อาชีวศกึ ษา
5.3 ดำเนินการแกไ้ ขปัญหาหนี้สนิ ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ควบคู่กับการให้ความรู้ด้าน
การวางแผนและการสรา้ งวินัยด้านการเงินและการออม
6. การพฒั นาระบบราชการและการบรกิ ารภาครฐั ยคุ ดิจทิ ลั
6.1 พัฒนาระบบสารสนเทศโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทท่ี ันสมัย ในการจัดระบบทะเบยี นประวัติของ
ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาอเิ ล็กทรอนกิ ส์
6.2 ปรับปรงุ แนวทางการจดั สรรเงนิ คา่ เครื่องแบบนักเรียนและอปุ กรณ์การเรยี นผา่ นแอปพลเิ คชนั
“เป๋าตัง” ของกรมบัญชกี ลางไปยงั ผู้ปกครองโดยตรง
7. การขับเคลอ่ื นกฎหมายการศึกษาและแผนการศึกษาแหง่ ชาติ
จัดทำกฎ หมายลำดับรองและแผนการศึกษาแห่งชา ติเพ่ือรองรับ พระราชบัญ ญั ติ
การศึกษาแหง่ ชาติควบคู่กบั การสร้างการรับรใู้ ห้กับประชาชนไดร้ บั ทราบอย่างทัว่ ถงึ
80
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3.13 แผนปฏบิ ตั ริ าชการระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 ของสำนกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธกี ารบริหารกิจการ บ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546 และฉบับท่ี 2
พ.ศ. 2562 มติคณะรัฐมนตรี ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-
2580) (รา่ ง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570 นโยบายและแผนระดับชาติว่า
ด้วยความม่นั คงแห่งชาติ (พ.ศ. 2562-2565) นโยบายรัฐบาล (พลเอก ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา) แถลงต่อรัฐสภา เม่ือ
วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 เป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) แผนการ
ศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 นโยบายการจัดการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรี
นุช เทียนทอง)และ (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570)ของกระทรวงศึกษาธิการ และบริบท
ต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง และเช่ือมโยงข้อมูลสู่ระบบติดตาม และประเมินผลแห่งชาติ(Electronic Monitoring and
Evaluation System of National Strategy and country Reform : eMENSCR) ตามระเบียบว่าด้วยการ
ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและ แผนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2562
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ของสำนักงาน
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการขึ้น เพ่ือให้หน่วยงานในสังกัด ใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงาน และจัดทำคำขอ
งบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างมีประสิทธิภาพพ โดยมีสาระสำคัญ
ดงั น้ี
วิสยั ทัศน์
บูรณาการจดั การศกึ ษาอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ผเู้ รียนมคี ณุ ภาพและทกั ษะทีจ่ ำเปน็ ในโลกยคุ ใหม่
พนั ธกิจ
1. ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารและจัดการศึกษาแบบบูรณาการทุกระดับ ทุกพื้นท่ี อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
2. สง่ เสริม สนับสนนุ การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาในระบบ การศกึ ษานอกระบบ และการศึกษาตาม
อธั ยาศัย ให้เทา่ ทันการเปล่ียนแปลงในโลกยุคใหม่
3. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เหมาะสมตาม
ศักยภาพและชว่ งวัยของผู้เรยี น เพ่อื ลดความเหลอื่ มลำ้ ทางการศึกษา
4. ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลและพัฒนาสมรรถนะ ของข้าราชการ
ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาใหเ้ ทา่ ทนั การเปลีย่ นแปลงในโลกยุคใหม่
เปา้ ประสงค์รวม
1. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีการบริหารและการจัดการศึกษาแบบบูรณาการ ท่ีมี
ประสทิ ธภิ าพ
2. ผู้เรยี นไดร้ ับการศกึ ษาและเรียนรู้อย่างตอ่ เน่ืองตลอดชีวิตท่ีมีคณุ ภาพและเทา่ ทันการเปล่ียนแปลง
ในโลกยุคใหม่
3. ผ้เู รียนไดร้ ับโอกาสทางการศึกษาท่มี ีคุณภาพอยา่ งท่ัวถึงและเสมอภาค
81
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
4. ข้าราชการ ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษามีสมรรถนะท่ีส่งผลต่อการพัฒนาผเู้ รยี น ให้เท่าทันการ
เปล่ยี นแปลงในโลกยุคใหม่
ประเด็นยทุ ธศาสตร์
1. พฒั นาการจดั การศึกษาเพอ่ื ความมั่นคง
2. พัฒนากำลงั คน เพอ่ื สรา้ งความ สามารถในการแข่งขันของประเทศ
3. พัฒนาและเสรมิ สร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนษุ ย์ให้มีคุณภาพ
4. สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศกึ ษา
5. สง่ เสรมิ การสรา้ งคณุ ภาพชวี ติ ที่เปน็ มิตรกบั สิ่งแวดล้อม
6. พฒั นาระบบบริหารจัดการใหม้ ีประสทิ ธิภาพ
เปา้ ประสงคร์ ายประเด็นยทุ ธศาสตร์
1. ผู้เรียนได้รับโอกาสและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและทักษะท่ีจำเป็นสอดคล้องกับ การเสริมสร้าง
ความม่ันคงในแตล่ ะบริบท
2. ผู้เรียนมีสมรรถนะและองค์ความรู้ท่ีตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน ในพ้ืนท่ี ภูมิภาค
และประเทศ
3. ผเู้ รยี นมคี ุณภาพ ทักษะและคุณลกั ษณะท่ีเหมาะสมต่อการเรียนร้ใู นโลกยคุ ใหม่
4. ครู และบุคลากรทางการศึกษามสี มรรถนะเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยคุ ใหม่
5. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาท่ีมีคุณภาพ อย่างท่ัวถึง และเสมอภาคด้วยรูปแบบ
ทหี่ ลากหลาย
6. หน่วยงานและสถานศกึ ษามกี ารสง่ เสริมคุณภาพชีวติ ทีเ่ ปน็ มิตรกับสิ่งแวดลอ้ ม
7. หน่วยงานมีระบบการบริหารจัดการท่ีมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ตอบสนอง
ความตอ้ งการของผูร้ บั บริการไดอ้ ยา่ งสะดวก รวดเรว็ และโปร่งใส
กลยทุ ธภ์ ายใตป้ ระเด็นยุทธศาสตร์
ประเด็นยุทธศาสตรท์ ี่ 1 พฒั นาการจดั การศกึ ษาเพื่อความม่ันคง
กลยทุ ธ์
1.1 ปลูกฝังค่านิยมและหลักคิดที่ถูกต้องเพ่ือเสริม สร้างเสถียรภาพสถาบันหลัก ของชาติ ตาม
ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ
1.2 ยกระดับคุณภาพและสร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษา และพัฒนาสมรรถนะ การเรียนรู้/อาชีพ
ด้วยศาสตร์พระราชาและตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ และเขตพ้ืนทพ่ี ิเศษ (พนื้ ทส่ี งู พ้ืนท่ตี ามตะเข็บชายแดนและพื้นที่ เกาะแก่ง ชายฝ่ังทะเล ทั้งกลุ่มชนตา่ งเชื้อ
ชาติ ศาสนา และวฒั นธรรม กลุ่มชนชายขอบและแรงงาน ต่างด้าว)
1.3 พัฒนากลไกบูรณาการระบบบริหารจัดการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือภัย
คุกคามรูปแบบใหม่
82