The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Satthathep Panyanak, 2023-09-15 03:40:06

คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล

คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล

คำ�นำ�


คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอลเล่มนี้กรมพลศึกษา โดยสถาบันพัฒนาบุคลากร การพลศึกษาและการกีฬา จัดทำ ขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล ให้มีความทันสมัย มีมาตรฐานสูงขึ้น สอดคล้องกับการจัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ในปัจจุบัน และมอบให้แก่ผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอลอาชีพ ผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอลทั่วไป และผู้สนใจ ได้ใช้เป็นคู่มือในการตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล ทั้งนี้การดำ เนินการได้รับความร่วมมือ จากสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาวอลเลย์บอลมาเป็น วิทยากรและร่วมจัดทำต้นฉบับ กรมพลศึกษาขอขอบคุณสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญ ทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำคู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอลเล่มนี้จนสำ เร็จลุล่วงเป็นอย่างดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอลและผู้ที่สนใจ ทั่วไปได้ศึกษาค้นคว้า และนำ ไปใช้ในการพัฒนาการตัดสินและการจัดการแข่งขัน กีฬาวอลเลย์บอล ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น สนองต่อนโยบายและแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติต่อไป กรมพลศึกษา มีนาคม 2555


คำ นำ หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล 1 (Training Course of Volleyball Referee) ประวัติความเป็นมาของกีฬาวอลเลย์บอล 8 (The History of Volleyball) คุณลักษณะของผู้ตัดสินที่ดี 20 (Qualities of A Good Referees) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล 24 (General Knowlede : Volleyball Referee) จิตวิทยาสำ หรับผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล 30 (Psycology for Volleyball Referee) แนวทางและข้อแนะนำ ในการตัดสิน 37 (Refereeing Guidelines and Instructions) หลักเกณฑ์ในการพิจารณาการตัดสิน 68 (Criteria Consideration for Judging) เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่1 74 (Technical Performance : 1st Referee) เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่2 102 (Technical Performance : 2nd Referee) เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทคนิค 132 (Technical Performance of Volleyball Technician) เทคนิคการเป็นผู้กำกับเส้น 132 (Line Judges) เทคนิคการเป็นผู้บันทึก 137 (Scorer) เทคนิคการเป็นผู้ช่วยผู้บันทึก 148 (Assistant Scorer) สารบัญ VOLLEYBALL หน้า


สารบัญ (ต่อ) หน้า VOLLEYBALL เทคนิคการเป็นผู้ประกาศ 149 (Announcer) เทคนิคการเป็นเจ้าหน้าที่เช็ดพื้น 152 (Floor Mopping) เทคนิคการเป็นเจ้าหน้าที่ส่งลูกบอล 154 (Ball Retriever) กติกาการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล 155 (Rules of Volleyball) สิ่งอำ นวยความสะดวกและอุปกรณ์ 156 (Facilities and Equipments) ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 161 (Participants) รูปแบบของการแข่งขัน 165 (Playing Format) ลักษณะของการเล่น 170 (Playing Action) การหยุดการแข่งขัน การหยุดพัก และการถ่วงเวลา 179 (Interruptions and Delays) ผู้เล่นตัวรับอิสระ 185 (The Libero Player) การปฏิบัติของผู้ร่วมการแข่งขัน 189 (Participant’s Conduct) ผู้ตัดสิน 192 (Referees) หนังสืออ้างอิง 200 บรรณานุกรม 201 ภาคผนวก 202 คณะกรรมการจัดทำ คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล 215


หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ตัดสิน กีฬาวอลเลย์บอล ระยะเวลาดำ เนินการ : จำ�นวน 5 วัน เนื้อหาหลักสูตร : ลำ�ดับ ที่ กิจกรรม เนื้อหา บรรยาย สาธิต อภิปราย ฝึกปฏิบัติสื่อนวัตกรรม ทดสอบ ประเมินผล จำ�นวน ชั่วโมง คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 1 1 ประวัติกีฬาวอลเลย์บอล 1.30 .30 - - - 2 - คุณลักษณะผู้ตัดสินที่ดี - ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตัดสิน กีฬาวอลเลย์บอล 2 กติกา 3 1 - - - 4 บทที่ 1 สิ่งอำ�นวยความสะดวกและอุปกรณ์ บทที่ 2 ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน บทที่ 3 รูปแบบของการแข่งขัน 3 กติกา 3 .30 - - - 3.30 บทที่ 4 ลักษณะของการเล่น บทที่ 5 การหยุดการแข่งขัน การถ่วงเวลาและการหยุดพัก บทที่ 6 ผู้เล่นตัวรับอิสระ บทที่ 7 การปฏิบัติของผู้ร่วมการแข่งขัน 4 การวิเคราะห์กติกาการแข่งขัน ขั้นตอน 3 1 - - - 4 พิธีการก่อนการแข่งขัน การประชุมเพื่อ พิจารณาคำ�ตัดสิน 5 หลักเกณฑ์ในการพิจารณาในการตัดสิน 3 .30 - - - 3.30 เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 2


ลำ�ดับ ที่ กิจกรรม เนื้อหา บรรยาย สาธิต อภิปราย ฝึกปฏิบัติสื่อนวัตกรรม ทดสอบ ประเมินผล จำ�นวน ชั่วโมง หมายเหตุ : รวมเวลาในการฝึกอบรม 34 ชั่วโมง 2 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 6 เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ 3 1 - - - 4 เจ้าหน้าที่เทคนิค ผู้กำ�กับเส้น ผู้บันทึก ผู้ช่วยผู้บันทึก ผู้ประกาศ เจ้าหน้าที่เช็ดพื้น เจ้าหน้าที่ส่งลูกบอล 7 ฝึกปฏิบัติการเป็นผู้ตัดสินที่ 1 - 1.30 6 - - 7.30 ผู้ตัดสินที่ 2 และเจ้าหน้าที่เทคนิค 8 สอบภาคทฤษฎี - - - - 1.30 1.30 9 สอบภาคปฏิบัติการเป็นผู้ตัดสิน - - - - 4 4 รวม 34


ตารางการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล 08.30 - 10.00 น. 10.00 - 12.00 น. 13.00 - 15.00 น. 15.00 - 17.00 น. รับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง - ประวัติกีฬาวอลเลย์บอล - คุณลักษณะผู้ตัดสินที่ดี - ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตัดสิน กีฬาวอลเลย์บอล กติกา บทที่ 1 สิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ บทที่ 2 ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน บทที่ 3 รูปแบบของการแข่งขัน กติกา บทที่ 4 ลักษณะของการเล่น บทที่ 5 การหยุดการแข่งขัน การถ่วงเวลาและการหยุดพัก บทที่ 6 ผู้เล่นตัวรับอิสระ บทที่ 7 การปฏิบัติของผู้ร่วมการแข่งขัน การวิเคราะห์กติกาการแข่งขัน ขั้นตอน พิธีการก่อนการแข่งขัน การประชุมเพื่อพิจารณาคำตัดสิน วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3 วันที่ 4 วันที่ 5 เวลาวันที่12.00 น. ถึง 13.00 น.สอบภาคทฤษฎีสอบภาคปฏิบัติการเป็นผู้ตัดสินสอบภาคปฏิบัติการเป็นผู้ตัดสินพิธีปิดลงทะเบียน พิธีเปิดการอบรมฝึกปฏิบัติการเป็นผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ตัดสินที่ 2 และเจ้าหน้าที่เทคนิคหลักเกณฑ์ในการพิจารณาในการตัดสินเทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 2เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่เทคนิค(ผู้กำกับเส้น, ผู้บันทึก, ผู้ช่วยผู้บันทึก, ผู้ประกาศ, เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นและเจ้าหน้าที่ส่งลูกบอล)ฝึกปฏิบัติการเป็นผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ตัดสินที่ 2 และเจ้าหน้าที่เทคนิค คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 3


หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล จำนวนไม่น้อยกว่า 34 ชั่วโมง จุดประสงค์ของหลักสูตร 1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในการตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล 2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอลได้ 3. เพื่อเป็นพื้นฐานให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมได้รับการพัฒนาสู่การเป็นผู้ตัดสินระดับนานาชาติ และระดับโลก เนื้อหาของหลักสูตร 1. ประวัติความเป็นมาของกีฬาวอลเลย์บอล ประวัติของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ประวัติกีฬาวอลเลย์บอลในเอเชีย 2. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตัดสิน การแบ่งระดับชั้นของผู้ตัดสิน สิทธิและหน้าที่ของผู้ตัดสิน 3. คุณลักษณะของผู้ตัดสินที่ดี 4. จิตวิทยาสำหรับผู้ตัดสิน 5. แนวทางและข้อแนะนำในการตัดสิน 6. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาการตัดสิน 7. เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 8. เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 2 9. เทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทคนิค 10.กติกาการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล 11.การประสานงานกันของคณะกรรมการการตัดสิน 12.การบันทึกผลการแข่งขัน 13. ขั้นตอนพิธีการก่อนการแข่งขัน การประเมินผล 1. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องมีเวลาเข้าอบรมไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของเวลาทั้งหมด 2. เกณฑ์การประเมิน 4 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


2.1 สอบผ่านภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) ได้ไม่น้อยกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ 2.2 สอบผ่านภาคปฏิบัติได้ไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ 2.2.1 ผู้ตัดสินที่ 1 (30 คะแนน) 2.2.2 ผู้ตัดสินที่ 2 (30 คะแนน) 2.2.3 ผู้บันทึก (20 คะแนน) 2.2.4 ผู้ช่วยบันทึก (10 คะแนน) 2.2.5 ผู้กำกับเส้น (10 คะแนน) การจัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งอ�ำนวยความสะดวก ส�ำหรับการฝึกอบรม ภาคทฤษฎี 1. โปรเจคเตอร์ + คอมพิวเตอร์ 1 ชุด 2. กระดานไวท์บอร์ดพร้อมปากกาไวท์บอร์ดชนิดลบได้ 3. เอกสารประกอบคำบรรยาย (วิทยากรจัดเตรียมต้นฉบับให้) ภาคปฏิบัติ จัดเตรียมสนามแข่งขัน พร้อมอุปกรณ์การแข่งขัน ได้แก่ • ป้ายบอกคะแนน จำนวน 2 ป้าย • ใบบันทึกคะแนนตามจำนวนผู้รับการอบรม คนละ 3 ใบ • ใบส่งตำแหน่ง จำนวน 30 ชุด • ม้านั่งสำหรับทีม จำนวน 2 ชุด • โต๊ะผู้บันทึก จำนวน 1 ชุด • ออดหรือกริ่งสัญญาณไฟฟ้า จำนวน 1 ชุด • ป้ายเปลี่ยนตัวหมายเลข 1-18 จำนวน 1 ชุด • เก้าอี้ผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล จำนวน 1 ชุด • ธงสำหรับผู้กำกับเส้น จำนวน 1 ชุด • เครื่องเสียงพร้อมผู้ประกาศ จำนวน 1 ชุด • กระดาษกาว/เทปกาวสีแดง (เขตลงโทษ) ยาว 10 เมตร • ไม้วัดความสูงตาข่าย จำนวน 1 อัน • ตาข่าย จำนวน 1 ผืน • เสาติดตาข่าย จำนวน 1 คู่ • ใบเหลือง - ใบแดง จำนวน 1 ชุด • เสาอากาศวอลเลย์บอล จำนวน 1 คู่ คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 5


ตัวอย่าง ก�ำหนดการฝึกอบรมผู้ตัดสินวอลเลย์บอลระดับชาติ วันที่ 1 08.00 น. ลงทะเบียน 09.00-09.30 น. พิธีเปิดการฝึกอบรม แนะนำวิทยากรและผู้เข้ารับการฝึกอบรม แนะนำหลักสูตรและแนวทางการอบรม 09.30-10.30 น. บรรยาย 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตัดสิน, คุณลักษณะของผู้ตัดสินที่ดี 10.30-10.45 น. พัก 10.45-12.00 น. บรรยาย 2 กติกาข้อที่ 1-5 (สนาม ตาข่าย ลูกบอล ทีม ผู้นำของทีม) พร้อมแนวทางและข้อแนะนำการตัดสินที่เกี่ยวข้อง 12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00-14.30 น. บรรยาย 3 กติกาข้อ 6-8 (การได้คะแนน โครงสร้างของการแข่งขัน รูปแบบของการเล่น) พร้อมแนวทางและข้อแนะนำการตัดสินที่เกี่ยวข้อง 14.30-14.45 น. พัก 14.45-16.30 น. บรรยาย 4 ประวัติความเป็นมาของกีฬาวอลเลย์บอล จิตวิทยา สำหรับผู้ตัดสิน วันที่ 2 09.00-10.30 น. บรรยาย 5 กติกาข้อ 9-11 (การเล่นลูก ลูกบอลที่บริเวณตาข่าย ผู้เล่นที่บริเวณตาข่าย) พร้อมแนวทางและข้อแนะนำการตัดสินที่เกี่ยวข้อง 10.30-10.45 น. พัก 10.45-12.00 น. บรรยาย 6 กติกาข้อ 12-14 (การเสิร์ฟ การรุก การสกัดกั้น) พร้อมแนวทางและข้อแนะนำการตัดสินที่เกี่ยวข้อง 12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00-14.30 น. บรรยาย 7 กติกาข้อ 15-17 (การหยุดการแข่งขัน การถ่วงเวลาการแข่งขัน การหยุดการแข่งขันที่ยกเว้น) พร้อมแนวทางและข้อแนะนำการตัดสิน ที่เกี่ยวข้อง 14.30-14.45 น. พัก 14.45-16.30 น. บรรยาย 8 กติกาข้อ 18-19 (การหยุดพักและการเปลี่ยนแดน, ผู้เล่นตัวรับอิสระ) พร้อมแนวทางและข้อแนะนำการตัดสินที่เกี่ยวข้อง วันที่ 3 9.00-10.30 น. บรรยาย 9 กติกาข้อ 20-22 (มรรยาทของผู้เข้าแข่งขัน การผิดมรรยาท และการลงโทษ คณะกรรมการตัดสินและการทำหน้าที่) พร้อมแนวทาง และข้อแนะนำการตัดสินที่เกี่ยวข้อง 10.30-10.45 น. พัก 10.45-12.00 น. บรรยาย 10 กติกาข้อ 23-24 (ผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินที่ 2) พร้อมแนวทางและข้อแนะนำการตัดสินที่เกี่ยวข้อง 12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00-14.30 น. บรรยาย 11 กติกาข้อ 25-28 (ผู้บันทึก ผู้ช่วยผู้บันทึก ผู้กำกับเส้น สัญญาณมือ) วิธีการบันทึกการแข่งขัน 6 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


14.30-14.45 น. พัก 14.45-16.30 น. ขั้นตอนพิธีการก่อนการแข่งขัน และการประชุมเพื่อพิจารณาคำตัดสิน วันที่ 4 09.00-10.30 น. สอบข้อเขียน 10.30-10.45 น. พัก 10.45-12.00 น. บรรยาย 12 การประสานงานระหว่างผู้ตัดสินที่ 1 กับผู้ตัดสินที่ 2 และผู้ตัดสินที่ 2 กับผู้บันทึกและผู้ช่วยผู้บันทึก 12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00-14.30 น. ภาคปฏิบัติ 1 ฝึกปฏิบัติการแสดงสัญญาณมือ สัญญาณนกหวีด สัญญาณธง 14.30-14.45 น. พัก 14.45-16.30 น. ภาคปฏิบัติ 2 นักกีฬา 2 ทีม กำหนดหน้าที่ฝึกปฏิบัติผู้เข้ารับ การอบรมทุกคน การทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น ผู้บันทึก ผู้ช่วยผู้บันทึก วันที่ 5 09.00-10.30 น. ภาคปฏิบัติ 3 นักกีฬา 2 ทีม ฝึกปฏิบัติการทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น ผู้บันทึกและผู้ช่วยผู้บันทึก (ต่อ) 10.30-10.45 น. พัก 10.45-12.00 น. ภาคปฏิบัติ 4 นักกีฬา 2 ทีม ฝึกปฏิบัติการทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น ผู้บันทึกและผู้ช่วยผู้บันทึก (ต่อ) 12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00-16.30 น. สอบภาคปฏิบัติ นักกีฬา 2 ทีม การทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น ผู้บันทึกและผู้ช่วยผู้บันทึก วันที่ 6 09.00-12.00 น. สอบภาคปฏิบัติ นักกีฬา 2 ทีม การทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น ผู้บันทึกและผู้ช่วยผู้บันทึก (ต่อ) 12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00-16.30 น. สอบภาคปฏิบัติ นักกีฬา 2 ทีม การทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น ผู้บันทึก และผู้ช่วยผู้บันทึก (ต่อ) วันที่ 7 09.00-12.00 น. สอบภาคปฏิบัติ 3 นักกีฬา 2 ทีม ฝึกปฏิบัติการทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น ผู้บันทึก และผู้ช่วยผู้บันทึก (ต่อ) 12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 13.00-14.30 น. สอบภาคปฏิบัติ นักกีฬา 2 ทีม การทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น ผู้บันทึก และผู้ช่วยผู้บันทึก (ต่อ) 14.30-14.45 น. พัก 14.45-15.30 น. อภิปราย-ซักถาม 15.30-16.30 น. พิธีปิดการฝึกอบรม *กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 7


กีฬาวอลเลย์บอลได้เริ่มขึ้นที่เมื่อ ค.ศ. 1895 โดยนายวิลเลี่ยม จี มอร์แกน (William G.Morgan) ผู้อำนวยการฝ่ายพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. (Young Men’s Christian) เมืองโฮลโยค ในรัฐแมสซาชูเซตส์ (Holyoke, Massachusetts) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พยายามคิดค้น หาเกมต่างๆ โดยใช้ยางในของลูกบาสเกตบอล และตีด้วยมือให้ข้ามตาข่าย โดยใช้ชื่อว่า มินโตเนต (Mintonette) ต่อมาในปี 1896 ศาสตราจารย์อัลเฟรด ที ฮอลสเตด (Prof.Alfred T.Halstead) ได้เสนอให้เปลี่ยนชื่อจาก “มินโตเนต (Mintonette)” เป็น “วอลเลย์บอล (Volleyball)” ประวัติของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ปี ค.ศ. 1895 นายวิลเลียม จี มอร์แกน (William G.Morgan) ได้คิดค้นเกมการเล่น วอลเลย์บอลขึ้น ที่สมาคม Y.M.C.A. ในเมืองโฮลโยค รัฐแมสซาชูเซตส์ (Holyoke, Massachusetts) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้ชื่อ มินโตเนต (Mintonette) ปี ค.ศ. 1896 ศาสตราจารย์อัลเฟรด ที ฮอลสเตด (Prof.Alfred T.Halstead) ได้เสนอให้ เปลี่ยนชื่อจาก “มินโตเนต (Mintonette)” เป็น “วอลเลย์บอล (Volleyball)” ปี ค.ศ. 1898 ประเทศแคนาดาได้พัฒนากีฬาวอลเลย์บอลเพื่อเป็นกิจกรรมนันทนาการ (Recreation Activity) ปี ค.ศ. 1905 ศาสตราจารย์เจ ฮาวาร์ด โครเกอร์ (Prof J. Haward Crocher) ได้นำ กีฬาวอลเลย์บอลเข้าไปเผยแพร่ในประเทศจีน (China) ปี ค.ศ. 1908 นายแฟรงกิน เอช บราวน์ (Franklin H.Brown) ได้นำกีฬาวอลเลย์บอล เข้าไปเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น (Japan) ปี ค.ศ. 1910 นายเอลวู๊ด เอส บราวน์ Elwood S.Brown ช่วยจัดตั้งสมาคมวอลเลย์บอล ในประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) ปี ค.ศ. 1913 ได้มีการบรรจุกีฬาวอลเลย์บอลเข้าในการแข่งขันกีฬาภาคพื้นตะวันออกไกล (Far Eastern Games) ครั้งที่ 1 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ (Manila, Philippines) ปี ค.ศ. 1918 ได้กำหนดให้ใช้ผู้เล่นข้างละ 6 คน ปี ค.ศ. 1922 ได้กำหนดกติกาให้แต่ละทีมเล่นลูกได้ไม่เกิน 3 ครั้ง และได้มีการก่อตั้งสมาคม วอลเลย์บอลและบาสเกตบอลขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศเชคโกสโลวาเกีย ประวัติความเป็นมาของ กีฬาวอลเลย์บอล 8 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


ปี ค.ศ. 1928 มีการก่อตั้งสมาคมวอลเลย์บอลขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการจัดการแข่งขัน วอลเลย์บอลชิงชนะเลิศแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 1 ที่ Brooklyn Central Y.M.C.A. (USA National Volleyball Championships) ปี ค.ศ. 1933 ได้บรรจุกีฬาวอลเลย์บอลหญิงในการแข่งขันกีฬา Central American และ Caribbean Game ในกรุงซาน ซิลวาดอร์ (San Salvador) ประเทศ เอลซัลวาดอร์ (El Salvador) ปี ค.ศ. 1934 มีการจัดตั้งคณะกรรมการกีฬาวอลเลย์บอลนานาชาติเป็นครั้งแรก ภายใต้สหพันธ์แฮนด์บอล ปี ค.ศ. 1946 ประเทศโปแลนด์ ฝรั่งเศส เชคโกสโลวาเกีย สหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียตรัสเซีย และโรมาเนีย ได้ร่วมกันก่อตั้งคณะกรรมการที่ดำเนินการด้วยตนเองขึ้นครั้งแรก ปี ค.ศ. 1947 14 ประเทศ ได้ร่วมกันจัดตั้งสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (The Federation International De Volleyball : FIVB) ขึ้นในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และได้เลือกนายพอล ลิบอร์ด (Paul Libaud) เป็นประธานสหพันธ์คนแรก โดยมีประเทศที่ร่วมกันจัดตั้ง ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เชคโกสโลวาเกีย โปแลนด์ อียิปต์ อิตาลี เนเธอแลนด์ เบลเยียม โปรตุเกส โรมาเนีย ตุรกี บราซิล อุรุกวัย ยูโกสลาเวีย (อิสราเอลและเลบานอนได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในปี ค.ศ. 1949) ปี ค.ศ. 1948 การแข่งขันวอลเลย์บอลชิงชนะเลิศแห่งทวีปยุโรป ครั้งที่ 1 ประเภทชาย ที่กรุงโรม ระหว่างวันที่ 24-26 กันยายน ปี ค.ศ. 1949 - จัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงชนะเลิศของโลกเป็นครั้งแรก ณ กรุงปราก (Prague) ประเทศเชคโกสโลวาเกีย (Czechoslovakia) - คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee-IOC) ได้ประกาศรับรองกีฬาชนิดนี้ แต่ยังอยู่ในฐานะกีฬาที่ไม่ได้มีการแข่งขันใน กีฬาโอลิมปิก (Non Olympic Sport) - การแข่งขันชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย (Men’S World Championships) ครั้งแรก ณ กรุงปราก (Prague) - การแข่งขันชิงแชมป์ยุโรป (European Champions) ประเภททีมหญิงครั้งแรก ณ กรุงปราก (Prague) - มีการใช้ระบบการรุก 3 คน และมีการล้ำแดนของตัวเซตที่อยู่แดนหลัง ปี ค.ศ. 1951 อนุญาตให้มือสามารถล้ำเหนือตาข่ายได้ ภายใต้เงื่อนไขคือการสกัดกั้น ปี ค.ศ. 1952 การแข่งขันชิงแชมป์โลก ประเภททีมหญิง (Women’S World Championships) ครั้งแรก ณ กรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย (Moscow, Russia) คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 9


ปี ค.ศ. 1955 - กีฬาวอลเลย์บอลได้ถูกบรรจุเข้าใน “แพนอเมริกันเกม ครั้งที่ 2” (The 2nd Pan American Games) ณ เมืองเม็กซิโกซิตี้ (Mexico City) - นายมาซาอิชิ นิชิกาว่า (Masaichi Nishikawa) นายกสมาคมวอลเลย์บอล แห่งประเทศญี่ปุ่นได้จัดตั้งสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย (Asian Volleyball Confederation : AVC) ขึ้น ปี ค.ศ. 1956 จัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชาย-หญิงชิงแชมป์โลกในเวลาเดียวกันเป็นครั้งแรก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (Paris, France) โดยมีทีมชาย 24 ทีม และ หญิง 17 ทีม ปี ค.ศ. 1957 คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้มีการประชุมที่เมืองโซเฟีย ประเทศ บัลแกเรีย (Sofia, Bulgaria) และยอมรับกีฬาวอลเลย์บอลเข้าเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ในกีฬาโอลิมปิก และประกาศให้สหพันธ์วอลเลย์นานาชาติ (FIVB) เป็นองค์กร กีฬาสากลมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนเป็นต้นไป ปี ค.ศ. 1961 คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) และคณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิก (OCOG : Organising Committee of The Olympic Game) แห่งประเทศญี่ปุ่น ได้บรรจุกีฬาวอลเลย์บอลเข้าเป็นกีฬาชนิดหนึ่งในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่จัดขึ้นที่กรุงโตเกียวด้วย ปี ค.ศ. 1963 สหพันธ์วอลเลย์บอลยุโรป (The European Volleyball Confederation : CEV) ได้จัดตั้งคณะกรรมการในโซนของยุโรป ปี ค.ศ. 1964 - กีฬาวอลเลย์บอลชาย-หญิงได้ถูกบรรจุเข้าในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรก ที่จัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (เหรียญทองหญิง ได้แก่ ทีมญี่ปุ่น เหรียญทองชาย ได้แก่ ทีมสหภาพโซเวียตรัสเซีย) - ได้มีการปรับปรุงกติกาการสกัดกั้นใหม่ (อนุญาตให้มือทั้งสองลำ้เหนือตาข่าย และอนุญาตให้ถูกลูกขณะสกัดกั้นเกินกว่า 1 ครั้งได้) ปี ค.ศ. 1965 - การแข่งขันเวิลด์คัพชาย ครั้งที่ 1 ณ กรุงวอซอร์ ประเทศโปแลนด์ (Warsaw, Poland) - มีการจัดตั้งคณะกรรมการในโซนแอฟริกาขึ้น ปี ค.ศ. 1966 Dr.Ruben Acosta ได้จัดตั้งคณะกรรมการโซนอเมริกากลางและโซนคาริเบียนขึ้น ปี ค.ศ. 1968 สหรัฐอเมริกาและแคนาดาได้เข้าร่วมโซนอเมริกากลาง เพื่อจัดตั้งสหพันธ์วอลเลย์บอล แห่งทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง (NORCECA) ตามข้อเสนอของ Dr.Ruben Acosta ปี ค.ศ. 1971 ได้มีการจัดหลักสูตรผู้ฝึกสอนระดับนานาชาติขึ้นครั้งแรก โดยสมาคมวอลเลย์บอล แห่งประเทศญี่ปุ่น ภายใต้การดำเนินงานของ Mr.Yutaka Maeda และ Mr.Hiroshi Toyoda 10 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


ปี ค.ศ. 1972 สหพันธ์วอลเลย์บอลทั้ง 5 ทวีป ได้แก่ เอเชีย (AVC), แอฟริกา (CEV), อเมริกาใต้ (CSV), อเมริกาเหนือและอเมริกากลาง (NORCERA) ได้จัดตั้ง คณะกรรมการฝ่ายแข่งขันกีฬาของแต่ละทวีปขึ้น โดยการรับรองโดยสหพันธ์ ของแต่ละทวีป ปี ค.ศ. 1973 การแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์คัพหญิง ครั้งที่ 1 ที่ประเทศอุรุกวัย (Uruguay) ปี ค.ศ. 1974 มีการถ่ายทอดสดเป็นครั้งแรกในการแข่งขันวอลเลย์บอลชาย-หญิงชิงแชมป์โลก จากประเทศเม็กซิโกไปยังประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ ปี ค.ศ. 1975 - มีการจัดประชุมและส่งเสริมมินิวอลเลย์บอลขึ้นที่ประเทศสวีเดน - มีการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงชนะเลิศแห่งทวีปแอฟริกา ณ เมืองดากา ประเทศเซเนกัล (Dakar, Senegal) ปี ค.ศ. 1976 - Dr.Ruben Acosta ได้คิดค้นระบบการใช้ลูกบอล 3 ลูก และอนุญาตให้ เล่นได้อีก 3 ครั้ง หลังการสกัดกั้นได้ถูกนำมาใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกม ณ เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา (Montreal, Canada) - ความกว้างของตาข่ายถูกลดให้เหลือ 9 เมตร ปี ค.ศ. 1977 การแข่งขันระดับเยาวชน (อายุตำ่กว่า 21 ปี ) ชาย-หญิง ชิงแชมป์โลกจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ที่ประเทศบราซิล (Brazil) ปี ค.ศ. 1980 กติกาของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้มีการพัฒนาขึ้นเป็น 2 ภาษา ได้แก่ ภาษาฝรั่งเศสและภาษาสเปนเป็นครั้งแรก ตามผลจากการเสนอของ ประเทศเม็กซิโก ในการประชุมใหญ่ที่กรุงมอสโคว์และได้มีการรับรองเกี่ยวกับ นักกีฬาอาชีพ ปี ค.ศ. 1982 ได้มีการลดแรงดันลมของลูกบอลจาก 0.45 เป็น 0.40 กิโลกรัม /ตารางเซนติเมตร ปี ค.ศ. 1984 - Dr.Ruben Acosta ได้รับเลือกให้ขึ้นเป็นประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (2nd FIVB President) แทนนาย Pual Libaud ผู้ก่อตั้งสหพันธ์ฯ - สำนักงานใหญ่ของสหพันธ์ฯ ได้ย้ายจากกรุงปารีสไปยังเมืองโลซาน ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ (Lausame, Switzerland) ปี ค.ศ. 1985 - คณะกรรมการบริหารสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติได้ให้การรับรอง 5 โครงการหลัก เพื่อพัฒนาวอลเลย์บอลของโลก ซึ่งเสนอโดย Dr.Ruben Acosta และมีเจตนา มุ่งหมายเพื่อยกระดับวอลเลย์บอลขึ้นสู่ระดับกีฬาอาชีพ - ได้มีการจัดการแข่งขัน World Gala เป็นครั้งแรกที่กรุงปักกิ่งและเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยทีมหญิงของประเทศจีนพบกับทีมดาราของโลก การแข่งขันวอลเลย์บอล ชายหาดชิงแชมป์โลกได้จัดเป็นครั้งแรกที่ประเทศบราซิล คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 11


ปี ค.ศ. 1990 การแข่งขัน วอลเลย์บอลเวิลด์ลีก (World League) ได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก มีการจัดการแข่งขันมากกว่า 20 เมือง จาก 8 ประเทศ เข้าร่วมแข่งขันเพื่อ ชิงเงินรางวัล 1 ล้านเหรีญสหรัฐ ปี ค.ศ. 1992 สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้เริ่มให้มีการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด (Beach Volleyball) World Tour ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีการจัดการแข่งขัน ที่ญี่ปุ่น เปอร์โตริโก บราซิล อิตาลี และออสเตรเลีย ปี ค.ศ. 1993 - สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติได้กลายเป็นองค์กรกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีประเทศสมาชิกถึง 210 ประเทศ - เริ่มมีการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เวิลด์กรังปรีซ์ (Women’S World Grand Prix) ขึ้นเป็นครั้งแรกโดยมี 8 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัล 1 ล้านเหรียญสหรัฐ - คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้มีการประชุมที่เมืองมอนเตการ์โล รัฐโมนาโก (Monte Carlo, Monaco) ให้บรรจุวอลเลย์บอลชายหาด เข้าในกีฬาโอลิมปิกเกม 1996 มีการแข่งขันทีมหญิง 16 คู่ ทีมชาย 24 คู่ ปี ค.ศ. 1994 - อนุญาตให้ลูกถูกส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ทุกส่วนรวมทั้งเท้า - ได้มีการขยายเขตเสิร์ฟจนเต็มเขตพื้นที่ 9 เมตร - ที่ประชุมใหญ่สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติได้รับรองแผนการส่งเสริม วอลเลย์บอลปี 2001 ซึ่งเสนอโดย Dr.Ruben Acosta เพื่อพัฒนาทักษะ การบริหารจัดการของสมาคมวอลเลย์บอลแต่ละประเทศให้สามารถจัดการแข่งขัน วอลเลย์บอลอาชีพขึ้นรวมทั้งวอลเลย์บอลชายหาดด้วย ปี ค.ศ. 1995 ครบรอบ 100 ปี สำหรับกีฬาวอลเลย์บอล จัดให้มีการเฉลิมฉลอง 100 วัน ในทั่วโลก โดยผู้เกี่ยวข้องกับกีฬาวอลเลย์บอล ปี ค.ศ. 1996 กีฬาวอลเลย์บอลชายหาดได้ถูกบรรจุเข้าในรายการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรก ณ เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย (Atlanta, Jeorgia) ปี ค.ศ. 1997 - มีการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดชิงแชมป์โลก (ทั้งประเภททีมชาย และทีมหญิง) เป็นครั้งแรก ณ เมืองลอสแองเจลิส (Los Angeles, USA) ประเทศ สหรัฐอเมริกา โดยมีเงินรางวัลในแต่ละประเภท 600,000 เหรียญสหรัฐ - การแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์ลีกครั้งที่ 8 ได้เพิ่มเงินรางวัลเป็น 8 ล้านเหรียญสหรัฐ ปี ค.ศ. 1998 การประชุม FIVB World Congress ครั้งที่ 26 มีการประกาศใช้ระบบ การนับคะแนนแบบ “Rally Point” และมีการยอมรับอย่างเป็นทางการ ให้มีการเล่นโดยใช้ตัวรับอิสระ (The Libero Player) ในการแข่งขันชิงแชมป์โลก ที่กรุงโตเกียว (Tokyo) 12 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


ปี ค.ศ. 1999 ทีมหญิงจากประเทศคิวบา (Cuba) ได้รับตำแหน่งชนะเลิศเป็นครั้งที่ 4 ในการแข่งขันรายการ FIVB World Cup และทีมชายจากประเทศรัสเซีย ได้รับตำแหน่งชนะเลิศเป็นครั้งแรก ปี ค.ศ. 2000 - การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย มีการแข่งขัน วอลเลย์บอลชายหาด ประเภทชาย 24 คู่ หญิง 24 คู่ วอลเลย์บอลในร่ม ประเภทชาย 12 ทีม หญิง 12 ทีม และสาธารณรัฐคิรินาส (Kiribati) ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกลำดับที่ 218 - ระบบการนับคะแนนแบบ Rally Point ถูกนำไปใช้กับการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด - มีการยอมรับกติกาการเสิร์ฟบอลสามารถถูกตาข่ายได้ - การเฉลิมฉลองให้กับผู้เล่นที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษ (Best Players of Century) ได้แก่ Karch Kiraly จากสหรัฐอเมริกา Lorenzo Bernardi จากอิตาลี และ Regla Torres จากเจ้าของแชมป์โอลิมปิก 3 สมัยอย่างคิวบา ปี ค.ศ. 2002 - มีการประชุมใหญ่สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ครั้งที่ 28 ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา (Buenos, Aires, Argentina) ได้มีการกำหนดความสูง ของผู้เข้าแข่งขัน ชาย 185 เซนติเมตรขึ้นไป หญิง 175 เซนติเมตรขึ้นไป - ประเทศเยอรมนี (Germany) เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก โดยมีทีมเข้าร่วม 24 ทีม แข่งขันในเมื่อต่างๆ ถึง 8 เมือง - ประเทศอาร์เจตินา (Argentina) เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชาย ชิงแชมป์โลก โดยมีทีมเข้าร่วม 24 ทีม แข่งขันในเมืองต่างๆ ถึง 6 เมือง ปี ค.ศ. 2004 - การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ (Athens, Greece) มีการแข่งขันวอลเลย์บอลในร่มประเภททีมชาย จำนวน 12 ทีม ประเภททีมหญิง จำนวน 12 ทีม และวอลเลย์บอลชายหาดจำนวน 24 ทีม หญิง จำนวน 24 ทีม - ทีมชนะเลิศวอลเลย์บอลประเภทชาย ได้แก่ บราซิล และประเภทหญิง ได้แก่ ประเทศจีน ปี ค.ศ. 2006 การแข่งขัน FIVB Volleyball World Championship ทีมชนะเลิศประเภทชาย ได้แก่ บราซิล และประเภทหญิง ได้แก่ รัสเซีย ปี ค.ศ. 2007 การแข่งขัน FIVB World Cup ทีมชนะเลิศประเภทชาย ได้แก่ บราซิล และ ประเภทหญิง ได้แก่ อิตาลี ปี ค.ศ. 2008 การแข่งขันโอลิมปิกที่ประเทศจีน ทีมชนะเลิศประเภทชาย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และประเภทหญิง ได้แก่ บราซิล คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 13


ปี ค.ศ. 2009 - การแข่งขันรายการ FIVB Club World Championship ประเภททีมชาย ได้นำกลับมาลงในปฏิทินการแข่งขันระดับนานาชาติอีกครั้ง หลังจากที่มีการแข่งขัน ล่าสุดในปี 1992 ปี ค.ศ. 2010 - กีฬาวอลเลย์บอลประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ กับการเริ่มฤดูกาลแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกเยาวชน ณ ประเทศสิงคโปร์ - การแข่งขันรายการ FIVB Club World Championship ประเภททีมหญิง ได้นำกลับมาลงในปฏิทินการแข่งขันอีกครั้ง หลังจากที่มีการแข่งขันครั้งแรก ในปี 1994 หลังจากที่ประเภททีมชายประสบความสำเร็จในการแข่งขันเมื่อปีก่อนหน้านี้ - การแข่งขันเพื่อชิงถ้วยรางวัล Continental Cup ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรก ในการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ที่จะจัดขึ้นในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012 ณ กรุงลอนดอน (London, England) ปี ค.ศ. 2011 - ระบบการนับแต้มแบบใหม่ได้มีการนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในการแข่งขัน โดยได้รับการยืนยันโดยผู้บริหารของ FIVB ในการแข่งขันที่มีการชนะที่ 3 ต่อ 0 หรือ 3 ต่อ 1 โดยผู้ชนะจะได้ 3 แต้ม และผู้แพ้จะได้ 0 เช่นกันกับการชนะแต้ม 3 ต่อ 2 ซึ่งจะหมายถึง ผู้ชนะได้ 2 แต้ม และผู้แพ้ได้ 1 แต้ม ในกรณีที่แต้มเสมอ กันจะนับคะแนนเป็นแบบ Set Ratio ซึ่งจะต่างจากการนับคะแนนแบบ Point Ratio ในอดีตที่ผ่านมา ปี ค.ศ. 2012 - มีการปรับปรุงแก้ไขเรื่องเครื่องแบบของผู้เล่นฝ่ายหญิงโดยมีทางเลือกให้ 3 ทาง คือ ผู้เล่นสามารถสวมปลอกหุ้มหัวเข่าความยาวอย่างมากที่สุด 3 เซนติเมตร ไว้เหนือเข่าหรือใส่แบบครึ่งตัวหรือใส่แบบเต็มตัว โดยให้ขึ้นอยู่กับการเคารพ ในกฎและหรือความเชื่อของแต่ละศาสนา ประวัติกีฬาวอลเลย์บอลในเอเชีย ฝ่ายวิชาการ กองกีฬา กรมพลศึกษา (2535: 5-6) ได้เรียบเรียงกีฬาวอลเลย์บอลใน เอเชียไว้ดังนี้ ดร.เกรย์ (Dr.Gray) ผู้อำ�นวยการพลศึกษาแห่งสมาคม Y.M.C.A. ได้นำ� กีฬาวอลเลย์บอลเข้ามาในประเทศอินเดีย เมื่อปี ค.ศ. 1900 ต่อมาในปี ค.ศ. 1906 กีฬาวอลเลย์บอลได้เข้าสู่ประเทศจีนโดยนายโรเบิร์ทสันและนายเกลีย (Robert and Gaily) ผู้อำ�นวยการพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. 14 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


ปี ค.ศ. 1910 นายเอลวูด เอส. บราวน์ (Elwood S. Brown) ผู้อำ�นวยการพลศึกษาของ สมาคม Y.M.C.A. ได้นำ�เข้าเผยแพร่ในประเทศฟิลิปปินส์ และได้แผ่ขยาย ออกไปถึงประเทศตะวันออกไกล ปี ค.ศ. 1913 ได้มีการแข่งขันกีฬาภาคพื้นตะวันออก (Far Eastern Games) ครั้งที่ 1 ขึ้นที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ กีฬาวอลเลย์บอลก็ได้รับการบรรจุเข้า ในการแข่งขันด้วยโดยใช้ระบบการแข่งขันแบบ 16 คน ซึ่งอีก 5 ปีต่อมา ได้เปลี่ยนเป็นระบบการเล่น 6 คน ซึ่งคิดโดยสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 1921 ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาภาคพื้นตะวันออก ครั้งที่ 5 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้เปลี่ยนระบบการเล่นแบบ 16 คน มาเป็นระบบ 12 คน ปี ค.ศ. 1924 ประเทศญี่ปุ่น ได้คิดระบบการเล่นแบบ 9 คน ซึ่งระบบนี้ได้นำ�มาใช้ใน การแข่งขันภาคพื้นตะวันออก (Far Eastern Games) ครั้งที่ 8 ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในปี ค.ศ. 1927 ปี ค.ศ. 1943 นายแฟรงคลิน เอช. บราวน์ (Franklin H. Brown) ได้นำ�กีฬาวอลเลย์บอล เข้าสหพันธ์แห่งเอเชีย ปี ค.ศ. 1951 ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ได้เข้าร่วมกับสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ปี ค.ศ. 1952 อินเดียและเลบานอนได้เข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์โลกชาย ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย และทีมชาติหญิงของอินเดีย ได้เข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์โลกหญิงครั้งที่ 1 ซึ่งจัดที่กรุงมอสโก ในเวลาเดียวกัน ปี ค.ศ. 1953 ทีมมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda) แห่งประเทศญี่ปุ่นได้เข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาชิงชนะเลิศภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เมืองโอมาฮะ และเนบราก้า (Omaha and Nebraska) และได้มีแรงจูงใจให้นำ�เอาระบบการเล่น 6 คน เข้ามาในประเทศญี่ปุ่น ปี ค.ศ. 1954 ได้มีการก่อตั้งสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชียขึ้นในกรุงมะนิลา ในโอกาสที่มี การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 2 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนายมาซาอิชิ นิชิกาวา (Masaichi Nishikawa) นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศ ญี่ปุ่นในขณะนั้น แต่อย่างไรก็ตามมีข้อผูกพันว่าประเทศสมาชิกต้องเป็น สมาชิกของสหพันธ์ คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 15


ปี ค.ศ. 1955 ได้มีการจัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 1 ประเภททีมชาย ขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นที่ระลึกแก่สหพันธ์วอลเลย์บอล แห่งเอเชีย และในครั้งนั้นประเทศอินเดียและญี่ปุ่นเป็นผู้ชนะเลิศประเภท 6 คน และ 9 คน ตามลำ�ดับ ปี ค.ศ. 1958 มีการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กีฬาวอลเลย์บอลได้ถูกบรรจุเข้าไว้ในการแข่งขันประเภทหนึ่งด้วย (เฉพาะทีมชาย) ประเทศญี่ปุ่นได้ชนะเลิศทั้งประเภท 6 คน และ 9 คน ในระหว่างการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ในครั้งนี้ ได้มีการดำ�ริที่จะจัด การแข่งขันกีฬาภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เซียพเกมส์ (SEAP Games) และได้มีการประชุมกันระหว่างผู้แทนของประเทศต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในแถบนี้ โดยการริเริ่มของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในปี 1949 ซึ่งใน ข้อตกลงได้กำ�หนดให้มีการจัดการแข่งขัน 2 ปีต่อครั้ง และได้พิจารณาบรรจุ กีฬาวอลเลย์บอลเข้าตั้งแต่การแข่งขันกีฬาเซียพเกมส์ ครั้งที่ 1 เป็นต้นมา ปี ค.ศ. 1964 สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศเกาหลี ได้จัดการแข่งขันวอลเลย์บอล เยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย (Asian Youth Games) ขึ้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ปี ค.ศ. 1975 จัดให้มีการแข่งขันชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 1 ภายใต้การควบคุมของสหพันธ์ วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย ที่กรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ทีมชนะเลิศ ทีมชาย ญี่ปุ่น ทีมหญิง ญี่ปุ่น ปี ค.ศ. 1979 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมหญิงและชาย ครั้งที่ 2 ที่ประเทศฮ่องกงและบาห์เรน ตามลำ�ดับในเดือนธันวาคม ทีมชนะเลิศ ทีมหญิงจีน ทีมชายจีน ปี ค.ศ. 1980 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย (Junior Asian Championship) ครั้งที่ 1 ประเทศเกาหลี ปี ค.ศ. 1983 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมหญิงและชาย ครั้งที่ 3 ณ ประเทศญี่ปุ่น ทีมหญิงได้แก่ ญี่ปุ่น และทีมชายได้แก่ญี่ปุ่น ปี ค.ศ. 1984 จัดการแข่งขันเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมหญิง ครั้งที่ 2 ที่เมืองแคนเบอร์รา (Canbera) ประเทศออสเตรเลีย และประเภททีมชาย ครั้งที่ 2 ที่เมืองริยาด (Riyadh) ประเทศซาอุดิอาระเบีย 16 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


ปี ค.ศ. 1987 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชาย ครั้งที่ 4 ที่ประเทศ คูเวต และการแข่งขันประเภททีมหญิงที่ประเทศจีน ทีมชนะเลิศทีมชาย ญี่ปุ่น ทีมหญิง ได้แก่ จีน ปี ค.ศ. 1989 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมหญิงและทีมชาย ที่ประเทศ เกาหลีและฮ่องกง ตามลำ�ดับ ทีมชนะเลิศทีมหญิง ได้แก่ จีน ทีมชายได้แก่ เกาหลีใต้ ปี ค.ศ. 1991 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายที่ประเทศออสเตรเลีย ทีมชนะเลิศได้แก่ ญี่ปุ่น ประเทศทีมหญิงจัดที่ประเทศไทย ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จีน ปี ค.ศ. 1993 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายจัดขึ้นที่ประเทศไทย ทีมชนะเลิศ ได้แก่ เกาหลีใต้ ประเภททีมหญิงจัดที่ประเทศจีน ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จีน ปี ค.ศ. 1995 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายจัดขึ้นที่ประเทศ เกาหลีใต้ ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ประเภททีมหญิงจัดขึ้นที่ประเทศไทย ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จีน ปี ค.ศ. 1997 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายจัดขึ้นที่ประเทศกาตาร์ ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จีน ประเภททีมหญิงจัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จีน ปี ค.ศ. 1999 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายจัดขึ้นที่ประเทศอิหร่าน ทีมชนะเลิศได้แก่ จีน ประเภททีมหญิงจัดขึ้นที่ประเทศฮ่องกง ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จีน ปี ค.ศ. 2001 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายจัดขึ้นที่ประเทศ เกาหลีใต้ ทีมชนะเลิศได้แก่ เกาหลีใต้ ประเภททีมหญิงจัดขึ้นที่ประเทศจีน ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จีน ปี ค.ศ. 2003 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายจัดขึ้นที่ประเทศจีน ทีมชนะเลิศได้แก่ เกาหลีใต้ ประเภททีมหญิงจัดขึ้นที่ประเทศไทย ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จีน ปี ค.ศ. 2005 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายจัดขึ้นที่ประเทศไทย ทีมชนะเลิศได้แก่ ญี่ปุ่น ประเภททีมหญิงจัดขึ้นที่ประเทศเวียดนาม ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จีน คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 17


ปี ค.ศ. 2007 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายจัดขึ้นที่ประเทศ อินโดนีเซีย ทีมชนะเลิศได้แก่ ออสเตรเลีย ประเภททีมหญิงจัดขึ้นที่ ประเทศไทย ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ปี ค.ศ. 2009 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายจัดขึ้นที่ประเทศ ฟิลิปปินส์ ทีมชนะเลิศได้แก่ ญี่ปุ่น ประเภททีมหญิงจัดขึ้นที่ประเทศ เวียดนาม ทีมชนะเลิศ ได้แก่ ประเทศไทย ปี ค.ศ. 2011 จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ประเภททีมชายจัดขึ้นที่ประเทศอิหร่าน ทีมชนะเลิศได้แก่ อิหร่าน ประเภททีมหญิงจัดขึ้นที่ประเทศจีนไทเป ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จีน ประวัติกีฬาวอลเลย์บอลในประเทศไทย กีฬาวอลเลย์บอลในประเทศไทยนั้นไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่า ได้แพร่หลายเข้ามา ในสมัยใด แต่พอจะประมาณได้ว่าการเล่นกีฬาวอลเลย์บอลได้มีขึ้นในประเทศไทยกว่า 60 ปี โดยเล่นเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ในปี พ.ศ. 2476 กรมพลศึกษาเห็นว่าวอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่นักเรียนทั้งหญิงและชาย สามารถเล่นได้ จึงได้จัดให้สอนวิชานี้ขึ้นในสถาบันพลศึกษา ในปี พ.ศ. 2477 กรมพลศึกษาได้จัดพิมพ์กติกาวอลเลย์บอลขึ้น โดยอาจารย์ นพคุณ พงษ์สุวรรณ เป็นผู้แปลและท่านเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในกีฬาวอลเลย์บอลจึงได้รับการเชิญให้เป็นผู้บรรยาย เกี่ยวกับ เทคนิควิธีเล่น ตลอดจนกติกาการแข่งขันแก่ครูพลศึกษาทั่วประเทศ ประมาณ 100 คน ในโอกาสที่ กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้จัดการอบรมขึ้น และในปีนี้เอง กรมพลศึกษาได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬา ประจำปีขึ้น และบรรจุกีฬาวอลเลย์บอลหญิงไว้ในการแข่งขันเป็นครั้งแรก พร้อมบรรจุไว้ในหลักสูตร ของโรงเรียนพลศึกษากลางและกำหนดเป็นวิชาบังคับให้นักเรียนหญิงเรียนวิชาวอลเลย์บอลและเนตบอล ในสมัยของนาวาเอกหลวงศุภชลาศัย ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษา อย่างไรก็ตามการแข่งขัน วอลเลย์บอลในสมัยนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก นักกีฬาต่างก็เล่นกันไปเพียงไม่ให้ผิดกติกา จึงทำให้การเล่นวอลเลย์บอลเสื่อมความนิยมไป แต่ยังคงมีการแข่งขันอยู่บ้างเป็นครั้งคราว ในปี พ.ศ. 2500 มีคณะบุคคลผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมวอลเลย์บอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทยขึ้น โดยมีคณะผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 7 คน ได้แก่ 1. พลโทสุรจิต จารุเศรณี 2. นายกอง วิสุทธารมณ์ 3. นายสวัสดิ์ เลขยานนท์ 18 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


4. นายเสรี ไตรรัตน์ 5. นายนิคม พลสุวรรณ์ 6. นายแมน พลพยุหคีรี 7. นายเฉลิม บุณยะสุนทร บุคคลทั้ง 7 คน ได้เข้าร่วมกันประชุมวางแผนดำเนินงานการก่อตั้งสมาคมวอลเลย์บอล สมัครเล่นแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2500 จากที่ประชุมได้มอบหมาย ให้นายกอง วิสุทธารมณ์ เป็นผู้แทนไปดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมฯ ต่อกระทรวงศึกษาธิการ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2502 โดยมีนายนาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ลงนามในใบอนุญาต จัดตั้งสมาคมฯ มีชื่อว่า “สมาคมวอลเลย์บอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย” (Amature Volleyball Association of Thailand โดยใช้ชื่อย่อว่า A.V.A.T.) วันที่ 1 มิถุนายน 2502 พลเอกสุรจิต จารุเศรณี นายกสมาคมฯ ได้ลงนามในข้อบังคับ ของสมาคมฯฉบับแรกที่กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารเพียง 7 ตำแหน่ง และดำรงตำแหน่ง ได้สมัยละ 4 ปี คณะกรรมการสมาคมฯ ชุดแรก ดังนี้ 1. พลเอกสุรจิต จารุเศรณี นายกสมาคมฯ 2. นายกอง วิสุทธารมณ์ อุปนายก 3. นายแมน พลพยุหคีรี เหรัญญิก 4. นายเฉลิม บุณยะสุนทร เลขานุการ 5. นายสวัสดิ์ เลขยานนท์ กรรมการ 6. นายเสรี ไตรรัตน์ กรรมการ 7. นายนิคม พลสุวรรณ์ กรรมการ เมื่อมีการจัดตั้งสมาคมฯ ขึ้นเป็นผลสำเร็จ ประเทศไทยจึงส่งทีมชายเข้าร่วมการแข่งขัน ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพมหานคร ทีมไทยประสบความสำเร็จได้ตำแหน่งชนะเลิศ แต่ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 2 ที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ทีมไทยไม่ประสบผลสำเร็จ ในปี พ.ศ. 2505 ประเทศไทยส่งทีมวอลเลย์บอลชายเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ (Asian Games) ครั้งที่ 4 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย การแข่งขันครั้งนี้ทำให้เห็นว่า กีฬาวอลเลย์บอลของประเทศไทยยังล้าหลังชาติอื่นๆ อยู่อีกมาก ดังนั้น สมาคมวอลเลย์บอลสมัครเล่น แห่งประเทศไทยจึงพยายามส่งเสริมกีฬาประเภทนี้ให้เจริญก้าวหน้า โดยได้ติดต่อผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่น ให้เข้ามาทำการฝึกสอนให้กับทีมชาติไทยให้เข้าใจวิธีการเล่นที่ถูกต้องเป็นที่ยอมรับของชาวต่างประเทศ ทั่วๆ ไป คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 19


Mr.Gavriel Kraus ประธานคณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ได้กล่าวถึงคุณลักษณะของผู้ตัดสินที่ดีไว้ดังนี้ 1. ลักษณะท่าทางที่ดี (Appearance) 1.1 แต่งกายดี 1.2 บุคลิกภาพที่แสดงออกดี 1.3 การพูดจา (ภาษาอังกฤษในระดับนานาชาติ) 1.4 มีความประพฤติดี 2. มีความเป็นมืออาชีพ (Professional) 2.1 คุณสมบัติทั่วไป (General) - ก่อนแข่งขัน - ขณะแข่งขัน - หลังแข่งขัน 2.2 ความเสียสละ (Sacrifice) มีความเสียสละในเรื่อง - เวลา ต้องห่างจากครอบครัว เพื่อน และหน้าที่งานประจำ - ร่างกาย ต้องพยายามรักษาสุขภาพ (ทรวดทรง) - จิตใจ ต้องหมั่นเรียนรู้ หมั่นเฝ้าดู และอดทน 2.3 ด้านการเงิน (Financial) เมื่อใดที่ผู้ตัดสินรับเงิน ไม่ว่าจะน้อยเพียงใด จะถือว่าเขาเป็นผู้ตัดสินอาชีพทันที 3. การเตรียมตัว (Preparation) 3.1 การเตรียมตัวด้านกติกา (Rules) 3.1.1 ต้องเรียนรู้กติกาทุกข้อ ตั้งแต่ต้นจนจบ (จะไม่มีใครที่สามารถเรียนรู้ กติกาแทนกันได้) 3.1.2 ต้องเรียนรู้การตีความกติกาทุกข้อ โดยเรียนรู้จากแนวทางทำหน้าที่ ผู้ตัดสิน (Guideline) และคำแนะนำสำหรับผู้ตัดสิน (Instruction) 3.1.3 ต้องเรียนรู้การนำกติกาไปใช้ 3.1.4 ต้องเข้าใจเจตนารมณ์ของกติกาเป็นอย่างดี และการวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ของกีฬาวอลเลย์บอล 3.1.5 ต้องรู้ว่าการมีความรู้ที่ดีจะนำไปสู่การตัดสินที่ดีได้ คุณลักษณะของผู้ตัดสินที่ดี (Qualities of A Good Referee) 20 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


3.2 เตรียมการทำหน้าที่ (Work) 3.2.1 การเตรียมด้านจิตใจ 3.2.1.1 ต้องมีจิตใจที่จะทำหน้าที่ในการแข่งขันทุกรูปแบบ ไม่ใช่เฉพาะ คู่ที่สำคัญเท่านั้น 3.2.1.2 ต้องคิดแต่เรื่องกีฬาวอลเลย์บอลและการตัดสินกีฬาวอลเลย์บอล เท่านั้น 3.2.1.3 ต้องเข้าใจลักษณะการเล่นและเข้าใจถึงยุทธวิธีการเล่นของทีม 3.2.2 การเตรียมด้านร่างกาย 3.2.2.1 สร้างร่างกายให้พร้อมเสมอสำหรับการทำหน้าที่ 3.2.2.2 ทำร่างกายให้ดูดีอยู่เสมอ (เหมือนนักกีฬาแต่ต้องไม่เหมือนคนอ้วนๆ) 3.2.3 การเตรียมด้านจิตวิทยา 3.2.3.1 ต้องหนักแน่นในสภาวะที่กดดัน 3.2.3.2 สามารถให้จบเซต และเสร็จสิ้นการแข่งขันในช่วงวิกฤต ได้อย่างถูกต้อง 3.2.4 การเตรียมตัวทั่วๆ ไป 3.2.4.1 ต้องตัดสินการแข่งขันทุกประเภท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ การเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ 3.2.4.2 ต้องเฝ้าชมการแข่งขัน เพื่อทำความเข้าใจเกมการแข่งขัน รวมถึงการเรียนรู้การทำหน้าที่ในสิ่งที่ดี และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นของผู้ตัดสินอื่น 3.3 ด้านรูปแบบ (Style) 3.3.1 การเป็นตัวของตัวเอง ทุกคนต่างก็มีความแตกต่างกัน จะต้องพัฒนา สิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้ตัวเอง 3.3.2 การลอกเลียนแบบ ผู้ตัดสินบางคนอาจชอบการตัดสินของผู้อื่น แต่ต้องรู้จักนำสิ่งที่เหมาะสมกับบุคลิกภาพของตนเองมาใช้เท่านั้น 4. ก่อนการแข่งขัน 4.1 ก่อนการแข่งขันแต่ละนัด อย่างน้อยที่สุดควรได้อ่านกติกาการแข่งขันบางตอนก่อน 4.2 ประเมินผลงานโดยวิเคราะห์จากการแสดงออกของทีม ผู้เล่น ผู้ฝึกสอน ผู้ชม และสภาพภายในสนามแข่งขัน 4.3 ควรมีการพูดคุยที่ดีกับผู้ร่วมทำหน้าที่ตัดสิน เช่น ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น ผู้บันทึก ผู้เช็ดพื้น ผู้กลิ้งบอล 4.4 ต้องยึดมั่นกับคำขวัญที่ว่า คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 21


4.4.1 ไม่มีใครสำคัญมากไปกว่าการแข่งขัน 4.4.2 ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ใครถูก แต่สำคัญที่อะไรคือสิ่งที่ถูกต้องสำหรับ กีฬาวอลเลย์บอล 5. ระหว่างการแข่งขัน สิ่งสำคัญ คือ ทันทีที่การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ผู้ตัดสินเท่านั้นที่เป็นคนกลาง และจะต้องให้ คำตอบว่าตนเองมีความยุติธรรมหรือไม่ โดย 5.1 ต้องทำหน้าที่เหมือนกับผู้กำกับวงออเคสตร้า แต่ต้องไม่ใช่ตำรวจจราจร 5.2 ต้องร่วมมือกับคณะร่วมตัดสินอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยทำงานร่วมกันเป็นทีม 5.3 ต้องมีความแน่นอน (Consistent) โดย 5.3.1 ต้องรู้จักสถานการณ์ที่แตกต่างกัน (มีการตัดสินใจที่เหมือนกันภายใต้ สถานภาพที่เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน) 5.3.2 ผู้เล่นจะต้องรู้ตั้งแต่ต้นว่า อะไรที่อนุญาตได้และอะไรที่ไม่อนุญาตให้เล่น 5.4 ต้องมีความแม่นยำในการตีความกติกาการแข่งขัน และเข้าใจลักษณะของเกมส์ การแข่งขันของการแข่งขัน (หนังสือกติกาการแข่งขันเป็นเพียงแนวทางให้ปฏิบัติ ไม่ใช่คำสั่งให้ปฏิบัติ) 5.5 เป่านกหวีดเฉพาะเมื่อเห็น ไม่ใช่คิดว่าเห็น “การเดาเป็นสัญญาณของความผิดพลาด” 5.6 เป่านกหวีดเฉพาะเมื่อมั่นใจอย่างแน่นอนว่ามีการทำผิดกติกา และรู้ลักษณะ ของการทำผิด ถ้าสงสัยไม่ควรเป่านกหวีด 5.7 ทำให้การแข่งขันต่อเนื่อง กีฬาวอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่ได้รับการยอมรับว่า นักกีฬาจะต้องเป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาด ดังนั้น การพยายามทำให้การแข่งขันดำเนินไปด้วยดี จะทำให้การแข่งขันได้เลื่อนไหลต่อเนื่อง โดย 5.7.1 หลีกเลี่ยงการเจรจากับนักกีฬาและผู้ฝึกสอน 5.7.2 อย่าพยายามให้เป็นเรื่องของเทคนิคมากเกินไป จงพยายามทำหน้าที่ ตัดสินภายใต้เจตนารมณ์ของกติกา 5.7.3 พยายามควบคุมตนเองไม่ให้เป่านกหวีดโดยไม่จำเป็น หรือจะกล่าวอีก อย่างหนึ่งว่า จะหยุดแข่งขันเมื่อจำเป็นเท่านั้น แต่อย่าไปรบกวนการต่อเนื่องของการเล่น พยายาม ทำให้ลูกบอลลอยอยู่ในอากาศนานๆ เพื่อให้ผู้ชมเกิดความตื่นเต้น 5.8 ต้องพร้อมเสมอที่จะตัดสินลูกยากๆ การตัดสินลูกที่ยากๆ นั้น ต้องอาศัยความ กล้าหาญมากกว่าการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น 5.9 ต้องพร้อมที่จะแก้ไขความผิดพลาดของตนเอง สิ่งนี้ต้องอาศัยความกล้าหาญ ความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่เช่นนี้ จะทำให้ผู้ตัดสินที่ดีกลายเป็นผู้ตัดสินที่ยิ่งใหญ่ได้ 22 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


5.10 ความซื่อตรงและมีเกียรติ จะเปรียบเสมือนมีความเป็นกลางในการแข่งขัน และ จะต้องพยายามรักษาระดับนี้ไว้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบการแข่งขัน โดย 5.10.1 ต้องไม่ยอมให้การได้เปรียบใดๆ เกิดกับทีมใดในทุกเวลา 5.10.2 ต้องมั่นใจว่าทีมที่ชนะ ควรเป็นทีมที่ควรได้รับชัยชนะอย่างถูกต้อง 5.11 ต้องไม่ใส่ใจต่อผู้ชม ผู้ฝึกสอน นักกีฬา แต่ยังคงแสดงไว้ซึ่งความสุภาพเสมอ 5.12 ต้องรู้ว่าอะไรที่จะทำให้เกิดความเป็นศัตรูกับผู้เล่น ผู้ฝึกสอน ความหยิ่งยโส ขาดความรู้ จะนำตัวไปสู่ความไม่แน่นอนในการตัดสินใจ 5.13 การตัดสินทุกครั้งต้องได้รับการยอมรับ ปราศจากข้อคำถามใดๆ 5.14 ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีตลอดการแข่งขัน และคงไว้ภายใต้พื้นฐานที่ถูกต้อง 5.15 อย่าสร้างปัญหาให้กับตนเอง 5.16 มีอารมณ์ที่อยากตัดสิน และสามารถควบคุมได้ 5.17 มีนกหวีดที่มีคุณภาพดี สามารถเป่าได้เสียงดังชัดเจน มีอำนาจ และเกิดความเชื่อมั่น 5.18 พยายามใช้สัญญาณมือที่เป็นทางการเท่านั้น 6. ภายหลังการแข่งขัน 6.1 ตรวจสอบใบบันทึกอย่างละเอียด 6.2 อย่าโต้เถียงกับผู้ฝึกสอน นักกีฬา และผู้ชม 6.3 รับฟังและยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความรู้สึกที่ดี มีความต้องการที่จะปรับปรุง ตนเอง และใฝ่หาแนวทางที่ดีกว่าอยู่เสมอ 7. เรื่องทั่วๆ ไป 7.1 ต้องเป็นผู้ตัดสินเพราะว่ามีใจรักกีฬาวอลเลย์บอล 7.2 มีความอยากทำหน้าที่เป็นอย่างมาก เพราะต้องการอุทิศตนเองให้แก่กีฬา วอลเลย์บอล 7.3 มีทักษะและการแสดงออกซึ่งความเสียสละให้กับการแข่งขัน โดยไม่รบกวน ให้การแข่งขันต้องหยุดชะงัก 7.4 แสดงถึงการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ตัดสินอื่นๆ ฝ่ายการจัดการแข่งขัน ผู้ควบคุมการแข่งขัน ผู้ฝึกสอน นักกีฬา ทั้งก่อนแข่งขัน ขณะแข่งขัน และหลังการแข่งขัน 7.5 สุภาพและอ่อนโยนเสมอในทุกสถานการณ์ แต่ต้องหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับผู้เล่น ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ของทีม ทั้งในสนามแข่งขันและในโรงยิมเนเซียมที่แข่งขัน 7.6 ต้องพยายามคิดเสมอว่า ความจริงแล้วผู้ชมไม่ต้องการมาดูผู้ตัดสิน แต่ต้องการ มาชมนักกีฬาและทีมมากกว่า 7.7 ผู้ตัดสินที่ดีจะต้องสนุกสนานต่อการทำหน้าที่ มิฉะนั้นก็ควรลาออกจาก การเป็นผู้ตัดสิน คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 23


1. การแบ่งระดับชั้นของผู้ตัดสิน สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ได้กำหนดระดับชั้นของผู้ตัดสินซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบได้ 4 ระดับ 1.1 ผู้ตัดสินระดับชาติ (National Referees) 1.1.1 ผู้ตัดสินระดับชาติ คือ บุคคลที่ได้รับอนุญาตจากสมาคมวอลเลย์บอล ของประเทศต่างๆ ให้ทำหน้าที่ในการแข่งขันรายการระดับสูงของประเทศนั้นๆ และมีชื่อขึ้นทะเบียน กับสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ 1.1.2 สมาคมวอลเลย์บอลของประเทศต่างๆ เป็นองค์กรที่กำหนดขึ้น ในแต่ละประเทศ มีหน้าที่ในการให้ความรู้และให้การรับรองบุคคลผู้ซึ่งมีความรู้ในกติกาการแข่งขัน กีฬาวอลเลย์บอลอย่างสมบูรณ์ และสามารถประยุกต์เพื่อนำไปใช้ในขณะแข่งขันได้ 1.1.3 สมาคมวอลเลย์บอลของประเทศต่างๆ จะสามารถกำหนดขั้นตอน หรือขบวนการต่างๆ ในการแต่งตั้งผู้ตัดสินของประเทศนั้นๆ และส่งชื่อผู้ตัดสินระดับชาติเหล่านั้น เพื่อขึ้นทะเบียนกับสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ 1.2 ผู้ตัดสินเตรียมเป็นผู้ตัดสินนานาชาติ (International Referee Candidates) 1.2.1 บุคคลที่จะเตรียมขึ้นสู่ผู้ตัดสินระดับนานาชาติ คือ ผู้ตัดสินระดับชาติ ของแต่ละประเทศ (ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1.1) ผู้ซึ่งมีชื่อขึ้นทะเบียนไว้กับสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ อย่างน้อย 3 ปี ที่ได้เข้าอบรม และสอบผ่านหลักสูตรผู้ตัดสินระดับนานาชาติที่รองรับโดยสหพันธ์ วอลเลย์บอลนานาชาติ ผู้ตัดสินเหล่านี้จะได้รับวุฒิบัตร “ผู้ตัดสินเตรียมเป็นผู้ตัดสินนานาชาติ” จากสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ทั้งนี้จะต้องมีอายุเกินกว่า 20 ปี แต่ไม่เกิน 41 ปีบริบูรณ์ นับถึง วันแรกของการอบรม 1.2.2 ผู้ตัดสินระดับชาติที่มีชื่อขึ้นทะเบียนไว้กับสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ เท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้ารับการอบรมหลักสูตร “การทำหน้าที่ผู้ตัดสินนานาชาติ” และจะต้องผ่านการ รับรองจากแพทย์ 1.2.3 ถ้าผู้ตัดสินสอบผ่านหลักสูตร “การทำหน้าที่ผู้ตัดสินนานาชาติ” จะมีสิทธ์ได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้ตัดสินเตรียมเป็นผู้ตัดสินนานาชาติ 1.2.4 ขั้นตอนในการแต่งตั้งประกอบด้วย ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตัดสิน กีฬาวอลเลย์บอล 24 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


1.2.4.1 เมื่อจบหลักสูตร ผู้อำนวยการหลักสูตรจะมอบวุฒิบัตร ผู้ผ่านการฝึกอบรม โดยผู้ที่ได้รับวุฒิบัตรนี้จะต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการฝ่ายตัดสิน ในการประชุมครั้งต่อไป 1.2.4.2 หลังจากที่ได้มีการพิจารณาเห็นชอบ ฝ่ายเลขานุการสำนักงาน ของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ จะได้จัดส่งประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และแจ้งไปยัง สมาคมของประเทศนั้นๆ 1.3 ผู้ตัดสินระดับนานาชาติ (International Referees) 1.3.1 ผู้ตัดสินระดับนานาชาติ คือ ผู้ตัดสินเตรียมเป็นผู้ตัดสินนานาชาติ ตามข้อ 1.2 ผู้ซึ่งสามารถผ่านการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 อย่างน้อย 7 ครั้ง ภายในเวลา 5 ปี หลังการอบรม โดยใน 3 ครั้ง จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันระดับทวีปหรือระดับภูมิภาค ที่อยู่ในความดูแลหรือยอมรับโดยสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ 1.3.2 สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติจะมอบประกาศนียบัตรและบัตรประจำตัว ให้แก่ผู้ตัดสิน ที่ได้รับการเสนอจากฝ่ายคณะกรรมการผู้ตัดสินของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ หลังจากที่พิจารณาแล้ว และมั่นใจว่าผู้ตัดสินเหล่านั้นมีคุณสมบัติครบถ้วน และมีประสบการณ์เพียงพอ 1.3.3 ขั้นตอนในการแต่งตั้งประกอบด้วย 1.3.3.1 สมาคมแต่ละประเทศของผู้ตัดสินจะต้องเสนอผู้ตัดสินเหล่านั้น ไปยังคณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ พร้อมกับแนบใบบันทึกที่เป็น การแข่งขันระดับนานาชาติที่ผู้ตัดสินนั้นทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 จำนวน 7 ครั้ง โดยการรับรองของ คณะกรรมการฝ่ายตัดสินของทวีปนั้นๆ จำนวน 3 ครั้ง ภายในเวลา 5 ปี หลังการฝึกอบรม 1.3.3.2 คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ จะตรวจสอบใบบันทึก และส่งให้คณะกรรมการฝ่ายบริหารพิจารณาตัดสินต่อไป 1.3.3.3 เมื่อคณะกรรมการฝ่ายบริหารพิจารณาแล้วจะส่งต่อให้ สำนักงานเลขาธิการของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติตรวจสอบอีกครั้ง ถ้าทุกอย่างสมบูรณ์ สำนักงานเลขาธิการจะส่งประกาศนียบัตรให้กับผู้ตัดสินเหล่านั้นทันที 1.3.4 สถานภาพของผู้ตัดสินนานาชาติ จะมีเวลา 4 ปี 1.3.5 ในช่วงระยะเวลานี้ สมาคมของแต่ละประเทศจะต้องส่งรายงาน ผลการปฏิบัติงานทั้งในการแข่งขันระดับชาติและระดับนานาชาติของผู้ตัดสินแต่ละคนตามแบบ รายงานของสหพันธ์ฯ ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ไม่เกินวันที่ 30 พฤศจิกายน ของทุกปี 1.3.6 จากการรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสิน จะพิจารณาว่าผู้ตัดสินนานาชาตินั้น จะยังคงสภาพเป็นผู้ตัดสินระดับนานาชาติต่อไปหรือไม่ เมื่อครบเวลา 4 ปี คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 25


1.3.7 ในกรณีที่ผู้ตัดสินคนใดไม่มีผลการปฏิบัติหน้าที่ระดับชาติหรือระดับ นานาชาติ คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินสามารถยกเลิกสถานภาพของผู้ตัดสินคนนั้น และจะต้องให้ ผู้ตัดสินคนนั้นเข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้ตัดสินระดับนานาชาติหรือหลักสูตรฟื้นฟู (ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ) ซึ่งควบคุมโดยวิทยากรของคณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินของสหพันธ์วอลเลย์บอล นานาชาติคนนั้น และได้รับการแต่งตั้งอีกครั้งในช่วงเวลา 4 ปี 1.3.8 อายุสำหรับผู้ตัดสินระดับนานาชาติจะกำหนดไว้ไม่เกิน 55 ปี 1.4 ผู้ตัดสินระดับโลก (FIVB Referees) ผู้ตัดสินระดับโลก คือ ผู้ตัดสินระดับนานาชาติตามที่ได้ระบุไว้ในข้อ 1.3 ผู้ซึ่งได้ ทำหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 ในการแข่งขันชิงแชมป์โลก เวิลด์คัพ เวิลด์ลีก เวิลด์กรังปรีซ์ และโอลิมปิกเกม ในระยะเวลา 4 ปี และได้รับการประเมินผลในระดับดีมากจำนวนไม่น้อยกว่า 8 ครั้ง โดย 1.4.1 จากผลการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสิน จะพิจารณาเสนอชื่อต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณา 1.4.2 ขั้นตอนในการแต่งตั้งประกอบด้วย 1.4.2.1 ผู้ตัดสินระดับนานาชาติที่ได้รับการแต่งตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี อาจจะได้รับการเสนอชื่อเพื่อพิจารณาให้เป็นผู้ตัดสินระดับโลก 1.4.2.2 เฉพาะผู้ตัดสินระดับนานาชาติที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1.3 และ 1.4 เท่านั้น ที่อาจจะได้รับการพิจารณาเสนอชื่อ 1.4.2.3 การแต่งตั้งจะต้องได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานเลขาธิการ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติก่อน และจึงเสนอต่อไปยังคณะกรรมการบริหารต่อไป 1.4.2.4 การแต่งตั้งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ บริหารของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ 1.4.2.5 ทันทีที่คณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นชอบแล้วสำนักงาน เลขาธิการจะจัดส่งวุฒิบัตรและบัตรประจำตัวใหม่ไปยังสมาคมวอลเลย์บอลของประเทศนั้นๆ เพื่อที่จะได้ส่งตรงให้แก่ผู้ตัดสินผู้นั้นต่อไป 1.4.3 แต่ละประเทศสามารถมีผู้ตัดสินระดับโลกไม่เกิน 3 คน ในช่วงเวลา เดียวกัน 1.4.4 เฉพาะผู้ตัดสินระดับโลกเท่านั้นที่สามารถได้รับเชิญเป็นรายบุคคล (เป็นการส่วนตัว) เพื่อทำหน้าที่ในการแข่งขันระดับโลกของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ และ รายการแข่งขันที่เป็นทางการอื่นๆ 1.4.5 ผู้ตัดสินระดับโลกจะมีขื่ออยู่ในระยะเวลา 4 ปี และอาจจะถูกจัดลำดับให้ ตำ่ลงกว่าเดิมได้ ถ้าระดับความสามารถไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ 26 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


2. สิทธิและหน้าที่ของผู้ตัดสิน 2.1 มีสิทธิเฉพาะในการทำหน้าที่ในการแข่งขันระดับนานาชาติ โดย 2.1.1 เฉพาะผู้ตัดสินระดับนานาชาติเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่ ในการแข่งขันที่เป็นรายการของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ 2.1.2 เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการยอมรับ และมีชื่ออยู่ในรายการแข่งขัน อาจจะทำ หน้าที่ในนามของผู้ตัดสินนานาชาติ หรือผู้ตัดสินเตรียมเป็นผู้ตัดสินระดับโลกได้ 2.2 ความรับผิดชอบ 2.2.1 ความรับผิดชอบของผู้ตัดสินทุกคนได้กำหนดไว้ในระเบียบทั่วๆ ไป สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติซึ่งอยู่ในคู่มือ และข้อเสนอแนะสำหรับการตัดสินในการแข่งขัน แต่ละรายการ ซึ่งถือเป็นระเบียบเฉพาะและต้องถือปฏิบัติ 2.2.2 ผู้ตัดสินนานาชาติทุกคน จะต้องมีสัญชาติที่ทางสมาคมประเทศนั้นๆ ที่ตนเองสังกัด 2.2.3 ผู้ตัดสินนานาชาติคนใดที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศอื่นอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย จะได้รับการจำแนกเป็นผู้ตัดสินของประเทศนั้น และเขาจะมีสิทธิตามเงื่อนไขได้ เมื่อเขาได้อยู่ในประเทศนั้นอย่างน้อย 1 ปี 2.2.4 ผู้ตัดสินคนใดที่มีสัญชาติอื่น แต่ได้อาศัยอยู่ในประเทศนั้นอย่างน้อย 3 ปี สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติอาจจะอนุญาตให้ทำหน้าที่ในการแข่งขันระดับนานาชาติได้ ถ้าได้รับ การขออนุญาตจากประเทศนั้น และผู้ตัดสินนั้นยังมีระดับความสามารถอยู่ในระดับดี 2.3 การเข้าร่วมคลินิกการปฏิบัติหน้าที่ตัดสิน 2.3.1 การจัดทำคลินิกการปฏิบัติหน้าที่ตัดสิน จะต้องจัดภายใต้คำแนะนำ จากกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินก่อนการแข่งขันสำหรับเจ้าหน้าที่ทุกคน การแข่งขันระดับภูมิภาคหรือ ระดับทวีปจะต้องปฏิบัติตามกำหนดการดังนี้ 2.3.1.1 การอบรมภาคทฤษฎี 4 ชั่วโมง ในวันแรก และภาคปฏิบัติ 8 ชั่วโมง ในวันที่ 2 (สำหรับการแข่งขันรายการของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ) หรือ 4 ชั่วโมง ในการแข่งขันระดับภูมิภาคหรือระดับทวีป 2.3.1.2 สำหรับโปรแกรมการดำเนินการที่แน่นอนดังกล่าวนั้นจะต้อง ได้รับการยืนยันจากเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขัน 2.3.2 ผู้ตัดสินที่เข้าร่วมในการแข่งขันทุกคนจะต้องเข้าร่วมในการทำคลินิก ดังต่อไปนี้ 2.3.2.1 ผู้ตัดสินนานาชาติจะต้องเดินทางถึงเมืองที่จัดการแข่งขัน 3 วันเต็ม ก่อนการแข่งขัน คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 27


2.3.2.2 ผู้ตัดสินคนใดที่เดินทางถึงไม่ทันกำหนดเวลา สมาคมฯ ของ ประเทศนั้นจะต้องถูกพิจารณาลงโทษตามระเบียบ 2.4 การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่และการรายงาน 2.4.1 ใบประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ (R4) ในการแข่งขันรายการระดับโลก หรือรายการที่เป็นทางการ คณะอนุกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินจะต้องประเมินระดับความสามารถของ ผู้ตัดสินทุกคน 2.4.2 การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินจะดำเนินตามขั้นตอนดังนี้ 2.4.2.1 คณะอนุกรรมการฝ่ายผู้ตัดสิน 1 คน หรือทั้งสองคนจะกรอก เพื่อประเมินผลลงในใบประเมินเพียงชุดเดียว 2.4.2.2 หลังการแข่งขัน คณะอนุกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินจะประชุม เพื่อประเมินและยืนยันใบประเมินผลของผู้ตัดสิน 2.4.2.3 ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินจะเป็นผู้เก็บรวบรวม ใบประเมินผล เพื่อจัดส่งสำนักงานเลขาธิการสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติพร้อมรายงาน หลังการแข่งขันในรายการนั้นๆ 2.4.2.4 ในการประชุมประจำปี คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินจะพิจารณา เพื่อยืนยันผลการประเมินของผู้ตัดสินแต่ละคน เพื่อการเสนอชื่อเป็นผู้ตัดสินระดับโลก (FIVB Referee) 2.4.3 จำนวนผู้ตัดสินระดับนานาชาติ จำนวนผู้ตัดสินระดับนานาชาติของแต่ละประเทศจะถูกกำหนดโดย ระดับพื้นฐานของแต่ละประเทศดังนี้ กลุ่ม A จำนวน 20 คนต่อประเทศ (มีกิจกรรมการแข่งขันมาก) กลุ่ม B จำนวน 10 คนต่อประเทศ (มีกิจกรรมการแข่งขันปานกลาง) กลุ่ม C จำนวน 5 คนต่อประเทศ (มีกิจกรรมการแข่งขันน้อย) 2.4.4 ผู้ตัดสินเตรียมเป็นผู้ตัดสินระดับนานาชาติ จะไม่นับรวมอยู่ในจำนวน ของแต่ละประเทศ 2.5 การให้ออกและการยึดบัตรผู้ตัดสินระดับนานาชาติ 2.5.1 ผู้ตัดสินระดับนานาชาติคนใดที่ไม่มีกิจกรรมในการแข่งขันระดับชาติ และระดับนานาชาติภายในระยะเวลา 2 ปี จะถูกให้ออก และจะต้องส่งคืนบัตรประจำตัวให้กับ สำนักงานเลขาธิการสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ 2.5.2 ผู้ตัดสินคนใดที่ไม่ได้ทำหน้าที่ในรายการแข่งขันระดับนานาชาติ ในช่วงเวลา 2 ปี ติดต่อกันจะถูกให้ออกโดย 28 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


2.5.2.1 ถ้าประเทศนั้นได้ร้องขอต่อคณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินอาจจะทำ การทดสอบผู้ตัดสินนั้นเพื่อกลับเข้าร่วมกิจกรรมในกรณีที่ 1 และ 2 2.5.2.2 คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสิน อาจจะทำการทดสอบผู้ตัดสิน เป็นกรณีพิเศษ ถ้าได้รับการร้องขอจากประเทศนั้นๆ 2.5.3 ผู้ตัดสินระดับนานาชาติคนใดที่หยุดกิจกรรมเพื่อการศึกษาหรือหน้าที่ การงานในช่วงเวลา 2 ปี โดยการขออนุญาตจากประเทศนั้น เมื่อครบกำหนดแล้วคณะกรรมการ ฝ่ายผู้ตัดสินจะพิจารณาอนุมัติให้เพิ่มชื่อเข้าในรายชื่อผู้ตัดสินระดับนานาชาติได้อีก 2.5.4 ในระดับนานาชาติ จะไม่อนุญาตให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่ทั้งผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสินในเวลาเดียวกัน ถ้าผู้ตัดสินคนใดทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนในระดับนานาชาติ ผู้ตัดสินนั้น จะถูกให้ออกจากกิจกรรมการตัดสินทันที คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 29


การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล เป็นการแข่งขันที่ใช้เวลายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขัน ในระดับสูงๆ คู่แข่งขันที่มีระดับความสามารถใกล้เคียงกัน ยิ่งใช้เวลาในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น การแข่งขันเวิลด์ลีก เป็นการแข่งขันระดับสุดยอดของกีฬาวอลเลย์บอล การแข่งขันแต่ละเซตใช้เวลา ไม่ต่ำกว่า 30 นาที บางเซตใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง เพราะกว่าจะได้กันแต่ละคะแนนต้องต่อสู้กัน อย่างหนักหนาสาหัส ผู้ตัดสินต้องใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถในการควบคุมการแข่งขัน ให้น่าชมและเกิดความตื่นเต้นสำหรับผู้ชม ถ้าจะถามว่าการตัดสินนัดสำคัญๆ นั้น ผู้ตัดสินมีความรู้สึกหนักอกหนักใจเพียงไร คงจะต้องถาม ความรู้สึกกับผู้ตัดสินที่ผ่านประสบการณ์การตัดสินระดับสูงๆ ตัดสินคู่สำคัญๆ อย่างอาจารย์ทรงศักดิ์ เจริญพงศ์ ผู้ตัดสินระดับโลกคนเดียวของประเทศไทย รับรองว่าจะได้รับคำตอบว่า “หนักใจ” ยิ่งการแข่งขันที่มีการชิงเงินรางวัลสูงๆ ใช้เวลาแข่งขันนาน ผู้กำกับเส้นเป็นของเจ้าภาพ ผู้ตัดสิน ก็ยิ่งทำหน้าที่ลำบากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ตัดสินและผู้ที่กำลังอยากจะเข้ามาเป็นผู้ตัดสิน จึงได้นำเรื่องของ จิตวิทยาที่จะช่วยผู้ตัดสินให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่มาเป็นแนวทางเพื่อการศึกษาต่อไป ต้องยอมรับกันว่า ผู้ตัดสินที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ตัดสินคู่สำคัญๆ มักจะเกิด ความประหม่า ตื่นเต้น แต่ก็อยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุดจนเกิดความกังวลใจ เกิดความกดดันตามมา และอาจกลายเป็นความกลัวที่จะต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายดังกล่าว ดังนั้นถ้าต้องทำหน้าที่ ตัดสินคู่ที่สำคัญๆ แล้วเกิดอาการทั้งหลายที่กล่าวมาแล้ว ก่อนอื่นจะต้องตั้งใจว่า “ต้องพยายาม ลดในสิ่งที่ตนเองกลัวให้ได้ แล้วความกลัวจะถูกฆ่าให้หมดไป” เพื่อช่วยให้จิตใจสงบ ลดความหวาดกลัวให้หมดไป มีร่างกายและจิตใจพร้อมที่จะทำหน้าที่ จึงขอแนะนำให้สำรวจรายการต่อไปนี้ ซึ่งบางอย่างจะต้อง “ทำ” แต่บางอย่างต้อง “ไม่ทำ” ก่อน การแข่งขัน ได้แก่ 1. ต้องทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติเช่นที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การพักผ่อนหลับนอน 2. อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงกำหนดการต่างๆ ที่เคยทำอยู่เป็นอันขาด 3. ต้องรักษาวินัยในการออกกำลังกายของตนเอง เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพและความมั่นใจ ในตนเอง จิตวิทยาสำหรับผู้ตัดสิน กีฬาวอลเลย์บอล 30 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


4. ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งก่อนการแข่งขัน สร้างจินตนาการว่าถ้าเกิดปัญหาต่างระหว่าง การแข่งขัน แล้วให้นึกต่อไปว่าจะตัดสินหรือแก้ปัญหาอย่างไร ความกดดันต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้าหาคำตอบที่ชัดเจนให้แก่ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ 5. อย่าให้สิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดมาก่อน สร้างความแปลกประหลาดใจให้แก่ตัวเอง เพราะจะทำให้ขาดความมั่นใจในการตัดสิน 6. อย่าเตรียมการล่วงหน้านานถึง 1 คืน เพราะจะทำให้เกิดความสับสนและความกดดัน จนนอนไม่หลับ 7. จงใช้ท่าทาง สัญญาณมือ และความเคลื่อนไหวตามปกติที่เคยใช้ 8. อย่าพยายามใช้ท่าทางหรือสัญญาณใหม่ๆ อย่างฉับพลันก่อนการแข่งขันนัดสำคัญๆ 9. ทำทุกอย่างที่เห็นว่าจะทำให้ร่างกาย อารมณ์ และสมองพร้อมทำหน้าที่ได้อย่างดีที่สุด 10. หลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆ ที่อาจทำให้เหน็ดเหนื่อย ไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ในการทำหน้าที่ 11.อย่าทำกิจกรรมใดๆ ที่อาจเกิดปัญหาและความสับสน ถ้าต้องทำควรทำหลังจาก การแข่งขันเสร็จสิ้นแล้ว 12.ต้องมีความกระตือรือร้น ความกระหาย และความมั่นใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ 13.ต้องไม่มีความกระวนกระวายใจ หากเกิดขึ้นต้องพยายามคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่อาจเกิดขึ้นตามธรรมชาติ 14.อย่าวิตกกังวลกับความกระวนกระวายใจหรือการนอนไม่หลับที่เกิดขึ้น 15.ต้องแต่งกายให้พร้อมที่จะเป็นผู้ชนะ ทำสิ่งที่เคยนำโชค นำของขลังหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เคารพนับถือติดตัวไปด้วย 16. จงทำทุกอย่างตามขั้นตอนปกติที่เคยทำเช่นเคย เช่น ใส่ของขลังที่เคารพนับถือไว้ กระเป๋าใด ก็จงทำที่เคยทำทุกครั้ง 17.อย่ารับประทานอาหารมากๆ ในช่วง 2 ชั่วโมงก่อนการแข่งขัน เพราะจะทำให้ขาด ความคล่องแคล่วว่องไว ควรรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่ายจำนวนพอสมควร 18. ต้องสร้างความเคยชินกับสนามแข่งขัน โดยเข้าไปอยู่ภายในสนามแข่งขันนานพอที่ สายตาจะคุ้นเคยกับสภาพแสงและร่างกายเกิดความชินกับสภาพแวดล้อมของสนาม 19.ต้องหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ซึ่งมีผลต่อสายตาและระบบการหายใจของร่างกาย ถ้าปฏิบัติตามข้อเสนอดังกล่าวทั้ง 19 ข้อ น่าจะประสบความสำเร็จขั้นพื้นฐานในการสร้าง ความพร้อมที่จะทำหน้าที่ผู้ตัดสินนัดสำคัญ แต่จะสำเร็จหรือไม่เพียงใดนั้น จะต้องอาศัยเทคนิคอื่นๆ เข้าช่วยอีกมากมาย ซึ่งได้แก่ คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 31


ท่าทางการแสดงออกที่มีการกลั่นกรองแล้ว เมื่อจิตใจ ความรู้สึก และร่างกายพร้อมจะทำหน้าที่แล้ว จึงมีเทคนิคที่จะช่วยทำให้เกิด ความมั่นใจในการทำหน้าที่ผู้ตัดสิน และช่วยทำให้ท่าทางที่แสดงออกไปผสมกลมกลืนเป็นธรรมชาติ ไม่เคอะเขิน คือ 1. การสร้างจินตนาการเพื่อเตรียมเผชิญกับปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น 2. การสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เกิดความอยากทำหน้าที่ 3. การผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้เกิดความเมื่อยล้าขณะทำหน้าที่นานๆ 4. การควบคุมระบบการหายใจเพื่อระงับความตื่นเต้นและความเครียด 5. การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเพื่อการให้สัญญาณนกหวีดและสัญญาณมือทันต่อเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น 6. การเป็นตัวของตัวเองเพื่อสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจ การสร้างเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้สามารถทำหน้าที่ผู้ตัดสินได้ในการแข่งขันทุกระดับ แต่วิธีที่ดีที่สุดที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้ก็คือ หมั่นฝึกฝนโดยการปฏิบัติจริงหรือการได้ชม การแข่งขันบ่อยๆ ถ้าต้องทำหน้าที่ผู้ตัดสินในการแข่งขันที่สำคัญๆ ต้องทำการฝึกซ้อมให้หนักเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถตัดสินปัญหาความยุ่งยาก ความกดดัน หรือลูกเล่นที่ทีมต่างๆ นำมาใช้ได้อย่างถูกต้อง ระหว่างการฝึกซ้อมเช่นนี้มีข้อเสนอแนะนำสำหรับผู้ตัดสิน คือ 1. ศึกษาปัญหาต่างๆ จากวีดิโอเทป โดยฝึกท่าทางประกอบตามท่าทาง ขณะตัดสิน ต้องเยือกเย็นสุขุม ไม่ตื่นเต้น โดยอาศัยกระจกเงาช่วยท่าทาง 2. ฝึกควบคุมระบบหายใจเข้า-ออกของตนเองทั้งเร็วและช้า 3. เพิ่มพลังการสูบฉีดของเส้นโลหิต โดยการกระโดดขึ้น-ลงด้วยปลายนิ้ว 4. สร้างจินตนาการของปัญหาและแรงกดดัน แล้วคิดต่อไปว่าควรจะตัดสินใจอย่างไร ด้วยท่าทางอย่างไร 5. ทบทวนอย่างรวดเร็วว่าหากเกิดเรื่องสำคัญที่สุดในสนาม จะควบคุมอย่างไรให้การแข่งขัน ดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว 6. ฝึกเร่งและผ่อนคลายการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ 7. บอกตัวเองอยู่เสมอว่า “เราทำได้” 8. นึกถึงความสำเร็จในการทำหน้าที่ตัดสินคู่สำคัญๆ ที่ผ่านมา 9. ถึงแม้ว่าไม่เคยได้รับความสำเร็จมาก่อน เมื่อต้องทำหน้าที่ตัดสินนัดสำคัญ ก็ต้องทำ ท่าทางเหมือนกับว่าเคยได้รับความสำเร็จในการทำหน้าที่ระดับนี้มาแล้ว 10. ใช้ความพยายามทั้งหมดที่มีอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด 32 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


ต้องรวบรวมความสุดยอดฝีมือที่มีอยู่ในตัวเอง รับฟังคำแนะนำ ข้อคิดเห็นจากผู้อื่น แล้วนำมารวบรวมกับความคิดเป็นแนวในการตัดสิน เพื่อให้เกิดผลสำเร็จสูงสุด การทำการบ้านก่อนลงมือปฏิบัติจริง โดยศึกษาทีมที่จะแข่งขัน ระบบการเล่นของทีม ผู้ฝึกสอน และผู้เล่นที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นผู้สร้างปัญหา แล้วจะประสบผลสำเร็จในการตัดสิน ผู้ตัดสินนั้น ตัดสินดีอย่างไร แต่ถ้ามาดหรือท่าทางไม่ดี ก็อาจเป็นจุดอ่อนให้ทีมและผู้ชมติติงได้ แต่ในทางตรงกันข้าม ผู้ตัดสินที่มาดหรือท่าทางดี ดูสุขุม ก็อาจทำให้เกมการแข่งขัน ไม่น่าดูหรือไร้รสชาติได้ ถ้าการตัดสินไม่ดี ผู้ตัดสินที่สามารถควบคุมการแข่งขันให้เป็นไปตามกติกา และสามารถปล่อยให้นักกีฬาใช้ลูกเล่นและเทคนิคต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์ จะทำให้เกมการแข่งขัน เป็นไปอย่างตื่นเต้น ผู้ชมเกิดความสนุกสนาน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะทำให้กีฬาวอลเลย์บอล เป็นที่ยอมรับของประชาชน ความสำเร็จของผู้ตัดสินส่วนหนึ่งที่สำคัญของการแข่งขัน คงไม่มีผู้ตัดสินคนใดอยากถูก ผู้ชมโห่ อยากถูกผู้เล่นประท้วงอย่างแน่นอน ขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1. ต้องแสดงท่าทางว่าประสบความสำเร็จในการตัดสินตลอดเวลา ต้องนึกถึงความ สำเร็จที่เคยได้รับในการปฏิบัติหน้าที่ และต้องไม่ให้ความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เกิดขึ้นอีก ขณะทำหน้าที่ในปัจจุบัน ถ้าวางมาดหรือท่าทางได้เช่นนี้ จะทำให้ทีมหรือผู้ชมรู้สึกว่ามีความสุขุม มั่นคง พร้อม และเต็มใจที่จะทำหน้าที่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้สามารถควบคุมการแข่งขันให้เป็น ไปอย่างราบรื่น 2. ต้องใช้สายตาแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการตัดสิน ใบหน้าของผู้ตัดสินเป็นสิ่งที่ สำคัญที่ผู้เล่นจะวัดได้ว่า เขาควรจะเชื่อฟังการตัดสินเพียงใด หากการแสดงออกทางใบหน้าเป็นการ แสดงออกอย่างน่าเชื่อถือ ผู้เล่นก็จะไม่ค่อยกล้าคัดค้านหรือโต้แย้งการตัดสิน แต่ถ้าการแสดงออก ทางใบหน้าดูขาดความมั่นใจ ผู้เล่นและผู้ฝึกสอนก็มักจะแสดงอาการไม่ยอมรับคำตัดสิน เมื่อการตัดสินบางลูกไม่ชัดเจน สิ่งสำคัญที่จะทำให้การแสดงออกทางใบหน้าดูน่าเชื่อถือก็คือ สายตา การมอง และ การแสดงออกทางสายตาของผู้ตัดสินเป็นสิ่งที่ท่านจะต้องฝึกฝนกระจกเงาและรูปจากการทำหน้าที่ ที่ผ่านมาจะช่วยได้มาก ในการใช้สายตาเพื่อช่วยให้การแสดงออกทางใบหน้าดูมั่นคง น่าเชื่อถือ การประสานสายตากับผู้เล่น ผู้ฝึกสอนที่มีปัญหา เพื่อควบคุมให้คนเหล่านี้ยอมรับการตัดสินต้อง แสดงออกทั้งขู่ทั้งปลอบไปพร้อมๆ กัน ถ้าทีมและผู้ชมมองว่ามีความสุขุมมั่นคงในการตัดสิน ตัวผู้ตัดสินก็จะเกิดความเชื่อมั่น ในตนเองมากยิ่งขึ้น และจะทำให้สามารถควบคุมการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้นด้วย คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 33


3. ต้องมีความสุภาพอ่อนโยน เป็นกันเองกับผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ ผู้ตัดสินที่ประสบ ความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ต้องเข้ากันได้ดีกับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งจะทำให้เกมการแข่งขัน ดำเนินไปอย่างราบรื่น ตื่นเต้น ไม่ตึงเครียด หากผู้ตัดสินขาดสิ่งเหล่านี้ ผู้ชมจะรู้สึกว่าการแข่งขัน ดูไม่ราบรื่น คล้ายกับจะเกิดปัญหาอยู่ตลอดเวลา ทำให้ความสนุกสนานดูลดน้อยลงไป เพราะผู้ชม และทุกคนในสนามจะพะวงแต่ว่าเดี๋ยวคนนี้จะมีเรื่องกับคนนั้น คนนั้นมีเรื่องกับคนนี้ และอาจจะทำให้ การแข่งขันต้องยุติลงบ่อยๆ ทำให้ผู้ชมเสียอารมณ์ 4. ต้องมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้ตัดสินกับเจ้าหน้าที่ทุกคน การทำหน้าที่ ของผู้ตัดสินจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากเจ้าหน้าที่ทุกคนในสนาม ไม่ว่าจะเป็นผู้บันทึก ผู้ประกาศ ผู้กำกับเส้น ผู้ควบคุมป้ายคะแนน เด็กเก็บบอลและถูพื้น หากเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งไม่ให้ความร่วมมือ การแข่งขันจะต้องมีการหยุดชะงักเกิดขึ้น ทันที และจะนำไปสู่ความสับสนชุลมุนวุ่นวาย เกมการแข่งขันขาดความราบรื่น ดังนั้น ผู้ตัดสินจะถือว่าตนเป็นใหญ่ สั่งการตามอำเภอใจไม่ได้เป็นอันขาด ผู้ตัดสินจะ ต้องขอความร่วมมือและแสดงความเห็นอกเห็นใจเจ้าหน้าที่ทุกคนขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อจะได้รับ การสนองตอบจากเจ้าหน้าที่ทุกคนในทางที่ดี และจะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ ผู้ตัดสิน คงมีอะไรๆ อีกมากมายหลายอย่างที่จะช่วยให้ผู้ตัดสินเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง แต่ก็มีไม่น้อย ที่ผู้ตัดสินมักจะทำลายเกมการแข่งขันที่สนุกสนานตื่นเต้นลงไปโดยไม่รู้ตัว เพราะผู้ตัดสินเหล่านั้นคิดว่า ตนเองเป็นพระเอกในสนาม อยากให้ตนเองเป็นจุดเด่น เป็นเป้าหมายของผู้ชมก็เลยเป่านกหวีด หยุดการแข่งขันบ่อยๆ ทำให้ผู้ชมเสียอารมณ์ในการชมกีฬาที่กำลังแข่งขันกันอย่างออกรสชาติ ต้องไม่ลืมว่าพระเอกในสนามนั้นคือ นักกีฬา ผู้ชมอยากจะชมพระเอกแสดงฝีมือ อย่างสุดฤทธิ์สุดเดช อยากดูเทคนิคและลูกเล่นที่แพรวพราวของนักกีฬาภายใต้การควบคุมของ ผู้ตัดสินที่คอยดูแลให้พระเอกเล่นไปตามกติกาการแข่งขัน แต่ผู้ชมไม่ได้ตั้งใจมาชมผู้ทำหน้าที่ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหยุดการแข่งขัน ยิ่งหยุดการแข่งขันมากเท่าไร ความมันของการแข่งขัน ก็จะลดน้อยลงเท่านั้น และนั่นแหละจะเป็นสาเหตุให้ผู้ชมเบื่อที่จะชมการแข่งขันวอลเลย์บอล “หากผู้ตัดสินคนหนึ่งชอบเป่านกหวีดหยุดการแข่งขัน เพียงสาเหตุที่ว่า สงสัยว่า ลูกนั้นจะผิดกติกา สงสัยว่าผู้เล่นคนนั้นถูกตาข่าย นั่นแสดงว่า เป็นผู้ตัดสินอีกคนหนึ่ง ที่ฆ่าเกมการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย และจะไม่มีทางประสบความสำเร็จในการตัดสินได้เลย หากท่านไม่ปรับปรุงตนเอง ผู้ตัดสินกับนักกีฬาไม่ใช่ตำรวจกับผู้ร้าย ดังนั้น หน้าที่ของผู้ตัดสิน ไม่ใช่คอยจ้องจับผิดเหมือนตำรวจกับผู้ร้าย แต่ต้องทำหน้าที่ควบคุมและสร้างสรรค์ให้ผู้เล่น ได้เล่นตามกติกาและสามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าทำหน้าที่ได้เช่นนี้ จึงจะถือว่าเป็นผู้ตัดสินที่ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ และจะเป็นผู้หนึ่งที่ช่วยส่งเสริมกีฬา 34 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


วอลเลย์บอลให้เป็นที่นิยมชมชอบของผู้คนทั่วไป อยากเป็นผู้ตัดสินชั้นยอดก็ลองนำเอาจิตวิทยาการ ตัดสินไปลองใช้กันดูและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะเป็นผู้ตัดสินที่ประสบความสำเร็จด้วยดีคนหนึ่ง ในอนาคตได้ (ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ. 2537 : 6) จากหลักจิตวิทยาสำหรับผู้ตัดสินดังกล่าวข้างต้น ในฐานะที่ผู้เขียนมีประสบการณ์ ในการทำหน้าที่ตัดสินคู่สำคัญๆ ในการแข่งขันรายการระดับโลกหลายรายการ ต้องยอมรับว่า เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่คู่สำคัญๆ ในบางครั้งอาจเกิดความตื่นเต้นหรือมีความกดดันอื่นๆ ตามมา แต่ก็ได้พยายามใช้หลักจิตวิทยาเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ จนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างราบรื่น และได้รับคำชมเชยตลอดมา ซึ่งผู้เขียนขอเสนอแนะหลักจิตวิทยาเพื่อใช้ในการทำหน้าที่ดังนี้ 1. การใช้หลักจิตวิทยากับทีมที่แข่งขัน 1.1 พยายามวางท่าทางว่าประสบความสำเร็จในการตัดสิน โดยไม่พยายามนึกถึง ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านๆ มา แต่ต้องพยายามนึกถึงการควบคุมเกมในขณะนั้นให้ดีที่สุด 1.2 ใช้สายตาและใบหน้าให้เห็นถึงความมั่นใจ การแสดงออกด้วยสีหน้าที่มี ลักษณะวิตกกังวลหรือสายตาแสดงออกถึงความไม่กล้า จะทำให้นักกีฬาขาดความเชื่อถือ และ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการคัดค้านการตัดสินอยู่บ่อยๆ การแสดงออกทางสายตาของผู้ตัดสิน เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝน เช่น สังเกตจากกระจกเงา วีดีทัศน์ หรือภาพถ่ายต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ การฝึกประสานตากับผู้เล่น ผู้ฝึกสอน หรือเจ้าหน้าที่อื่นๆ ต้องพยายามควบคุมให้เขาเหล่านั้นยอมรับ การตัดสินของท่านด้วยการใช้สายตา 1.3 มีความสุภาพอ่อนโยนต่อผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ทีมทุกคน ซึ่งสามารถทำให้เกม การแข่งขันไม่ตึงเครียด แต่ราบรื่นและตื่นเต้น หากผู้ตัดสินคนใดไม่สามารถทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ ในการแข่งขัน ผู้ชมจะมีความรู้สึกว่าการแข่งขันไม่ราบรื่น มีแต่ปัญหาและอุปสรรคนานาประการ 1.4 ความผิดเล็กน้อยซึ่งผู้อื่นไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน จะต้องพยายาม ไม่ตัดสินความผิดนั้น เช่น การถูกตาข่าย หรือการลำ้เส้นแบ่งแดน หรือการผิดตำแหน่งเพียงเล็กน้อย หากความผิดนั้นไม่ชัดเจนควรจะยกประโยชน์ให้กับทีม 1.5 อย่าชดเชยความผิดที่ท่านทำผิดพลาดกับทีมหนึ่งและนำไปชดเชยให้กับอีกทีมหนึ่ง เป็นอันขาด 1.6 ในช่วงเวลาที่เป็นช่วงคับขัน เช่น เมื่อคะแนนใกล้จบเซตหรือใกล้จบการแข่งขัน ถ้าความผิดนั้นไม่ชัดเจน จงอย่าพิจารณาตัดสินความผิดนั้นเป็นอันขาด โดยเฉพาะอย่างอย่างยิ่ง เมื่อตัดสินลูกนั้นแล้ว จะมีผลทำให้การแข่งขันต้องจบเซตหรือจบการแข่งขันทันที ดังคำกล่าวที่ว่า “ทำดีมาตลอดเวลา แต่ถ้าพลาดในช่วงสุดท้ายถูกต่อว่าแน่นอน” 1.7 อย่าพยายามเปลี่ยนคำตัดสินของตนเองบ่อยๆ ซึ่งอาจทำทีมและผู้ชมขาดความ เชื่อถือ คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 35


2. การใช้หลักจิตวิทยากับเพื่อนร่วมงาน 2.1 พยายามให้การยอมรับคำตัดสินของเพื่อนร่วมงาน ได้แก่ ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่เช็ดพื้น ถ้าไม่จำเป็นอย่าพยายามปฏิเสธคำตัดสินของผู้ตัดสินที่ 2 หรือผู้กำกับเส้น 2.2 พยายามสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ตัดสินที่ 2 และผู้กำกับเส้น รวมทั้งผู้บันทึกและผู้ช่วยผู้บันทึกด้วย 2.3 พยายามให้ความร่วมมือประสานงานกันเป็นอย่างดีกับเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยเฉพาะ เมื่อเป่านกหวีดให้หยุดการเล่นลูก ควรจะมองดูผู้กำกับเส้นที่รับผิดชอบเส้นนั้นๆ หรือผู้ตัดสินที่ 2 ก่อนที่จะตัดสินว่าเป็นอย่างไร 3. การใช้หลักจิตวิทยากับตนเอง 3.1 อย่าพยายามทำลายเกมการแข่งขันที่สนุกตื่นเต้นโดยไม่รู้ตัว มีผู้ตัดสินจำนวน ไม่น้อยที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง แต่ขาดความชำนาญและประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มี ศิลปะในการตัดสิน โดยคิดว่าตนเองเป็นบุคคลสำคัญในสนาม พยายามทำทุกรูปแบบต่างๆ ทั้งๆ ที่ ขณะนั้นเกมการแข่งขันกำลังสนุกสนาน ตื่นเต้นอย่างเต็มที่ ลักษณะเช่นนี้ถือว่าเป็นการทำลาย ผู้ชมจะเสียอารมณ์ในการชมกีฬา 3.2 อย่าเป็นคนช่างสงสัยหรือคาดเดา เช่น สงสัยว่าลูกนั้นผิดกติกา หรือผู้เล่นคนนั้น ถูกตาข่าย ลูกถูกผู้เล่นคนนั้นคนนี้แล้วออก หากไม่มั่นใจว่าเป็นความผิดที่ชัดแจ้ง ไม่ต้องเป่านกหวีด 3.3 พยายามคิดและบอกกับตนเองเสมอว่า“เราสามารถทำได้” โดยพยายามคิดถึง สิ่งที่ทำสำเร็จมาแล้วเป็นสิ่งที่ยาก แต่ก็สามารถทำสำเร็จได้ 3.4 พยายามทบทวนการแสดงสัญญาณมือที่หน้ากระจกเพื่อให้เกิดความมั่นใจ 3.5 ฝึกควบคุมระบบหายใจให้เป็นปกติ ในบางครั้งอาจต้องหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเป็นการ ลดอาการตื่นเต้นลงได้ 3.6 พยายามใช้สัญญาณให้สื่อความหมายโดยคงไว้ชั่วขณะหนึ่งเพื่อให้ทุกคนได้มองเห็น อย่างชัดเจน 36 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


แนวทางการตัดสินและข้อแนะนำในการตัดสินกีฬาวอลเลย์บอลนี้ สามารถใช้กับการแข่งขัน ได้ทุกระดับ ทั้งการแข่งขันระดับโลกและรายการแข่งขันที่เป็นทางการ เนื่องจากรายการแข่งขันเหล่านี้ เป็นรายการแข่งขันที่มีความสำคัญ ผู้ตัดสินทุกคนจะต้องเตรียมทำหน้าที่ให้เต็มความสามารถ โดยมีสภาพร่างกายและจิตใจที่ดีที่สุด สิ่งสำคัญที่ผู้ตัดสินทุกคนพึงเข้าใจและเห็นความสำคัญ สำหรับกีฬาวอลเลย์บอลสมัยใหม่ คือ การแสดงความสามารถของนักกีฬา คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ได้ขอให้ผู้ตัดสินทุกคน ที่ทำหน้าที่ในรายการสำคัญๆ นี้ ได้ศึกษากติกาการแข่งขันอย่างละเอียด และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวทางการตัดสินและข้อแนะนำในการตัดสิน เพื่อทำให้การแข่งขันสนุกสนานและหลีกเลี่ยง การหยุดชะงักใดๆ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ และคณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินต่างก็มีความมั่นใจว่า ผู้ตัดสินนานาชาติทุกคนต่างมีความสามารถและทราบว่าจะประยุกต์ใช้กติกาการแข่งขันอย่างไร ดังนั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายในรายละเอียดของกติกาการแข่งขัน จุดมุ่งหมายหลัก ของเอกสารฉบับนี้ เพื่อที่จะทำให้เกณฑ์การตัดสินเป็นรูปแบบเดียวกัน ถึงแม้ว่าเอกสารฉบับนี้จะเป็นการจัดเตรียมและเน้นสำหรับผู้ตัดสินนานาชาติ แต่ผู้ตัดสินทุกคน ในระดับชาติของทุกประเทศก็ควรได้มีการศึกษาในเนื้อหาต่างๆ และยิ่งกว่านั้นผู้ตัดสินระดับชาติ ควรมีการอภิปรายถึงเอกสารนี้กับผู้ตัดสินระดับนานาชาติของประเทศนั้น เป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่งที่ว่า การทำหน้าที่ตัดสินนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่า การทำหน้าที่ ควบคุมการแข่งขัน โดยใช้กติกาเป็นเครื่องพิจารณาตัดสิน เพราะว่าการตัดสินย่อมไม่สามารถ ทำให้เหมือนเครื่องจักร หรือนำกติกามาใช้โดยอัตโนมัติได้ แต่ความสามารถเป็นเครื่องกำหนด ซึ่งความสามารถนี้เป็นความสามารถส่วนบุคคล ประสบการณ์ต่างๆ จะเกิดจากการได้เข้าร่วมกิจกรรม เพียงผิวเผินเท่านั้น แต่จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการแข่งขันอย่างจริงจัง ดังนั้นจะไม่สามารถทำหน้าที่ บรรลุเป้าหมายได้เลย ถ้าเพียงจ้องจับผิดของทีมและนักกีฬาหรือพิจารณาลงโทษเท่านั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่งต่อการตัดสิน ในทางตรงข้ามผู้ตัดสินจะต้องมีความเชี่ยวชาญและ เป็นมิตรกับทุกคน ทำหน้าที่เพื่อเกมการแข่งขันและเพื่อนักกีฬา จะมีเพียงว่า ถ้าเป็นตามความผิด ที่แท้จริงเท่านั้น จะพิจารณาตัดสินทำโทษ ผู้ตัดสินไม่ควรใช้การคาดคะเนล่วงหน้า การตัดสิน แต่จะต้องคงไว้ในพื้นฐานของ การแข่งขัน จะควบคุมเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ดังเช่น ความประพฤติของนักกีฬาเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับกีฬาวอลเลย์บอลในปัจจุบัน กีฬาวอลเลย์บอลสมัยใหม่กับเป้าหมายของสหพันธ์วอลเลย์บอล แ นวทางและข้อแนะนำในการตัดสิน (Refereeing Guidelines and Instructions) คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 37


นานาชาติ มุ่งหวังที่จะให้กีฬาวอลเลย์บอลเป็นของผู้ชม มุ่งส่งเสริมการแสดงความสามารถที่เป็นเลิศ ต่อผู้ชมเล่นกันในสถานที่เล็กๆ ที่ไม่มีคนดู แต่กีฬาวอลเลย์บอลในปัจจุบันได้มีการถ่ายทอดเผย แพร่ออกไปทั่วโลก ผู้ชมไม่ต้องการที่จะได้ยินเสียงนกหวีดของผู้ตัดสินในแต่ละครั้ง แต่เขาต้องการ ชมการแสดงออกซึ่งความสามารถที่เป็นเลิศของนักกีฬา ทั้งเป็นบุคคลและทีมในการเล่นลูก เพื่อชัยชนะในแต่ละครั้ง ผู้ตัดสินที่ดีจะสามารถช่วยให้การแข่งขันคงไว้บนพื้นฐานที่ดี แต่ผู้ตัดสินที่คอยขัดขวาง การแสดงออกซึ่งความสามารถของนักกีฬาจะถือว่าเป็นผู้ตัดสินที่ไม่มีคุณภาพ และไม่ปฏิบัติ ตามเจตนารมณ์ของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ผู้ตัดสินจะต้องส่งเสริมให้นักกีฬาและทีมได้แสดง ให้ผู้ชมได้สนุกสนาน ตื่นเต้นภายใต้กติกาการแข่งขัน และยิ่งไปกว่านั้น ผู้ตัดสินจะต้องสร้าง มนุษยสัมพันธ์อันดีกับผู้เล่น ผู้ฝึกสอน และถือว่าเป็นลักษณะนิสัยที่ควรทำ ในขณะแข่งขัน ผู้ตัดสินจะต้องสามารถแยกแยะลักษณะการแสดงออกซึ่งความรู้สึก ในการแข่งขันกับการแสดงลักษณะที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬา ผู้ตัดสินจะต้องไม่ลงโทษต่อการแสดงออก ซึ่งความรู้สึกในการแข่งขันของนักกีฬาเพื่อให้การแข่งขันเป็นไปในบรรยากาศที่ดี เช่น การแสดงออก โดยการยืนขึ้นเพื่อให้กำลังใจกับเพื่อนร่วมทีมที่สามารถเล่นได้อย่างดีเยี่ยม แต่อย่างไรก็ตาม การแสดงออกในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือการทักท้วงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ลักษณะเช่นนี้ถือว่าเป็น ข้อห้ามอย่างมากจะต้องมีการทำโทษ การวิเคราะห์กติกาการแข่งขัน กติกาข้อ 1 พื้นที่ลูกเล่น (Playing area) 1. ก่อนการแข่งขัน 2 วัน คณะกรรมการฝ่ายการตัดสินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ ควบคุมการแข่งขัน ต้องตรวจสอบขนาดของสนาม รวมทั้งคุณภาพของเส้นเขตสนามทุกเส้น ถ้าไม่มีคณะกรรมการควบคุมการแข่งขัน ผู้ตัดสินจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบและวัดขนาดของสนาม ให้ได้ขนาดตามที่กำหนดโดยทำอย่างน้อย 1 วัน ก่อนการแข่งขัน ถ้าพบสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด จะต้องแจ้งให้มีการแก้ไขทันที และจะต้องมั่นใจว่าได้มีการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในการตรวจสอบ จะต้องตรวจสอบเกี่ยวกับ 1.1 เส้นทุกเส้นจะต้องมีขนาดกว้าง 5 เซนติเมตร (ต้องไม่มากหรือน้อยกว่า) 1.2 ความยาวของเส้นและเส้นทแยงมุม (ขนาด 12.73 เมตร หรือ 41 ฟุต 9 นิ้ว ในแต่ละด้านทั้งสองด้าน) 1.3 เส้นสนามทุกเส้นจะต้องมีสีที่แตกต่างจากสีพื้นสนามและเขตพื้นที่รอบสนาม 1.4 ในกรณีที่ไม่ใช่การแข่งขันที่เป็นทางการ ถ้ามีเส้นของสนามอื่นๆ อยู่ในบริเวณ เขตลูกเล่น เส้นเขตสนามจะต้องมีสีที่แตกต่างจากสีเส้นสนามอื่นๆ 38 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


2. เส้นแบ่งแดนให้ถือว่าเป็นพื้นที่ของทั้งสองฝ่าย (กติกาข้อ 1.3.3) 3. ผู้เล่นทุกคนมีสิทธิ์เล่นลูกนอกเขตพื้นที่รอบสนาม (ยกเว้นการเสิร์ฟ) ดังนั้นลูกบอล จะสามารถนำกลับเข้ามาเล่นจากทุกจุดนอกเขตพื้นที่รอบสนามได้ แต่สถานการณ์และกติกา มีความแตกต่างกันในพื้นที่รอบสนามของฝ่ายตรงข้าม (กติกาข้อ 10.1.2) กติกาข้อที่ 2 ตาข่ายและเสาขึงตาข่าย (The net and posts) 1. เนื่องจากตาข่ายมีความยืดหยุ่นตัว ดังนั้น ผู้ตัดสินจะต้องสำรวจดูว่าตาข่ายได้ขึงตึง พอหรือไม่ โดยการโยนลูกบอลใส่ตาข่าย และดูการกระดอนกลับของลูกบอลว่าดีพอหรือไม่ ลูกบอล จะต้องกระดอนกลับอย่างดีเมื่อตาข่ายตึง แต่อุปกรณ์ที่จะใช้ต้องไม่ยืดหยุ่นมากเกินไป เช่น ยางยืด จะไม่อนุญาตให้ใช้ตาข่ายที่มีรอยโป่งพอง (คล้ายถุง) แนวดิ่งของตาข่ายจะต้องตั้งได้ฉากกับพื้นที่ สนามและอยู่ที่กึ่งกลางของเส้นแบ่งแดน เสาอากาศจะต้องติดไว้ที่ขอบนอกของแถบข้างแต่ละข้าง (ไม่ใช่อยู่ที่กึ่งกลางของแถบข้าง) 2. ถ้าตาของตาข่ายขาด จะไม่อนุญาตให้มีการแข่งขัน (ดูกติกาข้อ 10.3.2) 3. ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องวัดความสูงของตาข่ายก่อนการเสี่ยง โดยใช้ที่วัดความสูง (ควรเป็นโลหะ) ที่ออกแบบไว้สำหรับการวัดความสูงของตาข่าย และเป็นอุปกรณ์ประจำสนาม ที่วัดความสูงจะต้องทำเครื่องหมายแสดงความสูงขนาด 243 และ 245 เซนติเมตร กับขนาด 224 และ 226 เซนติเมตร สำหรับประเภทชายและประเภทหญิงตามลำดับ ผู้ตัดสินที่ 1 ควรจะอยู่ใกล้ๆ กับผู้ตัดสินในขณะที่มีการวัดความสูงของตาข่าย เพื่อตรวจสอบและให้คำแนะนำ 4. ในขณะแข่งขัน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเริ่มต้นในแต่ละเซต) ผู้กำกับเส้นจะต้องตรวจสอบ แถบข้างทั้งสองให้อยู่ในแนวดิ่งกับพื้นสนามแข่งขัน และอยู่เหนือเส้นข้างโดยมีเสาอากาศติดอยู่ขอบ ด้านนอกของแถบข้างแต่ละข้าง ถ้าไม่ตรงตามที่กำหนด ผู้กำกับเส้นจะต้องปรับแก้ไขให้ถูกต้องทันที 5. ก่อนการแข่งขัน (ก่อนอบอุ่นร่างกายอย่างเป็นทางการ) และขณะทำการแข่งขันผู้ตัดสิน จะต้องคอยตรวจสอบเสาขึงตาข่าย และเก้าอี้ผู้ตัดสินว่าจะไม่เกิดอันตรายต่อผู้เล่น (เช่น ส่วนมือหมุน ที่ยื่นออกรอบๆ เสา สายสลิงยึดเสา เป็นต้น) 6. อุปกรณ์เพิ่มเติมอื่นๆ เช่น ม้านั่งสำหรับทีม โต๊ะผู้บันทึก ออดสัญญาณไฟฟ้า 2 ตัว พร้อมด้วยไฟสีแดงและสีเหลือง (ออดสัญญาณไฟฟ้าจะติดไว้ใกล้กับที่นั่งผู้ฝึกสอนแต่ละด้าน) เพื่อให้สัญญาณในการขออนุญาตหยุดการเล่น (ขอเวลานอกและขอเปลี่ยนตัว) เก้าอี้สำหรับ ผู้ตัดสินที่ 1 ที่วัดความสูงของตาข่าย เครื่องวัดลมเพื่อวัดแรงอัดลมของลูกบอลที่ใช้แข่งขัน เครื่องสูบลม เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดความชื้น ที่ตั้งลูกบอลสำหรับลูกบอลจำนวน 5 ลูก ป้ายเปลี่ยนตัว (1-20) ที่ถูพื้นขนาดกว้าง 1 เมตร 6 อัน ผ้าเช็ดพื้นสำหรับเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเร็ว อย่างน้อย 8 ผืน ขนาด 40x40 ซ.ม. หรือ 40x80 ซ.ม. เก้าอี้สำหรับผู้ถูกลงโทษในเขตลงโทษ ด้านละ 2 ตัว และเสื้อสำรองหรือเสื้อเอี๊ยมสำหรับผู้เล่นตัวรับอิสระ ในการแข่งขันรายการของสหพันธ์ วอลเลย์บอลนานาชาติจะต้องมีออดสัญญาณบนโต๊ะผู้บันทึกเพื่อให้สัญญาณการผิดตำแหน่ง และ ผู้เล่นตัวรับอิสระผิดตำแหน่ง การให้เวลานอกเทคนิค และการเปลี่ยนตัว คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 39


7. ฝ่ายจัดการแข่งขันจะต้องจัดเตรียมเสาอากาศสำรองและตาข่ายสำรองไว้ใต้โต๊ะผู้บันทึก 8. ป้ายคะแนนไฟฟ้า สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ และจะต้องมีป้ายพลิกคะแนน บนโต๊ะผู้บันทึก กติกาข้อ 3 ลูกบอล (Balls) 1. มีที่วางลูกบอล (เป็นโลหะ) เพื่อวางลูกบอล 5 ลูก อยู่ใกล้ๆ โต๊ะผู้บันทึก (เป็นลูกที่ใช้ แข่งขัน 3 ลูก และลูกบอลสำรองอีก 2 ลูก) 2. ผู้ตัดสินที่ 2 เป็นผู้เก็บลูกบอลสำหรับแข่งขัน 5 ลูก และตรวจสอบลูกบอลก่อนการ แข่งขันว่ามีลักษณะตามที่กำหนดไว้ ได้แก่ สี เส้นรอบวง น้ำหนัก และแรงอัดลม ผู้ตัดสินที่ 2 และ ผู้ตัดสินที่ 1 จะทำการคัดเลือกลูกบอล 3 ลูก ไว้สำหรับแข่งขันและอีก 2 ลูก สำหรับเป็นลูกสำรอง ผู้ตัดสินที่ 2 เป็นผู้รับผิดชอบลูกบอลทั้งหมดตลอดการแข่งขัน และส่งคืนให้แก่ผู้จัดการฝ่ายสนาม เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันในคู่นั้น 3. เฉพาะลูกบอลที่มีเครื่องหมายของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติเท่านั้นที่สามารถ ใช้แข่งขันได้ (เครื่องหมายและรูปแบบนี้ขึ้นอยู่กับการแข่งขันในแต่ละรายการ) ผู้ตัดสินที่จะต้อง ตรวจสอบลูกบอลทั้งหมด ถ้าลูกบอลไม่มีตราประทับของ FIVB บนลูกบอล จะต้องไม่เริ่มแข่งขัน 4. ระบบการใช้ลูกบอล 3 ลูก ในขณะแข่งขันจะใช้เจ้าหน้าที่กลิ้งลูกบอล 6 คน ยืนอยู่ ในเขตรอบสนาม (ตามแผนผังที่ 10) โดยก่อนที่จะเริ่มการแข่งขัน เจ้าหน้าที่กลิ้งบอลตำแหน่งที่ 2 และตำแหน่งที่ 5 (ผู้ที่อยู่ต่อจากบริเวณเขตเสิร์ฟ) จะรับลูกบอลจากผู้ตัดสินที่ 2 เพื่อส่งให้ผู้เสิร์ฟ ขณะแข่งขัน เมื่อลูกบอลไม่ได้อยู่ในการเล่น (ลูกตาย) 4.1 ถ้าลูกออกนอกสนามแข่งขัน เจ้าหน้าที่กลิ้งบอลที่อยู่ใกล้ จะต้องกลิ้งลูกบอล ส่งให้เจ้าหน้าที่กลิ้งบอลที่ได้ส่งให้แก่ผู้เสิร์ฟ 4.2 ถ้าลูกบอลอยู่ในสนาม ผู้เล่นที่อยู่ใกล้ลูกบอล จะต้องกลิ้งลูกบอลออกจากสนาม บริเวณเส้นเขตสนามที่ใกล้ที่สุดทันที 4.3 ทันทีที่มีสัญญาณแสดงว่าลูกตาย เจ้าหน้าที่กลิ้งบอลที่อยู่ใกล้ผู้เสิร์ฟ (ตำแหน่งที่ 2 และ 5) จะต้องส่งบอลให้แก่ผู้เสิร์ฟให้เร็วที่สุดเพื่อให้การเสิร์ฟสามารถทำได้อย่างรวดเร็วปราศจากการถ่วงเวลา การส่งลูกบอลระหว่างเจ้าหน้าที่กลิ้งลูกบอลด้วยกัน จะใช้วิธีการกลิ้งไปบนพื้นในขณะที่ลูกตาย (ไม่ยืน) กติกาข้อ 4 ทีม (Teams) 1. เจ้าหน้าที่ทีมทุกคนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของผู้แทนของทีม ในการแข่งขันระดับโลก ของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (นอกจากจะได้มีการกำหนดไว้เฉพาะในระเบียบการแข่งขัน) ทีมกำหนดจำนวนได้ถึง 17 คน ประกอบด้วยนักกีฬา 12 คน ซึ่งสามารถรวมผู้เล่นตัวรับอิสระได้ 40 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


2 คน และเจ้าหน้าที่ทีม 5 คน ผู้ฝึกสอน 1 คน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน 2 คน นักกายภาพบำบัด 1 คน แพทย์ 1 คน (แพทย์และนักกายภาพบำบัดจะต้องผ่านการรับรองจากสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ) ก่อนการแข่งขัน (ระหว่างพิธีการก่อนการแข่งขัน) ผู้ตัดสินจะต้องตรวจสอบจำนวนเจ้า หน้าที่ทีมที่มีสิทธิ์นั่งบนม้านั่งรวมถึงขณะทำการอบอุ่นร่างกายแต่ละด้าน ขณะทำการแข่งขัน หรือขณะอบอุ่นร่างกาย ไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นมีส่วนร่วมรวมถึงช่วงพักระหว่างเซต ก่อนพิธีการ ก่อนการแข่งขันอนุญาตให้ผู้มีรายชื่อในใบบันทึกสวมชุดวอร์มในเขตควบคุมการแข่งขันขณะทำการ อบอุ่นร่างกาย (กติกาข้อ 4.2.2) 2. ในการแข่งขันระดับนานาชาติ แต่ละทีมจะมีนักกีฬา 12 คน และนักกีฬาเหล่านี้ จะต้องเป็นคนเดิม และใส่เสื้อที่มีหมายเลขเดิมในแต่ละนัด 3. โดยปกติแล้วในรายการแข่งขันระดับนานาชาติที่เป็นทางการ ผู้ตัดสินที่ 1 ไม่จำเป็นต้อง ขอเอกสารเพื่อตรวจสอบรายชื่อนักกีฬาในใบบันทึก (รายชื่อนักกีฬาจะได้รับการตรวจสอบ โดยคณะกรรมการควบคุมการแข่งขันก่อนแล้ว) แต่อย่างไรก็ตามถ้ามีระเบียบข้อบังคับอื่นใด เป็นพิเศษและไม่มีคณะกรรมการควบคุมการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องตรวจสอบรายชื่อนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับพิเศษนั้น นอกเหนือจากนั้น ผู้ตัดสินที่ 1 จะบันทึก การตัดสินใจนั้นลงในใบบันทึกหรือรายงานเพิ่มเติม (ในการแข่งขันที่ระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการ โดยถามความคิดเห็นต่อคณะกรรมการฝ่ายอุทธรณ์) 4. ผู้ฝึกสอนและหัวหน้าทีม จะต้องเป็นผู้ตรวจรายชื่อนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ทีม ในใบบันทึกและลงนามรับรอง และจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบรายชื่อที่อยู่ในใบบันทึก 5. ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องตรวจสอบชุดแข่งขันของทั้งสองทีม ถ้าชุดแข่งขันไม่เป็นไปตาม กติกาข้อ 4.3 จะต้องให้มีการเปลี่ยน ชุดแข่งขันจะต้องเหมือนกันทั้งทีม และเสื้อต้องใส่ไว้ในกางเกง ตลอดเวลา หรืออย่างน้อยต้องแต่งกายสุภาพก่อนเริ่มการแข่งขันหรือในแต่ละเซต แถบเครื่องหมาย หัวหน้าทีมจะต้องติดแน่นใต้หมายเลขบริเวณหน้าอกตลอดเวลาการแข่งขัน และสามารถมองเห็นได้ อย่างชัดเจน ทั้งนี้ผู้ตัดสินจะต้องตรวจสอบก่อนเริ่มการแข่งขัน 6. ถ้าทั้งสองทีมใช้ชุดแข่งขันที่มีสีเหมือนกัน ทีมที่มีชื่อแรกในกำหนดการแข่งขัน (ตามลำดับการจัด) รวมทั้งในใบบันทึก (ก่อนการเสี่ยง) จะต้องเป็นผู้เปลี่ยนชุดแข่งขัน 7. เครื่องแต่งกายสำหรับเจ้าหน้าที่ทีมให้รวมถึงชุดวอร์มและเสื้อยืด หรือเสื้อนอกพร้อม เสื้อเชิ้ตคอปก และเนกไท เจ้าหน้าที่ทีมที่อยู่บนม้านั่ง (ตามที่ได้มีการรับรองจากการประชุมสัมภาษณ์ทีม) จะต้องใช้เครื่องแต่งกายอย่างหนึ่งทั้งทีมดังนี้ 7.1 ทุกคนใช้ชุดวอร์มและเสื้อยืดที่มีสีและแบบเดียวกัน หรือ 7.2 ทุกคนใช้ชุดเสื้อนอก เสื้อคอปก ผูกเนกไท (สำหรับชาย) กางเกงขายาวที่มีสีและ แบบเดียวกัน ยกเว้นผู้ฝึกที่อาจใช้ชุดวอร์มและเสื้อยืด คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 41


ในความหมายนี้ให้หมายถึง ถ้าผู้ฝึกสอนถอดเสื้อนอกหรือเสื้อวอร์มออก เจ้าหน้าที่ทีมทุกคน จะต้องถอดเสื้อนอก และเสื้อวอร์มออกด้วยเช่นกันทันที ทั้งนี้ เพื่อให้มีชุดที่เหมือนกันทุกคน เฉพาะ เจ้าหน้าที่ที่ใส่ชุดวอร์มเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้ลงไปในสนามเล่นขณะที่มีการอบอุ่นร่างกาย กติกาข้อ 5 ผู้นำของทีม (Team Leaders) 1. ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องสามารถแยกว่าหัวหน้าทีมในสนาม และผู้ฝึกสอนเท่านั้นที่สามารถ เข้าเกี่ยวข้องในระหว่างการแข่งขัน ผู้ตัดสินจะต้องทราบว่าใครคือหัวหน้าทีมในสนามตลอดเวลา 2. ในขณะแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องคอยตรวจสอบว่าผู้เล่นสำรองได้นั่งอยู่บนม้านั่ง หรืออยู่ในเขตอบอุ่นร่างกาย ผู้เล่นที่อยู่ในเขตอบอุ่นร่างกายจะไม่สามารถใช้ลูกบอลในขณะกำลังแข่งขัน แต่ละเซต ผู้เล่นที่ยังอยู่บนม้านั่ง หรืออยู่ในเขตอบอุ่นร่างกายไม่มีสิทธิ์ทักท้วงหรือโต้แย้งคำตัดสิน ของผู้ตัดสิน การแสดงพฤติกรรมเช่นนี้จะต้องถูกผู้ตัดสินที่ 1 พิจารณาลงโทษ 3. ในกรณีที่หัวหน้าทีมในสนามขอคำอธิบายในการนำกติกามาใช้ในการตัดสิน ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องให้คำอธิบาย และถ้าจำเป็นผู้ตัดสินจะต้องไม่เพียงแต่แสดงสัญญาณมือซำ้ๆ เท่านั้น แต่จะต้อง ใช้ภาษาที่ใช้ในการปฏิบัติงานของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ หรือภาษาอื่นๆ ที่ใช้เป็นทางการ โดยการพูดสรุปใช้ลักษณะทางเทคนิคของกติกาการแข่งขัน หัวหน้าทีมในสนามมีสิทธิ์เพียงขอ คำอธิบายหรือการตีความตามกติกาโดยผู้ตัดสินซึ่งเป็นการขอในนามของทีม (ดังนั้นถ้าหัวหน้าทีม ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกและอยู่ที่ม้านั่งหรือในเขตอบอุ่นร่างกายย่อมไม่มีสิทธิ์นั้น) 4. ผู้ฝึกสอนไม่มีสิทธิ์ในการขออนุญาตใดๆ จากคณะกรรมการตัดสิน นอกจากการ ขอหยุดการเล่น (ได้แก่ การขอเวลานอก และการขอเปลี่ยนตัว) แต่ถ้าป้ายคะแนนไม่มีการแสดง จำนวนการขออนุญาตหยุดการเล่นไว้ หรือไม่มีคะแนน หรือคะแนนไม่ชัดเจน ผู้ฝึกสอนสามารถซักถาม กับผู้บันทึกได้ในขณะที่ลูกตาย กติกาข้อ 6 การได้คะแนนการชนะในแต่ละเซต และการชนะในแต่ละนัด (To Score a point, to win a set and the match) ในการแข่งขันใช้ระบบการได้คะแนนทุกครั้งเมื่อมีการหยุดการเล่นลูก (Rally point system) ถ้าทีมถูกปรับเป็นแพ้หรือไม่พร้อมในการแข่งขัน ผู้บันทึกจะต้องบันทึกรายละเอียดต่างๆ ให้สมบูรณ์ ตามที่ระบุไว้ในกติกา (กติกาข้อ 6.4) กติกาข้อ 7 โครงสร้างของการแข่งขัน (Structure of play) 1. ผู้ตัดสินที่ 2 และผู้บันทึกจะต้องตรวจสอบใบส่งตำแหน่งก่อนที่ผู้บันทึกจะได้บันทึก ลำดับข้อมูลลงในใบบันทึก โดยจะต้องตรวจสอบให้หมายเลขของผู้เล่นในใบบันทึกตรงกับในใบส่ง ตำแหน่ง หากไม่ตรงกันจะต้องไม่รับใบส่งตำแหน่งนั้น และผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องขอใบส่งตำแหน่งจาก ผู้ฝึกสอนใหม่ 42 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล


2. เมื่อสิ้นสุดในแต่ละเซตผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องขอใบส่งตำแหน่งของเซตต่อไปจาก ผู้ฝึกสอนทันที ทั้งนี้เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการล่าช้าในการเปลี่ยนแดนช่วง 3 นาที ถ้าผู้ฝึกสอน ไม่ได้เตรียมเขียนใบส่งตำแหน่งให้เรียบร้อย และทำให้เกิดการล่าช้าต่อการแข่งขันผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องลงโทษถ่วงเวลาต่อทีมนั้นทันทีก่อนเริ่มต้นในเซตนั้น 3. ถ้ามีการผิดตำแหน่งเกิดขึ้น หลังจากผู้ตัดสินได้ให้สัญญาณมือการทำผิดตำแหน่งแล้ว ผู้ตัดสินควรจะระบุผู้เล่นสองคนนั้นให้ชัดเจน ถ้าหัวหน้าทีมขอทราบรายละเอียดที่มากกว่านั้น ในการผิดตำแหน่ง ผู้ตัดสินที่ 2 ควรหยิบใบส่งตำแหน่งจากกระเป๋าและแสดงให้หัวหน้าทีมได้ทราบว่า ผู้เล่นคนใดเป็นผู้ร่วมกระทำผิดตำแหน่ง 4. ผู้ตัดสินที่ 1 ควรถามหัวหน้าทีมทั้งสองทีมก่อนการเสี่ยง (ทั้งสองทีมประสงค์ที่จะ อบอุ่นร่างกายพร้อมกันหรือไม่) กติกาข้อ 8 รูปแบบต่างๆ ของการเล่น (State of play) 1. เป็นความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเข้าใจคำว่า “โดยสมบูรณ์” ในประโยคที่ว่า ส่วนของลูกบอลได้สัมผัสพื้นนอกเส้นเขตสนามโดยสมบูรณ์ 2. ลวดสลิงขึงตาข่ายที่อยู่นอกระยะความยาว 9.50 หรือ 10.00 เมตรนี้ ไม่ถือว่าเป็น ส่วนของตาข่าย ในที่นี้ให้รวมถึงเสาขึงตาข่าย และลวดสลิงทั้งสองด้านด้วย ดังนั้น ถ้าลูกบอลได้ถูกส่วน ที่อยู่นอกตาข่าย ซึ่งอยู่นอกแถบข้างทั้งสองข้าง (9 เมตร) ให้ถือว่าเป็นการถูกสิ่งกีดขวางภายนอก และผู้ตัดสินทั้งสองคนจะต้องเป่านกหวีดให้สัญญาณเป็น “ลูกออก” กติกาข้อ 9 การเล่นลูกบอล (Playing the ball) 1. การกีดขวางการเล่นลูกบอลโดยผู้กำกับเส้น ผู้ตัดสินที่ 2 หรือผู้ฝึกสอนที่อยู่ในเขตรอบสนาม 1.1 ถ้าลูกบอลถูกเจ้าหน้าที่หรือผู้ฝึกสอนให้ถือเป็นลูกออก (ตามกติกาข้อ 8.4.2) 1.2 ถ้าผู้เล่นอาศัยเจ้าหน้าที่หรือผู้ฝึกสอนเพื่ออาศัยเล่นลูกบอล ถือว่าผู้เล่นกระทำผิด (การถูกลูกโดยมีการช่วยเหลือกติกาข้อ 9.1.3) ซึ่งจะต้องไม่ให้เล่นใหม่ 2. ได้มีการเน้นยำ้ว่าเฉพาะความผิดที่สามารถมองเห็นได้เท่านั้นที่จะถูกทำโทษ ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพยายามมองส่วนของร่างกายที่สัมผัสกับลูกบอล ในการพิจารณาตัดสินผู้ตัดสินจะต้องไม่ให้ ลักษณะท่าทางของผู้เล่นทั้งก่อนหรือหลังการเล่นลูกบอลมามีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาตัดสิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินได้เน้นยำ้ว่า ผู้ตัดสินต้องอนุญาตให้นักกีฬาเล่นลูกมือบน ด้วยนิ้วมือ หรือการเล่นลักษณะอื่นๆ ได้ตามกติกาการแข่งขัน คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 43


Click to View FlipBook Version