3. เพื่อให้เกิดความเข้าใจในกติกาข้อ 9.2.2 ดีขึ้น (ลูกบอลจะต้องถูกตี ไม่ใช่จับหรือทุ่ม ลูกบอลสามารถกระดอนออกได้ในทุกทิศทาง) จะต้องเข้าใจความหมายของคำว่า “ตี” คืออะไร การตี หมายถึง ลักษณะที่ลูกบอลได้กระดอนออกจากจุดกระทบ แต่การทุ่มลูกบอลจะประกอบด้วย 2 ลักษณะ คือ การจับและการทุ่มหรือโยนลูกออกไป 4. ผู้ตัดสินจะต้องพยายามรักษาระดับความแน่นอนในการเล่นลูกให้ถูกหลักเกณฑ์ตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ กีฬาวอลเลย์บอลมีการหลอกล่อในการรุก มีการเปลี่ยนทิศทางของ ลูกบอล ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องระมัดระวังคือ ในขณะที่มีการรุกจะสามารถใช้วิธีการแตะหยอดได้ ถ้าการรุกนั้นไม่ใช่เป็นการจับหรือทุ่มลูกบอล ความหมายของการรุกด้วยการแตะหยอดคือ ลักษณะ การกระทำด้วยมือหรือนิ้วมือข้างเดียวในขณะที่ลูกอยู่สูงกว่าตาข่ายโดยสมบูรณ์ ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องดูลักษณะการแตะหยอดอย่างใกล้ชิด ถ้าหลังจากการแตะหยอดลูกบอล ไม่ได้มีการกระดอนออกทันที แต่เป็นการเคลื่อนที่ไปพร้อมกับมือ ถือว่าเป็นการทุ่ม ซึ่งเป็นการทำผิด จะต้องถูกทำโทษ 5. สิ่งที่พึงระมัดระวังเกี่ยวกับลักษณะการสกัดกั้นที่ไม่ถูกต้อง ถ้าไม่ใช่เป็นการป้องกัน ลูกบอลที่มาจากฝ่ายตรงข้าม แต่จะใช้วิธีการจับลูก (โดยการยก ผลัก พา ทุ่ม หรือลากลูกบอล) ในกรณีเหล่านี้ ผู้ตัดสินจะต้องทำโทษการสกัดกั้นนี้ว่าการจับลูกบอล (ไม่ควรให้เป็นการกระทำ แบบโอ้อวด) 6. เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ผู้ตัดสินจำนวนมากไม่เข้าใจเกี่ยวกับการเล่นลูกแรกของทีม ดังนั้นเขาจึงไม่ได้นำไปปฏิบัติให้ถูกต้องตามกติกาข้อ 9.2.3.2 ซึ่งใน 4 กรณีที่จะนับว่าเป็นการเล่น ลูกแรกของทีม (เป็นการเล่นลูกครั้งแรกในจำนวน 3 ครั้งของทีม) ประกอบด้วย 6.1 การรับลูกเสิร์ฟ 6.2 การรับลูกที่มาจากการรุก (ไม่ใช่เฉพาะลูกตบ การรุกทุกลักษณะให้ดูในกติกา ข้อ 13.1.1) 6.3 การเล่นลูกที่มาจากการสกัดกั้นของฝ่ายตรงข้าม 6.4 การเล่นลูกที่มาจากการสกัดกั้นของฝ่ายตนเอง 7. เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการแข่งขันระดับนานาชาติ เพื่อเป็นการส่งเสริม การเล่นให้ยาวนานยิ่งขึ้น และเพื่อความตื่นเต้นของผู้ชม ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดเฉพาะการทำผิด ที่รุนแรงเท่านั้น ดังนั้น ในขณะที่ผู้เล่นไม่อยู่ในท่าทางที่ดีพอที่จะเล่นลูกนั้น ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้อง ลดเกณฑ์ในการพิจารณาการตัดสินลงเกี่ยวกับการเล่นลูกบอล ตัวอย่างเช่น 7.1 ขณะที่ตัวเซตกำลังวิ่งไปเล่นลูกบอล หรือจำเป็นต้องกระทำอย่างเร็วให้ถึงลูกบอล เพื่อทำการเซตลูกนั้น 44 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
7.2 ผู้เล่นได้วิ่งอย่างเร็วหรือทำการอย่างรวดเร็วเพื่อเล่นลูกบอล หลังจากที่ลูกบอล ได้กระดอนกลับจากการสกัดกั้นหรือจากผู้เล่นอื่นๆ 7.3 การถูกลูกครั้งแรกของทีมสามารถทำได้โดยเสรี ยกเว้นถ้าผู้เล่นจับหรือทุ่มลูกบอล กติกาข้อ 10 ลูกบอลที่บริเวณตาข่าย (Ball at the net) และกติกาข้อ 11 ผู้เล่นที่บริเวณ ตาข่าย (Player at the net) 1. ในกติกาข้อที่ 10.1.2 ได้ให้สิทธิ์ผู้เล่นในการเล่นลูกจากบริเวณเขตรอบสนาม ของฝ่ายตรงข้าม ผู้ตัดสินที่ 2 และผู้กำกับเส้นจะต้องเข้าใจกติกาข้อนี้ให้ดี ในขณะแข่งขันทุกคนจะต้อง ตระหนักและเปิดทางให้ผู้เล่นสามารถนำลูกนั้นกลับเข้ามายังแดนตนเอง ถ้าลูกบอลข้ามแนวดิ่ง ของตาข่ายภายในพื้นที่ที่กำหนดไปยังเขตรอบสนามของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมีผู้เล่นถูกลูกบอล เพื่อนำลูกบอลกลับมายังแดนตนเอง ผู้ตัดสินต้องเป่านกหวีดและแสดงสัญญาณลูกออก 2. ผู้ตัดสินจะต้องพยายามเอาใจใส่กติกาที่เกี่ยวกับผู้เล่นถูกตาข่าย การถูกตาข่ายหรือ เสาอากาศ (กติกาข้อ 11.3.1) เว้นแต่ผู้เล่นนั้นเกี่ยวข้องกับการเล่นลูกบอล โดยการถูกแถบบนของ ตาข่ายหรือถูกเสาอากาศเหนือขอบบน (80 ซม.) ของตาข่าย นอกจากเป็นการถูกในขณะเล่น ลูกบอล หรือเกี่ยวข้องกับการเล่นนั้น (คำว่ากำลังเล่นลูกบอลนั้น หมายถึงลักษณะใดๆ ที่ผู้เล่น ที่อยู่ใกล้ลูกบอลและพยายามเล่นลูกนั้น แต่จะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ คือ ถ้าผู้เล่นอยู่ในลักษณะกำลังเล่นลูกในแดนของตนเองและลูกบอลได้พุ่งชนตาข่ายจากฝ่ายตรงข้าม เป็นเหตุให้ตาข่ายถูกผู้เล่น (กติกาข้อ 11.3.3) ลักษณะเช่นนี้ผู้เล่นไม่ได้ทำผิด) 3. ผู้ตัดสินจะต้องเอาใจใส่ในความจริงที่ว่า ลวดสลิงขึงตาข่ายที่อยู่นอกระยะความยาว 9.50 หรือ 10.00 เมตรนี้ ไม่ถือว่าเป็นส่วนของตาข่าย ในที่นี้ให้รวมถึงเสาตาข่ายและลวดสลิง ทั้งสองด้านด้วย ดังนั้น ถ้าผู้เล่นได้ถูกส่วนที่อยู่นอกตาข่าย (ได้แก่ เสาขึงตาข่ายทั้งสองข้าง แถบบนของตาข่ายที่อยู่นอกเสาอากาศทั้งสองด้าน) จะไม่ถือว่าเป็นการทำผิดกติกา เว้นแต่ทำให้ โครงสร้างของตาข่ายและเสาขึงตึงตาข่ายเสียหาย 4. ผู้ตัดสินต้องแยกแยะระหว่างการลำ้ของเท้าหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายผ่านเส้นแบ่งแดน ไปยังเขตของฝ่ายตรงข้าม ขณะที่ล้ำโดยส่วนต่างๆ ของร่างกายที่อยู่เหนือเท้าขึ้นไปสามารถสัมผัส พื้นสนามของฝ่ายตรงข้ามได้ทั้งนี้ต้องไม่กีดขวางการเล่นของฝ่ายตรงข้าม 5. พึงระลึกเสมอว่าทีมที่เข้าร่วมแข่งขันในระดับสูงๆ นั้นการเล่นที่บริเวณใกล้ตาข่าย นับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นผู้ตัดสินจะต้องใส่ใจ (ระมัดระวัง) เป็นพิเศษ ในกรณีที่ลูกบอลถูกมือ ผู้สกัดกั้น และหลังจากนั้นได้กระดอนออกนอกสนาม 6. การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินทั้ง 2 ต้องจดจ่อดูแถบบนและแถบล่างของตาข่าย ด้านฝ่ายรุกและผู้ตัดสินที่ 2 ต้องจดจ่อดูตลอดช่วงความยาวของตาข่ายด้านฝ่ายสกัดกั้น คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 45
กติกาข้อ 12 การเสิร์ฟ (Service) 1. การอนุญาตให้ทำการเสิร์ฟ ผู้ตัดสินไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้ผู้เสิร์ฟพร้อม เพียงแต่ให้ ผู้เล่นที่จะเป็นผู้เสิร์ฟได้รับลูกบอลแล้ว 2. ผู้ตัดสินที่ 1 ควรตรวจสอบการแสดงสัญญาณภาพซำ้ในการถ่ายทอดก่อนเป่านกหวีด อนุญาตให้ทำการเสิร์ฟ 3. ผู้ตัดสินที่ 1 และผู้กำกับเส้นที่รับผิดชอบ จะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับตำแหน่งของ ผู้เสิร์ฟในขณะที่ทำการเสิร์ฟ หรือกำลังเริ่มกระโดดเสิร์ฟ ผู้กำกับเส้นจะต้องให้สัญญาณทันที ถ้ามีการทำผิดเกิดขึ้น และผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องเป่านกหวีดในความผิดนั้น ผู้เสิร์ฟสามารถเริ่ม เคลื่อนที่เพื่อการเสิร์ฟจากนอกเขตเสิร์ฟได้ แต่ขณะที่เริ่มกระโดดเพื่อการเสิร์ฟนั้น จะต้องอยู่ภายใน เขตเสิร์ฟ 4. ในขณะที่ลูกบอลกำลังกระทบมือผู้เสิร์ฟ ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องสังเกตผู้เล่นในสนามของ ทีมเสิร์ฟ ในขณะที่ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องสังเกตผู้เล่นในสนามของทีมที่รับเสิร์ฟ 5. ถ้าผู้เสิร์ฟไม่ยอมเข้าไปในเขตเสิร์ฟ หรือไม่ยอมรับลูกบอลจากเจ้าหน้าที่กลิ้งลูกบอล โดยการเจตนาถ่วงเวลา ในกรณีนี้ทีมจะต้องถูกลงโทษถ่วงเวลา หมายเหตุ ผู้ตัดสินส่วนมากและผู้เล่นต่างมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตีความในคู่มือนี้ โดยคิดว่าจะเริ่มนับเวลา 8 วินาที เมื่อผู้เสิร์ฟได้เริ่มโยนหรือปล่อยลูกบอลเพื่อทำการเสิร์ฟ (ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด) ในกติกาได้เน้นชัดเจนว่า “หลังจากผู้ตัดสินที่ 1 เป่านกหวีดเพื่อให้เสิร์ฟ” 6. สัญญาณมือที่ถูกต้องที่ผู้ตัดสินที่ 1 ใช้ในขณะที่การเสิร์ฟลูกนั้นลูกบอลถูกตาข่าย และไม่อยู่ในการเล่น (ไม่ข้ามตาข่าย) ให้ใช้สัญญาณมือที่ 19 7. สมาคมวอลเลย์บอลในหลายๆ ประเทศ คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินไม่ได้เอาใจใส่ ในการบังการเสิร์ฟ (กติกาข้อ 13.5) ในการแข่งขันรายการในประเทศนั้นๆ จึงไม่ได้มีการใช้กติกาข้อนี้ โดยไม่เคยมีการลงโทษ การบังการเสิร์ฟเลย ดังนั้น จึงเกิดปัญหากับผู้ตัดสินและทีมจากประเทศ เหล่านั้นในขณะที่เข้าร่วมแข่งขันระดับนานาชาติ ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องเอาใจใส่ในเรื่องของการกำบังวิถี และทิศทางของลูกบอลหรือของผู้เสิร์ฟระหว่างการเสิร์ฟของทีมเสิร์ฟ กติกาข้อ 13 การรุก (Attack Hit) 1. จะต้องพยายามทำความเข้าใจให้ดีเกี่ยวกับกติกาข้อ 13.2.4 เรื่องการรุกลูกที่มาจาก การเสิร์ฟ พึงระวังถึงหลักความจริงว่าจะต้องพิจารณาจากตำแหน่งของลูกบอลเท่านั้น ไม่ใช่ตำแหน่ง ของผู้เล่น และจะถือว่าเป็นการทำผิดเมื่อการรุกนี้เป็นการรุกโดยสมบูรณ์ ซึ่งผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องเป็น ผู้เป่านกหวีดในความผิดนี้ 46 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
2. ในการควบคุมการรุกของผู้เล่นแดนหลัง และผู้เล่นตัวรับอิสระ เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้อง ทำความเข้าใจว่า การกระทำที่ผิดนั้นจะเป็นการทำผิดเมื่อเป็นการรุกโดยสมบูรณ์เท่านั้น (ลูกบอล ได้ข้ามแนวตาข่ายอย่างสมบูรณ์ หรือลูกบอลได้ถูกสกัดกั้นคนใดคนหนึ่ง) กติกาข้อ 14 การสกัดกั้น (Blocking) 1. ผู้สกัดกั้นมีสิทธิที่จะทำการสกัดกั้นลูกบอลทุกลูกที่อยู่ในแดนของฝ่ายตรงข้าม โดยยื่นมือล้ำเหนือตาข่าย โดย 1.1 การเล่นลูกครั้งที่ 1 หรือครั้งที่ 2 ของฝ่ายตรงข้าม และลูกนั้นถูกส่งไปยัง ฝ่ายตรงข้ามและ 1.2 จะต้องไม่มีผู้เล่นของฝ่ายตรงข้ามอยู่ใกล้ตาข่าย ในบริเวณนั้นเพื่อจะทำการเล่นลูกต่อ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามอยู่ใกล้ลูกบอลเพื่อจะเล่นลูกนั้น หากผู้สกัดกั้น ลำ้เหนือตาข่ายและสัมผัสลูกบอลก่อนหรือขณะกำลังเล่นลูก ลักษณะเช่นนี้จะเป็นการป้องกันการเล่น ของฝ่ายตรงข้ามถือว่าผิดกติกา หลังจากการเล่นลูกครั้งที่ 3 ของฝ่ายตรงข้ามแล้ว ผู้สกัดกั้นสามารถทำการสกัดกั้น ได้ทุกลูกที่อยู่ในแดนของฝ่ายตรงข้าม 2. การเซตโดยการส่งลูกผ่านให้เพื่อนร่วมทีม (ไม่ใช่การรุก) ซึ่งไม่ได้ข้ามตาข่ายไปในแดน ของฝ่ายตรงข้าม จะไม่อนุญาตให้สกัดกั้นล้ำเหนือตาข่าย ยกเว้นหลังจากถูกลูกครั้งที่ 3 แล้ว 3. ถ้าผู้สกัดกั้นยื่นมือล้ำเหนือตาข่ายและตีบอลนั้นแทนลักษณะของการสกัดกั้น จะถือว่าเสีย (การลำ้เหนือตาข่าย หมายถึง การยื่นมือขึ้นเหนือตาข่ายเข้าไปในแดนของฝ่ายตรงข้าม) 4. ตามกติกาข้อ 14.6.3 “การสกัดกั้นลูกจากการเสิร์ฟของฝ่ายตรงข้าม” หมายถึง การสกัดกั้นโดยสมบูรณ์จากลูกที่มาจากการเสิร์ฟจะถือว่าเสีย 5. ปัจจุบันได้มีการอนุญาตให้ลูกบอลสามารถถูกส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ถ้าขณะทำการ สกัดกั้นลูกบอลได้ถูกเท้าจะถือว่าไม่เสียและยังคงเป็นการสกัดกั้น กติกาข้อ 15 การหยุดการแข่งขันตามกติกา (Regular game Interruptions) 1. เวลานอกและเวลานอกทางเทคนิค 1.1 ผู้ฝึกสอนต้องแสดงสัญญาณมือเพื่อขอเวลานอกอย่างเป็นทางการเท่านั้น การยืนร้องขอด้วยวาจาหรือการกดออดสัญญาณเพียงอย่างเดียวผู้ตัดสินมีอำนาจปฏิเสธ การขอเวลานอกนั้น ผู้ตัดสินที่ 1 สามารถดำเนินการลงโทษในกรณีทำให้เกมการแข่งขันล่าช้า (ถ่วงเวลา) โดยดำเนินการลงโทษตามกติกา คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 47
1.2 ผู้ช่วยผู้บันทึกจะต้องให้สัญญาณเวลานอกทางเทคนิคด้วยสัญญาณออดหลังจาก ที่ทีมทำคะแนนนำถึง 8 และ 16 คะแนน ในแต่ละเซต (ไม่ใช่เป็นความรับผิดชอบของผู้ตัดสินที่ 2) ในทำนองเดียวกันผู้ช่วยผู้บันทึกจะต้องให้สัญญาณหมดเวลานอกทางเทคนิคและผู้ประกาศ ต้องประกาศว่า “เวลานอกทางเทคนิคครั้งที่ 1” เมื่อหมดเวลานอกทางเทคนิค จะต้องประกาศว่า “หมดเวลานอกทางเทคนิค” ซึ่งในกระบวนการนี้จะใช้กับเวลานอกทางเทคนิคครั้งที่ 2 ด้วยเช่นกัน ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องมั่นใจว่าผู้เล่นจะต้องไม่เข้าไปในสนามก่อนที่สัญญาณหมดเวลานอกทางเทคนิค จะดังขึ้น โดยทั่วไปแล้วถ้าเกิดปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับการทำงานของผู้บันทึก ผู้ตัดสินที่ 2 สามารถตรวจสอบการทำงานของเขาได้เช่นกัน 2. การเปลี่ยนตัว 2.1 ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องยืนระหว่างเสาขึงตาข่ายกับโต๊ะผู้บันทึกคะแนนเว้นแต่ การเปลี่ยนตัวนั้นผิดระเบียบ จากนั้นผู้ตัดสินทำสัญญาณไขว้แขนเพื่อให้ผู้เล่นเปลี่ยนตัวใน เขตเปลี่ยนตัว ในกรณีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นจำนวนหลายคน ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องรอให้ผู้บันทึกแสดง สัญญาณมือเมื่อการบันทึกการเปลี่ยนตัวของแต่ละคนเสร็จสิ้น 2.2 การเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลายคนต้องดำเนินการในแต่ละคู่ภายในเขตเปลี่ยนตัว โดยการกำกับของผู้บันทึก อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนตัวผู้เล่นต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยต้องยืน อยู่นอกเขตเปลี่ยนตัว หากไม่ยืนใกล้เขตเปลี่ยนตัว ผู้ตัดสินจะปฏิเสธโดยไม่มีการลงโทษ 2.3 ข้อสำคัญในการเปลี่ยนตัวคือผู้เล่นต้องเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและดำเนินการ เปลี่ยนตัวอย่างราบรื่น วิธีการในการเปลี่ยนตัวแบบใหม่มุ่งหมายให้เกมการแข่งขันดำเนินไปอย่าง ราบรื่นและหลีกเลี่ยงความล่าช้าของขั้นตอนในการเปลี่ยนตัว หากผู้เล่นถูกลงโทษในกรณีถ่วงเวลา เนื่องจากไม่พร้อมทำการเปลี่ยนตัวนั้น ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ตัดสินที่ 2 และผู้บันทึกคะแนน โดยไม่ใช้นกหวีดหรือกริ่งสัญญาณในการปฏิเสธการเปลี่ยนตัว (กติกาข้อ 15.10.3A และ 15.10.4) 3. กรณีนักกีฬาบาดเจ็บรุนแรงผู้ตัดสินต้องหยุดการแข่งขันและอนุญาตให้แพทย์ประจำ ทีมเข้าไปในสนามโดยสอบถามถึงความต้องการในการเปลี่ยนตัวของทีม ข้อยกเว้นในการเปลี่ยน ตัวเนื่องจากการบาดเจ็บสามารถกระทำได้โดยทีมและไม่ถือเป็นการเปลี่ยนตัวปกติ โดยผู้เล่น ที่บาดเจ็บไม่สามารถกลับมาเล่นในนัดนั้นได้อีก (กติกาข้อ 15.7) ผู้ตัดสินต้องแยกแยะให้ชัดเจน ระหว่างการเปลี่ยนตัวที่ผิดกติกากับการขอเปลี่ยนตัวตามกติกา (ทีมทำการเปลี่ยนตัวผิดกติกา, การแข่งขันในคะแนนนั้นอีกครั้ง, และไม่มีการบันทึกโดยผู้บันทึกหรือผู้ตัดสินที่ 2, กติกาข้อ 15.9) ส่วนการเปลี่ยนตัวผิดกติกา (กติกาข้อ 16.1.3) ผู้บันทึกหรือผู้ตัดสินต้องดำเนินการปฏิเสธ และลงโทษถ่วงเวลา 48 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
4. การขอเปลี่ยนตัวก่อนเริ่มต้นเซตนั้นสามารถทำได้และจะต้องมีการบันทึกการขอ เปลี่ยนตัวนี้ในเซตนั้นๆ โดยผู้ฝึกสอนต้องทำสัญญาณมือขอเปลี่ยนตัว 5. ผู้ตัดสินจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ในกติกาที่เกี่ยวกับ “การขอหยุด การแข่งขันที่ผิดกติกา” (Improper request) (กติกาข้อ 15.6) ซึ่งควรทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆ คือ 5.1 ความหมายของการขอหยุดการแข่งขันที่ผิดกติกา 5.2 มีกรณีใดบ้างที่เป็นการขอหยุดการแข่งขันที่ผิดกติกา 5.3 เมื่อเกิดกรณีต่างๆ ขึ้น อะไรคือขบวนการที่ต้องทำ 5.4 ถ้าทีมทำซ้ำอีกในนัดนั้นจะต้องทำอะไรต่อไป ในขณะแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องคอยตรวจสอบดูว่าผู้ตัดสินที่ 2 ได้ดำเนินการ ถูกต้องตามกติกาที่เกี่ยวกับ “การขอหยุดการแข่งขันที่ผิดกติกา” 6. ข้อแตกต่างของการเปลี่ยนตัว ลิโบโร่ (กติกาข้อ 19.3.2) กับการเปลี่ยนตัวปกติ เป็นอำ�นาจของผู้ตัดสินที่ 2 หรือผู้บันทึกตามข้อมูลในใบบันทึกคะแนน (กติกาข้อ 15.5 ถึง 15.10) โดยผู้ช่วยผู้บันทึกเป็นผู้ทำ�หน้าที่บันทึกการเปลี่ยนตัว ลิโบโร่ รวมถึงการแต่งตั้งลิโบโร่คนใหม่ลง ในใบบันทึกตัวลิโบโร่ (R-6) โดยการเปลี่ยนตัวทุกครั้งต้องทราบหมายเลขผู้เล่นปกติที่เปลี่ยนกับ ลิโบโร่ตลอดเวลา กติกาข้อ 16 การถ่วงเวลาการแข่งขัน (Game Delays) 1. ผู้ตัดสินจะต้องทำความคุ้นเคยให้ถูกต้องกับหลักการต่างๆ เกี่ยวกับการถ่วงเวลาทุกชนิด รวมทั้งการลงโทษการถ่วงเวลา ยิ่งไปกว่านั้นผู้ตัดสินจะต้องมีความเข้าใจอย่างชัดเจนถึงความแตกต่าง ระหว่างการขอหยุดการแข่งขันที่ผิดกติกากับการถ่วงเวลา 2. ผู้ตัดสินจะต้องพยายามป้องกันไม่ให้ทีมทำการถ่วงเวลาทั้งโดยการเจตนาและไม่เจตนา ตัวอย่างของการถ่วงเวลา : ผู้เล่นถ่วงเวลาการแข่งขัน โดยการขออนุญาตต่อผู้ตัดสิน เพื่อขอผูกเชือกรองเท้า กรณีเช่นนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นการขอครั้งแรกก็ตามจะต้องถูกทำโทษการถ่วงเวลา (เตือนถ่วงเวลา) ทันที สาเหตุหลักของการถ่วงเวลา ประกอบด้วย การขอเปลี่ยนตัว การขอเวลานอก การขอผูกเชือกรองเท้า การขอเช็ดพื้น ผู้เล่นคนใดขออนุญาตต่อผู้ตัดสินให้หยุดการเล่นเพื่อผูกเชือกรองเท้า แสดงว่าตั้งใจ ถ่วงเวลาการเล่น จะต้องถูกลงโทษถ่วงเวลา (Delay Sanction) 3. การทำโทษสำหรับการถ่วงเวลาเป็นการทำผิดของทีม ไม่ใช่การทำผิดมารยาทของ สมาชิกในทีม ซึ่งหมายความรวมถึงกรณีที่สมาชิกทีมคนใดคนหนึ่งเป็นสาเหตุของการถ่วงเวลาด้วย คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 49
4. สิ่งสำคัญ คือ “การเตือนถ่วงเวลาเพียงแต่แสดงสัญญาณมือเท่านั้น (ใช้สัญญาณ ที่ 25 โดยใช้บัตรเหลืองและต้องมีการบันทึกในใบบันทึกในช่องการลงโทษใต้ตัวอักษร “W” แต่อย่างไรก็ตาม “การลงโทษถ่วงเวลา” จะต้องแสดงสัญญาณมือโดยใช้บัตรสีแดงและบันทึกลง ในใบบันทึกในช่องการลงโทษใต้ตัวอักษร “P” 5. การเช็ดพื้น จุดประสงค์หลักของการเช็ดพื้น เพื่อเป็นการป้องกันผู้เล่นให้เกิดความปลอดภัย ทำให้ การแข่งขันได้ต่อเนื่อง โดยการหลีกเลี่ยงผู้เล่นที่จะต้องถูพื้นด้วยตนเอง 5.1 เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นและอุปกรณ์สำหรับเช็ดพื้น 5.1.1 เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นจะใช้เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นด้านละ 4 คน รวม 2 ด้าน จำนวน 8 คน เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นนี้จะต้องได้รับการฝึกเพื่อทำหน้าที่นี้เป็นอย่างดี และจะเป็นประโยชน์มาก ถ้าเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเคยมีประสบการณ์เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลมาก่อน 5.1.2 อุปกรณ์สำหรับเช็ดพื้น ประกอบด้วย • ที่เช็ดพื้นขนาดกว้าง 1 เมตร พร้อมด้ามจับ จำนวน 6 อัน • แต่ละด้านของเขตอบอุ่นร่างกายจะมีที่เช็ดพื้น จำนวน 3 อันอยู่ใกล้ๆ • ผ้าสำหรับเช็ดพื้น จำนวน 8 ผืน (ขนาดอย่างตำ่ 40 × 40 เซนติเมตร และไม่เกิน 40 × 80 เซนติเมตร) ในจำนวนนี้จะต้องวางไว้ใกล้ๆ โต๊ะผู้บันทึก 4 ผืน และอีก 4 ผืน อยู่บริเวณเขตอบอุ่นร่างกาย โดยมีเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ขนาดเล็ก 5.1.3 ตำแหน่งของเจ้าหน้าที่เช็ดพื้น (ตามแผนภูมิ A) 5.1.3.1 เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเร็ว 1 คนต่อ 1 ด้าน (รวม 2 คน) อยู่ด้านหลัง ผู้ตัดสินที่ 2 โดยนั่งบนส้นเท้าและพร้อมที่จะวิ่งออกไปเช็ดพื้นยังจุดที่เปียกได้ทันที 5.1.3.2 เจ้าหน้าที่เช็ดพื้น 3 คนต่อ 1 ด้าน (รวม 6 คน) อยู่ใกล้เขต อบอุ่นร่างกาย แต่ละด้านนั่งอยู่บนเก้าอี้เตี้ยๆ (1 ใน 3 คนนี้ จะเป็นเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเร็วด้วย) 5.1.2.3 เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นทุกคนจะต้องไม่นั่งบังป้ายโฆษณาที่อยู่รอบๆ สนามแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณด้านหลังผู้ตัดสินที่ 1 5.2 จะเช็ดพื้นอย่างไร เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการแข่งขันจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และเพื่อป้องกัน กลวิธีในการทำให้เกิดการล่าช้า สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติจึงได้กำหนดแนวทางดังนี้ 5.2.1 ในขณะที่มีการขอเวลานอก หรือเวลานอกทางเทคนิค และช่วงเวลา พักระหว่างเซต เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นด้านละ 3 คน จะเช็ดพื้นพร้อมๆ กันเป็นกลุ่มเดียว โดยเจ้าหน้าที่ เช็ดพื้น 3 คน ที่อยู่ใกล้ๆ เขตอบอุ่นร่างกายจะต้องนำที่เช็ดพื้นที่มีด้ามมาที่เส้นข้างบริเวณแดนหน้า ใกล้กับผู้ตัดสินที่ 2 เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นในแต่ละด้านของสนามจะเริ่มเช็ดพื้นพร้อมๆ กัน (ตามแผนภูมิ A) 50 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
5.2.2 ในขณะที่ลูกตาย (ในแต่ละครั้งที่หยุดเล่นลูก) ถ้ามีความจำเป็น 5.2.2.1 เมื่อเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเร็วสังเกตเห็นจุดที่เปียกบนสนาม ให้ยกมือขึ้น 1 ข้าง ให้สัญญาณว่ามีจุดเปียก และคอยจนกว่าจะจบการเล่นลูกนั้น เมื่อผู้ตัดสิน เป่านกหวีดว่าเป็นลูกตายให้เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเร็ว ที่ยกมือวิ่งเข้าไปเช็ดพื้นทันทีด้วยผ้าเช็ดพื้น 2 ผืน โดยวิ่งอย่างเร็วไปที่จุดเปียก ในแต่ละด้านเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเร็วที่นั่งอยู่หลังผู้ตัดสินที่ 1 หรือผู้ตัดสินที่ 2 จะรับผิดชอบเช็ดพื้นบริเวณแดนหน้าของสนาม เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นที่นั่งอยู่ใกล้เขตอบอุ่นร่างกายทั้งสองด้านจะรับผิดชอบดูแล ในบริเวณแดนหลัง โดยการวิ่งไปที่จุดที่เปียกอย่างเร็วทันทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้เป็น “ลูกตาย” ถ้ามีจุดที่เปียกมากกว่า 1 แห่ง จุดที่จะต้องเช็ดเป็นอันดับแรกคือ ในบริเวณแดนหน้า จุดเปียกในแดนหลังหรือบริเวณนอกสนามจะเป็นลำดับรองลงไป 5.2.2.2 ทันทีหลังจากที่เช็ดพื้นอย่างเร็วแล้ว เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นจะต้องรีบวิ่งออกจาก สนามกลับไปยังตำแหน่งที่นั่งโดยใช้ระยะทางที่สั้นที่สุด 5.2.2.3 เวลาที่ใช้เช็ดพื้นต้องอยู่ระหว่าง 6-8 วินาที ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่าง เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้เป็นลูกตาย จนเมื่อผู้ตัดสินที่ 1 เป่านกหวีดเพื่อให้เสิร์ฟครั้งต่อไป จะต้อง ไม่ให้เกิดความล่าช้าต่อการแข่งขันโดยเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเป็นอันขาด 5.2.2.4 ผู้ตัดสินจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เช็ดพื้น แต่อย่างไรก็ตามผู้ตัดสินที่ 1 มีอำนาจที่จะให้เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามข้อกำหนด เฉพาะในกรณีที่เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์หรือรบกวนต่อการแข่งขัน 5.2.2.5 ผู้เล่นหรือผู้ฝึกสอนไม่มีสิทธิ์ขอให้เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นทำการเช็ดพื้นบริเวณ ที่เปียกหรือให้คำแนะนำในขณะกำลังเช็ดพื้น 5.3ความรับผิดชอบของผู้เล่น ถ้าผู้เล่นจะทำการเช็ดพื้นด้วยตนเองด้วยผ้าของตนเอง ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องไม่รอ จนกระทั่งผู้เล่นได้เช็ดพื้นเสร็จและได้กลับเข้าอยู่ในตำแหน่งการเล่น ทั้งนี้ขณะที่มีการเสิร์ฟอยู่ และผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ผู้ตัดสินที่รับผิดชอบจะต้องทำโทษลักษณะการผิดตำแหน่ง 5.4ความรับผิดชอบของคณะกรรมการควบคุมการแข่งขัน ถ้าสภาพอากาศไม่เหมาะสมและเกิดบริเวณที่เปียกในแดนหน้าจนมองเห็นได้เฉพาะ คณะกรรมการควบคุมการแข่งขันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ขอให้ผู้ตัดสินที่ 2 แจ้งเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นให้ทำหน้าที่ หลังจากสิ้นสุดการเล่นลูกในทันทีและเมื่อเช็ดเสร็จจะต้องรีบกลับไปยังที่ตามเดิมทันที คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 51
กติกาข้อ 17 การหยุดการแข่งขันในกรณีที่ได้รับการยกเว้น (Exceptional game Interruptions) • ถ้าผู้เล่นได้รับบาดเจ็บไม่สามารถเปลี่ยนตัวตามปกติผู้ฝึกสอนมีสิทธิ์ขอเปลี่ยนตัว ที่ได้รับการยกเว้น (กรณีพิเศษ) ได้กับผู้เล่นที่ไม่อยู่ในเขตเล่นลูก (ยกเว้นลิโบโร่ หรือผู้ที่เปลี่ยนตัว กับลิโบโร่) และในกรณีนี้ผู้เล่นที่บาดเจ็บนั้นจะไม่มีสิทธิ์ลงแข่งขันได้อีกจนกว่าจะจบการแข่งขันในนัดนั้น • หากผู้เล่นที่บาดเจ็บไม่สามารถเปลี่ยนตัวตามปกติหรือเปลี่ยนตัวในกรณีพิเศษได้ ผู้เล่นคนนั้นสามารถหยุดพักเพื่อปฐมพยาบาลได้ 3 นาที แต่จะทำได้เพียงครั้งเดียวในนัดนั้น กติกาข้อ 18 การหยุดพักและการเปลี่ยนแดน (Interval and changes of courts) 1. ในช่วงเวลาพักระหว่างเซต ผู้เล่นสามารถใช้ลูกบอลเพื่ออบอุ่นร่างกายในพื้นที่รอบสนามได้ (ยกเว้นลูกบอลสำหรับแข่งขัน) 2. ในเซตตัดสิน หลังจากที่ทีมนำทำคะแนนที่ 8 ทั้งสองทีมต้องเปลี่ยนแดนกัน (ถ้าคะแนนที่ 8 ทำได้โดยฝ่ายรับ หลังจากเปลี่ยนแดนแล้วทีมนั้นจะต้องหมุนตำแหน่ง 1 ตำแหน่ง ก่อนที่จะมีการเสิร์ฟ ซึ่งจะต้องตรวจโดยผู้บันทึกและผู้ตัดสินที่ 2 3. ในช่วงเวลาพักระหว่าเซต ลูกบอลทั้ง 3 ลูก จะต้องอยู่ที่เจ้าหน้าที่กลิ้งลูกบอลหมายเลข 2 และ 5 (จะต้องไม่ให้ผู้เล่นนำไปใช้เพื่ออบอุ่นร่างกาย) ก่อนเริ่มในเซตตัดสิน ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้อง ส่งลูกบอลให้ผู้เสิร์ฟคนแรก ในช่วงขอเวลานอก การเปลี่ยนตัว และการเปลี่ยนแดนเมื่อคะแนนที่ 8 ในเซตตัดสิน ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องไม่เก็บลูกบอลไว้ ซึ่งลูกบอลจะต้องอยู่กับเจ้าหน้าที่กลิ้งลูกบอล กติกาข้อ 19 ผู้เล่นตัวรับอิสระ (ลิโบโร่) (The Libero Player) 1. ในกรณีทีมมี “ลิโบโร่ 2 คน” ที่ลงในสนามคนที่ 1 (Acting Libero) ต้องบันทึกเป็น ชื่อแรกในบรรทัดแรกของช่องที่เตรียมไว้สำหรับลิโบโร่ในใบบันทึกคะแนนโดยผู้ฝึกสอนเป็นผู้ลงชื่อ รับรองในใบบันทึก 2. ผู้ฝึกสอนสามารถเปลี่ยนลิโบโร่ คนที่ 1 กับลิโบโร่สำรองได้ตลอดเวลา 3. ในกรณีที่ลิโบโร่บาดเจ็บและไม่มีลิโบโร่สำรองภายในทีมผู้ฝึกสอนสามารถขอแต่งตั้ง นักกีฬาที่อยู่นอกสนามแทนลิโบโร่ที่บาดเจ็บได้ (ยกเว้นนักกีฬาที่เปลี่ยนตัวกับลิโบโร่ที่บาดเจ็บ ซึ่งอยู่นอกสนาม) (กติกาข้อ 19.4.2) พึงระวังเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้เล่นลิโบโร่ใหม่นั้นเป็นทางเลือก ของผู้ฝึกสอนนั้นจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้โดยวิธีการเดียวกับการเปลี่ยนลิโบโร่กับผู้เล่นปกติถ้าการแต่งตั้งนั้น ถ้าลิโบโร่ในสนาม (Acting Libero) ไม่สามารถเล่นต่อได้ เขาสามารถเปลี่ยนกับผู้เล่นปกติ ที่เปลี่ยนออกได้ หรือเปลี่ยนกับลิโบโร่ที่ตั้งใหม่ได้ทันที แต่อย่างไรก็ตามลิโบโร่ที่ถูกแจ้งว่าไม่สามารถ เล่นต่อได้นั้น จะกลับเข้ามาเล่นอีกไม่ได้ในนัดนั้น ทั้งนี้ผู้ฝึกสอนหรือหัวหน้าทีม (ถ้าผู้ฝึกสอนไม่มา) สามารถติดต่อกับผู้ตัดสินที่ 2 เพื่อแจ้งการแต่งตั้งลิโบโร่ใหม่ 52 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
4. ข้อพึงระวังของความแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนตัวที่ได้รับการยกเว้น (จากการบาดเจ็บ ของผู้เล่นปกติ) กับการแต่งตั้งลิโบโร่ที่ได้รับการบาดเจ็บ ผู้เล่นคนใด (ยกเว้นลิโบโร่/และผู้เล่น ที่เปลี่ยนลิโบโร่) ที่ไม่สามารถเล่นต่อได้ เนื่องจากบาดเจ็บจะต้องเปลี่ยนตัวตามปกติ ถ้าไม่สามารถ เปลี่ยนตัวตามปกติได้ ทีมสามารถขอเปลี่ยนตัวในกรณีพิเศษได้ ในการแต่งตั้งตัวรับอิสระคนใหม่ กับผู้เล่นคนอื่นที่อยู่นอกสนามสามารถกระทำได้ (ยกเว้น ผู้เล่นที่เปลี่ยนกับลิโบโร่ในสนาม หรือ ลิโบโร่ที่ถูกห้ามเล่นในเซตนั้นหรือนัดนั้น) โดยผู้ตัดสินพึงระวังถึงคุณสมบัติของลิโบโร่ที่จะถูก แต่งตั้งใหม่จากการร้องขอของผู้ฝึกสอน 5. เพื่อเน้นความเข้าใจในการตีความข้อ 19.3.2 การเปลี่ยนลิโบโร่ ผู้ตัดสิน ต้องระวังความแตกต่างการตีความกติกาข้อ 25.2.2.2 ควบคุมตำแหน่ง/ลำดับการเสิร์ฟ หากมีการ ผิดตำแหน่ง/ลำดับการเสิร์ฟเมื่อใด ผู้บันทึกต้องแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบทันทีหลังจากทำการเสิร์ฟแล้ว และกติกาข้อ 26.2.2.2 ผู้ช่วยผู้บันทึกต้องแจ้งต่อผู้ตัดสินเมื่อมีการเปลี่ยนลิโบโร่ที่ผิดระเบียบ โดยใช้ออดให้สัญญาณทันทีหลังจากทำการเสิร์ฟแล้ว และกติกาข้อ 7.7.2 หากผู้ช่วยผู้บันทึก เกิดความผิดพลาด ผู้บันทึกต้องหยุดการแข่งขันทันทีที่มีการผิดตำแหน่งเกิดขึ้น และคะแนนที่ทำได้ ทั้งหมดขณะผิดตำแหน่ง ต้องยกเลิกส่วนคะแนนของทีมตรงข้ามให้คงไว้ตามเดิม 6. การแข่งขันที่สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติรับรองอนุญาตให้ลิโบโร่ที่ได้รับบาดเจ็บ กลับมาเล่นในนัดถัดไปได้ โดยการพิจารณาของคณะการจัดการแข่งขันในรายการนั้น 7. ผู้เล่นลิโบโร่สามารถถูกให้งดการเล่น โดยผู้ฝึกสอนหรือหัวหน้าทีม (กรณีที่ผู้ฝึกสอนไม่อยู่) เนื่องจากการบาดเจ็บ ป่วย ถูกลงโทษ หรือถูกให้ออกจากการแข่งขัน กติกาข้อ 20 ลักษณะของมารยาทที่ดี และกติกาข้อ 21 การผิดมารยาทและการลงโทษ (Misconduct and its Sanctions) 1. มีความจำเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการประยุกต์ใช้กติกาภายใต้กรอบของการมีน้ำใจ นักกีฬา การเข้าใจกติกาและระดับการลงโทษแบบใหม่ 2. ผู้ตัดสินไม่ควรมองข้ามการให้ความสำคัญในกติกาข้อ 21.2.1 เกี่ยวกับพฤติกรรม ของผู้ร่วมการแข่งขันที่แสดงถึงความเคารพและความสุภาพต่อคณะกรรมการควบคุมการแข่งขัน คู่แข่งขัน และผู้ชม 3. กติกาข้อ 21.1 ได้ระบุว่าการทำผิดมารยาทเล็กน้อยจะต้องไม่มีการลงโทษในครั้งแรก จะต้องไม่มีการลงโทษเพียงแต่ใช้การเตือนด้วยวาจาหรือสัญญาณมือผ่านยังหัวหน้าทีมหรือเพื่อน ร่วมทีมคนอื่นๆ (ไม่มีการใช้บัตร ไม่ต้องบันทึกในใบบันทึก) หากเกิดขึ้นอีกในครั้งที่ 2 ให้ใช้ใบเหลือง ให้กับผู้ร่วมทีม โดยไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด (แต่ต้องมีการบันทึกในใบบันทึก) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของผู้ตัดสินที่ 1 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 53
4. กติกาข้อ 21.2 พฤติกรรมที่นำไปสู่การลงโทษจากการกระทำที่ก้าวร้าว (OFFENSIVE CONDUCT) ได้แก่ การสบประมาท ใช้คำพูดหรือท่าทางที่เป็นการดูถูกเหยียดหยาม ในกรณี การใช้ความรุนแรง (AGGRESSION) ได้แก่ การทำร้ายร่างกาย การรุกราน หรือพฤติกรรมข่มขู่ ต้องถูกลงโทษ โดยมีการบันทึกในใบบันทึกตามตารางที่กำหนด หากการแสดงพฤติกรรมดังกล่าว เกิดขึ้นอีกต้องทำการลงโทษในระดับที่สูงขึ้น 5. การปฏิบัติการลงโทษในการทำผิดมารยาทของสมาชิกของทีมนั้น ผู้ตัดสินที่ 1 จะเป็น ผู้ตัดสินใจโดย 5.1 ผู้เล่นที่อยู่ในสนาม : ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องเป่านกหวีด (เมื่อบอลตาย เว้นแต่เป็นการผิดมารยาทที่รุนแรง) และ เรียกผู้เล่นที่กระทำผิดเข้าไปใกล้เก้าอี้ผู้ตัดสิน เมื่อผู้เล่นเข้าใกล้เก้าอี้ผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินที่ 1 จะแสดง บัตรลงโทษตามแต่กรณีและพูดว่า “ผมลงโทษโดย (ทีมตรงข้ามได้คะแนนและได้เสิร์ฟ/เชิญออก จากการแข่งขัน/ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน)” กติกาข้อ 22 คณะกรรมการ 1. สิ่งสำคัญที่ผู้ตัดสินจะให้สัญญาณหยุดการเล่นลูกในแต่ละครั้งนั้นจะต้องเป็นไปตาม เงื่อนไข 2 ประการ คือ 1.1 ต้องมั่นใจว่าเป็นการทำผิดจริง หรือเกิดเหตุขัดข้องอื่นๆ 1.2 ต้องสามารถระบุความผิดนั้นได้ 2. เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดจะต้องสามารถบอกกับทีมถึงความผิดได้อย่างถูกต้อง (เพื่อให้ผู้ชม หรือผู้ชมทางโทรทัศน์ และอื่นๆ ได้ทราบ) โดยใช้สัญญาณมือที่เป็นทางการ (ดูกติกา ข้อ 22.2 และ 22.1) เฉพาะสัญญาณมือเหล่านี้เท่านั้นที่สามารถใช้ จะไม่มีการใช้สัญญาณอื่นๆ (สัญญาณของแต่ละประเทศหรือสัญญาณมือส่วนตัว หรือความเคยชินที่เคยปฏิบัติ) 3. เนื่องจากความเร็วของลูกบอลมีมาก ปัญหาต่างๆ อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของ การตัดสิน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหานี้ คณะกรรมการตัดสินจะต้องมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด หลังจากการเล่นลูกแต่ละครั้ง เขาควรที่จะดูหรือประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันการตัดสินนั้น กติกาข้อ 23 ผู้ตัดสินที่ 1 (First Referee) 1. ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตลอดเวลา (ได้แก่ ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น ผู้บันทึก) โดยจะต้องให้เจ้าหน้าที่เหล่านั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบและ อำนาจหน้าที่ ผู้ตัดสินที่ 1 ควรยืนปฏิบัติหน้าที่ในขณะทำหน้าที่ 54 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ตัดสินที่ 1 เป่านกหวีดเพื่อหยุดการเล่น ควรจะดูเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นผู้ตัดสินใจครั้งสุดท้าย โดยการแสดงสัญญาณมือดังนี้ 1.1 ขณะจะตัดสินว่าเป็นลูกดีหรือลูกออก ควรจะดูที่ผู้กับกำเส้นที่รับผิดชอบเส้นนั้น ที่อยู่ใกล้กับจุดที่ลูกบอลตก (ถึงแม้ว่าผู้ตัดสินที่ 1 จะไม่ใช่ผู้กำกับเส้น แต่โดยทั่วๆ ไปแล้ว ถ้ามีความจำเป็น มีสิทธิ์ให้คำแนะนำเพื่อนร่วมงานได้ 1.2 ในขณะแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพยายามดูผู้ตัดสินที่ 2 อยู่เสมอ (หากเป็นไปได้ภายหลังจบการเล่นลูกแต่ละครั้ง และก่อนให้สัญญาณนกหวีดสำหรับการเสิร์ฟ แต่ละครั้ง) ซึ่งผู้ตัดสินที่ 2 ได้หันหน้ามาทางผู้ตัดสินที่ 1 เพื่อดูว่าได้ให้สัญญาณความผิดหรือไม่ เช่น การเล่นลูก 4 ครั้ง การเล่นลูก 2 ครั้ง เป็นต้น 2. ปัญหาที่เกี่ยวกับลูกบอลออก โดยถูกผู้เล่นฝ่ายรับก่อน (เช่น ถูกผู้สกัดกั้น เป็นต้น) กรณีนี้จะต้องตรวจสอบโดยผู้ตัดสินที่ 1 และผู้กำกับเส้น แต่อย่างไรก็ตามผู้ตัดสินที่ 1 จะเป็น ผู้ตัดสินใจครั้งสุดท้ายก่อนที่จะให้สัญญาณมือ หลังจากได้ดูการให้สัญญาณจากเพื่อนร่วมงานอื่นๆ แล้ว (ผู้ตัดสินจะต้องไม่ใช้วิธีการถามผู้เล่นว่าลูกบอลได้ถูกผู้เล่นหรือไม่) 3. ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องมั่นใจตลอดเวลาว่าได้ให้เวลาสำหรับผู้ตัดสินที่ 2 และผู้บันทึก อย่างพอเพียงในการดำเนินการ และการจดบันทึกต่างๆ เช่น ผู้บันทึกมีเวลาพอเพียงในการตรวจสอบ ความถูกต้องของการขอเปลี่ยนตัวและได้บันทึกการเปลี่ยนตัวนั้น ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 ไม่ได้ให้เวลาอย่างพอเพียงต่อเพื่อนร่วมงานในการปฏิบัติหน้าที่นั้น ทั้งผู้บันทึกและผู้ตัดสินที่ 2 จะไม่สามารถดำเนินการในช่วงต่อไปของการแข่งขันได้ ผลที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดต่างๆ จะเกิดขึ้น โดยคณะกรรมการตัดสินนั้น ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 ไม่ได้ให้เวลาอย่างพอเพียงสำหรับการควบคุม และ การดำเนินการต่างๆ แล้ว ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องเป่านกหวีดเพื่อให้หยุดการแข่งขัน 4. ผู้ตัดสินที่ 1 สามารถเปลี่ยนคำตัดสินของเพื่อนร่วมงานหรือของตนเองได้ ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 เป่านกหวีดและเห็นเพื่อนร่วมงาน (เช่นผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น หรือผู้บันทึก) ได้แสดงการตัดสิน ที่เป็นลักษณะตรงข้ามกับตนเอง เขาสามารถดำเนินการได้ดังนี้ 4.1 ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 มั่นใจว่าการตัดสินใจของตนเองถูกต้องให้คงคำตัดสินนั้นไว้ 4.2 ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 เห็นว่าการตัดสินใจของตนเองผิดพลาด สามารถเปลี่ยนคำตัดสินได้ 4.3 ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 เห็นว่าความผิดที่เกิดขึ้น เป็นการทำผิดของผู้เล่นพร้อมกันทั้งสองทีม จะต้องให้สัญญาณให้เล่นใหม่ 4.4 ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 พิจารณาเห็นว่าคำตัดสินของผู้ตัดสินที่ 2 ผิดพลาดให้เปลี่ยน คำตัดสินนั้น เช่น ถ้าผู้ตัดสินที่ 2 เป่าให้สัญญาณว่าฝ่ายรับผิดตำแหน่ง แต่หลังจากผู้ตัดสินที่ 1 ได้รับคำทักท้วงจากหัวหน้าทีมและพบว่าตำแหน่งถูกต้อง กรณีเช่นนี้จะต้องไม่ยอมรับคำตัดสินของ ผู้ตัดสินที่ 2 และสั่งให้มีการเล่นใหม่ คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 55
5. ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 พบว่า เจ้าหน้าที่คนใดไม่เข้าใจในหน้าที่ของตนเองหรือปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่เที่ยงตรง ผู้ตัดสินที่ 1 สามารถเปลี่ยนเจ้าหน้าที่เหล่านั้นได้ 6. เฉพาะผู้ตัดสินที่ 1 เท่านั้นที่สามารถลงโทษการผิดมารยาทและการถ่วงเวลา ซึ่งผู้ตัดสินที่ 2 ผู้บันทึก และผู้กำกับเส้นไม่มีสิทธิ์ ถ้าเจ้าหน้าที่คนใดสังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ ควรจะให้สัญลักษณ์และไปพบผู้ตัดสินที่ 1 เพื่อแจ้งให้ผู้ตัดสินที่ 1 ได้ทราบถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น และผู้ตัดสินที่ 1 เท่านั้นที่จะพิจารณาลงโทษ กติกาข้อ 24 ผู้ตัดสินที่ 2 (Second Referee) 1. ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องมีศักยภาพเช่นเดียวกันกับผู้ตัดสินที่ 1 ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 เกิดการล้มป่วย ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องปฏิบัติหน้าที่ดำเนินการแข่งขันแทนผู้ตัดสินที่ 1 2. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ตัดสินที 2 ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนในกติกา ผู้ตัดสิน ควรจะทำการศึกษาถึงความรับผิดชอบของผู้ตัดสินที่ 2 ให้ลึกซึ้ง โดยจะต้องเข้าใจว่าในขณะแข่งขัน มีกรณีใดบ้างที่ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องตัดสินใจเป่านกหวีดและให้สัญญาณการทำผิด (ดูกติกาข้อ 24.3.2) 3. การเล่นบริเวณใกล้ตาข่าย ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องระมัดระวังในการควบคุมการถูกตาข่าย ของฝ่ายสกัดกั้น การล้ำเส้นแบ่งแดนและการสกัดกั้นที่ผิดกติกาของผู้เล่นฝ่ายรับ พึงระวังกติกา ที่มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการถูกตาข่ายของผู้เล่นซึ่งไม่ผิดกติกา เว้นแต่เป็นการถูกตาข่ายนั้น เป็นการรบกวน/กีดขวางการเล่น ซึ่งถือว่าผิดกติกา 4 ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งก่อนและขณะการแข่งขันว่าผู้เล่น อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามใบส่งตำแหน่งของทีมในขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 2 จะได้รับการสนับสนุน จากผู้บันทึกซึ่งสามารถบอกได้ว่าผู้เล่นคนใดอยู่ในตำแหน่งที่ 1 (ผู้เสิร์ฟ) โดยปกติแล้วสามารถ ตรวจสอบได้โดยการหมุนใบส่งตำแหน่งตามเข็มนาฬิกา ก็จะทราบได้ทันทีเกี่ยวกับลำดับตำแหน่ง ของแต่ละทีมที่ถูกต้อง ขณะที่มีการตรวจสอบตำแหน่งนั้น ผู้ตัดสินที่ 2 ควรยืนอยู่ในตำแหน่งที่ 2 ของแดนด้านซ้าย หรือตำแหน่งที่ 4 ของแดนด้านขวาหันหน้าเข้าหาตาข่าย และระบุตำแหน่งของผู้เล่น ตามที่ระบุไว้ในใบส่งตำแหน่ง โดยเริ่มจากผู้เล่นในตำแหน่งที่ 1 5. ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องระมัดระวังเอาใจใส่เกี่ยวกับพื้นที่รอบสนามจะต้องเป็นบริเวณที่ว่าง ปราศจากสิ่งกีดขวางใดๆ ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ผู้เล่นได้รับบาดเจ็บ (เช่น ขวดนำ้ดื่ม เครื่องปฐมพยาบาล ป้ายเปลี่ยนตัว เป็นต้น) 6. ในช่วงเวลานอกและเวลานอกทางเทคนิค ผู้ตัดสินที่ 2 ไม่ควรยืนอยู่นิ่งโดยดำเนินการ ดังต่อไปนี้ • ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในตำแหน่งและดำเนินการ ตรงตามกำหนดเวลา โดยพร้อมเพรียงกัน 56 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
• ควบคุมทีมแข่งขันให้อยู่ใกล้ม้านั่งผู้เล่นสำรอง • ควบคุมการทำงานของผู้บันทึก • ประสานงานการควบคุมตำแหน่งลิโบโร่ร่วมกับผู้ช่วยผู้บันทึก • ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นอีกครั้งเมื่อเสร็จสิ้น • ประสานงานร่วมกับผู้ตัดสินที่ 1 (ถ้าจำเป็น) • ควบคุมผู้เล่นเข้าสู่สนาม ก่อนสิ้นสุดเวลานอกและกำกับการเปลี่ยนตัวลิโบโร่กับ ผู้เล่นปกติให้ถูกต้อง 7. เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องตรวจสอบและลงลายมือชื่อในใบบันทึก ผู้ตัดสินสำรอง ความรับผิดชอบของผู้ตัดสินสำรอง ดังนี้ 1. ทำหน้าที่แทนผู้ตัดสินที่ 2 ในกรณีที่ผู้ตัดสินที่ 2 ไม่มา หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้อย่างต่อเนื่องหรือผู้ตัดสินที่ 2 ทำหน้าที่แทนผู้ตัดสินที่ 1 2. ควบคุมป้ายเปลี่ยนตัวก่อนเริ่มต้นและระหว่างการแข่งขันในแต่ละเซต 3. ตรวจสอบออดสัญญาณก่อน และระหว่างการแข่งขัน (ถ้าออดสัญญาณมีปัญหา) 4. ช่วยเหลือผู้ตัดสินที่ 2 ในการควบคุมเขตรอบสนามและเขตลงโทษ 5. ควบคุมผู้สำรองในเขตอบอุ่นร่างกายและบนม้านั่งสำรอง และผู้ที่ถูกทำโทษในเขตลงโทษ 6. เป็นผู้ถือลูกบอลแข่งขันสองลูกแรกให้กับผู้ตัดสินที่ 2 ทันทีหลังจากประกาศให้นักกีฬา ลงสู่สนามทั้ง 2 ทีม 7. เป็นผู้มอบลูกบอลแข่งขันให้กับผู้ตัดสินที่ 2 หลังจากผู้ตัดสินที่ 2 ตรวจสอบตำแหน่ง ผู้เล่นเสร็จสิ้น 8. สนับสนุนผู้ตัดสินที่ 2 ในการกำกับเจ้าหน้าที่เช็ดพื้น กติกาข้อ 25 ผู้บันทึก และ กติกาข้อที่ 26 ผู้ช่วยผู้บันทึก (Scorer) 1. การปฏิบัติหน้าที่ของผู้บันทึกเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขัน ระดับนานาชาติ ขณะที่คณะกรรมการการตัดสิน และทีมต่างๆ นั้นมาจากประเทศต่างๆ ดังนั้น ผู้ตัดสินระดับนานาชาติทุกคน รวมทั้งผู้กำกับเส้นจะต้องรู้และเข้าใจในการทำใบบันทึก และถ้ามีความจำเป็น อาจจะต้องลงทำหน้าที่ผู้บันทึกด้วย โดยผู้บันทึกจะต้อง 2.1 ก่อนเริ่มต้นแต่ละเซต เมื่อรับใบส่งตำแหน่งจะต้องตรวจสอบว่าหมายเลขผู้เล่น ในใบส่งตำแหน่งนั้นมีในรายชื่อของทีมในใบบันทึกด้วย (ถ้าไม่มีจะต้องแจ้งแก่ผู้ตัดสินที่ 2 ) 2.2 แจ้งแก่ผู้ตัดสินที่ 2 เมื่อแต่ละทีมมีการขอเวลานอกครั้งที่ 2 และการขอเปลี่ยนตัว คนที่ 5 และคนที่ 6 (ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องแจ้งให้ผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ฝึกสอนได้ทราบ) คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 57
2.3 ต้องมีการประสานงานกันอย่างดี ในขณะที่มีการขอเปลี่ยนตัว โดย 2.3.1 หลังจากผู้ตัดสินที่ 2 อนุญาตให้เปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยเป่านกหวีด หรือ ได้ยินเสียงออดเพื่อขออนุญาตให้เปลี่ยนตัวโดยผู้บันทึก ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องยืนระหว่างเสาขึงตาข่ายกับ โต๊ะผู้บันทึกโดยสามารถมองเห็นผู้เล่นที่ต้องการเปลี่ยนตัวและผู้บันทึกได้ เมื่อผู้เล่นถือป้ายเปลี่ยน ตัวเข้าใกล้เส้นข้างในเขตเปลี่ยนตัวและผู้บันทึกเห็นว่าเป็นการเปลี่ยนตัวที่ถูกต้อง ผู้ตัดสินที่ 2 จึงยินยอมการเปลี่ยนตัวนั้น โดยการให้สัญญาณไขว้แขน 2.3.2 หลังจากที่ผู้ตัดสินที่ 2 เห็นสัญญาณมือ “พร้อม” จากผู้บันทึก ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องยืนอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะเริ่มการเล่นครั้งถัดไปและส่งสัญญาณมือ “พร้อม” ให้กับ ผู้ตัดสินที่ 1 เพื่อให้ผู้ตัดสินที่ 1 เป่านกหวีดอนุญาตให้ทำการเสิร์ฟ ในช่วงนี้ผู้บันทึกต้องตรวจสอบ ความถูกต้องในลำดับการเสิร์ฟ หากไม่ถูกต้องผู้บันทึกต้องกดออดสัญญาณทันทีหลังจากผู้เสิร์ฟ ได้เสิร์ฟลูกไปแล้ว จากนั้นผู้ตัดสินที่ 2 ต้องตรวจสอบความถูกต้องกับผู้บันทึกและแจ้งให้ทีมทราบ รวมถึงผู้ตัดสินที่ 1 2.3.3 ถ้าผู้บันทึกตรวจพบว่า ผู้เล่นที่จะขอเปลี่ยนตัวเข้ามีหมายเลขบนเสื้อ ไม่ตรงกับหมายเลขป้ายเปลี่ยนตัวที่มีอยู่ในใบบันทึก การขอเปลี่ยนตัวนั้นไม่ถูกต้อง เขาจะต้องยกมือขึ้น 1 ข้าง และโบกไปมาและบอกว่าเป็นการเปลี่ยนตัวที่ไม่ถูกต้อง ในกรณีนี้ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องไปที่โต๊ะผู้บันทึก และตรวจสอบความถูกต้องในใบบันทึก หากยืนยันว่าเป็นการขอเปลี่ยนตัวที่ไม่ถูกต้องผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องไม่อนุญาตให้เปลี่ยนตัว ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องทำโทษทีมนั้นโดยเป่านกหวีดและให้สัญญาณ “การถ่วงเวลา” ผู้บันทึกจะต้องบันทึกการทำโทษถ่วงเวลานี้ ลงในใบบันทึกในช่อง “การลงโทษ” ตามความเหมาะสม ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องตรวจสอบดูการบันทึกของผู้บันทึกเกี่ยวกับการทำโทษนั้นด้วย 2.3.4 กรณีที่ทีมขอเปลี่ยนตัวมากกว่า 1 คน กระบวนการเปลี่ยนตัวต้องทำ ครั้งละ 1 คน และต่อเนื่องด้วยวิธีการเดียวกัน โดยผู้บันทึกดูหมายเลขป้ายเปลี่ยนตัว และหมายเลขเสื้อ ของผู้เล่นที่ขอเปลี่ยนตัว เมื่อเห็นว่าถูกต้องและบันทึกเสร็จเรียบร้อยจะต้องยกมือขึ้น 2 ข้างทันที 2.4 การบันทึกการลงโทษในใบบันทึกต้องอยู่ภายใต้การแนะนำของผู้ตัดสินที่ 2 เท่านั้น 2.5 ผู้บันทึกต้องเขียนในช่องหมายเหตุ ถ้าผู้เล่นบาดเจ็บหรือออกจากการแข่งขัน ตามปกติหรือการเปลี่ยนตัวที่ได้รับการยกเว้น ซึ่งช่องหมายเหตุดังกล่าวต้องระบุหมายเลข ของผู้เล่นที่บาดเจ็บ เซต และคะแนนที่เกิดเหตุการณ์บาดเจ็บ 58 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
กติกาข้อ 26 ผู้ช่วยผู้บันทึก 1. ผู้ช่วยผู้บันทึกจะนั่งอยู่ใกล้กับผู้บันทึก ในกรณีที่ผู้บันทึกป่วย ผู้ช่วยผู้บันทึกจะต้อง ทำหน้าที่แทน 2. หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ช่วยผู้บันทึก 2.1 ตรวจสอบการเปลี่ยนตัวของผู้เล่นตัวรับอิสระ ในขณะแข่งขันว่าถูกต้องหรือไม่ 2.2 ควบคุมเวลานอกทางเทคนิค โดยการกดสัญญาณออดเมื่อเริ่มและสิ้นสุดเวลา นอกทางเทคนิค 2.3 พลิกป้ายคะแนนที่อยู่บนโต๊ะผู้บันทึก 2.4 ตรวจสอบป้ายคะแนนในสนามให้ถูกต้อง ถ้าไม่ถูกจะต้องแก้ไขให้ถูก 2.5 แจ้งผู้ตัดสินที่ 2 โดยใช้สัญญาณมือแสดงให้ทราบว่า ตัวรับอิสระใดอยู่ใน/นอกสนาม ในช่วงเวลานอก, เวลานอกเทคนิค 2.6 แจ้งจำนวนเวลาแข่งขันของแต่ละเซตและเวลาเริ่มและจบการแข่งขันในแบบ ฟอร์ม มอบให้ผู้ควบคุมการแข่งขันในนัดนั้น 2.7 ในกรณีที่จำเป็น ผู้ช่วยผู้บันทึกสามารถกดออดสัญญาณและประกาศใน กระบวนการขอเปลี่ยนตัวได้ 3. ผู้ช่วยผู้บันทึกจะต้องมีชื่อในใบบันทึกและต้องลงลายมือชื่อหลังจบการแข่งขัน กติกาข้อ 27 ผู้กำกับเส้น (Line Judges) การทำหน้าที่ของผู้กำกับเส้นมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการแข่งขัน ระดับสูง ระดับนานาชาติ ผู้ตัดสินระดับนานาชาติและผู้ที่เตรียมเป็นผู้ตัดสินระดับนานาชาติทุกคน จะต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้กำกับเส้นได้เป็นอย่างดี เมื่อถูกแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ผู้กำกับเส้น ในการแข่งขันระดับนานาชาติ โดย 1. ผู้กำกับเส้นทุกคนจะต้องถึงสนามแข่งขันในชุดที่พร้อมจะทำหน้าที่ก่อนเวลาเริ่มการแข่งขัน 45 นาที (ตามขั้นตอนก่อนการแข่งขันของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ) 2. ฝ่ายจัดการแข่งขันจะต้องเตรียมธงสำหรับผู้กำกับเส้น สีของธงจะต้องแตกต่างจาก สีพื้นสนาม 3. ผู้กำกับเส้นจะต้องทราบถึงการทำหน้าที่เป็นอย่างดีไม่ว่าจะใช้ผู้กำกับเส้น 4 คน หรือ 2 คน (ดูแผนผัง 10 ในกติกาการแข่งขัน) 4. ผู้กำกับเส้นแต่ละคนจะถูกกำหนดให้แสดงสัญญาณความผิดที่เกิดขึ้นใกล้เส้นที่แต่ละคน รับผิดชอบ รวมทั้งความผิดที่เกิดขึ้นขณะที่มีการเสิร์ฟ คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 59
5. ถ้าลูกบอลถูกเสาอากาศ หรือข้ามเหนือเสาอากาศ หรือลอยออกนอกเสาอากาศ ผู้กำกับเส้นที่อยู่ใกล้กับทิศทางของลูกบอลนั้นจะเป็นผู้ให้สัญญาณความผิดที่เกิดขึ้น 6. การให้สัญญาณความผิดจะต้องชัดเจน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ตัดสินที่ 1 ได้มองเห็น อย่างแน่นอน กติกาข้อ 28 สัญญาณมือที่เป็นทางการ (Official hand signals) 1. ผู้ตัดสินจะต้องใช้สัญญาณมือที่เป็นสัญญาณสากลเท่านั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้สัญญาณ มืออื่นๆ และหากมีกรณีอื่นใดจะใช้เมื่อมีความจำเป็นเพื่อให้สมาชิกของทีมได้เข้าใจเท่านั้น 2. ขณะที่ผู้ตัดสินที่ 2 เป่านกหวีดการทำผิด (เช่น ผู้เล่นถูกตาข่าย) ผู้ตัดสินที่ 2 จะต้อง แสดงสัญญาณมือทางด้านที่มีการทำผิดเกิดขึ้น (ตามกติกาข้อ 28.1) ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้เล่นของทีมที่อยู่ทางด้านขวามือถูกตาข่าย เมื่อผู้ตัดสินที่ 2 เป่านกหวีดความผิดนี้ จะต้องไม่แสดงสัญญาณมือผ่านลอดใต้ตาข่ายไปยังอีกด้านหนึ่ง แต่จะต้องเคลื่อนที่ไปทางด้านที่ทำผิด และแสดงสัญญาณมือโดยใช้มือด้านที่ทีมนั้นทำผิดเท่านั้น 3. การแสดงสัญญาณความผิด (ดูกติกาข้อ 22.2, 23.3 และ 24.3) ผู้ตัดสินจะต้องเป่า นกหวีดทันทีเมื่อจะพิจารณาถึงสิ่งสำคัญ 2 ประการ 3.1 จะต้องไม่ให้สัญญาณความผิดโดยการชักนำของผู้ชมหรือผู้เล่น 3.2 เมื่อมั่นใจอย่างแน่นอนว่าเป็นการตัดสินที่ผิดพลาด ผู้ตัดสินอาจจะหรือสามารถ แก้ไขคำตัดสินในความผิดพลาดของตนเอง (หรือความผิดพลาดของคณะกรรมการการตัดสินคนอื่นๆ) ทั้งนี้จะต้องทำโดยทันทีทันใด 4. ผู้ตัดสินพึงเอาใจใส่ต่อการตีความให้ถูกต้องและให้สัญญาณมือว่าเป็น “ลูกออก” ดังนี้ 4.1 เมื่อลูกบอล “ออกโดยตรง” หลังจากการรุกหรือสกัดกั้นโดยฝ่ายตรงข้ามให้ใช้ สัญญาณมือ “ลูกบอลออก” (สัญญาณที่ 15) และสัญญาณธงของผู้กำกับเส้น รูปที่ 2 4.2 ถ้ามีการรุกลูกนั้นข้ามตาข่ายและลูกได้ถูกพื้นนอกสนามเล่นหลังจากลูกได้ถูกผู้สกัดกั้น หรือผู้เล่นฝ่ายรับก่อน กรณีนี้จะต้องแสดงสัญญาณ “ลูกถูกผู้เล่นแล้วออก” (สัญญาณที่ 24) และ สัญญาณธงของผู้กำกับเส้น รูปที่ 3 4.3 หลังจากการเล่นลูกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 หรือครั้งที่ 3 และลูกบอลได้ออกในฝ่ายนั้น กรณีนี้ให้แสดงสัญญาณ “ลูกถูกผู้เล่นแล้วออก” (สัญญาณที่ 24) และสัญญาณธงของผู้กำกับเส้น รูปที่ 3 60 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
4.4 หลังจากการรุกลูกบอลได้ถูกตาข่าย และออกทางด้านของฝ่ายรุก โดยไม่ถูกผู้เล่นฝ่าย สกัดกั้น กรณีนี้ให้แสดงสัญญาณ “ลูกออก” (สัญญาณที่ 15) แต่จะต้องระบุตัวผู้ที่ทำการรุกนั้นทันที เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจว่าลูกบอลไม่ได้ถูกผู้สกัดกั้นในกรณีเดียวกัน ถ้าลูกบอลได้ถูกผู้สกัดกั้นและ ลอยออกทางด้านของฝ่ายรุก ผู้ตัดสินต้องแสดง “สัญญาณลูกออก” (สัญญาณที่ 15) และระบุตัว ผู้สกัดกั้น 5. เมื่อมีการรุกที่สมบูรณ์ซึ่งมาจากการเล่นบอลด้วยปลายนิ้วของตัวรับอิสระในเขตรุก ผู้ตัดสินต้องใช้สัญญาณมือ (สัญญาณที่ 21) 6. การให้สัญญาณของผู้กำกับเส้นก็มีความสำคัญมากในสายตาของคู่แข่งขัน และผู้ชม ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องคอยตรวจสอบสัญญาณของผู้กำกับเส้น ถ้ามีการให้สัญญาณที่ไม่ถูกต้อง ผู้ตัดสินที่ 1 สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ในการแข่งขันระดับนานาชาติที่สำคัญๆ ขณะที่ความเร็วของลูกบอลจะมีประมาณ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ผู้กำกับเส้นจะต้องตั้งใจสังเกตการณ์ เคลื่อนที่ของลูกบอล โดยเฉพาะในขณะที่การรุกและลูกบอลได้ถูกผู้สกัดกั้นก่อนที่ลูกนั้นจะออก 7. กรณีลูกบอลไม่ผ่านแนวดิ่งของตาข่ายภายหลังจากการเล่นบอลครั้งที่ 3 ของทีม : 7.1 ถ้าเป็นผู้เล่นคนเดิมถูกบอลอีกครั้งหนึ่ง สัญญาณมือคือ Double Hits 7.2 ถ้าเป็นผู้เล่นคนอื่นถูกบอลสัญญาณมือคือ Four Hits การจัดการแข่งขัน (GAME MANAGEMENT) 1. ก่อนการแข่งขัน 1.1 ผู้ตัดสินมีหน้าที่ต้องเตรียมความพร้อมต่างๆ ให้เป็นไปตามกำหนดการแข่งขัน ตามลำดับพิธีการแข่งขัน 1.2 ผู้ตัดสินต้องแต่งเครื่องแบบผู้ตัดสิน ก่อนเวลาตามกำหนดการแข่งขันอย่างน้อย 45 นาที 1.3 ผู้ตัดสินที่ 1, 2 และผู้ตัดสินสำรอง รวมถึง ผู้บันทึกและผู้กำกับเส้น ควรดำเนินการ ตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ โดยฝ่ายแพทย์ของฝ่ายจัดการแข่งขัน 1.4 หากผู้ตัดสินที่ 1 ไม่มาปรากฏตัวตามเวลา ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องเริ่มดำเนินการแทน ผู้ตัดสินที่ 1 ภายหลังจากคณะกรรมการจัดการแข่งขันมอบหมาย 1.5 ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 ไม่ผ่านการตรวจระดับแอลกอฮอล์หรือไม่สามารถทำหน้าที่ภายหลัง กรณีวินิจฉัยของฝ่ายแพทย์ได้ ผู้ตัดสินที่ 2 ควรปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินสำรอง ทำหน้าที่แทนผู้ตัดสินที่ 2 ซึ่งในกรณีที่ไม่มีผู้ตัดสินสำรองฝ่ายจัดการแข่งขันต้องตัดสินใจให้ผู้ตัดสินที่ 1 ทำหน้าที่สลับกับผู้ตัดสินที่ 2 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 61
2. ระหว่างการแข่งขัน 2.1 ขณะทำการเสิร์ฟผู้ตัดสินที่ 1 ต้องตรวจสอบตำแหน่งผู้เล่นฝ่ายทีมเสิร์ฟ และผู้ตัดสินที่ 2 ตรวจตำแหน่งผู้เล่นฝ่ายรับ หลังจากทำการเสิร์ฟผู้ตัดสินที่ 2 สามารถเคลื่อนที่ได้ ตลอดแนวเส้นข้างตั้งแต่เส้นแบ่งแดนถึงเส้นรุก ขณะทำการรุกผู้ตัดสินที่ 2 ต้องอยู่ในตำแหน่ง ของฝ่ายรับ/ฝ่ายสกัดกั้น ดังนั้นตลอดช่วงเกมการแข่งขันผู้ตัดสินที่ 2 ต้องเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง 2.2 ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องจดจ้องลูกบอลและผู้เล่นที่ถูกลูกบอลหรืออุปกรณ์หรือ สิ่งกีดขวางอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นต้องมั่นใจได้ว่าสามารถมองเห็นการถูกลูกบอลและสามารถคาดคะเน ทิศทางของลูกบอลระหว่างทำการรุกได้อย่างชัดเจน รวมถึงการพิจารณาทิศทางของลูกบอล ที่พุ่งเข้าหาตาข่าย 2.3 ถ้าสมาชิกของทีมที่อยู่บนม้านั่งหรือเขตอบอุ่นร่างกายฝ่าฝืนกติกาที่กำหนดไว้ ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องแจ้งให้ผู้ตัดสินที่ 1 รับทราบ และผู้ตัดสินที่ 1 สามารถลงโทษได้ทันทีตามระดับ ความรุนแรงของความผิด 2.4 เมื่อผู้ตัดสินที่ 2 เป่านกหวีดในกรณีการผิดตำแหน่งของผู้เล่นฝ่ายรับ ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องระบุความผิดด้วยสัญญาณมือ และผู้กระทำผิดทันที 2.5 ภายใต้กติกาการแข่งขัน การกระทำผิดครั้งแรกต้องได้รับการลงโทษ ซึ่งในความ รับผิดชอบที่แตกต่างกันของผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินที่ 2 หากกรณีที่มีการกระทำผิดพร้อมกัน ควรพิจารณาสัญญาณนกหวีดที่เกิดขึ้นก่อนเมื่อจบแรลลี่นั้นเพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันเกิดความสับสน 2.6 โดยปกติแล้วผู้ตัดสินที่ 2 มีหน้าที่อนุญาตให้หยุดการแข่งขันภายหลังบอลตาย หากในกรณีที่ผู้ตัดสินที่ 2 ไม่สามารถระบุสาเหตุของการขอหยุดการแข่งขันได้ผู้ตัดสินที่ 1 สามารถ ดำเนินการแทนผู้ตัดสินที่ 2 ได้ 2.7 ในระหว่างการแข่งขัน หากผู้ตัดสินที่ 2 สังเกตลักษณะท่าทางที่ไม่มีนำ้ใจนักกีฬา หรือการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพต่อฝ่ายตรงข้ามในครั้งแรกขณะบอลตาย ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องแจ้งต่อ ผู้ตัดสินที่ 1 ถึงเหตุการณ์นั้นเพื่อให้พิจารณาดำเนินการตักเตือนหรือลงโทษทันที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ลักษณะของพฤติกรรมนั้น 2.8 การเริ่มเล่นใหม่ การแข่งขันในระดับโลกที่สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติรับรอง รวมถึงรายการ แข่งขันที่เป็นทางการนั้น เมื่อมีการแพร่ภาพออกอากาศ โดยมีการร้องขอต่อคณะกรรมการจัดการ แข่งขัน และผู้ควบคุมการแข่งขันของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ เพื่อติดตั้งสัญญาณไฟด้านบน ของเสาขึงตาข่ายข้างหน้าผู้ตัดสินที่ 1 ซึ่งเชื่อมต่อกับผู้ส่งสัญญาณภาพ ทั้งนี้เมื่อไฟดังกล่าวสว่างขึ้น แสดงว่าการออกอากาศขณะนั้น ได้มีการทวนสัญญาณภาพในการเล่นที่ผ่านมา โดยกระบวนการ ดังกล่าวกระทำได้ไม่เกิน 8 ครั้งต่อเซตและไม่เกิน 7 วินาทีต่อครั้ง 62 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
2.9การหยุดพักระหว่างเซต ในการพักการแข่งขันระหว่างเซตที่ 2 และเซตที่ 3 ฝ่ายจัดการแข่งขันสามารถขยาย เวลาพักได้ถึง 10 นาที ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องออกจากเขตควบคุมการแข่งขันไปยังห้องแต่งตัว เมื่อจบการแข่งขันเซตที่ 2 และต้องกลับมายังสนามแข่งขันก่อน 3 นาที ก่อนเริ่มต้นเซตที่ 3 โดยปกติในการพักระหว่างเซตที่ 1 ถึงเซตที่ 4 (3 นาที) ทีม : เมื่อจบการแข่งขันระหว่างเซต ผู้เล่นในสนาม 6 คนของแต่ละทีมต้องยืนเข้าแถว ที่เส้นหลังในแดนของตนเอง เพื่อเปลี่ยนแดนไปยังม้านั่งฝ่ายตรงข้าม โดยอ้อมเสาขึงตาข่าย ในทิศทางเดียวกัน ผู้บันทึก : ในขณะที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบการเล่นครั้งสุดท้ายของแต่ละเซต ผู้บันทึกต้องเริ่มจับเวลาเพื่อควบคุมเวลาในการพักระหว่างเซต และในนาทีที่ 2.30 นาที ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องเป่านกหวีดหรือผู้บันทึกต้องกดออดสัญญาณ ทีม : ผู้เล่น 6 คน ในใบส่งตำแหน่งลงสู่สนาม ผู้ตัดสิน : ผู้ตัดสินที่ 2 ตรวจสอบตำแหน่งผู้เล่นตามใบส่งตำแหน่ง และให้สิทธิ์ ตัวรับอิสระลงสู่สนาม เจ้าหน้าที่เก็บบอลส่งลูกบอลให้กับผู้เสิร์ฟ นาทีที่ 3 ผู้ตัดสินที่ 1 เป่านกหวีดเพื่อให้เสิร์ฟ การหยุดพักระหว่างเซตตัดสิน ทีม : เมื่อจบการแข่งขันระหว่างเซต ผู้เล่นในสนาม 6 คนทั้ง 2 ทีมยืนเข้าแถวที่เส้นหลัง และกลับไปยังม้านั่งสำรองในแดนของตนเอง หัวหน้าทีม : ทำการเสี่ยงที่โต๊ะของผู้บันทึก ผู้ตัดสิน : ดำเนินการเสี่ยงที่โต๊ะผู้บันทึก นาทีที่ 2.30 - ผู้ตัดสินที่ 2 เป่านกหวีด หรือผู้บันทึกกดออดสัญญาณเสียง ทีม : ผู้เล่น 6 คน ในใบส่งตำแหน่งลงสู่สนาม ผู้ตัดสิน : ผู้ตัดสินที่ 2 ตรวจสอบตำแหน่งผู้เล่นตามใบส่งตำแหน่ง พร้อมทั้งให้สิทธิ์ ตัวรับอิสระลงสู่สนามและส่งลูกบอลให้ผู้เสิร์ฟ นาทีที่ 3 ผู้ตัดสินที่ 1 เป่านกหวีดเพื่อให้เสิร์ฟ เมื่อทีมนำมีคะแนนที่ 8 ทีม : เมื่อจบการเล่นคะแนนที่ 8 ผู้เล่น 6 คนในสนาม ไปที่เส้นหลังของแดนตนเอง และย้ายไปยังแดนตรงข้ามโดยไม่มีการถ่วงเวลาเมื่อผู้ตัดสินที่ 1 ให้สัญญาณเปลี่ยนแดน คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 63
ผู้ตัดสิน : ผู้ตัดสินที่ 2 ตรวจความถูกต้องในการหมุนตำแหน่ง (สังเกตจากผู้เล่น ตำแหน่งที่ 1 ของแต่ละทีม) รวมถึงความพร้อมของผู้บันทึก และให้สัญญาณพร้อมต่อผู้ตัดสินที่ 2 ต้องระบุให้ผู้เล่นอยู่ใกล้ม้านั่งสำรองและออกจากพื้นที่ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เช็ดพื้น ทั้ง 6 คน 3. หลังจบการแข่งขัน ผู้ตัดสินทั้ง 2 ยืนหน้าเก้าอี้ผู้ตัดสิน ผู้เล่นทั้ง 2 ทีมยืนที่เส้นหลังของแดนตนเอง ผู้ตัดสินที่ 1 เป่านกหวีด เพื่อให้ทั้ง 2 ทีม เดินเรียบเส้นข้างมายังผู้ตัดสิน และแสดงความขอบคุณ ผู้ตัดสินพร้อมทั้งเดินตามแนวตาข่ายเพื่อจับมือฝ่ายตรงข้ามและกลับไปยังม้านั่งสำรองของตน ผู้ตัดสินทั้ง 2 เดินตามแนวตาข่ายไปที่โต๊ะผู้บันทึก เพื่อทำการตรวจสอบใบบันทึก ลงลายมือชื่อ และขอบคุณผู้บันทึก ผู้กำกับเส้นที่ร่วมดำเนินการตัดสิน เพื่อให้การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินสมบูรณ์ต้องตรวจความเรียบร้อยในบริเวณเขต ควบคุมการแข่งขันเกี่ยวกับพฤติกรรมความมีน้ำใจนักกีฬาหลังเป่านกหวีดจบการแข่งขัน หากพฤติกรรมที่แสดงถึงความมีน้ำใจนักกีฬาต่างๆ เกิดขึ้นหลังจากจบการแข่งขันผู้ตัดสินต้อง รายงานต่อผู้ควบคุมการแข่งขันพร้อมทั้งเขียนรายงานในช่องหมายเหตุในใบบันทึก หรือหนังสือ อย่างเป็นทางการ 64 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
ภาพที่ 1 แผนผังแสดงทิศทางการเข้าสู่สนามในช่วงพิธีการก่อนการแข่งขัน แบบที่ 1 และแบบที่ 2 (Federation Internationale De Volleyball. 2001 : 26) ภาพที่ 2 แผนผังแสดงทิศทางการเข้าสู่สนามในช่วงพิธีการก่อนการแข่งขัน แบบที่ 3 (Asian Volleyball Confederation. 2001 : 2) ม้านั่งผู้เล่น ม้านั่งผู้เล่น ผู้บันทึก ทีม A. ทีม B. หัวหน้าทีม ธงประจำ�ชาติ ผู้กำ�กับเส้น ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้ตัดสิน ที่ 1 ม้านั่งผู้เล่น ม้านั่งผู้เล่น ผู้บันทึก R 1 R 2 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 65
การประชุมเพื่อพิจารณาค�ำตัดสิน (Judges Conference) การประชุมเพื่อพิจารณาคำตัดสินสามารถใช้ในการแข่งขันรายการต่างๆ ของสหพันธ์ วอลเลย์บอลนานาชาติ หรือรายการแข่งขันที่เป็นทางการ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่าง การแข่งขันทั้งที่เกิดจากการตีความในกติกาที่ผิดพลาดของผู้ตัดสิน หรือเกิดจากการผิดพลาดของ ผู้บันทึก ซึ่งมีขบวนการดังนี้ (FIVB Referee Committee. 2013) 1. บุคคลที่สามารถขอประชุมเพื่อพิจารณาคำตัดสิน ผู้ฝึกสอนหรือคณะกรรมการ ควบคุมการแข่งขันสามารถขอทำการประชุมเพื่อชี้แจงคำตัดสินกับประธานผู้ควบคุมการแข่งขันทันที เมื่อพิจารณาเห็นว่าเกิดสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้องหรือการพิจารณาตีความในกติกาของผู้ตัดสิน ที่ไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับโดย 1.1 การพิจารณาตัดสินของผู้ตัดสินใช้การตีความในกติกาไม่เป็นไปตามข้อบังคับ หรือไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของการตัดสิน 1.2 ความผิดพลาดที่เกิดจากผู้บันทึกเกี่ยวกับลำดับการเสิร์ฟหรือคะแนนบนป้ายคะแนน 1.3 กรณีที่ไม่สามารถขอประชุมเพื่อพิจารณาคำตัดสินคือ ทุกกรณีที่เป็นคำตัดสิน ของผู้ตัดสินเกี่ยวกับลักษณะการเล่นหรือการผิดมารยาท 1.4 ผู้ฝึกสอนที่ขอไม่ถูกต้อง (ขอประชุมแล้วไม่เป็นผล) จะถูกทำโทษโดย 1.4.1 เตือน (Warning) เป็นการเตือนด้วยวาจาหรือสัญญาณมือ โดยไม่มี การบันทึกลงใบบันทึก 1.4.2 ถ้าเป็นการทำซ้ำอีกในนัดนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ให้ออกจากการแข่งขันตลอด ทั้งนัดนั้นโดยผู้ตัดสินจะให้ใบเหลือง + แดง 2. วิธีการขอประชุมเพื่อพิจารณาคำตัดสิน ทันทีที่ลูกตายผู้ฝึกสอนที่ประสงค์จะขอประชุม เพื่อพิจารณาคำตัดสินจะต้องดำเนินการดังนี้ 2.1 ผู้ฝึกสอนเข้าพบประธานผู้ควบคุมการแข่งขันที่บริเวณโต๊ะผู้ควบคุมการแข่งขัน 2.2 ชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้นต่อประธานผู้ควบคุมการแข่งขัน 2.3 ประธานผู้ควบคุมการแข่งขันจะพิจารณาคำทักท้วงร่วมกับผู้ควบคุมผู้ตัดสิน 2.4 ถ้าประธานผู้ควบคุมการแข่งขันเห็นด้วยกับคำทักท้วง จะอนุญาตให้ทำการประชุม เพื่อพิจารณาคำตัดสินได้ 3. การขออนุญาตให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาคำตัดสิน 3.1 ประธานผู้ควบคุมการแข่งขันจะให้ผู้บันทึกกดสัญญาณเสียงและทำสัญญาณมือ โดยใช้สองมือประสานกันเป็นรูปสามเหลี่ยมเหนือศีรษะ 66 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
3.2 ถ้าเป็นคำทักท้วงเกี่ยวกับคำตัดสินของผู้ตัดสิน ประธานผู้ควบคุมการแข่งขัน จะเชิญผู้แทนฝ่ายผู้ตัดสินและผู้ตัดสินที่ 1 เข้าร่วมประชุม โดยผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องเป่านกหวีด ให้ทีมเข้าไปที่บริเวณม้านั่ง แต่ไม่ออกไปนอกบริเวณพื้นที่เล่นลูก นักกีฬาสามารถใช้ลูกบอลเพื่อ อบอุ่นร่างกายได้ที่บริเวณเขตรอบสนาม 3.3 ผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้ชี้แจงถึงเหตุผลของการพิจารณาตีความในกติกาเพื่อการตัดสิน จากนั้นประธานผู้ควบคุมการแข่งขันจะเป็นผู้พิจารณาตัดสินดังนี้ 3.3.1 ปฏิเสธคำทักท้วงของผู้ฝึกสอน หรือ 3.3.2 ยอมรับคำทักท้วงของผู้ฝึกสอน 3.4 คำทักท้วงที่ไม่เป็นผล (ถูกปฏิเสธ) การแข่งขันจะต้องเล่นใหม่ ตามคำตัดสินของ ผู้ตัดสิน หรือตามตำแหน่งเดิม ส่วนผู้ฝึกสอนจะถูกเตือนด้วยวาจาหรือสัญญาณอื่นๆ เพื่อไม่ให้ทำซำ้อีก คำทักท้วงที่ถูกปฏิเสธในครั้งที่ 2 ผู้ฝึกสอนจะต้องถูกลงโทษตัดสิทธิ์ให้ออกจากการแข่งขันในนัดนั้น คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 67
ในการแข่งขันรายการต่างๆ ในระดับนานาชาติหรือระดับโลกนับว่าเป็นการแข่งขันที่มี ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผู้ตัดสินทุกคนจะต้องเตรียมการปฏิบัติหน้าที่ให้พร้อมสมบูรณ์ทั้งร่างกาย และจิตใจ เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นปราศจากการหยุดชะงักใดๆ และเพื่อให้เป็น หลักเกณฑ์ในการปฏิบัติหน้าที่สำหรับผู้ตัดสินทุกคน คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินของสหพันธ์ วอลเลย์บอลนานาชาติ จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาการตัดสินสำหรับการแข่งขันระดับ นานาชาติไว้ดังนี้ 1. เกณฑ์การพิจารณาลักษณะการเล่นลูก (Ball touth) คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินของ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติได้เสนอหลักเกณฑ์ในการพิจารณาไว้ดังนี้ (FIVB Referee Committee. 2001 : 8) 1.1 ตามกติกาข้อ 9.2.2 ได้ระบุว่า “ลูกบอลจะต้องถูกตี ไม่ใช่เป็นการจับหรือการ ทุ่มและสามารถกระดอนไปได้ทุกทิศทาง” ผู้ตัดสินต้องมั่นใจว่าได้มองเห็นการถูกลูกนั้นอย่างชัดเจนโดยเป็นการถูก เพียงอย่างเดียว โดยลูกบอลได้กระดอนออกจากจุดที่สัมผัสอย่างชัดเจน แต่การทุ่มลูกบอลนั้น จะประกอบด้วย การกระทำ 2 ช่วง คือ ช่วงแรกเป็นการถูกลูกบอล ช่วงที่ 2 เป็นการทุ่มลูกบอล ผู้ตัดสินที่ 1 จะเป็นผู้เป่านกหวีดให้สิ้นสุดการเล่นลูก ซึ่งผู้ตัดสินจะต้องเป็น ผู้พิจารณาความผิดที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนเท่านั้น 1.2 ผู้ตัดสินต้องพยายามเอาใจใส่ต่อการเล่นลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวอลเลย์บอล ในยุคปัจจุบันนี้มีการหลอกล่อกันด้วยการแตะหยอด (Tip-play) ซึ่งสามารถเปลี่ยนทิศทางของ ลูกบอลได้ ดังนั้น ในขณะที่มีการรุกผู้เล่นสามารถทำการรุกด้วยการแตะหยอดได้ ถ้าลูกบอล ไม่ได้ถูกจับหรือทุ่ม 1.3 ผู้ตัดสินและทีมจะต้องเอาใจใส่และเข้าถึงความเป็นจริงว่าในการสกัดกั้นนั้น ลักษณะการสกัดกั้นของผู้เล่นอาจจะผิดพลาดได้ ถ้าผู้เล่นไม่เพียงแต่พยายามป้องลูกบอลที่มา จากฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น แต่จะเป็นการจับหรือทุ่มลุก ซึ่งเป็นการทำผิดกติกาข้อ 9.2.2 ผู้ตัดสิน จะต้องทำโทษการทำผิดนี้ทันที หลักเกณฑ์ ในการพิจารณาการตัดสิน 68 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
1.4 ในการแข่งขันวอลเลย์บอลในปัจจุบัน สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติพยายาม ส่งเสริมให้การเล่นลูกแต่ละครั้งยาวนานยิ่งขึ้นและเพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจของผู้ชม ความผิด ที่รุนแรงเท่านั้นที่จะถูกทำโทษ แต่อย่างไรก็ตามถ้าผู้เล่นไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีพอในการเล่นลูก ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพยายามลดความเข้มงวดในการตัดสินเกี่ยวกับการเล่นลูกให้น้อยลง ตัวอย่างเช่น 1.4.1 ขณะที่ตัวเซตกำลังวิ่งไปเพื่อเซตลูกบอลหรือทำการเซตในลักษณะ ที่รวดเร็ว 1.4.2 ผู้เล่นพยายามวิ่งหรือทำการในลักษณะที่รวดเร็วเพื่อจะเล่นลูกที่กระดอน จากการสกัดกั้นหรือจากผู้เล่นคนอื่นๆ 1.4.3 การเล่นลูกครั้งแรกของทีมสามารถทำได้โดยเสรี ยกเว้นการจับหรือทุ่ม ลูกบอลเท่านั้นที่จะต้องถูกลงโทษ ดังนั้น ผู้ตัดสินจะต้องพยายามยึดหลักเกณฑ์ที่กำหนดนี้ เพื่อเป็น เครื่องพิจารณา ในการตัดสินการเล่นลูกแต่ละครั้งให้เที่ยงตรงที่สุด 2. หลักเกณฑ์การขอเปลี่ยนตัว การขอเปลี่ยนตัวเป็นการอนุญาตหยุดการเล่น โดยผู้ฝึกสอนหรือหัวหน้าทีมในสนาม เป็นผู้ขออนุญาตโดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้ (FIVB Referee Committee. 2001 : 3) 2.1 ในขณะที่มีการขอเปลี่ยนตัว ผู้ฝึกสอนจะต้องแสดงสัญญาณมืออย่างถูกต้อง ผู้เล่นที่จะเข้าเปลี่ยนตัวนั้นจะต้องอยู่ใกล้เขตเปลี่ยนตัวเท่านั้น 2.2 จะอนุญาตให้มีการเปลี่ยนตัวได้เฉพาะที่มีการขออนุญาตเท่านั้น โดยจะทำ ในขณะที่ลูกตาย เมื่อผู้ฝึกสอนหรือหัวหน้าทีม (Game Captain) ได้แสดงสัญญาณมือและระบุ จำนวนผู้เล่นที่จะเข้าแทนโดยปฏิบัติดังนี้ 2.2.1 ผู้ฝึกสอนหรือผู้ช่วยผู้ฝึกสอนกดออด และผู้ฝึกสอนต้องแสดงสัญญาณมือ ทันที พร้อมระบุจำนวนผู้เล่นที่จะเปลี่ยนเข้าแทนด้วยนิ้วมือ 2.2.2 ผู้เล่นที่จะเปลี่ยนตัวเข้าแทนต้องพร้อมที่จะเข้าสู่สนาม โดยยืนอยู่ใกล้ เขตเปลี่ยนตัว ถือป้ายเปลี่ยนตัวชูขึ้นเหนือศีรษะ 2.2.3 เมื่อผู้ตัดสินที่ 2 อนุญาตให้เปลี่ยนได้ ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจะถือ ป้ายเปลี่ยนตัวออกมา 2.3 สิ่งสำคัญที่สุดคือ ขณะที่ผู้ฝึกสอนขอเปลี่ยนตัวนักกีฬาที่จะเปลี่ยนตัวเข้า ต้องทำโดยรวดเร็วไม่ทำให้เกิดการล่าช้า การกระทำลักษณะใดๆที่ทำให้การเปลี่ยนตัวต้องล่าช้า จะถือว่าเป็นการพยายามถ่วงเวลาการเล่น ทีมนั้นจะต้องถูกทำโทษ “เตือนถ่วงเวลา” (Delay Warning) แต่ถ้าเป็นการทำซ้ำอีกในนัดนั้นจะถูกทำโทษ “ลงโทษถ่วงเวลา” (Delay Penalty) คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 69
2.4 การเปลี่ยนตัวที่ได้รับการยกเว้น (ที่เกิดจากการบาดเจ็บ) จะไม่นับรวมในการ เปลี่ยนตัวตามปกติ 3. เวลานอกและเวลานอกทางเทคนิค (Time out and Technical Time out) เวลานอก (Time out) เป็นการขออนุญาตหยุดการเล่นโดยผู้ฝึกสอนหรือหัวหน้าทีม ในสนามเป็นผู้ขออนุญาต โดยมีหลักเกณฑ์ในการขอดังนี้ (FIVB Referee Committee. 2001 : 4) 3.1 เวลานอก (Time out) ใช้เวลา 30 วินาทีเต็ม โดยผู้ตัดสินที่ 2 เป็นผู้เป่านกหวีด ให้สัญญาณเริ่มและหมดเวลานอก 3.2 การขอเวลานอก ผู้ฝึกสอนหรือหัวหน้าทีมเป็นผู้ขออนุญาตโดยปฏิบัติดังนี้ 3.2.1 ผู้ฝึกสอนหรือผู้ช่วยผู้ฝึกสอนกดออดสัญญาณ และผู้ฝึกสอนหรือหัวหน้า ทีมต้องแสดงสัญญาณมือการขอเวลานอกทันที 3.2.2 ขณะขอเวลานอกนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทั้งสองทีมต้องเข้าไปที่บริเวณ ม้านั่งของตนเอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นอย่างสะดวก 3.2.3 เมื่อหมดเวลานอก 30 วินาทีเต็ม นักกีฬาต้องลงสนามทันที 3.3 เมื่อหมดเวลานอกครั้งที่ 2 ของแต่ละทีมในแต่ละเซต ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องแจ้งจำนวนครั้ง ให้ผู้ฝึกสอนของทีมที่เกี่ยวข้องและให้ผู้ตัดสินที่ 1 ได้ทราบ 3.4 เวลานอกทางเทคนิค (Technical Time out) เป็นเวลานอกที่ให้โดยไม่ต้องมี ทีมใดเป็นผู้ขอโดย 3.4.1 เวลานอกทางเทคนิคจะมีเฉพาะในการแข่งขันเซตที่ 1-4 เมื่อทีมนำ ทำคะแนนได้ 8 คะแนน และ 16 คะแนน สำหรับในเซตที่ 5 หรือเซตตัดสินจะไม่มีเวลานอกทางเทคนิค 3.4.2 เวลานอกทางเทคนิคใช้เวลา 60 วินาทีเต็ม 3.4.3 เวลานอกทางเทคนิคจะให้สัญญาณโดยสัญญาณออด ผู้ตัดสินหรือ ผู้ฝึกสอนไม่ต้องแสดงสัญญาณใดๆ ผู้ตัดสินไม่ต้องให้สัญญาณนกหวีด 3.4.4 ขณะมีเวลานอกทางเทคนิคนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองทีม ต้องเข้าไปใกล้ม้านั่งของทีมตนเอง 3.4.5 เวลานอกทางเทคนิคใช้เวลา 60 วินาทีเต็ม ผู้ช่วยผู้บันทึกจะเป็นผู้จับเวลา และกดออดให้สัญญาณเริ่มและหมดเวลา เมื่อหมดเวลานอกทางเทคนิคนักกีฬาต้องลงสนามทันที 4. มารยาทในระหว่างการแข่งขัน (Discipline During the Game) สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติได้กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเกี่ยวกับมารยาท ไว้ดังนี้ (FIVB Referee Committee. 2001 : 9-10) 4.1 ในระหว่างการแข่งขันผู้ตัดสินต้องเอาใจใส่เกี่ยวกับมารยาทของนักกีฬาและ เจ้าหน้าที่ของทีม และต้องระลึกเสมอว่า ผู้ตัดสินไม่ใช่ตำรวจที่คอยจ้องจับผิดในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ 70 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
แต่จะเป็นผู้พิจารณาลักษณะของการผิดมารยาทและการลงโทษได้เป็นอย่างดี เช่น การผิดมารยาท เล็กน้อย (Minor Misconduct) ซึ่งจะเริ่มจากความผิดเล็กๆ น้อยๆ และนำไปสู่การลงโทษ ดังนั้น ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอนและนักกีฬาจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผิดมารยาท การถ่วงเวลาและการทำโทษ ทั้งนี้จะต้องเข้าใจถึงสัญญาณมือที่ใช้ให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ 4.2 ผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้พิจารณาการทำผิดมารยาทที่จะนำไปสู่การทำโทษ เมื่อผู้ตัดสินที่ 1 เห็นการทำผิดมารยาท หรือได้รับทราบจากคณะกรรมการตัดสินว่านักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ทีมปฏิบัติ โดยไม่มีน้ำใจนักกีฬาที่จะนำไปสู่การลงโทษ ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องปฏิบัติดังนี้ 4.2.1 การทำผิดมารยาทโดยนักกีฬาในสนาม เมื่อลูกตาย ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องเป่า นกหวีดเรียกนักกีฬาที่จะลงโทษมาใกล้กับเก้าอี้ผู้ตัดสินทันที จากนั้นผู้ตัดสินที่ 1 จะเตือนด้วยวาจา หรือสัญญาณมือเพื่อไม่ให้ทำลักษณะเช่นนั้นอีกหรืออาจจะแสดงใบเหลือง “ลงโทษผิดมารยาท” หรือใบแดง ให้ออกจากการแข่งขัน หรือใบเหลือง+ใบแดง “ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน” และถ้าเป็น การแข่งขันระดับนานาชาติจะต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า“I give you a penalty หรือ I expel you หรือ I disqualify you” (ในกรณีที่เป็นการแข่งขันระดับภายในประเทศผู้ตัดสินจะพูดเป็น ภาษาไทยว่า “ผมลงโทษคุณ หรือผมให้คุณออกจากการแข่งขัน หรือผมตัดสิทธิ์คุณออกจาก การแข่งขัน”) ตามแต่กรณี ผู้ตัดสินที่ 2 เมื่อเห็นการทำโทษดังกล่าวจะต้องเข้าไปแนะนำให้ผู้บันทึก ทำการบันทึกการลงโทษลงในช่องการลงโทษในช่องการลงโทษ ถ้าผู้บันทึกพบว่าการตัดสินใจลงโทษ ของผู้ตัดสินที่ 1 ไม่เป็นไปตามกติกา ผู้บันทึกจะต้องแจ้งผู้ตัดสินที่ 2 ทันที จากนั้นผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องไปแจ้งให้ผู้ตัดสินที่ 1 เปลี่ยนคำตัดสินในการลงโทษ ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 ไม่เปลี่ยนคำตัดสิน ตามที่ผู้บันทึก และผู้ตัดสินที่ 2 แนะนำ ผู้บันทึกจะต้องบันทึกคำตัดสินลงในช่องหมายเหตุ 4.2.2 การทำผิดมารยาทของนักกีฬาที่ไม่ได้อยู่ในสนาม ในกรณีที่นักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ทำผิดมารยาทขณะอยู่นอกสนาม ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องเป่านกหวีดเรียกหัวหน้าทีม (Game Captain) ให้เข้าไปใกล้กับเก้าอี้ผู้ตัดสิน และแสดงใบเหลืองหรือใบแดงตามความเหมาะสม โดยพูดว่า Number……I give him/her a penalty หรือ I disqualify him/her (ในกรณีที่เป็นการแข่งขันระดับภายในประเทศ ผู้ตัดสิน จะพูดเป็นภาษาไทยว่า “ผมลงโทษผู้เล่นหมายเลข.....หรือผมให้ผู้เล่นหมายที่.....ออกจากการแข่งขัน หรือผมตัดสิทธิ์ผู้เล่นหมายเลข.....”) ตามแต่กรณี และหัวหน้าทีมต้องไปแจ้งแก่นักกีฬาหรือ เจ้าหน้าที่อื่นๆ ขณะที่นักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ทีมที่ถูกลงโทษยกมือขึ้น ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องแสดงใบเหลืองหรือใบแดงตามความเหมาะสมให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อให้ทีม ผู้ชม ผู้ตัดสินที่ 2 และผู้บันทึกได้ทราบ คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 71
5. นักกีฬาและเจ้าหน้าที่บริเวณม้านั่งเล่น (on the players bench) 5.1 แต่ละทีมประกอบด้วยนักกีฬา 12 คน ผู้ฝึกสอน 1 คน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน 1 คน ผู้ฝึก 1 คน และแพทย์ 1 คน แพทย์ที่จะนั่งบริเวณม้านั่งผู้เล่น จะต้องมีใบรับรองจากสหพันธ์ วอลเลย์บอลนานาชาติแสดงให้ผู้ตัดสินที่ 1 ได้รับทราบหากไม่มีใบรับรองแสดงต่อผู้ตัดสิน ทีมนั้น จะไม่ได้รับอนุญาตให้แพทย์นั่งที่บริเวณม้านั่ง ดังนั้นทีมจะมีนักกีฬา 12 คน และเจ้าหน้าที่เพียง 3 คนเท่านั้น ในการแข่งขันรายการที่เป็นรายการของทางสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ผู้ฝึกและแพทย์สามารถใช้ชุดนักกีฬาของแต่ละชาติได้หรืออาจใช้เสื้อแบบสากล และผูกเน็กไทก็ได้ 5.2 ตามกติกาการแข่งขันระบุว่าผู้ฝึกสอนหรือสมาชิกของทีม ขณะที่นั่งอยู่ที่ม้านั่ง สามารถให้คำแนะนำแกนักกีฬาในสนามได้ ทั้งนี้ผู้ฝึกสอนสามารถให้คำแนะนำขณะยืนหรือเดินภายในเขตรอบสนามในแดน ของตนเอง ตั้งแต่เส้นเขตรุกจนถึงเขตอบอุ่นร่างกายได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เป็นการรบกวนการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่หรือถ่วงเวลาการเล่น 5.3 ในขณะแข่งขันผู้ตัดสินจะต้องสามารถแยกแยะระหว่างการแสดงออกซึ่งความ รู้สึกอย่างแท้จริงภายใต้ความกดดันของการแข่งขันกับลักษณะการแสดงความไม่มีน้ำใจนักกีฬา ผู้ตัดสินไม่ควรทำโทษลักษณะการแสดงออกซึ่งความรู้สึกในการแข่งขันที่เป็นความรู้สึกที่ถูกต้อง เช่น การยืนขึ้นแสดงความดีใจกับการเล่นที่สะใจของเพื่อนร่วมทีมหรือการให้กำลังใจ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามการแสดงออกในทางลบหรือในทางที่ไม่ถูกต้องกับคู่ต่อสู้หรือโต้แย้งการตัดสินของ ผู้ตัดสินเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างมาก ผู้ตัดสินจะต้องทำโทษต่อการกระทำดังกล่าว 6. ผู้เล่นตัวรับอิสระ (The Libero Player) (Federation Internationale De Volleyball. 2001 : 43-44) 6.1 แต่ละทีมมีสิทธิเลือกที่จะมีผู้เล่นตัวรับอิสระ 1 ใน 12 คนได้ และไม่จำเป็น ที่ทุกทีมจะต้องมีผู้เล่นตัวรับอิสระ โดยที่ทีมหนึ่งอาจมีผู้เล่นตัวรับอิสระ ส่วนทีมตรงข้ามอาจไม่มี ผู้เล่นตัวรับอิสระก็ได้ และเป็นไปได้ที่ทั้งสองทีมจะไม่มีผู้เล่นตัวรับอิสระเลยก็ได้ 6.2 ผู้เล่นตัวรับอิสระจะต้องบันทึกลงในใบบันทึกในช่องเฉพาะที่จัดเตรียมไว้ ก่อนการแข่งขัน และจะต้องระบุหมายเลขไว้ในใบส่งตำแหน่งในเซตที่ 1 ด้วย 6.3 กติกาเฉพาะสำหรับตัวเล่นตัวรับอิสระมีดังนี้ 6.3.1 อุปกรณ์ ผู้เล่นตัวรับอิสระจะต้องใส่เสื้อที่มีสีแตกต่างกับผู้เล่นอื่นๆ ในทีมอย่างชัดเจน (เสื้อแจ๊กเก็ตหรือเสื้อกล้ามสำหรับผู้เล่นตัวรับอิสระที่ได้รับแต่งตั้งแทนผู้เล่น ตัวรับอิสระที่บาดเจ็บ) เสื้อของผู้เล่นตัวรับอิสระอาจเป็นแบบที่แตกต่างกันได้ แต่ต้องมีหมายเลข เช่นเดียวกับผู้เล่นอื่นๆ ของทีม 72 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
6.3.2 ลักษณะการเล่น ผู้เล่นตัวรับอิสระสามารถเปลี่ยนเข้าแทนผู้เล่นแดนหลัง ได้ทุกตำแหน่ง โดยกำหนดให้เป็นผู้เล่นแดนหลังเท่านั้นและไม่อนุญาตให้ทำการรุกโดยสมบูรณ์ จากทุกพื้นที่ในขณะที่ลูกบอลอยู่สูงกว่าตาข่าย 6.3.3 ไม่อนุญาตให้ตัวรับอิสระทำการเสิร์ฟ สกัดกั้น หรือพยายามสกัดกั้น ตลอดจนไม่อนุญาตให้ผู้เล่นอื่นทำการรุกโดยสมบูรณ์จากทุกพื้นที่ ถ้าลูกนั้นมาจากการเซตด้วย นิ้วมือของผู้เล่นตัวรับอิสระที่อยู่ในแดนหน้า แต่ถ้าผู้เล่นตัวรับอิสระเซตด้วยนิ้วมือจากแดนหลัง ผู้เล่นอื่นๆ สามารถทำการรุกได้โดยเสรีจากทุกพื้นที่ 6.3.4 การเปลี่ยนตัวผู้เล่นตัวรับอิสระสามารถเปลี่ยนกับผู้เล่นตัวอื่นๆ และไม่ นับเป็นการเปลี่ยนตัวตามปกติ สามารถเปลี่ยนตัวได้โดยไม่มีจำนวนจำกัด และไม่ต้องมีการบันทึก ลงในใบบันทึกการแข่งขัน แต่การเปลี่ยนตัวนั้นจะต้องให้มีการเล่นผ่านไป 1 ครั้งก่อนผู้เล่นตัวรับอิสระ สามารถเปลี่ยนตัวออกได้เฉพาะกับคู่ของตัวเองเท่านั้น การเปลี่ยนตัวเข้า-ออกจะต้องทำก่อน สัญญาณนกหวีดเพื่อเสิร์ฟและสามารถเปลี่ยนตัวเข้าเล่นก่อนเริ่มต้นแต่ละเซตหลังจากผู้ตัดสินที่ 2 ได้ตรวจสอบตำแหน่งเรียบร้อยแล้วขณะที่ลูกตาย การเปลี่ยนตัวเข้า-ออกที่ทำหลังสัญญาณนกหวีดเพื่อการเสิร์ฟ ผู้ตัดสินจะต้องไม่ปฏิเสธ แต่จะต้องเตือนด้วยวาจา (เมื่อลูกตาย) เมื่อมีการเปลี่ยนตัวในทำนอง เดียวกันอีกจะต้องถูก “เตือนถ่วงเวลา” (Delay Warning) 6.3.5 ไม่อนุญาตให้ผู้เล่นตัวรับอิสระเป็นหัวหน้าทีม (Team Captain) หรือ หัวหน้าทีมในสนาม (Game Captain) 6.4 การแต่งตั้งผู้เล่นตัวรับอิสระใหม่ในกรณีที่ผู้เล่นตัวรับอิสระบาดเจ็บ ผู้ฝึกสอน สามารถขอแต่งตั้งผู้เล่นตัวรับอิสระใหม่แทนผู้เล่นตัวรับอิสระที่บาดเจ็บได้โดย 6.4.1 ผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้อนุญาตให้มีการแต่งตั้งผู้เล่นตัวรับอิสระใหม่แทน ผู้เล่นตัวรับอิสระที่บาดเจ็บ โดยจะแต่งตั้งผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ในสนามเข้าแทนผู้เล่นตัวรับอิสระที่บาดเจ็บ ไม่สามารถกลับเข้าไปเล่นอีกในนัดนั้น ผู้เล่นที่ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวรับอิสระใหม่จะต้องเป็นผู้เล่นตัวรับอิสระตลอดในนัดนั้น คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 73
ในการทำหน้าที่ผู้ตัดสินรายการต่างๆ ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้ตัดสิน ดังนั้น ผู้ตัดสินทุกคนจะต้องเตรียมตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้พร้อมสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ตัดสินจะต้องเข้าใจและเห็นความสำคัญถึงการแสดงความสามารถ ของนักกีฬาในการเล่นวอลเลย์บอลสมัยใหม่อย่างแท้จริง ผู้ตัดสินจะต้องละเว้นจากความคิดที่ว่า การทำหน้าที่ตัดสินนั้นเป็นเพียงการควบคุมการแข่งขัน ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยการใช้กติกาการแข่งขันเป็นเครื่องพิจารณาทั้งหมด แต่ใน ทางกลับกัน ผู้ตัดสินไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ได้เหมือนเครื่องจักรที่จะประยุกต์กติกาการแข่งขัน ได้อย่างอัตโนมัติให้เป็นแบบอย่างเดียวกันตลอดเวลาการแข่งขัน ผู้ตัดสินจึงไม่ควรปฏิบัติหน้าที่ ในลักษณะตำรวจที่คอยจ้องจับผิดของนักกีฬาอยู่คลอดเวลา ดังนั้น ผู้ตัดสินจะต้องปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเชี่ยวชาญเป็นมิตรต่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่โดยใช้ความรู้และประสบการณ์ให้เป็น ประโยชน์ให้มากที่สุด ผู้ตัดสินต้องไม่ใช้การคาดคะเนเป็นเครื่องพิจารณาคำตัดสิน แต่จะต้องคงไว้บนพื้นฐาน แห่งความจริง โดยจะพิจารณาตัดสินเฉพาะสิ่งที่เป็นความผิดที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงเท่านั้น ปัจจุบัน สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติพยายามมุ่งเน้นถึงการแสดงออกซึ่งความสามารถทางทักษะของ นักกีฬาที่แสดงถึงความสามารถเป็นเลิศต่อผู้ชม สื่อมวลชน ทั้งนี้เพราะผู้ชมที่เข้าชมการแข่งขัน ไม่อยากที่จะฟังแต่เสียงดังของนกหวีดตลอดเวลา แต่ต้องการชมการแสดงความสามารถของนักกีฬา แต่ละคนและแต่ละทีมแข่งขันกันเพื่อชัยชนะในการเล่นลูกแต่ละครั้ง ผู้ตัดสินที่ดีจะต้องช่วยให้ การแข่งขันคงไว้บนพื้นฐานที่ดีและถูกต้อง แต่ผู้ตัดสินที่พยายามขัดขวางการแสดงความสามารถของ นักกีฬาและทำลายรสชาติแห่งการชมกีฬาของผู้ชมจึงเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักการของวอลเลย์บอล นานาชาติ ผู้ตัดสินที่ 1 จึงควรศึกษาและทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ดังนี้ คือ เ ทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 1 74 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
กติกาการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับผู้ตัดสินที่ 1 (ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ และทรงศักดิ์ เจริญพงศ์. 2544 : 39-40) 1. ตำแหน่ง ผู้ตัดสินที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่โดยยืนหรือนั่งบนม้านั่งที่ปลายสุดด้านหนึ่งของ ตาข่ายระดับสายตาต้องอยู่สูงกว่าขอบบนสุดของตาข่ายประมาณ 50 เซนติเมตร 2. อำนาจหน้าที่ของผู้ตัดสินที่ 1 2.1 ควบคุมการแข่งขันตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการแข่งขัน มีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่ และผู้ร่วมทีมทั้ง 2 ทีม ระหว่างการแข่งขันการตัดสินของผู้ตัดสินที่ 1 ถือเป็นสิ้นสุด มีอำนาจ กลับคำตัดสินของเจ้าหน้าที่ทุกคน รวมทั้งมีอำนาจเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ซึ่งเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เหมาะสมได้ 2.2 ต้องควบคุมการทำงานของผู้กลิ้งลูกบอลและผู้เช็ดพื้น 2.3 มีอำนาจตัดสินใจทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน รวมถึงเรื่องที่ไม่ได้ระบุไว้ในกติกา 2.4 ต้องไม่ยอมให้มีการโต้แย้งใดๆ ในการตัดสิน อย่างไรก็ตามถ้าหัวหน้าทีมในสนาม ขอคำชี้แจง ผู้ตัดสินที่ 1 จะให้คำอธิบายการนำกติกามาใช้หรือตีความกติกา ซึ่งนำมาใช้ในการตัดสินนั้น ถ้าหัวหน้าทีมในสนามไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายของผู้ตัดสินที่ 1 และต้องการสงวนสิทธิ์ยื่นหนังสือ ประท้วงเหตุการณ์นั้นอย่างเป็นทางการ เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันหัวหน้าทีมในสนามต้องสงวนสิทธิ์ทันที และผู้ตัดสินที่ 1 ต้องยินยอมรับการประท้วงนั้น 2.5 ต้องรับผิดชอบการตัดสินใจก่อนหรือระหว่างการแข่งขันว่า พื้นที่เล่นลูกอุปกรณ์ และสภาพใดๆ พร้อมทำการแข่งขันได้ 3. ความรับผิดชอบของผู้ตัดสินที่ 1 3.1 ก่อนการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องตรวจสภาพสนามแข่งขัน ลูกบอล และอุปกรณ์ อื่นๆ รวมทั้งทำการเสี่ยงร่วมกับผู้ตัดสินที่ 2 และหัวหน้าทีมทั้ง 2 ทีม ตลอดจนควบคุมการอบอุ่น ร่างกายของทีม 3.2 ระหว่างการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 1 มีอำนาจในการเตือน ทำโทษการผิดมารยาท และการถ่วงเวลา การตัดสินเรื่องที่เกี่ยวกับการผิดกติกาของผู้เสิร์ฟตำแหน่งของฝ่ายเสิร์ฟ รวมทั้ง การกำบังการทำผิดกติกาในการเล่นลูก การผิดกติกาเหนือตาข่ายและส่วนที่สูงขึ้นไปของตาข่าย การรุกลูกที่ตัวรับอิสระส่งมาให้โดยใช้นิ้วมือเซตลูกด้วยมือบน 3.3 เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันต้องตรวจสอบและลงนามในใบบันทึกการแข่งขัน คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 75
การด�ำเนินการช่วงพิธีการก่อนการแข่งขัน ในการปฏิบัติหน้าที่ก่อนเริ่มการแข่งขันเป็นสิ่งที่ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องให้ความสำคัญ ทั้งนี้ เพราะผู้ตัดสินส่วนมากคิดว่าในช่วงนี้ไม่มีความสำคัญอะไรที่จะต้องปฏิบัติ แต่ในทางตรงข้าม ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์เกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้การดำเนินการแข่งขันเป็นไปด้วยความราบรื่น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1. การตรวจสอบอุปกรณ์ ก่อนเริ่มเวลาในช่วงพิธีการก่อนการแข่งขัน เมื่อผู้ตัดสินเข้าสู่ สนามแข่งขันและได้ทักทายกับผู้เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น ผู้บันทึก ผู้ช่วยผู้บันทึก ผู้ประกาศ รวมทั้ง ผู้ฝึกสอนของทั้งสองทีมเรียบร้อยแล้ว ควรดำเนินการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็น เช่น ลูกบอล ผู้ตัดสินที่ 1 จะร่วมพิจารณาคัดเลือกลูกบอลที่จะใช้แข่งขัน 5 ลูกที่มีขนาดต่างๆ ใกล้เคียงกันที่สุด ได้แก่ น้ำหนัก เส้นรอบวง รวมถึงแรงอัดลมของลูกบอล 2. การตรวจสอบตาข่าย ผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้คอยควบคุมการวัดตาข่ายของผู้ตัดสินที่ 2 ตลอดจนพิจารณาถึงความตึงของตาข่าย ตำแหน่งของแถบข้างและอื่นๆ โดยทำอย่างรวดเร็วที่สุด 3. การเสี่ยง ผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการเสี่ยงที่บริเวณหน้าโต๊ะผู้บันทึก โดยมีผู้ตัดสินที่ 2 และหัวหน้าทีมทั้ง 2 ทีมรวมอยู่ด้วย ผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้แจ้งผลการเสี่ยงให้ผู้บันทึกได้ทราบ โดยทั่วไปจะต้องบอกให้ชัดเจนว่า “ทีมอะไร เป็นฝ่ายเสิร์ฟที่แดนใด” หลักทั่วไปดำเนินการเสี่ยง ควรปฏิบัติดังนี้ 3.1 ถามหัวหน้าทีมทั้งสองทีมว่าจะอบอุ่นร่างกายที่ตาข่ายพร้อมกันหรือแยกกัน 3.2 ระบุเหรียญเสี่ยงให้แต่ละทีม (อย่าให้แต่ละทีมเลือกเอง) 3.3 ให้ผู้ชนะการเสี่ยงได้เลือกก่อน จากนั้นจึงให้ผู้แพ้การเสี่ยงได้เลือกส่วนที่เหลือ 3.4 ให้หัวหน้าทีมทั้งสองทีมลงในใบบันทึก 3.5 ให้ผู้ฝึกสอนทั้งสองทีมลงชื่อในใบบันทึก 4. การอบอุ่นร่างกาย ผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้ให้สัญญาณนกหวีดเพื่อเริ่มและหมดเวลาอบอุ่น ร่างกายโดยทั่วๆ ไปก่อนหมดเวลาอบอุ่นร่างกาย 1 นาที ผู้ตัดสินที่ 1 จะแจ้งให้ผู้ฝึกสอนที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบว่าเหลือเวลาอีก 1 นาที เพื่อให้ทีมได้เตรียมการด้านต่างๆ ที่จำเป็น หรืออาจจะเปลี่ยนรูปแบบ ของการอบอุ่นร่างกาย ถ้าทีมอบอุ่นร่างกายพร้อมกันจะต้องคอยควบคุมเกี่ยวกับมารยาทของ นักกีฬาขณะอบอุ่นร่างกายด้วย ทั้งนี้เพราะลูกบอลอาจจะไปบริเวณที่ฝ่ายตรงข้ามยืนอยู่ ซึ่งอาจ เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้การแข่งขันไม่ราบรื่น 4.1 ขณะที่มีการอบอุ่นร่างกายในช่วงพิธีการก่อนการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 2 รับใบส่ง ตำแหน่งของเซตที่ 1 จากผู้ฝึกสอน และได้ส่งมอบให้กับผู้ชี้ขาด และผู้บันทึกตามลำดับแล้ว เมื่อผู้บันทึกได้บันทึกตำแหน่งผู้เล่นเริ่มเล่น และได้ส่งมอบใบส่งตำแหน่งให้กับผู้ตัดสินที่ 2 แล้วในช่วงนี้ ผู้ตัดสินที่ 1 ควรศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการวางตัวผู้เล่นของทั้งสองทีม ข้อมูลที่ควรทราบคือ 76 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
4.1.1 การวางตัวตำแหน่งตัวเซตอยู่ตำแหน่งใด ตัวเซตอยู่คู่กับหมายเลขใด (เป็นการวางตัวให้อยู่ตรงข้ามกับผู้เล่นอื่น) 4.1.2 ผู้เล่นตัวรุกหลัก (ตัวที่รุกได้เด่นที่สุด) อยู่ตรงข้ามกับหมายเลขใด 4.1.3 ทีมที่จะเสิร์ฟก่อนใช้ผู้เล่นหมายเลขใดเป็นผู้เสิร์ฟ 4.2 ช่วงหมดเวลาอบอุ่นร่างกาย ก่อนหมดเวลาอบอุ่นร่างกายประมาณ 1 นาที ผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินที่ 2 ควรเรียกให้เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นปกติ 6 คน (พร้อมไม้เช็ดพื้น) มาเตรียม พร้อมที่ด้านหน้าโต๊ะผู้บันทึก (ควรนั่งลง) เมื่อผู้ตัดสินที่ 1 เป่านกหวีดหมดเวลาอบอุ่นร่างกายให้ เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นปกติ ทำการเช็ดพื้นสนาม 1 รอบ (ควรทำให้เร็วที่สุด) เพื่อไม่ให้เกิดการล่าช้า ต่อเวลาเริ่มแข่งขัน 5. การขออนุญาตต่อผู้ชี้ขาด ในการแข่งขันที่เป็นระดับนานาชาติ หรือการแข่งขัน ที่เป็นทางการ ผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินที่ 2 จะต้องขออนุญาตต่อผู้ชี้ขาดเพื่อเริ่มทำการแข่งขัน โดยจะทำในช่วงอบอุ่นร่างกายเสร็จ และเป็นเวลาที่เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นปกติ 6 คน กำลังเช็ดพื้น เพื่อรายงานความพร้อมด้านต่างๆ ให้ผู้ชี้ขาดทราบ 6. การแนะนำผู้ตัดสิน ก่อนที่จะมีการแนะนำผู้ตัดสินจะมีดนตรีบรรเลงประมาณ 5 วินาที ผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินที่ 2 เดินลงสนามโดยยืนที่กลางสนาม หันหน้าเข้าหาผู้โต๊ะผู้บันทึก ผู้ตัดสินที่ 1 จะอยู่ทางขวามือ ผู้ตัดสินที่ 2 อยู่ทางซ้ายมือของผู้ตัดสินที่ 1 โดยอยู่คนละด้าน ของตาข่าย ในขณะที่กำลังมีการแนะนำผู้ตัดสินคนใด ควรมีการแสดงตัวที่สุภาพตามขนบธรรมเนียม เช่น การโค้งหรือยกมือไหว้ เมื่อแนะนำเสร็จควรจับมือกันหรือแสดงการเคารพซึ่งกันและกัน 7. การแนะนำนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ขณะที่ผู้ตัดสินนั่งหรือยืนอยู่บนเก้าอี้ผู้ตัดสิน ควรปฏิบัติดังนี้ 7.1 ไม่ควรนั่งลักษณะการกอดอก ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่น่าดู ควรนั่งในท่าที่สง่างาม มีความน่าเชื่อถือ 7.2 การยืน ไม่ควรยืนพักขาข้างหนึ่ง ควรยืนในท่าที่สง่า น่าดู อาจใช้วิธีการสังเกตตนเอง ที่หน้ากระจกเงา 7.3 ขณะแนะนำนักกีฬา ควรดูนักกีฬาแต่ละคนที่ลงสนาม เพื่อการติดตามนักกีฬา อย่างใกล้ชิด 7.4 ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องตรวจสอบตำแหน่งผู้เล่นในสนามทั้งสองทีมและส่งลูกบอล ให้ผู้เสิร์ฟ พร้อมทั้งแสดงสัญญาณมือว่าพร้อม ผู้ตัดสินที่ 1 จะเป่านกหวีดอนุญาตให้เสิร์ฟให้ตรง ตามเวลาที่กำหนดไว้ในกำหนดการแข่งขัน หรือตามที่ทางฝ่ายการแข่งขันกำหนด คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 77
การปฏิบัติหน้าที่ในขณะแข่งขัน 1. ก่อนให้สัญญาณนกหวีดเพื่อเสิร์ฟ ผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้ให้สัญญาณนกหวีดเพื่ออนุญาตให้เสิร์ฟทุกครั้งก่อนที่จะอนุญาตให้เสิร์ฟ ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพิจารณาให้รอบคอบถึงความพร้อมต่างๆ ตามขั้นตอนดังนี้ 1.1 ผู้เสิร์ฟพร้อมอยู่ในเขตเสิร์ฟ 1.2 ฝ่ายรับทุกคนพร้อมอยู่ในสนามทั้ง 6 คน 1.3 ฝ่ายเสิร์ฟพร้อมในสนามเล่นทั้ง 5 คน (ยกเว้นผู้เสิร์ฟ) 1.4 ผู้เสิร์ฟถือลูกบอลอยู่ในเขตเสิร์ฟ ทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ผู้ตัดสินที่ 1 ควรพิจารณาให้รวดเร็วและรอบคอบตามลำดับ จากนั้นจึงให้ สัญญาณนกหวีดอนุญาตให้เสิร์ฟ 2. ขณะที่มีการเสิร์ฟ ในขณะเสิร์ฟผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องสำรวจสิ่งต่างๆต่อไปนี้ 2.1 ผู้เสิร์ฟได้ปฏิบัติถูกต้องเกี่ยวกับการเสิร์ฟ 2.1.1 ขณะเสิร์ฟหรือขณะเริ่มกระโดดเพื่อเสิร์ฟ ผู้เสิร์ฟจะต้องอยู่ในเขตเสิร์ฟ แต่สามารถเริ่มวิ่งจากนอกเขตเสิร์ฟได้ 2.1.2 ได้โยนลูกบอลอย่างถูกต้อง 2.1.3 ต้องไม่อนุญาตให้มีความพยายามเสิร์ฟ 2.1.4 ได้เสิร์ฟลูกภายใน 8 วินาทีหลังจากที่ผู้ตัดสินที่ 1 ได้ให้สัญญาณนกหวีด 2.1.5 ขณะเสิร์ฟลูกบอลสามารถสัมผัสตาข่ายได้ 2.2 ผู้เล่นฝ่ายเสิร์ฟ 2.2.1 ผู้เล่นฝ่ายเสิร์ฟทุกคน (ยกเว้นผู้เสิร์ฟ) จะต้องอยู่ในสนามแข่งขันในแดน ของตนเอง 2.2.2 ขณะเสิร์ฟผู้เล่นทุกคนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง 2.2.3 ขณะเสิร์ฟผู้เล่นฝ่ายเสิร์ฟจะต้องไม่ทำการบังคับทิศทางการมองเห็น ของผู้เล่นฝ่ายรับ 2.2.4 ลูกบอลจะต้องข้ามไปยังฝ่ายตรงข้ามโดยตรง โดยไม่ถูกผู้เล่นฝ่ายเสิร์ฟ และได้ข้ามไปในแนวข้ามตาข่ายอย่างถูกต้อง 2.3 ผู้กำกับเส้นที่รับผิดชอบ ในขณะที่เสิร์ฟจะต้องดูผู้กำกับเส้นที่รับผิดชอบดังนี้ 2.3.1 ขณะที่ผู้เสิร์ฟกำลังเสิร์ฟลูกบอล ให้ดูผู้กำกับเส้นตำแหน่งที่ 2 หรือ ตำแหน่งที่ 4 แล้วแต่กรณี โดยดูว่ามีการเหยียบเส้นหลังหรือแนวสมมุติของเขตเสิร์ฟหรือไม่ 2.3.2 ผู้กำกับเส้นตำแหน่งที่ 1 หรือ 3 ว่ามีผู้เล่นคนใดออกนอกสนามแข่งขันหรือไม่ 78 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
2.3.3 ผู้กำกับเส้นทุกตำแหน่งที่รับผิดชอบ กรณีลูกลงสนามหรือลูกออก หรือลูกถูกผู้เล่นแล้วออก แล้วแต่กรณี 3. ขณะที่มีการเล่นลูกบริเวณใกล้ตาข่าย ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพิจารณาเกี่ยวกับ 3.1 การเล่นของฝ่ายรุก โดยจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับ 3.1.1 ผู้เล่นตัวเซตเป็นผู้เล่นแดนหน้าหรือแดนหลัง ถ้าเป็นผู้เล่นแดนหลัง จะต้องระวังเรื่อง การรุกที่ผิดระเบียบของผู้เล่นแดนหลัง เช่น การรุกโดยสมบูรณ์ขณะที่อยู่ในเขตรุก และลูกบอลอยู่สูงว่าระดับสูงสุดของตาข่าย หรือการสกัดกั้นที่ผิดระเบียบ 3.1.2 ผู้เล่นอื่นๆ ของฝ่ายรุกที่ทำการรุกนั้นเป็นผู้เล่นแดนหน้า หรือแดนหลัง เนื่องจากปัจจุบันการเล่นได้มีรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมาก บางครั้งผู้ตัดสินอาจเกิดการสับสนว่า ใครคือผู้เล่นแดนหน้าหรือแดนหลัง 3.1.3 การเล่นลูกของตัวเซตว่าทำการเซตได้อย่างชัดเจน ไม่เป็นลักษณะ การจับหรือยกลูก หรือไม่ใช่เป็นลักษณะถูกลูกสองจังหวะ 3.1.4 การรุกนั้นลูกบอลได้ข้ามแนวการข้ามตาข่ายอย่างถูกต้องและไม่ลำ้แนว ตาข่ายเข้าไปในแดนของฝ่ายตรงข้าม 3.2 การเล่นของฝ่ายรับจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับ 3.2.1 ขณะที่ฝ่ายรุกกำลังเล่นลูกอยู่นั้น ฝ่ายรับได้ล้ำเหนือตาข่ายเข้าไปเล่นลูก หรือสกัดกั้นก่อนที่ฝ่ายรุกจะทำการรุกหรือไม่ 3.2.2 ขณะที่ฝ่ายรับกำลังทำการสกัดกั้น มีการถูกตาข่ายในขณะกำลังเล่นลูก (Action of playing the ball) โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณส่วนบนของตาข่ายหรือไม่ 3.3 ตำแหน่งการมองของผู้ตัดสินที่ 1 ขณะที่มีการเล่นลูกใกล้ตาข่ายผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพยายามมองที่แนวกึ่งกลางของตาข่ายในแนวดิ่งตลอดความยาวของตาข่าย ทั้งนี้เพราะ ในปัจจุบันนักกีฬาส่วนใหญ่มีรูปร่างสูง การล้ำเหนือตาข่ายที่ผิดระเบียบย่อมเกิดได้ง่าย 4. ขณะที่มีการเล่นลูกครั้งแรกของทีม ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพิจารณาให้ได้ว่า การเล่นลูกนั้นเป็นการเล่นลูกครั้งแรกของทีม หรือไม่ ถ้าเป็นการเล่นลูกครั้งแรกของทีม ผู้ตัดสินจะต้องให้อิสระในการเล่นกับนักกีฬา แต่จะต้อง ไม่ใช่ลักษณะการจับหรือการทุ่มลูกบอลเท่านั้น ซึ่งการเล่นลูกครั้งแรกของทีมประกอบด้วย 4.1 การรับลูกที่มาจากการเสิร์ฟ 4.2 การรับลูกที่มาจากการรุกทุกกรณี 4.3 การรับลูกที่กระดอนมาจากการสกัดกั้นของฝ่ายตรงข้าม 4.4 การรับลูกที่กระดอนมาจากการสกัดกั้นของฝ่ายตนเอง คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 79
5. ขณะที่มีการเล่นลูกทั่วๆ ไป 5.1 การเล่นลูกครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ของทีมจะต้องเป็นการเล่นที่ถูกต้องชัดเจน ไม่มีการยก ลาก ผลัก พา ทุ่ม หรือการเล่นในลักษณะ 2 จังหวะ 5.2 การเล่นลูกในลักษณะพยายามอย่างเต็มที่ ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพยายามเปิดโอกาส ให้นักกีฬาได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ทั้งนี้เพื่อให้การเล่นลูกแต่ละครั้งยาวนานยิ่งขึ้น ดังนั้น ในขณะที่นักกีฬากำลังอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดีพอที่จะเล่นลูกนั้น แต่ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะเล่นลูก หากมีการผิดพลาดเกิดขึ้นเล็กน้อย ผู้ตัดสินจะต้องปล่อยให้การเล่นได้ต่อเนื่องไป การเล่นดังกล่าว ประกอบด้วย 5.2.1 ขณะที่ตัวเซตกำลังวิ่งไปเพื่อเซตลูกบอล หรือทำการเซตลูกลักษณะ รวดเร็ว (Quick Action) 5.2.2 ผู้เล่นอื่นๆ วิ่งไปเล่นลูก หรือเล่นลูกอย่างรวดเร็วหลังจากลูกบอล ได้กระดอนมาจากการสกัดกั้นหรือจากผู้เล่นอื่นๆ 5.2.3 การเล่นลูกครั้งแรกของทีมสามารถทำได้โดยเสรี ยกเว้นการจับ หรือทุ่มลูกเท่านั้น 6. ขณะที่มีการรุกจากแดนหลัง ปัจจุบันการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลได้พยายามคิดค้นการเล่นแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะ การรุกจากแดนหลัง ซึ่งเป็นการรุกที่สามารถทำได้อย่างหลากหลาย ดังนั้น ผู้ตัดสินที่ 1 ซึ่งเป็น ผู้รับผิดชอบโดยตรงจึงควรเอาใจใส่กับการรุกจากแดนหลังให้มาก ซึ่งมีข้อแนะนำดังนี้ 6.1 เกณฑ์การพิจารณา ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องเข้าใจถึงเกณฑ์การพิจารณาการรุกจาก แดนหลังที่ผิดระเบียบ 6.1.1 การรุกนั้นต้องเป็นการทำโดยผู้เล่นแดนหลัง 6.1.2 เข้ามาทำการรุกลูกในบริเวณเขตรุกหรือแนวต่อที่ยื่นออกไป 6.1.3 ขณะทำการรุกลูกนั้นต้องอยู่สูงกว่าระดับสูงสุดของตาข่าย 6.1.4 การรุกนั้นจะต้องเป็นการรุกโดยสมบูรณ์ การรุกจะสมบูรณ์สามารถ พิจารณาได้จาก 6.1.4.1 ลูกบอลทั้งลูกได้ข้ามผ่านแนวดิ่งของตาข่ายโดยสมบูรณ์ทั้งลูก 6.1.4.2 ลูกบอลได้ถูกผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หลังจากเกณฑ์การพิจารณาทั้ง 4 ข้อนี้ ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพิจารณา ให้รอบคอบ และต้องเป็นการทำครบทุกหลักเกณฑ์ จึงจะถือได้ว่าเป็นการรุกที่ผิดระเบียบแต่ถ้าเป็น การทำเพียงเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งซึ่งไม่ครบทุกหลักเกณฑ์แล้วการรุกจากแดนหลังจะไม่ผิดระเบียบใดๆ 80 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
6.2 เทคนิคในการพิจารณา ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพยายามหาวิธีการ หรือเทคนิคใดๆ ที่จะช่วยให้การพิจารณาตัดสินเกี่ยวกับการรุกจากแดนหลังให้เที่ยงตรงที่สุด ซึ่งมีข้อแนะนำดังนี้ 6.2.1 ผู้ตัดสินจะต้องสามารถจำได้ตลอดเวลาการเล่นว่าขณะนี้ผู้เล่นคนใด เป็นผู้เล่นแดนหลัง ซึ่งผู้ตัดสินแต่ละคนต่างก็มีหลักเกณฑ์ในการจดจำของตนเองแตกต่างกันออกไป จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนเคยผ่านการปฏิบัติหน้าที่ในรายการแข่งขันต่างๆ ทุกระดับของโลก จึงขอแนะนำหลักการจำส่วนตัวของผู้เขียน ซึ่งอาจจะมีความเหมาะสมกับผู้ตัดสินอื่นๆ ดังนี้ 6.2.1.1 ผู้เล่นตัวเซตยืนตำแหน่งคู่กับใคร 6.2.1.2 ผู้เล่นตัวตบหลักของทีมยืนตำแหน่งคู่กับใคร 6.2.1.3 ผู้เล่นตัวเซตหมุนตามใคร 6.2.1.4 ผู้เล่นตัวตบหลักหมุนตามใคร 6.2.1.5 ถ้าผู้เล่นตัวรับอิสระเปลี่ยนเข้าแทนผู้เล่นใดๆ แสดงว่าทีมนั้น จะมีผู้เล่นแดนหลังเพียง 2 คน 6.2.2 พิจารณาจากรูปแบบการเล่น โดยปกติแล้วแต่ละทีมจะมีผู้เล่นที่สามารถ ทำการรุกจากตำแหน่งแดนหลังในแต่ละตำแหน่งแตกต่างกันไป เช่น การรุกจากตำแหน่ง 1 ตำแหน่ง 6 และตำแหน่ง 5 จะใช้ผู้เล่นที่รุกจากแดนหลังเฉพาะตัวและเฉพาะตำแหน่ง ดังนั้นผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพยายามศึกษารูปแบบการเล่นของแต่ละทีมด้วย 6.2.3 ตำแหน่งการใช้สายตาขณะที่มีการรุกจากแดนหลัง สิ่งที่ผู้ตัดสินส่วนมาก ยังไม่สามารถปฏิบัติได้ดี คือ การแบ่งแยกสายตาจากผู้เล่นที่รุกจากแดนหลังกับผู้เล่นที่กำลังสกัดกั้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์จากการฝึกหัดบ่อยๆ 7. ก่อนเริ่มต้นในเซตตัดสิน (เซตที่ 5) ถ้าต้องมีการแข่งขันในเซตตัดสิน เมื่อจบเซตที่ 4 ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องปฏิบัติตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 7.1 ให้สัญญาณจบการแข่งขันเซตที่ 4 และให้นักกีฬาทั้งสองทีมกลับไปที่ม้านั่ง ของทีมตนเองได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนแดนกัน 7.2 ผู้ตัดสินที่ 1 ลงจากเก้าอี้ผู้ตัดสิน เรียกหัวหน้าทีมทั้งสองทีมมาทำการเสี่ยงพร้อมกับ ผู้ตัดสินที่ 2 ที่หน้าโต๊ะผู้บันทึก 7.3 แจ้งถึงผู้บันทึกผลการเสี่ยงว่าทีมใดเป็นฝ่ายเสิร์ฟและอยู่แดนใด 7.4 กลับไปที่เก้าอี้ผู้ตัดสิน เพื่อเตรียมทำหน้าที่ต่อ 7.5 ตรวจสอบดูความพร้อมของเจ้าหน้าที่ เช่น ผู้กำกับเส้น เจ้าหน้าที่เช็ดพื้น และ ดูสัญญาณจากผู้ตัดสินที่ 2 ว่าพร้อม จึงอนุญาตให้เสิร์ฟได้ คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 81
การประสานงานกับเจ้าหน้าที่อื่นๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ขณะแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 1 ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เพียงลำพัง แต่ผู้เดียวได้ แต่จะต้องมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดกับผู้ตัดสินที่ 2 ผู้กำกับเส้น เจ้าหน้าที่ ส่งลูกบอล เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอแนะนำหลักการประสานงาน กับเจ้าหน้าที่อื่นๆดังนี้ 1. ก่อนเริ่มต้นแต่ละเซต 1.1 ต้องใช้เวลาสำหรับผู้ตัดสินที่ 2 ได้ตรวจสอบตำแหน่งผู้เล่น 6 คนแรก ให้ตรงกับ ใบส่งตำแหน่ง 1.2 หากมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นกับตัวรับอิสระต้องอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงได้ทันที 1.3 ถ้าเป็นการเริ่มต้นในเซตที่ 1 และเซตตัดสิน ผู้เสิร์ฟต้องรับลูกบอลที่ส่งมาจาก ผู้ตัดสินที่ 2 เท่านั้น 1.4 รอการให้สัญญาณพร้อมจากผู้ตัดสินที่ 2 โดยการชูมือทั้งสองข้าง 1.5 ถ้าหัวหน้าทีม (Team Captain) ไม่ได้ลงสนามเป็นผู้เล่น 6 คนแรก ผู้ตัดสินที่ 2 ต้องถามผู้ฝึกสอนและแจ้งให้แก่ผู้ตัดสินที่ 1 ทราบ เพื่อผู้ตัดสินที่ 1 จะได้แจ้งให้แก่ผู้เล่นที่ได้รับ แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมในสนามได้รับทราบ 1.6 สำรวจผู้กำกับเส้นทั้ง 4 คนว่าอยู่ในตำแหน่งพร้อมธง 2. ขณะให้สัญญาณเสิร์ฟผู้ตัดสินที่ 1 ควรประสานกับ 2.1 ผู้กำกับเส้นที่รับผิดชอบเส้นหลัง (ตำแหน่งที่ 2 และ 4) ของฝ่ายเสิร์ฟ หากผู้กำกับเส้นให้สัญญาณธงใดๆ ขึ้นแสดงว่าจะต้องมีการผิดระเบียบเกี่ยวกับการเสิร์ฟ ดังนั้น ขณะที่ผู้เสิร์ฟกำลังเริ่มกระโดดเสิร์ฟหรือขณะกำลังตีลูกบอลเพื่อเสิร์ฟผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพยายามดู ผู้ที่เสิร์ฟ และผู้กำกับเส้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด 2.2 ถ้าผู้ตัดสินที่ 2 ให้สัญญาณนกหวีดแสดงการผิดตำแหน่งของฝ่ายรับ ผู้ตัดสินที่ 1 ควรไม่ให้สัญญาณอื่นใดอีกเป็นอันขาด ควรให้ความยอมรับในการตัดสินของผู้ตัดสินที่ 2 2.3 ถ้าเป็นลูกลงสนาม (ลูกดี) หรือลูกออก ควรประสานสายตาไปยังผู้กำกับเส้น ที่รับผิดชอบอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรใช้วิธีการหันหน้าไปมองอย่างชัดเจนทุกครั้ง เพราะอาจจะได้ รับคำตำหนิจากผู้ฝึกสอนว่าไม่มีความมั่นใจในตนเอง 3. ขณะให้สัญญาณหยุดการเล่น 3.1 ถ้าผู้ตัดสินที่ 2 ให้สัญญาณนกหวีดก่อน ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องไม่ให้สัญญาณ นกหวีดตามอีกครั้งเป็นอันขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดความสับสนต่อนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่อื่นๆ ได้ และรอชั่วขณะหนึ่ง เพื่อให้ผู้ตัดสินที่ 2 ได้แสดงสัญญาณมือระบุความผิดที่เกิดขึ้น พร้อมระบุตัว ผู้ทำผิด จากนั้นผู้ตัดสินที่ 1 จึงแสดงสัญญาณระบุทีมที่จะได้สิทธิ์เสิร์ฟต่อไป 82 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
3.2 ถ้ามีการให้สัญญาณนกหวีดพร้อมกัน ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องรอชั่วขณะหนึ่งและ ใช้สายตาให้สื่อความหมายกับผู้ตัดสินที่ 2 จากนั้นจึงให้สัญญาณเพื่อระบุว่าทีมใดจะชนะการเล่นลูกครั้งนั้น 3.3 กรณีที่จะพิจารณาว่าเป็นลูกดี ลูกออก หรือลูกถูกผู้เล่นแล้วออก เมื่อให้สัญญาณ นกหวีดแล้วจะต้องดูที่ผู้กำกับเส้นที่รับผิดชอบหรือผู้ตัดสินที่ 2 อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงให้สัญญาณ หากผู้ตัดสินที่ 1 มีความเห็นไม่ตรงกับผู้กำกับเส้น ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องการยกเลิกคำตัดสินของผู้กำกับเส้น ให้แสดงสัญญาณมือเพื่อปฏิเสธอย่างชัดเจนก่อน จากนั้นจึงแสดงสัญญาณที่ถูกต้อง 3.4 ถ้าเกิดกรณีไม่มั่นใจการตัดสิน ให้เรียกผู้ตัดสินที่ 2 หรือผู้กำกับเส้นที่เกี่ยวข้อง เพื่อซักถามก่อน จากนั้นจึงตัดสินใจ อย่าใช้วิธีการถามนักกีฬา เป็นอันขาด 4. ขณะที่มีการหยุดการเล่นลูก 4.1 ก่อนให้สัญญาณนกหวีดเพื่อเริ่มเล่นใหม่หลังจากการขอหยุดการเล่นทุกครั้ง (การขอเปลี่ยนตัว การขอเวลานอก) จะต้องรอสัญญาณจากผู้ตัดสินที่ 2 ว่าพร้อมหรือยัง 4.2 ต้องให้เวลากับผู้บันทึกในการบันทึกขอการเปลี่ยนตัว การขอเวลานอกและ การเตือนถ่วงเวลา การลงโทษถ่วงเวลาอย่างเพียงพอ 4.3 เมื่อสิ้นสุดเวลานอกทางเทคนิค 1 นาที ให้ดูความพร้อมจากเจ้าหน้าที่อื่นๆ เช่น ผู้บันทึก ผู้กำกับเส้น และผู้ตัดสินที่ 2 5. ขณะกำลังมีการเล่นลูก 5.1 ถ้ามีสัญญาณใดๆ จากผู้กำกับเส้นที่เกิดขึ้น เช่น ผู้กำกับเส้นให้สัญญาณลูกถูกพื้นสนาม ถูกสิ่งกีดขวางหรือลูกไม่ผ่านแนวข้ามตาข่าย ฯลฯ ถ้าผู้ตัดสินที่ 1 เห็นด้วย ให้เป่านกหวีดให้สัญญาณ หยุดการเล่น แต่ถ้าไม่เห็นด้วยจะต้องแสดงสัญญาณมือใดๆ ที่ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการให้สัญญาณ ของผู้กำกับเส้นนั้น เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าผู้ตัดสินที่ 1 ได้ติดตามการเล่นลูกนั้นและเห็นการกระทำนั้น อย่างชัดเจน 5.2 หากเกิดเหตุใดๆ ที่ไม่ใช่เป็นความผิดพลาดของผู้เล่น เช่น ลูกบอลกลิ้งเข้ามา ในสนามเล่นให้ยุติการเล่นลูกนั้นและให้เริ่มเล่นใหม่ 5.3 หากเกิดอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงขึ้นให้ยุติการเล่นลูกนั้นทันทีและให้ผู้ตัดสินที่ 2 พิจารณาเรียกแพทย์ประจำทีมหรือแพทย์ประจำสนามเข้าไปดูแลและให้เล่นลูกนั้นใหม่ การปฏิบัติในการลงโทษการท�ำผิดมารยาท ชนิดของการผิดมารยาท (Misconduct) แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 1. การผิดมารยาทเล็กน้อย (Minor Misconduct) เป็นการผิดมารยาทของนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ของทีมเพียงเล็กน้อย ไม่รุนแรง ทั้งนี้ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องพยายามป้องกันไม่ให้ทีม ทำผิดมารยาทจนถึงขั้นต้องลงโทษ โดย คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 83
1.1 ต้องทำการเตือนนักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดมารยาทเล็กน้อยผ่านหัวหน้า ในสนาม (Game captain) โดยทำการเตือนด้วยวาจาหรือสัญญาณมือ 1.2 การเตือนนี้ ไม่ใช่การลงโทษ ดังนั้น จึงไม่ต้องมีการใช้บัตรใดๆ 1.3 ไม่ต้องมีการบันทึกลงในใบบันทึก 2. การผิดมารยาทที่ต้องมีการลงโทษ (Misconduct Leading to Sanction) เป็นการ ทำผิดมารยาทของสมาชิกในทีมต่อเจ้าหน้าที่ คู่ต่อสู้ เพื่อร่วมทีมหรือผู้ชม ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ 2.1 การแสดงความหยาบคาย (Rude Conduct) เป็นการกระทำที่เป็นลักษณะ ตรงข้ามกับลักษณะของมารยาทที่ดี หรือเป็นลักษณะที่ไม่มีคุณธรรม หรือเป็นลักษณะการแสดงออก ซึ่งความรู้สึก 2.2 การแสดงความก้าวร้าว (Offensive Conduct) เป็นการกระทำลักษณะ ที่น่ารังเกียจ หรือใช้ถ้อยคำที่มากกว่าการหยาบคาย 2.3 การแสดงการรุกราน (Aggression) เป็นลักษณะของการทำร้ายร่างกาย หรือ ตั้งใจที่จะทำร้าย หรือใช้ความรุนแรง ระดับการลงโทษ (Sanction Scale) ในการพิจารณาการลงโทษ ผู้ตัดสินที่ 1 เท่านั้น จะเป็นผู้พิจารณาลงโทษนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ของทีม และจะต้องมีการบันทึกทุกครั้งที่มีการลงโทษ โดยแบ่งระดับการลงโทษ ออกเป็น 3 ระดับ คือ 1. การลงโทษ (Penalty) การกระทำใดๆ ที่เป็นลักษณะของการแสดงความหยาบคาย (Rude Conduct) ครั้งแรกของสมาชิกในทีมจะต้องถูกลงโทษด้วยบัตรสีเหลือง ทีมจะเสียการเล่นลูก (Loss of rally) โดยจะต้องเสียคะแนนและเสียสิทธิการเสิร์ฟ 2. การให้ออกจากการแข่งขัน 1 เซต (Expulsion) 2.1 การแสดงความหยาบคายครั้งที่ 2 ของสมาชิกคนเดิม 2.2 การแสดงความก้าวร้าว ครั้งที่ 1 ของสมาชิกในทีมจะต้องถูกให้ออกจาก การแข่งขัน 1 เซต 2.3 นักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่คนใดที่ถูกให้ออกจากการแข่งขันที่ 1 เซต จะต้องออกไปนั่ง ในบริเวณเขตลงโทษ ซึ่งอยู่ด้านหลังที่นั่งผู้เล่นสำรอง โดยจะไม่มีสิทธิ์ใดๆ 2.4 การให้ออกจากการแข่งขัน 1 เซต แสดงโดยบัตรสีแดง 2.5 ทีมจะไม่เสียการเล่นลูก กล่าวคือ จะไม่เสียคะแนน หรือไม่เสียสิทธิ์การเสิร์ฟ 84 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
2.6 จะต้องมีการบันทึกการให้ออกจากการแข่งขัน 1 เซตลงในใบบันทึก 2.7 ทีมที่สมาชิกถูกให้ออกจากการแข่งขัน 1 เซต จะต้องเปลี่ยนตัวตามปกติ หากเปลี่ยนตัวตามปกติไม่ได้จะต้องถูกปรับเป็นไม่พร้อมจะแข่งขันในเซตนั้น 3. การตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน (Disqualification) 3.1 เป็นการแสดงความหยาบคาย ครั้งที่ 3 ของสมาชิกทีมคนเดิม 3.2 เป็นการแสดงความก้าวร้าว ครั้งที่ 2 ของสมาชิกทีมคนเดิม 3.3 การแสดงการรุกราน ครั้งที่ 1 ของสมาชิกในทีม 3.4 นักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่คนใดที่ถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันจะต้องออกไปนอก บริเวณพื้นที่ควบคุมตลอดทั้งนัดนั้น โดยไม่มีสิทธิ์ใดๆ 3.5 การตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน ผู้ตัดสินที่ 1 จะแสดงบัตรสีเหลือง+สีแดง 3.6 ทีมที่สมาชิกถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันจะไม่เสียการเล่นลูก 3.7 จะต้องมีการบันทึกการตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันลงในใบบันทึก 3.8 ทีมที่สมาชิกถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันจะต้องเปลี่ยนตัวตามปกติ หากเปลี่ยนตัว ตามปกติไม่ได้ ทีมนั้นจะต้องถูกปรับเป็นไม่พร้อมจะแข่งขันในเซตนั้น วิธีการปฏิบัติในการลงโทษ ผู้ตัดสินที่ 1 เท่านั้นจะพิจารณาลงโทษนักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ของทีม โดยมีวิธีการลงโทษ ตามลำดับดังนี้ 1. ถ้าเป็นลงโทษสมาชิกทีมที่อยู่ในสนามเมื่อลูกตาย ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องปฏิบัติดังนี้ 1.1 ถ้าเป็นการผิดมารยาทเล็กน้อยจะไม่มีการลงโทษ เพียงแต่ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องเตือน ด้วยวาจาหรือสัญญาณมือเท่านั้น โดยเป็นการเตือนผ่านหัวหน้าทีมที่อยู่ในสนาม (Game Captain) 1.2 ถ้าเป็นการผิดมารยาทที่ต้องมีการลงโทษ ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้อง 1.2.1 เป่านกหวีดเรียกนักกีฬาที่จะถูกลงโทษเข้าไปใกล้กับเก้าอี้ผู้ตัดสินที่ 1 1.2.2 แสดงบัตร (ตามความเหมาะสม) ให้นักกีฬานั้น และพูดว่า “เป็นการ ลงโทษคุณ หรือให้คุณออกจากการแข่งขัน 1 เซต หรือตัดสิทธิ์คุณออกจากการแข่งขันตลอดทั้งนัด” 1.2.3 นักกีฬาที่ถูกลงโทษจะต้องยกมือแสดงการยอมรับ 2. ถ้าเป็นการลงโทษสมาชิกทีมที่อยู่นอกสนาม เมื่อลูกตายผู้ตัดสินที่ 1 ต้องปฏิบัติดังนี้ 2.1 เป่านกหวีดเรียกหัวหน้าทีมในสนาม (Game Captain) ให้เข้าไปใกล้กับเก้าอี้ ผู้ตัดสินที่ 1 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 85
2.2 พูดกับหัวหน้าทีมในสนามว่า“เป็นการลงโทษ หรือให้ออกจากการแข่งขัน หรือ ตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันตลอดทั้งนัด นักกีฬาหมายเลข.....หรือเจ้าหน้าที่” พร้อมกับแสดงบัตร ตามความเหมาะสม ดังตัวอย่าง “เป็นการลงโทษนักกีฬาหมายเลข.....” “เป็นการลงโทษผู้ฝึกสอน” “เป็นการให้นักกีฬาหมายเลข.....ออกจากการแข่งขัน” “เป็นการให้ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนออกจากการแข่งขัน” “เป็นการตัดสิทธิ์นักกีฬาหมายเลข.....ออกจากการแข่งขัน” “เป็นการตัดสิทธิ์ผู้ฝึกสอนออกจากการแข่งขัน” 2.3 เมื่อผู้ตัดสินที่ 1 กำลังพูดกับหัวหน้าทีม ให้แสดงบัตรตามความเหมาะสมขึ้น พร้อมกับใช้มืออีกข้างระบุไปที่สมาชิกคนนั้น 2.4 เมื่อหัวหน้าทีมในสนาม (Game Captain) ได้รับทราบต้องไปแจ้งให้กับสมาชิก ทีมคนนั้นยืนขึ้นพร้อมกับยกมือยอมรับ 2.5 เมื่อสมาชิกที่ถูกลงโทษยกมือขึ้น ผู้ตัดสินที่ 1 ต้องแสดงบัตรตามความเหมาะสม เพื่อให้ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้บันทึกและผู้ชมได้ทราบอีกครั้ง การปฏิบัติในการลงโทษถ่วงเวลา การถ่วงเวลาเป็นการกระทำให้เกิดการล่าช้าหรือทำให้ต้องเสียเวลาต่อการเล่น โดยนักกีฬา หรือเจ้าหน้าที่ของทีมเป็นผู้ทำ ดังนั้น ผู้ตัดสินจะต้องพยายามป้องกันไม่ให้ทีมทำการถ่วงเวลา การเล่นทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจและเพื่อเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินสำหรับผู้ตัดสินเกี่ยวกับ การถ่วงเวลา คณะกรรมการฝ่ายผู้ตัดสินของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติได้กำหนดหลักเกณฑ์ ไว้ดังนี้ (FIVB Referee Committee. 2001:2) 1. การถ่วงเวลาที่เกิดจากการขออนุญาตที่ผิดระเบียบ 1.1 การกระทำใดๆ ที่เป็นการขออนุญาตที่ผิดระเบียบครั้งแรกของทีมในนัดนั้นและ ไม่มีผลต่อการเล่น หรือไม่ทำให้การเล่นต้องล่าช้าออกไป ผู้ตัดสินจะต้องปฏิเสธการขอนั้น โดยไม่มี การทำโทษใดๆ 1.2 ถ้าเป็นการขออนุญาตที่ผิดระเบียบ ครั้งที่ 2 ของทีมเดิมในนัดนั้น ผู้ตัดสิน จะต้องปฏิบัติดังนี้ 1.2.1 ปฏิเสธการขออนุญาตนั้น 1.2.2 ลงโทษเตือนถ่วงเวลาทีมนั้น โดยผู้ตัดสินที่ 1 จะแสดงสัญญาณมือเปล่า ชี้ที่นาฬิกา เพื่อเป็นการเตือนถ่วงเวลา (Delay Warning) 86 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
1.2.3 จะต้องมีการบันทึกการเตือนถ่วงเวลาไว้ในใบบันทึก 1.2.4 ทีมที่ถูกเตือนถ่วงเวลาจะไม่เสียการเล่นลูก (ดังภาพ) ภาพที่ 3 ผู้ตัดสินที่ 1 แสดงสัญญาณการเตือนถ่วงเวลา 1.3 ถ้าเป็นการขออนุญาตที่ผิดระเบียบ ครั้งที่ 3 หรือครั้งต่อๆ ไปของทีมเดิมในนัดนั้น ผู้ตัดสินจะต้องปฏิบัติดังนี้ 1.3.1 ปฏิเสธการขออนุญาตนั้น 1.3.2 ลงโทษถ่วงเวลาทีมนั้น โดยผู้ตัดสินที่ 1 จะแสดงใบเหลืองชี้ที่นาฬิกา เป็นการลงโทษถ่วงเวลา (Delay Penalty) 1.3.3 จะต้องมีการบันทึกการลงโทษถ่วงเวลาไว้ในใบบันทึก 1.3.4 ทีมที่ถูกลงโทษถ่วงเวลาจะต้องเสียการเล่นลูก (จะต้องเสียสิทธิ์การเสิร์ฟ และเสียคะแนน 1 คะแนน) (ดังภาพ) ทุกครั้งที่มีการเตือนถ่วงเวลา (Delay Warning) หรือลงโทษถ่วงเวลา (Delay Penalty) ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องมั่นใจได้ว่าผู้บันทึกได้บันทึกการเตือนหรือลงโทษการถ่วงเวลานั้นเรียบร้อยแล้ว ภาพที่ 4 ผู้ตัดสินที่ 1 แสดงสัญญาณลงโทษการถ่วงเวลา คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 87
ลักษณะสำคัญของการขออนุญาตที่ผิดระเบียบ 1. การขออนุญาตขณะที่กำลังมีการเล่นลูก หรือขณะที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้เสิร์ฟ หรือ ภายหลังจากผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้เสิร์ฟ 2. การขออนุญาตโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ขออนุญาต 3. การขอเปลี่ยนตัวก่อนที่จะมีการเล่น หลังจากที่ทีมนั้นได้ขอเปลี่ยนตัวไปก่อนแล้ว 4. การขออนุญาตเปลี่ยนตัวหรือขอเวลานอกเกินจำนวนที่กำหนดในแต่ละเซต ตัวอย่างการขออนุญาตที่ผิดระเบียบ ผู้ฝึกสอนขอเวลานอกในขณะที่กำลังเล่นลูกหรือในขณะที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้เสิร์ฟ หรือภายหลังจากสัญญาณนกหวีดเพื่อให้เสิร์ฟ ถ้าการขออนุญาตนั้นไม่เป็นผลต่อการเล่น หรือไม่ทำให้การเล่นต้องล่าช้า ผู้ตัดสินเพียงแต่ปฏิเสธการขอนั้นโดยไม่มีการทำโทษใดๆ แต่ถ้าเป็น การทำซ้ำอีกในนัดนั้น จะถือว่าเป็นการถ่วงเวลาการเล่นผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องทำโทษทีมนั้นโดย “เตือนถ่วงเวลา” (Delay Warning) 2. การถ่วงเวลาที่เกิดจากการถ่วงเวลาโดยตรง 2.1 ถ้าทีมทำการถ่วงเวลาโดยตรงและเป็นการทำครั้งแรกของทีมในนัดนั้น ผู้ตัดสิน จะต้องปฏิบัติดังนี้ 2.1.1 ปฏิเสธการขออนุญาตนั้น 2.1.2 เตือนถ่วงเวลาทีมนั้น โดยผู้ตัดสินที่ 1 จะแสดงสัญญาณมือเปล่า ชี้ที่นาฬิกาเป็นการเตือนถ่วงเวลา (Delay Warning) 2.1.3 จะต้องมีการบันทึกการเตือนถ่วงเวลาไว้ในใบบันทึก 2.1.4 ทีมที่ถูกเตือนถ่วงเวลาจะไม่เสียการเล่นลูก (ดังภาพ) ภาพที่ 5 ผู้ตัดสินที่ 1 แสดงสัญญาณการเตือนถ่วงเวลา 88 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
2.2 ถ้าทีมทำการถ่วงเวลาโดยตรง ครั้งที่ 2 หรือครั้งต่อๆ ไปในนัดนั้น ผู้ตัดสิน จะต้องปฏิบัติดังนี้ 2.2.1 ปฏิเสธการขออนุญาตนั้น 2.2.2 ลงโทษถ่วงเวลา (Delay Penalty) ทีมนั้น โดยผู้ตัดสินที่ 1 จะแสดง สัญญาณใบเหลืองชี้ที่นาฬิกา เป็นการลงโทษถ่วงเวลา 2.2.3 จะต้องมีการบันทึกการลงโทษถ่วงเวลาไว้ในใบบันทึกทุกครั้ง 2.2.4 ทีมที่ถูกลงโทษถ่วงเวลาจะเสียการเล่นลูก กล่าวคือ จะเสียคะแนน และเสียสิทธิ์การเสิร์ฟ (ดังภาพ) ภาพที่ 6 ผู้ตัดสินที่ 1 แสดงสัญญาณการลงโทษถ่วงเวลา ลักษณะสำคัญของการขออนุญาตที่เป็นการถ่วงเวลาโดยตรง การขอเปลี่ยนตัวล่าช้า เช่น ขณะที่ขออนุญาตเปลี่ยนตัว นักกีฬาไม่พร้อมอยู่ใกล้เขต การเปลี่ยนตัวหรือถือป้ายเปลี่ยนตัวไม่ถูกคู่ หรือไม่อยู่ในชุดแข่งขันที่พร้อมจะแข่งขัน การขอเวลานอก ผลจากการขอเวลานอกที่เป็นสาเหตุของการถ่วงเวลา ได้แก่ เมื่อหมด เวลานอกแล้ว ผู้ตัดสินให้ทีมลงสนาม แต่ทีมยังไม่พร้อมลงสนามหรือทำให้การเล่นต้องล่าช้าต่อไป ด้วยเหตุของการขอเวลานอก การขออนุญาตผูกเชือกรองเท้า การผูกเชือกรองเท้าเป็นความรับผิดชอบของนักกีฬาเอง ผู้ตัดสินจะต้องไม่อนุญาตให้นักกีฬาผูกเชือกรองเท้าโดยหยุดการแข่งขันชั่วขณะหนึ่ง หากนักกีฬา ยังยืนยันขออนุญาตผูกเชือกรองเท้าจะเป็นการถ่วงเวลาโดยตรง ทีมนั้นจะถูกเตือนหรือลงโทษ ถ่วงเวลาตามแต่กรณี ดังนั้น หากนักกีฬาประสงค์จะผูกเชือกรองเท้าจะต้องทำเองโดยไม่มีการ หยุดการแข่งขัน ผู้ตัดสินจะต้องให้สัญญาณเสิร์ฟทันทีและนักกีฬาผู้นั้นจะต้องอยู่ในตำแหน่ง ที่ถูกต้อง หากไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องขณะเสิร์ฟจะต้องถูกทำโทษการผิดตำแหน่ง ทีมนั้นจะเสีย การเล่นลูกทันที คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 89
การขออนุญาตให้เช็ดพื้น นักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ์ร้องขอให้เจ้าหน้าที่เช็ดพื้น ที่เปียกลื่น ทั้งนี้เพราะในการแข่งขันทุกรายการจะใช้เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเร็ว (Quick Mopper) เพื่อทำการเช็ดพื้นขณะทำการแข่งขันตลอดเวลา ทั้งนี้เป็นความรับผิดชอบและอยู่ในอำนาจ การตัดสินใจของเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเร็วเท่านั้น ในทำนองเดียวกัน ถ้านักกีฬาได้ร้องขอหรือชี้แนะให้ เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นเร็วทำการเช็ดพื้นจะถือว่าเป็นการถ่วงเวลาการเล่นโดยตรง ทีมนั้นจะต้องถูกเตือน หรือลงโทษตามแต่กรณี ดังนั้น หากนักกีฬาประสงค์จะเช็ดพื้นที่เปียกลื่น จึงเป็นหน้าที่รับผิดชอบของนักกีฬาเอง ที่จะต้องเตรียมผ้าผืนเล็กสำหรับการเช็ดพื้นด้วยตนเอง และในทำนองเดียวกันผู้ตัดสินจะต้องไม่รอให้ นักกีฬาได้ทำการเช็ดพื้นจนเสร็จเรียบร้อย ตัวอย่างการถ่วงเวลาโดยตรง ผู้เล่นทำการถ่วงเวลาโดยขออนุญาตผู้ตัดสินเพื่อผูกเชือกรองเท้า การกระทำเช่นนี้ ทีมจะถูกทำโทษทันทีโดย “เตือนถ่วงเวลา” ถ้าการถ่วงเวลานี้เป็นการทำซ้ำอีกในนัดนั้น ทีมจะถูกทำโทษ “ลงโทษถ่วงเวลา” ลักษณะสำคัญที่เป็นการถ่วงเวลาโดยตรง คือ การขอเปลี่ยนตัว การขอเวลานอก การขอผูกเชือกรองเท้า การขอให้เช็ดพื้น เป็นต้น ล�ำดับขั้นตอนการปฏิบัติส�ำหรับผู้ตัดสินที่ 1 ในขณะแข่งขัน เมื่อมีการขอหยุดการแข่งขันหรือช่วงพักระหว่างเซต ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้อง พยายามใช้เวลาในช่วงหยุดนี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นลักษณะต่างๆ ดังนี้ 1. เมื่อมีการขออนุญาตเปลี่ยนตัว สิ่งที่ผู้ตัดสินที่ 1 พึงสังเกตและปฏิบัติในช่วงนี้คือ 1.1 ผู้เล่นที่จะเปลี่ยนตัวเข้าพร้อมและอยู่ใกล้เขตเปลี่ยนตัว โดยอยู่ในชุดแข่งขัน ถือป้ายเปลี่ยนตัวที่ถูกต้อง ถ้าทำไม่ถูกต้องถือเป็นการเปลี่ยนตัวล่าช้า ต้องถูกทำโทษเตือนหรือ ลงโทษถ่วงเวลาตามแต่กรณี 1.2 กรณีขออนุญาตเปลี่ยนตัวพร้อมกันทั้งสองทีม ผู้ตัดสินที่ 1 สามารถให้สัญญาณให้ ผู้เล่นอีกทีมหนึ่งรออยู่ขณะหนึ่งก่อน 1.3 การเปลี่ยนตัวหัวหน้าทีมในสนามจะต้องสอบถามผู้ฝึกสอนหรือหัวหน้าทีม (Game Captain) ว่าใครคือผู้ที่จะทำหน้าที่หัวหน้าทีมในสนามแทน 1.4 ได้ให้เวลาสำหรับการบันทึกการเปลี่ยนตัวของผู้บันทึกอย่างเพียงพอ 1.5 สังเกตดูฝ่ายที่กำลังเสียคะแนนติดต่อกันหรือในช่วงที่ทีมต้องการเปลี่ยนตัว เพื่อทำคะแนนในช่วงสำคัญๆ จะเป็นฝ่ายขอเปลี่ยนตัว 2. เมื่อมีการขอเวลานอก ผู้ตัดสินที่ 1 พึงสังเกต คือ 2.1 ผู้ฝึกสอนได้แสดงสัญญาณมืออย่างถูกต้อง 90 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
2.2 ผู้ตัดสินที่ 2 ได้ให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองทีมเข้าไปใกล้ม้านั่งของทีม เพื่อให้เจ้าหน้าที่เช็ดพื้นได้ทำการเช็ดพื้นได้อย่างสะดวก 2.3 สังเกตปฏิกิริยาของทีม (กรณีเกิดความไม่พอใจในคำตัดสิน) 2.4 การขอเวลานอกครั้งที่ 2 ของทีม ผู้ตัดสินที่ 2 ได้แจ้งให้ผู้ฝึกสอนที่เกี่ยวข้องได้ทราบ 2.5 สังเกตลักษณะต่างๆ ของเพื่อนร่วมงานที่อาจจะแจ้งสิ่งต่างๆ ให้ทราบ 2.6 ต้องทราบว่าใครคือผู้เสิร์ฟในครั้งต่อไป 2.7 พึงสังเกตฝ่ายที่กำลังเสียเปรียบจะเป็นฝ่ายที่ขอเวลานอก 3. เมื่อมีเวลานอกทางเทคนิค ผู้ตัดสินที่ 1 ควรพิจารณาเกี่ยวกับ 3.1 สังเกตดูการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เช็ดพื้นปกติ 3.2 ให้นักกีฬาลงสนามเมื่อหมดเวลา 60 วินาทีเต็ม 3.3 ต้องทราบว่าใครคือผู้เสิร์ฟครั้งต่อไป 3.4 สังเกตดูการเปลี่ยนตัวของผู้เล่นตัวรับอิสระในขณะที่จะลงสนามเพราะอาจจะมี การเปลี่ยนตัวโดยไม่ได้มีการเล่นผ่านไป 1 ครั้งก่อน 4. ขณะที่มีการหยุดพักระหว่างเซต ผู้ตัดสินที่ 1 ควรพิจารณาเกี่ยวกับ 4.1 เมื่อจบเซตผู้เล่นในสนามได้เข้าแถวที่เส้นหลังเพื่อเปลี่ยนแดนอย่างถูกต้อง 4.2 สังเกตดูปฏิกิริยาของเจ้าหน้าที่ทีมและผู้เล่นสำรองขณะเดินสวนกันที่หน้าโต๊ะ ผู้บันทึก 4.3 สังเกตดูเกี่ยวกับมารยาทของสมาชิกในทีม หากมีการทำผิดมารยาทในช่วงพัก ระหว่างเซตจะต้องพิจารณาทำโทษในเซตต่อไป 5. การเปลี่ยนตัวของผู้เล่นตัวรับอิสระ ผู้ตัดสินที่ 1 พึงระมัดระวังเกี่ยวกับ 5.1 จะต้องเปลี่ยนตัวก่อนสัญญาณนกหวีดเพื่อให้เสิร์ฟ 5.2 จะต้องเปลี่ยนตัวในเซตที่อนุญาตให้เปลี่ยนเท่านั้น 5.3 จะต้องมีการเล่นผ่านไป 1 ครั้งก่อน 5.4 หากมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นตัวรับอิสระหลังสัญญาณนกหวีดให้เสิร์ฟ (แต่ก่อนการเสิร์ฟ) ผู้ตัดสินจะต้องไม่ปฏิเสธ แต่จะต้องเตือนด้วยวาจาเมื่อจบการเล่นลูกนั้น 5.5 หากมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นตัวรับอิสระขณะเสิร์ฟหรือหลังการเสิร์ฟ ทีมนั้นจะต้อง เสียการเล่นลูกในลักษณะการผิดตำแหน่ง คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 91
การแสดงสัญญาณมือส�ำหรับผู้ตัดสินที่ 1 การแสดงสัญญาณมือเป็นสื่อบอกความหมายระหว่างผู้ตัดสินกับนักกีฬาและผู้ชมให้เข้าใจ ความหมายซึ่งกันและกัน ดังนั้น ผู้ตัดสินจะต้องแสดงสัญญาณมือให้ถูกต้องชัดเจนและสื่อความหมาย โดยใช้สัญญาณมือที่ระบุไว้ในกติกาเท่านั้น การแสดงสัญญาณมือที่ผู้ตัดสินที่ 1 มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ 2 ลักษณะ คือ 1. การแสดงสัญญาณมือ เมื่อผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้เป่านกหวีดระบุความผิดการแสดง สัญญาณมือลักษณะนี้ ผู้ตัดสินที่ 1 จะต้องเป็นผู้แสดงก่อนเป็นล�ำดับขั้นตอน ดังนี้ 1.1 เป่านกหวีดเพื่อหยุดการเล่น 1.2 แสดงสัญญาณมือชี้แดนฝ่ายที่ได้เสิร์ฟ (ฝ่ายที่ชนะการเล่นลูกนั้น) 1.3 แสดงสัญญาณมือระบุเหตุของการทำผิดว่าเกิดความผิดอะไร เช่น เล่นลูก 2 ครั้ง ลูกดี ลูกออก หรือลูกถูกผู้เล่นแล้วออก 1.4 ระบุตัวผู้ทำผิด โดยแสดงสัญญาณมือด้วยการชี้ด้วยนิ้วทั้ง 5 ซึ่งเป็นลักษณะ ที่สุภาพ 2. การแสดงสัญญาณมือ เมื่อผู้ตัดสินที่ 2 เป็นผู้เป่านกหวีดระบุความผิด การแสดง สัญญาณมือกรณีนี้ผู้ตัดสินที่ 1 จะเป็นผู้แสดงสัญญาณมือภายหลังผู้ตัดสินที่ 2 ดังนี้ 2.1 เมื่อผู้ตัดสินที่ 2 เป่านกหวีดเพื่อหยุดการเล่น 2.2 ผู้ตัดสินที่ 2 แสดงสัญญาณมือระบุเหตุของการทำผิด เช่น การถูกตาข่าย การล้ำเส้นแบ่งแดน ลูกบอลถูกเสาอากาศด้านผู้ตัดสินที่ 2 เป็นต้น (ผู้ตัดสินที่ 1 ไม่ต้องแสดง สัญญาณใดๆ) 2.3 ผู้ตัดสินที่ 2 ระบุตัวผู้เล่นที่ทำผิด (ผู้ตัดสินที่ 1 ไม่ต้องแสดงสัญญาณใดๆ) 2.4 เมื่อผู้ตัดสินที่ 2 ระบุตัวผู้เล่นที่ทำผิด ผู้ตัดสินที่ 1 จะเป็นผู้แสดงสัญญาณชี้แดน ที่จะได้เป็นฝ่ายเสิร์ฟครั้งต่อไป จากนั้นผู้ตัดสินที่ 2 จึงแสดงสัญญาณตามผู้ตัดสินที่ 1 เทคนิคการแสดงสัญญาณมือที่เกี่ยวข้องกับผู้ตัดสินที่ 1 การแสดงสัญญาณมือที่ผู้ตัดสินที่ 1 มีส่วนเกี่ยวข้องและต้องแสดงเมื่อผู้ตัดสินที่ 1 เป็นผู้เป่านกหวีดระบุความผิดมีเทคนิคดังต่อไปนี้ (Federation International De Volleyball. 2001 : 69-73) 1. พื้นที่ได้เสิร์ฟ เหยียดแขนไปทางทีมที่จะได้เสิร์ฟ ให้แขนตึง หันฝ่ามือไปข้างหน้า แขนอยู่ในแนวขนานกับพื้น (ดังภาพ) 92 คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล
ภาพที่ 7 ผู้ตัดสินที่ 1 แสดงสัญญาณระบุทีมที่ได้เสิร์ฟ 2. อนุญาตให้เสิร์ฟ โบกมือแสดงทิศทางการเสิร์ฟ โดยโบกมือพับแขนให้ขนานพื้น ให้ผ่านลำตัว (ดังภาพ) ภาพที่ 8 ผู้ตัดสินที่ 1 แสดงสัญญาณการอนุญาตให้เสิร์ฟ 3. เปลี่ยนแดน พับแขนทั้งสองหมุนแขนขวาไปทางด้านหน้า หมุนแขนซ้ายไปทาง ด้านหลัง (ลักษณะทวนเข็มนาฬิกา) (ดังภาพ) ภาพที่ 9 ผู้ตัดสินที่ 1 แสดงสัญญาณการเปลี่ยนแดน คู่มือผู้ตัดสินกีฬาวอลเลย์บ ล 93