1
2
แผนการจดั การเรียนรู้
วชิ าคณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน ค21101
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรยี นสตรรี าชนิ ูทศิ
นางสาวรัชนี เสดสี
รหัสประจำตวั นกั ศึกษา 61100140216
สาขาวชิ าคณติ ศาสตร์
การปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศึกษา 1
รหสั วิชา ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
3
4
5
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่มนี้
จัดทำขึน้ เพอ่ื ใชเ้ ป็นแนวทางในการจัดการเรยี นการสอนใหม้ ีประสิทธิภาพ และให้นักเรียนบรรลุตามมาตรฐาน
การเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กำหนดไวใ้ นหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ
พ.ศ. 2560) ผู้จัดทำจึงได้ศึกษาสาระการเรียนรู้พื้นฐานให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จึงได้นำปัญหาที่พบจาก
ประสบการณ์ และความรู้ที่ได้จากการอบรมสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เทคนิค วิธีการสอน การวัดผล
ประเมนิ ผล จิตวทิ ยาการเรียนรู้ ตลอดจนความรทู้ ่ีไดจ้ ากการศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง มาจดั ทำแผนการจัดการ
เรียนรู้ในครั้งนี้
แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ประกอบไปด้วย หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง จำนวนเต็ม โดยในแต่ละ
แผนการจดั การเรยี นรู้จะประกอบดว้ ย มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้ สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล ซงึ่ จะทำใหก้ ารจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
เปน็ ไปอยา่ งราบรนื่ เพอ่ื ให้ผเู้ รียนบรรลมุ าตรฐานการเรยี นรไู้ ดเ้ ต็มศกั ยภาพอย่างแท้จรงิ
ผจู้ ัดทำหวังเปน็ อย่างยง่ิ วา่ แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้จะเปน็ ประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ของตัวผู้สอนเอง เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ หรือเป็นประโยชน์ต่อผู้สอนแทนเป็นอย่างมาก หากผิดพลาด
ประการใดผู้จดั ทำก็ขออภัยมา ณ โอกาสน้ีด้วย
( นางสาวรชั นี เสดสี )
นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชพี
สาขาวิชาคณิตศาสตร์ คณะครุศาสตร์
สารบญั 6
เรื่อง หน้า
คำนำ 1
สารบัญ 4
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 12
การจดั หลักสตู รโรงเรยี นสตรรี าชินทู ศิ 13
รายวิชาตามหลักสูตรโรงเรียนสตรีราชนิ ูทศิ พ.ศ. 2561 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ 15
กำหนดการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 16
คำอธิบายรายวิชา ภาคเรยี นที่ 1 19
โครงสร้างรายวชิ า ภาคเรยี นท่ี 1 20
อัตราสว่ นคะแนน 21
แผนการจัดการเรยี นรู้ประจำหนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรื่อง จำนวนเต็ม 31
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 42
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 52
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 3 64
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 75
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 5 86
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 97
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7 108
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8 119
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 9 130
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 10 141
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 11 152
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 12
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 13
1
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
ทำไมต้องเรียนคณติ ศาสตร์
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากคณิตศาสตร์
ชว่ ยใหม้ นษุ ย์มีความคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เปน็ ระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือ
สถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา ได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยงั เป็นเครื่องมือใน
การศกึ ษาด้านวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตรอ์ น่ื ๆ อันเปน็ รากฐานในการพัฒนาทรัพยากรบคุ คลของชาติ
ใหม้ ีคุณภาพและพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศให้ทัดเทียมกับนานาชาติ การศกึ ษาคณิตศาสตร์จึงจำเป็นต้องมี
การพัฒนาอยา่ งตอ่ เนือ่ ง เพอ่ื ให้ทันสมยั และสอดคล้องกบั สภาพเศรษฐกิจ สังคม และความรทู้ างวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีทเี่ จริญก้าวหนา้ อย่างรวดเร็วในยคุ โลกาภวิ ัตน์
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ฉบบั นี้ จัดทำข้ึนโดยคำนงึ ถงึ การสง่ เสริมให้ผู้เรียน
มีทักษะทีจ่ ำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 เป็นสำคัญ น่นั คอื การเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิด
วิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่ือสารอยา่ งปลอดภัย ซ่ึงจะสง่ ผลใหผ้ ู้เรียนรเู้ ทา่ ทนั การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรมและ
สภาพแวดล้อม สามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้ ทั้งนี้การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ประสบ
ความสำเร็จนั้น จะต้องเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบ
การศกึ ษาหรอื สามารถศกึ ษาต่อในระดับท่ีสูงข้ึน ดังนน้ั สถานศึกษาควรจัดการเรยี นรู้ให้เหมาะสมกับศักยภาพ
ของผู้เรยี น
เรยี นรูอ้ ะไรในคณิตศาสตร์
หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ไดก้ ำหนดสาระพน้ื ฐานทจ่ี ำเปน็ สำหรับผู้เรยี นทุกคนไว้ 3 สาระ ได้แก่
จำนวนและพีชคณิต การวัดและเรขาคณิต และสถิติและความน่าจะเป็น โดยผู้เรียนจะได้เรียนรู้สาระสำคัญ
ดังน้ี
• จำนวนและพีชคณติ : เรยี นรเู้ ก่ียวกับ ระบบจำนวนจรงิ สมบตั เิ กี่ยวกบั จำนวนจรงิ อัตราสว่ น ร้อย
ละ การประมาณค่า การแก้ปัญหาเกี่ยวกับจำนวน การใช้จำนวนในชีวิตจริง แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชนั
เซต ตรรกศาสตร์ นิพจน์ เอกนาม พหุนาม สมการ ระบบสมการ อสมการ กราฟ ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน
ลำดับและอนุกรม และการนำความรู้เก่ียวกบั จำนวนและพีชคณิตไปใช้ในสถานการณต์ ่างๆ
• การวัดและเรขาคณิต: เรียนรู้เกี่ยวกับ ความยาว ระยะทาง น้ำหนัก พื้นที่ ปริมาตรและความจุ
เงินและเวลา หน่วยวัดระบบต่างๆ การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัด อัตราส่วนตรีโกณมติ ิ รูปเรขาคณิตและสมบัติ
2
ของรูปเรขาคณิต การนึกภาพ แบบจำลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททางเรขาคณิต การแปลงทางเรขาคณิตใน
เรื่องการเลอ่ื นขนาน การสะทอ้ น การหมนุ และการนำความรู้เก่ียวกบั การวัดและเรขาคณติ ไปใชใ้ นสถานการณ์
ตา่ งๆ
•สถิติและความน่าจะเป็น: เรียนรู้เกี่ยวกับการตั้งคำถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมข้อมูล การ
คำนวณค่าสถิติ การนำเสนอและแปลผลสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพและเชงิ ปรมิ าณ หลกั การนับเบ้อื งต้น ความ
น่าจะเป็น การแจกแจงของตัวแปรสุ่ม การใช้ความรเู้ กี่ยวกบั สถิตแิ ละความน่าจะเป็นในการอธิบายเหตุการณ์
ตา่ งๆ และช่วยในการตัดสนิ ใจ
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 จำนวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล
ท่เี กดิ ขน้ึ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวเิ คราะห์แบบรูป ความสมั พันธ์ ฟังกช์ นั ลำดบั และอนกุ รม และนำไปใช้
มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ พิ จน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสมั พนั ธ์ หรอื ช่วยแก้ปัญหาทก่ี ำหนดให้
สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเก่ยี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสิ่งทีต่ ้องการวัด และนำไปใช้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณติ สมบตั ิของรูปเรขาคณิต ความสมั พันธร์ ะหว่างรูป
เรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนำไปใช้
สาระที่ 3 สถิติและความนา่ จะเป็น
มาตรฐาน ค 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรทู้ างสถิตใิ นการแกป้ ัญหา
มาตรฐาน ค 3.2 เข้าใจหลักการนับเบ้อื งต้น ความนา่ จะเปน็ และนำไปใช้
ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรเ์ ป็นความสามารถที่จะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน การเรียนรู้
สิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะและ
กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในทนี่ ี้ เนน้ ทที่ กั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ท่จี ำเปน็ และต้องการพฒั นา
ให้เกดิ ขึ้นกบั ผูเ้ รยี น ไดแ้ กค่ วามสามารถต่อไปน้ี
1. การแกป้ ัญหา เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผนแกป้ ญั หา และ
เลอื กใช้วธิ ีการท่เี หมาะสม โดยคำนึงถึงความสมเหตสุ มผลของคำตอบ พร้อมทง้ั ตรวจสอบความถูกต้อง
2. การสอื่ สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ เปน็ ความสามารถในการใชร้ ูป ภาษาและ
สัญลกั ษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการส่ือสาร ส่ือความหมาย สรปุ ผล และนำเสนอได้อยา่ งถูกตอ้ ง ชดั เจน
3. การเชื่อมโยง เป็นความสามารถในการใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ เนือ้ หาต่าง ๆ หรอื ศาสตร์อื่น ๆ และนำไปใช้ในชีวิตจริง
3
4. การใหเ้ หตุผล เป็นความสามารถในการให้เหตุผล รับฟงั และใหเ้ หตุผลสนับสนนุ หรอื โต้แย้ง เพ่อื
นำไปสู่การสรุป โดยมีขอ้ เท็จจริงทางคณิตศาสตรร์ องรบั
5. การคดิ สรา้ งสรรค์ เปน็ ความสามารถในการขยายแนวคดิ ท่ีมอี ยู่เดิม หรือสร้างแนวคดิ ใหม่ เพ่ือ
ปรบั ปรงุ พฒั นาองค์ความรู้
6.
คุณลักษณะอันพึงประสงคใ์ นการเรยี นคณติ ศาสตร์
ในหลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 ได้กำหนดสาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ ทกั ษะและกระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์ ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนร้แู กนกลาง เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนมคี ุณลักษณะอนั พึงประสงค์ในการเรยี นรู้
คณิตศาสตร์ ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ทำความเขา้ ใจหรอื สร้างกรณที ว่ั ไปโดยใช้ความรทู้ ี่ไดจ้ ากการศกึ ษากรณี ตัวอย่างหลาย ๆ กรณี
2. มองเหน็ ว่าสามารถใช้คณิตศาสตร์แกป้ ัญหาในชีวิตจรงิ ได้
3. มีความมมุ านะในการทำความเขา้ ใจปัญหาและแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์
4. สรา้ งเหตุผลเพื่อสนับสนุนแนวคิดของตนเองหรือโตแ้ ยง้ แนวคิดของผู้อื่นอยา่ งสมเหตสุ มผล
5. ค้นหาลักษณะท่ีเกดิ ขน้ึ ช้ำ ๆ และประยุกต์ใช้ลักษณะดงั กลา่ วเพ่ือทำความเข้าใจหรอื แกป้ ัญหาใน
สถานการณ์ต่าง ๆ
คณุ ภาพผ้เู รยี น
จบช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3
• มคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั จำนวนจรงิ ความสมั พนั ธข์ องจำนวนจริง สมบตั ิของจำนวนจรงิ และ
ใช้ความร้คู วามเข้าใจน้ีในการแก้ปัญหาในชีวติ จรงิ
• มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราสว่ น สัดส่วน และร้อยละ และใช้ความรู้ความเข้าใจน้ี ในการ
แก้ปญั หาในชวี ิตจริง
• มคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั เลขยกกำลังที่มีเลขชีก้ ำลังเปน็ จำนวนเตม็ และใชค้ วามรู้ ความเขา้ ใจ
น้ใี นการแก้ปญั หาในชวี ติ จรงิ
• มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร และ
อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว และใช้ความรคู้ วามเข้าใจนใ้ี นการแก้ปัญหาในชวี ิตจรงิ
• มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับพหุนาม การแยกตัวประกอบของพหุนาม สมการกำลังสอง และใช้
ความร้คู วามเขา้ ใจน้ใี นการแกป้ ัญหาคณติ ศาสตร์
• มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคู่อันอับ กราฟของความสัมพันธ์ และฟังก์ชันกำลังสอง และ
ใชค้ วามรู้ความเข้าใจนี้ในการแกป้ ัญหาในชวี ิตจริง
4
• มีความรู้ความเข้าใจทางเรขาคณิตและใช้เครื่องมือ เช่น วงเวียนและสันตรง รวมทั้งโปรแกรม
The Geometer’s Sketchpad หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัตอ่ืนๆ เพ่ือสรา้ งรูปเรขาคณิตตลอดจนนำความรู้
เก่ยี วกับการสร้างนีไ้ ปประยกุ ต์ใช้ในการแก้ปญั หาในชีวติ จรงิ
• มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตสองมิติ และรูปเรขาคณิตสามมิติและใช้ความรู้
ความเขา้ ใจน้ีในการหาความสัมพนั ธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณติ สองมิตแิ ละรปู เรขาคณิตสามมิติ
• มีความรคู้ วามเข้าใจในเรอ่ื งพ้ืนท่ีผวิ และปริมาตรของปรซิ ึม ทรงกระบอก พีระมดิ กรวยและทรง
กลม และใช้ความรู้ความเขา้ ใจนใี้ นการแก้ปัญหาในชีวติ จริง
• มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติของเส้นขนาน รูปสามเหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการ รูป
สามเหล่ยี มคลา้ ย ทฤษฎีบทพีทาโกรสั และบทกลบั และนำความรู้ความเข้าใจนไ้ี ปใช้ในการแก้ปญั หาในชวี ติ จริง
• มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการแปลงทางเรขาคณิต และนำความรู้ความเข้าใจน้ีไปใช้ใน
การแกป้ ญั หาในชวี ติ จริง
• มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ และนำความรู้ความเข้าใจนี้ ไปใช้ใน
การแก้ปัญหาในชีวติ จรงิ
• มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องทฤษฎีบทเกี่ยวกับวงกลม และนำความรู้ความเข้าใจน้ีไปใช้ใน
การแกป้ ญั หาคณติ ศาสตร์
• มีความรู้ความเขา้ ใจทางสถิติในการนำเสนอขอ้ มูล วิเคราะห์ข้อมูลและแปลความหมายข้อมูลท่ี
เกี่ยวข้องกับแผนภาพจุด แผนภาพต้น – ใบ ฮิสโทแกรม ค่ากลางของข้อมูล และแผนภาพกล่อง และ
ใชค้ วามรคู้ วามเข้าใจน้ี รวมทง้ั นำสถติ ไิ ปใช้ในชวี ิตจริงโดยใช้เทคโนโลยที ีเ่ หมาะสม
• มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความน่าจะเป็นและใช้ความรู้ความเข้าใจนี้ในการแก้ปัญหา
ในชวี ิตจรงิ
การจัดหลกั สูตรโรงเรยี นสตรรี าชินูทิศ
โรงเรียนสตรรี าชินูทศิ จัดหลักสตู รสถานศึกษามุ่งพฒั นาผเู้ รียนทุกคน ซง่ึ เปน็ กำลังของชาติใหเ้ ปน็ มนษุ ย์
ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นกุลสตรีเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก
ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน
รวมทั้งเจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์
วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนรุ ักษ์และพฒั นาสงิ่ แวดล้อม ยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดย
มงุ่ เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญบนพ้ืนฐานความเช่อื วา่ ทกุ คนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศกั ยภาพ
5
หลักการ
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นสตรรี าชนิ ทู ิศ มหี ลกั การท่สี ำคัญ ดงั น้ี
1. เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มจี ุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็น
เปา้ หมายสำหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชนให้มีความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทย
ควบคู่กับความเปน็ สากล
2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและมี
คุณภาพ
3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ให้สอดคล้องกับสภาพและความตอ้ งการของทอ้ งถ่นิ
4. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาทีม่ ีโครงสรา้ งยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรยี นรู้
5. เป็นหลกั สูตรการศกึ ษาท่ีเน้นผ้เู รยี นเป็นสำคัญ
6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กลุ่มเป้าหมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์
จดุ หมาย
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ มุ่งพัฒนาผูเ้ รียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มี
ศกั ยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชพี จงึ กำหนดเป็นจดุ หมายเพื่อให้เกิดกับผูเ้ รียน เม่ือจบการศึกษา
ข้ันพ้นื ฐาน ดังน้ี
1. มีคณุ ธรรม จริยธรรม และค่านยิ มที่พึงประสงค์ เห็นคณุ คา่ ของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทีต่ นนับถือ ยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. มคี วามรู้ ความสามารถในการสอ่ื สาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยี และมที ักษะชวี ติ
3. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตท่ดี ี มีสขุ นสิ ัย และรกั การออกกำลงั กาย
4. มีความรกั ชาติ มีจิตสำนกึ ในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมน่ั ในวิถชี ีวิตและ การปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ
5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิต
สาธารณะทีม่ ุ่งทำประโยชนแ์ ละสร้างสิ่งทดี่ ีงามในสงั คม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสขุ
วสิ ัยทัศน์ พันธกิจและเป้าประสงค์ของโรงเรียนสตรีราชนิ ูทศิ
วสิ ัยทัศน์ ( Vision )ของโรงเรยี นสตรรี าชนิ ทู ิศ
ภายในปี 2562 โรงเรยี นสตรรี าชินทู ิศมรี ะบบบริหารจัดการศกึ ษาทท่ี ันสมยั ผู้เรียนมีคุณภาพตาม
มาตรฐานสากล มคี ุณธรรมตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
พันธกจิ ( Mission )ของโรงเรียนสตรรี าชินทู ศิ
6
1. พัฒนาผู้เรียนให้เป็นเลิศทางวิชาการ ควบคู่คุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เพ่ือใหเ้ ป็นพลโลกและมีคุณลกั ษณะของเยาวชนในศตวรรษท่ี 21
2. พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรู้เทียบเคียงมาตรฐานสากลด้วยเทคโนโลยีและ
นวัตกรรมการเรียนรู้ทีห่ ลากหลายโดยมงุ่ เนน้ “ต้องนกั เรยี นกอ่ น”
3. พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นครูดีครูเก่งใช้กระบวนการจัดการความรู้
อยา่ งชาญฉลาดและมรี ูปแบบการปฏิบัติท่เี ปน็ เลศิ เพื่อผเู้ รยี นเป็นสำคญั
4. พัฒนาการบรหิ ารจัดการแบบมีสว่ นร่วมเชงิ คุณภาพ ตามคติพจน์ ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร
โดยใชห้ ลกั ธรรมาภบิ าลอย่างมีประสิทธิภาพเพอ่ื ให้ได้มาตรฐานสากล
5. พฒั นาแหล่งเรยี นรภู้ ายใน สื่อเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมใหเ้ ออ้ื ตอ่ การจัดการเรียนรู้
6. สร้างภาคีเครือข่ายการจัดการเรียนรู้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งเครือข่าย
ผมู้ ีสว่ นได้เสยี เพื่อรว่ มกนั พฒั นาคุณภาพทางการศกึ ษา
เปา้ ประสงค์ ( Objective ) ของโรงเรียนสตรรี าชนิ ทู ศิ
1. ผเู้ รียนมีเปน็ เลิศทางวิชาการ ควบคู่คุณธรรมตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่อื ให้เป็น
พลโลกและมีคุณลกั ษณะของเยาวชนในศตวรรษท่ี 21
2. มีหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรยี นรูท้ ่ีมมี าตรฐานสากล
3. ครแู ละบคุ ลากรเปน็ ผมู้ คี วามรูค้ วามสามารถครใู ช้กระบวนการจดั การความรู้อย่างชาญฉลาดเพ่อื
พฒั นาผเู้ รยี นให้เปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
4. มีระบบการบรหิ ารจัดการแบบมีสว่ นร่วมเชงิ คณุ ภาพโดยใช้หลกั ธรรมาภิบาลอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
เพื่อใหไ้ ด้มาตรฐานสากล
5. มีการพฒั นาส่ือเทคโนโลยแี ละสภาพแวดล้อมให้เอือ้ ตอ่ การจดั การเรียนรู้
6. มีภาคีเครือข่ายการจดั การเรยี นรทู้ ้ังภายในประเทศและตา่ งประเทศ รวมท้ังเครอื ขา่ ยผู้มีส่วนได้
เสียเพอื่ ร่วมกนั พัฒนาคุณภาพทางการศกึ ษา
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นสตรรี าชนิ ูทิศ ม่งุ เนน้ พฒั นาผ้เู รยี นให้มคี ณุ ภาพตามมาตรฐานที่กำหนด
ซึง่ จะชว่ ยให้ผเู้ รยี นเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดงั นี้
1. ความสามารถในการสื่อสาร เปน็ ความสามารถในการรบั และสง่ สาร มีวฒั นธรรมในการใช้
ภาษาถา่ ยทอดความคดิ ความรูค้ วามเขา้ ใจ ความรู้สกึ และทศั นะของตนเองเพอื่ แลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชนต์ ่อการพฒั นาตนเองและสงั คม รวมทงั้ การเจรจาต่อรองเพ่อื ขจัดและลด
ปญั หาความขัดแยง้ ต่าง ๆ การเลือกรบั หรอื ไม่รับข้อมูลข่าวสารดว้ ยหลักเหตุผลและความถูกตอ้ ง ตลอดจนการ
เลือกใช้วิธกี ารสอ่ื สาร ที่มีประสทิ ธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบทม่ี ตี ่อตนเองและสงั คม
7
2. ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสรา้ งองค์ความรู้หรือ
สารสนเทศเพ่ือการตดั สินใจเกีย่ วกับตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เปน็ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ท่เี ผชญิ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสมั พนั ธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้มาใช้ในการ
ปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หา และมีการตดั สนิ ใจท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบท่ีเกิดขนึ้ ต่อตนเอง สงั คม
และสงิ่ แวดล้อม
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ น
การดำเนินชีวติ ประจำวัน การเรยี นรู้ด้วยตนเอง การเรยี นรูอ้ ย่างตอ่ เน่ือง การทำงาน และการอยูร่ ่วมกันใน
สังคมด้วยการสร้างเสริมความสมั พันธ์อนั ดีระหว่างบุคคล การจัดการปญั หาและความขัดแยง้ ต่าง ๆ อย่าง
เหมาะสม การปรบั ตวั ใหท้ ันกบั การเปลยี่ นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ ม และการรู้จกั หลีกเลย่ี ง
พฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงค์ทสี่ ่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผ้อู ่นื
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้าน
ตา่ ง ๆ และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสงั คม ในด้านการเรียนรู้ การสอื่ สาร
การทำงาน การแกป้ ัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นสตรีราชินทู ศิ มงุ่ พัฒนาผ้เู รียนให้มคี ณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ เพื่อให้
สามารถอยู่รว่ มกับผู้อ่ืนในสงั คมได้อยา่ งมคี วามสขุ ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดังน้ี
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซือ่ สตั ยส์ ุจริต
3. มวี นิ ยั
4. ใฝเ่ รยี นรู้
5. อยู่อย่างพอเพยี ง
6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
วสิ ัยทัศน์ พันธกจิ และเปา้ ประสงค์ของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์โรงเรยี นสตรีราชนิ ทู ิศ
วสิ ัยทัศน์ ( Vision )ของกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตรโ์ รงเรยี นสตรีราชนิ ูทศิ
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนสตรีราชินูทศิ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และ ทักษะ
กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ซ่ึงเปน็ ทักษะทจี่ ำเป็นในศตวรรษที่ 21 และสง่ เสรมิ ให้มีการใช้เทคโนโลยีในการ
8
จัดการเรียนร้อู ย่างเหมาะสม เพือ่ เตรียมความพรอ้ มให้ผู้เรยี นมีความรแู้ ละทักษะทางคณิตศาสตร์และเป็นผู้มี
ความพรอ้ มในการทำงานหรือการศึกษาตอ่ ในระดับท่ีสงู ข้ึน ควบคกู่ บั คุณธรรมตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
พนั ธกจิ ( Mission )ของกล่มุ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตรโ์ รงเรียนสตรีราชนิ ูทศิ
1. พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจในแนวคิด หลักการ ทฤษฎีในสาระคณิตศาสตร์ที่จำเป็น
พร้อมทั้งสามารถนำไปประยกุ ต์ได้ควบคกู่ ับคณุ ธรรมตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. พัฒนาผู้เรียนให้มที ักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นทักษะท่ีจำเป็นในศตวรรษที่ 21
ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหา การสื่อสารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง
การใหเ้ หตผุ ลและมีความคิดสรา้ งสรรค์
3. พัฒนาผู้เรียนให้มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ เห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของ
คณิตศาสตร์ สามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น
ตลอดจนการประกอบอาชีพ
4. พัฒนาผูเ้ รียนมีความสามารถในการเลือกใชส้ ื่อ อปุ กรณ์ เทคโนโลยแี ละแหลง่ ขอ้ มูลที่เหมาะสม
เพ่ือเปน็ เคร่ืองมอื ในการเรยี นรู้ การส่อื สาร การทำงาน และการแก้ปัญหาอย่างถกู ตอ้ งและมีประสทิ ธิภาพ
เปา้ ประสงค(์ Objective) ของกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์โรงเรียนสตรรี าชนิ ูทศิ
1. ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด หลักการ ทฤษฎี ในสาระคณิตศาสตร์ ที่จำเป็น
พร้อมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ได้
2. ผู้เรียนมีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหา สื่อสารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์เชื่อมโยง ให้เหตุผล และ
มีความคดิ สร้างสรรค์
3. ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ เห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของคณิตศาสตร์
สามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ตลอดจนการ
ประกอบอาชีพ
4. ผู้เรียนมีความสามารถในการเลือกใช้สื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและแหล่งข้อมูลที่เหมาะสมเพื่อ
เป็นเครือ่ งมือในการเรียนรู้ การสอ่ื สาร การทำงาน และการแกป้ ัญหาอยา่ งถกู ต้องและมีประสิทธิภาพ
ท่ีมาของการพัฒนาและปรบั ปรงุ หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
นับตั้งแต่การปฏิรูปการศึกษาในพุทธศักราช 2542 เป็นเวลากว่า15 ปีแล้วที่ประเทศไทยได้มีการ
ประกาศใชห้ ลกั สูตรการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544 และปรับปรุงเปน็ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในขณะที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม
สง่ิ แวดล้อม วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยเฉพาะดา้ นวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ท่ีมีความร้แู ละนวัตกรรม
ใหม่เกิดขึ้นอย่างหลากหลายในเวลาอันรวดเร็ว ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลกมีการพัฒนาด้านการศึกษา
9
คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพ่อื เตรียมประชากรใหพ้ รอ้ มกบั การเปล่ยี นแปลง จงึ มคี วามจำเป็น
ที่ประเทศไทยจะต้องมีการปรับหลักสูตรคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้มีความทันสมัย
สอดคล้องกับความรูแ้ ละทักษะทีจ่ ำเป็นในโลกปัจจบุ ันและอนาคต
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบการ
พัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศไทย ได้พัฒนาหลักสูตร
คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยขี ้นึ เพ่อื ใหท้ ันสมยั และสอดคล้องกับการเปล่ียนแปลง ดังกล่าว โดย
พิจารณารา่ งกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ทีก่ ำหนดเป้าหมายและลักษณะของคนไทยใน
20 ปีข้างหน้า รวมถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่มุ่งให้
การศึกษาและการเรียนรู้มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล พัฒนาคนไทยใหม้ ที ักษะการคิด สังเคราะห์ สร้างสรรค์
ต่อยอดสู่นวัตกรรม มีทักษะชีวิตและอาชีพ ทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี มีการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอด
ชีวิต และส่งเสริมระบบการเรียนรู้ที่บูรณาการระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และ
คณิตศาสตร์ (STEM Education) เพือ่ พฒั นาผู้สอนและผ้เู รยี นในเชงิ คณุ ภาพ โดยเนน้ การเชอื่ มโยงระหว่างการ
เรียนรู้กับการทำงาน (Work Integrated Learning) นอกจากนี้ สสวท. ได้ศึกษาแนวโน้มด้านการศึกษา
คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี พบว่าประเทศต่าง ๆ ท่ัวโลกใหค้ วามสำคัญกบั ทกั ษะการเรียนรู้และ
นวัตกรรม (Learning and Innovation Skills) ที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 (Partnership for the 21st
Century Skills, 2016) ได้แก่ การคิดแบบมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา (Critical Thinking and
Problem-Solving) การสือ่ สาร (Communication) การรว่ มมือ (Collaboration) และการคิดสรา้ งสรรค์และ
นวัตกรรม (Creativity and Innovation) ควบคู่ไปกับความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมใน
การพัฒนามาตรฐาน ตัวชีว้ ัด และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สสวท. ได้ศึกษาผลการประเมนิ
การเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ของผู้เรียนระดับชาติและนานาชาติ ผลการวิจัยและติดตามการใช้หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และผลการวิเคราะห์และประเมนิ ร่างหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 โดย
ผเู้ ชย่ี วชาญด้านการศึกษาคณติ ศาสตรจ์ ากตา่ งประเทศโดยมรี ายละเอียด ดังนี้
1. ผลการประเมินการเรยี นรู้คณิตศาสตรข์ องผเู้ รียนระดับชาติและนานาชาติ
1.1 ระดับชาติ ผลการประเมินการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของผู้เรียนจากการทดสอบระดับชาติ
(National Testing: NT) บง่ ชใี้ หเ้ หน็ คะแนนเฉลย่ี ความสามารถพ้ืนฐานในดา้ นคำนวณ (Numeracy) และดา้ น
เหตุผล (Reasoning Ability) ซ่งึ เป็นความสามารถพ้ืนฐานท่ีเกย่ี วข้องกับการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ของผู้เรียนชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 3 ทั่วประเทศ ต่ำกว่าร้อยละ 50 ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งคะแนนเฉล่ีย
ความสามารถด้านคำนวณต่ำกว่าทุก ๆ ด้านเช่นเดียวกับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน
(Ordinary National Educational Test: O-NET) ที่บ่งชี้ว่าผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้เรียนช้ัน
10
มัธยมศึกษาปที ่ี 3 และผเู้ รียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 มีคะแนนเฉลย่ี ของ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนคณิตศาสตร์ต่ำ
กว่าร้อยละ 50 ซ่งึ เป็นมาตรฐานขนั้ ตำ่
1.2 ระดับนานาชาติ ผลการประเมินการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของผู้เรียนในโครงการ TIMSS
(Trends in International Mathematics and Science Study) ค .ศ . 2011 โ ด ย IEA (International
Association for the Evaluation of Educational Achievement) บ่งชี้ว่าผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4
และ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ของประเทศไทยมีคะแนนเฉลี่ยคณิตศาสตร์ทั้งในด้านเนื้อหาและพฤติกรรมการ
เรียนรู้อยู่ในระดับต่ำ (Low International Benchmark) รวมถึงผลการประเมินการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของ
ผู้เรียนในโครงการ TIMSS ค.ศ. 2015 ที่แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของประเทศไทยยังคงมี
คะแนนเฉลี่ยคณิตศาสตร์ทั้งในด้านเนื้อหาและพฤติกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับต่ำ (Low International
Benchmark) นอกจากนี้ผลการประเมินการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของผู้เรียนในโครงการ PISA (Program for
International Student Assessment) ซ่งึ เป็นโครงการประเมนิ ความสามารถในการใช้ความรแู้ ละทักษะของ
ผู้เรียนที่มีอายุ 15 ปี ในด้านการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จัดโดยOECD (Organization for
Economic Co-operation and Development) กบ็ ง่ ช้เี ช่นกันวา่ ผเู้ รียนไทยท่ีมีอายุ 15 ปี ซึง่ ส่วนใหญเ่ รียน
อยู่ในช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 และ 4 มคี ะแนนเฉล่ียตำ่ กว่า คะแนนเฉล่ยี ของ OECD ทงั้ ใน ค.ศ. 2012 และ ค.ศ.
2015 ข้อมูลจากโครงการ PISA ใน ค.ศ. 2012 ยังมีข้อสังเกตว่า เวลาเรียนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนมี
ความสัมพนั ธโ์ ดยตรงกบั ความสามารถทางคณิตศาสตรแ์ ละเม่อื พิจารณาเวลาเรยี นคณิตศาสตรข์ องผู้เรียนไทย
กับผู้เรียนจากประเทศอื่น ๆ ที่เข้าร่วมการประเมิน พบว่าผู้เรียนไทยอายุ 15 ปี มีเวลาเรียนคณิตศาสตร์ต่อ
สัปดาห์น้อยกวา่ เมื่อเทียบกับเวลาเรียนคณิตศาสตร์ของผู้เรียนประเทศอืน่ ๆ ที่มีคะแนนเฉลี่ยคณิตศาสตร์ใน
อนั ดับต้น ๆ เชน่ จนี สงิ คโปร์ เกาหลใี ต้ ญ่ีปนุ่ รวมถึงเวียดนาม
2. ผลการวิจัยและตดิ ตามการใช้หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานพทุ ธศกั ราช 2551
ผลการวิจัยและติดตามการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
รายงานว่ามาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดมีมากและมีความซ้ำซ้อนในกลุ่มสาระ โดยกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์เป็นหนึ่งในกลุ่มสาระที่มีข้อเสนอแนะให้ทบทวนตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ (สำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน, 2557)
3. ผลการวเิ คราะห์และประเมนิ ร่างหลักสตู รกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์(ฉบบั ปรับปรงุ
พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐานพุทธศกั ราช 2551
ในการพัฒนามาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 สสวท. ใช้ข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นมาประกอบการพัฒนาต้นร่างหลักสูตรดังกล่าว โดยร่วมมือกับ
ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์และครู พร้อมทั้งได้ทำประชาพิจารณ์เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากบุคคลท่ี
เก่ียวข้องกับการศึกษา และร่วมกับ CIE (Cambridge International Examinations) ซง่ึ เปน็ หน่วยงานของส
11
หราชอาณาจักรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการประเมินระบบการศึกษาและการพัฒนาหลักสูตรเป็นที่ยอมรับใน
ระดับนานาชาติ เพื่อประเมินคุณภาพของร่างหลักสูตรโดย CIE ได้พิจารณาองค์ประกอบหลักในการจัดการ
เรียนรู้ทั้ง 3 ด้าน คือ หลักสูตร การจัดการเรียนรู้ และการวัดผลประเมินผล พบว่า หลักสูตรนี้สะท้อนถึง
วธิ กี ารสอนทีท่ นั สมัย ครอบคลุมเนอ้ื หาทจ่ี ำเป็น ทดั เทยี มนานาชาติ มกี ารเชื่อมโยง เนือ้ หากบั ชวี ิตจรงิ เน้นการ
พฒั นาทักษะตา่ ง ๆ ทั้งทักษะทางคณติ ศาสตร์ และทักษะในศตวรรษท่ี 21 มีการออกแบบหลกั สูตรได้เหมาะสม
กบั ระบบการศกึ ษาในโลกสมัยใหม่ โดยส่งเสรมิ ให้มีการใช้เทคโนโลยใี นการจัดการเรยี นรู้สามารถเตรียมความ
พร้อมให้กับผูเ้ รียนเพื่อให้เป็นผู้ท่ีมีความรู้และทักษะทางคณิตศาสตร์ และเป็นผู้ที่มีความพร้อมในการทำงาน
หรอื การศึกษาต่อในระดับทีส่ งู ขน้ึ (Cambridge, 2015; Cambridge, 2016)
จากข้อมูลดังที่กล่าวมาข้างต้น สสวท. จึงได้กำหนดเป้าหมายหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
เป้าหมายหลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มีเปา้ หมายทตี่ ้องการให้เกดิ กบั ผู้เรียนเมอ่ื จบหลกั สูตร ดงั น้ี
1. มีความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด หลกั การ ทฤษฎี ในสาระคณิตศาสตร์ ท่ีจำเปน็ พร้อมทั้ง
สามารถนำไปประยกุ ตไ์ ด้
2. มคี วามสามารถในการแกป้ ัญหา ส่ือสารและส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตรเ์ ชอื่ มโยง ให้
เหตผุ ล และมีความคดิ สร้างสรรค์
3. มีเจตคตทิ ่ดี ีต่อคณิตศาสตร์ เห็นคุณคา่ และตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของคณติ ศาสตร์ สามารถ
นำความรทู้ างคณิตศาสตรไ์ ปเปน็ เคร่ืองมือในการเรียนรใู้ นระดบั การศึกษาที่สงู ขึ้น ตลอดจนการประกอบอาชพี
4. มีความสามารถในการเลือกใชส้ ื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยแี ละแหล่งขอ้ มูลท่เี หมาะสมเพื่อเปน็
เคร่ืองมอื ในการเรยี นรู้ การส่ือสาร การทำงาน และการแกป้ ญั หาอย่างถูกตอ้ งและมีประสิทธิภาพ
12
รายวิชาตามหลกั สูตรโรงเรยี นสตรรี าชินทู ิศ พ.ศ. 2561
กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
ท่ี รหัสวิชา ชอื่ วิชา ระดบั ช้นั ประเภทวิชา หนว่ ยกติ
ม.1 พื้นฐาน 1.5
1 ค21101 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 1 ม.1 พืน้ ฐาน 1.5
ม.1 เพิม่ เติม 1
2 ค21102 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 2 ม.1 เพม่ิ เตมิ 1
ม.2 พื้นฐาน 1.5
3 ค21201 คณติ ศาสตร์เพิม่ เติม 1 ม.2 พน้ื ฐาน 1.5
ม.2 เพม่ิ เติม 1
4 ค21202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เติม 2 ม.2 เพิ่มเติม 1
ม.3 พน้ื ฐาน 1.5
5 ค22101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 3 ม.3 พ้นื ฐาน 1.5
ม.3 เพ่มิ เติม 1
6 ค22102 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 4 ม.3 เพ่ิมเตมิ 1
7 ค22201 คณิตศาสตร์เพิ่มเตมิ 3
8 ค22202 คณิตศาสตร์เพิ่มเตมิ 4
9 ค23101 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 5
10 ค23102 คณิตศาสตร์พน้ื ฐาน 6
11 ค23201 คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเตมิ 5
12 ค23202 คณติ ศาสตร์เพมิ่ เติม 6
13
กำหนดการจัดการเรยี นรู้ 1/2565
กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
รหัสวชิ า ค21101 คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน 1
จำนวน หมาย
สปั ดาห์ แผนที่ เน้ือหา/สาระการเรยี นรู้ คาบ เหตุ
ท่ี
15
บทท่ี 1 จำนวนเต็ม
1
1 ปฐมนเิ ทศ 1
1
1 2 จำนวนเต็ม 1
3 การเปรยี บเทยี บจำนวนเตม็ 2
1
2 4 ค่าสมั บูรณแ์ ละจำนวนตรงข้ามของจำนวนเตม็
5 การบวกจำนวนเตม็ 1
1
6 การลบจำนวนเตม็
2
3 7 การคณู จำนวนเต็ม 2
8 การหารจำนวนเต็ม 1
9 การบวก ลบ คณู หารจำนวนเตม็ 1
10
4 10 สมบัติการบวกและการคูณจำนวนเต็ม
1
11 การนำความร้เู กี่ยวกบั จำนวนเตม็ ไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
1
5 12 ทดสอบหลังเรยี นบทท่ี 1 1
บทที่ 2 การสร้างทางเรขาคณิต 1
1
13 จดุ เสน้ ตรง ส่วนของเส้นตรง รงั สแี ละมุม 1
1
5 14 การสรา้ งและแบ่งครง่ึ ส่วนของเส้นตรง 1
15 การสร้างเกี่ยวกบั มุม
1
16 การสรา้ งเส้นขนาน 12
17 การสร้างเกี่ยวกบั เส้นตงั้ ฉาก 1 1
1
6 18 การสรา้ งเกีย่ วกบั เส้นต้ังฉาก 2
1
19 การสรา้ งมมุ ทมี่ ขี นาด 90° และ 60°
1
7 20 การสรา้ งรูปสามเหลย่ี ม
1
21 การสรา้ งรปู ส่ีเหลย่ี ม
บทที่ 3 เลขยกกำลงั
8 22 ทดสอบกอ่ นเรียนบทท่ี 3
23 ทบทวนความรู้ก่อนเรยี น
24 ความหมายของเลขยกกำลงั
8 25 การเขียนเลขยกกำลังท่ีมีเลขช้กี ำลงั เปน็ จำนวนเตม็ บวกที่
มากกวา่ 1
26 การคูณเลขยกกำลงั เม่ือเลขช้ีกำลังเปน็ จำนวนเตม็ บวก (1)
14
สปั ดาห์ แผนที่ เนอื้ หา/สาระการเรยี นรู้ จำนวน หมาย
ท่ี คาบ เหตุ
27 การคูณเลขยกกำลงั เมื่อเลขชก้ี ำลังเป็นจำนวนเตม็ บวก (2)
9 28 การหารเลขยกกำลงั เมอ่ื เลขชี้กำลงั เปน็ จำนวนเต็มบวก (1) 1
10 29 การหารเลขยกกำลังเมอื่ เลขชกี้ ำลังเปน็ จำนวนเตม็ บวก (2) 1
30 การเขยี นจำนวนในรูปสญั กรณ์วิทยาศาสตร์ (1)
11 31 การเขยี นจำนวนในรูปสญั กรณว์ ิทยาศาสตร์ (2) 1
12 32
13 33 การนำความร้เู ก่ยี วกับเลขยกกำลงั ไปใชใ้ นชีวิตจรงิ 1
14 ทดสอบหลงั เรียนบทที่ 3
15 34 1
35 บทที่ 4 ทศนิยมและเศษสว่ น 1
16 36 1
37 ค่าประจำหลกั ของทศนยิ ม
38 การเปรยี บเทยี บทศนยิ ม 15
39 การบวกทศนิยม
40 การลบทศนยิ ม 1
41 การคูณทศนยิ ม 1
42 การหารทศนยิ ม
43 การเปรียบเทียบเศษส่วน 2
44 การบวกเศษส่วน
45 การลบเศษสว่ น 1
46 การคณู เศษสว่ น 1
การหารเศษส่วน
47 การนำความร้เู กี่ยวกับเศษส่วนไปใชใ้ นชีวิตจรงิ 1
48 ความสัมพนั ธร์ ะหว่างทศนิยมและเศษสว่ น
1
49 บทท่ี 5 รูปเรขาคณติ สองมิตแิ ละสามมติ ิ 1
1
50 การเขียนภาพของรปู เรขาคณติ สามมิติอย่างง่าย
หน้าตดั ของรปู เรขาคณิตสามมิติ 1
51 ภาพสองมติ ิที่ได้จากการมองดา้ นหน้า ด้านข้าง และ 1
52 1
53 ดา้ นบนของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ 1 1
7
ภาพสองมิติที่ได้จากการมองด้านหน้า ด้านข้าง และ
ดา้ นบนของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ 2 1
1
รปู เรขาคณติ สามมิตทิ ป่ี ระกอบข้นึ จากลูกบาศก์ 1
รปู เรขาคณิตสามมติ ิทป่ี ระกอบขนึ้ จากลกู บาศก์ 2 1
ทดสอบหลงั เรียนบทท่ี 5
1
1
1
1
รวม 59 คาบ
15
คำอธบิ ายรายวชิ า
ค21101 คณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1
เวลา 60 ช่วั โมง
จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง จำนวนเต็ม จำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ และศูนย์ การเปรียบเทียบ
จำนวนเต็ม การบวก ลบ คูณ และหารจำนวนเต็ม สมบัติของจำนวนเต็มและการนำไปใช้ เศษส่วนและ
ทศนิยม การเขียนเศษส่วนดว้ ยทศนยิ มและเขียนทศนยิ มซำ้ เป็นเศษส่วน การเปรยี บเทยี บเศษสว่ นและทศนิยม
การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วนและทศนยิ ม โจทย์ปัญหาหรือสถานการณ์เกยี่ วกบั เศษส่วนและทศนิยมเลขยก
กำลงั ความหมายของเลขยกกำลงั การเขียนแสดงจำนวนในรปู สญั กรณว์ ิทยาศาสตร์ การคณู และหารเลขยก
กำลังที่มีฐานเดียวกันและเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็ม พื้นฐานทางเรขาคณิต การสร้างรูปเรขาคณิตโดยใช้วง
เวยี นและสันตรง การสรา้ งรปู เรขาคณติ อย่างง่าย โดยใชก้ ารสร้างพ้นื ฐาน การสำรวจสมบตั ิทางเรขาคณิตและ
ความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติภาพของรูปเรขาคณิตสองมิติที่เกิดจากการค ลี่รูป
เรขาคณิตสามมิติ ภาพสองมิติที่ได้จากการมองทางด้านหน้า (front view) ด้านข้าง (side view)และด้านบน
(top view) ของรปู เรขาคณิตสามมิติ การวาดหรือประดิษฐ์รปู เรขาคณติ ท่ีประกอบขึน้ จากลูกบาศก์
โดยจดั ประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณ์ ในชีวิตประจำวนั ท่ีใกล้ตวั ผู้เรียนโดยเน้นเศรษฐกิจ
พอเพียง และเน้นความมีคณุ ธรรมนำความรู้ให้ผูเ้ รยี นได้ศึกษาค้นควา้ โดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรปุ รายงาน
เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ
และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงาน
อยา่ งเปน็ ระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเช่อื มน่ั ในตนเอง
รหัสตวั ชีว้ ดั
ค 1.1 ม.1/1, ม.1/2
ค 2.2 ม.2/2, ม.1/2
รวมทงั้ หมด 4 ตัวช้วี ัด
16
โครงสรา้ งรายวชิ า
รหัสวิชา ค21101 คณิตศาสตร์1 สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
เวลาเรียน 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ลำดับที่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน เวลา นำ้ หนกั
การเรยี นร/ู้ สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด (ชัว่ โมง) คะแนน
ตวั ชี้วัด
1 จำนวนเต็ม ค 1.1 ม.1/1 จำนวนเต็ม ประกอบด้วย จำนวน 13 10
- จำนวนเต็ม เต็มบวก จำนวนเต็มลบ และศูนย์
- การบวกจำนวนเต็ม การเปรียบเทียบจำนวนเต็มโดย
- การลบจำนวนเตม็ พิจารณาบนเส้นจำนวน จำนวน
- การคูณจำนวนเต็ม ตรงข้ามและค่าสัมบูรณ์ การบวก
- การหารจำนวนเตม็ การลบ การคูณ และการหาร
- สมบัติการบวกและ จำนวนเต็มเป็นการดำเนินการทาง
การคูณของจำนวนเต็ม คณิตศาสตร์ โดยมีความสมั พนั ธ์กัน
ระหว่างการบวกกบั การลบ การคณู
กับการหาร สมบัติของหนึ่งและ
ศูนย์ สมบัติเกี่ยวกับการบวกและ
การคูณจำนวนเตม็ นำมาชว่ ยในการ
หาคำตอบได้ รวมทั้งการนำความรู้
เกี่ยวกบั จำนวนเต็มไปใช้ในชีวติ จริง
2 การสรา้ งทางเรขาคณิต ค 2.2 ม. การสร้างทางเรขาคณิตและการ 11 10
- รูปเรขาคณิตพื้นฐาน 1/2 สรา้ งรูปเรขาคณิตสองมิติ โดยใช้วง
- การสร้างพื้นฐานทาง เวยี นและเสน้ ตรง รวมท้ังโปรแกรม
เรขาคณติ The Geometer’s Sketchpad
-การสร้างรปู เรขาคณติ หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัต อื่น
ๆ เพอ่ื นำความร้เู ก่ียวกบั การสรา้ งน้ี
ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาใน
ชวี ิตจรงิ
17
ลำดับท่ี ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน เวลา นำ้ หนัก
การเรยี นรู/้ สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด (ช่วั โมง) คะแนน
ตัวชี้วัด
3 เลขยกกำลงั ค1.1 ม.1/2 เลขยกกำลังเปน็ สญั ลักษณใ์ ช้แสดง 12 10
- ความหมายของเลข จำนวนที่เกิดจากการคูณตัวเองซ้ำ
ยกกำลัง กันหลาย ๆ ตวั สำหรับเลขยกกำลัง
- การคูณและการหาร ที่มีฐานเดียวกันและมีเลขชี้กำลัง
ของเลขยกกำลัง เป็นจำนวนเต็ม สามารถนำมาคูณ
- สัญกรณ์วิทยาศาสตร์ และหารกันได้โดยใช้สมบัติการคูณ
และการหารของเลขยกกำลัง ส่วน
สัญกรณ์วิทยาศาสตร์เป็นการเขยี น
จำนวนในรูปการคูณของจำนวนท่ี
มากกว่าหรอื เท่ากับ 1 แต่น้อยกว่า
10 กับเลขยกกำลังที่มีฐานเป็นสิบ
และมีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็ม
นิยมใช้กบั จำนวนทีม่ คี ่ามาก ๆ หรือ
จำนวนทมี่ ีค่านอ้ ย ๆ รวมท้ังการนำ
ความรเู้ ก่ยี วกบั เลขยกกำลงั ไปใช้ใน
ชีวิตจรงิ
4 ทศนยิ มและเศษสว่ น ค 1.1 ม.1/1 การเปรียบเทียบเศษส่วน โดย 15 10
- เศษส่วนและการ พจิ ารณาท่ีตวั เศษ การบวก การลบ
เปรยี บเทียบเศษสว่ น การคูณ และการหารเศษส่วนเป็น
- การบวกและการลบ การดำเนินการทางคณิตศาสตร์
เศษสว่ น โดยมีความสัมพันธ์กันระหว่างการ
- การคูณและการหาร บวกกับการลบ การคูณกับการหาร
เศษส่วน และนำความรู้เกี่ยวกับเศษส่วนไป
- ทศนิยมและการ ใช้ในชีวิตจริง การเปรียบเทียบ
เปรยี บเทียบทศนยิ ม ทศนยิ มโดยใช้เสน้ จำนวนและใช้ค่า
- การบวกและการลบ ประจำหลักของทศนิยม การบวก
ทศนิยม การลบ การคูณ และการหาร
- การคูณและการหาร ทศนิยมเป็นการดำเนินการทาง
ทศนยิ ม คณิตศาสตร์ โดยมีความสัมพนั ธ์กัน
18
ลำดบั ที่ ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน เวลา นำ้ หนกั
การเรยี นรู/้ สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด (ช่ัวโมง) คะแนน
ตัวชี้วัด
- ความสัมพันธ์ระหว่าง ระหวา่ งการบวกกบั การลบ การคณู
เศษสว่ นและทศนยิ ม กับการหาร ความสัมพันธ์ของ
เศษส่วนกับทศนิยม การนำความรู้
เกี่ยวกับทศนิยมไปใช้ในชีวิตจริง
และจำนวนตรรกยะเป็นจำนวนที่
สามารถเขียนในรูปทศนิยมซ้ำหรอื
เศษส่วนได้ รวมทั้งสมบัติของหนึ่ง
และศูนย์ และสมบัติเกี่ยวกับการ
บวกและการคูณจำนวนตรรกยะ
สามารถนำมาชว่ ยในการหาคำตอบ
ได้
5 รูปเรขาคณิตสองมิติ ค 2.2 ม.1/1 รูปเรขาคณิตสามมิติมีหน้าตัดเป็น 7 10
และสามมิติ รูปเรขาคณิตสองมิติที่มีลักษณะ
- รูปหน ้าตัดของ รูป แตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับแนวใน
เรขาคณติ สามมติ ิ การตัด 2 แนว คือ แนวตั้งฉากกับ
- ภ า พ ด ้ า น ห น้ า แนวพื้นราบและแนวขนานกับพ้ืน
ดา้ นขา้ งและด้านบนของ ราบ ซึ่งการสืบเสาะ และสังเกต
รูปเรขาคณิตสามมติ ิ นำมาระบุภาพสองมิติที่ได้จากการ
- ภ า พ ด ้ า น ห น้ า มองรูป เรขาคณิตสามมิติ และรูป
ดา้ นข้างและด้านบนของ เรขาคณิตสามมิติที่ประกอบขึน้ จาก
รปู ลกู บาศก์ ลกู บาศก์ กำหนดมมุ มองได้ 3 แบบ
คือ มองด้านหน้า ด้านข้าง และ
ด้านบน รวมทั้งการเขียน รูป
เรขาคณิตสองมิติ เพื่อแสดงรูป
เรขาคณติ สามมิตทิ ป่ี ระกอบขึน้ จาก
ลูกบาศก์
19
ตารางวิเคราะหห์ ลกั สตู ร
สัดส่วนคะแนน ภาคเรียนท่ี 1/2565 คะแนนระหวา่ งภาค : ปลายภาค = 70 : 30
ความรู้ความเข้าใจ : ทักษะกระบวนการ : คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ =70 : 20 : 10
หนว่ ยการ คะแนนระหว่างภาค คะแนน
เรียนรู้ ปลายภาค
ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ กอ่ นกลาง กลางภาค หลงั กลาง
ภาค ภาค
1 จำนวนเต็ม 12 10 - 5
2 การสร้างทางเรขาคณิต 13 10 - 5
3 เลขยกกำลัง - - 10 10
4 ทศนิยมและเศษสว่ น - -75
5 รูปเรขาคณิตสองมิตแิ ละสาม - -85
มติ ิ
หน่วยการเรยี นรู้ ตารางแจกแจงคะแนน คะแนน หมาย
คะแนนระหว่างปี ปลายภาค เหตุ
จำนวนเต็ม
การสรา้ งทางเรขาคณติ ก่อนกลางภาค กลางภาค หลังกลางภาค K
เลขยกกำลัง K P AKPAKP A 5
ทศนิยมและเศษส่วน 7 4 1 10 - - - - - 5
รปู เรขาคณิตสองมิติและ 7 4 2 10 - - - - - 10
สามมติ ิ - - - - - -63 1 5
- - - - - -42 1
รวม
- - - - - -52 1 5
14 8 3 20 - - 15 7 3 -
25 20 25 30 70 : 30
20
แผนการจัดการเรยี นรู้ประจำหน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1
เรื่อง จำนวนเต็ม
21
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน ค21101
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 จำนวนเต็ม จำนวน 14 ชวั่ โมง
เรอื่ ง ปฐมนิเทศกอ่ นการจัดการเรียนการสอน เวลา 1 ชัว่ โมง
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1
ผูส้ อน นางสาวรัชนี เสดสี โรงเรยี นสตรีราชินทู ศิ
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชวี้ ัด
-
2. สาระสำคัญ
การปฐมนิเทศก่อนการจัดการเรียนการสอน เป็นการเตรียมความพร้อมของนักเรยี นเพื่อสร้างความ
เข้าใจอนั ดีระหว่างครแู ละนกั เรียน โดยการสรา้ งข้อตกลงในเบ้ืองต้นในชั้นเรียนกอ่ นท่ีจะเร่ิมการเรียนการสอน
ทำให้ครูได้รู้จักนักเรียนดียิ่งขึน้ ทราบความต้องการ ความรู้สึก และทัศนคติที่มีต่อวิชาท่ีเรียน และมีการแจ้ง
จุดประสงค์ใน การเรยี นรู้ แหล่งการเรียนรแู้ ละเกณฑ์การวัดและ
ประเมนิ ผลเพอื่ ใหน้ ักเรียนไดเ้ ตรียมพร้อมและเขา้ ใจถึงกระบวนการจดั การเรียนรู้ตระหนกั ถงึ ความสำคัญท่ีต้อง
เรยี นรู้คณิตศาสตร์ จนนกั เรียนเหน็ คุณค่า ความสำคญั และความจำเป็นทีจ่ ะตอ้ งเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายกฎ กติกา และแนวทางการจัดการเรียนรู้ในชนั้ เรยี นได้ (K)
2. เสนอและให้เหตุผลแนวคิดเก่ยี วกับขอ้ ตกลงร่วมกนั ในชนั้ เรยี นได้ (P)
3. แสดงพฤตกิ รรมม่งุ ม่นั ในการทำงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
1. การแนะนำตนเองทำความรจู้ กั กนั ทงั้ ครูและนกั เรียน
2. กฎ กตกิ า และแนวทางการจัดการเรียนรใู้ นชนั้ เรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ ผลและวัดผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการให้เหตผุ ล
2. ความสามารถในการสื่อสาร
22
6. คุณลักษณะอนั พงึ่ ประสงค์
1.ม่งุ ม่ันในการทำงาน
2. ใฝเ่ รยี นรู้มงุ่ มั่นในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำ
1. ครทู กั ทายนกั เรยี น พรอ้ มแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้ใู นคาบน้ี
2. ครูแนะนำตวั เองเพือ่ ทำความรูจ้ กั กบั นกั เรียน
3. ครจู ดั กิจกรรม “ความรู้สึกของฉนั วันนี้” เพือ่ สอบถามความรู้สกึ ของนักเรียน โดยการใช้
ภาพประกอบแทนความร้สู กึ และเช็คการมาเรียนของนักเรยี น
ขนั้ สอน
1. ครูอธบิ ายรายละเอยี ดของเนอื้ หาทจี่ ะต้องเรียน ในรายวชิ าคณติ ศาสตร์ พื้นฐาน ค21101
ให้นักเรียนไดท้ ราบ ซึง่ ประกอบด้วย 5 บท ดงั น้ี
บทท่ี 1 จำนวนเต็ม
บทที่ 2 การสรา้ งทางเรขาคณิต
บทท่ี 3 เลขยกกำลัง
บทที่ 4 ทศนิยมและเศษสว่ น
บทที่ 5 รูปเรขาคณิตสองมติ ิและสามมิติ
2. ครแู จ้งเกณฑ์การประเมนิ ผลและวดั ผลการเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนกั เรยี นชั้น
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ให้นักเรยี นทราบ ดังนี้
ครเู กบ็ คะแนนแบง่ เปน็ 70 : 30 โดยที่
1) วัดผลระหว่างเรียน 70 คะแนน
การเขา้ ร่วมในช้นั เรียน 5 คะแนน
ความรว่ มมือในกิจกรรมในชนั้ เรียน 5 คะแนน
23
แบบฝกึ หดั ทกั ษะและงานทไี่ ด้รับมอบหมาย 20 คะแนน
ทดสอบย่อยรายหน่วย 20 คะแนน
ทดสอบกลางภาค 20 คะแนน
2) วดั ผลปลายภาคเรยี น 30 คะแนน
รวม 100 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมินผลแบบองิ เกณฑ์
ระดบั คะแนน (คดิ เปน็ เปอรเ์ ซ็นต)์ เกรด
คะแนน 80 - 100 4
คะแนน 75 - 79 3.5
คะแนน 70 - 74 3
คะแนน 65 - 69 2.5
คะแนน 60 - 64 2
คะแนน 55 - 59 1.5
คะแนน 50 - 54 1
คะแนน 0 - 49 0
3. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันกำหนดกฎ กตกิ า ในชนั้ เรียน โดยมปี ระเดน็ สำคัญดังน้ี
- เมอ่ื มีนักเรียนคยุ กนั ในช้ันเรยี น สง่ เสียงดัง นักเรยี นจะใหค้ รูทำอย่างไร
- เมอื่ นกั เรยี นไมส่ ง่ งานท่ไี ด้รบั มอบหมาย นกั เรียนจะใหค้ รูทำอย่างไร
ข้นั สรุป
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ กฎ กติกาในชน้ั เรียนและเกณฑ์การประเมินผลและวัดผลการ
เรียนวชิ าคณิตศาสตร์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
2. ครูเปดิ โอกาสให้นกั เรยี นสอบถามข้อสงสยั
8. สอื่ การเรียนรู้
-
9. แหลง่ เรียนรู้
-
10. การวัดและประเมินผล เครอ่ื งมือทีใ่ ช้ 24
สิง่ ท่ตี อ้ งการวดั /ประเมนิ การตอบคำถาม
เกณฑ์การประเมนิ
1. อธิบายกฎ กตกิ า และแนวทางการ ผา่ นเกณฑ์ในระดบั ดี ขึน้ ไป
จัดการเรียนร้ใู นช้นั เรยี นได้ (K)
2. เสนอและให้เหตุผลแนวคดิ เกยี่ วกับ แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ผ่านเกณฑใ์ นระดับ ดี ขน้ึ ไป
ขอ้ ตกลงร่วมกนั ในชัน้ เรยี นได้ (P)
3. แสดงพฤติกรรมมงุ่ มั่นในการทำงานท่ี
ได้รับมอบหมาย (A)
การประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นรู้ ด้านความรู้ (K)
ตัวบง่ ช้ี ระดบั คณุ ภาพ / ระดับคะแนน
10
การตอบคำถาม นักเรยี นสามารถอธบิ ายกฎ กติกา และ นกั เรียนไม่สามารถอธบิ ายกฎ กติกา และ
แนวทางการจดั การเรียนรใู้ นช้ันเรยี น ในแต่ แนวทางการจดั การเรียนรู้ในชัน้ เรียน
ละข้อ
หมายเหตุ : ผา่ น หมายถึง นกั เรยี นมรี ะดับคณุ ภาพอยใู่ นระดับดขี นึ้ ไป
ไม่ผ่าน หมายถงึ นักเรยี นมรี ะดับคณุ ภาพต่ำกว่าระดบั ดี
เกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมการเรยี นรู้ ด้านทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (P)
คะแนน:ระดบั คุณภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ลที่ปรากฏใหเ้ ห็น
4 : ดมี าก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สินใจอย่างมีเหตผุ ล
3 : ดี มกี ารอ้างองิ ท่ถี ูกตอ้ งบางสว่ น และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สนิ ใจ
2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไม่สมเหตุสมผลในการประกอบการตดั สินใจ
1 : ควรแก้ไข มคี วามพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ
0 : ควรปรบั ปรงุ ไมม่ แี นวคดิ ประกอบการตัดสินใจ
หมายเหตุ : ผ่าน หมายถึง นักเรียนมีระดับคณุ ภาพอยใู่ นระดบั ดีขึน้ ไป
ไมผ่ ่าน หมายถงึ นักเรยี นมีระดับคณุ ภาพต่ำกวา่ ระดับดี
25
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ดา้ นเจตคติ (A)
พฤติกรรมท่ี 21 0
แสดงออก/คะแนน
ปฏบิ ัตติ ามคำสง่ั ท่ี (ด)ี (พอใช)้ (ปรบั ปรงุ )
มอบหมาย ทำงานตามที่ ทำงานตามที่ ไมท่ ำงานตามท่ีมอบหมาย
มอบหมายเสรจ็ มอบหมายแตไ่ ม่เสร็จ
ความตรงตอ่ เวลา
ทนั เวลา
ความเปน็ ระเบียบ
ทำงานเสร็จแต่สง่ งาน
ทำงานเสรจ็ ทนั เวลา ไมต่ รงเวลา หรอื สง่ งานไม่ตรงเวลา
และสง่ งานตรงเวลา ทำงานไมเ่ สรจ็ แต่นำ
งานมาส่งย้อนหลงั
สมุด/ใบกิจกรรม สมุด/ใบกิจกรรม สมดุ /ใบกจิ กรรม
สะอาดเรียบรอ้ ย สะอาด มรี อยเลอะ มีรอยเลอะ เปียกนำ้
ไมเ่ ลอะ เลก็ นอ้ ย
26
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
วิชาคณิตศาสตร์พน้ื ฐาน ค21101 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
คำชี้แจง : ให้ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตาราง ตามพฤติกรรมที่สังเกตเห็นโดย ใช้เกณฑ์การวัดและการ
ประเมนิ ผล
พฤตกิ รรมที่แสดงออกมีความรับผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ ับ
เลข ี่ท มอบหมาย ความเป็น ผลการประเมิน
ความตรงตอ่ ระเบียบ
รวม 6 คะแนน
ช่ือ-สกุล ปฏิบัติตามคำส่ัง เวลา
ทม่ี อบหมาย
210210210 ผ่าน ไมผ่ า่ น
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29 27
30
31 ลงช่ือ ............................................................ผู้ประเมิน
32 ( นางสาวรัชนี เสดสี )
33
34 นักศึกษาปฎบิ ัติการสอนในสถานศกึ ษา
35
36
37
38
39
40
41
42
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนนต้งั แต่ 3-6 ผา่ น
คะแนน 5 - 6 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
คะแนน 3 - 4 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพพอใช้
คะแนน 0 - 2 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง
28
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไขปญั หา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ............................................................
( นางสาวรชั นี เสดสี )
นักศกึ ษาปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา
29
บันทกึ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของครพู ีเ่ ลยี้ ง
1) ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรแู้ ล้ว เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
2) เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่
นำไปใชไ้ ด้จริง ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
3) ข้อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................................
( นางร่งุ นภา มเี พยี ร )
ครูพเ่ี ล้ียง
ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
1) ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรแู้ ล้ว เปน็ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
2) เปน็ แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี
นำไปใช้ไดจ้ ริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
3) ข้อเสนอแนะเพ่มิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................................
( นายสุเทพ ตะไก่แก้ว)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
30
ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
1) ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรูแ้ ลว้ เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
2) เปน็ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
นำไปใช้ไดจ้ ริง ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
3) ข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................................
( นายสรุ เชษฐ์ ภาคำ )
รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ วชิ าการ
31
กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 จำนวนเต็ม
เรอ่ื ง จำนวนเต็ม รายวชิ าคณติ ศาสตรพ์ ้นื ฐาน ค21101
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 14 ชว่ั โมง
ผู้สอน นางสาวรชั นี เสดสี เวลา 1 ชั่วโมง
โรงเรียนสตรีราชินทู ศิ
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการ
ของจำนวน ผลทีเ่ กิดขึน้ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้
ตัวชว้ี ัด
ค 1.1 ม.1/1 เข้าใจจำนวนตรรกยะและความสัมพันธ์ของจำนวนตรรกยะ และใช้สมบัติของ
จำนวนตรรกยะในการแก้ปญั หาคณิตศาสตรแ์ ละปัญหาในชวี ิตจรงิ
2. สาระสำคัญ
จำนวนเตม็ คอื จำนวนทสี่ ามารถเขียนได้โดยเศษส่วนหรือทศนิยมประกอบไปด้วย จำนวนเตม็ บวก
(Positive Integer) ศูนย์ (Zero) และจำนวนเตม็ ลบ (Negative Integer)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1.บอกส่วนประกอบของจำนวนเตม็ ได้ถกู ต้อง (K)
2.ใชส้ ญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์แสดงจำนวนบนเส้นจำนวนได้ (P)
3. แสดงพฤตกิ รรมมุ่งมนั่ ในการทำงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
จำนวนเต็ม
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการให้เหตุผล
2. ความสามารถในการส่ือสาร
32
6. คณุ ลักษณะอันพ่ึงประสงค์
1.มุง่ ม่ันในการทำงาน
2. ใฝ่เรยี นรมู้ ุง่ มน่ั ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นท่ี 1 สรา้ งความสนใจ/นำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up)
1. นกั เรียนได้ศกึ ษาเกี่ยวกับ การนับจำนวน ในสมยั ก่อนวา่ มีการนับอย่างไร จากสถานการณ์
ตัวอย่างดังตอ่ ไปน้ี
- การนับแกะ โดยใชก้ ้อนหิน แทนจำนวนแกะที่ออกจากคอก
- การนบั เมลด็ ธญั พืช ของชาวอนิ คา โดยใชป้ มเชือกแทนจำนวนเมล็ดพชื
- การนับสิง่ ของ โดยใช้ รอยบาก ทพี่ บบรเิ วณอชิ ันโก (ประเทศคองโก)
ขนั้ ท่ี 2 ข้ันนำเสนอความรูใ้ หม่ ( New Present)
1. ครเู ชือ่ มโยงเข้าสูบ่ ทเรียน โดยใหน้ ักเรียนไดศ้ ึกษาเกย่ี วกับจำนวนเตม็ ดังนี้
- จำนวนเต็ม ประกอบไปดว้ ย จำนวนเต็มบวก ศูนย์ จำนวนเต็มลบ
- จำนวนเตม็ บวก (Positive number) คือ จำนวนทเ่ี รม่ิ จาก 1 และเพม่ิ ขึน้ ทีละ 1
ไปเรือ่ ย ๆ ได้แก่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, … เรยี กวา่ จำนวนนับ (Counting number) หรือจำนวนธรรมชาติ
(natural number) และจำนวนนบั 1, 2, 3, … มี 1 เปน็ จำนวนนบั ท่ีมีคา่ นอ้ ยท่ีสดุ
- ศูนย์ (Zero) ใชเ้ ขียนแทนจำนวนท่ีแสดงถงึ ความไมม่ ี เรียก 0 วา่ ศูนย์ หรือ ศนู ย์
อาจแทนความไม่มไี มไ่ ด้ ในบางสถานการณ์ เชน่ อณุ หภมู ิ 0 องศา ไม่ไดแ้ ปลว่าไมม่ ีอุณหภูมิ
- จำนวนเตม็ ลบ (Negative number) แทนจำนวนท่ตี ่ำกวา่ 0 ได้แก่ -1, -2, -3, …
จำนวนเต็ม
จำนวนเตม็ ลบ จำนวนเตม็ ศนู ย์ จำนวนเตม็ บวก
2. ครเู ขยี นเส้นจำนวนบนกระดาน และให้นกั เรียนสงั เกตเสน้ จำนวน วา่ จำนวนเต็มชนิดใด
อยู่ บรเิ วณใด บนเส้นจำนวน
33
-5 -4 -3 -2 -1 0 1 2 3 4 5 6
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นวเิ คราะห์ และสรุปเนอื้ หาสร้างความคดิ ใหม่ ( New Analyze : Present )
1. ครตู ั้งคำถามเพือ่ ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจในเร่อื งจำนวนเตม็ เชน่
1) เสน้ จำนวนนีม้ ีจำนวนเต็มอะไรบ้าง
2) จำนวนเต็มแต่ละจำนวนห่างกันเท่าไร
3) จำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ และศูนย์ ควรเรยี กรวมวา่ อย่างไร
4) สรปุ ไดว้ ่าจำนวนเตม็ แบง่ ออกเปน็ กปี่ ระเภท อะไรบา้ ง
ขั้นที่ 4 ขั้นแลกเปล่ียนเรยี นรู้และฝึกปฏบิ ตั ิ ( Learn-Practice)
1 ครใู ห้นกั เรยี นร่วมกันตอบคำวา่ จำนวนใดบา้ งท่ีเปน็ จำนวนเตม็ บวก จำนวนเต็ม
ลบ จำนวนเต็ม พร้อมอธิบายเหตุผลรว่ มกนั ภายในช้นั เรยี น
ขนั้ ท่ี 5 ขัน้ ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้/ขยายความรู้ (Apply)
1. ครใู หน้ ักเรียนหาจำนวนเตม็ บวกตงั้ แต่ 5 ถึง 9
(ตอบ จำนวนเต็มบวกต้ังแต่ 5 ถงึ 9 คอื 5, 6, 7, 8 และ9 )
2. ครใู ห้นกั เรยี นเขยี นแสดงการนับเพ่ิมขน้ึ ทีละ 2 ตอ่ จาก 0 ไป 5 จำนวน
(ตอบ 2, 4, 6, 8 และ10)
3. ครูให้นกั เรียนหาว่ามจี ำนวนเต็มลบทีไ่ มต่ ่ำกว่า -5 กจ่ี ำนวน
(จำนวนเต็มลบทไี่ มต่ ่ำกว่า -5 คือ -5, -4, -3, -2, -1)
4. ครใู หน้ กั เรยี นหาวา่ มีจำนวนเต็มลบท่ไี มเ่ กิน -8 กี่จำนวน
(จำนวนเตม็ ลบที่ไมเ่ กนิ -8 คือ -8, -9, -10, … มีจำนวนตอ่ ไปอกี มากมายไม่จำกัด)
5. ครูใหน้ ักเรยี นเขยี นจำนวนเตม็ อกี 4 จำนวนที่เรียงต่อจากจำนวนท่กี ำหนดใหต้ ามเงอื่ นไข
ดังต่อไปน้ี
- 5 โดยเพิ่มขึ้นทลี ะ 2 (7, 9, 11, 13)
- -10 โดยเพ่ิมข้ึนทลี ะ 4 (-6, -2, 2, 6)
ขนั้ ท่ี 6 ข้นั การประเมินผล (Summary)
1. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้ท่ไี ดร้ ับในวันน้ี ในประเดน็ ดังน้ี
34
- จำนวนเตม็ ประกอบไปด้วยอะไรบา้ ง (จำนวนเต็มประกอบไปดว้ ยจำนวนเตม็ บวก จำนวน
เตม็ ลบ และศูนย์)
- ยกตัวอย่างจำนวนเต็มบวก และจำนวนเต็มลบ (จำนวนเตม็ บวก ได้แก่ 1, 2, 3 และ
จำนวนเตม็ ลบ ไดแ้ ก่ -1, -2, -3)
2. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหดั ที่ 1.1 ข้อ 1,2 ในหนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณติ ศาสตร์
เล่ม 1 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 (สสวท)
8. สือ่ การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน คณิตศาสตร์ เลม่ 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 (สสวท)
9. แหลง่ เรยี นรู้
1. หอ้ งสมุดโรงเรียนสตรีราชินทู ศิ
2. ห้องปฏิบัตกิ ารคณิตศาสตร์
3. https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-math-book1/
10. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมือที่ใช้ เกณฑ์การประเมิน
ส่ิงที่ต้องการวดั /ประเมนิ
แบบฝกึ หดั ท่ี 1.1 ขอ้ 1,2 ถูกตอ้ งร้อยละ 70 ขนึ้ ไป
1. บอกสว่ นประกอบของจำนวนเตม็ ได้
ถูกต้อง (K) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์ในระดบั ดี ขน้ึ ไป
2. ใช้สญั ลกั ษณท์ างคณติ ศาสตร์แสดง
จำนวนบนเส้นจำนวนได้ (P)
3. แสดงพฤตกิ รรมมงุ่ ม่ันในการทำงานที่
ไดร้ บั มอบหมาย (A)
35
เกณฑก์ ารให้คะแนนพฤติกรรมการเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K)
ตัวบ่งชี้ ระดับคณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
แบบฝกึ หัดที่ 1.1 10
ขอ้ 1,2
นกั เรียนสามารถบอกไดว้ า่ จำนวนใดเป็น นักเรียนไมส่ ามารถบอกสว่ นประกอบ
สว่ นประกอบของจำนวนเตม็ ได้ถูกตอ้ ง ใน ของจำนวนเตม็ ได้
แต่ละขอ้
หมายเหตุ : ผ่าน หมายถงึ นักเรียนทำคะแนนเฉลี่ยได้รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป
ไม่ผ่าน หมายถงึ นกั เรยี นทำคะแนนได้ตำ่ กวา่ เฉลีย่ ร้อยละ 70
เกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมการเรยี นรู้ ด้านทักษะกระบวนการ (P)
คะแนน:ระดับคณุ ภาพ ความสามารถในการส่อื สาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนำเสนอทปี่ รากฏใหเ้ ห็น
4 : ดมี าก ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตรท์ ่ีถูกตอ้ งเป็นระบบ กระชับ ชัดเจน และ
มคี วามละเอยี ดสมบรู ณ์
3 : ดี ใชภ้ าษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ แสดงข้อมูลประกอบตามลำดบั ข้นั ตอน
ไดถ้ กู ตอ้ ง ขาดรายละเอยี ดทสี่ มบูรณ์
2 : พอใช้ ใช้ภาษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ แสดงข้อมูลประกอบชดั เจนบางสว่ น
1 : ควรแก้ไข ใช้ภาษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ อยา่ งง่าย ๆและการนำเสนอข้อมูลไม่
ชดั เจน
0 : ควรปรับปรงุ ไมน่ ำเสนอข้อมลู
หมายเหตุ : ผ่าน หมายถงึ นกั เรยี นทำคะแนนเฉลีย่ ได้รอ้ ยละ 70 ขึน้ ไป
ไมผ่ ่าน หมายถงึ นักเรียนทำคะแนนได้ต่ำกวา่ เฉลยี่ รอ้ ยละ 70
36
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ดา้ นเจตคติ (A)
พฤติกรรมท่ี 21 0
แสดงออก/คะแนน
ปฏบิ ัตติ ามคำสง่ั ท่ี (ด)ี (พอใช)้ (ปรบั ปรงุ )
มอบหมาย ทำงานตามท่ี ทำงานตามที่ ไมท่ ำงานตามท่ีมอบหมาย
มอบหมายเสรจ็ มอบหมายแตไ่ ม่เสร็จ
ความตรงตอ่ เวลา
ทนั เวลา
ความเปน็ ระเบียบ
ทำงานเสร็จแต่ส่งงาน
ทำงานเสรจ็ ทนั เวลา ไม่ตรงเวลา หรอื สง่ งานไม่ตรงเวลา
และสง่ งานตรงเวลา ทำงานไมเ่ สรจ็ แต่นำ
งานมาส่งย้อนหลงั
สมุด/ใบกิจกรรม สมดุ /ใบกิจกรรม สมดุ /ใบกจิ กรรม
สะอาดเรียบร้อย สะอาด มีรอยเลอะ มีรอยเลอะ เปียกนำ้
ไมเ่ ลอะ เลก็ น้อย
37
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
วิชาคณิตศาสตร์พน้ื ฐาน ค21101 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
คำชี้แจง : ให้ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตาราง ตามพฤติกรรมที่สังเกตเห็นโดย ใช้เกณฑ์การวัดและการ
ประเมนิ ผล
พฤตกิ รรมที่แสดงออกมีความรับผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ ับ
เลข ี่ท มอบหมาย ความเป็น ผลการประเมิน
ความตรงตอ่ ระเบียบ
รวม 6 คะแนน
ช่ือ-สกุล ปฏิบัติตามคำส่ัง เวลา
ทม่ี อบหมาย
210210210 ผ่าน ไมผ่ า่ น
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29 38
30
31 ลงช่ือ ............................................................ผู้ประเมิน
32 ( นางสาวรัชนี เสดสี )
33
34 นักศึกษาปฎบิ ัติการสอนในสถานศกึ ษา
35
36
37
38
39
40
41
42
เกณฑก์ ารประเมิน คะแนนต้งั แต่ 3-6 ผา่ น
คะแนน 5 - 6 หมายถึง ระดบั คุณภาพดี
คะแนน 3 - 4 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพพอใช้
คะแนน 0 - 2 หมายถงึ ระดบั คุณภาพปรับปรุง
39
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไขปญั หา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ............................................................
( นางสาวรชั นี เสดสี )
นักศกึ ษาปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา
40
บันทกึ ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะ
ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของครพู ีเ่ ลยี้ ง
1) ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรแู้ ล้ว เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
2) เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่
นำไปใชไ้ ด้จริง ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
3) ข้อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................................
( นางร่งุ นภา มเี พยี ร )
ครูพเ่ี ล้ียง
ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
1) ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรแู้ ล้ว เปน็ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
2) เปน็ แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี
นำไปใช้ไดจ้ ริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
3) ข้อเสนอแนะเพ่มิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................................
( นายสุเทพ ตะไก่แก้ว)
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
41
ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
1) ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรูแ้ ลว้ เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
2) เปน็ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
นำไปใช้ไดจ้ ริง ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
3) ข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................................
( นายสรุ เชษฐ์ ภาคำ )
รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ วชิ าการ
42
กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 จำนวนเตม็
เรือ่ ง การเปรียบเทยี บจำนวนเต็ม รายวิชาคณิตศาสตร์พนื้ ฐาน ค21101
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 14 ชัว่ โมง
ผ้สู อน นางสาวรัชนี เสดสี เวลา 1 ชั่วโมง
โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้วี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการ
ของจำนวน ผลทเี่ กดิ ขึน้ จากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้
ตวั ชว้ี ัด
ค 1.1 ม.1/1 เขา้ ใจจำนวนตรรกยะและความสัมพันธ์ของจำนวนตรรกยะและใช้สมบตั ขิ อง
จำนวนตรรกยะในการแก้ปญั หาคณิตศาสตร์และปญั หาในชีวติ จริง
2. สาระสำคญั
เราสามารถใชเ้ สน้ จำนวนในการเปรยี บเทียบจำนวนเต็มสองจำนวนโดยจำนวนทอ่ี ยู่ทางขวาบนเสน้
จำนวน
จะมคี ่ามากกวา่ จำนวนเต็มที่อยู่ทางซ้ายจะมคี า่ นอ้ ยกว่า
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. เปรยี บเทียบจำนวนเตม็ ได้ถูกตอ้ ง (K)
2. ใชเ้ สน้ จำนวนในการเปรียบเทียบจำนวนเตม็ สองจำนวนได้ (P)
3. แสดงพฤติกรรมมุ่งมั่นในการทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
การเปรยี บเทียบจำนวนเต็ม
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการให้เหตุผล
2. ความสามารถในการสื่อสาร
43
6. คณุ ลักษณะอนั พง่ึ ประสงค์
1.ม่งุ ม่ันในการทำงาน
2. ใฝ่เรียนรมู้ ุ่งม่ันในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 สร้างความสนใจ/นำเข้าสู่บทเรยี น (Warm-up)
1. ทบทวนความรู้เก่ียวกับเร่ือง จำนวนเตม็ ซ่งึ ประกอบไปดว้ ย จำนวนเต็มบวก
จำนวนเตม็ ลบ และศูนย์ โดยใชเ้ สน้ จำนวน ดังนี้
-5 -4 -3 -2 -1 0 1 2 3 4 5 6
ขั้นท่ี 2 ขน้ั นำเสนอความรู้ใหม่ ( New Present)
1. ครนู ำสนทนาและต้ังประเดน็ คำถามเก่ียวกบั จำนวนเตม็ เชน่
5 มากกว่า 3 หรอื ไม่
-1 นอ้ ยกว่า 0 หรือไม่
1 มากกวา่ 0 หรอื ไม่
-5 น้อยกวา่ -2 หรอื ไม่
2. ครูให้นกั เรยี นสังเกตจำนวนบนเสน้ จำนวนและจำนวนทแ่ี ตกตา่ งกันบนเสน้ จำนวนโดย
เปรยี บเทยี บจำนวนเตม็ สองจำนวนโดยใชเ้ ส้นจำนวนและเริ่มจากการเปรยี บเทยี บจำนวนเต็มบวกกบั จำนวน
เต็มบวกท่นี กั เรียนเคยชินมาแลว้ โดยกำหนดจำนวน ให้นักเรยี นเปรียบเทียบหลายๆ คู่ เช่น 1 กับ 2 จำนวนใด
มากกว่ากัน จำนวนใดน้อยกวา่ กนั เพราะเหตใุ ด (1 นอ้ ยกวา่ 2 เพราะบนเส้นจำนวน 1 อยู่ทางซ้ายมอื ของ
2) หลาย ๆ คู่ โดยพิจารณาแผน่ ภาพเส้นจำนวนพจิ ารณาเสน้ จำนวนต่อไปน้ี
-5 -4 -3 -2 -1 0 1 2 3 4 5 6
ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั วิเคราะห์ และสรุปเน้ือหาสรา้ งความคิดใหม่ ( New Analyze : Present )
1. ครแู ละนักเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และนกั เรยี นสามารถสรปุ ไดด้ ว้ ยตนเองว่า
-จำนวนทีอ่ ยู่ทางขวาของศูนยจ์ ะเป็น จำนวนเต็มบวก
-จำนวนทอี่ ยู่ทางซา้ ยของศนู ยจ์ ะเป็น จำนวนเต็มลบ
-จำนวนทอี่ ยู่ทางขวาจะมากกวา่ จำนวนทอี่ ยทู่ างซา้ ยเสมอ
ขน้ั ท่ี 4 ขัน้ แลกเปลย่ี นเรียนรู้และฝกึ ปฏิบัติ ( Learn-Practice)
1. ครนู ำเสนอตวั อย่างการเปรยี บเทยี บจำนวนเต็ม โดยใช้เคร่ืองหมาย > หรอื < โดยให้
นักเรียนพจิ ารณาจำนวนจากเสน้ จำนวน อีก 3-5 ตวั อย่าง หรือจนกวา่ นกั เรยี นจะเข้าใจ
44
ขน้ั ที่ 5 ขัน้ ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้/ขยายความรู้ (Apply)
1. นกั เรยี นทกุ คนทำแบบฝึกหัดท่ี 1.1 ขอ้ 3, 4, 5 เรือ่ ง การเปรยี บเทยี บจำนวนเตม็ ลงใน
สมุด
2. ครตู รวจสอบความถกู ต้อง และอธิบายเพิ่มเตมิ ในสว่ นทยี่ ังมขี ้อบกพรอ่ งอยู่
ข้ันท่ี 6 ขน้ั การประเมินผล (Summary)
ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปเก่ยี วกบั การเปรยี บเทียบจำนวนเต็ม จนไดว้ ่า
“การพิจารณาเปรียบเทยี บจำนวนเตม็ บนเสน้ จำนวน จำนวนเตม็ ที่อยทู่ างขวาจะมีคา่ มากกวา่ จำนวน
เตม็ ที่อยทู่ างซา้ ยเสมอ”
8. ส่อื การเรียนรู้
1. รูปเสน้ จำนวน
2. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน คณิตศาสตร์ เลม่ 1 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 (สสวท)
9. แหล่งเรียนรู้
1. ห้องสมดุ โรงเรียนสตรีราชนิ ทู ศิ
2. ห้องปฏบิ ตั ิการคณิตศาสตร์
3. https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-math-book1/
10. การวัดและประเมินผล เครอ่ื งมือทใี่ ช้ เกณฑ์การประเมิน
ส่ิงทตี่ อ้ งการวัด/ประเมิน
แบบฝึกหัดท่ี 1.1 ขอ้ 3, 4, 5 ถกู ตอ้ งรอ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
1. เปรียบเทยี บจำนวนเตม็ ได้ถกู ต้อง (K) เรือ่ ง การเปรียบเทยี บจำนวนเตม็
2. ใชเ้ สน้ จำนวนในการเปรียบเทียบจำนวน
เตม็ สองจำนวนได้ (P) แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์ในระดับ ดี ขนึ้ ไป
3. แสดงพฤตกิ รรมมงุ่ มัน่ ในการทำงานท่ี
ไดร้ ับมอบหมาย (A)