TILAPIA CULTUREกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์Department of Fisheries. Ministry of Agriculture and Cooperativesการเพา ะเล้ียงปลานิลคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์Faculty of Fisheries. Kasetsart University
คณะผู้จัดท านายนิวัติ สุธีมีชัยกุลอดีตอธิบดีกรมประมง ประธานคณะผู้จัดท านายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์อธิบดีกรมประมง ที่ปรึกษาผศ.ดร. สุริยัน ธัญกิจจานุกิจคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ปรึกษานายวิศณุพร รัตนตรัยวงศ์ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมสัตว์น้ า ผู้ร่วมจัดท านายฌัฐพงศ์ วรรณพัฒน์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ าจืด ผู้ร่วมจัดท านายคงภพ อ าพลศกัดิ์ผู้อ านวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ าปทุมธานีผู้ร่วมจัดท านายสมนึก คงทรัตน์ผู้อ านวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ าอุตรดิตถ์ผู้ร่วมจัดท านางสาวณาตยา ศรีจันทึกหัวหน้ากลุ่มเศรษฐกิจการประมง ผู้ร่วมจัดท านางสาวเกวลิน หนูฤทธิ์เศรษฐกรช านาญการพิเศษ ผู้ร่วมจัดท านายสมบัติ สิริพันธ์วราภรณ์รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ผู้ร่วมจัดท ารศ. ดร. นนทวิทย์ อารีย์ชนอาจารย์คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ร่วมจัดท าผศ. ดร. ประพันธศ์กัด ิ์ศรีษะภูมิอาจารย์คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ร่วมจัดท ารศ. ดร. ศศิมนัส อุณจักรอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ร่วมจัดท าผศ. ดร. มินตรา ศีลอุดมอาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ร่วมจัดท าดร. จุฑารัตน์ กิตติวานิชนักวิชาการประมงช านาญการพิเศษ บรรณาธิการนางสาวกนกวรรณ รัตนวรรณนิสิตคณะประมง ผู้ออกแบบปกและรูปเล่ม
กา รเพา ะเล้ียงปลานิลTILAPIA CULTURE
ค ำน ำปลานิลเป็นปลาที่น าเข้ามาโดยสมเด็จพระจักรพรรดิพ ร ะเ จ ้า ห ล ว ง อ ากิฮิโตแห่งประเทศญี่ปุน่เมื่อครั้งด ารงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารในขณะนั้น ได้น้อมเกล้าฯ ถวายปลาน้ าจืดในตระกูลทิลาเปีย แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จ านวน 50 ตัว นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงปลานิลในประเทศไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2508 ปลานิลเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย มีความอดทน และสามารถอยู่ในน้ าน้อย แต่ปลานิลเป็นปลาที่มีจ านวนไข่ต่อแม่ไม่มากและใช้วิธีการเลี้ยงตัวอ่อนด้วยการอมไข่ ปลานิลมีการเจริญเติบโตได้ดีสามารถกินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์มีการแพร่กระจายในหลายพื้นที่และมีการเลี้ยงในหลายประเทศมีการส่งเสริมการเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ราคาถูก มีการพัฒนาสายพันธุ์ทั้งในแง่การเจริญเติบโตเป็นปลาเนื้อขาว รสชาติดีนอกจากนี้การเลี้ยงก็เลี้ยงง่ายแต่มีการเจริญพันธุ์ในเพศเมียสูง ท าให้การเติบโตช้ากว่าเพศผู้ จึงท าให้เกิดการพัฒนาการเลี้ยงแบบแปลงเพศร่วมด้วยเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงขึ้น ในปัจจุบัน กรมประมงได้พัฒนาสายพันธุ์จิตรลดา ซึ่งมีสายเลือดมาจากบ่อเลี้ยงในพระราชวังสวนจิตรลดาเดิม และใช้วิธีคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์มากว่า 20 ปี จึงท าให้ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาเป็นที่นิยมของเกษตรกรในการน าไปเลี้ยงในเชิงการค้ากา ร เ พ า ะเล้ียงปลานิล T I L A P I A C U L T U R E
ต าราการเพาะเลี้ยงปลานิลฉบับนี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจและนิสิตนักศึกษา โดยเฉพาะการจัดท าเป็น E-book เพื่อให้สะดวกในการค้นคว้ามากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณอาจารย์จากคณะประมง และเจ้าหน้าที่กรมประมงทุกท่านที่ช่วยจัดท าต าราเล่มนี้นิวัติ สุธีมีชัยกุลประธานคณะผู้จัดท ากา ร เ พ า ะเล้ียงปลานิล T I L A P I A C U L T U R E
CONTENTS T A B L E O F371ชี ว วิ ท ย า95113ก า ร เ พ า ะ พัน ธ์ุแ ล ะ ก า ร เ ล้ีย งก า ร ต ล า ดเ ท ค โ น โ ล ยี แ ล ะ น วั ต ก ร ร มU n i t 1U n i t 2U n i t 3U n i t 4
TABLE OF CONTENTSบทท่ี 1 ชีววิทยาตอนที่ 1 ความเป็นมาเรื่องที่1 ประวัติปลานิลในประเทศไทยเรื่องที่2 ชีววิทยาของปลานิลตอนที่ 2 การพัฒนาสายพันธุ์เรื่องที่1 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 1เรื่องที่2 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 2เรื่องที่3 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 3เรื่องที่4 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 4เรื่องที่5 ปลานิลแดงเรื่องที่6 ปลาทับทิมตอนที่ 3 การปรับปรุงพันธุ์เรื่องที่1 การปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีการคัดเลือก (Selective Breeding)เรื่องที่2 การปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีอื่น ๆเอกสารอ้างอิง3481314151617171921222933สารบัญบทท่ี 2 การเพาะพันธ์ุและการเล้ียงตอนที่ 1 การเพาะพันธุ์ปลานิลเรื่องที่1 รูปแบบการเพาะพันธุ์เรื่องที่2 ระบบฟักไข่ปลานิลเรื่องที่3 การผลิตปลานิลเพศผู้ล้วนตอนที่ 2 การอนุบาลลูกปลาเรื่องที่1 รูปแบบการอนุบาลเรื่องที่2 การเตรียมอาหารและการให้อาหารในแต่ละช่วงวัยตอนที่ 3 การเลี้ยงปลานิลเรื่องที่1 การคัดเลือกลูกพันธุ์เรื่องที่2 การล าเลียงและการขนส่งลูกพันธุ์เรื่องที่3 รูปแบบการเลี้ยง3940424546474950515152137
ตอนที่ 4 อาหารและการให้อาหาร เรื่องที่1 การเลี้ยงโดยใช้อาหารส าเร็จรูปเรื่องที่2 การสร้างอาหารธรรมชาติเรื่องที่3 อาหารสมทบอื่น ๆตอนที่ 5 โรคและการป้องกันรักษาเรื่องที่1 โรคที่มีสาเหตุมาจากปรสิตภายนอกเรื่องที่2 โรคที่มีสาเหตุมาจากแบคทีเรียเรื่องที่3 โรคไวรัสที่เกิดจากเชื้อ Tilapia lake virus(TiLV) (Tilapia lake virus disease)เอกสารอ้างอิงสารบัญบทท่ี 3 การตลาดตอนที่ 1 ผลผลิตปลานิลตอนที่ 2 การค้าขายและการตลาดปลานิลเรื่องที่1 สถานการณ์ราคาเรื่องที่2 สถานการณ์การค้าของประเทศไทยแหล่งที่มาของข้อมูลTABLE OF CONTENTSบทท่ี 4 เทคโนโลยีและนวัตกรรมตอนที่ 1 วัคซีนปลานิลเรื่องที่1 บทน าเรื่องที่2 การใช้วัคซีนในปลาเรื่องที่3 ความก้าวหน้าของวัคซีนปลานิลในปัจจุบันเรื่องที่4 ประเภทของวัคซีนเรื่องที่5 เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อการพัฒนาวัคซีนปลานิลเอกสารอ้างอิงตอนที่ 2 ประโยชน์ของโปรไบโอติกในการเล้ียงปลานิลเรื่องที่1 บทน าเรื่องที่2 นิยามของโปรไบโอติกเรื่องที่3 คุณสมบัติของโปรไบโอติกที่ดีเรื่องที่4 ชนิดของโปรไบโอติกและการใช้ในปลานิลเรื่องที่5 การแยกโปรไบโอติกจากสัตว์น้ าเรื่องที่6 งานวิจัยโปรไบโอติกกับปลานิลเอกสารอ้างอิง5758606162636986929710010110611211511611712312513113614014114114214414614815195113
สารบัญภาพภาพที่1 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๙ ทรงปล่อยปลานิลลงเลี้ยงภาพที่2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๙ ทรงพระราชทานปลานิลให้กรมประมงภาพที่3 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาภาพที่4 ปลานิลแดงภาพที่5 ความแตกต่างของอวัยวะเพศ ปลานิลเพศผู้ (บน)ปลานิลเพศเมีย (ล่าง)ภาพที่6 ปลานิลเพศเมียอมไข่ไว้ในปากภาพที่7 ระยะการพัฒนาของไข่ปลานิลเป็นตัวอ่อนภาพที่8 แผนภูมิแสดงการพัฒนาปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 3ภาพที่9 ปลานิลจิตรลดา 3ภาพที่10 ปลานิลแดงปทุมธานี 1ภาพที่11 การเพาะพันธุ์ปลานิลในบ่อดินภาพที่12 การเพาะพันธุ์ในกระชังภาพที่13 การเพาะพันธุ์ปลานิลในบ่อซีเมนต์ภาพที่14 การรวบรวมไข่ปลานิลภาพที่15 แผนภาพแสดงระบบเพาะฟักไข่ปลานิลภาพที่16 ภาพแสดงกรวยฟักไข่และถาดฟักตัวอ่อนปลานิลภาพที่17 การอนุบาลลูกปลานิลแปลงเพศในกระชังที่แขวนลอยในบ่อดินภาพที่18 การเตรียมอาหารผสมฮอร์โมน 17 alphamethyltestosterone (17 α – MT)ภาพที่19 การเลี้ยงปลานิลในกระชังในแม่น้ าภาพที่20 การเลี้ยงปลานิลในกระชังในบ่อดินภาพที่21 การเลี้ยงปลานิลในบ่อดินภาพที่22 การเลี้ยงปลานิลในบ่อกลมระบบไบโอฟล๊อคภาพที่23 การเลี้ยงปลานิลแปลงเพศในกระชังร่วมกับกุ้งขาวและกุ้งก้ามกราม ที่ฟาร์มพยุง จังหวัดราชบุรีภาพที่24 เครื่องให้อาหารอัตโนมัติในการเลี้ยงปลานิลภาพที่25 การประยุกต์การให้อาหารแบบง่ายของชมรมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ าบางหัก อ าเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี456691011161618404141414344474952535454565959
สารบัญภาพภาพที่26 การท าฟางหมักเพื่อสร้างอาหารธรรมชาติในบ่อปลาภาพที่27 อาหารผสมที่ผลิตเองด้วยเครื่องท าอาหารภาพที่28 ปรสิตภายนอกในกลุ่มโปรโตซัวชนิด Trichodin (เห็บระฆัง)(A1 และ A2) หรือ Epistylis (B1 และ B2) ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคที่เกิดจากปรสิตภายนอกในปลานิลภาพที่29 อาการของปลานิลวัยอ่อนที่ติดเชื้อปรสิตภายนอก โปรโตซัวชนิด Trichodina (เห็บระฆัง) (A) หรือ Epistylis (B) ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคที่เกิดจากปรสิตภายนอกในปลานิลภาพที่30 ปลิงใสในสกุล Gyrodactylus (A) และ Dactylogyrus (B)ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคที่เกิดจากปรสิตภายนอกในปลานิลภาพที่31 ลักษณะสัณฐานของเซลล์แบคทีเรีย Flavobacteriumcolumnare ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคตัวด่างในปลานิลภาพที่32 ลักษณะภายนอกของปลาที่เกิดโรคตัวด่างในปลานิลภาพที่33 ลักษณะภายนอกของปลาที่เกิดโรคตัวด่างที่รุนแรงในปลานิลภาพที่34 ลักษณะภายนอกของปลาที่เกิดโรคตัวด่างในปลานิลที่เริ่มฟ้ืนตัวภายหลังจากการติดเชื้อภาพที่35 ลักษณะภายในของปลาที่เกิดโรคตัวด่างในปลานิลภาพที่36 รูปแบบของการให้เกลือเพื่อการป้องกันโรคในปลานิลในบ่อดินภาพที่37 รูปแบบของการให้เกลือเพื่อการป้องกันโรคในปลานิล ในการเลี้ยงปลาในกระชังภาพที่38 ลักษณะสัณฐานของเซลล์แบคทีเรียในสกุล Aeromonasที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคท้องบวมน้ าหรือตกเลือดตามล าตัวในปลานิลภาพที่39 ลักษณะปลานิลที่เป็นโรคท้องบวมน้ าและตกเลือดตามที่เกิดจากเชื้อในสกุล Aeromonas ในปลานิลภาพที่40 ลักษณะสัณฐานของเซลล์แบคทีเรีย Streptococcusagalactiae ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคสเตรปโตคอคโคซีสในปลานิลภาพที่41 ความสามารถในการท าให้เม็ดเลือดแดงแตกอย่างสมบูรณ์ (ẞ-haemolysis) ของแบคทีเรีย Streptococcus agalactiaeที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคสเตรปโตคอคโคซีสในปลานิลภาพที่42 ลักษณะภายนอกของปลานิลที่เป็นโรคสเตรปโตคอคโคซีสซึ่งเกิดจากเชื้อ S. agalactiae ในปลานิล6061646567697071717174747576797980
8080818184888990102103105106107108109สารบัญภาพภาพที่43 ลักษณะภายนอกของปลานิลที่เป็นโรคสเตรปโตคอคโคซีสชนิดรุนแรง (เฉียบพลัน) ซึ่งเกิดจากเชื้อ S. agalactiae ในปลานิลภาพที่44 ลักษณะภายนอกที่เรียกว่า “อาการตาโปน” ของปลานิลที่เป็นโรคสเตรปโตคอคโคซีส ซึ่งเกิดจากเชื้อ S. agalactiae ในปลานิลภาพที่45 ลักษณะภายนอกของการเกิดตุ่มฝีของปลานิลที่เป็นโรคสเตรปโตคอคโคซีสชนิดเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากเชื้อ S. agalactiae ในปลานิลภาพที่46 ลักษณะภายในของปลานิลที่เป็นโรคสเตรปโตคอคโคซีสซึ่งเกิดจากเชื้อ S. agalactiae ในปลานิลภาพที่47 ลักษณะภายนอกและภายในในของปลานิลที่เป็นโรคฟรานซีสเซลโลซีสซึ่งเกิดจากเชื้อ Franciscella tularensis ในปลานิลภาพที่48 ลักษณะภายนอกและภายในของปลานิลที่เป็นโรคติดเชื้อไวรัสTilapia lake virus (TiLV) ในปลานิลภาพที่49 การตายของปลานิลในกระชัง การติดเชื้อไวรัส Tilapia lake virus(TiLV) ในปลานิลที่เลี้ยงในกระชังภาพที่50 ลักษณ ะทางพยาธิสภาพของการรวมตัวกันของเซลล์ตับ (Syncytial cell formation) (บริเวณในดอกจันทร์) อันเป็นผลมาจากการอักเสบที่รุนแรงในตับ (Syncytial hepatitis) ในปลานิลที่เป็นโรคติดเชื้อไวรัส Tilapia lake virus (TiLV) ที่มา: Bacharachet al. (2016)ภาพที่51 ราคาจ าหน่ายปลานิลในระดับต่าง ๆ ปี 2554 – 2563ภาพที่52 ราคาปลานิลที่เกษตรกรขายได้หน้าฟาร์ม ภาคกลาง ปี2561 – 2563ภาพที่53 ราคาปลานิลขายส่ง ณ ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี รายไตรมาสปี 2561 – 2563ภาพที่54 ราคาปลานิลขายปลีก ตลาดกรุงเทพมหานคร รายไตรมาส ปี 2561 – 2563ภาพที่55 การส่งออกปลานิลและผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย ปี 2554 – 2563ภาพที่56 ปริมาณการส่งออกปลานิลและผลิตภัณฑ์ แยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ปี 2554 - 2563ภาพที่57 ปริมาณการส่งออกปลานิลและผลิตภัณฑ์ แยกตามตลาดส่งออกที่ส าคัญ ปี 2554 - 2563
สารบัญภาพภาพที่58 รูปแบบการให้วัคซีนในปลา สามารถมีได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ วัคซีนทางการฉีด (Injection) วัคซีนทางการแช่ (immersion)และวัคซีนทางการกิน (oral administration)ภาพที่59 แสดงการฉีดวัคซีนเข้าช่องท้อง (IP) (ซ้าย) และเข้ากล้ามเนื้อ (IM)ของปลานิล (วงกลมแสดงต าแหน่งที่ฉีดวัคซีน)ภาพที่60 แสดงการฉีดวัคซีนให้ปลานิลลงเลี้ยงในกระชัง เพื่อการป้องกันโรคสเตรปโตคอคโคซิสภาพที่61 โครงสร้างของวัคซีนชนิด chimeric recombinant protein vaccine ที่ใช้โครงสร้าง flavodoxin ในการเป็นโครงสร้างหลักและสามารถน าอิพิโทปเข้าแทนที่ในบริเวณ antigen (1 – 6) ได้เพื่อให้โปรตีนนี้สามารถน าเสนอชิ้นส่วนอิพิโทปออกสู่ภายนอกได้(Pumchan et al., 2020)ภาพที่62 ลักษณะเซลล์ของบาซิลลัสที่ติดสีย้อมแกรมบวก เป็นแท่งยาวภาพที่63 แสดงคุณสมบัติการเข้าสปอร์ของบาซิลลัส (spored cell)เปรียบเทียบกับเซลล์ปกติ (vegetative cell)ภาพที่64 การด ารงชีวิตอยู่ในทางเดินอาหารของสัตว์น้ าเป็นคุณสมบัติส าคัญของโปรไบโอติกที่ดีภาพที่65 การทดสอบคุณสมบัติการยับยั้งเชื้อก่อโรคในสัตว์น้ าของโปรไบติกกลุ่มบาซิลลัส (เชื้อในแนวตั้ง คือ เชื้อก่อโรคในสัตว์น้ า;เชื้อในแนวนอน คือ โปรไบโอติกที่ใช้ทดสอบ)119120122132143143143144
99101103104105107108109110111111135148สารบัญตารางตารางที่1 เนื้อที่เลี้ยง ปริมาณ และมูลค่าปลานิลจากการเพาะเลี้ยงปี 2554 - 2563*ตารางที่2 ราคาจ าหน่ายปลานิลในระดับต่าง ๆ ปี 2554 - 2563ตารางที่3 ราคาปลานิลที่เกษตรกรขายได้หน้าฟาร์ม ภาคกลางปี 2561 – 2563ตารางที่4 ราคาขายส่ง ณ ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี ปี 2561 – 2563ตารางที่5 ราคาขายปลีก ตลาดกรุงเทพมหานคร ปี 2561 – 2563ตารางที่6 ปริมาณและมูลค่าการส่งออกปลานิลและผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย ปี 2554 – 2563ตารางที่7 ปริมาณการส่งออกปลานิลและผลิตภัณฑ์ แยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ ปี 2554 - 2563ตารางที่8 ปริมาณการส่งออกปลานิลและผลิตภัณฑ์ แยกตามตลาดส่งออกที่ส าคัญ ปี 2554 - 2563ตารางที่9 ปริมาณและมูลค่าการน าเข้าปลานิลและผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย ปี 2554 –2563ตารางที่10 ปริมาณการน าเข้าปลานิลและผลิตภัณฑ์ แยกตามประเภทผลิตภัณฑ์ ปี 2554 –2563ตารางที่11 ปริมาณการน าเข้าปลานิลและผลิตภัณฑ์ แยกตามตลาดน าเข้าที่ส าคัญ ปี 2554 –2563ตารางที่12 การเปรียบเทียบคุณสมบัติ และข้อจ ากัดของวัคซีนปลาทั้งสามชนิด (Su et al., 2021)ตารางที่13 ผลงานวิจัยการใช้โปรไบโอติกในปลานิล
ชีววิทยาUnit 1บ ท ที่1ภาพโดย : www.technologychaoban.comกา ร เพา ะเลี้ยงปลานิล - 1 - T I L A P I A C U L T UR E
วุฒิ ปร.ด. (เพาะเล้ียงสัตว์น้ า)ต าแหน่ง ผู้เช่ียวชาญด้านพันธุกรรมสัตว์น้ าหน่วยท่ีเขียน บทท่ี 1 ตอนท่ี 1-2น า ย วิ ศ ณุ พ ร รั ต น ต รั ย ว ง ศ์วุฒิ วท.ม. (วิทยาศาสตร์การประมง)ต าแหน่ง ผู้อ านวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ าปทุมธานีหน่วยท่ีเขียน บทท่ี 1 ตอนท่ี3น า ย ค ง ภ พ อ า พ ล ศัก ดิ์วุฒิ M.Sc. (Aquaculture)ต าแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหารหน่วยท่ีเขียน บทท่ี 1 ตอนท่ี 1 เร่ืองท่ี 1 (1.3 ปลาทับทิม) ตอนท่ี2 เร่ืองท่ี6 (ปลาทับทิม)น า ย ส ม บั ติ สิ ริ พั น ธ์ ว ร า ภ ร ณ์กา ร เพา ะเลี้ยงปลานิล - 2 - T I L A P I A C U L T UR E
ตอนที่1ความเป็นมา
เร่อืงที่1 ประวัติปลานิลในประเทศไทย1.1 ปลานิลเมื่อวันท่ี25 มีนาคม พ.ศ. 2508 สมเด็จพระจักรพรรดิพระเจ้าหลวงอากิฮิโตแห่งประเทศญี่ปุน่เมื่อครั้งด ารงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารในขณะนั้น ได้น้อมเกล้าฯถวายปลาน้ าจืดในตระกูลทิลาเปีย จ านวน 50 ตัว แด่พร ะบาทสมเด็จพร ะบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในระยะแรกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้น าปลาดังกล่าวไปเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ บริเวณพระต าหนักสวนจิตรลดาพระราชวังดุสิต จากนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายปลาลงเลี้ยงในบ่อดินแล ะต่อมา ในเวลาปร ะมาณ 5 เดือนเศษ ปรากฏว่าในบ่อที่เลี้ยงมีลูกปลาเกิดขึ้นเป็นจ านวนมาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรจึงทรงพร ะกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ขุดบ่อดินเพิ่มขึ้นเป็น 6 บ่อเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2508 ได้ทรงปล่อยปลาลงเลี้ยงในบ่อเหล่านั้นด้วยพร ะองค์เอง (ภาพที่ 1) และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่กรมประมงท าการตรวจสอบการเจริญเติบ โตของปลาทุกเดือน ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าปลาชนิดนี้เจริญเติบโตได้รวดเร็วมาก มีขนาดเฉลี่ยถึง 178.8 กรัม ในระยะเวลา6 เดือนบทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 4 - ตอนที่ 1 คว ามเป็นมาภาพที่ 1 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๙ ทรงปล่อยปลานิลลงเลี้ยง
ในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2509 พร ะบาทสมเด็จพร ะบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพร ะกรุณา โปรดเกล้าฯพร ะราชทานลูกปลาดังกล่าว ขนาดความยาว 3 – 5 เซนติเมตร จ านวน10,000 ตัว จากบ่อดิน ในบริเวณพระต าหนักสวนจิตรลดาแก่กรมประมง(ภาพที่ 2) เพื่อน าไปขยายพันธ์ุณ แผนกทดลองและเพาะเลี้ยงในบริเวณเกษตรกลางบางเขน จังหวัดพระนครแล ะสถานีปร ะมงต่าง ๆ 15 แห่งทั่วราชอาณาจักร เพื่อให้ด าเนินการเพาะเลี้ยงขยายพันธ์ุพร้อมกัน และได้พระราชทานชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลานิล”เมื่อปลานิลแพร่ขยายพันธุ์ออกไปได้มากเพี ยงพอแล้ว กรมประมงจึงได้แจกจ่ายพันธุ์ปลานิลให้แก่ราษฎรเพื่อน าไปเพาะเลี้ยงตามความต้องการ และกรมประมงได้ก าหนดให้วันที่ 17 สิงหาคมพ.ศ. 2510 ซึ่งเป็นวันที่ครบก าหนดร ะย ะเวลา 1 ปี 5 เดือน นับแต่วันที่กรมประมงได้รับพระราชทานปลานิลมาเป็นวันแจก “ปลานิลพร ะราชทาน” ให้แก่ราษฎร โดยในระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2510 ถึงเดือนกันยายนพ.ศ. 2513 รวมระยะเวลาประมาณ 3 ปีกรมประมงได้แจกจ่ายพันธุ์ปลานิลไปเป็นจ านวนรวมทั้งสิ้น 5,093,900 ตัวอนึ่ง หลังจากที่ได้พระราชทานปลานิลให้แก่กรมประมงเพื่อน าไปเพาะขยายพันธุ์แล้ว ยัง ได้ทรงพร ะกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมประมงน าพันธุ์ปลานิลที่ทรงเพาะไว้ไปแจกจ่ายแก่ราษฎรภาพที่ 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๙ทรงพระราชทานปลานิลให้กรมประมงเป็นประจ าทุกเดือน จนถึงเดือนตุลาคมพ.ศ. 2512 รวมเป็นพันธุ์ปลาทั้งสิ้น 92,269 ตัว แม้กระนั้นก็ดีจ านวนพันธุ์ปลานิลที่ผลิตได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของพสกนิกรที่ต้องการน าพันธุ์ปลานี้ไปเพาะเลี้ยง โดยเฉพาะที่แผนกทดลองและเพาะเลี้ยงในบริเวณเกษตรกลางบางเขนได้มีราษฎรมาติดต่อขอรับพันธุ์ปลานิลเดือนละไม่น้อยกว่า 100,000 ตัว ความทราบถึงใต้ฝ ่าละอองธุลีพระบาท จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดบ่อขนาดใหญ่ในสวนจิตรลดาเพิ่มขึ้นอีก 1 บ่อ เพื่อช่วยเร่งผลิตพันธุ์ปลานิลให้เพียงพอแก่ความต้องการของพสกนิกรของพระองค์ต่อไปต่อมาในปี พ.ศ. 2527 ได้ท าการปรับปรุงบ่อให้มีขนาดใหญ่ขึ้นแต่จ านวนลดลงเหลือเพียง 7 บ่อ และได้ใช้ในการผลิตพันธุ์ปลานิล ซึ่งนับว่าเป็นปลานิลสายพันธุ์หนึ่งซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกในนามว่า “ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา” (ภาพที่ 3)บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 5 - ตอนที่ 1 คว ามเป็นมา
1.2 ปลานิลสีแดงนอกจ ากปลานิลสายพันธุ์ทั่ว ไปแล้ว ยังมีปลาที่มีลักษณะคล้ายปลานิลแต่มีสีแดง ซึ่งปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงแพร่หลายไปทั่วประเทศ ต้นก าเนิดปลานิลแดงของไทยนั้นได้มีกา รพบครั้งแรก ในราวปี พ.ศ. 2511 ณ จังหวัดอุบลราชธานี โดยนักวิชาการปร ะมงของสถานีปร ะมงจังหวัดอุบลราชธานีและเกษตรกรในจังหวัดนั้นได้พบปลานิลแดงปะปนอยู่ในบ่อเลี้ยงปลานิลจึงได้ท าการคัดเลือกปลานิลที่มีสีแดงทั้งตัวแยกเพา ะเลี้ยงไว้ต่างหากจากปลานิลพันธุ์ปกติ ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 กลุ่มวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ า สถาบันประมงน้ าจืดแห่งชาติ ได้น าลูกปลานิลสีแดงขนาด 2 – 3 เซนติเมตร จ านวน1,000 ตัว จากสถานีปร ะมงจังหวัดอุบลราชธานีมาเลี้ยงไว้เพื่อท าการคัดพันธุ์และศึกษาวิจัยด้านพันธุกรรมกรมประมงได้ส่งตัวอย่างปลานิลแดงนี้ไปตรวจสอบพันธุ์ ภาย ใต้ โครงการ“พันธุกรรมปลา” ในปี 2527ภาพที่ 3 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดาณ มหาวิทยาลัยสเตอร์ริง สหราชอาณาจักร และมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์สาธารณรัฐฟิลิปปิ นส์ จากการศึกษาสายพันธุ์โดยการวิเคราะห์ในระดับโปรตีนที่ควบคุมด้วยยีนบางชนิด สรุปได้ว่าปลานิลแดงเป็นลูกผสมระหว่างปลานิลกับปลาหมอเทศ ซึ่งมีความถี่ของยีนที่ศึกษาในครั้งนั้นเป็นของปลานิล78 เปอร์เซ็นต์ปลาหมอเทศ 22 เปอร์เซ็นต์แล ะมีลักษณ ะของโคร โม โซใกล้เคียงกับปลาหมอเทศและปลานิล ซึ่งสอดคล้องกับ ลักษณะภายนอกของปลานิลแดงท่ีปรากฏว่าคล้ายคลึงกับปลานิลและปลาหมอเทศ คือ มีปากเฉียงข้ึนคล้ายปลาหมอเทศและลักษณะล าตัวคล้ายปลานิลซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้ทรงพระราชทานชื่อปลาชนิดนี้ว่า“ปลานิลสีแดง” แต่มักจ ะเรียกกันว่า“ปลานิลแดง” (ภาพที่ 4)บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 6 - ตอนที่ 1 คว ามเป็นมาภาพที่ 4 ปลานิลแดง
1.3 ปลาทับทิมในปี 2532 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานแนวพระราชด าริแก่ นายธนินท์ เจียรวนนท์ปร ะธานกรรมการแล ะปร ะธานบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้พัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ปลานิล ช่วงปี 2532 - 2533 บมจ. เจริญ โภคภัณฑ์อาหารสัตว์ในเวลานั้น ได้เริ่มเข้ามาลงทุนและด าเนินการเกี่ยวกับธุรกิจฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ าจืดโดยเริ่มด าเนินการกิจการฟาร์มปรับปรุงพันธุ์และเพาะพันธุ์ลูกพันธุ์ปลานิลที่จังหวัดสุพรรณบุรีช่วงเวลาเดียวกัน เกษตรกรไทยได้มีการน าปลานิลแดงจากกรมประมงมาทดลองเลี้ยงกันบ้างแล้ว เนื่องจากป ล า นิล แ ด ง มีล า ตัว สีช ม พู อ อ ก แ ด งรูปร่างสมส่วนดูคล้ายก ะพง แดง ซึ่งทาง บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหารก็ได้ให้ความสนใจ จึงได้น าพันธุ์ปลานิลแดงจากกรมประมง มาศึกษาและทดลองเลี้ยงประกอบกับช่วงเวลานั้นทางประเทศไทยได้มีการน าเข้าปลานิลและปลานิลแดงจากต่างประเทศเข้ามาบ้างแล้ว ทาง บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จึงได้ท าการรวบรวมและทดสอบสายพันธุ์ปลานิลและปลานิลแดงที่มีอยู่ในประเทศไทยในเวลานั้น รวมถึงมีการน าเข้าจากต่างประเทศเพิ่มเติมบางส่วนจากการทดสอบสายพันธุ์ปลานิลแดงต่าง ๆ ในเวลานั้น พบว่าปลานิลแดงจากทุกสายพันธุ์มีค่าความแปรปรวนในรุ่นลูกที่สูงมาก ทั้งในลักษณะอัตราการเจริญเติบโตอัตราการวางไข่ ความดกของไข่ สีของล าตัว อัตราการรอดตาย และอัตราการแลกเนื้อ แต่อย่างไรก็ตาม จากผลการทดสอบสายพันธุ์ พบว่าบางสายพันธุ์มีบางลักษณะที่ดีกว่าสายพันธุ์อื่นปี 2534-2540 ทางบริษัทฯจึงได้ท าการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อให้ได้พันธุ์แท้ของแต่ละสายพันธุ์ และสามารถสังเกตพบลักษณะเด่น และลักษณะด้อยของแต่ละสายพันธุ์ได้อย่างดี จึงท าการทดลองผสมข้ามสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์เพื่อศึกษาลักษณะเด่นของลูกผสม จนได้ลูกผสมจาก 3 สายพันธุ์ที่ให้ผลการเลี้ยงเป็นไปต า ม ค ว า ม ต้อ ง ก า ร ข อ ง ต ล า ด ม า กที่สุดกล่าวคือ เจ ริญเติบ โตเ ร็ว สีแดงสวย กระน้อยกว่าปลานิลแดงสายพันธุ์พื้นเมือง อัตรารอดตายสูง อัตราแลกเนื้อต่ า ทนระดับความเค็มของน้ าไ ด้ดีก ว่า ป ล า นิล แ ด ง ส า ย พัน ธุ์อื่นหลังจากทดสอบสายพันธุ์ดังกล ่าวจนแ น่ใ จ ว่า เ ป็น ส า ย พัน ธุ์ที่เ ห ม า ะ ส มส า ม า ร ถ ส่ง เ ส ริม ก า ร เ ลี้ย ง ใ น เ ชิงพาณิชย์ได้ จึงน าความกราบบังคมทูลพ ร ะ ก ร ุณ า จ า ก พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด ็จ พ ร ะเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ขอพระราชทานชื่อปลาชนิดใหม่นี้ในวันที่ 30 ธันวาคม2540 โดยผ่านทาง ฯพณฯ พลอากาศเอก สิทธิ เศวตศิลา องคมนตรี และเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “ปลาทับทิม”บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 7 - ตอนที่ 1 คว ามเป็นมา
เร่อืงที่2 ชีวว ิทยาของปลานิล- มีริมฝีปากบนและล ่างเสมอกัน - บ ริเ วณ แ ก ้ม มีเ ก ล ็ด 4 แ ถ ว - ล า ต ัว มีสีเ ขีย ว ป น น้ า ต า ลตรงกลางเกล็ดมีสีเข้ม ที่กระดูกแก้มมีจุดสีเข้มอยู่หนึ่งจุดและมีล า ย พ า ด ข ว า ง 9 - 1 0 แ ถ บ ครีบหลัง ครีบก้นแล ะครีบหางมีจ ุด ข า ว แ ล ะ เ ส ้น ส ีด า ต ัด ข ว า ง - ครีบหลังมีอันเดียวประกอบด้วยก้านครีบแข็ง 15 - 18 อัน แล ะก้านครีบอ่อน 12 - 14 อัน - ค รีบก้นมีก้านครีบแข็ง 3 อัน และก้านครีบอ่อน 12 - 14 อัน - เ ก ล ็ดบน แถบเส้น ข้างล าตัว มีเกล็ด 33 เกล็ด ทางด้านข้างมีเกล็ดตามแนวเฉียงจากตอนต้นข อ ง ค รีบ ห ล ัง ล ง ม า ถึงเ ส้น ข ้า งล าตัว 5 เกล็ด แล ะจากเส้นข้างล าตัวลงมาถึงแนวส ่วนหน้าของครีบก้น 13 เกล็ดบทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 8 - ตอนที่ 1 คว ามเป็นมาภาพโดย kasethubปลานิลมีนิสัยชอบอยู ่รวมกันเป็นฝูง ม ีค ว า ม อ ด ท น แ ล ะ ป ร ับ ต ัว เ ข ้า ก ับสภาพแวดล้อมได้ดีปลานลิ มีชื่อวทิยาศาสตรว์า่ Oreochromis niloticus (Linn.)
ต า ม ป ก ต ิร ูป ร ่า ง ภ า ย น อ กของปลานิลเพศผู้แล ะเพศเมียจ ะมีลักษณ ะคล้ายคลึงกันมาก แต ่จ ะสังเ กต ลัก ษณ ะเ พ ศ ไ ด้โด ยก า ร ดูอวัยวะเพศที่บริเวณใกล้กับช่องทวาร ปลานิลเพศผู้จะมีอวัยวะเพศลัก ษ ณ ะ เ รีย ว ย า ว ยื่น อ อ ก ม าส า ห ร ับ เ พ ศ เ ม ีย ม ีล ัก ษ ณ ะ ข อ งอวัยว ะเพศเป็นรูค ่อนข้างใหญ ่แล ะกลม ขนาดปลาที่จะ แยกเ พศได้ชัดเจนต้องเป็นปลาที่มีความยาวตั้ง แ ต่ 1 0 เ ซ น ติเ ม ต ร ขึ้น ไ ปส า ห รับ ป ล า ที่มีข น า ด โ ต เ ต็ม ที่สามารถสังเกตเพศได้ด้วยการดูสีที่ล าตัว โดยสีบริเวณ ใต้ค าง แล ะล าตัวของปลาเพศผู้จ ะมีสีเข้มกว ่าปลาเพศเมีย เมื่อถึงช่วงผสมพันธุ์สีจะยิ่งเข้มยิ่งขึ้น (ภาพที่5)บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 9 - ตอนที่ 1 คว ามเป็นมาปลานิลสามารถผสมพันธุ์ได้ตลอดปี โดยใช้ระย ะเวลา 2 - 3 เดือนต่อครั้ง แต่ถ้าได้รับอาหารเพียงพอแล ะเหมาะสม ในระย ะเวลา 1 ปี จะผสมพันธุ์ได้ 5 - 6 ครั้งขนาดอายุและช่วงการสืบพันธุ์ของปลาแต่ละตัวจะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม และสภาพทางสรีรวิทยาของปลาเอง โดยพบว่าปลานิลจะเริ่มมีพัฒนาการของไข่และน้ าเชื้อเมื่อมีความยาวประมาณ 6.5 เซนติเมตรเพศของปลานิลภาพที่5 ความแตกต่างของอวัยวะเพศ ปลานิลเพศผู้ (บน) ปลานิลเพศเมีย (ล่าง)
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 10 - ตอนที่ 1 คว ามเป็นมาผสมพันธุ์วางไข่ในช่วงผสมพันธุ์วางไข่ ปลานิลเพศผู้จะแยกออกจากฝูงไปสร้างรัง โดยเลือกบริเวณเชิงลาดหรือก้นบ่อที่มีระดับน้ าลึกระหว่าง 0.5 - 1.0 เมตร วิธีการสร้างรังนั้น ปลาจะปกัหัวลงโดยตัวของมันจะอยู่ในระดับตั้งฉากกับพื้นดิน แล้วใช้ปากพร้อมกับเคลื่อนไหวล าตัวเขี่ยดินตะกอนออกจากนั้นจะอมดินตะกอนและงับเศษสิ่งของต่าง ๆ ออกไปทิ้งนอกรัง ท าเช่นนี้จนกว่าจ ะ ไ ด้รัง ที่มีลัก ษ ณ ะ ค่อ น ข้า ง ก ล ม เส้นผ่ าศูนย์ก ล า งป ร ะม าณ 20 - 35 เ ซ น ติ เ ม ต ร ลึ ก ป ร ะ ม า ณ 3 – 6เ ซ น ติเ ม ต ร ความกว้างแล ะความลึกของรังที่ใช้วางไข่ขึ้นอยู่กับขนาดของพ ่อ ป ล า ห ล ัง จ า ก ส ร ้า ง ร ัง เ ส ร ็จเรียบร้อยแล้ว ปลาเพศผู้จ ะ ไล่ปลาตัวอื่น ๆ ใ ห้อ อ ก ไ ป น อ ก รัศ มีข อ ง รังประมาณ 2-3 เมตร ขณะเดียวกันพ่อปลาที่สร้างรังจะ แผ่ครีบหลัง และอ้าปากกว้างในขณะที่มีปลา เพศเมียว่ายน้ าเข้ามาใกล้ๆ รัง เมื่อเลือกปลาเพศเมีย ได้ถูก ใจแล้ว จ ะแสดงอาการจับคู่กัน โดยใช้หางดีดแล ะกัดกันเบาๆ การเคล้าเคลียดังกล่าว ใช้เวลา ไม่นานนัก ปลาเพศผู้จะใช้บริเวณหน้าผากดุนที่ใ ต้ท้อ ง ป ล า เ พ ศ เ มีย เ พื่อ เ ป็น ก า รกระตุ้นเร่งเร้าปลาเพศเมียให้วางไข่ปลา เพศเมียจะว างไข่ครั้งละ10 - 15 ฟอง ปริมาณไข่ที่วางรวมกันแต่ละครั้งมีประมาณ 50 - 600 ฟองทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแม่ปลา เมื่อปลาเพศเมียวางไข่แต่ละครั้งปลาเพศผู้จะเข้าไปปล่อยน้ าเชื้อที่มีลักษณะเป็นเส้นข้นเหนียวบริเวณพื้นรังใกล้กับกองไข่จ ากนั้นปลา เ พ ศเมียจ ะเ ข้า ไปเก็บไ ข่พร้อมกับน้ าเชื้อไว้ในปาก (ภาพที่6) ท าเช่นนี้จนกว่าการผสมพันธุ์แล้วเสร็จโดยใช้เวลา 1 - 2 ชั่วโมง ปลาเพศเมียจ ะว ่ายออกจ าก รัง ส ่วนปลาเพศผู้จ ะคอยห า โอก าสเคล้าเคลียกับปล าเพศเมียตัวอื่นต่อไป ส่วนแม่ปลาจะฟักไข่ในปากโดยการขยับปากให้น้ าไหลเข้าออกในช่องปากอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้ไข่ที่อมไ ว้ได้รับน้ า ที่สะ อ าด ทั้ง ยัง เ ป็นก า รป้องกันศัตรูที่จะมากินไข่ด้วยภาพที่6 ปลานิลเพศเมียอมไข่ไว้ในปาก
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 11 - ตอนที่ 1 คว ามเป็นมาไข่ปลานิลเป็นประเภทไข่จม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.8 - 2.0 มิลลิเมตร ถุงไข่แดงขนาดใหญ่ ไข่จะฟักเป็นตัวภายในเวลา 4 วัน ในน้ าที่มีอุณหภูมิ27 - 28 องศาเซลเซียส ไข่จะพัฒนาเป็นลูกปลาวัยอ่อนที่ถุงอาหารยังไม่ยุบ ภายใน 8 วัน ลูกปลานิลวัยอ ่อนจะเกาะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม โดยว่ายวนเวียนอยู่บริเวณหัวของแม่ปลา และเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในช่องปากเมื่อมีภัย เมื่อมีอายุครบ 13 - 14 วัน นับจากวันที่แม่ปลาวางไข่ลูกปลานิลจะเริ่มกินอาหารจ าพวกพืชและไรน้ าขนาดเล็กหลังจากมีอายุ 3 สัปดาห์ขึ้นไป ลูกปลาจะกระจายแตกฝูงไปหากินเลี้ยงตัวเองได้โดยล าพัง การพัฒนาของไข่ปลานิลเป็นตัวอ่อนแบ่งเป็น 5 ระยะ (ภาพที่7) ดังนี้( ร ะยะที่1 ) ไ ม่ มี ต า (u n e y e d) ร ะยะนี้ไข่ยังคงเ ป็ น สี เ ห ลื อ ง อ่ อ น ต ล อ ด ทั้ง ฟ อ ง ยั ง ไ ม่ มี พั ฒ น า ก า ร ใ ด ๆ ใ ห้ เ ห็ น( ร ะยะที่2) มี ต า (e y e d ) ไ ข่ ยั ง ค ง มี สีเ ห ลื อ ง มี จุ ด ด า ร อ บ ๆ ไ ข่( ร ะยะที่3) ก่ อ นฟักเ ป็ นตั ว (pre–h a t c h ) เป็นร ะยะที่ไข่เปลี่ยนเป็นสีน้ าตาลมี ก า ร พัฒ น า จ น สั งเ ก ตเ ห็ น ส่ ว นต าแ ล ะ ห า ง ชั ดเ จ น( ร ะยะที่4) ฟักเป็นตัวอ่อน (hatch fry หรือ yolk sac fry) เป็นร ะยะที่ลูกปลาฟักออกเป็นตัวแ ต่ ยั ง มี ถุ ง ไ ข่ แ ด ง ติ ด อ ยู่( ร ะยะที่5) ตัวอ่อนที่ว่ายน้ า ( swim –u p f r y )เป็นร ะยะที่ถุงไข่แดงของลูกปลายุบและลูกปลาสามา รถว่ายน้ า ได้ภาพที่7 ระยะการพัฒนาของไข่ปลานิลเป็นตัวอ่อน
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 12 - ตอนที่ 1 คว ามเป็นมา
ตอนที่2การพัฒนาสายพันธุ์
เร่อืงที่1 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 1พร ะบาทสมเด็จพร ะบรมชนกาธิเบศ ร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงตร ะหนักถึงความส าคัญ ในด้านการอนุรักษ์แล ะการปรับปรุงพันธุ์ปลานิล จึงทรงมีพร ะราชด าริให้พยายามรักษาพันธุ์แท้เอา ไว้ เพราะสังเกตเห็นว่าปลานิลตามท้องตลาดกลายพันธุ์ไป มีขนาดเล็กลงแล ะ โตช้า พระราชด าริเหล่านี้ทางกรมประมงได้น้อมรับมาด าเนินการปรับปรุงพันธุ์ปลานิลโดยใช้ปลาพ่อแม่พันธุ์จากสวนจิตรลดาเป็นหลักใ น ก า ร ค ว บ ค ุม พัน ธ ุก ร ร ม ไ ด้ด าเ นิน ก า ร คัด พัน ธุ์ป ล า นิล จิต ร ล ด า แบบคัดเลือกภายในครอบครัว 5 ชั่วอายุซึ่งกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ า กรมประมงปรับปรุงพันธุ์ได้เมื่อ พ.ศ. 2536 ต่อจากนั้นได้ด าเนินการทดสอบพันธุ์ณ ศูนย์พัฒนาประมงน้ าจืด และฟาร์มเกษตรกร ในจังหวัดพร ะนครศ รีอย ุธยา เชียงราย พิษณ ุโลก พิจิตร เพช รบุรี อุดรธานี แล ะขอนแก่น ซึ่งกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ าพิจารณาให้เป็นพันธุ์แนะน าภายใต้ชื่อว่า “ปลานิลจิตรลดา 1” โดยมีลักษณะที่ดีคือให้ผลผลิตสูงกว่าปลานิลสายพันธุ์ปกติ 22 เปอร์เซ็นต์ และอัตรารอดสูงกว่าปลานิลสายพันธุ์ปกติ 10 เปอร์เซ็นต์บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 14 - ตอนที่ 2 ก า ร พัฒ น า ส า ย พั น ธุ์
เร่อืงที่2 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 2กรมประมงตระหนักถึงความส าคัญของปลานิลต่อธุรกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ าของประเทศไทย จึงได้ให้การสนับสนุนงานวิจัยในด้านการพัฒนาการเพาะเลี้ยง และการปรับปรุงพันธุ์มาอย่างต่อเนื่อง จนได้สายพันธุ์ปลานิลหนึ่งสายพันธุ์ คือ “ปลานิลจิตรลดา 2” เป็นปลานิลที่พัฒนาพันธุ์มาจากปลานิลสายพันธุ์อียิปต์ ภาย ใต้การร ่วมงานร ะหว ่างกรมปร ะมง โดยกองวิจัยแล ะพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ า มหาวิทยาลัยเวลส์ (University of Wales) สหราชอาณาจักร และ มหาวิทยาลัยเซนทรัล ลูซอน สเตท (Central Luzon State University) สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยการจัดการพันธุกรรมในพ่อพันธุ์ให้มีโครโมโซมเพศเป็น “YY” ที่เรียกว่า “YY–male” หรือ “ซูเปอร์เมล (supermale)” ซึ่งเมื่อน าพ่อพันธุ์ดังกล่าวไปผสมพันธุ์กับแม่พันธุ์ปกติจะได้ลูกปลานิลเพศผู้ที่มีโครโมโซมเพศเป็น “XY” ที่เรียกว่า “Genetically Male Tilapia (GMT)” ตามวิธีการของ Mair แล ะคณ ะ (1992) แล ะ นวลมณีแล ะพุ ทธรัตน์ (2538) ซึ่งกรมประมงโดยกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ าได้กระจายพันธุ์ไปสู่ภาครัฐและเอกชนตั้งแต่ปีพ.ศ. 2540 บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 15 - ตอนที่ 2 ก า ร พัฒ น า ส า ย พั น ธุ์
เร่อืงที่3 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 3ก ร ม ป ร ะ ม ง โ ด ย ก อ ง ว ิจ ัย แ ล ะพัฒนาพันธุกรรมสัตว์ได้น าปลานิล GIFT(Genetic Improvement of Farmed Tilapia) ซึ่งได้รับการปรับปรุงพันธุ์โดยหน่วยงาน ICLARM (International Center fo r Living Aquatic Resou rcesManagement) ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ได้ด าเนินการพัฒนาพันธุ์ปลานิลให้มีความหลากหลายทางพันธุกรรม โดยใช้ประชากรบทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 16 - ตอนที่ 2 ก า ร พัฒ น า ส า ย พั น ธุ์ก รมป ร ะมง โด ยกอ ง วิจัย แล ะพัฒน าพันธุกรรมสัตว์น้ า ได้น าปลานิล GIFT ชั่วอายุที่5, 7 แ ล ะ 9 เ ข้า ม า ท ด ส อ บ ลัก ษณ ะ ใ นประเทศไทยระหว่างช่วงปี พ.ศ.2537–2539 แล ะป รับป ร ุงลักษณ ะก า รเจ ริญเติบ โตด้วยวิธีกา รคัดเลือก แบบหมู ่ จ านวน 3 ชั่วอายุจนได้ปลาที่มีลักษณะประจ าพันธุ์คือหัวเล็กเนื้อมาก และโตเ ร็ว และได้ตั้งชื่อพันธุ์ว่า“ป ล า นิล จิต ร ล ด า 3” (ภาพที่9) แ ล ะ ไ ด้กระจายพันธุ์ไปสู่ภาครัฐและเอกชนตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 แล ะได้มีการปรับปรุงพันธุ์อย ่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบันปลานิลพื้นฐานจากประเทศต่าง ๆ คือ อียิปต์กานา เซเนกัล เคนยา สิงคโปร์ ไทยอิสราเอล และไต้หวัน ระหว่างปี 1988 – 1997 ปรับปรุงพันธุ์โดยใช้วิธี combine selection (Eknath and Acosta, 1998) จนถึงรุ่นที่5 ปรากฏผลว่าปลาคัดพันธุ์เติบโตดีกว่าปลาทั่วไปถึง 75% (ภาพที่8)ภาพที่8 แผนภูมิแสดงการพัฒนาปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 3 ภาพที่9 ปลานิลจิตรลดา 3
เร่อืงที่4 ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 4กรมประมง โดยกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ าได้รับพันธุ์ปลานิลสายพันธุ์GIFT รุ่นที่9 จาก World Fish Center ประเทศมาเลเซีย และด าเนินการคัดเลือกแบบดูลักษณะตัวเองด้านการเจริญเติบโตจ านวน 2 รุ่น โดยการประเมินจากค่าการผสมพันธุ์ (estimated breeding value, EBV) ด้านน้ าหนัก ได้พันธุ์ปลานิลที่มีอัตราการเจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตสูง ปลามีลักษณะ หัวเล็ก สันหนา เนื้อมาก และตั้งชื่อพันธุ์ว่า “ปลานิลจิตรลดา 4”บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 17 - ตอนที่ 2 ก า ร พัฒ น า ส า ย พั น ธุ์เร่อืงที่5 ปลานิลแดง กรมประมง โดยกองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ าได้ด าเนินการพัฒนาสายพันธุ์จนได้ปลานิลแดงพันธุ์ปรับปรุง 3 สายพันธุ์ดังนี้ปลานิลแดง “เร้ด 1” เป็นพันธุ์ปลานิลแดงที่ปรับปรุงพันธุ์โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบหมู ่ ด้านการเจริญเติบโต โดยปรับปรุงพันธุ์จากปลานิลแดงสายพันธุ์ไทย (NIFI) ได้พันธุ์ปลานิลที่มีอัตราการเจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตสูงปลานิลแดง “เร้ด 2” เป็นพันธุ์ปลานิลแดงที่ปรับปรุงพันธุ์โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบภายในครอบครัว ด้านการเจริญเติบโต โดยปรับปรุงพันธุ์จากปลานิลแดงสายพันธุ์อุตรดิตถ์และพันธุ์ปลานิลแดงในพื้นที่ใกล้เคียง ได้พันธุ์ปลานิลที่มีอัตราการเจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตสูง ปลามีลักษณะหัวเล็ก ล าตัวกว้าง สีสด มีจุดด าน้อย
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 18 - ตอนที่ 2 ก า ร พัฒ น า ส า ย พั น ธุ์ปลานิลแดง “ปทุมธานี 1” เป็นพันธุ์ปลานิลแดงที่ปรับปรุงพันธุ์โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบดูลักษณะตัวเองด้านการเจริญเติบโตจ านวน 2 รุ่น โดยเริ่มจากการสร้างประชากรรุ่นพ่อแม่ที่มาจากปลานิลแดง 4 สายพันธุ์ (ไทย ไต้หวัน สเตอร์ริง และมาเลเซีย) ผสมข้ามแบบพบกันหมด คัดเลือกโดยการประเมินจากค่าการผสมพันธุ์ ได้พันธุ์ปลาที่มีอัตราการเจริญเติบโตดีในน้ าเค็ม25 - 30 ส่วนในพันส่วน ปลามีลักษณะหัวเล็ก ล าตัวกว้าง มีสีชมพู อมส้ม (ภาพที่10)ภาพที่10 ปลานิลแดงปทุมธานี 1
เร่อืงที่6 ปลาทับทิมบมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ในระหว่างปี 2540 - 2547 ได้เริ่มปรับปรุงพันธุ์ปลาทับทิมในลักษณ ะพันธุกรรม ด้านการเจริญเติบโต แล ะอัตราการรอดตาย โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบหมู่ซึ่งการคัดเลือกด้วยวิธีดังกล่าวคาดว่าจะให้ผลตอบสนองต่อการคัดเลือกส าหรับการเจริญเติบโตในรุ่นลูก เท่ากับร้อยละ5 ต่อปี โดยเป้าหมายของการปรับปรุงพันธุ์ก็เพื่อให้ปลามีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว(ADG) มากกว่า 5 กรัมต่อวัน อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (FCR) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.5 ให้ผลผลิตต่อรอบสูง (High yield) มากกว่าเดิมร้อยล ะ 30 อีกทั้งยังต้องการให้อัตราการรอดตายมากกว่าร้อยล ะ 80 ต่อมา ในช่วงปี 2548 - 2552 ได้ท าการปรับปรุงพันธุ์ปลาทับทิมโดยน าความรู้ด้านพันธุศาสตร์เชิงปริมาณ (Quantitative genetics) มาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ โดยอาศัยวิธีการท านายค่าเชิงเส้นตรงอย่างไร้อคติที่ดีที่สุด (Best Linear Unbiased Prediction; BLUP) เพื่อคัดเลือกจากพันธุ์ประวัติ (Pedigree Selection) อีกทั้งความแปรปรวนที่ได้จากประชากรสามารถน ามาค านวณค่าประมาณค่าพารามิเตอร์ทางพันธุกรรม เช่น ค่าอัตราพันธุกรรม (Heritability) ของลักษณะทางพันธุกรรม (genetic trait) ด้านการเจริญเติบโต เท่ากับ 0.3 เป็นต้นบทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 19 - ตอนที่ 2 ก า ร พัฒ น า ส า ย พั น ธุ์ส า ห รับ รูป แบ บ ก า ร ป รับป ร ุงพัน ธุ์การเจริญเติบโตในปลาทับทิม เริ่มจากประชากรพื้นฐาน 5 สายพันธุ์ ผ่ า น ก า ร จั บ คู่ ผ ส ม พั น ธุ์ ภ า ย ใ นสายพันธุ์ (Line breeding) โดยพ ิจ า ร ณ า ค ่า อ ัต ร า เ ล ือ ด ช ิด (Inbreeding coefficient) ในระหว ่างคู ่ผสม (ผู้แล ะเมีย) ไม ่เกิน 0.02 ต่อรุ่น
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 20 - ตอนที่ 2 ก า ร พัฒ น า ส า ย พั น ธุ์ในช่วงที่ระหว่างปี 2552 - 2555 ได้น าความรู้ทางพันธุศาสตร์เชิงปริมาณ (Quantitative genetics) มาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ปลาทับทิม โดยอาศัยวิธีการจัดสมการแบบผสม (Mixed model) ร่วมกับแบบจ า ลองพัน ธ ุก ร รมสัต ว์ภ าย ในป ร ะช าก รผ ่าน โป ร แก รม ASREML ผลลัพธ์ คือ ได้ค่าประมาณความสามารถทางพันธุกรรม (EBV) เพื่อใช้ส าหรับการคัดเลือกเพื่อปรับปรุงพันธุ์สัตว์ต่อไป ทั้งนี้รูปแบบการปรับปรุงพันธุ์สัตว์มีรายดังเอียดดังต่อไปนี้ข้อมูลพันธุ์ประวัติ (Pedigree) และข้อมูลลักษณ ะปรากฏ (Phenotypic value) ของสัตว์รายตัวถูกน ามาสร้างความสัมพันธ์ผ่านแบบจ าลองทางพันธุกรรม เพื่อท านายค่าประมาณความสามารถทางพันธุกรรมในด้านการเจริญเติบโตต่อวัน (EBV_ADG), ด้านอัตราการรอดตาย (EBV_SR%) ของสัตว์รายตัวส าหรับการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์สัตว์ด้วยวิธี within family selection สัตว์ที่ผ่านการคัดเลือกจะถูกพิจารณาจับคู่ผสมพันธุ์จากค่าอัตราเลือดชิดที่ไม่เกิน 0.04 ต่อคู่ผ ส ม พัน ธุ์ทั้ง นี้เ ป ้า ห ม า ย ข อ ง ก า ร ผ ส ม ภ า ย ใ น ส า ย พัน ธุ์ ( Line breeding) จ ะต้อ งมีอย่างน้อย 12 - 15 ค รอบค รัวต่อ ชุด (Batch) และภายใน 1 รุ่น มีรวมทั้งสิ้นจ านวน 250 ครอบครัวต่อรุ่นต่อปี
ตอนที่3การปรับปรุงพันธุ์
เร่อืงที่1 การปรับปรุ งพันธุ์โดยว ิธีการคัดเลือก (Selective breeding)การพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ปลานิลและปลานิลแดงโดยวิธีการคัดเลือก(selection) รูปแบบต่าง ๆ ได้ด าเนินการมากว่า 30 ปีซึ่งหลังจากการปรับปรุงพันธุ์ปลานิลและปลานิลแดงดังกล่าวนี้จ ะได้อัตร าก า ร เ จ ริญเติบโตที่ดีขึ้นประมาณ 10 - 40 เปอร์เซ็นต์ต่อปีก า ร ค ัด เ ล ือ ก ( selection) หมายถึง การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์เพื่อจะยกระดับค่าเฉลี่ยของประชากรในรุ่นต ่อ ไ ป ( อ ุท ัย ร ัต น์, 2 5 3 8) ซึ่งกา รคัดเลือกเป็นกระบวนการที่ท าให้ปลาตัวใ ด ตัว ห นึ่ง มีโ อ ก า ส ผ ส ม พัน ธุ์แ ล ะขยายพันธุ์มากกว่าปลาตัวอื่น มีการถ่ายทอดพันธุกรรมของปลาตัวนั้นไปสู่รุ่นลูกหลานต่อไปบทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 22 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ วิธีการคัดเลือกพันธุ์ปลานิลและปลานิลแดงที่ได้มีการศึกษาวิจัยในปจัจุบัน มี5 วิธีดังนี้1) การคัดเลือกโดยดูลักษณะตัวเอง หรือการคัดเลือกแบบหมู่ (individualselection หรือ mass selection)2) การคัดเลือกโดยดูลักษณะครอบครัว (family selection)3) การคัดเลือกโดยดูลักษณะภายในครอบครัว (within family selection)4) Combined selection5) การคัดเลือกโดยอ้างอิงค่าประมาณความสามารถทางพันธุกรรม (estimated breeding values, EBVs)ซึ่งจะเป็นผลส าเร็จได้โดยเริ่มต้นคัด เ ลือก ป ร ะ ช า ก ร ที่มีลัก ษณ ะตา มเป้าหมายโดยใช้โปรแกรมการคัดเลือกพันธุ์ที่จ าเพาะและคัดเลือกปลาแต่ละตัวภายในประชากรให้ได้รับการปรับปรุงต่อไป ดังนั้นในการคัดเลือกปลานิลและปลานิลแดงไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ที่จะให้ลูกที่ดีนั้น ต้องพิจารณาข้อมูลของลักษณะที่เป็นเป้าหมายในการคัดเลือกโดยข้อมูลของลักษณะเหล่านี้จะเป็นข้อมูลที่ได้รับโดยตรงจากตัวปลาเองหรือข้อมูลจากบรรพบุรุษ ข้อมูลจากลูกปลา และข้อมูลจากญาติพี่น้องของปลาตัวนั้น
ซึ่งจะใช้วิธีการใดเป็นวิธีในการคัดเลือกที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่อัตราการสืบพันธุ์ของปลา อัตราพันธุกรรม ลักษณะที่ส าคัญทางเศรษฐกิจ ลักษณะที่แสดงในเพศเดียว ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะปรากฏและพันธุกรรม และต้นทุนในการคัดเลือก เป็นต้น (นวลมณี, 2553)บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 23 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ 1) การคัดเลือกโดยดูลักษณะตัวเอง ห รือ ก า ร ค ัดเ ลือ ก แ บ บ ห มู ่ (individual selection หรือ mass selection)เป็นวิธีก า รคัดเลือก พ ่อ แม ่พัน ธุ์โด ยพิจารณาจากลักษณะปรากฏ ของปลาตัวนั้น ๆเพียงอย่างเดียว ซึ่งการพิจารณาลักษณะป ร ากฏดังกล ่า ว อ าจ จ ะพิจ า รณ าเ พีย งล ัก ษ ณ ะ เ ด ีย ว ห ร ือ ห ล า ย ล ัก ษ ณ ะ ก ็ไ ด้ ลักษณะปรากฏของปลาที่น ามาพิจารณาในการคัดเลือกโดยวิธีนี้ได้แก่ ขนาดล าตัวรูปร่าง ลักษณะการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร เป็นต้นก า รคัดเ ลือก โด ยดูลักษณ ะตัวเ อ ง ห รือก า รคัดเลือก แบบหมู ่ จ ะท า โดยก า รเปรียบเทียบลักษณะปรากฏที่ต้องการของปลาที่ต้องการคัดเลือกกับค่าเฉลี่ยลักษณะนั้นข องปลา ในปร ะช ากร ถ้าลักษณะที่ต้องการของปลาดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของปลาในประชากร ก็จะคัดเลือกปลาตัวนั้นไ ว้เ ป็น พ่อ แ ม่พัน ธุ์ต่อ ไป แต่ใ นก า รเปรียบเทียบนี้ต้องอยู่ใต้สภาวะแวดล้อมที่มีก า รค วบค ุม ปล าต้อ งมีอ า ย ุเท ่ากัน ห รือใกล้เคียงกัน แล ะท าในช ่วงเวลาเดียวกัน ที่ส าคัญต้องมีการบันทึกข้อมูลที่แม่นย าข ้อ ด ีข อ ง ก า ร ค ัด เ ล ือ ก โ ด ย ดูล ัก ษณ ะตัวเ อ ง ห รือก า รค ัดเ ลือก แบ บ ห มู ่ คือ เป็นวิธีการคัดเลือกที่ง่าย เนื่องจากเป็นการพิจารณาลักษณะของปลาที่ต้องการคัดเลือก โดยตรง ไม ่จ าเป็นต้องค้นห าข้อมูลจากแหล่งอื่นมาประกอบข้อจ ากัดของการคัดเลือกโดยดูลักษณ ะตัวเอง หรือการคัดเลือกแบบหมู่ คือ 1) ลักษณะที่จ ากัดโดยเพศ เช่น การให้ไข่และความสามารถในการเป็นแม่ซึ่งเป็นลักษณะที่แสดงออกในเพศเมียเพศเดียว ดังนั้นในกา รคัดเลือกพ่อพันธุ์ส าหรับลักษณ ะดังกล ่าวจะไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้จะต้องใช้การคัดเลือกวิธีการอื่นแทน2) ลักษณะที่แสดงออกเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ (maturity) เช ่น การ ให้ผลผลิตไข่ และความสามารถในการเป็นแม่ จะใช้ข้อมูลในการคัดเลือกก็ต่อเมื่อปลาตัวนั้นถึงวัยเจริญพันธุ์แล้ว ดังนั้นถ้ามีความจ าเป็นต้องคัดเลือกปลาดังกล่าวก่อนถึงวัยเ จ ริญ พัน ธุ์ ต้อ งพิจ า รณ า ล ักษณ ะอื่น ๆ ใ น ก า ร คัด เ ลือ ก แ ท น ลัก ษ ณ ะดังกล่าว
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 24 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ อ ย ่า ง ไ ร ก ็ต า ม ก า ร พิจ า ร ณ าลักษณะปรากฏของปลาแต่ละตัวนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุด และเป็นวิธีที่พิจารณาเป็นอันดับแรกก่อนใช้วิธีอื่นๆในกรณีที่ไม่มีข้อมูลอื่นมาประกอบการพิจารณาคัดเลือก การพิจารณาจากลักษณะปรากฏของปลาจะเป็นวิธีเดียวที่จะใช้ประโยชน์ได้Basiao and Doyle (2001) ได้คัดเลือกปลานิลโดยวิธีการคัดเลือกแบบหมู่ ของอัตราการเจริญเติบ โตเป็นเวลา 1 ชั่วอายุพบว่าปลานิลมีการต อบ สน อ งต่อ ก า รคัดเ ลือ กป ร ะ ม าณ 3 เปอร์เซ็นต์บุญช ่วย แล ะคณ ะ (2546) ได้คัดเลือ กปล านิล โดย วิธีก า รคัดเลือ กแบ บ ห มู ่ ข อ ง อ ัต ร าก า รเ จ ริญเ ติบ โต เป็นเวลา 1 ชั่วอายุพบว่าในสายที่ผ่านการคัดเลือกโตกว่าปลานิลในสายควบคุมประมาณ 7.9 - 8 เปอร์เซ็นต์น ว ล มณี (2 5 5 0) ได้คัดเ ลือกปลานิลจิตรลดา3 โดยวิธีการคัดเลือกแ บ บ ห มู ่ จ า ก ก า ร เ จ ร ิญ เ ต ิบ โ ต เ ป ็นร ะย ะเวลา 3 ชั่วอายุมีผลท าให้3) ในกรณีลักษณะที่ต้องการคัดเลือกมีค่าอัตราพันธุกรรมต่ า การพิจารณาลักษณะดังกล่าวในการคัดเลือกปลาแต่ละตัวนั้น จะเป็นค่าที่ใช้บ่งชี้คุณค่าการผสมพันธุ์ที่ไม่ดีนัก เนื่องจากลักษณะดังกล่าวมีความผันแปรที่เกิดจากปัจจัยของสิ่งแวดล้อมมาก จึงควรใช้การคัดเลือกวิธีอื่นแทน4) ลักษณะที่ต้องการที่สามารถวัดได้หลังจากการฆ่าปลาเท่านั้น เช่น เปอร์เซ็นต์ซาก จะต้องใช้การเลือกวิธีการอื่นแทนปลานิลจิตรลดา 3 มีการเจริญเติบโตเร็วขนึ้ปลานิลจิตรลดา 3 กลุ่มคัดเลือกรุ่นที่3มีอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าปลานิลจ ิต ร ล ด า 3 ก ลุ่ม ค ว บ คุม รุ่น ที่3 ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ค่าการเพิ่มขึ้นทางพันธุกรรม (genetic gain) ของน้ าหนักปลานิลจิตรลดา 3 อายุ 180 วันมีค่าประมาณ 10.1 เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วอายุนวลมณี และคณะ (2552ก) ได้คัดพันธุ์ปลานิลสายพันธุ์ GIFT โดยดูลักษณะตัวเอง (individual selection) จากการเจริญเติบโตโดยประเมินค่าการผสมพันธุ์ (estimated breeding value,EBV) ของน้ าหนักปลาอายุ180 วัน เป็นร ะย ะเวลา 2 ชั่วอายุผลจากการคัดเลือกพบว ่าปลานิลสายพันธุ์ GIFT กลุ่มคัดเลือกรุ่นที่1 แ ล ะ รุ่นที่2มีความยาวและน้ าหนักมากกว่ากลุ่มควบคุมในรุ่นเดียวกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p<0.05) ค่าอัตราพันธุกรรมประจักษ์ของความยาวและน้ าหนักปลานิลอ าย ุ 180 วัน มีค ่าเท ่ากับ 0.32 แล ะ 0.35 ตามล าดับ ค่าการเพิ่มขึ้นท า งพั น ธุก ร รม ข อ งค ว ามย า วปล า
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 25 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ อายุ 180 วัน รุ่นที่1 แล ะรุ่นที่2 อยู่ในช่วง 4.33 - 4.87 เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วอายุส่วนค่าการเพิ่มขึ้นทางพันธุกรรมของน้ าหนักปลาอายุ180 วัน รุ่นที่1และรุ่นที่2 อยู่ในช ่วง 9.17 - 10.10เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วอายุกฤษณ ุพันธ์ แล ะสง ่า (2550) ได้คัดเลือกปล านิล แด งส า ยพัน ธุ์ไทย โดยวิธีการคัดเลือกแบบหมู ่ จากการเจริญเติบโตเป็นร ะย ะเวลา 2 ชั่วอายุมีผลท า ให้ปล านิล แดงส ายพันธุ์ไทยมีการเจริญเติบโตเร็วขึ้น โดยปลานิลแดงสายพันธุ์ไทยที่ผ่านการคัดเลือกรุ่นที่2 มีความยาวและน้ าหนักมากกว่าปลานิลแดงสายพันธุ์ไทยที่ไม่ได้ผ่านการคัดเลือกหรือกลุ่มควบคุมรุ่นที่2เ ฉ ลี่ย 1 . 5 9 เ ป อ ร์เ ซ ็น ต์ แ ล ะ 7. 9เปอร์เซ็นต์ ตามล าดับปลานิลแดงทนเค็มปรับปรุงพันธุ์มาจากปลานิลแดง 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ปลานิลแดงสายพันธุ์ไทย ปลานิลแดงส า ย พ ัน ธุ์ไ ต ้ห ว ัน ป ล า น ิล แ ด ง ส า ยพันธุ์สเตอริง และปลานิลแดงสายพันธุ์ม า เ ล เ ซีย ซึ่ง น า ม า ผ ส ม ข้า ม จ น ไ ด้ลูกผสม 16 กลุ่ม จากนั้นน าพันธุ์ผสมด ัง ก ล ่า ว ม า ค ัด เ ล ือ ก โ ด ย ดูล ัก ษ ณ ะตัวเอง (individual selection) เพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต โดยประเมินจ า ก ค ่า ก า ร ผ ส ม พ ัน ธุ์ ( estimated breeding value, EBV) ของน้ าหนักปลาอายุ 180 วัน ในน้ าความเค็มระดับ25 - 30 ส่วนในพัน จ านวน 2 ชั่วอายุ(นวลมณี และคณะ, 2550; Pongthanaet al., 2009) ซึ่งเมื่อคัดเลือกปลานิลแดงให้ทนทานต่อความเค็มไปได้ 2 รุ่น ได้ค่าการเพิ่มขึ้นทางพันธุกรรม ของน้ าหนักที่อายุ1 8 0 ว ัน อ ยู ่ใ น ช ่ว ง ร ะ ห ว ่า ง 8.48 - 13.92 เปอร์เซ็นต์ และพบว ่าปลานิลแดงที่ผ่านการคัดเลือกด้วยวิธีดูลักษณะตัวเอง โดยประเมินจากคุณค่าการผสมพันธุ์ของน้ าหนักปลาเมื่ออายุ180 วัน จ านวน 2 รุ่น มีการตอบสนองต่อการคัดเลือกในน้ าความเค็มระดับ25 - 30 ส่วนในพัน ระยะเวลา 120 วันโดย มีน้ า ห นัก ค ว า มย า ว ข อ งล าตัวค ว า ม ลึก ข อ ง ล า ต ัว ค ว า ม ห น า ข อ งล าตัว อัต ราก าร รอดต าย อัต รากา รเจริญเติบโตจ าเพาะ เปอร์เซ็นต์เนื้อแล่และผลผลิต สูงกว่าการเลี้ยงปลานิลแ ด ง ส า ย พ ัน ธุ์ไ ท ย ป ร ะ ม าณ 6 6 . 4 , 17.3, 23.6, 16.8, 94.9, 15.5, 3.7แ ล ะ 2 3 3 . 0 เ ป อ ร์เ ซ็นต์ ต า ม ล า ดับ (นวลมณี และคณะ, 2552ข)ภาพโดย ปริญญา ผดุงถิ่น จาก posttoday
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 26 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ 2) ก า ร ค ัดเ ลือ ก โด ย ดูล ัก ษณ ะครอบครัว (family selection) เป็นว ิธ ีก า ร ค ัด เ ล ือ ก โ ด ย พิจ า ร ณ า จ า กค่าเฉลี่ยของลักษณะปรากฏ ของปลาแ ต ่ล ะ ค ร อ บ ค ร ัว น ิย ม ใ ช ้ค ัด เ ล ือ กลักษณะปรากฏที่มีค่าอัตราพันธุกรรมต่ า (heritability, h²) มีความผันแปรของสิ่งแวดล้อมระหว่างครอบครัวน้อยแ ล ะ ป ล า ม ีข น า ด ค ร อ บ ค ร ัว ใ ห ญ่ จ าเป็นต้องเลี้ยงปลาแต่ละครอบครัวแยกกันHorstegen-Schwark and Langholz (1998) ได้คัดเลือกปลานิลโดยวิธีดูลักษณะครอบครัว (family selection) ของอายุเมื่อเข้าวัยเจริญพันธุ์เป็นเวลา 2 ชั่วอายุพบว่าปลานิลกลุ่มค ัด เ ลือ กเ พ ศ เ มีย มีว ัย เ จ ริญ พัน ธุ์ช ้ากว่าเดิมประมาณ 29 เปอร์เซ็นต์ แล ะปลานิลกลุ่มคัดเลือกเพศผู้มีค่า GSI ต่ ากว่าเดิมประมาณ 39 เปอร์เซ็นต์3) ก า ร ค ัดเ ลือก โด ย ดูล ัก ษณ ะภายในครอบครัว (within family selection) เป็นวิธีการคัดเลือกพันธุ์โ ด ย พ ิจ า ร ณ า จ า ก ล ัก ษ ณ ะ ป ร า ก ฏ (phynotype) ของเพศผู้และเพศเมียใ น ท ุก ค ร อ บ ค รัว นิย ม ใ ช ้ค ัด เ ลือ กลักษณะปรากฏที่มีความผันแปรของสิ่งแ วดล้อมร ะห ว่างคร อบครัวมากจ าเป็นต้องเลี้ยงปลาแต่ละครอบครัวแยกกันสุภัท ร า ( 2 5 3 5) ไ ด้คัดเ ลือ กป ล า น ิล โ ด ย ว ิธ ีด ูล ัก ษ ณ ะ ภ า ย ใ นครอบครัว (within family selection) ของการเจริญเติบโต จ านวน 3 อายุพ บ ว่ า ป ล า นิ ล ก ลุ่ ม คั ดเ ลื อ ก มี ข น า ดโตกว่าปลาในกลุ่มควบคุม 21 เปอร์เซ็นต์โดยน้ าหนักUriawan (1988) ได้คัดเลือกป ล า น ิล โ ด ย ว ิธ ีด ูล ัก ษ ณ ะ ภ า ย ใ นครอบครัว (within family selection)ของอายุเมื่อเข้าวัยเจริญพันธุ์พบว่าในชั่วอายุที่1 ปลาคัดพันธุ์เจริญพันธุ์เร็วกว่าเดิม 11 - 14 วัน แต่ในชั่วอายุที่2 ผลของการคัดพันธุ์ ไม่ชัดเจนBolive r et a l . (1994) ได้ค ัด เ ลือ ก ป ล า นิล โ ด ย วิธีดูล ัก ษ ณ ะภาย ในครอบครัว (within family selection) ของการอัตราเจริญเติบโตเ ป็น เ ว ล า 8 ชั่ว อ ายุพ บว่า เกิดผลต อบ สน อ งต่อ ก า รคัดเ ลือ กป ร ะ ม าณ 3 เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วอายุ
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 27 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ Boliver and Newkirk (2002)ไ ด ้ค ัด เ ล ือ ก ป ล า น ิล โ ด ย ว ิธ ีดูลัก ษณ ะ ภ า ย ใ น ค ร อ บ ค รัว (within family selection) ของน้ าหนัก เป็นเ ว ล า 12 ชั่ว อ า ยุพ บ ว่า เ กิด ผ ลต อบ สน อ งต่อ ก า รคัดเ ลือ กป ร ะ ม าณ 12.4 เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วอายุศรีจรรยา และคณะ (2555) ได้ด าเ นินก า ร คัดเ ลือก ป ล านิล แ ด ง ส า ยพันธุ์อุตรดิตถ์ด้วยวิธีการคัดเลือกโดยดูลักษณะภายในครอบครัวจ านวน 20 ครอบครัว เมื่อคัดเลือกไปได้ 2 รุ ่น พ บ ว ่า ป ร ะ ช า ก ร ป ล า น ิล แ ด ง ก ลุ ่มคัดเลือกมีความยาวและน้ าหนักมากกว่าป ร ะ ช า ก ร ก ลุ ่ม ค ว บ ค ุม 5 . 6 0 แ ล ะ 14.68 เปอร์เซ็นต์ ตามล าดับศรีจรรยา และคณะ (อยู่ระหว่างการตีพิมพ์) การคัดพันธุ์ปลานิลแดงสายพันธุ์อุตรดิตถ์ด้วยวิธีการคัดเลือกโ ด ย ด ูล ัก ษ ณ ะ ภ า ย ใ น ค ร อ บ ค ร ัว (within family selection) จ านวน 4 0 ค ร อ บ ค ร ัว ฟ ุ ล - ส ิบ แ ล ะ 2 0 ครอบครัวฮาล์ฟ-สิบ โดยใช้ประชากรปลานิลแดงสายพันธุ์อุตรดิตถ์ที่ผ่านก า รคัดเ ลือก แล้ว 2 รุ ่น (ศ รีจ ร ร ย า และคณะ, 2555) เป็นประชากรเริ่มต้นเมื่อคัดพันธุ์ต่อไปได้ 3 รุ ่น (รุ ่น G₅) พบว่าประชากรที่ผ่านการคัดเลือกแล้วมีค ว า ม ย า ว แ ล ะ น้ า ห นัก ม า ก ก ว่าป ร ะ ช า ก ร ก ลุ ่ม ค ว บ ค ุม 1 0 . 2 9 แ ล ะ 42.35 เปอร์เซ็นต์ตามล าดับส ม นึก แ ล ะ คณ ะ (2 56 4) ไ ด้ป ร ับ ป ร ุง พ ัน ธุ์ป ล า น ิล จ ิต ร ล ด า 3 ด้ว ย วิธีก า ร คัด เ ลือ ก แ บ บ ดูลัก ษณ ะภาย ในครอบครัว (within family selection ) โด ย ใ ช้ลัก ษณ ะสัดส่ว นเป็นเกณฑ์ พบว่าปลานิลจิต รลดา 3 ที่ผ่า น ก า ร คัด เ ลือ ก ไ ป ไ ด้ 2 รุ ่น มีการเจริญเติบโตดีขึ้น ค่า เฉลี่ยของความยาวทั้งหมด น้ าหนักตัว ความก ว ้า ง ล า ต ัว ค ว า ม ล ึก ล า ต ัว แ ล ะอัต ร า ส ่ว น ค ว า ม ลึก ล า ตัว เ ทีย บ ก ับค ว า ม ย า ว ทั้ง ห ม ด มีค่า เ พิ่ม สูง ขึ้นกว่าปล านิลกลุ่มป ร ะช าก รค วบคุม มีค่า เ ฉ ลี่ย ข อ ง ค ว า ม ย า ว ทั้ง ห ม ดเ พิ่ม ขึ้น เ ทีย บ กับ ก ลุ่ม ป ร ะ ช า ก รค ว บ ค ุม เ ท ่า กับ 2 . 2 8 แ ล ะ 2 .6 4 เปอร์เซ็นต์ตามล าดับ มีน้ าหนักตัวม า ก ก ว ่า ก ลุ ่ม ป ร ะ ช า ก ร ค ว บ ค ุม เท่ากับ 8.13 แล ะ 9.73 เปอร์เซ็นต์ เ ช่น เ ดีย ว กับ ค่า เ ฉ ลี่ย ข อ ง ก า รเจริญเติบโตที่พบว่าปลานิลจิตรลดา 3 ก ลุ ่ม ป ร ะ ช า ก ร ค ัด เ ล ือ ก ม ีก า รเ จ ริญ เ ติบ โตที่เ พิ่ม ขึ้นเ มื่อ เ ทีย บ กับก ลุ ่ม ป ร ะ ช า ก ร ค ว บ ค ุม โ ด ย ม ีค ่าเพิ่มขึ้นในเพศผู้มากกว่าเพศเมีย และอัต ร า พัน ธุก ร ร ม ที่ค า น ว ณ ไ ด้จ า กค่า เ ฉ ลี่ย ข อ ง ก า ร เ จ ริญ เ ติบ โ ตโ ด ยค ว า ม ย า ว แ ล ะ น้ า ห นัก ข อ ง ก า รคัดเ ลือก ทั้ง 2 รุ ่น มีค ่า อ ยู ่ ใ น ช ่ว ง 0.340 - 0.755
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 28 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ 4) Combined selection เป็นว ิธ ีก า ร ค ัด เ ล ือ ก โ ด ย พิจ า ร ณ า จ า กค่าเฉลี่ยของลักษณะปรากฏ (phenotype)ข อ ง ป ล า แ ต่ล ะตัว แ ล ะ ค่า เ ฉ ลี่ย ข อ งลักษณะปรากฏของปลาแต่ละครอบครัวEknath and Acosta (1998)ได้คัดเลือกปลานิลสายพันธุ์ GIFT โดยวิธี combined selection ของการอัตราเจริญเติบโต เป็นเวลา 5 ชั่วอายุพ บ ว ่า ป ล า นิล ก ลุ ่ม ค ัดเ ลือ ก มีค ่า ก า รเ พิ่ม ขึ้น ท า ง พัน ธุก ร ร ม ( genetic gain) ประมาณ 12 - 17 เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วอายุ5) ก า ร ค ัด เ ล ือ ก โ ด ย อ ้า ง อ ิงค ่า ป ร ะ ม า ณ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท า งพั นธุกรรม (estimated breeding values, EBVs) เป็นการคัดเลือกโดยพิจารณาจากค่า EBVs ของลักษณะที่ต้องการคัดเลือกของปลาที่มีค่าสูงตามเกณฑ์ที่ก าหนด การประมาณค่า EBVsนั้นจะใช้ mixed model equation(MME) เนื่องจากค่า EBVs ที่ได้นั้นจ ะมีคุณสมบัติต าม best linea r unbiased prediction (BLUP) โดย MMEเป็นสมการที่มีการใช้ข้อมูลของสัตว์น้ าทุกตัวที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมแ ล ะ มี ก า ร ข จั ด ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง อันเนื่องมาจากปัจจัยก าหนด ( fixed effects) ในการประมาณค่า EBVsดัง นั้น ก า ร คัด เ ลือ ก อ้า ง อิง ต า ม ค่าEBVs จ ะให้ผลความแม ่นย าในการคัดพันธุ์สูงกว ่าวิธีการแบบการพิจารณาข ้อ มูล ข อ ง ต น เ อ ง เ พีย ง อ ย ่า ง เ ดีย ว เนื่องจากค่าที่ใช้คัดเลือกนั้นเป็นอิทธิพลทางพันธุกรรมที่ปราศจากอิทธิพลจากปัจจัยก าหนดแล้ว เป็นวิธีการคัดเลือกที่ประเมินผลได้อย่างถูกต้องแม่นย าที่สุด จ าเป็นต้องติดเครื่องหมายปลาทุกตัวและบันทึกข้อมูลทั้งพ่อแม่และปลาทุกตัวGall and Bakar (2002) ได้ค ัด เ ลือ ก พัน ธุ์ป ล า นิล โ ด ย วิธี BLUP selection ของน้ าหนักปลาอายุ98 วัน เ ป็นเ ว ล า 3 ชั่วอายุพบว่าปลาก ลุ่ม คัด เ ลือ ก มีค่า ก า ร เ พิ่ม ขึ้น ท า งพันธุกรรม (genetic gain) ระหว่าง 2.42 - 2.61 กรัมต่อชั่วอายุและปลาที่ผ่า น คัด เ ลือ ก มีก า ร เ จ ริญ เ ติบ โ ตเพิ่มขึ้นPonzoni et al. (2005) ได้คัดเลือกปลานิลสายพันธุ์ GIFT โดยวิธีBLUP selection ของอัตราการเจริญเติบโต เป็นเวลา 5 ชั่วอายุพบว่าปลาที่ผ่า น คัด เ ลือ ก มีก า ร เ จ ริญ เ ติบ โ ตเพิ่มขึ้น
เร่อืงที่2 การปรับปรุงพันธุ์โดยวธิีอ่ืน ๆบทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 29 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ 2 . 1 ก า ร ผ ส ม ข้ า ม ช นิ ด (Inter-specific hybridization/cross breeding)การผสมข้ามชนิดของปลากลุ่มปล า นิลเป็นวิธีการหนึ่งที่นิยมใช้เพื่อรวมลักษณะที่ดีของปลานิลต่างชนิดเ ข้า ด้ว ย กัน ห รือ เ ป็น ก า ร ส ร้า ง ป ล าเพศเดียวก า รผสม ข้าม ช นิด ร ะ ห ว่า งปล าน ิล แ ล ะ ป ล า ห ม อ เ ท ศ ซึ่ง ไ ด้ป ล าลูก ผ ส ม ที่ส า ม า ร ถ เ จ ริญ เ ติบ โ ต ใ นน้ าเค็ม 15 - 32 ส่วน ในพัน ได้ดีกว่าปลานิล (Villegas, 1990; เจษฎา, 2540)ก า รผสม ข้าม ช นิด ร ะ ห ว่า งปล า B lue tilapia เพศผู้ แล ะปล านิลเ พ ศเ มีย ซึ่งได้ลูกปลาลูกผสมที่เป็นเพศผู้ประมาณ 50-100 เปอร์เซ็นต์(P ruginin et al ., 1975)ก า รผสม ข้าม ช นิด ร ะ ห ว่า งปล า B lue tilapia เพศผู้ แล ะปล านิล G IFT เพศเมีย ซึ่งได้ปลาลูกผสมที่เป็นเพศผู้ประมาณ 93.0 ± 4.2 เปอร์เซ็นต์(นวลมณี และคณะ, 2552ค)2 . 2 ก า ร จัด ก า ร ค ว บ ค ุม เ พ ศ (Sex manipulation )เ นื่อ ง จ า ก ป ล า นิล แ ล ะ ป ล า นิลแดงเพศผู้เจ ริญเติบ โตเ ร็วก ว่า แล ะมีข น า ด ใ หญ ่ก ว ่าเ พ ศเ มีย จึงเ ป็นเ ห ตุใ ห้มีก า ร แ ป ล งเ พ ศ ป ล า ใ ห้เ ป็นเ พ ศ ผู้เ พื่อ ใ ช้ในกา ร เ พ า ะเ ลี้ย งเ ชิงกา รค้าก า ร เ พ า ะ เ ลี้ย ง ป ล า นิล แ ล ะ ป ล า นิลแ ด ง เ พ ศ ผู ้จ ะ ช ่ว ย ใ ห ้ ไ ด ้ผ ล ผ ล ิตเพิ่มขึ้น ไม่เกิดกา รผสมพันธุ์วางไข่ใ น บ่อ เ ลี้ย ง แ ล ะ ไ ด้ป ล า ข น า ดใกล้เคียงกันเมื่อเก็บเกี่ยว แต่ปลาแปลงเพศด้วยฮอร์โมนอาจไม่เป็นที่ย อ ม รับ ข อ งผู้บ ริ โ ภ ค ใ น บ า ง ป ร ะเ ท ศ การผลิตปลาที่เป็นเพศผู้ที่มีโครโมโซมแบบXY (genetically male tilapia หรือ XY-male ) จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนในการแ ป ล ง เ พ ศ ป ล า วิธีก า ร ที่เ ห ม า ะ ส มที่สุด ใ น ก า ร ผ ลิต ป ล า เ พ ศ ผู้ซึ่ง มีโคร โม โซมแบบ XY (XY-male ) ในเชิงธุรกิจ คือ การผสมพันธุ์ร ะหว่างพ่อพันธุ์ที่มีโครโมโซมแบบ YY ห รือเ รีย ก ว ่า ซูเ ป อ ร์เ ม ล ( YY-male ) แล ะ แ ม่พันธุ์ที่มีโคร โมโ ซมปกติแ บบXX (XX-female )
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 30 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ Mair et al. (1992) ได้ทดลองพัฒนาปลานิล “Egypt” ที่มีโครโมโซมแบบ YY (YY-male ) จากการ ใช้ฮ อ ร์ โมน แปลงเพศ แล ะทดลองผลิตป ล า นิล เ พ ศ ผู้ซึ่ง มีโ ค ร โ ม โ ซ ม แ บ บXY (XY-male ) จากการผสมพันธุ์ระหว่างพ่อพันธุ์ปลานิลที่มีโครโมโซมแบบ YY (YY-male ) แล ะแม่พันธุ์ปลานิลที่มีโคร โมโซมปกติแบบ XX (XX-female )นวลมณี และ พุ ทธรัตน์ (2538)ได้ทดลองเพ า ะพันธุ์ปล านิลส ายพันธุ์จิตรลดา 2 ซึ่งเป็นเพศผู้ที่มีโครโมโซมแบบ XY (genetically male tilapiaห รือ XY-male ) จ าก ก า รผ สมพัน ธุ์ร ะ ห ว ่า ง พ ่ อ พัน ธุ์ป ล า นิล ซูเ ป อ ร์เ ม ล (supe rmale ห รือ YY-male ) กับแ ม ่พัน ธุ์ป ล า นิล ป ก ติ แ ล ะ ไ ด้ท ด ล อ งเลี้ยงปลานิลดังกล่าวเปรียบเทียบกับป ล า นิล แ บ บ ร ว ม เ พ ศ ใ น บ ่อ ดิน เ ป็นร ะย ะเ วล า 8 เดือน พบว่าการเลี้ยงปล า นิลเ พ ศผู้ดัง ก ล ่า ว ใ ห้ผล ผลิตต ่อไร่สูงกว่า 28.25 เปอร์เซ็นต์ แล ะ ได้ปลา ที่มีข นาดใก ล้เ คียงกันเกือบทั้งบ ่อ โ ด ย 9 2 . 3 เ ป อ ร์เ ซ็น ต์มีค ว า มยาวเฉลี่ย 25.08 ± 1.26 เซนติเมตรน้ าหนักเฉลี่ย 316 ± 51.34 กรัม และเปอร์เซ็นต์เนื้อแล่เฉลี่ย 38.31 ± 2.84เปอร์เซ็นต์2.3 ก า ร จัด ก า ร ชุด โ ค ร โ ม โ ซ ม (Chromosome-set manipulation)ก า ร จัด ก า ร ชุด ข อ ง โ ค ร โ ม โ ซ มเ ป็น วิธีก า ร ท า ง เ ท ค โ น โ ล ยีชีว ภ า พ ( biotechnology ) วิธีก า ร ห นึ่ง ที่น า ม า ใ ช้ ใ น ก า ร ป รับ ป รุง พัน ธุ์ ใ น ป ล านิล แ ล ะป ล า นิล แด ง โด ย ก า ร จัดก า รแ บ ่ง ไ ด ้เ ป็น 2 ล ัก ษ ณ ะ คือ ก า รเ ห นี่ย ว น า ใ ห้เ กิด ก า ร เ พิ่ม ชุด ข อ งโ ค ร โ ม โ ซ ม ( polyploidization ) แ ล ะ ก า ร เ ห นี่ย ว น า ไ จ โ น จีนีซ ิส(gynogenesis) แล ะแอนโดรจีนีซิส(and rogenesis )2.3.1 การเหน่ียวน าให้เกิดการเพิ่มชุดของโครโมโซม (polyploidization)วิธีก า ร เ ห นี่ย ว น า ใ ห้เ กิด ก า รเพิ่มของชุดโครโมโซมในปลานิลและปลานิลแดงมีการทดลองปฏิบัติ ใน 2 วิธี คือ วิธีก า ร ใ ช้ค ว า ม ดัน แ ล ะ ก า รใช้อุณหภูมิผลของการเหนี่ยวน า ให้เกิดกา ร เพิ่มชุดของโคร โมโซมมีผลท า ใ ห้ป ล า เ จ ริญ เ ติบ โ ต เ ร็ว ก ว ่า ป ก ติ ปลาที่มีโครโมโซม 3 ชุด (ทริพพลอยด์)จ ะ เ ป็น ห มัน ซึ่ง จ ะ เ ป็น ผ ล ดีใ น ก า รควบคุมปร ะช ากร และลดกิจกร รมที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ลง
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 31 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ Hussain et a l . (1991 ) ได้ศึก ษ า วิจัย เ พื่อ เ ห นี่ย ว น า ใ ห้ป ล า มีโคร โม โซม 3 ชุด โดยการ แช่ ไ ข่ปล านิล ห ลัง จ า ก ผ ส ม 7 นาที ในน้ า เย็นอ ุณ ห ภูมิ 9 อ ง ศ า เ ซ ล เ ซีย ส น า น 3 0 น า ที ใ ห้ผ ล ไ ด้ป ล า นิล ที่มีโค ร โม โ ซม 3 ชุด 1 00 เป อ ร์เ ซ็นต์ ทดลองแช่ ไข่ปลานิลหลังจากผสม 5 นาที ในน้ า ร้อนอุณหภูมิ 4 1 อ ง ศ าเ ซ ลเ ซีย ส น า น 3.5 น า ที ใ ห้ผ ล ไ ด้ปลานิลที่มีโครโมโซม 3 ชุดทั้งหมด( 100 เปอ ร์เซ็นต์) แล ะทดลองช็อคไ ข ่ป ล า น ิล ห ล ัง จ า ก ผ ส ม 9 น า ที ด้ว ย ค ว า ม ดัน น้ า ( hyd rostatic p ressu re shock ) ร ะดับ 8,000 psi นาน 9 นาทีผลที่ได้คือปลานิลที่มีโครโมโซม 3 ชุด ทั้งหมดเช่นกันB r a m i c k e t a l . ( 1 9 9 6) ไ ด้ศึก ษ า วิจัย พ บ ว่า ป ล า นิล ที่มีโ ค ร โ ม โ ซ ม 3 ชุด เ จ ริญเ ติบ โ ตเ ร็วกว่า แล ะ ให้ผลผลผลิตสูงกว่าปล านิลปกติประมาณ 56 - 123 เปอร์เซ็นต์ไ ด้มีก า ร ศึก ษ า วิจัย เ พื่อเ ห นี่ย ว น า ใ ห้ป ล า ใ น ก ลุ่ม ป ล า นิล มีโ ค ร โ ม โ ซ ม 4 ช ุด ( tet raploid ) โดย ใช้อุณหภูมิ สารเคมี แล ะการช็อคด้วยความดัน (pressure shock)แต่ยังไม่ประสบผลส าเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากปลานิลที่มีโครโมโซม 4 ชุดตายหมด (Myer, 1986; Don and Avtalion, 1988; Mair, 1988; ElGamal et al., 1999)2 . 3 . 2 ก า ร เ ห นี่ยว น า ไ จ โนจีนีซิส (gynogenesis ) แล ะ แ อน โด รจีนีซิส (and rogenesis )ก า ร เ ห นี่ย ว น า ไ จ โ น จีนีซ ิส(gynogenesis ) เป็นการเหนี่ยวน าใ ห้ป ล า นิล แ ล ะ ป ล า นิล แ ด ง ไ ด้รับ ส า รพันธุกร รมจากไข่เท่านั้น โดยที่สา รพันธุกรรมของน้ า เชื้อถูกท าลายด้วยร ัง ส ี ม ีผ ล ท า ใ ห ้ป ล า มี โ ค ร โ ม โ ซ มเหมือนแม่H u s s a i n e t a l . ( 1 9 9 3)ประสบผลส า เร็จในการเหนี่ยวน า ไจโนจีนีซิสในปลานิล โดยการน าน้ าเชื้อไปฉ าย รังสีอัลต ร า ไ ว โอเลต 300 -310 ไมโครวัตต์ต่อตารางเซนติเมตรร ะ ย ะ เ ว ล า 2 น า ที ภ า ย ห ล ัง ผ ส มน้ า เชื้อกับไข่นาน 2 7.5 นาทีน า ไข่ที่ผสมแล้วไปแช่ในน้ าร้อนอุณหภูมิ 41 อ ง ศ าเ ซ ลเ ซีย ส น า น 3.5 นาทีซึ่งได้ผลเป็นปล านิล ไจ โนจีนีซิสเพศเมีย XX-femaleMyer et al. (1995) ประสบผลส าเร็จในการเหนี่ยวน าไจโนจีนีซิสในปลานิล โ ด ย ก า ร น า น้ า เ ชื้อ ไ ป ฉ า ย รัง สีอัลตราไวโอเลต 300 - 310 ไมโครวัตต์ต่อตารางเซนติเมตร ระยะเวลา 2 นาที
บทที่ 1 ชี ว วิ ท ย า - 32 - ตอนที่ 3 ก า ร ป รั บ ป รุ ง พั น ธุ์ ภายหลังผสมน้ า เชื้อกับไข่นาน 25 -27.5 นาที น าไข่ที่ผสมแล้วไปแช่ในน้ าร้อนอุณหภูมิ42.5 องศาเซลเซียสน าน 3 - 4 นาทีซึ่งได้ผลเป็นปลานิล ไจ โนจีนีซิสเพศเมีย XX-femaleส่วนการเหนี่ยวน าแอนโดรจีนีซิส(androgenesis) เป็นการเหนี่ยวน าให้ป ล า น ิล แ ล ะ ป ล า น ิล แ ด ง ไ ด ้ร ับ ส า รพันธุกรรมจากน้ าเชื้อเท่านั้น โดยที่สารพันธ ุก ร รมของ ไข ่ถูกท าล ายด้วย รังสี มีผลท าให้ปลามีโครโมโซมเหมือนพ่อMyer et al. (1995) ได้ทดลองเหนี่ยวน าแอนโดรจีนีซิสในปลานิล โดยการน าไข่ปลานิลไปฉายรังสี UVความเข้ม 450 - 720 J/m² ก่อนน าไปผสมกับน้ าเชื้อปกติและแช่ไข่ปลานิลหลังผสม 25 - 27.5 นาที ในน้ าร้อนอุณหภูมิ 42.5 องศาเซลเซียส นาน 4 นาทีให้ผลได้ปลานิลที่เป็นแอนโดรจีนีซิส
- 33 -เอกสารอ้างอิงกฤษณุพันธ์ โกเมนไปรรินทร์ และ สง่า ลีสง่า. 2550. การปรับปรุงพันธุ์ปลานิลแดงสายพันธุ์ ไทยโดยการคัดเลือกหมู่. เอกสารวิชาการฉบับที่ 8/2550. สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ า, กรมประมง. 27 หน้า.เจษฎา ธนกิจการ. 2540. การปรับปรุงความทนทานต่อความเค็มในปลานิล (Oreochromis niloticus) โดย วิธีการผสมข้ามชนิดกับปลาหมอเทศ(Oreochromis mossambicus). วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์ มหาบัณฑิต(เพาะเลี้ยงสัตว์น้ า). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพมหานครฯ. 88 หน้า.นวลมณี พงศ์ธนา. 2550. การคัดพันธุ์ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา 3. รายงานการประชุมวิชาการประมงประจ าปี 2550, กรมประมงและศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้. หน้า 273-282.นวลมณี พงศ์ธนา. 2553. ปจัจัยการเพาะเลี้ยงปลานิลและปลานิลแดงให้ประสบผลส าเร็จ. เอกสารเผยแพร่ฉบับที่ 2/2553. ศูนย์วิจัยและทดสอบพันธุ์สัตว์น้ าปทุมธานี. สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ า. กรมประมง. 43 หน้า.นวลมณี พงศ์ธนา และ พุทธรัตน์ เบ้าประเสริฐกุล. 2538. การทดลองเพาะเลี้ยงปลานิลเพศผู้GMT. เอกสารวิชาการฉบับที่ 7. สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ า, กรมประมง. 9 หน้า.นวลมณี พงศ์ธนา, นนท์ปวิธ ออกแดง, มัลลิกา ทองสง่า และ ประจักษ์ บัวเนียม. 2552ก. การคัดพันธุ์ปลานิล สายพันธุ์ GIFT. การประชุมวิชาการประมง ประจ าปี 2552, กรมประมงและศูนย์พัฒนาการประมง แห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้. หน้า 147-158.นวลมณี พงศ์ธนา, นนท์ปวิธ ออกแดง, มัลลิกา ทองสง่า และ ประจักษ์ บัวเนียม. 2552ข. การคัดพันธุ์ปลานิลแดงให้ทนทานต่อความเค็ม. วารสารการประมง. 62 (5): 412-420.นวลมณี พงศ์ธนา, มัลลิกา ทองสง่า และ ประจักษ์ บัวเนียม. 2552ค. การทดลองเลี้ยงปลานิลลูกผสม (Blue tilapia x นิลสายพันธุ์ GIFT). วารสารการประมง. 62 (1): 34-37.บุญช่วย เชาวน์ทวี, สุภัทรา อุไรวรรณ์ และ มะลิลาน้ าเที่ยง. 2546. การคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ปลานิลเพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต. เอกสารวิชาการฉบับที่ 2/2546.สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตวน้ า, กรมประมง. 36 หน้า.
- 34 -ศรีจรรยา สุขมโนมนต์, วิศณุพร รัตนตรัยวงศ์, สุภัทรา อุไรวรรณ์, สุภาพร จันทร์อินทร์ และ ทองอยู่ อุดเลิศ. 2555. การปรับปรุงลักษณะการเจริญเติบโตปลานิลแดงสายพันธุ์อุตรดิตถ์. วารสารวิจัยเทคโนโลยีการประมง 6 (2): 1-11. สุภัทรา อุไรวรรณ์ และ มะลิวัลย์ มีวรรณ. 2535. การคัดพันธุ์ปลานิลเพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตโดยวิธีดูลักษณะภายในครอบครัว. เอกสารวิชาการฉบับที่4. สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ า, กรมประมง. 17 หน้า. สมนึก คงทรัตน์, ศรีจรรยา สุขมโนมนต์, กมลพรรณ ไชยทอง, วิศณุพร รัตนตรัยวงศ์, โกศล ข าแสง และ ทองอยู่ อุดเลิศ. 2564. การปรับปรุงพันธุ์ปลานิลจิตรลดา 3 ด้วยวิธีการคัดเลือกแบบภายในครอบครัวโดยใช้ลักษณะสัดส่วนเป็นเกณฑ์.เอกสารวิชาการฉบับที่4/2564. กองวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ า, กรมประมง. 18 หน้า.อุทัยรัตน์ ณ นคร. 2538. การเพาะขยายพันธุ์ปลา. ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ า. คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 231 หน้า.Basiao, Z. U. and R. W. Doyle. 2001. Test of size-specific mass selection for Nile tilapia, Oreochromis niloticus L., cage farming in the Philippines. Aquaculture Research. 30(5): 373-378.Boliver, R. B. and G. F. Newkirk. 2002. Response to within family selection for body weight in Nile tilapia (Oreochormis niloticus) using a single-trait animal model. Aquaculture. 204: 371-181. Boliver, R. B., Z. P. Bartolome and G. F. Newkirk. 1994. Response to within-family selection for growth in Nile tilapia (Oreochromis niloticus L.). In: Chou LM, Munro AD, Lam T, Chen TW, Cheong LKK, Ding JK, Hooi KK, Khoo HW, Phang VPE, Shim KF and Tan CH (eds.). The Third Asian Fisheries Forum. Asian Fisheries Society, Manila, Philippines. pp. 548- 551.Brämick, U., B. Puckhaber, H. J. Langholz and G. HÖrstgen-Schwark. 1996. Testing of triploid tilapia (Oreochromis niloticus) under tropical pond conditions. In: Doyle, R.W., C.M. Herbinger, M. Ball and G.A.E. Gall (Eds.). Genetics in Aquaculture V. Elsevier Science, Amsterdam, Netherlands. pp. 343-353.
- 35 -Don, J. and R. R. Avtalion. 1988. Comparative study on the induction of triploidy in tilapias using cold and heat shock techniques. J Fish Biol. 32: 665-672.Eknath, A. E. and B. O. Acosta. 1998. Genetic improvement of farmed tilapia project final report ( 1988-1997). ICLARM, Manila, Philippines. 75 pp.El-Gamal, A. R. A., K. B. Davis, J. A. Jenkins and E. L. Torrans. 1999. Induction of triploidy and tetraploidy in Nile tilapia Oreochromis niloticus L. J World Aqua Soc. 30 (2): 269-275.Gall, G. A. E. and Y. Baka r. 2002. Application of mixed-model techniques to fish breed improvement: analysis of breedingvalue selectiom to increase 98-day body weight in tilapia. Aquaculture. 212: 93-113.HÖrstegen-Schwark, G. and H. J. Langholz. 1998. Prospects of selecting for late maturity in tilapia (Oreochromis niloticus): III. A selection experiment under laboratory conditions. Aquaculture. 167: 123-133. Hussain, M.G., A. Chatterji, B.J. McAndrew and R. Johnstone. 1991. Triploidy induction in Nile tilapia, Oreochromis niloticus L. Using pressure, heat and cold shock. Theor. Appl. Genet. 81-62.Hussain, M. G., D. J. Penman, B. J. McAndrew and R. Johnstone. 1993. Suppression of first cleavage in the Nile tilapia, Oreochromis niloticus L. – a comparison of the relative effectiveness of pressure and heat shocks. Aquaculture. 111: 263-270.Mair, G. C. 1988. Studies on sex determining mechanisms in Oreochromis species. Ph.D. thesis. University of Wales. 326 pp.Mair, G. C., J. B. Capili, J. A. Beardmore and D. O. F. Skibinski. 1992. The YY male technology for production of monosex male tilapia, Oreochromis niloticus (L.). Proceeding of the InternationalWorkshop on Genetics in Aquaculture and Fisheries Management,Stirling, Scotland. pp. 93-95.Myers, J. M. 1986. Tetraploid induction in Oreochromis spp. Aquaculture. 57: 281-287.
- 36 -Myers, J. M., D. J. Penman, Y. Basavaraju, S. F. Powell, P. Baoprasertkul, K. J. Rana, N. Bromage, and B. J. McAndrew. 1995. Induction of diploid androgenetic and mitotic gynogenetic Nile tilapia (Oreochromis niloticus L.). Theor. Appl. Genet. 90 :205-210.Pongthana, N., N. H. Nguyen and R. W. Ponzoni. 2009. Comparative performance of four red tilapia strains and their crosses in fresh and saline water environments. In preparation.Ponzoni, R. W., A. Hamzah, T. Saadiah and N. Kamaruzzaman. 2005. Genetic parameters and response to selection for live weight in the GIFT st rain of Nile Tilapia (O reoch romis niloticus) . Aquaculture. 247 :203-210.Pruginin, Y., S. Rothbard, G. Wohlfarth, A. Halevy, R. Moav and G. Hulata. 1975. All-male broods of Tilapia nilotica and T. aureahybrids. Aquaculture. 6: 11–21.Uraiwan, S. 1988. Direct and indirect response to selection for age at first maturation of Oreochromis niloticus. In: Pullin, R.S., T. Bhukaswan, K. Tonguthai and J. L. Maclean (eds.). The Second International Symposium on Tilapia in Aquaculture. ICLARMConference Proceedings. Department of Fisheries, Thailand, and International Center for Living Aquatic Resources Management, Bangkok, Thailand and Manila, Philippines. pp. 295-300.Vilegas, C. T. 1990. growth and survival of Oreochromis niloticus, Oreochromis mossambicus and their F1 hybrids in various salinities, pp. 507-510. In Hirano, R. and I. Hanyu (eds.)The Second Asian Fisheries Forum, Asian Fisheries Society, Manila, Philippines. 991 pp.
การเพาะพันธุ์และการเล้ียงUnit 2บ ท ที่2ภาพโดย : www.technologychaoban.comกา ร เพา ะเลี้ยงปลานิล - 37 - T I L A P I A C U L T UR E