The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nicenew18, 2022-03-31 12:19:20

การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการทางการตลาด

รวมเล่มหนังสือ_merged

Keywords: Feasibility Study

2. กระบวนการแปลงสภาพ (Conversion Process) เปน็ การทำใหป้ ัจจัยการนำเขา้ ทผ่ี ่านเข้ามามีการ
เปล่ียนแปลงในด้านต่างๆ เช่น การเปลย่ี นวัตถดุ บิ ใหเ้ ปน็ สินคา้ การเคลื่อนย้ายสินค้าด้วยการขนสง่
การเกบ็ รักษา

3. ผลผลติ (Output) เปน็ ผลได้จากระบบการผลติ ท่มี ีมลู ค่าสูงกวา่ ปัจจยั นำเขา้ ทีร่ วมกันอนั เนือ่ งมาจาก
ท่ไี ดผ้ า่ นกระบวนการแปลงสภาพ ผลผลติ แบง่ เป็น 2 ประเภทใหญๆ่ คอื สนิ ค้า (Goods) และบริการ
(Service)

ลักษณะโครงการลงทุนเพ่ือการผลิต มีตา่ งกันไป เช่น ผลติ ตามคำส่งั ซ้ือ หรอื ผลิตรอเพ่ือการจำหนา่ ย
กระบวนการผลติ
แบ่งตามลกั ษณะผลิตภัณฑ์
1) ผลิตตามคำสัง่ ซื้อ Made to order
2) ผลิตเพือ่ รอจำหน่าย Made to stock
3) ผลิตเพือ่ รอประกอบตามคำสั่ง Assembly to order
แบ่งตราปริมาณการผลิต
1) การผลติ แบบครง้ั คราว (Job Shop)
2) การผลิตเปน็ รนุ่ (Batch Production)
3) การผลติ แบบไหลผ่าน (Line flow)
4) การผลติ แบบตอ่ เน่ือง (continuous process)
5) การผลิตแบบโครงการ (Project)
การวดั ประสทิ ธภิ าพการผลิต
วธิ ีการวัดประสทิ ธผิ ลโดยเครอ่ื งจักร Overall Equipment Effectiveness : OEE วัดได้จาก 3 คา่
1) อัตราการเดินเคร่ือง เป็นคา่ ท่ีแสดงความพร้อมของเคร่ืองจักรในการทำงาน
2) ประสทิ ธิภาพการเดินเคร่ือง เปน็ ค่าทแ่ี สดงสมรรถนะเคร่ืองจกั ในการทำงาน
3) อตั ราคุณภาพ เปน็ ค่าทีแ่ สดงความสามารถในการผลิตของดีตรงตามข้อกำหนดของเคร่ืองจกั ต่อจำนน
ของท่ีผลิตได้ท้งั

89 | P a g e

สตู รการวดั ประสทิ ธผิ ล OEE = (Availability x Performance Efficiency x Quality) x 100

อตั ราเดนิ เคร่อื ง x ประสิทธิภาพเดนิ เครอ่ื ง x อตั ราคุณภาพ

อตั ราเดินเคร่ือง 90%

ประสิทธิภาพเดินเครื่อง 95%

อัตราคุณภาพ 99%

ดังนัน้ ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักรอุปกรณ์

OEE = (.90 x 0.95 x 0.99) x 100

= 0.85 x 100

= 85%

ตวั อย่างการวิเคราะห์ OEE

เคร่ืองจักผลติ ได้ จำนวน 100 ชนิ้ ในเวลาทำงาน 8 ช่ัวโมง โดยท่เี ครือ่ งจักร ไม่มกี ารหยดุ ระหว่างการ

ทำงาน แตเ่ มื่อสิน้ สุดเวลาทำงานพบว่าเคร่ืองจกั รสามารถผลิตช้ินสว่ นได้จรงิ เพียง 90 ชิน้ และในจำนวนน้ี

มีชิน้ สว่ นที่ไมไ่ ด้คุณภาพจำนวน 10 ช้นิ

อตั ราเดนิ เครื่อง = 100%

ประสิทธิภาพเดินเคร่อื ง = 90%

อัตราคุณภาพ = (90-10) / (90 x 100) = 88.89%

OEE = 1 x 0.90 x 0.8889

= .80

= 80%

หมายความว่า ประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของเคร่ืองจักรอยทู่ ี่ 80% ซ่ึงตำ่ กวา่ เกณฑ์ท่วั ไปท่ี 85%

ต้องทำการวเิ คราะห์หาสาเหตุ เพือ่ ปรับปรุงแก้ไข ให้กระบวนการผลิตมีประสิทธภิ าพเพ่ิมข้ึน

7.3 กำลงั การผลติ และการวางแผนกำลงั การผลิต

การวางแผนด้านเทคนิคโครงการลงทุน จะมีการก่อสร้างอาคาร โรงงาน อาจมีการเลือกทำเลกระจายไป

หลายแห่ง ทั้งนี้โรงงานจะมีระยะเวลานานในการก่อสร้างและใช้เงินทุนมาก ซึ่งการศึกษาความเป็นไปได้ของ

โครงการต้องทราบวิธีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจ ได้แก่ อาคาร เคร่ืองจักร เครื่องมือ อุปกรณ์

เครื่องมือ สำนักงาน เป็นต้น ซึ่งการวางแผนการก่อสร้างเป็นส่ิงสำคัญเพราะกจิ การอาจสูญเสียทัง้ เงินงบประมาณ

และเวลา ถา้ ขาดการวางแผนทีด่ ี รวมทั้งสูญเสียรายได้ ถา้ กจิ การดำเนินการได้ล่าช้ากวา่ ที่วางแผนไว้

90 | P a g e

การวิจัยและวิเคราะห์ตลาดเพื่อให้ทราบส่วนตลาด และโอกาสทางการตลาด ตลาดมี 3 กลุ่มคือ
อตุ สาหกรรม การซือ้ มาขายไป และการบริการ

การเลอื กทำเลท่ีตั้ง วเิ คราะห์ทต่ี ้ังท่เี หมาะสมกับธรุ กิจ ทางเลอื กทำเลจะสัมพันธ์กับเงินลงทุน ถ้ามีเงินทุน
จำกดั อาจเลอื กเช่าทดี่ นิ ในทำเลดี แทนการซ้ือก็ได้ ควรเลอื กทำเลที่ดี ของทางเลอื ก มคี วามเส่ยี งนอ้ ย พิจารณาทั้ง
ปัจจัยเศรษฐกิจ การเมือง ความปลอดภัย ตามหลักกฎหมาย ปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ และทำการประเมิน
ทำเลที่มีความเป็นไปได้ของแต่ละแห่ง โดยพิจารณาจากปัจจัยที่มีผลกระทบต่อทำเลที่ตั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภท
ธุรกิจ เช่น ธุรกิจการค้า ต้องพิจารณาว่าอยู่ใกล้ตลาด ขณะที่อุตสาหกรรมผลิตต้องตั้งอยู่ใกลแ้ หลง่ วัตถดุ ิบ ระบบ
การขนสง่ สะดวก

ทำการวิเคราะห์ต้นทุนของทำเล จากต้นทุนจับต้องได้ เช่น ค่าแรงงาน ค่าวัตถุดิบ และ ต้นทุนที่จับต้อง
ไม่ได้ เชน่ คุณภาพชีวติ คนในโรงงาน

ทำการเลือกทำเลทีต่ ้ังท่ีเหมาะสมทส่ี ดุ โดยมปี ัจจัยเลอื กทำเลท่ีตง้ั คือ
1) สิง่ อำนวยความสะดวกและสาธารณปู โภคทจ่ี ำเป็นตอ่ การดำเนนิ กจิ การ เชน่ ไฟฟา้ ประปา ถนน
2) การต้ังใกลธ้ ุรกิจทมี่ กี ลมุ่ เป้าหมายเดียวกัน แตไ่ ม่ใช่คูแขง่ ขันโดยตรง
3) ปัจจัยสำคญั ตอ่ การวิเคราะหเ์ ลือกทต่ี ง้ั กจิ การ คือ ทำเลทตี่ ง้ั ตอ้ งชว่ ยให้ธรุ กิจประสบความสำเร็จ
4) ลักษณะธุรกิจ การเลือกทำเลท่ตี ้งั ควรพิจารณาลักษณะธรุ กจิ เช่น คา้ ปลกี ควรอยใู่ กล้ลกู ค้าเปา้ หมาย
วิเคราะห์เขตการคา้ เพือ่ เลือกทำเลท่ีตัง้ ใหเ้ หมาะกับตลาดเป้าหมาย เพื่อความไดเ้ ปรยี บการแข่งขัน
การวางแผนผัง Layout Planning เป็นการวางแผนส่ิงอำนวยความสะดวกทางกายภาพ ภายในอาคาร
ต่างๆ เช่น การจดั วางเครือ่ งจกั ร อปุ กรณ์ การวางผงั การเคลอ่ื นย้ายสินคา้ และวัตถดุ ิบ การจัดส่งขอ้ มูลแต่ละแผนก
เปน็ ต้น โดยท่วั ไปการวางแผนผังจะต้องพิจารณาปจั จัย 6 ประการ
1) การทำใหก้ ารทำงานของพนกั งาน การเคลือ่ นย้ายสนิ ค้า และการส่งข้อมูลรวดเร็วทส่ี ุด
2) การทำให้การบรหิ ารงานรวดเร็วท่ีสดุ
3) การทำให้ค่าใช้จา่ ยในการกอ่ สรา้ งน้อยทส่ี ดุ
4) การทำให้ค่าใชจ้ า่ ยในการต่อเติมนอ้ ยที่สุด
5) การทำใหม้ คี วามปลอดภยั มากทส่ี ุด
6) การทำให้เกิดความสะดวกสบายในการหาสินคา้ เช่น ในคลังสนิ คา้

91 | P a g e

การวางแผนผงั ต้องศกึ ษาปจั จยั ตา่ งๆ ดังนี้
1) การออกแบบสงิ่ อำนวยความสะดวก
2) การวางแผนกจิ กรรมตา่ งๆ
3) การออกแบบกิจการที่สัมพันธ์กัน เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพที่สุด โดยพิจารณาประเภท

ความสมั พนั ธ์ ดังนี้
(1) ความสมั พันธร์ ะหวา่ งกิจกรรมการผลิต 2 กิจกรรม
(2) ความสมั พนั ร์ ะหว่างกิจกรรมการผลติ กบั กิจกรรมบรกิ าร
(3) ความสัมพันธ์ระหวา่ งกิจกรรมการบริการ 2 กิจกรรม
การออกแบบความสัมพันธก์ จิ กรรมดังนี้
(1) ความตอ้ งการพเิ ศษของกิจกรรมเฉพาะ เช่น วตั ถุดิบทางตรง และผลติ ภณั ฑ์
(2) ลักษณะอาคาร ท่ีกิจการตอ้ งพิจารณาประเภท ขนาด รูปแบบ จำนวนชน้ั ความสูง
(3) ทตี่ งั้ อาคาร กิจการต้องพิจารณาทีต่ ัง้ ขนาดของที่ตัง้ รปู แบบ ความสะดวกในการกอ่ สร้าง
(4) สงิ่ อำนวยความสะดวกนอกอาคาร
(5) การตอ่ เตมิ
การกำหนดความกวา้ งของห้อง เพ่ือวางแผนแบง่ พน้ื ท่ีในแตล่ ะกจิ กรรมของโครงการลงทุน ซ่ึงแบ่งพื้นท่ีจะ
มีผลต่อความรวดเร็วในการทำงาน เชน่ การวางแผนผงั การผลิตท่ีมีกระบวนการต่อเนื่องกนั หากมกี ารวางผังท่ีดี ก็
จะช่วยให้กระบวนการผลิตรวดเร็วสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ เป็นต้น เมื่อทำการแบ่งพื้นที่แล้วต้องมีร่างแบบ
แปลนและทำแบบจำลองพื้นที่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน โดยแสดงให้เห็นภาพชัดเจน ของฝ่ายงานต่างๆ ขนาด
สิ่งก่อสร้าง ห้องน้ำ ที่จอดรถ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงงานอาหารต้องถูกสุขลักษณะตาม
มาตรฐานอาหารและยา
การวางแผนงานก่อสร้าง (Construction Planning) ในขั้นของการศึกษาความเป็นไปได้ยั้งมีต้องมี
รายละเอยี ดเกีย่ วกบั แผนก่อสร้างหรือกำหนดเวลากอ่ สรา้ ง เพียงแตศ่ กึ ษาปจั จัยพจิ ารณาในการก่อสร้างมีอะไรบ้าง
เช่น กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโดยเฉพาะ เช่น กฎผังเมือง กำหนดบางพื้นที่เป็นสีเขียว ซึ่งไม่สามารถ
ทำโครงการธุรกิจได้ กฎหมายเกี่ยวกับการสร้างโรงงานเป็นต้น เมื่อดำเนินก่อสร้างจริงจะต้องมีการวางแผนและ
ควบคุมการก่อสร้างด้วยเทคนิค PERT หรือ CPM ที่จะแสดงโครงข่ายการดำเนินการก่อสร้างที่จะทำให้โครงการ
ก่อสรา้ งเสรจ็ รวดเร็วหรอื อยา่ งน้อยทส่ี ุดเสรจ็ สนิ้ ตามกำหนดเวลาที่กำหนดไว้

92 | P a g e

ค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Investment Cost) การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจะต้องศึกษาว่าการ
ดำเนินกิจการต้องลงทุนใดบ้างเพื่อให้กิจการดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์
ถาวรทั้งที่มีตวั ตนและไม่มตี ัวตนท่ีเป็นค่าใช้จา่ ยก่อนการลงทนุ (Pre-Investment Cost) อาทิเชน่

1) ค่าลขิ สทิ ธิ์ (Licensing Fee)
2) ค่าทปี่ รกึ ษา (Consultant Fee)
3) ค่าบริหารจดั การ (Management Fee)
4) คา่ ที่ดิน (Land Acquisition Cost)
5) ค่าการประมาณค่าใช้จา่ ยในการก่อสร้าง (Construction Cost Estimate)
6) คา่ พาหนะ (Operational Vehicle Cost)
การขออนุญาตตัง้ โรงงาน พรบ. โรงงาน พ.ศ 2535 แบง่ โรงงาน ออก 3 จำพวก คอื
จำพวกที่ 1 สามารถประกอบกจิ การได้ทันทีตามความประสงค์ แต่ตอ้ งปฏิบตั ิตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน
กฎกระทรวงและประกาศกระทรวง
จำพวกที่ 2 เปน็ โรงงานท่ไี มต่ อ้ งขออนุญาต แต่ตอ้ งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเช่นกนั และเมื่อจะเร่ิม
ประกอบกจิ การโรงงานให้แจ้งตอ่ พนักงานเจา้ หน้าที่ทราบกอ่ น
จำพวกท่ี 3 เปน็ โรงงานที่ตอ้ งไดร้ บั ใบอนุญาตกอ่ นจึงจะต้งั โรงงานได้
การควบคมุ
ผปู้ ระกอบกจิ การโรงงานตอ้ งปฏิบัตติ ามหลักเกณฑ์ท่ีกำหนดเพ่ือการควบคมุ ดังนี้
1. หลกั เกณฑเ์ ก่ียวกบั ท่ตี ้งั สภาพแวดลอ้ ม ลักษณะอาคาร หรือลักษณะภายในของโรงงาน
2. ลักษณะ ประเภท และชนิดของเครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์ หรือสิ่งที่ต้องนำมาใช้ในการประกอบ

กจิ การ
3. ให้มีคนงานซึ่งมีความรู้เฉพาะตามประเภท ชนิด หรือขนาดของโรงงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำ

โรงงาน
4. หลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติ กรรมวิธีการผลิต และการจัดให้มีอุปกรณ์หรือ เครื่องมือใดเพื่อป้องกันหรือ

ระงับหรือบรรเทาอันตราย ความเสยี หายหรือความเดือดร้อนท่ีอาจจะเกิดแก่บุคคลหรือทรพั ย์สนิ
5. มาตรฐานและวิธกี ารควบคมุ การปล่อยของเสีย มลพิษ หรอื สิ่งใดทมี่ ผี ลกระทบต่อสงิ่ แวดลอ้ ม
6. การอื่นใดเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในการดำเนินงานหรือป้องกัน หรือระงับหรือบรรเทาอันตราย

หรือความเสยี หายที่อาจเกดิ จากการประกอบกิจการ
สถานที่ตั้ง

93 | P a g e

1. ห้ามตั้งโรงงานจำพวกที่ 1 และ จำพวกที่ 2 ภายในระยะ 50 เมตร และ โรงงานจำพวก 3 ภายใน
ระยะ 100 เมตร จากเขตติดต่อสาธารณสถาน ซึ่งได้แก่ โรงเรียน วัด โรงพยาบาล สถานที่ราชการ
แหล่งอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เปน็ ตน้

2. โรงงานจำพวกที่ 3 ต้องอยู่ในทำเล และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมีบริเวณเพียงพอไม่ก่ออันตราย
เหตุรำคาญ หรือเสยี หายต่อบคุ คล หรือทรัพย์สนิ ผู้อืน่

3. ห้ามต้งั โรงงานบริเวณบา้ นจัดสรรเพอื่ การอาศัย อาคารชุดและบา้ นแถวเพอื่ การอาศัย
อาคารโรงงาน ควรมีลักษณะ
1. ม่นั คง เหมาะสมมบี ริเวณเพียงพอ
2. มีการระบายอากาศตามเกณฑ์กำหนด
3. มปี ระตหู รือทางออกให้พอกบั จำนวนคนในโรงงานเม่ือเกดิ เหตุฉุกเฉนิ
4. บันไดตอ้ งม่ันคงแขง็ แรง
5. ระยะดิง่ ระหว่างพนื้ ถึงเพดาไมต่ ำ่ กว่า 3 เมตร
6. พนื้ ตอ้ งมัน่ คง แข็งแรง นำ้ ไม่ขงั ไม่ลืน่
7. หอ้ งปฏบิ ัตงิ านต้องมไี มน่ ้อยกวา่ 3 ตรม. ตอ่ คนงาน 1 คน
8. วัสดใุ นการกอ่ สร้างต้องเหมาะสมกับการประกอบการ
9. มสี ายล่อฟ้าตามจำเป็น
10. มที ่ีเกบ็ รักษาวตั ถุหรอื สงิ่ ของท่ีอาจก่อให้เกิดอนั ตราย
11. ลฟิ ทต์ ้องมมี าตรฐานตามที่กำหนด
12. มหี อ้ งนำ้ และสถานที่ทำความสะอาดรา่ งกายตามจำนวนท่ีกำหนด
เครื่องจักร อุปกรณ์ ต้องมั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัย ไม่สั่นสะเทอน เสียงไม่รบกวน บ่อถังเปิดตอ้ งมี
ขอบกั้นแข็งแรง สูงไม่น้อยกว่า 100 ซม. หม้อไอน้ำ หม้อต้ม เครื่องอัดก๊าซ ภาชนะบรรจุดความกดดัน
ตา่ งๆ จากบรรยากาศ ภาชนะบรรจวุ ัตถุอันตราย ตอ้ งเปน็ ไปตามมาตรฐานทก่ี ำหนด
เครือ่ งยก เครอื่ งลำเลียงขนสง่ ต่อจัดในลักษณะปลอดภยั ตามกำหนด
ระบบไฟฟา้ การเดินสายไฟฟา้ และการตดิ ต้งั เคร่ืองยนตไ์ ฟฟ้าตอ้ งเป็นไปตามหลักวิชาการทย่ี อมรับกัน
การปลอ่ ยของเสยี ต้องดำเนินการคามหลักการควบคมุ ของทางการอุตสาหกรรมกำหนด
การวางแผนการจัดหาปจั จยั การผลิต

การวางแผนด้านปัจจัยการผลิตง่ายกว่าการวางแผนด้านความต้องการซื้อของตลาด (Demand
Projections) การวางแผนด้านปัจจัยการผลิตคือมูลค่าของสินค้าหรือบริการที่จัดหาภายในระยะวเลาที่

94 | P a g e

กำหนดไว้ ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต (Manufacturing Capacity) ความสามารถของการขาย
ปจั จยั การผลติ (Supplier’s Ability) ในการจดั หาวัตถดุ ิบทางตรง รวมท้งั ต้องพจิ ารณากำลังการผลิตและ
ความสามารถของกจิ การเอง

การวางแผนด้านปัจจัยการผลิตมีผลกระบอย่างมากต่อการพัฒนาและการผลิตหรือตาราง
ก่อสร้างซึ่งจะกล่าวในส่วนต่อไป กิจการต้องมั่นใจว่าปัจจัยการผลิตทุกชนิดของโครงการได้มีการศึกษา
อย่างครบถ้วน ในเบื้องต้นต้องระบุประเภทของวัตถุดิบ ชิ้นส่วนประกอบ และวัสดุที่จำเป็นต้องใช้ในการ
ผลติ ของโครงการ ไดแ้ ก่

1. รูปแบบและคุณภาพของวตั ถดุ ิบท่ีต้องการ
2. ปัจจยั การผลติ ท่ีตอ้ งการโดยรวมของโครงการ และแหลง่ ปจั จัยการผลติ ที่มีศกั ยภาพ
3. ศกั ยภาพการจัดหาและราคาของปัจจัยการผลิต
4. การนำวตั ถุดบิ เขา้ โรงงานและการคำนวณต้นทนุ
จากนนั้ กจิ การควรพิจารณาประเด็นตอ่ ไปน้ี
1. ระบแุ หลง่ ท่ีมาของปจั จยั การผลติ ท่ีสำคัญ
2. ความสารถในการจัดหารวตั ถดุ บิ ทางตรง
3. ปจั จัยทอ่ี าจมีผลกระทบต่อการจดั การหาวตั ถุดิบทางตรง และแนวทางแก้ไขผลกระทบ
4. แหลง่ ทรพั ยากรทีเ่ ก่ยี วข้องกับการผลติ เชน่ ไฟฟ้า ประปา การบำบดั น้ำเสีย
5. รูปแบบการขนสง่ ทจ่ี ำเปน็ ต้องใชห้ รือเหมาะสมกับกจิ การ
6. ทางเลอื กของแหลง่ การจดั หาปจั จัยการผลติ ใหมๆ่
7. ข้อตกลงด้านวัตถุดิบทางตรง หรือสัญญาที่กิจการทำกับผู้ขายปัจจัยการผลิตเกี่ยวกับการ

จดั สง่ วัตถดุ บิ ตามทกี่ จิ การต้องการ
กิจการต้องพิจารณาว่าโครงการจะจัดหาวัตถุดิบอย่างไรจากแหล่งใด โดยเฉพาะวัตถุดิบที่หาได้
ยาก ในรายงานศึกษาความเป็นไปได้ควรอธิบายให้ชัดเจนว่ากิจการจะจัดหาวตั ถุดิบได้เพียงพอต่อความ
ต้องการการผลิตสินค้าหรือให้บริการได้อย่างไร แต่บางกิจการสามารถหาวัตถุดิบได้ง่าย ก็จะไม่ให้
ความสำคญั กับการวางแผนการจัดหาวัตถดุ ิบมากนกั
ในการวางแผนกำลังการผลิต จะตอ้ งทำการตดั สินใจกำหนดขนาดของการกำลงั ผลิตให้เหมาะสม
สอดคล้องกับสภาพความต้องการของตลาด เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการของ
ลูกค้า วิธีการทีใ่ ช้ในการตดั สินใจกำหนดขนาดของกำลังการผลิต มีตั้งแต่วิธีการคำนวณอย่างง่ายๆ จนถึง
การใชต้ วั แบบทางคณติ ศาสตร์มาแกไ้ ขปัญหา

95 | P a g e

วิธีการคำนวณกำลังการผลิตอย่างง่าย สามารถใช้ได้เมื่อกรณีที่กิจการสามารถพยากรณ์ความ
ต้องการของผลิตภัณฑ์ได้แมน่ ยำ หรอื ใกล้เคยี งกบั ความเป็นจริงมาก เชน่ สมมติว่าจากการพยากรณ์ได้ค่า
ความต้องการผลิตสินค้าของโรงงานมีจำนวน 200,000 หน่วยต่อปี โดยสินค้าแต่ละหน่วยใช้เวลาผลิต 1
วัน โรงงานผลิตดำเนินการผลิตสินค้าปีละ 250 วัน ดังนั้นโรงงานมีกำลังการผลิตเท่ากับ 800 หน่วยต่อ
วนั

คำนวณจาก สูตร กำลังการผลติ = ความต้องการสินคา้ ของโรงงานต่อปี /จำนวนวันท่ผี ลิต
= 200,000/250

กำลงั การผลติ = 800 หนว่ ยตอ่ วัน
การวเิ คราะหจ์ ุดคุ้มทุน

เป็นตัวแบบทางคณิตศาสตร์ นำมาใช้ตัดสินใจในดา้ นขนาดของกำลงั การผลิต และช่วยในการตัดสินใจว่า
ควรขยายกำลังการผลิตหรือไม่ เพอื่ ให้กิจการไมป่ ระสบปญั หาการขาดทนุ

จุดคุ้มทุนหมายถึง จุดที่รายได้เท่ากับต้นทุนรวม หรือจุดที่ไม่มีกำไร ไม่ขาดทุน เทคนิคการวิเคราะห์
จุดค้มุ ทนุ จะแยกตน้ ทนุ เปน็ ทนุ คงทแ่ี ละตน้ ทนุ ผันแปร

ต้นทนุ คงท่ี เปน็ ตน้ ทุนทีไ่ ม่เปล่ียนแปลงไปตามปริมาณการผลติ เช่น คา่ เคร่อื งจักร คา่ เช่า
ตน้ ทุนผนั แปร เปน็ ตันทุนทเี่ ปลยี่ นแปลงไปตามปริมาณการผลติ เชน่ ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง
สตู ร ตน้ ทนุ รวม = ตน้ ทุนคงที่ + (ตน้ ทนุ ผนั แปร x ปรมิ าณ)

รายได้ = ราคาตอ่ หน่วย x ปริมาณ
ตัวอย่างท่ี 7.1 ผู้บริหารโรงงาน จะตัดสินใจขยายกำลังการผลิต โดยโรงงานแห่งใหม่ มีกำลังการผลิต
400,000 บาท ตัวต่อปี และมีโครงสร้างของต้นทุนเป็นตนทุนคงที่ 10,000,000 บาท และต้นทุนผันแปร 200
บาทตอ่ ชน้ิ และถ้าคาดวา่ จะขายสินค้าในราคาชนิ้ ละ 600 บาทตอ่ ช้ิน โรงงานนจี้ ะตอ้ งผลิตเทา่ ใดจึงจะคมุ้ ทนุ

ท่มี า สตู รการคำนวณจดุ คุม้ ทุน สืบค้นเมือ่ วนั ที่ 29 พฤศจิกายน 2564
จาก https://www.myaccount-cloud.com/Article/Detail/91025

96 | P a g e

จำนวนการผลติ ณ จุดคมุ้ ทุน = 10,000,000/600-400
= 50,000 หนว่ ย

รายได้ = ราคาขาย x ปรมิ าณ
= 600 x 50,000
= 30,000,000 บาท

ดงั นัน้ โรงงานน้ีต้องผลิตสนิ ค้าไดไ้ ดม้ ากว่า 50,000 หนว่ ย จึงมกี ำไร
7.4 การใชแ้ ขนงการตดั สินใจในการวางแผนกำลังการผลติ

การวิเคราะห์การตัดสินใจ เพื่อประเมินทางเลือกโดยพิจารณาจากความน่าจะเป็น ถึงผลลัพธ์แต่ละ
ทางเลอื กทจ่ี ะเกิดขน้ึ ในอนคต ในการวางแผนกำลังการผลิต กจิ การอาจต้องทำการตดั สินใจว่าจะขยายกำลงั การ
ผลิตขณะนห้ี รือในอนาคต และจะขยายเป็นขนาดเทา่ ใดจึงเหมาะสม ซ่ึงเทคนิคการวเิ คราะหก์ ารตดั สนิ ใจสามารถ
นำมาชว่ ยตดั สนิ ใจในเรอ่ื งดังกลา่ วได้

แขนงการตัดสินใจ
การวเิ คราะห์การตัดสินใจ ใช้รปู แบบ แขนงการตดั สนิ ใจ (Decision Tree) ในการประเมนิ ทางเลือก
วธิ ีการแกไ้ ขปญั หาจะเริม่ ต้นคำนวณจากจุดสุดทา้ ยย้อนกลับไปยงั จดุ เริ่มตน้ ของแขนง ดังแสดงตามตัวอยา่ ง
ตัวอยา่ ง 7.2 บริษทั ทำการผลิตตอ้ งการขยายกำลังการผลติ เพ่อื รองรับการเติบโตของตลาด บรษิ ทั จะทำ
การตัดสินใจว่าจะสร้างโรงงานขนาดใหญใ่ นคร้งั เดยี ว หรือจะทำการสร้างโรงงานขนาดเลก็ ก่อน และถา้ ประสบ
ความสำเรจ็ จึงจะขยายโรงงานอีกคร้ังในอีก 2 ปีต่อมา
ข้อมลู ประกอบการตดั สนิ ใจมีดงั นี้
1. โรงงานขนาดใหญ่ใช้เงินลงทนุ 300 ล้านบาท
2. โรงงานขนาดเล็กใชเ้ งนิ ลงทุน 100 ลา้ นบาท
3. ถ้าอุปสงค์สูง โรงงานขนาดใหญจ่ ะให้ผลตอบแทน 100 ล้านต่อปี
4. ถ้าอุปสงค์ตำ่ โรงงานขนาดใหญจ่ ะใหผ้ ลตอบแทนเพียง 10 ลา้ นบาทตอ่ ปี เนื่องจากตน้ ทุนคงที่สงู และ

ประสทิ ธภิ าพการผลิตต่ำ
5. ถ้าอุปสงค์ตำ่ โรงงานขนาดเล็กจะเกดิ การประหยดั และให้ผลตอบแทน 40 ล้านบาทต่อไป
6. ถ้าอปุ สงค์สงู โรงงานขนาดเล็กจะทำการขยายโรงงานอกี ครัง้ 2 ปตี อ่ มา และมตี น้ ทนุ เพ่มิ ข้ึน 220 ลา้ น

บาท
7. ถ้าอปุ สงค์สูง โรงงานขนาดเล็กใน 2 ปี แรกจะให้ผลตอบแทน 45 ล้าน และไมข่ ยายโรงงานอกี ครั้ง ปี

ต่อมาผลตอบแทนจะลดลงเหลอื ปลี ะ 30 ล้านบาทต่อปี

97 | P a g e

8. ถ้าภายหลงั 2 ปี อปุ สงคย์ งั คงสงู และได้ขยายโรงงานขนาดเลก็ แล้ว คาดว่าจะมีกระแสเงินสด 70
ล้านบาทต่อไป

9. ถ้าภายหลัง 2 อปุ สงคเ์ กิดตำ่ และได้ขยายโรงงานขนาดเล็กไปแลว้ คาดว่าจะมกี ระแสเงนิ สด 5 ลา้ น
ต่อปี

10. ฝ่ายการตลาดได้คาดคะเนอปุ สงค์ของผลิตภัณฑแ์ ละความนา่ จะเปน็ หรือโอกาสในการเกิดเหตุการณ์
ตา่ งๆ ดงั นี้
ก. อปุ สงคส์ ูงตลอดเวลา 10 ปี มีโอกาสรอ้ ยละ 60
ข. อุปสงคส์ ูงสำหรับ 2 ปแี รก และอุปสงค์ต่ำอีก 8 ปีต่อมามีโอกาสร้อยละ 10
ค. อปุ สงค์ตำ่ ตลอดเวลา 10ปี มโี อกาสร้อยละ 30
ง. โอกาสที่จะเกดิ อุปสงคส์ งู 2 ปีแรก มีอยรู่ ้อยละ 70
จ. โอกาสที่จะเกิดอุปสงค์ต่ำ 8 ปีหลัง มอี ยู่ร้อยละ 14
ฉ. โอกาสทจี่ ะคงอปุ สงค์สงู ไว้ใน 8 ปีหลัง มอี ย่รู ้อยละ 86

98 | P a g e

ภาพที่ 7.1 แสดง แขนงการตัดสนิ ใจ
ท่ีมา สุวณี า ตงั้ โพธสิ ุวรรณ เอกสารการสอนชุดวิชา “การศึกษาความเป็นไปได้และการวิจยั
ธุรกิจ” พมิ พ์ครัง้ ที่ 6 พ.ศ. 2557
จากภาพ 7.1 แสดงถึงจุดทีต่ อ้ งตัดสนิ ใจ และ แสดงโอกาสในการเกิดเหตุการณ์ ซ่งึ
ตวั อยา่ งนมี้ ีจดุ การตัดสินใจอยู่ 2 จดุ คอื จดุ ท่ี 1 ทำการตัดสินใจเลอื กทางเลอื ก 2 ทางเลือก ได้แก่
ทางเลอื ก 1 สร้างโรงงานขนาดใหญ่ และ ทางเลือกที่ 2 สรา้ งโรงงานขนาดเล็ก ส่วนจดุ ตัดสินใจที่
2 คอื ถ้าหากกจิ การตดั สนิ ใจเลอื กสรา้ งโรงงานขนาดเลก็ แล้วเมือ่ ดำเนนิ การได้ 2 ปี ต้องตัดสินใจ
อีกครั้ง ซ่งึ มี 2 ทางเลือกคือ ขยายโรงงาน กบั ไม่ขยายโรงงาน

ส่วนใน ในแต่ละจดุ นัน้ แสดงโอกาสในการเกดิ เหตุการณอ์ ุปสงคห์ รืออุปสงค์ตำ่ และ
p หมายถึงความน่าจะเป็น ดังนี้
ถา้ ตัดสินใจสรา้ งโรงงานขนาดใหญ่ จากจดุ a

99 | P a g e

แขนงที่ 1 มีความน่าจะเป็นท่ีจะเกิดเหตุการณ์อุปสงคส์ ูงตลอด 10 ปี คิดเปน็ 0.60
แขนงที่ 2 มีความน่าจะเป็นท่ีจะเกดิ เหตุการณ์อปุ สงค์สูง 2 ปแี รก และอุปสงคต์ ่ำใน8 ปีต่อมา คิดเปน็ 0.10
แขนงท่ี 3 มีความน่าจะเปน็ ที่จะเกดิ เหตุการณ์อปุ สงค์ต่ำตลอด 10 ปี คิดเปน็ 0.30

ถ้าตดั สินใจสร้างโรงงานขนาดเล็กจากจดุ b

มีความนา่ จะเปน็ ทีจ่ ะเกดิ เหตุการณ์อุปสงค์ใน 2 ปี แรก คดิ เปน็ 0.70 และ มคี วามนา่ จะเปน็ ทจ่ี ะเกิดเหตุการณ์อปุ
สงค์ต่ำ ตลอด 10 ปี คดิ เป็น 0.30

ในกรณที เ่ี กดิ อปุ สงค์สูงจะมีทางเลอื กท่ตี ้องตดั สินใจว่าจะขยายโรงงานหลงั จากดำเนินการไปแล้ว 2 ปีหรือไม่ ถา้
ตัดสนิ ใจขยายโรงงาน จากจดุ C

แขนงท่ี 4 มีความน่าจะเป็นที่จะเกดิ เหตุการณ์อุปสงคส์ ูง 8 ปี หลงั คิดเป็น 0.86

แขนงที่ 5 มีความนา่ จะเป็นที่จะเกิดเหตุการณ์อปุ สงค์ต่ำ 8 ปี หลัง คดิ เปน็ 0.14

ถา้ ตดั สนิ ใจไมข่ ยายโรงงาน จากจดุ d

แขนงที่ 6 มีความนา่ จะเป็นท่ีจะเกิดเหตุการณ์อปุ สงค์สูง 8 ปี หลัง คดิ เปน็ 0.86

แขนงท่ี 7 มีความนา่ จะเปน็ ท่ีจะเกิดเหตุการณ์อุปสงค์ต่ำ 8 ปี หลงั คิดเปน็ 0.14

คำนวณผลตอบแทนที่คาดหวงั ในแต่ละแขนงการตัดสนิ ใจ

เหตกุ ารณ์แขนง ความน่าจะเป็น x (ผลตอบแทนตอ่ ปี x จำนวนปี) = ผลตอบแทนที่คาดหวงั (ล้านบาท)

a1 0.60 (100 x 10) = 600

2+ 0.10 (100 x 2) + (10 x 8) = 28

3+ 0.30 (10 x 10) = 30

ผลตอบแทนรวมท่ีคาดหวังท่ี a = 658

B4 0.86 (70 x 8) = 481.6

5+ 0.14 (5x8) = 5.6

ผลตอบแทนที่คาดหวังรวมท่ี C = 487.2

D6 0.86 (30 x 8) = 206.4

7+ 0.14 (40 x 8) = 44.8

ผลตอบแทนท่ีคาดหวงั รวมที่ d = 251.2

100 | P a g e

การคำนวณผลตอบแทนคาดหวงั สทุ ธิ

ผลตอบแทนที่คาดหวงั สทุ ธิ = ผลตอบแทนท่ีคาดหวัง - เงินลงทนุ

จุดที่ตัดสินใจ 1 ถ้าเลอื กสรา้ งโรงงานขนาดใหญ่

ผลตอบแทนที่คาดหวังสทุ ธิ = 658 – 300

= 358 ล้านบาท

ทีจ่ ดุ ตดั สนิ ใจ 2 ถ้าเลือกสรา้ งโรงงานขนาดเล็ก และทำการขยายโรงงานหลัง 2 ปี

ผลตอบแทนท่ีคาดหวงั สทุ ธิ = 487.2 – 220

= 267.2 ล้านบาท

และเนอื่ งจากค่าตอบแทนที่คาดหวังสุทธขิ องทางเลอื ก d เพยี ง 251.2 ลา้ นบาท จงึ เป็นค่าผลตอบแทนทน่ี ้อยกวา่

เหตกุ ารณ์ c ทีใ่ ห้ค่าผลตอบแทนคาดหวงั สุทธิ 267.2 ล้านบาท

ดังนัน้ ค่าท่สี นใจในการตดั สินใจของ 2 คอื 267.2 ลา้ นบาท จึงนำค่านไ้ี ปใชใ้ นการคำนวณผลตอบแทนทค่ี าดหวัง

เหตุการณ์ b ดังนี้

เหตุการณ์ b ผลตอบแทนคาดหวงั รวม = 0.70 x (45 ล้านบาท x 2 ป)ี

+ 267.2 ล้านบาท

+ 0.30 (40 ลา้ นบาท x 10 ปี)

= 450.2 ล้านบาท

แต่ใช้เงินลงทุนสำหรบั โครงการขนาดเลก็ 130 ลา้ นบาท

ดงั นั้น ผลตอบแทนท่คี าดหวดั ง = 450.2 – 130

= 320.2 ล้านบาท

การตัดสนิ ใจทางเลอื กระหว่างการสรา้ งโรงงานขนาดใหญ่ ท่ีใหผ้ ลตอบแทนท่คี าดหวังสุทธิ 358 ลา้ นบาท

และสรา้ งโรงงานขนาดเล็กที่ใหผ้ ลตอบแทนคาดหวงั สุทธิ 320.2 ลา้ นบาท จะเห็นได้วา่ การตัดสินใจเลือกท่ีจะสร้าง

โรงงานใหญ่จะเปน็ ทางเลอื กท่ีดีกว่า (ทั้งน้ีการตดั สินใจนไ้ี ม่ได้คำนงึ ถงึ มูลค่าเงนิ ปัจจุบัน หรอื การนำอตั ราดอกเบีย้

เขา้ มาคำนวณ)

การจัดทำตารางเวลาโครงการ

ตารางเวลาหรอื กำหนดการของโครงการเป็นสว่ นหนึง่ ของการศกึ ษาความเป็นไปได้ เปน็ การคาดคะเนวัน
เรมิ่ ตน้ และวนั ที่แทจ้ ริงในแต่ละชว่ งของโครงการ ถา้ โครงการมีการก่อสรา้ งโรงงานจดั หาเคร่ืองจักรเคร่ืองมือต่างๆ

101 | P a g e

ในรายงานการศกึ ษาความเป็นไปได้ต้องบอกดว้ ยว่าใชเ้ วลานานเทา่ ใดในการก่อสร้างหรือการจัดหา และเริ่มต้นการ
ผลติ ได้เมื่อใด ในสว่ นของการจัดทำตารางเวลาโครงการจะครอบคลุมเรอื งต่อไปนี้

1. การออกแบบและวางแผน (Design and Planning) เปน็ การประเมินว่าโครงการตอ้ งใชเ้ วลาเทา่ ใดใน
การออกแบบและวางแผนแต่ละสว่ นกอ่ นท่จี ะดำเนนิ การได้จรงิ ตวั อยา่ งเชน่ การสร้างโรงงานกำหนด
ระยะเวลา 1) ระยะเวลาการออกแบบงานและแผนการดำเนินงาน 2) ระยะเวลาการขออนุญาต
กอ่ สรา้ งจากหน่วยงานของรฐั 3) ระยะเวลาการสร้างโรงงาน และ 4) ระยะเวลาการทดสอบความ
พรอ้ มของโรงงานและเครอ่ื งจักร การศึกษาความเปน็ ไปได้ควรกำหนดระยะเวลาโครงการใหเ้ พียงพอ
เหมาะสมต่อการออกแบบและวางแผน โดยเฉพาะขนั้ เริ่มต้นของโครงการอาจมคี วามล่าช้าและยาก
ตอ่ การพยากรณเ์ วลาทต่ี ้องใช้ ต้องเผือ่ ระยะเวลาดำเนนิ การ

2. การจดั ทำตารางแผนการพัฒนาและการผลติ (Development and Production Plan Schedules)

การศกึ ษาความเปน็ ไปไดข้ องโครงการต้องจดั ทำตารางเวลาการพัฒนาและการก่อสร้าง / การผลติ เป็น
รายเดือนหรือรายไตรมาส พิจารณาเวลาทงั้ หมดของโครงการและความออ่ นไหวของเวลาดว้ ย ซึ่งตารางเวลา
โครงการควรเรม่ิ ต้นจากวนั ทีเ่ ริ่มดำเนนิ การศึกษาความเป็นไปได้ และรายงานความก้าวหนา้ ของการศึกษาความ
เปน็ ไปได้ และความก้าวหนา้ ของโครงการในแตล่ ะชว่ งเวลาทีศ่ ึกษา ซ่งึ ตารางแผนพฒั นาและการผลิตมีความสำคัญ
อยา่ งมาก เพราะจะมีผลกระทบตอ่ การวางแผนทางการเงิน กระแสเงนิ สด และเงนิ ลงทุนทตี่ ้องการ ดงั นี้น กจิ การ
ตอ้ งมีการวางแผนการพัฒนาและการผลติ เป็นรายเดือน รายไตรมาส และรายปี เพื่อให้มั่นใจว่าไดม้ กี ารกำหนด
ระยะเวลาครอบคลมุ ความลา่ ชา้ ที่อาจเกดิ ข้ึนก่อนเริม่ โครงการ เพือ่ ใหโ้ ครงการเสร็จตามกำหนด เพ่ือให้ตัดสนิ ใจ
ไดเ้ รว็ ขน้ึ

ผอู้ า่ นรายงานการศกึ ษาโครงการท้งั ผู้บรหิ าร และธนาคารเพ่อื ให้กู้ยมื เงิน ผลู้ งทนุ ห้นุ ส่วน จะดู
ความก้าวหนา้ ของโครงการจากตารางเวลาทีก่ ำหนดไวใ้ นรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ ดงั นั้น เมอ่ื กำหนด
ตารางเวลาแล้ว ผปู้ ระกอบการตง้ั มน่ั ใจว่าตารางเวลาครอบคลมุ ความล่าช้าของโครงการทอ่ี าจเกิดขึ้น หรือปัญหาที่
อาจมีผลกระทบต่อเวลาของโครงการดว้ ย

การพฒั นาและทดสอบผลติ ภัณฑ์เบื้องต้นเปน็ สง่ิ สำคัญในมุมของธนาคาร บรษิ ัทให้กู้ยืมเงิน ลงทุน หรือ
หุ้นส่วน ถ้าโครงการมกี ารพัฒนาหรือทดสอบผลิตภัณฑก์ ่อนการนำออกจำหน่าย ต้องมีรายละเอียดระยะเวลาการ
พฒั นาหรือทดสอบผลิตภัณฑ์ เพอื่ ผู้อา่ นรายงานจะได้ทราบเวลาหรอื ความลา่ ช้าของโครงการ โดยตอ้ งมีเอกสาร
หรอื หลักฐานสนบั สนุนเรื่องของเวลาการพัฒนาและทดสอบหากตอ้ งใชเ้ วลาการศึกษาเพิ่มเติม ถา้ ผู้ประกอบการได้

102 | P a g e

กำหนดระยะเวลาของแผนการพฒั นาและการผลติ อยา่ งรอบคอบ หากเกิดความลา่ ชา้ ก็ไมม่ ใี ครตำหนิถา้ การดำเนิน
โครงการไมส่ ามารถบรรลตุ ามเป้าหมายที่กำหนดไวใ้ นรายงานการศึกษาความเปน็ ไปได้

การกำหนดงาน (Task Identification) ขนั้ ตอนนี้เปน็ งานที่กิจการต้องกำหนดรายละเอียดการดำเนินงาน
แต่ละขนั้ ตอนของโครงการ เป็นการรวบรวมรายละเอยี ดของงานซึ่งอาจต้องกลบั มาตรวจสอบหลงั จาก การ
รวบรวมงานทง้ั หมดแลว้ จนกระท่ังม่นั ใจว่างานตา่ งๆ รวบรวมครบถว้ นสมบูรณ์ การระบุงานควรแยกออกเป็นกลุ่ม
ตามแต่ละขัน้ ตอนของโครงการ ขั้นตอนหรอื งานจะมากหรือนอ้ ยข้ึนอยู่กับประเภทของโครงการ ในแตล่ ะขน้ั ตอน
อาจจะแยกออกเปน็ หลายช่วงระยะเวลาและมหี ลายงานขึน้ อย่กู บั ประเภทของโครงการเช่นกนั ซึ่ง ประกอบด้วย
ขั้นตอนสำคัญ คือ

1) การออกแบบและวางแผน Design and Planning
2) การก่อสรา้ ง Construction
3) การพฒั นาและทดสอบ Development and Testing
4) การผลิต Production

การเริ่มตน้ ผลติ และดำเนนิ การเบ้อื งตน้ (Production startup and Initial Performance) รายงาน
ศึกษาความเป็นไปได้กรณีทเ่ี ป็นธุรกิจผลติ ต้องมีตารางการผลิตเตม็ กำลังและควบคุมการผลิตทจ่ี ะเกดิ ข้ึนเพ่อื ให้
มน่ั ใจว่าตารางการผลติ มคี วามเหมาะสม ลดความลา่ ชา้ ในงาน กำจัดความล่าชา้ ลดผลกระทบการล่าชา้ ให้เหลอื
นอ้ ยทส่ี ดุ

ตารางแสดงการจัดทำตารางเวลาโครงการ

ลำดับงาน 1 2 34 เดือนที่ 9 10
ออกแบบและวางแผน 5 67 8 เรมิ่ ต้นการผลิต
งานที1่
งานท2่ี การกอ่ สรา้ งและการพัฒนา
งานที่3
งานที่4
งานท5่ี
งานที่6
งานท่7ี
งานท8ี่

103 | P a g e

งานท่ี9
งานที่10

สรุป

การวางระบบการผลติ กระบวนการผลติ กำลงั การผลิต และการวางแผนกำลงั การผลิต
การใช้แขนงการตัดสินใจในการวางแผนกำลงั การผลิต ช่วยให้กิจการมีความเสย่ี งน้อยลง มีแนวโนม้ ทำโครงการได้
เปน็ ไป้ได้
แบบฝกึ หดั

1. จงอธิบายระบบการผลติ
2. จงอธบิ ายกระบวนการผลิต.
3. แขนงการตัดสินใจมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
4. หลักการของ QFD มีอยา่ งไร
5. การคำนวณจดุ คุม้ ทนุ ทำอย่างไรยกตวั อย่าง

104 | P a g e

บทท่ี 8 การจดั การด้านการเงนิ ของโครงการ
หวั ข้อการสอน
8.1 หนา้ ทใ่ี นการจัดการการเงนิ สำหรับโครงการ
8.2 แหล่งเงินทุนของโครงการ
8.3 ตน้ ทนุ เงินทุนของโครงการ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

8.1 รู้หนา้ ท่ใี นการจดั การการเงนิ สำหรับโครงการ
8.1.1 อธิบายหนา้ ท่ใี นการจัดการเงนิ สำหรบั โครงการได้

8.2 รู้แหลง่ เงินทนุ ของโครงการ
8.2.1 ระบแุ หล่งเงนิ ทนุ ของโครงการได้

8.3 เขา้ ใจต้นทุนเงนิ ทุนของโครงการ
8.3.1 อธิบายต้นทนุ ทุนของโครงการได้
8.3.2 คำนวณต้นทุนของโครงการได้
เน้อื หา

8.1 หน้าท่ใี นการจัดการการเงนิ สำหรับโครงการ
การดำเนินโครงการใดๆ ต้องมีการประเมนิ ผลโครงการเม่ือสนิ้ สดุ โครงการ
วัตถุประสงค์ของการประเมนิ โครงการด้านการเงิน มี 3 ประการ ดังน้ี
1. เพือ่ ประเมนิ ความเปน็ ไปได้ทางการเงนิ
2. เพ่อื เป็นประโยชนใ์ นการวางแผนการเงนิ
3. เพ่อื ประเมนิ ความสามารถในการบริหารการเงนิ
ขนั้ ตอนการวเิ คราะห์โครงการลงทุนดา้ นการเงิน มี ขัน้ ตอนดงั นี้
ขน้ั ท่ี 1 รวบรวมข้อเสนอหรือทางเลือกในการลงทนุ
ขน้ั ท่ี 2 ประมาณกระแสเงินสดของโครงการ เปน็ ขน้ั ท่สี ำคัญ กระแสเงินจำแนกออก เป็น 2 ประเภทใหญๆ่ คือ
1) กระแสเงินสดจา่ ยลงทนุ สุทธิ
2) กระแสเงนิ สดสุทธิการดำเนนิ งานของโครงการรายปี
ขั้นท่ี 3 วิเคราะห์หรือประเมินค่าโครงการลงทุน เปน็ การประมาณการกระแสเงินสด เพอ่ื นำไปประเมนิ ค่า
โครงการลงทนุ เพอ่ื ใชต้ ดั สินใจการลงทนุ ซึ่งการประเมินคา่ โครงการลงทนุ สามารถจำแนกออกได้ 2 วิธี คือ
1) วธิ ที ไี่ มค่ ำนงึ ถึงค่าของเงินตามเวลา ไดแ้ ก่ ระยะเวลาคนื ทุน

101 | P a g e

2) วิธที ี่คำนึงถงึ ค่าของเงินตามเวลา ไดแ้ ก่ วิธีมูลคา่ ปัจจบุ ัน วธิ ีอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุน และวิธอี ตั รา
ผลตอบแทนของโครงการ

ขัน้ ตอนที่ 4 ตัดสนิ ใจเลอื กโครงการลงทนุ
ข้นั ตอนที่ 5 ดำเนินงานตามโครงการ
ขั้นตอนที่ 6 การติดตามและประเมนิ ผลโครงการ

การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงนิ ประกอบด้วย
1) การวิเคราะหส์ ภาพคล่องทางการเงนิ
2) การวิเคราะห์ประสิทธภิ าพในการจัดการสินทรัพย์
3) การวิเคราะหโ์ ครงสรา้ งทางการเงิน
4) การวิเคราะห์ความสามารถในการทำกำไร

การประเมินค่าของโครงการลงทนุ
1. อตั ราผลตอบแทนถัวเฉล่ีย Average Rate of Return : ARR เปน็ อัตราสว่ นระหว่างกำไรเฉลย่ี ต่อปี

กบั เงนิ ลงทุนสทุ ธิเฉลย่ี ของโครงการ กจิ การจะตอบรบั โครงการลงทนุ เม่ืออัตราผลตอบแทนถัวเฉล่ีย ของ
โครงการน้นั มีค่ามากวา่ อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ (Required Rate of Return:r) น้นั คอื ตอบรบั
โครงการเมื่อ ARR > r
การวเิ คราะห์คา่ ของโครงการลงทุนดว้ ยวธิ ีอัตราผลตอบแทนถวั เฉล่ยี มีข้อดี คอื ทำได้งา่ ยและสะดวก สว่ น
ข้อเสีย คือ วิธนี ้ีม่งุ เน้นที่กำไร โดย ถือว่าเงินสดรบั ของกจิ การ คอื กำไรสทุ ธิ ซ่ึงเปน็ ขอมูลทางบญั ชี โดยไม่
คำนึงถงึ กระแสเงนิ สดทเ่ี กดิ ขึ้น นอกจากน้ี ยงั ไม่ได้คำนงึ ถึงมลู ค่าเงินตามกาลเวลา ซง่ึ ไม่นำมูลคา่ เงินสดรับมา
พิจารณา อาจทำให้การประมารค่าโครงการลงทุนผิดพลาด มีสูตรคำนวณคือ
สตู ร อัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ย ARR = (กำไรสทุ ธเิ ฉลย่ี ต่อปี/เงนิ ลงทนุ สทุ ธิ) x 100
เงินลงทุนสทุ ธเิ ฉลีย่ = (เงินสดจา่ ยลงทุนเร่ิมแรก - มลู คา่ ซาก) / 2

102 | P a g e

ปี กำไรสุทธิ
ที่ 1 2,000,000
ที่ 2 3,000,000
ท่ี 3 4,000,000
ที่ 4 5,000,000
ท่ี 5 6,000,000
กำไรสุทธิเฉล่ีย (20,000,000/5) 4,000,000
เงนิ ลงทนุ สทุ ธิเฉลยี่ (3,000,000/2) 1,500,000
อตั ราผลตอบแทนถวั เฉลย่ี ARR 266%
(4,000,000/1,500,000)x100

จากตาราง แสดงการวเิ คราะห์อัตราผลตอบแทนถัวเฉล่ยี (ARR) สรปุ วา่ โครงการควรลงทนุ เนือ่ งจากมีอตั รา
ผลตอบแทนเฉลย่ี 266% ในขณะท่ีตั้งค่า ผลตอบแทนลงทนุ ทค่ี าดหวังไว้ 30% (ARR มากกวา่ r)

2. ดชั นกี ารทำกำไร (Profitability Index PI) เปน็ คา่ ของอตั ราส่วนระหวา่ งมูลคา่ ปัจจุบนั ของเงนิ สดรบั สทุ ธิ
ตลอดโครงการกับเงนิ สดจ่ายลงทุนเริม่ แรก ดชั นกี ารทำกำไร เรียกอีกอยา่ งว่า อัตราสว่ นผลประโยชน์ต่อ
เงนิ ลงทนุ (Benefit Cost Ratio) ซ่งึ จะตอบรับโครงการลงทุน เมื่อค่าดชั นีการทำกำไรท่ีคำนวณได้มคี ่ามา
กวา่ หนง่ึ นั่นเอง คือการรบั โครงการลงทนุ เม่ือ PI > 1
ดัชนีการทำกำไร (PI) = มูลค่าปจั จบุ ันของเงนิ สดรบั สุทธิ/เงินสดจ่ายลงทนุ เรม่ิ แรก
การคำนวณดัชนกี ารทำกำไรโครงการผลิตนมเปร้ยี ว ดงั นี้
PI = 4,000,000/3,400,000
= 1.2 เทา่
สรุป ควรตอบรับโครงการลงทนุ

103 | P a g e

3. วธิ รี ะยะเวลาคืนทุน เปน็ การแสดงใหท้ ราบว่าเมื่อลงทนุ ไปแลว้ นานเทา่ ใดจึงได้รบั เงินคนื
สตู รการคำนวณ ระยะเวลาคืนทนุ (Pay Back Period)
ระยะเวลาคนื ทนุ = เงนิ ลงทนุ /กระแสเงนิ สดสุทธิจากการดำเนินการรายปี
ตัวอย่าง 8.1 โครงการสรา้ งคอนโดพลัมคอนโต จำนวน 100 หอ้ ง ไดป้ ระมาณเงนิ ลงทนุ ไว้ 150 ล้าน
คาดว่าจะมีรายไดจ้ าการให้เช่าคอนโด ปีละ 20 ล้าน เปน็ เวลา 10 จง หาระยะเวลาคืนทุน
ระยะเวลาคืนทนุ = 100/20
= 5 ปี
สรุประยะเวลาคืนทนุ ของโครงการ คือ 5 ปี

เกณฑ์การตัดสนิ ใจเลือกโครงการลงทนุ ด้วยหลกั การพิจารณาระยะเวลาคืนทุน หากระยะเวลาคนื ทุนส้นั กว่า
ระยะเวลาคืนทนุ ทีก่ ำหนดไว้ ก็ควรเลือกโครงการน้นั สมมุติ ระยะเวลาคืนทุนท่กี ำหนด 8 ปี แตเ่ มื่อคำนวณแล้ว
โครงการคืนทนุ เพยี ง 5 ปี โครงการน้ีจงึ ควรลงทนุ

ขอ้ ดีของการคำนวณระยะเวลาคืนทุน
1. คำนวณได้ง่าย
2. ทราบสภาพคล่องของโครงการ
3. ใช้เป็นตัววัดความเส่ียง
ข้อเสีย คือไม่คำนึงถงึ กระแสเงินสดทไี่ ดร้ ับภายหลงั ระยะเวลาคืนทุน ไม่คำนงึ ถึงคา่ เงนิ ในระยะเวลาที่ต่างกนั

8.2 แหลง่ เงนิ ทนุ ของโครงการ
แหลง่ เงินทุนมาจาก กำไรสะสมของกจิ การ กรณีก่อต้ังมานาน สว่ นของผถู้ อื หุ้น เงินทนุ จากการก้ยู ืมจาก

สถาบันการเงนิ โดยการขอสินเชื่อต้องทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และทำงบประมาณการทาง
การเงนิ และคำนวณอัตราส่วนทางการเงนิ เพื่อแสดงโอกาสความสำเร็จของโครงการ เพ่อื ขออนุมตั สิ นิ เชอ่ื ต่อไป

สามารถสรุปแหลง่ เงินทุนได้ดังนี้
1) แหลง่ เงนิ ทนุ จากส่วนของเจ้าของ เปน็ เงนิ ออม หนุ้ สว่ น เป็นแหลง่ ที่ดแี ละนยิ มใช้
2) ธนาคารพาณิชย์ เปน็ แหลง่ เงินก้รู ะยะส้ันและระยะยาว
3) นักลงทุน เงนิ ออกของประชาชนเปน็ แหลง่ ของธุรกิจขนาดย่อม
4) หน่วยงานรฐั และสถาบนั การเงินเฉพาะกิจ ของรฐั เชน่ บรรษัทเงินทุน อตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย

104 | P a g e

8.3 ต้นทนุ เงินทนุ ของโครงการ
ตน้ ทุนของโครงการ หมายถงึ มลู ค่าทรัพยากรที่เสยี ไป หรอื คาดวา่ จะเสียไปเพ่ือก่อใหเ้ กิดประโยชน์หรอื

ผลตอบแทนในรูปของสินทรพั ย์ของโครงการ
ประเภทของต้นทุนของโครงการ จำแนกออกเป็น 3 ประเภทคือ
1. ต้นทนุ ทางตรง ไดแ้ ก่ คา่ แรงงาน ค่าวตั ถดุ ิบ ค่าเครื่องจักร และคา่ ใชจ้ ่ายอนื่ ในการผลติ
2. คา่ ใชจ้ า่ ยในการผลติ คา่ ใชจ้ า่ ยที่จะมีความสมั พันธก์ ับทรัพยากรของโครงการ เชน่ เงนิ เดืนอ ผ้จู ดั การ
โครงการ คา่ เชา่ สถานทด่ี ำเนินโครงการ
3. คา่ ใชจ้ า่ ยในการบรหิ ารงาน เปน็ คา่ ใช้จา่ ยทไ่ี ม่สัมพันธท์ างตรงกบั โครงการ ได้แก่ คา่ ใชจ้ ่ายเกยี่ วกับ
สนิ ค้าและโครงการทง้ั หมด เชน่ ค่าโฆษณา เงนิ เดือนฝา่ ยบัญชี และผบู้ ริหารระดบั สูง

สรุป
หนา้ ท่ีในการจดั การการเงนิ สำหรบั โครงการ เพ่ือใช้เงินสร้างรายไดแ้ ละกำไรอย่างมีประสิทธภิ าพ

การจัดหาแหล่งเงนิ ทุนของโครงการ จากสว่ นของเจา้ ของและผู้ถือห้นุ หากไม่จึงขอสนิ เช่อื จากสถาบนั การเงิน
ต้นทุนเงินทนุ ของโครงการ มีตน้ ทนุ ทางตรงซ่งึ ผันแปรตามจำนวนผลิต ต้นทุนการบริหาร
แบบฝกึ หัด

1. จงอธบิ ายความหมายของผลตอบแทนโครงการ
2. ผลตอบแทนของโครงการสามารถจำแนกไดก้ ีป่ ระเภท
3. การคำนวณระยะเวลาคืนทนุ นำมาใช้อยา่ งไร
4. การคำนวณระยะเวลาคนื ทนุ มีข้อดีอยา่ งไร
5. การคำนวณระยะเวลาคืนทุนมขี อ้ เสียอย่างไร

105 | P a g e

บทท่ี 9 การประมาณการดา้ นการเงนิ ของโครงการ
หวั ข้อการสอน
9.1 การประมาณการดา้ นการเงนิ ของโครงการ
9.1.1 คา่ ใชจ้ ่ายต้นทนุ ของโครงการ
9.1.2 ผลตอบแทนของโครงการและการประมาณการผลตอบแทนของโครงการ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

9.1 เขา้ ใจการประมาณการดา้ นการเงินของโครงการ
9.1.1 อธิบายคา่ ใช้จ่ายต้นทุนของโครงการ
9.1.2 คำนวณค่าใช้จา่ ยต้นทนุ ของโครงการได้
9.1.3 อธบิ ายผลตอบแทนของโครงการและการประมาณการผลตอบแทนของโครงการ
9.1.4 คำนวณอัตราผลตอบแทนของโครงการได้
9.1.5 ประมาณการผลตอบแทนของโครงการได้
เน้ือหาสาระการเรยี นรู้

9.2 การประมาณการดา้ นการเงินของโครงการ
9.2.1 คา่ ใช้จา่ ยตน้ ทนุ ของโครงการ

การคำนวณวางแผนต้นทุนโครงการ การวางแผนการเงินระยะยาวของโครงการ
1) ตน้ ทุนเรม่ิ แรก Initial Cost

1.1 ตน้ ทุนทัว่ ไปในการเริม่ ตน้ โครงการ General Start up cost เปน็ ตน้ ทนุ หรอื ค่าใชจ้ า่ ยท่ีใชเ้ ริ่มตน้
หรอื ก่อต้ังธรุ กจิ ใหม่ โดยเฉพาะเงนิ ทนุ เพอ่ื การจัดซ้ือสินทรัพยๆ์ เช่น ท่ดี ิน อาคาร

1.2 ค่าใชจ้ า่ ยในการลงทุน Capital Expenditure เป็นตน้ ทนุ ซ้ือคอม ซ้ือยานพาหนะ ส่ิงอำนวย
ความสะดวก ก่อสร้างอาคาร จ้างผเู้ ชี่ยวชาญ

1.3 ต้นทนุ การวิจัยพัฒนาและทดสอบ ผลิตภณั ฑ์ Research and Product Development and
Testing Cost ได้แก่ตน้ ทนุ วิจัยสินค้า พฒั นาสนิ คา้ ทดสอบตลาด

1.4 ความแตกต่างระหวา่ งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการใช้จา่ ยเพื่อการลงทุน The Difference
between Expense and Capital Expenditures ค่าใช้จ่ายในการลงทนุ สามารถขายเปน็
สินทรัพย์ได้ในอนาคต

2) ตน้ ทุนดำเนินการ (Ongoing Cost)

106 | P a g e

2.1 ต้นทุนทางตรงของผลิตภณั ฑ์ เปน็ คา่ ใชจ้ ่ายทเ่ี ก่ยี วข้องกับการผลติ และนำมาใชค้ ำนวณต้นทุนต่อ
หนว่ ยของผลิตภัณฑ์ เช่น ธรุ กิจผลติ มีต้นทนุ ทางตรงของผลติ ภณั ฑ์ คอื ต้นทนุ วัตถดุ ิบทางตรง
ค่าแรง ค่าแรงทางตรง ตน้ ทุนค่าใชจ้ ่ายอืน่ ๆ
3) ต้นทุนคา่ ใช้จ่ายในการผลิตอ่นื Overhead Cost เช่น คา่ เส่อื มราคา ค่าเส่ือมราคาเครื่องจักร ค่าน้ำในโรงงาน
ค่าไฟฟ้า คา่ ประปา คา่ ประกันภยั
การคำนวณต้นทนุ ทางตรง หากกจิ การไมส่ ามารถคำนวณต้นทุนทางตรง ก็ควรหาผเู้ ช่ียวชาญใหค้ ำแนะนำ
เก่ยี วกับต้นทนุ ทางตรง และจัดทำรายงานการคำนวณตน้ ทุน
กจิ การต้องคำนวณต้นทุนทางตรงท้งั หมดไว้ในสนิ คา้ คงเหลือ เพราะสามารเปลี่ยนเป็นรายไดห้ รอื เงินสดได้
เมื่อขายสินค้าออกไป
2.2 ตน้ ทุนทางออ้ ม เปน็ ต้นทนุ คา่ ใชจ้ า่ ยเกี่ยวกับกิจกรรมการดำเนินงานซ่ึงไมม่ คี วามสัมพันธก์ บั ผลิตภณั ฑ์ ไดแ้ ก่
คา่ ใชจ้ ่ายในการดำเนินงาน ค่าใช้จา่ ยในการบรหิ าร ค่าบำรุงรกั ษา
4) ค่าใชจ้ า่ ยในการวจิ ยั พฒั นาโครงการ
5) ค่าใช้จ่ายทางการตลาดการส่งเสรมิ ตลาด
6) คา่ ใช้จ่ายทางการเงนิ
7) ค่าใช้จ่ายอน่ื ๆ
8) ค่าใช้จ่ายฉุกเฉนิ
2.3 การวางแผนสนิ คา้ คงเหลอื ประกอบดว้ ย
1) วตั ถุดบิ ทางตรง
2) งานระหวา่ งทำ
3) สนิ คา้ สำเร็จรปู
การซอ้ื สนิ ค้าเปน็ เงนิ เชื่อ การให้เครดิต ประมาณ 1-3 เดือน
9) การจ่ายภาษี ได้แก่ ภาษีมูลคา่ เพิม่ ภาษีเงินได้นติ ิบคุ คล ภาษอี นื่ ๆ
9.2.2 ผลตอบแทนของโครงการและการประมาณการผลตอบแทนของโครงการ
ผลตอบแทนของโครงการ หมายถงึ มลู คา่ ของสนิ ค้าและบรกิ ารจากโครงการ ท่ที ำรายได้จากการขาย เช่น
ผลิตนมเปรย้ี วจำหน่ายประมาณรายไดจ้ ากการขาย โดยนำปรมิ าณการขาย คูณดว้ ยราคาต่อหน่วย เช่น โครงการ
ผลติ นมเดอื นละ 500,000 ขวด โดยมีราคาขายขวดละ 10 บาท โครงการนี้จะมีรายได้ 5 ลา้ นบาทตอ่ เดือน รวมถงึ
รายไดจ้ ากการขายสง่ิ เหลือจากการกระบวนการผลติ ดว้ ย

107 | P a g e

ประเภทของผลตอบแทนโครงการ

1. ผลตอบแทนที่มีตัวตน คือผลตอบแทนที่วดั คา่ เป็นเงนิ
2. ผลตอบแทนท่ีไม่มตี วั ตน คือ ผลตอบแทนท่วี ดั ค่าเป็นเงนิ ไม่ได้ เช่น บริษทั โตโยตา้ ทำโครงการถนนสี

ขาวมา 40 ปี เป็นภาพลักษณ์ทดี ตี อ่ องค์กร
ขั้นตอนการประมาณผลตอบแทนของโครงการ
ขั้นตอนที่ 1 การระบรุ ายการและปริมาณผลตอบแทน การประมารผลตอบแทนของโครงการ จะเป็น
การระบผุ ลตอบแทนท่คี าดวา่ จะเกดิ ข้ึนของโครงการ เช่น รายไดจ้ ากการขายสินค้าและบรกิ าร
ขน้ั ตอนที่ 2 การตีราคาผลตอบแทน ของโครงการ คือรายได้จากยอดขาย
ขั้นตอนท่ี 3 รวมผลตอบแทนรายปี เป็นการประมาณการผลตอบแทนรายปี

ตวั อย่าง บรษิ ัท บา้ นชลลดา ทำบ้านจดั สรร จำนวน 100 หลงั ขายในราคา หลงั ละ 10 ลา้ น โดยมี

แผนจะก่อสร้าง ดังนี้

ปที ี่ 1 จำนวน 25 หลงั

ปที ี่ 2 จำนวน 25 หลงั

ปที ่ี 3 จำนวน 25 หลงั

ปีท่ี 4 จำนวน 25 หลัง

จากข้อมูลสามารถประมาณการรายได้ต่อปขี องโครงการดังนี้

รายการ ปที ี่ 1 ปที ่ี 2 ปที ี่ 3 ปที ี่ 4

การก่อสร้าง (หลัง) 25 25 25 25

ราคาขายต่อหลัง (ล้านบาท) 10 10 10 10

รายได้ตอ่ ปี (ล้านบาท) 250 250 250 250

สรุป

คา่ ใชจ้ า่ ยตน้ ทนุ ของโครงการ มีค่าใช้จ่ายเร่ิมแรก ตน้ ทุนดำเนนิ การ และต้นทุนอ่ืนๆ
ผลตอบแทนของโครงการและการประมาณการผลตอบแทนของโครงการ มี 3 ขน้ั ตอนคือ 1) การระบรุ ายการและ
ปริมาณผลตอบแทน 2) การตีราคาผลตอบแทน 3)รวมผลตอบแทนรายปี

108 | P a g e

แบบฝกึ หัด
1. ตน้ ทุนเรม่ิ แรก คืออะไร มีความสำคญั อย่างไรต่อโครงการ
2. ต้นทุนดำเนนิ การ คืออะไร ประกอบด้วยอะไรบา้ ง
3. ขนั้ ตอนประมาณการผลตอบแทนการลงทนุ มีอย่างไร

109 | P a g e

บทที่ 10 การวเิ คราะห์ด้านการเงิน

หัวข้อการเรยี นรู้
10.1 การวิเคราะหด์ ้านการเงิน
10.1.1 ความหมายการวเิ คราะหด์ า้ นการเงิน
10.1.2 วัตถุประสงค์การวเิ คราะห์โครงการด้านการเงนิ
10.1.3 ขั้นตอนการวเิ คราะห์โครงการลงทุนดา้ นการเงนิ
10.1.4 การประมาณการกระแสเงนิ สดสทุ ธริ ายปขี องโครงการ
10.1.5 การประเมินค่าโครงการการลงทุน
10.1.6 การวเิ คราะหจ์ ุดคุ้มทุน
10.1.7 การวิเคราะหร์ ะยะเวลาคืนทุน
10.1.8 การวิเคราะหผ์ ลตอบแทนการลงทนุ
จุดประสงคก์ ารเรียนรเู้ ชิงพฤติกรรม
10.1.1 อธิบายความหมายการวเิ คราะหด์ า้ นการเงิน
10.1.2 ระบุวัตถุประสงค์การวิเคราะห์โครงการดา้ นการเงิน
10.1.3 อธบิ ายขั้นตอนการวเิ คราะหโ์ ครงการลงทุนด้านการเงนิ
10.1.4 สามารถปฏบิ ตั ิการประมาณการกระแสเงินสดสุทธิรายปขี องโครงการ
10.1.5 บอกการประเมินค่าโครงการการลงทนุ
10.1.6 แสดงคำนวณการวเิ คราะห์จุดคุ้มทุน
10.1.7 แสดงคำนวณการวิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน
10.1.8 แสดงการคำนวณการวเิ คราะห์ผลตอบแทนการลงทุน

เน้ือหาสาระการเรียนรู้
10.1 ความหมายของการวิเคราะห์โครงการดา้ นการเงนิ

การดำเนนิ โครงการ จำเปน็ ต้องประเมินผลโครงการเม่อื โครงการส้ินสุด ว่าเป็นไปตามคาดหวังหรอื ไม่ การ
วิเคราะหด์ ้านการเงินเปน็ การเปรยี บเทยี บปัจจยั นำเขา้ สู่กระบวนการธรุ กจิ โครงการกบั ผลตอบแทนทีไ่ ด้รบั จาก
โครงการ จึงกลา่ วได้วา่ การวเิ คราะหโ์ ครงการดา้ นการเงินคอื การวิเคราะหผ์ ลตอบท่ีคาดหวัง เปรยี บเทยี บกับ
คา่ ใช้จา่ ย รายรับท่เี กิดขน้ึ จริง เพือ่ ตอบคำถามถึงความคุม้ ค่าในการลงทุนของโครงการน้ัน ผลตอบแทนจากการ

110 | P a g e

ลงทนุ ในโครงการควรอยใู่ นอัตราท่สี งู กวา่ การนำเงินไปฝากธนาคาร การนำเงนิ ไปซื้อกองทนุ รวม หรอื การนำเงินไป
ลงทุนในห้นุ ตลาดหลกั ทรัพย์ซ่ึงมคี วามเสยี่ งต่ำและผลตอบแทนน้อยกว่า

10.2 วัตถปุ ระสงค์ในการวเิ คราะห์โครงการด้านการเงนิ

1. เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางการเงนิ
2. เพ่อื ประโยชนใ์ นการวางแผนทางการเงิน
3. เพอื่ ประเมินความสามารถในการบริหารการเงนิ

ข้ันตอนในการวเิ คราะห์โครงการลงทนุ ด้านการเงนิ

การตัดสินใจลงทนุ ในโครงการใดๆ ซง่ึ เป็นโครงการลงทนุ ทใ่ี ชเ้ งินจำนวนมาก และมีผลผูกพนั กับโครงการ
เปน็ ระยะเวลานาน ควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพือ่ ลดความเสยี่ งผิดพลาด จงึ มีลำดับข้ันตอนในโครงการลงทุน
ดังน้ี

ข้ันตอนท่ี 1 รวบรวมข้อเสนอหรอื ทางเลือกในการลงทนุ โดยท่วั ไป มโี ครงการลงทนุ ให้เลือกหลายโครงการ
เช่นธุรกจิ ผลติ ธุรกจิ บรกิ าร

ขั้นตอนที่ 2 ประมาณการกระแสเงินสดของโครงการ จำแนกออกเปน็ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1) กระแสเงนิ สดุ จา่ ยลงทุนสุทธิ คือ เงินสดจ่ายลงทนุ ทงั้ สิน้ ทไี่ ด้จ่ายไปเร่ิมแรก ได้แก่ ค่าซื้อที่ดิน ค่า
ปรบั ปรงุ ท่ีดนิ คา่ ก่อสร้างโรงงาน เครอ่ื งจักร

2) กระแสเงินสดสุทธจิ ากการดำเนนิ งานของโครงการรายปี คือ ผลตา่ งระหว่างกระแสเงนิ สดของ
ผลตอบแทนรายปี กับกระแสเงินสดจ่ายรายปีตลอดอายโุ ครงการ

ขน้ั ตอนท่ี 3 วเิ คราะหห์ รอื ประเมนิ คา่ โครงการลงทนุ จากขอ้ มูลในขนั้ ตอนท่ี 2 เปน็ การประมาณการ
กระแสเงินสดของโครงการ ทำให้ได้ตัวเลขกระแสเงนิ สดจ่ายลงทนุ สทุ ธิ และกระแสเงินสดจากการ
ดำเนินงานของโครงการรายปี เพือ่ นำไปใชใ้ นการประเมนิ ค่าโครงการลงทนุ เพ่ือใชใ้ นการตดั สินใจในการ
ลงทนุ ซ่งึ การประเมนิ คา่ โครงการลงทนุ สามารถจำแนกได้ 2 วิธี ไดค้ ือ

1) วธิ ที ไี่ มค่ ำนงึ ถึงคา่ ของเงินตามเวลา ไดแ้ ก่ วธิ ีระยะเวลาคนื ทุน
2) วธิ ีท่ีคำนึงถงึ ค่าของเงินตามเวลา ไดแ้ ก่ วธิ มี ูลคา่ ปัจจุบันสทุ ธิ วิธอี ัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทนุ และ

วธิ อี ตั ราผลตอบแทนของโครงการ

111 | P a g e

ขั้นตอนที่ 4 ตดั สินใจเลอื กโครงการลงทุน หลงั จากท่ีได้ประเมนิ ค่าโครงการลงทนุ ดว้ ยวธิ ีต่างๆ แล้วก็
จะตอ้ งตดั สนิ ใจเลือกโครงการลงทนุ หากโครงการทก่ี ำลังพิจารณาเปน็ อิสระ การตดั สนิ ใจเลอื กโครงการ
จะไม่มีผลกระทบกับอีกโครงการหนงึ่ เช่น จะทำกิจการผลติ สินคา้ อีกหนึ่งโครงการ โดยไมเ่ กย่ี วกบั ธุรกิจ
บริการหอ้ งพกั
ขนั้ ตอนท่ี 5 ดำเนนิ งานตามโครงการ เม่ือโครงการไดร้ ับการอนุมตั ิ
ขั้นตอนท่ี 6 การติดตามและประเมินผลโครงการ เป็นไปตามแผนหรือไม่ เพ่ือแก้ไขหากพบข้อผดิ พลาด
การประมาณการกระแสเงินสดสุทธิรายปีของโครงการ
เน่ืองจากโครงการมีอายุยาวนานหลายปี กระแสเงนิ สดรายปคี ำนวณจากสมการ
กระแสเงินสดุ สทุ ธริ ายปี = กระแสเงินสดรบั รายปี - กระแสเงินสดจา่ ยรายปี
การประมาณการทำตามขน้ั ตอนดงั นี้
ขั้นตอนที่ 1 การประมาณการผลตอบแทนหรือกระแสเงินสดรบั รายปี ไดแ้ ก่ ประมาณการเงินสดรับจากการขาย
สินคา้ หรือบริการของโครงการ
ขัน้ ตอนท่ี 2 การประมาณการค่าใช้จา่ ยหรือกระแสเงินสดจ่ายรายปี ในที่น้ีรวมกระแสเงินสดจา่ ยในสินทรพั ย์ไม่
หมนุ เวียน คอื ค่าซ้อื ท่ดี นิ ค่าก่อสร้างโรงงาน ซ้ือเคร่ืองจกั และกระแสเงินสดจา่ ยเพ่ือดำเนินการ ได้แก่ ค่าซ้อื
วตั ถดุ บิ ค่าสนิ คา้ ค่าไฟฟ้า คา่ น้ำประปา เงินเดือนพนักงาน รวมทัง้ ค่าใช้จ่ายจัดตงั้ บริษทั ที่ปรึกษาโครงการเป็นต้น
ข้ันตอนที่ 3 เปรยี บเทียบระหวา่ งกระแสเงินสดรับและกระแสเงนิ สดจา่ ยของโครงการ หากกระแสเงนิ สดรบั รายปี
มากกว่ากระแสเงนิ สดจา่ ยรายปี แสดงว่าวา่ กระแสเงนิ สดสุทธิรายปีเป็นบวก ทางตรงขา้ มหากกระแสเงนิ รับนอ้ ย
กว่ากระแสเงินสดจา่ ย กระแสเงินสดสทุ ธจิ ะเปน็ ลบ ซ่ึงโดยทว่ั ไปเริ่มตน้ โครงการจะเป็นลบ
ตัวอย่างท่ี 10.1 บริษัทแสงทองจำกัด พิจารณาโครงการลงทนุ ผลติ สินค้า ซงึ่ มีอายุโครงการ 5 ปี โดยใชเ้ งนิ ลงทนุ
ทง้ั ส้นิ 6,550,000 บาท จำแนกเปน็ เงินลงทนุ ในสนิ ทรัพย์ถาวร 6,000,000 บาท คา่ ใช้จ่ายก่อนดำเนินการ 50,000
บาท และเงนิ ทุนหมุนเวียน 500,000 บาท บริษทั ได้ประมาณการขายสนิ ค้าไว้ปลี ะ 120,000 หน่วย ราคาหนว่ ยละ
40 บาท และมรี าคาขายเพิ่มขึ้น 10% ค่าใชจ้ า่ ยในการดำเนินงานปลี ะ 500,000 บาท มีอัตราการเพิ่มข้นึ ปีละ 20%
บรษิ ทั เสียภาษเี งนิ ได้ปีละ 120,000 บาท การกระมาณการกระแสเงนิ สดรับสทุ ธิรายปี สามารถทำได้ดงั นี้

112 | P a g e

ปที ่ี 0 1 2 3 4 5

รายการ ระยะกอ่ สร้าง

1.กระแสเงินสดรับรายได้จากการขาย 4,800 5,280 5,808 6,388.80 7,027.68

2.กระแสเงินสดจ่าย

2.1 เงินลงทุน

1)เงนิ ลงทุนในสินทรัพย์ (6,000)

ถาวร (50)

2)ค่าใช้จา่ ยกอ่ นดำเนินงาน (500)

3)เงินทุนหมนุ เวยี น 500

2.2 ค่าใช้จา่ ยในการดำเนินงาน (500) (600) (720) (864) (1,036.8)

2.3 ภาษเี งินได้ (100) (100) (100) (100) (100)

3. กระแสเงนิ สดสุทธิ (1)-(2) (6,550) 4,200 4,580 4,988 5,424.8 6,390.9

หมายเหตุ เงินทนุ หมุนเวียน 500,000 บาท เปน็ เงินทุนทก่ี ิจการเตรียมไวใ้ ชใ้ นการหมุนเวยี นในการดำเนนิ งานผลติ สินคา้ ซงึ่ ไมไ่ ด้เปน็ เงนิ ลงทุนหรือ
ค่าใชจ้ ่าย ดังน้ัน เม่ือสิน้ สดุ โครงการจะตอ้ งนำมาบวกกลับในปีสุดท้าย

จากตวั อย่างจะเหน็ ได้ว่า บรษิ ทั มีกระแสเงนิ สดสุทธิในปีปัจจุบัน 6,550,000 บาท ซึ่งเปน็ เงนิ สดจา่ ยลงทนุ และมี
กระแสเงินสดสทุ ธริ ายปี ตง้ั แต่ ปที ี่ 1 ถึง ปที ่ี 5 ปลี ะ 4,200,000 บาท 4,580,000 บาท 4,988,000 บาท 5,424,800
บาท และ 6,390,900 บาท ตามลำดบั

10.3 ข้นั ตอนการวเิ คราะห์โครงการลงทุนด้านการเงิน
การวเิ คราะห์อัตราส่วนทางการเงิน
1) การวิเคราะห์สภาพคล่องทางการเงนิ
2) การวเิ คราะหป์ ระสทิ ธิภาพการจัดการสนิ ทรัพย์
3) การวเิ คราะห์โครงสรา้ งทางการเงนิ
4) การวเิ คราะห์ความสามารถการทำกำไร

วตั ถปุ ระสงค์การวิเคราะห์งบการเงิน ของบุคคลฝา่ ยตา่ งๆ 4 ฝ่ายไดแ้ ก่

1) เจ้าหน้กี ิจการ ต้องการวิเคราะห์งบการเงินเพื่อต้องการทราบความสามารถในการชำระหน้ี ความ
ต้องการเงนิ ลงทุนในอนาคต ลกั ษณะท่มี าและใช้ไปของเงนิ ทุน และความสามารถในหากำไรเพอ่ื ท่ี
เจา้ หนีจ้ ะได้แนใ่ จวา่ ธุรกิจสามารถนำเงนิ มาชำระหน้ีท้ังต้นและดอกเบย้ี ได้ในระยะเวลาทก่ี ำหนด

2) ผลู้ งทุนหรือเจ้าของกิจการ จะต้องวิเคราะห์งบการเงินเพ่ือต้องการทราบความสามารถในการหากำไร
ความสามารถในการจา่ ยเงินปันผลตอบแทนจากการลงทุน และความสม่ำเสมอของกำไรของธรุ กจิ

113 | P a g e

3) ผู้บรหิ าร เนอื่ งจากผ้บู รหิ ารจะต้องรบั ผดิ ชอบในงานหลายๆ ฝ่ายของกิจการ จึงจำเปน็ ต้องทราบฐานะ
ทางการเงนิ ของกจิ การในอนั ทจ่ี ะทำให้การบริหารงานเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

4) ผูส้ อบบัญชี เน่ืองจากผสู้ อบบัญชีจะต้องรับรองงบการเงินของธรุ กจิ โดยเสนอความคิดเห็นท่ีถูกต้อง
จากข้อมูลทางการเงิน ดงั น้ันผูส้ อบบญั ชจี งึ ตอ้ งวิเคราะห์งบการเงินเพ่อื กอ่ ใหเ้ กิดความม่ันใจยิง่ ขนึ้ ใน
การเสนอความเห็นรบั รองงบการเงนิ น้ัน

บริษทั แสงทอง จำกัด
งบดลุ เปรียบเทียบ
ณ วันท่ี 31 ธันวาคม 2563 และ 2564

หนว่ ย : พนั บาท

สินทรพั ย์

2563 2564

สนิ ทรพั ยห์ มนุ เวยี น 250,000 340,000
900,000 980,000
เงนิ สดและเงินฝากธนาคาร 1,400,000 1,500,000
ลกู หน้กี ารคา้ 65,000 70,000
สินค้าคงเหลือ 2,615,000 2,890,000
ค่าใชจ้ า่ ยล่วงหนา้
รวมสนิ ทรพั ย์หมนุ เวยี น 850,000 940,000
สินทรัพยไ์ มห่ มนุ เวยี น 80,000 90,000
ทด่ี นิ อาคารและอุปกรณส์ ุทธิ 210,000 230,000
เงนิ ลงทนุ ระยะยาว 1,140,000 1,260,000
สินทรพั ยอ์ นื่ 3,755,000 4,150,000
รวมสนิ ทรพั ย์ไม่หมนุ เวียน
รวมสนิ ทรัพย์ 2563 2564
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
500,000 580,000
หนส้ี นิ หมนุ เวยี น 150,000 160,000
เงนิ ก้ยู ืมธนาคารและตวั๋ เงินจ่าย 40,000 49,000
เจ้าหนกี้ ารค้า 200,000 280,000
ภาษเี งินไดค้ า้ งจ่าย 890,000 1,069,000
คา่ ใช้จา่ ยค้างจ่ายอ่นื
รวมหนสี้ ินหมุนเวยี น 1,023,000 1,090,000
1,023,000 1,090,000
หน้ีสนิ ไมห่ มนุ เวยี น
หนี้สนิ ระยะยาว
รวมหนี้สนิ ไมห่ มนุ เวยี น

114 | P a g e

ส่วนของผ้ถู ือหุ้น 430,000 495,000
ห้นุ สามัญ 362,000 398,000
ส่วนเกินมลู คา่ หุ้นสามัญ 1,050,000 1,100,000
กำไรสะสม 1,842,000 1,993,000
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 3,755,000 4,152,000
รวมหนสี้ นิ และสว่ นของผถู้ ือหุ้น

บริษัทแสงทอง จำกดั 2563 2564
งบกำขาดทุนเปรียบเทยี บ
สำหรบั ปสี ิ้นสดุ ณ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม 2563 และ 2564 4,500,000 5,000,000
3,000,000 3,200,000
หนว่ ย : พันบาท 1,500,000 1,800,000

ขาย 850,000 900,000
หกั ตน้ ทนุ ขาย 111,600 125,000
70,000 80,000
กำไรข้นั ต้น 1,031,600 1,105,000
หัก คา่ ใช้จ่ายในการดำเนนิ งาน 468,400 695,000
คา่ ใช้จ่ายในการขายและการบรหิ าร 100,000 100,000
ค่าเสอ่ื มราคา 368,400 595,000
ดอกเบ้ยี จา่ ย 140,000 140,000
รวมค่าใชจ้ ่ายในการดำเนินงาน 228,400 455,000

กำไรกอ่ นภาษี
หัก ภาษีเงนิ ได้

กำไรสทุ ธิ
หัก เงินปนั ผล

กำไรสะสม

การวเิ คราะห์อตั ราส่วนสภาพคลอ่ งทางการเงนิ ระยะสนั้ เพื่อดวู า่ กิจการมีความสามารถในการชำระหน้ี
ระยะสั้น มสี ินทรัพยห์ มนุ เวยี นเพยี งพอเปล่ยี นเปน็ เงนิ สดได้งา่ ย

สินทรัพยห์ มุนเวียนประกอบด้วยเงนิ สด เงินลงทนุ ระยะสั้น ลกู หนี้การคา้ และสนิ ค้าคงเหลือ สว่ นหนีส้ ิน
ประกอบด้วยเจ้าหนก้ี ารคา้ ตั๋วเงนิ จา่ ย และค่าใชจ้ า่ ยค้างจ่าย

การวิเคระหส์ ภาพคลอ่ ง 2 อัตราส่วน

115 | P a g e

1) อัตราส่วนทุนหมุนเวยี น Current Ratio
2) อัตราสว่ นทุนหมุนเวียนเร็ว หรือถึงแก่น Acid/Quick Test Ratio

Current Ratio อตั ราส่วนทุนหมนุ เวียนเปน็ อัตราส่วนแสดงสภาพคลอ่ ง ความสามารถชำระหน้ี ระยะสัน้
ของกจิ การ โดยมสี ตู รคำนวณ ดงั น้ี
สูตร อัตราส่วนทนุ หมนุ เวียน (เท่า) = สนิ ทรพั ยห์ มุนเวยี น/หน้สี นิ หมุนเวียน
จากงบบรษิ ัทแสงทองจำกดั
อัตราส่วนทุนหมนุ เวยี น ปี 2563 = 2,615,000/890,000

= 2.9 เทา่
อตั ราสว่ นทนุ หมนุ เวียน ปี 2564 = 2,890,000/1,069,000

= 2.7 เท่า
อตั ราส่วนทุนหมนุ เวยี นแสดงให้เหน็ ถงึ แนวโนม้ ลดลง กิจการมีสภาพคล่องหรือความสามารถชำระหน้ี
ระยะสนั้ ลดลง

อตั ราสว่ นทนุ หมุนเวยี นเรว็ แสดงสภาพคล่องท่ีแทจ้ ริงของกจิ การ เทียบจากสนิ ทรัพยท์ ่เี ปลีย่ นเป็นเงิน
สดไดเ้ รว็ กับหนส้ี นิ หมนุ เวยี น ซง่ึ สนิ ทรัพยห์ มุนเวียนเรว็ ได้ตดั รายการสินคา้ คงเหลือและคา่ ใชจ้ ่ายล่วงหนา้
ออกจากสินทรัพย์หมุนเวยี นเพราะถอื ว่าสภาพคล่องต่ำ

สูตรการคำนวณ

อตั ราส่วนทนุ หมุนเวยี นเร็ว (เท่า) = (สินทรพั ยห์ มนุ เวยี น - สินค้าคงเหลอื -คา่ ใช้จ่ายล่วงหนา้ ) / หนสี้ นิ หมุนเวยี น
จากงบดลุ คำนวณอัตราส่วนทนุ หมนุ เวียนเร็วไดด้ ังน้ี
อตั ราสว่ นทุนหมุนเวียนเรว็ ปี 2563 = 2,615,000/890,000

= (2,615,000-1,400,000-65,00)/890,000
= 1,150,000/890,000
= 1.3 เท่า
อตั ราส่วนทนุ หมนุ เวียนเร็วปี 2564 = (2,890,000-1,500,000-70,000)/1,069,000
= 1,320,000/1,069,000
= 1.2 เทา่
อตั ราสว่ นที่คำนวณไดแ้ สดงใหเ้ หน็ วา่ กิจการมสี ภาพคลอ่ งตกต่ำลง

116 | P a g e

การวิเคราะห์ประสทิ ธิภาพในการจัดการสนิ ทรัพย์ วัดความสามารถในการดำเนนิ งานของฝ่ายบรหิ าร
ดจู ากความสามารถในการนำสินทรพั ยท์ มี่ ีอยู่ไปก่อใหเ้ กิดรายได้ และผลตอบแทน โดยถา้ ผลตอบแทนสูง
แสดงใหเ้ หน็ ถึงการใชส้ นิ ทรพั ยท์ ่ีมีประสทิ ธภิ าพ ก่อเกิดความม่นั คงให้แก่กจิ การ การวิเคราะห์
ประสทิ ธภิ าพการจดั การสินทรัพย์ มี 4 อัตราสว่ น คือ

1. อตั ราการหมุนเวยี นของลกู ค้า Receivable Turnover

2. อัตราการหมนุ เวียนของสินค้าคงเหลือ Inventory Turnover

3. อตั ราการหมนุ เวียนของสนิ ทรัพย์ถาวร Fixed Asset Turnover

4. อัตราการหมุนเวยี นของสนิ ทรัพย์รวม Total Asset Turnover

อัตราการหมุนเวียนของลกู ค้า Receivable Turnover คอื การเปรยี บเทยี บยอดขายเชอ่ื กับลกู หนี้

การคา้ ผลการคำนวณจะทำใหท้ ราบวา่ กิจการขายสนิ ค้าออกไปเปน็ เงนิ เช่ือและสามารถเรียกเก็บหน้ี

ได้กี่รอบตอ่ ไป ซ่ึงเปน็ เครื่องวัดประสิทธิภาพในการจดั การลกู หน้ีว่ากจิ การจัดการลกู หนมี้ ี

ประสิทธิภาพเพียงไร รวมทง้ั ใชก้ ารวิเคราะห์รว่ มกับระยะเวลาในการเก็บหนี้

ระยะเวลาในการเก็บหนี้ (Receivable Collection Period) คือ ระยะเวลาที่ขายสนิ คา้ ออกไป

เป็นเงนิ เชอ่ื และลูกหน้ีมาชำระหนี้เปน็ เงินสด หรอื เรียกอีกอยา่ งว่า DSO (Day Sales Outstanding)

คำนวณจากลกู หน้ีกับยอดขายเชอื่ ต่อวนั หากผลลัพธ์ออกมาเป็นจำนวนต่ำแสดงวา่ การจัดเก็บหนีข้ อง

กิจการมีประสิทธภิ าพ

ลกู หน้โี ดยเฉลี่ย = (ลูกหนตี้ ้นงวด + ลกู หนป้ี ลายงวด)/2

อตั ราการหมนุ เวียนของลูกหน้ี (รอบ) = ขายเช่ือ/ลูกหน้ีเฉลี่ย

ระยะเวลาท่ีใชเ้ กบ็ หน้ี (วนั ) = ลูกหนี้ / ขายเช่ือต่อวัน

จากงบการเงนิ

อัตราการหมนุ เวยี นของลกู หนี้ ปี 2563 = 4,500,000/900,000

= 5 รอบ

อัตราการหมุนเวยี นของลูกหนี้ ปี 2564 = 5,000,000/((980,000+900,000)/2)

= 5,000,000/940,000

= 5.3 รอบ

ระยะเวลาท่ีใช้เกบ็ หนป้ี ี 2563 = 900,000/(4,500,000/365)

= 900,000/12,328.8

= 73 วัน

117 | P a g e

ระยะเวลาท่ใี ชเ้ ก็บหนีป้ ี 2564 = 980,000/(5,000,000/365)

= 980,000/13,698.6

= 71.5 วัน

จากการคำนวณ อัตราการหมนุ เวียนลกู หนี้และระยะเวลาเก็บหนี้ของบรษิ ทั มแี นวโนม้ ดีขึ้น เพราะ

จำนวนวนั ทเี่ ก็บหนีไ้ ดน้ ้ันสั้นลง มีประสทิ ธิภาพ ได้เงินหมนุ เวียนเร็วขึ้น

อตั ราการหมุนเวียนของสนิ ทรัพยร์ วม แสดงประสทิ ธภิ าพการใชส้ นิ ทรัพย์รวมคำนวณจากยอดขายสุทธิ
หารดว้ ยสนิ ทรัพยร์ วมโดยเฉล่ยี หากการหมนุ เวยี นสงู แสดงถงึ ฝา่ ยบริหารมีประสทิ ธภิ าพ

สินทรพั ย์รวมเฉลยี่ = (สินทรพั ย์ตน้ งวด + สนิ ทรัพยร์ วมปลายงวด)/2

สตู รการคำนวณ อัตราการหมนุ เวยี นสินทรัพย์รวม = ขายสทุ ธ/ิ สินทรัพยร์ วมเฉลี่ย

อัตราการหมนุ เวียนสนิ ทรพั ยร์ วม ปี 2563 = 4,000,000/3,755,000

= 1.1 เท่า

อตั ราการหมนุ เวียนสนิ ทรพั ยร์ วม ปี 2564 = 4,500,000/((4,150,000+3,755,00)/2)

= 4,500,000/3,952,500

= 1.1 เท่า

จากการคำนวณอัตราการหมนุ เวยี นของสินทรพั ยบ์ ริษทั มีระดบั คงที่ แสดงว่าการจดั การสินทรพั ยร์ วมของฝ่ายบริหารไมด่ ี
ข้นึ

10.4 การประเมินค่าโครงการการลงทุน และ การวเิ คราะหร์ ะยะเวลาคนื ทนุ
วธิ กี ารประเมนิ ค่าโครงการโดยไมค่ ำนึงถงึ ค่าเงินตามเวลา
เมื่อกิจการได้เตรยี มข้อมลู ทจ่ี ำเป็นในการประเมนิ ความคุ้มค่าการลงทนุ นับต้งั แต่การประมาณค่าใช้จ่าย

และผลตอบแทน การประมาณกระแสเงินสดสทุ ธิรายปี ตลอดจนตน้ ทุนเงนิ ทนุ เรียบร้อยแลว้ ข้ันตอนตอ่ มาก็คอื
การประเมนิ คา่ โครงการลงทุนเพอ่ื ดูว่าการลงทุนในโครงการนัน้ สมควรทจ่ี ะลงทุนหรือไม่ ซึง่ การประเมนิ ค่า
โครงการลงทุนสามารถทำได้ 2 วิธี คือ วธิ กี ารประเมนิ ค่าโครงการลงทุนโดยไมค่ ำนึงถึงค่าของเงนิ ตามเวลา และ
วธิ กี ารประเมนิ คา่ โครงการโดยคำนงึ ถึงค่าของเงนิ ตามเวลา ซงึ่ ในทน่ี จี้ ะอธิบายวิธีการประเมินค่าโครงการลงทุน
โดยไมค่ ำนึงถึงค่าของเงินตามเวลา ได้แก่การคำนวณระยะเวลาคนื ทนุ

วธิ คี ำนวณระยะเวลาคืนทนุ

118 | P a g e

วธิ รี ะยะเวลาคืนทุน (Payback Period : PB) เปน็ วธิ ที แ่ี สดงให้ผู้ลงทุนทราบว่าเมื่อลงทุนในโครงการแลว้
เป็นระยะเวลานานเท่าใด จึงจะได้รับเงินคนื เท่ากับเงนิ ทีล่ งทนุ ไป ซึ่งวธิ รี ะยะเวลาคืนทนุ ที่นิยมใช้ในวงการธุรกิจ
หากโครงการใดมีระยะเวลาคืนทนุ เร็ว หรือสัน้ ทส่ี ุดเมื่อเทียบกับโครงการอ่นื ๆ ประเภทเดียวกัน ยอ่ มได้รับความ
สนใจจากผ้ลู งทนุ มากท่สี ุด เพราะถ้าโครงการที่มรี ะยะเวลาคืนทุนนานย่อมมีความเสี่ยงภัยมาก เนอื่ งจากไมส่ ามารถ
คาดการณเ์ หตุการณใ์ นอนาคตได้อย่างถูกต้อง เชน่ สภาพแวดลอ้ มทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เทคโนโลยีที่
เปลี่ยนแปลง ปัจจัยดงั กล่าวมีผลกระทบต่อค่าใช้จ่าย ผลตอบแทน การประมาณกระแสเงินสดสุทธริ ายปีและตน้ ทนุ
เงนิ การคำนวณหาระยะเวลาคนื ทนุ สามารถจำแนกออกเป็น 2 กรณี คือ

1. กรณีกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานรายปีเทา่ กนั การคำนวณหาระยเวลาคนื ทุนของโครงการ
สามารถใช้สูตรดังน้ี

ระยะเวลาคืนทุน = เงนิ ลงทนุ /กระแสเงินสดสทุ ธิจากการดำเนนิ งานรายปี

ตวั อยา่ งท่ี 10.2 โครงการก่อสร้างหอพัก จำนวน 40 หอ้ ง ไดป้ ระมาณเงินลงทุนของโครงการไว้เท่ากับ 30

ล้านบาท คาดว่าจะมรี ายไดจ้ ากการใหเ้ ช่าหอพัก ปีละ 2,400,000 บาท เปน็ ระยะเวลา 10 ปี คำนวณระยะเวลาคืน

ทุน

คำนวณระยะเวลาคนื ทุนไดด้ งั น้ี

ระยะเวลาคนื ทนุ = 30,000,000/2,400,000

= 12.5 ปี

ดังนนั้ โครงการสรา้ งหอพัก มีระยะเวลาคนื ทุน 12.5 ปี

2. กรณีกระแสเงนิ สดสทุ ธจิ ากการดำเนินงานรายปีไมเ่ ทา่ กนั การคำนวณหาระยะเวลาคนื ทุนกรณนี ี้

สามารถใชส้ ตู รดงั นี้

ระยะเวลาต้นทนุ = ระยะเวลาทผี่ ลรวมกระแสเงนิ สดรับจากการดำเนินงานเทา่ กับเงนิ ลงทนุ ของโครงการ

ตวั อยา่ ง บรษิ ัทแสงทอง จำกัด เปน็ ผ้ผู ลติ เครือ่ งด่มื นมเปร้ียวพร้อมด่ืม วางแผนที่จะสร้างโรงงานใหม่ คาด

วา่ จะใชท้ ุน 120 ล้านบาท คาดว่าจะมีกระแสเงินสดสทุ ธจิ ากการดำเนินการรายปี ดังนี้

119 | P a g e

ปี กระแสเงนิ สดสทุ ธิรายปี (ลา้ นบาท)

1 20

2 30

3 40

4 60

5 80

จงคำนวณหาระยะเวลาคนื ทุนของโครงการ

ตวั อย่าง สามารถ หาระยะเวลาคนื ทนุ โดยใชต้ ารางดงั น้ี

สนิ้ ปี กระแสเงนิ สดสุทธริ ายปี กระแสเงนิ สดสะสม

(ลา้ นบาท) (ล้านบาท)

0 -120 -120

1 20 -100

2 30 -70

3 40 -30

4 60 +30

5 80 +110

จากการหากระแสเงนิ สดสะสม จะเหน็ ไดว้ ่าโครงการใชเ้ วลา 3 ปีกว่า จึงเท่ากบั 120 ลา้ น ดงั นั้นจงึ ใช้วธิ ี

เทยี บบญั ญัติไตรยางศ์ดงั นี้

กระแสเงินสดสทุ ธิ 40 ล้าน ใชเ้ วลา = 1 ปี

กระแสเงินสดสทุ ธิ 30 ล้าน ใช้เวลา = (30/40) x 100

= 0.8 ปี

ดงั น้ันระยะเวลาคืนทนุ ของโครงการ = 3 + 0.8 ปี

= 3.8 ปี

คิดระยะเวลา 0.8 ปี คิดเป็น เดือน โดย ใช้ 0.8 x 12 = 9.6 เดือน

คิดระยะเวลา 0.6 เดอื น คดิ เป็น วนั โดยใช้ 0.6 x 30 = 18 วนั

สรปุ ไดว้ ่าโครงการมีระยะเวลาคืนทุน 3 ปี 9 เดือน 18 วนั

120 | P a g e

เกณฑ์การพิจารณาตัดสนิ ใจ
การพจิ ารณาโครงการโดยใชร้ ะยะเวลาคืนทนุ เป็นเกณฑ์การตดั สินใจโดยใช้หลักการทวี่ า่ หากระยะเวลา

คนื ทนุ สน้ั กวา่ ระยะเวลาคนื ทุนท่ีกำหนดไว้กค็ วรลงทุนโครงการนั้น จากตวั อย่าง สมมตริ ะยะเวลาคนื ทนุ ท่กี ำหนดไว้
คอื 4 ปี แต่ผลการคำนวณออกมา คือ 3.8 ปี จึงสามารถตอบรบั โครงการลงทนุ น้ีได้
ขอ้ ดีของระยะเวลาคืนทนุ

1. คำนวณได้ง่ายและไมย่ งุ่ ยากซับซ้อน
2. ทราบสภาพคล่องของโครงการลงทุนได้โดยโครงการทม่ี ีระยะเวลาคืนทุนเร็วยอ่ มมีสภาพคลอ่ งสูงกว่า

โครงการลงทนุ ท่ีมีระยะเวลาคืนทนุ ช้า
3. เปน็ การวดั ความเสย่ี งของโครงการลงทุนได้ โดยโครงการที่มีระยะเวลาคืนทุนเร็วย่อมมีความเสีย่ งน้อย

กวา่ โครงการที่มรี ะยะเวลาคนื ทนุ ช้า
ข้อเสยี ของระยะเวลาคนื ทุน
1. ไมไ่ ดค้ ำนงึ ถงึ กระแสเงนิ สดทไี่ ด้รับภายหลังระยะเวลาคืนทนุ
2. ไม่ไดค้ ำนงึ ถึงเรื่องของค่าเงินในระยะเวลาท่ตี า่ งกนั ย่อมมีค่าไม่เท่ากนั
10.6 การวเิ คราะห์จดุ คุ้มทุน (Break Event Point Analysis)
จดุ คุ้มทุน คือ จำนวนของสินคา้ ทีธ่ ุรกจิ ต้องสรา้ งและขายใหไ้ ดเ้ พ่ือใหม้ ีรายไดเ้ ท่าทนุ หรืออีกนยั หนง่ึ จดุ ค้มุ ทุน คือ
ยอดขายต่อเดือนทจ่ี ะทำใหธ้ ุรกิจมีรายได้ท่ีเพยี งพอกบั คา่ ใช้จ่ายในการดำเนินงานในแตล่ ะเดอื น ดงั นน้ั รายได้ทีส่ งู
กว่าจดุ คมุ้ ทุนจึงหมายถึงกำไร และในทางตรงข้าม รายได้ที่ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนกค็ ือ ขาดทุนนัน่ เอง เราสามารถเขยี น
เป็นสมการเพ่ืออธิบายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งจุดค้มุ ทุน ตน้ ทุน และราคาขายได้ 2 วิธี ดังน้ี
จดุ คมุ้ ทุน (บาท) = จุดคุม้ ทุน (หนว่ ย) x ราคาขายตอ่ หน่วย = ต้นทนุ คงท่รี วม + ต้นทนุ แปรผันรวม

จุดคมุ้ ทนุ (หน่วย) = ตน้ ทุนคงที่ / (ราคาขายต่อหนว่ ย – ต้นทนุ แปรผันตอ่ หนว่ ย)

ต้นทุนคงท่ี: คา่ ใช้จ่ายรายเดือน ในส่วนทีไ่ มข่ ้ึนกับจำนวนการผลิต โดยมากจะเปน็ คา่ ใช้จ่ายในการบรหิ าร เช่น คา่
เชา่ รา้ น

ต้นทนุ แปรผนั ตอ่ หนว่ ย: คา่ ใช้จา่ ยท่เี กิดข้ึนในการผลติ สนิ คา้ ตอ่ 1 ชนิ้ เช่น ค่าวตั ถดุ ิบ ค่าแรงงาน

121 | P a g e

ตวั อยา่ ง 10.3 ร้านขายขนมอบ มีต้นทนุ คงท่ี 10,000 บาทต่อเดือน โดยมตี ้นทนุ แปรผันช้นิ ละ 22 บาท ตงั้ ราคา
ขายที่ 30 บาทต่อชิ้น ดงั นนั้ จุดคุ้มทุน = 10,000 / (30-22) = 1,250 ช้นิ ซงึ่ หมายความว่า ร้านนต้ี ้องขายบราวน่ี
ใหไ้ ด้ 1,250 ชน้ิ ต่อเดอื นจึงจะคุ้มทุน หรอื ต้องขายใหไ้ ด้มากกวา่ 1,250 ชิ้นเพ่ือจะสร้างกำไร

จุดคุ้มทุนท่ีตำ่ ลงจะทำใหธ้ รุ กิจสามารถคืนทนุ และสรา้ งกำไรไดเ้ ร็วขนึ้ ด้วยการผลิตและยอดขายท่นี ้อยลง ซ่ึงจาก
สตู รการคำนวณ จะเห็นไดว้ ่า การลดจุดค้มุ ทนุ ทำไดห้ ลายวธิ ี ไม่วา่ จะเป็นการลดตน้ ทุนคงท่ี ลดต้นทนุ แปรผัน หรือ
เพม่ิ ราคาขายต่อหนว่ ย จากตัวอย่าง เพื่อต้องการลดจุดคมุ้ ทุนลง รา้ นบราวนี่อาจปรับเปล่ียนกลยุทธ์ ดงั นี้

• ลดต้นทุนคงท่ี เช่น เปล่ียนจากการเช่าหนา้ ร้าน เปน็ การขายออนไลน์ ทำใหต้ น้ ทุนคงท่เี หลือ 5,000 บาท
ดงั นน้ั จุดค้มุ ทุน = 5,000 / (30-22) = 625 ช้ิน

• ลดต้นทุนแปรผนั เชน่ ตอ่ รองราคาวตั ถุดบิ ไดใ้ นราคาที่ถกู ลงเหลอื หน่วยละ 16 บาท ดังนั้น จดุ คุ้มทุน =
5,000 / (30-16) = 357 ชิ้น

• เพิ่มราคาขาย เปน็ 35 บาท ดังน้ัน จดุ คุ้มทนุ = 5,000 / (35-22) = 385 ชิ้น

โดยธรุ กิจสามารถนำตวั เลขจุดคุม้ ทนุ นี้ไปเปรียบเทยี บกับการคาดการณ์ยอดขายในแตล่ ะเดอื นเพื่อดคู วาม
เป็นไปได้ของธรุ กิจ เชน่ ตัวอย่างข้างต้น หากมีหนา้ ร้านเพ่ือขายขนมอบ ต้องขายให้ไดม้ ากกวา่ 1,250 ช้ินต่อเดือน
หรือวนั ละ 42 ช้นิ เพื่อใหเ้ ท่าทนุ หรืออาจจะตั้งยอดขายไว้วันละ 84 ช้นิ เพ่อื ให้มีกำไร ซง่ึ จากตัวเลขน้ี สามารถ
วเิ คราะห์ประกอบกบั ทำเลทต่ี ้ังของร้านและกล่มุ ลกู ค้าเปา้ หมาย ธรุ กิจมโี อกาสทจ่ี ะบรรลุยอดขายนีห้ รือไม่
อย่างไรก็ตาม หากในกรณที ่ีธุรกจิ มีกำลงั การผลติ ทีจ่ ำกัด อีกหนงึ่ วิธใี นการปรับกลยุทธ์ คือ การปรบั ราคาขาย โดย
เราสามารถดดั แปลงสมการจุดคมุ้ ทุน เพ่ือใช้หาราคาขายข้ันตำ่ ดังนี้

ราคาขาย = (ต้นทุนคงท่ีรวม / จำนวนสินคา้ ที่ผลิตและขายได้ ) + ต้นทุนแปรผนั ต่อหนว่ ย
กลา่ วคือ หากธรุ กิจขนมอบ มีกำลังการผลิตคงท่ีเดือนละ 1,250 ชิน้ ดังนั้น

ราคาขาย = (10,000 / 1,250) + 20

หรอื ตอ้ งขายขนมอบราคาชิ้นละ 28 บาท ขึ้นไป เพ่ือไม่ให้ขาดทุน

จะเหน็ ได้วา่ การเพิ่มขึน้ หรอื ลดลงของค่าใช้จา่ ยคงที่ คา่ ใช้จ่ายแปรผัน ราคาขาย และจำนวนยอดขาย ต่าง
มีผลต่อจุดคมุ้ ทนุ ทัง้ สิน้ อย่างไรกต็ าม ไมว่ ่าจะเป็นการคำนวณจุดคมุ้ ทุน หรือคาดการณ์ยอดขายลว้ นแล้วแตเ่ ป็น
ตัวเลขท่ตี ั้งบนสมมติฐาน ดงั นนั้ แล้วควรพจิ ารณาตามความเป็นจริงเพื่อแผนธรุ กิจที่สมเหตุสมผล โดยเป็นแนวคดิ
การต้ังธรุ กิจใหม่ เม่ือคำนวณจดุ คมุ้ ทุนแลว้ พบวา่ มโี อกาสสูงทจี่ ะไม่สามารถทำกำไรได้ นบั ว่าเปน็ โอกาสที่จะแก้ไข
และปรับเปล่ียนแผนธรุ กจิ ใหเ้ หมาะสมต่อไป

122 | P a g e

10.7 วิธีการประเมนิ ค่าโครงการลงทุนโดยคำนงึ ถึงคา่ ของเงนิ ตามเวลา
ในทางปฏบิ ัตกิ ารตัดสนิ ใจลงทุนโครงการควรพจิ ารณาวธิ ีการประเมินค่าโครงการลงทุนโดยคำนึงถงึ มูลคา่

ของเงนิ ตามเวลาจะมคี วามถูกตอ้ งมากกว่า เพราะกระแสเงินสดรบั สุทธิ แต่ละเวลาจะมีค่าไมเ่ ท่ากนั ดงั น้นั ควรคดิ
ลด (Discount) กระแสเงินสดรับสุทธใิ หเ้ ปน็ มลู คา่ ปัจจุบัน เพ่ือเปรียบเทยี บกับเงินสดจา่ ยลงทุนหรอื เงนิ ลงทุนใน
ปจั จบุ ัน วธิ ีประเมนิ คา่ โครงการลงทุนโดยคำนึงถึงค่าของเงินตามเวลาท่ีนิยมใชม้ ี 3 วิธีคือ 1) วิธมี ูลค่าปัจจุบนั สทุ ธิ
(Net Present Value : NPV) 2) วธิ อี ตั ราผลตอบแทนต่อเงินลงทนุ (Benefit/Cost Ratio : B/C Ratio) 3) วิธีอัตรา
ผลตอบแทนของโครงการ (Internal Rate of Return : IRR)

วิธมี ลู ค่าปัจจบุ นั สุทธิ
วธิ ีมูลคา่ ปัจจุบันสุทธเิ ปน็ แนวคิดประเมนิ คา่ โครงการลงทุนที่มปี ระสิทธิภาพมากกวา่ ระยะเวลาคืนทนุ
เพราะเปน็ วิธกี ารคำนวณที่ให้ความสำคัญกบั ต้นทุนเงนิ ทุนกบั ค่าของเงนิ ตามเวลา เน่ืองจากกระแสเงนิ สดรับสุทธิ
หรือผลตอบแทนท่ไี ด้รบั ในเวลาทตี่ ่างกนั จะมีคา่ ไม่เท่ากัน ดังน้นั จงึ ต้องมีการคดิ ลดกระแสเงนิ สดสุทธิ (Discount
Cash Flow) ทไ่ี ดจ้ ากการดำเนนิ งานตลอดอายขุ องโครงการในแตล่ ะปใี หเ้ ป็นค่าปจั จุบัน แลว้ นำมาเปรียบเทยี บ
กระแสเงินสดจา่ ยลงทุนสทุ ธิ หรือเงนิ ลงทนุ ซงึ่ เปน็ คา่ ปัจจุบันอยแู่ ลว้ การคำนวณหามลู ค่าปัจจบุ ันสุทธิสามารถทำ
ได้ดังสูตรต่อไปน้ี



NPV =∑ (1+ )

=1

โดย Bt = กระแสเงนิ สดรบั สุทธิรายปีตัง้ แตป่ ที ่ี 1 ถึง n

K = อัตราผลตอบแทนท่ตี ้องการหรือตน้ ทุนเงินทุน (Cost of Capital)

t = ระยะเวลาต้ังแต่ปีท่ี 1 ถงึ n

n = อายขุ องโครงการ

c = กระแสเงินสดจ่ายเรมิ่ แรกหรอื เงินลงทนุ ของโครงการ (Cash Outflow)

ตวั อย่างที่ 10.3 บริษัทมีผลตอบแทนจากการลงทนุ 10% จงคำนวณหามูลคา่ เงินปจั จบุ ันสุทธขิ องบรษิ ัทแสงทอง

จำกดั

จากสูตร NPV = −
(1+ )


=1

123 | P a g e

จากโจทย์ตวั อย่าง กำหนดให้
Bt = 20 30 40 60 80 ลา้ นบาท
C = 120 ล้านบาท
n=5
k = 10%
แทนคา่ NPV = 20(PVIF ท่ี k = 10%, n=1) + 30(PVIF ที่ k = 10%, n=2) + 40 (PVIF ที่ k = 10%,

n=3) + 60(PVIF ท่ี k = 10%, n=4) + 80 (PVIF ที่ k = 10%, n=5) – 120
= 20(.9091)+30(.8264)+40(.7513)+60(.6830)+80(.6209)-120
= 18.2+22.5+30.1+41+49.7-120
= 161.5-120
= +41.5 ลา้ นบาท
มูลค่าปจั จบุ ันสุทธิของบริษัทแสงทอง จำกัด เป็น บวก จงึ ควรตอบรับโครงการลงทุนดังกล่าว
เกณฑ์การตัดสินใจ ดงั นี้
1. ถ้า NPV ≥ 0 (มลู ค่าปจั จบุ ันสุทธิมากกวา่ หรือเท่ากบั ศูนย์) ควรลงทุนในโครงการนั้น แสดงวา่ โครงการ
นัน้ ให้ผลตอบแทนมากกวา่ หรือเท่ากับอตั ราผลตอบแทนทีต่ ้องการ
2. ถา้ NPV < 0 (มลู คา่ ปัจจบุ นั สุทธนิ อ้ ยกว่าหรือติดลบ) แสดงวา่ อตั ราผลตอบแทนของโครงการนอ้ ยกวา่
อตั ราผลตอบแทนทต่ี ้องการ
ขอ้ ดีของวธิ มี ูลคา่ ปัจจุบนั สุทธิ
1. คำนึงถึงค่าของเงนิ ตามเวลา
2. เป็นวิธที ี่สามารถนำไปประยกุ ต์ใช้ในการตัดสนิ ใจกรณีทโี่ ครงการลงทนุ น้ันมีความเส่ยี งหรือความไม่
แนน่ อน
3. ผลการคำนวณที่ไดเ้ ปน็ จำนวนเงนิ ซง่ึ ง่าต่อการทำความเข้าใจและการตดั สินใจ
ข้อเสยี ของวธิ ีมลู คา่ ปจั จบุ นั สุทธิ
1. กำหนดให้อัตราผลตอบแทนท่ีตอ้ งการหรือต้นทุนเงนิ ทุนที่ใชค้ ิดลดกระแสเงินสดให้เป็นมูลคา่ ปจั จบุ ัน
มีคา่ คงทต่ี ลอดอายุของโครงการ ซงึ่ ในความเป็นจริงตน้ ทนุ เงนิ ทุนอาจมีการเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา
2. กระแสเงินสดรบั สทุ ธทิ ี่ไดร้ บั มาในแตล่ ะปจี ะนำไปลงทุนต่อโดยไดร้ บั ผลตอบแทนเท่ากับต้นทนุ หรอื
อัตราผลตอบแทนท่ตี ้องการในอัตราเทา่ เดิมตลอดอายุของโครงการ ซง่ึ อาจไม่เปน็ เชน่ น้ัน

124 | P a g e

การวเิ คราะห์อตั ราผลตอบแทนตอ่ เงนิ ลงทุน (Benefit/Cost Ratio : B/C Ratio)
อตั ราผลตอบแทนต่อเงินลงทุนเป็นการเปรยี บเทยี บระหวา่ งมลู ค่าปัจจุบันของผลประโยชน์ทไี่ ดร้ ับกับต้นทุน หรอื
เงินลงทุนของโครงการ ซ่งึ สามารถคำนวณได้จากสตู รต่อไปนี้

B/C Ratio = มูลคา่ ปจั จุบนั ของผลตอบแทน/มลู ค่าปจั จบุ นั ของเงนิ ลงทุน
ตัวอยา่ ง 10.4 การคำนวณหาอัตราผลตอบแทนต่อเงนิ ลงทุน
จากสตู ร B/C Ratio = มูลคา่ ปจั จุบันของผลตอบแทน/มลู ค่าปจั จบุ นั ของเงินลงทุน
แทนค่า B/C Ratio = 998/450
อตั ราผลตอบแทนต่อเงนิ ลงทุนของกิจการ เทา่ กบั 2.2
ซึ่งเกณฑก์ ารพิจารณาตดั สินใจ

1. ถ้า B/C = 1 (B = C) ผลตอบแทนเทา่ กับเงนิ ลงทนุ แสดงว่าค้มุ ทุน ธรุ กจิ ดำเนนิ งานแล้วไม่มีกำไร หรอื
ขาดทนุ

2. ถา้ B/C > 1 (B>C) ผลตอบแทนเท่ากับเงินลงทุน ธุรกจิ มีกำไร
3. ถ้า B/C < 1 (B<C) ผลตอบแทนน้อยกวา่ เงนิ ลงทุน ธุรกิจประสบกับการขาดทนุ
ขอ้ ดีของวธิ ีอตั ราผลตอบแทนต่อเงนิ ลงทุน
1. คำนึงถึงคา่ ของเงนิ ในระยะเวลาตา่ งๆ กนั วา่ มีคา่ ไม่เทา่ กัน
2. ง่ายต่อการนำไปประยุกต์ใชใ้ นการประเมนิ ค่าโครงการท่มี ีความเสยี่ งหรือความไม่แนน่ อน
ขอ้ เสียของวิธอี ัตราผลตอบแทนตอ่ เงินลงทุน
1. มขี ้อเสยี เช่นเดยี วกับวธิ ีมูลค่าปจั จบุ ันสุทธิในเรอ่ื งของข้อสมมติทก่ี ำหนดใหอ้ ัตราผลตอบแทนที่ต้องการ

หรือต้นทุนเงินทนุ ซ่งึ เป็นอัตราคิดลดมคี ่าคงท่ีตลอดอายุของโครงการนั้น
2. วิธีอตั ราผลตอบแทนต่อเงนิ ลงทนุ ผลลัพธ์ท่ีได้ไมไ่ ด้มีหน่วยเป็นจำนวนเงนิ จึงอาจทำให้เขา้ ใจไดย้ าก

หรือไม่ชดั เจนเหมือนวิธี NPV
3. วธิ ีนส้ี มมติให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทนุ ตอ่ มีคา่ เท่ากับอัตราผลตอบแทนที่ต้องการหรือตน้ ทนุ เงนิ ทุน

ในอตั ราท่เี ท่าเดมิ ตลอดอายุของโครงการเชน่ เดยี วกับวธิ ี NPV

125 | P a g e

10.8 วิธอี ตั ราผลตอบแทนของโครงการ

การประเมินคา่ โครงการลงทนุ โดยวธิ อี ัตราผลตอบแทนของโครงการเป็นการคำนวณหาอัตราสว่ นลดทที่ ำ

ให้มลู คา่ ปจั จุบันของกระแสเงินสดรับสทุ ธิ หรือผลตอบแทนตลอดอายุของโครงการมคี ่าเทา่ กับค่าใชจ้ ่ายหรือ

ต้นทุนของโครงการ ซ่ึงสามารถคำนวณได้ดังสูตรต่อไปน้ี

C =


=1 (1+ )
โดย Bt = กระแสเงนิ สดรบั สทุ ธหิ รอื ผลตอบแทนของโครงการตง้ั แต่ปีที่ 1 ถึง n

t = ระยะเวลาตง้ั แต่ปีท่ี 1 ถึง n

n = อายุของโครงการ

c = ค่าใชจ้ า่ ยหรือต้นทนุ ของโครงการ

r = อัตราคิดลดหรืออัตราตอบแทนของโครงการ

ตัวอย่าง ที่ 10.5 จากตัวอย่างที่ 10.4 จงคำนวณหาผลตอบแทนของโครงการ

จากสูตร C =
(1+ )


=1

แทนค่า 120 = 20/(1+r) + 30/(1+r)2 + 40/(1+r)3 + 60/(1+r)4 + 80/(1+r)5

ในการคำนวณหาค่า IRR จะใชว้ ิธลี องผดิ ลองถกู (Trial and Error) ทำไปเร่ือยๆ เพื่อให้คา่ r ทีท่ ำให้ค่าปจั จบุ นั สทุ ธิ

ของผลตอบแทนเทา่ กบั คา่ ใช้จ่ายหรอื ตน้ ทนุ ของโครงการ

เริ่มทดลองที่ r = 20%

แทนคา่ = 20/(1+0.20) + 30/(1+0.20)2 + 40/(1+0.20)3 + 60/(1+0.20)4 + 80/(1+0.20)5
1+0.20

= 20(.8333) + 30(.6944) + 40(.5787) + 60(.4823) + 80(.4019)
=1

= 16.7 + 20.8 + 23.1 + 28.9 + 32.2

= 121.7 ลา้ นบาท

เรม่ิ ทดลองที่ r = 32%

แทนคา่ = 20/(1+0.32) + 30/(1+0.32)2 + 40/(1+0.32)3 + 60/(1+0.32)4 + 80/(1+0.32)5
1+0.32

= 20(.7576) + 30(.5739) + 40(.4348) + 60(.3294) + 80(.2495)
=1

= 15.2 + 17.2 + 17.4 + 19.8 + 20.0

= 93.2 ล้านบาท

126 | P a g e

อัตราคดิ ลด (r) ที่ 32% ทำให้คา่ ปจั จุบนั ของผลตอบแทนได้เท่ากับ 93.2 ลา้ นบาท ซึ่งน้อยกวา่ ต้นทุน 120 ล้านบาท

แสดงวา่ ค่า r ตอ้ งน้อยกว่า 32%

มูลคา่ ปัจจบุ ัน อตั ราคิดลด (r)

121.7 20%

93.2 32%

ผลต่าง 28.5 12%

มลู คา่ ปจั จุบนั ต่างกัน 28.5 ลา้ นบาท อตั ราคิดลด 12%

ถา้ มูลคา่ ปัจจบุ ันต่างกนั (93.2-120) อตั ราคดิ ลด = (-26.8 x 12)/28.5

= -321.6/28.5

= -11.3

ดงั นน้ั คา่ r หรือ IRR = 32% -11.3%

= 20.7%

อัตราผลตอบแทนของโครงการเทา่ กบั 20.7%

เกณฑ์การพจิ ารณาตดั สินใจ ดงั น้ี

1. ถา้ IRR ของโครงการมคี ่ามากกวา่ หรือเทา่ กบั อัตราผลตอบแทนทต่ี ้องการ กค็ วรลงทนุ ในโครงการน้นั

2. ถา้ IRR ของโครงการน้อยกวา่ อตั ราผลตอบแทนทีต่ ้องการก็ควรปฏิเสธโครงการน้ัน

ขอ้ ดีของวิธีอัตราผลตอบแทนของโครงการ

1. คำนงึ ถึงคา่ ของเงินในระยะเวลาต่างๆ กัน เช่น เดียวกับวิธี NPV และ B/C Ratio

2. วิธนี ้ีไมใ่ ช่อัตราผลตอบแทนท่ีต้องการหรือตน้ ทุนเงินทุนเป็นตัวคิดลดท่ีคงทีเ่ หมือนกับวิธี NPV และ B/C

Ratio แต่จะคำนวณอตั ราผลตอบแทนของโครงการแล้วนำไปเปรยี บเทยี บกับอัตราผลตอบแทนทตี่ ้องการ

หรือต้นทุนเงนิ ทุนเพื่อใช้ในการตัดสนิ ใจวา่ ควรลงทุนหรือไม่

ข้อเสียของวิธอี ัตราผลตอบแทนของโครงการ

1. วิธีนี้เปน็ วิธีการคำนวณท่ยี ุ่งยากกวา่ วิธอี นื่ ๆ

2. มีขอ้ สมมตวิ ่ากระแสเงนิ สดรบั สุทธิหรอื ผลตอบแทนท่ีได้รบั มาในแตล่ ะปีสามารถนำไปลงทนุ ตอ่

(Reinvestment) โดยได้รบั ผลตอบแทนในอัตราที่เท่ากบั IRR ตลอดอายุของโครงการซง่ึ ในความเป็นจรงิ อาจ

ไม่เป็นเชน่ น้ัน

127 | P a g e

แบบฝึกหดั

1. การประมาณการกระแสเงนิ สดสุทธิมขี ั้นตอนอย่างไร

จากขอ้ มูลตารางแสดงกระแสเงนิ สด ตัวอยา่ งท่ี 10.1 นำมาใชป้ ระกอบการคำนวณต่อไปน้ี

2. กระแสเงินสดรบั จากขายปีท่ี 5

สูตร กระแสเงนิ สดรบั ปีถัดไป = (กระแสเงนิ สดรบั ปีปจั จบุ นั x 10%)+กระแสเงนิ สดปจั จุบัน

3. จงคำนวณหาค่าใช้จ่ายดำเนนิ งานทเ่ี พมิ่ ขนึ้ ในปที ่ี 5

จากสตู ร ค่าใช้จา่ ยดำเนนิ งานปถี ดั ไป = (คา่ ใชจ้ า่ ยดำเนินงานปปี จั จุบนั x 20%)+ คา่ ใชจ้ ่าย

ดำเนนิ งานปีปจั จุบนั

4. จงแสดงการคำนวณ กระแสเงินสดสทุ ธิ ในปที ี่ 4

สูตร กระแสเงนิ สดสุทธิ = กระแสเงินสดรับ – กระแสเงนิ สดจ่าย

5. จงแสดงการคำนวณ กระแสเงนิ สดสุทธเิ มอื่ สิ้นสดุ โครงการ จาก

สูตร = (กระแสเงินสดรับ+เงนิ ทนุ หมนุ เวยี น) – กระแสเงนิ สดจา่ ย

6. จากข้อมูลอัตราสว่ นสภาพคล่องของบริษัท แสงทองจำกดั ซึ่งมีรายละเอียดดงั น้ี

อตั ราส่วน ปี 2563 ปี 2564

อตั ราส่วนทนุ หมนุ เวียน 2.9 2.7

อตั ราส่วนทุนหมนุ เวยี นเร็ว 1.3 1.2

จงวิเคราะห์อัตราส่วนสภาพคล่องของบรษิ ัทแสงทองจำกัด ในปี 2563 เปรียบเทียบกับปี 2564

7. จากข้อมลู อตั ราสว่ นประสทิ ธภิ าพในการจัดการสินทรัพยข์ องบริษัทแสงทองจำกัด มีรายละเอียดดังนี้

อตั ราส่วน ปี 2563 ปี 2564

อัตราการหมนุ เวียนของลกู หนี้ (รอบ) 5 5.3

อัตราการหมนุ เวยี นสินทรพั ย์รวม (เท่า) 1.1 1.1

ระยะเวลาทใี่ ชใ้ นการเก็บหน้ี (วนั ) 73 71.5

จงวิเคราะหอ์ ัตราส่วนประสทิ ธภิ าพในการจดั การสินทรัพย์บรษิ ัทแสงทองจำกดั ปี 2563 และ 2564

128 | P a g e

8. โครงการลงทนุ ใช้เงินลงทนุ เริ่มแรก 1,000,000 บาท คาดว่าจะมกี ระแสเงินสดสุทธิรายปี ดงั น้ี
ปีท่ี กระแสเงินสดสทุ ธิรายปี (บาท)
1 400,000
2 500,000
3 600,000
4 800,000
5 600,000
จงคำนวณหาระยะเวลาคืนทุนของโครงการนี้

9. โครงการลงทุนของบริษัทแสงทองจำกัด กำลงั พิจารณาโครงการว่าควรอนมุ ัติดำเนนิ การหรือไม่ โดยใชเ้ งนิ
ลงทุน 1,000,000 บาท โดยบรษิ ทั ต้องการอตั ราผลตอบแทน 10% และได้คาดคะเนกระแสเงนิ สดรับสทุ ธิ
แตล่ ะปไี วด้ งั นี้
ปที ่ี กระแสเงินสดสุทธิรายปี (บาท)
1 400,000
2 500,000
3 600,000
4 800,000
5 600,000
จงคำนวณหา
9.1 มูลคา่ ปัจจุบันสุทธิ (NPV)
9.2 อัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุน (B/C Ratio)
9.3 อัตราผลตอบแทนของโครงการ (IRR)

129 | P a g e

บทที่ 11 การตดิ ตามประเมินผลโครงการ
หวั ข้อการสอน
11.1 ความหมายและประเภทของการตดิ ตามผลโครงการ
11.2 วธิ ตี ิดตามและประเมนิ ผลโครงการ
11.3 เทคนคิ PERT / CPM
จดุ ประสงค์เรยี นรู้
11.1 อธิบายความหมายและประเภทของการติดตามผลโครงการ
11.2 เขา้ ใจวิธตี ดิ ตามและประเมินผลโครงการ
11.3 ทราบเทคนคิ PERT / CPM
เนือ้ หาสาระการเรียนรู้

11.1 ความหมายและประเภทของการติดตามผลโครงการ
การติดตามโครงการคืออะไร

การติดตามโครงการ คือ กระบวนการวัดปัจจัยนำเข้า (Inputs) กิจกรรม (Activities) และการผลิต
(Outputs) ของโครงการซึง่ กระทำเป็นประจำตามชว่ งเวลาต่าง ๆ ระหว่างนำโครงการไปปฏบิ ัติเพื่อระบุปัญหาและ
อุปสรรคของการดำเนนิ โครงการวา่ เปน็ ไปตามแผนหรอื ไม่ เพอื่ หามาตรการแก้ไขไดท้ นั การณ์
การติดตามและประเมินผลโครงการคอื อะไร

การติดตามและประเมินผลโครงการ หมายถึง กระบวนการเปรียบเทียบผลลัพธ์ของโครงการ (Project
Results or Outcomes) ที่เกิดขึ้นจริงกับผลลัพธ์ของโครงการที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หรือที่กำหนดไว้ในวัตถปุ ระสงค์
ของโครงการ (Project Objectives) เพอื่ ทราบว่าการดำเนินโครงการบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่
ผลลัพธข์ องโครงการประกอบดว้ ย (Outputs) และผลกระทบ (Impacts)

ผลผลิตของโครงการ (Project Outputs) คือ ผลท่ีเกิดขึ้นจากการมีโครงการโดยตรง มักกำหนดใน เชิงปริมาณ
เชน่ โครงการกอ่ สร้างถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน ผลผลติ ของโครงการกค็ อื ความยาวของถนนท่สี รา้ งเสรจ็ เปน็ ตน้

ผลกระทบของโครงการ (Project Impacts) คือ ผลที่ตามมาหลงั จากมีผลผลติ ของโครงการแลว้
อาจเป็นเชิงปรมิ าณหรือเชิงคุณภาพกไ็ ด้ เชน่ เมือ่ สรา้ งถนนเสร็จแล้ว มีการใช้ประโยชน์ของถนนหรือไม่ ทางใดบ้าง เปน็ ต้น
การตดิ ตามและวิจยั ประเมนิ ผลโครงการสำคญั ไฉน

- เป็นเครอื่ งมือสำคัญชว่ ยให้การจัดการโครงการมีประสิทธิภาพมากข้นึ
- ชว่ ยใหท้ ราบปัญหา อปุ สรรคสำคญั และหามาตรการแก้ไขไดท้ นั การณ์

130 | P a g e

- ช่วยให้ทราบว่าโครงการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคห์ รอื ไม่ เพราะเหตุใด
- ชว่ ยในการตัดสนิ ใจวา่ สมควรดำเนนิ โครงการตอ่ ไปหรอื ไม่

เงอ่ื นไขความสำเร็จของการติดตามและวิจยั ประเมินผลโครงการมอี ะไรบ้าง
- สร้างความเขา้ ใจและรู้สึกดกี บั ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการทีจ่ ะประเมิน
- วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการท่ีจะประเมนิ ชัดเจนจนวดั และปฏิบัตไิ ด้
- มีตัวช้วี ัดหลกั (Key Indicators) ทีแ่ มน่ ตรง (Valid) และนา่ เชือ่ ถือได้ (Reliable)
- มีข้อมูลสำคัญและจำเปน็ เพียงพอ
- ผูป้ ระเมนิ มคี วามรู้ ความสามารถเหมาะสมกับเรอ่ื งทป่ี ระเมิน
- ไดร้ บั การสนบั สนุนอย่างจริงจงั จากผบู้ ริหารระดบั สูง

กรอบแนวคดิ การตดิ ตามและวจิ ยั ประเมนิ ผลโครงการเปน็ อย่างไร

การติดตามโครงการ (Project Performance Monitoring)
ทำไมตอ้ งมีการตดิ ตามโครงการ

131 | P a g e

1.วัตถุประสงคเ์ พ่ือ
2.ระบุปญั หาและอปุ สรรคระหว่างดำเนนิ โครงการวา่ เป็นไปตามแผนหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
3. หาทางแก้ไขไดท้ ันเหตุการณ์

จะติดตามอะไร และเมอ่ื ใด
1.ขอบเขตการตดิ ตามความกา้ วหนา้ โครงการดา้ นต่างๆ
2. ตดิ ตามด้านการเตรยี มการและการวางแผนโครงการ
3. ติดตามดา้ นการดำเนินโครงการ
4. ติดตามด้านการเบกิ จา่ ยเงิน
5. ตดิ ตามเป็นรายไตรมาส (3 เดอื น)

จะติดตามโครงการอย่างไร
การเตรียมการและวางแผนโครงการ (Project Preparation and Planning)
วตั ถปุ ระสงค์เพ่อื ทราบ

- เปน็ ไปตามแผนหรอื ไม่
- สาเหตุความล่าช้าของโครงการ (ถา้ มี)
ประเด็นและวธิ กี ารติดตาม
- การวางแผน : เปรียบเทียบวนั เสรจ็ จรงิ กบั ท่วี างแผนไว้
- การอนุมตั ิแผน : เปรียบเทียบวนั อนมุ ัตจิ รงิ กบั ท่วี างแผนไว้
- การจดั ซอ้ื จัดจา้ ง : เปรยี บเทยี บวันเสรจ็ จริงกบั ที่วางแผนไว้
- สาเหตขุ องความลา่ ช้า : สอบถามผูร้ บั ผดิ ชอบโครงการ/ดเู อกสาร
การดำเนินโครงการ (Project Implementation Progress)
1. วัตถปุ ระสงคเ์ พอื่ ทราบวา่ ผลผลิตโครงการเป็นไปตามแผนหรอื ไม่ เพราะอะไร
2. ประเด็นและวธิ กี ารตดิ ตาม

- เปรียบเทียบผลผลติ จรงิ คดิ เป็นรอ้ ยละของผลผลติ ตามแผน
- เปรยี บเทยี บผลผลติ ระหว่างดำเนนิ การ คดิ เป็นร้อยละของผลผลติ ตามแผน
- เปรียบเทียบผลผลิตท่ยี กเลกิ คิดเป็นร้อยละของผลผลิตตามแผน
การเบกิ จ่ายเงินโครงการ

132 | P a g e

3. วัตถุประสงคเ์ พอ่ื ทราบ
- การเบิกจ่ายเงนิ โครงการเปน็ ไปตามแผนหรอื ไม่
- ถ้าไม่ มสี าเหตจุ ากอะไร

4. ประเดน็ และวธิ ีการตดิ ตาม
- เปรียบเทยี บการเบิกจา่ ยเงนิ จริง คิดเปน็ ร้อยละของการเบกิ จ่ายเงินตามแผน

จะนำผลการติดตามโครงการมาใชท้ ำอะไร
- แก้ไขปญั หาและอปุ สรรคของความล่าชา้
- หามาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้การจัดการโครงการมีประสิทธิภาพมากย่งิ ขนึ้

11.2 วธิ ตี ดิ ตามและประเมินผลโครงการ
การประเมนิ โครงการ (Project Performance Evaluation)
ทำไมตอ้ งมีการประเมินผลโครงการ
1. วัตถุประสงค์เพอื่ ทราบ

1.1 ประสทิ ธิผลของโครงการ (Project Effectiveness)
1.2 ประสิทธิภาพของโครงการ (Project Efficiency)
1.3 ผลกระทบของโครงการ (Project Impact)
1.4 คณุ ภาพของโครงการ (Project Quality)
1.5 ประสิทธิภาพของการบริหารหน่วยงาน (Project Implementation Units’ Efficiency)
จะประเมนิ ผลอะไร และเมื่อใด
1. ขอบเขตตามหลักวชิ าการ
2. ประเมินประสิทธิผลโครงการ
3. ประเมินประสิทธภิ าพโครงการ
4. ประเมนิ ผลกระทบโครงการ
5. ประเมนิ ดา้ นวิชาการของโครงการ (Technical Audit)
6. ประเมนิ ประสทิ ธิภาพการบรหิ ารของหนว่ ยงาน
7. โดยทั่วไปประเมินครึง่ อายุโครงการ และเม่อื ส้นิ สุดโครงการ
จะวิจัยประเมนิ ผลโครงการอย่างไร

133 | P a g e

การประเมนิ ประสทิ ธิผลโครงการ (Project Effectiveness)
วัตถปุ ระสงค์เพอ่ื ทราบว่าผลผลติ ของโครงการ (Project Outputs) ท่ีไดร้ ับจริงเป็น
ไปตามแผน ท่ีวางไว้ (กำหนดในวัตถุประสงค์) หรอื ไม่ เพราะอะไร
ประเด็นและวิธกี ารประเมนิ
1. เปรียบเทยี บผลผลิตจรงิ คดิ เปน็ รอ้ ยละของผลผลิตตามแผน

การประเมินประสทิ ธิภาพของโครงการ (Project Efficiency)
วตั ถปุ ระสงค์เพ่อื ทราบว่าค่าใช้จ่ายของโครงการเปน็ ไปอย่างประหยดั หรือตามประมาณการทว่ี างไวห้ รอื ไม่
ประเด็นและวิธกี ารประเมิน

1. เปรยี บเทยี บคา่ ใชจ้ า่ ยตอ่ หน่วย (Actual Project Unit cost) คิดเป็นร้อยละของคา่ ใชจ้ า่ ย
ตอ่ หนว่ ยประมาณการ (Estimate Unit cost)

2. วิธีการคำนวณคา่ ใชจ้ ่ายตอ่ หนว่ ย
3. คา่ ใชจ้ ่ายตอ่ หนว่ ยประมาณการ

3.1 ใชร้ าคากลาง หรือ
3.2 ใช้งบประมาณโครงการ/ผลผลติ โครงการทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั
3.3 ค่าใชจ้ ่ายตอ่ หน่วยจริง
3.4 ค่าใช้จ่ายโครงการจรงิ /ผลผลติ โครงการจริง

การประเมนิ ผลกระทบโครงการ (Project Impact)
วัตถุประสงคเ์ พอ่ื ทราบว่าผลกระทบของโครงการทเ่ี กิดข้ึนจรงิ เป็นไปตามแผนทว่ี างไว้หรอื ไม่
ท้งั ในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
ประเด็นและวธิ ีการประเมิน
1. เปรียบเทยี บผลกระทบท่เี กิดขน้ึ จรงิ คิดเปน็ ร้อยละของผลกระทบทว่ี างแผนไว้ (เชิงปริมาณ)
2. สำรวจระดบั ความพอใจของผูไ้ ดร้ บั ประโยชน์จากโครงการ (Project Beneficienries)
การประเมนิ ผลงานด้านวิชาการของโครงการ (Technical Audit)
วตั ถุประสงค์เพอ่ื ทราบวา่ โครงการที่ผา่ นการประเมินประสิทธผิ ล ประสิทธิภาพ และผลกระทบของโครงการมีคณุ ภาพ
ตามมาตรฐานทางวิชาการของสาขาทีเ่ กี่ยวข้องหรอื ไม่

ประเด็นและวธิ ีการประเมนิ

134 | P a g e


Click to View FlipBook Version