The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่ม-แผนการสอนวิทยาการคำนวณ ป.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s.aekapop, 2021-10-23 03:46:10

รวมเล่ม-แผนการสอนวิทยาการคำนวณ ป.5

รวมเล่ม-แผนการสอนวิทยาการคำนวณ ป.5

Keywords: แผนการสอนวิทยาการคำนวณ ป.5

บนั ทึกข้อความ

สว่ นราชการ โรงเรยี นบา้ นหนิ ดาด อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์
ที.่ .......................วนั ท่ี ............................................................
เรื่อง ขออนมุ ตั ิใช้แผนการจัดการเรยี นรู้

เรยี น ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบา้ นหินดาด

ตามทขี่ ้าพเจา้ ว่าท่ีร้อยตรเี อกภพ สดุ สะอาด ตำแหน่ง ครู กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ไดร้ ับมอบหมายใหป้ ฏิบตั งิ านสอนในระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 รายวิชา เทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ) จำนวน 0.5
หน่วยกิต ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 นนั้

ขา้ พเจา้ ไดว้ ิเคราะหต์ วั ช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ คำอธบิ ายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา เพ่ือจัดทำแผนการจัดการ
เรยี นรู้ ซึ่งสอดคล้องกับหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านหินดาด ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
พุทธศักราช 2551 โดยจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคญั เพื่อท่ีจะได้นำไปใช้ในการจดั การเรยี นรู้
และพัฒนาคุณภาพผ้เู รยี นให้บรรลุเปา้ หมายของหลักสตู รฯ ตอ่ ไป

จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดพจิ ารณา

ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี .................................................
( เอกภพ สุดสะอาด )
......................................................................................... ตำแหนง่ ครู
.........................................................................................
ความเหน็ ของหัวหนา้ ฝ่ายบริหารงานวิชาการ

.........................................................................................
.........................................................................................

ลงชอ่ื ............................................................ ลงชือ่ ............................................................

( ......................................................) ( ......................................................)

ความเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน

.........................................................................................
.........................................................................................

ลงชื่อ ............................................................
(นางปณุ ยวรี ์ โพธ)ิ

คำอธิบายรายวชิ า

รายวชิ าพนื้ ฐาน กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 เวลา 40 ชั่วโมง/ปี

ศึกษาการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย การ
ออกแบบและเขยี นโปรแกรมที่มกี ารใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะอย่างง่าย ตรวจหาขอผิดพลาดและแกไ้ ข การใช้อินเทอร์เน็ต
ค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกัน ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล การรวบรวม ประเมิน นำเสนอ
ข้อมูล และสารสนเทศตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตท่ีหลากหลายเพื่อแก้ปัญหาใน
ชวี ติ ประจำวัน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย มีมารยาท เข้าใจสิทธิและหน้าท่ีของตนเอง เคารพในสิทธิ
ของผอู้ น่ื และแจ้งผเู้ กย่ี วข้องเม่อื พบขอ้ มลู หรอื บคุ คลทีไ่ มเ่ หมาะสม

เพื่อเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการฝึกแก้ปัญหาต่าง ๆ ผ่านกระบวนการคิด การปฏิบัติอย่างมีระบบ
และสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมจ่ ากการใช้ปญั หาท่เี กดิ ข้นึ จรงิ ในชวี ติ ประจำวนั ได้

เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ มีทักษะในการตั้งคำถาม หรือกำหนดปัญหาเก่ียวกับสิ่งที่จะเรียนรู้ตามท่ีกำหนดให้ หรือตามความสนใจ
คาดคะเนคำตอบหลายแนวทาง สรา้ งสมมติฐานที่สอดคลอ้ งกับคำถาม วางแผนและสำรวจตรวจสอบโดยใชเ้ ครื่องมือ
อุปกรณ์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศที่เหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมลู ทัง้ เชงิ ปรมิ าณและคุณภาพ คน้ หาข้อมลู อยา่ ง
มีประสิทธิภาพและประเมินความน่าเช่ือถือ ตัดสินใจเลือกข้อมูล ให้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา ตลอดจนนำ
ความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถ
พัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการส่ือสาร
ความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์

ตัวชวี้ ัด
ว 4.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ป.5/5

รวม 5 ตวั ชว้ี ัด

โครงสร้างรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชัน้ ป.5

รายวิชาพ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 เวลา 40 ชั่วโมง/ปี

ลำดบั ที่ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน มโนทัศน์สำคญั เวลา
การเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด (ชม.)

1. การแกป้ ัญหาโดยใช้ ว 4.2 ป.5/1 การพิจารณาปญั หาโดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ 12

เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ เปน็ การทำความเขา้ ใจปญั หาโดยนำกฎเกณฑ์

หรอื เงอื่ นไขมาใช้ในการพจิ ารณาปัญหา เพื่อหา

สาเหตุหรือข้อผิดพลาดโดยการนำเหตผุ ลเชงิ

ตรรกะมาใชใ้ นการพิจารณาปัญหา เช่น

การพจิ ารณาปญั หาโดยใชก้ ฎเกณฑห์ รือเง่ือนไข

การพิจารณาปญั หาเกมซูโดกุ

การลำดบั การทำงานโดยใช้เหตุผลเชงิ

ตรรกะ คือ การจัดลำดบั การทำงานหรอื การ

จัดการปญั หาภายใต้กฎเกณฑห์ รือเงอ่ื นไข

เพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลลัพธ์ทเ่ี ปน็ ไปตามทตี่ อ้ งการ เชน่

การลำดับการทำงานบ้าน หอคอยแห่งฮานอย

แลเกมลานจอดรถ

การคาดการณ์ผลลพั ธโ์ ดยใช้เหตผุ ลเชงิ

ตรรกะ เปน็ การพิจารณากฎเกณฑ์หรือเงื่อนไข

จากรูปแบบของการเกิดเหตกุ ารณ์แตล่ ะ

เหตกุ ารณ์ เพอ่ื ใช้เป็นเหตุผลหรือตรรกะในการ

คาดการณ์ผลลัพธท์ ่ีอาจเกิดขึ้น เชน่ แบบทดสอบ

ความฉลาดทางเชาวนป์ ัญญา การคาดการณ์

ผลลพั ธจ์ ากรปู แบบทเี่ คยเกิดขึ้น การคาดการณ์

ผลลัพธจ์ ากทฤษฎี

2. การพฒั นาโปรแกรม ว 4.2 ป.5/2 การเขยี นโปรแกรมทีม่ ปี ระสิทธภิ าพ เพ่อื 8
ดว้ ยเหตผุ ล
เชงิ ตรรกะ การทำงานอย่างเป็นลำดับขน้ั ตอน และได้

ผลลพั ธ์ตรงตามความต้องการจะตอ้ งทำการ

วิเคราะห์กระบวนการอลั กอรทิ ึม ดงั นี้ 1)

ขอ้ มูลเขา้ 2) ประมวลผล 3) แสดงผล ซ่ึงการ

ออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้ 2 วิธี นั่นคอื

การออกแบบโปรแกรมด้วยการเขียนข้อความ

ลำดบั ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน มโนทศั น์สำคญั เวลา
3. การเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั (ชม.)
ข้อมลู และ และการออกแบบโปรแกรมด้วยการเขยี นผังงาน
สารสนเทศ ว 4.2 ป.5/3 โปรแกรม Scratch เปน็ โปรแกรมทใี่ ช้ 10
ว 4.2 ป.5/4
สำหรบั การสร้างชิ้นงาน เช่น เกม นทิ าน
ภาพเคล่อื นไหวท่ีมีการโต้ตอบกบั ผใู้ ช้ด้วยการ
เขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใช้บลอ็ กคำส่งั มา
วางตอ่ กันแทนการพิมพค์ ำสงั่ มีตวั ละครและ
ฉากทีใ่ ช้สร้างเรื่องราวต่าง ๆ ปกตกิ ารทำงาน
ของคอมพวิ เตอร์จะทำงานแบบเรยี งลำดับตาม
คำสง่ั ตงั้ แตเ่ ร่ิมตน้ จนจบโปรแกรม หากต้องการ
เขียนโปรแกรมแบบมีทางเลือก จะต้องใชค้ ำสัง่
if-else

ข้อมลู คือ ข้อเท็จจริงที่เก่ียวข้องกบั สง่ิ ต่าง ๆ
ไม่วา่ จะเป็นคน สตั ว์ สิ่งของ หรือเหตกุ ารณ์
โดยอาจจะเกิดขึน้ จากการสังเกต การจดบันทึก
การสมั ภาษณ์ การสอบถาม นอกจากนั้นข้อมลู
แบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ ข้อมูลตัวอกั ขระ
ขอ้ มูลภาพ ขอ้ มลู ตวั เลข ขอ้ มูลเสียง และขอ้ มูล
อ่นื ๆ โดยขอ้ มูลที่มลี ักษณะที่ดนี ัน้ จะต้อง
ถูกต้องและเช่ือถือได้ มคี วามสอดคล้องกนั ตรง
ตามความต้องการ ทนั สมยั และสมบูรณ์
ครบถ้วน ซึ่งในปัจจุบนั ข้อมลู สามารถนำมาใช้
ประโยชนไ์ ดม้ ากมายหลายด้าน ไมว่ า่ จะเป็น
ดา้ นการตัดสนิ ใจหรือแกป้ ัญหา ดา้ นการ
ติดตอ่ ส่อื สาร ดา้ นการคา้ หรือธุรกิจ ดา้ นการ
เรยี นหรือการทำงาน ดา้ นการพฒั นาชุมชนและ
สงั คม

ต้นกำเนดิ ของขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ไม่วา่ จะเป็น
หนังสือ อนิ เทอรเ์ นต็ บุคคล หรอื สถานที่
สามารถให้ข้อมูลได้ 2 ประเภท ไดแ้ ก่
แหล่งขอ้ มลู ปฐมภมู ิ ซ่งึ เป็นแหล่งขอ้ มูลที่ให้
ข้อมลู ได้โดยตรง จากการพบเห็นสง่ิ ตา่ ง ๆ

ลำดบั ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน มโนทศั น์สำคัญ เวลา
4. การเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด (ชม.)
การใชอ้ ินเทอรเ์ น็ต การสังเกตหรือการสำรวจข้อมูลดว้ ยตนเอง
ใหป้ ลอดภยั ว 4.2 ป.5/3 และแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ ซงึ่ เป็นแหลง่ ข้อมูลที่ 10
ว 4.2 ป.5/4 ได้จากการเรยี บเรยี งข้อมลู ของผอู้ ื่น แล้วนำ
ว 4.2 ป.5/5 ขอ้ มูลจากอนิ เทอร์เน็ต หนงั สือ วิทยุ โทรทศั น์
มาใช้งานได้ทันที โดยไม่ ตอ้ งสอบถาม สงั เกต
หรอื หาข้อมูลจากแหลง่ ข้อมูลด้วยตนเอง

ปจั จบุ นั อนิ เทอร์เน็ตถือวา่ เปน็ ชอ่ งทางการ
สอื่ สารทีส่ ามารถสง่ ขอ้ มลู ไดห้ ลากหลาย เชน่
ขอ้ ความ รปู ภาพ วิดีโอ เสยี ง ไดอ้ ยา่ งสะดวก
และรวดเร็ว ซงึ่ ปจั จบุ นั การติดต่อสือ่ สารผ่าน
อินเทอร์เน็ต ถือวา่ เป็นไปอย่างแพร่หลาย ไม่
วา่ จะเปน็ ไปรษณียอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์หรอื อีเมล
(E-mail) กระดานสนทนา ออนไลน์ (Web
Board) บล็อก (Blog)

ปจั จบุ นั อินเทอรเ์ น็ตเข้ามามีบทบาทในการ
ติดต่อสือ่ สาร ดังน้ัน มารยาทในการ
ติดต่อสอ่ื สารทางอินเทอรเ์ น็ตจึงเป็นสิง่ ทส่ี ำคัญ
เช่น ใช้ภาษาทถ่ี ูกต้องและเหมาะสมกับ
กาลเทศะ ใชภ้ าษาสภุ าพ ไม่นินทาว่าร้ายผอู้ ่ืน
ไม่ส่งจดหมายลูกโซ่ ไม่พาดพิงถงึ ความเช่ือ และ
เคารพในสิทธแ์ิ ละข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้อืน่

ผใู้ ช้งานทีก่ ารกระทำการใด ๆ เกีย่ วขอ้ งกับ
การใช้คอมพิวเตอรแ์ ละเครือข่ายเปน็ เคร่ืองมือ
ในการกระทำความผดิ ทำใหผ้ ู้อื่นไดร้ ับความ
เสียหายหรือเสื่อมเสยี ช่ือเสยี ง ในขณะเดียวกันก็
ทำใหผ้ กู้ ระทำความผดิ ไดร้ ับผลประโยชน์
เรยี กวา่ อาชญากรรมทางอินเทอรเ์ น็ต ซง่ึ
สามารถทำไดอ้ ย่างหลากหลายไมว่ า่ จะเป็น

การก่อการรา้ ย การกลัน่ แกลง้ การเงนิ การ
เจาะระบบ การละเมิดลิขสิทธิ์ และการเผยแพร่
ภาพข้อมลู ทไี่ มเ่ หมาะสม

ลำดบั ท่ี ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน มโนทศั น์สำคญั เวลา
การเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั (ชม.)
ขอ้ มูลจากอนิ เทอร์เนต็ ทีส่ ามารถนำมาใช้
งานได้ ควรเป็นข้อมลู ทผี่ ่านกระบวนการ
รวบรวมข้อมูล ประมวลผลขอ้ มูล และนำ
ข้อมลู มานำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งวธิ ีการ
ดงั กล่าวสามารถใชซ้ อฟตแ์ วร์หรอื บริการทาง
อนิ เทอรเ์ น็ตได้ผ่านซอฟตแ์ วร์ ดังนี้ ซอฟต์แวร์
ประมวลผลคำ ซอฟตแ์ วรต์ ารางทำงาน
ซอฟต์แวร์นำเสนอ ซอฟต์แวร์แบบสอบถาม
ซอฟตแ์ วรน์ ำทาง และซอฟต์แวร์กราฟิก

ปัจจบุ นั ผ้ใู ช้งานสามารถบันทึกเรอ่ื งราว
ข้อมูล ความรู้ หรือประสบการณ์ถา่ ยทอดผา่ น
บลอ็ ก (Blog) โดยท่ีผอู้ ่านและผู้เขียนสามารถ
แสดงความคิดเห็นโตต้ อบกันภายใต้เน้อื หาที่
ต้องการนำเสนอ

ซ่ึงสามารถสร้างความนา่ สนใจ โดยการใช้
เครือ่ งมอื สำหรับเขยี นเรอ่ื ง จัดการรูปภาพ จัด
หมวดหมู่ และ ตกแตง่ ขอ้ ความ และผู้ทเี่ ขียน
บลอ็ กมักจะถกู เรยี กวา่ บล็อกเกอร์ (Blogger)

รายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

โครงสร้างแผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาพืน้

รายวิชาพืน้ ฐาน

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5

หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ วธิ สี อน/วธิ กี ารจัด
กจิ กรรมการเรยี นรู้

1. การแก้ปัญหาโดยใช้ แผนฯท่ี 1 การพิจารณาปญั หา 1. กระบวนการกล่มุ (Group

เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ โดยใช้เหตผุ ล Process–Based

เชงิ ตรรกะ Instruction)

2. การเรยี นรู้แบบร่วมมือ

(Collaborative learning

3. การเรยี นรู้แบบใชเ้ กม

(Games)

แผนฯที่ 2 การลำดับการทำงาน 1. กระบวนการกล่มุ (Group

โดยใช้เหตผุ ล Process–Based

เชงิ ตรรกะ Instruction)

นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.5

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

เวลา 40 ช่วั โมง/ปี

ทักษะท่ีได้ การประเมิน เวลา
(ช่วั โมง)

1. ทกั ษะการสื่อสาร 1. ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 4

2. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 การแกป้ ญั หา

3. ทักษะการคดิ อย่าง โดยใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ

เปน็ ระบบ 2. ตรวจใบงานที่ 1.1.1 เรอื่ ง การ

g) 4. ทักษะการแก้ปัญหา แกป้ ญั หา

5. ทกั ษะการทำงานร่วมกนั โดยใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ

3. ตรวจกิจกรรม Activity 1.1

4. ตรวจกจิ กรรม Activity 1.2

5. ตรวจกิจกรรม Activity 1.3

6. ตรวจกจิ กรรม Activity 1.4

7. ตรวจกจิ กรรม Activity 1.5

8. ประเมินการนำเสนอผลงาน

9. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล

10. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

11. สงั เกตความมีวินัย ความรบั ผดิ ชอบ

ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ มั่นในการทำงาน

1. ทกั ษะการสื่อสาร 1. ตรวจกิจกรรม Activity 1.6 4

2. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 2. ตรวจกิจกรรม Activity 1.7

3. ทกั ษะการคดิ อยา่ งเป็น 3. ตรวจกจิ กรรม Activity 1.8

รายวชิ าพืน้ ฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ วิธีสอน/วธิ กี ารจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้

2. การเรยี นรู้แบบร่วมมือ
(Collaborative learning

3. การเรียนรแู้ บบใช้เกม
(Games)

แผนฯที่ 3 การคาดการณ์ 1. กระบวนการกลุม่ (Group
ผลลัพธ์ Process–Based

โดยใช้เหตผุ ล Instruction)
เชิงตรรกะ 2. การเรยี นรแู้ บบร่วมมือ

(Collaborative learning
3. การเรียนร้แู บบใช้เกม
(Games)

ทักษะท่ีได้ การประเมิน เวลา
(ชว่ั โมง)

ระบบ 4. ตรวจกจิ กรรม Activity 1.9

g) 4. ทักษะการแกป้ ญั หา 5. ประเมินการนำเสนอผลงาน

5. ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั 6. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล

6. ทกั ษะการสืบค้นข้อมลู 7. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่

8. สังเกตความมวี นิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ

ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมน่ั ในการทำงาน

1. ทกั ษะการสือ่ สาร 1. ตรวจใบงานที่ 1.3.1 เร่ือง การทำนาย 4

2. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ ผลลพั ธจ์ ากปัญหาอย่างง่าย

3. ทกั ษะการคดิ อยา่ งเป็น 1. ตรวจกจิ กรรม Activity 1.10

ระบบ 2. ตรวจกิจกรรม Activity 1.11

g) 4. ทักษะการแกป้ ญั หา 3. ตรวจกิจกรรม Activity 1.12

5. ทกั ษะการทำงานร่วมกัน 4. ประเมินการนำเสนอผลงาน

6. ทกั ษะการสบื คน้ ข้อมลู 5. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล

6. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่

7. สงั เกตความมวี ินยั ความรับผดิ ชอบ

ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน

8. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 การแก้ปญั หา

โดยใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ

10. ตรวจชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

เร่อื ง การแก้ปัญหาโดยใชเ้ หตผุ ล

เชงิ ตรรกะ

รายวชิ าพืน้ ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ วธิ ีสอน/วธิ ีการจดั
กจิ กรรมการเรียนรู้
2. การพฒั นาโปรแกรม แผนฯท่ี 1 การออกแบบ
1. กระบวนการกลมุ่ (Group
ดว้ ยเหตผุ ลเชงิ ตรรกะ โปรแกรม Process–Based

Instruction)
2. การเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ

(Collaborative learning
3. การสาธติ (Demonstratio

แผนฯที่ 2 การเขียนโปรแกรม 1. กระบวนการกลุ่ม (Group
ภาษา Scratch Process–Based

Instruction)
2. การเรยี นร้แู บบรว่ มมือ

(Collaborative learning
3. การสาธติ (Demonstratio

ทักษะที่ได้ การประเมิน เวลา
(ชั่วโมง)
1. ทกั ษะการสอ่ื สาร 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ทักษะการคิดวิเคราะห์ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 การพฒั นา 4
3. ทกั ษะการคิดอย่างเป็น
โปรแกรม 4
ระบบ ดว้ ยเหตผุ ลเชงิ ตรรกะ
g) 4. ทกั ษะการแก้ปญั หา
on) 5. ทกั ษะการทำงานร่วมกนั 2. ตรวจกิจกรรม Activity 2.1
3. ตรวจกิจกรรม Activity 2.2
6. ทักษะการสบื ค้นข้อมูล 4. ตรวจกิจกรรม Activity 2.3
5. ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
1. ทกั ษะการสื่อสาร 6. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
2. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 7. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
3. ทักษะการคดิ อยา่ งเปน็ 8. สงั เกตความมีวนิ ัย ความรับผดิ ชอบ

ระบบ ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ ม่นั ในการทำงาน
g) 4. ทักษะการแก้ปัญหา 1. ตรวจกจิ กรรม Activity 2.4
on) 5. ทักษะการทำงานรว่ มกนั 2. ตรวจกิจกรรม Activity 2.5
3. ตรวจกิจกรรม Activity 2.6
6. ทักษะการสบื ค้นขอ้ มลู 4. ตรวจกิจกรรม Activity 2.7
5. ประเมินการนำเสนอผลงาน
6. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
7. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
8. สงั เกตความมวี นิ ัย ความรับผดิ ชอบ

ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ ม่นั ในการทำงาน
9. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การพฒั นา

รายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ วธิ สี อน/วิธกี ารจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้

3. ขอ้ มูลและสารสนเทศ แผนฯที่ 1 ข้อมูล 1. กระบวนการกลุม่ (Group
Process–Based

Instruction)
2. การเรยี นรู้แบบรว่ มมือ

(Collaborative learning
3. กระบวนการคดิ (Thinking

Based Instruction)

แผนฯท่ี 2 แหลง่ ข้อมลู 1. กระบวนการกลมุ่ (Group
Process–Based

Instruction)

ทักษะที่ได้ การประเมนิ เวลา
(ชัว่ โมง)
1. ทกั ษะการส่อื สาร โปรแกรมดว้ ยเหตผุ ลเชิงตรรกะ
2. ทกั ษะการถ่ายทอด 10. ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 4
ความคิด
3. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ เร่อื ง การเขยี นโปรแกรมดว้ ย Scratch 6
g) 4. ทกั ษะการคิดอย่างมี 1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
g– วิจารณญาณ
5. ทกั ษะการสงั เกต หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ขอ้ มูลและ
6. ทักษะการทำงานร่วมกัน สารสนเทศ
7. ทักษะการสืบคน้ ข้อมูล 2. ตรวจใบงานท่ี 3.1.1 เร่อื ง ประเภทของ
ขอ้ มลู
1. ทักษะการส่ือสาร 3. ตรวจใบงานท่ี 3.1.2 เรื่อง ลกั ษณะของ
2. ทกั ษะการถา่ ยทอด ข้อมลู ที่ดี
ความคิด 4. ตรวจกจิ กรรม Activity 3.1
5. ตรวจกิจกรรม Activity 3.2
6. ตรวจกจิ กรรม Activity 3.3
7. ตรวจกจิ กรรม Activity 3.4
8. ตรวจกิจกรรม Activity 3.5
9. ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
10. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
11. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
12. สงั เกตความมวี ินัย ความรบั ผดิ ชอบ
ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน
1. ตรวจใบงานท่ี 3.2.1
เรื่อง การประมวลผลข้อมลู
2. ตรวจใบงานท่ี 3.2.2

รายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ วิธสี อน/วธิ ีการจดั
กิจกรรมการเรียนรู้

2. การเรยี นร้แู บบรว่ มมือ
(Collaborative learning

3. กระบวนการคดิ (Thinking
Based Instruction)

4. การเรียนร้แู บบใชเ้ กม
(Games)

4. การใช้อินเทอรเ์ น็ต แผนฯท่ี 1 การตดิ ต่อสอ่ื สาร 1. กระบวนการกลุม่ (Group
ใหป้ ลอดภยั ผา่ นอนิ เทอร์เนต็ Process–Based

Instruction)
2. การเรยี นรู้แบบใชเ้ กม
(Games)
3. การสาธติ (Demonstratio

ทกั ษะที่ได้ การประเมิน เวลา
3. ทักษะการคดิ วิเคราะห์ (ชัว่ โมง)
g) 4. ทักษะการคิดอยา่ งมี เรอ่ื ง การสบื ค้นข้อมลู ดว้ ยอินเทอร์เนต็
g– วิจารณญาณ 3. ตรวจกจิ กรรม Activity 3.7 2
5. ทกั ษะการสงั เกต 4. ตรวจกิจกรรม Activity 3.8
6. ทักษะการทำงานร่วมกัน 5. ตรวจกจิ กรรม Activity 3.9
7. ทักษะการสบื ค้นข้อมลู 6. ตรวจกจิ กรรม Activity 3.10
7. ตรวจกจิ กรรม Activity 3.11
1. ทกั ษะการสอื่ สาร 8. ประเมินการนำเสนอผลงาน
2. ทกั ษะการถา่ ยทอด 9. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
ความคิด 10. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่
3. ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 11. สังเกตความมีวินัย ความรบั ผดิ ชอบ
4. ทักษะการคิดอย่างมี
on) วจิ ารณญาณ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
5. ทกั ษะการสังเกต 12. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น
6. ทักษะการทำงานร่วมกัน
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ขอ้ มูลและ
สารสนเทศ
13. ตรวจชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เรอ่ื ง ข้อมลู สารสนเทศ

1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 4 การใช้

อนิ เทอร์เนต็

ให้ปลอดภยั

2. ตรวจกจิ กรรม Activity 4.1

3. ตรวจกิจกรรม Activity 4.2

4. ประเมินการนำเสนอผลงาน

5. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล

รายวชิ าพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ วธิ ีสอน/วธิ กี ารจัด
กิจกรรมการเรียนรู้

แผนฯท่ี 2 มารยาทในการ 1. กระบวนการกลุ่ม (Group
ตดิ ตอ่ สื่อสาร Process–Based
ผา่ นอินเทอรเ์ นต็
Instruction)
2. การแสดงบทบาทสมมติ

(Role Playing)

แผนฯที่ 3 อาชญากรรม 1. กระบวนการกลุ่ม (Group
ทางอินเทอรเ์ น็ต Process–Based

Instruction)
2. การแสดงบทบาทสมมติ

(Role Playing)

แผนฯท่ี 4 การใช้ซอฟต์แวร์ 1. กระบวนการกลุม่ (Group
เพ่อื ชว่ ยจัดการ Process–Based

ขอ้ มูล Instruction)
2. การเรยี นรแู้ บบร่วมมือ

ทกั ษะที่ได้ การประเมิน เวลา
(ชัว่ โมง)
7. ทกั ษะการสบื คน้ ข้อมูล 6. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ
7. สังเกตความมีวนิ ัย ความรับผดิ ชอบ 2
1. ทักษะการสื่อสาร
2. ทกั ษะการถา่ ยทอด ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมัน่ ในการทำงาน
ความคดิ 1. ตรวจกิจกรรม Activity 4.3
3. ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 2. ตรวจกิจกรรม Activity 4.4
4. ทกั ษะการคดิ อย่างมี 3. ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
4. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
วิจารณญาณ 5. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
5. ทักษะการทำงานรว่ มกัน 6. สังเกตความมีวินัย ความรบั ผดิ ชอบ
6. ทักษะการสบื ค้นข้อมูล
1. ทกั ษะการสอื่ สาร ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมนั่ ในการทำงาน
2. ทกั ษะการถา่ ยทอด
ความคิด 1. ตรวจกจิ กรรม Activity 4.5 2
3. ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ 2. ตรวจกิจกรรม Activity 4.6 2
4. ทักษะการคดิ อย่างมี 3. ตรวจกจิ กรรม Activity 4.7
5. ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
วจิ ารณญาณ 6. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
5. ทักษะการทำงานร่วมกัน 7. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
6. ทักษะการสืบคน้ ข้อมลู 8. สงั เกตความมวี นิ ัย ความรับผดิ ชอบ
1. ทักษะการสื่อสาร
2. ทักษะการถ่ายทอด ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มั่นในการทำงาน
ความคดิ
3. ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 1. ตรวจกิจกรรม Activity 4.8
2. ตรวจกิจกรรม Activity 4.9
3. ตรวจกิจกรรม Activity 4.10
4. ตรวจกจิ กรรม Activity 4.11

รายวชิ าพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ วิธีสอน/วธิ กี ารจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้
(Collaborative learning

แผนฯที่ 5 การนำเสนอขอ้ มูล 1. กระบวนการกลมุ่ (Group
โดยใชบ้ ล็อก Process–Based

Instruction)
2. การสาธติ (Demonstratio

ทักษะท่ีได้ การประเมิน เวลา
(ชั่วโมง)
g) 4. ทกั ษะการคิดอย่างเป็น 5. ประเมินการนำเสนอผลงาน
ระบบ 6. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
5. ทักษะการประยุกต์ใช้ 7. สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่
ความรู้ 8. สงั เกตความมวี นิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ
6. ทกั ษะการทำงานร่วมกัน
7. ทกั ษะการสบื ค้นขอ้ มูล ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มัน่ ในการทำงาน
1. ทักษะการสือ่ สาร
2. ทักษะการถา่ ยทอด 1. ตรวจกจิ กรรม Activity 4.12 2
ความคิด 2. ตรวจกิจกรรม Activity 4.13
3. ตรวจสอบชน้ิ งาน
on) 3. ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ 4. ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
4. ทกั ษะการสังเกต 5. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
5. ทักษะการแสวงหาความรู้ 6. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
6. ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน 7. สงั เกตความมีวนิ ัย ความรับผดิ ชอบ
7. ทกั ษะการสบื ค้นข้อมูล
8. ทกั ษะกระบวนการ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่ันในการทำงาน
ทางเทคโนโลยี 8. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 4 การใช้
อินเทอรเ์ นต็ ใหป้ ลอดภยั
9. ตรวจชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เรื่อง การนำเสนอข้อมูลโดยใชบ้ ลอ็ ก

รายวิชาพื้นฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5

เร่ือง การพิจารณาปญั หาโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ เวลา 4 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้

ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอยา่ งเปน็ ขน้ั ตอนและเป็นระบบ
ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รเู้ ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม

2. ตัวชีว้ ดั

ป.5/1 ใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา การอธบิ าย การทำงาน การคาดการณผ์ ลลัพธ์ จากปัญหา
อย่างงา่ ย

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. พจิ ารณาปญั หาโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะได้ (K)
2. วเิ คราะห์วิธีการเล่นเกมซโู ดกแุ ละคาดการณ์ผลลัพธ์ได้ (K)
3. ลงมือเล่นเกมซโู ดกโุ ดยใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะได้ (P)
4. เหน็ ประโยชนข์ องการพจิ ารณาปัญหาโดยใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น

- การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเปน็ การนำกฎเกณฑ์ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

หรือเงอื่ นไขท่ีครอบคลุมทุกกรณมี าใชพ้ ิจารณา

ในการแก้ปญั หา การอธบิ ายการทำงาน หรือ

การคาดการณผ์ ลลพั ธ์

- สถานะเร่มิ ต้นของการทำงานที่แตกต่างกนั จะให้

ผลลัพธ์ทแ่ี ตกต่างกนั

- ตัวอยา่ งปัญหา เช่น เกม Sudoku โปรแกรม

ทำนายตวั เลข โปรแกรมสร้างรูปเรขาคณติ

ตามคา่ ข้อมูลเขา้ การจัดลำดับการทำงานบ้าน

ในช่วงวันหยดุ จดั วางของในครวั

รายวชิ าพ้นื ฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

5. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การพิจารณาปญั หาโดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะเปน็ การทำความเขา้ ใจปัญหาโดยนำกฎเกณฑ์หรอื
เงอ่ื นไขมาใชใ้ นการพิจารณาปัญหา เพือ่ หาสาเหตหุ รอื ข้อผดิ พลาดโดยการนำเหตุผลเชิงตรรกะมาใช้ใน
การพจิ ารณาปัญหา เชน่ การพจิ ารณาปญั หาโดยใชก้ ฎเกณฑ์หรอื เง่ือนไข การพิจารณาปัญหาเกมซูโดกุ

6. สมรรถนะสำคญั

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ทักษะการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
- ทกั ษะการคิดอย่างเป็นระบบ

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ทักษะการแก้ปญั หา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- ทักษะการทำงานร่วมกัน

7. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. มีวินัย รับผดิ ชอบ
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

8. คำถามสำคญั
- เหตผุ ลเชงิ ตรรกะช่วยในการแก้ปญั หาได้อย่างไร

9. กิจกรรมการเรยี นรู้

 วิธกี ารสอนโดยเนน้ กระบวนการกลุ่ม (Group Process–Based Instruction)
 วิธีการสอนโดยเนน้ การเรียนรแู้ บบรว่ มมือ (Collaborative learning)
 วิธกี ารสอนโดยเนน้ การเรียนรูแ้ บบใชเ้ กม (Games)

รายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

ชว่ั โมงท่ี 1

ข้นั นำ

1. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอื่ ง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตผุ ล
เชิงตรรกะ เพ่ือวดั ความรเู้ ดิมของนักเรยี นก่อนเขา้ สู่กิจกรรม

2. นกั เรยี นทำกจิ กรรมกระตนุ้ ให้ผู้เรียนฝกึ ทักษะการคดิ ก่อนเข้าสู่บทเรียน (Let’s do) โดยให้
นกั เรยี นสงั เกตสถานการณ์และชว่ ยบอกกา้ นทีว่ากระเบ้ืองท่ีหลดุ หายไป คือ กระเบื้องแผ่นใด
โดยวงกลมหน้าตัวอักษรของตัวเลือกทีถ่ ูกต้องในหนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐาน (ชุด แมบ่ ท
มาตรฐาน) เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เร่อื ง การแกป้ ัญหา
โดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ จากนั้นครสู มุ่ ถามนักเรยี นโดยเพื่อนร่วมชั้นเรียนและครูผสู้ อนให้
ขอ้ เสนอแนะตามความเหมาะสม

3. ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ กบั นักเรียนเพ่ือเช่ือมโยงเข้าสบู่ ทเรยี นเก่ียวกับการแก้ปญั หาโดยใชเ้ หตุผล
เชิงตรรกะว่า“การแก้ปัญหาเชงิ ตรรกะจะช่วยใหเ้ ข้าใจปญั หาได้อยา่ งถูกต้อง สง่ ผลใหส้ ามารถ
จดั ลำดับการทำงาน หรอื แกป้ ญั หาได้อย่างแมน่ ยำ รวมถึงสามารถคาดการณส์ ิ่งท่เี กดิ ขึ้นไดอ้ ีกดว้ ย”

ข้นั สอน

1. นกั เรียนศึกษาและสังเกตตัวอย่างการพิจารณาปัญหาโดยใช้กฎเกณฑ์หรือเง่ือนไข จากหนงั สือเรยี น
2. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมกบั นกั เรยี นวา่ “นกั เรยี นจะเห็นได้วา่ เม่ือภาพไมต่ รงตามกฎเกณฑ์หรือเงื่อนไข

ที่กำหนดจะ “เกดิ ขอ้ ผดิ พลาด””
3. นกั เรียนทำกิจกรรม Activity 1.1 โดยให้นกั เรยี นวงกลมภาพท่มี ีความสอดคล้องกับภาพทงั้

3 ภาพ ทก่ี ำหนดให้ทางดา้ นซ้ายมากท่สี ุด และทำกิจกรรม Activity 1.2 โดยให้นกั เรยี น
พิจารณาภาพที่กำหนดให้ และวงกลมภาพที่หายไปในหนงั สือเรยี น
4. ครูสุ่มนักเรียนตอบคำถามจากการทำกิจกรรม Activity 1.1 และกิจกรรม Activity 1.2
บริเวณหนา้ ชัน้ เรยี น

ชว่ั โมงท่ี 2

5. ครูทบทวนความรูเ้ ดิมของนักเรยี นพอสังเขป
6. นกั เรียนศกึ ษาและสังเกตการพจิ ารณาปัญหาตาราง 4 x 4 โดยใชก้ ฎเกณฑห์ รือเง่ือนไขจาก

หนงั สือเรียน
7. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 3-6 คน หรือตามความเหมาะสม
8. ครวู าดตาราง 4 x 4 ลงบนกระดานบรเิ วณหน้าช้นั เรยี น แล้วระบายสลี งในตาราง

แบบคละกัน ซึง่ มีทงั้ หมด 4 สี ได้แก่ สีแดง สีเขียว สเี หลือง และสีฟ้า โดยสใี นตารางจะต้อง

รายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

ไม่ซำ้ กันท้ังแนวนอน แนวต้ัง และตารางย่อย
9. จากนน้ั ใหน้ กั เรียนระดมความคิดเหน็ ร่วมกันเพอื่ แก้ไขให้ถกู ต้องตามกฎเกณฑห์ รือเง่ือนไข

ทก่ี ำหนดให้
10. ครสู มุ่ นักเรยี นออกมาแกไ้ ขตาราง 4 x 4 บริเวณหนา้ ช้นั เรียน โดยเพอื่ นรว่ มช้นั เรยี นและ

ครผู ู้สอนร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้องพรอ้ มใหค้ ำแนะนำเพิ่มเตมิ ตามความเหมาะสม
11. นักเรียนทำกิจกรรม Activity 1.3 โดยใหน้ ักเรยี นระบายสีลงในชอ่ งวา่ งของตาราง โดยมี

เงื่อนไข คือ สีในตารางมีทง้ั หมด 4 สี ไดแ้ ก่ สีแดง สีเขียว สีเหลอื ง และสฟี ้า โดยสีในตาราง
ตอ้ งไมซ่ ้ำกันทงั้ แนวนอน แนวตง้ั และตารางย่อยในหนงั สือเรียน
12. ครูสมุ่ ถามนักเรยี นจากการทำกจิ กรรม Activity 1.3 บรเิ วณหน้าช้ันเรียน

ชั่วโมงที่ 3

13. ครทู บทวนความรู้เดิมของนักเรยี นพอสังเขป
14. ครถู ามคำถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า “นกั เรียนรู้หรอื ไม่ว่า เกมซโู ดกุคือเกมอะไร

มีวิธกี ารเล่นอย่างไร”
(แนวตอบ : คำตอบของนักเรียนข้ึนอยู่กับดุลยพินจิ ของครูผ้สู อน เชน่ เกมซโู ดกเุ ป็นเกมปริศนา
ที่มลี กั ษณะเปน็ ตารางตัวเลข โดยผู้เลน่ จะตอ้ งเติมตัวเลขทีข่ าดหายไปลงในช่องวา่ งในตาราง
โดยไม่ซ้ำกนั ทัง้ แนวนอน แนวต้งั และตารางย่อย)
15. นักเรียนศกึ ษาและสงั เกตตัวอยา่ งการพิจารณาปญั หาเกมซโู ดกุ 4 x 4 ทีป่ ระกอบไปด้วย
การพจิ ารณาทั้ง 4 หลกั จากหนังสือเรยี น
16. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ กบั นกั เรยี นวา่ “นอกจากเกมซูโดกุในรูปแบบ 4 X 4 แลว้ ยงั มเี กมซูโดกุใน
รปู แบบ 9 X 9 นั่นหมายถึงจะตอ้ งพจิ ารณาปัญหาเกมซโู ดกุทง้ั 9 หลัก”
17. นักเรยี นจับค่กู ับเพ่ือนทีน่ งั่ ข้าง ๆ จากน้นั ให้นักเรยี นทำกจิ กรรม Activity 1.4 โดยใหน้ ักเรียน
เตมิ ตวั เลขลงในชอ่ งว่างของตาราง โดยมีเงอื่ นไข คือ ตวั เลขในตารางมีท้งั หมด 4 ตวั เลข คอื
1-4 และตวั เลขในตารางต้องไมซ่ ้ำกันทั้งแนวนอน แนวตง้ั และตารางย่อย และทำกิจกรรม
Activity 1.5 โดยให้นักเรียนเตมิ ตัวเลขลงในชอ่ งวา่ งของจิกซอว์ โดยมีเง่ือนไข คือ ตัวเลขใน
จิกซอว์แต่ละตัวมที ัง้ หมด 4 ตัวเลข คอื 1-4 และตวั เลขต้องไม่ซำ้ กนั ท้ังแนวนอน แนวตั้ง และ
ในจิกซอวแ์ ตล่ ะตวั ในหนังสือเรยี น
18. ครูส่มุ ถามนักเรยี นจากการทำกจิ กรรม Activity 1.4 และกจิ กรรม Activity 1.5 บรเิ วณหนา้ ชัน้ เรยี น

ชว่ั โมงท่ี 4

19. ครูทบทวนความรเู้ ดิมของนกั เรยี นพอสงั เขป
20. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3-6 คน หรือตามความเหมาะสม

รายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

21. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ลงมือทำใบงานที่ 1.1.1 เร่ือง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะ
โดยให้นักเรียนพจิ ารณาร่วมกันถงึ สถานการณแ์ ละเง่ือนไขต่าง ๆ ทมี่ ีส่วนช่วยในการแก้ปัญหา
จากนั้นให้นกั เรียนเขียนวิธกี ารแกป้ ญั หาโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ

22. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลงานจากการทำใบงานบริเวณหนา้ ช้ันเรยี น โดยแสดงถึง
วิธีการพจิ ารณาสถานการณ์ เงอ่ื นไขตา่ ง ๆ และวธิ ีการแกป้ ัญหาโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ
ตามทแ่ี ตล่ ะกลุ่มไดร้ ะดมความคดิ เห็นร่วมกนั ในการทำกจิ กรรมกล่มุ

23. ครอู ธิบายเพ่ิมเติมกบั นักเรียนเกี่ยวกับการแก้ปญั หาโดยใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะว่า“การแกป้ ัญหา
อย่างมีตรรกะจะชว่ ยให้เกิดโอกาสผดิ พลาดน้อย เพราะเมื่อเกดิ ความเคยชินกบั การแก้ปญั หา
อยา่ งมีตรรกะจะทำใหไ้ ม่เชือ่ เรื่องอะไรงา่ ย ๆ นอกจากน้นั ยังทำให้ความคดิ ของเราทม่ี ี
การนำเสนอออกไปไดร้ ับการยอมรบั จากผอู้ ื่นมากขน้ึ ด้วย”

24. ครถู ามคำถามสำคญั กับนักเรียนว่า“เหตุผลเชงิ ตรรกะช่วยในการแก้ปัญหาได้อยา่ งไร”
(แนวตอบ : คำตอบของนกั เรียนข้นึ อยกู่ ับดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน เชน่ เข้ามาช่วยใน
การพิจารณาสาเหตขุ องปญั หา วิธกี ารแกป้ ัญหา การตรวจสอบการแกป้ ญั หา)

ข้นั สรุป

1. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียนจากการสังเกตการตอบคำถาม ความสนใจในการเรียน และการทำ
กจิ กรรมกระบวนการกล่มุ ของนกั เรยี น

2. ครตู รวจสอบความถูกต้องของการทำใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง การแก้ปัญหาโดยใชเ้ หตุผลเชิง
ตรรกะ

3. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรม Activity ของนักเรียน
4. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปเก่ียวกับการพิจารณาปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ การพจิ ารณา

ปัญหาโดยใช้กฎเกณฑห์ รือเง่ือนไข และการพิจารณาปญั หาเกมซูโดกุ

รายวชิ าพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

10. การวัดและประเมินผล

รายการวดั วธิ ีวัด เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ

10.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น

- แบบทดสอบก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น ประเมนิ ตามสภาพจริง

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ก่อนเรียน

เรอ่ื ง การแกป้ ญั หาโดย

ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ

10.2 การประเมินระหวา่ ง

การจดั กจิ กรรม

1) การแก้ปัญหา - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 - ใบงานท่ี 1.1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

โดยใชเ้ หตผุ ลเชงิ

ตรรกะ

2) การพจิ ารณาปัญหา - ตรวจ Activity 1.1 - Activity 1.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- Activity 1.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
โดยใชก้ ฎเกณฑห์ รือ - ตรวจ Activity 1.2 - Activity 1.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

เงือ่ นไข - ตรวจ Activity 1.3 - Activity 1.4 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- Activity 1.5 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
3) การพจิ ารณาปญั หา - ตรวจ Activity 1.4 - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
เกมซูโดกุ - ตรวจ Activity 1.5 - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
4) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
ผลงาน การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
- แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
5) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
อันพึงประสงค์
รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล

6) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม
กล่มุ การทำงานกลุ่ม

7) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมวี นิ ัย

อันพงึ ประสงค์ ความรบั ผดิ ชอบ

ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่น

ในการทำงาน

รายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

11. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

11.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน (ชุด แม่บทมาตรฐาน) เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.5
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เร่ือง การแกป้ ญั หาโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ
2) ใบงานที่ 1.1.1 เรอ่ื ง การแกป้ ัญหาโดยใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะ

11.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งคอมพิวเตอร์
2) อินเทอร์เน็ต

รายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

ใบงานท่ี 1.1.1
เรื่อง การแกป้ ญั หาโดยใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะ

คำชแ้ี จง : ให้นักเรยี นอา่ นสถานการณ์และเง่อื นไขท่กี ำหนดให้ พรอ้ มเขยี นวธิ กี ารแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล
เชงิ ตรรกะ

สถานการณ์ : ในวันหยุดนกั ขัตฤกษ์กอ้ งวางแผนว่าจะอยบู่ ้านเพ่อื ชมการต์ นู ออนไลน์ ดังนี้

รายชื่อการ์ตนู ระยะเวลาในการรบั ชม
เดอะ บอส เบบ้ี 60 นาที
ทอมแอนดเ์ จอรร์ ่ี เดอะมฟู วี่ 20 นาที
มินเนียน 60 นาที
กังฟแู พนดา้ 3 90 นาที
ผจญภัยแดนคำสาปราชินหี ิมะ 90 นาที
โดราเอมอน ตอน วนุ้ แปลภาษา 20 นาที
ยอดคนพิทักษโ์ ลก 90 นาที

โดยก้องต้องการรับชมการ์ตนู ออนไลน์ให้ครบทกุ เร่ืองภายใน 1 วัน โดยเร่มิ ต้ังแต่เวลา 08.00 น.

จนถึง 17.00 น. ซ่งึ ก้องจะต้องพกั เบรกใน 3 ช่วงเวลา ดงั น้ี

1) 10.20 น. – 10.30 น. พกั เบรกเข้าห้องน้ำ

2) 12.00 น. – 13.00 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวัน

3) 14.20 น. – 14.30 น. พกั เบรกเข้าห้องน้ำ

จากสถานการณด์ งั กล่าว ก้องควรจะวางแผนการรับชมการ์ตนู ออนไลนอ์ ย่างไร จงึ จะสามารถ

รบั ชมได้ครบทุกเร่ืองภายใน 1 วนั

การวางแผนระยะเวลา รายชื่อการ์ตนู

10.20 น. – 10.30 น. พกั เบรค
12.00 น. – 13.00 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวัน

14.20 น. – 14.30 น. พักเบรค

วชิ าวทิ ยาการคำนวณ ชอื่ ...........................................................................ชั้น....................เลขที่................ .

รายวิชาพื้นฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5 เฉลย

ใบงานที่ 1.1.1
เรอื่ ง การแก้ปญั หาโดยใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะ

คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นอ่านสถานการณ์และเงือ่ นไขทกี่ ำหนดให้ พรอ้ มเขียนวธิ กี ารแก้ปัญหาโดยใชเ้ หตุผล
เชิงตรรกะ

สถานการณ์ : ในวันหยดุ นักขัตฤกษ์ก้องวางแผนว่าจะอยบู่ า้ นเพอื่ ชมการต์ ูนออนไลน์ ดังนี้

รายช่ือการต์ ูน ระยะเวลาในการรับชม
เดอะ บอส เบบี้ 60 นาที
ทอมแอนดเ์ จอร์ร่ี เดอะมูฟว่ี 20 นาที
มนิ เนยี น 60 นาที
กังฟแู พนด้า 3 90 นาที
ผจญภยั แดนคำสาปราชินหี ิมะ 90 นาที
โดราเอมอน ตอน วุน้ แปลภาษา 20 นาที
ยอดคนพทิ ักษโ์ ลก 90 นาที

โดยก้องต้องการรับชมการ์ตูนออนไลนใ์ หค้ รบทุกเรื่องภายใน 1 วัน โดยเรมิ่ ตัง้ แตเ่ วลา 08.00 น.

จนถึง 17.00 น. ซึง่ ก้องจะต้องพักเบรกใน 3 ชว่ งเวลา ดังน้ี

1) 10.20 น. – 10.30 น. พกั เบรกเข้าห้องน้ำ

2) 12.00 น. – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน

3) 14.20 น. – 14.30 น. พกั เบรกเขา้ ห้องนำ้

จากสถานการณ์ดังกล่าว ก้องควรจะวางแผนการรบั ชมการ์ตูนออนไลน์อยา่ งไร จึงจะสามารถ

รับชมไดค้ รบทุกเรื่องภายใน 1 วัน

การวางแผนระยะเวลา รายชื่อการต์ นู

08.30 น. – 10.00 น. ผจญภัยแดนคำสาปราชินหี มิ ะ

10.00 น. – 10.20 น. ทอมแอนด์เจอรร์ ี่ เดอะมูฟว่ี

10.20 น. – 10.30 น. พกั เบรค

10.30 น. – 12.00 น. ยอดคนพทิ กั ษ์โลก

12.00 น. – 13.00 น. พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั

13.00 น. – 14.00 น. มนิ เนียน

14.00 น. – 14.20 น. โดราเอมอน ตอน วุ้นแปลภาษา

14.20 น. – 14.30 น. พักเบรค

14.30 น. – 16.00 น. กงั ฟแู พนด้า 3

16.00 น. – 17.00 น. เดอะ บอส เบบี้

รายวชิ าพื้นฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

12. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
 ดา้ นอ่นื ๆ (พฤติกรรมเด่นหรือพฤตกิ รรมที่มีปญั หาของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแก้ไข

13. ความเห็นของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผูท้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ .................................
( ................................ )

ตำแหนง่ .......

รายวิชาพ้ืนฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 2

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5

เร่อื ง การลำดับการทำงานโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ เวลา 4 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้

ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคดิ เชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวิตจริงอยา่ งเปน็ ขั้นตอนและเปน็ ระบบ
ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รู้เท่าทนั และมีจรยิ ธรรม

2. ตัวชี้วัด

ป.5/1 ใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบาย การทำงาน การคาดการณผ์ ลลพั ธ์ จากปญั หา
อย่างง่าย

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. พจิ ารณาการลำดับการทำงานโดยใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะได้ (K)
2. วิเคราะห์การเล่นเกมหอคอยแห่งฮานอยได้ (K)
3. วิเคราะหก์ ารเลน่ เกมลานจอดรถได้ (K)
3. แกป้ ญั หาการเลน่ เกมโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะได้ (P)
4. เหน็ ประโยชนข์ องการลำดับการทำงานโดยใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะ (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถ่นิ

- การใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา

หรือเงื่อนไขที่ครอบคลมุ ทุกกรณีมาใช้พจิ ารณา

ในการแก้ปัญหา การอธบิ ายการทำงาน หรือ

การคาดการณผ์ ลลัพธ์

- สถานะเรม่ิ ต้นของการทำงานทแ่ี ตกตา่ งกนั จะให้

ผลลัพธ์ท่ีแตกต่างกนั

- ตัวอย่างปัญหา เช่น เกม Sudoku โปรแกรม

ทำนายตวั เลข โปรแกรมสรา้ งรูปเรขาคณิต

ตามค่าขอ้ มูลเขา้ การจดั ลำดับการทำงานบ้าน

ในช่วงวนั หยุด จัดวางของในครัว

รายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

5. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การลำดับการทำงานโดยใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะ คือ การจัดลำดับการทำงานหรือการจัดการปญั หา
ภายใต้กฎเกณฑ์หรอื เงื่อนไข เพือ่ ให้ไดผ้ ลลัพธท์ ีเ่ ป็นไปตามทีต่ อ้ งการ เช่น การลำดับการทำงานบา้ น
หอคอยแหง่ ฮานอย และเกมลานจอดรถ

6. สมรรถนะสำคญั

1. ความสามารถในการส่ือสาร
- ทกั ษะการสอ่ื สาร

2. ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวเิ คราะห์
- ทักษะการคิดอย่างเปน็ ระบบ

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ทกั ษะการแกป้ ัญหา

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
- ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
- ทกั ษะการสืบคน้ ขอ้ มลู

7. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มีวนิ ัย รบั ผดิ ชอบ
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน

8. คำถามสำคญั
- เหตผุ ลเชงิ ตรรกะมผี ลอย่างไรตอ่ การลำดบั การทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู้

 วธิ กี ารสอนโดยเน้นกระบวนการกล่มุ (Group Process–Based Instruction)
 วธิ ีการสอนโดยเน้นการเรยี นรูแ้ บบรว่ มมอื (Collaborative learning)
 วิธกี ารสอนโดยเนน้ การเรียนร้แู บบใช้เกม (Games)

รายวชิ าพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

ชั่วโมงท่ี 1

ขนั้ นำ

1. ครถู ามคำถามกระตนุ้ ความคิดของนักเรียนว่า“ในวันหยุดนักเรยี นจะต้องทำงานบา้ นอะไรบา้ ง”
(แนวตอบ : คำตอบของนกั เรียนขึน้ อยูก่ ับดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน เชน่ กวาดบ้าน ถบู ้าน
ลา้ งจาน ซักผา้ ตากผา้ ลา้ งห้องนำ้ รดนำ้ ต้นไม)้

2. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมกับนักเรยี นเพ่อื เชื่อมโยงเกยี่ วกับการลำดับการทำงานโดยใชเ้ หตุผลเชิง
ตรรกะว่า “การลำดบั การทำงานโดยใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะ คือ การจดั ลำดับการทำงานหรือการ
จัดการปัญหาภายใต้กฎเกณฑ์หรือเงือ่ นไข เพ่อื ให้ไดผ้ ลลพั ธ์ท่เี ปน็ ไปตามทีต่ ้องการ เช่น การ
ลำดับการทำงานบา้ น หอคอยแหง่ ฮานอย เกมลานจอดรถ”

ขน้ั สอน

1. นักเรียนศึกษาและสงั เกตตวั อยา่ งการลำดบั การทำงานบ้านจากสถานการณ์ของก้าน โดยใช้

เหตผุ ลเชิงตรรกะจากหนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน (ชุด แม่บทมาตรฐาน) เทคโนโลยี

(วทิ ยาการคำนวณ) ป.5 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง การแก้ปญั หาโดยใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ

2. เปดิ โอกาสให้นักเรียนคิดค้นการแก้ปญั หาการทำงานบ้านของก้านเพ่ิมเตมิ นอกเหนือจาก

หนังสือเรยี น

3. ครูสุ่มนกั เรยี น 2-3 คน ออกมาแสดงความคิดเหน็ บริเวณหน้าชัน้ เรยี น โดยเพ่ือนร่วมชนั้ เรยี น

และครผู ้สู อนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเพิม่ เติมตามความเหมาะสม

4. นักเรียนทำกจิ กรรม Activity 1.6 โดยให้นักเรยี นเติมตวั เลขลงในชอ่ งส่ีเหลย่ี ม เพ่ือเรียงลำดับ

เหตุการณ์ของภาพท่ถี ูกหมนุ ในทศิ ทางตามเข็มนาฬิกา และทำกิจกรรม Activity 1.7 โดยให้

นกั เรียนกากบาทภาพท่ขี าดหายไปจากช่องว่างในหนงั สือเรียน

5. ครูสุ่มถามนักเรียนจากการทำกิจกรรม Activity 1.6 และกิจกรรม Activity 1.7 บรเิ วณ

หนา้ ช้นั เรียน ชัว่ โมงท่ี 2

6. ครทู บทวนความรู้เดิมของนกั เรยี นพอสังเขป
7. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3-6 คน หรือตามความเหมาะสม

8. ครนู ำอปุ กรณ์การเลน่ เกมหอคอยแห่งฮานอยให้แก่นักเรียนแต่ละกล่มุ ซ่ึงเป็นเกมคณิตศาสตร์

ที่ประกอบดว้ ยเสา 3 แทง่ และห่วงขนาดตา่ ง ๆ ซง่ึ ห่วงทั้งหมดจะถูกสอดไว้ในเสาเดียวกันและ

เรียงลำดับตามขนาดของหว่ งโดยที่หว่ งใหญก่ วา่ จะอยู่ดา้ นล่าง

9. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารเลน่ เกมหอคอยแหง่ ฮานอยใหน้ กั เรยี นฟังว่า“นักเรยี นจะตอ้ งย้ายหว่ งทั้งหมด

ไปไว้ท่ีอกี เสาหนงึ่ โดยการย้ายห่วงมเี งอื่ นไข ดงั น้ี

1) ให้ยา้ ยหว่ งไดเ้ พียงคร้ังละ 1 อันเท่าน้นั

รายวชิ าพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

2) หา้ มวางห่วงที่ใหญก่ ว่าไวบ้ นหว่ งทเี่ ลก็ กวา่ ”
10. เปดิ โอกาสให้นักเรยี นเลน่ เกมหอคอยแห่งฮานอยไดต้ ามอสิ ระ
11. ครสู ุ่มนักเรียนออกมาสาธิตวธิ ีการเลน่ เกมหอคอยแหง่ ฮานอยบริเวณหน้าชั้นเรียน

โดยเพื่อนร่วมช้นั เรยี น และครูผสู้ อนใหข้ อ้ เสนอแนะตามความเหมาะสม
12. นักเรียนศึกษาวิธกี ารเล่นเกมหอคอยแหง่ ฮานอยท่ถี ูกต้องจากหนังสือเรยี นเพ่ือขยายความเข้าใจ

ช่ัวโมงท่ี 3

13. ครูทบทวนความรเู้ ดิมของนักเรียนพอสังเขป
14. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม (กลมุ่ เดิม) จากน้นั ครนู ำบตั รภาพ เรือ่ ง เกมลานจอดรถ ให้นักเรยี น

แต่ละกลมุ่
15. ครูอธบิ ายวิธกี ารเล่นเกมลานจอดรถใหน้ ักเรยี นฟังวา่ “นักเรียนจะต้องนำรถของตนเอง

ออกจากลานจอดรถทีม่ รี ถคนั อนื่ ๆ ขวางทางออกอยู่ ดังนนั้ จึงต้องขยบั รถคนั อืน่ ๆ เพื่อใหร้ ถ
ของตนเองสามารถออกจากลานจอดรถไดโ้ ดยมเี งื่อนไข ดังน้ี

1) เลือ่ นรถคนั อนื่ ๆ ได้ 2 ทศิ ทางเทา่ น้ัน คือ เดนิ หนา้ หรอื ถอยหลงั
2) เลื่อนรถคนั อนื่ ๆ ได้ไมเ่ กนิ จำนวนครั้งท่ีกำหนดให้”
16. เปิดโอกาสให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มเล่นเกมลานจอดรถ โดยมีเงอ่ื นไข คือ ผู้เลน่ จะต้องนำรถคนั
สแี ดงออกจากลานจอดรถ และผู้เลน่ สามารถเล่ือนรถคันอื่น ๆ ไดท้ งั้ หมดไมเ่ กนิ 3 ครงั้
17. ครูสมุ่ นกั เรยี นออกมาสาธิตวธิ กี ารเลน่ เกมลานจอดรถบรเิ วณหนา้ ชน้ั เรียน โดยครแู ละ
เพอ่ื นรว่ มช้นั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็
18. นกั เรียนศกึ ษาวิธกี ารเลน่ เกมลานจอดรถจากหนังสอื เรยี นเพือ่ ขยายความเขา้ ใจ
19. นักเรยี นทำกจิ กรรม Activity 1.8 โดยให้นักเรยี นพจิ ารณาโจทย์ปัญหาและปฏบิ ัติกิจกรรม
ในหนงั สือเรียน
20. ครสู มุ่ ถามนักเรียนจากการทำกจิ กรรม Activity 1.8 บริเวณหน้าช้นั เรยี น

ชั่วโมงที่ 4

21. ครทู บทวนความรเู้ ดิมของนกั เรียนพอสังเขป
22. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3-6 คน (กล่มุ เดมิ ) เพื่อทำกจิ กรรม Activity 1.9 โดยให้นักเรยี นพิจารณา

เกมและเงอ่ื นไข แล้วตอบคำถามลงในชอ่ งว่างในหนงั สือเรยี น.
23. ครูสมุ่ นกั เรยี นออกมาตอบคำถามจากการทำกิจกรรม Activity 1.9 บรเิ วณหนา้ ชน้ั เรียน

โดยเพ่อื นรว่ มชัน้ และครูผสู้ อนใหข้ ้อเสนอแนะและคำแนะนำตามความเหมาะสม
24. ครถู ามคำถามสำคญั กบั นักเรียนวา่ “เหตุผลเชิงตรรกะมผี ลอยา่ งไรต่อการลำดับการทำงาน”

รายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

(แนวตอบ : คำตอบของนกั เรียนขึ้นอยู่กับดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน เชน่ เหตผุ ลเชิงตรรกะเป็น
การทำความเขา้ ใจปัญหาเพ่ือหาสาเหตหุ รือข้อผดิ พลาดโดยนำเหตผุ ลมาใช้ในการแกป้ ัญหา
ดงั นั้น จึงสง่ ผลให้การลำดบั การทำงานเปน็ ไปตามทตี่ ้องการ)

ขน้ั สรปุ

1. ครูประเมินผลนกั เรียนจากการสงั เกตการตอบคำถาม ความสนใจในการเรยี น และการทำ
กิจกรรมกระบวนการกลมุ่ ของนักเรยี น

2. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรม Activity ของนกั เรยี น
3. นกั เรียนและครรู ่วมกันสรุปเกี่ยวกับการลำดับการทำงานโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ

10. การวัดและประเมนิ ผล

รายการวดั วิธวี ดั เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมิน

10.1 การประเมินระหวา่ ง - Activity 1.6 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- Activity 1.7 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
การจดั กิจกรรม - Activity 1.8 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- Activity 1.9 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) การลำดบั การทำงาน - ตรวจ Activity 1.6 - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
การนำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
โดยใช้เหตผุ ล - ตรวจ Activity 1.7 - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
เชงิ ตรรกะ - ตรวจ Activity 1.8 - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
- ตรวจ Activity 1.9 - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ อนั พงึ ประสงค์
ผลงาน

3) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม

รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล

4) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม
กลมุ่ การทำงานกลุ่ม

5) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมวี นิ ยั

อนั พงึ ประสงค์ ความรับผิดชอบ

ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ มั่น

ในการทำงาน

รายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

11. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้

11.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน (ชุด แมบ่ ทมาตรฐาน) เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.5
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 เรื่อง การแกป้ ญั หาโดยใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะ
2) บัตรภาพ เรอ่ื ง เกมลานจอดรถ
3) อุปกรณ์การเลน่ เกมหอคอยแห่งฮานอย

11.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องคอมพิวเตอร์
2) อินเทอรเ์ น็ต

รายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

ใบงานบตั รภาพ
เรอื่ ง เกมลานจอดรถ

ใหน้ ักเรยี นหาวิธีการจอดรถในลานจอดรถ โดยทีร่ ถแต่ละคันสามารถเข้า-ออกไดต้ ลอดเวลากี่วธิ ี โดยใชเ้ หตผุ ล 
เชงิ ตรรกะมาอธิบาย
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................... .......
........................................................................................................................... ...................................................

วิชาวทิ ยาการคำนวณ ชอื่ ...........................................................................ชัน้ ....................เลขที.่ ............... .

รายวชิ าพื้นฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

12. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้
 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
 ดา้ นอ่นื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมท่ีมปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแก้ไข

13. ความเห็นของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ่ไี ดร้ บั มอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ .................................
( ................................ )

ตำแหน่ง .......

รายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 3

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5

เร่ือง การคาดการณผ์ ลลพั ธโ์ ดยใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ เวลา 4 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้

ว 4.2 เข้าใจและใชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในการแกป้ ัญหาท่ีพบในชวี ิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเปน็ ระบบ
ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแกป้ ัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ร้เู ท่าทัน และมีจริยธรรม

2. ตัวชีว้ ดั

ป.5/1 ใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบาย การทำงาน การคาดการณ์ผลลพั ธ์ จากปัญหา
อยา่ งง่าย

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. วดั ผลจากแบบทดสอบความฉลาดทางเชาวน์ปัญญาได้ (K)
2. คาดการณผ์ ลลัพธจ์ ากรปู แบบทเี่ คยเกิดขึน้ ได้ (K)
3. คาดการณผ์ ลลพั ธจ์ ากทฤษฎีได้ (K)
4. ตรวจสอบความถูกต้องโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะได้ (P)
5. เห็นประโยชนข์ องการคาดการณ์ผลลัพธโ์ ดยใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนร้ทู ้องถิ่น

- การใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะเปน็ การนำกฎเกณฑ์ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

หรอื เงอื่ นไขท่ีครอบคลมุ ทุกกรณีมาใชพ้ ิจารณา

ในการแกป้ ญั หา การอธิบายการทำงาน หรอื

การคาดการณผ์ ลลัพธ์

- สถานะเรม่ิ ตน้ ของการทำงานทีแ่ ตกต่างกนั จะให้

ผลลัพธ์ทแ่ี ตกต่างกนั

- ตวั อย่างปญั หา เชน่ เกม Sudoku โปรแกรม

ทำนายตวั เลข โปรแกรมสร้างรูปเรขาคณติ

ตามค่าข้อมลู เข้า การจดั ลำดับการทำงานบ้าน

ในช่วงวันหยุด จดั วางของในครวั

รายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

5. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การคาดการณ์ผลลพั ธโ์ ดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เปน็ การพิจารณากฎเกณฑห์ รือเงื่อนไขจาก
รูปแบบของการเกดิ เหตกุ ารณ์แตล่ ะเหตุการณ์ เพ่ือใชเ้ ปน็ เหตุผลหรอื ตรรกะในการคาดการณผ์ ลลพั ธ์ท่ี
อาจเกิดขน้ึ เช่น แบบทดสอบความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา การคาดการณ์ผลลัพธจ์ ากรูปแบบทเ่ี คยเกดิ ขึ้น
การคาดการณ์ผลลัพธจ์ ากทฤษฎี

6. สมรรถนะสำคัญ

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ทกั ษะการส่อื สาร

2. ความสามารถในการคดิ
- ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
- ทักษะการคิดอย่างเปน็ ระบบ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ทักษะการแกป้ ญั หา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
- ทักษะการทำงานรว่ มกนั

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- ทักษะการสืบคน้ ข้อมูล

7. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

1. มีวินยั รับผดิ ชอบ
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ มั่นในการทำงาน

8. คำถามสำคญั

- การคาดการณ์ผลลพั ธ์ทด่ี ีควรทำอยา่ งไร

9. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 วิธีการสอนโดยเน้นกระบวนการกลมุ่ (Group Process–Based Instruction)
 วิธีการสอนโดยเน้นการเรยี นรแู้ บบร่วมมอื (Collaborative learning)
 วธิ ีการสอนโดยเน้นการเรียนร้แู บบใช้เกม (Games)

รายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

ชว่ั โมงท่ี 1

ขั้นนำ

1. ครถู ามคำถามกระต้นุ ความสนใจของนักเรียนวา่ “นักเรียนเคยคาดการณ์ผลลัพธ์หรอื ไม่”
(แนวตอบ : คำตอบของนักเรียนขึน้ อยกู่ ับดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน)

2. ครอู ธิบายเพ่ือเช่ือมโยงเข้าสบู่ ทเรียนวา่ “การคาดการณผ์ ลลัพธ์อาจไดผ้ ลลพั ธท์ ัง้ ถูกและผิด
เพราะเป็นการคาดเดาเพียงเทา่ นั้น แตก่ ารคาดการณผ์ ลลพั ธอ์ าศยั การใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ
ในการพิจารณาหากฎเกณฑ์หรือเงอื่ นไขจากรูปแบบของการเกิดเหตกุ ารณแ์ ต่ละเหตุการณ์
เพ่ือใช้เป็นเหตผุ ลหรอื ตรรกะในการคาดการณผ์ ลลพั ธท์ ่ีจะเกิดขึ้นทำให้การคาดการณเ์ ป็นไป
อยา่ งถูกต้อง”

ขั้นสอน

1. นกั เรยี นสงั เกตภาพสเี่ หลยี่ มสเี ขยี วและภาพส่ีเหลีย่ มสเี หลืองทีส่ ลบั กนั อยู่ และรูปดาวกับ
รปู หัวใจทสี่ ลบั กันอยู่ จากหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน (ชุด แม่บทมาตรฐาน) เทคโนโลยี
(วิทยาการคำนวณ) ป.5 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ

2. เปิดโอกาสให้นักเรียนคาดการณ์ผลลพั ธต์ ่อไปว่าควรเป็นอย่างไร จากนั้นครสู ุ่มถามนกั เรียน
พร้อมอธบิ ายเหตุผล

3. ครูอธิบายกับนักเรยี นว่า“การคาดการณ์ผลลพั ธท์ ี่ขาดหายไปเปน็ แบบทดสอบความฉลาดทาง
เชาวน์ปัญญา ซงึ่ เปน็ แบบทดสอบทางการคิด การใชเ้ หตผุ ล การคำนวณ การเชือ่ มโยง ดงั นนั้
ผูท้ ่ถี ูกทดสอบจะตอ้ งคาดการณ์ผลลพั ธโ์ ดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ”

4. นักเรียนทำกิจกรรม Activity 1.10 โดยใหน้ กั เรยี นวงกลมลูกเต๋าท่เี กดิ จากการประกอบภาพ
ทางซ้ายในหนังสือเรียน

5. ครูสุ่มนักเรยี นออกมาอภปิ รายคำตอบจากการทำกิจกรรม Activity 1.10 บรเิ วณหน้าช้ันเรยี น

ชว่ั โมงที่ 2

6. ครทู บทวนความรจู้ ากชั่วโมงท่ีแล้วกับนกั เรยี นพอสงั เขป โดยครเู ขยี นหมาย 1 หมายเลข 2
และหมายเลข 1 ลงบนกระดานบรเิ วณหน้าชน้ั เรียน

7. จากนั้นครูถามคำถามกระตุ้นความคดิ ของนักเรยี นว่า“จากชุดหมายเลขบนกระดานบรเิ วณ
หนา้ ช้นั เรียน นกั เรียนคดิ วา่ หมายเลขถดั ไปควรเป็นหมายเลขใด”

รายวชิ าพ้นื ฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

(แนวตอบ : คำตอบของนกั เรียนข้ึนอยู่กับดลุ ยพินจิ ของครูผูส้ อน เช่น หมายเลข 2 เนอ่ื งจาก
หมายเลข 1 ถูกสลับกบั หมายเลข 2 ดงั นั้น จากการคาดการณ์ผลลัพธห์ มายเลขถดั ไป
จงึ ควรเป็นหมายเลข 2)
8. นักเรียนศกึ ษาและสังเกตการคาดการณ์ผลลัพธ์จากรปู แบบทีเ่ คยเกดิ ขน้ึ จากหนังสือเรียน
9. นักเรียนทำกจิ กรรม Activity 1.11 โดยใหน้ กั เรียนนำหมายเลขของภาพด้านล่าง เติมลงใน
วงกลมของชอ่ งว่างบนลวดลายทขี่ าดหายไปให้ถูกต้องในหนงั สือเรียน
10. ครสู ุม่ นักเรยี นออกมาอภิปรายคำตอบจากการทำกจิ กรรม Activity 1.11 บรเิ วณหน้าชั้นเรยี น

ชั่วโมงที่ 3

11. ครูทบทวนความรเู้ ดิมจากชัว่ โมงทแี่ ลว้ พอสังเขป
12. นักเรยี นศกึ ษาและสงั เกต เร่ือง การคาดการณผ์ ลลพั ธ์จากทฤษฎี ซงึ่ เปน็ การคาดการณผ์ ลลัพธ์

ท่ีเกดิ ขน้ึ โดยใช้ความรู้ ทฤษฎี หรอื กฎ มาใชใ้ นการพจิ ารณาปัญหา จากหนงั สือเรยี น
13. นกั เรยี นทำกิจกรรม Activity 1.12 โดยใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาตัวตอ่ ท่กี ำหนดให้ แลว้ เลอื กตัวตอ่

6 ตวั นำมาวางตอ่ กนั เปน็ รูปสีเ่ หลี่ยมผนื ผ้า โดยท่ีตวั ตอ่ แต่ละตวั สามารถหมนุ เพื่อเปล่ียน
ทิศทางได้ และตอบคำถามลงในหนังสือเรยี น
14. ครูส่มุ นักเรียนออกมาอภปิ รายคำตอบจากการทำกจิ กรรม Activity 1.12 บริเวณหนา้ ชนั้ เรียน

ชัว่ โมงที่ 4

15. ครทู บทวนความรเู้ ดิมจากชั่วโมงทแ่ี ล้วพอสงั เขป
16. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3-6 คน หรือตามความเหมาะสม เพ่ือทำใบงานท่ี 1.3.1

เร่ือง การทำนายผลลัพธ์จากปัญหาอยา่ งง่าย โดยให้นกั เรียนพิจารณาภาพและสถานการณ์
ท่กี ำหนดให้ พร้อมหาเส้นทางจากบ้านไปยังสวนสนกุ ให้ถกู ตอ้ ง
17. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ส่งตัวแทนออกมาอธบิ ายเส้นทางจากบา้ นไปยงั สวนสนุกบรเิ วณ
หนา้ ชนั้ เรียน โดยเพื่อนรว่ มช้นั เรียนและครผู ้สู อนรว่ มกันตรวจสอบเส้นทางและใหข้ อ้ เสนอแนะ
เพ่มิ เติมตามความเหมาะสม
18. ครูสมุ่ นักเรยี น 2-3 คน รว่ มกนั ตอบคำถามสำคัญว่า “การคาดการณ์ผลลัพธ์ทดี่ ีควรทำอย่างไร”
(แนวตอบ : คำตอบของนักเรียนขึน้ อยูก่ ับดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน เช่น การคาดการณผ์ ลลัพธท์ ี่ดี
เพอ่ื ลดความผิดพลาดของคำตอบ ควรคาดการณผ์ ลลัพธ์โดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ เพราะเป็น
การพิจารณากฎเกณฑห์ รือเงื่อนไขจากรปู แบบของการเกิดเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ เพ่ือใช้
เปน็ เหตผุ ลหรอื ตรรกะในการคาดการณผ์ ลลพั ธ์ที่จะเกดิ ข้ึน)

รายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

ขน้ั สรุป

1. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี นจากการสงั เกตการตอบคำถาม ความสนใจในการเรียน และการทำ
กิจกรรมกระบวนการกลมุ่ ของนักเรยี น

2. ครูตรวจสอบความถูกต้องของการทำใบงานที่ 1.3.1 เรื่อง การทำนายผลลพั ธจ์ ากปัญหา
อย่างงา่ ย

3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรม Activity ของนกั เรียน
4. นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปเก่ียวกบั การคาดการณผ์ ลลัพธ์โดยใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะ แบบทดสอบ

ความฉลาดทางเชาวนป์ ญั ญา การคาดการณ์ผลลัพธ์จากรปู แบบทเี่ คยเกิดข้นึ การคาดการณ์
ผลลัพธ์จากทฤษฎี
5. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล
เชิงตรรกะ หรือทำแบบทดสอบ (Unit Test) ในหนังสือเรียน เพ่ือวัดความรูท้ น่ี ักเรยี นไดร้ ับ
หลงั จากผ่านการเรยี นรู้
6. นกั เรียนทำชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรอื่ ง การแกป้ ญั หาโดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ
เป็นการบา้ นและนำมาส่งในชั่วโมงถดั ไป

10.การวดั และประเมินผล

รายการวัด วธิ วี ัด เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ

10.1 การประเมินระหวา่ ง - ใบงานท่ี 1.3.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

การจดั กจิ กรรม - Activity 1.10 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- Activity 1.11 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1) การทำนายผลลพั ธ์ - ตรวจใบงานท่ี 1.3.1 - Activity 1.12 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
จากปญั หาอย่างงา่ ย การนำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
2) การคาดการณ์ผลลพั ธ์ - ตรวจ Activity 1.10 การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ - ตรวจ Activity 1.11 การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

- ตรวจ Activity 1.12

3) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ

ผลงาน

4) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม

รายบุคคล การทำงานรายบุคคล

5) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม

กลุ่ม การทำงานกลุ่ม

รายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

รายการวัด วธิ วี ัด เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
6) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมีวนิ ยั - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
ความรบั ผดิ ชอบ คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมั่น อนั พึงประสงค์
ในการทำงาน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
10.2 การประเมนิ หลงั เรียน - แบบทดสอบหลังเรยี น
1) แบบทดสอบหลังเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ ระดบั คุณภาพ 2
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 หลงั เรียน - แบบประเมนิ ชนิ้ งาน/ ผา่ นเกณฑ์
เรอ่ื ง การแก้ปัญหาโดย ภาระงาน (รวบยอด)
ใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ - ตรวจชิ้นงาน/
2) การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด)
ภาระงาน (รวบยอด)
เร่ือง การแกป้ ญั หาโดย
ใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ

11. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้

11.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐาน (ชดุ แม่บทมาตรฐาน) เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.5
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง การแกป้ ญั หาโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ
2) ใบงานที่ 1.3.1 เร่ือง การทำนายผลลพั ธ์จากปญั หาอย่างง่าย

11.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องคอมพิวเตอร์
2) อนิ เทอรเ์ น็ต

รายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5

ใบงานที่ 1.3.1
เรอ่ื ง การทำนายผลลพั ธ์จากปญั หาอยา่ งง่าย

คำชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นพจิ ารณาภาพและสถานการณท์ ่ีกำหนดให้ พร้อมหาเส้นทางจากบา้ นไปยังสวนสตั ว์
ใหถ้ ูกตอ้ ง

สถานการณ์
คุณพ่อและคุณแม่ของโหน่งจะพาโหนง่ ไปสวนสตั ว์ แตก่ ่อนจะออกจากบ้านคุณพ่อของโหน่งได้ค้นหา

การเดินทางไปสวนสตั ว์จากแผนทดี่ ้านลา่ ง ดงั นนั้ คุณพ่อจะเลอื กเส้นทางใด เพื่อให้เดินทางจากบ้านไปยัง
สวนสัตวไ์ ด้โดยใช้ระยะทางที่ส้นั ทส่ี ุด โดยใช้การทำนายผลลพั ธ์จากปัญหาอย่างง่าย

4 กม. 5 กม. 6 กม. ZOO
2 กม.
8 กม. 2 กม.
1 กม. 3 กม.

เสน้ ทางที่ 10 กม. ระยะทางรวม
ระยะทาง

เลอื กเสน้ ทางใด …………………………………………………………………………………..
วชิ าวทิ ยาการคำนวณ ชอ่ื ...........................................................................ชัน้ ....................เลขท่.ี ............... .

รายวิชาพน้ื ฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5 เฉลย

ใบงานท่ี 1.3.1
เรือ่ ง การทำนายผลลัพธ์จากปัญหาอย่างงา่ ย

คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนพิจารณาภาพและสถานการณท์ ่ีกำหนดให้ พร้อมหาเสน้ ทางจากบา้ นไปยังสวนสัตว์
ใหถ้ กู ตอ้ ง

สถานการณ์
คุณพ่อและคุณแม่ของโหนง่ จะพาโหน่งไปสวนสัตว์ แต่ก่อนจะออกจากบา้ นคุณพ่อของโหน่งไดค้ ้นหา

การเดินทางไปสวนสัตว์จากแผนที่ด้านลา่ ง ดังนน้ั คุณพ่อจะเลือกเส้นทางใด เพื่อใหเ้ ดนิ ทางจากบา้ นไปยัง
สวนสัตวไ์ ด้โดยใชร้ ะยะทางท่ีสน้ั ทส่ี ดุ โดยใช้การทำนายผลลพั ธ์จากปัญหาอย่างง่าย

4 กม. 5 กม. 6 กม. ZOO
2 กม.
8 กม. 2 กม.
1 กม. 3 กม.

10 กม.

เสน้ ทางท่ี ระยะทาง ระยะทางรวม
1 4 กโิ ลเมตร + 5 กโิ ลเมตร + 6 กโิ ลเมตร 15 กิโลเมตร
2 4 กิโลเมตร + 1 กโิ ลเมตร + 10 กิโลเมตร + 3 กโิ ลเมตร 18 กิโลเมตร
3 4 กิโลเมตร + 8 กิโลเมตร + 3 กโิ ลเมตร 15 กโิ ลเมตร
4 4 กิโลเมตร + 5 กิโลเมตร + 2 กโิ ลเมตร + 3 กโิ ลเมตร 14 กิโลเมตร
5 2 กโิ ลเมตร + 10 กโิ ลเมตร + 3 กโิ ลเมตร 15 กโิ ลเมตร
6 2 กิโลเมตร + 1 กิโลเมตร + 8 กิโลเมตร + 3 กิโลเมตร 14 กโิ ลเมตร
7 2 กิโลเมตร + 1 กโิ ลเมตร + 5 กโิ ลเมตร + 6 กโิ ลเมตร 14 กิโลเมตร
8 2 กโิ ลเมตร + 1 กิโลเมตร + 5 กิโลเมตร + 2 กิโลเมตร + 3 กโิ ลเมตร 13 กโิ ลเมตร

เลอื กเสน้ ทางใด …………เส…้น…ท…าง…ท…่ี 8…………………………………………………………..

รายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เร่ือง การแกป้ ญั หาดว้ ยเหตผุ ลเชงิ ตรรกะ

คำชีแ้ จง : ให้นกั เรียนนำเศษของรงั ผ้ึงจากด้านลา่ งมาประกอบเป็นรังผ้ึงที่สมบรู ณ์ ซึ่งนกั เรยี นอาจจะใช้
วธิ ีการระบายสลี งไปในรงั ผงึ้ ตามเศษของรังผึ้งท่นี กั เรียนตอ้ งการนำมาประกอบ

วิชาวทิ ยาการคำนวณ ชอื่ ...........................................................................ช้ัน....................เลขที่................ .

รายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาการคำนวณ ป.5 เฉลย

ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เร่อื ง การแก้ปัญหาด้วยเหตผุ ลเชิงตรรกะ

คำชีแ้ จง : ให้นกั เรยี นนำเศษของรังผ้ึงจากดา้ นล่างมาประกอบเปน็ รังผึง้ ท่ีสมบูรณ์ ซ่งึ นกั เรียนอาจจะใช้
วิธีการระบายสีลงไปในรงั ผึง้ ตามเศษของรงั ผ้ึงทน่ี กั เรยี นตอ้ งการนำมาประกอบ

รายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาการคำนวณ ป.5

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน

คำชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่อง
ที่ตรงกับระดบั คะแนน

ลำดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถกู ตอ้ งของเนอื้ หา 
2 ความคิดสร้างสรรค์  
3 วธิ กี ารนำเสนอผลงาน  
4 การนำไปใชป้ ระโยชน์  
5 การตรงต่อเวลา  


รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............/................./....................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14–15 ดีมาก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ต่ำกว่า 8 ปรับปรงุ


Click to View FlipBook Version