The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่ม-แผนการสอนเทคโนโลยีฯ ป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s.aekapop, 2021-10-24 08:52:17

รวมเล่ม-แผนการสอนเทคโนโลยีฯ ป.6

รวมเล่ม-แผนการสอนเทคโนโลยีฯ ป.6

Keywords: แผนการสอนเทคโนโลยีฯ ป.6

บนั ทกึ ข้อความ

สว่ นราชการ โรงเรยี นบา้ นหนิ ดาด อ.แมว่ งก์ จ.นครสวรรค์
ท่.ี .......................วันที่ ............................................................
เรือ่ ง ขออนมุ ัตใิ ช้แผนการจัดการเรยี นรู้

เรยี น ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นหินดาด

ตามทขี่ า้ พเจ้าวา่ ทีร่ ้อยตรเี อกภพ สุดสะอาด ตำแหน่ง ครู กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ได้รบั มอบหมายให้ปฏบิ ตั งิ านสอนในระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 รายวิชา คอมพิวเตอร์ จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ ในภาค
เรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 น้ัน

ข้าพเจ้าได้วิเคราะห์ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ คำอธบิ ายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา เพอื่ จดั ทำแผนการจัดการ
เรยี นรู้ ซึง่ สอดคล้องกับหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านหินดาด ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 โดยจดั กิจกรรมการเรียนการสอนท่ีเนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั เพ่ือทจี่ ะได้นำไปใชใ้ นการจัดการเรยี นรู้
และพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี นให้บรรลุเป้าหมายของหลักสตู รฯ ต่อไป

จงึ เรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี .................................................
......................................................................................... ( เอกภพ สุดสะอาด )
......................................................................................... ตำแหน่ง ครู

ความเห็นของหัวหนา้ ฝ่ายบรหิ ารงานวิชาการ
.........................................................................................
.........................................................................................

ลงชอ่ื ............................................................ ลงชอ่ื ............................................................
( ......................................................) ( ......................................................)

ความเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรยี น
.........................................................................................
.........................................................................................

ลงช่อื ............................................................
(นางปุณยวรี ์ โพธิ)

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 30 ชั่วโมง/ปี

ศึกษา และอธิบายหลักการแก้ปัญหาเบ้ืองต้น การใช้คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูลอย่างเป็นระบบ และถูกต้องตาม
ข้ันตอน เก็บรักษาข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ในรูปแบบของสำเนาถาวร หรือสื่อบันทึกตามความเหมาะสม โดยเลือกใช้ซอฟต์แวร์
ประยุกต์จัดทำข้อมูลเพ่ือการนำเสนอผลงานในรูปแบบท่ีเหมาะสม ส่ือความหมาย เข้าใจง่าย สามารถนำความรู้และทักษะมา
สร้างชิน้ งานจากจนิ ตนาการโดยใช้ซอฟต์แวรท์ ี่เหมาะสมด้วยความรับผิดชอบ

โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทำงาน กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และกระบวน
การทำงานกลมุ่

เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ เหน็ คุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นขอ้ มูล
การเรียนรู้ การสื่อสาร การแกป้ ัญหา และทำงานไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ ประสิทธผิ ล และมีคุณธรรม

ตัวช้ีวดั
ง 3.1 ป.6/1 ป.6/2 ป.6/3 ป.6/4 ป.6/5

รวม 5 ตวั ช้ีวัด

โครงสรา้ งรายวชิ า เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร ป.6

ลำดบั ที่ ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
1 การเรยี นรู้ เรียนรู้ / ตวั ช้ีวดั (ช่วั โมง) คะแนน
ง 3.1 ป.6/1 การใช้กระบวนการแกป้ ญั หาอย่างเป็นขั้นตอน จะชว่ ย
2 ข้อมูลและ ให้ประสบความสำเรจ็ ในการแกป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั 4 8
สารสนเทศ ง 3.1 ป.6/2 ได้
และกระบวนการ 4 8
แก้ปัญหา การใช้คอมพวิ เตอรใ์ นการค้นหาขอ้ มูล จะทำใหไ้ ด้ขอ้ มูลท่ี
ถกู ต้อง และสะดวกรวดเร็ว
การใชค้ อมพวิ เตอร์
ในการค้นหาขอ้ มูล

3 การจัดการข้อมลู ง 3.1 ป.6/3 การเก็บรักษาข้อมลู อย่างถูกวธิ ใี นรปู แบบการจดั เกบ็ ข้อมลู 2 4
8 30
และสารสนเทศ แบบต่างๆ จะทำใหข้ อ้ มลู คงอยแู่ ละสามารถนำขอ้ มลู มาใช้ 6 25
6 25
ประโยชนไ์ ด้อย่างสะดวกและรวดเรว็

4 การนำเสนอขอ้ มูล ง 3.1 ป.6/4 การใชค้ อมพวิ เตอร์ในการนำเสนอขอ้ มลู โดยใช้โปรแกรม

โดยใช้โปรแกรม ไมโครซอฟต์เอก็ เซล (2007) จะตอ้ งพจิ ารณาถึงรปู แบบท่ี

ไมโครซอฟต์ เหมาะสม จงึ จะทำให้การนำเสนอข้อมลู

เอก็ เซล มคี วามน่าสนใจ ส่ือความหมายไดอ้ ย่างชัดเจน และถกู ตอ้ ง

5 การนำเสนอข้อมูล ง 3.1 ป.6/4 การใชค้ อมพิวเตอร์ในการนำเสนอข้อมลู โดยใช้โปรแกรม

โดยใช้โปรแกรม ไมโครซอฟตเ์ พาเวอรพ์ อยต์ จะต้องพิจารณาถึงรูปแบบที่

ไมโครซอฟต์ เหมาะสม จึงจะทำให้การนำเสนอข้อมูลมคี วามนา่ สนใจ

เพาเวอร์พอยต์ ส่อื ความหมายไดอ้ ย่างชดั เจนและถกู ตอ้ ง

6 การสรา้ งสรรค์ ง 3.1 ป.6/5 การสร้างชิ้นงานด้วยคอมพิวเตอร์โดยเลือกโปรแกรม

ชน้ิ งานโดยใช้ ไมโครซอฟต์เวริ ์ดอย่างมจี ิตสำนึกและมคี วามรับผิดชอบ จะ

คอมพวิ เตอร์ ทำให้ไดช้ น้ิ งานทม่ี ีคณุ ภาพ

โครงสร้างแผนฯ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร ป. 6

หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจดั วิธสี อน/กระบวนการจัด ทักษะการคดิ เวลา
การเรียนรู้ การเรยี นรู้ (ช่วั โมง)
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 1. ขอ้ มูลและสารสนเทศ 1. ทกั ษะการจดั กลมุ่
ขอ้ มลู และสารสนเทศ - วิธสี อนโดยการจดั การเรียนรู้ 1-2
และกระบวนการ 2. กระบวนการ แบบรว่ มมือ : เทคนคิ เล่า 1. ทกั ษะการคิดแก้ปญั หา 1-2
แก้ปัญหา แก้ปญั หา เรอื่ งรอบวง 2. ทกั ษะการประเมนิ 1-2
1. ทักษะการสำรวจคน้ หา
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 2 1. การคน้ หาขอ้ มลู ใน - วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ 2. ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล 1-2
การใชค้ อมพิวเตอร์ เครื่องคอมพวิ เตอร์ : กระบวนการปฏบิ ตั ิ 3. ทกั ษะการคิดอย่างมเี หตผุ ล
ในการค้นหาขอ้ มลู และซีดรี อม 4. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้ 1-2
- วิธสี อนแบบสาธติ 1. ทักษะการสำรวจค้นหา 1-2
2. ทักษะการรวบรวมขอ้ มลู
2. การค้นหาข้อมลู - วธิ สี อนโดยเน้นกระบวนการ 3. ทกั ษะการคิดอย่างมเี หตผุ ล 1-2
จากอนิ เทอรเ์ นต็ : กระบวนการปฏบิ ตั ิ 4. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
1. ทักษะการรวบรวมข้อมลู 1-2
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 1. การจดั การขอ้ มลู - วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ 2. ทักษะการประเมนิ
และสารสนเทศ : กระบวนการเรยี นความรู้ 3. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
การจัดการขอ้ มลู และ ความเขา้ ใจ 1. ทักษะการรวบรวมขอ้ มลู
สารสนเทศ 2. ทักษะการจำแนกประเภท
3. ทักษะการประเมนิ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 1. หลักการทำงานเบ้อื งต้น - วิธีสอนแบบบรรยาย 4. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
ของโปรแกรม 1. ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู
การนำเสนอขอ้ มลู โดย ไมโครซอฟต์ 2. ทกั ษะการจำแนกประเภท
ใช้โปรแกรม เอก็ เซล 3. ทกั ษะการประเมนิ
ไมโครซอฟตเ์ อ็กเซล 4. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
1. ทักษะการรวบรวมข้อมูล
2. การใช้โปรแกรม - วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ 2. ทกั ษะการจำแนกประเภท
ไมโครซอฟต์เอก็ เซล : : กระบวนการปฏบิ ตั ิ 3. ทกั ษะการประเมิน
4. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
สร้างตาราง

3. การใชโ้ ปรแกรม - วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ
ไมโครซอฟต์เอ็กเซล : : กระบวนการปฏิบัติ
คำนวณเบ้ืองตน้

หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจัด วธิ สี อน/กระบวนการจัด ทกั ษะการคดิ เวลา
การเรียนรู้ การเรยี นรู้ (ช่วั โมง)
4. การใช้โปรแกรม 1. ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
- วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ 2. ทักษะการจำแนกประเภท 1-2
ไมโครซอฟต์ : กระบวนการปฏิบัติ 3. ทกั ษะการประเมนิ
เอ็กเซล : 4. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้ 1-2
- วิธสี อนแบบสาธิต 1. ทักษะการรวบรวมขอ้ มลู
สร้างแผนภมู ิ 2. ทักษะการจำแนกประเภท 1-2
- วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ : 3. ทกั ษะการประเมนิ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 1. หลกั การทำงาน กระบวนการปฏบิ ตั ิ 4. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้ 1-2
เบื้องต้นของ
การนำเสนอขอ้ มลู โดย โปรแกรม - วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : 1. ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล 1-2
ใช้โปรแกรม ไมโครซอฟต์ กระบวนการเรยี นความร้คู วาม 2. ทักษะการจำแนกประเภท
ไมโครซอฟตเ์ พาเวอร์- เพาเวอร์พอยต์ เขา้ ใจ 3. ทกั ษะการประเมนิ 1-2
พอยต์ 4. ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
- วธิ ีสอนโดยการจัดการเรียนรู้ 1. ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู
2. การใชโ้ ปรแกรม แบบรว่ มมือ : เทคนคิ เล่าเร่อื ง 2. ทกั ษะการจำแนกประเภท
ไมโครซอฟต์ รอบวง 3. ทักษะการประเมนิ
เพาเวอรพ์ อยต์ (1) 4. ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
- วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ : 1. ทกั ษะการคิดอย่างมี
3. การใช้โปรแกรม กระบวนการปฏิบตั ิ
ไมโครซอฟต์ วิจารณญาณ
เพาเวอรพ์ อยต์ (2) 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 6 1. การออกแบบ ตดั สนิ ใจ
ช้ินงานอย่าง 3. ทกั ษะการประเมนิ
การสรา้ งสรรค์ชิน้ งาน 1. ทักษะการคดิ อยา่ งมี
โดยใชค้ อมพวิ เตอร์ สร้างสรรค์
วจิ ารณญาณ
2. การใช้โปรแกรม 2. ทกั ษะกระบวนการคดิ
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
(1) ตดั สนิ ใจ
3. ทักษะการประเมนิ

หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัด วิธสี อน/กระบวนการจัด ทกั ษะการคดิ เวลา
การเรยี นรู้ การเรียนรู้ (ชวั่ โมง)
3. การใช้โปรแกรม 1. ทกั ษะการคิดอยา่ งมี
- วธิ สี อนแบบสาธิต วิจารณญาณ 1-2
ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์
2. ทักษะกระบวนการคดิ
(2) ตดั สินใจ

3. ทักษะการประเมิน

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 ข้อมูลและสารสนเทศ
เวลา 1-2 ช่ัวโมง

1. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ข้อมลู และสารสนเทศมีประโยชนต์ ่อการดำเนินชีวิตประจำวัน จงึ ควรศกึ ษาประเภท ความสำคัญของข้อมลู และสารสนเทศ

เพ่ือให้เกดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจและสามารถนำมาใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจในการแก้ปัญหา

2. ตัวชว้ี ดั /จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ตวั ชีว้ ัด
ง 3.1 ป.6/1 บอกหลกั การเบื้องตน้ ของการแกป้ ญั หา
2.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) อธบิ ายความหมายของข้อมลู และสารสนเทศได้
2) จำแนกประเภทของข้อมลู ได้

3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
 หลกั การเบ้อื งตน้ ของการแกป้ ัญหา
- พิจารณาปัญหา
- วางแผนแกป้ ัญหา
- แกป้ ญั หา
- ตรวจสอบและปรบั ปรงุ
3.2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น
(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)

4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการจดั กล่มุ
4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มีความรบั ผดิ ชอบ
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
 วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื : เทคนิคเล่าเรอื่ งรอบวง

 นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เรอื่ ง ข้อมูลและสารสนเทศ และกระบวนการแก้ปัญหา

ขนั้ นำเข้าสู่บทเรียน คำถามกระตุน้ ความคดิ
ส่อื การเรียนรู้ : เกมโสตสัมผสั

1. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด  การทค่ี นเรามปี ระสาทสัมผสั ท้ัง 5
2. ครูแบ่งนกั เรยี นออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความ มีประโยชนย์ า่ งไร

สามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเกง่ ปานกลางค่อนข้าง (ทำให้เกิดการรับรู้ขอ้ มูลต่างๆ ผ่าน
ออ่ น และอ่อน จากน้ันแจง้ ใหน้ กั เรียนทราบว่า ครจู ะให้เล่นเกมโสต ทางประสาท
สมั ผสั เพื่อทดสอบประสาทสมั ผสั ทางหู
สัมผัสทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลน้ิ
3. ครูอธบิ ายกติกาและใหน้ ักเรียนร่วมกันเลน่ เกมโสตสัมผสั และทาง
4. ครูและนักเรียนร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกับประโยชนท์ ี่ได้รบั จาก
การ เล่นเกมโสตสัมผัส ผวิ หนงั และประมวลผลได้)

ขนั้ สอน 1. หนงั สอื เรียน เทคโนโลยีฯ ป.6 คำถามกระตุ้นความคิด
สือ่ การเรียนรู้ : 2. หนงั สอื พิมพ์รายวนั
3. ใบงานท่ี 1.1  หากนกั เรียนมีข้อบกพร่องทาง
ประสาท
1. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
2. นักเรยี นช่วยกันยกตัวอย่างการรบั ข้อมูลผา่ นทางประสาทสมั ผัส สัมผสั จะทำให้เกิดผลกระทบตอ่ การ
รบั รู้
ทัง้ 5 จากนนั้ ครูกำหนดช่ือสิ่งของ อาหาร หรือเคร่ืองใช้ตา่ งๆ
แล้วให้นกั เรียนระบวุ า่ สามารถรบั ข้อมลู ผ่านทางประสาท ข้อมูลหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
สัมผสั ใดบา้ ง เช่น
- โทรทศั น์ สามารถรบั ข้อมลู ผ่านทางประสาทสัมผสั ตา (เห็น (ทำใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อการรับรูข้ อ้ มลู
ภาพ) หู (การได้ยนิ เสยี ง) เพราะ
3. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ศึกษาความร้เู รอื่ ง ข้อมลู และสารสนเทศ
จาก หนงั สือเรียน แลว้ รว่ มกันสรปุ ความหมายของขอ้ มูลและ หากประสาทสัมผสั มคี วามบกพรอ่ ง
สารสนเทศ และบนั ทึกความรู้ท่ีได้ลงในแบบบันทึกการอา่ น อาจจะทำให้
4. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั ความสมั พันธ์
การรบั ข้อมลู ผดิ พลาด หรือ
คลาดเคล่ือนไปจาก

ความเปน็ จรงิ เชน่ คนตาบอดสี จะไม่

ของ สามารถ
ขอ้ มูลกับสารสนเทศ จากนนั้ ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ อธบิ ายความสัมพันธ์ แยกข้อมูลสที ใี่ กล้เคยี งกันได้ถูกต้อง
ตามท่สี มาชกิ กลุม่ เข้าใจ แล้วครอู ธิบายใหน้ ักเรยี นมคี วามรู้
เชน่ สแี ดง
ความ กบั สนี ้ำตาล สนี ำ้ เงนิ กับสีมว่ ง)
เขา้ ใจที่ถูกต้อง
คำถามกระตุ้นความคิด
5. ครถู ามนักเรียนวา่ ในชีวติ ประจำวันของนักเรียนมีวิธีการเลือก  ข้อมูลจากแหลง่ ปฐมภูมิกับแหลง่
รบั ทุตยิ ภมู ิ

ข้อมูลอย่างไร จากนั้นสมาชิกในกลุ่มผลดั กันเลา่ ทีละคนตาม
กำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้

6. สมาชิกทุกคนในกลุ่มสรุปประเดน็ สำคัญที่ไดร้ บั ฟังจากเพือ่ น
เล่า

และรว่ มกนั ตรวจสอบวา่ วิธกี ารเลอื กรับข้อมลู ของสมาชิกน้ันๆ
ถูกต้อง เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
7. ครูอธบิ ายให้เข้าใจวา่ ลักษณะของข้อมลู ตา่ งๆ ใน
ชีวิตประจำวนั
แบง่ ออกเปน็ 2 ลักษณะ คือ ขอ้ มลู จากแหล่งปฐมภมู แิ ละ
ข้อมลู
จากแหล่งทุตยิ ภูมิ จงึ ควรเลือกรบั ข้อมูลทีเ่ ปน็ ประโยชนแ์ ละ
นา่ เชือ่ ถอื
8. ครนู ำหนังสือพมิ พร์ ายวนั มาแจกให้นักเรยี น กลุ่มละ 1 หน้า
จากนัน้ ให้นกั เรียนปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามท่คี รูกำหนด แล้วบนั ทึก
ข้อมูลลงใน ใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง ขอ้ มลู และสารสนเทศ
9. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอใบงานท่ี 1.1 หนา้ ชน้ั เรยี น
กลุม่ ละ 5 นาที ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ และ
ตรวจสอบความถูกต้อง

ขัน้ สรุป
สอื่ /แหล่งการเรียนรู้ : —

1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรูเ้ กยี่ วกับข้อมลู และ
สารสนเทศ

2. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด ขอ้ มลู ใดนา่ เชือ่ ถือมากกว่ากัน
เพราะอะไร

(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น
โดยให้อยู่

ในดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)

7. การวดั และประเมินผล

วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่
1 แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจใบงานที่ 1.1
ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น ใบงานท่ี 1.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
แบบบันทึกการอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน เกณฑ์
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ เกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
สงั เกตการใฝเ่ รียนรู้ มีความรับผิดชอบ เกณฑ์
และมงุ่ ม่ันในการทำงาน แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

8. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร ป.6
2) เกมโสตสมั ผัส
3) หนงั สือพิมพ์รายวัน
4) ใบงานที่ 1.1 เร่อื ง ขอ้ มูลและสารสนเทศ
8.2 แหล่งการเรียนรู้


เอกสารประกอบการสอน

เกมโสตสมั ผัส

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นเล่นเกมโสตสมั ผสั ตามรายละเอียด ดังนี้
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ กำหนดหมายเลขประจำตวั ของสมาชิก เป็นหมายเลข 1-4
2. ครอู ธิบายกติกาในการเล่นเกม ดังน้ี
1) นักเรียนแต่ละกลุ่มยืนเข้าแถวใหม้ รี ะยะหา่ งจากสมาชกิ กลุ่มตนเองและกลมุ่ อืน่ 1 วา
2) สมาชกิ หมายเลข 1 ของทุกกลุ่มอา่ นข้อความที่ครแู จก จากน้ันกระซบิ บอกหมายเลข 2 สมาชิกหมายเลข 2
กระซิบบอกสมาชิกหมายเลข 3 สมาชกิ หมายเลข 3 กระซบิ บอกสมาชิกหมายเลข 4 แลว้ สมาชกิ หมายเลข 4
เขยี นข้อความท่ีไดย้ ินลงในกระดาษคำตอบ (ครเู ฉลยขอ้ ความท่ีถูกตอ้ ง โดยการอา่ นออกเสียงอยา่ งชัดเจน)
3. นักเรียนแต่ละหมายเลขผลัดเปลี่ยนตำแหนง่ กันจบครบท้งั 4 ขอ้ ความ (หรือขอ้ ความตามจำนวนทเ่ี หมาะสม)
4. นักเรียนสรุปคะแนน (ข้อความละ 2 คะแนน) จากนนั้ ครูชมเชยกลมุ่ ที่ได้คะแนนสงู สดุ

 หุง อุ่น ตุ๋น ต้ม น่งึ

 ทหารถอื ปนื แบกปูนไปโบกตึก

 ยายกินลำไยน้ำลายยายไหลยอ้ ย

 รถยนต์ล้อยาง รถรางล้อเหล็ก

 ชามเขยี วคว่ำเชา้ ชามขาวควำ่ ค่ำ

 หมกึ หกเลอะมุง้ มุ้งเลอะหมึกหมด

ใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง ขอ้ มูลและสารสนเทศ
คำชแี้ จง ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันปฏบิ ตั ิกิจกรรมท่ีกำหนดต่อไปนี้
1. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันจำแนกประเภทของข้อมลู ทีไ่ ดจ้ ากหนังสือพิมพ์ลงในตาราง

ตารางแสดงขอ้ มลู ท่ไี ดจ้ ากหนงั สือพิมพ์

ข้อมูลท่ีพบ ชนิ ดของข้อมลู
ภาพ ตวั อกั ษร
ตวั เลข

2. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั เลือกสารสนเทศท่ผี า่ นการประมวลผลทช่ี ดั เจนจากหนงั สอื พมิ พ์มาให้มากท่สี ดุ แล้วนำมาบันทึก
ลงในตาราง
ตารางแสดงสารสนเทศท่ีได้จากหนังสอื พิมพ์

ระดบั ความน่าสนใจ

สารสนเทศท่ีพบ

มาก ปานกลาง น้อย

วชิ าคอมพวิ เตอร์ ชอ่ื .................................................................................ชั้น.....................เลขท.ี่ ..............

ใบงานที่ 1.1 เร่ือง ข้อมลู และสารสนเทศ เฉลย
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันปฏบิ ัติกิจกรรมที่กำหนดต่อไปนี้
1. ให้นักเรียนร่วมกันจำแนกประเภทของขอ้ มูลที่ไดจ้ ากหนงั สือพิมพ์ลงในตาราง ตวั เลข

ตารางแสดงข้อมูลที่ได้จากหนงั สือพิมพ์

ขอ้ มูลที่พบ ชนิ ดของข้อมลู
ภาพ ตวั อกั ษร

2. ให้นักเรยี นรว่ มกันเลือกสารสนเทศท่ีผ่านการประมวลผลที่ชัดเจนจากหนงั สอื พมิ พ์มาให้มากทส่ี ุด แล้วนำมาบันทกึ
ลงในตาราง
ตารางแสดงสารสนเทศทีไ่ ดจ้ ากหนงั สอื พิมพ์

ระดบั ความน่าสนใจ

สารสนเทศที่พบ

มาก ปานกลาง น้อย

(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)

แบบบนั ทึกการอ่าน

ชื่อหนงั สอื ชือ่ ผู้แตง่ นามปากกา
สำนักพิมพ์ สถานทพี่ มิ พ์ ปที ่ีพมิ พ์

จำนวนหนา้ ราคา บาท อ่านวันที่ เดอื น พ.ศ. เวลา

1. สาระสำคัญของเรื่อง

2. วิเคราะหข์ ้อคดิ /ประโยชนท์ ี่ได้จากเรื่องทอี่ ่าน
3. สิ่งที่สามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั

4. ข้อเสนอแนะของครู ลงชอื่ ผปู้ กครอง
( )
ลงชอื่ นกั เรียน ครผู สู้ อน
()
ลงชอ่ื )
(
ให้ 3 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 2 คะแนน
ผลงานมคี วามสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี อ้ บกพร่องเพยี งเลก็ น้อย
ผลงานมขี อ้ บกพร่องมาก

แบบประเมิน การนำเสนอผลงาน

คำชแ้ี จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทตี่ รงกับระดบั คะแนน

ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา
2 ความคิดสรา้ งสรรค์ รวม
3 วิธกี ารนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา

ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
ต่ำกว่า 8 พอใช้
ปรับปรุง

แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทำงานกลุม่

ชอื่ กลุ่ม ชน้ั

คำช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง ที่
ตรงกับระดับคะแนน

ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน
321
1 การแบง่ หน้าที่กันอยา่ งเหมาะสม
2 ความรว่ มมอื กนั ทำงาน รวม
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟังความคิดเห็น
5 ความมีน้ำใจช่วยเหลือกนั

ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
ตำ่ กว่า 8 พอใช้
ปรบั ปรงุ

แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์

คำชแ้ี จง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงในช่องว่าง
ท่ีตรงกับระดบั คะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่ือได้ยินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และบอกความหมายของ
เพลงชาติ
กษัตริย์
1.2 ปฏิบตั ติ นตามสิทธแิ ละหน้าที่ของนักเรยี น ให้ความรว่ มมอื รว่ มใจ ใน
2. ซอ่ื สัตย์ สุจรติ การ

3. มีวินยั ทำงานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน
รบั ผดิ ชอบ 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมที่สรา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อ
4. ใฝ่เรียนรู้
โรงเรียนและชมุ ชน
1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถอื ปฏบิ ัตติ นตามหลักของศาสนา

และเปน็ ตัวอยา่ งที่ดขี องศาสนิกชน
1.5 เข้าร่วมกจิ กรรมและมีส่วนรว่ มในการจดั กิจกรรมที่เกี่ยวกบั สถาบนั

พระมหากษัตริยต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจัดข้นึ ชนื่ ชมในพระราช
กรณียกจิ

พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตรยิ ์และพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ ้อมลู ที่ถูกต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ัตใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวทีจ่ ะทำความผิด ทำตาม

สญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั พ่อแม่หรือผูป้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผูอ้ ่ืนดว้ ยความซื่อตรง และเป็นแบบอย่างทดี่ ีแก่เพ่ือน
ดา้ น ความซอ่ื สัตย์
3.1 ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครวั และ

โรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมต่างๆ ใน
ชีวติ ประจำวัน

มคี วามรับผดิ ชอบ
4.1 ตั้งใจเรยี น

4.2 เอาใจใส่ในการเรยี น และมคี วามเพียรพยายามในการเรยี น

4.3 เข้ารว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ตา่ งๆ

4.4 ศกึ ษาคน้ คว้า หาความรู้จากหนงั สือ เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ สอื่ เทคโนโลยี
ต่างๆ

แหล่งการเรยี นรทู้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลือกใชส้ ือ่ ได้
อยา่ ง

เหมาะสม

4.5 บันทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ทเ่ี รียนรู้ สรุปเป็นองค์
ความรู้

4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ด้วยวธิ ีการตา่ งๆ และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน

แบบประเมิน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (ต่อ)

คำชแี้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ ลงในช่องว่าง
ทตี่ รงกับระดบั คะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321

5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรพั ยส์ ินและสงิ่ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด

5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอยา่ งประหยัดและรูค้ ุณค่า

5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มุ่งมัน่ ในการ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
ทำงาน 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออุปสรรคเพ่ือใหง้ านสำเรจ็

7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย

7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 ร้จู กั ชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน

8.2 อาสาทำงาน ช่วยคิด ชว่ ยทำ และแบ่งปันสง่ิ ของใหผ้ อู้ น่ื

8.3 ดแู ล รักษาทรัพย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของห้องเรยี น โรงเรียน
ชุมชน

8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียน

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏิบัตชิ ดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏบิ ตั ิชดั เจนและบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั ิบางคร้งั

บันทึกหลังแผนการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอื่นๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ัญหาของนักเรยี นเปน็ รายบุคคล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อุปสรรค
 แนวทางการแก้ไข

ขอ้ เสนอแนะ ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย

ลงช่อื )
(
ตำแหนง่

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 2 กระบวนการแกป้ ัญหา

เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาอย่างเป็นขนั้ ตอน จะช่วยใหป้ ระสบความสาเรจ็ ในการแกป้ ัญหาในชวี ติ ประจาวนั ได้

2. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.6/1 บอกหลกั การเบอ้ื งตน้ ของการแกป้ ัญหา

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) อธบิ ายขนั้ ตอนของกระบวนการแกป้ ัญหาได้
2) ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาเพอ่ื แกป้ ัญหาในชวี ติ ประจาวนั ได้

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง

 หลกั การเบอ้ื งตน้ ของการแก้ปัญหา
- พจิ ารณาปัญหา
- วางแผนแกป้ ัญหา
- แกป้ ัญหา
- ตรวจสอบและปรบั ปรงุ

3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

4.1 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการคดิ แกป้ ัญหา
2) ทกั ษะการประเมนิ

4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

(ช่ัวโมงท่ี 1) คาถามกระต้นุ ความคิด

6. กิจกรรมการเรียนรู้  หากลืมสมุดการบ้าน นักเรียนจะแกป้ ัญหา
อย่างไร
 วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่
ชวั่ โมงที่ 1 ในดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : —

1. ครตู งั้ ประเดน็ ปัญหาใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั คดิ หาแนวทาง
ในการแกป้ ัญหาและแสดงความคดิ เหน็ เช่น
- ปัญหาในการทาการบา้ นไมเ่ สรจ็ ทนั ตามกาหนดเวลา
- ปัญหาในการแบง่ เวลาในการเลน่ เกมไม่เหมาะสม

2. ครสู ุ่มเรยี กนักเรยี น 2-3 กลุม่ ออกมารายงานการแกป้ ัญหาตามทค่ี รู
กาหนด

3. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจวา่ การประสบกบั ปัญหาจะตอ้ งรจู้ กั การ
แกป้ ัญหาดว้ ยวธิ ที ถ่ี กู ตอ้ งเหมาะสม

4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ

ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ

สอ่ื การเรยี นรู้ : หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.6

3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง กระบวนการแกป้ ัญหา
จากหนงั สอื เรยี น

4. ครอู ธบิ ายขนั้ ตอนกระบวนการแกป้ ัญหาในแตล่ ะขนั้ ตอนใหน้ ักเรยี น
เขา้ ใจ และตระหนักถงึ ความสาคญั ในการแกป้ ัญหาต่างๆ อย่างเป็น
ระบบ

5. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มศกึ ษาตวั อยา่ งการแกป้ ัญหา : ปัญหา นักเรยี นลมื
นาเงนิ มาโรงเรยี น จงึ ไมม่ เี งนิ ซอ้ื อาหารกลางวนั จากหนงั สอื เรยี น

6. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกนั วางแผนแกป้ ัญหา นกั เรยี นลมื นาเงนิ มา
โรงเรยี น จงึ ไมม่ เี งนิ ซ้อื อาหารกลางวนั โดยใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหา
4 ขนั้ ตอน เพอ่ื รว่ มกนั เสนอแนะและแสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ จาก
ตวั อย่าง

7. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สรปุ ขนั้ ตอนการแกป้ ัญหา โดยใชก้ ระบวนการ
แกป้ ัญหา 4 ขนั้ ตอน แลว้ นาเสนอผลงานทห่ี น้าชนั้ เรยี น

(ช่ัวโมงท่ี 2)

ชวั่ โมงที่ 2 คาถามกระต้นุ ความคิด

ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไม่มีแบบ  นักเรียนคิดว่า เพราะเหตุใดจึงควรหา
ทางเลือกในการแกป้ ัญหาไวห้ ลายๆ
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : — ทางเลือก

1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (เพอื่ ใหม้ ที างเลอื กทหี่ ลากหลาย และสามารถ
2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกนั วางแผนแกป้ ัญหา นกั เรยี นลมื นาเงนิ พจิ ารณาเลอื กทางเลอื กในการแกป้ ัญหาที่
เหมาะสมมากทสี่ ดุ )
มาโรงเรยี น จงึ ไมม่ เี งนิ ซ้อื อาหารกลางวนั โดยใชก้ ระบวนการ
แกป้ ัญหา 4 ขนั้ ตอน โดยวเิ คราะหแ์ ละกาหนดรายละเอยี ดของ
ปัญหาใหม่

ขนั้ ที่ 4 ฝึ กทาให้ชานาญ

สอ่ื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 2.1

1. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั ทาใบงานท่ี 2.1 เร่ือง การใช้
กระบวนการแก้ปัญหา เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ ใหร้ ่วมกนั ตรวจสอบความ
เหมาะสม

2. ตวั แทนของแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานทห่ี น้าชนั้ เรยี น
3. ครแู ละนักเรยี นกลุ่มอ่นื รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ และตรวจสอบ

ความถูกตอ้ ง

• ครมู อบหมายให้นักเรียนเขียนแผนผงั ความคิดแสดงหลกั การเบือ้ งต้นของการแก้ปัญหา

โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) หลกั การในการแกป้ ัญหา
2) การแสดงลาดบั ขนั้ ตอนในกระบวนการแกป้ ัญหา
3) การเขยี นแผนผงั ความคดิ

 นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรือ่ ง ขอ้ มูลและสารสนเทศ และกระบวนการแก้ปัญหา

7. การวดั และประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
ใบงานท่ี 2.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
วิธีการ แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 2.1 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ มคี วามรบั ผดิ ชอบ แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
และมุ่งมนั ่ ในการทางาน แบบประเมนิ แผนผงั ความคดิ แสดงหลกั การ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เบอ้ื งตน้ ของการแกป้ ัญหา
ตรวจแผนผงั ความคดิ แสดงหลกั การเบอ้ื งตน้
ของการแกป้ ัญหา

8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.6
2) ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง การใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหา

8.2 แหล่งการเรียนรู้



การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินแผนผงั ความคิดแสดงหลกั การเบ้ ืองตน้ ของการแกป้ ัญหา

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32

1 หลกั การในการแกป้ ัญหา
2 การแสดงลาดบั ขนั้ ตอนในกระบวนการแกป้ ัญหา
3 การเขยี นแผนผงั ความคดิ

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน 3
2
ดี = 1
พอใช้ =
ปรบั ปรงุ =

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
8-9 ดี
5-7
พอใช้
ต่ากว่า 5 ปรบั ปรงุ

ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง การใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหา

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเลอื กปัญหาทก่ี าหนด กลมุ่ ละ 1 ปัญหา แลว้ ใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาทงั้ 4 ขนั้ ตอน
จากนนั้ นาเสนอผลงานทห่ี น้าชนั้ เรยี น

ปัญหาติดเกม ปัญหาขีเ้ กียจอ่านหนังสือ

ปัญหาทาการบา้ นไมท่ นั ปัญหาผิดใจกบั เพ่อื นสนิท
ขนั้ ตอนท่ี 1 วเิ คราะหแ์ ละกาหนดรายละเอยี ดของปัญหา

ประเดน็ ขอ้ มูล/สารสนเทศ
1. อะไรคอื สง่ิ ทต่ี อ้ งการ

2. อะไรบา้ งทท่ี ราบแลว้

3. มเี งอ่ื นไขอะไรบา้ ง

4. ขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการเพม่ิ

5. แหล่งทจ่ี ะหาขอ้ มลู ได้

วิชาคอมพิวเตอร์ ชื่อ.................................................................................ช้นั .....................เลขท่ี...............

ขนั้ ตอนที่ 2 วางแผนการแกป้ ัญหา 1.
2.
ทางเลือก 3.
ท่ีสามารถ 4.
เป็ นไปได้ 5.

เรยี งลาดบั ทางเลอื กทส่ี ามารถนาไปปฏบิ ตั ไิ ดด้ ที ส่ี ดุ 3 ขอ้ คอื
1.
2.
3.

ขนั้ ตอนที่ 3 ดาเนินการแก้ปัญหา
สง่ิ ทน่ี กั เรยี นดาเนินการ คอื

ขนั้ ตอนที่ 4 ตรวจสอบและปรบั ปรุง
ผลของการตรวจสอบ คอื  มคี วามถกู ตอ้ ง  ไม่มคี วามถูกตอ้ ง
เพราะ
สง่ิ ทป่ี รบั ปรุง  มี  ไม่มี ถา้ มี คอื

วิชาคอมพิวเตอร์ ชอ่ื .................................................................................ช้นั .....................เลขท.่ี ..............

ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง การใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหา เฉลย

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ เลอื กปัญหาทก่ี าหนด กลมุ่ ละ 1 ปัญหา แลว้ ใชก้ ระบวนการแก้ปัญหาทงั้ 4 ขนั้ ตอน
จากนนั้ นาเสนอผลงานทห่ี น้าชนั้ เรยี น

ปัญหาติดเกม ปัญหาขีเ้ กียจอ่านหนังสือ

ปัญหาทาการบา้ นไมท่ นั ปัญหาผิดใจกบั เพื่อนสนิท
ขอ้ มลู /สารสนเทศ
ขนั้ ตอนที่ 1 วเิ คราะหแ์ ละกาหนดรายละเอยี ดของปัญหา

ประเดน็
1. อะไรคอื สงิ่ ทต่ี อ้ งการ

2. อะไรบา้ งทท่ี ราบแลว้

3. มเี งอ่ื นไขอะไรบา้ ง

4. ขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการเพม่ิ

5. แหลง่ ทจ่ี ะหาขอ้ มลู ได้

ขนั้ ตอนที่ 2 วางแผนการแกป้ ัญหา 6.
7.
ทางเลือก 8.
ท่ีสามารถ 9.
เป็ นไปได้ 10.

เรยี งลาดบั ทางเลอื กทส่ี ามารถนาไปปฏบิ ตั ไิ ดด้ ที ส่ี ุด 3 ขอ้ คอื
1.
2.
3.

ขนั้ ตอนท่ี 3 ดาเนินการแก้ปัญหา
สง่ิ ทน่ี กั เรยี นดาเนินการ คอื

ขนั้ ตอนที่ 4 ตรวจสอบและปรบั ปรุง

ผลของการตรวจสอบ คอื  มคี วามถูกตอ้ ง  ไม่มคี วามถกู ตอ้ ง
เพราะ
สงิ่ ทป่ี รบั ปรุง  มี  ไมม่ ี ถา้ มี คอื

(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ สมบูรณ์ชดั เจน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ บางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล

ชอ่ื ชนั้

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งว่าง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 การแสดงความคดิ เหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื
3 การทางานตามหน้าทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งว่าง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี ช่ือ – สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม
ของผ้รู บั การ ความคิดเหน็ ฟังคนอ่ืน ตามที่ได้รบั ส่วนร่วมใน 15
มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน
ประเมิน 321321 ผลงานกลุ่ม

321321 321

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ
เพลงชาติ
กษตั ริย์
1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น ใหค้ วามร่วมมอื ร่วมใจ ในการ
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต ทางานกบั สมาชกิ ในหอ้ งเรยี น

3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่
4. ใฝ่ เรียนรู้ โรงเรยี นและชุมชน

1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนกิ ชน

1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณียกจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม

สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พ่อแมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ นต่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซ่อื ตรง และเป็นแบบอยา่ งทด่ี แี ก่เพ่อื นด้าน

ความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และ

โรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั
มคี วามรบั ผดิ ชอบ
4.1 ตงั้ ใจเรยี น

4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น

4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยตี า่ งๆ

แหล่งการเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้

4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ต่อ)

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

5. อยู่อยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ คา่
6. มุ่งมนั ่ ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
ทางาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปันสงิ่ ของใหผ้ อู้ ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยครงั้
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครงั้

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ขอ้ เสนอแนะ ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย

ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง

บนั ทึกหลงั หน่วยการเรยี นร้อู ิงมาตรฐาน

ตอนที่ 1 นักเรยี นมคี วามรคู้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั ของหน่วยการเรยี นรู้
ตอ่ ไปน้ี ง 3.1 (ป.6/1)

 ดา้ นความรู้

(จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ )

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

สรปุ ผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจาหน่วยการเรียนรู้

 ระดบั คณุ ภาพดี จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ระดบั คุณภาพพอใช้ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ปัญหา/อุปสรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ขอ้ เสนอแนะ ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย

ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง

แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

คาชี้แจง ให้นักเรียนเลอื กคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดียว

1. แหลง่ ขอ้ มลู ใดทต่ี อ้ งใชต้ าและหใู นการรบั รู้ 7. ขอ้ มูลท่ดี มี ลี กั ษณะอย่างไร
ก. มคี วามยดื หยุ่น
ก. วทิ ยุ ข. ภาพวาด ข. มคี วามถูกต้อง แม่นยา
ค. สามารถเปล่ียนแปลงได้
ค. หนงั สอื พมิ พ์ ง. ภาพยนตร์ ง. มคี วามคลาดเคล่อื นได้เล็กน้อย

2. ขอ้ ใดจดั เป็นขอ้ มลู ตวั อกั ษร 8. กระบวนการแก้ปัญหาจะต้องเร่ิมจากขนั้ ตอนใด
เป็ น
ก. ราคาสนิ คา้ ข. คะแนนสอบ
อนั ดบั แรก
ค. หมายเลขโทรศพั ท์ ง. บนั ทกึ รายรบั -รายจ่าย ก. ดาเนินการแก้ปัญหา
ข. วางแผนการแก้ปัญหา
3. ขอ้ ใดเป็นขนั้ ตอนแรกในการค้นหาขอ้ มูล ค. ตรวจสอบและปรบั ปรุง
ก. กาหนดหวั ข้อ ข. รวบรวมข้อมูล ง. วเิ คราะห์และกาหนดรายละเอียดของปัญหา
ค. พจิ ารณาขอ้ มูล ง. เลอื กแหล่งข้อมูล
9. การจดั ลาดบั ความเป็นไปได้ของการแก้ปัญหา
4. บคุ คลในขอ้ ใดใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในชวี ติ อยู่ในขนั้ ตอนใดของกระบวนการแก้ปัญหา
ประจาวนั ก. ดาเนินการแก้ปัญหา
ก. อมุ้ อา่ นขา่ วหนงั สอื พมิ พร์ ายวนั ข. วางแผนการแก้ปัญหา
ข. อมั้ ใชโ้ ทรศพั ทเ์ คลอ่ื นทถ่ี ่ายรปู ค. ตรวจสอบและปรบั ปรุง
ค. ออ๋ มใชจ้ กั รยานปัน่ ไปตลาด ง. วเิ คราะห์และกาหนดรายละเอียดของปัญหา
ง. ออ้ นใชด้ นิ สอระบายสี
10. การใช้กระบวนการแก้ปัญหา มปี ระโยชน์อย่างไร
5. การรบั ข้อมูลในข้อใดไม่ใช่วธิ ีการท่ถี ูกต้อง ก. สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ
ข. สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองในทุกปัญหา
ก. การตวง ข. การนับ ค. สามารถวางแผนการแก้ปัญหาทุกอย่างได้
ง. สามารถสร้างเง่อื นไขในการแก้ปัญหาของ
ค. การสงั เกต ง. การคาดเดา
ตนเองได้
6. ขอ้ ใดเป็นขอ้ มูลจากแหล่งปฐมภูมิ
ก. ข้อมูลจากเคร่อื งอ่านแถบแม่เหล็ก
ข. ข้อมูลจากเอกสารเผยแพร่
ค. ข้อมูลจากใบปลิว
ง. ข้อมูลจากแผ่นพบั

1. ง 2. ค 3. ก 4. ข 5. ง ตวั ชี้วดั ง 3.1 ขอ้ 1
6. ก 7. ข 8. ง 9. ข 10. ก ได้คะแนน คะแนนเตม็

10

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 1 การคน้ หาขอ้ มูลในเครือ่ งคอมพวิ เตอร์

และซีดรี อม

เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การคน้ หาขอ้ มลู ในเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ และซดี รี อม จะต้องศกึ ษาขนั้ ตอนการใชจ้ งึ จะทาไดถ้ ูกตอ้ ง และไดข้ อ้ มูล
สะดวกรวดเรว็

2. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.6/2 ใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการคน้ หาขอ้ มลู

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธบิ ายขนั้ ตอนในการคน้ หาขอ้ มลู จากเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ และซดี รี อมได้
2) คน้ หาขอ้ มลู จากเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ และซดี รี อมได้

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

- การใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการคน้ หาขอ้ มลู เชน่ คน้ หาขอ้ มลู ในเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ คน้ หาขอ้ มลู จากซดี รี อม

3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 2) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู
4) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.1 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา
3) ทกั ษะการคดิ อย่างมเี หตผุ ล

4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้
2. ตรงต่อเวลา
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
4. ม่งุ มนั่ ในการทางาน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
 วิธีสอนแบบสาธิต

 นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง การใช้คอมพิวเตอรใ์ นการค้นหาข้อมลู

ขนั้ ท่ี 1 เตรยี มการสาธิต

สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : 1. ไฟลข์ อ้ มลู
2. ซดี รี อม
3. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

ครจู ดั เตรยี มการสาธติ คน้ หาขอ้ มลู ในเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ และการ
คน้ หาขอ้ มลู จากซดี รี อม

1) กาหนดจดุ ประสงคข์ องการสาธติ การคน้ หาขอ้ มลู ในเคร่อื ง
คอมพวิ เตอร์ และการคน้ หาขอ้ มลู จากซดี รี อม

2) เตรยี มความพรอ้ มของหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์ ไฟลข์ อ้ มลู
และซดี รี อม

3) ทดลองกระบวนการทจ่ี ะสาธติ การคน้ หาขอ้ มลู ในเคร่อื ง
คอมพวิ เตอร์ และการคน้ หาขอ้ มลู จากซดี รี อม

ขนั้ ที่ 2 สาธิต คาถามกระตุ้นความคิด

สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.6  หากนักเรยี นเกิดความสงสยั เกี่ยวกบั เนื้อหา
2. ไฟลข์ อ้ มลู ในหนังสือเรียน นักเรียนจะหาขอ้ มลู จาก
3. ซดี รี อม แหล่งความรใู้ ดได้บา้ ง
4. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่
8. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ในดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
9. นักเรยี นศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การคน้ หาขอ้ มลู ในเคร่อื งคอมพวิ เตอร์

และคน้ หาขอ้ มลู จากซดี รี อม จากหนังสอื เรยี น เพอ่ื เป็นขอ้ มลู
เบอ้ื งตน้ ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
10. ครแู จง้ ใหน้ ักเรยี นทราบวา่ ครจู ะสาธติ การใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการ
คน้ หาขอ้ มลู ดว้ ยวธิ กี าร ดงั น้ี
1) คน้ หาขอ้ มลู ในเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ 2) คน้ หาขอ้ มลู จากซดี รี อม
11. ครสู าธติ การคน้ หาขอ้ มลู ในเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ และจากซดี รี อม
ตามขนั้ ตอนทไ่ี ดก้ าหนดไว้ พรอ้ มอธบิ ายขนั้ ตอนการคน้ หาขอ้ มลู
ประกอบการสาธติ
12. นกั เรยี นฝึกคน้ หาขอ้ มลู ตามตวั อยา่ งทค่ี รสู าธติ โดยครสู งั เกตการ
คน้ หาขอ้ มลู ของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล

ขนั้ ท่ี 3 สรปุ การสาธิต คาถามกระต้นุ ความคิด

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : 1. ไฟลข์ อ้ มลู  การคน้ หาข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์
2. ซดี รี อม มปี ระโยชน์อย่างไร
3. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
(ชว่ ยใหก้ ารคน้ หาขอ้ มลู ไดส้ ะดวก รวดเรว็
1. ครตู งั้ คาถามใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั อธบิ าย หรอื ตอบคาถาม เช่น และไดข้ อ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ ง)
- การคน้ หาขอ้ มลู โดยใชม้ มุ มอง (View) มปี ระโยชน์อย่างไร
- หากตอ้ งการดรู ายละเอยี ดในไดรฟ์ แบบเรยี งลาดบั จะสามารถ
คน้ หาจากการใชม้ มุ มองใด
- การคน้ หาขอ้ มลู จากซดี รี อม มวี ธิ กี ารอยา่ งไร

2. ครตู รวจสอบคาอธบิ าย หรอื คาตอบของนักเรยี น จากนนั้ อธบิ าย
เพม่ิ เตมิ ในสว่ นทบ่ี กพรอ่ งใหน้ ักเรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจมากยง่ิ ขน้ึ

3. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ขนั้ ตอนการสาธติ การใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการ
คน้ หาขอ้ มลู ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ ดงั น้ี
1) คน้ หาขอ้ มลู ในเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
2) คน้ หาขอ้ มลู จากซดี รี อม

ขนั้ ท่ี 4 วดั ผลประเมินผล

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : 1. ใบงานท่ี 1.1
2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
2. นักเรยี นทาใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง การคน้ หาข้อมลู ในคอมพิวเตอร์

เมอ่ื นกั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเสรจ็ แลว้ ครตู รวจผลงานของ
นักเรยี นทเ่ี ครอ่ื งคอมพวิ เตอร์

7. การวดั และประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์

วิธีการ แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 ใบงานท่ี 1.1
ตรวจใบงานท่ี 1.1 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ ตรงต่อเวลา มคี วามรบั ผดิ ชอบ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
และมุ่งมนั ่ ในการทางาน

8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สือ่ การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.6
2) ไฟลข์ อ้ มลู
3) ซดี รี อม
4) ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง การคน้ หาขอ้ มลู ในคอมพวิ เตอร์

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

- หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

ใบงานที่ 1.1 เรื่อง การคน้ หาขอ้ มูลในคอมพวิ เตอร์

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทก่ี าหนด
1. คน้ หาขอ้ มลู ในเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ โดยจาแนกตามไดรฟ์ ทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มลู
2. เขยี นบนั ทกึ ขนั้ ตอนการคน้ หาขอ้ มลู ในเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
3. บนั ทกึ ลงในโฟลเดอรช์ อ่ื – นามสกุลของตนเอง วางบนหน้าเดสกท์ อ็ ป

วิชาคอมพิวเตอร์ ชอื่ .................................................................................ช้นั .....................เลขท.่ี ..............

ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง การคน้ หาขอ้ มูลในคอมพวิ เตอร์ เฉลย

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทก่ี าหนด

1. คน้ หาขอ้ มลู ในเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ โดยจาแนกตามไดรฟ์ ทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มลู
2. เขยี นบนั ทกึ ขนั้ ตอนการคน้ หาขอ้ มลู ในเคร่อื งคอมพวิ เตอร์
3. บนั ทกึ ลงในโฟลเดอรช์ ่อื – นามสกลุ ของตนเอง วางบนหน้าเดสกท์ อ็ ป

(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี ชื่อ – สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ ของ รวม
ของผรู้ บั การ ทางาน รบั ผิดชอบ เวลา เรยี บรอ้ ย งาน 15
คะแนน
ประเมิน 321 321 321 321 321

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ
เพลงชาติ
กษตั ริย์
1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต ทางานกบั สมาชกิ ในหอ้ งเรยี น

3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่
4. ใฝ่ เรียนรู้ โรงเรยี นและชมุ ชน

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อย่างทด่ี ขี องศาสนกิ ชน

1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ช่นื ชมในพระราชกรณียกจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม

สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พ่อแมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผอู้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง และเป็นแบบอยา่ งทด่ี แี กเ่ พ่อื นดา้ น

ความซ่อื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และ

โรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั
มคี วามรบั ผดิ ชอบ
4.1 ตงั้ ใจเรยี น

4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น

4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยตี ่างๆ

แหลง่ การเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ทเ่ี รยี นรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้

4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ต่อ)

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณค่า
6. มงุ่ มนั ่ ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
ทางาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปันสง่ิ ของใหผ้ อู้ ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยครงั้
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครงั้

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ขอ้ เสนอแนะ ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย

ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 2 การคน้ หาขอ้ มูลจากอินเทอรเ์ นต็

เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การคน้ หาขอ้ มลู จากเวบ็ ไซต์ และการบนั ทกึ ขอ้ มลู อย่างเป็นระบบ จะชว่ ยใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทร่ี วดเรว็ และสามารถนาไปใช้
ประโยชน์ไดง้ า่ ย

2. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.6/2 ใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการคน้ หาขอ้ มลู

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธบิ ายขนั้ ตอนในการคน้ หาขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ ได้
2) คน้ หาขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ น็ตได้

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

- การใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการคน้ หาขอ้ มลู เช่น คน้ หาขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็

3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 2) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู
4) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.1 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา
3) ทกั ษะการคดิ อย่างมเี หตุผล

4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้
2. ตรงตอ่ เวลา
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
4. มุ่งมนั่ ในการทางาน


Click to View FlipBook Version