The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่ม-แผนการสอนเทคโนโลยีฯ ป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s.aekapop, 2021-10-24 08:52:17

รวมเล่ม-แผนการสอนเทคโนโลยีฯ ป.6

รวมเล่ม-แผนการสอนเทคโนโลยีฯ ป.6

Keywords: แผนการสอนเทคโนโลยีฯ ป.6

6. กิจกรรมการเรยี นรู้ คาถามกระต้นุ ความคิด

 วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ  นักเรียนคิดว่า คอมพิวเตอรม์ ีประโยชน์
ต่อการเรยี นของนักเรียนหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น
แหล่งการเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์ ดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

13. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
14. ครถู ามนกั เรยี นวา่ หากนกั เรยี นตอ้ งการขอ้ มลู เกย่ี วกบั การทาลกู ชบุ

นักเรยี นจะหาขอ้ มลู ไดจ้ ากแหลง่ ขอ้ มลู ใดบา้ ง แลว้ ยกตวั อย่าง
พรอ้ มอธบิ ายวธิ กี ารหาขอ้ มลู ประกอบ
15. ครเู สนอแนะวธิ กี ารคน้ หาขอ้ มลู การทาลูกชุบ จากเวบ็ ไซต์ Google
Yahoo แลว้ ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การคน้ หาขอ้ มลู จาก
อนิ เทอรเ์ นต็ จากหนงั สอื เรยี น เพ่อื เป็นขอ้ มลู เบอ้ื งตน้ ในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรม
16. ครแู จง้ ใหน้ กั เรยี นทราบวา่ ครจู ะสาธติ การใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการ
คน้ หาขอ้ มลู การทาลูกชบุ จากอนิ เทอรเ์ น็ต โดยใชเ้ วบ็ ไซต์ Google
17. ครสู าธติ การใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการคน้ หาขอ้ มลู การทาลกู ชุบจาก
อนิ เทอรเ์ นต็ พรอ้ มบนั ทกึ ขอ้ มลู และอธบิ ายขนั้ ตอนการคน้ หา
ขอ้ มลู ประกอบการสาธติ

ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ

แหลง่ การเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

1. นักเรยี นฝึกคน้ หาขอ้ มลู การทาลกู ชบุ จากอนิ เทอรเ์ น็ตโดยใชเ้ วบ็ ไซต์
Google ตามแบบทค่ี รสู าธติ โดยครสู งั เกตการคน้ หาขอ้ มลู ของ
นักเรยี น

2. นักเรยี นตรวจสอบผลการคน้ หาขอ้ มลู ของตนเอง โดยเปรยี บเทยี บ
กบั เพ่อื น และครชู ว่ ยตรวจสอบ

3. ครสู อบถามเกย่ี วกบั ปัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมคน้ หา
ขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ โดยใชเ้ วบ็ ไซต์ Google เพ่อื เสนอแนะแนว
ทางการแกป้ ัญหาทถ่ี กู ตอ้ งและเหมาะสม

ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไม่มีแบบ

แหลง่ การเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

1. นกั เรยี นคน้ หาขอ้ มลู การทาลกู ชบุ จากอนิ เทอรเ์ นต็ โดยใชเ้ วบ็ ไซต์
Google โดยครกู าหนดขอ้ มลู เพม่ิ เตมิ ดงั น้ี
1) ส่วนประกอบในการทาลกู ชบุ
2) วธิ ที าหรอื ขนั้ ตอน
3) ภาพประกอบ (ภาพขนั้ ตอนการทาลกู ชุบ ส่วนประกอบ ลกู ชุบ)

2. ครสู งั เกตการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมของนกั เรยี น จากนนั้ ใหบ้ นั ทกึ ขอ้ มลู
ลงในโฟลเดอร์ ช่อื -นามสกุล ตนเอง วางไวห้ น้าเดสกท์ อ็ ปและ
ใน My Document

ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กทาให้ชานาญ

สอ่ื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 2.1

1. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ขนั้ ตอน และวธิ กี ารคน้ หาขอ้ มลู จาก
อนิ เทอรเ์ น็ต

2. ครใู หน้ กั เรยี นทาใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง ตานานดอกกหุ ลาบ
เสรจ็ แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู ลงในแผน่ ซดี สี ง่ ครู

 ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสบื ค้นข้อมูลจากอินเทอรเ์ น็ตเร่อื งที่สนใจ 1 เรือ่ ง แล้วจดั ทาเป็นรปู เล่มรายงาน
โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) การใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการคน้ หาขอ้ มลู
2) การรวบรวมขอ้ มลู
3) การสรุปขอ้ มลู
4) การจดั ทารายงาน

 นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง การใช้คอมพิวเตอรใ์ นการค้นหาข้อมูล

7. การวดั และประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑ์

วิธีการ ใบงานท่ี 2.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 2.1 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ ตรงตอ่ เวลา มคี วามรบั ผดิ ชอบ
และมงุ่ มนั ่ ในการทางาน แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 แบบประเมนิ รายงานเร่อื งทส่ี นใจจากการสบื คน้ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจรายงานเร่อื งทส่ี นใจจากการสบื คน้ ขอ้ มลู ขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็
จากอนิ เทอรเ์ น็ต

8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.6
2) ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง ตานานดอกกหุ ลาบ

8.2 แหลง่ การเรียนรู้

- หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

การประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินรายงานเรื่องที่สนใจจากการสบื คน้ ขอ้ มูลจากอินเทอรเ์ นต็

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32

1 การใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการคน้ หาขอ้ มลู

2 การรวบรวมขอ้ มลู

3 การสรุปขอ้ มลู

4 การจดั ทารายงาน

รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน 3
2
ดี = 1
พอใช้ =
ปรบั ปรงุ =

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
10 - 12 ดี
6-9
ต่ากว่า 6 พอใช้
ปรบั ปรุง

ใบงานที่ 2.1 เรื่อง ตานานดอกกุหลาบ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นสบื คน้ ขอ้ มลู เรอ่ื ง ตานานดอกกุหลาบ จากเวบ็ ไซต์ Google Yahoo หรอื เวบ็ ไซตอ์ ่นื ๆ
แลว้ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทก่ี าหนด

1. รวบรวมขอ้ มลู และสรุปความรู้
2. หาภาพประกอบ
3. บนั ทกึ ขอ้ มลู ลงในโฟลเดอร์ ตานานดอกกหุ ลาบ ผลงานของ (ช่อื – นามสกลุ ของนกั เรยี น)
4. บนั ทกึ ลงในโฟลเดอรห์ น้าเดสกท์ อ็ ป และใน My Document

วชิ าคอมพวิ เตอร์ ชื่อ.................................................................................ชน้ั .....................เลขท่ี...............

ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง ตานานดอกกุหลาบ เฉลย

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นสบื คน้ ขอ้ มลู เร่อื ง ตานานดอกกุหลาบ จากเวบ็ ไซต์ Google Yahoo หรอื เวบ็ ไซตอ์ ่นื ๆ
แลว้ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทก่ี าหนด

1. รวบรวมขอ้ มลู และสรุปความรู้
2. หาภาพประกอบ
3. บนั ทกึ ขอ้ มลู ลงในโฟลเดอร์ ตานานดอกกหุ ลาบ ผลงานของ (ช่อื – นามสกุล ของนกั เรยี น)
4. บนั ทกึ ลงในโฟลเดอรห์ น้าเดสกท์ อ็ ป และใน My Document

(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งว่าง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง
3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
4 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม
5 การตรงตอ่ เวลา

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ สมบูรณ์ชดั เจน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ บางส่วน

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี ชื่อ – สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ ของ รวม
ของผรู้ บั การ ทางาน รบั ผิดชอบ เวลา เรียบรอ้ ย งาน 15
คะแนน
ประเมิน 321 321 321 321 321

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี ช่ือ – สกลุ การแสดง การยอมรบั การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม
ของผ้รู บั การ ความคิดเหน็ ฟังคนอ่ืน ตามที่ได้รบั ส่วนร่วมใน 15
มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน
ประเมิน 321321 ผลงานกลุ่ม

321321 321

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
ต่ากวา่ 8 พอใช้
ปรบั ปรงุ

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องว่าง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ
เพลงชาติ
กษตั ริย์
1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการ
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต ทางานกบั สมาชกิ ในหอ้ งเรยี น

3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ
4. ใฝ่ เรียนรู้ โรงเรยี นและชุมชน

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนิกชน

1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ ช่นื ชมในพระราชกรณียกจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม

สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พ่อแมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผอู้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง และเป็นแบบอย่างทด่ี แี ก่เพ่อื นดา้ น

ความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และ

โรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั
มคี วามรบั ผดิ ชอบ
4.1 ตงั้ ใจเรยี น

4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น

4.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยตี า่ งๆ

แหลง่ การเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ ่อื ไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้

4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งว่าง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณคา่
6. มุ่งมนั ่ ในการ 5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
ทางาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสง่ิ ของใหผ้ อู้ น่ื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยครงั้
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครงั้

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ขอ้ เสนอแนะ ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย

ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง

บนั ทึกหลงั หน่วยการเรยี นร้อู ิงมาตรฐาน

ตอนท่ี 1 นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั ของหน่วยการเรยี นรู้
ตอ่ ไปน้ี ง 3.1 (ป.6/2)

 ดา้ นความรู้

(จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ )

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

สรปุ ผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจาหน่วยการเรียนรู้

 ระดบั คณุ ภาพดี จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ระดบั คณุ ภาพพอใช้ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ระดบั คุณภาพปรบั ปรงุ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ปัญหา/อุปสรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ขอ้ เสนอแนะ ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย

ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง

แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

คาชี้แจง ให้นักเรียนเลอื กคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว

1. คอมพวิ เตอร์จะสามารถบรรจุข้อมูลได้จานวนมาก 5. เวบ็ ไซต์ที่ได้รบั ความนิยมมากที่สุดในการค้นหา
หรอื น้อยข้นึ อยู่กบั ข้อใด
ก. ขนาดหน้าจอ ขอ้ มูล
ข. ขนาดเคร่อื ง
ค. ความจุฮาร์ดดิสก์ คอื เวบ็ ไซต์ใด
ง. ลกั ษณะของการทาสาเนาขอ้ มูล
ก. เว็บไซต์ Ask
2. หากต้องการดูองค์ประกอบคอมพวิ เตอร์ว่ามี
ไดรฟ์ อะไรบ้าง โดยเรยี งลาดบั ตามรายช่อื ไดร์ฟ ข. เว็บไซต์ Yahoo
จะต้อง
ค. เว็บไซต์ Google
ใช้มุมมองใด
ก. การใช้มุมมอง List ง. เวบ็ ไซต์ Looksmart
ข. การใช้มุมมอง Icons
ค. การใช้มุมมอง Tiles 6. คาค้นในข้อใดที่มคี วามหมายแคบ หรอื เจาะจง
ง. การใช้มุมมอง Thumbnails
3. กรณีท่ีจาช่อื และแหล่งเก็บข้อมูลไม่ได้เลย จะมี มากท่ีสุด
วธิ กี ารค้นหาขอ้ มูลในคอมพวิ เตอร์อย่างไร เพ่อื ให้
สะดวกรวดเรว็ มากท่สี ุด ก. ผลไม้
ก. ค้นหาผ่านมุมมอง List
ข. ค้นโดยเปิดหน้าต่างทุกไดร์ฟ ข. มะม่วง
ค. ค้นผ่านตวั ช่วยค้นหา Search
ง. ค้นหาโดยดบั เบิลคลิกท่ีไดรฟ์ เก็บขอ้ มูล ค. มะม่วงเขยี วเสวย
4. เพราะเหตุใดจึงนิยมบันทึกข้อมูลลงในซีดีรอม
ก. เพราะเปิดค้นหาจากคอมพวิ เตอร์ได้ง่าย ง. ผลไม้ท่ีรบั ประทานกบั ข้าวเหนียวมูน
ข. เพราะเก็บข้อมูลได้เป็นจานวนมากและมี
ราคาถูก 7. คาค้นหรอื คาท่ีใช้ในการค้น ควรเป็นคาประเภทใด
ค. เพราะสามารถจดั เก็บข้อมูลได้อย่างปลอดภยั
และคงทน ก. คานาม ข. คากรยิ า
ง. เพราะมอี ายุการใช้งานสนั้ ใช้ง่าย และสะดวก
ค. คาคุณศพั ท์ ง. คาสนั ธาน
รวดเรว็ ในการค้นหาข้อมูล
8. คาค้นในข้อใดเห็นคากริยา

ก. ตา ข. หวิ

ค. มะขาม ง. ขนมปัง

9. หากต้องการค้นหาข้อมูลที่เจาะจงเฉพาะเร่อื งราว

เก่ยี วกบั สรรพคุณว่านห่างจระเข้ ควรใส่

เคร่อื งหมายใด

ก. ว่านหางจระเข้

ข. “ว่านหางจระเข”้

ค. ว่านหางจระเข้ - สรรพคุณ

ง. ว่านหางจระเข้ + สรรพคุณ

10. หากค้นหาคาว่า เพลงไทย* จะไม่ปรากฏขอ้ มูลใน

ข้อใด

ก. เพลงไทยเดิม ข. เพลงไทยสากล

ค. เพลงไทยลูกทุ่ง ง. เพลงสากลร่วมสมยั

1. ค 2. ก 3. ค 4. ข 5. ค ตวั ชี้วดั ง 3.1 ข้อ 2
6. ค 7. ก 8. ข 9. ง 10. ง ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 1 การจดั การขอ้ มูลและสารสนเทศ

เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การเกบ็ รกั ษาขอ้ มลู อย่างถกู วธิ ใี นรปู แบบการจดั เกบ็ ขอ้ มลู แบบต่างๆ จะทาใหข้ อ้ มลู คงอยแู่ ละสามารถนาขอ้ มลู มาใช้
ประโยชน์ไดอ้ ยา่ งสะดวกและรวดเรว็

2. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.6/3 เกบ็ รกั ษาขอ้ มลู ทเ่ี ป็นประโยชน์ในรปู แบบต่างๆ

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) บอกวธิ กี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศในรปู แบบตา่ งๆ ได้
2) เลอื กใชอ้ ุปกรณ์ในการจดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศได้เหมาะสม

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

 การเกบ็ รกั ษาขอ้ มลู ในรปู แบบตา่ งๆ
- สาเนาถาวร เช่น เอกสาร แฟ้มสะสมงาน
- สอ่ื บนั ทกึ เช่น เทป แผน่ บนั ทกึ ซดี รี อม หน่วยความจาแบบแฟลช

3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น

4.1 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู
2) ทกั ษะการประเมนิ
3) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้

4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. ตรงตอ่ เวลา
4. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
1. ใฝ่เรยี นรู้
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ

(ช่ัวโมงที่ 1)

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
 วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการเรียนความร้คู วามเขา้ ใจ

ชวั่ โมงที่ 1

 นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรือ่ ง การจดั การข้อมูลและสารสนเทศ

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต ตระหนัก

สอ่ื การเรยี นรู้ : บตั รภาพ คาถามกระตุ้นความคิด

1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ  นักเรียนคิดว่า การเกบ็ ข้อมูลดว้ ยวิธีใด
2. ครนู าบตั รภาพมาส่มุ แจกใหน้ ักเรยี น แลว้ ใหน้ กั เรยี นทไ่ี ดร้ บั บตั ร- ที่จะปลอดภยั มากท่ีสดุ เพราะเหตุใด

ภาพบอกช่อื อปุ กรณ์ของบตั รภาพทไ่ี ดร้ บั พรอ้ มกบั อธบิ ายลกั ษณะ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่
ของการใชง้ าน ในดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
3. นกั เรยี นคนอน่ื ๆ ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนนั้ ครอู ธบิ ายให้
นักเรยี นทราบวา่ อุปกรณ์ทอ่ี ยใู่ นบตั รภาพดงั กลา่ ว เป็นอปุ กรณ์
เทคโนโลยที ใ่ี ชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศ
4. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจเกย่ี วกบั ประโยชน์และตระหนกั ถงึ
ความสาคญั ในการจดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศเพ่อื นามาใช้
ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั
5. นักเรยี นรวมกลุ่มกนั ตามความสมคั รใจ กล่มุ ละ 3 คน เพ่อื
ร่วมกนั ศกึ ษาคน้ ควา้ ความรเู้ รอ่ื ง การจดั การขอ้ มลู และสารสนเทศ
จากหนังสอื เรยี น และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ ในประเดน็ ทก่ี าหนด
ดงั น้ี
1) การรวบรวมขอ้ มลู
2) การตรวจสอบขอ้ มลู
3) การประมวลผลขอ้ มลู ใหเ้ ป็นสารสนเทศ
4) การเกบ็ รกั ษาขอ้ มลู และสารสนเทศ

ขนั้ ท่ี 2 วางแผนปฏิบตั ิ

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.6
2. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั วางแผนการศกึ ษาคน้ ควา้ ความรเู้ รอ่ื ง
การจดั การขอ้ มลู และสารสนเทศ ในประเดน็ ทก่ี าหนด

(ชั่วโมงที่ 2) คาถามกระต้นุ ความคิด

ขนั้ ที่ 3 ลงมือปฏิบตั ิ  ถ้านักเรยี นจดั ทาสาเนาข้อมูล นักเรียน
มีหลกั ในการจดั ทาอย่างไร
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : 1. หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.6
2. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่
ในดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มศกึ ษาคน้ ควา้ ความรเู้ รอ่ื ง การจดั การขอ้ มลู และ
สารสนเทศ ในประเดน็ ทก่ี าหนด ตามทไ่ี ดว้ างแผนร่วมกนั ไว้

ชวั่ โมงที่ 2

ขนั้ ท่ี 4 พฒั นาความรู้ ความเข้าใจ

ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 1.1

1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สรุปความรเู้ รอ่ื ง การจดั การขอ้ มลู และสารสนเทศ
ตามลาดบั ประเดน็ ทก่ี าหนด ดงั น้ี
1) การรวบรวมขอ้ มลู
2) การตรวจสอบขอ้ มลู
3) การประมวลผลขอ้ มลู ใหเ้ ป็นสารสนเทศ
4) การเกบ็ รกั ษาขอ้ มลู และสารสนเทศ

2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มคดั เลอื กตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอผลการ
สรปุ ความรทู้ ห่ี น้าชนั้ เรยี น

3. ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง และอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ในสว่ นทบ่ี กพร่อง
เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจมากยงิ่ ขน้ึ

4. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ทาใบงานท่ี 1.1 เรื่อง การจดั เกบ็ ข้อมูล
และสารสนเทศ

ขนั้ ท่ี 5 สรปุ

สอ่ื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 1.1

1. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
2. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลงาน

ในใบงานท่ี 1.1 หน้าชนั้ เรยี น
3. ครชู มเชยเพอ่ื เสรมิ กาลงั ใจ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ประโยชน์

ทไ่ี ดร้ บั จากการจดั การขอ้ มลู และสารสนเทศ

 ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกแบบแผนภมู ิแสดงวิธีการจดั เกบ็ ข้อมูลในรปู แบบต่างๆ

โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) การอธบิ ายวธิ จี ดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศในรปู แบบตา่ งๆ
2) การเลอื กใชอ้ ปุ กรณ์ในการจดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศ
3) การออกแบบแผนภูมิ

 นักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรือ่ ง การจดั การข้อมูลและสารสนเทศ

7. การวดั และประเมินผล

วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์
แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ใบงานท่ี 1.1 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจใบงานท่ี 1.1 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ ตรงต่อเวลา มคี วามรบั ผดิ ชอบ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
และมุ่งมนั ่ ในการทางาน แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 แบบประเมนิ แผนภมู แิ สดงวธิ กี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู
ตรวจแผนภมู แิ สดงวธิ กี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู ในรปู แบบตา่ งๆ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ในรปู แบบต่างๆ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรียนรู้

1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.6
2) บตั รภาพ
3) ใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง การจดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศ

8.2 แหลง่ การเรียนรู้

 แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/it/index.html

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมนิ แผนภูมแิ สดงวิธีการจดั เก็บขอ้ มูลในรูปแบบต่างๆ

ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32

1 การอธบิ ายวธิ จี ดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศใน
รปู แบบต่างๆ

2 การบอกความสาคญั และประโยชน์ของการจดั เกบ็
ขอ้ มลู และสารสนเทศ

3 การออกแบบแผนภูมิ

รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน 3
2
ดี = 1
พอใช้ =
ปรบั ปรงุ =

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
8-9 ดี
5-7
พอใช้
ต่ากว่า 5 ปรบั ปรุง

บตั รภาพ 

ภาพที่ 1 ภาพท่ี 2
ภาพท่ี 3 ภาพที่ 4
ภาพท่ี 5 ภาพท่ี 6

ใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง การจดั เก็บขอ้ มูลและสารสนเทศ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ จดั ทาขอ้ มลู และนามาประมวลผลเป็นสารสนเทศ โดยเกบ็ ขอ้ มูลสว่ นตวั ของนกั เรยี น
ในหอ้ งเรยี น แลว้ บนั ทกึ ผลและนาเสนอผลงานโดยใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอรท์ เ่ี หมาะสม

ชื่อ – สกลุ วนั /เดือน/ปี เกิด อายุ น้าหนัก ส่วนสูง

➢ วธิ กี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศ

➢ ความสาคญั ของการจดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศ

➢ สอ่ื บนั ทกึ ทเ่ี ลอื กใช้ คอื เพราะ

วชิ าคอมพิวเตอร์ ชอ่ื .................................................................................ชั้น.....................เลขท.่ี ..............

ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง การจดั เกบ็ ขอ้ มูลและสารสนเทศ เฉลย

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มจดั ทาขอ้ มูลและนามาประมวลผลเป็นสารสนเทศ โดยเกบ็ ขอ้ มูลสว่ นตวั ของนกั เรยี น
ในหอ้ งเรยี น แลว้ บนั ทกึ ผลและนาเสนอผลงานโดยใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอรท์ เ่ี หมาะสม

ชื่อ – สกลุ วนั /เดือน/ปี เกิด อายุ น้าหนัก ส่วนสงู

➢ วธิ กี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศ

➢ ความสาคญั ของการจดั เกบ็ ขอ้ มลู และสารสนเทศ

➢ สอ่ื บนั ทกึ ทเ่ี ลอื กใช้ คอื เพราะ

(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งว่าง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
3 ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ สมบูรณ์ชดั เจน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ บางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ ช่ือ – สกลุ ความมวี ินัย ความมีน้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม
ของผ้รู บั การ 321 เอื้อเฟื้ อ ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ เวลา 15
เสียสละ คะแนน
ประเมิน 321321 321
321

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
ต่ากวา่ 8 พอใช้
ปรบั ปรุง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่

ชอ่ื กลุม่ ชนั้

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 การแบ่งหน้าทก่ี นั อย่างเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจช่วยเหลอื กนั

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
ต่ากวา่ 8 พอใช้
ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ
เพลงชาติ
กษตั ริย์
1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการ
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต ทางานกบั สมาชกิ ในหอ้ งเรยี น

3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ
4. ใฝ่ เรียนรู้ โรงเรยี นและชมุ ชน

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนกิ ชน

1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ช่นื ชมในพระราชกรณียกจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม

สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ นต่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง และเป็นแบบอย่างทด่ี แี กเ่ พอ่ื นดา้ น

ความซ่อื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และ

โรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั
มคี วามรบั ผดิ ชอบ
4.1 ตงั้ ใจเรยี น

4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น

4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยตี ่างๆ

แหล่งการเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ทเ่ี รยี นรู้ สรุปเป็นองคค์ วามรู้

4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ณุ ค่า
6. มงุ่ มนั ่ ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
ทางาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบ่งปันสง่ิ ของใหผ้ อู้ ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยครงั้
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครงั้

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ขอ้ เสนอแนะ ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย

ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง

บนั ทึกหลงั หน่วยการเรียนรอู้ ิงมาตรฐาน

ตอนท่ี 1 นักเรยี นมคี วามรคู้ วามสามารถตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั ของหน่วยการเรยี นรู้
ต่อไปน้ี ง 3.1 (ป.6/3)

 ดา้ นความรู้

(จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ )

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

สรปุ ผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจาหน่วยการเรยี นรู้

 ระดบั คณุ ภาพดี จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ระดบั คณุ ภาพพอใช้ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ระดบั คณุ ภาพปรบั ปรงุ จานวน คน คดิ เป็นรอ้ ยละ

 ปัญหา/อุปสรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ขอ้ เสนอแนะ ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย

ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง

แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3

คาชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว

1. ขอ้ ใดจดั เป็นข้อจากัดของข้อมูลท่ไี ด้จากเว็บไซต์ 7. การนาเสนอข้อมูลสารสนเทศในขอ้ ใดท่งี ่ายต่อการ
ก. นาเสนอข้อมูลด้วยส่อื ท่หี ลากหลาย เปรียบเทียบขอ้ มูล หรือการตัดสินใจ
ข. ติดต่อส่ือสารขอ้ มูลกันโดยไม่มขี ดี จากัด ก. การนาเสนอข้อมูลแบบตาราง
ค. มีความรวดเร็วในการนาเสนอผลงาน ข. การนาเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ
ง. ขอ้ มูลมจี านวนมหาศาล และคดั กรองได้ง่าย ค. การนาเสนอด้วยการแสดงรูปภาพ
ง. การนาเสนอด้วยการเขยี นรายงานแบบบรรยาย
2. การตรวจสอบข้อมูลในเร่อื งเดียวกนั ควรจะปฏิบตั ิ
อย่างไร 8. การบันทกึ เว็บไซต์ ไว้ใน My Favorite มีประโยชน์
ก. เลือกข้อมูลท่เี พ่ือนเลือกตรงกัน อย่างไร
ข. เลือกขอ้ มูลท่ีเกิดข้นึ ในปัจจุบนั ก. ค้นหาข้อมูลท่ใี ช้บ่อยๆ ได้สะดวก
ค. เลือกข้อมูลท่มี แี หล่งอ้างอิง มีความน่าเช่ือถือ ข. คดั ลอกขอ้ มูลได้เป็นจานวนมาก
ง. เลือกข้อมูลท่แี ปลมาจากภาษาต่างประเทศ ค. ค้นหาข้อมูลท่ีเป็นปัจจุบนั ได้ง่าย
ง. คดั กรองขอ้ มูลได้ง่าย
3. ข้อใดเป็นการบนั ทกึ ข้อมูลในหน่วยความจาจากเคร่ือง
9. ขอ้ ใดเป็นหวั ใจสาคญั ของการจดั เก็บข้อมูลสารสนเทศ
คอมพิวเตอร์ ก. จดั เก็บให้มีปรมิ าณมากท่สี ุด
ข. จดั เก็บขอ้ มูลเก่าๆ ให้ได้มากท่สี ุด
ก. Floppy Disk ข. Flash Drive ค. จดั เก็บข้อมูลให้เป็นระบบ และนามาใช้ได้ง่าย
ง. จดั เก็บขอ้ มูลโดยการทาสาเนาถาวรด้วยพิมพ์
ค. CD - ROM ง. Hard Disk เป็ นเอกสาร

4. อุปกรณ์ในการจดั เก็บขอ้ มูลในขอ้ ใดท่ไี ม่นิยมใช้ใน 10. การประมวลผลขอ้ มูลในขนั้ ตอน Input มลี กั ษณะ
อย่างไร
ปัจจุบนั ก. รวบรวมขอ้ มูลเพ่อื รอประมวลผล
ข. นาขอ้ มูลท่ไี ด้รบั มาประมวลผล
ก. แผ่นซีดี ข. แผ่นดิสก์ ค. เรียงลาดบั หรือเปรียบเทยี บข้อมูล
ง. ประมวลผลให้อยู่ในรูปของตารางหรอื แผนภูมิ
ค. ฮาร์ดดิสก์ ง. แฟลชไดร์ฟ

5. อุปกรณ์ในการจดั เก็บขอ้ มูลในขอ้ ใดท่ีสามารถถ่ายโอน

ได้ง่ายและพกพาสะดวก

ก. แผ่นซีดี ข. แผ่นดิสก์

ค. ฮาร์ดดิสก์ ง. แฟลชไดร์ฟ

6. เทป เป็นอุปกรณ์ในการจดั เก็บขอ้ มูลประเภทใด

ก. ข้อมูลเสียง ข. ขอ้ มูลภาพ

ค. ขอ้ มูลภาพและเสยี ง ง. ขอ้ มูลตัวอกั ษร

1. ง 2. ค 3. ง 4. ข 5. ง ตวั ชี้วดั ง 3.1 ข้อ 3
6. ก 7. ข 8. ก 9. ค 10. ก ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็

10

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 1 หลกั การทางานเบ้ อื งตน้ ของโปรแกรม

ไมโครซอฟตเ์ อ็กเซล

เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การใชง้ านโปรแกรมไมโครซอฟต์เอก็ เซล (2007) จะตอ้ งศกึ ษาหลกั การทางานและสว่ นประกอบของโปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007) ใหเ้ ขา้ ใจเพอ่ื ทจ่ี ะสามารถใชใ้ นการนาเสนอผลงานทางคอมพวิ เตอรไ์ ดเ้ หมาะสมและน่าสนใจ

2. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.6/4 นาเสนอขอ้ มลู ในรปู แบบทเ่ี หมาะสมโดยเลอื กใชซ้ อฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) เลอื กใชซ้ อฟตแ์ วรป์ ระยุกตไ์ ดเ้ หมาะสมกบั ขอ้ มลู ทจ่ี ะนาเสนอ
2) บอกสว่ นประกอบของโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007) ได้

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

1) การจดั ทาขอ้ มลู เพอ่ื การนาเสนอตอ้ งพจิ ารณารูปแบบของขอ้ มลู ใหเ้ หมาะสมกบั การสอ่ื ความหมายทเ่ี ขา้ ใจงา่ ย
และชดั เจน เช่น กราฟ ตาราง แผนภาพ รปู ภาพ

2) การใชซ้ อฟตแ์ วรน์ าเสนอ เช่น การสรา้ งสไลด์ การตกแตง่ สไลด์ การกาหนดเทคนิคพเิ ศษในการนาเสนอ
3) การเลอื กใชซ้ อฟตแ์ วรป์ ระยุกตใ์ หเ้ หมาะสมกบั รูปแบบการนาเสนอ เช่น นาเสนอรายงานเอกสารโดยใช้

ซอฟตแ์ วรป์ ระมวลคา นาเสนอแบบบรรยายโดยใชซ้ อฟตแ์ วรน์ าเสนอ

3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน 2) ทกั ษะการจาแนกประเภท
4) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.1 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู
3) ทกั ษะการประเมนิ

4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ตรงตอ่ เวลา
4. มุง่ มนั่ ในการทางาน
1. ใฝ่เรยี นรู้
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
 วิธีสอนแบบบรรยาย

 นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 เรือ่ ง การนาเสนอข้อมลู โดยใช้โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล

ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : — คาถามกระต้นุ ความคิด

1. ครใู หน้ กั เรยี นยกตวั อย่างวา่ นกั เรยี นสามารถนาเสนอขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ าก  นักเรยี นทราบหรือไม่วา่ การนาเสนอขอ้ มลู
การเรยี นโดยวธิ ใี ดไดบ้ า้ ง แตล่ ะวธิ มี ขี อ้ ดแี ละขอ้ เสยี อยา่ งไร เช่น โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอรน์ ัน้ จะต้อง
- นาเสนอขอ้ มลู โดยการบรรยายปากเปลา่ คานึงถึงส่ิงใดมากท่ีสดุ
- จดั ทาป้ายนิเทศประกอบการนาเสนอขอ้ มลู
- นาเสนอขอ้ มลู โดยใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์ (จะตอ้ งเลอื กใชซ้ อฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ใหเ้ หมาะสม
กบั ขอ้ มลู ทจี่ ะนาเสนอ การนาเสนอขอ้ มลู จงึ จะ
2. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจวา่ การนาเสนอขอ้ มลู หรอื การสอ่ื มคี วามน่าสนใจมากยงิ่ ข้นึ )
ความหมายของขอ้ มลู นนั้ มคี วามสาคญั และจาเป็นอยา่ งยงิ่ เราจงึ
จาเป็นตอ้ งเลอื กใชร้ ปู แบบในการนาเสนอขอ้ มลู ใหเ้ หมาะสมและ
เขา้ ใจงา่ ย

3. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ

ขนั้ สอน

ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.6
2. ใบงานท่ี 1.1
3. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

18. ครใู หน้ กั เรยี นช่วยกนั ยกตวั อย่างโปรแกรมทช่ี ่วยในการนาเสนอ
ขอ้ มลู ว่ามอี ะไรบา้ ง ตามทน่ี กั เรยี นรูจ้ กั หรอื เคยใชใ้ นการนาเสนอ
ผลงานต่างๆ

19. ครอู ธบิ ายเกย่ี วกบั การนาเสนอขอ้ มลู โดยใชค้ อมพวิ เตอร์ ซง่ึ นกั เรยี น
ควรศกึ ษาวธิ กี ารใชง้ านของซอฟตแ์ วรป์ ระยุกตป์ ระเภทนนั้ ๆ
ใหเ้ ขา้ ใจ และใชโ้ ปรแกรมใหเ้ ตม็ ประสทิ ธภิ าพ

3. ครถู ามนกั เรยี นว่า ถา้ นักเรยี นตอ้ งการนาเสนอขอ้ มลู ทม่ี ลี กั ษณะ
เป็นตวั เลข มกี ารคดิ คานวณ ประมวลผล โดยใชส้ ตู รคณิตศาสตร์
นกั เรยี นควรเลอื กใชโ้ ปรแกรมใดในการนาเสนอขอ้ มลู ลกั ษณะนัน้ ๆ
โดยครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นตอบอยา่ งอสิ ระ

4. นักเรยี นศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การนาเสนอขอ้ มลู โดยใชโ้ ปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007) จากหนงั สอื เรยี น

5. ครอู ธบิ ายความรเู้ กย่ี วกบั การนาเสนอขอ้ มลู โดยใชโ้ ปรแกรม

ไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007) และหลกั การทางานเบอ้ื งตน้ ของ คาถามกระต้นุ ความคิด
โปรแกรม
6. ครสู าธติ การเปิด-ปิดคอมพวิ เตอร์ และการเรยี กใชโ้ ปรแกรม พรอ้ ม  นักเรยี นนาโปรแกรมไมโครซอฟต์เอก็ เซล
อธบิ ายถงึ สว่ นประกอบในหน้าตา่ ง ของโปรแกรมไมโครซอฟต์ (2007) มาใช้ประโยชน์อะไรไดบ้ ้าง
เอก็ เซล (2007)
7. นกั เรยี นฝึกการเปิด-ปิดคอมพวิ เตอรแ์ ละการเรยี กใชโ้ ปรแกรม (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่
ไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007) ตามขนั้ ตอนทค่ี รสู าธติ โดยครสู งั เกต ในดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
การปฏบิ ตั ขิ องนกั เรยี น หากนักเรยี นคนใดทาไมถ่ กู ตอ้ งใหเ้ สนอแนะ
เพ่อื แกไ้ ขใหป้ ฏบิ ตั ไิ ดถ้ ูกตอ้ ง
8. นกั เรยี นทาใบงานที่ 1.1 เร่ือง ซอฟต์แวรป์ ระยกุ ตท์ ี่ใช้ในการ
นาเสนอผลงาน เสรจ็ แลว้ นาส่งครตู รวจ

ขนั้ สรปุ

สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : —

3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
4. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การทางานเบอ้ื งตน้ ของ

โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007)

7. การวดั และประเมินผล

วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจใบงานท่ี 1.1 ใบงานท่ี 1.1
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ ตรงตอ่ เวลา มคี วามรบั ผดิ ชอบ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
และมงุ่ มนั ่ ในการทางาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรียนรู้

1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.6
2) ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง ซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ตท์ ใ่ี ชใ้ นการนาเสนอผลงาน

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้

- หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง ซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ตท์ ีใ่ ชใ้ นการนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ตท์ ใ่ี ชใ้ นการนาเสนอผลงานแต่ละโปรแกรมใหถ้ ูกตอ้ ง
โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิรด์

โปรแกรมไมโครซอฟต์เอก็ เซล

ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์
ที่ใช้ในการนาเสนอ

ผลงาน

โปรแกรมไมโครซอฟต์เพาเวอรพ์ อยต์

วิชาคอมพิวเตอร์ ชื่อ.................................................................................ช้ัน.....................เลขที่...............

ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกตท์ ี่ใชใ้ นการนาเสนอผลงาน เฉลย

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ตท์ ใ่ี ชใ้ นการนาเสนอผลงานแต่ละโปรแกรมใหถ้ ูกตอ้ ง

โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิรด์

เป็นโปรแกรมทเี่ หมาะในการนาเสนอขอ้ มลู ทเี่ ป็นลกั ษณะ
ขอ้ มลู ทมี่ เี น้อื หาสาระ เช่น รายงานการศกึ ษาคน้ ควา้

ซอฟต์แวรป์ ระยกุ ต์ โปรแกรมไมโครซอฟต์เอก็ เซล
ท่ีใช้ในการนาเสนอ
เป็นโปรแกรมทเี่ หมาะในการนาเสนอขอ้ มลู ทเี่ ป็นลกั ษณะ
ผลงาน ตวั เลข มกี ารคดิ คานวณ โดยใชส้ ตู รทางคณติ ศาสตร์ เชน่
การหาค่ารอ้ ยละ ค่าเฉลยี่

โปรแกรมไมโครซอฟต์เพาเวอรพ์ อยต์

เป็นโปรแกรมทเี่ หมาะในการนาเสนอขอ้ มลู ทเี่ ป็นลกั ษณะ
ทมี่ ภี าพประกอบ

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องว่าง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ท่ี ช่ือ – สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ ของ รวม
ของผรู้ บั การ ทางาน รบั ผิดชอบ เวลา เรียบร้อย งาน 15
คะแนน
ประเมิน 321 321 321 321 321

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมนิ
............../.................../...............
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ต่ากว่า 8
ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ
เพลงชาติ
กษตั ริย์
1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการ
2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต ทางานกบั สมาชกิ ในหอ้ งเรยี น

3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ
4. ใฝ่ เรียนรู้ โรงเรยี นและชมุ ชน

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนิกชน

1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณียกจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม

สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผอู้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง และเป็นแบบอย่างทด่ี แี กเ่ พ่อื นดา้ น

ความซ่อื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และ

โรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั
มคี วามรบั ผดิ ชอบ
4.1 ตงั้ ใจเรยี น

4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น

4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยตี ่างๆ

แหล่งการเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้

4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ ค่า
6. มงุ่ มนั ่ ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
ทางาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปันสง่ิ ของใหผ้ อู้ ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยครงั้
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครงั้

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ขอ้ เสนอแนะ ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย

ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 2 การใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อ็กเซล : สรา้ งตาราง

เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007) จะตอ้ งรวู้ ธิ กี ารสรา้ งและตกแต่งตารางในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล
(2007) ใหถ้ กู ตอ้ ง เหมาะสมกบั ขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการนาเสนอ

2. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ตวั ช้ีวดั
ง 3.1 ป.6/4 นาเสนอขอ้ มลู ในรปู แบบทเ่ี หมาะสมโดยเลอื กใชซ้ อฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์

2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธบิ ายวธิ กี ารใชเ้ ครอ่ื งมอื ในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007) ได้
2) สรา้ งและตกแต่งตารางในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007) ได้

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

1) การจดั ทาขอ้ มลู เพอ่ื การนาเสนอตอ้ งพจิ ารณารปู แบบของขอ้ มลู ใหเ้ หมาะสมกบั การสอ่ื ความหมายทเ่ี ขา้ ใจงา่ ย
และชดั เจน เชน่ กราฟ ตาราง แผนภาพ รปู ภาพ

2) การใชซ้ อฟตแ์ วรน์ าเสนอ เช่น การสรา้ งสไลด์ การตกแต่งสไลด์ การกาหนดเทคนิคพเิ ศษในการนาเสนอ
3) การเลอื กใชซ้ อฟตแ์ วรป์ ระยุกตใ์ หเ้ หมาะสมกบั รูปแบบการนาเสนอ เชน่ นาเสนอรายงานเอกสารโดยใช้

ซอฟตแ์ วรป์ ระมวลคา นาเสนอแบบบรรยายโดยใชซ้ อฟตแ์ วรน์ าเสนอ

3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น 2) ทกั ษะการจาแนกประเภท
4) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้
4.1 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู
3) ทกั ษะการประเมนิ

4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ตรงตอ่ เวลา
4. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1. ใฝ่เรยี นรู้
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ

(ชั่วโมงที่ 1)

6. กิจกรรมการเรียนรู้

 วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ

ชวั่ โมงที่ 1

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : —

2. ครถู ามนักเรยี นวา่ ขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ตวั เลข หากนาเสนอขอ้ มูล
ดว้ ยการบรรยายกบั การนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ยตาราง การนาเสนอ
ขอ้ มลู แบบใดจะทาใหเ้ ขา้ ใจงา่ ย และเหน็ ภาพไดช้ ดั เจนมากกวา่ กนั

2. ครสู มุ่ เรยี กนักเรยี น 2-3 คน แสดงความคดิ เหน็ หากนกั เรยี นคนใด
ตอบเลอื กการนาเสนอดว้ ยตาราง ใหแ้ นะนาโปรแกรมทเ่ี หมาะสมใน
การนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ย

3. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นฟังว่า การนาเสนอขอ้ มลู ตวั เลข ควรนาเสนอ
ดว้ ยโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007) จงึ จะเหมาะสมและมี
ความน่าสนใจมากยง่ิ ขน้ึ

ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยฯี ป.6
2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

1. นกั เรยี นศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การใชง้ านโปรแกรมไมโครซอฟต์
เอก็ เซล (2007)

2. ครสู าธติ การสรา้ งตารางดว้ ยโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007)
พรอ้ มอธบิ ายในแตล่ ะขนั้ ตอนประกอบ ดงั น้ี
1) การพมิ พข์ อ้ ความหรอื ขอ้ มลู ทเ่ี ป็นตวั เลขและการแทรกภาพ
2) การแทรก การลบคอลมั น์และแถว
3) การผสานเซลลแ์ ละจดั รปู แบบเซลล์
4) การตกแตง่ ตาราง

3. นักเรยี นสงั เกตการสาธติ ของครใู นแตล่ ะขนั้ ตอน หากนักเรยี นสงสยั
ใหส้ อบถามครู

4. นกั เรยี นปฏบิ ตั ติ ามแบบทค่ี รสู าธติ ในแต่ละขนั้ ตอน เชน่ ปฏบิ ตั ติ าม
ขนั้ ตอนท่ี 1 เสรจ็ แลว้ ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง จากนนั้ ปฏบิ ตั ติ าม
ในขนั้ ตอนท่ี 2 ต่อไปจนครบทุกขนั้ ตอน

(ชั่วโมงท่ี 2) คาถามกระตุ้นความคิด

5. ครใู หน้ ักเรยี นตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของผลงาน จากนนั้ ใหส้ งั ่  นักเรียนมีวิธีการนาความรจู้ ากโปรแกรม
พมิ พผ์ ลงานออกทางเครอ่ื งพมิ พ์ แลว้ นามาส่งครตู รวจเป็น ไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007) มาจดั ทาบญั ชี
รายบคุ คล ครวั เรือนได้อย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่
6. ครเู สนอแนะขอ้ บกพรอ่ งใหน้ ักเรยี นแต่ละคนนาไปแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง ในดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
และสวยงาม

ชวั่ โมงที่ 2

ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไมม่ ีแบบ

แหลง่ การเรยี นรู้ : หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

3. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
4. นกั เรยี นสรา้ งตารางดว้ ยโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007)

โดยไม่มแี บบตามลาดบั ตอน พรอ้ มกบั นาขอ้ เสนอแนะของครมู า
แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ ง เพ่อื สรา้ งตารางใหถ้ กู ตอ้ งและสวยงาม

ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กทาให้ชานาญ

สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : 1. ใบงานท่ี 2.1
2. หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

ครใู หน้ กั เรยี นทาใบงานท่ี 2.1 การสรา้ งตารางด้วยโปรแกรม
ไมโครซอฟต์เอก็ เซล (2007) เม่อื ทาเสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจสอบความถกู ตอ้ ง
เรยี บรอ้ ยกอ่ นสงั ่ พมิ พผ์ ลงานออกทางเครอ่ื งพมิ พแ์ ละนาส่งครตู รวจ

7. การวดั และประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑ์

วิธีการ ใบงานท่ี 2.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 2.1 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการใฝ่เรยี นรู้ ตรงต่อเวลา มคี วามรบั ผดิ ชอบ
และมุ่งมนั ่ ในการทางาน

8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ป.6

2) ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง การสรา้ งตารางดว้ ยโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล (2007)

8.2 แหล่งการเรียนรู้ - หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์

ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง การสรา้ งตารางดว้ ยโปรแกรม
ไมโครซอฟตเ์ อ็กเซล (2007)

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นสรา้ งตารางแสดงขอ้ มลู ทก่ี าหนด โดยใหก้ าหนดตวั เลขเอง พรอ้ มทงั้ ตกแต่งตารางใหส้ วยงาม

ตารางแสดงขอ้ มูลนักเรียน ระดบั ชนั้ ป.1-ป.6

ระดบั ชนั้ จานวนนักเรียน ชาย หญิง รวม
ทงั้ หมด
ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

รวม

วิชาคอมพิวเตอร์ ชอื่ .................................................................................ช้นั .....................เลขท.ี่ ..............

ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง การสรา้ งตารางดว้ ยโปรแกรม เฉลย
ไมโครซอฟตเ์ อ็กเซล (2007)

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นสรา้ งตารางแสดงขอ้ มลู ทก่ี าหนด โดยใหก้ าหนดตวั เลขเอง พรอ้ มทงั้ ตกแต่งตารางใหส้ วยงาม

ตารางแสดงขอ้ มูลนักเรยี น ระดบั ชนั้ ป.1-ป.6

ระดบั ชนั้ จานวนนักเรยี น ชาย หญิง รวม
ทงั้ หมด
ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

รวม

(พจิ ารณาตามผลงานของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321

1 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
3 ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน

รวม

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ สมบูรณ์ชดั เจน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมนิ บางส่วน

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง

แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ ช่ือ – สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ ของ รวม
ของผ้รู บั การ ทางาน รบั ผิดชอบ เวลา เรยี บรอ้ ย งาน 15
คะแนน
ประเมิน 321 321 321 321 321

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../...............
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
พอใช้
ต่ากว่า 8
ปรบั ปรุง

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ
เพลงชาติ
กษตั ริย์
1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรยี น ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการ
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต ทางานกบั สมาชกิ ในหอ้ งเรยี น

3. มีวินัย รบั ผิดชอบ 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ
4. ใฝ่ เรียนรู้ โรงเรยี นและชุมชน

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนกิ ชน

1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณียกจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์

2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผดิ ทาตาม

สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั พ่อแมห่ รอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ นต่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซ่อื ตรง และเป็นแบบอยา่ งทด่ี แี กเ่ พ่อื นดา้ น

ความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และ

โรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั
มคี วามรบั ผดิ ชอบ
4.1 ตงั้ ใจเรยี น

4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น

4.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยตี า่ งๆ

แหลง่ การเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ อ่ื ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้

4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ต่อ)

คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321

5. อยู่อยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ ค่า
6. มุ่งมนั ่ ในการ 5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
ทางาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปันสง่ิ ของใหผ้ อู้ น่ื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 1 คะแนน
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยครงั้
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างครงั้

บนั ทึกหลงั แผนการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

ขอ้ เสนอแนะ ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย

ลงช่อื )
(
ตาแหน่ง


Click to View FlipBook Version