The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kittiphat.thongdee8, 2021-11-21 03:54:29

ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการ

ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการ

ประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเลก็ ตามความคิดเห็นของครู
สังกดั สํานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสุราษฎรธ านี เขต 2

ศวิ พร ละหารเพชร

วิทยานิพนธน เี้ ปน สวนหน่ึงของการศกึ ษาตามหลกั สูตรครศุ าสตรมหาบณั ฑติ
สาขาวิชาการบริหารการศกึ ษา

บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยราชภฏั สุราษฎรธานี
พ.ศ. 2562

THE EFFECTIVENESS OF ACADEMIC ADMINISTRATION OF SMALL SCHOOLS
ACCORDING TO TEACHERS’ OPPINIONS UNDER SURATTHANI
PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 2

SIWAPORN LAHARNPECH

A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of
the Requirements for the Degree of Master of Education

Field in Educational Administration
Graduate School

Suratthani Rajabhat University
2019

บทคัดยอ

ชอื่ เร่อื งวทิ ยานพิ นธ ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเลก็

ตามความคิดเห็นของครสู งั กัดสํานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษา

ประถมศึกษาสุราษฎรธ านี เขต 2

ชอ่ื ผูวจิ ัย นางสาวศิวพร ละหารเพชร

ชอ่ื ปรญิ ญา ครศุ าสตรมหาบณั ฑติ

ช่อื สาขาวชิ า การบรหิ ารการศึกษา

ปก ารศกึ ษา 2562

คณะกรรมการทปี่ รึกษาวทิ ยานพิ นธ ประธานกรรมการ
1. ดร.สมคดิ นาคขวัญ

2. รองศาสตราจารย ดร.ชูศักด์ิ เอกเพชร กรรมการ

การวิจยั ครั้งน้ี มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื 1) ศึกษาประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวชิ าการ 2)เปรียบเทียบ
ประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการตามสถานภาพสวนบุคคล 3) ศึกษาแนวทางในการปรับปรุงการ
บรหิ ารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เห็นของครู สังกัดสํานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 ประชากร ไดแกสถานศึกษาขนาดเล็ก จํานวน 92 โรงเรียน
กลุม ตัวอยา ง ไดแ ก สถานศึกษาขนาดเลก็ จํานวน 76 โรงเรยี น โดยการสมุ อยา งงา ย ผูใ หขอมลู ไดแก
ครูผูสอน โรงเรียนละ 3 คนรวม 228 คน เก็บรวบรวมขอมูลโดยใชแบบสอบถามมีคาความเชื่อมั่น
0.86 วิเคราะหขอ มูลโดยใชส ถิติพืน้ ฐาน ไดแก คา เฉลีย่ และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ ไดแก
การทดสอบคา ที การทดสอบคาเอฟชนดิ ความแปรปรวนทางเดียว

ผลการวจิ ัย พบวา 1) ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เหน็
ของครูสังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 โดยรวมและรายดาน
มีคาเฉลี่ยประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการอยูในระดับมาก 2) ผลการเปรียบเทียบประสิทธิผล
การบรหิ ารงานวิชาการ จําแนกตามปจจัยสว นบคุ คล พบวา ครูที่มีเพศและวุฒิการศึกษาแตกตางกัน
มคี วามคดิ เห็นตอ ประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการแตกตา งกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
สวนประสบการณทํางานที่แตกตางกันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการ
ไมแตกตา งกนั 3) ผลการศึกษาแนวทางในการปรับปรงุ การบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเลก็ ไดแ ก
การพฒั นาหลกั สูตรอยางตอเน่ือง สงเสริมใหครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูและจัดทําแผนการจัดการเรียนรู
จัดทําเคร่ืองมือในการวัดและประเมินผลท่ีหลากหลาย นําผลการประกันคุณภาพภายในมาพัฒนา
สถานศึกษา และสงเสริมใหครูพัฒนาส่ือและนวัตกรรมการเรียนรูใหเหมาะสม จากผลการวิจัย



สถานศกึ ษาควรจดั ทาํ และพฒั นาหลกั สตู รใหส อดคลอ งกบั วสิ ัยทัศน เปา หมาย และพนั ธกิจของสถานศึกษา
นาํ ภมู ิปญญาทอ งถิน่ หรอื เครอื ขา ยผปู กครองชุมชนทองถิ่นมามีสวนรวมในการจัดการเรียนการสอน
อยางเหมาะสมปรบั ปรงุ ระบบสารสนเทศในการวดั ผลและประเมินผลการเรยี นการสอนสงเสริมใหครู
มกี ารเลอื กใชสื่อและแหลง เรียนรอู ยางหลากหลายทมี่ ีอยใู นทองถ่ินเพือ่ เพ่มิ ประสิทธิภาพในการเรียน
การสอน

คาํ สําคัญ : ประสิทธผิ ลของการบรหิ ารงาน การบรหิ ารงานวิชาการ สถานศึกษาขนาดเลก็



ABSTRACT

Thesis Title The Effectiveness of Academic Administration of Small

Student’s Name Schools According to Teachers' Opinions under Suratthani
Degree Sought
Major Primary Educational Service Area Office 2
Academic Year
Thesis Advisors Miss. Siwaporn Laharnpech

Master of Education
Educational Administration

2019

1. Dr. Somkid Narkkhwan Chairperson

2. Assoc. Prof. Dr. Chusak Ekapet Committee

This research aims to study 1) The effectiveness of academic administration.
2) To compare the effectiveness of academic administration according to personal
status 3) To study the suggestions and guidelines for improving the administration of
small schools according to teachers' opinions under Surat Thani Primary Educational
Service Area Office 2. The population was 92 small schools. The samples were 76
small schools by simple random sampling. The data were analyzed by using basic
statistics such as mean and standard deviation. The test statistic was the t - test.
One - way ANOVA

The results of the research revealed that 1) The effectiveness of the administration
of small academies in the opinion of teachers under Surat Thani Primary Educational
Service Area Office 2. 2) There was a high level of academic management effectiveness.
Comparative effectiveness of academic administration. In terms of personal factors,
teachers' gender and education levels were significantly different at the 0.05 level of
significance. Experience different parts. There were no differences in opinions on the
effectiveness of academic administration. 3) Suggestions and guidelines for improving
the administration of small schools are continuous curriculum development. Encourage
teachers to exchange and learn learning plans. Provide a variety of measurement and
evaluation tools. Applying internal quality assurance to educational development.



Encourage teachers to develop media and learning innovations. From the results of
the research the school should develop and develop the curriculum in accordance
with the vision, mission and mission of the institution. Bring local wisdom or network
of parents to local communities to participate in appropriate teaching and learning.
Improve information systems in measuring and evaluating teaching and learning.
Encourage teachers to select a variety of media and learning resources available
locally to enhance their teaching and learning.

Keyword : effectiveness of administration, academic administration, small school



กติ ตกิ รรมประกาศ

วิทยานพิ นธฉบับนส้ี ําเร็จลลุ วงไดดว ยความกรณุ าจาก ดร.สมคิด นาคขวญั ประธานกรรมการท่ี
ปรึกษาวิทยานิพนธ และรองศาสตราจารย ดร.ชูศักด์ิ เอกเพชร กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ
ทไ่ี ดใหคาํ แนะนํา ตรวจสอบ และแกไขขอบกพรองตาง ๆ ดวยความเอาใจใสจนวิทยานิพนธฉบับน้ี
สาํ เรจ็ ไดด ว ยดี จึงขอขอบคุณเปนอยา งสงู มา ณ ที่นี้

ขอขอบพระคุณคณะกรรมการสอบวทิ ยานพิ นธ ทช่ี วยชแี้ นะและใหข อคิดเห็นตาง ๆ จนทําให
วิทยานิพนธม ีความสมบรู ณย่ิงข้ึน รวมทั้งคณาจารยผูสอนทุกทานที่ไดป ระสิทธ์ิประสาทความรูแกผูวิจัย
อยา งลึกซ้ึง จนทาํ ใหผ ูว จิ ัยดําเนนิ การวิจยั ไดเปนอยา งดี

ขอขอบพระคุณนายอูต ตรีอุดม นายเอกราช หนูปลื้ม นางสาวจิราภรณ แกวบริสุทธ์ิ
นางอัมพร นอยแนม และนางอัญชลี หนูปล้ืม ที่กรุณาชวยตรวจสอบเคร่ืองมือ และแนะนํา
การวเิ คราะหข อ มูลในการวจิ ยั ครงั้ น้ี

คุณคา และคณุ ประโยชนอันพึงจะมีจากการวิจัยคร้ังนี้ ขอมอบแดบุพการี คณาจารย และ
ผูท่ีเกี่ยวของทุกทานที่คอยสนับสนุนและใหกําลังใจจนการศึกษาคนควาคร้ังน้ีสําเร็จลุลวงไปดวยดี

ศวิ พร ละหารเพชร



สารบญั

บทคัดยอ ภาษาไทย............................................................................................................ หนา
บทคัดยอ ภาษาองั กฤษ....................................................................................................... ข
กิตติกรรมประกาศ ............................................................................................................ ง
สารบญั .............................................................................................................................. ฉ
สารบญั ตาราง.................................................................................................................... ช
สารบัญภาพ....................................................................................................................... ฌ
บทที่ ฏ

1 บทนํา................................................................................................................... 1
ความเปน มาและความสําคญั ของปญหา............................................................ 1
วตั ถปุ ระสงคข องการวิจยั .................................................................................. 3
ความสาํ คัญของการวจิ ัย.................................................................................... 4
ขอบเขตของการวิจัย ......................................................................................... 4
กรอบแนวคดิ ในการวิจยั .................................................................................... 5
สมมติฐานการวิจยั ............................................................................................. 6
นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ .............................................................................................. 6
10
2 เอกสารและงานวิจยั ท่เี ก่ียวของ.......................................................................... 10
แนวคิดและหลกั การเกีย่ วกับการบริหารงานวชิ าการ ........................................ 25
แนวคิดและประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการ ................................................ 60
บริบทสาํ นกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 ............... 64
งานวจิ ัยท่เี กี่ยวขอ ง............................................................................................ 74
74
3 วิธดี าํ เนนิ การวจิ ัย ................................................................................................ 74
ประชากรและกลมุ ตวั อยา ง................................................................................ 76
เครื่องมอื ทีใ่ ชใ นการรวบรวมขอ มลู .................................................................... 77
การเกบ็ รวบรวมขอ มลู .......................................................................................
การวิเคราะหขอ มลู และสถิติท่ีใช. .......................................................................



สารบัญ (ตอ )

บทที่ หนา
4 ผลการวิเคราะหข อมลู ......................................................................................... 79
ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะหส ถานภาพสวนบคุ คลของครูในสถานศกึ ษา
ขนาดเล็ก สงั กดั สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา 79
สุราษฎรธานี เขต 2..........................................................................
ตอนท่ี 2 ผลการวเิ คราะหขอ มลู ระดบั ประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวิชาการ 80
ขนาดเลก็ ตามความคิดเห็นของครู สงั กัดสํานกั งานสงั กดั สาํ นักงาน
เขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษา สุราษฎรธานี เขต 2 ........................ 89
ตอนที่ 3 ผลการเปรียบเทียบประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศึกษา
ขนาดเล็ก ตามความคิดเหน็ ของครู สงั กดั สาํ นกั งานสงั กดั สํานกั งาน 99
เขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษา สรุ าษฎรธ านี เขต 2 102
จําแนกตามสถานภาพสว นบคุ คล..................................................... 102
ตอนท่ี 4 ขอเสนอแนะและแนวทางในการปรบั ปรงุ การบริหารงานวชิ าการ 106
สถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เหน็ ของครู สงั กดั สาํ นกั งาน 117
เขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษา สรุ าษฎรธ านี เขต 2........................... 119
5 สรุปผล อภปิ รายผลและขอ เสนอแนะ................................................................. 129
สรุปผล.............................................................................................................. 130
อภิปรายผล ....................................................................................................... 141
ขอเสนอแนะ ..................................................................................................... 143
153
บรรณานุกรม ..................................................................................................................... 157
ภาคผนวก.......................................................................................................................... 160

ภาคผนวก ก เครอื่ งมอื ท่ีใชในการวิจัย.....................................................................
ภาคผนวก ข คา ความเช่ือม่นั ของแบบสอบถาม.......................................................
ภาคผนวก ค คา ดัชนสี อดคลองโดยใชเทคนิค IOC...................................................
ภาคผนวก ง หนังสือขอความอนุเคราะห ................................................................
ภาคผนวก จ รายชือ่ ผเู ช่ยี วชาญตรวจสอบเครื่องมอื ................................................
ประวัติผทู าํ วทิ ยานพิ นธ ....................................................................................................



สารบญั ตาราง

ตารางที่ หนา
2.1 สังเคราะหป ระสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการของผบู ริหารสถานศกึ ษา............. 24
4.1 จาํ นวนและรอ ยละสถานภาพสว นบคุ คลของครใู นสถานศกึ ษาขนาดเล็ก 80
สังกัดสํานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2................ 81
4.2 ประสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเลก็ ตามความคิดเห็น 82
ของครูสงั กัดสาํ นักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 83
โดยรวม ............................................................................................................. 84
4.3 ประสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเลก็ ตามความคิดเห็น 86
ของครสู งั กัดสํานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธ านี เขต 2 87
ดานการพัฒนาหลกั สูตรของสถานศึกษา ........................................................... 88
4.4 ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเลก็ ตามความคิดเหน็ 90
ของครูสงั กัดสํานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธ านี เขต 2
ดา นการพฒั นากระบวนการเรียนรู ....................................................................
4.5 ประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เห็น
ของครูสงั กดั สาํ นกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2
ดานการวดั ผล ประเมินผล และดําเนนิ การเทยี บโอนผลการเรียน......................
4.6 ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคดิ เหน็
ของครสู งั กดั สาํ นักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธ านี เขต 2
ดา นการนเิ ทศการศกึ ษา ....................................................................................
4.7 ประสทิ ธิผลการบริหารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคิดเหน็
ของครสู งั กดั สํานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธ านี เขต 2
ดา นการพฒั นาระบบการประกันคณุ ภาพภายในและมาตรฐานการศกึ ษา..........
4.8 ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคิดเหน็
ของครสู งั กดั สํานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 2
ดา นการพัฒนาและการใชส อ่ื เทคโนโลยเี พอื่ การศกึ ษา.......................................
4.9 ผลการเปรียบเทียบประสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเลก็
ตามความคิดเห็นของครู สงั กัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา
สุราษฎรธ านี เขต 2 จาํ แนกตามเพศ .................................................................



สารบัญตาราง (ตอ )

ตารางที่ หนา
4.10 ผลการเปรียบเทียบประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก 91
ตามความคดิ เหน็ ของครู สงั กดั สํานักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษา 92
สุราษฎรธ านี เขต 2 จาํ แนกตามวฒุ กิ ารศกึ ษา................................................ 94
4.11 ผลการเปรียบเทียบประสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเล็ก 95
ตามความคดิ เห็นของครู สงั กัดสาํ นักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษา 95
สรุ าษฎรธ านี เขต 2 จําแนกตามประสบการณท ํางาน..................................... 96
4.12 ผลการเปรยี บเทยี บประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเลก็ 97
ตามความคิดเห็นของครู สงั กัดสํานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษา
สุราษฎรธานี เขต 2 จาํ แนกตามประสบการณท าํ งาน ดา นการพัฒนาหลักสตู ร
ของสถานศกึ ษา เปนรายคู .............................................................................
4.13 ผลการเปรยี บเทยี บประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเล็ก
ตามความคิดเหน็ ของครู สังกดั สํานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา
สรุ าษฎรธานี เขต 2 จาํ แนกตามประสบการณท าํ งาน ดานการพัฒนา
กระบวนการเรียนรู เปนรายคู ........................................................................
4.14 ผลการเปรยี บเทยี บประสิทธิผลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเลก็
ตามความคิดเห็นของครู สังกดั สาํ นกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา
สรุ าษฎรธานี เขต 2 จําแนกตามประสบการณท าํ งาน ดานการวดั ผล
ประเมินผลและดําเนนิ การเทยี บโอนผลการเรยี น เปน รายคู...........................
4.15 ผลการเปรียบเทียบประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเลก็
ตามความคดิ เหน็ ของครู สงั กัดสํานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา
สรุ าษฎรธานี เขต 2 จาํ แนกตามประสบการณท ํางาน ดา นการนิเทศการศกึ ษา
เปน รายคู .......................................................................................................
4.16 ผลการเปรยี บเทยี บประสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเล็ก
ตามความคิดเหน็ ของครู สงั กดั สาํ นักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา
สรุ าษฎรธานี เขต 2 จําแนกตามประสบการณท าํ งาน
ดา นการพัฒนาและการใชสือ่ เทคโนโลยเี พอ่ื การศึกษา ...................................



สารบัญตาราง (ตอ)

ตารางท่ี สรปุ ผลการเปรียบเทยี บประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษา หนา
4.17 ขนาดเลก็ ตามความคดิ เห็นของครู สังกัดสํานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา 97
ประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 จาํ แนกตามปจ จยั สว นบคุ คล...............



สารบัญภาพ

ภาพท่ี หนา
1.1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย.................................................................................... 6
2.1 สถานศกึ ษาในสงั กดั จาํ แนกตามระดับการศกึ ษา.............................................. 61
2.2 จาํ นวนนักเรียนในสังกดั ปการศึกษา 2558 จําแนกตามระดบั การศกึ ษา........... 61
2.3 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ ้นั พนื้ ฐาน (O - NET) ปการศึกษา 2557
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 6 จาํ แนกตามสาระการเรยี นรู.................................. 62
2.4 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ นั้ พน้ื ฐาน (O - NET) ปก ารศึกษา 2557
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 จาํ แนกตามสาระการเรยี นรู .................................... 62
2.5 ผลการประเมินผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของนกั เรยี น (NT) ปการศึกษา 2557
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 3 จําแนกเปน รายดาน.............................................. 63

บทที่ 1

บทนาํ

ความเปนมาและความสําคัญของปญหา

ทามกลางกระแสโลกาภิวตั นท ี่ยงั คงความรนุ แรงและการเขาสูประชาคมอาเซียนน้ีดูเหมือนวา
การศกึ ษาของประเทศไทยยังคงมีปญหาท่ีแทบจะหมดทางแกอยูมาก และยังทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ไมวาจะเปนปญ หาดานคณุ ภาพการศกึ ษา ซงึ่ จะตกตํา่ อยูเรื่อย ๆ เห็นไดจากผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
ท่วี ดั จากการสอบ O - Net มีตัวเลขผลการสอบในเกือบทุกกลุมวิชาและทุกกลุมระดับชั้นมีคะแนน
ไมถ ึงครึ่งของคะแนนเตม็ ในดา นการพัฒนาคณุ ลกั ษณะของผเู รยี น ก็เหน็ ไดจากพฤติกรรมของผูเรียน
ท่ีแสดงออกไมวาจะเปนความไรระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และทักษะอื่น ๆ ในการดํารงชีวิต
ที่สะทอ นใหเหน็ ทางสอ่ื มวลชน แมจ ะเปนเพียงสวนนอ ยแตก พ็ อใหมองเหน็ คุณภาพการศึกษาไดเปนอยางดี
สาํ หรบั ปญ หาดานโครงการสรา งบรหิ ารก็ย่ิงจะเห็นวาเปนปญหาแทบจะไมมีทางแกเลยทีเดียว ไมวาจะ
เปน ความไมส มดลุ และสอดคลอ งเชอ่ื มโยงกนั ของโครงสรางองคกรหลักในสวนกลาง ความไมสอดคลอง
กับระบบบรหิ ารของประเทศ ของระบบบริหารของเขตพื้นที่การศกึ ษา สภาพเหลานท้ี ําใหการบริหาร
การศึกษาไมมปี ระสทิ ธภิ าพเทา ทค่ี วรและนาํ ไปสปู ญหาการขาดคณุ ภาพของการศึกษา (จักรพรรดิ วะทา,
2555 : 9 - 10) ซึง่ ปญหาคณุ ภาพของการศกึ ษาดงั กลา ว เกดิ จากองคประกอบหลายอยาง รวมถึงผล
อันเนื่องจากการบริหารจัดการของสถานศึกษาดวย จึงไดมีการปฏิรูปการศึกษาอยางตอเนื่อง และ
ในปจ จุบนั ก็อยูใ นชว งแหง การปฏริ ูปการศกึ ษาทศวรรษที่ 2 ที่มุงขยายโอกาสทางการศกึ ษาของประชาชน
ใหก วา งขวางและทว่ั ถงึ โดยคํานึงถงึ การพฒั นาคุณภาพและมาตรฐานการศกึ ษาทกุ ระดบั มงุ กระจายอาํ นาจ
ทางการศึกษาสูเขตพื้นท่ีการศึกษา สถานศึกษาและทองถ่ิน ประชาชนและทองถิ่นไดมี สวนรวม
ในการจัดการศึกษา ซ่งึ ถอื วา เปน นโยบายทีม่ คี วามสําคญั ทจ่ี ะขับเคล่ือนไปสูการปฏบิ ตั ิอยางเปนรูปธรรม
สถานศึกษาทกุ แหงจงึ จําเปนตอ งปฏิรูปการบริหารจัดการศกึ ษาอยา งจริงจัง (ปุณกิ า เทียนใส, 2557 : 2)

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบบั ที่ 11 พ.ศ. 2555 - 2559 ไดกําหนดยุทธศาสตร
การพัฒนาคนสูสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิตอยางยั่งยืน คือ การสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต
มุงสรางกระแสสังคมใหการเรียนรูเปนหนาที่ของคนไทยทุกคน มีนิสัยใฝรู รักการอานตั้งแตวัยเด็ก
และสง เสรมิ การเรียนรรู ว มกนั ของคนตา งวยั ควบคกู บั การสง เสริมใหองคกร กลุมบคุ คล ชุมชน ประชาชน
และสื่อทุกประเภทเปนแหลงเรียนรูอยางสรางสรรค สื่อสารดวยภาษาท่ีเขาใจงาย รวมถึงสงเสริม
การศกึ ษาทางเลือกท่ีสอดคลองกบั ความตองการของผเู รยี น และสรางสังคมแหง การเรยี นรทู ม่ี ีคุณภาพ
และสนบั สนุนปจ จยั ท่กี อใหเ กดิ การเรยี นรตู ลอดชวี ิต (สาํ นกั งานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และ

2

สังคมแหง ชาต,ิ 2554 : 31) สถานศึกษาแตละแหงจึงมุงแกไขปญหาคุณภาพการศึกษาตามแนวทาง
การปฏริ ูปการศกึ ษา สถานศกึ ษาและทองถิ่น ประชาชนและทอ งถ่นิ ไดมี สวนรว มในการจัดการศึกษา
ซ่ึงถือวาเปนนโยบายที่มีความสําคัญท่ีจะขับเคล่ือนไปสูการปฏิบัติอยางเปน รูปธรรม สถานศึกษา
ทกุ แหงจึงจาํ เปน ตอ งปฏริ ปู การบริหารจดั การศกึ ษาอยา งจริงจงั (ปุณิกา เทียนใส, 2557: 2) การบริหาร
สถานศึกษาของสถานศึกษาแตล ะแหง จะมกี ารแบงงานในการบรหิ ารออกเปน ดาน ๆ และมีรายละเอียด
มากนอ ยขึ้นกบั ขนาดขององคก าร และความคลองตวั ในการบริหาร แตท ัง้ นี้มีจุดมุงหมายเดียวกัน คือ
ตอ งมีประสิทธิภาพสูงสุด แตถ ึงอยา งไรการบริหารสถานศึกษาตอ งมงี านหลัก ๆ 4 ดาน ประกอบดวย
การบริหารงานวชิ าการ การบริหารงานบุคลากร การบริหารงบประมาณ และการบริหารงานทั่วไป
(สมั มา รธนธิ ย, 2556 : 98) การบริหารงานวิชาการ เปนงานท่ีสําคัญสําหรับสถานศึกษา เน่ืองจาก
การบริหารงานวิชาการ เกี่ยวของกับกิจกรรมทุกชนิดในสถานศึกษา โดยเฉพาะเก่ียวกับการพัฒนา
คณุ ภาพการเรียนการสอน ซ่ึงมีจุดมุงหมายหลักของสถานศึกษา และเปนเคร่ืองชี้ความสําเร็จ และ
ความสามารถของสถานศึกษา ผูบริหารสถานศึกษาจึงตองมีความรูความสามารถในดานการบริหาร
เพราะการบริหารเปนภารกจิ หลักท่ีผบู ริหารสถานศกึ ษาตอ งดาํ เนนิ การโดยเฉพาะการบริหารงานวชิ าการ
เพราะการบรหิ ารงานวชิ าการเปน กระบวนการทํากจิ กรรมทุกอยา งท่ีเก่ยี วของกับการพฒั นาการเรยี น
การสอนใหดขี ้นึ เร่มิ ตั้งแตก ารกําหนดนโยบาย การวางแผน การพัฒนาการเรียนการสอน การปรับปรุง
การเรียนการสอน ตลอดการประเมินผลการสอน เพื่อใหเปนไปตามจุดหมายของหลักสูตร และ
จุดมุงหมายของสถานศึกษา เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดกับผูเรียน หากมองการบริหารงานวิชาการ
ในดา นงานของสถานศกึ ษา งานบริหารวิชาการ ไดแ ก งานควบคมุ ดูแลหลักสูตรการสอน อปุ กรณก ารสอน
การจัดแบบเรยี น คมู ือ การจดั ชนั้ เรยี น การจดั ครเู ขาสอนการปรับปรงุ การเรยี นการสอน การฝก อบรม
ครู การนิเทศการศกึ ษา การเผยแพรงานวชิ าการ การวดั ผลประเมินผล การประเมินมาตรฐานสถานศึกษา
เพื่อปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของสถานศึกษา เปนตน และขอบขายของงานวิชาการ
เปนขอบขา ยทีก่ วางและเปนบทบาทหนาท่ขี องผูบริหารสถานศึกษาในการบริหารจดั การ (จรณุ ี เกา เอ้ียน,
2557 : 3) ผบู ริหารสถานศึกษาจึงตองเปนท้ังนักบริหารและนักวิชาการ เพราะจุดมุงหมายของการ
บริหารการศกึ ษากค็ ือ การจดั การศกึ ษาใหมีคุณภาพเพ่อื สง เสรมิ ใหผ ูเรยี นบรรลจุ ุดมุง หมายของการศึกษา
ที่กําหนดไวอยางมีประสิทธภิ าพ (ปุณิกาเทียนใส, 2557 : 2) จากขอบขายงานที่กวางจึงไดสังเคราะห
การบริหารงานวิชาการมา 5 ดาน คือ ดานการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา ดานการพัฒนา
กระบวนการเรียนรู ดา นการวดั ผล ประเมนิ ผล และดําเนินการเทียบโอนผลการเรียน ดานการนิเทศ
การศึกษา และดานการพฒั นาระบบการประกนั คณุ ภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา

3

จากรายงานผลการจดั การศึกษา ประจาํ ปง บประมาณ 2558 ของสํานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 พบวา โรงเรียนขนาดเล็กมีผลการสอบ NT ปการศึกษา 2557
ทุกโรงมีภาพรวม มคี า เฉลย่ี 51.71 ซึง่ สงู กวาคาเฉลี่ยระดับประเทศ สว นผลการสอบ O - NET มีกลุม
สาระการเรียนรูภ าษาไทย สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม คณิตศาสตร วิทยาศาสตร สุขศึกษา
และพลศกึ ษา ศลิ ปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี มีคาเฉล่ียภาพรวมสูงกวาระดับประเทศ ยกเวน
กลุมสาระการเรียนรตู า งประเทศมคี าเฉล่ียภาพรวมต่ํากวาระดับประเทศ จากขอจํากัดของโรงเรียน
ดา นการบริหารของโรงเรียนขนาดเล็กคือจะขาดผบู ริหารโดยตอเน่อื งและมคี รูไมครบชั้นเรียน การจัด
การเรยี นการสอนและการบริหารจัดการ มีรูปแบบที่แตกตา งจากปกติ ดา นบุคลากร ผูบริหารและครู
ตองไดรบั การพฒั นา และมคี วามตระหนักในการรบั ผิดชอบสูงมาก แต กลบั มผี ลการสอบ NT และผล
การสอบ O - NET ปการศกึ ษา 2557 มีคาเฉล่ียในภาพรวมสูงกวาระดับประเทศเกือบทุกกลุมสาระ
(สํานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสุราษฎรธานี เขต 2, 2560 : 21 - 22)

จากขอมูลความสาํ คญั ดังกลาวขางตน ผวู จิ ยั จงึ มีความสนใจที่จะศกึ ษาประสทิ ธผิ ลการบริหาร
งานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคิดเห็นของครู สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 อยใู นระดบั ใด เพศ วฒุ ิทางการศกึ ษา และประสบการณการทํางาน
มผี ลตอประสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก หรือไม เพื่อนําผลที่ไดมาเปนแนวทาง
ในการสง เสรมิ และสนับสนนุ พัฒนาพฒั นาการประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก
ใหม ปี ระสทิ ธภิ าพมากย่งิ ขึ้น และเปนแนวทางในการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของไทยตอ ไป

วตั ถปุ ระสงคข องการวิจัย

1. เพอ่ื ศกึ ษาประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคิดเห็น
ของครู สงั กดั สาํ นกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธ านี เขต 2

2. เพอ่ื เปรียบเทียบประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เหน็
ของครู สงั กัดสาํ นักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 จําแนกตาม สถานภาพ
สวนบคุ คล

3. เพ่ือศึกษาขอเสนอแนะและแนวทางในการปรบั ปรุงการบรหิ ารงานวิชาการสถานศึกษา
ขนาดเล็กตามความคดิ เหน็ ของครู สังกดั สาํ นักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 2

4

ความสําคญั ของการวจิ ัย

ผลการวิจยั สามารถนําไปใชในการสนบั สนุน สง เสรมิ หรอื เปนแนวทางในการพัฒนาการศึกษา
และปรับปรุงการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาและหนวยงานท่ีเก่ียวของ ใหมีประสิทธิภาพ
มากยงิ่ ขน้ึ

ขอบเขตของการวิจยั

การวิจัยคร้ังน้ีเปนการศึกษาประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก
ตามความคิดเห็นของครู สงั กัดสํานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 โดยมี
ขอบเขต ดังนี้

1. ขอบเขตของเนื้อหา
ประสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคิดเห็นของครู

สงั กัดสาํ นกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขตประกอบดวยประสิทธิผล 6 ดาน
ไดแ ก 1) ดานการพฒั นาหลกั สตู รของสถานศกึ ษา 2) ดานการพัฒนากระบวนการเรยี นรู 3) ดานการวดั ผล
ประเมนิ ผล และดาํ เนินการเทยี บโอนผลการเรียน 4) ดานการนิเทศการศึกษา 5) ดานการพัฒนาระบบ
การประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา 6) ดานการพัฒนาและการใชส่ือเทคโนโลยี
เพอื่ การศกึ ษา

2. ประชากรและกลมุ ตัวอยาง
2.1 ประชากร คือ สถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา

ประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 จํานวน 92 โรงเรียน (สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
สุราษฎรธ านี เขต 2, 2560)

2.2 กลมุ ตัวอยาง คือ สถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 โดยใชตารางสําเร็จรูปของ Krejcie and Morgan (1970) ไดกลุม
ตัวอยาง 76 โรงเรียน และเลือกกลุมตัวอยางโดยการสุมอยางงาย (Simple random sampling)
ดว ยวธิ กี ารจบั ฉลาก กําหนดผูใ หข อมลู เปนครผู สู อน โรงเรยี นละ 3 คนรวมทง้ั ส้นิ 228 คน

5

3. ขอบเขตดา นตวั แปร
ตัวแปรทศ่ี ึกษาในการวจิ ัยครั้งน้ี ไดแก
3.1 ตัวแปรตน คอื สถานภาพของผตู อบแบบสอบถาม ไดแ ก
3.1.1 เพศ
1) ชาย
2) หญิง
3.1.2 วฒุ กิ ารศกึ ษา
1) ปรญิ ญาตรี
2) ปรญิ ญาตรีข้ึนไป
3.1.3 ประสบการณการทาํ งาน
1) ประสบการณนอ ยกวา 5 ป
2) ประสบการณ 5 - 10 ป
3) ประสบการณม ากกวา 10 ปข น้ึ ไป
3.2 ตัวแปรตาม คอื ประสิทธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการ ซึ่งประกอบดวยองคประกอบ

5 ดาน ไดแก
3.2.1 ดานการพฒั นาหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
3.2.2 ดานการพัฒนากระบวนการเรียนรู
3.2.3 ดานการวดั ผล ประเมนิ ผล และดาํ เนนิ การเทียบโอนผลการเรียน
3.2.4 ดานการนเิ ทศการศึกษา
3.2.5 ดานการพฒั นาระบบการประกันคณุ ภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา
3.2.6 ดา นการพัฒนาและการใชส่อื เทคโนโลยีเพอ่ื การศึกษา

กรอบแนวคดิ ในการวิจยั

ในการวิจัย เรอื่ ง ประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เห็น
ของครู สงั กัดสาํ นกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธ านี เขต 2 ผูวิจัยไดศ ึกษาแนวคิด ทฤษฎี
และงานวจิ ัยท่ีเก่ียวกบั ประสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเลก็ ของ Kimbrough and
Nunnery (1988); กระทรวงศึกษาธิการ (2550); รุงชัชดาพร เวหะชาติ (2552); จอมพงศ มงคลวนิช
(2555); วเิ ชยี ร ยอดจักร (2555); กิตติยา กาเร็ว (2556); สงวนพงศ ชวนชม (2557); จรุณี เกาเอ้ียน
(2557) โดยผูวิจัยเลือกใชขอบขายงานวิชาการ 6 ดาน นํามาสรางเปนกรอบแนวคิดในการวิจัย
ดงั ภาพที่ 1.1

ตัวแปรตน 6

สถานภาพสว นบุคคล ตัวแปรตาม
1. เพศ
ประสทิ ธิผลการบริหารงานวิชาการ
1.1 ชาย 1. ดา นการพัฒนาหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
1.2 หญงิ 2. ดา นการพัฒนากระบวนการเรยี นรู
2. วฒุ กิ ารศกึ ษา 3. ดานการวัดผล ประเมินผล และ
2.1 ปรญิ ญาตรี
2.2 ปริญญาตรขี ้นึ ไป ดําเนินการเทยี บโอนผลการเรียน
3. ประสบการณการทํางาน 4. ดานการนิเทศการศึกษา
3.1 ประสบการณน อยกวา 5 ป 5. ดา นการพฒั นาระบบการประกันคณุ ภาพ
3.2 ประสบการณ 5 - 10 ป
3.3 ประสบการณม ากกวา 10 ปขนึ้ ไป ภายในและมาตรฐานการศกึ ษา
6. ดา นการพฒั นาและการใชส อ่ื เทคโนโลยี

เพ่ือการศึกษา

ภาพท่ี 1.1 กรอบแนวคิดในการวิจยั

สมมตฐิ านการวจิ ยั

1. ประสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเลก็ ตามความคิดเห็นของครู สังกัด
สาํ นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 อยูในระดบั มาก

2. ครูในสถานศกึ ษาขนาดเล็ก สงั กัดสํานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี
เขต 2 ทีม่ ีสถานภาพแตกตางกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกบั ประสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการ แตกตางกนั

นิยามศัพทเ ฉพาะ

การวิจัยคร้ังน้ีผูวิจัยไดกําหนดนิยามศัพทเพื่อใชในการวิจัยและเพื่อความเขาใจท่ีตรงกัน
ดงั ตอไปนี้

ประสทิ ธิผล หมายถึง ผลสาํ เร็จที่ไดจากการดําเนินงานเพือ่ ใหบ รรลวุ ัตถุประสงคทีไ่ ดวางเอาไว
สามารถทีจ่ ะปรบั ตวั ยอมรบั การเปล่ียนแปลงใหเ ขา กับสภาพแวดลอม สังคม และยคุ สมัยท่ีเปล่ียนแปลง
ตลอดเวลา ซึ่งสามารถวดั ไดจ ากความสาํ เรจ็ ของการทํางาน

7

การบริหารงานวิชาการ หมายถงึ กระบวนการดาํ เนนิ งานทเ่ี ก่ียวของกบั การกาํ หนดนโยบาย
วัตถปุ ระสงค ทศิ ทาง แนวปฏบิ ัตงิ านดวยการสงเสรมิ สนบั สนนุ การจัดการเรียนการสอน การวัดผล
ประเมินผลใหดีขึ้น พรอมกับกอใหเกิดความรวมมือในการดําเนินงานโดยมุงเนนผูเรียนเปนสําคัญ
เพอ่ื กอใหเกิดผลสัมฤทธิ์มีความรู ทักษะ สมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงคตามจุดมุงหมาย
ของหลกั สูตรและกอประโยชนส ูงสดุ แกผเู รยี น

ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวชิ าการ หมายถงึ ผลสําเร็จท่ีไดจากการดําเนินงานดานวิชาการ
ไดบรรลวุ ตั ถุประสงคเกี่ยวกบั การบรหิ ารหลักสตู รของสถานศึกษา ดานกระบวนการเรียนรู ดานการ
วดั ผลประเมินผล และดาํ เนนิ การเทียบโอนผลการเรียน ดา นการนิเทศ ดานการพัฒนาระบบประกัน
คุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา และดานการพัฒนาและการใชส่ือเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา
รายละเอยี ด ดงั น้ี

1. ประสิทธิผลดานการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา หมายถึง ผลสําเร็จท่ีไดจากการ
ดาํ เนินงานทีเ่ กีย่ วกับการปรบั ปรุงและเปล่ยี นแปลงหลักสูตร การวิเคราะหสภาพแวดลอม การประเมิน
สถานภาพสถานศึกษา การพัฒนาหลักสูตรเพื่อใหสอดคลองเหมาะสมกับสถานศึกษา ชุมชน และ
หลกั สตู รแกนกลาง เพอื่ กาํ หนดวตั ถุประสงค พนั ธกิจ วสิ ัยทัศน เปาหมายและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค
ของสถานศกึ ษาโดยการมสี วนรวมของทกุ ฝาย มีการตรวจสอบวาหลกั สูตรสถานศกึ ษามีความสมบูรณ
มากนอ ยเพยี งใด มกี ารจดั ทําเปน แผนการจดั สภาพการเรยี นรหู รือโครงการจัดการศกึ ษา โดยมีการกาํ หนด
วธิ ีการจดั การเรยี นรู โดยพยายามบรู ณาการเนื้อหาสาระทัง้ ในกลุมสาระการเรียนรูเดียวกัน และระหวาง
กลมุ สาระการเรยี นรตู ามความเหมาะสม เพ่อื ใหผูเรียนเกดิ ผลการเรยี นรูตามวัตถุประสงคห รือจุดมงุ หมาย
ตามท่ีหลักสูตรกําหนด มีการนําหลักสูตรไปใชในการจัดการเรียนการสอน มีผลการนิเทศการใช
หลักสตู รสถานศึกษา มผี ลการปรบั ปรุงและพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษาอยางเหมาะสม

2. ประสิทธิผลดานการพัฒนากระบวนการเรียนรู หมายถึง ผลสําเร็จที่ไดจากการ
ดาํ เนินงานการสงเสรมิ ใหครจู ดั ทาํ แผนการจัดการเรียนรูตามสาระและหนวยการเรียนรู โดยเนนผูเรียน
เปน สาํ คัญ สถานศึกษามผี ลการจัดกจิ กรรมใหผเู รยี นไดพัฒนาตามศกั ยภาพ ตามความสนใจความถนัด
ของผูเรียน การมีสวนรวม ฝกปฏิบัติจากประสบการณจริง สถานศึกษามีผลการสงเสริมใหครูจัด
กระบวนการวิจัยเปนสวนหน่ึงของกระบวนการเรียนรู สถานศึกษามีผลการใหความสําคัญกับการ
พัฒนาครู ใหม ีความสามารถในการจดั กระบวนการเรียนรู สรางเครือขายแลกเปลี่ยนเรียนรูดานการ
จัดการเรยี นการสอน สถานศกึ ษามผี ลการปลูกฝงผเู รียนใหมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม คานิยม และคุณลักษณะ
อันพึงประสงคท่ีสอดคลองกับเน้ือหาสาระกิจกรรม สถานศึกษามีบรรยากาศและสิ่งแวดลอม และ
แหลงเรียนรทู ่ีเอื้อตอการจัดกระบวนการเรียนรู สถานศึกษามีผลการนําภูมิปญญาทองถ่ินหรือเครือขาย
ผูป กครอง ชมุ ชนทองถนิ่ มามสี ว นรวมในการจัดการเรียนการสอนอยางเหมาะสม สถานศึกษามีรูปแบบ

8

การนเิ ทศการเรียนการสอนแกครูในกลุมสาระตาง ๆ โดยเนนการนิเทศที่รวมมือชวยเหลือกันแบบ
กลั ยาณมติ ร

3. ประสิทธิผลดานการวัดผล ประเมินผล และการเทียบโอนผลการเรียน หมายถึง
ผลสําเรจ็ ที่ไดจากการดาํ เนนิ งาน ตามระเบียบ แนวปฏิบตั ิเกย่ี วกับการวดั ผลและประเมนิ ผล สถานศึกษา
มผี ลการสง เสรมิ ใหครจู ัดทําแผนการวัดและประเมนิ ผลแตละรายวิชาใหส อดคลอ งกับมาตรฐานการศึกษา
สาระการเรียนรู หนวยการเรียนรูแผนการจัดการเรยี นรู และการจัดกิจกรรมการเรียนรู สถานศึกษา
มผี ลการสง เสริมการใหครูดําเนินการวัดผลและประเมินผลการเรียนการสอน โดยเนนการประเมิน
ตามสภาพจริงจากกระบวนการการปฏิบัติ และผลงานสถานศึกษามีผลการเทียบโอนความรูทักษะ
ประสบการณ และผลการเรียนจากสถานศึกษาอ่ืน สถานประกอบการและอื่น ๆ ตามแนวทางท่ี
กระทรวงศึกษาธิการกําหนดพัฒนาเคร่ืองมือวัดและประเมินผลใหไดมาตรฐาน สถานศึกษามีผล
การสง เสรมิ การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนของครูโดยมกี ารกาํ หนดรวมกันกับนักเรียนใหใกลเคียง
กบั สภาพจริงหรือจําลองใหใ กลเคียงชวี ิตจริงมากทีส่ ดุ สถานศึกษามีการประเมนิ เพ่ือการพัฒนาหลักสูตร
ทั้งระบบ ผลจากการประเมนิ สามารถนํามากําหนดยุทธศาสตรเพ่ือการบริหารจัดการดานการวัดผล
และประเมินผล

4. ประสิทธิผลดานการนิเทศการศึกษา หมายถึง ผลสําเร็จที่ไดจากการดําเนินงาน
ระบบการนิเทศงานวิชาการและการเรียนการสอนในสถานศึกษา สถานศึกษามีผลการดําเนินการ
นิเทศงานวชิ าการและการเรยี นการสอนในรปู แบบหลากหลายและเหมาะสมกับสถานศึกษา สถานศึกษา
มผี ลการประเมนิ ผลการจัดระบบ และกระบวนการนิเทศการศึกษาในสถานศึกษา สถานศึกษามีผล
ตดิ ตาม ประสานงานกับเขตพื้นท่กี ารศึกษาเพ่อื พฒั นาระบบและกระบวนการนิเทศงานวิชาการ และ
การเรียนการสอนของสถานศึกษา สถานศึกษามีผลการแลกเปลี่ยนเรียนรูและประสบการณการ
จัดระบบนิเทศการศึกษาภายในสถานศึกษากับสถานศึกษาอื่น หรือเครือขายการนิเทศการศึกษา
ภายในเขตพื้นท่ีการศึกษา สถานศึกษามีการดําเนินการนิเทศภายในสถานศึกษาดวยวิธีการตาง ๆ
เพือ่ พัฒนาคุณภาพการเรยี นรูของผเู รียนใหสอดคลอ งกบั มาตรฐานหลกั สตู ร

5. ประสิทธิผลดา นการพฒั นาระบบประกนั คณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา หมายถงึ ผลสําเรจ็
ท่ีไดจากการดําเนินงาน ระบบโครงสรางองคกรใหรองรับการจัดระบบการประกันคุณภาพภายใน
สถานศึกษา มีเกณฑการประเมินเปา หมายความสําเรจ็ ของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา และ
ตัวช้ีวัดของกระทรวงเปาหมาย ความสําเร็จของพื้นที่การศึกษาหลักเกณฑและวิธีการประเมิน
ของสาํ นักงานรองรับมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ตามระบบการประกนั คุณภาพใหบรรลุตามเปาหมายความสาํ เรจ็ ของสถานศกึ ษา มีผลการดําเนินการพฒั นา
ตามแผนและตดิ ตามตรวจสอบ มีการนาํ ผลการประเมินคณุ ภาพภายใน เพอ่ื ปรบั ปรงุ พฒั นาอยา งตอเนื่อง
มีผลการประสานรวมมือกับสถานศึกษาและหนวยงานอื่น ในการปรับปรุงและพัฒนาระบบการ

9

ประเมนิ คุณภาพภายใน และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
มีผลการดําเนินการประสานงานกับเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาเพื่อการประเมนิ คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
ตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษาการศึกษาภายในเขตพื้นท่ีการศึกษา มีผล การดําเนินการ
ประสานงานกบั สํานกั งานรองรบั มาตรฐานการศึกษาและประเมินคุณภาพการศึกษาในการประเมิน
สถานศึกษาเพอื่ เปน ฐานในการพฒั นาอยา งเปน ระบบและตอเนือ่ ง

6. ประสิทธิผลดานการพัฒนาส่ือนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา หมายถึง
ผลสําเร็จทไ่ี ดจ ากการดําเนนิ งานการศกึ ษา วิเคราะหความจําเปนในการใชสื่อและเทคโนโลยีรวมท้ัง
เครอื ขายการเรยี นรูตาง ๆ ทีม่ ีอยูในชมุ ชน เพ่อื การจัดการเรียนการสอนและการบริหารงานวิชาการ
มีการรายงานดา นการวางแผนการผลิตการทดลองใช สถานศึกษามผี ลงานที่เกิดจากการสงเสรมิ ใหครู
ผลิต พฒั นาสอ่ื และนวัตกรรมการเรียนการสอน สถานศกึ ษามสี อ่ื และเทคโนโลยเี พ่ือใชในการจัดการ
เรียนการสอน และการพัฒนางานดานวิชาการอยางเพียงพอ สถานศึกษามีผลงานในการประสาน
ความรวมมอื ในการผลติ จัดหา พัฒนาและการใชสือ่ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพ่ือจัดการเรียนการสอน
และพัฒนางานวิชาการกับสถานศกึ ษา บคุ คลครอบครัว องคก ร หนวยงานและสถาบนั อนื่ สถานศกึ ษา
มีผลการประเมินผลการพฒั นาการใชสอ่ื นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือการศกึ ษาใหผูเ รียนไดรบั ความรู
ตามจุดหมายทีค่ รูต้งั ไว

ครู หมายถึง บุคคลท่ีปฏิบัติหนาที่สอนในสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษาประถมศกึ ษาสุราษฎรธานี เขต 2

สํานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาสุราษฎรธ านี เขต 2 หมายถึง หนวยงานทางการศึกษา
สงั กดั สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบ ควบคุม กํากับ
ดูแล สงเสริมและสนับสนุนและรวมบริหารจัดการศึกษาระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน ในเขตทองท่ี
8 อําเภอ ไดแก อาํ เภอครี ีรฐั นคิ ม อาํ เภอไชยา อาํ เภอทาฉาง อาํ เภอทาชนะ อําเภอบา นตาขุน อําเภอพนม
อาํ เภอพุนพนิ และอาํ เภอวิภาวดี มสี ถานศึกษาในสงั กัด จํานวน 190 โรงเรยี น

บทที่ 2

เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ยี วของ

การวิจัย เร่ือง ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคิดเห็น
ของครู สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 ผูวิจัยไดศึกษาคนควา
เอกสาร ทฤษฏี และงานวิจยั ทเ่ี กย่ี วของเพ่อื เปนพื้นฐานและแนวคิด ท่ีจะนาํ ไปสกู รอบแนวคดิ การวิจัย
และเปนฐานขอ มูลประกอบการศึกษา วิเคราะห อภปิ รายผลใหบ รรลุวตั ถุประสงค มรี ายละเอียด ดังนี้

1. แนวคดิ และหลกั การเกี่ยวกบั การบรหิ ารงานวชิ าการ
2. แนวคดิ และประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวชิ าการ
3. บริบทสาํ นกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 2
4. งานวิจัยทเี่ กยี่ วของ

แนวคิดและหลกั การเกยี่ วกับการบรหิ ารงานวชิ าการ

ความหมายของการบริหารงานวชิ าการ
งานวิชาการเปนงานหลักของการบริหารสถานศึกษา เนื่องจากงานวิชาการเกี่ยวของกับ
หลักสตู ร การจดั โปรแกรมการศกึ ษาและการจดั การเรียนการสอน ซึ่งเปนหัวใจของสถานศึกษา และ
เกยี่ วขอ งกบั ผบู ริหารสถานศึกษาและครู ซึ่งอาจจะเกี่ยวของทั้งทางตรงและทางออมก็อยูที่ลักษณะ
ของงานน้ัน ๆ
สุชาดา ศิรสิ ุวรรณ (2554 : 13) ไดส รุป การบริหารงานวชิ าการไววา หมายถงึ เปน กระบวนการ
ดําเนินการหรอื แนวทางปฏบิ ัตขิ องผูบ ริหาร ในการปรบั ปรงุ พฒั นาการเรียนการสอนของครูและนักเรียน
โดยมุงหวังพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพตามท่ีสังคมตองการ อันเปนเปาหมายสูงสุดของสถานศึกษา
พชั ราภรณ โตแกว (2554 : 12) ใหความหมายวา การบรหิ ารงานวชิ าการ หมายถึง การบริหาร
กิจกรรมทุกชนิดและการดาํ เนนิ งานทุกอยางของผูบริหารโรงเรียน ครู และผูมีสวนเก่ียวของกับการ
ปรบั ปรุง การพฒั นาการจดั การเรยี นใหเกิดผลดกี บั ผูเ รยี นและใหครอบคลุมกับจุดมุงหมายของหลักสูตร
อยางมปี ระสทิ ธภิ าพและมปี ระสิทธิผล
กนกวรรณ ภาณุทตั (2555 : 25) ใหความหมายวา การบริหารงานวิชาการ หมายถงึ การบรหิ าร
สถานศึกษา โดยมกี ารจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน โดยมกี ารพฒั นาการเรียนการสอนในดานตาง ๆ
ใหไดผ ลดี บรรลุตามวัตถปุ ระสงคอยา งมีประสทิ ธิภาพ และเกิดประโยชนสูงสุดตอผูเรียน ใหนักเรียน
มคี วามประพฤติดี มลี ักษณะนสิ ยั ทีด่ ีสามารถอยใู นสงั คมไดอยา งมคี วามสุข

11

วิเชยี ร ยอดจักร (2555 : 13) ไดใ หค วามหมายของการบรหิ ารงานวิชาการ หมายถงึ การบริหาร
กิจกรรมทุกอยางในสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ที่เกี่ยวกบั การปรับปรงุ พัฒนาการเรียนการสอนใหไดผลดี
และมปี ระสทิ ธภิ าพสูง เกดิ ประโยชนส งู สดุ กบั ผเู รยี น ทงั้ น้ีเพื่อปรับปรงุ สงเสริม และพฒั นาผูเ รยี นใหม ี
คณุ ภาพมาตรฐานไดตามเจตนารมณข องการศกึ ษาพฒั นาองคการใหม ีประสิทธภิ าพสงู สุด ใหม ากท่สี ุด

พนัส ดว งเอก (2555 : 9) ไดใหค วามหมายของการบริหารงานวชิ าการ หมายถงึ การดําเนิน
กจิ กรรมที่เกี่ยวขอ งกบั การปรับปรุงการเรียนการสอนใหด ขี ึ้น ต้งั แตการกําหนดนโยบาย การวางแผน
การจัดทําหลกั สูตรสถานศกึ ษา การเรยี นการสอน ไปจนถงึ การวัดการประเมินผล และการเทียบโอน
ผลการเรียน ซง่ึ เปน งานหลักของงานวชิ าการ เพือ่ ใหเปน ไปตามจดุ มงุ หมายของหลักสูตร และจุดมุงหมาย
ของการศึกษา เกดิ ประโยชนส ูงสดุ กับผูเรยี น

จอมพงศ มงคลวนิช (2555 : 30) ไดกลาวถึง การบริหารงานวิชาการ เปนการดําเนินการ
ท่เี กย่ี วกบั การเรยี นการสอนซง่ึ ครอบคลมุ เกีย่ วกบั การนําหลกั สูตรไปใช การทาํ แผนการสอน การปรับปรุง
การเรียนการสอน การใชส่ือการสอน การประเมินผลการวัดผล และการนิเทศการสอน เปนตน
การบริหารการศึกษาเปนการดําเนินงานของกลุมบุคคลเพื่อพัฒนาคนใหมีคุณภาพ คนจะมีคุณภาพ
คือมคี วามรูความสามารถ ความคิด และความเปน คนดีได จะตองมกี ารเรียนการสอนหรือจะตอ งมีการ
บรหิ ารงานวิชาการทม่ี ีคณุ ภาพนนั่ เอง การบรหิ ารงานวชิ าการจงึ ถือเปน หวั ใจของการบรหิ ารการศึกษา
ในสถาบนั การศึกษาทั้งในมหาวิทยาลยั หรือโรงเรียนตา ง ๆ จะมผี ูบริหารฝา ยวชิ าการซง่ึ จะเรียกชื่อตาง ๆ
กนั ไป เชน รองอธกิ ารบดีฝายวิชาการ รองคณบดีฝายวิชาการ ผูชวยผูอํานวยการฝายวิชาการ หรือ
ผูชว ยอาจารยใ หญฝา ยวชิ าการ เปน ตน

จรณุ ี เกา เอย้ี น (2557 : 4) ไดก ลาวสรปุ วา งานวชิ าการ หมายถึง งานท่ีเปนหัวใจของสถานศึกษา
หรือโรงเรียน ซงึ่ ประกอบดว ยงานยอ ยอืน่ ๆ ที่เก่ียวกับการเรียนการสอน เชน หลักสูตร การพัฒนา
หลกั สตู รวิชาสอน สือ่ การเรียนการสอน การวัดผลและประเมนิ ผลการประกนั คุณภาพการศกึ ษา และ
งานอืน่ ๆ ท่ีสง เสริมสนับสนนุ งานวชิ าการใหบ รรลุผลสาํ เรจ็

อมรรัตน โพธ์เิ พชร (2557 : 34) กลาววา งานวชิ าการเปน งานท่ีสําคัญและถือเปนงานหลัก
ของโรงเรียน ผูบ ริหารจะตอ งใหค วามสนใจและความรบั ผดิ ชอบ และตองเปนผูน ําทางวิชาการแกคณะครู
ใหความรวมมือใหคําปรึกษา แนะนํา และคอยประสานงานใหครูทุกคนทํางานรวมกันเพื่อใหงาน
ประสบความสําเร็จและมีประสิทธิภาพ และที่สําคัญงานวิชาการยังเปนงานที่เกี่ยวของกับกิจกรรม
ทกุ ชนดิ ทเี่ กี่ยวขอ งกับการจัดการเรียนการสอน สงเสริมใหการจดั การเรียนการสอนประสบผลสําเร็จ
และสงผลใหผ เู รยี นมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค คอื เปน คนดี เปน คนเกง และเปนคนทีม่ คี วามสุข

ปริศนา สําเนยี งแจม (2558 : 16) ไดสรุปวางานวิชาการเปนการดําเนินกิจกรรมทุกอยาง
ทเ่ี ก่ยี วขอ งกับการปรบั ปรุงพัฒนาการเรียนการสอนใหด ขี น้ึ ต้งั แตก ารพฒั นาหลกั สูตร การนเิ ทศงานสอน
การประเมินผลการสอนเพ่อื ใหเ กิดประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลสงู สดุ แกผูเรียน

12

สรุปไดว า การบรหิ ารงานวชิ าการ หมายถงึ กระบวนการดําเนนิ งานท่ีเก่ียวของกับการกําหนด
นโยบาย วตั ถปุ ระสงค ทศิ ทาง แนวปฏิบัติงานดวยการสงเสริม สนับสนุน การจัดการเรียนการสอน
การวัดผลประเมินผลใหดีข้ึน พรอมกับกอใหเกิดความรวมมือในการดําเนินงานโดยมุงเนนผูเรียน
เปนสําคัญ เพ่ือกอใหเกิดผลสัมฤทธ์ิมีความรู ทักษะ สมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค
ตามจดุ มงุ หมายของหลกั สตู รและกอ ประโยชนสงู สุดแกผ เู รยี น

ความสําคัญของการบริหารงานวชิ าการ
งานวิชาการเปนงานท่สี ําคญั ที่สุดของโรงเรยี น เปน หัวใจของการบรหิ ารสถานศึกษา เพราะ
จดุ มงุ หมายของสถานศึกษา ก็คือ การจัดการศึกษาคุณภาพ และมาตรฐานของสถานศึกษา จึงอยูท่ี
งานดานวิชาการเพื่อเปน การสรา งเสรมิ นักเรียนใหม คี วามรู ความสามารถตามจุดมุงหมาย ของหลักสูตร
ซึง่ สอดคลองกบั แนวความคิดของนกั การศึกษาที่กลา วไว ดังน้ี
กรทพิ ย ศกนุ ตานุรักษ (2554 : 11) ไดสรุป ความสําคัญของงานวิชาการไววา การบริหาร
วิชาการถือเปนงานหลักของสถานศึกษาซึ่งเปนสถาบันทางสังคมมีหนาท่ีบริการจัดการศึกษาตาม
ความตอ งการของสังคมและชุมชน ผบู ริหารและครจู ะตองมกี ารวางแผน ตดิ ตาม ควบคมุ และสง เสริม
เพ่อื ใหการจัดการเรียนการสอนมคี ณุ ภาพและประสิทธิภาพบรรลุตามวตั ถปุ ระสงค
พัชราภรณ โตแกว (2554 : 13) ไดสรุป ความสําคัญของงานวิชาการไววา การบริหาร
วชิ าการเปนงานทม่ี คี วามสาํ คญั เปนอยา งย่ิงและเปน งานหลักในการจดั การศึกษาของสถานศึกษา คือ
มุง ใหการเรียนการสอนประสบความสาํ เร็จอยางมปี ระสิทธภิ าพ ผเู รียนมคี ุณภาพ มีความรู ความสามารถ
มคี ุณธรรม จริยธรรมท่สี ังคมตองการและตามทห่ี ลักสตู รกาํ หนดไว
สุชาดา ศิริสุวรรณ (2554 : 15) ไดสรุป ความสําคัญของงานวิชาการไววา ความสําเร็จ
ของสถานศึกษาข้ึนอยูกับการนําหลักการบริหารงานวิชาการ คือหลักการพัฒนาคุณภาพ หลักการ
มีสวนรวม หลักประสิทธิภาพ หลักประสิทธิผล หลักประหยัด หลักความเปนวิชาการ นําไปปฏิบัติ
เพอ่ื คุณภาพของเปาหมายคือผูเรียนเปนหลกั ตลอดจนบคุ ลากรซงึ่ เปนผูมบี ทบาทสําคัญในกระบวนการ
บริหาร โดยเนนการมสี วนรว มในการบรหิ าร ใหการสงเสรมิ สนบั สนุนและดแู ลเอาใจดวยความยุติธรรม
และเสมอภาพ
จฑุ าณัฐ สุภาพ (2555 : 19) ไดสรุป ความสําคัญของงานวชิ าการไวว า งานวชิ าการเปน งานหลัก
ในการบรหิ ารสถานศกึ ษา ท้งั น้ีเพราะการจดั การศกึ ษาเปนการวางพ้ืนฐานในการพัฒนาคนใหมีความรู
ความสามารถ ปรับตัวอยูกับสงั คมไดอยา งมคี วามสขุ โรงเรียนจะสามารถจัดการศึกษาตามวัตถุประสงค
ของหลักสูตรได จะตอ งสามารถบรหิ ารงานวิชาการใหมปี ระสทิ ธิภาพมากทส่ี ุด
ปรียาพร วงศอนตุ รโรจน (2555 : 1 - 2) ไดสรุป ความสําคัญของงานวิชาการไววา การใช
เวลาในการบรหิ ารงานและการใหค วามสําคญั ของงานในสถานศกึ ษา งานในความรบั ผดิ ชอบของผูบริหาร
โดยแยกงานออกเปน 7 ประเภท พบวา การบริหารงานวิชาการคิดเปนรอยละ 40 งานบริหารบุคลากร

13

รอยละ 20 งานบริหารกิจการนักเรียนรอยละ 20 งานบริหารหารเงิน งานบริหารอาคารสถานที่
งานบรหิ ารความสัมพนั ธกับชุมชนและงานบริหารท่ัวไปแตละงานคิดเปนรอยละ 5 จากงานเห็นไดวา
ผบู ริหารโรงเรยี นไดใ หค วามสาํ คญั ของการบรหิ ารงานวิชาการ และกาํ หนดสดั สว นไวม ากทส่ี ดุ เมอื่ เทยี บกับ
งานอน่ื ๆ

ปรารถนา ตนั ตกิ ุลไพบลู ย (2555 : 33) ไดส รุป ความสําคัญของงานวิชาการไววา งานวิชาการ
เปน งานที่มีความสาํ คญั ท่สี ดุ เปน ตัวบงชใ้ี หเหน็ คณุ ภาพและประสิทธิภาพการจัดการของสถานศึกษา
ซึ่งผบู ริหารสถานศกึ ษาตอ งมีความรูความเขาใจ ในสาระสําคัญตามขอบขายงานวิชาการเปนอยางดี
อันจะสงผลใหน ักเรียนมีคุณภาพตามเปา หมายของหลักสูตร

จรณุ ี เกาเอย้ี น (2557 : 3) การบรหิ ารงานวิชาการ เปนงานทส่ี ําคญั สาํ หรับผูบริหารสถานศกึ ษา
เนือ่ งจากการบรหิ ารงานวชิ าการ เกี่ยวขอ งกับกจิ กรรมทุกชนิดในสถานศึกษา โดยเฉพาะเก่ียวกับการ
พฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน ซึ่งมีจุดมุงหมายหลักของสถานศึกษา และเปนเคร่ืองชี้ความสําเร็จ
และความสามารถของผบู รหิ ารสถานศกึ ษา ผูบรหิ ารสถานศกึ ษาจงึ ตองมคี วามรูความสามารถในดานการ
บรหิ ารเพราะการบริหารเปนภารกิจหลกั ทผ่ี ูบ รหิ ารสถานศึกษาตองดําเนินการโดยเฉพาะการบริหาร
งานวิชาการ เพราะการบรหิ ารงานวชิ าการเปน กระบวนการทาํ กิจกรรมทกุ อยางท่ีเกี่ยวขอ งกับการพัฒนา
การเรยี นการสอนใหดีข้ึน เริ่มต้ังแตการกําหนดนโยบาย การวางแผน การพัฒนาการเรียนการสอน
การปรบั ปรุงการเรียนการสอน ตลอดการประเมินผลการสอน เพื่อใหเปนไปตามจุดหมายของหลักสูตร
และจุดมงุ หมายของสถานศกึ ษา เพ่อื ใหเกดิ ประโยชนสงู สดุ กบั ผเู รียน หากมองการบริหารงานวิชาการ
ในดานงานของสถานศึกษา งานบริหารวิชาการ ไดแก งานควบคุมดูแลหลักสูตรการสอน อุปกรณ
การสอน การจัดแบบเรียน คูมือ การจัดชั้นเรียน การจัดครูเขาสอนการปรับปรุงการเรียนการสอน
การฝก อบรมครู การนิเทศการศกึ ษา การเผยแพรง านวชิ าการ การวดั ผลประเมินผล การประเมนิ มาตรฐาน
สถานศกึ ษาเพือ่ ปรบั ปรงุ คณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพของสถานศกึ ษา เปน ตน

สรุปไดวา การบริหารงานวิชาการในสถานศึกษาน้ัน เปนงานท่ีสําคัญของสถานศึกษา
เปนหนาที่หลัก เปนหัวใจสําคัญ ที่ผูบริหารสถานศึกษาและครูจะตองรวมกันปฏิบัติตามภารกิจ
สถานศกึ ษาจะประสบผลสาํ เร็จไดด นี น้ั กข็ ้ึนอยูกับการบริหารงานวชิ าการ วา จะสรา งนักเรยี นใหมคี ณุ ภาพ
มคี วามรู มีจรยิ ธรรม และมีคณุ สมบัตติ ามทีต่ องการ เพื่อใหน กั เรียนไดนาํ ไปใชในการดํารงชีวิต ในสังคม
และยังเปนเคร่ืองมือชี้วัดความสําเร็จ ความรู ความเขาใจ ความสามารถของผูบริหารสถานศึกษา
ในฐานะผนู าํ ขององคก รดว ย

14

หลกั การบริหารงานวิชาการ
พระราชบญั ญัติการศึกษาแหง ชาติ 2542 กาํ หนดใหการจัดการศึกษาทุกประเภททุกระดับ
ตอ งเนนความสาํ คญั 3 สวน คอื ความรูคุณธรรม และกระบวนการเรียนรโู ดยบูรณาการตาม ความเหมาะสม
ของแตล ะระดับการศึกษาในเรือ่ งตอไปนี้ (สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน, 2550)

1. หลักสูตรและเนอ้ื หาสาระการเรียนรปู ระกอบดว ยความรู เรอ่ื งตาง ๆ ดังนี้
1.1 ความรู เรื่องเก่ียวกับตนเองและความสัมพันธของตนเองกับสังคม ไดแก

ครอบครัว ชุมชน และสังคมโลก หากเรียกเปนรายวิชาตามแนวทางที่เคยปฏิบัติหมวดนี่ ไดแก
การเรียนเร่ือง เก่ียวกับสุขศึกษา สังคมศึกษา ภูมิศาสตรประวัติศาสตรเศรษฐศาสตรหนาที่พลเมือง
การเมือง การปกครอง ประเทศของเรา ประเทศเพื่อนบาน เปนตน

1.2 ความรู และทักษะดานวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีรวมท้ังความรู
ความเขา ใจ และ ประสบการณ ในเรื่องการจัดการการเอาใจใสดูแลบํารุงรักษาและการใชประโยชน
จากทรัพยากร ธรรมชาติและสิง่ แวดลอมอยางสมดุลย่ังยืน หากเรียกเปนรายวิชาตามแนวทางที่เคย
ปฏิบัติหมวดนี้ อาจไดแกการเรียนเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติศึกษาวิทยาศาสตรทั่วไป ฟสิกส เคมี
ชีววทิ ยา สิง่ แวดลอม พลังงาน ปาไม สัตวปา สัตวน้ํา แหลงน้ํา ดิน หิน แร ดวงดาวจักรวาลอวกาศ
เปนตน

1.3 ความรู เกี่ยวกับศาสนาศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปญญาไทยและการ
ประยุกตใช ภูมิปญญา หมวดนี้เปนสาระและกิจกรรมท่ีหลอหลอม สรางเสริมความงดงาม ใหแก
รา งกายวาจา ความคดิ และจิตใจอาจเรียกเปน วชิ าตามแนวคิดเดิม เชน ศีลธรรม หลกั ธรรมของศาสนา
จรยิ ธรรม สมบัตขิ องผดู ีมารยาทสงั คม กฬี าและการออกกาํ ลังกาย การวาดภาพระบายสี การปน และ
แกะสลัก งานประดิษฐงานชางวรรณกรรมและบทกวี เพลงและดนตรีนาฏศิลป และนันทนาการ
นิทาน ตํานานความเชือ่ โบราณวตั ถเุ ปนตน

1.4 ความรู และทักษะดานคณิตศาสตร และดานภาษาเนนการใชภาษาไทย
อยางถูกตอ ง ไดแกวิชาคณิตศาสตรซึ่งอาจแยกเปนพีชคณิต เรขาคณิต เลขคณิต สวนวิชาภาษาไทย
ซ่ึงอาจแยก เปนหลกั ภาษาการใชภาษา (การฟง การพูดการอานและการเขียน) วรรณคดีทั้งวรรณคดี
รวมสมยั วรรณคดสี ากลและวรรณคดที อ งถ่ิน นอกจากนยี้ ังรวมถงึ ภาษาตา งประเทศตามความจําเปน
ในสงั คมโลกาภวิ ฒั น เชน ภาษาอังกฤษ ฝรงั่ เศส ญป่ี นุ จนี เกาหลรี วมท้ังภาษาของประเทศเพอื่ นบา น

1.5 ความรู และทักษะในการประกอบอาชีพและการดํารงชีวิตอยางมีความสุข
ในหมวดนี้ มีท้ังการเรียนเรื่องเกี่ยวกับการงาน การอาชีพ และการสังคม โดยเฉพาะการเรียนเร่ือง
การงาน และอาชพี มีหลายสาขา เชน เกษตร ประมง ชางอตุ สาหกรรม ชา งศิลปกรรมชางหัตถกรรม
งานบริการคาขาย นายหนาธุรกิจ สอ่ื สารโทรคมนาคม โฆษณา ประชาสมั พนั ธ ฯลฯ ทั้งนี้ใหการจดั ทํา
หลักสูตรแกนกลางเปนหนาท่ีของสวนกลางและกําหนดใหโรงเรียนข้ันพื้นฐานมีหนาท่ี จัดทําสาระ

15

ของหลกั สูตรในสว นทเี่ กี่ยวกบั สภาพปญ หาในชุมชนและสังคมภมู ปิ ญญาทองถนิ่ และคุณลกั ษณะที่พึง
ประสงค ของทอ งถ่ินของตนหรอื ที่เรยี กวาการจัดทาํ หลกั สูตรทอ งถิ่น

2. การจัดกระบวนการเรียนรูการจัดกระบวนการเรียนรู ถือเปนสวนที่สําคัญท่ีสุด
เพราะ เปน สวนที่สง ผลกระทบตอตวั ผเู รยี นโดยตรงภารกิจนเ้ี ปนหนาท่ีของโรงเรียน ครูและผูจัดการ
เรยี นรู ซึ่งรวมถึงวทิ ยากร พอแมผปู กครองและบุคคลอน่ื ทมี่ สี ว นจัดการเรยี นรู ทงั้ โดยตรงและโดยออ ม
พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาตไิ ดกําหนดเรอื่ งนไ้ี วในมาตรา 24 มสี าระสาํ คญั หลาย ประการ ดงั น้ี

2.1 จัดเน้ือหาสาระและกิจกรรมใหสอดคลองกับความสนใจและความถนัด
ของผูเรยี น โดยคํานงึ ถึงความแตกตา งระหวางบคุ คลหากครูใหความสําคัญแกผูเรียนเขาใจความแตกตาง
ระหวางบุคคลจิตวิทยาการเรียนรู และจิตวิทยาพัฒนาการครูก็จะสามารถปฏิบัติไดโดยพิจารณา
ความเหมาะสมเปน รายวชิ ารายกจิ กรรม วา วชิ าใดเรอ่ื งใดกิจกรรมใดสามารถจะมอบหมายงานแกผูเรียน
เ ป น ร า ย บุ ค ค ล ห รื อ ร า ย ก ลุ ม ต า ม ค ว า ม ส น ใ จ ห รื อ ค ว า ม ถ นั ด ก า ร ทํ า เ ช น น้ี จ ะ ทํ า ใ ห ผู เ รี ย น
ประสบผลสาํ เร็จในการทํากิจกรรมมกี าํ ลังใจและมั่นใจทจ่ี ะเรียนรูตอ ไป

2.2 ฝก ทักษะกระบวนการคดิ การจัดการการเผชิญสถานการณ และการประยุกต
ความรู มาใชเพ่ือปองกันและแกไขปญหาความในขอน้ีเนนการฝกทักษะซึ่งประกอบดวยการฝกหัด
และฝก ฝน ทกั ษะทีต่ อ งฝก ไดแก ก. กระบวนการคิดเชน ฝกคิดอยางเสรีคิดวิเคราะห คิดสังเคราะห
คิดหาความสัมพันธเช่ือมโยงคิดริเริ่มสรางสรรคคิดสรางทางเลือกคิดตัดสินใจ และคิดแกปญหาได
ข. การจัดการ เชน การวางแผน การทาํ โครงงานการบันทกึ การประมวลผล การประเมินผลการประสาน
และรวมมือปฏิบัติการการสรุปผลการรายงานผลการปรับปรุงแกไข ค. การเผชิญสถานการณ เชน
การรับรู สถานการณการวิเคราะหส ถานการณการควบคุมอารมณของตน การควบคมุ สถานการณ โดยใช
ขอมูลเหตุผลและความรู มาประกอบการคิดและตัดสินใจ เผชิญและแกไขสถานการณ ไดอยาง
รูเทา ทัน

3. จัดกจิ กรรมใหผเู รียนไดเรียนรู จากประสบการณ จริงฝกการปฏิบัติใหทําไดคิดเปน
ทําเปนรักการอานและเกิดการใฝรู อยางตอเนื่องความในขอน้ีเนนการเรียนรู ดวยการปฏิบัติจริง
ซึ่งเชื่อมโยงและสืบตอเนอ่ื งจากการฝกทกั ษะในหวั ขอ ที่ผานมาการเรียนรู ดวยการปฏิบัติจริงมีหลายวิธี
เชน การอา น การพดู การรอ งเพลงการเขยี น การวาดภาพ การคนควาเอกสารการศึกษานอก สถานท่ี
การสัมภาษณการสังเกตและการบนั ทึกการสังเกตและการวิเคราะหการทดลองการสาธิต การแสดง
บทบาทสมมุตกิ ารแสดงละครการจัดนทิ รรศการการทําโครงงานการทําแฟม สะสมงาน การปฏิบตั ิงาน
ฯลฯ และ การปฏบิ ัติกิจกรรมใด ๆ ก็ตามตองเนนการคิดเปน ทําได ทําเปน และสามารถแกปญหา
ท่ีเกิดขึ้นได รักการอานและใฝรู ใฝเรียนอยางตอเนื่องไมเฉพาะในขณะที่เรียน เพ่ือใหสอบได หรือ
สอบผา นเทา นน้ั

16

4. จดั การเรยี นการสอนโดยผสมผสานสาระความรู ดา นตา ง ๆ อยางไดส ดั สวนสมดลุ กนั
รวมทั้งปลูกฝงคุณธรรม คานิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงคไวในทุกวิชาความหมาย
ของขอ นคี้ อื การบูรณาการจุดมงุ หมายและเนื้อหาตามความเหมาะสมหมายความวาในแตละกิจกรรม
หรือแตละคาบเวลาตอ งมเี นอ้ื หาวิชาและจุดมงุ หมายหลกั และมีการผสมผสานวชิ าอื่นเปน องคป ระกอบ
โดยเฉพาะดานคณุ ธรรมจริยธรรมและคา นิยม สามารถนาํ มาบูรณาการเขาไปใน เนื้อหาและกิจกรรม
วิชาอ่ืน ๆ ไดโดยถอื หลักวาคุณธรรม คานิยมและคุณลักษณะท่ีพึงประสงค สามารถจะปลูกฝง และ
สอดแทรกในกระบวนการเรยี นการสอนไดท กุ วชิ า

5. สงเสริมสนบั สนุนใหผูสอนสามารถจดั บรรยากาศสภาพแวดลอมสื่อการเรียน และ
อาํ นวยความสะดวกเพือ่ ใหผ ูเ รยี นเกดิ การเรยี นรสู ามารถใชก ารวจิ ยั สวนหนึ่งของกระบวน การเรียนรู
ผูสอนและผเู รยี นอาจเรียนรู ไปพรอมกันจัดสื่อและแหลงวิทยาการประเภทตาง ๆ โรงเรียนและครู
ตองจดั ส่งิ แวดลอม ปจ จยั และบรรยากาศใหเออื้ ตอ การเรียนรู เชน มีความสงบ สะอาดรมร่ืน รมเย็น
มที ่ีกันแดดกันฝน มีนา้ํ ดืม่ มีหองนํ้าหอ งสว มเพียงพอ และสะอาดมีหนังสือ วารสาร ส่ืออุปกรณวัสดุฝกงาน
มีบรรยากาศของกัลยาณมิตรและอีกประเด็นหนึ่ง คือ การแสวงหาความรู ในลักษณะของการวิจัย
โดยเฉพาะการวิจัยในชนั้ เรยี นหรอื การคนหาความรู อยางเปนระบบ ทั้งผูสอนและผูเรียนโดยกระทํา
ไปในงานปกติ

6. จดั การเรียนรู ใหเกิดขึ้นไดทุกเวลาทุกสถานที?มีการประสานความรวมมือกับบิดา
มารดาผูปกครองและบคุ คลในชุมชนทกุ ฝา ยเพอ่ื รว มกนั พัฒนาผเู รียนตามศกั ยภาพอนั จะสงให ผูเรยี นเกดิ การ
พฒั นาอยางยัง่ ยืนและรอบดาน นอกจากน้ัน ในมาตรา 25 และมาตรา 29 ของ กฎหมายการศึกษา
แหง ชาตกิ ําหนดใหรฐั ตองสงเสรมิ การดาํ เนินงานและการจัดต้ังแหลง การเรียนรู ตลอดชวี ิตทุกรูปแบบ
เชน หองสมุดสาธารณะ พิพิธภัณฑหอศิลปสวนพฤกษศาสตร สวนสาธารณะอุทยานวิทยาศาสตร
ศูนยเยาวชน ศูนยก ฬี า ฯลฯ อยา งเพียงพอและมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมทั้งสงเสริม ความเขมแข็งของชุมชน
บุคคลองคก รและสถาบันทางสงั คม โดยจัดกระบวน การเรียนรู ใหเกิดข้นึ ภายในชมุ ชน

7. การประเมินผูเรียนการประเมินผูเรียนใหพิจารณาจากพัฒนาการของผูเรียน
ความประพฤตสิ ังเกตพฤติกรรม การเรียนและการรวมกิจกรรมและจากการทดสอบทั้งหมดนี้ใหทํา
ควบคูกันไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแตละระดบั และรูปแบบของการศึกษา
นอกจากนย้ี ังไดก าํ หนดใหโ รงเรียนใชวธิ ีการทีห่ ลากหลายในการจัดสรรโอกาสเขาศึกษาตอและใหนําผล
การประเมินผูเรยี นมาใชป ระกอบการพจิ ารณาดว ย

สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน (2550) ไดกําหนดหลักการและแนวคิดดาน
การบรหิ ารงานวชิ าการเพื่อเปน แนวทาง การบรหิ ารและการจัดการศึกษาในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และ
โรงเรยี นเพอ่ื พจิ ารณาดังตอ ไปน้ี

17

1. ยึดหลกั ใหโรงเรยี นจดั ทําหลักสูตรโรงเรียนใหเปน ไปตามกรอบหลักสูตร แกนกลาง
การศึกษาขั้นพน้ื ฐานและสอดคลอ งกบั สภาพปญ หาและความตอ งการของชุมชนและ สังคมอยางแทจริง
โดยมคี รูผูบริหารผูป กครองและชุมชนมสี ว นรวมในการดําเนนิ งาน

2. มุง สง เสรมิ โรงเรียนใหจ ดั กระบวนการเรียนรโู ดยถือวา ผเู รยี นมีความสําคัญสงู สุด
3. มุง สงเสริมใหช ุมชนและสงั คมมสี วนรว มในการกาํ หนดหลักสูตรกระบวนการเรียนรู
รวมทง้ั เปน เครือขายและแหลงการเรียนรู
4. มงุ จดั การศกึ ษาใหมีคณุ ภาพและมาตรฐานโดยจดั ใหมีดชั นีชวี้ ัดคณุ ภาพ การจัดหลักสูตร
และกระบวนการเรยี นรแู ละสามารถตรวจสอบคุณภาพการจัดการศึกษาไดทุกชวงช้ันทั่ง ระดับเขตพื้นที่
การศึกษาและโรงเรียน
5. มงุ สง เสริมใหมีการรวมมอื เปน เครอื ขายเพอื่ เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพ ในการจัด
และพฒั นาการศกึ ษา
ปรีชา กระจางโพธิ์ (2550) ไดกลาวถึง หลักการบริหารงานวิชาการไววา หลักการบริหาร
งานวิชาการเปนแนวคิดเพือ่ ปฏิบัติไปสูความสําเร็จในการบริหารงานวิชาการ จําเปนตองมีหลักท่ีสําคัญ ๆ
ดงั น้ี
1. หลกั การพฒั นาคณุ ภาพ (Quality Management) เปนการบริหารงานเพ่ือนําไปสู
ความเปนเลิศทางวิชาการ องคประกอบของคุณภาพที่เปนตัวชี้วัด คือ ผลผลิตและกระบวนการ
เปนปจ จัยสาํ คญั ท่ีทําใหบุคลากรและผูรับบริการไดรับความพึงพอใจ พัฒนาศักยภาพเปนท่ียอมรับ
ในระดับสากลมากข้ึน โดยอาศัยกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา ไดแก การควบคุมคุณภาพ
การตรวจสอบคณุ ภาพ และการประเมนิ คุณภาพ
2. หลักการมีสว นรวม (Participation) การปรบั ปรุงคณุ ภาพของกระบวน การบริหารได
พัฒนามาอยา งตอเนอ่ื งสมา่ํ เสมอตลอดเวลา โดยทุกคนในหนวยงานมีสว นรว มเสนอแนะปรับปรุง และ
พัฒนา หลักการมีสวนรวมตองการใหทุกคนไดรวมกันทํางานซึ่งลักษณะของงานวิชาการตองอาศัย
ความรวมมอื จากหลายฝา ยรว มกันนําไปสกู ารพฒั นาคณุ ภาพไดมากขึน้ การมสี วนรว มตองเร่ิม จากการ
รวมคิด รวมทํา และรว มประเมินผลเร่ืองทศี่ ึกษาได
3. หลักการ 3 องคประกอบ (3 - E) ไดแก ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และประหยัด

3.1 หลักแหง ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถงึ การปฏิบตั ติ ามแผนท่ีกาํ หนดไว
เปนตามขั้นตอนกระบวนการ มปี ญ หาและอปุ สรรคอยางไรในขณะดําเนินการกส็ ามารถปรบั ปรงุ แกไขได
มปี ระสิทธภิ าพเนน ไปทก่ี ระบวนการ (Process) การใชกลยุทธและเทคนคิ ตา ง ๆ ท่ีทาํ ใหบรรลุวัตถุประสงค
มากท่สี ุด

3.2 หลักแหงประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถึง ไดผลผลิต (Outputs)
ตามวตั ถุประสงคทกี่ ําหนดไว ตรงตามจุดมุงหมายของหลักสูตร มีความรู ความสามารถ มีทักษะเพิ่มข้ึน

18

รวมทง้ั การคาํ นึงถึงประโยชนทไี่ ดร บั อยางไรกต็ ามมกั ใชคําสองคําน้คี วบคูกนั คือมี ประสิทธิภาพ และ
ประสิทธิผล

3.3 หลักประหยัด (Economy) หมายถึง การใชเวลานอย การลงทุนนอย การใช
กําลังหรอื แรงงานนอย โดยไมต อ งเพิ่มทรัพยากรทางการบริหาร แตไดผลผลิตตามที่คาดหวัง ดังนั้น
การลงทุนในทางวชิ าการจงึ ตองคํานึงถงึ ความประหยดั ดวยเชนเดียวกัน ผูบริหารจะใช กลวิธีอยางไร
ในการบรหิ ารเพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพโดยอาศยั ความประหยัดบคุ ลากร งบประมาณ วสั ดุ เทคโนโลยี และ
ใชเ วลานอยอีกดว ย

4. หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) หมายถึง การกํากับท่ีดี การดูแลอยางดี
ประกอบดวยสีป่ ระการ ดังนี้

4.1 เปาหมายสอดคลองตอความตองการหรือความจําเปนของสังคมหรือชุมชน
(Relevance) สถานศกึ ษาตอ งทาํ ใหส ิ่งท่ีสอดคลองกบั ประโยชนข องผูเรียน ประโยชนข องสังคม ชุมชน

4.2 มคี วามโปรงใส (Transparence) กระบวนการบริหารตองโปรงใสตรวจสอบได
อธบิ ายไดดวยเหตผุ ล และมีความยตุ ิธรรมแกท ุกฝาย

4.3 ทกุ ขัน้ ตอนตองมผี รู ับผดิ ชอบ (Accountability) มผี ยู อมรบั ในผลของการกระทาํ
และพรอ มทีจ่ ะแกไขปญหาใหจงได

4.4 กระบวนการบริหารตองมีประสิทธิภาพ (Efficiency) และไดประสิทธิผล
(Effectiveness) หมายถึง มีการวางแผน มีการปฏบิ ัตติ ามแผน มีการติดตามและประเมิน และมีการ
ปรับปรุงพัฒนาผลทไี่ ดรบั คมุ คา กับการลงทนุ ทุกฝา ยทเ่ี กี่ยวขอ งมคี วามพงึ พอใจ

5. หลักความเปนวิชาการ (Academic) หมายถึง ลักษณะที่ครอบคลุมเน้ือหาสาระ
ของวชิ าการ ไดแ ก หลักการพฒั นาหลกั สตู ร หลกั การเรยี นรู หลกั การสอน หลักการวัดผล ประเมินผล
หลักการนเิ ทศการศึกษา และหลกั การวิจัย เปน ตน หลักการตา ง ๆ เหลา น้เี ปน องคประกอบที่สําคัญ
กอใหเกดิ ลักษณะความเปน วชิ าการทีต่ อ งอาศัยองคความรู เพอ่ื ทําใหเกดิ การเปลย่ี นแปลงแปลง และ
สรางสรรค ดงั นน้ั การบรหิ ารงานวิชาการจาํ เปน ตอ งคาํ นงึ ถงึ หลัก ตา ง ๆ เหลา นี้ดวย

ปรียาพร วงศอนุตรโรจน (2555) กลาววา การบริหารงานวิชาการมีหลัก การบริหาร คือ
1. หลักแหงประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง การไดมีผลผลิตเพิ่มข้ึนโดยไมเพ่ิม

การลงทุน นนั้ คอื นักเรยี นนกั ศกึ ษาสามารถสาํ เรจ็ การศกึ ษาตามกําหนดของหลักสูตร โดยไมลาออก
กลางคนั เรยี นเกนิ เวลา และชากวา กําหนด

2. หลกั แหงประสทิ ธิผล (Effectiveness) หมายถึง ผลผลิตที่ไดตามจุดมุงหมายท่ีวางไว
นั่นคอื นกั เรียนนกั ศกึ ษามคี ุณภาพตามจดุ มุง หมายของหลักสูตร มีความรู ความสามารถทักษะ คุณภาพ
และการจัดการได

19

ชุมศักดิ์ อนิ ทรรักษ (2551 : 22) ไดกลาวถึง หลักการบริหารงานวิชาการท่ีสําคัญ ๆ ดังนี้
1. หลักการพัฒนาคุณภาพ (Quality Management) เปนการบริหารเพ่ือนําไปสู

ความเปนเลิศทางวิชาการ องคประกอบของคุณภาพท่ีเปนตัวชี้วัดคือผลผลิต และกระบวนการ
เปนปจจัย สําคญั ที่ทําใหบ ุคลากรและผูรับบริการไดรับความพึงพอใจ พัฒนาศักยภาพเปนที่ยอมรับ
ของสงั คม ในระดบั สากลมากขนึ้ โดยอาศยั กระบวนการประกันคุณภาพการศึกษาไดแก การควบคุม
คุณภาพ การตรวจสอบคุณภาพ และการประเมนิ ผล

2. หลกั การมสี ว นรวม (Participation) การปรับปรุงคุณภาพของกระบวนการบริหารได
พัฒนามาอยางตอ เน่ือง สม่าํ เสมอ โดยหลกั การมีสวนรวม การเสนอแนะและการพัฒนาในงาน วิชาการ
ตองอาศัยความรวมมือจากหลายฝา ย จงึ อาจดําเนินงานในรปู ของคณะกรรมการวิชาการ โดยมีเปาหมาย
นาํ ไปสกู ารพฒั นาคณุ ภาพไดมากข้ึน การมสี ว นรว มตอ งเรม่ิ จากการรวมคดิ รว มทาํ และรว มประเมนิ ผล

3. หลกั การ 3 องคป ระกอบ (3 - Es) ไดแก ประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธิผล ประหยดั
3.1 หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง การปฏิบัติตามแผนท่ีกําหนดไว

เปน ไป ตามขนั้ ตอนและกระบวนการ มีปญหาและอปุ สรรคขณะดาํ เนนิ การก็สามารถปรบั ปรงุ แกไขได
การมปี ระสิทธิภาพเนนไปทก่ี ระบวนการ (Process) การใชกลยุทธและเทคนคิ วธิ ตี า ง ๆ ทท่ี าํ ให บรรลุ
วตั ถปุ ระสงคมากทส่ี ดุ

3.2 หลักประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถงึ ไดผ ลผลิต (Outcome) ตาม วตั ถุประสงค
ที่กําหนดไว ตรงตามจดุ มงุ หมายของหลักสตู รมคี วามรู ความสามารถ มีทักษะเพ่มิ ขน้ึ รวมทง่ั การคาํ นึงถึง
ผลประโยชนทีไ่ ดร บั อยา งไรก็ตามมักใชสองคําน้คี วบคูกันคือมปี ระสทิ ธิภาพ และประสิทธผิ ล

3.3 ประหยัด (Economy) หมายถงึ การใชเวลานอย การลงทุนนอ ย การใชกําลัง
หรือแรงงานนอย โดยไมต อ งเพิ่มทรพั ยากรการบริหาร แตไ ดผลผลติ ตามท่ีคาดหวัง ดังนั้น การลงทุน
ทางวิชาการจึงตอ งคํานงึ หลกั ความประหยดั ดวยเชนกัน

4. หลักความเปนวิชาการ (Academics) หมายถึง ลักษณะที่ครอบคลุมเนื้อหาสาระ
ของวิชาการ ไดแก หลกั การพัฒนาหลกั สตู ร หลกั การเรยี นรู หลกั การสอน หลกั การวดั ผลประเมินผล
หลกั การนเิ ทศการศกึ ษา และหลักการวจิ ัย เปนตน หลักการเหลา นเ้ี ปนองคประกอบ สําคัญที่กอใหเกิด
การเปล่ียนแปลงและสรา งสรรค

สรุปไดวา หลักการบริหารงานวิชาการเปนแนวคิดเพื่อใหการปฏิบัติบรรลุสูความสําเร็จ
ในการบรหิ ารงานวชิ าการ ดงั นัน้ ในการบริหารงานวิชาการ ผูบ ริหารตอ งใชทั่งหลักประสิทธิภาพ และ
ประสทิ ธผิ ล โดยคํานงึ ถงึ คณุ ภาพของเปา หมาย คือ ผูเ รียนเปน หลัก นอกจากน้ตี องคํานึงถึง บุคลากร
ซึ่งเปนผูมีบทบาทสําคัญในกระบวนการบริหาร โดยใหผูที่มีสวนเกี่ยวของมีสวนรวมใน การบริหาร
ใหก ารสงเสรมิ สนบั สนุน และดูแลเอาใจใสดว ยความยุติธรรมและเสมอภาค

20

ขอบขา ยการบริหารงานวิชาการ
หนวยงานทางการศึกษาและนกั วชิ าการ ไดก าํ หนดขอบขายการบรหิ ารงานวชิ าการไว ดังน้ี
Kimbrough and Nunery (1998 : 51 - 58) กลาววา การบรหิ ารงานวชิ าการ ประกอบดวย

1. การกําหนดนโยบายและหลกั การใหช ดั เจน
2. การกําหนดจุดมงุ หมายของการศกึ ษา
3. การจดั ระบบการเรยี นการสอนใหส อดคลอ งกับเปา หมาย
4. การจดั องคการของการเรยี นการสอน
5. การประเมินผล
6. การจัดหาสงิ่ สนบั สนุนการเรียนการสอน
สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน (2550 : 29) ไดกลา วถึงขอบขา ยและภารกิจงาน
ตามที่กาํ หนดในกฎกระทรวงศึกษาธิการ ดังน้ี
1. การพฒั นาหรอื การดาํ เนนิ การเกีย่ วกบั การใหค วามเหน็ การพฒั นาทองถิน่
2. การวางแผนงานดานวิชาการ
3. การจดั การเรียนการสอนในสถานศกึ ษา
4. การพฒั นาหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. การพัฒนากระบวนการเรียนรู
6. การวัดผล และประเมนิ ผล และดําเนนิ การเทียบโอนผลการเรียน
7. การวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศึกษาในสถานศกึ ษา
8. การพฒั นาและสง เสริมใหม ีแหลงการเรยี นรู
9. การนเิ ทศการศกึ ษา
10. การแนะแนว
11. การพฒั นาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศกึ ษา
12. การสง เสรมิ ชมุ ชนใหมคี วามเขมแขง็ ทางวชิ าการ
13. การประสานความรว มมือในการพฒั นาวิชาการกับสถานศกึ ษาและองคก รอืน่
14. การสงเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแกบุคคล ครอบครัว องคกรหนวยงาน
สถานประกอบการและสถาบนั อน่ื ทีจ่ ดั การศึกษา
15. การจัดทําระเบยี บและแนวปฏบิ ตั เิ กี่ยวกบั งานดานวชิ าการของสถานศกึ ษา
16. การคัดเลอื กหนังสือ แบบเรยี นเพอ่ื ใชใ นสถานศกึ ษา
17. การพัฒนาและใชสือ่ เทคโนโลยเี พ่ือการศกึ ษา

21

รุงชัชดาพร เวหะชาติ (2552 : 30) กลาวถึงขอบขายงานวิชาการวา เปนการบริหารงาน
วชิ าการตามกระบวนการปฏิรูปการเรียนรู ครอบคลุมใน 4 ดาน คือ หลักสูตร กระบวนการจัดการ
เรียนการสอน การวัด/ประเมนิ ผลและการรบั เขาศึกษาตอ รวมท้ังการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การสอื่ สารเพื่อการเรยี นรู พบวา มีการสง เสริม สนับสนุนการดําเนนิ งานปฏริ ปู ดานการเรยี นรใู นแตละดาน
เปนอยางมาก หลากหลายโครงการ เพ่ือใหบรรลุตามเจตนารมณของพระราชบัญญัติการศึกษา
แหงชาติและแผนการศกึ ษาชาติ ดงั นี้

1. การพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา
2. การพฒั นากระบวนการเรียนรู
3. การวัดประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน
4. การวจิ ัยเพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
5. การพฒั นาสือ่ นวัตกรรมและเทคโนโลยที างการศกึ ษา
6. การพฒั นาแหลง การเรยี นรู
7. การนเิ ทศการศึกษา
8. การแนะแนวการศึกษา
9. การพฒั นาระบบการประกันคณุ ภาพภายในสถานศึกษา
10. การสง เสรมิ ความรดู านวิชาการแกช ุมชน
11. การประสานความรวมมอื ในการพฒั นาวิชาการกบั สถานศกึ ษาและองคก รอนื่
12. การสงเสรมิ และสนับสนนุ งานวชิ าการแกบ คุ คล ครอบครวั องคก ร หนวยงาน และ
สถาบันอืน่ ทจ่ี ดั การศกึ ษา
ภัทรวดี พรมตะ (2553 : 5 - 6) ไดกลาวถึงขอบขาย หรือภารกิจการบริหารงานวิชาการ
ประกอบไปดวย 5 ดา น ไดแ ก
1. การวางแผนงานวชิ าการ หมายถึง การวางแผนงานวิชาการเปนการรวบรวมขอมูล
การกําหนดบทบาทหนาท่ขี องผปู ฏิบตั ิ การจดั บุคลากรรบั ผิดชอบงานวชิ าการ และการจดั ทําระเบียบ
แนวปฏิบตั เิ ก่ียวกับงานวชิ าการ การทาํ แผนงานวชิ าการไวลอ งหนา เพ่ือทาํ ใหงานการบริหารงานวิชาการ
เปน ไปตามเปาหมายท่ีวางไว
2. การจัดการหลักสูตร หมายถึง การดําเนินการเก่ียวกับหลักสูตร เพ่ือใหบรรลุผล
ตามหลกั การ เปาหมาย และจุดประสงค โดยมีการเตรียมการเก่ียวกับหลักสูตร การจัดครูเขาสอน
ตามหลกั สตู ร การจดั การหลักสูตรภายในโรงเรียนเพื่อใหก ารนําหลักสตู รไปใชเปนไปตามจุดมุงหมาย
และมีประสทิ ธิภาพ

22

3. การจดั การเรยี นการสอน หมายถงึ กิจกรรมท่ีครูและนักเรียนรวมกนั ทํา เพื่อใหเกิด
การเรียนรู เชน การจัดตารางสอน การทําแผนการสอน เพื่อใหเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ตามเปา หมายหรือวัตถุประสงคทกี่ าํ หนดไวอยางมีคุณภาพ

4. การนิเทศการศึกษาหมายถงึ กระบวนการจัดการศึกษาเพ่อื ชแ้ี นะใหค วามชว ยเหลือ
และคามรวมมือกับครูหรือบุคลากรที่เกี่ยวของกับการจัดการศึกษา การประเมินบุคลากร และ
การฝกอบรม เพ่ือปรับปรุงการเรยี นการสอนของครใู หเ ปนไปตามจุดมงุ หมายของการศกึ ษา

5. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนหมายถึง กระบวนการหาปรมิ าณความสามารถ
ทเี่ กี่ยวกบั พฤติกรรมความตอ งการ อนั สืบเนือ่ งมาจากการเรียนการสอนโดยใชเคร่ืองมอื ทางการศึกษา
อยางใดอยางหนึ่งมาวัด ผลที่ไดจากการวัดจะออกมาเปนคะแนนหรือขอมูล และนําผลจากการวัด
มาเปรยี บเทียบกับเกณฑมาตรฐานแลว จงึ ตัดสินตามเกณฑท่ใี หไ ว

พชั ราภรณ โตแกว (2554 : 16) ไดก ลา วถึงขอบขายการบริหารงานวิชาการไวดังนี้ การพัฒนา
หลกั สูตรสถานศึกษา การพัฒนากระบวนการเรยี นรู การวัดผลประเมนิ ผลและเทียบโอนผลการเรียน
การวจิ ัยเพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา การพัฒนาส่ือนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา การพัฒนา
แหลง เรียนรู การนเิ ทศการศกึ ษา การแนะแนวการศึกษา การพฒั นาระบบการประกนั คุณภาพภายใน
สถานศึกษา การสง เสรมิ ความรูดานวชิ าการแกช ุมชน การประสานความรวมมือในการพัฒนาวิชาการ
กับสถานศึกษาอน่ื และการสงเสริมสนับสนุนงานวิชาการแกบุคลากร ครอบครัว องคกร หนวยงาน
และสถาบนั อื่นที่จดั การศึกษา

สุชาดา ศริ สิ วุ รรณ (2554 : 15) ไดสรุปถึงขอบขายงานวิชาการไววา เปนการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา การพัฒนากระบวนการเรียนรู การวดั ผลประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน การวิจัย
เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาส่ือนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การพัฒนา
แหลงเรียนรู การนิเทศการศึกษา การแนะแนวการศึกษา การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน
สถานศึกษา การสง เสรมิ ความรดู านวชิ าการแกชุมชน การประสานความรว มมือในการพัฒนาวิชาการ
กบั สถานศึกษาอื่น และการสงเสริมและสนับสนุนงานวชิ าการแกบ คุ ลากรครอบครัว

กนกวรรณ ภานุทตั (2555 : 29) ไดสรุปถึงขอบขายงานวิชาการไววา การพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา การพัฒนากระบวนการเรยี นรู การวัดผลประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน การวิจัย
เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา การพฒั นาส่อื นวัตกรรมและเทคโนโลยเี พื่อการศึกษา การพัฒนาแหลง
เรียนรู การพัฒนาระบบประกนั คณุ ภาพภายในสถานศึกษา และการสงเสริมและสนบั สนนุ งานวิชาการ
แกบ ุคลากรครอบครวั

ปรียาพร วงศอ นตุ รโรจน (2555 : 3 - 4) ไดก ลาวถึงขอบขายงานวิชาการ ประกอบไปดวย
4 ดาน ไดแก การวางแผนเก่ียวกับงานวิชาการ การจัดดาํ เนนิ งานเกยี่ วกับการเรียนการสอน การจัดบรหิ าร
เก่ยี วกบั การเรียนการสอน และการวดั และประเมินผลงในดา นวิชาการ

23

วิเชียร ยอดจักร (2555 : 26) ไดสรุปถึงขอบขายงานวิชาการไววา การพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา การพัฒนากระบวนการเรียนรู ส่ือการเรียนการสอน และการวัดผลประเมินผล และ
เทยี บโอนผลการเรยี น

กิตตยิ า กาเร็ว (2556 : 16) ไดส รปุ ถึงขอบขา ยงานวชิ าการไวว า การพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
การพฒั นากระบวนการเรยี นรู การวัดผลประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน การพัฒนาแหลงเรียนรู
การนเิ ทศการศึกษา การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา

สงวนพงศ ชวนชม (2557 : 62) ไดสรุปขอบขายการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา
มี 8 ดา น ดังตอไปนี้

1. การพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา
2. การพัฒนากระบวนการเรียนรู
3. การวัดและการประเมนิ ผล
4. การวจิ ยั เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
5. การพัฒนาสอ่ื นวตั กรรม และเทคโนโลยีทางการศกึ ษา
6. การพฒั นาแหลง เรยี นรู
7. การนเิ ทศภายในสถานศกึ ษา
8. การพัฒนาระบบการประกนั คุณภาพภายในสถานศึกษา
จรุณี เกา เอย้ี น (2557 : 21 - 22) ไดสรุปขอบขายของงานวิชาการซึ่งเปนขอบขายท่ีกวาง
และเปน บทบาทหนาที่ของผบู รหิ ารสถานศกึ ษาในการบรหิ ารจัดการงานประกอบดวยงานยอยอ่ืน ๆ
ทีเ่ กี่ยวกบั การเรยี นการสอน เชน หลักสตู ร การพัฒนาหลักสตู รวิชาสอน สื่อการเรยี นการสอน การวัดผล
และประเมินผลการประกันคุณภาพการศึกษาและงานอ่นื ๆ ทส่ี งเสริมสนับสนนุ งานวิชาการใหบรรลุ
ผลสําเร็จ
สรุปไดว า ขอบขา ยและภารกจิ งานวิชาการของสถานศึกษามีขอบขายกวางขวาง ครอบคลุม
ทุกกจิ กรรมของสถานศึกษาที่เก่ียวขอ งกบั การจดั การเรียนการสอน และตางก็มุงหวังให พัฒนาคุณภาพ
ผเู รียนใหบรรลตุ ามเปาหมาย เกิดประสทิ ธิภาพและประสิทธิผลแกผูเรยี น
จากการศึกษาความหมายของงานวิชาการ การบริหารวิชาการ ขอบขายและประสิทธิผล
การบริหารงานวชิ าการ ผูวิจัยจึงนํามาสงั เคราะหเ พอื่ เปนกรอบแนวคดิ ในการวิจัยในคร้ังน้ี ดงั ตารางที่
2.1 ดงั นี้

24

ตารางท่ี 2.1 สังเคราะหป ระสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการของผูบ ริหารสถานศึกษา

องคประกอบ Kimbrough and Nunnery (1998)
กระทรวง ึศกษา ิธการ (2550)
รุง ัชชดาพร เวหะชา ิต (2552)
จอมพง ศ มงคลว ินช (2555)
ิวเ ีชยร ยอดจักร (2555)
กิต ิตยา กาเร็ว (2556)
สงวนพง ศ ชวนชม(2557)
จรุ ีณ เกาเอ้ียน ( 2557)
ผู ิวจัยเลือก

1. การพฒั นาหรอื การดาํ เนนิ การเก่ียวกบั การ  -
ใหความเห็นการพฒั นาสาระหลักสูตรทอ งถิน่
-
2. การวางแผนงานดานวิชาการ
3. การจัดการเรยี นการสอนในสถานศกึ ษา   -
4. การพัฒนาหลักสตู รของสถานศึกษา
5. การพฒั นากระบวนการเรยี นรู  *
6. การวดั ผล ประเมนิ ผล และดาํ เนนิ การเทยี บโอน
  *
ผลการเรียน
7. การวจิ ัยเพื่อพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา  *

ในสถานศกึ ษา   -
8. การพัฒนาและสงเสรมิ ใหม ีแหลงเรยี นรู   -
9. การนิเทศการศึกษา   *
10. การแนะแนว  -
11. การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน
 *
และมาตรฐานการศกึ ษา  -
12. การสง เสรมิ ชุมชนใหม คี วามเขม แขง็ ทางวิชาการ
13. การประสานความรวมมอื ในการพฒั นาวิชาการ  -

กบั สถานศึกษาและองคกรอ่ืน  -
14. การสง เสรมิ และสนบั สนุนงานวชิ าการแกบคุ คล

ครอบครวั องคกร หนวยงานสถานประกอบการ
และสถาบนั อ่ืนทจี่ ดั การศกึ ษา

25

จากตารางท่ี 2.1 ตารางสังเคราะหองคป ระกอบหลักของงานวิชาการในสถานศึกษาขนาดเล็ก
จากการศึกษาแนวคดิ ของ Kimbrough and Nunnery (1988); กระทรวงศึกษาธกิ าร (2550); รงุ ชชั ดาพร
เวหะชาติ (2552); จอมพงศ มงคลวนิช (2555); วิเชียร ยอดจักร (2555); กิตติยา กาเร็ว (2556);
สงวนพงศ ชวนชม (2557); จรุณี เกาเอ้ยี น (2557) โดยผูวจิ ยั เลอื กใชขอบขายงานวิชาการดานท่ีมีความถ่ี
ต้ังแต 5 ข้ึนไป ผวู ิจัยสามารถนาํ มาแจกแจงและสรุปเปนกรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั เก่ยี วกบั ประสิทธิผล
ในการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
สรุ าษฎรธานี เขต 2 เกี่ยวกับองคประกอบของหลักของงานวิชาการในสถานศึกษา ได 6 ดาน ดังนี้
1. ดานการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 2. ดานการพัฒนากระบวนการเรียนรู 3. ดานการวัดผล
ประเมินผลและดําเนินการเทยี บโอนผลการเรยี น 4. ดานการนเิ ทศการศกึ ษา 5. ดานการพัฒนาระบบ
การประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศกึ ษา และ 6. ดานการพัฒนาและการใชสื่อเทคโนโลยี
เพอื่ การศึกษา

แนวคดิ และประสิทธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการ

ความหมายของประสิทธิผล
คําวา “ประสทิ ธผิ ล” กบั “ประสิทธิภาพ” เปนคําที่มีความหมายใกลเคียงกัน หลายคร้ังที่
ผูใ ชเ กิดความสบั สนระหวา งความหมายของสองคาํ นี้ (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 :
667) ไดใ หค วามหมายสองคาํ นีไ้ วว า “ประสิทธิผล” หมายถึง ผลสําเรจ็ หรอื ผลที่เกิดขึน้ สว น “ประสิทธิภาพ”
หมายถึง ความสามารถท่ีทําใหเ กิดผลในงาน
จงกล วิเศษเขลา (2554 : 37) ไดสรุปไวว า ประสทิ ธผิ ล หมายถงึ ความสาํ เร็จทีเ่ กิดจากการ
ที่ผูบริหารและครุชวยกันแกปญหาตาง ๆ จนสามารถบรรลุเปาหมายตามท่ีองคกรกําหนด และตรง
ตามความตองการของสงั คม โดยการใชท รัพยากรใหเ กิดประโยชนสูงสุด
ลดั ดาวลั ย สดุ สวาท (2554 : 33) ไดสรุปไววา ประสิทธิผล หมายถึง คุณภาพของผลผลิต
ท่ีเกดิ จากกระบวนการทํางาน ซ่งึ สามารถวัดไดจากความสําเร็จของการทํางาน
สุรศักดิ์ สหวิริยะสิน (2556 : 44) ไดสรุปไววา ประสิทธิผล หมายถึง ผลสําเร็จของการ
ดาํ เนินงานทเ่ี ปน ไปตามความมุง หวังท่กี าํ หนดไวใ นวตั ถุประสงค หรือเปาหมายทตี่ งั้ ไว
พลอยปภสั ธนกติ ต์กิ รแกว (2556 : 36) ไดสรุปไววา ประสิทธิผล หมายถึง ความสามารถ
ในการบรรลุเปาหมาย การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหสอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปจจุบัน
ท่ปี รับเปลยี่ นอยตู ลอดเวลา และความสามารถในการปรับปรงุ ตัวของสถานศกึ ษาใหเขา กับสภาพแวดลอ ม
ทัง้ ภายในและภายนอก ตลอดจนมีความสามารถในการบูรณาการ และการผสมผสานการคงสภาพ
ความสมบูรณ บคุ ลากรมีสวนรว ม และเกิดความพึงพอใจในการปฏิบัตงิ าน

26

วรรณดี จนั ทรคงทอง (2559 : 79) ไดสรปุ ไววา ประสิทธผิ ล หมายถึง ผลสําเร็จของการบรหิ าร
ที่บรรลเุ ปา หมายหรอื วัตถปุ ระสงคท ่กี าํ หนดไว โดยใชทรัพยากรใหเกิดประโยชนสูงสุด ทั้งน้ีเกิดจาก
ประสิทธิภาพของผูบริหารท่ีใชความสามารถและประสบการณในการบริหารงานเพื่อโนมนาวให
ผใู ตบังคบั บัญชาปฏบิ ตั งิ านใหเ กิดผลตามเปา หมายท่ีวางไว

สรปุ ไดว า ประสทิ ธิผล หมายถึง ผลสาํ เรจ็ ท่ีไดจ ากการดําเนินงานเพอ่ื ใหบรรลุวัตถุประสงค
ที่ไดวางเอาไว สามารถที่จะปรบั ตัว ยอมรับการเปลยี่ นแปลงใหเ ขา กับสภาพแวดลอม สังคม และยุคสมัย
ทเี่ ปลยี่ นแปลงตลอดเวลา ซ่ึงสามารถวัดไดจ ากความสาํ เรจ็ ของการทาํ งาน

ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการ
จากการศกึ ษาองคประกอบหลักของงานวิชาการในสถานศึกษาขนาดเล็ก ซ่ึงสามารถสรุป
กรอบแนวคดิ ในการวิจัยเก่ียวกับประสิทธิผลในการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัด
สํานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 6 ดาน ไดแก ดานการพัฒนาหลักสูตร
สถานศกึ ษา ดา นการพฒั นากระบวนการเรียนรู ดา นการวัดผล ประเมินผลและดําเนินการเทียบโอน
ผลการเรียน ดา นการนเิ ทศการศึกษา ดานการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐาน
การศกึ ษา และดานการพฒั นาและการใชสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา สรุปรายละเอียดแตล ะดา น ดังน้ี
ดานการพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลักสูตรมีความสําคัญตอการจัดการศึกษา ใชเปนแนวทาง เพื่อพัฒนาใหผูเรียนเปนไป
ตามเปาหมายทีต่ อ งการ
Good (1973 : 157) กลาววา การพัฒนาหลักสูตรเกิดขึ้นได 2 ลักษณะ คือการปรับปรุง
และเปลย่ี นแปลงหลกั สตู ร การปรับปรุงหลกั สูตรเปน วธิ กี ารพัฒนาหลักสตู รอยา งหน่ึงเพือ่ ใหส อดคลอ ง
เหมาะสมกับสถานศกึ ษา จดุ มงุ หมายและการประเมินผล การเปลี่ยนแปลงหลักสูตร หมายถึง การแกไข
หลักสูตรใหตา งไปจากเดิม หรือเปนการสรางโอกาสทางการเรียนรูข้ึนมาใหม เม่ือดําเนินการจัดทํา
หลักสูตรแลว ตอจากน้ันคือการตรวจสอบวาหลักสูตรสถานศึกษามีความสมบูรณมากนอยเพียงใด
ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการไดจัดทําเอกสารสาระการเรียนรู
แกนกลางของ 8 กลมุ สาระการเรยี นรู และกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นเพ่อื ใหส ถานศึกษานาํ มาเปนแนวทาง
ในการจัดทําหลกั สตู รสถานศกึ ษา
Saylor and Alexsander (1974 อางถึงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2553 : 70) ไดใหความหมาย
ของคําวา การพัฒนาหลักสูตร หมายถงึ การจดั ทําหลกั สตู รเดมิ ท่มี ีอยูแลวใหดีข้ึน หรือเปนการจัดทํา
หลกั สตู รใหมโดยไมมีหักสูตรอยกู อ น การพัฒนาหลักสูตรอาจรวมถึงการสรางเอกสารอื่น ๆ สําหรับ
นักเรยี นดวย
Oliva (1982 อา งถึงใน จรุณี เกาเอย้ี น, 2557 : 158) ใหกลาววา หลักสูตร คือ แผน หรือ
โปรแกรมสําหรับประสบการณท้งั หลายท่ผี เู รยี นจะตองประสบภายใตการบริหารจัดการของโรงเรยี น

27

กระทรวงศึกษาธกิ าร (2551 : 43 - 44) ไดกลาวถึงหลักในการพิจารณาหลักสูตรของสถานศึกษา
ซ่ึงไดม าจากการทีส่ ถานศกึ ษานําหลักสตู รแกนกลางมาจัดรวมกับสาระทองถ่ินซ่ึงสํานักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษาไดก าํ หนดไวห ลากหลายสถานศกึ ษาสามารถเลือกใชใหสอดคลองกับบริบทและความตองการ
ของสถานศกึ ษามี ดังนี้

1. ศึกษาดูสภาพของนักเรียนผปู กครองชุมชนหนว ยงานตาง ๆ ในทองถิ่นวามีความตอ งการ
ใหจ ัดหลกั สูตรสถานศกึ ษาอยางไร

2. พิจารณาหลักสูตรของสถานศึกษาใหสอดคลองกับความตองการของผูเรียน และ
ทองถ่ินท้ังน้ีใหคํานึงถึงความพรอมของสถานศึกษาและครูดวยอันเปนองคประกอบสําคัญ การจัด
การศกึ ษา

3. พจิ ารณาใหความเห็นการพฒั นาหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
4. พจิ ารณาใหสถานศึกษาจัดต้งั คณะกรรมการพฒั นาหลกั สูตรทกุ ปเพื่อนาํ ไปปรับปรุง
และพัฒนาหลกั สูตรใหเหมาะสมกับนกั เรียน
ฆนทั ธาตทุ อง (2552 : 70) ไดก ลาวสรุปวา การพฒั นาหลักสูตร หมายถึง การปรับ แตง เสริม
เติม ตอ หรือดําเนินการงานอื่น ๆ เพ่ือใหไดมาซ่ึงความเหมาะสม สอดคลองกับความตองการ
ของสภาพสงั คมท่ีเปล่ยี นแปลงไปและสนองตอความตอ งการของผูเ รียน
วเิ ชียร ยอดจักร (2555 : 28) ไดใหความหมายวา การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา คือแนว
การจัดประสบการณเอกสาร ทม่ี กี ารจดั ทาํ เปน แผนการจัดสภาพการเรยี นรูหรอื โครงการจัดการศึกษา
โดยมกี ารกําหนดวธิ กี ารจัดการเรียนรู เพอ่ื ใหผ ูเรยี นเกิดผลการเรยี นรูตามวัตถปุ ระสงคห รอื จดุ มงุ หมาย
ตามทีห่ ลักสตู รกาํ หนดมวลประสบการณ ความรูตาง ๆ ที่สถานศึกษาจัดใหแกผูเรียน เพื่อใหผูเรียน
เกิดการเรยี นรูและพฒั นาจนสามารถใชช ีวิตอยใู นสังคมไดอ ยางมีความสขุ
ชรินทร เวชโอสถ (2552 : 24) กลาววา งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของผูบริหาร
สถานศึกษาหมายถึงการสงเสริมการจัดทําแผนงานโครงการเพื่อเตรียมงบประมาณในการพัฒนา
หลกั สตู รการวเิ คราะหหลกั สูตรการจัดทําแผนการเรียนรูใหเปนไปตามหลักสูตรการเตรียมบุคลากร
การจัดประชมุ รวมกบั กลมุ สาระเพ่ือจดั ครูผสู อนการเตรียมการอบรมใหค วามรูเ ก่ียวกบั การใชห ลักสูตร
และแผนการเรยี นรูจดั ประชมุ สมั มนาเก่ยี วกับการใชหลักสตู รการประชาสัมพันธหลักสตู รการประเมนิ ผล
หลกั สตู รและการฝกประสบการณว ชิ าชีพตามหลกั สูตร
งามสม ไชยวุธ (2553 : 22 - 25) กลาววา การพัฒนาหลักสูตรเปนกระบวนการพัฒนา
ปรับปรุงหลักสูตรทมี่ อี ยแู ลวใหเ หมาะสมตอการเปลยี่ นแปลงหรอื การสรางหลกั สตู รข้ึนมาใหมใหเ หมาะสม
สอดคลองกับสภาพแวดลอมท่จี ะนาํ หลักสตู รไปใช การพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษาตองมีการวางแผน
และดาํ เนนิ ใชหลกั สูตรอยา งมคี ณุ ภาพมีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทําระเบียบการวัด และ
ประเมินผลโดยพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษาใหสอดคลองกบั หลกั สูตรแกนกลางท่ีสอดคลองเหมาะสม

28

กับสังคมไทยทีเ่ ปลีย่ นแปลงไปตามสงั คมโลกซง่ึ จาํ เปน ท่ผี ูเกยี่ วของตองประสานความรว มมอื ในการพฒั นา
หลกั สตู รเพอื่ กําหนดแนวทางการจดั การศกึ ษาท่ีสามารถพฒั นาผเู รยี นใหมที กั ษะพื้นฐานในการดํารงชีวิต
มีความรูค วามสามารถในการพฒั นาตนเองและสังคมใหเทา ทันตอการเปล่ียนแปลงของสภาพเศรษฐกจิ
และสงั คมโลก

วีระยุทธ ชาตะกาญจน (2556 : 53) ไดสรุปความหมายของ คุณภาพหลักสูตร หมายถึง
หลักสูตรสถานศึกษาท่ีมีสาระและมาตรฐานการเรียนรูเหมาะสมกับความสามารถ ความตองการ
ของผูเ รียน และสอดคลอ งกับสภาพปจจุบัน ปญ หาของชมุ ชน

รงุ ชชั ดาพร เวหะชาติ (2552 : 215 - 216) ไดกลา วถงึ การกําหนดขอบขา ยความรับผดิ ชอบงาน
ควรวางกรอบงานหลักตามที่กาํ หนดในพระราชบญั ญตั แิ หงชาติ พ.ศ. 2542 แยกสว นตามงานที่ปฏิบัติ
จริงจากนั้นจงึ กําหนดบทบาทหนาท่คี วามรบั ผดิ ชอบตามขอบขายงานการบรหิ ารงานวชิ าการ ดา นการ
พฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา ดงั น้ี

1. ศกึ ษาวิเคราะหเอกสารหลักสูตรสถานศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ. 2544 สาระแกนกลาง
ของกระทรวงศึกษาธิการ ขอ มลู สารสนเทศเก่ยี วกบั สภาพปญ หา และความตองการของสังคม ชุมชน
และทองถนิ่

2. วเิ คราะหสภาพแวดลอม และประเมินผลสภาพสถานศึกษา เพื่อกําหนดวิสัยทัศน
ภารกจิ เปาหมาย คณุ ลักษณะอนั พ่งึ ประสงค โดยการมสี วนรว มท้ังคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

3. จัดทําโครงสรางหลักสูตรและสาระตาง ๆ ที่กําหนดใหมีในหลักสูตรสถานศึกษา
ที่สอดคลองกับวิสัยทัศน เปาหมายและคุณลักษณะท่ีพึงประสงค โดยพยายามบรูณาการเน้ือสาระ
ท้ังในกลุม สาระการเรียนรูเดียวกัน และระหวา งกลุมสาระการเรียนรตู ามความเหมาะสม

3.1 นาํ หลกั สูตรไปใชในการจดั การเรียนการสอน และบริหารจัดการใชหลักสูตร
ใหเหมาะสม

3.2. นเิ ทศการใชหลักสูตร
4. ตดิ ตามและประเมนิ ผลการใชหลกั สูตร
5. ปรบั ปรงุ และพัฒนาหลกั สูตรตามความเหมาะสม
พิมพันธ เดชะคุปต และพเยาว ยินดีสุข (2557 : 13) ไดใหความหมายของสมรรถนะ
ดา นการพัฒนาหลักสูตร หมายถึง การมีความรูเรื่องหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร มีความสามารถ
พัฒนาหลักสูตรระดับตาง ๆ ได รวมทั้งมีความตระหนักและเจตคติเชิงบวกตอการสรางหลักสูตร
การวิเคราะหหลักสูตร อนั เปน พื้นฐานสําคญั กอ นการนาํ หลกั สูตรไปใช
จรุณี เกา เอยี้ น (2557 : 164) ไดส รุปความหมายของ การพัฒนาหลักสูตรไดวา การพัฒนา
หลักสูตร (Curriculum Development) หมายถึง การจดั ทําหลักสูตร การปรบั ปรงุ การเปลีย่ นแปลง
หลกั สูตรใหดขี ้ึน เพอื่ ใหเ หมาะกับความตองการของบุคคล และสภาพสังคม

29

กติ ตพิ งษ กาญจนส ําเรงิ (2558 : 59) ไดสรุปความหมาย ของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
ไววา หมายถึง การปฏบิ ตั ิงานของผูบ ริหารในดานการพฒั นาปรับปรุงหลกั สตู รสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ตามความเหมาะสม โดยรวมกับผูที่มีสวนเกี่ยวของทุกภาคสวนในการพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตร
ใหทันสมัยและสอดคลองกับความตองการของทองถิ่น โดยมีการศึกษาวิเคราะหสภาพแวดลอม
ขอมูลสารสนเทศเกย่ี วกับสภาพปญ หาและความตอ งการของชมุ ชน เพอ่ื กาํ หนดวัตถปุ ระสงค พันธกิจ
วิสัยทศั น เปา หมายและคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา และประเมินสภาพสถานศึกษา
การจัดทําโครงสรา งหลักสูตรสถานศกึ ษา การนําหลักสูตรไปใช มีการนิเทศการใชหลักสูตร การติดตาม
และประเมินผลการใชหลักสตู ร

ปริศนา สําเนียงแจม (2558 : 30) ไดส รุปความหมาย ของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
ไววา หมายถึง การดําเนินการสรางหรือปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาท่ีมีอยูแลวใหดีขึ้น โดยผาน
การวเิ คราะหข อมูลพ้ืนฐานสภาพแวดลอม วิเคราะหปญหาและความตองการของผูปกครอง ชุมชน
ในทอ งถิ่น เพอื่ กําหนดวิสัยทัศน เปาหมาย ของสถานศกึ ษา โดยการมีสว นรว มของทุกฝาย ดาํ เนินการ
ประชุมครู ผปู กครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาใหมีสวนรวมในการจัดทําหลักสูตร ดําเนินการ
ทดลองใชหลักสูตร ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร โดยการนิเทศติดตามและประเมินผลการใชหลักสูตร

สรปุ ไดว า การพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา เปนการปรับปรุงและเปล่ียนแปลงหลักสูตรที่มี
อยูเดิม เพื่อใหสอดคลองเหมาะสมกับสถานศึกษา ความตองการของทองถ่ิน โดยผานการมีสวนรวม
ของทุกฝา ย ไมวาจะเปนผูบริหารสถานศึกษา คณะครูผูสอน ผูปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ทุกฝา ยจะตอ งชว ยกนั วิเคราะหปญ หาและความตองการ เพื่อกําหนดวัตถุประสงค พันธกิจ วิสัยทัศน
เปาหมาย และคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา เพื่อใหผูเรียนเกิดผลการเรียนรู
ตามวัตถปุ ระสงค หรือจดุ มุงหมายตามท่ีหลักสตู รกาํ หนด ประสบการณ ความรูตาง ๆ ท่ีสถานศึกษา
จัดใหแกผูเรียน เพ่ือใหผูเรียนเกิดการเรียนรูและพัฒนาจนสามารถใชชีวิตอยูในสังคมได
อยา งมีความสุข

ความสาํ คัญของการพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา
การพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษาเปนการแกไ ข ปรับปรุง และเปล่ียนแปลงหลักสูตรที่มีอยูเดิม
เพ่ือใหสอดคลอ งเหมาะสมกบั สถานศึกษา ความตองการของผูเรียนและทองถิ่น โดยมีนักวิชาการได
สรุปถงึ ความสําคัญของการพัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา ดงั น้ี
อมรวรรณ ภผู าจง (2554 : 24) ไดสรุปถึงความสําคัญของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
ไววา หลกั สูตรมคี วามสาํ คญั เพราะหลักสูตรเปนเอกสารซ่ึงเปนแผนการหรือโครงการจัดการศึกษา
ท่ีระบุแนวทางการจัดมวลประสบการณ เปนสวนกําหนดทิศทางการจัดการศึกษาใหกับบุคลากร
ท่ีเกยี่ วของกับการจัดการศึกษานําไปปฏิบัติ เพ่ือใหผูเรียนมีคุณภาพตามเกณฑมาตรฐานการศึกษา
ทหี่ ลักสูตรกําหนดไว

30

วทิ รู ครุฑจนั ทร (2554 : 39) ไดสรปุ ถงึ ความสําคญั ของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาไวว า
การพัฒนาหลกั สูตรมคี วามสําคัญตอ ประเทศชาติ ควรปรับปรุงใหเหมาะสมกับสภาพและความตองการ
ของสังคมในยคุ ทเี่ ปนอยขู ณะนนั้ หลกั สตู รเปรยี บเหมอื นแมบ ท เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงยอมมีผลกระทบ
ตอหลกั สูตร

ประภสั สร แปน หวาง (2555 : 27) ไดส รุปถึงความสําคัญของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
ไวว า การพัฒนาหลกั สูตรมคี วามสําคัญดงั น้ี 1) การเปลี่ยนแปลงหรอื ปรบั ปรงุ หลักสูตรที่ใชอ ยใู นสถานศึกษา
ใหเกิดความเหมาะสมหรือสมบูรณมากขึ้นแกผูเรียน สามารถพัฒนาตามศักยภาพของแตละคน 2)
มหี ลกั การในการพัฒนาหลกั สตู ร ทจี่ ดั ทาํ อยางเปนกระบวนการ โดยมีขั้นตอนการดําเนินงานที่ถูกตอ ง
ตามวธิ ีการ 3) ความรวมมือจากบคุ ลากรท่ีชาํ นาญการหลายฝา ยทเ่ี ก่ยี วขอ ง ท้ังน้ตี องคาํ นึงถึงคุณภาพ
ของผูเรยี นเปนสาํ คญั 4) พัฒนาใหสอดคลองกับความถนัดความสนใจและความตองการของผูเรียน
สอดคลอ งกับสภาพของสถานศกึ ษาและทอ งถิ่น 5) หลกั สูตรเปรยี บเสมอื นแปลนของการจัดการเรียน
การสอน บอกไววาวตั ถุประสงคท ตี่ องการมีอะไรบา ง จะใชอะไรเปนวัสดุและอุปกรณ จะดําเนินการ
อยา งไร จดั เตรยี มการสอนอยางไร เพ่อื ชว ยในดานการเรียนการสอนซ่ึงจะนําไปสูความสําเร็จที่ตองการ
6) เปน แนวทางในการปฏบิ ตั งิ านของครตู อการจดั ประสบการณใหผูเรียนไดมีความรู ทักษะ ความประพฤติ
มเี จตคติทีด่ ีตอวชิ าชีพ

สรุปไดวา การพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษามคี วามสําคญั เปนสวนกาํ หนดทิศทางการจัดการศึกษา
ใหก ับบคุ ลากรทเี่ กี่ยวของกับการจัดการศึกษานําไปปฏิบัติ ใหผูเรียนมีคุณภาพตามเกณฑมาตรฐาน
การศึกษาที่หลักสูตรกําหนดไว

หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551
การจัดการศกึ ษาระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 ไดแ บง การศึกษาเปน 3 ระดบั ไดแก

1. ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปท่ี 1 - 6) การศึกษาระดับน้ีเปนชวงแรก
ของการศกึ ษาภาคบังคบั มงุ เนน ทกั ษะพ้ืนฐานดานการอาน การเขียน การคิดคํานวณ ทักษะการคิด
พ้นื ฐาน การตดิ ตอ สื่อสาร กระบวนการเรยี นรูทางสงั คม และพ้นื ฐานความเปน มนุษย การพัฒนาคณุ ภาพชีวติ
อยางสมบูรณและสมดุลทั้งในดานรางกาย สติปญญา อารมณ สังคม และวัฒนธรรม โดยเนน
จดั การเรียนรูแบบบรู ณาการ

2. ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน (ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 1 - 3) เปนชวงสดุ ทายของการศึกษา
ภาคบังคบั มุงเนน ใหผเู รยี นไดสํารวจความถนดั และความสนใจของตนเอง สงเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพ
สว นตน มีทักษะในการคิดวิจารณญาณ คิดสรางสรรค และคิดแกปญหา มีทักษะในการดําเนินชีวิต
มีทักษะการใชเทคโนโลยีเพื่อเปนเคร่ืองมือในการเรียนรู มีความรับผิดชอบตอสังคม มีความสมดุล

31

ทั้งดา นความรู ความคดิ ความดงี าม และมีความภูมใิ จในความเปน ไทย ตลอดจนใชเปนพ้ืนฐานในการ
ประกอบอาชีพหรือการศึกษาตอ

3. ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 - 6) การศึกษาระดับน้ีเนนการ
เพ่ิมพูนความรแู ละทักษะเฉพาะดา น สนองตอบความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผูเรียน
แตละคนทัง้ ดานวชิ าการและวิชาชพี มที กั ษะในการใชว ิทยาการและเทคโนโลยี ทักษะกระบวนการคิด
ข้ันสูง สามารถนําความรูไปประยุกตใชใหเกิดประโยชนในการศึกษาตอและการประกอบอาชีพ
มงุ พัฒนาตนและประเทศตามบทบาทของตน สามารถเปนผูนํา และผูใหบริการชุมชนในดานตาง ๆ

สาระการเรยี นรู
สาระการเรียนรูป ระกอบดวย องคความรูทักษะหรือกระบวนการเรียนรู และคุณลักษณะ
อนั พึงประสงค ซ่งึ กําหนดใหผ เู รยี นทกุ คนในระดับการศึกษาข้ันพนื้ ฐานจาํ เปน ตองเรยี นรู โดยแบง เปน
8 กลุมสาระการเรยี นรู ดงั นี้

1. ภาษาไทย เนน ความรู ทักษะและวฒั นธรรมการใชภาษาเพื่อการสื่อสาร ความช่ืนชม
การเห็นคณุ คา ภูมิปญญา ไทย และภูมใิ จในภาษาประจําชาติ

2. คณิตศาสตร การนําความรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรไปใชในการ
แกปญหา การดําเนินชีวิต และศึกษาตอ การมีเหตุมีผลมีเจตคติท่ีดีตอคณิตศาสตร พัฒนาการคิด
อยางเปนระบบและสรางสรรค

3. วทิ ยาศาสตรก ารนาํ ความรแู ละกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ ปใชในการศึกษา คนควา
หาความรู และแกปญ หาอยา งเปน ระบบ การคดิ อยา งเปนเหตเุ ปนผล คิดวเิ คราะห คิดสรา งสรรค และ
จติ วทิ ยาศาสตร

4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม การอยูรวมกันในสังคมไทยและสังคมโลก
อยา งสนั ติสขุ การเปนพลเมอื งดี ศรัทธาในหลักธรรมของศาสนา การเห็นคุณคาของทรัพยากร และ
สง่ิ แวดลอม ความรกั ชาติ และภูมใิ จในความเปนไทย

5. สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ความรู ทักษะและเจตคติในการสรา งเสรมิ สุขภาพพลานามัย
ของตนเองและผูอืน่ การปอ งกันและปฏิบัตติ อ สง่ิ ตาง ๆ ที่มผี ลตอสุขภาพอยาง ถูกวิธีและทกั ษะในการ
ดาํ เนนิ ชวี ติ

6. ศิลปะ เนนความรูและทักษะในการคิดริเริ่ม จินตนาการ สรางสรรคงานศิลปะ
สุนทรยี ภาพและการเหน็ คุณคาทางศิลปะ

7. การงานอาชพี และเทคโนโลยี เนน ความรู ทกั ษะ และเจตคติในการทาํ งาน การจัดการ
การดํารงชวี ติ การประกอบอาชีพ และการใชเ ทคโนโลยี

8. ภาษาตา งประเทศ เนนความรูทักษะ เจตคติและวัฒนธรรม การใชภาษาตางประเทศ
ในการสอ่ื สาร การแสวงหาความรแู ละการประกอบอาชีพ

32

กิจกรรมพฒั นาผเู รยี น
กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น กจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี น มงุ ใหผูเ รยี นไดพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พฒั นา
อยา งรอบดานเพื่อความเปนมนุษยที่สมบูรณ ท้ังรางกาย สติปญญา อารมณ และสังคม เสริมสราง
ใหเ ปน ผูมีศีลธรรม จริยธรรม มรี ะเบยี บวนิ ยั ปลกู ฝงและสรางจติ สํานึกของการทําประโยชนเพ่ือสังคม
สามารถจัดการตนเองได และอยรู ว มกับผูอ ่ืนอยางมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผูเรียนมุงพัฒนาผูเรียน
ใหใชอ งคค วามรูทกั ษะและเจตคติ ประกอบดวยกิจกรรม 3 ลักษณะ ดังนี้

1. กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมที่สงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหรูจักตนเอง รูรักษ
สงิ่ แวดลอ ม สามารถคิดตดั สินใจ คิดแกป ญหา กําหนดเปาหมาย วางแผนชีวิตทั้งดานการเรียน และ
อาชีพ สามารถปรับตนไดอยางเหมาะสม นอกจากนี้ยังชวยใหครูรูจักและเขาใจผูเรียน ท้ังยังเปน
กิจกรรมท่ชี วยเหลือและใหคําปรกึ ษาแกผูปกครองในการมสี วนรว มพัฒนาผูเ รียน

2. กิจกรรมนกั เรียนเปน กิจกรรมท่ีมุง พฒั นาความมรี ะเบียบวินยั ความเปนผูนําผูตามที่ดี
ความรับผิดชอบ การทํางานรวมกัน การรูจักแกปญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล
การชว ยเหลอื แบงปน กัน เอือ้ อาทร และสมานฉันท โดยจดั ใหสอดคลองกับความสามารถ ความถนัด
และความสนใจของผูเรียน ใหไดปฏิบัติดวยตนเองในทุกขั้นตอน ไดแก การศึกษาวิเคราะหวางแผน
ปฏบิ ตั ติ ามแผน ประเมินและปรับปรุงการทํางาน เนน การทาํ งานรว มกนั เปน กลุม ตามความเหมาะสม
และสอดคลองกบั วฒุ ภิ าวะของผูเรยี น บรบิ ทของสถานศึกษาและทองถน่ิ กจิ กรรมนักเรียนประกอบดวย
1) กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด ผบู าํ เพ็ญประโยชน และนักศกึ ษาวชิ าทหาร 2) กจิ กรรมชมุ นุม
ชมรม 3) กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน เปนกิจกรรมทส่ี ง เสริมใหผเู รียนบําเพญ็ ตนใหเปน
ประโยชนต อสงั คม ชุมชน และทอ งถิน่ ตามความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร เพอื่ แสดงถึงความรบั ผดิ ชอบ
ความดงี าม ความเสยี สละตอสงั คม มจี ติ สาธารณะ เชน กิจกรรมอาสาพัฒนาตา ง ๆ กิจกรรมสรางสรรคส ังคม

มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรูหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดมาตรฐานการเรียนรู
ใน 8 กลมุ สาระการเรียนรู จาํ นวน 67 มาตรฐาน
การจดั เวลาเรยี น
การจดั เวลาเรียนหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไดกําหนดกรอบโครงสรางเวลา
เรยี นข้ันตํ่าสําหรับกลุมสาระการเรียนรู 8 กลุม และกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ซึ่งสถานศึกษาสามารถ
เพ่มิ เตมิ ไดตามความพรอ มและจดุ เนน โดยสามารถปรับใหเหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษา และ
สภาพของผูเรยี น ดังน้ี

1. ระดับชัน้ ประถมศึกษา (ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 1 - 6) ใหจ ัดเวลาเรยี นเปนรายป โดยมี
เวลาเรียนวนั ละ ไมเกิน 5 ชัว่ โมง

33

2. ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน (ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 1 - 3) ใหจัดเวลาเรียนเปนรายภาค
มเี วลาเรยี นวันละไมเกิน 6 ช่ัวโมง คิดน้ําหนักของรายวิชาท่ีเรียนเปนหนวยกิต ใชเกณฑ 40 ช่ัวโมง
ตอภาคเรยี น มคี านา้ํ หนักวชิ า เทา กบั 1 หนว ยกติ

3. ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 4 - 6) ใหจัดเวลาเรียนเปนรายภาค
มีเวลาเรียน วันละไมนอ ยกวา 6 ชวั่ โมง คดิ นํ้าหนกั ของรายวิชาที่เรียนเปนหนวยกิต ใชเกณฑ 40 ช่ัวโมง
ตอ ภาคเรยี น มีคา น้าํ หนักวชิ า เทากบั 1 หนว ยกติ

โครงสรา งเวลาเรยี น
โครงสรางเวลาเรียนการกําหนดโครงสรางเวลาเรียนพ้ืนฐาน และเพ่ิมเติม สถานศึกษา
สามารถดาํ เนินการ ดงั น้ี

1. ระดบั ประถมศกึ ษา สามารถปรบั เวลาเรียนพ้ืนฐานของแตละกลุมสาระการเรียนรู
ไดตามความเหมาะสม ทง้ั น้ี ตอ งมเี วลาเรยี นรวมตามที่กําหนดไวในโครงสรางเวลาเรียนพ้ืนฐาน และ
ผูเรยี นตองมีคณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรูและตวั ชี้วัดที่กําหนด

2. ระดบั มธั ยมศึกษา ตอ งจัดโครงสรา งเวลาเรียนพื้นฐานใหเปนไปตามท่ีกําหนด และ
สอดคลอ งกับเกณฑก ารจบหลกั สูตร

3. สาํ หรบั เวลาเรยี นเพิม่ เตมิ ทง้ั ในระดบั ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ใหจ ัดเปน รายวิชา
เพิม่ เตมิ หรือกิจกรรมพฒั นาผเู รียน โดยพิจารณาใหสอดคลองกับความพรอ ม จดุ เนน ของสถานศึกษา
และเกณฑการจบหลักสูตร เฉพาะระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1 - 3 สถานศึกษาอาจจัดใหเปนเวลา
สาํ หรบั สาระ การเรียนรูพนื้ ฐานในกลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทยและกลมุ สาระการเรยี นรูค ณิตศาสตร

4. กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นท่กี ําหนดไวในช้ันประถมศึกษาปท่ี 1 ถึงช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3
ปล ะ 120 ชวั่ โมง และช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 - 6 จํานวน 360 ชั่วโมงนั้น เปนเวลาสําหรับปฏิบัติกิจกรรม
แนะแนวกจิ กรรมนกั เรียน และกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ในสวนกิจกรรมเพ่ือสังคม
และสาธารณประโยชนใ หส ถานศึกษาจดั สรรเวลาใหผ เู รียนไดปฏิบตั ิกจิ กรรม ดังนี้ ระดับประถมศึกษา
(ป.1 - 6) จํานวน 60 ชัว่ โมง ระดับมัธยมศึกษาตอนตน (ม.1 - 3) จาํ นวน 45 ชว่ั โมง และระดับมัธยมศึกษา
ตอนปลาย (ม.4 - 6) จาํ นวน 60 ช่ัวโมง

การนําหลกั สตู รไปใช
การดําเนินงานดานพัฒนาหลักสูตร ควรดําเนินการตามกิจกรรม คือ ควรมีการวิเคราะห
หลักสตู รแกนกลาง ควรจัดใหมีการจดั ทําสาระหลกั สูตรใหสอดคลอ งกับสภาพความตองการของทองถ่ิน
มีการจัดเน้ือหาสาระและกิจกรรมใหสอดคลองกับความสนใจและความถนัดของผูเรียน กําหนดผล
การเรียนรูท่ีคาดหวังในแตละกลุมสาระโดยการวิเคราะหจากมาตรฐานการเรียนรูแตละระดับช้ัน
เพื่อใหการศึกษาบรรลุตามเปาหมายท่ีวางเอาไว การนําหลักสูตรมาใชจึงมีความจําเปนอยางย่ิง

34

ทีบ่ ุคลากรท่เี กย่ี วของตอ งจะตอ งมคี วามรูความเขาใจในหลักสูตรและการนําหลักสูตรไปใชจัดการศึกษา
ใหเหมาะสมกับผูเรยี นใหม ากที่สุด ซึ่งมผี ใู หความเห็นเกย่ี วกับการนําหลักสูตรไปใช ดังน้ี

กิตติศักดิ์ ใครบุตร (2554 : 41) สรุปถึงการนําหลักสูตรไปใชวา หมายถึง การมีความรู
ความเขา ใจเกีย่ วกับหลกั สูตร การนําหลักสูตรไปใชกาํ หนดจุดมงุ หมายหลกั สูตร การเลอื กเน้ือหาวิชาการ
จดั หาเอกสารประกอบการสอนไปใชในการจัดการเรยี นการสอนในโรงเรยี น

กติ ติ เกิดสขุ ผล (2554 : 37) สรุปถึงการนําหลกั สตู รไปใชว า หมายถึง เปนการแปลงหลักสูตร
ไปสกู ารเรียนการสอนตามจุดมุง หมายของหลักสตู รสถานศกึ ษา โดยใหส อดคลองกบั หลกั สูตรแกนกลาง

จุฑาณัฐ สุภาพ (2555 : 23) สรุปถึงการนําหลักสูตรไปใชวา หมายถึง เปนภาระสําคัญ
ของการบรหิ ารงานวิชาการ ทีผ่ บู ริหารโรงเรยี นจะตองทาํ ความเขา ใจเกย่ี วกับหลกั สตู รและการนาํ หลกั สูตร
ไปใช ตลอดจนการจดั เอกสารหลกั สูตร คูมือครใู หเพยี งพอกับความตอ งการของครู

กนกวรรณ ภาณทุ ัต (2555 : 32) สรุปถึงการนาํ หลกั สตู รไปใชวา เปนกจิ กรรมทีก่ วา งขวางมาก
และมลี าํ ดับขน้ั ตอนอยางตอเนอื่ ง โดยเริม่ ตนจากการทําความเขาใจและวิเคราะหหลักสูตรการจัดทํา
เอกสารประกอบหลักสูตรอันเปนการแปลงหลักสูตรไปสูการสอน การจัดบุคลากร การจัดปจจัย
สนับสนนุ การใชห ลักสตู ร การจัดกิจกรรมตาง ๆ การวัดผลประเมินผลการเรียนการสอน การนิเทศ
ติดตาม และสิ่งสําคัญท่ีสุดในการนําหลักสูตรไปใชคือการสอนของครู ซ่ึงเช่ือวาทุกขั้นตอนเหลาน้ี
หากดําเนนิ การอยา งมีคุณภาพแลว กจ็ ะนาํ ผเู รียนไปสูค วามสําเรจ็ ตามจดุ มุงหมายของหลักสูตร

สรุปไดว า การนําหลกั สูตรไปใช คือ การที่ผบู ริหาร ครแู ละผูเกย่ี วของกบั การศึกษาในสถานศึกษา
นาํ หลักสตู รไปสูข น้ั ตอนการปฏบิ ตั ใิ น เรือ่ งการจดั กระบวนการเรยี นการสอนอยา งมีประสทิ ธิภาพ และ
ไดป ระสทิ ธผิ ลตอผูเรยี นสงู สดุ

สรปุ ไดว า ประสทิ ธผิ ลของการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา หมายถงึ การปรับปรุงและเปล่ยี นแปลง
หลกั สตู ร มีการวเิ คราะหส ภาพแวดลอ ม ประเมินสถานภาพสถานศกึ ษา ซ่งึ เปนวิธีการพฒั นาหลกั สูตร
อยางหนึ่งเพ่ือใหสอดคลองเหมาะสมกับสถานศึกษา ชุมชน และหลักสูตรแกนกลาง เพ่ือกําหนด
วัตถุประสงค พันธกิจ วิสัยทัศน เปาหมายและคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา โดยการ
มสี ว นรว มของทกุ ฝาย มีการตรวจสอบวาหลักสตู รสถานศึกษามคี วามสมบูรณมากนอยเพียงใด มีการ
จัดทําเปนแผนการจดั สภาพการเรียนรูหรอื โครงการจัดการศึกษา โดยมีการกําหนดวิธีการจัดการเรียนรู
โดยพยายามบูรณาการเน้ือหาสาระทั้งในกลุมสาระการเรยี นรูเดียวกัน และระหวางกลุมสาระการเรียนรู
ตามความเหมาะสม เพอ่ื ใหผเู รยี นเกิดผลการเรยี นรตู ามวตั ถปุ ระสงคหรือจุดมุงหมายตามที่หลักสูตร
กําหนด มกี ารนาํ หลักสตู รไปใชในการจัดการเรยี นการสอน มผี ลการนิเทศการใชหลกั สูตรสถานศึกษา
มีผลการปรบั ปรงุ และพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษาอยา งเหมาะสม

35

ดานการพฒั นากระบวนการเรียนรู
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน จัดวา เปน ส่ิงสําคัญในการนาํ หลักสูตรไปใช การจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนเปนกระบวนการที่ปฏิบัติอยางตอเน่ือง ครูผูสอนจึงเปนบุคคลที่มีบทบาทสําคัญ
ในการจดั กระบวนการเรียนรู เพอ่ื ใหผ เู รียนเกิดการเปลยี่ นแปลงเรยี นรแู ละในการพฒั นาทางดานรางกาย
อารมณ สงั คมและ สตปิ ญญา การเรียนการสอนเปนกจิ กรรมทคี่ รูและนกั เรียนตอ งรว มกนั ทํา สว นการ
บริหารงานดา นการเรยี นการสอนนน้ั เปนหนา ที่ของผบู ริหาร ซ่งึ ควรยดึ หลักการ การจัดการเรยี นการสอน
ตามแนวของหลักสตู ร โดยครูและนักเรียนรว มกันดาํ เนินกิจกรรมตาง ๆ โดยมีนักเรียนเปนศูนยกลาง
ซ่ึงครเู ปน ผูด าํ เนนิ การใหก ิจกรรมเปน ไปตามแนวทางท่วี างแผนเอาไว
สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน (2550 : 31) การพัฒนากระบวนการเรียนรู
มแี นวทางการปฏบิ ัติ ดังตอไปน้ี 1) จดั เน้ือหาสาระและกิจกรรมใหส อดคลองกบั ความสนใจและความถนัด
ของผูเรียน โดยคํานึงถงึ ความแตกตา งระหวางบุคคล 2) ฝกทักษะกระบวนการคิด การจัดการเผชิญ
สถานการณ และการประยุกตความรมู าใชเ พอ่ื ปอ งกันและแกไขปญ หา 3) จดั กจิ กรรมใหผูเรียนไดเรียนรู
จากประสบการณจริงฝกการปฏิบัติใหทําได คิดเปน ทําเปน รักการอาน และเกิดใฝรูอยางตอเน่ือง
4) จดั การเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรูดา นตา ง ๆ อยางไดสดั สว นสมดลุ กนั รวมทั้งปลูกฝง
คุณธรรม คา นิยมทดี่ งี ามและคุณลักษณะอันพึงประสงคไวในทุกวิชา 5) สงเสริม สนับสนุนใหผูสอน
สามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดลอม ส่ือการเรยี นและอํานวยความสะดวกเพ่ือใหผูเรียนเกิดการเรียนรู
และมคี วามรอบรู รวมทั้งสามารถใชการวิจัยเปนสวนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู ทั้งนี้ ผูสอน และ
ผูเรยี นอาจเรียนรูไปพรอมกันจากสอื่ การเรียนการสอนและแหลงวทิ ยาการประเภทตาง ๆ 6) จัดการ
เรยี นรใู หเ กิดขนึ้ ไดท ุกเวลา ทุกสถานทีท่ ี่มกี ารประสานความรวมมอื กบั บิดา มารดาและบุคคลในชมุ ชน
ทุกฝาย เพื่อรวมพัฒนาผูเรียนตามศักยภาพ 7) ศึกษาคนควาพัฒนารูปแบบหรือการออกแบบ
กระบวนการเรียนรูท่กี า วหนา เพอ่ื เปน ผนู าํ การจดั กระบวนการเรยี นรู เพือ่ เปน ตนแบบในสถานศกึ ษาอ่ืน
กระทรวงศึกษาธกิ าร (2551 : 25 - 26) กลาววาการจัดการเรียนรูเปนกระบวนการสําคัญ
ในการนําหลกั สูตรสูการปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปนหลักสูตรที่มีมาตรฐาน
การเรียนรู สมรรถนะสําคัญและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคของผเู รยี น เปน เปาหมายสําหรบั พฒั นาเด็ก
และเยาวชนในการพฒั นาผูเรยี นใหม คี ณุ สมบตั ิตามเปาหมายหลกั สตู ร ผสู อนพยายามคัดสรร การบวน
การเรียนรู จดั การเรยี นโดยชว ยใหผูเรียนรูผานสาระที่กําหนดไวในหลักสูตร 8 กลุมสาระการเรียนรู
รวมทงั้ ปลกู ฝง สรา งเสรมิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ อันพงึ ประสงค พฒั นาทกั ษะตา ง ๆ อันเปนสมรรถนะสาํ คญั
ใหผูเรยี นบรรลุตามเปา หมาย

1. หลักการจัดการเรียนรู การจัดการเรียนรูเพ่ือใหผูเรียนมีความรูความสามารถ
ตามมาตรฐานการเรียนรู สมรรถนะสาํ คัญ และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต ามทกี่ าํ หนดไวใ นหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน โดยยึดหลักวา ผเู รยี นมีความสําคัญมากทส่ี ดุ เชอ่ื วาทกุ คนมคี วามสามารถ

36

เรียนรูและพัฒนาตนเองได ยึดประโยชนที่เกิดกับผูเรียน กระบวนการจัดการเรียนรูตองสงเสริม
ใหผเู รยี น สามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาตแิ ละเตม็ ตามศกั ยภาพ คาํ นงึ ถึงความแตกตา งระหวางบคุ คล
และพฒั นาการทางสมอง เนนใหความสําคญั ทงั้ ความรู และคุณธรรม

2. กระบวนการเรยี นรู การจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ผูเรียนจะตองอาศัย
กระบวนการเรียนรทู ี่หลากหลาย เปนเครื่องมือทีจ่ ะนาํ พาตนเองไปสูเปาหมายของหลักสูตรกระบวนการเรียนรู
ท่ีจาํ เปน สําหรบั ผเู รยี น อาทิ กระบวนการเรียนรูแบบบูรณาการ การบวนการสรา งความรู กระบวนการคดิ
กระบวนการทางสังคม กระบวนการณเผชิญสถานการณและแกปญหา กระบวนการเรียนรู
จากประสบการณจริง กระบวนการปฏิบัติลงมือทําจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย
กระบวนการเรยี นรขู องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย

3. การออกแบบการจัดการเรียนรู ผูสอนตองศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาใหเขาใจถึง
มาตรฐานการเรียนรู ตวั ชี้วดั สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น คุณลักษณะอันพึงประสงคแ ละสาระการเรียนรู
ที่เหมาะสมกับผูเรียน แลวจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรูโดยเลือกใชวิธีสอนและเทคนิค
การสอน สอื่ /แหลง เรยี นรู การวดั และประเมนิ ผล เพอื่ ใหผเู รียนไดพัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุ
ตามเปาหมายที่กาํ หนด

4. บทบาทของผสู อนและผเู รยี น การจดั การเรยี นรเู พ่ือใหผูเรียนมีคุณภาพตามเปาหมาย
ของหลักสูตร ทั้งผูสอนและผูเรียนควรมีบทบาทดังน้ี 1) บทบาทของผูสอน ศึกษาวิเคราะหผูเรียน
เปนรายบุคคล แลว นาํ ขอ มลู มาใชในการวางแผนการจดั การเรยี นรู ที่ทาทายความสามารถของผูเรียน
กาํ หนดเปาหมายทตี่ องการใหเ กิดขึ้นกบั ผูเรยี น ดานความรูแ ละทักษะกระบวนการ ที่เปนความคิดรวบยอด
หลักการ และความสมั พันธร วมทง้ั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค ออกแบบการเรียนรูและจัดการเรียนรู
ทต่ี อบสนองความแตกตา งระหวา งบคุ คลและพฒั นาการทางสมองเพอ่ื นําผเู รยี นไปสเู ปา หมาย จัดบรรยากาศ
ทเี่ ออ้ื ตอการเรียนรู และดแู ลชวยเหลือผูเรียนใหเกดิ การเรียนรู จดั เตรยี มและเลือกใชสื่อใหเหมาะสม
กับกิจกรรม นําภูมิปญญาทองถ่ินเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาระยุกตใชในการจัดการเรียนการสอน
ประเมนิ ความกาวหนาของผูเ รียนดว ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชาและระดับ
พัฒนาการของผเู รียน วิเคราะหผลการประเมินมาใชใ นการซอ มเสริมและพัฒนาผูเรียน รวมทั้งปรับปรุง
การจัดการเรยี นการสอนของตนเอง 2) บทบาทของผเู รยี น กําหนดเปาหมาย วางแผน และรับผดิ ชอบ
กานเรียนรูของตนเอง เสาะแสวงหาความรู เขาถึงแหลงการเรียนรู วิเคราะห สังเคราะหขอความรู
ตั้งคําถาม คิดหาคาํ ตอบหรอื หาแนวทางแกปญหาดวยวิธีการตาง ๆ ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู
ดวยตนเอง และนาํ ความรูไปประยุกตใ ชใ นสถานการณตาง ๆ มีปฏิสัมพันธทํางานทํากิจกรรมรวมกับ
กลุมและครู และประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรียนรขู องตนเองอยางตอ เนือ่ ง

37

รงุ ชัชดาพร เวหะชาติ (2552 : 216) ไดกลาวถึง การกําหนดขอบขายความรับผิดชอบงาน
ควรวางกรอบงานหลกั ตามท่ีกําหนดในพระราชบัญญัตแิ หง ชาติ พ.ศ. 2542 แยกสวนตามงานท่ีปฏิบัติ
จรงิ จากนัน้ จึงกําหนดบทบาทหนาทคี่ วามรบั ผดิ ชอบตามขอบขา ยงานการบรหิ ารงานวชิ าการ ดา นการ
พฒั นากระบวนการเรียนรู ดังนี้

1. สง เสริมใหครูจัดทาํ แผนการจัดการเรียนรู ตามสาระและหนวยการเรียนรูโดยเนน
ผูเรียนเปนสาํ คญั

2. สงเสริมใหค รูจัดกระบวนการเรียนรู
3. จัดใหมีการนิเทศการเรียนการสอนแกครูในกลุมสาระตาง ๆ โดยเนนการนิเทศ
ทร่ี วมมือชวยเหลือกันแบบกัลยาณมิตร
4. สงเสริมใหม กี ารพฒั นาครู เพอ่ื พฒั นากระบวนการเรยี นรูต ามความเหมาะสม
จฑุ าณฐั สภุ าพ (2555 : 23) ไดสรุป การพัฒนากระบวนการเรียนรูหมายถึง การสงเสริม
สนบั สนนุ ใหครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนดว ยวธิ ีหลากหลาย ตอบสนองความตองการและความถนัด
ของผูเรยี นอยา งเหมาะสมและเตม็ ความสามารถ
กนกวรรณ ภาณทุ ัต (2555 : 34) ไดส รุป การพัฒนากระบวนการเรยี นรู หมายถึง การตรวจสอบ
และทบทวนข้ันตอนดําเนินงานตาง ๆ ในการพฒั นา เพ่อื ใหสอดคลอ งกับวิสัยทัศน ภารกิจ เปาหมาย
ยทุ ธศาสตรในการพัฒนา รวมถงึ ความตอ งการของสถานศกึ ษาและชมุ ชน
กมล นามเทวี (2556) ซ่งึ กลา ววา การพฒั นากระบวนการเรียนรู เปนบทบาทสําคัญในการ
บริหารงานวิชาการ ตองดําเนินการสงเสริมใหครูผูสอนจัดกระบวนการเรียนการสอน โดยมุงเนน
ใหผ ูเรียนผานกระบวนการเรยี นดว ยกิจกรรมตา ง ๆ ดว ยวิธีการตาง ๆ ที่ใหประโยชนสูงสุดแกผูเรียน
คํานึงถงึ ความแตกตางระหวา งบคุ คลเกดิ จาการเรียนรอู ยา งแทจรงิ แลว ผูเรียนไดพ ฒั นาเต็มตามศักยภาพ
รอบดา นอยา งสมดุล มีความสมบรู ณท งั้ รา งกาย จิตใจ สติปญญา ความรู คุณธรรม มีจริยธรรม และ
วฒั นธรรมในการดาํ รงชีวติ สามารถอยรู ว มกบั ผอู ืน่ ไดอ ยา งมีความสุขและนําความรไู ปใชใ นชีวติ ประจาํ วนั
ซัลวานี ดงิ นามอ (2556 : 30 - 34) กลาววา กระบวนการเรยี นรูหมายถึงการที่สถานศึกษา
จัดประสบการณการเรยี นรใู หก บั ผเู รียนเพ่ือใหผ ูเรียนเกิดการเรยี นรตู ามจุดมุงหมายของหลักสตู ร ซง่ึ มี
วธิ ีการดาํ เนนิ การอยางเปน ข้ันตอนหรือใชวิธีการตาง ๆ การสรางประสบการณและการจัดกิจกรรม
ท่ีสงผลใหผูเรียนเกิดการเรียนรูและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามท่ีคาดหวังของชุมชนและสังคม
โดยหลักการพัฒนากระบวนการเรียนรูควรมีวิธกี ารที่หลากหลายคํานึงถึงพัฒนาการทางดานรางกาย
สตปิ ญ ญาความสนใจความสามารถของผเู รยี นยึดผเู รยี นเปนสาํ คญั มวี ิธกี ารการจดั การเรยี นรตู ามสภาพจริง
การเรยี นรดู ว ยตนเองการเรยี นรรู ว มกันจากธรรมชาติและการปฏบิ ตั ิจรงิ ใชก ารคน ควาอสิ ระเปนสว นหน่ึง
ในการพัฒนากระบวนการเรียนรูบ ูรณาการกระบวนการคิดคานิยมท่ีพึงประสงคและคุณธรรมจริยธรรม
สอดแทรกกลุมสาระการเรยี นรู


Click to View FlipBook Version