ประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเลก็ ตามความคิดเห็นของครู
สังกดั สํานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสุราษฎรธ านี เขต 2
ศวิ พร ละหารเพชร
วิทยานิพนธน เี้ ปน สวนหน่ึงของการศกึ ษาตามหลกั สูตรครศุ าสตรมหาบณั ฑติ
สาขาวิชาการบริหารการศกึ ษา
บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยราชภฏั สุราษฎรธานี
พ.ศ. 2562
THE EFFECTIVENESS OF ACADEMIC ADMINISTRATION OF SMALL SCHOOLS
ACCORDING TO TEACHERS’ OPPINIONS UNDER SURATTHANI
PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 2
SIWAPORN LAHARNPECH
A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of
the Requirements for the Degree of Master of Education
Field in Educational Administration
Graduate School
Suratthani Rajabhat University
2019
บทคัดยอ
ชอื่ เร่อื งวทิ ยานพิ นธ ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเลก็
ตามความคิดเห็นของครสู งั กัดสํานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษา
ประถมศึกษาสุราษฎรธ านี เขต 2
ชอ่ื ผูวจิ ัย นางสาวศิวพร ละหารเพชร
ชอ่ื ปรญิ ญา ครศุ าสตรมหาบณั ฑติ
ช่อื สาขาวชิ า การบรหิ ารการศึกษา
ปก ารศกึ ษา 2562
คณะกรรมการทปี่ รึกษาวทิ ยานพิ นธ ประธานกรรมการ
1. ดร.สมคดิ นาคขวัญ
2. รองศาสตราจารย ดร.ชูศักด์ิ เอกเพชร กรรมการ
การวิจยั ครั้งน้ี มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื 1) ศึกษาประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวชิ าการ 2)เปรียบเทียบ
ประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการตามสถานภาพสวนบุคคล 3) ศึกษาแนวทางในการปรับปรุงการ
บรหิ ารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เห็นของครู สังกัดสํานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 ประชากร ไดแกสถานศึกษาขนาดเล็ก จํานวน 92 โรงเรียน
กลุม ตัวอยา ง ไดแ ก สถานศึกษาขนาดเลก็ จํานวน 76 โรงเรยี น โดยการสมุ อยา งงา ย ผูใ หขอมลู ไดแก
ครูผูสอน โรงเรียนละ 3 คนรวม 228 คน เก็บรวบรวมขอมูลโดยใชแบบสอบถามมีคาความเชื่อมั่น
0.86 วิเคราะหขอ มูลโดยใชส ถิติพืน้ ฐาน ไดแก คา เฉลีย่ และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ ไดแก
การทดสอบคา ที การทดสอบคาเอฟชนดิ ความแปรปรวนทางเดียว
ผลการวจิ ัย พบวา 1) ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เหน็
ของครูสังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 โดยรวมและรายดาน
มีคาเฉลี่ยประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการอยูในระดับมาก 2) ผลการเปรียบเทียบประสิทธิผล
การบรหิ ารงานวิชาการ จําแนกตามปจจัยสว นบคุ คล พบวา ครูที่มีเพศและวุฒิการศึกษาแตกตางกัน
มคี วามคดิ เห็นตอ ประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการแตกตา งกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
สวนประสบการณทํางานที่แตกตางกันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการ
ไมแตกตา งกนั 3) ผลการศึกษาแนวทางในการปรับปรงุ การบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเลก็ ไดแ ก
การพฒั นาหลกั สูตรอยางตอเน่ือง สงเสริมใหครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูและจัดทําแผนการจัดการเรียนรู
จัดทําเคร่ืองมือในการวัดและประเมินผลท่ีหลากหลาย นําผลการประกันคุณภาพภายในมาพัฒนา
สถานศึกษา และสงเสริมใหครูพัฒนาส่ือและนวัตกรรมการเรียนรูใหเหมาะสม จากผลการวิจัย
ค
สถานศกึ ษาควรจดั ทาํ และพฒั นาหลกั สตู รใหส อดคลอ งกบั วสิ ัยทัศน เปา หมาย และพนั ธกิจของสถานศึกษา
นาํ ภมู ิปญญาทอ งถิน่ หรอื เครอื ขา ยผปู กครองชุมชนทองถิ่นมามีสวนรวมในการจัดการเรียนการสอน
อยางเหมาะสมปรบั ปรงุ ระบบสารสนเทศในการวดั ผลและประเมินผลการเรยี นการสอนสงเสริมใหครู
มกี ารเลอื กใชสื่อและแหลง เรียนรอู ยางหลากหลายทมี่ ีอยใู นทองถ่ินเพือ่ เพ่มิ ประสิทธิภาพในการเรียน
การสอน
คาํ สําคัญ : ประสิทธผิ ลของการบรหิ ารงาน การบรหิ ารงานวิชาการ สถานศึกษาขนาดเลก็
ง
ABSTRACT
Thesis Title The Effectiveness of Academic Administration of Small
Student’s Name Schools According to Teachers' Opinions under Suratthani
Degree Sought
Major Primary Educational Service Area Office 2
Academic Year
Thesis Advisors Miss. Siwaporn Laharnpech
Master of Education
Educational Administration
2019
1. Dr. Somkid Narkkhwan Chairperson
2. Assoc. Prof. Dr. Chusak Ekapet Committee
This research aims to study 1) The effectiveness of academic administration.
2) To compare the effectiveness of academic administration according to personal
status 3) To study the suggestions and guidelines for improving the administration of
small schools according to teachers' opinions under Surat Thani Primary Educational
Service Area Office 2. The population was 92 small schools. The samples were 76
small schools by simple random sampling. The data were analyzed by using basic
statistics such as mean and standard deviation. The test statistic was the t - test.
One - way ANOVA
The results of the research revealed that 1) The effectiveness of the administration
of small academies in the opinion of teachers under Surat Thani Primary Educational
Service Area Office 2. 2) There was a high level of academic management effectiveness.
Comparative effectiveness of academic administration. In terms of personal factors,
teachers' gender and education levels were significantly different at the 0.05 level of
significance. Experience different parts. There were no differences in opinions on the
effectiveness of academic administration. 3) Suggestions and guidelines for improving
the administration of small schools are continuous curriculum development. Encourage
teachers to exchange and learn learning plans. Provide a variety of measurement and
evaluation tools. Applying internal quality assurance to educational development.
จ
Encourage teachers to develop media and learning innovations. From the results of
the research the school should develop and develop the curriculum in accordance
with the vision, mission and mission of the institution. Bring local wisdom or network
of parents to local communities to participate in appropriate teaching and learning.
Improve information systems in measuring and evaluating teaching and learning.
Encourage teachers to select a variety of media and learning resources available
locally to enhance their teaching and learning.
Keyword : effectiveness of administration, academic administration, small school
ฉ
กติ ตกิ รรมประกาศ
วิทยานพิ นธฉบับนส้ี ําเร็จลลุ วงไดดว ยความกรณุ าจาก ดร.สมคิด นาคขวญั ประธานกรรมการท่ี
ปรึกษาวิทยานิพนธ และรองศาสตราจารย ดร.ชูศักด์ิ เอกเพชร กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ
ทไ่ี ดใหคาํ แนะนํา ตรวจสอบ และแกไขขอบกพรองตาง ๆ ดวยความเอาใจใสจนวิทยานิพนธฉบับน้ี
สาํ เรจ็ ไดด ว ยดี จึงขอขอบคุณเปนอยา งสงู มา ณ ที่นี้
ขอขอบพระคุณคณะกรรมการสอบวทิ ยานพิ นธ ทช่ี วยชแี้ นะและใหข อคิดเห็นตาง ๆ จนทําให
วิทยานิพนธม ีความสมบรู ณย่ิงข้ึน รวมทั้งคณาจารยผูสอนทุกทานที่ไดป ระสิทธ์ิประสาทความรูแกผูวิจัย
อยา งลึกซ้ึง จนทาํ ใหผ ูว จิ ัยดําเนนิ การวิจยั ไดเปนอยา งดี
ขอขอบพระคุณนายอูต ตรีอุดม นายเอกราช หนูปลื้ม นางสาวจิราภรณ แกวบริสุทธ์ิ
นางอัมพร นอยแนม และนางอัญชลี หนูปล้ืม ที่กรุณาชวยตรวจสอบเคร่ืองมือ และแนะนํา
การวเิ คราะหข อ มูลในการวจิ ยั ครงั้ น้ี
คุณคา และคณุ ประโยชนอันพึงจะมีจากการวิจัยคร้ังนี้ ขอมอบแดบุพการี คณาจารย และ
ผูท่ีเกี่ยวของทุกทานที่คอยสนับสนุนและใหกําลังใจจนการศึกษาคนควาคร้ังน้ีสําเร็จลุลวงไปดวยดี
ศวิ พร ละหารเพชร
ช
สารบญั
บทคัดยอ ภาษาไทย............................................................................................................ หนา
บทคัดยอ ภาษาองั กฤษ....................................................................................................... ข
กิตติกรรมประกาศ ............................................................................................................ ง
สารบญั .............................................................................................................................. ฉ
สารบญั ตาราง.................................................................................................................... ช
สารบัญภาพ....................................................................................................................... ฌ
บทที่ ฏ
1 บทนํา................................................................................................................... 1
ความเปน มาและความสําคญั ของปญหา............................................................ 1
วตั ถปุ ระสงคข องการวิจยั .................................................................................. 3
ความสาํ คัญของการวจิ ัย.................................................................................... 4
ขอบเขตของการวิจัย ......................................................................................... 4
กรอบแนวคดิ ในการวิจยั .................................................................................... 5
สมมติฐานการวิจยั ............................................................................................. 6
นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ .............................................................................................. 6
10
2 เอกสารและงานวิจยั ท่เี ก่ียวของ.......................................................................... 10
แนวคิดและหลกั การเกีย่ วกับการบริหารงานวชิ าการ ........................................ 25
แนวคิดและประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการ ................................................ 60
บริบทสาํ นกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 ............... 64
งานวจิ ัยท่เี กี่ยวขอ ง............................................................................................ 74
74
3 วิธดี าํ เนนิ การวจิ ัย ................................................................................................ 74
ประชากรและกลมุ ตวั อยา ง................................................................................ 76
เครื่องมอื ทีใ่ ชใ นการรวบรวมขอ มลู .................................................................... 77
การเกบ็ รวบรวมขอ มลู .......................................................................................
การวิเคราะหขอ มลู และสถิติท่ีใช. .......................................................................
ซ
สารบัญ (ตอ )
บทที่ หนา
4 ผลการวิเคราะหข อมลู ......................................................................................... 79
ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะหส ถานภาพสวนบคุ คลของครูในสถานศกึ ษา
ขนาดเล็ก สงั กดั สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา 79
สุราษฎรธานี เขต 2..........................................................................
ตอนท่ี 2 ผลการวเิ คราะหขอ มลู ระดบั ประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวิชาการ 80
ขนาดเลก็ ตามความคิดเห็นของครู สงั กัดสํานกั งานสงั กดั สาํ นักงาน
เขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษา สุราษฎรธานี เขต 2 ........................ 89
ตอนที่ 3 ผลการเปรียบเทียบประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศึกษา
ขนาดเล็ก ตามความคิดเหน็ ของครู สงั กดั สาํ นกั งานสงั กดั สํานกั งาน 99
เขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษา สรุ าษฎรธ านี เขต 2 102
จําแนกตามสถานภาพสว นบคุ คล..................................................... 102
ตอนท่ี 4 ขอเสนอแนะและแนวทางในการปรบั ปรงุ การบริหารงานวชิ าการ 106
สถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เหน็ ของครู สงั กดั สาํ นกั งาน 117
เขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษา สรุ าษฎรธ านี เขต 2........................... 119
5 สรุปผล อภปิ รายผลและขอ เสนอแนะ................................................................. 129
สรุปผล.............................................................................................................. 130
อภิปรายผล ....................................................................................................... 141
ขอเสนอแนะ ..................................................................................................... 143
153
บรรณานุกรม ..................................................................................................................... 157
ภาคผนวก.......................................................................................................................... 160
ภาคผนวก ก เครอื่ งมอื ท่ีใชในการวิจัย.....................................................................
ภาคผนวก ข คา ความเช่ือม่นั ของแบบสอบถาม.......................................................
ภาคผนวก ค คา ดัชนสี อดคลองโดยใชเทคนิค IOC...................................................
ภาคผนวก ง หนังสือขอความอนุเคราะห ................................................................
ภาคผนวก จ รายชือ่ ผเู ช่ยี วชาญตรวจสอบเครื่องมอื ................................................
ประวัติผทู าํ วทิ ยานพิ นธ ....................................................................................................
ฌ
สารบญั ตาราง
ตารางที่ หนา
2.1 สังเคราะหป ระสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการของผบู ริหารสถานศกึ ษา............. 24
4.1 จาํ นวนและรอ ยละสถานภาพสว นบคุ คลของครใู นสถานศกึ ษาขนาดเล็ก 80
สังกัดสํานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2................ 81
4.2 ประสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเลก็ ตามความคิดเห็น 82
ของครูสงั กัดสาํ นักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 83
โดยรวม ............................................................................................................. 84
4.3 ประสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเลก็ ตามความคิดเห็น 86
ของครสู งั กัดสํานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธ านี เขต 2 87
ดานการพัฒนาหลกั สูตรของสถานศึกษา ........................................................... 88
4.4 ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเลก็ ตามความคิดเหน็ 90
ของครูสงั กัดสํานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธ านี เขต 2
ดา นการพฒั นากระบวนการเรียนรู ....................................................................
4.5 ประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เห็น
ของครูสงั กดั สาํ นกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2
ดานการวดั ผล ประเมินผล และดําเนนิ การเทยี บโอนผลการเรียน......................
4.6 ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคดิ เหน็
ของครสู งั กดั สาํ นักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธ านี เขต 2
ดา นการนเิ ทศการศกึ ษา ....................................................................................
4.7 ประสทิ ธิผลการบริหารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคิดเหน็
ของครสู งั กดั สํานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธ านี เขต 2
ดา นการพฒั นาระบบการประกันคณุ ภาพภายในและมาตรฐานการศกึ ษา..........
4.8 ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคิดเหน็
ของครสู งั กดั สํานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 2
ดา นการพัฒนาและการใชส อ่ื เทคโนโลยเี พอื่ การศกึ ษา.......................................
4.9 ผลการเปรียบเทียบประสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเลก็
ตามความคิดเห็นของครู สงั กัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา
สุราษฎรธ านี เขต 2 จาํ แนกตามเพศ .................................................................
ญ
สารบัญตาราง (ตอ )
ตารางที่ หนา
4.10 ผลการเปรียบเทียบประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก 91
ตามความคดิ เหน็ ของครู สงั กดั สํานักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษา 92
สุราษฎรธ านี เขต 2 จาํ แนกตามวฒุ กิ ารศกึ ษา................................................ 94
4.11 ผลการเปรียบเทียบประสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศกึ ษาขนาดเล็ก 95
ตามความคดิ เห็นของครู สงั กัดสาํ นักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษา 95
สรุ าษฎรธ านี เขต 2 จําแนกตามประสบการณท ํางาน..................................... 96
4.12 ผลการเปรยี บเทยี บประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเลก็ 97
ตามความคิดเห็นของครู สงั กัดสํานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษา
สุราษฎรธานี เขต 2 จาํ แนกตามประสบการณท าํ งาน ดา นการพัฒนาหลักสตู ร
ของสถานศกึ ษา เปนรายคู .............................................................................
4.13 ผลการเปรยี บเทยี บประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเล็ก
ตามความคิดเหน็ ของครู สังกดั สํานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา
สรุ าษฎรธานี เขต 2 จาํ แนกตามประสบการณท าํ งาน ดานการพัฒนา
กระบวนการเรียนรู เปนรายคู ........................................................................
4.14 ผลการเปรยี บเทยี บประสิทธิผลการบรหิ ารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเลก็
ตามความคิดเห็นของครู สังกดั สาํ นกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา
สรุ าษฎรธานี เขต 2 จําแนกตามประสบการณท าํ งาน ดานการวดั ผล
ประเมินผลและดําเนนิ การเทยี บโอนผลการเรยี น เปน รายคู...........................
4.15 ผลการเปรียบเทียบประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเลก็
ตามความคดิ เหน็ ของครู สงั กัดสํานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา
สรุ าษฎรธานี เขต 2 จาํ แนกตามประสบการณท ํางาน ดา นการนิเทศการศกึ ษา
เปน รายคู .......................................................................................................
4.16 ผลการเปรยี บเทยี บประสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเล็ก
ตามความคิดเหน็ ของครู สงั กดั สาํ นักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา
สรุ าษฎรธานี เขต 2 จําแนกตามประสบการณท าํ งาน
ดา นการพัฒนาและการใชสือ่ เทคโนโลยเี พอ่ื การศึกษา ...................................
ฎ
สารบัญตาราง (ตอ)
ตารางท่ี สรปุ ผลการเปรียบเทยี บประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษา หนา
4.17 ขนาดเลก็ ตามความคดิ เห็นของครู สังกัดสํานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา 97
ประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 จาํ แนกตามปจ จยั สว นบคุ คล...............
ฏ
สารบัญภาพ
ภาพท่ี หนา
1.1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย.................................................................................... 6
2.1 สถานศกึ ษาในสงั กดั จาํ แนกตามระดับการศกึ ษา.............................................. 61
2.2 จาํ นวนนักเรียนในสังกดั ปการศึกษา 2558 จําแนกตามระดบั การศกึ ษา........... 61
2.3 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ ้นั พนื้ ฐาน (O - NET) ปการศึกษา 2557
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 6 จาํ แนกตามสาระการเรยี นรู.................................. 62
2.4 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ นั้ พน้ื ฐาน (O - NET) ปก ารศึกษา 2557
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 จาํ แนกตามสาระการเรยี นรู .................................... 62
2.5 ผลการประเมินผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของนกั เรยี น (NT) ปการศึกษา 2557
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 3 จําแนกเปน รายดาน.............................................. 63
บทที่ 1
บทนาํ
ความเปนมาและความสําคัญของปญหา
ทามกลางกระแสโลกาภิวตั นท ี่ยงั คงความรนุ แรงและการเขาสูประชาคมอาเซียนน้ีดูเหมือนวา
การศกึ ษาของประเทศไทยยังคงมีปญหาท่ีแทบจะหมดทางแกอยูมาก และยังทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ไมวาจะเปนปญ หาดานคณุ ภาพการศกึ ษา ซงึ่ จะตกตํา่ อยูเรื่อย ๆ เห็นไดจากผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
ท่วี ดั จากการสอบ O - Net มีตัวเลขผลการสอบในเกือบทุกกลุมวิชาและทุกกลุมระดับชั้นมีคะแนน
ไมถ ึงครึ่งของคะแนนเตม็ ในดา นการพัฒนาคณุ ลกั ษณะของผเู รยี น ก็เหน็ ไดจากพฤติกรรมของผูเรียน
ท่ีแสดงออกไมวาจะเปนความไรระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และทักษะอื่น ๆ ในการดํารงชีวิต
ที่สะทอ นใหเหน็ ทางสอ่ื มวลชน แมจ ะเปนเพียงสวนนอ ยแตก พ็ อใหมองเหน็ คุณภาพการศึกษาไดเปนอยางดี
สาํ หรบั ปญ หาดานโครงการสรา งบรหิ ารก็ย่ิงจะเห็นวาเปนปญหาแทบจะไมมีทางแกเลยทีเดียว ไมวาจะ
เปน ความไมส มดลุ และสอดคลอ งเชอ่ื มโยงกนั ของโครงสรางองคกรหลักในสวนกลาง ความไมสอดคลอง
กับระบบบรหิ ารของประเทศ ของระบบบริหารของเขตพื้นที่การศกึ ษา สภาพเหลานท้ี ําใหการบริหาร
การศึกษาไมมปี ระสทิ ธภิ าพเทา ทค่ี วรและนาํ ไปสปู ญหาการขาดคณุ ภาพของการศึกษา (จักรพรรดิ วะทา,
2555 : 9 - 10) ซึง่ ปญหาคณุ ภาพของการศกึ ษาดงั กลา ว เกดิ จากองคประกอบหลายอยาง รวมถึงผล
อันเนื่องจากการบริหารจัดการของสถานศึกษาดวย จึงไดมีการปฏิรูปการศึกษาอยางตอเนื่อง และ
ในปจ จุบนั ก็อยูใ นชว งแหง การปฏริ ูปการศกึ ษาทศวรรษที่ 2 ที่มุงขยายโอกาสทางการศกึ ษาของประชาชน
ใหก วา งขวางและทว่ั ถงึ โดยคํานึงถงึ การพฒั นาคุณภาพและมาตรฐานการศกึ ษาทกุ ระดบั มงุ กระจายอาํ นาจ
ทางการศึกษาสูเขตพื้นท่ีการศึกษา สถานศึกษาและทองถ่ิน ประชาชนและทองถิ่นไดมี สวนรวม
ในการจัดการศึกษา ซ่งึ ถอื วา เปน นโยบายทีม่ คี วามสําคญั ทจ่ี ะขับเคล่ือนไปสูการปฏบิ ตั ิอยางเปนรูปธรรม
สถานศึกษาทกุ แหงจงึ จําเปนตอ งปฏิรูปการบริหารจัดการศกึ ษาอยา งจริงจัง (ปุณกิ า เทียนใส, 2557 : 2)
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบบั ที่ 11 พ.ศ. 2555 - 2559 ไดกําหนดยุทธศาสตร
การพัฒนาคนสูสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิตอยางยั่งยืน คือ การสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต
มุงสรางกระแสสังคมใหการเรียนรูเปนหนาที่ของคนไทยทุกคน มีนิสัยใฝรู รักการอานตั้งแตวัยเด็ก
และสง เสรมิ การเรียนรรู ว มกนั ของคนตา งวยั ควบคกู บั การสง เสริมใหองคกร กลุมบคุ คล ชุมชน ประชาชน
และสื่อทุกประเภทเปนแหลงเรียนรูอยางสรางสรรค สื่อสารดวยภาษาท่ีเขาใจงาย รวมถึงสงเสริม
การศกึ ษาทางเลือกท่ีสอดคลองกบั ความตองการของผเู รยี น และสรางสังคมแหง การเรยี นรทู ม่ี ีคุณภาพ
และสนบั สนุนปจ จยั ท่กี อใหเ กดิ การเรยี นรตู ลอดชวี ิต (สาํ นกั งานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และ
2
สังคมแหง ชาต,ิ 2554 : 31) สถานศึกษาแตละแหงจึงมุงแกไขปญหาคุณภาพการศึกษาตามแนวทาง
การปฏริ ูปการศกึ ษา สถานศกึ ษาและทองถิ่น ประชาชนและทอ งถ่นิ ไดมี สวนรว มในการจัดการศึกษา
ซ่ึงถือวาเปนนโยบายที่มีความสําคัญท่ีจะขับเคล่ือนไปสูการปฏิบัติอยางเปน รูปธรรม สถานศึกษา
ทกุ แหงจึงจาํ เปน ตอ งปฏริ ปู การบริหารจดั การศกึ ษาอยา งจริงจงั (ปุณิกา เทียนใส, 2557: 2) การบริหาร
สถานศึกษาของสถานศึกษาแตล ะแหง จะมกี ารแบงงานในการบรหิ ารออกเปน ดาน ๆ และมีรายละเอียด
มากนอ ยขึ้นกบั ขนาดขององคก าร และความคลองตวั ในการบริหาร แตท ัง้ นี้มีจุดมุงหมายเดียวกัน คือ
ตอ งมีประสิทธิภาพสูงสุด แตถ ึงอยา งไรการบริหารสถานศึกษาตอ งมงี านหลัก ๆ 4 ดาน ประกอบดวย
การบริหารงานวชิ าการ การบริหารงานบุคลากร การบริหารงบประมาณ และการบริหารงานทั่วไป
(สมั มา รธนธิ ย, 2556 : 98) การบริหารงานวิชาการ เปนงานท่ีสําคัญสําหรับสถานศึกษา เน่ืองจาก
การบริหารงานวิชาการ เกี่ยวของกับกิจกรรมทุกชนิดในสถานศึกษา โดยเฉพาะเก่ียวกับการพัฒนา
คณุ ภาพการเรียนการสอน ซ่ึงมีจุดมุงหมายหลักของสถานศึกษา และเปนเคร่ืองชี้ความสําเร็จ และ
ความสามารถของสถานศึกษา ผูบริหารสถานศึกษาจึงตองมีความรูความสามารถในดานการบริหาร
เพราะการบริหารเปนภารกจิ หลักท่ีผบู ริหารสถานศกึ ษาตอ งดาํ เนนิ การโดยเฉพาะการบริหารงานวชิ าการ
เพราะการบรหิ ารงานวชิ าการเปน กระบวนการทํากจิ กรรมทุกอยา งท่ีเก่ยี วของกับการพฒั นาการเรยี น
การสอนใหดขี ้นึ เร่มิ ตั้งแตก ารกําหนดนโยบาย การวางแผน การพัฒนาการเรียนการสอน การปรับปรุง
การเรียนการสอน ตลอดการประเมินผลการสอน เพื่อใหเปนไปตามจุดหมายของหลักสูตร และ
จุดมุงหมายของสถานศึกษา เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดกับผูเรียน หากมองการบริหารงานวิชาการ
ในดา นงานของสถานศกึ ษา งานบริหารวิชาการ ไดแ ก งานควบคมุ ดูแลหลักสูตรการสอน อปุ กรณก ารสอน
การจัดแบบเรยี น คมู ือ การจดั ชนั้ เรยี น การจดั ครเู ขาสอนการปรับปรงุ การเรยี นการสอน การฝก อบรม
ครู การนิเทศการศกึ ษา การเผยแพรงานวชิ าการ การวดั ผลประเมินผล การประเมินมาตรฐานสถานศึกษา
เพื่อปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของสถานศึกษา เปนตน และขอบขายของงานวิชาการ
เปนขอบขา ยทีก่ วางและเปนบทบาทหนาท่ขี องผูบริหารสถานศึกษาในการบริหารจดั การ (จรณุ ี เกา เอ้ียน,
2557 : 3) ผบู ริหารสถานศึกษาจึงตองเปนท้ังนักบริหารและนักวิชาการ เพราะจุดมุงหมายของการ
บริหารการศกึ ษากค็ ือ การจดั การศกึ ษาใหมีคุณภาพเพ่อื สง เสรมิ ใหผ ูเรยี นบรรลจุ ุดมุง หมายของการศึกษา
ที่กําหนดไวอยางมีประสิทธภิ าพ (ปุณิกาเทียนใส, 2557 : 2) จากขอบขายงานที่กวางจึงไดสังเคราะห
การบริหารงานวิชาการมา 5 ดาน คือ ดานการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา ดานการพัฒนา
กระบวนการเรียนรู ดา นการวดั ผล ประเมนิ ผล และดําเนินการเทียบโอนผลการเรียน ดานการนิเทศ
การศึกษา และดานการพฒั นาระบบการประกนั คณุ ภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา
3
จากรายงานผลการจดั การศึกษา ประจาํ ปง บประมาณ 2558 ของสํานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 พบวา โรงเรียนขนาดเล็กมีผลการสอบ NT ปการศึกษา 2557
ทุกโรงมีภาพรวม มคี า เฉลย่ี 51.71 ซึง่ สงู กวาคาเฉลี่ยระดับประเทศ สว นผลการสอบ O - NET มีกลุม
สาระการเรียนรูภ าษาไทย สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม คณิตศาสตร วิทยาศาสตร สุขศึกษา
และพลศกึ ษา ศลิ ปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี มีคาเฉล่ียภาพรวมสูงกวาระดับประเทศ ยกเวน
กลุมสาระการเรียนรตู า งประเทศมคี าเฉล่ียภาพรวมต่ํากวาระดับประเทศ จากขอจํากัดของโรงเรียน
ดา นการบริหารของโรงเรียนขนาดเล็กคือจะขาดผบู ริหารโดยตอเน่อื งและมคี รูไมครบชั้นเรียน การจัด
การเรยี นการสอนและการบริหารจัดการ มีรูปแบบที่แตกตา งจากปกติ ดา นบุคลากร ผูบริหารและครู
ตองไดรบั การพฒั นา และมคี วามตระหนักในการรบั ผิดชอบสูงมาก แต กลบั มผี ลการสอบ NT และผล
การสอบ O - NET ปการศกึ ษา 2557 มีคาเฉล่ียในภาพรวมสูงกวาระดับประเทศเกือบทุกกลุมสาระ
(สํานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสุราษฎรธานี เขต 2, 2560 : 21 - 22)
จากขอมูลความสาํ คญั ดังกลาวขางตน ผวู จิ ยั จงึ มีความสนใจที่จะศกึ ษาประสทิ ธผิ ลการบริหาร
งานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคิดเห็นของครู สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 อยใู นระดบั ใด เพศ วฒุ ิทางการศกึ ษา และประสบการณการทํางาน
มผี ลตอประสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก หรือไม เพื่อนําผลที่ไดมาเปนแนวทาง
ในการสง เสรมิ และสนับสนนุ พัฒนาพฒั นาการประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก
ใหม ปี ระสทิ ธภิ าพมากย่งิ ขึ้น และเปนแนวทางในการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของไทยตอ ไป
วตั ถปุ ระสงคข องการวิจัย
1. เพอ่ื ศกึ ษาประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคิดเห็น
ของครู สงั กดั สาํ นกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธ านี เขต 2
2. เพอ่ื เปรียบเทียบประสทิ ธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เหน็
ของครู สงั กัดสาํ นักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 จําแนกตาม สถานภาพ
สวนบคุ คล
3. เพ่ือศึกษาขอเสนอแนะและแนวทางในการปรบั ปรุงการบรหิ ารงานวิชาการสถานศึกษา
ขนาดเล็กตามความคดิ เหน็ ของครู สังกดั สาํ นักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 2
4
ความสําคญั ของการวจิ ัย
ผลการวิจยั สามารถนําไปใชในการสนบั สนุน สง เสรมิ หรอื เปนแนวทางในการพัฒนาการศึกษา
และปรับปรุงการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาและหนวยงานท่ีเก่ียวของ ใหมีประสิทธิภาพ
มากยงิ่ ขน้ึ
ขอบเขตของการวิจยั
การวิจัยคร้ังน้ีเปนการศึกษาประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก
ตามความคิดเห็นของครู สงั กัดสํานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 โดยมี
ขอบเขต ดังนี้
1. ขอบเขตของเนื้อหา
ประสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคิดเห็นของครู
สงั กัดสาํ นกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขตประกอบดวยประสิทธิผล 6 ดาน
ไดแ ก 1) ดานการพฒั นาหลกั สตู รของสถานศกึ ษา 2) ดานการพัฒนากระบวนการเรยี นรู 3) ดานการวดั ผล
ประเมนิ ผล และดาํ เนินการเทยี บโอนผลการเรียน 4) ดานการนิเทศการศึกษา 5) ดานการพัฒนาระบบ
การประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา 6) ดานการพัฒนาและการใชส่ือเทคโนโลยี
เพอื่ การศกึ ษา
2. ประชากรและกลมุ ตัวอยาง
2.1 ประชากร คือ สถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 จํานวน 92 โรงเรียน (สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
สุราษฎรธ านี เขต 2, 2560)
2.2 กลมุ ตัวอยาง คือ สถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 โดยใชตารางสําเร็จรูปของ Krejcie and Morgan (1970) ไดกลุม
ตัวอยาง 76 โรงเรียน และเลือกกลุมตัวอยางโดยการสุมอยางงาย (Simple random sampling)
ดว ยวธิ กี ารจบั ฉลาก กําหนดผูใ หข อมลู เปนครผู สู อน โรงเรยี นละ 3 คนรวมทง้ั ส้นิ 228 คน
5
3. ขอบเขตดา นตวั แปร
ตัวแปรทศ่ี ึกษาในการวจิ ัยครั้งน้ี ไดแก
3.1 ตัวแปรตน คอื สถานภาพของผตู อบแบบสอบถาม ไดแ ก
3.1.1 เพศ
1) ชาย
2) หญิง
3.1.2 วฒุ กิ ารศกึ ษา
1) ปรญิ ญาตรี
2) ปรญิ ญาตรีข้ึนไป
3.1.3 ประสบการณการทาํ งาน
1) ประสบการณนอ ยกวา 5 ป
2) ประสบการณ 5 - 10 ป
3) ประสบการณม ากกวา 10 ปข น้ึ ไป
3.2 ตัวแปรตาม คอื ประสิทธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการ ซึ่งประกอบดวยองคประกอบ
5 ดาน ไดแก
3.2.1 ดานการพฒั นาหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
3.2.2 ดานการพัฒนากระบวนการเรียนรู
3.2.3 ดานการวดั ผล ประเมนิ ผล และดาํ เนนิ การเทียบโอนผลการเรียน
3.2.4 ดานการนเิ ทศการศึกษา
3.2.5 ดานการพฒั นาระบบการประกันคณุ ภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา
3.2.6 ดา นการพัฒนาและการใชส่อื เทคโนโลยีเพอ่ื การศึกษา
กรอบแนวคดิ ในการวิจยั
ในการวิจัย เรอื่ ง ประสิทธผิ ลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเล็กตามความคดิ เห็น
ของครู สงั กัดสาํ นกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธ านี เขต 2 ผูวิจัยไดศ ึกษาแนวคิด ทฤษฎี
และงานวจิ ัยท่ีเก่ียวกบั ประสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศกึ ษาขนาดเลก็ ของ Kimbrough and
Nunnery (1988); กระทรวงศึกษาธิการ (2550); รุงชัชดาพร เวหะชาติ (2552); จอมพงศ มงคลวนิช
(2555); วเิ ชยี ร ยอดจักร (2555); กิตติยา กาเร็ว (2556); สงวนพงศ ชวนชม (2557); จรุณี เกาเอ้ียน
(2557) โดยผูวิจัยเลือกใชขอบขายงานวิชาการ 6 ดาน นํามาสรางเปนกรอบแนวคิดในการวิจัย
ดงั ภาพที่ 1.1
ตัวแปรตน 6
สถานภาพสว นบุคคล ตัวแปรตาม
1. เพศ
ประสทิ ธิผลการบริหารงานวิชาการ
1.1 ชาย 1. ดา นการพัฒนาหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
1.2 หญงิ 2. ดา นการพัฒนากระบวนการเรยี นรู
2. วฒุ กิ ารศกึ ษา 3. ดานการวัดผล ประเมินผล และ
2.1 ปรญิ ญาตรี
2.2 ปริญญาตรขี ้นึ ไป ดําเนินการเทยี บโอนผลการเรียน
3. ประสบการณการทํางาน 4. ดานการนิเทศการศึกษา
3.1 ประสบการณน อยกวา 5 ป 5. ดา นการพฒั นาระบบการประกันคณุ ภาพ
3.2 ประสบการณ 5 - 10 ป
3.3 ประสบการณม ากกวา 10 ปขนึ้ ไป ภายในและมาตรฐานการศกึ ษา
6. ดา นการพฒั นาและการใชส อ่ื เทคโนโลยี
เพ่ือการศึกษา
ภาพท่ี 1.1 กรอบแนวคิดในการวิจยั
สมมตฐิ านการวจิ ยั
1. ประสทิ ธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการสถานศึกษาขนาดเลก็ ตามความคิดเห็นของครู สังกัด
สาํ นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 อยูในระดบั มาก
2. ครูในสถานศกึ ษาขนาดเล็ก สงั กัดสํานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี
เขต 2 ทีม่ ีสถานภาพแตกตางกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกบั ประสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการ แตกตางกนั
นิยามศัพทเ ฉพาะ
การวิจัยคร้ังน้ีผูวิจัยไดกําหนดนิยามศัพทเพื่อใชในการวิจัยและเพื่อความเขาใจท่ีตรงกัน
ดงั ตอไปนี้
ประสทิ ธิผล หมายถึง ผลสาํ เร็จที่ไดจากการดําเนินงานเพือ่ ใหบ รรลวุ ัตถุประสงคทีไ่ ดวางเอาไว
สามารถทีจ่ ะปรบั ตวั ยอมรบั การเปล่ียนแปลงใหเ ขา กับสภาพแวดลอม สังคม และยคุ สมัยท่ีเปล่ียนแปลง
ตลอดเวลา ซึ่งสามารถวดั ไดจ ากความสาํ เรจ็ ของการทํางาน
7
การบริหารงานวิชาการ หมายถงึ กระบวนการดาํ เนนิ งานทเ่ี ก่ียวของกบั การกาํ หนดนโยบาย
วัตถปุ ระสงค ทศิ ทาง แนวปฏบิ ัตงิ านดวยการสงเสรมิ สนบั สนนุ การจัดการเรียนการสอน การวัดผล
ประเมินผลใหดีขึ้น พรอมกับกอใหเกิดความรวมมือในการดําเนินงานโดยมุงเนนผูเรียนเปนสําคัญ
เพอ่ื กอใหเกิดผลสัมฤทธิ์มีความรู ทักษะ สมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงคตามจุดมุงหมาย
ของหลกั สูตรและกอประโยชนส ูงสดุ แกผเู รยี น
ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวชิ าการ หมายถงึ ผลสําเร็จท่ีไดจากการดําเนินงานดานวิชาการ
ไดบรรลวุ ตั ถุประสงคเกี่ยวกบั การบรหิ ารหลักสตู รของสถานศึกษา ดานกระบวนการเรียนรู ดานการ
วดั ผลประเมินผล และดาํ เนนิ การเทียบโอนผลการเรียน ดา นการนิเทศ ดานการพัฒนาระบบประกัน
คุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา และดานการพัฒนาและการใชส่ือเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา
รายละเอยี ด ดงั น้ี
1. ประสิทธิผลดานการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา หมายถึง ผลสําเร็จท่ีไดจากการ
ดาํ เนินงานทีเ่ กีย่ วกับการปรบั ปรุงและเปล่ยี นแปลงหลักสูตร การวิเคราะหสภาพแวดลอม การประเมิน
สถานภาพสถานศึกษา การพัฒนาหลักสูตรเพื่อใหสอดคลองเหมาะสมกับสถานศึกษา ชุมชน และ
หลกั สตู รแกนกลาง เพอื่ กาํ หนดวตั ถุประสงค พนั ธกิจ วสิ ัยทัศน เปาหมายและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค
ของสถานศกึ ษาโดยการมสี วนรวมของทกุ ฝาย มีการตรวจสอบวาหลกั สูตรสถานศกึ ษามีความสมบูรณ
มากนอ ยเพยี งใด มกี ารจดั ทําเปน แผนการจดั สภาพการเรยี นรหู รือโครงการจัดการศกึ ษา โดยมีการกาํ หนด
วธิ ีการจดั การเรยี นรู โดยพยายามบรู ณาการเนื้อหาสาระทัง้ ในกลุมสาระการเรียนรูเดียวกัน และระหวาง
กลมุ สาระการเรยี นรตู ามความเหมาะสม เพ่อื ใหผูเรียนเกดิ ผลการเรยี นรูตามวัตถุประสงคห รือจุดมงุ หมาย
ตามท่ีหลักสูตรกําหนด มีการนําหลักสูตรไปใชในการจัดการเรียนการสอน มีผลการนิเทศการใช
หลักสตู รสถานศึกษา มผี ลการปรบั ปรุงและพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษาอยางเหมาะสม
2. ประสิทธิผลดานการพัฒนากระบวนการเรียนรู หมายถึง ผลสําเร็จที่ไดจากการ
ดาํ เนินงานการสงเสรมิ ใหครจู ดั ทาํ แผนการจัดการเรียนรูตามสาระและหนวยการเรียนรู โดยเนนผูเรียน
เปน สาํ คัญ สถานศึกษามผี ลการจัดกจิ กรรมใหผเู รยี นไดพัฒนาตามศกั ยภาพ ตามความสนใจความถนัด
ของผูเรียน การมีสวนรวม ฝกปฏิบัติจากประสบการณจริง สถานศึกษามีผลการสงเสริมใหครูจัด
กระบวนการวิจัยเปนสวนหน่ึงของกระบวนการเรียนรู สถานศึกษามีผลการใหความสําคัญกับการ
พัฒนาครู ใหม ีความสามารถในการจดั กระบวนการเรียนรู สรางเครือขายแลกเปลี่ยนเรียนรูดานการ
จัดการเรยี นการสอน สถานศกึ ษามผี ลการปลูกฝงผเู รียนใหมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม คานิยม และคุณลักษณะ
อันพึงประสงคท่ีสอดคลองกับเน้ือหาสาระกิจกรรม สถานศึกษามีบรรยากาศและสิ่งแวดลอม และ
แหลงเรียนรทู ่ีเอื้อตอการจัดกระบวนการเรียนรู สถานศึกษามีผลการนําภูมิปญญาทองถ่ินหรือเครือขาย
ผูป กครอง ชมุ ชนทองถนิ่ มามสี ว นรวมในการจัดการเรียนการสอนอยางเหมาะสม สถานศึกษามีรูปแบบ
8
การนเิ ทศการเรียนการสอนแกครูในกลุมสาระตาง ๆ โดยเนนการนิเทศที่รวมมือชวยเหลือกันแบบ
กลั ยาณมติ ร
3. ประสิทธิผลดานการวัดผล ประเมินผล และการเทียบโอนผลการเรียน หมายถึง
ผลสําเรจ็ ที่ไดจากการดาํ เนนิ งาน ตามระเบียบ แนวปฏิบตั ิเกย่ี วกับการวดั ผลและประเมนิ ผล สถานศึกษา
มผี ลการสง เสรมิ ใหครจู ัดทําแผนการวัดและประเมนิ ผลแตละรายวิชาใหส อดคลอ งกับมาตรฐานการศึกษา
สาระการเรียนรู หนวยการเรียนรูแผนการจัดการเรยี นรู และการจัดกิจกรรมการเรียนรู สถานศึกษา
มผี ลการสง เสริมการใหครูดําเนินการวัดผลและประเมินผลการเรียนการสอน โดยเนนการประเมิน
ตามสภาพจริงจากกระบวนการการปฏิบัติ และผลงานสถานศึกษามีผลการเทียบโอนความรูทักษะ
ประสบการณ และผลการเรียนจากสถานศึกษาอ่ืน สถานประกอบการและอื่น ๆ ตามแนวทางท่ี
กระทรวงศึกษาธิการกําหนดพัฒนาเคร่ืองมือวัดและประเมินผลใหไดมาตรฐาน สถานศึกษามีผล
การสง เสรมิ การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนของครูโดยมกี ารกาํ หนดรวมกันกับนักเรียนใหใกลเคียง
กบั สภาพจริงหรือจําลองใหใ กลเคียงชวี ิตจริงมากทีส่ ดุ สถานศึกษามีการประเมนิ เพ่ือการพัฒนาหลักสูตร
ทั้งระบบ ผลจากการประเมนิ สามารถนํามากําหนดยุทธศาสตรเพ่ือการบริหารจัดการดานการวัดผล
และประเมินผล
4. ประสิทธิผลดานการนิเทศการศึกษา หมายถึง ผลสําเร็จที่ไดจากการดําเนินงาน
ระบบการนิเทศงานวิชาการและการเรียนการสอนในสถานศึกษา สถานศึกษามีผลการดําเนินการ
นิเทศงานวชิ าการและการเรยี นการสอนในรปู แบบหลากหลายและเหมาะสมกับสถานศึกษา สถานศึกษา
มผี ลการประเมนิ ผลการจัดระบบ และกระบวนการนิเทศการศึกษาในสถานศึกษา สถานศึกษามีผล
ตดิ ตาม ประสานงานกับเขตพื้นท่กี ารศึกษาเพ่อื พฒั นาระบบและกระบวนการนิเทศงานวิชาการ และ
การเรียนการสอนของสถานศึกษา สถานศึกษามีผลการแลกเปลี่ยนเรียนรูและประสบการณการ
จัดระบบนิเทศการศึกษาภายในสถานศึกษากับสถานศึกษาอื่น หรือเครือขายการนิเทศการศึกษา
ภายในเขตพื้นท่ีการศึกษา สถานศึกษามีการดําเนินการนิเทศภายในสถานศึกษาดวยวิธีการตาง ๆ
เพือ่ พัฒนาคุณภาพการเรยี นรูของผเู รียนใหสอดคลอ งกบั มาตรฐานหลกั สตู ร
5. ประสิทธิผลดา นการพฒั นาระบบประกนั คณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา หมายถงึ ผลสําเรจ็
ท่ีไดจากการดําเนินงาน ระบบโครงสรางองคกรใหรองรับการจัดระบบการประกันคุณภาพภายใน
สถานศึกษา มีเกณฑการประเมินเปา หมายความสําเรจ็ ของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา และ
ตัวช้ีวัดของกระทรวงเปาหมาย ความสําเร็จของพื้นที่การศึกษาหลักเกณฑและวิธีการประเมิน
ของสาํ นักงานรองรับมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ตามระบบการประกนั คุณภาพใหบรรลุตามเปาหมายความสาํ เรจ็ ของสถานศกึ ษา มีผลการดําเนินการพฒั นา
ตามแผนและตดิ ตามตรวจสอบ มีการนาํ ผลการประเมินคณุ ภาพภายใน เพอ่ื ปรบั ปรงุ พฒั นาอยา งตอเนื่อง
มีผลการประสานรวมมือกับสถานศึกษาและหนวยงานอื่น ในการปรับปรุงและพัฒนาระบบการ
9
ประเมนิ คุณภาพภายใน และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
มีผลการดําเนินการประสานงานกับเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาเพื่อการประเมนิ คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
ตามระบบการประกันคุณภาพการศึกษาการศึกษาภายในเขตพื้นท่ีการศึกษา มีผล การดําเนินการ
ประสานงานกบั สํานกั งานรองรบั มาตรฐานการศึกษาและประเมินคุณภาพการศึกษาในการประเมิน
สถานศึกษาเพอื่ เปน ฐานในการพฒั นาอยา งเปน ระบบและตอเนือ่ ง
6. ประสิทธิผลดานการพัฒนาส่ือนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา หมายถึง
ผลสําเร็จทไ่ี ดจ ากการดําเนนิ งานการศกึ ษา วิเคราะหความจําเปนในการใชสื่อและเทคโนโลยีรวมท้ัง
เครอื ขายการเรยี นรูตาง ๆ ทีม่ ีอยูในชมุ ชน เพ่อื การจัดการเรียนการสอนและการบริหารงานวิชาการ
มีการรายงานดา นการวางแผนการผลิตการทดลองใช สถานศึกษามผี ลงานที่เกิดจากการสงเสรมิ ใหครู
ผลิต พฒั นาสอ่ื และนวัตกรรมการเรียนการสอน สถานศกึ ษามสี อ่ื และเทคโนโลยเี พ่ือใชในการจัดการ
เรียนการสอน และการพัฒนางานดานวิชาการอยางเพียงพอ สถานศึกษามีผลงานในการประสาน
ความรวมมอื ในการผลติ จัดหา พัฒนาและการใชสือ่ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพ่ือจัดการเรียนการสอน
และพัฒนางานวิชาการกับสถานศกึ ษา บคุ คลครอบครัว องคก ร หนวยงานและสถาบนั อนื่ สถานศกึ ษา
มีผลการประเมินผลการพฒั นาการใชสอ่ื นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือการศกึ ษาใหผูเ รียนไดรบั ความรู
ตามจุดหมายทีค่ รูต้งั ไว
ครู หมายถึง บุคคลท่ีปฏิบัติหนาที่สอนในสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษาประถมศกึ ษาสุราษฎรธานี เขต 2
สํานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาสุราษฎรธ านี เขต 2 หมายถึง หนวยงานทางการศึกษา
สงั กดั สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบ ควบคุม กํากับ
ดูแล สงเสริมและสนับสนุนและรวมบริหารจัดการศึกษาระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน ในเขตทองท่ี
8 อําเภอ ไดแก อาํ เภอครี ีรฐั นคิ ม อาํ เภอไชยา อาํ เภอทาฉาง อาํ เภอทาชนะ อําเภอบา นตาขุน อําเภอพนม
อาํ เภอพุนพนิ และอาํ เภอวิภาวดี มสี ถานศึกษาในสงั กัด จํานวน 190 โรงเรยี น
บทที่ 2
เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ยี วของ
การวิจัย เร่ือง ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็กตามความคิดเห็น
ของครู สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 2 ผูวิจัยไดศึกษาคนควา
เอกสาร ทฤษฏี และงานวิจยั ทเ่ี กย่ี วของเพ่อื เปนพื้นฐานและแนวคิด ท่ีจะนาํ ไปสกู รอบแนวคดิ การวิจัย
และเปนฐานขอ มูลประกอบการศึกษา วิเคราะห อภปิ รายผลใหบ รรลุวตั ถุประสงค มรี ายละเอียด ดังนี้
1. แนวคดิ และหลกั การเกี่ยวกบั การบรหิ ารงานวชิ าการ
2. แนวคดิ และประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวชิ าการ
3. บริบทสาํ นกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 2
4. งานวิจัยทเี่ กยี่ วของ
แนวคิดและหลกั การเกยี่ วกับการบรหิ ารงานวชิ าการ
ความหมายของการบริหารงานวชิ าการ
งานวิชาการเปนงานหลักของการบริหารสถานศึกษา เนื่องจากงานวิชาการเกี่ยวของกับ
หลักสตู ร การจดั โปรแกรมการศกึ ษาและการจดั การเรียนการสอน ซึ่งเปนหัวใจของสถานศึกษา และ
เกยี่ วขอ งกบั ผบู ริหารสถานศึกษาและครู ซึ่งอาจจะเกี่ยวของทั้งทางตรงและทางออมก็อยูที่ลักษณะ
ของงานน้ัน ๆ
สุชาดา ศิรสิ ุวรรณ (2554 : 13) ไดส รุป การบริหารงานวชิ าการไววา หมายถงึ เปน กระบวนการ
ดําเนินการหรอื แนวทางปฏบิ ัตขิ องผูบ ริหาร ในการปรบั ปรงุ พฒั นาการเรียนการสอนของครูและนักเรียน
โดยมุงหวังพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพตามท่ีสังคมตองการ อันเปนเปาหมายสูงสุดของสถานศึกษา
พชั ราภรณ โตแกว (2554 : 12) ใหความหมายวา การบรหิ ารงานวชิ าการ หมายถึง การบริหาร
กิจกรรมทุกชนิดและการดาํ เนนิ งานทุกอยางของผูบริหารโรงเรียน ครู และผูมีสวนเก่ียวของกับการ
ปรบั ปรุง การพฒั นาการจดั การเรยี นใหเกิดผลดกี บั ผูเ รยี นและใหครอบคลุมกับจุดมุงหมายของหลักสูตร
อยางมปี ระสทิ ธภิ าพและมปี ระสิทธิผล
กนกวรรณ ภาณุทตั (2555 : 25) ใหความหมายวา การบริหารงานวิชาการ หมายถงึ การบรหิ าร
สถานศึกษา โดยมกี ารจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน โดยมกี ารพฒั นาการเรียนการสอนในดานตาง ๆ
ใหไดผ ลดี บรรลุตามวัตถปุ ระสงคอยา งมีประสทิ ธิภาพ และเกิดประโยชนสูงสุดตอผูเรียน ใหนักเรียน
มคี วามประพฤติดี มลี ักษณะนสิ ยั ทีด่ ีสามารถอยใู นสงั คมไดอยา งมคี วามสุข
11
วิเชยี ร ยอดจักร (2555 : 13) ไดใ หค วามหมายของการบรหิ ารงานวิชาการ หมายถงึ การบริหาร
กิจกรรมทุกอยางในสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ที่เกี่ยวกบั การปรับปรงุ พัฒนาการเรียนการสอนใหไดผลดี
และมปี ระสทิ ธภิ าพสูง เกดิ ประโยชนส งู สดุ กบั ผเู รยี น ทงั้ น้ีเพื่อปรับปรงุ สงเสริม และพฒั นาผูเ รยี นใหม ี
คณุ ภาพมาตรฐานไดตามเจตนารมณข องการศกึ ษาพฒั นาองคการใหม ีประสิทธภิ าพสงู สุด ใหม ากท่สี ุด
พนัส ดว งเอก (2555 : 9) ไดใหค วามหมายของการบริหารงานวชิ าการ หมายถงึ การดําเนิน
กจิ กรรมที่เกี่ยวขอ งกบั การปรับปรุงการเรียนการสอนใหด ขี ึ้น ต้งั แตการกําหนดนโยบาย การวางแผน
การจัดทําหลกั สูตรสถานศกึ ษา การเรยี นการสอน ไปจนถงึ การวัดการประเมินผล และการเทียบโอน
ผลการเรียน ซง่ึ เปน งานหลักของงานวชิ าการ เพือ่ ใหเปน ไปตามจดุ มงุ หมายของหลักสูตร และจุดมุงหมาย
ของการศึกษา เกดิ ประโยชนส ูงสดุ กับผูเรยี น
จอมพงศ มงคลวนิช (2555 : 30) ไดกลาวถึง การบริหารงานวิชาการ เปนการดําเนินการ
ท่เี กย่ี วกบั การเรยี นการสอนซง่ึ ครอบคลมุ เกีย่ วกบั การนําหลกั สูตรไปใช การทาํ แผนการสอน การปรับปรุง
การเรียนการสอน การใชส่ือการสอน การประเมินผลการวัดผล และการนิเทศการสอน เปนตน
การบริหารการศึกษาเปนการดําเนินงานของกลุมบุคคลเพื่อพัฒนาคนใหมีคุณภาพ คนจะมีคุณภาพ
คือมคี วามรูความสามารถ ความคิด และความเปน คนดีได จะตองมกี ารเรียนการสอนหรือจะตอ งมีการ
บรหิ ารงานวิชาการทม่ี ีคณุ ภาพนนั่ เอง การบรหิ ารงานวชิ าการจงึ ถือเปน หวั ใจของการบรหิ ารการศึกษา
ในสถาบนั การศึกษาทั้งในมหาวิทยาลยั หรือโรงเรียนตา ง ๆ จะมผี ูบริหารฝา ยวชิ าการซง่ึ จะเรียกชื่อตาง ๆ
กนั ไป เชน รองอธกิ ารบดีฝายวิชาการ รองคณบดีฝายวิชาการ ผูชวยผูอํานวยการฝายวิชาการ หรือ
ผูชว ยอาจารยใ หญฝา ยวชิ าการ เปน ตน
จรณุ ี เกา เอย้ี น (2557 : 4) ไดก ลาวสรปุ วา งานวชิ าการ หมายถึง งานท่ีเปนหัวใจของสถานศึกษา
หรือโรงเรียน ซงึ่ ประกอบดว ยงานยอ ยอืน่ ๆ ที่เก่ียวกับการเรียนการสอน เชน หลักสูตร การพัฒนา
หลกั สตู รวิชาสอน สือ่ การเรียนการสอน การวัดผลและประเมนิ ผลการประกนั คุณภาพการศกึ ษา และ
งานอืน่ ๆ ท่ีสง เสริมสนับสนนุ งานวชิ าการใหบ รรลุผลสาํ เรจ็
อมรรัตน โพธ์เิ พชร (2557 : 34) กลาววา งานวชิ าการเปน งานท่ีสําคัญและถือเปนงานหลัก
ของโรงเรียน ผูบ ริหารจะตอ งใหค วามสนใจและความรบั ผดิ ชอบ และตองเปนผูน ําทางวิชาการแกคณะครู
ใหความรวมมือใหคําปรึกษา แนะนํา และคอยประสานงานใหครูทุกคนทํางานรวมกันเพื่อใหงาน
ประสบความสําเร็จและมีประสิทธิภาพ และที่สําคัญงานวิชาการยังเปนงานที่เกี่ยวของกับกิจกรรม
ทกุ ชนดิ ทเี่ กี่ยวขอ งกับการจัดการเรียนการสอน สงเสริมใหการจดั การเรียนการสอนประสบผลสําเร็จ
และสงผลใหผ เู รยี นมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค คอื เปน คนดี เปน คนเกง และเปนคนทีม่ คี วามสุข
ปริศนา สําเนยี งแจม (2558 : 16) ไดสรุปวางานวิชาการเปนการดําเนินกิจกรรมทุกอยาง
ทเ่ี ก่ยี วขอ งกับการปรบั ปรุงพัฒนาการเรียนการสอนใหด ขี น้ึ ต้งั แตก ารพฒั นาหลกั สูตร การนเิ ทศงานสอน
การประเมินผลการสอนเพ่อื ใหเ กิดประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลสงู สดุ แกผูเรียน
12
สรุปไดว า การบรหิ ารงานวชิ าการ หมายถงึ กระบวนการดําเนนิ งานท่ีเก่ียวของกับการกําหนด
นโยบาย วตั ถปุ ระสงค ทศิ ทาง แนวปฏิบัติงานดวยการสงเสริม สนับสนุน การจัดการเรียนการสอน
การวัดผลประเมินผลใหดีข้ึน พรอมกับกอใหเกิดความรวมมือในการดําเนินงานโดยมุงเนนผูเรียน
เปนสําคัญ เพ่ือกอใหเกิดผลสัมฤทธ์ิมีความรู ทักษะ สมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค
ตามจดุ มงุ หมายของหลกั สตู รและกอ ประโยชนสงู สุดแกผ เู รยี น
ความสําคัญของการบริหารงานวชิ าการ
งานวิชาการเปนงานท่สี ําคญั ที่สุดของโรงเรยี น เปน หัวใจของการบรหิ ารสถานศึกษา เพราะ
จดุ มงุ หมายของสถานศึกษา ก็คือ การจัดการศึกษาคุณภาพ และมาตรฐานของสถานศึกษา จึงอยูท่ี
งานดานวิชาการเพื่อเปน การสรา งเสรมิ นักเรียนใหม คี วามรู ความสามารถตามจุดมุงหมาย ของหลักสูตร
ซึง่ สอดคลองกบั แนวความคิดของนกั การศึกษาที่กลา วไว ดังน้ี
กรทพิ ย ศกนุ ตานุรักษ (2554 : 11) ไดสรุป ความสําคัญของงานวิชาการไววา การบริหาร
วิชาการถือเปนงานหลักของสถานศึกษาซึ่งเปนสถาบันทางสังคมมีหนาท่ีบริการจัดการศึกษาตาม
ความตอ งการของสังคมและชุมชน ผบู ริหารและครจู ะตองมกี ารวางแผน ตดิ ตาม ควบคมุ และสง เสริม
เพ่อื ใหการจัดการเรียนการสอนมคี ณุ ภาพและประสิทธิภาพบรรลุตามวตั ถปุ ระสงค
พัชราภรณ โตแกว (2554 : 13) ไดสรุป ความสําคัญของงานวิชาการไววา การบริหาร
วชิ าการเปนงานทม่ี คี วามสาํ คญั เปนอยา งย่ิงและเปน งานหลักในการจดั การศึกษาของสถานศึกษา คือ
มุง ใหการเรียนการสอนประสบความสาํ เร็จอยางมปี ระสิทธภิ าพ ผเู รียนมคี ุณภาพ มีความรู ความสามารถ
มคี ุณธรรม จริยธรรมท่สี ังคมตองการและตามทห่ี ลักสตู รกาํ หนดไว
สุชาดา ศิริสุวรรณ (2554 : 15) ไดสรุป ความสําคัญของงานวิชาการไววา ความสําเร็จ
ของสถานศึกษาข้ึนอยูกับการนําหลักการบริหารงานวิชาการ คือหลักการพัฒนาคุณภาพ หลักการ
มีสวนรวม หลักประสิทธิภาพ หลักประสิทธิผล หลักประหยัด หลักความเปนวิชาการ นําไปปฏิบัติ
เพอ่ื คุณภาพของเปาหมายคือผูเรียนเปนหลกั ตลอดจนบคุ ลากรซงึ่ เปนผูมบี ทบาทสําคัญในกระบวนการ
บริหาร โดยเนนการมสี วนรว มในการบรหิ าร ใหการสงเสรมิ สนบั สนุนและดแู ลเอาใจดวยความยุติธรรม
และเสมอภาพ
จฑุ าณัฐ สุภาพ (2555 : 19) ไดสรุป ความสําคัญของงานวชิ าการไวว า งานวชิ าการเปน งานหลัก
ในการบรหิ ารสถานศกึ ษา ท้งั น้ีเพราะการจดั การศกึ ษาเปนการวางพ้ืนฐานในการพัฒนาคนใหมีความรู
ความสามารถ ปรับตัวอยูกับสงั คมไดอยา งมคี วามสขุ โรงเรียนจะสามารถจัดการศึกษาตามวัตถุประสงค
ของหลักสูตรได จะตอ งสามารถบรหิ ารงานวิชาการใหมปี ระสทิ ธิภาพมากทส่ี ุด
ปรียาพร วงศอนตุ รโรจน (2555 : 1 - 2) ไดสรุป ความสําคัญของงานวิชาการไววา การใช
เวลาในการบรหิ ารงานและการใหค วามสําคญั ของงานในสถานศกึ ษา งานในความรบั ผดิ ชอบของผูบริหาร
โดยแยกงานออกเปน 7 ประเภท พบวา การบริหารงานวิชาการคิดเปนรอยละ 40 งานบริหารบุคลากร
13
รอยละ 20 งานบริหารกิจการนักเรียนรอยละ 20 งานบริหารหารเงิน งานบริหารอาคารสถานที่
งานบรหิ ารความสัมพนั ธกับชุมชนและงานบริหารท่ัวไปแตละงานคิดเปนรอยละ 5 จากงานเห็นไดวา
ผบู ริหารโรงเรยี นไดใ หค วามสาํ คญั ของการบรหิ ารงานวิชาการ และกาํ หนดสดั สว นไวม ากทส่ี ดุ เมอื่ เทยี บกับ
งานอน่ื ๆ
ปรารถนา ตนั ตกิ ุลไพบลู ย (2555 : 33) ไดส รุป ความสําคัญของงานวิชาการไววา งานวิชาการ
เปน งานที่มีความสาํ คญั ท่สี ดุ เปน ตัวบงชใ้ี หเหน็ คณุ ภาพและประสิทธิภาพการจัดการของสถานศึกษา
ซึ่งผบู ริหารสถานศกึ ษาตอ งมีความรูความเขาใจ ในสาระสําคัญตามขอบขายงานวิชาการเปนอยางดี
อันจะสงผลใหน ักเรียนมีคุณภาพตามเปา หมายของหลักสูตร
จรณุ ี เกาเอย้ี น (2557 : 3) การบรหิ ารงานวิชาการ เปนงานทส่ี ําคญั สาํ หรับผูบริหารสถานศกึ ษา
เนือ่ งจากการบรหิ ารงานวชิ าการ เกี่ยวขอ งกับกจิ กรรมทุกชนิดในสถานศึกษา โดยเฉพาะเก่ียวกับการ
พฒั นาคุณภาพการเรยี นการสอน ซึ่งมีจุดมุงหมายหลักของสถานศึกษา และเปนเคร่ืองชี้ความสําเร็จ
และความสามารถของผบู รหิ ารสถานศกึ ษา ผูบรหิ ารสถานศกึ ษาจงึ ตองมคี วามรูความสามารถในดานการ
บรหิ ารเพราะการบริหารเปนภารกิจหลกั ทผ่ี ูบ รหิ ารสถานศึกษาตองดําเนินการโดยเฉพาะการบริหาร
งานวิชาการ เพราะการบรหิ ารงานวชิ าการเปน กระบวนการทาํ กิจกรรมทกุ อยางท่ีเกี่ยวขอ งกับการพัฒนา
การเรยี นการสอนใหดีข้ึน เริ่มต้ังแตการกําหนดนโยบาย การวางแผน การพัฒนาการเรียนการสอน
การปรบั ปรุงการเรียนการสอน ตลอดการประเมินผลการสอน เพื่อใหเปนไปตามจุดหมายของหลักสูตร
และจุดมงุ หมายของสถานศกึ ษา เพ่อื ใหเกดิ ประโยชนสงู สดุ กบั ผเู รียน หากมองการบริหารงานวิชาการ
ในดานงานของสถานศึกษา งานบริหารวิชาการ ไดแก งานควบคุมดูแลหลักสูตรการสอน อุปกรณ
การสอน การจัดแบบเรียน คูมือ การจัดชั้นเรียน การจัดครูเขาสอนการปรับปรุงการเรียนการสอน
การฝก อบรมครู การนิเทศการศกึ ษา การเผยแพรง านวชิ าการ การวดั ผลประเมินผล การประเมนิ มาตรฐาน
สถานศกึ ษาเพือ่ ปรบั ปรงุ คณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพของสถานศกึ ษา เปน ตน
สรุปไดวา การบริหารงานวิชาการในสถานศึกษาน้ัน เปนงานท่ีสําคัญของสถานศึกษา
เปนหนาที่หลัก เปนหัวใจสําคัญ ที่ผูบริหารสถานศึกษาและครูจะตองรวมกันปฏิบัติตามภารกิจ
สถานศกึ ษาจะประสบผลสาํ เร็จไดด นี น้ั กข็ ้ึนอยูกับการบริหารงานวชิ าการ วา จะสรา งนักเรยี นใหมคี ณุ ภาพ
มคี วามรู มีจรยิ ธรรม และมีคณุ สมบัตติ ามทีต่ องการ เพื่อใหน กั เรียนไดนาํ ไปใชในการดํารงชีวิต ในสังคม
และยังเปนเคร่ืองมือชี้วัดความสําเร็จ ความรู ความเขาใจ ความสามารถของผูบริหารสถานศึกษา
ในฐานะผนู าํ ขององคก รดว ย
14
หลกั การบริหารงานวิชาการ
พระราชบญั ญัติการศึกษาแหง ชาติ 2542 กาํ หนดใหการจัดการศึกษาทุกประเภททุกระดับ
ตอ งเนนความสาํ คญั 3 สวน คอื ความรูคุณธรรม และกระบวนการเรียนรโู ดยบูรณาการตาม ความเหมาะสม
ของแตล ะระดับการศึกษาในเรือ่ งตอไปนี้ (สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน, 2550)
1. หลักสูตรและเนอ้ื หาสาระการเรียนรปู ระกอบดว ยความรู เรอ่ื งตาง ๆ ดังนี้
1.1 ความรู เรื่องเก่ียวกับตนเองและความสัมพันธของตนเองกับสังคม ไดแก
ครอบครัว ชุมชน และสังคมโลก หากเรียกเปนรายวิชาตามแนวทางที่เคยปฏิบัติหมวดนี่ ไดแก
การเรียนเร่ือง เก่ียวกับสุขศึกษา สังคมศึกษา ภูมิศาสตรประวัติศาสตรเศรษฐศาสตรหนาที่พลเมือง
การเมือง การปกครอง ประเทศของเรา ประเทศเพื่อนบาน เปนตน
1.2 ความรู และทักษะดานวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีรวมท้ังความรู
ความเขา ใจ และ ประสบการณ ในเรื่องการจัดการการเอาใจใสดูแลบํารุงรักษาและการใชประโยชน
จากทรัพยากร ธรรมชาติและสิง่ แวดลอมอยางสมดุลย่ังยืน หากเรียกเปนรายวิชาตามแนวทางที่เคย
ปฏิบัติหมวดนี้ อาจไดแกการเรียนเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติศึกษาวิทยาศาสตรทั่วไป ฟสิกส เคมี
ชีววทิ ยา สิง่ แวดลอม พลังงาน ปาไม สัตวปา สัตวน้ํา แหลงน้ํา ดิน หิน แร ดวงดาวจักรวาลอวกาศ
เปนตน
1.3 ความรู เกี่ยวกับศาสนาศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปญญาไทยและการ
ประยุกตใช ภูมิปญญา หมวดนี้เปนสาระและกิจกรรมท่ีหลอหลอม สรางเสริมความงดงาม ใหแก
รา งกายวาจา ความคดิ และจิตใจอาจเรียกเปน วชิ าตามแนวคิดเดิม เชน ศีลธรรม หลกั ธรรมของศาสนา
จรยิ ธรรม สมบัตขิ องผดู ีมารยาทสงั คม กฬี าและการออกกาํ ลังกาย การวาดภาพระบายสี การปน และ
แกะสลัก งานประดิษฐงานชางวรรณกรรมและบทกวี เพลงและดนตรีนาฏศิลป และนันทนาการ
นิทาน ตํานานความเชือ่ โบราณวตั ถเุ ปนตน
1.4 ความรู และทักษะดานคณิตศาสตร และดานภาษาเนนการใชภาษาไทย
อยางถูกตอ ง ไดแกวิชาคณิตศาสตรซึ่งอาจแยกเปนพีชคณิต เรขาคณิต เลขคณิต สวนวิชาภาษาไทย
ซ่ึงอาจแยก เปนหลกั ภาษาการใชภาษา (การฟง การพูดการอานและการเขียน) วรรณคดีทั้งวรรณคดี
รวมสมยั วรรณคดสี ากลและวรรณคดที อ งถ่ิน นอกจากนยี้ ังรวมถงึ ภาษาตา งประเทศตามความจําเปน
ในสงั คมโลกาภวิ ฒั น เชน ภาษาอังกฤษ ฝรงั่ เศส ญป่ี นุ จนี เกาหลรี วมท้ังภาษาของประเทศเพอื่ นบา น
1.5 ความรู และทักษะในการประกอบอาชีพและการดํารงชีวิตอยางมีความสุข
ในหมวดนี้ มีท้ังการเรียนเรื่องเกี่ยวกับการงาน การอาชีพ และการสังคม โดยเฉพาะการเรียนเร่ือง
การงาน และอาชพี มีหลายสาขา เชน เกษตร ประมง ชางอตุ สาหกรรม ชา งศิลปกรรมชางหัตถกรรม
งานบริการคาขาย นายหนาธุรกิจ สอ่ื สารโทรคมนาคม โฆษณา ประชาสมั พนั ธ ฯลฯ ทั้งนี้ใหการจดั ทํา
หลักสูตรแกนกลางเปนหนาท่ีของสวนกลางและกําหนดใหโรงเรียนข้ันพื้นฐานมีหนาท่ี จัดทําสาระ
15
ของหลกั สูตรในสว นทเี่ กี่ยวกบั สภาพปญ หาในชุมชนและสังคมภมู ปิ ญญาทองถนิ่ และคุณลกั ษณะที่พึง
ประสงค ของทอ งถ่ินของตนหรอื ที่เรยี กวาการจัดทาํ หลกั สูตรทอ งถิ่น
2. การจัดกระบวนการเรียนรูการจัดกระบวนการเรียนรู ถือเปนสวนที่สําคัญท่ีสุด
เพราะ เปน สวนที่สง ผลกระทบตอตวั ผเู รยี นโดยตรงภารกิจนเ้ี ปนหนาท่ีของโรงเรียน ครูและผูจัดการ
เรยี นรู ซึ่งรวมถึงวทิ ยากร พอแมผปู กครองและบุคคลอน่ื ทมี่ สี ว นจัดการเรยี นรู ทงั้ โดยตรงและโดยออ ม
พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาตไิ ดกําหนดเรอื่ งนไ้ี วในมาตรา 24 มสี าระสาํ คญั หลาย ประการ ดงั น้ี
2.1 จัดเน้ือหาสาระและกิจกรรมใหสอดคลองกับความสนใจและความถนัด
ของผูเรยี น โดยคํานงึ ถึงความแตกตา งระหวางบคุ คลหากครูใหความสําคัญแกผูเรียนเขาใจความแตกตาง
ระหวางบุคคลจิตวิทยาการเรียนรู และจิตวิทยาพัฒนาการครูก็จะสามารถปฏิบัติไดโดยพิจารณา
ความเหมาะสมเปน รายวชิ ารายกจิ กรรม วา วชิ าใดเรอ่ื งใดกิจกรรมใดสามารถจะมอบหมายงานแกผูเรียน
เ ป น ร า ย บุ ค ค ล ห รื อ ร า ย ก ลุ ม ต า ม ค ว า ม ส น ใ จ ห รื อ ค ว า ม ถ นั ด ก า ร ทํ า เ ช น น้ี จ ะ ทํ า ใ ห ผู เ รี ย น
ประสบผลสาํ เร็จในการทํากิจกรรมมกี าํ ลังใจและมั่นใจทจ่ี ะเรียนรูตอ ไป
2.2 ฝก ทักษะกระบวนการคดิ การจัดการการเผชิญสถานการณ และการประยุกต
ความรู มาใชเพ่ือปองกันและแกไขปญหาความในขอน้ีเนนการฝกทักษะซึ่งประกอบดวยการฝกหัด
และฝก ฝน ทกั ษะทีต่ อ งฝก ไดแก ก. กระบวนการคิดเชน ฝกคิดอยางเสรีคิดวิเคราะห คิดสังเคราะห
คิดหาความสัมพันธเช่ือมโยงคิดริเริ่มสรางสรรคคิดสรางทางเลือกคิดตัดสินใจ และคิดแกปญหาได
ข. การจัดการ เชน การวางแผน การทาํ โครงงานการบันทกึ การประมวลผล การประเมินผลการประสาน
และรวมมือปฏิบัติการการสรุปผลการรายงานผลการปรับปรุงแกไข ค. การเผชิญสถานการณ เชน
การรับรู สถานการณการวิเคราะหส ถานการณการควบคุมอารมณของตน การควบคมุ สถานการณ โดยใช
ขอมูลเหตุผลและความรู มาประกอบการคิดและตัดสินใจ เผชิญและแกไขสถานการณ ไดอยาง
รูเทา ทัน
3. จัดกจิ กรรมใหผเู รียนไดเรียนรู จากประสบการณ จริงฝกการปฏิบัติใหทําไดคิดเปน
ทําเปนรักการอานและเกิดการใฝรู อยางตอเนื่องความในขอน้ีเนนการเรียนรู ดวยการปฏิบัติจริง
ซึ่งเชื่อมโยงและสืบตอเนอ่ื งจากการฝกทกั ษะในหวั ขอ ที่ผานมาการเรียนรู ดวยการปฏิบัติจริงมีหลายวิธี
เชน การอา น การพดู การรอ งเพลงการเขยี น การวาดภาพ การคนควาเอกสารการศึกษานอก สถานท่ี
การสัมภาษณการสังเกตและการบนั ทึกการสังเกตและการวิเคราะหการทดลองการสาธิต การแสดง
บทบาทสมมุตกิ ารแสดงละครการจัดนทิ รรศการการทําโครงงานการทําแฟม สะสมงาน การปฏิบตั ิงาน
ฯลฯ และ การปฏบิ ัติกิจกรรมใด ๆ ก็ตามตองเนนการคิดเปน ทําได ทําเปน และสามารถแกปญหา
ท่ีเกิดขึ้นได รักการอานและใฝรู ใฝเรียนอยางตอเนื่องไมเฉพาะในขณะที่เรียน เพ่ือใหสอบได หรือ
สอบผา นเทา นน้ั
16
4. จดั การเรยี นการสอนโดยผสมผสานสาระความรู ดา นตา ง ๆ อยางไดส ดั สวนสมดลุ กนั
รวมทั้งปลูกฝงคุณธรรม คานิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงคไวในทุกวิชาความหมาย
ของขอ นคี้ อื การบูรณาการจุดมงุ หมายและเนื้อหาตามความเหมาะสมหมายความวาในแตละกิจกรรม
หรือแตละคาบเวลาตอ งมเี นอ้ื หาวิชาและจุดมงุ หมายหลกั และมีการผสมผสานวชิ าอื่นเปน องคป ระกอบ
โดยเฉพาะดานคณุ ธรรมจริยธรรมและคา นิยม สามารถนาํ มาบูรณาการเขาไปใน เนื้อหาและกิจกรรม
วิชาอ่ืน ๆ ไดโดยถอื หลักวาคุณธรรม คานิยมและคุณลักษณะท่ีพึงประสงค สามารถจะปลูกฝง และ
สอดแทรกในกระบวนการเรยี นการสอนไดท กุ วชิ า
5. สงเสริมสนบั สนุนใหผูสอนสามารถจดั บรรยากาศสภาพแวดลอมสื่อการเรียน และ
อาํ นวยความสะดวกเพือ่ ใหผ ูเ รยี นเกดิ การเรยี นรสู ามารถใชก ารวจิ ยั สวนหนึ่งของกระบวน การเรียนรู
ผูสอนและผเู รยี นอาจเรียนรู ไปพรอมกันจัดสื่อและแหลงวิทยาการประเภทตาง ๆ โรงเรียนและครู
ตองจดั ส่งิ แวดลอม ปจ จยั และบรรยากาศใหเออื้ ตอ การเรียนรู เชน มีความสงบ สะอาดรมร่ืน รมเย็น
มที ่ีกันแดดกันฝน มีนา้ํ ดืม่ มีหองนํ้าหอ งสว มเพียงพอ และสะอาดมีหนังสือ วารสาร ส่ืออุปกรณวัสดุฝกงาน
มีบรรยากาศของกัลยาณมิตรและอีกประเด็นหนึ่ง คือ การแสวงหาความรู ในลักษณะของการวิจัย
โดยเฉพาะการวิจัยในชนั้ เรยี นหรอื การคนหาความรู อยางเปนระบบ ทั้งผูสอนและผูเรียนโดยกระทํา
ไปในงานปกติ
6. จดั การเรียนรู ใหเกิดขึ้นไดทุกเวลาทุกสถานที?มีการประสานความรวมมือกับบิดา
มารดาผูปกครองและบคุ คลในชุมชนทกุ ฝา ยเพอ่ื รว มกนั พัฒนาผเู รียนตามศกั ยภาพอนั จะสงให ผูเรยี นเกดิ การ
พฒั นาอยางยัง่ ยืนและรอบดาน นอกจากน้ัน ในมาตรา 25 และมาตรา 29 ของ กฎหมายการศึกษา
แหง ชาตกิ ําหนดใหรฐั ตองสงเสรมิ การดาํ เนินงานและการจัดต้ังแหลง การเรียนรู ตลอดชวี ิตทุกรูปแบบ
เชน หองสมุดสาธารณะ พิพิธภัณฑหอศิลปสวนพฤกษศาสตร สวนสาธารณะอุทยานวิทยาศาสตร
ศูนยเยาวชน ศูนยก ฬี า ฯลฯ อยา งเพียงพอและมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมทั้งสงเสริม ความเขมแข็งของชุมชน
บุคคลองคก รและสถาบันทางสงั คม โดยจัดกระบวน การเรียนรู ใหเกิดข้นึ ภายในชมุ ชน
7. การประเมินผูเรียนการประเมินผูเรียนใหพิจารณาจากพัฒนาการของผูเรียน
ความประพฤตสิ ังเกตพฤติกรรม การเรียนและการรวมกิจกรรมและจากการทดสอบทั้งหมดนี้ใหทํา
ควบคูกันไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแตละระดบั และรูปแบบของการศึกษา
นอกจากนย้ี ังไดก าํ หนดใหโ รงเรียนใชวธิ ีการทีห่ ลากหลายในการจัดสรรโอกาสเขาศึกษาตอและใหนําผล
การประเมินผูเรยี นมาใชป ระกอบการพจิ ารณาดว ย
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน (2550) ไดกําหนดหลักการและแนวคิดดาน
การบรหิ ารงานวชิ าการเพื่อเปน แนวทาง การบรหิ ารและการจัดการศึกษาในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และ
โรงเรยี นเพอ่ื พจิ ารณาดังตอ ไปน้ี
17
1. ยึดหลกั ใหโรงเรยี นจดั ทําหลักสูตรโรงเรียนใหเปน ไปตามกรอบหลักสูตร แกนกลาง
การศึกษาขั้นพน้ื ฐานและสอดคลอ งกบั สภาพปญ หาและความตอ งการของชุมชนและ สังคมอยางแทจริง
โดยมคี รูผูบริหารผูป กครองและชุมชนมสี ว นรวมในการดําเนนิ งาน
2. มุง สง เสรมิ โรงเรียนใหจ ดั กระบวนการเรียนรโู ดยถือวา ผเู รยี นมีความสําคัญสงู สุด
3. มุง สงเสริมใหช ุมชนและสงั คมมสี วนรว มในการกาํ หนดหลักสูตรกระบวนการเรียนรู
รวมทง้ั เปน เครือขายและแหลงการเรียนรู
4. มงุ จดั การศกึ ษาใหมีคณุ ภาพและมาตรฐานโดยจดั ใหมีดชั นีชวี้ ัดคณุ ภาพ การจัดหลักสูตร
และกระบวนการเรยี นรแู ละสามารถตรวจสอบคุณภาพการจัดการศึกษาไดทุกชวงช้ันทั่ง ระดับเขตพื้นที่
การศึกษาและโรงเรียน
5. มงุ สง เสริมใหมีการรวมมอื เปน เครอื ขายเพอื่ เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพ ในการจัด
และพฒั นาการศกึ ษา
ปรีชา กระจางโพธิ์ (2550) ไดกลาวถึง หลักการบริหารงานวิชาการไววา หลักการบริหาร
งานวิชาการเปนแนวคิดเพือ่ ปฏิบัติไปสูความสําเร็จในการบริหารงานวิชาการ จําเปนตองมีหลักท่ีสําคัญ ๆ
ดงั น้ี
1. หลกั การพฒั นาคณุ ภาพ (Quality Management) เปนการบริหารงานเพ่ือนําไปสู
ความเปนเลิศทางวิชาการ องคประกอบของคุณภาพที่เปนตัวชี้วัด คือ ผลผลิตและกระบวนการ
เปนปจ จัยสาํ คญั ท่ีทําใหบุคลากรและผูรับบริการไดรับความพึงพอใจ พัฒนาศักยภาพเปนท่ียอมรับ
ในระดับสากลมากข้ึน โดยอาศัยกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา ไดแก การควบคุมคุณภาพ
การตรวจสอบคณุ ภาพ และการประเมนิ คุณภาพ
2. หลักการมีสว นรวม (Participation) การปรบั ปรุงคณุ ภาพของกระบวน การบริหารได
พัฒนามาอยา งตอเนอ่ื งสมา่ํ เสมอตลอดเวลา โดยทุกคนในหนวยงานมีสว นรว มเสนอแนะปรับปรุง และ
พัฒนา หลักการมีสวนรวมตองการใหทุกคนไดรวมกันทํางานซึ่งลักษณะของงานวิชาการตองอาศัย
ความรวมมอื จากหลายฝา ยรว มกันนําไปสกู ารพฒั นาคณุ ภาพไดมากขึน้ การมสี วนรว มตองเร่ิม จากการ
รวมคิด รวมทํา และรว มประเมินผลเร่ืองทศี่ ึกษาได
3. หลักการ 3 องคประกอบ (3 - E) ไดแก ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และประหยัด
3.1 หลักแหง ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถงึ การปฏิบตั ติ ามแผนท่ีกาํ หนดไว
เปนตามขั้นตอนกระบวนการ มปี ญ หาและอปุ สรรคอยางไรในขณะดําเนินการกส็ ามารถปรบั ปรงุ แกไขได
มปี ระสิทธภิ าพเนน ไปทก่ี ระบวนการ (Process) การใชกลยุทธและเทคนคิ ตา ง ๆ ท่ีทาํ ใหบรรลุวัตถุประสงค
มากท่สี ุด
3.2 หลักแหงประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถึง ไดผลผลิต (Outputs)
ตามวตั ถุประสงคทกี่ ําหนดไว ตรงตามจุดมุงหมายของหลักสูตร มีความรู ความสามารถ มีทักษะเพิ่มข้ึน
18
รวมทง้ั การคาํ นึงถึงประโยชนทไี่ ดร บั อยางไรกต็ ามมกั ใชคําสองคําน้คี วบคูกนั คือมี ประสิทธิภาพ และ
ประสิทธิผล
3.3 หลักประหยัด (Economy) หมายถึง การใชเวลานอย การลงทุนนอย การใช
กําลังหรอื แรงงานนอย โดยไมต อ งเพิ่มทรัพยากรทางการบริหาร แตไดผลผลิตตามที่คาดหวัง ดังนั้น
การลงทุนในทางวชิ าการจงึ ตองคํานึงถงึ ความประหยดั ดวยเชนเดียวกัน ผูบริหารจะใช กลวิธีอยางไร
ในการบรหิ ารเพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพโดยอาศยั ความประหยัดบคุ ลากร งบประมาณ วสั ดุ เทคโนโลยี และ
ใชเ วลานอยอีกดว ย
4. หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) หมายถึง การกํากับท่ีดี การดูแลอยางดี
ประกอบดวยสีป่ ระการ ดังนี้
4.1 เปาหมายสอดคลองตอความตองการหรือความจําเปนของสังคมหรือชุมชน
(Relevance) สถานศกึ ษาตอ งทาํ ใหส ิ่งท่ีสอดคลองกบั ประโยชนข องผูเรียน ประโยชนข องสังคม ชุมชน
4.2 มคี วามโปรงใส (Transparence) กระบวนการบริหารตองโปรงใสตรวจสอบได
อธบิ ายไดดวยเหตผุ ล และมีความยตุ ิธรรมแกท ุกฝาย
4.3 ทกุ ขัน้ ตอนตองมผี รู ับผดิ ชอบ (Accountability) มผี ยู อมรบั ในผลของการกระทาํ
และพรอ มทีจ่ ะแกไขปญหาใหจงได
4.4 กระบวนการบริหารตองมีประสิทธิภาพ (Efficiency) และไดประสิทธิผล
(Effectiveness) หมายถึง มีการวางแผน มีการปฏบิ ัตติ ามแผน มีการติดตามและประเมิน และมีการ
ปรับปรุงพัฒนาผลทไี่ ดรบั คมุ คา กับการลงทนุ ทุกฝา ยทเ่ี กี่ยวขอ งมคี วามพงึ พอใจ
5. หลักความเปนวิชาการ (Academic) หมายถึง ลักษณะที่ครอบคลุมเน้ือหาสาระ
ของวชิ าการ ไดแ ก หลักการพฒั นาหลกั สตู ร หลกั การเรยี นรู หลกั การสอน หลักการวัดผล ประเมินผล
หลักการนเิ ทศการศึกษา และหลกั การวิจัย เปน ตน หลักการตา ง ๆ เหลา น้เี ปน องคประกอบที่สําคัญ
กอใหเกดิ ลักษณะความเปน วชิ าการทีต่ อ งอาศัยองคความรู เพอ่ื ทําใหเกดิ การเปลย่ี นแปลงแปลง และ
สรางสรรค ดงั นน้ั การบรหิ ารงานวิชาการจาํ เปน ตอ งคาํ นงึ ถงึ หลัก ตา ง ๆ เหลา นี้ดวย
ปรียาพร วงศอนุตรโรจน (2555) กลาววา การบริหารงานวิชาการมีหลัก การบริหาร คือ
1. หลักแหงประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง การไดมีผลผลิตเพิ่มข้ึนโดยไมเพ่ิม
การลงทุน นนั้ คอื นักเรยี นนกั ศกึ ษาสามารถสาํ เรจ็ การศกึ ษาตามกําหนดของหลักสูตร โดยไมลาออก
กลางคนั เรยี นเกนิ เวลา และชากวา กําหนด
2. หลกั แหงประสทิ ธิผล (Effectiveness) หมายถึง ผลผลิตที่ไดตามจุดมุงหมายท่ีวางไว
นั่นคอื นกั เรียนนกั ศกึ ษามคี ุณภาพตามจดุ มุง หมายของหลักสูตร มีความรู ความสามารถทักษะ คุณภาพ
และการจัดการได
19
ชุมศักดิ์ อนิ ทรรักษ (2551 : 22) ไดกลาวถึง หลักการบริหารงานวิชาการท่ีสําคัญ ๆ ดังนี้
1. หลักการพัฒนาคุณภาพ (Quality Management) เปนการบริหารเพ่ือนําไปสู
ความเปนเลิศทางวิชาการ องคประกอบของคุณภาพท่ีเปนตัวชี้วัดคือผลผลิต และกระบวนการ
เปนปจจัย สําคญั ที่ทําใหบ ุคลากรและผูรับบริการไดรับความพึงพอใจ พัฒนาศักยภาพเปนที่ยอมรับ
ของสงั คม ในระดบั สากลมากขนึ้ โดยอาศยั กระบวนการประกันคุณภาพการศึกษาไดแก การควบคุม
คุณภาพ การตรวจสอบคุณภาพ และการประเมนิ ผล
2. หลกั การมสี ว นรวม (Participation) การปรับปรุงคุณภาพของกระบวนการบริหารได
พัฒนามาอยางตอ เน่ือง สม่าํ เสมอ โดยหลกั การมีสวนรวม การเสนอแนะและการพัฒนาในงาน วิชาการ
ตองอาศัยความรวมมือจากหลายฝา ย จงึ อาจดําเนินงานในรปู ของคณะกรรมการวิชาการ โดยมีเปาหมาย
นาํ ไปสกู ารพฒั นาคณุ ภาพไดมากข้ึน การมสี ว นรว มตอ งเรม่ิ จากการรวมคดิ รว มทาํ และรว มประเมนิ ผล
3. หลกั การ 3 องคป ระกอบ (3 - Es) ไดแก ประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธิผล ประหยดั
3.1 หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง การปฏิบัติตามแผนท่ีกําหนดไว
เปน ไป ตามขนั้ ตอนและกระบวนการ มีปญหาและอปุ สรรคขณะดาํ เนนิ การก็สามารถปรบั ปรงุ แกไขได
การมปี ระสิทธิภาพเนนไปทก่ี ระบวนการ (Process) การใชกลยุทธและเทคนคิ วธิ ตี า ง ๆ ทท่ี าํ ให บรรลุ
วตั ถปุ ระสงคมากทส่ี ดุ
3.2 หลักประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถงึ ไดผ ลผลิต (Outcome) ตาม วตั ถุประสงค
ที่กําหนดไว ตรงตามจดุ มงุ หมายของหลักสตู รมคี วามรู ความสามารถ มีทักษะเพ่มิ ขน้ึ รวมทง่ั การคาํ นึงถึง
ผลประโยชนทีไ่ ดร บั อยา งไรก็ตามมักใชสองคําน้คี วบคูกันคือมปี ระสทิ ธิภาพ และประสิทธผิ ล
3.3 ประหยัด (Economy) หมายถงึ การใชเวลานอย การลงทุนนอ ย การใชกําลัง
หรือแรงงานนอย โดยไมต อ งเพิ่มทรพั ยากรการบริหาร แตไ ดผลผลติ ตามท่ีคาดหวัง ดังนั้น การลงทุน
ทางวิชาการจึงตอ งคํานงึ หลกั ความประหยดั ดวยเชนกัน
4. หลักความเปนวิชาการ (Academics) หมายถึง ลักษณะที่ครอบคลุมเนื้อหาสาระ
ของวิชาการ ไดแก หลกั การพัฒนาหลกั สตู ร หลกั การเรยี นรู หลกั การสอน หลกั การวดั ผลประเมินผล
หลกั การนเิ ทศการศกึ ษา และหลักการวจิ ัย เปนตน หลักการเหลา นเ้ี ปนองคประกอบ สําคัญที่กอใหเกิด
การเปล่ียนแปลงและสรา งสรรค
สรุปไดวา หลักการบริหารงานวิชาการเปนแนวคิดเพื่อใหการปฏิบัติบรรลุสูความสําเร็จ
ในการบรหิ ารงานวชิ าการ ดงั นัน้ ในการบริหารงานวิชาการ ผูบ ริหารตอ งใชทั่งหลักประสิทธิภาพ และ
ประสทิ ธผิ ล โดยคํานงึ ถงึ คณุ ภาพของเปา หมาย คือ ผูเ รียนเปน หลัก นอกจากน้ตี องคํานึงถึง บุคลากร
ซึ่งเปนผูมีบทบาทสําคัญในกระบวนการบริหาร โดยใหผูที่มีสวนเกี่ยวของมีสวนรวมใน การบริหาร
ใหก ารสงเสรมิ สนบั สนุน และดูแลเอาใจใสดว ยความยุติธรรมและเสมอภาค
20
ขอบขา ยการบริหารงานวิชาการ
หนวยงานทางการศึกษาและนกั วชิ าการ ไดก าํ หนดขอบขายการบรหิ ารงานวชิ าการไว ดังน้ี
Kimbrough and Nunery (1998 : 51 - 58) กลาววา การบรหิ ารงานวชิ าการ ประกอบดวย
1. การกําหนดนโยบายและหลกั การใหช ดั เจน
2. การกําหนดจุดมงุ หมายของการศกึ ษา
3. การจดั ระบบการเรยี นการสอนใหส อดคลอ งกับเปา หมาย
4. การจดั องคการของการเรยี นการสอน
5. การประเมินผล
6. การจัดหาสงิ่ สนบั สนุนการเรียนการสอน
สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน (2550 : 29) ไดกลา วถึงขอบขา ยและภารกิจงาน
ตามที่กาํ หนดในกฎกระทรวงศึกษาธิการ ดังน้ี
1. การพฒั นาหรอื การดาํ เนนิ การเกีย่ วกบั การใหค วามเหน็ การพฒั นาทองถิน่
2. การวางแผนงานดานวิชาการ
3. การจดั การเรียนการสอนในสถานศกึ ษา
4. การพฒั นาหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. การพัฒนากระบวนการเรียนรู
6. การวัดผล และประเมนิ ผล และดําเนนิ การเทียบโอนผลการเรียน
7. การวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศึกษาในสถานศกึ ษา
8. การพฒั นาและสง เสริมใหม ีแหลงการเรยี นรู
9. การนเิ ทศการศกึ ษา
10. การแนะแนว
11. การพฒั นาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศกึ ษา
12. การสง เสรมิ ชมุ ชนใหมคี วามเขมแขง็ ทางวชิ าการ
13. การประสานความรว มมือในการพฒั นาวิชาการกับสถานศกึ ษาและองคก รอืน่
14. การสงเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแกบุคคล ครอบครัว องคกรหนวยงาน
สถานประกอบการและสถาบนั อน่ื ทีจ่ ดั การศึกษา
15. การจัดทําระเบยี บและแนวปฏบิ ตั เิ กี่ยวกบั งานดานวชิ าการของสถานศกึ ษา
16. การคัดเลอื กหนังสือ แบบเรยี นเพอ่ื ใชใ นสถานศกึ ษา
17. การพัฒนาและใชสือ่ เทคโนโลยเี พ่ือการศกึ ษา
21
รุงชัชดาพร เวหะชาติ (2552 : 30) กลาวถึงขอบขายงานวิชาการวา เปนการบริหารงาน
วชิ าการตามกระบวนการปฏิรูปการเรียนรู ครอบคลุมใน 4 ดาน คือ หลักสูตร กระบวนการจัดการ
เรียนการสอน การวัด/ประเมนิ ผลและการรบั เขาศึกษาตอ รวมท้ังการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การสอื่ สารเพื่อการเรยี นรู พบวา มีการสง เสริม สนับสนุนการดําเนนิ งานปฏริ ปู ดานการเรยี นรใู นแตละดาน
เปนอยางมาก หลากหลายโครงการ เพ่ือใหบรรลุตามเจตนารมณของพระราชบัญญัติการศึกษา
แหงชาติและแผนการศกึ ษาชาติ ดงั นี้
1. การพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา
2. การพฒั นากระบวนการเรียนรู
3. การวัดประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน
4. การวจิ ัยเพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
5. การพฒั นาสือ่ นวัตกรรมและเทคโนโลยที างการศกึ ษา
6. การพฒั นาแหลง การเรยี นรู
7. การนเิ ทศการศึกษา
8. การแนะแนวการศึกษา
9. การพฒั นาระบบการประกันคณุ ภาพภายในสถานศึกษา
10. การสง เสรมิ ความรดู านวิชาการแกช ุมชน
11. การประสานความรวมมอื ในการพฒั นาวิชาการกบั สถานศกึ ษาและองคก รอนื่
12. การสงเสรมิ และสนับสนนุ งานวชิ าการแกบ คุ คล ครอบครวั องคก ร หนวยงาน และ
สถาบันอืน่ ทจ่ี ดั การศกึ ษา
ภัทรวดี พรมตะ (2553 : 5 - 6) ไดกลาวถึงขอบขาย หรือภารกิจการบริหารงานวิชาการ
ประกอบไปดวย 5 ดา น ไดแ ก
1. การวางแผนงานวชิ าการ หมายถึง การวางแผนงานวิชาการเปนการรวบรวมขอมูล
การกําหนดบทบาทหนาท่ขี องผปู ฏิบตั ิ การจดั บุคลากรรบั ผิดชอบงานวชิ าการ และการจดั ทําระเบียบ
แนวปฏิบตั เิ ก่ียวกับงานวชิ าการ การทาํ แผนงานวชิ าการไวลอ งหนา เพ่ือทาํ ใหงานการบริหารงานวิชาการ
เปน ไปตามเปาหมายท่ีวางไว
2. การจัดการหลักสูตร หมายถึง การดําเนินการเก่ียวกับหลักสูตร เพ่ือใหบรรลุผล
ตามหลกั การ เปาหมาย และจุดประสงค โดยมีการเตรียมการเก่ียวกับหลักสูตร การจัดครูเขาสอน
ตามหลกั สตู ร การจดั การหลักสูตรภายในโรงเรียนเพื่อใหก ารนําหลักสตู รไปใชเปนไปตามจุดมุงหมาย
และมีประสทิ ธิภาพ
22
3. การจดั การเรยี นการสอน หมายถงึ กิจกรรมท่ีครูและนักเรียนรวมกนั ทํา เพื่อใหเกิด
การเรียนรู เชน การจัดตารางสอน การทําแผนการสอน เพื่อใหเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ตามเปา หมายหรือวัตถุประสงคทกี่ าํ หนดไวอยางมีคุณภาพ
4. การนิเทศการศึกษาหมายถงึ กระบวนการจัดการศึกษาเพ่อื ชแ้ี นะใหค วามชว ยเหลือ
และคามรวมมือกับครูหรือบุคลากรที่เกี่ยวของกับการจัดการศึกษา การประเมินบุคลากร และ
การฝกอบรม เพ่ือปรับปรุงการเรยี นการสอนของครใู หเ ปนไปตามจุดมงุ หมายของการศกึ ษา
5. การวัดผลและการประเมินผลการเรียนหมายถึง กระบวนการหาปรมิ าณความสามารถ
ทเี่ กี่ยวกบั พฤติกรรมความตอ งการ อนั สืบเนือ่ งมาจากการเรียนการสอนโดยใชเคร่ืองมอื ทางการศึกษา
อยางใดอยางหนึ่งมาวัด ผลที่ไดจากการวัดจะออกมาเปนคะแนนหรือขอมูล และนําผลจากการวัด
มาเปรยี บเทียบกับเกณฑมาตรฐานแลว จงึ ตัดสินตามเกณฑท่ใี หไ ว
พชั ราภรณ โตแกว (2554 : 16) ไดก ลา วถึงขอบขายการบริหารงานวิชาการไวดังนี้ การพัฒนา
หลกั สูตรสถานศึกษา การพัฒนากระบวนการเรยี นรู การวัดผลประเมนิ ผลและเทียบโอนผลการเรียน
การวจิ ัยเพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา การพัฒนาส่ือนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา การพัฒนา
แหลง เรียนรู การนเิ ทศการศกึ ษา การแนะแนวการศึกษา การพฒั นาระบบการประกนั คุณภาพภายใน
สถานศึกษา การสง เสรมิ ความรูดานวชิ าการแกช ุมชน การประสานความรวมมือในการพัฒนาวิชาการ
กับสถานศึกษาอน่ื และการสงเสริมสนับสนุนงานวิชาการแกบุคลากร ครอบครัว องคกร หนวยงาน
และสถาบนั อื่นที่จดั การศึกษา
สุชาดา ศริ สิ วุ รรณ (2554 : 15) ไดสรุปถึงขอบขายงานวิชาการไววา เปนการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา การพัฒนากระบวนการเรียนรู การวดั ผลประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน การวิจัย
เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาส่ือนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การพัฒนา
แหลงเรียนรู การนิเทศการศึกษา การแนะแนวการศึกษา การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน
สถานศึกษา การสง เสรมิ ความรดู านวชิ าการแกชุมชน การประสานความรว มมือในการพัฒนาวิชาการ
กบั สถานศึกษาอื่น และการสงเสริมและสนับสนุนงานวชิ าการแกบ คุ ลากรครอบครัว
กนกวรรณ ภานุทตั (2555 : 29) ไดสรุปถึงขอบขายงานวิชาการไววา การพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา การพัฒนากระบวนการเรยี นรู การวัดผลประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน การวิจัย
เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา การพฒั นาส่อื นวัตกรรมและเทคโนโลยเี พื่อการศึกษา การพัฒนาแหลง
เรียนรู การพัฒนาระบบประกนั คณุ ภาพภายในสถานศึกษา และการสงเสริมและสนบั สนนุ งานวิชาการ
แกบ ุคลากรครอบครวั
ปรียาพร วงศอ นตุ รโรจน (2555 : 3 - 4) ไดก ลาวถึงขอบขายงานวิชาการ ประกอบไปดวย
4 ดาน ไดแก การวางแผนเก่ียวกับงานวิชาการ การจัดดาํ เนนิ งานเกยี่ วกับการเรียนการสอน การจัดบรหิ าร
เก่ยี วกบั การเรียนการสอน และการวดั และประเมินผลงในดา นวิชาการ
23
วิเชียร ยอดจักร (2555 : 26) ไดสรุปถึงขอบขายงานวิชาการไววา การพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา การพัฒนากระบวนการเรียนรู ส่ือการเรียนการสอน และการวัดผลประเมินผล และ
เทยี บโอนผลการเรยี น
กิตตยิ า กาเร็ว (2556 : 16) ไดส รปุ ถึงขอบขา ยงานวชิ าการไวว า การพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
การพฒั นากระบวนการเรยี นรู การวัดผลประเมินผลและเทียบโอนผลการเรียน การพัฒนาแหลงเรียนรู
การนเิ ทศการศึกษา การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา
สงวนพงศ ชวนชม (2557 : 62) ไดสรุปขอบขายการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา
มี 8 ดา น ดังตอไปนี้
1. การพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา
2. การพัฒนากระบวนการเรียนรู
3. การวัดและการประเมนิ ผล
4. การวจิ ยั เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
5. การพัฒนาสอ่ื นวตั กรรม และเทคโนโลยีทางการศกึ ษา
6. การพฒั นาแหลง เรยี นรู
7. การนเิ ทศภายในสถานศกึ ษา
8. การพัฒนาระบบการประกนั คุณภาพภายในสถานศึกษา
จรุณี เกา เอย้ี น (2557 : 21 - 22) ไดสรุปขอบขายของงานวิชาการซึ่งเปนขอบขายท่ีกวาง
และเปน บทบาทหนาที่ของผบู รหิ ารสถานศกึ ษาในการบรหิ ารจัดการงานประกอบดวยงานยอยอ่ืน ๆ
ทีเ่ กี่ยวกบั การเรยี นการสอน เชน หลักสตู ร การพัฒนาหลักสตู รวิชาสอน สื่อการเรยี นการสอน การวัดผล
และประเมินผลการประกันคุณภาพการศึกษาและงานอ่นื ๆ ทส่ี งเสริมสนับสนนุ งานวิชาการใหบรรลุ
ผลสําเร็จ
สรุปไดว า ขอบขา ยและภารกจิ งานวิชาการของสถานศึกษามีขอบขายกวางขวาง ครอบคลุม
ทุกกจิ กรรมของสถานศึกษาที่เก่ียวขอ งกบั การจดั การเรียนการสอน และตางก็มุงหวังให พัฒนาคุณภาพ
ผเู รียนใหบรรลตุ ามเปาหมาย เกิดประสทิ ธิภาพและประสิทธิผลแกผูเรยี น
จากการศึกษาความหมายของงานวิชาการ การบริหารวิชาการ ขอบขายและประสิทธิผล
การบริหารงานวชิ าการ ผูวิจัยจึงนํามาสงั เคราะหเ พอื่ เปนกรอบแนวคดิ ในการวิจัยในคร้ังน้ี ดงั ตารางที่
2.1 ดงั นี้
24
ตารางท่ี 2.1 สังเคราะหป ระสิทธผิ ลการบริหารงานวิชาการของผูบ ริหารสถานศึกษา
องคประกอบ Kimbrough and Nunnery (1998)
กระทรวง ึศกษา ิธการ (2550)
รุง ัชชดาพร เวหะชา ิต (2552)
จอมพง ศ มงคลว ินช (2555)
ิวเ ีชยร ยอดจักร (2555)
กิต ิตยา กาเร็ว (2556)
สงวนพง ศ ชวนชม(2557)
จรุ ีณ เกาเอ้ียน ( 2557)
ผู ิวจัยเลือก
1. การพฒั นาหรอื การดาํ เนนิ การเก่ียวกบั การ -
ใหความเห็นการพฒั นาสาระหลักสูตรทอ งถิน่
-
2. การวางแผนงานดานวิชาการ
3. การจัดการเรยี นการสอนในสถานศกึ ษา -
4. การพัฒนาหลักสตู รของสถานศึกษา
5. การพฒั นากระบวนการเรยี นรู *
6. การวดั ผล ประเมนิ ผล และดาํ เนนิ การเทยี บโอน
*
ผลการเรียน
7. การวจิ ัยเพื่อพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา *
ในสถานศกึ ษา -
8. การพัฒนาและสงเสรมิ ใหม ีแหลงเรยี นรู -
9. การนิเทศการศึกษา *
10. การแนะแนว -
11. การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน
*
และมาตรฐานการศกึ ษา -
12. การสง เสรมิ ชุมชนใหม คี วามเขม แขง็ ทางวิชาการ
13. การประสานความรวมมอื ในการพฒั นาวิชาการ -
กบั สถานศึกษาและองคกรอ่ืน -
14. การสง เสรมิ และสนบั สนุนงานวชิ าการแกบคุ คล
ครอบครวั องคกร หนวยงานสถานประกอบการ
และสถาบนั อ่ืนทจี่ ดั การศกึ ษา
25
จากตารางท่ี 2.1 ตารางสังเคราะหองคป ระกอบหลักของงานวิชาการในสถานศึกษาขนาดเล็ก
จากการศึกษาแนวคดิ ของ Kimbrough and Nunnery (1988); กระทรวงศึกษาธกิ าร (2550); รงุ ชชั ดาพร
เวหะชาติ (2552); จอมพงศ มงคลวนิช (2555); วิเชียร ยอดจักร (2555); กิตติยา กาเร็ว (2556);
สงวนพงศ ชวนชม (2557); จรุณี เกาเอ้ยี น (2557) โดยผูวจิ ยั เลอื กใชขอบขายงานวิชาการดานท่ีมีความถ่ี
ต้ังแต 5 ข้ึนไป ผวู ิจัยสามารถนาํ มาแจกแจงและสรุปเปนกรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั เก่ยี วกบั ประสิทธิผล
ในการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
สรุ าษฎรธานี เขต 2 เกี่ยวกับองคประกอบของหลักของงานวิชาการในสถานศึกษา ได 6 ดาน ดังนี้
1. ดานการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 2. ดานการพัฒนากระบวนการเรียนรู 3. ดานการวัดผล
ประเมินผลและดําเนินการเทยี บโอนผลการเรยี น 4. ดานการนเิ ทศการศกึ ษา 5. ดานการพัฒนาระบบ
การประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศกึ ษา และ 6. ดานการพัฒนาและการใชสื่อเทคโนโลยี
เพอื่ การศึกษา
แนวคดิ และประสิทธิผลการบรหิ ารงานวชิ าการ
ความหมายของประสิทธิผล
คําวา “ประสทิ ธผิ ล” กบั “ประสิทธิภาพ” เปนคําที่มีความหมายใกลเคียงกัน หลายคร้ังที่
ผูใ ชเ กิดความสบั สนระหวา งความหมายของสองคาํ นี้ (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 :
667) ไดใ หค วามหมายสองคาํ นีไ้ วว า “ประสิทธิผล” หมายถึง ผลสําเรจ็ หรอื ผลที่เกิดขึน้ สว น “ประสิทธิภาพ”
หมายถึง ความสามารถท่ีทําใหเ กิดผลในงาน
จงกล วิเศษเขลา (2554 : 37) ไดสรุปไวว า ประสทิ ธผิ ล หมายถงึ ความสาํ เร็จทีเ่ กิดจากการ
ที่ผูบริหารและครุชวยกันแกปญหาตาง ๆ จนสามารถบรรลุเปาหมายตามท่ีองคกรกําหนด และตรง
ตามความตองการของสงั คม โดยการใชท รัพยากรใหเ กิดประโยชนสูงสุด
ลดั ดาวลั ย สดุ สวาท (2554 : 33) ไดสรุปไววา ประสิทธิผล หมายถึง คุณภาพของผลผลิต
ท่ีเกดิ จากกระบวนการทํางาน ซ่งึ สามารถวัดไดจากความสําเร็จของการทํางาน
สุรศักดิ์ สหวิริยะสิน (2556 : 44) ไดสรุปไววา ประสิทธิผล หมายถึง ผลสําเร็จของการ
ดาํ เนินงานทเ่ี ปน ไปตามความมุง หวังท่กี าํ หนดไวใ นวตั ถุประสงค หรือเปาหมายทตี่ งั้ ไว
พลอยปภสั ธนกติ ต์กิ รแกว (2556 : 36) ไดสรุปไววา ประสิทธิผล หมายถึง ความสามารถ
ในการบรรลุเปาหมาย การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหสอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปจจุบัน
ท่ปี รับเปลยี่ นอยตู ลอดเวลา และความสามารถในการปรับปรงุ ตัวของสถานศกึ ษาใหเขา กับสภาพแวดลอ ม
ทัง้ ภายในและภายนอก ตลอดจนมีความสามารถในการบูรณาการ และการผสมผสานการคงสภาพ
ความสมบูรณ บคุ ลากรมีสวนรว ม และเกิดความพึงพอใจในการปฏิบัตงิ าน
26
วรรณดี จนั ทรคงทอง (2559 : 79) ไดสรปุ ไววา ประสิทธผิ ล หมายถึง ผลสําเร็จของการบรหิ าร
ที่บรรลเุ ปา หมายหรอื วัตถปุ ระสงคท ่กี าํ หนดไว โดยใชทรัพยากรใหเกิดประโยชนสูงสุด ทั้งน้ีเกิดจาก
ประสิทธิภาพของผูบริหารท่ีใชความสามารถและประสบการณในการบริหารงานเพื่อโนมนาวให
ผใู ตบังคบั บัญชาปฏบิ ตั งิ านใหเ กิดผลตามเปา หมายท่ีวางไว
สรปุ ไดว า ประสทิ ธิผล หมายถึง ผลสาํ เรจ็ ท่ีไดจ ากการดําเนินงานเพอ่ื ใหบรรลุวัตถุประสงค
ที่ไดวางเอาไว สามารถที่จะปรบั ตัว ยอมรับการเปลยี่ นแปลงใหเ ขา กับสภาพแวดลอม สังคม และยุคสมัย
ทเี่ ปลยี่ นแปลงตลอดเวลา ซ่ึงสามารถวัดไดจ ากความสาํ เรจ็ ของการทาํ งาน
ประสทิ ธผิ ลการบริหารงานวิชาการ
จากการศกึ ษาองคประกอบหลักของงานวิชาการในสถานศึกษาขนาดเล็ก ซ่ึงสามารถสรุป
กรอบแนวคดิ ในการวิจัยเก่ียวกับประสิทธิผลในการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัด
สํานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธานี เขต 2 6 ดาน ไดแก ดานการพัฒนาหลักสูตร
สถานศกึ ษา ดา นการพฒั นากระบวนการเรียนรู ดา นการวัดผล ประเมินผลและดําเนินการเทียบโอน
ผลการเรียน ดา นการนเิ ทศการศึกษา ดานการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐาน
การศกึ ษา และดานการพฒั นาและการใชสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา สรุปรายละเอียดแตล ะดา น ดังน้ี
ดานการพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลักสูตรมีความสําคัญตอการจัดการศึกษา ใชเปนแนวทาง เพื่อพัฒนาใหผูเรียนเปนไป
ตามเปาหมายทีต่ อ งการ
Good (1973 : 157) กลาววา การพัฒนาหลักสูตรเกิดขึ้นได 2 ลักษณะ คือการปรับปรุง
และเปลย่ี นแปลงหลกั สตู ร การปรับปรุงหลกั สูตรเปน วธิ กี ารพัฒนาหลักสตู รอยา งหน่ึงเพือ่ ใหส อดคลอ ง
เหมาะสมกับสถานศกึ ษา จดุ มงุ หมายและการประเมินผล การเปลี่ยนแปลงหลักสูตร หมายถึง การแกไข
หลักสูตรใหตา งไปจากเดิม หรือเปนการสรางโอกาสทางการเรียนรูข้ึนมาใหม เม่ือดําเนินการจัดทํา
หลักสูตรแลว ตอจากน้ันคือการตรวจสอบวาหลักสูตรสถานศึกษามีความสมบูรณมากนอยเพียงใด
ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการไดจัดทําเอกสารสาระการเรียนรู
แกนกลางของ 8 กลมุ สาระการเรยี นรู และกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นเพ่อื ใหส ถานศึกษานาํ มาเปนแนวทาง
ในการจัดทําหลกั สตู รสถานศกึ ษา
Saylor and Alexsander (1974 อางถึงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2553 : 70) ไดใหความหมาย
ของคําวา การพัฒนาหลักสูตร หมายถงึ การจดั ทําหลกั สตู รเดมิ ท่มี ีอยูแลวใหดีข้ึน หรือเปนการจัดทํา
หลกั สตู รใหมโดยไมมีหักสูตรอยกู อ น การพัฒนาหลักสูตรอาจรวมถึงการสรางเอกสารอื่น ๆ สําหรับ
นักเรยี นดวย
Oliva (1982 อา งถึงใน จรุณี เกาเอย้ี น, 2557 : 158) ใหกลาววา หลักสูตร คือ แผน หรือ
โปรแกรมสําหรับประสบการณท้งั หลายท่ผี เู รยี นจะตองประสบภายใตการบริหารจัดการของโรงเรยี น
27
กระทรวงศึกษาธกิ าร (2551 : 43 - 44) ไดกลาวถึงหลักในการพิจารณาหลักสูตรของสถานศึกษา
ซ่ึงไดม าจากการทีส่ ถานศกึ ษานําหลักสตู รแกนกลางมาจัดรวมกับสาระทองถ่ินซ่ึงสํานักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษาไดก าํ หนดไวห ลากหลายสถานศกึ ษาสามารถเลือกใชใหสอดคลองกับบริบทและความตองการ
ของสถานศกึ ษามี ดังนี้
1. ศึกษาดูสภาพของนักเรียนผปู กครองชุมชนหนว ยงานตาง ๆ ในทองถิ่นวามีความตอ งการ
ใหจ ัดหลกั สูตรสถานศกึ ษาอยางไร
2. พิจารณาหลักสูตรของสถานศึกษาใหสอดคลองกับความตองการของผูเรียน และ
ทองถ่ินท้ังน้ีใหคํานึงถึงความพรอมของสถานศึกษาและครูดวยอันเปนองคประกอบสําคัญ การจัด
การศกึ ษา
3. พจิ ารณาใหความเห็นการพฒั นาหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
4. พจิ ารณาใหสถานศึกษาจัดต้งั คณะกรรมการพฒั นาหลกั สูตรทกุ ปเพื่อนาํ ไปปรับปรุง
และพัฒนาหลกั สูตรใหเหมาะสมกับนกั เรียน
ฆนทั ธาตทุ อง (2552 : 70) ไดก ลาวสรุปวา การพฒั นาหลักสูตร หมายถึง การปรับ แตง เสริม
เติม ตอ หรือดําเนินการงานอื่น ๆ เพ่ือใหไดมาซ่ึงความเหมาะสม สอดคลองกับความตองการ
ของสภาพสงั คมท่ีเปล่ยี นแปลงไปและสนองตอความตอ งการของผูเ รียน
วเิ ชียร ยอดจักร (2555 : 28) ไดใหความหมายวา การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา คือแนว
การจัดประสบการณเอกสาร ทม่ี กี ารจดั ทาํ เปน แผนการจัดสภาพการเรยี นรูหรอื โครงการจัดการศึกษา
โดยมกี ารกําหนดวธิ กี ารจัดการเรียนรู เพอ่ื ใหผ ูเรยี นเกิดผลการเรยี นรูตามวัตถปุ ระสงคห รอื จดุ มงุ หมาย
ตามทีห่ ลักสตู รกาํ หนดมวลประสบการณ ความรูตาง ๆ ที่สถานศึกษาจัดใหแกผูเรียน เพื่อใหผูเรียน
เกิดการเรยี นรูและพฒั นาจนสามารถใชช ีวิตอยใู นสังคมไดอ ยางมีความสขุ
ชรินทร เวชโอสถ (2552 : 24) กลาววา งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของผูบริหาร
สถานศึกษาหมายถึงการสงเสริมการจัดทําแผนงานโครงการเพื่อเตรียมงบประมาณในการพัฒนา
หลกั สตู รการวเิ คราะหหลกั สูตรการจัดทําแผนการเรียนรูใหเปนไปตามหลักสูตรการเตรียมบุคลากร
การจัดประชมุ รวมกบั กลมุ สาระเพ่ือจดั ครูผสู อนการเตรียมการอบรมใหค วามรูเ ก่ียวกบั การใชห ลักสูตร
และแผนการเรยี นรูจดั ประชมุ สมั มนาเก่ยี วกับการใชหลักสตู รการประชาสัมพันธหลักสตู รการประเมนิ ผล
หลกั สตู รและการฝกประสบการณว ชิ าชีพตามหลกั สูตร
งามสม ไชยวุธ (2553 : 22 - 25) กลาววา การพัฒนาหลักสูตรเปนกระบวนการพัฒนา
ปรับปรุงหลักสูตรทมี่ อี ยแู ลวใหเ หมาะสมตอการเปลยี่ นแปลงหรอื การสรางหลกั สตู รข้ึนมาใหมใหเ หมาะสม
สอดคลองกับสภาพแวดลอมท่จี ะนาํ หลักสตู รไปใช การพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษาตองมีการวางแผน
และดาํ เนนิ ใชหลกั สูตรอยา งมคี ณุ ภาพมีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทําระเบียบการวัด และ
ประเมินผลโดยพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษาใหสอดคลองกบั หลกั สูตรแกนกลางท่ีสอดคลองเหมาะสม
28
กับสังคมไทยทีเ่ ปลีย่ นแปลงไปตามสงั คมโลกซง่ึ จาํ เปน ท่ผี ูเกยี่ วของตองประสานความรว มมอื ในการพฒั นา
หลกั สตู รเพอื่ กําหนดแนวทางการจดั การศกึ ษาท่ีสามารถพฒั นาผเู รยี นใหมที กั ษะพื้นฐานในการดํารงชีวิต
มีความรูค วามสามารถในการพฒั นาตนเองและสังคมใหเทา ทันตอการเปล่ียนแปลงของสภาพเศรษฐกจิ
และสงั คมโลก
วีระยุทธ ชาตะกาญจน (2556 : 53) ไดสรุปความหมายของ คุณภาพหลักสูตร หมายถึง
หลักสูตรสถานศึกษาท่ีมีสาระและมาตรฐานการเรียนรูเหมาะสมกับความสามารถ ความตองการ
ของผูเ รียน และสอดคลอ งกับสภาพปจจุบัน ปญ หาของชมุ ชน
รงุ ชชั ดาพร เวหะชาติ (2552 : 215 - 216) ไดกลา วถงึ การกําหนดขอบขา ยความรับผดิ ชอบงาน
ควรวางกรอบงานหลักตามที่กาํ หนดในพระราชบญั ญตั แิ หงชาติ พ.ศ. 2542 แยกสว นตามงานที่ปฏิบัติ
จริงจากนั้นจงึ กําหนดบทบาทหนาท่คี วามรบั ผดิ ชอบตามขอบขายงานการบรหิ ารงานวชิ าการ ดา นการ
พฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา ดงั น้ี
1. ศกึ ษาวิเคราะหเอกสารหลักสูตรสถานศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ. 2544 สาระแกนกลาง
ของกระทรวงศึกษาธิการ ขอ มลู สารสนเทศเก่ยี วกบั สภาพปญ หา และความตองการของสังคม ชุมชน
และทองถนิ่
2. วเิ คราะหสภาพแวดลอม และประเมินผลสภาพสถานศึกษา เพื่อกําหนดวิสัยทัศน
ภารกจิ เปาหมาย คณุ ลักษณะอนั พ่งึ ประสงค โดยการมสี วนรว มท้ังคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. จัดทําโครงสรางหลักสูตรและสาระตาง ๆ ที่กําหนดใหมีในหลักสูตรสถานศึกษา
ที่สอดคลองกับวิสัยทัศน เปาหมายและคุณลักษณะท่ีพึงประสงค โดยพยายามบรูณาการเน้ือสาระ
ท้ังในกลุม สาระการเรียนรูเดียวกัน และระหวา งกลุมสาระการเรียนรตู ามความเหมาะสม
3.1 นาํ หลกั สูตรไปใชในการจดั การเรียนการสอน และบริหารจัดการใชหลักสูตร
ใหเหมาะสม
3.2. นเิ ทศการใชหลักสูตร
4. ตดิ ตามและประเมนิ ผลการใชหลกั สูตร
5. ปรบั ปรงุ และพัฒนาหลกั สูตรตามความเหมาะสม
พิมพันธ เดชะคุปต และพเยาว ยินดีสุข (2557 : 13) ไดใหความหมายของสมรรถนะ
ดา นการพัฒนาหลักสูตร หมายถึง การมีความรูเรื่องหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตร มีความสามารถ
พัฒนาหลักสูตรระดับตาง ๆ ได รวมทั้งมีความตระหนักและเจตคติเชิงบวกตอการสรางหลักสูตร
การวิเคราะหหลักสูตร อนั เปน พื้นฐานสําคญั กอ นการนาํ หลกั สูตรไปใช
จรุณี เกา เอยี้ น (2557 : 164) ไดส รุปความหมายของ การพัฒนาหลักสูตรไดวา การพัฒนา
หลักสูตร (Curriculum Development) หมายถึง การจดั ทําหลักสูตร การปรบั ปรงุ การเปลีย่ นแปลง
หลกั สูตรใหดขี ้ึน เพอื่ ใหเ หมาะกับความตองการของบุคคล และสภาพสังคม
29
กติ ตพิ งษ กาญจนส ําเรงิ (2558 : 59) ไดสรุปความหมาย ของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
ไววา หมายถึง การปฏบิ ตั ิงานของผูบ ริหารในดานการพฒั นาปรับปรุงหลกั สตู รสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ตามความเหมาะสม โดยรวมกับผูที่มีสวนเกี่ยวของทุกภาคสวนในการพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตร
ใหทันสมัยและสอดคลองกับความตองการของทองถิ่น โดยมีการศึกษาวิเคราะหสภาพแวดลอม
ขอมูลสารสนเทศเกย่ี วกับสภาพปญ หาและความตอ งการของชมุ ชน เพอ่ื กาํ หนดวัตถปุ ระสงค พันธกิจ
วิสัยทศั น เปา หมายและคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา และประเมินสภาพสถานศึกษา
การจัดทําโครงสรา งหลักสูตรสถานศกึ ษา การนําหลักสูตรไปใช มีการนิเทศการใชหลักสูตร การติดตาม
และประเมินผลการใชหลักสตู ร
ปริศนา สําเนียงแจม (2558 : 30) ไดส รุปความหมาย ของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
ไววา หมายถึง การดําเนินการสรางหรือปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาท่ีมีอยูแลวใหดีขึ้น โดยผาน
การวเิ คราะหข อมูลพ้ืนฐานสภาพแวดลอม วิเคราะหปญหาและความตองการของผูปกครอง ชุมชน
ในทอ งถิ่น เพอื่ กําหนดวิสัยทัศน เปาหมาย ของสถานศกึ ษา โดยการมีสว นรว มของทุกฝาย ดาํ เนินการ
ประชุมครู ผปู กครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาใหมีสวนรวมในการจัดทําหลักสูตร ดําเนินการ
ทดลองใชหลักสูตร ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร โดยการนิเทศติดตามและประเมินผลการใชหลักสูตร
สรปุ ไดว า การพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา เปนการปรับปรุงและเปล่ียนแปลงหลักสูตรที่มี
อยูเดิม เพื่อใหสอดคลองเหมาะสมกับสถานศึกษา ความตองการของทองถ่ิน โดยผานการมีสวนรวม
ของทุกฝา ย ไมวาจะเปนผูบริหารสถานศึกษา คณะครูผูสอน ผูปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ทุกฝา ยจะตอ งชว ยกนั วิเคราะหปญ หาและความตองการ เพื่อกําหนดวัตถุประสงค พันธกิจ วิสัยทัศน
เปาหมาย และคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา เพื่อใหผูเรียนเกิดผลการเรียนรู
ตามวัตถปุ ระสงค หรือจดุ มุงหมายตามท่ีหลักสตู รกาํ หนด ประสบการณ ความรูตาง ๆ ท่ีสถานศึกษา
จัดใหแกผูเรียน เพ่ือใหผูเรียนเกิดการเรียนรูและพัฒนาจนสามารถใชชีวิตอยูในสังคมได
อยา งมีความสุข
ความสาํ คัญของการพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษา
การพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษาเปนการแกไ ข ปรับปรุง และเปล่ียนแปลงหลักสูตรที่มีอยูเดิม
เพ่ือใหสอดคลอ งเหมาะสมกบั สถานศึกษา ความตองการของผูเรียนและทองถิ่น โดยมีนักวิชาการได
สรุปถงึ ความสําคัญของการพัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา ดงั น้ี
อมรวรรณ ภผู าจง (2554 : 24) ไดสรุปถึงความสําคัญของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
ไววา หลกั สูตรมคี วามสาํ คญั เพราะหลักสูตรเปนเอกสารซ่ึงเปนแผนการหรือโครงการจัดการศึกษา
ท่ีระบุแนวทางการจัดมวลประสบการณ เปนสวนกําหนดทิศทางการจัดการศึกษาใหกับบุคลากร
ท่ีเกยี่ วของกับการจัดการศึกษานําไปปฏิบัติ เพ่ือใหผูเรียนมีคุณภาพตามเกณฑมาตรฐานการศึกษา
ทหี่ ลักสูตรกําหนดไว
30
วทิ รู ครุฑจนั ทร (2554 : 39) ไดสรปุ ถงึ ความสําคญั ของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาไวว า
การพัฒนาหลกั สูตรมคี วามสําคัญตอ ประเทศชาติ ควรปรับปรุงใหเหมาะสมกับสภาพและความตองการ
ของสังคมในยคุ ทเี่ ปนอยขู ณะนนั้ หลกั สตู รเปรยี บเหมอื นแมบ ท เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงยอมมีผลกระทบ
ตอหลกั สูตร
ประภสั สร แปน หวาง (2555 : 27) ไดส รุปถึงความสําคัญของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
ไวว า การพัฒนาหลกั สูตรมคี วามสําคัญดงั น้ี 1) การเปลี่ยนแปลงหรอื ปรบั ปรงุ หลักสูตรที่ใชอ ยใู นสถานศึกษา
ใหเกิดความเหมาะสมหรือสมบูรณมากขึ้นแกผูเรียน สามารถพัฒนาตามศักยภาพของแตละคน 2)
มหี ลกั การในการพัฒนาหลกั สตู ร ทจี่ ดั ทาํ อยางเปนกระบวนการ โดยมีขั้นตอนการดําเนินงานที่ถูกตอ ง
ตามวธิ ีการ 3) ความรวมมือจากบคุ ลากรท่ีชาํ นาญการหลายฝา ยทเ่ี ก่ยี วขอ ง ท้ังน้ตี องคาํ นึงถึงคุณภาพ
ของผูเรยี นเปนสาํ คญั 4) พัฒนาใหสอดคลองกับความถนัดความสนใจและความตองการของผูเรียน
สอดคลอ งกับสภาพของสถานศกึ ษาและทอ งถิ่น 5) หลกั สูตรเปรยี บเสมอื นแปลนของการจัดการเรียน
การสอน บอกไววาวตั ถุประสงคท ตี่ องการมีอะไรบา ง จะใชอะไรเปนวัสดุและอุปกรณ จะดําเนินการ
อยา งไร จดั เตรยี มการสอนอยางไร เพ่อื ชว ยในดานการเรียนการสอนซ่ึงจะนําไปสูความสําเร็จที่ตองการ
6) เปน แนวทางในการปฏบิ ตั งิ านของครตู อการจดั ประสบการณใหผูเรียนไดมีความรู ทักษะ ความประพฤติ
มเี จตคติทีด่ ีตอวชิ าชีพ
สรุปไดวา การพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษามคี วามสําคญั เปนสวนกาํ หนดทิศทางการจัดการศึกษา
ใหก ับบคุ ลากรทเี่ กี่ยวของกับการจัดการศึกษานําไปปฏิบัติ ใหผูเรียนมีคุณภาพตามเกณฑมาตรฐาน
การศึกษาที่หลักสูตรกําหนดไว
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551
การจัดการศกึ ษาระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 ไดแ บง การศึกษาเปน 3 ระดบั ไดแก
1. ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปท่ี 1 - 6) การศึกษาระดับน้ีเปนชวงแรก
ของการศกึ ษาภาคบังคบั มงุ เนน ทกั ษะพ้ืนฐานดานการอาน การเขียน การคิดคํานวณ ทักษะการคิด
พ้นื ฐาน การตดิ ตอ สื่อสาร กระบวนการเรยี นรูทางสงั คม และพ้นื ฐานความเปน มนุษย การพัฒนาคณุ ภาพชีวติ
อยางสมบูรณและสมดุลทั้งในดานรางกาย สติปญญา อารมณ สังคม และวัฒนธรรม โดยเนน
จดั การเรียนรูแบบบรู ณาการ
2. ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน (ชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 1 - 3) เปนชวงสดุ ทายของการศึกษา
ภาคบังคบั มุงเนน ใหผเู รยี นไดสํารวจความถนดั และความสนใจของตนเอง สงเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพ
สว นตน มีทักษะในการคิดวิจารณญาณ คิดสรางสรรค และคิดแกปญหา มีทักษะในการดําเนินชีวิต
มีทักษะการใชเทคโนโลยีเพื่อเปนเคร่ืองมือในการเรียนรู มีความรับผิดชอบตอสังคม มีความสมดุล
31
ทั้งดา นความรู ความคดิ ความดงี าม และมีความภูมใิ จในความเปน ไทย ตลอดจนใชเปนพ้ืนฐานในการ
ประกอบอาชีพหรือการศึกษาตอ
3. ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 - 6) การศึกษาระดับน้ีเนนการ
เพ่ิมพูนความรแู ละทักษะเฉพาะดา น สนองตอบความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผูเรียน
แตละคนทัง้ ดานวชิ าการและวิชาชพี มที กั ษะในการใชว ิทยาการและเทคโนโลยี ทักษะกระบวนการคิด
ข้ันสูง สามารถนําความรูไปประยุกตใชใหเกิดประโยชนในการศึกษาตอและการประกอบอาชีพ
มงุ พัฒนาตนและประเทศตามบทบาทของตน สามารถเปนผูนํา และผูใหบริการชุมชนในดานตาง ๆ
สาระการเรยี นรู
สาระการเรียนรูป ระกอบดวย องคความรูทักษะหรือกระบวนการเรียนรู และคุณลักษณะ
อนั พึงประสงค ซ่งึ กําหนดใหผ เู รยี นทกุ คนในระดับการศึกษาข้ันพนื้ ฐานจาํ เปน ตองเรยี นรู โดยแบง เปน
8 กลุมสาระการเรยี นรู ดงั นี้
1. ภาษาไทย เนน ความรู ทักษะและวฒั นธรรมการใชภาษาเพื่อการสื่อสาร ความช่ืนชม
การเห็นคณุ คา ภูมิปญญา ไทย และภูมใิ จในภาษาประจําชาติ
2. คณิตศาสตร การนําความรูทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรไปใชในการ
แกปญหา การดําเนินชีวิต และศึกษาตอ การมีเหตุมีผลมีเจตคติท่ีดีตอคณิตศาสตร พัฒนาการคิด
อยางเปนระบบและสรางสรรค
3. วทิ ยาศาสตรก ารนาํ ความรแู ละกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ ปใชในการศึกษา คนควา
หาความรู และแกปญ หาอยา งเปน ระบบ การคดิ อยา งเปนเหตเุ ปนผล คิดวเิ คราะห คิดสรา งสรรค และ
จติ วทิ ยาศาสตร
4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม การอยูรวมกันในสังคมไทยและสังคมโลก
อยา งสนั ติสขุ การเปนพลเมอื งดี ศรัทธาในหลักธรรมของศาสนา การเห็นคุณคาของทรัพยากร และ
สง่ิ แวดลอม ความรกั ชาติ และภูมใิ จในความเปนไทย
5. สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ความรู ทักษะและเจตคติในการสรา งเสรมิ สุขภาพพลานามัย
ของตนเองและผูอืน่ การปอ งกันและปฏิบัตติ อ สง่ิ ตาง ๆ ที่มผี ลตอสุขภาพอยาง ถูกวิธีและทกั ษะในการ
ดาํ เนนิ ชวี ติ
6. ศิลปะ เนนความรูและทักษะในการคิดริเริ่ม จินตนาการ สรางสรรคงานศิลปะ
สุนทรยี ภาพและการเหน็ คุณคาทางศิลปะ
7. การงานอาชพี และเทคโนโลยี เนน ความรู ทกั ษะ และเจตคติในการทาํ งาน การจัดการ
การดํารงชวี ติ การประกอบอาชีพ และการใชเ ทคโนโลยี
8. ภาษาตา งประเทศ เนนความรูทักษะ เจตคติและวัฒนธรรม การใชภาษาตางประเทศ
ในการสอ่ื สาร การแสวงหาความรแู ละการประกอบอาชีพ
32
กิจกรรมพฒั นาผเู รยี น
กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น กจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี น มงุ ใหผูเ รยี นไดพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พฒั นา
อยา งรอบดานเพื่อความเปนมนุษยที่สมบูรณ ท้ังรางกาย สติปญญา อารมณ และสังคม เสริมสราง
ใหเ ปน ผูมีศีลธรรม จริยธรรม มรี ะเบยี บวนิ ยั ปลกู ฝงและสรางจติ สํานึกของการทําประโยชนเพ่ือสังคม
สามารถจัดการตนเองได และอยรู ว มกับผูอ ่ืนอยางมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผูเรียนมุงพัฒนาผูเรียน
ใหใชอ งคค วามรูทกั ษะและเจตคติ ประกอบดวยกิจกรรม 3 ลักษณะ ดังนี้
1. กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมที่สงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหรูจักตนเอง รูรักษ
สงิ่ แวดลอ ม สามารถคิดตดั สินใจ คิดแกป ญหา กําหนดเปาหมาย วางแผนชีวิตทั้งดานการเรียน และ
อาชีพ สามารถปรับตนไดอยางเหมาะสม นอกจากนี้ยังชวยใหครูรูจักและเขาใจผูเรียน ท้ังยังเปน
กิจกรรมท่ชี วยเหลือและใหคําปรกึ ษาแกผูปกครองในการมสี วนรว มพัฒนาผูเ รียน
2. กิจกรรมนกั เรียนเปน กิจกรรมท่ีมุง พฒั นาความมรี ะเบียบวินยั ความเปนผูนําผูตามที่ดี
ความรับผิดชอบ การทํางานรวมกัน การรูจักแกปญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล
การชว ยเหลอื แบงปน กัน เอือ้ อาทร และสมานฉันท โดยจดั ใหสอดคลองกับความสามารถ ความถนัด
และความสนใจของผูเรียน ใหไดปฏิบัติดวยตนเองในทุกขั้นตอน ไดแก การศึกษาวิเคราะหวางแผน
ปฏบิ ตั ติ ามแผน ประเมินและปรับปรุงการทํางาน เนน การทาํ งานรว มกนั เปน กลุม ตามความเหมาะสม
และสอดคลองกบั วฒุ ภิ าวะของผูเรยี น บรบิ ทของสถานศึกษาและทองถน่ิ กจิ กรรมนักเรียนประกอบดวย
1) กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด ผบู าํ เพ็ญประโยชน และนักศกึ ษาวชิ าทหาร 2) กจิ กรรมชมุ นุม
ชมรม 3) กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน เปนกิจกรรมทส่ี ง เสริมใหผเู รียนบําเพญ็ ตนใหเปน
ประโยชนต อสงั คม ชุมชน และทอ งถิน่ ตามความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร เพอื่ แสดงถึงความรบั ผดิ ชอบ
ความดงี าม ความเสยี สละตอสงั คม มจี ติ สาธารณะ เชน กิจกรรมอาสาพัฒนาตา ง ๆ กิจกรรมสรางสรรคส ังคม
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรูหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนดมาตรฐานการเรียนรู
ใน 8 กลมุ สาระการเรียนรู จาํ นวน 67 มาตรฐาน
การจดั เวลาเรยี น
การจดั เวลาเรียนหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไดกําหนดกรอบโครงสรางเวลา
เรยี นข้ันตํ่าสําหรับกลุมสาระการเรียนรู 8 กลุม และกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ซึ่งสถานศึกษาสามารถ
เพ่มิ เตมิ ไดตามความพรอ มและจดุ เนน โดยสามารถปรับใหเหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษา และ
สภาพของผูเรยี น ดังน้ี
1. ระดับชัน้ ประถมศึกษา (ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 1 - 6) ใหจ ัดเวลาเรยี นเปนรายป โดยมี
เวลาเรียนวนั ละ ไมเกิน 5 ชัว่ โมง
33
2. ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน (ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 1 - 3) ใหจัดเวลาเรียนเปนรายภาค
มเี วลาเรยี นวันละไมเกิน 6 ช่ัวโมง คิดน้ําหนักของรายวิชาท่ีเรียนเปนหนวยกิต ใชเกณฑ 40 ช่ัวโมง
ตอภาคเรยี น มคี านา้ํ หนักวชิ า เทา กบั 1 หนว ยกติ
3. ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 4 - 6) ใหจัดเวลาเรียนเปนรายภาค
มีเวลาเรียน วันละไมนอ ยกวา 6 ชวั่ โมง คดิ นํ้าหนกั ของรายวิชาที่เรียนเปนหนวยกิต ใชเกณฑ 40 ช่ัวโมง
ตอ ภาคเรยี น มีคา น้าํ หนักวชิ า เทากบั 1 หนว ยกติ
โครงสรา งเวลาเรยี น
โครงสรางเวลาเรียนการกําหนดโครงสรางเวลาเรียนพ้ืนฐาน และเพ่ิมเติม สถานศึกษา
สามารถดาํ เนินการ ดงั น้ี
1. ระดบั ประถมศกึ ษา สามารถปรบั เวลาเรียนพ้ืนฐานของแตละกลุมสาระการเรียนรู
ไดตามความเหมาะสม ทง้ั น้ี ตอ งมเี วลาเรยี นรวมตามที่กําหนดไวในโครงสรางเวลาเรียนพ้ืนฐาน และ
ผูเรยี นตองมีคณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรูและตวั ชี้วัดที่กําหนด
2. ระดบั มธั ยมศึกษา ตอ งจัดโครงสรา งเวลาเรียนพื้นฐานใหเปนไปตามท่ีกําหนด และ
สอดคลอ งกับเกณฑก ารจบหลกั สูตร
3. สาํ หรบั เวลาเรยี นเพิม่ เตมิ ทง้ั ในระดบั ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ใหจ ัดเปน รายวิชา
เพิม่ เตมิ หรือกิจกรรมพฒั นาผเู รียน โดยพิจารณาใหสอดคลองกับความพรอ ม จดุ เนน ของสถานศึกษา
และเกณฑการจบหลักสูตร เฉพาะระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1 - 3 สถานศึกษาอาจจัดใหเปนเวลา
สาํ หรบั สาระ การเรียนรูพนื้ ฐานในกลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทยและกลมุ สาระการเรยี นรูค ณิตศาสตร
4. กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นท่กี ําหนดไวในช้ันประถมศึกษาปท่ี 1 ถึงช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3
ปล ะ 120 ชวั่ โมง และช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 - 6 จํานวน 360 ชั่วโมงนั้น เปนเวลาสําหรับปฏิบัติกิจกรรม
แนะแนวกจิ กรรมนกั เรียน และกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ในสวนกิจกรรมเพ่ือสังคม
และสาธารณประโยชนใ หส ถานศึกษาจดั สรรเวลาใหผ เู รียนไดปฏิบตั ิกจิ กรรม ดังนี้ ระดับประถมศึกษา
(ป.1 - 6) จํานวน 60 ชัว่ โมง ระดับมัธยมศึกษาตอนตน (ม.1 - 3) จาํ นวน 45 ชว่ั โมง และระดับมัธยมศึกษา
ตอนปลาย (ม.4 - 6) จาํ นวน 60 ช่ัวโมง
การนําหลกั สตู รไปใช
การดําเนินงานดานพัฒนาหลักสูตร ควรดําเนินการตามกิจกรรม คือ ควรมีการวิเคราะห
หลักสตู รแกนกลาง ควรจัดใหมีการจดั ทําสาระหลกั สูตรใหสอดคลอ งกับสภาพความตองการของทองถ่ิน
มีการจัดเน้ือหาสาระและกิจกรรมใหสอดคลองกับความสนใจและความถนัดของผูเรียน กําหนดผล
การเรียนรูท่ีคาดหวังในแตละกลุมสาระโดยการวิเคราะหจากมาตรฐานการเรียนรูแตละระดับช้ัน
เพื่อใหการศึกษาบรรลุตามเปาหมายท่ีวางเอาไว การนําหลักสูตรมาใชจึงมีความจําเปนอยางย่ิง
34
ทีบ่ ุคลากรท่เี กย่ี วของตอ งจะตอ งมคี วามรูความเขาใจในหลักสูตรและการนําหลักสูตรไปใชจัดการศึกษา
ใหเหมาะสมกับผูเรยี นใหม ากที่สุด ซึ่งมผี ใู หความเห็นเกย่ี วกับการนําหลักสูตรไปใช ดังน้ี
กิตติศักดิ์ ใครบุตร (2554 : 41) สรุปถึงการนําหลักสูตรไปใชวา หมายถึง การมีความรู
ความเขา ใจเกีย่ วกับหลกั สูตร การนําหลักสูตรไปใชกาํ หนดจุดมงุ หมายหลกั สูตร การเลอื กเน้ือหาวิชาการ
จดั หาเอกสารประกอบการสอนไปใชในการจัดการเรยี นการสอนในโรงเรยี น
กติ ติ เกิดสขุ ผล (2554 : 37) สรุปถึงการนําหลกั สตู รไปใชว า หมายถึง เปนการแปลงหลักสูตร
ไปสกู ารเรียนการสอนตามจุดมุง หมายของหลักสตู รสถานศกึ ษา โดยใหส อดคลองกบั หลกั สูตรแกนกลาง
จุฑาณัฐ สุภาพ (2555 : 23) สรุปถึงการนําหลักสูตรไปใชวา หมายถึง เปนภาระสําคัญ
ของการบรหิ ารงานวิชาการ ทีผ่ บู ริหารโรงเรยี นจะตองทาํ ความเขา ใจเกย่ี วกับหลกั สตู รและการนาํ หลกั สูตร
ไปใช ตลอดจนการจดั เอกสารหลกั สูตร คูมือครใู หเพยี งพอกับความตอ งการของครู
กนกวรรณ ภาณทุ ัต (2555 : 32) สรุปถึงการนาํ หลกั สตู รไปใชวา เปนกจิ กรรมทีก่ วา งขวางมาก
และมลี าํ ดับขน้ั ตอนอยางตอเนอื่ ง โดยเริม่ ตนจากการทําความเขาใจและวิเคราะหหลักสูตรการจัดทํา
เอกสารประกอบหลักสูตรอันเปนการแปลงหลักสูตรไปสูการสอน การจัดบุคลากร การจัดปจจัย
สนับสนนุ การใชห ลักสตู ร การจัดกิจกรรมตาง ๆ การวัดผลประเมินผลการเรียนการสอน การนิเทศ
ติดตาม และสิ่งสําคัญท่ีสุดในการนําหลักสูตรไปใชคือการสอนของครู ซ่ึงเช่ือวาทุกขั้นตอนเหลาน้ี
หากดําเนนิ การอยา งมีคุณภาพแลว กจ็ ะนาํ ผเู รียนไปสูค วามสําเรจ็ ตามจดุ มุงหมายของหลักสูตร
สรุปไดว า การนําหลกั สูตรไปใช คือ การที่ผบู ริหาร ครแู ละผูเกย่ี วของกบั การศึกษาในสถานศึกษา
นาํ หลักสตู รไปสูข น้ั ตอนการปฏบิ ตั ใิ น เรือ่ งการจดั กระบวนการเรยี นการสอนอยา งมีประสทิ ธิภาพ และ
ไดป ระสทิ ธผิ ลตอผูเรยี นสงู สดุ
สรปุ ไดว า ประสทิ ธผิ ลของการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา หมายถงึ การปรับปรุงและเปล่ยี นแปลง
หลกั สตู ร มีการวเิ คราะหส ภาพแวดลอ ม ประเมินสถานภาพสถานศกึ ษา ซ่งึ เปนวิธีการพฒั นาหลกั สูตร
อยางหนึ่งเพ่ือใหสอดคลองเหมาะสมกับสถานศึกษา ชุมชน และหลักสูตรแกนกลาง เพ่ือกําหนด
วัตถุประสงค พันธกิจ วิสัยทัศน เปาหมายและคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา โดยการ
มสี ว นรว มของทกุ ฝาย มีการตรวจสอบวาหลักสตู รสถานศึกษามคี วามสมบูรณมากนอยเพียงใด มีการ
จัดทําเปนแผนการจดั สภาพการเรียนรูหรอื โครงการจัดการศึกษา โดยมีการกําหนดวิธีการจัดการเรียนรู
โดยพยายามบูรณาการเน้ือหาสาระทั้งในกลุมสาระการเรยี นรูเดียวกัน และระหวางกลุมสาระการเรียนรู
ตามความเหมาะสม เพอ่ื ใหผเู รยี นเกิดผลการเรยี นรตู ามวตั ถปุ ระสงคหรือจุดมุงหมายตามที่หลักสูตร
กําหนด มกี ารนาํ หลักสตู รไปใชในการจัดการเรยี นการสอน มผี ลการนิเทศการใชหลกั สูตรสถานศึกษา
มีผลการปรบั ปรงุ และพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษาอยา งเหมาะสม
35
ดานการพฒั นากระบวนการเรียนรู
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน จัดวา เปน ส่ิงสําคัญในการนาํ หลักสูตรไปใช การจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนเปนกระบวนการที่ปฏิบัติอยางตอเน่ือง ครูผูสอนจึงเปนบุคคลที่มีบทบาทสําคัญ
ในการจดั กระบวนการเรียนรู เพอ่ื ใหผ เู รียนเกิดการเปลยี่ นแปลงเรยี นรแู ละในการพฒั นาทางดานรางกาย
อารมณ สงั คมและ สตปิ ญญา การเรียนการสอนเปนกจิ กรรมทคี่ รูและนกั เรียนตอ งรว มกนั ทํา สว นการ
บริหารงานดา นการเรยี นการสอนนน้ั เปนหนา ที่ของผบู ริหาร ซ่งึ ควรยดึ หลักการ การจัดการเรยี นการสอน
ตามแนวของหลักสตู ร โดยครูและนักเรียนรว มกันดาํ เนินกิจกรรมตาง ๆ โดยมีนักเรียนเปนศูนยกลาง
ซ่ึงครเู ปน ผูด าํ เนนิ การใหก ิจกรรมเปน ไปตามแนวทางท่วี างแผนเอาไว
สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน (2550 : 31) การพัฒนากระบวนการเรียนรู
มแี นวทางการปฏบิ ัติ ดังตอไปน้ี 1) จดั เน้ือหาสาระและกิจกรรมใหส อดคลองกบั ความสนใจและความถนัด
ของผูเรียน โดยคํานึงถงึ ความแตกตา งระหวางบุคคล 2) ฝกทักษะกระบวนการคิด การจัดการเผชิญ
สถานการณ และการประยุกตความรมู าใชเ พอ่ื ปอ งกันและแกไขปญ หา 3) จดั กจิ กรรมใหผูเรียนไดเรียนรู
จากประสบการณจริงฝกการปฏิบัติใหทําได คิดเปน ทําเปน รักการอาน และเกิดใฝรูอยางตอเน่ือง
4) จดั การเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรูดา นตา ง ๆ อยางไดสดั สว นสมดลุ กนั รวมทั้งปลูกฝง
คุณธรรม คา นิยมทดี่ งี ามและคุณลักษณะอันพึงประสงคไวในทุกวิชา 5) สงเสริม สนับสนุนใหผูสอน
สามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดลอม ส่ือการเรยี นและอํานวยความสะดวกเพ่ือใหผูเรียนเกิดการเรียนรู
และมคี วามรอบรู รวมทั้งสามารถใชการวิจัยเปนสวนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู ทั้งนี้ ผูสอน และ
ผูเรยี นอาจเรียนรูไปพรอมกันจากสอื่ การเรียนการสอนและแหลงวทิ ยาการประเภทตาง ๆ 6) จัดการ
เรยี นรใู หเ กิดขนึ้ ไดท ุกเวลา ทุกสถานทีท่ ี่มกี ารประสานความรวมมอื กบั บิดา มารดาและบุคคลในชมุ ชน
ทุกฝาย เพื่อรวมพัฒนาผูเรียนตามศักยภาพ 7) ศึกษาคนควาพัฒนารูปแบบหรือการออกแบบ
กระบวนการเรียนรูท่กี า วหนา เพอ่ื เปน ผนู าํ การจดั กระบวนการเรยี นรู เพือ่ เปน ตนแบบในสถานศกึ ษาอ่ืน
กระทรวงศึกษาธกิ าร (2551 : 25 - 26) กลาววาการจัดการเรียนรูเปนกระบวนการสําคัญ
ในการนําหลกั สูตรสูการปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปนหลักสูตรที่มีมาตรฐาน
การเรียนรู สมรรถนะสําคัญและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคของผเู รยี น เปน เปาหมายสําหรบั พฒั นาเด็ก
และเยาวชนในการพฒั นาผูเรยี นใหม คี ณุ สมบตั ิตามเปาหมายหลกั สตู ร ผสู อนพยายามคัดสรร การบวน
การเรียนรู จดั การเรยี นโดยชว ยใหผูเรียนรูผานสาระที่กําหนดไวในหลักสูตร 8 กลุมสาระการเรียนรู
รวมทงั้ ปลกู ฝง สรา งเสรมิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ อันพงึ ประสงค พฒั นาทกั ษะตา ง ๆ อันเปนสมรรถนะสาํ คญั
ใหผูเรยี นบรรลุตามเปา หมาย
1. หลักการจัดการเรียนรู การจัดการเรียนรูเพ่ือใหผูเรียนมีความรูความสามารถ
ตามมาตรฐานการเรียนรู สมรรถนะสาํ คัญ และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต ามทกี่ าํ หนดไวใ นหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน โดยยึดหลักวา ผเู รยี นมีความสําคัญมากทส่ี ดุ เชอ่ื วาทกุ คนมคี วามสามารถ
36
เรียนรูและพัฒนาตนเองได ยึดประโยชนที่เกิดกับผูเรียน กระบวนการจัดการเรียนรูตองสงเสริม
ใหผเู รยี น สามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาตแิ ละเตม็ ตามศกั ยภาพ คาํ นงึ ถึงความแตกตา งระหวางบคุ คล
และพฒั นาการทางสมอง เนนใหความสําคญั ทงั้ ความรู และคุณธรรม
2. กระบวนการเรยี นรู การจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ ผูเรียนจะตองอาศัย
กระบวนการเรียนรทู ี่หลากหลาย เปนเครื่องมือทีจ่ ะนาํ พาตนเองไปสูเปาหมายของหลักสูตรกระบวนการเรียนรู
ท่ีจาํ เปน สําหรบั ผเู รยี น อาทิ กระบวนการเรียนรูแบบบูรณาการ การบวนการสรา งความรู กระบวนการคดิ
กระบวนการทางสังคม กระบวนการณเผชิญสถานการณและแกปญหา กระบวนการเรียนรู
จากประสบการณจริง กระบวนการปฏิบัติลงมือทําจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย
กระบวนการเรยี นรขู องตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย
3. การออกแบบการจัดการเรียนรู ผูสอนตองศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาใหเขาใจถึง
มาตรฐานการเรียนรู ตวั ชี้วดั สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น คุณลักษณะอันพึงประสงคแ ละสาระการเรียนรู
ที่เหมาะสมกับผูเรียน แลวจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรูโดยเลือกใชวิธีสอนและเทคนิค
การสอน สอื่ /แหลง เรยี นรู การวดั และประเมนิ ผล เพอื่ ใหผเู รียนไดพัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุ
ตามเปาหมายที่กาํ หนด
4. บทบาทของผสู อนและผเู รยี น การจดั การเรยี นรเู พ่ือใหผูเรียนมีคุณภาพตามเปาหมาย
ของหลักสูตร ทั้งผูสอนและผูเรียนควรมีบทบาทดังน้ี 1) บทบาทของผูสอน ศึกษาวิเคราะหผูเรียน
เปนรายบุคคล แลว นาํ ขอ มลู มาใชในการวางแผนการจดั การเรยี นรู ที่ทาทายความสามารถของผูเรียน
กาํ หนดเปาหมายทตี่ องการใหเ กิดขึ้นกบั ผูเรยี น ดานความรูแ ละทักษะกระบวนการ ที่เปนความคิดรวบยอด
หลักการ และความสมั พันธร วมทง้ั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค ออกแบบการเรียนรูและจัดการเรียนรู
ทต่ี อบสนองความแตกตา งระหวา งบคุ คลและพฒั นาการทางสมองเพอ่ื นําผเู รยี นไปสเู ปา หมาย จัดบรรยากาศ
ทเี่ ออ้ื ตอการเรียนรู และดแู ลชวยเหลือผูเรียนใหเกดิ การเรียนรู จดั เตรยี มและเลือกใชสื่อใหเหมาะสม
กับกิจกรรม นําภูมิปญญาทองถ่ินเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาระยุกตใชในการจัดการเรียนการสอน
ประเมนิ ความกาวหนาของผูเ รียนดว ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชาและระดับ
พัฒนาการของผเู รียน วิเคราะหผลการประเมินมาใชใ นการซอ มเสริมและพัฒนาผูเรียน รวมทั้งปรับปรุง
การจัดการเรยี นการสอนของตนเอง 2) บทบาทของผเู รยี น กําหนดเปาหมาย วางแผน และรับผดิ ชอบ
กานเรียนรูของตนเอง เสาะแสวงหาความรู เขาถึงแหลงการเรียนรู วิเคราะห สังเคราะหขอความรู
ตั้งคําถาม คิดหาคาํ ตอบหรอื หาแนวทางแกปญหาดวยวิธีการตาง ๆ ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู
ดวยตนเอง และนาํ ความรูไปประยุกตใ ชใ นสถานการณตาง ๆ มีปฏิสัมพันธทํางานทํากิจกรรมรวมกับ
กลุมและครู และประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรียนรขู องตนเองอยางตอ เนือ่ ง
37
รงุ ชัชดาพร เวหะชาติ (2552 : 216) ไดกลาวถึง การกําหนดขอบขายความรับผิดชอบงาน
ควรวางกรอบงานหลกั ตามท่ีกําหนดในพระราชบัญญัตแิ หง ชาติ พ.ศ. 2542 แยกสวนตามงานท่ีปฏิบัติ
จรงิ จากนัน้ จึงกําหนดบทบาทหนาทคี่ วามรบั ผดิ ชอบตามขอบขา ยงานการบรหิ ารงานวชิ าการ ดา นการ
พฒั นากระบวนการเรียนรู ดังนี้
1. สง เสริมใหครูจัดทาํ แผนการจัดการเรียนรู ตามสาระและหนวยการเรียนรูโดยเนน
ผูเรียนเปนสาํ คญั
2. สงเสริมใหค รูจัดกระบวนการเรียนรู
3. จัดใหมีการนิเทศการเรียนการสอนแกครูในกลุมสาระตาง ๆ โดยเนนการนิเทศ
ทร่ี วมมือชวยเหลือกันแบบกัลยาณมิตร
4. สงเสริมใหม กี ารพฒั นาครู เพอ่ื พฒั นากระบวนการเรยี นรูต ามความเหมาะสม
จฑุ าณฐั สภุ าพ (2555 : 23) ไดสรุป การพัฒนากระบวนการเรียนรูหมายถึง การสงเสริม
สนบั สนนุ ใหครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนดว ยวธิ ีหลากหลาย ตอบสนองความตองการและความถนัด
ของผูเรยี นอยา งเหมาะสมและเตม็ ความสามารถ
กนกวรรณ ภาณทุ ัต (2555 : 34) ไดส รุป การพัฒนากระบวนการเรยี นรู หมายถึง การตรวจสอบ
และทบทวนข้ันตอนดําเนินงานตาง ๆ ในการพฒั นา เพ่อื ใหสอดคลอ งกับวิสัยทัศน ภารกิจ เปาหมาย
ยทุ ธศาสตรในการพัฒนา รวมถงึ ความตอ งการของสถานศกึ ษาและชมุ ชน
กมล นามเทวี (2556) ซ่งึ กลา ววา การพฒั นากระบวนการเรียนรู เปนบทบาทสําคัญในการ
บริหารงานวิชาการ ตองดําเนินการสงเสริมใหครูผูสอนจัดกระบวนการเรียนการสอน โดยมุงเนน
ใหผ ูเรียนผานกระบวนการเรยี นดว ยกิจกรรมตา ง ๆ ดว ยวิธีการตาง ๆ ที่ใหประโยชนสูงสุดแกผูเรียน
คํานึงถงึ ความแตกตางระหวา งบคุ คลเกดิ จาการเรียนรอู ยา งแทจรงิ แลว ผูเรียนไดพ ฒั นาเต็มตามศักยภาพ
รอบดา นอยา งสมดุล มีความสมบรู ณท งั้ รา งกาย จิตใจ สติปญญา ความรู คุณธรรม มีจริยธรรม และ
วฒั นธรรมในการดาํ รงชีวติ สามารถอยรู ว มกบั ผอู ืน่ ไดอ ยา งมีความสุขและนําความรไู ปใชใ นชีวติ ประจาํ วนั
ซัลวานี ดงิ นามอ (2556 : 30 - 34) กลาววา กระบวนการเรยี นรูหมายถึงการที่สถานศึกษา
จัดประสบการณการเรยี นรใู หก บั ผเู รียนเพ่ือใหผ ูเรียนเกิดการเรยี นรตู ามจุดมุงหมายของหลักสตู ร ซง่ึ มี
วธิ ีการดาํ เนนิ การอยางเปน ข้ันตอนหรือใชวิธีการตาง ๆ การสรางประสบการณและการจัดกิจกรรม
ท่ีสงผลใหผูเรียนเกิดการเรียนรูและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามท่ีคาดหวังของชุมชนและสังคม
โดยหลักการพัฒนากระบวนการเรียนรูควรมีวิธกี ารที่หลากหลายคํานึงถึงพัฒนาการทางดานรางกาย
สตปิ ญ ญาความสนใจความสามารถของผเู รยี นยึดผเู รยี นเปนสาํ คญั มวี ิธกี ารการจดั การเรยี นรตู ามสภาพจริง
การเรยี นรดู ว ยตนเองการเรยี นรรู ว มกันจากธรรมชาติและการปฏบิ ตั ิจรงิ ใชก ารคน ควาอสิ ระเปนสว นหน่ึง
ในการพัฒนากระบวนการเรียนรูบ ูรณาการกระบวนการคิดคานิยมท่ีพึงประสงคและคุณธรรมจริยธรรม
สอดแทรกกลุมสาระการเรยี นรู