141
หน่วยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ชือ่ หน่วย การเป็นผู้ประกอบการ
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 เวลา 3 ช่ัวโมง
ผู้สอน นางกนั ยพชั ญ์ ทองโคตร โรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู
1. สาระที่ 2 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจ มที ักษะท่ีจำเปน็ มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชพี ใช้เทคโนโลยี
เพอ่ื พฒั นาอาชพี มีคุณธรรม และมีเจตคติทีด่ ตี ่ออาชีพ
ผลการเรียนรู้ ม. 4-6/8
8. บอกถงึ จรรณยาบรรณและคุณสมบตั ิของผู้ประกอบธุรกิจ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) วเิ คราะห์คุณสมบตั ิของผู้ประกอบการได้ (K)
2) มที ักษะในการจัดการและการแสวงหาความร้เู กี่ยวกบั คุณสมบัติของผปู้ ระกอบการ (P)
3) มีความรบั ผดิ ชอบและมีเจตคตทิ ี่ดีต่อการเป็นผู้ประกอบการ (A)
4) อธบิ ายขน้ั ตอนการตัดสนิ ใจทางธรุ กิจได้ (K)
5) มีทักษะในการตดั สนิ ใจทางธรุ กจิ (P)
6) มเี หตผุ ลและมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ การตดั สนิ ใจทางธรุ กิจ (A)
7) อธิบายจรยิ ธรรมทางธรุ กจิ และกฎหมายธรุ กิจได้ (K)
8) ปฏบิ ัติตนตามจริยธรรมทางธรุ กิจและกฎหมายธุรกจิ (P)
9) มีมารยาทในการทำงานและเหน็ ความสำคัญของจริยธรรมทางธรุ กิจและกฎหมายธรุ กิจ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ความรู้
(1) คณุ สมบตั ิของผปู้ ระกอบการ
(2) การตัดสนิ ใจทางธุรกิจ
(3) จรยิ ธรรมทางธุรกจิ และกฎหมายธุรกจิ
3.2 ทักษะ/กระบวนการ
(1) กระบวนการกลุ่ม
(2) กระบวนการทำงาน
(3) ทักษะการแสวงหาความรู้
142
3.3 คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์
(1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
(2) มีวินยั
(3) ใฝเ่ รียนรู้
(4) มุ่งมน่ั ในการทำงาน
(5) มจี ิตสาธารณะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซื่อสตั ย์สุจรติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
6. จุดเนน้
1 ด้านทักษะกระบวนการ
- กระบวนการกลมุ่
- กระบวนการทำงาน
- ทกั ษะการแสวงหาความรู้
2 ด้านคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์
- รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
- มวี ินัย
- ใฝ่เรียนรู้
- ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
- มีจติ สาธารณะ
143
7. ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (3 ห่วง 2 เง่ือนไข)
1. เงอ่ื นไขความรู้
2. เง่ือนไขคณุ ธรรม
8. ช้ินงานหรอื ภาระงาน
(1) ภาระงานทตี่ ้องปฏิบตั ริ ะหว่างเรยี น
- ใบกิจกรรมท่ี 6.1- 6.3
- แบบฝึกหดั
- ชิ้นงานผังมโนทศั น์
(2) ผลการเรียนรูร้ วบยอด
- คุณสมบตั ิของผู้ประกอบการ
- การตัดสนิ ใจทางธุรกิจ
- จรยิ ธรรมทางธรุ กิจและกฎหมายธุรกิจ
(3) ผลงานการประเมินตนเอง
- การนำเสนอผลงานกลุ่ม
- แบบฝึกหดั
- แบบประเมินคุณลกั ษณะ
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
9.1 เป้าหมายหลกั ของการเรียนรู้
(1) คณุ สมบตั ขิ องผู้ประกอบการ
(2) การตัดสนิ ใจทางธุรกิจ
(3) จรยิ ธรรมทางธรุ กิจและกฎหมายธุรกิจ
9.2 ความคิดรวบยอด
1. ผู้ประกอบการควรมคี ุณสมบัติดา้ นต่าง ๆ ไดแ้ ก่ ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ และดา้ นมนษุ ย
สัมพันธ์ นอกจากนี้ยงั ควรมีคุณสมบัติอื่น ๆ ทจ่ี ะชว่ ยให้การประกอบธุรกิจประสบความสำเร็จได้งา่ ย
ขนึ้ เชน่ ความมุ่งมน่ั ในการทำงาน ความเช่อื มนั่ ในตนเอง การกล้าตดั สนิ ใจ การมีวินัยในการใช้เงนิ มี
ความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
2. การตัดสนิ ใจทางธุรกิจ ควรปฏิบตั ติ ามกระบวนการตดั สินใจ 5 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ การรวบรวมและวเิ คราะห์
ข้อมูล การกำหนดกรอบประเด็นปญั หา การสร้างทางเลอื ก การประเมินทางเลือก และการตดั สินใจสั่งการ
3. ผูป้ ระกอบการหรือนกั ธรุ กจิ ควรมีจรยิ ธรรมตอ่ องค์กรและตอ่ บุคคล ได้แก่ ลูกคา้ คู่แขง่ ขนั
พนักงาน ลูกจ้าง และหุ้นส่วน รวมท้ังสงั คมดว้ ย
4. กฎหมายธรุ กจิ ทีผ่ ู้ประกอบการควรรู้ เช่น กฎหมายนติ ิบุคคล สญั ญา การจัดตั้งหา้ งหนุ้ ส่วน
และบริษทั จำกดั ภาษแี ละอากร
144
9.3 เครื่องมือวัดและประเมนิ ผล
(1) การประเมนิ ผลก่อนเรียน
- การตอบคำถาม และแบบทดสอบ 10 ข้อ
(2) การประเมินผลระหว่างเรียน
- ใบกจิ กรรมที่ 6.1- 6.3
- การนำเสนอผลงานกล่มุ
(3) การประเมินผลหลงั เรียน
- แบบทดสอบ จำนวน 10 ข้อ
(4) การประเมนิ พฤติกรรมการเรียนรรู้ วบยอด
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
(5) การประเมนิ ตนเอง
- แบบบนั ทึกประสบการณ์การเรยี นรู้
10 ส่ือ / แหล่งเรยี นร/ู้ แหลง่ สืบคน้ ข้อมลู
(1) สือ่ ส่งิ พมิ พ์ เช่น วารสารพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ หนงั สือพฤตกิ รรมองค์กร การประกอบธุรกิจ
การสรา้ งมนุษยสัมพนั ธ์
(2) วดี ทิ ัศนห์ รือวีซีดีแสดงพฤตกิ รรมการทำงานของบุคคลในองค์กรธุรกิจ
(3) สอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์ เช่น เวบ็ ไซตท์ ่เี กยี่ วกบั คุณสมบตั ิของผูป้ ระกอบธรุ กจิ
(4) สถานท่ี เช่น ห้องสมุด สถาบนั การศึกษา บริษทั ชุมชนหรอื ทอ้ งถิน่
(5) บคุ คล เช่น ผูป้ ระกอบการ ครู อาจารย์ทีส่ อนวิชาธุรกิจ นกั ธรุ กจิ
(6) หนงั สอื เรยี น รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ม. 4–6 บริษทั สำนกั พมิ พ์
วฒั นาพานชิ จำกดั
(7) แบบฝกึ ทักษะ รายวิชาเพิ่มเติม ธรุ กิจและการเปน็ ผปู้ ระกอบการ ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพ์
วัฒนาพานิช จำกดั
145
แผนการจดั การเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
รายวิชา ธุรกิจและการเปน็ ผู้ประกอบการ รหัสรายวิชา ง30214 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยการเรยี นที่ 6 ชอื่ หนว่ ย การเปน็ ผู้ประกอบการ จำนวน 3 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 15 เรื่อง คุณสมบตั ิของผู้ประกอบการ จำนวน 1 ช่ัวโมง
ผ้สู อน นางกันยพัชญ์ ทองโคตร สอนวนั ที่ 14 -18 เดอื น กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564
==============================================================
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด/ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจ มที ักษะทีจ่ ำเป็น มีประสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยี
เพ่อื พฒั นาอาชีพ มีคณุ ธรรม และมีเจตคตทิ ่ีดตี ่ออาชพี
ผลการเรียนรู้ ม. 4-6/8
8. บอกถึงจรรณยาบรรณและคุณสมบัติของผู้ประกอบธรุ กิจ
1. สาระสำคัญ
คุณสมบตั ิของผู้ประกอบการเปน็ สิ่งจำเป็นในการประกอบธุรกิจ ซึ่งผปู้ ระกอบการควรมี
คณุ สมบัตดิ ้านตา่ ง ๆ ได้แก่ ด้านความรู้ ด้านทักษะ และดา้ นมนษุ ยสมั พันธ์
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) วิเคราะห์คณุ สมบัติของผปู้ ระกอบการได้ (K)
2) มที ักษะในการจัดการและการแสวงหาความร้เู กีย่ วกับคุณสมบัตขิ องผู้ประกอบการ (P)
3) มีความรับผิดชอบและมีเจตคตทิ ีด่ ตี ่อการเปน็ ผูป้ ระกอบการ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
คณุ สมบตั ิของผ้ปู ระกอบการ
4. ช้ินงานและภาระงาน
กจิ กรรมที่ 6.1 คุณสมบัตขิ องผู้ประกอบการ
146
5. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. กิจกรรมขั้นนำเข้าสกู่ ารเรียน
(1) นักเรียนอาสาสมคั รเล่าประสบการณ์เกยี่ วกับพฤติกรรมของผู้ประกอบการทนี่ ักเรยี นเคยพบเห็น
(2) นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับคุณสมบตั ิของผู้ประกอบการ
(3) ครูอธบิ ายสาระ จุดประสงคก์ ารเรยี น ตลอดจนหัวข้อของเนือ้ หาสาระในหนว่ ยการเรยี นน้ี
2. กจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรู้
(1) นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-test) หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 จำนวน 10 ข้อ เวลา 10 นาที
(2) นักเรยี นดวู ีดิทัศน์หรอื วีซีดีแสดงพฤตกิ รรมการทำงานของผู้บรหิ ารและบุคลากรในองค์กรธุรกจิ
โดยใหน้ กั เรียนสงั เกตและบนั ทึกพฤติกรรมต่าง ๆ ไว้
(3) นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเกี่ยวกบั พฤตกิ รรมของบคุ ลากรในองค์กรโดยเฉพาะผู้ประกอบการ
แลว้ วเิ คราะห์คุณสมบตั ิท่ีเหมาะสม
(4) นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–5 คน ระดมความคดิ เกย่ี วกับคุณสมบตั ิของผูป้ ระกอบการ สรุป
แลว้ ส่งตวั แทนกลุม่ นำเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น
(5) นักเรียนศึกษาเรือ่ ง คุณสมบตั ขิ องผู้ประกอบการ จากหนงั สอื เรยี น รายวชิ าเพม่ิ เติม ธรุ กิจและ
การเป็นผู้ประกอบการ ม. 4–6 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 6 การเป็นผ้ปู ระกอบการ และสอื่ การเรยี นรู้ ตา่ ง ๆ แลว้ ให้
นักเรียนเขียนแผนท่ีความคิดสรปุ ความรู้
(6) นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั กลยุทธข์ องผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในธรุ กจิ
แล้วครอู ธบิ ายเพิ่มเติม
(7) ใหน้ ักเรยี นสำรวจคุณสมบตั ขิ องตนเองตามหัวข้อทก่ี ำหนด แลว้ บนั ทึกผลการสำรวจสง่ ครู
1) คุณสมบัตโิ ดยทวั่ ไป
2) คุณสมบัตขิ องผูป้ ระกอบการ (ด้านความรู้/ดา้ นทกั ษะ/ด้านมนุษยสัมพันธ)์
3. กิจกรรมความคิดรวบยอด
ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความรเู้ ก่ยี วกับคุณสมบตั ิของผู้ประกอบการ แลว้ ใหน้ ักเรยี น
บนั ทกึ ความรู้
147
6. สื่อ/แหล่งเรียนรู้/แหลง่ สืบคน้ ขอ้ มลู
(1) สอ่ื ส่งิ พมิ พ์ เชน่ วารสารพฒั นาทรพั ยากรมนุษย์ หนงั สือพฤติกรรมองคก์ ร การประกอบธุรกิจ การ
สร้างมนษุ ยสมั พนั ธ์
(2) วดี ิทัศนห์ รือวีซีดีแสดงพฤตกิ รรมการทำงานของบุคคลในองค์กรธุรกจิ
(3) สือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์ เชน่ เวบ็ ไซต์ทีเ่ กี่ยวกบั คุณสมบัติของผ้ปู ระกอบธุรกจิ
(4) สถานท่ี เชน่ ห้องสมุด สถาบันการศึกษา บรษิ ัท รา้ นคา้ ห้างสรรพสนิ คา้
(5) บุคคล เชน่ ผู้ประกอบการ ครู อาจารยท์ สี่ อนวชิ าธุรกจิ นักธรุ กิจ นกั วชิ าการ นักเศรษฐศาสตร์
(6) หนังสือเรยี น รายวชิ าเพ่ิมเติม ธุรกิจและการเปน็ ผู้ประกอบการ ม. 4–6 บรษิ ัท สำนักพมิ พ์
วัฒนาพานิช จำกัด
(7) แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาเพ่ิมเติม ธรุ กิจและการเป็นผปู้ ระกอบการ ม. 4–6 บรษิ ัท สำนักพมิ พ์
วฒั นาพานิช จำกดั
7. การวดั และประเมินผล
7.1 ความรู้
(1) แบบฝึกหัดหลังเรียน 5 ข้อ
(2) ใบกิจกรรมที่ 5.1
(3) แบบทดสอบ 10 ข้อ
(4) ประเมินการนำเสนอผลงาน
7.2 ทกั ษะ/กระบวนการ
(1) ประเมนิ ด้วยแบบประเมินการทำงานกลุม่
(2) ประเมินจากการนำเสนอผลงานกลมุ่
7.3 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
(1) มีวนิ ัย ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคบั ของครอบครัว โรงเรยี น
และสังคม
(2) มจี ิตสาธารณะ
7.4 เคร่อื งมือ
(1) แบบทดสอบ 10 ขอ้
(2) แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม
(3) แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
148
7.5 เกณฑ์การวดั
(1) การประเมนิ ด้านความรู้
- แบบฝกึ หัดหลงั เรยี น
ตอบถูกต้องชัดเจนครบถ้วน ระดบั ดีมาก
ตอบถูกตอ้ ง ระดบั ดี
ตอบบางสว่ น ระดับพอใช้
ตอบไมถ่ ูก ระดบั ปรบั ปรงุ
- แบบทดสอบ
ถกู 9-10 คะแนน ระดบั ดมี าก
ถูก 7-8 คะแนน ระดบั ดี
ถูก 5-6 คะแนน ระดับพอใช้
ถูก 1-4 คะแนน ระดับปรับปรงุ
(2) การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น
ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน
(3) การประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดับ ดี
คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ
149
8. การบรู ณาการแนวคดิ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การมภี มู คิ ้มุ กนั
- ผเู้ รียนได้เรียนรูก้ ารจัดสรรเวลา - ความมีเหตผุ ลในการเลือกใช้ - รู้จกั การวางแผน
งบประมาณ จำนวนคนเหมาะกบั วัสดุที่มีอยใู่ นท้องถน่ิ ในการ กระบวนการ ทำงานอยา่ งเป็น
ภาระงาน ดำเนนิ กิจกรรมต่างๆ ระบบใหป้ ระสบความสำเรจ็
- ศกึ ษาค้นควา้ และสรุปองค์ ทางธรุ กจิ เพื่อเปน็ การเพ่มิ - มกี ารวางแผนการทำงาน
ความรใู้ นเรอ่ื ง คณุ สมบัติของ มลู คา่ ใหก้ ับวสั ดุในท้องถน่ิ มที ักษะกระบวนการทำงาน
ผปู้ ระกอบการ เหน็ คุณค่าของวัสดุในทอ้ งถิ่น ทกั ษะการแก้ปัญหา ทำงาน
- การดำเนินธุรกิจตามหลกั อนรุ ักษ์สงิ่ แวดล้อม และเกิด เปน็ ขัน้ ตอนอยา่ งปลอดภัย
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ความภาคภมู ิใจในทอ้ งถิ่น - มีการจัดเตรยี มวัสดุอุปกรณ์
ของตน ในการใชง้ าน รจู้ กั การเลอื ก
วัสดุอปุ กรณใ์ นทอ้ งถิ่น
ความรู้ คณุ สมบตั ิของผปู้ ระกอบการ
คุณธรรม
- มีความขยนั อดทน มคี วามพากเพยี ร มคี วามรับผิดชอบ
ใช้สตปิ ัญญาในการลงมือทำงาน มีระเบียบวินยั ในการทำงาน
ทำงานเสรจ็ ตามกำหนดเวลา
150
บันทึกผลหลังสอน
(1) ผลของการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
(2) ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
(3) ข้อเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
(นางกนั ยพัชญ์ ทองโคตร)
ครูผสู้ อน
151
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
......ม...ีอ..ง..ค..ป์...ร..ะ..ก...อ..บ...ข..อ..ง..แ..ผ...น..ค...ร..บ..ถ...้ว..น....ส..ม...บ..รู..ณ....์ .แ..ล...ะ..ถ..กู...ต..้อ..ง..ต...า..ม..ห..ล...ัก..ว..ชิ...า..ก..า..ร...................................................
......ม...ีก..ิจ..ก...ร..ร..ม..ก...า.ร..เ..ร..ยี ..น...ร..เู้ .น..้น...ผ...ู้เ.ร..ีย..น...เ.ป...็น..ส...ำ..ค..ัญ.....ใ.ช..ส้...ือ่ ..แ..ล...ะ..แ..ห...ล..ง่..เ..ร..ีย..น...ร..ทู้ ..ห่ี...ล..า..ก...ห..ล...า.ย....เ.ห..ม...า..ะ..ส..ม........................
......ม...ีก..า..ร..ว..ัด..แ...ล..ะ..ป...ร..ะ..เ.ม...ิน..ผ...ล..ส...อ..ด..ค...ล..อ้..ง..ก...ับ..จ...ดุ ..ป...ร..ะ..ส..ง..ค..แ์...ล..ะ..ก...ร..ะ..บ..ว...น..ก...า..ร..จ..ดั ..ก...า..ร..เ.ร..ยี ..น...ร..ูโ้ .ด...ย..ใ.ช...้ว..ธิ..กี..า..ร..ท...่ีห...ล..า..ก..ห...ลาย
......แ...ผ..น..ก...า..ร..จ..ัด..ก...า..ร..เ.ร..ยี..น...ร..ู้น...ำ..ไ.ป...ส..ู่ก..า..ร..ป...ฏ..ิบ...ตั...ิไ.ด..้..ส..อ...ด..ค...ล..อ้ ..ง..ก..ับ...ห...ล..ัก..ส...ูต..ร....บ..ร..บิ...ท....ส..ภ...า..พ...ข..อ..ง..ผ..เู้..ร..ีย..น..แ...ล..ะ..ช...มุ ..ช...น....
.................................................................................................................................. .....................................
ลงชอื่ ..............................................
(นางกนั ยพชั ญ์ ทองโคตร)
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
วันท่ี ......... เดอื น .................... พ.ศ...............
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
......ม...ีอ..ง..ค..์ป...ร..ะ..ก..อ...บ...ข..อ..ง..แ..ผ...น..ค...ร..บ..ถ...้ว..น....ส..ม...บ..ูร..ณ...์..แ..ล..ะ...ถ..กู ..ต...้อ..ง..ต...า.ม...ห...ล..ัก..ว..ชิ...า..ก..า..ร...................................................
......ม...ีก..ิจ..ก...ร..ร..ม..ก..า..ร..เ..ร..ีย..น...ร..เู้ .น..น้...ผ..เู้..ร..ยี ..น...เ.ป...น็ ..ส..ำ..ค...ญั ........................................................................ ..........................
......ม...กี ..า..ร..ใ.ช...ส้ ..อื่...แ..ล..ะ..แ...ห..ล...ง่ .เ..ร..ยี ..น...ร..ู้ห..ล...า..ก..ห...ล..า..ย....เ.ห..ม...า..ะ..ส..ม.....................................................................................
......ม...กี ..า..ร..ว..ัด..แ...ล..ะ..ป...ร..ะ..เ.ม...นิ..ผ...ล..ค...ร..อ..บ...ค..ล...มุ ..พ...ฤ..ต..ิก...ร..ร..ม..พ...ุท...ธ..ิพ..สิ...ัย...จ...ิต..พ...ิส..ยั....ท...ัก..ษ...ะ..พ..สิ...ยั .............................................
............................................................................................................................................ ...........................
ลงชือ่ .................................................
(นางสาวจันทริ า แวงวงษ์)
หวั หนา้ งานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
วันท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ...............
ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา
......ใ..ช..้จ..ดั...ก..จิ..ก...ร..ร..ม..ก...า.ร..เ..ร..ยี ..น...ก..า..ร..ส..อ...น..ไ..ด..้...................................................................................... .....................
......ข...อ..ใ.ห...้น...ิเ.ท...ศ...ต...ดิ ..ต..า..ม...ผ..ล...ก..า..ร..ใ.ช...้แ..ผ...น..ก...า.ร..จ...ดั ..ก..า..ร..เ..ร..ีย..น..ร..ู้..เ.พ...ือ่..น...ำ..ไ.ป...พ...ัฒ...น...า.ง..า..น...ต..อ่...ไ.ป.........................................
.......................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ................
ลงชื่อ .................................................
(นายพฤทธ์ิพล ชารี)
รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
วนั ท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ.............
152
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
รายวิชา ธรุ กิจและการเปน็ ผูป้ ระกอบการ รหัสรายวิชา ง30214 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
หน่วยการเรยี นที่ 6 ชอ่ื หน่วย การเป็นผปู้ ระกอบการ จำนวน 3 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 16 เร่อื ง การตดั สนิ ใจทางธรุ กจิ จำนวน 1 ชั่วโมง
ผสู้ อน นางกนั ยพัชญ์ ทองโคตร สอนวันท่ี 21 - 25 เดือน กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2564
==============================================================
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจ มีทักษะที่จำเปน็ มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยี
เพือ่ พัฒนาอาชีพ มีคณุ ธรรม และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ
ผลการเรยี นรู้ ม. 4-6/8
8. บอกถงึ จรรณยาบรรณและคุณสมบัติของผ้ปู ระกอบธุรกิจได้
1. สาระสำคัญ
การตดั สินใจทางธรุ กิจเป็นการตกลงใจที่กระทำสงิ่ ใดส่งิ หน่ึงเก่ยี วกบั ธรุ กจิ เพ่ือใหเ้ กิดผล
สำเรจ็ ตามเป้าหมาย โดยปฏบิ ัตติ ามกระบวนการตัดสนิ ใจ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายขั้นตอนการตดั สินใจทางธุรกจิ ได้ (K)
2) มที ักษะในการตัดสนิ ใจทางธรุ กจิ (P)
3) มีเหตุผลและมีความรับผดิ ชอบต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ (A)
3. สาระการเรียนรู้
1) องค์ประกอบในการตดั สนิ ใจ
2) กระบวนการตัดสนิ ใจทางธุรกจิ
4. ช้ินงานและภาระงาน
กิจกรรมที่ 6.2 องค์ประกอบในการตดั สนิ ใจและกระบวนการตดั สนิ ใจทางธุรกิจ
153
5. กิจกรรมการเรียนรู้
1. กิจกรรมขน้ั นำเข้าสู่การเรียน
(1) ครูถามคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรยี น เชน่ นักเรียนมวี ิธกี ารเลอื กซื้อเส้อื ผา้
และเครื่องแตง่ กายของตนเองอย่างไร
(2) นกั เรียนพจิ ารณาคัดเลอื กวิธีการเลือกซื้อท่ีประหยัดและค้มุ คา่ แลว้ แสดงความคดิ เหน็
(3) ครอู ธิบายสาระ จุดประสงคก์ ารเรียน ตลอดจนหัวข้อของเน้ือหาสาระในหน่วยการเรียนนี้
2. กจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู้
(1) นกั เรยี นทบทวนขนั้ ตอนของกระบวนการตดั สินใจ โดยช่วยกันอธบิ ายคนละขัน้ ตอน
(2) นกั เรยี นอภิปรายร่วมกนั เกีย่ วกบั ความสำคัญของการตดั สินใจ
(3) ครูนำแผนผังแสดงข้ันตอนของกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจมาให้นักเรียนดู แล้วอธิบาย
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกระบวนการตัดสินใจในการเลือกอาชีพกับกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจ
แลว้ เปิดโอกาสให้นักเรียนซกั ถามข้อสงสัย
(4) นักเรียนศึกษาเรอื่ ง องค์ประกอบในการตัดสินใจและกระบวนการตัดสนิ ใจทางธรุ กิจจากหนงั สือ
เรียนรายวิชาเพ่ิมเติม ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ม.4–6 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 การเป็นผู้ประกอบการ
แลว้ อภปิ ราย
(5) ครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ และถามคำถาม แลว้ ให้นกั เรยี นชว่ ยกันตอบคำถาม เชน่
– ใครมบี ทบาทสำคัญทส่ี ดุ ในการตดั สินใจทางธรุ กิจ เพราะอะไร
– ส่ิงสำคญั ทค่ี วรนำมาใช้ประกอบในการตัดสินใจคืออะไร
– การสร้างทางเลอื กในการตดั สินใจจำเปน็ หรือไม่ เพราะอะไร
(6) นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 – 5 คน ช่วยกันคิดและฝึกการตัดสินใจทางธุรกิจ จากตัวอย่าง
สถานการณเ์ ก่ียวกบั การประกอบธุรกิจท่คี รกู ำหนดให้ เช่น
– ก ตอ้ งการขายสนิ ค้าชนิดใดชนดิ หนง่ึ ในสภาวะทเ่ี ศรษฐกิจของประเทศกำลงั ถดถอย
– ข ต้องการวตั ถดุ บิ มาใชใ้ นการผลติ สินค้า โดยเน้นความประหยัดและคมุ้ ค่า
(7) นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนนำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น
3. กจิ กรรมความคิดรวบยอด
ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายสรปุ เกี่ยวกับการตัดสนิ ใจทางธุรกิจ แล้วบันทึกความรู้
154
6. ส่ือ/แหล่งเรียนรู้/แหลง่ สืบคน้ ข้อมูล
(1) ส่อื สง่ิ พิมพ์ เชน่ หนังสือพิมพ์ วารสารธรุ กิจ ตำราการตัดสนิ ใจทางธุรกจิ การจดั การองค์กร
(2) แผนผังแสดงข้นั ตอนของกระบวนการตัดสินใจทางธรุ กิจ
(3) ตวั อย่างสถานการณ์เก่ยี วกบั การประกอบธรุ กิจ
(4) สื่ออิเล็กทรอนกิ ส์ เช่น เวบ็ ไซต์เกย่ี วกบั การจดั การองค์กร
(5) สถานที่ เชน่ ห้องสมุด สถาบันการศึกษา บริษัท
(6) บุคคล เชน่ ผูป้ ระกอบการ ครู อาจารย์ทีส่ อนวิชาธรุ กจิ นักธุรกิจ
(7) หนังสือเรยี น รายวิชาเพ่ิมเติม ธรุ กิจและการเปน็ ผู้ประกอบการ ม. 4–6 บริษัท สำนักพมิ พ์
วัฒนาพานิช จำกดั
(8) แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาเพม่ิ เติม ธุรกจิ และการเปน็ ผูป้ ระกอบการ ม. 4–6 บรษิ ัท สำนักพิมพ์
วัฒนาพานชิ จำกัด
7. การวดั และประเมินผล
7.1 ความรู้
(1) แบบฝกึ หัดหลงั เรียน 5 ขอ้
(2) ใบกจิ กรรมที่ 6.2
(3) ใบความรู้
(4) แบบทดสอบ 10 ข้อ
(5) ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
7.2 ทักษะ/กระบวนการ
(1) ประเมินดว้ ยแบบประเมินการทำงานกลุ่ม
(2) ประเมินจากการนำเสนอผลงานกลมุ่
7.3 คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
(1) มวี นิ ยั ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครวั โรงเรียน
และสังคม
(2) มจี ติ สาธารณะ
7.4 เครื่องมือ
(1) แบบทดสอบ 10 ข้อ
(2) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม
(3) แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
155
7.5 เกณฑ์การวดั
(1) การประเมนิ ด้านความรู้
- แบบฝกึ หัดหลงั เรียน
ตอบถูกต้องชัดเจนครบถ้วน ระดบั ดีมาก
ตอบถูกตอ้ ง ระดบั ดี
ตอบบางสว่ น ระดับพอใช้
ตอบไมถ่ ูก ระดบั ปรบั ปรงุ
- แบบทดสอบ
ถกู 9-10 คะแนน ระดบั ดมี าก
ถูก 7-8 คะแนน ระดบั ดี
ถูก 5-6 คะแนน ระดับพอใช้
ถูก 1-4 คะแนน ระดับปรับปรงุ
(2) การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น
ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน
(3) การประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้
คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรงุ
156
8. การบูรณาการแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การมีภูมิคมุ้ กนั
- ผ้เู รียนไดเ้ รียนรกู้ ารจดั สรรเวลา - ความมเี หตผุ ลในการเลือกใช้ - รจู้ กั การวางแผน
งบประมาณ จำนวนคนเหมาะกบั วัสดุท่มี อี ยใู่ นท้องถิน่ ในการ กระบวนการ ทำงานอย่างเป็น
ภาระงาน ดำเนินกิจกรรมตา่ งๆ ทาง ระบบให้ประสบความสำเร็จ
- ศกึ ษาค้นคว้าและสรุปองค์ ธุรกิจ เพือ่ เป็นการเพิ่มมูลคา่ - มีการวางแผนการทำงาน
ความรู้ในเรอื่ ง องค์ประกอบใน ใหก้ ับวัสดใุ นท้องถน่ิ เห็น มที ักษะกระบวนการทำงาน
การตัดสนิ ใจและกระบวนการ คุณคา่ ของวัสดุในทอ้ งถ่ิน ทักษะการแก้ปัญหา ทำงาน
ตัดสนิ ใจทางธุรกจิ อนุรกั ษส์ ิง่ แวดล้อม และเกดิ เป็นขั้นตอนอย่างปลอดภยั
- การดำเนินธรุ กิจตามหลกั ความภาคภมู ใิ จในทอ้ งถ่นิ - มีการจัดเตรียมวัสดอุ ุปกรณ์
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ของตน ในการใช้งาน รู้จักการเลือก
วสั ดุอปุ กรณ์ในท้องถน่ิ
ความรู้ องค์ประกอบในการตดั สนิ ใจ
คุณธรรม กระบวนการตัดสนิ ใจทางธุรกิจ
มีความขยนั อดทน มีความพากเพียร มีความรับผิดชอบ
ใช้สติปญั ญาในการลงมอื ทำงาน มรี ะเบียบวนิ ัยในการทำงาน
ทำงานเสร็จตามกำหนดเวลา
157
บันทกึ ผลหลงั สอน
(1) ผลของการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
(2) ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
(3) ข้อเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
(นางกันยพัชญ์ ทองโคตร)
ครูผ้สู อน
158
ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
......ม...ีอ..ง..ค..์ป...ร..ะ..ก...อ..บ...ข..อ..ง..แ..ผ...น..ค...ร..บ..ถ...้ว..น....ส..ม...บ..ูร..ณ....์ .แ..ล...ะ..ถ..กู...ต..้อ..ง..ต...า..ม..ห..ล...กั ..ว..ิช...า..ก..า..ร...................................................
......ม...ีก..ิจ..ก...ร..ร..ม..ก...า.ร..เ..ร..ยี ..น...ร..ูเ้ .น..้น...ผ...เู้ .ร..ีย..น...เ.ป...็น..ส...ำ..ค..ญั.....ใ.ช..ส้..่ือ...แ..ล..ะ...แ..ห...ล..ง่..เ.ร..ีย...น..ร..้ทู...หี่ ..ล...า..ก..ห...ล..า..ย....เ.ห...ม..า..ะ..ส..ม........................
......ม...กี ..า..ร..ว..ดั..แ...ล..ะ..ป...ร..ะ..เ.ม...นิ ..ผ...ล..ส...อ..ด..ค...ล..้อ..ง..ก...ับ..จ...ดุ ..ป...ร..ะ..ส..ง..ค..์แ...ล..ะ..ก...ร..ะ..บ..ว...น..ก...า..ร..จ..ัด..ก...า..ร..เ.ร..ีย..น...ร..ู้โ.ด...ย..ใ.ช...ว้ ..ิธ..กี..า..ร..ท...ห่ี...ล..า..ก..ห...ลาย
......แ...ผ..น..ก...า..ร..จ..ดั..ก...า..ร..เ.ร..ยี..น...ร..นู้...ำ..ไ.ป...ส..ู่ก..า..ร..ป...ฏ..ิบ...ตั...ไิ .ด..้..ส..อ...ด..ค...ล..้อ..ง..ก..บั...ห...ล..กั..ส...ูต..ร....บ..ร..ิบ...ท....ส..ภ...า..พ...ข..อ..ง..ผ..ู้เ..ร..ยี ..น..แ...ล..ะ..ช...มุ ..ช...น....
.......................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..............................................
(นางกันยพัชญ์ ทองโคตร)
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
วนั ท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ...............
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
......ม...ีอ..ง..ค..์ป...ร..ะ..ก..อ...บ...ข..อ..ง..แ..ผ...น..ค...ร..บ..ถ...้ว..น....ส..ม...บ..รู..ณ...์..แ..ล..ะ...ถ..ูก..ต...อ้ ..ง..ต..า..ม...ห...ล..ัก..ว..ชิ...า..ก..า..ร...................................................
......ม...กี ..ิจ..ก...ร..ร..ม..ก..า..ร..เ..ร..ีย..น...ร..ู้เ.น..น้...ผ..ู้เ..ร..ีย..น...เ.ป...น็ ..ส..ำ..ค...ัญ..................................................................................................
......ม...ีก..า..ร..ใ.ช...ส้ ..่ือ...แ..ล..ะ..แ...ห..ล...ง่ .เ..ร..ีย..น...ร..ู้ห..ล...า..ก..ห...ล..า..ย....เ.ห..ม...า..ะ..ส..ม.....................................................................................
......ม...กี ..า..ร..ว..ัด..แ...ล..ะ..ป...ร..ะ..เ.ม...ิน..ผ...ล..ค...ร..อ..บ...ค..ล...ุม..พ...ฤ..ต..ิก...ร..ร..ม..พ...ุท...ธ..ิพ..ิส...ัย...จ...ิต..พ...ิส..ยั....ท...ัก..ษ...ะ..พ..สิ...ัย.............................................
.......................................................................................................................................................................
ลงช่อื .................................................
(นางสาวจันทริ า แวงวงษ์)
หัวหน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดอื น .................... พ.ศ...............
ขอ้ เสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
......ใ..ช..จ้ ..ดั...ก..จิ ..ก...ร..ร..ม..ก...า.ร..เ..ร..ีย..น...ก..า..ร..ส..อ...น..ไ..ด..้................................... ............................................................ ............
......ข...อ..ใ.ห...้น...เิ .ท...ศ...ต...ดิ ..ต..า..ม...ผ..ล...ก..า..ร..ใ.ช...้แ..ผ...น..ก...า.ร..จ...ัด..ก..า..ร..เ..ร..ีย..น..ร...ู้ .เ.พ...ื่อ..น...ำ..ไ.ป...พ...ัฒ...น...า.ง..า..น...ต..่อ...ไ.ป.........................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)
รองผ้อู ำนวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
วนั ท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ..............
159
แผนการจัดการเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชพี
รายวิชา ธรุ กจิ และการเป็นผ้ปู ระกอบการ รหัสรายวิชา ง30214 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
หนว่ ยการเรียนที่ 6 ชือ่ หนว่ ย การเป็นผู้ประกอบการ จำนวน 3 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 17 เร่ือง จรยิ ธรรมทางธุรกิจและกฎหมายธรุ กจิ จำนวน 1 ชั่วโมง
ผู้สอน นางกนั ยพชั ญ์ ทองโคตร สอนวนั ที่ 28 เดือน กมุ ภาพนั ธ์ ถึง 4 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2564
==============================================================
มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้
มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจ มีทักษะทีจ่ ำเปน็ มีประสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยี
เพอ่ื พฒั นาอาชีพ มีคุณธรรม และมเี จตคตทิ ่ดี ตี ่ออาชีพ
ผลการเรียนรู้ ม. 4-6/8
8. บอกถึงจรรณยาบรรณและคณุ สมบตั ิของผปู้ ระกอบธรุ กิจ
1. สาระสำคญั
จริยธรรมทางธรุ กิจ คือ กฎเกณฑ์ท่ีเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนของนักธุรกิจที่เป็น
ส่ิงดีงามและสังคมยอมรับ โดยผู้ประกอบการควรมีจริยธรรมต่อบุคคลในองค์กร คู่แข่งขัน และสังคม
รวมทง้ั ปฏบิ ัติตามกฎหมายธรุ กิจดว้ ย
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธิบายจริยธรรมทางธรุ กิจและกฎหมายธุรกิจได้ (K)
2) ปฏบิ ตั ติ นตามจริยธรรมทางธุรกจิ และกฎหมายธุรกิจ (P)
3) มมี ารยาทในการทำงานและเห็นความสำคัญของจรยิ ธรรมทางธรุ กจิ และกฎหมายธุรกิจ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
1) จริยธรรมในการดำเนนิ ธรุ กจิ
2) จรรยาบรรณของนักธุรกจิ
3) กฎหมายธรุ กิจ
4. ชิ้นงานและภาระงาน
กจิ กรรมที่ 6.3 จริยธรรมทางธรุ กจิ และกฎหมายธุรกิจ
160
5. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. กจิ กรรมข้นั นำเข้าสกู่ ารเรียน
(1) ครูนำข่าวเกี่ยวกบั จรยิ ธรรมทางธุรกจิ หรือกฎหมายธุรกจิ (จากสอ่ื ตา่ ง ๆ) มาเป็นหัวข้อสนทนา
กับนักเรยี น หรือยกตวั อย่างสถานการณ์ เชน่
– โรงงานผลติ ตกุ๊ ตาแหง่ หนง่ึ มีคนงานอายุ 12–15 ปี หลายสบิ คนและทุกคนทำงาน
วันละ 14 ช่วั โมง
– ประชาชนในชมุ ชนใกล้โรงงานผลติ รองเท้าหลายคนมีอาการปว่ ยด้วยโรคระบบทางเดนิ หายใจ
(2) นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับขา่ วหรอื สถานการณต์ วั อยา่ ง
(3) ครูอธิบายสาระ จดุ ประสงค์การเรยี น ตลอดจนหวั ข้อของเน้ือหาสาระในหนว่ ยการเรียนนี้
2. กจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรู้
(1) นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุม่ ละ 4–5 คน รว่ มกนั หาสาเหตขุ องการปฏบิ ตั ขิ องผ้ปู ระกอบการหรอื
นักธุรกจิ ที่เป็นบุคคลในขา่ วหรือสถานการณ์ แล้วชว่ ยกันเสนอแนะแนวทางทีจ่ ะป้องกนั และแก้ไขการไม่
ปฏิบตั ิตามหลักจรยิ ธรรมและกฎหมายธุรกจิ ของผปู้ ระกอบการ
(2) ครูอธิบายเกี่ยวกับจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการ แล้วให้นักเรยี น
ศึกษาเร่ืองนี้จากหนังสือเรียน รายวิชาเพ่ิมเติม ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบอาชีพ ม. 4–6 หน่วยการเรียนรู้
ท่ี 6 การเป็นผู้ประกอบการ
(3) นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จับฉลากเลอื กหัวข้อทีก่ ำหนดให้กลมุ่ ละ 1 หัวขอ้ แล้วช่วยกันศึกษา
ค้นคว้าขอ้ มูลจากแหลง่ การเรียนรตู้ ่าง ๆ เช่น ห้องสมุด อนิ เทอร์เน็ต ผปู้ ระกอบการ เกยี่ วกบั หวั ข้อตอ่ ไปนี้
1) จรรยาบรรณของนกั ธรุ กิจ 4) จรรยาบรรณของนกั โภชนาการ
2) จรรยาบรรณของพ่อค้า แมค่ ้า 5) จรรยาบรรณของสอื่ มวลชน
3) จรรยาบรรณของครู 6) จรรยาบรรณของแพทย์
(4) นักเรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนกลุม่ นำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าหน้าช้ันเรยี น พรอ้ มทง้ั เปิดโอกาส
ใหเ้ พ่ือนกลุม่ อน่ื ซกั ถามและแสดงความคดิ เหน็
(5) นกั เรียนช่วยกันวเิ คราะห์ความสมั พนั ธ์ระหว่างงานอาชพี และจรรยาบรรณในอาชีพน้นั ๆ
(6) นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–5 คน แสดงบทบาทสมมุตเิ ก่ียวกับการมีจริยธรรมหรอื จรรยาบรรณ
ในอาชพี ธรุ กจิ ประเภทตา่ ง ๆ แล้วให้เพือ่ นกล่มุ อน่ื วิจารณ์และสรุปผล
(7) นกั เรยี นคน้ หาข่าวหรอื บทความเกย่ี วกับจรยิ ธรรมทางธรุ กิจ คนละ 1 เร่ือง นำเสนอหน้าช้ันเรียน
แลว้ ให้เพือ่ น ๆ ช่วยกันวเิ คราะห์และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับข่าวน้นั ๆ
(8) นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–5 คน ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกฎหมายธุรกิจ แล้วทำรายงานเร่ือง
“กฎหมายทผ่ี ู้ประกอบการควรรู้”
(9) ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมเก่ียวกับกฎหมายธรุ กิจ แล้วให้นกั เรียนซักถามขอ้ สงสัย
(10) นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 จำนวน 10 ข้อ เวลา 10 นาที
161
3. กิจกรรมความคดิ รวบยอด
ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ เก่ียวกับจริยธรรมทางธุรกจิ และกฎหมายธุรกิจ แล้วให้นักเรียน
เขียนแผนท่คี วามคดิ สรปุ ความรู้
6. สอ่ื /แหล่งเรียนร/ู้ แหล่งสืบคน้ ขอ้ มลู
(1) สอื่ สง่ิ พมิ พ์ เชน่ วารสารธรุ กิจ หนังสือพิมพ์ ตำราประสบการณว์ ชิ าชพี ธรุ กิจ จริยธรรม
ทางธรุ กจิ กฎหมายธรุ กจิ
(2) ข่าวหรือบทความเก่ียวกับจริยธรรมทางธุรกิจ
(3) ส่อื อิเล็กทรอนิกส์ เชน่ เวบ็ ไซต์เกย่ี วกบั จริยธรรมธุรกจิ และกฎหมายธรุ กิจ
(4) สถานที่ เชน่ หอ้ งสมุด สถาบันการศกึ ษา บริษัท ร้านค้า
(5) บคุ คล เช่น ผ้ปู ระกอบการ ครู อาจารยท์ ่ีสอนวิชาธุรกิจ นักธุรกจิ
(6) หนังสือเรยี น รายวิชาเพ่ิมเติม ธรุ กิจและการเปน็ ผปู้ ระกอบการ ม. 4–6 บริษัท สำนกั พิมพ์
วฒั นาพานิช จำกัด
(7) แบบฝกึ ทกั ษะ รายวิชาเพม่ิ เติม ธุรกิจและการเป็นผปู้ ระกอบการ ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพ์
วฒั นาพานิช จำกัด
7. การวัดและประเมินผล
7.1 ความรู้
(1) แบบฝึกหดั หลังเรียน 5 ข้อ
(2) ใบกิจกรรมท่ี 5.3
(3) ใบความรู้
(4) แบบทดสอบ 10 ข้อ
(5) ประเมินการนำเสนอผลงาน
7.2 ทักษะ/กระบวนการ
(1) ประเมินด้วยแบบประเมินการทำงานกลุ่ม
(2) ประเมินจากการนำเสนอผลงานกลมุ่
7.3 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
(1) มวี ินัย ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั โรงเรยี น
และสงั คม
(2) มจี ติ สาธารณะ
7.4 เครอื่ งมือ
(1) แบบทดสอบ 10 ขอ้
(2) แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
(3) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
162
7.5 เกณฑ์การวดั
(1) การประเมนิ ด้านความรู้
- แบบฝกึ หัดหลงั เรยี น
ตอบถูกต้องชัดเจนครบถ้วน ระดบั ดีมาก
ตอบถูกตอ้ ง ระดับดี
ตอบบางสว่ น ระดบั พอใช้
ตอบไมถ่ ูก ระดับปรบั ปรงุ
- แบบทดสอบ
ถกู 9-10 คะแนน ระดับดมี าก
ถูก 7-8 คะแนน ระดบั ดี
ถูก 5-6 คะแนน ระดับพอใช้
ถูก 1-4 คะแนน ระดับปรับปรงุ
(2) การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น
(3) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
คะแนน 9-10 ระดบั ดมี าก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรุง
163
8. การบูรณาการแนวคดิ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การมีภูมคิ มุ้ กัน
- ผูเ้ รียนไดเ้ รียนรู้การจัดสรรเวลา - ความมีเหตุผลในการเลือกใช้ - รจู้ กั การวางแผน
งบประมาณ จำนวนคนเหมาะกบั วัสดุทีม่ อี ยูใ่ นท้องถิ่นในการ กระบวนการ ทำงานอยา่ งเป็น
ภาระงาน ดำเนินกจิ กรรมต่างๆ ทาง ระบบใหป้ ระสบความสำเรจ็
- ศึกษาค้นคว้าและสรุปองค์ ธุรกิจ เพือ่ เปน็ การเพิ่มมลู ค่า - มีการวางแผนการทำงาน
ความร้ใู นเร่อื ง จรยิ ธรรมทาง ใหก้ ับวัสดุในท้องถ่นิ เหน็ มีทักษะกระบวนการทำงาน
ธรุ กจิ และกฎหมายธุรกจิ คุณคา่ ของวัสดใุ นท้องถ่ิน ทักษะการแกป้ ัญหา ทำงาน
- การดำเนนิ ธุรกจิ ตามหลกั อนุรักษ์ส่ิงแวดลอ้ ม และเกดิ เป็นข้ันตอนอยา่ งปลอดภัย
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ความภาคภมู ิใจในทอ้ งถ่ิน - มกี ารจดั เตรียมวสั ดุอุปกรณ์
ของตน ในการใช้งาน รจู้ ักการเลอื ก
วสั ดุอุปกรณใ์ นทอ้ งถิน่
ความรู้ 1) จรยิ ธรรมในการดำเนนิ ธรุ กิจ
คุณธรรม 2) จรรยาบรรณของนักธุรกจิ
3) กฎหมายธุรกิจ
มคี วามขยัน อดทน มีความพากเพียร มีความรบั ผิดชอบ
ใชส้ ตปิ ญั ญาในการลงมอื ทำงาน มีระเบยี บวินัยในการทำงาน
ทำงานเสร็จตามกำหนดเวลา
164
บันทึกผลหลงั สอน
(1) ผลของการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
(2) ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
(3) ข้อเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
…………………………………………………………………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………..………………….…...….
(นางกันยพัชญ์ ทองโคตร)
ครผู สู้ อน
165
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
......ม...อี ..ง..ค..ป์...ร..ะ..ก...อ..บ...ข..อ..ง..แ..ผ...น..ค...ร..บ..ถ...้ว..น....ส..ม...บ..รู..ณ....์ .แ..ล...ะ..ถ..ูก...ต..อ้..ง..ต...า..ม..ห..ล...กั ..ว..ิช...า..ก..า..ร...................................................
......ม...ีก..ิจ..ก...ร..ร..ม..ก...า.ร..เ..ร..ยี ..น...ร..ู้เ.น..้น...ผ...ู้เ.ร..ีย..น...เ.ป...น็ ..ส...ำ..ค..ัญ.....ใ.ช..้ส...ือ่ ..แ..ล...ะ..แ..ห...ล..ง่..เ..ร..ีย..น...ร..ทู้ ..ห่ี...ล..า..ก...ห..ล...า.ย....เ.ห..ม...า..ะ..ส..ม........................
......ม...ีก..า..ร..ว..ัด..แ...ล..ะ..ป...ร..ะ..เ.ม...นิ ..ผ...ล..ส..อ...ด..ค...ล..อ้..ง..ก...ับ..จ...ดุ ..ป...ร..ะ..ส..ง..ค..แ์...ล..ะ..ก...ร..ะ..บ..ว...น..ก...า..ร..จ..ัด..ก...า..ร..เ.ร..ยี ..น...ร..ูโ้ .ด...ย..ใ.ช...ว้ ..ธิ..กี..า..ร..ท...่หี...ล..า..ก..ห...ลาย
......แ...ผ..น..ก...า..ร..จ..ัด..ก...า..ร..เ.ร..ยี..น...ร..ูน้...ำ..ไ.ป...ส..ู่ก..า..ร..ป...ฏ..ิบ...ตั...ไิ .ด..้..ส..อ...ด..ค...ล..้อ..ง..ก..ับ...ห...ล..กั..ส...ูต..ร....บ..ร..บิ...ท....ส..ภ...า..พ..ข...อ..ง..ผ..เู้..ร..ีย..น..แ...ล..ะ..ช...มุ ..ช...น....
.................................................................................................................................. .....................................
ลงช่ือ ..............................................
(นางกันยพชั ญ์ ทองโคตร)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
วันท่ี ......... เดอื น .................... พ.ศ...............
ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
......ม...ีอ..ง..ค..ป์...ร..ะ..ก..อ...บ...ข..อ..ง..แ..ผ...น..ค...ร..บ..ถ...้ว..น....ส..ม...บ..ูร..ณ...์..แ..ล..ะ...ถ..ูก..ต...อ้ ..ง..ต..า..ม...ห...ล..ัก..ว..ชิ...า..ก..า..ร...................................................
......ม...ีก..ิจ..ก...ร..ร..ม..ก..า..ร..เ..ร..ีย..น...ร..ู้เ.น..้น...ผ..้เู..ร..ีย..น...เ.ป...น็ ..ส..ำ..ค...ญั ........................................................................ ..........................
......ม...กี ..า..ร..ใ.ช...ส้ ..่อื...แ..ล..ะ..แ...ห..ล...ง่ .เ..ร..ีย..น...ร..ู้ห..ล...า..ก..ห...ล..า..ย....เ.ห..ม...า..ะ..ส..ม.....................................................................................
......ม...ีก..า..ร..ว..ัด..แ...ล..ะ..ป...ร..ะ..เ.ม...ิน..ผ...ล..ค...ร..อ..บ...ค..ล...มุ ..พ...ฤ..ต..ิก...ร..ร..ม..พ...ทุ...ธ..ิพ..สิ...ัย...จ...ิต..พ...ิส..ัย....ท...ัก..ษ...ะ..พ..สิ...ัย.............................................
............................................................................................................................................ ...........................
ลงชือ่ .................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษ์)
หวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ...............
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
......ใ..ช..้จ..ดั...ก..จิ..ก...ร..ร..ม..ก...า.ร..เ..ร..ีย..น...ก..า..ร..ส..อ...น..ไ..ด..้...................................................................................... .....................
......ข...อ..ใ.ห...น้...เิ .ท...ศ...ต...ดิ ..ต..า..ม...ผ..ล...ก..า..ร..ใ.ช...้แ..ผ...น..ก...า.ร..จ...ัด..ก..า..ร..เ..ร..ีย..น..ร...ู้ .เ.พ...่ือ..น...ำ..ไ.ป...พ...ฒั ...น...า.ง..า..น...ต..่อ...ไ.ป.........................................
.......................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ................
ลงชอ่ื .................................................
(นายพฤทธิ์พล ชารี)
รองผ้อู ำนวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
วันที่ ......... เดอื น .................... พ.ศ..............
ภาคผนวก
- ปฐมนิเทศ
- ใบความรู้
- ใบกจิ กรรม
- แบบฝกึ หัด
- แบบทดสอบ
- แบบประเมินคณุ ภาพของชิน้ งาน
- แบบประเมนิ การนำเสนองาน
- เครอ่ื งมือประเมินผลการเรยี นรดู้ า้ นคณุ ธรรม
จรยิ ธรรม และค่านยิ ม
- เครอื่ งมือประเมนิ ผลการเรยี นรู้ด้านทกั ษะ/
กระบวนการ
- แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
ปฐมนิเทศ
(1 ชว่ั โมง)
1. สนทนาเกีย่ วกับผลการเรยี นเฉลี่ยภาคเรียนท่แี ล้ว
- ชื่นชมและแสดงความยนิ ดกี บั ผู้ทไี่ ด้เกรดเฉลี่ยสงู ขน้ึ
- สอบถามหาสาเหตุของการติด 0 ร มส
- ความภาคภมู ิใจกบั การเปน็ นกั เรยี นโรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร 1 ภาคเรยี น
- ความคาดหวังของการเรียนสำหรับภาคเรียนน้ี
2. การใช้อาคารเรียน หอ้ งเรียน 523
- การเดินขนึ้ อาคารเรียน การเดนิ สวนครู อาจารย์
- การเขา้ ห้องใหถ้ อดรองเท้า ยกมอื ไหวก้ อ่ นเขา้ หอ้ งเรยี น และไมส่ ง่ เสยี งดัง
- การเลิกใชห้ ้องให้สอดเก้าอี้เก็บเรียบรอ้ ยและเดินออกไปโดยไม่ส่งเสยี ดัง โวยวาย
หรือตะโกนคุยกบั เพอ่ื นที่อยชู่ น้ั ลา่ ง
- การใช้ห้องนำ้ การเขา้ แถว การใชโ้ รงอาหาร และสาธารณสมบตั ิ
- มารยาทในสถานศึกษา
3. ตรวจทรงผม เคร่ืองแต่งกาย กระเปา๋ ปกั จดุ เพมิ่ ตามระดบั ชั้น ถุงเท้าท่ีถกู ตอ้ ง
ตามค่มู อื นกั เรียน
- ข้อเสนอแนะในการซกั เสือ้ นักเรยี นให้ขาวใส และการซักถงุ เทา้ ที่ง่ายขน้ึ
- ตรวจเครอ่ื งแตง่ กาย ปกั จุด ถงุ เทา้
4. คำอธบิ ายรายวิชา การแบ่งหน่วย สดั ส่วนคะแนน
- มีหนังสอื ใหย้ มื เรียน
- ใช้สมุดเล่มเล็ก 1 เล่ม
- แฟ้มสะสมผลงานของกลุม่ 1 แฟม้
- ทำความเขา้ ใจคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ 8 ประการ
- ทำความเขา้ ใจกับคา่ นยิ ม 12 ประการ
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
ใบความรูท้ ี่ 1
ความรู้เบอื้ งต้นเก่ียวกบั ธุรกิจ
ความหมายของธุรกจิ
ธุรกจิ หมายถงึ การทำกิจกรรมของกลมุ่ บุคคล หรือบุคคล ทเี่ ก่ียวข้องกบั การจำหนา่ ย การผลติ และ
การบริการ โดยมจี ุดมุ่งหมายที่ต้องการไดร้ ับผลตอบแทน หรอื ผลกำไรจากการดำเนนิ กิจกรรมนน้ั อย่างเปน็
ระบบ มรี ะเบียบตามเกณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน หรอื ผ้บู ริโภค
งานธรุ กิจ เปน็ กจิ กรรมทเี่ ก่ยี วกบั การผลิต การจำหน่าย การแลกเปลีย่ นสินคา้ ในเรอ่ื งของสินคา้ และ
บรกิ าร โดยมุ่งหวงั ผลกำไรตอบแทน
ธรุ กิจ"หมายถึงกิจกรรมตา่ ง ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การผลิต การจัดจำหน่าย และการบริการ โดยภายใน
หน่วยงานหรอื ธรุ กิจนัน้ ๆ มกี ารนำทรัพยากรทม่ี ีอย่มู าผสมผสานกนั อยา่ งมีระบบ มรี ะเบียบตามกฏเกณฑ์ เพ่อื
ตอบสนองความต้องการของประชาชนหรือผู้บริโภค ในขณะเดียวกันก็ก่อใหเ้ กิดผลประโยชนห์ รอื บรรลตุ าม
เปา้ หมายของธรุ กิจ และไม่ก่อให้เกดิ มลภาวะที่ไม่ดตี ่อสง่ิ แวดล้อม
ความสำคัญของธุรกจิ
ธรุ กิจเปน็ องคก์ รที่จดั ตัง้ ข้ึนเพื่อดำเนินงานในการสนองความตอ้ งการของผู้บรโิ ภคหรือประชาชน โดยนำ
ทรพั ยากรต่าง ๆ มาเขา้ กระบวนการที่เรยี กวา่ "การดำเนนิ ธรุ กิจ" ซ่งึ ธรุ กิจเหลา่ นั้นมีผลตอ่ การพัฒนาประเทศ
และสงั คม พอจะสรปุ ได้ดงั น้ี
1. การดำเนินงานของธรุ กิจก่อใหเ้ กิดการนำทรัพยากรของประเทศมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ
2. ชว่ ยให้ผ้บู รโิ ภคหรอื ประชาชนได้ใช้สินค้าหรือบริการ เพ่ือพัฒนาความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีข้ึน
3. ธุรกจิ ตา่ ง ๆ ช่วยขจดั ปญั หาการวา่ งงาน และชว่ ยกระจายรายได้ไปส่ปู ระชาชน
4. ชว่ ยเพ่ิมพนู รายได้ใหก้ ับประเทศในรปู แบบของภาษอี ากร
5. ประชาชนหรือผูบ้ รโิ ภคมโี อกาสได้เลือกสนิ คา้ หรือบรกิ ารทีส่ นองความพงึ พอใจสูงสดุ ได้ง่าย
เพราะธุรกิจต่าง ๆ มีการแขง่ ขนั กัน เพ่อื พฒั นาสินค้าหรือบรกิ าร
6. ประเทศสามารถนำภาษอี ากรที่จัดเก็บไปพัฒนาประเทศได้
เปา้ หมายของการดำเนนิ การทางธรุ กจิ
1. เพื่อผลิตสนิ ค้าและใหบ้ ริการแก่ผ้บู รโิ ภค
2. เพอ่ื ต้องการไดผ้ ลตอบแทนเปน็ กำไร
3. เพ่อื เป็นหลักประกนั ทางเศรษฐกิจหรอื จุนเจอื สมาชิกในครอบครัวหรือพนกั งานในบริษัท
4. เพอ่ื ใหบ้ ริการแก่ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ
5. เพอ่ื ต้องการความเป็นอิสระและอำนาจในการทำงาน
ววิ ัฒนาการของธรุ กิจ
1. ก่อนปฏิวตั อิ ตุ สาหกรรม ทำการเกษตรเปน็ หลกั
2. ยุคปฏวิ ัติอุตสาหกรรม ใช้เครอื่ งจกั รเปน็ หลัก
3. ประกอบการอุตสาหกรรม ต้องการสนิ ค้ามาก
4. ยุคการผลิต สายการผลติ ลดต้นทนุ ลง
5. ยุคการตลาด เอาใจใส่ความพอใจ ตราสนิ ค้า
6. ยุคสัมพันธ์ รว่ มมือกนั ทำธุรกจิ
ปัจจยั ในการดำเนินธุรกจิ
การดำเนนิ ธรุ กิจต้องอาศัยหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกนั จงึ จะเกดิ กิจกรรมในการประกอบธรุ กจิ
จะขาดปจั จัยใดปัจจยั หนงึ่ ไมไ่ ด้ โดยทว่ั ไปปัจจยั พน้ื ฐาน ในการดำเนินธรุ กจิ มี 4 ประเภท ทเ่ี รยี กว่า 4 M ไดแ้ ก่
1. คน (Man) ถือว่าเป็นปจั จัยทส่ี ำคัญทีส่ ดุ เพราะธุรกิจต่าง ๆ เกดิ ขนึ้ ไดต้ อ้ งอาศยั ความคดิ ของคน
มคี นเป็นผดู้ ำเนินการหรอื เปน็ ผู้จัดการ จึงจะทำใหเ้ กิดกจิ กรรมทางธรุ กจิ หลายรูปแบบ ซ่งึ ในวงจรธรุ กจิ มีคน
หลายระดบั หลายรปู แบบ ทั้งระดับผบู้ รหิ าร ผ้ใู ชแ้ รงงานร่วมกันดำเนินการ จึงจะทำใหป้ ระสบความสำเร็จใน
การประกอบธรุ กิจ
2. เงนิ (Money) เงนิ ทนุ เปน็ ปจั จัยในการดำเนินธุรกิจอีกชนดิ หนึ่งที่ตอ้ งนำมาใช้ในการลงทนุ เพ่ือให้
เกดิ การประกอบธุรกิจโดยธุรกิจแตล่ ะประเภท ใช้ปริมาณเงนิ ทุกท่ีแตกตา่ งกัน ธุรกิจขนาดใหญย่ ่อมใชเ้ งินทุน
สูงกว่าธรุ กจิ ขนาดเล็กกวา่ ดงั น้นั ผปู้ ระกอบธรุ กิจจึงตอ้ งมกี ารวางแผนในการใชเ้ งินทนุ และการจัดหาเงนิ ทนุ
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ เพอื่ ทำให้การดำเนนิ ธุรกจิ ไม่ประสบปัญหาด้านเงินทุน และก่อใหเ้ กิดผลตอบแทนสูงสดุ
คมุ้ กับเงิน ทน่ี ำมาลงทนุ
3. วัสดหุ รือวัตถดุ บิ (Material) ในการผลติ สินคา้ ต้องอาศยั วัตถดุ ิบในการผลิตค่อนข้างมาก ผ้บู ริหาร
จงึ ต้องรจู้ กั การบริหารวตั ถดุ บิ ให้มีประสิทธิภาพ เพ่อื ให้เกิดตน้ ทนุ ดา้ นวตั ถุดบิ ตำ่ สุด อันจะส่งผลให้ธรุ กิจมผี ล
กำไรสงู สุดตามมา
4. วิธีปฎบิ ัตงิ าน (Method) เปน็ วธิ กี ารในการปฎิบตั งิ านในแต่ละข้นั ตอนของการดำเนนิ ธุรกิจ ซ่ึงต้อง
มกี ารวางแผนและควบคุม เพื่อให้การปฎิบัติงานมีประสิทธิภาพ เกิดความคลอ่ งตัว สอดคลอ้ งกับ
สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกกิจการ
ท่มี า : http://somsak012.blogspot.com/2017/02/4m.html
เข้าถึงเมอื่ วันที่ 19 ตุลาคม 2564
ใบความรทู้ ่ี 2
รูปแบบของธรุ กิจ
การประกอบธรุ กจิ การค้าอาจดำเนินการไดห้ ลายรปู แบบ ท้ังโดยบุคคลคนเดยี วเปน็ เจา้ ของกจิ การ
โดยลำพัง หรืออาจดำเนินการโดยร่วมลงทนุ กบั บุคคลอื่นเป็นกลุ่มคณะก็ได้ การท่ีจะตัดสนิ ใจเลือกดำเนินธุรกจิ
การค้าในรูปแบบใดนน้ั ผูป้ ระกอบการจะต้องคำนึงถึงองคป์ ระกอบท่ีสำคัญหลายประการด้วยกนั เชน่ ลักษณะ
ของกจิ การค้า เงนิ ทุน ความรู้ความสามารถในการดำเนินธรุ กิจเปน็ ต้น ทั้งนี้ เพือ่ ให้การประกอบธรุ กิจน้ัน
ประสบผลสำเร็จนำมาซ่ึงผล ประโยชนแ์ ละกำไรสงู สุด
ชอ่ื ภาพ : รูปแบบองค์กรธุรกจิ
ท่มี า : http://www.dbd.go.th/ewt_news.php?nid=381
รปู แบบขององค์กรทางธุรกจิ
ในการประกอบธรุ กิจ ผูป้ ระกอบธุรกจิ ต้องตัดสินใจเลอื กรปู แบบการดำเนนิ ธุรกิจของตนเองว่าจะ
ดำเนนิ งานในรูปแบบองคก์ รธุรกิจประเภทใด ซ่ึงองคก์ รธุรกิจท่ีดำเนนิ กิจการอยใู่ นประเทศไทยมีหลายรูปแบบ
แตล่ ะรูปแบบมวี ธิ ดี ำเนนิ งานผลดแี ละผลเสียท่ีแตกตา่ งกนั จำแนกตามลักษณะเจ้าของธุรกิจได้ 6 รูปแบบดังนี้
1. กิจการเจ้าของคนเดยี ว ( Single Proprietorship)
2. กจิ การหา้ งหุ้นสว่ น ( Partnership)
3. กจิ การบริษทั จำกดั (Limited Company)
4. กิจการสหกรณ์ ( Co-operative Society)
5. กิจการแฟรนไชส์ (Franchise)
6. กจิ การรฐั วสิ าหกิจ (State Enterprise)
1. กจิ การเจา้ ของคนเดยี ว ( Single Proprietorship)
กิจการเจ้าของคนเดยี ว คอื กจิ การทม่ี ีบุคคลคนเดียวเปน็ เจ้าของหรือลงทนุ คนเดยี ว ควบคมุ การดำเนนิ งาน
เองท้งั หมดคนเดยี ว ตวั อย่างกิจการประเภทน้ี เชน่ ร้านค้าปลีก ร้านคา้ ส่ง รา้ นเสริมสวย การทำไร่ การทำนา แผงลอย
ลกั ษณะของกจิ การเจ้าของคนเดียว
1. มเี จา้ ของกจิ การเพียงคนเดยี ว ใชเ้ งินลงทุนน้อย
2. เจา้ ของกจิ การมคี วามรบั ผดิ ชอบในหน้ีสนิ ทั้งหมดไมจ่ ำกัดจำนวน เจ้าหนี้มสี ทิ ธเิ รยี กร้องเอา
ทรพั ย์สนิ ของเจ้าของได้ ถา้ ทรพั ยส์ นิ ของกิจการไมเ่ พียงพอชำระหน้ี
3. เจา้ ของกิจการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนท้ังผลกำไรและผลขาดทนุ เพยี งคนเดยี ว
4. การควบคุมการดำเนนิ งานโดยเจา้ ของกิจการคนเดียว
2. กิจการหา้ งหนุ้ ส่วน ( Partnership)
กจิ การห้างหนุ้ สว่ นจำกัด คอื กิจการท่ีมบี คุ คลง้ั แต่ 2 คนขน้ึ ไปร่วมกนั ลงทุนและดำเนนิ กจิ การ โดยมี
วตั ถปุ ระสงค์เพ่อื แบง่ ผลกำไรทไี่ ด้จากการดำเนินงาน ซ่ึงธรุ กิจประเภทนส้ี บื ต่อมาจากธรุ กิจเจา้ ของคนเดียว
ลกั ษณะของกจิ การห้างหุ้นสว่ น
1. มผี รู้ ว่ มเป็นหุ้นต้งั แต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงทำสญั ญารว่ มกันดำเนนิ งาน
2. มีการรว่ มกนั ลงทุนโดยนำเงินสด ทรัพย์สนิ หรอื แรงงานมาลงทนุ ตามข้อตกลง
3. มีการกระทำกิจการอย่างเดยี วกันร่วมกนั
4. มีความประสงคแ์ บง่ ผลกำไรกันตามข้อตกลง
ประเภทของกจิ การห้างหุน้ สว่ น
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ แบ่งห้างหนุ้ ส่วนออกเป็น 2 ประเภทดังน้ี
1. ห้างหนุ้ สว่ นสามัญ คอื หา้ งหนุ้ ส่วนที่ผูเ้ ป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรบั ผิดในหนสี้ นิ ทงั้ หมดของห้าง
หนุ้ สว่ นโดยไม่จำกัดจำนวน ซึง่ หา้ งห้นุ สว่ นสามญั จะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้
2. หา้ งหุน้ ส่วนจำกัด คือ ห้างหนุ้ ส่วนท่ตี ้องจดทะเบยี นเปน็ นิติบคุ คลตามกฎหมายหา้ งหนุ้ ส่วน
ประเภทน้ตี อ้ งใชค้ ำวา่ “ห้างหุน้ สว่ นจำกัด” ประกอบหน้าช่ือของห้างหุน้ สว่ นเสมอ
3. กิจการบริษัทจำกดั (Limited Company)
บรษิ ทั จำกัด คอื บริษัทประเภทซงึ่ ต้งั ขึ้นดว้ ยการแบง่ ทุนเป็นหุ้นมีมูลคา่ หุ้นเท่าๆกนั โดยผถู้ อื หุน้ ตา่ ง
รับผิดจำกัดเพยี งไม่เกินจำนวนเงนิ ท่ตี นยงั ส่งใช้ไมค่ รบมูลค่าหนุ้ ท่ตี นถือ
ประเภทของบริษัทจำกัด
1. บริษทั เอกชนจำกดั คอื บริษัทซ่งึ ตง้ั ขึ้นดว้ ยการแบ่งทนุ ออกเปน็ หุ้น ซงึ่ แตล่ ะหุ้นมมี ุลค่าเทา่ ๆ กนั
โดยมีผถู้ ือหนุ้ ตง้ั แตเ่ จด็ คนแต่ไมถ่ ึง หน่ึงรอ้ ยคน ผ้ถู ือหุ้นทกุ คนตา่ งรับผิดจำกัดเพยี งไมเ่ กินจำนวนเงินท่ีตน
ยงั ส่งใช้ไม่ครบมูลคา่ หนุ้ ที่ตนถือเท่าน้นั และคุณสมบัติของผถู้ อื หนุ้ ไมเ่ ปน็ ข้อสาระสำคัญ
2. บริษัทมหาชนจำกดั หมายถงึ บริษัทประเภทซง่ึ ต้งั ดว้ ยความประสงค์ท่ีจะเสนอขายห้นุ
ต่อประชาชน โดยผถู้ ือหุ้นมีความรบั ผิดจำกัดไม่เกินจำนวนเงนิ คา่ หนุ้ ทต่ี ้องชำระ และบริษัทดงั กลา่ วได้ระบุ
ความประสงค์เชน่ นน้ั ไว้ในหนังสอื บริคณหส์ นธิ
4. กิจการสหกรณ์ ( Co-operative Society)
สหกรณ์ คือธรุ กิจรปู แบบหนึ่งที่จดั ตง้ั และดำเนินการโดยกลมุ่ บุคคลท่ีมีความประสงค์อย่างเดียวกัน
รว่ มกันจัดตง้ั ลงทุน ดำเนินการและเป็นเจ้าของรว่ มกันด้วยความสมัครใจ
ลักษณะของกิจการสหกรณ์
1. เป็นการรว่ มลงทุนของบคุ คลตั้งแต่ 10 คนข้นึ ไป โดยไม่จำกดั จำนวน
2. เป็นการร่วมมอื กนั เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของบุคคลที่มีปญั หาทางด้านเศรษฐกิจและสงั คม
โดยไมค่ ำนงึ ถึงสนิ ทรัพย์
3. ผูส้ มคั รสมาชกิ ตอ้ งเปน็ ไปด้วยความสมคั รใจ ไม่ใชก่ ารบังคบั
4. สมาชิกทกุ คนมีสทิ ธเิ ท่าเทียมกนั ในการดำเนินงานสหกรณ์
5. มวี ัตถุประสงคเ์ พ่ือชว่ ยเหลือตนเอง และชว่ ยเหลอื ซ่งึ กนั และกนั ในหม่สู มาชิกโดยไมค่ ำนึงถงึ ผลกำไร
6. การจดั ต้ังมีการจดทะเบยี นตามพระราชบัญญตั กิ ารสหกรณ์
ประเภทของสหกรณ์
โดยในประเทศไทยไดแ้ บ่งประเภทของสหกรณ์ตามประกาศของนายทะเบียนสหกรณเ์ กีย่ วกับ
เร่อื งการจดั ประเภทสหกรณต์ ามกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกตามความในพระราชบัญญตั ิ พ.ศ. 2511
เมือ่ วนั ที่ 28 พฤศจิกายน 2516 กำหนดประเภทสหกรณ์ที่รบั จดทะเบยี นรวมมี 6 ประเภท
1. สหกรณ์การเกษตร เป็นสหกรณ์ทมี่ ีสมาชิกประกอบดว้ ยเกษตรกร มีหนา้ ท่ี ในการจัดหาและ
ใหบ้ รกิ ารแก่สมาชิกในด้านการผลติ การเกษตร
2. สหกรณก์ ารประมง จัดต้ังขึ้นในกลมุ่ ผปู้ ระกอบอาชีพประมง ทำหนา้ ทเ่ี กยี่ วกับการสง่ เสริมและ
ประกอบอาชีพดา้ นการประมง รวมถงึ การจัดหาเงนิ ทนุ และอุปกรณ์เกี่ยวกับการประมงมาจำหนา่ ยให้แก่
สมาชกิ ในราคาถกู
3. สหกรณ์นคิ ม เป็นสหกรณท์ ี่มีหน้าทีเ่ กี่ยวกับการจัดหาจัดสรรทดี่ นิ ให้แก่สมาชกิ ในการประกอบ
อาชพี รวมถึงการจัดหาและอำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพใหแ้ กส่ มาชิก
4. สหกรณร์ า้ นคา้ เปน็ สหกรณ์ท่ีจดั ตั้งข้ึนเพ่ือใหบ้ รกิ ารด้านการจัดหาสนิ ค้าอุปโภค บรโิ ภค
จำหน่ายแก่สมาชิกในราคายตุ ิธรรม
5. สหกรณบ์ ริการ เปน็ สหกรณท์ ใ่ี หบ้ ริการแก่สมาชิกในด้านสาธารณปู โภคต่างๆ เชน่ สหกรณ์
ไฟฟา้ สหกรณแ์ ท็กซ่ี รถรับจ้าง สหกรณ์การเคหสถาน เปน็ ตน้
6.สหกรณ์ออมทรัพยห์ รือสหกรณ์ธนกจิ เป็นสหกรณ์ทีส่ มาชิกร่วมกนั จดั ตัง้ ขึ้นเพอื่ สง่ เสริมการ
ออมเงินในหมสู่ มาชกิ เพื่อให้สมาชกิ ได้ก้ยู มื เงินในยามจำเป็นด้วยอัตราดอกเบยี้ ตำ่
5. กิจการแฟรนไชส์ (Franchise)
กิจการแฟรนไชส์ อาจเรยี กอีกอย่างว่า ธุรกิจสัมปทาน คือ ธุรกจิ ท่เี กิดจากความสัมพนั ธร์ ะหว่างบุคคล
2 กลุม่ ข้ึนไปหรอื มากกว่า ซึ่งมบี ทบาทและหน้าทร่ี บั ผิดชอบตา่ งกัน แต่จะสง่ เสรมิ ซึง่ กันและกันในระบบธรุ กจิ
โดยมีวตั ถุประสงคจ์ ะกระจายสนิ ค้าหรือบริการไปสผู่ ูบ้ ริโภคอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ดงั น้นั จากลกั ษณะของ
ธุรกจิ แฟรนไชสจ์ ึงมีผ้เู ก่ยี วข้องกับธุรกิจประเภทน้ี 2 ฝา่ ยคือ
1. แฟรนไชซอร์ หรือ เจา้ ของธุรกิจ คือ ผูใ้ หส้ ัมปทาน
2. แฟรนไชซี คือ ผขู้ อรบั สัมปทาน
ประเภทของธรุ กจิ แฟรนไชส์
ธุรกิจแฟรนไชส์หรอื ธุรกจิ แบบสมั ปทานมี 2 ประเภทคือ
1. ธุรกจิ แฟรนไชส์หรอื แบบสัมปทานท่ีใชส้ นิ ค้าและชือ่ การค้า เปน็ รปู แบบธรุ กิจทผี่ ู้ผลิตหรือผู้
จำหน่าย หรอื ผู้ให้สัมปทานให้สทิ ธิแก่ผรู้ ับสมั ปทานหรือตวั แทนจำหน่าย ในการจำหนา่ ยสินค้าหรอื ผลติ ภณั ฑ์
ใดผลิตภณั ฑห์ นง่ึ ของผู้ให้สมั ปทาน โดยผูร้ บั สมั ปทานจะได้รับชือ่ สนิ ค้า เครอ่ื งหมายการค้า โดยถือเสมอื นวา่
เปน็ ผู้จำหน่ายในสายผลติ ภณั ฑเ์ ดยี วกบั ผใู้ หส้ มั ปทาน เช่น ตวั แทนจำหน่ายนำ้ อัดลมโคคา-โคลา่ สถานบี ริการ
นำ้ มันเชลล์ ตวั แทนจำหน่ายรถยนต์ฟอร์ด เปน็ ตน้
2. ธรุ กิจแฟรนไชสห์ รอื แบบสมั ปทานที่ใช้รูปแบบทางธุรกิจ เปน็ รูปแบบธุรกิจที่ผใู้ ห้สัมปทานให้
สทิ ธิแกผ่ ูร้ ับสมั ปทานในการขายสนิ คา้ หรือบรกิ โี่ ดยใชเ้ ครอ่ื งหมายการค้าของผใู้ ห้สัมปทาน เช่น พิซซ่าฮทั เค
เอฟซี เซเว่น-อเี ลฟเวน เปน็ ต้น
6. กิจการรัฐวิสาหกิจ (State Enterprise)
กจิ การรัฐวสิ าหกิจ หมายถึง องค์กรของรฐั บาล หนว่ ยงานธุรกจิ ทร่ี ฐั บาลเป็นเจ้าของหรอื บรษิ ัท
หา้ งหุ้นส่วนนติ ิบคุ คลท่สี ว่ นราชการหรอื หน่วยงานธรุ กิจของรฐั บาลมีทนุ รวมอยู่ด้วย เกนิ กว่าร้อยละ 50
มกี ารบริหารงานอยูร่ ะหว่างระบบราชการและระบบธุรกิจ
สาเหตุทีร่ ฐั บาลเขา้ มาดำเนนิ งานรฐั วิสาหกิจ
1. เพือ่ หารายไดเ้ ขา้ รัฐบาลนอกเหนอื จากการเก็บภาษีอากร
2. เพ่ือประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน
3. เพ่ือป้องกันการผกู ขาดและการเอารัดเอาเปรียบจากผปู้ ระกอบการเอกชน
4. กิจการบางอยา่ งต้องใชเ้ งนิ ทุนจำนวนมาก
5. เพอื่ ความมน่ั คง ความสงบและความปลอดภัยของประเทศชาติ
6. เพ่ือควบคุมการผลติ หรือการบริโภคสนิ ค้าบางชนิด
7. เพอ่ื เปน็ การส่งเสริมเอกลักษณ์ วัฒนธรรมและเผยแพรช่ ่ือเสียงของประเทศ
ประเภทของรฐั วิสาหกิจ
การจำแนกประเภทของรฐั วิสาหกจิ ไทย สามารถจำแนกได้ 2 ลกั ษณะ ตามลกั ษณะ การจดั ต้งั
และจำแนกตามรายได้ที่นำส่งแก่รัฐ
1. จำแนกตามลักษณะการจดั ตั้ง สามารถจำแนกได้ดังนี้
1.1 ประเภทองคก์ รและโรงงาน
1.2 ประเภทสนกั งานและกิจการอืน่
1.3 ประเภทธนาคารและบรษิ ัทที่รัฐบาลถือห้นุ เกินกวา่ ร้อยละ 50
1.4 แบง่ ตามหน่วยงานทรี่ ฐั วิสาหกจิ สังกัด
2. จำแนกตามรายได้ทีน่ ำส่งแก่รัฐ
2.1 รฐั วิสาหกิจประเภทผูกขาด
2.2 รัฐวสิ าหกิจประเภทกง่ึ ผกู ขาด
2.3 รัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภค
2.4 รฐั วิสาหกจิ ประเภทอุตสาหกรรม
2.5 รัฐวสิ าหกจิ ประเภทอน่ื ๆ
2.6 รฐั วิสาหกจิ ประเภทบรษิ ทั จำกัด
ที่มา : https://sites.google.com/site/pmtech220010012/home/rup-baeb-khxng-xngkhkar-thurkic
เขา้ ถึงเม่อื วนั ที่ 27 ตลุ าคม 2564
ใบความรทู้ ี่ 3
ความสำคญั ของการดำเนินธุรกจิ
การดำเนินธุรกจิ เป็นเร่ืองทีล่ ะเอยี ดอ่อน นกั ธรุ กจิ ท่ีตอ้ งการประสบความสำเรจ็ ในการดำเนินงาน
จำเปน็ ตอ้ งศึกษาความรูเ้ กี่ยวกับธรุ กิจและปัจจัยในการดำเนินธรุ กิจ ไมว่ ่าจะเป็นทำเลที่ต้ังของธรุ กิจ ระบบ การ
แลกเปลยี่ น ธนาคาร การขนสง่ การประกนั ภยั ปัจจยั เกีย่ วกับการจดั การทางธรุ กิจ เพือ่ สามารถดำเนินงาน
ได้ถูกต้อง ซึง่ ทำใหส้ ามารถนำขอ้ มูลเหลา่ นัน้ มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานธุรกิจได้อยา่ งถูกต้องทราบถึง
สาเหตุท่ตี นตอ้ งการทำธุรกิจ เนื่องมาจากสภาพเศรษฐกจิ ที่เปล่ยี นไปหรอื ต้องการสภาพคล่องในธุรกจิ มากข้ึน
เพอื่ สามารถดำเนนิ ธุรกจิ อย่างมปี ระสิทธภิ าพและมีประสิทธิผล
ทำเลทตี่ ั้งของธรุ กิจ
การเลือกทำเลทีต่ ั้งสถานประกอบธรุ กิจ หมายถงึ การจดั หาหรอื สรรหาสถานท่ี สำหรับประกอบธุรกจิ
ใหม้ ีประสิทธภิ าพสงู สุด โดยคำนงึ ถงึ กำไร ค่าใช้จ่าย พนกั งาน ความสัมพันธก์ ับลูกค้าความสะดวก ตลอดจน
สภาพแวดลอ้ มตา่ ง ๆ ท่ดี ตี ลอดระยะเวลาท่ปี ระกอบธุรกิจน้ัน
ปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตง้ั
1) ความนยิ มสว่ นตวั ของผ้ปู ระกอบการ
2) ความเหมาะสมกบั ประเภทของธุรกจิ
3) การแขง่ ขันของธรุ กจิ ประเภทเดียวกนั
4) การคมนาคมและจราจร
5) สถานทีห่ รือธรุ กิจสำคญั ที่อยใู่ กล้เคยี ง ไดแ้ ก่ ธนาคารและอาคารสำนกั งานหน่วยงานของรัฐบาล
สถานีขนส่งสาธารณะนิคมอตุ สาหกรรมและกลมุ่ โรงงานสถาบนั การศึกษาโรงพยาบาลเป็นต้น
6) ต้นทนุ ของทำเลทตี่ ัง้
7) กฎหมายและภาษีท้องถ่นิ
8) ทศั นคตขิ องชมุ ชน
9) ความสามารถที่จะเปน็ แหล่งทรพั ยากรของธุรกจิ
ระบบการแลกเปลีย่ น
การแลกเปลีย่ น ( Exchange )คอื เป็นกิจกรรมการเปลยี่ นกรรมสิทธกิ์ ารเป็นเจ้าของ ของส่งิ ของ สินค้า
หรือบริการ โดยการเสนอสง่ิ ที่มีต่างหรอื สง่ิ ทีอ่ ีกฝา่ ยตอ้ งการเปน็ การตอบแทน
จากความหมายของการแลกเปลีย่ นสามารถสรุปลักษณะของการแลกเปลี่ยนไดด้ ังนี้
1. ประกอบดว้ ยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล 2 ฝ่ายขึน้ ไป
2. แต่ละฝา่ ยมีสงิ่ ท่มี ีมูลค่าสำหรบั อีกฝ่าย
3. แตล่ ะฝ่ายมีความสามารถในการตดิ ต่อสอื่ สารและการสง่ มอบ
4. แตล่ ะฝา่ ยมีอิสระทจ่ี ะยอมรับหรือ ปฏเิ สธในสง่ิ ทอ่ี ีกฝา่ ยเสนอ
5. แต่ละฝา่ ยเชือ่ วา่ เปน็ การเหมาะสมหรือพอใจหรือพอใจทจี่ ะตดิ ต่อส่อื สารกบั อีกฝา่ ยหนึ่ง
วิวัฒนาการของการแลกเปลี่ยน
การแลกเปล่ยี นมีมาตั้งแตอ่ ดีต แตล่ ะยุคละสมยั จะมีความแตกต่างกัน ซ่งึ สามารถสรปุ ววิ ัฒนาการของ
การแลกเปลีย่ นไดด้ ังน้ี
1. ระบบการแลกเปลย่ี นของตอ่ ของ ( Barter System)
2. ระบบการแลกเปล่ียนโดยใชเ้ งิน (Money System)
3. ระบบการแลกเปล่ยี นโดยใชเ้ ครดติ (Credit System)
1. ระบบการแลกเปล่ยี นของต่อของ ( Barter System)
ระบบแลกเปลยี่ นของต่อของ เปน็ การนำส่ิงของมาแลกเปลย่ี นกันระหว่างผู้ท่ีมีความต้องการตรงกัน เช่น
นำข้าวสารมาแลกกับหมู นำไขม่ าแลกปลา ในทางปฏิบัติมีปัญหาและอุปสรรคต่างๆเกดิ ข้นึ หลายประการ ได้แก่
1. ปญั หาความตอ้ งการของคนไมต่ รงกนั
2. ปัญหาเกย่ี วกับอตั ราแลกเปลีย่ นหรอื กำหนดราคา
3. ปัญหาเกยี่ วกับการขนส่ง
4. ปญั หาเกีย่ วกับการเก็บรักษา
5. ปญั หาเกยี่ วกับการใหก้ ู้ยืมและการชำระหน้ี
6. ปญั หาเก่ยี วกบั สิ่งของบางอย่างแบ่งแยกหนว่ ยยอ่ ยไม่ได้
2. ระบบการแลกเปลีย่ นโดยใชเ้ งิน (Money System)
จากการแลกเปลีย่ นในระบบของแลกของมีความไมส่ ะดวกหลายประการ มนุษย์จึงได้คดิ ค้นหาวธิ แี ลกเปลยี่ นใน
ระบบใหม่ โดยมีการกำหนดสิ่งของบางอย่างขึ้นมาเปน็ สือ่ กลางในการแลกเปลย่ี น เรียกสิ่งนนั้ ว่า เงิน (Money)
หน้าท่ขี องเงิน (Functions of Money)
1.เปน็ สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน
2. เปน็ เคร่ืองวดั มลู ค่า
3. เปน็ มาตรฐานในการชำระหนีใ้ นอนาคต
4. เป็นเครือ่ งเก็บรักษามลู ค่า
ประเภทของเงนิ ( Kind of Money)
เงนิ สามารถแบง่ ออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ดงั นี้
1. เงินมาตรฐาน คือ เงนิ ที่ทำดว้ ยโลหะทมี่ ีคา่ และหายากใชเ้ ป็นมาตรฐานในการแลกเปลีย่ นโดยแท้
2. เงินเครดติ หมายถงึ เงินประเภทที่มีราคาของเงนิ ท่ีตราไวส้ ูงกวา่ สิง่ ของท่ีใชท้ ำเงินน้ัน เหตทุ ่เี รยี กวา่
เงนิ เครดติ เพราะผู้ใช้เชอ่ื เครดติ ของรฐั บาลเพราะรฐั บาลเป็นผกู้ ำหนดให้เงินใช้ชำระหน้ีตามกฎหมายได้
3. เงินฝากเผือ่ เรียก หมายถึง เงินฝากธนาคารพาณิชย์ประเภทเงนิ ฝากกระแสรายวัน เจา้ ของเงิน
ฝากสามารถเขียนเชค็ สัง่ ให้ธนาคารจ่ายเงนิ ได้ทนั ทีเม่อื ต้องการ
3. ระบบการแลกเปลยี่ นโดยใชเ้ ครดิต (Credit System)
เครดติ หมายถึง ความเชอ่ื ที่เกดิ ข้นึ ระหว่างบคุ คลหนงึ่ กับอีกบคุ คลหนงึ่ ในระยะเวลาหน่งึ หรอื เป็นการ
ที่บคุ คลหรือ ธรุ กจิ มอบความเชื่อถอื และความไวว้ างใจให้แก่บุคคลหรือธุรกิจเพอื่ ให้รับสนิ คา้ หรือบรกิ ารไปโดย
ยังไมต่ ้องชำระเงินในขณะนนั้ แตม่ สี ัญญาวา่ จะชำระเงินให้ในอนาคต
ประเภทของเอกสารเครดติ
เอกสารเครดิตท่ีนยิ มใชไ้ ด้แก่
1. ตั๋วสัญญาใช้เงนิ
2. ตว๋ั แลกเงิน
3. เช็ค
ประโยชนก์ ารใช้เอกสารเครดิต
1.มคี วามสะดวกในการดำเนินธุรกจิ เพราะการใช้เอกสารเครดิตทำให้การดำเนนิ ธุรกิจมคี วามคล่องตัว
2. มคี วามปลอดภยั การพกพาเงนิ สดจำนวนมากในการประกอบธุรกิจอาจทำใหไ้ ม่ปลอดภัยท้งั
ต่อตนเองและทรพั ยส์ ิน
ทมี่ า : http://3200-0002.blogspot.com/2014/01/blog-post_9942.html
ธนาคาร
ธนาคาร คอื สถาบนั รบั ฝากเงนิ จากสาธารณชนท่ัวไปและใหผ้ ลตอบแทนเป็นดอกเบย้ี เงินฝาก
แลว้ นำเงนิ ทีร่ บั ฝากไปปล่อยใหห้ นว่ ยงานเอกชนหรอื รัฐบาลกแู้ ละรับผลตอบแทนมาเปน็ ดอกเบยี้ เงินกู้ ต่างจาก
อธนาคาร (น็อนแบงค์) ซงึ่ เป็นสถาบนั การเงนิ ทีม่ ิใชธ่ นาคาร กล่าวคือไม่ได้รบั อนญุ าตประกอบกิจการธนาคาร
พาณิชย์จากธนาคารแห่งประเทศไทย ไมส่ ามารถเปดิ บัญชเี งินฝากใหแ้ กป่ ระชาชน แตส่ ามารถให้บริการทาง
การเงนิ เฉพาะบางประเภททีใ่ กลเ้ คยี งกัน เช่น ในการใหส้ นิ เช่ือระยะสัน้ ธนาคารมี3ประเภท ได้เเก่
1.ธนาคารแหง่ ประเทศไทย มีหน้าที่หลักในการดูแลกำกบั เร่ืองการเงนิ ของชาติ ทงั้ ออกกฎเกณฑแ์ ละ
ควบคุมสถาบันการเงนิ นำออกหมนุ เวยี นซึง่ ธนบตั รไทยรวมถงึ การควบคุมการถ่ายโอนเงินตราระหวา่ งประเทศ
และเฝา้ ระวงั อตั ราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทยี บกับสกลุ เงินตราอื่น
2.ธนาคารพาณชิ ย์ ธนาคารท่ีได้รบั อนญุ าตให้ประกอบการธนาคารพาณชิ ย์ และหมายความรวมถงึ
สาขาของธนาคารตา่ งประเทศทไี่ ดร้ บั อนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ดว้ ย
3.ธนาคารวัตถุประสงค์พิเศษ คือสถาบันการเงนิ ที่ต้ังข้ึนมาเพ่อื ดำเนนิ งานตามนโยบายรฐั เพอื่ การ
พัฒนา และส่งเสริมธุรกิจ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ซึ่งมีอำนาจมอบหมายให้กบั
ธนาคารแหง่ ประเทศไทย เข้ามาดำเนินการจดั การ และพฒั นาความเสี่ยง และมกี ารรางงานผลของการ
ดำเนนิ งานต่อกระทรวงการคลงั ได้เเก่
(3.1)ธนาคารออมสิน
(3.2)ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
(3.3)ธนาคารสงเคราะห์ เปน็ ธนาคารของรัฐบาลท่ีมงุ่ ใหส้ ินเชอ่ื ด้านการปลูกสรา้ งท่ีอยอู่ าศยั
สถาบันการเงินภายใต้การกำกบั ดูแลของธนาคารแหง่ ประเทศไทยหมายถึงสถาบนั ที่ทำหน้าท่ใี หบ้ รกิ าร
ทางการเงนิ เช่นการรบั ฝาก-ถอนเงนิ การใหส้ นิ เชือ่ การรบั ชำระเงนิ และธรุ กรรมทางการเงินอ่ืนๆตามทไ่ี ดร้ ับ
อนญุ าตแกล่ ูกค้าไมว่ า่ จะเป็นประชาชนทั่วไปบริษัท หา้ งรา้ น หรอื หนว่ ยงานราชการ ซ่งึ ประกอบธรุ กิจสถาบนั
การเงนิ ภายใต้พระราชบัญญัติธรุ กิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
และมีธนาคารแหง่ ประเทศไทยเป็นผ้กู ำกบั ดูแล โดยแบง่ ออกเปน็ 4 ประเภท ดังนี้
1. สถาบันการเงินแบง่ ออกเปน็ 3 ประเภทดังน้ี
1.1 ธนาคารพาณิชย์ (Commercial Bank)หมายถึง บรษิ ัทมหาชนจำกัด
ทไ่ี ดร้ ับอนญุ าตให้ประกอบธุรกิจการรับฝากเงนิ ท่ตี ้องจ่ายคืนเม่ือทวงถามหรือเม่ือครบกำหนด
ระยะเวลา ใหส้ ินเชอ่ื ซ้ือขายตัว๋ แลกเงิน ซ้อื ขายเงนิ ตราต่างประเทศ รวมถึงธุรกจิ
ทีเ่ ก่ียวข้องกับการประกันภัยและหลกั ทรัพย์ธรุ กจิ อนุพันธ์ทางการเงนิ ธรุ กิจธนาคาร
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e-banking) ธุรกจิ การเงนิ และธุรกจิ การให้บริการอน่ื
ธนาคารพาณิชย์แบ่งออกได้อีก 4 ประเภท ดังนี้
1.1.1 ธนาคารพาณชิ ย์ไทย ปัจจุบันมีทง้ั สนิ้ 14 แหง่ คือธนาคารกรงุ เทพจำกดั (มหาชน)
ธนาคารกรุงไทยจำกดั (มหาชน)ธนาคารกรุงศรอี ยธุ ยาจำกัด (มหาชน)ธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน)ธนาคาร
เกยี รตนิ าคินจำกัด (มหาชน)ธนาคารซีไอเอม็ บีไทยจำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน)ธนาคารทิสโก้
จำกัด (มหาชน)ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกดั (มหาชน) ธนาคารธนชาตจำกดั (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
ธนาคารแลนดแ์ อนดเ์ ฮา้ สจ์ ำกัด (มหาชน)ธนาคารสแตนดาร์ดชารเ์ ตอรด์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) ธนาคารไอซบี ซี ี
(ไทย) จำกดั (มหาชน)
1.1.2 ธนาคารพาณิชยเ์ พื่อรายยอ่ ย (Retail Bank)หมายถึงบริษทั มหาชนจำกดั ที่
ไดร้ ับอนุญาตใหป้ ระกอบธรุ กิจธนาคารพาณิชย์โดยมวี ตั ถปุ ระสงคห์ ลกั เพอื่ ใหบ้ รกิ ารทางการเงินพนื้ ฐานเช่นการ
รบั ฝากเงินการโอนและรับชำระเงินแก่ประชาชนรายยอ่ ยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแต่ไม่ได้รบั
อนุญาตใหป้ ระกอบธุรกิจท่ีมคี วามซับซ้อนและมีความเส่ียงสูงเช่นธุรกิจเกย่ี วกบั เงินตราตา่ งประเทศและตราสาร
อนพุ ันธซ์ ่งึ ปจั จบุ ันมี 1 แห่งคือธนาคารไทยเครดติ เพ่ือรายยอ่ ย จำกัด (มหาชน)
1.1.3 ธนาคารพาณิชย์ทเี่ ป็นบริษทั ลกู ของธนาคารพาณิชย์ตา่ งประเทศ (Subsidiary)
หมายถงึ บริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบยี นในประเทศไทยและได้รับอนญุ าตใหป้ ระกอบธรุ กจิ ธนาคารพาณชิ ย์
โดยมธี นาคารพาณิชย์ตา่ งประเทศถือห้นุ ไม่ต่ำกวา่ ร้อยละ 95 ของห้นุ ท่ีจำหน่ายแลว้ ทงั้ หมดซ่ึงปจั จุบนั มี 2 แห่ง
คอื ธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารแหง่ ประเทศจนี (ไทย) จำกัด (มหาชน)
1.1.4 สาขาของธนาคารพาณชิ ย์ต่างประเทศ (Foreign Bank Branch / Full Branch)
หมายถึงสาขาของธนาคารพาณิชย์ตา่ งประเทศท่ีไดร้ ับอนญุ าตให้ประกอบธรุ กจิ ธนาคารพาณิชยใ์ นประเทศไทย
ซึ่งปัจจบุ ันมี 14 แหง่ คือธนาคารเจพีมอรแ์ กน เชสธนาคารซิตแ้ี บงก์ธนาคารซูมิโตโม มติ ซุย แบงกิง้ คอร์
ปอเรชัน่ ธนาคารดอยซแ์ บงกธ์ นาคารเดอะรอยลั แบงก์อ๊อฟสกอตแลนด์เอน็ .ว.ี ธนาคารบีเอ็นพี พารบี าส์
ธนาคารมซิ ูโฮจำกัดธนาคารแหง่ โตเกียว-มติ ซบู ิชิ ยูเอฟเจ จำกดั ธนาคารแหง่ ประเทศจนี จำกัดธนาคารแห่ง
อเมริกาเนช่นั แนลแอสโซซเิ อชั่นธนาคารอาร์ เอช บี จำกัดธนาคารอนิ เดียนโอเวอรซ์ ีส์ธนาคารโอเวอรซ์ ี-ไชนีส
แบงกง้ิ คอร์ปอเรช่นั จำกัดธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงก้งิ คอรป์ อเรชน่ั จำกดั
1.2 บรษิ ัทเงินทนุ (Finance Company)หมายถึง บริษัทท่ีได้รบั อนญุ าตให้ประกอบธุรกิจ
เงนิ ทนุ โดยรบั ฝากเงนิ หรอื รบั เงนิ จากประชาชนที่ต้องจ่ายคืนเม่อื ทวงถาม หรอื เม่ือสนิ้ ระยะเวลาทีก่ ำหนดไว้
และสามารถให้กู้ยืมเงินตามประเภทของธรุ กจิ เงนิ ทนุ ท่ีได้รับอนุญาตเชน่ การให้กูย้ มื เงนิ ระยะปานกลางและ
ระยะยาวแกก่ จิ การอุตสาหกรรมเกษตรกรรมหรือพาณิชยกรรมการใหเ้ ช่าซื้อบางประเภทแตไ่ มส่ ามารถ
ประกอบธุรกจิ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับเงนิ ตราต่างประเทศได้ซง่ึ ปัจจุบันมี 2 แห่งคือบริษทั เงินทนุ กรุงเทพธนาทรจำกัด
(มหาชน) และบริษทั เงนิ ทุนแอ็ดวานซ์ จำกดั (มหาชน)
1.3 บรษิ ทั เครดติ ฟองซเิ อร์ (Credit Fancier Company)หมายถงึ บรษิ ัทที่ไดร้ บั อนุญาตให้
ประกอบธุรกจิ เครดติ ฟองซิเอร์โดยสามารถรบั ฝากเงนิ หรือรับเงินจากประชาชนท่จี ะจ่ายคืนเมอื่ ส้ินระยะเวลาที่
กำหนดไวเ้ ช่นไมน่ ้อยกว่าหน่ึงปแี ละตอ้ งฝากเงินไมน่ ้อยกวา่ หนึง่ พนั บาท โดยสามารถให้กู้ยมื เงินโดยวธิ ีรบั จำนอง
อสังหารมิ ทรัพย์ การรบั ซ้ืออสงั หารมิ ทรพั ยโ์ ดยวิธขี ายฝาก ซงึ่ ปัจจุบนั มี 3 แหง่ คือบริษัทเครดติ ฟองซิเอร์ลินนฟ์ ลิ
ลปิ สม์ อร์ทเก็จจำกดั บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ สหวริ ยิ า จำกดั บรษิ ทั เครดติ ฟองซเิ อรแ์ คปปิตอลลง้ิ ค์ จำกัด
2. สำนักงานผูแ้ ทนธนาคารพาณชิ ย์ตา่ งประเทศหมายถึงสำนักงานของธนาคารพาณชิ ย์ต่างประเทศท่ีไดร้ ับ
อนุญาตจากธปท. ให้ดำเนนิ การแทนธนาคารพาณชิ ยต์ ่างประเทศโดยดำเนนิ การไดเ้ ฉพาะทเ่ี กี่ยวกบั การติดตอ่
ประสานงาน การแนะนำลูกค้า และการรวบรวมข้อมูล เชน่ ข่าวสารฐานะทางการเงนิ ของลูกคา้ และสถานการณท์ าง
เศรษฐกจิ และการเงินเพื่อสง่ ใหส้ ำนกั งานใหญ่หรือสำนักงานอื่นๆของธนาคารเทา่ นั้นปัจจุบนั มี 47 แห่ง
3. บรษิ ัทบรหิ ารสนิ ทรพั ย์ (บบส.) หมายถึง บรษิ ทั ทีไ่ ดจ้ ดทะเบียนกบั ธปท. ตามพระราชกำหนด
บริษทั บรหิ ารสินทรพั ย์พ.ศ. 2541 เพื่อทำหนา้ ทบ่ี ริหารสินทรพั ย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงนิ โดยการรบั ซื้อ
หรอื รบั โอนสนิ ทรพั ย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินท่ยี งั เปดิ กิจการอยู่หรือปดิ กจิ การแลว้ รวมถงึ หลักประกนั
ของสนิ ทรัพยด์ ้อยคณุ ภาพเพ่ือนำมาบริหาร เชน่ ปรบั ปรุงโครงสร้างหน้ี ฟืน้ ฟลู กู หนี้ หรือจำหน่ายโอนต่อไป ซึ่ง
ปัจจบุ ันมี 35 แห่ง
4. ผูใ้ ห้บริการทีไ่ ม่ใชส่ ถาบนั การเงิน (Non-bank)หมายถงึ ผใู้ หบ้ ริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบนั การเงนิ
ส่วนใหญเ่ ป็นบริษัทจำกดั ทจี่ ดทะเบียนกับกระทรวงพาณชิ ย์ (ศึกษารายละเอียดเพ่ิมเตมิ ท่ีหัวขอ้ ผใู้ ห้บรกิ ารท่ไี ม่ใช่
สถาบนั การเงิน) ไดแ้ ก่ผใู้ หบ้ ริการบัตรเครดติ ผใู้ ห้บริการสนิ เชอ่ื สว่ นบุคคลภายใต้การกำกับ ผ้ใู ห้บรกิ ารการชำระ
เงนิ ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e-Payment)ผูใ้ ห้บริการดา้ นการแลกเปลี่ยนเงินหรือโอนเงินตราต่างประเทศ
ทม่ี า : https://www.1213.or.th/th/aboutfcc/finservices/Pages/FinUnderBOT.aspx
เข้าถงึ เมอื่ วันท่ี 3 พฤศจิกายน 2561
การขนสง่
การขนส่ง คือการเคลือ่ นย้ายคนและสงิ่ ของจากทีห่ นึ่งไปยงั อกี ทห่ี นึ่ง การขนส่งแบง่ ออกเป็นหมวดใหญ่
ดังน้ี ทางบก ทางนำ้ ทางอากาศ และ อื่นๆ เราสามารถพิจารณาการขนส่งไดจ้ ากหลายมุมมอง โดยครา่ ว ๆ
แล้ว เราจะพิจารณาในสามมุมคือ มุมของโครงสร้างพื้นฐาน, ยานพาหนะ, และการดำเนนิ การ โครงสรา้ งพืน้ ฐาน
พจิ ารณาโครงข่ายการขนสง่ ที่ใช้ เชน่ ถนน ทางรถไฟ เส้นทางการบิน คลอง หรอื ท่อสง่ รวมไปถงึ สถานีการขนส่ง
เช่น ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ ท่ารถ และ ท่าเรือ ในขณะท่ี ยานพาหนะ คือสง่ิ ทเ่ี คลื่อนที่ไปบนโครงขา่ ยนัน้ เชน่
รถยนต์ รถไฟ เคร่ืองบนิ เรือ สว่ น การดำเนินการ นัน้ จะสนใจเก่ียวกบั การควบคุมระบบ เชน่ ระบบจราจร ระบบ
ควบคมุ การบนิ และนโยบาย เช่นวิธีการจัดการเงนิ ของระบบ เช่นการเก็บค่าผา่ นทาง หรือการเกบ็ ภาษนี ้ำมนั
เป็นต้น
ท่มี า :https://sites.google.com/site/rupbaebkarkhnsngninganlocis/khwam-hmay-khxng-kar-khnsng
เขา้ ถงึ เมอ่ื วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561
การประกนั ภยั
ความสำคัญของการประกันภัย
1.ความสำคัญของการประกันภัยตอ่ ผูเ้ อาประกนั ภัย คือ การใหค้ วามคุม้ ครองและเป็นหลักประกัน
ความมนั่ คงในชวี ติ และทรัพย์สินใหแ้ กช่ วี ติ ของตนเองและครอบครวั
2.ความสำคญั ของการประกนั ภัยตอ่ สังคม คือ เป็นหลกั ประกนั ความมั่นคงใหแ้ กผ่ ู้เอาประกนั ภยั และ
ช่วยแบ่งเบาภาระของสงั คมทำให้เกิดความม่ันใจ หากเกิดอุบัติภยั และความเสียหายขนึ้ ผู้ประสบภัยจะได้รบั
การชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทน
3.ความสำคัญของการประกนั ภยั ตอ่ เศรษฐกิจ เงินทไ่ี ดจ้ ากการเกบ็ เบี้ยประกนั ภัย เปน็ แหล่งเงินทนุ ท่ี
สำคญั แหลง่ หนง่ึ ของประเทศในการกู้ยมื มาลงทุนทำธรุ กิจหรอื ขยายธุรกิจให้มีความเจริญกา้ วหน้า สำหรับธรุ กิจ
ทที่ ำการประกันภัยจะไดร้ ับความคุ้มครองในทรัพย์สนิ ท่ีได้ทำประกันภยั ไว้ ทำให้เกิดความมน่ั คงในกจิ การ
ประเภทของการประกันภัยแบ่งเป็น 2 ลกั ษณะ คือ
1.การแบ่งประเภทของการประกนั ภยั ตามหลักวิชาการประกนั ภัย
2.การแบง่ ประเภทของการประกันภัยตามหลักการทางธรุ กิจประกนั ภัย
การแบ่งประเภทของการประกนั ภยั ตามหลักวิชาการประกันภยั
สามารถแบง่ ได้เปน็ 3 ประเภท ใหญ่ ๆ ดังนี้
1.การประกนั ภัยบุคคล ( Insurance of the person ) เปน็ การประกันภยั เกี่ยวกบั ภัยท่ีก่อให้เกิด
ความเสยี หายเกีย่ วกบั บุคคลหรอื ท่เี กดิ กบั บุคคล ซึ่งได้แก่
1.1 การประกันชีวิต
1.2 การประกันอบุ ตั เิ หตุส่วนบคุ คล
1.3 การประกันสขุ ภาพ
2.การประกนั ภยั ทรพั ยส์ ิน ( Property Insurance ) หมายถงึ การประกันท่ีบริษทั ผรู้ ับประกนั ภยั ทำ
สญั ญายินยอมทจ่ี ะชดใช้คา่ สินไหมทดแทน หรือชดใชเ้ งินจำนวนหนง่ึ ให้กับผู้เอาประกนั ภัยในกรณที เ่ี กิดความ
เสียหายเกย่ี วกบั ทรัพย์สนิ ท่ีเอา ประกัน ซึ่งได้แก่
2.1 การประกันอัคคีภยั
2.2 การประกันภัยรถยนต์
2.3 การประกนั ทางทะเลและขนส่ง
2.4 การประกันภยั เบ็ดเตล็ด
3.การประกันภัยความรับผดิ ตามกฎหมาย ( Liability Insurance ) หมายถงึ การประกนั ทบ่ี ริษทั ผู้รบั
ประกันภยั ทำสัญญายนิ ยอมทจี่ ะชดใช้ค่าสนิ ไหมทดแทน หรอื ชดใชเ้ งินจำนวนหนึ่งใหก้ ับบคุ คลภายนอกผู้ได้รบั
ความเสยี หายทเี่ กิดกับ ชวี ติ ร่างกาย หรือ ทรัพย์สนิ ของบุคคลภายนอกน้ัน อนั เกิดจากการกระทำของผูเ้ อา
ประกนั ภัย ซง่ึ ได้แก่
3.1 การประกันภัยความรับผิดชอบของบุคคลต่อบุคคลอนื่
3.2 การประกันภยั ความรบั ผิดชอบของผู้ประกอบวิชาชพี เฉพาะตอ่ บุคคลอืน่
3.3 การประกันภยั ความรับผิดชอบของธรุ กิจต่อบคุ คลอน่ื
การแบง่ ประเภทของการประกนั ภยั ตามหลักการทางธรุ กิจประกนั ภัยแบง่ ได้ 2 ประเภท ใหญ่ ๆ ดังน้ี
1.การประกนั ชวี ิต ( Life Insurance )
2.การประกันวินาศภยั ( Non-Life Insurance ) แบ่งไดเ้ ป็น 4 ประเภท คือ
2.1 การประกันอัคคีภยั
2.2 การประกนั ภัยรถยนต์
2.3 การประกนั ทางทะเลและขนสง่
2.4 การประกนั ภยั เบด็ เตลด็
ประโยชนข์ องการประกนั ภัย
1.ประโยชน์ตอ่ ผูเ้ อาประกันภัย ดังน้ี
- ให้ความคมุ้ ครองต่อบุคคล ครอบครวั และทรัพย์สินของผูเ้ อาประกนั
- ชว่ ยปลกู ฝงั ให้เกิดนิสยั ประหยัดและช่วยใหเ้ กิดการออม
2.ประโยชนต์ อ่ ธรุ กจิ ดงั น้ี
- ช่วยใหเ้ กดิ ความม่ันคงในการประกอบธรุ กิจ
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนนิ ธรุ กิจ เพราะผบู้ รหิ ารไม่ต้องเสียเวลาเปน็ กงั วลเก่ยี วกบั การเสี่ยงภัย
- ชว่ ยในการขยายเครดติ ลดความเสีย่ งของผูใ้ ห้กู้จากหน้สี ูญ
- ชว่ ยให้เกิดเสถยี รภาพในตน้ ทุนการผลติ
- ช่วยส่งเสรมิ ธุรกจิ บางประเภทใหเ้ จรญิ กา้ วหน้า โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ธรุ กจิ ท่ีเก่ียวขอ้ งกับความเสี่ยงภยั มาก ๆ
3.ประโยชน์ตอ่ เศรษฐกจิ และสงั คม ดงั น้ี
- ช่วยระดมทุนเพื่อการพฒั นาประเทศ
- ช่วยลดภาระแก่สงั คมและรัฐบาล
ลักษณะของการเสี่ยงภัยทส่ี ามารถจะเอาประกนั ภัยได้
1.ความเสยี่ งภัยนนั้ ควรเปน็ ความเส่ียงภยั ท่แี ทจ้ รงิ และเปน็ ความเสย่ี งภัยจำเพาะ
2.ความเสย่ี งภยั นนั้ จะต้องมหี นว่ ยท่ีคลา้ ยคลึงกนั เป็นจำนวนมาก
3.ความเสยี หายท่ีจะเกิดข้นึ น้ัน ตอ้ งเปน็ อุบตั ิเหตแุ ละไม่ได้เกิดจากการกระทำ โดยเจตนาของผ้เู อาประกนั ภยั
4.ความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ต้องสามารถหาสาเหตแุ ละประเมินความเสียหายเปน็ ตัวเงนิ ได้
5.ความเสยี หายท่เี กิดขน้ึ นน้ั ต้องไมเ่ ปน็ มหันตภัย
6.ความเสียหายที่เกิดขึ้นนน้ั ผเู้ อาประกนั ตอ้ งมสี ว่ นได้ส่วนเสยี ด้วย
7.โอกาสทีจ่ ะเกดิ ความเสยี หายตอ้ งคำนวณหรอื ประมาณได้
ท่มี า : http://www.wsk.ac.th/insurance/insure.html
เข้าถึงเมอ่ื วนั ที่ 8 พฤศจกิ ายน 2561
ใบความรูท้ ี่ 4
จรรยาบรรณและคุณสมบัตขิ องผู้ประกอบธุรกจิ
การประกอบธรุ กจิ มคี วามสำคญั อย่างย่ิงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทง้ั ในด้านทางตรงและ
ทางอ้อม โดยเฉพาะเจ้าของกิจการ ผ้บู ริหาร รวมถงึ นักธรุ กิจทกุ คนท่ีมสี ่วนร่วมในการผลักดนั ให้เกดิ การ
ประกอบการทางธุรกิจ ซงึ่ จะเก่ียวข้องกบบคุ คลหลายๆ กลุ่มสง่ิ หน่ึงทจ่ี ะทำให้การบรหิ ารงานขององคก์ าร
เป็นไปด้วยความราบร่นื คือ การมีจรรยาบรรณในการประกอบวชิ าชีพของตนเองอยา่ งเหมาะสม
ความหมายของจรรยาบรรณของผู้ประกอบธุรกิจ
จรรยาบรรณ หมายถึง ความประพฤติทด่ี ีท่ีกำหนดขึน้ ไว้ให้ถือปฎิบตั ิ หรือจรยิ ธรรมซ่ึงหมายถึงการ
ประพฤติปฏบิ ัติตอ่ ผู้อ่ืนดว้ ยความเปน็ ธรรม
จรรยาบรรณหมายถงึ ประมวลความประพฤติ มาตรฐานคุณค่าแหง่ ความดีของการกระทำอย่างหนง่ึ
หรือประพฤติกรรมโดยรวมของผ้ปู ระกอบอาชพี
จรรยาบรรณทางธุรกิจ หมายถึง มาตรฐานของการผลติ สินค้าและการใหบ้ ริการเพื่อผลตอบแทนตาม
คุณค่าของการลงทนุ โดยเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายกลา่ วคอื ทั้งเจ้าของกิจการผบู้ ริหาร ผู้รว่ มงาน ผ้บู ริโภค
ผู้รับบรกิ าร รฐั บาลและสังคม เป็นต้น ซง่ึ ต้องมีความสัมพันธ์เชงิ เศรษฐกิจรว่ มกัน
ความรับผิดชอบของธรุ กิจตอ่ สงั คม
ความรับผดิ ชอบต่อสงั คม (Corporate Social Responsibility : CSR) เป็นกฎเกณฑท์ าง
ศีลธรรมท่ีผบู้ ริหารนำมาใช้ในการตัดสนิ ใจ เพื่อดำเนินการบริหารองค์การและการปฏิบัตติ ่อผมู้ สี ่วนไดเ้ สยี
ความรบั ผดิ ชอบนม้ี ิไดบ้ ังคับไวต้ ามกฎหมาย ผบู้ ริหารจะต้องพจิ ารณาว่า องคก์ รควรมีความรับผดิ ชอบต่อ
สังคมอยา่ งไร มากน้อยเพยี งใดบนพน้ื ฐานรายได้และผลตอบแทนอนั จะทำให้องค์กรสามารถดำเนนิ ต่อไปได้
ดงั นน้ั ผู้บรหิ ารองคก์ รควรหาผลตอบแทน ดว้ ยการรบั ผิดชอบทางเศรษฐกจิ ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ดำเนนิ
กิจการที่ถูกต้องชอบธรรม และหลกี เลย่ี งการกระทำทเี่ ป็นอันตรายต่อสังคมควบคู่กบั การดำเนนิ งานของ
องค์กร
ปัจจบุ ันนี้กระแสสังคมได้มกี ารเรยี กรอ้ งให้องคก์ าร ทง้ั ด้านการผลติ และบรกิ ารต้องรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม
มากยิ่งขนึ้ และนี่คอื การรบั รใู้ หม่เก่ียวกบั บทบาทขององค์การทผี่ บู้ ริหารมอิ าจที่จะมองขา้ ม ในปัจจบุ ันเปน็ จำนวน
มากจากส่วนตา่ ง ๆ ของโลกต่างเฝ้ามองธรุ กจิ การดำเนนิ การขององค์การตา่ ง ๆ และคาดหวงั วา่ ผปู้ ระกอบการ
เหล่าน้จี ะประพฤติปฏิบตั ติ น เพื่อปกป้องผลประโยชนข์ องลูกคา้ สิง่ แวดล้อม และสาธารณชนควบคกู่ ับการแสวง
กำไร พนั ธะนี้เรียกวา่ “ความรบั ผิดชอบต่อสังคม” (Social Responsibilities) จงึ เปน็ หนา้ ทขี่ องผู้บริหาร
องค์การทีจ่ ะตอ้ งทำความเขา้ ใจต่อพันธะทางสังคมและกฎเกณฑ์ทางจริยธรรม
การท่ีความรบั ผดิ ชอบต่อสังคมขององค์การธรุ กิจได้กลายมาเปน็ ประเด็นสำคัญ
ทอ่ี งคก์ ารต้องนำพิจารณาน้ัน ท้งั นีเ้ พราะว่าความรู้สกึ นึกคิดของคนในสงั คมมีสว่ นผลักดันให้ขอบเขตความ
รบั ผิดชอบต่อสังคมได้ขยายตัวออกไป ดงั นั้น องคก์ ารท่จี ะดำรงอยใู่ นสงั คม
จึงตอ้ งปกป้องและพฒั นาสงั คมควบคู่กนั กบั การบรรลุเปา้ หมายทางการเงิน ถา้ องค์การปราศจากความ
รับผดิ ชอบตอ่ สงั คมแล้วในระยะยาวกจิ การน้ัน ๆ จะไดร้ บั การปฏิเสธจากสังคม ดังนน้ั ผู้บรหิ ารจึงตอ้ งใช้
ความพยายาม เพ่ือแสวงหาผลกำไรปฏบิ ัตติ ามกฎหมายท่ีไดแ้ สดงถึงระดับความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมแบ่งออก
ได้ 4 ระดับ ดังนี้
1. ความรับผิดชอบทางเศรษฐกิจ (Economic Responsibility)ระบบเศรษฐกจิ แบบเสรี บุคคล
ไมเ่ พียงแต่จะมสี ิทธใิ นการประกอบธุรกิจการเทา่ นน้ั การที่องค์กรเป็นผผู้ ลติ และให้บริการถา้ องค์กรไม่มี
ผลตอบแทนหรือกำไรท่คี ุ้มคา่ แลว้ องคก์ รก็ไมส่ ามารถดำเนนิ การตอ่ ไปได้ ดงั นัน้ พ้ืนฐานการดำเนินการของ
องค์กรจึงขนึ้ อยกู่ ับการแสวงหาผลกำไรเท่าที่จะเป็นไปได้ เพ่ือสร้างหลกั ประกนั ทสี่ ำคญั แกผ่ ู้ท่เี กย่ี วข้อง เพื่อ
รกั ษาสภาวะการแข่งขันและประสทิ ธิภาพการดำเนนิ งาน ตลาดการคา้ ท่ีมกี ารแขง่ ขนั กันอย่างเสรีการดำเนนิ งาน
ขององค์กรจะต้องเปน็ ไปตามกลไกของตลาด โดยท่ีรัฐเป็นผคู้ วบคุมสาธารณูปโภคและสินค้าบางอยา่ งถา้ เกดิ
วิกฤตการณ์ท่ีมีผลต่อความม่ันคง
รฐั อาจใช้วิธกี ำหนดนโยบายควบคมุ ราคาสินค้า ซ่งึ ทางองค์กรต้องปฏบิ ตั ิตามที่รฐั กำหนด
2. ความรับผิดชอบทางกฎหมาย (Legal Responsibility) นอกเหนือจากการท่ีองค์กร
ดำเนินการแสวงหาผลกำไรแล้ง องคก์ รควรมีความรบั ผิอชอบท่ีจะต้องปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ซึง่ ถอื วา่ เป็นกฎเกณฑ์
ที่องคก์ ารต้องใช้พจิ ารณาถึงความถูกหรอื ความผดิ ท่ีมตี อ่ สังคม กฎเกณฑน์ ้ี
จะมกี ารเปลย่ี นแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกฎหมายกำหนดการทีก่ ฎหมายต่าง ๆ ไม่สามารถครอบคลมุ กิจกรรมการ
ดำเนินงานได้ทุกด้าน ดงั น้ัน กรณที ี่อยู่นอกเหนือจากท่ีกำหนดไวใ้ นกฎหมายองค์กรต้องวนิ จิ ฉัยวา่ อะไรคอื ความ
ถกู ต้อง โดยทั่วไปกฎเกณฑท์ างธุรกจิ กฎหมายจะควบคุมและให้ความสำคัญ 4 กลุม่ ดงั น้ี 1. ผู้บริโภค 2. การ
แขง่ ขนั 3. ส่ิงแวดล้อม4. ความเทา่ เทียมและความปลอดภัย
3. ความรบั ผิดชอบต่อจรยิ ธรรม (Ethical Responsibility)ความรับผิดชอบทางเศรษฐกจิ และ
กฎหมาย ถือวา่ เปน็ พันธะท่ีองคก์ รต้องมีความรบั ผิดชอบต่อสงั คม เพราะเป็นมาตรฐานความคาดหวังของสังคม
ทีม่ ตี ่อการดำเนนิ งานขององค์การ แต่จริยธรรมถือเปน็ กฎเกณฑ์ของคา่ นิยมทางศีลธรรมทอี่ งค์กรใช้เป็นแนวทาง
ในการปฏิบัติ ดังนั้น ความรับผิดชอบต่อจริยธรรมจงึ เปน็ กฎเกณฑ์ทางศีลธรรมทอี่ งค์กรใชใ้ นการตดั สินใจและ
ปฏิบัตติ อ่ ผู้มีสว่ นได้สว่ นเสยี ไม่ว่าจะเปน็ ลูกค้า ผถู้ ือหนุ้ พนกั งาน ชมุ ชนและสภาพแวดล้อมท่ีเก่ียวข้องกับ
การดำเนนิ งาน
การจัดการภาคการผลิตและบรกิ าร องค์การมักจะเผชญิ กับปญั หาดา้ นจริยธรรม เช่น การ
วนิ จิ ฉัยปญั หาจริยธรรม (Ethical Dilemmas) เน่อื งจากความซบั ซอ้ นของปญั หามีมากจนยากต่อการ
ตัดสินใจของผบู้ รหิ ารองคก์ ร ตวั อยา่ งเชน่ การจำหนา่ ยสนิ ค้าทไ่ี ม่เปน็ ไปตามมาตรฐานท่ีองค์กรกำหนดไว้
แต่สนิ คา้ นั้นได้มาตาฐานข้นั ต่ำทก่ี ฎหมายกำหนด หรือการละเมดิ จริยธรรม (Ethical lapses) ซงึ่ เป็นปญั หา
เมอ่ื องค์การดำเนินการอย่างขาดจริยธรรมท่มี ีผลกระทบต่อสังคม
ความรบั ผดิ ชอบต่อจรยิ ธรรมขององคก์ รไม่อาจพิสูจน์อย่างชดั เจนต่อผลกำไรกต็ าม แต่ในระยะ
ยาวแล้วองคก์ าใดก็ตามที่ไม่ไดแ้ สดงออกถึงความรับผดิ ชอบตอ่ สังคมแลว้ องค์กรนน้ั ก็ไม่ไดร้ ับความเชอ่ื ถือ
ศรทั ธาจากลูกคา้ หรือผู้ใชบ้ ริการ
4. ความรบั ผิดชอบอย่างพินิจพิเคราะห์ (Discretionary responsibilities)เป็นความรับผิดชอบดว้ ย
ความสมคั รใจของผ้บู รหิ ารโดยตรง ความรบั ผดิ ชอบนไี้ ม่ได้บังคับไว้ตามกฎหมายจะเหน็ ได้ว่า ความรบั ผดิ ชอบต่อ
สังคมนน้ั ผบู้ ริหารจะเลือกทำสิ่งทไี่ ด้ผลประโยชนไ์ ด้กำไรแต่ต้องไมผ่ ิดกฎหมาย ถ้ามีความรับผิดชอบสูงขึ้นไปอีกก็
จะเปน็ ความรับผิดชอบทคี่ ำนึงถงึ จรยิ ธรรม โดยจะเหน็ ได้จากการทผี่ ู้บริหารองค์กรให้ความสำคัญหรืออาจเขา้ ไปมี
สว่ นรวมในโครงการปรับปรงุ คณุ ภาพชีวิตของประชาชน การยกระดบั มาตรฐานการดำรงชพี ความรบั ผดิ ชอบใน
ขั้นนอี้ งค์การมิได้ม่งุ หวังผลตอบแทนที่จะกลับคืนมาสูอ่ งคก์ าร แต่เป็นการให้เปล่าซ่งึ บางองค์กรใช้คำวา่ การคืน
กำไรสสู่ ังคม องค์กรท่ีมิได้เข้าไปมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรม ท่ีมปี ระโยชน์ต่อสงั คมก็ไม่ได้หมายความวา่ องคก์ รนั้นขาด
จรยิ ธรรมทางธรุ กจิ แต่อย่างไร ทัง้ น้ีข้นึ อยู่กับดุลพนิ ิจของผู้บรหิ ารเปน็ สำคัญ
ที่มา : https://sites.google.com/site/phathnangan30000101/hnwy-kar-reiyn-ru/bth-thi-9
เข้าถงึ เม่อื วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561
คณุ สมบตั ขิ องผูป้ ระกอบธุรกิจ
คุณสมบัติของการเป็นผปู้ ระกอบการเป็นสิง่ สำคญั อย่างหน่ึงท่ีจะช่วยให้ธรุ กจิ ของคุณ มคี วามกา้ วหนา้
สามารถดำเนนิ ธรุ กิจให้ไดผ้ ลกำไรที่ดี ซ่ึงหลักๆ จะมคี ุณสมบตั ิอยู่ ดงั น้ี
1. อดทน ยึดมั่นไมย่ ่อทอ้ วางเปา้ หมายสู่ความสำเร็จ มคี วามทะเยอทะยานในระดับสงู ถือเป็นหวั ใจ
สำคัญทจี่ ะเปน็ พลังผลักดันให้ลุกขึ้นมาดำเนินการใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย
2. ชอบความเส่ียงมีความสามารถในการประเมินความเสีย่ ง ต้ังแตก่ ่อนจะเร่มิ ดำเนนิ การวิเคราะห์
อยา่ งรอบคอบและพยายามขจัดความเส่ียงที่จะกระทบต่อธุรกิจ แลว้ จึงค่อยตัดสนิ ใจดำเนนิ การ
3. คิดอย่างสร้างสรรค์ สรา้ งฝันให้ยง่ิ ใหญ่ ไปให้ถงึ การเริ่มจากก้าวเลก็ แลว้ ค่อยขยายใหญ่ข้ึน สามารถ
มองจากจุดเล็กๆ โดยสร้างจากสิ่งท่ตี นรกั แล้วสานฝันให้สามารถขยายเป็นกจิ การใหญ่โตได้
4. กล้าเปลีย่ นแปลงถือเป็นโอกาสมีความคดิ เชิงบวกกับสิ่งท่ีเปล่ียนแปลง มองการเปลยี่ นแปลงเป็น
โอกาส และจดุ เริ่มตน้ ของส่ิงใหมๆ่ และใชป้ ระโยชนจ์ ากการเปลยี่ นแปลงนน้ั กับธรุ กจิ ของคณุ
ทมี่ า : https://www.takraonline.com/Blog/ เข้าถงึ เมือ่ วันท่ี 21 พฤศจิกายน 2561
การเลอื กใชเ้ ทคโนโลยที ี่เหมาะสมกบั การดำเนินธุรกิจ
ความจำเปน็ ทต่ี ้องมีการนำเทคโนโลยมี าใชใ้ นธุรกจิ
1. โลกเกดิ การเปลี่ยนแปลงคร้ังใหญ่ในเทคโนโลยกี ารส่ือสารข้อมูลและเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์องค์กร
ต่างๆทั้งองค์กรธุรกจิ และ องคก์ รท่ีไม่ใช่ธรุ กิจ ได้ปรบั ตวั เชือ่ มโยงข้อมูลเข้าด้วยกนั แลว้ เปน็ ส่วนใหญ่
องค์กรใดที่ไม่เช่ือมโยงข้อมลู ถึงกัน จะโดดเด่ียวและดำเนินธุรกจิ ได้ลำบาก จึงต้องนำเอาเทคโนโลยเี ข้าไปเป็น
ส่วนหนึง่ ขององค์กร ตลอดจนขอ้ บงั คับทางกฎหมายในบางเรือ่ งอาจมีการบังคบั ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อ
การควบคมุ เช่น การขออนุญาตจดทะเบียนการค้าและการภาษอี ากร ในอนาคตทุกองค์กรการค้าอาจ
ตอ้ งถูกบงั คับใหเ้ ชอ่ื มโยงขอ้ มูลการขายและสินค้าคงคลงั เพ่ือการจดั เก็บภาษผี า่ นเครื่องบันทึกเงนิ สด
2. องคก์ รธรุ กจิ ในอนาคตมีการแข่งขันสงู ทกุ องค์กรต้องการเขา้ ถึงผบู้ รโิ ภคของตวั เองด้วยความแตกต่าง
จากคูแ่ ขง่ ให้มากทสี่ ดุ (Customer approach with high differentiated products and services) ดว้ ยสนิ คา้ และ
บริการท่รี าคาถกู ด้วยความรวดเร็วและคุณภาพดเี ทา่ ที่ลูกค้าตอ้ งการ และระบุได้ด้วยตนเอง (Customization)
ซง่ึ ในปจั จบุ นั เทคโนโลยสี ารสนเทศเอ้ือประโยชน์ให้แต่ละองคก์ รสามารถทำธรุ กจิ อีเลก็ ทรอนกิ ส์ (e-Business) ได้
เช่น การซื้อขายสินค้าและทำธุรกรรมผ่านเวบ็ ไซต์ หรือ การพาณชิ ยอ์ เี ล็กทรอนิกส์ (e-Commerce)
3. องคก์ รต้องมีการปรบั ตัวและออกแบบองคก์ รใหม่ เพราะถูกผลกระทบจากแรงกดดันในหลายด้าน
ได้แก่ แรงกดดันจากเทคโนโลยี แรงกดดันจากสังคมและแรงกดดันจากตลาดหรือลกู ค้า
การนำเทคโนโลยมี าใช้ในการทำธุรกิจในยคุ น้ีจะเปน็ สิง่ ท่ีหลีกเลย่ี งไม่ได้ แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้กค็ วร
จะมกี ารเลือกใหเ้ หมาะสมและเกิดประโยชน์สงู สดุ คุ้มคา่ กับการลงทนุ ดังเชน่ คำแนะนำต่อไปน้ี
1. อย่ามองการใช้เงินด้านเทคโนโลยเี ป็นคา่ ใช้จา่ ยแต่ใหม้ องวา่ เป็น “การลงทนุ ”การทำธุรกิจหลาย
ประเภท เรามักจะต้องจ่ายค่าโฆษณา คา่ จดั งานโปรโมทสินคา้ ค่าจ้างนักบญั ชี และอ่นื ๆ อีกมากมาย แต่พอเปน็
เร่อื งเทคโนโลยี หลายคนมักจะเลือกจ่ายเฉพาะคา่ เทคโนโลยีท“ี่ จำเป็น” ต้องใช้ และไม่มียอมจ่ายค่าเทคโนโลยีที่
คิดวา่ ไม่ไดใ้ ช้ซึ่งเปน็ ข้อผดิ พลาดอย่างย่งิ ถ้าคุณต้องการให้ธรุ กิจของคุณยนื ยาวตลอดไป การลงทุนด้านเทคโนโลยี
เพือ่ ให้ธรุ กิจของคุณเติบโตน้ันมคี วามจำเปน็ อยา่ งยิ่ง เพราะการเลือกใชเ้ ทคโนโลยที ่ีเหมาะสมจะชว่ ยให้คุณ
ประหยัดท้ังเงินและเวลา ดังนั้นอยา่ มองธรุ กิจของคุณแคใ่ นวันนแี้ ตใ่ ห้มองไปถึงอีก 5 ปี หรือ 10 ปขี ้างหน้าแลว้
เลอื กลงทนุ ด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคณุ
2. ใหค้ วามสำคญั กับการสื่อสารออนไลน์ไมว่ ่าจะเป็น Social Media ย่หี อ้ ไหนก็ตาม การได้แสดง
ความเห็นกับลูกคา้ ตอบสนองในสิง่ ทพี่ วกเขาเรียกรอ้ ง อพั โหลดวดี ีโอที่นา่ สนใจฯลฯ การส่อื สารในรูปแบบน้ีไมใ่ ช่
แคก่ ารนำเสนอเนื้อหาดๆี หรือการสื่อสารทางเดยี วแบบทผี่ ่านๆ มา แตก่ ารใช้ Social Media ช่วยใหค้ ณุ ได้พดู คุย
กบั ลูกคา้ ตวั จรงิ ใหล้ ูกค้าของคุณได้พูดคุยกนั เองเกี่ยวกบั คุณและผลิตภณั ฑ์ของคุณ
แตก่ ารจะใชป้ ระโยชน์ของส่งิ เหลา่ นใี้ ห้คมุ้ คา่ คุณจะตอ้ งมีหลายปัจจยั รวมกัน ไมใ่ ชแ่ คป่ จั จัยเดยี ว เชน่ เว็บไซต์
ทใ่ี ช้งานง่าย เนื้อหาทีด่ ี มหี น้าบลอ็ ก เวบบอรด์ ใหค้ นเข้าร่วม มจี ดหมายอิเลคทรอนิกส์ที่อา่ นง่าย เปน็ ประโยชน์
ต่อผ้อู ่านและสง่ หาลูกค้าสม่ำเสมอ ตลอดจนการสอ่ื สารผา่ นเวบเครอื ขา่ ยทางสงั คมทร่ี วดเรว็ ทนั ใจครอบคลมุ ใน
หลายช่องทางที่ได้รับความนยิ ม
3. นำเทคโนโลยเี คล่อื นที่มาใชใ้ นธรุ กิจถา้ งานของคุณจำเป็นต้องไปไหนมาไหนบ้าง เทคโนโลยเี คล่อื นที่
เป็นตวั เลอื กท่จี ำเปน็ กับคุณมิใชน่ ้อย เพราะการใช้เทคโนโลยีเหล่านจี้ ะทำให้คุณเข้าถึงอีเมล แฟกซ์ ไฟล์งานต่างๆ
ในออฟฟศิ ได้เสมือนอยใู่ นออฟฟิศ โดยท่ีไม่ต้องคอยบอกลูกค้าว่ายังไมไ่ ด้รับแฟกซ์หรือข้อความใดๆ เพยี งเพราะ
คณุ ไมไ่ ด้อยู่ในทที่ ำงานซ่ึงทำให้คณุ ปราศจากความคล่องตัวในการทำงานหรืออาจจะถงึ ข้ันสูญเสยี ลกู ค้าก็เป็นได้
4. หาตวั ช่วยด้านเทคโนโลยีไมจ่ ำเป็นว่าคณุ จะต้องจดั การและดแู ลเทคโนโลยตี า่ งๆ เหล่านดี้ ้วยตวั เอง
คณุ อาจจะมีความเช่ยี วชาญด้านธรุ กิจของคุณมาก แต่ไม่ได้หมายความวา่ คุณตอ้ งมีความเช่ยี วชาญด้านเครือขา่ ย
เทคโนโลยี การสำรองข้อมูลในคอมพวิ เตอร์ฯลฯ ทางเดยี วทจี่ ะชว่ ยให้คณุ ใชเ้ ทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งเหมาะสมและมี
ประสิทธิภาพทีส่ ุดกค็ ือการวา่ งจ้างบริษทั หรือผู้เช่ยี วชาญใหม้ าดูแลงานสว่ นนี้แทนคณุ
ท่ีมา : http://www.smethailandclub.com/technology-62-id.html
เขา้ ถงึ เมือ่ วันท่ี 21 พฤศจกิ ายน 2561
ใบกิจกรรมท่ี 1.1
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 การประกอบธรุ กจิ
ภาระงานท่มี อบหมาย องค์กรธรุ กจิ
*******************
กิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้
1. นกั เรยี นแบ่งกลุม่ แล้วตงั้ ช่ือกลุ่ม
2. ศกึ ษาหาข้อมลู เกี่ยวกบั องคก์ รธรุ กจิ และรูปแบบของธุรกจิ
3. สำรวจองคก์ รธุรกจิ ในชุมชนหรอื ท้องถิน่ แล้วจำแนกตามประเภท
4. นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายบันทึกข้อมลู เก็บแฟ้มสะสมผลงานกลมุ่
แหล่งสบื คน้ ข้อมลู
1. สอื่ สิง่ พมิ พ์ เช่น ตำราธรุ กิจ หนงั สอื พิมพฐ์ านเศรษฐกิจ กรงุ เทพธุรกจิ วารสารธุรกิจ
2. วีดทิ ัศนห์ รือภาพแสดงปจั จัยท่เี ปน็ สง่ิ แวดลอ้ มทางธรุ กิจ
3. กราฟแสดงวงจรชีวติ ธุรกิจ
4. ส่ืออิเล็กทรอนกิ ส์ เช่น เว็บไซต์เก่ยี วกับธุรกจิ ประเภทต่าง ๆ
5. สถานที่ เชน่ หอ้ งสมดุ สถาบันการศึกษา สำนกั งาน สถานประกอบการในชุมชนหรือท้องถิ่น
บรษิ ทั และรา้ นคา้ ต่าง ๆ
6. บคุ คล เช่น ผู้ประกอบการ ครู อาจารย์ทส่ี อนวชิ าธุรกจิ การจดั การองค์กร
7. หนงั สือเรยี น รายวิชาเพ่ิมเตมิ ธุรกิจและการเป็นผปู้ ระกอบการ ม. 4–6 บริษทั สำนกั พิมพ์
วฒั นาพานิช จำกดั
ใบกิจกรรมที่ 1.2
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 การประกอบธรุ กิจ
ภาระงานทีม่ อบหมาย สภาพแวดล้อมทางธรุ กจิ
*******************
กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แลว้ ต้ังช่อื กลุม่
2. ระดมสมองแล้วอภิปรายเกี่ยวกบั สภาพแวดลอ้ มทางธุรกจิ
3. วเิ คราะหแ์ สภาพแวดล้อมภายนอกกิจการ แลว้ อภปิ รายสรปุ ผล
4. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายบันทกึ ข้อมูลเก็บแฟ้มสะสมผลงานกลุม่
แหลง่ สืบคน้ ข้อมลู
1. ส่ือส่ิงพิมพ์ เชน่ ตำราธรุ กิจ หนังสอื พิมพฐ์ านเศรษฐกจิ กรงุ เทพธรุ กิจ วารสารธุรกิจ
2. วีดิทัศน์หรือภาพแสดงปัจจยั ทเ่ี ปน็ สงิ่ แวดล้อมทางธุรกิจ
3. กราฟแสดงวงจรชีวติ ธุรกจิ
4. สือ่ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เวบ็ ไซต์เกี่ยวกับธุรกจิ ประเภทต่าง ๆ
5. สถานท่ี เช่น หอ้ งสมุด สถาบนั การศึกษา สำนกั งาน สถานประกอบการในชุมชนหรือท้องถิ่น
บรษิ ทั และรา้ นค้าต่าง ๆ
6. บคุ คล เชน่ ผปู้ ระกอบการ ครู อาจารย์ทส่ี อนวชิ าธุรกิจ การจดั การองค์กร
7. หนังสือเรียน รายวิชาเพ่มิ เติม ธุรกจิ และการเปน็ ผู้ประกอบการ ม. 4–6 บริษทั สำนกั พิมพ์
วฒั นาพานิช จำกดั