๔๐
จากตารางที่ 1 พบว่านกั เรียนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ................อยูใ่ นระดบั ..........และรองลงมาร้อยละ
.................อยู่ในระดับ...............และพบวา่ นกั เรยี น...................................................................................
..................................................................................................................................................................
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน เร่ือง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 2 พบวา่ นกั เรียนผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยใู่ นระดบั ................และพบวา่ นักเรยี น.......................................................................
............................................................................................................................. .....................................
1.3 ดา้ นเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชอื่ มโยงกับมาตรฐานหลกั สูตร
ตารางท่ี 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ เร่ือง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 3 พบว่านกั เรียนคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อยูใ่ นระดบั ............และรองลงมา
ร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบวา่ นกั เรียน............................................................................
.................................................................................... ................................................................ ...................
สรปุ ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี …………………………..
4) นกั เรยี นมีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนอยใู่ นระดับ...................
5) นกั เรียนมีทักษะในระดับ..................
6) นักเรยี นมคี ุณลักษณะในระดับ...............
2. บรรยากาศการเรียนรู้
........................................................................................................................................... .................................................
3. การปรบั เปล่ียนแผนการจดั การเรยี นรู้ (ถา้ มี)
............................................................................................................................................................. ...............................
4. ขอ้ ค้นพบด้านพฤติกรรมการจดั การเรียนรู้
......................................................... ............................................................................................................................. ......
5. อืน่ ๆ.............................................................................................................................................................................
๔๑
( หลังจากจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนจบ 1 หน่วยการเรยี นรู้)
ปญั หา/ส่งิ ทพ่ี ัฒนา / แนวทางแก้ปญั หา / แนวทางการพฒั นา
ปัญหา/สงิ่ ท่ีพฒั นา สาเหตุของปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วธิ แี ก้ไข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พฒั นา
ส่ิงทพ่ี ัฒนา พฒั นา
ลงชอ่ื ...................................................... ผสู้ อน
( นางสมพงษ์ นาคสังข์ )
รบั ทราบผลการดำเนนิ การ
ลงชือ่ ...................................................
( นายกณั ฑ์ชยวัฒน์ ไสยจติ ต์ )
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ลงชือ่ ...................................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธธิ รานนท์ )
รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ
ลงชื่อ..................................................
( นายวรี ะ แกว้ กลั ยา )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี
๔๒
8. ความคิดเหน็ (ผบู้ ริหาร / หรอื ผู้ที่ได้รับมอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง.................................................แลว้ มคี วามเหน็ ดังน้ี
8.1 เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรุง
8.2 การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
ทีเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั ใช้กระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ที่ยังไมเ่ นน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
8.3 เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้
8.4 ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..............................................................
( นายกณั ฑ์ชยวฒั น์ ไสยจิตต์ )
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
ความคดิ เหน็ ของรองผอู้ ำนวยการฝ่ายวิชาการ
............................................................................................................. ...............................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชอื่ .................................................
( นายชาญยุทธ สุทธธิ รานนท์ )
รองผอู้ ำนวยการกล่มุ บรหิ ารงานวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชือ่ .............................................
( นายวรี ะ แก้วกลั ยา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 47 จังหวดั เพชรบุรี
๔๓
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๔
เร่อื ง ชาวพทุ ธท่ดี ี เวลา ๔ ชั่วโมง ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๒
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวดั และการประเมินผล
มาตรฐานการเรยี นรู้ ส่ิงทตี่ ้องรูแ้ ละปฏบิ ตั ิได้ ผลงาน / ช้นิ งาน การวัดผลและการประเมนิ ผล
และตวั ชวี้ ัด
ส 1.1 ป.2/1 ป.2/6 ชาวพุทธทดี่ พี งึ ปฏิบัติตนตาม ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. การประเมินกอ่ นเรยี น
ส 1.2 ป.2/2 มรรยาทชาวพุทธ ศาสนพิธี พีธี
กรรม และวันสำคญั ทางศาสนา 1. สมดุ บันทึกความรู้ เร่อื ง - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
ไดถ้ ูกต้อง และสวด-มนต์ แผ่
เมตตา มสี ตทิ ่ีเปน็ พืน้ ฐานของ ศาสนาทฉ่ี นั นับถือ (ชิ้นงาน หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรื่อง
สมาธิ
ท่ี 1) ศาสนาของเรา (K)
2. รายงานผลการปฏบิ ตั ิตน 2. การประเมนิ ระหว่างการจัด
ตามหลักธรรมของ กจิ กรรมการเรียนรู้
พระพทุ ธศาสนา (ชิ้นงานท่ี 2) 3. การประเมินหลังเรยี น
3. แผน่ พับ เรอ่ื ง เราต้องทำดี - ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น
(ช้นิ งานท่ี 3) หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรือ่ ง
4. การสาธติ การปฏบิ ตั ิตนตาม ศาสนาของเรา (K)
มรรยาทชาวพทุ ธ (ชิ้นงานท่ี 4) 4 การประเมินช้นิ งาน/ภาระ
5. การสาธิตการปฏิบัติตน งาน (รวบยอด)
ในศาสนพิธีในโอกาสท่ี ๑)ตรวจสมุดบันทึกความรู้ เรือ่ ง
เหมาะสม (ชิน้ งานที่ 5) ศาสนาทฉ่ี นั นับถือ (ชิ้นงานท่ี
6. การฝกึ สตแิ ละทำสมาธิ 1) (K, P)
เบอ้ื งตน้ (ช้นิ งานท่ี 6) 2) ตรวจรายงานผลการปฏบิ ัติ
ตนตามหลักธรรมของ
พระพทุ ธศาสนา (ชิน้ งานที่ 2)
(P, A)
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ ( Knowledge)
๑.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1) การฝกึ ปฏบิ ัติมรรยาทชาวพุทธ
- การพนมมือ
- การไหว้
- การกราบ
- การน่ัง
- การยนื การเดิน
๒) การเขา้ รว่ มกจิ กรรมและพิธกี รรมท่เี กย่ี วเนอ่ื งกับวนั สำคญั ทางพุทธศาสนา
- ระเบียบพธิ ีการบูชาพระรัตนตรยั
- การทำบญุ ตักบาตร
๔๔
๓) ฝึกสวดมนต์ไหวพ้ ระและแผ่เมตตา
- รคู้ วามหมายและประโยชน์ของสติและสมาธิ
- ฝกึ สมาธเิ บื้องต้น
- ฝึกสตเิ บอ้ื งต้นดว้ ยกิจกรรมการเคลื่อนไหวอยา่ งมสี ติ
- ฝกึ ใหม้ สี มาธใิ นการฟงั การอา่ น การคดิ การถาม และการเขยี น
3.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
- วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการปฏิบัติ
๓. สมรรถนะ (Competency)
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
๓.1 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสำรวจคน้ หา
2) ทกั ษะการสรปุ ย่อ
3) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
4) ทกั ษะการทำให้กระจ่าง
5) ทกั ษะการตีความ
6) ทักษะการแปลความ
7) ทักษะการหาแบบแผน
8) ทักษะการหาความเช่อื พืน้ ฐาน
9) ทกั ษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
10) ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
๓.2 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
3. หลกั ฐานการเรียนรชู้ ิ้นงานหรือภาระงาน (Work)
1) ตรวจสมดุ บนั ทึกความรู้ เรื่อง ศาสนาที่ฉันนับถือ (ช้นิ งานท่ี 1) (K, P)
2) ตรวจรายงานผลการปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา (ชิ้นงานที่ 2) (P, A)
3) ตรวจแผน่ พับ เร่ือง เราต้องทำดี (ชน้ิ งานที่ 3) (P, A)
4) สงั เกตการสาธติ การปฏบิ ัตติ นตามมรรยาทชาวพุทธ (ช้นิ งานที่ 4) (P)
5) สังเกตการสาธติ การปฏบิ ตั ติ นในศาสนพิธีในโอกาสท่เี หมาะสม (ช้นิ งานท่ี 5) (P)
6) สงั เกตการฝึกสติและทำสมาธิเบ้ืองตน้ (ชิ้นงานท่ี 6) (P)
๔๕
4. การวัดและการประเมนิ ผล ( Evaluation )
สง่ิ ท่ีวดั ผล วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์
4.1 ประเมนิ ระหวา่ งการ
จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ - ประเมินการนำเสนอ - ผลงานทีน่ ำเสนอ - ระดบั คุณภาพ 2
1) การนำเสนอผลงาน ผลงาน (P, A) ผ่านเกณฑ์
- สังเกตพฤติกรรมการทำงาน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน - ระดับคุณภาพ 2
2) พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล (P, A) รายบุคคล ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล - สงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ - แบบประเมินคุณลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2
3) คุณลกั ษณะอันพึง และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน (A) อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์
ประสงค์
- แบบประเมินการสาธิตการปฏบิ ตั ิ - ระดบั คุณภาพ 2
๔.2 การประเมินหลงั เรียน - สังเกตการสาธิตการปฏิบัติ ตนตามมรรยาทชาวพุทธ ผา่ นเกณฑ์
1) กิจกรรมรวบยอด ตนตามมรรยาทชาวพุทธ (P) - แบบทดสอบหลังเรยี น - รอ้ ยละ 60 ผา่ น
- การสาธิตการปฏบิ ตั ิตน - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน เกณฑ์
ตามมรรยาทชาวพุทธ (K) - แบบประเมินการฝึกสตแิ ละทำ
๒) แบบทดสอบหลงั เรยี น สมาธเิ บ้อื งตน้ - ระดบั คุณภาพ 2
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 - สงั เกตการฝึกสตแิ ละทำ ผา่ นเกณฑ์
ศาสนาของเรา สมาธเิ บ้อื งต้น
๓) กิจกรรมรวบยอด
- การฝึกสตแิ ละทำสมาธิ
เบ้ืองตน้
5. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รูปแบบการจดั กิจกรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู/้ แนวทางการเสรมิ แรงหรือช่วยเหลือนกั เรียน
- วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ
6. กจิ กรรมการเรียนการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 14 ชาวพทุ ธที่ดี :การฝกึ ปฏบิ ตั ิตามมรรยาทชาวพุทธ (๒ ช่ัวโมง)
ช่ัวโมงที่ ๑
๑.ขนั้ นำ
ครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมาปฏิบัติตนในการน่ัง การเดิน การยืน การไหว้ และการกราบ จากน้ันครูและ
เพื่อนๆ รว่ มกนั บอกว่า เป็นการปฏิบตั ติ นตามมรรยาทชาวพทุ ธหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
๒.ข้ันสอน
ขน้ั ที่ 1 สงั เกต รับรู้
1. ครูให้นกั เรียนดูวีดิทัศน์หรือภาพการปฏบิ ตั ิตนตามมรรยาทชาวพุทธในอิรยิ าบถตา่ งๆ เช่น การไหว้ การกราบ
การนัง่ และการเดิน
๔๖
2. ครใู ห้ตัวแทนนกั เรยี นทไ่ี ด้รบั การฝกึ มรรยาทชาวพุทธจากครูผู้สอน มาสาธติ มรรยาทชาวพุทธในเรื่องต่อไปนี้
- การประนมมือ
- การไหว้
- การกราบ
- การนง่ั
- การเดิน
3. นักเรยี นสงั เกตการปฏบิ ัตติ นตามมรรยาทชาวพุทธของตวั แทนนกั เรยี น แลว้ ชว่ ยกันเรยี งลำดับขนั้ ตอนการ
ปฏิบัติ โดยมีครคู อยให้คำแนะนำหรอื ใหน้ ักเรียนศึกษาความรู้เพม่ิ เติมจากหนังสือเรียน, วดี ทิ ศั น์
4. ครูถามคำถามกระตนุ้ ความคิด แลว้ ใหน้ ักเรียนร่วมกนั ตอบคำถาม
มรรยาทชาวพุทธท่นี กั เรียนปฏบิ ัติเปน็ ประจำทุกวนั ได้แกอ่ ะไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน)
ข้ันท่ี 2 ทำตามแบบ
นกั เรยี นแตล่ ะคนฝึกปฏบิ ตั ิตนตามมรรยาทชาวพุทธตามแบบอย่างในวดี ทิ ัศนห์ รอื ทต่ี วั แทนนกั เรียนออกมาสาธติ
ชว่ั โมงท่ี ๒
ขน้ั ท่ี 3 ทำเองโดยไมม่ ีแบบ
นกั เรยี นแตล่ ะคนฝกึ ปฏิบัติตนตามมรรยาทชาวพุทธ ได้แก่ การประนม-มือ การไหว้ การกราบ การนัง่
และการเดนิ แลว้ ผลัดกันเสนอแนะโดยมคี รูชว่ ยให้คำแนะนำในการปฏบิ ตั ติ นท่ีถกู ต้องเหมาะสม
ข้ันที่ 4 ฝึกทำใหช้ ำนาญ
1. นักเรียนแต่ละคนฝึกปฏิบตั ติ นตามมรรยาทชาวพุทธ ไดแ้ ก่ การประนมมอื การไหว้ การกราบ การน่งั
และการเดิน จนเกดิ ความชำนาญ
2. ครถู ามคำถามกระตุน้ ความคิด แล้วให้นกั เรียนร่วมกนั ตอบคำถาม
ถ้าชาวพทุ ธทุกคนปฏิบตั ิตนตามมรรยาทชาวพุทธอยา่ งเคร่งครัด จะส่งผลดีอย่างไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครูผ้สู อน)
๓. ขัน้ สรุป
นกั เรียนรว่ มกนั สรุปผลดีหรือความสำคัญของการปฏิบัติตนตามมรรยาทชาวพุทธ
4. ส่อื การสอน / แหล่งเรียนรู้
๔.๑ ส่ือการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) บัตรภาพ การปฏิบตั ิตนตามมรรยาทชาวพทุ ธ
3) วดี ทิ ศั น์
๔.2 แหลง่ การเรยี นรู้
-
๔๗
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 15 ชาวพทุ ธที่ดี : การปฏิบัติตนในศาสนพธิ ี พิธกี รรม และวันสำคัญทางศาสนา
(๒ ชวั่ โมง)
ชว่ั โมงท่ี ๑
๑.ขั้นนำ
ครูสนทนากบั นักเรียนเก่ียวกับวนั สำคัญทางศาสนา และให้นกั เรียนรว่ มกนั บอกกิจกรรมท่เี คยปฏิบัตใิ นวนั
สำคญั ทางศาสนา
๒.ขน้ั สอน
ขน้ั ท่ี 1 สังเกต รับรู้
1. ครูให้นักเรยี นดวู ีดทิ ัศนภ์ าพการเขา้ รว่ มกิจกรรมและพิธกี รรมในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนาครูใหน้ ักเรียน
ตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
- เร่ืองท่ดี ูหรือภาพดังกล่าวเปน็ กจิ กรรมเก่ยี วกับอะไร
- บุคคลในวดี ทิ ศั น์หรือภาพมีการกระทำทเี่ หมาะสมหรอื ไม่ อย่างไร
- กิจกรรมดงั กล่าวมคี วามสำคัญอย่างไร
2. ครอู ธบิ ายเช่ือมโยงใหน้ กั เรียนเห็นวา่ ชาวพทุ ธควรปฏิบัติตนอยา่ งเหมาะสมในพิธกี รรมทางศาสนา
3. ครสู าธิตใหด้ เู กีย่ วกบั ระเบยี บพธิ กี ารบชู าพระรัตนตรยั และการทำบุญตักบาตร และให้นักเรียนศกึ ษา
ความรเู้ รื่องการปฏบิ ตั ิตนในศาสนพธิ ี พิธีกรรม และวันสำคัญทางศาสนา จากหนังสอื เรียน, วีดิทัศน์
4. ครถู ามคำถามกระตนุ้ ความคิด แล้วให้นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบคำถาม
⚫ การทำบุญตักบาตรสง่ ผลดีอยา่ งไร
(เปน็ การสบื ต่ออายุพระพุทธศาสนาและผ้ปู ฏบิ ตั ิเกิดความสบายใจ)
ข้นั ท่ี 2 ทำตามแบบ
นักเรยี นแตล่ ะคนฝกึ ปฏบิ ัตติ ามแบบเก่ียวกับระเบียบพธิ กี ารบูชาพระรัตนตรัยและการทำบุญตักบาตร
ช่ัวโมงที่ ๒
ขัน้ ท่ี 3 ทำเองโดยไม่มีแบบ
นักเรยี นแตล่ ะคนฝกึ ปฏบิ ัตเิ กี่ยวกบั ระเบียบพิธีการบูชาพระรัตนตรยั และการทำบุญตักบาตร แลว้ ผลัด
กนั เสนอแนะ โดยมีครูชว่ ยให้คำแนะนำการปฏิบตั ิตนท่ถี กู ตอ้ งเหมาะสม
ขนั้ ท่ี 4 ฝึกทำให้ชำนาญ
1. นกั เรยี นแตล่ ะคนฝึกปฏิบตั ิตนเก่ียวกบั ระเบยี บพธิ ีการบูชาพระรัตนตรัย และการทำบญุ ตักบาตรจน
เกดิ ความชำนาญ โดยมีครเู ป็นผูส้ ังเกตการปฏิบัติ
2. นกั เรยี นและครชู ่วยกันสรปุ ความสำคญั ในการปฏบิ ตั ติ นอย่างถูกต้องเกย่ี วกับระเบยี บพิธีการบูชา
พระรัตนตรยั และการทำบุญตักบาตร
๓. ขั้นสรุป
นักเรียนและครูช่วยกันสรุปความสำคญั ในการปฏิบตั ิตนอย่างถูกต้องเก่ียวกับระเบยี บพิธีการบูชา
พระรัตนตรัยและการทำบุญตักบาตร
๔๘
4. ส่อื การสอน / แหล่งเรียนรู้
๔.๑ ส่ือการเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) บตั รภาพ กิจกรรมและพธิ ีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
3) วีดทิ ศั น์
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 16 ชาวพุทธทด่ี ี : การฝึกสตแิ ละสมาธิ (๑ ชั่วโมง)
๑.ขั้นนำ
1. ครูขออาสาสมัคร 2 คน ซึง่ ให้คนแรกออกมาอา่ นข้อความที่ครูกำหนดที่หน้าช้นั แล้วใหอ้ ีกคนออกมาเลา่
นิทานที่ชอบที่หน้าชนั้ พรอ้ มกัน
2. ครูถามนักเรยี นที่อา่ นหนังสอื และเล่านทิ านว่าสามารถทำกิจกรรมได้อยา่ งราบรน่ื หรือไม่ เพราะอะไร
๒.ข้นั สอน
ข้นั ที่ 1 สงั เกต รับรู้
1. ครูใหน้ กั เรียนดูภาพหรอื วีดิทัศน์ของบคุ คลในวยั ต่างๆ ท่ีกำลงั นั่งสมาธิ
2. ครูใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
- ภาพดงั กล่าวเป็นกิจกรรมเกยี่ วกบั อะไร
- บคุ คลในภาพมกี ารกระทำท่เี หมาะสมหรือไม่ อยา่ งไร
- กจิ กรรมดงั กล่าวมคี วามสำคัญอย่างไร
3. ครใู ห้นกั เรยี นสงั เกตพฤตกิ รรมของบคุ คลท่ที ำสมาธิ แล้วครูอธิบายใหน้ ักเรยี นเข้าใจถึงวธิ ีการทำจติ ใจให้
สงบ
4. ครใู หน้ กั เรียนศึกษาความรเู้ รื่อง การฝึกสติและสมาธจิ ากหนงั สอื เรยี น
5. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด แล้วใหน้ ักเรยี นร่วมกนั ตอบคำถาม
⚫ นักเรียนคดิ วา่ การฝึกสติและสมาธิมคี วามจำเปน็ หรือไม่ อย่างไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครผู ูส้ อน)
ขน้ั ท่ี 2 ทำตามแบบ
1. ครูให้นักเรียนสวดมนต์ไหวพ้ ระและแผเ่ มตตา
2. ครูฝกึ นักเรียนใหเ้ คล่อื นไหวอย่างมีสตใิ นอริ ิยาบถต่างๆ คือ
- การยืนอย่างมีสติ - การเดินอย่างมีสติ
- การน่ังอย่างมีสติ - การนอนอยา่ งมีสติ
ขน้ั ที่ 3 ทำเองโดยไม่มแี บบ
นักเรยี นแตล่ ะคนฝกึ การยนื การเดิน การนั่ง และการนอนอยา่ งมสี ติด้วยตนเองในเวลาทก่ี ำหนด โดยมคี รู
คอยตรวจสอบความถูกต้อง และให้คำแนะนำ
ข้ันที่ 4 ฝึกทำใหช้ ำนาญ
1. นักเรยี นแตล่ ะคนฝึกปฏิบตั กิ ารเคลือ่ นไหวในอิรยิ าบถตา่ งๆ เพ่อื ใหเ้ กิดความชำนาญ
2. ครูให้นกั เรียนฝึกสมาธดิ ว้ ยการฟงั ข้อความทีค่ รูอา่ นและจบั ใจความจากเร่ืองที่ฟงั แล้วบันทึกลงสมดุ
3. ครใู ห้นักเรยี นฝกึ สมาธดิ ว้ ยการอ่านข้อความท่คี รูกำหนดและจับใจความจากเร่ืองที่อา่ น แลว้ ครตู ั้ง
คำถามให้นักเรียนคดิ หาคำตอบจากข้อความที่ได้ฟังและอา่ น แลว้ บนั ทกึ ลงในสมุด
๔๙
4. ครฝู กึ ให้นกั เรียนตั้งคำถาม โดยการคิดไตรต่ รองก่อนถาม เชน่
⚫ นักเรียนสามารถฝกึ สติในการเคล่อื นไหวตวั เอง อยา่ งไรบ้าง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู ้สู อน)
⚫ นักเรียนสามารถฝึกสติในการอา่ นและการคิดอย่างไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ ิจของครูผ้สู อน)
⚫ การสวดมนต์ การแผ่เมตตาและการพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนามคี ณุ คา่ อยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียนโดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของคร)ู
๓. ขน้ั สรปุ
นักเรียนรว่ มกนั สรุปประโยชน์ของการฝึกสมาธิ
4. สอ่ื การสอน / แหล่งเรียนรู้
๔.๑ สื่อการเรียนรู้
1) หนังสอื เรียน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
2) บัตรภาพ การนงั่ สมาธิ
3) วีดทิ ศั น์
๔.2 แหลง่ การเรยี นรู้
-
7. บันทึกผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางท่ี 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรียน เรื่อง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........และรองลงมาร้อยละ
.................อยใู่ นระดับ...............และพบวา่ นักเรยี น...................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
1.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ 2 แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เรอ่ื ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
๕๐
จากตารางท่ี 2 พบว่านักเรยี นผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยู่ในระดบั ................และพบว่านักเรยี น.......................................................................
............................................................................................................................. .....................................
1.3 ดา้ นเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เช่อื มโยงกบั มาตรฐานหลกั สูตร
ตารางที่ 3 แสดงค่ารอ้ ยละคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ เรื่อง ............................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบวา่ นักเรียนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดับ............และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบวา่ นักเรยี น............................................................................
.................................................................................... ...................................................................................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ …………………………..
7) นกั เรยี นมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนอยใู่ นระดับ...................
8) นักเรยี นมที ักษะในระดบั ..................
9) นักเรยี นมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............
2. บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................................................................................
3. การปรบั เปลีย่ นแผนการจดั การเรียนรู้ (ถา้ มี)
................................................................................. ...........................................................................................................
4. ข้อคน้ พบด้านพฤตกิ รรมการจัดการเรยี นรู้
.......................................................................................................... ................................................................................ ..
5. อ่นื ๆ............................................................................................................................. ................................................
๕๑
( หลังจากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หน่วยการเรยี นรู้)
ปัญหา/สง่ิ ท่พี ัฒนา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพฒั นา
ปัญหา/สิ่งท่พี ฒั นา สาเหตขุ องปัญหา/ แนวทางแก้ไข/ วธิ ีแกไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พฒั นา
ส่ิงทีพ่ ัฒนา พฒั นา
ลงชอ่ื ...................................................... ผสู้ อน
( นางสมพงษ์ นาคสงั ข์ )
รบั ทราบผลการดำเนนิ การ
ลงช่ือ...................................................
( นายกัณฑ์ชยวัฒน์ ไสยจติ ต์ )
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ลงชือ่ ...................................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผ้อู ำนวยการกล่มุ บรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ..................................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จังหวดั เพชรบุรี
๕๒
8. ความคิดเห็น (ผู้บริหาร / หรือผู้ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ.................................................แลว้ มีความเหน็ ดังน้ี
8.1 เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรงุ
8.2 การจัดกิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ทเี่ น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ท่ยี ังไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป
8.3 เปน็ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
8.4 ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ
....................................................................................................................................................................... .....................
............................................................................................................ ................................................................................
ลงชือ่ ..........................................................
( นายกณั ฑช์ ยวฒั น์ ไสยจิตต์ )
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชอ่ื .................................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียน
............................................................................................................................. ...............................................................
...................................................................................................................................... ......................................................
ลงชอื่ .............................................
( นายวีระ แกว้ กลั ยา )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี
ใบงาน
วิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ใบงานท่ี ๑.๑-ใบงานที่ ๑.๕
ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง ความสำคัญของพระพทุ ธศาสนา
คำชี้แจง ให้นกั เรยี นเขียนบรรยายภาพแสดงความสำคัญของพระพุทธศาสนาท่ีมีต่อนสิ ยั และประเพณีของคนไทย
๑.
2
3
4
5
ชอื่ ..........................................................................................ช้ัน......................................
ใบงานท่ี 1.2 เรอื่ ง สรปุ พทุ ธประวัติ
คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นเขียนบรรยายแสดงพทุ ธประวตั ิ
1. 2.
3. 4.
5. 6.
7. 8.
ชื่อ..........................................................................................ชั้น......................................
ใบงานที่ 1.3 เรือ่ ง ศาสนาอื่นๆ
คำชี้แจง ให้นักเรยี นเขยี นคำหรอื ขอ้ ความลงในกรอบของผงั มโนทศั น์
คมั ภรี ข์ องศาสนา คอื ศาสดาของศาสนา ชอ่ื
เป็นชาว
ศาสนาคริสต์
คมั ภรี ข์ องศาสนา คอื
ศาสดาของศาสนาอ่ืน ศาสนาอิสลาม
ศาสนาฮินดู ศาสดาของศาสนา ช่อื
เป็นชาว
คมั ภรี ข์ องศาสนา คอื ประสตู ทิ เ่ี มอื ง
เทพเจา้ สงู สดุ 3 พระองค์ คอื
1)
2)
3)
ช่ือ..........................................................................................ชน้ั ......................................
ใบงานท่ี 1.4 เร่ือง การละเว้นความชั่ว
คำช้แี จง ให้นกั เรยี นขดี ✓ ลงในชอ่ ง ภาพท่เี ปน็ พฤติกรรมท่ไี ม่ควรปฏบิ ตั ิ พร้อมระบเุ หตผุ ลประกอบ
1. 2.
เพราะ เพราะ
3. 4.
เพราะ เพราะ
5. 6.
เพราะ เพราะ
7. 8.
เพราะ เพราะ
ช่ือ..........................................................................................ชนั้ ......................................
ใบงานท่ี 1.๕ เรื่อง พระรัตนตรยั
คำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นเขียนแผนผงั ความคิดแสดงคุณของพระรตั นตรัย และการปฏบิ ตั ิตนท่ีเหมาะสมต่อพระรตั นตรยั
ให้ถกู ต้อง
คณุ ของพระพทุ ธ
การปฏิบตั ิตนทเ่ี หมาะสมต่อพระพทุ ธ
พระพทุ ธ
พระรัตนตรัย
พระธรรม พระสงฆ์
คุณของพระธรรม คุณของพระสงฆ์
การปฏบิ ัติตนทเ่ี หมาะสมต่อพระธรรม การปฏบิ ัตติ นท่ีเหมาะสมต่อพระสงฆ์
ช่อื ..........................................................................................ช้ัน......................................
ผังมโนทศั น์รายวชิ าสังคมศ
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑
เรอ่ื งศาสนาของเรา
วิชาสังคมศ
ช้นั ประถมศึก
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3
เรือ่ งเศรษฐศาสตรน์ า่ รู้
ศกึ ษา หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๒
๒ ชั่วโมง จานวน ๒.๐ หนว่ ยกติ
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2
เรือ่ งคนดขี องชุมชน
ศกึ ษา
กษาปที ่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
เรือ่ งรอบร้ภู มู ศิ าสตร์
โครงสร้างรายวชิ า สังคมศึกษา ชื่อวชิ า สังค
รหัสวชิ า ส ๑๒๑๐๑ รายวิชา สังคมศกึ ษา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา แ
เวลาเรยี น ๒ ชวั่ โมง / สัปดาห์ จานวน ๘๐
หน่วย ชื่อหน่วยการ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี......... สาระ / มาตรฐานการเรียนรู้
ที่ เรยี นรู้ เร่อื ง......... ตัวชวี้ ดั / ผลการเรยี นรู้
1. เร่อื งศาสนา ๑. เรยี นรูศ้ าสนา -
ของเรา
1.๑ เร่อื งพระพทุ ธศาสนาเป็น ส 1.1 ป.2/1
เอกลกั ษณ์ของชาติไทย
๑.2 เรื่องศาสนาในประเทศไทย ส 1.1 ป.2/๒
(พระพทุ ธศาสนา)
๑.3 เรอ่ื งศาสนาในประเทศไทย ส 1.1 ป.2/๗
(ศาสนาอ่นื ๆ)
๒. เรื่องหลักธรรมนาความสุข -
ส 1.1 ป.2/4
๑.๔ เรื่อง การไมท่ าความช่ัว ส 1.1 ป.2/4
ส 1.1 ป.2/4
๑.๕ เรื่อง การทาความดี ส 1.1 ป.2/4
๑.๖ เรอ่ื งกตัญญแู ละมงคล 38 ส 1.1 ป.2/4
ส 1.1 ป.2/4
๑.๗ เรื่องการทาจติ ใจใหผ้ ่องใส
บริสุทธ์ิ
๑.๘ เรื่องศรัทธาในพระรัตนตรัย
๑.๙ เรือ่ งพทุ ธศาสนสภุ าษิต
คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ( พนื้ ฐาน )
ศาสนาและวัฒนธรรม ปีการศึกษา 256๕
และวัฒนธรรม ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒
๐ ชัว่ โมง / ภาคเรยี น จานวน ๒.๐ หน่วยกติ
/ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั คะแนน
(ชม.) K A P รวม
๒๑๒ ๕
ศาสนาทกุ ศาสนาล้วนแต่มีความสาคญั และเป็น (๔)
เครื่องยดึ เหน่ียวจติ ใจให้กระทาความดี ซึง่ ศาสนกิ ชน ๑ -
ทกุ คนพงึ ศึกษาประวตั ศิ าสดาของศาสนาทต่ี นนับถือ
และนาแบบอย่างที่ดไี ปเปน็ แนวปฏิบตั ติ น ๒
๑-
การเคารพพระรัตนตรยั ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท (๘) ๒ ๑ ๒ ๕
3 ดว้ ยการไม่ทาชวั่ ทาความดี ทาจิตใจใหผ้ อ่ งใส ๑ -
บรสิ ุทธ์ิ ย่อมทาให้ผปู้ ฏบิ ตั ิดาเนนิ ชีวติ ไปในทางท่ี ๒ -
ถูกต้อง ๒
๑-
๑-
๑-
หน่วย ชื่อหน่วยการ แผนการจัดการเรียนรู้ท.่ี ........ สาระ / มาตรฐานการ
ท่ี เรยี นรู้ เรอ่ื ง......... เรยี นรู้ / ตัวชี้วดั / ผลการ
เรียนรู้
1. เร่อื งศาสนา ๓. เร่ืองเราทาความดี - กา
ของเรา ๑.๑๐ เรอ่ื งแบบอย่างของการ ส 1.1 ป.2/3 แล
ทาความดี : (ประวัติพุทธสาวก) รวม
ตน
๑.1๑ เร่ืองแบบอย่างของการ ส 1.1 ป.2/3
ทาความดี : (ชาดก)
๑.๑๒ เรอ่ื งแบบอยา่ งของการ ส 1.1 ป.2/3
ทาความดี : ชาวพทุ ธตวั อย่าง
๑.๑๓ เรอ่ื งการทาความดขี อง ส 1.1 ป.2/๕
ตนเอง บคุ คลในครอบครวั และ
บุคคลในโรงเรียน
๔. เร่อื งชาวพุทธท่ดี ี - ชา
กร
๑๔.เร่ืองการฝึกปฏิบัตติ าม ส 1.1 ป.2/๑ เมต
มารยาทชาวพุทธและวนั สาคัญ ข้อ
ปฏ
ทางศาสนา สา
คว
๑๕.เรอื่ งการปฏบิ ตั ิตนในสนพธิ ี ส 1.2 ป.2/2 กัน
ขอ
ฯ
๑๖.เรื่องการฝึกสตแิ ละสมาธิ ส 1.1 ป.๒/๖
๒. คนดขี อง ๑. กฎของการอยรู่ ่วมกนั -
ชมุ ชน
๑.เรอื่ งขอ้ ตกลงของครอบครวั ส 1.1 ป.2/๑
๒.เร่ืองกฎระเบยี บในโรงเรยี น ส 1.1 ป.2/๑
ส 1.1 ป.2/๑
๓.เร่ืองกฎระเบียบในการใช้
สถานท่สี าธารณะ
สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั คะแนน
(ชม.) K A P รวม
ารปฏิบัตติ นตามหลกั ธรรมคาสอนของศาสนาทต่ี นนบั ถือ (๔) ๒ ๑ ๒ ๕
ละการศกึ ษาการทาความดีของบคุ คลจากตัวอย่างตา่ งๆ ๑ -
มท้ังเหน็ คณุ คา่ ของการทาความดีเหล่านนั้ ช่วยใหพ้ ฒั นา
นเพอ่ื การอยูร่ ่วมกันได้อยา่ งสงบสุข ๑ -
๑-
๑-
าวพทุ ธทด่ี ีพึงปฏิบัตติ นตามมรรยาทชาวพุทธ ศาสนพธิ ี พีธี (๔) ๒ ๑ ๒ ๕
รรม และวันสาคัญทางศาสนาได้ถูกตอ้ ง และสวด-มนต์ แผ่ ๒ -
ตตา มสี ติท่เี ป็นพื้นฐานของสมาธิ
๑
๑-
อตกลง กฎระเบียบ กฎหมาย เป็นส่ิงที่กาหนดขึ้นเป็นข้อ (๘) ๒ ๒ ๒ ๖
ฏิบัติหรือข้อบังคับในการอยู่ร่วมกัน เพ่ือให้คนจานวนมาก ๑ -
ามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ขัดแย้งกัน โดยจะต้องยอมรับ ๒ -
วามคิด ความเชื่อ และการปฏิบัติของบุคคลอ่ืนที่แตกต่าง ๑ -
นโดยปราศจากอคติ ตลอดท้ังต้องเคารพในสิทธิเสรีภาพ
องตนเองและผอู้ นื่
หน่วย ชื่อหน่วยการ แผนการจดั การเรยี นรทู้ .ี่ ........ สาระ / มาตรฐานการเรยี นร
ท่ี เรยี นรู้ เร่อื ง......... ตัวชีว้ ดั / ผลการเรยี นรู้
๒. คนดขี องชุมชน ๔.เรื่องหน้าทีท่ ่ีต้องปฏิบัติใน ส 2.1 ป.2/1
ชีวิตประจาวัน
๕.เรื่องสิทธแิ ละเสรภี าพของตนเอง ส ๒.1 ป.2/๔
และผอู้ ่นื
๖.เรอ่ื งการยอมรับความแตกต่าง ส ๒.1 ป.2/๓
ของคนในสงั คม
๒. เด็กดีมมี ารยาท -
๗.เรอ่ื งการแสดงความเคารพ ส 2.1 ป.2/2
๘.เรื่องการยนื การเดิน การนั่ง ส 2.1 ป.2/2
การทักทาย และการพูด
๙.เรอื่ งการแต่งกาย ส 2.1 ป.2/2
-
๓. ชมุ ชนของเรา
๑๐.เร่ืองชุมชนและการมสี ่วนรว่ ม ส 2.2 ป.2/1
๑๑.เรือ่ งการมสี ว่ นรว่ มในชมุ ชน ส 2.2 ป.2/1
ของฉัน ส 2.2 ป.2/๒
ส 2.2 ป.2/๒
๑๒.เรื่องผู้มีบทบาท อานาจในการ
ตัดสนิ ใจในโรงเรยี น
๑๓.เรื่องผมู้ ีบทบาท อานาจในการ
ตดั สินใจในชมุ ชน
รู้ / สาระสาคญั เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
ขอ้ ตกลง กฎระเบียบ กฎหมาย เป็นส่งิ ท่กี าหนดขน้ึ ๑ -
เป็นขอ้ ปฏบิ ัติหรือข้อบังคบั ในการอยู่รว่ มกัน ๒
เพ่ือให้คนจานวนมากสามารถอยู่รว่ มกนั ได้โดยไม่ ๑ -
ขดั แยง้ กนั โดยจะตอ้ งยอมรับความคดิ ความเชื่อ
และการปฏบิ ัติของบุคคลอืน่ ทีแ่ ตกตา่ งกนั โดย (๖) -
ปราศจากอคติ ตลอดท้งั ต้องเคารพในสทิ ธเิ สรีภาพ ๒
ของตนเองและผู้อนื่ ๒ ๒๑๒ ๕
-
การปฏิบตั ิตนตามมรรยาทไทยเกีย่ วกบั ความ
เคารพ การยืน การเดนิ การฟัง การทักทาย การ -
พูด การแต่งกายอยา่ งเหมาะสม ย่อมทาให้เปน็ ผู้ท่ี
มบี ุคลกิ - ภาพทดี่ ี เป็นทย่ี อมรับของสังคม
๒-
สมาชกิ ทุกคนในชุมชนมีความสัมพันธท์ ีด่ ีต่อกนั มี (๖) ๒ ๑ ๒ ๕
การชว่ ยเหลือในกิจกรรมของชุมชน การดาเนินงาน ๒ -
ในโรงเรยี นและชมุ ชนจะเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธิ-
ภาพ โดยผมู้ ีอานาจในการตดั สนิ ใจ ๒ -
๑-
๑-
หน่วย ช่อื หน่วยการ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี.่ ........ สาระ / มาตรฐานการเรียนร
ที่ เรียนรู้ ตัวชีว้ ัด / ผลการเรียนรู้
เรือ่ ง......... -
๓. เรื่อง
เศรษฐศาสตร์ ๑. สนิ คา้ และบริการกับการใช้ ส 3.1 ป.2/1
นา่ รู้ จา่ ยอยา่ งเหมาะสม ส 3.1 ป.2/1
๑.๑ เร่อื ง:ทรพั ยากรทน่ี ามาผลติ ส 3.1 ป.2/๒
สนิ ค้าและบริการในชวี ติ ประจาวนั
๑.๒ เรื่องผลของการใชท้ รัพยากร ส 3.1 ป.2/๒
ในการผลิตท่ีหลากหลาย ส 3.1 ป.2/๔
๑.๓ เรื่องการประกอบอาชีพที่ ส 3.1 ป.2/๓
สุจริตของครอบครวั ส 3.1 ป.2/๔
-
๑.๔ เร่อื งรายไดแ้ ละรายจ่ายของ
ครอบครัวและตนเอง ส 3.2 ป.2/1
๑.๕ เรอ่ื งการใช้จา่ ยท่ีเหมาะสม
และไม่เหมาะสมและผลดีของการ
ใช้จา่ ยท่เี หมาะสม
๑.๖ เรือ่ งการทาบัญชีรายรับและ
รายจา่ ยของตนเอง
๑.๗ เร่ืองการออมเงนิ
๒. การแลกเปลย่ี นสินค้าและ
บริการ
๑.๘ เร่อื งการแลกเปล่ยี นสินค้า
และบริการโดยไม่ใชเ้ งินเปน็
สอื่ กลาง
รู้ / สาระสาคญั เวลา น้าหนกั คะแนน
(ชม.) K A P รวม
สินค้าและบรกิ ารล้วนมาจากทรัพยากรจึงควรใช้ให้ (๑๔) ๓ ๒ ๒ ๗
เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่ามากท่ีสุด การรู้ท่ีมาของ
รายได้และรู้จักบันทึกรายรับและรายจ่ายของ ๒ -
ครอบครัว ทาให้วางแผนการใช้จ่ายได้อย่าง
เหมาะสมกับรายได้ รวมท้ังสามารถเก็บออมเงิน ๒ -
เพื่อใช้จ่ายในยามจาเปน็
๒-
๒-
๒-
๒-
๒
การแลกเปล่ยี นสนิ คา้ และบริการสามารถทาได้ทัง้ (๖) ๒ ๑ ๒ ๕
ใช้เงินเปน็ ส่ือกลางและไม่ใช้เงิน ทงั้ ผ้ซู อ้ื และผูข้ าย
ต่างกม็ ีบทบาทสาคญั และมีความสัมพนั ธก์ ัน ๑ -
หน่วย ชอื่ หน่วยการ แผนการจดั การเรียนรู้ที่......... สาระ / มาตรฐานการเรยี นร
ท่ี เรยี นรู้ เรอื่ ง......... ตัวชว้ี ดั / ผลการเรียนรู้
๓ เรื่อง ๑.๙ เรื่องการแลกเปลย่ี นสนิ ค้า ส 3.2 ป.2/1
เศรษฐศาสตร์ และบริการโดยใชเ้ งินเป็นสื่อกลาง
นา่ รู้ ๑.๑๐ เรือ่ งผูซ้ อื้ กับผูข้ าย ส 3.2 ป.2/1
๑.๑๑ เรอ่ื งความสัมพันธร์ ะหวา่ งผู้ ส 3.2 ป.2/๒
ซอ้ื กับผู้ขาย
๔. เรอื่ งรอบรู้ ๑ ส่ิงแวดลอ้ มรอบตัว -
ภูมิศาสตร์
๑.เร่อื งสิ่งแวดลอ้ มซ่ึงปรากฏ ส 5.1 ป.2/1
ระหวา่ งบา้ นกบั โรงเรยี น
๒.เรื่องความสาคญั ของสง่ิ แวดลอ้ ม ส ๕.2 ป.2/1
ตอ่ การดาเนินชีวติ
๓.เรื่องทรพั ยากรธรรมชาติ ส ๕.2 ป.2/๒
ส ๕.2 ป.2/๔
๔.เรอ่ื งการมีสว่ นรว่ มจดั การ
สิง่ แวดลอ้ มในโรงเรียน -
๒. เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ ส 5.1 ป.2/2
ส 5.1 ป.2/2
๕.เรอ่ื งแผนผงั
๖.เรอื่ งลูกโลก แผนท่ี และรูปถา่ ย
รู้ / สาระสาคญั เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
การแลกเปล่ียนสินค้าและบริการสามารถทาได้ท้ัง ๒ -
ใช้เงินเป็นสื่อกลางและไม่ใช้เงิน ท้ังผู้ซื้อและผู้ขาย -
ตา่ งกม็ บี ทบาทสาคัญ และมีความสัมพนั ธก์ นั ๑
๒-
ส่ิงแวดล้อมระหว่างบ้านกับโรงเรียนประกอบด้วย (๘) ๒ ๑ ๒ ๗
ส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่ีมนุษย์ -
สรา้ งขนึ้ สิง่ แวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒
ท่ีมนุษย์สร้างข้ึนมีผลต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์ -
มนุษย์ต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ๒
เนื่องจากมีอยู่อย่างจากัดการมีส่วนร่วมในการ
จัดการส่งิ แวดลอ้ มในโรงเรยี นเปน็ หน้าทีข่ องทกุ คน ๒ -
๒-
ลูกโลก แผนผัง แผนท่ี และรูปถ่าย สามารถใช้ (๖) ๒ ๑ ๒ ๕
แสดงตาแหน่งและลักษณะทางกายภาพของสิ่ง ๓ -
ตา่ งๆ ได้ ๓-
หน่วย ช่อื หน่วยการ แผนการจดั การเรียนรูท้ .ี่ ........ สาระ / มาตรฐานการเรยี นร
ท่ี เรียนรู้ เรอื่ ง......... ตัวช้ีวดั / ผลการเรยี นรู้
๔. เร่อื งรอบรู้ ๓.ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโลก ดวง -
ภูมศิ าสตร์ อาทิตย์ และดวงจนั ทร์ ส 5.1 ป.2/๓
๗.เร่อื งความสมั พนั ธ์ระหว่างโลก
ดวงอาทติ ย์ และดวงจนั ทร์ กับ
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
๘.ความสัมพันธ์ระหวา่ งฤดูกาลกับ ส 5.2 ป.2/๓
การดาเนนิ ชวี ติ ของมนษุ ย์
รวมเวลา / คะแนน หนว่ ยการเรยี น
รวมเวลา / คะแนนกลางปี
รวมเวลา / คะแนนปลายปี
รวมเวลาเรยี น / คะแนน ตลอดปี
หมายเหตุ....เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง / สัปดาห์ = 0.5 หนว่ ยกติ เวล
เวลาเรยี น 3 ชวั่ โมง / สปั ดาห์ = 1.5 หน่วยกิต เวล
เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล
1. อตั ราส่วนคะแนน หนว่ ยการเรียน : กลางปี : ปลายปีการศกึ ษา
1.1.รายละเอยี ดของการให้คะแนน
- คะแนน ๗๐ : ๓๐ คะแนน
1.2. ๗๐ คะแนน คือ ทาแบบทดสอบ, ตรวจชิน้ งาน, สงั เกตพฤติกรรม
1.3. ๓๐ คะแนน คะแนนสอบปลายปี
รู้ / สาระสาคญั เวลา น้าหนกั คะแนน
(ชม.) K A P รวม
โลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์มีความ สัมพันธ์กัน (๔) ๒ ๑ ๒ ๕
ทาให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่น
กลางวัน-กลางคืน ข้างขึ้น-ข้างแรม น้าข้ึน-น้าลง ๓ -
ฤดูกาล เป็นต้น ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวล้วนมีผล
ตอ่ การดาเนินชวี ติ ของมนษุ ย์
๑-
๗๘ ๗๐
๑ ๑๕
๑ ๑๕
๘๐ ๑๐๐
ลาเรียน 2 ชวั่ โมง / สัปดาห์ = 1.0 หนว่ ยกิต
ลาเรียน 4 ช่ัวโมง / สปั ดาห์ = 2.0 หนว่ ยกติ
ม
การวิเคราะห์มาตรฐานแล
รายวิชาสงั คมศกึ ษา ระดับชั้นปรถมศกึ ษาปีที่ ๒
หนว่ ยการ ตัวชี้วดั ที่ รู้อะไร / ทาอะไร ภาระงาน / ชน้ิ งา
เรยี นรทู้ ่ี /เรอ่ื ง ส ๒.1 ป.2/1 รอู้ ะไร 1. แบบบนั ทกึ การปฏ
ป.2/2 ป.2/3
๑. เรอ่ื งคนดี ป.2/4 - ขอ้ ตกลง กฎระเบยี บ ตนตามกฎของการอย
ของชมุ ชน ส ๒.2 ป.2/1
ป.2/2
กฎหมาย เป็นสง่ิ ที่กาหนดขึน้ รว่ มกัน
เป็นข้อปฏิบัติหรือข้อบงั คบั ใน 2. แบบบันทึกการปฏ
การอยู่รว่ มกนั ตนตามมรรยาทไทยใ
- การปฏบิ ัตติ นตามมรรยาทไทย ชวี ิตประจาวัน
เก่ยี วกบั ความเคารพ การยืน 3. แผน่ พบั เร่ืองชุมช
การเดนิ การฟงั การทักทาย ของเรา
การแต่งกายอย่างเหมาะสม
ทาอะไร
- สมาชกิ ทุกคนในชุมชนมี
ความสัมพนั ธ์ท่ีดีต่อกนั มกี าร
ช่วยเหลอื ในกจิ กรรมของชมุ ชน
๕๓
ละตัวชี้วัด / ผลการเรยี นรู้
จานวน ๒.๐ หนว่ ยกิต ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
าน สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะของวิชา คณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
ฏิบัติ 1. ความสามารถในการคดิ 1. ซอ่ื สตั ย์ คณุ ลักษณะอันพึง
ยู่ 1) ทกั ษะการสารวจ 2. มีวนิ ยั ประสงค์
2) ทกั ษะการพิสูจน์ความจริง 3. รักความเป็นไทย 1. ซือ่ สตั ย์
4. ใฝเ่ รียนรู้ 2. มีวินยั
ฏิบัติ 3) ทกั ษะการสรปุ ความ
ใน 4) ทักษะการวิเคราะห์ 5. มงุ่ ม่นั ในการทางาน 3. รักความเปน็ ไทย
5) ทักษะการรวบรวมข้อมลู 6. มจี ติ สาธารณะ 4. ใฝเ่ รยี นรู้
ชน 6) ทักษะการให้เหตผุ ล 5. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
7) ทกั ษะการสงั เกต 6. มีจติ สาธารณะ
8) ทักษะการหาแบบแผน
9) ทกั ษะการใหค้ าจากัดความ
2. ความสามารถในการส่อื สาร
3. ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชวี ติ
- กระบวนการสร้างความต
ผังมโนทศั น์หน่ว
เรอื่ งคนดีของชุมชน
ระดับช้ันประถมศกึ ษาป่ีท่ี ๒ เวลา
เร่ืองกฎของการอยู่ร่วมกนั
เวลา ๘ ชัว่ โมง
หนว่ ยการ
เร่อื งคนดขี องชุม
เร่อื งชุม
เวลา ๖
๕๔
วยการเรียนรู้ที่ ๒
รายวิชาสงั คมศึกษา
า ๒ ชัว่ โมง จานวน ๒.๐ หนว่ ยกติ
เรือ่ งเดก็ ดมี ีมารยาท
เวลา ๖ ชวั่ โมง
รเรยี นรทู้ ี่ ๒
มชน เวลา ๒๐ ชม.
มชนของเรา
๖ ชว่ั โมง
๕๕
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ เรื่อง คนดีของชุมชน จานวน ๒๐ ช่วั โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ ปีการศกึ ษา 256๕
รายวชิ าสังคมศกึ ษา รหัสวิชา ส ๑๒๑๐๑ ครูผู้สอน นางสมพงษ์ นาคสังข์
_________________________________________________________
สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด (Learning Concepts)
ขอ้ ตกลง กฎระเบยี บ กฎหมาย เปน็ ส่งิ ทีก่ าหนดขน้ึ เปน็ ข้อปฏบิ ัติหรอื ขอ้ บังคบั ในการอยู่ร่วมกัน เพ่อื ให้
คนจานวนมากสามารถอยรู่ ว่ มกนั ได้โดยไมข่ ัดแยง้ กนั โดยจะต้องยอมรับความคิด ความเชือ่ และการปฏบิ ัติของบุคคล
อ่ืนท่ีแตกตา่ งกันโดยปราศจากอคติ ตลอดทั้งต้องเคารพในสทิ ธิเสรภี าพของตนเองและผู้อน่ื
การปฏิบตั ติ นตามมรรยาทไทยเกย่ี วกับความเคารพ การยืน การเดนิ การฟัง การทักทาย การแตง่ กาย
อย่างเหมาะสม ย่อมทาใหเ้ ป็นผูท้ ม่ี บี ุคลกิ ภาพทด่ี ี เป็นทยี่ อมรับของสงั คม
สมาชิกทุกคนในชุมชนมคี วามสมั พนั ธท์ ี่ดตี ่อกัน มีการชว่ ยเหลอื ในกิจกรรมของชุมชน การดาเนนิ งานใน
โรงเรียนและชมุ ชนจะเปน็ ไปอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ โดยผู้มีอานาจในการตัดสนิ ใจ
ส ๒.๑ ป.2/1 ปฏิบตั ิตนตามข้อตกลง กติกา กฎ ระเบยี บ และหน้าทีท่ ต่ี อ้ งปฏิบตั ิในชีวติ ประจาวัน
ป.2/2 ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทย
ป.2/3 แสดงพฤตกิ รรมในการยอมรับความคิด ความเช่ือ และการปฏิบัติของบุคคลอื่นทแ่ี ตกตา่ งกันโดย
ปราศจากอคติ
ป.2/4 เคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อนื่
ส 2.2 ป.2/1 อธิบายความสมั พนั ธข์ องตนเอง และสมาชิกในครอบครัวในฐานะเป็นส่วนหน่ึงของชมุ ชน
ป.2/2 ระบุผมู้ บี ทบาท อานาจในการตัดสนิ ใจในโรงเรยี น และชมุ ชน
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ( Competency ) คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ( Desired Characteristics )
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. ซอื่ สัตย์
1. ความสามารถในการคิด 2. มวี ินยั
1) ทักษะการสารวจ 3. รกั ความเปน็ ไทย
2) ทักษะการพสิ ูจนค์ วามจริง 4. ใฝเ่ รยี นรู้
3) ทักษะการสรปุ ความ 5. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
4) ทกั ษะการวิเคราะห์ 6. มีจิตสาธารณะ
5) ทักษะการรวบรวมข้อมูล
6) ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล
7) ทักษะการสงั เกต
8) ทกั ษะการหาแบบแผน
9) ทักษะการใหค้ าจากดั ความ
2. ความสามารถในการสือ่ สาร
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๕๖
ทกั ษะ / กระบวนการ ( Skill during the process )
ทกั ษะเฉพาะวชิ า ทักษะการคดิ
- วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบร่วมมือ : เทคนิค - ทักษะการสารวจ
เล่าเรื่องรอบวง - ทกั ษะการวเิ คราะห์
- วิธสี อนโดยการจัดการเรยี นรู้แบบร่วมมอื : เทคนิค - ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล
โตะ๊ กลม - ทักษะการรวบรวมข้อมูล
- ทักษะการสรุปความ
- วธิ ีสอนโดยใชท้ กั ษะกระบวนการเผชญิ สถานการณ์ 1. ทกั ษะการพสิ ูจน์ความจริง
- วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 2. ทักษะการสรปุ ความ
1. ทักษะการวเิ คราะห์
(5Es Instructional Model) 2. ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
- วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการปฏิบัติ - ทกั ษะการสังเกต
- วิธีสอนโดยการจัดการเรยี นรูแ้ บบร่วมมือ : เทคนิค - ทักษะการใหค้ าจากดั ความ
คคู่ ิดส่สี หาย - ทกั ษะการให้คาจากัดความ
- วิธสี อนโดยการจัดการเรยี นรู้แบบร่วมมอื : เทคนิค
ชว่ ยกนั เรียน
ความเข้าใจท่ียง่ั ยนื
ขอ้ ตกลง กฎระเบยี บ กฎหมาย เป็นสิ่งทก่ี าหนดข้นึ เป็นข้อปฏิบัติหรือขอ้ บังคับในการอยู่ร่วมกัน เพอ่ื ให้
คนจานวนมากสามารถอย่รู ่วมกนั ได้โดยไม่ขัดแยง้ กัน โดยจะต้องยอมรบั ความคิด ความเชอ่ื และการปฏิบตั ิของ
บคุ คลอื่นทแ่ี ตกต่างกันโดยปราศจากอคติ ตลอดทง้ั ต้องเคารพในสิทธิเสรภี าพของตนเองและผูอ้ น่ื
การปฏิบัติตนตามมรรยาทไทยเกีย่ วกับความเคารพ การยนื การเดิน การฟัง การทักทาย การแต่งกาย
อย่างเหมาะสม ย่อมทาให้เป็นผทู้ มี่ บี ุคลิกภาพทีด่ ี เป็นท่ียอมรบั ของสังคม
สมาชกิ ทกุ คนในชมุ ชนมีความสัมพนั ธท์ ีด่ ตี ่อกัน มีการช่วยเหลอื ในกิจกรรมของชุมชน การดาเนินงานใน
โรงเรยี นและชุมชนจะเป็นไปอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ โดยผมู้ ีอานาจในการตดั สนิ ใจ
ความสัมพนั ธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อนื่
๑. การทักทายด้วยการสวสั ดี พดู จาไพเราะ มีมรรยาทท่ดี ี และมนุษย์สมั พันธ์ทดี่ ีต่อกนั
๒. การพัฒนาตนเองเพอ่ื การอยรู่ ่วมกันไดอ้ ย่างสงบสุข
๕๗
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑
เรอื่ งกฎของการอยู่ร่วมกัน เวลา ๘ ชั่วโมง ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๒
_____________________________________________________________________
1. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมินผล
มาตรฐานการเรยี นรู้และ สง่ิ ที่ต้องรแู้ ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน / ช้ินงาน การวัดผลและการประเมนิ ผล
ตัวช้ีวดั
ส 1.๑ ป.2/1 ป.2/2 - ขอ้ ตกลง กฎระเบยี บ 1. แบบบนั ทึกการปฏบิ ัติตน 1. การประเมินกอ่ นเรยี น
ป.2/3 ป.2/4 กฎหมาย เปน็ สิง่ ท่ีกาหนดข้ึน ตามกฎของการอยรู่ ว่ มกนั การประเมนิ กอ่ นเรียน
ส ๒.๒ ป.2/1 ป.2/2 เปน็ ข้อปฏบิ ัติหรือข้อบังคับ 2. แบบบนั ทึกการปฏบิ ัตติ น - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
ในการอยู่ร่วมกัน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 คนดขี อง
- การปฏบิ ตั ิตนตามมรรยาท ตามมรรยาทไทยใน ชมุ ชน (K)
ไทยเกย่ี วกบั ความเคารพ 2. การประเมินระหวา่ งการจดั
การยนื การเดิน การฟัง การ ชวี ิตประจาวัน กิจกรรมการเรยี นรู้
ทักทาย การแต่งกายอย่าง 1) ตรวจใบงานท่ี 2.๑ เรอ่ื ง
เหมาะสม ย่อมทาให้เปน็ ผู้ที่ 3. แผ่นพบั เร่ืองชมุ ชนของเรา ขอ้ ตกลงในครอบครัวของฉัน
มีบคุ ลิกภาพท่ดี ี เป็นที่ (K, P) ถึงใบงานงานที่ ๒.๑๒
ยอมรบั ของสังคม เร่ืองผูท้ ่เี กีย่ วขอ้ งกบั การ
- สมาชกิ ทุกคนในชุมชนมี บรหิ ารงานในชมุ ชน (K)
ความสัมพนั ธ์ที่ดีต่อกัน มีการ ๒) ประเมนิ การนาเสนอผลงาน
ช่วยเหลือในกิจกรรมของ (P, A)
ชมุ ชน ๓) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน
รายบุคคล (P, A)
๓) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน
กลุ่ม (P, A)
๔) สงั เกตคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ (A)
3 การประเมนิ หลงั เรียน
- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 คนดขี อง
ชมุ ชน (K)
4 การประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระ
งาน (รวบยอด)
1) ตรวจแบบบันทกึ การปฏิบัติ
ตนตามกฎของการอยรู่ ว่ มกนั
(K, P)
2) ตรวจแบบบนั ทกึ การปฏบิ ตั ิ
ตนตามมรรยาทไทยใน
ชีวิตประจาวนั (K, P, A)
3) ตรวจแผน่ พบั เรือ่ ง ชุมชน
ของเรา (K)
๕๘
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ ( Knowledge)
๑.๑ สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
๑) ข้อตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบ หน้าท่ีท่ีต้องปฏิบัติในครอบครวั โรงเรยี น สถานทส่ี าธารณะ เช่น
โรงภาพยนตร์ โบราณสถาน ฯลฯ
2) การยอมรบั ความแตกตา่ งของคนในสงั คมเร่ืองความคิด ความเชือ่ ความสามารถ และการปฏิบตั ิ
ตนของบุคคลอน่ื ทแ่ี ตกตา่ งกัน เช่น
- บุคคลยอ่ มมีความคดิ ทม่ี ีเหตผุ ล
- การปฏิบัตติ นตามพิธกี รรม ตามความเชอื่ ของบุคคล
- บคุ คลยอ่ มมีความสามารถแตกต่างกนั
- ไม่พูดหรือแสดงอาการดูถกู รงั เกียจผู้อื่นในเร่ืองของรปู รา่ ง หน้าตา สีผม สผี วิ ที่แตกตา่ งกนั
3) สทิ ธแิ ละเสรภี าพของตนเองและผอู้ ืน่ เช่น
- เสรภี าพในการแสดงความคิดเห็น - สทิ ธิและเสรีภาพในชวี ิตและร่างกาย
- สทิ ธใิ นทรัพยส์ นิ
4) กริ ิยามรรยาทไทยเกี่ยวกับความเคารพ การยนื การเดนิ การนงั่ การพดู การทกั ทาย
การแต่งกาย
5) ความสมั พันธ์ของตนเองและสมาชิกในครอบครวั กบั ชุมชน เชน่ การช่วยเหลอื กจิ กรรมของชมุ ชน
6) ผมู้ บี ทบาท อานาจในการตัดสินใจในโรงเรยี นและชุมชน เช่น ผู้บริหารสถานศกึ ษา ผู้นาทอ้ งถิ่น
กานนั ผูใ้ หญบ่ ้าน
๑.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น
(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
ทักษะเฉพาะวชิ า ทักษะการคดิ
- วธิ ีสอนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบรว่ มมอื : เทคนิคเล่า - ทักษะการสารวจ
เรือ่ งรอบวง - ทกั ษะการวิเคราะห์
- วธิ สี อนโดยการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมอื : เทคนิคโต๊ะ - ทักษะการให้เหตผุ ล
กลม - ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู
- วธิ สี อนโดยใชท้ ักษะกระบวนการเผชิญสถานการณ์ - ทักษะการสรปุ ความ
- วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้
1. ทกั ษะการพสิ ูจน์ความจริง
(5Es Instructional Model) 2. ทกั ษะการสรุปความ
1. ทักษะการวิเคราะห์
- วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ 2. ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู
- วธิ ีสอนโดยการจัดการเรยี นร้แู บบร่วมมอื : เทคนิค - ทกั ษะการสังเกต
ค่คู ิดสสี่ หาย - ทักษะการให้คาจากัดความ
- วิธสี อนโดยการจดั การเรียนรู้แบบรว่ มมอื : เทคนิค - ทกั ษะการให้คาจากัดความ
ชว่ ยกนั เรียน
๕๙
๓. สมรรถนะ (Competency)
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๓.1 ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการสารวจ
- ทักษะการวิเคราะห์
- ทักษะการให้เหตุผล
- ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
- ทกั ษะการสรุปความ
๓.2 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
3. หลักฐานการเรียนรู้ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (Work)
1. แบบบนั ทกึ การปฏิบตั ติ นตามกฎของการอยูร่ ่วมกัน
2. แบบบันทกึ การปฏิบัติตนตามมรรยาทไทยในชวี ติ ประจาวนั
4. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
สงิ่ ที่วัดผล วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์
๔.๑ การประเมนิ ก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน
- แบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยการ - (ประเมนิ ตามสภาพจริง)
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรือ่ ง หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ (K)
คนดขี องชมุ ชน เรียนรทู้ ่ี ๒ (K)
๔.๒ ประเมินระหวา่ งการ - ตรวจใบงานท่ี 2.1 (K, P)
จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ 1) ตรวจใบงานที่ 2.1 (K, P) - ใบงานที่ ๒.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) ข้อตกลงในครอบครวั 2) ตรวจใบงานท่ี 2.2 (K, P) - ใบงานท่ี 2.1
ของฉัน 3) ตรวจใบงานที่ 2.3 (P) - ใบงานที่ 2.2 - ระดับคุณภาพ 2
4) ตรวจใบงานที่ 2.4 (K) - ใบงานที่ 2.3 ผา่ นเกณฑ์
๒) พฤติกรรมการทางาน 5) ตรวจใบงานที่ 2.5 (K, P) - ใบงานท่ี 2.4 - ระดบั คุณภาพ 2
กลุ่ม 6) ตรวจใบงานที่ 2.6 (K, P) - ใบงานท่ี 2.5 ผ่านเกณฑ์
๓) คุณลักษณะอันพงึ ๗) ตรวจใบงานที่ 2.7 (P) - ใบงานที่ 2.6 - ระดบั คุณภาพ 2
ประสงค์ - สังเกตพฤติกรรม - ใบงานที่ 2.7 ผ่านเกณฑ์
การทางานกลุ่ม (P, A) - แบบสังเกตพฤติกรรม
๔) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตความซื่อสัตย์ การทางานกลุ่ม
กลมุ่ มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมจี ิต - แบบประเมิน คุณลักษณะ
สาธารณะ (A) อนั พงึ ประสงค์
- สังเกตพฤติกรรม
การทางานกลุ่ม (P, A) - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
การทางานกลุ่ม
๖๐
5. กระบวนการการจดั กจิ กรรม / รูปแบบการจัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจดั กิจกรรมการเรียนรู/้ แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลอื นกั เรยี น
- วิธีสอนโดยการจัดการเรยี นรู้แบบรว่ มมอื : เทคนิคเลา่ เร่ืองรอบวง
- วธิ สี อนโดยใชท้ กั ษะกระบวนการเผชญิ สถานการณ์
- วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมือ : เทคนิคโตะ๊ กลม
- วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
6. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑ กฎของการอยรู่ ว่ มกัน : ขอ้ ตกลงของครอบครัว (ชั่วโมงที่ ๑)
๑. ขน้ั นา
ครูเล่านิทานเรอ่ื ง ครอบครวั กระต่าย ใหน้ ักเรยี นฟัง และให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยตอบคาถาม
ดังน้ี
- ครอบครัวกระตา่ ยมสี ภาพความเป็นอยู่อย่างไรในระยะแรก
- ข้อคิดสาคัญท่ีไดจ้ ากนิทาน เรื่อง ครอบครวั กระตา่ ย
๒. ข้ันสอน
๑. ครแู บง่ นักเรียนเปน็ กลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเกง่ ปานกลาง
ค่อนข้างอ่อน และอ่อน แลว้ อธิบายใหน้ กั เรียนเห็นความสาคญั ของการทางานร่วมกนั และปฏบิ ตั ติ นตามกติกา
ของการเรียนรแู้ บบร่วมมือ เช่น
1) มีการชว่ ยเหลอื กนั
2) มคี วามรบั ผิดชอบในหน้าท่ี
3) ทุกคนมบี ทบาทเทา่ เทียมกนั
4) ทกุ คนมปี ฏสิ ัมพันธท์ ีด่ ตี ่อกนั อย่างต่อเนื่อง
2. ครูให้สมาชิกแต่ละกลุ่มเลือกหวั หนา้ กลมุ่ แล้วร่วมกันศกึ ษาความร้เู รื่อง ข้อตกลงของครอบครัว จากหนงั สือเรยี น
3. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันอธบิ ายสาระสาคัญจากเร่ืองท่อี ่าน โดยผลัดกนั เลา่ ทีละคนแบบเล่าเรอื่ งรอบวง
4. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั เขียนแผนผังความคดิ ลงในใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง ขอ้ ตกลงในครอบครัวของฉัน โดยให้
สมาชกิ แต่ละคนเปน็ ผู้แสดงความคดิ เหน็ ทลี ะคนตามลาดบั แบบเล่าเรือ่ งรอบวง แล้วบนั ทกึ ลงในใบงาฯ
5. สมาชกิ แต่ละกลุ่มชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้องของใบงานที่ 2.1
6. ตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอใบงานท่ี 2.1 ทีห่ น้าชัน้ เรยี น โดยมีครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
7. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคิด แลว้ ให้นักเรียนร่วมกนั ตอบคาถาม
ในครอบครวั ของนักเรยี นมีข้อตกลงที่ตอ้ งปฏิบตั ิรว่ มกันอย่างไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ูส้ อน)
นักเรยี นปฏบิ ตั ิตนตามขอ้ ตกลงของครอบครัวได้ทุกเรอื่ งหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
ถ้าสมาชิกในครอบครวั ทุกคนปฏิบตั ิตนตามขอ้ ตกลงของครอบครวั จะส่งผลดีอย่างไร
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
๓. ขัน้ สรุป
ครูและนกั เรียนชว่ ยกันสรปุ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ นตามข้อตกลงของครอบครัว และมอบหมายใหน้ ักเรียน
นาไปปฏิบตั ิและบนั ทกึ ผลลงในสมดุ
๖๑
๔. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
๔.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนังสอื เรียน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) นิทาน เรื่อง ครอบครวั กระตา่ ย
3) ใบงานที่ 2.1 เร่อื ง ข้อตกลงในครอบครวั ของฉัน
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๒ กฎของการอยูร่ ่วมกนั : กฎระเบียบในโรงเรยี น (ชั่วโมงท่ี ๒-๓)
๑. ขัน้ นา
1. ครใู หน้ กั เรียนผลัดกนั บอกกจิ กรรมต่าง ๆ ทีน่ ักเรียนปฏิบตั ิในโรงเรยี น แลว้ ใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เห็น
เก่ยี วกับผลดีของการทากจิ กรรมต่างๆ ต่อนักเรียนและโรงเรียน
2. ครอู ธิบายเชอ่ื มโยงให้นกั เรยี นเห็นว่า กิจกรรมต่างๆ ในโรงเรยี นจะประสบผลสาเรจ็ อย่างมคี ณุ ภาพนน้ั
สมาชิกทุกคนในโรงเรยี นจะต้องปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบของโรงเรียน
๒. ขนั้ สอน
ขั้นที่ 1 รวบรวมข่าวสาร ข้อมูล ข้อเท็จจรงิ ความรู้ และหลกั การ
ครใู หน้ กั เรยี นรวมกลุ่มเดมิ แล้วร่วมกนั ศึกษาความรู้เรื่อง กฎระเบยี บของโรงเรยี น จากปา้ ยนิเทศ หนงั สือเรียน
หรือสัมภาษณ์ครูฝ่ายปกครองจากน้ันผลัดกันอธบิ ายสาระสาคญั ของเร่ืองท่ศี ึกษา
ข้นั ท่ี 2 ประเมินคุณคา่ และประโยชน์
1. สมาชิกในแตล่ ะกลุ่มจับคกู่ นั เปน็ 2 คู่ แลว้ ให้แต่ละคูช่ ว่ ยกันทาใบงานที่ 2.2 เร่อื ง กฎระเบยี บของ
โรงเรยี น
2. สมาชกิ แต่ละคู่ผลัดกนั อธบิ ายคาตอบในใบงานที่ 2.2 ให้สมาชิกอกี ค่หู นง่ึ ภายในกลุ่มฟงั และรว่ มกัน
แสดงความคิดเหน็ เพิ่มเติม
3. ตวั แทนกลุ่มออกมานาเสนอใบงานท่ี 2.2 ทห่ี น้าชนั้ เรยี น โดยมคี รตู รวจสอบความถูกต้อง
ข้ันที่ 3 เลือกและตัดสนิ ใจ
สมาชิกในแต่ละกลุ่มช่วยกันเลือกวธิ ีการปฏบิ ตั ติ นตามกฎระเบียบของโรงเรียนตามท่ีเสนอไวใ้ นใบงานท่ี 2.1
เพอื่ นาไปปฏบิ ัติ
ข้ันที่ 4 ปฏิบัติ
นักเรยี นแต่ละคนปฏบิ ัติตนตามกฎระเบยี บของโรงเรยี นตามท่ีเลอื กและตัดสนิ ใจไวใ้ นขน้ั ท่ี 3 แล้วบันทึกผล
การปฏบิ ตั ิลงในสมดุ บนั ทึกสง่ ครตู ามกาหนด
๓. ขนั้ สรปุ
นักเรียนและครรู ่วมกันสรปุ ความสาคญั ของการปฏิบัตติ นตามกฎระเบยี บของโรงเรียน และแนวทางการนาไป
ปฏบิ ตั ิ
๖๒
๔. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
๔.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) บตั รภาพ กจิ กรรมตา่ งๆ ในโรงเรียน
3) ใบงานท่ี 2.2 เรือ่ ง กฎระเบียบของโรงเรยี น
4) กฎระเบยี บของโรงเรยี นท่ีนกั เรยี นเรียนอยู่
5) ปา้ ยนเิ ทศของโรงเรียน
๔.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- ครูฝา่ ยปกครอง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๓ กฏของการอยู่ร่วมกัน : กฎระเบยี บในการใชส้ ถานทีส่ าธารณะ (ชัว่ โมงท่ี ๔)
๑. ข้นั นา
1. ครใู หน้ กั เรยี นสารวจหอ้ งเรยี นและบรเิ วณโรงเรียนแลว้ บนั ทึกสง่ิ ของเคร่ืองใชท้ ี่ถกู ทาลาย เช่น โต๊ะนักเรยี น
สนามเด็กเลน่
2. ครนู าภาพเกยี่ วกบั สถานท่สี าธารณะต่างๆ มาใหน้ ักเรียนดู เชน่ ตูโ้ ทรศพั ทถ์ ูกทาลายจนพัง กาแพงรัว้ ถูกพน่ สี
สเปรย์ และบรเิ วณสนามมีขยะมากมาย ฯลฯ
3. ครใู หน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ ถึงสาเหตุของความเสียหายในภาพและผลกระทบต่างๆ
๒. ขั้นสอน
1. ครูใหน้ ักเรียนรวมกลมุ่ เดิม แล้วรว่ มกนั ศึกษาความรูเ้ รือ่ ง กฎระเบยี บในการใชส้ ถานทส่ี าธารณะ จากหนังสือ
เรียน
2. สมาชิกในกลมุ่ ผลัดกันอธบิ ายสาระสาคญั ท่ีไดจ้ ากการศกึ ษา โดยผลัดกนั อธบิ ายทีละคนแบบเลา่ เร่ืองรอบวง
3. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ทาใบงานที่ 2.3 เรอ่ื ง กฎระเบียบในการใช้สถานทีส่ าธารณะ โดยผลัดกัน
แสดงความคดิ เห็น และบันทึกลงในใบงานทีละคนแบบเลา่ เร่ืองรอบวง
4. สมาชิกแต่ละกลุม่ ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมของคาตอบในใบงานท่ี 2.3
5. ตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอใบงานท่ี 2.3 ทีห่ นา้ ช้ันเรยี น โดยมีครตู รวจสอบความถูกต้อง
๓. ขั้นสรปุ
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ แนวทางการปฏิบัตติ นในการใช้สถานทส่ี าธารณะและแนวทางการนาไปปฏิบตั ิ
2. ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นปฏิบัติตนตามกฎระเบียบในการใช้สถานท่สี าธารณะ แล้วบนั ทึกลงในสมดุ ส่งครตู าม
ระยะเวลาที่กาหนด
๔. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
๔.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสอื เรียน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
2) บตั รภาพ สถานทีส่ าธารณะ
3) ใบงานท่ี 2.3 เรอื่ ง กฎระเบียบในการใชส้ ถานทส่ี าธารณะ
๔.2 แหล่งการเรียนรู้
-
๖๓
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔ กฎของการอย่รู ่วมกัน : หน้าทีท่ ต่ี อ้ งปฏบิ ตั ใิ นชีวิตประจาวัน (ชั่วโมงท่ี ๕)
๑. ขั้นนา
1. ครใู หน้ ักเรยี นผลัดกนั เลา่ ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตนในครอบครัวและโรงเรียน แลว้ บอกผลของการปฏิบัติ
2. ครอู ธิบายเช่ือมโยงให้นักเรยี นเข้าใจว่าทุกคนต้องมีหน้าทที่ ่ีต้องปฏบิ ัตติ ามบทบาทของตนเอง
๒. ขัน้ สอน
1. ครูให้นกั เรียนรวมกลุ่มตามความสมัครใจกลุม่ ละเท่าๆ กนั แลว้ ร่วมกนั ศกึ ษาความร้เู รื่อง หนา้ ที่ทต่ี ้องปฏิบตั ิใน
ชวี ติ ประจาวนั จากนนั้ ร่วมกันอภิปรายสาระสาคัญของเร่อื งทศ่ี กึ ษา จากหนังสือเรียน
2. ครูแจกใบงานท่ี 2.4 เรือ่ ง หน้าท่ขี องบคุ คล ใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ทา โดยแบ่งหน้าที่ให้สมาชกิ แตล่ ะคน
ปฏบิ ตั ิ ดังน้ี
- สมาชกิ คนที่ 1 เขยี นบรรยายภาพที่ 1 แลว้ ส่งใบงานไปยังสมาชิกคนท่ี 2
- สมาชิกคนที่ 2 อา่ นคาบรรยายภาพของสมาชกิ คนที่ 1 ตรวจสอบความถูกต้องและแก้ไขหรือเขยี นเพิ่มเตมิ
ใหส้ มบรู ณ์ แลว้ เขยี นคาบรรยายในภาพต่อไป
- สมาชกิ คนท่ี 3 อ่านคาบรรยายภาพของสมาชกิ คนที่ 2 ตรวจสอบความถูกต้องและแก้ไขหรอื เขียนเพิ่มเตมิ
ให้สมบูรณ์ แล้วเขยี นคาบรรยายในภาพต่อไป
- สมาชกิ คนที่ 4 อา่ นคาบรรยายภาพของสมาชกิ คนที่ 3 ตรวจสอบความถูกต้องและแก้ไขหรอื เขียนเพิ่มเติม
ใหส้ มบูรณ์ แล้วเขยี นคาบรรยายในภาพต่อไป
- สมาชกิ คนท่ี 1 อา่ นคาบรรยายภาพของสมาชิกคนที่ 4 ตรวจสอบความถูกต้องและแก้ไขหรอื เขียนเพิ่มเตมิ
ให้สมบรู ณ์ แล้วเขยี นคาบรรยายในภาพต่อไป
3. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มจะได้มโี อกาสเขียนคาบรรยายภาพหมนุ เวยี นกันไปเร่ือยๆ จนเสร็จครบทุกข้อ
4. ครูสมุ่ ตวั แทนของแต่ละกลุ่มเฉลยคาตอบในใบงานที่ 2.4 โดยมคี รูตรวจสอบความถกู ต้อง
๓. ขัน้ สรปุ
นกั เรียนและครูร่วมกันสรุปผลดีของการทาหน้าท่ขี องบุคคลต่างๆ ในชีวิตประจาวัน
๔. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
๔.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) ใบงานท่ี 2.4 เรื่อง หน้าท่ขี องบุคคล
๔.2 แหล่งการเรียนรู้
-
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕ กฎของการอย่รู ่วมกนั : สิทธิและเสรภี าพของตนเองและผู้อ่นื (ชว่ั โมงที่ ๖-๗)
ชว่ั โมงที่ 1
๑. ข้นั นา
1. ครูนาขา่ วจากหนังสือพิมพ์เก่ียวกบั การละเมิดสทิ ธิ มาเล่าใหน้ กั เรยี นฟัง
2. ครูให้นักเรยี นแสดงความคิดเห็นถงึ การกระทาท่ีไมเ่ หมาะสมของบคุ คลในข่าว และแนวทางการช่วยเหลือผู้ท่ี
ไดร้ ับความเสยี หาย
๖๔
3. ครอู ธิบายเชือ่ มโยงใหน้ ักเรยี นเห็นถึงการกระทาที่ละเมดิ สทิ ธเิ สรีภาพของบุคคล
๒. ข้นั สอน
ขน้ั ท่ี 1 รวบรวมขา่ วสาร ข้อมูล ขอ้ เทจ็ จริง ความรู้ และหลกั การ
1. ครอู ธิบายเกย่ี วกับสิทธเิ สรภี าพและการกระทาทีแ่ สดงออกถึงการเคารพในสิทธิของตนเองและผ้อู ืน่
2. นักเรียนรวมกลุม่ เดิม แล้วรว่ มกนั ศึกษาความร้เู ร่อื ง สทิ ธิและเสรี ภาพของตนเองและผู้อ่ืน ในหัวข้อการ
แสดงออกในการเคารพสทิ ธิของผ้อู ่ืนจากหนงั สือเรียน และอภปิ รายร่วมกนั ในสาระสาคัญ
ข้ันท่ี 2 ประเมินคุณค่าและประโยชน์
1. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั วเิ คราะห์และตอบคาถามในใบงานที่ 2.5 เร่ือง สทิ ธิและเสรภี าพ
2. สมาชกิ แต่ละกลุม่ ผลดั กันออกมานาเสนอใบงานท่ี 2.5 ทีห่ นา้ ช้นั เรียน และใหส้ มาชกิ กลุ่มอื่นชว่ ยกันแสดง
ความคดิ เหน็ เพ่มิ เติม โดยมคี รูตรวจสอบความถูกต้อง
ช่ัวโมงท่ี ๒
ขน้ั ที่ 3 เลือกและตดั สนิ ใจ
1. สมาชิกในแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั วางแผนการปฏบิ ตั ิตนในการเคารพสทิ ธิเสรีภาพของผอู้ ืน่ แล้วบนั ทึกผลลงในใบ
งานที่ 2.6 เรื่อง แนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการเคารพสทิ ธแิ ละเสรภี าพของผู้อื่น เสรจ็ แลว้ ส่งตวั แทนกล่มุ
ออกมานาเสนอ ผลงานทหี่ นา้ ชั้นเรยี น โดยมีครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
2. แตล่ ะกลมุ่ ตัดสินใจเลือกแนวทางการการเคารพสิทธิและเสรีภาพของผอู้ ่นื แล้วนาไปปฏิบตั ิ
ขั้นที่ 4 ปฏบิ ัติ
1. สมาชกิ แต่ละคนนาผลการปฏิบัตติ นในการเคารพสทิ ธเิ สรีภาพของผู้อน่ื มาเลา่ สู่กนั ฟังภายในกลมุ่
2. ตวั แทนกลมุ่ นาเสนอผลการปฏิบตั ติ นในการเคารพสทิ ธเิ สรีภาพของตนเองและผู้อนื่ ที่หน้าชั้นเรียน โดยมีครู
คอยให้ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม
3. ครถู ามคาถามกระต้นุ ความคิด แลว้ ใหน้ ักเรียนรว่ มกันตอบคาถาม
นักเรียนคิดว่า ครูมีสิทธทิ ี่จะวา่ กลา่ วตักเตอื นนักเรยี นหรือไม่
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดุลยพินจิ ของครูผูส้ อน)
นักเรียนคิดว่า ตนเองมเี สรภี าพในการทาสิง่ ใดบา้ ง
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
ถา้ คนในสังคมไมเ่ คารพสทิ ธิของผอู้ ื่นจะเกิดผลเสียอย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของครูผู้สอน)
๓. ข้ันสรุป
นักเรียนและครูช่วยกันสรปุ แนวทางการปฏบิ ัติตนในการเคารพสิทธิเสรภี าพของตนเองและผอู้ ื่น
๔. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
๔.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) ตวั อยา่ งข่าว
3) ใบงานที่ 2.5 เร่ือง สิทธแิ ละเสรีภาพ
4) ใบงานท่ี 2.6 เรอื่ ง แนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการเคารพสทิ ธแิ ละเสรีภาพของผู้อนื่
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
๖๕
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๖ กฎของการอยรู่ ว่ มกัน : การยอมรบั ความแตกต่างของคนในสงั คม (ชั่วโมงที่ ๘)
๑. ขั้นนา
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
1. นักเรยี นเลา่ ถงึ กิจกรรมที่ตนเองชอบแล้วบอกเหตุผลทีช่ อบกิจกรรมนั้นๆ
2. ครนู าภาพกจิ กรรมของเด็กๆ ท่ีหลากหลาย มาให้นักเรยี นดู
3. ครูตั้งคาถามใหน้ ักเรียนร่วมแสดงความคดิ เห็นวา่ เพราะเหตุใดบุคคลในภาพจงึ ทากิจกรรมแตกตา่ งกัน
4. ครูอธบิ ายเชื่อมโยงให้นักเรยี นเข้าใจว่า ทุกคนเกดิ มาแตกต่างกัน ในเร่อื งความคิดเหน็ และความสามารถ
๒. ข้นั สอน
ขนั้ ท่ี 2 สารวจคน้ หา
นกั เรียนรวมกลมุ่ เดิม แล้วรว่ มกนั ศึกษาความรู้เรื่อง การยอมรบั ผูอ้ ืน่ ที่แตกตา่ ง จากหนังสือเรยี น ในประเด็น
ตอ่ ไปนี้
1) ความคิดเห็น 2) ความสามารถเฉพาะตัว
3) ความเช่ือและปฏบิ ตั ิตนตามความเชอื่ รูปรา่ งหน้าตา และลกั ษณะ
ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้
1. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มผลดั กันอธบิ ายความรู้ที่ได้จากการศึกษา แล้วชว่ ยกันทาใบงานท่ี 2.7 เรอ่ื ง การ
ยอมรบั ความแตกตา่ ง ตอนที่ 1
2. ตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอคาตอบในใบงานที่ 2.7 ตอนท่ี 1 ท่ีหนา้ ช้นั เรียน โดยมคี รตู รวจสอบความถกู ต้อง
และให้ข้อเสนอแนะ เพิ่มเติม
ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
1. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ นาความรู้ท่ไี ดจ้ ากการศึกษามาเป็นพื้นฐาน ในการทาใบงานท่ี 2.7 ตอนท่ี 2
2. ครตู ง้ั คาถามกระตุ้นความคิด แล้วใหน้ กั เรียนรว่ มกันตอบคาถาม
นกั เรยี นมีความคดิ เห็นอยา่ งไร ถ้าเพอ่ื นของนกั เรยี นไมช่ อบในส่ิงทนี่ ักเรยี นชอบ
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพินจิ ของครูผู้สอน)
นกั เรียนคดิ วา่ การพูดจาดถู กู ผอู้ ืน่ ในเรื่องรปู ร่าง หน้าตา สีผวิ เป็นสิ่งทค่ี วรทาหรอื ไม่
เพราะเหตใุ ด
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยให้อยู่ในดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน)
๓. ขั้นสรุป
ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล
1. ตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอใบงานที่ 2.7 ตอนที่ 2 โดยมคี รูเป็นผตู้ รวจสอบความถูกต้อง
4. ส่อื การสอน / แหล่งเรยี นรู้
๔.๑ ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) บตั รภาพ กจิ กรรมตา่ งๆ ของเด็ก
3) ใบงานท่ี 2.7 เรอื่ ง การยอมรบั ความแตกต่าง
๔.2 แหลง่ การเรียนรู้
-
๖๖
7. บนั ทกึ ผลหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จานวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 1 พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อย่ใู นระดบั ...............และพบวา่ นักเรยี น.............................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น เรือ่ ง ..................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรียน ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบว่านกั เรยี นผลสัมฤทธิท์ างการเรียน รอ้ ยละ................อยูใ่ นระดบั ..........และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่านักเรยี น.......................................................................
............................................................................................................................. .....................................
1.3 ดา้ นเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกับมาตรฐานหลกั สูตร
ตารางที่ 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เรื่อง ............................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรียน ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบวา่ นักเรียนคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ รอ้ ยละ..............อยใู่ นระดบั ............และรองลงมา
ร้อยละ.................อยูใ่ นระดับ...............และพบวา่ นักเรยี น............................................................................
.................................................................................... ...................................................................................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้ที่ …………………………..
1) นักเรยี นมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นอย่ใู นระดับ...................
2) นักเรียนมที ักษะในระดับ..................
3) นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
๖๗
2. บรรยากาศการเรยี นรู้
........................................................................................................... .................................................................................
3. การปรับเปลี่ยนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถา้ ม)ี
............................................................................................................................. ..............................................................
4. ข้อค้นพบดา้ นพฤตกิ รรมการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...............................................................
5. อ่ืนๆ
............................................................................................................................. .............................................................
( หลงั จากจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หน่วยการเรียนรู้)
ปัญหา/สง่ิ ที่พัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปญั หา/สง่ิ ทพี่ ัฒนา สาเหตุของปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พัฒนา
สิง่ ท่ีพัฒนา พฒั นา
ลงชอื่ ......................................................ผู้สอน
( นางสมพงษ์ นาคสงั ข์ )
รบั ทราบผลการดาเนินการ
ลงช่อื ....................................................
( นายกัณฑช์ ยวฒั น์ ไสยจิตต์ )
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
ลงช่อื ...................................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
ลงชื่อ...................................................
( นายวรี ะ แก้วกลั ยา )
ผู้อานวยการโรงเรยี นโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี