๖๘
8. ความคิดเหน็ (ผูบ้ ริหาร / หรือผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย)
ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรยี นรูข้ อง.............................................................................แลว้ มคี วามเหน็ ดังนี้
8.1 เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรุง
8.2 การจดั กิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นาเอากระบวนการเรียนรู้
ทเี่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ท่ียังไมเ่ น้นผ้เู รียนเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
8.3 เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี
นาไปใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนาไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอ่ืน ๆ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงช่ือ.....................................................
( นายกัณฑ์ชยวัฒน์ ไสยจิตต์ )
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
ความคิดเหน็ ของรองผู้อานวยการฝ่ายวชิ าการ
............................................................................................................................................ ................................................
............................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..................................................
( นายชาญยุทธ สุทธิธรานนท์ )
รองผ้อู านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
ความคิดเห็นของผู้อานวยการโรงเรียน
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชอื่ .............................................
( นายวีระ แก้วกลั ยา )
ผู้อานวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบุรี
๖๙
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๒
เร่อื ง เด็กดีมีมารยาท เวลา ๖ ช่ัวโมง ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒
1. เป้าหมายการเรยี นรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวดั และการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนรู้และ สิง่ ทต่ี อ้ งรู้และปฏบิ ัตไิ ด้ ผลงาน / ช้ินงาน การวดั ผลและการประเมนิ ผล
ตวั ช้วี ดั
1. การประเมินกอ่ นเรยี น
ส 1.1 ป.2/๒ การปฏบิ ตั ติ นตามมรรยาท ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๒ คนดขี อง
ไทยเก่ยี วกบั ความเคารพ 1. แบบบันทกึ การปฏิบตั ิตน
ชมุ ชน (K)
การยนื การเดิน การฟัง การ ตามกฎของการอยู่ร่วมกัน
2. การประเมินระหวา่ งการจัด
ทักทาย การแตง่ กายอย่าง 2. แบบบนั ทึกการปฏบิ ัตติ น กจิ กรรมการเรียนรู้
- ตรวจใบงานท่ี 2.8 เรื่อง
เหมาะสม ย่อมทาให้เปน็ ผ้ทู ี่ ตามมรรยาทไทยใน บุคคลตัวอยา่ งในการแต่งกายดี
(K, P)
มีบุคลิกภาพท่ดี ี เป็นที่ ชวี ติ ประจาวัน 3. การประเมนิ หลงั เรียน
- ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น
ยอมรับของสงั คม - ใบงานที่ 2.8 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๒ เรอ่ื งคนดี
ของชุมชน (K)
4 การประเมนิ ช้ินงาน/ภาระ
งาน (รวบยอด)
1) ตรวจแบบบนั ทึกการปฏบิ ัติ
ตนตามกฎของการอยรู่ ่วมกัน
(K, P)
2) ตรวจแบบบันทกึ การปฏบิ ัติ
ตนตามมรรยาทไทยใน
ชวี ิตประจาวัน (K, P, A)
3) ตรวจแผน่ พับ เรื่อง ชมุ ชน
ของเรา (K)
2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ ( Knowledge)
๑.๑ สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- กิรยิ ามรรยาทไทยเก่ียวกบั ความเคารพ
- กิรยิ ามรรยาทไทยเกี่ยวกับการยนื การเดนิ การนงั่ การพดู การทักทาย
- กิริยามรรยาทไทยเก่ียวกับการแตง่ กาย
๑.2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน
(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา
๗๐
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- ทักษะการสงั เกต - วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบัติ
- ทกั ษะการสงั เกต - วธิ ีสอนโดยใช้ทกั ษะกระบวนการเผชิญสถานการณ์
๓. สมรรถนะ (Competency)
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๓.1 ความสามารถในการสื่อสาร
๓.2 ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการสงั เกต
๓.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
3. หลกั ฐานการเรียนรูช้ นิ้ งานหรอื ภาระงาน (Work)
1. แบบบันทึกการปฏบิ ัตติ นตามกฎของการอยรู่ ว่ มกนั
2. แบบบันทกึ การปฏบิ ัติตนตามมรรยาทไทยในชีวติ ประจาวนั
4. การวดั และการประเมินผล ( Evaluation )
ส่ิงท่ีวัดผล วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์
๔.1 ประเมนิ ระหวา่ งการ
จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ - ตรวจใบงานท่ี 2.8 (K, P) - ใบงานที่ 2.8 - รอ้ ยละ 60 ผ่าน
1) บุคคลตัวอย่างใน เกณฑ์
- สังเกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
การแตง่ กายดี รายบุคคล (P, A) การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
1) พฤติกรรมการทางาน - ระดับคุณภาพ 2
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล การทางานกลุ่ม (P, A) การทางานกลุ่ม - ระดับคณุ ภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
2) พฤติกรรมการทางาน
กลมุ่ - ระดับคณุ ภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
3) คณุ ลักษณะอนั พงึ - สงั เกตความ มีวินัย - แบบประเมินคุณลกั ษณะ
ประสงค์ รักความเป็นไทย ใฝเ่ รยี นรู้ อันพงึ ประสงค์
มุ่งม่ันในการทางาน และมจี ติ
๔.๒ การประเมนิ หลังเรยี น สาธารณะ (A) - แบบบนั ทกึ การปฏบิ ัตติ นตาม
1) กิจกรรมรวบยอด มรรยาทไทยในชวี ิตประจาวัน
แบบบันทกึ การปฏบิ ตั ิตน - ตรวจแบบบันทกึ การปฏบิ ตั ิ
ตามมรรยาทไทยใน ตนตามมรรยาทไทยใน
ชวี ติ ประจาวนั ชีวิตประจาวนั (K, P, A)
๗๑
5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รูปแบบการจดั กิจกรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้/แนวทางการเสริมแรงหรือชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
- วธิ ีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการปฏิบัติ
- วิธสี อนโดยใช้ทกั ษะกระบวนการเผชิญสถานการณ์
6. กิจกรรมการเรยี นการสอน
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๗ เด็กดีมีมรรยาท : การแสดงความเคารพ (ช่ัวโมงท่ี ๑-๒)
ชั่วโมงที่ 1
๑. ขัน้ นา
ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการแสดงความเคารพบุคคลต่างๆ ในชีวิตประจาวัน แล้วให้นักเรียนเล่าวิธีแสดง
ความเคารพทเ่ี คยปฏบิ ัติ
๒. ข้ันสอน
ขัน้ ที่ 1 สงั เกต รับรู้
1. ใหน้ ักเรียนดูคลปิ วดี โิ อเรื่องการแสดงความเคารพ
2. ครใู ห้ตัวแทนนกั เรยี นที่ครูฝกึ มรรยาทในการแสดงความเคารพ ออกมาสาธิตมรรยาทในการแสดงความเคารพ
ใหเ้ พือ่ นดู ดังนี้
1) การไหวพ้ ระสงฆ์ ไหวพ้ ่อแม่ ไหว้ครอู าจารย์ ไหวญ้ าตผิ ูใ้ หญ่ ไหว้ผูใ้ หญท่ ัว่ ไป และไหว้คนเสมอกนั
2) การกราบพระสงฆ์ การกราบพ่อแม่ และญาติผใู้ หญ่
3. ครใู ห้นกั เรยี นศึกษาความรเู้ ร่ือง การแสดงความเคารพจากหนังสอื เรยี น
4. ครูถามคาถามกระตุน้ นความคิด แล้วให้นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคาถาม
วิธีการไหวบ้ ุคคลต่างๆ มคี วามแตกต่างกันหรือไม่ อธิบายเหตุผล
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
ขน้ั ที่ 2 ทาตามแบบ
นักเรียนทุกคนปฏบิ ัตติ นเกย่ี วกบั มรรยาทในการไหว้และการกราบตามแบบทต่ี ัวแทนนักเรียนสาธิต
ช่วั โมงที่ ๒
ขน้ั ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มีแบบ
1. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 5-7 คน ตามความสมัครใจ แล้วให้แตล่ ะกลุ่มร่วมกันฝึกปฏิบัติมรรยาทในการ
แสดงความเคารพ ดังนี้
1) การไหวพ้ ระสงฆ์ ไหวพ้ ่อแม่ ไหวค้ รูอาจารย์ ไหวญ้ าตผิ ใู้ หญ่ ไหวผ้ ใู้ หญ่ทว่ั ไป และไหวค้ นเสมอกัน
2) การกราบพระสงฆ์ กราบพอ่ แมแ่ ละญาติผู้ใหญ่
2. สมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ ผลัดกันเสนอแนะการปฏบิ ตั ิตนในการฝกึ มรรยาทในการแสดงความเคารพของสมาชิก
โดยมคี รูช่วยใหค้ าแนะนาและตรวจสอบความถูกต้อง
3. ครถู ามคาถามกระตนุ้ นความคดิ แล้วให้นกั เรยี นร่วมกนั ตอบคาถาม
การกราบพระสงฆ์กบั การกราบบคุ คลธรรมดาแตกต่างกันอยา่ งไร
(การกราบบคุ คลธรรมดาไมแ่ บมอื แต่การกราบพระสงฆต์ ้องกราบแบบเบญจางคประดิษฐ)์
๗๒
ขนั้ ที่ 4 ฝึกทาใหช้ านาญ
1. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มฝึกมรรยาทในการแสดงความเคารพจนมคี วามชานาญและถูกต้อง
2. สมาชิกแต่ละกลมุ่ ออกมาสาธิตการปฏบิ ตั ิตนในการแสดงความเคารพทหี่ นา้ ชั้นเรยี น ครูใหค้ าชมเชยกลุม่ ท่ี
ปฏิบัติไดถ้ ูกตอ้ งสวยงาม
3. ครูแนะนาใหน้ กั เรยี นทุกคนปฏิบัติตนในการแสดงความเคารพในชวี ติ ประจาวันอย่างถกู ต้อง
สมาชิก โดยมคี รูชว่ ยให้คาแนะนาและตรวจสอบความถูกต้อง
4. ครถู ามคาถามกระตุน้ ความคิด แลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกันตอบคาถาม
นักเรียนจะปฏบิ ัติตนอย่างไร จงึ จะได้ช่อื ว่ามีมรรยาทงาม
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)
การปฎบิ ตั ิตนตามมรรยาทไทยได้อย่างถูกต้องงดงามมีคุณคา่ อย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครูผูส้ อน)
๓. ขน้ั สรุป
ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความสาคญั ของการแสดงความเคารพอย่างเหมาะสมในโอกาสตา่ งๆ
4. สื่อการสอน / แหลง่ เรียนรู้
๔.๑ ส่อื การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
2) บุคคลผสู้ าธติ
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๘ เด็กดมี มี รรยาท : การยืน การเดนิ การน่ัง การทักทาย และการพดู (ชว่ั โมงที่ ๓-๔)
ช่วั โมงที่ 1
๑.ขั้นนา
ครูสุม่ ใหน้ กั เรยี นออกมาแสดงทา่ ทางการยืน การเดิน การนั่ง การทักทาย และการพูด จากนน้ั ใหเ้ พ่ือนๆ
ร่วมกันบอกวา่ เปน็ การปฏิบัตทิ เ่ี หมาะสมแล้วหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
๒. ข้นั สอน
ขั้นที่ 1 สงั เกต รับรู้
1. ครนู าภาพอิรยิ าบถของบุคคลตา่ งๆ มาให้นักเรียนดู
2. ครใู หน้ กั เรยี นตอบคาถาม ดงั นี้
- นักเรียนชอบอริ ิยาบถของภาพใด อธบิ ายเหตผุ ล
- อิรยิ าบถของบุคคลในภาพใดควรปรบั ปรุง จงอธบิ ายเหตุผล
3. ครอู ธิบายเช่อื มโยงใหน้ กั เรียนฟงั วา่ มรรยาทไทยในอริ ิยาบถการยนื การเดิน การนง่ั การทักทาย การพูด เป็น
มรรยาทท่ีสวยงามพงึ ปฏิบตั ติ าม
4. ครใู ห้นักเรยี นศึกษาความรเู้ รื่อง มรรยาทไทย ในหัวข้อ การยนื การเดิน การนงั่ การทักทาย และการพดู กนั
จากหนังสือเรยี น
5. ครูถามคาถามกระต้นุ ความคิด แล้วใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ตอบคาถาม
นกั เรยี นคิดวา่ การมีอิรยิ าบถทงี่ ดงามมคี วามสาคัญและมีคุณค่าอยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ้สู อน)
๗๓
ขัน้ ที่ 2 ทาตามแบบ
1. นักเรยี นดูคลิปวีดโิ อเร่ืองมรรยาทไทย
2. ครใู หต้ ัวแทนนกั เรียนที่ครฝู ึกมรรยาทไทยไว้ออกมาสาธิตมรรยาทไทย ต่อไปน้ี
- การยืน - การเดนิ - การน่ัง - การทักทายกนั - การพูด
3. นักเรียนทุกคนฝึกปฏบิ ัตติ นเก่ียวกับมรรยาทไทยตามแบบอยา่ งทต่ี วั แทนนักเรยี นสาธติ ให้ดู
ชว่ั โมงที่ ๒
ขน้ั ที่ 3 ทาเองโดยไม่มีแบบ
นกั เรียนรวมกล่มุ เดมิ ร่วมกันฝกึ ปฏบิ ตั เิ กย่ี วกับมรรยาทไทย ได้แก่ การยนื การเดนิ การน่ัง การทักทาย
และการพดู กัน โดยไม่มแี บบ และผลัดกันเสนอแนะ โดยมีครูช่วยใหค้ าแนะนาในการ ปฏิบตั ติ นที่ถูกต้อง
เหมาะสม
ข้ันที่ 4 ฝึกทาให้ชานาญ
๑. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ฝึกมรรยาทไทยในการยนื การเดิน การน่ัง การทักทาย และการพูดกันจนมีความ
ชานาญ
2. ตัวแทนกลุม่ เลือกสาธิตมรรยาทไทย กลุ่มละ 1 เรอ่ื ง ท่ีหน้าชน้ั เรียน ดงั น้ี
- กลุ่มท่ี 1 การยืนตามลาพัง การยืนอยา่ งเป็นระเบยี บ การยนื ต่อหน้าผูใ้ หญ่
- กลมุ่ ที่ 2 การเดินตามหลังผใู้ หญ่ การเดนิ ตามถนน การเดินในพิธกี ารต่างๆ
- กลมุ่ ที่ 3 การนัง่ ตอ่ หน้าผ้ใู หญ่ การน่ังบนพนื้ การนั่งเก้าอ้ีในหอ้ งเรยี นและหอ้ งประชมุ
- กลุ่มที่ 4 การทักทายกนั ในโอกาสตา่ งๆ ระหว่างเด็กกับผใู้ หญ่ และระหวา่ งบุคคลเสมอกัน
- กลุม่ ท่ี 5 การพูดคุยกนั ในสถานการณ์ต่างๆ และกบั บุคคลในระดบั ตา่ งๆ
3. ครูแนะนาใหน้ ักเรียนนาไปปฏิบตั ิ ในชวี ิตประจาวัน
๓. ขน้ั สรุป
ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความสาคญั ของการยืน การเดิน การนง่ั การทักทาย และการพดู อย่างเหมาะสม
ในโอกาสตา่ งๆ
๔. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
๔.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
2) บคุ คลผูส้ าธติ
3) บตั รภาพ อริ ิยาบถของบุคคลต่างๆ
4) คลิปวดี โิ อ
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
๗๔
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๙ เดก็ ดีมีมรรยาท : การแตง่ กาย (ชว่ั โมงท่ี ๕-๖)
ช่ัวโมงที่ 1
๑. ขั้นนา
1. ครูนาภาพการแต่งกายของคนในวัยต่างๆ ท้งั ชายและหญงิ มีทงั้ การแตง่ กายที่เหมาะสมและไมเ่ หมาะสม มา
ให้นักเรียนวิเคราะห์ และตอบคาถาม ตอ่ ไปน้ี
- ภาพใดเปน็ การแต่งกายทเ่ี หมาะสม พร้อมอธิบายเหตผุ ล
- ภาพใดเปน็ การแตง่ กายท่ีไม่เหมาะสม พรอ้ มอธิบายเหตผุ ล
2. ครอู ธบิ ายเชอ่ื มโยงใหน้ กั เรยี นเหน็ ความสาคญั ของการแตง่ กายท่ีเหมาะสมกับความเป็นไทยในสังคมยุค
ปจั จบุ นั
๒. ข้นั สอน
ข้นั ท่ี 1 รวบรวมข่าวสาร ข้อมูล ขอ้ เทจ็ จริง ความรู้ และหลกั การ
1. นักเรยี นรวมกลุ่มเดิมแล้วร่วมกนั ศกึ ษาความรู้เร่ือง การแต่งกายท่ีเหมาะสมจากหนังสอื เรียนและแหล่งเรียนรู้
อ่ืนๆ เช่น เอกสารจากห้องสมุด
2. นกั เรียนร่วมกนั ค้นหาข้อมลู ข่าว หรือภาพขา่ ว เก่ียวกับบุคคลท่มี ีการแตง่ กายเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ีใน
หลากหลายวัย
3. ครถู ามคาถามกระตุน้ ความคิด แลว้ ให้นักเรียนร่วมกนั ตอบคาถาม
นกั เรียนคิดว่า ในสงั คมท่นี ักเรียนอยู่มผี ู้ใหญ่ท่ีแตง่ กายเป็นแบบอย่างทด่ี บี า้ งหรือไม่ จงอธบิ ายเหตุผล
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)
ขนั้ ท่ี 2 ประเมินคณุ ค่าและประโยชน์
1. นกั เรยี นนาข้อมลู ขา่ ว หรือภาพข่าวของบุคคลท่ีค้นหามาในข้นั ที่ 1 มาวเิ คราะห์และประเมินคุณคา่ แล้ว
ตอบคาถามในใบงานที่ 2.8 เรือ่ ง บุคคลตัวอย่างในการแต่งกายดี
2. ตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอใบงานท่ี 2.8 ที่หนา้ ช้นั เรียน โดยมีครตู รวจสอบความถกู ต้อง
ช่วั โมงที่ ๒
ขน้ั ที่ 3 เลือกและตดั สนิ ใจ
1. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกันวางแผนการปฏิบตั ติ นในการแต่งกายในลักษณะตา่ งๆ ให้เหมาะสมเพื่อ
เดนิ แบบ ดงั น้ี
- การแตง่ กายเครื่องแบบนักเรียน
- การแต่งกายอยบู่ ้าน
- การแต่งกายไปนอกบ้านในโอกาสตา่ งๆ
2. สมาชกิ แต่ละคนเลือกปฏบิ ัตติ นตามแผนของกลุ่มในการแต่งกายทเี่ หมาะสม
3. ครถู ามคาถามกระต้นุ ความคิด แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั ตอบคาถาม
นักเรยี นมวี ิธแี ต่งกายท่เี หมาะสมอย่างไร
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครผู ูส้ อน)
ขั้นท่ี 4 ปฏบิ ตั ิ
1. นกั เรียนแต่ละกลุม่ แต่งกายตามที่วางแผนไวแ้ ล้วเดินแบบให้เพอ่ื นดู
2. นกั เรยี นกล่มุ อนื่ ๆ อภปิ ราย ซักถามเก่ียวกบั ความเหมาะสมในการแต่งกาย
๗๕
3. นักเรียนทกุ คนปฏิบตั ติ นตามหลักการแตง่ กายอยา่ งถูกต้องเหมาะสมในทกุ โอกาสและรายงานผลต่อ
ครผู สู้ อน หรอื ผลดั กันเลา่ ให้สมาชกิ ในกลุ่มฟัง
๓. ข้ันสรุป
ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรปุ ความสาคัญของการแต่งกายอย่างเหมาะสมในโอกาสต่างๆ
๔.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
2) บัตรภาพ การแต่งกายของคนในวัยตา่ งๆ
3) ใบงานท่ี 2.8 เร่อื ง บคุ คลตัวอย่างในการแตง่ กายดี
4) เคร่อื งแตง่ กายในโอกาสตา่ งๆ
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
7. บนั ทกึ ผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน เรอ่ื ง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 1 พบว่านกั เรยี นผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อยใู่ นระดบั ..........และรองลงมาร้อยละ
.................อยู่ในระดับ...............และพบวา่ นักเรียน...................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
1.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรือ่ ง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรียน รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 2 พบว่านักเรียนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน รอ้ ยละ................อยู่ในระดบั ..........และรองลงมา
ร้อยละ.................อยูใ่ นระดับ................และพบว่านักเรยี น.......................................................................
............................................................................................................................. .....................................
๗๖
1.3 ด้านเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชอ่ื มโยงกับมาตรฐานหลกั สูตร
ตารางท่ี 3 แสดงค่าร้อยละคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ เร่อื ง ............................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จานวนนกั เรียน ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบว่านักเรียนคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ รอ้ ยละ..............อยใู่ นระดับ............และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบวา่ นกั เรียน............................................................................
.................................................................................... ...................................................................................
สรุป ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ …………………………..
๑) นักเรียนมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นอยู่ในระดับ...................
๒) นกั เรยี นมีทักษะในระดับ..................
๓) นกั เรยี นมีคุณลกั ษณะในระดบั ...............
2. บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................ ................................................................................................
3. การปรบั เปลย่ี นแผนการจดั การเรียนรู้ (ถา้ มี)
.............................................................................................................. ..............................................................................
4. ข้อคน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...............................................................
5. อืน่ ๆ............................................................................................................................. ...............................................
๗๗
( หลงั จากจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หน่วยการเรียนรู้)
ปัญหา/ส่งิ ที่พัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปัญหา/สง่ิ ทีพ่ ฒั นา สาเหตขุ องปญั หา/ แนวทางแก้ไข/ วิธีแก้ไข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พัฒนา
ส่งิ ท่พี ัฒนา พัฒนา
ลงชอ่ื ...................................................... ผูส้ อน
( นางสมพงษ์ นาคสงั ข์ )
รับทราบผลการดาเนินการ
ลงช่ือ...............................................
( นายกัณฑช์ ยวฒั น์ ไสยจติ ต์ )
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้
ลงชือ่ ..............................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธิธรานนท์ )
รองผอู้ านวยการกล่มุ บริหารงานวิชาการ
ลงชอื่ ............................................
( นายวรี ะ แก้วกลั ยา )
ผอู้ านวยการโรงเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวดั เพชรบุรี
๗๘
8. ความคิดเห็น (ผู้บริหาร / หรือผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย)
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนร้ขู อง.................................................แลว้ มีความเห็นดังนี้
8.1 เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรุง
8.2 การจดั กิจกรรมการเรียนรูไ้ ดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้
ท่เี นน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั ใช้กระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ทย่ี งั ไม่เน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
8.3 เปน็ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี
นาไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรงุ กอ่ นนาไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงช่อื .....................................................
( นายกัณฑช์ ยวฒั น์ ไสยจติ ต์ )
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้
ความคดิ เห็นของรองผูอ้ านวยการฝา่ ยวิชาการ
............................................................................................................................. ...............................................................
......................................................................................................................................... ...................................................
ลงชอ่ื .................................................
( นายชาญยุทธ สุทธิธรานนท์ )
รองผ้อู านวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ความคดิ เห็นของผู้อานวยการโรงเรยี น
............................................................................................................................................. ...............................................
.................................................................................... ........................................................................................................
ลงช่ือ.............................................
( นายวรี ะ แก้วกัลยา )
ผ้อู านวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบรุ ี
๗๙
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓
เรอื่ ง ชุมชนของเรา เวลา ๖ ช่วั โมง ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒
1. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวดั และการประเมินผล
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละ สิ่งท่ตี อ้ งรูแ้ ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน / ชนิ้ งาน การวัดผลและการประเมินผล
ตวั ชว้ี ดั
1. การประเมนิ ก่อนเรียน
ส ๒.๒ ป.2/๑ ป.๒.๒ สมาชิกทกุ คนในชมุ ชนมี ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่อื ง
ความสัมพนั ธท์ ด่ี ีต่อกนั มีการ 1. แบบบันทึกการปฏบิ ตั ิตน ศาสนาของเรา (K)
2. การประเมินระหวา่ งการจดั
ช่วยเหลอื ในกจิ กรรมของชุมชน ตามกฎของการอยู่รว่ มกัน กจิ กรรมการเรยี นรู้
3. การประเมินหลงั เรยี น
การดาเนินงานในโรงเรยี นและ 2. แบบบนั ทกึ การปฏิบตั ติ น - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๒ เรื่อง
ชมุ ชนจะเป็นไปอยา่ งมี ตามมรรยาทไทยใน ชุมชนของเรา (K)
- ตรวจใบงานท่ี 2.9 (P)
ประสทิ ธภิ าพโดยผมู้ อี านาจใน ชีวติ ประจาวนั - ตรวจใบงานท่ี 2.10 (P, A)
- ตรวจใบงานที่ 2.11 (K, P)
การตัดสนิ ใจ 3. แผ่นพบั เรื่องชุมชนของเรา - ตรวจใบงานท่ี 2.12 (K)
- ประเมนิ การนาเสนอผลงาน
๔. ใบงาน (P, A)
- สังเกตพฤติกรรมการทางาน
- ใบงานที่ 2.9 รายบุคคล (P, A)
- ใบงานที่ 2.10 - สังเกตพฤติกรรมการทางาน
- ใบงานที่ 2.11 กลุม่ (P, A)
- สงั เกตคณุ ลักษณะอนั พงึ
- ใบงานท่ี 2.12 ประสงค์ (A)
๕. การนาเสนอผลงาน 4 การประเมนิ ช้ินงาน/ภาระ
งาน (รวบยอด)
- ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 คนดขี อง
ชมุ ชน (K)
- ตรวจตรวจแผน่ พบั เรือ่ ง
ชุมชนของเรา (K)
๘๐
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ ( Knowledge)
๑. สาระการเรียนรู้
๑.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- ความสมั พนั ธ์ของตนเองและสมาชิกในครอบครัวกับชุมชน เชน่ การชว่ ยเหลอื กิจกรรมของชุมชน
- ผูม้ บี ทบาท อานาจในการตดั สินใจในโรงเรียน เช่น ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
- ผมู้ ีบทบาท อานาจในการตัดสนิ ใจในชมุ ชน เช่น ผูน้ าท้องถ่นิ กานนั ผ้ใู หญบ่ ้าน
2. สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา)
2. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- ทกั ษะการให้คาจากัดความ - วิธสี อนโดยการจดั การเรียนรู้แบบรว่ มมอื : เทคนิคคูค่ ิดส่ีสหาย
- ทักษะการรวบรวมข้อมลู - วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
- ทกั ษะการวิเคราะห์ - วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
- ทักษะการหารแบบแผน - วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
- ทกั ษะการให้คาจากัดความ - วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรูแ้ บบร่วมมือ : เทคนิคช่วยกันเรียน
๓. สมรรถนะ (Competency)
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
๓.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
2) ทกั ษะการวเิ คราะห์
3) ทกั ษะการหาแบบแผน
4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
3. หลกั ฐานการเรียนรชู้ ิน้ งานหรือภาระงาน (Work)
1. แบบบันทกึ การปฏบิ ตั ติ นตามกฎของการอยู่รว่ มกนั
2. แบบบนั ทกึ การปฏิบัตติ นตามมรรยาทไทยในชีวิตประจาวนั
3. แผ่นพับ เร่อื ง ชมุ ชนของเรา
๘๑
4. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
สิ่งที่วดั ผล วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
๔.1 ประเมินระหว่างการจดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ น
เกณฑ์
กิจกรรมการเรียนรู้
- ระดับคุณภาพ 2
1) ชุมชนและการมสี ่วนรว่ ม - ตรวจใบงานท่ี 2.9 (P) - ใบงานที่ 2.9 ผา่ นเกณฑ์
- ระดบั คุณภาพ 2
- ตรวจใบงานท่ี 2.10 (P, A) - ใบงานที่ 2.10 ผ่านเกณฑ์
- ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจใบงานที่ 2.11 (K, P) - ใบงานที่ 2.11 ผา่ นเกณฑ์
- ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจใบงานท่ี 2.12 (K) - ใบงานที่ 2.12 ผา่ นเกณฑ์
2) การนาเสนอผลงาน - ประเมินการนาเสนอ - ผลงานที่นาเสนอ
ผลงาน (P, A)
3) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม
รายบคุ คล การทางานรายบุคคล (P, A) การทางานรายบุคคล
4) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
กลุ่ม การทางานกลุ่ม (P, A) การทางานกลุ่ม
5) คณุ ลกั ษณะอันพึง - สังเกตความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ - แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะ
ประสงค์ และมุ่งมน่ั ในการทางาน (A) อันพึงประสงค์
5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รปู แบบการจัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรยี นร/ู้ แนวทางการเสรมิ แรงหรือช่วยเหลือนกั เรียน
- วธิ ีสอนโดยการจัดการเรยี นรแู้ บบร่วมมอื : เทคนิคค่คู ิดสี่สหาย
- วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
- วิธีสอนโดยการจดั การเรียนรู้แบบร่วมมอื : เทคนิคช่วยกนั เรียน
6. กจิ กรรมการเรียนการสอน
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๑๐ เรือ่ งชุมชนของเรา : ชมุ ชนและการมสี ่วนร่วม (ชว่ั โมงที่ ๑-๒)
ชั่วโมงท่ี 1
๑. ข้นั นา
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
1. ครใู หน้ กั เรียนดูภาพการทากจิ กรรมตา่ งๆ รว่ มกนั ในชมุ ชน เช่น การทาความสะอาด การปลกู ตน้ ไม้
การออกกาลังกาย สรา้ งท่ีพักคนเดนิ ทาง แลว้ ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ ถึงผลดีหรือประโยชน์
ของชมุ ชนที่มกี ารเขา้ รว่ มกจิ กรรมดังกลา่ ว
2. ครูอธิบายเช่อื มโยงใหน้ กั เรยี นเหน็ ความสาคญั ของการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน
3. ครูถามคาถามกระต้นุ ความคิด แล้วใหน้ ักเรยี นร่วมกันตอบคาถาม
นกั เรยี นเคยทากิจกรรมอะไรรว่ มกับชุมชนบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)
๘๒
นักเรยี นรูส้ ึกอยา่ งไรเมอ่ื ไดร้ ่วมทากิจกรรมในชุมชน
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
๒. ขัน้ สอน
ขั้นที่ 2 สารวจคน้ หา
1. ครูแบง่ นกั เรียนเปน็ กลุม่ กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเกง่
ปานกลางค่อนขา้ งอ่อน และอ่อน แล้วช้นี าใหน้ ักเรยี นร้จู กั การทางานร่วมกันเปน็ กลุม่ เช่น
- มกี ารช่วยเหลอื กนั
- ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบในภาระหรอื หนา้ ที่ของตน
- สมาชิกทุกคนมีบทบาทเทา่ เทียมกัน
2. สมาชิกแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศึกษาความรเู้ รือ่ ง ชุมชนและการมีส่วนรว่ ม จากหนังสือเรียนและ
สัมภาษณ์ผ้รู ู้ในชมุ ชน
ชั่วโมงที่ ๒
ข้ันท่ี 3 อธิบายความรู้
สมาชิกในแตล่ ะกลุ่มผลัดกนั นาความร้ทู ี่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาอธิบายให้กบั นักเรยี นฟัง
เกย่ี วกบั การมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมของชมุ ชนซงึ่ มีวธิ ีการที่หลากหลายในการรว่ มกจิ กรรม ครอู ธบิ ายความรู้
เพม่ิ เติมเพ่ือใหน้ กั เรยี นมีความเข้าใจชดั เจน
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ทาใบงานที่ 2.9 เรือ่ ง ชุมชนและการมีส่วนรว่ ม โดยแบง่ หน้าท่ีให้สมาชิก
แต่ละคนปฏิบัติ ดังนี้
- สมาชกิ คนที่ 1 เขียนคาตอบข้อท่ี 1 แลว้ สง่ ใบงานไปยงั สมาชิกคนท่ี 2
- สมาชิกคนที่ 2 อา่ นคาตอบของสมาชิกคนท่ี 1 ตรวจความ ถูกต้องและเขียนเพ่ิมเติมให้สมบรู ณ์
แลว้ เขียนคาตอบในข้อต่อไป
- สมาชิกคนท่ี 3 อา่ นคาตอบของสมาชิกคนท่ี 2 ตรวจความ ถกู ต้องและเขยี นเพิ่มเติมให้สมบูรณ์
แล้วเขียนคาตอบในข้อต่อไป
- สมาชกิ คนที่ 4 อ่านคาตอบของสมาชิกคนท่ี 3 ตรวจความ ถกู ต้องและเขียนเพ่ิมเตมิ ให้สมบรู ณ์
แล้วเขียนคาตอบในข้อต่อไป
2. สมาชิกคนที่ 1 อ่านคาตอบของสมาชกิ คนที่ 4 ตรวจความ ถูกตอ้ งและเขยี นเพม่ิ เติมให้สมบรู ณ์ แล้ว
เขียนคาตอบในข้อต่อไป
3. สมาชิกทกุ คนในกลุ่มจะหมนุ เวยี นกนั เขยี นคาตอบจนครบทุกขอ้ สมาชกิ ทุกคนจะได้เขยี นคาตอบใน
จานวนขอ้ ท่เี ท่ากนั
4. ครูถามคาถามกระต้นุ ความคิด แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกันตอบคาถาม
ถา้ สมาชกิ ทุกคนในครอบครวั มีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะประโยชนข์ องชุมชนจะมผี ลดี
อย่างไร
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครูผูส้ อน)
สมาชกิ ในครอบครวั ของนักเรยี นไดร้ ว่ มกจิ กรรมใดกับส่วนรวมบ้าง จงยกตัวอยา่ งประกอบ
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ูส้ อน)
๘๓
๓. ข้ันสรปุ
ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล
1. กลมุ่ ละ 1-2 ขอ้ ตามความเหมาะสม ให้กลมุ่ ท่ีมีผลงานแตกต่างกนั นาเสนอเพม่ิ เติม โดยมีครู
ตรวจสอบความถูกต้อง
2. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ แนวทางการมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมของชมุ ชน
3. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นแต่ละคนไปสืบค้นข้อมูลเกยี่ วกบั กิจกรรมของชมุ ชนที่เป็นประโยชน์ เพอ่ื
นาไปทากจิ กรรมในชว่ั โมงตอ่ ไป
๔. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
๔.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) บตั รภาพ การทากิจกรรมต่างๆ รว่ มกันในชมุ ชน
3) ใบงานที่ 2.9 เรอื่ ง ชมุ ชนและการมสี ่วนรว่ ม
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑๑ เรือ่ งชุมชนของเรา :การมสี ่วนร่วมในชุมชนของฉัน (ช่ัวโมงท่ี ๓-๔)
ช่ัวโมงท่ี ๑
๑. ข้ันนา
ข้ันท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครนู าขา่ วท่แี สดงถงึ ความร่วมมือกันของคนในชุมชนตา่ งๆ มาเล่าใหน้ กั เรียนฟัง
2. ครูให้นักเรยี นแสดงความคิดเหน็ ถึงผลดขี องการร่วมมือกันในการทากจิ กรรมดังกล่าว
3. ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคิด แลว้ ให้นักเรียนรว่ มกันตอบคาถาม
ถ้าสมาชกิ ในชุมชนเขา้ ร่วมกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของชุมชนจะเกดิ ผลดีอย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยให้อย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
๒. ขนั้ สอน
ขั้นท่ี 2 สารวจคน้ หา
แบ่งนกั เรยี นเป็นกลุม่ ให้สมาชกิ แตล่ ะคนในกลุ่มสืบค้นข้อมูลเก่ยี วกับกจิ กรรมต่างๆ ของชุมชนท่ีตนมี
ภูมิลาเนาอยู่ทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชน ซงึ่ อาจจะไดจ้ ากการสมั ภาษณ์ผู้ปกครองและเพ่ือนบ้าน หรอื จาก
ประสบการณ์ท่ีนกั เรยี นเคยเข้าร่วมกจิ กรรมในชุมชน
ชว่ั โมงที่ ๒
ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้
1. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มผลดั กันเลา่ กจิ กรรมท่ีตนไดส้ ืบคน้ ข้อมูลเกย่ี วกบั กิจกรรมของชุมชนท่ตี นมี
ภมู ลิ าเนาอยทู่ ่ีเป็นประโยชน์ต่อชมุ ชน และใหส้ มาชิกคนอน่ื ผลัดกันซกั ถามจนมีความเขา้ ใจตรงกนั
และสรุปเปน็ ผลงานการสืบค้นข้อมลู ของกลุ่ม
๘๔
2. ตวั แทนกลุม่ ออกมานาเสนอกิจกรรมของชมุ ชนทน่ี กั เรียนในกลมุ่ มภี มู ิลาเนาอยู่ โดยมคี รูตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง และใหข้ ้อเสนอแนะเพ่มิ เติม
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ
1. นักเรียนแต่ละคนวาดภาพการมีสว่ นรว่ มในการทากจิ กรรมในชมุ ชนของนักเรยี น พร้อมเขยี นคา
บรรยายลงในใบงานที่ 2.10 เรื่อง กิจกรรมของฉนั ในชุมชน
2. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มผลัดกันเล่าผลงานของตนในใบงานที่ 2.10 ให้สมาชกิ ภายในกลุ่มฟัง และเปิด
โอกาสใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ ไดใ้ ห้ขอ้ คิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ
3. สมาชิกแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั สรปุ ผลงานทีแ่ สดงถงึ การมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมของชุมชนของนักเรียน
4. ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคิด แลว้ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ตอบคาถาม
นักเรียนเคยเข้าร่วมกิจกรรมบาเพ็ญประโยชนแ์ ก่ชมุ ชนอยา่ งไรบ้าง และผลท่ไี ดร้ บั เป็นอย่างไร
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยให้อย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
๓. ข้ันสรปุ
ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล
ตวั แทนกลุม่ ออกมานาเสนอผลงานการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมของชุมชนของนักเรยี นท่ีหน้าช้นั เรียน
โดยมีครตู รวจสอบความถูกต้องตามความเหมาะสม
๔. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
๔.1 สือ่ การเรียนรู้
1) ตัวอยา่ งข่าว
2) ใบงานท่ี 2.10 เร่ือง กิจกรรมของฉันในชุมชน
๔.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- ชมุ ชนท่ีนกั เรยี นอาศยั อยู่
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑๒ เรื่องชุมชนของเรา : ผมู้ บี ทบาท อานาจในการตดั สินใจในโรงเรยี น (ชั่วโมงท่ี ๕)
ชวั่ โมงท่ี ๑
๑. ขนั้ นา
1. ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมาตอบคาถามหรอื ทายปญั หาจากภาพท่ีครนู ามาให้ดวู ่า บคุ คลดงั
กลา่ วคอื ใคร และมคี วามสาคัญต่อโรงเรียนอย่างไร
2. ครชู มเชยตัวแทนกลมุ่ ท่ีตอบคาถามถูกทุกภาพ พร้อมกบั อธบิ ายเช่ือมโยงใหน้ ักเรียนเข้าใจถึงความสาคัญ
ของผูบ้ รหิ ารโรงเรียน
3. ครูถามคาถามกระต้นุ ความคิด แลว้ ให้นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบคาถาม
ใครเป็นผูม้ ีอานาจหนา้ ทใ่ี นการบริหารงานของโรงเรยี น
(ผู้อานวยการ และรองผู้อานวยการ)
๒. ข้ันสอน
1. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาความรู้เร่อื ง ผ้ทู ่เี ก่ยี วข้องกับการบริหารงานในโรงเรียน จากหนังสอื เรียน
และสัมภาษณ์ครู ผ้บู รหิ าร
2. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ร่วมกนั อภปิ รายสาระสาคัญของเร่ืองท่ีศกึ ษา
3. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มจับคู่กนั เปน็ 2 คู่ ให้แต่ละครู่ ว่ มกนั ตอบคาถามในใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง ผู้บริหารงานใน
โรงเรียน
๘๕
4. สมาชิกแตล่ ะคผู่ ลดั กนั เลา่ ผลงานของตนในใบงานที่ 2.11 ใหส้ มาชกิ อีกค่หู น่ึงภายในกลุ่มฟงั โดยมีครู
ชว่ ยตรวจสอบความถกู ต้อง
5. ครูและนักเรยี นชว่ ยกันเฉลยคาตอบในใบงานท่ี 2.11
6. ครูถามคาถามกระต้นุ ความคิด แลว้ ใหน้ ักเรียนร่วมกนั ตอบคาถาม
ถ้านักเรียนมปี ัญหาสาคัญที่ไม่สามารถตดั สินใจไดเ้ กี่ยวกับเรอ่ื งในโรงเรียน นักเรยี นควรจะปรกึ ษา
ใครบ้าง
(ครูประจาชนั้ ครูทป่ี รึกษา ผอู้ านวยการ รองผู้อานวยการ)
๓.ขนั้ สรปุ
ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ บทบาทสาคญั ของผ้บู รหิ ารงานในโรงเรยี น
๔. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
๔.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
2) ภาพผบู้ ริหารโรงเรยี น
3) ใบงานที่ 2.11 เรอ่ื ง ผู้บรหิ ารงานในโรงเรียน
4) ครหู รอื ผบู้ รหิ ารโรงเรียน
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑๓ เรอื่ งชุมชนของเรา : ผ้มู บี ทบาท อานาจในการตัดสนิ ใจในชมุ ชน (ชว่ั โมงท่ี ๖)
๑. ขน้ั นา
ครใู หน้ ักเรียนเลา่ เกี่ยวกับประวัตแิ ละผลงานของบุคคลท่เี ป็นกานนั หรอื ผู้ใหญ่บ้านท่ีนกั เรียนรจู้ ัก และช่วยกนั
แสดงความคิดเหน็ ถงึ ข้อคดิ สาคญั จากการศึกษาประวัติของท่าน
๒. ขน้ั สอน
1. ครใู หน้ ักเรียนรวมกลุ่มเดิมแล้วรว่ มกันศกึ ษาความรู้เร่ืองผทู้ เ่ี กย่ี วข้องกบั การบรหิ ารงานในชมุ ชนจาก
หนังสือเรยี นหรือสัมภาษณ์ผูร้ ู้ในชมุ ชน
2. สมาชกิ แต่ละกล่มุ รว่ มกันสรุปสาระสาคัญที่ไดจ้ ากการศึกษา แล้วผลดั กนั อธบิ ายข้อสงสัย
3. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละคนทาใบงานที่ 2.12 เรือ่ ง ผู้ทเ่ี กย่ี วข้องกับการบรหิ ารงานในชุมชน
4. สมาชกิ แตล่ ะกล่มุ จับคู่กันเปน็ 2 คู่ แล้วผลดั กันตรวจคาตอบตามแนวเฉลยที่ครแู จกให้ และชว่ ยกัน
อธิบายใหส้ มาชิกในคูข่ อง ตนเองฟัง
5. ครูใหน้ ักเรยี นทุกคนทาแบบทดสอบความรู้ท่ีได้จากการศึกษา แลว้ นาคะแนนของสมาชิก 4 คน ในแต่ละ
กลมุ่ มารวมกันแลว้ หารเฉล่ีย
6. ครปู ระกาศผลและชมเชยกลุ่มทีไ่ ด้คะแนนสงู สดุ เรียงตามลาดบั
3-4 กลุ่ม ตามความเหมาะสม
7. ครถู ามคาถามกระตุน้ ความคิด แล้วให้นกั เรยี นรว่ มกันตอบคาถาม
นกั เรยี นมีความประทับใจในการบริหารงานของผบู้ ริหารในชมุ ชนท่นี กั เรยี นอาศยั อยู่ในเรอื่ งใดบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
๓. ขัน้ สรปุ
ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรปุ บทบาทหนา้ ท่ีของผทู้ ีเ่ ก่ียวข้องกับการบรหิ ารงานในชุมชน
๘๖
ครมู อบหมายให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ จดั ทาแผ่นพับ เรือ่ ง ชมุ ชนของเรา โดยใหค้ รอบคลุมประเด็น
ตามทีก่ าหนด ดงั น้ี
1) การอธิบายความสัมพนั ธข์ องตนเองและครอบครัวในฐานะท่ีเป็นส่วนหนง่ึ ของชุมชน
2) การระบุผทู้ ่ีมีบทบาท อานาจในการตัดสนิ ใจในโรงเรียน
3) การระบผุ ู้ท่ีมบี ทบาท อานาจในการตัดสินใจในชมุ ชน
4. สอ่ื การสอน / แหล่งเรยี นรู้
๔.๑ ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
2) ใบงานท่ี 2.12 เรื่อง ผ้ทู เ่ี กยี่ วขอ้ งกับการบริหารงานในชุมชน
3) ผรู้ ู้ในชุมชน
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
7. บันทึกผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน เรอ่ื ง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน รอ้ ยละ................อยู่ในระดับ..........และรองลงมาร้อยละ
.................อยู่ในระดับ...............และพบวา่ นักเรียน...................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงค่าร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
๘๗
จากตารางที่ 2 พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน ร้อยละ................อยใู่ นระดบั ..........และรองลงมา
ร้อยละ.................อย่ใู นระดบั ................และพบวา่ นักเรยี น.......................................................................
............................................................................................................................. .....................................
1.3 ดา้ นเจตคติ / คณุ ลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เช่ือมโยงกบั มาตรฐานหลักสูตร
ตารางที่ 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เร่ือง ............................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบวา่ นักเรียนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รอ้ ยละ..............อยู่ในระดับ............และรองลงมา
ร้อยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบวา่ นกั เรียน............................................................................
.................................................................................... ...................................................................................
สรปุ ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี …………………………..
4) นักเรียนมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นอยู่ในระดับ...................
5) นักเรียนมที ักษะในระดับ..................
6) นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
2. บรรยากาศการเรียนรู้
.......................................................................................................................... ..................................................................
3. การปรับเปลยี่ นแผนการจดั การเรยี นรู้ (ถา้ มี)
............................................................................................................................. ...............................................................
4. ข้อค้นพบดา้ นพฤติกรรมการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...............................................................
5. อ่ืนๆ............................................................................................................................. ................................................
๘๘
( หลังจากจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนจบ 1 หน่วยการเรยี นรู้)
ปญั หา/ส่งิ ท่พี ัฒนา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปญั หา/สิ่งท่ีพัฒนา สาเหตุของปญั หา/ แนวทางแก้ไข/ วธิ แี กไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พัฒนา
สงิ่ ทีพ่ ัฒนา พฒั นา
ลงชือ่ ...................................................... ผูส้ อน
( นางสมพงษ์ นาคสงั ข์ )
รับทราบผลการดาเนินการ
ลงชอ่ื ...................................................
( นายกณั ฑช์ ยวฒั น์ ไสยจติ ต์ )
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
ลงชอ่ื ............................................
( นายชาญยุทธ สุทธธิ รานนท์ )
รองผูอ้ านวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ลงชอ่ื ...........................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผ้อู านวยการโรงเรียนโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
๘๙
8. ความคิดเหน็ (ผบู้ ริหาร / หรอื ผู้ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย)
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนร้ขู อง.................................................แลว้ มีความเหน็ ดังน้ี
8.1 เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดีมาก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรุง
8.2 การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูไ้ ดน้ าเอากระบวนการเรียนรู้
ทีเ่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ทีย่ ังไม่เนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สาคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
8.3 เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี
นาไปใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรุงก่อนนาไปใช้
8.4 ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ
........................................................................................................................ ....................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงช่ือ........................................................
( นายกัณฑช์ ยวฒั น์ ไสยจิตต์ )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ความคิดเห็นของรองผู้อานวยการฝ่ายวชิ าการ
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผอู้ านวยการกล่มุ บริหารงานวิชาการ
ความคดิ เห็นของผู้อานวยการโรงเรยี น
.............................................................................................................................................................................. ..............
..................................................................................................................... .......................................................................
ลงชือ่ .............................................
( นายวีระ แกว้ กัลยา )
ผอู้ านวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี
ใบงาน
วชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ใบงานท่ี ๒.๑-ใบงานท่ี ๒.๕
ใบงำนท่ี 2.1 เรอ่ื ง ข้อตกลงในครอบครวั ของฉนั
คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนเขียนแผนผังความคดิ แสดงข้อตกลงหรือกฎกติกาของครอบครวั
ข้อตกลงหรอื กฎกตกิ ำ
ของครอบครัว
เมอ่ื ทุกคนปฏบิ ตั ติ นตามขอ้ ตกลงหรอื กฎกตกิ าของครอบครวั จะเกดิ ผลดี คอื
ชือ่ ..........................................................................................ชั้น......................................
ใบงำนที่ 2.2 เรื่อง กฎระเบยี บของโรงเรยี น
คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เห็นถงึ กฎระเบียบของโรงเรียนที่นักเรียนตอ้ งปฏิบัติตาม
กฎระเบียบในโรงเรยี นของฉนั ฉันสำมำรถปฏบิ ตั ิตำมได้
ถา้ นกั เรยี นทกุ คนปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บของโรงเรยี นจะส่งผลดี คอื
ชือ่ ..........................................................................................ช้นั ......................................
ใบงำนท่ี 2.3 เรอ่ื ง กฎระเบยี บในกำรใช้สถำนที่สำธำรณะ
คำช้แี จง ให้นักเรียนแสดงความคิดเหน็ ถงึ การปฏิบตั ติ นตามกฎระเบยี บในการใช้สถานท่ีสาธารณะตามท่ี
กาหนด
1.
แนวทางการปฏบิ ตั ิ
2.
โรงภาพยนตร์
แนวทางการปฏบิ ตั ิ
ช่อื ..........................................................................................ชน้ั ......................................
ใบงำนที่ 2.4 เร่ือง หน้ำทข่ี องบุคคล
คำชแี้ จง ให้นักเรยี นเขยี นบรรยายใตภ้ าพแสดงหน้าท่ีของบุคคลในภาพ
1. 2.
........................................................ ...............................................................
.................. .
3. 4.
........................................................ ...............................................................
.................. .
5. 6.
........................................................ ...............................................................
.................. .
ชอื่ ..........................................................................................ชน้ั ......................................
ใบงำนท่ี 2.5 เรอ่ื ง สทิ ธแิ ละเสรภี ำพ
ตอนที่ 1
คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนวิเคราะหภ์ าพ แลว้ เขยี นบรรยายถึงสิทธแิ ละเสรีภาพในการทากิจกรรมตา่ งๆ
1.
2.
1.
3.
ตอนท่ี 2
คำช้ีแจง ให้นกั เรียนแสดงความคดิ เหน็ ถึงการแสดงออกหรือการกระทาที่แสดงถึงการเคารพสทิ ธิและ
เสรภี าพของผู้อ่นื
กำรแสดงออกถึงกำรเคำรพสิทธิ ผลดหี รอื ประโยชน์
และเสรภี ำพของผู้อืน่
ชือ่ ..........................................................................................ชั้น......................................
ผงั มโนทศั น์รายวชิ าสังคมศ
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เวลา
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๑
เรอ่ื งศาสนาของเรา
วิชาสัง
ชนั้ ประถม
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3
เรือ่ งเศรษฐศาสตรน์ า่ รู้
๙๒
ศกึ ษา หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓
๒ ชัว่ โมง จานวน ๒.๐ หนว่ ยกิต
งคมศกึ ษา หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2
มศึกษาปีที่ ๒ เร่ืองคนดีของชมุ ชน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4
เรื่องรอบร้ภู ูมศิ าสตร์
โครงสร้างรายวชิ า สังคมศึกษา ชื่อวชิ า สังค
รหัสวชิ า ส ๑๒๑๐๑ รายวิชา สังคมศกึ ษา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา แ
เวลาเรยี น ๒ ชวั่ โมง / สัปดาห์ จานวน ๘๐
หน่วย ชื่อหน่วยการ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี......... สาระ / มาตรฐานการเรียนรู้
ที่ เรยี นรู้ เร่อื ง......... ตัวชวี้ ดั / ผลการเรยี นรู้
1. เร่อื งศาสนา ๑. เรยี นรูศ้ าสนา -
ของเรา
1.๑ เร่อื งพระพทุ ธศาสนาเป็น ส 1.1 ป.2/1
เอกลกั ษณ์ของชาติไทย
๑.2 เรื่องศาสนาในประเทศไทย ส 1.1 ป.2/๒
(พระพทุ ธศาสนา)
๑.3 เรอ่ื งศาสนาในประเทศไทย ส 1.1 ป.2/๗
(ศาสนาอ่นื ๆ)
๒. เรื่องหลักธรรมนาความสุข -
ส 1.1 ป.2/4
๑.๔ เรื่อง การไมท่ าความช่ัว ส 1.1 ป.2/4
ส 1.1 ป.2/4
๑.๕ เรื่อง การทาความดี ส 1.1 ป.2/4
๑.๖ เรอ่ื งกตัญญแู ละมงคล 38 ส 1.1 ป.2/4
ส 1.1 ป.2/4
๑.๗ เรื่องการทาจติ ใจใหผ้ ่องใส
บริสุทธ์ิ
๑.๘ เรื่องศรัทธาในพระรัตนตรัย
๑.๙ เรือ่ งพทุ ธศาสนสภุ าษิต
๙๓
คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ( พ้นื ฐาน )
ศาสนาและวัฒนธรรม ปีการศึกษา 256๕
และวฒั นธรรม ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒
๐ ช่วั โมง / ภาคเรยี น จานวน ๒.๐ หน่วยกิต
/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั คะแนน
(ชม.) K A P รวม
๒๑๒ ๕
ศาสนาทุกศาสนาล้วนแตม่ ีความสาคญั และเป็น (๔)
เครื่องยดึ เหน่ียวจติ ใจให้กระทาความดี ซ่ึงศาสนกิ ชน ๑ -
ทกุ คนพึงศึกษาประวตั ศิ าสดาของศาสนาทตี่ นนบั ถอื
และนาแบบอย่างทีด่ ไี ปเป็นแนวปฏิบัติตน ๒
๑-
การเคารพพระรัตนตรัย ปฏบิ ัตติ ามหลักธรรมโอวาท (๘) ๒ ๑ ๒ ๕
3 ดว้ ยการไมท่ าชวั่ ทาความดี ทาจติ ใจใหผ้ อ่ งใส ๑ -
บริสทุ ธิ์ ยอ่ มทาให้ผ้ปู ฏิบัติดาเนินชีวติ ไปในทางท่ี ๒ -
ถูกต้อง ๒
๑-
๑-
๑-
หน่วย ชอ่ื หน่วยการ แผนการจดั การเรยี นรู้ที.่ ........ สาระ / มาตรฐานการเรียนร
ที่ เรยี นรู้ เร่ือง......... ตวั ช้วี ดั / ผลการเรยี นรู้
1. เรอ่ื งศาสนา ๓. เรอื่ งเราทาความดี -
ของเรา
๑.๑๐ เรื่องแบบอย่างของการทา ส 1.1 ป.2/3
ความดี : (ประวัตพิ ุทธสาวก)
๑.1๑ เรอ่ื งแบบอย่างของการทา ส 1.1 ป.2/3
ความดี : (ชาดก)
๑.๑๒ เรื่องแบบอย่างของการทา ส 1.1 ป.2/3
ความดี : ชาวพทุ ธตวั อย่าง
๑.๑๓ เร่ืองการทาความดีของ ส 1.1 ป.2/๕
ตนเอง บคุ คลในครอบครวั และ
บคุ คลในโรงเรยี น
๔. เร่ืองชาวพุทธทีด่ ี -
๑๔.เรื่องการฝกึ ปฏบิ ัตติ ามมารยาท ส 1.1 ป.2/๑
ชาวพทุ ธและวนั สาคญั ทางศาสนา
๑๕.เร่อื งการปฏบิ ัตติ นในสนพิธฯี ส 1.2 ป.2/2
๑๖.เรอ่ื งการฝึกสตแิ ละสมาธิ ส 1.1 ป.๒/๖
๒. คนดขี องชุมชน ๑. กฎของการอยู่ร่วมกัน -
๑.เรอ่ื งขอ้ ตกลงของครอบครัว ส 1.1 ป.2/๑
๒.เรือ่ งกฎระเบียบในโรงเรียน ส 1.1 ป.2/๑
๓.เรอ่ื งกฎระเบียบในการใช้สถานท่ี ส 1.1 ป.2/๑
สาธารณะ
๙๔
รู้ / สาระสาคญั เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
การปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมคาสอนของศาสนาที่ (๔) ๒ ๑ ๒ ๕
ตนนบั ถือ และการศึกษาการทาความดีของบุคคล -
จากตัวอย่างต่างๆ รวมท้งั เหน็ คุณค่าของการทา ๑
ความดีเหลา่ น้นั ชว่ ยใหพ้ ฒั นาตนเพ่ือการอยู่
ร่วมกันได้อยา่ งสงบสขุ ๑-
๑-
๑-
ชาวพทุ ธทดี่ พี ึงปฏิบัตติ นตามมรรยาทชาวพทุ ธ (๔) ๒ ๑ ๒ ๕
ศาสนพธิ ี พธี กี รรม และวนั สาคญั ทางศาสนาได้ ๒-
ถูกต้อง และสวด-มนต์ แผ่เมตตา มสี ติท่เี ป็น
พนื้ ฐานของสมาธิ ๑
๑-
ขอ้ ตกลง กฎระเบียบ กฎหมาย เป็นสงิ่ ทีก่ าหนดข้ึน (๘) ๒ ๒ ๒ ๖
เป็นข้อปฏิบัติหรือข้อบังคับในการอยู่ร่วมกัน ๑ -
เพื่อให้คนจานวนมากสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ ๒ -
ขัดแย้งกัน โดยจะต้องยอมรับความคิด ความเชื่อ ๑ -
และการปฏิบัติของบุคคลอ่ืนที่แตกต่างกันโดย
ปราศจากอคติ ตลอดท้ังต้องเคารพในสิทธิเสรีภาพ
ของตนเองและผอู้ ืน่
หน่วย ชื่อหน่วยการ แผนการจดั การเรยี นรทู้ .ี่ ........ สาระ / มาตรฐานการเรยี นร
ท่ี เรยี นรู้ เร่อื ง......... ตัวชีว้ ดั / ผลการเรยี นรู้
๒. คนดขี องชุมชน ๔.เรื่องหน้าทีท่ ่ีต้องปฏิบัติใน ส 2.1 ป.2/1
ชีวิตประจาวัน
๕.เรื่องสิทธแิ ละเสรภี าพของตนเอง ส ๒.1 ป.2/๔
และผอู้ ืน่
๖.เรอ่ื งการยอมรับความแตกต่าง ส ๒.1 ป.2/๓
ของคนในสงั คม
๒. เด็กดีมมี ารยาท -
๗.เรอ่ื งการแสดงความเคารพ ส 2.1 ป.2/2
๘.เรื่องการยนื การเดิน การนั่ง ส 2.1 ป.2/2
การทักทาย และการพูด
๙.เรอื่ งการแต่งกาย ส 2.1 ป.2/2
-
๓. ชมุ ชนของเรา
๑๐.เร่ืองชุมชนและการมสี ่วนรว่ ม ส 2.2 ป.2/1
๑๑.เรอ่ื งการมสี ว่ นรว่ มในชมุ ชน ส 2.2 ป.2/1
ของฉัน ส 2.2 ป.2/๒
ส 2.2 ป.2/๒
๑๒.เรอื่ งผู้มีบทบาท อานาจในการ
ตัดสนิ ใจในโรงเรยี น
๑๓.เรือ่ งผมู้ ีบทบาท อานาจในการ
ตดั สินใจในชมุ ชน
๙๕
รู้ / สาระสาคญั เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
ข้อตกลง กฎระเบยี บ กฎหมาย เป็นสง่ิ ทกี่ าหนดขึน้ ๑ -
เปน็ ขอ้ ปฏบิ ตั หิ รือข้อบงั คับในการอยรู่ ่วมกัน ๒
เพื่อใหค้ นจานวนมากสามารถอยู่รว่ มกนั ได้โดยไม่ ๑ -
ขัดแยง้ กนั โดยจะตอ้ งยอมรับความคดิ ความเช่ือ
และการปฏบิ ัติของบุคคลอ่ืนทแ่ี ตกต่างกันโดย (๖) -
ปราศจากอคติ ตลอดทัง้ ต้องเคารพในสิทธิเสรีภาพ ๒
ของตนเองและผู้อ่นื ๒ ๒๑๒ ๕
-
การปฏิบัติตนตามมรรยาทไทยเก่ยี วกบั ความ
เคารพ การยืน การเดิน การฟัง การทักทาย การ -
พดู การแต่งกายอย่างเหมาะสม ยอ่ มทาใหเ้ ปน็ ผู้ที่
มบี ุคลิก- ภาพทด่ี ี เปน็ ท่ียอมรับของสังคม
๒-
สมาชกิ ทุกคนในชุมชนมคี วามสมั พนั ธ์ท่ดี ตี ่อกัน มี (๖) ๒ ๑ ๒ ๕
การชว่ ยเหลือในกจิ กรรมของชมุ ชน การดาเนินงาน ๒ -
ในโรงเรยี นและชมุ ชนจะเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิ-
ภาพ โดยผู้มีอานาจในการตดั สินใจ ๒ -
๑-
๑-
หน่วย ช่อื หน่วยการ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี.่ ........ สาระ / มาตรฐานการเรียนร
ที่ เรยี นรู้ ตวั ชี้วดั / ผลการเรียนรู้
เรอ่ื ง......... -
๓. เร่อื ง
เศรษฐศาสตร์ ๑. สนิ คา้ และบริการกับการใช้ ส 3.1 ป.2/1
น่ารู้ จา่ ยอยา่ งเหมาะสม ส 3.1 ป.2/1
๑.๑ เรื่อง:ทรพั ยากรทน่ี ามาผลติ ส 3.1 ป.2/๒
สนิ คา้ และบรกิ ารในชวี ติ ประจาวนั
๑.๒ เรอ่ื งผลของการใชท้ รัพยากร ส 3.1 ป.2/๒
ในการผลติ ท่ีหลากหลาย ส 3.1 ป.2/๔
๑.๓ เรอ่ื งการประกอบอาชีพที่ ส 3.1 ป.2/๓
สจุ ริตของครอบครวั ส 3.1 ป.2/๔
-
๑.๔ เรอ่ื งรายไดแ้ ละรายจ่ายของ
ครอบครัวและตนเอง ส 3.2 ป.2/1
๑.๕ เรอ่ื งการใช้จา่ ยท่ีเหมาะสม
และไม่เหมาะสมและผลดีของการ
ใช้จา่ ยท่เี หมาะสม
๑.๖ เรื่องการทาบัญชีรายรับและ
รายจา่ ยของตนเอง
๑.๗ เร่ืองการออมเงนิ
๒. การแลกเปลย่ี นสินค้าและ
บริการ
๑.๘ เรอื่ งการแลกเปล่ยี นสินค้า
และบรกิ ารโดยไม่ใชเ้ งินเปน็
สื่อกลาง
๙๖
รู้ / สาระสาคัญ เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
สนิ ค้าและบรกิ ารล้วนมาจากทรัพยากรจึงควรใช้ให้ (๑๔) ๓ ๒ ๒ ๗
เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่ามากท่ีสุด การรู้ที่มาของ
รายได้และรู้จักบันทึกรายรับและรายจ่ายของ ๒ -
ครอบครัว ทาให้วางแผนการใช้จ่ายได้อย่าง
เหมาะสมกับรายได้ รวมทั้งสามารถเก็บออมเงิน ๒ -
เพื่อใช้จ่ายในยามจาเปน็
๒-
๒-
๒-
๒-
๒
การแลกเปลย่ี นสินค้าและบริการสามารถทาได้ทงั้ (๖) ๒ ๑ ๒ ๕
ใชเ้ งนิ เปน็ สือ่ กลางและไมใ่ ช้เงิน ท้ังผ้ซู ื้อและผขู้ าย
ตา่ งกม็ ีบทบาทสาคญั และมคี วามสัมพนั ธก์ ัน ๑ -
หน่วย ชอื่ หน่วยการ แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่......... สาระ / มาตรฐานการเรียนร
ท่ี เรยี นรู้ เรอื่ ง......... ตวั ชวี้ ัด / ผลการเรยี นรู้
๓ เรื่อง ๑.๙ เรื่องการแลกเปล่ยี นสินค้า ส 3.2 ป.2/1
เศรษฐศาสตร์ และบริการโดยใช้เงนิ เปน็ สื่อกลาง
นา่ รู้ ๑.๑๐ เรือ่ งผูซ้ อื้ กับผูข้ าย ส 3.2 ป.2/1
๑.๑๑ เรอ่ื งความสัมพนั ธ์ระหว่างผู้ ส 3.2 ป.2/๒
ซอ้ื กับผู้ขาย
๔. เรอื่ งรอบรู้ ๑ ส่ิงแวดลอ้ มรอบตัว -
ภูมิศาสตร์
๑.เร่อื งสิ่งแวดลอ้ มซ่ึงปรากฏ ส 5.1 ป.2/1
ระหวา่ งบา้ นกบั โรงเรยี น
๒.เรื่องความสาคัญของส่ิงแวดลอ้ ม ส ๕.2 ป.2/1
ตอ่ การดาเนินชีวติ
๓.เรื่องทรพั ยากรธรรมชาติ ส ๕.2 ป.2/๒
ส ๕.2 ป.2/๔
๔.เรอ่ื งการมีสว่ นรว่ มจัดการ
สิง่ แวดลอ้ มในโรงเรียน -
๒. เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ ส 5.1 ป.2/2
ส 5.1 ป.2/2
๕.เรอ่ื งแผนผงั
๖.เรอื่ งลูกโลก แผนท่ี และรปู ถา่ ย
๙๗
รู้ / สาระสาคัญ เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการสามารถทาได้ทั้ง ๒ -
ใช้เงินเป็นส่ือกลางและไม่ใช้เงิน ทั้งผู้ซ้ือและผู้ขาย -
ต่างก็มีบทบาทสาคญั และมีความสัมพันธ์กัน ๑
๒-
สิ่งแวดล้อมระหว่างบ้านกับโรงเรียนประกอบด้วย (๘) ๒ ๑ ๒ ๗
ส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมท่ีมนุษย์ -
สร้างขึ้น สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒
ที่มนุษย์สร้างขึ้นมีผลต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์ -
มนุษย์ต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ๒
เน่ืองจากมีอยู่อย่างจากัดการมีส่วนร่วมในการ
จดั การสงิ่ แวดลอ้ มในโรงเรียนเปน็ หนา้ ทข่ี องทกุ คน ๒ -
๒-
ลูกโลก แผนผัง แผนท่ี และรูปถ่าย สามารถใช้ (๖) ๒ ๑ ๒ ๕
แสดงตาแหน่งและลักษณะทางกายภาพของส่ิง ๓ -
ตา่ งๆ ได้ ๓-
หน่วย ช่อื หน่วยการ แผนการจดั การเรียนรูท้ .ี่ ........ สาระ / มาตรฐานการเรยี นร
ท่ี เรียนรู้ เรื่อง......... ตัวช้ีวดั / ผลการเรยี นรู้
๔. เร่อื งรอบรู้ ๓.ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโลก ดวง -
ภูมศิ าสตร์ อาทติ ย์ และดวงจนั ทร์ ส 5.1 ป.2/๓
๗.เรื่องความสมั พนั ธ์ระหว่างโลก
ดวงอาทติ ย์ และดวงจนั ทร์ กับ
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
๘.ความสัมพันธ์ระหวา่ งฤดูกาลกับ ส 5.2 ป.2/๓
การดาเนนิ ชวี ติ ของมนษุ ย์
รวมเวลา / คะแนน หนว่ ยการเรยี น
รวมเวลา / คะแนนกลางปี
รวมเวลา / คะแนนปลายปี
รวมเวลาเรยี น / คะแนน ตลอดปี
หมายเหตุ....เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง / สัปดาห์ = 0.5 หนว่ ยกติ เวล
เวลาเรยี น 3 ชวั่ โมง / สปั ดาห์ = 1.5 หน่วยกิต เวล
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล
1. อตั ราส่วนคะแนน หนว่ ยการเรียน : กลางปี : ปลายปีการศกึ ษา
1.1.รายละเอยี ดของการให้คะแนน
- คะแนน ๗๐ : ๓๐ คะแนน
1.2. ๗๐ คะแนน คือ ทาแบบทดสอบ, ตรวจชิน้ งาน, สงั เกตพฤติกรรม
1.3. ๓๐ คะแนน คะแนนสอบปลายปี
๙๘
รู้ / สาระสาคญั เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
โลก ดวงอาทติ ย์ และดวงจันทร์มีความ สัมพันธ์กัน (๔) ๒ ๑ ๒ ๕
ทาให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่น
กลางวัน-กลางคืน ข้างขึ้น-ข้างแรม น้าขึ้น-น้าลง ๓ -
ฤดูกาล เป็นต้น ซ่ึงปรากฏการณ์ดังกล่าวล้วนมีผล
ตอ่ การดาเนนิ ชีวติ ของมนุษย์
๑-
๗๘ ๗๐
๑ ๑๕
๑ ๑๕
๘๐ ๑๐๐
ลาเรยี น 2 ชวั่ โมง / สัปดาห์ = 1.0 หน่วยกติ
ลาเรียน 4 ช่ัวโมง / สปั ดาห์ = 2.0 หนว่ ยกติ
ม
การวเิ คราะห์มาตรฐานแล
รายวิชาสังคมศกึ ษา ระดับชั้นปรถมศกึ ษาปีท่ี ๒
หน่วยการ ตัวช้วี ัดท่ี รู้อะไร / ทาอะไร ภาระงาน / ช้ินงา
เรยี นรู้ที่ /เร่ือง
๓. เรือ่ ง ส ๓.1 ป.2/1 รู้อะไร 1) รายงาน เรือ่ ง สนิ
เศรษฐศาสตร์ ป.2/2 ป.2/3 - การรู้ทม่ี าของรายไดแ้ ละรู้จัก และบรกิ ารกับการใช
น่ารู้ ป.2/4 บนั ทึกรายรับและรายจา่ ยของ อย่างเหมาะสม
ส ๓.2 ป.2/1 ครอบครวั 2) แผนผังความคดิ เ
ป.2/2 ทาอะไร การแลกเปลยี่ นสนิ คา้
- ทาให้วางแผนการใช้จา่ ยได้ และบรกิ ารในชุมชน
อย่างเหมาะสมกับรายได้รวม
ทัง้ สามารถเก็บออมเงนิ เพ่ือใช้
จา่ ยในยามจาเป็น
ละตัวชี้วดั / ผลการเรียนรู้ ๙๙
จานวน ๒.๐ หนว่ ยกติ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
าน สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะของวิชา คุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์
นคา้ 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 1. ซ่ือสัตย์ 1. มวี ินยั
ชจ้ ่าย 4.2 ความสามารถในการคิด 2. มวี นิ ยั 2. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา 3. รกั ความเปน็ ไทย 3. ใฝ่เรียนรู้
เร่ือง 2) ทักษะการรวบรวมข้อมลู 4. ใฝ่เรยี นรู้ 4. อยู่อย่างพอเพยี ง
า 3) ทกั ษะการเช่ือมโยง 5. มุง่ ม่นั ในการทางาน
4) ทักษะการวเิ คราะห์ 6. มจี ิตสาธารณะ
5) ทักษะการจดั กลมุ่
6) ทักษะการสรปุ ลง
ความเหน็
7) ทกั ษะการสงั เกต
4.3 ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชวี ิต
ผงั มโนทัศนห์ น่ว
เรอ่ื งเศรษฐศาสตร์น่าร
ระดับชั้นประถมศึกษาป่ีที่ ๒ เวลา
๑. เรอ่ื งสินค้าและบรกิ ารกับ หนว่ ยการ
การใช้จา่ ยอยา่ งเหมาะสม เร่ืองเศรษฐ
เวลา ๑๔ ชวั่ โมง เวลา ๒
แผนการจัดการเรยี นรร้ทู ่ี
๑. เรือ่ ง ทรัพยากรทน่ี ามาผลิตสนิ ค้าและบริการในชวี ิตประจาวัน
๒. เรื่อง ผลของการใชท้ รัพยากรในการผลิตทีห่ ลากหลาย
๓. เรอ่ื ง การประกอบอาชพี ที่สุจรติ ของครอบครวั
๔. เรอ่ื ง รายได้และรายจา่ ยของครอบครัวและตนเอง
๕. เรอ่ื ง การใช้จา่ ยทเ่ี หมาะสมและไม่เหมาะสมและผลดขี องการใช้
จา่ ยทเ่ี หมาะสม
๖. เรอ่ื ง การทาบัญชรี ายรบั และรายจา่ ยของตนเอง
๗. เร่อื ง การออมเงิน
วยการเรยี นร้ทู ี่ ๓ ๑๐๐
รู้ รายวชิ าสังคมศึกษา
า ๒ ชวั่ โมง จานวน ๒.๐ หน่วยกิต ๒. เรอ่ื งการแลกเปลี่ยนสนิ ค้า
และบรกิ าร
รเรยี นร้ทู ี่ ๓
ฐศาสตร์น่ารู้ เวลา ๖ ชวั่ โมง
๒๐ ชม.
แผนการจดั การเรยี นรรทู้ ี่
๘. เรื่อง การแลกเปล่ียนสินค้าและบริการโดยไมใ่ ชเ้ งินเป็นสื่อกลาง
๙. เร่ือง การแลกเปลย่ี นสินค้าและบรกิ ารโดยใชเ้ งนิ เปน็ สื่อกลาง
๑๐. เรื่อง ผซู้ ื้อกบั ผู้ขาย
๑๑. เรื่อง ความสมั พันธร์ ะหว่างผู้ซอื้ กบั ผู้ขาย
๑๐๑
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๓ เรอ่ื ง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ จานวน ๑๔ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา 256๕
รายวิชาสังคมศกึ ษา รหัสวิชา ส ๑๒๑๐๑ ครผู สู้ อน นางสมพงษ์ นาคสงั ข์
_________________________________________________________
สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด (Learning Concepts)
สนิ คา้ และบรกิ ารล้วนมาจากทรพั ยากรจึงควรใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนท์ ่ีคมุ้ ค่ามากท่สี ดุ การรู้ทมี่ าของรายได้
และรจู้ กั บันทึกรายรับและรายจา่ ยของครอบครวั ทาให้วางแผนการใช้จา่ ยได้อยา่ งเหมาะสมกับรายได้ รวมท้ังสามารถ
เกบ็ ออมเงินเพ่ือใช้จ่ายในยามจาเป็น
การแลกเปล่ยี นสินค้าและบริการสามารถทาได้ทงั้ ใช้เงินเป็นส่ือกลางและไม่ใชเ้ งิน ท้ังผู้ซ้ือและผูข้ ายต่างก็
มีบทบาทสาคัญ และมีความสัมพนั ธก์ ัน
ส 3.1 ป.2/1 ระบทุ รัพยากรทีน่ ามาผลติ สนิ ค้าและบริการท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน
ป.2/2 บอกท่ีมาของรายไดแ้ ละรายจ่ายของตนเองและครอบครวั
ป.2/3 บันทกึ รายรับ รายจ่ายของตนเอง
ป.2/4 สรปุ ผลดีของการใชจ้ า่ ยทเี่ หมาะสมกับรายได้และการออม
ส 3.2 ป.2/1 อธิบายการแลกเปลย่ี นสนิ คา้ และบรกิ ารโดยวิธตี ่าง ๆ
ป.2/2 บอกความสมั พันธร์ ะหว่างผซู้ ้ือและผู้ขาย
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน ( Competency ) คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ( Desired Characteristics )
4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ยั
4.2 ความสามารถในการคิด 2. มีความรับผดิ ชอบ
3. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทกั ษะการสารวจค้นหา 4. อย่อู ย่างพอเพียง
2) ทักษะการรวบรวมข้อมูล
3) ทกั ษะการเช่ือมโยง
4) ทกั ษะการวเิ คราะห์
5) ทักษะการจัดกล่มุ
6) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
7) ทกั ษะการสงั เกต
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๑๐๒
ทกั ษะ / กระบวนการ ( Skill during the process ) ทกั ษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวิชา - ทักษะการสารวจคน้ หา
๑. วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ - ทกั ษะการสารวจคน้ หา
(5Es Instructional Model) 1. ทกั ษะการสารวจค้นหา
๒. วธิ สี อนแบบโมเดลซปิ ปา (CIPPA Model) 2. ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
๓. วธิ สี อนโดยการจัดการเรียนรแู้ บบร่วมมือ : เทคนิคเลา่ 1. ทกั ษะการสารวจค้นหา
เรื่องรอบวง 2. ทักษะการรวบรวมขอ้ มลู
๔. วธิ สี อนโดยการจัดการเรยี นรู้แบบรว่ มมอื : เทคนิคเล่า - ทกั ษะการเชอื่ มโยง
เร่อื งรอบวง - ทักษะการวเิ คราะห์
๕. วธิ ีสอนแบบโมเดลซปิ ปา (CIPPA Model) - ทักษะการเชอ่ื มโยง
๖. วธิ ีสอนโดยใชท้ กั ษะกระบวนการเผชิญสถานการณ์
๗. วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ - ทักษะการรวบรวมข้อมลู
(5Es Instructional Model) - ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
๘. วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการกลุ่ม
๙. วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ - ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู
(5Es Instructional Model)
๑๐. วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการเรียน 1. ทักษะการจัดกลมุ่
ความรคู้ วามเข้าใจ 2. ทักษะการเชอื่ มโยง
๑๑. วธิ ีสอนแบบแสดงบทบาทสมมตุ ิ
ความเข้าใจท่ีย่ังยนื
สนิ คา้ และบรกิ ารลว้ นมาจากทรัพยากรจึงควรใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ท่ีคมุ้ คา่ มากที่สดุ การรู้ท่ีมาของรายได้
และรู้จกั บันทึกรายรบั และรายจา่ ยของครอบครัว ทาใหว้ างแผนการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมกบั รายได้ รวมท้ัง
สามารถเก็บออมเงนิ เพอื่ ใชจ้ า่ ยในยามจาเปน็
การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการสามารถทาได้ทั้งใชเ้ งินเป็นสอื่ กลางและไมใ่ ช้เงนิ ทงั้ ผูซ้ ื้อและผ้ขู ายต่างก็
มบี ทบาทสาคญั และมีความสัมพันธ์กัน
ความสมั พนั ธ์กบั กล่มุ สาระการเรยี นรู้อื่น
๑. การทักทายด้วยการสวัสดี พูดจาไพเราะ มมี รรยาททดี่ ี และมนุษย์สัมพันธท์ ่ีดตี ่อกัน
๒. การพัฒนาตนเองเพอื่ การอยรู่ ่วมกนั ได้อย่างสงบสุข
๑๐๓
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑
เรือ่ ง สนิ ค้าและบรกิ ารกับการใช้จา่ ยอย่างเหมาะสม : ทรัพยากรท่ีนามาผลิตสนิ คา้ และบรกิ ารในชวี ิตประจาวนั
เวลา ๒ ชวั่ โมง ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๒
_____________________________________________________________________
1. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวดั และการประเมินผล
มาตรฐานการเรียนรู้และ สง่ิ ท่ีตอ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ิได้ ผลงาน / ชน้ิ งาน การวดั ผลและการประเมินผล
ตวั ชีว้ ัด
ส ๓.๑ ป.2/1 ป.2/2 - สินค้าและบริการล้วนมา - รายงาน เร่ือง สินค้าและ 1. การประเมินก่อนเรยี น
ป.2/3 ป.2/4
ส ๓.๒ ป.2/1 ป.2/2 จากทรัพยากรจึงควรใช้ให้ บริการกับการใช้จ่ายอย่าง - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน
เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่ามาก เหมาะสม หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง
ที่สุด เศรษฐศาสตรน์ ่ารู้ของเรา (K)
- การรู้ท่ีมาของรายได้และ 2. การประเมินระหว่างการจัด
รู้ จั ก บั น ทึ ก ร า ย รั บ แ ล ะ กิจกรรมการเรยี นรู้
รายจา่ ยของครอบครัว 1) ตรวจใบงานท่ี 3.1 เรื่อง
- ทาให้วางแผนการใช้จ่ายได้ วสั ดุในการผลติ (K, P)
อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม กั บ ร า ย ไ ด้ 2) ตรวจใบงานที่ 3.2 เร่ือง
รวมทั้งสามารถเก็บออมเงิน สนิ ค้าทีใ่ ช้ในครอบครัว (P)
เพอื่ ใช้จา่ ยในยามจาเปน็ 3) ตรวจใบงานที่ 3.3 เรื่อง
ปจั จยั การผลิต (K)
4) ตรวจใบงานท่ี 3.4 เรื่อง
รจู้ ักใชส้ ่ิงของ เคร่อื งใช้ (P)
๕) ตรวจใบงานท่ี ๓.๕ เรื่อง
การใช้ทรัพยากรในการผลิตที่
หลากหลาย (P) - ตรวจใบงานท่ี
๓.๑๔ เรื่อง การออมเงนิ (P, A)
3. การประเมินหลงั เรียน
- ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เร่ือง
เศรษฐศาสตร์นา่ รู้ (K)
4. การประเมินชิ้นงาน/ภาระ
งาน (รวบยอด)
- ตรวจรายงาน เรื่อง สนิ ค้า
และบริการกบั การใช้จ่ายอยา่ ง
เหมาะสม (K, P, A)
๑๐๔
2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ ( Knowledge)
๑.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1) ทรพั ยากรทน่ี ามาใช้ในการผลิตสินคา้ และบริการท่ใี ช้ในครอบครัวและโรงเรียน เชน่ ดินสอและ
กระดาษทผ่ี ลติ จากไม้ รวมทั้งเคร่ืองจักรและแรงงานการผลติ
2) ผลของการใชท้ รพั ยากรในการผลิตที่หลากหลายท่มี ีต่อราคา คุณค่า และประโยชนข์ องสินค้าและ
บรกิ ารรวมท้งั สง่ิ แวดล้อม
3) การประกอบอาชีพของครอบครวั
4) การแสวงหารายได้ทส่ี จุ ริตและเหมาะสม
5) รายไดแ้ ละรายจ่ายในภาพรวมของครอบครัว
6) รายไดแ้ ละรายจ่ายของตนเอง
7) วธิ กี ารทาบัญชรี ายรบั -รายจ่ายของตนเองอย่างง่ายๆ
8) รายการของรายรับทเ่ี ป็นรายไดท้ ่เี หมาะสมและไมเ่ หมาะสม
9) รายการของรายจ่ายท่ีเหมาะสมและไมเ่ หมาะสม
10) ทีม่ าของรายได้ที่สุจรติ
11) การใช้จ่ายที่เหมาะสม
12) ผลดขี องการใช้จา่ ยท่ีเหมาะสมกับรายได้
13) การออมและผลดีของการออม
14) การนาเงนิ ที่ออมมาใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ เช่น การชว่ ยเหลือสาธารณกศุ ล
๑.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
ทักษะเฉพาะวชิ า ทกั ษะการคิด
๑. วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ - ทกั ษะการสารวจค้นหา
(5Es Instructional Model)
๒. วธิ ีสอนแบบโมเดลซปิ ปา (CIPPA Model) - ทักษะการสารวจค้นหา
๓. วธิ ีสอนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบรว่ มมือ : เทคนิค 1. ทักษะการสารวจคน้ หา
เลา่ เร่อื งรอบวง 2. ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มูล
๔. วธิ สี อนโดยการจดั การเรียนรู้แบบรว่ มมือ : เทคนิค 1. ทักษะการสารวจค้นหา
เล่าเรือ่ งรอบวง 2. ทักษะการรวบรวมข้อมลู
๕. วิธีสอนแบบโมเดลซิปปา (CIPPA Model) - ทกั ษะการเช่ือมโยง
๖. วิธีสอนโดยใช้ทักษะกระบวนการเผชญิ สถานการณ์ - ทกั ษะการวิเคราะห์
๗. วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ - ทกั ษะการเชื่อมโยง
(5Es Instructional Model)