๑๓๔
ละตัวช้วี ดั / ผลการเรยี นรู้
จานวน ๒.๐ หน่วยกิต ปีการศึกษา ๒๕๖๕
าน สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะของวิชา คณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค์
ล้อม 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. ซื่อสัตย์ 1. มีวินยั รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. มวี ินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้
มือ 1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 3. รักความเปน็ ไทย 3. ม่งุ ม่นั ในการทางาน
2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็ 4. ใฝเ่ รยี นรู้
มพนั ธ์ 3) ทักษะการประยุกตใ์ ช้ 5. มุง่ ม่ันในการทางาน
ความรู้ 6. มจี ติ สาธารณะ
ทิตย์ 4) ทกั ษะการจาแนก
5) ทักษะการสงั เกต
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะ
ชวี ติ
ผังมโนทัศนห์ นว่
เรอ่ื งรอบรภู้ มู ิศาสตร์
ระดบั ชั้นประถมศึกษาป่ีท่ี ๒ เวลา
๑. เรื่องสงิ่ แวดล้อมรอบตัว
เวลา ๘ ชัว่ โมง
หนว่ ยก
เรื่องรอ
เวล
๓. เรือ่ งความ
ดวงอาทิต
เวลา
๑๓๕
วยการเรียนรทู้ ่ี ๔
รายวิชาสังคมศึกษา
า ๒ ช่ัวโมง จานวน ๒.๐ หน่วยกติ
๒. เรื่องเครื่องมือทางภูมิศาสตร์
เวลา ๖ ช่วั โมง
การเรียนรู้ท่ี ๔
อบรภู้ มู ิศาสตร์
ลา ๑๘ ชม.
มสัมพนั ธ์ระหว่างโลก
ตย์ และดวงจนั ทร์
า ๔ ชวั่ โมง
๑๓๖
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่องรอบรู้ภมู ศิ าสตร์ จานวน ๑๘ ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ ปกี ารศึกษา 256๕
รายวชิ าสงั คมศึกษา รหัสวชิ า ส ๑๒๑๐๑ ครูผูส้ อน นางสมพงษ์ นาคสังข์
_________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ัด
ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะทางภายภาพของโลกและความสมั พันธข์ องสรรพส่ิงซึ่งมผี ลต่อกัน ใชแ้ ผนท่ีและเครื่องมือ
ทางภมู ศิ าสตร์ในการคน้ หา วิเคราะห์ และสรุปขอ้ มูลตามกระบวนการทางภูมศิ าสตร์ ตลอดจนใชภ้ มู ิ-
สารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ส 5.1 ป.2/1 ระบสุ ่งิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติและท่ีมนุษย์สรา้ งข้นึ ซ่ึงปรากฏระหวา่ งบ้านกับโรงเรียน
ส 5.1 ป.2/2 ระบตุ าแหนง่ และลักษณะทางกายภาพของสงิ่ ตา่ ง ๆ ท่ปี รากฏในแผนผงั แผนที่ รปู ถ่าย และ
ลูกโลก
ส 5.1 ป.2/3 สังเกตและแสดงความสัมพันธ์ระหวา่ งโลก ดวงอาทติ ย์ และดวงจนั ทรท์ ่ีทาใหเ้ กดิ ปรากฏการณ์
ส 5.2 เขา้ ใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนษุ ย์กับสิง่ แวดลอ้ มทางกายภาพทก่ี ่อให้เกิดการสร้างสรรคว์ ิถีการดาเนินชีวิต
มีจติ สานกึ และมีสว่ นรว่ มในการจัดการทรพั ยากร และสง่ิ แวดล้อมเพ่ือการพฒั นาทีย่ ่ังยนื
ส 5.2 ป.2/1 อธิบายความสาคัญของส่ิงแวดลอ้ มทางธรรมชาติและท่ีมนุษยส์ รา้ งขนึ้
ส 5.2 ป.2/2 จาแนกและใช้ทรัพยากรธรรมชาติท่ใี ชแ้ ล้วไมห่ มดไป ท่ใี ชแ้ ล้วหมดไป และสรา้ งทดแทน
ขึ้นใหมไ่ ด้อย่างคมุ้ คา่
ส 5.2 ป.2/3 อธิบายความสมั พันธร์ ะหวา่ งฤดูกาลกบั การดาเนนิ ชวี ติ ของมนุษย์
ส 5.2 ป.2/4 มสี ว่ นร่วมในการจดั การส่ิงแวดล้อมในโรงเรียน
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ( Competency ) คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ( Desired Characteristics )
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่นั ในการทางาน
1) ทักษะการวิเคราะห์
2) ทักษะการสรุปลงความเห็น
3) ทกั ษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้
4) ทกั ษะการจาแนก
5) ทกั ษะการสงั เกต
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๑๓๗
ทกั ษะ / กระบวนการ ( Skill during the process ) ทกั ษะการคดิ
ทักษะเฉพาะวิชา 1. การสังเกต
2. การแปลความข้อมูลทางภูมศิ าสตร์
๑. กระบวนการทางภมู ิศาสตร์ (Geographic Inquiry 1. การสงั เกต
Process) 2. การแปลความขอ้ มลู ทางภูมศิ าสตร์
๒. วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. การสงั เกต
(5Es Instructional Model) 2. การแปลความขอ้ มูลทางภมู ิศาสตร์
๓. กระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry 1. การสงั เกต
Process) 2. การแปลความขอ้ มลู ทางภมู ิศาสตร์
๔. วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. การสังเกต
(5Es Instructional Model) 2. การแปลความข้อมูลทางภมู ิศาสตร์
๕. กระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry 3. การใช้เทคนิคและเครือ่ งมือทางภูมิศาสตร์
Process) 1. การสังเกต
2. การแปลความข้อมลู ทางภูมิศาสตร์
๖. กระบวนการทางภมู ิศาสตร์ (Geographic Inquiry 3. การใช้เทคนิค และเคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์
Process) 1. การสังเกต
2. การแปลความขอ้ มลู ทางภมู ิศาสตร์
๗. วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ 3. การใช้เทคนคิ และเครอื่ งมือทางภมู ิศาสตร์
(5Es Instructional Model) 1. การสังเกต
2. การแปลความข้อมลู ทางภมู ศิ าสตร์
๘. วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)
ความเขา้ ใจทยี่ ัง่ ยนื
เขา้ ใจลกั ษณะทางภายภาพของโลกและความสัมพันธข์ องสรรพสง่ิ ซ่งึ มผี ลต่อกัน ใช้แผนท่ีและเครื่องมือ
ทางภูมศิ าสตรใ์ นการคน้ หา วเิ คราะห์ และสรปุ ข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภมู ิ- สารสนเทศ
อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
เข้าใจปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ ับสงิ่ แวดล้อมทางกายภาพท่ีก่อให้เกดิ การสรา้ งสรรค์วิถีการดาเนนิ ชีวิต
มีจติ สานึกและมสี ว่ นรว่ มในการจัดการทรัพยากร และสงิ่ แวดลอ้ มเพื่อการพฒั นาทยี่ ่ังยนื
ความสัมพนั ธก์ บั กล่มุ สาระการเรยี นรู้อืน่
๑. การทักทายดว้ ยการสวัสดี พูดจาไพเราะ มมี รรยาทท่ีดี และมนษุ ยส์ มั พนั ธ์ทดี่ ีต่อกนั
๒. การพฒั นาตนเองเพ่อื การอยู่ร่วมกนั ได้อย่างสงบสุข
๑๓๘
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑
เร่ือง ส่งิ แวดล้อมรอบตัว : สง่ิ แวดล้อมซ่ึงปรากฏระหวา่ งบา้ นกับโรงเรียน
เวลา ๒ ช่วั โมง ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๒
_____________________________________________________________________
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละ ส่งิ ทต่ี อ้ งรู้และปฏบิ ัตไิ ด้ ผลงาน / ชนิ้ งาน การวัดผลและการประเมินผล
ตวั ชีว้ ัด
1. การประเมนิ ก่อนเรียน
ส ๕.๑ ป.2/1 - เข้าใจลักษณะทางภายภาพ 1) กจิ กรรม ส่ิงแวดลอ้ ม - แบบทดสอบก่อน หน่วยที่ 4
รอบรู้ภมู ิศาสตร์
ของโลกและความสัมพันธ์ รอบตวั เรา - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น
- แบบทดสอบก่อนเรยี น
ของสรรพส่ิงซ่งึ มผี ลต่อกนั 2) กจิ กรรม เคร่ืองมือทาง - ประเมนิ ตามสภาพจริง
๒. การประเมินระหว่างการจัด
- ใช้แผนที่และเคร่ืองมือทาง ภมู ิศาสตร์ กิจกรรมการเรยี นรู้
- ตรวจใบงานที่ 4.1 -เข๔้า.๑ใจ๐ปฏิสัมพนั ธ
ภู มิ ศ า ส ต ร์ ใ น ก า ร ค้ น ห า 3) กิจกรรม ความสัมพนั ธ์ - ตรวจแบบฝึกปฏบิ ตั ิ
ทักษะรวบยอด
วิเคราะห์ และสรปุ ข้อมูลตาม ระหว่างโลก ดวงอาทติ ย์ และ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ๓. การประเมินหลงั เรยี น
ตลอดจนใช้ภูมิ- สารสนเทศ ดวงจนั ทร์
- แบบทดสอบหลังเรียน หน่วย
อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
การเรียนรู้ท่ี 4 รอบรภู้ มู ศิ าสตร์
- มีจิตสานกึ และมสี ่วนร่วมใน
- แบบทดสอบหลังเรยี น
การจัดการทรัพยากร และ
- รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สิ่งแวดล้อมเพ่ือการพัฒนาที่
๔. การประเมินช้ินงาน/ภาระ
ยัง่ ยนื งาน (รวบยอด)
- ตรวจกจิ กรรมส่ิงแวดล้อม
รอบตัว
- แบบประเมนิ กิจกรรม
ส่ิงแวดลอ้ มรอบตัว
- ตรวจกิจกรรมเคร่อื งมือทาง
ภมู ิศาสตร์
- แบบประเมินกจิ กรรม
เครอื่ งมอื ทางภูมศิ าสตร์
- ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
๑๓๙
2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ ( Knowledge)
๑.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1) สิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาติกับท่มี นษุ ยส์ รา้ งข้นึ ซึ่งปรากฏระหว่างบา้ นกับโรงเรียน
2) ความสาคัญของสงิ่ แวดลอ้ มต่อการดาเนินชวี ติ
3) ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ
- ใชแ้ ลว้ ไม่หมดไป เชน่ อากาศ แสงอาทติ ย์
- ใชแ้ ลว้ หมดไป เช่น แร่ ถ่านหิน น้ามัน กา๊ ซธรรมชาติ
- สร้างทดแทนข้ึนใหม่ได้ เชน่ น้า ดนิ ป่าไม้ สัตวป์ า่
4) การใชท้ รพั ยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า
5) ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสงิ่ แวดลอ้ มท่ีมีตอ่ โรงเรียน
6) การรักษาและฟน้ื ฟสู ง่ิ แวดล้อมท่ีมตี ่อโรงเรยี น
7) ตาแหน่ง และลักษณะทางกายภาพของสง่ิ ต่าง ๆ ทป่ี รากฏในแผนที่ แผนผงั รปู ถา่ ย และลกู โลก
เชน่ ภเู ขา ท่ีราบ แมน่ ้า ตน้ ไม้ ทะเล
8) ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโลก ดวงอาทติ ย์ และดวงจันทร์ที่ทาให้เกดิ ปรากฏการณ์ เชน่ ข้างข้ึน ชา้ ง
แรม ฤดูกาลตา่ ง ๆ
9) ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งฤดูกาลกับการดาเนนิ ชวี ิตของมนุษย์
๑.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
ทกั ษะเฉพาะวชิ า ทักษะการคดิ
กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ ทักษะทางภูมศิ าสตร์
1. 1. การตั้งคาถามเชิงภมู ิศาสตร์ 1. การสงั เกต
2. 2. การรวบรวมขอ้ มลู 2. การแปลความข้อมูลทางภูมศิ าสตร์
3. 3. การจดั การข้อมูล 3. การใช้เทคนิคและเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์
4. 4. การวิเคราะห์ข้อมลู
5. การสรุปเพ่อื ตอบคาถาม
๓. สมรรถนะ (Competency)
๓.1 ความสามารถในการสื่อสาร
๓.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวิเคราะห์
2) ทกั ษะการจาแนก
3) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น
4) ทกั ษะการจาแนก
5) ทกั ษะการสงั เกต
3.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
๑๔๐
3. หลักฐานการเรยี นรู้ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (Work)
1) กิจกรรม ส่งิ แวดล้อมรอบตัวเรา
2) กจิ กรรม เคร่ืองมือทางภมู ศิ าสตร์
3) กจิ กรรม ความสัมพนั ธร์ ะหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจนั ทร์
4. การวัดและการประเมนิ ผล ( Evaluation )
ส่งิ ที่วดั ผล วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์
- (ประเมินตามสภาพจริง)
๔.๑ การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น - แบบทดสอบกอ่ นเรียน
- ตรวจแบบทดสอบก่อน - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
เรยี น หน่วยท่ี 4 รอบรู้
- รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ภูมิศาสตร์ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
๔.๒ ประเมนิ ระหวา่ งการจดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
กจิ กรรมการเรยี นรู้
- รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1) สง่ิ แวดล้อมทางธรรมชาติ - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ใบงานที่ 4.1
- ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
และท่ีมนุษย์สรา้ งขนึ้ ซง่ึ - ตรวจแบบฝึกปฏบิ ตั ทิ กั ษะรวบยอด - แบบฝกึ ปฏิบตั ทิ กั ษะรวบ - ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ปรากฏระหวา่ งบา้ นกับ ยอด เกณฑ์
- ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
โรงเรยี น เกณฑ์
- ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
2) ความสาคญั ของ - ตรวจใบงานท่ี 4.2 - ใบงานท่ี 4.2 เกณฑ์
สิ่งแวดล้อมต่อการดาเนนิ - ตรวจแบบฝกึ ปฏิบตั ทิ กั ษะรวบยอด - แบบฝึกปฏิบตั ิทกั ษะ
ชวี ิต รวบยอด
3) ประเภทของ - ตรวจใบงานที่ 4.3 - ใบงานท่ี 4.3
ทรัพยากรธรรมชาติ - ตรวจแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะรวบยอด - แบบฝกึ ปฏิบตั ิทักษะรวบ
ยอด
4) การใช้ทรพั ยากร - ตรวจใบงานที่ 4.4 - ใบงานที่ 4.4
ธรรมชาตอิ ย่างคุ้มคา่
5) การจดั การสง่ิ แวดล้อมใน - ตรวจใบงานท่ี 4.5 - ใบงานที่ 4.5
โรงเรียน
๖) การนาเสนอผลงาน - ประเมนิ การนาเสนอผลงาน - ผลงานที่นาเสนอ
๗) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานรายบุคคล
รายบุคคล รายบุคคล
๘) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
กลมุ่ ทางานกล่มุ เกณฑ์
๔.3 การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น - แบบทดสอบหลงั เรียน - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ทดสอบหลังเรยี น หนว่ ย
การเรยี นรู้ท่ี 4 เร่ืองรอบรู้
ภมู ศิ าสตร์
๑๔๑
5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รูปแบบการจดั กจิ กรรม ( Learning Process )
การจดั กิจกรรมการเรียนร/ู้ แนวทางการเสรมิ แรงหรอื ชว่ ยเหลือนกั เรยี น
วิธีสอนแบบกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process)
กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ทักษะทางภมู ิศาสตร์
1. การตง้ั คาถามเชงิ ภมู ศิ าสตร์ 1. การสงั เกต
2. การรวบรวมข้อมูล 2. การแปลความข้อมลู ทางภูมิศาสตร์
3. การจดั การขอ้ มูล 3. การใชเ้ ทคนคิ และเครื่องมือทางภมู ิศาสตร์
4. การวิเคราะหข์ ้อมูล
5. การสรุปเพ่ือตอบคาถาม
6. กิจกรรมการเรียนการสอน
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๑ เรอื่ ง ส่ิงแวดล้อมรอบตวั : สิ่งแวดล้อมซ่ึงปรากฏ ระหว่างบ้านกับโรงเรยี น
(เวลา ๒ ชวั่ โมง)
ชว่ั โมงที่ ๑
๑. ขัน้ นา
1. ครูสมุ่ เรยี กนักเรยี นแลว้ ถามว่า เมื่อเวลาเช้านักเรยี นมาโรงเรยี น นกั เรียนสังเกตเห็นส่งิ แวดลอ้ มอะไรบ้าง
2. ใหน้ กั เรียนเขียนส่ิงท่พี บบนกระดานดา เชน่ บา้ น ถนน ตน้ ไม้ เสาไฟฟ้า รถยนต์ ก้อนหิน เสาธง
3. ครูถามนกั เรียนเพ่ือทบทวนความรเู้ ดิมว่า สง่ิ แวดล้อมรอบตวั นักเรยี นแบง่ เปน็ ประเภทอะไรบ้าง แลว้ รว่ มกนั
สรปุ ว่า “สง่ิ แวดล้อมแบง่ ออกเป็น 2 ลกั ษณะใหญ่ ๆ คือ สง่ิ แวดล้อมทเี่ กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ เชน่ ป่าไม้
ภเู ขา ดนิ น้า อากาศ ทรัพยากร และสงิ่ แวดลอ้ มท่ีมนุษยส์ รา้ งข้นึ เช่น วัด โรงเรยี น อาคาร โรงพยาบาล”
4. ใหน้ ักเรียนวงกลมคาท่ีนกั เรียนเขียนบนกระดานดาท่เี ปน็ สงิ่ แวดล้อมทางธรรมชาติ
5. ครูและนกั เรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
๒. ข้นั สอน
กระบวนการทางภูมศิ าสตร์
ขน้ั ที่ 1 การต้งั คาถามเชงิ ภมู ศิ าสตร์
1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั ตั้งคาถามเชงิ ภูมิศาตร์ ดังน้ี
1) สง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติซ่ึงปรากฏระหว่างบ้านกบั โรงเรยี นมีอะไรบ้าง
2) สง่ิ แวดล้อมท่ีมนษุ ยส์ ร้างขึ้นซึ่งปรากฏระหว่างบา้ นกบั โรงเรยี นมีอะไรบา้ ง
ข้ันท่ี 2 การรวบรวมข้อมูล
1. ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนสงั เกตวา่ ในชวี ติ ประจาวนั ของนักเรยี นระหว่างการเดนิ ทางจากบา้ นไปโรงเรยี นใน
ตอนเชา้ และเดินทางจากโรงเรยี นกลบั บา้ นในตอนเย็น นักเรยี นพบสงิ่ แวดลอ้ มอะไรบา้ ง
2. นักเรียนจดบันทึกในกระดาษ A4 เปน็ การบา้ น (สิ่งท่ีพบเหน็ ตอ้ งไมต่ า่ กว่า 10 อย่าง)
3. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคนศึกษา เรือ่ ง ส่งิ แวดลอ้ มซึ่งปรากฏระหว่างบ้านกับโรงเรียนเป็นการบ้าน
๑๔๒
ชัว่ โมงท่ี ๒
ขน้ั ท่ี 3 การจดั การขอ้ มลู
1. แบ่งนกั เรยี นเป็นกลุม่ ๆ ละเท่า ๆ กัน ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาบนั ทกึ ส่งิ แวดล้อมท่ีสงั เกตของตนมา
เปรยี บเทยี บกบั เพ่ือน แลว้ จาแนกสง่ิ ทีเ่ หมือนและส่งิ ท่ีแตกต่างกนั มาทาเป็นข้อมูลของกลุ่ม
2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจาแนกสงิ่ แวดลอ้ มที่เป็นขอ้ มูลของกลมุ่ เป็น 2 ประเภท คอื สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอ้ มทมี่ นุษยส์ ร้างข้ึนลงในกระดาษ A4 แผน่ ใหม่
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มระดมความคดิ พจิ ารณาความนา่ เช่อื ถือของข้อมูล
ขั้นท่ี 4 การวเิ คราะหแ์ ละแปลผลข้อมูล
1. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มนาข้อมูลที่ตรวจสอบความนา่ เชื่อถือแลว้ มาหาคาตอบถามประเด็นคาถามในขั้นท่ี 1
2. ตวั แทนกลมุ่ นาเสนอคาตอบหนา้ ชั้นเรียน
ข้นั ท่ี 5 สรุปเพ่ือตอบคาถาม
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ คาตอบ
(ตวั อย่างคาตอบ)
1) สง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติซ่ึงปรากฏระหว่างบา้ นกบั โรงเรียน ไดแ้ ก่ ต้นไม้ เมฆ ดิน ดวงอาทิตย์ อากาศ ทะเล
2) ส่ิงแวดลอ้ มที่มนุษยสฺ รา้ งข้ึนซึ่งปรากฏระหว่างบา้ นกับโรงเรยี น ไดแ้ ก่ ตลาด รถจักรยาน รถประจาทาง วดั
มัสยิด ถนน สะพาน
๓. ขน้ั สรปุ
1. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั สรุปความรูเ้ กย่ี วกับสงิ่ แวดล้อมซึง่ ปรากฏระหวา่ งบา้ นกบั โรงเรยี นว่า ประกอบดว้ ย
สงิ่ แวดล้อมทางธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มทมี่ นุษยส์ ร้างขน้ึ
2. นักเรยี นแต่ละคนทาใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง ส่ิงแวดลอ้ มซึ่งปรากฏระหวา่ งบ้านกบั โรงเรียน เพ่อื ตรวจสอบ
ความรู้
3. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาแบบฝึกปฏิบตั ทิ ักษะรวบยอด สงั คมศกึ ษาฯ ป.2 เปน็ การบ้าน
๔. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
๔.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น สงั คมศึกษาฯ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 รอบรู้ภมู ศิ าสตร์
2) ใบงานท่ี 4.1 เรื่อง สิง่ แวดลอ้ มซ่งึ ปรากฏระหว่างบา้ นกบั โรงเรียน
3) สิง่ แวดล้อมรอบตวั นักเรยี นระหว่างบ้านกับโรงเรียน เชน่ ถนน รถยนต์ รถจักรยาน ดนิ อากาศ
ดวงอาทติ ย์ นา้ ตลาด โรงพยาบาล วดั มสั ยดิ
4) แบบฝกึ ปฏิบตั ทิ กั ษะรวบยอด สงั คมศกึ ษาฯ ป.2 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 รอบรภู้ ูมิศาสตร์ บทท่ี 1
สง่ิ แวดลอ้ มรอบตวั
๔.2 แหล่งการเรียนรู้
1) สง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ
2) ส่งิ แวดลอ้ มท่มี นุษยส์ ร้างข้ึน
๑๔๓
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๒ เรื่อง ส่ิงแวดลอ้ มรอบตัว : ความสาคญั ของส่งิ แวดล้อมต่อการ
ดาเนนิ ชวี ิต (เวลา ๒ ชัว่ โมง)
ช่วั โมงที่ ๑
๑. ข้ันนา
ข้นั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ใหน้ กั เรียนดภู าพส่งิ แวดล้อมทอี่ ย่รู อบตัว เชน่ แม่น้า ภูเขา ทะเล ชมุ ชน ตลาด เขอื่ น แล้วร่วมกนั สนทนาว่า
สิง่ แวดลอ้ มเหล่านั้นมีความสาคัญอย่างไร
2. ครอู ธบิ ายเชือ่ มโยงว่า สง่ิ แวดล้อมดงั กล่าวมผี ลตอ่ การดาเนินชวี ติ ของมนุษย์
๒. ขน้ั สอน
ขั้นท่ี 2 สารวจค้นหา (Explore)
1. ครูสมุ่ ถามนกั เรยี นวา่ “การเปลีย่ นแปลงของส่งิ แวดลอ้ มมีสาเหตุมาจากอะไร”
(แนวตอบ มสี าเหตุจากธรรมชาติและจากมนุษย์)
2. ครูแสดงบตั รคาเก่ยี วกับการเปลีย่ นแปลงของส่ิงแวดล้อมในแบบตา่ ง ๆ เช่น แผ่นดินไหว การตัดไมท้ าลายปา่
การล่าสัตว์ และให้นกั เรียนช่วยกันตอบคาถามว่าแต่ละการเปลยี่ นแปลง เกดิ จากสาเหตุอะไร
๓. ครูแบ่งนักเรียนออกเปน็ กลุ่ม ๆ ละเทา่ ๆ กนั โดยให้แต่ละกลมุ่ วางแผนและแบง่ หนา้ ทใี่ นการสบื คน้ ขอ้ มูล
เรือ่ ง ความสาคัญและคณุ คา่ ของสิ่งแวดล้อม และเรื่อง สิง่ แวดลอ้ มท่มี ผี ลต่อการดาเนนิ ชีวิต จากหนงั สือ
เรียนหรือสื่อต่าง ๆ
ชัว่ โมงท่ี ๒
ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันเลา่ เร่อื งทต่ี นศึกษามาใหส้ มาชิกในกลมุ่ ฟัง
2. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันวิเคราะหข์ ้อมลู ท่สี ืบค้น แลว้ รว่ มกนั สรุปเป็นความรขู้ องกลุ่ม
ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาภาพจากใบงานท่ี 4.1 ในแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 ท่นี กั เรียนทาเป็นรายบคุ คล
ร่วมกันจาแนกความเหมือน ความแตกตา่ ง
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ เลอื กภาพสง่ิ แวดล้อมท่ีจาแนกแล้วประเภทละ 1 ภาพ มาวเิ คราะหผ์ ลต่อการดาเนินชวี ติ
3. ตัวแทนกล่มุ นาเสนอผลการวิเคราะห์หน้าชน้ั เรียน
4. นักเรยี นแต่ละคนทาใบงานที่ 2.1 เร่อื ง ความสาคัญของส่ิงแวดล้อมต่อการดาเนนิ ชวี ิต
๓. ขน้ั สรปุ
ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจใบงานท่ี 2.1 แลว้ ใหน้ ักเรียนท่ีทาไม่ถูกต้องแกไ้ ขคาตอบใหส้ มบูรณ์
2. นกั เรียนแตล่ ะคนทาแบบฝึกปฏิบัติทกั ษะรวบยอดเปน็ การบ้านเพอื่ ทบทวนความรู้ แล้วนามาสง่ ครู
๔. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๔.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน สงั คมศึกษาฯ ป.2 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 รอบรภู้ มู ศิ าสตร์
2) ใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง ความสาคัญของส่ิงแวดลอ้ มต่อการดาเนินชวี ติ
๑๔๔
3) แบบฝึกปฏบิ ัติทักษะรวบยอด สงั คมศกึ ษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 รอบรภู้ ูมิศาสตร์ บทท่ี 1
ส่ิงแวดล้อมรอบตวั
4) PowerPoint เร่ือง ความสาคัญของส่งิ แวดล้อมต่อการดาเนินชวี ติ
5) บตั รภาพ แมน่ ้า ภูเขา ทะเล ชมุ ชน ตลาด เขอื่ น
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๓ เร่ือง สิ่งแวดล้อมรอบตวั : ทรพั ยากรธรรมชาติ (เวลา ๒ ชวั่ โมง)
ชวั่ โมงท่ี ๑
๑. ขัน้ นา
1. ใหน้ ักเรียนออกมานอกห้องเรียน แลว้ สงั เกตสิง่ แวดล้อมทางธรรมชาติที่มนษุ ยน์ ามาใชป้ ระโยชน์ แลว้ บนั ทึกไว้
เชน่ อากาศ แสงอาทิตย์ ต้นไม้
2. นักเรียนดวู ิดีโอ เรือ่ ง ทรัพยากรธรรมชาติ แล้วสนทนาเกีย่ วกบั เรอ่ื งท่ีนักเรียนดูในประเด็นทรพั ยากรธรรมชาติ
คืออะไร และมีความสาคัญอย่างไรต่อมนุษย์
3. ครูเชอ่ื มโยงถึงความหมายของทรพั ยากรธรรมชาติ วา่ หมายถึงสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติทอ่ี ยูร่ อบ ๆ ตัวเรา
และมนษุ ย์สามารถนามาใชป้ ระโยชนไ์ ด้
๒. ขัน้ สอน
1. ครูพานักเรียนไปสนามหน้าโรงเรยี น ให้ทุกคนยืนกางแขนสูดอากาศให้เต็มปอดแล้วตอบคาถามวา่ สิ่งท่ีนักเรยี น
สูดเข้าทางจมูกคืออะไร
2. ครูอธบิ ายวา่ อากาศเป็นทรัพยากรธรรมชาติทีใ่ ชแ้ ลว้ ไม่หมดไป
3. ครใู ห้นักเรยี นคุ้ยกองใบไม้ สงั เกตเศษใบไมท้ ีผ่ ุพังกลายเป็นดนิ แล้วถามวา่ นกั เรยี นสงั เกตเหน็ สง่ิ ใดบา้ ง
4. ครอู ธิบายว่า ดินเปน็ ทรัพยากรธรรมชาติท่สี ร้างทดแทนขนึ้ ใหมไ่ ด้
5. ครูสนทนากบั นักเรยี นเกี่ยวกับการใชน้ า้ มันและกา๊ ซธรรมชาติวา่ เป็นทรัพยากรธรรมชาติท่ีใช้แลว้ หมดไป
กระบวนการทางภูมศิ าสตร์
ขัน้ ท่ี 1 การตัง้ คาถามเชิงภมู ศิ าสตร์
ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันตงั้ คาถาม ดงั นี้
- ทรัพยากรธรรมชาติท่ใี ชแ้ ล้วไมห่ มดไป ทใ่ี ช้แล้วหมดไป และสรา้ งทดแทนขึ้นใหม่ได้แตกต่างกนั อย่างไร
- การใช้ทรพั ยากรธรรมชาตใิ ห้คุ้มคา่ มีลกั ษณะอย่างไร
ข้ันที่ 2 การรวบรวมข้อมูล
แบ่งกลมุ่ นักเรียนตามความสนใจกลุ่มละเทา่ ๆ กนั ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเก่ียวกบั ความ
แตกตา่ งของทรพั ยากรธรรมชาติทใ่ี ชแ้ ล้วไม่หมดไป ที่ใชแ้ ล้วหมดไป และสรา้ งทดแทนขึ้นใหม่ได้ และการใช้
ทรัพยากรธรรมชาติใหค้ ุ้มคา่ จากหนงั สอื เรียนและ PowerPoint
๑๔๕
ขั้นท่ี 3 การจัดการข้อมูล
1. ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูลตามประเด็นคาถามทกี่ าหนดไวใ้ นขน้ั ที่ 1
2. นักเรยี นระดมความคดิ รว่ มกันพิจารณาความนา่ เชือ่ ถือของขอ้ มลู
3. นักเรียนแต่ละกลุม่ ทาใบงานที่ 4.3 เรอื่ ง ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ และทาใบงานที่ 4.4
ชัว่ โมงท่ี ๒
เรอื่ ง การใชท้ รพั ยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า
ขั้นที่ 4 การวเิ คราะหแ์ ละแปลผลข้อมลู
1. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาข้อมูลมาวเิ คราะห์หาคาตอบตามประเด็นคาถามขั้นท่ี 1
2. ตัวแทนกลุม่ นาเสนอหน้าช้ันเรียน
ขน้ั ท่ี 5 การสรุปเพอื่ ตอบคาถาม
ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
- ทรัพยากรธรรมชาติทีใ่ ช้แลว้ ไมห่ มดไปเปน็ ทรัพยากรท่ีมจี านวนมากและเกดิ ขึ้นใหม่ตลอดเวลา
- ทรพั ยากรธรรมชาติที่ใชแ้ ลว้ หมดไปเปน็ ทรัพยากรที่ใช้เวลานานและหลายปีกว่าจะเกดิ ข้ึนมาใหม่จงึ จดั
ว่าใช้แลว้ หมดไป
- ทรัพยากรธรรมชาติท่ีสรา้ งทดแทนขึ้นใหมไ่ ดเ้ ปน็ ทรพั ยากรท่มี นษุ ย์นามาฝใช้และสามารถสรา้ งทดแทน
ข้นึ ใหมไ่ ด้
- การใช้ทรพั ยากรให้คมุ้ ค่ามีลักษณะ ดังนี้
1. การใชส้ ิ่งอน่ื ทดแทน
2. การนากลบั มาใช้ใหม่
3. การใช้อย่างคมุ้ ค่า
4. การนาไปผลติ ข้นึ ใหม่
5. การปฏเิ สธการใช้
๓. ขนั้ สรปุ
1. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ เก่ียวกับทรพั ยากรธรรมชาติวา่ มนษุ ย์ตอ้ งใช้อย่างค้มุ ค่าเน่อื งจากมีอยู่อย่างจากัด
2. ใหน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ ปฏิบัติทักษะรวบยอด เรือ่ ง ทรพั ยากรธรรมชาติเปน็ การบา้ นเพื่อตรวจสอบความรู้
๔. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๔.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน สงั คมศกึ ษาฯ ป.2 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 รอบร้ภู ูมิศาสตร์
2) ใบงานท่ี 4.3 เรื่อง ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ
3) ใบงานท่ี 4.4 เร่ือง ประการใชท้ รพั ยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า
4) ทรัพยากรธรรมชาตริ อบ ๆ ตัว
5) PowerPoint เรอื่ ง ทรัพยากรธรรมชาติ
6) แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะรวบยอด สังคมศึกษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 รอบรู้ภูมศิ าสตร์ บทท่ี 1
สงิ่ แวดลอ้ มรอบตัว
๑๔๖
๔.2 แหล่งการเรียนรู้
- ทรัพยากรธรรมชาติรอบตัวนักเรียน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔ เรอ่ื ง ส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั : การมสี ่วนร่วมจดั การสิง่ แวดล้อม
ในโรงเรียน (เวลา ๒ ชัว่ โมง)
ชัว่ โมงท่ี ๑
๑. ขน้ั นา
กระบวนการทางภูมศิ าสตร์
ขั้นที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. นกั เรยี นดูภาพเกี่ยวกับสาเหตุการเปล่ยี นแปลงของส่งิ แวดล้อมทีส่ ง่ ผลกระทบต่อโรงเรยี นทั้งท่เี กิดจาก
ธรรมชาติและเกดิ จากมนุษย์ เชน่ ภาพน้าทว่ มโรงเรียน ดินถล่ม ขยะในโรงเรียน หอ้ งนา้ สกปรก โต๊ะ
เรยี นมีรอยขดี เขียน จากนนั้ สนทนาว่าภาพดงั กลา่ วเกิดจากอะไร เราสามารถแก้ไขได้หรอื ไม่
2. ครสู นทนาถึงสาเหตุของการเปลีย่ นแปลงสิ่งแวดลอ้ มท่ีมีผลกระทบต่อโรงเรยี น
3. ครอู ธิบายเช่ือมโยงเกี่ยวกบั การจัดการสง่ิ แวดล้อมในโรงเรยี น
๒. ข้นั สอน
ขัน้ ท่ี 2 สารวจคน้ หา (Explore)
1. แบ่งกลุม่ นักเรียนกลมุ่ ละเท่า ๆ กนั ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มวางแผนและมอบหมายหน้าทส่ี บื ค้นความร้เู กี่ยวกบั
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสงิ่ แวดลอ้ มท่ีมตี อ่ โรงเรยี น และการจดั การสิ่งแวดล้อมในโรงเรยี น
2. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ระดมความคิด แล้วสรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ของกลุม่
ชวั่ โมงที่ ๒
ข้ันท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มผลดั กันนาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
2. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ทาใบงานที่ 4.5 เรอ่ื ง การจดั การส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรยี น สง่ ครู
ขน้ั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ สารวจปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มในโรงเรยี นวา่ มีเรอ่ื งใดบา้ ง
2. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มระดมความคิดหาแนวทางแกป้ ัญหาหลาย ๆ แนวทาง
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มตัดสินใจเลือกสภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนมา 1 แนวทาง
4. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันแก้ปัญหาตามแนวทางทีก่ ลุ่มเลือกไวเ้ พ่ือฟ้นื ฟูสภาพแวดลอ้ มในโรงเรยี นแล้ว
บันทกึ ผลการปฏิบัติงานลงในสมุด
๓. ขั้นสรุป
ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจใบงานท่ี 4.5 เรื่อง การจดั การส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรียน
2. ครตู รวจผลงานการจัดการสงิ่ แวดลอ้ มในโรงเรยี นที่แต่ละกลมุ่ ร่วมกันทา
๑๔๗
3. ครูมอบหมายให้นักเรียนแตล่ ะคนทากจิ กรรมรวบยอด เรอื่ ง กจิ กรรม ส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั กจิ กรรม
ทรัพยากรธรรมชาติ และกิจกรรมสะอาดดว้ ยมือเรา
4. นกั เรียนทาแบบฝกึ ปฏิบัติทักษะรวบยอด สงั คมศึกษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 บทท่ี 1 สิ่งแวดล้อม
รอบตัวเป็นการบา้ น
5. นักเรียนทาแบบวดั และประเมินผล หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 บทที่ 1 ส่ิงแวดล้อมรอบตวั แลว้ นาส่งครู
๔. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
๔.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน สงั คมศึกษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 รอบร้ภู ูมิศาสตร์
2) บตั รภาพ นา้ ท่วมโรงเรียน ดินถล่ม ขยะในโรงเรยี น ห้องนา้ สกปรก โต๊ะเรียนมีรอยขีดขว่ น
3) ใบงานท่ี 4.5 เรอ่ื ง การจดั การสง่ิ แวดล้อมในโรงเรยี น
4) แบบฝกึ ปฏบิ ัติทกั ษะรวบยอด สงั คมศกึ ษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 รอบรูภ้ ูมศิ าสตร์ บทที่ 1
๔.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- โรงเรียน
7. บันทึกผลหลงั แผนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรือ่ ง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบวา่ นกั เรยี นผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน รอ้ ยละ................อยูใ่ นระดบั ..........และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบวา่ นกั เรียน.............................................................................
............................................................................................................................................................ ...........
1.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงค่าร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น เรือ่ ง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จานวนนกั เรียน รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบว่านักเรียนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน รอ้ ยละ................อย่ใู นระดบั ..........และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยใู่ นระดับ................และพบวา่ นักเรยี น.......................................................................
.......................................................................................... ................................................................. .......
๑๔๘
1.3 ดา้ นเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชือ่ มโยงกับมาตรฐานหลักสูตร
ตารางที่ 3 แสดงคา่ รอ้ ยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เร่ือง ............................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรียน ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบว่านักเรียนคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ รอ้ ยละ..............อยใู่ นระดับ............และรองลงมา
ร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบวา่ นักเรียน............................................................................
.......................................................................................................................................................................
สรุป ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ที่ …………………………..
1) นักเรยี นมีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับ...................
2) นกั เรียนมที ักษะในระดับ..................
3) นักเรียนมคี ุณลักษณะในระดับ...............
2. บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...............................................................
3. การปรับเปลีย่ นแผนการจดั การเรียนรู้ (ถ้ามี)
............................................................................................................................. ..............................................................
4. ข้อคน้ พบดา้ นพฤติกรรมการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...............................................................
5. อ่ืนๆ
................................................ .................................................................................................... ......................................
๑๔๙
( หลงั จากจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนจบ 1 หน่วยการเรยี นรู้)
ปญั หา/สิ่งทพี่ ัฒนา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปัญหา/สงิ่ ทพี่ ฒั นา สาเหตขุ องปัญหา/ แนวทางแก้ไข/ วธิ ีแกไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พัฒนา
ส่งิ ทพ่ี ัฒนา พัฒนา
ลงช่ือ......................................................ผสู้ อน
( นางสมพงษ์ นาคสังข์ )
รบั ทราบผลการดาเนินการ
ลงชอ่ื ...........................................................
( นายกณั ฑช์ ยวฒั น์ ไสยจติ ต์ )
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
ลงชื่อ...................................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ลงชือ่ ...........................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผู้อานวยการโรงเรยี นโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 47 จังหวัดเพชรบรุ ี
8. ความคิดเห็น (ผบู้ ริหาร / หรอื ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย)
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง.............................................................................แลว้ มคี วามเห็นดังนี้
8.1 เปน็ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรงุ
8.2 การจดั กิจกรรมการเรียนรไู้ ดน้ าเอากระบวนการเรียนรู้
ทเี่ น้นผูเ้ รียนเป็นสาคญั ใชก้ ระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ทยี่ งั ไม่เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สาคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
๑๕๐
8.3 เปน็ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี
นาไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรุงกอ่ นนาไปใช้
8.4 ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงช่อื ..................................................................
( นายกณั ฑ์ชยวัฒน์ ไสยจิตต์ )
หวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้
ความคิดเหน็ ของรองผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธิธรานนท์ )
รองผอู้ านวยการกลุม่ บริหารงานวชิ าการ
ความคิดเห็นของผู้อานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................................ ............
....................................................................................................................... .....................................................................
ลงชอื่ .............................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผู้อานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบรุ ี
๑๕๑
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๒
เรอื่ ง เครือ่ งมือทางภมู ศิ าสตร์ เวลา ๖ ช่ัวโมง ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๒
1. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนรู้และ สง่ิ ทตี่ อ้ งรูแ้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน / ช้นิ งาน การวดั ผลและการประเมนิ ผล
ตัวชีว้ ดั
1. ประเมนิ ระหวา่ งการจัด
ส ๕.๑ ป.2/๒ - ระบตุ าแหนง่ และลักษณะ - กจิ กรรม เครื่องมือทาง กิจกรรมการเรียนรู้
ทางกายภาพของสิ่งตา่ งๆ ท่ี ภูมศิ าสตร์ ๑) แผนผงั , เครือ่ งมอื ทาง
ปรากฏในแผนผงั ได้ ภูมิศาสตร์
- ตรวจใบงานที่ 4.6 - ๔.๘
- ตรวจแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ
ทกั ษะรวบยอด
- รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
๒) การนาเสนอผลงาน
- ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
๓) พฤติกรรมการทางาน
รายบคุ คล
- ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
๔) พฤติกรรมการทางานกลมุ่
- ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
๕) คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
๒. การประเมนิ หลังเรยี น
- แบบทดสอบหลังเรยี น
- ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
๓. การประเมินชิ้นงาน
ภาระงาน (รวบยอด)
- การรู้เร่อื งภูมศิ าสตร์
- แบบประเมนิ กจิ กรรม
เครื่องมือทางภมู ิศาสตร์
- แบบประเมนิ กจิ กรรม
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งโลก
- ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
- ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งโลกดวง
อาทติ ย์ และดวงจันทร์
- ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
๑๕๒
2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ ( Knowledge)
๑.๑ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ตาแหนง่ และลกั ษณะทางกายภาพของสิ่งต่าง ๆ ท่ีปรากฏในแผนที่ แผนผัง รปู ถ่าย และลกู โลก
๑.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา
๑.๓ สาระการเรียนรู้จากสอื่
เครื่องมือทางภมู ิศาสตร์
- แผนผัง
- ลกู โลก
- แผนท่ี
- รปู ถ่าย
1. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
ทกั ษะเฉพาะวิชา ทักษะการคดิ
1. การสังเกต
๑. กระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry 2. การแปลความขอ้ มลู ทางภูมิศาสตร์
Process) 3. การใชเ้ ทคนคิ และเครื่องมือทางภมู ิศาสตร์
1. การต้ังคาถามเชงิ ภูมิศาสตร์ 1. การสงั เกต
2. การรวบรวมขอ้ มลู 2. การแปลความข้อมูลทางภูมศิ าสตร์
3. การจดั การขอ้ มูล 3. การใชเ้ ทคนิคและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์
4. การวิเคราะห์ข้อมลู
5. การสรปุ เพื่อตอบคาถาม
๒. วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้
(5Es Instructional Model)
๓. สมรรถนะ (Competency)
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
๓.1 ความสามารถในการส่ือสาร
๓.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
3) ทักษะการประยุกต์ใชค้ วามรู้
4) ทักษะการจาแนก
5) ทกั ษะการสงั เกต
๓.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๑๕๓
3. หลักฐานการเรยี นรชู้ ้ินงานหรือภาระงาน (Work)
๑) กจิ กรรม เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์
4. การวดั และการประเมนิ ผล ( Evaluation )
สิง่ ท่ีวัดผล วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์
๔.๑ ประเมนิ ระหวา่ งการ ๑) ตรวจใบงานท่ี 4.6 (K) - ใบงานท่ี ๔.๖ (K) - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๒) ตรวจใบงานท่ี 4.7 (K) - ใบงานที่ ๔.๗ (K) - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- เครื่องมือทางภมู ิศาสตร์ - ตรวจแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิทักษะรวบยอด
- การนาเสนอผลงาน - ประเมินการนาเสนอผลงาน - ผลงานท่ีนาเสนอ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
รายบุคคล รายบุคคล (P, A) การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
- พฤติกรรมการทางานกลุ่ม - สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2
(P, A) การทางานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
- คณุ ลกั ษณะอนั พึง - สังเกตความมีวนิ ัย รบั ผดิ ชอบ - แบบประเมนิ คุณลักษณะ - ระดบั คณุ ภาพ 2
ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ มนั่ ในการ (A) อันพึงประสงค์ ทาผงา่ นเกณใฝฑ่เ์รียนรู้ และมุง่ ม
- ระดับคณุ ภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
๔.๒ การประเมนิ หลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น - แบบทดสอบหลงั เรยี น ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๔ เรือ่ ง
เคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๔ เรอ่ื ง
เครอ่ื งมอื ทางภมู ิศาสตร์ (K)
๔.๓ การประเมนิ ชิน้ งาน/ - ตรวจกจิ กรรมเคร่อื งมือทาง - แบบประเมนิ กิจกรรม - ระดับคุณภาพ 2
ภาระงาน (รวบยอด) ภมู ิศาสตร์ เคร่ืองมอื ทางภมู ศิ าสตร์ ผ่านเกณฑ์
- เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์
5. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รูปแบบการจัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจดั กจิ กรรมการเรยี นร/ู้ แนวทางการเสริมแรงหรือชว่ ยเหลือนักเรียน
๑. วิธสี อนแบบกระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process)
๑๕๔
6. กิจกรรมการเรียนการสอน
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๕ เรือ่ ง เครื่องมอื ทางภูมิศาสตร์ : แผนผงั (เวลา ๓ ช่ัวโมง)
ชว่ั โมงท่ี ๑
๑. ขน้ั นา
1. ครูทบทวนวิธกี ารหาทศิ โดยใช้ร่างกายและดวงอาทิตย์ที่สนามหน้าโรงเรียนในชว่ งเวลาเช้า
2. นกั เรียนหาทิศตะวนั ออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ และทิศใต้ จากตาแหน่งของโรงเรียน
3. ใหน้ กั เรยี นทุกคนสังเกตสิง่ แวดล้อมทางธรรมชาติรอบๆ ตัวนกั เรียน แลว้ ช่วยกนั บอกวา่ พบสิง่ ใดบ้าง
4. ครูอธบิ ายเชื่อมโยงกบั ลักษณะทางกายภาพวา่ มีทงั้ สิ่งท่เี กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ และส่ิงท่มี นุษย์สร้างขน้ึ
๒. ขั้นสอน
กระบวนการทางภูมศิ าสตร์
ขน้ั ที่ 1 การตง้ั คาถามเชิงภูมิศาสตร์
แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มๆ ละเท่าๆ กัน ให้แตล่ ะกลุ่มกาหนดทิศโดยใช้ตนเองเป็นหลกั จากนั้นใหส้ งั เกต
สงิ่ ต่างๆ รอบตวั ตามประเดน็ คาถาม ดังน้ี
1) สภาพอากาศขณะนัน้ มลี ักษณะอย่างไร
2) นกั เรยี นหนั หน้าไปทางทิศใด
3) สิง่ แวดลอ้ มทางธรรมชาติอะไรบา้ งทตี่ ้งั อยใู่ นตาแหน่งทิศตะวนั ออก ทศิ ตะวันตก ทิศเหนอื และทิศใต้
ช่วั โมงที่ ๒
ข้ันที่ 2 การรวบรวมข้อมลู
1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ จดบันทึกสง่ิ ต่างๆ ท่ีสงั เกตพบตามทิศตา่ งๆ ท่สี นามหน้าโรงเรยี น
2. แตล่ ะกล่มุ วางแผนแบง่ หน้าท่ีให้สบื ค้นข้อมูลความรเู้ ก่ียวกบั แผนผังจากหนังสือเรยี น
3. ครูอธิบายเพิ่มเติมโดยใช้ Powerpoint เร่อื ง ตาแหน่งและลกั ษณะทางกายภาพ หรอื นาตัวอย่างแผนผงั
โรงเรียนมาให้นกั เรียนดู แล้วช่วยกนั อ่านข้อมลู ในแผนผังโรงเรยี น
4. ครใู ห้นกั เรียนทบทวนความรเู้ ก่ียวกับการเขยี นแผนผังตามทไ่ี ด้ศึกษามาในชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1
5. นกั เรยี นรวบรวมความร้เู กยี่ วกับลักษณะของแผนผังและการใชป้ ระโยชน์จากแผนผัง
ขั้นท่ี 3 การจดั การข้อมลู
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันจัดกลมุ่ ความรเู้ พอ่ื ตอบคาถามตามขัน้ ที่ 1
2. นกั เรยี นร่วมกนั พจิ ารณาความน่าเชือ่ ถือของข้อมลู
ขั้นที่ 4 การวิเคราะห์และแปลผลข้อมูล
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาข้อมลู มาวิเคราะหห์ าคาตอบตามประเดน็ คาถามในขน้ั ที่ 1
2. ตัวแทนกลมุ่ นาเสนอคาตอบหนา้ ช้ันเรียน
๑๕๕
ช่ัวโมงท่ี ๓
ขัน้ ท่ี 5 สรุปเพือ่ ตอบคาถาม
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มสรปุ ความรู้ตามประเดน็ คาถามในขน้ั ท่ี 1 (ตัวอย่างคาตอบ)
- สภาพอากาศ รอ้ นอบอา้ ว ไม่มีลมพัดผ่าน
- กลมุ่ ของเราหันหน้าไปทาง ทิศตะวนั ออก
- ทิศตะวันออก มตี ้นไม้ ภเู ขา
- ทศิ ตะวนั ตก เป็นทีร่ าบ มีพน้ื ทเ่ี พาะปลกู
- ทศิ เหนือ มีลาธาร ชมุ ชน
- ทิศใต้ เป็นท่รี าบ มพี ้นื ทที่ านา
2. ครใู หน้ ักเรยี นนาประเดน็ คาตอบทเ่ี ก่ยี วกับสง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติในโรเงรยี นมาเขียนแผนผงั ติดท่ปี ้าย
นิเทศจากนัน้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ ออกมาอ่านข้อมูลในแผนผังของตนเองใหเ้ พ่ือนฟัง
3. ครูตรวจสอบความถูกต้องและแก้ไขให้สมบรู ณ์
๓. ข้นั สรุป
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรุปเกย่ี วกับแผนผังและลกั ษณะทางกายภาพวา่ แผนผังสามารถใช้แสดงตาแหนง่ ของ
ลักษณะทางกายภาพและสงิ่ ต่างๆ ได้
2. นักเรียนแตล่ ะคนทาใบงานที่ 4.6 เรอ่ื ง แผนผงั เพื่อตรวจสอบความรู้
3. นกั เรียนแตล่ ะคนทาแบบฝึกปฏบิ ัตทิ กั ษะรวบยอด สังคมศึกษาฯ ป.2 เป็นการบา้ น
๔. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
๔.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น สงั คมศึกษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 รอบรภู้ ูมศิ าสตร์
2) ใบงานที่ 4.6 เรอ่ื ง แผนผงั
3) ลกั ษณะทางกายภาพรอบตัวนักเรยี น
4) ดวงอาทิตย์
5) ตวั นักเรยี น
6) Powerpoint เร่ือง ตาแหน่งและลักษณะทางกายภาพ
4) แบบฝึกปฏบิ ตั ทิ ักษะรวบยอด สงั คมศึกษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 รอบรภู้ มู ศิ าสตร์ บทที่ 2
เครื่องมือทางภูมศิ าสตร์
๔.2 แหลง่ การเรียนรู้
- ส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาตใิ นชุมชนของนักเรยี น
๑๕๖
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๖ เรอ่ื ง เคร่อื งมอื ทางภมู ิศาสตร์ : ลูกโลก แผนท่ี และรูปถา่ ย
(เวลา ๓ ชวั่ โมง)
ชวั่ โมงที่ ๑
๑. ขั้นนา
1. ครูนารูปถ่ายแหลมพรหมเทพ บนเกาะภเู กต็ มาใหน้ กั เรียนดแู ล้วตอบคาถามกระตุน้ ความคิด ดังน้ี
- ถ้านกั เรยี นอยากทราบวา่ เกาะภเู ก็ตอยูใ่ นตาแหน่งใดของประเทศไทย นักเรยี นจะคน้ คว้าจากเคร่ืองมือชนดิ ใด
2. ครใู ห้นักเรยี นดแู ผนท่ี แลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั บอกตาแหน่งเกาะภเู ก็ตจากแผนท่ี
3. ครอู ธบิ ายเชอ่ื มโยงกบั เครื่องมือทางภมู ิศาสตรว์ ่า ถ้าต้องการสบื ค้นขอ้ มูลเก่ยี วกับภูมิศาสตร์ สามารถเลือกใช้
เคร่ืองมอื ทางภูมิศาสตร์ทเี่ กย่ี วขอ้ งได้ เช่น แผนท่ี รปู ถ่าย
๒. ข้ันสอน
1. ครูนาลูกโลก แผนท่ี และรูปถ่ายทางภูมศิ าสตร์สถานที่ตา่ งๆ ให้นกั เรียนดู แลว้ ตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
- ถ้านักเรยี นจะสบื คน้ ตาแหน่งของประเทศไทย นักเรียนจะค้นคว้าจากเคร่อื งมอื ทางภมู ิศาสตรป์ ระเภทใด
(แนวคาตอบ จากลกู โลก หรือแผนที่ เพราะเปน็ เคร่ืองมือท่ีแสดงตาแหนง่ ของประเทศได้)
2. ตวั แทนนักเรียนสบื คน้ ตาแหน่งประเทศไทยให้เพ่ือนดู (จากแผนที่ และลูกโลก)
3. ครูถามคาถาม แลว้ ใหน้ กั เรียนสงั เกตรูปถา่ ย และตอบคาถาม
- เพราะเหตุใดเราจงึ ไม่ใช้รูปถ่ายในการระบุตาแหน่งประเทศไทย”
(แนวคาตอบ เพราะรูปถา่ ยแสดงไว้เฉพาะที่มมุ แคบ ไม่กว้างพอที่จะเห็นทั้งประเทศ)
4. ครูอธบิ ายวิธกี ารใชล้ ูกโลก แผนท่ี และรูปถ่ายประกอบการค้นควา้ ข้อมูล
ชว่ั โมงท่ี ๒
ครสู นทนาเช่อื มโยงเพ่อื ใหน้ กั เรียนร่วมกันต้งั คาถาม
กระบวนการทางภูมิศาสตร์
ขน้ั ท่ี 1 การต้ังคาถามเชงิ ภูมิศาสตร์
แบง่ นักเรยี นเป็นกลุม่ แต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ต้งั คาถามเชงิ ภมู ิศาสตร์ เพือ่ ค้นคว้าข้อมูลจากเครอ่ื งมือทาง
ภูมิศาสตร์
- ประเทศไทยต้ังอยู่ทางทิศใดของประเทศมาเลเซีย
- ประเทศใดบ้างทมี่ ีอาณาเขตติดตอ่ กับประเทศไทย
- ระบุช่ือมหาสมุทรทน่ี ักเรียนสนใจมา 2 แหง่
- ระบชุ อ่ื ประเทศทน่ี ักเรียนต้องการไปท่องเทยี่ วมา 5 ประเทศ
- ภเู ขาในภาคเหนือของประเทศไทยมีลกั ษณะอยา่ งไร ในเครื่องมือทางภมู ิศาสตรใ์ ชส้ ีอะไรแทนภเู ขา
- พ้ืนทร่ี าบลมุ่ ในภาคกลางอย่บู ริเวณแมน่ ้าใด ใช้สีอะไรแทนแม่นา้
- จงั หวัดท่นี ักเรียนอาศัยอยู่ตงั้ อยู่ในภาคใด และมีลักษณะทางกายภาพอยา่ งไร
๑๕๗
ขน้ั ท่ี 2 การรวบรวมข้อมูล
นกั เรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมลู จากลูกโลก แผนท่ี รปู ถ่าย และหนงั สอื เรยี น หนว่ ยที่ 11 เรือ่ ง เครอ่ื งมือ
ทางภูมศิ าสตร์
ขั้นที่ 3 การจดั การข้อมลู
1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั จดั กลุม่ ข้อมลู ให้ตรงประเด็นคาถามในข้ันที่ 1
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั พจิ ารณาความนา่ เชื่อถือของข้อมูล
ชวั่ โมงที่ ๓
ขั้นท่ี 4 การวเิ คราะห์และแปลผลข้อมลู
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาข้อมลู ท่ีสืบคน้ และจดั กลุ่มมาวิเคราะห์หาคาตอบตามประเด็นคาถามในข้นั ท่ี 1
2. ตวั แทนกลมุ่ นาเสนอคาตอบหน้าช้ันเรยี น
ขน้ั ที่ 5 สรปุ เพ่อื ตอบคาถาม
1. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสรุปความร้ตู ามประเดน็ คาถามในขนั้ ที่ 1 ดังน้ี (ตวั อย่างคาตอบ)
- ประเทศไทยต้ังอยู่ทางทิศเหนือของประเทศมาเลเซยี
- ประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทย คือ ประเทศมาเลเซยี เมียนมา กมั พชู า ลาว
- รายชอ่ื มหาสมทุ ร 2 แห่ง คอื มหาสมุทรอนิ เดีย มหาสมทุ รแปซิฟิก
- ภูเขาในภาคเหนือมีลักษณะเป็นทวิ เขาทอดตัวแนวเหนือใต้ และใช้สีนา้ ตาลแทนภเู ขา
- พนื้ ทีร่ าบลุ่มในภาคกลางอยู่บรเิ วณล่มุ น้าเจ้าพระยา และใช้สฟี า้ แทนแม่นา้
- จังหวดั ทก่ี ลุ่มของเราอาศยั อยู่ คือ จังหวดั นนทบุรี ตง้ั อยใู่ นภาคกลาง มีลักษณะทางกายภาพเป็นทีร่ าบ
ลุม่ ปากแมน่ ้าเจ้าพระยา (คาตอบของนกั เรียนเปน็ ไปตามความเปน็ จริงทน่ี กั เรยี นอาศัยอยู่)
2. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง ลกู โลก แผนที่ และรูปถา่ ย
๓. ข้นั สรุป
1. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปความรู้ว่า ลูกโลก แผนผัง แผนที่ และรปู ถ่าย สามารถใช้แสดงตาแหน่งของ
ลกั ษณะทางกายภาพและสง่ิ ต่างๆ ได้
2. ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนทากิจกรรมรวบยอด เรอื่ ง เครอื่ งมือทางภูมิศาสตร์
3. ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกปฏิบัติทักษะรวบยอด สงั คมศึกษาฯ ป.2 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 รอบรู้
ภูมิศาสตร์ บทที่ 2 เครื่องมือภูมศิ าสตร์ เป็นการบ้านเพ่อื ตรวจสอบความรู้ แล้วนาส่งครูในวันตอ่ มา
๔. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
๔.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน สังคมศึกษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 รอบรู้ภูมศิ าสตร์ บทที่ 2 เคร่ืองมอื ทาง
ภมู ศิ าสตร์
2) สง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ
3) แผนท่ี รูปถ่าย และลกู โลก
4) แบบฝึกปฏบิ ัติทกั ษะรวบยอด สงั คมศกึ ษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 รอบรภู้ ูมศิ าสตร์ บทที่ 2
๑๕๘
เครอ่ื งมอื ทางภูมิศาสตร์
5) บัตรภาพ แหลมพรหมเทพ
6) ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง ลกู โลก แผนที่ และรปู ถ่าย
๔.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) สถานท่ีจริงในชุมชน
2) ลักษณะทางกายภาพในชมุ ชน
7. บันทกึ ผลหลังแผนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ 1 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 1 พบว่านักเรยี นผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน รอ้ ยละ................อยู่ในระดับ..........และรองลงมาร้อยละ
.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่านกั เรยี น...................................................................................
.................................................................................................................... ..............................................
1.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น เรอื่ ง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จานวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบวา่ นักเรยี นผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน รอ้ ยละ................อยูใ่ นระดับ..........และรองลงมา
ร้อยละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่านักเรียน.......................................................................
............................................................................................................................. .....................................
๑๕๙
1.3 ด้านเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เช่ือมโยงกบั มาตรฐานหลกั สูตร
ตารางท่ี 3 แสดงค่าร้อยละคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ เร่อื ง ............................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 3 พบวา่ นักเรียนคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อยใู่ นระดับ............และรองลงมา
ร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่านักเรียน............................................................................
.................................................................................... ...................................................................................
สรุป ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี …………………………..
๑) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นอยู่ในระดับ...................
๒) นักเรียนมีทักษะในระดับ..................
๓) นักเรียนมคี ุณลักษณะในระดบั ...............
2. บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................................... .............................................
3. การปรบั เปล่ียนแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถา้ มี)
................................................................................................................................................................. ...........................
4. ขอ้ ค้นพบดา้ นพฤตกิ รรมการจัดการเรยี นรู้
............................................................. ............................................................................................................................. ..
5. อืน่ ๆ....................................................................................................................... .....................................................
๑๖๐
( หลงั จากจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนจบ 1 หน่วยการเรียนรู้)
ปญั หา/สงิ่ ท่พี ัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปญั หา/สง่ิ ท่พี ัฒนา สาเหตุของปญั หา/ แนวทางแก้ไข/ วิธแี กไ้ ข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พัฒนา
สง่ิ ที่พัฒนา พฒั นา
ลงชือ่ ...................................................... ผสู้ อน
( นางสมพงษ์ นาคสงั ข์)
รบั ทราบผลการดาเนนิ การ
ลงชื่อ...................................................
( นายกัณฑ์ชยวัฒน์ ไสยจติ ต์ )
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ลงชอ่ื .................................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผู้อานวยการกล่มุ บรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอื่ ...................................................
( นายวรี ะ แกว้ กัลยา )
ผู้อานวยการโรงเรียนโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี
๑๖๑
8. ความคิดเหน็ (ผบู้ ริหาร / หรอื ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย)
ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง.................................................แลว้ มคี วามเหน็ ดังนี้
8.1 เปน็ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรุง
8.2 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไดน้ าเอากระบวนการเรียนรู้
ทเ่ี น้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ท่ยี งั ไม่เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
8.3 เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
นาไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรุงก่อนนาไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..........................................................
( นายกณั ฑช์ ยวฒั น์ ไสยจติ ต์ )
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ความคดิ เหน็ ของรองผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ
................................................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชอื่ .................................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธิธรานนท์ )
รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชอ่ื .............................................
( นายวีระ แก้วกลั ยา )
ผ้อู านวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบรุ ี
๑๖๒
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓
เร่อื ง ความสมั พันธ์ระหวา่ งโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจนั ทร์ เวลา ๓ ช่วั โมง ระดับช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๒
1. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนรู้และ สิง่ ทต่ี อ้ งรู้และปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน / ชน้ิ งาน การวัดผลและการประเมนิ ผล
ตวั ช้วี ดั
1. ประเมนิ ระหว่างการจัด
ส ๕.๑ ป.2/๓ 1. สงั เกตปรากฏการณ์ทาง - กจิ กรรม ความสัมพนั ธ์ กจิ กรรมการเรยี นรู้
๑) ความสัมพนั ธ์ระหว่างโลก
ธรรมชาติได้ ระหว่างโลก ดวงอาทติ ย์ และ
ดวงอาทิตย์ดวงจนั ทร์ที่ ทาให้
2. แสดงความสัมพันธ์ ดวงจนั ทร์ เกดิ ปรากฏการณ์
ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ - ตรวจใบงานที่ 4.๘ - ๔.๑๐
และดวงจนั ทรท์ ่ีทาใหเ้ กิด - ตรวจแบบฝึกปฏบิ ัติ
ทักษะรวบยอด
ปรากฏการณ์ได้ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
๒) การนาเสนอผลงาน
- ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
๓) พฤติกรรมการทางาน
รายบุคคล
- ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
๔) พฤติกรรมการทางานกลุ่ม
- ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
๕) คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
๒. การประเมินหลังเรยี น
- แบบทดสอบหลังเรียน
- ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
๓. การประเมินช้ินงาน
ภาระงาน (รวบยอด)
- การรเู้ รื่องภมู ศิ าสตร์
- แบบประเมนิ กจิ กรรม
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างโลก
- ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
- ความสมั พันธร์ ะหว่างโลกดวง
อาทิตย์ และดวงจนั ทร์
- ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
๑๖๓
2. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ ( Knowledge)
๑.๑ สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ความสัมพันธ์ระหวา่ งโลก ดวงอาทติ ย์ และดวงจนั ทร์ที่ทาให้เกิดปรากฏการณ์ เชน่ ขา้ งขนึ้ ขา้ งแรม
ฤดกู าลตา่ ง ๆ
๑.2 สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถิ่น
(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา
๑.๓ สาระการเรียนรู้จากสอื่
ความสัมพันธร์ ะหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจนั ทร์กบั ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
- การเกดิ ข้างขึ้น ขา้ งแรม
- การเกิดนา้ ขึ้น น้าลง
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
ทกั ษะเฉพาะวิชา ทักษะการคดิ
- วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 1. การสังเกต
(5Es Instructional Model) 2. การแปลความข้อมลู
1.ความเขา้ ใจระบบธรรมชาติและมนุษย์ ทางภมู ิศาสตร์
2.การใชเ้ หตผุ ลทางภูมิศาสตร์ 3. การใช้เทคนิคและเคร่ืองมือทาง ภูมศิ าสตร์
๓. สมรรถนะ (Competency)
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๓.1 ความสามารถในการส่ือสาร
๓.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการสังเกต
3) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
๓.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
3. หลกั ฐานการเรียนรชู้ ้ินงานหรอื ภาระงาน (Work)
๑) กิจกรรม ความสัมพันธร์ ะหว่างโลก ดวงอาทติ ย์ และดวงจันทร์
๑๖๔
4. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
ส่ิงที่วดั ผล วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
๔.๑ ประเมนิ ระหว่างการ
จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑) ตรวจใบงานที่ 4.๘ (K) - ใบงานท่ี ๔.๘ (K) - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- สังเกตและแสดง ๒) ตรวจใบงานท่ี 4.๙ (K) - ใบงานท่ี ๔.๙ (K) - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโลก ๓) ตรวจใบงานที่ 4.๑๐ (K) - ใบงานที่ 4.๑๐ (K) - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ดวงอาทิตย์และดวงจนั ทร์ - ตรวจแบบฝึกปฏิบัติทกั ษะรวบยอด
- ประเมินการนาเสนอผลงาน - ผลงานท่นี าเสนอ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- การนาเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการทางาน
- พฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล (P, A) - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2
รายบุคคล - สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
- พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ (P, A) การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตความมวี ินยั รับผิดชอบ
- คุณลักษณะอนั พึง ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มั่นในการ (A) - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
ประสงค์
- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน การทางานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
๔.๒ การประเมนิ หลังเรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๔ เรือ่ ง - ตรวจกิจกรรมความสัมพันธร์ ะหวา่ ง - แบบประเมินคุณลกั ษณะ - ระดับคณุ ภาพ 2
ความสัมพันธ์ระหวา่ งโลก โลก ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
ดวงอาทติ ยแ์ ละดวงจันทร์ อนั พงึ ประสงค์ ทาผง่านเกณใฝฑ่เ์รียนรู้ และม่งุ ม
๔.๓ การประเมินชิ้นงาน/ - ระดับคุณภาพ 2
ภาระงาน (รวบยอด)
- ความสมั พันธ์ระหวา่ งโลก ผ่านเกณฑ์
ดวงอาทติ ย์และดวงจนั ทร์
- แบบทดสอบหลงั เรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๔ เรื่อง
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งโลก
ดวงอาทติ ยแ์ ละดวงจันทร์
(K)
- แบบประเมนิ กจิ กรรม - ระดบั คุณภาพ 2
ความสมั พนั ธ์ระหว่างโลก ผา่ นเกณฑ์
ดวงอาทิตย์และดวงจนั ทร์
5. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รปู แบบการจัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรยี นร/ู้ แนวทางการเสรมิ แรงหรือชว่ ยเหลือนกั เรียน
- วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
1. การสังเกต
2. การแปลความขอ้ มูลทางภูมศิ าสตร์
3. การใช้เทคนิคและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์
๑๖๕
6. กิจกรรมการเรยี นการสอน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๗ เร่อื ง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งโลก ดวงอาทติ ย์ และดวงจันทร์ :
ความสัมพนั ธ์ระหว่างโลก ดวงอาทติ ย์ และดวงจันทร์ กับปรากฏการณท์ างธรรมชาติ
(เวลา ๓ ชว่ั โมง)
ช่ัวโมงท่ี ๑
๑. ข้ันนา
ขนั้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะคนวาดภาพดวงจันทร์ที่นักเรยี นสงั เกตในเวลากลางคืนคนละ 1 ภาพ เป็นเวลา 1
สปั ดาห์ก่อนเรียน
2. นกั เรยี นแต่ละคนนาภาพมาเปรียบเทยี บ แลว้ สนทนาถงึ ความเหมอื นและความแตกตา่ งของลักษณะ
ดวงจนั ทร์ แล้วตอบคาถามกระตุ้นความคิดว่า
- เพราะเหตุใดดวงจันทร์จงึ มลี ักษณะไมเ่ หมือนกนั ในแตล่ ะคืน
3. นกั เรียนตอบคาถามตามประสบการณเ์ ดมิ ของตนเอง ซึ่งครรู ับความคดิ เห็นไว้พิจารณา
4. ครูอธิบายเช่ือมโยงถงึ การเกดิ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทีเ่ ก่ยี วกับโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์
๒. ขั้นสอน
ขัน้ ที่ 2 สารวจค้นหา (Explore)
1. แบง่ นักเรยี นเปน็ กลมุ่ ๆ ละเท่าๆ กัน ใหแ้ ต่ละกลมุ่ วางแผนและแบง่ หนา้ ทส่ี บื ค้นข้อมลู ความรู้ เรอื่ ง
ความสัมพันธร์ ะหว่างโลก ดวงอาทติ ย์ และดวงจนั ทร์กบั ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ กลุม่ ละ 1 เรอ่ื ง
จากหนงั สอื เรียนและแหล่งเรียนรู้ ดงั น้ี
- กลุ่มท่ี 1 เร่ือง การเกดิ กลางวัน กลางคืน
- กลมุ่ ท่ี 2 เรื่อง การเกิดข้างข้ึน ข้างแรม
- กลุ่มที่ 3 เร่อื ง การเกิดน้าข้ึน นา้ ลง
- กลมุ่ ท่ี 4 เรื่อง สรุ ยิ ุปราคา
- กลุ่มท่ี 5 เร่ือง จนั ทรปุ ราคา
2. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รวบรวมข้อมลู ความรู้ แลว้ ร่วมกันสรุปเป็นความรขู้ องกลุ่ม
ชั่วโมงท่ี ๑
ข้ันท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มผลดั กนั เล่าใหก้ ลุ่มอ่ืนฟงั หน้าชัน้ เรียน ประกอบสอื่ เช่น ลกู โลก ปฏทิ นิ แสดงข้างขึ้น
ขา้ งแรม
2. นักเรียนรว่ มกนั วิเคราะหว์ ่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมีผลต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์
๑๖๖
ชว่ั โมงท่ี ๒
ขน้ั ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลดั กนั เล่าใหก้ ลุ่มอ่นื ฟงั หนา้ ชั้นเรียน ประกอบสื่อ เช่น ลกู โลก ปฏิทนิ แสดง
ข้างขน้ึ ขา้ งแรม
2. นักเรียนรว่ มกนั วิเคราะหว์ ่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมีผลต่อการดาเนินชีวติ ของมนุษย์
ช่วั โมงที่ ๓
ข้นั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Explain)
1. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ทาใบงานท่ี 4.8 เร่อื ง ปรากฏการณท์ างธรรมชาติ
2. นกั เรยี นแตล่ ะคนนาใบงานให้ครตู รวจความถกู ต้องและนามาแกไ้ ขให้สมบูรณ์
3. นักเรียนทกุ กลุ่มนาใบงานติดท่ีป้ายนเิ ทศ เพ่อื ใหก้ ลมุ่ อื่น ๆ ได้ศึกษาและแลกเปลีย่ นเรียนรู้
๓. ขัน้ สรปุ
ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบใบงานที่ 1.1 ทป่ี า้ ยนเิ ทศ พร้อมท้ังใหค้ าแนะนา
2. นักเรยี นทาแบบฝึกปฏบิ ัตทิ ักษะรวบยอด สงั คมศึกษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4 บทที่ 3 เรื่อง
โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ และการเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
๔. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
๔.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น สงั คมศกึ ษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 รอบรภู้ ูมศิ าสตร์
2) ใบงานท่ี 4.8 เรอื่ ง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
3) ดวงอาทติ ย์ ดวงจันทร์ โลก น้าขึ้นนา้ ลง
4) ปฏทิ ินแสดงข้างขึ้นข้างแรม
5) Powerpoint เรอ่ื ง โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และการเกดิ ปรากฏการณท์ างธรรมชาติ
6) แบบฝึกฯ เรือ่ ง โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ และการเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ดวงอาทติ ย์
2) ดวงจนั ทร์
3) โลก
4) ปรากฏการณ์น้าขึน้ -นา้ ลง
๑๖๗
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๘ เร่ือง ความสัมพนั ธร์ ะหว่างฤดูกาลกบั การดาเนินชวี ิต
ของมนษุ ย์ (เวลา ๑ ช่ัวโมง)
๑. ข้นั นา
ขน้ั ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูใหน้ กั เรยี นสงั เกตภาพ 3 ภาพ ดงั นี้
- ภาพที่ 1 ภาพคนสวมเสือ้ กนั หนาว
- ภาพที่ 2 ภาพคนกางร่มขณะฝนตก หรอื ใส่เสอ้ื กนั ฝน
- ภาพท่ี 3 ภาคคนสวมใส่เส้ือผ้าบางๆ
จากน้นั ให้นกั เรียนตอบคาถามกระต้นุ ความคิด ดงั นี้
1) การแตง่ กายของคนในภาพทัง้ 3 ภาพ แตกต่างกนั อยา่ งไร
(แนวตอบ ตา่ งกัน เพราะทั้ง 3 ภาพ มีการแต่งกายตามสภาพอากาศ เชน่ อากาศหนาวเยน็ สวม
ใสเ่ สื้อกนั หนาว สภาพอากาศมฝี นตก ต้องใส่เสือ้ กันฝนหรอื กางร่ม สภาพอากาศรอ้ น สวมใส่เสอ้ื ผ้าที่
เนื้อบางเบา)
2) เพราะเหตุใดจงึ แต่งกายไมเ่ หมือนกนั
(แนวตอบ เพอื่ ให้ดาเนนิ ชีวิตในแต่ละสภาพอากาศได้เหมาะสม ไมเ่ กิดอาการเจบ็ ป่วย)
2. ครูอธบิ ายเชื่อมโยงถึงฤดูกาลกับการดาเนินชวี ิตของมนุษย์วา่ เกีย่ วขอ้ งและสมั พนั ธ์กัน
ขน้ั ท่ี 2 สารวจค้นหา (Explore)
1. แบ่งนักเรยี นเปน็ 3 กลมุ่ กลุ่มละเทา่ ๆ กนั ใหแ้ ต่ละกลุ่มวางแผนและแบ่งหนา้ ท่ีกนั คน้ คว้าความรู้
จาก Powerpoint หนังสือเรียน สอบถามผ้รู ู้ หรือแหล่งเรียนรอู้ นื่ ๆตามความเหมาะสม ในประเด็น
ต่อไปน้ี
กลุม่ ที่ 1 - ฤดกู าลในประเทศไทย - ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งฤดรู อ้ นกบั การดาเนนิ ชีวติ ของมนษุ ย์
กล่มุ ที่ 2 - ฤดูกาลในประเทศไทย - ความสมั พันธร์ ะหว่างฤดูฝนกบั การดาเนนิ ชีวิตของมนุษย์
กลุ่มที่ 3 - ฤดกู าลในประเทศไทย - ความสมั พันธร์ ะหว่างฤดูหนาวกบั การดาเนนิ ชีวติ ของมนุษย์
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาข้อมลู ความรมู้ าระดมความคดิ แล้วสรุปขอ้ มลู เปน็ ความรู้ของกลุ่ม
๒. ข้นั สอน
ข้ันท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนนาเสนอข้อมูลความรู้หนา้ ชั้นเรียน
2. นักเรียนรว่ มกันวเิ คราะหว์ า่ ฤดูกาลในประเทศไทยมี 3 ฤดู และมผี ลตอ่ การดาเนนิ ชีวติ ของคนไทย
ในดา้ นการแต่งกาย การประกอบอาชพี เกษตรกรรม และการรับประทานอาหาร การคมนาคม การ
ทากิจกรรมตา่ งๆ
3. นกั เรียนแตล่ ะคนทาใบงานท่ี 4.9 เร่ือง ฤดกู าลกบั การดาเนนิ ชวี ิต แล้วนาส่งครู
ข้นั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expland)
1. ใหน้ ักเรยี นท่เี ปน็ ตวั แทนกลุ่มจบั ฉลากเลือกฤดูกาลในประเทศไทย กล่มุ ละ 1 ฤดู แล้วทาใบงานท่ี
4.10 เรื่อง ฤดูกาลมีผลกระทบตอ่ การดาเนนิ ชวี ิต
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาผลงานแสดงท่ีป้ายนเิ ทศเพื่อเปน็ การแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ในชน้ั เรยี น
๑๖๘
๓. ขั้นสรปุ
ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครใู หน้ กั เรียนทาแบบฝกึ ปฏิบัติทกั ษะรวบยอด สงั คมศึกษาฯ ป.2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 บทท่ี 3
เร่ือง ฤดูกาลกับการดาเนนิ ชวี ิต เปน็ การบา้ น
2. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบวัดและบนั ทกึ ผลฯ สงั คมศึกษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 รอบร้ภู มู ิศาสตร์
แล้วนาสง่ ครู
3. ครูมอบหมายให้นักเรียนทาช้ินงานรวบยอด เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวง
จันทร์
4. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เร่อื ง รอบรู้ภูมิศาสตร์ และซ่อมเสริม
นกั เรียนท่สี อบไมผ่ ่าน แล้วนาผลคะแนนเปรยี บเทยี บกบั ผลการสอบก่อนเรยี น เพื่อนามาประเมิน
ความก้าวหน้า
๔. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
๔.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน สังคมศึกษาฯ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 รอบร้ภู มู ศิ าสตร์
2) บัตรภาพคนสวมใสเ่ ส้อื ผา้ ในฤดูต่างๆ
3) Powerpoint เรือ่ ง ความสมั พันธ์ระหว่างฤดูกาลกบั การดาเนนิ ชีวติ ของมนุษย์
4) ใบงานที่ 4.9 เรอ่ื ง ฤดูกาลกับการดาเนนิ ชีวิต
5) ใบงานที่ 4.10 เรือ่ ง ฤดูกาลมผี ลกระทบต่อการดาเนินชีวติ
6) แบบฝึกปฏบิ ัตทิ กั ษะรวบยอด สงั คมศึกษาฯ ป.2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4
๔.2 แหลง่ เรียนรู้
1) เวปไซต์
7. บันทกึ ผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางท่ี 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น เร่ือง ...................................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 1 พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และรองลงมาร้อยละ
.................อยู่ในระดับ...............และพบว่านกั เรียน...................................................................................
..................................................................................................................................................................
๑๖๙
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น เรือ่ ง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยใู่ นระดบั ................และพบว่านักเรียน.......................................................................
............................................................................................................................. .....................................
1.3 ด้านเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชอ่ื มโยงกบั มาตรฐานหลกั สูตร
ตารางท่ี 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ เรื่อง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จานวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 3 พบวา่ นกั เรยี นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อยูใ่ นระดับ............และรองลงมา
ร้อยละ.................อย่ใู นระดบั ...............และพบวา่ นักเรยี น............................................................................
.................................................................................... ...................................................................................
สรปุ ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้ท่ี …………………………..
๑) นักเรยี นมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนอยูใ่ นระดบั ...................
๒) นักเรียนมีทักษะในระดบั ..................
๓) นกั เรยี นมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............
2. บรรยากาศการเรียนรู้
............................................................................................................................................................. ...............................
3. การปรบั เปลี่ยนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถ้ามี)
............................................................................................................................................................................... .............
4. ข้อค้นพบด้านพฤตกิ รรมการจัดการเรียนรู้
........................................................................... ............................................................................................................... ..
5. อ่นื ๆ.............................................................................................................................................................................
( หลงั จากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หน่วยการเรียนรู้) ๑๗๐
ผลการแกไ้ ข/พัฒนา
ปญั หา/สิ่งที่พัฒนา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพฒั นา
ปัญหา/สงิ่ ท่พี ฒั นา สาเหตขุ องปญั หา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พัฒนา
สิง่ ท่ีพัฒนา พัฒนา
ลงชอื่ ...................................................... ผูส้ อน
( นางสมพงษ์ นาคสังข์)
รับทราบผลการดาเนินการ
ลงชื่อ...................................................
( นายกัณฑช์ ยวัฒน์ ไสยจติ ต์ )
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ลงชอ่ื ....................................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธธิ รานนท์ )
รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
ลงชื่อ...................................................
( นายวรี ะ แก้วกลั ยา )
ผอู้ านวยการโรงเรยี นโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบุรี
๑๗๑
8. ความคิดเห็น (ผู้บรหิ าร / หรอื ผูท้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย)
ไดท้ าการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู้ อง.................................................แลว้ มีความเห็นดงั น้ี
8.1 เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่
ดีมาก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรงุ
8.2 การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้
ทเี่ น้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ทยี่ งั ไมเ่ น้นผเู้ รยี นเป็นสาคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
8.3 เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี
นาไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนาไปใช้
8.4 ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
( นายกัณฑช์ ยวฒั น์ ไสยจิตต์ )
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
ความคดิ เห็นของรองผอู้ านวยการฝ่ายวชิ าการ
............................................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชอ่ื .................................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารงานวิชาการ
ความคิดเห็นของผู้อานวยการโรงเรยี น
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชอ่ื .............................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวดั เพชรบุรี
ใบงาน
วิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ใบงานท่ี ๔.๑ -ใบงานที่ ๔.๕
ใบงานท่ี 4.1
เร่อื ง สงิ่ แวดลอ้ มซ่งึ ปรากฏระหวา่ งบ้านกับโรงเรยี น
คาช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนวาดภาพส่ิงแวดลอ้ มทนี่ กั เรยี นสังเกตระหวา่ งบ้านกบั โรงเรยี น แลว้ ระบายสี
สง่ิ แวดล้อมทางธรรมชาติด้วยสีเขียว สิง่ แวดล้อมทม่ี นษุ ย์สร้างขน้ึ ดว้ ยสีแดง
ชื่อ ............................................................................. สกุล...................................................
โรงเรียน ................................................................................................. ช้ัน ป.2 .....................................
บ้านเลขท่ี ......................... ตาบล ......................................................... อาเภอ ........................................
จังหวดั ...................................................................................................
ใบงานที่ 4.2
เรอื่ ง ความสาคญั ของส่งิ แวดล้อมตอ่ การดาเนนิ ชีวิต
คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนสังเกตภาพส่งิ แวดล้อมแล้วอธบิ ายผลตอ่ การดาเนนิ ชีวติ
12 5
เขื่อน
4
3
ตลาด
1. ช่อื สงิ่ แวดล้อม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผลตอ่ การดาเนนิ ชวี ิต …………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ชอ่ื สง่ิ แวดลอ้ ม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผลต่อการดาเนนิ ชวี ติ …………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ช่ือส่ิงแวดล้อม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผลต่อการดาเนนิ ชีวิต …………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ชื่อสิ่งแวดลอ้ ม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผลต่อการดาเนินชีวติ …………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ชอื่ สิ่งแวดล้อม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ผลตอ่ การดาเนินชีวิต …………………………………………………………………………………………………………………………………
ชื่อ…………………………………………………………………………………………………………………………ชนั้ …………………เลขที่……………………….
ใบงานที่ 4.3
เรือ่ ง ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ
คาชีแ้ จง : ใหน้ ักเรยี นจาแนกประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติโดยกาเคร่อื งหมาย ให้ตรงกับภาพ
ทรัพยากรธรรมชาติ ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ
ดนิ ใชแ้ ล้วไม่หมดไป สรา้ งทดแทนใหมไ่ ด้ ใชแ้ ล้วหมดไป
แสงแดด
ปา่ ไม้
แร่
สัตวป์ ่า
น้ามนั
น้า
ก๊าซธรรมชาติ
อากาศ
ถ่านหิน
ชื่อ…………………………………………………………………………………………………………………………ช้ัน…………………เลขที่……………………….
ใบงานท่ี 4.๔
เรื่อง การจดั การสง่ิ แวดลอ้ มในโรงเรียน
คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นคดั แยกขยะใสถ่ งั รองรบั ให้ถกู ตอ้ ง โดยโยงภาพขยะกบั ถงั รองรบั
ถงั ขยะเปี ยก ถงั ขยะท่วั ไป ถงั ขยะ ถงั ขยะ
รีไซเคิล อันตราย
1 2
3 4
ขวดแก้ว หลอดไฟ พลาสติก ถ่านไฟฉาย
กระป๋ องยาฆา่ แมลง หนงั สอื พิมพ์ เศษผลไม้
ซองขนมกรุบกรอบ เศษอาหาร หลอดพลาสติก กลอ่ งโฟม
ช่ือ…………………………………………………………………………………………………………………………ชั้น…………………เลขที่……………………….
ใบงานท่ี 4.๕ น.
เรอ่ื ง แผนผงั
คาชี้แจง : ให้นกั เรยี นพิจารณาแผนผังแลว้ ตอบคาถาม
ภเู ขา
ทะเลสาบ
ปา่ ไม้
ที่ราบ ชมุ ชน
วัด
ป่าไผ่ แหล่งนา้ โรงเรยี น
ทร่ี าบ
ตอบคาถาม
1. แหล่งน้าตง้ั อยู่ทางทิศใดของป่าไผ่ ................................................................................................................................
2. ปา่ ไม้ตงั้ อยทู่ างทิศใดของภูเขา .....................................................................................................................................
3. ภเู ขาต้งั อยู่ทางทิศใดของแหลง่ นา้ ................................................................................................................................
4. ทร่ี าบตั้งอยู่ใกล้กับอะไร ...............................................................................................................................................
5. ปา่ ไผต่ งั้ อยู่ทางทศิ ใดของแหล่งน้า ................................................................................................................................
6. ส่งิ ใดบา้ งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวนั ออกของถนน ...............................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................................................
ชือ่ …………………………………………………………………………………………………………………………ช้นั …………………เลขที่……………………….