๑๐๕
๓. สมรรถนะ (Competency)
๓.1 ความสามารถในการส่ือสาร
๓.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา
2) ทักษะการรวบรวมขอ้ มูล
3) ทกั ษะการเช่ือมโยง
4) ทกั ษะการวิเคราะห์
5) ทักษะการจดั กลุม่
6) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น
7) ทักษะการสังเกต
๓.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
3. หลักฐานการเรียนรู้ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (Work)
1) รายงาน เรอ่ื ง สินค้าและบรกิ ารกบั การใชจ้ ่ายอย่างเหมาะสม
2) แผนผังความคดิ เร่ือง การแลกเปลยี่ นสินค้าและบริการในชุมชน
4. การวัดและการประเมนิ ผล ( Evaluation )
สิ่งที่วดั ผล วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
๔.๑ การประเมนิ ก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ย - แบบทดสอบก่อนเรียน - (ประเมนิ ตามสภาพจริง)
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ น การเรียนรู้ที่ ๓ (K) หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๓ (K)
เรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3
เรื่อง เศรษฐศาสตรน์ ่ารู้
๔.๒ ประเมินระหว่างการจัด 1) ตรวจใบงานท่ี 3.1 เรื่อง วสั ดใุ น - ใบงานที่ ๓.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
กจิ กรรมการเรียนรู้ การผลติ (K, P)
2) ตรวจใบงานท่ี 3.2 เรอื่ ง สนิ ค้าท่ใี ช้ - ใบงานท่ี ๓.๒
ในครอบครัว (P)
3) ตรวจใบงานที่ 3.3 เรือ่ ง ปัจจัยการ - ใบงานท่ี ๓.๓
ผลิต (K)
4) ตรวจใบงานท่ี 3.4 เรอื่ ง รู้จักใช้ - ใบงานท่ี ๓.๔
สิง่ ของ เครื่องใช้ (P)
5) ตรวจใบงานที่ 3.5 เรอื่ ง การใช้ - ใบงานที่ 3.5
ทรัพยากรในการผลิตทห่ี ลากหลาย (P)
6) ตรวจใบงานที่ 3.6 เรอ่ื ง อาชีพ - ใบงานท่ี 3.๖
สุจรติ ในครอบครัวของฉัน (P)
7) ตรวจใบงานท่ี 3.7 เร่ือง รายรบั - ใบงานท่ี 3.๗
และรายจ่ายของครอบครัวและตนเอง
(P)
8) ตรวจใบงานท่ี 3.8 เรื่อง วเิ คราะห์ - ใบงานท่ี 3.๘
การใช้จา่ ย (P)
๑๐๖
สิง่ ที่วัดผล วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
๔.๒ ประเมินระหว่างการจดั 9) ตรวจใบงานที่ 3.9 เรื่อง การใช้ - ใบงานท่ี 3.๙ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
กจิ กรรมการเรยี นรู้ จ่ายอยา่ งเหมาะสมและถูกวิธี (K, P)
10) ตรวจใบงานที่ 3.10 เรอื่ ง - ใบงานที่ 3.๑๐
หลักการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม (P)
11) ตรวจใบงานที่ 3.11 เรอ่ื ง ผลดี - ใบงานที่ 3.๑๑
ของการใช้จ่ายทเ่ี หมาะสม (P)
12) ตรวจใบงานที่ 3.12 เรอื่ ง ฉนั มี - ใบงานที่ 3.๑๒
รายรบั -รายจ่าย (P)
13) ตรวจใบงานท่ี 3.13 เรอ่ื ง - ใบงานท่ี 3.๑๓
สถานะทางการเงนิ ของฉนั (P)
14) ตรวจใบงานท่ี 3.14 เรอื่ ง การ - ใบงานที่ 3.๑๔
ออมเงนิ (P, A
1๕) ประเมนิ การนาเสนอผลงาน (P, - ผลงานท่ีนาเสนอ - ระดบั คณุ ภาพ 2
A) ผ่านเกณฑ์
๑๖) สงั เกตพฤติกรรมการทางาน - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
รายบุคคล (P, A) การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
๑๗) สังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
(P, A) การทางานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
๑๘) สังเกตคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ - แบบประเมินคุณลักษณะ - ระดับคณุ ภาพ 2
(A) อันพึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
๔.3 การประเมินหลงั เรียน - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วย - แบบทดสอบหลงั เรยี น ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การเรียนรู้ท่ี 3 เร่อื ง เศรษฐศาสตรน์ ่า หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรอื่ ง
รู้ (K) เศรษฐศาสตร์น่ารู้ (K)
๔.4 การประเมินชิน้ งาน/ - ตรวจรายงาน เรอื่ ง สินค้าและบริการ - รายงาน เรอื่ ง สินค้าและ - ระดับคุณภาพ 2
ภาระงาน (รวบยอด) กบั การใชจ้ า่ ยอยา่ งเหมาะสม (K, P, A) บรกิ ารกับการใช้จา่ ยอย่าง ผา่ นเกณฑ์
เหมาะสม (K, P, A)
- ตรวจแผนผงั ความคิด เรอื่ ง การ - แผนผงั ความคิด เร่ือง การ
แลกเปลย่ี นสินคา้ และบริการในชมุ ชน แลกเปลย่ี นสินค้าและ - ระดบั คุณภาพ 2
(K, P, A) บรกิ ารในชุมชน (K, P, A) ผา่ นเกณฑ์
5. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รูปแบบการจดั กจิ กรรม ( Learning Process )
การจดั กิจกรรมการเรียนรู/้ แนวทางการเสรมิ แรงหรอื ช่วยเหลือนกั เรียน
- วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5 Es Instructional Model)
- ทักษะการสารวจค้นหา
๑๐๗
6. กจิ กรรมการเรียนการสอน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑ เรื่อง สินคา้ และบรกิ ารกบั การใชจ้ ่ายอยา่ งเหมาะสม : ทรัพยากรที่
นามาผลิตสนิ ค้าและบริการในชวี ิตประจาวัน (เวลา ๒ ช่ัวโมง)
ชวั่ โมงท่ี ๑
๑. ขนั้ นา
ขน้ั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ
1. ครูใหน้ ักเรยี นเลือกสงิ่ ของเครื่องใช้ที่นักเรียนมีอยู่ 2-3 ชนดิ เช่น เส้อื สมดุ ดินสอ ปากกา แลว้ ใหน้ ักเรียน
วิเคราะห์ว่าสง่ิ ของเครอ่ื งใชด้ ังกลา่ วผลิตมาจากส่ิงใด
2. ครูอธิบายเช่อื มโยงให้นักเรียนเขา้ ใจว่า ส่งิ ของเคร่ืองใช้ต่าง ๆ น้นั ส่วนใหญ่ผลิตมาจากวัสดธุ รรมชาติ
๒. ขน้ั สอน
ขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา : เทคนคิ การต่อเร่ืองราว (Jigsaw)
1. ครแู บ่งนักเรยี นเปน็ กลมุ่ กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เกง่ ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลาง
คอ่ นข้างอ่อน และอ่อน แลว้ ชนี้ าใหน้ ักเรียนเหน็ ความสาคัญของการทางานร่วมกัน ดังน้ี
1) มกี ารชว่ ยเหลือกนั และรบั ฟังความคิดเหน็ กันอยา่ งมีเหตุผล
2) ทุกคนต้องมีความรบั ผิดชอบในภาระหรอื หนา้ ที่ของตน
3) สมาชกิ ทกุ คนมีบทบาทเทา่ เทียมกัน
4) สมาชิกทุกคนตอ้ งมปี ฏิสัมพนั ธ์ท่ดี ตี ่อกันอย่างต่อเน่ือง
ครูผสู้ อนใหส้ มาชกิ ทุกคนในกลมุ่ มีความกระตือรือรน้ และตั้งใจทางานร่วมกันใหป้ ระสบความสาเร็จอยา่ งมี
คณุ ภาพ
2. ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มมารวมกัน เรียกกล่มุ นว้ี ่า กลุ่มบ้าน แลว้ ใหส้ มาชิกแต่ละคนเลือกหมายเลข
ประจาตัวตามความสมคั รใจ ตงั้ แต่หมายเลข 1-4 จากนั้นครแู จง้ กติกาว่า ห้ามสมาชกิ ออกจากกล่มุ จนกวา่
จะทางานทีไ่ ด้รับมอบหมายเสร็จส้ินลง ถา้ คนใดสงสยั ไมเ่ ขา้ ใจเร่อื งใดจะต้องขอความชว่ ยเหลือจากเพอ่ื นใน
กลมุ่
3. นักเรยี นทม่ี ีหมายเลขเดียวกนั จากกลุ่มบา้ นมานง่ั รวมกนั เป็นกลุม่ ใหม่ เรยี กวา่ กลุม่ ผู้เชี่ยวชาญ แล้วรว่ มกนั
ศึกษาความรูเ้ รื่อง ทรัพยากรที่นามาผลติ สินคา้ และบริการในชวี ิตประจาวันจากหนงั สอื เรียน แล้วร่วมกนั ทา
ใบงาน ดังน้ี
- กลุ่มหมายเลข 1 ทาใบงานที่ 3.1 เร่ือง วสั ดุในการผลติ
- กลมุ่ หมายเลข 2 ทาใบงานท่ี 3.2 เรอ่ื ง สินคา้ ที่ใชใ้ นครอบครัว
- กลมุ่ หมายเลข 3 ทาใบงานท่ี 3.3 เร่ือง ปัจจัยการผลิต
- กลมุ่ หมายเลข 4 ทาใบงานท่ี 3.4 เรอื่ ง รูจ้ กั ใชส้ ิ่งของ เครอื่ งใช้
4. สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแลกเปล่ียนความรกู้ นั จนกระทัง่ ทกุ คนมีความเข้าใจกระจ่างชดั เจน
5. ครูถามคาถามกระตุน้ ความคิด แล้วใหน้ ักเรยี นร่วมกนั ตอบคาถาม
สิง่ ของเครือ่ งใชท้ ใ่ี ชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ สว่ นใหญผ่ ลิตมาจากทรัพยากรชนิดใด
(แนวทางการตอบ : ไม้ท่มี เี ส้นใย)
ช่ัวโมงที่ ๒ ๑๐๘
ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ : เทคนคิ การต่อเรือ่ งราว (Jigsaw)
1. ครูใหส้ มาชกิ กลุ่มผเู้ ชีย่ วชาญแยกย้ายกนั กลับเขา้ กลุม่ บา้ น แลว้ สมาชกิ แตล่ ะคนผลดั กันอภิปรายความรู้ทไ่ี ด้
จากการศึกษาและทาใบงานให้เพอื่ นในกลุ่มบ้านฟัง โดยเรียงตามลาดับหมายเลขหรอื ตามความสมคั รใจจน
ครบทุกคน
2. ตัวแทนแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอใบงานที่ 3.1-3.4 หน้าชนั้ เรยี น กลมุ่ ละ 1 ใบงาน และใหก้ ล่มุ อน่ื ท่ีมีความ
คดิ เหน็ หรอื คาตอบท่ีแตกต่างกนั ไดน้ าเสนอเพ่ิมเตมิ โดยมีครูเป็นผูต้ รวจสอบความถูกต้อง และใหข้ ้อเสนอ
แนะเพม่ิ เติม
3. ครถู ามคาถามกระต้นุ ความคิด แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกันตอบคาถาม
เพราะเหตุใด เราจงึ ต้องใชเ้ คร่ืองใช้อย่างประหยัด
(เพราะเครื่องใชส้ ว่ นใหญม่ าจากทรัพยากร ถา้ ใช้ไมป่ ระหยัดจะทาให้ทรพั ยากรหมดไปได้)
ข้ันที่ 4 ขยายความเข้าใจ
1. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกนั วาดภาพแสดงการใช้สนิ คา้ และบรกิ ารอยา่ งประหยัด คุ้มค่า พร้อมทัง้ อธบิ าย
เหตผุ ลประกอบ
2. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคิด แลว้ ให้นักเรียนรว่ มกนั ตอบคาถาม
นักเรยี นมีสว่ นในการใช้ทรัพยากรอย่างค้มุ ค่าในเร่ืองใดบ้าง ยกตัวอย่างประกอบ
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน
๓. ข้ันสรุป
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล
1. ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานในขัน้ ท่ี 4 หน้าช้ันเรยี น ครูตรวจสอบความถูกต้อง และให้
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
2. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความร้เู รอื่ ง ทรัพยากรท่นี ามาผลิตและบรกิ ารในชวี ติ ประจาวัน
๔. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
๔.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) ใบงานท่ี 3.1 เรื่อง วัสดุในการผลิต
3) ใบงานท่ี 3.2 เรอื่ ง สนิ ค้าทใ่ี ช้ในครอบครัว
4) ใบงานที่ 3.3 เรอ่ื ง ปัจจัยการผลติ
5) ใบงานท่ี 3.4 เรอื่ ง รูจ้ ักใชส้ ่งิ ของ เคร่ืองใช้
๔.2 แหล่งการเรียนรู้
-
๑๐๙
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๒ เรื่อง สนิ ค้าและบริการกับการใชจ้ า่ ยอยา่ งเหมาะสม : ผลของ
การใชท้ รัพยากรในการผลิตทห่ี ลากหลาย (เวลา ๒ ชวั่ โมง)
ชั่วโมงท่ี ๑
๑. ขน้ั นา
ขน้ั ท่ี 1 ทบทวนความรู้เดิม
ครทู บทวนความรู้เดิมของนกั เรียนโดยใหช้ ่วยกันตอบคาถาม ดังนี้
1) ทรพั ยากรท่ีนามาผลติ สนิ ค้าและบริการในชวี ิตประจาวันได้แก่อะไรบา้ ง
2) นกั เรยี นมีวิธกี ารใช้ทรัพยากรอยา่ งประหยดั และคมุ้ คา่ อยา่ งไรบ้าง
๒. ขั้นสอน
ข้นั ที่ 2 แสวงหาความรูใ้ หม่
นักเรยี นแบ่งกลุ่มกลมุ่ ละเทา่ ๆ กัน ร่วมกันศกึ ษาความรเู้ รื่อง ผลของการใชท้ รัพยากรในการผลิตท่ีหลากหลาย
จากหนงั สือเรยี น
ข้ันท่ี 3 ศกึ ษาทาความเข้าใจข้อมูล/ความรูใ้ หม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหมก่ บั ความรเู้ ดิม
1. สมาชกิ แต่ละคนในกล่มุ นาความรทู้ ่ีไดจ้ ากการศกึ ษามาอภปิ รายรว่ มกันในสาระสาคัญ
2. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มจบั คกู่ นั เปน็ 2 คู่ ให้แต่ละค่ชู ่วยกนั ทาใบงานท่ี 3.5 เร่ือง การใช้ทรัพยากรในการผลิตที่
หลากหลาย
3. ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคิด แล้วให้นักเรยี นรว่ มกันตอบคาถาม
จงยกตัวอยา่ งสินค้าประเภทเดียวกนั แตผ่ ลติ จากทรัพยากรต่างกันทาใหร้ าคาต่างกนั ไดแ้ ก่
อะไรบ้าง
(จานพลาสตกิ กบั จานกระเบ้ือง ชอ้ นสังกะสกี บั ช้อนสเตนเลส)
ชั่วโมงที่ ๒
ขน้ั ที่ 4 แลกเปลี่ยนความร้คู วามเขา้ ใจกบั กลุม่
1. สมาชิกแตล่ ะคู่ในกลุม่ รว่ มกนั อภปิ รายคาตอบในใบงานที่ 3.5 พร้อมกบั ตรวจสอบความถกู ต้อง
2. ครเู ฉลยคาตอบในใบงานท่ี 3.5 แลว้ ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง
3. ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคิด แลว้ ให้นักเรียนรว่ มกันตอบคาถาม
เกา้ อ้ีไม้กบั เกา้ อ้ีพลาสติก มคี วามแตกตา่ งกันอย่างไร
(คณุ ภาพของเกา้ อ้ีไมม้ ีความคงทนกวา่ เก้าอ้ีพลาสติก)
๓. ขน้ั สรุป
ขัน้ ท่ี 5 สรุปและจัดระเบียบความรู้
นักเรียนแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั สรปุ ความร้เู ก่ียวกบั ผลของการใชท้ รัพยากรในการผลิตทีห่ ลากหลาย แล้วนามาเขยี นเปน็
แผนผังความคดิ
๑๑๐
ขน้ั ที่ 6 ปฏบิ ตั ิและ/หรือแสดงผลงาน
ตวั แทนกล่มุ ออกมานาเสนอผลงานท่หี น้าชั้นเรียน โดยมคี รูตรวจสอบความถูกตอ้ งและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
ขั้นท่ี 7 ประยุกตใ์ ช้ความรู้
นกั เรยี นรว่ มกันเสนอแนวทางการร่วมมอื กันใชส้ นิ คา้ ท่ีมผี ลกระทบต่อสงิ่ แวดล้อมน้อยทส่ี ุด แล้วนาไปปฏิบัติ
๔. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
๔.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
2) ใบงานท่ี 3.5 เรอื่ ง การใช้ทรัพยากรในการผลิตท่หี ลากหลาย
๔.2 แหล่งการเรียนรู้
-
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๓ เรื่อง สนิ คา้ และบริการกับการใชจ้ ่ายอย่างเหมาะสม : การประกอบ
อาชพี ที่สุจริตของครอบครัว (เวลา ๒ ชั่วโมง)
ชัว่ โมงท่ี ๑
๑. ขั้นนา
1. ครเู ล่านทิ านเก่ียวกับการประกอบอาชีพท่ีสจุ รติ ใหน้ ักเรียนฟังแลว้ ชว่ ยกนั วิเคราะห์ข้อคิดที่ไดจ้ ากการฟัง
นิทาน
2. ครอู ธิบายเชื่อมโยงให้นักเรยี นเขา้ ใจวา่ อาชพี สจุ รติ ในสงั คมปัจจุบันมเี ปน็ จานวนมาก ซึง่ สามารถเลือก
ประกอบอาชีพได้ตามความสามารถหรอื ความถนดั ของตนเอง
๒. ข้ันสอน
1. ครอู ธบิ ายพร้อมยกตัวอย่างการประกอบอาชีพทีส่ ุจริตของสงั คมไทยในปจั จบุ ัน และผลดขี องการประกอบ
อาชีพสจุ ริต
2. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละคนวาดภาพอาชีพที่สุจริตในครอบครวั ตนเอง ลงในใบงานที่ 3.6 เร่ือง อาชีพสจุ ริตใน
ครอบครวั ของฉัน พรอ้ มบรรยายใต้ภาพ
ชัว่ โมงท่ี ๒
3. นักเรียนรวมกลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 1) แลว้ ใหส้ มาชิกแตล่ ะคนผลัดกันเล่าผลงานในใบงาน
ท่ี 3.6 ให้สมาชกิ คนอ่นื ๆ ในกลมุ่ ฟังทลี ะคนแบบเล่าเร่อื งรอบวง ภายในระยะเวลาท่ีกาหนด
4. สมาชกิ ทกุ คนในกลุ่มช่วยกนั สรุปประเดน็ สาคัญที่ได้จากการฟังเกีย่ วกับการประกอบอาชีพท่สี จุ ริตของ
ครอบครวั
5. ตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอผลการสรุปประเดน็ สาคัญเกย่ี วกับการประกอบอาชีพท่ีสจุ ริตของครอบครวั
ของสมาชกิ ทกุ คนในกลมุ่ ทห่ี น้าชั้นเรยี น
6. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคดิ แลว้ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ตอบคาถาม
ครอบครวั ของนักเรียนมีการประกอบอาชีพทีส่ ุจริตอย่างไรบ้าง
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ ิจของครูผูส้ อน)
๑๑๑
การประกอบอาชพี สุจริตทาให้เกิดประโยชน์อยา่ งไร
(เปน็ แหล่งทีม่ าของรายได้ทีส่ ุจริต ทาใหผ้ มู้ ีรายได้ไมเ่ ดือดร้อนวุน่ วายจากการถูกกลา่ วหาว่า
กระทาผิด และไดร้ บั การยกยอ่ งจากผอู้ นื่ ฯลฯ)
๓. ขั้นสรปุ
ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ สาระสาคัญของการประกอบอาชพี ทส่ี จุ ริตท่ีสง่ ผลดีตอ่ ตนเอง ครอบครัว และสังคม
๔. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๔.1 สือ่ การเรียนรู้
๑) นิทาน
2) ใบงานที่ 3.6 เร่อื ง อาชีพสจุ ริตในครอบครวั ของฉัน
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
เอกสารประกอบการสอน
นทิ าน เร่ือง นายจา้ งกบั คนใช้
นายจ้างคนหน่ึง ก่อนออกไปทางานสั่งให้คนใช้ขัดรองเท้าให้ ส่วนคนใช้รู้สึกขี้เกียจจึงพูดข้ึนว่า “จะขัด
รองเท้าทาไมพรุ่งน้ีก็เปื้อนอีก” เมื่อนายจ้างได้ยินคนใช้พูดอย่างนั้น รู้สึกโมโหนิดๆ แต่ไม่พูดว่าอะไร เดินไปใส่กุญแจตู้
กับข้าวทนั ที คนใชเ้ ห็นดังน้นั จึงถามขึ้นวา่ “ท่านใส่กุญแจตู้กบั ข้าวทาไมแล้วหนูจะเอาอะไรกิน” นายจ้างจึงตอบว่า “จะ
กินทาไม พรุ่งนี้ก็หิวอีก” คนใช้ได้ฟังนายจ้างพูดดังน้ันจึงยอมไปขัดรองเท้า ฝ่ายนายจ้างก็ไปเปิดกุญแจตู้กับข้าวให้
นบั ต้ังแต่วันนน้ั เป็นตน้ มา คนใชก้ ็ไม่กลา้ ตฝี ปี ากกับนายจา้ งอกี เลย
นิทานเรอ่ื งนี้สอนให้รวู้ ่า : ถ้าเราจะประกอบอาชีพสุจริตและเรารู้ว่าเรามหี นา้ ท่ีอะไร จงทาตามหนา้ ที่ ชีวิตของเราก็จะ
เจริญก้าวหน้าและมคี วามสุข
ท่ีมา : http://kruproong4.blogspot.com/2008/09/blog-post.html
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๔ เรอ่ื ง สนิ คา้ และบริการกบั การใช้จา่ ยอยา่ งเหมาะสม : รายได้
และรายจา่ ยของครอบครัวและตนเอง (เวลา ๒ ชั่วโมง)
ช่ัวโมงที่ ๑
๑. ขั้นนา
1. ครูใหน้ ักเรียนผลดั กนั เล่าเกย่ี วกบั รายรบั และรายจ่ายของตนเองและครอบครัวซ่ึงจะมีความแตกตา่ งกนั
2. ครอู ธิบายเช่อื มโยงให้นักเรียนเหน็ วา่ รายได้และรายจ่ายของแต่ละครอบครวั จะไม่เทา่ กัน ซึง่ ขึน้ อยูก่ ับ
ลกั ษณะในการประกอบอาชพี และความสามารถในการประกอบอาชีพของสมาชิกในแต่ละครอบครัว
3. ครถู ามคาถามกระต้นุ ความคดิ แล้วให้นักเรยี นร่วมกนั ตอบคาถาม
๑๑๒
นกั เรียนมีรายรบั และรายจา่ ยวันละเทา่ ไร
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อย่ใู นดุลยพินิจของครผู สู้ อน)
๒. ขัน้ สอน
1. ครใู ห้นกั เรยี นกลุ่มเดมิ รว่ มกนั ศึกษาความรเู้ ร่ือง รายรับและรายจา่ ยของครอบครัวและตนเอง จากหนังสือเรียน
2. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุม่ อภิปรายร่วมกนั เกีย่ วกบั สาระสาคญั ท่ีได้จากการศึกษา โดยผลดั กันเลา่ ประเดน็ สาคัญ
แบบเล่าเรื่องรอบวงในหัวข้อตอ่ ไปน้ี
1) ประเภทของรายไดข้ องครอบครวั
2) รายจา่ ยของครอบครัว
3) รายรบั และรายจ่ายของตนเอง
3. สมาชกิ แต่ละคนในกลมุ่ ทาใบงานท่ี 3.7 เร่ือง รายได้และรายจา่ ยของครอบครัวและตนเอง
4. สมาชิกแตล่ ะคนผลดั กนั เล่าผลงานในใบงานที่ 3.7 ให้สมาชกิ คนอืน่ ๆ ในกลุ่มฟังทลี ะคนแบบเล่าเร่อื ง
รอบวง
5. สมาชิกในกล่มุ ร่วมกนั สรุปประเดน็ ที่คลา้ ยคลงึ กนั ในใบงานที่ 3.7 ของแตล่ ะคน ในหัวข้อต่อไปน้ี
1) รายไดข้ องครอบครัว
2) รายจา่ ยของครอบครวั
3) รายรบั ของตนเอง
4) รายจา่ ยของตนเอง
ชว่ั โมงท่ี ๒
6.ตัวแทนกลุม่ ออกมานาเสนอใบงานที่ 3.7 หนา้ ชั้นเรยี น โดยมีครตู รวจสอบความถูกต้องและใหข้ ้อเสนอแนะ
เพม่ิ เติม
7. ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคดิ แล้วให้นักเรยี นร่วมกนั ตอบคาถาม
ครอบครวั ของนักเรยี นมรี ายได้จากอะไรบ้าง และจานวนประมาณเทา่ ไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
ครอบครวั ของนักเรียนมีรายจ่ายท่ีจาเป็นในเร่ืองใดบา้ ง
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
ครอบครวั ของนักเรียนมรี ายได้มากกวา่ รายจา่ ยหรอื ไม่ อธิบายเหตผุ ล
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพินิจของครูผูส้ อน)
๓. ขั้นสรุป
ครูและนกั เรียนร่วมกันสรปุ รายไดแ้ ละรายจ่ายส่วนใหญ่ของครอบครัว และของตนเอง
๔. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
๔.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) ใบงานท่ี 3.7 เร่ือง รายได้และรายจ่ายของครอบครวั และรายรบั และรายจ่ายของตนเอง
๔.2 แหล่งการเรียนรู้
-
๑๑๓
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๕ เร่อื ง สินค้าและบริการกบั การใช้จา่ ยอย่างเหมาะสม : การใช้
จา่ ยท่ีเหมาะสมและไม่เหมาะสมและผลดีของการใชจ้ า่ ยท่ีเหมาะสม (เวลา ๒ ชั่วโมง)
ชวั่ โมงท่ี ๑
๑. ขั้นนา
ขั้นที่ 1 ทบทวนความรเู้ ดิม
1. ครใู หน้ กั เรียนเลา่ เก่ยี วกบั รายจ่ายของครอบครัวของนักเรียนท่แี สดงถึงการรจู้ กั การใช้จ่ายอยา่ งเหมาะสม
พรอ้ มอธิบายเหตุผล
2. ครูนาขา่ วเกี่ยวกบั บุคคลท่ีมีการใช้จา่ ยเงินอยา่ งเหมาะสมจนประสบความสาเรจ็ มฐี านะที่มัน่ คง มาเล่าให้
นักเรียนฟงั
3.ครใู หน้ ักเรยี นแสดงความคิดเห็นถึงการกระทาของบุคคลในขา่ ว ดังน้ี
- บุคคลในข่าวมวี ิธกี ารใช้จา่ ยทเี่ หมาะสมอยา่ งไร
- การกระทาของบคุ คลในข่าวส่งผลอยา่ งไร
4. ครอู ธบิ ายเชอื่ มโยงให้นกั เรียนเข้าใจถึงผลดีของการใช้จา่ ยทีเ่ หมาะสมกับรายได้
5. ครูถามคาถามกระตุน้ ความคิด แลว้ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันตอบคาถาม
นักเรยี นมวี ธิ ีการใชจ้ า่ ยให้เหมาะสมกบั รายรบั อยา่ งไร
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครูผูส้ อน)
๒. ขัน้ สอน
ข้ันท่ี 2 แสวงหาความรใู้ หม่ : เทคนิคการต่อเรือ่ งราว (Jigsaw)
1. ครใู หน้ กั เรียนรวมกลุ่มเดมิ เรียกวา่ กลมุ่ บา้ น แลว้ ใหส้ มาชิกแต่ละคนเลือกหมายเลขประจาตวั ตามความสมัคร
ใจ เปน็ หมายเลข 1-4
2. นักเรยี นทีม่ หี มายเลขเดยี วกันจากกลุ่มบา้ นมานง่ั รวมกนั เป็นกล่มุ ใหม่ เรยี กวา่ กล่มุ ผูเ้ ชย่ี วชาญ แลว้ ร่วมกนั
ศกึ ษาความร้เู ร่ือง การใช้จา่ ยท่เี หมาะสม และผลดขี องการใชจ้ า่ ยที่เหมาะสมกับรายได้ จากหนังสือเรยี น
ขั้นที่ 3 ศกึ ษาทาความเขา้ ใจขอ้ มูล/ความรใู้ หม่ และเช่ือมโยงความรใู้ หมก่ ับความรูเ้ ดมิ : เทคนิคการต่อ
เรือ่ งราว (Jigsaw)
1. สมาชิกกลุม่ ผู้เชี่ยวชาญแต่ละหมายเลขร่วมกันทาใบงาน ดังนี้
- กลุ่มหมายเลข 1 ทาใบงานที่ 3.8 เร่ือง วิเคราะหก์ ารใช้จ่าย
- กลมุ่ หมายเลข 2 ทาใบงานที่ 3.9 เรื่อง การใช้จา่ ยอยา่ งเหมาะสมและถูกวธิ ี
- กลมุ่ หมายเลข 3 ทาใบงานที่ 3.10 เรื่อง หลกั การใชจ้ ่ายอย่างเหมาะสม
- กลุ่มหมายเลข 4 ทาใบงานท่ี 3.11 เรอื่ ง ผลดีของการใช้จ่ายทเ่ี หมาะสม
ช่วั โมงท่ี ๒
ข้ันที่ 4 แลกเปล่ียนความรู้ความเข้าใจกบั กลุ่ม : เทคนิคการต่อเรอื่ งราว (Jigsaw)
๑. เมอ่ื สมาชกิ กลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญรว่ มกนั ศึกษาความร้แู ละทาใบงานตามท่ไี ดร้ ับมอบหมายจนมีความเข้าใจ
ตรงกันท้งั กลุ่ม แล้วแยกย้ายกันกลบั ไปยงั กลมุ่ บ้าน และให้สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มผลดั กันอภิปราย
ความรใู้ หเ้ พ่อื นในกลุ่มบา้ นฟงั
๑๑๔
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด
ครอบครวั ของนักเรียนมหี ลกั ในการใชจ้ า่ ยอยา่ งเหมาะสมกับรายไดอ้ ย่างไรบ้าง
การใช้จา่ ยอย่างเหมาะสมมผี ลดีอยา่ งไรบ้าง
(สามารถมีเงินเกบ็ ไวใ้ ชจ้ ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลหรือใช้ในเรอ่ื งจาเป็นเร่งดว่ น)
3. ครใู ห้ตวั แทนแตล่ ะกลุม่ นาเสนอใบงานท่ี 3.8-3.11 กลมุ่ ละ 1 ใบงาน และให้กลุ่มอ่นื ท่มี ีผลงาน
แตกต่างกันไดน้ าเสนอเพม่ิ เติม โดยมคี รูตรวจสอบความถูกต้อง
๓. ข้ันสรปุ
ข้ันท่ี 5 สรุปและจัดระเบียบความรู้
สมาชิกแตล่ ะกลุม่ ร่วมกันเขยี นแผนผงั ความคิดแสดงหลกั การใช้จา่ ยอยา่ งเหมาะสม
ข้ันที่ 6 ปฏิบัติและ/หรือแสดงผลงาน
นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานทีห่ นา้ ชน้ั เรยี น โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง และให้
ข้อเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
ข้นั ท่ี 7 ประยุกต์ใช้ความรู้
ครมู อบหมายให้นักเรียนนาความรู้ที่ได้ไปเปน็ หลักในการปฏบิ ตั ติ นเกยี่ วกับการใช้จา่ ยอย่างเหมาะสม
๔. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
๔.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) ตวั อย่างขา่ ว
3) ใบงานที่ 3.8 เรอื่ ง วิเคราะหก์ ารใชจ้ ่าย
4) ใบงานที่ 3.9 เรอ่ื ง การใช้จา่ ยอยา่ งเหมาะสมและถูกวธิ ี
5) ใบงานที่ 3.10 เรือ่ ง หลกั การใชจ้ ่ายอย่างเหมาะสม
6) ใบงานท่ี 3.11 เร่ือง ผลดีของการใช้จ่ายทีเ่ หมาะสม
๔.2 แหลง่ การเรยี นรู้
-
๑๑๕
เอกสารประกอบการสอน
ตัวอย่างข่าว
มุมมองรนุ่ ใหญ่ "รอง เคา้ มูลคดี" เงินทองต้องรูจ้ ักใช้...กินอยู่อยา่ งพอเพียง
“ทุกวันน้ีในช่วงที่สินค้าต่างๆ มีการปรับราคาแพงข้ึน ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนรู้จักท่ีจะออมเก็บและอยู่แบบ
เศรษฐกิจพอเพียง ตามแบบอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตรัสไว้ก็จะทาให้ชีวิตมีความสุขได้ ซึ่งทุกส่ิงทุก
อย่างเราต้องรู้จักประมาณตัวของเราเองว่าในแต่ละเดือนควรใช้ประมาณไหนและควรเหลือเก็บเท่าไหร่ โดยไม่ใช้จ่าย
อยา่ งฟุ่มเฟือยก็จะทาให้ชวี ิตมีความสขุ และไมเ่ ครยี ดอีกดว้ ย”
ประสบการณเ์ ป็นสงิ่ ทที่ กุ ๆ คนยอมรบั เช่นเดียวกบั ความเก๋าซึง่ เป็นเรอื่ งทที่ ุกคนให้ความเกรงขาม ฉบับน้ีทีมกอง-
บรรณาธิการได้รับเกียรติจากนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง รอง เค้ามูลคดี ท่ีได้ให้โอกาส “ผู้จัดการคุยกับนักลงทุน” เข้าไป
สัมภาษณถ์ ึงเรอ่ื งราวของการทางานวา่ ปัจจบุ ันมีผลงานอะไรบ้าง และท่ีจะลืมเสียมิได้นั้นคือ เร่ืองของการจัดสรรเงินว่า
มมี ุมมองเป็นอย่างไรกันบา้ ง
อารองเร่ิมเปิดประเด็นด้วยผลงานปัจจุบันว่า ตอนนี้มีงานละครอยู่ 3 เร่ือง เร่ืองแรกเป็นละครซิทคอมเร่ือง “นัด
กับนัด” ท่ีออกอากาศทางชอ่ ง 9 เวลา 5 โมงเย็น ทุกวันอาทิตย์ โดยแสดงร่วมกับ บี้ (สุกฤษฎ์) และอาร์ (อาณัตพล)
รวมถึงละครเร่ือง “ด่ังดวงหฤทัย” ท่ีกาลังออกอากาศทางช่อง 7 ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลาหลัง
22.25 น. โดยในเร่ืองนี้ไดร้ ับบทเปน็ เจ้าคุณธรรมการพันธุรัฐ และอีกหน่ึงเร่ืองช่ือ “สามเณรใจสิงห์” ออกอากาศทาง
ชอ่ ง 3
สว่ นงานนอกวงการบนั เทิงนน้ั อารองมธี รุ กิจทไี่ ด้รว่ มกนั ทากับครอบครวั หลายอยา่ งดว้ ยกนั ประกอบไปด้วยบริษัท
เจน-วายทวั ร์ ซ่งึ เป็นบรษิ ัททัวร์นาเทีย่ วท่ีเปิดมาได้ประมาณ 2-3 ปีแล้ว เป็นบริษัททัวร์ที่รับงานแบบครบวงจร รวมถึง
ธรุ กิจบา้ นสมนุ ไพรสกลุ รัตน์ที่เปิดมาได้กว่า 5 ปี ซึ่งธุรกิจบ้านสมุนไพรนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาก โดยมีสาขาท่ี
เปิดเป็นของตัวเองแล้วกว่า 5 สาขา และยังมีตัวแทนที่เปิดเป็นแฟรนไชส์ท่ัวประเทศอีก 40-50 สาขา โดยในอนาคต
กิจการบา้ นสมุนไพรจะเปิดแฟรนไชสเ์ พ่ิมข้ึนอกี นอกจากนีแ้ ล้วยงั เปน็ ตวั แทนจาหนา่ ยอาหารเสรมิ ย่ีหอ้ หน่งึ อีกด้วย
อารองบอกวา่ การจะทางานให้ประสบความสาเรจ็ ท้งั งานในวงการบันเทงิ และงานนอกวงการบันเทิงนั้น เราต้องมี
ความรับผิดชอบต่องานนั้นๆ เพราะการทางานส่วนใหญ่แล้วต้องทางานกับคนหมู่มากจึงต้องให้เกียรติและต้องเคารพ
เพ่ือนรว่ มงานด้วย รวมถงึ การตรงตอ่ เวลาในการทางานนบั เป็นสงิ่ สาคัญอีกเช่นกัน
“ทางานในวงการบนั เทิงมากว่าหลายสิบปีแล้ว การจะอยู่ในตรงน้ไี ด้เราต้องมีความรับผิดชอบต่องานนั้นๆ ให้มาก
ที่สดุ และต้องเคารพเพื่อนร่วมงานทุกคน โดยให้เกียรติกับทุกคนไม่ว่าคนๆ น้ันจะมีอายุน้อยกว่าเราก็ตาม เพราะน้ันคือ
การทางานเราจะคิดว่าเราอายุมากจะทาอย่างไรกไ็ ด้น้นั ไม่ใชค่ วามคิดของอาโดยเดด็ ขาด” อารองบอก
ในเร่ืองของการบริหารเงินออมน้ันอารองบอกว่า ไม่ได้มีการบริหารอะไรมากมายเพียงแต่รู้จักใช้จ่ายให้เป็นเพียง
เทา่ น้นั และท่ีเหลือก็นาฝากไว้กับทางธนาคารบ้าง และมีบ้างที่แบ่งเงินบางส่วนทาประกันชีวิตและประกันสุขภาพด้วย
ส่วนในเรอื่ งของการเลน่ หุ้นนั้นยังไม่คิดท่ีจะเล่น เน่อื งจากคนเลน่ หุ้นตอ้ งมเี วลาให้กับการลงทนุ ใน
ในแต่ละวันอาจะมีเงินติดตัวไปทางานไม่เกินวันละ 1,000 บาทเท่านั้น และเงินตรงน้ีในแต่ละวันก็ยังใช้ไม่หมด ยังมี
เหลือเก็บอีกด้วย นอกจากน้ีในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีเช่นนี้ทางครอบครัวจึงมักจะชอบจัดกิจกรรมสังสรรค์กันในครอบครัว
มากกว่าท่ีจะไปเทยี่ วข้างนอกซง่ึ ก็มคี วามสุขไปอกี แบบหนึ่ง” อารองบอก
สาหรับเม่ือวา่ งจากการทางานอารองมักจะชอบชวนครอบครัวไปทาบุญกันที่วัดทุ่งเศรษฐีหรือวัดลาดพร้าว ซ่ึงทั้ง
สองวัดน้ีครอบครัวจะชอบไปทาบุญกันบ่อยมาก นอกจากการทาบุญแล้วอารองยังชอบพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยการ
รอ้ งคาราโอเกะอยกู่ บั ครอบครวั ทีบ่ า้ นอกี ด้วย โดยอารองใหเ้ หตุผลว่าการพักผ่อนที่ดีท่ีสุดน้ันคือ การได้อยู่กับครอบครัว
อยา่ งพรอ้ มหนา้ พรอ้ มตาตามประสาพ่อแมล่ ูกน้ันเอง
๑๑๖
อารองบอกเสริมว่า “ในส่วนของการทาประกันชีวิตและสุขภาพจะให้ความสาคัญเป็นอย่างมาก เน่ืองจากเรามี
ประสบการณค์ รง้ั ยิ่งใหญด่ ว้ ยการสูญเสยี ลกู ชายไปทาใหค้ รอบครวั มสี ติมากข้ึนจึงต้องทาประกันชีวิตและสุขภาพ เพราะ
เมือ่ เวลาเจบ็ ไข้หรอื มีเหตุฉุกเฉินอะไรกต็ ามในสงิ่ ท่เี ราไม่คาดคิดก็ยังคงมใี นส่วนนท้ี ี่มาช่วยเสรมิ เราได้”
นอกจากนี้ ในส่วนของประสบการณ์การจัดสรรเงินนั้นมีบางส่วนบางเร่ืองที่ได้นามาสอนลูกๆ บ้างแต่ไม่มากนัก
เนื่องจากลูกๆ ทุกคนจะมีวินัยเร่ืองของการออมเงินอยู่แล้ว โดยลูกๆ จะรู้จักการใช้จ่ายเงินให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
โดยเฉพาะ ยุ้ย – ปทั มวรรณ ลกู สาวคนเลก็ น้นั ไม่ตอ้ งพดู ถึง ลูกสาวคนนี้มีระเบียบเรื่องของการใช้จ่ายเงินเป็นอย่างมาก
เงินทุกบาทยุย้ จะใชจ้ า่ ยอย่างคุม้ คา่ จนทาให้พ่อแม่สบายใจและหายห่วงได้
สุดท้ายอารองฝากบอกว่า ทุกวันน้ีในช่วงท่ีสินค้าต่างๆ มีการปรับราคาแพงขึ้นไม่ว่าจะเป็นน้ามัน หรือแม้แต่
กระท่ังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ดังน้ันจึงอยากให้ทุกคนรู้จักท่ีจะออมเก็บและอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียงตาม
แบบอย่างท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตรัสไว้ก็จะทาให้ชีวิตมีความสุขได้ ซึ่งทุกส่ิงทุกอย่างเราต้องรู้จัก
ประมาณตัวของเราเองว่าในแต่ละเดือนควรใช้ประมาณไหนและควรเหลือเก็บเท่าไหร่ โดยไม่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยก็จะ
ทาให้ชวี ติ มคี วามสุขและไมเ่ ครียดอกี ดว้ ย
ทีม่ า : http://blog.eduzones.com/lunla/2227
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๖ เรื่อง สนิ ค้าและบริการกบั การใชจ้ า่ ยอยา่ งเหมาะสม : การทา
บญั ชรี ายรับและรายจ่ายของตนเอง (เวลา ๒ ช่ัวโมง)
ชัว่ โมงที่ ๑
๑. ขัน้ นา
1. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละคนผลดั กนั เล่าเกยี่ วกับการใชจ้ า่ ยเงินประจาวันของนกั เรยี น ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนใช้เงนิ ซือ้ อะไรบ้างในแต่ละวัน
- นกั เรยี นมีรายได้วันละเท่าไร
- นักเรียนเหลอื เงินวันละเทา่ ไร
2. ครูอธบิ ายให้นกั เรยี นเขา้ ใจถงึ ความสาคัญของการทาบัญชรี ายรับ และรายจ่ายของตนเอง
3. ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคดิ แลว้ ใหน้ ักเรียนร่วมกันตอบคาถาม
นกั เรียนคิดวา่ ตนเองใช้จ่ายเงินอย่างเหมาะสมหรือไม่ อธบิ ายเหตุผล
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครผู ูส้ อน
๒. ขัน้ สอน
ข้ันท่ี 1 รวบรวมข่าวสาร ข้อมลู ข้อเท็จจริง ความรู้ และหลักการ
นกั เรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 1) ร่วมกันศึกษาความร้เู รื่อง การทาบญั ชรี ายรบั -รายจ่าย
ของตนเอง จากหนงั สอื เรียน แล้วร่วมกันอภิปรายสาระสาคัญทีไ่ ดจ้ ากการศึกษา
ข้ันที่ 2 ประเมินคุณคา่ และประโยชน์
1. นักเรียนแต่ละคนทาใบงานท่ี 3.12 เร่ือง ฉันมรี ายรับ-รายจ่าย
2. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มผลดั กันอธบิ ายผลงานในใบงานที่ 3.12 ใหเ้ พื่อนในกล่มุ ฟงั แล้วรว่ มกันสรุปลักษณะ
ของรายรบั -รายจา่ ยทีเ่ หมาะสม
3. ตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอผลงานในตอนที่ 2 ของใบงานที่ 3.12 ทห่ี นา้ ชน้ั เรยี น
๑๑๗
4. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคิด แลว้ ให้นกั เรียนร่วมกันตอบคาถาม
การใช้จ่ายท่ไี ม่เหมาะสมไดแ้ ก่อะไรบา้ ง และมีผลเสียอยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
ชว่ั โมงที่ ๒
ข้ันที่ 3 เลือกและตัดสินใจ
สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มตัดสนิ ใจเลือกทาบัญชีรายรบั -รายจ่ายของตนเอง เปน็ เวลา 10 วัน
ขนั้ ที่ 4 ปฏิบตั ิ
1. นกั เรียนแต่ละคนปฏบิ ัตติ นในการใชจ้ ่ายอย่างเหมาะสม แล้วบันทกึ ขอ้ มูลลงในใบงานท่ี 3.13 เรอื่ ง สถานะ
ทางการเงินของฉัน เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครูตรวจ
2. ครูเสนอแนะการพัฒนาตนเองในการใชจ้ า่ ยอยา่ งเหมาะสมแก่นักเรยี นเปน็ รายบุคคล
๓. ข้นั สรปุ
ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปผลดีของการทาบญั ชรี ายรบั -รายจ่ายของตนเอง และแนวทางการปรบั การใช้จ่ายของ
ตนใหเ้ หมาะสม
4. สอื่ การสอน / แหล่งเรยี นรู้
๔.๑ สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
2) ใบงานท่ี 3.12 เรื่อง ฉันมีรายรบั -รายจา่ ย
3) ใบงานท่ี 3.13 เร่อื ง สถานะทางการเงินของฉนั
๔.2 แหล่งการเรียนรู้
-
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๗ เรือ่ ง สินคา้ และบริการกับการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม : การออมเงิน
(เวลา ๒ ชวั่ โมง)
ช่ัวโมงที่ ๑
๑. ขน้ั นา
ขน้ั ที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ
1. ให้นกั เรยี นทีม่ ีการออมเงินเล่าประสบการณ์ให้เพ่ือนฟังถงึ วิธกี ารออม
2. ครนู าบทความเกี่ยวกับบุคคลท่ปี ระสบความสาเรจ็ ในการออมเงิน มาเล่าให้นักเรียนฟงั แล้วให้รว่ มกันแสดง
ความคดิ เห็นว่าบคุ คลดงั กล่าว มีวธิ ีการปฏิบตั ิตนเกย่ี วกับการออมเงนิ อย่างไรทน่ี ักเรยี นสามารถนามาเป็น
แบบอย่างในการประยุกต์ปฏิบตั ไิ ด้
3. ครูให้นกั เรียนร้องเพลงเก่ียวกับการออม และวิเคราะห์ข้อคิดท่ไี ด้จากบทเพลง
4. ครถู ามคาถามกระตุน้ ความคิด แลว้ ใหน้ กั เรยี นตอบคาถาม
บุคคลทเี่ ป็นตวั อยา่ งในการออมเงินในสงั คมที่นกั เรียนรู้จกั มีใครบ้าง
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)
๑๑๘
๒. ข้ันสอน
ขั้นท่ี 2 สารวจคน้ หา
นักเรียนรวมกลมุ่ เดิมร่วมกนั ศึกษาความรูเ้ รื่อง การออมเงิน จากหนังสือเรยี น
ช่วั โมงที่ ๒
ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้
1. สมาชกิ แตล่ ะคนในกลุ่มผลัดกันอธบิ ายความร้ทู ี่ได้จากการศึกษาในประเด็น ดงั น้ี
- ความหมาย
- ประโยชน์ของการออมเงนิ
โดยผลดั กนั ซักถามข้อสงสัยจนสมาชกิ ในกลุ่มมีความรู้ความเขา้ ใจตรงกนั
2. ครูถามคาถามกระตุน้ ความคิด แล้วให้นักเรียนตอบคาถาม
การออมเงินมปี ระโยชน์อย่างไร
(ทาให้มีเงินเกบ็ ไว้ใชจ้ ่ายในยามจาเป็น)
ผทู้ ่รี ้จู ักออมเงินนั้นจะต้องมีคุณธรรมในเรอื่ งใดบ้าง
(มวี ินยั ซ่ือสัตย์ และประหยัด)
ข้ันท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาความรู้ทไี่ ด้จากการศึกษามาเป็นฐานในการทาใบงานท่ี 3.14 เรื่อง การออมเงิน
2. ตวั แทนกลุ่มออกมานาเสนอผลงานในใบงานที่ 3.14 หนา้ ชนั้ เรยี น
3. นักเรยี นช่วยกันสรุปความสาคัญของการออมเงนิ และวธิ ปี ฏบิ ตั ติ นในการออมเงนิ
4. ครูถามคาถามกระตุ้นความคิด แลว้ ใหน้ ักเรียนตอบคาถาม
นักเรยี นคดิ ว่า ตนเองสามารถออมเงินไดว้ ันละเท่าไร แลว้ อธบิ ายวิธกี ารออมเงินของตนเอง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน)
๓. ข้ันสรุป
ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล
ครปู ระเมนิ ผลงานของนักเรียนจากการทาใบงานท่ี 3.14
ครูมอบหมายให้นกั เรียนจดั ทารายงาน เร่ือง สนิ ค้าและบริการกบั การใชจ้ ่ายอย่างเหมาะสม โดยให้ครอบคลุม
ประเด็นตามทกี่ าหนด ดังนี้
1) การระบทุ รัพยากรทน่ี ามาผลิตสนิ ค้าและบริการ
2) การบอกทีม่ าของรายได้และรายจา่ ยของตนเองและครอบครวั
3) การสรปุ ผลดขี องการใชจ้ า่ ยท่เี หมาะสมกบั รายไดแ้ ละการออม
4) การบนั ทกึ รายรับ-รายจา่ ยของตนเอง
๔. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
๔.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.2
2) เพลง
3) ตวั อย่างบทความ
4) ใบงานที่ 3.14 เรอ่ื ง การออมเงิน
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้ -
๑๑๙
7. บนั ทึกผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
ตารางท่ี 1 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น เรอื่ ง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน รอ้ ยละ................อยู่ในระดบั ..........และรองลงมา
ร้อยละ.................อยู่ในระดบั ...............และพบวา่ นกั เรียน.............................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P )
ตารางท่ี 2 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เรื่อง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรียน ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี 2 พบว่านกั เรียนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน รอ้ ยละ................อยใู่ นระดับ..........และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยูใ่ นระดับ................และพบว่านักเรียน.......................................................................
............................................................................................................................. .....................................
1.3 ด้านเจตคติ / คณุ ลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชือ่ มโยงกบั มาตรฐานหลักสูตร
ตารางที่ 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรือ่ ง ............................................
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรียน รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 3 พบวา่ นักเรียนคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยใู่ นระดับ............และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบวา่ นกั เรียน............................................................................
.................................................................................... ...................................................................................
สรปุ ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้ที่ …………………………..
1) นกั เรียนมีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นอยู่ในระดับ...................
2) นกั เรยี นมที ักษะในระดบั ..................
3) นักเรยี นมีคุณลกั ษณะในระดับ...............
๑๒๐
2. บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................................................................................
3. การปรบั เปล่ยี นแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถ้ามี)
........................................................................................ ...................................................................................................
4. ขอ้ ค้นพบดา้ นพฤตกิ รรมการจดั การเรียนรู้
................................................................................................................... ....................................................................... ..
5. อนื่ ๆ
............................................................................................................................. .............................................................
( หลังจากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หน่วยการเรียนรู้)
ปัญหา/สงิ่ ท่พี ัฒนา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพฒั นา
ปัญหา/ส่ิงที่พัฒนา สาเหตขุ องปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วธิ แี ก้ไข/พัฒนา ผลการแกไ้ ข/พัฒนา
สิง่ ที่พัฒนา พฒั นา
ลงชื่อ......................................................ผูส้ อน
( นางสมพงษ์ นาคสังข์ )
รับทราบผลการดาเนนิ การ
ลงช่ือ...................................................
( นายกัณฑ์ชยวัฒน์ ไสยจิตต์ )
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
ลงช่ือ...................................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผอู้ านวยการกลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ
ลงชอ่ื ..................................................
( นายวรี ะ แก้วกัลยา )
ผอู้ านวยการโรงเรยี นโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
๑๒๑
8. ความคิดเหน็ (ผบู้ ริหาร / หรอื ผู้ที่ได้รับมอบหมาย)
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง.............................................................................แล้วมีความเห็นดังนี้
8.1 เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรงุ
8.2 การจดั กิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นาเอากระบวนการเรยี นรู้
ท่ีเนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ท่ียังไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
8.3 เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นาไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรุงก่อนนาไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
........................................................................................................................................................... .................................
.................................................................................................. ..........................................................................................
ลงชอ่ื ............................................................
( นายกัณฑช์ ยวัฒน์ ไสยจิตต์ )
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ความคดิ เห็นของรองผอู้ านวยการฝา่ ยวชิ าการ
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชอ่ื ..................................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธิธรานนท์ )
รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรียน
............................................................................................................................. ...............................................................
...................................................................................................................................... ......................................................
ลงชื่อ.............................................
( นายวีระ แกว้ กัลยา )
ผ้อู านวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวดั เพชรบรุ ี
๑๒๒
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒
เรือ่ ง การแลกเปลยี่ นสินคา้ และบรกิ าร เวลา ๖ ชว่ั โมง ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๒
1. เปา้ หมายการเรยี นรู้ / หลักฐานการเรยี นรู้ / การวดั และการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนร้แู ละ สิ่งท่ตี ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ิได้ ผลงาน / ช้นิ งาน การวดั ผลและการประเมินผล
ตัวชว้ี ัด
1. การประเมินกอ่ นเรยี น
ส ๓.๒ ป.2/๑ - การแลกเปลีย่ นสินคา้ และ - แผนผงั ความคิด เรือ่ ง การ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง
บรกิ ารสามารถทาได้ท้ังใช้ แลกเปล่ยี นสนิ คา้ และบริการ เศรษฐศาสตร์นา่ รขู้ องเรา (K)
เงินเป็นส่ือกลางและไม่ใชเ้ งิน ในชมุ ชน 2. การประเมนิ ระหวา่ งการจัด
กิจกรรมการเรยี นรู้
ทัง้ ผ้ซู ้ือและผู้ขายต่างกม็ ี 15) ตรวจใบงานท่ี 3.15 เรื่อง
การแลกเปล่ียน (K, P)
บทบาทสาคญั และมีความ 16) ตรวจใบงานท่ี 3.16 เรอื่ ง
การสารวจสินคา้ และบริการ (K,
สมั พนั ธ์กัน P)
17) ตรวจใบงานท่ี 3.17 เรื่อง
ผู้ซ้ือและผู้ขาย (K, P)
18) ตรวจใบงานที่ 3.18 เร่ือง
ความสมั พนั ธ์ระหว่างผู้ซ้ือกบั
ผขู้ าย (K, P, A)
19) ประเมนิ การนาเสนอ
ผลงาน (P, A)
20) สังเกตพฤตกิ รรมการ
ทางานรายบุคคล (P, A)
21) สงั เกตพฤตกิ รรมการ
ทางานกลุ่ม (P, A)
22) สังเกตคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์ (A)
๓ การประเมินหลังเรียน
-ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 เรือ่ ง
เศรษฐศาสตร์นา่ รู้ (K)
4 การประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระ
งาน (รวบยอด)
- ตรวจแผนผังความคดิ เร่ือง
การแลกเปลย่ี นสนิ คา้ และ
บรกิ ารในชมุ ชน (K, P, A)
๑๒๓
2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ ( Knowledge)
๑.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1) ทรัพยากรที่นามาใช้ในการผลิตสนิ ค้าและบริการทใี่ ชใ้ นครอบครวั และโรงเรยี น เชน่ ดนิ สอ
และกระดาษท่ีผลิตจากไม้ รวมทงั้ เครื่องจกั รและแรงงานการผลิต
2) ผลของการใช้ทรพั ยากรในการผลิตทหี่ ลากหลายทมี่ ีต่อราคา คณุ ค่า และประโยชน์ของสินคา้
และบริการรวมทั้งส่งิ แวดล้อม
3) การประกอบอาชพี ของครอบครัว
4) การแสวงหารายได้ทส่ี ุจริตและเหมาะสม
5) รายไดแ้ ละรายจ่ายในภาพรวมของครอบครัว
6) รายไดแ้ ละรายจ่ายของตนเอง
7) วธิ ีการทาบญั ชีรายรับ-รายจ่ายของตนเองอย่างง่ายๆ
8) รายการของรายรบั ที่เป็นรายได้ทเี่ หมาะสมและไม่เหมาะสม
9) รายการของรายจ่ายท่ีเหมาะสมและไม่เหมาะสม
10) ท่ีมาของรายไดท้ ส่ี ุจริต
11) การใชจ้ ่ายทเี่ หมาะสม
12) ผลดขี องการใชจ้ ่ายท่เี หมาะสมกับรายได้
13) การออมและผลดขี องการออม
14) การนาเงินท่ีออมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การช่วยเหลอื สาธารณกศุ ล
๑.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่ิน
(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา
2. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
ทักษะเฉพาะวิชา ทักษะการคดิ
๑. วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการกล่มุ - ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู
๒. วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ - ทักษะการรวบรวมข้อมูล
(5Es Instructional Model)
๓. วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการเรยี น - ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู
ความรู้ความเข้าใจ
๔. วธิ ีสอนแบบแสดงบทบาทสมมุติ 1. ทกั ษะการจัดกลุ่ม
2. ทกั ษะการเชือ่ มโยง
๓. สมรรถนะ (Competency)
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
๓.1 ความสามารถในการสื่อสาร
๓.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสารวจคน้ หา
2) ทักษะการรวบรวมข้อมูล
3) ทกั ษะการเชื่อมโยง
๑๒๔
4) ทกั ษะการวเิ คราะห์
5) ทักษะการจัดกลุ่ม
6) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น
7) ทกั ษะการสังเกต
๓.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
3. หลกั ฐานการเรยี นรชู้ ้ินงานหรอื ภาระงาน (Work)
๑) แผนผงั ความคดิ เร่ือง การแลกเปลย่ี นสนิ ค้าและบรกิ ารในชุมชน
4. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
สิง่ ท่ีวัดผล วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์
๔.๑ การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วย - แบบทดสอบก่อนเรียน - (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
- ตรวจแบบทดสอบกอ่ น การเรียนรูท้ ี่ ๓ (K)
เรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ (K)
เรือ่ ง เศรษฐศาสตรน์ า่ รู้
๔.๒ ประเมนิ ระหว่างการ 15) ตรวจใบงานที่ 3.15 เรอื่ ง การ - ใบงานที่ 3.๑๕ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
จดั กิจกรรมการเรียนรู้
แลกเปลยี่ น (K, P) - ระดับคณุ ภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
16) ตรวจใบงานที่ 3.16 เรอื่ ง การ - ใบงานท่ี ๓.1๖ - ระดับคุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
สารวจสินคา้ และบริการ (K, P) - ระดับคณุ ภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
17) ตรวจใบงานที่ 3.17 เรอ่ื ง ผซู้ ือ้ - ใบงานท่ี ๓.๑๗ - ระดับคุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
และผ้ขู าย (K, P)
18) ตรวจใบงานท่ี 3.18 เรอ่ื ง - ใบงานที่ ๓.๑๘
ความสัมพนั ธ์ระหว่างผซู้ ื้อกับผู้ขาย
(K, P, A)
19) ประเมนิ การนาเสนอผลงาน - ผลงานท่ีนาเสนอ
(P, A)
20) สังเกตพฤตกิ รรมการทางาน - แบบสงั เกตพฤติกรรม
รายบคุ คล (P, A) การทางานรายบคุ คล
21) สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ - แบบสงั เกตพฤติกรรม
(P, A) การทางานกลมุ่
22) สังเกตคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ - แบบประเมินคุณลกั ษณะ
(A) อนั พึงประสงค์
๔.3 การประเมนิ หลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วย - แบบทดสอบหลังเรียน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
การเรยี นร้ทู ี่ 3 เรอื่ ง เศรษฐศาสตร์น่า หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรอื่ ง
รู้ (K) เศรษฐศาสตร์น่ารู้ (K)
๑๒๕
สิง่ ที่วัดผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์
๔.4 การประเมินช้ินงาน/ - ตรวจรายงาน เร่อื ง สินคา้ และบริการ - รายงาน เรือ่ ง สินค้าและ - ระดบั คุณภาพ 2
ภาระงาน (รวบยอด)
กับการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม (K, P, A) บรกิ ารกับการใช้จา่ ยอย่าง ผา่ นเกณฑ์
เหมาะสม (K, P, A)
- ตรวจแผนผังความคดิ เรอื่ ง การ - แผนผงั ความคิด เร่อื ง การ - ระดบั คุณภาพ 2
แลกเปลีย่ นสนิ ค้าและบริการในชุมชน แลกเปลีย่ นสินคา้ และ ผา่ นเกณฑ์
(K, P, A) บริการในชมุ ชน (K, P, A)
5. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รูปแบบการจัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจดั กจิ กรรมการเรยี นร้/ู แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลอื นักเรยี น
๑. วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการกลมุ่ : ทกั ษะการรวบรวมข้อมลู
๒. วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ : ทักษะการรวบรวมข้อมลู
(5Es Instructional Model)
๓. วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการเรยี นความรู้ความเข้าใจ : ทักษะการรวบรวมข้อมลู
๔. วธิ สี อนแบบแสดงบทบาทสมมตุ ิ : 1. ทกั ษะการจัดกลมุ่
2. ทักษะการเช่ือมโยง
6. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๘ เรื่อง การแลกเปลี่ยนสินคา้ และบริการ : การแลกเปลีย่ นสินค้าและ
บรกิ ารโดยไม่ใช้เงนิ เปน็ สอ่ื กลาง (เวลา ๑ ช่ัวโมง)
๑. ขั้นนา
ครูให้นักเรียนผลัดกันเล่าประสบการณ์ทเ่ี คยแบ่งปนั สิ่งของกับเพื่อนบ้านผู้ปกครองในประเด็นต่อไปน้ี
- ส่งิ ของทีเ่ คยแบ่งปนั มีอะไรบา้ ง
- เปา้ หมายของการแบง่ ปนั
๒. ข้ันสอน
ขน้ั ที่ 1 มีผนู้ าและมกี ารแบง่ หน้าทีค่ วามรบั ผิดชอบ
1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปาน
กลางคอ่ นขา้ งอ่อน และอ่อน ให้แตล่ ะกล่มุ เลอื กหวั หน้ากลุ่ม รองหัวหน้ากลุ่ม และเลขานุการกลุ่ม พร้อมกับกาหนด
กตกิ า ร่วมกันในกลุ่ม จากน้ันให้สมาชิกแต่ละกลุ่มแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบในการศึกษาความรู้เร่ือง การ
แลกเปลี่ยนสนิ ค้าและ บรกิ าร จากหนงั สือเรียนและสัมภาษณ์ผู้ร้ใู นชุมชน
2. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคดิ แลว้ ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั ตอบคาถาม
การแลกเปลย่ี นสินค้าโดยไม่ต้องใช้เงนิ มีขอ้ ดีและข้อเสยี อย่างไร
(ข้อดี คือ ไม่ต้องผ่านมือพ่อค้าคนกลาง ข้อเสยี คือ ไมส่ ะดวกต่อการแลกเปลยี่ น เพราะบางคนอาจมีความ
ตอ้ งการไม่ตรงกนั )
๑๒๖
ขัน้ ท่ี 2 วางแผน
สมาชิกแต่ละกลุม่ รว่ มกันวางแผนการทางาน กาหนดจดุ ประสงค์ และข้นั ตอนการทางานในการศึกษาความรู้
เกยี่ วกบั การแลกเปล่ยี นสินค้าและบริการโดยไม่ใช้เงินเป็นสื่อกลางและตัวอยา่ งของข้อมลู
ขั้นที่ 3 ปฏิบัตติ ามแผน
สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มปฏิบตั ิตามแผนทวี่ างไว้ตามที่แบ่งหน้าที่ ความรบั ผดิ ชอบ แลว้ นาความร้ทู ่ไี ดจ้ าก
การศกึ ษามาทาใบงานที่ 3.15 เรือ่ ง การแลกเปล่ียน
ขั้นที่ 4 ประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน
สมาชิกแต่ละกล่มุ ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องในการทาใบงานที่ 3.15
ขน้ั ที่ 5 ปรับปรุงและพัฒนา
สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มรว่ มกันปรบั ปรุงและพฒั นาผลงานให้ดขี นึ้ จากนั้นส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลงานที่
หนา้ ชน้ั เรียน โดยมีครูตรวจสอบความถูกต้อง
๓. ขน้ั สรุป
1. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปรูปแบบการแลกเปลีย่ นสนิ คา้ และบริการโดยไม่ใช้เงนิ เปน็ ส่ือกลาง
2. นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด
นกั เรยี นคดิ ว่า การแลกเปลย่ี นสนิ คา้ และบริการมีความสาคัญอย่างไร
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)
๔. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
๔.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) ใบงานท่ี 3.15 เรือ่ ง การแลกเปลี่ยน
3) ผู้รูใ้ นชมุ ชน
๔.2 แหลง่ การเรียนรู้
- ชุมชนของนักเรียน
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๙ เรอ่ื ง การแลกเปลี่ยนสินค้าและบรกิ าร : การแลกเปล่ียนสินคา้ และ
บริการโดยใชเ้ งนิ เปน็ ส่อื กลาง (เวลา ๒ ชั่วโมง)
ชั่วโมงที่ ๑
๑. ข้ันนา
ขน้ั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ
1. ครนู าภาพตลาดสินค้าหลายๆ ขนาดและหลากหลายรูปแบบมาให้นกั เรยี นดู และใหน้ ักเรียนตอบคาถาม ดงั นี้
- ตลาดท่ีนักเรียนดูภาพมีความเหมอื น ความแตกต่างกันอยา่ งไร
- การท่ที ุกคนมาตลาดน้นั มจี ดุ ประสงคเ์ หมือนกันหรือแตกต่างกนั อย่างไร
- ส่อื กลางในการแลกเปล่ียนสินค้า คืออะไร
2. ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคิด แล้วใหน้ กั เรียนร่วมกนั ตอบคาถาม
เพราะเหตใุ ด จงึ ต้องมีการแลกเปลยี่ นสนิ คา้ และบรกิ าร
(เพราะความต้องการของคนมีความแตกต่างกนั และความจาเป็นในการดารงชีวติ แตกตา่ งกัน)
๑๒๗
๒. ขน้ั สอน
ขั้นท่ี 2 สารวจคน้ หา
นักเรยี นกลุ่มเดิมร่วมกนั ศึกษาความรเู้ ก่ียวกบั การแลกเปลยี่ นสินคา้ และบริการโดยใชเ้ งินเป็นสอ่ื กลางจากหนังสือ
เรียนและสมั ภาษณ์ผรู้ ู้
ขัน้ ท่ี 3 อธิบายความรู้
1. สมาชิกแต่ละกลมุ่ รว่ มกันอธิบายความรทู้ ่ีได้จากการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกบั การแลกเปลี่ยนสนิ ค้าและบริการ
โดยใชเ้ งนิ เปน็ สอ่ื กลาง พรอ้ มยกตวั อย่างประกอบ
2. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคิด แลว้ ใหน้ ักเรียนรว่ มกันตอบคาถาม
การใชเ้ งนิ เปน็ สื่อกลางในการแลกเปล่ียนสินคา้ และบรกิ ารมผี ลดีอย่างไร
(มคี วามสะดวกไม่ยุ่งยากในการเอาผลผลิตมาแลกกนั เหมือนแบบดง้ั เดิม)
ช่ัวโมงที่ ๒
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ
1. ครูให้นกั เรียนสารวจตลาดสินคา้ และบริการในชมุ ชนที่นักเรียนมภี ูมิลาเนาอยู่ หรอื ตลาดใกลโ้ รงเรยี นแลว้
บนั ทึกข้อมูลลงใน ใบงานที่ 3.16 เร่อื ง การสารวจสินคา้ และบรกิ าร
2. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุม่ สรุปภาพรวมของการสารวจตลาดสนิ ค้าและบรกิ าร ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
- ลกั ษณะของตลาดสนิ คา้ และบริการ
- สื่อกลางในการแลกเปลย่ี นสินค้าและบริการ
- ผลดีของการใชส้ อื่ กลางในการแลกเปลย่ี นสินคา้ และบริการ
๓. ข้ันสรปุ
ขนั้ ท่ี 5 สรปุ และจัดระเบียบความรู้
1. ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ทห่ี น้าชน้ั เรยี น โดยมคี รตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
2. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปความสาคัญหรือผลดีของการแลกเปล่ยี นสนิ คา้ และบริการโดยใชเ้ งินเปน็ ส่อื กลาง
๔. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
๔.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี น สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) ใบงานที่ 3.16 เร่ือง การสารวจสินค้าและบรกิ าร
3) ผรู้ ู้
๔.2 แหล่งการเรียนรู้
- ตลาดในชุมชนทนี่ ักเรยี นอาศยั อยู่
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑๐ เร่อื ง การแลกเปลยี่ นสินคา้ และบริการ : ผซู้ อ้ื กับผูข้ าย (เวลา ๑ ช่ัวโมง)
๑. ข้นั นา
ขน้ั ที่ 1 สงั เกต ตระหนกั
1. ครูแจกโบชัวรส์ ินค้าทไ่ี ด้มาจากห้างสรรพสินคา้ ใหน้ กั เรยี นตัดสินใจเลือกซ้ือสนิ คา้ คนละ 1 ชนิดแลว้ บอก
เหตผุ ลในการเลือกซอื้ สนิ ค้าชนดิ นนั้
๑๒๘
2. ครถู ามนักเรยี นว่า หากนักเรียนจะต้องซอ้ื สม้ เขียวหวานในตลาด 1 กโิ ลกรัม (ครอู าจปรบั เปลยี่ นตวั อย่างตาม
ความเหมาะสม) นกั เรยี นจะพจิ ารณาอะไรบา้ งก่อนตดั สนิ ใจซ้ือ เช่น
- ราคา
- คุณภาพของสินค้า (ความสด สะอาด การจัดทีเ่ ปน็ ระเบียบเรยี บร้อย)
- ปรมิ าณของส้มเขยี วหวาน
- อัธยาศยั ของแมค่ า้ (เพราะตอ้ งการเลือก)
โดยครคู อยกระตุ้นให้นกั เรียนทุกคนมสี ว่ นร่วมในการตอบคาถาม เพื่อนาเขา้ สู่บทเรียน
3. ครอู ธบิ ายเชอ่ื มโยงใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจวา่ ในตลาดจะมีผ้ซู ื้อและผขู้ าย ซง่ึ ต่างกม็ จี ุดประสงค์ทแี่ ตกตา่ งกัน แล้วให้
นกั เรยี นหาขอ้ มูลเก่ียวกบั หนา้ ท่แี ละการปฏบิ ตั ิตนของผซู้ ื้อและผู้ขาย
4. ครถู ามคาถามกระตุน้ ความคิด แล้วใหน้ ักเรียนร่วมกันตอบคาถาม
นกั เรยี นเคยซอ้ื สินค้าด้วยตนเองในเร่อื งใด และมีวธิ คี ิด และตัดสนิ ใจในการเลอื กซ้อื อยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู ูส้ อน)
๒. ขัน้ สอน
ขนั้ ท่ี 2 วางแผนปฏิบตั ิ
สมาชกิ กลมุ่ เดิมร่วมมอื กันวางแผนในการสบื ค้นข้อมลู เกยี่ วกบั บทบาทหน้าท่ีของผซู้ ื้อและผูข้ าย และการปฏิบัติ
ตนของผู้ซื้อและผู้ขาย โดยสืบคน้ จากหนังสอื เรียน หรอื การสมั ภาษณ์บคุ คล
ขน้ั ท่ี 3 ลงมือปฏบิ ตั ิ
สมาชิกแตล่ ะกลุม่ ลงมือปฏิบัติในการสบื คน้ ข้อมูลทีต่ อ้ งการจากแหลง่ ความร้ตู ่าง ๆ เช่น หนังสอื เรียน การ
สัมภาษณบ์ ุคคลตามความเหมาะสม
ขั้นท่ี 4 พฒั นาความรู้/ความเขา้ ใจ
1. สมาชกิ แต่ละกลุ่มนาความรทู้ ี่ไดจ้ ากการศึกษามาเป็นพ้นื ฐาน ในการทาใบงานที่ 3.17 เรอ่ื ง ผซู้ ้ือและผู้ขาย
2. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของใบงานที่ 3.17
3. ตวั แทนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานที่หนา้ ช้ันเรยี น โดยมคี รตู รวจสอบความถกู ต้องและให้ข้อเสนอแนะ
เพมิ่ เติม
4. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคิด แลว้ ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั ตอบคาถาม
ผซู้ อ้ื ควรมวี ธิ ีการเลือกซ้ือสนิ ค้าอยา่ งไร
(เปรยี บเทยี บราคา คุณภาพ และรายได้ของตนเอง)
๓. ขั้นสรปุ
ข้ันท่ี 5 สรุป
ครแู ละนกั เรียนช่วยกันสรปุ หน้าท่ขี องผู้ซื้อและผู้ขาย
๔. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
๔.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.2
2) ใบงานที่ 3.17 เรื่อง ผ้ซู ือ้ และผขู้ าย
3) โบชัวร์สินคา้
๔.2 แหล่งการเรยี นรู้
-
๑๒๙
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑๑ เร่อื ง การแลกเปลยี่ นสินคา้ และบริการ : ความสัมพันธร์ ะหว่างผู้ซ้ือ
กบั ผ้ขู าย (เวลา ๒ ช่ัวโมง)
ช่ัวโมงที่ ๑
๑. ข้ันนา
ขัน้ ที่ 1 เตรียมการ
1. ครใู ห้นกั เรยี นเล่าถึงความประทบั ใจในอัธยาศยั ของพอ่ คา้ หรือแม่คา้ ท่ีนักเรยี นเคยไปซื้อสนิ คา้
2. ครูนาขา่ วเกี่ยวกบั เทคนิคการขายสนิ คา้ ของผู้ขายจนทาให้ผู้ซ้อื มีความพึงพอใจ มาเลา่ ให้นักเรยี นฟงั
3. ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกนั วเิ คราะหค์ วามพึงพอใจของผู้ซ้ือที่มตี ่อผู้ขาย หรือความพึงพอใจของผ้ขู ายท่มี ตี ่อผ้ซู ื้อ
4. ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคิด แลว้ ใหน้ ักเรียนร่วมกนั ตอบคาถาม
นักเรยี นต้องการให้ผู้ขายมีคุณลกั ษณะทีด่ อี ย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผ้สู อน)
5. ครูอธิบายเพ่ิมเติมถึงความสัมพนั ธท์ ่ีดรี ะหว่างผูซ้ ้ือกบั ผู้ขาย แล้วกาหนดสถานการณใ์ ห้นักเรยี นแสดงบทบาท
สมมตุ ทิ ีแ่ สดงถึง ความสัมพนั ธ์ท่ดี รี ะหว่างผซู้ ้ือกบั ผ้ขู าย และการปฏิบัตติ นอย่างเหมาะสมในฐานะผู้ผลติ และ
ผบู้ ริโภค
๒. ข้ันสอน
ขั้นท่ี 2 แสดง
1. ครใู ห้นกั เรียนตอบคาถามในประเด็นสาคัญ ดังน้ี
- ผู้ผลิตควรปฏิบตั ติ นอย่างไร
- ผ้ขู ายควรปฏิบตั ิตนอยา่ งไร
- ผ้ซู ือ้ หรอื ผู้บริโภคควรปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไร
- ผู้ซื้อและผู้ขายควรมคี วามสมั พันธท์ ดี่ ีตอ่ กันอย่างไร
2. นักเรยี นรวมกลมุ่ เดิม แลว้ ตดั สนิ ใจเลือกผ้แู สดงบทบาทสมมุติ ซง่ึ แสดงบทบาทเป็นผผู้ ลิต ผู้ขาย และผซู้ ้อื
หรอื ผู้บริโภค โดยเลือกผู้แสดงทีใ่ กลเ้ คียงกับบทบาทของเร่ืองและเป็นความเหน็ ของส่วนรวม
3. สมาชิกคนใดทีไ่ ม่ไดเ้ ปน็ ผแู้ สดงจะทาหน้าทจี่ ดั ฉากการแสดง
4. ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทนทาหนา้ ทสี่ ังเกตการณ์ กลุ่มละ 1 คน
5. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ รว่ มกันวางแผนการแสดง โดยมีครูผู้สอนเปน็ ผูใ้ ห้คาแนะนาและขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม
6. ครูให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมตุ ิในระยะเวลา 5-7 นาที หรือตามความเหมาะสม
ข้นั ที่ 3 วิเคราะห์และอภิปราย
1. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันอภปิ รายเก่ียวกับผลดีของการมีความสัมพนั ธ์ท่ดี รี ะหว่างผ้ซู ื้อกบั ผขู้ าย และแนวทาง
การปฏิบัติทีเ่ หมาะสมในฐานะผผู้ ลิตและผบู้ ริโภค
2. ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคิด แล้วใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ตอบคาถาม
ถ้าผู้ขายจาหนา่ ยสนิ ค้าและบรกิ ารในราคาท่ีเหมาะสม จะเกดิ ผลดีอย่างไร
๑๓๐
ชั่วโมงท่ี ๒
ขน้ั ที่ 4 แสดงเพิ่มเตมิ
ครใู ห้นกั เรยี นกลุ่มท่ีแสดงบทบาทสมมตุ ยิ งั ไมส่ มบูรณ์ ไม่ตรงตามประเด็นทค่ี รูกาหนด ออกมาแสดง
บทบาทสมมุตใิ หม่อีกครัง้
๓. ขน้ั สรปุ
ขนั้ ท่ี 5 แลกเปล่ยี นประสบการณแ์ ละสรุป
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาความรู้ท่ไี ดจ้ ากการแสดงบทบาทสมมตุ มิ าร่วมกนั ทาใบงานท่ี 3.18 เรื่อง
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างผู้ซ้ือ กับผ้ขู าย
2. ตวั แทนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานทหี่ นา้ ช้ันเรยี น โดยมคี รตู รวจสอบความถูกต้อง
3. ครูถามคาถามกระต้นุ ความคิด แล้วใหน้ กั เรยี นร่วมกันตอบคาถาม
นักเรียนรู้สึกอย่างไรเม่ือแสดงบทบาทสมมุติ
(พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี นโดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน)
4. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ลักษณะความสัมพันธร์ ะหวา่ งผู้ซอื้ กับผู้ขาย
ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนแผนผังความคิด เร่อื ง การแลกเปล่ยี นสินค้าและบริการใน
ชุมชน โดยใหค้ รอบคลุมประเด็นตามที่กาหนด ดังนี้
1) การอธิบายรปู แบบการแลกเปลีย่ นสนิ คา้ และบริการ
๒) การบอกความสัมพนั ธ์ระหว่างผูซ้ ือ้ และผู้ขาย
นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง เศรษฐศาสตร์น่ารู้
๔. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
๔.1 สื่อการเรียนรู้
1) ตัวอย่างขา่ ว
2) ใบงานท่ี 3.18 เร่อื ง ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งผ้ซู ื้อกบั ผู้ขาย
๔.2 แหลง่ การเรียนรู้ -
7. บนั ทกึ ผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
ตารางท่ี 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น เรอ่ื ง ...................................................
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จานวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 1 พบวา่ นักเรียนผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน รอ้ ยละ................อย่ใู นระดับ..........และรองลงมาร้อยละ
.................อยู่ในระดบั ...............และพบว่านกั เรียน...................................................................................
......................................................................................................................................................... .........
๑๓๑
1.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P )
ตารางที่ 2 แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น เรอื่ ง ..................................................
ระดับผลสัมฤทธิ์ จานวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 2 พบวา่ นกั เรยี นผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ร้อยละ................อยูใ่ นระดับ..........และรองลงมา
ร้อยละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่านักเรียน.......................................................... .............
..................................................................................................................................................................
1.3 ดา้ นเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชอื่ มโยงกับมาตรฐานหลักสูตร
ตารางท่ี 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เร่ือง ............................................
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จานวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดมี าก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ 3 พบว่านกั เรียนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............และรองลงมา
รอ้ ยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบวา่ นกั เรียน............................................................................
.................................................................................... ...................................................................................
สรุป ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ …………………………..
๑) นกั เรียนมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นอยใู่ นระดับ...................
๒) นักเรยี นมที ักษะในระดบั ..................
๓) นกั เรยี นมีคุณลกั ษณะในระดบั ...............
2. บรรยากาศการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...............................................................
3. การปรบั เปลีย่ นแผนการจดั การเรยี นรู้ (ถา้ มี)
............................................................................................................................. ...............................................................
4. ข้อค้นพบดา้ นพฤตกิ รรมการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...............................................................
5. อ่ืนๆ.............................................................................................................................................................................
๑๓๒
( หลังจากจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หน่วยการเรยี นรู้)
ปญั หา/สง่ิ ที่พัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปัญหา/สิ่งทีพ่ ฒั นา สาเหตุของปญั หา/ แนวทางแกไ้ ข/ วธิ ีแกไ้ ข/พัฒนา ผลการแก้ไข/พัฒนา
สง่ิ ที่พัฒนา พัฒนา
ลงชอื่ ...................................................... ผสู้ อน
( นางสมพงษ์ นาคสงั ข์)
รบั ทราบผลการดาเนินการ
ลงชอื่ ...................................................
( นายกัณฑ์ชยวฒั น์ ไสยจิตต์ )
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้
ลงชอ่ื ...................................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธิธรานนท์ )
รองผอู้ านวยการกล่มุ บริหารงานวิชาการ
ลงช่ือ...............................................
( นายวีระ แก้วกลั ยา )
ผู้อานวยการโรงเรียนโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จังหวัดเพชรบรุ ี
๑๓๓
8. ความคิดเหน็ (ผู้บริหาร / หรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย)
ได้ทาการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู้ อง.................................................แลว้ มีความเหน็ ดังนี้
8.1 เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ดีมาก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรงุ
8.2 การจัดกิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นาเอากระบวนการเรียนรู้
ทเี่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สาคญั ใช้กระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ทีย่ งั ไมเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
8.3 เป็นแผนการจดั การเรียนร้ทู ี่
นาไปใชส้ อนได้
ควรปรับปรุงก่อนนาไปใช้
8.4 ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
............................................................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชอ่ื ..........................................................
( นายกณั ฑ์ชยวัฒน์ ไสยจิตต์ )
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ความคดิ เหน็ ของรองผอู้ านวยการฝ่ายวชิ าการ
.................................................................................................................................................................... ........................
........................................................................................................... .................................................................................
ลงชอื่ .................................................
( นายชาญยุทธ สุทธธิ รานนท์ )
รองผูอ้ านวยการกล่มุ บรหิ ารงานวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการโรงเรยี น
............................................................................................. ...............................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................................
ลงชอ่ื .............................................
( นายวีระ แกว้ กลั ยา )
ผู้อานวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
ใบงาน
วิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ใบงานท่ี ๓.๑-ใบงานที่ ๓.๕
ใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง วสั ดุในการผลิต
คาช้ีแจง ให้นกั เรยี นอา่ นช่ือสนิ คา้ ที่ใช้ในครอบครัวและโรงเรียน แลว้ ขดี ลงในช่องวัสดทุ ่ีใชใ้ นการผลิต
รายการ เสน้ ใยธรรมชาติ ไม้ พลาสตกิ
1. เสือ้ ผา้
2. โต๊ะ
3. เกา้ อ้ี
4. มุ้ง
5. ตู้
6. หมอน
7. เตียง
8. ผา้ หม่
9. กระดาษ
10. ลูกบอล
11. สมดุ
12. ดนิ สอ
ช่ือ……………………………………………………………………………………………………..ชน้ั …………….เลขท่ี……………….
ใบงานท่ี 3.๒ เร่ือง การใช้ทรพั ยากรในการผลติ ทหี่ ลากหลาย
คาชแ้ี จง ให้นักเรียนวเิ คราะหภ์ าพ แล้วตอบคาถาม
จานพลาสติก จานกระเบอ้ื ง
1. สนิ คา้ ในภาพใดมีราคาแพงกว่ากนั เพราะเหตุใด
ช้อนสังกะสี ช้อนสเตนเลส
๒. สนิ คา้ ในภาพใดมรี าคาถูกกว่ากนั เพราะเหตุใด
รถโดยสารประจาทาง รถแทก็ ซ่ี
๓. ยานพาหนะในภาพใดมคี ่าบริการแพงกวา่ กนั เพราะเหตใุ ด
ชือ่ ……………………………………………………………………………………………………..ชน้ั …………….เลขท่ี……………….
ใบงานที่ 3.๓ เรอื่ ง อาชพี สุจรติ ในครอบครวั ของฉนั
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนวาดภาพอาชีพสจุ ริตของคนในครอบครวั ของนักเรียน แลว้ บรรยายใตภ้ าพ
อาชพี ของคนในครอบครัวของฉนั คอื
มีผลดีต่อครอบครัว คอื
ช่อื …………………………………………………………………………………………………..ชน้ั ……………………..เลขท่ี………………..
ใบงานท่ี 3.๔ เรอ่ื งรายได้และรายจ่ายของครอบครัวและรายรับและ
รายจา่ ยของตนเอง
คาชีแ้ จง ให้นกั เรยี นเขียนแผนผงั ความคดิ แสดงรายได้และรายจ่ายของครอบครวั และรายรบั และ
รายจา่ ยของตนเอง
ครอบครัว
รายได้และรายจ่ายของ
ครอบครวั และรายรบั และ
รายจ่ายของตนเอง
ตนเอง
ชอ่ื …………………………………………………………………………………………………..ช้ัน……………………..เลขที่………………..
ใบงานท่ี 3.๕ เร่อื ง ฉนั มรี ายรับ-รายจา่ ย
คาชี้แจง ให้นกั เรียนแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับรายรบั -รายจา่ ย ท่ีเหมาะสม และไม่เหมาะสมของ
นกั เรยี น
รายรับท่ีเหมาะสม รายรับทไ่ี มเ่ หมาะสม การปรบั ปรุงรายรับท่ไี ม่เหมาะสม
รายจา่ ยท่ีเหมาะสม รายจา่ ยทีไ่ มเ่ หมาะสม การปรบั ปรงุ รายจา่ ยทีไ่ ม่เหมาะสม
ช่อื ………………………………………………………………………………………ชัน้ ………………เลขท…่ี …………….
ผงั มโนทัศน์รายวิชาสังคมศ
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เวลา
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑
เรอ่ื งศาสนาของเรา
วชิ าสงั
ช้นั ประถม
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3
เรือ่ งเศรษฐศาสตรน์ า่ รู้
๙๒
ศกึ ษา หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๔
๒ ชัว่ โมง จานวน ๒.๐ หน่วยกิต
งคมศกึ ษา หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2
มศึกษาปีที่ ๒ เร่ืองคนดีของชมุ ชน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4
เรื่องรอบร้ภู ูมศิ าสตร์
โครงสร้างรายวชิ า สังคมศึกษา ชื่อวชิ า สังค
รหสั วชิ า ส ๑๒๑๐๑ รายวิชา สังคมศกึ ษา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา แ
เวลาเรยี น ๒ ชวั่ โมง / สัปดาห์ จานวน ๘๐
หน่วย ชื่อหน่วยการ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี......... สาระ / มาตรฐานการเรียนรู้
ที่ เรยี นรู้ เร่อื ง......... ตัวชวี้ ดั / ผลการเรยี นรู้
1. เร่อื งศาสนา ๑. เรยี นรูศ้ าสนา -
ของเรา
1.๑ เร่อื งพระพทุ ธศาสนาเป็น ส 1.1 ป.2/1
เอกลกั ษณ์ของชาติไทย
๑.2 เรื่องศาสนาในประเทศไทย ส 1.1 ป.2/๒
(พระพทุ ธศาสนา)
๑.3 เรอ่ื งศาสนาในประเทศไทย ส 1.1 ป.2/๗
(ศาสนาอ่นื ๆ)
๒. เรื่องหลักธรรมนาความสุข -
ส 1.1 ป.2/4
๑.๔ เรื่อง การไมท่ าความช่ัว ส 1.1 ป.2/4
ส 1.1 ป.2/4
๑.๕ เรื่อง การทาความดี ส 1.1 ป.2/4
๑.๖ เรอ่ื งกตัญญแู ละมงคล 38 ส 1.1 ป.2/4
ส 1.1 ป.2/4
๑.๗ เรื่องการทาจติ ใจใหผ้ อ่ งใส
บริสุทธ์ิ
๑.๘ เรื่องศรัทธาในพระรตั นตรัย
๑.๙ เรือ่ งพทุ ธศาสนสภุ าษติ
๙๓
คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ( พน้ื ฐาน )
ศาสนาและวัฒนธรรม ปีการศกึ ษา 256๕
และวฒั นธรรม ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒
๐ ช่วั โมง / ภาคเรยี น จานวน ๒.๐ หน่วยกิต
/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั คะแนน
(ชม.) K A P รวม
๒๑๒ ๕
ศาสนาทุกศาสนาล้วนแตม่ ีความสาคญั และเป็น (๔)
เครื่องยดึ เหน่ียวจติ ใจให้กระทาความดี ซ่ึงศาสนกิ ชน ๑ -
ทกุ คนพึงศึกษาประวตั ศิ าสดาของศาสนาทตี่ นนบั ถอื
และนาแบบอย่างทีด่ ไี ปเป็นแนวปฏิบตั ติ น ๒
๑-
การเคารพพระรัตนตรัย ปฏิบัตติ ามหลักธรรมโอวาท (๘) ๒ ๑ ๒ ๕
3 ดว้ ยการไมท่ าชวั่ ทาความดี ทาจติ ใจใหผ้ อ่ งใส ๑ -
บริสทุ ธิ์ ยอ่ มทาให้ผ้ปู ฏิบัติดาเนินชีวติ ไปในทางท่ี ๒ -
ถูกต้อง ๒
๑-
๑-
๑-
หน่วย ชอ่ื หน่วยการ แผนการจดั การเรยี นรู้ที.่ ........ สาระ / มาตรฐานการเรียนร
ที่ เรยี นรู้ เร่ือง......... ตวั ช้วี ดั / ผลการเรยี นรู้
1. เรอ่ื งศาสนา ๓. เรอื่ งเราทาความดี -
ของเรา
๑.๑๐ เรื่องแบบอย่างของการทา ส 1.1 ป.2/3
ความดี : (ประวัตพิ ุทธสาวก)
๑.1๑ เรอ่ื งแบบอย่างของการทา ส 1.1 ป.2/3
ความดี : (ชาดก)
๑.๑๒ เรื่องแบบอย่างของการทา ส 1.1 ป.2/3
ความดี : ชาวพทุ ธตวั อย่าง
๑.๑๓ เร่ืองการทาความดีของ ส 1.1 ป.2/๕
ตนเอง บคุ คลในครอบครวั และ
บคุ คลในโรงเรยี น
๔. เร่ืองชาวพุทธทีด่ ี -
๑๔.เรื่องการฝกึ ปฏบิ ัตติ ามมารยาท ส 1.1 ป.2/๑
ชาวพทุ ธและวนั สาคญั ทางศาสนา
๑๕.เร่อื งการปฏบิ ัตติ นในสนพิธฯี ส 1.2 ป.2/2
๑๖.เรอ่ื งการฝกึ สตแิ ละสมาธิ ส 1.1 ป.๒/๖
๒. คนดขี องชุมชน ๑. กฎของการอยู่ร่วมกัน -
๑.เรอ่ื งขอ้ ตกลงของครอบครัว ส 1.1 ป.2/๑
๒.เรือ่ งกฎระเบียบในโรงเรียน ส 1.1 ป.2/๑
๓.เรอ่ื งกฎระเบียบในการใช้สถานท่ี ส 1.1 ป.2/๑
สาธารณะ
๙๔
รู้ / สาระสาคญั เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
การปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมคาสอนของศาสนาท่ี (๔) ๒ ๑ ๒ ๕
ตนนบั ถือ และการศึกษาการทาความดีของบุคคล -
จากตวั อย่างต่างๆ รวมท้งั เหน็ คณุ ค่าของการทา ๑
ความดีเหลา่ น้นั ชว่ ยใหพ้ ฒั นาตนเพื่อการอยู่
ร่วมกันได้อยา่ งสงบสขุ ๑-
๑-
๑-
ชาวพทุ ธทดี่ พี งึ ปฏิบัตติ นตามมรรยาทชาวพทุ ธ (๔) ๒ ๑ ๒ ๕
ศาสนพธิ ี พธี กี รรม และวนั สาคัญทางศาสนาได้ ๒-
ถูกต้อง และสวด-มนต์ แผเ่ มตตา มสี ติทเี่ ป็น
พนื้ ฐานของสมาธิ ๑
๑-
ขอ้ ตกลง กฎระเบียบ กฎหมาย เป็นสิ่งท่ีกาหนดขึ้น (๘) ๒ ๒ ๒ ๖
เป็นข้อปฏิบัติหรือข้อบังคับในการอยู่ร่วมกัน ๑ -
เพื่อให้คนจานวนมากสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ ๒ -
ขัดแย้งกัน โดยจะต้องยอมรับความคิด ความเชื่อ ๑ -
และการปฏิบัติของบุคคลอื่นท่ีแตกต่างกันโดย
ปราศจากอคติ ตลอดทั้งต้องเคารพในสิทธิเสรีภาพ
ของตนเองและผอู้ ืน่
หน่วย ชื่อหน่วยการ แผนการจดั การเรยี นรทู้ .ี่ ........ สาระ / มาตรฐานการเรยี นร
ท่ี เรยี นรู้ เร่อื ง......... ตัวชีว้ ดั / ผลการเรยี นรู้
๒. คนดขี องชุมชน ๔.เรื่องหน้าทีท่ ่ีต้องปฏิบัติใน ส 2.1 ป.2/1
ชีวิตประจาวัน
๕.เรื่องสทิ ธแิ ละเสรภี าพของตนเอง ส ๒.1 ป.2/๔
และผอู้ ่นื
๖.เรอ่ื งการยอมรับความแตกต่าง ส ๒.1 ป.2/๓
ของคนในสงั คม
๒. เด็กดีมมี ารยาท -
๗.เรอ่ื งการแสดงความเคารพ ส 2.1 ป.2/2
๘.เรื่องการยนื การเดิน การนั่ง ส 2.1 ป.2/2
การทักทาย และการพูด
๙.เรอื่ งการแต่งกาย ส 2.1 ป.2/2
-
๓. ชมุ ชนของเรา
๑๐.เรอ่ื งชุมชนและการมีส่วนรว่ ม ส 2.2 ป.2/1
๑๑.เรอ่ื งการมสี ว่ นรว่ มในชมุ ชน ส 2.2 ป.2/1
ของฉัน ส 2.2 ป.2/๒
ส 2.2 ป.2/๒
๑๒.เรอื่ งผู้มีบทบาท อานาจในการ
ตัดสนิ ใจในโรงเรยี น
๑๓.เรือ่ งผมู้ ีบทบาท อานาจในการ
ตดั สินใจในชมุ ชน
๙๕
รู้ / สาระสาคญั เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
ข้อตกลง กฎระเบยี บ กฎหมาย เป็นสง่ิ ทก่ี าหนดขึ้น ๑ -
เปน็ ขอ้ ปฏบิ ตั หิ รือข้อบงั คับในการอยรู่ ่วมกัน ๒
เพื่อใหค้ นจานวนมากสามารถอยู่รว่ มกนั ไดโ้ ดยไม่ ๑ -
ขัดแยง้ กนั โดยจะตอ้ งยอมรับความคดิ ความเช่ือ
และการปฏบิ ัติของบุคคลอ่ืนทแ่ี ตกต่างกันโดย (๖) -
ปราศจากอคติ ตลอดทั้งต้องเคารพในสิทธเิ สรีภาพ ๒
ของตนเองและผู้อ่นื ๒ ๒๑๒ ๕
-
การปฏิบัติตนตามมรรยาทไทยเก่ยี วกบั ความ
เคารพ การยืน การเดิน การฟัง การทักทาย การ -
พดู การแต่งกายอย่างเหมาะสม ยอ่ มทาใหเ้ ปน็ ผทู้ ี่
มบี ุคลิก- ภาพทด่ี ี เปน็ ท่ียอมรับของสังคม
๒-
สมาชกิ ทุกคนในชุมชนมคี วามสมั พนั ธ์ที่ดีต่อกัน มี (๖) ๒ ๑ ๒ ๕
การชว่ ยเหลือในกจิ กรรมของชมุ ชน การดาเนนิ งาน ๒ -
ในโรงเรยี นและชมุ ชนจะเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธิ-
ภาพ โดยผู้มีอานาจในการตัดสินใจ ๒ -
๑-
๑-
หน่วย ช่อื หน่วยการ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่.ี ........ สาระ / มาตรฐานการเรียนร
ที่ เรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด / ผลการเรียนรู้
เรือ่ ง......... -
๓. เร่อื ง
เศรษฐศาสตร์ ๑. สนิ คา้ และบริการกับการใช้ ส 3.1 ป.2/1
น่ารู้ จา่ ยอยา่ งเหมาะสม ส 3.1 ป.2/1
๑.๑ เร่อื ง:ทรพั ยากรทน่ี ามาผลติ ส 3.1 ป.2/๒
สนิ ค้าและบริการในชวี ติ ประจาวนั
๑.๒ เรื่องผลของการใชท้ รัพยากร ส 3.1 ป.2/๒
ในการผลิตท่ีหลากหลาย ส 3.1 ป.2/๔
๑.๓ เรื่องการประกอบอาชีพที่ ส 3.1 ป.2/๓
สจุ ริตของครอบครวั ส 3.1 ป.2/๔
-
๑.๔ เร่อื งรายไดแ้ ละรายจ่ายของ
ครอบครัวและตนเอง ส 3.2 ป.2/1
๑.๕ เรอ่ื งการใช้จา่ ยท่ีเหมาะสม
และไม่เหมาะสมและผลดีของการ
ใช้จา่ ยท่เี หมาะสม
๑.๖ เรือ่ งการทาบัญชีรายรับและ
รายจา่ ยของตนเอง
๑.๗ เร่ืองการออมเงนิ
๒. การแลกเปล่ียนสินคา้ และ
บริการ
๑.๘ เร่อื งการแลกเปล่ยี นสินค้า
และบริการโดยไม่ใชเ้ งินเปน็
สื่อกลาง
๙๖
รู้ / สาระสาคัญ เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
สนิ ค้าและบรกิ ารล้วนมาจากทรัพยากรจึงควรใช้ให้ (๑๔) ๓ ๒ ๒ ๗
เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่ามากท่ีสุด การรู้ที่มาของ
รายได้และรู้จักบันทึกรายรับและรายจ่ายของ ๒ -
ครอบครัว ทาให้วางแผนการใช้จ่ายได้อย่าง
เหมาะสมกับรายได้ รวมทั้งสามารถเก็บออมเงิน ๒ -
เพื่อใช้จ่ายในยามจาเปน็
๒-
๒-
๒-
๒-
๒
การแลกเปลย่ี นสินค้าและบริการสามารถทาได้ทงั้ (๖) ๒ ๑ ๒ ๕
ใชเ้ งนิ เปน็ สือ่ กลางและไมใ่ ช้เงิน ท้ังผ้ซู ื้อและผขู้ าย
ตา่ งกม็ ีบทบาทสาคญั และมคี วามสัมพนั ธก์ ัน ๑ -
หน่วย ชอื่ หน่วยการ แผนการจดั การเรียนรู้ที่......... สาระ / มาตรฐานการเรยี นร
ท่ี เรยี นรู้ เรอื่ ง......... ตัวชว้ี ดั / ผลการเรียนรู้
๓ เรื่อง ๑.๙ เรื่องการแลกเปลย่ี นสนิ ค้า ส 3.2 ป.2/1
เศรษฐศาสตร์ และบรกิ ารโดยใชเ้ งินเป็นสื่อกลาง
นา่ รู้ ๑.๑๐ เรือ่ งผูซ้ อื้ กับผูข้ าย ส 3.2 ป.2/1
๑.๑๑ เรอ่ื งความสัมพันธร์ ะหวา่ งผู้ ส 3.2 ป.2/๒
ซอ้ื กับผู้ขาย
๔. เรอื่ งรอบรู้ ๑ ส่ิงแวดลอ้ มรอบตัว -
ภูมิศาสตร์
๑.เร่อื งสิ่งแวดลอ้ มซ่ึงปรากฏ ส 5.1 ป.2/1
ระหวา่ งบา้ นกบั โรงเรยี น
๒.เรื่องความสาคญั ของสง่ิ แวดลอ้ ม ส ๕.2 ป.2/1
ตอ่ การดาเนินชีวติ
๓.เรื่องทรพั ยากรธรรมชาติ ส ๕.2 ป.2/๒
ส ๕.2 ป.2/๔
๔.เรอ่ื งการมีสว่ นรว่ มจดั การ
สิง่ แวดลอ้ มในโรงเรียน -
๒. เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ ส 5.1 ป.2/2
ส 5.1 ป.2/2
๕.เรอ่ื งแผนผงั
๖.เรอื่ งลูกโลก แผนท่ี และรูปถา่ ย
๙๗
รู้ / สาระสาคัญ เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการสามารถทาได้ทั้ง ๒ -
ใช้เงินเป็นส่ือกลางและไม่ใช้เงิน ทั้งผู้ซ้ือและผู้ขาย -
ต่างกม็ บี ทบาทสาคญั และมคี วามสัมพันธ์กัน ๑
๒-
สิ่งแวดล้อมระหว่างบ้านกับโรงเรียนประกอบด้วย (๘) ๒ ๑ ๒ ๗
ส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมท่ีมนุษย์ -
สร้างข้ึน สง่ิ แวดล้อมทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒
ที่มนุษย์สร้างข้ึนมีผลต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์ -
มนุษย์ต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ๒
เน่ืองจากมีอยู่อย่างจากัดการมีส่วนร่วมในการ
จดั การสงิ่ แวดลอ้ มในโรงเรยี นเปน็ หนา้ ทข่ี องทกุ คน ๒ -
๒-
ลูกโลก แผนผัง แผนที่ และรูปถ่าย สามารถใช้ (๖) ๒ ๑ ๒ ๕
แสดงตาแหน่งและลักษณะทางกายภาพของส่ิง ๓ -
ตา่ งๆ ได้ ๓-
หน่วย ช่อื หน่วยการ แผนการจดั การเรียนรูท้ .ี่ ........ สาระ / มาตรฐานการเรยี นร
ท่ี เรียนรู้ เรอื่ ง......... ตัวช้ีวดั / ผลการเรยี นรู้
๔. เร่อื งรอบรู้ ๓.ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโลก ดวง -
ภูมศิ าสตร์ อาทิตย์ และดวงจนั ทร์ ส 5.1 ป.2/๓
๗.เร่อื งความสมั พนั ธ์ระหว่างโลก
ดวงอาทติ ย์ และดวงจนั ทร์ กับ
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
๘.ความสัมพันธ์ระหวา่ งฤดูกาลกับ ส 5.2 ป.2/๓
การดาเนนิ ชวี ติ ของมนษุ ย์
รวมเวลา / คะแนน หนว่ ยการเรยี น
รวมเวลา / คะแนนกลางปี
รวมเวลา / คะแนนปลายปี
รวมเวลาเรยี น / คะแนน ตลอดปี
หมายเหตุ....เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง / สัปดาห์ = 0.5 หนว่ ยกติ เวล
เวลาเรยี น 3 ชวั่ โมง / สปั ดาห์ = 1.5 หน่วยกิต เวล
เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล
1. อตั ราส่วนคะแนน หนว่ ยการเรียน : กลางปี : ปลายปีการศกึ ษา
1.1.รายละเอยี ดของการให้คะแนน
- คะแนน ๗๐ : ๓๐ คะแนน
1.2. ๗๐ คะแนน คือ ทาแบบทดสอบ, ตรวจชิน้ งาน, สงั เกตพฤติกรรม
1.3. ๓๐ คะแนน คะแนนสอบปลายปี
๙๘
รู้ / สาระสาคญั เวลา น้าหนักคะแนน
(ชม.) K A P รวม
โลก ดวงอาทติ ย์ และดวงจันทร์มีความ สัมพันธ์กัน (๔) ๒ ๑ ๒ ๕
ทาให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่น
กลางวัน-กลางคืน ข้างขึ้น-ข้างแรม น้าขึ้น-น้าลง ๓ -
ฤดูกาล เป็นต้น ซ่ึงปรากฏการณ์ดังกล่าวล้วนมีผล
ตอ่ การดาเนนิ ชีวติ ของมนุษย์
๑-
๗๘ ๗๐
๑ ๑๕
๑ ๑๕
๘๐ ๑๐๐
ลาเรยี น 2 ชวั่ โมง / สัปดาห์ = 1.0 หน่วยกติ
ลาเรียน 4 ช่ัวโมง / สปั ดาห์ = 2.0 หนว่ ยกติ
ม
การวิเคราะหม์ าตรฐานแล
รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ระดับชั้นปรถมศึกษาปีที่ ๒
หนว่ ยการ ตวั ช้วี ัดที่ รู้อะไร / ทาอะไร ภาระงาน / ชิน้ งา
เรียนร้ทู ี่ /เรอ่ื ง
๔. เรือ่ งรอบรู้ ส ๕.1 ป.2/1 รู้อะไร 1) กจิ กรรม สงิ่ แวดล
ภมู ิศาสตร์ ป.2/2 ป.2/3 - เข้าใจลักษณะทางภายภาพ รอบตัวเรา
ส ๕.2 ป.2/1 ของโลกและความสัมพันธ์ของ 2) กจิ กรรม เครื่องม
ป.2/2 ป.2/3 สรรพสงิ่ ซ่ึงมีผลตอ่ กัน
ป.2/๔ ทาอะไร ทางภูมศิ าสตร์
3) กิจกรรมความสัม
- ใช้แผนท่แี ละเคร่ืองมือทาง ระหวา่ งโลก ดวงอาท
ภูมศิ าสตร์ในการค้นหา และดวงจันทร์
วิเคราะห์ และสรปุ ข้อมลู ตาม
กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์
ตลอดจนใช้ภูมิ-สารสนเทศอย่าง
มีประสิทธิภาพ