75
ตอนที่ 5 ความคิดเหน็ เกี่ยวกบั ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้ (Learning Outcome)
ตาราง 43 ความคดิ เห็นเกย่ี วกบั ผลลัพธก์ ารเรียนรู้ (Learning Outcome) ของอาจารย์
รายการ คา่ เฉล่ียความคิดเหน็
กลุ่ม กลุ่ม กลุ่ม กลุ่ม รวม
1234
5.1 ด้านความรู้ (Knowledge) หมายถึง พฤติกรรมของผู้เรียนที่
แสดงออกถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือความรู้เกี่ยวกับ
ข้อเท็จจริง หลักการ ทฤษฎีและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
รายวชิ าหรอื หลักสตู รที่เรยี นผา่ นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
1) ในการเรียนผ่านระบบออนไลน์นักศึกษามีความเข้าใจใน 3.71 3.43 3.50 3.91 3.64
เน้อื หาวชิ าทเ่ี รียน
2) นักศกึ ษามองเหน็ ความสมั พนั ธ์ของวชิ าที่เรียนผ่านระบบออนไลน์ 3.51 3.28 3.50 3.75 3.51
3) เมื่อเพื่อนมีข้อสงสัยเนื้อหาในการเรียนผ่านระบบออนไลน์ 3.49 3.29 3.50 3.81 3.52
นักศึกษาสามารถอธบิ ายใหเ้ พ่อื นฟงั ได้
5.2 ด้านทักษะ (Skills) หมายถึง พฤติกรรมของผู้เรียนที่สะท้อนถึง
การปฏิบัติงาน เมื่อได้รับมอบหมาย โดยสามารถเลือกใช้วิธีการ
จัดการและแก้ปัญหาการทำงานด้วยทกั ษะด้านกระบวนการคิดอย่าง
เป็นระบบ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดสร้างสรรค์ และมี
ทักษะการปฏิบัติที่มีความคล่องแคล่วและความชำนาญในการปฏิบตั ิ
ตามกรอบคณุ วฒุ ิแต่ละระดับ
1) นักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะด้านการคิดอย่างเป็นระบบจาก 3.71 3.33 3.00 3.81 3.46
การเรียนผ่านระบบออนไลน์
2) นักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะด้านการคิดริเริ่มสร้างสรรค์จาก 3.71 3.29 3.00 3.78 3.45
การเรยี นผา่ นระบบออนไลน์
3) นักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3.60 3.29 3.50 3.88 3.57
จากการเรยี นผ่านระบบออนไลน์
4) นักศึกษาได้รับการฝึกฝนทักษะและองค์ความรู้ต่าง ๆ ด้วยการฝึก 3.67 3.27 3.50 3.75 3.55
ปฏิบตั ิผา่ นระบบออนไลน์
5.3 ด้านการประยกุ ต์ใชแ้ ละความรับผิดชอบ (Application and
Responsibility) หมายถงึ พฤติกรรมของผเู้ รยี นท่เี กิดจาก
กระบวนการเรียนรกู้ ารใชค้ วามรทู้ กั ษะทางด้านอารมณ์และสังคม
76
ประกอบไปดว้ ยความสามารถในการสอื่ สาร การมีปฏสิ มั พนั ธ์กับ
ผอู้ นื่ ความรบั ผดิ ชอบ และความเปน็ อิสระในการดำเนินการตา่ ง ๆ
ได้ดว้ ยตนเอง
1) นกั ศึกษามีความรับผิดชอบต่อการเรยี นผา่ นระบบออนไลน์ 3.78 3.32 3.50 3.72 3.58
2) นักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนผ่านระบบออนไลน์ 3.67 3.32 3.50 3.81 3.58
ไปประยกุ ตใ์ ช้
3) ในการเรียนผ่านระบบออนไลน์นักศึกษาสามารถสื่อสารกับ 3.57 3.33 3.50 4.03 3.61
อาจารยแ์ ละเพือ่ นไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
พฤติกรรมของผู้เรียนที่แสดงออกถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริง
หลักการ ทฤษฎีและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาหรือหลักสูตรที่เรียนผ่านระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ พบว่า ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นทุกประเด็นอยู่ในระดับปานกลาง โดย ความคิดเห็นเกี่ยวกับในการ
เรียนผ่านระบบออนไลน์นักศึกษามีความเข้าใจในเนื้อหาวิชาที่เรียนมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ 3.64 รองลงมาเป็น
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเมื่อเพื่อนมีข้อสงสัยเนื้อหาในการเรียนผ่านระบบออนไลน์ นักศึกษาสามารถอธิบายให้
เพอื่ นฟังได้ มีค่าเฉลีย่ 3.52 และความคดิ เหน็ เก่ยี วกับนกั ศึกษามองเห็นความสัมพนั ธ์ของวิชาที่เรียนผ่านระบบ
ออนไลน์ มคี ่าเฉลีย่ 3.51 ตามลำดับ
พฤติกรรมของผู้เรียนที่สะท้อนถึงการปฏิบัติงาน เมื่อได้รับมอบหมาย โดยสามารถเลือกใช้วิธีการ
จัดการและแก้ปัญหาการทำงานด้วยทักษะด้านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
การคิดสรา้ งสรรค์ และมที ักษะการปฏบิ ัติที่มีความคล่องแคล่วและความชำนาญในการปฏบิ ัตติ ามกรอบคุณวฒุ ิ
แต่ละระดบั พบว่าทกุ ประเด็นมีคา่ เฉลีย่ อยู่ในระดบั ปานกลาง โดยพฤตกิ รรมเก่ียวกับนักศึกษาได้รับการพัฒนา
ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณจากการเรียนผ่านระบบออนไลน์ มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ 3.57 รองลงมาเป็น
นักศึกษาได้รับการฝึกฝนทักษะและองค์ความรู้ต่าง ๆ ด้วยการฝึกปฏิบัติผ่านระบบออนไลน์ที่มีค่าเฉลี่ย 3.55
และนักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะด้านการคิดอย่างเป็นระบบจากการเรียนผ่านระบบออนไลน์ที่มีค่าเฉล่ีย
3.46 ตามลำดับ
พฤติกรรมของผู้เรียนที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้การใช้ความรู้ทักษะทางด้านอารมณ์และสังคม
ประกอบไปด้วยความสามารถในการสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ความรับผิดชอบ และความเป็นอิสระใน
การดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง พบว่า ทุกประเด็นมีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมในระดับปานกลาง โดยพฤติกรรม
ในการเรียนผ่านระบบออนไลนน์ ักศึกษาสามารถส่ือสารกับอาจารย์และเพื่อนได้อย่างมีประสทิ ธิภาพมีค่าเฉลี่ย
สูงสุด 3.61 รองลงมาเป็นพฤติกรรมนักศึกษามีความรับผิดชอบต่อการเรียนผ่านระบบออนไลน์ และนักศึกษา
สามารถนำความรู้ทไี่ ดจ้ ากการเรยี นผ่านระบบออนไลน์ไปประยกุ ตใ์ ช้ ทคี า่ เฉลีย่ 3.58
77
3. การศกึ ษาสภาพความพรอ้ มการจัดการศึกษาดว้ ยเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในชว่ งวกิ ฤติ
โควิด-19 ของมหาวทิ ยาลัยเครือขา่ ยเพื่อพฒั นาอดุ มศึกษาภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนบนจากนกั ศกึ ษา
การรายงานจายงานตามกลมุ่ มหาวทิ ยาลัย ดังนี้
กลุ่ม 1: มหาวทิ ยาลัยของรัฐและกำกบั ของรฐั ประกอบด้วย (1) มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ และ (2) มหาวทิ ยาลัย
มหาสารคาม
กลมุ่ 2: มหาวทิ ยาลรั าชภัฏ ประกอบดว้ ย (1) มหาวิทยาลรั าชภฏั ร้อยเอ็ด (2) มหาวทิ ยาลัยราชฏเลย (3) มหา
วิทยาลัราชภัฏอดุ รธานี
กลุ่ม 3: มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี ายมงคล ประกอบด้วย (1) มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขต
สกลนคร
กลุ่ม 4: มหาวทิ ยาลยั เอกชน ประกอบดว้ ย (1) วทิ ยาลัยบณั ฑติ เอเซยี และ (2) วทิ ยาลยั สันตพล
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทั่วไปของผปู้ ระเมนิ
1. เพศ
ตาราง 44 ข้อมลู ของนกั ศกึ ษาท่ีตอบแบบสอบถามแยกตามเพศ กลุ่ม 4 รวม
เพศ กลมุ่ 1 กล่มุ 2 กลมุ่ 3
ชาย
ห ิญง
รวม
ชาย
ห ิญง
รวม
ชาย
หญิง
รวม
ชาย
ห ิญง
รวม
ชาย
ห ิญง
รวม
จำนว 142 211 353 30 94 124 3 3 6 12 27 39 187 495 682
น
ร้อย 40.2 59.8 24.2 75.8 50 50 30.8 69.2 145.2 330.8
ละ
กลุม่
ร้อย 27.2 40.4 5.75 18 0.6 0.6 2.3 5.17 27.42 72.58
ละ
รวม
นกั ศกึ ษาที่ตอบแบบสอบถามสว่ นใหญ่เป็นเพศหญิง (รอ้ ยละ 72.58) และเป็นเพศชายเพียงร้อยละ
27.42 โดยในแต่กล่มุ กลุม่ มหาวทิ ยาลยั มแี นวโน้มเดียวกนั คอื มีผ้ตู อบแบบสอบถามที่เปน็ เพศหญิง มากกวา่
เพศชาย
78
2. อายุ
ตาราง 45 อายเุ ฉลย่ี ของนักศึกษาท่ีตอบแบบสอบถาม
อายุ กลุม่ 1 กลุ่ม 2 กลมุ่ 3 กลมุ่ 4 รวม
เฉลี่ย 20.59 20.72 20.33 23.54 21.30
นกั ศึกษาท่ตี อบแบบสอบถาม พบว่ามอี ายุเฉลยี่ 21.30 ปี โดยกลมุ่ 4 มอี ายเุ ฉลี่ยมากทสี่ ุดคือ 23.54
รองลงมาเปน็ กลุ่ม 2 ทมี่ ีอายเุ ฉล่ีย 20.72 และกลุม่ 1 ที่มีอายเุ ฉลีย่ 20.59 ตามลำดบั
3. สาขาวชิ า
ตาราง 46 จานวนของนกั ศึกษาทต่ี อบแบบสอบถามแยกตามกล่มุ สาขาวชิ า
สาขาวชิ า กลมุ่ 1 กลุม่ 2 กลมุ่ 3 กลมุ่ 4 รวม
จำนวน รอ้ ยละ ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ ร้อยละ จำนวน รอ้ ย ร้อย จำนวน รอ้ ยละ รอ้ ย จำนวน ร้อยละ
กลมุ่ รวม กลุ่ม รวม ละ ละ กลุ่ม ละ รวม
กลุม่ รวม รวม
วิทยาศาสตร์- 134 37.96 25.67 30 24.19 5.75 0 0.00 0.00 4 10.26 0.77 168 32.18
สุขภาพ
วทิ ยาศาสตร์- 115 32.58 22.03 59 47.58 11.30 3 5.00 0.57 21 53.85 4.02 198 37.93
เทคโนโลยี
มนุษยศาสตร์- 104 29.46 19.92 35 28.23 6.70 3 5.00 0.57 14 35.90 2.68 156 29.89
สังคมศาสตร์
รวม 353 124 6 39 522
นกั ศึกษาทต่ี อบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่รอ้ ยละ 37.93 อยู่ในกลุ่มสาขาวชิ าวทิ ยาศาสตร์-เทคโนโลยี
รองลงมารอ้ ยละ 32.18 อยู่ในกลุม่ สาขาวชิ าวิทยาศาสตร-์ สุขภาพ และรอ้ ยละ 29.89 อย่ใู นกลุ่มสาขาวิชา
มนุษยศาสตร-์ สงั คมศาสตร์ ตามลำดับ
4. ระดับการศกึ ษา
ตาราง 47 จานวนของนักศกึ ษาท่ีตอบแบบสอบถามแยกตามระดบั การศึกษา รวม
ระดบั กล่มุ 1 กล่มุ 2 กลมุ่ 3 กลมุ่ 4
79
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
ปรญิ ญาตรี 348 98.58 66.67 124 100.00 23.75 6 100.00 1.15 39 100.00 7.47 517 99.04
บัณฑิตศกึ ษา 5 1.42 1.42 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 5 0.96
รวม 353 124 6 39 522
ระดบั การศกึ ษาของนักศกึ ษาทตี่ อบแบบสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่เป็นนกั ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี คดิ
เป็นรอ้ ยละ 99.04 ซงึ่ มเี พียงรอ้ ยละ 0.96 เทา่ นั้นทเ่ี ป็นนักศกึ ษาระดบั บัณฑติ ศึกษา
5. ช้ันปี
ตาราง 48 จานวนนักศึกษาทต่ี อบแบบสอบถามแยกตามช้ันปีที่ศึกษา
ระดบั กลุม่ 1 กลมุ่ 2 กล่มุ 3 กลมุ่ 4 รวม
จำนวน
้รอยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
ปที ่ี 1 47 13.31 9.00 17 4.82 3.26 0 0.00 0.00 6 1.70 1.15 70 13.41
1 0.28 0.19 6 1.70 1.15 143 27.39
ปีท่ี 2 94 26.63 18.01 42 11.90 8.05 4 1.13 0.77 15 4.25 2.87 170 32.57
1 0.28 0.19 12 3.40 2.30 123 23.56
ปีที่ 3 123 34.84 23.56 28 7.93 5.36 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 14 2.68
0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 2 0.38
ปีที่ 4 74 20.96 14.18 36 10.20 6.90 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 0 0.00
6 0 522
ปที ี่ 5 13 3.68 2.49 1 0.28 0.19
ปีท่ี 6 2 0.57 0.38 0 0.00 0.00
อ่ืน ๆ 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00
รวม 353 124
ระดบั ชนั้ ปที ศ่ี ึกษาของนกั ศึกษาทีต่ อบแบบสอบถาม พบวา่ สว่ นใหญร่ ้อยละ 32.57 อยู่ในช้นั ปที ี่ 3
รองลงมา ร้อยละ 27.39 อยใู่ นชน้ั ปที ี่ 2 และร้อยละ 23.56 อยใู่ นช้ันปที ่ี 4 ตามลำดับ
80
6. เกรดเฉล่ีย
ตาราง 49 ค่าเฉล่ยี ของผลการเรียนเฉลี่ยของนักศกึ ษาท่ีตอบแบบสอบถาม รวม
เกรดเฉลี่ย กลมุ่ 1 กลุ่ม 2 กลุ่ม 3 กลุ่ม 4 3.16
เฉลี่ย 3.23 3.18 3.14 3.07
ผลการเรียนเฉลยี่ ของนกั ศึกษาทตี่ อบแบบสอบถามพบวา่ คา่ เฉลยี่ ของผลการเรียนเปน็ 3.16 โดย
นักศกึ ษากลุ่มที่ 1 มีคา่ เฉล่ียผลการเรียนสูงสุดคือ 3.23 รองลงมาเปน็ กลุม่ 2 มีคา่ เฉลย่ี 3.18 และกลุ่ม 3 มี
ค่าเฉลี่ย 3.14 ตามลำดับ
7. ประสบการณใ์ นการใช้คอมพิวเตอรข์ องนกั ศกึ ษา
ตาราง 50 ประสบการณ์ในการใชค้ อมพิวเตอรข์ องนกั ศึกษา
ประสบการณใ์ นการใชค้ อมพิวเตอร์ กลุม่ 1 กล่มุ 2 กลุ่ม 3 กลมุ่ 4 รวม
เฉลย่ี (ป)ี 8.48 6.61 7.00 7.33 7.36
ประสบการณ์ในการใช้คอมพิวเตอร์ของนักศึกษาที่ตอบแบบสอบถามพบว่า มีค่าเฉลี่ย 7.36 ปี โดยมี
นักศกึ ษากลมุ่ 1 ท่มี ีค่าเฉลยี่ สงู สุดคอื 8.48 ปี รองลงมาเป็นกลุม่ 4 ทม่ี คี า่ เฉล่ยี 7.33 ปี และกล่มุ 3 ที่มคี า่ เฉล่ยี
7.00 ปี ตามลำดบั
9. การมคี อมพิวเตอร์สำหรับใชง้ านเองของนกั ศกึ ษา
ตาราง 51 การมีคอมพิวเตอร์สาหรบั ใช้งานเองของนักศึกษา
คอมพวิ เตอร์สำหรบั ใช้ กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 กลุม่ 3 กลมุ่ 4
งานเอง รวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
้รอยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
้รอยละก ุล่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
้รอยละรวม
ไมม่ ี 46 13.03 8.81 13 10.48 2.49 0 0.00 0.00 5 11.11 0.96 64 12.26
มี 307 86.97 58.81 111 89.52 21.26 6 100.00 1.15 40 88.89 7.66 464 88.89
รวม 353 124 6 45 528
81
การมคี อมพิวเตอรส์ ำหรับใช้งานเองของนักศกึ ษาทต่ี อบแบบสอบถาม พบวา่ สว่ นใหญ่มคี อมพิวเตอร์
ใช้งานเอง โดยคดิ เปน็ รอ้ ยละ 88.89 และมเี พียงบางสว่ นท่ีไมม่ คี อมพิวเตอรใ์ ชง้ านเอง ซง่ึ คิดเป็นรอ้ ยละ 12.26
ซง่ึ หากพจิ ารณาตามกลุม่ สถาบนั พบวา่ มแี นวโนม้ เดยี วกนั คือ สว่ นใหญ่มคี อมพิวเตอรใ์ ชง้ านเอง
11. สามารถเช่ือมต่ออนิ เทอรเ์ นต็ กรณที ่ีนักศึกษามคี อมพวิ เตอร์สำหรับใชง้ านเป็นของตนเอง
ตาราง 52 สามารถเช่อื มต่ออินเทอร์เน็ต กรณีทน่ี กั ศกึ ษามคี อมพิวเตอรส์ าหรับใช้งานเปน็ ของตนเอง
การสามารถเชอ่ื มตอ่ กลุ่ม 1 กลมุ่ 2 กลุ่ม 3 กล่มุ 4
อนิ เทอร์เนต็ ไดข้ อง
คอมพิวเตอร์ รวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุล่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
ไมไ่ ด้ 23 6.87 4.58 9 7.38 1.79 0 0.00 0.00 3 7.69 0.60 35 6.98
ได้ 312 93.13 62.15 113 92.62 22.51 6 100.00 1.20 36 92.31 7.17 467 93.02
รวม 335 122 6 39 502
สามารถเชอ่ื มต่ออินเทอร์เนต็ ของคอมพวิ เตอร์ กรณีท่ีนกั ศกึ ษามคี อมพวิ เตอรส์ ำหรบั ใชง้ านเปน็ ของตนเอง
พบว่า คอมพวิ เตอรข์ องนักศึกษาส่วนใหญส่ ามารถเช่ือมต่ออนิ เทอรเ์ น็ตได้ โดยคิดเปน็ ร้อยละ 89.46 แต่มี
เพียงคอมพวิ เตอรเ์ พียงส่วนนอ้ ยที่ไม่สามารถเช่ือมต่ออินเทอรเ์ น็ตได้ ซงึ่ คดิ เป็นรอ้ ยละ 6.98
12. การมสี มารต์ โฟนสำหรบั ใชง้ านเองของนักศกึ ษา
ตาราง 53 การมีสมารต์ โฟนสาหรบั ใชง้ านเองของนกั ศึกษา
การมีสมาร์ตโฟน กลมุ่ 1 กล่มุ 2 กลมุ่ 3 กลุ่ม 4 รวม
สำหรบั ใชง้ านเอง
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละรวม
ไมม่ ี 1 0.28 0.19 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 1 0.19
มี 352 99.72 67.43 124 100.00 23.75 6 100.00 1.15 39 100.00 7.47 521 99.81
รวม 353 124 6 39 522
82
การมีสมาร์ตโฟนสำหรับใชง้ านเองของนักศกึ ษา พบว่า นักศึกษาทีต่ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มี
สมารต์ โฟนสำหรบั ใช้งานเอง โดยคดิ เปน็ รอ้ ยละ 99.81 แต่มีเพียงบางส่วนทีไ่ ม่มสี มารต์ โฟนใช้งาน ซึ่งคิดเปน็
รอ้ ยละ 0.19 โดยแนวโนม้ น้ี มลี กั ษณะเดียวกัน หากพิจารณาแยกตามกลุ่มของมหาวทิ ยาลยั
13. ความสามารถเชอื่ มตอ่ อินเทอรเ์ นต็ กรณีท่ีนักศึกษามสี มารต์ โฟนสำหรบั ใช้งานเป็นของตนเอง
ตาราง 54 ความสามารถเชื่อมตอ่ อนิ เทอรเ์ นต็ กรณีทน่ี ักศึกษามีสมาร์ตโฟนสาหรบั ใช้งานเป็นของตนเอง
การเชื่อมตอ่ กลุ่ม 1 กลมุ่ 2 กลุ่ม 3 กลมุ่ 4 รวม
อินเทอร์เน็ตของ จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
สมารต์ โฟน ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุล่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
ไมไ่ ด้ 1 0.28 0.19 1 0.81 0.19 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 2 0.38
ได้ 351 99.72 66.60 123 99.19 23.34 6 100.00 1.14 45 100.00 8.54 525 99.62
รวม 352 124 6 45 527
สำหรบั นกั ศกึ ษาทม่ี สี มารต์ โฟนใช้งานเอง พบวา่ สมาร์ตโฟนส่วนใหญ่สามารถเชือ่ มตอ่ อินเทอร์เน็ตได้
โดยคดิ เปน็ รอ้ ยละ 99.62 แต่มเี พยี งสว่ นนอ้ ยท่ไี ม่สามารถเช่ือมตอ่ อนิ เทอร์เน็ตได้ ซ่ึงมีเพยี งรอ้ ยละ 0.38
เท่านั้น
14. การมแี ทป็ เลต็ สำหรับใช้งานเองของนกั ศกึ ษา
ตาราง 55 การมีแท็ปเลต็ สาหรบั ใชง้ านเองของนักศึกษา
การมีแท็ปเลต็ สำหรับใช้ กลมุ่ 1 กล่มุ 2 กลุม่ 3 กลมุ่ 4 รวม
งานเอง
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
ไม่มี 80 22.73 15.36 71 57.26 13.63 5 83.33 0.96 26 66.67 4.99 182 34.87
มี 272 77.27 52.21 53 42.74 10.17 1 16.67 0.19 13 33.33 2.50 339 64.94
รวม 352 124 6 39 521
การมแี ท็ปเลต็ สำหรบั ใช้งานเองของนักศกึ ษาทต่ี อบแบบสอบถาม พบว่า สว่ นใหญร่ อ้ ยละ 64.94 มี
แทบ็ เล็ตสำหรบั ใชง้ านเอง และสว่ นนอ้ ย รอ้ ยละ 34.87 ไมม่ ีแท็บเล็ตสำหรับใชง้ าน แต่หากพิจารณาแยกตาม
83
กลุ่มสถาบัน พบว่า กลุ่มท่ี 1 สว่ นใหญม่ แี ทบ็ เล็ตใชง้ านเอง แต่กลุ่มท่ี 2 กลุ่มที่ 3 และกลมุ่ ที่ 4 ส่วนใหญ่ไมม่ ี
แทป็ เล็ตใช้งานเอง
15. ความสามารถเชอื่ มตอ่ อนิ เทอร์เน็ต กรณที ่ีนักศกึ ษามีแทป็ เล็ตสำหรบั ใช้งานเปน็ ของตนเอง
ตาราง 56 ความสามารถเชอ่ื มต่ออนิ เทอรเ์ นต็ กรณีทนี่ กั ศกึ ษามีแท็ปเลต็ สาหรับใช้งานเป็นของตนเอง
ความสามารถเชอ่ื มต่อ กล่มุ 1 กลุ่ม 2 กลมุ่ 3 กล่มุ 4 รวม
อินเทอร์เน็ตของแท็ปเลต็ จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
ไมไ่ ด้ 48 15.00 10.37 60 58.25 12.96 4 80.00 0.86 20 57.14 4.32 132 25.29
ได้ 272 85.00 58.75 43 41.75 9.29 1 20.00 0.22 15 42.86 3.24 331 63.41
รวม 320 103 5 35 463
นักศกึ ษาทม่ี แี ท็ปเลต็ ใชง้ านเอง ส่วนใหญพ่ บว่า แทป็ แลต็ สามารถเช่อื ตอ่ อนิ เทอร์เน็ตได้ ซึง่ คดิ เป็น
ร้อยละ 63.41 แตม่ บี างส่วน รอ้ ยละ 25.29 ไม่สามารถเชอื่ มต่ออินเทอรเ์ น็ตได้
16. ประสทิ ธภิ าพของอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการเรยี นออนไลนข์ องนกั ศึกษา
ตาราง 57 ประสทิ ธภิ าพของอปุ กรณท์ ใ่ี ช้ในการเรยี นออนไลน์ของนกั ศกึ ษา
อุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นการเรยี นรู้ ค่าเฉล่ียระดับประสทิ ธภิ าพ
กล่มุ 1 กลุ่ม 2 กลุ่ม 3 กลมุ่ 4 รวม
1) คอมพิวเตอร์ตัง้ โต๊ะ (PC) 2.34 2.09 1.17 2.56 2.04
2) คอมพิวเตอรพ์ กพา (Laptop) 3.87 3.08 3.83 3.28 3.52
3) สมาร์ตโฟน (Smartphone) 3.90 3.75 3.83 3.69 3.79
4) แทป็ เลต็ (Tablet) / ไอแพด (iPad) 3.48 2.09 0.67 2.13 2.09
ผลการสำรวจเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนออนไลน์ของนักศึกษา พบว่า
ประสิทธิภาพของสมาร์ตโฟน (Smartphone) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3.79 ซึ่งอยู่ในระดับมีประสิทธิภาพมาก
รองลงมาเป็นประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์พกพา (Laptop) ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 3.52 และประสิทธิภาพแท็ปเล็ต
(Tablet) / ไอแพด (iPad) มคี ่าเฉล่ีย 2.09 และคอมพิวเตอรต์ งั้ โตะ๊ (PC) มคี า่ เฉลยี่ 2.04 ตามลำดบั
84
17. สถานทีใ่ นการเรียนออนไลน์ของนักศกึ ษา
ตาราง 58 ผลสารวจเก่ยี วกับสถานทีใ่ นการใช้อปุ กรณ์ในการเรยี นรู้ของนกั ศกึ ษา
สถานทที่ ่ใี ชอ้ ปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการเรยี นรู้ คา่ เฉลี่ยความถ่ใี นการใช้
กลมุ่ 1 กลุ่ม 2 กลุม่ 3 กลมุ่ 4 รวม
1) ทีบ่ า้ น 4.06 3.91 3.83 4.03 3.96
2) ท่ีสถาบนั การศึกษา 3.64 3.58 3.50 3.38 3.53
3) บ้านเพื่อน 1.58 1.85 2.67 1.95 2.01
4) ทท่ี ำงานผปู้ กครอง 0.64 1.08 0.50 1.15 0.84
5) ทีห่ อ้ งสมุด 2.59 2.09 0.67 2.15 1.88
6) อนิ เทอร์เนต็ คาเฟ/่ หา้ งสรรพสนิ คา้ 2.68 2.12 0.83 2.28 1.98
7) ที่บา้ นญาติ 0.81 1.23 0.50 1.67 1.05
ผลสำรวจเก่ียวกบั สถานทีใ่ นการใช้อปุ กรณใ์ นการเรียนรู้ พบวา่ บอ่ ยครงั้ ท่ีจะใชท้ ่ีบ้านและสถานศึกษา สว่ น
บ้านเพื่อน ห้องสมดุ และอนิ เทอรเ์ น็ตคาเฟ/่ ห้างสรรพสินคา้ แทบจะไมเ่ คยใช้ ในขณะทที่ ที่ ำงานของผปุ้ กครองและ
บ้านญาติ พบว่า ไม่เคยใช้เลย
18. คา่ ใชจ้ า่ ยสำหรับการใชง้ านอนิ เตอร์เน็ตของนกั ศกึ ษา
ตาราง 59 คา่ ใชจ้ า่ ยสาหรบั การใช้งานอินเตอร์เนต็ ของนกั ศึกษา
ค่าใช้จา่ ยสำหรบั การใช้ กลมุ่ 1 กลุม่ 2 กลุม่ 3 กลุ่ม 4 รวม
งานอนิ เตอร์เนต็ จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละก ุล่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละรวม
ไมท่ ราบ 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 0 0.00
7 1.98 1.32 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 7 1.32
ไมม่ คี า่ ใชจ้ ่ายโดยไดร้ บั
ทุนสนับสนนุ ทั้งหมด 1 0.28 0.19 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 1 0.19
ได้รับทุนสนบั สนนุ
บางส่วน
85
คา่ ใช้จ่ายสำหรับการใช้ กลมุ่ 1 กล่มุ 2 กลมุ่ 3 กลุ่ม 4 รวม
งานอินเตอรเ์ น็ต จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
ต่ำกวา่ 100 บาทต่อ 3 0.85 0.57 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 3 0.57
เดือน
100-300 บาทต่อเดอื น 71 20.11 13.40 32 25.81 6.04 3 50.00 0.57 12 25.53 2.26 118 22.26
1 16.67 0.19 11 23.40 2.08 207 39.06
301-600 บาทต่อเดอื น 139 39.38 26.23 56 45.16 10.57 2 33.33 0.38 6 12.77 1.13 104 19.62
0 0.00 0.00 8 17.02 1.51 60 11.32
601-900 บาทต่อเดอื น 69 19.55 13.02 27 21.77 5.09 0 0.00 0.00 10 21.28 1.89 30 5.66
901-1200 บาทตอ่ เดอื น 46 13.03 8.68 6 4.84 1.13
มากกว่า 1200 บาทตอ่ 17 4.82 3.21 3 2.42 0.57
เดือน
รวม 353 124 6 47 530
ผลสำรวจเกี่ยวกบั คา่ ใช้จา่ ยสำหรับการใช้งานอนิ เตอรเ์ นต็ พบว่า โดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 39.06) มคี า่ ใช้จา่ ยสำหรบั
การใชง้ านอินเตอร์เน็ต เดือนละ 301-600 รองลงมา (รอ้ ยละ 22.26) มคี ่าใชจ้ ่าย 100-300 บาทตอ่ เดือน และ เดอื น
ละ 601-900 บาทตอ่ เดอื น (ร้อยละ 19.62) ตามลำดบั
19. ผลการสำรวจเก่ียวกบั การเชือ่ มต่ออนิ เทอรเ์ น็ตของนักศึกษา 86
ตาราง 60 ผลการสารวจเกี่ยวกับการเชอ่ื มต่ออินเทอร์เนต็ ของนักศกึ ษา กลุม่ 4 รวม
การเชอื่ มต่ออนิ เทอรเ์ นต็ กลุ่ม 1 กลุม่ 2 กล่มุ 3
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
อนิ เทอร์เน็ตบา้ นแบบมี 104 9.45 6.78 23 7.35 1.50 0 0.00 0.00 7 6.36 0.46 134 8.74
สาย (LAN) 274 24.91 17.87 85 27.16 5.54 1 10.00 0.07 31 28.18 2.02 391 25.51
47 4.27 3.07 5 1.60 0.33 0 0.00 0.00 6 5.45 0.39 58 3.78
อินเทอร์เนต็ บา้ นแบบไร้ 246 22.36 16.05 70 22.36 4.57 1 10.00 0.07 20 18.18 1.30 337 21.98
สาย (WIFI) 44 4.00 2.87 20 6.39 1.30 2 20.00 0.13 10 9.09 0.65 76 4.96
277 25.18 18.07 93 29.71 6.07 6 60.00 0.39 22 20.00 1.44 398 25.96
อนิ เทอร์เนต็ แบบมสี าย 108 9.82 7.05 17 5.43 1.11 0 0.00 0.00 14 12.73 0.91 139 9.07
ของสถานศกึ ษา (LAN) 1100 313 10 110 1533
อินเทอร์เน็ตแบบไรส้ าย
ของสถานศกึ ษา (WIFI)
อินเทอร์เน็ต 3G จาก
สมาร์ตโฟน
อนิ เทอร์เน็ต 4G จาก
สมาร์ตโฟน
อินเทอร์เนต็ 5G จาก
สมารต์ โฟน
รวม
ผลการสำรวจเก่ยี วกบั การเชื่อมตอ่ อินเทอร์เนต็ พบว่า ส่วนใหญใ่ ช้อินเทอรเ์ นต็ 4G จากสมาร์ตโฟน คดิ เป็น
ร้อยละ 25.96 รองลงมาได้ใช้อนิ เทอรเ์ นต็ บ้านแบบไรส้ าย (WIFI) คดิ เป็นร้อยละ 25.51 และใชอ้ นิ เทอร์เน็ตแบบไร้
สายของสถานศกึ ษา (WIFI) คิดเปน็ ร้อยละ 21.98 ตามลำดับ
87
20. ผลการสอบถามความคดิ เหน็ เกี่ยวกับประสิทธภิ าพของอินเทอรเ์ นต็ ทน่ี ักศึกษาใชใ้ นการเรยี นออนไลน์
ตาราง 61 ผลการสอบถามความคิดเห็นเก่ยี วกับประสิทธิภาพของอินเทอร์เนต็ ที่นกั ศกึ ษาใช้ในการเรยี น
ออนไลน์
ประสิทธภิ าพของ กลุ่ม 1 กลมุ่ 2 กลุ่ม 3 กลุ่ม 4 รวม
อนิ เทอร์เนต็ ที่ท่านใชใ้ น จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
การเรยี นออนไลน์ ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
ดีมาก 68 19.26 12.88 9 7.26 1.70 0 0.00 0.00 6 13.33 1.14 83 15.72
ดี 200 56.66 37.88 61 49.19 11.55 4 66.67 0.76 20 44.44 3.79 285 53.98
ปานกลาง 71 20.11 13.45 47 37.90 8.90 2 33.33 0.38 16 35.56 3.03 136 25.76
น้อย 13 3.68 2.46 6 4.84 1.14 0 0.00 0.00 3 6.67 0.57 22 4.17
น้อยมาก 0 0.00 0.00 0 0.00 0.00 2 0.38
รวม 1 0.28 0.19 1 0.81 0.19 6 45 528
353 124
ผลการสอบถามความคิดเห็นเกย่ี วกบั ประสทิ ธภิ าพของอินเทอร์เน็ตทนี่ กั ศกึ ษาใชใ้ นการเรยี นออนไลน์ พบว่า
ส่วนใหญ่ซง่ึ คิดเป็นร้อยละ 53.98 มคี วามเห็นวา่ อินเทอรเ์ น็ตทีท่ า่ นใช้ในการเรยี นออนไลนม์ ปี ระสทิ ธภิ าพใน
ระดับดี รองลงมา รอ้ ยละ 25.76 มคี วามเหน็ วา่ ประสิทธภิ าพอยู่ในระดับปานกลาง และร้อยละ 15.72 เหน็ วา่
อยู่ในระดบั ดีมาก
21. ผลสำรวจเกยี่ วกบั ความสามารถในการใช้เครอ่ื งมอื ระบบการจัดการเรยี นการสอนออนไลนข์ องนกั ศึกษา
ตาราง 62 เครอ่ื งมือระบบจดั การการเรียนการสอนออนไลน์ (Learning Management System: LMS) ทใ่ี ช้
ในการสอนผา่ นระบบออนไลน์และความสามารถในการใชเ้ ครอื่ งมือน้ัน
ระบบจดั การการเรยี นการสอนออนไลน์ ความถี่และความสามารถในการใชเ้ ครื่องมือ
(Learning Management System: LMS) ไม่ เคยใช้ ค่าเฉลยี่ SD แปล
ท่ีใช้ในการสอนผา่ นระบบออนไลน์ เคย น้อย น้อย ปาน ดี ดี
ผล
ใช้ มาก กลาง มาก
1) Google Classroom จานวน 1 521 (99.81%) 4.14 0.92 ดี
8 12 96 185 220
88
ระบบจัดการการเรยี นการสอนออนไลน์ ความถแี่ ละความสามารถในการใช้เครือ่ งมือ
(Learning Management System: LMS) ไม่ เคยใช้ คา่ เฉล่ยี SD แปล
ท่ีใช้ในการสอนผา่ นระบบออนไลน์ เคย น้อย น้อย ปาน ดี ดี
ผล
ใช้ มาก กลาง มาก
ร้อยละ 0.19 1.53 2.30 18.39 35.44 42.15
2) Microsoft Teams จานวน 96 423 (81.50%) 2.70 1.66 ปาน
37 58 136 119 73 กลาง
ร้อยละ 18.50 7.13 11.18 26.20 22.93 14.07
3) Blackboard จานวน 274 243 (47%) 1.26 1.56 นอ้ ย
51 51 75 55 11
รอ้ ยละ 53.00 9.86 9.86 14.51 10.64 2.13
4) Moodle จานวน 207 311 (60.04%) 1.75 1.67 น้อย
40 64 117 64 26
ร้อยละ 39.96 7.72 12.36 22.59 12.36 5.02
5) ระบบอเี ลริ น์ นงิ ของ จานวน 45 475 (91.35%) 3.28 1.45 ปาน
มหาวทิ ยาลัย
21 46 154 137 117 กลาง
รอ้ ยละ 8.65 4.04 8.85 29.62 26.35 22.50
ความถี่และความสามารถในการใช้เครื่องมือระบบจัดการการเรียนการสอนออนไลน์ (Learning
Management System: LMS) ที่ใช้ในการสอนผ่านระบบออนไลน์ของนักศึกษา พบว่า Google Classroom มี
การใช้งานมากที่สุด ร้อยละ 99.81 ซึ่งมีความสามารถในการใช้งานเฉลี่ยอยูใ่ นระดับดี รองลงมาเป็นระบบอเี ลิร์
นนิงของมหาวิทยาลัย คิดเป็นร้อยละ 91.35 มีความสามารถในการใช้งานระดับปานกลาง และ Microsoft
Teams ท่มี นี ักศึกษาเคยใช้งานรอ้ ยละ 81.50 และมคี วามสามารถในการใช้งานระบบปานกลาง ตามลาดบั
89
ตาราง 63 ผลสารวจเกย่ี วกบั ความสามารถในการใช้เคร่อื งมือระบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ของ
นกั ศกึ ษา
เคร่อื งมือระบบจดั การการเรยี นการสอนออนไลน์ ค่าเฉลีย่ ความสามารถในการใช้เคร่อื งมอื
(Learning Management System: LMS) ท่ใี ช้ในการเรยี นผา่ น กล่มุ 1 กลมุ่ 2 กล่มุ 3 กลมุ่ 4 รวม
ระบบออนไลน์
1) Google Classroom 4.26 3.95 3.83 3.67 3.93
2) Microsoft Teams 2.74 2.67 3.67 2.33 2.85
3) Blackboard 1.24 1.19 1.00 1.77 1.30
4) Moodle 1.7 1.78 1.00 2.13 1.65
5) ระบบอเี ลิรน์ นิงของมหาวิทยาลยั 3.66 2.52 3.17 2.33 2.92
ผลสำรวจเกี่ยวกับความสามารถในการใช้เครื่องมือระบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ของ
นักศึกษา พบว่า โดยส่วนใหญ่สามารถใช้งาน Google Classroom ได้ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ยเป็น 3.93)
รองลงมาคือ สามารถใช้งานระบบอีเลิร์นนิงของมหาวิทยาลัย (ค่าเฉลี่ย 2.92) และ Microsoft Teams
(คา่ เฉลย่ี 2.85) ตามลำดบั
22. ผลสำรวจเกี่ยวกับความสามารถในการใช้เครื่องมือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ที่ใช้ในการ
เรยี นผา่ นระบบออนไลน์ของนักศึกษา
ตาราง 64 เครอื่ งมือวดิ โี อคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ทีใ่ ชใ้ นการเรยี นผา่ นระบบออนไลน์และ
ความสามารถในการใชเ้ ครื่องมือน้นั
เครื่องมอื วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video ความถี่และความสามารถในการใชเ้ คร่ืองมอื
Conference) ทีใ่ ช้ในการสอนผา่ นระบบ ไม่เคย เคยใช้ คา่ SD แปล
ออนไลน์ ใช้ นอ้ ย นอ้ ย ปาน ดี ดี เฉลี่ย ผล
มาก กลาง มาก
Google Meet จานวน 7 513 (98.65%) 4.10 1.04 ดี
6 23 83 173 228
รอ้ ยละ 1.35 1.15 4.42 15.96 33.27 43.85
Microsoft Teams จานวน 128 391 (75.34%) 2.49 1.81 นอ้ ย
50 49 106 105 81
90
เครื่องมือวดิ โี อคอนเฟอเรนซ์ (Video ความถ่แี ละความสามารถในการใช้เครือ่ งมอื
Conference) ท่ใี ชใ้ นการสอนผา่ นระบบ ไมเ่ คย เคยใช้ ค่า SD แปล
ออนไลน์ ใช้ น้อย นอ้ ย ปาน ดี ดี เฉลย่ี ผล
มาก กลาง มาก
รอ้ ยละ 24.66 9.63 9.44 20.42 20.23 15.61
ZOOM จานวน 14 508 (97.32%) 4.13 1.08 ดี
5 6 86 176 235
รอ้ ยละ 2.68 0.96 1.15 16.48 33.72 45.02
Facebook Live หรอื YouTube จานวน 110 410 (78.85%) 3.03 1.87 ปาน
Live 23 30 78 135 144 กลาง
รอ้ ยละ 21.15 4.42 5.77 15.00 25.96 27.69
WebEx Meet จานวน 230 289 (55.68%) 1.90 1.93 นอ้ ย
29 31 88 74 67
ร้อยละ 44.32 5.59 5.97 16.96 14.26 12.91
ความถี่และความสามารถในการใช้งานเครื่องมือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference)
ที่ใช้ในการเรียนผ่านระบบออนไลน์ของนักศึกษา พบว่า มีนักศึกษาเคยใช้งาน Google Meet มากที่สุด คิดเป็น
ร้อยละ 98.65 โดยมีความสามารถเฉลี่ยระดับดี รองลงมาเป็น ZOOM คิดเป็นร้อยละ 97.32 มีค่าเฉลี่ย
ความสามารถในการใช้งานระดับดี และ Facebook Live หรือ YouTube Live คิดเป็นร้อยละ 78.85 และมี
คา่ เฉลีย่ ความสามารถในการใชง้ านระดบั ปานกลาง ตามลาดบั
ตาราง 65 ผลสารวจเกยี่ วกบั ความสามารถในการใช้เครอื่ งมือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ทใี่ ช้
ในการเรยี นผ่านระบบออนไลน์ของนักศึกษา
เครื่องมือวิดโี อคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ทีใ่ ชใ้ นการ ค่าเฉลยี่ ความสามารถในการใช้เครอ่ื งมือ
เรยี นผ่านระบบออนไลน์ กลุม่ 1 กลุม่ 2 กลุม่ 3 กลุม่ 4 รวม
1) Google Meet 4.25 3.91 2.17 3.64 3.49
2) Microsoft Teams 2.59 2.28 1.83 2.36 2.27
3) ZOOM 4.35 3.83 1.83 3.41 3.36
4) Facebook Live หรือ YouTube Live 3.03 2.97 1.33 3.56 2.72
5) Webex Meet 2.02 1.52 1.17 2.13 1.71
91
ผลสำรวจเกยี่ วกับความสามารถในการใช้เครือ่ งมอื วิดโี อคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ท่ใี ชใ้ น
การเรียนผ่านระบบออนไลน์ของนักศกึ ษา พบว่า โดยสว่ นใหญส่ ามารถใชง้ าน Google Meet (ค่าเฉล่ีย 3.49)
Zoom (ค่าเฉลี่ย 3.36) และ Facebook Live หรือ YouTube Live (ค่าเฉลย่ี 2.72) ได้ในระดับปานกลาง
สว่ นความสามารถในการใช้งาน Microsoft Teams (ค่าเฉล่ยี 2.27) และ Webex Meet (ค่าเฉลย่ี 1.17) ได้
ในระดบั น้อย
23. ผลการสำรวจเกี่ยวกับความสามารถในการใช้เครื่องมือสื่อสารนอกเวลาเรียน (Communication Tools)
ที่ใชใ้ นการเรยี นผ่านระบบออนไลนข์ องนักศึกษา
ตาราง 66 เครอื่ งมือสอื่ สารนอกเวลาเรียน (Communication Tools) ทีใ่ ช้ในการสอนผ่านระบบออนไลน์
และความสามารถในการใช้เครอ่ื งมอื นนั้
เครอ่ื งมอื สื่อสารนอกเวลาเรยี น นกั ศึกษา
(Communication Tools) ที่ใช้ในการสอน ความสามารถในการใช้เคร่ืองมือ
เคยใช้ ค่า SD แปล
ผา่ นระบบออนไลน์ ไม่เคย
ใช้ น้อย นอ้ ย ปาน ดี ดี เฉล่ยี ผล
มาก กลาง มาก
E-mail จานวน 4 516 (99.23%) 3.93 1.17 ดี
24 31 99 149 213
รอ้ ยละ 0.77 4.62 5.96 19.04 28.65 40.96
Microsoft Teams จานวน 117 401 (77.41%) 2.42 1.75 นอ้ ย
69 51 106 108 67
ร้อยละ 22.59 13.32 9.85 20.46 20.85 12.93
Discord จานวน 209 308 (59.57%) 1.87 1.83 น้อย
38 60 90 62 58
รอ้ ยละ 40.43 7.35 11.61 17.41 11.99 11.22
Facebook จานวน 16 504 (96.92%) 4.18 1.17 ดี
5 17 73 127 282
ร้อยละ 3.08 0.97 3.28 14.09 24.52 54.44
LINE จานวน 13 507 (97.50%) 4.32 1.09 ดี
5 13 53 124 312
92
เครอื่ งมือสอื่ สารนอกเวลาเรียน นกั ศึกษา
(Communication Tools) ทใ่ี ช้ในการสอน ความสามารถในการใช้เคร่ืองมือ
เคยใช้ ค่า SD แปล
ผา่ นระบบออนไลน์ ไม่เคย
ใช้ น้อย น้อย ปาน ดี ดี เฉลย่ี ผล
มาก กลาง มาก
รอ้ ยละ 2.50 0.96 2.50 10.19 23.85 60.00
ผลการศึกษาเกี่ยวกับความถี่และความสามารถเครื่องมือสื่อสารนอกเวลาเรียน (Communication
Tools) ที่ใช้ในการสอนผ่านระบบออนไลน์ของนักศึกษา พบว่า นักศึกษาเคยใช้อีเมลมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ
99.23 มีความสามารถในการใช้งานระดับดี รองลงมาเป็น LINE ร้อยละ 97.50 มีความสามารถในการใช้งาน
ระดบั ดี และ Facebook รอ้ ยละ 96.92 มคี วามสามารถการใช้งานระดับดี ตามลำดับ
ตาราง 67 ผลการสารวจเก่ยี วกับความสามารถในการใช้เคร่อื งมอื สอื่ สารนอกเวลาเรยี น (Communication
Tools) ทใี่ ชใ้ นการเรียนผา่ นระบบออนไลน์ของนกั ศกึ ษา
เคร่ืองมอื สื่อสารนอกเวลาเรียน คา่ เฉลีย่ ความสามารถในการใช้เครื่องมอื
กลุม่ 1 กลุ่ม 2 กลมุ่ 3 กลุ่ม 4 รวม
1) Microsoft Teams 2.47 2.16 3.83 2.64 2.78
2) Discord 2 1.40 3.00 2 2.10
3) Email 4.09 3.53 3.83 3.74 3.80
4) Facebook 4.21 4.20 4.67 3.82 4.23
5) LINE 4.34 4.38 4.83 3.87 4.36
ผลการสำรวจเกี่ยวกับความสามารถในการใช้เครื่องมือสื่อสารนอกเวลาเรียน (Communication
Tools) ที่ใช้ในการเรียนผ่านระบบออนไลน์ของนักศึกษา พบว่า นักศึกษามีความสามารถในการใช้ LINE
(ค่าเฉลี่ย 4.36) Facebook (ค่าเฉลี่ย 4.23) และ Email (ค่าเฉลี่ย 3.80) อยู่ในระดับมาก ส่วนการใช้งาน
Microsoft Teams (ค่าเฉลี่ย 2.78) อยู่ในระดับปานกลาง และความสามารถในการใช้งาน Discord (ค่าเฉล่ีย
2.10) อยู่ในระดบั นอ้ ย ตามลำดับ
93
24. ผลสำรวจเกี่ยวกบั ความถ่ีและความสามารถในการใช้งานแอปพลิเคชันและเว็ปแอปพลิเคชนั ในการเรยี นผ่านระบบออนไลน์
ตาราง 68 แอปพลเิ คชันและเวป็ แอปพลิเคชันท่ีใช้ในการสอนผ่านระบบออนไลน์
ประเภทของแอปพลเิ คชันและ กลุ่ม ประเภท ความถ่ีในการใช้ ความสามารถในการใชเ้ ครอ่ื งมือ
เวป็ แอปพลิเคชนั
สถติ ิ ไมเ่ คย แทบไม่ เคยใช้ บางคร้ัง บ่อยๆ ทกุ ไมเ่ คย น้อย น้อย ปาน ดี ดี
ใช้ เคย บา้ ง ครั้ง ใช้ มาก กลาง มาก
1) แพลตฟอรม์ ทางสงั คมและความรว่ มมือ (social & collaboration platforms)
1.1) แพลตฟอรม์ การประชุมทางวดิ โี อ (Zoom, Microsoft นกั ศึกษา จานวน 0 4 11 68 148 291 2 5 19 79 177 239
Teams, Google Meet เป็นต้น) รอ้ ยละ 0.00 0.77 2.11 13.03 28.35 55.75 0.38 0.96 3.65 15.16 33.97 45.87
1.2) แอปสง่ ขอ้ ความ (Line, Messenger, WhatsApp, นกั ศึกษา จานวน 6 5 8 65 144 293 3 4 13 77 160 264
Telegram, Skype, Discord, WeChat เป็นต้น) รอ้ ยละ 1.15 0.96 1.54 27.64 56.24 56.24 0.58 0.77 2.50 14.78 30.71 50.67
1.3) เคร่ืองมอื การมีส่วนร่วมในคาบเรยี น (Kahoot, นกั ศึกษา จานวน 45 57 77 143 128 71 50 67 71 138 123 70
Mentimeter, Gimkit, Socrative เป็นตน้ ) รอ้ ยละ 8.64 10.94 14.78 27.45 24.57 13.63 9.63 12.91 13.68 26.59 23.70 13.49
1.4) แพลตฟอร์มการทางานรว่ มกัน (Flipgrid, Padlet, นกั ศกึ ษา จานวน 161 76 71 95 81 36 160 80 74 93 76 36
Jamboard, Trello, Lino เป็นต้น) ร้อยละ 30.96 14.62 13.65 18.27 15.58 6.92 30.83 15.41 14.26 17.92 14.64 6.94
1.5) กระดานไวท์บอร์ดออนไลน์ (Google Jamboard, MS นกั ศึกษา จานวน 166 66 83 102 59 45 155 76 78 95 68 47
Whiteboard, Collaboard เปน็ ต้น) รอ้ ยละ 31.86 12.67 15.93 19.58 11.32 8.64 29.87 14.64 15.03 18.30 13.10 9.06
นักศึกษา จานวน 52 45 56 86 90 192 49 50 61 87 99 173
94
ประเภทของแอปพลิเคชันและ กลมุ่ ประเภท ความถี่ในการใช้ ความสามารถในการใชเ้ ครื่องมอื
เวป็ แอปพลิเคชนั
สถติ ิ ไม่เคย แทบไม่ เคยใช้ บางคร้ัง บอ่ ยๆ ทุก ไม่เคย นอ้ ย น้อย ปาน ดี ดี
ใช้ เคย บ้าง ครั้ง ใช้ มาก กลาง มาก
1.6) โน้ตบ๊คุ ดิจติ อล (Goodnote, Notability, OneNote, ร้อยละ 9.98 8.64 10.75 16.51 17.27 36.85 9.44 9.63 11.75 16.76 19.08 33.33
Google Keep, Evernote เปน็ ต้น)
2) เครอื่ งมอื จดั การเอกสาร (Office suites & tools)
2.1) เครอื่ งมอื นาเสนอ (PowerPoint, Google Slides, นักศึกษา จานวน 1 6 23 79 162 250 1 4 19 112 170 216
Apple Keynote, Prezi เปน็ ต้น) ร้อยละ 0.19 1.15 4.41 15.16 31.09 47.98 0.19 0.77 3.64 21.46 32.57 41.38
2.2) เครื่องมือเอกสาร (Google Docs, Word, Apple Pages นักศกึ ษา จานวน 6 6 25 93 162 229 4 8 27 116 175 192
เปน็ ตน้ ) รอ้ ยละ 1.15 1.15 4.80 17.85 31.09 43.95 0.77 1.53 5.17 22.22 33.52 36.78
2.3) เครื่องมือสเปรดชีต (Google Sheets, Excel เปน็ ตน้ ) นกั ศกึ ษา จานวน 9 10 36 129 159 177 8 8 42 141 184 138
รอ้ ยละ 1.73 1.92 6.92 24.81 30.58 34.04 1.54 1.54 8.06 27.06 35.32 26.49
2.4) แอปพลิเคชนั แชร์ไฟล์ (Google Drive, Dropbox, นกั ศกึ ษา จานวน 10 11 29 102 137 231 6 8 40 124 161 181
OneDrive เปน็ ต้น) รอ้ ยละ 1.92 2.12 5.58 19.62 26.35 44.42 1.15 1.54 7.69 23.85 30.96 34.81
2.5) อีเมล (Gmail, Outlook, Apple Mail เปน็ ต้น) นกั ศกึ ษา จานวน 12 5 26 99 153 225 13 5 37 110 170 186
ร้อยละ 2.31 0.96 5.00 19.04 29.42 43.27 2.50 0.96 7.10 21.11 32.63 35.70
3) เคร่ืองมือการพฒั นา การสร้าง และการแก้ไขเน้ือหา (Content development & editing tools)
3.1) PDF (Adobe Acrobat Pro, Foxit เป็นต้น) นักศึกษา จานวน 29 41 34 104 141 173 28 44 35 130 140 144
95
ประเภทของแอปพลเิ คชันและ กลุ่ม ประเภท ความถ่ใี นการใช้ ความสามารถในการใช้เครือ่ งมอื
เวป็ แอปพลิเคชัน
สถติ ิ ไม่เคย แทบไม่ เคยใช้ บางคร้ัง บอ่ ยๆ ทุก ไมเ่ คย นอ้ ย น้อย ปาน ดี ดี
ใช้ เคย บ้าง ครั้ง ใช้ มาก กลาง มาก
รอ้ ยละ 5.56 7.85 6.51 19.92 27.01 33.14 5.37 8.45 6.72 24.95 26.87 27.64
3.2) กราฟกิ /ไดอะแกรม (Canva, Adobe Spark, Adobe นักศกึ ษา จานวน 27 19 44 117 155 159 24 23 39 149 149 137
Illustrator เปน็ ต้น) ร้อยละ 5.18 3.65 8.45 22.46 29.75 30.52 4.61 4.41 7.49 28.60 28.60 26.30
3.3) เครอื่ งมอื บันทึกหน้าจอ (OBS, Camtasia, Loom เปน็ นกั ศึกษา จานวน 135 78 61 98 87 61 141 81 56 92 87 63
ตน้ ) ร้อยละ 25.96 15.00 11.73 18.85 16.73 11.73 27.12 15.58 10.77 17.69 16.73 12.12
3.4) เครอื่ งมือตัดตอ่ เสียง (Audacity, Adobe Audition นักศึกษา จานวน 164 88 66 95 67 40 169 84 58 86 83 40
เปน็ ตน้ ) รอ้ ยละ 31.54 16.92 12.69 18.27 12.88 7.69 32.50 16.15 11.15 16.54 15.96 7.69
3.5) เครอ่ื งมอื สรา้ งแอนนิเมชน่ั (Vyond, Powtoon, นักศึกษา จานวน 213 92 58 67 58 32 211 86 51 74 70 28
Doodly เปน็ ต้น) ร้อยละ 40.96 17.69 11.15 12.88 11.15 6.15 40.58 16.54 9.81 14.23 13.46 5.38
3.6) เครื่องมือตดั ต่อวดี ีโอ (Apple Clips, Adobe After นักศกึ ษา จานวน 89 80 69 108 101 74 97 79 71 110 96 67
รอ้ ยละ 17.08 15.36 13.24 20.73 19.39 14.20 18.65 15.19 13.65 21.15 18.46 12.88
Effects, Apple iMovie, Descript, Filmora, Adobe
Premiere Pro เปน็ ต้น)
3.7) เคร่ืองมอื เน้อื หาแบบโต้ตอบ (hihaho, H5P เปน็ ต้น) นกั ศึกษา จานวน 239 81 53 70 47 30 225 81 66 76 41 31
รอ้ ยละ 45.96 15.58 10.19 13.46 9.04 5.77 43.27 15.58 12.69 14.62 7.88 5.96
นักศกึ ษา จานวน 28 32 64 120 123 153 39 45 62 128 116 130
96
ประเภทของแอปพลิเคชนั และ กล่มุ ประเภท ความถี่ในการใช้ ความสามารถในการใช้เครอ่ื งมือ
เวป็ แอปพลเิ คชนั
สถิติ ไมเ่ คย แทบไม่ เคยใช้ บางครัง้ บ่อยๆ ทกุ ไมเ่ คย น้อย น้อย ปาน ดี ดี
ใช้ เคย บา้ ง ครั้ง ใช้ มาก กลาง มาก
3.8) แบบฟอรม์ และแบบสารวจ (Google Forms, MS ร้อยละ 5.38 6.15 12.31 23.08 23.65 29.42 7.50 8.65 11.92 24.62 22.31 25.00
Forms, Survey Monkey, Typeform เปน็ ต้น)
3.9) เครือ่ งมอื สรา้ งเนือ้ หาเว็บ (Sway, WordPress, นกั ศึกษา จานวน 150 78 68 93 81 50 149 82 67 92 83 47
Blogger, Google Sites, Medium, Wix เป็นต้น) ร้อยละ 28.85 15.00 13.08 17.88 15.58 9.62 28.65 15.77 12.88 17.69 15.96 9.04
4) แพลตฟอรม์ การสอนและเครอื่ งมือ (learning platforms & tools)
4.1) LMS (Google Classroom, Moodle, MS Teams, นกั ศกึ ษา จานวน 11 12 38 106 143 212 11 9 38 143 160 161
ร้อยละ 2.11 2.30 7.28 20.31 27.39 40.61 2.11 1.72 7.28 27.39 30.65 30.84
Blackboard เป็นตน้ )
4.2) เกม เครือ่ งมือทดสอบและให้คะแนน (Quizizz, นักศกึ ษา จานวน 64 55 74 138 111 79 66 49 81 145 111 68
Quizlet, Nearpod, Wordwall เป็นต้น) รอ้ ยละ 12.28 10.56 14.20 26.49 21.31 15.16 12.69 9.42 15.58 27.88 21.35 13.08
4.3) แพลตฟอรม์ หลกั สตู รออนไลน์ (Thai MOOC, Udemy, นกั ศึกษา จานวน 136 44 83 125 78 54 136 43 72 129 96 44
LinkedIn Learning, Coursera, edX, Skillshare เป็นต้น) รอ้ ยละ 26.15 8.46 15.96 24.04 15.00 10.38 26.15 8.27 13.85 24.81 18.46 8.46
5) เครอื่ งมอื เวบ็ และทรัพยากร (web tools & resources)
5.1) เว็บเบราวเ์ ซอร์ (Google Chrome, Safari, Firefox, MS นกั ศึกษา จานวน 1 3 21 72 94 331 2 2 15 81 119 303
Edge เปน็ ต้น) รอ้ ยละ 0.19 0.57 4.02 13.79 18.01 63.41 0.38 0.38 2.87 15.52 22.80 58.05
นกั ศกึ ษา จานวน 67 24 36 97 133 164 75 17 35 105 149 140
97
ประเภทของแอปพลเิ คชนั และ กลุม่ ประเภท ความถีใ่ นการใช้ ความสามารถในการใช้เคร่อื งมือ
เวป็ แอปพลิเคชนั
สถิติ ไม่เคย แทบไม่ เคยใช้ บางครั้ง บอ่ ยๆ ทุก ไมเ่ คย น้อย นอ้ ย ปาน ดี ดี
ใช้ เคย บ้าง ครั้ง ใช้ มาก กลาง มาก
5.2) เครื่องมือค้นหาเวบ็ (Google, DuckDuckGo, Google รอ้ ยละ 12.86 4.61 6.91 18.62 25.53 31.48 14.40 3.26 6.72 20.15 28.60 26.87
Scholar, Bring เปน็ ต้น)
นักศึกษา จานวน 6 6 38 88 161 223 7 8 23 104 152 227
5.3) เครือ่ งมือแปลออนไลน์ (Google Translate เป็นตน้ )
ร้อยละ 1.15 1.15 7.28 16.86 30.84 42.72 1.34 1.54 4.41 19.96 29.17 43.57
5.4) พอดคาสต์ (Spotify, Apple Podcasts เป็นตน้ ) นกั ศึกษา จานวน 86 53 48 90 98 144 86 43 52 83 103 153
รอ้ ยละ 16.57 10.21 9.25 17.34 18.88 27.75 16.54 8.27 10.00 15.96 19.81 29.42
5.5) แหลง่ วีดโี อ (YouTube, Vimeo เปน็ ต้น) นกั ศกึ ษา จานวน 10 5 24 83 108 292 12 5 31 91 120 261
รอ้ ยละ 1.92 0.96 4.60 15.90 20.69 55.94 2.31 0.96 5.96 17.50 23.08 50.19
5.6) Coding (Stack Overflow, เป็นต้น) นักศกึ ษา จานวน 210 60 57 89 58 45 196 65 52 89 71 46
รอ้ ยละ 40.46 11.56 10.98 17.15 11.18 8.67 37.76 12.52 10.02 17.15 13.68 8.86
5.7) ฐานขอ้ มลู อา้ งอิง (Scopus, Thaijo, Thailis, นกั ศึกษา จานวน 117 52 85 102 90 75 114 60 76 111 91 68
ScienceDirect, PubMed เป็นต้น) ร้อยละ 22.46 9.98 16.31 19.58 17.27 14.40 21.92 11.54 14.62 21.35 17.50 13.08
98
ตาราง 69 ความถ่แี ละความสามารถในการใช้เครื่องมือ ความถ่ใี นการใช้ ความสามารถในการใช้
เครอ่ื งมือ
ประเภทของแอปพลิเคชันและเวป็ แอปพลิเคชัน
ค่าเฉลยี่ SD แปลผล คา่ เฉลี่ย SD แปลผล
1) แพลตฟอร์มทางสงั คมและความร่วมมอื (social & collaboration platforms)
1.1) แพลตฟอรม์ การประชุมทางวิดีโอ (Zoom, Microsoft Teams, Google Meet เป็นต้น) 4.36 0.84 บอ่ ย ๆ 4.19 0.93 บอ่ ย ๆ
1.2) แอปสง่ ขอ้ ความ (Line, Messenger, WhatsApp, Telegram, Skype, Discord, WeChat เป็นต้น) 4.33 0.95 บอ่ ย ๆ 4.26 0.92 บ่อย ๆ
1.3) เคร่ืองมือการมีส่วนร่วมในคาบเรยี น (Kahoot, Mentimeter, Gimkit, Socrative เป็นต้น) 2.89 1.46 บางครงั้ 2.82 1.51 บางครัง้
1.4) แพลตฟอรม์ การทางานร่วมกนั (Flipgrid, Padlet, Jamboard, Trello, Lino เปน็ ต้น) 1.94 1.68 แทบไม่ 1.91 1.67 แทบไมเ่ คย
1.5) กระดานไวท์บอรด์ ออนไลน์ (Google Jamboard, MS Whiteboard, Collaboard เปน็ ตน้ ) เคย
1.92 1.68 แทบไม่ 1.97 1.69 แทบไม่เคย
1.6) โนต้ บคุ๊ ดจิ ติ อล (Goodnote, Notability, OneNote, Google Keep, Evernote เป็นตน้ )
2) เคร่อื งมือจดั การเอกสาร (Office suites & tools) เคย
2.1) เครอ่ื งมอื นาเสนอ (PowerPoint, Google Slides, Apple Keynote, Prezi เปน็ ตน้ ) 3.33 1.70 บางคร้งั 3.26 1.68 บางครั้ง
2.2) เคร่อื งมอื เอกสาร (Google Docs, Word, Apple Pages เป็นต้น)
2.3) เครือ่ งมอื สเปรดชตี (Google Sheets, Excel เปน็ ต้น) 4.20 0.95 บ่อย ๆ 4.10 0.93 บอ่ ย ๆ
4.08 1.05 บอ่ ย ๆ 3.97 1.03 บ่อย ๆ
3.83 1.13 บอ่ ย ๆ 3.73 1.08 บ่อย ๆ
99
ประเภทของแอปพลเิ คชนั และเวป็ แอปพลเิ คชัน ความถีใ่ นการใช้ ความสามารถในการใช้
เคร่อื งมอื
2.4) แอปพลิเคชันแชร์ไฟล์ (Google Drive, Dropbox, OneDrive เป็นต้น) คา่ เฉล่ยี SD แปลผล
2.5) อเี มล (Gmail, Outlook, Apple Mail เปน็ ต้น) 4.00 1.17 บอ่ ย ๆ คา่ เฉลี่ย SD แปลผล
3) เครือ่ งมือการพฒั นา การสร้าง และการแกไ้ ขเน้ือหา (Content development & editing tools) 4.02 1.13 บอ่ ย ๆ 3.86 1.10 บอ่ ย ๆ
3.1) PDF (Adobe Acrobat Pro, Foxit เปน็ ต้น) 3.88 1.15 บ่อย ๆ
3.2) กราฟิก/ไดอะแกรม (Canva, Adobe Spark, Adobe Illustrator เปน็ ตน้ )
3.3) เคร่ืองมอื บนั ทกึ หนา้ จอ (OBS, Camtasia, Loom เปน็ ต้น) 3.54 1.48 บอ่ ย ๆ 3.42 1.44 บางครั้ง
3.60 1.37 บ่อย ๆ 3.51 1.32 บ่อย ๆ
3.4) เครื่องมอื ตัดตอ่ เสยี ง (Audacity, Adobe Audition เป็นตน้ ) 2.21 1.75 แทบไม่ 2.18 1.78 แทบไม่เคย
3.5) เครื่องมือสร้างแอนนิเมชัน่ (Vyond, Powtoon, Doodly เปน็ ต้น) เคย
1.87 1.68 แทบไม่ 1.90 1.72 แทบไม่เคย
3.6) เคร่อื งมือตัดต่อวีดโี อ (Apple Clips, Adobe After Effects, Apple iMovie, Descript, Filmora, Adobe
Premiere Pro เป็นต้น) เคย
3.7) เครอ่ื งมือเนื้อหาแบบโตต้ อบ (hihaho, H5P เปน็ ตน้ ) 1.54 1.65 แทบไม่ 1.60 1.67 แทบไม่เคย
3.8) แบบฟอร์มและแบบสารวจ (Google Forms, MS Forms, Survey Monkey, Typeform เปน็ ตน้ )
เคย
2.53 1.68 บางครง้ั 2.44 1.68 แทบไมเ่ คย
1.41 1.63 ไมเ่ คย 1.46 1.61 ไม่เคย
3.42 1.45 บางครงั้ 3.21 1.52 บางครงั้
100
ประเภทของแอปพลเิ คชันและเวป็ แอปพลเิ คชนั ความถี่ในการใช้ ความสามารถในการใช้
เคร่อื งมือ
3.9) เครอื่ งมือสร้างเนื้อหาเว็บ (Sway, WordPress, Blogger, Google Sites, Medium, Wix เปน็ ต้น) คา่ เฉล่ยี SD แปลผล
2.05 1.72 แทบไม่ คา่ เฉล่ีย SD แปลผล
4) แพลตฟอร์มการสอนและเคร่ืองมอื (learning platforms & tools) 2.04 1.71 แทบไม่เคย
4.1) LMS (Google Classroom, Moodle, MS Teams, Blackboard เปน็ ต้น) เคย
4.2) เกม เคร่ืองมอื ทดสอบและใหค้ ะแนน (Quizizz, Quizlet, Nearpod, Wordwall เปน็ ต้น) 3.75 1.14 บางครง้ั
4.3) แพลตฟอรม์ หลักสตู รออนไลน์ (Thai MOOC, Udemy, LinkedIn Learning, Coursera, edX, Skillshare เป็น 3.90 1.20 ไมเ่ คย 2.75 1.53 บางครัง้
ตน้ ) 2.79 1.57 บางคร้งั 2.27 1.68 แทบไม่เคย
5) เครอ่ื งมอื เวบ็ และทรพั ยากร (web tools & resources) 2.24 1.69 แทบไม่
5.1) เวบ็ เบราว์เซอร์ (Google Chrome, Safari, Firefox, MS Edge เป็นต้น) 4.34 0.91 บ่อย ๆ
5.2) เครอ่ื งมือค้นหาเวบ็ (Google, DuckDuckGo, Google Scholar, Bring เปน็ ตน้ ) เคย 3.26 1.67 บางครัง้
5.3) เครื่องมือแปลออนไลน์ (Google Translate เป็นตน้ ) 4.05 1.08 บอ่ ย ๆ
5.4) พอดคาสต์ (Spotify, Apple Podcasts เป็นต้น) 4.39 0.93 บ่อย ๆ 3.03 1.82 บางครง้ั
5.5) แหล่งวดี โี อ (YouTube, Vimeo เป็นตน้ ) 3.34 1.68 บา่ งคร้ัง 4.09 1.17 บอ่ ย ๆ
5.6) Coding (Stack Overflow, เปน็ ตน้ ) 4.03 1.08 บ่อย ๆ 1.83 1.77 แทบไม่เคย
2.95 1.82 บางครัง้
4.20 1.12 บ่อย ๆ
1.73 1.75 แทบไม่
เคย
101
ประเภทของแอปพลิเคชนั และเวป็ แอปพลเิ คชัน ความถีใ่ นการใช้ ความสามารถในการใช้
5.7) ฐานขอ้ มูลอ้างอิง (Scopus, Thaijo, Thailis, ScienceDirect, PubMed เป็นต้น) เครื่องมือ
ค่าเฉล่ยี SD แปลผล
2.42 1.73 แทบไม่ ค่าเฉลี่ย SD แปลผล
2.40 1.71 แทบไม่เคย
เคย
ตาราง 70 แสดงผลสารวจเกยี่ วกบั ความถแี่ ละความสามารถในการใช้งานแอปพลิเคชันและเว็ปแอปพลเิ คชันในการเรยี นผา่ นระบบออนไลน์ แยกตามกลุม่ สถาบนั
คา่ เฉลยี่ ความถใ่ี นการใช้ คา่ เฉล่ยี ความสามารถในการใช้
เคร่อื งมอื
เคร่อื งมอื สือ่ สารนอกเวลาเรียน
ก ุ่ลม 1
ก ่ลุม 2
กลุ่ม 3
กลุ่ม 4
รวม
ก ุ่ลม 1
ก ุ่ลม 2
ก ุ่ลม 3
กลุ่ม 4
รวม
1) แพลตฟอร์มทางสงั คมและความรว่ มมอื (social & collaboration platforms) 4.48 4.26 3.83 3.74 4.08 4.33 3.99 3.83 3.59 4.01
1.1) แพลตฟอร์มการประชมุ ทางวดิ โี อ (Zoom, Microsoft Teams, Google Meet เปน็ ตน้ ) 4.49 4.06 4.17 3.79 4.13 4.43 3.98 4.17 3.67 4.10
1.2) แอปส่งขอ้ ความ (Line, Messenger, WhatsApp, Telegram, Skype, Discord, WeChat เปน็ ต้น) 3.03 2.65 2.83 2.46 2.74 3.02 2.42 2.17 2.46 2.64
1.3) เครื่องมือการมสี ่วนรว่ มในคาบเรียน (Kahoot, Mentimeter, Gimkit, Socrative เปน็ ตน้ ) 1.94 1.78 1.83 2.38 1.98 1.87 1.85 1.67 2.44 1.97
1.4) แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกัน (Flipgrid, Padlet, Jamboard, Trello, Lino เป็นตน้ ) 1.86 1.88 2.67 2.44 2.21 1.89 2.04 2.83 2.38 2.24
1.5) กระดานไวทบ์ อรด์ ออนไลน์ (Google Jamboard, MS Whiteboard, Collaboard เป็นต้น) 3.65 2.49 3.83 3 3.24 3.55 2.44 4.33 3.15 3.30
1.6) โน๊ตบุ๊คดจิ ติ อล (Goodnote, Notability, OneNote, Google Keep, Evernote เป็นตน้ )
2) เครอ่ื งมอื จัดการเอกสาร (Office suites & tools)
ค่าเฉล่ียความถใ่ี นการใช้ 102
คา่ เฉลี่ยความสามารถในการใช้
เคร่อื งมือ
เครือ่ งมือสื่อสารนอกเวลาเรยี น
กลุ่ม 1
กลุ่ม 2
กลุ่ม 3
กลุ่ม 4
รวม
กลุ่ม 1
กลุ่ม 2
กลุ่ม 3
กลุ่ม 4
รวม
2.1) เคร่ืองมือนำเสนอ (PowerPoint, Google Slides, Apple Keynote, Prezi เปน็ ตน้ ) 4.37 3.93 4.00 4 4.08 4.25 3.84 4.00 3.00 3.77
2.2) เครอ่ื งมอื เอกสาร (Google Docs, Word, Apple Pages เป็นตน้ ) 4.3 3.64 4.00 4 3.99 4.18 3.49 4.00 4.00 3.92
2.3) เคร่อื งมอื สเปรดชีต (Google Sheets, Excel เปน็ ต้น) 4.05 3.31 3.50 4 3.72 3.90 3.32 3.50 3.00 3.43
2.4) แอปพลิเคชนั แชร์ไฟล์ (Google Drive, Dropbox, OneDrive เปน็ ตน้ ) 4.26 3.42 4.00 3 3.67 4.09 3.34 4.00 3.00 3.61
2.5) อีเมล (Gmail, Outlook, Apple Mail เปน็ ต้น) 4.25 3.52 4.17 4 3.99 4.11 3.32 4.17 3.00 3.65
3) เครือ่ งมอื พัฒนา สร้าง และแก้ไขเน้อื หา (Content development & editing tools)
3.1) PDF (Adobe Acrobat Pro, Foxit เปน็ ต้น) 3.75 3.03 4.00 3.28 3.52 3.58 3.06 3.33 3.23 3.30
3.2) กราฟิก/ไดอะแกรม (Canva, Adobe Spark, Adobe Illustrator เปน็ ต้น) 3.84 2.98 3.33 3.36 3.38 3.69 3.12 3.33 3.18 3.33
3.3) เครื่องมอื บันทึกหน้าจอ (OBS, Camtasia, Loom เปน็ ต้น) 2.23 2.03 2.83 2.49 2.40 2.23 1.94 2.33 2.44 2.24
3.4) เครื่องมือตัดต่อเสียง (Audacity, Adobe Audition เปน็ ตน้ ) 1.81 1.96 1.17 2.23 1.79 1.87 1.84 2.17 2.38 2.07
3.5) เครอ่ื งมือสร้างแอนนเิ มชัน่ (Vyond, Powtoon, Doodly เป็นต้น) 1.44 1.67 1.17 2.13 1.60 1.52 1.66 2.17 1.95 1.83
3.6) เครอื่ งมอื ตัดตอ่ วีดีโอ (Apple Clips, Adobe After Effects, Apple iMovie, Descript, Filmora, Adobe 2.65 2.19 1.67 2.59 2.28 2.58 2.10 2.83 2.26 2.44
Premiere Pro เป็นตน้ )
3.7) เครื่องมอื เนื้อหาแบบโตต้ อบ (hihaho, H5P เป็นต้น) 1.3 1.57 1.17 1.97 1.50 1.36 1.57 2.17 1.95 1.76
3.8) แบบฟอร์มและแบบสำรวจ (Google Forms, MS Forms, Survey Monkey, Typeform เป็นต้น) 3.58 3.06 3.17 3.15 3.24 3.38 2.90 3.17 2.64 3.02
3.9) เคร่อื งมอื สร้างเนือ้ หาเว็บ (Sway, WordPress, Blogger, Google 2.05 1.94 2.50 2.31 2.20 1.97 2.02 3.00 2.49 2.37
ค่าเฉล่ียความถใี่ นการใช้ 103
ค่าเฉลีย่ ความสามารถในการใช้
เครอื่ งมือ
เครอ่ื งมือสอ่ื สารนอกเวลาเรียน
กลุ่ม 1
กลุ่ม 2
กลุ่ม 3
กลุ่ม 4
รวม
กลุ่ม 1
กลุ่ม 2
กลุ่ม 3
กลุ่ม 4
รวม
4) แพลตฟอร์มการเรยี นรู้และเครอื่ งมอื (learning platforms & tools)
4.1) LMS (Google Classroom, Moodle, MS Teams, Blackboard เป็นต้น) 4.02 3.79 3.33 3.31 3.61 3.84 3.68 3.33 3.23 3.52
4.2) เกม เครอ่ื งมือทดสอบและให้คะแนน (Quizizz, Quizlet, Nearpod, Wordwall เปน็ ต้น) 2.8 2.80 3.33 2.64 2.89 2.74 2.74 3.33 2.74 2.89
4.3) แพลตฟอร์มหลักสูตรออนไลน์ (Thai MOOC, Udemy, LinkedIn Learning, Coursera, edX, Skillshare เปน็ ตน้ ) 2.23 2.11 3.17 2.62 2.53 2.21 2.23 3.17 2.69 2.58
5) เครื่องมือเว็บและทรพั ยากร (web tools & resources)
5.1) เว็บเบราวเ์ ซอร์ (Google Chrome, Safari, Firefox, MS Edge เป็นต้น) 4.57 4.11 4.17 3.72 4.14 4.52 4.02 4.17 3.79 4.13
5.2) เครื่องมอื ค้นหาเว็บ (Google, DuckDuckGo, Google Scholar, Bring เป็นตน้ ) 3.31 3.32 4.00 3.56 3.55 3.21 3.25 4.00 3.59 3.51
5.3) เคร่อื งมอื แปลออนไลน์ (Google Translate เป็นตน้ ) 4.21 3.60 4.33 3.74 3.97 4.23 3.60 4.33 3.79 3.99
5.4) พอดคาสต์ (Spotify, Apple Podcasts เป็นตน้ ) 3.22 2.17 2.83 3 2.81 3.32 2.19 2.83 3.08 2.86
5.5) แหลง่ วีดีโอ (YouTube, Vimeo เปน็ ต้น) 4.44 3.64 4.33 3.79 4.05 4.31 3.56 4.33 3.72 3.98
5.6) Coding (Stack Overflow, เป็นตน้ ) 1.68 1.59 1.83 2.59 1.92 1.77 1.71 1.83 2.74 2.01
5.7) ฐานข้อมลู อ้างอิง (Scopus, Thaijo, Thailis, ScienceDirect, PubMed เป็นต้น) 2.49 2.21 2.17 2.51 2.35 2.38 2.30 3.17 2.85 2.68
ผลสำรวจเกี่ยวกับความสามารถและความถี่ในการใช้แอปพลิเคชันและเว็ปแอปพลิเคชันที่ใช้ในการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ประเภทแพลตฟอร์มทางสังคมและ
ความร่วมมือ (social & collaboration platforms) พบวา่ แอปสง่ ข้อความ (Line, Messenger, WhatsApp, Telegram, Skype, Discord, WeChat เป็นตน้ ) (ค่าเฉลี่ย
4.13) และแพลตฟอร์มการประชุมทางวิดีโอ (Zoom, Microsoft Teams, Google Meet เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 4.08) มีความถี่ในการใช้ในระดับมาก ส่วนโน๊ตบุ๊คดิจิตอล
104
(Goodnote, Notability, OneNote, Google Keep, Evernote เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.24) มีความถี่ในการใช้ระดับปานกลาง โดยเครื่องมือการมีส่วนร่วมในคาบเรียน
(Kahoot, Mentimeter, Gimkit, Socrative เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 2.74) และกระดานไวท์บอร์ดออนไลน์ (Google Jamboard, MS Whiteboard, Collaboard เป็นต้น)
(เค้าเฉลี่ย 2.21) มีความถี่ในการใช้อยู่ในระดับน้อย ในขณะที่แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกัน (Flipgrid, Padlet, Jamboard, Trello, Lino เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 1.08) มี
ความถี่ในการใช้งานในระดับน้อยมาก ตามลำดับ ทั้งนี้ ผลสำรวจเกี่ยวกับความสามารถในการใช้เแอปพลิเคชันและเว็ปแอปพลิเคชันที่ใช้ในการ เรียนผ่านระบบออนไลน์
ประเภทแพลตฟอร์มทางสังคมและความร่วมมือ (social & collaboration platforms) พบว่า ค่าเฉลี่ยความสามารถของแพลฟอร์มทางสังคมและความร่วมมือที่อยู่ใน
ระดับดี ได้แก่ แอปส่งข้อความ (Line, Messenger, WhatsApp, Telegram, Skype, Discord, WeChat เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 4.10) และ แพลตฟอร์มการประชุมทางวิดโี อ
(Zoom, Microsoft Teams, Google Meet เปน็ ต้น) (คา่ เฉล่ีย 4.01) ส่วนเครอ่ื งมอื ดจิ ิทลั ท่ีมคี า่ เฉลีย่ ความสามารถในระดบั ปานกลาง ไดแ้ ก่ โนต๊ บ๊คุ ดจิ ติ อล (Goodnote,
Notability, OneNote, Google Keep, Evernote เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.30) และเครื่องมือการมีส่วนร่วมในคาบเรียน (Kahoot, Mentimeter, Gimkit, Socrative เป็น
ต้น) (ค่าเฉลี่ย 2.64) โดยกระดานไวท์บอร์ดออนไลน์ (Google Jamboard, MS Whiteboard, Collaboard เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 2.24) และ แพลตฟอร์มการทำงานรว่ มกัน
(Flipgrid, Padlet, Jamboard, Trello, Lino เปน็ ต้น) (คา่ เฉล่ีย 1.97) มีค่าเฉลยี่ ความสามารถในระดับน้อย
ผลสำรวจเก่ียวกบั ความถี่ในการใช้แอปพลิเคชนั และเว็ปแอปพลิเคชนั ทีใ่ ช้ในการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ประเภทเครื่องมือจัดการเอกสาร พบว่า ทุกเครื่องมือมี
ความถี่ในการใช้เฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยเครื่องมือนำเสนอ (PowerPoint, Google Slides, Apple Keynote, Prezi เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ยความถี่ 4.08 เครื่องมือเอกสาร
(Google Docs, Word, Apple Pages เป็นต้น) และอีเมล (Gmail, Outlook, Apple Mail เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ยความถ่ี 3.99 เครื่องมือสเปรดชีต (Google Sheets, Excel
เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ยความถี่ 3.72 และแอปพลิเคชันแชร์ไฟล์ (Google Drive, Dropbox, OneDrive เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ยความถี่ 3.67 ตามลำดับ สำหรับผลสำรวจเกี่ยวกับ
ความสามารถในการใช้แอปพลเิ คชันและเว็ปแอปพลเิ คชันท่ีใชใ้ นการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ประเภทเครอ่ื งมือจดั การเอกสาร พบวา่ ทกุ เครอื่ งมือมีค่าเฉล่ียความสามารถ
ในระดับดี โดยเครื่องมือเอกสาร (Google Docs, Word, Apple Pages เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ยความสามารถ 3.92 เครื่องมือนำเสนอ (PowerPoint, Google Slides, Apple
Keynote, Prezi เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ยความสามารถ 3.77 อีเมล (Gmail, Outlook, Apple Mail เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ยความสามารถ 3.65 แอปพลิเคชันแชร์ไฟล์ (Google
Drive, Dropbox, OneDrive เป็นตน้ ) มีคา่ เฉลี่ยความสามารถ 3.61 และเคร่ืองมือสเปรดชีต (Google Sheets, Excel เปน็ ตน้ ) มคี า่ เฉล่ยี ความสามารถ 3.43 ตามลำดบั
ผลสำรวจเกี่ยวกับความถี่ในการใช้แอปพลิเคชันและเว็ปแอปพลิเคชันที่ใช้ในการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ประเภทเครื่องมือพัฒนา สร้าง และแก้ ไขเนื้อหา
(Content development & editing tools) พบว่า กราฟิก/ไดอะแกรม (Canva, Adobe Spark, Adobe Illustrator เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.33) PDF (Adobe Acrobat
Pro, Foxit เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.30) และแบบฟอร์มและแบบสำรวจ (Google Forms, MS Forms, Survey Monkey, Typeform เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.24) มีค่าเฉลี่ย
105
ความถี่ในการใช้งานในระดับปานกลาง ส่วนเครื่องมือบันทึกหน้าจอ (OBS, Camtasia, Loom เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 2.40) เครื่องมือตัดต่อวีดีโอ (Apple Clips, Adobe
After Effects, Apple iMovie, Descript, Filmora, Adobe Premiere Pro เป็นต้น) (ค่าเฉล่ีย 2.28) เครอ่ื งมือสร้างเนอ้ื หาเวบ็ (Sway, WordPress, Blogger, Google
(ค่าเฉลี่ย 2.20) เครื่องมือตัดต่อเสียง (Audacity, Adobe Audition เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 1.79) เครื่องมือสร้างแอนนิเมชั่น (Vyond, Powtoon, Doodly เป็นต้น) (ค่าเฉลย่ี
1.60) และเครื่องมือเนื้อหาแบบโต้ตอบ (hihaho, H5P เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 1.50) มีค่าเฉลี่ยความถี่ในการใช้อยู่ในระดับน้อย ส่วนผลสำรวจเกี่ยวกับความสามารถในการใช้
แอปพลิเคชันและเว็ปแอปพลิเคชันที่ใช้ในการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ประเภทเครื่องมือพัฒนา สร้าง และแก้ไขเนื้อหา ( Content development & editing tools)
พบว่า กราฟิก/ไดอะแกรม (Canva, Adobe Spark, Adobe Illustrator เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.33) PDF (Adobe Acrobat Pro, Foxit เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.30) และ
แบบฟอร์มและแบบสำรวจ (Google Forms, MS Forms, Survey Monkey, Typeform เปน็ ต้น) (คา่ เฉลีย่ 3.02) มรี ะดับความสามารถเฉลยี่ นอยู่ในระดับปานกลาง ส่วน
เครอื่ งมือตัดต่อวดี ีโอ (Apple Clips, Adobe After Effects, Apple iMovie, Descript, Filmora, Adobe Premiere Pro เป็นตน้ ) (คา่ เฉลี่ย 2.44) เครื่องมือสร้างเน้ือหา
เว็บ (Sway, WordPress, Blogger, Google (ค่าเฉลี่ยน 2.37) เครื่องมือบันทึกหน้าจอ (OBS, Camtasia, Loom เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 2.24) เครื่องมือตัดต่อเสียง
(Audacity, Adobe Audition เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 2.07) เครื่องมือสร้างแอนนิเมชั่น (Vyond, Powtoon, Doodly เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 1.83) และเครื่องมือเนื้อหาแบบ
โต้ตอบ (hihaho, H5P เปน็ ตน้ ) (คา่ เฉล่ีย 1.76) มคี ่าเฉล่ยี ความสามารถในการใชอ้ ยู่ในระดบั น้อย
ผลสำรวจเก่ียวกบั ความถใี่ นการใชแ้ พลตฟอร์มการเรียนรแู้ ละเครือ่ งมือ (learning platforms & tools) ในการเรียนร้อู อนไลน์ของนกั ศึกษา พบวา่ ทุกเครื่องมือ
มีค่าเฉลี่ยความถี่ในการใช้อยู่ในระดับปานกลาง โดย LMS (Google Classroom, Moodle, MS Teams, Blackboard เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ย 3.61 เกม เครื่องมือทดสอบ
และให้คะแนน (Quizizz, Quizlet, Nearpod, Wordwall เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ย 2.89 และแพลตฟอร์มหลักสูตรออนไลน์ (Thai MOOC, Udemy, LinkedIn Learning,
Coursera, edX, Skillshare เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ย 2.53 ส่วนผลสำรวจเกี่ยวกับความสามารถในการใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้และเครื่องมือ พบว่า ทุกเครื่องมือมีค่าเฉลี่ย
ความสามารถในการใช้อยู่ในระดับปานกลาง โดย LMS (Google Classroom, Moodle, MS Teams, Blackboard เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ย 3.52 เกม เครื่องมือทดสอบและ
ให้คะแนน (Quizizz, Quizlet, Nearpod, Wordwall เป็นต้น) มีค่าเฉลี่ย 2.89 และแพลตฟอร์มหลักสูตรออนไลน์ (Thai MOOC, Udemy, LinkedIn Learning,
Coursera, edX, Skillshare เปน็ ตน้ ) มีค่าเฉลี่ย 2.58
ผลสำรวจเกี่ยวกับความถี่ในการใช้งานเครื่องมือเว็บและทรัพยากร (web tools & resources) การเรียนผ่านระบบออนไลน์ พบว่า มีเครื่องมือที่มีค่าเฉลี่ย
ความถี่ในการใชง้ านอยู่ในระดับมาก 4 ประเภท ได้แก่ เว็บเบราว์เซอร์ (Google Chrome, Safari, Firefox, MS Edge เป็นต้น) (ค่าเฮลี่ยน 4.14) แหล่งวีดีโอ (YouTube,
Vimeo เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 4.05) เครื่องมือแปลออนไลน์ (Google Translate เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.97) และเครื่องมือค้นหาเว็บ (Google, DuckDuckGo, Google
106
Scholar, Bring เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.55) ส่วนเครื่องมือที่มีค่าเฉลี่ยความถี่ในระดับปานกลาง ได้แก่ พอดคาสต์ (Spotify, Apple Podcasts เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 2.81) และ
เครื่องมือที่มีค่าเฉลี่ยความถี่ในระดับน้อยมี 2 เครื่องมือ ได้แก่ ฐานข้อมูลอ้างอิง (Scopus, Thaijo, Thailis, ScienceDirect, PubMed เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 2.35) และ
Coding (Stack Overflow, เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 1.92) ส่วนค่าเฉลี่ยความสามารถในการใช้เครื่องมือเว็บและทรัพยากร (web tools & resources) ในการเรียนผ่านระบบ
ออนไลน์ พบวา่ มี 4 เครื่องมอื ทีม่ คี า่ เฉล่ียความถีอ่ ยู่ในระดบั มาก ได้แก่ เว็บเบราวเ์ ซอร์ (Google Chrome, Safari, Firefox, MS Edge เป็นตน้ ) (คา่ เฉล่ยี 4.13) เครือ่ งมือ
แปลออนไลน์ (Google Translate เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.99) และแหล่งวีดีโอ (YouTube, Vimeo เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.98) และเครื่องมือค้นหาเว็บ (Google,
DuckDuckGo, Google Scholar, Bring เป็นต้น) (ค่าเฉลี่ย 3.51) ส่วนเครื่องมือที่มีความสามารถในการใช้เฉลี่ย อยู่ในระดับปานกลาง มี 2 เครื่องมือ ได้แก่ พอดคาสต์
(Spotify, Apple Podcasts เปน็ ตน้ ) (ค่าเฉลยี่ 2.86) และฐานขอ้ มูลอ้างองิ (Scopus, Thaijo, Thailis, ScienceDirect, PubMed เป็นตน้ ) (คา่ เฉลย่ี 2.68) สว่ น Coding
(Stack Overflow, เป็นตน้ ) มีคา่ เฉล่ียความสามารถในระดับน้อย (ค่าเฉลย่ี 2.01)
107
21. ผลการวจิ ยั เก่ียวกบั รูปแบบในการเรยี นในชว่ งการแพร่ระบาดของไวรสั โคโรนา่ ของนกั ศกึ ษา
ตาราง 71 ผลการวจิ ยั เกี่ยวกับรปู แบบในการเรียนในชว่ งการแพรร่ ะบาดของไวรสั โคโรนา่ ของนักศกึ ษา
รปู แบบใน กลุ่ม 1 กล่มุ 2 กลุม่ 3 กลุ่ม 4 รวม
การเรียน จำนวน รอ้ ย รอ้ ย จำนวน รอ้ ย รอ้ ย จำนวน ร้อยละ รอ้ ย จำนวน รอ้ ย รอ้ ย จำนวน รอ้ ย
ในชว่ งการ ละ ละ ละ กลุ่ม ละ ละ ละ ละ
ละ รวม กลุ่ม รวม รวม กลุ่ม รวม รวม
แพรร่ ะบาด
กลุ่ม
ของ ไวรสั
โคโรนา่
การเรียน 181 51.27 34.67 63 50.81 12.07 0.00 0.00 0.00 23 58.97 4.41 267.00 51.15
ออนไลน์
การเรยี นใน 0 0.00 0.00 1 0.81 0.19 0.00 0.00 0.00 2 5.13 0.38 3.00 0.57
หอ้ งเรียน
การเรียน 172 48.73 32.95 60 48.39 11.49 6.00 100.00 1.15 14 35.90 2.68 252.00 48.28
แบบผสม
ทง้ั ออนไลน์
และใน
หอ้ งเรยี น
รวม 353 124 6.00 39 7.47 0.00
ผลการวิจัยเกีย่ วกับรปู แบบในการเรยี นในชว่ งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา่ พบวา่ นกั ศกึ ษาเรยี นดว้ ยรูปแบบ
การเรียนออนไลนม์ ากทีส่ ุด คดิ เป็นร้อยละ 51.15 รองลงมาเป็นการเรยี นแบบผสม ทัง้ ออนไลนแ์ ละในหอ้ งเรยี น คดิ เป้นรอ้ ยละ
48.28 และมีการเรียนในห้องเรยี นเพยี งรอ้ ยละ 0.57
22. ผลการศึกษาเก่ยี วกับรปู แบบกิจกรรมการเรียนรู้ในชว่ งการแพรร่ ะบาดของไวรัสโคโรน่าของนักศึกษา
ตาราง 1 ผลการศึกษาเกย่ี วกบั รูปแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ในช่วงการแพรร่ ะบาดของไวรัสโคโรนา่ ของนกั ศึกษา
กจิ กรรมการเรียนรู้ กล่มุ 1 กล่มุ 2 กลมุ่ 3 กลุ่ม 4 รวม
ในชว่ งการแพร่ จำนวน
้รอยละก ุ่ลม
ระบาดของ ไวรัสโค ้รอยละรวม
โรน่า จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละก ุล่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละรวม
1. การฟังบรรยาย 377 20.92 14.79 113 20.04 4.43 6.00 21.43 0.24 39 25.16 1.53 535.00 20.99
2. การเรียนแบบสืบ 257 14.26 10.08 80 14.18 3.14 5.00 17.86 0.20 22 14.19 0.86 364.00 14.28
สอบค้นควา้
108
กิจกรรมการเรียนรู้ กลมุ่ 1 กลมุ่ 2 กลุม่ 3 กลมุ่ 4 รวม
ในช่วงการแพร่ จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ระบาดของ ไวรสั โค ร้อยละรวม
โรน่า จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
3. การเรียนแบบ 187 10.38 7.34 46 8.16 1.80 1.00 3.57 0.04 13 8.39 0.51 247.00 9.69
โครงงาน
4. การฝกึ หดั และ 197 10.93 7.73 73 12.94 2.86 6.00 21.43 0.24 21 13.55 0.82 297.00 11.65
ทดลองทำ
5. การเรียนดว้ ยการ 73 4.05 2.86 27 4.79 1.06 0.00 0.00 0.00 5 3.23 0.20 105.00 4.12
สรา้ งเรื่องราว
6. การเรียนด้วย 140 7.77 5.49 43 7.62 1.69 1.00 3.57 0.04 12 7.74 0.47 196.00 7.69
การศึกษาแหลง่ การ
เรยี นรู้
7. การเรียนด้วยการ 124 6.88 4.86 37 6.56 1.45 2.00 7.14 0.08 9 5.81 0.35 172.00 6.75
แก้ปัญหาจาก
สถานการณ์
8. การเรียนจากเกม 92 5.11 3.61 34 6.03 1.33 0.00 0.00 0.00 4 2.58 0.16 130.00 5.10
การศึกษา
9. การเรียนแบบ 162 8.99 6.36 54 9.57 2.12 5.00 17.86 0.20 13 8.39 0.51 234.00 9.18
ร่วมมือ
10. การเรยี นรจู้ าก 193 10.71 7.57 57 10.11 2.24 2.00 7.14 0.08 17 10.97 0.67 269.00 10.55
กรณีศกึ ษา
รวม 1802 564 28.00 155 2549 100.00
ผลการศึกษาเก่ยี วกบั รปู แบบกจิ กรรมการเรยี นร้ใู นชว่ งการแพรร่ ะบาดของไวรสั โคโรนา่ ของนกั ศึกษา
พบวา่ รูปแบบสว่ นใหญข่ องกิจกรรมการเรียนรู้ทไ่ี ด้เรยี นคือ การฟงั บรรยาย (รอ้ ยละ 20.99) รองลงมาเปน็ การ
เรยี นแบบสบื สอบคน้ ควา้ (ร้อยละ 14.28) และการเรียนแบบโครงงาน (รอ้ ยละ 11.65) ตามลำดับ
23. ผลการศกึ ษาเก่ยี วกบั รูปแบบการประเมินในรายวชิ าที่เรยี น
109
ตาราง 72 ผลการศึกษาเกีย่ วกับรูปแบบการประเมนิ ในรายวิชาทีเ่ รยี น
รปู แบบการประเมินในรายวชิ าที่ กล่มุ 1 กลมุ่ 2 กลมุ่ 3 กลมุ่ 4 รวม
เรียน
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุล่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
1. การประเมินจากแบบทดสอบ 330 38.06 383.72 117 36.91 136.05 6.00 33.33 6.98 31 36.05 36.05 484.00 37.58
2. การประเมนิ จากแบบฝกึ หัด/ใบ 271 31.26 315.12 111 35.02 129.07 5.00 27.78 5.81 32 37.21 37.21 419.00 32.53
งาน
3. การประเมนิ จากแฟม้ สะสมงาน 83 9.57 96.51 31 9.78 36.05 4.00 22.22 4.65 10 11.63 11.63 128.00 9.94
4. การประเมินจากการปฏบิ ตั ิจรงิ 183 21.11 212.79 58 18.30 67.44 3.00 16.67 3.49 13 15.12 15.12 257.00 19.95
รวม 867 317 18.00 86 1288.00
ผลการศกึ ษาเกย่ี วกับรูปแบบการประเมินในรายวิชาทเี่ รียน พบวา่ นักศกึ ษาไดร้ บั การประเมนิ โดยการ
ประเมนิ จากแบบทดสอบมากทส่ี ุด (รอ้ ยละ 37.58) รองลงมาคอื การประเมนิ จากแบบฝกึ หัด/ใบงาน (ร้อยละ
32.53) และการประเมนิ จากการปฏบิ ตั ิจรงิ (ร้อยละ 19.95) ตามลำดบั
24. ท่านคดิ วา่ ในรายวชิ าทีท่ า่ นไดเ้ รียนมีการเรยี นการสอนโดยใชเ้ ทคโนโลยเี สริม หรือมกี ารจดั การศกึ ษาผา่ น
ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ มีประสิทธิภาพเท่าใด
ตาราง 73 ผลการศกึ ษาเกีย่ วกบั ประสทิ ธภิ าพการใช้เทคโนโลยเี สรมิ หรอื การจัดการศกึ ษาผ่านระบบ
เทคโนโลยสี ารสนเทศในรายวชิ าที่เรียน
กลุม่ 1 กลมุ่ 2 กลมุ่ 3 กลุ่ม 4 รวม
การใชเ้ ทคโนโลยีเสรมิ หรือการจดั
การศึกษาผา่ นระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศในรายวิชาที่เรียน
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละรวม
1. ไมม่ ีมีประสทิ ธิภาพเลย 7 1.98 1.34 3 0.24 0.57 0.00 0.00 0.00 0 0.00 0.00 10.00 1.92
2. มปี ระสิทธภิ าพต่ำ 27 7.65 5.17 10 0.78 1.92 0.00 0.00 0.00 3 7.69 0.57 40.00 7.66
3. มปี ระสิทธภิ าพปานกลาง 231 65.44 44.25 84 6.59 16.09 6.00 100.00 1.15 20 51.28 3.83 341.00 65.33
4. มีประสทิ ธภิ าพสูง 88 24.93 16.86 27 2.12 5.17 0.00 0.00 0.00 16 41.03 3.07 131.00 25.10
รวม 353 124 6.00 39 522.00 100.00
ผลการศึกษาเก่ยี วกับประสทิ ธิภาพการใชเ้ ทคโนโลยีเสรมิ หรือการจดั การศกึ ษาผา่ นระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศในรายวชิ าทีเ่ รียน พบวา่ ส่วนใหญ่เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีเสรมิ หรือการจดั การศึกษาผ่านระบบ
110
เทคโนโลยีสารสนเทศในรายวชิ าทีเ่ รียนมีประสิทธภิ าพปานกลาง (รอ้ ยละ 65.33) และรองลงมาเหน็ ว่า มี
ประสิทธิภาพสูง (ร้อยละ 25.10) และท่เี ห็นมปี ระสทิ ธิภาพตำ่ (รอ้ ยละ 7.66) ตามลำดับ
25. ผลการศกึ ษาเก่ยี วกับปญั หาในการเรยี นผา่ นระบบออนไลนข์ องนักศกึ ษา
ตาราง 74 ผลการศกึ ษาเกยี่ วกบั ปัญหาในการเรยี นผ่านระบบออนไลน์ของนักศกึ ษา
ปัญหาในการเรยี นผ่านระบบ กลมุ่ 1 กลุ่ม 2 กลุม่ 3 กลมุ่ 4 รวม
ออนไลน์
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุล่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
ไม่มีปัญหา 28 7.93 5.30 16 12.90 3.03 0.00 0.00 0.00 13 28.89 2.46 57.00 10.80
มปี ัญหา 325 92.07 61.55 108 87.10 20.45 6.00 100.00 1.14 32 71.11 6.06 471.00 89.20
รวม 353 124 6.00 45 528.00 100.00
1. อุปกรณท์ ใี่ ชใ้ นการเรยี นไม่ 71 4.14 3.00 35 6.88 1.48 3.00 9.09 0.13 8 7.08 0.34 117.00 4.94
เพียงพอ
37 7.27 1.56 5.00 15.15 0.21 13 11.50 0.55 155.00 6.54
2. อุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการเรยี นไมม่ ี 100 5.83 4.22
ประสิทธิภาพ 21 4.13 0.89 0.00 0.00 0.00 4 3.54 0.17 90.00 3.80
23 4.52 0.97 0.00 0.00 0.00 8 7.08 0.34 103.00 4.35
3. ขาดทักษะในการใช้งานอุปกรณ์ 65 3.79 2.74
67 13.16 2.83 5.00 15.15 0.21 23 20.35 0.97 325.00 13.71
4. ไม่สามารถเช่อื มต่ออินเทอร์เนต็ 72 4.20 3.04 72 14.15 3.04 5.00 15.15 0.21 18 15.93 0.76 293.00 12.36
ได้ 22 4.32 0.93 0.00 0.00 0.00 1 0.88 0.04 86.00 3.63
5. อินเทอร์เน็ตขาดความเสถยี ร 230 13.41 9.70 32 6.29 1.35 1.00 3.03 0.04 5 4.42 0.21 123.00 5.19
6. สัญญาณอนิ เทอรเ์ นต็ ชา้ 198 11.55 8.35 46 9.04 1.94 4.00 12.12 0.17 10 8.85 0.42 289.00 12.19
7. ไม่สามารถใชง้ านแอปพลิเคชนั ที่ 63 3.67 2.66 15 2.95 0.63 0.00 0.00 0.00 1 0.88 0.04 89.00 3.76
ใชใ้ นการเรยี นได้
45 8.84 1.90 4.00 12.12 0.17 8 7.08 0.34 222.00 9.37
8. ขาดทักษะในการใช้งานแอป 85 4.96 3.59
พลิเคชัน 0 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0 0.00 0.00 0.00 0.00
9. ขาดแรงจงู ใจและความ 229 13.35 9.66
กระตือรือร้นในการเรียน
10. ไมส่ ามารถติดต่อหรือส่ือสาร 73 4.26 3.08
กับอาจารย์ผสู้ อนได้
11. ภาระงานที่ได้รับมอบหมาย 165 9.62 6.96
มากเกนิ ไป
12. การใช้แพลตฟอรม์ ท่ี 0 0.00 0.00
หลากหลาย
111
ปญั หาในการเรยี นผ่านระบบ กลุ่ม 1 กลมุ่ 2 กลมุ่ 3 กลุม่ 4 รวม
ออนไลน์
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุล่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
13. มปี ัญหาดา้ นสขุ ภาพทางกาย 201 11.72 8.48 54 10.61 2.28 3.00 9.09 0.13 6 5.31 0.25 264.00 11.14
เช่น ปวดหลัง บา่ ไหล่ คอเป็นต้น 9.09 0.13 8 7.08 0.34 214.00 9.03
14. มีปญั หาดา้ นสุขภาพทางจติ ใจ 163 9.50 6.88 40 7.86 1.69 3.00 113 2370.00 100.00
เช่น ความเครยี ด นอนไมห่ ลบั เปน็
ต้น
รวม 1715 509 33.00
ผลการศกึ ษาเกีย่ วกบั ปญั หาในการเรยี นผา่ นระบบออนไลนข์ องนักศึกษา โดยนกั ศึกษาทไี่ ม่พบปญั หา
มีร้อยละ 10.80 สว่ นที่พบปญั หามถี งึ รอ้ ยละ 89.20 โดยทพี่ บปัญหาสว่ นใหญร่ อ้ ยละ 13.71 พบวา่ อินเทอรเ์ น็ต
ขาดความเสถยี ร รอ้ ยละ 12.36 สัญญาณอนิ เทอรเ์ นต็ ช้า และรอ้ ยละ 12.19 ขาดแรงจงู ใจและความ
กระตือรอื ร้นในการเรียน ตามลำดับ
26. ผลการศกึ ษาเกีย่ วกับความกังวลกบั ปญั หาการทจุ รติ ในการสอบสำหรับการเรยี นออนไลน์
ตาราง 75 ผลการศึกษาเกี่ยวกบั ความกังวลกับปญั หาการทุจรติ ในการสอบสาหรบั การเรียนออนไลน์
ความกงั วลกบั ปญั หา กลุ่ม 1 กลมุ่ 2 กลมุ่ 3 กลมุ่ 4 รวม
การทจุ รติ ในการสอบ
สำหรับการเรยี น
ออนไลน์
จำนวน
้รอยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
กังวล 223 63.35 42.88 59 47.58 11.35 2.00 40.00 0.38 26 66.67 5.00 310.00 59.62
ไม่กังวล 129 36.65 24.81 65 52.42 12.50 3.00 60.00 0.58 13 33.33 2.50 210.00 40.38
รวม 352 124 5.00 39 520.00 100.00
ผลการศกึ ษาเก่ยี วกับความกังวลกับปัญหาการทุจริตในการสอบสำหรบั การเรยี นออนไลน์ พบวา่
นักศกึ ษารอ้ ยละ 59.62 มคี วามกังวลกบั ปญั หาการทจุ รติ ในการสอบสำหรบั การเรยี นออนไลน์ แตร่ อ้ ยละ
40.38 ไมม่ ีความกงั วล
27. ผลการศกึ ษาเกยี่ วกับการพบปญั หาการทจุ รติ ในการสอบสำหรับการเรียนออนไลน์ดว้ ยตนเองของนักศกึ ษา
112
ตาราง 76 ผลการศกึ ษาเกย่ี วกับการพบปัญหาการทุจริตในการสอบสาหรบั การเรยี นออนไลน์ด้วยตนเองของ
นกั ศกึ ษา
ทา่ นเคยพบปญั หาการทุจริตในการสอบ กลมุ่ 1 กลมุ่ 2 กลมุ่ 3 กลุม่ 4 รวม
สำหรับการเรยี นออนไลนด์ ้วยตนเอง
หรอื ไม่ จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละก ุล่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
ร้อยละรวม
ไม่เคย 191 757.51 36.59 90 72.58 17.24 0.00 0.00 0.00 40 8.89 7.66 321.00 61.73
เคย 162 642.49 31.03 34 27.42 6.51 6 100 1.15 5 1.11 0.96 201.00 38.65
รวม 353 124 0.00 45 522.00 100.38
ผลการศึกษาเกี่ยวกับการพบปัญหาการทุจริตในการสอบสำหรับการเรียนออนไลน์ด้วยตนเองของ
นักศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่พบเคยพบปัญหาการทุจริตในการสอบสำหรับการเรียนออนไลน์ด้วยตนเอง (ร้อยละ
61.73) แต่มีบางส่วนที่ไม่เคยพบปัญหาการทุจริตในการสอบสำหรับการเรียนออนไลน์ด้วยตนเอง (ร้อยละ
38.65)
28. ผลการศึกษาเกี่ยวกบั ความยืดหย่นุ สำหรับการเรยี นออนไลนข์ องอาจารย์ผสู้ อนโดยนักศึกษา
ตาราง 77 ผลการศึกษาเกยี่ วกับความยดื หยนุ่ สาหรับการเรียนออนไลน์ของอาจารย์ผ้สู อนโดยนกั ศึกษา
ความยดื หย่นุ สำหรบั การเรียนออนไลน์ของ คา่ เฉลยี่ ความยดื หยุ่นสำหรบั การเรยี นออนไลนข์ อง
อาจารยผ์ ู้สอน อาจารย์ผสู้ อน
กล่มุ 1 กลุ่ม 2 กลมุ่ 3 กลมุ่ 4 รวม
ความยดื หยุ่นสำหรับการเรียนออนไลน์ของ 3.76 3.71 4.17 3.59 3.81
อาจารยผ์ ู้สอน
ผลการศกึ ษาเกยี่ วกับความยืดหยนุ่ สำหรบั การเรียนออนไลน์ของอาจารย์ผ้สู อน พบวา่ นกั ศกึ ษามี
ความเห็นวา่ อาจารย์ผสู้ อนมคี วามยดื หยนุ่ สำหรบั การเรยี นออนไลน์ เฉลยี่ อย่ใู นระดบั มาก
113
29. ผลการศกึ ษาเกีย่ วกบั ผลกระทบสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด-19 ต่อการเรยี น
ตาราง 78 ผลการศึกษาเกย่ี วกบั ผลกระทบสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด-19 ต่อการเรยี น
สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด- ค่าเฉลีย่ สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคโควิด-19 ตอ่ การ
19 ตอ่ การเรียน เรียน
กล่มุ 1 กลุ่ม 2 กลมุ่ 3 กลุ่ม 4 รวม
สถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคโควิด- 4.52 4.27 4.50 4.28 3.81
19 ต่อการเรียน
ผลการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อการเรียน พบว่า
นักศึกษามคี วามเหน็ ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควดิ -19 ตอ่ การเรยี น เฉล่ยี นอยใู่ นระดับมาก
30. ผลการศกึ ษาเกย่ี วกับการใชเ้ ครอื่ งมือในการสอบออนไลน์
ตาราง 79 ผลการศกึ ษาเกีย่ วกับการใช้เครือ่ งมอื ในการสอบออนไลน์ กลมุ่ 4 รวม
การใช้เครือ่ งมืออะไรในการสอบ กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 กลุ่ม 3
ออนไลน์
จำนวน
ร้อยละก ุ่ลม
้รอยละรวม
จำนวน
ร้อยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
้รอยละก ุล่ม
้รอยละรวม
จำนวน
้รอยละกลุ่ม
ร้อยละรวม
จำนวน
้รอยละรวม
การสอบออนไลน์แบบมีการควบคุม 312 92.58 64.20 104 95.41 21.40 6.00 100.00 1.23 32 94.12 6.58 454.00 87.31
โดยการเปดิ กล้อง เช่น Zoom,
Google Meet, Microsoft Teams 2 5.88 0.41 8.00 1.54
0 0.00 0.00 24.00 4.62
การใช้แอปพลิเคชนั ควบคุมการสอบ 6 1.78 1.23 0 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 34 486.00 93.46
เชน่ Exam Plus
การใชเ้ ว็ปบราวเซอร์แบบมกี ารควบคมุ 19 5.64 3.91 5 4.59 1.03 0.00 0.00 0.00
เชน่ Safe Exam Browser
รวม 337 109 6.00
ผลการศกึ ษาเก่ียวกับการใชเ้ ครอ่ื งมอื ในการสอบออนไลน์ พบวา่ สว่ นใหญ่มีการสอบออนไลนแ์ บบมี
การควบคมุ โดยการเปดิ กล้อง เช่น Zoom, Google Meet, Microsoft Teams (ร้อยละ 87.31) รองลงมามี
การใชเ้ ว็ปบราวเซอรแ์ บบมกี ารควบคมุ เชน่ Safe Exam Browser (รอ้ ยละ 4.62) และมีการใชแ้ อปพลเิ คชัน
ควบคุมการสอบ เช่น Exam Plus (รอ้ ยละ 1.54) ตามลำดบั
114
ตอนที่ 2 ความคิดเห็นของนกั ศกึ ษาท่มี ตี ่อการจัดการศกึ ษาผา่ นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ระดบั รายวชิ า
ตาราง 80 ความคดิ เหน็ ของนกั ศกึ ษาท่มี ีตอ่ การจัดการศึกษาผา่ นระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร
ระดบั รายวิชา
ประเดน็ คา่ เฉล่ยี ความคิดเห็น
กลมุ่ 1 กลุ่ม 2 กลุ่ม 3 กล่มุ 4 รวม
1.1 ดา้ นศาสตร์การสอน (Pedagogy) หมายถึง ความคดิ เหน็ ของผู้เรียนท่มี ตี อ่
การเลือกใชร้ ปู แบบการจัดการเรียนรู้ เทคโนโลยสี ารสนเทศท่สี อดคล้องกับ
รายวิชาของผู้สอน โดยเน้นการพัฒนาผ้เู รียน 3 มิติ ไดแ้ ก่ มติ ดิ ้านความรู้ (K) มิติ
ดา้ นทักษะ (P) และมติ ิดา้ นคณุ ลกั ษณะบคุ คล (A)
1.1.2 ฉนั คิดว่ารูปแบบการสอนของอาจารยส์ ่งเสรมิ ให้ฉันมีความรู้และเขา้ ใจ 3.89 3.63 3.33 3.36 3.55
บทเรยี นในรายวิชา
1.1.3 ฉนั คดิ ว่าสื่อการสอนหรือเทคโนโลยที อี่ าจารยน์ ำมาใช้สอนมีความเหมาะสม 3.9 3.62 3.50 3.49 3.63
กบั รายวชิ าและส่งเสริมให้เกดิ การเรยี นรมู้ ากขนึ้
1.1.5 ฉนั คิดวา่ ฉันได้รับการพัฒนาด้านทศั นคตแิ ละคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ น 3.74 3.49 3.33 3.41 3.49
รายวิชาผา่ นการสอนของอาจารย์
1.2 ดา้ นการออกแบบเนื้อหา (Content Design) หมายถึง ความคดิ เห็นของ
ผู้เรยี นทีม่ ีต่อความเหมาะสมของเนื้อหาบทเรียนท่ีผสู้ อนนำมาใชใ้ นการจัดการ
เรยี นรู้ และเนื้อหามคี วามสอดคลอ้ ง ส่งเสรมิ ประสทิ ธิภาพการเรยี นรู้กบั
เทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเลอื กใช้ และตอบโจทยผ์ ลลัพธก์ ารเรียนรู้ของรายวชิ า
1.2.2 ฉันคดิ วา่ การจัดเนื้อหาในรายวิชามคี วามสอดคล้องกับจดุ ประสงค์การ 4.02 3.65 3.33 3.46 3.62
เรียนรู้
1.2.4 ฉันคดิ วา่ สื่อการสอนทีอ่ าจารย์นำมาใชม้ ีความสอดคล้องกับเน้ือหาใน 3.97 3.77 3.83 3.51 3.77
รายวชิ าและทนั สมยั
1.2.5 ฉนั คดิ ว่าเนื้อหาในรายวิชาสง่ เสรมิ ให้ฉันเกิดการเรยี นรู้ มีทักษะดา้ นต่าง ๆ 3.9 3.65 3.33 3.51 3.60
และได้รบั การพัฒนาดา้ นคุณลักษณะ
1.3 ดา้ นการออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ (Learning Activity Design) หมายถึง
ความคิดเห็นและพฤตกิ รรมของผู้เรียนทีม่ ีต่อการสอนโดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรู้
เชงิ รกุ ในรายวชิ า เนน้ การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมและมปี ระสิทธิภาพ
ทั้งการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ในรูปแบบประสานเวลา และแบบไม่ประสานเวลา
โดยผู้สอนมบี ทบาทในการสรา้ งความยึดมนั่ ผูกพันในการเรียน และให้ผลป้อนกลบั
เพอื่ พฒั นาผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ
115
ประเด็น คา่ เฉลยี่ ความคิดเห็น
กลมุ่ 1 กลุ่ม 2 กลุ่ม 3 กล่มุ 4 รวม
1.3.1 ฉนั คิดว่าฉันได้เรยี นรูผ้ า่ นกิจกรรมการเรียนร้เู ชิงรกุ เชน่ การเรยี นร้แู บบ 3.73 3.61 3.00 3.46 3.45
ร่วมมือ การเรียนร้ผู ่านการฝกึ ปฏบิ ตั ิ การเรียนร้โู ดยใชเ้ กม และการเรยี นรู้แบบ
กรณีศกึ ษา เป็นต้น
1.3.2 ฉนั คดิ ว่าฉันได้เรยี นดว้ ยวิธีการสอนหลากหลาย และมีความเหมาะสมกบั 3.76 3.67 3.17 3.46 3.52
เน้ือหาวิชาทเ่ี รียน
1.3.5 ฉนั คดิ วา่ ฉันไดร้ ับผลปอ้ นกลับ (feedback) จากอาจารยผ์ ่านทางระบบ 3.62 3.57 3.00 3.36 3.39
ออนไลน์ทงั้ ในเวลาเรยี นและนอกเวลาเรียน
1.4 ดา้ นการออกแบบการวัดและประเมนิ ผล (Assessment and Evaluation)
หมายถงึ ความคิดเห็นและพฤติกรรมของผู้เรียนท่มี ตี อ่ การประเมินผลในรายวชิ าที่
ครอบคลมุ ท้ังการประเมินเพื่อตัดสินผล การประเมนิ เพ่อื ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
จากการตรวจสอบและประเมนิ ตนเอง และการประเมินผลเพอ่ื ให้ไดข้ ้อมูล
ป้อนกลบั สำหรับนำมาปรับปรุงทงั้ วธิ กี ารสอนและวธิ กี ารเรียนรู้ โดยเปน็ การ
ประเมินระหว่างเรยี น และประเมินหลังเรียน
1.4.2 ฉันคิดว่าวิธกี ารประเมินผลในรายวชิ ามคี วามหลากหลายและเหมาะสม เช่น 3.86 3.70 3.33 3.46 3.59
การประเมินช้ินงาน โครงงาน การประเมนิ การทำงานกลมุ่ การประเมนิ ตนเอง
กอ่ นเรียน เป็นต้น
1.4.3 ฉันได้รบั ผลการประเมิน ผลปอ้ นกลับหรือคำแนะนำจากอาจารย์ เพื่อ 3.78 3.61 3.50 3.36 3.56
นำมาใช้ในการพัฒนาตนเอง
1.4.5 ฉนั คิดวา่ การประเมินเพือ่ ตัดสินผลการเรียนรู้ในรายวิชามีเกณฑ์การประเมนิ 3.89 3.72 3.50 3.54 3.66
ท่ชี ดั เจน เหมาะสม และสอดคล้องกบั เน้ือหาในรายวิชา
1.5 ดา้ นการประกนั คณุ ภาพ (Quality Assurance) หมายถึง ความคิดเหน็ ของ
ผู้เรยี นทส่ี ะทอ้ นถึงประสทิ ธภิ าพของการจัดการศกึ ษาผ่านระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ เพอ่ื เปน็ ยนื ยันว่าการจดั การศึกษาผา่ นระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศมี
ประสทิ ธิภาพ และเป็นหลักประกนั วา่ ผเู้ รียนจะบรรลุถึงผลลัพธ์การเรียนรตู้ าม
มาตรฐานท่ีกำหนดในรายวชิ าได้
1.5.4 ฉันมีความพงึ พอใจตอ่ การจัดการศกึ ษาผ่านระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ 3.41 3.39 2.83 3.28 3.23
1.5.5 ฉันคิดวา่ การจดั การศกึ ษาผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีประสิทธภิ าพ 3.38 3.37 3.17 3.11 3.26
และสง่ สรมิ การเรยี นรู้ การพฒั นาทกั ษะ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ ่กี ำหนด
ในรายวิชา
ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อการเลือกใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เทคโนโลยี
สารสนเทศที่สอดคล้องกับรายวิชาของผู้สอน โดยเน้นการพัฒนาผู้เรียน 3 มิติ ได้แก่ มิติด้านความรู้ (K) มิติ
116
ด้านทักษะ (P) และมิติด้านคุณลักษณะบุคคล (A) พบว่า ความเห็นเกี่ยวกับสื่อการสอนหรือเทคโนโลยีท่ี
อาจารย์นำมาใช้สอนมีความเหมาะสมกับรายวิชาและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น (ค่าเฉลี่ย 3.63) และ
รูปแบบการสอนของอาจารย์ส่งเสริมให้นักศึกษามีความรู้และเข้าใจบทเรียนในรายวิชา (ค่าเฉลี่ย 3.55) มี
ค่าเฉลี่ยความคิกเห็นในระดับมาก ส่วนการได้รับการพัฒนาด้านทัศนคติและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใน
รายวชิ าผ่านการสอนของอาจารย์ มคี ่าเฉลีย่ ความคิดเห็นในระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ยี 3.49)
ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อความเหมาะสมของเนื้อหาบทเรียนที่ ผู้สอนนำมาใช้ใน
การจัดการเรียนรู้ และเนื้อหามีความสอดคล้อง ส่งเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้กับเทคโนโลยีสารสนเทศที่
เลือกใช้ และตอบโจทย์ผลลัพธ์การเรียนรู้ของรายวิชา พบว่า ทั้ง 3 ประเด็นมีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นอยู่ในระดับ
มาก โดยความคิดเหน็ เก่ยี วกบั สื่อการสอนที่อาจารย์นำมาใชม้ คี วามสอดคลอ้ งกับเนอื้ หาในรายวิชาและทันสมัย
มีค่าความคิดเห็นเฉลี่ย 3.77 การจัดเนื้อหาในรายวิชามีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ มีค่าความ
คิดเห็นเฉลี่ย 3.62 และเนื้อหาในรายวิชาส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ มีทักษะด้านต่าง ๆ และได้รับการ
พฒั นาดา้ นคุณลักษณะ มคี า่ ความคิดเหน็ เฉลีย่ 3.60 ตามลำดบั
ผลสำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมของผู้เรียนที่มีต่อการสอนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกใน
รายวิชา เน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ทั้งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใน
รูปแบบประสานเวลา และแบบไมป่ ระสานเวลา โดยผู้สอนมบี ทบาทในการสร้างความยึดมัน่ ผูกพันในการเรยี น
และให้ผลป้อนกลับเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ พบว่า การได้เรียนด้วยวิธีการสอนหลากหลาย และมี
ความเหมาะสมกับเนอ้ื หาวชิ าท่เี รยี นมีค่าเฉลย่ี ความคดิ เหน็ ในระดบั มาก (คา่ เฉลีย่ 3.52) ส่วนการได้เรยี นรู้ผ่าน
กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก เช่น การเรียนรู้แบบร่วมมือ การเรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติ การเรียนรู้โดยใช้เกม และ
การเรียนรู้แบบกรณีศึกษา เป็นต้น (ค่าเฉลี่ย 3.45) และการได้รับผลป้อนกลับ (feedback) จากอาจารย์ผ่าน
ทางระบบออนไลน์ทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลาเรียน (ค่าเฉลี่ย 3.39) มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นในระดับปาน
กลาง
ผลสำรวจความคิดเหน็ และพฤตกิ รรมของผเู้ รียนทม่ี ีต่อการประเมินผลในรายวิชาที่ครอบคลุมท้ังการ
ประเมินเพื่อตัดสินผล การประเมินเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการตรวจสอบและประเมนิ ตนเอง และการ
ประเมินผลเพื่อให้ได้ข้อมูลป้อนกลับสำหรับนำมาปรับปรุงทั้งวิธีการสอนและวิธีการเรียนรู้ โดยเป็นการ
ประเมินระหว่างเรียน และประเมินหลงั เรียน พบว่า ทุกประเด็นมีค่าเฉลีย่ ความคิดเห็นในระดบั มาก โดยความ
คิดเห็นเกี่ยวกับการประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียนรู้ในรายวิชามีเกณฑ์การประเมินท่ีชัดเจน เหมาะสม และ
สอดคล้องกับเนื้อหาในรายวิชามีค่าเฉลี่ย 3.66 ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการประเมินผลในรายวิชามีความ
หลากหลายและเหมาะสม เช่น การประเมินชิ้นงาน โครงงาน การประเมินการทำงานกลุม่ การประเมินตนเอง
ก่อนเรียน เป็นต้น และได้รับผลการประเมิน ผลป้อนกลับหรือคำแนะนำจากอาจารย์ เพื่อนำมาใช้ในการ
พัฒนาตนเอง มีค่าเฉล่ียความคดิ เหน็ 3.56
ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียนที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการจัดการศึกษาผ่านระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเป็นยืนยันว่าการจัดการศึกษาผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีประสิทธิภาพ และ
เป็นหลักประกันว่าผู้เรียนจะบรรลุถึงผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานที่กำหนดในรายวิชาได้ พบว่า ทั้งสอง
117
ประเด็นมีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นในระดับปานกลาง โดยความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการศึกษาผ่านระบบ
เทคโนโลยสี ารสนเทศมีประสิทธิภาพและส่งสริมการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงคท์ ่ี
กำหนดในรายวิชา มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็น 3.26 ส่วนความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาผ่านระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ มีค่าเฉล่ียความคิดเห็น 3.23
ตอนที่ 3 ความคดิ เห็นเกย่ี วกบั การเข้าถงึ การเรียนรู้
ตาราง 81 ความคดิ เห็นของนกั ศกึ ษาเกี่ยวกบั การเขา้ ถึงการเรียนรู้
รายการ ค่าเฉลย่ี ระดบั พฤติกรรม/
ความคดิ เหน็
กล่มุ กล่มุ กลุ่ม กลุ่ม รวม
1234
3.1 ด้านผู้เรียน หมายถึง พฤติกรรมของผ้เู รียนท่แี สดงถึงการได้รับประสบการณ์ในการเรยี น
และการเขา้ ถึงส่อื การเรยี นการสอนอยา่ งเท่าเทยี ม และความพร้อมในด้านการใช้งานและการ
มอี ปุ กรณ์เทคโนโลยีในการเรียน
3.1.2 ฉันสามารถเรียนรผู้ า่ นระบบออนไลน์ได้ 4.03 3.67 3.00 3.36 3.52
3.1.3 ฉนั สามารถเรียนรผู้ า่ นส่อื การเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ 3.99 3.53 3.00 3.41 3.48
3.1.4 ฉันมีอุปกรณ์เทคโนโลยที ่ีพรอ้ มสำหรับการเรียน 3.92 3.48 3.00 3.23 3.41
3.2 ด้านผู้สอน หมายถงึ ความคิดเห็นของผูเ้ รยี นทม่ี ีต่อพฤตกิ รรมของผ้สู อนทแ่ี สดงถึงการ
ออกแบบจดั การเรยี นรู้ให้ผเู้ รียนเขา้ ถงึ ไดอ้ ยา่ งเทา่ เทียม มีรูปแบบในการสอนทีห่ ลากหลาย
เนือ้ หาเหมาะสมกบั ผเู้ รียน และเลือกใชเ้ ทคโนโลยที ีส่ ่งเสริมให้ผเู้ รียนเข้าถงึ การเรียนได้ง่าย
3.2.1 ฉนั คดิ วา่ อาจารย์ออกแบบวธิ กี ารจัดการเรียนรทู้ ส่ี ง่ เสรมิ ให้นักศกึ ษาสามารถเขา้ ถงึ การ 3.74 3.60 3.17 3.46 3.49
เรียนรไู้ ด้อย่างเท่าเทียมกนั
3.2.3 ฉันคดิ วา่ อาจารยจ์ ดั เน้ือหาการเรียนรทู้ เ่ี หมาะสมกับนกั ศึกษาและรายวชิ า 3.81 3.69 3.17 3.51 3.55
3.2.5 ฉันคดิ ว่าอาจารยเ์ ลอื กเทคโนโลยที ี่ชว่ ยใหน้ ักศกึ ษาเข้าถึงบทเรยี นไดอ้ ย่างงา่ ย 3.97 3.71 3.17 3.51 3.59
3.3 ด้านการสนับสนนุ จากสถาบนั การศกึ ษา หมายถงึ พฤติกรรมของผูเ้ รยี นทีส่ ะท้อนถงึ การ
ดำเนนิ งานของสถานศกึ ษาในการกำหนดนโยบายและให้คำแนะนำในการเรยี นการสอนโดย
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทช่ี ัดเจนและเปน็ ระบบ มีการสนับสนนุ ด้านอุปกรณฮ์ าร์ดแวร์และ
ซอฟต์แวร์ทชี่ ว่ ยให้ผูเ้ รียนสามารถเข้าถึงเนือ้ หาการเรยี นร้ไู ด้ และมีการอำนวยความสะดวก
ในการใช้ระบบส่งเสรมิ การเรยี นรู้ผ่านระบบออนไลนใ์ ห้แกผ่ เู้ รียนและผู้สอน
3.3.1 ฉนั ได้รับการสนบั สนุนจากสถาบนั การศกึ ษาในการใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศที่ 3.49 3.26 2.83 3.23 3.20
เหมาะสม เชน่ ด้านอุปกรณ์การเรียน แอปพลิเคชนั ท่ีใชใ้ นการเรียน
3.3.4 ฉนั ได้รบั การสนบั สนนุ จากสถาบันการศกึ ษาใหส้ ามารถเข้าถึงระบบการเรียนร้ผู ่าน 3.61 3.44 3.00 3.41 3.37
เครอื ขา่ ยเทคโนโลยไี ด้อย่างสะดวก
118
รายการ ค่าเฉล่ยี ระดบั พฤตกิ รรม/
ความคิดเห็น
กลมุ่ กลุม่ กลมุ่ กลุ่ม รวม
1234
3.3.5 สถานศึกษามีนโยบายและระบบการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างชัดเจนและ 3.59 3.48 3.17 3.54 3.45
เปน็ ระบบ
ผลสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียนที่แสดงถึงการได้รับประสบการณ์ในการเรียนและการเข้าถึง
สอ่ื การเรยี นการสอนอย่างเท่าเทยี ม และความพร้อมในดา้ นการใช้งานและการมีอุปกรณเ์ ทคโนโลยีในการเรียน
พบว่า ความสามารถเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ได้มีระดับพฤติกรรมเฉลี่ยสูงสุด โดยมีค่าเฉลี่ย 3.52 รองลงมา
เปน็ ความสามารถเรียนรู้ผ่านสือ่ การเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ มีระดบั ค่าเฉลีย่ 3.48 และการมีอปุ กรณ์
เทคโนโลยที ่พี ร้อมสำหรบั การเรียน มีระดบั คา่ เฉลีย่ 3.41 ตามลำดับ
ความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อพฤติกรรมของผู้สอนที่แสดงถึงการออกแบบจัดการเ รียนรู้ให้ผู้เรียน
เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม มีรูปแบบในการสอนที่หลากหลาย เนื้อหาเหมาะสมกับผู้เรียน และเลือกใช้เทคโนโลยี
ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าถึงการเรียนได้ง่าย พบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับอาจารย์เลือกเทคโนโลยีที่ช่วยให้
นักศึกษาเข้าถึงบทเรียนได้อย่างง่าย มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นสูงสุด โดยมีค่าเฉลี่ย 3.59 รองลงมาเป็นความ
คิดเห็นเกี่ยวกับอาจารย์จัดเนื้อหาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักศึกษาและรายวิชา มีค่าเฉลี่ย 3.55 และความ
คิดเห็นเกี่ยวกับอาจารย์ออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ ได้อย่าง
เทา่ เทียมกนั มคี า่ เฉล่ยี ความคิดเหน็ 3.49 ตามลำดับ
พฤติกรรมของผู้เรียนที่สะท้อนถึงการดำเนินงานของสถานศึกษาในการกำหนดนโยบายและให้
คำแนะนำในการเรียนการสอนโดยใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศทีช่ ดั เจนและเป็นระบบ มกี ารสนับสนุนด้านอุปกรณ์
ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาการเรียนรู้ได้ และมีการอำนวยความสะดวกใน
การใช้ระบบส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ให้แก่ผู้เรียนและผู้สอน พบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับ
สถานศกึ ษามนี โยบายและระบบการเรียนร้ผู ่านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างชัดเจนและเป็นระบบ โดยมีค่าเฉล่ีย
3.45 รองลงมาเป็นความคิดเห็นเกี่ยวกับการได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาให้สามารถเข้าถึงระบบ
การเรียนรู้ผ่านเครือข่ายเทคโนโลยีได้อย่างสะดวก มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็น 3.37 และการสนับสนุนจาก
สถาบันการศึกษาในการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม เช่น ด้านอุปกรณ์การเรียน แอปพลิเคชันที่ใช้
ในการเรยี น มีคา่ เฉลยี่ ความคิดเหน็ 3.20 ตามลำดับ
105
ตอนท่ี 4 ความคดิ เห็นเกี่ยวกับการมีส่วนรว่ มในการเรยี นรู้ (Learning Engagement)
ตาราง 82 ความคดิ เหน็ เกยี่ วกับการมสี ่วนรว่ มในการเรียนรู้ (Learning Engagement)
รายการ ค่าเฉล่ยี ระดบั พฤตกิ รรม/
ความรู้สกึ
กลมุ่ กลุ่ม กล่มุ กลมุ่ รวม
1234
4.1 การมสี ่วนรว่ มทางพฤตกิ รรม หมายถงึ พฤตกิ รรมของผู้เรียนทแ่ี สดงถึงความ
กระตือรอื รน้ แรงจงู ใจ และความทุม่ เทในการเรียนและทำกิจกรรมทไ่ี ด้รับมอบหมาย
4.1.1 ฉันมีความกระตอื รือร้นในการเรยี นและการทำกจิ กรรมผ่านระบบเทคโนโลยี 3.42 3.48 3.17 3.36 3.36
สารสนเทศ
4.1.5 ฉันทบทวนความรู้และคน้ คว้าขอ้ มูลเพ่ิมเติมจากแหล่งการเรียนรู้ตา่ ง ๆ ผา่ น 3.46 3.41 3.17 3.23 3.32
เทคโนโลยีสารสนเทศอยเู่ สมอ
4.16 ฉนั ชอบและร้สู ึกดีในการแสดงความคดิ เหน็ กับอาจารย์และเพ่ือน ๆ การจดั การเรียน 3.2 3.35 3.17 3.23 3.24
การสอนแบบออนไลน์ของอาจารย์
4.2 การมสี ่วนรว่ มทางอารมณ์ หมายถึง ความรสู้ ึกของผเู้ รยี นที่มีต่อการเรยี นการสอนและ
การทำกิจกรรมต่าง ๆ ทส่ี ะทอ้ นใหเ้ หน็ ถึงความต้องการหรอื ความกระตือรอื ร้นในการเรยี น
4.2.1 ฉนั รูส้ กึ สนุกและมคี วามสุขในการเรียนผ่านระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ 3.2 3.36 3.00 3.26 3.21
4.2.2 ฉนั มนั่ ใจว่าฉนั สามารถเรยี นและทำกิจกรรมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไดด้ ี 3.39 3.40 3.17 3.38 3.34
4.2.3 ฉนั รู้สกึ ว่าการเรียนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้ฉันเกดิ การเรียนรูไ้ ดด้ ี 3.18 3.32 2.83 3.26 3.15
4.3 การมสี ่วนร่วมทางปัญญา หมายถึง พฤติกรรมของผ้เู รยี นทีแ่ สดงถึงความสามารถในการ
คิดแกป้ ัญหา และการเผชิญหน้ากับปญั หาในเชงิ บวก ท่สี ามารถนำไปสคู่ วามเขา้ ใจเน้อื หา
บทเรียน กอ่ ให้เกดิ ทกั ษะ และทำกิจกรรมหรอื งานท่ไี ดร้ ับมอบหมายสำเร็จ
4.3.1 เม่อื ฉันไม่เขา้ ใจเน้ือหาบทเรียน ฉนั มกั จะถามคำถามกับอาจารยห์ รอื เพอื่ นในช้ันเรียน 3.53 3.56 3.50 3.44 3.51
ผา่ นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
4.3.2 เมอ่ื เกดิ ปัญหาในการทำกิจกรรมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉนั สามารถ 3.63 3.59 3.00 3.21 3.36
แก้ปัญหาได้
4.3.4 เม่อื มีการบ้านหลายชน้ิ จากการเรียนผา่ นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉนั สามารถแบง่ 3.66 3.61 3.00 3.18 3.36
เวลาและทำการบา้ นส่งไดท้ นั เวลา
การศึกษาพฤติกรรมของผู้เรียนที่แสดงถึงความกระตือรือร้น แรงจูงใจ และความทุ่มเทในการเรียน
และทำกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย พบว่า ค่าเฉลี่ยของความกระตือรือร้นในการเรียนและการทำกิจกรรมผ่าน
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ 3.36 รองลงมาคือ ความกระตือรือร้นในการเรียนและการทำ
106
กิจกรรมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มีค่าเฉลี่ย 3.32 และความชอบและรู้สึกดีในการแสดงความคิดเห็น
กบั อาจารยแ์ ละเพอ่ื น ๆ การจดั การเรยี นการสอนแบบออนไลนข์ องอาจารย์ มคี า่ เฉลยี่ 3.24 ตามลำดบั
ผลการศึกษาเกี่ยวกับความรู้สึกของผู้เรียนท่ีมีต่อการเรียนการสอนและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ท่ี
สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการหรือความกระตือรือร้นในการเรียน พบว่า ค่าเฉลี่ยของความมั่นใจว่านักศึกษา
สามารถเรียนและทำกิจกรรมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้ดี มีค่าสูงสุดคือ 3.34 รองลงมาคือ ความรู้สึก
สนุกและมีความสุขในการเรียนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีค่าเฉลี่ย 3.21 และความรู้สึกสนุกและมี
ความสขุ ในการเรียนผา่ นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มคี ่าเฉล่ีย 3.15 ตามลำดับ
พฤติกรรมของผเู้ รียนทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการคิดแก้ปญั หา และการเผชญิ หนา้ กับปญั หาในเชิง
บวก ที่สามารถนำไปสู่ความเข้าใจเนื้อหาบทเรียน ก่อให้เกิดทักษะ และทำกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมาย
สำเร็จ พบว่า ความไม่เข้าใจเนื้อหาบทเรียน นักศึกษามักจะถามคำถามกับอาจารย์หรือเพื่อนในชั้นเรียนผ่าน
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมสงู สุด ที่ 3.51 รองลงมาเมื่อเกิดปัญหาในการทำกจิ กรรมผ่าน
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ นกั ศกึ ษาสามารถแกป้ ญั หาได้ และเมอื่ มีการบ้านหลายชิน้ จากการเรียนผ่านระบบ
เทคโนโลยสี ารสนเทศ นกั ศึกษาสามารถแบง่ เวลาและทำการบ้านสง่ ไดท้ นั เวลา มคี ่าเฉลีย่ ความคดิ เห็นเท่ากันที่
3.36
ตอนท่ี 5 ความคดิ เหน็ เก่ียวกบั ผลลัพธก์ ารเรียนรู้ (Learning Outcome)
ตาราง 83 ความคิดเหน็ ของนักศกึ ษาเก่ยี วกบั ผลลัพธ์การเรยี นรู้ (Learning Outcome)
รายการ คา่ เฉลยี่ ความคดิ เห็น/
พฤติกรรม
กลมุ่ กลุ่ม กลมุ่ กล่มุ รวม
1234
5.1 ด้านความรู้ (Knowledge) หมายถงึ พฤติกรรมของผู้เรยี นทีแ่ สดงออกถงึ ความเช่ียวชาญ
เฉพาะดา้ น หรอื ความร้เู กยี่ วกบั ข้อเทจ็ จริง หลกั การ ทฤษฎีและแนวปฏบิ ัติตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับรายวิชาหรอื หลกั สูตรท่ีเรียนผา่ นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
5.1.1 ในการเรียนผา่ นระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ ฉนั มีความเข้าใจในเนอ้ื หาวชิ าที่เรยี น 3.47 3.34 3.00 3.31 3.28
5.1.2 ฉนั มองเห็นความสัมพนั ธข์ องวชิ าท่ีเรยี นผา่ นระบบเทคโนโลยสี นเทศกับวชิ าอนื่ ที่ 3.38 3.31 3.00 3.31 3.25
เกยี่ วข้อง
5.1.3 เมือ่ เพอื่ นมขี ้อสงสยั เน้อื หาในการเรียนผา่ นระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ ฉันสามารถ 3.45 3.27 3.17 3.28 3.29
อธิบายให้เพ่ือนฟังได้
5.2 ด้านทักษะ (Skills) หมายถึง พฤตกิ รรมของผเู้ รียนท่ีสะท้อนถึงการปฏบิ ัตงิ าน เมื่อไดร้ บั
มอบหมาย โดยสามารถเลือกใชว้ ธิ ีการจัดการและแก้ปัญหาการทำงานด้วยทักษะดา้ น
107
รายการ ค่าเฉลยี่ ความคดิ เหน็ /
พฤตกิ รรม
กล่มุ กลมุ่ กลุ่ม กลมุ่ รวม
1234
กระบวนการคดิ อยา่ งเปน็ ระบบ การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การคดิ สร้างสรรค์ และมีทักษะ
การปฏบิ ตั ทิ ี่มีความคลอ่ งแคล่วและความชำนาญในการปฏบิ ัติตามกรอบคุณวุฒิแต่ละระดับ
5.2.1 ฉันได้รับการพัฒนาทกั ษะดา้ นการคิดอย่างเป็นระบบจากการเรยี นผ่านระบบเทคโนโลยี 3.45 3.34 3.17 3 3.24
สารสนเทศ
5.2.2 ฉันได้รับการพัฒนาทักษะดา้ นการคดิ ริเริ่มสร้างสรรคจ์ ากการเรยี นผ่านระบบ 3.43 3.31 3.17 3 3.23
เทคโนโลยีสารสนเทศ
5.2.3 ฉนั ได้รับการพัฒนาทกั ษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณจากการเรยี นผ่านระบบ 3.44 3.27 3.17 3 3.22
เทคโนโลยสี ารสนเทศ
5.2.4 ฉนั ได้รับการฝกึ ฝนทกั ษะและองค์ความรตู้ ่าง ๆ ดว้ ยการฝึกปฏบิ ตั ผิ า่ นระบบเทคโนโลยี 3.37 3.34 3.17 3 3.22
สารสนเทศ
5.3 ดา้ นการประยุกตใ์ ช้และความรับผดิ ชอบ (Application and Responsibility) หมายถงึ
พฤตกิ รรมของผูเ้ รียนที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้การใชค้ วามรทู้ ักษะทางดา้ นอารมณ์และ
สังคม ประกอบไปด้วยความสามารถในการส่อื สาร การมปี ฏิสมั พันธก์ ับผู้อืน่ ความรับผิดชอบ
และความเปน็ อิสระในการดำเนินการตา่ ง ๆ ได้ด้วยตนเอง
5.3.1 ฉันมีความรบั ผดิ ชอบต่อการเรียนผา่ นระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ 3.77 3.66 3.50 3.46 3.60
5.3.2 ฉนั สามารถนำความรูท้ ไี่ ด้จากการเรยี นผา่ นระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศไปประยุกต์ใช้ 3.72 3.52 2.83 3.31 3.35
5.3.3 ในการเรียนผา่ นระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ ฉันสามารถสอื่ สารกับอาจารย์และเพอ่ื น 3.65 3.48 3.50 3.31 3.49
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
พฤติกรรมของผู้เรียนที่แสดงออกถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริง
หลักการ ทฤษฎีและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาหรือหลักสูตรที่เรียนผ่านระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ พบว่า เมื่อเพื่อนมีข้อสงสัยเนื้อหาในการเรียนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ นักศึกษาสามารถ
อธิบายให้เพื่อนฟังได้ มีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมสูงสุดคือ 3.29 รองลงมาคือ ในการเรียนผ่านระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ นักศึกษามีความเข้าใจในเนื้อหาวิชาที่เรียน มีค่าเฉลี่ยพฤติกรรม 3.28 และ นักศึกษามองเห็น
ความสัมพันธ์ของวิชาที่เรียนผ่านระบบเทคโนโลยีสนเทศกับวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง มีค่าเฉลี่ยพฤติกรรม 3.28
ตามลำดบั
พฤติกรรมของผู้เรียนที่สะท้อนถึงการปฏิบัติงาน เมื่อได้รับมอบหมาย โดยสามารถเลือกใช้วิธีการ
จัดการและแก้ปัญหาการทำงานด้วยทักษะด้านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
การคดิ สรา้ งสรรค์ และมีทักษะการปฏิบัตทิ มี่ ีความคล่องแคล่วและความชำนาญในการปฏบิ ัตติ ามกรอบคุณวฒุ ิ
แต่ละระดับ พบว่า นักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะด้านการคิดอย่างเป็นระบบจากการเรียนผ่านระบบ
108
เทคโนโลยีสารสนเทศ มีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมสูงสุดคือ 3.24 รองลงมาเป็นการที่นักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะ
ด้านการคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์จากการเรยี นผ่านระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ มีคา่ เฉลี่ยพฤติกรรม 3.23 ส่วนการท่ี
ได้รบั การพฒั นาทักษะด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณจากการเรียนผา่ นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการที่
ได้รับการฝึกฝนทักษะและองค์ความรู้ต่าง ๆ ด้วยการฝึกปฏิบัติผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มีค่าเฉล่ีย
พฤติกรรมเท่ากันคือ 3.22
พฤติกรรมของผู้เรียนที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้การใช้ความรู้ทักษะทางด้านอารมณ์และสังคม
ประกอบไปด้วยความสามารถในการสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ความรับผิดชอบ และความเป็นอิสระใน
การดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง พบว่า พฤติกรรมที่นักศึกษามีความรับผิดชอบต่อการเรียนผ่านระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศ มีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมสูงสุดคือ 3.60 รองลงมาคือ ในการเรียนผ่านระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ นักศึกษาสามารถสื่อสารกับอาจารย์และเพื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีค่าเฉลี่ยพฤติกรรม 3.49
และการที่นักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไปประยุกต์ใช้ มี
ค่าเฉล่ยี พฤตกิ รรม 3.35 ตามลำดบั
109
บทท่ี 5 แนวทางการจัดการศกึ ษาดว้ ยเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในระยะหลงั ความปกตใิ หม่
ของมหาวิทยาลยั เครอื ข่ายเพอื่ พฒั นาอุดมศกึ ษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
การนำเสนอแนวทางการจัดการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในระยะหลังความปกติใหม่
ของมหาวทิ ยาลัยเครือข่ายเพือ่ พัฒนาอดุ มศกึ ษาภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนบน
2.1 ออกแบบ (ร่าง) แนวทางการจัดการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในระยะหลัง
ความปกติใหม่ ของมหาวิทยาลัยเครอื ขา่ ยเพื่อพฒั นาอุดมศกึ ษาภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ตอนบน
1) ระยะหลังความปกติใหม่ (Next Normal) มีประเด็นเกี่ยวกับ (1) การเรียนการสอนแบบ
ผสมผสานกับโปรแกรมต่าง ๆ เน้นการมีส่วนร่วมกับสมาร์ตโฟน (2) การจัดทำสื่อการเรียนรู้ให้มากยิ่งขึ้น
(3) การปรับตัวของผู้สอนและผู้เรียนในด้านทักษะการใช้เทคโนโลยีสำหรับการเรียนรู้ ที่จะมีการ
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม (4) วิชาที่ไม่ต้องใช้ห้องปฏิบัติการนักศึกษาบางส่วนชอบเรียนแบบออนไลน์ คือ
เรียนสดและทบทวนด้วยวิดีโอ มากกว่ามาเรียนที่ห้องเรียน และ (5) การติดต่องาน และการพบปะพูดคุย
ทำได้ง่ายขึ้น เปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องเดินทางมาพบกัน สามารถส่งข้อมูลได้รวดเร็ว
2) การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในระยะหลังความปกติใหม่ (Next Normal) จะมี
ลักษณะและรูปแบบผสมผสาน โดยการจัดการเรียนรู้อาจมีทั้ง Online และ On-Site ในเวลาเดียวกัน เพื่อ
ความสะดวกของผู้เรียน มีการผสมผสานเนื้อหาบางส่วนออนไลน์ กิจกรรมออนไซต์ กิจกรรมในห้องเรียน
ต้องน่าสนใจมากขึ้นมากกว่าแค่เน้นการบรรยาย
3) สถาบันการศึกษาควรปรับตัวโดยมีการอบรมและสนับสนุนอุปกรณ์ ICT ในการเรียนการ
สอน มีการเตรียมความพร้อมนักศึกษาใหม่ เพิ่มเติมด้านการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ให้กับนักศึกษา
รวมทั้งการพัฒนาทักษะบุคลากรท่ีเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ที่ทันสมัยได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ เพ่ือรองรับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในระยะหลังความปกติใหม่ (Next Normal)
4) สถาบันการศึกษาควรมีนโยบายในการสนับสนุนระบบ ICT ในการเรียนการสอนทั้งแก่
อาจารย์ผู้สอนและนักศึกษา การสนับสนุนให้มีการผลิตสื่อการสอนที่ทันสมัย และสนับสนุนบุคลากรและ
นักศึกษาให้พร้อมสำหรับการเรียนการสอนออนไลน์
110
บทที่ 6 สรุปผลการวิจยั และขอ้ เสนอแนะ
1. สรปุ ผลการวจิ ยั
สภาพปัจจุบันและความพร้อมด้านเทคโนโลยี พบว่ามีการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายใน
สถาบัน มีความพร้อมสำหรับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ในระยะหลังความปกติใหม่ (Next Normal)
แต่หากจะให้บรกิ ารเต็มตามศักยภาพมีความเหน็ วา่ อาจมีการปรับปรุงระบบโดยการเพิ่มความเร็วและเพิม่ หรือ
เปลี่ยนอุปกรณ์แทนจุดเดิม การเพิ่มจุดกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมพื้นที่ที่จำเป็นในการใช้งาน ปรับปรุง
ระบบการจัดการข้อมูลการใช้งาน นอกจากนี้การให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบใช้สายในสถาบันของท่าน มีความ
พร้อมสำหรับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ในระยะหลังความปกติใหม่ (Next Normal) และ ระบบ
เครือข่ายในสถาบัน มีความพร้อมสำหรับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ในระยะหลังความปกติใหม่ (Next
Normal) สภาพปัจจุบันและความพร้อมด้านอุปกรณ์ พบว่า สถาบันส่วนใหญ่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
สำหรับระบบบริหารจัดการเรยี นรู้แบบ On-Premises รองลงมาคือ แบบ On-Cloud ส่วนใหญ่มคี อมพิวเตอร์
ในห้องปฏิบัติการเพื่อการเรียนการสอน จำนวนระหว่าง 101 – 500 เครื่อง สถานที่เก็บข้อมูลไว้สำหรับกู้คืน
ข้อมูลเมื่อเกิดภัยพิบัติ (Disaster recovery site) และสถาบันมีนโยบายจัดเตรียมอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี
สำหรับให้นักศึกษายืมใช้ในการเรียนรู้ สภาพปัจจุบันและความพร้อมด้านระบบสนับสนุน สถาบัน ส่วนใหญ่มี
Microsoft Office ให้บริการซอฟตแ์ วร์เพ่ือใช้ในการจดั การเรียนการสอน รองลงมา คือ Microsoft Windows
และ Google Workspace for Education อย่างไรก็ตามทุกสถาบันมีความเห็นว่าระบบ LMS ที่ให้บริการใน
สถาบัน ระบบห้องสมุดและทรัพยากรการเรียนรู้ที่ให้บริการในสถาบัน ระบบอีเมลในสถาบัน การสนับสนุน
และพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในสถาบันของ ระบบสนับสนุนการผลิตสื่อการ
เรียนการสอนและการเรียนรู้ มีความพร้อมสำหรับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ในระยะหลังความปกติ
ใหม่ (Next Normal) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าถึงการเรียนรู้ ความสามารถของผู้เรียนในการได้รับ
ประสบการณ์ ข้อมูล จากการเรียนรู้ และได้รับการสนับสนุนในการเข้าถึงการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกัน โดยผล
การเข้าถึงการเรียนรู้ในประเด็นต่าง ๆ พบว่า มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าถึงการเรียนรู้นะดับมากในทุก
ประเด็น
การศึกษาสภาพความพร้อมการจดั การศกึ ษาดว้ ยเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในช่วงวิกฤติโค
วิด-19 ของมหาวิทยาลัยเครือข่ายเพื่อพัฒนาอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จากอาจารย์ผู้สอน
อาจารย์มีคอมพิวเตอรส์ ำหรับใชง้ านเป็นของตนเอง และคอมพิวเตอร์สามารถเช่ือมตอ่ อนิ เทอร์เน็ตได้มากท่ีสุด
มีสมาร์ตโฟนสำหรับใช้งานเอง สมาร์ตโฟนสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนออนไลน์มี
ประสิทธิภาพมากที่สุด ได้แก่ คอมพิวเตอร์พกพา (Laptop) ส่วนใหญ่อาจารย์สอนออนไลน์จากท่ี
สถาบันการศึกษา การเชื่อมต่ออินเทอร์ พบว่า มีการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านแบบไร้สาย ( WIFI) มากที่สุด
ประสิทธิภาพของอินเทอร์เน็ตที่ท่านใช้ในการสอนออนไลน์ของอาจารย์มากที่สุดอยู่ในระดับ ดี ภาพรวม
เครื่องมือระบบจัดการการเรียนการสอนออนไลน์ (Learning Management System: LMS) ที่ใช้ในการสอน
ผ่านระบบออนไลน์และความสามารถในการใช้เครื่องมือ พบว่ามีการใช้ Google Classroom มีค่าเฉลี่ยสูงสุด