198
เฉลยใบงำนท่ี 1
เรื่อง กำรเคลอ่ื นไหวร่ำงกำย
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามพฒั นาการคิดตอ่ ไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง
1. กำรเคลอื่ นไหวร่ำงกำย หมำยถงึ อะไร
ทกั ษะการเคล่ือนไหวที่จาเป็นสาหรับการดาเนินชีวิตของมนุษยใ์ นการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ไดอ้ ยา่ ง
มีประสิทธิภาพ เป็ นทกั ษะที่มีการพฒั นาในช่วงวยั เด็กและจะเป็ นพ้ืนฐานสาคญั ในการประกอบกิจกรรม
ต่างๆ เม่ือเจริญวยั สูงข้ึน ตลอดจนเป็ นพ้ืนฐานของการมีความสามารถการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะอยา่ งยิ่งใน
การเล่นกีฬา การออกกาลงั กาย และการประกอบกิจกรรมนนั ทนาการ
2. กำรเคลอ่ื นไหวมีควำมสำคัญอย่ำงไร
เป็ นทกั ษะพ้ืนฐานที่สาคญั ของมนุษยท์ ี่จะตอ้ งไดร้ ับการวางพ้ืนฐานเบ้ืองตน้ ท่ีถูกตอ้ งมนุษยท์ ุกคน
ถึงแมจ้ ะไม่จะไดร้ ับการฝึกฝนอยา่ งเป็นระบบกย็ งั สามารเคล่ือนไหวในทกั ษะตา่ ง ๆ ท่ีใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้
การเคลื่อนไหวเบ้ืองตน้ ของคนเราที่ใชใ้ นชีวิตประจาวนั
3. หลกั กำรเคลอ่ื นไหวร่ำงกำย มีควำมสำคญั อย่ำงไร
หลกั การเคล่ือนไหวร่างกายการใชช้ ีวิตประจาวนั จาเป็ นตอ้ งใช้ความสามารถของร่างกาย ในการ
เคล่ือนไหวดงั น้นั จึงควรเรียนรู้หลกั การเคล่ือนไหวในเร่ืองการรับแรง การใชแ้ รง และความสมดุล เพอ่ื นาไป
ประยกุ ตใ์ ชแ้ ละปฏิบตั ิอยา่ งต่อเน่ืองเพื่อใหเ้ กิดการพฒั นาการเคล่ือนไหว
4. กำรเคลอื่ นไหวอยู่กบั ท่ี หมำยถึงอะไร
การเคล่ือนไหวแบบอยกู่ บั ท่ีเป็นการใชส้ ่วนต่างๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวโดยท่ีร่างกายยงั คงอยทู่ ี่เดิม
ซ่ึงมีท่าทางการเคล่ือนไหวท่ีใชใ้ นการออกกา ลงั กายและ เล่นกีฬาเช่นการกม้ การยดื เหยยี ดการบิดการดึง การ
ดนั การเหวยี่ ง การหมุน
5. กำรบดิ ตวั twisting หมำยถงึ อะไร
การหมุนสัดส่วนของร่างกายไปรอบแกน เช่น การบิดคอหัวไหล่ กระดูกสันหลงั สะโพก ขอ้ มือ
และขอ้ เทา้
199
6. กำรดัน pushing หมำยถงึ อะไร
การดนั หมายถึงการออกแรงกระทาต่อวตั ถุใหห้ ่างออกจากตวั เราผลกั หรือการดนั
7. กำรเหวยี่ งแขน Swinging หมำยถงึ อะไร
การใชส้ ดั ส่วนของร่างกาย เช่นขาแขนลาตวั เคล่ือนไหว แบบลูกตุม้ นาฬิกาเป็นเส้นโคง้ หรือรูปวงกลม
8. กำรดงึ Pulling หมำยถงึ อะไร
การออกแรงกระทาต่อวตั ถุซ่ึงแรงกระทาจะเคลื่อนท่ีเขา้ หาตวั เรา เช่น การใช้ แขนขา้ งเดียว หรือสอง
ขา้ งออกแรงเปิ ดประตูหรือหนา้ ตา่ ง
9. ประโยชน์ของกำรเคลอื่ นไหวแบบอยู่กบั ท่ี มีอะไรบ้ำง
1. ทางดา้ นร่างกาย ช่วยใหร้ ่างกายแขง็ แรง มีความคล่องตวั ในการเคล่ือนไหว ระบบประสาทและ
กลา้ มเน้ือทางานประสาสมั พนั ธ์กนั อยา่ งมีประสิทธิภาพ
2. ทางดา้ นสังคม ช่วยใหเ้ รียนรู้บุคคลที่อยรู่ อบตวั สามารถปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั บุคคลอื่นๆไดแ้ ละ
ช่วยใหไ้ ดเ้ รียนรู้ถึงมารยาทในการเขา้ สังคมในงานสังสรรคต์ ่างๆไดอ้ ยา่ งดี
3. ทางดา้ นอารมณ์ ช่วยใหเ้ กิดความสนุกสนาน ผอ่ นคลายความเครียดได้ ท้งั ทางดา้ นจิตใจและ
ร่างกาย รวมท้งั ช่วยใหม้ ีบุคลิกภาพท่ีดีได้
200
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงำนที่ 1 เร่ือง กำรเคลอื่ นไหวร่ำงกำย
รำยวชิ ำพลศึกษำ(กฬี ำฟุตบอล)ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 6
ท่ี ช่ือ-สกลุ รำยกำรประเมนิ ระดบั ระดบั
คะแนน คุณภำพ
1 เดก็ ชายฟิ รเดาร์ แวหามะ
2 เด็กชายอบั ดุลกอฟาร์ บือราเฮง เนือ้ หำ กำรใช้ภำษำ ควำมสะอำด 9
3 เดก็ ชายอานามี ยโู ซ๊ะ
4 เดก็ ชายมูฮมั หมดั นูรุดดีน เจะมซู อ 33 3 8 ดี
5 เดก็ ชายมูหมดั ฮาฟี ซนั สือแม 6 พอใช้
6 เดก็ ชายกฤษฎา ดอเลาะห์ 32 3 6 พอใช้
7 เดก็ ชายอลั ฟาร์ มะอารง 9 ดี
8 เดก็ ชายนูรดิน เจะ๊ กา 22 2 5 พอใช้
9 เดก็ ชายกาไฟล์ เจิมแกว้ 9 ดี
10 เด็กชายมฮู าหมดั อาสระห์ มามุ 22 2 8 ดี
11 เดก็ ชายสัลมาน ดอแม 6 พอใช้
12 เดก็ ชายอฮั ลมั เจะ๊ อาแซ 33 3 7 ดี
13 เดก็ ชายอิลฮมั อาแซ 6 พอใช้
14 เด็กชายซบั รี อารง 22 1 3 ปรับปรุง
15 เด็กชายมฮู าหมดั ฮาฟี ซี อาแว 6 พอใช้
16 เด็กชายซอบบรี สนิสุริวงศ์ 33 3 5 พอใช้
17 เดก็ ชายฟาริฟ ยโู ซะ 6 พอใช้
18 เดก็ ชายมฮู าหมดั มะแซ 23 3 3 ปรับปรุง
19 เดก็ ชายอาดมั เจะ๊ หลง 6 พอใช้
20 เดก็ ชายฮสั วารี เจะ๊ เตะ๊ 22 2 8 ดี
5 พอใช้
22 3 3 ปรับปรุง
4 พอใช้
22 2
11 1
22 2
21 2
22 2
11 1
12 3
23 3
22 1
11 1
11 2
201
21 เดก็ ชายอบั ดุลอาริฟ ตาเเห 2 2 2 6 พอใช้
22 เด็กหญิงอาเมเรีย เปาะแต 3 3 3 9 ดี
23 เดก็ หญิงนูรูลอกั มาลียะฮ์ ยะโกะ 2 2 2 6 พอใช้
24 เดก็ หญิงนูรฮดู าดีณี ยะโกะ 2 2 3 7 ดี
25 เด็กหญิงอายู เจะ๊ นาแว 3 3 3 9 ดี
26 เด็กหญิงซุลวาณี แวยโู ซ๊ะ 2 1 2 5 พอใช้
27 เดก็ หญิงรุสมีนี ดว้ งประโคน 2 2 1 5 พอใช้
28 เดก็ หญิงนูซีฮะห์ บินเจะ๊ บือราเฮง 3 2 2 7 ดี
29 เด็กหญิงบุษรอ มะยนู ุ 3 3 3 9 ดี
30 เดก็ หญิงฮาลาวาตี มามะ 3 2 3 8 ดี
31 เด็กหญิงมารียมั มามะ 2 2 2 6 พอใช้
32 เดก็ หญิงนูรนิสรีน สะมะแอ 1 2 2 5 พอใช้
33 เด็กหญิงนูรกาฟี ลา มาหามะ 2 2 3 7 ดี
34 เดก็ หญิงวนั พตุ รี สาอะ 3 3 3 9 ดี
35 เด็กหญิงฟาติน ยะเอ 3 3 2 8 ดี
36 เด็กหญิงณฐั ชา แซลีมา 3 3 2 8 ดี
37 เด็กหญิงนูรอยั ดา สาเมาะ 2 3 2 7 ดี
38 เด็กหญิงโนรอีฟานี มะวเี ด็ง 2 2 2 6 พอใช้
39 เดก็ หญิงนูรอุสนี มามะ 2 3 3 8 พอใช้
40 เด็กหญิงซุลฟา อาแวหลง 2 2 2 6 พอใช้
เกณฑ์กำรประเมนิ
ระดับคะแนน ระดบั คุณภำพ
7-9 ดี
4-6 พอใช้
1-3 ปรับปรุง
202
เกณฑ์กำรประเมินใบงำนท่ี 1 เรื่องกำรเคลอ่ื นไหวร่ำงกำย
รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 6
รำยกำร 3=ดี ระดบั คุณภำพ 1=ปรับปรุง
ประเมนิ 2=พอใช้
เนอื้ หำ เขียนตอบความหมาย ความสาคญั เขียนตอบความหมาย ความสาคญั เขียนตอบความหมาย ความสาคญั
หลกั การเคล่ือนไหว ความหมาย หลกั การเคล่ือนไหว ความหมาย หลกั การเคลื่อนไหว ความหมาย
ความสาคญั ประเภทของการ ความสาคญั ประเภทของการ ความสาคญั ประเภทของการ
เคล่ือนไหวอยกู่ บั ท่ี การบิดตวั การ เคลื่อนไหวอยกู่ บั ท่ี การบิดตวั เคล่ือนไหวอยกู่ บั ที่ การบิดตวั
ดึง การดนั การเหว่ียงแขน การดึง การดนั การเหวีย่ งแขน การดึง การดนั การเหว่ียงแขน
ประโยชนข์ องการเคลื่อนไหว ประโยชนข์ องการเคลื่อนไหว ประโยชนข์ องการเคลื่อนไหว
แบบอยกู่ บั ท่ี และทาใบงานที่ 1 แบบอยกู่ บั ท่ีและทาใบงานท่ี 1 แบบอยกู่ บั ท่ี และทาใบงานท่ี 1
เร่ือง การเคลื่อนไหวร่างกาย ไดด้ ี เรื่อง การเคล่ือนไหวร่างกาย เร่ือง การเคล่ือนไหวร่างกาย
ไดพ้ อใช้ ไดบ้ างส่วน
กำรใช้ เขียนตอบไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เขียนตอบไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เขียนตอบไดส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหา
ภำษำ สอดคลอ้ งกบั เน้ือหา สะกดคา สอดคลอ้ งกบั เน้ือหา สะกดคา สะกดคาพยญั ชนะ ตวั สะกด
พยญั ชนะ ตวั สะกด วรรณยกุ ต์ พยญั ชนะ ตวั สะกด วรรณยกุ ต์ วรรณยกุ ต์ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง มีการ
ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง มีการเวน้ วรรค ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง มีการเวน้ วรรค เวน้ วรรคโดยไม่ฉีกคา มีการใช้
โดยไม่ฉีกคา มีการใชภ้ าษาอยา่ ง โดยไมฉ่ ีกคา มีการใชภ้ าษาอยา่ ง ภาษาอยา่ งสร้างสรรคไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง
สร้างสรรคไ์ ดถ้ กู ตอ้ งและทาใบงาน สร้างสรรคไ์ ดถ้ กู ตอ้ งและทาใบงาน ครบถว้ นไดแ้ ละทาใบงานที่ 1
ที่ 1 เรื่อง การเคล่ือนไหวร่างกาย ท่ี 1 เร่ือง การเคลื่อนไหวร่างกาย เร่ือง การเคลื่อนไหวร่างกาย
ไดด้ ี ไดพ้ อใช้ ไดบ้ างส่วน
ควำม ไม่มีการลบคาผิด รอยลบ ขีดฆ่า ไมม่ ีการลบคาผดิ รอยลบ ขีดฆ่า ไมม่ ีการลบคาผดิ รอยลบ ขีดฆ่า
สะอำด มีความสะอาดของใบงาน ลายมือ มีความสะอาดของใบงานลายมือ มีการลบคาผิด มีความสะอาดของ
อา่ นง่าย ตามหลกั ไวยากรณ์ ไดด้ ี อา่ นยากเป็นบางจุด ตามหลกั ใบงานลายมืออา่ นยากหลายจุด
ไวยากรณ์ ไดพ้ อใช้ หรืออา่ นไม่ออก ไดบ้ างส่วน
เกณฑ์กำรประเมิน
ระดบั คะแนน ระดบั คุณภำพ
7-10 ดี
4-6
1-3 พอใช้
ปรับปรุง
203
แบบบันทกึ คะแนนสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 6
ที่ ช่ือ-สกุล รำยกำรประเมิน ระดบั ระดบั
คะแนน คุณภำพ
1 เด็กชายฟิ รเดาร์ แวหามะ
2 เด็กชายอบั ดุลกอฟาร์ บือราเฮง ควำมสำมำรถ ควำมสำมำรถ ควำมสำมำรถใน 9
3 เด็กชายอานามี ยโู ซ๊ะ
4 เด็กชายมฮู มั หมดั นูรุดดีน เจะมูซอ ในกำรส่ือสำร ในกำรคดิ กำรใช้ทกั ษะ
5 เด็กชายมูหมดั ฮาฟี ซนั สือแม
6 เดก็ ชายกฤษฎา ดอเลาะห์ 3 3 ชีวติ
7 เด็กชายอลั ฟาร์ มะอารง
8 เด็กชายนูรดิน เจะ๊ กา 3
9 เดก็ ชายกาไฟล์ เจิมแกว้
10 เด็กชายมูฮาหมดั อาสระห์ มามุ 32 3 8 ดี
11 เดก็ ชายสลั มาน ดอแม
12 เดก็ ชายอฮั ลมั เจะ๊ อาแซ 22 2 6 พอใช้
13 เดก็ ชายอิลฮมั อาแซ
14 เด็กชายซบั รี อารง 22 2 6 พอใช้
15 เด็กชายมฮู าหมดั ฮาฟี ซี อาแว
16 เดก็ ชายซอบบรี สนิสุริวงศ์ 33 3 9 ดี
17 เดก็ ชายฟาริฟ ยโู ซะ
18 เด็กชายมูฮาหมดั มะแซ 22 1 5 พอใช้
19 เดก็ ชายอาดมั เจะ๊ หลง
20 เดก็ ชายฮสั วารี เจะ๊ เตะ๊ 33 3 9 ดี
23 3 8 ดี
22 2 6 พอใช้
22 3 7 ดี
22 2 6 พอใช้
11 1 3 ปรับปรุง
22 2 6 พอใช้
21 2 5 พอใช้
22 2 6 พอใช้
11 1 3 ปรับปรุง
12 3 6 พอใช้
23 3 8 ดี
22 1 5 พอใช้
11 1 3 ปรับปรุง
11 2 4 พอใช้
21 เดก็ ชายอบั ดุลอาริฟ ตาเเห 2 2 2 204
22 เด็กหญิงอาเมเรีย เปาะแต 3 3 3
23 เดก็ หญิงนูรูลอกั มาลียะฮ์ ยะโกะ 2 2 2 6 พอใช้
24 เดก็ หญิงนูรฮดู าดีณี ยะโกะ 2 2 3 9 ดี
25 เด็กหญิงอายู เจะ๊ นาแว 3 3 3 6 พอใช้
26 เด็กหญิงซุลวาณี แวยโู ซ๊ะ 2 1 2 7 ดี
27 เดก็ หญิงรุสมีนี ดว้ งประโคน 2 2 1 9 ดี
28 เดก็ หญิงนูซีฮะห์ บินเจะ๊ บือราเฮง 3 2 2 5 พอใช้
29 เด็กหญิงบุษรอ มะยนู ุ 3 3 3 5 พอใช้
30 เดก็ หญิงฮาลาวาตี มามะ 3 2 3 7 ดี
31 เด็กหญิงมารียมั มามะ 2 2 2 9 ดี
32 เดก็ หญิงนูรนิสรีน สะมะแอ 1 2 2 8 ดี
33 เด็กหญิงนูรกาฟี ลา มาหามะ 2 2 3 6 พอใช้
34 เดก็ หญิงวนั พุตรี สาอะ 3 3 3 5 พอใช้
35 เด็กหญิงฟาติน ยะเอ 3 3 2 7 ดี
36 เด็กหญิงณฐั ชา แซลีมา 3 3 2 9 ดี
8 ดี
37 เด็กหญิงนูรอยั ดา สาเมาะ 2 3 2 8 ดี
38 เด็กหญิงโนรอีฟานี มะวเี ด็ง 2 2 2
39 เดก็ หญิงนูรอุสนี มามะ 2 3 3 7 ดี
40 เด็กหญิงซุลฟา อาแวหลง 2 2 2 6 พอใช้
8 พอใช้
6 พอใช้
เกณฑ์กำรประเมนิ
ระดับคะแนน ระดับคุณภำพ
7-9 ดี
4-6 พอใช้
1-3 ปรับปรุง
205
เกณฑ์กำรประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 6 กำรสื่อสำร/กำรคดิ /ทกั ษะชีวติ
รำยกำร เกณฑ์กำรให้คะแนน
ประเมิน 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรับปรุง
ควำมสำมำรถ อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย
ในกำรส่ือสำร ความสาคญั หลกั การ ความสาคญั หลกั การ ความสาคญั หลกั การ
เคล่ือนไหว ความหมาย เคล่ือนไหว ความหมาย เคล่ือนไหว ความหมาย
ความสาคญั รูปแบบ ความสาคญั รูปแบบ ความสาคญั รูปแบบ
ประโยชนข์ องการเคลื่อนไหว ประโยชน์ของการเคล่ือนไหว ประโยชน์ของการเคล่ือนไหว
แบบอยกู่ บั ที่การบิดตวั การดึง แบบอยกู่ บั ที่การบิดตวั การดึง แบบอยกู่ บั ท่ีการบิดตวั การดึง
การดนั การเหวยี่ งแขน การดนั การเหวย่ี งแขน การดนั การเหวยี่ งแขน
เคล่ือนไหวความหมาย เคล่ือนไหวความหมาย เคล่ือนไหวความหมาย
ความสาคญั รูปแบบ ความสาคญั รูปแบบ ความสาคญั รูปแบบ
ประโยชนข์ องการเคล่ือนไหว ประโยชน์ของการเคลื่อนไหว ประโยชน์ของการเคลื่อนไหว
แบบเคลื่อนท่ี รูปแบบของการ แบบเคลื่อนท่ี รูปแบบของการ แบบเคลื่อนที่ รูปแบบของการ
เคล่ือนไหวแบบเคลื่อนท่ีและ เคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่และ เคล่ือนไหวแบบเคล่ือนที่และ
สามารถทาแบบทดสอบ สามารถทาแบบทดสอบ สามารถทาแบบทดสอบ
(ก่อนเรียน)และใบงานท่ี 1 (ก่อนเรียน)และใบงานที่ 1 (ก่อนเรียน) และใบงานท่ี 1
เร่ืองการเคลื่อนไหวร่างกาย เร่ืองการเคลื่อนไหวร่างกาย เร่ืองการเคล่ือนไหวร่างกาย
ไดด้ ี ไดพ้ อใช้ ไดบ้ างส่วน
206
รำยกำร 3=ดี เกณฑ์กำรให้คะแนน 1=ปรับปรุง
ประเมิน 2=พอใช้
ควำมสำมำรถ รู้และเขา้ ใจความหมาย รู้และเขา้ ใจความหมาย รู้และเขา้ ใจความหมาย
ในกำรคิด ความสาคญั หลกั การ ความสาคญั หลกั การ ความสาคญั หลกั การ
เคล่ือนไหว ความหมาย เคล่ือนไหว ความหมาย เคล่ือนไหว ความหมาย
ความสาคญั รูปแบบประโยชน์ ความสาคญั รูปแบบประโยชน์ ความสาคญั รูปแบบประโยชน์
ของการเคลื่อนไหวแบบอยกู่ บั ของการเคลื่อนไหวแบบอยกู่ บั ของการเคลื่อนไหวแบบอยกู่ บั
ท่ีการบิดตวั การดึง การดนั ที่การบิดตวั การดึง การดนั ท่ีการบิดตวั การดึง การดนั
การเหวย่ี งแขน เคล่ือนไหว การเหวย่ี งแขน เคล่ือนไหว การเหวย่ี งแขน เคล่ือนไหว
ความหมาย ความสาคญั ความหมาย ความสาคญั ความหมาย ความสาคญั
รูปแบบ ประโยชน์ของการ รูปแบบ ประโยชน์ของการ รูปแบบ ประโยชน์ของการ
เคลื่อนไหวแบบเคลื่อนท่ี เคล่ือนไหวแบบเคลื่อนท่ี เคลื่อนไหวแบบเคลื่อนท่ี
รูปแบบของการเคลื่อนไหว รูปแบบของการเคล่ือนไหว รูปแบบของการเคล่ือนไหว
แบบเคลื่อนท่ีและสามารถทา แบบเคลื่อนท่ีและสามารถทา แบบเคลื่อนท่ีและสามารถทา
แบบทดสอบ(ก่อนเรียน)และ แบบทดสอบ(ก่อนเรียน)และ แบบทดสอบ(ก่อนเรียน)และ
ใบงานที่1 เรื่องการเคล่ือนไหว ใบงานที่1 เร่ืองการเคล่ือนไหว ใบงานท่ี1 เรื่องการเคล่ือนไหว
ร่างกาย ไดด้ ี ร่างกาย ไดพ้ อใช้ ร่างกาย ไดบ้ างส่วน
ควำมสำมำรถ มีทกั ษะข้นั ตอนในการทาใบ มีทกั ษะข้นั ตอนในการทาใบ ไมม่ ีทกั ษะข้นั ตอนในการทา
ในกำรใช้ งานท่ี 1 เร่ือง การเคลื่อนไหว งานท่ี 1 เร่ือง การเคล่ือนไหว ใบงานที่ 1 เร่ือง การเคลื่อนไหว
ทกั ษะชีวติ ร่างกายความหมาย ความสาคญั ร่างกาย ความหมาย ความสาคญั ร่างกาย ความหมาย ความสาคญั
ประโยชนข์ องการเคลื่อนไหว ประโยชน์ของการเคล่ือนไหว ประโยชนข์ องการเคล่ือนไหว
ในรูปแบบตา่ งๆ และทา ในรูปแบบต่างๆ และทา ในรูปแบบต่างๆ และทา
แบบทดสอบก่อนเรียนเป็น แบบทดสอบก่อนเรียนเป็น แบบทดสอบก่อนเรียนเป็น
รายบุคคลและกลุ่มสามารถนา รายบุคคลและกลุ่มสามารถนา รายบุคคลและกลุ่มสามารถนา
ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดด้ ี ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดพ้ อใช้ ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไดบ้ างส่วน
เกณฑ์กำรให้คะแนน
ระดับคะแนน ระดบั คุณภำพ
7-9 ดี
4-6
1-3 พอใช้
ปรับปรุง
207
แบบบนั ทกึ คะแนนคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผ้เู รียน
รำยวชิ ำพลศึกษำ(กฬี ำฟุตบอล)ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 6
ท่ี ช่ือ-สกุล รำยกำรประเมนิ ระดับ ระดับ
คะแนน คุณภำพ
1 เดก็ ชายฟิ รเดาร์ แวหามะ
2 เด็กชายอบั ดุลกอฟาร์ บือราเฮง มวี นิ ัย ใฝ่ เรียนรู้ ม่งุ มน่ั ในกำร 9
3 เด็กชายอานามี ยโู ซ๊ะ
4 เด็กชายมฮู มั หมดั นูรุดดีน เจะมูซอ ทำงำน
5 เดก็ ชายมหู มดั ฮาฟี ซนั สือแม 333
6 เดก็ ชายกฤษฎา ดอเลาะห์
7 เด็กชายอลั ฟาร์ มะอารง 3 3 2 6 พอใช้
8 เดก็ ชายนูรดิน เจะ๊ กา 2 2 2 6 พอใช้
9 เด็กชายกาไฟล์ เจิมแกว้ 1 2 2 5 พอใช้
10 เด็กชายมูฮาหมดั อาสระห์ มามุ 2 3 3 8 ดี
11 เดก็ ชายสัลมาน ดอแม 2 2 2 6 พอใช้
12 เดก็ ชายอฮั ลมั เจะ๊ อาแซ 3 3 3 9 ดี
13 เดก็ ชายอิลฮมั อาแซ 2 2 2 6 พอใช้
14 เดก็ ชายซบั รี อารง 2 3 2 7 ดี
15 เด็กชายมูฮาหมดั ฮาฟี ซี อาแว 2 2 2 6 พอใช้
16 เดก็ ชายซอบบรี สนิสุริวงศ์ 1 2 2 5 พอใช้
17 เด็กชายฟาริฟ ยโู ซะ 1 1 1 3 ปรับปรุง
18 เด็กชายมฮู าหมดั มะแซ 2 2 2 6 พอใช้
19 เดก็ ชายอาดมั เจะ๊ หลง 3 3 2 8 ดี
20 เด็กชายฮสั วารี เจะ๊ เตะ๊ 2 2 2 6 พอใช้
2 2 1 5 พอใช้
2 2 2 6 พอใช้
3 3 2 8 ดี
2 2 2 6 พอใช้
1 1 1 3 ปรับปรุง
1 2 2 5 พอใช้
208
21 เดก็ ชายอบั ดุลอาริฟ ตาเเห 2 3 2 7 ดี
22 เด็กหญิงอาเมเรีย เปาะแต 2 2 2 6 พอใช้
23 เดก็ หญิงนูรูลอกั มาลียะฮ์ ยะโกะ 2 2 3 7 ดี
24 เด็กหญิงนูรฮูดาดีณี ยะโกะ 3 3 2 8 ดี
25 เดก็ หญิงอายู เจะ๊ นาแว 2 2 2 6 พอใช้
26 เดก็ หญิงซุลวาณี แวยโู ซ๊ะ 2 2 2 6 พอใช้
27 เด็กหญิงรุสมีนี ดว้ งประโคน 2 3 2 7 ดี
28 เด็กหญิงนูซีฮะห์ บินเจะ๊ บือราเฮง 2 2 1 5 พอใช้
29 เดก็ หญิงบุษรอ มะยนู ุ 3 3 3 9 ดี
30 เด็กหญิงฮาลาวาตี มามะ 2 3 3 8 ดี
31 เด็กหญิงมารียมั มามะ 2 2 2 6 พอใช้
32 เดก็ หญิงนูรนิสรีน สะมะแอ 2 2 1 5 พอใช้
33 เดก็ หญิงนูรกาฟี ลา มาหามะ 3 3 2 8 ดี
34 เด็กหญิงวนั พตุ รีสาอะ 2 2 3 7 ดี
35 เด็กหญิงฟาติน ยะเอ 3 3 3 9 ดี
36 เดก็ หญิงณฐั ชา แซลีมา 3 3 3 9 ดี
37 เดก็ หญิงนูรอยั ดา สาเมาะ 2 2 2 6 พอใช้
38 เด็กหญิงโนรอีฟานี มะวเี ด็ง 2 2 2 6 พอใช้
39 เดก็ หญิงนูรอุสนี มามะ 2 2 3 7 ดี
40 เดก็ หญิงซุลฟา อาแวหลง 2 2 2 6 พอใช้
เกณฑ์กำรประเมนิ
ระดับคะแนน ระดับคุณภำพ
7-9 ดี
4-6 พอใช้
1-3 ปรับปรุง
209
เกณฑ์กำรประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผ้เู รียน
รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 6 มีวนิ ัย/ใฝ่ เรียนรู้/มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน
รำยกำร เกณฑ์กำรให้คะแนน
ประเมิน
มวี นิ ัย 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรับปรุง
ใฝ่ เรียนรู้ ปฏิบตั ิตนตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ปฏิบตั ิตนตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ปฏิบตั ิตนตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์
ระเบียบขอ้ บงั คบั ของโรงเรียน
มุ่งมั่น และหอ้ งเรียนและตรงต่อเวลาใน ระเบียบขอ้ บงั คบั ของโรงเรียน ระเบียบขอ้ บงั คบั ของโรงเรียนและ
ในกำร การปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ ไดด้ ี
ทำงำน และหอ้ งเรียนและตรงต่อเวลาใน หอ้ งเรียนและตรงต่อเวลาในการ
ต้งั ใจเรียน แสวงหาความรู้จาก
เอกสารประกอบการเรียน เล่มที่ การปฏิบตั ิกิจกรรมต่าง ๆไดพ้ อใช้ ปฏิบตั ิกิจกรรมต่าง ๆไดบ้ างคร้ัง
1เร่ือง การเคลื่อนไหวร่างกาย ต้งั ใจเรียน แสวงหาความรู้จาก ต้งั ใจเรียน แสวงหาความรู้จาก
ความหมาย ความสาคญั เอกสารประกอบการเรียน เล่มท่ี เอกสารประกอบการเรียน เล่มท่ี
หลกั การเคลื่อนไหวร่างกาย
ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ 1เร่ือง การเคล่ือนไหวร่างกาย 1เรื่อง การเคลื่อนไหวร่างกาย
ของการเคลื่อนไหวร่างกาย การ
บิดตวั การดึง การดนั การเหวย่ี ง ความหมาย ความสาคญั ความหมาย ความสาคญั
แขน ประโยชนข์ องการ
เคลื่อนไหวร่างกายแบบอยกู่ บั ท่ี หลกั การเคล่ือนไหวร่างกาย หลกั การเคลื่อนไหวร่างกาย
และเขา้ กลุ่มกิจกรรม ไดด้ ี
ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ
นกั เรียนต้งั ใจ มีความรับผดิ ชอบ
ในการทาใบงานท่ี 1 เร่ืองการ ของการเคลื่อนไหวร่างกาย การ ของการเคล่ือนไหวร่างกาย การ
เคลื่อนไหวร่างกาย ปรับปรุง
พฒั นาผลงาน ไดด้ ี บิดตวั การดึง การดนั การเหวย่ี ง บิดตวั การดึง การดนั การเหวยี่ ง
แขน ประโยชนข์ องการ แขน ประโยชนข์ องการ
เคลื่อนไหวร่างกายแบบอยกู่ บั ท่ี เคลื่อนไหวร่างกายแบบอยกู่ บั ท่ี
และเขา้ กลุ่มกิจกรรม ไดพ้ อใช้ และเขา้ กลุ่มกิจกรรม ไดบ้ างคร้ัง
นกั เรียนต้งั ใจ มีความรับผดิ ชอบ
นกั เรียนต้งั ใจ มีความรับผดิ ชอบ ในการทาใบงานท่ี 1 เรื่องการ
ในการทาใบงานที่ 1 เรื่องการ เคลื่อนไหวร่างกาย ปรับปรุง
เคลื่อนไหวร่างกาย ปรับปรุง
พฒั นาผลงาน ไดพ้ อใช้ พฒั นาผลงาน ไดบ้ างคร้ัง
เกณฑ์กำรให้คะแนน ระดบั คะแนน ระดบั คุณภำพ
7-9 ดี
4-6
1-3 พอใช้
ปรับปรุง
210
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 3
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) รหัส พ 16101
หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง กำรเคลอื่ นไหวร่ำงกำย เวลำ 4 ช่ัวโมง
เรื่อง กำรเคลอื่ นไหวแบบเคลื่อนทแ่ี ละแบบมีอุปกรณ์ เวลำ 1 ช่ัวโมง
ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 6 ครูผู้สอน นำยโยฮัน ปี ระมะลกึ
สำระท่ี 3 กำรเคลอ่ื นไหว กำรออกกำลงั กำย กำรเล่นเกม กฬี ำไทย และกฬี ำสำกล
มำตรฐำน พ 3.1 เข้ำใจ มที กั ษะในกำรเคลอื่ นไหว กจิ กรรมทำงกำย กำรเล่นเกม และกฬี ำ
ตัวชี้วดั ป 6/1 แสดงทกั ษะการเคล่ือนไหวร่วมกบั ผอู้ ่ืนในลกั ษณะแบบผลดั และแบบผสมผสานไดต้ ามลาดบั
ท้งั แบบอยกู่ บั ที่ เคลื่อนที่ และใชอ้ ุปกรณ์ประกอบ และการเคลื่อนไหวประกอบเพลง
สำระสำคญั
การเคล่ือนไหวแบบเคล่ือนที่ ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ การเดิน ความหมาย วิธีการปฏิบตั ิการเดิน
การวงิ่ ความหมาย วธิ ีการปฏิบตั ิการวงิ่ การกระโดด ความหมาย วธิ ีการปฏิบตั ิการกระโดด การสไลด์ ความหมาย
วิธีการปฏิบตั ิการสไลด์ ประโยชน์ของการเคล่ือนไหวแบบอยูก่ บั ท่ี การเคล่ือนไหวแบบมีอุปกรณ์ ความหมาย
ความสาคญั ลกั ษณะ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ ความหมาย วธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะ
ลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน ความหมาย วิธีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน การเดาะลูกฟุตบอล
ดว้ ยหนา้ ขา ความหมาย วธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขา การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะ ความหมาย วธิ ีการ
การเดาะลูกฟุตบอลด้วยศีรษะ ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบมีอุปกรณ์และมีทกั ษะในการเคลื่อนไหว
กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
สำระกำรเรียนรู้
*กำรเคลอื่ นไหวแบบเคลอื่ นท่ี
-ความหมายของการเคล่ือนไหวแบบเคลื่อนที่
-ความสาคญั ของการเคล่ือนไหวแบบเคล่ือนที่
-ลกั ษณะของกำรเคลอ่ื นไหวร่ำงกำยแบบอย่กู บั ที่
-กำรเดนิ
-ความหมายของการเดิน
-วธิ ีการปฏิบตั ิการเดิน
-กำรวง่ิ
-ความหมายของการวง่ิ
-วธิ ีการปฏิบตั ิการวงิ่
-กำรกระโดด
211
-ความหมายของการกระโดด
-วธิ ีการปฏิบตั ิการกระโดด
-กำรสไลด์
-ความหมายของการสไลด์
-วธิ ีการปฏิบตั ิการสไลด์
-ประโยชน์ของกำรเคลอ่ื นไหวแบบอยู่กบั ที่
*กำรเคลอื่ นไหวแบบมีอปุ กรณ์
-ความหมายของการเคล่ือนไหวแบบมีอุปกรณ์
-ความสาคญั ของการเคลื่อนไหวแบบมีอุปกรณ์
*ลกั ษณะของกำรเคลอ่ื นไหวแบบมีอปุ กรณ์
-กำรเดำะลูกฟุตบอลด้วยหลงั เท้ำ
-ความหมายการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้
-วธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้
-กำรเดำะลูกฟุตบอลด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน
-ความหมายการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
-วธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
-กำรเดำะลูกฟุตบอลด้วยหน้ำขำ
-ความหมายการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขา
-วธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขา
-กำรเดำะลูกฟุตบอลด้วยศีรษะ
-ความหมายการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะ
-วธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะ
-ประโยชน์ของกำรเคลอื่ นไหวแบบมีอปุ กรณ์
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
*กำรเคลอื่ นไหวแบบเคลอื่ นท่ี
-อธิบายความหมายของการเคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ีได้
-อธิบายความสาคญั ของการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ได้
-บอกลกั ษณะของกำรเคลอื่ นไหวร่ำงกำยแบบอยู่กบั ทไี่ ด้
-กำรเดนิ
-อธิบายความหมายของการเดินได้
212
-อธิบายวธิ ีการปฏิบตั ิการเดินได้
-กำรวงิ่
-อธิบายความหมายของการวิง่ ได้
-อธิบายวธิ ีการปฏิบตั ิการวงิ่ ได้
-กำรกระโดด
-อธิบายความหมายของการกระโดดได้
-อธิบายวธิ ีการปฏิบตั ิการกระโดดได้
-กำรสไลด์
-อธิบายความหมายของการสไลดไ์ ด้
-อธิบายวธิ ีการปฏิบตั ิการสไลด์ได้
-บอกประโยชน์ของกำรเคลอื่ นไหวแบบอยู่กบั ทไ่ี ด้
*กำรเคลอื่ นไหวแบบมอี ุปกรณ์
-อธิบายความหมายของการเคลื่อนไหวแบบมีอุปกรณ์ได้
-อธิบายความสาคญั ของการเคล่ือนไหวแบบมีอุปกรณ์ได้
*บอกลกั ษณะของกำรเคลอื่ นไหวแบบมอี ุปกรณ์ได้
-กำรเดำะลกู ฟุตบอลด้วยหลงั เท้ำ
-อธิบายความหมายการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ ได้
-อธิบายวธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ ได้
-กำรเดำะลกู ฟุตบอลด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน
-อธิบายความหมายการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นในได้
-อธิบายวธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นในได้
-กำรเดำะลกู ฟุตบอลด้วยหน้ำขำ
-อธิบายความหมายการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขาได้
-อธิบายวธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขาได้
-กำรเดำะลกู ฟุตบอลด้วยศีรษะ
-อธิบายความหมายการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะได้
-อธิบายวธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะได้
-บอกประโยชน์ของกำรเคลอื่ นไหวแบบมีอุปกรณ์ได้
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
-ความสามารถในการสื่อสาร
-ความสามารถในการคิด
213
-ความสามารถในการแกป้ ัญหา
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
-มีวนิ ยั
-ใฝ่ เรียนรู้
-มุ่งมนั่ ในการทางาน
กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้กระบวนกำรทำงพลศึกษำ 5 ข้นั
- ข้นั เตรียม
1. แบ่งกลุ่มนกั เรียนออกเป็ นกลุ่มล่ะ 5 คน จานวน 8 กลุ่ม ใชร้ ูปแบบการนบั เลข 1-8ใหน้ กั เรียน เขา้
กลุ่มตามเลขท่ีตนเองนบั แลว้ ทาการเลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ
2. นาสื่อรูปภาพลกั ษณะของการเคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ีและมีอุปกรณ์ ลกั ษณะของ การ
เคล่ือนท่ีของการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่และมีอุปกรณ์ การเดินการวิ่งการกระโดดการสไลด์ การ
เดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นในการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ย หนา้ ขา
การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะ ครูสนทนากบั นกั เรียนวา่ ไดข้ อ้ คิดอะไรบา้ งจากการดูรูปภาพ (เห็นการ
เคล่ือนไหวร่างกายของมนุษย์ มีความสาคญั ในการใชช้ ีวติ ประจาวนั ได)้
3. ครูใหน้ กั เรียนอบอุ่นร่างกาย
3.1 กรโดดตบใตข้ า 10 คร้ัง
3.2 สไลดซ์ า้ ย-ขวา 10 คร้ัง
4. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ใหน้ กั เรียนทราบ
- ข้นั อธิบำย/สำธิต
1. นกั เรียนนง่ั เป็นกลุ่มของตนเองใหเ้ รียบร้อย
2. สมาชิกในกลุ่มส่งตวั แทนรับเอกสารประกอบการเรียน เล่มท่ี 1 เรื่องการเคลื่อนไหวแบบ
เคล่ือนท่ีและการเคลื่อนไหวแบบมีอุปกรณ์ แจกใหเ้ พื่อนสมาชิกคนล่ะ 1 เล่ม
3. ครูอธิบายและสาธิต การเคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ี ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ การ
เดิน ความหมาย วิธีการปฏิบตั ิการเดิน การวิ่ง ความหมาย วิธีการปฏิบตั ิการว่ิง การกระโดด ความหมาย
วธิ ีการปฏิบตั ิการกระโดด การสไลด์ ความหมาย วิธีการปฏิบตั ิการสไลด์ ประโยชน์ของ การเคลื่อนไหว
แบบอยกู่ บั ที่ การเคลื่อนไหวแบบมีอุปกรณ์ ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั
เทา้ ความหมาย วิธีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน ความหมาย
วธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขา ความหมาย วธิ ีการการเดาะ
ลูกฟุตบอลด้วยหน้าขา การเดาะลูกฟุตบอลด้วยศีรษะ ความหมาย วิธีการ เดาะลูกฟุตบอลด้วยศีรษะ
ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบมีอุปกรณ์ให้กบั นกั เรียนเขา้ ใจและสุ่มนกั เรียนออกมาสาธิตใหเ้ พื่อนใน
หอ้ งดูครูช้ีแนะใหค้ าแนะนาระหวา่ งนกั เรียนฝึกปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ ง
214
- ข้นั ฝึ กปฏบิ ัติ
1. สมาชิกแต่ละกลุ่มศึกษาและปฏิบตั ิตามเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเคล่ือนไหวร่างกาย
แบบเคลื่อนที่และการเคล่ือนไหวมีอุปกรณ์การเคล่ือนไหวแบบเคลื่อนที่ ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ
การเดิน ความหมาย วิธีการปฏิบตั ิการเดิน การวงิ่ ความหมาย วิธีการปฏิบตั ิการวงิ่ การกระโดด ความหมาย
วธิ ีการปฏิบตั ิการกระโดด การสไลด์ ความหมาย วิธีการปฏิบตั ิการสไลด์ ประโยชน์ของ การเคลื่อนไหว
แบบอยกู่ บั ที่ การเคล่ือนไหวแบบมีอุปกรณ์ ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั
เทา้ ความหมาย วิธีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน ความหมาย
วธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขา ความหมาย วธิ ีการการเดาะ
ลูกฟุตบอลด้วยหน้าขา การเดาะลูกฟุตบอลด้วยศีรษะ ความหมาย วิธีการ เดาะลูกฟุตบอลด้วยศีรษะ
ประโยชนข์ องการเคล่ือนไหวแบบมีอุปกรณ์ครูใหค้ าแนะนาระหวา่ งนกั เรียนฝึกปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ ง
2. แบ่งกลุ่มนกั เรียนออกเป็ นกลุ่มล่ะ 5 คน จานวน 8 กลุ่ม โดยใชร้ ูปแบบการนบั เลข 1-8
ใหน้ กั เรียนเขา้ กลุ่มตามเลขที่ตนเองนบั ดงั ต่อไปน้ี
กลุ่มที่ 1 การเดิน
กลุ่มท่ี 2 การวงิ่
กลุ่มที่ 3 การกระโดด
กลุ่มที่ 4 การสไลด์
กลุ่มท่ี 5 การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้
กลุ่มที่ 6 การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
กลุ่มท่ี 7 การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขา
กลุ่มท่ี 8 การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะ
- ข้นั นำไปใช้
1. ครูใหน้ กั เรียนนง่ั ตามกลุ่มเดิมของตนเองเพอื่ แขง่ ขนั เล่นเกมการวงิ่ ระหวา่ งกลุ่ม
วธิ ีกำรแข่งขนั เล่นเกมวงิ่ ระหว่ำงกลุ่ม
1.1 ใหแ้ ตก่ ลุ่มส่งตวั แทนกลุ่มล่ะ 5 คน เพ่อื ทาการแขง่ ขนั การวงิ่
1.2 ส่งตวั แทนมากลุ่มล่ะ 1 คน เพอื่ เป็นกรรมการ
1.3 ครูกาหนดระยะของการวงิ่ 20 เมตรจากจุดเร่ิมตน้ วางกรวยจุดกลบั ตวั โดยวง่ิ ไปกลบั
1.4 การวงิ่ ไปกลบั แลว้ สลบั เพือ่ นคนต่อไปวงิ่ ต่อไปเร่ือยๆ จนครบทุกคน
1.5 กลุ่มไหนเสร็จแลว้ นงั่ ใหเ้ รียบร้อยทุกคนจะเป็นฝ่ ายชนะ กลุ่มชา้ ที่สุดจะเป็นฝ่ ายแพ้
1.6 กลุ่มที่ชา้ ท่ีสุดทาโทษดว้ ยการ วง่ิ รอบสนามฟุตบอล 1 รอบ
2. ครูใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 1 เรื่อง การเคล่ือนไหวแบบเคล่ือนท่ีและแบบมีอุปกรณ์
215
3. ครูใหน้ กั เรียนคลายกลา้ มเน้ือ
3.1 กม้ แตะพ้นื 10 คร้ัง
3.2 บิดลาตวั 10 คร้ัง
4. ครูประเมินสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
- ข้นั สรุป
1. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุป สาระการเรียนรู้ เรื่องการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ ความหมาย ความสาคญั
ลกั ษณะ การเดิน ความหมาย วิธีการปฏิบตั ิการเดิน การว่ิง ความหมาย วิธีการปฏิบตั ิการว่ิง การกระโดด
ความหมาย วิธีการปฏิบัติการกระโดด การสไลด์ ความหมาย วิธีการปฏิบัติการสไลด์ ประโยชน์ของการ
เคล่ือนไหวแบบอยกู่ บั ท่ี การเคล่ือนไหวแบบมีอุปกรณ์ ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ย
หลงั เทา้ ความหมาย วิธีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน ความหมาย
วิธีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยข้างเทา้ ด้านใน การเดาะลูกฟุตบอลด้วยหน้าขา ความหมา วิธีการการเดาะลูก
ฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขา การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะ ความหมาย วธิ ีการการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะ ประโยชน์ของ
การเคลื่อนไหวแบบมีอุปกรณ์ในลกั ษณะป้ ายนิเทศ
2. ครูใหน้ กั เรียนทาความสะอาดร่างกายใหเ้ รียบร้อยพร้อมที่เรียนวชิ าต่อไป
3. ครูประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- สื่อ/แหล่งเรียนรู้
1. เอกสารประกอบการเรียน เล่มท่ี 1 เร่ืองการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนท่ีและแบบมีอุปกรณ์
2. ใบงาน เร่ือง การเคล่ือนไหวแบบเคล่ือนที่และแบบมีอุปกรณ์
3. แบบประเมินสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
4. แบบประเมินคุณลกั ษณะสาคญั ของผเู้ รียน
5. รูปภาพการเคล่ือนไหวแบบเคล่ือนท่ีและแบบมีอุปกรณ์
- กำรวดั และประเมนิ ผล 216
รำยกำร เครื่องมอื วธิ ีกำร เกณฑ์กำรประเมิน
ระดบั คะแนน ระดบั คุณภำพ
ใบงานท่ี 1 เร่ืองการ ใบงานที่ 1 เร่ืองการ ตรวจใบงานที่ 1 เรื่องการ 7-9 ดี
เคลื่อนไหวแบบ เคล่ือนไหวแบบ เคล่ือนไหวแบบเคล่ือนท่ี 4-6 พอใช้
เคลื่อนที่และแบบมี เคล่ือนท่ีและแบบมี 1-3 ปรับปรุง
และแบบมีอุปกรณ์
อุปกรณ์ อุปกรณ์
สมรรถนะสาคญั ของ แบบประเมินสมรรถนะ ประเมินสมรรถนะสาคญั 7-9 ดี
4-6 พอใช้
ผเู้ รียน สาคญั ของผเู้ รียน ของผเู้ รียน 1-3 ปรับปรุง
คุณลกั ษณะที่พงึ แบบประเมิน ประเมินคุณลกั ษณะที่พงึ 7-9 ดี
ประสงคข์ องผเู้ รียน คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงคข์ องผเู้ รียน 4-6 พอใช้
ประสงคข์ องผเู้ รียน 1-3 ปรับปรุง
217
บันทกึ หลงั กำรสอน
ด้ำนควำมรู้
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ด้ำนสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ด้ำนคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ของผู้เรียน
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..............................................
นำยโยฮัน ปี ระมะลกึ
ครูโรงเรียนบ้ำนโคกตำ
ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหำรหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมำย
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..........................................
นำยบุญชู รำชสุวรรณ
ผู้อำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนโคกตำ
218
กำรเดิน รูปภำพกำรเคลอื่ นไหวแบบเคลอื่ นท่ี
กำรวง่ิ
กำรกระโดด กำรสไลค์
219
รูปภำพกำรเคลอ่ื นไหวแบบมอี ปุ กรณ์
กำรเดำะลกู ฟุตบอลด้วยหลงั เท้ำ กำรเดำะลูกฟุตบอลด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน
กำรเดำะลกู ฟุตบอลด้วยหน้ำขำหรือเข่ำ กำรเดำะลกู ฟุตบอลด้วยศีรษะ
220
ใบงำนท่ี 1
เร่ือง กำรเคลอ่ื นไหวแบบเคลื่อนทแี่ ละแบบมอี ุปกรณ์
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
1. อธิบายความหมายของการเคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ีได้
2. อธิบายความสาคญั ของการเคล่ือนไหวแบบเคลื่อนที่ได้
3. บอกลกั ษณะของการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่
4. อธิบายและปฏิบตั ิการเดินได้
5. อธิบายและปฏิบตั ิการวง่ิ ได้
6. อธิบายและปฏิบตั ิการกระโดดได้
7. อธิบายและปฏิบตั ิการสไลดไ์ ด้
8. บอกประโยชนข์ องการเคล่ือนไหวแบบเคลื่อนที่ได้
9. อธิบายความหมายการเคล่ือนไหวแบบมีอุปกรณ์ได้
10. อธิบายความสาคญั ของการเคล่ือนไหวแบบมีอุปกรณ์ได้
11. บอกลกั ษณะของการเคลื่อนไหวแบบมีอุปกรณ์ได้
12. อธิบายและปฏิบตั ิการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ ได้
13. อธิบายและปฏิบตั ิการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นในได้
14. อธิบายและปฏิบตั ิการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขาได้
15. อธิบายและปฏิบตั ิการเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะได้
16. บอกประโยชน์ของการเคล่ือนไหวแบบมีอุปกรณ์
221
ใบงำนที่ 1
เรื่อง กำรเคลอ่ื นไหวแบบเคลอื่ นทแ่ี ละแบบมอี ุปกรณ์
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบทถ่ี ูกต้องเพยี งคำตอบเดยี ว
1. ข้อใดคอื ควำมหมำยของกำรเคลอ่ื นไหวเคลอื่ นที่
ก. ตอ้ งเคล่ือนที่จากท่ีหน่ึงไปอีกที่หน่ึง ข. การเคล่ือนไหวท่ีมีอุปกรณ์
ค. ตอ้ งใชก้ ารผสมผสานการเคล่ือนไหว ง. การเคล่ือนไหวท่ีใชพ้ ลงั งาน
2. ข้อใดคอื ประโยชน์ของกำรเคลอื่ นไหวเคลอ่ื นท่ี
ก. ทาใหเ้ รียนเก่ง ข. ทาใหห้ นา้ ตาดี ค. ทาใหร้ ่างกายแขง็ แรง ง. ทาใหม้ ีเงินทองมากมาย
3. กำรเคลอ่ื นไหวแบบเคลอื่ นทห่ี มำยถึงข้อใด
ก. การเคลื่อนไหวที่ใชอ้ ุปกรณ์ ข. การเคล่ือนไหวที่ตอ้ งเคลื่อนท่ี
ค. การเคล่ือนไหวที่ท่าประกอบ ง. การเคลื่อนอยา่ งรวดเร็ว
4. กำรเคลอ่ื นไหวเคลอ่ื นทมี่ ีควำมสำคัญอย่ำงไร
ก. ช่วยใหส้ ุขภาพร่างกายแขง็ แรง ข. ทาใหย้ กของหนกั ไดม้ ากข้ึน
ค. ช่วยใหม้ ีความรู้มากข้ึน ง. ทาใหแ้ จ่มใส
5. ข้อใดคอื ลกั ษณะของกำรเคลอ่ื นไหวร่ำงกำยแบบเคลอ่ื นท่ี
ก. การเดาะลูกฟุตบอล ข. การวงิ่ ค. ยนื ตรงเคารพธงชาติ ง. การวง่ิ ในหอ้ งเรียน
6. ข้อใดคอื ควำมสำคญั ของกำรเคลอ่ื นไหวแบบมอี ุปกรณ์
ก. พฒั นาการทางานของระบบประสาทและกลา้ มเน้ือในส่วนต่าง ๆ ข. การสปริงตวั จากพ้ืน
ค. การกา้ วเทา้ ใดเทา้ หน่ึงไปชิด ง. ทาใหแ้ ขง็ แรงเจริญเติบโตตามวยั
7. กำรเดำะลกู ฟุตบอลด้วยหลงั เท้ำควรเริ่มฝึ กจำกอะไรก่อน
ก. การสร้างความคุน้ เคยกบั ฟุตบอลก่อน ข. การฝึกการเคล่ือนท่ีก่อน
ค. การฝึกในสภาพพ้นื สนามที่เป็นปนู ซีเมนต์ หรือที่เรียบ ง. ฝึกจากการวงิ่ รอบสนาม 10 รอบ
8. กำรเดำะลูกฟุตบอลด้วยข้ำงเท้ำด้ำนใน เรียกชื่อ อกี อย่ำงหนึ่งว่ำอะไร
ก. การกระโดดเล่นลูกฟุตบอล ข. ลูกแปตะกร้อ ค. ลูกจกั ยานอากาศ ง. ลูกวอลเลย์
9. กำรเดำะลกู ฟุตบอลด้วยศีรษะจุดทใ่ี ช้เดำะคือหน้ำผำกบริเวณใด
ก. บริเวณหลงั ศีรษะ ข. กลางศีรษะ
ค. เหนือคิว้ ใตต้ ีนผม ง. เหนือหวั เล็กนอ้ ย
10. ข้อใดคือประโยชน์ของกำรเคลอ่ื นไหวแบบมอี ุปกรณ์ท่สี ำคญั มำกทสี่ ุด
ก. ช่วยฝึกการทางานประสานกนั ระหวา่ งระบบประสาทกบั ระบบกลา้ มเน้ือ
ข. ช่วยใหก้ ลา้ มเน้ือแขง็ แรงไดม้ ากข้ึน
ค. ช่วยลดอาการบาดเจบ็ ท่ีเกิดจากการเล่นกีฬา
ง. ช่วยใหม้ ีระบบหายใจท่ีดีข้ึน
222
เฉลยใบงำนท่ี 1 เรื่อง กำรเคล่ือนไหวแบบเคลอื่ นท่แี ละแบบมีอุปกรณ์
ข้อ คำตอบ
1. ก. การเคลื่อนไหวที่ตอ้ งเคลื่อนท่ีจากท่ีหน่ึงไปอีกที่หน่ึง
2. ค. ทาใหร้ ่างกายแขง็ แรง
3. ข. การเคลื่อนไหวท่ีตอ้ งเคลื่อนที่
4. ก. ช่วยใหส้ ุขภาพร่างกายของเด็กแขง็ แรง
5. ข. การวง่ิ
6. ก. พฒั นาการทางานของระบบประสาทและกลา้ มเน้ือในส่วนตา่ ง ๆ
7. ค. การฝึกในสภาพพ้นื สนามที่เป็นปนู ซีเมนต์ พ้ืนไม้ หรือท่ีเรียบ
8. ข. ลูกแปตะกร้อ
9. ค. เหนือคิ้วใตต้ ีนผม
10. ก.ช่วยฝึกการทางานประสานกนั ระหวา่ งระบบประสาทกบั ระบบกลา้ มเน้ือ
เกณฑ์กำรประเมินใบงำนที่ 1 เกณฑ์กำรให้คะแนนใบงำนท่ี 1
ตอบถูก 1 ข้อ ได้ 1 คะแนน
ระดบั คะแนน ระดับ
ตอบไม่ถูกไม่มีคะแนน
คุณภำพ
7-10 ดี
5-6 พอใช้
0-4 ปรับปรุง
223
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงำนท่ี 1
เร่ือง กำรเคลอื่ นไหวแบบเคล่อื นทแี่ ละแบบมอี ุปกรณ์
รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 6
ท่ี ช่ือ-สกลุ เกณฑ์กำรประเมนิ
1 เดก็ ชายฟิ รเดาร์ แวหามะ ระดับคะแนน ระดบั คะแนน
2 เด็กชายอบั ดุลกอฟาร์ บือราเฮง 10 คะแนน คุณภำพ
3 เดก็ ชายอานามี ยโู ซ๊ะ ดี
4 เด็กชายมูฮมั หมดั นูรุดดีน เจะมซู อ 7 ดี
5 เดก็ ชายมูหมดั ฮาฟี ซนั สือแม 8 ดี
6 เด็กชายกฤษฎา ดอเลาะห์ 8 ดี
7 เดก็ ชายอลั ฟาร์ มะอารง 9 ดี
8 เดก็ ชายนูรดิน เจะ๊ กา 9 ดี
9 เดก็ ชายกาไฟล์ เจิมแกว้ 9 ดี
10 เด็กชายมูฮาหมดั อาสระห์ มามุ 8 ดี
11 เด็กชายสลั มาน ดอแม 7 ดี
12 เดก็ ชายอฮั ลมั เจะ๊ อาแซ 7 พอใช้
13 เดก็ ชายอิลฮมั อาแซ 6 ดี
14 เดก็ ชายซบั รี อารง 8 ดี
15 เด็กชายมูฮาหมดั ฮาฟี ซี อาแว 7 พอใช้
16 เด็กชายซอบบรี สนิสุริวงศ์ 6 ดี
17 เด็กชายฟาริฟ ยโู ซะ 8 ดี
18 เด็กชายมูฮาหมดั มะแซ 8 ดี
19 เดก็ ชายอาดมั เจะ๊ หลง 7 ดี
20 เดก็ ชายฮสั วารี เจะ๊ เตะ๊ 8 พอใช้
6 ดี
7 ดี
7
21 เด็กชายอบั ดุลอาริฟ ตาเเห 8 224
22 เด็กหญิงอาเมเรีย เปาะแต 8
23 เดก็ หญิงนูรูลอกั มาลียะฮ์ ยะโกะ 9 ดี
24 เด็กหญิงนูรฮดู าดีณี ยะโกะ 9 ดี
25 เด็กหญิงอายู เจะ๊ นาแว 9 ดี
26 เด็กหญิงซุลวาณี แวยโู ซ๊ะ 8 ดี
27 เดก็ หญิงรุสมีนี ดว้ งประโคน 8 ดี
28 เด็กหญิงนูซีฮะห์บิน เจะ๊ บือราเฮง 9 ดี
29 เดก็ หญิงบุษรอ มะยนู ุ 8 ดี
30 เดก็ หญิงฮาลาวาตี มามะ 9 ดี
31 เดก็ หญิงมารียมั มามะ 6 ดี
32 เด็กหญิงนูรนิสรีน สะมะแอ 9 ดี
33 เด็กหญิงนูรกาฟี ลา มาหามะ 9 พอใช้
34 เด็กหญิงวนั พุตรี สาอะ 8 ดี
35 เด็กหญิงฟาติน ยะเอ 7 ดี
36 เด็กหญิงณฐั ชา แซลีมา 9 ดี
37 เดก็ หญิงนูรอยั ดา สาเมาะ 6 ดี
38 เด็กหญิงโนรอีฟานี มะวเี ดง็ 8 ดี
39 เดก็ หญิงนูรอุสนี มามะ 7 พอใช้
40 เดก็ หญิงซุลฟา อาแวหลง 9 ดี
ดี
ดี
เกณฑ์กำรประเมนิ
ระดับคะแนน ระดับคุณภำพ
7-10 ดี
5-6
0-4 พอใช้
ปรับปรุง
225
แบบบันทกึ คะแนนสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 6
ที่ ช่ือ-สกลุ รำยกำรประเมนิ ระดบั ระดบั
คะแนน คณุ ภำพ
ควำมสำมำรถ ควำมสำมำรถ ควำมสำมำรถใน 9
ในกำรส่ือสำร ในกำรคดิ กำรใช้ทกั ษะชีวติ 6
8
33 3 7
7
1 เดก็ ชายฟิ รเดาร์ แวหามะ 22 2 7 พอใช้
9 ดี
2 เดก็ ชายอบั ดุลกอฟาร์ บือราเฮง 3 3 2 8 ดี
7 ดี
3 เด็กชายอานามี ยโู ซ๊ะ 22 3 6 ดี
8 ดี
4 เด็กชายมฮู มั หมดั นูรุดดีน เจะมซู อ 2 2 3 7 ดี
9 ดี
5 เด็กชายมหู มดั ฮาฟี ซนั สือแม 2 2 3 8
8 พอใช้
6 เด็กชายกฤษฎา ดอเลาะห์ 33 3 7 ดี
7 ดี
7 เด็กชายอลั ฟาร์ มะอารง 23 3 8 ดี
8 ดี
8 เด็กชายนูรดิน เจะ๊ กา 22 3 8 ดี
9 ดี
9 เด็กชายกาไฟล์ เจิมแกว้ 22 2 ดี
ดี
10 เด็กชายมูฮาหมดั อาสระห์ มามุ 2 3 3 ดี
ดี
11 เด็กชายสัลมาน ดอแม 23 2 ดี
12 เด็กชายอฮั ลมั เจะ๊ อาแซ 33 3
13 เด็กชายอิลฮมั อาแซ 22 3
14 เด็กชายซบั รี อารง 33 2
15 เดก็ ชายมฮู าหมดั ฮาฟี ซี อาแว 2 2 3
16 เดก็ ชายซอบบรี สนิสุริวงศ์ 22 3
17 เดก็ ชายฟาริฟ ยโู ซะ 33 3
18 เดก็ ชายมูฮาหมดั มะแซ 32 3
19 เด็กชายอาดมั เจะ๊ หลง 32 3
20 เดก็ ชายฮสั วารี เจะ๊ เตะ๊ 33 3
21 เดก็ ชายอบั ดุลอาริฟ ตาเเห 3 3 3 226
22 เดก็ หญิงอาเมเรีย เปาะแต 2 3 2
23 เดก็ หญิงนูรูลอกั มาลียะฮ์ ยะโกะ 2 3 2 9 ดี
24 เด็กหญิงนูรฮูดาดีณี ยะโกะ 2 2 3 7 ดี
25 เดก็ หญิงอายู เจะ๊ นาแว 3 2 3 7 ดี
26 เด็กหญิงซุลวาณี แวยโู ซ๊ะ 3 3 3 7 ดี
27 เดก็ หญิงรุสมีนี ดว้ งประโคน 3 2 3 8 ดี
28 เด็กหญิงนูซีฮะห์บิน เจะ๊ บือราเฮง 3 3 3 9 ดี
29 เด็กหญิงบุษรอ มะยนู ุ 3 3 3 8 ดี
30 เด็กหญิงฮาลาวาตี มามะ 2 3 2 9 ดี
31 เดก็ หญิงมารียมั มามะ 2 3 2 9 ดี
32 เด็กหญิงนูรนิสรีน สะมะแอ 2 2 3 7 ดี
33 เดก็ หญิงนูรกาฟี ลา มาหามะ 3 2 3 7 ดี
34 เด็กหญิงวนั พตุ รี สาอะ 3 3 3 7 ดี
35 เด็กหญิงฟาติน ยะเอ 3 3 3 8 ดี
36 เด็กหญิงณฐั ชา แซลีมา 3 3 3 9 ดี
9 ดี
37 เดก็ หญิงนูรอยั ดา สาเมาะ 2 3 2 9 ดี
38 เดก็ หญิงโนรอีฟานี มะวเี ดง็ 2 2 3 7 ดี
39 เด็กหญิงนูรอุสนี มามะ 2 2 3 7 ดี
40 เด็กหญิงซุลฟา อาแวหลง 3 3 3 7 ดี
9 ดี
เกณฑ์กำรประเมิน
ระดบั คะแนน ระดับคุณภำพ
7-9 ดี
4-6 พอใช้
1-3 ปรับปรุง
227
เกณฑ์กำรประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 6 กำรส่ือสำร/กำรคดิ /ทกั ษะชีวติ
รำยกำร เกณฑ์กำรให้คะแนน
ประเมิน 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรับปรุง
ควำมสำมำรถ อธิบาย ความหมาย อธิบาย ความหมาย อธิบาย ความหมาย
ความสาคญั ลกั ษณะของการ ความสาคญั ลกั ษณะของการ
ในกำรส่ือสำร ความสาคญั ลกั ษณะของการ เคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ เคล่ือนไหวแบบเคล่ือนที่
ประโยชนข์ องการเคลื่อนไหว ประโยชนข์ องการเคล่ือนไหว
เคล่ือนไหวแบบเคลื่อนที่ แบบเคล่ือนที่ ลกั ษณะของ แบบเคล่ือนท่ี ลกั ษณะของ
การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนท่ี การเคล่ือนไหวแบบเคล่ือนท่ี
ประโยชนข์ องการเคล่ือนไหว การเดิน การวงิ่ การกระโดด การเดิน การวง่ิ การกระโดด
การสไลด์ ประโยชนข์ องการ การสไลด์ ประโยชน์ของการ
แบบเคล่ือนที่ ลกั ษณะของ เคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ี เคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ี
ความหมายของ ความสาคญั ความหมายของ ความสาคญั
การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนท่ี ลกั ษณะของการเคล่ือนไหว ลกั ษณะของการเคลื่อนไหว
แบบมีอุปกรณ์ การเดาะลูก แบบมีอุปกรณ์ การเดาะลูก
การเดิน การวง่ิ การกระโดด ฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะ ฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะ
ลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน ลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
การสไลด์ ประโยชน์ของการ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้
ขา การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ย ขา การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ย
เคล่ือนไหวแบบเคล่ือนท่ี ศีรษะ ประโยชนข์ องการ ศีรษะ ประโยชน์ของการ
เคลื่อนไหวแบบมีอุปกรณ์ เคล่ือนไหวแบบมีอุปกรณ์
ความหมายของ ความสาคญั และสามารถทาใบงานที่ 1 และสามารถทาใบงานที่ 1
การเคล่ือนไหวแบบเคลื่อนท่ี การเคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ี
ลกั ษณะของการเคลื่อนไหว และแบบมีอุปกรณ์ ไดพ้ อใช้ และแบบมีอุปกรณ์ไดบ้ างส่วน
แบบมีอุปกรณ์ การเดาะลูก
ฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะ
ลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้
ขา การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ย
ศีรษะ ประโยชนข์ องการ
เคลื่อนไหวแบบมีอุปกรณ์
และสามารถทาใบงานที่ 1
การเคลื่อนไหวแบบเคล่ือนที่
และแบบมีอุปกรณ์ ไดด้ ี
228
ควำมสำมำรถ รู้และเขา้ ใจความหมาย รู้และเขา้ ใจความหมาย รู้และเขา้ ใจความหมาย
ในกำรคิด ความสาคญั ลกั ษณะของการ ความสาคญั ลกั ษณะของการ ความสาคญั ลกั ษณะของการ
เคลื่อนไหวแบบเคลื่อนท่ี เคล่ือนไหวแบบเคลื่อนท่ี เคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ี
ประโยชน์ของการเคล่ือนไหว ประโยชน์ของการเคลื่อนไหว ประโยชนข์ องการเคลื่อนไหว
แบบเคลื่อนที่ ลกั ษณะของ แบบเคล่ือนท่ี ลกั ษณะของ แบบเคลื่อนท่ี ลกั ษณะของ
การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ การเคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ี การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่
การเดิน การวงิ่ การกระโดด การเดิน การวงิ่ การกระโดด การเดิน การวง่ิ การกระโดด
การสไลด์ ประโยชนข์ องการ การสไลด์ ประโยชนข์ องการ การสไลด์ ประโยชน์ของการ
เคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ เคลื่อนไหวแบบเคล่ือนท่ี เคล่ือนไหวแบบเคล่ือนที่
ความหมายของ ความสาคญั ความหมายของ ความสาคญั ความหมายของ ความสาคญั
ลกั ษณะของการเคล่ือนไหว ลกั ษณะของการเคลื่อนไหว ลกั ษณะของการเคลื่อนไหว
แบบมีอุปกรณ์ การเดาะลูก แบบมีอุปกรณ์ การเดาะลูก แบบมีอุปกรณ์ การเดาะลูก
ฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะ ฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะ ฟุตบอลดว้ ยหลงั เทา้ การเดาะ
ลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน ลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน ลูกฟุตบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขา การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขา การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยหนา้ ขา
การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะ การเดาะลูกฟุตบอลดว้ ยศีรษะ
ประโยชนข์ องการเคลื่อนไหว ประโยชน์ของการเคลื่อนไหว ประโยชนข์ องการเคล่ือนไหว
แบบมีอุปกรณ์ และใบงานที่ 1 แบบมีอุปกรณ์ และใบงานที่ 1 แบบมีอุปกรณ์ และใบงานที่ 1
เรื่องการเคลื่อนไหวแบบ เรื่องการเคลื่อนไหวแบบ เร่ืองการเคล่ือนไหวแบบ
เคล่ือนท่ีและแบบมีอุปกรณ์ เคลื่อนท่ีและแบบมีอุปกรณ์ เคลื่อนท่ีและแบบมีอุปกรณ์
ไดด้ ี ไดพ้ อใช้ ไดบ้ างส่วน
ควำมสำมำรถ มีทกั ษะข้นั ตอนในการทาใบ มีทกั ษะข้นั ตอนในการทาใบ มีทกั ษะข้นั ตอนในการทาใบ
ในกำรใช้ งานท่ี 1 เรื่อง การเคลื่อนไหว งานท่ี 1 เร่ือง การเคลื่อนไหว งานที่ 1 เร่ือง การเคลื่อนไหว
ทกั ษะชีวติ แบบเคลื่อนท่ีและแบบมี แบบเคลื่อนที่และแบบมี แบบเคล่ือนที่และแบบมี
อุปกรณ์เป็นรายบุคคลและ อุปกรณ์เป็นรายบุคคลและ อุปกรณ์เป็นรายบุคคลและ
เขา้ กิจกรรมกลุ่มสามารถนาใช้ เขา้ กิจกรรมกลุ่มสามารถนาใช้ เขา้ กิจกรรมกลุ่มสามารถนาใช้
ชีวติ ประจาวนั ไดด้ ี ชีวติ ประจาวนั ไดพ้ อใช้ ชีวติ ประจาวนั ไดบ้ างส่วน
เกณฑ์กำรให้คะแนน
ระดบั คะแนน ระดบั คุณภำพ
7-9 ดี
4-6
1-3 พอใช้
ปรับปรุง
229
แบบบันทกึ คะแนนคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผ้เู รียน
รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 6
ท่ี ชื่อ-สกลุ รำยกำรกำรประเมนิ ระดบั ระดบั
คะแนน คณุ ภำพ
มวี นิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในกำร 9
ทำงำน
333
1 เด็กชายฟิ รเดาร์ แวหามะ 3 3 2 8 ดี
2 เดก็ ชายอบั ดุลกอฟาร์ บือราเฮง 3 3 3 9 ดี
3 เดก็ ชายอานามี ยโู ซ๊ะ 3 2 3 8 ดี
4 เด็กชายมูฮมั หมดั นูรุดดีน เจะมซู อ 3 3 3 9 ดี
5 เดก็ ชายมหู มดั ฮาฟี ซนั สือแม 2 3 3 8 ดี
6 เดก็ ชายกฤษฎา ดอเลาะห์ 2 2 3 7 ดี
7 เดก็ ชายอลั ฟาร์ มะอารง 3 3 3 9 ดี
8 เดก็ ชายนูรดิน เจะ๊ กา 2 2 3 7 ดี
9 เด็กชายกาไฟล์ เจิมแกว้ 3 3 2 8 ดี
10 เดก็ ชายมฮู าหมดั อาสระห์ มามุ 3 3 3 9 ดี
11 เด็กชายสัลมาน ดอแม 3 2 3 8 ดี
12 เด็กชายอฮั ลมั เจะ๊ อาแซ 3 3 3 9 ดี
13 เดก็ ชายอิลฮมั อาแซ 2 3 3 8 ดี
14 เดก็ ชายซบั รี อารง 2 2 3 7 ดี
15 เด็กชายมฮู าหมดั ฮาฟี ซี อาแว 3 3 3 9 ดี
16 เด็กชายซอบบรี สนิสุริวงศ์ 2 2 3 7 ดี
17 เดก็ ชายฟาริฟ ยโู ซะ 2 2 2 6 พอใช้
18 เด็กชายมฮู าหมดั มะแซ 3 3 3 9 ดี
19 เด็กชายอาดมั เจะ๊ หลง 2 2 2 6 พอใช้
20 เดก็ ชายฮสั วารี เจะ๊ เตะ๊ 3 3 3 9 ดี
230
21 เดก็ ชายอบั ดุลอาริฟ ตาเเห 3 3 3 9 ดี
22 เด็กหญิงอาเมเรีย เปาะแต 2 2 3 7 ดี
23 เดก็ หญิงนูรูลอกั มาลียะฮ์ ยะโกะ 2 3 3 8 ดี
24 เดก็ หญิงนูรฮูดาดีณี ยะโกะ 3 3 3 9 ดี
25 เดก็ หญิงอายู เจะ๊ นาแว 2 2 2 6 พอใช้
26 เดก็ หญิงซุลวาณี แวยโู ซ๊ะ 3 2 2 7 ดี
27 เด็กหญิงรุสมีนี ดว้ งประโคน 3 3 2 8 ดี
28 เดก็ หญิงนูซีฮะห์บิน เจะ๊ บือราเฮง 3 3 3 9 ดี
29 เด็กหญิงบุษรอ มะยนู ุ 3 2 3 8 ดี
30 เดก็ หญิงฮาลาวาตี มามะ 3 3 3 9 ดี
31 เดก็ หญิงมารียมั มามะ 2 3 3 8 ดี
32 เดก็ หญิงนูรนิสรีน สะมะแอ 2 2 3 7 ดี
33 เด็กหญิงนูรกาฟี ลา มาหามะ 3 3 3 9 ดี
34 เดก็ หญิงวนั พตุ รี สาอะ 2 2 3 7 ดี
35 เดก็ หญิงฟาติน ยะเอ 2 3 3 8 ดี
36 เด็กหญิงณฐั ชา แซลีมา 3 3 3 9 ดี
37 เด็กหญิงนูรอยั ดา สาเมาะ 2 2 2 6 พอใช้
38 เด็กหญิงโนรอีฟานี มะวเี ด็ง 3 3 3 9 ดี
39 เด็กหญิงนูรอุสนี มามะ 3 3 3 9 ดี
40 เดก็ หญิงซุลฟา อาแวหลง 2 2 3 7 ดี
เกณฑ์กำรประเมิน
ระดับคะแนน ระดับคุณภำพ
7-9 ดี
4-6 พอใช้
1-3 ปรับปรุง
231
เกณฑ์กำรประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้เรียน
รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 6 มวี นิ ัย/ใฝ่ เรียนรู้/มุ่งมั่นในกำร
ทางาน
รำยกำร เกณฑ์กำรให้คะแนน
ประเมนิ 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรับปรุง
ใฝ่ เรียนรู้ ต้งั ใจเรียน แสวงหาความรู้ ต้งั ใจเรียน แสวงหาความรู้ ต้งั ใจเรียน แสวงหาความรู้
จากเอกสารประกอบการเรียน จากเอกสารประกอบการเรียน จากเอกสารประกอบการเรียน
เล่มท่ี 1 เรื่องการเคลื่อนไหว เล่มที่ 1 เร่ืองการเคล่ือนไหว เล่มที่ 1 เร่ืองการเคลื่อนไหว
ร่างกายและเขา้ กลุ่มกิจกรรม ร่างกายและเขา้ กลุ่มกิจกรรม ร่างกายและเขา้ กลุ่มกิจกรรม
ไดด้ ี ไดพ้ อใช้ ไดบ้ างส่วน
มุ่งมั่น มีความต้งั ใจ มีความ มีความต้งั ใจ มีความ มีความต้งั ใจ มีความ
ในกำร รับผดิ ชอบในการทาใบงานที่ 1 รับผดิ ชอบในการทาใบงานท่ี 1 รับผิดชอบในการทาใบงานท่ี 1
ทำงำน ปรับปรุงพฒั นาผลงาน ไดด้ ี ปรับปรุงพฒั นาผลงาน ไดด้ ี ปรับปรุงพฒั นาผลงาน ได้
มาก บางคร้ัง
มีวนิ ัย ปฏิบตั ิตนตามขอ้ ตกลง ปฏิบตั ิตนตามขอ้ ตกลง ปฏิบตั ิตนตามขอ้ ตกลง
กฎเกณฑ์ ระเบียบขอ้ บงั คบั กฎเกณฑ์ ระเบียบขอ้ บงั คบั กฎเกณฑ์ ระเบียบขอ้ บงั คบั
ของโรงเรียนและหอ้ งเรียน ของโรงเรียนและหอ้ งเรียน ของโรงเรียนและหอ้ งเรียน
และตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิ และตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิ และตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิ
กิจกรรมต่าง ๆ ไดด้ ี กิจกรรมตา่ ง ๆ ไดพ้ อใช้ กิจกรรมต่าง ๆ ไดบ้ างคร้ัง
เกณฑ์กำรให้คะแนน
ระดบั คะแนน ระดบั คุณภำพ
7-9 ดี
4-6
1-3 พอใช้
ปรับปรุง
232
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 4
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) รหัส พ 16101
หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 กำรเคล่อื นไหวร่ำงกำย เวลำ 4 ชั่วโมง
เรื่อง กำรเคลอ่ื นไหวแบบผสมผสำนและแบบผลดั เวลำ 1 ช่ัวโมง
ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 6 ครูผ้สู อน นำยโยฮัน ปี ระมะลกึ
สำระที่ 3 กำรเคลอ่ื นไหว กำรออกกำลงั กำย กำรเล่นเกม กฬี ำไทย และกฬี ำสำกล
มำตรฐำน พ 3.1 เข้ำใจ มที กั ษะในกำรเคลอื่ นไหว กจิ กรรมทำงกำย กำรเล่นเกม และกฬี ำ
ตัวชี้วัด ป 6/1 แสดงทกั ษะการเคลื่อนไหวร่วมกบั ผอู้ ่ืนในลกั ษณะแบบผลดั และแบบผสมผสานไดต้ ามลาดบั ท้งั
แบบอยกู่ บั ท่ี เคลื่อนท่ี และใชอ้ ุปกรณ์ประกอบ และการเคลื่อนไหวประกอบเพลง
สำระสำคัญ
การเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ การวงิ่ เป็ นรูปส่ีเหล่ียม ความหมาย วิธีการ
การวิ่งเป็ นรูปสี่เหลี่ยม การว่ิงสลบั ฟันปลา ความหมาย วิธีการการว่ิงสลบั ฟันปลา การว่ิงตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได
ความหมาย วธิ ีการการวง่ิ ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได การกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้ ความหมาย วธิ ีการกระโดด
กางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้ ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน การเคลื่อนไหวแบบผลดั ความหมาย
ความสาคญั ลกั ษณะ การเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั ความหมาย วิธีการการเล้ียง ลูกฟุตบอลออ้ มหลกั การวิ่งหลบ
สิ่งกีดขวาง ความหมาย วิธีการการว่ิงหลบสิ่งกีดขวาง ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบผลดั และมีทกั ษะใน
การเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา
สำระกำรเรียนรู้
*กำรเคลอื่ นไหวแบบผสมผสำน
-ความหมายของการเคล่ือนไหวแบบผสมผสาน
-ความสาคญั ของการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน
*ลกั ษณะของกำรเคลอื่ นไหวแบบผสมผสำน
-กำรวงิ่ เป็ นรูปสี่เหล่ยี ม
-ความหมายการวงิ่ เป็นรูปสี่เหล่ียม
-วธิ ีการการวง่ิ เป็นรูปสี่เหล่ียม
-กำรวง่ิ สลบั ฟันปลำ
-ความหมายการวง่ิ สลบั ฟันปลา
-วธิ ีการการวงิ่ สลบั ฟันปลา
-กำรวงิ่ ตบเท้ำข้ำมช่องบันได
-ความหมายการวงิ่ ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได
233
-วธิ ีการการวง่ิ ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได
-กำรกระโดดกำงเท้ำชิดเท้ำไปข้ำงหน้ำ
-ความหมายการกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้
-วธิ ีการการกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้
-ประโยชน์ของกำรเคลอ่ื นไหวแบบผสมผสำน
*กำรเคลอ่ื นไหวแบบผลดั
-ความหมายของการเคล่ือนไหวแบบผลดั
-ความสาคญั ของการเคล่ือนไหวแบบผลดั
*ลกั ษณะของกำรเคลอื่ นไหวแบบผลดั
-กำรเลยี้ งลูกฟุตบอลอ้อมหลกั
-ความหมายการเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั
-วธิ ีการการเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั
-กำรวง่ิ หลบสิ่งกดี ขวำง
-ความหมายการวงิ่ หลบสิ่งกีดขวาง
-วธิ ีการการวง่ิ หลบสิ่งกีดขวาง
-ประโยชน์ของกำรเคลอ่ื นไหวแบบผลดั
-จุดประสงค์กำรเรียนรู้
*กำรเคลอื่ นไหวแบบผสมผสำน
-อธิบายความหมายของการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานได้
-อธิบายความสาคญั ของการเคล่ือนไหวแบบผสมผสานได้
*บอกลกั ษณะของกำรเคลอื่ นไหวแบบผสมผสำนได้
-กำรวง่ิ เป็ นรูปส่ีเหล่ียม
-อธิบายความหมายการวง่ิ เป็ นรูปส่ีเหลี่ยมได้
-อธิบายวธิ ีการการวงิ่ เป็ นรูปส่ีเหล่ียมได้
-กำรวง่ิ สลบั ฟันปลำ
-อธิบายความหมายการวง่ิ สลบั ฟันปลาได้
-อธิบายวธิ ีการการวงิ่ สลบั ฟันปลาได้
-กำรวงิ่ ตบเท้ำข้ำมช่องบันได
-อธิบายความหมายการวงิ่ ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ไดได้
-อธิบายวธิ ีการการวง่ิ ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ไดได้
234
-กำรกระโดดกำงเท้ำชิดเท้ำไปข้ำงหน้ำ
-อธิบายความหมายการกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้ ได้
-อธิบายวธิ ีการการกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้ ได้
-บอกประโยชน์ของกำรเคลอื่ นไหวแบบผสมผสำนได้
*กำรเคลอ่ื นไหวแบบผลดั
-อธิบายความหมายของการเคลื่อนไหวแบบผลดั ได้
-อธิบายความสาคญั ของการเคล่ือนไหวแบบผลดั ได้
*บอกลกั ษณะของกำรเคลอ่ื นไหวแบบผลดั ได้
-กำรเลยี้ งลกู ฟุตบอลอ้อมหลกั
-อธิบายความหมายการเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั ได้
-อธิบายวธิ ีการการเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั ได
-กำรวงิ่ หลบส่ิงกดี ขวำง
-อธิบายความหมายการวง่ิ หลบสิ่งกีดขวางได้
-อธิบายวธิ ีการการวง่ิ หลบส่ิงกีดขวางได้
-บอกประโยชน์ของกำรเคลอ่ื นไหวแบบผลดั ได้
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
-ความสามารถในการส่ือสาร
-ความสามารถในการคิด
-ความสามารถในการแกป้ ัญหา
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
-มีวนิ ยั
-ใฝ่ เรียนรู้
-มุง่ มน่ั ในการทางาน
กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้กระบวนกำรทำงพลศึกษำ 5 ข้นั
- ข้นั เตรียม
1. แบ่งกลุ่มนกั เรียนออกเป็นกลุ่มล่ะ 5 คน จานวน 8 กลุ่ม โดยใชร้ ูปแบบการนบั เลข 1-8 ใหน้ กั เรียนเขา้
กลุ่มตามเลขที่ตนเองนบั แลว้ ทาการเลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการ
2. นาสื่อรูปภาพลกั ษณะของการเคล่ือนไหวแบบผสมผสานและแบบผลดั การว่ิงเป็ นรูปส่ีเหล่ียม การวิ่ง
สลบั ฟันปลา การวงิ่ ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได การกระโดดเทา้ ชิดไปดา้ นหนา้ การเคล่ือนไหวแบบผลดั ลกั ษณะ
ของการเคลื่อนไหวแบบผลดั ใหน้ กั เรียนดูสนทนากบั นกั เรียนวา่ ไดข้ อ้ คิดอะไรบา้ งจากการดูรูปภาพ (เห็น
การเคล่ือนไหวร่างกายของมนุษย์ มีความสาคญั ในการใชช้ ีวติ ประจาวนั )
235
3. ครูใหน้ กั เรียนอบอุ่นร่างกาย
3.1 หมุนคอ 10 คร้ัง
3.2 กระโดดตบ 10 คร้ัง
4. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ใหน้ กั เรียนทราบ
- ข้นั อธิบำย/สำธิต
1. นกั เรียนนงั่ เป็นกลุ่มของตนเองใหเ้ รียบร้อย
2. สมาชิกในกลุ่มส่งตวั แทนรับเอกสารประกอบการเรียน เล่มท่ี 1 เรื่องการเคล่ือนไหวแบบผสมผสาน
และการเคลื่อนไหวแบบผลดั แจกใหเ้ พ่ือนสมาชิกคนล่ะ 1 เล่ม
3. ครูอธิบายและสาธิต การเคลื่อนไหวแบบผสมผสานและการเคล่ือนไหวแบบผลดั ผสมผสาน
ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ การวิ่งเป็ นรูปสี่เหล่ียม ความหมาย วิธีการการว่ิงเป็ นรูปสี่เหล่ียม การว่ิง
สลบั ฟันปลา ความหมาย วธิ ีการการว่ิงสลบั ฟันปลา การว่งิ ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได ความหมาย วธิ ีการ วงิ่ ตบ
เทา้ ขา้ มช่องบนั ได การกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้ ความหมาย วธิ ีการการกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไป
ขา้ งหนา้ ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน การเคลื่อนไหวแบบผลดั ความหมาย ความสาคญั
ลกั ษณะ การเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั ความหมาย วธิ ีการการเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั การวง่ิ หลบส่ิงกีด
ขวาง ความหมาย วิธีการการวิ่งหลบสิ่งกีดขวาง ประโยชน์ของการเคล่ือนไหวแบบผลดั ใหก้ บั นกั เรียนเขา้ ใจ
และสุ่มนกั เรียนออกมาสาธิตใหเ้ พ่อื นในหอ้ งดูครูช้ีแนะใหค้ าแนะนาระหวา่ งนกั เรียนฝึกปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ ง
- ข้นั ฝึ กปฏบิ ัติ
1.สมาชิกแต่ละกลุ่มศึกษาและปฏิบตั ิตามเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเคล่ือนไหวแบบ
ผสมผสานและการเคลื่อนไหวแบบผลดั ผสมผสาน ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ การวง่ิ เป็นรูปสี่เหลี่ยม
ความหมาย วธิ ีการการวง่ิ เป็ นรูปส่ีเหลี่ยม การวงิ่ สลบั ฟันปลา ความหมาย วธิ ีการการวงิ่ สลบั ฟันปลา การวง่ิ
ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได ความหมาย วธิ ีการการว่งิ ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได การกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้
ความหมาย วิธีการการกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้ ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน การ
เคล่ือนไหวแบบผลดั ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ การเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั ความหมาย วธิ ีการการ
เล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั การว่ิงหลบสิ่งกีดขวาง ความหมาย วิธีการการวิง่ หลบ ส่ิงกีดขวาง ประโยชน์ของ
การเคลื่อนไหวแบบผลดั ครูใหค้ าแนะนาระหวา่ งนกั เรียนฝึกปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ ง
2. แบ่งกลุ่มนักเรี ยนออกเป็ นกลุ่มล่ะ 5 คน จานวน 8 กลุ่ม โดยใช้รูปแบบการนับเลข 1-8
ใหน้ กั เรียนเขา้ กลุ่มตามเลขที่ตนเองนบั ดงั ต่อไปน้ี
กลุ่มท่ี 1 การวง่ิ เป็นรูปส่ีเหล่ียม
กลุ่มท่ี 2 การวงิ่ สลบั ฟันปลา
กลุ่มท่ี 3 การกระโดด
กลุ่มท่ี 4 การวง่ิ ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได
กลุ่มท่ี 5 การกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้
236
กลุ่มที่ 6 การเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั
กลุ่มท่ี 7 การวง่ิ หลบส่ิงกีดขวาง
กลุ่มที่ 8 ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบผลดั
- ข้นั นำไปใช้
1. ครูใหน้ กั เรียนนง่ั ตามกลุ่มเดิมของตนเองเพอื่ แขง่ ขนั เล่นเกมการวง่ิ หลบส่ิงกีดขวางระหวา่ งกลุ่ม
วธิ ีกำรแข่งขันเล่นเกมวงิ่ หลบส่ิงกดี ขวำงระหว่ำงกลุ่ม
1.1 ใหแ้ ต่กลุ่มส่งตวั แทนกลุ่มล่ะ 5 คน เพ่ือทาการแข่งขนั การวงิ่ สิ่งกีดขวาง
1.2 ส่งตวั แทนมากลุ่มล่ะ 1 คน เพื่อเป็นกรรมการ
1.3 ครูกาหนดระยะของการวงิ่ เพื่อหลบส่ิงกีดขวางโดยวางกรวยสลบั ใหน้ กั เรียนหลบหลีก
1.4 การวง่ิ หลบส่ิงกีดขวางไปกลบั แลว้ สลบั เพ่ือนคนตอ่ ไปวงิ่ ต่อไปเรื่อยๆ จนครบทุกคน
1.5 กลุ่มไหนเสร็จแลว้ นง่ั ใหเ้ รียบร้อยทุกคนจะเป็นฝ่ ายชนะ กลุ่มชา้ ท่ีสุดจะเป็นฝ่ ายแพ้
1.6 กลุ่มที่ชา้ ท่ีสุดทาโทษดว้ ยการตอ้ งช่วยครูเกบ็ อุปกรณ์การเรียนไปห้องพลศึกษา
2. ครูใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี 1 เร่ือง การเคล่ือนไหวแบบผสมผสานและแบบผลดั
3. ครูใหน้ กั เรียนคลายกลา้ มเน้ือ
3.1 บิดตวั 10 คร้ัง
3.2 เหวยี่ งแขน 10 คร้ัง
4. ครูประเมินสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
- ข้นั สรุป
1. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุป สาระการเรียนรู้ เรื่องความหมายของการเคล่ือนไหวแบบผสมผสานและ
การเคล่ือนไหวแบบผลดั ผสมผสาน ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ การวิง่ เป็ นรูปส่ีเหลี่ยม ความหมาย วธิ ีการ
การว่ิงเป็ นรูปสี่เหลี่ยม การว่ิงสลบั ฟันปลา ความหมาย วิธีการการว่ิงสลบั ฟันปลา การว่ิงตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได
ความหมาย วธิ ีการการวงิ่ ตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได การกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้ ความหมาย วธิ ีการกระโดด
กางเทา้ ชิดเทา้ ไปขา้ งหนา้ ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน การเคล่ือนไหวแบบผลดั ความหมาย
ความสาคญั ลกั ษณะ การเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั ความหมาย วธิ ีการเล้ียงลูกฟุตบอลออ้ มหลกั การวง่ิ หลบสิ่งกีด
ขวาง ความหมาย วธิ ีการการวงิ่ หลบส่ิงกีดขวาง ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบผลดั ลกั ษณะแผนผงั ความคิด
2. ครูใหน้ กั เรียนทาความสะอาดร่างกายใหเ้ รียบร้อยพร้อมที่เรียนวชิ าต่อไป
3. ครูประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- ส่ือ/แหล่งเรียนรู้
1. เอกสารประกอบการเรียน เล่มที่ 1 เร่ืองการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานและแบบผลดั
2. ใบงาน เรื่อง การเคล่ือนไหวแบบเคล่ือนท่ีและแบบมีอุปกรณ์
3. แบบประเมินสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
237
4. แบบประเมินคุณลกั ษณะสาคญั ของผเู้ รียน
5. รูปภาพการเคล่ือนไหวแบบเคลื่อนที่และแบบมีอุปกรณ์
- กำรวดั และประเมินผล
รำยกำร เคร่ืองมือ วธิ ีกำร เกณฑ์กำรประเมนิ
ระดับ ระดบั คุณภำพ
คะแนน
ใบงานท่ี 1 เรื่องการ ใบงานท่ี 1 เรื่องการ ตรวจใบงานที่ 1 เร่ืองการ 7-9 ดี
เคล่ือนไหวแบบ เคล่ือนไหวแบบ เคล่ือนไหวแบบ 4-6 พอใช้
ผสมผสานและแบบผลดั ผสมผสานและแบบผลดั ผสมผสานและแบบผลดั 1-3 ปรับปรุง
สมรรถนะสาคญั ของ แบบประเมินสมรรถนะ ประเมินสมรรถนะสาคญั 7-9 ดี
ผเู้ รียน 4-6 พอใช้
สาคญั ของผเู้ รียน ของผเู้ รียน 1-3 ปรับปรุง
คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ แบบประเมินคุณลกั ษณะ ประเมินคุณลกั ษณะท่ีพงึ 7-9 ดี
4-6 พอใช้
ของผเู้ รียน ท่ีพึงประสงคข์ องผเู้ รียน ประสงคข์ องผเู้ รียน 1-3 ปรับปรุง
238
บนั ทกึ หลงั กำรสอน
ด้ำนควำมรู้
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ด้ำนสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ด้ำนคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ของผ้เู รียน
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..............................................
นำยโยฮัน ปี ระมะลกึ
ครูโรงเรียนบ้ำนโคกตำ
ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหำรหรือผู้ทไี่ ด้รับมอบหมำย
....................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..........................................
นำยบุญชู รำชสุวรรณ
ผู้อำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนโคกตำ
239
รูปภำพกำรเคลอื่ นไหวแบบผสมผสำน
240
รูปภำพกำรเคลอื่ นไหวแบบผสมผสำน
241
กำรเคลอ่ื นไหวแบบผลดั
242
ใบงำนท่ี 1 เร่ือง กำรเคลอื่ นไหวแบบผสมผสำนและแบบผลดั
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
กำรเคลอ่ื นไหวแบบผสมผสำน
1. อธิบายความหมายการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานได้ 2. อธิบายความสาคญั การเคล่ือนไหวแบบผสมผสานได้
3. บอกลกั ษณะของการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานได้ 4. อธิบายและปฏิบตั ิการวง่ิ เป็นรูปสี่เหล่ียมได้
5. อธิบายและปฏิบตั ิการวิ่งสลบั ฟันปลาได้ 6. อธิบายและปฏิบตั ิวิ่งตบเทา้ ขา้ มช่องบนั ได (วางเทา้ ทีละช่อง)ได้
7. อธิบายและปฏิบตั ิการกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปดา้ นหนา้ ได้ 8. ประโยชนข์ องการเคล่ือนไหวแบบผสมผสานได้
กำรเคลอื่ นไหวแบบผลดั
9. อธิบายความหมายของการเคล่ือนไหวแบบผลดั ได้ 10. อธิบายความสาคญั ของการเคลื่อนไหวแบบผลดั ได้
11. บอกลกั ษณะของการเคล่ือนไหวแบบผลดั ได้ 12. อธิบายและปฏิบตั ิการเล้ียงลกู บอลออ้ มหลกั ดว้ ยเทา้ ได้
13. อธิบายและปฏิบตั ิการว่งิ ขา้ มส่ิงกีดขวางได้ 14. บอกประโยชนข์ องการเคล่ือนไหวแบบผลดั ได้
คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมำย / หน้ำข้อทก่ี ล่ำวถูกและเขียนเครื่องหมำย X หน้ำข้อทกี่ ล่ำวผดิ
..........1. การเคล่ือนไหวแบบผสมผสาน หมายถึง การเคลื่อนไหวท้งั แบบอยกู่ บั ที่เท่าน้นั
..........2. การวง่ิ เป็นรูปส่ีเหล่ียมจุดประสงค์ พฒั นาทางดา้ นความเร็วการเคลื่อนที่ในการเปลี่ยนทิศทาง
..........3. วงิ่ สลบั ฟันปลามีจุดประสงคค์ วามสมั พนั ธ์ของระบบประสาทเทา่ น้นั
..........4. ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานที่สาคญั ช่วยใหส้ ุขภาพดีข้ึนและช่วยเสริม
สร้างสมรรถภาพร่างกาย
...........5. จุดประสงคข์ องการกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปดา้ นหนา้ ความสัมพนั ธ์ของระบบประสาทและกลา้ มเน้ือ
และความคล่องตวั ของเทา้
...........6. การเคลื่อนไหวแบบผลดั เป็ นการแข่งขนั ของผเู้ ล่น ต้งั แตส่ องกลุ่มข้ึนไปตอ้ งผลดั เปล่ียนกนั ทา กิจกรรม
ตามที่กาหนด
..........7. การเล่นกิจกรรมแบบผลดั ไมเ่ ป็นการส่งเสริมทกั ษะพ้นื ฐานทางกีฬา และการตดั สิน ใจ
..........8. การเคล่ือนไหวแบบผลดั ตอ้ งเล่นในสนามเทา่ น้นั หา้ มเล่นบริเวณอื่น
...........9. กระโดดขา้ มส่ิงกีดขวาง เป็ นกิจกรรมที่ฝึกความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง สายตา การตดั สินใจ ความวอ่ งไวและ
ความแขง็ แรง
..........10. โยนลูกบอลลงห่วง ไม่เป็ นการคาดคะเนระยะทาง การตดั สินใจ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งตากบั มือและ
ความแขง็ แรง
.........11. การเล้ียงบอลออ้ มหลกั ดว้ ยเทา้ เป็นการบงั คบั บอลใหเ้ คล่ือนท่ี ไปโดยใชม้ ือเล้ียงบอล
.........12. ประโยชน์ของการเคลื่อนไหวแบบผลดั ฝึกใหม้ ีความรับผดิ ชอบ มีน้าใจนกั กีฬา
243
เฉลยใบงำนที่ 1
เรื่อง กำรเคลอื่ นไหวแบบผสมผสำนและกำรเคลอื่ นไหวแบบผลดั
คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเคร่ืองหมำย / หน้ำข้อทกี่ ล่ำวถูกและเขยี นเคร่ืองหมำย X หน้ำข้อทก่ี ล่ำวผดิ
X 1.การเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน หมายถึง การเคล่ือนไหวท้งั แบบอยกู่ บั ท่ีเท่าน้นั
2.การว่ิงเป็ นรูปส่ีเหลี่ยมจุดประสงค์ พฒั นาทางดา้ นความเร็วการเคลื่อนท่ีในการเปล่ียนทิศทาง
X 3.วง่ิ สลบั ฟันปลามีจุดประสงคค์ วามสัมพนั ธ์ของระบบประสาทเทา่ น้นั
4.ประโยชน์ของการเคล่ือนไหวแบบผสมผสานท่ีสาคญั คือช่วยใหส้ ุขภาพดีข้ึนและช่วยเสริมสร้าง
สมรรถภาพร่างกาย
5. จุดประสงคข์ องการกระโดดกางเทา้ ชิดเทา้ ไปดา้ นหนา้ ความสมั พนั ธ์ของระบบประสาทและ
กลา้ มเน้ือและความคล่องตวั ของเทา้
6. การเคลื่อนไหวแบบผลดั เป็ นการแขง่ ขนั ของผเู้ ล่น ต้งั แต่สองกลุ่มข้ึนไปตอ้ งผลดั เปลี่ยนกนั ทา
กิจกรรมตามท่ีกาหนด
X 7. การเล่นกิจกรรมแบบผลดั ไม่เป็นการส่งเสริมทกั ษะพ้ืนฐานทางกีฬา และการตดั สิน ใจ
8. กระโดดขา้ มสิ่งกีดขวาง เป็ นกิจกรรมท่ีฝึกความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง สายตา การตดั สินใจ ความวอ่ งไว
และ ความแขง็ แรง
X 9. การเคลื่อนไหวแบบผลดั ตอ้ งเล่นในสนามเทา่ น้นั หา้ มเล่นบริเวณอ่ืน
X 10. โยนลูกบอลลงห่วง ไมเ่ ป็ นการคาดคะเนระยะทาง การตดั สินใจ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งตากบั มือ
และความแขง็ แรง
X 11. การเล้ียงบอลออ้ มหลกั ดว้ ยเทา้ เป็นการบงั คบั บอลใหเ้ คล่ือนที่ ไปโดยใชม้ ือเล้ียงบอล
12. ประโยชน์ของการเคล่ือนไหวแบบผลดั ฝึกใหม้ ีความรับผดิ ชอบ มีน้าใจนกั กีฬาและไดร้ ับความ
สนุกสนาน จากการเล่น ภายใตก้ ฎ กติกา
เกณฑ์กำรประเมนิ ใบงำนท่ี 1 เกณฑ์กำรให้คะแนนใบงำนท่ี 1
หนา้ ขอ้ ท่ีถูกได้ 1 คะแนน
หนา้ ขอ้ ที่ผดิ ได้ 1 คะแนน ระดบั คะแนน ระดบั คุณภำพ
7-10 ดี
5-6 พอใช้
0-3 ปรับปรุง
244
แบบบนั ทกึ คะแนนใบงำนท1่ี
เรื่อง กำรเคลอื่ นไหวแบบผสมผสำนและแบบผลดั
วชิ ำสุขศึกษำและพลศึกษำช้ันประถมศึกษำปี ที่ 6
ท่ี ชื่อ-สกุล เกณฑ์กำรประเมนิ
1 เดก็ ชายฟิ รเดาร์ แวหามะ ระดบั คะแนน ระดบั คะแนน
2 เด็กชายอบั ดุลกอฟาร์ บือราเฮง 12 คะแนน คุณภำพ
3 เด็กชายอานามี ยโู ซ๊ะ ดี
4 เดก็ ชายมฮู มั หมดั นูรุดดีน เจะมูซอ 11 ดี
5 เดก็ ชายมหู มดั ฮาฟี ซนั สือแม 10 ดี
6 เด็กชายกฤษฎา ดอเลาะห์ 10 ดี
7 เด็กชายอลั ฟาร์ มะอารง 9 ดี
8 เด็กชายนูรดิน เจะ๊ กา 10 พอใช้
9 เดก็ ชายกาไฟล์ เจิมแกว้ 8 ดี
10 เดก็ ชายมฮู าหมดั อาสระห์ มามุ 10 ดี
11 เดก็ ชายสลั มาน ดอแม 9 ดี
12 เดก็ ชายอฮั ลมั เจะ๊ อาแซ 9 พอใช้
13 เดก็ ชายอิลฮมั อาแซ 7 ดี
14 เดก็ ชายซบั รี อารง 10 ดี
15 เด็กชายมฮู าหมดั ฮาฟี ซี อาแว 10 ดี
16 เด็กชายซอบบรี สนิสุริวงศ์ 10 ดี
17 เด็กชายฟาริฟ ยโู ซะ 9 ดี
18 เด็กชายมฮู าหมดั มะแซ 10 พอใช้
19 เด็กชายอาดมั เจะ๊ หลง 8 ดี
20 เด็กชายฮสั วารี เจะ๊ เตะ๊ 10 ดี
9 ดี
9 ดี
10
21 เดก็ ชายอบั ดุลอาริฟ ตาเเห 10 245
22 เด็กหญิงอาเมเรีย เปาะแต 9
23 เดก็ หญิงนูรูลอกั มาลียะฮ์ ยะโกะ 9 ดี
24 เด็กหญิงนูรฮดู าดีณี ยะโกะ 10 ดี
25 เดก็ หญิงอายู เจะ๊ นาแว 9 ดี
26 เด็กหญิงซุลวาณี แวยโู ซ๊ะ 10 ดี
27 เดก็ หญิงรุสมีนี ดว้ งประโคน 10 ดี
28 เด็กหญิงนูซีฮะห์ บินเจะ๊ บือราเฮง 9 ดี
29 เด็กหญิงบุษรอ มะยนู ุ 9 ดี
30 เดก็ หญิงฮาลาวาตี มามะ 9 ดี
31 เดก็ หญิงมารียมั มามะ 8 ดี
32 เดก็ หญิงนูรนิสรีน สะมะแอ 10 ดี
33 เด็กหญิงนูรกาฟี ลา มาหามะ 10 พอใช้
34 เด็กหญิงวนั พุตรีสาอะ 11 ดี
35 เด็กหญิงฟาติน ยะเอ 8 ดี
36 เดก็ หญิงณฐั ชา แซลีมา 10 ดี
37 เดก็ หญิงนูรอยั ดา สาเมาะ 11 พอใช้
38 เด็กหญิงโนรอีฟานี มะวเี ดง็ 10 ดี
39 เดก็ หญิงนูรอุสนี มามะ 11 ดี
40 เด็กหญิงซุลฟา อาแวหลง 10 ดี
ดี
ดี
เกณฑ์กำรประเมิน
ระดบั คะแนน ระดับคุณภำพ
9-12 ดี
5-8
0-4 พอใช้
ปรับปรุง
246
แบบบันทกึ คะแนนสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
รำยวชิ ำพลศึกษำ (กฬี ำฟุตบอล) ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 6
ที่ ชื่อ-สกลุ รำยกำรประเมนิ ระดบั ระดบั
คะแนน คณุ ภำพ
1 เด็กชายฟิ รเดาร์ แวหามะ
2 เด็กชายอบั ดุลกอฟาร์ บือราเฮง ควำมสำมำรถ ควำมสำมำรถ ควำมสำมำรถใน 9 ดี
3 เด็กชายอานามี ยโู ซ๊ะ ในกำรสื่อสำร ในกำรคดิ กำรใช้ทกั ษะชีวติ ดี
4 เด็กชายมูฮมั หมดั นูรุดดีน 3 7 ดี
3 3 8 ดี
เจะมซู อ 2 8
5 เด็กชายมหู มดั ฮาฟี ซนั สือแม 2 3 3 7
6 เดก็ ชายกฤษฎา ดอเลาะห์ 2 3 3
7 เด็กชายอลั ฟาร์ มะอารง 2 2 3
8 เดก็ ชายนูรดิน เจะ๊ กา 2 3
9 เดก็ ชายกาไฟล์ เจิมแกว้
10 เดก็ ชายมูฮาหมดั อาสระห์ มามุ 33 3 9 ดี
11 เด็กชายสลั มาน ดอแม 22 2 6 พอใช้
12 เด็กชายอฮั ลมั เจะ๊ อาแซ 33 3 9 ดี
13 เด็กชายอิลฮมั อาแซ 33 2 8 ดี
14 เดก็ ชายซบั รี อารง 33 2 8 ดี
15 เดก็ ชายมฮู าหมดั ฮาฟี ซี อาแว 22 2 6 พอใช้
16 เดก็ ชายซอบบรี สนิสุริวงศ์ 33 2 8 ดี
17 เด็กชายฟาริฟ ยโู ซะ 32 2 7 ดี
18 เด็กชายมฮู าหมดั มะแซ 33 3 9 ดี
19 เดก็ ชายอาดมั เจะ๊ หลง 33 3 9 ดี
20 เด็กชายฮสั วารี เจะ๊ เตะ๊ 33 3 9 ดี
22 3 7 ดี
22 2 6 พอใช้
23 3 8 ดี
22 2 6 พอใช้
33 2 8 ดี
247
21 เดก็ ชายอบั ดุลอาริฟ ตาเเห 2 2 3 7 ดี
22 เด็กหญิงอาเมเรีย เปาะแต 3 3 3 9 ดี
23 เดก็ หญิงนูรูลอกั มาลียะฮ์ ยะโกะ 3 3 3 9 ดี
24 เด็กหญิงนูรฮดู าดีณี ยะโกะ 3 3 3 9 ดี
25 เดก็ หญิงอายู เจะ๊ นาแว 2 3 3 8 ดี
26 เดก็ หญิงซุลวาณี แวยโู ซ๊ะ 2 2 2 6 พอใช้
27 เดก็ หญิงรุสมีนี ดว้ งประโคน 2 2 3 7 ดี
28 เดก็ หญิงนูซีฮะห์ บินเจะ๊ บือราเฮง 3 3 3 9 ดี
29 เด็กหญิงบุษรอ มะยนู ุ 3 2 2 7 ดี
30 เดก็ หญิงฮาลาวาตี มามะ 3 2 2 7 ดี
31 เดก็ หญิงมารียมั มามะ 2 2 3 7 ดี
32 เดก็ หญิงนูรนิสรีน สะมะแอ 3 2 3 8 ดี
33 เด็กหญิงนูรกาฟี ลา มาหามะ 3 2 3 8 ดี
34 เด็กหญิงวนั พุตรีสาอะ 3 3 3 9 ดี
35 เด็กหญิงฟาติน ยะเอ 3 3 3 9 ดี
36 เด็กหญิงณฐั ชา แซลีมา 3 3 3 9 ดี
37 เด็กหญิงนูรอยั ดา สาเมาะ 2 2 2 6 พอใช้
38 เด็กหญิงโนรอีฟานี มะวเี ดง็ 3 3 3 9 ดี
39 เด็กหญิงนูรอุสนี มามะ 3 2 2 7 ดี
40 เดก็ หญิงซุลฟา อาแวหลง 2 3 3 8 ดี
เกณฑ์กำรประเมนิ
ระดบั คะแนน ระดบั คุณภำพ
7-9 ดี
4-6 พอใช้
1-3 ปรับปรุง