The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้นางสาวจิดาภรณ์ ถิ่นตองโขบ สังคม1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jidaporn11, 2020-05-16 05:55:48

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาสังคมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1

แผนการจัดการเรียนรู้นางสาวจิดาภรณ์ ถิ่นตองโขบ สังคม1

- 101 -

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั มคี วามเชื่อมโยงกนั อยา่ ง เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
ไมเ่ หมาะสม
- จุดประสงคก์ ารเรียนรู้มีความชดั เจนครอบคลุมเน้ือหาสาระ เหมาะสม
ไมเ่ หมาะสม
ระบุการพฒั นานกั เรียนดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการและ
ไมเ่ หมาะสม
เจตคติ (K P A) เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
ไม่เหมาะสม
- กิจกรรมการเรียนรู้เป็ นกิจกรรมท่ีส่งเสริมกระบวนการคิดและ
ไมเ่ หมาะสม
เนน้ นกั เรียนเป็ นสาคญั เหมาะสม

- ความเหมาะสมของสื่อ อุปกรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ เหมาะสม

- ความเหมาะสมของเครื่องมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เหมาะสม

- กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมคา่ นิยมที่ดีงาม

และคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ เหมาะสม

ลงชื่อ..................................................ผตู้ รวจสอบ
(นางไพรจิตร บา้ นเหล่า)

หวั หนา้ กลุ่มสาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มงานวชิ าการ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั มีความเชื่อมโยงกนั อยา่ ง เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
- จุดประสงคก์ ารเรียนรู้มีความชดั เจนครอบคลมุ เน้ือหาสาระ
ระบุการพฒั นานกั เรียนดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการและ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
เจตคติ (K P A)
- กิจกรรมการเรียนรู้เป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิดและ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
เนน้ นกั เรียนเป็ นสาคญั เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
- ความเหมาะสมของสื่อ อุปกรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- ความเหมาะสมของเคร่ืองมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้
- กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมคา่ นิยมท่ีดีงาม เหมาะสม ไม่เหมาะสม
และคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์

ลงช่ือ.............................................. ผตู้ รวจสอบ
(นางพรพริ ุณ แจง้ ใจ)

หวั หนา้ กล่มุ งานวชิ าการโรงเรียนโคกโพธ์ิไชยศึกษา

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
..................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.............................................. ผตู้ รวจสอบ
(นางลดั ดา ผาพนั ธ์)

ผอู้ านวยการโรงเรียนโคกโพธ์ิไชยศึกษา

- 102 -

บนั ทึกการสอน

1.ผลการจดั การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.ปญั หาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .................................................ผู้บนั ทึก
(ครผู สู้ อน นางสาวจิดาภรณ์ ถนิ่ ตองโขบ)
ตาแหน่ง ครผู ู้ช่วย

- 103 -

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 8

กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 เรอ่ื ง ภูมิศาสตรท์ วีปยโุ รป ภาคเรียนที่ 1

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 8 ลกั ษณะท่ัวไปทางเศรษฐกจิ ของทวีปยโุ รป เวลา 3 ช่วั โมง

ผู้สอน นางสาวจิดาภรณ์ ถน่ิ ตองโขบ

1. ตวั ช้ีวัด/จุดประสงค์การเรียนรู้

1.1 ตัวชี้วดั

ส 5.1 ม.2/1 ใช้เครอ่ื งมือทางภูมศิ าสตรใ์ นการรวบรวม วเิ คราะหแ์ ละนาเสนอข้อมลู เก่ียวกบั

ลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปยโุ รปและแอฟริกา

ม.2/2 วเิ คราะห์ความสัมพันธร์ ะหว่างลกั ษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปยุโรปและ

แอฟริกา

1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธบิ ายลักษณะทั่วไปทางเศรษฐกิจของทวีปยุโรปได้

2) วิเคราะหป์ จั จยั สาคัญทท่ี าให้ยุโรปมคี วามเจรญิ กา้ วหนา้ ทางเศรษฐกิจ

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การทท่ี วปี ยโุ รปมีความเจรญิ ก้าวหนา้ ทางเศรษฐกิจนั้นข้ึนอยู่กบั ปจั จยั สาคัญหลายประการ

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

1) เคร่อื งมือทางภูมิศาสตร์ท่ีแสดงลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวปี ยุโรป

2) ลักษณะทางกายภาพของทวปี ยโุ รป

4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร

4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา 3) ทักษะการวเิ คราะห์

2) ทักษะการรวบรวมข้อมูล 4) ทักษะการเชอื่ มโยง

4.3ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มีวินยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุง่ ม่ันในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

วธิ ีสอนโดยการจัดการเรยี นรู้แบบรว่ มมือ : เทคนิคโตะ๊ กลม

ช่ัวโมงที่ 1

นกั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3

ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรียน

สื่อการเรยี นรู้ : ตัวอยา่ งข่าว

1. ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมัครออกมาเล่าข่าวประจาวันเกย่ี วกับการเคลือ่ นไหวทางเศรษฐกิจของยุโรป

2. ครูอธิบายเชือ่ มโยงให้นักเรียนเข้าใจวา่ ขา่ วดังกลา่ วนั้น เปน็ ส่วนหนึง่ ของลกั ษณะทางเศรษฐกิจ

ของทวปี ยโุ รป

- 104 -

3. ครถู ามคาถมกระตุ้นความคิกให้นักเรยี นตอบคาถาม เศรษฐกิจของทวปี ยุโรปขนึ้ อยู่กบั อาชีพใด
(อตุ สาหกรรม เกษตรกรรม พาณชิ ยกรรม)
ขน้ั สอน
4. ครูแบ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความ สามารถ คือ เกง่ ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง
ปานกลางค่อนขา้ งอ่อน และอ่อน ใหส้ มาชิกแต่ละกล่มุ กาหนดหมายเลขประจาตัว 1-4 ตามลาดบั
5. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันศึกษาความรูเ้ รอื่ ง ลักษณะท่วั ไปทางเศรษฐกิจของทวีปยโุ รป จาก
หนงั สอื เรยี น หนงั สือคน้ ควา้ เพิม่ เตมิ ห้องสมุด และแหล่งข้อมลู สารสนเทศ
6. นกั เรียนนาความรู้ท่ีได้มาบันทึกลงในแบบบนั ทกึ การอ่าน

ชวั่ โมงท่ี 2-3
1. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั ทาใบงานที่ 3.1 เร่ือง เศรษฐกจิ ของทวปี ยุโรป โดยผลัดกันทาหน้าที่ ดังนี้

- สมาชกิ คนที่ 1 เขยี นคาตอบลงในใบงาน แลว้ ส่งกระดาษคาตอบไปยังสมาชิกคนท่ี 2
- สมาชิกคนที่ 2 อ่านคาตอบของสมาชิกคนที่ 1 ตรวจสอบความถกู ต้อง แลว้ ตอบคาถาม
เพ่มิ เติมในกรณที ค่ี าตอบยังไม่ชดั เจน จากนนั้ ตอบคาถามข้อตอ่ ไป
- สมาชกิ คนท่ี 3 อา่ นคาตอบของสมาชิกคนท่ี 2 ตรวจสอบความถูกตอ้ ง แล้วตอบคาถาม
เพิ่มเติมในกรณที ี่คาตอบยังไม่ชดั เจน จากนั้นตอบคาถามข้อต่อไป
2. สมาชกิ ทุกคนในกลุ่มจะมีโอกาสอ่านคาตอบของเพ่ือน ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง แล้วเขียนเพ่มิ เติมใน
กรณที ่ีคาตอบไมช่ ดั เจน แลว้ จึงจะเขียนคาตอบในข้อต่อไป โดยหมุนเวียนเรียงลาดับไปเร่อื ยๆ จากสมาชิกคนท่ี
1-4 ตามลาดับ จนกระท่งั ทาใบงานท่ี 3.1 เสรจ็ ทุกข้อ
3. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกนั เฉลยคาตอบในใบงานที่ 3.1 โดยใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันตรวจสอบ
ความถูกต้องของใบงาน แลว้ แกไ้ ขเพ่ิมเติมในสว่ นทยี่ ังไม่ถูกตอ้ งให้สมบูรณ์ และใหค้ ะแนนใบงานของตนตาม
ขอ้ ที่ถกู ต้อง ข้อละ 2 คะแนน ครูเนน้ ย้าให้นกั เรียนทุกคนมีความซอ่ื สัตยต์ ่อตนเอง
4. ครปู ระกาศชมเชยกลุ่มทีไ่ ดค้ ะแนนสงู สดุ ตามลาดบั
5. ครูอธิบายความรู้เพิม่ เตมิ ใหน้ กั เรียนเข้าใจเกย่ี วกับลักษณะท่วั ไปทางเศรษฐกจิ ของทวีปยโุ รป
ข้ันสรุป
6. ครูให้นักเรียนช่วยกันสรปุ ความรเู้ กีย่ วกบั ลกั ษณะทั่วไปทางเศรษฐกิจของทวปี ยุโรป

7. การวัดและประเมินผล

วิธกี าร เคร่อื งมือ เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ (ประเมินตามสภาพจรงิ )
ที่ 3 ท่ี 3

ตรวจใบงานที่ 3.1 ใบงานที่ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ตรวจแบบบนั ทึกการอ่าน แบบบันทกึ การอ่าน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

รายบคุ คล

สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

- 105 -

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน ภูมิศาสตร์ ม.2
2) ตัวอยา่ งข่าว
3) ใบงานที่ 3.1 เร่ือง เศรษฐกจิ ของทวปี ยุโรป
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

- th.wikipedia.org/wiki/ทวีปยโุ รป
- www.thaigoodview.com/library/...n/…/sec01p09.html

- 106 -

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 33

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดยี ว

1. ขอ้ จำกดั เกย่ี วกบั ดำ้ นเกษตรกรรมของทวปี ยโุ รป คอื ค. สนิ คำ้ วตั ถุดบิ เกษตรกรรม

ขอ้ ใด ง. สนิ คำ้ ประเภทเคร่อื งประดบั

ก. ประชำกรมจี ำนวนน้อย 6. เพรำะเหตุใด ประชำชนจำกทวปี อน่ื จงึ นิยมมำ

ข. พน้ื ทแ่ี ละแรงงำนมนี ้อย ท่องเทย่ี วในทวปี ยโุ รป

ค. ภูมปิ ระเทศเป็นภเู ขำหนิ เก่ำ ก. มกี ำรคมนำคมสะดวก สนิ คำ้ รำคำถกู

ง. สภำพแวดลอ้ มไมเ่ ออ้ื อำนวย ข. มคี วำมปลอดภยั สงู มกี ำรประชำสมั พนั ธด์ ี

2. กำรทธ่ี ำรน้ำแขง็ ทำงตอนเหนอื ของทวปี ยุโรป มี ค. มแี หล่งทอ่ งเทย่ี วอยใู่ จกลำงทวปี ยุโรป สะดวก

อตั รำกำรละลำยมำกกวำ่ ปกตสิ ง่ ผลกระทบต่อประเทศไทย ต่อกำรเดนิ ทำง

ในขอ้ ใดมำกทส่ี ดุ ง. เพรำะสภำพธรรมชำตสิ วยงำม อำกำศหนำวเยน็
ก. พน้ื ดนิ แถบทร่ี ำบชำยฝงั่ ทะเลทรดุ ต่ำลง
มคี วำมปลอดภยั สงู

ข. น้ำทว่ มในบรเิ วณภำคกลำงของประเทศไทย 7. ประเทศในทวปี ยโุ รปไดป้ รบั เปลย่ี นกลยุทธใ์ นกำร
ค. น้ำทว่ มในบรเิ วณชำยฝงั่ ทะเลภำคใตข้ อง
อุตสำหกรรมอย่ำงไร

ประเทศไทย ก. ผลติ สนิ คำ้ ประเภทเครอ่ื งประดบั รำคำแพง
ง. พน้ื ทช่ี ำยฝงั่ ดำ้ นอ่ำวไทยไดร้ บั ควำมเสยี หำย
จำนวนมำก

จำกกำร ข. ผลติ สนิ คำ้ ทม่ี ตี น้ ทุนกำรผลติ ต่ำ และใชแ้ รงงำน

ถกู กดั เซำะมำกขน้ึ รำคำถูก
3. ปจั จบุ นั ประชำชนชำวยโุ รปไดป้ รบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม ค. ผลติ สนิ คำ้ ประเภทใชเ้ ทคโนโลยี มกี ำรผลติ น้อย

กำรใชส้ นิ คำ้ ทม่ี กี ระบวนกำรผลติ ทไ่ี มท่ ำลำยทรพั ยำกร ชน้ิ แต่ละชน้ิ มมี ลู คำ่ สงู

ธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม สอดคลอ้ งกบั ขอ้ ใด ง. ผลติ สนิ คำ้ หลำกหลำยชนดิ เพ่อื แขง่ กบั สนิ คำ้

ก. กำรเป็นแบบอยำ่ งทด่ี ขี องรฐั บำล อุตสำหกรรมจำกทวปี เอเชยี

ข. กำรบงั คบั ใชก้ ฎหมำยอย่ำงเคร่งครดั 8. กำรรวมกลมุ่ ของสหภำพยโุ รป มคี วำมสำคญั ในเร่อื ง

ค. ประชำชนมคี วำมรเู้ ร่อื งกำรอนุรกั ษ์ ใด

สภำพแวดลอ้ ม ก. มอี ำนำจต่อรองทำงกำรคำ้

ง. ประชำชนใหค้ วำมรว่ มมอื กบั รฐั บำลในกำร ข. แสดงพลงั อำนำจทย่ี งิ่ ใหญ่

อนุรกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม ค. มคี วำมเขม้ แขง็ ทำงกำรเมอื ง
ง. สรำ้ งควำมสมั พนั ธอ์ นั แน่นแฟ้นระหว่ำงกนั
4. เพรำะเหตุใด สนิ แรใ่ นทวปี ยโุ รปจงึ มนี ้อย

ก. เพรำะสง่ ไปขำยต่ำงประเทศจำนวนมำก 9. ประเทศในทวปี ยโุ รปไดส้ ง่ เสรมิ กำรลงทนุ สเี ขยี ว

ข. เพรำะเสน้ ทำงของสำยแรเ่ ปลย่ี นแปลงไป สอดคลอ้ งกบั กำรอนุรกั ษท์ รพั ยำกรและสง่ิ แวดลอ้ ม

ค. เพรำะมกี ำรทำเหมอื งแรป่ ระเภทเหมอื งเปิด อยำ่ งไร

หลำยแห่ง ก. กำรกำหนดแนวทำงกำรผลติ สนิ คำ้

ง. เพรำะมกี ำรทำอตุ สำหกรรมมำก และมกี ำรขดุ แร่ ข. กำรเป็นแบบอย่ำงทด่ี ใี นกำรอนุรกั ษ์

ใชม้ ำเป็นเวลำนำน ค. ควำมรว่ มมอื กนั ปฏบิ ตั ติ ำมกฎหมำย

5. สนิ คำ้ ทป่ี ระเทศในทวปี ยโุ รปสง่ ไปขำยต่ำงประเทศ ง. ควำมร่วมมอื กนั ในกำรผลติ สนิ คำ้ ทม่ี คี ณุ ภำพ

ไดแ้ ก่สนิ คำ้ ประเภทใด 10. กำรคมนำคมขนสง่ ในบรเิ วณใดของทวปี ยุโรปทม่ี ี

ก. สนิ คำ้ หตั ถกรรม ประสทิ ธภิ ำพมำก

ข. สนิ คำ้ อุตสำหกรรม ก. ยโุ รปใต้

- 107 -

ข. ยุโรปเหนือ 16. ปญั หำขยะอเิ ลก็ ทรอนิกสข์ องทวปี ยโุ รป เกดิ จำกสงิ่
ค. ยโุ รปตะวนั ตกและยุโรปใต้ ใดเป็นสำคญั
ง. ยุโรปเหนอื และยุโรปตะวนั ออ
11. เพรำะเหตุใด ประเทศในทวปี ยุโรปจงึ สำมำรถใช้ ก. เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้ำทผ่ี ลติ ออกมำไม่ไดม้ ำตรฐำน
เสน้ ทำงรถไฟเชอ่ื มต่อกนั ระหวำ่ งประเทศไดท้ งั้ ทวปี ข. กำรผลติ สนิ คำ้ ประเภทเทคโนโลยมี จี ำนวนมำก
ก. เพรำะพน้ื ทไ่ี มม่ ำก ค. กำรอุตสำหกรรมสว่ นใหญ่ผลติ สนิ คำ้ จำนวนมำก
ข. เพรำะพน้ื ทส่ี ว่ นใหญ่เป็นทร่ี ำบ ง. เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้ำและอปุ กรณ์ไฟฟ้ำหมดอำยกุ ำรใช้
ค. เพรำะเสน้ ทำงรถไฟใชร้ ำงมำตรฐำนแบบ
งำนเป็นจำนวนมำก
เดยี วกนั 17. ผลกระทบจำกกำรเปลย่ี นแปลงสงิ่ แวดลอ้ มในทวปี
ง. เพรำะเสน้ ทำงรถไฟสว่ นใหญใ่ ชร้ ะบบ ยุโรป ทม่ี ผี ลต่อประเทศไทย คอื ขอ้ ใด
คอมพวิ เตอร์
12. เพรำะเหตุใด เสน้ ทำงกำรคมนำคมทำงอำกำศของ ก. กำรจำหน่ำยสนิ คำ้ ในทวปี ยุโรปไดน้ ้อย
ทวปี ยโุ รป จงึ ไดร้ บั ควำมนิยมจำกประชำชนทวั่ ไป ข. กำรขนสง่ สนิ คำ้ ใชเ้ วลำนำนกวำ่ เดมิ
ก. เพรำะรำคำถกู ค. ตน้ ทนุ กำรผลติ สนิ คำ้ ของไทยสงู ขน้ึ
ข. เพรำะมคี วำมปลอดภยั สงู ง. ประเทศไทยตอ้ งยกเลกิ กำรผลติ สนิ คำ้ หลำยชนดิ
ค. เพรำะเป็นสำยกำรบนิ ระยะสนั้ 18. บรเิ วณใดของทวปี ยุโรปทม่ี กี ำรเลย้ี งสตั วจ์ ำนวนมำก
ง. เพรำะประชำชนสว่ นใหญ่มฐี ำนะดี ก. ยุโรปตอนใต้ และตอนกลำง
13. เพรำะเหตุใด ดนิ แดนในทวปี ยโุ รปบำงแห่งจงึ มกี ำร ข. ยโุ รปตอนเหนอื และตอนใต้
เปลย่ี นแปลงสภำพแวดลอ้ มทำงสงั คม ค. ยุโรปตอนกลำง และตอนเหนอื
ก. เพรำะมแี รงงำนต่ำงชำตเิ ขำ้ ไปอย่มู ำก ง. ยโุ รปตอนเหนือ ตะวนั ตก และตะวนั ออก
ข. เพรำะมกี ำรแลกเปลย่ี นศลิ ปวฒั นธรรม 19. แหล่งปลำชกุ ชมุ ของทวปี ยโุ รปจะอยบู่ รเิ วณใด
ค. เพรำะมอี ำรยธรรมจำกต่ำงประเทศเขำ้ ไป ก. กลำงทะเลเหนอื
ง. เพรำะมกี ำรปรบั ปรุงสภำพแวดลอ้ มทำง ข. ทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น
ค. ตอนเหนือของทะเลบอลตกิ
ธรรมชำติ ง. ตอนใตข้ องมหำสมทุ รแอตแลนตกิ
14. พำยุฤดหู นำวทวั่ ทวปี ยุโรป มผี ลใหเ้ กดิ ควำม 20. ควำมเจรญิ กำ้ วหน้ำดำ้ นกำรพำณิชยกรรมของทวปี
เสยี หำยในดำ้ นใดมำกทส่ี ดุ ยโุ รป จะอยใู่ นภมู ภิ ำคใด
ก. ยุโรปตะวนั ออก
ก. กำรจรำจรทำงบก ข. ยโุ รปใต้ และเหนือ
ข. กำรจรำจรทำงอำกำศ ค. ยุโรปกลำง และตะวนั ออก
ค. ชวี ติ ทรพั ยส์ นิ กำรเดนิ ทำง ง. ยโุ รปตะวนั ตก เหนอื และใต้
ง. สภำพควำมเป็นอย่ขู องคนในเมอื ง
15. สภำพอำกำศแปรปรวนผดิ ปกตใิ นทวปี ยโุ รป มผี ลมำ มฐ. ส 5.1 ม.2/1-2
จำกขอ้ ใด ส 5.2 ม.2/1-4
ก. ภำวะโลกรอ้ น
ข. ฝนตกผดิ ฤดกู ำล ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็
ค. น้ำแขง็ ในขวั้ โลกละลำย
ง.น้ำในทะเลและมหำสมทุ รสงู ขน้ึ 20

- 108 -

เฉลย

1. ข 2. ง 3. ง 4. ง 5. ข 6. ง 7. ค 8. ก 9. ง 10. ค
11. ค 12. ง 13. ก 14. ค 15. ก 16. ง 17. ค 18. ง 19. ก 20. ง

- 109 -

เศรษฐกจิ สหภำพยุโรปในไตรมำสท่ี 3 ปี 2555 ยงั คงหดตวั อยำ่ งต่อเน่อื งจำกไตรมำสกอ่ นหน้ำ เน่อื งจำก
ปญั หำเศรษฐกจิ ของประเทศต่ำงๆ ในยุโรป ภำคกำรผลติ ยงั คงหดตวั อตั รำกำรว่ำงงำนยงั คงอยู่ในระดบั สูง
ภำวะเศรษฐกจิ ของสหภำพยโุ รป ในไตรมำสท่ี 3 ปี 2555 GDP หดตวั รอ้ ยละ 0.4 ลดลงเม่อื เทยี บกบั ไตรมำสท่ี
3 ปี 2554 ทข่ี ยำยตวั รอ้ ยละ 1.4 กำรบรโิ ภคไตรมำสท่ี 3 ปี 2555 หดตวั รอ้ ยละ 0.5 ลดลงเม่อื เทยี บกบั ไตรมำส
ท่ี 3 ปี 2554 ทห่ี ดตวั รอ้ ยละ 0.1

กำรผลติ ภำคอุตสำหกรรม ดชั นีกำรผลิตภำคอุตสำหกรรมในไตรมำสท่ี 3 ปี 2555 อยู่ท่รี ะดบั 98.3
ลดลง เม่อื เทยี บกบั ไตรมำสท่ี 3 ปี 2554 ซง่ึ อยู่ทร่ี ะดบั 100.7 และในเดอื นตุลำคมพฤศจกิ ำยน ดชั นีกำรผลติ
ภำคอุตสำหกรรม อย่ทู ร่ี ะดบั 95.9 และ 95.6 ตำมลำดบั

กำรส่งออกและนำเขำ้ กำรส่งออกไตรมำสท่ี 3 ปี 2555 ขยำยตวั รอ้ ยละ 9.5 ลดลง เม่อื เทยี บกบั ไตรมำสท่ี
3 ปี 2554 ทข่ี ยำยตวั รอ้ ยละ 9.8 สำหรบั กำรสง่ ออกในเดอื นตุลำคม และพฤศจกิ ำยน ขยำยตวั รอ้ ยละ 11.5 และ 5.5
ตำมลำดบั กำรนำเขำ้ ไตรมำสท่ี 3 ปี 2555 ขยำยตวั ร้อยละ 9.7 เพ่มิ ข้นึ เม่อื เทยี บกบั ไตรมำสท่ี 3 ปี 2554 ท่ี
ขยำยตวั รอ้ ยละ 3.7 สำหรบั กำรนำเขำ้ ในเดอื นตุลำคม ขยำยตวั รอ้ ยละ 9.6 และเดอื นพฤศจกิ ำยน หดตวั ร้อยละ
0.04

เน่ืองจำกรำคำในหมวดบรกิ ำรลดลง อตั รำกำรว่ำงงำนในไตรมำสท่ี 4 ปี 2555 อยู่ทร่ี ้อยละ 10.9 เพม่ิ ขน้ึ
เม่อื เทยี บกบั ไตรมำสท่ี 4 ปี 2554 ซ่งึ อย่ทู ร่ี ้อยละ 10.0 เป็นกำรว่ำงงำนทเ่ี พม่ิ ขน้ึ อย่ำงต่อเน่ือง สถำนกำรณ์ด้ำน
กำรเงนิ ธนำคำรกลำงยุโรป (European Central Bank : ECB) ไดป้ ระกำศคงอตั รำดอกเบย้ี นโยบำยอย่ทู ร่ี อ้ ยละ
0.75 (เมอ่ื วนั ท่ี 10 มกรำคม 2556) เพ่อื ป้องกนั ควำมเสย่ี งของภำวะเงนิ เฟ้อทอ่ี ำจสงู กว่ำกรอบเป้ำหมำยเศรษฐกจิ
ของประเทศอุตสำหกรรมสำคญั ในเอเชยี

ท่ีมา : eurostat, www.ecb.int www.ceicdata.com

- 110 -

ใบงานที่ 3.1
เศรษฐกิจของทวีปยุโรป

คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนตอบคาถามต่อไปนี้
1. ทวปี ยุโรปมกี ารพฒั นาอาชีพด้านเกษตรกรรมอย่างไร

2. พืชท่ปี ลกู กนั มากในทวีปยุโรป ได้แก่อะไรบ้าง

3. แหล่งเพาะปลกู สาคัญในทวีปยโุ รป อยใู่ นบริเวณใด

4. ในเขตภมู ิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน จะมีการปลูกผลไมป้ ระเภทใด

5. สัตวเ์ ล้ยี งท่สี าคัญของทวีปยุโรป ได้แก่อะไรบา้ ง

6. บรเิ วณที่มกี ารเลย้ี งสัตว์กันมากของทวปี ยโุ รป ไดแ้ ก่บรเิ วณใด

7. ปัจจัยสาคญั ทที่ าให้อาชีพการประมงเป็นอาชพี สาคัญของชาวยโุ รป คอื อะไร

8. แหลง่ ปลาชกุ ชุมในทวีปยุโรป อย่บู ริเวณใด

- 111 -

9. ปลาทสี่ าคญั ในทวีปยโุ รป ได้แกป่ ลาชนดิ ใด

10. ถึงแม้ว่า แหล่งปลาใกลช้ ายฝง่ั ลดลง แต่ปริมาณของการจับปลาของทวปี ยุโรปยังมปี รมิ าณมากนั้น
ด้วยเหตุผลใด

11. บรเิ วณใดของทวีปยโุ รป ทีม่ กี ารทาปา่ ไมม้ าก

12. ผลิตภณั ฑ์จากปา่ ไมใ้ นทวีปยุโรป ได้แก่อะไรบา้ ง

13. บริเวณภาคใดของทวีปยุโรป ที่มกี ารทาเหมืองแร่มาก

14. ทาไม สินแรใ่ นทวปี ยุโรปจงึ มเี หลอื นอ้ ย

15. ทาไม สินคา้ ของทวีปยุโรปจงึ มีราคาค่อนข้างแพงในตลาดโลก

16. โรงงานอุตสาหกรรมในภาคใดของทวีปยุโรป ที่มีความเจรญิ ก้าวหนา้ มาก

17. ทาไม นักท่องเท่ียวจากท่ัวทุกมมุ โลกจงึ นิยมเดินทางไปท่องเทย่ี วในยโุ รป

18. สินคา้ ส่งออกท่สี าคญั ของทวีปยุโรป คอื อะไร

- 112 -

19. สหภาพยโุ รป (EU) คืออะไร มีความสาคญั อย่างไร
20. เสน้ ทางถนนในยโุ รป มลี กั ษณะเดน่ อย่างไร
21. ทาไม เส้นทางรถไฟของยุโรปสามารถเชอ่ื มโยงติดต่อกันระหวา่ งประเทศได้
22. ทาไม ชาวยโุ รปจงึ นยิ มเดินทางโดยเคร่อื งบิน
23. สายการบินท่มี ีช่ือเสียงของทวีปยุโรป ไดแ้ กส่ ายการบินใดบ้าง

24. เส้นทางการคมนาคมทางน้าของทวปี ยุโรป ใชป้ ระโยชนใ์ นด้านใดมากทส่ี ุด
25. ทาไม ยุโรปจึงเป็นทวีปที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจมากกว่าทวปี อืน่

- 113 -

เฉลยใบงานท่ี 3.1

เศรษฐกิจของทวีปยโุ รป

คาชี้แจง ให้นกั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี

1. ทวปี ยโุ รปมีการพัฒนาอาชีพด้านเกษตรกรรมอย่างไร
ใชเ้ ทคโนโลยสี มัยใหม่ ใชเ้ ครอื งจกั รกลแทนแรงงานคน มกี ารดูแลรักษาดินอย่างมีประสทิ ธภิ าพ

2. พืชท่ีปลกู กันมากในทวปี ยโุ รป ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง
ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ขา้ วโอ๊ต ข้าวไรน์ มนั ฝรงั

3. แหล่งเพาะปลกู สาคัญในทวปี ยโุ รป อยูใ่ นบริเวณใด
บรเิ วณทีราบดา้ นตะวันตกตอนกลาง และบางสว่ นของยุโรปตะวนั ออก

4. ในเขตภมู อิ ากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน จะมกี ารปลูกผลไมป้ ระเภทใด
ส้ม มะละกอ แอปเปลิ องนุ่

5. สัตว์เลี้ยงทสี่ าคญั ของทวีปยโุ รป ไดแ้ ก่อะไรบ้าง
โคเนอ้ื โคนม แกะ สุกร ไก่ มา้ กวางเรนเดยี ร์

6. บรเิ วณที่มกี ารเล้ยี งสัตว์กนั มากของทวีปยุโรป ไดแ้ ก่บริเวณใด
1) ยุโรปเหนือ ในประเทศนอรเ์ วย์ สวีเดน เดนมาร์ก
2) ยุโรปตะวันตก ในประเทศองั กฤษ ฝรงั เศส เยอรมนี เบลเยยี ม
3) ยุโรปตะวันออก ในประเทศรัสเซยี ยเู ครน โรมาเนยี ฮังการี โปแลนด์

7. ปัจจยั สาคญั ท่ีทาให้อาชีพการประมงเปน็ อาชพี สาคญั ของชาวยโุ รป คอื อะไร
มชี ายฝัง่ ทะเลทยี าวและเว้าแหวง่ มีแหล่งปลาชุกชมุ มีอปุ กรณท์ ีทนั สมัย มีความรู้ ความชา่ นาญสูง

8. แหลง่ ปลาชกุ ชุมในทวีปยโุ รป อยู่บริเวณใด
เขตดอกเกอรแ์ บงก์กลางทะเลเหนือ ซงึ อุดมด้วยแพลงกต์ อน ซึงเปน็ อาหารสัตว์นา้่

9. ปลาที่สาคัญในทวปี ยโุ รป ไดแ้ ก่ปลาชนดิ ใด
ปลาคอด เฮอรงิ แมคเคอเรล แฮดดอก แฮลบิ ัท และซารด์ นี

10. ถึงแม้ว่า แหลง่ ปลาใกลช้ ายฝ่ังลดลง แต่ปรมิ าณของการจับปลาของทวปี ยโุ รปยงั มปี ริมาณมากน้ัน
ด้วยเหตุผลใด
มีเครอื งมือทันสมยั ครบถว้ น เช่น เรดาร์ โซนาร์ วิทยุ โทรทศั นผ์ ่านเครือขา่ ยดาวเทยี ม

11. บรเิ วณใดของทวปี ยโุ รป ท่มี ีการทาป่าไมม้ าก
ป่าไม้มีมากในยุโรปเหนอื ในประเทศฟินแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน

12. ผลิตภณั ฑจ์ ากป่าไมใ้ นทวปี ยุโรป ได้แก่อะไรบา้ ง
ไมแ้ ผน่ เสอื กระดาษ เครอื งเฟอรน์ ิเจอร์ และบ้านส่าเร็จรูป

13. บรเิ วณภาคใดของทวปี ยโุ รป ทมี่ กี ารทาเหมืองแรม่ าก

- 114 -

ยโุ รปเหนือ ยุโรปตะวนั ตก และยโุ รปตะวันออก

14. ทาไม สนิ แร่ในทวีปยุโรปจึงมีเหลือน้อย
เพราะประเทศต่างๆ ในทวปี ยุโรปมีการทา่ อุตสาหกรรมกันมาก และมีการขุดแร่มาใช้กันมาเปน็ เวลานาน

15. ทาไม สนิ คา้ ของทวีปยโุ รปจึงมีราคาค่อนขา้ งแพงในตลาดโลก
เพราะตน้ ทนุ วัตถุดิบ และคา่ จ้างแรงงานมรี าคาค่อนข้างแพง

16. โรงงานอตุ สาหกรรมในภาคใดของทวีปยโุ รป ทีม่ คี วามเจริญก้าวหนา้ มาก
ยุโรปตะวนั ตก ยุโรปใต้ และยโุ รปเหนอื

17. ทาไม นักท่องเทยี่ วจากทัว่ ทุกมมุ โลกจงึ นิยมเดินทางไปทอ่ งเทยี่ วในยโุ รป
สภาพธรรมชาตสิ วยงาม อากาศหนาวเย็น มคี วามปลอดภยั สูง ผู้คนเปน็ มติ ร มีสิงอ่านวยความสะดวก

รองรบั การคมนาคมขนส่งทีทัวถงึ แหล่งทอ่ งเทียวมคี วามหลากหลาย ทั้งทางธรรมชาตแิ ละศิลปวัฒนธรรม

18. สินคา้ ส่งออกทีส่ าคัญของทวีปยโุ รป คืออะไร
สินค้าอตุ สาหกรรม เชน่ เครอื งจักรกล ยานยนต์ เคมีภณั ฑ์ ผลติ ภัณฑ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ยารกั ษาโรค

กระดาษผลิตภัณฑ์จากนม อาหารส่าเรจ็ รปู ไวน์

19. สหภาพยุโรป (EU) คอื อะไร มคี วามสาคัญอย่างไร
เปน็ การรวมกลุ่มทางการค้าทีเขม้ แข็งมากทีสดุ ในโลก มีอ่านาจต่อรองทางการคา้ หรือการเมอื งอยา่ งสูง

20. เสน้ ทางถนนในยุโรป มีลกั ษณะเดน่ อย่างไร
มีโครงขา่ ยเชอื มโยงกันระหว่างเมอื งตอ่ เมือง และประเทศต่อประเทศเป็นระบบเดยี วกัน

21. ทาไม เส้นทางรถไฟของยโุ รปสามารถเชื่อมโยงติดต่อกนั ระหวา่ งประเทศได้
เพราะเสน้ ทางรถไฟของทวปี ยโุ รปเป็นรางมาตรฐานแบบเดยี วกันทวั ทงั้ ทวีป

22. ทาไม ชาวยโุ รปจงึ นิยมเดนิ ทางโดยเครอ่ื งบิน
เพราะประชากรชาวยุโรปสว่ นใหญ่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี มกี ารทา่ ธุรกจิ อย่างกว้างขวางอีกทั้งชว่ ย

ประหยดั เวลา
23. สายการบินทม่ี ีช่ือเสียงของทวีปยุโรป ไดแ้ กส่ ายการบนิ ใดบ้าง

- แอรฟ์ รานซ์ ของประเทศฝรงั เศส - บรติ ซิ แอรเ์ วย์ ของสหราชอาณาจกั ร
- ลุฟท์ ฮันซา ของประเทศเยอรมนี - อาลติ าเลยี ของประเทศอิตาลี
- สแกนดเิ นเวียนแอร์ไลน์ เป็นสายการบินร่วมของประเทศสวเี ดน นอร์เวย์ และเดนมาร์ก

24. เสน้ ทางการคมนาคมทางน้าของทวีปยโุ รป ใชป้ ระโยชนใ์ นด้านใดมากท่ีสุด
ใช้ประโยชน์ในกิจการค้า อุตสาหกรรม โดยล่าเลยี งสินคา้ ทีมปี รมิ าณนา่้ หนักมาก เช่น ถา่ นหนิ แร่

ปนู ซีเมนตธ์ ญั พชื เปน็ ตน้

25. ทาไม ยโุ รปจึงเปน็ ทวปี ที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจมากกว่าทวปี อ่ืน
เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ความเจริญกา้ วหนา้ ทางวิทยาการและเทคโนโลยี ประชากรมี

คณุ ภาพมกี ารศึกษาสูง

- 115 -

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ระบุการพฒั นานกั เรียนดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการและ

เจตคติ (K P A) เหมาะสม ไม่เหมาะสม

- กิจกรรมการเรียนรู้เป็ นกิจกรรมท่ีส่งเสริมกระบวนการคดิ และ ไมเ่ หมาะสม
ไมเ่ หมาะสม
เนน้ นกั เรียนเป็ นสาคญั เหมาะสม ไม่เหมาะสม

- ความเหมาะสมของส่ือ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ เหมาะสม ไม่เหมาะสม

- ความเหมาะสมของเครื่องมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เหมาะสม

- กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมคา่ นิยมที่ดีงาม

และคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ เหมาะสม

ลงชื่อ..................................................ผตู้ รวจสอบ
(นางไพรจิตร บา้ นเหล่า)

หวั หนา้ กลุ่มสาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ความเห็นของหวั หน้ากลุ่มงานวชิ าการ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั มีความเชื่อมโยงกนั อยา่ ง เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- จุดประสงคก์ ารเรียนรู้มีความชดั เจนครอบคลมุ เน้ือหาสาระ
ระบุการพฒั นานกั เรียนดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการและ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
เจตคติ (K P A)
- กิจกรรมการเรียนรู้เป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิดและ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
เนน้ นกั เรียนเป็ นสาคญั เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- ความเหมาะสมของส่ือ อุปกรณ์ และแหลง่ การเรียนรู้ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
- ความเหมาะสมของเครื่องมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้
- กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรมคา่ นิยมที่ดีงาม เหมาะสม ไม่เหมาะสม
และคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์

ลงช่ือ.............................................. ผตู้ รวจสอบ
(นางพรพิรุณ แจง้ ใจ)

หวั หนา้ กล่มุ งานวชิ าการโรงเรียนโคกโพธ์ิไชยศึกษา

ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษา
..................................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.............................................. ผตู้ รวจสอบ
(นางลดั ดา ผาพนั ธ์)

ผอู้ านวยการโรงเรียนโคกโพธ์ิไชยศึกษา

- 116 -

บันทึกการสอน

1.ผลการจัดการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.ปญั หาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ.................................................ผูบ้ ันทึก
(ครูผสู้ อน นางสาวจิดาภรณ์ ถนิ่ ตองโขบ)
ตาแหนง่ ครูผู้ช่วย

- 117 -

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9

กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 เรือ่ ง ภูมศิ าสตรท์ วีปยโุ รป ภาคเรยี นท่ี 1

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 9 การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกจิ ของทวีปยโุ รป เวลา 3 ชว่ั โมง

ผูส้ อน นางสาวจดิ าภรณ์ ถ่ินตองโขบ

1.ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1.1 ตัวชีว้ ัด

ส 5.1 ม.2/1 ใชเ้ ครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์และนาเสนอขอ้ มูลเก่ยี วกบั

ลกั ษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริกา

ม.2/2 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวปี ยโุ รปและ

แอฟริกา

ส 5.2 ม.2/1 วเิ คราะห์การก่อเกิดส่ิงแวดลอ้ มใหม่ทางสงั คม อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทาง

ธรรมชาติและทางสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริกา

1.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางกายภาพกบั เศรษฐกจิ ของทวีปยุโรปได้

2) วิเคราะห์ผลของการเปล่ียนแปลงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของทวีปยโุ รปได้

2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

การเปลีย่ นแปลงกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของทวปี ยโุ รปในด้านตา่ งๆ ส่งผลต่อความเจริญและม่ันคง

แขง็ แกร่งทางดา้ นเศรษฐกิจ

3. สาระการเรยี นรู้

3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง

1) เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ทแี่ สดงลกั ษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปยุโรป

2) ลักษณะทางกายภาพของทวปี ยุโรป

4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร

4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทักษะการสารวจคน้ หา 3) ทกั ษะการวิเคราะห์

2) ทกั ษะการรวบรวมขอ้ มลู 4) ทกั ษะการเช่ือมโยง

4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1.มวี ินยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

6. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ สี อนแบบ สบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ช่วั โมงท่ี 1

ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ

- 118 -

1.ครูนาข่าวเกี่ยวกับกจิ กรรมทางเศรษฐกิจทีม่ ีความสัมพนั ธ์กบั การใชท้ รัพยากรธรรมชาตใิ นทวปี ยโุ รป
มาให้นกั เรียนวิเคราะห์ว่า กจิ กรรมดังกลา่ วมีผลต่อสภาพเศรษฐกิจอย่างไร

2.ครอู ธบิ ายเชอื่ มโยงใหน้ ักเรียนเขา้ ใจว่า การเปล่ยี นแปลงทางเศรษฐกจิ ของทวีปยุโรปสว่ นใหญ่จะ
เป็นการขยายตวั ทางดา้ นอตุ สาหกรรม สว่ นภาคเกษตรกรรมมีแนวโนม้ จะลดลง

3.นักเรียนตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
ขน้ั ที่ 2 สารวจคน้ หา

4.ครใู ห้นักเรยี นกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1) ร่วมกันศึกษาความรเู้ ร่ือง การเปล่ียนแปลง
ทางเศรษฐกจิ ของทวีปยุโรป จากหนงั สอื เรยี น หนังสือคน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ ห้องสมุด และแหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ

5.นักเรียนนาความรู้ท่ีไดม้ าบันทกึ ลงในแบบบนั ทึกการอา่ น
ชวั่ โมงที่ 2-3

ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้
6.สมาชกิ แตล่ ะคนในกลุม่ ผลัดกนั นาความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ มาอภปิ รายร่วมกันในประเดน็

เก่ียวกบั การเปล่ยี นแปลงทางเศรษฐกจิ ของทวปี ยุโรป
7.สมาชิกแต่ละกลุ่มรว่ มกันสืบค้นขอ้ มลู ขา่ วสารจากแหล่งการเรยี นร้ตู ่างๆ เกี่ยวกบั สภาพกจิ กรรมทาง

เศรษฐกิจของทวีปยุโรปท่ีมกี ารเปลย่ี นแปลง
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ

8.สมาชกิ แต่ละกล่มุ นาข้อมลู เกีย่ วกบั กิจกรรมทางเศรษฐกิจของทวปี ยุโรป มาวเิ คราะห์ร่วมกัน แล้ว
ตอบคาถามใน ใบงานที่ 3.2 เร่ือง การวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจของทวีปยโุ รป เสร็จแล้วตรวจสอบความ
ถกู ต้อง

9.ครูใหน้ ักเรียนแต่ละคนทากิจกรรมตามตัวชีว้ ดั : กจิ กรรมท่ี 2.14 จากแบบวดั ฯ เปน็ การบา้ น
ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล

1.นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานในใบงานที่ 3.2 หน้าช้นั เรยี น และให้สมาชกิ กลุ่มอน่ื
เสนอแนะเพม่ิ เติมโดยครเู ป็นผ้ตู รวจสอบความถูกตอ้ งและให้คาแนะนา

2.นักเรียนชว่ ยกันสรปุ ความรู้เกยี่ วกบั การเปลีย่ นแปลงทางเศรษฐกิจของทวปี ยุโรป

7. การวดั และประเมินผล

วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี 3.2 ใบงานที่ 3.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบันทกึ การอ่าน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ประเมินการนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล

สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ ม่ันในการ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทางาน

- 119 -

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี น ภมู ศิ าสตร์ ม.2
2) แบบวัดและบนั ทึกผลการเรียนรู้ ภมู ศิ าสตร์ ม.2
4) ตัวอย่างขา่ ว
5) ใบงานที่ 3.2 เรื่อง การวเิ คราะหส์ ภาพเศรษฐกิจของทวีปยุโรป
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ

- th.wikipedia.org/wiki/ทวปี ยโุ รป
- www.thaigoodview.com/library/...n/…/sec01p09.html

- 120 -

ตวั อย่างข่าว

โมเดลเศรษฐกิจสีเขียวของอียู
อยี แู สดงบทบำทนำในกำรต่อสโู้ ลกรอ้ นและพทิ กั ษ์สงิ่ แวดลอ้ ม โดยไดก้ ำหนดเป้ำหมำยและมำตรกำรลดก๊ำซ
เรอื นกระจกและรกั ษำสงิ่ แวดลอ้ ม รฐั มนตรดี ำ้ นสง่ิ แวดลอ้ มของอยี เู น้นว่ำ อยี จู ะไม่ละทง้ิ เร่อื งกำรรกั ษำสงิ่ แวดลอ้ ม
และกำรมุ่งหน้ำไปส่รู ะบบเศรษฐกจิ สเี ขยี ว และเช่อื ว่ำโมเดลในกำรสร้ำงกำรเจรญิ เติบโตทำงเศรษฐกจิ ทด่ี ีท่ีสุด
สำหรบั ยุโรปและทำงออกจำกวกิ ฤตเศรษฐกจิ ท่ียุโรปกำลงั ประสบ คอื กำรสรำ้ งควำมเจรญิ เตบิ โตบนพน้ื ฐำนของ
ควำมยงั่ ยนื และกำรใชท้ รพั ยำกรอยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพหรอื โมเดลเศรษฐกจิ สเี ขยี วนนั่ เอง
งำนวจิ ยั ของอยี รู ำยงำนว่ำ ในอกี 40 ปีขำ้ งหน้ำ อยี ูจะมปี ระชำกรประมำณ 9 พนั ลำ้ นคน ซง่ึ ทำใหค้ วำม
ตอ้ งกำรใชท้ รพั ยำกรจะเพม่ิ ขน้ึ อกี 3 เทำ่ ตวั หรอื ประมำณ 140 พนั ลำ้ นตนั ต่อปี และควำมตอ้ งกำรอำหำรของประชำกร
ยโุ รปจะเพมิ่ ขน้ึ อกี 70% แต่สง่ิ ทน่ี ่ำเป็นห่วง คอื ระบบนิเวศวทิ ยำทจ่ี ะมำรองรบั ควำมตอ้ งกำรทรพั ยำกรทส่ี งู ขน้ึ ดงั นนั้
กำรเดนิ หน้ำเศรษฐกจิ สเี ขยี วผำ่ นกำรสรำ้ งกำรเจรญิ เตบิ โตอย่ำงยงั่ ยนื และกำรใชท้ รพั ยำกรอย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพจงึ เป็น
คำตอบเดยี วสำหรบั เศรษฐกจิ ยุโรปในกำรรกั ษำขดี ควำมสำมำรถในกำรแข่งขนั ของธุรกจิ ยุโรปโดยเฉพำะท่ำมกลำง
ภำวะเศรษฐกจิ ถดถอย แต่หนทำงไปสู่เศรษฐกจิ สเี ขยี วนนั้ ไม่ง่ำยนัก และยงั มคี วำมทำ้ ทำยหลำยประกำรทจ่ี ะตอ้ งเร่ง
เดนิ หน้ำและดำเนินกำร เชน่ กำรยตุ กิ ำรยดึ ตดิ อย่กู บั แบบแผนกำรดำเนินธรุ กจิ และเทคโนโลยแี บบเดมิ ๆ ตลอดทงั้ ห่วง
โซ่อำหำรกำรผลติ และกำรบริโภคท่ไี ม่ยงั่ ยืนกำรสร้ำงนวตั กรรมใหม่ๆ ในลกั ษณะ breakthrough ในหลำยสำขำ
อตุ สำหกรรม หรอื กำรปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมกำรดำเนนิ ธุรกจิ แบบหำผลกำไรระยะสนั้ โดยไม่มองกำรลงทุนในระยะยำว
โดยท่ภี ำคธุรกจิ เป็นหวั จกั รสำคญั ในกำรเดนิ หน้ำเศรษฐกจิ สเี ขยี ว รฐั บำลอยี ูจงึ ให้ควำมสำคญั กบั กำรมสี ว่ นร่วมบน
พน้ื ฐำนของหลกั กำรทว่ี ่ำกำรรกั ษำสงิ่ แวดล้อมและกำรดำเนินธุรกจิ อย่ำงยงั่ ยนื ไม่ใช่เร่อื งของกำรเปลย่ี นแนวคดิ และ
วธิ กี ำรดำเนินธุรกจิ ใหเ้ ป็นแบบแนวทำงสเี ขยี วไม่ใช่เร่อื งง่ำยและต้องใชเ้ วลำแต่อยี ูยงั เช่อื มนั่ ว่ำเศรษฐกจิ สเี ขยี วนนั้ ดี
ท่สี ุดสำหรบั ธุรกจิ ยุโรปและเศรษฐกิจยุโรปและประชำคมโลกด้วย เพรำะนอกจำกจะช่วยเพมิ่ ผลผลิตแล้วยงั มี
ผลขำ้ งเคยี งในเร่อื งกำรลดขยะ ลดกำรใชพ้ ลงั งำนทไ่ี ม่จำเป็น ซง่ึ หมำยถงึ กำรลดต้นทุนและเพม่ิ ผลกำไรใหม้ ำกขน้ึ ใน
ระยะยำว

- 121 -

ใบงานที่ 3.2
การวเิ คราะหส์ ภาพเศรษฐกิจของทวีปยโุ รป

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนำขอ้ มลู เกย่ี วกบั กจิ กรรมทำงเศรษฐกจิ ของทวปี ยโุ รปมำวเิ ครำะหร์ ว่ มกนั ใน
ประเดน็ ต่อไปน้ี

เรือ่ ง

(สาระสาคญั ของขอ้ มลู ทสี่ บื คน้ )
ทม่ี ำ

1. ขอ้ มลู ดงั กลำ่ วเป็นกจิ กรรมทำงเศรษฐกจิ ในดำ้ นใด

2. กจิ กรรมดงั กล่ำวแสดงถงึ กำรเปลย่ี นแปลงทำงเศรษฐกจิ อยำ่ งไร

3. นกั เรยี นคดิ ว่ำ กำรเปลย่ี นแปลงทำงเศรษฐกจิ ดงั กล่ำว มผี ลต่อควำมมนั่ คงทำงเศรษฐกจิ ของทวปี
ยโุ รปหรอื ไม่ อธบิ ำยเหตุผล

- 122 -

เฉลยใบงานที่ 3.2
การวิเคราะหส์ ภาพเศรษฐกิจของทวปี ยโุ รป

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนำขอ้ มลู เกย่ี วกบั กจิ กรรมทำงเศรษฐกจิ ของทวปี ยโุ รปมำวเิ ครำะหร์ ว่ มกนั ใน
ประเดน็ ต่อไปน้ี

เรอื่ ง
(สาระสาคญั ของขอ้ มลู ทสี่ บื คน้ )

ทม่ี ำ

1. ขอ้ มลู ดงั กลำ่ วเป็นกจิ กรรมทำงเศรษฐกจิ ในดำ้ นใด

2. กจิ กรรมดงั กล่ำวแสดงถงึ กำรเปลย่ี นแปลงทำงเศรษฐกจิ อยำ่ งไร

3. นกั เรยี นคดิ วำ่ กำรเปลย่ี นแปลงทำงเศรษฐกจิ ดงั กลำ่ ว มผี ลต่อควำมมนั่ คงทำงเศรษฐกจิ ของทวปี
ยโุ รปหรอื ไม่ อธบิ ำยเหตุผล

(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

- 123 -

ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
ระบุการพฒั นานกั เรียนดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการและ
เจตคติ (K P A) เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
- กิจกรรมการเรียนรู้เป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิดและ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
เนน้ นกั เรียนเป็ นสาคญั เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- ความเหมาะสมของส่ือ อุปกรณ์ และแหลง่ การเรียนรู้
- ความเหมาะสมของเครื่องมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมค่านิยมที่ดีงาม
และคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์

ลงชื่อ..................................................ผตู้ รวจสอบ
(นางไพรจิตร บา้ นเหลา่ )

หวั หนา้ กลุ่มสาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มงานวชิ าการ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
- มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั มีความเช่ือมโยงกนั อยา่ ง เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- จุดประสงคก์ ารเรียนรู้มีความชดั เจนครอบคลุมเน้ือหาสาระ
ระบุการพฒั นานกั เรียนดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการและ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
เจตคติ (K P A)
- กิจกรรมการเรียนรู้เป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิดและ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
เนน้ นกั เรียนเป็ นสาคญั เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
- ความเหมาะสมของสื่อ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
- ความเหมาะสมของเคร่ืองมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้
- กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรมค่านิยมที่ดีงาม เหมาะสม ไม่เหมาะสม
และคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์

ลงชื่อ.............................................. ผตู้ รวจสอบ
(นางพรพิรุณ แจง้ ใจ)

หวั หนา้ กลมุ่ งานวชิ าการโรงเรียนโคกโพธ์ิไชยศึกษา

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
..................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.............................................. ผตู้ รวจสอบ
(นางลดั ดา ผาพนั ธ์)

ผอู้ านวยการโรงเรียนโคกโพธ์ิไชยศึกษา

บันทกึ การสอน

- 124 -

1.ผลการจดั การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.ปัญหาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.................................................ผูบ้ นั ทกึ
(ครผู ู้สอน นางสาวจดิ าภรณ์ ถนิ่ ตองโขบ)
ตาแหน่ง ครูผู้ช่วย

- 125 -

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 10

กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 เรอ่ื ง ภูมศิ าสตร์ทวีปยโุ รป ภาคเรียนที่ 1

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 ปฏิสมั พันธ์ระหว่างมนุษย์กับสง่ิ แวดล้อมในทวปี ยุโรป เวลา 1 ชัว่ โมง

ผู้สอน นางสาวจิดาภรณ์ ถิน่ ตองโขบ

1. ตัวช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1.1 ตัวชีว้ ัด

ส 5.1 ม.2/1 ใชเ้ ครื่องมือทางภมู ิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะหแ์ ละนาเสนอข้อมูลเกย่ี วกับ

ลกั ษณะทางกายภาพและสังคมของทวปี ยุโรปและแอฟริกา

ม.2/2 วิเคราะหค์ วามสัมพันธ์ระหวา่ งลกั ษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปยโุ รปและ

แอฟริกา

ส 5.2 ม.2/1 วเิ คราะหก์ ารก่อเกิดส่งิ แวดล้อมใหม่ทางสงั คม อนั เป็นผลจากการเปล่ยี นแปลงทาง

ธรรมชาติและทางสังคมของทวปี ยโุ รปและแอฟริกา

1.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) วิเคราะห์ปฏิสมั พนั ธร์ ะหว่างมนุษย์กับสงิ่ แวดลอ้ มในทวีปยุโรปได้

2) วเิ คราะห์ผลของการเปลยี่ นแปลงทางธรรมชาตทิ ่ีมผี ลต่อสภาพแวดล้อมทางสงั คมได้

2. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

การเปลยี่ นแปลงทางธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มในทวีปยุโรปมีผลตอ่ การดารงชีวิตของประชากร

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง

1) เคร่ืองมือทางภูมิศาสตรท์ ่แี สดงลกั ษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปยุโรป

2) ลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปยโุ รป

3) การเปลี่ยนแปลงประชากร เศรษฐกจิ สงั คม และวัฒนธรรมของทวีปยุโรป

4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร

4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสารวจคน้ หา 3) ทักษะการวเิ คราะห์

2) ทักษะการรวบรวมข้อมลู 4) ทกั ษะการเช่ือมโยง

4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1.มวี นิ ยั 2.ใฝ่เรยี นรู้ 3.มุ่งมนั่ ในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วธิ ีสอนโดยการจัดการเรียนรแู้ บบรว่ มมอื : เทคนคิ การเรยี นรว่ มกนั

ขัน้ นาเขา้ สู่บทเรียน
1.ครูทบทวนความร้เู ดิมของนักเรยี นเกีย่ วกบั เศรษฐกจิ ของทวีปยโุ รป โดยการตั้งคาถามใหน้ กั เรียน

ตอบ ดังนี้

- 126 -

- เพราะเหตใุ ด ทวปี ยโุ รปจงึ มีชนิดของพืชผกั หลากหลายชนิด

- เพราะเหตุใด ผลผลติ ทางการเกษตรของทวปี ยุโรปจงึ มาจานวนมากท้ังที่มีพ้นื ทีจ่ ากัด

- บรเิ วณใดของทวีปยโุ รปท่ีมีการเล้ียงสัตวเ์ ปน็ จานวนมาก

- แหลง่ จับปลาท่สี าคัญของทวีปยโุ รปอยู่ในบริเวณใด

- ผลิตภณั ฑจ์ ากปา่ ไม้ของทวีปยุโรป ได้แก่อะไรบ้าง

- แหลง่ แร่ธาตุสาคญั ของทวีปยุโรป ไดแ้ ก่บริเวณใด

- โรงงานอุตสาหกรรมของทวปี ยโุ รป จะอยใู่ นภมู ภิ าคใดของทวีปยุโรป

- เพราะเหตใุ ด นานาชาตจิ ึงตอ้ งการทาการค้าขายกับประเทศในทวีปยุโรป

- สหภาพยุโรป (EU) มีความสาคญั อย่างไร

- เส้นทางการคมนาคมขนส่งในทวปี ยุโรปมีลักษณะเด่นอย่างไร

2. ครอู ธิบายเชือ่ มโยงใหน้ ักเรียนเขา้ ใจถงึ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั ส่ิงแวดลอ้ มในทวปี ยุโรป

ขน้ั สอน

3. ครูใหน้ ักเรยี นกลมุ่ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1) รว่ มกันศกึ ษาความร้เู ร่ือง ปฏิสัมพันธ์

ระหว่างมนุษย์กับส่งิ แวดลอ้ มในทวปี ยุโรป จากหนังสอื เรยี น หนงั สือคน้ คว้า เพ่ิมเติม ห้องสมุด และ

แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ

4. นกั เรยี นนาความรทู้ ่ีไดม้ าบันทึกลงในแบบบันทกึ การอ่าน

5. สมาชิกในกลมุ่ ร่วมกันอภปิ รายประเด็นสาคญั ของเรอื่ งที่ศกึ ษาในประเดน็ ต่อไปน้ี

- ปัจจยั ทที่ าใหเ้ กิดการเปลย่ี นแปลงในทวีปยโุ รป

- ผลกระทบของการเปลยี่ นแปลง

ชว่ั โมงที่ 2

1. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกันทาใบงานที่ 3.3 เร่ือง ปฏสิ มั พนั ธ์ระหว่างมนุษยก์ บั ส่งิ แวดล้อมใน

ทวปี ยโุ รป โดยแบ่งหนา้ ที่กัน ดงั นี้

- สมาชกิ คนท่ี 1 มีหน้าที่อ่านคาสง่ั แยกแยะให้ชัดเจน

- สมาชกิ คนท่ี 2 ฟงั ข้ันตอน รวบรวมขอ้ มูล หาแนวทางเสนอแนะในการตอบคาถาม

- สมาชกิ คนที่ 3 ตอบคาถาม

- สมาชกิ คนท่ี 4 ตรวจสอบความถกู ต้อง

2. สมาชกิ แตล่ ะคนในกลุม่ หมุนเวียนเปลี่ยนหนา้ ท่กี ันในการตอบคาถาม หรือตอบปัญหา หรือทา

โจทย์ข้อต่อไปใหเ้ สรจ็ ทุกข้อ แลว้ ชว่ ยกนั ทบทวนความถกู ต้อง จากนน้ั นาใบงาน ที่ 3.3 ส่งครู

3. ครเู ฉลยคาตอบในใบงานที่ 3.3 และให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มผลัดกนั ตรวจคาตอบและให้คะแนน ข้อ

ใดมีปญั หาหรือข้อสงสยั ใหถ้ ามครผู สู้ อน

4. ครปู ระกาศผลกลุม่ ท่ีไดค้ ะแนนสูงสุดเรยี งตามลาดับ

5. ครูให้นักเรยี นแต่ละคนทากจิ กรรมตามตวั ชว้ี ัด : กิจกรรม ที่ 2.15 จากแบบวดั ฯ

ขน้ั สรุป

6.ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรเู้ รอ่ื ง ปฏิสมั พันธร์ ะหว่างมนษุ ย์กับสิ่งแวดล้อมในทวีปยโุ รป

7.ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั หาข่าวเก่ยี วกับปญั หาสิง่ แวดล้อมในทวีปยโุ รปมา

ลว่ งหน้า เพือ่ นามาใชป้ ระกอบการเรยี นในชวั่ โมงเรียนต่อไป

7. การวดั และประเมินผล

- 127 -

วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี 3.3 ใบงานท่ี 3.3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ตรวจแบบบันทกึ การอา่ น แบบบันทึกการอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล

สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มั่นในการ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทางาน

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

8.1 สอ่ื การเรยี นรู้

1) หนังสือเรยี น ภมู ศิ าสตร์ ม.2

2) แบบวัดและบันทกึ ผลการเรยี นรู้ ภมู ศิ าสตร์ ม.2

3) ใบงานที่ 3.3 เรื่อง ปฏิสัมพนั ธร์ ะหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในทวปี ยุโรป

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

1) หอ้ งสมดุ

2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

- th.wikipedia.org/wiki/ทวีปยโุ รป

- www.thaigoodview.com/library/...n/…/sec01p09.html

- 128 -

ใบงานท่ี 3.3 ปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งมนษุ ย์กับส่ิงแวดล้อมในทวีปยโุ รป
ตอนท่ี 1
คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
1. เพราะเหตุใด เมืองฮันตี-มนั ซิสก์ ในไซบเี รียจึงกลายเปน็ สังคมทมี่ ผี ู้คนอยู่หนาแน่น ทง้ั ๆ ที่สภาพภมู ปิ ระเทศ

ทรุ กันดาร

2. เพราะเหตุใด ชาวต่างชาตจิ ากทกุ ทวีป จึงไปพานกั อาศัยอย่ใู นทวีปยุโรป และมผี ลต่อสภาพแวดล้อมทาง
สังคมและวัฒนธรรมในยโุ รปอยา่ งไร

ตอนท่ี 2 ใหน้ ักเรยี นดภู าพ แล้ววิเคราะหภ์ าพ และตอบคาถาม
คาช้ีแจง ภาพท่ี 1

คาถาม

การทช่ี าวเอเชยี ไปต้ังถนิ่ ฐานอย่ใู นทวปี ยโุ รป ส่งผลต่อสภาพแวดลอ้ มทางสงั คมและวัฒนธรรมท่ีมีต่อ
ชาวยุโรปอย่างไร

- 129 -

ภาพที่ 2 ภาพท่ี 3

คาถาม
นักเรยี นคดิ วา่ สภาพความเป็นอย่ขู องชุมชนใน 2 ภาพน้ี มีความแตกตา่ งกันอยา่ งไร อธิบายเหตผุ ล

เฉลยใบงานท่ี 3.3 ปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหว่างมนุษย์กับสิง่ แวดล้อมในทวีปยุโรป

ตอนท่ี 1

คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้

1. เพราะเหตุใด เมืองฮันตี-มนั ซิสก์ ในไซบเี รียจงึ กลายเป็นสังคมท่ีมผี ู้คนอยู่หนาแนน่ ทงั้ ๆ ท่ีสภาพภมู ปิ ระเทศ
ทุรกนั ดาร
เพราะมีการส่ารวจพบแหล่งน่้ามันปโิ ตรเลยี ม จงึ มกี ารลงทุนสรา้ งแทน่ ขุดเจาะน้่ามัน ผูค้ นจงึ เดนิ

ทางเขา้ ไปท่างานเป็นจ่านวนมาก

2. เพราะเหตุใด ชาวต่างชาตจิ ากทกุ ทวปี จึงไปพานกั อาศยั อยใู่ นทวีปยุโรป และมผี ลต่อสภาพแวดล้อมทาง
สังคมและวฒั นธรรมในยุโรปอย่างไร
เพราะชาวยโุ รปจา้ งชาวตา่ งชาตเิ ขา้ ไปท่างานทง้ั ในภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม เนืองจาก

คา่ แรงงานถกู กว่าแรงงานของชาวยุโรป และมีผลต่อสภาพแวดล้อมทางสงั คมและวฒั นธรรม คอื ชาวตา่ งชาติ
เหล่าน้ัน จะมาสร้างศาสนสถาน อาคารทีพัก รา้ นอาหาร ทีแสดงถึงวฒั นธรรมของชาติเหล่าน้นั และมกี าร
รวมตัวกนั จัดกิจกรรมต่างๆ ทีเปน็ เอกลกั ษณข์ องวัฒนธรรม

- 130 -

ตอนท่ี 2 ให้นกั เรยี นดภู าพ แล้ววิเคราะห์ภาพ และตอบคาถาม
คาช้ีแจง ภาพที่ 1

คาถาม

การท่ชี าวเอเชยี ไปต้งั ถ่ินฐานอยู่ในทวีปยโุ รป สง่ ผลต่อสภาพแวดล้อมทางสังคมและวฒั นธรรมทม่ี ีต่อ
ชาวยโุ รปอยา่ งไร
1) มีการเผยแพร่ความคดิ ความเชือ และศาสนาทีชาวเอเชียนบั ถือ
2) ชาวยโุ รปในบริเวณนี้ จะตอ้ งรู้จกั ปรับตัวใหเ้ ขา้ กับสภาพแวดลอ้ มทเี ปลียนไป

ภาพท่ี 2 ภาพท่ี 3

คาถาม

นกั เรียนคดิ ว่า สภาพความเป็นอยู่ของชมุ ชนใน 2 ภาพน้ี มีความแตกต่างกนั อย่างไร อธิบายเหตุผล
วถิ คี วามเปน็ อยู่ของคนในภาพที 2 อยู่กับธรรมชาติ มีอาชีพข้ึนอย่กู ับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

ส่วนภาพที 3 เปน็ ภาพทเี ป็นชุมชนเมอื ง คนนิยมไปตง้ั ถนิ ฐาน เพราะมีความสะดวกสบาย

- 131 -

ความเหน็ ของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เหมาะสม ไม่เหมาะสม
ระบุการพฒั นานกั เรียนดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการและ
เจตคติ (K P A) เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- กิจกรรมการเรียนรู้เป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคดิ และ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
เนน้ นกั เรียนเป็ นสาคญั เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- ความเหมาะสมของส่ือ อุปกรณ์ และแหลง่ การเรียนรู้
- ความเหมาะสมของเครื่องมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมคา่ นิยมท่ีดีงาม
และคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์

ลงช่ือ..................................................ผตู้ รวจสอบ
(นางไพรจิตร บา้ นเหลา่ )

หวั หนา้ กล่มุ สาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ความเห็นของหวั หน้ากล่มุ งานวชิ าการ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั มีความเช่ือมโยงกนั อยา่ ง เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- จุดประสงคก์ ารเรียนรู้มีความชดั เจนครอบคลมุ เน้ือหาสาระ
ระบุการพฒั นานกั เรียนดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการและ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
เจตคติ (K P A)
- กิจกรรมการเรียนรู้เป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิดและ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
เนน้ นกั เรียนเป็ นสาคญั เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- ความเหมาะสมของสื่อ อุปกรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- ความเหมาะสมของเครื่องมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้
- กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมค่านิยมที่ดีงาม เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
และคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์

ลงช่ือ.............................................. ผตู้ รวจสอบ
(นางพรพริ ุณ แจง้ ใจ)

หวั หนา้ กลมุ่ งานวชิ าการโรงเรียนโคกโพธ์ิไชยศึกษา

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
..................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.............................................. ผตู้ รวจสอบ
(นางลดั ดา ผาพนั ธ์)

ผอู้ านวยการโรงเรียนโคกโพธ์ิไชยศึกษา

- 132 -

บนั ทึกการสอน

1.ผลการจดั การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.ปัญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .................................................ผูบ้ ันทึก
(ครูผู้สอน นางสาวจิดาภรณ์ ถนิ่ ตองโขบ)
ตาแหน่ง ครูผู้ช่วย

- 133 -

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 11

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 2

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 เรื่อง ภมู ศิ าสตร์ทวีปยโุ รป ภาคเรียนท่ี 1

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 11 แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในทวปี ยุโรป

เวลา 3 ชั่วโมง ผ้สู อน นางสาวจิดาภรณ์ ถิ่นตองโขบ

1.สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มในทวีปยุโรป จะต้องใช้วธิ ีการที่หลากหลายและ

เหมาะสม โดยความรว่ มมือระหว่างประเทศ ซึ่งจะสง่ ผลดีต่อทวีปยโุ รปและภูมิภาคตา่ งๆ ในโลก

2.ตวั ชี้วดั /จุดประสงค์การเรียนรู้

1.1 ตัวชวี้ ัด

ส 5.2 ม.2/2 ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทวปี ยโุ รป

และแอฟริกา

ม.2/4 วิเคราะหเ์ หตุและผลกระทบท่ีประเทศไทยไดร้ บั จากการเปล่ียนแปลงของ

สิ่งแวดล้อมในทวีปยุโรปและแอฟริกา

1.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) เสนอแนะแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมในทวปี ยโุ รปได้

2) วเิ คราะหผ์ ลของความร่วมมือกันระหวา่ งประเทศในการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ

ส่งิ แวดล้อมได้

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

1) การอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อมในทวีปยโุ รป

2) ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของส่งิ แวดล้อมในทวปี ยุโรปต่อประเทศไทย

4 สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร

4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสารวจค้นหา 3) ทักษะการเชื่อมโยง

2) ทักษะการวเิ คราะห์ 4) ทกั ษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้

4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี ินยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุง่ มั่นในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนตามแนว วัฏจกั รการเรยี นรู้ (4 MAT)
ชัว่ โมงที่ 1

ขั้นท่ี 1 สรา้ งคณุ คา่ และประสบการณ์ของส่ิงทเี่ รียน (พัฒนาสมองซีกขวา)
สื่อการเรียนรู้ : บตั รภาพ

- 134 -

1. ครูนาภาพกิจกรรมการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มในทวีปยุโรป มาใหน้ กั เรียนดู
แล้วใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั วเิ คราะหว์ ่า กิจกรรมในภาพใดท่ีแสดงถงึ การอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อมอย่างเหมาะสม

2. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
นักเรียนคิดวา่ การร่วมมือกันอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มของประเทศตา่ งๆ ในยุโรป
จะส่งผลดีตอ่ สภาพแวดลอ้ มในภูมภิ าคตา่ งๆ ของโลกได้อย่างไรบา้ ง อธบิ ายเหตุผล (พจิ ารณาตามคาตอบของ
นักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพินิจของครผู ูส้ อน)
ข้นั ท่ี 2 วิเคราะห์ประสบการณ์ (พัฒนาสมองซีกซ้าย)
3. ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเหน็ วา่ นกั เรียนคิดวา่ วธิ กี ารหรอื กจิ กรรมเก่ยี วกับการอนุรกั ษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มในทวีปยุโรป วธิ ีการหรอื กจิ กรรมใดไดผ้ ลดที ่สี ดุ อธบิ ายเหตุผล
ขัน้ ท่ี 3 ปรบั ประสบการณเ์ ป็นความคดิ รวบยอด (พัฒนาสมองซกี ขวา)
4. นักเรยี นกลมุ่ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1) รว่ มกนั เขยี นบทความ เรอื่ ง การอนรุ กั ษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม
5. ตวั แทนกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ครูตรวจสอบ ความถูกต้องและใหข้ ้อเสนอแนะ
ขน้ั ท่ี 4 พฒั นาความคิดรวบยอด (พฒั นาสมองซีกซ้าย)
6.ครูถามคาถามกระต้นุ ความคดิ แนวทางการอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมในทวีป
ยโุ รปที่สาคัญ ได้แก่อะไรบ้าง (สร้างความรคู้ วามเข้าใจให้แกป่ ระชาชน สร้างแบบอย่างที่ดบี ังคับใชก้ ฎหมาย
สง่ิ แวดลอ้ มทีท่ ันสมยั มีความร่วมมอื กันระหวา่ งประเทศ)
7.ครูให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาความรเู้ ร่ือง แนวทางการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม
ในทวปี ยโุ รป และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงส่ิงแวดลอ้ มในทวีปยุโรปต่อประเทศไทย จากหนังสือเรยี น
หนงั สอื คน้ คว้าเพ่ิมเติม ห้องสมดุ และแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
8. นกั เรียนนาความรทู้ ่ีได้มาบันทกึ ลงในแบบบนั ทกึ การอา่ น

ชั่วโมงท่ี 2-3
ขัน้ ท่ี 5 ลงมือปฏบิ ตั จิ ากกรอบความคิดท่กี าหนด (พัฒนาสมองซกี ซา้ ย)
สื่อการเรยี นรู้ : ใบงานที่ 3.6

9.นกั เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกันหากจิ กรรมตา่ งๆ ท่ีแสดงถึงการร่วมมอื กนั อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดล้อมในทวปี ยโุ รป แล้วนามาวิเคราะหแ์ ละตอบคาถามตามท่ีกาหนดใน ใบงานที่ 3.6 เรื่อง การ
อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มในทวีปยุโรป

10. ตวั แทนกลุ่มนาเสนอคาตอบในใบงานท่ี 3.6 หนา้ ชน้ั เรียน ครตู รวจสอบความถูกต้อง
11. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด นกั เรยี นคิดวา่ ตนเองจะมีสว่ นร่วมในการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมของโลกไดอ้ ย่างไรบ้าง (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ น
ดุลยพินิจของครูผูส้ อน)
ขั้นท่ี 6 สร้างชิน้ งานเพอ่ื สะทอ้ นความเป็นตนเอง (พัฒนาสมองซกี ขวา)
12. ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกนั จัดทาหนงั สือเล่มเลก็ เรื่อง ลักษณะทางเศรษฐกิจ
และการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมในทวีปยโุ รป โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามทีก่าหนด
ดงั น้ี
1) การอธิบายลกั ษณะทวั ไปทางเศรษฐกิจของทวปี ยุโรป
2) การวเิ คราะห์ปัญหาสงิ แวดลอ้ มทีเกิดขน้ึ ในทวีปยโุ รป

- 135 -

3) การเสนอแนวทางการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสิงแวดล้อมในทวปี ยุโรป
4) การวิเคราะหผ์ ลกระทบทีประเทศไทยได้รับจากการเปลียนแปลงของสิงแวดล้อมในทวีปยุโรป

ขั้นที่ 7 วเิ คราะห์คณุ ค่าและประยกุ ตใ์ ช้ (พัฒนาสมองซีกซ้าย)
13. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วเิ คราะห์ผลงานของตน พร้อมท้ังปรับปรงุ และพัฒนางานใหม้ คี ณุ ภาพ

ตามเปา้ หมาย แล้วนาสง่ ครู เพ่อื ตรวจสอบความถูกต้อง
ขน้ั ท่ี 8 แลกเปลย่ี นประสบการณเ์ รียนรกู้ บั ผู้อน่ื (พัฒนาสมองซกี ขวา)

14. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ นาผลงานของกลุม่ ตดิ ปา้ ยนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
15. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ศึกษาผลงานของกลุ่มอน่ื เพ่ือเปน็ การแลกเปลีย่ นเรียนรูร้ ะหวา่ งกนั

7. การวัดและประเมนิ ผล

วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์

ตรวจใบงานที่ 3.6 ใบงานท่ี 3.6 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ตรวจแบบบันทึกการอา่ น แบบบนั ทึกการอ่าน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ันในการ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทางาน

ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรยี นรู้ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ท่ี 3 ท่ี 3

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน ภมู ศิ าสตร์ ม.2
2) บัตรภาพ
3) ใบงานท่ี 3.6 เร่ือง การอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมในทวปี ยโุ รป
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
-new.thaieurope.net/content/view/2232/168/
- www.greenshopcafe.com/newsdetail.php?id=47

- 136 -

เอกสารประกอบการสอน

ตวั อย่างข่าว

แผนผงั การจดั การเรียนรแู้ บบวฏั จกั รการเรียนรู้ (4 MAT)
เรอ่ื ง แนวทางการอนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มในทวปี ยโุ รป

ซีกขวา ซีกขวา

สมำชกิ แต่ละกลุ่มนำ ครนู ำภำพกจิ กรรมกำรอนุรกั ษ์
ผลงำนไปตดิ ป้ำยนเิ ทศ ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละ
สง่ิ แวดลอ้ มในทวปี ยโุ รป
มำใหน้ กั เรยี นวเิ ครำะห์

สมำชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั 81 ครใู หน้ กั เรยี นแสดงควำม
วเิ ครำะหผ์ ลงำนของตน 72 คดิ เหน็ เกย่ี วกบั กจิ กรรมกำร
พรอ้ มทงั้ ปรบั ปรุงและ 65 4 3 อนุรกั ษท์ รพั ยำกรธรรมชำติ
และสงิ่ แวดลอ้ มในทวปี ยุโรป
พฒั นำใหม้ คี ุณภำพ
ซีกซ้าย
ซีกซ้าย
ซีกขวา
ซีกขวา

นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ทำหนงั สอื นกั เรยี นร่วมกนั เขยี นบทควำม เร่อื ง

เล่มเลก็ เรอ่ื ง ลกั ษณะทำงเศรษฐกจิ กำรอนุรกั ษท์ รพั ยำกรธรรมชำติ

และกำรอนุรกั ษ์ทรพั ยำกรธรรมชำติ และสงิ่ แวดลอ้ ม

และสง่ิ แวดลอ้ มในทวปี ยโุ รป

นกั เรยี นชว่ ยกนั หำกจิ กรรมท่ี นกั เรยี นศกึ ษำควำมรเู้ กย่ี วกบั
แสดงกำรร่วมมอื กนั อนุรกั ษ์ แนวทำงกำรอนุรกั ษ์
ทรพั ยำกรและสงิ่ แวดลอ้ มใน
ทวปี ยโุ รป แลว้ ทำใบงำนท่ี 3.6 ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มใน
ทวปี ยโุ รป และผลกระทบจำกกำร
เปลย่ี นแปลงสงิ่ แวดลอ้ มในทวปี ยโุ รป

ซีกซ้าย ซีกซ้าย

- 137 -

บตั รภาพ



ภาพการรณรงคอ์ นุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ

ภาพคนรว่ มกนั ปลกู ป่ า
ท่ีมา : วโิ รจน์ เอย่ี มเจรญิ และอภสิ ทิ ธิ์เอย่ี มหน่อ. 2553. หนังสือเรียน รายวิชาพนื้ ฐาน ภมู ิศาสตร์ ม.2.

พมิ พค์ รงั้ ท่ี 7. กรงุ เทพมหำนคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.

- 138 -

ใบงานที่ 3.6
การอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มในทวีปยุโรป

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนำขำ่ วหรอื บทควำม มำวเิ ครำะห์ แลว้ ตอบคำถำม

เรอ่ื งที่ 1

ข่าว/บทความ

ทม่ี ำ

คาถาม
1. ขอ้ ควำมในขำ่ วหรอื บทควำมเกย่ี วกบั อะไร

2. จดุ เดน่ ของขอ้ ควำมในขำ่ วหรอื บทควำมแสดงถงึ กำรอนุรกั ษ์ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
อยำ่ งไรบำ้ ง

3. ผลทค่ี ำดว่ำจะไดร้ บั จำกกจิ กรรมในเรอ่ื งน้ี คอื อะไร อธบิ ำยเหตุผล

- 139 -

เรอ่ื งที่ 2
ข่าว/บทความ

ทม่ี ำ

คาถาม
1. ขอ้ ควำมในข่ำวหรอื บทควำมเกย่ี วกบั อะไร

2. จดุ เด่นของขอ้ ควำมในขำ่ วหรอื บทควำมแสดงถงึ กำรอนุรกั ษ์ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
อยำ่ งไรบำ้ ง

3. ผลทค่ี ำดวำ่ จะไดร้ บั จำกกจิ กรรมในเรอ่ื งน้ี คอื อะไร อธบิ ำยเหตุผล

- 140 -

เรอ่ื งที่ 3
ข่าว/บทความ

ทม่ี ำ

คาถาม
1. ขอ้ ควำมในข่ำวหรอื บทควำมเกย่ี วกบั อะไร

2. จดุ เด่นของขอ้ ควำมในขำ่ วหรอื บทควำมแสดงถงึ กำรอนุรกั ษ์ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
อยำ่ งไรบำ้ ง

3. ผลทค่ี ำดวำ่ จะไดร้ บั จำกกจิ กรรมในเรอ่ื งน้ี คอื อะไร อธบิ ำยเหตุผล

- 141 -

เฉลยใบงานท่ี 3.6
การอนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มในทวีปยโุ รป

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนำข่ำวหรอื บทควำม มำวเิ ครำะห์ แลว้ ตอบคำถำม

เรอ่ื งที่ 1

ข่าว/บทความ

ทม่ี ำ

คาถาม
1. ขอ้ ควำมในข่ำวหรอื บทควำมเกย่ี วกบั อะไร

2. จดุ เด่นของขอ้ ควำมในขำ่ วหรอื บทควำมแสดงถงึ กำรอนุรกั ษ์ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
อยำ่ งไรบำ้ ง

3. ผลทค่ี ำดว่ำจะไดร้ บั จำกกจิ กรรมในเรอ่ื งน้ี คอื อะไร อธบิ ำยเหตุผล

(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

- 142 -

เรอื่ งท่ี 2
ข่าว/บทความ

ทม่ี ำ

คาถาม
1. ขอ้ ควำมในข่ำวหรอื บทควำมเกย่ี วกบั อะไร

2. จดุ เด่นของขอ้ ควำมในขำ่ วหรอื บทควำมแสดงถงึ กำรอนุรกั ษท์ รพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
อยำ่ งไรบำ้ ง

3. ผลทค่ี ำดว่ำจะไดร้ บั จำกกจิ กรรมในเรอ่ื งน้ี คอื อะไร อธบิ ำยเหตุผล

(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

- 143 -

เรอื่ งท่ี 3
ข่าว/บทความ

ทม่ี ำ

คาถาม
1. ขอ้ ควำมในข่ำวหรอื บทควำมเกย่ี วกบั อะไร

2. จดุ เด่นของขอ้ ควำมในขำ่ วหรอื บทควำมแสดงถงึ กำรอนุรกั ษท์ รพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
อยำ่ งไรบำ้ ง

3. ผลทค่ี ำดว่ำจะไดร้ บั จำกกจิ กรรมในเรอ่ื งน้ี คอื อะไร อธบิ ำยเหตุผล

(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)

- 144 -

แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งขอ้ เดียว

1. ประเทศในทวปี ยโุ รปไดส้ ง่ เสรมิ กำรลงทุนสเี ขยี ว 5. เพรำะเหตุใด ประชำชนจำกทวปี อ่นื จงึ นยิ มมำ

สอดคลอ้ งกบั กำรอนุรกั ษท์ รพั ยำกรและสงิ่ แวดลอ้ ม ทอ่ งเทย่ี วในทวปี ยโุ รป

อย่ำงไร ก. เพรำะสภำพธรรมชำตสิ วยงำม อำกำศหนำวเยน็

ก. ควำมร่วมมอื กนั ในกำรผลติ สนิ คำ้ ทม่ี คี ุณภำพ มคี วำมปลอดภยั สงู

ข. กำรเป็นแบบอยำ่ งทด่ี ใี นกำรอนุรกั ษ์ ข. มแี หล่งทอ่ งเทย่ี วอยใู่ จกลำงทวปี ยโุ รป สะดวก

ค. ควำมร่วมมอื กนั ปฏบิ ตั ติ ำมกฎหมำย ต่อกำรเดนิ ทำง

ง. กำรกำหนดแนวทำงกำรผลติ สนิ คำ้ ค. มคี วำมปลอดภยั สงู มกี ำรประชำสมั พนั ธด์ ี
2. ปญั หำขยะอเิ ลก็ ทรอนกิ สข์ องทวปี ยโุ รป เกดิ จำกสง่ิ
ง. มกี ำรคมนำคมสะดวก สนิ คำ้ รำคำถูก

ใด เป็นสำคญั 6. สนิ คำ้ ทป่ี ระเทศในทวปี ยโุ รปสง่ ไปขำยต่ำงประเทศ
ก. เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้ำและอุปกรณ์ไฟฟ้ำหมดอำยกุ ำรใช้ ไดแ้ กส่ นิ คำ้ ประเภทใด

งำนเป็นจำนวนมำก ก. สนิ คำ้ ประเภทเครอ่ื งประดบั

ข. กำรอุตสำหกรรมสว่ นใหญ่ผลติ สนิ คำ้ จำนวนมำก ข. สนิ คำ้ วตั ถุดบิ เกษตรกรรม

ค. กำรผลติ สนิ คำ้ ประเภทเทคโนโลยมี จี ำนวนมำก ค. สนิ คำ้ อุตสำหกรรม
ง. เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้ำทผ่ี ลติ ออกมำไม่ไดม้ ำตรฐำน
ง. สนิ คำ้ หตั ถกรรม
3. ปจั จบุ นั ประชำชนชำวยโุ รปไดป้ รบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม 7. เพรำะเหตุใด เสน้ ทำงกำรคมนำคมทำงอำกำศของ

กำรใชส้ นิ คำ้ ทม่ี กี ระบวนกำรผลติ ทไ่ี มท่ ำลำยทรพั ยำกร ทวปี ยโุ รป จงึ ไดร้ บั ควำมนยิ มจำกประชำชนทวั่ ไป

ธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม สอดคลอ้ งกบั ขอ้ ใด ก. เพรำะประชำชนสว่ นใหญ่มฐี ำนะดี

ก. ประชำชนใหค้ วำมรว่ มมอื กบั รฐั บำลในกำร ข. เพรำะเป็นสำยกำรบนิ ระยะสนั้

อนุรกั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม ค. เพรำะมคี วำมปลอดภยั สงู

ข. ประชำชนมคี วำมรเู้ ร่อื งกำรอนุรกั ษ์ ง. เพรำะรำคำถูก

สภำพแวดลอ้ ม 8. ประเทศในทวปี ยโุ รปไดป้ รบั เปลย่ี นกลยุทธใ์ นกำร

ค. กำรบงั คบั ใชก้ ฎหมำยอย่ำงเครง่ ครดั อตุ สำหกรรมอยำ่ งไร

ง. กำรเป็นแบบอยำ่ งทด่ี ขี องรฐั บำล ก. ผลติ สนิ คำ้ หลำกหลำยชนิด เพอ่ื แขง่ กบั สนิ คำ้

4. กำรทธ่ี ำรน้ำแขง็ ทำงตอนเหนอื ของทวปี ยุโรป มี อุตสำหกรรมจำกทวปี เอเชยี

อตั รำกำรละลำยมำกกว่ำปกตสิ ง่ ผลกระทบต่อประเทศไทย ข. ผลติ สนิ คำ้ ประเภทใชเ้ ทคโนโลยี มกี ำรผลติ น้อย

ในขอ้ ใดมำกทส่ี ดุ ชน้ิ แต่ละชน้ิ มมี ลู ค่ำสงู
ก. พน้ื ทช่ี ำยฝงั่ ดำ้ นอ่ำวไทยไดร้ บั ควำมเสยี หำย
ค. ผลติ สนิ คำ้ ทม่ี ตี น้ ทนุ กำรผลติ ต่ำ และใชแ้ รงงำน

จำกกำรถกู กดั เซำะมำกขน้ึ รำคำถูก
ข. น้ำทว่ มในบรเิ วณชำยฝงั่ ทะเลภำคใตข้ อง
ง. ผลติ สนิ คำ้ ประเภทเครอ่ื งประดบั รำคำแพง

ประเทศไทย จำนวนมำก

ค. น้ำทว่ มในบรเิ วณภำคกลำงของประเทศไทย 9. กำรคมนำคมขนสง่ ในบรเิ วณใดของทวปี ยโุ รปทม่ี ี
ง. พน้ื ดนิ แถบทร่ี ำบชำยฝงั่ ทะเลทรดุ ต่ำลง
ประสทิ ธภิ ำพมำก

ก. ยุโรปเหนอื และยโุ รปตะวนั ออก

ข. ยุโรปตะวนั ตกและยุโรปใต้

ค. ยโุ รปเหนอื

ง. ยุโรปใต้

- 145 -

10. เพรำะเหตุใด ประเทศในทวปี ยุโรปจงึ สำมำรถใชเ้ 16. กำรรวมกล่มุ ของสหภำพยโุ รป มคี วำมสำคญั ในเร่อื ง
เสน้ ทำงรถไฟเช่อื มต่อกนระหว่ำงประเทศไดท้ งั้ ทวปี ใด

ก. เพรำะเสน้ ทำงรถไฟสว่ นใหญ่ใชร้ ะบบ ก. สรำ้ งควำมสมั พนั ธอ์ นั แน่นแฟ้นระหวำ่ งกนั
คอมพวิ เตอร์ ข. มคี วำมเขม้ แขง็ ทำงกำรเมอื ง
ข. เพรำะเสน้ ทำงรถไฟใชร้ ำงมำตรฐำนแบบ ค. แสดงพลงั อำนำจทย่ี งิ่ ใหญ่
เดยี วกนั ง. มอี ำนำจต่อรองทำงกำรคำ้
ค. เพรำะพน้ื ทส่ี ว่ นใหญ่เป็นทร่ี ำบ 17. พำยฤุ ดหู นำวทวั่ ทวปี ยุโรป มผี ลใหเ้ กดิ ควำม
ง. เพรำะพน้ื ทไ่ี มม่ ำก เสยี หำยในดำ้ นใดมำกทส่ี ดุ
11. เพรำะเหตุใด ดนิ แดนในทวปี ยโุ รปบำงแห่งจงึ มกี ำร ก. สภำพควำมเป็นอย่ขู องคนในเมอื ง
เปลย่ี นแปลงสภำพแวดลอ้ มทำงสงั คม ข. ชวี ติ ทรพั ยส์ นิ กำรเดนิ ทำง
ก. เพรำะมกี ำรปรบั ปรุงสภำพแวดลอ้ มทำง ค. กำรจรำจรทำงอำกำศ
ธรรมชำติ ง. กำรจรำจรทำงบก
ข. เพรำะมอี ำรยธรรมจำกต่ำงประเทศเขำ้ ไป 18. ควำมเจรญิ กำ้ วหน้ำดำ้ นกำรพำณิชยกรรมของทวปี
ค. เพรำะมกี ำรแลกเปลย่ี นศลิ ปวฒั นธรรม ยโุ รปจะอย่ใู นภมู ภิ ำคใด
ง. เพรำะมแี รงงำนต่ำงชำตเิ ขำ้ ไปอยมู่ ำก ก. ยโุ รปตะวนั ตก เหนอื และใต้
12. ขอ้ จำกดั เกย่ี วกบั ดำ้ นเกษตรกรรมของทวปี ยโุ รป คอื ข. ยโุ รปกลำง และตะวนั ออก
ขอ้ ใด ค. ยโุ รปใต้ และเหนอื
ก. สภำพแวดลอ้ มไม่เออ้ื อำนวย ง. ยุโรปตะวนั ออก
ข. ภูมปิ ระเทศเป็นภูเขำหนิ เกำ่ 19. ผลกระทบจำกกำรเปลย่ี นแปลงสง่ิ แวดลอ้ มในทวปี
ค. พน้ื ทแ่ี ละแรงงำนมนี ้อย ยโุ รป ทม่ี ผี ลต่อประเทศไทย คอื ขอ้ ใด
ง. ประชำกรมจี ำนวนน้อย ก. ประเทศไทยตอ้ งยกเลกิ กำรผลติ สนิ คำ้ หลำยชนดิ
13. เพรำะเหตุใด สนิ แรใ่ นทวปี ยโุ รปจงึ มนี ้อย ข. กำรจำหน่ำยสนิ คำ้ ในทวปี ยโุ รปไดน้ ้อย
ก. เพรำะมกี ำรทำอุตสำหกรรมมำก และมกี ำรขดุ แร่ ค. ตน้ ทนุ กำรผลติ สนิ คำ้ ของไทยสงู ขน้ึ
ใชม้ ำเป็นเวลำนำน ง. กำรขนสง่ สนิ คำ้ ใชเ้ วลำนำนกวำ่ เดมิ
ข. เพรำะมกี ำรทำเหมอื งแร่ประเภทเหมอื งเปิด 20. สภำพอำกำศแปรปรวนผดิ ปกตใิ นทวปี ยโุ รป มผี ล
หลำยแหง่ จำกขอ้ ใด
ค. เพรำะเสน้ ทำงของสำยแร่เปลย่ี นแปลงไป ก. น้ำในทะเล และมหำสมทุ รสงู ขน้ึ
ง. เพรำะสง่ ไปขำยต่ำงประเทศจำนวนมำก ข. น้ำแขง็ ในขวั้ โลกละลำย
14. บรเิ วณใดของทวปี ยุโรปทม่ี กี ำรเลย้ี งสตั วจ์ ำนวนมำก ค. ฝนตกผดิ ฤดกู ำล
ก. ยุโรปตอนเหนือ ตะวนั ตก และตะวนั ออก ง. ภำวะโลกรอ้
ข. ยโุ รปตอนกลำง และตอนเหนอื
ค. ยโุ รปตอนเหนือ และตอนใต้ มฐ. ส 5.1 ม.2/1-2
ง. ยโุ รปตอนใต้ และตอนกลำง ส 5.2 ม.2/1-4
15. แหล่งปลำชุกชมุ ของทวปี ยุโรปจะอยบู่ รเิ วณใด
ก. ตอนใตข้ องมหำสมทุ รแอตแลนตกิ ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็
ข. ตอนเหนือของทะเลบอลตกิ
ค. ทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนียน 20
ง. กลำงทะเลเหนอื

- 146 -

เฉลย
1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.
กกกกกคกขขข
11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20.
งคกกง งขกค ง

-

- 147 -

ความเหน็ ของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เหมาะสม ไม่เหมาะสม
ระบุการพฒั นานกั เรียนดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการและ
เจตคติ (K P A) เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- กิจกรรมการเรียนรู้เป็ นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคดิ และ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
เนน้ นกั เรียนเป็ นสาคญั เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- ความเหมาะสมของส่ือ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรียนรู้
- ความเหมาะสมของเครื่องมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมค่านิยมท่ีดีงาม
และคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์

ลงช่ือ..................................................ผตู้ รวจสอบ
(นางไพรจิตร บา้ นเหลา่ )

หวั หนา้ กล่มุ สาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ความเห็นของหวั หน้ากล่มุ งานวชิ าการ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั มีความเชื่อมโยงกนั อยา่ ง เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- จุดประสงคก์ ารเรียนรู้มีความชดั เจนครอบคลมุ เน้ือหาสาระ
ระบุการพฒั นานกั เรียนดา้ นความรู้ ทกั ษะกระบวนการและ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
เจตคติ (K P A)
- กิจกรรมการเรียนรู้เป็ นกิจกรรมท่ีส่งเสริมกระบวนการคิดและ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
เนน้ นกั เรียนเป็ นสาคญั เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- ความเหมาะสมของสื่อ อุปกรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ เหมาะสม ไม่เหมาะสม
- ความเหมาะสมของเครื่องมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้
- กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรมคา่ นิยมที่ดีงาม เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
และคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์

ลงช่ือ.............................................. ผตู้ รวจสอบ
(นางพรพริ ุณ แจง้ ใจ)

หวั หนา้ กลมุ่ งานวชิ าการโรงเรียนโคกโพธ์ิไชยศึกษา

ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษา
..................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.............................................. ผตู้ รวจสอบ
(นางลดั ดา ผาพนั ธ์)

ผอู้ านวยการโรงเรียนโคกโพธ์ิไชยศึกษา

- 148 -

บันทกึ การสอน

1.ผลการจดั การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.ปญั หาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.................................................ผบู้ นั ทกึ
(ครผู สู้ อน นางสาวจดิ าภรณ์ ถน่ิ ตองโขบ)
ตาแหนง่ ครูผู้ช่วย

- 149 -

แผนการจัดการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้ ภูมิศาสตร์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ภมู ศิ าสตร์ทวีปแอฟริกา

- 150 -

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 12

กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 เรือ่ ง ภูมิศาสตร์ทวีปแอฟรกิ า ภาคเรียนท่ี 1

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 12 ลกั ษณะทัว่ ไปของทวีปแอฟริกา เวลา 1 ช่ัวโมง

ผ้สู อน นางสาวจดิ าภรณ์ ถิ่นตองโขบ

1.มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
ส 5.1 ม.2/1 ใช้เครือ่ งมอื ทางภมู ศิ าสตรใ์ นการรวบรวม วิเคราะห์ และนาเสนอข้อมูลเก่ยี วกับ

ลกั ษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปยุโรปและแอฟริกา
ม.2/2 วเิ คราะห์ความสัมพนั ธ์ระหว่างลกั ษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปยโุ รปและ

แอฟริกา
ส 5.2 ม.2/1 วิเคราะห์การก่อเกดิ สง่ิ แวดล้อมใหม่ทางสงั คม อันเป็นผลจากการเปลีย่ นแปลงทาง

ธรรมชาติและทางสงั คมของทวปี ยโุ รปและแอฟรกิ า

2. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ลกั ษณะทางกายภาพของทวปี แอฟริกามีความสมั พันธ์กับสภาพสังคม วฒั นธรรม และประชากร ซ่ึง

สามารถสบื คน้ ข้อมูลไดจ้ ากเครือ่ งมือทางภูมิศาสตร์

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
1) เครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตร์ทแ่ี สดงลักษณะทางกายภาพและสงั คมของทวปี แอฟริกา
2) ลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวปี แอฟริกา
3) การเปล่ยี นแปลงประชากร สงั คม และวัฒนธรรมของทวีปแอฟริกา

4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน 3) ทักษะการวเิ คราะห์
4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร 4) ทักษะการเชื่อมโยง
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสารวจค้นหา
2) ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี นิ ัย 3. ใฝ่เรียนรู้

2. มคี วามรับผดิ ชอบ 4. มงุ่ มน่ั ในการทางาน

6. ช้นิ งาน/ภาระงาน

1) ใบงานที่ 4.1 เรือ่ ง ลกั ษณะทวั่ ไปของทวีปแอฟรกิ า

7. การวดั และการประเมินผล

7.1 การประเมินก่อนเรยี น

-ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรอ่ื ง ภมู ศิ าสตร์ทวปี แอฟริกา (1)


Click to View FlipBook Version