The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thippawan_kai, 2022-09-15 02:44:39

เอกสารประกอบการสอน “การจัดการทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการ”

ผศ.สุมนา พูลผล

Keywords: เอกสารประกอบการสอนตำรา วิชาการ

บทที่ 6 การวเิ คราะห์การลงทุน 139

บทที่ 6

การวิเคราะหก์ ารลงทุน

หากพูดถงึ การลงทนุ นนั้ เป็นประเดน็ ท่บี คุ คลทกุ สาขาวชิ าให้สนใจเปน็ อยา่ งมาก โดยเฉพาะ
ประเด็นของการลงทนุ เพอื่ ผลการตอบแทน เป็นเรื่องทีส่ ำคญั และเม่อื นกั ลงทนุ หรือ ผปู้ ระกอบการ
ตอ้ งจะเรม่ิ ตน้ ก็เปน็ เหมอื นเส้นทางทีไ่ มเ่ คยรู้ ไมเ่ คยเห็นว่า ควรเร่ิมต้นอยา่ งไรดี ทงั้ นห้ี ากรวบรวม
ประเดน็ ภายใตก้ ารศกึ ษาด้านการลงทุน จะสามารถพจิ ารณาไดด้ ังนี้ ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีอายุตา่ งกัน
และสถานภาพต่างกนั มผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจลงทุนในตลาดหลกั ทรัพย์แหง่ ประเทศไทย ตา่ งกนั และ
หากมเี พศตา่ งกนั อาชพี ตา่ งกนั และรายได้เฉลยี่ ตอ่ เดอื นตา่ งกนั มผี ลตอ่ การตดั สินใจลงทนุ ในตลาด
หลักทรพั ย์แหง่ ประเทศไทย ไมต่ า่ งกัน นอกจากน้ี แรงจูงใจในการลงทนุ ด้านการบรหิ ารความเสย่ี ง
ดา้ นสว่ นหนงึ่ ของการเข้าสังคม ปจั จยั ทางเศรษฐกิจ มูลค่าการซื้อ ขายหลกั ทรพั ย์ อัตราแลกเปลี่ยน
เงินสกลุ บาทต่อดอลลารส์ หรฐั ดัชนรี าคาหลกั ทรพั ย์ มีผลกบั การตัดสินใจลงทนุ ในตลาดหลกั ทรพั ย์
แห่งประเทศไทย (คมสนั ต์ สันตปิ ระดิษฐ์กลุ , 2560) อีกสว่ นหนง่ึ เมอ่ื กลา่ วถงึ Generation X (รุ่ง
ตะวนั แซพ่ วั , 2560) สว่ นมากมีรายไดห้ ลักจากเงนิ เดือน หรือ คา่ จ้างจากงานประจำมากทส่ี ุดมี
รายได้รวมต่อเดอื นมากกว่า 75,001 บาท ส่วนใหญไ่ มม่ บี คุ คลทต่ี ้องอปุ การะแตม่ ีภาระหนสี้ ินส่วน
บคุ คล โดยมภี าระหนสี้ ินในรูปหนส้ี นิ ระยะยาว สว่ นชอ่ งทางการออมท่ีคนวยั น้ี เลอื กออมมากท่สี ุด
คือ เงนิ ฝากธนาคาร รองลงมา คือ กองทุนรวมหนุ้ ระยะยาว (LTF) และช่องทางการลงทนุ ทกี่ ลมุ่
ตัวอยา่ งเลือกลงทุนเปน็ อนั ดบั ต้นๆ คือ กองทนุ รวม หนุ้ สามญั และอสังหารมิ ทรัพย์และทีด่ นิ โดย
วัตถุประสงคห์ ลักในการลงทุน คือ เพอ่ื ใช้จา่ ยยามเกษยี ณอายุ ด้านทศั นคติการลงทนุ พบว่า
Generation X เปน็ กลุ่มนกั ลงทนุ ทสี่ ามารถทนตอ่ การขาดทุนเงนิ ต้นได้ เพ่ือมโี อกาสไดร้ ับ
ผลตอบแทนทสี่ ูงขึ้น ด้านพฤตกิ รรมการลงทนุ พบว่า มี Generation X เพียงส่วนนอ้ ยท่ีกลา้ ยืนยัน
ความคิดเหน็ ของตนเอง สะทอ้ นใหเ้ หน็ ว่าส่วนใหญ่มีอคตทิ ีเ่ กดิ จากการกลวั การตดั สินใจ (Regret
Aversion Bias) สง่ ผลใหก้ ลุม่ ตวั อย่างเพียงสว่ นน้อยที่กลา้ ตัดขาดทุน (Cut Loss) โดยสรปุ คือ
Generation X ในเขตกรงุ เทพฯ เป็นกลมุ่ นกั ลงทนุ ที่มคี วามกล้าเสีย่ ง แตก่ ลวั การตดั สนิ ใจในดา้ น
พฤติกรรมการออม พบว่า Generation X ทรี่ ายไดม้ ากกวา่ 75,000 บาท และไม่มีภาระหนสี้ นิ มี
ร้อยละการออมในระดับทสี่ ูง สำหรบั รอ้ ยละการออมท่คี ดิ วา่ เพียงพอสำหรบั การเป็นอสิ รภาพทาง
การเงนิ ในวัยเกษยี ณ เพ่ือน ามาปิดช่องว่างการออมติดลบ (Dissaving) ในยามเกษยี ณอายุ พบว่า

140 การจดั การการเงนิ สำหรบั ผู้ประกอบการ

กลุ่มสถานภาพโสดและหย่ารา้ งนั้นมคี วามต้องการสงู กว่าสถานภาพสมรสเนอ่ื งจากกลุ่มสถานภาพ
ดังกล่าวได้คาดการณ์ไว้แลว้ วา่ อาจจะต้องอย่ตู วั คนเดยี วหลังจากเขา้ สวู่ ัยเกษยี ณ ดา้ นพฤติกรรมการ
ลงทนุ พบวา่ Generation X ท่ไี มม่ จี ำนวนบุคคลทีต่ อ้ งอปุ การะ ไมม่ ภี าระหนส้ี ิน ไมม่ คี วาม
จำเป็นตอ้ งใชเ้ งนิ ลงทุน และรบั ความเสย่ี งได้มาก มรี อ้ ยละการลงทุนต่อรายได้สงู โดยลกั ษณะของ
กลมุ่ Generation X ที่สามารถทนตอ่ การขาดทนุ เงนิ ต้นไดด้ ี คือ กลุ่มเพศชาย กลุ่มทม่ี สี ัดส่วนภาระ
หน้สี ินต่อรายได้รวมในย่งิ ต่ำ กลมุ่ นักลงทุนท่มี ีประสการณ์การลงทนุ มากกว่า 5 ปีข้ึนไป และกลมุ่ ท่ี
ไมม่ ีความจ าเป็นต้องใช้เงนิ ลงทนุ มากกว่า 7 ปขี ึ้นไป

อน่ึงจะเหน็ ได้ว่า ปจั จัยการลงทุนจะเรม่ิ ต้นจากปจั จยั ส่วนบคุ คล ประกอบด้วย อายุ
สถานภาพ เพศ อาชพี และรายได้ สว่ นปจั จยั ด้านแรงจงู ใจในการลงทุน ประกอบด้วย ดา้ นการ
บรหิ ารความเสี่ยง ด้านสว่ นหนง่ึ ของการเข้าสังคม ปจั จัยทางเศรษฐกจิ มลู คา่ การซ้อื ขายหลกั ทรัพย์
อัตราแลกเปลยี่ นเงินสกลุ บาทต่อดอลลารส์ หรฐั ดชั นรี าคาหลกั ทรัพย์ ส่วนท่สี ำคญั ในการลงทุน คือ
การเลอื กการลงทนุ ในรูปการณอ์ อม โดยเลอื กออมจาก เงนิ ฝากธนาคาร รองลงมา คือ กองทุนรวม
หุ้นระยะยาว (LTF) และชอ่ งทางการลงทนุ ท่กี ลมุ่ ตวั อยา่ งเลอื กลงทุนเปน็ อันดบั ตน้ ๆ คือ กองทนุ รวม
หุ้นสามญั และอสังหาริมทรพั ย์และท่ดี นิ เมอื่ ทราบถึงแนวคดิ และปจั จยั ต่าง ๆ ข้างตน้ ก็จะสามารถ
พจิ ารณาการลงทนุ และการวเิ คราะหก์ ารลงทนุ ในทิศทางทมี่ ีความชดั เจนมากยง่ิ ขนึ้

การวิเคราะหก์ ารลงทนุ เปน็ วธิ ีหน่ึงทป่ี อ้ งกันความเสยี่ งในการลงทนุ การเรมิ่ ตน้ ของแต่
ละผปู้ ระกอบการจะเร่มิ ตน้ การประกอบธรุ กจิ ทอ่ี าจมคี วามเส่ียงสงู ยิง่ เงนิ ลงทนุ สูงความเสี่ยงก็ย่งิ สูง
ตาม (High Risk High Return Investments) ดงั น้ันเจ้าของกจิ การทจี่ ะเริม่ ลงทนุ ในกจิ การใหม่ ๆ
หรอื เปน็ กจิ การทจ่ี ะลงทุน เพ่อื การขยายควรวิเคราะห์การลงทนุ กอ่ นการตดั สินใจวา่ จะลงทุนดี
หรอื ไม่ นอกจากนนั้ แลว้ การวเิ คราะห์การลงทุนยงั ทำใหเ้ ราทราบวา่ การลงทุนนจี้ ะมผี ลตอบแทน
กลับมาเท่าไหรด่ ว้ ย การลงทนุ สามารถแยกออกเปน็ 3 ประเภท อนั ประกอบดว้ ย

1) การลงทุนเพอื่ ทดแทน และปรบั ปรงุ เชน่ ซอ้ื เครอื่ งจักรใหม่แทนเครอ่ื งจกั รเก่า เพอื่
ลดต้นทุน หรอื เพมิ่ ประสิทธภิ าพการผลติ กไ็ ด้

2) การลงทนุ เพือ่ ขยายกจิ การ เปน็ การลงทุนในการขยายโรงงาน หรอื สร้างโรงงาน
ใหม่ รวมทง้ั เพมิ่ สายการผลิต

3) การลงทนุ เพอ่ื เรมิ่ ธรุ กิจ เป็นการลงทนุ ในกจิ การใหม่

บทที่ 6 การวเิ คราะห์การลงทุน 141

ซ่งึ ตัวชีว้ ัดทางการเงินทน่ี ิยมนำมาวเิ คราะห์การลงทุน 4 ตวั ชว้ี ดั ซ่งึ ทาง Balanced
Scorecard (BSC) จะอธบิ ายในหัวข้อ การตดั สนิ ใจการลงทนุ การวเิ คราะห์การลงทนุ ท่ดี ีไมค่ วร
วิเคราะหเ์ พียงการเงนิ ดา้ นเดียวแตค่ วรวเิ คราะหท์ งั้ หมด 6 ดา้ น คือ

1) วิเคราะห์ด้านตลาด มีชอ่ งว่างตลาดไหม ขายได้ไหม
2) วเิ คราะห์ด้านเทคนคิ คือ ผลติ ไดไ้ หม ใช้เทคโนโลยีอะไรบา้ ง
3) วเิ คราะหด์ า้ นการเงนิ ด้วยการจดั ทำความเป็นไปได้ของโครงการ
4) วเิ คราะหท์ างเศรษฐกจิ ดวู า่ เปน็ ช่วงเวลาเหมาะสมไหม ยังลงทุนได้ไหม
5) วเิ คราะหด์ า้ นการบริหาร มีบคุ ลากรพร้อมไหม มปี ระสบการณ์บริหารไหม
6) วิเคราะหส์ ิง่ แวดลอ้ มโดยลอ้ มว่าพรอ้ มไหม ติดกฎหมายหรือข้อบังคบั อะไรไหม

6.1 แนวคดิ การบรหิ ารแบบ Balanced Scorecard กับการลงทุน
Balanced Scorecard (BSC) คอื ระบบ และ/หรอื กระบวนในการบรหิ ารงานชนดิ หนงึ่ ที่

อาศยั การกำหนดตัวช้ีวัด (KPI) เป็นกลไกสำคัญ Kaplan และ Norton ไดใ้ หน้ ิยามล่าสุดของ
Balanced Scorecard ไวว้ ่า เปน็ เครอ่ื งมอื ทางด้านการจัดการทชี่ ว่ ยในการนำกลยทุ ธ์ไปสกู่ ารปฏิบัติ
(Strategic Implementation) โดยอาศัยการวัด หรือ ประเมิน (Measurement) ทีจ่ ะชว่ ยทำให้
องค์กรเกิดความสอดคลอ้ งเป็นอนั หนง่ึ อันเดียวกัน และมงุ่ เน้นในสง่ิ ทม่ี คี วามสำคัญต่อความสำเรจ็
ขององคก์ ร (Alignment and focused) แนวคิดแบบ Balanced Scorecard เกดิ จาก Professor
Robert Kaplan อาจารย์ประจำมหาวทิ ยาลัย Harvard และ Dr. David Norton ทปี่ รกึ ษาทางดา้ น
การจัดการ โดยท้งั สอง ได้ศกึ ษา และสำรวจถงึ สาเหตขุ องการที่ตลาดหุ้นของอเมรกิ าประสบปญั หา
ในปี 1987 และพบวา่ องค์กรส่วนใหญ่ในอเมรกิ านยิ มใชแ้ ตต่ ัวช้วี ดั ดา้ นการเงนิ เปน็ หลกั ทั้งสองจงึ ได้
เสนอแนวคิดในเรอ่ื งของการประเมนิ ผลองค์กร โดยพจิ ารณาตวั ชี้วัดในสมี่ มุ มอง (Perspectives)
แทนการพจิ ารณาเฉพาะมุมมองดา้ นการเงนิ เพยี งอยา่ งเดยี วมมุ มองท้งั 4 ประกอบดว้ ย

1) มมุ มองด้านการเงิน (Financial Perspective)
2) มมุ มองดา้ นลกู ค้า (Customer Perspective)
3) มุมมองด้านกระบวนการภายใน (Internal Process Perspective)
4) มมุ มองดา้ นการเรียนรแู้ ละการพฒั นา (Learning and Growth Perspective)
Balanced Scorecard ประกอบดว้ ยมุมมอง (Perspectives) 4 ดา้ น มมุ มองทุกดา้ นจะมี
วสิ ัยทัศน์ และกลยทุ ธ์ของ องคก์ รเปน็ ศนู ย์กลาง ในแต่ละดา้ นประกอบดว้ ย 4 องคป์ ระกอบ คอื

142 การจัดการการเงินสำหรับผปู้ ระกอบการ
วตั ถปุ ระสงค์ (Objective) คอื ส่ิงทอี่ งค์กรมุง่ หวงั หรือต้องการทจี่ ะบรรลใุ นแตล่ ะดา้ น วตั ถปุ ระสงค์
ในแตล่ ะดา้ นหรอื ไม่ เปา้ หมาย (Target) คือ เปา้ หมายหรือตัวเลขทีอ่ งคก์ รตอ้ งการจะบรรลใุ น
ตวั ช้ีวัดแต่ละ แผนงาน โครงการ หรอื กจิ กรรม (Initiatives) ทอี่ งคก์ รจะจดั ทำ เพื่อบรรลุเป้าหมาย
ทก่ี ำหนดขึน้ โดยในขน้ั น้ียังไม่ใช่แผนปฏิบตั ิการทจ่ี ะทำแต่เป็นเพียงแผนงาน โครงการ หรือ กจิ กรรม
เบื้องต้นท่ตี อ้ งทำ เพอ่ื บรรลเุ ป้าหมายท่ตี อ้ งการ

ทมี่ า : Thinker50.com, วันทส่ี บื คน้ 8 ม.ิ ย.2564
รูปภาพท่ี 6.1 : แสดงนักทฤษฎี Robert Kaplan และ David Norton
ทงั้ นีเ้ พอ่ื ใหเ้ กดิ แนวความคดิ ทีช่ ดั เจน ตอ่ การประยกุ ต์ จึงได้สร้างกระบวนการจดั ทำ
Balanced Scorecard ประกอบด้วยขัน้ ตอนตา่ ง ๆ ดงั น้ี
1) การวเิ คราะหท์ างกลยทุ ธ์ ได้แก่ การทำ SWOT และ TOWS Analysis เพอ่ื ใหไ้ ด้

ทศิ ทาง และกลยุทธ์ขององค์กรที่ชัดเจน
2) การกำหนดวสิ ัยทศั น์ และกลยทุ ธข์ ององคก์ ร โดยกำหนดเปน็ กลยุทธ์หลัก

(Strategic Themes) ทส่ี eคญั ขององคก์ ร
3) การวเิ คราะห์ และกำหนดว่า Balanced Scorecard ขององคก์ รควรจะมมี มุ มอง

และแตล่ ะมุมมองควรจะมคี วามสมั พนั ธ์กนั อยา่ งไร

บทท่ี 6 การวิเคราะห์การลงทนุ 143
4) จดั ทำแผนท่ีทางกลยทุ ธ์ (Strategy Map) ระดับองคก์ รโดยกำหนดวตั ถปุ ระสงคท์ ่ี

สำคญั ภายใตแ้ ต่ละมุมมอง โดยพจิ ารณาว่าในการทอ่ี งค์กรจะสามารถดำเนินงาน
และบรรลวุ ิสัยทศั น์ และกลยทุ ธ์ขององค์กรได้นนั้ ต้องบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ดา้ น
ใดบา้ ง
5) กลุ่มผูบ้ รหิ ารระดบั สงู ตอ้ งมกี ารประชุมรว่ มกัน เพื่อยนื ยันและเห็นชอบในแผนที่
ทางกลยุทธ์ทส่ี ร้างขึน้
6) ภายใต้วัตถุประสงค์แตล่ ะประการ ตอ้ งกำหนดรายละเอียดของวตั ถปุ ระสงคใ์ นดา้ น
ตา่ ง ๆ ทั้งในด้านของตวั ชว้ี ดั ฐานขอ้ มลู ในปจั จบุ ัน เปา้ หมายทต่ี อ้ งบรรลุ รวมท้ัง
แผนงาน กจิ กรรม หรือโครงการ (Initiatives) ที่ต้องทำ

ที่มา : Accountants (IESBA), published by the International Federation of Accountants
(IFAC) in December 2012 and is used with permission of IFAC., วันทส่ี บื ค้น 20 มิ.ย.2564

รปู ภาพท่ี 6.2 : แสดง Balanced Scorecard

144 การจัดการการเงินสำหรับผปู้ ระกอบการ
แนวคิดที่สำคญั ของ Balanced Scorecard (Key Balanced Scorecard Terms and

Concepts) ดว้ ยการยกตัวอยา่ งของ การบินไทย ทเ่ี ชอ่ื งโยงการทำงานแบบ BCS และการลงทุนของ
บริษัทขนาดใหญ่ รวมเข้าไว้ด้วยกนั โดยมีข้ันตอนการเชอ่ื มโยงระบบการบรหิ ารจดั การเพ่อื สร้าง
มลู ค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ (Economic Value Management : EVM) ระบบ EVM ใหเขากับองค
ประกอบของ BSC สาํ หรบั ศูนย์ EVM แตล่ ะศูนย์มดี งั นี้

ทีม่ า : คมู ือระบบการบรหิ ารจดั การเพอ่ื สร้างมลู ค่าเชงิ เศรษฐศาสตร์
(Economic Value Management: EVM) มาใชในการทำแผนธรุ กจิ (EVM for Planning

Manual)., วันท่ีสบื คน้ 20 ม.ิ ย.2564
รปู ภาพท่ี 6.3 : แสดง Balanced Scorecard การบนิ ไทย

บทท่ี 6 การวิเคราะห์การลงทุน 145

1) ระบปุ ัจจยั ขับเคลื่อนทจี่ ะผลกั ดนั มลู คา EP (EP Drivers) ขององคกร
2) พฒั นาระบบ BSC และระบอุ งคประกอบของ BSC โดยแบงออกเปนทัง้ 4 มมุ มอง

คอื มุมมองดานการเงนิ มุมมอง ดานลูกคา มุมมองดานกระบวนการทาํ งานภายใน
องคกร และมุมมองดานการเรยี นรแู ละการเตบิ โต ท้ังนีก้ ารระบุองคประกอบของ
BSC นัน้ ควรมความเชอ่ื มโยงกับวิสยั ทศั นและกลยทุ ธของการบินไทย (Strategy
Map)
3) ระบุถงึ การเชือ่ มโยงองคประกอบของ Balanced Scorecard ไปยงั ปัจจัย
ขบั เคลอื่ นมลู คา EP ในแตละตวั การเช่อื มโยงนจี้ ะระบวุ า องคประกอบของ BSC
แตละตวั มีผลตอการสรางคา EP ของการบินไทยไดอยางไร
โดย Balanced Scorecard ท่ีนํามาใชในการเชอ่ื มโยงกบั EP Driver สาํ หรับทกุ ศูนย์ EVM
ของการบินไทยนน้ั จะใช BSC เปน็ เกณฑ์ในการพจิ ารณาการเชอ่ื มโยง ซง่ึ แสดงดังตารางด้านล่างนี้

ตารางท่ี 6.1 : แสดง BSC กับแสดงปฏบิ ตั ิการ

ประเด็น รายละเอียด

Balanced Scorecard - เป็นระบบรวบยอดทปี่ ระมวลสำหรบั การอธบิ ายและการแปลงกลยุทธ์

BSC โดยผ่านการเช่ือมโยงวตั ถุประสงค์การดำเนินงาน, ตวั วดั ค่าหรอื

มาตรการหรือตวั ชี้วดั , เป้าหมาย, และสง่ิ ทจ่ี ะทำใหบ้ รรลุเปา้ หมายใน

มมุ มองทั้งส่ี, ลกู คา้ , กระบวนการภายใน, การเงิน, และการเรียนรแู้ ละ

การเตบิ โต. BSC แสดงบทบาทในฐานะทเี่ ป็น ระบบการวัดคา่ , ระบบ

การจดั การเชงิ กลยทุ ธ์, และเคร่อื งมือสอ่ื สาร.

สิ่งทจี่ ะทำใหบ้ รรลุ สิ่งทจี่ ะทำใหบ้ รรลุเป้าหมายเชิงกลยทุ ธ์ (มกั จะเรียกกันง่าย ๆ กรอบ

เปา้ หมาย (Initiatives) วงการ BSC วา่ อนิ นชิ ทิ ฟี - initiatives) คอื โครงการเฉพาะกจิ ,

กิจกรรม, หรอื โปรแกรม ทเ่ี ราจะเริม่ ดำเนนิ การเพอ่ื บรรลุหรือเกนิ กว่า

เป้าหมายทวี่ างไว.้

146 การจดั การการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

ประเดน็ รายละเอยี ด

ตวั ชวี้ ดั เบ้ืองหลัง การวดั คา่ ผลการดำเนินงานนน้ั เปน็ ตวั แทนของกิจกรรมตา่ ง ๆ ทม่ี กี าร

(Lagging Indicator) เรียงลำดับไวก้ อ่ นแลว้ ไดน้ ำมาอา้ งองิ ในฐานะทเ่ี ป็นตวั ชี้วดั เบ้อื งหลงั .

ได้มกี ารเนน้ กันไวบ้ ่อย ๆ ถงึ ผลของชว่ งเวลาทส่ี น้ิ สุดลงและคณุ ลักษณะ

เฉพาะของการดำเนินงานทผ่ี ่านมา. ความพึงพอใจของพนกั งานอาจจะ

พิจารณาได้วา่ เปน็ ตวั ชีว้ ดั เบ้อื งหลงั . BSC ที่ดีจะตอ้ งมกี ารประสม

ประสานทง้ั ตัวช้ีวัดเบ้ืองหลงั และดา้ นหนา้ .

ตวั ชี้วดั Lead - (Leading ตัวชีว้ ดั นถี้ ูกเพง็ มองจากตัวชว้ี ัดเบอื้ งหลงั มีการสมมตถิ ึงความสัมพนั ธ์

Indicator) ระหว่างสองตวั ช้วี ดั , โดยตวั ชว้ี ดั ท่ใี ห้ข้อแนะนำใหก้ ารปรบั ปรงุ ผลการ

ดำเนนิ งานน้นั คอื Leading indicator ซ่ึงเป็นตัวชว้ี ัดทจี่ ะให้ผลการ

ดำเนินงานไดด้ กี วา่ Lagging indicator. ตวั อย่าง, อตั ราการลาขาดที่ลด

ต่ำลง (Leading Indicator) ไดถ้ ูกสมมตุ ฐิ านว่าเป็นการขบั เคล่ือนการ

สรา้ งความพงึ พอใจใหก้ บั พนักงาน (Lagging Indicator).

ตวั วัดค่า - Measure เปน็ การใชท้ ่มี มี าตรฐานในการประเมนิ และสื่อสารผลการดำเนนิ งาน

เทยี บกบั ผลลัพธ์ท่คี าดหวงั . ตวั วัดคา่ นี้ โดยปกติมลี กั ษณะเปน็ เชงิ

ปริมาณ แสดงในรปู ของตัวเลข, หน่วยเงินตรา, รอ้ ยละ, และอ่นื ๆ .

การรายงานและการตดิ ตามด้วยตวั วดั ค่านี้ จะช่วยเป็นมาตรวัดให้

องค์กรให้เหน็ ถึงความก้าวหนา้ การดำเนินงานด้วยกลยุทธอ์ ย่างมี

ประสทิ ธิผล.

ถอ้ ยแถลงพนั ธกจิ - ถอ้ ยแถลงพนั ธกจิ จะแสดงถึงวตั ถุประสงคห์ ลกั ขององค์กรวา่ - เหตุใด

Mission Statement เล่าเราถงึ ธำรงอยู.่ พันธกจิ จะตรวจสอบเหตผุ ลในการธำรงอยสู่ ำหรบั

องค์กี และสะท้อนถงึ แรงจูงใจของพนกั งานทผ่ี ูกพันการภาระงานของ

องคก์ ร. พนั ธกจิ ทีม่ ปี ระสทิ ธิผลนนั้ ดลใจ, ยง่ั ยนื , เข้าใจง่าย, และง่ายใน

การสอื่ สาร.

บทที่ 6 การวเิ คราะห์การลงทุน 147

ประเดน็ รายละเอียด
วัตถปุ ระสงค์ – วัตถุประสงคเ์ ปน็ ขอ้ ความกระชับแสดงถึงสง่ิ ท่อี งคก์ รจะตอ้ งทำใหด้ ใี น
Objective แต่ละมุมมองทเี่ ป็นด้านการเงิน, ลกู ค้า, กระบวนการภายใน, และการ
เรยี นรูแ้ ละการเตบิ โต เพือ่ ทีจ่ ะดำเนนิ การดว้ ยกลยทุ ธท์ โ่ี ดดเดน่ .
มมุ มอง - Perspective วัตถปุ ระสงค์จะเรมิ่ ดว้ ยคำกรยิ าเช่น เพ่ิม, ลด, ปรบั ปรงุ บรรลุ, และอ่ืน
ๆ . แผนที่กลยทุ ธป์ ระกอบดว้ ยวตั ถปุ ระสงค์ (ทกุ ๆ มมุ มอง) ท้งั หมด.
ระบบการจัดการเชงิ กล ด้วยพื้นฐานของ BSC แลว้ , มุมมองได้อา้ งองิ ยงั กลมุ่ ของวตั ถปุ ระสงค์
ยทุ ธ์ - Strategic หรือการวัดค่าการดำเนินงาน. องค์กรสว่ นใหญล่ ้วนเลอื กสมี่ มุ มองอัน
management System เปน็ มาตรฐาน (การเงิน, ลกู ค้า, กระบวนการภายใน, และการเรียนรู้
การจดั สรรทรพั ยากร และการเตบิ โต), อย่างไรกต็ าม, BSC น้นั เป็นตวั แทนของกรอบงานท่ี
เชงิ กลยทุ ธ์ - เป็นพลวัต, มมุ มองทเ่ี พิ่มข้นึ อาจจะมไี ด้ก็ดว้ ยความจำเป็น เพือ่ ให้
Strategic Resource เพยี งพอตอ่ การอธิบายกลยทุ ธ์ขององคก์ ร.
Allocation อธบิ ายถงึ การใช้ BSC ท่ีได้วางกรอบในกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามกลยุทธข์ อง
กลยุทธ์ - Strategy องคก์ รระยะสัน้ . มักจะเสรจ็ ลุล่วงด้วยการเรียงร้อย BSC ลงมาทกุ ระดับ
ขององคก์ ร, วางกรอบงบประมาณและแผนธุรกจิ ตา่ ง ๆ ด้วยกลยทุ ธ์,
และใช้ Scorecard เป็นกลไกในการย้อนข้อมลู กลบั และเปน็ การเรยี นร.ู้
กระบวนการของงบประมาณทไี่ ด้วางกรอบไวด้ ้วยกลยุทธ์ ดว้ ยการใช้
BSC เพ่อื ใช้ในการตดั สนิ ใจปนั ส่วนทรพั ยากร. การใช้วธิ ีการน้ี,
งบประมาณต่าง ๆ อยบู่ นความจำเป็นในการสงิ่ ที่จะทำใหบ้ รรลุ
เปา้ หมายนัน้ ลลุ ว่ งถงึ เป้าหมาย BSC.
เปน็ ตัวแทนของความสำคัญก่อนหลงั ในมุมกว้างท่ีประยุกตจ์ ากองคก์ รท่ี
ตระหนกั ถงึ สภาพแวดล้อมการทำงานและการม่งุ ให้บรรลตุ ามพันธกิจ
ขององคก์ ร. สภาพการณใ์ นใจกลางของระบบ BSC, ทุกวตั ถปุ ระสงค์
และตวั วดั คา่ ตา่ ง ๆ นั้นจะตอ้ งวางไว้ในกรอบกลยทุ ธข์ ององคก์ ร. กล
ยทุ ธ์ยังคงเปน็ หนงึ่ ในประเดน็ ของการถกเถียงอย่างกวา้ งขวางในองค์
สมัยใหมข่ องโลก.

148 การจดั การการเงนิ สำหรับผู้ประกอบการ

ประเด็น รายละเอียด

แผนทก่ี ลยทุ ธ์ - Strategy การนำเสนอด้วยรายงานเพยี งหนา้ เดียว, กราฟกิ ถึงสง่ิ ท่ไี ดท้ ำไว้สำเรจ็

Map ในการนำกลยทุ ธ์ไปปฏิบัต.ิ แผนทกี่ ลยุทธป์ ระกอบด้วยวตั ถปุ ระสงคก์ าร

ดำเนนิ งานทว่ี างขยายไปดว้ ยสมี่ มุ มองและเชือ่ มโยงด้วยกนั เพื่อทีจ่ ะเล่า

เร่ืองราวด้านกลยุทธข์ ององค์กร.

เปา้ หมาย- Target เปน็ ตัวแทนของผลลัพธ์ทตี่ ้องการของการวดั ผลการดำเนนิ . เป้าหมาย

จะสง่ ขอ้ มลู ย้อนกลางใหอ้ งคเ์ กยี่ วกับผลการดำเนินงาน, ท่ชี มุ่ ไปด้วย

ผลลัพธ์ที่ได้มาจากตวั วดั คา่ ท่มี นี ยั มคี วามหมาย.

การนำเสนอคณุ ค่า - อธิบายวา่ องคก์ รนน้ั มีความแตกต่างอย่างไรให้ลกู ค้าทราบ, และอะไรคอื

Value Proposition กลมุ่ คุณคา่ ท่ีเราจะสง่ มอบ. เพ่อื พฒั นาการนำเสนอคุณคา่ แกล่ ูกค้า โดย

หลาย ๆ องค์กรไดเ้ ลอื กหนึ่งในสามวนิ ัยท่ปี ระกบเรยี งกนั ไป จากงาน

ของทรซี ่ี และเวยี รส์ เซ มาในหนงั สอื "The Discipline of Market

Leaders" ความเปน็ เลิศด้านการดำเนนิ งาน, ความเป็นผู้นำดา้ น

ผลติ ภณั ฑ์ หรือ การเข้าใจอยา่ งลึกซงึ้ ต่อลูกคา้ .

วสิ ัยทัศน์ – Vision ถอ้ ยแถลงด้านวิสัยทัศนไ์ ดใ้ หภ้ าพที่แสดงเป็นคำพูดออกมา ถึงส่ิงท่ี

องคก์ รโนม้ ทจี่ ะเป็น ซ่ึงอาจจะ 5 10 หรือ 15 ปีในอนาคตขา้ งหน้า ถอ้ ย

แถลงไม่ควรเปน็ นามธรรม ควรประกอบผนกึ แน่นดว้ ยดว้ ยภาพของ

สถานะทเี่ ราปรารถนา เทา่ ทเี่ ปน็ ไปได้ และให้พ้นื ฐานใหก้ ่อรา่ งกลยทุ ธ์

และวตั ถุประสงคต์ ่าง ๆ

การลงทุน - การดำเนนิ นโยบายของกจิ การดา้ นการลงทนุ ในปจั จยั ตา่ ง ๆ ทต่ี ้อง

วัดผลจาก BSC ด้านการเงนิ โดยกำหนดแนวทางการลงทนุ ในเมด็ เงินท่ี

เกดิ ข้ึนจากลดกำไรชองกิจการ ในกรณีคือ กจิ การเปน็ ผลู้ งทนุ โดยตรง

และมกี ารพยากรณผ์ ลลพั ธ์ทต่ี อ้ งการอย่างชดั เจน

ท่มี า : อภิรกั ษ์ กาญจนคงคา และ: คมู ือการนําระบบการบรหิ ารจัดการเพื่อสร้างมลู ค่าเชงิ

เศรษฐศาสตร์ (Economic Value Management: EVM)

มาใชในการทำแผนธรุ กจิ (EVM for Planning)

บทท่ี 6 การวเิ คราะหก์ ารลงทุน 149
ตารางท่ี 6.2 : แสดงการปเรยี บเทยี บ Balanced Scorecard กบั มติ ิการลงทุน

ที่มา : คู่มือระบบการบริหารจัดการเพื่อสร้างมลู ค่าเชิงเศรษฐศาสตร์
(Economic Value Management: EVM) มาใชในการทำแผนธุรกิจ

(EVM for Planning Manual)., วันทสี่ บื คน้ 20 มิ.ย.2564

150 การจัดการการเงินสำหรบั ผปู้ ระกอบการ

ซึ่งภายในข้นั ตอนนี้สามารถแยกเป็นประเด็นตา่ ง ๆ ได้ ดังนี้ การจัดทำตัวชีว้ ดั การ
กำหนดเปา้ หมาย โดยอาศยั ขอ้ มลู ในปจั จบุ นั การจัดทำแผนงาน โครงการ และ กจิ กรรมท่ี
จะต้องทำเพอื่ ชว่ ยใหบ้ รรลเุ ป้าหมายทกี่ ำหนดขน้ึ เมอื่ จัดทำแผนงาน หรอื โครงการเสร็จ
แลว้ สามารถจะแปลงตวั ชีว้ ดั และเปา้ หมายระดบั องคก์ รให้เปน็ ของผบู้ รหิ ารรองลงไป
เพือ่ ใหผ้ บู้ ริหารระดบั รอง ๆ ลงไปไดจ้ ัดทำแผนปฏบิ ัตกิ ารตาม แผนงาน หรือ โครงการหลกั
และกำหนดตวั ชี้วัดให้กับผบู้ รหิ ารในระดับรอง ๆ ลงไป Balanced Scorecard เปน็
หลกั การทม่ี คี วามยดื หย่นุ
6.2 การวิเคราะหก์ ารลงทนุ
จากขนั้ ตอนการวเิ คราะหก์ ารลงทนุ และแนวทางการวเิ คราะห์ธุรกจิ โดยเครื่องมือการ
บรหิ ารจดั การดา้ นทก่ี ล่าวมาแล้วในขา้ งตน้ ทำใหเ้ จ้าของกจิ การ หรอื ผรู้ ับผดิ ชอบจัดทำโครงการ
หรือผูป้ ระกอบการ ทีต่ อ้ งการลงทนุ ควรมกี ารวางแผนหาขอ้ มูลให้ครบถ้วน เพือ่ ใหก้ ารวิเคราะห์
ปจั จยั ต่าง ๆ ท่ีมีความแมน่ ยำ และถูกตอ้ งขึน้ การหาขอ้ มูลและกำหนดรปู แบบการลงทนุ ในโครงการ
น้ันจะต้องหาข้อมลู ทางการเงินดว้ ยเพอ่ื นำมาจดั ทำประมาณการทางเงนิ ซ่งึ คือการพยากรณว์ า่ การ
ลงทนุ นจ้ี ะได้รบั ผลตอบแทนและมีรายได้ ค่าใชจ้ า่ ยเทา่ ใด โดยการรวบรวมข้อมลู นัน้ จะตอ้ งมีการหา
ขอ้ มูลเพ่อื นำมาใช้ในการวิเคราะห์ดงั นี้

1) เงนิ ลงทนุ ในโครงการ กค็ อื ค่าใชจ้ า่ ยทง้ั หมดในการลงทุน เงนิ ลงทุนสว่ นนีจ้ ะรวมถึง
เงนิ ลงทนุ ในทรัพยส์ นิ ถาวรและเงินทุนหมนุ เวียนด้วย คณุ จะต้องหาข้อมลู ราคา
เครื่องจกั ร ราคาคา่ สร้างโรงงาน คา่ ตกแต่งสำนักงาน อุปกรณ์สำนกั งานและ
อุปกรณท์ ่ใี ช้ในการผลติ สนิ ค้าด้วย รวมทงั้ จำนวนเงนิ ที่จะสตอ๊ กวัตถดุ บิ และการให้
เครดติ กับลกู หนี้การคา้ เม่ือทราบจำนวนเงินท้งั หมดแลว้ กใ็ ห้มาคำนวณว่าเจ้าของ
วา่ มีเงินลงทนุ เทา่ ใด สว่ นทเี่ หลือกจ็ ำเปน็ ตอ้ งไปขอเงนิ กหู้ รือหาผรู้ ว่ มทนุ เพื่อให้
โครงการนไ้ี ด้เกดิ ขน้ึ จรงิ ๆ

2) การกำหนดระยะเวลาของการจัดทำประมาณการทางการเงนิ ควรจะจัดทำ
ประมาณการอยา่ งน้อย 3 ปสี ำหรบั ธรุ กิจขนาดเล็กและอย่างน้อย 5 ปี สำหรบั
ธรุ กจิ ขนาดกลาง

3) รายไดท้ ่ีจะได้รบั จากการลงทุนตลอดระยะเวลาทเ่ี ราจดั ทำประมาณการทางการเงิน
4) ตน้ ทุนและคา่ ใชจ้ า่ ยทจี่ ะเกิดขน้ึ จากการลงทุนตลอดระยะเวลาการจัดทำประมาณ

การ

บทที่ 6 การวเิ คราะห์การลงทนุ 151
5) จำนวนเงินกทู้ ีต่ อ้ งขอสนิ เชื่อจากสถาบนั การเงนิ ระยะเวลาการคืนหน้ีและอตั รา

ดอกเบยี้ ท่ีคาดวา่ จะตอ้ งเสยี ใหก้ บั สถาบันการเงินและจำนวนเงินทต่ี ้องผอ่ นชำระแต่
ละเดือน
6) ทรัพยส์ ินทจ่ี ะต้องซื้อเพอื่ การลงทนุ มอี ะไรบา้ ง ราคาเท่าใด
7) บุคลากรทจี่ ะจ้างและค่าตอบแทนทต่ี อ้ งจ่ายในแตล่ ะปี
8) ประมาณการลูกหนกี้ ารค้าทจี่ ะเกิดขน้ึ หากต้องใหเ้ ครดิตเทอม
9) กฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ้ งและขอ้ บังคบั ของธรุ กิจท่ีจะตอ้ งปฏบิ ตั ติ าม
10) การวางระบบตา่ ง ๆ ตอ้ งมคี ่าใช้จ่ายเทา่ ใด
11) ค่าจดทะเบยี นและคา่ ธรรมเนยี มต่าง ๆ ทจี่ ะเกดิ ขนึ้ ได้ในอนาคต

ที่มา : กรมส่งเสริมอตุ สาหกรรม., วันทส่ี บื คน้ 20 ม.ิ ย.2564
รปู ภาพที่ 6.4 แสดง : การวเิ คราะหก์ ารลงทุน

152 การจัดการการเงินสำหรบั ผ้ปู ระกอบการ

สำหรับปจั จัยสำคัญในการวเิ คราะห์การลงทุน ก็คอื เงนิ ลงทุนของโครงการ กระแสเงนิ สด
รับจ่ายของโครงการและการใช้เครอื่ งมอื ในการวเิ คราะหค์ วามน่าลงทนุ หากคุณสามารถหาขอ้ มลู
และจดั ทำปัจจัยสำคัญของการวเิ คราะหก์ ารลงทนุ ได้แลว้ คณุ ก็สามารถประเมินและตัดสนิ ใจลงทุนได้
ด้วยความเส่ยี งทนี่ อ้ ยกวา่ การไม่วิเคราะหเ์ ลย เพราะผปู้ ระกอบการไทยมักมคี วามกล้าไดก้ ล้าเสีย เมอ่ื
มองว่า เปน็ โอกาสก็ลงทุนเลย โดยไม่วเิ คราะห์ และหาขอ้ มลู เพิม่ เติมซงึ่ จะพบกบั ความลม้ เหลวได้
งา่ ยจงึ ขอให้ผจู้ ะเริ่มลงทุนศึกษาการวิเคราะหก์ ารลงทุนเพม่ิ เตมิ ได้จากการสัมมนา อบรม ท่ี
หน่วยงานภาครัฐจัดอบรมให้

6.3 ปจั จัยทีค่ วรพิจารณาก่อนตดั สนิ ใจลงทุน
เนอ่ื งจากสนิ ทรพั ยล์ งทุนทจี่ ะใหเ้ ราเขา้ ไปทำการลงทุนมหี ลายประเภท กอ่ นทเี่ ราจะต้อง

ตัดสนิ ใจเข้าไปซื้อหรอื ขายจำเปน็ จะตอ้ งแน่ใจว่าเราเลือกของท่จี ะลงทนุ ได้อยา่ งถูกตอ้ ง เป็นของดี
ราคาเหมาะสม และตอนขายกม็ คี นตอ้ งการ ขายไดไ้ ม่ขาดทนุ ระหวา่ งการถอื สนิ ทรพั ยเ์ หล่านกี้ ไ็ ด้
สร้างผลตอบแทนใหก้ บั เราไดอ้ ย่างสม่ำเสมอ แมว้ า่ สนิ ทรพั ยล์ งทุนแต่ละประเภทจะมีลกั ษณะเฉพาะ
ตา่ งกัน ซ่งึ จะตอ้ งเรยี นรกู้ ันตอ่ ไป แต่กม็ หี ลกั การพืน้ ฐาน 2 ประการท่ีควรรกู้ อ่ นการลงทนุ ใน
สนิ ทรพั ยอ์ ะไรก็ตาม ไดแ้ ก่ การวิเคราะหป์ จั จัยพน้ื ฐาน ซ่งึ ทำใหเ้ ราสามารถวิเคราะห์ปจั จัยที่จะมผี ล
ตอ่ สนิ ทรัพยน์ ัน้ ทั้งภายในและภายนอก ทำใหเ้ ราเกิดความเช่อื มัน่ ในการเลอื กลงทุนใน สินทรพั ยท์ ี่มี
ปจั จัยพน้ื ฐานดีได้อยา่ งมัน่ ใจและการวิเคราะหท์ างเทคนิค ซ่งึ เป็นเครอื่ งมอื ใชบ้ อกถงึ จงั หวะเข้าออก
เพื่อให้ไดร้ าคาทีเ่ หมาะสมในการซื้อขายสนิ ทรพั ย์ลงทนุ น้ัน ทั้งนป้ี จั จยั ทีค่ วรพจิ ารณาก่อนตดั สินใจ
ลงทุน ประกอบไปดว้ ย

1) ทักษะความรู้และความเข้าใจด้านการลงทุน
2) ความพรอ้ มของเงนิ ลงทนุ
3) วตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายของการลงทนุ
4) อตั ราผลตอบแทนท่คี าดหวังและระดับความเสยี่ งที่ยอมรับได้
5) ลกั ษณะและระยะเวลาของการลงทุน
6) รายละเอยี ดและข้อจำกัดทางภาษี
7) ระยะเวลาท่ีตอ้ งการผลตอบแทน
8) ข้อจำกัดและขอ้ ยกเว้นของทา่ น

บทที่ 6 การวิเคราะหก์ ารลงทนุ 153

นอกจากปัจจัยข้างต้นแล้ว ก็สามารถพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เพ่ือพิจารณาในการลงทุน ใน
องค์ประกอบตา่ ง ๆ ประกอบดว้ ย

1) ระดับรายได้ประชาชาติและการเปลี่ยนแปลงรายไดป้ ระชาชาติ รายได้ประชาชาติ
เป็นส่ิงที่รองรับการลงทุน กล่าวคือ การลงทุนจะอยู่ในระดับต่ำหากรายได้
ประชาชาติอยู่ในระดับต่ำ ในทางตรงข้าม หากรายได้ประชาชาติอยู่ในระดับที่สูง
หรือมแี นวโน้มเพม่ิ สงู ขึน้ นักลงทุนสามารถคาดหวงั วา่ สามารถขายสินค้าได้เพิม่ มาก
ข้ึน การลงทุนจึงเพม่ิ ขึน้ สงู ตามไปดว้ ย หรือหากวา่ รายได้ประชาชาตมิ อี ัตราการเพมิ่
ทล่ี ดลง ซึ่งแสดงว่าประชาชนมอี ำนาจซื้ออยู่ในระดบั ต่ำ ผลู้ งทุนจะชะลอการลงทุน
ตามไปด้วย

2) อัตราดอกเบยี้ (Rate of Interest)โดยท่วั ไปในชว่ งระยะเวลาทีอ่ ัตราดอกเบยี้ สูง
การลงทุนจะมนี ้อย และในชว่ งระยะเวลาท่ีอตั ราดอกเบี้ยต่ำการลงทนุ จะเพมิ่ มาก
ข้นึ ด้วย

3) กำไรที่คาดว่าจะได้รับ (Expected Profit)เน่ืองจากการลงทุนต้องมีการจ่าย
ค่าตอบแทนแก่เจ้าของเงินทุน ดังนั้นผู้ลงทุนจึงต้องเปรียบเทียบต้นทุนและ
ผลตอบแทนจากการลงทุน หากต้นทุนต่ำกว่าผลตอบแทนก็จะได้กำไร ซ่ึงอัตรา
กำไร คือ จำนวนกำไรที่คิดเป็นร้อยละของเงินลงทุน หากอัตรากำไรท่ีคาดว่าจะ
ได้รับอยู่ในระดับท่ีสูงก็จะเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุน ในทางตรงกัน
ขา้ มหากอัตรากำไรท่ีคาดว่าจะไดร้ บั อย่ใู นระดบั ทีต่ ำ่ ก็จะทำให้นกั ลงทนุ ตัดสินใจไม่
เพมิ่ การลงทนุ

4) ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ปัจจุบันภาคธุรกิจต้องพบกับการแข่งขันซ่ึง
นบั วนั จะทวีความรุนแรงเพม่ิ ขน้ึ เรื่อย ๆ การท่ีแต่ละบริษทั มีเทคโนโลยใี หมๆ่ ทตี่ ่าง
จากคู่แข่งและมีความเป็นผ้นู ำทางด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ ก็จะถือวา่ บริษัทได้เปรียบคู่
แข่งขัน สง่ ผลใหม้ ีการลงทนุ เพม่ิ สูงขึ้น

5) ราคาสินคา้ ทุนและการบำรุงรักษา นักลงทนุ ตอ้ งนำมาพจิ จารณาเพอ่ื ประเมินอัตรา
กำไรทคี่ าดวา่ จะไดร้ ับจากการลงทุน ถ้า คา่ ใชจ้ า่ ยในการลงทนุ สงู มาก อัตรากำไรท่ี
คาดว่าจะได้รบั ก็จะต่ำ ในทางตรงข้าม ถ้าค่าใช้จ่ายในการลงทุนต่ำ อัตรากำไรที่
คาดวา่ จะไดร้ บั กจ็ ะมมี าก

154 การจดั การการเงนิ สำหรับผปู้ ระกอบการ

6) นโยบายของรัฐบาลและเสถียรภาพทางการเมอื ง นโยบายของรฐั บาลทีม่ ผี ลต่อการ
ลงทุนมากที่สุด ได้แก่ การจัดเก็บภาษี มีผลต่อการลงทุน กล่าวคือ การเก็บภาษี
จากภาคธรุ กิจในอัตราท่ีสูงและมีการจดั เก็บที่ซำ้ ซ้อน จะส่งผลให้ตน้ ทนุ สนิ คา้ อยใู่ น
ระดับท่ีสูง เมอื่ ต้นทุนสินค้าอยู่ในระดับทส่ี ูงกจ็ ะทำให้ราคาของสินค้าท่ีผลิตสูงขึ้น
มากกว่าราคาสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ สินค้าที่ขายในประเทศก็จะขาย
ไม่ได้เพราะของราคาแพง หรือจะส่งสินคา้ ไปขายทต่ี า่ งประเทศกไ็ มไ่ ดเ้ พราะสูร้ าคา
ที่สูงไม่ได้ ทำให้การผลิตและการลงทนุ ภายในประเทศอยู่ในระดับต่ำ ตรงกันข้าม
หากมีจัดเกบ็ ภาษีจากภาคธรุ กิจในอัตราตำ่ และการจัดเก็บไม่ซำ้ ซ้อน ราคาสินคา้ ก็
จะถูกลงและช่วยให้สามารถแขง่ ขันไดด้ ีขึ้น การลงทนุ และการเพมิ่ ผลผลติ ก็จะเพม่ิ
มากขึ้นตามไปดว้ ย สำหรบั เสถียรภาพทางการเมืองนั้น นักลงทุนชาวต่างชาตจิ ะให้
ความสำคญั กับเร่ืองน้ีมากเปน็ พิเศษ กล่าวคือ ถ้าประเทศเป็นประชาธิปไตย ซึ่งให้
อำนาจแก่นักลงทุน ผู้ลงทุนชาวต่างชาติก็จะลงทุนมากว่าประเทศที่ปกครองแบบ
เผดจ็ การ

ควรลงทนุ อย่างมคี วามรู้ เพราะความไมร่ ู้ คอื ความเสย่ี ง ความรจู้ งึ เปน็ พื้นฐานสำคญั ในการลงทนุ

1) ควรพิจารณา Return และ Risk ค่กู ันเสมอ เพราะผลตอบแทนและความเสี่ยงจะเกิดขึ้นคู่
กันเสมอ ดังคำกล่าวทีว่ า่ High Return (always come with) High Risk การวิเคราะห์
ผลตอบแทนเพยี งด้านเดียวโดยไมส่ นใจความเส่ยี ง จะทำใหเ้ ขา้ ใจผดิ หลงไปกบั ผลตอบแทน
สงู ที่ดนู ่าลงทนุ

2) ควรกระจายการลงทุน (Diversification) อย่างเหมาะสม การกระจายการลงทุนไปใน
หลกั ทรพั ยห์ ลายประเภทและหลายรายการ ยังคงเป็นวิธีท่ีชว่ ยลดความเส่ยี งได้อยา่ งดใี น
ระดับหนงึ่ เพราะจะลดความเส่ียงเฉพาะตวั ของแตล่ ะหลกั ทรัพยล์ งได้

3) ควรจดั องคป์ ระกอบของหลักทรัพยท์ ลี่ งทุน (Portfolio) หรอื พอรต์ ให้เหมาะสมกบั
ตวั เอง ทงั้ ด้านการเงิน lifestyle แผนการในอนาคต การวเิ คราะห์และทำความเข้าใจตนเอง
อยา่ งรอบด้านเพอื่ จัดพอร์ตการลงทนุ ของตน เองเปน็ เร่อื งทส่ี ำคัญ ไม่ควรลงทุนตามคนอน่ื
เพราะแตล่ ะคนมลี กั ษณะเฉพาะตัวและมคี วามตอ้ งการแตกต่างกนั

บทท่ี 6 การวเิ คราะหก์ ารลงทุน 155

4) ควรตดั สนิ ใจลงทุนอย่างสมดุล ไมโ่ ลภและไมป่ ระมาทเกนิ ไป ขณะเดียวกันกไ็ ม่กลัว
จนเกินไป ความโลภและความประมาทมกั ทำให้เราเส่ยี งมากเกนิ ไป ในขณะท่ีการกลวั ไม่
ยอมลงทนุ ก็อาจทำให้ไมไ่ ด้ผลตอบแทนเพียงพอตามท่คี วรจะได้

6.4 การวเิ คราะห์ลงทุน
การลงทนุ และการตัดสินใจสำหรบั การลงทนุ อย่างมเี หตผุ ล ควรตดั สินใจที่จะลงทุนใน

หลกั ทรพั ยท์ กี่ ่อใหเ้ กิดสงิ่ ตอบแทนไม่ต่ำกวา่ เงินลงทุนที่จ่ายไป ซง่ึ ถอื วา่ เปน็ หลักการสำคัญ หากค่า
คาดหวังของกระแสเงินสดจากเงินปนั ผล และรายรับท่ีคาดว่าจะได้รบั จากการขายหลกั ทรพั ยค์ ิดลด
เป็นมลู คา่ ปจั จบุ นั ด้วยอตั ราผลตอบแทนทน่ี ักลงทุนต้องการ (Required Rate of Return) แล้ว ทำ
ให้มลู ค่าทีแ่ ทจ้ ริง (Intrinsic Value) ของหลักทรัพยม์ ากกว่าราคาหลกั ทรพั ยท์ นี่ กั ลงทุนจา่ ยซอื้
(ตลาดหลักทรัพยแ์ หง่ ประเทศไทย, 2564) การตัดสนิ ใจซอื้ หลกั ทรพั ย์ มลู ค่าที่แทจ้ รงิ ของหลกั ทรัพย์
(V0e) จึงแสดงได้รปู แบบของตวั แบบเงินปนั ผลคดิ ลด (Dividend Discount Model - DDM) ดงั นี้

โดย E(Dt) = ค่าคาดหวงั ของเงินปันผลท่จี ะไดร้ ับในงวดท่ี t
E(TVt) = คา่ คาดหวังของรายรับจากการขายหลกั ทรพั ยใ์ นงวดที่ t
Ke = อัตราผลตอบแทนท่ีนกั ลงทนุ ตอ้ งการ

ตวั อย่างท่ี 1 การตัดสนิ ใจลงทุน (ตลาดหลกั ทรพั ย์แห่งประเทศไทย, 2564)
กจิ การต้องการจะลงทนุ โดยคาดว่ากจิ การจะจา่ ยเงนิ ปันผลให้แกผ่ ลู้ งทนุ ในชว่ ง 3 ปี

ข้างหนา้ E(Dt) เปน็ เงิน 2 บาท 3 บาท และ 4 บาทตามลำดบั หลงั จากปที ี่ 3 นักวิเคราะห์
หลักทรพั ย์คาดว่าการเติบโตของเงนิ ปันผลจะคงทท่ี ร่ี ะดับ 3% สมมติให้อตั ราผลตอบแทนที่นกั
ลงทนุ ต้องการ Ke เท่ากบั 10% มลู คา่ ท่แี ทจ้ รงิ ของหลกั ทรพั ยห์ ุ้นสามญั ของกจิ การคำนวณได้
ดงั นี้

156 การจดั การการเงนิ สำหรบั ผูป้ ระกอบการ

โดยมูลค่าของหลกั ทรพั ย์ท่ีคาดว่าจะขายไดใ้ นปีที่ 3 คำนวณได้โดยสมมตใิ ห้ g เท่ากับอตั ราการ
เตบิ โตของเงนิ ปนั ผล 3% ดังท่แี สดงตอ่ ไปนี้

หากกจิ การตงั้ เป้าหมายเพือ่ การลงทนุ มีเหตผุ ลเชือ่ มน่ั วา่ มลู ค่าท่แี ทจ้ ริงเทา่ กบั 51.52 บาทจาก
โจทย์ กจิ การจะใช้ข้อมลู ดังกลา่ ว เปรยี บเทยี บกบั ราคาตลาด สมมติใหห้ นุ้ สามญั ของกจิ การนเ้ี ท่ากบั
45 บาท การตัดสนิ ใจ “ซ้ือ” หนุ้ สามญั ของบริษัทน้นั เพราะการชำระเงนิ สดซอ้ื หุน้ สามัญในวนั นเี้ ป็น
เงิน 45 บาท โดยมคี า่ คาดหวงั ของกระแสเงนิ สด ที่คิดลดเป็นมูลค่าปจั จบุ ันแล้วมีจำนวนเงินเทา่ กับ
51.52 บาท นา่ จะทำให้นกั ลงทุนได้ผลตอบแทนสงู กวา่ อตั ราผลตอบแทนทต่ี ้องการ คือ 10% ด้วย

หากกจิ การตดั สนิ ใจลงทนุ ในห้นุ สามญั บนความคาดหวงั ของเงนิ ปนั ผล ทจี่ ะไดร้ ับเป็นกระแสเงนิ
สด ความสำคญั ของการวิเคราะห์ความสามารถในการจา่ ยเงินปนั ผลของกจิ การในอนาคต จงึ ขึน้ อยู่
กบั ความสามารถในการทำกำไร และความสามารถในการก่อให้เกิดกระแสเงินสดในอนาคต ข้อมูล
ดังกล่าวไดจ้ ากการพยากรณ์ทางการเงิน

6.5 การวเิ คราะหง์ บการเงนิ
สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงปริมาณท่ีเป็นตัวเลข สามารถนำตัวเลขช้ีวัดเหล่าน้ีมา

เปรียบเทียบกับคู่แข่งอื่นในอุตสาหกรรม หรือ เทียบกับผลงานของบริษัทเองในอดีต เพื่อประเมิน
ความได้เปรียบในการแข่งขัน และพัฒนาการการบริหารธุรกิจของบริษัท โดยข้อมูลที่ควรให้
ความสำคัญอย่างมาก ก็คือ ความเข้มแข็งของสถานะทางการเงิน ท่ีวัดได้จากการวิเคราะห์ตาม
แนวดิ่ง (Common-Size Analysis) จุดแข็ง และจุดอ่อนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทจากการ
วิเคราะหอ์ ัตราส่วนทางการเงนิ (Ratio Analysis) และการเตบิ โตของธุรกิจจากการวิเคราะหแ์ นวโนม้

บทที่ 6 การวิเคราะห์การลงทนุ 157

(Trend Analysis) โดยข้อมลู ท่จี ะนำมาตงั้ ตน้ ในการวเิ คราะห์ จงึ สามารถหาไดจ้ ากหนังสอื ชีช้ วนของ
ตลาดหลกั ทรพั ย์แหง่ ประเทศไทยในหัวขอ้ ตอ่ ไปนี้
งบดุล : เป็นงบทแ่ี สดงฐานะการเงินของบรษิ ทั ณ วนั ทีอ่ อกงบน้ัน ซึง่ ประกอบดว้ ย

1) มลู คา่ ของสนิ ทรพั ย์ ที่บรษิ ัทถอื ครองอยู่ ท้ังส่วนของสินทรพั ย์หมนุ เวียนทเ่ี ปน็ สายป่าน
ในการดำเนินธรุ กจิ ของบริษทั และ สินทรัพย์ไมห่ มนุ เวียน ซ่งึ บ่งบอกมลู คา่ ทีด่ นิ
อาคาร อปุ กรณ์ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการสรา้ งรายได้ให้แกบ่ รษิ ัท

2) มลู คา่ ของหน้สี นิ ทง้ั หนสี้ ินระยะสั้น หรือ เครดิตทางการค้าท่ีบรษิ ทั ไดร้ ับจากซพั พลาย
เออร์ และ หน้สี ินระยะยาว ท่ีบรษิ ทั กู้ยมื เงินมาเป็นทุนในการดำเนนิ ธรุ กจิ

3) มูลคา่ สว่ นของผ้ถู ือหุ้น ประกอบด้วยส่วนของ หุ้นสามญั เปน็ เงินทนุ ท่ีเจา้ ของกจิ การลง
เงินตัง้ ต้นเพือ่ ดำเนนิ ธรุ กจิ และ กำไร (ขาดทนุ ) สะสม ทเี่ ปน็ ผลลพั ธข์ องการดำเนินงาน
ในอดตี สะสมทบมาจนถงึ ปจั จบุ นั

งบกำไรขาดทนุ : แสดงถงึ ผลการประกอบธุรกจิ ตลอดปที ่อี อกงบน้นั ซึ่งจะบอกมูลค่าของ
1) รายได้ ที่บรษิ ทั สรา้ งขึ้นมาไดจ้ ากการประกอบธุรกิจ
2) ตน้ ทนุ ขาย ซึ่งเป็นตน้ ทนุ ทผ่ี นั แปรมากนอ้ ยตามกิจกรรมการขายหรือการใหบ้ รกิ ารท่ี
เกดิ ขน้ึ
3) ค่าใชจ้ ่ายจากการดำเนนิ งาน เช่น เงนิ เดอื นพนักงาน คา่ ใชจ้ ่ายในการบรหิ าร ซ่งึ เป็น
ต้นทนุ คงท่ีของบริษทั
4) ภาษเี งินได้ ท่บี ริษัทต้องชำระให้แกภ่ าครัฐ
5) ต้นทุนทางการเงนิ หรอื กค็ อื ดอกเบ้ยี ทบ่ี ริษัทตอ้ งจ่ายชำระให้แก่เจา้ หน้ี

ตัวช้ีวัดสำคัญ : เป็นส่วนสรุปของภาพรวมธุรกิจออกมาในเชิงเปรียบเทียบตัวเลข ซ่ึงสามารถเห็น
แนวโนม้ ของผลประกอบการ และอัตราส่วนทางการเงินต่าง ๆ ย้อนหลงั ไดอ้ ย่างรวดเร็วในหวั ข้อน้ี

158 การจดั การการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

สรุป

การลงทุนตอ้ งใชก้ ารวิเคราะห์ปัจจัยพืน้ ฐานเขา้ มาชว่ ยในการตัดสนิ ใจลงทนุ ก็เพราะผลจาก
การวิเคราะห์จะช่วยใหเ้ ราพบสาเหตุว่า ทำไมสินทรัพย์น้ันถึงนา่ สนใจเป็นของดี เราจะมีเหตุผลมาก
ขน้ึ ในการตัดสนิ ใจ มคี วามมัน่ ใจมากขนึ้ ทจ่ี ริงแลว้ ในการบวนการวเิ คราะห์ปจั จยั พ้ืนฐาน ยงั ตอ้ งตอบ
คำถามต่อด้วยว่า ของดนี ้ันควรมรี าคาเทา่ ไร เพือ่ นำไปเทียบกับราคาตลาด และตอบวา่ ของดกี ็จริง
แต่ราคาตลาดสูงเกินไปกว่าราคาจรงิ กย็ ังไม่ควรซื้อ และพยายามคน้ หาของดีราคาถกู มรี าคาตลาดต่ำ
กวา่ ราคาจรงิ แม้ว่าเราจะได้แนวทางในการซ้ือหรอื ขายจากการวเิ คราะห์ปจั จยั พ้ืนฐาน แต่เราก็ตอ้ งดู
จังหวะดว้ ย เชน่ ช่วงท่เี ราได้ขอ้ สรุปจากการวเิ คราะห์ ปัจจยั พ้ืนฐานว่า ควรขาย คำถามคอื ควรขาย
เด๋ียวน้ี หรืออีก 1 ช่ัวโมงข้างหน้า หรืออีก 2 วัน คราวนี้ก็เลยต้องเรียนรู้หลักการท่ี 2 คือ การ
วิเคราะหท์ างเทคนิค เพ่ือช่วยสอนเราใหร้ ู้จงั หวะเข้า (ซื้อ) หรอื จงั หวะออก (ขาย) การวเิ คราะห์ทาง
เทคนคิ เป็นวิธีการศึกษาพฤติกรรมของผู้ซือ้ ผูข้ ายสินทรัพย์ในตลาดผ่านกราฟราคาและปริมาณการ
ซ้ือขายในอดีต เพอื่ ทำนายแนวโนม้ ราคาของสินทรัพย์ในอนาคต โดยมีสมมติฐานว่าประวัติศาสตร์
สามารถซ้ำรอยได้ ทจี่ ริงแล้วการวิเคราะห์ทางเทคนิคมุ่งไปท่ผี ลสุดทา้ ยเลยวา่ ราคาของสินทรัพยจ์ จะ
เปลยี่ นไปอย่างไร ซงึ่ ผลนี้ได้ดดู ซับสาเหตุซึ่งมาจากการวิเคราะห์ปจั จัยพื้นฐานมาแล้ว การวิเคราะห์
ทางเทคนคิ เชื่อวา่ การที่สินทรพั ย์จะมรี าคาข้นึ หรอื ลงในอนาคต ขนึ้ อยูก่ บั

1) ปัจจัยพื้นฐาน (ทเี่ ป็นสาเหต)ุ วา่ ดีแคไ่ หน
2) เหตผุ ลด้านอ่นื ๆ เช่น จติ วิทยา เปน็ ความรู้สกึ ขา่ วลือ เป็นตน้
และผลสุทธิท่ีเกิดขึ้นจะเป็นตัวผลักดันให้อุปสงค์ (ด้านผู้ต้องการซ้ือสินทรัพย์) และอุทาน
(ด้านผู้ต้องการขาย) มกี ารเคล่ือนไหว ทำให้ราคามกี ารเปล่ยี นแปลงทศิ ทางซึ่งเราสามารถใชเ้ ทคนิค
ตา่ ง ๆ อธิบายและคาดการณ์ทิศทางของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วยให้เราหาจงั หวะเข้าซือ้ (เม่ือราคา
ลงมาต่ำสดุ ) หรือขาย (เม่อื ราคาขึน้ ไปสูงสุด) เพื่อแสวงหาต้นทนุ การซือ้ ที่ตำ่ หรือขายทร่ี าคาสงู เป็น
ต้นนักลงทุนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเราใช้การวิเคราะหท์ างเทคนิคกับการลงทุนในหุ้นเท่าน้ันซ่ึงไม่ใช่เลย
เราสามารถใชห้ ลกั การนี้ประยกุ ตใ์ ช้กับการลงทนุ ในสนิ ทรพั ย์ทกุ ชนดิ ถา้ เราทราบการเคลอ่ื นไหวของ
ราคาและปริมาณซื้อขายในอดีตจนถึงปัจจุบัน ในเบ้ืองต้นหลักการสำคัญท่ีควรทราบเก่ียวกับการ
วเิ คราะห์ทางเทคนคิ

บทท่ี 6 การวเิ คราะหก์ ารลงทนุ 159

คำถามทา้ ยบท
1) เมอ่ื นกั ศกึ ษาตอ้ งการจะลงทุน นกั ศึกษาควรคดิ ถึงปจั จัยใดบา้ งเป็นสำคญั
2) นกั ศึกษาคิดวา่ ปัจจยั ใดสำคัญมากมายในการลงทุนสำหรบั ยุคปัจจบุ นั
3) นอกไปจากขนั้ ตอนการลงทนุ ในบทเรียนแลว้ นกั ศึกษามีแนวทาง หรอื ขน้ั ตอนการ
ลงทุนทีแ่ ตกตา่ งจากนอี้ ยา่ งไร
4) นักศกึ ษาเห็นวา่ BSC ในการดูแลกจิ การไดอ้ ย่างไร
5) ในมิติด้านการเงนิ และการลงทุนของ BSC ภายใต้ตวั อย่าง การบินไทย นักศึกษา
สามารถอธบิ าย BSC ในมติ ดิ งั กลา่ วไดอ้ ย่างไรบ้าง
6) ขอให้นกั ศกึ ษาสร้าง BSC มติ ดิ ้านการเงิน ของกิจการทีน่ กั ศกึ ษาต้องการจะทำ วา่ ควร
เป็นอยา่ งไร
7) การวิเคราะหล์ งทนุ จากบทเรียนนี้ ขอใหน้ ักศกึ ษาพจิ ารณาจาก เพือ่ ทำการคำนวณ

กจิ การตอ้ งการลงทุน โดยคาดว่ากิจการจะจ่ายเงนิ ปันผลใหแ้ กผ่ ูล้ งทุนในช่วง 5 ปี
ขา้ งหนา้ E(Dt) เปน็ เงนิ 10 บาท 20 บาท และ 50 บาทตามลำดบั หลังจากปที ี่ 5
นักวเิ คราะหห์ ลักทรัพยค์ าดวา่ การเตบิ โตของเงนิ ปนั ผลจะคงท่ีทีร่ ะดบั 1% สมมตวิ า่ ให้
อัตราผลตอบแทนท่นี กั ลงทุนต้องการ Ke เท่ากบั 15% มูลคา่ ท่ีแทจ้ รงิ ของหลักทรัพย์
หนุ้ สามญั ของกจิ การ คอื เทา่ ใด

8) จากขอ้ ที่ 7. หากเปล่ียน Ke เป็น 5% มลู คา่ ที่แทจ้ รงิ ของหลักทรัพยห์ นุ้ สามัญของ
กิจการ คอื เท่าใด

9) การวเิ คราะหง์ บการเงนิ มปี ระเด็นทตี่ ้องพจิ ารณา คอื เรอ่ื งใดบ้าง
10) หากต้องการลงทนุ นกั ศกึ ษาสามารถเลอื กลมทุน ได้อยา่ งไร

160 การจดั การการเงินสำหรบั ผ้ปู ระกอบการ

เอกสารอา้ งองิ
C.Boophati and John Leeson. (2016). Concept of Working Capital Management.

IRACST – International Journal of Commerce, Business and Management
(IJCBM), ISSN: 2319–2828Vol. 5, No.2, Mar-Apr 2016
Charoen Pokphand Foods. (2017). Annual Report 2017. Retrieved Mar 1.2019. from
https://www.cpfworldwide.com
EduPristine. (2018). Working Capital Management. Retrieved Mar 1.2019. from
https://www.edupristine.com/blog/working-capital-management
Finextra Research. (2018). Role of Working Capital Management in Business Success
.Retrieved Feb 1.2019. from https://www.finextra.com/blogposting/15015/role-
of-working-capital-management-in-business-success
Interspace. (2016). Cash Flow Management. Retrieved Feb 1.2019.
fromhttps://moneyhub.in.th/article/business-cash-flow/
LSK Sim. (2013). Working Capital Management is Part of The Financial Considerations.
Retrieved Feb 1.2019. from http://studentsrepo.um.edu.
JKM Mawutor. (2014). Working Capital Management and Profitability of Firms: A
Study of Listed Manufacturing Firms in Ghana. Retrieved Feb 1.2019.
fromhttps://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=2573319
Jim Mueller. (2018). Understanding Financial. Retrieved Feb 1.2019.
fromhttps://www.investopedia.com/articles/basics/07/liquidity.asp
J.P. Morgan Commercial Banking. (2018). Optimizing Cash flow: How to Manage
Working Capital. Retrieved Feb 1.2019. from https://www.jpmorgan.com
Katz, Jerome A. (2009). Entrepreneurial Small Business. USA: McGraw-Hill.

Michalski, Grzegorz, Wprowadzenie Do Zarzadzania and Finansami Przedsiębiorstw
. (2011). Introduction to Entrepreneurial Financial Management. Retrieved Feb
1.2019. from https://ssrn.com/abstract=1934041 or
http://dx.doi.org/10.2139/ssrn.1934041

บทที่ 7 การประมาณการทางการเงิน 161

บทที่ 7

การประมาณการทางการเงนิ

การวเิ คราะหโ์ ครงการทางเศรษฐกจิ หรือ การวิเคราะห์ของรฐั บาลนน้ั จะใหเ้ ห็นถงึ
ความสำคญั กับมูลค่าของผลประโยชน์สทุ ธิ ทีต่ กอย่กู บั สงั คมโดยรวม (Net Social Benefits) ภายใต้
การใช้ทรัพยากรทม่ี ีอยจู่ ำกัดอย่างมีประสทิ ธิภาพ ขณะทก่ี ารวิเคราะห์โครงการเอกชนจะเนน้ มลู ค่า
ผลประโยชน์สุทธิ ทต่ี กอย่กู บั ผเู้ ป็นเจา้ ของภายในโครงการ (Internal to The Project Itself) แตไ่ ม่
ว่าจะเป็นการวเิ คราะหโ์ ครงการของรัฐบาล หรอื เอกชนกต็ าม ผลการวเิ คราะห์เปน็ การพิจารณาวา่
ผลประโยชน์มากกว่า หรือ น้อยกวา่ คา่ ใชจ้ า่ ย ซงึ่ การทผี่ ู้วิเคราะหโ์ ครงการจะเปรยี บเทียบค่าของ
ผลประโยชน์กับคา่ ใช้จ่าย เพอ่ื พจิ ารณาวา่ โครงการใดเป็นโครงการท่ีดคี ุ้มคา่ แก่การลงทุน หรือไม่น้นั
จำเป็นตอ้ งอาศยั เกณฑ์การตดั สนิ ใจ เพื่อการลงทุนเกณฑ์การตัดสนิ ใจเพอื่ การลงทนุ มี 2 ประเภท

1) เกณฑแ์ บบไม่ปรับคา่ เวลา
2) เกณฑ์แบบปรับคา่ เวลา

7.1 เกณฑก์ ารตดั สนิ ใจเพื่อการลงทุนแบบไมป่ รบั ค่าของเวลา
เกณฑ์แบบไม่ปรับคา่ เวลาเปน็ เกณฑท์ ีไ่ มน่ ำเวลาเขา้ มาเปน็ ปัจจัยสำคัญในการกำหนดมลู คา่

ของเงินตรา (Value of Money) อันจะมผี ลให้มลู ค่าของเงินในอนาคต (Future Value) เท่ากบั มลู ค่า
ของเงินในปจั จุบนั (Present Value)

วิธตี รวจสอบด้วยการจดั เรยี งลำดบั (Ranking by Inspection)

เกณฑ์นีเ้ ป็นการจัดเรียงลำดบั ความสำคัญของโครงการ โดยเราเพียบทราบปรมิ าณ
การลงทุนและผลประโยชน์ของโครงการอาทิ โครงการ ก. และ ข. มปี ริมาณการลงทุนเท่ากนั
ผลประโยชนใ์ นแต่ละปเี ท่ากนั แต่โครงการ ข. ให้ผลประโยชน์ตดิ ต่อกันหลายปี ดังน้ัน เรา
ย่อมเลือกลงทุนในโครงการ ข.

อย่างไรกต็ ามจะเห็นไดว้ า่ เกณฑ์ดังกลา่ วมีขอ้ บกพรอ่ งอยบู่ างในประเดน็ ที่ ถ้าแตล่ ะ
โครงการซงึ่ เรากำลงั พจิ ารณาตดั สนิ ใจเลอื กลงทนุ นัน้ มปี ริมาณเงนิ ลงทนุ และผลประโยชน์
ในจำนวนที่แตกตา่ งกนั จะทำใหเ้ ราตัดสินใจเลือกโครงการไดย้ าก นัน้ เอง

162 การจัดการการเงนิ สำหรับผ้ปู ระกอบการ

ระยะคืนทนุ (Payback Period)

เกณฑร์ ะยะคืนทุน ถอื เป็นเกณฑ์ทค่ี ำนึงถงึ ระยะเวลาทผ่ี ลประโยชนส์ ทุ ธิจากการดำเนนิ งาน
เท่ากบั ค่าใช้จา่ ยในการลงทนุ เรม่ิ แรกของโครงการ น่นั คอื การพิจารณาจำนวนปที ่ไี ด้รับผลประโยชน์
คุม้ กับคา่ ใชจ้ ่ายในการลงทุน ดงั น้นั หากดำเนนิ งานแล้วผลประโยชนค์ ุม้ คา่ กบั จำนวนเงินที่ลงทนุ ได้
รวดเรว็ เพราะ ความเสย่ี งนอ้ ย และผลู้ งทุนสมารถนำเงินที่ถอนทนุ ไดไ้ ปลงทุน เพ่อื หาประโยชนใ์ น
กิจการอนื่ ๆ ตอ่ ไป

เกณฑก์ ารตัดสินในแบบระยะคนื ทนุ น้เี ป็นที่นยิ มใชก้ นั มากในวงการธรุ กจิ หรอื กรณีทม่ี ี
ความเส่ยี งสงู อาทิ กรณีผปู้ ระกอบการคิดคน้ สง่ิ ประดษิ ฐ์ใหม่ โดยยังไมข่ อลิขสทิ ธิก์ ารนำผลิตภัณฑ์
ดงั กลา่ ว ออกสูต่ ลาดอาจถกู ค่แู ข่งขน้ เลียนแบบ นอกจากนน้ั อาจเผชญิ กบั ความเสย่ี งซงึ่ เกีย่ วกบั
สถานการณ์การเมอื งในประเทศทจ่ี ะลงทนุ หรือ ในอุตสาหกรรมซึ่งมเี ทคโนโลยใี หม่ ๆ เกิดขน้ึ เรว็ มาก
ดงั นัน้ การงทนุ ตอ้ งเลือกโครงการท่ใี หผ้ ลประโยชน์คืนเร็วในระยะเวลาอันส้นั ดังสมการต่อไปนี้

ระยะเวลาคืนทนุ = คา่ ใชจ้ ่ายในการลงทุนเรมิ่ แรก
ผลประโยชนส์ ุทธเิ ฉลีย่ ตอ่ ปี

ตารางตวั อย่างที่ 7.1 แสดงค่าใช้จ่าย ผลประโยชน์และผลประโยชนส์ ทุ ธขิ องโครงการ

ปี ค่าใช้จ่ายในการลงทุน คา่ ใช้จ่ายในการ ผลประโยชน์ มลู คา่
เรม่ิ แรก ดำเนนิ งาน ผลประโยชน์สุทธิ

1 100,000 - - -100,000

2- 15,000 60,000 45,000

3- 20,000 90,000 70,000

4- 30,000 80,000 50,000

100,000 55,000 230,000 65,000

ระยะเวลาคืนทนุ = 100,000 = 4.62 ปี
65,000/3

บทที่ 7 การประมาณการทางการเงิน 163

ตีความ เมื่อลงทุนโครงการนจ้ี ะคืนทนุ ในระยะเวลา 4.62 ปี และถ้าโครงการมีอายยุ นื หรอื
ยงั สามารถใหผ้ ลประโยชน์ตอ่ อกี หลายปี ผู้ลงทุนจะไดก้ ำไร

อัตราผลตอบแทนจากการลงทนุ (Rate of Return on Investment)
เกณฑอ์ ตั ราผลตอบแทนจากการลงทุนน้ี จะวดั คา่ ของโครงการในรปู อัตราสว่ นซง่ึ

คดิ เป็นเปอรเ์ ซน็ ตข์ องผลประโยชนส์ ุทธจิ ากการดำเนนิ งานตอ่ การลงทนุ

ROI = ผลประโยชนส์ ทุ ธิเฉลยี่ จากการดำเนนิ การ x 100
คา่ ใชจ้ า่ ยในการลงทนุ เริ่มแรก

ท้ังนก้ี ารตัดสนิ ใจเลอื กลงทนุ ในโครงการทีใ่ หค้ า่ ROI สงู สดุ เปน็ อนั ดบั แรก และ
ลดหล่นั ลงมาตามลำดับ โดยทเี่ กณฑน์ ี้มขี ้อบกพร่องดงั เชน่ 2 เกณฑท์ ่ีผา่ นมา คือ นอกจากจะไม่
คำนงึ ถึงระยะเวลาของการได้มาซง่ึ ผลประโยชน์ ยังจะให้ความสำคัญกบั มลู ค่าของเงนิ ในอนาคต
เทา่ กับมลู คา่ ของเงนิ จำนวนเท่ากันในปจั จบุ นั

ขอ้ มลู จากตารางท่ี 7.1 จากเกณฑร์ ะยะคนื ทุนจะคำนวณหา ROI ไดด้ งั นี้

ROI = (45,000 + 70,000 + X 100
50,000)/3
100,000
= 55%

ตีความ ค่าตัวเลข 55% นี้บอกให้ทราบว่า เมื่อลงทุนไป 100 บาท จะได้
ผลประโยชนส์ ุทธิจากการดำเนินงาน 55 บาทต่อปี

7.2 เกณฑ์การตดั สนิ ใจเพ่ือการลงทุนแบบปรับค่าของเวลา

เกณฑ์การตัดสินใจ เพื่อการลงทนุ แบบไมป่ รบั ค่าของเวลาท่กี ลา่ วมาน้นั มีขอ้ บกพรอ่ งใน
ประเดน็ ทค่ี ิดมลู คา่ ของเงินในอนาคตเท่ากบั มลู ค่าของเงนิ ในปัจจบุ ัน ซงึ่ ถา้ อายขุ องโครงการมเี พียงปี
เดียวก็จะไมม่ ปี ัญหาในการตดั สินใจเลอื กลงทุน เนือ่ งจากคา่ ของเงินไมเ่ ปลย่ี นแปลงมากนัก แตด่ ้วย
ข้อเท็จจรงิ ทว่ี ่า โครงการส่วนใหญ่มีอายุโครงการมากวา่ 1 ปขี ึ้นไป ประกอบกบั ผลประโยชนส์ ทุ ธิของ
แตล่ ะโครงการแตกตา่ งกันในแตล่ ะปี หรอื กรณีบางโครงการอาจมผี ลประโยชนส์ ทุ ธิ สูง-ต่ำ สลับกัน

164 การจดั การการเงนิ สำหรบั ผู้ประกอบการ

ในแต่ละปี มูลคา่ ของเงินมคี วามแตกต่างกนั แต่ละปี เปน็ การยากต่อนักลงทนุ ทจี่ ะตัดสนิ ใจเลอื กวา่
โครงการใดเหมาะแกก่ ารลงทุน ดังนั้นจึงจำเปน็ ทผ่ี ู้วเิ คราะหโ์ ครงการตอ้ งปรับค่าของเวลาสำหรับ
รายการคา่ ใชจ้ ่าย และผลประโยชน์ทุกรายการของโครงการใหม้ าอยบู่ นฐานเวลาเดยี วกันเสยี กอ่ นใน
เบือ้ งตน้

การปรบั ค่าของเวลา

กระบวนการซง่ึ มลู คา่ ทีค่ ิดเปน็ เงินของตน้ ทุน ผลประโยชน์ และผลประโยชน์สทุ ธิ
ของโครงการทเี่ กิดขึ้นในระยะเวลาตา่ ง ๆ กนั ในอนาคตถูกปรับใหม้ าอยู่ในเวลาปจั จบุ ัน หรือ
ในเวลาท่ีเปน็ ศูนย์ มูลค่าของเงนิ ทเ่ี กิดขนึ้ ในอนาคตซงึ่ ถกู ปรบมาเปน็ ปัจจุบันน้นั จะเรียกวา่
มูลคา่ ปจั จบุ นั (Present Value : PV) กระบวนการปรับคา่ ของเวลาดังกล่าว จะกระทำโดย
การหกั ลดมลู คา่ ของเงินทเี่ กิดขึ้นในอนาคตด้วยอตั ราสว่ นลด (Discount Rate) ซงึ่ สามารถ
อธิบายโดยใช้หลักการพนื้ ฐานท่เี กีย่ วกับหลกั การหาคา่ เงินรวม

การหามลู ค่าปัจจบุ นั (Present Value: PV)

คำวา่ “Present Value” หมายความวา่ มูลค่าปจั จบุ ัน คอื อะไร Present Value (มลู คา่
ปจั จุบนั ) คือ มลู ค่าปัจจบุ ันของเงินในอนาคตภายใต้ช่วงเวลา และอัตราผลตอบแทนท่ีไดก้ ำหนดไว้
Present Value มหี ลักแนวคดิ วา่ เงินในปจั จุบนั มคี า่ มากกวา่ เงินในอนาคต เชน่ เงนิ 1 ล้านบาทวันน้ี
มีคา่ มากกวา่ 1 ล้านบาทในอีกหลาย ๆ ปขี ้างหน้า เหตผุ ลกค็ ือเงนิ ในวนั น้สี ามารถนำไปลงทุนไดเ้ ลย
ทนั ที ซึ่งจะสร้างผลตอบแทนที่เพมิ่ ขนึ้ มา เงินในปจั จบุ ันจงึ มีมลู ค่ามากกวา่ เงินในอนาคต Present
Value (มลู คา่ ปจั จบุ ัน) จึงเปน็ หัวขอ้ ทีม่ ีความสำคัญมากในวชิ าการเงิน

บทที่ 7 การประมาณการทางการเงิน 165

ตารางตวั อยา่ งท่ี 7.2 แสดงการคำนวณหา PV

ปี จำนวนเงินท่ไี ด้ PWF (10%) : 1 / (1 + r)n มลู ค่าปจั จบุ นั (PV)

1 1,000 0.909 909
2 2,000 0.826 1,652
3 3,000 0.751 2,253
4 4,000 0.683 2,732
5 5,000 0.621 3,105
10,651

7.3 รูปแบบของเกณฑก์ ารตดั สินใจเพ่อื การลงทุนแบบปรับค่าของเวลา

มูลค่าปจั จุบันของผลประโยชนส์ ุทธิ (Net Present Value : NPV)

มลู คา่ ปจั จบุ นั ของผลประโยชนส์ ทุ ธิ หมายถึง ผลรวมของผลประโยชนส์ ทุ ธซิ งึ่ ไดม้ ี
การปรับคา่ ของเวลาแล้ว

กำหนดให้ NPV = มลู ค่าปจั จบุ ันของผลประโยชนส์ ุทธจิ ากโครงการ
Bt = ผลประโยชนจ์ ากโครงการในปีที่ t
Ct = ค่าใชจ้ า่ ยของโครงการในปที ่ี t
t = ปีของโครงการมคี ่าตงั้ แต่ 1 ถึง n
n = อายโุ ครงการมคี า่ ตงั้ แต่ (project life)
r = อตั ราดอกเบ้ียหรอื คา่ เสยี โอกาสของเงนิ ทนุ

สตู รแบบที่ 1 n Bt - n Ct
(1+r)t (1+r)t
NPV =  
t=1 t=1

สตู รแบบที่ 2 n Bt - Ct
NPV =  (1+r)t

t=1

166 การจดั การการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

หลักการตดั สนิ ใจเพอ่ื การลงทุนในโครงการ
ถ้า NPV > 0 คมุ้ ค่าแกก่ ารลงทนุ
NPV < 0 ไม่สมควรลงทุน
NPV = 0 เทา่ ทนุ
อยา่ งไรก็ตาม การคำนวณหาค่า NPV สามารถทำได้โดยใช้ Microsoft Excel

ตวั อยา่ ง

รปู ท่ี 7.1 NPV ของโครงการอย่างหนงึ่ (อัตราสว่ นลด r = 12%)

ตวั อยา่ ง กรงุ เทพมหานครมีนโยบายทจี่ ะรณรงค์ให้ประชาชนแยกทิง้ ขยะใหถ้ กู ตอ้ ง จงึ

จำเป็นตอ้ งมกี ารลงทุนในโครงการคดั แยกขยะตามถงั แยก โดยเรม่ิ จากเขตพญาไท ในการน้ีมเี งนิ

ลงทนุ เรม่ิ แรก 100,000 บาท คา่ ใชจ้ ่ายใจการดำเนนิ งานปีละ 30,000 บาท ผลประโยชนจ์ าก

โครงการปลี ะ 60,000 บาทไดต้ ดิ ตอ่ กัน 3 ปี ตามอายุโครงการ เม่ือโครงการครบกำหนดยังมมี ลู ค่า

ซาก (Salvage Value) อกี 20,000 บาท ถา้ อตั ราดอกเบย้ี กู้ยืมเท่ากับ 18% ตอ่ ปี อยากทราบวา่

กรุงเทพมหานครควรจะลงทนุ ในโครงการน้ี หรอื ไม่

วธิ ที ่ี 1 จากสูตร : Bt – Ct
(1 + r)t
NPV = - C0 + 

NPV = -100,000 + 30,000 + 30,000 + 30,000 + 20,000
(1+0.18)1 (1+0.18)2 (1+0.18)3 (1+0.18)4

= - 100,000 + 30,000(0.847) +30,000(0.718) + 30,000(0.608) + 20,000(0.608)
= - 22,620 บาท

บทท่ี 7 การประมาณการทางการเงิน 167

การตคี วามตวั เลขของคา่ NPV จำนวน - 22,620 บาท มลู ค่าของผลประโยชน์สุทธิทเี่ กิดขึ้น
ในอนาคต เมอ่ื ไดค้ ิดหักลดเปน็ ค่าปจั จบุ ันแล้ว แสดงใหเ้ ห็นว่า นอกจากการลงทุนนน้ั จะไมใ่ ห้
ผลประโยชนจ์ ากการใชเ้ งินทนุ หรอื อตั ราดอกเบ้ยี เท่ากับ 18% แลว้ กรงุ เทพมหานครยงั คงขาดทนุ
อกี เป็นจำนวนเงนิ 22,620 บาท กลา่ วอีกนัยหนง่ึ ถ้าโครงการนี้มีความจำเป็นตอ้ งกูย้ มื เงนิ จากสถาบัน
การเงิน ก็จะไม่มีเงินเหลอื อีกเลยหลงั จากทีไ่ ดจ้ ่ายคืนคา่ เงนิ ลงทนุ และดอกเบ้ยี โครงการน้ีใหค้ ่า NPV
น้อยกว่าศูนยย์ ่อมไม่คุ้มคา่ แก่การลงทุน

ขอ้ สงั เกต
การลงทนุ NPV จะเรม่ิ ตน้ 1 งวดก่อนวันที่ของกระแสเงนิ สด Value1 และสน้ิ สุดทกี่ ระแส

เงนิ สดลา่ สุดในรายการ สำหรบั การคำนวณ NPV จะยึดตามกระแสเงินสดในอนาคต ถ้ากระแสเงินสด
แรก จะเกิดขึ้นตอนต้นงวดแรก ต้องใสค่ า่ แรกในผลลพั ธ์ NPV และไมร่ วมอยู่ในอารก์ ิวเมนต์
(Argument) Values ดูตวั อย่างด้านล่างเพ่อื ดูขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ ถ้า n เป็นจำนวนกระแสเงนิ สดใน
รายการ value จะไดส้ ตู รสำหรบั NPV ดังน้ี

NPV จะคลา้ ยกบั ฟงั ก์ชัน PV (มูลคา่ ปัจจบุ นั ) ขอ้ แตกต่างหลกั ระหวา่ ง PV และ NPV คอื
ฟงั ก์ชัน PV ช่วยใหก้ ระแสเงินสดเรม่ิ ข้ึนท่สี ้นิ งวดหรอื ตอนต้นงวด กระแสเงนิ สดของ PV ต้องเป็น
คา่ คงที่ตลอดการลงทุน ต่างจากมลู คา่ กระแสเงนิ สดของ NPV ผันแปร หากตอ้ งการทราบข้อมลู
เพิ่มเตมิ เกยี่ วกับเงินเงนิ และฟงั กช์ ันทางการเงิน โปรดดูฟังก์ชัน PV ฟงั กช์ ัน NPV ยงั เกี่ยวข้องกับ
ฟงั กช์ นั IRR (อัตราผลตอบแทนภายใน) IRR คืออตั ราท่ี NPV เท่ากบั ศูนย:์ NPV(IRR(...), ...) = 0

168 การจัดการการเงินสำหรบั ผู้ประกอบการ

ตัวอย่าง ธรุ กจิ สายการบินเอกชนแห่งหนง่ึ มีโครงการผลติ เครอื่ งบนิ Boeing 888 เคร่อื งใหม่
เพ่ือรองรับผูโ้ ดยสาร ในการนมี้ ีค่าใช้จา่ ยสำหรบั การวจิ ยั และพฒั นา 2 พนั ลา้ นดอลลาร์ และคาดวา่
จะต้องจา่ ยอีก 4 พนั ล้านดอลลาร์ ในการลงทนุ ใหมค่ า่ ใช้จา่ ยท้งั 2 รายการตอ้ งจ่ายเป็นเงนิ กอ้ นพร้อม
กนั ทั้งนีต้ ้ังอยบู่ นข้อสมมตวิ ่าสามารถจำหน่ายเครอื่ งบนิ ออกไปได้ ข้อมลู ตา่ ง ๆ ทใ่ี ชป้ ระกอบการ
ตดั สินใจในการลงทุนผลิตเครอ่ื งบนิ รวมทง้ั ค่า NPV เปน็ ไปตามตารางที่ 7.3
ตารางตวั อยา่ งที่ 7.3 ตวั เลขของคา่ NPV

ปี กำไรจากการ คา่ ใช้จา่ ยใน คา่ เส่อื ม การเปลี่ยนแปลงใน กระแสเงิน มูลคา่ ปัจจบุ ันของ
ดำเนินงาน การลงทุน ราคา เงนิ ทนุ หมุนเวียนที่ สดสุทธิ กระแสเงินสดสทุ ธิ
หลงั หักภาษี
ไม่ใช่เงนิ สด (r=12%)

0 4,000 (4,000) (4,000)

1 929 82 1,722 (711) (653)

2 1,666 72 (17) 1,755 1,399

3 1,458 67 (343) 1,868 1,330

4 1,615 62 51 1,626 1,033

5 1,620 61 (91) 1,772 1,005

6 1,507 61 102 1,466 742

7 1,647 61 42 1,666 754

8 1,922 489 61 247 1,247 504

9 1,658 102 (212) 1,972 711

10 922 98 431 588 189

11 1,718 90 376 1,432 412

12 1,899 78 137 1,840 472

13 1,640 500 75 389 826 189

14 1,172 73 604 641 131

15 1,895 52 119 5,835 984

NPV 5,220

บทที่ 7 การประมาณการทางการเงิน 169

กรณที ่ตี ้องตัดสนิ ใจเลอื กลงทุนในโครงการใดโครงการหนงึ่ จากหลายโครงการกจ็ ะเลอื ก

ลงทุนในโครงการท่ีให้คา่ NPV สูงสดุ พจิ ารณาตารางท่ี 7.4

ตารางที่ 7.4 แสดงการใชท้ รพั ยากรในโครงการ A และ B (Rs.000) และผลลพั ธ์ของการใช้เกณฑก์ าร

ตัดสินใจลงทนุ (r=8%)

โครงการ ปี PV 0 1 2-6 7 โครงการ ปี PV 0 1 2-6 7

A @8% B @8%

ค่าใช้จา่ ย 1,000 ค่าใช้จ่าย 400

ลงทุน ลงทุน

เงนิ ทุน 200 (200) เงนิ ทุน 40 (40)

หมนุ เวียน หมุนเวีย



วัตถุดบิ 400 500 500 ปุ๋ย 30 30 30 30

พลงั งาน 80 100 100 เมลด็ 200 20 20 20

พนั ธ์

แรงงาน 90 90 90 แรงงาน 200 200 200 200

ค่าใชจ้ า่ ย 4,607 1,200 570 700 500 ค่าใช้จา่ ย 1,968 690 250 250 210

ทงั้ หมด ทง้ั หมด

ผลประ 5,021 800 1,000 1,000 ผลประ 1,955 315 315 315 315

โยชน์ โยชน์

BCR 1.09 BCR 0.993

NPV 414 (1,200) 230 300 500 NPV (13) (375) 65 65 65

IRR(%) 16.6 IRR(%) 7.0

- ตวั เลขในวงเล็บมคี า่ เปน็ ลบ เกณฑ์ NPV ทำใหเ้ ราตดั สนิ ใจเลอื กลงทนุ ในโครงการ A เพราะให้คา่
NPV สูงกวา่ โครงการ B และมีคา่ เป็นบวก
คา่ NPV จะแปรผันตามอตั ราส่วนลด (r) ซึ่งจากตารางที่ 3.3 สามารถนำมาแสดง
ความสมั พันธ์ระหว่าง NPV กับ r ดงั รปู ที่ 4.2 เสน้ NPV ของแต่ละโครงการลาดลงจากซา้ ยมา
ขวาเม่อื r เพิ่มขนึ้ จะใหไ้ ด้วา่ NPV ของโครงการ A มคี ่าเปน็ บวก ณ r= 8% ขณะท่ี NPV ของ
โครงการ B มค่ี า่ เปน็ ลบ ทำใหเ้ รายอมรับโครงการ A และปฏิเสธโครงการ B อย่างไรก็ตาม หวั ใจ

170 การจดั การการเงนิ สำหรบั ผู้ประกอบการ
สำคัญของเสน้ NPV กค็ ือจุดซง่ึ เสน้ NPV ตดั แกนนอน ตวั อยา่ งเช่น เส้น NPV ของโครงการ A
ตดั แกนนอน ณ r= 17% ณ อตั ราสว่ นลดนี้ มลู คา่ หักลดของผลประโยชน์เท่ากบั มลู ค่าหกั ลดของ
คา่ ใชจ้ า่ ย ขณะทีเ่ สน้ NPV ของโครงการ B ตัดแกนนอน ณ r ระดับท่ตี ่ำกวา่ โครงการ A คอื r =
7%

รปู ภาพที่ 7.1 : แสดงเสน้ NPV
อาจกลา่ วไดว้ า่ อัตราสว่ นลดเปน็ ตัวทแี่ สดงความสามารถของเงนิ ลงทุน ทีจ่ ะทำใหผ้ ลู้ งทุนไดร้ บั
การคืนทุนไดโ้ ดยอตั ราส่วนลดควรจะมากกว่าอัตราดอกเบีย้ นัน่ คอื ถา้ ลงทุนไดร้ ับอัตราดอกเบ้ีย
เทา่ กบั อตั ราสว่ นลดหรอื ค่าเสียโอกาสของเงนิ ทุน กไ็ มม่ ปี ระโยชนอ์ ะไรทีจ่ ะลงทนุ ในโครงการ
อย่างไรกต็ าม การพจิ ารณาอายุของโครงการก็เปน็ สง่ิ ทส่ี ำคัญในการคำนวณคา่ NPV เพราะยง่ิ
อายขุ องโครงการยง่ิ นาน จะมผี ลให้มลู ค่าของเงินในอนาคตถกู ทอนคา่ ลงมากข้ึน โครงการหนงึ่ ๆ
สามารถพจิ ารณาอายุของโครงการไดจ้ ากอายุทางเศรษฐกจิ ของอปุ กรณ์เครือ่ งจกั ร (10 - 15 ป)ี
ยานพาหนะ (4 - 5 ป)ี ตวั อาคาร - โรงงาน (30 - 40 ป)ี ซง่ึ ในทางปฏบิ ัติ จะสามารถกำหนดอายขุ อง
โครงการเท่ากับอายกุ ารใชง้ านทางเศรษฐกจิ ของสินทรพั ยป์ ระเภททนุ ทส่ี ำคญั ตอ่ โครงการ มผี ลตอ่
ผลผลิตออกของโครงการ และในกรณที ่สี ินทรพั ยป์ ระเภททนุ หรือสนิ ทรัพยถ์ าวรใดมอี ายมุ ากกว่าอายุ
ของโครงการก็ใหต้ เี ป็นมลู ค่าซาก (Salvage Value) ในปสี ุดทา้ ยของโครงการ ซง่ึ ถอื เปน็ ผลประโยชน์
ของโครงการทเี่ กดิ ขน้ึ ในปสี ดุ ทา้ ยน่นั เอง ส่วนกรณที ี่สนิ ทรพั ยถ์ าวรท่มี ีอายนุ ้อยกว่าอายุโครงการ ก็
ต้องมคี า่ ใช้จ่าย เพื่อทดแทนทรพั ยส์ ินถาวรทีช่ ำรุดสกึ หรอ หรอื หมดอายุ (Replacement Cost)

บทที่ 7 การประมาณการทางการเงิน 171

อัตราผลตอบแทนภายในจากการลงทุน (Internal Rate of Return: IRR)

จากเกณฑ์ NPV จะเห็นได้ว่ามีข้อเสยี ประการหนง่ึ คอื NPV บอกเพียงว่า โครงการนจ้ี ะ

สามารถทำกำไรใหแ้ กผ่ เู้ ป็นเจ้าของโครงการได้หรือไม่ ถา้ ได้จะไดม้ ากน้อยเพียงใด โดยเรากำหนด

อัตราสว่ นลด (r) ลงไปในสตู ร NPV แต่ NPV ไมส่ ามารถบอกได้ว่า โครงการทีก่ ำลงั พจิ ารณาจะคนื ทนุ

ในอตั ราเท่าใด เมอ่ื เป็นเชน่ นี้ ผลู้ งทนุ โดยท่ัวไปจงึ หันมานยิ มใช้เกณฑ์อตั ราผลตอบแทนภายใน (IRR)

โดยที่ IRR หมายถงึ

: อัตราส่วนลดท่ที ำใหม้ ูลคา่ ปจั จบุ ันของผลประโยชน์เทา่ กบั มลู ค่าปจั จบุ ันของค่าใช้จา่ ย

: อตั ราความสามารถของเงนิ ทุนทีท่ ำให้ผลประโยชน์คุม้ กบั ค่าใช้จ่ายเมอ่ื คดิ เปน็ มลู คา่

ปจั จุบนั

: อัตราสว่ นลดทที่ ำให้ NPV = 0

IRR คอื r ทที่ ำให้ n =B(t1+-r)Ct t =0

t=0

การพจิ ารณาตดั สินใจลงทนุ กระทำโดยนำค่า IRR ไปเปรียบเทยี บกบั อตั ราค่าเสยี โอกาสของ

เงินทุน ซ่ึงอาจเป็นอัตราดอกเบ้ียเงนิ กขู้ องสถาบนั การเงนิ อตั ราผลตอบแทนขน้ั ต่ำทธ่ี ุรกจิ ยอมรับได้

หรือ อัตราผลตอบแทนจากการลงทนุ ในระยะยาวตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ อตั ราดอกเบยี้

พนั ธบัตรรฐั บาล

หลกั ในการตดั สินใจลงทนุ มีดังนี้

IRR > r คมุ้ คา่ แกก่ ารลงทุนและยอมรบั ข้อเสนอโครงการ

IRR < r ไม่คุม้ ค่าแก่การลงทุนและไม่ยอมรบั ขอ้ เสนอโครงการ

IRR = r เสมอตวั

การคำนวณหาค่า IRR ใหใ้ ช้วิธลี องผิดลองถกู ควบค่กู นั กับเขา้ สตู รบญั ญัติไตรยางศ์ประมาณ

คา่ ในช่วง (Interpolation) โดยเราตอ้ งดู NPV เป็นหลกั นน่ั คือ เลือกอัตราส่วนลด (r) อตั ราหน่ึงมา

คำนวณ

- ถา้ อัตราส่วนลด (r1 ) ท่ีเลอื กมาทำให้ NPV ติดลบแสดงวา่ r1 ทเ่ี ลอื กมามีคา่
สูงเกินไป นั่นคือ ต้องจ่ายดอกเบยี้ สำหรบั เงินลงทุนแพงมากไม่ค้มุ

172 การจดั การการเงนิ สำหรับผปู้ ระกอบการ

- ถ้าอัตราสว่ นลด (r2 ) ทีเ่ ลอื กมาทำให้ NPV เป็นบวกแสดงว่า r2 ทเ่ี ลอื กมามี

ค่าต่ำเกินไป นน่ั คือ ต้องเสยี ดอกเบี้ยสำหรบั เงินลงทุนไปแลว้ ในอัตรา r2%

ผลประโยชน์ยังคงมากกวา่ คา่ ใชจ้ ่าย

ดงั นนั้ อัตราส่วนลด (r) ทีท่ ำให้ NPV เทา่ กบั ศนู ยไ์ ดน้ ัน้ นา่ จะอยูร่ ะหว่าง r1 และ r2 โดยนำ
คา่ r1 ,r2และ NPV จาก r1 และ r2 มาเขา้ สตู รประมาณคา่ ในช่วงดงั นี้

{ }IRR = r ตวั ต่ำ + ผลตา่ งของ r ท้ังสอง
NPV ของ r ตัวต่ำ

ผลต่างของ NPV ทีใ่ ช้ r ทงั้ สอง

อย่างไรก็ตาม การคำนวณหาค่า IRR สามารถกระทำไดง้ า่ ยด้วยการใช้โปรแกรม Microsoft
Excel อนง่ึ ในกรณีเป็นการวิเคราะห์โครงการของรัฐบาลหรอื การวิเคราะหท์ างเศรษฐกจิ จะให้ใช้คา่
EIRR ( Economic Internal Rate of Return) แทนค่า IRR โดยรายการค้นทนุ และผลประโยชน์ท่จี ะ
นำมาคำนวณหาคา่ EIRR นัน้ ตอ้ งเป็นรายการทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่รายการทางการเงิน

7.4 มลู คา่ เพิ่มทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Value Added : EVA)

องค์กรธุรกจิ พยายามวดั คา่ ผลการดำเนนิ โครงการ โดยใช้เกณฑ์ หรือ เคร่อื งมือชว่ ยการ
ตัดสินใจในการลงทุนตา่ ง ๆ เช่น NPV, IRR, ROI และ ROE สามารถสังเกตไดว้ ่า เกณฑ์เหลา่ นเี้ นน้
การวดั ค่า หรือ ผลกำไรแกผ่ ู้ลงทนุ หรือ ผู้ถอื หุ้นเป็นสำคญั ในปจั จุบนั องค์กรธรุ กิจที่กำลงั เตบิ โต และ
มชี อื่ เสียงหลายแหง่ นำวิธวี ัดผลการดำเนนิ งานทางการเงินอกี รปู แบบหนง่ึ ท่ี เรียกว่า มลู คา่ เพิม่ ทาง
เศรษฐศาสตร์ (EVA) เข้ามาใช้บรหิ ารจดั การโครงการ ซึ่งไมอ่ าจปฏิเสธได้วา่ EVA ใหป้ ระโยชน์มากจน
กลายเปน็ ท่ีนยิ มสงู สุดสำหรบั การวเิ คราะหง์ บดุลขององคก์ รธุรกิจ การตดั สนิ ใจจ่ายผลประโยชน์ตอบ
แทนแก่ผู้บรหิ าร และแมแ้ ต่การตดั สินใจคัดเลือกโครงการ ผลการวเิ คราะหน์ ำมาซึง่ การเปรยี บเทยี บ
ผลกำไรจากการดำเนินงานหลงั หักภาษี โดยสุทธทิ ม่ี ีตอ่ ตน้ ทนุ ของเงินทนุ ทไี่ ด้จดั สรรในแตล่ ะปี

EVA เปน็ วิธีท่ีได้คดิ ขนึ้ มาในปี 1982 โดย Joel Stem และ G.B Stewart ซงึ่ ไดก้ อ่ ต้ังบริษัท
ที่ปรกึ ษาทางการเงนิ ภายใตช้ อ่ื Stem Stewart & Company เพอื่ ใช้เปน็ เครอื่ งวดั เปรยี บเทยี บผล
กำไรจากการดำเนนิ งานขององคธ์ รุ กจิ ตอ่ ต้นทุนของเงนิ ทนุ ทีใ่ ชไ้ ป โดยท่ัวไปมักจะนำมาใชป้ ระเมนิ
ธรุ กจิ หรือแผนกต่าง ๆ ขององคก์ ร ในฐานะเป็นเคร่อื งวัดทส่ี มบรู ณ์ท่ีมอี ยู่ แต่ก็อาจนำมาใชป้ ระเมิน
กระแสเงนิ สดในงานโครงการ การจดั สรรงบประมาณเงินทนุ มหี ลายธุรกจิ ถงึ กลับใช้ EVA ประเมิน
โครงการหรอื แผนในการเขา้ ยึดกจิ การ การรวมกจิ การ การขายกจิ การสาขายอ่ ยและการลงทนุ

บทท่ี 7 การประมาณการทางการเงิน 173

แนวคิดพ้ืนฐานของ EVA
EVA เปน็ วธิ กี ารที่ใชป้ ระมาณคา่ แท้จริงทางเศรษฐศาสตร์ทอ่ี งค์ธุรกจิ สรา้ ง

ขึ้นมา ซึ่งแตกต่างจากวิธีการแบบเดิมดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น โดยเป็นแนวคิด
เดียวกันกับการหาผลกำไรทางเศรษฐศาสตร์ (economic profit) รายได้ส่วนท่ี
เหลือ (residual income : RI) และการจัดการค่าทางเศรษฐกิจ (economic
value management) การคิดคำนวณ EVA จึงมีรากฐานมาจากมูลค่าทางบัญชี
ของ RI โดย EVA เป็นความแตกต่างระหว่างรายได้ทางบัญชหี รอื ผลตอบแทนส่วน
ทุนหลังหักภาษีของธุรกิจ กับ ต้นทุนของเงินทุนที่ใช้สร้างรายได้นั้น ซึ่งต้องมี
กระบวนการปรับค่าเงินรายได้ และเงินทุนทีใช้ไปเพื่อให้ได้รับผลกำไรทาง
เศรษฐศาสตร์ที่แท้จริง ฉะนั้น EVA จึงแสดงถึงรายได้ส่วนเหลอื หรือ RI ที่ยังมีอยู่
หลังจากผู้ลงทนุ ไดร้ ับอัตราผลตอบแทนขน้ั ต่ำทเ่ี ขาต้องการซึ่งชดเชยสำหรับความ
เส่ียงอันเกดิ จากการลงทุนในธุรกจิ วธิ คี ำนวณคา่ EVA เป็นดงั นี้

EVA = NOPAT – WACC* (invested capital)
โดยท่ี
NOPAT = ผลกำไรจากการดำเนนิ งานสทุ ธิหลงั หักภาษี

(Net Operating Profit After Tax)
WACC = คา่ เฉลยี่ ถ่วงนำ้ หนกั ของต้นทนุ ส่วนทนุ

(Weighted Average Cost of Capital)
สว่ นทุนทใ่ี ช้ไป (Invested Capital) ประกอบดว้ ยทรพั ย์สนิ คงท่แี ละเงนิ ทุนหมนุ เวียน ข้อได้เปรยี บ
ของการใช้ EVA ในฐานะเป็นเครอื่ งวัดผลการดำเนนิ งานทางการเงิน กค็ อื การพจิ ารณาต้นทนุ ของทุน
ทง้ั หมดของธุรกจิ จึงทำให้ EVA มีข้อไดเ้ ปรียบอกี ประการหน่ึง คอื ขจดั ความสบั สน และความขัดแยง้
ทเ่ี กิดขึ้นเม่อื ธุรกจิ ใช้เครือ่ งวัดผลการดำเนนิ งานหลากหลายวธิ ี อันไดแ้ ก่ กำไรต่อหนุ้ (Earning Per
Share : EPS) ผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment : ROI ) ผลตอบแทนสว่ นผเู้ ปน็
เจ้าของ (Return on Equity : ROE) และส่วนเหลอื่ มกำไรสทุ ธิ (Net Profit Margin)

174 การจดั การการเงินสำหรบั ผ้ปู ระกอบการ 2,600,000

ข้อมลู ทางการเงินที่จำเปน็ ในการคำนวณหาคา่ EVA (1,400,000)
- งบกำไรขาดทนุ (400,000)
- งบดุล (150,000)
สามารถพจิ ารณากรณตี ัวอย่างต่อไปน้ี (หนว่ ย : บาท) (100,000)
งบกำไรขาดทุน 550,000
รายไดก้ ารขาย (84,000)
ต้นทนุ สินคา้ ขาย 465,200
186,080
ค่าใช้จา่ ยการขายและการจัดการ 279,120
คา่ เสอ่ื มราคม
คา่ ใชจ้ ่ายดำเนนิ งานอื่น ๆ
ผลกำไรเบือ้ งต้น
ค่าใช้จา่ ยดอกเบ้ยี
ผลกำไรกอ่ นหักภาษี
ภาษี (40%)
ผลกำไรสทุ ธิ

ทรพั ย์สิน งบดลุ
เงินสด 50,000 หน้สี ินและทุน
ลูกหน้ี 439,120
สนิ คา้ คงคลัง 235,000 เจ้าหนี้ 100,000
ทรัพยส์ นิ อ่นื ๆ 145,000 คา่ ใช้จา่ ยคา้ งชำระ 250,000
อาคารและท่ดี ิน 950,000 เงินกรู้ ะยะสน้ั 300,000
ทรพั ยส์ ินถาวรอื่น 600,000 เงนิ กรู้ ะยะยาว 760,000
ๆ ทุนจดทะเบียน 300,000
กำไรทีย่ ังไม่ได้ 430,000
รวม 2,419,120 จัดสรร
ผลกำไรรอบปี 279,120
รวม 2,419,120

บทที่ 7 การประมาณการทางการเงิน 175

ข้ันตอนการคำนวณหา EVA

- คำนวณหาผลกำไรสุทธหิ ลงั ภาษี (NOPAT)

- ระบจุ ำนวนเงนิ ทุนของโครงการที่มีค่าเสียโอกาสของทนุ

- กำหนดอตั ราค่าเสยี โอกาสของเงินทนุ (WACC)

- คำนวณหาคา่ เพิม่ ทางเศรษฐกจิ (EVA)

คำนวณหาผลกำไรหลงั ภาษี

วธิ ที ี่ 1 (บาท)

ผลกำไรเบ้อื งตน้ 550,000

ภาษเี งินได้ (40%) (186,080)

ผลกำไรหลงั หักภาษี 363,920

วธิ ีท่ี 2

ผลกำไรสทุ ธิ 279,120

ค่าใชจ้ า่ ยดอกเบยี้ 84,800

ผลกำไรหลังหักภาษี 363,920

ระบจุ ำนวนเงนิ ทนุ ของโครงการ

เงนิ ทุนทมี่ คี า่ เสยี โอกาส = หนสี้ ินและทนุ – หนี้สินทีไ่ มม่ ดี อกเบีย้ จ่าย

หนี้สนิ ทไ่ี มม่ ดี อกเบีย้ จา่ ย :

เจา้ หน้ี 100,000

ค่าใชจ้ ่ายค้างชำรุด 250,000

เงินทนุ = 2,419,120 – 350,000 บาท

= 2,069,120 บาท

176 การจดั การการเงินสำหรับผ้ปู ระกอบการ

กำหนดค่าเสียโอกาสของเงนิ ทนุ

1. ใช้ WACC

สัดส่วนของผู้ถือห้นุ = มูลค่าส่วนของผถู้ อื หุ้น/มลู ค่าหนส้ี นิ และทนุ

= 1,009,120 / 2,069,120 = 0.487 หรอื คิดเปน็ รอ้ ยละ 48.7

สดั ส่วนทุนจากหนส้ี นิ = 0.513 หรือคิดเป็นร้อยละ 51.3

อตั ราคา่ เสียโอกาสของทุน : 13% คิดจากอัตราผลตอบแทนเฉล่ยี ของการลงทนุ ใน

ตลาดหลักทรพั ยใ์ นระยะยาวท่มี อี ัตราเสีย่ งเท่ากนั

อัตราดอกเบ้ียของหนส้ี ิน : 8% คดิ จากอตั ราดอกเบยี้ ท่โี ครงการตอ้ งจา่ ย

WACC = (0.487 x 13%) + (0.513 x 8%) = 10.44%

2. ในกรณีที่คดิ จากรปู แบบความประหยดั จากภาษจี ากาการใชเ้ งนิ กู้

ความประหยัดภาษี = อตั ราดอกเบี้ยเงนิ กู้ x (1 - อตั ราภาษี)

WACC = (0.487 x 13%) + (0.513 x 8%) (1-0.4) = 8.79%

คำนวณค่าเพม่ิ ทางเศรษฐกจิ (EVA) :

EVA = NOPAT – (C x WACC)

= 363,920 – (2,069,120 x 0.1044) = 363,920 – 216,016.13

= 147,903.87

บริษัทไดส้ ร้างคา่ ในรอบปีเทา่ กับ 147,903.87 บาท

บทท่ี 7 การประมาณการทางการเงิน 177

การแสดงงบกำไรขาดทนุ แบบ EVA

(บาท)

รายไดก้ ารขาย 2,600,000

ต้นทุนสนิ คา้ ขาย (1,400,000)

คา่ ใช้จา่ ยการขายและการจดั การ (400,000)

ค่าเสือ่ มราคา (150,000)

ค่าใช้จา่ ยดำเนินงานอืน่ ๆ (100,000)

ผลกำไรเบ้อื งตน้ 550,000

ภาษี (40%) (186,080)

ค่าเสยี โอกาสของทุน (216,01.13)

คา่ เพม่ิ ทางเศรษฐกจิ (EVA) 147,903.87

1) คา่ EVA บง่ ช้ีว่า การลงทนุ ใดทใี่ หอ้ ัตราผลตอบแทนต่ำกวา่ ค่าเสียโอกาสของ

เงนิ ทุนกไ็ มค่ วรค่าแก่การลงทนุ สมควรจดั สรรเงนิ ทุนในทางเลอื กอ่ืนทใ่ี ห้

ผลตอบแทนในอัตราที่สงู กวา่

2) EVA เป็นเครอ่ื งมอื ท่ชี ว่ ยใหธ้ รุ กจิ ขนาดย่อมหรอื SME ทม่ี เี งนิ ทนุ จำกดั จัดสรร

เงนิ ทนุ ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ กว่าวิธกี ารวเิ คราะห์อนื่ เพราะธรุ กจิ ไดเ้ ขา้ ใจถึง

เรอ่ื งคา่ เสียโอกาสของเงนิ ทุน

3) EVA ช่วยให้ผ้เู ปน็ เจา้ ของโครงการทราบถงึ ผลกำไรท่ีแทจ้ รงิ ของโครงการ

ความเทยี บเทา่ ของมลู คา่ ปัจจบุ ันสุทธิและมลู คา่ เพ่ิมของตลาดในฐานะเครอื่ งวัดค่าทาง
เศรษฐกิจของโครงการ (The Equivalence of Net Present Value and Market
Value Added as Measures of a Project’s Economic Worth)

โดยท่วั ไปแล้วมลู ค่าเพม่ิ ของตลาด (MVA) ซ่งึ กค็ ือ มูลคา่ ปัจจุบนั ของอนกุ รมของ
มลู ค่า EVA นนั้ เป็นวธิ ีทีม่ ีประโยชนเ์ ทียบเท่ากบั วธิ วี ดั ค่า NPV แบบเดิมสำหรบั กรอบกระแส
เงินสดหลงั หกั ภาษีของโครงการหน่ึง กรณที ่ีใชต้ ้นทุนของเงนิ ทุนเปน็ ตัวหกั ลดคา่ การใช้ EVA
ในฐานะท่ีเปน็ เกณฑก์ ารตดั สินใจในการประเมินการลงทุนสว่ นทุน (Capital Investment)
วิธกี ารวเิ คราะห์ EVA และ NPV ใหผ้ ลเทยี บเท่ากันภายใตข้ อ้ สมมตขิ องอตั ราผลตอบแทน

178 การจัดการการเงนิ สำหรบั ผปู้ ระกอบการ

ภายนอก (External Interest Rate) เท่ากบั ต้นทนุ ของเงนิ ทนุ โดยไมค่ ำนงึ ถงึ วธิ ีการคิดคา่
เส่ือมราคาจาการใชป้ ระโยชนท์ รัพย์สนิ

แนวคิด EVA มรี ากฐานเดิมของวธิ มี ลู ค่าปจั จบุ นั สุทธิ (NPV) ในการจดั ทำ
งบประมาณสว่ นทนุ โครงการหนงึ่ จะเปน็ โครงการที่ดีไดก้ ต็ อ่ เมอ่ื โครงการน้ีกอ่ ใหเ้ กดิ กระแส
เงนิ สดหลังภาษีแก่องค์ธุรกจิ ซง่ึ เมอ่ื หกั ลดคา่ ด้วย WACC แล้วใหค้ า่ NPV มากกว่าคา่ ใชจ้ า่ ย
ในการลงทนุ เร่มิ แรกของโครงการ โดยท่ัวไปกระแสเงนิ สดหลงั ภาษที เ่ี กดิ กบั ธรุ กจิ สามารถ
เขียนไดว้ ่า

กระแสเงินสดหลังหกั ภาษี = EBIT (1-Tax Rate) + Depreciation

– Capital Spending
ถ้าค่าใช้จ่ายสว่ นทุน (Capital Spending ) ถูกชดเชยด้วยค่าเสื่อมราคา และละความสนใจใน
เงินทุนหมุนเวยี น วิธนี ้จี ะได้รายได้จากการดำเนินงานหลังภาษที ีใ่ ชใ้ นวธิ ีวิเคราะหแ์ บบ EVA

บทที่ 7 การประมาณการทางการเงิน 179

สรปุ

การวเิ คราะหโ์ ครงการของรัฐบาล หรือ ทางเศรษฐกจิ และการวเิ คราะห์โครงการของเอกชน
หรือ ทางการเงิน จะสามารถพิจารณาว่า โครงการใดเป็นโครงการที่เหมาะสมคุ้มค่าแก่การ
ลงทุนน้ัน จำเป็นตอ้ งอาศยั เกณฑก์ ารตดั สนิ ใจเพอ่ื การลงทนุ ซึง่ มที ง้ั เกณฑท์ ีไ่ ม่ปรับ หรือ ปรับ
ค่าของเวลา (t) ตามเกณฑ์ทป่ี รบั คา่ ของเวลาเปน็ เกณฑ์ทมี่ คี วามสมเหตสุ มผลมากกว่า เพราะได้
พิจารณาหกั ลดค่าของเงนิ ในแตล่ ะปีตลอดอายโุ ครงการมาไว้ ณ เวลาเดียวกัน คอื เวลาปัจจุบัน
เกณฑ์เช่นนไี้ ด้แก่ NPV, IRR, BCR, PI และ EAC สำหรบั การใช้เกณฑ์ใดย่อมข้นึ กบั วิจารณญาณ
ของนักวิเคราะห์โครงการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงข้อสมมติเบื้องหลัง และข้อดี – ข้อเสีย
ของแตล่ ะเกณฑ์ มิฉะนน้ั อาจนำมาซง่ึ การตัดสินใจท่ผี ดิ พลาดได้ ในสว่ นของ EVA นน้ั ถือเป็นวิธี
วัดผลการดำเนินงานทางการเงินของโครงการอีกรูปแบบหนึ่ง ที่กำลังเป็นที่นิยมใชก้ นั ในธรุ กจิ
ซึง่ แสดงถึงผลกำไรท่ีแทจ้ รงิ ของการใชเ้ งินทนุ นอกจากน้นั ผลกระทบของเงินเฟอ้ หรอื เงนิ ฝืดก็
เป็นปัจจัยสำคัญท่ีกำหนดความสำเร็จของโครงการ ซึ่งโครงการอาจจำเปน็ ต้องกนั เงินสำรอง
จ่ายสำหรับภาวะทางการเงินเอาไว้ แต่รายการเงินสำรองจา่ ยส่วนน้ี จะไม่นำมาคดิ เป็นรายการ
คา่ ใช้จ่ายของการวิเคราะหโ์ ครงการของรฐั บาล และของเอกชนแตป่ ระการใด

180 การจัดการการเงนิ สำหรบั ผู้ประกอบการ

คำถามทา้ ยบท

1) ขอใหน้ ักศึกษาวธิ กี ารประมาณการณ์ทางการเงนิ มอี ีกรปู แบบ
2) ขอใหน้ ักศกึ ษาเลอื กวธิ ีการคำนวณประมาณทางการเงิน สำหรบั NPV วา่ มีก่ีวธิ ี
3) ขอใหน้ กั ศกึ ษา พจิ ารณาขอ้ ดี ขอ้ เสยี ของการประมาณการณ์ทางการเงนิ แต่ละ

ประเภท
4) เกณฑ์การตัดสนิ ใจเพอ่ื การลงทนุ สำหรับนเ้ี ป็นประเด็นในเรอ่ื งใดสำคัญทสี่ ดุ เพราะเหตุ

ใด
5) ปัจจยั สำคัญด้าน IRR มีความสำคญั ต่อการวิเคราะหอ์ งค์กรธรุ กิจอย่างไร
6) ขอใหน้ ักศึกษายกตัวอยา่ งการคำนวณ IRR เมือ่ องคก์ รต้องการดำเนินโครงการ
7) EVA คอื อะไร มคี วามสำคญั ตอ่ องคก์ รอย่างไร
8) เหตผุ ลใด EVA จงึ ไดร้ บั ความนยิ มในปจั จบุ ัน
9) ในความคิดเหน็ ของนักศกึ ษา ระยะเวลาคืนทุน มคี วามจำเปน็ อยา่ งไร
10) ขอให้นกั ศกึ ษายกตัวอยา่ ง ระยะเวลาคืนทนุ ของธรุ กจิ มา 1 ตัวอยา่ งพร้อมวิธกี าร

คำนวณ

บทที่ 7 การประมาณการทางการเงิน 181

เอกสารอา้ งองิ

AREAS, B. (2018). Financial Analysis. Growth, 30, 10.
C.Boophati and John Leeson. (2016). Concept of Working Capital Management.

IRACST – International Journal of Commerce, Business and Management (IJCBM),
ISSN: 2319–2828Vol. 5, No.2, Mar-Apr 2016
Charoen Pokphand Foods. (2017). Annual Report 2017. Retrieved Mar 1.2019. from
https://www.cpfworldwide.com
EduPristine. (2018). Working Capital Management. Retrieved Mar 1.2019. from
https://www.edupristine.com/blog/working-capital-management
Finextra Research. (2018). Role of Working Capital Management in Business Success.
Retrieved Feb 1.2019. from https://www.finextra.com/blogposting/15015/role-of-
working-capital-management-in-business-success
Interspace. (2016). Cash Flow Management. Retrieved Feb 1.2019. from
https://moneyhub.in.th/article/business-cash-flow/
LSK Sim. (2013). Working Capital Management is Part of the Financial Considerations.
Retrieved Feb 1.2019. from http://studentsrepo.um.edu.
JKM Mawutor. (2014). Working Capital Management and Profitability of Firms: A
Study of Listed Manufacturing Firms in Ghana. Retrieved Feb 1.2019. from
https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=2573319
Jim Mueller. (2018). Understanding Financial. Retrieved Feb 1.2019. from
https://www.investopedia.com/articles/basics/07/liquidity.asp]J.P. Morgan
Commercial
Higgins, R. C., & Reimers, M. (1995). Analysis for Financial Management (No. s 53).
Chicago: Irwin.
White, G. I., Sondhi, A. C., & Fried, D. (2002). The Analysis and Use of Financial
Statements. John Wiley & Sons.
Ye, S., & Tiong, R. L. (2000). NPV-at-Risk Method in Infrastructure Project Investment
Evaluation. Journal of Construction Engineering and Management, 126(3), 227-233.

182 การจดั การการเงินสำหรบั ผ้ปู ระกอบการ

บทที่ 8

การควบคุมทางการเงนิ

ในการประกอบธรุ กจิ ไม่ว่าจะเปน็ องค์กรประเภทใด หรือ ขนาดใดกต็ าม เจ้าของ หรอื
ผบู้ รหิ ารองค์กรยอ่ มมุง่ หวงั ใหก้ ารดำเนินงานประสบความสำเร็จตามเปา้ ประสงค์ และเป้าหมายท่ี
กำหนดไว้ รวมทัง้ ตอ้ งการความเจรญิ กา้ วหนา้ อย่างต่อเนอื่ งและมัน่ คง หากแตโ่ อกาสทอ่ี งค์กรจะ
ประสบกบั ความเสี่ยง ความเสียหายจากการดำเนินงาน หรือ มกี ารทจุ ริตอาจเกดิ ขน้ึ ไดท้ กุ เวลา
สาํ หรบั องคก์ รขนาดเล็กที่มีปรมิ าณธุรกรรมไมม่ าก การดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง โดยควบคมุ ดแู ลได้
อย่างท่ัวถงึ แ ละสามารถบรหิ ารงานใหเ้ ป็นไป ตามเปา้ หมายทกี่ าํ หนดไว้ แต่เม่อื องคก์ รมีขนาดใหญ่
ข้ึน และมีปรมิ าณธรุ กรรมเพม่ิ ข้นึ สง่ ผลให้การดําเนนิ ธรุ กจิ มีความยงุ่ ยากซบั ซอ้ นประกอบกบั
สภาพแวดลอ้ มทางธุรกจิ ในปจั จบุ นั มกี ารเปลีย่ นแปลง และแข่งขันกันอยา่ งรุนแรง เจา้ ของ หรอื
ผบู้ รหิ ารเพียงคนเดียวไม่อาจควบคมุ ดแู ลได้อย่างทว่ั ถงึ และไม่สามารถบรหิ ารงาน ได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ ดงั นัน้ จึงใช้ระบบการควบคุมภายในเปน็ เครอื่ งมือควบคุมการดำเนนิ งาน เพอื่ ใหบ้ รรลุ
วตั ถปุ ระสงค์ และเปา้ หมายที่กำหนดไว้ ช่วยปอ้ งกัน และรกั ษาทรัพยส์ ินขององคก์ ร ชว่ ยให้การ
ปฏบิ ัติงานในข้ันตอนต่าง ๆ เปน็ ไปอยา่ งถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งปอ้ งปราม หลีกเลย่ี ง หรอื ลดความ
เส่ยี งใหเ้ หลอื น้อยทสี่ ุด ระบบการควบคุมภายในจึงมคี วามจาํ เปน็ และเกีย่ วข้องกบั ความสาํ เรจ็ ในการ
ดาํ เนนิ งานขององคก์ รอยา่ งมาก
8.1 การควบคมุ จากหนว่ ยงานรฐั

นอกจากการควบคุมภายในทเ่ี กดิ ขน้ึ จากธุรกจิ เองแล้ว ยงั มีอกี ด้านหนึ่ง คอื การควบทเ่ี ปน็
การคมุ จากภายนอกเปน็ การควบคมุ จากภาครฐั เป็นมาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทย
(TFRS) มีเนอ้ื หาทม่ี ลี ขิ สทิ ธิข์ ององคก์ รมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS ®
Foundation) ซงึ่ มกี ารสงวนลขิ สทิ ธิส์ ภาวชิ าชพี บัญชี ในพระบรมราชูปถมั ภ์ (“สภาวิชาชีพบญั ชี”)
ได้รับการอนุญาตจากองคก์ รมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ระหวา่ งประเทศใหท้ ำซ้ำ และจำหนา่ ย
ภายในราชอาณาจักรประเทศไทยเท่านนั้ ไม่มกี ารใหส้ ทิ ธิแก่บุคคลอืน่ ท่ที ำซ้ำ เกบ็ ไวใ้ นระบบ หรอื
โอนใหใ้ นรปู แบบตา่ ง ๆ หรอื สอ่ื อน่ื ๆ ปราศจากการไดร้ ับความยินยอมเปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษรจากสภา
วิชาชพี บญั ชีและองค์กรมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหวา่ งประเทศ มาตรฐานการรายงานทาง
การเงินของไทย (TFRS) ท่อี อกโดยสภาวิชาชีพบัญชีมีไวเ้ พ่ือนำมาถือปฏิบัตใิ นราชอาณาจกั รประเทศ
ไทยเท่านั้น และไมไ่ ดม้ กี ารจดั ทำหรืออนมุ ตั โิ ดยคณะกรรมการมาตรฐานการบญั ชีระหว่างประเทศ

บทท่ี 8 การควบคุมทางการเงิน 183

(คณะกรรมการ IASB) มาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทยตอ้ งไม่มีการจำหน่ายภายนอก
ราชอาณาจักรประเทศไทย

รวมถงึ มาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ฉบับใหม่ในอนาคตคณะกรรมการกำหนดมาตรฐาน
การบญั ชี อยู่ระหว่างกระบวนการกำหนดมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ของไทยฉบบั ใหม่ ให้
เปน็ ไปตามเกณฑท์ ่ีกำหนดขึน้ โดยมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ระหว่างประเทศ ซึ่งคาดวา่ จะมี
ผลบังคบั ใชใ้ นอนาคต ดังนี้

- มาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ฉบับท่ี 17 เรอื่ ง สัญญาประกันภยั (TFRS 17)
ขณะนอี้ ยู่ระหว่างการยกรา่ งให้เปน็ ไปตามเกณฑ์ทก่ี ำหนดขน้ึ โดยมาตรฐานการ
รายงานทางการเงินระหว่างประเทศ ฉบบั ท่ี 17 เรื่อง สัญญาประกนั ภยั (IFRS 17 ที่
ประกาศในเดือนพฤษภาคม 2560 (May 2017)) โดยคาดว่าจะมผี ลบังคบั ใชส้ ำหรับ
รอบระยะเวลาบญั ชีทีเ่ ร่มิ ในหรอื หลงั วันที่ 1 มกราคม 2566

- กรอบแนวคดิ สำหรบั การรายงานทางการเงิน (ใหม่) ขณะน้อี ยู่ระหว่างการยกร่างให้

เป็นไปตามเกณฑท์ ีก่ ำหนดขน้ึ โดย กรอบแนวคดิ สำหรับการรายงานทางการเงนิ
(Conceptual Framework in IFRS Standards ทปี่ ระกาศในเดือนมนี าคม 2561
(March 2018) โดยคาดวา่ จะมผี ลบงั คบั ใชส้ ำหรับรอบระยะเวลาบญั ชีท่เี รม่ิ ในหรอื
หลงั วนั ที่ 1 มกราคม 2564

ทั้งนกี้ ารควบคมุ ท่ีเก่ียวข้องกบั การเงนิ และบัญชนี ้นั มหี ลากหลายมติ ซิ ่ึงองคก์ รธุรกจิ จะตอ้ ง
ควบคุมดแู ล และเลอื กใชโ้ ดยในบางประเด็นจะถูกบงั คบใชใ้ นมาตรฐานทถี่ กู กำหนดขน้ึ เพ่ือให้การ
ประกอบธุรกิจเป็นไปตามวัตถปุ ระสงค์ และเป้าหมาย การประสมประสานการทำงานระหว่างการ
ปฏิบตั ิการ และการควบคมุ จึงต้องใช้ทั้งศาสตร์ และศิลป์ โดยสามารถพจิ ารณาไดจ้ ากเนื้อหาในบทน้ี

184 การจดั การการเงินสำหรบั ผปู้ ระกอบการ

8.2 ความหมายของการควบคมุ ภายใน

การกล่าวถึง ความหมายของการควบคมุ ภายในซ่ึงเป็นทีย่ อมรบั และนาํ มาประยกุ ตใ์ ชก้ นั
อย่างแพรห่ ลาย ในปจั จบุ นั กำหนดขน้ึ โดยคณะกรรมการจากสถาบันวิชาชพี 5 สถาบนั ในประเทศ
สหรัฐอเมรกิ า ได้แก่สถาบัน ผสู้ อบบัญชรี บั อนญุ าตแห่งสหรฐั อเมริกา (American Institute of
Certified Public Accountants หรอื AICPA) สถาบนั ผู้ตรวจสอบภายในสากล (Institute of
Internal Auditors หรือ IIA) สถาบนั ผบู้ รหิ ารการเงนิ (Financial Executives Institute หรือ FEI)
สมาคมนักบญั ชีแหง่ สหรฐั อเมริกา (American Accounting Association หรอื AAA) และสถาบันนัก
บญั ชีเพ่ือการบรหิ าร (Institute of Management Accountants หรอื IMA) ซงึ่ รู้จกั ในนามของ The
Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission หรอื COSO ได้
ร่วมกันศกึ ษาพฒั นาความหมายและแนวคิดของการควบคุมภายใน ดังน้ี

ในสว่ นแรกการควบคมุ ภายใน (Internal Control) คือ กระบวนการปฏบิ ัตงิ านทบ่ี ุคลากรใน
องค์กร โดยคณะกรรมการบรหิ าร ผูบ้ ริหารทกุ ระดับ และพนกั งานทุกคนมีบทบาทร่วมกนั ในการจดั
ใหม้ ีขึ้น เพ่ือสรา้ ง ความเชอ่ื ม่นั อยา่ งสมเหตสุ มผลว่าการปฏบิ ตั งิ านจะบรรลุวตั ถปุ ระสงคข์ องการ
ควบคมุ ภายใน ซง่ึ การควบคุมทางการเงิน (Financial Control) โดยตรงน้ันถกู กำหนดข้นึ เพ่อื ติดตาม
ผล ตรวจสอบ และประเมินความเหมาะสม ในการดำเนินงานว่าเปน็ ไปตามแผนท่ีกำหนดหรือไม่
ตลอดจนวางแนวทางแก้ไข หรอื ปรบั ปรงุ ใหก้ ารดำเนนิ งานทางการเงินของธุรกจิ ให้มปี ระสทิ ธิภาพ
สูงสุด โดยทก่ี ารตรวจสอบ และการควบคมุ การทางการเงนิ ของธรุ กิจ สามารถจำแนกออกเป็น 2
ประเภท คือ การควบคมุ ภายใน (Internal Control) และการควบคมุ ภายนอก (External Control)

อกี สว่ นทสี่ ำคญั คือ กระบวนการควบคมุ ทางการเงิน (มหาวทิ ยาลัยอบุ ลราชธาน,ี 2558) ท่ี
อธิบายถึงข้ันตอนตา่ ง ๆ ในการควบคมุ ด้านการเงนิ เข้าไว้ ประกอบด้วย การควบคมุ ภายในดา้ น
การเงินและบญั ชี เป็นการควบคมุ ภายใน หมายถึง กระบวนการท่คี ณะผูบ้ รหิ าร และบคุ ลากรใน
องคก์ รกำหนดขนึ้ ซง่ึ เปน็ การออกแบบในระดบั ทส่ี มเหตสุ มผล เพื่อให้เกิดความเชือ่ ม่ันในการบรรลุ
วัตถปุ ระสงคใ์ นเรอื่ งดังต่อไปนี้

บทที่ 8 การควบคุมทางการเงิน 185

วัตถปุ ระสงค์ของการควบคมุ ภายใน
1. ดา้ นการดำเนนิ งาน (Operations) เพอ่ื ให้การปฏบิ ัติงานเปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธิภา
พและประสทิ ธิผล ทำใหก้ ารใช้ทรพั ยากรเปน็ ไปอย่างประหยดั และคุ้มค่า โดยลด
ข้นั ตอนการปฏบิ ตั งิ านทซ่ี ำ้ ซอ้ นหรอื ไมจ่ ำเปน็ ลดความเสย่ี งหรอื ผลเสียหายด้าน
การเงินหรอื ด้านอน่ื ๆ ที่อาจมีข้ึนในหนว่ ยงาน ซึ่งจะช่วยลดตน้ ทนุ การดำเนนิ งาน
แกห่ น่วยงานในทสี่ ุด
2. ด้านรายงานทางการเงนิ (Financial Reporting) เพอ่ื ใหม้ ีขอ้ มลู และรายงาน
ทางการเงินที่ถูกต้องครบถว้ น และเชอ่ื ถอื ได้ สรา้ งความมนั่ ใจแก่ผู้บริหารในการ
ตัดสินใจเกยี่ วกับการบริหาร และการปฏิบัตงิ านและบคุ คลภายนอกทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
3. ดา้ นการปฏบิ ตั งิ านตามกฎระเบียบ และนโยบาย (Compliance with Applicable
Laws and Regulations) เพอื่ ใหบ้ ุคลากรมีการปฏิบตั ติ ามนโยบาย กฎหมาย
เงื่อนไข สญั ญา ข้อตกลงระเบยี บขอ้ บงั คบั ต่าง ๆ อยา่ งถกู ตอ้ ง และครบถ้วน

นอกวัตถปุ ระสงค์ของการควบคมุ ภายใน ดังกลา่ วข้างต้นแล้ว ขน้ั ตอนภายใตก้ ระบวนการ
การควบคมุ จะมีองค์ประกอบการจดั ทำ เพ่ือความสมบรู ณ์ของการทำระบบควบคุม โดยองคป์ ระกอบ
5 ส่วน และมีสาระสำคญั ดงั นี้ดังต่อไปน้ี

องค์ประกอบการควบคมุ ภายใน
1. สภาพแวดลอ้ มการควบคมุ (Control Environment)
2. การประเมินความเสยี่ ง (Risk Assessment)
3. กิจกรรมการควบคุม (Control Activities)
4. สารสนเทศและการสอ่ื สาร (Information and Communication)
5. การติดตามและประเมินผล (Monitoring and Evaluation)

186 การจดั การการเงินสำหรบั ผ้ปู ระกอบการ

สาระสำคัญของการควบคมุ
- การเบิกจ่ายเงิน
- การจ่ายเงิน
- การรบั เงิน
- การการเกบ็ รกั ษาเงิน
- การนำสง่ เงนิ
- การจดั ทำรายงาน

ลกั ษณะของการควบคมุ ภายในทดี่ ดี า้ นการเงนิ และบญั ชี
1. มีนโยบายและแนวปฏิบตั ทิ ่ชี ดั เจน
2. มีคมู่ ือปฏิบัตงิ านที่ดี
3. มีเจา้ หน้าทเี่ พยี งพอตอ่ การปฏบิ ตั งิ าน (กำหนดไว้ในโครงสรา้ ง)
4. เจา้ หนา้ ที่มคี วามชำนาญ เชยี่ วชาญ ไดร้ บั การพฒั นาอยา่ งตอ่ เน่อื ง
5. มแี ผนปฏิบัตงิ านที่ดี มกี ารตรวจทานข้อมลู ทางการเงินและบัญชีอย่าง
สมำ่ เสมอ
6. ผ้บู รหิ ารมคี วามจรงิ ใจ เอาใจใสด่ แู ลตอ่ องคก์ รอย่างสมำ่ เสมอ มีการควบคมุ
กำกบั ดแู ลที่ดี
7. มีการบรหิ ารความเส่ียงทมี่ ีประสทิ ธิภาพ

8.3 วัตถปุ ระสงคข์ องการควบคมุ ภายใน
การจัดใหม้ ีการควบคมุ ภายในขึ้นในองค์กร มคี วามสำคญั เปน็ อย่างมากหากสามารถสรา้ ง

แนวทางในการจดั ทำทต่ี รงกบั เปา้ หมายขององค์กร กจ็ ะสามารถทำมปี ระสทิ ธิภาพมากยงิ่ ขน้ึ ซ่ึง
แนวทางต้องเขยี นประเดน็ ของปญั หาใหช้ ดั เจนวา่ ตอ้ งการควบคมุ อะไร ในแงม่ มุ ใด และเรอื่ งทศี่ กึ ษา
ตอ้ งอยใู่ นกรอบของการดำเนินธุรกจิ ว วัตถปุ ระสงคท์ เ่ี ขยี นตอ้ งสามารถศึกษาได้ กระทำได้ หรือเกบ็
ขอ้ มลู ได้ทั้งหมด จำนวนวัตถุประสงค์มากนอ้ ยแคไ่ หนข้ึนอยกู่ บั ของเขตของการควบคุม การเรยี ง
หัวข้อวตั ถุประสงค์ สามารถเรียงได้หลายลักษณะ เช่น เรยี งตามความสำคัญของประเดน็ ปัญหา
ภายใน หรือ อาจเรียงตามลักษณะระดับปญั หาใหญแ่ ละปญั หารองลงมา หรอื อาจเรียงวตั ถุประสงค์

บทท่ี 8 การควบคุมทางการเงิน 187

ตามความสอดคลอ้ งของเน้ือหา หรือ อาจเรยี งวตั ถปุ ระสงคต์ ามลำดับการเกิดกอ่ น เกดิ หลงั ของแต่ละ
ปญั หาได้ ทสี่ ำคัญอยา่ นำประโยชน์ทีค่ าดว่าจะไดร้ ับมาเขียนไว้ในวัตถุประสงค์การวจิ ยั เพราะ
วัตถปุ ระสงค์การควบคุมตา่ ง ๆ เป็นเร่ืองท่ีตอ้ งทำ แต่ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั เป็นผลที่คาดว่าจะ
เกิดขนึ้ หลังจากสน้ิ สดุ การปฏบิ ัตหิ ารแล้ว ประโยชนท์ ี่คาดว่าจะได้รับไมไ่ ด้เป็นเร่อื งบังคบั ใหผ้ วู้
ควบคุมตอ้ งทำเหมอื นวัตถปุ ระสงค์ และเมอ่ื ทำวควบคุมเสรจ็ แลว้ ผลท่ีคาดหวงั ไวอ้ าจจะเป็นไปตามที่
คาดหรือไมก่ ไ็ ด้ ทั้งนเ้ี พือ่ ใหเ้ กิดความชนั เจน จงึ ไดก้ ำหนดแนววัตถุประสงค์ 3 ประการ คอื

1) ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลของการปฏบิ ัติงาน (Effectiveness and Efficiency of
Operations) โดยมุ่งเนน้ ใหม้ กี ารใช้ทรัพยากรขององคก์ รในการดาํ เนนิ งาน ซงึ่
ประกอบดว้ ย คน เงนิ ทรพั ยส์ นิ วสั ดุ เครือ่ งมือเครอื่ งใช้และเวลาให้เปน็ ไปอย่าง
ประหยัดและไดผ้ ลคุ้มค่า มีการดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ ินใหอ้ ยู่ใน สภาพพรอ้ มใชง้ าน มกี าร
ป้องกนั มิให้ทรัพยส์ นิ มีการสนิ้ เปลือง สญู เปล่า เสยี หาย หรือสญู หาย และปลอดภยั จาก
การกระทําการทจุ รติ กลา่ วโดยสรปุ เมอื่ การดําเนินงานเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพและ
ประสิทธผิ ลจะสง่ ผล ให้เกดิ การปอ้ งกนั ดูแลรักษาทรัพย์สินขององคก์ รไปพรอ้ มกัน

2) ความเชอื่ ถอื ไดข้ องรายงานทางการเงนิ (Reliability of Financial Reporting) ความ
เช่อื ถอื ได้และความถกู ตอ้ งของรายงานทางการเงินเป็นสงิ่ สำคัญต่อผู้ใชไ้ มว่ า่ จะเปน็
บุคคลภายใน หรือ บุคคลภายนอกองค์กร ได้แก่ผู้บรหิ าร ผถู้ ือหนุ้ ผลู้ งทนุ เจา้ หนลี้ กู คา้
หน่วยงานทีเ่ กีย่ วขอ้ ง เป็นตน้ โดยใชเ้ ปน็ ข้อมลู ประกอบการตัดสินใจและวางแผนการ
ดำเนนิ งานในอนาคต จงึ เปน็ หนา้ ทขี่ องผบู้ รหิ ารที่ตอ้ งทำใหเ้ กิด ความม่ันใจว่ารายงาน
ทางการเงินขององค์กรใหข้ ้อมูลท่คี รบถ้วน ถูกต้อง และมคี ณุ ภาพ

3) การปฏบิ ตั ิตามกฎหมายและกฎระเบียบ (Compliance with Applicable Laws and
Regulations) เพอื่ ปอ้ งกันมใิ หเ้ กดิ ความเสียหายใด ๆ ข้ึนกับองค์กร จากสาเหตกุ ารละ
เวน้ ไม่ปฏบิ ัติหรอื ปฏบิ ัตไิ มเ่ ป็นไปตามกฎหมายทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั องคก์ ร รวมถงึ ขอ้ บงั คับ
และกฎระเบียบขององคก์ รเอง

188 การจดั การการเงนิ สำหรบั ผู้ประกอบการ

8.4 แนวคดิ การควบคุมภายในของ COSO
การควบคมุ ภายใน (Internal Control) คือ กระบวนการปฏิบตั ิงานทบี่ ุคลากรในองคก์ ร โดย

คณะกรรมการบรหิ าร ผู้บรหิ ารทกุ ระดบั และพนกั งานทกุ คน มบี ทบาทร่วมกันในการจัดใหม้ ขี ้นึ เพอ่ื
สร้างความเชอ่ื มนั่ อยา่ งสมเหตสุ มผล วา่ การปฏิบตั ิงานจะบรรลวุ ัตถุประสงคข์ องการควบคุมภายใน
องคป์ ระกอบของการควบคมุ ภายในตามแนวคิดของ COSO มี 5 ประการ ได้แก่

1) สภาพแวดลอ้ มการควบคุม (Control Environment)
2) การประเมนิ ความเสีย่ ง (Risk Assessment)
3) กจิ กรรมการควบคมุ (Control Activities)
4) ข้อมลู สารสนเทศและการส่ือสาร (Information and Communication)
5) การตดิ ตามประเมินผล (Monitoring)

อนง่ึ องคป์ ระกอบของการควบคมุ ภายในทั้ง 5 ประการนี้ จะมีความเก่ียวเนอื่ งสัมพันธก์ นั
โดยเรม่ิ จากแนวทางการดําเนินธรุ กจิ ของผู้บริหารเช่ือมโยงไปสกู่ ระบวนการบรหิ ารจดั การ เพือ่ ให้
บรรลุตาม วตั ถปุ ระสงคข์ องการควบคุมภายในทกี่ าํ หนด

1) สภาพแวดล้อมการควบคมุ (Control Environment) การควบคมุ ภายในจะบรรลุตาม
วัตถุประสงคท์ ก่ี าํ หนดไวเ้ พียงใด ข้นึ อยกู่ บั ประสทิ ธิภาพ ของสภาพแวดล้อมการควบคุม
เปน็ สําคัญ โดยสภาพแวดลอ้ มการควบคมุ เปน็ เรอ่ื งของการควบคุมภายในทก่ี าํ หนด เปน็
โครงสรา้ ง นโยบาย และระเบยี บ วธิ ีปฏิบตั ทิ ม่ี ผี ลมาจากทศั นคติของผบู้ ริหาร รวมถึง
สรา้ งความตระหนกั ใหบ้ คุ ลากรเกดิ จติ สํานกึ ท่ดี ใี นการปฏบิ ตั งิ านตามความรบั ผดิ ชอบ
จงึ กล่าวไดว้ ่าสภาพแวดลอ้ มการควบคมุ เปน็ ฐานรากขององค์ประกอบอ่ืน ๆ ซงึ่ แสดง
เปน็ แผนภาพได้ ดงั นี้


Click to View FlipBook Version