The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thippawan_kai, 2022-09-15 02:44:39

เอกสารประกอบการสอน “การจัดการทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการ”

ผศ.สุมนา พูลผล

Keywords: เอกสารประกอบการสอนตำรา วิชาการ

บทที่ 3 การเพิ่มมูลค่าทางธุรกจิ 89

ประสทิ ธิผล ตอบโจทย์การใช้งาน และสามารถตอบสนองความตอ้ งการของลกู ค้า เพื่อใหเ้ กดิ ความพึง
พอใจไดม้ ากทส่ี ุด ซึ่งเครื่องมอื สำคัญอย่างหนงึ่ ทจ่ี ะทำให้นวตั กรรมสามารถเกิดขน้ึ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ก็
คอื การนำเอาเทคโนโลยเี ขา้ มาเปน็ องคป์ ระกอบหลกั นัน่ เอง

90 การจัดการการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

คำถามทา้ ยบท

1. ขอใหย้ กตวั อยา่ ง และเปรยี บเทียบ แนวคิดด้านเศรษฐศาสตร์การเพม่ิ มลู คา่ ทางธุรกจิ
อยา่ งน้อย 2 ทฤษฎี

2. บริษทั ฟ้าใส จำกดั มีต้นทนุ เงินทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) เท่ากับ %15ตน้ ทุน
หนสี้ นิ จงเลือกแนวความคดิ ที่เกี่ยวขอ้ งกับการเพิ่มมลู ค่าธุรกจิ 1 แนวทางพร้อมอธิบาย
วิธีการดำเนนิ การโดยละเอยี ด

3. ทางด้านเศรษฐศาสตร์ และการเงิน ท่ีเก่ยี วข้องกบั การเพม่ิ มลู ค่าธุรกิจ ขอใหท้ ่าน
นำเสนอแนวคดิ หรือ ทฤษฎอี ื่น ๆ ท่มี อี งคป์ ระกอบสง่ เสรมิ แนวคดิ ดังกลา่ ว เพ่อื การ
พฒั นาท่ียง่ั ยืน

4. ทา่ นคิดวา่ นอกจากข้อมลู ข้างต้นแลว้ มีวิธกี ารการอน่ื ๆ แบบใดบางท่ีชว่ ยทำให้ การ
เพ่ิมมลู ค่าธุรกจิ เป็นไปได้มากทส่ี ดุ

5. การสร้างมลู คา่ ใหก้ ับผลติ ภณั ฑ์ ทางด้านเศรษฐศาสตร์ และการเงิน มีองคป์ ระกอบ
อยา่ งใร ทสี่ ามารถทำให้สินคา้ และการนนั้ มีมลู คา่ ทส่ี ูงข้ึน

6. คำพูดที่ว่า มูลค่าเพ่มิ (Value-Added) ในฐานนะของนกั เศรษฐศาสตร์ และการเงิน
ควรดำเนินการอย่างไรบ้าง

7. แนวคิดของ ตน้ ทนุ ด้านเงินตรา ต้นทุนดา้ นเวลา ตน้ ทนุ ดา้ นกำ ลังงาน และต้นทุนด้าน
จิตใจ เปน็ ทัศนะของนักเศรษฐศาสตร์ และการเงิน ท่านใด โดยให้ความหมายว่า
อย่างไรบา้ ง

8. นอกไปจากทฤษฎีในบทเรียนแลว้ Schatz, Vonsecker และ Alban ได้กลา่ วถงึ
เศรษฐศาสตร์การเพ่ิมมูลคา่ ทางธุรกจิ ว่าอย่างไร จงอธบิ าย

9. การกล่าวถึง มลู คา่ เพ่มิ ทางเศรษฐศาสตร์ โดยมีตวั แปร ทป่ี ระกอบดว้ ย มูลค่า
ผลประโยชน์ และตน้ ทุน มรี ปู แบบสมการเปน็ อย่างไร จงอธบิ าย

10. คำพูดทีว่ ่า “การใช้หลักการวเิ คราะหม์ ลู คา่ ทเี่ พม่ิ ข้นึ นัน้ สงิ่ ทคี่ วรใหค้ วามสำคญั คือ
การวดั มูลค่าของผลประโยชน์ หรอื ต้นทุนท่ีได้จากการตดั สนิ ใจ เน่อื งจากผลบางอยา่ ง
ไมส่ ามารถทจ่ี ะวดั มลู คา่ ออกมาเปน็ ตัวเลขทช่ี ัดเจนได้” ตรงนักเศรษฐศาสตร์ และ
การเงิน ทา่ นใด โดยอธบายไว้ว่าอย่างไร

บทท่ี 3 การเพมิ่ มูลค่าทางธุรกจิ 91

เอกสารอา้ งองิ

ตลาดหลักทรพั ย์แหง่ ประเทศไทย. (2542). ขอ้ พงึ ปฏบิ ัตทิ ด่ี สี ำหรับกรรมการบรษิ ทั จดทะเบียน.
กรุงเทพฯ: บญุ ศริ กิ ารพิมพ์.

ตลาดหลกั ทรพั ยแ์ หง่ ประเทศไทย. (2542) .แนวทางการปฏบิ ตั ทิ ี่ดขี องคณะกรรมการตรวจสอบ.
กรงุ เทพฯ: บญุ ศิรกิ ารพมิ พ.์

ตลาดหลักทรพั ย์แหง่ ประเทศไทย. (2549). หลกั การกำกบั ดแู ลกิจการทดี่ สี ำหรบั บริษทั จดทะเบยี นปี
2549. (ออนไลน). จาก: httpะ//capital.sec.or.th/webapp/nrs/data/4216a0.pdf.

ธานินทร์ ศลิ ปจึ ารุ. (2555). การวเิ คราะห์ข้อมลู ทางสถิติดว้ ย SPSS และ AM0S (พมิ พค์ รง้ั ที่ 13).
กรุงเาาพฯ: บสิ ซเิ นสอาร์แอนดด์ .ี

ศลิ ปพร ศรีจ่นั เพชร. (2551). ความรบั ผิดชอบของคณะกรรมการบรษิ ัท โครงสรา้ งของผู้ถอื หุน้ กบั
มูลคา่ เพมิ่ เชงิ เศรษฐศาสตร.์ วารสารวชิ าชพี บญั ชี 4(10):26-39.

Agarwal, A., and Knoeber, c. (1996). Firm performance and mechanisms to control
agency problems between managers and shareholders. Journal of Financial
and Quantitative Analysis 31: 377.

Ahmed, K., and Nicholls, D. (1994). The impact of non-familial company
characteristics on mandatory disclosure in developing countries: The case of
Bangladesh. International Journal of Accounting Education and Research 29(1):
62-77.

Alshimmiri, T. (2004). Board composition, executive remuneration, and corporate
performance: The case of REITs. Corporate Ownership & Control 2(1): 104-118.

Balachandran, J., and Bliss, M. (2004). Board independence and voluntary disclosure:
Evidence from Malaysia. Accounting and Finance Association of Australia and
New Zealand (AFAANZ) Conference, Alice Springs, Australia.

Bathala, C.T., and Rao, R.p. (1995). The determinants of board composition: An
agency perspective. Managerial and Decision Economics 16: 59-69.

Benston, G. (1985). The validity of profit-structure studies with practical reference to
the FTC’s line of business data. The American Economic Review 75: 37-67.

92 การจดั การการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

Center for International Financial Analysis & Research (CIFAR). (1995). International
Accounting and Auditing Trends (4th ed.). Edited by V.B. Bavishi. Princeton, NJ:
CIFAR.

Chen, C.J.P., and Jaggi, B. (2000). The association between independent non-
executive directors, family control and financial disclosures. Journal of
Accounting and Public Policy 19(4-5): 285-310.

บทท่ี 4 การวเิ คราะหต์ น้ ทุน 93

บทที่ 4

การวเิ คราะหต์ ้นทุน

เมอื่ กล่าวถึงต้นทนุ ถือเป็นค่าใชจ้ า่ ยทีเ่ กดิ ขน้ึ ในการดำเนนิ การผลติ สนิ ค้าและบริการ หรือ
หากพูดกันแบบภาษาชาวบ้าน ต้นทุน กจ็ ะหมายถึง จำนวนเงินท่ไี ด้จ่ายไปในการซื้อ สินค้า ข้าวของ
วัตถุดบิ ต่าง ๆ นานาประการ เพอ่ื นำมาผลิต หรอื ขายสินค้า เพอ่ื ใหก้ อ่ ใหเ้ กดิ รายได้ คือ ยอดขาย
อกี ท้ังเปน็ การเริ่มขัน้ ตอนการออกแบบผลติ ภัณฑ์ การผลติ ตลอดจนการขนสง่ โดยในปจั จบุ นั นธ้ี ุรกจิ
มีการผลติ สนิ ค้าและบรกิ าร ประสบปัญหาดา้ นการแข่งขนั อย่างมาก อันเน่อื งมาจากประชากรทีม่ ี
จำนวนเพมิ่ มากข้ึน แตม่ ีทรัพยากรอย่างจำกัด กอ่ ให้เกดิ สภาพแวดลอ้ มภายนอกท่มี ปี ญั หา และยงุ่
เหยิง ความไมแ่ นน่ อน ในขณะท่ีสภาพแวดล้อมภายในบรษิ ทั มีการเปล่ียนแปลงอยา่ งตอ่ เน่ือง

ดังนั้น เพอ่ื เพม่ิ ขดี ความสามารถในการแข่งขนั จงึ ไดม้ ีการปรบั เปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจ
ใหม้ ีประสทิ ธิภาพ ด้วยการตอบสนองความต้องการของลกู ค้าใหไ้ ดม้ ากขนึ้ ทำให้บรษิ ทั ต้องมรี ะบบ
การควบคมุ การจัดการ ด้วยวิธกี ารท่ีกนั เรียกว่า การวเิ คราะห์ต้นทนุ (Cost Analysis) เปน็ เคร่อื งมอื
และแนวคดิ ทางด้านบญั ชีตน้ ทนุ โดยมเี ป้าหมายอยู่ 2 ประการ คือ บทบาทในการช่วยตัดสินใจ และ
บทบาทในการช่วยบรหิ ารต้นทุนใหเ้ ป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ (สุวรรณ หวงั เจรญิ เดช, 2561) โดย
การวิเคราะห์ตน้ ทนุ ไดแ้ ก่ การบริหารโดยกจิ กรรม ตน้ ทนุ เป้าหมาย วงจรชีวิตต้นทนุ การบรหิ าร
ตน้ ทุนโดยรวม การบรหิ ารแบบทนั เวลา การผลิตแบบลนี (Lean Production) และการบัญชีเพอื่
ความยัง่ ยนื เปน็ ตน้ การวเิ คราะห์ดงั กลา่ วมีบทบาทสำคญั ตอ่ การพฒั นาองค์กรสูค่ วามเปน็ เลศิ ทำให้
องคก์ รสามารถเตบิ โตไดอ้ ยา่ งยั่งยนื และเหนือกวา่ คู่แขง่ ขนั อันจะเป็นผลดีตอ่ ระบบเศรษฐกจิ ของ
ประเทศไทยอนาคต

4.1 ทฤษฎีต้นทุนธุรกรรม (Transaction Cost Theory)
ทฤษฎีต้นทนุ ธรุ กรรม โดย Coase. R. H. (1937) และ Williamson,O.E. (1975) โดยเรม่ิ

จากต้นทุนธรุ กรรม (Transaction Cost) ถอื วา่ เป็น ตน้ ทนุ อยา่ งหนงึ่ ท่เี กิดขึ้นในธุรกิจ ตาม
ความหมายทางเศรษฐศาสตร์ และบรหิ ารศาสตร์ ต้นทุนธุรกรรม ทีม่ ีความหมายวา่ ต้นทุนด้านเวลา
และราคา คา่ ใชจ้ ่ายในการคน้ หาผซู้ ้ือ และผขู้ ายสินคา้ ค่าใชจ้ า่ ยในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกับ
สินคา้ และบรกิ าร คา่ ใชจ้ ่ายในการต่อรองราคาคา่ ใชจ้ า่ ยใน การจดั ทำ การบงั คับใช้สัญญา และ

94 การจดั การการเงนิ สำหรบั ผปู้ ระกอบการ
ค่าใช้จา่ ยในการเดนิ ทาง โดยที่ธรุ กจิ ใดสามารถลดตน้ ทนุ ธรุ กรรม หรือ ตน้ ทุนสว่ นอ่นื ๆ ในการ
ดำเนนิ งานลงได้ จะทำให้ธรุ กิจนนั้ มีกำไรเพม่ิ ขน้ึ ถา้ ตน้ ทนุ การไดม้ าของเทคโนโลยีขา่ วสารลดต่ำลง
ธุรกิจกส็ ามารถนำเทคโนโลยขี ่าวสารดังกล่าว มาใช้แทนแรงงานมนุษย์ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

ที่มา : University of Chicago, 2021 และ
https://www.oxfordreference.com/สบื คน้ เมอื่ เดือนมถิ นุ ายน 2021
รปู ภาพที่ 4.1 : แสดงนกั ทฤษฎีทฤษฎีต้นทุนธุรกรรม Ronald Harry Coase

และ Oliver Eaton Williamson
ซงึ่ แนวโน้มทจี่ ะเพมิ่ ค่าแรงอยเู่ สมอ ดงั นน้ั ระบบขา่ วสารจงึ สามารถช่วยลดจำนวนสญั ญา
จา้ งงาน เน่ืองจากสามารถลดค่าใชจ้ ่ายเกยี่ วกับรายการธรุ กรรมลงได้ ทฤษฎตี ้นทุนธุรกรรมอธิบายวา่
ธุรกจิ และบคุ คลมักจะหาทางประหยัดคา่ ใช้จ่ายรายการธุรกรรมต่าง ๆ เช่นเดยี วกบั ความพยายามที่
จะลดตน้ ทนุ การผลติ สนิ ค้าลง ดังนั้นในอดตี ธรุ กจิ จงึ พยายามลดคา่ ใช้จ่ายเกี่ยวกบั กระบวนการติดตอ่
กับองค์กรอ่ืน (ซง่ึ ทำใหเ้ กดิ คา่ ใช้จ่ายสงู ) เนอ่ื งจากมคี ่าใช้จา่ ยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การ
คน้ หา และการสอื่ สารกบั ผผู้ ลติ วตั ถุดิบ การตรวจสอบสญั ญาจา้ ง ค่าประกันความเสียหาย และการ
คน้ หาขอ้ มลู เกย่ี วกบั สนิ คา้ เปน็ ตน้ ด้วยการขยายองคก์ รใหม้ ขี นาดใหญข่ ้ึน จ้างพนกั งานมากขึ้น หรอื

บทท่ี 4 การวเิ คราะห์ต้นทุน 95

เขา้ ซื้อกจิ การของผผู้ ลติ สินคา้ หรือ ผ้จู ัดจำหนา่ ยเพ่ือท่ีจะทำให้ต้นทนุ เฉลีย่ ของตน้ ทนุ ธรุ กรรมลดลง
ซึง่ หากพิจารณาจากงานวจิ ัยจำนวนมากที่นำทฤษฎตี ้นทนุ ธรุ กรรมมาใชใ้ นการอธบิ ายปรากฏการณท์ ่ี
เกิดขนึ้ ได้ เชน่ Hennart (1988) ไดเ้ สนอวธิ กี ารลดตน้ ทนุ ท่ีเกดิ จากการทำธรุ กรรมดว้ ยการร่วมคา้
หรือ ร่วมลงทนุ (Joint Venture) เพราะการรว่ มค้าจะช่วยลดต้นทุนในดา้ นความเสยี่ ง ลดต้นทุนจาก
การระดมเงนิ ทุน ลดต้นทนุ จากการคน้ หาองคค์ วามรู้ และนวัตกรรมในการดำเนินการ และชว่ ย
ประหยัดภาษี นอกจากน้ี Hennart (1991) ไดท้ ดสอบวา่ เพราะเหตุใดกิจการตอ้ งมกี ารรว่ มคา้ โดย
ศึกษาบรษิ ทั ย่อยของญ่ปี ุ่นในสหรฐั อเมรกิ า ผลการวิจยั พบวา่ การลดตน้ ทนุ เพอื่ ใหส้ ามารถแขง่ ขนั ได้
ในตลาดเปน็ วตั ถปุ ระสงค์หลักในการร่วมค้าของบริษทั ญี่ปุ่นในขณะท่ี Ferreira, Pinto และ Serra
(2014) ไดศ้ ึกษาการเลอื กสถานที่ (Location) ในการดำเนินธรุ กิจพบว่า ตน้ ทนุ ในการทำธรุ กรรม
เป็นปจั จัยสำคญั ทนี่ ำมาใช้ในการตัดสนิ ใจลงทนุ ซ่งึ งานวจิ ยั ดังกล่าวน้ีได้อธิบายถงึ ปรากฏการณท์ ี่
เกดิ ขึ้นตามทฤษฎตี น้ ทนุ ธุรกรรมไดเ้ ป็นอยา่ งดี
4.2 จำแนกตามประเภทตน้ ทุน

ต้นทุนเสียโอกาส (Opportunities Cost) เป็นต้นทุนของโอกาสที่สูญเสียไป หรือ เป็น
ผลประโยชน์ที่กจิ การควรไดร้ ับแต่ไม่ได้รับเน่ืองจากเลือกทางเลอื กอ่ืน ต้นทุนเสยี โอกาสจะ
เกิดขึ้นเมื่อได้ตัดสนิ ใจเลือกท่ีจะดำเนินการอย่างใดอย่างหน่ึงจากทางเลือกต่าง ๆ ท่มี ีอยูใ่ น
สถานการณ์หนง่ึ ๆ ต้นทุนเสียโอกาสจงึ เปน็ ผลประโยชน์ทส่ี ญู เสียไปจากการละท้งิ ทางเลือก
อ่ืน ๆ ทีม่ ีความเกีย่ วขอ้ ง เพื่อใหไ้ ดท้ างเลือกทีด่ ีท่สี ุด โดยปกติแลว้ ผลประโยชนท์ ่ีสูญเสียไป
เป็นกำไรสุทธิ หรือ ผลกำไรท่ีอาจจะได้รบั จากการละทิ้งทางเลือกอ่ืนออกไป ตัวอย่างเช่น
กิจการที่ตัดสนิ ใจนำเงนิ ทนุ มาลงทนุ สร้างอาคาร โรงงาน หรอื ลงทนุ ในสนิ คา้ คงเหลือ แทนที่
จะเลอื กรับดอกเบ้ยี หรือรับเงนิ ปนั ผลจากการนำเงินทนุ จำนวนเดียวกันนนั้ ไปลงทุนในหุน้ กู้
หรอื หุ้นทุน ซึ่ง การตดั สนิ ใจเลือกใช้เงนิ ทุนเพอื่ การลงทุนในครงั้ น้ี มตี ้นทุนเสยี โอกาสเกดิ ขึ้น
เท่ากบั ดอกเบี้ยรับหรือเงนิ ปนั ผลทีไ่ ด้ละท้งิ ไป

อีกสว่ นหนึ่งตน้ ทนุ ค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) เป็นมลู ค่าของผลตอบแทน
จากการดำเนินกิจกรรมหนึ่ง ท่ีไม่ได้ทำกลบั ไปดำเนินกจิ กรรมอกี ประเภทหนึง่ แทน มูลค่า
กิจกรรมแรกที่กล่าวมา ก็คือมูลค่าของต้นทุนค่าเสียโอกาสน่ันเอง (ASEAN Economic
Community, 2563) ถ้าจะให้ยกตัวอย่าง กค็ ือ สมมุติว่า ธุรกิจไอทีที่ดำเนินการอยู่ เดือน
หนึง่ กำไรหนึ่งล้านบาท แลว้ ตัดสนิ ใจกลับไม่ทำแล้วหันไปขายอาหารแทน โดยท้งิ ธุรกิจไอที
ไป เวลาคิดต้นทนุ ท่เี ปน็ คา่ แรง นอกจากท่ตี อ้ งคดิ ตน้ ทนุ คงที่ ตน้ ทุนผันแปรแลว้ ก็ควรจะคิด

96 การจดั การการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

ตน้ ทุนค่าเสียโอกาส คือ ค่าตัวท่านไปดว้ ย โดยมูลค่าตน้ ทนุ ค่าเสียโอกาส คือ หนง่ึ ลา้ นบาท
น่นั เอง
ทง้ั น้หี ลักการ และเหตผุ ลในการใชก้ ารวิเคราะห์ต้นทุน และผลประโยชนเ์ ป็นเคร่อื งมือ
พืน้ ฐานในการวเิ คราะห์ กฎ ระเบยี บ ทส่ี ำคัญ ก็คือ กฎ ระเบยี บ มผี ลกระทบทง้ั บวก (Benefits)
และลบ (Costs) ซงึ่ โดยปกตแิ ลว้ ธรุ กจิ ทีไ่ ดร้ บั ผลกระทบทางลบ และต้องเป็นคนเสียค่าใช้จ่าย หรอื
เสยี สละ มกั จะมคี วามรสู้ ึกท่แี ตกตา่ งจากกลมุ่ ทไี่ ดร้ บั ผลประโยชน์จากกฎระเบียบตา่ ง ตวั อยา่ งเช่น
“กฎระเบียบการประกันภัย กำหนดใหผ้ ้ปู ระกอบการธรุ กิจตอ้ งไดร้ ับอนุญาต และตอ้ งให้
การรบั ประกนั และเปิดเผยขอ้ มลู ต่าง ๆ เพ่ือการขาย และบริการที่มีคุณภาพ และผ้ซู ้ือสามารถ
ตัดสินใจซอ้ื ได้จากข้อมูล ท่เี ชือ่ ถอื ได”้
ซงึ่ การออกระเบยี บในลกั ษณะดังกลา่ ว ดูแลว้ เหมอื นวา่ ผลประโยชนส์ ุทธิทีเ่ กดิ ข้ึนต่อสังคม
มากกว่าคา่ ใช้จ่ายท่ีเกิดข้ึน อยา่ งไรก็ตามในทางปฏิบัติกฎระเบียบทกุ ประเภทมาพร้อมกบั ต้นทนุ ค่า
เสียโอกาส (Opportunity Cost) ที่เกดิ ขึ้นกบั ภาคธรุ กิจ และผู้บริโภค คือ ทรัพยากรที่สามารถถ่าย
โอนไปใช้ในกิจกรรมอ่ืน ๆ เมือ่ มกี ฎระเบียบทร่ี ัฐบาลพยายามนำมาบังคบั ใช้ ยกตวั อย่างเชน่
“ต้นทุนทั้งหมด ท่ีเกิดขึ้นจากการระเบียบท่ีเก่ียวข้องกับการค้าประกันภัยเท่ากับ 10
ล้านบาท ต้นทุนคา่ เสียโอกาสของผปู้ ระกอบการจะเทา่ กับ 10 ลา้ นบาท ซึ่งเงินจำนวน 10 ลา้ น
บาท ถูกนำไปใชก้ ับการบรหิ ารจดั การ และเวลาทีพ่ นกั งานใชไ้ ปกบั ขอ้ บังคบั ในกฎหมาย”
โดยเป็นการเปิดเผยข้อมูล หรือ อีกมิติหนึ่งบริษัทอาจใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการปฏิบัติตาม
กฎระเบียบแทนที่จะใช้ไปกับการทำกิจกรรมท่ีสามารถสรา้ งรายได้ เชน่ การขายแบบประกนั หรือ
การให้บริการหลังการขาย ระยะเวลาท่ีเสียไป หมายถึง ต้นทุนค่าเสีย โอกาสทสี่ ูญเสยี ไปกับการทำ
กจิ กรรมท่ีสร้างรายได้ให้แก่ธุรกจิ แต่กลับต้องหมดไปกับการนัง่ อยหู่ น้า คอมพวิ เตอร์เพือ่ จดั การกับ
งานเอกสารตามขอ้ บังคบั ของกฎหมาย นอกจากนี้ ต้นทุนค่าเสยี โอกาสยังหมายรวมถึง การทส่ี ังคม
ยอมละท้ิงบางส่ิงบางอย่าง เพื่อที่จะบรรลุตามวัตถุประสงค์ของกฎระเบียบ และผลประโยชน์ท่ี
เกย่ี วข้องสำหรับกฎระเบยี บสว่ นใหญ่ กลุ่มธรุ กิจบางประเภท ต้องเผชิญกับต้นทุนจากการปฏบิ ัติตาม
กฎระเบียบ แต่สังคมได้รบั ประโยชน์จากความปลอดภัย ส่ิงแวดล้อม และการคุม้ ครองผู้บริโภค ท่ี
เพิ่มมากข้ึน หากต้นทุนค่าเสียโอกาสจากกฎระเบียบท้ังหมดอยู่ในระดับท่ีสูงมาก อาจส่งผลต่อ
ประสทิ ธิภาพการผลิตทีล่ ดลง ตน้ ทุนการผลติ ทสี่ ูงขนึ้ และขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ทีล่ ดลง ซ่ึง
ในทส่ี ดุ จะกระทบตอ่ โอกาสในการลงทนุ และการจา้ งงาน

บทที่ 4 การวิเคราะห์ต้นทนุ 97

4.3 ตน้ ทุนทห่ี ลีกเลีย่ งได้ และตน้ ทุนท่ีหลกี เลีย่ งไม่ได้

ต้นทนุ ท่ีหลีกเลี่ยงได้ (Avoidable Cost) คอื ต้นทุน หรือ คา่ ใช้จา่ ยทีธ่ ุรกจิ สามารถประหยดั

ได้หากธรุ กิจยกเลกิ การผลิต หรอื การดำเนินงานในส่วนงานนน้ั ๆ โดยทีเ่ ม่อื ธรุ กจิ ดำเนนิ งานซึ่ง

บางส่วนอาจจะสามารถใหผ้ อู้ น่ื สามารถดำเนินการแทนได้ ซงึ่ ก็คือ OEM หรือ Original Equipment

Manufacturer ซึ่งเปน็ ระบบทเ่ี น้นในเร่อื ง การผลิตสินคา้ ตามคำสัง่ ซอื้ เพอื่ การจัดจำหน่ายผลติ ภณั ฑ์

ภายใตแ้ บรนดข์ องธุรกจิ (ธนาคารกรุงเทพ, 2562) อีกทงั้ ยงั ช่วยลดภาระและปญั หาในการทำธรุ กจิ

ไดอ้ กี ดว้ ย ดงั นน้ั จงึ เหมาะกบั การวเิ คราะห์ตน้ ทุนทห่ี ลกี เลี่ยงได้ นน้ั เอง

ในส่วนของต้นทุนทห่ี ลกี เล่ยี งไมไ่ ด้ (Unavoidable Cost) คือ ต้นทนุ หรือ ค่าใชจ้ ่ายท่ี

ธรุ กิจยังคงตอ้ งจ่ายอยู่ แมว้ ่าจะยกเลิกการผลติ หรอื การดำเนนิ งานในสว่ นงานน้นั ๆ แลว้ ก็ตาม

ส่วนมากกเป็นในเรอ่ื ง อาคารสำนักงาน สงิ่ ปลกู สรา้ ง คา่ เช่า และการบริหารทรพั ยากรมนุษย์ นัน่ เอง

ท้งั น้ีต้นทนุ ดังกล่าว จะมอี ยมู่ าก หรือ นอ้ ยน้นั เกดิ อยูก่ บั วธิ ีการดำเนินการ ขนาดของธุรกจิ หากนำ

การบริหารทรัพยากรมนุษย์ทเี่ ป็นตน้ ทนุ ทหี่ ลกี เลีย่ งไม่ได้ ข้ึนมาพจิ ารณาจะเหน็ ไดว้ ่า จากการสำรวจ

บรษิ ทั เอเชีย 130 บรษิ ทั พบวา่ แผนกทรพั ยากรบคุ คลยงั อยูภ่ ายใตค้ วามกดดันทมี่ าจากการตอ้ งการ

ตดั ค่าใชจ้ ่าย ถึงแม้ว่าบริษัทมคี วามตอ้ งการท่ีจะบรหิ ารคา่ ใช้จ่าย ใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพมากข้ึน ผบู้ รหิ าร

ฝา่ ยทรพั ยากรบุคคลสว่ นใหญ่ ก็พรากทีจ่ ะสรา้ งมาตรฐานของการทำงานของแผนกในส่วนท่ี

เกย่ี วขอ้ งกบั มาตรการภายนอก การสำรวจทีจ่ ดั ทำขน้ึ โดย ฮวิ วิตท์ แอสโซซเิ อทส์ (Hewitt

Associates, 2014) แสดงใหเ้ ห็นว่า 58 เปอรเ์ ซน็ ตข์ องผทู้ ำการสำรวจ ไมไ่ ดส้ รา้ งมาตรฐานคา่ ใชจ้ ่าย

ของแผนกของตนเองกบั องค์กรภายนอกอน่ื ๆ ซารา่ บชี หัวหน้าส่วน Benefit Practice ของฮวิ วิตท์

กล่าววา่ “ตรงนี้ (58%) ทำให้เราเห็นว่าบรรดามือโปรในสว่ นของบริหารทรัพยากรบคุ คลในเอเชีย

ตอ้ งรบั กบั แรงกดดันจากภายนอกมากมายในการลดค่าใช้จ่าย โดยทไี่ ม่มีโอกาส หรอื เวลาในการ

เตรยี มตัวเปรยี บเทียบค่าใชจ้ ่ายกบั ผปู้ ระกอบการรายอน่ื ” ผูท้ อ่ี ยใู่ นการสำรวจกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ได้

ทำการตัดคา่ ใช้จา่ ย หรอื ไมก่ ็พจิ ารณาการตัดค่าใช้จา่ ยในส่วนของการบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล

อยา่ งไรกต็ ามมบี ริษัทเพยี ง 50 เปอรเ์ ซ็นตท์ ที่ ำการตรวจสอบแผนการตัดคา่ ใช้จา่ ยในส่วนการบรหิ าร

ทรัพยากรบุคคลในปีทผี่ า่ นมา นอกจากนม้ี เี พียง 15 เปอรเ์ ซ็นต์ของบรษิ ทั ทีท่ ำการตรวจสอบ ได้มี

การตรวจสอบแผนการตดั คา่ ใช้จา่ ยทสี่ มบรู ณ์แบบ คุณบชี กลา่ วอีกว่า “หนง่ึ ในผลการสำรวจทน่ี า่

แปลกใจก็คือบริษทั ต่าง ๆพยายามทจ่ี ะควบคมุ ค่าใชจ้ า่ ยด้านทรพั ยากรบคุ คลแต่ยงั ไม่รวู้ ่าจะเอาอะไร

มาเปน็ ตัววัดว่าวิธกี ารไหนดีทสี่ ดุ ”

98 การจัดการการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

ถึงแมว้ า่ จะมีแรงกดดนั ใหล้ ดการใชจ้ า่ ยดา้ นทรัพยากรบคุ คล แต่บรษิ ัทชาวเอเชียกจ็ ะพงุ่ เปา้
ไปท่บี างประเดน็ เทา่ น้นั โดยหนง่ึ ในนนั้ ท่เี ปน็ ประเดน็ หลัก กค็ อื การควบคมุ จำนวนพนักงาน ซงึ่ มผี ล
ให้การจา้ งงานเกดิ ขึ้นก็ตอ่ เม่อื มคี วามจำเปน็ จรงิ ๆ เทา่ นั้น ผลสำรวจชีว้ า่ จำนวน 72 เปอรเ์ ซ็นต์ของ
กล่มุ ตัวอย่างยอมรบั วา่ ได้เคยใชว้ ิธีนี้ หรอื กำลังใช้วธิ นี ีอ้ ย่ใู นปี 2004 เพ่อื เปน็ การลดคา่ ใช้จ่าย ซ่ึง
สงู ข้ึนกว่าปี 2003 ท่มี บี รษิ ทั เพยี ง 47 เปอร์เซน็ ต์เท่าน้นั ทใ่ี ช้วธิ นี ี้ จะได้อย่างชัดเจนว่า การบริหาร
จัดการด้านต้นทนุ ท่หี ลกี เลยี่ งไมไ่ ด้ของการจดั การดา้ นทรพั ยากรมนุษย์ ไมส่ ามารถทำไดอ้ ย่าง
สมบรู ณเ์ ป็นผลมาจาก ทรัพยากรมนุษยเ์ ป็นกลไกสำคญั ในการสร้างธุรกจิ ซงึ่ มีความจำเป็นต้องมอี ยู่
การทำให้ตน้ ทุนลดลง หรือ ไมใ่ หเ้ กดิ ตน้ ทนุ ต่าง ๆ ในด้านน้ี จึงดำเนินการไดย้ ากดังทก่ี ลา่ วมา

นอกจากต้นทั้ง 2 แบบดังข้างต้นแล้วนั้น ต้นทุนจม (Sunk Cost) ก็มีความสำคัญเช่นกัน
กล่าวคอื เม่ือต้นทนุ ท่ีเกดิ จากการตดั สินใจในอดตี โดยผลของการตดั สินใจดงั กล่าวนนั้ ไมม่ ผี ลตอ่ การ
ตดั สินใจปัจจบุ ัน แม้วา่ บริษัทจะเปลี่ยนวิธีการผลิตใหม่ แต่ค่าใช้จา่ ยไม่ได้เปลี่ยนแปลง เช่น ธุรกิจ
ตัดสินใจจ่ายคา่ เชา่ ตามสัญญาเช่าระยะยาว ท่ีทำไว้ตงั้ แตใ่ นอดตี เปน็ ตน้

ตน้ ทนุ ทัง้ 3 แบบน้ี จักเกิดขึน้ ในธุรกิจอยู่แล้ว เพยี งแต่ว่าผ้บู ริหาร จะสามารถแยกสว่ นของ
ตน้ ทุนออกมาได้หรอื ไม่ ซึง่ อาจเปน็ กระทบโดยตรงก็คา่ ใช้จ่ายท่เี กิดขึน้ จรงิ กบั ธรุ กจิ และเป็นผลระยะ
ยาวกก็ ารดำเนินการน้ันเอง

4.4 การวิเคราะห์ตน้ ทนุ

การวเิ คราะหต์ น้ ทนุ นั้น ถือเป็นหนึ่งใน 4 วธิ กี ารประเมนิ ความคมุ้ ค่า (อกี 3 วธิ ี คอื การ
วเิ คราะหต์ น้ ทนุ ตอ่ ผลตอบแทน การวิเคราะหต์ ้นทุนตอ่ ประสทิ ธผิ ล และการวิเคราะห์ต้นทุนตอ่
ความสามารถในการทำงาน) การวิเคราะหต์ น้ ทนุ (Cost Analysis) จะม่งุ เนน้ ทต่ี น้ ทนุ ในการ
ดำเนนิ โครงการโดยไม่คำนึงถงึ ผลลพั ธ์ที่ดีทส่ี ดุ การวิเคราะห์ต้นทนุ เป็นขน้ั ตอนแรกทสี่ ำคญั ที่สุด
ก่อนทจี่ ะทำการประเมนิ ความคุ้มค่าในรูปแบบอ่ืน ๆ เพ่อื พิจารณาความเหมาะสม หรอื ความ
เปน็ ไปได้ของธรุ กิจ โดยการประเมินความคุม้ ค่า มปี ระเด็นทจี่ ะตอ้ งพจิ ารณาดังนี้

1) คดิ หาเหตุผลในการวเิ คราะห์ตน้ ทนุ ขอบเขตของการวิเคราะห์จะข้ึนอยกู่ บั
วตั ถปุ ระสงคข์ องตัวมนั เอง ดงั นน้ั ก่อนทีค่ ุณจะพิจารณาความกว้างของการวิเคราะห์
ธุรกจิ ตอ้ งรปู้ ัญหาสำคญั ท่คี ณุ ตอ้ งวิเคราะห์หาคำตอบกอ่ น

บทท่ี 4 การวิเคราะห์ต้นทนุ 99

- ถ้าธรุ กจิ กำลังวเิ คราะหต์ น้ ทุน เพ่ือต้งั งบประมาณ หรอื วางแผนกลยทุ ธ์ เพ่อื
อนาคต ธรุ กิจอาจจะต้องวเิ คราะห์ต้นทนุ ที่ครอบคลุมระดบั องกรณ์

- ในทางกลบั กัน วตั ถปุ ระสงคท์ ี่แคบกว่า หรือ เฉพาะเจาะจงมากกว่า เชน่ พิจารณา
เพือ่ ทำใบชำระหนสี้ ำหรับบรกิ าร อาจจะตอ้ งวิเคราะหด์ ้ (และจำนวนเงิน)วยขอ้ มูล
ทแ่ี คบลง โดยใช้ข้อมลู ทเี่ กยี่ วข้องกบั ตน้ ทนุ ของบรกิ ารนนั้ ๆ เพียงอย่างเดียว

ดังนั้น การทำความเข้าใจเก่ียวกับวธิ ีการวเิ คราะห์ต้นทุน หรือ Cost Analysis ที่แตกต่าง
กนั และวธิ ีการใช้ Cost Analysis ทเี่ กิดประสทิ ธิผลจึงมคี วามสำคญั

ในบรรดาตน้ ทุนทีเ่ กยี่ วข้องกบั การดำเนนิ โครงการจะ พบวา่ ตน้ ทนุ ทเ่ี ขา้ ใจยากที่สุดประเภท
หน่งึ คือ ต้นทุนท่หี ลกี เลย่ี งได้ หรอื Avoidable Cost ที่ได้กล่าวไว้ในขา้ งต้นแล้ว

ตน้ ทุนทหี่ ลีกเล่ยี งได้หรือ Avoidable Cost หมายถึง
1) ต้นทนุ ทสี่ ามารถหลกี เล่ยี ง หรอื ไม่ทำให้เกิดข้นึ ไดด้ ้วยการไม่ดำเนนิ โครงการนั้น ๆ
2) ต้นทนุ เกือบจะทั้งหมด เป็นตน้ ทนุ ทหี่ ลกี เลีย่ งได้แทบทงั้ สิน้ ยกเว้นต้นทนุ จม )Sunk
Cost) กบั ต้นทนุ ทจี่ ะยงั มอี ยู่ตลอด ไม่วา่ จะตดั สนิ ใจดำเนินโครงการหรอื ไม่กต็ าม
3) เตน้ ทนุ ที่นำมาเก่ียวขอ้ งกบั การตดั สินใจ เพราะ ใชใ้ นการดำเนนิ งาน หากไม่
ดำเนนิ งานโครงการกจ็ ะไมเ่ กดิ ต้นทนุ น้ี
4) ไมใ่ ช่ตน้ ทุนคงเหลอื หรือ ต้นทุนประจำแนวคิดสำคัญของตน้ ทนุ ท่ีเขา้ มาเก่ียวข้อง
กับการตัดสนิ ใจจะมี 2 ลักษณะโดยมตี ัวแปรสำคัญ คอื ระยะเวลา
- ในระยะสนั้ ตน้ ทุนเกือบทั้งหมด ยกเวน้ วตั ถุดิบท่ขี ้ึนลงตามปรมิ าณของการ
ผลิตเปน็ ต้นทนุ คงท่ี แทบจะไมม่ ีต้นทุนแปรผนั เลย ดงั นั้นการทีจ่ ะลดต้นทุน
รวมของการดำเนนิ โครงการจงึ มกั จะเป็นไปได้ยาก
- ในระยะยาว ตน้ ทนุ สว่ นใหญเ่ ปน็ ตน้ ทนุ แปรผนั ซง่ึ สามารถปรับลดลงไดด้ ว้ ย
การเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ ประหยดั ตน้ ทนุ เปล่ยี นแปลงโครงสรา้ งของตน้ ทุนให้ดี
ข้ึน ดว้ ยการปรับลดตน้ ทนุ ทางอ้อม

100 การจัดการการเงนิ สำหรบั ผปู้ ระกอบการ

รปู ภาพท่ี 4.2 : แสดงแผนผงั ต้นทนุ ทางตรง และทางอ้อม

รูปภาพท่ี 4.3 : แสดงแผนผงั ต้นทนุ แบบคงท่ี และแบบผนั แปร
จากรปู ท่ี 4.2 - 4.3 สามารถแสดงให้เหน็ ถึงรูปแบบการแยกแยะตน้ ทนุ ในมิตติ า่ ง ๆ ได้อย่าง
ชัดเจนมายิ่งขึ้น ซง่ึ จะให้ธรุ กจิ นำไปจัดรูปแบบ และคำนวณหาตน้ ทนุ ที่แท้ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ท้ังนี้เมือ่ นำสตู รการคำนวณตน้ ทุน ในลักษณะการวิเคราะหเ์ ข้ามาใช้ ธุรกิจก็สามารถพจิ ารณาไดท้ นั ที
วา่ ตน้ ทุนทเ่ี กดิ ขึ้น มผี ลกระทบต่อการดำเนินการอย่างไร โดยผลการคำนวณดังกลา่ วเชอ่ื ได้วา่
ถกู ตอ้ ง และน่าเชื่อถอื

บทท่ี 4 การวิเคราะห์ต้นทุน 101

2) การกำหนดมมุ มองในการวิเคราะห์ นอกจากการหาเหตุผลในการวิเคราะหต์ ้นทนุ
ข้างต้นแล้ว ธรุ กิจยงั ต้องรูว้ า่ ตน้ ทุนท่ีธุรกจิ กำลงั จะวเิ คราะหน์ ัน้ เปน็ ขอ้ มลู ท่ีธุรกจิ
รวบรวม และวิธที ี่คุณแบ่งประเภทข้อมลู ตัวอยา่ งเช่น ธรุ กจิ อาจจะสนใจวเิ คราะห์
ตน้ ทนุ ของลกู คา้ ทไ่ี ด้รับการเสนอบรกิ าร ธรุ กจิ อาจจะดทู ตี่ น้ ทุนจากมมุ มองของลกู คา้
พิจารณาจำนวนเงินที่ธรุ กิจจะออกใบแจ้งหนี้ สำหรับ (หรอื วางแผนออกใบแจง้ หน)ี้
บรกิ าร การเดนิ ทาง ไปยังพ้ืนท่ีการทำงาน และตน้ ทนุ อนื่ ๆ ถา้ ธรุ กิจกำลงั พจิ ารณา
ต้นทนุ ของโครงการสำหรับองคก์ ร ธุรกจิ ตอ้ งพจิ ารณาคา่ ใช้จา่ ยโดยรวมขององคก์ ร
อาจจะดทู ตี่ ้นทนุ ทางโอกาส เช่น การนำเสนอโครงการหนงึ่ หมายถึง อาจจะไมส่ ามารถ
นำเสนอโครงการอ่ืน ๆ ไดใ้ นขณะเดยี วกัน

3) การแยกความแตกต่างของโครงการทน่ี ำเสนอ วธิ ีท่ีธุรกจิ วางแผนโครงการจะบง่ บอก
วิธกี ารจัดสรรตน้ ทุน เพ่อื การวิเคราะหต์ น้ ทุน ถ้าองค์กรดำเนนิ โครงการท่แี ตกต่างกนั
มาก ๆ การแบ่งประเภทอาจจะทำให้ชดั เจนขน้ึ สำหรบั โครงการท่ีซ้อนทับกัน หรอื
โครงการท่ใี ช้ทรพั ยากรรว่ มกัน ใหพ้ จิ ารณาดูว่าควรจะแบ่งแยกอยา่ งไรใหช้ ัดเจน
- โครงการท่ีซอ้ นทบั กัน ในระดบั ทใ่ี หญ่มาก ๆ อาจจะรวมกันเป็นโครงการเดยี ว
ไดแ้ ทนทจ่ี ะประเมนิ แยกกัน ให้คดิ ถึงส่งิ ที่สมเหตสุ มผลทสี่ ดุ ในดำเนินงานของ
องค์กร และหลกี เลยี่ งการพยายาม ทำโครงการทเี่ หมือนกนั ใหม้ ากทสี่ ุด
- ในการพิจารณาวา่ โครงการควรจะแบ่งแยกออกจากกันหรอื ไม่ ใหด้ ูบริการท่ี
นำเสนอผ่านโครงการนัน้ ๆ ทรัพยากรทต่ี อ้ งใช้ในการใหบ้ รกิ าร และเป้าหมาย
ทตี่ อ้ งใหบ้ รกิ าร ถ้าโครงการมสี ว่ นท่ีซอ้ นทบั กัน 2 ใน 3 ข้อ ธุรกจิ กค็ วรจะ
พิจารณารวมเปน็ โครงการเดยี วกับ เพ่ือทำการวเิ คราะหต์ ้นทนุ

4) กำหนดช่วงเวลาท่ตี อ้ งการประเมนิ วิธที ี่ธุรกจิ จดั ประเภท และคำนวณต้นทุนนนั้
ขึ้นอย่กู ับช่วงเวลาท่ีคณุ ตอ้ งการวเิ คราะห์ เชน่ ) เป็นเดือนหรอื เป็นปีหรอื ( เปน็
ระยะเวลาสัน้ ๆ เช่น)2 - 3 สปั ดาห์ หรอื อาจจะเปน็ โครงการ ๆ ไป( ตวั อยา่ งเช่น ถา้
ธรุ กจิ พยายามตัดสนิ ใจจะเรยี กเกบ็ เงนิ สำหรบั บริการเฉพาะ ธุรกจิ อาจจะต้องพจิ ารณา
วา่ ต้นทนุ ของบรกิ ารที่ธุรกิจใหน้ น้ั คือ เท่าใด จากนน้ั ธุรกจิ ถึงจะเรม่ิ ทำการวิเคราะห์
ตน้ ทุนระยะยาว เพ่ือพจิ ารณาว่า องคก์ รจะขาดทุนจากการใหบ้ รกิ ารได้ หรอื ไม่ รวมถึง
การเลือกชว่ งเวลาที่ธุรกจิ สามารถหาข้อมลู ที่เทีย่ งตรง เป็นวธิ ที ดี่ ที ่ีสดุ แทนทจ่ี ะมานงั่

102 การจัดการการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

คาดเดา ซ่ึงจะช่วยไดถ้ ้าธุรกจิ มีแผนทจ่ี ะใช้การวเิ คราะหต์ น้ ทุน เพอ่ื ตอ่ ยอดไปยังการ
ประเมนิ ความคมุ้ ค่าในรปู แบบอื่น ๆ ต่อไป
อสี ่วนหนึง่ ทม่ี กั มกี ารกลา่ วถึง ก็คือ การวเิ คราะห์ความไวของโครงการ ตวั แปรทสี่ ำคญั ใน
การวเิ คราะหต์ ้นทนุ และผลตอบแทน ได้แก่ ความผนั แปรของตน้ ทนุ รวม ความผนั แปรของราคา
และความผนั แปรของปรมิ าณการเปล่ยี นแปลง ของปจั จัยดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเฉพาะปจั จัยใดปัจจยั
หนงึ่ หรอื อาจเกิดขน้ึ พรอ้ ม ๆ กนั ได้ ซ่งึ ถ้ามกี าร เปล่ียนแปลงจะส่งผล กระทบตอ่ ผลตอบแทนสทุ ธิ
ของโครงการโดยการวเิ คราะหค์ วามอ่อนไหวดา้ นตน้ ทุน ซง่ึ จะใชก้ ารวเิ คราะห์ความ ออ่ นไหวแบบ
สองทาง (Two-way Sensitivity Analysis) คอื การวเิ คราะหค์ วามออ่ นไหวแบบสองทางเปน็ การ
วิเคราะหค์ วามออ่ นไหว ทม่ี กี ารประเมนิ การเปลย่ี นแปลงของผลลพั ธจ์ ากการเปลยี่ นแปลงคา่ ของตวั
แปรหรอื องคป์ ระกอบในการวิเคราะห์ 2 ปจั จยั ไปพรอ้ ม ๆ กนั ซึง่ การสว่ นผสมของปจั จัยท้ังสองใน
ระดบั หน่ึง จะทำให้ ผลลัพธท์ ่ไี ด้ ได้ตัวเลขผลลพั ธ์เทา่ เดมิ การวิเคราะห์วธิ ีน้ี มักมีวตั ถปุ ระสงค์เพื่อ
ศึกษาความสมดุลของการเปล่ยี นแปลงของปจั จัยทส่ี ามารถบรหิ ารหรอื ควบคมุ ได้ เพ่อื ให้ไดผ้ ลลัพธ์
เช่นเดมิ ทง้ั น้ภี ายใต้งานวจิ ยั การวิเคราะห์ต้นทนุ และความอ่อนไหวของธุรกจิ ซื้อขายอปุ กรณต์ กแตง่
รถยนต์ในเขต กรงุ เทพมหานคร ของ มรตุ สังขร์ ักษา และธรี ะวฒั น์ จันทกึ (2560)
จากผลการสมั ภาษณ์ พบว่า ธุรกจิ ซอื้ ขายอุปกรณ์ตกแตง่ รถยนต์ออนไลน์ ได้ก่อตั้งมาแล้ว
เป็นระยะเวลา 3 - 6 ปี โดยท่ีมาของเงินจะมาจากทรพั ย์สินของตนเอง และมสี ว่ นท่มี กี ารกูย้ มื รวมอยู่
ดว้ ย โดยต้นทุนทใ่ี ช้เริม่ โครงการจะเรมิ่ ตั้งแต่ 2-5 ล้านบาท แบ่งเปน็ คา่ เช่าอาคารสำหรบั เกบ็ สินคา้
นดั รับสนิ คา้ คา้ หรอื สำหรับการติดต้ังอปุ กรณ์ตกแต่งรถยนต์ ประมาณ 10% ค่าตกแต่ง และ
ออกแบบประมาณ 20% ค่าทำรปู แบบรายละเอียดของสินค้าประมาณ 3% คา่ อปุ กรณท์ ่ีใช้สำหรับ
ติดต้งั อุปกรณต์ กแต่งรถยนตท์ ่ลี ูกคา้ ตอ้ งการมาตดิ หนา้ ร้าน เช่น เคร่อื งยกรถยนต์ ตูร้ วมอุปกรณ์การ
ขนั นอ๊ ตทุกขนาด ประมาณ 20% คา่ เงนิ เดือนพนักงานประมาณ 15% ค่าสนิ คา้ ทเ่ี ตรยี มจำหนา่ ย
ประมาณ 30% คา่ สารธารณปู โภคประมาณ 2%

บทท่ี 4 การวเิ คราะหต์ น้ ทนุ 103
ตารางที่ 4.1 : แสดงโครงสร้างการลงทุน

ตารางท่ี 4.2 : แสดงสมมติฐานรายจา่ ย

ตารางท่ี 4.3 : แสดงรายละเอยี ดค่าจา้ งพนักงาน

104 การจัดการการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

ตารางท่ี 4.4 : แสดงสมมตฐิ านรายได้

จากตารางที่ 4.1 – 4.4 เปน็ การแสดงผล และคำนวณภายใต้ขอ้ มลู การสมั ภาษณ์ของ
ผู้ประกอบการฯ ซ่งึ ทำใหส้ ามารถตงั้ สมมติฐานตน้ ทุนต่าง ๆ ทค่ี ดิ จากรอ้ ยละจากเงินลงทุนรวมของ
ธุรกิจ ท่ีได้กลา่ วไวข้ ้างตน้ เพ่อื ทำการคาดการณ์ และประเมินหาตน้ ทุน รวมถงึ ผลตอบแทนจากสูตร
ทางการเงนิ สง่ ผลทำให้ การพจิ ารณาการลงทนุ ในธรุ กจิ ผา่ นมมุ มองของตน้ ทุน มคี วามสำคญั เป็น
อย่างมาก ท้งั น้ีหากธุรกจิ สามารถนำไปประยกุ ตใ์ ช้ กอ่ นการลงทนุ จรงิ ๆ จะสง่ ผลตอ่ ปจั จยั
ความสำเรจ็ อย่างแน่นอน

4.5 ประเภทต้นทนุ ตามการบริหารองคก์ ร
1) ทบทวนรายงานผลการวเิ คราะห์ต้นทนุ กอ่ นหน้าถา้ เป็นไปได้. ถา้ องค์กรเคยทำการ
วเิ คราะห์ตน้ ทนุ มาก่อน ก็ให้แบ่งประเภทต้นทุนโดยใช้วธิ ที ี่เคยทำมา การรกั ษาความ
ตอ่ เนื่องในท่ีนี้ หมายถึง ผลการรายงานตอ้ งเปรียบเทยี บกันได้ ซงึ่ จะเปน็ ประโยชน์ใน
อนาคต
- ธรุ กิจอาจจะการดตู ้นทุนทวี่ ิเคราะหโ์ ดยองคก์ รทมี่ ีโครงการลกั ษณะคลา้ ยกนั หรอื
ใหบ้ รกิ ารทค่ี ล้ายกันได้
2) ทำรายช่อื ต้นทนุ ของโครงการทจ่ี ะประเมนิ ตน้ ทุนโดยตรงประกอบไปดว้ ยเงนิ เดือน
ผลประโยชนส์ ำหรับสมาชิกในธุรกจิ วัสดุอปุ กรณ์ และเฟอรน์ เิ จอร์ หรอื เครือ่ งตกแตง่ ท่ี
จำเป็น ทง้ั นีข้ ้นึ อยกู่ บั ประเภทของโครงการ หรอื บริการทจี่ ะนำเสนอ ธรุ กจิ อาจจะมีตน้ ทุน
จากสญั ญา ใบอนญุ าต หรือ หลกั ประกนั ต่าง ๆ
- ต้นทุนทางตรง จะชเี้ ฉพาะไปที่โครงการ หรอื บรกิ ารทค่ี ณุ กำลงั ประเมินในการ
วเิ คราะห์ต้นทนุ ซงึ่ จะไมใ่ ช้ขอ้ มลู รว่ มกนั โครงการอืน่ ๆ
- ตน้ ทุนผลติ สนิ ค้า (Overhead Costs) เช่น สาธารณปู โภค หรอื ค่าเชา่ ซ่ึง
อาจจะเปน็ ต้นทุนทางตรง ถ้าโครงการ หรือ บรกิ ารมีพ้ืนทเี่ ป็นของตวั เอง

บทที่ 4 การวิเคราะห์ตน้ ทุน 105

3) คดิ ต้นทนุ ทางอ้อม. ต้นทนุ ทางออ้ ม จะรวมไปถงึ การบรหิ ารงานท่ัวไป หรือ เงินเดอื น และ
ผลประโยชน์จากการบรหิ าร ส่งิ อำนวยความสะดวก เครื่องมือ และสง่ิ อนื่ ๆ ทใ่ี ชร้ ว่ มกบั
โครงการ หรอื บรกิ ารอืน่ ๆ สง่ิ ที่คุณจดั วา่ เป็นต้นทุนทางอ้อม จะขึน้ อย่กู บั วธิ ีที่คุณแบง่ แยก
โครงการ หรอื บรกิ ารทีอ่ งคก์ รนำเสนอ
- ที่สำคัญ เมื่อธรุ กจิ คำนวณตน้ ทุนของบรกิ าร หรอื โครงการเด่ยี ว ๆ ธรุ กจิ
จะต้องจดั สรรต้นทุนทางออ้ มเหล่านด้ี ้วย

4) จดั การต้นทนุ ใหส้ ะทอ้ นวตั ถุประสงค์ของการวิเคราะห์ ธรุ กจิ จะตอ้ งทำใหร้ ายงานผลการ
วิเคราะห์ตน้ ทุนสะท้อนถึงวัตถปุ ระสงค์ของการวเิ คราะห์ ใหแ้ บง่ ประเภทข้อมูลท่สี ะทอ้ นถึง
วิธีใช้ผลการวิเคราะห์มากกวา่ การแบ่งประเภทตามหลักการเงนิ
- การแบ่งประเภทตามมาตรฐานอาจจะแบ่งเปน็ ตน้ ทนุ ฝ่ายบคุ คล ต้นทุนการ
ดำเนินการ และต้นทุนเรม่ิ โครงการ ภายในประเภทเหลา่ น้ี ใหพ้ จิ ารณาดวู ่า
ต้นทุนใดท่ีเป็นทางตรง และทางอ้อม

4.6 คำนวณต้นทนุ
ก่อนเรมิ่ ต้นคำนวณตน้ ทุนการวิเคราะหพ์ ฤติกรรมตน้ ทุน (Cost Behavior Analysis) เป็น

การวิเคราะห์ว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นน้ัน มีความสัมพันธ์อย่างไรกับระดับกิจกรรม เม่ือระดับกิจกรรม
เปลี่ยนแปลงไป ตน้ ทุนนน้ั มกี ารเปลี่ยนแปลงตาม หรอื ไม่อย่างไร พฤติกรรมต้นทุน แบง่ ออกเป็น 4
ชนดิ คือ

1) ต้นทุนผันแปร )Variable Costs) หมายถึง ต้นทนุ ทีจ่ ำนวนรวมเปลีย่ นแปลงไปใน
ทศิ ทางเดียวกันกบั ระดับกจิ กรรม

2) ตน้ ทนุ คงที่ )Fixed Costs) หมายถงึ ต้นทุนที่จำนวนรวมไม่เปล่ียนแปลงไปตาม
ระดับกจิ กรรมในชว่ งของการผลิตระดบั หนง่ึ แต่ต้นทุนคงทต่ี อ่ หน่วยจะ
เปลย่ี นแปลงไปในทางตรงข้ามกบั ระดบั กิจกรรม

3) ตน้ ทุนกง่ึ ผนั แปร )Semi-Variable Costs) หมายถงึ ต้นทุนทป่ี ระกอบดว้ ยต้นทนุ
ประเภทรวมกัน กลา่ วคอื ส่วนหนงึ่ เปน็ ตน้ ทุนคงที่ และอีกสว่ นหนึ่งเปน็ ต้นทนุ ผัน
แปร เรยี กตน้ ทุนชนดิ นีว้ า่ ตน้ ทนุ ผสม )Mixed Costs)

4) ต้นทุนกึง่ คงที่ )Semi-Fixed Costs) หรือตน้ ทุนขน้ั บนั ได )Step Costs) หมายถงึ
ต้นทนุ ทคี่ งที่ ณ ชว่ งระดับกจิ กรรมหนง่ึ ๆ เมอื่ ช่วงระดับกจิ กรรมเปลยี่ นไปจำนวน

106 การจัดการการเงนิ สำหรับผู้ประกอบการ

ต้นทุนคงที่กจ็ ะเปล่ยี นตามไปด้วย และจะคงทอ่ี ยทู่ ่ีชว่ งระดบั กิจกรรมใหมแ่ ละเมอ่ื
ช่วงระดับกจิ กรรมเปลี่ยนไปอกี ตน้ ทุนคงทจ่ี ะเปล่ียนแปลงตาม
ท้งั 4 ส่วนน้ี มีความสำคญั ต่อการพจิ ารณาคำนวณตน้ ทุนของธรุ กิจ ซ่ึง มขี ้ันตอนการดำเนินการ
ดังต่อไปนี้
1) รวบรวมบนั ทึกและข้อมลู ทางการเงิน สำหรบั ต้นทุนแต่ละประเภทท่คี ุณวางแผนจะใช้ใน
การวเิ คราะหน์ น้ั ใหส้ งั เกตวา่ ธุรกจิ วางแผนหาข้อมูลทีจ่ ะคำนวณตน้ ทุนจากทีใ่ ด ถ้าธรุ กิจ
ตอ้ งการคาดการณ์ตน้ ทนุ ให้พจิ ารณาดูว่า ขอ้ มูลจากทใ่ี ดทท่ี ำใหก้ ารคาดการณ์นา่ เชื่อถือ
และทำรายการข้อมลู ออกมา
- การใช้ข้อมูลทเ่ี ทย่ี งตรงทส่ี ดุ เทา่ ทเ่ี ปน็ ไปได้ ซึ่งจะช่วยเพมิ่ ความเป็นประโยชน์ และ
ความนา่ เชือ่ ถือของการวิเคราะห์ต้นทนุ
- การคาดการณ์นน้ั ใหห้ าแหลง่ ข้อมลู ทีน่ ่าเชอ่ื ถือท่ีสามารถใชใ้ นวงท่แี คบทีส่ ุด
ยกตวั อย่างเชน่ ถา้ ธุรกิจตอ้ งคาดการณ์การจ่ายเงนิ ให้ใช้อตั ราเฉลีย่ ของพนกั งานใน
พ้ืนที่ ไมใ่ ช่ในภาพรวมท้งั หมด
2) ทำตน้ ทุนโดยของโครงการใหส้ ทุ ธิ ในการใช้ขอ้ มลู จากสถติ ทิ ่ีธุรกจิ รวบรวมมาน้นั ใหเ้ พ่มิ
ข้อมูลเงนิ เดือน เสบียง วสั ดุ และต้นทนุ อ่ืน ๆ ท่ีใช้กบั โครงการที่คุณกำลงั จะประเมนิ แลว้
ขยายต้นทนุ เหล่านี้ใหม้ ีชว่ งเวลาท่ยี าวมากข้ึนเพอ่ื การวิเคราะห์
- ถา้ ธรุ กิจกำลงั วิเคราะห์ตน้ ทุนระยะยาว ให้คำนวณต้นทุนทางตรงกอ่ นโดยใชข้ อ้ มลู
รายสปั ดาหห์ รือรายเดอื น จากน้นั จงึ ค่อยขยายขอบเขตช่วงเวลา
- เมื่อต้องคำนวณต้นทุนฝ่ายบคุ คล ดูใหด้ ีว่า ธุรกจิ ไดใ้ สข่ ้อมลู ตน้ ทุน (หรอื มลู คา่ )
ของผลประโยชนท์ เ่ี สนอตอ่ ลกู จา้ งทท่ี ำงานโครงการนน้ั ๆ
3) จัดสรรตน้ ทนุ ทางออ้ มของโครงการท่กี ำลงั วิเคราะห์ ในการจดั สรรตน้ ทุนทางออ้ มนน้ั
พิจารณาว่า ตน้ ทนุ ดังกลา่ วสามารถแบ่งไปใหก้ บั โครงการอนื่ ๆ ไดอ้ ยา่ งไร จากนัน้ คำนวณ
จำนวนต้นทุนท่โี ครงการตอ้ งใช้
- ยกตวั อย่างเชน่ สมมติว่า ธรุ กจิ กำลังจดั สรรเงินเดอื นของผจู้ ดั การฝ่ายจดั การ
ทรพั ยากรมนุษย์ เพราะ พวกเขารบั ผิดชอบฝ่ายบคุ คล ดงั นน้ั การแบ่งเงนิ เดือนของ
พวกเขาตามจำนวนพนกั งานจงึ สมเหตสุ มผล ถา้ ธุรกจิ มลี ูกจา้ งท้ังหมด 10 คน และ
มี 2 คนท่ีทำโครงการหรอื บรกิ ารทคี่ ุณกำลงั ประเมนิ อยู่ คณุ สามารถจัดสรร

บทท่ี 4 การวเิ คราะห์ตน้ ทนุ 107

เงินเดือน 20% ของเงนิ เดอื นผจู้ ดั การใหก้ บั โครงการในการวเิ คราะห์ต้นทนุ ของ
ธุรกจิ
4) คำนวณคา่ เสื่อมราคาของสินทรัพย์ ถา้ สินทรพั ย์ลงทุนของธุรกจิ รวมไปถงึ เฟอรน์ ิเจอร์
อปุ กรณ์ เครือ่ งตกแต่ง และสง่ิ ที่ตอ้ งใช้ เพื่อสนับสนุนโครงการหรือบริการที่คณุ กำลงั
ประเมนิ การเสอื่ มราคาของสนิ ทรพั ยเ์ หล่านี้ ควรจะต้องคำนวณเปน็ ต้นทนุ สทุ ธิของ
โครงการ หรอื บริการ
- การคำนวณค่าเสอ่ื มราคาเปน็ อะไรท่ียุ่งยาก ถา้ ธุรกจิ ไมม่ ปี ระสบการณ์มากอ่ น ให้
พจิ ารณาจา้ งนักบญั ชี
5) การคิดถึงตน้ ทุนแฝง ขน้ึ อย่กู ับองคก์ ร และโครงการท่ีธรุ กจิ กำลังประเมิน ต้นทุนอาจจะมี
ค่าใชจ้ า่ ยเพิม่ เตมิ ที่ไม่ได้ ปรากฏบนรายงานงบประมาณ หรอื บนั ทึกทางการเงนิ รวมไปถงึ
การคาดการณ์ต้นทุนเหลา่ นี้ ในการวเิ คราะห์ของคุณจะช่วยให้การประเมินมคี วาม
นา่ เชือ่ ถอื
- ยกตัวอยา่ งเช่น ถ้าธุรกิจกำลงั วเิ คราะหต์ น้ ทนุ ของโครงการไมแ่ สวงหาผลกำไร
ตน้ ทนุ แฝงอาจจะเปน็ ค่าช่ัวโมงอาสาสมคั ร ของบริจาค หรือ พ้ืนท่บี รจิ าค
- ตน้ ทุนแฝงยงั รวมไปถงึ ตน้ ทนุ ทางโอกาส ยกตัวอยา่ งเชน่ การเปิดตวั โครงการ
อาจจะสง่ ผลตอ่ ศกั ยภาพขององค์กร ในการนำเสนอโครงการอน่ื ๆ
6) สรุปผลตามผลการวิเคราะห์ ยอ้ นกลบั ไปยงั วัตถปุ ระสงค์ของธรุ กจิ ในการวเิ คราะหต์ น้ ทุน
และพจิ ารณาวา่ ควรทำอะไร ธุรกจิ อาจจะเพมิ่ ผลการคาดการณ์ต้นทุนในอนาคตของ
โครงการหรือบรกิ ารไปดว้ ย
- อย่างนอ้ ยการวิเคราะหข์ องธรุ กจิ ควรจะทำใหอ้ งคก์ รเห็นตน้ ทุนท่แี ท้จรงิ ในการ
ดำเนนิ โครงการหรือบรกิ าร
- การวิเคราะหต์ น้ ทุนของธรุ กจิ อาจจะก่อใหเ้ กิดคำถามเพ่มิ เตมิ ดังนนั้ การ
เสนอแนะการวิเคราะหใ์ นอนาคตเปน็ สงิ่ ทสี่ ำคัญ ก่อนทำการตดั สินใจข้นั สุดทา้ ย

108 การจดั การการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

4.7 การใช้โปรแกรมสำเร็จรปู และแอปพลิเคชัน่ เพอื่ การวเิ คราะห์ต้นทุน วางแผนกำไร
วิธีการคดิ ต้นทนุ ในโปรแกรม FORMULA ไดพ้ ฒั นาใหร้ องรบั หลกั การทางบัญชี และปรบั ตวั

ให้ยืดหยุ่นกบั ลกั ษณะงานจริง ๆ ของธรุ กจิ (โดยเฉพาะในเมอื งไทย) ที่ต้องมกี ารปรบั ตวั ให้
สอดคล้อง กบั ส่งิ แวดลอ้ มเฉพาะของแตล่ ะองค์กร.
วิธีการคิดต้นทุนในโปรแกรม FORMULA : ได้พฒั นาใหร้ องรับหลกั การทางบัญชี และปรบั ตัวให้
ยืดหย่นุ กับลักษณะงานจรงิ ๆ ของธุรกจิ (โดยเฉพาะในเมืองไทย) ท่ตี อ้ งมกี ารปรบั ตวั ใหส้ อดคล้องกับ
ส่ิงแวดลอ้ มเฉพาะของแตล่ ะองค์การ เช่น ลูกค้า , Supplier และหนว่ ยงานราชการ เชน่ สรรพากร
เป็นตน้

การยกตัวอย่าง เมื่อบรษิ ทั ฯ ทำการซ้อื สินค้า ก็จะบนั ทกึ Invoice ซ้ือ โปรแกรมทำการ
update ยอดสตอ๊ คในคลังสินคา้ ให้เพ่มิ ขึ้น ทำใหม้ สี ินคา้ สำหรบั ขายได้ แตม่ ีบอ่ ยครั้งท่ไี ด้รับสินคา้
แลว้ แต่ Invoice ซ้ืออาจจะยังไมส่ มบูรณ์ ต้องคนื กลบั ไปให้ Supplier แกไ้ ขเสียก่อน หากเกิด
เหตกุ ารณ์เชน่ นี้ เมอื่ ลกู คา้ สงั่ ซอื้ สนิ ค้ามา บริษทั ฯ จำเปน็ ต้องทำการขายไปกอ่ น แลว้ จงึ มาบันทึก
เอกสารซอื้ ยอ้ นหลัง หากเกดิ เหตกุ ารณเ์ ช่นนี้ เมื่อพมิ พร์ ายงานสนิ คา้ และวัตถดุ บิ ซงึ่ เปน็ รายงานที่
แสดงการเข้าออกของสินคา้ ในสตอ๊ ค และต้นทุนของสนิ คา้ ในแต่ละวนั FORMULA จะทำการ
จัดลำดับการซอื้ เข้าของ Invoice ซอื้ ใหถ้ กู ต้องตามวนั ทซี่ อ้ื สนิ คา้ แม้จะมาบนั ทึกเอกสารซ้อื น้ี
ภายหลังก็ตาม และทำการ คำนวณตน้ ทนุ ให้ถูกต้องระดับรายการยอ่ ยแบบ Weighted Moving
Average ความสามารถนจี้ ะยงิ่ เหน็ ประโยชน์ไดม้ ากกบั การบนั ทกึ ตน้ ทุนแบบ FIFO ( First In First
Out) ทตี่ ้องย้อนกลบั ไปหาต้นทุนสินคา้ ทซ่ี ้ือมากอ่ น เพอื่ ทำการตดั สตอ๊ คออกก่อนสนิ คา้ ทซ่ี อ้ื เขา้ มาที
หลงั ยง่ิ ถา้ ซ้อื เขา้ มานานแลว้ แตเ่ พ่งิ ขายออกไป กต็ ้องย้อนกลับไปคำนวณตน้ ทนุ ซื้อตามลำดบั วันท่ี
ใหถ้ กู ต้องดว้ ย การคำนวณไดล้ ะเอียดอย่างนี้ ชว่ ยไดม้ ากโดยเฉพาะบริษทั ฯ ทมี่ ีรายการซอ้ื -ขาย
หลายรายการ

การคำนวณต้นทนุ แบบยอ้ นหลงั ไดไ้ ม่จำกดั ปนี ้ี รวมถงึ การคำนวณต้นทุนไดล้ ะเอียดระดบั
รายการยอ่ ย จงึ แตกต่างจากการคดิ ตน้ ทนุ แบบเหมา หรอื ค่าเฉลย่ี เปน็ ก้อน ซงึ่ ถ้าใชก้ ารคดิ ตน้ ทุน
แบบเหมา ๆ อาจทำใหต้ น้ ทุนคลาดเคลอื่ นได้ และหากมรี ายการสินค้ามาก ๆ ความคลาดเคล่อื นใน
แต่ละรายการรวม ๆ กนั แล้ว กท็ ำให้ต้นทนุ รวมคลาดเคล่อื นไปไดม้ าก (หากสินค้ามีมลู ค่าต้นทนุ ต่อ
หนว่ ยสูง กจ็ ะทำใหม้ ูลค่าตน้ ทนุ รวมคลาดเคลื่อนมากข้นึ ตามไปอีก)

บทท่ี 4 การวเิ คราะห์ตน้ ทนุ 109
FORMULA ถูกออกแบบมาใหค้ ำนวณต้นทนุ ในระดบั รายการย่อย ITEM ได้ถูกต้องตามจรงิ
และทำใหม้ ูลค่าตน้ ทุนในระบบสตอ๊ ค ตรงกับในระบบบญั ชีแยกประเภท หรือเรียกไดว้ า่ ขอ้ มลู
เดยี วกนั เมือ่ เรียกดูจากระบบทเ่ี กี่ยวขอ้ งจะมีความสอดคลอ้ งกนั (Integrity) ตรงตามหลกั การ
ออกแบบฐานขอ้ มลู ที่ดี นอกเหนอื จากคุณสมบตั อิ ีกหลายประการทมี่ ใี นโปรแกรม

รูปภาพที่ 4.4 : แสดงโปรแกรม FORMULA และหน้าจอการใช้งาน

110 การจดั การการเงนิ สำหรับผ้ปู ระกอบการ

สรปุ

สำหรับการบริหารจดั ประเภทต้นทุน และการวเิ คราะห์ต้นทุนในบทเรียนนี้ เพือ่ ใหข้ ้อมลู ใน
การวางแผนและควบคุมตน้ ทุนแก่ผู้บริหารในธรุ กจิ ทีด่ ำเนินกิจการอยู่ โดยการแบ่งตน้ ทุนตามหน้าท่ี
การผลิตดังนี้ คือ วัตถุทางตรง ค่าแรงทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต วัตถุทางตรง (Direct
Materials) ท่ีหมายถึง วัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบทส่ี ำคัญของสินค้าสำเร็จรูปสามารถวัดจำนวนได้
งา่ ย และสงั เกตเห็นได้ชัดวา่ เปน็ ส่วนประกอบของสินค้า เช่น โรงงานเย็บ เส้ือผ้าสำเร็จรปู ผ้าจะเป็น
วัตถุทางตรง ส่วนด้ายกระดมุ กาวจะถอื เปน็ วัตถุทางอ้อม

ท้งั น้กี ลา่ วตรง คอื ต้นทนุ ที่กล่าวไปในทิศทางของหารผลติ ซึง่ การพจิ ารณาจากทฤษฎีตน้ ทนุ
ธุรกรรม โดย Coase,R. H.(1937) และ Williamson,O. E.(1975) คือ ต้นทุนด้านเวลา และราคา
คา่ ใช้จ่ายในการค้นหาผู้ซ้ือ และผู้ขายสินค้า ค่าใช้จ่ายในการเก็บรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับสินค้าและ
บรกิ าร ค่าใชจ้ า่ ยในการต่อรองราคาคา่ ใช้จ่ายใน การจัดทำ และบงั คับใชส้ ญั ญา และคา่ ใช้จา่ ยในการ
เดินทาง โดยที่ธุรกิจใดสามารถลดต้นทุนธุรกรรม หรือ ต้นทุนส่วนอ่ืน ๆ โดยรวมแล้ว คือ
องค์ประกอบท่ีใชส้ ำหรับการวเิ คราะหต์ น้ ทนุ น้นั เอง

การวิเคราะห์ต้นทุน (Cost Analysis) จะมุ่งเน้นที่ต้นทุนในการดำเนินโครงการโดยไม่
คำนึงถงึ ผลลัพธ์ทดี่ ีท่ีสดุ การวเิ คราะห์ต้นทุนเป็นขัน้ ตอนแรกที่สำคัญที่สุด กอ่ นท่ีจะทำการประเมิน
ความคุ้มค่าในรูปแบบอ่ืน ๆ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม หรือ ความเป็นไปได้ของธุรกิจ โดยการ
ประเมินความคุ้มค่า มีประเด็นท่ีจะต้องพิจารณาดังนี้ การคิดหาเหตุผลในการวิเคราะห์ กำหนด
มุมมองในการวิเคราะห์ แยกความแตกต่างของโครงการที่คุณนำเสนอ และกำหนดช่วงเวลาท่ี
ตอ้ งการประเมนิ

ท้ังนก้ี ารคำนวณต้นทนุ เป็นสว่ นหน่งึ ของระบบบัญชี และการเงนิ ของธรุ กจิ เปน็ การบนั ทกึ
การวดั ผล และรายงานขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตน้ ทนุ ของสนิ คา้ ของธุรกจิ โดยท่ัวไปการคำนวณต้นทนุ จะใช้
เวลา และลงรายละเอยี ดมากในกจิ การทผ่ี ลิตสนิ คา้ แตไ่ มไ่ ด้หมายความวา่ กจิ การประเภทอน่ื เช่น
กจิ การขายส่ง ขายปลกี ร้านอาหารหรอื บริการตา่ ง ๆ ไมม่ ีความสำคญั ในการทตี่ ้องคำนวณต้นทนุ
เลย การคำนวณต้นทนุ สามารถนำไปใช้ไดใ้ นทุกกจิ การ เพราะ มีความสำคญั ตอ่ การบรหิ ารจดั การ
ธุรกิจ เพ่อื ใหท้ ราบถึงตน้ ทนุ การผลิตและต้นทุนขายของธรุ กจิ เพ่ือสามารถนำต้นทุนทง้ั หมดของ
กจิ การมาเปรยี บเทียบกบั รายไดจ้ ากการขาย เพอื่ จะได้ทราบว่ามีกำไรหรือขาดทุนในการขายสินคา้
เพ่อื คำนวณ หรอื ตีราคาสินค้าคงเหลอื ท่ีขายได้ไมห่ มดวา่ มมี ลู ค่าเทา่ ไหร่ เพอื่ ใชใ้ นการวางแผน และ

บทท่ี 4 การวิเคราะห์ต้นทนุ 111

ควบคมุ การซื้อสินค้า และจดั ทำงบประมาณในการซือ้ สินคา้ รวมท้งั ต่อรองราคากบั ผู้ขายวัตถุดิบ
และ เพ่อื ใช้ในการตัดสินใจวา่ สินค้าใดควรขายต่อไปและสินคา้ ใดควรเลิกขาย นั้นเอง

112 การจดั การการเงนิ สำหรบั ผปู้ ระกอบการ

คำถามทา้ ยบท
1) เปน็ ทที่ ราบกันดีวา่ ต้นทุนทางธุรกจิ ในปจั จยั ต่าง ๆ มคี วามสำคญั เปน็ อย่างมาก จงึ ขอให้
นกั ศึกษาพิจารณาวา่ องคป์ ระกอบของตน้ ทุนทางการเงนิ และบญั ชีแบบใดมีความสำคัญ
มากที่สุด เพราะเหตุใด
2) ทฤษฎีต้นทุนธุรกรรม (Transaction Cost Theory) มีความสำคญั ต่อการวิเคราะห์ตน้ ทุน
ทางการเงิน และบัญชี อยา่ งไรบ้าง ขอให้นกั ศึกษาอธบิ าย
3) นอกไปจาก ทฤษฎตี ้นทนุ ทางการเงิน และบญั ชี ในบทเรียนนี้ ขอใหน้ ักศึกษายกตวั อย่าง
ทฤษฎี หรอื แนวความคิดสำคญั ที่มผี ลต่อการวเิ คราะห์ตน้ ทนุ มาอย่างนอ้ ย 1 แนวคิด เพือ่
สรา้ งทางเลือกในการบรหิ ารจัดการธรุ กจิ
4) ประเภทของตน้ ทุน มอี งค์ประกอบอะไรบ้าง ขอใหน้ กั ศกึ ษาอธิบาย
5) ขอให้นักศกึ คดิ โจทย์การคำนวณตน้ ทนุ จากธรุ กจิ จาก YouTube วา่ มีต้นทนุ การ
ดำเนนิ การอย่างไร
6) ขอให้นักศกึ ษาวา่ โครงสรา้ งคำนวณตน้ ทนุ ของธรุ กจิ ทีน่ กั ศึกษาเลอื กขึ้นมา ผ่านโปรแกรม
Excel
7) ขอให้นักศกึ ษาดำเนินการ แยกแยะต้นทนุ ตา่ งของ มหาวิทยาลัย ว่ามีก่ปี ระเภท อะไรบ้าง
8) ขอใหน้ กั ศึกษายกตวั อย่างโปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อการวเิ คราะห์ต้นทนุ จำนวน 5 โปรกรม
พรอ้ มรปู ภาพประกอบ
9) ให้นักศกึ ษาเลอื กโปรแกรมสำเรจ็ มาดำเนินการทดสอบวิธีการทำต้นทุนของบริษทั
ดงั ต่อไปน้ี
- เงินลงทนุ เรมิ่ แรกเพือ่ ใช้เป็นเงนิ ลงทนุ สำหรบั การซ้ือเคร่อื งมอื และอปุ กรณใ์ นการผลติ
ปลาร้าแปรรูป ซงึ่ มจี ำนวนเงนิ ลงทนุ เทา่ กบั 4,175 บาท โดยมคี ่าเสื่อมราคาอยทู่ ่ี
1,920.33 บาทตอ่ ปีและคดิ ค่าเส่ือมราคาต่อเดือนอยู่ที่ 160.03 บาทต่อเดือน
ระยะเวลา 1 เดือน มตี น้ ทุนวตั ถดุ บิ ท้ังหมด 3,342 บาท สามารถผลติ ได้ 810 กระปกุ
เปน็ ต้นทนุ เกย่ี วกับการแปรรปู ปลารา้ หรอื แจว่ บองคา่ แรงงานทางตรงประกอบด้วย ค่า

บทที่ 4 การวเิ คราะหต์ ้นทนุ 113

แรงงานคนในกระบวนการผลิต ซง่ึ มีแรงงานคน 6 คน ใน 1 รอบการผลติ ซ่งึ 1 รอบ
การผลิตใชเ้ วลา 1 วัน ใน 1 เดอื น สามารถผลิตได้ 3 รอบ มีคา่ แรงงานทางตรง 1,200
บาทต่อรอบ คา่ ใช้จา่ ยการผลติ จะประกอบไปดว้ ย ค่านำ้ ประปาโดยประมาณสำหรบั
รอบระยะเวลาการผลติ เทา่ กบั 60 บาท/เดือน คา่ ไฟฟ้าโดยประมาณสำหรบั รอบ
ระยะเวลาการผลิตเทา่ กบั 90 บาท/เดอื น ค่าถา่ นโดยประมาณสำหรบั รอบระยะเวลา
การผลิตเทา่ กบั 60 บาท/เดือน ค่ากระปกุ บรรจุภัณฑ์เฉลยี่ กระปกุ ละ 0.50 บาท 1
เดอื นใช้ 810 กระปุก ราคา 405 บาท/เดอื น ค่าสต๊กิ เกอรผ์ ลติ ภัณฑเ์ ทา่ กบั 225 บาท/
เดือน
10) ขอใหน้ ักศกึ ษายกตวั อยา่ งงานวิจยั ทีเ่ กยี่ วข้องกบั การวิเคราะห์ตน้ ทุน มา 3 ฉบบั พร้อมทง้ั
สรปุ ผลของงานวิจัยนั้น ๆ

114 การจดั การการเงนิ สำหรบั ผู้ประกอบการ

เอกสารอา้ งองิ
มรตุ สงั ขร์ ักษา และธรี ะวฒั น์ จนั ทึก. (2558). การวิเคราะหต์ น้ ทุน และความออ่ นไหวของธุรกจิ ซื้อ

ขายอปุ กรณต์ กแตง่ รถยนตใ์ นเขตกรุงเทพมหานคร. Veridian E-Journal, Silpakorn
University (Humanities, Social Sciences and arts), 9(2), 629-639.
C.Boophati and John Leeson. (2016). Concept of Working Capital Management.
IRACST – International Journal of Commerce, Business and Management
(IJCBM), ISSN: 2319–2828Vol. 5, No.2, Mar-Apr 2016
Charoen Pokphand Foods. (2017). Annual Report 2017. Retrieved Mar 1.2019. from
https://www.cpfworldwide.com
Edu Pristine. (2018). Working Capital Management. Retrieved Mar 1.2019. from
https://www.edupristine.com/blog/working-capital-management
Finextra Research. (2018). Role of Working Capital Management in Business Success.
Retrieved Feb 1.2019. from https://www.finextra.com/blogposting/15015/role-
of-working-capital-management-in-business-success
Interspace. (2016). Cash Flow Management. Retrieved Feb 1.2019.
fromhttps://moneyhub.in.th/article/business-cash-flow/
LSK Sim. (2013). Working capital management is part of the financial considerations
Retrieved Feb 1.2019. from http://studentsrepo.um.edu.
JKM Mawutor. (2014). Working Capital Management and Profitability of Firms: A
Study of Listed Manufacturing Firms in Ghana. Retrieved Feb 1.2019.
fromhttps://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=2573319
Jim Mueller. (2018).Understanding financial. Retrieved Feb 1.2019.
fromhttps://www.investopedia.com/articles/basics/07/liquidity.asp
J.P. Morgan Commercial Banking. (2018). Optimizing Cash flow: How to Manage
Working Capital. Retrieved Feb 1.2019. from https://www.jpmorgan.com
Katz, Jerome A. (2009). Entrepreneurial Small Business.USA: McGraw-Hill.
Michalski, Grzegorz, Wprowadzenie Do Zarzadzania and Finansami Przedsiębiorstw

บทที่ 4 การวเิ คราะห์ตน้ ทุน 115

. (2011). Introduction to Entrepreneurial Financial Management. Retrieved Feb
1.2019. from https://ssrn.com/abstract=1934041 or
http://dx.doi.org/10.2139/ssrn.1934041
eW.StuartPier A.Abetti. (1990). Impact of Entrepreneurial and Management
Experience on Early Performance. Journal of Business Venturing Volume 5,
Issue 3, May 1990, Pages 151-162
Sharon Garrison. (2018). Working Capital Management. Retrieved Feb 1.2019. from
http://www.studyfinance.com/lessons/workcap/
Steven C. Michael James G. Combs. (2007). Entrepreneurial Failure: The Case of
Franchisees. Retrieved Feb 1.2019. from https://onlinelibrary.wiley.com
Web Finance Inc. (2019). Liquidity. Retrieved Feb 1.2019. from
http://www.businessdictionary.com/definition/liquidity.html

116 การจดั การการเงินสำหรับผปู้ ระกอบการ

บทที่ 5

ความเสย่ี ง และผลตอบแทนจากการลงทนุ

ความเส่ียง (Risk) คือ โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญ
เปล่า หรือ เหตุการณ์ท่ีไม่พึงประสงค์ หรือการกระทำใด ๆ ท่ีอาจเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ท่ีไม่
แนน่ อน ซง่ึ อาจเกดิ ขน้ึ ในอนาคตและมผี ลกระทบหรอื ทำให้การดำเนินงานไมป่ ระสบความสำเร็จตาม
วตั ถุประสงค์และเปา้ หมายขององค์กร ทั้งในด้านยทุ ธศาสตร์ การปฏบิ ตั งิ าน การเงนิ และการบรหิ าร

อีกส่วนหน่ึง คือ การบริหารความเสี่ยง (RISK MANAGEMENT) ถือเป็นกระบวนการ
ดำเนินงานขององค์กร ทเ่ี ป็นระบบอย่างต่อเนื่อง เพ่อื ช่วยให้องค์กรลดมูลเหตขุ องแตล่ ะโอกาสท่ีจะ
เกดิ ความเสยี หาย ให้ระดับของความเสียหาย และขนาดของความเสียหาย ที่จะเกิดขนึ้ ในอนาคต อยู่
ในระดบั ท่ีองค์กรยอมรับได้ ประเมินได้ ควบคุมได้ และตรวจสอบได้อย่างมีระบบ โดยคำนึงถึงการ
บรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายขององค์กรเป็นสำคัญ (Faculty of Science, Srinakharinwirot
University, 2564) ความเสี่ยงจำแนกได้เปน็ 4 ลักษณะ ดังนี้

1) ความเส่ียงทางด้านกลยทุ ธ์ (Strategic Risk : SR)
2) ความเส่ียงทางด้านการเงิน (Financial Risk : FR)
3) ความเสี่ยงทางดา้ นการปฏบิ ัตงิ าน (Operational Risk : OR)
4) ความเสย่ี งทางด้านกฎหมาย และขอ้ กำหนดผูกพันองคก์ ร (Compliance Risk :

CR)

5.1 ปจั จยั ความเส่ียง (Risk Factor)
ปจั จัยความเสยี่ ง หมายถึง ตน้ เหตุ หรือ สาเหตทุ มี่ าของความเสี่ยง ทีจ่ ะทำให้ไมบ่ รรลุ

วตั ถุประสงค์ท่กี ำหนดไว้ โดยต้องระบไุ ด้ด้วยว่าเหตกุ ารณน์ นั้ จะเกิดท่ีไหน เมอ่ื ใด และจะเกดิ ข้ึนได้
อยา่ งไร จงึ เกดิ ความเสย่ี งตา่ ง ๆ ขึ้น ท้งั นีส้ าเหตขุ องความเส่ียงทรี่ ะบุควรเปน็ สาเหตุทแี่ ทจ้ ริง เพ่อื จะ
ได้วเิ คราะห์ และกำหนดมาตรการความเส่ยี งในภายหลงั ได้อยา่ งถกู ต้อง

การพจิ ารณาปจั จัยความเส่ียง
หากอา้ งองิ ปจั จยั ความเสี่ยง ทอ่ี าจจะเกดิ ขึน้ ในส่วนของการวิเคราะห์ปจั จยั ต่าง ๆ จงึ

สามารถนำแนวคิดของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก และสภาพวแวดลอ้ มภายใน ซึ่งเปน็ ที่

บทท่ี 5 ความเสีย่ ง และผลตอบแทนจากการลงทุน 117
รู้จกั กัน คอื การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis) โดยเกิดขึน้ ในช่วงทศวรรษท่ี 1960 – 1970
โดย ศาสตราจารย์ อลั เบอรต์ ฮมั ฟรีย์ (Albert Humphrey, 2005) เพื่อนำมาแสดงในงานสมั มนาท่ี
มหาวิทยาลัยสแตนฟอรด์ การวเิ คราะห์ SWOT เป็นเครือ่ งมอื ในการวิเคราะห์ตนเอง เพือ่ ใหท้ ราบถงึ
ข้อดี และขอ้ เสยี ของตนเอง รวมถงึ โอกาส และอุปสรรคจากสภาพแวดลอ้ มภายนอก ท่อี าจมี
ผลกระทบตอ่ การดำเนนิ ชวี ติ และการบรหิ ารงานขององคก์ ร เพ่อื ใหส้ ามารถวางแผนการดำเนนิ ชีวิต
เกดิ การปรบั ตัว และเตรียมพรอ้ มรับมอื กบั สถานการณท์ อี่ าจเกิดข้นึ ในอนาคต ซง่ึ สามารถแบง่
ออกเปน็

1) ปจั จัยภายนอก เช่น เศรษฐกจิ สังคม การเมอื ง กฎหมาย ฯลฯ
2) ปจั จยั ภายใน เช่น กฎระเบียบ ข้อบงั คับภายในองคก์ ร ประสบการณ์ของเจ้าหนา้ ที่

ระบบการทำงาน ฯลฯ

ท่มี า : Harvard Business Press Chapters, 2005
รปู ภาพท่ี 5.1 : Albert S. Humphrey
นอกจากนี้ยงั แนวคดิ ดา้ นการวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกอกี แบบหนงึ่ คอื PESTEL
Analysis เปน็ การวเิ คราะห์ และตรวจสอบในเชิงมหภาค (Macro) ของปจั จัยภายนอกเข้ามากระทบ
ท้งั เชงิ บวก และเชิงลบกบั ธุรกจิ โดยเปน็ ปจั จัยท่ไี มส่ ามารถควบคุมได้ ซง่ึ จำเปน็ อย่างยงิ่ ที่ต้อง
พิจารณา และวางแผนกอ่ น หรอื ระหวา่ งการดำเนินแผนธรุ กิจ โดยพจิ ารณาว่า ปัจจยั ภายนอกที่ได้

118 การจดั การการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

จาก PESTEL น้ันสามารถเป็นอปุ สรรค หรอื โอกาสกับธรุ กจิ หรอื องค์กร โดยมปี จั จยั ทตี่ อ้ ง
พิจารณา ดงั นี้

P – Political การเมอื ง
E – Economic เศรษฐกจิ
S – Social สงั คม
T – Technological เทคโนโลยี
E – Environmental สงิ่ แวดล้อม
L – Legal กฎหมาย
E – Ethical จรยิ ธรรม
หากเปรียบเทยี บ PESTEL Analysis กบั PEST Analysis คือ สามารถพจิ ารณาเป็นตัว
เดยี วกนั แต่เพม่ิ ปจั จัยอกี 2 ตวั คอื E – Environmental สงิ่ แวดลอ้ ม, L – Legal กฎหมาย
PESTELE Analysis หรือ STEEPLE เปน็ การเพมิ่ ปจั จัยตวั ใหม่ คือ E – Ethical จริยธรรม เขา้ มา
จาก PSETEL น่นั เอง ทง้ั นเ้ี ม่อื วิเคราะห์ขอ้ มลู ภายใต้เคร่อื งมือทางการบรหิ ารจัดเสรจ็ ส้ินแล้ว องค์กร
สามารถนำปจั จัยทท่ี ำการวเิ คราะหม์ าเป็นความเสย่ี งทจี่ ะเกดิ ขน้ึ ในทนั ที และสามารถพจิ ารณาความ
รุนแรง และแนวทางการแก้ไข เพอ่ื เปน็ แผนการปฏบิ ตั ิในปจั จุบนั และอนาคต

5.2 การประเมินความเส่ียง (Risk Assessment)
Control Self Assessment (CSA) ไดใ้ หค้ วามหมายของวตั ถุประสงค์ ความเสยี่ ง และการ

ควบคมุ ความเสย่ี ง ไว้เพ่ือเปน็ แนวทางในการดำเนิน ไว้ดังน้ี
- วัตถปุ ระสงค์ เป็นสงิ่ ทอี่ งคก์ รตอ้ งการทำใหส้ ำเรจ็ (เปน็ ผลสำเรจ็ ท่อี งคก์ รตอ้ งการ)
- ความเส่ียง เป็นอุปสรรค/สิ่งกีดขวางทำให้องค์กรไมส่ ามารถบรรลผุ ลสำเร็จตาม
วัตถุประสงค์ท่ีกำหนดไวไ้ ด้
- การควบคมุ ความเส่ียง เป็นสงิ่ ทีช่ ่วยใหอ้ งค์กรสามารถบรรลวุ ัตถุประสงคท์ กี่ ำหนด
ไวไ้ ดโ้ ดยการบรหิ ารจดั การกบั ความเสีย่ งเหล่าน้ัน

แมว้ า่ ความหมายข้างตน้ จะนิยมใช้กนั อยา่ งกว้างขวาง แต่ความหมายเหล่านกี้ ็ยังขาดความ
เป็นทางการในกรอบการควบคมุ ความเสีย่ งอยู่ การเขา้ ใจความหมายของแนวคดิ เรอ่ื งการควบคุม
อาจศึกษาไดจ้ ากกระบวนการประเมินการควบคมุ อันประกอบด้วยข้ันตอนต่าง ๆ ดังนี้

บทท่ี 5 ความเสี่ยง และผลตอบแทนจากการลงทุน 119

1. กำหนดวัตถุประสงค์ ควรกำหนดใหม้ ีความชัดเจน สามารถทำความเขา้ ใจ
ความหมาย ที่มา และคุณค่าได้ไมย่ ากนัก เมอื่ สามารถกำหนดวัตถุประสงคไ์ ดแ้ ลว้
จงึ นำไปส่อื สารใหแ้ ก่หนว่ ยงานต่าง ๆ ทเี่ ก่ียวขอ้ งในองค์กรทราบ เพือ่ ใหม้ ีความ
เขา้ ใจตรงกนั

2. การบง่ ชี้ความเสีย่ ง การระบปุ ัจจัยเสยี่ งทอี่ าจเปน็ ตัวขดั ขวาง/อุปสรรคตอ่ การบรรลุ
วตั ถุประสงค์

3. ระบุวธิ ีการควบคมุ ความเสยี่ งทจ่ี ะสามารถบรรเทาความเสีย่ งลงได้
จากข้ันตอนต่าง ๆ ข้างต้น อาจอธิบายได้ว่า การควบคุมเร่ิมจากการกำหนดวัตถุประสงค์
โดยระดมผ้มู ีส่วนร่วมมาชว่ ยกนั วิเคราะห์ และหาข้อสรปุ ออกมา เม่ือกำหนดวัตถุประสงค์ออกมาได้
แล้ว ขน้ั ตอนตอ่ ไปก็นำมาบ่งชี้ความเสย่ี ง และระบุวิธกี ารควบคุมความเสีย่ งเหลา่ น้นั ต่อไป
ทงั้ นก้ี ารประเมินความเส่ยี ง หมายถึง กระบวนการระบคุ วามเสย่ี ง การวเิ คราะหค์ วามเสีย่ ง
และจัดลำดับความเสีย่ ง โดยการประเมนิ จากโอกาสทจ่ี ะเกดิ (Likelihood) และผลกระทบ
(Impact)

1) โอกาสทีจ่ ะเกิด (Likelihood) หมายถงึ ความถ่ีหรอื โอกาสทจ่ี ะเกิดเหตกุ ารณ์
ความเสี่ยง

2) ผลกระทบ (Impact) หมายถึง ขนาดความรุนแรงของความเสยี หายทจ่ี ะเกิดขนึ้
หากเกิดเหตกุ ารณ์ความเสยี่ งน้ันเกิด ซ่งึ มีแนวคิดดงั ตอ่ ไปนี้
- การกำหนดเกณฑก์ ารประเมินมาตรฐาน เป็นการกำหนดเกณฑท์ ่จี ะใช้ในการ
ประเมินความเส่ียงไดแ้ ก่ ระดบั โอกาสทจี่ ะเกิดความเสยี่ ง (Likelihood) ระดับ
ความรนุ แรงของผลกระทบ (Impact) และระดบั ของความเสี่ยง (Degree of
Risk) โดยคณะกรรมการบรหิ ารความเสย่ี งของแตล่ ะหนว่ ยงานจะต้องกำหนด
เกณฑ์ของหน่วยงาน เปน็ เกณฑใ์ นเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ 5 ระดบั
- การประเมินโอกาสและผลกระทบของความเสี่ยง เป็นการนำความเส่ียงและ
ปจั จยั เสย่ี งแตล่ ะปจั จัยท่ีระบุไว้ มาประเมนิ โอกาส (Likelihood) ทจี่ ะเกิด
เหตกุ ารณค์ วามเสยี่ งต่าง ๆ และประเมนิ ระดับความรนุ แรงหรือมลู ค่าความ
เสยี หาย (Impact) จากความเสีย่ ง เพ่ือให้เห็นถงึ ระดบั ของเสยี่ งท่ีแตกต่างกนั
ทำใหส้ ามารถกำหนดการควบคุมความเส่ยี งไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ซง่ึ จะช่วยให้

120 การจัดการการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

หนว่ ยงานสามารถวางแผนและจัดสรรทรัพยากรได้อย่างถกู ตอ้ ง ภายใต้
งบประมาณ กำลังคน หรอื เวลาทม่ี ีจำกดั
- การวเิ คราะหค์ วามเส่ยี ง เมือ่ หน่วยงานพิจารณาโอกาส / ความถท่ี จี่ ะเกิด
เหตุการณ์ (Likelihood) และความรนุ แรงของผลกระทบ (Impact) ของแตล่ ะ
ปัจจัยเสี่ยงแลว้ ให้นำผลที่ไดม้ าพิจารณาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งโอกาสที่จะเกิด
ความเสี่ยง และผลกระทบของความเสี่ยงตอ่ มหาวิทยาลัย / หน่วยงานว่า
ก่อใหเ้ กิดความเสี่ยงในระดบั ใด ตามตารางระดบั ความเสี่ยง ซง่ึ จะทำให้
หน่วยงานทราบว่า มีความ เสี่ยงใดเป็นความเส่ยี งสูงสดุ ทจ่ี ะตอ้ งบริหารจดั การ
ก่อน

- การจดั ลำดับความเส่ยี ง เมือ่ ไดค้ า่ ระดบั ความเส่ยี งแลว้ จะนำมาจัดลำดบั ความ

รุนแรงของความเสีย่ ง ท่ีมผี ลตอ่ มหาวิทยาลยั ฯ หรือ คณะ/กอง เพื่อพจิ ารณา
กำหนดกจิ กรรมการควบคุมในแตล่ ะสาเหตุของความเสี่ยงทส่ี ำคญั ใหเ้ หมาะสม
โดยพิจารณาจากระดับของความเส่ียงทเ่ี กดิ จากความสมั พันธร์ ะหวา่ งโอกาสท่ี
จะเกิดความเสยี่ ง และผลกระทบของความเสย่ี ง ที่ประเมินได้ตามตารางการ
วเิ คราะห์ความเส่ยี ง ซง่ึ จัดเรียงตามลำดบั จากระดบั สงู มาก สูง ปานกลาง น้อย
และเลอื กความเสี่ยงที่มรี ะดบั สูงมาก และหรอื สงู

- ระดับของความเสย่ี ง (Degree of Risk) หมายถึง สถานะของความเส่ยี งทไี่ ด้

จากประเมินโอกาสและผลกระทบของแตล่ ะปจั จัยเสยี่ งแบง่ เปน็ ระดับ คอื 5
สงู มาก สงู ปานกลาง นอ้ ย และนอ้ ยมาก
การประเมินความเส่ียง หรือ เป็นข้ันตอนที่เรียกว่า การวิเคราะห์ และเรียงความสำคัญ
ความเส่ียง (Analyze & Prioritize Risk) เม่ือทำการระบุความเสี่ยงที่มีโอกาสเกดิ ข้นึ ไดท้ ง้ั หมดแล้ว
จากขั้นตอนแรกขั้นตอนต่อไป คือ ท าการวิเคราะห์ ประเมินโอกาสในการเกิดความเสี่ยงนั้น ๆ
(Likelihood) และความรนุ แรงถา้ ความเสี่ยงนีเ้ กิดขึน้ จรงิ (Severity) แล้วเรียงลำดบั ความสำคญั ของ
ความเส่ียงทง้ั หมด เพอื่ เลอื กเฉพาะความเสี่ยงทสี่ ำคัญจรงิ ๆ กบั งาน โดยใช้ตารางประเมินความเสย่ี ง
(Risk Matrix) เป็นตัวช่วยประเมินการประเมินความเสี่ยง ทีมงานท่ีเกี่ยวข้องทั้งหมดควรร่วมกัน
ประเมินจากประสบการณ์ในการกระบวนการทำงาน และการมผี ชู้ ำนาญพิเศษ (Specialist) มาร่วม
จะทำให้สามารถประเมินความรุนแรงได้ชัดเจนมากขึ้น ซ่ึงสามารพิจารณาได้จาก Risk Matrix ดัง
แสดงในรปู ภาพที่ 5.2

บทท่ี 5 ความเสยี่ ง และผลตอบแทนจากการลงทุน 121

การประเมนิ ความเส่ยี งทม่ี แี นวคิดทีไ่ ดร้ บั ความนยิ มอกี รปู แบบหนงึ่ คือ หลักการบรหิ าร
ความเส่ยี งตามแนวทางของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway
Commission - Enterprise risk management (COSO-ERM) ซงึ่ การบรหิ ารความเสย่ี งตาม
แนวทางนี้ ประกอบดว้ ยองค์ประกอบ 8 ประการซงึ่ สมั พันธก์ บั การดำเนินการธรุ กจิ และกระบวนการ
บรหิ ารงาน ในปี 2535 คณะกรรมการชุดหนงึ่ ซงึ่ เรียกวา่ The Committee of Sponsoring
Organizations of the Treadway Commission (COSO) ซึง่ เปน็ คณะกรรมการของสถาบนั
วชิ าชพี 5 สถาบัน ในสหรัฐอเมริกา อนั ไดแ้ ก่

1. สมาคมผู้สอบบญั ชีรบั อนุญาตแหง่ สหรฐั อเมริกา (The American Institute of
Certified Public Accountants หรือ AICPA)

2. สมาคมผู้ตรวจสอบภายใน (The Institute of Internal Auditor หรือ IIA)
3. สมาคมผบู้ ริหารการเงนิ (The Financial Executives Institute หรอื FEI)
4. สมาคมนักบญั ชีแหง่ สหรัฐอเมริกา (The American Accounting Association

หรือ AAA)
5. สมาคมนักบัญชีเพ่อื การบรหิ าร (Institute of Management Accountants หรอื

IMA)
ทัง้ 5 สถาบนั นไี้ ดร้ ว่ มกันศกึ ษาวิจยั และพฒั นาแนวคดิ ของการควบคุมภายใน และได้ให้
ความหมายของการควบคมุ ภายในวา่ การควบคุมภายใน คือ กระบวนการปฏิบัตงิ านท่ีถกู กำหนด
ร่วมกนั โดย คณะกรรมการ ผูบ้ รหิ ารตลอดจนพนกั งานขององคก์ รทกุ ระดบั ชั้น เพอ่ื ใหเ้ กิดความมั่นใจ
อย่างสมเหตสุ มผลว่า วธิ ีการหรือการปฏบิ ตั งิ านตามทีก่ ำหนดไว้จะทำใหบ้ รรลุวตั ถปุ ระสงค์ของการ
ควบคมุ ระบบการควบคุมภายใน ประกอบดว้ ย นโยบาย และวิธีปฏบิ ตั ิงานทกี่ ำหนดข้ึนในองค์กร
เพ่ือให้ความมน่ั ใจอยา่ งสมเหตสุ มผลวา่ กจิ การจะบรรลวุ ัตถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมาย ในเร่อื งตอ่ ไปน้ี

- ด้านการดำเนนิ งาน (Operation) โดยมงุ่ หมายใหก้ ารปฏิบตั งิ านเกิด
ประสิทธิภาพ ประสทิ ธิผล และคมุ้ คา่ ด้วยการกำกบั การใชท้ รัพยากรทกุ
ประเภทใหเ้ ป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ บรรลุเป้าหมายทผ่ี ู้บรหิ ารกำหนดไว้
และใหป้ ลอดจากการกระทำทจุ ริตของพนักงาน หรอื ผบู้ รหิ าร และหากมี
ความเสียหายเกิดข้ึนก็ชว่ ยให้ทราบถึงความเสยี หายน้ันไดโ้ ดยเรว็ ทส่ี ดุ

- ดา้ นการรายงานทางการเงิน (Financial Reporting) รายงานทางการเงิน หรอื
งบการเงิน ไมว่ า่ จะเป็นรายงานท่ใี ชภ้ ายใน หรอื ภายนอกองคก์ ร ตา่ งตอ้ งมี

122 การจัดการการเงนิ สำหรบั ผูป้ ระกอบการ

ความเช่ือถือได้ และทันเวลา มีคุณภาพเหมาะสมสำหรบั การนำไปใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู
ประกอบการพจิ ารณา ตดั สินใจทางธรุ กจิ ของนักบรหิ าร เจา้ หน้ี ผู้ถือหุ้น และผู้
ลงทุนทั่วไป
- ด้านการปฏิบตั ิให้เป็นไปตาม กฎ ระเบยี บ และนโยบาย (Compliance with
Application Laws and Regulations) การปฏบิ ัติงานหรอื ดำเนินธุรกจิ ให้
สอดคลอ้ ง หรอื เป็นไปตามบทบญั ญัติ ข้อกำหนดของกฎหมาย นโยบาย
ข้อบังคับ ระเบียบทเี่ ก่ียวข้องกบั การปฏบิ ตั งิ าน หรือการดำเนินธุรกิจนัน้ เพอ่ื
ปอ้ งกันมใิ หเ้ กิดผลเสียหายใด ๆ จากการละเว้นการปฏิบตั ิให้เปน็ ไปตามกฎ
ระเบียบเหลา่ น้นั
จากวัตถุประสงค์ท่ีกล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่าบางครั้งในการจัดการควบคุมภายใน
สามารถแยกแยะวัตถุประสงค์ได้ชัดเจน แต่บางกรณีก็มีวตั ถุประสงค์ที่เก่ียวข้องกัน ดังน้ัน จึงเป็น
หน้าที่ของผู้บริหารท่ีจะต้องตัดสินใจว่า จะกำหนดมาตรการการควบคุมภายใน เพ่ือวตั ถุประสงค์
อะไรต้องการเน้นชัดว่า เพอ่ื วัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หน่ึงเพยี งอย่างเดียว หรือ ต้องการจัดให้มี
ระบบการควบคุมภายในเพื่อวตั ถุประสงค์หลายประการที่สัมพันธก์ ัน ในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ
แนวคิดของ COSO จะตอ้ งพจิ ารณาในเน้ือหาอย่างลกึ ซ้งึ โดยองค์ประกอบทัง้ 5 ดา้ น ดังน้ี
1. สภาพแวดลอ้ มการควบคุม (Control Environment)
2. การประเมินความเสย่ี ง (Risk Assessment)
3. กจิ กรรมการควบคมุ (Control Activities)
4. ขอ้ มลู สารสนเทศ และการสื่อสารในองค์กร (Information and
Communication)
5. การตดิ ตามและประเมนิ ผล (Monitoring)

บทที่ 5 ความเสี่ยง และผลตอบแทนจากการลงทุน 123

รูปภาพที่ 5.2 : แสดง Risk Matrix

รปู ภาพที่ 5.3 : แสดง Risk Matrix แบบ COSO
5.3 ข้ันตอนในการประเมินความเสย่ี ง

5 ข้ันตอนอา้ งองิ ตามรปู ท่ี 5.3 Risk Matrix แบบ COSO ในการประเมินความเสย่ี ง มจี ดุ มุง่ หมาย
เพื่อชว่ ยให้คุณประเมนิ สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับความเสีย่ งขององค์กร การประเมนิ ความเสี่ยงเปน็
ขนั้ ตอนที่สำคัญ มหี น้าทเ่ี ป็นสัญญาณเตือนภัยบุคคลท่ที ำงานในองค์กร และกลยทุ ธ์ทใ่ี ชใ้ นการ
บรหิ ารจดั การองค์กร ดังนนั้ การประเมนิ ความเสย่ี งเป็นเพียงการตรวจสอบอย่างรอบคอบในสงิ่ ที่
เป็นภารกจิ หลักขององค์กร และช่วยเป็นเครื่องมอื ท่ใี ชว้ ัดอณุ หภูมิของอันตราย หรอื ความผิดพลาด
ทเ่ี กิดขึ้นในหว่างการทำงาน โดยทผ่ี ู้ปฏบิ ตั งิ านไมไ่ ด้มกี ารวางแผนปอ้ งกนั ลว่ งหน้า หรือ ไม่ทราบวา่

124 การจัดการการเงนิ สำหรับผ้ปู ระกอบการ

เมอื่ เกดิ เหตกุ ารณ์ความเส่ยี งขน้ึ มาแลว้ จะมผี ลกระทบทร่ี นุ แรงขนาดไหน ดงั น้ันการทคี่ ณุ ได้เพิม่ การ
ระมัดระวงั ความเสย่ี งดว้ ยการดำเนินการประเมินความเส่ยี งขององค์กรดว้ ยเครอื่ งมอื ประเมนิ ความ
เส่ียง จะชว่ ยปอ้ งกนั ข้อผิดพลาด หรอื บรรเทาข้อผดิ พลาดให้ลดลง ซง่ึ อาจจะรวมถงึ ความลม้ เหลวที่
ใช้มาตรการควบคุมอยใู่ นปจั จบุ นั กไ็ ด้การทบ่ี างองค์กรใชร้ ะบบการควบคมุ ความเสยี่ ง สภาพแวดลอ้ ม
ขององค์กรอีกด้วย

ข้อบังคับทางกฎหมาย พรบ. ระเบียบ ประกาศ ข้อบงั คบั ประเพณี การปฏบิ ตั อิ าจจะไมส่ ามารถ
ขจัดความเสี่ยงใหล้ ดลงได้ทงั้ หมด หรอื อาจจะเปน็ อปุ สรรคในการบรหิ ารจดั การความเสี่ยงในบาง
กรณกี ็ได้ดังนน้ั สง่ิ ท่ีอธบิ ายในครั้งนจ้ี ะเปน็ แนวทางปฏบิ ตั ทิ ส่ี มเหตสุ มผล ด้วยแนวทางทจี่ ะให้
บรรลผุ ลสำเรจ็ ด้วยความยุ่งยากนอ้ ยทส่ี ดุ สง่ิ ท่อี ธบิ ายนี้ไมใ่ ช้แนวทางปฏิบัตวิ ิธีทีด่ ีทสี่ ุด และไม่ใช่
แนวทางเดียวทีจ่ ะตอ้ งปฏบิ ัติ ยงั มวี ิธกี ารบรหิ ารความเส่ียงอกี หลายรปู แบบ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ความ
เสยี่ งที่มีความซบั ซ้อนมากข้นึ และมสี ถานการณท์ เ่ี ก่ียวขอ้ งกับหลายหน่วยงาน อย่างไรกต็ าม
แนวทางน้ีเปน็ แนวทางท่อี งคก์ รส่วนใหญ่พงึ ปฏบิ ัตทิ ่วั ไป

5.4 วิธกี ารประเมนิ ความเสีย่ งในการปฏบิ ตั กิ าร

1) ระบุเหตุการณเ์ สี่ยงในที่ทำงานของคณุ

การระบคุ วามเส่ยี งท่เี ปน็ อนั ตรายแบบมนี ัยสำคัญทสี ำนกั งานของคณุ ความเส่ยี งเปน็
โอกาสทีใ่ ครบางคนอาจจะเสียหายจากอันตรายท่ีมาพรอ้ มกบั ขอ้ บง่ ชขี้ องวิธกี ารที่รุนแรง และ
อันตราย อาจจะเกิดจากกฎหมาย พรบ. กฎระเบยี บบางอยา่ งทล่ี ้าสมยั ซ่งึ ความเสี่ยงสว่ นใหญ่
ทม่ี ีนยั สำคัญคุณจะไม่สามารถขจัดความเสยี่ งได้ทั้งหมด แต่คณุ จะตอ้ งหาทางปกปอ้ งเจ้าหนา้ ที่
ผู้ปฏิบัตงิ าน ผ้มู สี ่วนไดส้ ่วนเสีย ด้วยแนวทางปฏบิ ตั ทิ ส่ี มเหตสุ มผล

ข้นั ตอนแรกของการประเมนิ ความเส่ียง คือ การมองหาอันตราย อุปสรรค ข้อบง่ ชี้ทจ่ี ะ
ทำให้การปฏบิ ตั ขิ ององคก์ ร ฝ่ายงาน ส่วนงาน และเจ้าหนา้ ท่ีปฏบิ ตั ิโครงการ ประสบปญั หา
และควรเปน็ สง่ิ ที่มองเห็นได้ง่ายๆ เช่น สายเคเบิ้ลไฟฟ้าท่พี าดผ่านอาคารและประตเู ข้าออก
สำนกั งานยอ้ ยลงมาตำ่ จนน่ากลวั หรอื เกดิ ประกายไฟในชว่ งฝนตกในบริเวณจุดเช่ือมตอ่ จุด
แลกบัตรพนกั งานเขา้ ออกท่ไี มม่ ีการถ่ายรปู กล้องวงจรปดิ ใบหนา้ ผเู้ ขา้ ออกสำนกั งาน พ้ืนผิว
บริเวณอาคารมีรอยแตกรา้ วลกึ และกว้าง เปน็ ตน้ หรือ อาจจะเปน็ สงิ่ ท่มี องไมเ่ ห็นแตส่ มั ผสั

บทที่ 5 ความเส่ยี ง และผลตอบแทนจากการลงทุน 125
และรสู้ ึกได้ เช่น กระบวนการทำงานที่ซบั ซอ้ น และผ่านการกล่นั กรองหลายคณะ เอกสารผ่าน
ผอู้ นมุ ัตหิ ลายฝ่ายงาน

การแยกความแตกตา่ งความเสยี่ ง :
- กิจกรรมบรหิ ารองค์กรทเี่ ป็นอนั ตรา : สัดสว่ นหนต้ี อ่ ผู้ถอื ห้นุ สูง สัดส่วนรายได้
ต่อรายจา่ ย หรอื สินคา้ คงเหลอื จำนวนมาก
- สถานทที่ ำงานท่มี คี วามอันตราย : โครงสรา้ งอาคารทีเ่ ก่าไมม่ ีบำรงุ รักษาตาม
เวลา ไม่มกี ารซอ้ มการหนีไฟ ถงั และอปุ กรณด์ บั เพลงิ ล่าสมยั
- กจิ กรรมทมี่ คี วามอนั ตราย : หนว่ ยงานทอ่ี ยู่ตามไซตง์ าน หรืองานประเภท
กอ่ สร้าง การเชือ่ มโลหะ การซอ่ มบำรุงเครือ่ งจกั รขนาดใหญ่
- สิ่งแวดลอ้ มท่ีเปน็ อันตราย : การไมม่ ีการกันพนกั งานท่ตี ดิ เชอื้ โควิด 19 หรอื
ไวรสั ทำใหป้ ว่ ยไปยังสถานที่ปลอกภยั ไมม่ จี ดุ ตรวจไข้ ชุดตรวจไข้สำหรบั
พนกั งาน หรือ ตยู้ าประสำนกั งาน การปรับเปลี่ยนแผน่ กรองอากาศของ
เคร่อื งปรบั อากาศ เครอ่ื งกรองไวรสั ในสำนักงาร

ที่มา : สำนกั งานพฒั นาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแหง่ ชาติ (2564)
รปู ภาพท่ี 5.4 : แสดงการแยกความแตกต่างความเส่ยี งจากโควิด 19

126 การจัดการการเงนิ สำหรับผู้ประกอบการ

เกณฑ์การสงั เกตความเสยี่ งทเ่ี ปน็ อันตราย
- การตรวจการดา้ นบญั ชี และเอกสารด้านการเงินบอ่ ย ๆ
- การเดินสำรวจอาคารสำนกั งานโดยรอบ และบริเวณลานจอดรถยนต์
- การพดู คุยกับเจ้าหน้าทรี่ ักษาความปลอดภยั ถงึ จุดทมี่ ีความเส่ียงสูง
- การพูดคุยกับพนักงานท่กี ลบั บา้ นดกึ ๆ หรือก ลบั บา้ นเปน็ คนสุดทา้ ยประจำ
- การตรวจสอบบนั ทกึ อุบตั เิ หตุ และการบำรงุ รกั ษาอปุ กรณส์ ว่ นกลางของสำนักงาน

2) ประเมนิ สถานการณ์และตัดสินใจ ใครทอี่ าจจะได้รบั ผลกระทบจากความเสีย่ ง

การประเมนิ สถานการณด์ า้ นความเสย่ี งบางอยา่ ง ที่อาจมคี วาไม่มแนน่ อน ความเสี่ยงท่ี
แตกต่างกนั มากมาย และมคี วามสลบั ซบั ซ้อนทีต่ า่ งกันดว้ ย ในแตล่ ะคน และแตล่ ะกลมุ่ องคก์ ร
เพราะความเสยี่ งทีเ่ กดิ กบั บคุ คลหน่ึง องคก์ รหนง่ึ อาจจะไมม่ ีผลกระทบต่ออกี บคุ คลหนึง่ ดว้ ย
แม้จะอยูใ่ นกลุ่มเดียวกัน เชน่ ความเส่ียงด้านสุขภาพ ความเสี่ยงด้านการบริหารจดั การ นั้นเป็น
เหตผุ ลท่ีตอ้ งมวี ิธีการทจ่ี ะวางแผนการบริหารความเสยี่ งอยา่ งเปน็ รูปธรรม มเี ป้าหมายเพอ่ื ลด
ความเสีย่ งใหไ้ ด้มากทสี่ ุด โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในสถานการณท์ างธุรกจิ ท่ีความไวต่อผลกระทบ
จาดสถานการณภ์ ายนอก

ขนั้ ตอนการเพิม่ ประสิทธภิ าพในการตดั สินใจเก่ียวกบั การบริหารความเส่ยี ง

ขั้นตอนแรก การระบุความเส่ยี ง ซง่ึ หมายความวา่ การกำหนดสง่ิ ทไี่ มด่ อี าจจะเกดิ
ขน้ึ กับธุรกจิ หรอื องคก์ ร จงึ ตอ้ งเขียนลงบนกระดาษทง้ั หมด และจดั
หมวดหมู่ของกลมุ่ ประเด็นความเสี่ยงตา่ ง ๆ ไว้อยา่ งชัดเจน

ข้นั ตอนทสี่ อง การประเมินความเส่ียง ส่ิงนี้คอื สงิ่ ที่ต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงของแตล่ ะ
บคุ คล ทม่ี ีความเสี่ยงจากสงิ่ ทีอ่ าจจะเกดิ ขึน้ ในแต่ละชว่ งเวลา ขอให้นำ
ขอ้ มลู ในกระดาษท่จี ดมาทำการวิเคราะห์ ดว้ ยการแบง่ ออกเป็น 3
สถานการณ์

(1) สถานการณ์ที่ดที สี่ ดุ ทคี วามเสย่ี งในลักษณะใด รปู แบบใด
(2) สถานการณป์ กติ มคี วามเสยี่ งในลกั ษณะใด รปู แบบใด
(3) สถานการณ์ทเ่ี ลวรา้ ยทีส่ ุด มีความเสีย่ งในลกั ษณะใด รปู แบบ

ใด

บทท่ี 5 ความเสีย่ ง และผลตอบแทนจากการลงทุน 127

ตอนนี้ขอใหท้ ำการประเมนิ ผลความเส่ียง วา่ ควรดำเนนิ การอยา่ งไร
มกี ารเตรยี มความพร้อมหรอื ยัง ถ้าเกิดเหตุการณค์ วามเสย่ี งแบบน้ขี นึ้
จรงิ ๆ จะมคี วามรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ฯลฯ

ขน้ั ตอนท่ีสาม ขอใหจ้ ัดลำดบั ความสำคัญของความเสย่ี ง และพจิ ารณาผูท้ ีเ่ กย่ี วข้อง
ประกอบด้วย เชน่ ความเส่ียงทม่ี โี อกาสเกิดขึน้ สงู รวมกบั มผี ลกระทบท่ีนา่
กลวั จะถกู นำไปอยู่ด้านบนของรายการประเมินความเส่ยี งขององค์กร
ความเสีย่ งท่มี โี อกาสน้อยทจ่ี ะเกิดขนึ้ และมผี ลกระทบเลก็ นอ้ ยจะถูกรวม
ไปอยู่ดา้ นลา่ งของรายการ เมอ่ื ได้ทำการจัดลำดบั ความสำคญั ของทุก
รายการความเส่ยี งครบแลว้ ก็เปน็ กระบวนการเพื่อป้องกันไม่ให้เกดิ ข้ึน
หรอื เพอ่ื ป้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ ขึน้ หรือ พยามลดผลกระทบทจี่ ะเกดิ ข้ึน

3) การบันทกึ ผลการวิจัยเกีย่ วกับเหตกุ ารณค์ วามเสยี่ งและผลกระทบของความเส่ยี งที่
เกิดขึ้น

การบันทึกขอ้ มลู เหตุการณค์ วามเส่ยี งควรจะเก็บไว้ในระบบสารสนเทศที่เปน็ Web

Based ทอ่ี นุญาติใหผ้ ้ใู ชง้ านสามารถอนิ เตอรเ์ ฟซ หรือ ลอ็ คอนิ เขา้ ใชง้ านได้อยา่ งงา่ ย เพอื่ ให้

สามารถนำข้อมลู หรอื รปู แบบการวเิ คราะห์ความเสย่ี งในอดีตมาเป็นแนวทางการแก้ไขปญั หา

และทำการปรบั ปรงุ ฐานขอ้ มลู ความเส่ียงใหม้ ีความทันสมยั และมปี ระสทิ ธภิ าพในการ

บันทึก การบันทกึ ความเสย่ี งควรจะมลี กั ษณะเปน็ เครอื ข่าย เพอื่ ช่วยให้เพ่มิ ความคลอ่ งตัวใน

กระบวนการ โดยการใหผ้ ู้ใชง้ านท่ีมคี วามร้ดู ้านสารสนเทศเบอ้ื งตน้ และผทู้ ผี่ ่านการอบรม

เกี่ยวกบั ทฤษฎคี วามเสยี่ ง จนมีความรู้ความเข้าใจทจี่ ะสามารถนำขอ้ มลู ไปใชใ้ นการวิเคราะห์

ความเสยี่ ง และประเมินความเส่ียงขององคก์ รตอ่ ไป กระบวนการเกบ็ ขอ้ มลู ความเสีย่ งน้ี

สามารถปรบั แตง่ เพ่ือใหเ้ หมาะสมกบั ความตอ้ งการขององคก์ รของคุณ ซ่งึ หมายถงึ การบนั ทกึ

ขอ้ มลู ความเส่ยี งท่เี ปน็ ลกั ษณะเครอื ข่ายดว้ ยระบบสารสนเทศน้ี จะชว่ ยใหค้ ณุ บริหารความ

เส่ียงท่วั ท้งั องค์กรของดว้ ยดว้ ยความสะดวกรวดเร็ว ถกู ตอ้ ง แม่นยำ

ในการบนั ทกึ ขอ้ มลู ความเสย่ี งดว้ ยระบบสารสนเทศแบบเครอื ขา่ ยขององคก์ ร ดว้ ยการใช้
หนา้ จอเดยี ว เพอ่ื จบั ขอ้ มลู ทจ่ี ำเป็นในการจัดการทุกประเภทของความเสย่ี ง ปจั จัยการการเงิน
เชน่ เหตกุ ารณ์ความเส่ยี ง และสาเหตุของเหตุการณค์ วามเสย่ี ง ในเชงิ คณุ ภาพ หรือ เชิง

128 การจดั การการเงินสำหรบั ผู้ประกอบการ

ปริมาณ เกีย่ วกบั ความนา่ จะเปน็ และผลกระทบต่อเจ้าของความเส่ยี ง หรอื บุคลากรท่ี
เกี่ยวข้อง ดว้ ยการควบคุม และทำการตรวจสอบขอ้ มลู ทงั้ หมดทมี่ อี ยใู่ นฐานข้อมลู สารสนเทศ

การเกบ็ ข้อมลู การประเมินความเสย่ี งและแผนปฏบิ ตั กิ ารความเส่ยี งน้นั จะสามารถประเมิน
ความเสยี่ งที่เหลอื อยู่ หากมีความจำเปน็ ใด ๆ ท่ีมคี วามเสี่ยงทเี่ หลือจะไดร้ บั ในระดบั เปา้ หมายที่
มเี ปา้ หมาย เพอ่ื ลดความเสยี่ งตอ่ รว่ มกบั การกระทำกิจกรรมเพิ่มเตมิ ทง้ั น้ีควรจะมกี ารเช่อื มโยง
กับวันทใี่ นขณะปัจจุบันเพ่อื ลดความเสี่ยงทม่ี นี ัยสำคญั

แผนการปฏบิ ตั กิ ารเจ้าหน้าทบ่ี รหิ ารความเส่ียง และบคุ ลากรทเี่ กยี่ วข้องสามารถกำหนด
และมอบหมายใหม้ คี วามเสี่ยง เพอ่ื ใหแ้ น่ใจว่าระดบั ทเี่ หมาะสมของกิจกรรมการมสี ว่ นร่วม
และการตอบสนองจะดำเนินการ การทำเครือขา่ ยบรหิ ารความเสี่ยงจะช่วยให้คุณประเมินการ
ใชท้ รัพยากรทจ่ี ำเป็นตอ้ งใชใ้ นการจดั การความเสี่ยงกบั ระยะเวลาทีต่ ้องการ และสร้างเส้นทาง
การตรวจสอบที่มปี ระสทิ ธภิ าพในกระบวนการ

4) การประเมินผลการสอบทานความเสย่ี งและปดิ ความเส่ียง

การบริหารความเสย่ี งด้วยการใช้ระบบสารสนเทศแบบเครอื ข่าย หรอื Web Based เป็น
เครอื่ งมอื และกลไกทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพมาก สำหรับการลงนามเพอ่ื ปดิ ความเสยี่ งท่เี กดิ ข้ึนใน
องค์กรแบบท่ัวทง้ั องค์กร ซึ่งหมายความวา่ องคก์ รสามารถม่นั ใจได้วา่ ระดบั ความเสีย่ งภายใน
องคก์ รไดร้ บั การดูแล และมกี ารจดั การทีถ่ กู ตอ้ งเหมาะสม การทำเครอ่ื งหมายปิดความเส่ยี งใน
กระบวนการบรหิ ารความเส่ียง ในองคก์ รเพ่ือสรา้ งความม่ันใจวา่ ผนู้ ำหรอื ผู้บรหิ ารองค์กรจะ
สามารถขับเคลอื่ นองคก์ รไปไดอ้ ยา่ งสะดวกและราบล่ืน การบริหารความเส่ยี งทัว่ ทง้ั องคก์ ร ใน
รูปแบบเครือขา่ ยสารสนเทศ หรอื ระบบ Web Based ถือเป็นการจัดการทม่ี ีประสทิ ธิภาพ
สงู สุด ในการท่จี ะรวบรวมความเส่ียงท่วั ทง้ั องค์กร ในเวลาทีร่ วดเร็ว และสามารถประเมิน
สถานการณค์ วามเส่ียงได้อยา่ งทันท่วงที ใช้งานได้กบั ความเสย่ี วทม่ี ีความซบั ซ้อนสงู หรือ
เกย่ี วขอ้ งกบั หลายหน่วยงาน และการบรหิ ารจัดการเกย่ี วกบั การเข้าถึงข้อมลู เพอ่ื ตดั สนิ ใจใน
การบริหารความเส่ียงของระดบั ผบู้ รหิ ารได้

บทท่ี 5 ความเสีย่ ง และผลตอบแทนจากการลงทุน 129

5. การบรหิ ารความเสี่ยง (Risk Management)
การบริหารความเส่ียง หมายถึง กระบวนการทใ่ี ช้ในการบรหิ ารจัดการให้โอกาสทจ่ี ะเกดิ

เหตุการณค์ วามเสยี่ งลดลงหรอื ผลกระทบของความเสียหายจากเหตกุ ารณค์ วามเสี่ยงลดลงอยู่ใน
ระดบั ทอ่ี งค์กรยอมรบั ได้ ซึ่งการจัดการความเสย่ี งมีหลายวิธีดังนี้

1) การยอมรบั ความเสย่ี ง (Risk Acceptance) เป็นการยอมรับความเสย่ี งท่เี กิดขน้ึ
เนื่องจากไม่คุ้มค่า ในการจัดการควบคมุ หรอื ป้องกันความเสยี่ ง

2) การลดการควบคมุ ความเส่ยี ง (Risk Reduction) เปน็ การปรบั ปรุงระบบการ
ทำงานหรือการออกแบบวธิ ีการทำงานใหมเ่ พือ่ ลดโอกาสทจ่ี ะเกดิ หรอื ลด
ผลกระทบใหอ้ ยใู่ นระดบั ท่ีองคก์ รยอมรบั ได้

3) การกระจายความเสย่ี ง หรือการโอนความเสีย่ ง (Risk Sharing) เป็นการกระจาย
หรอื ถา่ ยโอนความเส่ียงใหผ้ ู้อืน่ ช่วยแบ่งความรบั ผดิ ชอบไป

4) เลย่ี งความเส่ยี ง (Risk Avoidance) เปน็ การจดั การความเสย่ี งท่ีอย่ใู นระดบั สงู มาก
และหน่วยงานไมอ่ าจยอมรบั ได้ จึงตอ้ งตัดสนิ ใจยกเลิกกจิ กรรมนั้น

ท้งั นก้ี ารบรหิ ารความเส่ียง องค์กรสามารถนำปัจจยั ความเสย่ี งทไี่ ด้ระบุแล้วในเบ้อื งต้น มา
บรหิ ารจดั การให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยการสรา้ งแผนทค่ี วามเสี่ยง (Risk Map) เพอื่ ชว่ ยสรา้ ง
การจัดการแต่ละระดับความเส่ียงท่อี าจเกิดขึ้นไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ อาทิเช่น ความเสี่ยงด้านการ
ถอื เงินสดขององค์กร โดยระบุวา่ สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในระดบั 1 คอื ปกติ และหากอยู่ในระดบั 4
(เสยี่ งสงู ) ก่อนเขา้ ระดับ 5 (เสยี่ งสูงมาก) มคี วามเสี่ยงในระดับสูงต้องเข้ามาบริหารจดั การในทันที

130 การจดั การการเงนิ สำหรับผ้ปู ระกอบการ

ตารางที่ 5.1 : แสดงความเสี่ยงระดับเงนิ สดในองคก์ ร แบบ Risk Map

ระดับ 1 ระดบั 2 ระดบั 3 ระดบั 4 ระดบั 5
เสี่ยงนอ้ ยทีส่ ุด เสยี่ งมากท่สี ุด
เสีย่ งนอ้ ย เสย่ี งปานกลาง เสี่ยงมาก
ระดับเงินสด ระดบั เงนิ สดนอ้ ย
มากกว่า 10 ลา้ น ระดับเงนิ สดน้อย ระดับเงินสด ระดับเงนิ สดนอ้ ย กวา่ 1 ลา้ นบาท

บาท กวา่ 10 ลา้ นบาท มากกว่า 5 ล้าน กวา่ 5 ล้านบาท หยดุ คา่ ใช้จา่ ย
สร้างรายได้ และ
ควบคมุ กระแสด บาท เรง่ ปรบั โครงสร้าง
สดในคงที่
การบริหารความเสี่ยง การเงนิ

ควบคุมค่าใช้จ่าย ควบคมุ กระแสด หยุดค่าใช้จา่ ย

ท่ไี มจ่ ำเปน็ สดในคงท่ี และ และสร้างรายได้

ควบคุมคา่ ใชจ้ ่าย

ทไ่ี มจ่ ำเป็น

5.5 การควบคมุ ความเส่ยี ง (Control Risk)

เมื่อการดำเนินงานในขน้ั ต่าง ๆ ได้ดำเนินงานผา่ นพ้นไป ขั้นตอนนีจ้ ะเปน็ การดำเนนิ การ
ตดิ ตามผลทไ่ี ดก้ ระทำไป ทบทวน และควบคมุ ความเส่ียงอยา่ งไรก็ตาม แมจ้ ะมีการจดั การกบั ความ
เสย่ี งทถี่ ูกระบุไว้เป็นอยา่ งดีแลว้ องค์กรไมค่ วรอยนู่ งิ่ หรอื หยุดกจิ กรรมการจัดการความเส่ยี ง เพราะ
ความจริงแลว้ ความเสี่ยงใหม่ ๆ เกดิ ขึน้ ไดเ้ สมอ ดงั น้นั ทกุ ๆ องคก์ รควรมกี จิ กรรมในการประเมิน
ความเสี่ยงใหม่ ๆ ทอ่ี าจเกดิ ข้ึนในองคก์ รตลอดเวลา เพ่อื หาทางรบั มอื และจดั การกบั ความเส่ยี งทอ่ี าจ
เกิดขน้ึ อยา่ งเหมาะสม และทนั ทว่ งที

การควบคมุ หมายถงึ นโยบาย แนวทาง หรือ ขั้นตอนปฏิบตั ิตา่ ง ๆ ซ่งึ กระทำเพ่ือลดความ
เสีย่ ง และทำใหก้ ารดำเนินบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ แบง่ ได้ 4 ประเภท คือ

1) การควบคุมเพ่อื การป้องกนั (Preventive Control) เป็นวิธกี ารควบคมุ ท่ีกำหนด
ขึ้นเพอื่ ป้องกันไม่ใหเ้ กิดความเสย่ี ง และขอ้ ผดิ พลาดตั้งแตแ่ รก

2) การควบคุมเพ่อื ใหต้ รวจพบ (Detective Control) เป็นวธิ ีการควบคุมทก่ี ำหนดขึน้
เพอ่ื ค้นพบข้อผิดพลาดทเ่ี กดิ ขึน้ แลว้

3) การควบคมุ โดยการชี้แนะ (Directive Control) เป็นวิธีการควบคมุ ทีส่ ง่ เสริมหรอื
กระต้นุ ใหเ้ กิดความสำเรจ็ ตามวัตถุประสงค์ท่ีต้องการ

บทที่ 5 ความเสย่ี ง และผลตอบแทนจากการลงทุน 131

4) การควบคมุ เพอ่ื การแก้ไข (Corrective Control) เป็นวธิ กี ารควบคมุ ที่กำหนดขึน้
เพ่อื แก้ไขขอ้ ผิดพลาดทเี่ กดิ ขึ้นใหถ้ กู ตอ้ งหรอื เพ่อื หาวธิ กี ารแกไ้ ขไม่ให้เกิด
ขอ้ ผดิ พลาดซ้ำอกี ในอนาคต

5.6 ลงทนุ กบั ความเส่ียง
การลงทนุ (Investments) คอื การที่เรานำเอาทรัพยส์ ินทม่ี ีอยู่ ซงึ่ โดยท่วั ไปจะหมายถึงเงิน

สดไปดำเนนิ การในทางท่กี ่อให้เกดิ ประโยชน์ เพอ่ื ให้ไดผ้ ลตอบแทนกลบั คืนมาในอนาคต โดยเราเชื่อ
ว่าเงินสดหรอื ผลตอบแทนสว่ นเพม่ิ ทจี่ ะได้รับกลบั คนื มานนั้ จะสามารถชดเชยระยะเวลา อัตราเงิน
เฟ้อ และความเส่ยี งต่าง ๆ ท่ีอาจเกิดขึ้นในระหวา่ งการลงทนุ ได้อยา่ งคุ้มคา่ หรืออาจกล่าวได้วา่

“การลงทนุ ” หมาย ถึง การออมประเภทหนง่ึ เพอื่ ใหไ้ ด้รับผลตอบแทนทีม่ ากข้นึ แตท่ งั้ น้ีเรา
ตอ้ งตระหนกั ว่าในการลงทนุ มคี วามเสี่ยง เพราะนอกจากการได้กำไรจากการลงทนุ เราก็อาจขาดทุน
ได้เช่นกัน ดงั นนั้ ในการตดั สนิ ใจนำเงินออมมาลงทนุ เราจงึ ตอ้ งพจิ ารณาอย่างรอบคอบ และศกึ ษา
หาขอ้ มลู ทเ่ี กยี่ วข้องเปน็ อย่างดี เพื่อให้ไดร้ บั ผลตอบแทนตามท่ีคาดหวงั ไว้ และเพือ่ ลดความเสีย่ งทจ่ี ะ
เกิดข้ึนจากการลงทนุ การลงทุนโดยไมม่ คี วามรู้ หรือไมเ่ ขา้ ใจในเรอ่ื งความเส่ยี ง และทางเลอื กในการ
ลงทนุ ทดี่ พี อ ถือเป็นการลงทุนทมี่ คี วามเสยี่ งสงู ทส่ี ุด

การลงทุนสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ การลงทนุ ในสินทรพั ย์ทมี่ ตี วั ตนเห็นประโยชน์
จากการใชไ้ ดอ้ ย่างชดั เจน (Tangible investment) กับการลงทนุ ในสนิ ทรพั ยท์ ไี่ มเ่ หน็ ประโยชนจ์ าก
การใช้ไดโ้ ดยชัดเจน (Intangible investment) เพอื่ ให้เขา้ ใจได้งา่ ยจะขอยกตวั อยา่ งดงั นี้

การลงทนุ ซอื้ บ้าน ท่ีดิน อาคาร ทองคำ เครอื่ งประดบั ของมคี า่ ต่าง ๆ ซงึ่ เราสามารถใช้
ประโยชนจ์ ากทรัพยส์ ินทเี่ ราลงทุนเป็นเจ้าของไวโ้ ดยตรงไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี อยา่ งน้ีจะเรยี กวา่ Tangible
investment สว่ นการลงทุนในหุน้ พนั ธบัตร ตราสารหน้ี หรอื กองทนุ รวมประเภทตา่ ง ๆ ซ่งึ ผ้ซู อ้ื มี
สิทธิเรียกรอ้ ง และมีโอกาสไดร้ บั ผลตอบแทนจากการถอื กรรมสทิ ธ์ิในตราสารเหลา่ นี้ไว้ เรียกวา่ เปน็
การลงทุนแบบ Intangible investments

ผลตอบแทนจากการลงทนุ (Return from Investing) : การลงทุนมีความสัมพนั ธก์ บั
ผลตอบแทน (Returns) และความเสี่ยง (Risks) การทเี่ ราตัดสินใจลงทนุ ก็เพราะคาดหวังวา่ จะได้รับ
ผลตอบแทนเทา่ นนั้ เทา่ นี้ แตบ่ างคร้ังผลทอ่ี อกมากไ็ ม่ไดเ้ ปน็ ไปตามที่คาดหมายเอาไว้ ดงั น้ันเราจงึ
ตอ้ งเขา้ ใจและยอมรับถงึ ความเส่ียงทีอ่ าจเกดิ ข้นึ ไดด้ ้วย ผลตอบแทนจากการลงทุนมหี ลายรปู แบบ
ได้แก่

132 การจดั การการเงินสำหรับผ้ปู ระกอบการ

- รายได้ตามปกติ (Current Income) เช่น ดอกเบี้ยหรอื เงินปันผล สำหรบั กรณที ซ่ี อ้ื
พนั ธบัตร ตราสารหน้ี หรอื ลงทนุ ในหุ้นต่าง ๆ ซง่ึ เมือ่ ถงึ กำหนดเวลากจ็ ะไดร้ ับ
ดอกเบยี้ หรอื เงินปันผลตามทบี่ รษิ ทั ระบไุ ว้

- กำไรจากการซอื้ ขายหุ้น (Capital Gains) เชน่ กรณีที่ลงทนุ ซอื้ หุ้นสามญั
เอาไว้ ตอ่ มาเม่ือหุ้นดังกล่าวมรี าคาสงู ขน้ึ แลว้ ทำการขายออกไป ก็จะได้กำไรจาก
ผลต่างของราคาห้นุ ดังกล่าว

- ค่าเชา่ (Rent) ในการลงทนุ ซ้อื ทรพั ย์สิน โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ อสงั หารมิ ทรพั ย์ เชน่
ที่ดนิ บา้ น อพาร์ตเมนท์ ท่ีอย่อู าศัย เม่ือนำไปใหผ้ ้อู ่นื เช่า ก็จะมีรายได้เป็นคา่ เชา่
จากการให้เช่าทรพั ยส์ ินดงั กลา่ ว

- ผลตอบแทนอืน่ ๆ (Others) เชน่ เมอื่ ซ้ือหนุ้ สามญั กจ็ ะมสี ทิ ธใิ นการออกเสยี งเลือก
คณะกรรมการของบรษิ ัท และถ้าถอื ห้นุ ไว้มากกจ็ ะมโี อกาสไดร้ ับเลือกเป็นผู้บริหาร
ซ่ึงสามารถกำหนดนโยบายของบริษัทได้ หรือ มีสทิ ธใิ นการซื้อขายห้นุ ใหมไ่ ดใ้ น
ราคาพเิ ศษ

ในการคำนึงถึงผลตอบแทน องค์กรควรถามตัวเองว่า ผลตอบแทนท่ีต้องการไดร้ ับจะเป็นซัก
กีเ่ ปอรเ์ ซ็นต์ โดยต้องคำนึงถงึ อตั ราเงนิ เฟ้อไว้ดว้ ย เพราะ เงนิ เฟอ้ ย่อมมผี ลกระทบตอ่ ผลตอบแทนใน
การลงทนุ ดงั นั้น เมอ่ื พูดถงึ เรอื่ งผลตอบแทนเราควรให้ความสนใจในกบั Real rate of return
มากกวา่ Nominal rate of return โดย Real rate of return คอื ผลตอบแทนแทจ้ ริงทจ่ี ะได้รบั
ซึ่งมีการคำนึงถึงเรอื่ งเงนิ เฟอ้ ไวแ้ ลว้ ส่วน Nominal rate of return เป็นผลตอบแทนท่เี สนอใหห้ รอื
ใหต้ ามทบี่ รษิ ัทไดป้ ระกาศเอาไว้ สมมตวิ ่า การลงทนุ ครงั้ นเี้ สนอใหผ้ ลตอบแทน (Nominal Rate of
Return) 15% ถ้ามกี ารคาดคะเนว่าอัตราเงินเฟอ้ ที่จะเกิดขนึ้ ปลี ะ 4 % ดงั นนั้ ผลตอบแทนแทจ้ รงิ ท่ี
ไดร้ บั จะเปน็ แค่ 11 % เทา่ นน้ั

การกำหนดจำนวนเงนิ ลงทุนทเ่ี หมาะสม เปน็ จุดเรม่ิ ตน้ ทส่ี ำคัญในการลงทุน การนำเงินออม
หรือ เงนิ สำหรบั การใชจ้ ่ายมาลงทุนมากเกินไป อาจจะทำใหเ้ ราประสบปญั หาการขาดสภาพคลอ่ ง
กดดันตัวเองมากเกนิ ไป ในขณะท่ีการจัดสรรเงินเพอ่ื การลงทนุ ที่นอ้ ยเกนิ ไป อาจทำใหเ้ สียโอกาสใน
การสร้างผลตอบแทนตามทค่ี วรจะได้รับ ซงึ่ การจัดสรรเงนิ สำหรับการลงทนุ ในสัดส่วนทเี่ หมาะสมจะ
ทำให้การลงทนุ ของเราเป็นไปอยา่ งสมดลุ

ขอ้ ควรคำนึงในการจดั สรรเงินเพอ่ื การลงทนุ คือ เราควรมีเงินออมและเงินสำรองเผอ่ื ฉุกเฉนิ
ในจำนวนทเ่ี พยี งพอสำหรบั การใช้จา่ ยประมาณ 3 - 6 เดือน ซึ่งเงินสำหรบั การลงทนุ ควรเปน็ เงินสว่ น

บทที่ 5 ความเสย่ี ง และผลตอบแทนจากการลงทุน 133

ทีเ่ กนิ จากเงนิ ออมและเงนิ สำรอง เพราะการลงทนุ มีความเสยี่ งท่ีเราอาจจะสูญเสยี เงินลงทนุ ไป การ
นำเงินออมหรอื เงินสำรองมาลงทุน จงึ อาจจะทำให้เราประสบปญั หาได้

รูปภาพท่ี 5.6 : แสดงวธิ ีการลงทนุ

ในกรณีทบี่ คุ คลมีรายไดส้ ูงกว่ารายจา่ ย ยอ่ มมกี ารสะสมเงนิ ออมไว้ ซึ่งจะมากจะนอ้ ยกข็ ึน้ อยู่
กบั ความสามารถในการจัดสรรรายจา่ ย เพ่อื การยังชพี ของแตล่ ะบคุ คล และเงนิ ออมจำนวนดงั กลา่ ว
นนั้ ผอู้ อมมกั ตัดสินใจนำไปลงทุนในการใดการหน่ึง เพอ่ื ให้มีตอบแทนเพิ่มข้ึนมากกวา่ ที่จะเก็บเงนิ ไว้
เฉย ๆ โดยไม่ทำให้มีรายได้เพ่ิมพนู ขึ้นมา ซง่ึ ผอู้ อมสามารถนำเงินไปลงทนุ ได้ 2 ลกั ษณะ คอื

การลงทนุ โดยตรง หมายถึง การทบี่ คุ คลใช้เงินออม หรือ เงินรายได้ของตัวเองทำกจิ การใด
กิจการหนง่ึ โดยมกี ารดำเนินงานและการตดั สนิ ใจต่าง ๆ ด้วยตัวเองเพอ่ื ใหเ้ กดิ ผลกำไรตามเปา้ หมาย
ที่วางเอาไว้ เชน่ หุ้น ตราสารหน้ี สญั ญาซื้อขายลว่ งหน้า หรอื สินทรัพย์อื่น ๆ

การลงทุนทางออ้ ม หมายถึง การทบ่ี คุ คลเอาเงินออมของตวั เองไปลงทนุ ผ่านสถาบนั ตา่ ง ๆ
โดยที่สถาบนั เหลา่ นัน้ จะเปน็ ผดู้ ำเนนิ งานและตดั สินปญั หาต่าง ๆ แทนท้ังหมด แตถ่ า้ สถาบนั
ดังกลา่ วดำเนินการแล้วมผี ลกำไรเกิดข้นึ ก็จะต้องนำรายไดเ้ หล่านน้ั มาจา่ ยเปน็ ค่าตอบแทนใหแ้ กผ่ ู้
ลงทุนในอตั ราต่าง ๆ ตามท่ีตกลงกันไว้ เชน่ กองทนุ รวม กองทุนสำรองเลย้ี งชีพ กองทนุ สว่ นบุคคล
เป็นต้น องคป์ ระกอบพน้ื ฐานที่ตอ้ งนำมาพจิ ารณาในการเลอื กการลงทนุ ประกอบดว้ ย 6 ปจั จยั ดังนี้

1. อุปนิสยั ของผลู้ งทุน
2. ระดับความเสยี่ งในการลงทุน
3. ขนาดของจำนวนเงินทลี่ งทนุ
4. สภาพคลอ่ งของเงนิ ลงทนุ
5. ผลตอบแทนจากการลงทนุ
6. การกระจายเงินลงทุน

134 การจัดการการเงินสำหรบั ผ้ปู ระกอบการ

ในการตดั สินใจลงทนุ ผลู้ งทนุ จะตอ้ งพิจารณาท้ัง 6 ปจั จัยร่วมกนั โดยมิใช่เป็นเพยี งการมุ่ง
พจิ ารณาในองคป์ ระกอบใดองค์ประกอบหนง่ึ เป็นพเิ ศษ เพอ่ื ใหไ้ ด้ผลตอบแทนจากการลงทนุ เปน็ ไป
ตามวัตถปุ ระสงค์ท่กี ำหนดไว้ และเมอื่ ตัดสินใจที่จะลงทุนในรปู แบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการลงทนุ
โดยตรงหรอื การลงทุนโดยทางออ้ ม สงิ่ สำคญั ที่ควรพจิ ารณาเป็นอนั ดับแรกคือ การพจิ ารณาอตั รา
ผลตอบแทนทจี่ ะไดร้ บั จากการลงทนุ นั้น ๆ ควบค่ไู ปกบั การวิเคราะหส์ ภาพความเสีย่ งและความ
สะดวกสบายในการลงทุน ตลอดจนการพจิ ารณากำหนดวงเงนิ ทจ่ี ะลงทุนด้วย

การเลอื กลงทนุ ในกลมุ่ สถาบนั การเงนิ ของรฐั บาล จะทำใหผ้ ลู้ งทุนมีรายไดค้ อ่ นขา้ งต่ำ แตใ่ น
ขณะเดียวกันกม็ คี วามเส่ียงที่ต่ำด้วย สว่ นการลงทนุ ในกลมุ่ สถาบันการเงนิ ของเอกชน ผู้ลงทุนกจ็ ะมี
รายไดเ้ พ่ิมข้ึนมาอกี เล็กนอ้ ย และความเสี่ยงกส็ ูงตามขึ้นดว้ ย ดังน้นั การฝากเงินออมทรพั ย์กบั
สถาบันการเงินของรฐั บาลหรือเอกชน จงึ เหมาะสำหรบั ผลู้ งทุนในเงินออมทไี่ มห่ วงั ผลตอบแทนสงู
มากนัก กล่าวคือ เป็นเพียงการรกั ษามลู ค่าของเงนิ ออมทมี่ อี ยู่ ไม่ใหม้ ีอำนาจซอื้ เปล่ียนแปลงไปตาม
สภาพเงนิ เฟ้อ จนเปน็ ผลใหม้ ลู คา่ ของเงนิ ลดลง และไมส่ ามารถซ้อื สนิ ค้าและบรกิ ารไดใ้ นจำนวนเท่า
เดมิ หรอื ผลู้ งทุนที่ยังมีความจำเป็นจะตอ้ งใชเ้ งนิ ออมสว่ นนี้อยบู่ ้าง ในกรณที เี่ กดิ รายจา่ ยฉกุ เฉินขน้ึ
และต้องการใหส้ ภาพคลอ่ งของเงินลงทนุ อยูใ่ นระดบั ทค่ี ่อนขา้ งสงู สามารถเบกิ เงนิ สดมาใช้จ่ายได้
โดยงา่ ยแลว้ ส่วนการลงทุนในหลักทรพั ย์ และการลงทนุ ในตลาดเงนิ นอกระบบ จะใหผ้ ลตอบแทนแก่
ผู้ลงทนุ สงู มาก โดยมีความเส่ยี งในระดบั ทสี่ ูงมากเชน่ กัน วิธกี ารนจี้ งึ เหมาะสำหรับผู้ลงทุนทีไ่ ม่มีความ
จำเปน็ จะตอ้ งใช้เงินออม และสามารถยอมรบั กบั ความเสีย่ งในการลงทนุ เพอื่ แลกกบั การได้
ผลตอบแทนทสี่ งู ขึน้ ได้

บทที่ 5 ความเสี่ยง และผลตอบแทนจากการลงทุน 135

สรปุ

ตามหลกั การลงทุน ผลู้ งทุนควรมกี ารกระจายความเสี่ยงของเงนิ ลงทนุ โดยไมเ่ ลือกลงทนุ ใน
รูปแบบใดรปู แบบหน่ึงเพยี งอยา่ งเดยี ว (Portfolio Management) กลา่ วคอื ควรเลือกลงทุนผสมกัน
ระหวา่ งรูปแบบทม่ี ีความเสยี่ งตำ่ ปานกลาง และสงู อยา่ งไรก็ตามถ้าผลู้ งทนุ มเี งนิ ลงทนุ จำนวนจำกัด
จนไม่สามารถจะกระจายเงินลงทุนไปได้ และมีความจำเปน็ จะตอ้ งตัดสนิ ใจเลอื กลงทุนเพียงอยา่ งใด
อยา่ งหน่ึงแลว้ ผลู้ งทนุ ควรคำนึงถงึ ความปลอดภัยในการลงทนุ เปน็ ประการสำคัญ ดังน้ันการเลอื ก
สถาบันการลงทนุ ทมี่ ีความเสย่ี งต่ำและมีสภาพคลอ่ งของเงินลงทนุ สูง จงึ ควรได้รบั การพจิ ารณา
มากกวา่ สถาบันที่มีความเสี่ยงสงู และมสี ภาพคล่องของเงินลงทุนต่ำ

งานวจิ ยั ของ Marilyn MacGruder Barnwall แหง่ MacGruder Agency แบ่งประเภทของนัก
ลงทนุ ตามระดบั ความเสยี่ งทร่ี ับได้ ออกเปน็ 2 ประเภท คือ

1) นักลงทุนประเภทรอรับผล (Passive Investor) มกั จะหลีกเลย่ี งการลงทุนทมี่ ีความเสยี่ ง
สูง หรือยอมรบั ความเสีย่ งได้ค่อนข้างต่ำ ดงั นน้ั ผู้ลงทนุ ประเภทรอรับผลจึงมกั
มอบหมายหนา้ ทีใ่ นการจัดการลงทุนใหแ้ กม่ ืออาชีพทม่ี ีนโยบายการลงทนุ ในโครงการที่
มีความเสี่ยงต่ำ และยอมรบั อัตราผลตอบแทนในระดับต่ำ มากกวา่ ที่จะจัดการลงทุน
ดว้ ยตนเอง ผลู้ งทนุ ประเภทน้ี ได้แก่ ผทู้ มี่ ีเงินทุนโดยไมต่ ้องฝา่ ฟนั อุปสรรคหรือสร้าง
ด้วยมอื ตนเอง เชน่ ไดร้ บั เงนิ มรดก หรอื ขายท่ดี นิ ท่มี รี าคาสงู ขึ้นจากการทถ่ี นนตัดผ่าน
ฯลฯ ผู้ทมี่ เี งินทุนน้อย และกลวั ขาดทนุ ลกู จา้ งท่ีมหี น้าท่กี ารงานดี (ตำแหนง่ สงู ๆ) ใน
บริษัทขนาดใหญ่ แพทย์ เปน็ ต้น

2) นักลงทุนประเภทมุง่ หวังผล (Active Investor) มักช่ืนชอบความเสี่ยงมากกวา่ ความ
ม่ันคงของเงินลงทุน โดยมคี วามเห็นวา่ ถ้าเงินลงทนุ ต้องสญู ไปกส็ ามารถสร้างใหม่ได้
และเหน็ วา่ มโี อกาสในการลงทุน ดงั นัน้ ผลู้ งทนุ ประเภทม่งุ หวังผลจงึ มักจดั การลงทุน
ด้วยตนเอง เพราะมคี วามมัน่ ใจในตนเองสงู ผลู้ งทนุ ประเภทน้ี ไดแ้ ก…่ ผทู้ ี่รำ่ รวยโดย
สรา้ งธรุ กจิ ด้วยมอื ของตนเอง ผทู้ ีท่ ำงานอิสระ ไมไ่ ด้เปน็ ลกู จ้างในสายอาชพี ต่างๆ เช่น
ทนายความอสิ ระ นกั บญั ชี ฯลฯ ลูกจ้างทม่ี หี นา้ ทกี่ ารงานดี (ตำแหน่งสูงๆ) ในบรษิ ัท
ขนาดใหญ่ ศลั ยแพทย์มอื ดี เปน็ ต้น

136 การจัดการการเงินสำหรบั ผปู้ ระกอบการ

นอกจากน้ี ยังมบี ทวเิ คราะหข์ อง Bailard, Biehl & Kaiser Five-Way Model (BB&K) ที่แบ่ง
นักลงทนุ ออกเป็น 5 ประเภท โดยพจิ ารณาจาก แนวปฏบิ ตั ิ ซึ่งสะทอ้ นออกมาจากความมนั่ ใจหรอื
ความวิตกกงั วล ของแต่ละบคุ คล

ตารางที่ 5.2 : แสดงการแบ่งนกั ลงทุน

นกั ผจญภยั พวกเปน็ ตวั ของ ดาราคนดัง ผพู้ ิทกั ษ์ พวกทีอ่ ยู่คาบเสน้
(Adventurer) ตวั เอง (Celebrity) (Guardian) (Straight Arrow)

(Individualist)

ที่มคี วามเชอื่ ม่ันในตวั เอง มีความเชือ่ มั่นในตัวเอง มกั ข้ีกังวลชอบตาม มีความระมดั ระวัง พวกทีไ่ ม่อยู่ใน

สงู ใชช้ ีวิตอยู่กบั ความไม่ สูงเชน่ เดียวกับนกั ผจญ กระแส กลัวตกขา่ วจึง รอบคอบ คอ่ นข้างจู้จ้ี ประเภทใดประเภท

แนน่ อน และตัดสนิ ใจอยา่ ง ภัยแตจ่ ะตดั สนิ ใจอยา่ ง มกั ตัดสินใจเร็ว ไม่ค่อย มีความวิตกกงั วลมาก หนง่ึ ขา้ งต้น แตจ่ ะ

หุนหันพลันแลน่ ขาดความ รอบคอบ ระมดั ระวัง ระมดั ระวงั ส่วนใหญจ่ งึ เปน็ คนท่รี ู้ขอ้ จำกดั มลี ักษณะกลางๆ

รอบคอบจึงลงทุนแบบ โดยพิจารณาอย่างถ่ี เปน็ ลกู คา้ ของบริษัท ของตัวเอง ไม่ชอบ

มุง่ หวังผล ถว้ น จงึ มกั ลงทนุ แบบ นายหน้าคา้ หลักทรัพย์ ตัดสินใจ จึงมักให้

มงุ่ หวังผล ซ่ึงจะลงทุน มากกว่าจะเป็นลูกค้า ผูจ้ ดั การกองทุนมือ

ด้วยตนเอง แตถ่ า้ ไวใ้ จ ของผจู้ ัดการกองทุน อาชพี ช่วยจดั การ

ให้มอื อาชพี จัดการ ลงทนุ มักลงทุนแบบ

ลงทุนใหแ้ ล้ว กม็ ักจะ รอรับผล

ไม่เขา้ มายงุ่ เลย

บทที่ 5 ความเสี่ยง และผลตอบแทนจากการลงทุน 137

คำถามทา้ ยบท
1) ขอใหน้ กั ศกึ ษาแบ่งกลุ่มเพอื่ นในชัน้ เรยี น วา่ เป็นกลมุ่ นกั ลงทนุ กลุม่ และมีลกั ษณะเชงิ
พฤติกรรมการลงทนุ อยา่ งไร
2) ขอให้นกั ศกึ ษาอธิบาย ความเส่ยี งทีเ่ กิดขึ้นจากการลงทุน โดยจดั การบรหิ ารความเสี่ยงท่อี าจ
เกิดขึน้ ในรูปแบบ Risk Map
3) ขอใหน้ ักศึกษา ยกตัวอย่างโปรแกรมการลงทุน และวธิ กี ารใช้งานจากตลาดหลกั ทรพั ย์แหง่
ประเทศไทย
4) นักศึกษาคดิ วา่ หากไม่ลงทนุ ทางการเงินแล้ว มวี ิธีการลงทุนในรปู แบบอ่นื หรือไม่ และมี
อะไรบ้าง
5) รูปแบบของ Risk Map ในเรือ่ งความเสย่ี งทางบัญชี และการเงินขององคก์ ร มีปจั จัยใดบา้ ง
และสามารถบริหารจดั การได้อยางไร
6) ขอให้นกั ศกึ ษาอธิบาย กาบริหารความเสีย่ งแบบ Risk Matrix แบบ COSO
7) ขอใหน้ กั ศึกษา ยกตวั อยา่ งวธิ กี ารระบคุ วามเสี่ยง พรอ้ มยกตวั อยา่ งความเสย่ี งดา้ นบญั ชี
และการเงิน
8) นักศกึ ษาคดิ ว่า ความเสย่ี งดา้ นบญั ชี และการเงิน มผี ลกระทบต่อองคก์ รอยา่ งไร
9) หากความเส่ยี งเปน็ เรือ่ งสำคญั ในการบรหิ ารจดั การองค์กรแล้ว เมอ่ื นักศึกษาอยาก
ดำเนนิ การวิจยั ในความเส่ยี ง นักศึกษาคิดว่า ควรศกึ ษาวจิ ยั ในหวั ขอ้ ใดเป็นสำคญั
10) ความเส่ียงภายในองคก์ ร มีปจั จัยอยมู่ ากมาย ขอให้นักศึกระบุความเสย่ี งภายในองค์กรมา
ตามหนว่ ยงานภายในมหาวทิ ยาลัยของตนเอง

138 การจดั การการเงนิ สำหรบั ผ้ปู ระกอบการ

เอกสารอา้ งอิง
C.Boophati and John Leeson. (2016). Concept of Working Capital Management.

IRACST – International Journal of Commerce, Business and Management
(IJCBM), ISSN: 2319–2828Vol. 5, No.2, Mar-Apr 2016
Charoen Pokphand Foods. (2017). Annual Report 2017. Retrieved Mar 1.2019. from
https://www.cpfworldwide.com
EduPristine. (2018). Working Capital Management. Retrieved Mar 1.2019. from
https://www.edupristine.com/blog/working-capital-management
Finextra Research. (2018). Role of Working Capital Management in business
success.Retrieved Feb 1.2019. from
https://www.finextra.com/blogposting/15015/role-of-working-capital-
management-in-business-success
Interspace. (2016). Cash flow Management. Retrieved Feb 1.2019.
fromhttps://moneyhub.in.th/article/business-cash-flow/
LSK Sim. (2013). Working Capital Management is part of the financial
considerations.Retrieved Feb 1.2019. from http://studentsrepo.um.edu.
JKM Mawutor. (2014). Working Capital Management and Profitability of Firms: A
Study of Listed Manufacturing Firms in Ghana. Retrieved Feb 1.2019.
fromhttps://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=2573319
Jim Mueller. (2018). Understanding Financial. Retrieved Feb 1.2019.
fromhttps://www.investopedia.com/articles/basics/07/liquidity.asp
J.P. Morgan Commercial Banking. (2018). Optimizing Cash flow: How to Manage
Working Capital. Retrieved Feb 1.2019. from https://www.jpmorgan.com
Markowski, A. S., & Mannan, M. S. (2008). Fuzzy Risk Matrix. Journal of hazardous
materials, 159(1), 152-157.
Katz, Jerome A. (2009). Entrepreneurial Small Business. USA: McGraw-Hill.
Sacco, R. L., Benjamin, E. J., Broderick, J. P., Dyken, M., Easton, J. D., Feinberg, W. M.,
... & Wolf, P. A. (1997). Risk factors. Stroke, 28(7), 1507-1517.


Click to View FlipBook Version