The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
วิทยาการคำนวณ (ว31102)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iyarasakulpan, 2022-08-08 06:28:44

แผนการสอนวิทยาการคำนวณ ม.4 ว31102

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
วิทยาการคำนวณ (ว31102)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2565

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ.2551

(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560)
วทิ ยาการคานวณ (ว31102)

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

โดย
นายนฤดล พนมคา
ตาแหนง่ ครู โรงเรียนหนองบวั พทิ ยาคาร
อาเภอเมือง จงั หวัดหนองบัวลาภู
สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษาเลย หนองบัวลาภู

คานา

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชา ว31102 วิทยาการคานวณ สาหรบั นักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จดั ทาและพัฒนาขึ้นโดยมจี ดุ ประสงคเ์ พ่ือใช้เปน็ คมู่ อื ในการ
จดั กิจกรรมการการเรยี นรู้ เพ่ือเพมิ่ ทักษะกระบวนการทางานกระบวนการปฏบิ ัตงิ าน และเจตคติตอ่ การเรยี น
ของผู้เรยี น ท้ังนเ้ี ปน็ ผลมาจากการวิเคราะห์ควาสอดคล้องสาระมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัดชว่ งช้ันและ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ตามเป้าหมายทห่ี ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พ.ศ.2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง
พ.ศ.2560) กาหนด

แผนการจดั การเรยี นรเู้ มนี้ ประกอบดว้ ย สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ คาอธบิ ายรายวิชา โครงสร้าง
แบง่ หน่วยการเรยี นรู้ การวเิ คราะห์แผนการจดั การเรียนรู้ แบบกจิ กรรม แบบทดสอบ พร้อมเฉลย โดยมี
กระบวนการจดั ทาด้วยการวิเคราะหป์ ญั หาและสาเหตขุ องปญั หาการศึกษาเอกสารเพือ่ หาแนวทาง
ในการแกป้ ญั หา การกาหนดแนวทาง การดานเนงานการออกแบบกจิ กรรมการเรยี นู้ ใหค้ รอบคลมุ ตาม
เปา้ หมายการเรยี นร้ใู หเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุดกบั ผเู้ รยี น

ขอขอบคุณผทู้ ี่มสี ว่ นเกยี่ วข้องในการดาเนนิ งานจัดทาและพฒั นาแผนการจัดการเรียนร้คู รง้ั น้ี ท่ีได้
ใหค้ าแนะนาแผนการจัดการเรยี นรู้ไปใช้ รวมทง้ั ผเุ้ รยี นในกลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี
ที่ช่วยสะทอ้ นผลทเี่ กิดขึ้น เพอื่ ปรัปรงุ และพฒั นาแผนการจัดการเรยี นรูใ้ หม้ ีประสิทธภิ าพ ผู้จัดทาขอขอบคณุ
เป็นอย่างสงู มา ณ โอกาสน้ี

นฤดล พนมคา
ครูผู้สอน

สารบัญ

คานา
สารบญั
คาอธิบายรายวิชา
โครงสร้างรายวชิ า
การออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 แนวคดิ เชงิ คานวณ

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 แนวคิดเชงิ คานวณ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปัญหา
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 การหารปู แบบและการคิดเชงิ นามธรรม
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การแก้ไขปัญหาและขน้ั ตอนวิธี
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 การแก้ปญั หาดว้ ยคอมพิวเตอร์
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 การออกแบบข้ันตอนวธิ ี
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6 การจดั เรยี งข้อมลู
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 7 การคน้ หาข้อมลู
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 การพฒั นาโครงงาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 8 โครงงานสร้างสรรค์
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9 วางแผนและออกแบบโครงงาน
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 10 พฒั นาโครงงาน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11 รายงาน
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 Show Time

กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชาพ้ืนฐาน

รายวิชา วทิ ยาการคานวณ รหสั วิชา ว31102 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4
เวลา 20 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น (1 ชั่วโมง/สัปดาห์) จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษาหลกั การของแนวคดิ เชงิ คานวณ การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปญั หา การหารูปแบบ

การคดิ เชิงนามธรรม ตวั อยา่ งและประโยชนข์ องแนวคิดเชิงคานวณเพือ่ แกไ้ ขปญั หาในชวี ิตประจาวนั
ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ เชิงคานวณวนการออกแบบขั้นตอนวธิ ีสาหรบั แก้ปญั หา การแก้ปัญหาด้วยคอมพวิ เตอร์
การระบขุ ้อมลู เข้า ขอ้ มลู ออก และเงอ่ื นไขของปญั หา การออกแบบขั้นตอนวธิ ี การทาซ้า การจดั เรียงและ

ค้นหาขอ้ มลู ตัวอยา่ งการออกแบบข้นั ตอนวธิ เี พ่อื แกป้ ัญหาดว้ ยคอมพิวเตอร์ การศึกษาตวั อยา่ งโครงงาน
ทางด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ การกาหนดปัญหา ศึกษา วางแผน ดาเนินงาน สรปุ ผลและเผยแพร่ ในการ
พัฒนาโครงงานทม่ี กี ารบูรณาการร่วมกบั วิชาอ่นื และเชอ่ื มโยงกบั ชีวติ จริง

ฝกึ ทกั ษะกระบวนการคิดเชิงคานวณ การคิดแกป้ ัญหาดว้ ยคอมพวิ เตอร์ การทาโครงงานทางดา้ น
เทคโนโลยีสารสนเทศ การใหเ้ หตผุ ล การสอื่ สาร โดยจัดประสบการณ์ในชีวิตประจาวันให้ผเู้ รยี นไดป้ ฏบิ ัตจิ รงิ
ทดลองสรุป รายงานเพือ่ นาทักษะกระบวนการที่ไดไ้ ปใชใ้ นการเรียนรสู้ ิง่ ตา่ ง ๆ และใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้

อยา่ งสรา้ งสรรค์
ตระหนักในคุณค่าและเจตคติท่ีดีต่อการเรียนรู้วิทยาการคานวณ ทางานเป็นระบบ มีระเบียบวินัย

มคี วามรบั ผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมีความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง นาความรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวันได้ตาม

หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มพี ืน้ ฐานชวี ติ ท่มี ่นั คง มีงานทา มีอาชพี มีคณุ ธรรม และเป็นพลเมอื งดี

ตวั ช้วี ดั

รหัสตวั ชี้วัด ว 4.2 ม.4 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)
ประยุกตใ์ ชแ้ นวคดิ เชงิ คานวณในการพฒั นาโครงงานท่มี ีการบูรณาการกบั การวิชาอ่นื อยา่ งสร้างสรรค์

และเชอ่ื มโยงกบั ชวี ติ จริง

รวม 1 ตวั ชีว้ ดั

โครงสรา้ งรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชาพื้นฐาน

รายวิชา วทิ ยาการคานวณ รหสั วชิ า ว31102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4

เวลา 20 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น (1 ชว่ั โมง/สปั ดาห)์ จานวน 0.5 หน่วยกติ

หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐาน/ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา น้าหนกั
ท่ี การเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ัด (ชัว่ โมง) คะแนน

(100)

1 แนวคดิ เชิง ว 4.2 แนวคิดเชิงคานวณเปน็ พน้ื ฐานของการคิด 3 15

คานวณ ม.4 แกป้ ญั หาทีส่ ามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ในการแก้ปญั หา

ในชีวติ ประจาวนั แนวคิดเชิงคานวณ เป็นการคดิ แบบ

แยกส่วนประกอบและการย่อยปญั หา การหารูปแบบ

ของปญั หา และการออกแบบขั้นตอนวธิ ีในการ

แกป้ ญั หา ซง่ึ ข้นั ตอนวิธี คอื ลาดับข้นั ตอนในการ

แก้ปญั หาหรอื การทางานทช่ี ดั เจน ชว่ ยให้คดิ อย่าง

เป็นระบบและเป็นขั้นตอน

2 แก้ไขปัญหา ว 4.2 การคดิ เชิงคานวณเป็นพ้ืนฐานของการ 4 15

และขัน้ ตอน ม.4 แกป้ ัญหาดว้ ยคอมพิวเตอร์ สาหรับการออกแบบ

วิธี ขน้ั ตอนวิธใี นการแกป้ ญั หาดว้ ยโปรแกรมคอมพิวเตอร์

จาเปน็ ตอ้ งระบขุ ั้นตอนการทางานรวมถงึ เง่ือนไขต่าง

ๆ ทชี่ ดั เจน เชน่ ขอ้ มลู เข้า ขอ้ มูลออก ขอบเขตของ

ข้อมลู ที่ต้องการ มนุษยจ์ ึงจะสามารถเขียนโปรแกรม

ให้คอมพิวเตอรท์ างานตามคาสงั่ ได้

3 การพฒั นา ว 4.2 การพฒั นาโครงงานเปน็ กระบวนการ ที่ 11 30

โครงงาน ม.4 สามารถใช้แนวคิดเชงิ คานวณ ในการแกป้ ญั หา โดย

เริม่ จากการระบปุ ญั หาทีส่ นใจในชีวิตประจาวัน

วเิ คราะหส์ าเหตุของปัญหา ศกึ ษาและหาแนวทางการ

แกป้ ัญหา เพ่ือใหส้ ามารถแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างมี

ประสทิ ธิภาพ

สอบกลางภาค 1 20

ระหวา่ งภาคเรียน 18 60

ปลายภาคเรียน 1 20

รวม 20 100

การออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรียนร้เู ทคโนโลยี

วทิ ยาการคานวณ 1
(ว31102)

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราชการ 2560

นายนฤดล พนมคา
ตาแหน่ง ครู โรงเรยี นหนองบัวพทิ ยาคาร
สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาหนองบัวลาภูเลย หนองบวั ลาภู

การออกแบบห

รายวิชา วิทยาการคานวณ 1

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ เทคโนโลยี

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1

เวลา 3 ช่ัวโมง

รหัส สาระสาคัญ สาระการ สมรรถนะสาคัญ คุณลักษณะอ

ตวั ชว้ี ดั เรียนรู้ ประสงค

ว 4.2 แนวคดิ เชงิ คานวณเป็น แนวคดิ เชงิ 1.ความสามารถใน 1. ซือ่ สตั ยส์ ุจ

ม.4 พื้นฐานของการคดิ คานวณ ได้แก่ การคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้

แกป้ ญั หาทส่ี ามารถนาไป การคดิ แบบ 2.ความสามารถใน 3. อยอู่ ย่าง

ประยุกตใ์ ช้ในการ แยกสว่ น การแก้ปญั หา พอเพียง

แก้ปญั หาในชวี ติ ประจาวนั ประกอบและ 3.ความสามารถใน 4. มงุ่ มนั่ ในก

แนวคิดเชงิ คานวณ เป็น การยอ่ ย การสอ่ื สาร ทางาน

การคิดแบบแยก ปัญหา การหา

ส่วนประกอบและการย่อย รปู แบบของ

ปญั หา การหารูปแบบของ ปญั หา การคดิ

ปญั หา และการออกแบบ เชิงนามธรรม

ขั้นตอนวิธีในการแกป้ ญั หา และการ

ซ่งึ ข้ันตอนวธิ ี คอื ลาดบั ออกแบบ

ขนั้ ตอนในการแก้ปญั หา ขั้นตอนวธิ ีใน

หรือการทางานท่ีชดั เจน การแก้ปญั หา

ช่วยให้คิดอย่างเป็นระบบ

และเป็นขน้ั ตอน

หนว่ ยการเรียนรู้

รหสั วชิ า ว31102

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/1,10,11

ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เรอ่ื งแนวคิดเชงิ คานวณ

คะแนนเต็ม 15 คะแนน

อันพึง กิจกรรมการ สอ่ื การสอน วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื ช้ินงาน

ค์ เรียนรู้ การวดั ผล

จริต 1. เล่าสถานการณ์ 1. แบบ 1. ประเมินจาก 1.แบบ 1.ใบ

และตั้งคาถาม ประเมนิ ตนเอง ใบกจิ กรรม ประเมิน กิจกรรม

2. อธิบายและสรุป 2. หนังสอื 2. สังเกต กิจกรรม 2.แบบ

เพอ่ื เชอื่ มโยง เรยี น พฤตกิ รรมจาก 2.แบบ ทดสอบ

การ 3. ศึกษาตัวอยา่ ง เทคโนโลยี การทางานกลมุ่ สงั เกต

4. อธิบายเนอ้ื หา (วทิ ยาการ 3. ประเมินจาก พฤตกิ รรม

ทากิจกรรม คานวณ) ม.4 แบบประเมิน 3.แบบ

5. อภปิ ราย สสวท. ตนเอง ประเมิน ประเมิน

6. ศึกษาจาก 3. ใบกิจกรรม จาก ตนเอง

หนงั สือเรยี น 4. คณุ ลักษณะอัน 4.แบบ

7. ทดสอบ แบบทดสอบ พึงประสงค์ ประเมนิ

8. การนาเสนอ 4. ทดสอบ คุณลกั ษณะ

หน้าช้ันเรียน อนั พงึ

ประสงค์

5.แบบ

ประเมนิ

การทดสอบ

การออกแบบห

รายวิชา วิทยาการคานวณ 1

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ เทคโนโลยี

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2

เวลา 4 ชัว่ โมง

รหัส สาระสาคญั สาระการ สมรรถนะ คณุ ลักษณะอัน

ตัวชีว้ ัด เรยี นรู้ สาคัญ ประสงค์

ว 4.2 การคดิ เชงิ คานวณเป็น การออกแบบ 1.ความสามารถ 1. ซ่ือสัตยส์ ุจริต

ม.4 พืน้ ฐานของการแก้ปญั หา ขน้ั ตอนวธิ ใี น ในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้

ด้วยคอมพิวเตอร์ สาหรบั การแก้ปญั หา 2.ความสามารถ 3. อยอู่ ย่างพอเพ

การออกแบบขน้ั ตอนวิธใี น โดยใช้รปู แบบ ในการแกป้ ญั หา 4. มงุ่ ม่นั ในการ

การแก้ปญั หาด้วยโปรแกรม การกาหนด 3.ความสามารถ ทางาน

คอมพวิ เตอร์ จาเปน็ ตอ้ ง เง่อื นไข และ ในการสื่อสาร

ระบขุ ้ันตอนการทางาน การทาซา้

รวมถงึ เง่อื นไขต่าง ๆ ท่ี

ชดั เจน เชน่ ข้อมูลเขา้

ขอ้ มลู ออก ขอบเขตของ

ข้อมูลท่ีตอ้ งการ มนุษยจ์ งึ

จะสามารถเขยี นโปรแกรม

ใหค้ อมพวิ เตอร์ทางานตาม

คาส่งั ได้

หน่วยการเรยี นรู้

รหสั วชิ า ว31102

ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4/1,10,11

ช่ือหน่วยการเรียนรู้ เร่อื งแกไ้ ขปญั หาและขัน้ ตอนวิธี

คะแนนเต็ม 15 คะแนน

นพึง กจิ กรรมการเรยี นรู้ สื่อการสอน วิธกี าร เคร่อื งมอื การ ชิน้ งาน

วดั ผล วัดผล

ต 1. เลา่ สถานการณ์ 1. แบบประเมนิ 1. ประเมนิ 1.แบบ 1.ใบ

และต้งั คาถาม ตนเอง จากใบ ประเมิน กจิ กรรม

พียง 2. อธบิ ายและสรุป 2. หนงั สอื เรียน กจิ กรรม กิจกรรม 2.แบบ

เพ่ือเช่อื มโยง เทคโนโลยี 2. สงั เกต 2.แบบสงั เกต ทดสอบ

3. ศึกษาตัวอย่าง (วิทยาการ พฤติกรรม พฤติกรรม

4. อธบิ ายเน้อื หา คานวณ) ม.4 จากการ 3.แบบ

5. ทากิจกรรม สสวท. ทางานกลมุ่ ประเมิน

6. อภิปราย 3. ใบกจิ กรรม 3. ประเมนิ ตนเอง

7. ศกึ ษาจาก 4. แบบทดสอบ จากแบบ 4.แบบ

หนังสือเรียน ประเมนิ ประเมิน

8. ทดสอบ ตนเอง คุณลักษณะ

9. การนาเสนอ ประเมินจาก อนั พงึ ประสงค์

หนา้ ช้ันเรียน คณุ ลกั ษณะ 5.แบบ

10. ฝกึ ปฏบิ ตั ิ อนั พงึ ประเมิน

ประสงค์ การทดสอบ

4. ทดสอบ

การออกแบบห

รายวิชา วิทยาการคานวณ 1

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ เทคโนโลยี

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3

เวลา 11 ชวั่ โมง

รหสั สาระสาคญั สาระการ สมรรถนะ คณุ ลักษณะอัน

ตวั ชว้ี ัด เรยี นรู้ สาคัญ ประสงค์

ว 4.2 การพฒั นาโครงงานเป็น 1. การพฒั นา 1.ความสามารถ 1. ซ่ือสัตยส์ ุจริต

ม.4 กระบวนการ ท่ีสามารถใช้ โครงงาน ในการส่ือสาร 2. ใฝเ่ รยี นรู้

แนวคิดเชงิ คานวณ ในการ 2. การนา 2.ความสามารถ 3. อยอู่ ย่างพอเพ

แกป้ ญั หา โดยเรม่ิ จากการ แนวคดิ เชงิ ในการคดิ 4. มงุ่ ม่นั ในการ

ระบปุ ญั หาทส่ี นใจใน คานวณช่วย 3.ความสามารถ ทางาน

ชีวิตประจาวนั วิเคราะห์ ในการพัฒนา ในการแก้ปญั หา

สาเหตขุ องปญั หา ศกึ ษา โครงงานที่ 4.ความสามารถ

และหาแนวทางการ เก่ยี วกบั ในการใช้

แก้ปญั หา เพือ่ ใหส้ ามารถ ชีวติ ประจาวนั เทคโนโลยี

แกป้ ญั หาได้อยา่ งมี

ประสิทธิภาพ

หน่วยการเรยี นรู้

รหสั วชิ า ว31102

ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4/1,10,11

ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ เร่ืองการพัฒนาโครงงาน

คะแนนเต็ม 30 คะแนน

นพงึ กิจกรรมการเรยี นรู้ สื่อการสอน วิธกี าร เครื่องมือการ ชนิ้ งาน

วดั ผล วดั ผล

ต 1. เลา่ สถานการณ์ 1. แบบประเมิน 1. ประเมิน 1.แบบ 1.ใบ

และตงั้ คาถาม ตนเอง จากใบ ประเมนิ กจิ กรรม

พียง 2. อธบิ ายและสรปุ 2. หนังสอื เรยี น กิจกรรม กิจกรรม 2.แบบ

เพือ่ เช่ือมโยง เทคโนโลยี 2. สังเกต 2.แบบสังเกต ทดสอบ

3. ศกึ ษาตัวอย่าง (วทิ ยาการ พฤตกิ รรม พฤติกรรม 3.รปู เลม่

4. อธิบายเนือ้ หา คานวณ) ม.4 จากการ 3.แบบ โครงงาน

5. ทากิจกรรม สสวท. ทางานกลมุ่ ประเมนิ 4.ชน้ิ งาน

6. อภปิ ราย 3. ใบกจิ กรรม 3. ประเมินจากตนเอง โครงงาน

7. ศกึ ษาจาก 4. แบบทดสอบ แบบประเมิน 4.แบบ

หนังสือเรียน ตนเอง ประเมนิ ประเมิน

8. ทดสอบ คุณลกั ษณะ คณุ ลกั ษณะ

9. การนาเสนอ อันพงึ ประสงค์ อนั พงึ ประสงค์

หนา้ ชั้นเรียน 4. ทดสอบ 5.แบบ

10. ฝึกปฏิบตั ิ 5. ประเมิน ประเมิน

โครงงาน การทดสอบ

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1
แนวคิดเชงิ คานวณ

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เร่ืองแนวคดิ เชิงคานวณ เวลาเรียน 3 ชวั่ โมง

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 1 เร่อื งแนวคิดเชิงคานวณ เวลาเรียน 1 ชั่วโมง

ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐานการเรียนรู้

เข้าใจและใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการแกป้ ญั หาทพี่ บในชวี ิตจริงอยา่ งเป็นขัน้ ตอนและเป็นระบบ

ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการเรยี นรู้ การทางาน และการแกป้ ญั หาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รู้เทา่

ทัน และมจี รยิ ธรรม

ตวั ชี้วัด
ว 4.2 ม.4 ประยกุ ตใ์ ช้แนวคิดเชิงคานวณในการพฒั นาโครงงานท่ีมกี ารบรู ณาการกับวชิ าอ่นื อย่าง

สรา้ งสรรคแ์ ละเชือ่ มโยงกบั ชีวิตจรงิ

สาระการเรยี นรู้
แนวคดิ เชงิ คานวณ ไดแ้ ก่ การคิดแบบแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา การหารปู แบบของปัญหา

การคดิ เชิงนามธรรม และการออกแบบขนั้ ตอนวิธใี นการแกป้ ญั หา

จุดประสงค์
1. อธิบายหลักการของแนวคิดเชงิ คานวณได้ (K)
2. ปฏบิ ตั ิตามขน้ั ตอนวธิ ีเปรยี บเทยี บและวิเคราะหข์ ัน้ ตอนวิธเี พื่อแกป้ ญั หาจากโจทย์ทกี่ าหนด(P)
3. ตระหนักถึงความสาคญั และประโยชนข์ องขัน้ ตอนวิธีทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั การแกป้ ัญหาในชวี ติ ประจาวนั (A)

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
4. มุ่งม่นั ในการทางาน

สาระสาคัญ
แนวคิดเชิงคานวณ (computational thinking) เป็นพ้ืนฐานของการคิดแก้ปัญหาท่ีสามารถนาไป

ประยุกต์ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน แนวคิดเชิงคานวณ เป็นการคิดแบบแยกส่วนประกอบและการย่อย
ปัญหา (decomposition) การหารูปแบบของปญั หา (pattern recognition) การคดิ เชิงนามธรรม (abstraction)
เพ่ือพิจารณาสาระสาคัญของปัญหาและการออกแบบขั้นตอนวิธีในการแก้ปัญหา (algorithm) ซึ่งข้ันตอนวิธี คือ
ลาดับขนั้ ตอนในการแก้ปญั หาหรอื การทางานที่ชดั เจน ชว่ ยให้คดิ อย่างเป็นระบบและเป็นขนั้ ตอน

สื่อและอปุ กรณ์
1. แบบประเมนิ ตนเอง เรือ่ งฉันรู้จักขั้นตอนวิธี (https://goo.gl/bYnUr8)
2. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ม.4 สสวท.
3. ใบกจิ กรรม 1.1 บ้านเธอ บา้ นฉนั
4. ใบกิจกรรม 1.2 หา ห.ร.ม. ง่ายนิดเดียว

ข้นั การสอนโดยใชก้ ารสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es
ข้นั สรา้ งความสนใจ เวลา 10 นาที
1. ผสู้ อนนาเขา้ สู่บทเรยี น เร่ืองแนวคิดเชิงคานวณ โดยเลา่ สถานการณแ์ ละตงั้ คาถามกับผ้เู รยี น

สถานการณ์
นักเรยี นเดนิ หลงเข้าไปในปา่ กับเพือ่ น 3 คน และมอี ุปกรณต์ ิดตัว ไดแ้ ก่ มดี และไฟฉาย ระหวา่ งทางท่เี ดนิ หาเส้นทาง
อ อ ก จ า ก ป่ า นั้ น นั ก เ รี ย น ก็ ไ ด้ พ บ กั บ ก ร ะ ต่ า ย แ ล ะ รั ง ผ้ึ ง จึ ง จั บ ก ร ะ ต่ า ย แ ล ะ เ ก็ บ รั ง ผึ้ ง
ไปด้วย และเดินต่อจนพบค่า แต่แล้วสิ่งท่ีไม่คาดคิดก็เกิดข้ึน มีหมีปรากฏข้ึน นักเรียนจะทาอย่างไร
ให้สามารถถว่ งเวลาไม่ให้หมวี ง่ิ เขา้ มาทารา้ ยและรอดจากการถกู จับกินโดยใช้ทุกอย่างท่ีมีอย่รู อบตวั

2. ผู้สอนสุ่มนักเรยี นหรือหาอาสาสมคั ร 3 คน บอกหรือเขียนวิธีการที่จะทาใหต้ วั เองรอดจากการถกู หมี
จับกิน โดยอธบิ ายเป็นลาดบั ขนั้ ตอน

3. ผสู้ อนอธิบายและสรุปเพ่อื เชอื่ มโยงไปถึงเรอื่ งแนวคิดเชิงคานวณซึ่งในสถานการณ์ขา้ งต้นเป็นตัวอย่าง
ของการแก้ปัญหาที่มีขั้นตอนวิธแี ละมกี ารคิดแก้ปญั หาแบบอ่นื ๆ ที่เปน็ แนวคิดเชิงคานวณด้วย

ขัน้ สารวจและคน้ หา เวลา 30 นาที
4. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่าง 1.1, 1.2 และ 1.3 ในหนังสือเรียน เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
ม.4 สสวท.เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจหลักการของขนั้ ตอนวธิ ีมากข้นึ
5. ผู้สอนอธบิ ายเน้ือหาในตัวอย่าง 1.1, 1.2 และ 1.3 ในหนังสือเรียน เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
ม.4 สสวท. พร้อมสอดแทรกความรเู้ ก่ยี วกับคุณลักษณะ เศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยเนน้ การพฒั นาอยา่ งเปน็ ขั้นตอน
6. ผ้สู อนให้ผเู้ รียนทากิจกรรมท่ี 1.1 บา้ นเธอ บ้านฉนั
7. ผ้สู อนให้ผเู้ รียนทากิจกรรมที่ 1.2 หา ห.ร.ม. งา่ ยกว่าทีค่ ิด เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ใหแ้ ลกกนั ตรวจกบั เพื่อน

ขัน้ อภิปรายและสรปุ เวลา 5 นาที
12. ผู้สอนและผูเ้ รยี นรว่ มกนั อภิปรายและสรปุ ประโยชนข์ องขนั้ ตอนวิธีกับการแก้ปัญหาในชวี ิตประจาวนั

โดยบูรณาการนาเรื่องเศรษฐกิจพอเพยี งมาสร้างข้นั ตอนวธิ ี

ข้นั ขยายความรู้ เวลา 5 นาที

10. ผู้สอนสุ่มถามผู้เรียนเกี่ยวกับเร่ืองท่ีเรียนมา และผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อที่ผู้เรียนไม่เข้าใจ
พร้อมเสริมขอ้ คิดในการแก้ไขปัญหาในชวี ิตประจาวนั

ขนั้ ประเมนิ เวลา 10 นาที

11. ผู้เรียนทาแบบประเมินตนเองเรื่องฉันร้จู กั ขน้ั ตอนวธิ ี
12. ผสู้ อนประเมินผ้เู รียนจากการทากจิ กรรมและแบบประเมนิ ตนเองเรื่องฉนั ร้จู ักข้ันตอนวธิ ี

การวดั และประเมนิ ผล
- ประเมินจากใบกิจกรรม
- สงั เกตพฤตกิ รรมจากการทางานกลมุ่

- ประเมนิ จากแบบประเมินตนเองเร่อื งฉนั รู้จกั ข้ันตอนวธิ ี
- ประเมนิ จากคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

เกณฑก์ ารวดั ผลและการประเมินผล

1. ผา่ นเกณฑป์ ระเมนิ จากการทาแบบประเมินตนเองเร่ืองฉนั รจู้ ักข้ันตอนวธิ ี ร้อยละ 70 ขนึ้ ไป

2. ผา่ นเกณฑป์ ระเมินจากแบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ร้อยละ 70 ขึน้ ไป

กจิ กรรมขอ้ เสนอแนะ
ผู้สอนสามารถเปลย่ี นสถานการณ์ในขั้นตอนการสอนข้ันสร้างความสนใจได้ตามความเหมาะสม ถ้าหาก

ชั่วโมงในการสอนไปเพยี งพอผู้สอนสามารถลดกจิ กรรมการสอนลงได้

บันทึกหลังแผนการจดั การเรียนรู้
ผลการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ปญั หาและอปุ สรรค
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................... .....................................................

ข้อเสนอแนะ/วิธกี ารแก้ไข
................................................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงชอื่ .................................ผสู้ อน
(นายนฤดล พนมคา)

............/............../.................

ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
...................................................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................... .........................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ......................................
(นายจรัญ เฉดิ ฉาย)

หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............/............../.................

ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงช่ือ .................................................
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์)

หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
............/............../.................

ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงช่อื .................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)

รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
............/............../.................

แบบประเมนิ กจิ กรรม เรื่อง แนวคดิ เชิงคานวณ

คาชีแ้ จง ใหพ้ จิ ารณาการทากจิ กรรมแลว้ ให้ระดบั คะแนนทต่ี รงกบั การปฏบิ ัตขิ องนกั เรยี นตามความเปน็ จรงิ

กจิ กรรมบ้านเธอ บา้ นฉัน กจิ กรรมการหา ห.ร.ม. ง่ายกวา่ ทค่ี ิด รวม ผลการประเมิน
เลขที่
3 36

1

2
3

4

5

6

7

8

9
10
11

12

13

14

15

16

17

18

19
20

21

22

23

24

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
กิจกรรมบา้ นเธอ บา้ นฉัน ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
1. นักเรียนตอบไดต้ รงตามเพอื่ นบอก
2. นักเรยี นตอบได้ใกลเ้ คียงกบั เพอ่ื นบอก ให้ 3 คะแนน
3. นกั เรยี นตอบได้ไมใ่ กลเ้ คียงกบั เพอื่ นบอก ให้ 2 คะแนน
หา ห.ร.ม. งา่ ยกวา่ ท่ีคดิ ให้ 1 คะแนน
1. นักเรียนเขยี นได้ถูกตอ้ งตามหลักการ
2. นักเรียนตอบไดใ้ กลเ้ คียงกบั หลักการ
3. นักเรยี นตอบได้ไมใ่ กลเ้ กียงกบั หลกั การ

เกณฑ์การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ ดี
คะแนน 5 - 6 ระดบั คุณภาพ พอใช้
ระดบั คณุ ภาพ ควรปรบั ปรงุ
คะแนน 3 - 4

คะแนน 1 - 2

แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ

คาชแ้ี จง ให้ผสู้ อนประเมนิ พฤติกรรมการทางานของผู้เรียนแตล่ ะกลมุ่ ตามความเปน็ จรงิ

กล่มุ การแบ่ง ความร่วมมือ การแสดงและ การแกป้ ญั หา การตรงต่อ รวม

ที่ หน้าที่ ในการทางาน รับฟังความ อย่างมรี ะบบ เวลา 20
คะแนน
รบั ผดิ ชอบ คิดเห็น

1

2

3

4
5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ ระดับคุณภาพ
4 = ดีมาก ดีมาก
3 = ดี ช่วงคะแนน ดี
2 = พอใช้ 18 – 20 พอใช้
1 = ปรับปรงุ 14 – 17 ปรบั ปรงุ
10 – 13
ต่ากว่า 10

เกณฑ์การสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่

รายการ คุณภาพ/ระดับคะแนน

ประเมนิ ดีมาก(4) ด(ี 3) พอใช้(2) ปรับปรงุ (1)

1. การแบ่ง มีการแบง่ หน้าท่ใี น มีการแบง่ หนา้ ที่ใน มกี ารแบง่ หน้าทใ่ี น มกี ารแบง่ หนา้ ทใ่ี น

หน้าที่ การทางานอย่าง การทางานอย่าง การทางานอยา่ ง การทางานแต่ไม่

รบั ผดิ ชอบ ชดั เจนและสมาชิก ชดั เจนและสมาชิก ชัดเจนและสมาชิก ชัดเจนและสมาชกิ

ปฏิบัตหิ น้าทท่ี ี่ ส่วนใหญป่ ฏบิ ัติ บางคนปฏิบตั ิ สว่ นใหญ่ไมป่ ฏบิ ัติ

ไดร้ ับมอบหมาย หนา้ ทที่ ี่ไดร้ บั หน้าทที่ ไ่ี ดร้ บั หนา้ ท่ีที่ได้รบั

มอบหมาย มอบหมาย มอบหมาย

2. ความ สมาชกิ ทุกคนเตม็ สมาชกิ ส่วนใหญ่ สมาชกิ บางเต็มใจ สมาชกิ ขาดความ

ร่วมมือในการ ใจรว่ มในการ เตม็ ใจรว่ มในการ ร่วมในการทางาน รว่ มมือในการ

ทางาน ทางานอยา่ งมี ทางานอยา่ งมี ทางาน

ความสุข ความสุข

3. การแสดง สมาชกิ ทกุ คนมี สมาชกิ ส่วนใหญ่มี สมาชกิ บางคนมี สมาชกิ ขาดการมี

และรบั ฟงั ส่วนร่วมในการ ส่วนร่วมในการ ส่วนร่วมในการ สว่ นร่วมในการ

ความคดิ เหน็ แสดงความคดิ เหน็ แสดงความคิดเหน็ แสดงความคิดเหน็ แสดงความคดิ เหน็

และรบั ฟังความ และรบั ฟังความ และรบั ฟงั ความ และรบั ฟังความ

คดิ เหน็ คิดเหน็ คิดเห็น คิดเห็น

4. การแก้ไข สามารถแก้ไข สามารถแก้ไข สามารถแก้ไข ไมส่ ามารถแก้ไข

ปัญหาอย่าง ปัญหาท่เี กิดขึ้นใน ปัญหาท่เี กิดขึ้นใน ปญั หาท่เี กดิ ขึน้ ใน ปญั หาที่เกิดข้ึนใน

เปน็ ระบบ การทางานไดอ้ ยา่ ง การทางานไดเ้ ป็น การทางานได้แตไ่ ม่ การทางานได้

ดี และถูกตอ้ ง สว่ นใหญ่ และ ถูกตอ้ งทง้ั หมด

เกอื บถกู ตอ้ ง

ทัง้ หมด

5. การตรงตอ่ ทางานเสรจ็ ก่อน ทางานเสรจ็ ตาม ทางานเสรจ็ แตส่ ง่ ส่งงานชา้ กว่า

เวลา เวลาที่กาหนด เวลาที่กาหนด ชา้ กวา่ กาหนด กาหนดและชน้ิ งาน

ไมส่ มบรู ณ์

แบบประเมินตนเอง ฉันร้จู ักขั้นตอนวธิ ี

ชอ่ื - นามสกลุ __________________________________ เลขที่ _____

คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นประเมนิ ตนเองโดยเขียนอธิบายสั้น ๆ หรือยกตวั อย่างเพอ่ื อธบิ ายความเข้าใจในหวั ขอ้
ตา่ ง ๆ ดังน้ี

คาถาม คาตอบ
………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………

ขั้นตอนวธิ ีคืออะไร (ตอบตามความเข้าใจ) ………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………
เ ขี ย น ข้ั น ต อ น วิ ธี ท า กิ จ ก ร ร ม ใ น ………………………………………………………………………………………
ชีวติ ประจาวนั ท่ีสนใจ

………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………
ขั้นตอนวิธีมีประโยชน์อย่างไร นักเรียนเคย ………………………………………………………………………………………
ใ ช้ ขั้ น ต อ น วิ ธี ใ น ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ใ น
ชีวิตประจาวันหรอื ไม่ ถ้าไม่ใช้ขั้นตอนวิธีใน ………………………………………………………………………………………
การแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันจะเกิดผล ………………………………………………………………………………………
อยา่ งไร พร้อมยกตวั อย่าง

………………………………………………………………………………………

แบบประเมินการทาแบบประเมนิ ตนเองเรือ่ งฉันรจู้ กั ข้ันตอนวธิ ี
คาช้แี จง ให้พจิ ารณาการทาแบบประเมนิ ตนเองเรอื่ งฉนั รจู้ กั ขน้ั ตอนวิธตี อ่ ไปน้ี แลว้ ใหร้ ะดบั คะแนนท่ตี รงกับการ
ปฏบิ ัตขิ องนกั เรียนตามความเปน็ จรงิ

เลขท่ี ความหมายของ ั้ขนตอน ิว ีธ รวม ผลการ
เขียนข้ันตอน ิว ีธทา ประเมนิ
3
1 กิจกรรมใน ีช ิวตประจา ัวน
2 ่ีทสนใจ
3
4 ั้ขนตอน ิว ีธมีประโยช ์น
5 อ ่ยางไร ันกเ ีรยนเคยใช้
6
7 ้ัขนตอน ิว ีธในการ
8 แก้ปัญหาใน ีช ิวตประจา ัวน
9 ห ืรอไม่ ้ถาไม่ใช้ ้ัขนตอน ิว ีธ
10
11 ในการแ ้กปัญหาใน
12 ีชวิตประจา ัวนจะเ ิกดผล
13 อ ่ยางไร พ ้รอมยก ัตวอ ่ยาง
14
15 3 39
16
17
18
19
20
21
22
23

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ขัน้ ตอนวธิ ีคอื อะไร (ตอบตามความเข้าใจ)

1. นักเรียนตอบได้ตรงกับความหมาย ให้ 3 คะแนน

2. นักเรียนตอบไดใ้ กลเ้ คยี งกบั ความหมาย ให้ 2 คะแนน

3. นักเรียนตอบไดไ้ ม่ตรงกบั ความหมาย ให้ 1 คะแนน

เขียนขนั้ ตอนวิธีทากจิ กรรมในชวี ิตประจาวันทสี่ นใจ

1. นกั เรียนเขยี นได้ไดส้ ามหลกั การ ให้ 3 คะแนน

2. นกั เรยี นตอบได้สองหลกั การ ให้ 2 คะแนน

3. นักเรยี นตอบไดห้ ลกั การเดียว ให้ 1 คะแนน

ขั้นตอนวธิ มี ีประโยชน์อยา่ งไร นักเรียนเคยใชข้ ้นั ตอนวิธใี นการแก้ปัญหาในชีวติ ประจาวันหรอื ไม่ ถ้าไม่ใช้

ขั้นตอนวธิ ใี นการแก้ปัญหาในชีวติ ประจาวันจะเกิดผลอย่างไร พร้อมยกตัวอย่าง

1. นักเรยี นเขยี นบอกประโยชนแ์ ละใช้ขนั้ ตอนวิธแี ละผลจากการไมใ่ ช้ขั้นตอนวิธี ให้ 3 คะแนน

2. นักเรยี นเขียนบอกประโยชน์หรือใช้ขัน้ ตอนวธิ หี รือผลจากการไมใ่ ชข้ นั้ ตอนวธิ ี ให้ 2 คะแนน

3. นกั เรียนเขยี นอย่างใดอย่างหนง่ึ อย่างเดียว ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมิน ระดบั คุณภาพ ดี
คะแนน 8 – 9 ระดบั คุณภาพ ปานกลาง
ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
คะแนน 6 –7 ระดบั คณุ ภาพ ควรปรบั ปรงุ

คะแนน 4 – 5

คะแนน 0 - 3

แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์

คาชี้แจง ใหพ้ จิ ารณาพฤติกรรมคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ตอ่ ไปนี้ แลว้ ใหร้ ะดบั คะแนนทต่ี รงกบั การปฏบิ ตั ิของ

นักเรยี นตามความเป็นจรงิ

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

เลขท่ี ซื่อสัตยส์ จุ รติ ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่าง มุ่งมนั่ ในการ รวม ผลการ
พอเพียง ทางาน ประเมนิ
12
1 3 456 78 24
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27

ตัวชี้วัด
ซอื่ สัตย์สุจริต

1. ประพฤตติ รงตามความเป็นจรงิ ต่อตนเองทั้งทางกาย วาจา ใจ
2. ประพฤติตรงตามความเปน็ จรงิ ต่อผอู้ ืน่ ท้ังทางกาย วาจา ใจ
ใฝเ่ รียนรู้
3. ต้งั ใจเพยี รพยายามในการเรียน แล้วเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้
4. แสวงหาความรจู้ ากแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี นดว้ ยการเลอื กใชส้ อ่ื อยา่ ง
เหมาะสม สรปุ เป็นองคค์ วามรู้และสามารถนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้
อยู่อยา่ งพอเพียง
5. ดาเนินชีวติ อย่างพอประมาณ มเี หตุผล รอบคอบ มคี ุณธรรม
6. มภี มู คิ ุ้มกันในตวั ท่ีดี ปรับตัวเพื่ออยู่ในสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสุข
มุง่ ม่ันในการทางาน
7. ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบในหน้าทกี่ ารงาน
8. ทางานด้วยความเพียรพยายามและอดทนเพอ่ื ใหส้ าเรจ็ ตามเปา้ หมาย

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
- พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติชัดเจนและสมา่ เสมอ ให้ 1 คะแนน
- พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติชดั เจนและบอ่ ยครง้ั
- พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิบางครง้ั

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คุณภาพ ดี
คะแนน 19 – 24 ระดบั คณุ ภาพ ปานกลาง
ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
คะแนน 13 –18 ระดบั คุณภาพ ควรปรบั ปรงุ

คะแนน 7 – 12

คะแนน 0 - 6

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 2

กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องแนวคิดเชงิ คานวณ เวลาเรียน 3 ช่วั โมง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 เร่ืองการแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง

ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาตรฐานการเรยี นรู้

เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชงิ คานวณในการแกป้ ญั หาทพี่ บในชีวิตจริงอยา่ งเป็นขนั้ ตอนและเป็นระบบ

ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแกป้ ญั หาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รู้เท่า

ทัน และมจี รยิ ธรรม

ตวั ชีว้ ดั
ว 4.2 ม.4 ประยุกตใ์ ช้แนวคิดเชงิ คานวณในการพฒั นาโครงงานทม่ี กี ารบูรณาการกบั วชิ าอน่ื

อยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละเช่อื มโยงกบั ชีวิตจรงิ

สาระการเรยี นรู้
แนวคิดเชงิ คานวณ ได้แก่ การคิดแบบแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปัญหา การหารปู แบบของปัญหา

การคดิ เชงิ นามธรรม และการออกแบบขน้ั ตอนวธิ ใี นการแกป้ ัญหา

จดุ ประสงค์
1. วิเคราะห์องคป์ ระกอบของส่ิงของตา่ ง ๆ ในการพฒั นาผลงานใหม่ (K)
2. ปฏบิ ตั กิ ารคิดแบบแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา แกป้ ญั หาในชีวิตประจาวัน (P)
3. ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการทางานร่วมกับผูอ้ ่นื (A)

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ซื่อสัตยส์ จุ ริต
2. ใฝเ่ รยี นรู้
4. อยอู่ ย่างพอเพียง

3. ม่งุ มนั่ ในการทางาน

สาระสาคัญ
การแยกสว่ นประกอบและการย่อยปัญหา (decomposition) เปน็ ข้นั ตอนของกระบวนการแก้ปญั หาด้วย

แนวคิดเชิงคานวณ (computational thinking) ซ่ึงแบ่งปัญหาหรืองานออกเป็นส่วนย่อย ทาให้สามารถจัดการ
แก้ปญั หาหรืองานไดง้ ่ายขนึ้

ส่อื และอปุ กรณ์
1. กิจกรรมท่ี 2.1 เร่ือง แยกสว่ นและสรา้ งใหม่
2. กจิ กรรมท่ี 2.2 เรอ่ื ง ชวี ติ ประจาวนั กับการแยกสว่ นประกอบ
3. แบบประเมินตนเองเร่อื ง การแยกส่วนประกอบและการย่อยปญั หา
4. หนงั สอื เรียนเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) เรื่อง การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปญั หา

ขั้นการสอนโดยใชก้ ารสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es
ขั้นสรา้ งความสนใจ เวลา 10 นาที
1. ผู้สอนนาเข้าสู่บทเรียน เร่ืองการแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา โดยเล่าสถานการณ์และให้

ผู้เรยี นวเิ คราะห์และหาคาตอบจากสถานการณ์

สถานการณ์
ชายร่ารวยคนหน่ึงตัดสินใจมาใช้ชีวิตลาพังในกระท่อมกลางป่ า โดยใช้บริการจัดส่งอาหาร
หนงั สอื พมิ พ์ และจดหมายต่าง ๆ
เชา้ วนั พฤหสั บดี บรุ ุษไปรษณียม์ าสง่ จดหมาย และพบว่ากระตกู ระทอ่ มเปิดอยู่ เม่อื ชะโงกหนา้ เขา้ ไปดู
จงึ เหน็ วา่ ชายคนนกี้ ลายเป็นศพนอนจมกองเลอื ดเสยี แลว้
เม่ือตารวจมาถงึ ท่ีเกิดเหตุ ก็เร่มิ สารวจไปรอบ ๆ กระท่อม และพบป่ิ นโตอาหารท่ียังอ่นุ อย่บู นระเบียง
หนา้ กะรท่อม หนงั สอื พิมพฉ์ บบั วนั จนั ทร์ และจดหมายท่ียงั ไมไ่ ดเ้ ปิด
หากนกั เรยี นตอ้ งสบื คดนี ี้ นกั เรยี นจะช่วยตารวจหาตวั คนรา้ ยไดห้ รอื ไม่ วา่ คนรา้ ยคอื ใคร

2. ผสู้ อนเชือ่ มโยงสถานการณ์ขา้ งต้นกบั วธิ ีคดิ แบบแยกส่วนประกอบและยอ่ ยปัญหา
ขั้นสารวจและค้นหา เวลา 30 นาที
3. ผู้สอน ให้นักเรียนศึกษาหนังสือเรียนเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ของ สสวท. เรื่อง
แยกสว่ นประกอบและยอ่ ยปัญหา
4. ผู้สอนอธบิ ายเนอ้ื หา เร่อื ง แยกส่วนประกอบและย่อยปญั หา
5. ผเู้ รยี นทากจิ กรรม 2.1 แยกส่วนและสรา้ งใหม่

6. ผสู้ อนสุ่มผูเ้ รียนหรืออาสาสมัครนาเสนอคาตอบจากกิจกรรมท่ี 2.1
7. ผู้เรียนทากิจกรรม 2.2 ชวี ติ ประจาวันกบั การแยกส่วนประกอบ โดยให้จบั กลุ่ม ๆ ละ 4-5 คน

ในการทากจิ กรรม หรอื เสนอแนะใหน้ กั เรียนลองแยกองค์ประกอบของหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ขนั้ อภิปรายและสรปุ เวลา 10 นาที
8. ผเู้ รียนส่งตวั แทนของแตล่ ะกล่มุ ออกมานาเสนอหนา้ ชน้ั เรียน

9. ผู้สอนและผ้เู รยี นรว่ มกันอภิปรายและสรปุ เร่อื ง การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปญั หา
ข้นั ขยายความรู้ เวลา 5 นาที
11. ผสู้ อนสมุ่ ถามผ้เู รียนเกีย่ วกบั เร่ืองที่เรยี นมา และผูส้ อนอธบิ ายเพิม่ เติมในหัวขอ้ ทผ่ี ู้เรยี นไม่เข้าใจ

ขั้นประเมนิ เวลา 5 นาที
12. ผเู้ รยี นทาแบบประเมินตนเอง เร่อื ง การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปญั หา
13. ผ้สู อนประเมนิ ผูเ้ รียนจากการทาแบบประเมนิ ตนเองเรอ่ื ง การแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปัญหา

การวัดและประเมนิ ผล
- ประเมินจากกิจกรรม

- สงั เกตพฤตกิ รรมจากการทางานกลมุ่
- ประเมินจากแบบประเมินตนเองเรื่องการแยกสว่ นประกอบและการย่อยปัญหา
- ประเมินจากคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เกณฑ์การวัดผลและการประเมินผล รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป
1. ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ จากการทากจิ กรรม
รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป
2. ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ จากการทาแบบประเมนิ ตนเอง รอ้ ยละ 70 ข้ึนไป
3. ผา่ นเกณฑป์ ระเมินแบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป
4. ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ จากแบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

กจิ กรรมข้อเสนอแนะ
ผู้สอนสามารถเปลยี่ นสถานการณ์ในข้ันตอนการสอนข้ันสร้างความสนใจได้ตามความเหมาะสม ถ้าหาก

ชัว่ โมงในการสอนไปเพียงพอผสู้ อนสามารถลดกิจกรรมการสอนลงได้

บันทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ปัญหาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ข้อเสนอแนะ/วธิ ีการแกไ้ ข
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................ผสู้ อน
(นายนฤดล พนมคา)

............/............../.................

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงชือ่ ......................................
(นายจรัญ เฉดิ ฉาย)

หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
............/............../.................

ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ .................................................
(นางสาวจันทริ า แวงวงษ์)

หวั หนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
............/............../.................

ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................................. .......

ลงชอ่ื .................................................
(นายพฤทธ์พิ ล ชาร)ี

รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
............/............../.................

แบบประเมนิ กิจกรรม
คาชี้แจง ใหพ้ จิ ารณาการทากจิ กรรม แลว้ ให้ระดบั คะแนนทตี่ รงกบั การปฏิบตั ขิ องนกั เรียนตามความเป็นจริง

แยกส่วนและสรา้ งใหม่ ชวี ิตประจาวันกบั การแยก รวม ผลการประเมนิ
เลขท่ี ส่วนประกอบ

3 36

1

2
3
4

5

6

7

8

9

10

11

12
13

14

15

16

17

18

19
20

21

22

23

24

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
แยกส่วนและสรา้ งใหม่ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
1. นกั เรียนแยกส่วนประกอบได้ตรงตามภาพ
2. นักเรยี นแยกสว่ นประกอบได้ใกลเ้ คียงตามภาพ ให้ 3 คะแนน
3. นักเรียนแยกสว่ นประกอบได้ไมต่ รงตามภาพ ให้ 2 คะแนน
ชีวิตประจาวนั กบั การแยกสว่ นประกอบ ให้ 1 คะแนน
1. นกั เรยี นแยกขนั้ ตอนได้ตรงประเด็นตามหวั ขอ้
2. นักเรียนแยกขั้นตอนไดใ้ กล้เคียงประเดน็ ตามหวั ข้อ
3. นกั เรียนแยกขัน้ ตอนได้ไม่ตรงประเดน็ ตามหวั ขอ้

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ ดี
คะแนน 5 - 6 ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ระดบั คุณภาพ ควรปรบั ปรงุ
คะแนน 3 - 4

คะแนน 1 - 2

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม

คาชแี้ จง ใหผ้ สู้ อนประเมินพฤติกรรมการทางานของผ้เู รยี นแตล่ ะกลมุ่ ตามความเปน็ จรงิ

กลมุ่ การแบง่ ความร่วมมอื การแสดงและ การแก้ปัญหา การตรงตอ่ รวม

ที่ หน้าท่ี ในการทางาน รับฟงั ความ อยา่ งมรี ะบบ เวลา 20
คะแนน
รับผิดชอบ คดิ เห็น

1

2

3

4
5

6

7

8

9

10

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คุณภาพ
4 = ดีมาก ดีมาก
3 = ดี ช่วงคะแนน ดี
2 = พอใช้ 18 – 20 พอใช้
1 = ปรบั ปรงุ 14 – 17 ปรับปรงุ
10 – 13
ตา่ กว่า 10

เกณฑ์การสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่

รายการ คณุ ภาพ/ระดับคะแนน

ประเมนิ ดีมาก(4) ดี(3) พอใช้(2) ปรับปรุง(1)

1. การแบง่ มกี ารแบง่ หน้าท่ใี น มีการแบง่ หนา้ ที่ใน มกี ารแบง่ หนา้ ทีใ่ น มีการแบง่ หน้าท่ใี น

หนา้ ที่ การทางานอย่าง การทางานอยา่ ง การทางานอยา่ ง การทางานแตไ่ ม่

รบั ผดิ ชอบ ชัดเจนและสมาชิก ชดั เจนและสมาชกิ ชัดเจนและสมาชิก ชดั เจนและสมาชิก

ปฏิบัติหน้าทท่ี ี่ ส่วนใหญป่ ฏบิ ตั ิ บางคนปฏิบตั ิ สว่ นใหญไ่ มป่ ฏิบัติ

ได้รบั มอบหมาย หน้าท่ีทีไ่ ด้รบั หน้าที่ท่ีไดร้ บั หนา้ ที่ทไ่ี ดร้ บั

มอบหมาย มอบหมาย มอบหมาย

2. ความ สมาชกิ ทุกคนเต็ม สมาชิกส่วนใหญ่ สมาชกิ บางเตม็ ใจ สมาชิกขาดความ

ร่วมมือในการ ใจร่วมในการ เตม็ ใจร่วมในการ รว่ มในการทางาน ร่วมมอื ในการ

ทางาน ทางานอย่างมี ทางานอยา่ งมี ทางาน

ความสุข ความสุข

3. การแสดง สมาชิกทุกคนมี สมาชิกสว่ นใหญ่มี สมาชิกบางคนมี สมาชิกขาดการมี

และรบั ฟงั สว่ นร่วมในการ ส่วนรว่ มในการ ส่วนร่วมในการ ส่วนรว่ มในการ

ความคิดเห็น แสดงความคิดเห็น แสดงความคิดเหน็ แสดงความคิดเหน็ แสดงความคิดเหน็

และรบั ฟงั ความ และรบั ฟงั ความ และรบั ฟงั ความ และรบั ฟังความ

คิดเห็น คดิ เหน็ คดิ เห็น คิดเห็น

4. การแก้ไข สามารถแก้ไข สามารถแก้ไข สามารถแก้ไข ไม่สามารถแกไ้ ข

ปัญหาอย่าง ปัญหาทเ่ี กิดขน้ึ ใน ปญั หาท่เี กดิ ขนึ้ ใน ปัญหาท่เี กิดขึน้ ใน ปญั หาทีเ่ กดิ ขึน้ ใน

เปน็ ระบบ การทางานได้อยา่ ง การทางานไดเ้ ปน็ การทางานไดแ้ ตไ่ ม่ การทางานได้

ดี และถกู ตอ้ ง ส่วนใหญ่ และ ถกู ต้องทั้งหมด

เกือบถกู ตอ้ ง

ท้ังหมด

5. การตรงตอ่ ทางานเสรจ็ ก่อน ทางานเสรจ็ ตาม ทางานเสรจ็ แตส่ ง่ ส่งงานชา้ กวา่

เวลา เวลาที่กาหนด เวลาท่กี าหนด ชา้ กว่ากาหนด กาหนดและช้ินงาน

ไมส่ มบรู ณ์

แบบประเมนิ ตนเอง การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปัญหา
กิจกรรมการประเมิน __________________________________ กลมุ่ ที่ _____

คาชีแ้ จง ใหป้ ระเมินกจิ กรรมตามประเด็นและเกณฑก์ ารประเมนิ ดงั นี้

รายการ ผลการประเมิน สาเร็จ หมายเหตุ
เรม่ิ ต้น กาลังพฒั นา

เข้าใจความ
ต้องการของ

ปญั หา และ
อธิบายปัญหา

การแตกปญั หา
ใหญอ่ อกเป็น

ปัญหายอ่ ย

ความสาเรจ็ ใน
การแกป้ ญั หา

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

คาชี้แจง ใหพ้ จิ ารณาพฤตกิ รรมคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ตอ่ ไปนี้ แลว้ ใหร้ ะดบั คะแนนทต่ี รงกบั การปฏบิ ตั ขิ อง

นักเรยี นตามความเปน็ จรงิ

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

เลขที่ ซ่ือสัตย์สุจรติ ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ ง มุ่งมัน่ ในการ รวม ผลการ
พอเพยี ง ทางาน ประเมิน
12
1 3 456 78 24
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27

ตัวชี้วัด

ซอื่ สัตย์สุจริต

1. ประพฤตติ รงตามความเปน็ จรงิ ต่อตนเองทั้งทางกาย วาจา ใจ

2. ประพฤติตรงตามความเปน็ จรงิ ตอ่ ผู้อน่ื ทั้งทางกาย วาจา ใจ

ใฝเ่ รียนรู้

3. ต้งั ใจเพยี รพยายามในการเรียน แล้วเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้

4. แสวงหาความรจู้ ากแหลง่ เรยี นรู้ต่าง ๆ ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี นดว้ ยการเลอื กใชส้ อ่ื อยา่ ง

เหมาะสม สรปุ เป็นองคค์ วามรู้และสามารถนาไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้

อยู่อยา่ งพอเพยี ง

5. ดาเนินชวี ิตอยา่ งพอประมาณ มีเหตผุ ล รอบคอบ มคี ุณธรรม

6. มภี มู ิคุ้มกันในตัวท่ดี ี ปรบั ตวั เพือ่ อยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข

มุง่ ม่ันในการทางาน

7. ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบในหนา้ ท่ีการงาน

8. ทางานดว้ ยความเพียรพยายามและอดทนเพอื่ ใหส้ าเรจ็ ตามเปา้ หมาย

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
- พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ชิ ดั เจนและสม่าเสมอ

- พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน

- พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมนิ

คะแนน 19 – 24 ระดบั คุณภาพ ดี

คะแนน 13 –18 ระดบั คุณภาพ ปานกลาง

คะแนน 7 – 12 ระดบั คณุ ภาพ พอใช้

คะแนน 0 - 6 ระดบั คณุ ภาพ ควรปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เร่ืองแนวคดิ เชิงคานวณ เวลาเรียน 3 ชว่ั โมง

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 3 เร่อื งการหารูปแบบและการคิดเชงิ นามธรรม เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565

มาตรฐานการเรยี นรู้

เข้าใจและใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการแกป้ ญั หาทพี่ บในชวี ติ จริงอยา่ งเปน็ ข้ันตอนและเปน็ ระบบ

ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ รู้เทา่

ทนั และมจี รยิ ธรรม

ตวั ช้วี ัด
ว 4.2 ม.4 ประยุกต์ใช้แนวคิดเชงิ คานวณในการพัฒนาโครงงานทม่ี กี ารบูรณาการกับวชิ าอ่ืนอยา่ ง

สร้างสรรค์และเชือ่ มโยงกบั ชีวติ จรงิ

สาระการเรยี นรู้
แนวคิดเชิงคานวณ ไดแ้ ก่ การคิดแบบแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา การหารปู แบบของปัญหา

การคิดเชงิ นามธรรม และการออกแบบข้นั ตอนวิธีในการแกป้ ญั หา

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธบิ ายรูปแบบ และระบอุ งคป์ ระกอบสาคัญที่สัมพันธก์ ันของส่งิ ของหรือปัญหาได้ (K)
2. อธบิ ายสถานการณห์ รอื ปัญหาด้วยแบบจาลองได้ (K)
3. แยกคุณลักษณะท่สี าคัญออกจากรายละเอียดในโจทย์ปญั หา ได้ (K)
4. ปฏิบัติการสร้างแบบจาลอง (P)
5. มคี วามซื่อสตั ยส์ จุ รติ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรแู้ ละมงุ่ มัน่ ในการทางาน (A)

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ซ่ือสัตยส์ ุจรติ
2. มีวินัย

3. ใฝ่เรียนรู้
4. มุ่งมัน่ ในการทางาน

สาระสาคัญ
การพิจารณารูปแบบของปญั หาหรือวิธีการแกป้ ัญหา (pattern recognition) เป็นการพิจารณารปู แบบ

แนวโน้ม และลักษณะทั่วไปของข้อมูล โดยพิจารณาว่าเคยพบปัญหาลกั ษณะนี้มาก่อนหรือไม่ หากมีรูปแบบของ
ปัญหาที่คล้ายกันสามารถนาวิธีแก้ปัญหาน้ันมาประยุกต์ใช้ และพิจารณารูปแบบปัญหาย่อยซ่ึงอยู่ภายในปญั หา
เดยี วกนั วา่ มสี ว่ นใดทีเ่ หมือนกนั เพ่ือใชว้ ิธีการแก้ปัญหาเดยี วกนั ได้ ทาให้จัดการกับปญั หาได้ง่ายข้นึ และการทางาน
มีประสทิ ธภิ าพเพิ่มขน้ึ

การคดิ เชิงนามธรรม (abstraction) คือ กระบวนการคดั แยกคุณลักษณะทส่ี าคญั ออกจากรายละเอียดใน
โจทย์ปญั หาหรืองานท่กี าลังพิจารณา เพ่ือให้ไดอ้ งค์ประกอบท่จี าเปน็ เพียงพอ และกระชับทส่ี ุดในการพิจารณาไต้
สถานการณ์ที่สนใจ โดยจะได้ผลลัพธ์เป็นแบบจาลอง (model) ซึ่งสามารถแสดงเป็นแผนภาพท่ีมีการตัด
รายละเอยี ดทไ่ี ม่จาเปน็ ในการพจิ ารณาออกทง้ั หมด

สือ่ และอุปกรณ์
1. ใบกจิ กรรม สร้างแบบจาลอง
2. แบบทดสอบทา้ ยบท เร่ือง การคิดเชิงคานวณ
3. หนังสือเรียน เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ม. 4 ของ สสวท. เรื่อง การหารูปแบบและการคิดเชิง

นามธรรม

ข้นั การสอนโดยใชก้ ารสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es
ขนั้ สร้างความสนใจ เวลา 5 นาที
1. ผู้สอนนาเข้าสู่บทเรียน โดยอธิบายกติกาการเล่นเกมการ์ดดอกไม้ ท่ีทาให้นักเรยี นสามารถบอกชนิด

ของพชื ดอก แล้วใหผ้ เู้ รยี นเลน่ เกมเป็นกลมุ่ สาหรับเกมนีจ้ ะใหน้ ักเรียนได้อธบิ ายเหตผุ ล เหตุผลท่ไี ดจ้ ะต้องมาจาก
พนื้ ฐานความรู้ของนักเรียนด้วย ซึ่งเปน็ ไปตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

2. ผู้เรียนตอบคาถามในเกม กลุ่มใดทาเสร็จก่อนใหเ้ ป็นผู้ชนะ แล้วให้อภิปรายถึงการเชื่อมโยงรปู แบบท่ี
เหมือนกนั ของดอกไมแ้ ละทาให้สามารถบอกชนิดของพืชได้

ขัน้ สารวจและค้นหา เวลา 30 นาที
3. ผู้เรยี นศกึ ษาเรอ่ื ง การหารปู แบบ (Pattern recognition)
4. ผู้เรยี นทากิจกรรม เหมอื นหรือต่างกัน
5. ผสู้ อนสุ่มคาตอบของนกั เรียน 1 คน แลว้ อภปิ รายร่วมกบั นกั เรยี น
6. ผู้สอนถามนักเรียนเกยี่ วกับปัญหาท่ีเกดิ ข้ึนซ้าๆ ในชีวิตประจาวัน และร่วมกันสรปุ แนวคิดเรือ่ งการหา
รปู แบบ
7. ผูเ้ รยี นเขยี นใจความสาคญั ลงบน slide ทีอ่ ยบู่ น google drive ไม่เกนิ 20 คา
8. ผูเ้ รียนอภิปรายคาตอบใดเป็นคาตอบท่ดี ีทส่ี ุด จากน้นั เชื่อมโยงเขา้ ส่เู นือ้ หาเรอื่ งการคิดเชิงนามธรรม

9. ผู้เรียนศึกษา เร่ือง การคิดเชิงนามธรรม (abstraction) จากหนังสือเรียน เทคโนโลยี (วิทยาการ
คานวณ) ม. 4 ของ สสวท. และทากิจกรรม แบบจาลอง

ขน้ั อภปิ รายและสรุป เวลา 5 นาที
11. ผู้สอนและและผู้เรียนรว่ มกนั อภปิ รายและสรุปประโยชนข์ องการหารปู แบบและการคิดเชิงนามธรรม

ในการนามาใช้เพื่อการแกไ้ ขปญั หาในชีวติ ประจาวนั
ขัน้ ขยายความรู้ เวลา 5 นาที
12. ผู้สอนสุ่มถามผู้เรียนเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนมา และผู้สอนอธิบายเพ่ิมเติมในหัวข้อที่ผู้เรียนไม่เข้าใจ

พร้อมเสริมขอ้ คิดในการแก้ไขปญั หาในชีวติ ประจาวนั
ขนั้ ประเมนิ เวลา 15 นาที
13. ผเู้ รยี นทาแบบทดสอบท้ายบท เร่ือง การคิดเชิงคานวณ

14. ผู้สอนประเมินผู้เรียนจากการทาใบกิจกรรม สร้างแบบจาลอง และ แบบทดสอบท้ายบท เรื่อง การ
คิดเชิงคานวณ

การวัดและประเมินผล
- ประเมินจากกจิ กรรม
- สงั เกตพฤตกิ รรมจากการทางานกลุม่

- ประเมนิ จากการทาแบบทดสอบท้ายบท
- ประเมินจากคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เกณฑ์การวัดผลและการประเมนิ ผล รอ้ ยละ 70 ขึ้นไป
1. ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ จากการทาใบกิจกรรม รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป
2. ผา่ นเกณฑป์ ระเมินจากการทาแบบทดสอบท้ายบท
ร้อยละ 70 ขึน้ ไป
3. ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ รอ้ ยละ 70 ข้ึนไป
4. ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ จากแบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

กิจกรรมขอ้ เสนอแนะ
ผสู้ อนควรเปิดโอกาสให้ผู้เรยี นได้คดิ หัวขอ้ การสร้างแบบจาลองดว้ ยตัวของผเู้ รยี นเอง เพื่อเสรมิ สรา้ งทกั ษะ

ทางการคิดให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากย่งิ ขึน้

บันทกึ หลังแผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรียนรู้
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................... .....................
.............................................................................................................. ......................................................................

ปญั หาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแกไ้ ข
................................................................................................................................................... .................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงช่อื .................................ผสู้ อน
(นายนฤดล พนมคา)

............/............../.................

ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ......................................
(นายจรัญ เฉดิ ฉาย)

หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
............/............../.................

ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงช่ือ .................................................
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์)

หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
............/............../.................

ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงช่อื .................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)

รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
............/............../.................





ใบกิจกรรม สรา้ งแบบจาลอง

สมาชกิ ในกลมุ่ ___________________________________________________

1.________________________เลขท_ี่ ___ 2.________________________เลขท_่ี ___

3.________________________เลขท_่ี ___ 4.________________________เลขท_ี่ ___

5.________________________เลขท_่ี ___

คาชีแ้ จง ใหพ้ ิจารณาเหตกุ ารณห์ รือระบบการทางานตอ่ ไปน้ี

1. ประตูไปไหนกไ็ ด้
นักเรยี นคงเคยชมภาพยนตรก์ ารต์ ูนเรื่อง โดราเอมอน ท่มี ีอปุ กรณว์ ิเศษมากมาย อุปกรณ์ทถี่ ูกใช้บ่อย

อนั ดบั ต้น ๆ คอื ประตไุ ปไหนกไ็ ด้ ใหน้ ักเรยี นลองคิดและอธบิ ายวธิ ีการใชง้ านประตดู งั ล่าว พรอ้ มอธิบายแนวคดิ
การทางานของประตู และผลลัพธ์ทเี่ กิดขน้ึ

วิธีการใช้งาน

............................................................................................................................. .....................................
..................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................

แนวคิดการทางาน

..................................................................................................................................... .............................

..................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................

ผลลพั ธท์ เี่ กิดขนึ้

........................................................................................................................................ ..........................
........................................................................................................ ..........................................................
............................................................................................................................. .....................................

แบบทดสอบทา้ ยบทท่ี 1 เรอ่ื ง การคดิ เชิงคานวณ

1. การคิดเชิงคานวณมีประโยชน์อยา่ งไร
ก. ชว่ ยให้มที กั ษะการคิดเหมือนคอมพิวเตอร์
ข. แก้ปญั หาไดอ้ ยา่ งเป็นระบบและมีขน้ั ตอน
ค. ตอบปญั หาโจทย์ทางคณติ ศาสตร์ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
ง. จดจาข้อมลู ไดเ้ ปน็ จานวนมาก

2. หลักการคิดเชิงคานวณสามารถนาไปประยกุ ต์ในสถานการณใ์ ดได้บา้ ง
ก. การคน้ หาสนิ คา้ ในหา้ งสรรพสินค้า
ข. การวางแผนเปิดร้านอาหารในงานเทศกาลโรงเรียน
ค. การคานวณสถติ กิ ารทาประตขู องนกั กีฬาฟุตบอล
ง. ถกู ทุกขอ้

3. สถานการณ์ในขอ้ ใดใชห้ ลักการคดิ เชงิ คานวณ
ก. แพทย์วิเคราะหห์ าสาเหตกุ ารป่วยเปน็ โรคไข้เลอื ดออกของผปู้ ่วยในชมุ ชน โดยการสมั ภาษณผ์ ู้เกยี่ วขอ้ งเพอ่ื หา
ความเกี่ยวขอ้ งระหวา่ งสภาพแวดลอ้ มและการแพร่ระบาดของโรค
ข. นักเรยี นจดจารายละเอยี ดทกุ ขั้นตอนของบทเรียนคณติ ศาสตร์ทเี่ รยี นในห้องเรียน และทอ่ งจาเพ่ือใชใ้ นการสอบ
ปลายภาค
ค. นกั ทอ่ งเที่ยวเดนิ ทางไปยังสถานทที่ ่องเทย่ี วต่าง ๆ ทอี่ ยากไปโดยไม่ตอ้ งวางแผนล่วงหนา้
ง. ชาวนาหันมาปลกู ยางพารา แทนการปลกู ข้าวในพืน้ ท่นี าทง้ั หมด เนื่องจากรฐั บาลประกาศใหร้ าคา
ยางพาราดกี วา่ ราคาข้าวในปีทผี่ า่ นมา

4. ประโยชน์ของการคดิ เชิงนามธรรมคอื อะไร
ก. ช่วยใหเ้ ข้าใจปัญหา และมองเห็นปญั หาไดช้ ดั เจนขึ้น
ข. ทาให้เห็นรายละเอยี ดของสง่ิ ทส่ี นใจไดช้ ัดเจนทั้งหมด
ค. การออกแบบช้นิ งานตรงกบั สภาพจรงิ ทุกประการ
ง. ชว่ ยลดข้นั ตอนการทางานท่มี คี วามซ้าซ้อน

5. ภาพใดไม่ใช่การซ่อนรายละเอยี ด

ก.

ข.

ค.

ง.
6. ส่วนประกอบย่อยใดไม่ถกู ต้อง
ก. ทวีปเปน็ สว่ นประกอบย่อยของโลก
ข. โลกเป็นสว่ นประกอบย่อยของระบบสรุ ิยะ
ค. รุ้งกนิ น้าเปน็ ส่วนประกอบย่อยของกอ้ นเมฆ
ง. ประตเู ป็นสว่ นประกอบย่อยของบา้ น
7. การเขยี นโปรแกรมใชห้ ลักการใดของแนวคิดเชิงคานวณ
ก. การหารูปแบบ
ข. การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปัญหา
ค. การคิดเชงิ นามธรรม
ง. ถูกทุกขอ้
8. การหารปู แบบเป็นทกั ษะการหาความสัมพนั ธท์ เ่ี กี่ยวขอ้ งกับอะไร
ก. เก่ยี วขอ้ ง แนวโน้ม และลกั ษณะท่วั ไปของส่งิ ตา่ ง ๆ

ข. เกีย่ วขอ้ ง รปู แบบของสิ่งของ 5. ค
ค. เกี่ยวข้องกบั ที่มาของสงิ่ ของ 10. ค
ง. เกย่ี วข้อง การนาไปใช้

9. การแยกส่วนประกอบและการย่อยปญั หาทาได้โดยวิธใี ด
ก. การรวมปัญหาย่อย ๆ เปน็ ปัญหาใหญ่
ข. การย่อยปญั หาใหญ่ ๆ ออกเปน็ ปญั หายอ่ ย ๆ
ค. พิจารณาปญั หาเพอ่ื แบง่ ปัญหาออกเปน็ สว่ นยอ่ ย ๆ
ง. พจิ ารณาปญั หาเพอ่ื รวมปญั หาเป็นส่วนใหญ่ ๆ

10. ขัน้ ตอนวธิ ีคืออะไร
ก. ลาดับขน้ั ตอนในการสร้างปัญหาท่ีชัดเจน
ข. ลาดบั ขนั้ ตอนในการสร้างปญั หาท่ไี มช่ ัดเจน
ค. ลาดบั ข้ันตอนในการแกป้ ัญหาท่ชี ัดเจน
ง. ลาดับขัน้ ตอนในการแกป้ ญั หาทไ่ี ม่ชัดเจน

เฉลยแบบทดสอบ

1. ข 2. ง 3. ง 4. ง
6. ค 7. ง 8. ก 9. ค


Click to View FlipBook Version