The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการป้องกันฐานบิน 2548

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วิศรุต พลับพลาสกุล, 2023-08-22 12:50:03

คู่มือการป้องกันฐานบิน 2548

คู่มือการป้องกันฐานบิน 2548

ศ ู นย์การทหารอากาศโยธิน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ค ู ่ ม ื อ วิชา การป้องกันฐานบิน พ.ศ.๒๕๔๘ กวก.ศทย.อย.บยอ.


ค าน า เอกสารคู่มือวิชาการป้องกันฐานบินเล่มนี้ กองวิทยาการ ศูนย์การทหารอากาศโยธิน หน่วย บัญชาการอากาศโยธิน กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ได้จัดท าขึ้นโดยมีความมุ่งหมายเพื่อให้ทุกหน่วยใน สายวิทยาการเหล่าอากาศโยธิน ได้ใช้ท าการฝึกสอน อบรม ข้าราชการและทหารกองประจ าการ ตลอด จน ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ กับใช้เป็นคู่มือในการสอบเลื่อนวิทยฐานะข้าราชการชั้นยศพันจ่าอากาศเอกเป็น นายทหารชั้นสัญญาบัตร รวมทั้งเป็นเอกสารอ้างอิงได้ด้วย ประกอบกับพิจารณาเห็นว่าคู่มือวิชาการป้องกัน ฐานบินที่ใช้อยู่เดิม ได้ใช้มาเป็นระยะเวลาพอสมควร แนวความคิดและหลักการ แผนและแบบตลอดจน ยุทธวิธีในการป้องกันฐานบินได้เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์และภัย คุกคามในปัจจุบัน กองวิทยาการ ศูนย์การทหารอากาศโยธิน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองบัญชาการยุทธ ทางอากาศ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารคู่มือวิชาการป้องกันฐานบินเล่มนี้ จะอ านวยประโยชน์ให้แก่ ผู้เกี่ยวข้องสามารถน าไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการได้ตามสมควร และหวังในความร่วมมือแจ้ง ข้อผิดพลาดของข้อความ ถ้อยค าที่คลาดเคลื่อนไม่ชัดเจนหรือไม่เหมาะสมด้วยประการใด ๆ ก็ดี กรุณา โทรไปที่ ๒๘๘๕๑ , ๒๘๘๓๙ เพื่อจะได้พิจารณาน าไปปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป กองวิทยาการ ศูนย์การทหารอากาศโยธิน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองบัญชาการยุทธทางอากาศ


สารบัญ หน้า บทที่ ๑ บทน า ๑ ๑. กล่าวทั่วไป ๑ ๒. ภัยคุกคามโดยตรงทางภาคพื้น ๔ ๓. ภัยคุกคามฐานบินทางอากาศ ๖ ๔. การป้องกันภัยคุกคาม ๖ ๕. ความล่อแหลมของฐานบิน ๗ ๖. ปัจจัยที่ท าให้เกิดการป้องกันบังเกิดผล ๘ บทที่ ๒ ภัยคุกคามต่อฐานบินทางภาคพื้น ๑๐ ๑. กล่าวทั่วไป ๑๐ ๒. ความมุ่งหมายส าคัญของการป้องกันฐานบิน ๑๐ ๓. การก่อการร้าย ๑๐ ๔. เป้าหมายในการโจมตีฐานบิน ๑๕ ๕. การวิเคราะห์ขีดความสามารถของข้าศึก ๑๖ ๖. ข้อได้เปรียบและเสียเปรียบของข้าศึก ๑๗ ๗. ลักษณะการคุกคามของข้าศึกต่อฐานบิน ๒๑ ๘. อาวุธของฝ่ ายข้าศึก ๒๔ บทที่ ๓ แนวความคิดในการป้องกันฐานบิน ๒๕ ๑. กล่าวทั่วไป ๒๕ ๒. แนวความคิดขั้นมูลฐานในการป้องกันฐานบินและรักษาความปลอดภัย ๒๕ ๓. แนวความคิดหลักในการป้องกัน ๒๖ ๔. ยุทธวิธีในการป้องกัน ๒๗ ๕. ระบบการป้องกันฐานบิน ๔๕ ๖. ล าดับความส าคัญในการรักษาความปลอดภัย ๕๑ บทที่ ๔ การป้องกันฐานบินของกองทัพอากาศไทย ๕๔ ๑. กล่าวทั่วไป ๕๔ ๒. ระเบียบ ข้อบังคับ ค าสั่งที่เกี่ยวข้อง ๕๔ ๓. หลักนิยมในการป้องกันฐานบินของ ทอ.ไทย ๕๔ ๔. มาตรการและแนวความคิดในการปฏิบัติการป้องกัน ๕๕ บทที่ ๕ ศูนย์ควบคุมการรักษาความปลอดภัย ๖๑ ๑. กล่าวทั่วไป ๖๑


๒ ๒. การจัดส่วนราชการในศูนย์ยุทธการฐานบิน ๖๖ ๓. การจัดการราชการใน ศปรภ.ดม. ๖๗ ๔. การจัดส่วนราชการใน ศยตอ.ดม. ๖๙ ๕. ลักษณะของศูนย์ ฯ ๗๑ ๖. ประเภทของศูนย์ ฯ ๗๑ ๗. ภารกิจของศูนย์ ฯ ๗๔ ๘. องค์ประกอบของศูนย์ฯ ๗๔ ๙. เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ๗๕ ๑๐. ก าลังพลของศูนย์ฯ ๗๗ ๑๑. หน้าที่ของศูนย์ ฯ ๗๙ ๑๒. หน่วยรับผิดชอบในการจัดตั้งศูนย์ ฯ ๗๙ บทที่ ๖ การปฏิบัติหน้าที่ของก าลังป้องกันและรักษาความปลอดภัยฐานบิน ๘๑ ๑. กล่าวน า ๘๑ ๒. การปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์ ๘๑ ๓. หน้าที่และความรับผิดชอบของก าลังป้องกันและรักษาความปลอดภัย ๘๓ ๔. การรักษาความปลอดภัยในเวลาปกติ ๙๑ ๕. การรักษาความปลอดภัยในเวลาฉุกเฉิน ๙๒ ๖. การปฏิบัติยามฉุกเฉิน ๙๓ ๗. การปฏิบัติหลังถูกโจมตี ๙๖ ๘. ค าแนะน าในการรักษาความปลอดภัย ๙๖ ๙. ค าสั่งพิเศษ ๙๙ ระเบียบกองทัพอากาศ ว่าด้วยการรักษาการณ์ พ.ศ.๒๕๔๒ ๑๐๑ - หมวด ๑ กล่าวทั่วไป ๑๐๓ - หมวด ๒ การรักษาการณ์ด้วยทหารอากาศโยธิน ๑๐๕ - หมวด ๓ การรักษาการณ์ด้วยสารวัตรทหาร ๑๐๘ - หมวด ๔ การรักษาการณ์ด้วยหน่วยรักษาการณ์ ๑๑๐ - หมวด ๕ การรักษาการณ์ด้วยเวร-ยามรักษาการณ์ประจ าส่วนราชการ ๑๑๑ - หมวด ๖ นายทหารเวรอ านวยการกองทัพอากาศ ๑๑๘ - หมวด ๗ เบ็ดเตล็ด ๑๒๑


๓ บทที่ ๗ อุปกรณ์เครื่องมือเสริมระบบการป้องกันฐานบิน ๑๕๒ ๑. กล่าวทั่วไป ๑๕๒ ๒. การตรวจค้น ๑๕๒ ๓. การจับกุม ๑๕๗ ๔. การควบคุมวินาศภัย ๑๕๘ ๕. การติดต่อสื่อสาร ๑๖๓ บทที่ ๘ แผนยุทธการ ๑๗๕ ๑. กล่าวทั่วไป ๑๗๕ ๒. ล าดับขั้นตอนของกรรมวิธีในการวางแผนปฏิบัติการ ๑๗๗ ๓. ข้อพิจารณาในแต่ละขั้นตอนของกรรมวิธีในการวางแผน ๑๗๗ ๔. ความหมายของแผน ๑๘๓ ๕. ลักษณะของแผนยุทธการ ๑๘๓ ๖. ที่มาและสาระส าคัญของเนื้อหาในแผนยุทธการ ๑๘๔ ๗. ลักษณะของค าสั่งยุทธการ ๑๘๔ ๘. ชนิดของแผนยุทธการ ๑๘๔ ๙. ความแตกต่างของแผนยุทธการกับค าสั่งยุทธการ ๑๘๔ ๑๐. การเขียนแผนยุทธการหรือค าสั่งยุทธการ ๑๘๕ ๑๑. ผนวกต่างๆ ๑๘๗ ๑๒. ใบแทรกและใบแนบ ๑๘๘ ๑๓. ค าสั่งย่อย ๑๘๘ ค าแนะน าการเขียนผนวกก าลังพลประกอบยุทธการ ๒๐๑ ค าแนะน าในการเขียนผนวกข่าวกรอง ๒๐๗ ค าแนะน าในการเขียนผนวกยุทธการประกอบแผนยุทธการ ๒๑๒ ค าแนะน าในการเขียนผนวกส่งก าลังบ ารุงประกอบแผนยุทธการ ๒๑๗ ค าแนะน าในการเขียนผนวกสื่อสาร –อิเล็กทรอนิกส์ ๒๒๒


บทที่ ๑ บทน ำ (INTRODUCTION) ๑. กล่ำวทั่วไป (GENERAL) ควำมเป็นมำของกำรป้องกันฐำนบิน (FOUNDATION) ก ำลังทำงอำกำศมีบทบำทส ำคัญมำกยิ่งขึ้น นับตั้งแต่สมัยสงครำมโลกครั้งที่ ๒ เป็นต้นมำ ทุกประเทศต่ำงพัฒนำก ำลังทำงอำกำศให้เจริญรุดหน้ำจน สำมำรถใช้เป็นเครื่องชี้ถึงประสิทธิภำพในกำรรบได้ จำกกำรรบแบบสำยฟ้ำแลบของเยอรมันในสงครำม โลกครั้งที่ ๒ ซึ่งเริ่มขึ้นในยุโรป โดยได้ใช้ก ำลังทำงอำกำศร่วมรบด้วย ญี่ปุ่ น ซึ่งเป็นพันธมิตรสงครำมกับ เยอรมัน ก็ได้ใช้ก ำลังทำงอำกำศเข้ำโจมตี เพริล ฮำร์เบอร์ ในเกำะฮำไวอิ ซึ่งถือว่ำเป็นฐำนทัพเรือที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดชองสหรัฐ ฯ ในสมัยนั้น และในสงครำมเกำหลีฝ่ ำยสหประชำชำติสำมำรถยืนหยัดตั้งรับด้วยก ำลังทำงบก ซึ่งใช้ก ำลังน้อยกว่ำที่เมืองปูฐำนโดยไม่ตกทะเล เพรำะได้รับกำรสนับสนุนจำกก ำลังทำงอำกำศอย่ำงเต็มที่ จึง ท ำให้สำมำรถยับยั้งฝ่ ำยเกำหลีเหนือไว้ได้ ก ำลังทำงอำกำศมีควำมส ำคัญในกำรชี้ชะตำกำรรบดังกล่ำวมำแล้ว ฉะนั้นฝ่ ำยตรงข้ำมย่อมมุ่งท ำลำย ทุกวิถีทำง ในตอนปลำยสงครำมโลกครั้งที่ ๒ เยอรมันไม่สำมำรถท ำกำรรบแบบสำยฟ้ำแลบอย่ำงได้ผลนั้น เพรำะถูกฝ่ ำยพันธมิตรท ำลำยก ำลังทำงอำกำศจนเหลือน้อย นอกจำกถูกท ำลำยทำงอำกำศแล้ว ฝ่ ำย พันธมิตรยังหำวิธีที่แทรกซึมเข้ำไปก่อวินำศกรรมในสนำมบินอีกด้วย จะเห็นได้จำกเครื่องบินของเยอรมันใน อำฟริกำเหนือ ซึ่งให้กำรสนับสนุนปฏิบัติกำรของหน่วยยำนเกรำะของจอมพลรอมเมล ก็ได้ถูกหน่วย คอมมำนโดของอังกฤษลอบเข้ำท ำลำยเครื่องบินในเวลำกลำงคืน และสำมำรถท ำลำย บ.ได้ในแต่ละครั้ง นับเป็นสิบเครื่อง ท ำให้บทบำทในกำรรบร่วมทำงอำกำศ – พื้นดินของจอมพลรอมเมลไม่ได้ผลเท่ำที่ควร และ ประสบกับควำมพ่ำยแพ้ในเวลำต่อมำ ฉะนั้นควำมจ ำเป็นในกำรระวังป้องกันฐำนบินจึงมีมำก หรือจำก สงครำมเวียดนำมจะเห็นได้ว่ำฐำนบินของสหรัฐอเมริกำก็ถูกฝ่ ำยข้ำศึกลอบโจมตี และถูกยิงจำกภำยนอก ฐำนบินอยู่เสมอ เพื่อบั่นทอนก ำลังทำงอำกำศของฝ่ ำยสหรัฐ ฯ ซึ่งครองควำมเป็นเจ้ำอำกำศเหนือกว่ำฝ่ ำย ข้ำศึกในขณะนั้น ๑.๑ กำรใช้ก ำลังทำงอำกำศในสงครำมต่ำง ๆ ๑.๑.๑ สงครำมโลกครั้งที่ ๑ (WORLD WAR 1) (พ.ศ.๒๔๕๗ - ๒๔๖๑) ได้มีกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศ ในทำงทหำรเป็นครั้งแรก โดยประเทศคู่สงครำมที่ส ำคัญได้แก่ อังกฤษ และเยอรมัน ซึ่งทั้งสองฝ่ ำยได้น ำ เครื่องบินมำใช้ในภำรกิจต่ำง ๆ เช่น ใช้ตรวจกำรณ์กำรยิง ป.ใช้ในภำรกิจกำรน ำสำรและภำรกิจในกำร ลำดตระเวน เป็นต้น แม้ว่ำกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศในครั้งนั้นจะยังไม่กว้ำงขวำงมำกนัก เนื่องจำกอยู่ในขั้น กำรพัฒนำ แต่ก็ถือได้ว่ำเป็นต้นก ำเนิดกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศ เข้ำปฏิบัติภำรกิจกำรรบของก ำลังทำงอำกำศ ในเวลำต่อมำ จนกระทั่งเป็นอยู่ในปัจจุบัน ๑.๑.๒ สงครำมโลกครั้งที่ ๒ (WORLD WAR 2 )(พ.ศ.๒๔๘๒ - ๒๔๘๘) ทำงภำคพื้นยุโรป เยอรมัน


๒ ด ำเนินสงครำมแบบสำยฟ้ำแลบ บุกเข้ำยึด โปแลนด์ เดนมำร์ค นอร์เวย์ ฮอลแลนด์ เบลเยี่ยม และฝรั่งเศส ตำมล ำดับ กำรใช้ก ำลังทำงอำกำศของเยอรมันน ำมำใช้ในภำรกิจทั้งทำงยุทธศำสตร์และยุทธวิธี โดยถือ หลักกำรสงครำมในเรื่อง “กำรจู่โจม” เป็นส ำคัญ โดยปฏิบัติภำรกิจ ๓ ประกำรคือ กำรต่อต้ำนทำงอำกำศเชิง รุก (COUNTER AIR) กำรขัดขวำงทำงอำกำศ(INTERDICTION) และกำรสนับสนุนทำงอำกำศโดยใกล้ชิด (CLOSE AIR SUPPORT) ในระยะแรกเยอรมันสำมำรถด ำเนินกำรรุกรบอย่ำงได้ผล แต่ในระยะใกล้จะสิ้นสุด สงครำมในยุโรป อังกฤษ สำมำรถพัฒนำ บ.ขับไล่ และ บ.ทิ้งระเบิดที่มีประสิทธิภำพสูง และสหรัฐฯ ได้เข้ำร่วม ในสงครำมครั้งนี้ด้วย จึงท ำให้ก ำลังของฝ่ ำยพันธมิตรมีจ ำนวนและขีดควำมสำมำรถสูงกว่ำ ท ำให้เยอรมันไม่ สำมำรถครองอำกำศได้ และต้องสูญเสีย บ.ไปเป็นจ ำนวนมำก ปฏิบัติกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศยุทธวิธีที่นับว่ำ มีประสิทธิภำพดีเด่น คือกำรยุทธที่นอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส โดยฝ่ ำยพันธมิตรได้ใช้ บ.นับจ ำนวนพันเครื่อง เข้ำปฏิบัติกำรในครั้งนี้ กำรรบทำงภำคพื้นเอเซีย ญี่ปุ่ นเปิดฉำกสงครำมด้ำนเอเซียแปซิฟิ ค ด้วยกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศตำม หลักกำรจู่โจมเช่นเดียวกับเยอรมัน โดยเข้ำโจมตีฐำนทัพเรือสหรัฐ ฯ ที่เพริล ฮำร์เบอร์ เกำะฮำไวอิ ท ำให้สหรัฐ ฯ ได้รับควำมสูญเสียอย่ำงหนัก นอกจำกนั้นญี่ปุ่ นยังใช้ก ำลังทำงอำกำศสนับสนุนกำรยกพลขึ้นบกในหมู่เกำะ ฟิ ลิปปินส์และในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย กำรปฏิบัติกำรของญี่ปุ่ นครั้งนี้เป็นไป ด้วยควำมรวดเร็ว และประสบผลส ำเร็จเป็นอย่ำงมำก สำมำรถยึดประเทศต่ำง ๆ ในภำคพื้น เอเซียได้เกือบทั้งหมด แต่ในระยะต่อมำเมื่อสหรัฐฯ ด ำเนินกำรเผด็จศึกด้ำนยุโรปได้แล้ว จึงสำมำรถรวม ก ำลังทำงอำกำศเข้ำปฏิบัติกำรในภำคพื้นเอเซียได้ ประจวบกับญี่ปุ่ นประสบปัญหำด้ำนก ำลังพลในกำร รักษำพื้นที่ที่ยึดได้ มีบริเวณกว้ำงใหญ่ไพศำล อำวุธยุทโธปกรณ์ขำดแคลนลง จนกระทั่งในขั้นสุดท้ำยของ สงครำมสหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดต่อเป้ำหมำยยุทธศำสตร์ เช่น นครโตเกียว และเมืองส ำคัญ ๆ ที่เป็นย่ำนอุต-สำ หกรรม และเส้นทำงเดินเรือต่ำง ๆ ในที่สุดญี่ปุ่ นขอยอมแพ้เนื่องจำกอ ำนำจของระเบิดปรมำณูที่สหรัฐ ฯ น ำไป ทิ้ง ณ เมืองฮิโรชิมำ และเมืองนำงำซำกิ ชัยชนะดังกล่ำวได้มำด้วยก ำลังทำงอำกำศอย่ำงแท้จริง ทั้งนี้เนื่องจำกก ำลังทำงภำคพื้นของพันธมิตรยังมิได้ท ำกำรรบบนเกำะญี่ปุ่ นเลย ๑.๑.๓ สงครำมเกำหลี( KOREAN WAR ) (พ.ศ.๒๔๙๓ - ๒๔๙๖) กำรใช้ก ำลังทำงอำกำศใน สงครำมเกำหลีนั้นเป็นกำรใช้เพื่อให้ได้มำซึ่งอ ำนำจทำงทหำร และอ ำนำจทำงกำรเมือง โดยสหรัฐ ฯ สำมำรถ ใช้ก ำลังทำงอำกำศ คือ กองบินยุทธศำสตร์ ซึ่งประกอบด้วย อำวุธนิวเคลียร์ บ.ทิ้งระเบิดขนำดหนัก, บ.โจมตี และ บ.ขับไล่ไอพ่น ซึ่งนับว่ำเป็นยุทธศำสตร์ป้องปรำมอย่ำงได้ผล ท ำให้ฝ่ ำยข้ำศึกไม่กล้ำขยำยขอบเขตของ กำรสงครำม และยอมเจรจำสงบศึกในที่สุด ๑.๑.๔ สงครำมตะวันออกกลำง ( MIDDLE EAST WAR) กำรสู้รบในตะวันออกกลำงส่วนใหญ่เป็น กำรสู้รบกันระหว่ำงชำติอำหรับกับอิสรำเอล แต่มีบำงครั้งก็เป็นกำรสู้รบกันเองของชำติอำหรับ สงครำมครั้ง ส ำคัญ ๆ ได้แก่ ๑.๑.๔.๑ สงครำม ๖ วัน สู้รบกันระหว่ำงอิสรำเอลกับอียิปต์ เมื่อปี ๒๕๑๐ สงครำมครั้งนี้


๓ ทั้งสองฝ่ ำยได้น ำ บ.เข้ำปฏิบัติกำร ส่วนใหญ่เป็นกำรปฏิบัติในด้ำนกำรต่อต้ำนทำงอำกำศเชิงรุก ซึ่งฝ่ ำย อิสรำเอลสำมำรถใช้ก ำลังทำงอำกำศได้เหนือกว่ำ และสำมำรถท ำให้อียิปต์ยอมแพ้ได้ภำยในเวลำ ๖ วัน เท่ำนั้น ๑.๑.๔.๒ สงครำมยมคิบปูร์ สู้รบกันระหว่ำงอิสรำเอลกับชำติอำหรับ(อียิปต์และซีเรีย) ในปี ๒๕๑๖ กำรสู้รบก ้ำกึ่งกันจนสหรัฐฯ เข้ำมำไกล่เกลี่ย สงครำมจึงสงบลง โดยทั้งสองฝ่ ำยใช้ก ำลังทำงอำกำศสู้ รบ ส่วนใหญ่เป็นกำรปฏิบัติกำรณ์ทำงอำกำศยุทธวิธี ๑.๑.๔.๓ สงครำมอิสรำเอล –ซีเรีย เมื่อปี ๒๕๒๕ เป็นกำรสู้รบกันระหว่ำงอิสรำเอล และ ซีเรีย เป็นกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศเข้ำปฏิบัติกำรซึ่งกันและกันโดยเฉพำะ ๑.๑.๔.๔ กำรปฏิบัติกำรตำมแผนยุทธกำรบำบิโลน เป็นกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศของ อิสรำเอล โจมตีโรงงำนปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของอิรักเมื่อ ๓๐ พ.ค.๒๕๒๔ เพื่อยับยั้งโครงกำรสร้ำงระเบิดปรมำณู ของอิรัก ปฏิบัติกำรครั้งนี้ท ำให้ทั่วโลกตลึง แม้สหรัฐฯ เองก็ไม่คำดคิดว่ำอิสรำเอลจะกระท ำ เพรำะกำรปฏิบัติ ต้องบินข้ำมประเทศอิหร่ำนเข้ำไปโจมตี แต่ด้วยกำรวำงแผนอันยอดเยี่ยมของอิสรำเอล ท ำให้กำรปฏิบัติตำม แผนยุทธกำรบำบิโลนส ำเร็จจนได้ จะเห็นได้ว่ำสงครำมดังกล่ำวแล้วล้วนมีก ำลังทำงอำกำศที่แสดงบทบำทส ำคัญ สำมำรถตัดสินกำร แพ้ชนะของสงครำมได้เป็นอย่ำงดี ๑.๑.๕ สงครำมเวียดนำม (VIETNAMESE WAR) (ปี ๒๕๐๙ - ๒๕๑๘) มีกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศ ในหลำยภำรกิจ เช่น กำรปฏิบัติกำรทำงอำกำศยุทธศำสตร์ กำรปฏิบัติกำรทำงอำกำศยุทธวิธี และกำร ปฏิบัติกำรทำงอำกำศพิเศษ เป็นต้น กล่ำวโดยสรุปได้ว่ำเกิดสิ่งใหม่ ๆ ที่น่ำสนใจของกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศ ในสงครำมเวียดนำม อันได้แก่ กำรพัฒนำในด้ำนกำรปฏิบัติกำรทำงอำกำศพิเศษ กำรสงครำมอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งกำรพัฒนำและกำรทดลองอำวุธยุทโธปกรณ์ ต่ำง ๆ อีกเป็นอันมำก ๑.๑.๖ สงครำมฟอร์คแลนด์ (FALKLAND WAR) (ปี ๒๕๒๕) เป็นสงครำมแย่งยึดหมู่เกำะ ฟอล์คแลนด์ ระหว่ำงอังกฤษกับอำร์เจนตินำ กำรสู้รบส่วนใหญ่ของทั้งสองฝ่ ำยเป็นกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศ เป็นก ำลังรุกหลัก อังกฤษใช้ก ำลังทำงอำกำศยุทธศำสตร์จำกเกำะแอสเซนซัน และก ำลังทำงอำกำศยุทธวิธี จำกเรือบรรทุกเครื่องบิน ส่วนอำร์เจนตินำ มีเพียงก ำลังทำงอำกำศยุทธวิธี โดยปฏิบัติ กำรจำกแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ห่ำงจำกพื้นที่กำรรบถึง ๕๐๐ ไมล์ ท ำให้อำร์เจนตินำเสียเปรียบในกำรสู้รบ ทำงอำกำศเป็นอย่ำงมำก แต่อำร์เจนตินำก็ประสบผลส ำเร็จในกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศโจมตีกองเรือของ อังกฤษ โดยใช้อำวุธปล่อยน ำวิถีเอ็กโซเช่ท์ จำก บ.ซูเปอร์เอตองดำร์ค สำมำรถจมเรือรบของอังกฤษได้ ๑ ล ำ แต่ผลสุดท้ำยอำร์เจนตินำก็ต้องขอเจรจำสงบศึกเพรำะไม่สำมำรถจะเอำชนะอังกฤษได้ ๑.๑.๗ สงครำมอ่ำวเปอร์เซีย (PERSIAN GULF WAR) (ปี ๒๕๓๔) เป็นกำรสู้รบกันระหว่ำงชำติ พันธมิตรซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้น ำกับอิรัก กำรสงครำมครั้งนี้อำจกล่ำวได้ว่ำชำติพันธมิตรสำมำรถเอำชนะอิรักได้ ก็เพรำะใช้ก ำลังทำงอำกำศเป็นหลัก โดยเฉพำะกำรใช้อำวุธน ำวิถีทั้งอำกำศสู่พื้น อำกำศสู่อำกำศ พื้นสู่ อำกำศ และจำกเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในที่สุดอิรักขอเจรจำเพื่อยุติสงครำม


๔ จะเห็นได้ว่ำก ำลังทำงอำกำศที่น ำมำใช้ในกำรรบนั้นเป็นปัจจัยส ำคัญที่มีผลต่อควำมพ่ำยแพ้หรือมีชัย ใน สงครำมนั้น ๆ ซึ่งฝ่ ำยตรงข้ำมจะต้องพยำยำมอย่ำงยิ่งที่จะเข้ำท ำลำยฐำนบิน และอุปกรณ์จ ำเป็นต่ำง ๆ ภำยในฐำนบินให้ได้ เพื่อเป็นกำรท ำลำย หรือลดประสิทธิภำพในกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศของอีกฝ่ ำยหนึ่ง ฉะนั้นควำมจ ำเป็นในกำรป้องกันฐำนบินก็เกิดมีขึ้น โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งในภำวะสงครำม กำรป้องกันฐำนบินของ ทอ.ไทย เมื่อปี ๒๔๘๐ ได้ยกฐำนะจำกกองบินทหำรบก เป็นกองทัพอำกำศ จัดส่วนก ำลังรบเป็นกองบินน้อย ๑ - ๕ และจัดตั้งหมวดทหำรรำบขึ้น ๕ หมวด ประจ ำอยู่กับกองบินน้อย ดังกล่ำว นับเป็นกำรเริ่มแรกที่กองทัพอำกำศได้มีหน่วยทหำรรำบขึ้น ซึ่งต่อมำเรียกว่ำทหำรอำกำศโยธิน โดย อนุโลมเรียกตำมทหำรรำบกองทัพเรือที่เรียกว่ำ ทหำรนำวิกโยธินตำมแนวควำมคิด ของ พล.อ.อ.หะริน หงษ์ สกุล ทหำรหน่วยนี้มีหน้ำที่รักษำควำมปลอดภัยให้แก่หน่วยบิน โดยใช้นำยทหำรนักบินประจ ำกอง ท ำหน้ำที่เป็นผู้บังคับหมวด วิธีกำรรักษำกำรณ์ใช้แบบกองทัพบก คือ กำรจัดตั้งกองรักษำกำรณ์ขึ้นปฏิบัติ หน้ำที่เวรยำมรักษำกำรณ์สถำนที่ส ำคัญ ๆ ก ำลังของหมวดทหำรรำบ (ทหำรอำกำศโยธิน)นี้จัดก ำลังแบบ ทอ.อังกฤษ ซึ่งต่ำงกับของ ทอ.สหรัฐฯ ซึ่งใช้ทหำรสำรวัตรปฏิบัติหน้ำที่รักษำกำรณ์ ต่อเมื่อรัฐบำลไทยยินยอม ให้สหรัฐฯ เข้ำมำตั้งฐำนทัพในประเทศไทยเมื่อครั้งสงครำมเวียดนำม ทอ.ไทย จึงได้น ำระบบกำรป้องกันฐำน บินของ ทอ.สหรัฐฯ มำใช้ โดยด ำเนินกำรเป็นระบบศูนย์ควบคุมรักษำกำรณ์แทนกองรักษำกำรณ์ ซึ่งเริ่ม ด ำเนินกำรมำตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ นอกจำกนี้ยังศึกษำระบบกำรป้องกันฐำนบินของอังกฤษและ ออสเตรเลีย และในที่สุดได้ออกเป็นระเบียบ ทอ.ว่ำด้วยกำรรักษำกำรณ์ ปี๒๕๒๐ ก ำหนดให้จัดตั้งศูนย์ ควบคุมรักษำกำรณ์ขึ้น โดยยึดหลักตำมค ำสั่ง บก.ทหำรสูงสุด (เฉพำะ)ที่ ๓๔๐/๒๕๑๑ เรื่อง กำรป้องกันและ รักษำควำมปลอดภัยฐำนที่ตั้งหน่วยทหำร เป็นต้นมำจนถึงปัจจุบัน ๒, ภัยคุกคำมโดยตรงทำงภำคพื้น เมื่อสงครำมโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุด ได้เกิดมหำอ ำนำจขึ้น ๒ ฝ่ ำย คือฝ่ ำยโลกเสรีประชำธิปไตยกับฝ่ ำย คอมมิวนิสต์ ประชำชนในหลำยประเทศได้เกิดควำมขัดแย้งเรื่องลัทธิกำรปกครองที่ใช้ในกำรปกครองประเทศ จนถึงกับต้องแบ่งประเทศออกเป็นสองส่วนหรือสองฝ่ ำย และต่ำงฝ่ ำยก็ได้รับกำรสนับสนุนด้ำนอำวุธ ยุทโธปกรณ์จำกมหำอ ำนำจ บำงประเทศก็เกิดสงครำมใหญ่ เช่น เกำหลี และเวียดนำม บำงประเทศ ก็เกิดกลุ่มผู้ก่อกำรร้ำยขึ้น และท ำกำรสู้รบกับฝ่ ำยรัฐบำล ท ำให้เกิดกำรสูญเสียทั้งก ำลังพลอำวุธยุทโธ-ปกรณ์ ตลอดจน เศรษฐกิจของชำติเป็นอันมำก ๒.๑ โจมตีด้วยกองโจร (SAPPER ATTACK) ฝ่ ำยตรงข้ำมจัดก ำลังเป็นหน่วยปฏิบัติกำรขนำดเล็ก (SAPPER UNIT) มีก ำลัง ๖ - ๑๓ คน แบ่งเป็น ๔ ส่วน คือส่วนรักษำควำมปลอดภัย ส่วนโจมตีส่วนหนุน และ ส่วนยิงสนับสนุน หรืออำจเพิ่มก ำลังเป็นระดับหมวดเรียกว่ำ หน่วยกองโจร (GUERRILLA FORCE) หรือ จัดเป็นหน่วยก่อวินำศกรรม หรือเป็นชุดท ำลำย กำรปฏิบัติแต่ละครั้งใช้เวลำลอบเข้ำโจมตีฐำนบิน และมุ่ง ท ำลำยเครื่องบิน แล้วรีบถอนตัวกลับโดยเร็ว กำรปฏิบัติแต่ละครั้งใช้เวลำสั้น ๆ ประมำณ ๑๒ - ๓๐ นำที ๒.๒ โจมตีด้วยอำวุธยิงจำกภำยนอกฐำนบิน (STAND OFF WEAPON) ฝ่ ำยตรงข้ำมใช้อำวุธ


๕ ประเภทเครื่องยิงลูกระเบิด เช่น ค.ขนำด ๖๐ มม.หรือเครื่องยิงจรวดเป็นต้น ลอบยิงจำกภำยนอกฐำนบิน โดยมุ่งท ำลำยเป้ำหมำยส ำคัญ เช่น บ.อำคำรที่มีควำมส ำคัญ,โรงซ่อมสร้ำง บ. ตลอดจนท ำลำยทำงวิ่ง – ทำง ขับให้เสียหำยใช้กำรไม่ได้แล้วถอนตัวทันทีก่อนที่ฝ่ ำยฐำนบินจะค้นพบ กำรกระท ำของฝ่ ำยตรงข้ำม โดยวิธีนี้ เป็นกำรหวังผลในด้ำนก่อกวน และท ำให้เกิดกำรเสียขวัญเป็นประกำรส ำคัญ ๒.๓ โจมตีด้วยอำวุธแล้วใช้ก ำลังเข้ำปฏิบัติกำร ซึ่งเป็นกำรปฏิบัติร่วมกันโจมตี โดยใช้อำวุธยิงโจมตีก่อน และก ำลังปฏิบัติกำรเข้ำโจมตีต่อเพื่อขยำยผลในกำรท ำลำยให้มำกขึ้น ยุทธวิธีแบบนี้กองโจรมักปฏิบัติกำรใน ยำมวิกำล ห้วงเวลำวิกฤตส ำหรับกำรโจมตีของหน่วยกองโจร (SAPPER UNIT) จะใช้เวลำโจมตีไม่แน่นอน สำมำรถ โจมตีได้ทุกโอกำสตลอด ๒๔ ชั่วโมง แต่จำกสถิติของกำรโจมตีที่ได้มีกำรบันทึกไว้นั้น เวลำในห้วง ๐๑๐๐ - ๐๓๐๐ เป็นช่วงเวลำที่มีกำรโจมตีมำกที่สุด จำกกำรบันทึกของ ทบ.สหรัฐฯ ในกำรท ำสงครำมเวียดนำม ตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ - ๒๕๑๗ ปรำกฏว่ำห้วงระยะเวลำดังกล่ำวมีกำรโจมตีจำกฝ่ ำยเวียดมินมำกถึง ๕๑.๘๐% ส ำหรับในประเทศไทยในห้วงเวลำที่ก ำลังทำงอำกำศของสหรัฐ ฯ มำตั้งฐำนทัพในประเทศไทยนั้น ฐำนบินของไทยที่มีทหำรอเมริกันประจ ำอยู่ ถูกโจมตีถึง ๗ ครั้งด้วยกันดังนี้ ก. ฐำนบินอุดร ฯ เมื่อ ๒๖ ก.ค.๑๑ เวลำ ๒๒๓๐ ข. ฐำนบินอุบล ฯ เมื่อ ๒๘ ต.ค.๑๒ เวลำ ๐๑๓๐ ค. ฐำนบินอุบล ฯ เมื่อ ๑๓ ม.ค.๑๓ เวลำ ๐๑๕๐ ง. ฐำนบินอู่ตะเภำ เมื่อ ๑๐ ม.ค.๑๕ เวลำ ๐๑๓๐ จ. ฐำนบินอุบล ฯ เมื่อ ๓ มิ.ย.๑๕ เวลำ ๒๔๐๐ ฉ. ฐำนบินอุดร ฯ เมื่อ ๒ ต.ค.๑๕ เวลำ ๐๐๕๐ ช. ฐำนบินอุดร ฯ เมื่อ ๓ ต.ค.๑๕ เวลำ ๑๕๕๙ กำรโจมตีฐำนบินในประเทศไทยทั้ง ๗ ครั้งนั้น แสดงให้เห็นว่ำฝ่ ำยตรงข้ำมมุ่งโจมตีฐำนบินที่มีก ำลังทำง อำกำศของสหรัฐฯ ประจ ำอยู่เท่ำนั้น ต่อมำสงครำมเวียดนำมยุติลง(พ.ศ.๒๕๑๘) สหรัฐฯ ถอนก ำลังออกจำก ประเทศไทย ภัยคุกคำมทำงภำคพื้นดินจึงลดลง แต่ก็ยังคงมีกำรคุกคำมของ ผกค.อยู่บ้ำงตำมรอบนอกของ เขตฐำนบิน และเมื่อรัฐบำลไทยประกำศให้ทุกหน่วยงำนของรัฐ ฯ ด ำเนินนโยบำยกำรต่อสู้เพื่อเอำชนะ คอมมิวนิสต์ ตำมค ำสั่งส ำนักนำยกรัฐมนตรีที่ ๖๖/๒๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยุติสถำนกำรณ์สงครำมปฏิวัติ ของคอมมิวนิสต์ อันมีควำมส ำคัญและเป็นภัยต่อควำมมั่นคงอย่ำงที่สุดของประเทศไทยให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว และค ำสั่งส ำนักนำยกรัฐมนตรี ที่ ๖๕/๒๕ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อท ำให้เสรีภำพของบุคคลได้ดุลภำพกับอ ำนำจ อธิปไตยของปวงชน จำกค ำสั่งทั้งสองของส ำนักนำยกรัฐมนตรีท ำให้เกิดผลดีต่อกำรด ำเนินกำรกับฝ่ ำย คอมมิวนิสต์ ท ำให้ผู้ก่อกำรร้ำยคอมมิวนิสต์ หรือผู้หลงผิดกลับใจมำเข้ำร่วมพัฒนำชำติไทยจ ำนวนมำก ภัย คุกคำมทำงภำคพื้นจึงลดลงตำมไปด้วย


๖ ๓. ภัยคุกคำมฐำนบินทำงอำกำศ เมื่อสหรัฐฯ ได้ถอนก ำลังทำงอำกำศออกจำกฐำนบินต่ำง ๆ ในประเทศไทยออกไปแล้ว กำรระวังป้องกัน และรักษำควำมปลอดภัยฐำนบินทุกแห่งจึงตกอยู่ในควำมรับผิดชอบของกองทัพไทย กำรที่จะด ำรงรักษำ ระบบกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบินตำมแผนหรือหลักของสหรัฐฯ นั้น กระท ำได้โดยยำก เนื่องจำกต้องใช้งบประมำณสูงมำก ดังนั้นจึงจ ำเป็นที่จะต้องมุ่งระวังป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำน บินที่มีอำวุธยุทโธปกรณ์ที่ส ำคัญ และมีค่ำสูงโดยเฉพำะเครื่องบินได้เกิดประสิทธิภำพสูงสุด โดยให้ได้ส่วน กับภัยคุกคำมทำงภำคพื้นที่ลดลง ซึ่งในขณะเดียวกันภัยคุกคำมทำงอำกำศที่จะมีต่อฐำนบินต่ำง ๆ ของ ประเทศไทย มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจำกภำยหลังสงครำมเวียดนำมแล้วเวียดนำมได้รับควำมช่วยเหลือจำกโซ เวียตเป็นอันมำก ไม่ว่ำจะเป็นด้ำนก ำลังรบ กำรขยำยอิทธิพลทำงกำรเมือง เศรษฐกิจ กำรทหำร และ จิตวิทยำ สังคม ทำงด้ำนก ำลังทหำรนั้นได้ส่งเครื่องบินโจมตีเข้ำมำไว้ในเวียดนำมและลำวเป็นจ ำนวนมำก และมีขีดควำมสำมำรถในกำรปฏิบัติครอบคลุมประเทศไทยเกือบทุกแห่ง นอกจำกนั้นยังเตรียมขยำยฐำน ปฏิบัติกำรไว้ในกัมพูชำอีกด้วย โดยปรับปรุงและซ่อมแซมสนำมบินบำงแห่งเพื่อใช้ปฏิบัติกำร และในปี ๒๕๑๘ ทั้งลำวและกัมพูชำก็ตกอยู่ในควำมยึดครองของฝ่ ำยคอมมิวนิสต์ทั้งหมด เวียดนำมซึ่งบัดนี้ได้รวมทั้ง เวียดนำมเหนือและเวียดนำมใต้เข้ำด้วยกันแล้ว จึงถือโอกำสส่งก ำลังทหำรเข้ำไปในกัมพูชำ โดยอ้ำงต่อ ชำวโลกว่ำ ช่วยชำวกัมพูชำปรำบปรำมเขมรแดง มีกำรปรับปรุงซ่อมแซมสนำมบิน ส่งเครื่องบินรบเข้ำมำ ประจ ำในกัมพูชำ ได้เกิดปัญหำขัดแย้งตำมแนวชำยแดนไทย – กัมพูชำ มีกำรบินล ้ำแดนบ่อยครั้งของ มิก – ๒๑ จำกลำว ดังนั้นกำรป้องกันภัยทำงอำกำศที่อำจจะเกิดขึ้นต่อประเทศไทย จึงเป็นสิ่งจ ำเป็นที่จะต้อง เตรียมไว้ให้พร้อมอยู่เสมอ ๔. กำรป้องกันภัยคุกคำม ก ำลังทำงอำกำศโดยเฉพำะเครื่องบินและระบบสนับสนุนกำรบินอื่น ๆ ที่เกี่ยวช้องย่อมเป็นหลักส ำคัญใน กำรปฏิบัติภำรกิจของกองทัพอำกำศ เพรำะว่ำหน้ำที่ของกองทัพอำกำศก็คือ เตรียมก ำลังทำงอำกำศเพื่อ ป้องกันรำชอำณำจักร ดังนั้นกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยต่อฐำนบินจึงเป็นเรื่องส ำคัญ ที่ ผู้บังคับบัญชำชั้นสูงควรสนใจเป็นพิเศษ หำกเครื่องบินและระบบสนับสนุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องถูกท ำลำยเสียแล้ว กองทัพอำกำศก็ไม่สำมำรถปฏิบัติภำรกิจให้บรรลุผลตำมที่ประเทศต้องกำรได้ ปัจจุบันกองทัพอำกำศมีฐำน บินต่ำง ๆ ที่รับหน้ำที่ปฏิบัติภำรกิจของกองทัพอำกำศอยู่ ๑๒ แห่ง (กองบิน ๑๑ แห่ง และ รร.กำรบิน ๑ แห่ง) ซึ่งจะต้องป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยอยู่ตลอดเวลำ ทั้งนี้ไม่รวมหน่วยบินอิสระปฏิบัติรำชกำรสนำม หน่วยในระบบควบคุมและแจ้งเตือนอำกำศยำน และศูนย์โทรคมนำคมต่ำง ๆ กำรระวังป้องกันและรักษำ ควำมปลอดภัยต่อหน่วยต่ำง ๆ ของกองทัพอำกำศในปัจจุบันได้มีกำรเตรียมกำรไว้ดังนี้ ๔.๑ กำรป้องกันฐำนบินจำกภัยคุกคำมทำงภำคพื้น หน่วยต่ำง ๆ ของ ทอ.รวมทั้งฐำนบินจะมีแผนกำรระวังป้องกันหน่วย โดยปฏิบัติตำมค ำสั่ง บก. ทหำรสูงสุด (เฉพำะ) ที่ ๓๔๐/๒๕๑๑ เรื่อง กำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนที่ตั้งหน่วยทหำรและ


๗ ระเบียบกองทัพว่ำด้วยกำรรักษำกำรณ์ พ.ศ.๒๕๔๒ รวมทั้งแผนยุทธกำร ทอ.อื่น ๆ กองบินต่ำง ๆ จะมีแผน ป้องกันและระวังรักษำที่ตั้งหน่วยของกองบินนั้น โดยมีผู้บังคับกำรกองบิน เป็นผู้รับผิดชอบในกำรสั่งกำร ใช้ก ำลังของกองพันทหำรอำกำศโยธินเป็นก ำลังหลัก เพื่อป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยผ่ำนศูนย์ ปฏิบัติกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัย (ศปรภ.) หรือศูนย์ควบคุมกำรรักษำกำรณ์ (ศรก.) แล้วแต่กรณี ซึ่งตำมแผนหลักของ ทอ.เรียกว่ำ “กำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยที่ตั้ง” (ภำพที่ ๑) ๔.๒ กำรป้องกันฐำนบินจำกภัยคุกคำมทำงอำกำศ กองทัพอำกำศได้จัดเตรียมก ำลังทำงอำกำศในกำร ป้องกันประเทศ โดยสอดคล้องกับแผนป้องกันภัยทำงอำกำศด้ำนกำรทหำรของ บก.ทหำรสูงสุด และแผน ป้องกันประเทศของเหล่ำทัพอื่น เพื่อใช้ก ำลังทำงอำกำศของกองทัพอำกำศต่อต้ำนหรือสกัดกั้นกำรรุกล ้ำเข้ำ โจมตีประเทศไทยของเครื่องบินฝ่ ำยข้ำศึกเป็นส่วนรวม ตำมที่ระบุไว้ในวิชำกำรป้องกันทำงอำกำศในเรื่องกำร ป้องกันภัยทำงอำกำศเป็นบริเวณ หำกกำรสกัดกั้นไม่ส ำเร็จเครื่องบินข้ำศึกสำมำรถเข้ำโจมตีฐำนบินได้ เครื่องบินสกัดกั้นฝ่ ำยเรำต้องผละออกจำกแนวที่ก ำหนด เพื่อเปิดโอกำสให้หน่วยอำวุธต่อสู้อำกำศยำนท ำกำร ยิง บ.ข้ำศึกที่เข้ำโจมตีฐำนบินต่อไป ทั้งนี้ผู้บังคับกำรกองบินจะสั่งกำรผ่ำนศูนย์ยุทธกำร ตอ.ซึ่งมีเจ้ำหน้ำที่ ของกองพันทหำรอำกำศโยธินเป็นผู้ปฏิบัติ ซึ่งตำมแผนหลักของ ทอ.เรียกว่ำ “กำรป้องกันและบรรเทำภัยทำง อำกำศ”(ภำพที่ ๑) ทำงภำคพื้น ศปรภ. / ศรก. ภัยคุกคำม ฐำนบิน ศยตอ. ทำงอำกำศ ภำพที่ ๑ ภำพแสดงกำรอ ำนวยกำรแ ละสั่งกำรของ ผบ.กองบิน ในกำรป้องกันฐำนบินจำกภัยคุกคำมทำงภำคพื้น และทำงอำกำศ ๕. ควำมล่อแหลมของฐำนบิน (AIR BASE VULNERABILITY) เมื่อสหรัฐ ฯ เข้ำมำตั้งฐำนทัพในประเทศ ไทยฐำนบินส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกันระหว่ำง ทอ.ไทยกับสหรัฐ ฯ ได้มีกำรพัฒนำขยำยขอบเขตอย่ำงกว้ำงขวำง วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องช่วยกำรบินมีเพิ่มมำกขึ้น ก ำลังรักษำกำรณ์ก็มีมำกขึ้นตำมควำมจ ำเป็น เดิม ทอ.ไทยใช้ ระบบกำรจัดตั้งกองรักษำกำรณ์ในกำรป้องกันฐำนบิน ซึ่งระบบเก่ำนี้มักท ำให้เกิดปัญหำในด้ำนกำรออม ก ำลังไม่ทันต่อเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบกับปัจจุบันกำรขยำยตัวด้ำนเศรษฐกิจเป็นไปอย่ำงรวดเร็ว มี หมู่บ้ำนตั้งอยู่ใกล้ฐำนบินเป็นจ ำนวนมำก ก่อให้เกิดควำมยุ่งยำกต่อกำรระวังป้องกันทั้งทำงพื้นดินและผบ.กองบิน ศูนย์ยุทธการ ฐานบิน


๘ ทำงอำกำศ เกิดควำมล่อแหลมต่ออันตรำยมำก ปัจจัยส ำคัญที่ก่อให้เกิดควำมล่อแหลมของฐำนบินที่ต้อง ค ำนึงถึง ได้แก่ ๕.๑ กำรขยำยตัวของฐำนบิน (BASE EXPANDED) ในปัจจุบันฐำนบินของ ทอ.ทุกแห่งได้พัฒนำไป มำก มีขอบเขตกว้ำงขวำง ข้ำรำชกำรและผู้พักอำศัยมีจ ำนวนมำกขึ้น จึงเกิดควำมล่อแหลมไม่ปลอดภัย เท่ำที่ควร หำกไม่จัดหำระบบป้องกันที่เหมำะสม โดยเฉพำะมีบ้ำนเรือนของประชำชนตั้งอยู่ใกล้แนวรั้วของ ฐำนบิน กำรป้องกันกำรลอบยิงด้วยอำวุธจำกภำยนอกฐำนบินก็ยำกขึ้น กำรรักษำควำมลับของทำงรำชกำร ทหำรก็กระท ำได้ยำกขึ้น ๕.๒ มีอำวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยเพิ่มขึ้น เครื่องบินเป็นยุทโธปกรณ์ที่ส ำคัญยิ่งในกำรใช้ก ำลังทำงอำกำศ โดยเฉพำะเครื่องบินรบแบบใหม่ซึ่งมีมูลค่ำสูงสร้ำงขึ้นเองไม่ได้ ในบำงครั้งแม้มีเงินก็ยังหำซื้อไม่ได้ กำรจัดซื้อ จัดหำใช้เวลำนำน จึงมีควำมจ ำเป็นที่จะต้องระวังรักษำด้วยระบบที่มีประสิทธิภำพสูง ก ำลังพลที่น ำมำป้องกัน ก็จะต้องได้รับกำรฝึกอบรมมำกขึ้นเป็นพิเศษ ท ำให้เกิดปัญหำในกำรเลือกคน รวมไปถึงกำรเพิ่มงบประมำณ ที่มำกขึ้นด้วย ซึ่งเป็นปัญหำส ำคัญของประเทศ ๕.๓ ขีดควำมสำมำรถในกำรโจมตีทำงอำกำศของข้ำศึก ก ำลังรบทำงอำกำศในแต่ละประเทศทั่วโลกต่ำง ก็พัฒนำไปมำก ก ำลังโจมตีทำงอำกำศต่อฐำนบินอำจเกิดขึ้นได้ในเวลำรวดเร็วและจ ำกัด แม้จะมีเครื่องแจ้ง เตือนภัยแล้วก็ตำม กำรสกัดกั้นเครื่องบินข้ำศึกแต่เนิ่น อำจหยุด บ.ข้ำศึกได้ไม่หมด นอกจำกนั้นฝ่ ำยตรง ข้ำมอำจใช้อำวุธปล่อยน ำวิถีโจมตีจำกระยะไกลก็ได้ ท ำให้ฐำนบินไม่ปลอดภัยหำกไม่มีกำรเตรียมกำรไว้ให้ พร้อมเสียก่อน ๕.๔ เอกภำพในกำรสั่งกำร กำรป้องกันฐำนบินในระบบเดิมนั้น ด ำเนินกำรแบบจัดตั้งกองรักษำกำรณ์ ก ำลังรักษำกำรณ์ขึ้นตรงกับ ผบ.กองรักษำกำรณ์ นำยทหำรเวร และนำยทหำรเวรอ ำนวยกำร อ ำนำจสั่งกำร เด็ดขำดขึ้นอยู่กับผู้มีอ ำนำจจัดตั้งกองรักษำกำรณ์ หรือผู้มีอ ำนำจตรวจกิจกำรรักษำกำรณ์ ท ำให้กำรสั่งกำรใช้ ก ำลังหรือแก้ปัญหำไม่คล่องตัว อำวุธยุทโธปกรณ์โดยเฉพำะเครื่องมือสื่อสำรไม่ทันสมัย เป็นเหตุให้ฐำนบิน ล่อแหลมต่ออันตรำยมำก จึงจ ำเป็นต้องหำระบบป้องกันที่มอบอ ำนำจสั่งกำรให้กับผู้บังคับบัญชำสูงสุดของ หน่วยแต่เพียงผู้เดียว เพื่อให้สำมำรถสั่งกำรได้รวดเร็ว คล่องตัวไม่สับสนและทันต่อเหตุกำรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยเหตุ ดังกล่ำว ทอ.จึงต้องเปลี่ยนวิธีกำรป้องกันฐำนบินจำกกำรจัดตั้งกองรักษำกำรณ์ มำเป็นกำรใช้ศูนย์ควบคุม กำรรักษำกำรณ์แทน เพื่อให้มีเอกภำพในกำรสั่งกำรมำกขึ้น ๖. ปัจจัยที่ท ำให้กำรป้องกันบังเกิดผล ได้แก่ ๖.๑ ก ำลังพล ต้องเป็นก ำลังรบที่สดชื่น ได้รับกำรฝึกตำมหลักสูตร มีจ ำนวนเพียงพอ และมีกำรฝึกซ้อม ป้องกันฐำนบินอยู่เป็นประจ ำ เป็นก ำลังที่มีประสิทธิภำพ ๖.๒ เครื่องมือสื่อสำร ต้องมีจ ำนวนเพียงพอ คุณภำพดี แน่นอน เชื่อถือได้ รวมทั้งมีระบบกำรซ่อมบ ำรุงที่ มีประสิทธิผลและรวดเร็ว


๙ ๖.๓ อำวุธยุทโธปกรณ์ยำนพำหนะและเชื้อเพลิง ต้องพร้อมใช้งำนและมีจ ำนวนเพียงพอกับภำรกิจ อำวุธ ต้องทันสมัยและไม่ด้อยกว่ำฝ่ ำยตรงข้ำม มีระบบกำรส่งก ำลังบ ำรุงที่ดี รวดเร็ว รัดกุม และทันต่อ เหตุกำรณ์ มีระบบกำรสนับสนุนที่ทันสมัย เครื่องอ ำนวยควำมสะดวกมีพร้อม เช่น ไฟฟ้ำ ประปำ โทรศัพท์ ระบบแจ้งเตือนต่ำง ๆ เป็นต้น ๖.๔ โครงกำรประสำนงำนกับฝ่ ำยพลเรือนและหน่วยข้ำงเคียง มีกำรวำงแผนประชุมปรึกษำหำรืออยู่ เสมอเพื่อแลกเปลี่ยนข่ำวสำร วำงข่ำยกำรติดต่อสื่อสำรอย่ำงเพียงพอ มีแผนกำรช่วยเหลือเมื่อถูกโจมตี มีแผนกำรอพยพเมื่อรักษำฐำนบินไม่ได้ มีแผนกำรดับเพลิง กำรบรรเทำสำธำรณภัย ตลอดจนกำรป้องกัน วินำศภัยร่วมกัน ๖.๕ กำรวิเครำะห์กำรคุกคำมของข้ำศึก จะเป็นประโยชน์ในกำรวำงแผนป้องกันฐำนบินเป็นอย่ำงยิ่ง ใน กำรที่จะก ำหนด ก ำลัง อำวุธยุทโธปกรณ์ และแนวควำมคิดในกำรปฏิบัติให้เหมำะสมกับภำรกิจที่มีอยู่ และ เป็นกำรตรวจสอบควำมพร้อมของฝ่ ำยเรำไปด้วย และสำมำรถท ำให้ทรำบข้อได้เปรียบเสียเปรียบของ ข้ำศึกอีกด้วย


๑๐ บทที่ ๒ ภัยคุกคำมต่อฐำนบินทำงภำคพื้น ๑. กล่ำวทั่วไป (GENERAL) กำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบินนั้น มีควำมจ ำเป็นอย่ำงยิ่ง ที่ฝ่ ำยป้องกันจะต้องรู้เรื่อง สถำนกำรณ์ทั่วไปโดยรอบฐำนบิน รู้ถึงกำรคุกคำม ท่ำที และกำรเคลื่อนไหวของฝ่ ำยตรงข้ำมตลอดเวลำ หำก สำมำรถรู้จักข้ำศึกได้ ก็จะท ำให้กำรป้องกันประสบผลดียิ่งขึ้น เพรำะกำรป้องกันฐำนบินมิใช่จะใช้เพียงก ำลัง พล อำวุธ กระสุน เครื่องมือสื่อสำร ยำนพำหนะและมีศูนย์ควบคุมรักษำกำรณ์ก็จะท ำให้แน่ใจว่ำ มีกำรป้องกัน และรักษำควำมปลอดภัยได้แน่นอนแล้ว แต่ต้องค ำนึงถึงว่ำปัจจัยส ำคัญในกำรป้องกันฐำนบินนั้น คือมีก ำลัง พลที่มีประสิทธิภำพ อำวุธ และระบบกำรสนับสนุนต้องทันสมัย เครื่องมือสื่อสำรที่มีคุณภำพแน่นอน น่ำเชื่อถือและไว้ใจได้ มีกำรประสำนงำนกับฝ่ ำยพลเรือนที่เหมำะสม และมีวิธีกำรวิเครำะห์ขีดควำมสำมำรถ ของข้ำศึกอย่ำงถูกต้อง ดังนั้น กำรป้องกันฐำนบินโดยเฉพำะทำงภำคพื้นนั้น ต้องเป็นกำรใช้ก ำลังทั้งหมดของ ฐำนบิน เข้ำปฏิบัติกำรป้องกันเพื่อลดอันตรำยหรือประสิทธิภำพของกำรโจมตีจำกฝ่ ำยตรงข้ำม โดยกำร ปฏิบัติจะต้องด ำเนินกำรอย่ำงเป็นระบบ และมีแผนป้องกันที่สมบูรณ์ แม้ว่ำในสถำนกำรณ์ปัจจุบันกำรคุกคำม จำกผู้ก่อกำรร้ำยคอมมิวนิสต์จะไม่มีแล้วก็ตำม แต่กำรคุกคำมอื่น ๆ เช่น กำรโจรกรรม กำรจำรกรรม กำรก่อ วินำศกรรม และกำรบ่อนท ำลำย ก็น่ำจะมีโอกำสเกิดขึ้นกับฐำนบิน และที่ตั้งทำงทหำรได้ เพรำะตรำบใดที่ ควำมขัดแย้งทำงควำมคิดยังมีอยู่ จึงยังมีควำมจ ำเป็นที่จะต้องวำงแผน และจัดด ำเนินกำรป้องกันอยู่ต่อไป (ภำพที่ ๒) ๒. ควำมมุ่งหมำยส ำคัญของกำรป้องกันฐำนบิน (MAIN PURPOSE AIR BASE DEFENSE) เพื่อให้กำรวำงแผน และอ ำนวยกำรป้องกันฐำนบินมีประสิทธิภำพยิ่งขึ้น จึงได้ตั้งควำมมุ่งหมำยไว้เป็น ประเด็นส ำคัญ ๓ ประกำร คือ ๒.๑ ให้ฐำนบินพ้นจำกกำรโจรกรรม จำรกรรม ก่อวินำศกรรม กำรบ่อนท ำลำย และกำรคุกคำมจำกฝ่ ำย ตรงข้ำม จนมีผลให้ฝ่ ำยเรำสำมำรถใช้ก ำลังทำงอำกำศปฏิบัติกำรได้ตลอดเวลำ ๒.๒ ป้องปรำมมิให้ข้ำศึกเข้ำปฏิบัติกำรโจมตีฐำนบิน โดยกระท ำในทุก ๆ ทำงให้ฝ่ ำยตรงข้ำมเห็นว่ำฐำน บินมีมำตรกำรป้องกันที่รัดกุม พร้อมเสมอที่จะตอบโต้ได้จริง ๒.๓ ยึดหลักกำรออมก ำลัง โดยใช้ก ำลังส่วนน้อยปฏิบัติหน้ำที่ประจ ำวัน แต่มีขีดควำมสำมำรถสูง รวดเร็ว คล่องตัว ก ำลังส่วนใหญ่พร้อม ณ ที่ตั้ง ๓. กำรก่อกำรร้ำย (INSURGENT) ปัจจุบันกำรก่อกำรร้ำยในรูปแบบเก่ำ ๆ นั้น แทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว จะมีก็แต่กำรลอบท ำร้ำยเจ้ำหน้ำที่ และกำรก่อวินำศกรรม อย่ำงไรก็ตำมแม้กำรปฏิบัติของ ผกค.จะไม่มี แต่ ว่ำอุดมกำรณ์ของคอมมิวนิสต์นั้นยังมีอยู่ และถือว่ำเป็นภัยคุกคำมควำมสงบเรียบร้อยของบ้ำนเมือง ซึ่งจะมีมำในรูปแบบต่ำง ๆ ตั้งแต่กำรยุยงส่งเสริมให้เกิดกำรแตกควำมสำมัคคี กำรลอบท ำร้ำย กำรแทรกซึม เข้ำไปในหน่วยงำนรัฐบำล กำรจำรกรรมข่ำวสำรส ำคัญต่ำง ๆ กำรคุกคำมของ ผกค.ดังกล่ำวน่ำที่ฝ่ ำยเรำจะ


๑๑ ได้ทรำบพฤติกรรม หรือขั้นตอนกำรก่อตัวของ ผกค.ดังกล่ำว ควำมรุนแรงตำมขั้นตอนของกำรปฏิบัติอย่ำงไร บ้ำง โดยเฉพำะในพื้นที่ปฏิบัติกำรของ ผกค.ที่มีฐำนบินตั้งอยู่ ย่อมต้องได้รับภัยอันตรำยสและกำรคุกคำม ด้วยอย่ำงแน่นอน ขั้นตอนในกำรด ำเนินกำรก่อกำรร้ำยมีขั้นตอนกำรปฏิบัติ คือ ๓.๑ กำรก่อกำรร้ำยขั้นที่ ๑ (PHASE I INSURGENCY) เป็นระยะเริ่มต้น ข้ำศึกมักอำศัยวิธีกำรบ่อน ท ำลำยเป็นส่วนใหญ่ โดยจะไม่ใช้วิธีกำรรุนแรงหรือใช้หน่วยทำงยุทธวิธี (กองโจร) เข้ำปฏิบัติกำร ทหำรหรือ บุคคลพลเรือนที่ท ำงำนภำยในฐำนบิน หรือประชำชนที่อำศัญโดยรอบฐำนบินมักตกเป็นเป้ำหมำยของกำร บ่อนท ำลำย(SUBVERSION) ในขั้นนี้ ผกค.อำจจะกระท ำหรือด ำเนินกำรอย่ำงใดอย่ำงหนึ่งหรือทั้งหมดใน หัวข้อที่จะได้กล่ำวต่อไป เพื่อท ำให้กำรปฏิบัติกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบินอ่อนแอลงซึ่งได้แก่ ๓.๑.๑ กำรก่อวินำศกรรม (SABOTAGE) โดยกำรกระท ำเป็นบุคคลหรือกลุ่ม หรือเป็นหน่วย เพื่อท ำลำยยุทโธปกรณ์ส ำคัญ ฯลฯ ภำยในฐำนบิน โดยมุ่งหมำยให้ฝ่ ำยเรำไม่สำมำรถใช้ประโยชน์ได้ หรือ ใช้ได้อย่ำงจ ำกัด ๓.๑.๒ กำรจำรกรรม (ESPIONAGE) เป็นกำรปฏิบัติเพื่อหำจุดอ่อน หรือจุดล่อแหลม กำรจัด หน่วย และหำขีดควำมสำมำรถของก ำลังฝ่ ำยป้องกัน เพื่อเป็นข้อมูลในกำรวำงแผนโจมตีฐำนบินต่อไป ๓.๑.๓ สงครำมจิตวิทยำ (PHYCHOLOGICAL WARFARE) ใช้กำรโฆษณำชวนเชื่อที่ได้วำงแผน ไว้แล้ว และกำรปฏิบัติทำงจิตวิทยำอื่น ๆ โดยมุ่งหมำยที่จะเพิ่มอิทธิพลในด้ำนควำมคิดเห็น อำรมณ์ ท่ำที และอุปนิสัยของประชำชนเพื่อให้หันมำสนับสนุนฝ่ ำยตน ๓.๑.๔ สงครำมทำงกำรเมือง (POLITICAL WARFARE) โดยกำรสร้ำงสถำนกำรณ์ ให้ทหำรและ พลเรือนที่ท ำงำนอยู่ภำยในฐำนบินท ำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อกำรป้องกัน และรักษำควำมปลอดภัยฐำนบิน ทั้งนี้ อำจรวมถึงกำรปฏิบัติอื่นๆ ที่จะท ำให้ประชำชนโดยรอบฐำนบินมีทัศนคติทำงกำรเมืองเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบำล หรือมีอิทธิพลทำงกำรเมืองเหนือประชำชนเหล่ำนั้น ๓.๑.๕ กำรช่วยเหลือประชำชน (CIVIC ACTION) ฝ่ ำยตรงข้ำมพยำยำมทุ่มเทเข้ำช่วยเหลือ ประชำชน ผู้ยำกไร้ ในด้ำนสิ่งอ ำนวยควำมสะดวก กำรรักษำพยำบำล กำรศึกษำ และกำรให้ควำมปลอดภัย โดยมุ่งหมำยให้เกิดควำมลังเลในหมู่ประชำชน ให้ประชำชนหันมำร่วมมือ และมีควำมจงรักภักดีกับฝ่ ำยตน ๓.๑.๖ กำรก่อให้เกิดควำมหวำดกลัว (TERRORISM) โดยใช้กำรคุกคำมอย่ำงรุนแรงด้วยวิธี ฆำตกรรม หรือสั่งกำรอื่น ๆ เพื่อให้ทหำรและประชำชนหันไปให้ควำมช่วยเหลือพวกตน โดยกำรให้ร่วมมือ ใน กำรก่อวินำศกรรม จำรกรรม กำรบ่อนท ำลำย หรือกำรกระท ำอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ ผกค.เนื่องจำก ควำมกลัวที่ถูกบีบบังคับ ๓.๑.๗ สงครำมเศรษฐกิจ (ECONOMIC WARFARE) โดยฝ่ ำยตรงข้ำมจะกระท ำทุกอย่ำงไม่ว่ำ โดยทำงตรงหรือทำงอ้อม เพื่อให้ฐำนะทำงเศรษฐกิจ และควำมเป็นอยู่ของประชำชนเลวลง เกิดควำมปั่น


๑๒ ป่ วน ขัดแย้งและควำมไม่พอใจในกำรช่วยเหลือประชำชนของรัฐบำล ท ำให้ ผกค.สำมำรถด ำเนินกำรได้ สะดวกยิ่งขึ้น ๓.๒ กำรก่อกำรร้ำยขั้นที่ ๒ ( PHASE 2 INSURGENCY ) ในขั้นนี้จะเริ่มขึ้นเมื่อกำรด ำเนินกำรขั้นที่ ๑ เรียบร้อยและได้ผลแล้ว มีกำรจัดตั้งกองโจรขึ้นเป็นหน่วยก ำลังติดอำวุธ ปฏิบัติกำรในรูปกองโจรอย่ำงรุนแรง เช่นกำรปฏิบัติกำรโจมตีต่อ จนท.ในพื้นที่นั้น ๆ กำรท ำสงครำมกองโจรใช้วิธีจัดก ำลังขนำดเล็ก ๆ ใช้ยุทธวิธี ในกำรหลบหลีก จู่โจมชั่วระยะเวลำสั้น ๆ ลอบซุ่มโจมตีเจ้ำหน้ำที่หรือลอบเข้ำปฏิบัติกำรในฐำนบิน สร้ำง บรรยำกำศของควำมยุ่งยำกสับสน และควำมไม่แน่นอนขึ้น ส่วนกำรบ่อนท ำลำยก็ยังคงด ำเนินกำรต่อไป ๓.๒.๑ กำรปฏิบัติกำรในทำงลับ/ปกปิด ( CLANDESTINE/COVER OPERATIONS ) กำรปฏิบัติของ ผกค.นอกจำกที่ได้กล่ำวแล้วมีเรื่องที่ส ำคัญที่ควรน ำมำกล่ำวในที่นี้คือ กำรโจรกรรม ( PILFERAGE ) ซึ่งในขั้นแรกฝ่ ำย ผกค.อำจขำดแคลนอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ อำวุธ ยำรักษำโรค เครื่องมือสื่อสำร และอื่น ๆ ที่จ ำเป็นเพื่อใช้ในกำรสนับสนุนกำรปฏิบัติของตน ฐำนบินเป็นแหล่งที่มีสิ่งเหล่ำนี้ จึงตกเป็นเป้ำหมำย และเป็นแหล่งที่จะสำมำรถจัดหำได้ วิธีกำรที่จะด ำเนินกำรได้ก็โดยอำศัยกำรโจรกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๓.๒.๑.๑ พวกลักเล็กขโมยน้อย ( CASUAL PILFERER ) โดยอำศัยโอกำสมักไม่ค่อยถูกจับ และมักจะขโมยของที่ไม่ค่อยจ ำเป็นต้องใช้มำกนัก และเป็นของเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อประสบควำมส ำเร็จ บ่อยครั้ง ผกค.อำจถือโอกำสเข้ำด ำเนินกำรที่กลำยเป็นกำรขโมยที่มีแผนต่อไป ๓.๒.๑.๒ กำรโจรกรรมที่มีแผน ( SYSTEMATIC PILFERER ) เป็นกำรกระท ำที่มีกำร วำงแผนด ำเนินกำรโดยกระท ำกำรโจรกรรมพัสดุทุกชนิด เอำไปขำยเป็นเงิน หรือเอำไปแจกคนที่ต้องกำร หรือ ส่งไปช่วยเหลือพรรคพวกของตน ๓.๒.๒ โครงสร้ำงกำรจัดหน่วยทำงยุทธวิธีของ ผกค. ( INSURGENT TACTICAL ORGANIZATION ) กล่ำวโดยสรุปก ำลังของ ผกค.มักจะจัดก ำลังในพื้นที่ ดังนี้ ๓.๒.๒.๑ ภำคทำงทหำร ๑ กรม ๓.๒.๒.๒ จังหวัด ๑ กองพันหรือหลำยกองร้อยเคลื่อนที่เร็ว ๓.๒.๒.๓ อ ำเภอ ๑ กองร้อย ๓.๒.๒.๔ หมู่บ้ำน ๑ หมวดหรือหลำยหมู่ก ้ำกึ่งทหำร ๓.๒.๓ กำรจัดหน่วยทำงยุทธวิธี ( TACTICAL ORGANIZATION ) กำรจัดหน่วยของ ผกค.ซึ่งมี ภำรกิจที่สำมำรถใช้ในกำรโจมตีฐำนบิน ๓.๒.๓.๑ ก ำลังพิเศษ ( IRREGULAR FORCES )ท ำหน้ำที่ในระดับหมู่บ้ำนเพื่อหำสมำชิก ท ำสงครำมจิตวิทยำ รบกวนก ำลังฝ่ ำยรัฐบำล หำข่ำวกรอง รักษำควำมปลอดภัยให้กับทหำรประจ ำกำรฝ่ ำย ตน เป็นแหล่งทดแทนก ำลัง และท ำกำรควบคุมประชำชนในหมู่บ้ำน ในหมู่บ้ำนเล็ก ๆ จะจัดเป็นหน่วย ขนำดหมู่ มีก ำลัง ๑๐ - ๑๒ คน ปกติจัด ๗ คนมีอำวุธตำมอัตรำที่ก ำหนดให้ หลังจำกฝึกอบรมและมีควำม


๑๓ ช ำนำญมำกแล้ว อำจย้ำยไปบรรจุในหน่วย กึ่งทหำร และหน่วยทหำรกองประจ ำกำรต่อไป ๓.๒.๓.๒ ก ำลังกึ่งทหำร ( PARAMILITARY FORCES ) ท ำหน้ำที่เป็นแหล่งก ำลังให้กับทหำร ประจ ำกำร จัดกำรฝึกพัฒนำก ำลังพลให้เป็นทหำรที่แข็งแกร่ง คอยช่วยเหลือทหำรประจ ำกำรในกำรรักษำ ควำมปลอดภัย กำรข่ำวกรอง กำรติดต่อสื่อสำร และกำรส่งก ำลังบ ำรุงในระดับอ ำเภอหรือหมู่บ้ำนขนำดใหญ่ จะมีกำรจัดก ำลังประเภทนี้เต็มอัตรำในรูปขนำดหมวดหรือกองร้อย ๓.๒.๓.๓ ก ำลังทหำรประจ ำกำร ( REGULAR ARMED FORCES ) เป็นส่วนก ำลังรบหลักจัด ในรูป กรม กองพัน กองร้อย หมวด ตำมล ำดับ ในกรณีที่มีกำรปฏิบัติกำรทำงอำกำศมำก อำจจัดให้มีกอง ร้อย ปตอ.สมทบเข้ำในกองพันด้วย ในกำรปฏิบัติภำรกิจโจมตีฐำนบิน มักจะจัดก ำลังเป็นกองพันท ำลำยพิเศษ แต่ละกองพันประกอบด้วย ๖ กองร้อย กองร้อยละ ๓ หมวด,๑ หมวด ประกอบด้วย ๓ หมู่ ๆ ละ ๓ - ๔ คน ๓.๒.๔ แบบของกำรโจมตี ( TYPES OF ATTACK ) จำกกำรโจมตีของเวียดกงต่อฐำนบินต่ำง ๆ ใน เวียดนำมใต้ พอจะแยกแบบกำรโจมตีออกได้ ๒ แบบ คือ ๓.๒.๔.๑ โจมตีด้วยปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง และหรือจรวด ๓.๒.๔.๒ โจมตีด้วยอำวุธกระสุนและแทรกซึมด้วยชุดระเบิดท ำลำย ๓.๒.๕ กำรเตรียมกำรเพื่อโจมตี ( PREPARATION ATTACK ) ก่อนที่จะด ำเนินกำรโจมตีฐำนบิน ข้ำศึกมักจะด ำเนินกำรในรำยละเอียดตำมขั้นตอน ดังนี้ ๓.๒.๕.๑ กำรด ำเนินกำรด้ำนข่ำวกรอง ( INTELLIGENCE ) เพื่อให้ทรำบข่ำวอย่ำงต่อเนื่อง ตลอดจนควำมเปลี่ยนแปลงของเป้ำหมำย ๓.๒.๕.๒ กำรลำดตระเวนรบ ( COMBAT PATROL ) ต้องกระท ำเป็นล ำดับแรกเพื่อให้ ทรำบข่ำวสำรเกี่ยวกับก ำลังทหำร ยุทธปัจจัย และที่จอดอำกำศยำนภำยในฐำนบิน หำข่ำวเกี่ยวกับวิธี ปฏิบัติงำนของฝ่ ำยป้องกัน และภูมิประเทศโดยรอบ ท ำกำรเฝ้ำตรวจพื้นที่แนวปะทะอย่ำงต่อเนื่องและท ำกำร ตรวจสอบแนวป้องกันโดยรอบ ๓.๒.๕.๓ กำรวำงแผน ( PLANNING ) เมื่อหำข่ำวได้จนเป็นที่พอใจแล้วผู้บังคับบัญชำ ชั้นสูงของ ผกค.ก็จะเตรียมแผนปฏิบัติให้ หน.ฝ่ ำยกำรเมืองตกลงใจ โดยด ำเนินกำรตำมขั้นตอน ดังนี้ ๓.๒.๕.๓.๑ กำรตัดสินใจ ( DECISION MAKING ) เมื่อ หน.ฝ่ ำยกำรเมือง เห็นชอบกับแผนกำรที่ฝ่ ำยทหำรเสนอให้พิจำรณำแล้ว ก็จะส่งกลับไปยังฝ่ ำยทหำรเพื่อออกเป็นค ำสั่ง ยุทธกำรต่อไป ๓.๒.๕.๓.๒ กำรประมำณสถำนกำรณ์ ( ESTIMATES ) จะมีกำรพิจำรณำปัจจัย ต่ำง ๆ เช่นกำรปฏิบัติต่อเชลยของฝ่ ำยปรำบปรำม ท่ำทีของชำวบ้ำน ฝ่ ำยศำสนำ ควำมเป็นผู้น ำทำงทหำร กำรรักษำควำมปลอดภัยในหมู่บ้ำน กำรแบกหำมล ำเลียงผู้บำดเจ็บ และอำวุธ กระสุน เป็นต้น ๓.๒.๕.๓.๓ กำรส่งก ำลังบ ำรุง ( LOGISTICS ) ด ำเนินกำรประชุม หน.ฝ่ ำยส่ง ก ำลังบ ำรุง เพื่อวำงแผนกำรส่งกลับผู้ป่ วย ส่งอำวุธ กระสุน ส่งเสบียง และจัดตั้งจุดส่งก ำลังด้ำนเวชภัณฑ์ หรือ


๑๔ จัดท ำที่ซุกซ่อนยุทโธปกรณ์ตลอดจนกระสุนเอำไว้ใกล้ ๆ กับที่ตั้งอำวุธ และใกล้ ๆ บริเวณที่หมำย เพื่อเป็นกำร ลดปัญหำด้ำนกำรขนส่งในระหว่ำงกำรโจมตี ส ำหรับเสบียงอำหำรส่วนใหญ่แล้วมักจะน ำติดตัวไปด้วย ในขณะปฏิบัติกำรรบ ๓.๒.๕.๓.๔ กำรออกค ำสั่ง ( ISSUING THE ORDER ) ซึ่งประกอบด้วยภำรกิจ ของหน่วยโจมตีหลัก รอง กำรสกัดก ำลังที่จะช่วยเสริมให้ฝ่ ำยฐำนบิน หน่วยต่อสู้อำกำศยำนและหน่วย สนับสนุนปฏิบัติหน้ำที่ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ๓.๒.๕.๓.๕ กำรบังคับบัญชำและกำรประสำนงำน ( COMMAND AND STAFF COORDINATION ) ฝ่ ำยอ ำนวยกำรชี้แจงกำรปฏิบัติบนโต๊ะทรำย ในเรื่องกำรเคลื่อนย้ำยก ำลังเส้นทำง เคลื่อนที่และวิธีถอนตัวรวมทั้งมำตรกำรรักษำควำมปลอดภัยที่ตั้งอำวุธ พื้นที่ปลอดภัยกำรติดต่อสื่อสำรและ กำรควบคุม ๓.๒.๕.๔ กำรฝึกอบรม ( TRAINING ) ปกติก่อนกำรโจมตีจะมีกำรฝึกปัญหำบนโต๊ะทรำย เพื่อหำควำมข ำนำญ ชี้แจงซ ้ำแล้วซ ้ำเล่ำ ประมำณถึง ๖ ครั้ง นอกจำกนี้ยังมีกำรฝึกในภูมิประเทศจ ำลอง ซึ่ง สร้ำงขึ้นให้เหมือนเป้ำหมำยอีกเป็นเวลำถึง ๖ คืน ๆ ละ ๒ ชม.อีกด้วย ๓.๒.๖ กำรปฏิบัติทำงจิตวิทยำ ( PHYCHOLOGICAL OPERATIONS ) ประกอบด้วย ๓.๒.๖.๑ เทคนิคในกำรปฏิบัติกำรทำงจิตวิทยำต่อกำรสื่อสำรต่อฝ่ ำยป้องกัน ๓.๒.๖.๒ กำรปฏิบัติทำงจิตวิทยำต่อประชำชนรอบฐำนบิน ในข้อที่จะท ำให้ประชำชนไม่ สนใจที่จะต่อต้ำน หรือรำยงำนข่ำวให้เจ้ำหน้ำที่ฝ่ ำยบ้ำนเมืองทรำบ ๓.๒.๗ กำรเตรียมสนำมรบ (PREPARATION OF THE BATTLE FIELD ) ซึ่งได้แก่ ๓.๒.๗.๑ กำรเตรียมที่ตั้งยิง ๓.๒.๗.๒ กำรส่งก ำลัง ๓.๒.๗.๓ กำรปฏิบัติกำรล่อหลอก ๓.๒.๗.๔ กำรใช้วิธีกำรรุนแรง(โดยกำรปิดล้อมหมู่บ้ำนก่อนกำรโจมตี) ๓.๒.๗.๕ กำรขุดอุโมงค์ ๓.๒.๘ ออกค ำสั่ง ( ISSUING THE ORDER ) เมื่อด ำเนินกำรขั้นวำงแผน และขั้นเตรียมกำรเสร็จ เรียบร้อยแล้ว ผบ.หน่วยโจมตีก็จะออกค ำสั่งยุทธกำรซึ่งประกอบด้วยกลยุทธที่จะใช้ปฏิบัติกำร ซึ่งประกอบไป ด้วยแผนกำรยิง กำรบังคับบัญชำ กำรติดต่อสื่อสำร เส้นทำง ขอบเขต ที่หมำย รูปขวน ตลอดจนถึงกำรถอนตัว ๓.๒.๙ กำรด ำเนินกำรโจมตี ( CONDUCT OF THE ATTACK ) เมื่อได้ด ำเนินกำรทั้งมวลดังกล่ำว ข้ำงต้นเสร็จแล้ว ก็จะถึงขั้นกำรปฏิบัติเพื่อด ำเนินกำรเข้ำตีซึ่งประกอบด้วย ๓.๒.๙.๑ กำรเคลื่อนก ำลังเข้ำสู่เป้ำหมำย ( APPROACH MARCH ) ๓.๒.๙.๒ กำรเข้ำที่รวมพล ( ASSEMBLY AREAS ) ๓.๒.๙.๓ จุดกระจำยก ำลัง ( UNIT RELEASE POINT )


๑๕ ๓.๒.๙.๔ ท ำกำรโจมตี ( ASSAULT ) เวลำในกำรโจมตีมักกระท ำในเวลำกลำงคืน หรือเมื่อ ทัศนวิสัยจ ำกัดและมักจะเริ่มในเวลำ ๒๒๐๐ - ๐๓๐๐ เสมอ ๓.๒.๙.๕ มำตรกำรกำรต่อสู้อำกำศยำน(ANTIAIRCRAFT MEASURES) ๓.๒.๑๐ กำรโจมตีด้วยอำวุธกระสุนวิถีโค้งจำกภำยนอกฐำนบิน ( INDIRECTFIRE STAND OFF WEAPON ) ควำมมุ่งหมำยเพื่อท ำลำยยุทโธปกรณ์ที่มีค่ำ แล้วถอนตัวโดยไม่ใช้ก ำลังเข้ำร่วมท ำลำยด้วย ฝ่ ำย ข้ำศึกมักจะใช้อำวุธกระสุนวิถีโค้งดังกล่ำวข้ำงต้น ท ำกำรยิงจำกที่ตั้งยิงภำยนอกที่เห็นว่ำปลอดภัย โดยใช้ จุดเด่นในสนำมบิน เช่น เสำอำกำศวิทยุฯเป็นต ำบลเล็งแ ละยิงหำผลเลยทีเดียว กำรยิงโดยไม่มีผู้ตรวจกำรณ์ หน้ำนี้ ท ำให้อำกำรกระจำยของกระสุนสูง ๓.๓ กำรก่อกำรร้ำยขั้นที่ ๓ ( PHASE 3 INSURGENCY ) สถำนกำรณ์จะเปลี่ยนจำกขั้นที่ ๒ เป็นขั้นที่ ๓ เมื่อกำรปฏิบัติของ ผกค.ถึงขั้นท ำสงครำมเคลื่อนที่ ระหว่ำงก ำลังของ ผกค.กับฝ่ ำยเจ้ำหน้ำที่ ในขั้นนี้ก ำลัง ของ ผกค.จะมีขีดควำมสำมำรถในกำรรบคล้ำยหน่วยทหำรประจ ำกำร มีกำรด ำเนินกลยุทธกำรรวมอ ำนำจ กำรยิง ตลอดจนกำรพิจำรณำใช้ลักษณะภูมิประเทศให้เป็นประโยชน์อีกด้วย หรือเรียกว่ำเป็นขั้นท ำสงครำม ใหญ่ เช่น เวียดนำมเหนือใช้กองทัพบุกยึดเวียดนำมใต้ได้ผลมำแล้ว ๔. เป้ำหมำยในกำรโจมตีฐำนบิน ( TARGET VULNERABILITY ) ในกำรพิจำรณำเป้ำหมำย ซึ่งคำดว่ำ ข้ำศึกจะเข้ำท ำกำรโจมตีนั้นเป็นสิ่งส ำคัญ ฝ่ ำยป้องกันจะต้องตระหนักว่ำเป้ำหมำยบำงแห่งมีควำมอ่อนแอ ล่อแหลม และอ ำนวยคุณประโยชน์ต่อข้ำศึก ควำมจูงใจในกำรเข้ำตี ย่อมมีส่วนมำจำกควำมล่อแหลมนั้นด้วย ข้อพิจำรณำในเรื่องเป้ำหมำยที่จูงใจข้ำศึกมีดังนี้ ๔.๑ มีคุณค่ำต่อฝ่ ำยเรำ ( VALUE TO THE FRIENDLY WAR EFFORT ) ยุทโธปกรณ์ต่ำง ๆ ที่มีค่ำสูง ในกำรท ำสงครำมของฝ่ ำยเรำนั้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่ำและอ ำนวยประโยชน์ต่อข้ำศึกเช่นเดียวกัน ถ้ำข้ำศึกได้ไปก็ น ำไปใช้ประโยชน์ของตนได้ ถ้ำท ำลำยก็คุ้มค่ำ ท ำให้ขีดควำมสำมำรถของฝ่ ำยเรำในกำรท ำสงครำมด้อยถอย ก ำลังลง ยุทโธปกรณ์ดังกล่ำวนี้เป็นเป้ำหมำยที่ข้ำศึกจ้องท ำลำย หรือยึดไปเป็นของตน ๔.๒ มีคุณค่ำต่อฝ่ ำยข้ำศึก ( VALUE TO THE ENEMY WAR EFFORT ) ในบำงกรณีข้ำศึกพิจำรณำที่จะ เข้ำโจมตีต่อเป้ำหมำยเนื่องจำกมีคุณค่ำต่อฝ่ ำยตน ตัวอย่ำง เช่น กองโจรเข้ำโจมตีคลังอำวุธ เพรำะต้องกำรจะ ได้กระสุนวัตถุระเบิดไว้เพื่อเสริมก ำลังฝ่ ำยตน หรื อฝ่ ำยตนขำดแคลน และเพื่อประโยชน์ต่อกำรโจมตี เป้ำหมำยอื่นต่อไปอีก ๔.๓ มีควำมเข้ำถึงได้( ACCESSIBILITY ) เป้ำหมำยนั้นต้องอยู่ในลักษณะที่ข้ำศึกสำมำรถหรือมีขีด ควำ มสำมำรถที่จะโจมตีและท ำลำยได้ ถึงแม้ว่ำจะไม่มีเส้นทำงโจมตีที่อ ำนวยให้ก็ตำมจึงคิดว่ำเป้ำหมำยนั้น มีลักษณะควำมปลอดภัยสูง เป็นเป้ำหมำยที่ยำกต่อข้ำศึกจะเข้ำถึง จึงเกิดควำมประมำท ขำดควำมรอบคอบ และเข้มงวดในกำรรักษำควำมปลอดภัย เพรำะปรำกฏอยู่เสมอว่ำกองโจรมักจะเลือกโจมตีเป้ำหมำยที่ยำก เหล่ำนี้ เนื่องจำกมีระบบกำรป้องกันไม่ถูกต้องและเจ้ำหน้ำที่ รปภ.ประมำท ๔.๔ ง่ำยต่อกำรท ำลำย ( EASY TO DESTRUCTION ) ได้แก่เป้ำหมำยที่ธรรมชำติของมันมีลักษณะติด


๑๖ ไฟได้ดีหรือง่ำยต่อกำรท ำลำย หรือมีกำรป้องกันน้อยมำก เป็นสิ่งที่ข้ำศึกสนใจมำกกว่ำเป้ำหมำยที่ยำกต่อกำร ท ำลำย ฝ่ ำยป้องกันควรจะได้มีกำรเสริมควำมแข็งแรงต่อที่ตั้งต่ำง ๆ เหล่ำนี้เท่ำที่โอกำสจะอ ำนวยให้ ที่ตั้งใด ที่ไม่สำมำรถเสริมควำมแข็งแรงได้ก็ควรได้รับควำมสนใจเฝ้ำดูโดยใกล้ชิด เช่น อำคำรที่เป็นไม้ อำคำรเก็บ เชื้อเพลิง กระสุนวัตถุระเบิด หรืออำคำรผลิตอ๊อกซิเจน เป็นต้น แม้ว่ำเป้ำหมำยเหล่ำนี้จะไม่มีคุณค่ำสูงมำก นัก แต่ก็จะได้ผลทำงด้ำนก ำลังใจ ก่อให้เกิดควำมฮึกเหิมต่อข้ำศึก ๔.๕ มีมูลค่ำสูงมำก ( HIGH VALUE ) เป็นเป้ำหมำยที่ข้ำศึกสนใจ เป็นเป้ำหมำยที่มีรำคำแพงหำยำก เมื่อถูกท ำลำยจะท ำให้ฝ่ ำยฐำนบินเสียหำยมำก เพรำะหำทดแทนไม่ได้ หรือหำได้ก็ไม่ทันใช้งำน เป็นควำม สูญเสียที่นับว่ำมีมูลค่ำสูง จึงจ ำเป็นที่ฝ่ ำยป้องกันจะต้องทุ่มเทก ำลังในกำรป้องกัน และสร้ำงที่ก ำบังอย่ำง แข็งแรง ซึ่งถือว่ำเป็นกำรป้องกันได้อย่ำงดีที่สุดด้วย ๔.๖ มีคุณค่ำทำงจิตวิทยำ ( PHYCHOLOGICAL VALUE ) เป้ำหมำยบำงอย่ำง เมื่อถูกโจมตีแล้วจะเป็น กำรท ำลำยก ำลังใจของก ำลังรบฝ่ ำยเรำมำก จึงเป็นเป้ำหมำยที่ข้ำศึกต้องกำรท ำลำย ทั้งนี้ผลที่ได้ก็คือ กำร ท ำลำยขวัญ เช่นกำรลอบสังหำรผู้บังคับบัญระดับสูงสุดของหน่วย นับว่ำเป็นกำรได้ชัยชนะทำงด้ำนจิตวิทยำ ซึ่งเป็นชัยชนะประกำรหนึ่งที่ประหยัดและส่งผลไปถึงกำรรบเป็นส่วนรวมของฝ่ ำยป้องกันด้วย ๕. กำรวิเครำะห์ขีดควำมสำมำรถของข้ำศึก ( ENEMY THREAT ANALYSIS ) กำรวิเครำะห์ขีด ควำมสำมำรถของข้ำศึกจะให้ประโยชน์ในกำรวำงแผนป้องกันฐำนบินเป็นอย่ำงยิ่งในกำรที่จะก ำหนด ก ำลัง อำวุธ ยุทโธปกรณ์ และแนวควำมคิดในกำรปฏิบัติให้เหมำะสมกับภำรกิจที่มีอยู่ ทั้งยังเป็นเครื่องตรวจสอบขีด ควำมสำมำรถของฝ่ ำยเรำต่อกำรปฏิบัติหน้ำที่ด้วย กำรวิเครำะห์จะกระท ำได้ด้วยกำรอำศัยข้อมูลเกี่ยวกับ ขนำดของหน่วย กิจกรรม ที่ตั้ง เอกลักษณ์ของหน่วย เวลำที่เห็นข้ำศึก ตลอดจนอำวุธยุทโธปกรณ์ที่ข้ำศึกมีใช้ นอกจำกนี้กำรวิเครำะห์ขีดควำมสำมำรถของข้ำศึกจะท ำให้สำมำรถมองเห็นข้อได้เปรียบเสียเปรียบของข้ำศึก อีกด้วย กำรรู้ขีดควำมสำมำรถของข้ำศึกนั้นเป็นสิ่งจ ำเป็น โดยเฉพำะขีดควำมสำมำรถ จุดอ่อนและนิสัยใจคอ ข่ำวกรองที่ได้รับจำกกำรรวบรวมนั้น มีมำกมำยหลำยด้ำน แต่ผู้ซึ่งมีหน้ำที่ในกำรป้องกันฐำนบินควรจะ พิจำรณำได้ว่ำข่ำวใดมีประโยชน์บ้ำง ทั้งนี้เพื่อให้แผนนั้นมีควำมสมบูรณ์ เมื่อมีควำมจ ำเป็นต้องวิเครำะห์ ขีดควำมสำมำรถของข้ำศึกแล้ว ควรทรำบหัวข้อส ำคัญดังนี้ ๕.๑ ขนำดของหน่วย ( SIZE ) ได้แก่หน่วยปฏิบัติกำรของข้ำศึกที่ปฏิบัติกำรอยู่ในพื้นที่ เป็นหน่วยขนำด ใด ระดับกรม กองพัน กองร้อย หมวด หรือหน่วยปฏิบัติกำรขนำดเล็ก เพื่อฝ่ ำยป้องกันจะได้เตรียมกำรตอบโต้ ได้เหมำะสม และเป็นประโยชน์ต่อกำรเขียนสมมุติฐำนในกำรวำงแผนป้องกัน ๕.๒ กิจกรรม ( ACTIVITIES ) กิจกรรมของข้ำศึกทั้งปัจจุบันและอดีตนับว่ำเป็นสิ่งส ำคัญ กิจกรรมของ ข้ำศึกในอดีตท ำให้มองเห็นภำพในอนำคต พฤติกรรมของข้ำศึกในระยะเวลำใกล้เคียงเป็นอย่ำงไร เกียจคร้ำน หรือกระตือรือร้นในเรื่องใดบ้ำง ปฏิบัติงำนด้ำนจำรกรรม หรือก่อวินำศกรรมบ้ำงหรือไม่ กำรโจมตีฝ่ ำยเรำครั้ง สุดท้ำยด้วยหน่วยขนำดใด มีกำรซุ่มโจมตีในพื้นที่ มีกำรคุกคำมประชำชน มีกำรยิงอำวุธจำกภำยนอกเข้ำมำ หรือมีกำรเคลื่อนไหวใกล้ฐำนบินหรือไม่ และห้วงระยะเวลำใดบ้ำงที่ข้ำศึกปฏิบัติกำร เป็นต้น


๑๗ ๕.๓ ที่ตั้ง ( LOCATION ) หมำยถึงต ำบลที่ข้ำศึกวำงก ำลังอยู่ เมื่อฝ่ ำยเรำทรำบว่ำข้ำศึกตั้งก ำลังอยู่ที่ใด ท ำให้ฝ่ ำยเรำประมำณกำรณ์ได้ว่ำก่อนที่ข้ำศึกจะเข้ำโจมตีฝ่ ำยเรำ ข้ำศึกจะต้องใช้เวลำเคลื่อนที่นำนเท่ำไร และฝ่ ำยเรำสำมำรถที่จะพิจำรณำได้ว่ำฝ่ ำยเรำอยู่ในรัศมีกำรยิงของอำวุธฝ่ ำยข้ำศึกหรือไม่ ในขณะเดียวกัน ก็สำมำรถพิจำรณำได้ว่ำ ข้ำศึกอยู่ในรัศมีที่ฝ่ ำยเรำจะท ำกำรยิงรบกวนหรือยิงกั้นกำงได้หรือไม่ นอกจำกนั้น แล้วที่ตั้งของข้ำศึกยังท ำให้ฝ่ ำยเรำสำมำรถทรำบได้อีกว่ำ ข้ำศึกน่ำจะใช้เส้นทำงไหนเป็นเส้นทำงเข้ำตี ๕.๔ ชื่อเสียงของหน่วย ( UNIT IDENTITY ) หมำยถึงประวัติ พฤติกรรมและคุณลักษณะเฉพำะของ หน่วยข้ำศึก จะท ำให้สำมำรถคำดคะเนกำรปฏิบัติต่อฝ่ ำยเรำได้ เช่น ข้ำศึกที่มีประวัติกำรรบอย่ำงขลำดกลัว กำรคุกคำมที่จะกระท ำต่อฐำนบินย่อมไม่ห้ำวหำญ หรือรุนแรงเหมือนกับข้ำศึกที่ได้เคยมีประวัติกำรรบอย่ำง โชกโชน และประสบควำมส ำเร็จในกำรรบครั้งนั้น ๆ มำแล้ว ๕.๕ เวลำที่พบ ( TIME OF SIGHTING ) เวลำที่เกี่ยวกับข่ำวสำรของข้ำศึกนั้น ถือว่ำเป็นสิ่งส ำคัญ กำร มองเห็นข้ำศึกเคลื่อนที่ห่ำงจำกฐำนบินประมำณ ๓๐ กม. ในตอนแรกมิอำจคิดว่ำสถำนกำรณ์ยังไม่ถึงขั้น รุนแรง แต่ถ้ำเมื่อวันวำนนี้เรำมองเห็นข้ำศึกก ำลังเคลื่อนที่เข้ำมำตำมเส้นทำงของฝ่ ำยเรำ พร้อมทั้งมีอำวุธ หนัก และจรวด ในลักษณะนี้ถือว่ำข้ำศึกมีเวลำที่จะโจมตีฝ่ ำยเรำได้ในไม่ช้ำ และก ำลังจะเป็นอันตรำยต่อ ฐำนบินอย่ำงยิ่ง เวลำที่พบข้ำศึกจึงเป็นเครื่องเสริมกำรประมำณสถำนกำรณ์ได้ดียิ่ง พอที่จะคำดคะเนว่ำ โอกำสและเวลำใดที่ข้ำศึกจะเข้ำโจมตีฐำนบินได้อย่ำงใกล้เคียงที่สุด ๕.๖ ยุทโธปกรณ์( EQUIPMENT ) หมำยถึงอำวุธเครื่องมือสื่อสำร ยำนพำหนะ ยำรักษำโรค เสบียง เป็น ต้น ฝ่ ำยเรำจ ำเป็นต้องทรำบว่ำข้ำศึกมีอำวุธยุทโธปกรณ์อะไรบ้ำง ถ้ำข้ำศึกมีแต่อำวุธประจ ำกำย ขีด ควำมสำมำรถของข้ำศึกก็จะอยู่ระดับหนึ่ง แต่ถ้ำข้ำศึกมีอำวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอำนุภำพสูงก็อำจท ำให้ขีด ควำมสำมำรถในกำรโจมตีของข้ำศึกนั้นสูงขึ้นไปด้วย นอกจำกนั้นฝ่ ำยเรำจะต้องพิจำรณำถึงเรื่องกำรล ำเลียง ขนส่ง กำรติดต่อสื่อสำร เครื่องมือในกำรสังเกตกำรณ์ อุปกรณ์กำรแพทย์และเสบียงอำหำรอื่น ๆ ด้วยซึ่งจะท ำ ให้คำดกำรณ์ได้ว่ำข้ำศึกน่ำจะน ำเข้ำมำใช้โจมตีฝ่ ำยเรำอย่ำงไร ๖. ข้อได้เปรียบและเสียเปรียบของข้ำศึก ( ADVANTAGES AND DISADVANTAGE OF AN ENEMY ) ใน กำรปฏิบัติกำรโจมตีฐำนบิน ข้ำศึกย่อมมีทั้งข้อได้เปรียบและเสียเปรียบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศและ เหตุกำรณ์ โดยกำรน ำเอำก ำลังและควำมได้เปรียบของฝ่ ำยข้ำศึกและฝ่ ำยเรำมำเปรียบเทียบกันและให้ถือว่ำ ควำมได้เปรียบของข้ำศึกเป็นควำมเสียเปรียบของฝ่ ำยเรำ และควำมได้เปรียบของฝ่ ำยเรำเป็นควำม เสียเปรียบของข้ำศึก ๖.๑ ข้อได้เปรียบของข้ำศึก ( ENEMY ADVANTAGES ) ในกำรวำงแผนป้องกันจะต้องพิจำรณำควำม ได้เปรียบของข้ำศึกอย่ำงรอบคอบ เพรำะว่ำควำมได้เปรียบของข้ำศึกเป็นควำมเสียเปรียบของฝ่ ำยเรำ ควำม ได้เปรียบบำงอย่ำงของข้ำศึกที่มีได้แก่ ๖.๑.๑ กำรเลือกเวลำ ( CHOICE OF TIME ) ข้ำศึกที่พยำยำมจะเข้ำโจมตีฐำนบินนั้นมักจะเลือกเวลำของ กำรเข้ำตีให้ได้เปรียบต่อฝ่ ำยเรำ ซึ่งในกำรปฏิบัติดังกล่ำว ข้ำศึกจะเลือกเวลำที่จะท ำให้เกิดกำรจู่โจม


๑๘ และกำรซ่อนพรำงอย่ำงมำกที่สุด ด้วยเหตุผลนี้เองก ำลังฝ่ ำยเรำจึงต้องอยู่ในสภำพพร้อมรบเป็นพิเศษ ในช่วง ระยะเวลำที่ทัศนวิสัยจ ำกัด เช่น ฝนตกหนัก,หมอกจัด,เดือนมืด เวลำเปลี่ยนเวรยำม หรือใกล้เวลำจะถอนเวร ยำมตอนเช้ำ เป็นต้น ในช่วงเวลำดังกล่ำวข้ำศึกอำจจะเลือกเวลำดังกล่ำวเหล่ำนั้นเข้ำโจมตี โดยคำดว่ำฝ่ ำย เรำไม่ค่อยจะสนใจต่อกำรปฏิบัติหน้ำที่มำกนัก จึงถือว่ำเป็นช่วงเวลำที่ฝ่ ำยเรำมีจุดอ่อน ฉะนั้นกำรวำงแผน เพื่อหมุนเวียนก ำลัง จนท.รักษำกำรณ์ กำรถอนก ำลัง จนท.รักษำกำรณ์ จึงต้องด ำเนินกำรด้วยควำมรอบคอบ และเป็นควำมลับอย่ำงที่สุด เพื่อมิให้ฝ่ ำยข้ำศึกทรำบข่ำวเหล่ำนี้ได้ ๖.๑.๒ กำรเลือกเส้นทำง ( CHOICE OF APPROACH ) เนื่องจำกฐำนบินแต่ละแห่งมีพื้นที่ กว้ำงขวำงมำก มีเส้นทำงเข้ำสู่หลำยเส้นทำง ข้ำศึกจึงมีโอกำสเลือกเส้นทำงได้ง่ำย โดยเฉพำะเส้นทำงที่ เกื้อกูล มีจุดอ่อน ยำกที่จะป้องกัน เป็นกำรเปิดโอกำสให้ข้ำศึกเลือกพื้นที่กำรรบได้ตำมต้องกำร ยิ่งข้ำศึกมี กำรปกปิดก ำบังอย่ำงดีก็ยิ่งท ำให้ยำกต่อกำรป้องกันซึ่งถือว่ำเป็นจุดอ่อนของฝ่ ำยเรำ ดังนั้นฝ่ ำยป้องกันจะต้อง คอยตรวจสอบเสมอว่ำหนทำงเข้ำโจมตีของข้ำศึกควรจะเป็นทิศทำงใด และจะต้องพยำยำมไม่ให้มีจุดอ่อน เหลืออยู่เป็นอันขำด ๖.๑.๓ ควำมคล่องตัว ( MOBILITY ) ข้ำศึกมีควำมสำมำรถเคลื่อนที่ได้เร็ว เนื่องจำกเป็นหน่วย ขนำดเล็ก จึงสำมำรถเคลื่อนที่ ได้ง่ำย รวดเร็ว คล่องตัว ไม่ว่ำจะเป็นกำรจู่โจมเข้ำตี หรือถอนตัวนับว่ำเป็น ควำมได้เปรียบอีกประกำรหนึ่งของข้ำศึกที่มีเหนือฝ่ ำยเรำ ข้ำศึกอำจจะเข้ำตีเมื่อไรและที่ไหนตำมต้องกำร หรือข้ำศึกอำจจะไม่เข้ำตี และถอนตัวไปอยู่ ณ ต ำบลที่คำดคิดว่ำปลอดภัยก็ได้ เป็นควำมคล่องตัวของข้ำศึก ที่ต้องเคลื่อนที่อยู่เสมอ จะเข้ำโจมตีได้ทุกเวลำและสถำนที่ ๆ ต้องกำรที่เห็นว่ำได้เปรียบแล้วก็ถอนตัวหนีไป ปกติข้ำศึกเป็นหน่วยประเภทจรยุทธอยู่แล้วต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลำ ประกอบกับมีผู้น ำที่เข้มแข็ง ท ำให้หน่วย มีระเบียบวินัย ๖.๑.๔ ควำมพร้อมในตอนเริ่มต้นกำรรบ ( MAXIMUM PREPARENESS AT THE START OF BATTLE ) เป็นกำรเตรียมตัวอย่ำงดีที่สุดในกำรเข้ำโจมตึต่อเป้ำหมำย เพรำะข้ำศึกจะมีภำรกิจเดียว มีเวลำ มำกมำยในกำรฝึกซ้อม ในขณะเดียวกันฝ่ ำยป้องกันมีพื้นที่กว้ำงขวำงที่จะต้องป้องกันรักษำและจ ำเป็นต้อง กระจำยก ำลังออกไปท ำกำรป้องกันทุกด้ำนท ำให้กำรป้องกันขำดควำมมั่นคง และภำรกิจของฐำนบินก็ไม่ใช่ เพียงกำรป้องกันตนเองให้รอดพ้นจำกกำรโจมตีของฝ่ ำยข้ำศึกแต่เพียงอย่ำงเดียว แต่จะต้องปฏิบัติภำรกิจ ด้ำนอื่น ๆ อีกมำก จึงอำจท ำให้กำรป้องกันลดประสิทธิภำพลงได้ ๖.๑.๕ กำรจูงใจก ำลังพลอย่ำงสูงสุด ( MAXIMUM MOTIVATION ) ควำมได้เปรียบอีกประกำร หนึ่งของข้ำศึกคือ กำรจูงใจอย่ำงสูงสุดท ำให้ข้ำศึกมีควำมมั่นใจว่ำก ำลังที่จะปฏิบัติกำรรบนั้นอยู่ในสภำพ พร้อมรบและได้รับกำรจูงใจอย่ำงสูงสุด ในตอนเริ่มต้นของกำรเข้ำตี ด้วยกำรน ำของผู้น ำที่ได้รับกำรอบรม เป็นอย่ำงดีมำแล้ว สำมำรถชักจูงให้ก ำลังพลในชุดปฏิบัติกำรเกิดควำมฮึกเหิม ห้ำวหำญต่อกำรปฏิบัติภำรกิจ ขณะเดียวกันฝ่ ำยป้องกันก็พร้อมอยู่ตลอดเวลำ แต่ไม่อำจทรำบได้ว่ำกำรโจมตีจำกฝ่ ำยข้ำศึกจะเกิดเมื่อใด เมื่อเวลำผ่ำนไปเป็นเวลำนำนโดยไม่มีเหตุกำรณ์อะไร จะเกิดควำมไม่พร้อม และมีควำมประมำทขึ้น


๑๙ ๖.๑.๖ กำรฝึกซ้อมให้เหมำะสมกับกำรยุทธแต่ละครั้ง ( ADEQUATE REHEARSAL FOR SPECIAL BATTLE ) กำรวำงแผนที่ดีและท ำกำรฝึกซ้อมให้พร้อมอยู่เสมอ จนถึงขั้นไม่ต้องใช้เครื่องมือสื่อสำร เลย ซึ่งถือว่ำเป็นควำมได้เปรียบของข้ำศึกอีกประกำรหนึ่ง ในกำรปฏิบัติถ้ำมีกำรฝึกซ้อมอย่ำงถึงขนำดแล้วไม่ จ ำเป็นต้องใช้เครื่องมือสื่อสำร ซึ่งท ำให้ฝ่ ำยระวังป้องกันไม่ทรำบเวลำล่วงหน้ำในกำรเข้ำตีส ำหรับฝ่ ำยตั้งรับ เองนั้นต้องอำศัยกำรติดต่อสื่อสำรแทนทั้งสิ้นเพื่อใช้ในกำรก ำหนดเวลำและสถำนที่ในกำรปฏิบัติสั่งกำร ควบคุมบังคับบัญชำแม้ว่ำจุดอ่อนนี้ฝ่ ำยป้องกันจะได้พยำยำมแก้ไขให้น้อยลงและซักซ้อมให้ดีขึ้นเพื่อขจัดข้อ ยุ่งยำกให้หมดสิ้นไปก็ตำมแต่ก็ไม่สำมำรถฝึกซ้อมได้ทุกพื้นที่และสมบูรณ์เท่ำกับฝ่ ำยเข้ำตีซึ่งซ้อมไว้เพื่อปฏิบัติ เฉพำะพื้นที่เดียว ๖.๒ ข้อเสียเปรียบของข้ำศึก(ENEMY DISADVANTAGES)ในโอกำสเดียวกันที่ข้ำศึกเข้ำโจมตีฐำนบิน ข้ำศึก ย่อมมีข้อเสียเปรียบฝ่ ำยตั้งรับอยู่หลำยประกำรและถือว่ำเป็นจุดอ่อนของข้ำศึกขณะนั้นซึ่งได้แก่เรื่องต่อไปนี้ ๖.๒.๑ จะตกเป็นเป้ำหมำยกำรยิงอย่ำงรุนแรง ข้ำศึกจะตกเป็นเป้ำหมำยที่ฝ่ ำยป้องกันจะท ำกำรยิง อย่ำงรุนแรงทันทีที่ข้ำศึกปรำกฏตัว โดยเฉพำะในโอกำสที่ท ำกำรแทรกซึมเข้ำฐำนบินด้วยกำรท ำลำยเครื่อง กีดขวำงของฐำนบิน เช่น รั้ว เครื่องป้องกันต่ำง ๆ ก็จะถูกตอบโต้จำกฝ่ ำยป้องกันทันทีอย่ำงรุนแรง ๖.๒.๒ กำรด ำเนินกลยุทธกระท ำได้ยำก ฝ่ ำยข้ำศึกไม่มีโอกำสที่จะด ำเนินกลยุทธได้เลย ทั้งนี้ เนื่องจำกเวลำที่จ ำกัดและก ำลังพลมีจ ำนวนน้อย จึงต้องมุ่งไปท ำลำยอำวุธยุทโธปกรณ์แล้วรีบถอนตัวก่อนที่ จะโดนปิดล้อม ฝ่ ำยป้องกันจึงมีโอกำสที่จะด ำเนินกลยุทธได้โดยใช้ก ำลังคน อำวุธ ที่เหนือกว่ำให้เป็น ประโยชน์ได้ ๖.๒.๓ ต้องท ำกำรถอนตัวอย่ำงรวดเร็ว ในโอกำสที่ข้ำศึกสำมำรถเข้ำสู่ฐำนบินได้ ต้องรีบปฏิบัติตำม แผนเพื่อท ำลำยเป้ำหมำยทันที ไม่ว่ำภำรกิจนั้นจะส ำเร็จหรือไม่ก็ตำมแล้วรีบถอนตัว และในโอกำสเดียวกัน เมื่อฝ่ ำยป้องกันทรำบกำรเข้ำมำของข้ำศึกก็จะท ำกำรตอบโต้ ในกรณีนี้ข้ำศึกก็จ ำเป็นต้องถอนตัวเช่นกัน ซึ่ง เป็นไปตำมแผนที่ตนวำงไว้ ลักษณะของกำรมุ่งที่จะถอนตัวอย่ำงเดียวเพื่อหนีเอำตัวรอดนั้น จะท ำให้เกิด จุดอ่อนในกำรป้องกันตัวเอง ๖.๒.๔ มีควำมช ำนำญภูมิประเทศในฐำนบินน้อย แม้ก่อนกำรโจมตีฝ่ ำยข้ำศึก จะได้ท ำกำร ลำดตระเวนจำกแผนที่และมีกำรหำข่ำวอย่ำงละเอียดเกี่ยวกับฐำนบินมำแล้วก็ตำม แต่ก็ยังไม่สำมำรถทรำบ รำยละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่ในฐำนบินได้อย่ำงถ่องแท้ ยิ่งกำรปฏิบัติในครั้งนั้นต้องประสบกับสภำพอำกำศเลว คืนเดือนมืด สภำพทัศนวิสัยจ ำกัด จะยิ่งเป็นอุปสรรคในกำรเคลื่อนไหวและกำรมองเห็นเป็นอย่ำงมำก ท ำให้ ภำพที่มองเห็นไม่ตรงกับที่ตนได้ลำดตระเวน หรือได้ข่ำวมำท ำให้เกิดจุดอ่อนแก่ฝ่ ำยตนมำกยิ่งขึ้น ๖.๒.๕ มีควำมแม่นย ำในกำรใช้อำวุธน้อย ในกรณีที่ข้ำศึกโจมตีโดยกำรใช้อำวุธยิงจำกภำยนอก โดยเฉพำะกำรใช้อำวุธกระสุนวิถีโค้ง กำรยิงประเภทนี้จ ำเป็นต้องมีผู้ตรวจกำรณ์หน้ำ แต่กองโจรนั้นไม่ สำมำรถจะจัดผู้ตรวจกำรณ์หน้ำคอยปรับกำรยิง ย่อมท ำให้กำรยิงไม่แม่นย ำ หรือยิงไม่ถูกสถำนที่ส ำคัญ ๆ ใน กรณีนีข้ำศึกมักจะใช้กำรยิงตำมแนวยำวของสนำมบินและมักจะอำศัยหอบังคับกำรบิน เสำอำกำศวิทยุถังน ้ำ


๒๐ ประปำ เป็นแนวเปรียบเทียบในกำรยิงเสมอ หรือแม้ว่ำข้ำศึกจะสำมำรถบุกเข้ำฐำนบินได้ก็ต้องรีบท ำ กำรยิง ทัศนวิสัยก็ไม่เอื้ออ ำนวยต้องรีบถอนตัว จึงไม่มีโอกำสที่จะท ำกำรยิงให้แม่นย ำได้ ๖.๓ ควำมได้เปรียบของฝ่ ำยเรำ ( FRIENDLY ADVANTAGES ) ในกรณีที่ฝ่ ำยเรำเป็นฝ่ ำยตั้งรับหรือ ก ำลังระวังป้องกันนั้น ย่อมมีควำมได้เปรียบฝ่ ำยข้ำศึกอยู่หลำยประกำร โดยควำมได้เปรียบเหล่ำนี้มีดังนี้คือ ๖.๓.๑ ควำมเคยชินกับสนำมรบ ( FAMILIAR BATTLE FIELD ) เมื่อมีกำรคุกคำมจำกข้ำศึก สนำม รบนั้นถือเสมือนเป็นบ้ำนของฝ่ ำยตั้งรับ ซึ่งฝ่ ำยตั้งรับหรือก ำลังระวังป้องกันจะต้องทรำบลักษณะพื้นที่ของตน ดีกว่ำฝ่ ำยเข้ำตี ดังนั้นก ำลังป้องกันจึงสำมำรถซักซ้อมกำรรบในสนำมจริง ๆ ได้ เพรำะทรำบเส้นทำง ภูมิ ประเทศ สิ่งก ำบัง ที่ซ่อนพรำง เครื่องกีดขวำง และแผนกำรรบต่ำง ๆ ซึ่งฝ่ ำยตั้งรับย่อมมีควำมเคยชินอยู่แล้ว ๖.๓.๒ กำรเตรียมกำรรบ ( BATTLE FIELD PREPARATION ) เนื่องจำกฝ่ ำยตั้งรับมีโอกำสที่เข้ำไป อยู่ในพื้นที่แห่งนั้นก่อน จึงสำมำรถที่จะเตรียมสนำมรบให้อยู่ในสภำพที่ได้เปรียบฝ่ ำยตรงข้ำมอย่ำงมำกที่สุด ฝ่ ำยตั้งรับสำมำรถที่จะยึดต ำบลหลักหรือที่มั่นอันแข็งแรงไว้ได้ สำมำรถที่จะวำงเครื่องกีดขวำงเตรียมแผนกำร ยิง และเตรียมที่มั่นในกำรต่อสู้ไว้ได้อย่ำงเรียบร้อยก่อนที่ฝ่ ำยเข้ำตีจะเข้ำโจมตี ๖.๓.๓ กำรระวังป้องกันที่มั่น ( PROTECTED POSITIONS ) เป็นควำมได้เปรียบอย่ำงมำกที่สุดของ ฝ่ ำยเรำ เพรำะกำรปฏิบัติกำรรบกระท ำภำยในที่มั่นซึ่งได้รับกำรระวังป้องกันเป็นอย่ำงดี ส่วนฝ่ ำยข้ำศึกนั้น จะต้องพยำยำมหำที่ก ำบังเพื่อให้รอดพ้นจำกกำรยิงของฝ่ ำยเรำ และถ้ำฝ่ ำยข้ำศึกมีควำมมุ่งหมำยที่จะยึดที่ ก ำบังหรือที่มั่นของฝ่ ำยเรำให้ได้ ข้ำศึกจะต้องบำดเจ็บ และล้มตำยอย่ำงมำกทีเดียว ๖.๓.๔ ควำมพร้อมในเรื่องกำรส่งก ำลังบ ำรุง ( LOGISTICAL PREPARATION ) กำรสนับสนุน ทำงกำรส่งก ำลังบ ำรุงนั้นฝ่ ำยระวังป้องกันจะได้รับกำรเกื้อกูลเป็นอย่ำงมำก เพรำะอยู่ในพื้นที่ของตนเอง กำร ตอบสนองควำมต้องกำรเป็นไปด้วยควำมสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย ตรงกันข้ำมฝ่ ำยข้ำศึกจะต้องน ำติดตัว ไปในขณะปฏิบัติกำรรบไม่ว่ำจะเป็นอำวุธ,กระสุน,เสบียงอำหำร,ยำรักษำโรค ฯลฯจ ำนวนที่ติดตัวไปก็เพียง เล็กน้อยแต่ฝ่ ำยตั้งรับมีโอกำสที่จะสะสมเสบียงอำหำรไว้ในคลัง แม้กระทั่งยุทโธปกรณ์ต่ำง ๆ ซึ่งไม่สำมำรถ จะน ำติดตัวไปได้เมื่อจ ำเป็นก็สำมำรถหำได้ในที่ตั้งรับของตน ๖.๓.๕ เวลำ ( TIME ) เมื่อพูดถึงเรื่องควำมยำวนำนของกำรสู้รบแล้ว เวลำย่อมเป็นของฝ่ ำยที่ ด ำเนินกำรตั้งรับ เวลำจะเปิดโอกำสให้ฝ่ ำยตั้งรับเพิ่มเติมก ำลังได้ทัน ในทำงตรงกันข้ำมฝ่ ำยข้ำศึกนั้นจ ำกัด ด้วยเรื่องเวลำ โดยเฉพำะในเรื่องกำรส่งก ำลังบ ำรุง เมื่อแสงสว่ำงเพิ่มขึ้นกำรซ่อนพรำงก็ย่อมน้อยลงท ำให้ ข้ำศึกจ ำเป็นต้องปฏิบัติกำรเข้ำตีอย่ำงเร่งด่วน แล้วรีบถอนตัวออกไปจำกระยะหวังผลของกำรท ำลำยของฝ่ ำย ตั้งรับ ถ้ำข้ำศึกไม่สำมำรถก ำหนดเวลำกำรปฏิบัติให้แน่นอนได้ ข้ำศึกจะต้องเผชิญกับกำรยิงอย่ำงรุนแรงและ หนักหน่วงที่สุด จำกฝ่ ำยตั้งรับหรือฝ่ ำยระวังป้องกัน และในโอกำสนี้เองจะท ำให้ข้ำศึกต้องประสบกับควำม สูญเสียอย่ำงมำกที่สุดด้วย ๖.๓.๖ พื้นที่ปฏิบัติกำรที่ปลอดภัย ( SAFE ENVIRONMENT SAFE AREA ) ก ำลังป้องกันฐำนบิน นั้นมีพื้นที่ปฏิบัติกำรที่ปลอดภัย นอกจำกนั้นแล้วยังมีสิ่งอ ำนวยควำมสะดวกต่ำง ๆ เช่น สถำนที่รักษำ-


๒๑ พยำบำล อำคำรที่พัก ที่ส่งก ำลังบ ำรุงเพิ่มเติม สถำนที่ส ำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และสิ่งบ ำรุงควำมสุขอื่น ๆ อีกเป็นจ ำนวนมำก ส ำหรับข้ำศึกอำจจะเตรียมพื้นที่ที่ปลอดภัยเพื่อปฏิบัติกำรรบ แต่เมื่อข้ำศึกต้องปฏิบัติกำร เข้ำตีก็จะต้องละทิ้งพื้นที่แห่งนั้นไปเสีย ซึ่งในลักษณะอย่ำงนี้จะเห็นได้ชัดว่ำก ำลังของฝ่ ำยเรำได้เปรียบข้ำศึก อยู่มำก ๗. ลักษณะกำรคุกคำมของข้ำศึกต่อฐำนบิน (CHARACTERISTIC OF ENEMY THREATS ) กำรคุกคำม ของข้ำศึกที่มีต่อฐำนบินนั้น ส่วนใหญ่มีควำมมุ่งหมำยเพื่อจะท ำลำยก ำลังทำงอำกำศของฝ่ ำยเรำ มิให้ สำมำรถปฏิบัติกำรโจมตีต่อข้ำศึกได้ หรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ไปปฏิบัติภำรกิจได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ฐำนบิน อำจถูกโจมตีด้วยกำรปฏิบัติของข้ำศึกซึ่งอำจแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ ข้ำศึกต้องกำรเข้ำไปในฐำนบินและ ข้ำศึกไม่ต้องกำรเข้ำไปในฐำนบิน ๗.๑ ข้ำศึกต้องกำรเข้ำไปในฐำนบิน ข้ำศึกอำจจะปฏิบัติกำรได้โดย ๗.๑.๑ กำรโจรกรรม ( PILFERAGE ) เป็นวิธีกำรหนึ่งที่ข้ำศึกอำจจะปฏิบัติโดยกำรลอบเข้ำไป หรือ แทรกซึมเข้ำฐำนบินเพื่อขโมยอุปกรณ์ส ำคัญต่ำง ๆ ที่อ ำนวยควำมสะดวกในกำรบิน หรือในกำรปฏิบัติงำน อื่น ๆ ภำยในฐำนบิน อำจท ำให้เกิดผลเสียต่อภำรกิจกำรบินหรือภำรกิจในกำรรักษำควำมปลอดภัยต่อฐำนบิน ได้ แม้อุปกรณ์บำงอย่ำงจะไม่มีผลกระทบต่อกำรปฏิบัติของก ำลังทำงอำกำศ แต่ก็ถือได้ว่ำเป็นกำรบ่อน ท ำลำยทำงอ้อมได้ประกำรหนึ่ง ๗.๑.๒ กำรก่อวินำศกรรม (SABOTAGE ) กำรก่อวินำศกรรมเป็นยุทธวิธีมูลฐำนของยุทธวิธีทั้งปวงที่ ฝ่ ำยตรงข้ำมนิยมใช้ เพรำะกำรก่อวินำศกรรมจะกระท ำต่อเป้ำหมำยใดก็ได้ ท ำอย่ำงปกปิดได้ง่ำยที่สุด และ ได้ผลดีเยี่ยมด้วย กำรปฏิบัติของข้ำศึกอำจตั้งระเบิดเวลำไว้ในสถำนที่ที่ใดที่หนึ่งก็ได้ เมื่อชนวนจุดจะท ำให้ เกิดประกำยไฟจนถึงขั้นเกิดเพลิงไหม้ก่อให้เกิดควำมเสียหำยต่อฐำนบินอย่ำงรุนแรง โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกำร จ้ำงแรงงำนจำกภำยนอกเข้ำไปท ำงำนในฐำนบิน จ ำเป็นต้องมีมำตรกำรในกำรคัดเลือกคนเข้ำท ำงำน ต้องมี กำรควบคุมและก ำหนดเขตห้ำมเข้ำไว้อย่ำงเคร่งครัดก็จะช่วยลดอันตรำยจำกกำรก่อวินำศกรรมลงได้บ้ำง ๗.๑.๓ กำรจำรกรรม (ESPIONAGE ) วิธีง่ำยและปลอดภัยที่สุดในกำรหำข่ำวของฝ่ ำยตรงข้ำมได้แก่ กำรฟังกำรสนทนำที่ขำดควำมระมั ดระวัง บุคคลโดยมำกชอบพูดเรื่องกำร รปภ.โดยไม่ได้ค ำนึงถึงผลที่จะเกิด ตำมมำภำยหลัง ฝ่ ำยตรงข้ำมจะรวบรวมข่ำวสำรด้วยวิธีกำรอันเฉลียวฉลำด เช่นใช้วิธีกำรขโมย หรือซื้อข่ำว จำกข้ำรำชกำรทหำร หรือลูกจ้ำงคนงำนในฐำนบิน กำรคัดลอกเอกสำรส ำคัญ ผลงำนกรรมวิธี ยุทโธปกรณ์ ของฐำนบิน หรือแบบกำรท ำงำนในฐำนบิน เช่น เวลำเปลี่ยนเวร – ยำม เวลำตรวจของรถสำยตรวจยำนยนต์ กำรขึ้นฝึกบินของ บ.และ ฮ. ที่ตั้งเป้ำหมำยส ำคัญ บ.และ ฮ.ที่จอดในลำนจอด คลังอำวุธ – กระสุน เชื้อเพลิง เส้นทำงเข้ำ –ออก จุดล่อแหลมต่ำง ๆ ของฐำนบิน สิ่งเหล่ำนี้จะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ ำยตรงข้ำม ในกำรน ำมำ พิจำรณำวำงแผนลอบเข้ำโจมตีฐำนบินต่อไป ๗.๑.๔ กำรลอบสังหำร ( ASSASSINATION ) กำรลอบสังหำรอำจกระท ำกำรลอบสังหำรอย่ำงเดียว หรือประกอบกำรปฏิบัติอย่ำงอื่น เช่น ลอบสังหำรแล้วลอบเข้ำไปก่อวินำศกรรมในฐำนบิน โดยไม่ให้เจ้ำหน้ำที่


๒๒ ในฐำนบินทรำบ กำรลอบสังหำรอย่ำงเดียวนั้นเป็นกำรปฏิบัติเพื่อกำรข่มขู่ และเป็นกำรท ำลำยขวัญของ เจ้ำหน้ำที่ในฐำนบินให้เกิดควำมกลัว ท ำให้ละทิ้งหน้ำที่เวร – ยำมหรือท ำให้ต้องเพิ่มเวร – ยำมมำกขึ้น เท่ำกับเป็นกำรบ่อนท ำลำยของข้ำศึกที่ได้ผล กำรลอบสังหำรประกอบกับกำรลอบเข้ำไปก่อวินำศกรรมนั้นฝ่ ำย ข้ำศึกมักจะปฏิบัติวิธีนี้ เพรำะส่วนใหญ่แล้วกำรเข้ำโจมตีฐำนบินนั้น ข้ำศึกพยำยำมซ่อนเร้นกำรปฏิบัติกำรดี ที่สุด กำรลอบสังหำรเจ้ำหน้ำที่เวร – ยำม เพื่อลอบเข้ำก่อวินำศกรรมในฐำนบินจึงเป็นสิ่งประสงค์ของฝ่ ำย ข้ำศึกเป็นอย่ำงยิ่งที่จะปฏิบัติเช่นนี้ ๗.๑.๕ กำรลอบเข้ำโจมตีโดยชุดปฏิบัติกำรพิเศษ ( SAPPER RAID ) กำรลอบเข้ำเขตฐำนบินโดยชุด ปฏิบัติกำรพิเศษเป็นกำรปฏิบัติของชุดปฏิบัติกำรที่ได้รับกำรฝึกมำอย่ำงดีแล้ว มีควำมแข็งแกร่งอดทน ลอบ เข้ำฐำนบินในลักษณะปกปิดซ่อนเร้น โดยอำศัยทัศนวิสัยเลว ท ำกำรเล็ดลอดเข้ำไปในฐำนบิน และจะมุ่งเข้ำ หำเป้ำหมำยส ำคัญตำมแผนที่วำงไว้แล้ว จัดกำรท ำลำยสิ่งส ำคัญเหล่ำนั้น เช่น เครื่องบิน คลังเชื้อเพลิง คลัง กระสุนและวัตถุระเบิด กำรปฏิบัติกำรของหน่วยนี้มักเป็นกำรเสียสละอย่ำงสูง เพื่อให้ได้ผลตำมต้องกำร แม้ ตนเองจะเสี่ยงต่อกำรเสียชีวิตก็ตำม หำกจ ำเป็นชุดปฏิบัติกำรพิเศษนี้อำจจะท ำกำรลอบสังหำรเจ้ำหน้ำที่เวร – ยำม และพยำยำมเล็ดลอดเข้ำไปท ำลำย บ.ซึ่งเป็นเป้ำหมำยอันดับหนึ่งในกำรท ำลำย กำรปฏิบัติกำรพิเศษ ของเวียดนำมเหนือที่ได้ปฏิบัติกำรต่อฐำนบินที่ ทอ.สหรัฐ ฯ ตั้งอยู่ในประเทศไทย เมื่อสมัยสงครำมเวียดนำม ชุดปฏิบัติกำรนี้ได้เข้ำปฏิบัติกำรมำแล้วหลำยฐำนบิน เช่น ที่ฐำนบินอุบล ฐำนบินอุดร และฐำนบินอู่ตะเภำ ได้ ท ำควำมเสียหำยต่อฐำนบินดังกล่ำวได้เพียงเล็กน้อย เพรำะถูกสกัดกั้นแล้วถูกสังหำรเสียก่อน ส ำหรับฐำน ทัพอำกำศอเมริกันในเวียดนำมใต้เองก็ถูกชุดปฏิบัติกำรพิเศษนี้เข้ำโจมตีได้ผลหลำยครั้ง ส่วนกำรปฏิบัติกำร ด้วยก ำลังเป็นกลุ่มก้อนขนำดกองทัพนั้น ก็ปรำกฏว่ำเวียดนำมเหนือได้ใช้อยู่เพียงครั้งเดียวในกำรบุกยึด เวียดนำมใต้ จนท ำให้กองทัพฝ่ ำยพันธมิตรที่อยู่ในเวียดนำมใต้ต้องถอนตัวออกจำกเวียดนำมใต้ทั้งหมด จนกระทั่งเวียดนำมเหนือได้รับชัยชนะในที่สุด ๗.๒ ข้ำศึกไม่ต้องกำรเข้ำไปในฐำนบิน ข้ำศึกอำจปฏิบัติกำรด้วยลักษณะต่ำง ๆ ดังนี้ ๗.๒.๑ โจมตีด้วยอำวุธยิงเล็งตรงจำกภำยนอกฐำนบิน เป็นกำรปฏิบัติโดยกำรใช้อำวุธชนิดยิงด้วยวิธี เล็งตรงอันได้แก่ ปืนเล็ก ปืนกล ฯ เป็นต้น ท ำกำรยิงจำกภำยนอกเข้ำมำภำยในฐำนบิน ถ้ำหำกเป็นกำรปฏิบัติ เพื่อหวังผลแน่นอนแล้วข้ำศึกมักจะใช้พลแม่นปืนติดกล้องเล็ง ซึ่งสำมำรถลอบยิงได้แม่นย ำในระยะ ๑,๐๐๐ เมตร หรือถ้ำใช้อำวุธขนำดใหญ่จ ำพวกจรวด ฯ ก็อำจหวังผลจำกกำรยิง เป็นกำรลอบยิงโดยใช้เวลำจ ำกัด แล้วหลบหนีไป มักจะเป็นกำรยิงรบกวนให้เจ้ำหน้ำที่ป้องกันเกิดควำมกังวล อดหลับอดนอน คล้ำยเป็นกำรท ำ สงครำมประสำทที่ได้ผลเป็นอย่ำงมำก ๗.๒.๒ โจมตีด้วยอำวุธยิงไกลหรืออำวุธกระสุนวิถีโค้งจำกภำยนอกฐำนบิน เป็นกำรปฏิบัติกำรยิง ด้วยวิธียิงจ ำลอง อำวุธประเภทนี้ได้แก่ เครื่องยิงลูกระเบิด จรวดซี่งมีทั้งขนำด ๑๒๒ มม.และ ๑๔๐ มม.และ ถือว่ำเป็นกำรยิงที่มีกำรเตรียมกำรยิงไว้ล่วงหน้ำ แต่ก็ไม่สำมำรถท ำกำรยิงกะก ำหนดได้ ข้ำศึกลอบยิงชั่วครู่ แล้วก็หลบหนีไป กำรปฏิบัติเช่นนี้เป็นกำรปฏิบัติแบบเดำสุ่ม หำกข้ำศึกกะระยะได้แน่นอน วำงอำวุธยิงได้


๒๓ แน่นอน ก็สำมำรถท ำลำยเป้ำหมำยในเขตฐำนบินได้บ้ำง แต่เนื่องจำกต้องใช้ระยะเวลำห้วงสั้น ๆ ในกำร ลอบยิงก่อนที่ฝ่ ำยป้องกันจะจับทิศทำงและค้นหำที่ตั้งยิงได้ข้ำศึกก็หลบหนีไปก่อนแล้ว เช่น กำรลอบยิงใน เวียดนำมใต้ ที่กระท ำต่อฐำนทัพอำกำศสหรัฐ ฯ ท ำให้กระสุนตกใกล้บริเวณลำนจอด ฮ.และ บ.ท ำควำม เสียหำยให้กับอำวุธยุทโธปกรณ์อยู่บ่อย ๆ โดยเฉพำะกำรยิงจรวดขนำด ๑๒๒ มม. ดังนั้นกำรที่ฐำนบิน ด ำเนินกำรด้ำนจิตวิทยำต่อประชำชนรอบฐำนบินในรัศมี ๑๖ กม.นั้น ก็เพื่อเป็นกำรป้องกันมิให้ข้ำศึกลอบเข้ำ มำตั้งฐำนยิงจรวดในระยะ ๑๖ กม.นั่นเอง ๗.๒.๓ กำรโจมตีและก่อวินำศกรรมสำธำรณูปโภคต่ำง ๆ นอกฐำนบิน เป็นกำรปฏิบัติหนทำงหนึ่งที่ ข้ำศึกอำจกระท ำได้ในกำรโจมตี และก่อวินำศกรรมสำธำรณูปโภคต่ำง ๆ นอกฐำนบิน เช่น แหล่งผลิต กระแสไฟฟ้ำ ประปำ โทรศัพท์ กำรโทรคมนำคม ฯ เป็นต้น ซึ่งสิ่งต่ำง ๆ เหล่ำนี้จะอ ำนวยควำมสะดวกแก่ฐำน บินหรือไม่ก็ตำม แต่ก็นับว่ำเป็นกำรท ำให้ประชำชนทั่วไปเดือดร้อน โดยเฉพำะประชำชนโดยรอบฐำนบินที่ ได้รับผลกระทบจำกกำรโจมตีของฝ่ ำยตรงข้ำม ก็จะไม่ได้รับสิ่งอ ำนวยควำมสะดวกเหมือนเคย และอำจต้อง ขอควำมช่วยเหลือจำกฐำนบินเป็นกำรเพิ่มภำระให้ฐำนบินต้องเข้ำไปแก้ปัญหำ ๗.๒.๔ กำรท ำน ้ำและอำหำรให้โสโครกมีเชื้อโรค โดยใส่ผงเคมีหรือเชื้อโรคลงไปในหนอง คลอง บึง ที่เป็นแหล่งน ้ำซึ่งประชำชนใช้อุปโภคบริโภค เป็นหนทำงปฏิบัติอีกประกำรหนึ่งที่ข้ำศึกอำจกระท ำได้ หรือลอบ ใส่เชื้อโรคลงในถังกรองน ้ำประปำท ำให้ผู้บริโภคเกิดกำรเจ็บป่ วยล้มตำย หรือกลำยเป็นโรคระบำด จนถึงกับ แพร่เชื้อเข้ำสู่ฐำนบินได้ ๗.๒.๕ ท ำลำยระบบกำรสื่อสำร โทรคมนำคม ประปำ และแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้ำ ระบบสำธำรณู- ปโภคนอกฐำนบินดังกล่ำวเป็นส่วนบริกำรให้แก่ฐำนบินได้รับควำมสะดวก ในปัจจุบันฐำนบินต้องพึ่งสิ่ง อ ำนวยควำมสะดวกเหล่ำนี้เป็นอย่ำงมำก ข้ำศึกอำจท ำลำยระบบสื่อสำร โทรคมนำคมท ำให้ประชำชนขำด กำรติดต่อกัน ประชำชนได้รับควำมยุ่งยำกเดือดร้อน ถ้ำหำกภำยในฐำนบินเองไม่ได้จัดเตรียมสิ่งเหล่ำนี้ไว้ เช่น เครื่องไฟฟ้ำ,ประปำ ระบบโทรคมนำคม จะยิ่งท ำให้เกิดควำมสับสนวุ่นวำยมำกยิ่งขึ้น เมื่อประสบกับ ปัญหำ น ้ำไม่ไหล ไฟไม่สว่ำง ๗.๒.๖ ขัดขวำงกำรจรำจรในท้องถิ่น ฝ่ ำยตรงข้ำมปฏิบัติกำรโดยกำรท ำลำยสะพำน วำงกับระเบิด ท ำลำยเส้นทำงกำรจรำจรทั้งทำงรถไฟและรถยนต์ กำรท ำงำนท่อส่งน ้ำและกำรปิดกั้นถนน ตำมธรรมดำถนน หนทำงในชนบทค่อนข้ำงเปลี่ยว สองข้ำงทำงมักจะเป็นป่ ำละเมำะ จึงเป็นภูมิประเทศที่เหมำะแก่ฝ่ ำยข้ำศึกใน กำรปฏิบัติอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง โดยปรำศจำกกำรขัดขวำงจำกฝ่ ำยเรำ เช่น ท ำลำยสะพำนท ำให้กำรสัญจรไปมำ ทั้งคนและยำนพำหนะต่ำงๆ ต้องติดขัดหยุดชงัก เป็นเวลำหลำย ๆ ชั่วโมง กว่ำจะซ่อมเสร็จ นอกจำกนั้น อำจจะมีกำรตัดโค่นต้นไม้ขวำงถนน ท ำให้ถนนถูกปิดกั้น รถต่ำง ๆ ไม่สำมำรถสัญจรไปมำได้ ต้องเสียเวลำ ในกำรรื้อถอน ๗.๒.๗ กำรซุ่มโจมตียำนพำหนะและคน กำรซุ่มโจมตีเป็นยุทธวิธีที่ฝ่ ำยตรงข้ำมปฏิบัติอยู่เป็น ประจ ำ เพรำะกำรซุ่มโจมตีสำมำรถจะท ำได้ทุกลักษณะภูมิประเทศ โดยเฉพำะที่ฝ่ ำยเรำคำดไม่ถึง บริเวณ ช่องเขำ ลำดขึ้นเนิน ทำงโค้ง บริเวณเหล่ำนี้มักเป็นที่ที่ฝ่ ำยข้ำศึกซุ่มโจมตี ในบำงโอกำสฝ่ ำยข้ำศึกก็เคยดัก


๒๔ ซุ่มโจมตีในเส้นทำงตรงก็มี ทั้งนี้ข้ำศึกจะกระท ำในพื้นที่ที่ฝ่ ำยเรำไม่คำดคิดมำก่อนว่ำจะถูกซุ่มโจมตี ท ำให้ ขำดควำมระมัดระวัง นอกจำกซุ่มโจมตียำนพำหนะแล้ว คนเดินเท้ำซึ่งอำจเป็นเจ้ำหน้ำที่ฝ่ ำยบ้ำนเมืองก็อำจ ได้รับอันตรำยจำกกำรซุ่มโจมตีของข้ำศึกได้ โดยเฉพำะผู้ปฏิบัติหน้ำที่เป็นสำยลับ ผู้ให้ข่ำวกำรเคลื่อนไหว ต่ำง ๆ ที่เกิดจำกฝ่ ำยตรงข้ำม เจ้ำหน้ำที่เหล่ำนี้มักถูกสังหำรเสียเป็นส่วนมำก ๗.๒.๘ กำรบ่อนท ำลำยและกำรข่มขู่รำษฎรในท้องถิ่น ฝ่ ำยตรงข้ำมมักใช้กำรปฏิบัติกำรทำง จิตวิทยำต่อประชำชนในท้องถิ่นห่ำงไกลอยู่เสมอ โดยลักษณะข่มขู่ให้เกิดควำมหวำดกลัว กำรแสดงอ ำนำจ ว่ำมีอิทธิพลเหนือประชำชน เช่น กำรท ำร้ำย หรือสังหำรผู้ที่สงสัยว่ำเป็นสำยลับของฝ่ ำยรัฐบำลในท่ำมกลำง ชุมชน ท ำให้ประชำชนเกิดควำมเกรงกลัวต่อภัยที่จะมำถึงตัว จนท ำให้บำงคนให้ควำมร่วมมือกับฝ่ ำยตรงข้ำม ส่วนผู้ที่ไม่ร่วมมือก็จะวำงตัวเป็นกลำง และไม่กล้ำที่จะให้ข่ำวแก่ฝ่ ำยเรำและไม่ยอมพบปะติดต่อกับเจ้ำหน้ำที่ บ้ำนเมือง จึงเป็นโอกำสให้ฝ่ ำยตรงข้ำมสำมำรถบีบบังคับรำษฎรให้ปฏิบัติตำมควำมต้องกำร ท ำให้ข้ำศึก สำมำรถตั้งอำวุธยิง เพื่อยิงเข้ำมำในพื้นที่ที่ตกอยู่ในอิทธิพล หรือยิงรบกวนต่อฐำนบินได้ ๗.๒.๙ กำรจำรกรรมนอกฐำนบิน เป็นกำรปฏิบัติของฝ่ ำยตรงข้ำมที่กระท ำภำยนอกฐำนบิน เช่น กำร เฝ้ำตรวจดูกำรปฏิบัติต่ำง ๆ ของฝ่ ำยเรำ กำรเปลี่ยนเวร-ยำม กำรฝึกบิน ลอบหำข่ำวควำมเคลื่อนไหวในฐำน บิน กำรปฏิบัติในกรณีนี้ฝ่ ำยตรงข้ำมจะกระท ำเมื่อประชำชนรอบฐำนบินไม่ได้ตกอยู่ภำยใต้อิทธิพลของพวก ตน ๘. อำวุธของฝ่ ำยข้ำศึก อำวุธของฝ่ ำยตรงข้ำมที่น ำมำใช้ในสงครำมเฉพำะอำวุธกระสุนวิถีโค้ง มีดังนี้ ๘.๑ ประเภทจรวด ได้แก่ จรวด ขนำด ๑๒๒ มม. และขนำด ๑๔๐ มม. ๘.๒ ประเภทเครื่องยิงลูกระเบิดได้แก่ ค.๘๒ มม.,ค.๑๐๗ มม.,ค.๑๒๐ มม. ๘.๓ ประเภทปืนใหญ่สนำมได้แก่ ป.๗๖ มม.,ป.๘๕ มม.,ป.๑๒๒ มม.และ ป.๑๕๒ มม. ๘.๔ เครื่องยิงจรวดประเภทบุคคลได้แก่ จรวด SA – 2 และจรวด SA - 7 สรุปได้ว่ำ ฝ่ ำยตรงข้ำมมีหลักนิยมในกำรท ำสงครำมนอกแบบ และสงครำมเย็นใช้วิธีโจมตีโฉบฉวย ใช้ เวลำระยะสั้น ๆ แต่ละครั้ง แต่ปฏิบัติกำรติดพันโดยใช้เวลำยืดเยื้อยำวนำน ฐำนบินเป็นเป้ำหมำยส ำคัญที่ ฝ่ ำยตรงข้ำมมุ่งโจมตี ลักษณะกำรปฏิบัติที่ฝ่ ำยตรงข้ำมชอบน ำมำใช้ก็คือ ถ้ำฐำนบินอยู่ใกล้ย่ำนชุมนุมชน ฝ่ ำยตรงข้ำมอำจจะอำศัยควำมสับสนของประชำกร ใช้ก ำลังกลุ่มย่อย ๆ แทรกซึมเข้ำสู่ฐำนบิน หรือลอบโจมตีในยำมวิกำล ถ้ำฐำนบินอยู่ห่ำงตัวเมือง แต่มีที่ตั้งทำงทหำรของฝ่ ำย เดียวกันอยู่ใกล้เคียง ก็จะใช้วิธียิงด้วยอำวุธหนัก ถ้ำฐำนบินอยู่โดดเดี่ยว ไม่มีก ำลังจำกฝ่ ำยเดียวกันอยู่ใกล้เคียง ฝ่ ำยตรงข้ำมมักจะแบ่งก ำลังเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนโจมตีด้วยอำวุธหนักและอีกส่วนหนึ่งเข้ำด ำเนินงำนต่อฐำนบิน ฉะนั้น กำรป้องกันฐำนบินจึงจ ำเป็นต้องทรำบเรื่องเกี่ยวกับกำรคุกคำมของข้ำศึกกล่ำวคือ รู้จักข้ำศึกให้ ถ่องแท้ ประเมินค่ำขีดควำมสำมำรถของข้ำศึกให้ถูกต้อง ตรงไปตรงมำ และในกำรแก้ปัญหำเมื่อข้ำศึกคุกคำม จะต้องไม่ตื่นเต้นจนเกินไปคิดให้รอบคอบแล้วตัดสินตกลงใจ สั่งกำรปฏิบัติแก่หน่วยป้องกันให้ทันเวลำ


๒๕ บทที่ ๓ แนวควำมคิดในกำรป้องกันฐำนบิน ( AIR BASE DEFENSE CONCEPT ) ๑. กล่ำวทั่วไป ( GENERAL ) ควำมหวำดกลัวต่อภัยอันตรำยต่ำง ๆ นั้นเป็นสัญชำติญำณอย่ำงหนึ่งของมนุษย์ ยิ่งมีควำม หวำดกลัวมำกเท่ำไรก็ยิ่งพยำยำมป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยมำกขึ้นเท่ำนั้น ด้วยเหตุนี้จึงกล่ำวได้ว่ำ “กำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยไม่มีสิ้นสุด”(DEFENSE AND SECURITY NEVER END) หลักเบื้องต้นของ กำรป้องกันฐำนบินจะต้องมีกำรจัดเตรียมแผนกำรป้องกันไว้ให้สมบูรณ์และอ่อนตัวได้เหมำะสมกับ สถำนกำรณ์และสภำพแวดล้อมอื่น ๆ ส ำหรับในด้ำนแนวควำมคิดในกำรป้องกันนั้นจะประกอบไปด้วย แนวควำมคิดขั้นมูลฐำนในกำรป้องกันและแนวควำมคิดหลักในกำรป้องกันยุทธวิธีในกำรป้องกันระบบกำร ป้องกันและล ำดับควำมส ำคัญในกำรรักษำควำมปลอดภัยดังนั้นก ำลังที่จะปฏิบัติหน้ำที่ป้องกันฐำนบินหรือ ฐำนที่ตั้งทำงทหำรจะต้องศึกษำภำรกิจให้เข้ำใจอย่ำงแจ่มแจ้ง เพื่อจะได้หำวิธีกำรที่เหมำะสมน ำมำใช้เป็น แนวทำงปฏิบัติ ดังนั้นภำรกิจในกำรป้องกันฐำนบินจึงหมำยถึงกำรปฏิบัติกำรป้องกันทรัพย์สินทุกอย่ำงใน ฐำนบินให้ปลอดภัยจำกกำรจำรกรรม กำรก่อวินำศกรรม และกำรบ่อนท ำลำยของข้ำศึกด้วยก ำลังพล และ อำวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมด ท ำกำรศึกษำเป้ำหมำยโดยกำรก ำหนดสถำนที่ที่เป็นเป้ำหมำยส ำคัญ ที่ฝ่ ำยตรงข้ำม น่ำจะเข้ำโจมตี และจัดท ำแฟ้มเป้ำหมำยไว้ส ำหรับเป็นเครื่องเตือนให้พึงระมัดระวังเป้ำหมำยส ำคัญเหล่ำนั้น หำกข้ำศึกเข้ำโจมตีฝ่ ำยป้องกันจะได้ปฏิบัติกำรใช้ก ำลัง กำรส่งก ำลังบ ำรุงได้ถูกต้องตำมล ำดับควำมส ำคัญ ด้วยควำมรวดเร็ว ๒. แนวควำมคิดขั้นมูลฐำนในกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัย กำรป้องกันฐำนบินให้ปลอดภัยจำกกำร คุกคำมและกำรโจมตีของข้ำศึก จะต้องปฏิบัติกำรป้องกันทั้งเชิงรับและเชิงรุกพร้อมกัน เนื่องจำกฐำนบินมิ อำจเคลื่อนย้ำยได้ กำรป้องกันเชิงรับจึงต้องกระท ำอย่ำงต่อเนื่องตลอดเวลำ เพื่อป้องกันและรักษำควำม ปลอดภัยก ำลังพล อำวุธยุทโธปกรณ์และเอกสำรที่มีค่ำทำงกำรรบให้ปลอดภัยจำกกำรกระท ำของข้ำศึก โดย ด ำเนินกำรตำมวัตถุประสงค์ส ำคัญ คือ กำรใช้มำตรกำรกำรป้องปรำม เป็นหลัก ดังนั้น แนวควำมคิดขั้นมูล ฐำนในกำรป้องกัน คือให้ฝ่ ำยป้องกันฐำนบินปฏิบัติกำรได้ทุกอย่ำงในลักษณะป้องปรำมซึ่งจำกกำรปฏิบัติกำร ป้องปรำมจะท ำให้เกิดผลดังนี้.- ๒.๑ ท ำให้ข้ำศึกตระหนักว่ำ ถ้ำปฏิบัติกำรต่อฝ่ ำยเรำอย่ำงไรแล้ว ข้ำศึกจะต้องได้รับกำรตอบโต้อย่ำงนั้น หรือรุนแรงยิ่งกว่ำ ๒.๒ ท ำให้ข้ำศึกได้คิดว่ำกำรปฏิบัติต่อฝ่ ำยเรำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะลดขีดควำมสำมำรถในกำรปฏิบัติ นั้นอำจได้ผลไม่คุ้มค่ำ จะไม่ส ำเร็จภำรกิจเป็นกำรเสี่ยงต่ออันตรำยซึ่งอำจจะเกิดขึ้นแก่ฝ่ ำยตนได้ ๒.๓ มีกำรเคลื่อนไหวของก ำลังป้องกันตลอดเวลำ เพื่อให้ข้ำศึกรู้ว่ำฝ่ ำยป้องกันมีก ำลังตอบโต้ได้จริง มี มำตรกำรป้องกันหลำยระบบก่อนจะเข้ำถึงฐำนบินได้ จนท ำให้ฝ่ ำยตรงข้ำมไม่กล้ำลงมือโจมตี


๒๖ แนวควำมคิดขั้นมูลฐำนทั้ง ๓ ประกำรดังกล่ำวยังประกอบไปด้วย กำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยที่ ข้ำศึกไม่สำมำรถจะเล็ดลอดเข้ำมำท ำลำยได้ ( INVIOLABLE SECURITY )ในกำรป้องกันและรักษำควำม ปลอดภัยนั้น ผู้บัคับบัญชำจะพยำยำมตั้งควำมมุ่งหมำยไว้ในขั้นสูงสุด ซึ่งควำมมุ่งหมำยนี้เป็นกำรยำกที่ฐำน บินแต่ละแห่งจะท ำได้สมบูรณ์ จึงมีค ำกล่ำวว่ำ กำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัย ถึงจะมีระบบที่ดีเพียงใด ก็ไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซนต์ แต่จะช่วยลดควำมเสียหำยให้น้อยลงเท่ำนั้น อีกประกำรหนึ่งของแนวควำมคิดขั้นมูล ฐำนก็คือ ด ำเนินกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยอย่ำงเต็มที่ ( PROVIDE MAXIMUM SECURITY ) เพื่อให้กำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยบรรลุผลส ำเร็จ สมควำมมุ่งหมำยของผู้บังคับบัญชำ ฐำนบินทุก แห่งจึงจ ำต้องด ำเนินกำรอย่ำงเต็มที่เพื่อให้เป็นไปตำมควำมมุ่งหมำยนั้น แต่ก็ต้องเป็นไปในลักษณะของกำร ออมก ำลัง อย่ำใช้ก ำลังอย่ำงฟุ่ มเฟื อยโดยไม่จ ำเป็น ทั้งนี้ให้สอดคล้องกับภำรกิจ สถำนกำรณ์ ลักษณะภูมิ ประเทศและก ำลังที่มีอยู่ ๓. แนวควำมคิดหลักในกำรป้องกัน กำรป้องกันฐำนบินจะบรรลุวัตถุประสงค์ได้ก็ต่อเมื่อฐำนบินพ้นจำกกำร คุกคำมของฝ่ ำยตรงข้ำมไม่ว่ำจะเป็นกำรจำรกรรม ก่อวินำศกรรม หรือกำรบ่อนท ำลำยก็ตำม ตลอดจนกำรใช้ ก ำลังเข้ำโจมตีฐำนบิน ดังนั้น ฝ่ ำยตั้งรับจะต้องใช้มำตรกำรต่ำง ๆ มำด ำเนินกำร เช่น ด ำเนินกำรหำข้ำศึกให้ พบ สกัดกั้นหรือผลักดันข้ำศึกออกไปให้ไกลจำกฐำนบินเป็นต้น โดยได้ก ำหนดหลักกำรปฏิบัติไว้ดังนี้ ๓.๑ ลดประสิทธิภำพของข้ำศึกด้วยมำตรกำรค้นหำ ( DETECT ) เป็นกำรตอบโต้กำรคุกคำมของฝ่ ำย ตรงข้ำม ด ำเนินกำรค้นหำข้ำศึกให้พบเสียก่อนแต่เนิ่น ๆ เพื่อมิให้ฐำนบินถูกโจมตี มำตรกำรดังกล่ำวได้แก่ ๓.๑.๑ กำรลำดตระเวนรอบฐำนบิน ด้วยชุดลำดตระเวนเดินเท้ำ,ชุดสำยตรวจยำนยนต์ (สตย.)หรือ ชุดซุ่มโจมตี ๓.๑.๒ กำรลำดตระเวนหำข่ำว และปฏิบัติกำรจิตวิทยำช่วยเหลือประชำชนเพื่อหำข้อมูลฝ่ ำยข้ำศึก ๓.๑.๓ กำรลำดตระเวนทำงอำกำศ โดยกำรใช้ บ.เบำ, ฮ.เป็นต้น ๓.๑.๔ ด ำเนินมำตรกำรด้ำนกำรข่ำว ๓.๒ ไม่ยอมให้ข้ำศึกเข้ำใกล้ฐำนบินด้วยมำตรกำรแจ้งเตือน ( WARNING ) เป็นกำรวำงระบบกำรเตือน ภัยจำกภำยนอกอย่ำงมีประสิทธิภำพด ำเนินกำรได้ดังนี้ ๓.๒.๑ กำรตั้งจุดตรวจหรือด่ำนตรวจ ๓.๒.๒ ตั้งที่ฟังกำรณ์พร้อมกับมียำมคอยเหตุ ๓.๒.๓ ขจัดจุดอับภำยนอกแนวรั้วให้สำมำรถตรวจกำรณ์ได้ดี ๓.๒.๔ ติดตั้งเครื่องตรวจจับเพื่อแจ้งกำรเข้ำมำของฝ่ ำยตรงข้ำม ๓.๓ ป้องกันกำรลอบยิงด้วยอำวุธ เป็นกำรป้องกันทั้งเป้ำหมำยและเจ้ำหน้ำที่ให้พ้นจำกกำรถูกยิงจำก ฝ่ ำยตรงข้ำม ด้วยกำรด ำเนินกำรป้องกันดังต่อไปนี้.- ๓.๓.๑ เสริมสร้ำงควำมแข็งแรงของระบบป้องกันที่เป้ำหมำย เช่น สร้ำง REVETMENT ณ ลำนจอด บ.สร้ำงมูลดินล้อมคลังอำวุธและวัตถุระเบิด จัดสร้ำงคลังเชื้อเพลิงใต้ดิน สร้ำงบังเกอร์ให้ยำมทุกจุดได้ใช้หลบ ภัยเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน


๒๗ ๓.๓.๒ สร้ำงแผงกั้นระเบิดตำมช่องว่ำง เพื่อให้อำวุธโดยเฉพำะจรวดได้กระทบแตกก่อนเข้ำถึง เป้ำหมำย ๓.๓.๓ กระจำยเป้ำหมำยออกไปเพื่อลดอันตรำยจำกกำรถูกท ำลำยร่วมกัน ๓.๓.๔ จัดกำรพรำงเป้ำหมำยด้วยกำรปลอมพรำงหรือลวงพรำง ๓.๔ ท ำลำยข้ำศึกด้วยก ำลัง กำรใช้ก ำลังเข้ำด ำเนินกำรต่อฝ่ ำยตรงข้ำม ฝ่ ำยเรำด ำเนินกำรได้โดย ๓.๔.๑ ใช้ชุดปฏิบัติกำรขนำดเล็กที่มีควำมคล่องตัวสูง มีอ ำนำจกำรยิงรุนแรง มีขีดควำมสำมำรถใน กำรด ำเนินกลยุทธ เข้ำท ำกำรผลักดันขับไล่ข้ำศึก ๓.๔.๒ ใช้ระบบเคลื่อนที่เร็ว พร้อมกำรประสำนงำนตำมแผนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ สำมำรถ ท ำลำยข้ำศึกที่รุกเข้ำฐำนบินให้หมดก่อนท ำกำรถอนตัว ๔. ยุทธวิธีในกำรป้องกัน ( TACTICAL DEFENSE ) ยุทธวิธีของข้ำศึกในกำรโจมตีฐำนบินในปัจจุบัน ข้ำศึกมี ขีดควำมสำมำรถที่จะใช้ก ำลังด ำเนินกำรโจมตีต่อฐำนบินได้ไม่กว้ำงขวำงนัก เนื่องจำกเหตุปัจจัยหลำย ๆ ด้ำน โดยเฉพำะแนวโน้มของควำมขัดแย้งระหว่ำงประเทศลดน้อยลง กำรล่มสลำยของระบบคอมมิวนิสต์ในรัสเซีย สภำวะทำงเศรษฐกิจของโลกไม่เอื้ออ ำนวยเป็นต้น จึงท ำให้ควำมรุนแรงในกำรโจมตีฐำนบินน่ำจะมีแนวโน้ม ลดควำมรุนแรงลงไป แต่อย่ำงไรก็ตำม ฝ่ ำยตรงข้ำมน่ำจะยังมีขีดควำมสำมำรถปฏิบัติกำรได้ในกำรโจมตีคือ - กำรลอบโจมตีเครื่องบินในเขตร่อน - กำรใช้หน่วยขนำดเล็กก ำลังไม่เกิน ๑๐ – ๑๒ คนเข้ำโจมตี - กำรลอบยิงด้วยอำวุธวิถีโค้งจำกภำยนอกฐำนบิน โดยกำรลอบโจมตีด้วยควำมรวดเร็ว รุนแรง แจ้งถอนตัวอย่ำงเร็ว ก่อนที่ฝ่ ำยป้องกันจะทันตรวจพบ ดังนั้น ก ำลังรักษำควำมปลอดภัยฐำนบินจึงต้องเป็นก ำลังที่ได้รับกำรฝึกมำแล้วเป็นอย่ำงดี รวมทั้งฐำนบินต้องมี ระบบป้องกันที่เหมำะสมพร้อมมีแผนป้องกันฐำนบินและได้ท ำกำรซักซ้อมกำรปฏิบัติเป็นประจ ำ อย่ำงไรก็ดี ฝ่ ำยป้องกันฐำนบินจ ำต้องเตรียมยุทธวิธีไว้หลำย ๆ รูปแบบ เพื่อควำมแน่นอนในกำรรักษำควำมปลอดภัยของ ฐำนบินดังนี้.- ๔.๑ หลักกำรทำงยุทธวิธี ๔.๑.๑ กำรป้องกันภูมิประเทศส ำคัญ เป็นกำรป้องกันเป็นต ำบล เพรำะแต่ละต ำบลที่มีเป้ำหมำย ส ำคัญตั้งอยู่ ย่อมมีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นจุดอ่อน หรือจุดล่อแหลม จะต้องไม่ยอมให้ข้ำศึกเข้ำถึงหรือยึด ครองได้ ต้องวำงก ำลังป้องกันให้พอเพียงต่อขนำดพื้นที่ ๔.๑.๒ กำรป้องกันทำงลึก เป็นกำรวำงก ำลังป้องกันให้ลดหลั่นกัน ไม่ให้อยู่ในแนวเดียวกันตลอด หำกข้ำศึกเจำะหรือเล็ดลอดจำกชั้นนอกเข้ำฐำนบินได้ ก็จะต้องพบกับกำรป้องกันในแนวต่อไป บำงครั้งอำจ ขยำยแนวออกไปข้ำงหน้ำ เพื่อเป็นด่ำนสกัดกั้นด่ำนแรก โดยมุ่งหมำยเพื่อมิให้ข้ำศึกเข้ำใกล้ฐำนบินจน สำมำรถใช้อำวุธยิงไกลวิถีโค้งท ำกำรยิงเป้ำหมำยหรือก ำลังป้องกันได้โดยง่ำย


๒๘ ๔.๑.๓ กำรป้องกันรอบตัว เป็นกำรป้องกันเมื่อข้ำศึกโจมตีหลำยทิศทำงพร้อมกัน ดังนั้นลักษณะ กำรป้องกันจะต้องด ำเนินกำรให้เข้มแข็งมั่นคงตลอดแนว ทั้งกำรตรวจกำรณ์ กำรหน่วงเหนี่ยว กำรผ่ำนเข้ำ หรือกำรวำงก ำลังยิงตอบโต้สกัดกั้น ต ำบลใดที่มิได้วำงก ำลังยิงไว้จะต้องมีกำรยิงสนับสนุนจำกต ำบลใกล้เคียง ๔.๑.๔ กองหนุนและกำรตอบโต้ ก ำลังรักษำกำรณ์ประจ ำวัน อำจสกัดกั้น ผลักดัน ท ำลำยข้ำศึกได้ บำงโอกำส เมื่อข้ำศึกเข้ำตีหลำยทิศทำง อำจต่อต้ำนกำรโจมตีให้ชะงักชั่วขณะ เพื่อหน่วงเหนี่ยวหรือถ่วงเวลำ ให้ฝ่ ำยเรำมีกำรส่งก ำลังหนุนเข้ำวำงก ำลังประจ ำพื้นที่ตำมแผนได้ทัน กองหนุนเป็นหน่วยส ำคัญในช่วงเวลำ วิกฤตเป็นก ำลังที่ได้รับกำรฝึกมำแล้ว สำมำรถเสริมเข้ำแนวได้ทันที สำมำรถท ำกำรตอบโต้กำรเจำะของข้ำศึก ไม่ควรก ำหนดเขตรับผิดชอบให้กองหนุนเป็นกำรเฉพำะ แต่ให้ใช้เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว มีที่รวมพลแน่นอนควร เป็นย่ำนกลำงของฐำนบิน ๔.๑.๕ กำรป้องกันเชิงรุก เป็นกำรปฏิบัติเพื่อมุ่งเข้ำหำข้ำศึก ก่อนที่ข้ำศึกจะเข้ำถึงฐำนบินก ำลัง ป้องกันฐำนบินจะต้องพร้อมทั้งก ำลังพลและอำวุธยุทโธปกรณ์ ก ำลังพลจะต้องได้รับกำรฝึกจนมีขีด ควำมสำมำรถในกำรปฏิบัติภำรกิจได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ อำวุธยุทโธปกรณ์จะต้องทันสมัยพร้อมใช้กำรได้ ตลอดเวลำมีกำรจัดชุดลำดตระเวนทำงภำคพื้นรอบฐำนบิน รวมทั้งกำรลำดตระเวนทำงอำกำศติดอำวุธ เป็น กำรท ำลำยควำมเชื่อมั่นในกำรโจมตีฐำนบินของข้ำศึก ๔.๑.๖ มำตรกำรป้องกันกำรโจมตีกำรพรำง กำรลวง ควำมพร้อมรบของก ำลังป้องกันฐำนบินมี ควำมจ ำเป็นสูง กำรแจ้งเตือนจำกแหล่งข่ำวอย่ำงทันเวลำ เป็นควำมต้องกำรสูง เพื่อประโยชน์ในกำรเตรียมตัว ได้ทันเวลำ นอกจำกนั้นจะต้องมีที่ก ำบังให้กับเป้ำหมำย เพื่อลดอันตรำยโดยตรงจำกกำรยิงท ำลำยของข้ำศึก กำรพรำงเป้ำหมำยก็นับว่ำเป็นสิ่งจ ำเป็น หำกเป็นไปได้ ควรมีกำรสร้ำงเป้ำหมำยลวง เพื่อให้ข้ำศึกเกิดควำม สับสน ไม่สำมำรถเลือกเป้ำหมำยท ำลำยได้แน่นอน ๔.๒ กำรแบ่งพื้นที่ป้องกัน แนวควำมคิดในกำรแบ่งพื้นที่ป้องกันฐำนบินเพื่อมุ่งหมำยที่จะป้องกันกำร คุกคำมของข้ำศึกที่กระท ำต่อฐำนบิน ในกำรป้องกันดังกล่ำวจะต้องแบ่งพื้นที่ส ำคัญออกเป็น ๒ พื้นที่ คือพื้นที่ ระวังป้องกันภำยในและพื้นที่ระวังป้องกันภำยนอก ในแต่ละพื้นที่จะต้องมีมำตรกำรป้องกันทำงยุทธวิธี แตกต่ำงกันออกไป คือ ๔.๒.๑ พื้นที่ระวังป้องกันภำยใน (ภำพที่ ๓) เป็นพื้นที่ภำยในฐำนบิน นับจำกขอบแนวรั้วด้ำนนอก เข้ำมำ ซึ่งก ำลังป้องกันฐำนบินเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด กำรป้องกันบริเวณดังกล่ำวนี้ จะก ำหนดหน่วยเข้ำ รับผิดชอบโดยแน่นอน กำรปฏิบัติต่ำง ๆ ก็อยู่ในขอบเขตจ ำกัด หน่วยก ำลังที่รับผิดชอบ คือ ทหำรอำกำศ โยธิน ทหำรสำรวัตร และก ำลังสนับสนุนอื่น ๆ โดยก ำหนดแบบป้องกันไว้เป็น ๒ แบบคือ กำรป้องกันโดย ก ำหนดแนวประกำรหนึ่ง อีกประกำรหนึ่งคือกำรป้องกันเป็นเขตและต ำบล ๔.๒.๑.๑ กำรป้องกันโดยก ำหนดแนว กำรป้องกันโดยก ำหนดแนวสำมำรถใช้ได้กับฐำนบิน ทุกขนำด เหมำะกับฐำนบินที่ตั้งทำงทหำรซึ่งอยู่บนที่สูง เช่น เขำเขียว เขำพนมรุ้ง หรือดอยอินทนนท์ เป็นต้น โดยแบ่งแนวป้องกันออกเป็น ๓ แนว คือ


๒๙ พื้นที่ระวังป้องกันภำยนอก พื้นที่ระวัง รัศมี๑๖กม. ป้องกันภำยใน รัศมี๑๖กม. ฐำนบิน แนวรั้วรอบฐำนบิน ภำพที่ ๓ ภำพแสดงกำรป้องกนฐำนบินภำยในรัศมี ๑๖ กม. ๔.๒.๑.๑.๑ แนวป้องกันชั้นนอก ตั้งแต่แนวรั้วชั้นนอกรอบฐำนบินเข้ำมำ ส่วนนอก รั้วเป็นพื้นที่ตรวจกำรณ์ รั้วเป็นแบบถำวรซึ่งได้แก่รั้วคอนกรีต รั้วอิฐบล๊อก ฯ รั้วกึ่งถำวร รั้วลวดหนำมหรือรั้ว ลวดหีบเพลงก็ได้ ถัดเข้ำมำเป็นรั้วลวดกระโจมและป่ ำลวดต ่ำ ใช้เพื่อชะลอยำนยนต์ข้ำศึก ถัดเข้ำมำอีกจะ เป็นถนนที่สำมำรถใช้ได้ทุกฤดูกำล ถัดเข้ำมำเป็นแสงสว่ำงซึ่งติดตั้งบนยอดเสำสูง ๓๐ ฟุต โดยให้สำดแสง ออกไปทำงแนวรั้ว ถัดจำกเสำไฟเข้ำมำก็เป็นหอคอยสูง ๕๐ ฟุต ระยะห่ำงระหว่ำงหอคอยไม่ควรเกิน ๘๐๐ เมตร ช่องว่ำงระหว่ำงหอคอยจะเป็นหลุมปืนกลอำจมี ๒ หรือ ๓ หลุมก็ได้ ๔.๒.๑.๑.๒ แนวป้องกันชั้นที่ ๒ หรือแนวต้ำนทำนหลัก (ภำพที่ ๔)เป็นแนวที่คำดว่ำ ข้ำศึกน่ำจะผ่ำนเข้ำมำแล้วจะต้องพบกับกำรต้ำนทำนอย่ำงสูงสุดจำกฝ่ ำยเรำ และจะต้องหยุดข้ำศึกไว้ให้ได้ ณ แนวนี้ แนวต้ำนทำนหลักนี้ฝ่ ำยตั้งรับเลือกไว้มีสภำพเป็นเหมือนแนวรบ ถ้ำเลือกไว้ดีจะเกิดผลดีแก่ฝ่ ำย ป้องกันปัจจัยในกำรพิจำรณำก ำหนดแนวต้ำนทำนหลักคือ ๔.๒.๑.๑.๒.๑ แนวต้ำนทำนหลักจะอยู่ระหว่ำงแนวป้องกันชั้นนอก(รั้ว รอบฐำนบิน) กับเป้ำหมำยส ำคัญที่จะต้องป้องกัน โดยก ำหนดให้ห่ำงพอที่อำวุธประจ ำกำยยิงท ำลำย เป้ำหมำยไม่ได้โดยง่ำยยับยั้งกำรเคลื่อนที่ของข้ำศึก และหยุดข้ำศึกลงให้ได้ ๔.๒.๑.๑.๒.๒ ควรตั้งอยู่ ณ พื้นที่ซึ่งอ ำนวยประโยชน์ในกำรใช้ปืนกล ได้อย่ำงเต็มที่ สำมำรถยิงกรำดได้ในระยะ ๖๐๐ เมตร โดยไม่มีสิ่งกีดขวำง หรือมุมอับกระสุน มีพื้นที่ที่ข้ำศึก ใช้ในกำรก ำบังและซ่อนเร้นหน้ำแนวต้ำนทำนหลักน้อยที่สุด ๔.๒.๑.๑.๒.๓ ควรวำงแนวต้ำนทำนหลักไว้โดยรอบฐำนบินหน้ำแนว ต้ำนทำนหลักก ำหนดเป็นพื้นที่สังหำร โดยกำรวำงทุ่นระเบิด กับระเบิดไว้ให้หนำแน่น และต้องแจ้งต ำแหน่งที่ ว ำงทุ่นระเบิด,กับระเบิดนั้นให้ทหำรฝ่ ำยเดียวกันทรำบด้วย เพื่อป้องกันอันตรำย ๔.๒.๑.๑.๒.๔ มีเส้นทำงกเข้ำถึงแนวต้ำนทำนหลักได้สะดวกจำกฝ่ ำย เดียวกันหลำย ๆ เส้นทำง เพื่อประโยชน์ในกำรเพิ่มเติมก ำลังและส่งก ำลังบ ำรุง


๓๐ ภำพที่ ๔ กำรป้องกันโดยก ำหนดแนวต้ำนทำนหลัก


๓๑ ๔.๒.๑.๑.๒.๕ ณ แนวต้ำนทำนหลักนี้ต้องก ำหนดเขตกำรยิงให้แน่นอน แก่ก ำลังที่เข้ำประจ ำแนวนี้ เพื่อสร้ำงฉำกกำรยิงป้องกันขั้นสุดท้ำยได้ ๔.๒.๑.๑.๒.๖ มีคูติดต่อตลอดแนวต้ำนทำนหลักพร้อมบังเกอร์ ที่ตั้ง ปืนกลและของก ำลังประจ ำแนวต้ำนทำนหลัก นอกจำกนั้นคูติดต่อยังใช้ส ำหรับหยุดรถถังของข้ำศึกได้ด้วย ๔.๒.๑.๑.๓ แนวป้องกันชั้นใน เป็นแนวป้องกัน ณ ที่หมำยส ำคัญประกอบด้วยรั้ว ล้อมรอบเป้ำหมำย หอคอยสูง ๒๕ ฟุต ระยะห่ำงระหว่ำงหอไม่ควรเกิน ๒๐๐ เมตร เพรำะต้องกำรกำรตรวจ กำรณ์ที่แน่นอน ระหว่ำงหอมีหลุมปืนกล ๑ - ๒ หลุม มียำมตลอด ๒๔ ชั่วโมงประจ ำบนหอคอย และมียำม สำยตรวจในยำมวิกำล และในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน ๔.๒.๑.๒ กำรป้องกันเป็นเขตและต ำบล ศูนย์วิจัยและพัฒนำกำรทหำรกรมกำรศึกษำวิจัย กองบัญชำกำรทหำรสูงสุด ได้จ้ำงบริษัท LOCKHEED,MISSILES AND SPACE COMPANY วิจัยระบบกำร ป้องกันฐำนบินของไทย เพื่อจัดท ำเป็นคู่มือสนำม ซึ่งบริษัทได้พิจำรณำถึงภัยคุกคำม (ENEMY THREAT) แล้วได้ก ำหนดแบบกำรป้องกันฐำนบินในประเทศไทยขึ้นเป็นลักษณะกำรป้องกันเป็นเขตและต ำบลโดย ค ำนึงถึงระบบกำรป้องกันที่มีควำมอ่อนตัว ด้วยกำรเลือกเป้ำหมำยที่จะป้องกันขึ้น โดยก ำหนดให้เป็นกำร ป้องกันเป็นต ำบล ถ้ำเป้ำหมำยมำกมีหลำยต ำบลก็จัดรวมขึ้นเป็นเขต หำกมีพื้นที่กว้ำงขวำงหลำยเขตก็ ก ำหนดให้เป็นพื้นที่เรียกว่ำกำรป้องกันเป็นพื้นที่ ๔.๒.๑.๒.๑ แนวควำมคิดในกำรก ำหนดจุดอ่อนแอ,ต ำบลและเขตที่ป้องกัน ๔.๒.๑.๒.๑.๑ จุดอ่อนแอ สิ่งแรกที่ ผบ.ฐำนบินจะต้องวำงแผนป้องกัน ในกำรป้องกันภำยในฐำนบินล ำดับแรกได้แก่ กำรป้องกันเครื่องบินและสิ่งอ ำนวยควำมสะดวกให้เครื่องบิน ขึ้นได้ โดย ผบ.ฐำนบิน เห็นว่ำเป็นสิ่งส ำคัญในภำรกิจของกำรป้องกันฐำนบินจึงจ ำเป็นอยู่เองที่ ผบ.ฐำนบิน จะต้องก ำหนดควำมส ำคัญอย่ำงสูงสุดให้แก่เครื่องบิน คลังเชื้อเพลิง คลังกระสุนวัตถุระเบิดและอื่น ๆ ที่เป็นสิ่ง ส ำคัญรองลงมำ เช่น สถำนที่พักผ่อนหย่อนใจ บริเวณร้ำนค้ำ ร้ำนซักเสื้อผ้ำและอำคำรที่พักอำศัย ทั้งของ ทหำรและข้ำรำชกำรในฐำนบินนั้น ๆ ตลอดจนอำคำรต่ำง ๆ ที่มีลักษณะคล้ำย ๆ กัน ในกำรพิจำรณำจัดล ำดับ ควำมส ำคัญและสิ่งส ำคัญทึ่คล้ำยคลึงกัน ที่ข้ำศึกอำจมุ่งท ำลำย ผบ.ฐำนบิน จะท ำเครื่องหมำยลงบนแผนที่ ฐำนบิน เพื่อให้ทรำบว่ำสิ่งอ ำนวยควำมสะดวก และรำยกำรต่ำง ๆ อยู่ที่ใด เครื่องหมำยแต่ละอันที่กำลงบน แผนที่ ย่อมหมำยถึงจุดอ่อนแอจุดหนึ่งที่จะต้องท ำกำรป้องกัน จ ำนวนที่จะต้องป้องกันตำมควำมเป็นจริงและ ผลในกำรป้องกันขึ้นอยู่กับหน่วยที่จะจัดหำมำได้ ๔.๒.๑.๒.๑.๒ ต ำบลที่ป้องกัน เนื่องจำกเครื่องมือเครื่องใช้ในกำร อ ำนวยควำมสะดวก ในกำรปฏิบัติกำรทำงอำกำศของเครื่องบิน จ ำเป็นจะต้องกระจำยอยู่ในพื้นที่ต่ำง ๆ ของ ฐำนบิน ฉะนั้นกำรระวังป้องกันจะต้องค ำนึงถึงควำมปลอดภัยและควำมสำมำรถในกำรที่จะใช้เครื่องมือ เหล่ำนี้ เพื่ออ ำนวยควำมสะดวกให้กับกำรปฏิบัติกำรทำงอำกำศเป็นไปได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ จึงจ ำเป็นต้อง มีก ำลังป้องกันพื้นที่ต่ำง ๆ เป็นต ำบลให้สัมพันธ์กับเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีอยู่ในต ำบลนั้น ๆ ซึ่งไม่อำจก ำหนด หรือ


๓๒ มีกฎตำยตัวว่ำ แต่ละจุดควรจะมีเจ้ำหน้ำที่ระวังป้องกันจ ำนวนเท่ำใด โดยปกติจะมีประมำณ ๒๐ - ๔๐ คน ต่อหนึ่งต ำบล และในแต่ละต ำบลควรจะมีจุดอ่อนแอที่ต้องท ำกำรป้องกันไม่เกิน ๓ จุด ๔.๒.๑.๒.๑.๓ ป้องกันเป็นเขต (ภำพที่ ๕) เพื่อให้มีควำมอ่อนตัว และกระจำยอ ำนำจกำรควบคุมบังคับบัญชำในกำรป้องกัน(โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งเกี่ยวกับทำงธุรกำร) แผนใน กำรป้องกันเป็นเขต ควรจัดตั้งขึ้นโดยรวมต ำบลที่ต้องป้องกันให้เป็นเขตป้องกันขึ้น จะท ำให้สะดวกในกำร ควบคุมบังคับบัญชำ ช่วยให้หน่วยก ำลังที่บรรจุประจ ำในเขตได้รับประโยชน์จำกกำรคุ้นเคยกับพื้นที่ที่ตน รับผิดชอบ ตลอดทั้งทรำบที่มั่นป้องกันที่ได้จัดท ำไว้แล้ว และได้มีโอกำสท ำกำรซักซ้อมกำรปฏิบัติตำม แผนกำรตอบโต้อยู่เสมอ จะท ำให้กำรตอบโต้ได้ทันเวลำเมื่อเกิดเหตุกำรณ์จริงขึ้น ๔.๒.๑.๒.๑.๓.๑ เส้นกั้นเขต ถ้ำเป็นไปได้เส้นกั้นเขต ควรแบ่งตำมแนวที่เห็นเด่นชัด เช่น ตำมแนวขอบทำงวิ่ง หรือตำมถนนสำยหลัก เพื่อให้เห็นเขตรับผิดชอบได้ ชัดเจน เส้นกั้นเขตนี้ไม่ควรลำกเลยแนวเขตฐำนบินออกไปในพื้นที่ป้องกันภำยนอ ๔.๒.๑.๒.๑.๓.๒ ที่บังคับกำรเขต ในแต่ละเขตควรจัดตั้ง ที่บังคับกำรเขตขึ้น ณ ต ำบลป้องกันที่เหมำะสม เพื่อใช้เป็นที่สั่งกำรปฏิบัติของผู้บังคับเขตและเพื่อใช้เป็นที่พัก ยำมรักษำกำรณ์ เพื่อให้ก ำลังรักษำควำมปลอดภัยประจ ำเขตได้หมุนเวียนกันมำพักผ่อนหลังจำกปฏิบัติหน้ำที่ หรือรับค ำสั่งจำกผู้บังคับเขต จะท ำให้กำรควบคุมก ำกับดูแลกำรปฏิบัติรวดเร็วขึ้น ถ้ำเป็นไปได้ที่บังคับกำร เขตควรอยู่ใกล้ต ำบลที่มีควำมส ำคัญสูงสุด ๔.๒.๑.๒.๑.๓.๓ จ ำนวนที่เหมำะสมในเขตป้องกัน จ ำนวนเขตที่จะจัด ควรพิจำรณำถึงจ ำนวนต ำบลที่ป้องกัน และจ ำนวนก ำลังที่จะใช้ป้องกันภำคพื้นดินที่จัด หำได้ในกำรป้องกัน ไม่มีจ ำนวนมำตรำฐำนตำยตัวในกำรก ำหนดจ ำนวนเขต ให้ยึดถือเป็นแบบฉบับในกำร ป้องกันแต่ละฐำนบินจะต้องจัดแบ่งให้เหมำะกับพื้นที่ที่ตั้งอยู่ อย่ำงไรก็ดีเพื่อให้สะดวกในกำรควบคุมจ ำนวน เขตควรมีไม่เกิน ๓ เขต ถ้ำเป็นไปได้แต่ละเขตควรมีต ำบลส ำคัญในกำรป้องกันไม่เกิน ๓ ต ำบล และควร สำมำรถป้องกันได้โดยใช้ก ำลังภำคพื้นประมำณ ๑ กองร้อย ในแต่ละเขต (ภำพที่ ๖) ๔.๒.๑.๒.๑.๓.๔ ระบบป้องกันภำยในเขต ระบบกำร ป้องกันภำยในเขตของแต่ละเขตนั้น จะต้องวำงแผนไว้ล่วงหน้ำ และประสำนกำรปฏิบัติกับเขตข้ำงเคียง มิให้มี กำรก้ำวก่ำยหรือล ้ำเขตกัน อำจเกิดกำรเข้ำใจผิดและยิงกันเองได้ เว้นแต่จะมีกำรร้องขอควำมช่วยเหลือหรือให้ ช่วยสกัดกั้นเมื่อมีกำรล ้ำเขต รวมทั้งประสำนกับหน่วยก ำลังในพื้นที่ใกล้เคียงกับฐำนบินด้วย ๔.๒.๒ พื้นที่ระวังป้องกันภำยนอก เป็นพื้นที่ภำยนอกฐำนบินนับตั้งแต่ขอบรั้วด้ำนนอกฐำนบิน ออกไปประมำณ ๑๖ กิโลเมตร ที่ก ำหนดดังนี้เพรำะพิจำรณำถึงระยะยิงไกลสุดของอำวุธที่มีขีดควำมสำมำรถ สูงสุดของข้ำศึกที่จะน ำมำใช้ได้ในระยะ ๑๖ กิโลเมตร ในกำรระวังป้องกันพื้นที่ดังกล่ำว จ ำเป็นต้องใช้วิธีกำร เคลื่อนที่และวิธีกำรแจ้งเตือนโดยปฏิบัติกำรในรูปของชุดลำดตระเวนของก ำลังอำกำศโยธิน หรือชุดปฏิบัติกำร จิตวิทยำและช่วยเหลือประชำชนพร้อมทั้งหำข่ำวไปด้วย


๓๓ ภำพที่ ๕ กำรป้องกันเป็นเขต


๓๔ ภำพที่ ๖ กำรป้องกันฐำนบิน (ใน ๑ เขตป้องกัน)


๓๕


๓๖ ๔.๓ องค์ประกอบส ำคัญของมำตรกำรป้องกัน (ภำพที่ ๖,๗) ตำมปกติกำรปฏิบัติกำรป้องกันฐำนบินมี องค์ประกอบ ๓ ประกำร คือ กำรแจ้งเตือน กำรป้องกันทำงยุทธวิธีและกำรตอบโต้ ๔.๓.๑ กำรแจ้งเตือน ( WARNING )องค์ประกอบในกำรแจ้งเตือนกำรครอบคลุมทั้งฐำนบินและ พื้นที่รอบ ๆ ในระยะอย่ำงน้อยเท่ำกับระยะหวังผลไกลสุดของอำวุธข้ำศึกที่มีอยู่ ประสิทธิภำพนี้จะด ำรงให้มี อยู่ได้ด้วยหน่วยทำงพื้นดิน กำรลำดตระเวนทำงอำกำศ และแนวแจ้งเตือน กำรแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภำพช่วย ให้ ผบ.หน่วยทรำบข่ำวกำรเข้ำโจมตีได้ทันเวลำ และเตรียมกำรตอบโต้ไว้ก่อนข้ำศึกจะเข้ำตีจุดส ำคัญ ระบบ กำรแจ้งเตือนควรจะแจ้งข่ำวสำรและข่ำวกรองจำก แหล่งข่ำวที่หำได้ให้แก่ ผบ.ฐำนบิน เช่น ข่ำวกรองนอกฐำน บิน,กำรลำดตระเวนทำงอำกำศ,กำรตรวจกำรณ์,กำรลำดตระเวน และระบบกำรตรวจค้นทำงพื้นดิน ตำมปกติแล้วจะต้องจัดให้มีแนวแจ้งเตือน( WARNING LINE ) โดยห่ำงจำกแนวต้ำนทำนหลัก ( MAIN LINE OF RESISTANT ) ๑๐๐ - ๒๐๐ เมตร เพื่อมุ่งหมำยที่จะเฝ้ำตรวจกำรเคลื่อนไหวของข้ำศึก และเพื่อเตือนให้ หน่วยต่ำง ๆ ในฐำนบินทรำบกำรเข้ำโจมตี ในบำงกรณีแนวแจ้งเตือนอำจท ำหน้ำที่ต่อสู้กับชุด SAPPER ถ้ำ พิจำรณำว่ำหำกท ำลำยได้ง่ำย โดยไม่ต้องใช้แนวต้ำนทำนหลักด ำเนินกำร แนวแจ้งเตือนย่อมประกอบไปด้วย ๔.๓.๑.๑ ที่ตรวจกำรณ์ ( OBSERVATION POST ) หรือเรียกง่ำย ๆ ว่ำหอคอย สร้ำงเป็นหอ สูง ๕๐ ฟุต ใกล้แนวรั้ว ระยะห่ำงระหว่ำงหอไม่ควรเกิน ๘๐๐ เมตร เพื่อให้ยำมประจ ำหอคอยสำมำรถตรวจ กำรณ์ได้ชัดเจน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้เมื่อจ ำเป็น ควรสร้ำงหอ ณ จุดที่เห็นได้ดีที่สุด ที่โคนหอควรมี หลุมปืน ( BUNKER ) เพื่อเป็นที่วำงตัวให้ยำมหอคอยใช้หลบภัยฉุกเฉิน หรืออำจใช้ประโยชน์ในกำรต่อสู้กับ ข้ำศึก หอคอยไม่ใช่ที่มั่นส ำหรับต่อสู้ เมื่อตรวจพบข้ำศึกจ ำนวนหนึ่ง และใกล้เวลำที่ฐำนบินจะถูกโจมตี ยำม จะต้องถอนตัวกลับเข้ำแนวต้ำนทำนหลักทันที เว้นแต่มำตรกำรป้องกันได้วำงอำวุธยิงสนับสนุนยำมไว้แล้ว ก็อำจให้ยำมหอคอยอยู่ ณ หลุมปืน ( BUNKER ) เพื่อให้ท ำหน้ำที่เป็นผู้ตรวจกำรยิงและแจ้งจุดที่ข้ำศึกซ่อน ตัว นอกจำกนั้นบนหอคอยยังสำมำรถติดตั้งกล้องตรวจกำรณ์กลำงคืน ณ จุดที่เหมำะสมได้อีกด้วย ๔.๓.๑.๒ ที่ฟังกำรณ์( LISTENING POST ) ที่ฟังกำรณ์จะจัดวำงขึ้นยำมวิกำล หรือเมื่อ ทัศนวิสัยจ ำกัด เช่น หมอกลงจัด โดยก ำหนดจุดที่ฟังกำรณ์ไว้บนพื้นดิน ระหว่ำงหอคอยสูง โดยมุ่งหมำยที่ จะอุดช่องว่ำงในกำรมองเห็นระหว่ำงหอ ที่ฟังกำรณ์ไม่ต้องกำรที่มั่นประจ ำที่ แต่ควรมีที่ก ำบังให้แก่ยำม รักษำกำรณ์เมื่อถูกยิงด้วยอำวุธปืนเล็กหรือถูกโจมตีด้วยอำวุธยิงจำกนอกฐำนบิน กำรจัดชุดสุนัขยำมมำ ประจ ำไว้ ณ ที่ฟังกำรณ์จะเป็นประโยชน์มำกที่สุด เพรำะจะได้ใช้ประโยชน์มำกที่สุด เพรำะจะได้ใช้ประโยชน์ จำกลักษณะธรรมชำติของสุนัขเป็นเครื่องมือช่วยในกำรเตือนภัย ๔.๓.๑.๓ สุนัขยำม ( SENTRY DOG ) เนื่องจำกสุนัขมีขีดควำมสำมำรถในกำรเห็น ได้ยิน และกำรดมกลิ่นดีกว่ำมนุษย์ กลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกำจึงน ำสุนัขมำฝึกใช้งำนทำงทหำร โดยธรรมชำติ สุนัขมีควำมตื่นตัว ดุเมื่อน ำมำฝึกให้เชื่อฟังค ำสั่ง แล้วให้ปฏิบัติหน้ำที่สะกดรอย ติดตำม ดมกลิ่น ฯลฯ และ ปฏิบัติภำรกิจอื่น เช่น น ำสำร หรือแทรกซึมเข้ำไปในเขตข้ำศึก ซึ่งนับว่ำได้รับประโยชน์อย่ำงมำกจำกสุนัขที่ ได้รับกำรฝึกมำอย่ำงดีแล้ว ควำมสำมำรถของสุนัขเมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์แล้ว สุนัขมีขีดควำมสำมำรถ มำกกว่ำมนุษย์ในหลำยอย่ำงเช่น.-


๓๗ ๔.๓.๑.๓.๑ ดมกลิ่นได้ดีกว่ำ ๒๐ เท่ำ ๔.๓.๑.๓.๒ ได้ยินได้ดีกว่ำ ๔๐ เท่ำ ๔.๓.๑.๓.๓ มองเห็นได้ดีกว่ำ ๑๐ เท่ำ ๔.๓.๑.๔ รั้ว ( FENCING ) รั้วเป็นอุปกรณ์ส ำคัญอีกอย่ำงหนึ่งในกำรป้องกันฐำนบิน มี หลำยแบบ ถึงแม้ว่ำรั้วจะป้องกันกำรบุกรุกไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์แต่ก็เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เจ้ำหน้ำที่รักษำ ควำมปลอดภัยได้ทรำบว่ำมีกำรบุกรุกฐำนบินเกิดขึ้นแล้ว นอกจำกนั้นรั้วยังเป็นเครื่องถ่วงเวลำในกำรผ่ำนเข้ำ มำของข้ำศึก รั้วมีหลำยประเภทแต่ที่ใช้กันโดยทั่วไปก็ได้แก่.- ๔.๓.๑.๔.๑ รั้วลวดหีบเพลง ( STANDARD BARBED – WIRE CONCERTINA ) เป็นรั้วที่นิยมใช้มำกใช้กำงโดยรอบฐำนบินหรือรอบเป้ำหมำยส ำคัญ เป็นรั้วที่มีคุณลักษณะที่สำมำรถหน่วง เหนี่ยวกำรเคลื่อนที่ของทหำรเดินเท้ำและยำนยนต์ ลวดหีบเพลง ๑ ม้วน ( REEL ) จะมี ๔๐ ขด ( BEND ) ลวดแต่ละขดกำงได้ยำว ๑๕ เมตร สำมำรถใช้กำงได้ ๓ แบบ คือ ลวดหีบเพลงเดี่ยว (SINGLE CONCERTINA ) ลวดหีบเพลงคู่ ( DOUBLE CONCERTINA ) และลวดหีบเพลง ๓ แถว ( TRIPLE CONCERTINA ) แต่ที่นิยมใช้กันมำกคือ ลวดหีบเพลงแบบ ๓ แถว ในกำรกำงเมื่อใช้ช่ำงผู้ช ำนำญงำน ๑ ชุด ระยะ ๓๐๐ เมตร ต้องใช้แรงงำน ๓๐ ชม./คน ใช้ลวดหนำม ๖๐ ขด เสำ(เหล็กหรือไม้) ๑๖๕ ท่อน ลวดขึง ๔ ขด ๆ ละ ๔๐๐ เมตร ห่วงตอกยึด ๓๑๗ อัน (ภำพที่ ๘) ๔.๓.๑.๔.๒ ลวดกระโจมและป่ ำลวดต ่ำ รั้วลวดชนิดนี้ใช้ส ำหรับชะลอยำนยนต์ ข้ำศึก เพรำะลวดหนำมจะพันติดสำยพำนหรือตีนตะขำบ ลักษณะกำรสร้ำงมี ๒ แบบ คือแบบ ๔ และ ๒ ก้ำว , กับ ๖ และ ๓ ก้ำว ลวดกระโจมสูง ๗๐ ซม.มีประสิทธิภำพในกำรใช้สูงกว่ำลวดหีบเพลง กำรสร้ำงใช้ลวด หนำมหลำยเส้นขึงตำมแนวนอนเป็นรั้วตั้งฉำกกับพื้น และมีลวดหนำมขึงจำกปลำยเสำไปยังพื้นดินทั้ง ด้ำนหน้ำและด้ำนหลังเป็นรูปกระโจมทุกระยะ ๓๐๐ เมตร ของกำรสร้ำงแบบ ๔ และ ๒ ก้ำว ใช้เจ้ำหน้ำที่ ผู้ช ำนำญสร้ำงจะใช้แรงงำน ๕๙ ชม./คน ใฃ้ลวดหนำม ๑๕ ขด (ขดละ ๔๐๐ เมตร) ไม้ยำว ๑๐๐ ท่อน สั้น ๒๐๐ ท่อน ๔.๓.๑.๔.๓ ป่ ำลวดสูง ( HIGH – WIRE ENTANGLEMENT)สร้ำงด้วยลวดหนำม ๔ เส้น ขึงขนำนกัน ๓ แนว และมีลวดหนำมขึงสลับเป็นฟันปลำท ำให้เกิดช่องสำมเหลี่ยมติดต่อกันเป็นพืด ทุก ระยะ ๓๐๐ เมตร จะใช้ลวดหนำม ๑๘ ขด (ขดละ ๔๐๐ เมตร ใช้ชุดช ำนำญสร้ำงคิดเป็นแรงงำน ๗๙ ชม./คน ไม้ ๑๘๙ ท่อน ๔.๓.๑.๔.๔ รั้วลวดหนำมแบบคอกปศุสัตว์( FOUR – STRAND FENCE ) เป็น แบบลวดหนำมขึงตำมแนวขนำน ๔ - ๕ เส้น เพื่อกันสัตว์ใหญ่และคน เป็นรั้วที่สร้ำงโดยทั่วไปเพรำะสะดวก และไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรมำกนักกำรรื้อถอนก็ท ำได้ง่ำย มักสร้ำงไว้เพื่อแสดงขอบเขตหรือบริเวณที่หวงห้ำม ๔.๓.๑.๔.๕ รั้วลวดตำข่ำย ( WIRE – GAUZE FENCE ) เป็นรั้วที่สร้ำงด้วยลวด ตำข่ำยขนำดใหญ่ติดตรึงกับเสำโลหะ ใช้เป็นเครื่องกีดขวำงหรือกั้นบริเวณหวงห้ำม ตำข่ำยโตประมำณ ๒ ตำรำงนิ้ว ปกติสร้ำงสูงประมำณ ๗ ฟุต แต่อำจสูงกว่ำหรือต ่ำกว่ำนี้ก็ได้


๓๘ ภำพที่ ๙ รั้วลวดหนำมแบบคอกปศุสัตว์พร้อมลวดหีบเพลงคู่


๓๙ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ กำรตรวจกำรณ์ และที่ตั้งของอุปกรณ์ที่ต้องป้องกัน ปลำยเสำอำจต่อด้วย เหล็กฉำกหักออกด้ำนนอก และหักเข้ำด้ำนในเป็น ๒ แฉก ขึงลวดหนำมด้ำนละ ๒ เส้น เพื่อป้องกันกำรปีนข้ำม รั้วทั้งข้ำงนอกและข้ำงใน เป็นรั้วที่ใช้ป้องกันกำรบุกรุกได้ดีมำก สำมำรถติดตั้งเครื่องตรวจจับได้ดี (ภำพที่ ๑๐ และ ๑๑) ๔.๓.๑.๔.๖ รั้วลวดหนำมแบบคอกปศุสัตว์พร้อมลวดหีบเพลงคู่ ( FOUR – STRAND FENCE AND DOUBLE CONCERTINA ) (ภำพที่ ๙) เป็นรั้วแบบคอกปศุสัตว์ธรรมดำที่เป็นลวด หนำม แต่เพิ่มลวดหีบเพลงคู่วำงซ้อนกันทำงดิ่ง คือชั้นล่ำง ๑ ขด ชั้นบน ๑ ขด แล้วมัดติดกับเสำรั้วลวดหนำม แบบคอกปศุสัตว์ ช่วยเพิ่มควำมหนำให้กับรั้ว และยำกล ำบำกในกำรลอดรั้ว เข้ำ –ออก กำรสร้ำงก็สำมำรถท ำ ได้ง่ำยสะดวกรวดเร็ว ๔.๓.๑.๕ แสงสว่ำง ( LIGHT ) ตำมแนวรั้วชั้นนอกโดยรอบฐำนบินควรมีแสงสว่ำงติดไว้ตลอด หรือเป็นระยะ ๆ ก็ได้ โดยเฉพำะในเวลำค ่ำมืด เพื่อใช้ยับยั้งกำรบุกรุก ตรวจจับ และหำต ำแหน่งที่ข้ำศึก หลบซ่อน เครื่องให้แสงสว่ำงมีหลำยแบบ เช่น ๔.๓.๑.๕.๑ เครื่องให้แสงสว่ำงประจ ำที่ ( STATIONARY LIGHT ) เป็นแบบโคมไฟ ติดตั้งบนเสำไฟฟ้ำสูง ๓๐ ฟุต แต่ละต้นห่ำงกัน ๕๐ - ๖๐ เมตร ปรับมุมให้ล ำแสงพุ่งสำดออก ๔.๓.๑.๕.๒ ฟลูโอเรชเซ็นท์( FLUORESCENT ) เหมำะส ำหรับพื้นที่ที่ต้องกำรใช้ แสงสว่ำงระดับต ่ำ หลอดไม่ขำดง่ำย แต่เมื่อใช้งำนไปนำน ๆ แสงสว่ำงจะลดลง ๔.๓.๑.๕.๓ เครื่องให้แสงสว่ำงเคลื่อนที่ ได้แก่ไฟที่ติดตั้งบนรถ ไฟฉำย ไฟหมุน ที่ติดตั้งบนหอคอยหรืออำคำร เครื่องให้แสงสว่ำงชนิดนี้เหมำะที่จะใช้ในกำรป้องปรำม ๔.๓.๑.๕.๔ เครื่องให้แสงสว่ำงชั่วครำว ( TEMPORARY LIGHT ) ได้แก่พลุส่อง สว่ำง พลุสะดุด สำรเผำไหม้อื่น ๆ ถ้ำน ้ำมันจุดไฟหรือใช้ของอย่ำงอื่น เช่น เศษผ้ำ,เส้นด้ำยชุบน ้ำมันแล้ว จุดไฟให้เกิดแสงสว่ำง ๔.๓.๑.๖ เครื่องตรวจจับ ได้แก่กล้องส่องสองตำ,เครื่องฉำยแสงอินฟรำเรด,เรดำร์ ๔.๓.๑.๖.๑ เครื่องตรวจจับทำงอำกำศ ใช้ติดตั้งกับ ฮ.หรือ บ.ควำมเร็วต ่ำ ได้แก่ เครื่องฉำยแสงอินฟรำเรด,เรดำร์ เครื่องถ่ำยภำพ เป็นต้น ๔.๓.๑.๖.๒ เครื่องตรวจจับบนพื้นดิน ชนิดนี้เป็นเครื่องมือที่มอบให้กับชุด ลำดตระเวนเพื่อใช้ในเวลำกลำงคืน โดยปกติชุดลำดตระเวนเดินเท้ำจะปฏิบัติหน้ำที่ในทำงมำตรกำรป้องกัน ได้ผลกว่ำลำดตระเวนยำนยนต์ เนื่องจำกเคลื่อนที่ด้วยควำมเงียบ ข้ำศึกยังไม่ทันรู้ตัว และจะได้ผลดีมำกถ้ำ เป็นชุดลำดตระเวนซุ่มโจมตี ๔.๓.๑.๖.๓ เครื่องตรวจจับบนฐำนในน ้ำ ใช้ติดตั้งกับเรือ เมื่อมีกำรลำดตระเวนทำง น ้ำ เครื่องมือชนิดนี้อำจได้แก่เรดำร์ กล้องส่องทำงไกล กล้องตรวจกำรณ์เวลำกลำงคืน กล้องอินฟรำเรด และ ไฟฉำย เป็นต้น


๔๐ ภำพที่ ๑๐ แสดงระยะทำงระหว่ำงแนวรั้วกับพื้นที่นอกกำรควบคุม


๔๑ ภำพระยะทำงระหว่ำงแนวป้องกันฐำนก ำลังชั้นในกับแนวรั้วและกำรติดตั้งเครื่องตรวจจับ


๔๒ ๔.๓.๑.๖.๔ เครื่องตรวจจับติดตั้งบนหอคอย เป็นเครื่องมือชนิดที่ใช้ประโยชน์มำก ที่สุด บนหอคอยอำจติดตั้งเครื่องมือได้หลำยระบบ ดังนั้นหอคอยจึงเป็นสิ่งพึงประสงค์มำกหำกจะใช้ประโยชน์ จำกหอคอยในเวลำกลำงคืน ก็ควรสร้ำงหอคอยให้ห่ำงกันไม่ควรเกิน ๔๐๐ เมตร เพรำะขีดสำมำรถของกล้อง ตรวจกำรณ์กลำงคืน มีรัศมีกำรเห็นได้ประมำณ ๒๐๐ เมตร ๔.๓.๑.๗ เครื่องแจ้งเตือนภัย ( WARNING MECHANICS ) เป็นอุปกรณ์เตือนภัยติดตั้งไว้ ตำมแนวรั้ว หรือบริเวณโดยรอบเป้ำหมำยส ำคัญ เครื่องแจ้งเตือนภัยเหล่ำนี้ ได้แก่.- ๔.๓.๑.๗.๑ MECHANICAL ALARM เป็นอุปกรณ์พิเศษ เมื่อมีวัตถุเคลื่อนไหว ผ่ำนมำจะท ำให้เกิดกำรครบวงจรโดยอัตโนมัติ สัญญำณแจ้งเตือนที่ติดตั้งเชื่อมต่อกับแผนผังภำยในศูนย์ ฯ ก็ จะโชว์สัญญำณให้เห็นทันที ๔.๓.๑.๗.๒ VIBRATION ALARM เป็นระบบสั่นสะเทือนก หรือระบบท่อควำมดัน ซึ่งฝังดินไว้ เมื่อมีวัตถุหรือสิ่งอื่นใดที่มีน ้ำหนักผ่ำนมำ สัญญำณที่ติดตั้งไว้ก็จะโชว์ให้เห็นภำยในศูนย์ ฯ ทันที กล่ำวคือวัตถุที่มีน ้ำหนักเกินกว่ำ ๒๕ ปอนด์ ผ่ำนเข้ำมำใกล้รัศมี ๑๕ เมตร สัญญำณก็จะปรำกฎให้เห็น ๔.๓.๑.๗.๓ MOTION ALARM เป็นระบบโทรทัศน์วงจรปิด เมื่อมีวัตถุผ่ำนหน้ำ กล้อง ภำพก็จะเกิดบนจอภำยในศูนย์ น ท ำให้เห็นกำรเคลื่อนไหว แม้กระทั่งฝ่ ำยเดียวกันและฝ่ ำยตรงข้ำม ถ้ำ เคลื่อนที่เข้ำมำผ่ำนหน้ำกล้องจับภำพดังกล่ำวระบบนี้มักใช้กับบริเวณเป้ำหมำยที่มีพื้นที่จ ำกัด ๔.๓.๒ กำรป้องกันทำงยุทธวิธีเป็นมำตรกำรขัดขวำงกำรเข้ำถึงเป้ำหมำย อันประกอบด้วย ก ำลังรักษำควำมปลอดภัยท ำกำรป้องกันอุปกรณ์อำคำรสถำนที่สิ่งส ำคัญต่ำง ๆ จัดให้มีกำรสนับสนุนด้วย อำวุธที่สำมำรถท ำกำรยิงไปยังเขตฐำนบิน และมีกองหนุนที่ได้รับกำรฝึกในด้ำนกำรรักษำควำมปลอดภัยฐำน บินมำโดยเฉพำะ และได้มีกำรซักซ้อมไม่ให้เข้ำมำยังฐำนบินได้โดยกำรใช้เครื่องกีดขวำงที่จัดท ำขึ้น เช่น รั้ว ชนิดต่ำง ๆ ทุ่นระเบิด กับระเบิด พลุสดุด เครื่องให้แสงสว่ำงเสริมให้แก่ก ำลังป้องกันรักษำควำมปลอดภัยเพื่อ หน่วงเหนี่ยวรบกวนข้ำศึก และอำศัยอ ำนำจกำรยิงที่เหนือกว่ำ จำกที่มั่นที่ได้เตรียมไว้แล้วเพื่อหยุดข้ำศึกไว้ให้ ได้ก่อนเข้ำถึงเป้ำหมำย จุดใดล่อแหลมจะต้องวำงมำตรกำรป้องกันให้เข้มแข็งเพียงพอ จนแน่ใจว่ำข้ำศึกเจำะ เข้ำถึงเป้ำหมำยไม่ได้ ถ้ำหำกข้ำศึกสำมำรถเจำะเข้ำมำยังฐำนบินได้ก็สำมำรถใช้ ค.ส่องสว่ำง เพื่อค้นหำ ข้ำศึกที้หลบซ่อนอยู่ตลอดจนกำรใช้ก ำลังต่ำง ๆ เช่น ชุดปฏิบัติกำรร่วมกับชุดสุนัชทหำรเข้ำกวำดล้ำง เป็นต้น ๔.๓.๓ กำรตอบโต้เป็นมำตรกำรใช้ก ำลังเข้ำตอบโต้ หรือผลักดันข้ำศึกให้ ออกไปจำกฐำนบินประกอบด้วย ๔.๓.๓.๑ เครื่องบิน เมื่อข้ำศึกจู่โจมและเจำะแนวเข้ำมำอย่ำงรวดเร็วในกำรปะทะ เวลำแจ้งเตือนอำจมีน้อย อำกำศยำนโดยเฉพำะอย่ำงยิ่งประเภท GUN SHIPS (ทั้ง บ.และ ฮ.) สำมำรถจะใช้ ตอบโต้ได้อย่ำงรวดเร็วและได้ผลแผนประสำนกำรปฏิบัติควรรวมทั้งกำรใช้อำกำศยำน กำรแจ้งเตือนและกำร ตอบโต้ด้วย เครื่องบินไว้ด้วย นอกจำกนั้นยังใช้ บ.ติดตั้งเครื่องขยำยเสียงบินกระจำยเสียงท ำ ปจว.ต่อข้ำศึกให้ ยอมจ ำนน หำกไม่ได้ผลก็ใช้กำรท ำลำยด้วย GUN SHIPS บ.ยังสำมำรถใช้ในกำรตรวจกำรณ์ ถ่ำยทอดกำร ควบคุมบังคับบัญชำหน่วยป้องกันทำงภำคพื้น เมื่อกำรติดต่อสื่อสำรทำงพื้นดินใช้กำรไม่ได้


๔๓ ๔.๓.๓.๒ ก ำลังยิงทำงภำคพื้น กำรจัดท ำหลุมปืนกลแต่ละจุดควรพิจำรณำจุดที่เหมำะสม สำมำรถให้กำรคุ้มครองพื้นที่ได้อย่ำงกว้ำงขวำง ก ำหนดแผนกำรยิงประสำนกันให้รัดกุมทั้งเวลำกลำงวันและ กลำงคืน เพื่อให้เกิดประสิทธิภำพในกำรยิงตำมแผนป้องกันที่วำงไว้ จัดให้มีอำวุธอื่น เช่นเครื่องยิงลูกระเบิด และอำวุธสนับสนุนประเภทอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ประสิทธิภำพในกำรป้องกันมีมำกยิ่งขึ้น ๔.๓.๓.๓ ก ำลังเคลื่อนที่เร็ว เป็นก ำลังที่จะใช้ด ำเนินกลยุทธขับไล่ผลักดันข้ำศึกด้วยอ ำนำจ กำรยิง โดยมีควำมรวดเร็วในกำรเคลื่อนที่และควำมคล่องตัวสูง พร้อมทั้งเตรียมก ำลังหนุน และก ำลัง สนับสนุนไว้แก้ปัญหำ เส้นทำงกำรเคลื่อนที่ของก ำลังเคลื่อนที่เร็วจะต้องก ำหนดไว้โดยแน่นอนโดยประสำนกับ ศูนย์ ฯ ตลอดเวลำเพื่อมิให้เกิดควำมผิดพลำดยิงกันเองกับก ำลังที่อยู่ในหลุมปืนกล ถ้ำเป็นไปได้ก ำลังส่วนนี้ ควรใช้ตำมเส้นทำงที่ใช้ตอบโต้ข้ำศึกกับที่มั่นสกัดกั้นที่ตั้งใจเลือกไว้ล่วงหน้ำแล้ว ไม่ควรใช้หลังที่มั่นสกัดกั้น นอกเสียจำกว่ำจะเกิดเหตุฉุกเฉินเป็นกรณีพิเศษ จะต้องเข้ำใจว่ำกำรเคลื่อนที่ของก ำลังเคลื่อนที่เร็วระหว่ำง กำรยิงต่อสู้กัน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งในเวลำกลำงคืนจะได้รับอันตรำยร้ำยแรงจะท ำให้เกิดปัญกำในกำรควบคุม บังคับบัญชำ และก ำลังทหำรที่เคลื่อนที่อยู่จะถูกยิงจำกที่มั่นซึ่งอยู่ข้ำงหลัง เมื่อก ำลังเคลื่อนที่เร็วได้เข้ำ ด ำเนินกำรหรือ ปฏิบัติกำรต่อสู้อยู่ กำรเคลื่อนที่จะต้องรวดเร็วและไปโดยพำหนะที่ป้องกันกระสุนได้ และจะ ได้รับกำรยิงคุ้มครองทันทีเมื่อไปถึงที่หมำย ด้วยกำรยิงสนับสนุนทำงภำคพื้น กำรปฏิบัติกำรตีโต้ตอบนี้ จะเป็น ผลส ำเร็จได้ก็ด้วยกำรซักซ้อมหลำย ๆ ครั้ง ทั้งกลำงวันและกลำงคืน พร้อมทั้งกำรประสำนกำรปฏิบัติและกำร ควบคุมอย่ำงใกล้ชิดในควำมรับผิดชอบของ ผบ.ร้อยที่รับผิดชอบในเขตนั้น ๔.๓.๔ กำรประกอบก ำลังของชุดเคลื่อนที่เร็ว ๔.๓.๔.๑ ชุดสำยตรวจจักรยำนยนต์ (สจย.) ชุดสำยตรวจจักรยำนยนต์ หมำยถึงทหำรที่ได้รับ กำรฝึกมำโดยเฉพำะ พร้อมด้วยอำวุธประจ ำกำยจ ำนวน ๒ คน จัดเป็นชุดสำยตรวจเคลื่อนที่เร็วมี รถจักรยำนยนต์เป็นพำหนะพร้อมไฟฉำยแรงสูงประจ ำรถ ผบ.หมู่มีวิทยุเจ้ำหน้ำที่ภำยในหมู่จะมีเสื้อเกรำะกัน กระสุน มีหน้ำที่แก้ไขเหตุกำรณ์ขั้นต้นเดินทำงไปถึงจุดเกิดเหตุเร็วที่สุดไม่เกิน ๕ นำที มีควำมสำมำรถในกำร ลำดตระเวน เฝ้ำตรวจ ตรวจค้น เกำะและตรึงข้ำศึกหรือท ำลำยด้วยอ ำนำจกำรยิงหำกเกินขีดควำมสำมำรถก็ สำมำรถร้องขอก ำลังเพิ่มเติม หรือร้องขอกำรยิงช่วยจำกที่มั่นข้ำงเคียง กำรเข้ำด ำเนินกลยุทธไม่ควรอยู่ในที่ มั่นฝ่ ำยเดียวกัน ประกอบก ำลังดังนี้ ๔.๓.๔.๑.๑ ผบ.หมู่ (หัวหน้ำชุด ) อำวุธประจ ำกำย ปพ.อ. ๔.๓.๔.๑.๒ พลยิง อำวุธประจ ำกำยปืนลูกซองหรือ ปลยอ. ๔.๓.๔.๒ ชุดสำยตรวจยำนยนต์ (สยย.) ก ำลังชุดนี้ประกอบด้วยเจ้ำหน้ำที่ ๒ - ๕ คน ใช้ รถจี๊ปขนำด ๑/๔ ตัน ๔ x ๔ ตันเป็นยำนพำหนะ มีแท่นปืน วิทยุติดรถยนต์ โคมฉำยประจ ำรถ แล่นตรวจใน เขตรับผิดชอบและตำมพื้นที่ต่ำง ๆ ที่เป็นต ำบลส ำคัญ โดยไม่ก ำหนดเวลำออกตรวจไว้โดยแน่นอน (RANDOM)


๔๔ ป้องกันมิให้ข้ำศึกทรำบเวลำปฏิบัติกำร ชุดสำยตรวจยำนยนต์มีบทบำทในกำรค้นหำและท ำลำยข้ำศึกด้วย อ ำนำจกำรยิง หน่วยนี้รับผิดชอบไม่เพียงแต่ต่อสู้กับข้ำศึกเท่ำนั้น ยังมีหน้ำที่พิจำรณำตัดสินใจแก้ปัญหำที่ เกิดขึ้นอีกด้วย ผู้บังคับเขตจะเสนอแก่ศูนย์ฯถึงสถำนกำรณ์ที่เกิดขึ้นให้ทรำบว่ำรุนแรงมำกน้อยเพียงใด ควรจะปฏิบัติกำรต่อไปอย่ำงไร เป็นต้องกำรควำมช่วยเหลือสนับสนุนด้วยหรือไม่ ชุดสำยตรวจยำนยนต์ สำมำรถไปยังที่เกิดเหตุได้โดยเร็วภำยในเขตรับผิดชอบภำยใน ๕ นำที เมื่อถึงที่เกิดเหตุภำรกิจของชุดนี้ได้แก่ กำรค้นหำและก ำจัดข้ำศึก โดยพยำยำมลดผลกำรยิงของข้ำศึก โดยกำรใช้ที่ก ำบังให้ได้ประโยชน์ กำรเข้ำที่ตั้ง ยิงก็เพื่อยังยั้งกำรบุกของข้ำศึก ถ้ำหำกไม่สำมำรถยับยั้งข้ำศึกได้ก็ร้องขอก ำลังเพิ่มเติม โดยจะต้องเสนอแนะ เส้นทำงเคลื่อนที่และต ำบลที่ควรวำงก ำลังในกำรต่อต้ำนด้วย ชุดสำยตรวจยำนยนต์ ( สยย. ) ควรจัดให้มีอำวุธเพื่อใช้ยิงท ำลำยข้ำศึกหรือตรึงข้ำศึกได้ชั่วขณะแล้ว อำศัยอำวุธอื่นสนับสนุน เช่น เครื่องยิงลูกระเบิด,รถเกรำะ วี – ๑๕๐ หรือรถเกรำะคอนดอร์ หรือร้องขอกำรยิง จำกที่มั่นข้ำงเคียง ในกำรด ำเนินกลยุทธ ไม่ควรปฏิบัติหน้ำที่มั่นของที่ตั้งยิงของฝ่ ำยเรำ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งในเวลำค ่ำมืด เพรำะจะเกิดปัญหำยุ่งยำกในกำรควบคุมกำรยิงท ำให้ลดประสิทธิภำพในกำรป้องกัน ถ้ำหำกข้ำศึกบุกรุกเข้ำ มำจ ำนวนน้อย ควรรีบท ำลำยเสียแต่เนิ่น ๆ ที่แนวเขตฐำนบิน ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งพึงปรำรถนำในกำรที่จะใช้ชุดนี้ ต่อสู้ข้ำศึกทันทีที่แนวเขตฐำนบิน ถ้ำข้ำศึกมีจ ำนวนเท่ำ ๆ กันชุดสำยตรวจยำนยนต์กำรปฏิบัติกำรของชุดจะ จ ำกัดวงให้กับข้ำศึกที่บุกรุกเข้ำมำ โดยบังคับให้เคลื่อนที่เข้ำมำในเขตกำรยิงของแนวต้ำนทำนหลัก โดยธรรมดำหน่วยก ำลังตอบโต้ทั้งหมด ควรเตรียมกำรปฏิบัติกำรไว้ก่อนล่วงหน้ำในที่ตั้งยิงจำกแนว ต้ำนทำนหลัก หน่วยตอบโต้ทุกชนิดควรจัดให้มีอำวุธยิงอัตโนมัติ และปืนต่อสู้อำกำศยำนเบำอย่ำงเพียงพอ เพื่อให้สำมำรถมีอ ำนำจกำรยิงสูงกว่ำกำรยิงของหน่วยปฏิบัติกำรขนำดเล็กของข้ำศึก โดยธรรมดำอำวุธหนัก จะส ำรองไว้สนับสนุนกำรปฏิบัติกำรป้องกันตั้งอยู่ในแนวต้ำนทำนหลัก ๔.๓.๔.๒ ชุดปฏิบัติกำร (ชป. ) ชุดปฏิบัติกำรประกอบด้วยเจ้ำหน้ำที่ ๙ - ๑๑ คน มีรถเกรำะ วี – ๑๕๐ หรือรถเกรำะคอนดอร์เป็นพำหนะ สำมำรถปฏิบัติกำรในแนวต้ำนทำนหลักในเขตรับผิดชอบ ท ำ หน้ำที่ในกำรกวำดล้ำงผลักดันข้ำศึก สำมำรถไปยังจุดเกิดเหตุได้ภำยใน ๑๕ นำที ชุดปฏิบัติำกำรไม่ต้องท ำ หน้ำที่สำยตรวจ คงใช้เป็นหน่วยหนุนเคลื่อนที่เร็ว มุ่งหมำยเพื่อตอบโต้ข้ำศึก กำรใช้อย่ำงหนึ่งที่เป็นผลดีโดย กำรเคลื่อนที่ไม่ก ำหนดเวลำแน่นอนระหว่ำงที่ก ำบังรถเกรำะ และในเวลำฉุกเฉินก็เป็นกำรปฏิบัติแบบซุ่มโจมตี เคลื่อนที่เร็ว ชุดปฏิบัติกำรควรมีอำวุธอัตโนมัติประจ ำรถ และเครื่องยิงลูกระเบิด ขนำด ๔๐ มม.ด้วย เจ้ำหน้ำที่ ประจ ำชุดปฏิบัติกำร ต้องได้รับกำรฝึกอย่ำงดีโดยเฉพำะเกี่ยวกับกำรปฏิบัติกำรโจมตี จึงเป็นชุดที่เหมำะสมที่ จะใช้ตอบโต้ชุดปฏิบัติกำรขนำดเล็กของข้ำศึกที่สำมำรถบุกผ่ำแนวแจ้งเตือนเข้ำมำได้ส ำเร็จ ๔.๓.๔.๓ ก ำลังสนับสนุน ( AUGMENTEE FORCE ) เมื่อข้ำศึกใช้ก ำลังขนำดใหญ่เข้ำโจมตี ฐำนบิน ก ำลังประจ ำกำรที่เป็นก ำลังรบ อำจถูกใช้เข้ำประจ ำเขตรับผิดชอบจนหมดสิ้น ไม่สำมำรถเพิ่มเติม ก ำลังได้ จ ำต้องจัดเตรียมก ำลังสนับสนุนไว้ใช้แก้ปัญหำ ก ำลังส่วนนี้จัดมำจำกหน่วยที่มิใช่ก ำลังรบ น ำมำฝึก กำรใช้อำวุธฝึกทำงยุทธวิธี จนสำมำรถเป็นก ำลังสนับสนุนที่ใช้แทนก ำลังหลักได้


๔๕ ๕. ระบบกำรป้องกันฐำนบิน วัตถุประสงค์ในกำรป้องกันฐำนบิน คือกำรท ำให้กำรใช้ก ำลังทำงอำกำศสำมำรถปฏิบัติภำรกิจได้ อย่ำงต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงักหรือถูกรบกวน จำกกำรคุกคำมของข้ำศึก หรือหำกถูกโจมตีก็ให้เกิดควำมเสียหำย น้อยที่สุด ภัยคุกคำมอำจเกิดจำกกำรโจมตีทำงภำคพื้นโดยตรง หรือลอบเข้ำฐำนบินเพื่อก่อวินำศกรรมและ โจรกรรม จึงจ ำเป็นต้องน ำแนวควำมคิดในกำรป้องกันรวมทั้งยุทธวิธีในกำรป้องกันมำผสมผสำนกัน จัดเป็น ระบบป้องกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภำพสูงสุด ดังนั้น หำกได้ด ำเนินกำรครบทั้งระบบ แล้วจะเป็นอันเชื่อได้ว่ำ ฐำนบินจะปลอดภัยอย่ำงแน่นอน ระบบป้องกันฐำนบินประกอบด้วยระบบรอง ๖ ประกำร ได้แก่.- ๕.๑ กำรตรวจค้นก่อนกำรโจมตี คือกำรด ำเนินกำรค้นหำที่ตั้งของข้ำศึก พิสูจน์ทรำบถึงกำรคุกคำมที่ คำดว่ำจะเกิดขึ้นต่อฐำนบินเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้ฐำนบินถูกโจมตีโดยไม่ทรำบล่วงหน้ำ กระท ำได้โดย ๕.๑.๑ ด ำเนินกำรด้ำนกำรข่ำว เป็นกำรรวบรวมข่ำวสำรจำกแหล่งข่ำวทุกประเภท ทั้ง แหล่งข่ำวลับ กำรใช้สำยสับ แหล่งข่ำวในพื้นที่ กำรซักถำมเชลย ยุทธปัจจัยที่ยึดได้ ๕.๑.๒ ด ำเนินกำรลำดตระเวนทั้งทำงพื้นดินและทำงอำกำศ กำรลำดตระเวนต้องกระท ำ อย่ำงต่อเนื่อง เพื่อให้เข้ำถึงตัวข้ำศึก ชุดลำดตระเวนที่ออกปฏิบัติกำรจะท ำให้ข้ำศึกต้องหลบซ่อน เคลื่อนย้ำย บ่อย อยู่ไม่เป็นที่หรืออำจสลำยตัวรวมก ำลังไม่ติด หรืออำจถูกฃุดลำดตระเวนท ำลำยเสียก่อน ท ำให้ข้ำศึกไม่มี เวลำหรือโอกำสเตรียมกำรโจมตีฐำนบินได้ ๕.๑.๓ ใช้เครื่องตรวจจับ คือกำรใช้เครื่องมือแบบต่ำง ๆ เพื่อช่วยค้นหำและตรวจจับกำร เคลื่อนไหวของข้ำศึก ได้แก่ เครื่องตรวจจับที่มีกำรบันทึก (กล้องถ่ำยรูป เรดำร์ เครื่องตรวจจับอินฟรำเรด) หรือ เครื่องตรวจจับที่ไม่มีกำรบันทึก (กล้องส่องสองตำ,กล้องตรวจกำรณ์กลำงคืน) เครื่องตรวจจับต่ำง ๆ อำจ ติดตั้งได้หลำยวิธี เช่น ติดตั้งกับอำกำศยำน ติดตั้งบนพื้นดิน ยำนพำหนะหรือหอคอย ๕.๒ กำรป้องกันอ ำนำจท ำลำยของอำวุธ เพื่อลดควำมเสียหำยจำกกำรยิงของข้ำศึกทั้งอำวุธกระสุน วิถีรำบ และกระสุนวิถีโค้ง ซึ่งหมำยถึงกำรจัดให้มีเครื่องป้องกันก ำลังพลและที่ตั้งอำวุธยุทโธปกรณ์โดยกำรยิง ของข้ำศึกจำกภำยนอกฐำนบิน ลักษณะของเครื่องป้องกันที่จัดท ำขึ้นนั้น อำศัยคุณสมบัติทำงฟิ สิกส์ หรือ ทำงขีปนะวิถีของอำวุธข้ำศึกเป็นหลัก กำรกระจำยที่ตั้งยุทโธปกรณ์ต่ำง ๆ เหล่ำนี้ออกไปเพื่อลดอันตรำย ร่วมกันก็เป็นสิ่งพึงประสงค์ประกำรหนึ่ง ดังนั้นจึงจ ำเป็นต้องหำข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะอำวุธที่ข้ำศึกใช้คุกคำม คุณสมบัติทำงฟิ สิกส์ของอำวุธ คุณสมบัติทำงขีปนะวิธีของเครื่องยิงลูกระเบิดไว้ด้วย โดยก ำหนดยุทธวิธีใน กำรป้องกันดังนี้ ๕.๒.๑ ใช้เทคนิคในกำรป้องกัน ได้แก่กำรออกแบบเครื่องป้องกันให้เหมำะสมกับเป้ำหมำยกรวมถึง กำรวำงเครื่องป้องกันมิให้ยุทโธปกรณ์ได้รับกำรกระทบกระเทือนอย่ำงเต็มที่จำกกระสุนปืนของข้ำศึก โดยท ำ รูปแบบของเครื่องป้องกันเมื่อวำงแล้วหำกถูกยิงจะท ำให้กระสุนแฉลบ เช่น กำรสร้ำง SHELTER ป้องกัน บ. เอฟ – ๑๖ กำรสร้ำงคลังวัตถุระเบิดใต้มูลดิน สร้ำงถังเชื้อเพลิงชนิดฝังใต้ดิน กำรสร้ำง REVETMENT ป้องกัน บ. ณ ลำนจอด หรือแม้แต่กำรสร้ำงบังเกอร์บุคคลก็ออกแบบให้ใช้ส ำหรับบนที่สูงหรือบนพื้นรำบได้อย่ำง


Click to View FlipBook Version