The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการป้องกันฐานบิน 2548

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วิศรุต พลับพลาสกุล, 2023-08-22 12:50:03

คู่มือการป้องกันฐานบิน 2548

คู่มือการป้องกันฐานบิน 2548

๔๖ ปลอดภัย นอกจำกนั้นกำรสร้ำงเครื่องป้องกันต่ำง ๆ ดังกล่ำว จะต้องพิจำรรำถึงงบประมำณ เวลำที่มีอยู่และ ข้อพิจำรณำทำงยุทธวิธีตลอดจนหลักในกำรเลือกชนิดของเครื่องป้องกันด้วย ๕.๒.๒ กำรเสริมควำมแข็งแรง คือมำตรกำรที่ท ำกำรสร้ำงเครื่องกีดขวำงให้มีควำมแข็งแรง สำมำรถป้องกันอ ำนำจกำรท ำลำยโดยตรง เลือกใช้วัสดุที่มีควำมแข็งแรง หรือกำรสร้ำงแบบให้มีช่องว่ำงตรง กลำงแล้วใช้ดินอัดใส่ช่องว่ำงให้แน่น เช่น บังเกอร์บุคคล บังเกอร์รอบเป้ำหมำย บังเกอร์เปิด ถ้ำข้ำศึกใช้อำวุธ กระสุนวิถีโค้งมำก ก็ควรสร้ำงบังเกอร์ปิด หรือท ำแผงกั้นระเบิดโดยพิจำรณำข้อมูลเกี่ยวกับอ ำนำจกำรท ำลำย ของอำวุธข้ำศึก ขนำดของกระสุนและอ ำนำจกำรเจำะเกรำะของอำวุธข้ำศึกที่ใช้ยิงท ำลำย ๕.๒.๓ กำรป้องกันทำงอ้อม กำรป้องกันวิธีนี้ไม่ต้องสร้ำงเครื่องป้องกันที่แข็งแรงมำก แต่ก็ สำมำรถลดอันตรำยได้ กล่ำวคือ กำรท ำรำงระบำยน ้ำหก กำรกระจำยเป้ำหมำยส ำคัญให้อยู่ห่ำงกัน กำรพรำง เป้ำหมำยตลอดจนกำรลวงให้ข้ำศึกเข้ำใจผิด ๕.๓ กำรระวังป้องกันภำยใน กำรระวังป้องกันภำยในกระท ำเพื่อป้องกันที่ตั้งอำวุธยุทโธปกรณ์ ส ำคัญของฐำนบินให้พ้นจำกกำรโจรกรรม จำรกรรม ก่อวินำศกรรม และกำรบ่อนท ำลำยตลอดถึงกำรป้องกัน กำรลอบสังหำรบุคคลส ำคัญในฐำนที่ตั้งด้วยแหล่งที่ตั้งยุทโธปกรณ์ส ำคัญภำยในฐำนบินมีล ำดับควำมส ำคัญ ในกำรป้องกันแตกต่ำงกันออกไป หลักเกณฑ์กำรพิจำรณำถือหลักจำกควำมจริงที่ว่ำ ยุทโธปกรณ์และพัสดุใด ก็ตำมที่มีควำมส ำคัญต่อกำรปฏิบัติภำรกิจของก ำลังทำงอำกำศโดยตรงซึ่งเมื่อถูกท ำลำยแล้วจะท ำให้กำร ปฏิบัติภำรกิจต้องลดประสิทธิภำพลงมำกน้อยตำมล ำดับ ดังนั้นจึงได้ก ำหนดมำตรกำรเพื่อด ำเนินกำรดังนี้.- ๕.๓.๑ มำตรกำรค้นหำ ( SEARCH ) เป็นกำรปฏิบัติภำยในฐำนบินเพื่อเป็นหลักประกันว่ำ สถำนที่ตั้งของอำวุธยุทโธปกรณ์กทุกแห่งได้รับกำรป้องกันอย่ำงทั่วถึง กำรแทรกซึมเข้ำไปภำยในฐำนบิน จะต้องถูกค้นพบในทันที หรือก่อนที่ยุทโธปกรณ์เหล่ำนั้นจะถูกท ำลำยโดยใช้ทั้งเจ้ำหน้ำที่และเครื่องมือท ำกำร ค้นหำผู้บุกรุกให้พบหรือก่อนที่ผู้บุกรุกจะเข้ำถึงเป้ำหมำยด้วยกำรใช้.- ๕.๓.๑.๑ ยำมและยำมสำยตรวจ สถำนที่ที่เป็นเป้ำหมำยส ำคัญทุกแห่งต้องมียำมเฝ้ำ มีหอคอย เพื่อตรวจกำรณ์ด้ำนนอก มีที่ก ำบังเป้ำหมำย และก ำบังยำมสำยตรวจซึ่งมีทั้งแบบเดินเท้ำและยำนยนต์ ๕.๓.๑.๒ ใช้สุนัขยำม บริเวณเป้ำหมำยซึ่งมีจุดอ่อน หรือจุดอับอันเกิดจำกธรรมชำติ จะใช้สุนัข ยำมเฝ้ำตรวจและค้นหำผู้บุกรุก เพรำะสำมำรถรับผิดชอบได้เป็นบริเวณกว้ำง ๕.๓.๑.๓ ใช้แสงสว่ำง บริเวณพื้นที่ส ำคัญจะต้องมีแสงสว่ำงอย่ำงเพียงพอเพื่อเป็นกำรป้องปรำม ตำมแนวถนนไปสู่พื้นที่ส ำคัญควรมีไฟฟ้ำแสงสว่ำง ปกติติดตั้งบนเสำไฟสูง ๓๐ ฟุต ห่ำงกัน ๕๐ - ๖๐ เมตร ซึ่งอยู่ภำยในแนวรั้ว โดยติดตั้งให้แสงไฟสำดออก ๕.๓.๒ มำตรกำรขัดขวำงกำรบุกรุก เป็นกำรกระท ำเพื่อสกัดกั้นกำรบุกรุกเข้ำฐำนบิน ของฝ่ ำยตรง ข้ำมเป็นกำรปฏิบัติภำยในฐำนบิน โดยให้ทั้งคนและวัสดุอุปกรณ์ร่วมกันซึ่งประกอบไปด้วย ๕.๓.๒.๑ รั้ว มีหลำยแบบต่ำง ๆ กัน (รั้วลวดหีบเพลง,ลวดกระโจม และป่ ำลวดต ่ำ,ป่ ำลวดสูง,ลวด หนำมแบบคอกปศุสัตว์,รั้วลวดตำข่ำย,รั้วลวดหนำม ๔ - ๕ เส้น,รั้วแบบคอกปศุสัตว์พร้อมลวดหีบเพลงคู่ เป็น ต้น) และอำจสร้ำงหลำย ๆ ชั้นก็ได้


๔๗ ๕.๓.๒.๒ เครื่องตรวจจับ ได้แก่เครื่องมืออีเล็กทรอนิกส์ต่ำง ๆ ที่น ำมำใช้เพื่อป้องกัน ผู้บุกรุกโดยกำรแจ้งเตือนล่วงหน้ำ และใช้ตรวจค้นหรือค้นหำ สำมำรถติดตั้งไว้กับรั้วหรือนอกรั้วก็ได้ ๕.๓.๒.๓ ประตู มีไว้ควบคุมกำรผ่ำนเข้ำ –ออก ฐำนบิน จ ำนวนประตูมีน้อยก็จะยิ่ง เป็นกำรดีเพรำะสะดวกต่อกำรควบคุม และใช้เจ้ำหน้ำที่ในกำรควบคุมน้อยลง แต่ชั้นในซึ่งมีเป้ำหมำยส ำคัญ ตั้งอยู่มำก จะต้องมีรั้วและประตูไว้ควบคุมกำรเข้ำ –ออกอีกชั้นหนึ่งด้วย ๕.๓.๒.๔ ยำมและหอคอย ถือว่ำเป็นสิ่งจ ำเป็นอย่ำงยิ่งในกำรขัดขวำงกำรบุกรุก เมื่อยำมอยู่บนหอคอยย่อมตรวจกำรณ์ได้ไกล สำมำรถแจ้งกำรเข้ำมำของผู้บุกรุกได้แต่เนิ่น ๆ และอำจใช้อำวุธ ในกำรสกัดกั้นได้เมื่อจ ำเป็น ๕.๓.๓ กำรใช้ระเบียบและกำรพิสูจน์ทรำบ ในกำรควบคุมกำรเข้ำ –ออกพื้นที่ภำยในฐำน บินจ ำเป็นต้องก ำหนดระเบียบขึ้นเพื่อให้เจ้ำหน้ำที่สำมำรถด ำเนินกำรได้อย่ำงรัดกุมทั่วถึง และมีประสิทธิภำพ ผู้ที่เข้ำ –ออกตำมปกติต้องปฏิบัติตำมระเบียบที่ก ำหนดไว้ นับเป็นกำรป้องกันไว้ชั้นหนึ่งด้วย ขณะเดียวกัน กำรไม่ปฏิบัติตำมระเบียบก็เป็นสิ่งที่สำมำรถตรวจพบได้ง่ำย เจ้ำหน้ำที่ที่รักษำระเบียบนี้ได้แก่ สำรวัตรทหำร ยำมช่องทำง ชุดสำยตรวจยำนยนต์ ชุดปฏิบัติกำรและชุดสุนัขทหำร มำตรกำรในเรื่องนี้ ควรด ำเนินกำรดังนี้ ๕.๓.๓.๑ ก ำหนดเวลำกำรผ่ำนเข้ำ –ออก ๕.๓.๓.๒ ก ำหนดเวลำปิด – เปิดช่องทำง ๕.๓.๓.๓ จัดท ำบัตร รปภ.ประจ ำตัวผู้มีสิทธิผ่ำน ๕.๓.๓.๔ จัดท ำบัตรผู้มีสิทธิพิเศษผ่ำนเข้ำ –ออกเขตหวงห้ำม ๕.๔ กำรป้องกันรอบตัว หมำยถึงกำรวำงแนวป้องกันไว้โดยรอบฐำนบินทุกด้ำน เพื่อยับยั้งขัดขวำง กำรบุกรุกของฝ่ ำยตรงข้ำมในลักษณะให้มีน ้ำหนักและประสิทธิภำพเท่ำ ๆ กัน จะต้องด ำเนินกำรทั้งในและ รอบนอกฐำนบิน ก ำหนดขอบเขตและปักหลักเขตฐำนบินให้แน่ชัดเห็นง่ำย เขียนข้อควำมที่ชี้ชัดว่ำเป็นเขตฐำน บิน ด ำเนินกำรด้ำนปฏิบัติกำรจิตวิทยำในลักษณะป้องปรำม ด้วยกำรแสดงพลังของก ำลังป้องกันอยู่เสมอ กระท ำได้ดังนี้ ๕.๔.๑ กำรควบคุมภูมิประเทศส ำคัญ คือกำรยึดพื้นที่บริเวณที่มีลักษณะภูมิประเทศตำม ธรรมชำติเกื้อกูลในกำรป้องกันและมิให้ฝ่ ำยตรงข้ำมใช้ประโยชน์ หรือหำกลักษณะธรรมชำติเกื้อกูลฝ่ ำยตรง ข้ำมมำกกว่ำก็ให้ขจัดออกเช่น ช่องเขำ หัวเขำ ทำงน ้ำ ยอดเนิน บ่อ ที่ลุ่ม เชิงเขำสูงชัน ๕.๔.๒ กำรสร้ำงรั้ว รั้วชั้นนอกโดยรอบฐำนบินมีควำมจ ำเป็นและส ำคัญมำกควรสร้ำงแบบ ๒ ชั้น หรือ ๒ แนว แต่ละแนวห่ำงกัน ๓๐ - ๑๐๐ เมตร จะเกิดที่ว่ำงระหว่ำงรั้วทั้ง ๒ แนว สำมำรถวำงเครื่อง กีดขวำงหรือเครื่องตรวจจับได้ ลักษณะกำรสร้ำงรั้วควรเป็นแบบที่แข็งแรงพอที่จะหน่วงเหนี่ยวกำรผ่ำนเข้ำมำ ของช้ำศึกได้ ซึ่งมีหลำยแบบตำมที่กล่ำวมำแล้ว ๕.๔.๓ กำรควบคุมวัชพืช คือ กำรควบคุมพืชพันธุ์ต่ำง ๆ ที่อยู่ใกล้แนวรั้วมิให้กีดขวำงกำร ตรวจกำรณ์ด้วยกำรตัด ถำง เผำ หำกเป็นหญ้ำหรือไม้ล้มลุกอำจใช้น ้ำยำฆ่ำหญ้ำฉีดก็ได้ โดยไม่ให้วัชพืช เหล่ำนั้นสูงเกิน ๒๕ เซนติเมตร เพื่อมิให้ข้ำศึกท ำตัวต ่ำเข้ำถึงแนวรั้วได้ง่ำย


๔๘ หอตรวจการณ์เปลี่ยนความสูงได้ (ไม้) หอตรวจการณ์สูง ๕๐ ฟุต (เหล็กใส่สลักเกลียว)


๔๙ ๕.๔.๔ กำรใช้เครื่องตรวจจับหรือแจ้งเตือน ได้แก่กำรใช้อุปกรณ์เครื่องมือที่จะแจ้งกำรเข้ำ มำของข้ำศึก ปกติจะติดตั้งไว้ตำมแนวรั้ว คือ MECHANICAL ALARM หรือ VIBRATION ALARM ส่วน ช่องว่ำงระหว่ำงรั้วก็อำจใช้จ ำพวกพลุสะดุด ลวดสะดุดขึงไว้ ฯลฯ ๕.๔.๕ ที่ก ำบังและหอคอย หอคอยสูงนิยมสร้ำงหลังแนวรั้วเข้ำมำใช้ประโยชน์ในกำรตรวจกำรณ์ ต่อระยะสำยตำ ใช้มำกในเวลำกลำงวัน ถ้ำเป็นกลำงคืนอำจใช้ได้เมื่อติดตั้งกล้องตรวจกำรณ์กลำงคืน หอคอยสูงจะสร้ำงห่ำงกันไม่เกิน ๘๐๐ เมตร โคนหอท ำบังเกอร์ ให้ยำมได้ใช้เป็นที่ก ำบังเมื่อมีกำรปะทะเกิดขึ้น หำกภูมิประเทศไม่อ ำนวยในกำรตรวจกำรณ์ อำจสร้ำงที่ก ำบังหรือหลุมปืนไว้ระหว่ำงหอก็ได้ เพื่อป้องกัน ช่องว่ำงบริเวณด้ำนหลังแนวหอคอยอำจก ำหนดให้เป็นแนวต้ำนทำนหลัก โดยจัดท ำหลุมปืนกล คูติดต่อ บังเกอร์ยำมไว้ไม่ต้องจัดยำมเข้ำประจ ำ แต่จะใช้ประโยชน์เมื่อเกิดเหตุ ให้ก ำลังชุดปฏิบัติกำรเข้ำประจ ำแนว ได้ ๕.๔.๖ กำรให้แสงสว่ำง กำรให้แสงสว่ำงตำมแนวรั้วชั้นนอกและชั้นในของฐำนบิน เป็นสิ่งจ ำเป็น อย่ำงมำกเพื่อช่วยให้กำรค้นหำและตรวจจับข้ำศึกได้ผล แสงสว่ำงเป็นเครื่องช่วยในกำรป้องปรำมได้ดีมำก เพรำะข้ำศึกอำจอำศัยควำมมืดหรือทัศนวิสัยไม่ดีลอบเข้ำฐำนบินได้ ๕.๔.๗ ก ำลังพลและอำวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งก ำลังพลและอำวุธยุทโธปกรณ์ที่จัดเข้ำประจ ำแนว ป้องกันรอบตัว ต้องพอเพียง สำมำรถตรวจตรำได้ทั่วถึงและต่อเนื่องตลอดแนว ก ำลังพลต้องได้รับกำร ฝึกอบรมมำเป็นอย่ำงดี อำวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย ๕.๔.๘ ระยะห่ำงพื้นที่วิกฤติ แนวป้องกันรอบตัวจะต้องวำงให้ใกล้ขอบรอบนอกฐำนบิน และอยู่ ห่ำงจำกเป้ำหมำยส ำคัญให้มำกที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้ก ำลังข้ำศึกที่ผ่ำนเข้ำมำได้ใช้เวลำมำกที่สุดก่อนจะเดินทำง เข้ำถึงเป้ำหมำย และท ำให้ฝ่ ำยป้องกันมีเวลำเตรียมกำรป้องกัน ตอบโต้หรือผลักดันได้ทันเวลำ ๕.๔.๙ ถนนภำยในฐำนบิน ควรสร้ำงถนนขนำนไปกับรั้วชั้นนอก โดยรอบฐำนบินและให้เชื่อมโยง กับถนนที่อยู่ในเขต และให้สำมำรถใช้ได้ทุกฤดูกำล เพื่อสะดวกต่อกำรวำงก ำลังตอบโต้ และเป็นเส้นทำง ปฏิบัติกำรทำงยุทธวิธีของชุดสำยตรวจยำนยนต์ และชุดปฏิบัติกำร พร้อมทั้งสำมำรถใช้เป็นเส้นทำงส่งก ำลัง ให้กับก ำลังปฏิบัติกำรอื่น ๆ ด้วย ๕.๕ ก ำลังตอบโต้ทันที ( QUICK REACTION FORCES ) หมำยถึงก ำลังซึ่งเป็นส่วนก ำลังรบพร้อมอำวุธ จัดขึ้นเป็นชุดปฏิบัติกำรขนำดเล็ก ๆ เป็นลักษณะชุดรบ ที่มีควำมคล่องตัวสูง มีอ ำนำจกำรยิงและอ ำนำจ ท ำลำยพอสมควร ท ำหน้ำที่เป็นชุดตอบโต้ข้ำศึกที่กระท ำต่อฐำนบิน ใช้เวลำไปถึงจุดที่ข้ำศึกอยู่น้อยที่สุด ก ำลังตอบโต้จัดขึ้นเพื่อ ๕.๕.๑ ค้นหำ สกัดกั้น ตอบโต้ ผลักดัน และท ำลำยข้ำศึก ๕.๕.๒ ลดควำมเสียหำยที่ฐำนบินจะได้รับจำกกำรโจมตีและกำรยิงท ำลำยของข้ำศึก ๕.๕.๓ ท ำควำมเสียหำยแก่ข้ำศึกก่อนจะถูกข้ำศึกท ำลำย โดยท ำให้ข้ำศึกไม่กล้ำเข้ำโจมตีเป็นกำร ป้องปรำมไปในตัว ๕.๕.๔ เพื่อเสริมก ำลังให้กับก ำลังป้องกันรอบตัว ท ำกำรตรึงและต่อต้ำนข้ำศึกที่เจำะแนวเข้ำมำ


๕๐ ก ำลังตอบโต้ทันทีต้องสำมำรถปฏิบัติกำรได้ทั้งกลำงวันและกลำงคืน ยำนพำหนะล ำเลียงพลที่มีเกรำะกัน กระสุนปืนเล็กได้เป็นพำหนะที่พึงประสงค์ โดยเฉพำะรถล ำเลียงพลแบบกึ่งสำยพำน บำงโอกำสอำจใช้ เฮลิคอปเตอร์ช่วยล ำเลียงก ำลังด้วยก็ได้เพื่อส่งก ำลังออกไปสกัดกั้นข้ำศึกเสียแต่เนิ่น ๆ ๕.๕.๕ องค์ประกอบส ำคัญของก ำลังตอบโต้ทันที ประกอบด้วย ๕.๕.๕.๑ โครงสร้ำง ก ำลังพลที่ใช้ส ำหรับกำรตอบโต้ทันที เป็นก ำลังปฏิบัติกำรเคลื่อนที่เร็ว โดยจัดเป็นชุดขนำดเล็ก ๆ มีก ำลัง ๒ - ๖ คน ใช้รถยนต์บรรทุกขับเคลื่อนสี่ล้อ ขนำด ๑/๔ ตัน เป็นพำหนะ เรียกว่ำ ชุดสำยตรวจยำนยนต์(สยย.) มีควำมคล่องตัวสูง ท ำหน้ำที่เป็นสำยตรวจลำดตระเวนในพื้นที่ รับผิดชอบ ส่วนชุดปฏิบัติกำรเป็นชุดปฏิบัติกำรตอบโต้ ประกอบด้วยก ำลัง ๑๑ คน (ไม่รวมพลขับ) ท ำหน้ำที่ ตอบโต้ ขับไล่ ผลักดัน กวำดล้ำงข้ำศึกให้ออกไปจำกฐำนบินด้วยอ ำนำจกำรยิง และกำรด ำเนินกลยุทธ ยำนพำหนะจะใช้รถยนต์บรรทุก ๓/๔ ตัน ไปถึงจุดเกิดเหตุ โดยเร็วเมื่อได้รับค ำสั่ง ก ำลังตอบโต้ทั้ง ๒ ประเภท นี้ จะจัดและฝึกไว้เป็นชุดโดยแน่นอน ในแต่ละกองร้อยปฏิบัติภำยใต้กำรก ำกับดูแลของศูนย์ควบคุมกำร รักษำกำรณ์ ชุดตอบโต้ดังกล่ำวจะปฏิบัติหน้ำที่ป้องกันอย่ำงเดียว โดยไม่ต้องรับผิดชอบงำนอื่น ๆ เพื่อให้ ก ำลังในชุดสำมำรถฝึกซ้อมปฏิบัติจนเกิดควำมช ำนำญ ๕.๕.๕.๒ อ ำนำจกำรยิง ชุดตอบโต้ทันทีจะได้รับกำรฝึกให้ใช้อำวุธได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ทั้งอำวุธวิถีรำบและอำวุธวิถีโค้ง เช่น คบ.ขนำด ๔๐ มม.,ปก..๕๐ นิ้ว,ปก.๗.๖๒ มม.,คบ.ขนำด ๘๑ มม. ส ำหรับเครื่องยิงลูกระเบิดขนำด ๘๑ มม.นั้น สำมำรถใช้ยิงกระสุนส่องสว่ำงเพื่อช่วยในกำรค้นหำข้ำศึกได้ด้วย ในบำงสถำนกำรณ์ อำจใช้อำวุธยิงจำกเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์สนับสนุนก ำลังภำคพื้นได้ด้วย ๕.๕.๕.๓ ควำมคล่องตัว ก ำลังตอบโต้ต้องมีควำมคล่องตัวสูงสำมำรถไปถึงจุดเกิดเหตุ โดยเร็วที่สุดให้ทันกับเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้น จำกบทเรียนในสงครำมเวียดนำม รถล ำเลียงพลประเภทมีเกรำะกัน กระสุนปืนเล็กหรือสะเก็ดระเบิดจำกลูกระเบิดขว้ำง ยำนหุ้มเกรำะจ ำพวกรถยนต์สำยพำน หรือล้อยำงใหญ่ เป็นที่นิยมใช้มำก มีควำมเร็วและสำมำรถไปได้ทุกสภำพถนน ๕.๕.๕.๔ กำรค้นหำเป้ำหมำย ประสิทธิภำพในกำรค้นหำเป้ำหมำยได้โดยรวดเร็วเป็น สิ่งจ ำเป็นอย่ำงยิ่งของชุดปฏิบัติกำร ถ้ำระบบกำรตรวจค้นก่อนกำรโจมตีล้มเหลวเป็นหน้ำที่ของชุดปฏิบัติกำร จะต้องค้นหำต่อไป ดังนั้นชุดปฏิบัติกำรจึงจ ำเป็นต้องมีอุปกรณ์กำรค้นหำ เช่น กล้องส่องกลำงคืน,กล้องอินฟ รำ-เรด,ไฟฉำยประจ ำรถ,พลุกระแทก ไว้ประจ ำชุดด้วย ซึ่งบำงครั้งอำจจะท ำให้ตรวจพบส่วนระวังหน้ำหรือ แมวมองของข้ำศึกได้ก่อนกำรโจมตีจะเริ่มขึ้น กำรใช้พลุส่องสว่ำงในเวลำกลำงคืน นอกจำกจะช่วยให้ก ำลังใน แนวป้องกันรอบตัวปฏิบัติงำนได้ดีแล้ว ยังเป็นกำรช่วยชุดปฏิบัติกำรในกำรชี้เป้ำหมำยและเส้นทำงอีกด้วย ในกรณีที่ข้ำศึกโจมตีด้วยกำรยิงอย่ำงเดียว กำรหำที่ตั้งยิงของข้ำศึกโดยกำรวำงหมุดสำมเหลี่ยมหำที่ตั้งยิง อำวุธ ได้จำกกำรสังเกตแสงที่ปำกกระบอกปืนหรือจำกประกำยไฟ ก็อำจน ำมำใช้ได้ในกองทัพสหรัฐ ฯ มีกำร ใช้เรดำร์ MPW – 4 A ส ำหรับค้นหำที่ตั้งยิงอำวุธข้ำศึกด้วย


๕๑ ๕.๖ กำรติดต่อสื่อสำรและกำรควบคุม หมำยถึงกำรจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติกำรขึ้นเพื่อควบคุมอ ำนวยกำร ก ำกับดูแล ประสำนงำน และรวมระบบป้องกันทั้ง ๔ ระบบ คือ กำรตรวจค้น ก่อนกำรโจมตี,กำรระวังป้องกัน ภำยใน,กำรป้องกันรอบตัว และกำรตอบโต้ทันทีเข้ำด้วยกัน ศูนย์นี้เป็นเสมือนศูนย์รวมของประสำทในกำร สั่งกำร กำรรบท ำให้เกิดเอกภำพในกำรควบคุมบังคับบัญชำอย่ำงเต็มที่ โดยมีวิทยุเป็นเครื่องมือสื่อสำรหลัก และโทรศัพท์เป็นเครื่องมือสื่อสำรรอง ๖. ล ำดับควำมส ำคัญในกำรรักษำควำมปลอดภัย ( SECURITY PRIORITIES ) เพื่อให้เจ้ำหน้ำที่ซึ่ง เกี่ยวข้องกับกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบิน ได้ทรำบโดยแน่ชัดว่ำอำวุธยุทโธปกรณ์ชนิดไหนมี ควำมส ำคัญต่อกำรปฏิบัติภำรกิจมำกน้อยเพียงใด และอย่ำงไหนควรจะน ำไปใช้ด ำเนินกำรกับข้ำศึกก่อนหลัง ในกรณีฉุกเฉิน ด้วยเหตุผลดังกล่ำวผู้บังคับบัญชำจึงได้ก ำหนดหลักกำรปฏิบัติเกี่ยวกับกำรระวังป้องกันอำวุธ ยุทโธปกรณ์ต่ำง ๆ ที่มีอยู่ในฐำนบินขึ้น นอกจำกนั้นฐำนบินยังเป็นแหล่งรวมของเป้ำหมำยส ำคัญทำงทหำร และสิ่งอ ำนวยควำมสะดวกมำกมำย ดังนั้นเพื่อเป็นแนวทำงในกำรวำงแผนจัดก ำลังและอำวุธไว้ป้องกันให้ เหมำะสมกับสถำนกำรณ์และเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้น จึงต้องก ำหนดควำมมุ่งหมำยและจัดล ำดับควำมส ำคัญของ เป้ำหมำยในกำรรักษำควำมปลอดภัยไว้ ๖.๑ ควำมมุ่งหมำยของกำรจัดล ำดับควำมส ำคัญ ๆ ๖.๑.๑ เพื่อแก้ไขปัญหำกำรขำดแคลนก ำลังพล เนื่องจำกฐำนบินหรือกองบินมีพื้นที่กว้ำงขวำง ลักษณะภูมิประเทศก็แตกต่ำงกัน เป้ำหมำยก็กระจำยกันอยู่ตำมพื้นที่ ฉะนั้นหำกจะป้องกันอย่ำงเต็มที่แล้ว ต้องใช้ทั้งก ำลังพลและอำวุธจ ำนวนมำก ซึ่งเป็นกำรปฏิบัติที่ผิดหลักกำรออมก ำลัง หรือหำกข้ำศึกคุกคำมหนัก ต้องเตรียมกำรป้องกันเต็มที่และต่อเนื่องเป็นระยะเวลำนำนๆ ก ำลังพลก็จะอ่อนเปลี้ย และขำดประสิทธิภำพ ควำมต้องกำรที่แท้จริง คือกำรใช้ก ำลังส่วนน้อยปฏิบัติหน้ำที่ ก ำลังส่วนใหญ่พร้อม ณ ที่ตั้ง จึงจ ำเป็นต้องแบ่ง ควำมรับผิดชอบในกำรป้องกันไปตำมลักษณะควำมส ำคัญของเป้ำหมำย และควำมจ ำเป็นโดยอำศัยเกณฑ์ พิจำรณำว่ำอำวุธยุทโธปกรณ์ใดมีควำมส ำคัญมำกและจ ำเป็นต่อกำรน ำไปปฏิบัติต่อข้ำศึกก่อน ต้องจัดล ำดับ ควำมส ำคัญไว้สูงและต้องใช้ก ำลังเจ้ำหน้ำที่ระวังป้องกันมำก เกณฑ์พิจำรณำและลดหลั่นลงไปจนกระทั่งถึง อำวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่จ ำเป็นต้องจัดล ำดับควำมส ำคัญเลย ๖.๑.๒ เพื่อใช้อำวุธยุทโธปกรณ์ให้เหมำะสมกับภำรกิจ อำวุธยุทโธปกรณ์มีหลำยประเภทหลำย ขนำด จึงต้องใช้ให้เหมำะสม คุ้มค่ำ สำมำรถท ำลำยข้ำศึกได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ในกำรจัดล ำดับ ควำมส ำคัญของอำวุธยุทโธปกรณ์ ที่จะใช้ปฏิบัติกำรรบนั้น จะต้องพิจำรณำถึงควำมส ำคัญของภำรกิจที่ จะต้องปฏิบัติภำรกิจใดมีควำมส ำคัญมำก ต้องก ำหนดอำวุธยุทโธปกรณ์ที่จะใช้กับภำรกิจนั้นให้อยู่ในล ำดับ ควำมส ำคัญสูงและลดหลั่นกันลงไปตำมล ำดับ นอกจำกนี้ยังท ำให้ไม่ยุ่งยำกต่อกำรปฏิบัติภำรกิจอีกด้วย เพรำะในกำรก ำหนดล ำดับควำมส ำคัญนั้น จะต้องก ำหนดโดยแน่ชัดว่ำอำวุธยุทโธปกรณ์ชนิดใดอยู่ในสภำพ พร้อมรบ และจะต้องน ำไปปฏิบัติกำรต่อข้ำศึกโดยตรงและทันที และอำวุธยุทโธปกรณ์ชนิดใดอยู่ในสภำพ พร้อมรบ แต่เมื่อเกิดเหตุกำรณ์ฉุกเฉินแล้วสำมำรถน ำไปใช้ต่อข้ำศึกได้เมื่อสั่งเหล่ำนี้ เป็นต้น


๕๒ ๖.๒ องค์ประกอบที่ส ำคัญของฐำนบิน ประกอบด้วย ๖.๒.๑ เครื่องบิน ๖.๒.๒ ทำงวิ่ง ทำงขับและเครื่องช่วยกำรบิน ๖.๒.๓ เครื่องมือสื่อสำร หอบังคับกำรบิน ระบบแจ้งเตือน เช่น ศยอ.,ศปรภ.,ศรก.และ ศยตอ. ๖.๒.๔ คลังกระสุน วัตถุระเบิด คลังเชื้อเพลิง คลังยุทโธปกรณ์ที่ส ำคัญและคลังฐำนบิน ๖.๒.๕ ส ำนักงำน อำคำรที่พักอำศัย และสิ่งอ ำนวยควำมสะดวกประจ ำฐำนบิน ๖.๓ ล ำดับควำมส ำคัญของเป้ำหมำย ได้แบ่งล ำดับควำมส ำคัญไว้เป็น ๓ ระดับด้วยกัน คือ ๖.๓.๑ ล ำดับควำมส ำคัญชั้น ๑ ( PRIORITY A ) เป็นอำวุธยุทโธปกรณ์ที่มีควำมส ำคัญสูงสุด ( THE HIGHEST PRIORITY ) เป็นเป้ำหมำยที่น่ำจะถูกโจมตีหรือง่ำยต่อกำรโจมตีอย่ำงมำกที่สุด ( LUCRATIVE TARGETS ) เป็นอำวุธยุทโธปกรณ์ที่อยู่ในสภำพพร้อมรบ ( IN ALERT STATUS ) ซึ่งพร้อม ที่จะน ำไปปฎิบัติกำรต่อข้ำศึกได้โดยตรงและทันทีทันใด ( IMMEDIATELY INTERRUPT COMBAT OPERATION ) ถ้ำข้ำศึกท ำลำยอำวุธยุทโธปกรณ์เหล่ำนี้ได้ จะท ำให้กำรปฏิบัติกำรรบของฝ่ ำยเรำต้องติดขัด หรือหยุดชงักลง หรือท ำให้ประสิทธิภำพกำรรบของฝ่ ำยเรำลดลงทันที อำวุธยุทโธปกรณ์ที่อยู่ในล ำดับ ควำมส ำคัญชั้น ๑ ได้แก่สิ่งต่อไปนี้.- ๖.๓.๑.๑ เครื่องบินทำงยุทธวิธีประจ ำกำร(IN – COMMISSION TACTICAL AIRCRAFT ) รวมทั้งเครื่องบินที่อยู่ในระหว่ำงกำรซ่อมบ ำรุงย่อย ซึ่งใช้เวลำซ่อมน้อยกว่ำ ๔๘ ชม. ตลอดจนเครื่องบินแบบ อื่น ๆ ซึ่งอยู่ในสภำพดังกล่ำวแล้วด้วย ๖.๓.๑.๒ ยุทโธปกรณ์ภำคพื้นที่จ ำเป็นต่อกำรขับเคลื่อนของเครื่องบิน ได้แก่ทำงวิ่งซึ่งก ำลัง เปิดใช้งำน ( ACTIVE RUNWAYS ) ทำงขับ ( TAXI – WAYS ) และยุทโธปกรณ์ภำคพื้นซึ่งประจ ำอยู่ในลำน จอด บ.เตรียมพร้อม ๖.๓.๑.๓ ระบบเตือนภัย ระบบควบคุมสั่งกำร ( WARNING COMMAND AND CONTROL SYSTEM ) เช่นที่บังคับกำรกองบิน ( WING COMMAND POST) ระบบควบคุมทำงอำกำศ ยุทธวิธี ( TACTICAL AIR CONTROL SYSTEM ) เช่น หอบังคับกำรบิน TA CAN ศูนย์ยุทธกำรทำงอำกำศ เป็นต้น ๖.๓.๑.๔ เจ้ำหน้ำที่ประจ ำ บ.ทำงยุทธวิธี ที่พักเจ้ำหน้ำที่ประจ ำ บ.เตรียมพร้อม ที่พัก เจ้ำหน้ำที่ประจ ำ ฮ.เตรียมพร้อม ห้องบรรยำยสรุปและห้องยุทธกำร ซึ่งเจ้ำหน้ำที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องมำประชุม โดยพร้อมเพรียงกันเป็นประจ ำเกี่ยวกับกำรบิน ๖.๓.๑.๕ อุปกรณ์เครื่องมือสื่อสำรทำงอำกำศยุทธวิธี ( AIR TACTICAL COMMUNICATION EQUIPMENT ) ๖.๓.๑.๖ คลังกระสุนและวัตถุระเบิด( MUNITION MAGAZINE)


๕๓ ๖.๓.๑.๗ คลังน ้ำมันหล่อลื่นและยำนพำหนะ( TANK FARM AND TRUCK ) ๖.๓.๑.๘ อำคำรผลิตอ๊อกซิเจนเหลว ( LIQUID OXYGEN FACILITIES) ๖.๓.๒ ล ำดับควำมส ำคัญชั้น ๒ ( PRIORITY B ) เป็นอำวุธยุทโธปกรณ์ที่มีควำมส ำคัญรองจำกชั้น ๑ ( THE SECOND HIGHEST PRIORITY ) อำวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่อยู่ในสภำพพร้อมรบ ( NOT IN ALERT STATUS ) แต่อยู่ในฐำนบินและในที่ตั้งทำงทหำร ซึ่งสำมำรถจะน ำไปปฏิบัติกำรต่อข้ำศึกได้เมื่อสั่ง ถ้ำอำวุธ ยุทโธปกรณ์เหล่ำนี้ถูกท ำลำย จะไม่ท ำให้กำรปฏิบัติกำรรบต้องติดขัด หรือหยุดชงักลงทันที แต่อำจจะท ำ ให้ผลกำรปฏิบัติลดลงเป็นเป้ำหมำยที่น่ำจะถูกท ำลำยหรือถูกโจมตีจำกข้ำศึกรองจำกอำวุธยุทโธปกรณ์ใน ล ำดับควำมส ำคัญชั้น ๑ อำวุธยุทโธปกรณ์ที่อยู่ในล ำดับควำมส ำคัญชั้น ๒ ได้แก่ ๖.๓.๒.๑ ศูนย์ปฏิบัติกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัย( BASE DEFENSE SECURITY CONTROL ) ศปรภ. ๖.๓.๒.๒ ศุนย์ควบคุมรักษำกำรณ์( SECURITY CONTROL CENTER) ๖.๓.๒.๓ โรงกรองน ้ำ ( WATER SUPPLY FACILITIES ) ๖.๓.๒.๔ โรงไฟฟ้ำย่อย ( A POWER STATION ) ๖.๓.๒.๕ คลังอำวุธย่อยส ำหรับ จนท.ป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบิน ( SECURITY POLICE ARMORY ) ๖.๓.๒.๖ สถำนีดับเพลิงอำกำศยำนหรือยำนพำหนะอุบัติเหตุ ( CRASH FIRE FACILITIES) ๖.๓.๒.๗ หอบังคับกำรบิน ( CONTROL TOWER ) ๖.๓.๒.๘ ส ำนักงำนและที่พักหน่วยทหำร ( OFFICE AND CANTONMENT ) ๖.๓.๓ ล ำดับควำมส ำคัญชั้น ๓ ( PRIORITY C ) เป็นอำวุธยุทโธปกรณ์ที่มีควำมส ำคัญต ่ำสุด อำวุธยุทโธปกรณ์นี้ไม่อยู่ในสภำพพร้อมรบและไม่สำมำรถจะน ำมำปฏิบัติภำรกิจได้เมื่อสั่ง เมื่อถูกท ำลำย แล้วจะไม่มีผลกระทบถึงภำรกิจกำรรบเลย และรวมถึงอำวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่อยู่ในล ำดับควำมส ำคัญชั้น ๑,๒ ให้จัดอยู่ในล ำดับควำมส ำคัญชั้น ๓ ทั้งหมด เกณฑ์กำรพิจำรณำ ( CRITERIA ) ก ำหนดล ำดับควำมส ำคัญของอำวุธยุทโธปกรณ์ในแต่ละฐำนบิน มีเกณฑ์กำรพิจำรณำเหมือนกันคือ มีล ำดับควำมส ำคัญ ๑,๒,๓ แต่ในเรื่องรำยละเอียดเกี่ยวกับอำวุธ ยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ในล ำดับควำมส ำคัญนั้นอำจแตกต่ำงกันได้ - - - - - - - - - - - - - - - -


๕๔ บทที่ ๔ กำรป้องกันฐำนบินของกองทัพอำกำศไทย ( AIR BASE DEFENSE OF THE ROYAL THAI AIR FORCE ) ๑. กล่ำวทั่วไป ( GENERAL ) กำรปฏิบัติกำรป้องกันฐำนบิน จ ำต้องด ำเนินกำรอย่ำงต่อเนื่องตลอดเวลำเพื่อ ป้องกันอำวุธยุทโธปกรณ์รบทุกชนิด โดยเฉพำะเครื่องบิน ให้สำมำรถปฏิบัติภำรกิจได้อย่ำงมีประสิทธิภำพและ ส ำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จุดประสงค์หลัก คือต้องด ำเนินกำรป้องปรำมมิให้ข้ำศึกกระท ำต่อฝ่ ำยเรำและต้องแสดง ให้ข้ำศึกเห็นว่ำ เรำมีขีดควำมสำมำรถที่จะตอบโต้ข้ำศึกได้จริง ทันที รวดเร็ว รุนแรง ดังนั้น กำรป้องกันฐำนบิน จึงเป็นหน้ำที่ของข้ำรำชกำรทุกคน และทุกหน่วยในฐำนบิน จะต้องร่วมมือกันปฏิบัติหน้ำที่ตำมที่ได้รับ มอบหมำย ๒. ระเบียบ ข้อบังคับ ค ำสั่งที่เกี่ยวข้อง กำรป้องกันฐำนบินต่ำง ๆ ภำยในประเทศไทยนั้น มีระเบียบข้อบังคับ ค ำสั่ง และแบบธรรมเนียมทหำรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยจะต้องยึดถือเป็นแนวทำงปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตำม นโยบำยของหน่วยเหนือ มีกำรปฏิบัติและด ำเนินกำรให้สอดคล้องและไม่ซ ้ำซ้อนกัน อันจะท ำให้มำตรกำร ป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนที่ตั้งทำงทหำรแต่ละพื้นที่เป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพซึ่งได้แก่.- ๒.๑ ค ำสั่ง บก.ทหำรสูงสุด (เฉพำะ) ที่ ๓๔๐/๒๕๑๑ เรื่อง กำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำน ที่ตั้งหน่วยทหำร ๒.๒ แผนป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนที่ตั้งหน่วยทหำรของกองทัพอำกำศ พ.ศ.๒๕๑๘ เป็น แผนรองรับค ำสั่ง บก.ทหำรสูงสุด ดังกล่ำวในข้อ ๒.๑ ๒.๓ ระเบียบกองทัพอำกำศ ว่ำด้วยกำรรักษำกำรณ์ พ.ศ.๒๕๒๐ ๒.๔ แผนยุทธกำร ทอ.ที่ ๒๑๐ ให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติกำรป้องกันและกรักษำควำมปลอดภัย (ศปรภ.) และจัดตั้งศูนย์ควบคมกำรรักษำกำรณ์ (ศรก.) ๒.๕ แผนยุทธกำร ทอ.๒๙๓ และแก้ไขเพิ่มเติม ๒.๖ ระเบียบกองทัพอำกำศ ว่ำด้วยกำรเตรียมพร้อม พ.ศ.๒๕๒๐ (รองรับระเบียบ บก.ทหำรสูงสุด ว่ำด้วยกำรเตรียมพร้อม พ.ศ.๒๕๒๐) ๒.๗ แบบธรรมเนียมทหำรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๓. หลักนิยมในกำรป้องกันฐำนบินของ ทอ.ไทย ภำรกิจของกองทัพอำกำศ คือกำรเตรียมก ำลังทำงอำกำศ เพื่อป้องกันรำชอำณำจักร ดังนั้น ฐำนบิน หน่วยบิน หรือกองบิน นอกจำกจะมีหน้ำที่ต้องเตรียมเครื่องบินให้ พร้อมแล้ว ยังมีหน้ำที่รวมไปถึงกำรก ำหนดและด ำเนินมำตรกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยด้วย กำร ด ำเนินมำตรกำรดังกล่ำวจะต้องปฏิบัติทั้งในเชิงรุกและเชิงรับครอบคลุมทั้งในและนอกฐำนบิน โดยมี สำระส ำคัญดังนี้.-๓.๑ มีภำรกิจในกำรป้องกัน และรักษำควำมปลอดภัยที่ตั้งให้พ้นจำกกำรจำรกรรม กำรก่อ วินำศกรรม และกำรจู่โจมเข้ำตีของฝ่ ำยตรงข้ำม มีพื้นที่รับผิดชอบ ๑๖ กิโลเมตร รอบฐำนที่ตั้งเรียกว่ำพื้นที่ รักษำควำมปลอดภัย (พรก.)


๕๕ ๓.๒ จัดให้มีแผนป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนที่ตั้ง ด ำเนินมำตรกำรด้ำนกำรข่ำว กำร ปฏิบัติกำรจิตวิทยำ และช่วยเหลือประชำชนในพื้นที่รักษำควำมปลอดภัย ๓.๓ จัดให้มีผู้บังคับพื้นที่ ๑ นำย โดยมีเอกภำพในกำรสั่งใช้ก ำลังป้องกันที่ตั้งแต่เพียงผู้เดียวเรียกว่ำ ผู้บังคับศูนย์ปฏิบัติกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัย (ผบ.ศปรภ.) ๓.๔ หน่วยทหำรต่ำง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ให้ขึ้นกำรควบคุมทำงยุทธกำร เฉพำะด้ำนป้องกันและรักษำ ควำมปลอดภัยต่อ ผบ.ศปรภ.ของพื้นที่นั้น ๆ ๓.๕ หน่วยก ำลังทำงอำกำศ ให้กำรสนับสนุน กองทัพบกและกองทัพเรือด้วยกำรลำดตระเวน และ กำรล ำเลียงทำงอำกำศ รวมทั้งเตรียมกำรสนับสนุนกำรโจมตีทำงอำกำศในรัศมี ๑๖ กิโลเมตร รอบฐำนบิน ตำมค ำสั่งกองบัญชำกำรทหำรสูงสุด ๔. มำตรกำรและแนวควำมคิดในกำรปฏิบัติกำรป้องกัน มำตรกำรและแนวควำมคิดในกำรป้องกัน และ รักษำควใำมปลอดภัยฐำนบิน ก ำหนดขึ้นเป็น ๓ มำตรกำรใหญ่ ๆ คือ.- ๔.๑ กำรปฏิบัติกำรจิตวิทยำและกำรช่วยเหลือประชำชน กำรป้องกันฐำนบินจะบรรลุผลส ำเร็จ มิใช่ ขึ้นอยู่กับกำรใช้หน่วยก ำลังรบป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยแต่เพียงหน่วยเดียว จ ำเป็นต้องได้รับควำม ร่วมมือ ช่วยเหลือ สนับสนุนจำกหน่วยต่ำง ๆ ในฐำนบิน และประชำชนที่อยู่โดยรอบฐำนบินด้วย ส ำหรับ หน่วยต่ำง ๆ ในฐำนบินนอกจำกจะต้องปฏิบัติภำรกิจตำมหน้ำที่แล้ว ยังต้องปฏิบัติในหน้ำที่ที่เป็นก ำลัง สนับสนุนให้กับก ำลังรบตำมค ำสั่ง ทอ.(เฉพำะ) ที่ ๑๔๘/๒๒ เรื่อง ให้หน่วย ทอ.ท ำกำรฝึกและอบรมข้ำรำชกำรที่เป็นหน่วยสนับสนุนกำรรบ ปฏิบัติหน้ำที่กำรรักษำกำรณ์ และกำรใช้ก ำลังในทำงยุทธวิธี ส ำหรับประชำนในพื้นที่ใกล้เคียงฐำนบิน รัศมี ๑๖ กม.โดยรอบฐำนบินนั้น ทอ.ได้มองเห็น ควำมส ำคัญอย่ำงมำก จึงได้ด ำเนินกำรด้ำนกิจกำรพลเรือนขึ้น โดยจัดตั้งกองกิจกำรพลเรือนขึ้นกับกรม ยุทธกำรทหำรอำกำศ รับผิดชอบด ำเนินกำรด้ำนกำรเมือง กำรเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยำต่อประชำชนที่อยู่ โดยรอบฐำนบิน เพื่อให้ประชำชนสนับสนุนกิจกำรทหำรด้วยกำรปฏิบัติกำรด้ำนกิจกำรพลเรือน กำร ปฏิบัติกำรจิตวิทยำและช่วยเหลือประชำชน กำรประชำสัมพันธ์ และกำรปลูกฝังอุดมกำรณ์ทำงกำรเมือง ซึ่ง กรมยุทธกำรทหำรอำกำศเป็นหน่วยรับผิดชอบ โดยด ำเนินกำรดังนี้.- ๔.๑.๑ กำรปฏิบัติกำรจิตวิทยำเพื่อป้องกันฐำนบิน เป็นกำรปฏิบัติต่อประชำชน ข้ำรำชกำร เจ้ำหน้ำที่บ้ำนเมือง และทหำรกองประจ ำกำรของฝ่ ำยเรำ โดยจัดตั้งคณะกรรมกำรปฏิบัติกำรด้ำนจิตวิทยำขึ้น ทุกระดับหน่วย ด ำเนินกำรอย่ำงต่อเนื่อง จัดตั้งงบประมำณให้เป็นประจ ำทุกเดือน โดยหน่วยเสนอแผนกำร ปฏิบัติต่อ กรมยุทธกำรทหำรอำกำศ เมื่อได้รับควำมเห็นชอบแล้ว คณะกรรมกำรก็ด ำเนินกำรได้ โดยมี จุดมุ่งหมำย ดังนี้.- ๔.๑.๑.๑ ต่อต้ำนกำรแทรกซึมและบ่อนท ำลำย ๔.๑.๑.๒ ก่อให้เกิดควำมสำมัคคี ขวัญ ก ำลังใจ


๕๖ ๔.๑.๑.๓ สร้ำงอุดมกำรณ์ให้ยึดมั่นในสถำบัน ชำติ ศำสน์ กษัตริย์ และระบอบกำร ปกครองแบบประชำธิปไตย ๔.๑.๒ กำรช่วยเหลือประชำชน เป็นกำรปฏิบัติโดยตรงต่อประชำชนรอบฐำนบิน และพื้นที่ ในรัศมี ๑๖ กิโลเมตร ตำมขีดควำมสำมำรถของหน่วย มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๔.๑.๒.๑ สนับสนุนนโยบำยของรัฐบำลในกำรพัฒนำประเทศ ๔.๑.๒.๒ สร้ำงควำมเข้ำใจอันดีระหว่ำงทหำรกับประชำชน ๔.๑.๒.๓ ให้ประชำชนสนับสนุนโครงกำรต่ำง ๆ ของ ทอ. ๔.๑.๒.๔ ให้ได้มำซึ่งข่ำวสำรส ำคัญ ๔.๑.๒.๕ สนับสนุนส่งเสริมแผนกำรป้องกันที่ตั้งหน่วย ทอ. ๔.๑.๒.๖ สนับสนุนแผนกำรป้องกันและปรำบปรำม ผกค. ๔.๑.๒.๗ ส่งเสริมแผนกำรประชำสัมพันธ์ ทอ. ๔.๑.๓ แนวควำมคิดในกำรช่วยเหลือประชำชน ๔.๑.๓.๑ ในภำวะปกติ ช่วยตำมงบประมำณที่ได้รับ และตำมขีดควำมสำมำรถ ของหน่วย เป็นกำรช่วยด้ำนแรงงำน เครื่องทุ่นแรง สำยกำรแพทย์ กำรเกษตร กำรศึกษำและวัฒนธรรม ๔.๑.๓.๒ ในภำวะสงครำม หรือกำรประกำศกฎอัยกำรศึก และประกำศ ภำวะฉุกเฉินให้หน่วยทหำรช่วยประชำชนด้ำนสำยกำรแพทย์ และเครื่องอุปโภคบริโภค กำรขนย้ำยไปยังเขต ปลอดภัยคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน ปรับปรุงฟื้นฟูบูรณะสิ่งช ำรุดเสียหำยจำกภัยสงครำม ให้ค้นสภำพปกติ โดยเร็ว ๔.๑.๓.๓ ในภำวะเกิดภัยธรรมชำติ ให้บริกำรทำงกำรแพทย์ กำรแจกจ่ำยสิ่งของ จ ำเป็นในกำรครองชีพ กำรขนย้ำย ขนส่ง กำรคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน ๔.๑.๓.๔ เมื่อประชำชนร้องขอ ช่วยตำมขีดควำมสำมำรถและอ ำนำจหน้ำที่หำก เกินขีดควำมสำมำรถให้รำยงำนหน่วยเหนือ ๔.๑.๔ หลักกำรด ำเนินงำนกำรช่วยเหลือประชำชน ๔.๑.๔.๑ ประชำชนในพื้นที่คุกคำมของ ผกค.ถือเป็นควำมเร่งด่วนสูงสุดที่จะต้องให้ กำรช่วยเหลือ ๔.๑.๔.๒ กำรชว่ยจะตอ้งใหสัมัฤทธิ์ผลทนัทีคมุ้คำ่และประหยดั ๔.๑.๔.๓ ไม่เสียภำรกิจหลักของหน่วย ๔.๑.๔.๔ ช่วยเหลือประเภทถำวรวัตถุ เพื่อให้คงสภำพได้นำน ไม่ขัดต่อจำรีต ประเพณีของศำสนำ ๔.๑.๔.๕ ช่วยให้ถูกจุดด้วยกำรส ำรวจควำมต้องกำรก่อน ๔.๑.๕ กำรรุกทำงกำรเมืองของกองทัพอำกำศไทย


๕๗ ๔.๑.๕.๑ จัดหน่วยมิตรประชำ เข้ำด ำเนินกำร ณ บริเวณที่ตั้งหน่วยทหำร ซึ่งตั้งอยู่ ในพื้นที่โดดเดี่ยว หรืออันตรำยจำกฝ่ ำยตรงข้ำม ประกอบด้วยชุดแพทย์เคลื่อนที่ ชุดช่วยเหลือประชำชนหลำย สำขำ เพื่อตรวจรักษำพำบำลแก่ประชำชน พัฒนำ และสร้ำงสำธำรณประโยชน์รวมทั้งกำรให้ควำมบันเทิงด้วย ๔.๑.๕.๒ จัดชุดบรรยำยและกล่อมขวัญ ประกอบด้วยคณะวิทยำกร ผู้บรรยำยทำง วิชำกำร และวงดนตรีจำกกองดุริยำงค์ ทอ.อย.บยอ.ไปกล่อมขวัญตำมหน่วย ทอ.ในสนำมหรือที่ตั้งอยู่โดด เดี่ยวในต่ำงจังหวัด ๔.๑.๕.๓ ปลูกฝังอุดมกำรทำงกำรเมือง ก ำหนดให้ทุกหน่วยเปิดกำรอบ รมโครงกำรศึกษำเพื่อควำมมั่นคงของชำติ (คศม.)โดยเปิดหลักสูตร คศม.ทั่วไป ระดับผู้บริหำร ระดับมวลชน นักเรียนทหำรและทหำรกองประจ ำกำร ๔.๒ กำรลำดตระเวนหำข่ำวในพื้นที่ พื้นที่ในเขตรับผิดชอบรัศมี ๑๖ กม.โดยรอบฐำนบินจะต้องด ำเนินกำรหำข่ำวควำม เคลื่อนไหวต่ำง ๆ ของฝ่ ำยตรงข้ำมอย่ำงต่อเนื่องเกี่ยวกับข้ำศึก ลมฟ้ำอำกำศ ลักษณะภูมิ ประเทศ เพื่อจะอ ำนวยประโยชน์ในกำรวำงแผน และช่วยให้ ผบ.หน่วยตกลงใจสั่งกำรได้ทันท่วงที รวมทั้งกำรวำงมำตรกำรกำรต่อต้ำนกำรข่ำวกรอง กำรประสำนกับเจ้ำหน้ำที่ฝ่ ำยบ้ำนเมืองเพื่อ ควำมร่วมมือในกำรหำข่ำวและส่งข่ำวโดยมีมำตรกำรดังนี้.- ๔.๒.๑ อบรมข้ำรำชกำรด้ำนกำรข่ำว เปิดกำรอบรมให้ข้ำรำชกำรเข้ำใจในเรื่องกำรข่ำว กรองเชิงรุกและเชิงรับ ข่ำวกรองทำงกำรรบ ข่ำวกรองเพื่อควำมมั่นคงและข่ำวกรองทำงยุทธศำสตร์เพื่อให้ สำมำรถรับรู้และต่อต้ำนกำรข่ำวกรองจำกฝ่ ำยตรงข้ำมได้ ๔.๒.๒ โครงกำรแหล่งข่ำวลับ คือกำรด ำเนินมำตรกำรทำงลับให้ได้มำซึ่งข่ำวสำรส ำคัญใน พื้นที่รับผิดชอบ และกำรรับข่ำวจำกหน่วยข้ำงเคียงและหน่วยเหนือ ซึ่งกรมข่ำวทหำรอำกำศเป็นหน่วย ด ำเนินกำร ในกำรปฏิบัติกำรข่ำวต้องกระท ำทุกวิถีทำงให้ได้มำซึ่งข่ำวที่ต้องกำร จ ำพวกต่อต้ำนนักทัศนำจร สื่อมวลชน ผู้เดินทำงชำยแดนก็เป็นแหล่งข่ำวได้ หรือแม้แต่เชลยศึก ผู้หลบหนีเข้ำเมือง โดยผิดกฎหมำย อำวุธ ยุทโธปกรณ์ที่ยึดได้ ล้วนเป็นแหล่งช่ำวที่ส ำคัญยิ่งส ำหรับแหล่งข่ำวลับในพื้นที่ได้มีกำรจัดตั้งโครงกำรสำยลับ ขึ้นปฏิบัติกำร แบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ.- ๔.๒.๒.๑ สำยลับปฏิบัติกำร หมำยถึงบุคคลที่ได้รับกำรคัดเลือกให้ด ำเนินกำรหำ ข่ำวในพื้นที่ โดยมำกเป็นบุคคลในท้องถิ่น มีอิทธิพลอยู่ในตัว ฉลำด กล้ำหำญ หรือประเภทเก็บตัวไม่มีใครกล้ำ รังแก จะเป็นรวบรวมข้อมูลที่ทำงกำรควรทรำบไว้ แล้วส่งต่อหรือแจ้งให้ทรำบตำมที่ได้ท ำกำรตกลงกันไว้ ๔.๒.๒.๒ สำยลับสนับสนุน คือบุคคลในหมู่บ้ำนที่มีฐำนะดีพอควรคอยท ำหน้ำที่ให้ กำรสนับสนุน ช่วยเหลือให้ที่พักอำศัยต่อเจ้ำหน้ำที่ ช่วยน ำทำง แนะน ำตัวบุคคลที่ควรจะเข้ำถึงให้ที่พัก อำหำร แก่สำยลับอื่น ๆ เช่น ผู้ใหญ่บ้ำน ก ำนัน หรือบุคคลที่มึคนนับถือมำก หรือทหำรเก่ำที่มีฐำนะดี เป็นต้น


๕๘ ๔.๒.๒.๓ สำยลับหลัก คือเจ้ำหน้ำที่ของหน่วยข่ำวโดยตรง ซึ่งจะเป็นผู้ไปรับข่ำวมำป้อนให้ หน่วยตำมห้วงเวลำที่ก ำหนดหรือตำมแต่สถำนกำรณ์จะอ ำนวย โดยลอบเข้ำไปในหมู่บ้ำนเป้ำหมำยใน ลักษณะปลอมแปลงตัว ๔.๒.๓ กำรด ำเนินกำรลำดตระเวนหำข่ำว เป็นกำรปฏิบัติหของหน่วยป้องกันฐำนบินเองเมื่อมีกำร คุกคำมจำกฝ่ ำยตรงข้ำมเกิดขึ้นในพื้นที่โดยรอบฐำนบิน โดยจัดเป็นชุดลำดตระเวนหำข่ำวขึ้นด ำเนินเป็น ขั้นตอนดังนี้.- ๔.๒.๓ ๑ กำรส ำรวจขั้นต้น เป็นกำรส ำรวจจำกแผนที่สถำนกำรณ์ หรือภำพถ่ำยทำงอำกำศ ตรวจสอบลักษณะภูมิประเทศ เส้นทำง ที่ตั้งหมู่บ้ำน หรือออกส ำรวจในภูมิประเทศจริง บำงโอกำสอำจ ลำดตระเวนทำงอำกำศได้ด้วย ทั้งนี้โดยกำรวิเครำะห์สถำนกำรณ์ประกอบ บริเวณใดมีกำรเคลื่อนไหวของฝ่ ำย ตรงข้ำมบ้ำง ควรจะส่ง จนท.เข้ำไปหรือไม่ จะใช้สำยลับประเภทใดเข้ำด ำเนินกำรจึงจะได้ผล ๔.๒.๓.๒ ก ำหนดหัวข้อข่ำวสำรส ำคัญ คือกำรก ำหนด หขส.มอบให้กับชุดลำดตระเวนที่จะ ออกปฏิบัติกำร เช่น ข้ำศึกมีอำวุธยิงไกลวิถีโค้งหรือไม่ ข้ำศึกข่มขู่หรือสังหำรประชำชนอย่ำงโหดเหี้ยมหรือไม่ ข้ำศึกมีกำรปฏิบัติกำรด้ำนจิตวิทยำและกำรช่วยเหลือประชำชนแข่งกับฝ่ ำยเรำในลักษณะใด ฯลฯ เป็นต้น ๔.๒.๓.๓ กำรจัดชุดลำดตระเวน หน่วยเป็นผู้จัดชุดลำดตระเวนตำมภำรกิจ และได้รับ อนุมัติจำก ผบ.ทอ.โดยจัดเป็นชุดลำดตระเวนติดอำวุธ ซึ่งปฏิบัติได้ทั้งแบบเดินเท้ำและใช้ยำนยนต์ในกำรออก ปฏิบัติของชุดลำดตระเวนกระท ำได้ทั้งในรอบ ๑ วันหรือหลำยวัน แล้วแต่สถำนกำรณ์ กำรคุกคำมที่เกิดขึ้น หรือตำมที่ผู้บังคับบัญชำก ำหนด ๔.๓ แผนกำรใช้ก ำลัง ๔.๓.๑ กล่ำวทั่วไป หน่วยป้องกันฐำนบินจะต้องเตรียมก ำลังไว้ให้พอเพียงกับภำรกิจ มีแผนกำรใช้ ก ำลังโดยแน่นอน ต้องแบ่งมอบพื้นที่ป้องกันให้เป็นสัดส่วน ไม่ก้ำวก่ำยกัน มีกำรซักซ้อม กำรปฏิบัติตำมแผน อยู่เป็นประจ ำและต้องมีกำรปรับปรุงพัฒนำ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ แผนในกำรป้องกันฐำนบิน หน่วยจะเป็น ผู้เขียนแผนของตนขึ้น ผู้บังคับบัญชำสูงสุดของหน่วยเป็นผู้ลงนำมในแผนแล้วส่งให้ หน่วยบัญชำกำรอำกำศ โยธินตรวจสอบ เมื่อได้รับควำมเห็นชอบเหมำะสม ก็จะส่งแผนนั้นให้กรมยุทธกำรทหำรอำกำศตรวจอีกครั้ง แล้วน ำเรียนขออนุมัติ ผู้บัญชำกำรทหำรอำกำศ เพื่อใช้เป็นแผนป้องกันฐำนบินของหน่วยต่อไป เมื่อได้รับ อนุมัติแล้วก็จะส่งกลับให้หน่วยใช้เป็นแนวทำง ในกำรปฏิบัติกำรป้องกันที่ตั้งขอหน่วยต่อไป กำรเขียนแผน ป้องกันฐำนบินจะได้กล่ำวในบทหลังกำรใช้ก ำลังตำมแผนกำรป้องกันฐำนบินนั้น ก ำลังรักษำกำรณ์และก ำลัง พร้อมรบอื่น ๆ จะอยู่ภำยใต้กำรควบคุมอ ำนวยกำรและสั่งกำรของศูนย์ควบคุมรักษำกำรณ์ โดยมีผู้บังคับศูนย์ ฯ เป็นผู้มีอ ำนำจสั่งใช้ก ำลังแต่ผู้เดียว มีนำยทหำรเวรศูนย์ ฯ และ จนท.ประจ ำศูนย์ฯ เป็นผู้ปฏิบัติประจ ำวัน ลักษณะกำรปฏิบัติหน้ำที่ป้องกันฐำนบินโดยระบบศูนย์ควบคุมรักษำกำรณ์นี้ จะแบ่งมอบพื้นที่ป้องกันเป็น ส่วน ๆ ให้แก่ก ำลังป้องกัน เพื่อมิให้กำรใช้ก ำลังเกิดควำมสับสนหรือก้ำวก่ำยเขตปฏิบัติกำรซึ่งกันและกัน มี กำรซักซ้อมกำรปฏิบัติตำมแผนเป็นประจ ำอย่ำงน้อยเดือนละครั้ง หน่วยสำมำรถเบิกกระสนซ้อมยิง ประกอบกำรฝึกซ้อมได้


๕๙ ๔.๓.๒ กำรเตรียมก ำลังปฏิบัติตำมแผน เป็นกำรเตรียมก ำลังตำมระเบียบ ทอ. ว่ำด้วยกำรรักษำกำรณ์ปี ๒๕๒๐ โดยมีลักษณะกำรปฏิบัติดังนี้.- ๔.๓.๒.๑ ก ำลังรักษำกำรณ์ประจ ำวัน เป็นก ำลังที่ปฏิบัติหน้ำที่ในสถำนกำรณ์ปกติ ได้แก่ ยำมประจ ำจุดต่ำง ๆ ยำมสำยตรวจ ชุดสำยตรวจยำนยนต์ ชุดปฏิบัติกำร หมวด เตรียมพร้อม ชุดสุนัขทหำร ชุดรถเกรำะ และทหำรสำรวัตร กำรจัดเตรียมให้ค ำนึงถึงควำมเพียงพอ ต่อกำรปฏิบัติภำรกิจและควำมเหมำะสม ๔.๓.๒.๒ ก ำลังหนุน หมำยถึงก ำลังทหำรอำกำศโยธิน และทหำรสำรวัตรทั้งหมดที่มิได้ ปฏิบัติหน้ำที่ในวันนั้น สำมำรถน ำมำเสริมก ำลังป้องกันได้ทันที ๔.๓.๒.๓ ก ำลังสนับสนุนกำรช่วยรบ หมำยถึงก ำลังจำกหน่วยต่ำง ๆ ของฐำนบินนั้น ๆ ที่ สำมำรถให้กำรสนับสนุนแก่ก ำลังป้องกันในด้ำนบริกำรต่ำง ๆ เช่น ชุดแพทย์เคลื่อนที่ หน่วยดับเพลิงและกู้ภัย หน่วยช่ำงโยธำ หน่วยขนส่ง ฯลฯ ๔.๓.๒.๔ ก ำลังสนับสนุนอื่น ๆ ( AUGMENTEE ) หมำยถึงก ำลังจำกหน่วยอื่น ๆ ที่อยู่ใน ฐำนบิน เช่น ก ำลังจำกแผนกซ่อมบ ำรุง ฝูงบิน สื่อสำร พลำฯ กำรเงิน ฯลฯ ก ำลังดังกล่ำวจะได้รับกำรฝึกกำรใช้ อำวุธ กำรด ำเนินกลยุทธและปฏิบัติกำรอื่น ๆ คล้ำยทหำรอำกำศโยธิน เพื่อให้ปฏิบัติหน้ำที่แทนก ำลังอำกำศ โยธิน ทั้งป้องกันหน่วยของตนเอง และป้องกันฐำนบินเป็นส่วนรวมด้วยเมื่อจ ำเป็น ๔.๓.๓ กำรป้องกันเชิงรับ หมำยถึงกำรจัดเตรียมมำตรกำรป้องกันภำยในฐำนบินเพื่อป้องกันกำร คุกคำม หรือกำรโจมตีของข้ำศึก โดยกระท ำได้ดังนี้ ๔.๓.๓.๑ กระจำย บ.รบและเป้ำหมำยส ำคัญให้ห่ำงกัน ๔.๓.๓.๒ จัดสร้ำงรั้วลวดหนำมไว้โดยรอบ เพื่อหน่วงเหนี่ยวกำรเข้ำมำของข้ำศึก ๔.๓.๓.๓ ด ำเนินกำรพรำงอำวุธยุทโธปกรณ์ที่ส ำคัญ ๔.๓.๓.๔ จัดสร้ำงและก ำหนดมำตรกำรในกำรสกัดกั้น ได้แก่จัดท ำบังเกอร์ หอคอยที่ แข็งแรง มีถนนโดยรอบฐำนบินที่ยำนพำหนะสำมำรถวิ่งได้ทุกฤดูกำล พร้อมทั้งมีแสงสว่ำงตำมแนวรั้วจัดสุนัข รักษำกำรณ์ ณ บริเวณส ำคัญ ๆ จัดยำมประจ ำจุด และช่องทำงอย่ำงเพียงพอ จัดสำยตรวจทั้งยำนยนต์และ เดินเท้ำ ตลอดจนกำรจัดท ำแผนกำรยิง ค.ส่องสว่ำง ๔.๓.๔ กำรแบ่งขั้นสถำนกำรณ์ เพื่อให้เจ้ำหน้ำที่รักษำควำมปลอดภัยฐำนบินไม่เกิดควำมสับสนใน กำรปฏิบัติตำมแผน กำรใช้ก ำลังและกำรเปลี่ยนขั้นสถำนกำรณ์ซึ่งขึ้นอยู่กับกำรเคลื่อนไหวหรือกำรคุกคำม ของข้ำศึกหรือตำมรำยงำนข่ำวที่ได้รับกำรเปลี่ยนขั้นสถำนกำรณ์ ไม่จ ำเป็นต้องเรียงตำมล ำดับ แต่กำรปฏิบัติ ในแต่ละขั้นสถำนกำรณ์จะมีวิธีกำรส ำหรับยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ แต่ละสถำนกำรณ์ ๆ ไปโดยแน่ชัดดังนี้ ๔.๓.๔.๑ สถำนกำรณ์ขั้น ๑ ( สีขำว ) หมำยถึงกำรปฏิบัติหน้ำที่เวลำปกติ ( DAY – TODAY SECURITY ) คือไม่มีเหตุกำรณ์ใดเกิดขึ้นผิดไปจำกปกติ ไม่มีข่ำวควำมเคลื่อนไหวของข้ำศึกเข้ำคุกคำมฐำน บิน หน่วยรักษำกำรณ์ปฏิบัติหน้ำที่ไปตำมปกติ


๖๐ ๔.๓.๔.๒ สถำนกำรณ์ขั้น ๒ ( สีเทำ ) เมื่อมีรำยงำนข่ำวกรองแจ้งว่ำ ฝ่ ำยตรงข้ำมมีกำรเคลื่อนไหวใกล้ฐำนบิน ฐำนบินจะต้องเพิ่มควำมระมัดระวังยิ่งขึ้น ข้ำศึกอำจบุกโจมตีฐำน บินเมื่อใดก็ได้งดกำรพักเวรภำยหลังจำกกำรปฏิบัติหน้ำที่แล้ว ในสถำนกำรณ์สีเทำให้ปฏิบัติดังนี้.- ๔.๓.๔.๒.๑ สั่งกวดขันเวรยำม ๔.๓.๔.๒.๒ กวดขันกำรผ่ำนเข้ำ –ออกฐำนบิน ๔.๓.๔.๒.๓ เพิ่มเวร – ยำม และสำยตรวจ ณ จุดล่อแหลม ๔.๓.๔.๒.๔ ชุดสำยตรวจยำนยนต์เข้ำประจ ำเขตรับผิดชอบ ๔.๓.๔.๓ สถำนกำรขั้น ๓ ( สีเหลือง ) จำกรำยงำนของเจ้ำหน้ำที่ข่ำวกรองหลำยแหล่ง ยืนยันตรงกันว่ำ ข้ำศึกมีกำรเคลื่อนไหวคึกคักอยู่ไม่ห่ำงจำกฐำนบินมำกนัก คำดว่ำจะบุกเข้ำโจมตีฐำนบิน แน่นอน แต่ยังไม่ทรำบเวลำ ต้องเพิ่มระยะเวลำกำรปฏิบัติหน้ำที่มำกกว่ำปกติ หน่วยป้องกันฐำนบินปฏิบัติต่อ จำกสถำนกำรณ์ขั้น ๒ ดังนี้.- ๔.๓.๔.๓.๑ ก ำลังหนุนห้ำมออกนอกกรมกอง ๔.๓.๔.๓.๒ ประกำศให้ข้ำรำชกำรที่อยู่ข้ำงนอกรีบกลับเข้ำฐำนบิน ๔.๓.๔.๓.๓ ก ำลังสนับสนุนกำรช่วยรบ พร้อมที่ศูนย์ ฯ ๔.๓.๔.๓.๔ เพิ่มยำมทุกต ำแหน่งเป็นยำมคู่ ๔.๓.๔.๓.๕ เพิ่มยำมสำยตรวจขึ้นอีกเท่ำตัว ๔.๓.๔.๓.๖ ชุดปฏิบัติกำรพร้อมอำวุธเข้ำประจ ำแนวต้ำนทำนหลัก เตรียม ยิง ค.ส่องสว่ำง ๔.๓.๔.๓.๗ ผู้บังคับบัญฃำทุกระดับประจ ำที่ศูนย์ ฯ ๔.๓.๔.๓.๘ จ่ำยกระสุนอัตรำพร้อมรบ ๑ วัน ๔.๓.๔.๔ สถำนกำรณ์ขั้น ๔ ( สีแดง ) เมื่อได้รับงำนงำนว่ำข้ำศึกเข้ำประชิดแนวรั้ว และ/หรือ บำงส่วนได้เล็ดลอดรั้วเข้ำมำในฐำนบินแล้ว และ/หรือมีกำรยิงต่อสู้กันกับยำมของฐำนบิน ซึ่งเป็นสถำนกำรณ์ ขั้นรุนแรง ต้องใช้ก ำลังพลที่มีอยู่ในฐำนบินทั้งหมด กำรปฏิบัติในขั้นนี้ก็คือ.- ๔.๓.๔.๔.๑ เปิดสัญญำณฐำนบินถูกโจมตี ๔.๓.๔.๔.๒ ก ำลังป้องกันฐำนบินเข้ำประจ ำเขตรับผิดชอบ ๔.๓.๔.๔.๓ รำยงำนหน่วยเหนือ (โดยเฉพำะ ศปก.ทอ.)และหน่วยข้ำงเคียง ๔.๓.๔.๔.๔ ศูนย์ ฯ สั่งใช้ก ำลังสกัดกั้น ผลักดัน ๔.๓.๔.๔.๕ ก ำลังสนับสนุนพร้อม ณ จุดรวมพล รอรับค ำสั่ง ๔.๓.๔.๔.๖ เตรียมเคลื่อนย้ำยอำวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่อ ำนวยประโยชน์ในกำรสู้รบไปไว้ที่อื่น ๔.๓.๔.๔.๗ วำงเครื่องกีดขวำงเพิ่มเติมตำมจุดที่ส ำคัญ ๆ ๔.๓.๔.๔.๘ เตรียมอพยพครอบครัวไปยังที่ปลอดภัย ๔.๓.๔.๔.๙ เตรียมขอควำมช่วยเหลือจำกหน่วยทหำรข้ำงเคียง - - - - - - - - - - - - - --


๖๑ บทที่ ๕ ศูนย์ควบคุมกำรรักษำควำมปลอดภัย ( SECURITY CONTROL CENTER ) ๑. กล่ำวทั่วไป ( GENERAL) เพื่อให้กำรด ำเนินกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบินมีประสิทธิภำพแน่นอน เชื่อถือได้และ สำมำรถเผชิญกับสถำนกำรณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ แต่ละฐำนบินจึงได้ก ำหนดมำตรกำร เพื่อควบคุมกำร ปฏิบัติของเจ้ำหน้ำที่ซึ่งปฏิบัติงำนเกี่ยวกับป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบินขึ้น กำรควบคุมดังกล่ำว กระท ำได้ด้วยกำรใช้ศูนย์ควบคุมกำรรักษำควำมปลอดภัย ๑.๑ ศูนย์ ฯ คือ ที่ควบคุมสั่งกำรกำรปฏิบัติของเจ้ำหน้ำที่ป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบิน ศูนย์ ฯ เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของกำรรักษำควำมปลอดภัย และเป็นศูนย์ประสำทของกำรประสำนงำน กันระหว่ำงผู้บังคับบัญชำกับเจ้ำหน้ำที่ในกำรระวังป้องกัน ๑.๒ ควำมมุ่งหมำยในกำรจัดตั้งศูนย์ ฯ เพื่อ ๑.๒.๑ ใช้ควบคุมกำรปฏิบัติในด้ำนกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบิน ๑.๒.๒ ให้กำรสั่งกำรเป็นไปด้วยควำมรวดเร็วทันต่อเหตุกำรณ์ ๑.๒.๓ ให้อ ำนำจในกำรสั่งกำรอยู่ที่คนคนเดียว ๑.๓ ข้อพิจำรณำเกี่ยวกับกำรจัดตั้งศูนย์ ฯ มีข้อพิจำรณำดังนี้ ๑.๓.๑ ควำมปลอดภัยของศูนย์ ฯ ถือเป็นสิ่งส ำคัญประกำรแรก ๑.๓.๒ อยู่ตรงศูนย์กลำงของพื้นที่ที่จะด ำเนินกำรระวังป้องกัน ๑.๓.๓ สำมำรถส่งก ำลังจำกศูนย์ ฯ ไปปฏิบัติกำรได้ทันต่อเหตุกำรณ์ ๑.๓.๔ เส้นทำงเคลื่อนที่สะดวก ๑.๓.๕ อยู่ใกล้บริเวณพื้นที่ส ำคัญ ๑.๔ กำรจัดตั้งศูนย์ ฯ ตำมค ำสั่งกองบัญชำกำรทหำรสูงสุด กำรจัดตั้งศูนย์ควบคุมรักษำกำรณ์ ซึ่งจัดขึ้นตำมค ำสั่งของ บก.ทหำรสูงสุด ฐำนบินที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ห่ำงจำกหน่วยก ำลังส่วนใหญ่ หรือหน่วยใหญ่กว่ำ มีระยะทำงเกินกว่ำ ๖๐ กม. หรือใช้เวลำเดินทำงด้วย ยำนยนต์เกินกว่ำ ๑ ชม.(ควำมเร็ว ๑ ชม./๖๐ กม.) ให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัย ขึ้น (ศปรภ.)ในกรณีที่มีหน่วยก ำลังขนำดใหญ่กว่ำตั้งอยู่ในระยะ และเวลำที่กล่ำวแล้ว หน่วยก ำลังขนำดใหญ่ กว่ำนั้นเป็นหน่วยจัดตั้ง ศปรภ.และฐำนบินนั้นๆ จัดตั้งศูนย์ควบคุมรักษำกำรณ์ (ศรก.) กรณีที่เป็นหน่วยบิน หรือฝูงบินสนำมจะจัดตั้ง ศปรภ.หรือ ศรก.ให้พิจำรณำที่กำรจัดอัตรำก ำลังป้องกันฐำนบิน ถ้ำอัตรำกำรจัด ก ำลังป้องกันฐำนบินระดับกองพันป้องกันฐำนบิน ให้จัดตั้ง ศปรภ.ขึ้น ถ้ำอัตรำกำรจัดก ำลังป้องกันฐำนบิน ระดับกองร้อยป้องกันฐำนบิน ให้จัดตั้ง ศรก.ขึ้น กำรปฏิบัติงำนโดยทั่วไปก ำลังรักษำกำรณ์ประจ ำวันจะ ปฏิบัติหน้ำที่ตลอด ๒๔ ชม.ผู้บังคับบัญชำสูงสุดของหน่วยในพื้นที่เป็นผู้บังคับศูนย์โดยต ำแหน่ง มีอ ำนำจ


๖๒ สั่งกำรใช้ก ำลังในกำรป้องกันที่ตั้งแต่ผู้เดียว งำนด้ำนยุทธกำรให้ขึ้นตรงต่อศูนย์ปฏิบัติกำรกองทัพอำกำศ (ศปก.ทอ.) ส่วนกำรป้องกันที่ตั้งให้ประสำนกับหน่วยข้ำงเคียง กำรจัดตั้งศูนย์ ฯ ในลักษณะดังกล่ำว เป็นกำรปฏิบัติตำมแผนยุทธกำร ๒๙๓ (แผนป้องกันที่ตั้งหน่วย ทหำรของ ทอ.) และค ำสั่ง ทอ.(เฉพำะ) ลับที่ ๓๑๘/๒๙ ลง ๑๑ ก.ย.๒๙ เรื่อง ผังกำรจัดและอัตรำก ำลังพล ของ ศปรภ.และ ศรก. กยก.บก.อย.บยอ.พิจำรณำแล้ว เพื่อให้กำรจัด ศปรภ.และ ศรก.เป็นมำตรฐำนเดียวกัน และสอดคล้องกับแนวควำมคิดในกำรปฏิบัติของแผนกำรกองทัพอำกำศเกี่ยวกับกำรป้องกันและรักษำควำม ปลอดภัยที่ตั้งหน่วยทหำรของ ทอ .จึงได้ด ำเนินกำรปรับปรุงผังกำรจัดและอัตรำก ำลังพลของ ศปรภ.และ ศรก. ใหม่ มีผังกำรจัดและอัตรำก ำลังพลดังนี้.-


๖๓ ผังกำรจัดและอัตรำก ำลังพล ศยก.ฐำนบิน รร.กำรบิน และ กองบิน รวมก ำลังพล - สัญญำบัตร (น.) ๕๑ คน - ประทวน (ป.) ๓๒๖ คน - พลทหำร (พ.) ๓๖๗ คน รวมทั้งสิ้น ๗๔๔ คน ศปก.ทอ. ศยก.ฐานบิน ผบ.ศยก.ฐานบิน รอง ( ๑ ) รอง ( ๒ ) น.๓ ส่วนอ านวยการ น.๑๓, ป.๕ ส่วนสนับสนุน น.๖, ป.๒๒, พ.๒๓ หมวดสื่อสาร น.๒, ป.๑๐, พ.๑๓ หมวดขนส่ง น.๒, ป.๙, พ.๖ หมวดช่ำงสนำม น.๒, ป.๓, พ.๔ ส่วนปฏิบัติการ (ก าลังเฉพาะกิจ) น.๕๑,ป.๓๒๖,พ.๓๖๗ ศปรภ./ศรก. กองบิน/รร.การบิน น.๓๒,ป.๑๒๘.พ.๒๑๘ ศยตอ. กองบิน/รร.การบิน น.๑๕,ป.๑๕๘,พ.๑๔๙ กองร้อย ร. น.๖,ป.๔๒,พ.๑๒๒ หมวดลาดตระเวน น.๑,ป.๑๑,พ.๒๖ หมวด สห. น.๑,ป.๒๕,พ.๓๙ หมู่สุนัขทหาร ป.๑๑ ฝ่ ายดับเพลิงและกู้ภัย น.๒,ป.๑๒,พ.๑๒ ยามรักษาการณ์ - ก าลังจากส่วนกลาง กองร้อย ปตอ. น.๑๘,ป.๑๙๐,พ.๑๒๑ มว.สนับสนุน น.๑,ป.๘,พ.๒๘ ก าลังจากส่วนกลาง


๖๔ ผังกำรจัดและอัตรำก ำลังพล ศปรภ.ดม. ศปก.ทอ. ศปรภ.ดม. ผบ.ศปรภ.ดม. น.๑๑ รอง ผบ.ศปรภ.ดม. ส่วนอ ำนวยกำร ส่วนสนับสนุน ส่วนปฏิบัติกำร น.๑๐๖, ป.๓๙ น.๖,ป.๒๒,พ.๒๓ (ก ำลังเฉพำะกิจ) หมวดสื่อสำร กองร้อยทหำรอำกำศโยธิน น.๑,ป.๑๐,พ.๑๓ น.๑๔,ป.๑๐๖,พ.๒๙๖ หมวดขนส่ง หมวดลำดตระเวน น.๒,ป.๙,พ.๖ น.๒,ป.๒๒,พ.๔ หมวดช่ำงสนำม กองร้อย ทสห. น.๒,ป.๓,พ.๔ น.๘ ฝ่ ำยดับเพลิงและกู้ภัย หมวด ปพ. รวมก ำลังพล หมู่สุนัขทหำร มว.รถเกรำะ - สัญญำบัตร (น.) ๑๔๔ คน - ประทวน ( ป.) ๓๗๒ คน - พลทหำร (พ.) ๔๔๘ คน ยำมรักษำกำรณ์ รวมทั้งสิ้น ๙๖๔ คน


๖๕ ผังกำรจัดและอัตรำก ำลังพล ศยตอ.ดอนเมือง ศปก.ทอ. ศยตอ.ดม. น.๔ ส่วนอ ำนวยกำร ส่วนสนับสนุน ส่วนปฏิบัติกำร น.๑๓, ป.๖ น.๔, ป.๑๕, พ.๑๕ น.๔๔,ป.๗๓๓,พ.๒๑๗ หมวดสื่อสำร น. ๒, ป.๗,พ.๑๑ หมวดขนส่ง ยำมรักษำกำรณ์ น.๒, ป.๘, พ.๔ กองร้อยต่อสู้อำกำศยำน ๑ กองร้อยจรวดต่อสู้อำกำศยำน ๑ น.๔,ป.๑๑,พ.๕๒ น.๖, ป.๙๐, พ.๓ รวมก ำลังพล - สัญญำบัตร (น.) ๖๑ คน - ประทวน (ป.) ๗๕๔ คน - พลทหำร (พ.) ๒๓๒ คน รวมทั้งสิ้น ๑,๐๔๗ คน


๖๖ ๒. กำรจัดส่วนรำชกำรในศูนย์ยุทธกำรฐำนบิน แบ่งเป็น ๔ ส่วนดังนี้.- ๒.๑ ส่วนบังคับบัญชำ ประกอบด้วย ๒.๑.๑ ผบ.ศยก.ฐำนบิน คือ ผู้บังคับกำรกองบิน ๒.๑.๒ รอง ผบ.ศยก.ฐำนบิน (๑) คือรองผู้บังคับกำรกองบินฝ่ ำยปฏิบัติกำร ๒.๑.๓ รอง ผบ.ศยก.ฐำนบิน (๒) คือ รองผู้บังคับกำรกองบินฝ่ ำยบริหำร ๒.๒ ส่วนอ ำนวยกำร ประกอบด้วย ๒.๒.๑ เสธ.ศยก.ฐำนบิน ๒.๒.๒ น.สบ.และ เสมียน ๒.๒.๓ น.ยก.,ผช.น.ยก. และจ่ำอำกำศยุทธกำร ๒.๒.๔ น.กพ.,ผช.น.กพ. และจ่ำอำกำศก ำลังพล ๒.๒.๕ น.กำรข่ำวกรอง,ผช.น.กำรข่ำวกรอง และจ่ำอำกำศกำรข่ำว ๒.๒.๖ น.รปภ. ๒.๒.๗ น.กบ.,ผช.น.กบ. และจ่ำอำกำศส่งก ำลังบ ำรุง ๒.๒.๘ นธน. ๒.๒.๙ น.กง. ๒.๓ ส่วนสนับสนุน ประกอบด้วย ๒.๓.๑ หมวดสื่อสำร ๒.๓.๒ หมวดขนส่ง ๒.๓.๓ หมวดช่ำงสนำม ๒.๔ ส่วนปฏิบัติกำร (ก ำลังเฉพำะกิจ) มี ๒ ส่วน คือ.- ๒.๔.๑ ศปรภ./ศรก. กองบิน และ รร.กำรบิน ประกอบด้วย ๒.๔.๑.๑ กองร้อยทหำรอำกำศโยธิน ๑ กองร้อย( ๓ มว.ปล.๙ หมู่ ปล.๓ หมู่ อว.) ๒.๔.๑.๒ หมวดอำวุธ ๑ มว.(๒ หมู่ ปก.,๓ หมู่ คบ.๘๑ มม.) ๒.๔.๑.๓ หมวดลำดตระเวน ๑ มว.(๒ หมู่ ลว.เดินเท้ำ,๑ หมู่ ลว.ยำนยนต์) ๒.๔.๑.๔ หมวด สห.๑ หมวด (๒ หมู่ สห.,๑ หมู่ อำวุธพิเศษ,๑ หมู่จรำจร) ๒.๔.๑.๕ หมู่สุนัขทหำร ๑ หมู่ ๒.๔.๑.๖ ฝ่ ำยดับเพลิงและกู้ภัย ๒.๔.๑.๗ ยำมรักษำกำรณ์(ตำมที่ ผบ.ศยก.ฐำนบินพิจำรณำโดยประสำนกับ ยก.ทอ. และ อย.) ๒.๔.๑.๘ ก ำลังจำกส่วนกลำง (จัดตำมสถำนกำรณ์,ค ำสั่ง และแผนยุทธกำร ทอ.) ๒.๔.๒ ศยตอ.กองบิน และ รร.กำรบิน ประกอบด้วย


๖๗ ๒.๔.๒.๑ กองร้อย ปตอ.๑ กองร้อย ๒.๔.๒.๑.๑ กองบังคับกำรกองร้อยต่อสู้อำกำศยำน ๒.๔.๒.๒ กองบังคับกำรหมวดสนับสนุน ๒.๔.๒.๒.๑ ตอนสรรพำวุธอิเล็กทรอนิกส์ ๑ ตอน ๒.๔.๒.๒.๒ ตอนสื่อสำร ๑ ตอน ๒.๔.๒.๓ กองบังคับกำรหมวดเฝ้ำตรวจทำงอำกำศ ๒.๔.๒.๓.๑ ตอนเรดำร์ค้นหำและแจ้งเตือน ๑ ตอน ๒.๔.๒.๔ กองบังคับกำรหมวดปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำน .๕๐ นิ้ว ๒.๔.๒.๔.๑ หมู่ปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำน .๕๐ นิ้ว (๔ หมู่) ๒.๔.๒.๔.๒ พวกปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำน .๕๐ นิ้ว (๘ พวก) ๒.๔.๒.๕ กองบังคับกำรหมวดปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำน ๓๐ - ๓๕ มม.และจรวดน ำวิถีต่อสู้ อำกำศยำน ๒.๔.๒.๕.๑ ตอนควบคุมกำรยิง (๒ ตอน) ๒.๔.๒.๕.๒ หมู่ปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำน ๓๐ - ๓๕ มม (๔ หมู่) ๒.๔.๒.๕.๓ หมู่จรวดน ำวิถีต่อสู้อำกำศยำน (๔ หมู่) ๒.๔.๒.๖ กองบังคับกำรหมวดปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำน ๓๗ มม. ๒.๔.๒.๖.๑ ตอนเรดำร์และระบบควบคุมกำรยิง ๒.๔.๒.๖.๒ หมู่ปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำนขนำด ๓๗ มม.(๖ หมู่) ๒.๔.๒.๗ กองบังคับกำรปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำน ๔๐ มม. ๒.๔.๒.๗.๑ หมู่ปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำน ๔๐ มม.(๔ หมู่) ๒.๔.๒.๗.๒ พวกปืนใหญ่ต่อสู้อำกำศยำน ๔๐ มม.(๘ พวก) ๒.๔.๒.๘ กองบังคับกำรหมวดจรวดบุคคลต่อสู้อำกำศยำน ๒.๔.๒.๘.๑ ตอนจรวดบุคคลต่อสู้อำกำศยำน (๒ ตอน) ๒.๔.๒.๘.๒ หมู่ จรวดบุคคลต่อสู้อำกำศยำน (๘ หมู่) ๒.๔.๒.๙ หมวดสนับสนุน ๒.๔.๒.๙.๑ หมู่สนับสนุน (๓ หมู่) ๒.๔.๒.๑๐ ก ำลังจำกส่วนกลำง (จัดตำมสถำนกำรณ์,ค ำสั่ง และแผนยุทธกำร ทอ.) ๓. กำรจัดส่วนรำชกำรใน ศปรภ.ดม. แบ่งเป็น ๔ ส่วน คือ ๓.๑ ส่วนบัญชำกำร ประกอบด้วย ๓.๑.๑ ผบ.ศปรภ.ดม. คือ ผบ.อย.บยอ. ๓.๑.๒ รอง ผบ.ศปรภ.ดม. คือ รอง ผบ.อย.บยอ.


๖๘ ๓.๑.๓ น.ฝอ.ประจ ำ ผบ.ศปรภ.ดม. ๓.๑.๔ น.ฝอ.ประจ ำ รอง ผบ.ศปรภ.ดม. ๓.๒ ส่วนอ ำนวยกำร ประกอบด้วย ๓.๒.๑ เสธ.ศปรภ.ดม. ๓.๒.๒ รอง เสธ.ศปรภ.ดม.(๑) ๓.๒.๓ รอง เสธ.ศปรภ.ดม.(๒) ๓.๒.๔ น.ฝอ.ประจ ำ เสธ.ศปรภ.ดม. ๓.๒.๕ น.ฝอ.ประจ ำ รอง เสธ.ศปรภ.ดม.(๑) ๓.๒.๖ น.ฝอ.ประจ ำ รอง เสธ.ศปรภ.ดม.(๒) ๓.๒.๗ คณะที่ปรึกษำ ศปรภ.ดม. ๓.๒.๘ จนท.กองบังคับกำร เช่น ผอ.บก.ศปรภ.ดม., รอง ผบ.บก.ศปรภ.ดม.ฯลฯ ๓.๒.๙ กองก ำลังพล และ จนท. ๓.๒.๑๐ กองข่ำว และ จนท. ๓.๒.๑๑ กองยุทธกำร และ จนท. ๓.๒.๑๒ กองส่งก ำลังบ ำรุง และ จนท. ๓.๒.๑๓ กองกิจกำรพลเรือน และ จนท. ๓.๒.๑๔ กำรงบประมำณ และ จนท. ๓.๒.๑๕ นำยทหำรติดต่อ ๓.๓ ส่วนสนับสนุน ประกอบด้วย ๓.๓.๑ หมวดสื่อสำร (ตอนปฏิบัติกำรวิทยุ,ตอนปฏิบัติกำรโทรศัพท์) ๓.๓.๒ หมวดขนส่ง ๓.๓.๓ หมวดช่ำงสนำม ๓.๔ ส่วนปฏิบัติกำร (ก ำลังเฉพำะกิจ) ประกอบด้วย ๙ ส่วน คือ ๓.๔.๑ กองร้อยทหำรอำกำศโยธิน (๒ กองร้อย) แต่ละกองร้อย ประกอบด้วย.- ๓.๔.๑.๑ หมวด ปล. ๓ มว. ๓.๔.๑.๑.๑ หมู่ ปล. ๙ หมู่ ๓.๔.๑.๑.๒ หมู่อำวุธ ๓ หมู่ ๓.๔.๑.๒ หมวดอำวุธ ๑ มว. ๓.๔.๑.๒.๑ หมู่ ปก.๒ หมู่ ๓.๔.๑.๒.๒ หมู่ ค.๘๑, ๓ หมู่ ๓.๔.๒ หมวดลำดตระเวน ๑ มว.


๖๙ ๓.๔.๒.๑ หมู่ลำดตระเวนเดินเท้ำ ๒ หมู่ ๓.๔.๒.๒ หมู่ลำดตระเวนยำนยนต์ ๑ หมู่ ๓.๔.๓ กองร้อย ทสห. ๑ กองร้อย ประกอบด้วย ๓.๔.๓.๑ หมวด ทสห. ๑ มว. ๓.๔.๓.๑.๑ หมู่ ทสห. ๓ หมู่ ๓.๔.๓.๒ หมวดอำวุธพิเศษ ๑ มว. ๓.๔.๓.๒.๑ หมู่อำวุธพิเศษ ๓ หมู่ ๓.๔.๓.๓ หมวดจรำจร ๑ มว. ๓.๔.๓.๓.๑ หมู่จรำจร ๓ หมู่ ๓.๔.๔ หมวดปฏิบัติกำรพิเศษ ๑ มว. ๓.๔.๔.๑ หมู่ปฏิบัติกำรพิเศษ ๓ หมู่ ๓.๔.๕ หมวดรถเกรำะ ๑ มว. ๓.๔.๕.๑ หมู่รถเกรำะ ๓ หมู่ ๓.๔.๖ ฝ่ ำยดับเพลิงและกู้ภัย ๑ ฝ่ ำย ๓.๔.๖.๑ หมวดรถดับเพลิง ๑ มว. ๓.๔.๗ หมวดรถกู้ภัย ๑ มว. ๓.๔.๘ หมู่สุนัขทหำร ๑ หมู่ ๓.๔.๙ ยำมรักษำกำรณ์ (ตำม ผบ.ศปรภ.ดม.พิจำรณำโดยประสำนกับ ยก.ทอ.) กำรจัด ศยตอ.ดม.ที่จัดตำมอัตรำใหม่นั้น (ในอัตรำเฉพำะกิจ) ให้ขึ้นตรงต่อ ศปก.ทอ.(ดูผังกำรจัด หน้ำ ๖๕) โดยมีกำรจัดอัตรำก ำลังพลดังนี้ ๔. กำรจัดส่วนรำชกำรใน ศยตอ.ดม. แบ่งเป็น ๔ ส่วน ดังนี้.- ๔.๑ ส่วนบัญชำกำร ประกอบด้วย ๔.๑.๑ ผบ.ศยตอ.ดม. ๔.๑.๒ รอง ผบ.ศยตอ.ดม. ๔.๑.๓ ผู้ช่วย ผบ.ศยตอ.ดม. ๔.๒ ส่วนอ ำนวยกำร ประกอบด้วย ๔.๒.๑ เสธ.ศยตอ.ดม. ๔.๒.๒ น.ยุทธกำรและกำรฝึก, ผช.น.ยุทธกำรและกำรฝึก,จ่ำอำกำศยุทธกำร ๔.๒.๓ น.ก ำลังพล, ผช.น.ก ำลังพล, จ่ำอำกำศก ำลังพล ๔.๒.๔ น.กำรข่ำว, ผช.น.กำรข่ำว, จ่ำอำกำศกำรข่ำว ๔.๒.๕ น.รปภ.


๗๐ ๔.๒.๖ น.ส่งก ำลังบ ำรุง, ผช.น.ส่งก ำลังบ ำรุง, จ่ำอำกำศส่งก ำลังบ ำรุง ๔.๒.๗ น.สำรบรรณ, เสมียน ๔.๒.๘ นำยทหำรพระธรรมนูญ ๔.๒.๙ นำยทหำรกำรเงิน, เสมียนกำรเงิน ๔.๓ ส่วนสนับสนุน ประกอบด้วย ๔.๓.๑ หมวดสื่อสำร ๑ มว. ๔.๓.๑.๑ ตอนปฏิบัติกำรวิทยุ ๑ ตอน ๔.๓.๑.๒ ตอนปฏิบัติกำรโทรศัพท์ ๑ ตอน ๔.๓.๒ หมวดขนส่ง ๑ มว. ๔.๓.๒.๑ ผบ.มว.,รอง ผบ.มว. ๔.๓.๒.๒ หน.พลขับ, พลขับ ๔.๓.๒.๓ ช่ำงรถยนต์, พนักงำนคลังพัสดุ ๔.๓.๒.๔ ทหำรบริกำร ๔.๔ ส่วนปฏิบัติกำร ประกอบด้วย ๔.๔.๑ ระบบอัตโนมัติ ๔.๔.๒ ระบบธรรมดำ ๔.๔.๓ น.ต่อสู้อำกำศยำน ๔.๔.๔ กองร้อยต่อสู้อำกำศยำน ๔ กองร้อย แต่ละกองร้อยประกอบด้วย ๔.๔.๔.๑ กองบังคับกำรกองร้อยต่อสู้อำกำศยำน ๔.๔.๔.๑.๑ หมู่ซ่อมบ ำรุง ๑ หมู่ ๔.๔.๔.๒ กองบังคับกำรหมวดต่อสู้อำกำศยำน ๒ มว. ๔.๔.๔.๒.๑ หมู่ต่อสู้อำกำศยำน ๘ หมู่ ๔.๔.๔.๒.๒ พวกต่อสู้อำกำศยำน ๑๖ พวก ๔.๔.๕ กองร้อยจรวดต่อสู้อำกำศยำน ๓ กองร้อย แต่ละกองร้อยประกอบด้วย.- ๔.๔.๕.๑ กองบังคับกำรกองร้อยจรวดต่อสู้อำกำศยำน ๔.๔.๕.๑.๑ หมู่สื่อสำร ๑ หมู่ ๔.๔.๕.๑.๒ หมู่สรรพำวุธ ๑ หมู่ ๔.๔.๕.๒ หมวดจรวดต่อสู้อำกำศยำน ๒ มว. ๔.๔.๕.๒.๑ ตอนจรวดต่อสู้อำกำศยำน ๑ ตอน ๔.๔.๕.๒.๒ หมู่จรวดต่อสู้อำกำศยำน ๑๖ หมู่


๗๑ ๕. ลักษณะของศูนย์ ฯ ๕.๑ ควรเป็นอำคำรที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ไม่มีอำคำรสูงบังโดยรอบ ๕.๒ อยู่ห่ำงจำกแหล่งผลิต –จ่ำยกระแสไฟฟ้ำแรงสูง ๕.๓ มีที่ตั้งเสำอำกำศสูง ซึ่งไม่กีดขวำงทำงบินในเขตร่อน ๕.๔ มีห้องขนำดใหญ่ไม่น้อยกว่ำ ๔ ห้อง โดยใช้เป็นห้องควบคุมและสั่งกำร,ห้องอำวุธ,ห้องธุรกำร และ ห้องก ำลังพลเตรียมพร้อม ในบรรดำห้องทั้ง ๔ ห้องควบคุมและสั่งกำรนับว่ำเป็นห้องส ำคัญที่สุด ๕.๕ กว้ำงขวำงพอที่จะบรรจุเจ้ำหน้ำที่และอุปกรณ์ได้อย่ำงเพียงพอ ๕.๖ ประตูหน้ำต่ำงแข็งแรงทนทำนต่อก ำลังผลักดัน ๕.๗ หน้ำต่ำงมีลูกกรงเหล็กพร้อมทั้งลวดตำข่ำย เพื่อป้องกันมิให้ข้ำศึกใช้ระเบิดขว้ำงเข้ำไปข้ำงใน เพื่อท ำลำยศูนย์ ฯ ๕.๘ มีเครื่องปรับอำกำศ และเครื่องก ำเนิดไฟฟ้ำส ำรอง ๕.๑๐ ที่รวมพลและลำนจอดรถต้องมีบังเกอร์ไว้โดยรอบ รวมทั้งบริเวณโดยรอบตัวอำคำรของศูนย์ ฯ ควร มีบังเกอร์ไว้ด้วย ๖. ประเภทของศูนย์ ฯ เพื่อประกันว่ำกำรควบคุมกำรปฏิบัติของเจ้ำหน้ำที่ป้องกันและรักษำควำมปลอดภัย ฐำนบินจะด ำเนินไปได้โดยต่อเนื่อง จึงจ ำเป็นต้องจัดตั้งศูนย์ ฯ ขึ้น ๒ ศูนย์ ฯ เสมอ ซึ่งเรียกว่ำ “ศูนย์ฯหลัก และศูนย์ ฯ ส ำรอง” โดยธรรมดำศูนย์ ฯ หลักมักใช้ในหน้ำที่รักษำควำมปลอดภัยของที่ตั้งทำงทหำรโดยมี ก ำลังส่วนใหญ่ คือทหำรอำกำศโยธินเป็นผู้ควบคุมดูแล ส่วนศูนย์ส ำรองท ำหน้ำที่ทั้งกำรบังคับให้เป็นไปตำม กฎหมำยและกำรรักษำควำมปลอดภัยฐำนบิน โดยทหำรสำรวัตรเป็นผู้ควบคุมดูแล อย่ำงไรก็ตำมลักษณะ ของศูนย์ ฯ และอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่ำง ๆ ภำยในศูนย์ ฯ มักจะอยู่ในสภำพที่สำมำรถปฏิบัติงำน ทดแทนกันได้ เมื่อมีเหตุกำรณ์จ ำเป็นเกิดขึ้น


๗๒ ผังแสดงห้องต่ำง ๆ ภำยในศูนย์ ฯ ๕ ม. ๕ ม. ๕ ม. ๔ ม. ๑ ๒ ๓ ๒ ม. ทำงเดิน ๓ ม. ๕ ๖ ๗ ๘ ๔ ๓ ม. ๙ ๑๐ ๑๑ ๑. ห้อง ศปรภ./ ศรก.(ควบคุมและสั่งกำร) ๒. ห้องธุรกำร ๓. ห้อง ศยตอ. ๔. ห้องพักหมวดเตรียมพร้อม ๕. ห้องน ้ำ ๖. ห้องพักผ่อน ๗. ห้องคลังอำวุธ ๘. ห้องน ้ำ ๙. ห้องพักชุดปฏิบัติกำร ๑๐. ที่พักเจ้ำหน้ำที่ ๑๑. ที่รวมพล


๗๓ กำรจัดอุปกรณ์ภำยในห้อง ศปรภ./ศรก. ๔ ม. ๑๓ ๑๒ ๒.๘ ม. ๒ ๓ ๔ ๑ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๑ ๑๐ ๑. แผนผังฐำนบินครอบคลุมรัศมี ๕ กม.ขนำด ๔ x ๘ ๒. แผนที่สถำนกำรณ์ครอบคลุมรัศมีไม่น้อยกว่ำ ๖๐ กม.โดยรอบฐำนบินมำตรำส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ๓. ภำพถ่ำยทำงอำกำศของฐำนบินครอบคลุมรัศมี ๕ กม. โดยรอบฐำนบิน มำตรำส่วน โดยประมำณ ๑ : ๒๕,๐๐๐ ๔. รำยกำรปฏิบัติตำมสถำนกำรณ์ ขำว – เทำ – เหลือง - แดง ๕. สถำนภำพประจ ำวัน (ยอดก ำลังพล,อำวุธกระสุน,เครื่องมือสื่อสำร,ยำนพำหนะ) ๖. ข่ำยกำรสื่อสำร,นำมเรียกขำน ๗. สำยกำรบังคับบัญชำ ๘. แผนผังกำรเคลื่อนย้ำยเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ๙. กำรปฏิบัติเมื่อ บ. ประสบอุบัติเหตุ ๑๐. ที่นั่ง(เคำน์เตอร์) ที่ท ำงำนของ จนท.(อยู่ด้ำนใดด้ำนหนึ่ง ซ้ำย –ขวำ) ๑๑. เครื่องมือสื่อสำรติดตั้งบนเคำน์เตอร์ ๑๒. ไฟสีแจ้งสถำนกำรณ์ ๑๓. นำฬิกำ


๗๔ ๗. ภำรกิจของศูนย์ ฯ ๗.๑ ควบคุมอ ำนวยกำร สั่งกำรใช้ก ำลังในกำรป้องกันที่ตั้ง ๗.๒ ควบคุมกำรปฏิบัติของ จนท.ต่ำง ๆ ในกำร รปภ.ฐำนบิน ๗.๓ รับผิดชอบในกำรลำดตระเวนหำข่ำวในพื้นที่รัศมี ๑๖ กม.โดยรอบฐำนบิน ๗.๔ รับ – ส่ง รำยงำนกำรปฏิบัติหรือข่ำวสำรต่ำง ๆ ของผู้เกี่ยวข้องกับกำรระวังป้องกัน ๘. องค์ประกอบของศูนย์ ฯ ประกอบไปด้วย ๘.๑ ห้องควบคุมและสั่งกำร เป็นห้องที่มีควำมส ำคัญสูงสุดของศูนย์ ฯ เป็นห้องขนำดใหญ่ใช้เป็นที่ ควบคุมและสั่งกำรของ ศปรภ./ศรก.และ ศยตอ.ซึ่งอยู่ติดกัน เพรำะโดยปกติแล้ว ผบ.ศปรภ./ศรก. และ ผบ.ศยตอ.เป็นบุคคลเดียวกันหำกประเทศเข้ำสู่สภำวะสงครำม ผบ.ศูนย์ ฯ อำจต้องควบคุมสั่งกำรป้องกัน ที่ตั้งทั้งทำงพื้นดินและทำงอำกำศพร้อมกัน เฉพำะในส่วนของกำรป้องกันทำงภำคพื้น มีอุปกรณ์ประจ ำ ศูนย์ ฯ ที่จ ำเป็นดังนี้.- ๘.๑.๑ แผนผังฐำนบินครอบคลุมรัศมี ๕ กม.ขนำด ๔ x ๘ ใช้บันทึกกำรเคลื่อนไหวของชุด ปฏิบัติกำรต่ำง ๆ ๘.๑.๒ แผนที่สถำนกำรณ์ครอบคลุมพื้นที่รัศมี ๖๐ กม.โดยรอบฐำนบิน มำตรำส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ๘.๑.๓ ภำพถ่ำยทำงอำกำศครอบคลุมฐำนบินรัศมี ๕ กม. มำตรำส่วนโดยประมำณ ๑ : ๒๕,๐๐๐ ๘.๑.๔ วิทยุรับ – ส่ง ประจ ำที่ ก ำลังส่ง ๓๐ - ๕๐ วัตต์ หรือติดต่อครอบคลุมโดยรอบฐำนบิน ๘.๑.๕ วิทยุมือถือ ก ำลังส่งประมำณ ๕ วัตต์ ใช้เป็นลูกข่ำยมีมำกพอต่อกำรใช้งำน ๘.๑.๖ โทรศัทพ์อัตโนมัติอย่ำงน้อย ๒ เลขหมำยเพื่อรับ – ส่งข่ำว ๘.๑.๗ ตู้สลับสำยพร้อมโทรศัพท์สนำมไปยังจุดที่ใช้วิทยุไม่ได้หรือวิทยุมีไม่พอ ๘.๑.๘ เครื่องบันทึกเสียงส ำหรับบันทึกกำรสั่งกำรของผู้มีอ ำนำจสั่งกำรไว้เป็นหลักฐำน ๘.๑.๙ โทรศัพท์สำยตรงติดต่อกับหน่วยที่ส ำคัญที่สุด เช่น หอบังคับกำรบิน ฝูงบิน ๘.๑.๑๐ รำยกำรปฏิบัติตำมสถำนกำรณ์ ขำว – เทำ - เหลือง -แดง ๘.๑.๑๑ ข่ำยกำรติดต่อสื่อสำรทั้งข่ำยบังคับบัญชำและข่ำยปฏิบัติกำรพร้อมนำมเรียกขำน ๘.๑.๑๒ สถำนภำพก ำลังรักษำกำรณ์ประจ ำวันพร้อมยุทโธปกรณ์ ๘.๑.๑๓ อินเตอร์คอมส ำหรับสั่งกำรฉุกเฉิน ๘.๑.๑๔ ไฟสีแจ้งสถำนกำรณ์ ขำว – เทำ – เหลือง –แดง ๘.๑.๑๕ ไฟฉุกเฉินภำยในศูนย์ ฯ พร้อมเครื่องประจุแบตเตอรี่ ๘.๑.๑๖ แผนกำรยิง ค.ส่องสว่ำง ๘.๑.๑๗ กำรปฏิบัติเมื่อ บ.เกิดอุบัติเหตุ


๗๕ ๘.๑.๑๘ แผนผังกำรเคลื่อนย้ำยเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ๘.๑.๑๙ นำฬิกำ ๘.๑.๒๐ สัญญำณแจ้งภัย ๘.๑.๒๑ รปป.ว่ำด้วยกำรรับ – ส่งอำวุธ ๘.๑.๒๒ สถำนภำพอำวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ประจ ำวัน ๘.๑.๒๓ แผนผังจ ำนวน บ., ฮ.ในลำนจอดประจ ำวัน ๘.๒ ห้องอำวุธ จัดสร้ำงเป็นลักษณะคลังย่อย ส ำหรับเก็บอำวุธประจ ำศูนย์ ฯ ประกอบด้วย ๘.๒.๑ ลูกกรงเหล็กโดยรอบห้องรวมทั้งด้ำนบนด้วย ๘.๒.๒ รำวปืน และที่เก็บอำวุธประจ ำหน่วย ที่เก็บวัตถุระเบิด ๘.๒.๓ มีช่องรับ – ส่ง อำวุธ ๒ ช่อง ๘.๒.๔ มีที่แขวนบัตรรับอำวุธ ๘.๒.๕ มี จนท.คลังอำวุธอย่ำงน้อย ๒ คน ๘.๓ ห้องธุรกำร ๘.๓.๑ เป็นห้องท ำงำนของฝ่ ำยอ ำนวยกำร ๘.๓.๒ ลักษณะห้อง ส่วนที่ติดกับห้อง ศปรภ./ศรก.กับห้อง ศยตอ.เป็นฝำกระจกเลื่อนเปิดปิดได้ และสำมำรถมองเห็นกำรปฏิบัติงำนในห้องควบคุมและสั่งกำรได้ตลอด ๘.๓.๓ มีโต๊ะท ำงำน โต๊ะพิมพ์ดีด ตู้เก็บเอกสำร ฯลฯ ๘.๓.๔ อุปกรณ์อ ำนวยควำมสะดวกต่อกำรปฏิบัติงำนด้ำนธุรกำร ๘.๔ ห้องพักผ่อนและห้องเตรียมพร้อม เป็นห้องขนำดใหญ่พอประมำณ ส ำหรับให้ก ำลังรักษำกำรณ์ที่ หมดหน้ำที่และก ำลังเตรียมพร้อมได้พักผ่อน ณ จุดนี้สำมำรถไปถึงที่รวมพลและลำนจอดรถได้โดยเร็ว ๙. เจ้ำหน้ำที่ประจ ำศูนย์ ฯ ๙.๑ ผู้บังคับศูนย์ ฯ เป็นผู้มีอ ำนำจสั่งใช้ก ำลังในกำรป้องกันที่ตั้งแต่ผู้เดียว จะอยู่ประจ ำที่ศูนย์ ฯ ตลอดเวลำ หำกไม่อยู่ต้องมอบอ ำนำจให้ รอง ผบ.ศูนย์ ฯ หรือผู้บังคับบัญชำชั้นรองลงไปท ำกำรแทน ๙.๒ ฝ่ ำยอ ำนวยกำร ท ำหน้ำที่คอยช่วยเหลือ เสนอแนะและประสำนงำนให้กับ ผบ.ศูนย์ฯ จะต้อง หมุนเวียนกันเข้ำปฏิบัติหน้ำที่ โดยมีเสนำธิกำรศูนย์ ฯ เป็นหัวหน้ำ ๙.๓ นำยทหำรเวรศูนย์ ฯ เป็นเจ้ำหน้ำที่รับผิดชอบงำนของศูนย์ ฯ ตลอด ๒๔ ชม.เป็นตัวแทน ผบ.ศูนย์ ฯ ในกำรสั่งกำรแก้ปัญหำเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น มีอ ำนำจหน้ำที่ดังนี้ ๙.๓.๑ รับผิดชอบบังคับบัญชำก ำลังรักษำกำรณ์ประจ ำวัน ๙.๓.๒ ตรวจสอบควำมพร้อมเพรียงและควำมเรียบร้อยของ จนท.ทุกต ำแหน่งรวมทั้งอำวุธ กระสุน ตำมระยะเวลำ ๙.๓.๓ ควบคุมอ ำนวยกำรสั่งกำรปฏิบัติกำรป้องกันฐำนบินให้บรรลุภำรกิจตำมแผน


๗๖ ๙.๓.๔ สั่งหน่วยรักษำกำรณ์ใช้อำวุธได้ตำมสมควรแก่เหตุ จำกเบำไปหำหนักหรือเมื่อได้รับค ำสั่ง จำก ผบ.ศูนย์ ฯ เพื่อป้องกันอันตรำยที่จะเกิดแก่บุคคล หรือสิ่งในควำมรับผิดชอบ ๙.๓.๕ อยู่ประจ ำที่ศูนย์ ฯ ตลอดเวลำ ถ้ำจ ำเป็นต้องออกตรวจพื้นที่ต้องสำมำรถติดต่อกับศูนย์ ฯ ได้ ๙.๓.๖ เมื่อเกิดเจ็บป่ วย ต้องรำยงำนผู้มีอ ำนำจสั่งกำรจนกว่ำจะมีผู้มำแทนจึงจะพ้นหน้ำที่ได้ ถ้ำ จนท.อื่นป่ วยเจ็บให้ส่งกลับต้นสังกัด และร้องขอให้จัดก ำลังทดแทน ๙.๓.๗ เมื่อเกิดเหตุผิดปกติให้รีบแก้ปัญหำ แล้วรำยงำนให้ ผบ.ศูนย์ ฯ และ ผบ.ชั้นเหนือโดยด่วน พร้อมทั้งชี้แจงว่ำได้ปฏิบัติอย่ำงใดไปแล้ว ๙.๓.๘ ฐำนบินถูกโจมตี รีบรำยงำน ศปก.ทอ.ทันที ๙.๓.๙ เป็นผู้อ ำนวยกำรดับเพลิงเมื่อเกิดเพลิงไหม้ที่ศูนย์ ฯ ๙.๓.๑๐ เกิดเหตุอันไม่เกี่ยวกับกำรกระท ำของข้ำศึก แจ้งให้ สห.ด ำเนินกำรและให้ควำมร่วมมือ ตำมที่ สห.ร้องขอ ๙.๓.๑๑ ในกรณีฉุกเฉินต้องประมำณสถำนกำรณ์ พร้อมทั้งติดตำมกำรเคลื่อนไหวของข้ำศึก ตลอดเวลำ ขออนุมัติเปลี่ยนสถำนกำรณ์ต่อ ผบ.ศูนย์ ฯ ก่อนปฏิบัติ พร้อมทั้งสั่งเคลื่อนก ำลังตำมแผนเมื่อ ได้รับอนุมัติ ๙.๓.๑๒ ประชุมแถวชี้แจงกำรปฏิบัติหน้ำที่ และแจ้งสถำนกำรณ์ประจ ำวัน เมื่อจะเริ่มรับผิดชอบ ๙.๓.๑๓ ปฏิบัติตำมที่ ผบ.ศูนย์ ฯ สั่ง จะโยกย้ำยสับเปลี่ยนต ำแหน่งหน้ำที่เวรยำม โดยพลกำรไม่ได้ ๙.๔ จ่ำอำกำศยุทธกำร มีหน้ำที่.- ๙.๔.๑ รับผิดชอบกำรใช้เครื่องมือสื่อสำรภำยในศูนย์ ฯ ซึ่งถือว่ำเป็นหน้ำที่ส ำคัญที่สุด ๙.๔.๒ ช่วยเหลือ น.เวรศูนย์ ฯ ควบคุมกำรปฏิบัติของ จนท.รักษำกำรณ์ทั้งหมด ๙.๔.๓ ประสำนกำรปฏิบัติกับจ่ำอำกำศแผนที่เพื่อท ำแผนที่สถำนกำรณ์ ๙.๔.๔ ควบคุมข่ำยกำรติดต่อสื่อสำรของศูนย์ ฯ ๙.๔.๕ ปฏิบัติงำนตำมที่ น.เวรศูนย์ ฯ มอบหมำย ๙.๕ จ่ำอำกำศแผนที่ มีหน้ำที่.- ๙.๕.๑ ดูแลจัดท ำแผนที่สถำนกำรณ์ของศูนย์ ฯ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ๙.๕.๒ บันทึกเหตุกำรณ์ควำมเคลื่อนไหวต่ำง ๆ ลงบนแผนผังฐำนบิน โดยประสำนกับจ่ำอำกำศ ยุทธกำร หรือตำมค ำสั่ง ๙.๕.๓ ชี้แจงรำยละเอียดลักษณะภูมิประเทศหรือเส้นทำงถนนที่เกิดขึ้นใหม่บนแผนที่ หรือแผนผัง ในเขตรับผิดชอบให้ผู้บังคับบัญชำทรำบ และแจ้งให้ทรำบเมื่อมีกำรเปลี่ยนแปลงแก้ไข ๙.๕.๔ คอยช่วยเหลืองำนจ่ำอำกำศยุทธกำร ๙.๕.๕ ปฏิบัติตำมที่ น.เวรศูนย์ ฯ มอบหมำย ๙.๖ เสมียนเวร มีหน้ำที่.- ๙.๖.๑ บันทึกกำรปฏิบัติงำนประจ ำวันของศูนย์ ฯ โดยละเอียด


๗๗ ๙.๖.๒ รับผิดชอบบันทึกกำรสั่งกำรของศูนย์ ฯ และของหน่วยปฏิบัติเก็บไว้เป็นหลักฐำน ๙.๖.๓ รับผิดชอบเอกสำรและรำยงำนธุรกำรทั้งหมดของศูนย์ ฯ ๙.๖.๔ ปฏิบัติตำม น.เวรศูนย์ ฯ มอบหมำย ๙.๗ จ่ำอำกำศสรรพำวุธ มีหน้ำที่.- ๙.๗.๑ ควบคุมกำรเบิก –จ่ำยอำวุธ กระสุนของศูนย์ ฯ ๙.๗.๒ ตรวจสอบยอดอำวุธ – กระสุนให้ถูกต้องอยู่เสมอ ๙.๗.๓ ดูแลปรนนิบัติบ ำรุงอำวุธ – กระสุน ของศูนย์ ฯ ให้พร้อมใช้งำนได้ ๙.๗.๔ รำยงำนให้ น.เวรศูนย์ ฯ ทรำบเมื่อกำรรับ – ส่งอำวุธกระสุนไม่เรียบร้อย ๙.๗.๕ ปฏิบัติตำมที่ น.เวรศูนย์ ฯ สั่ง ๙.๘ พลขับ มีหน้ำที่ ๙.๘.๑ ดูแลสภำพยำนพำหนะให้อยู่ในสภำพพร้อมใช้งำนได้ ๙.๘.๒ จดจ ำเส้นทำงต่ำง ๆ ภำยในฐำนบินได้อย่ำงแม่นย ำ ๙.๘.๓ เลือกใช้เส้นทำงที่จะไปยังจุดเกิดเหตุโดยใช้เวลำน้อยที่สุด ๙.๘.๔ ปฏิบัติตำม น.เวรศูนย์ ฯ สั่ง ๑๐. ก ำลังพลของศูนย์ ฯ ๑๐.๑ ยำมรักษำกำรณ์ หมำยถึงเจ้ำหน้ำที่ทหำรหรือพลเรือนในสังกัดกองทัพอำกำศ หรือพลเรือนที่ฝำก กำรบังคับบัญชำกับส่วนรำชกำรต่ำง ๆ ของ ทอ.ซึ่งได้รับกำรแต่งตั้งให้รับผิดชอบกำรรักษำควำมลปอดภัยแก่ สถำนที่ ทรัพย์สิน พื้นที่ของทำงรำชกำรหรือบุคคลตำมระยะเวลำที่ก ำหนดเป็นผลัด ๆ ต้องมีอำวุธประจ ำกำย ขณะปฏิบัติหน้ำที่ตลอดเวลำ กำรจัดก ำลังอยู่ที่ดุลพินิจของ ผบ.หน่วย ผู้มีอ ำนำจบังคับบัญชำศูนย์ ฯ กำรจัด ก ำลังรักษำกำรณ์ ด้วยทหำรอำกำศโยธิน แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ ๑๐.๑.๑ ประจ ำจุด เช่น ยำมหอคอย,ยำมคลังเชื้อเพลิง,ยำมคลังอำวุธ,ลำนจอด ฯลฯ ๑๐.๑.๒ ยำมสำยตรวจเดินเท้ำ/ยำนยนต์ ๑๐.๑.๓ ยำมประจ ำช่องทำง (สห.) ยำมทั้ง ๓ ประเภทดังกล่ำวแล้วต้องมีลักษณะดังนี้.- - ต้องแต่งกำยตำมระเบียบ ซึ่งอำจเป็นชุดฝึกหรือชุดพรำง คำดเข็มขัดสนำมสวมหมวก รองในหมวกเหล็ก - ต้องมีอำวุธประจ ำกำย พร้อมไฟฉำย นกหวีด และ/หรือวิทยุ - ต้องได้รับกำรฝึกกำรป้องกันฐำนบินมำแล้วจำกหลักสูตรกำรฝึกทหำรกองประจ ำกำร ๑๐.๒ ชุดสำยตรวจจักรยำนยนต์ ( สจย.) เป็นชุดสำยตรวจเคลื่อนที่เร็ว พร้อมด้วยอำวุธประจ ำกำย จ ำนวน ๒ คน มีรถจักรยำนยนต์เป็นพำหนะพร้อมไฟฉำยแรงสูงประจ ำรถ ผบ.หมู่มีวิทยุ จนท.ภำยในหมู่มี เสื้อเกรำะกันกระสุน มีหน้ำที่แก้ไขเหตุกำรณ์ขั้นต้น เดินทำงไปจึงจุดเกิดเหตุเร็วที่สุดไม่เกิน ๕ นำที มี ควำมสำมำรถในกำรลำดตระเวน เฝ้ำตรวจ ตรวจค้น เกำะและตรึงข้ำศึกหรือท ำลำยด้วยอ ำนำจกำรยิง หำก


๗๘ เกินขีดควำมสำมำรถร้องขอก ำลังเพิ่มเติมหรือร้องขอกำรยิงช่วยจำกที่มั่นข้ำงเคียง กำรเข้ำด ำเนินกลยุทธไม่ ควรอยู่หน้ำที่มั่นฝ่ ำยเดียวกัน ๑๐.๓ ชุดสำยตรวจยำนยนต์ (สยย.) เป็นชุดปฏิบัติกำรขนำดเล็ก พร้อมด้วยอำวุธ จ ำนวน ๒ - ๕ คน จัดขึ้นเป็นชุดใช้รถยนต์ขนำดเล็กขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมแท่นปืนกลเป็นพำหนะ มีควำมคล่องตัวสูงท ำหน้ำที่เป็น สำยตรวจลำดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ เป็นก ำลังป้องกันฐำนบิน ชุดนี้จะไปยังจุดเกิดเหตุได้เร็วที่สุดภำยใน ๕ นำที มีอุปกรณ์อ ำนวยควำมสะดวกอย่ำงอื่น เช่น วิทยุประจ ำรถ, ไฟฉำยแรงสูง ฯ จนท.ประจ ำชุดจะสวม เสื้อเกรำะกันกระสุน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุมีหน้ำที่ในกำรแก้ไขเหตุกำรณ์ขั้นต้น กำรค้นหำข้ำศึก แล้วรำยงำน ให้ศูนย์ฯ ทรำบ ท ำกำรตรึงหรือเกำะข้ำศึกไว้ หรือท ำลำยด้วยอ ำนำจกำรยิง หรือพิสูจน์ทรำบอย่ำงใดอย่ำง หนึ่ง แล้วแต่เหตุกำรณ์ หรือตำมที่ศูนย์ ฯ สั่ง และยังท ำหน้ำที่เป็นผู้ตรวจกำรณ์หน้ำให้แก่เครื่องยิงส่องสว่ำง (คบ.๘๑) อีกด้วย ชุดสำยตรวจยำนยนต์ประกอบก ำลังดังนี้ ๑๐.๒.๑ หัวหน้ำชุด (ผบ.หมู่) อำวุธ ปลยอ. ๕.๕๖ มม.พร้อมวิทยุมือถือ ๑๐.๒.๒ พลยิง ปก.๗.๖๒ มม.(เอ็ม ๖๐) ๑๐.๒.๓ พลยิง ปก.ผู้ช่วย อำวุธ ปลยอ.๕.๕๖ ๑๐.๒.๔ พลปืนเล็กท ำหน้ำที่ใช้ คบ.๔๐ (เอ็ม ๒๐๓) ๑๐.๒.๕ รอง หน.ชุด อำวุธ ปลยอ.๕.๕๖ ๑๐.๒.๖ พลขับ อำวุธ ปลยอ.๕.๕๖ ๑๐.๔ ชุดปฏิบัติกำร (ชป.) เป็นชุดปฏิบัติกำรตอบโต้ข้ำศึกประกอบด้วยก ำลัง ๙ - ๑๑ คน เป็นชุดที่ มีควำมคล่องตัวในกำรด ำเนินกลยุทธ ท ำหน้ำที่ตอบโต้ ขับไล่ผลักดัน กวำดล้ำงข้ำศึกออกไปจำกฐำนบินด้วย กำรใช้อ ำนำจกำรยิงและกำรด ำเนินกลยุทธ ใช้ยำนพำหนะรถยนต์บรรทุก ๓/๔ ตัน หรือใช้รถเกรำะสำมำรถไป ถึงจุดเกิดเหตุได้โดยเร็ว (ภำยใน ๑๕ นำที) เมื่อได้รับค ำสั่ง นอกจำกนี้ ชุดปฏิบัติกำรยังใช้เป็นก ำลังประจ ำ แนวต้ำนทำนหลัก และร้องขอ ค.ส่องสว่ำง เมื่อค้นหำข้ำศึกยำมวิกำลไม่ได้ผล กำรประกอบก ำลังจะ ประกอบด้วยหัวหน้ำชุด และ ๒ ทีมยิง ใช้เสื้อเกรำะกันกระสุนทุกคน ๑๐.๔.๑ หัวหน้ำชุด (ผบ.หมู่อำวุโส มีอำวุธ ปลยอ.๕.๕๖,วิทยุมือถือ และเครื่องส่องสว่ำง ประจ ำชุด ๑๐.๔.๒ ทีมยิงประกอบด้วย ๑๐.๔.๒.๑ หัวหน้ำทีม (ผบ.หมู่) อำวุธ ปลยอ.๕.๕๖ ๑๐.๔.๒.๒ พลยิงปืนกล ๗.๖๒ มม. (ปก.เอ็ม ๖๐) ๑๐.๔.๒.๓ พลยิงปืนกลผู้ช่วย อำวุธ ปลยอ.๕.๕๖ ๑๐.๔.๒.๔ พลปืนเล็กใช้ ลข.หรือ คบ.๔๐ มม. ๑๐.๔.๒.๕ พลกระสุน ๒ คน อำวุธ ปลยอ.๕.๕๖ ๑๐.๔.๓ ชุดยิงสนับสนุน เป็นชุดสนับสนุนกำรปฏิบัติภำรกิจของชุดสำยตรวจยำนยนต์ (สยย.) และชุดปฏิบัติกำร (ชป.)ด้วยกำรใช้เครื่องยิงลูกระเบิดยิงท ำลำยข้ำศึก หรือยิงกระสุนส่องสว่ำงเพื่อ


๗๙ ช่วยในกำรค้นหำข้ำศึกยำมวิกำล ในกำรปฏิบัติต้องเตรียมหลุมเครื่องยิงลูกระเบิด คบ.๘๑ ไว้ตำมแผนไม่น้อย กว่ำ ๒ หลุม ในแต่ละเขต และกำรยิงต้องไม่ยิง คบ.ข้ำมลำนจอดโดยเด็ดขำดเพรำะเปลือกและหำงของ กระสุน คบ.๘๑ มม. จะเป็นอันตรำยต่อเครื่องบิน และสิ่งอ ำนวยควำมสะดวกต่ำง ๆ ที่อยู่ในลำนจอดได้ ซึ่ง ต้องมีกำรเตรียมกำรดังนี้.- ๑๐.๔.๓.๑ จัดตั้งศูนย์ ฯ อ ำนวยกำรยิง (ศอย.)ไว้ที่ศูนย์ควบคุมกำรรักษำควำมปลอดภัย ๑๐.๔.๓.๒ ยิงหำหลักฐำนไว้ตั้งแต่ยำมปกติ ๑๐.๔.๓.๓ ผบ.หมู่ คบ.๘๑ ต้องเฝ้ำฟังและติดตำมสถำนกำรณ์ตลอดเวลำ พร้อมที่จะสั่ง ยิงได้ตำมค ำขอหรือเมื่อศูนย์ ฯ สั่ง ๑๑. หน้ำที่ของศูนย์ ฯ ศูนย์ ฯ เป็นเครื่องมือของผู้บังคับหน่วยในกำรควบคุม อ ำนวยกำรสั่งกำรใช้ก ำลัง ป้องกันฐำนบิน ผบ.ศูนย์ ฯ เป็นผู้สั่งโดยตรงหรือสั่งผ่ำนนำยทหำรเวรศูนย์ ฯ และฝ่ ำยอ ำนวยกำรศูนย์ ฯ กล่ำว โดยสรุปศูนย์ ฯ มีหน้ำที่ดังนี้.- ๑๑.๑ ประสำนกับหน่วยข้ำงเคียงในกำรรักษำควำมปลอดภัย ๑๑.๒ สั่งใช้ก ำลังป้องกันตำมควรแก่กรณีและตำมแผนกำรป้องกันที่ตั้ง ๑๑.๓ รำยงำนหน่วยเหนือเมื่อมีเหตุกำรณ์คุกคำมฐำนบิน ๑๑.๔ เป็นศูนย์ ฯ กลำงในกำรติดต่อประสำนระหว่ำงลูกข่ำย ๑๑.๕ แนะแนวทำงปฏิบัติและอ ำนวยกำรแก่หน่วยปฏิบัติอย่ำงต่อเนื่อง ๑๑.๖ สั่งใช้หน่วยสนับสนุนอื่น ๆ ตำมควำมจ ำเป็น ๑๑.๗ ปฏิบัติตำมที่ ผบ.ศูนย์ ฯ สั่ง ๑๒. หน่วยรับผิดชอบในกำรจัดตั้งศูนย์ ฯ ค ำสั้ง บก.ทหำรสูงสุด (เฉพำะ) ที่ ๓๔๐/๒๕๑๑ เรื่อง กำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนที่ตั้ง หน่วยทหำร กับแผนป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยที่ตั้งหน่วยทหำรของ ทอ.ปี พ.ศ.๒๕๑๔ ก ำหนดว่ำ พื้นที่จำกขอบนอกของฐำนบินออกไปในรัศมี ๑๖ กม.เรียกว่ำ “ พื้นที่รักษำควำมปลอดภัย “ (พรก.) ผู้บังคับบัญชำหน่วยทหำรที่มียศต ำแหน่งสูงสุดจะเป็นผู้บังคับพื้นที่รักษำควำมปลอดภัยรับผิดชอบจัดตั้ง ศปรภ.ขึ้น ส ำหรับหน่วยทหำรของ ทอ.ที่อยู่ใน พรก.ให้จัดตั้ง ศรก.ขึ้น ในปัจจุบันมีดังนี้.- ฐำนบิน หน่วยรับผิดชอบจัดตั้ง ระดับของศูนย์ ฯ ฐำนบินดอนเมือง ทอ. ศปรภ. ฐำนบินก ำแพงแสน ทอ. ศปรภ. ฐำนบินประจ ำวบคีรีขันธ์ ทอ. ศปรภ. ฐำนบินหำดใหญ่ ทอ. ศปรภ. ฐำนบินตำคลี ทอ. ศรก. ฐำนบินสุรำษฎร์ธำนี ทอ. ศรก.


๘๐ ฐำนบินโคกกระเทียม ทอ. ศรก. ฐำนบินพิษณุโลก ทอ. ศรก. ฐำนบินเชียงใหม่ ทอ. ศรก. ฐำนบินโครำช ทอ. ศรก. ฐำนบินอุบล ทอ. ศรก. ฐำนบินอุดร ทอ. ศรก หมำยเหตุ ฐำนบินสุรำษฎร์, โคกกระเทียม, พิษณุโลก, เชียงใหม่, โครำช, อุบล และอุดร ตั้งอยู่ใน พื้นที่รักษำควำมปลอดภัยที่ ทบ.รับผิดชอบ ดังนั้นฐำนบินเหล่ำนี้จึงจัดตั้งเฉพำะ ศรก.ส่วน ศปรภ.เป็นหน้ำที่ ของ ทบ.เป็นผู้จัดตั้ง ส ำหรับฐำนบินหำดใหญ่ แม้จะตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ ทบ.แต่หน่วยเหนือเห็นว่ำ เป็นพื้นที่ที่ยังมีกำรเคลื่อนไหวของ ผกค.อยู่ จึงให้ฐำนบินหำดใหญ่จัดตั้ง ศปรภ.ขึ้นเอง - - - - - - - - - - -


๘๑ บทที่ ๖ กำรปฏิบัติหน้ำที่ของก ำลังป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบิน ( FUNCTIONING OF SECURITY DEFENSE ELEMENTS ) ๑. กล่ำวทั่วไป ( GENERAL ) ในกำรปฏิบัติหน้ำที่เกี่ยวกับกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบินนั้น จะแบ่งกำรปฏิบัติออกเป็น ๓ ขั้นตอน คือ ก่อนกำรปฏิบัติหน้ำที่ ระหว่ำงกำรปฏิบัติหน้ำที่และภำยหลังกำร ปฏิบัติหน้ำที่ ซึ่งแต่ละขั้นตอนนั้นผู้ปฏิบัติหน้ำที่รักษำกำรณ์จะได้รับกำรอบรมชี้แจงในเรื่องต่ำง ๆ เป็นประจ ำ ทุกวัน ทั้งนี้เพื่อให้กำรปฏิบัติหน้ำที่เป็นไปด้วยควำมเรียบร้อยและได้ผลสมควำมมุ่งหมำยของผู้บังคับบัญชำ ในบทนี้จะได้รับควำมรู้เกี่ยวกับ กำรปฏิบัติหน้ำที่รักษำกำรณ์ระบบ ๓ ผลัด ( THREE FLIGHT SYSTEM ) กำรปฏิบัติหน้ำที่รักษำกำรณ์ระบบรับผิดชอบจุด ( POINT RESPONSIBILITIES ) กำรรับส่ง – ตรวจอำวุธ ( DRAWING – TURNING – IN – CLEARING WEAPONS ) กำรเข้ำแถวรับฟังกำรประชุมชี้แจง ( GUARD MOUNT ) หน้ำที่และควำมรับผิดชอบโดยเฉพำะของยำมประเภทต่ำง ๆ เช่น ยำมช่องทำง,ยำมคลังเชื้อเพลิง ยำมสำยตรวจ ยำมคลังอำวุธ ฯลฯ เป็นต้น นอกจำกนั้นผู้ปฏิบัติหน้ำที่รักษำกำรณ์จะได้รับควำมรู้เกี่ยวกับกำร รักษำควำมปลอดภัยในเวลำปกติ ( NORMAL SECURITY OPERATION ) กำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำ ฉุกเฉิน ( EMERGENCY SECURITY OPERATION ) ค ำแนะน ำในกำรรักษำควำมปลอดภัยและค ำสั่งพิเศษ ( SECURITY INSTRUCTIONS AND SPECIAL ORDERS ) ตลอดจนระเบียบกองทัพอำกำศว่ำด้วยกำร รักษำกำรณ์ พ.ศ.๒๕๒๐ ๒. กำรปฏิบัติหน้ำที่รักษำกำรณ์ เป็นระบบกำรปฏิบัติโดยทั่วไปของก ำลังรักษำกำรณ์ประจ ำวัน มีอยู่ ๒ ระบบ คือ ๒.๑ ระบบ ๓ ผลัด ( THREE FLIGHT SYSTEM ) ระบบนี้ใช้กับจุดรักษำกำรณ์ซึ่งศูนย์ ฯ สำมำรถ อ ำนวยควำมสะดวกในกำรรับส่งได้ โดยให้ยำมแต่ละจุดอยู่รักษำกำรณ์เป็นเวลำ ๘ ชม. เมื่อพ้นหน้ำที่จะต้อง กลับไปอยู่ ณ ที่เตรียมพร้อมของศูนย์ ฯ และสำมำรถเรียกรวมพลเข้ำปฏิบัติหน้ำที่ในสถำนกำรณ์ฉุกเฉินได้ ทันที เมื่อครบ ๒๔ ชม.แล้วจึงถือว่ำหมดหน้ำที่รักษำกำรณ์ประจ ำวัน กำรปฏิบัติหน้ำที่รักษำกำรณ์ระบบ ๓ ผลัด มีวิธีกำรปฏิบัติได้ดังนี้ ๒.๑.๑ กองร้อยจะแบ่งก ำลังรักษำกำรณ์เป็น ๓ ผลัด คือ A, B , C ๒.๑.๒ แต่ละผลัดท ำงำนวันละ ๘ ชั่วโมง ๒.๑.๓ ผลัด A , B จะปฏิบัติหน้ำที่ในเวลำกลำงวัน ( DAY – TIME FLIGHT ) แต่ผลัด C จะ ปฏิบัติหน้ำที่ในเวลำกลำงคืน ๒.๑.๔ แต่ละผลัดจะต้องมีก ำลังพลบรรจุให้เพียงพอแก่กำรปฏิบัติหน้ำที่ ทั้งนี้จะพิจำรณำได้จำก บัญชีแสดงล ำดับควำมส ำคัญของจุดรักษำกำรณ์ นอกจำกนี้แล้วยังจะต้องมีก ำลังพลส ำรองไว้ด้วยในกรณีที่ ทหำรลำ,พักผ่อน หรือป่ วย ฯลฯ ๒.๑.๕ เวลำในกำรปฏิบัติหน้ำที่แต่ละผลัด


๘๒ ๒.๑.๕.๑ ผลัด A ตั้งแต่ ๐๔๐๐ - ๑๒๐๐ ปฏิบัติหน้ำที่ ๖ วัน พัก ๑ วัน มีกำรเปลี่ยนผลัด ทุก ๆ ๒ สัปดำห์ (เดือนละ ๒ ครั้ง) ๒.๑.๕.๒ ผลัด B ตั้งแต่ ๑๒๐๐ - ๒๐๐๐ ปฏิบัติหน้ำที่ ๖ วัน พัก ๑ วัน มีกำรเปลี่ยน ผลัดทุก ๆ ๒ สัปดำห์ (เดือนละ ๒ ครั้ง) ๒.๑.๕.๓ ผลัด C ตั้งแต่เวลำ ๒๐๐๐ - ๐๔๐๐ ปฏิบัติหน้ำที่ ๖ วัน พัก ๑ วัน ไม่มีกำร เปลี่ยนผลัด บำงแห่งจะต้องปฏิบัติหน้ำที่ในผลัดนี้เป็นเวลำ ๑ ปี เจ้ำหน้ำที่และก ำลังรักษำกำรณ์ ซึ่งจะประจ ำ ในผลัด C นี้ ต้องคัดเลือกบุคคลที่มีควำมเหมำะสมจริง ๆ เพรำะจะต้องปฏิบัติหน้ำที่เวลำกลำงคืน และอยู่ ในช่วงระยะเวลำที่ล ำบำกกว่ำผลัดอื่น ๆ ก ำลังทหำรรักษำกำรณ์ในผลัดนี้ต้องมีอย่ำงน้อย ๕๐ % ของก ำลังที่ จะปฏิบัติหน้ำที่รักษำกำรณ์ในแต่ละวัน เหตุผลที่จะต้องใช้ก ำลังมำกเพรำะต้องปฏิบัติหน้ำที่กลำงคืนดังกล่ำว แล้ว และกำรข่ำวกรองแสดงว่ำกำรคุกคำมของข้ำศึกทึ่จะกระท ำต่อฐำนบินในขั้นรุนแรง ตัวอย่ำงกำรจัดผลัดรักษำกำรณ์ ผลัด วัน – เวลำ ๑๕ - ๓๑ พ.ค. ( PERIOD ) วัน – เวลำ ๑ - ๑๕ มิ.ย. ( PERIOD ) วัน – เวลำ ๑๖ - ๓๐ มิ.ย. ( PERIOD ) วัน – เวลำ ๑ - ๑๕ ก.ค. ( PERIOD ) A ๐๔๐๐ - ๑๒๐๐ ๑๒๐๐ - ๒๐๐๐ ๐๔๐๐ - ๑๒๐๐ ๑๒๐๐ - ๒๐๐๐ B ๑๒๐๐ - ๒๐๐๐ ๐๔๐๐ - ๑๒๐๐ ๑๒๐๐ - ๒๐๐๐ ๐๔๐๐ - ๑๒๐๐ C ๒๐๐๐ - ๐๔๐๐ ๒๐๐๐ - ๐๔๐๐ ๒๐๐๐ - ๐๔๐๐ ๒๐๐๐ - ๐๔๐๐ ๒.๑.๖ กำรวำงก ำลัง ณ จุดรักษำกำรณ์ ขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้ ๒.๑.๖.๑ บัญชีแสดงล ำดับควำมส ำคัญของจุดรักษำกำรณ์ ๒.๑.๖.๒ กำรคุกคำมของข้ำศึกที่คำดว่ำจะเกิดขึ้น ๒.๑.๖.๓ สภำพของทัศนวิสัย ๒.๒ ระบบรับผิดชอบจุด ในระบบนี้ ทอ.ไทยนิยมน ำมำปฏิบัติ โดยพิจำรณำจำก ๒.๒.๑ ควำมเหมำะสมของพื้นที่ ๒.๒.๒ ระยะห่ำงระหว่ำงเขตพื้นที่กับศูนย์ ฯ ๒.๒.๓ จัดเข้ำประจ ำจุดให้ปฏิบัติหน้ำที่ครั้งละ ๔ ชม.โดยปฏิบัติหน้ำที่กลำงวัน ๑ ครั้ง และ กลำงคืน ๑ ครั้ง ดังนั้นในรอบ ๒๔ ชม.ยำมแต่ละคนต้องเข้ำปฏิบัติหน้ำที่ ๒ ครั้ง ๒.๒.๔ หลังจำกปฏิบัติหน้ำที่ครบ ๘ ชม.ต้องกลับมำอยู่ ณ ที่เตรียมพร้อมของศูนย์ ฯ จนกว่ำจะ ครบ ๒๔ ชม.จึงจะพ้นหน้ำที่ ๒.๒.๕ จุดยำมที่อยู่ ณ พื้นที่ซึ่งห่ำงไกลจำกศูนย์ ฯ มำกอำจต้องสร้ำงที่พักยำมขึ้น มีลักษณะเป็น หน่วยรักษำกำรณ์ย่อย หรือเรียกว่ำที่บังคับกำรเขต มีผู้บังคับเขตรับผิดชอบ


๘๓ ๒.๒.๖ ในยำมปกติหัวหน้ำชุดตอบโต้เร็วจะได้รับมอบให้เป็นผู้บังคับเขตแทน ผบ.ร้อย ซึ่งหำกเกิด เหตุฉุกเฉิน ข้ำศึกเข้ำตีฐำนบิน ผบ.ร้อย จะเป็นผู้บังคับเขตโดยต ำแหน่งตำมแผน ๓. หน้ำที่และควำมรับผิดชอบของก ำลังป้องกันและรักษำควำมปลอดภัย ๓.๑ หน้ำที่และควำมรับผิดชอบทั่วไปของยำม ( GENERAL DUTIES AND RESPONSIBILITIES ) ๓.๑.๑ กำรรับฟังกำรประชุมชี้แจง ( REPORT FOR GUARDMOUNT ) ๓.๑.๑.๑ ภำยหลังจำกยำมได้รับกำรพักผ่อนมำแล้ว ยำมจะต้องกลับมำปฏิบัติหน้ำที่ตำม วัน เวลำที่ก ำหนดไว้ในหลักฐำนกำรจัดก ำลังรักษำกำรณ์( DUTY ROSTER ) ๓.๑.๑.๒ เมื่อยำมแต่งกำยเรียบร้อยตำมระเบียบที่ได้ก ำหนดไว้แล้ว ยำมไปรับอำวุธ ยุทโธปกรณ์ต่ำง ๆ ที่จ ำเป็นแก่กำรปฏิบัติหน้ำที่จำกเจ้ำหน้ำที่ซึ่งประจ ำอยู่ในคลังใกล้ ๆ กับศูนย์ ฯ ๓.๑.๑.๓ เมื่อได้รับอำวุธยุทโธปกรณ์ดังกล่ำวเรียบร้อยแล้ว น.เวรศูนย์ ฯ ประจ ำวันจะเรียก ยำมหรือทหำรรักษำกำรณ์ที่จะต้องปฏิบัติหน้ำที่ในช่วงระยะเวลำนั้น มำเข้ำแถวเพื่อรับฟังกำรประชุมชี้แจง และตรวจดูควำมเรียบร้อยของทหำรรักษำกำรณ์ทุกคนก่อนไปปฏิบัติหน้ำที่ นอกจำกนั้น น.เวรศูนย์ ฯ จะต้อง แจ้งให้ทหำรทรำบถึงข่ำวสำรและสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ ๓.๑.๒ หลังจำกรับฟังกำรประชุมชี้แจงเสร็จแล้ว ยำมหรือทหำรรักษำกำรณ์ขึ้นรถไปปฏิบัติหน้ำที่ ณ จุดรักษำกำรณ์ที่ได้ก ำหนดไว้ ๓.๑.๓ กำรปฏิบัติ ณ จุดรักษำกำรณ์ ๓.๑.๓.๑ เมื่อไปถึงจุดรักษำกำรณ์ ( ARRIVE AT POST ) ยำมจะต้องปฏิบัติดังนี้ ๓.๑.๓.๑.๑ รับ – ส่ง หน้ำที่จำกยำมคนก่อน แล้วท ำกำรตรวจในสิ่งต่ำง ๆ คือ คำ แนะนำ และคำ ส่งัพิเศษในกำรรกัษำควำมปลอดภยับญัชีรำยช่ือผมู้ีสิทธิ์ผ่ำนเขำ้ –ออกจุดรักษำกำรณ์ สอบถำมสถำนกำรณ์หรือข่ำวสำรที่ยำมคนก่อนได้รับไว้ในระหว่ำงกำรปฏิบัติหน้ำที่ ตรวจสภำพอำวุธ ยุทโธปกรณ์ กระสุน และสิ่งอ ำนวยควำมสะดวกต่ำง ๆ ที่อยู่ในควำมรับผิดชอบ เช่น เครื่องมือสื่อสำร ( COMMUNICATIONS ) รั้ว (FENCES) บังเกอร์ ( BUNKERS ) หอคอย ( TOWERS ) ไฟส่องสว่ำง (LIGHTS ) ระบบแจ้งเตือนภัย( ALARM SYSTEM ) และอื่น ๆ (ถ้ำมี) (OTHERS ) เมื่อได้ตรวจดูสิ่งอ ำนวย ควำมสะดวกต่ำง ๆ ดังกล่ำวเรียบร้อยแล้ว ถ้ำปรำกฏว่ำพบข้อบกพร่องยำมจะต้องไม่รับหน้ำที่ พร้อมกันนั้น จะต้องรีบแจ้งควำมบกพร่องนั้นให้ศูนย์ ฯ ทรำบทันที เมื่อศูนย์ ฯ ทรำบและได้ลงหลักฐำนไว้เรียบร้อยแล้ว จึงรับหน้ำที่ต่อไปได้ ๓.๑.๓.๑.๒ ในระหว่ำงกำรปฏิบัติหน้ำที่ ( DURING TOUR OF DUTY ) ยำม จะต้องตื่นตัวอยู่เสมอ ให้ควำมสนใจและเฝ้ำระมัดระวังสิ่งของที่อยู่ในควำมรับผิดชอบตลอดเวลำเมื่อพบเห็น เหตุกำรณ์เกี่ยวกับกำรปฏิบัติของข้ำศึก หรือน่ำจะเป็นกำรปฏิบัติของข้ำศึกต้องรีบรำยงำนให้ศูนย์ทรำบทันที โดยสรุป คือพยำยำมปฏิบัติตำมค ำแนะน ำและค ำสั่งพิเศษในกำรรักษำควำมปลอดภัยให้มำกที่สุดเท่ำที่จะ ท ำได้


๘๔ ๓.๑.๓.๑.๓ เมื่อสิ้นสุดกำรปฏิบัติหน้ำที่ ( END OF TOUR DUTY ) ปฏิบัติตำม ค ำแนะน ำในกำรรักษำควำมปลอดภัยเกี่ยวกับกำรรับ – ส่งหน้ำที่ กำรถ่ำยทอดข่ำวสำร ฯลฯ ตรวจดูอำวุธ ยุทโธปกรณ์ต่ำง ๆ ส่งคืนคลัง (ปฏิบัติตำมหลักกำรรับ – ส่ง – ตรวจอำวุธ) ๓.๒ กำรรับ – ส่ง – ตรวจอำวุธ ( DRAWING – TURNING – IN – CLEARING WEAPONS ) ๓.๒.๑ ควำมหมำยของกำรรับ – ส่ง – ตรวจอำวุธ คือ กำรปฏิบัติของเจ้ำหน้ำที่รักษำกำรณ์ เกี่ยวกับกำรน ำอำวุธออกจำกคลังเพื่อใช้ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ และน ำอำวุธส่งคืนคลัง ภำยหลังกำรปฏิบัติ หน้ำที่แล้ว ๓.๒.๒ ขั้นตอนในกำรปฏิบัติ มีดังนี้.- ๓.๒.๒.๑ กำรรับอำวุธ ๓.๒.๒.๑.๑ รับพำนท้ำยปืนก่อนและยกปำกล ำกล้องปืนให้สูงขึ้นประมำณ ๔๕ องศำ ๓.๒.๒.๑.๒ เอำซองกระสุนออกจำกปืนเพื่อท ำกำรตรวจ แล้วน ำซอง กระสุนมำเก็บไว้ที่ซองเข็มขัดสนำม (ห้ำมบรรจุซองกระสุนเข้ำกับปืนจนกว่ำจะไปประจ ำ ณ จุดรักษำกำรณ์) ๓.๒.๒.๑.๓ ดึงคันรั้งลูกเลื่อนมำข้ำงหลัง (เปิดรังเพลิงค้ำงไว้) ๓.๒.๒.๑.๔ ห้ำมไก ๓.๒.๒.๑.๕ ตรวจรังเพลิง (โดยยกล ำกล้องปืนให้สูงขึ้น) เมื่อเสร็จแล้วถือ อำวุธในท่ำเฉียงอำวุธ แล้วเดินไปยังที่ถังทรำย (ส ำหรับตรวจอำวุธ) ๓.๒.๒.๒ กำรตรวจอำวุธ ๓.๒.๒.๒.๑ น ำปำกล ำกล้องปืนใส่เข้ำไปในช่องตรวจอำวุธ (ถังทรำย) ๓.๒.๒.๒.๒ ปล่อยลูกเลื่อนไปข้ำงหน้ำ ๓.๒.๒.๒.๓ เหนี่ยวไกเพื่อตรวจดูควำมปลอดภัย(เพื่อห้ำมไกใช้ได้หรือไม่) ๓.๒.๒.๒.๔ เลื่อนแผ่นห้ำมไกไปอยู่ ณ ต ำแหน่งกึ่งอัตโนมัติแล้วเหนี่ยวไก เพื่อตรวจดูควำมปลอดภัย (มีกระสุนในรังเพลิงหรือเปล่ำ) ๓.๒.๒.๒.๕ น ำปำกล ำกล้องปืนออกจำกช่องตรวจอำวุธ แล้วเคลื่อนที่ไป ให้ห่ำงจำกที่ตรวจอำวุธพร้อมทั้งจัดสำยสะพำยให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมตัวรับกำรตรวจและฟังกำรประชุม ชี้แจงต่อไป ๓.๒.๒.๓ กำรส่งอำวุธ ๓.๒.๒.๓.๑ เมื่อพ้นจำกกำรปฏิบัติหน้ำที่แล้ว ให้น ำซองกระสุนออกจำก ตัวปืน ๓.๒.๒.๓.๒ ปืนทุกกระบอกก่อนที่จะน ำส่งคืนจะต้องได้รับกำรตรวจอำวุธ เสียก่อน


๘๕ ๓.๒.๒.๓.๓ น ำปำกล ำกล้องปืนใส่เข้ำไปในช่องของที่ตรวจอำวุธ (ถังทรำย) ๓.๒.๒.๓.๔ ดึงคันรั้งลูกเลื่อนมำข้ำงหลัง (เปิดรังเพลิง) ๓.๒.๒.๓.๕ ปล่อยคันรั้งลูกเลื่อนไปข้ำงหน้ำ (ปิดรังเพลิง) แล้วห้ำมไก ๓.๒.๒.๓.๖ เหนี่ยวไกเพื่อตรวจดูควำมปลอดภัย ๓.๒.๒.๓.๗ เลื่อนแผ่นห้ำมไกไปอยู่ต ำแหน่งกึ่งอัตโนมัติ แล้วเหนี่ยวไก เพื่อตรวจดูควำม ปลอดภัย ๓.๒.๒.๓.๘ ดึงลูกเลื่อนมำไว้ข้ำงหลัง (เปิดรังเพลิงค้ำงไว้) ๓.๒.๒.๓.๙ เลื่อนแผ่นห้ำมไกไปอยู่ต ำแหน่ง “ห้ำมไก” ๓.๒.๒.๓.๑๐ น ำปำกล ำกล้องปืนออกจำกช่องตรวจอำวุธแล้วมำอยู่ในท่ำเฉียงอำวุธ ๓.๒.๒.๓.๑๑ เคลื่อนที่ไปให้ห่ำงจำกที่ตรวจอำวุธแล้วปรับสำยสะพำยให้ตึง ๓.๒.๒.๓.๑๒ ถืออำวุธในท่ำเฉียงอำวุธ ๓.๒.๒.๓.๑๓ เมื่อถึงคลังอำวุธให้พำนท้ำยปืนแก่เจ้ำหน้ำที่(ปำกล ำกล้องยังคงยกให้สูง ประมำณ ๔๕ องศำ) ๓.๒.๓ ประโยชน์ของกำรรับ – ส่ง – ตรวจอำวุ คือ.- ๓.๒.๓.๑ เพื่อควำมปลอดภัยเกี่ยวแก่ชีวิตเป็นอันดับแรก ๓.๒.๓.๒ เพื่อลดควำมเสียหำยซึ่งอำจจะเกิดแก่ทรัพย์สินของทำงรำชกำร ๓.๒.๓.๓ เพื่อขจัดควำมล่ำช้ำ ๓.๒.๔ สรุป ๓.๒.๔.๑ อำวุธเป็นสิ่งที่มีคุณอนันต์ในเมื่อเรำมีควำมรู้ควำมเข้ำใจและสำมำรถปฏิบัติได้ถูกต้อง ตำมหลักกำรรักษำควำมปลอดภัย แต่อำวุธก็มีโทษมหันต์ในเมื่อเรำไม่มีควำมรู้ควำมเข้ำใจและไม่สำมำรถ ปฏิบัติได้ถูกต้องตำมหลักกำร ๓.๒.๔.๒ กำรใช้อำวุธนั้น ให้พึงระลึกเสมอว่ำควำมปลอดภัยเป็นวัตถุประสงค์อันดับแรกของผู้ใช้ และผู้บังคับบัญชำ ๓.๒.๔.๓ ทุกครั้งที่ใช้อำวุธให้ถือเสมือนว่ำ อำวุธมีกระสุนบรรจุอยู่ ๓.๒.๔.๔ ต้องให้ทหำรทุกคนได้รับควำมรู้อย่ำงถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องอำวุธศึกษำ ๓.๓ กำรเข้ำแถวรับฟังกำรประชุมชี้แจง ( GUARD MOUNT ) ๓.๓.๑ วัตถุประสงค์ของกำรเข้ำแถวรับฟังกำรประชุมชี้แจง เพื่อให้กำรปฏิบัติหน้ำที่ป้องกันและรักษำ ควำมปลอดภัยฐำนบินมีประสิทธิภำพสมควำมมุ่งหมำยของผู้บังคับบัญชำ เจ้ำหน้ำที่ผู้เกี่ยวข้องหรือ รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้จะต้องอบรมชี้แจงและตรวจตรำควำมเป็นระเบียบเรียบร้อยของทหำรเสียก่อนที่ จะมอบหมำยภำรกิจและน ำก ำลังไปปฏิบัติหน้ำที่ ณ จุดรักษำกำรณ์ ทั้งนี้กระท ำได้โดยกำรเข้ำแถวรับฟังกำร ประชุมชี้แจง


๘๖ ๓.๓.๒ กำรเข้ำแถวรับฟังกำรประชุมชี้แจง เป็นกำรเรียกทหำรที่จะปฏิบัติหน้ำที่ในกำรป้องกันและ รักษำควำมปลอดภัยฐำนบินมำประชุมและรับฟังกำรชี้แจง โดยพร้อมเพรียงกันเป็นประจ ำทุกวันก่อนที่จะน ำ ก ำลังทหำรเหล่ำนี้ไปปฎิบัติหน้ำที่ ณ จุดรักษำกำรณ์ ๓.๓.๓ ควำมมุ่งหมำยของกำรเข้ำแถวรับฟังกำรประชุมชี้แจง มีดังนี้.- ๓.๓.๓.๑ เพื่อตรวจตรำควำมเป็นระเบียบเรียบร้อยของทหำรและอำวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อให้แน่ใจว่ำทหำรทุกคนอยู่ในสภำพพร้อมที่จะปฏิบัติหน้ำที่ได้ แต่งกำยถูกต้องตำมที่ก ำหนดไว้ ซึ่งรวมถึง กำรตัดผมและโกนหนวดเครำเรียบร้อย มีอำวุธยุทโธปกรณ์ที่จ ำเป็นในกำรปฏิบัติหน้ำที่อย่ำงครบถ้วน ๓.๓.๓.๒ เพื่อทรำบภำรกิจและจุดรักษำกำรณ์ โดยก ำหนดตัวบุคคลประจ ำจุดรักษำกำรณ์ แต่ละแห่ง ให้แน่ใจว่ำจุดรักษำกำรณ์ทุกจุดมีเจ้ำหน้ำที่ประจ ำ ให้แน่ใจว่ำเจ้ำหน้ำที่ประจ ำจุดรักษำกำรณ์ ทุกจุดนั้นเหมำะสมแล้ว ๓.๓.๓.๓ เพื่อก ำหนดยำนพำหนะ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ในวันหนึ่ง ๆ นั้น ผู้บังคับบัญชำจะ แบ่งยำนพำหนะให้แก่เจ้ำหน้ำที่อย่ำงเพียงพอ ธรรมดำแล้วจะก ำหนดยำนพำหนะให้แก่เจ้ำหน้ำที่ต่อไป ชุด สำยตรวจยำนยนต์ ชุดปฏิบัติกำร ชุดเตรียมพร้อมรักษำควำมปลอดภัย และยำนพำหนะที่ใช้ในกำรรับ – ส่ง จนท.รักษำกำรณ์ตำมจุดต่ำง ๆ เป็นต้น ๓.๓.๓.๔ เพื่อทรำบค ำสั่งพิเศษเกี่ยวกับ เวลำปฏิบัติหน้ำที่พื้นที่รักษำกำรณ์ควำม เปลี่ยนแปลงบำงอย่ำงภำยในฐำนบิน ๓.๓.๓.๕ เพื่อทรำบรหัสลับ เมื่อตกอยู่ภำยใต้กำรควบคุมหรือหมดอิสรภำพ หรืออันตรำย ร้ำยแรง ซึ่งรวมทั้งสัญญำณผ่ำนประจ ำวันด้วย ๓.๓.๓.๖ เพื่อทรำบสถำนกำรณ์ เกี่ยวกับฝ่ ำยข้ำศึก และฝ่ ำยเรำ ๓.๓.๔ วิธีกำรปฏิบัติในกำรเข้ำแถวรับฟังกำรประชุมชี้แจง กระท ำเป็นขั้นตอนดังนี้.- ๓.๓.๔.๑ ให้ทหำรเข้ำแถวหน้ำกระดำน ๔ แถว (ปิดระยะ) ๓.๓.๔.๒ หน.ชุดปฏิบัติกำร เรียกชื่อทหำรรักษำกำรณ์และก ำหนดจุดรักษำกำรณ์ให้แก่ ทหำรทุกคน เมื่อเรียกชื่อเสร็จแล้วแถวทหำรเตรียมพร้อมรับกำรตรวจจำกผู้ตรวจแถว ๓.๓.๔.๓ เมื่อผู้ตรวจแถว (ปกติคือ น.เวรศูนย์ ฯ ประจ ำวัน) มำถึง หน.ชุดปฏิบัติกำรดังนี้.- ๓.๓.๔.๓.๑ บอกแถวตรงแสดงกำรเคำรพ ๓.๓.๔.๓.๒ หน.ชุดปฏิบัติกำรรำยงำนตัวต่อผู้ตรวจแถว ๓.๓.๔.๓.๓ สั่งแถวเปิดระยะ ๓.๓.๔.๓.๔ รำยงำนให้ผู้ตรวจแถวทหำร เมื่อแถวพร้อมที่จะรับกำรตรวจ ๓.๓.๔.๓.๕ เมื่อผู้ตรวจแถวเดินตรวจแถว หน.ชุดปฏิบัติกำรเดินตำมผู้ตรวจ ไปด้วย ๓.๓.๔.๓.๖ เมื่อตรวจแถวเสร็จแล้ว หน.ชุดปฏิบัติกำรสั่งปิดระยะ


๘๗ ๓.๓.๕ น.เวรศูนย์ ฯ ประจ ำวันชี้แจงสิ่งที่ทหำรรักษำกำรณ์ควรทรำบในเรื่องต่อไปนี้ ๓.๓.๕.๑ สถำนกำรณ์ประจ ำวัน ช่ำวเกี่ยวกับข้ำศึกและฝ่ ำยเรำ ๓.๓.๕.๒ กำรรักษำควำมปลอดภัยในระหว่ำงกำรปฏิบัติหน้ำที่ ๓.๓.๕.๓ จุดล่อแหลมที่ต้องเอำใจใส่เป็นพิเศษ ๓.๓.๕.๔ นำมเรียกขำนประจ ำจุด (ทบทวน) ๓.๓.๕.๕ วิธีกำรรำยงำนเมื่อเกิดเหตุร้ำย ๓.๓.๕.๖ กำรปฏิบัติเมื่อตนเองเจ็บป่ วย ๓.๓.๕.๗ ข้อห้ำมของยำม ๓.๓.๕.๘ นำมเรียกขำนที่ส ำคัญที่ควรทรำบ ๓.๓.๕.๙ กำรใช้วิทยุและกำรใช้อำวุธ ๓.๓.๕.๑๐ กำรก ำหนดยำนพำหนะ ๓.๓.๕.๑๑ ค ำสั่งพิเศษ ๓.๓.๕.๑๒ สัญญำณเมื่อได้รับอันตรำย ๓.๓.๕.๑๓ สัญญำณบอกฝ่ ำยประจ ำวัน ๓.๓.๕.๑๔ เมื่อ น.เวรศูนย์ ฯ ชี้แจงเสร็จเรียบร้อยแล้ว สั่งให้ทหำรไปประจ ำตำมจุด รักษำกำรณ์ โดยยำนพำหนะที่ก ำหนดแต่ละคันจะน ำไปส่ง ๓.๓.๖ ในฐำนะเป็น น.เวรศูนย์ ฯ จะต้องแน่ใจว่ำทหำรทุกคนมีควำมรู้ควำมเข้ำใจในสิ่งต่อไปนี้ โดยตลอดคือ ๓.๓.๖.๑ ค ำแนะน ำในกำรรักษำควำมปลอดภัย ๓.๓.๖.๒ วิธีกำรตรวจค้น ๓.๓.๖.๓ วิธีกำรติดต่อสื่อสำร ๓.๓.๖.๔ กำรให้สัญญำณเตือนภัย ๓.๓.๖.๕ ที่ติดตั้งโทรศัพท์ เครื่องมือดับเพลิงและตู้สัญญำณเตือนภัย ๓.๓.๖.๖ ขอบเขตของจุดรักษำกำรณ์ ๓.๓.๖.๗ บุคคลผู้มีสิทธิที่จะเข้ำไปที่จุดรักษำกำรณ์ ๓.๓.๖.๘ กำรลำดตระเวนตรวจตรำจุดรักษำกำรณ์ ๓.๓.๖.๙ กำรใช้อำวุธ ๓.๓.๖.๑๐ กำรรำยงำนเมื่อผู้บังคับบัญชำไปตรวจจุดรักษำกำรณ์ ๓.๓.๖.๑๐.๑ รำยงำนทุกครั้งเมื่อผู้บังคับบัญชำไปตรวจ ๓.๓.๖.๑๐.๒ รำยงำนดังนี้ “กระผม ยศ,ชื่อ…………ชื่อสกุล………………… เป็นยำมประจ ำจุดรักษำกำรณ์ที่………………..ระหว่ำงปฏิบัติหน้ำที่เหตุกำรณ์(ปกติ/ไม่ปกติ) ครับ “


๘๘ ๓.๓.๖.๑๐.๓ เดินตำมผู้บังคับบัญชำในขณะที่เดินตรวจจุดรักษำกำรณ์ โดยให้เดิน ห่ำงค่อนไปข้ำงหลังของผู้บังคับบัญชำทำงขวำหรือซ้ำยก็ได้ ห่ำงประมำณ ๓ ก้ำว เพื่อคอยรับฟังค ำแนะน ำ หรือตอบข้อซักถำมอื่น ๆ ๓.๓.๗ สรุป ๓.๓.๗.๑ กำรเข้ำแถวรับฟังประชุมชี้แจง เป็นวิธีกำรปฏิบัติที่จะช่วยให้ทหำรที่ปฏิบัติหน้ำที่ รักษำกำรณ์ได้ปฏิบัติหน้ำที่อย่ำงมีประสิทธิภำพอย่ำงแท้จริง ๓.๓.๗.๒ ในฐำนะเป็นผู้บังคับบัญชำ จะต้องกวดขันให้ผู้ใต้บังคับบัญชำปฏิบัติตำม หลักกำรที่ได้กล่ำวมำแล้วเสมอ ๓.๓.๗.๓ หลักกำรปฏิบัติโดยทั่ว ๆ ไป ย่อมเหมือนกันแต่รำยละเอียดในกำรปฏิบัตินั้นอำจ แตกต่ำงกันไปบ้ำง และสำมำรถแก้ไขปรับปรุงได้แล้วแต่สถำนกำรณ์ ๓.๔ หน้ำที่และควำมรับผิดชอบของยำมประจ ำจุดต่ำง ๆ ปฏิบัติดังนี้.- ๓.๔.๑ ยำมประจ ำธงไชยเฉลิมพล มีหน้ำที่ดังนี้ ๓.๔.๑.๑ ตรวจประตู หน้ำต่ำงห้องเก็บของ ๓.๔.๑.๒ ตรวจตรำประทับและกุญแจ ๓.๔.๑.๓ มีสิ่งผิดปกติรีบรำยงำน ๓.๔.๑.๔ รำยงำนเหตุกำรณ์เมื่อ น.เวรศูนย์ ฯ หรือผู้บังคับบัญชำตรวจ ๓.๔.๒ ยำมช่องทำง มีหน้ำที่ดังนี้.- ๓.๔.๒.๑ ตรวจรถและ/หรือบุคคลที่ผ่ำนเข้ำ –ออกตำมระเบียบ ๓.๔.๒.๒ เปิด – ปิดแผงกั้นถนนหรือช่องทำง ๓.๔.๒.๓ อ ำนวยควำมสะดวกแก่ผู้มำติดต่อตำมสมควร ๓.๔.๒.๔ ใช้กิริยำวำจำที่สุภำพ ๓.๔.๒.๕ ตรวจควำมเรียบร้อยบริเวณรับผิดชอบ ๓.๔.๒.๖ รำยงำนเหตุกำรณ์เมื่อ น.เวรศูนย์ หรือผู้บังคับบัญชำมำตรวจ ๓.๔.๓ ยำมคลังเชื้อเพลิงและคลังวัตถุระเบิด มีหน้ำที่ดังนี้.- ๓.๔.๓.๑ ห้ำมน ้ำเชื้อไฟเข้ำใกล้บริเวณคลัง ๓.๔.๓.๒ ห้ำมจุดไฟในรัศมี ๕๐ ฟุต ๓.๔.๓.๓ ห้ำมผู้ไม่มีหน้ำที่เข้ำในบริเวณคลัง ๓.๔.๓.๔ รำยงำนเหตุกำณ์เมื่อ น.เวรศูนย์ ฯ หรือผู้บังคับบัญชำมำตรวจ ๓.๔.๔ ยำมสำยตรวจ มีหน้ำที่ดังนี้.- ๓.๔.๔.๑ ตรวจตรำสิ่งผิดปกติในเขตรับผิดชอบ ๓.๔.๔.๒ ตรวจจุดรักษำกำรณ์ตำมเส้นทำงที่ผ่ำน ๓.๔.๔.๓ พบสิ่งบกพร่องรีบรำยงำนศูนย์ ฯ


๘๙ ๓.๔.๔.๔ รำยงำนเหตุกำรณ์เมื่อ น.เวรศูนย์ ฯ หรือผู้บังคับบัญชำมำตรวจ ๓.๔.๕ ยำมคลังอำวุธ มีหน้ำที่ดังนี้.- ๓.๔.๕.๑ ห้ำมผู้ไม่มีหน้ำที่เปิดคลังโดยเด็ดขำด ๓.๔.๕.๒ ตรวจตรำประตูหน้ำต่ำง ลูกกรงเหล็กตลอดเวลำ ๓.๔.๕.๓ ตรวจตรำประทับและกุญแจ ๓.๔.๕.๔ รำยงำนเหตุกำรณ์เมื่อ น.เวรศูนย์ ฯ ผู้บังคับบัญชำมำตรวจ ๓.๔.๖ ยำมลำนจอด มีหน้ำที่ดังนี้.- ๓.๔.๖.๑ ตรวจควำมเรียบร้อยโดยรอบบริเวณรับผิดชอบ ๓.๔.๖.๒ ห้ำมผู้ไม่มีหน้ำที่เข้ำบริเวณลำนจอดในยำมวิกำล ๓.๔.๖.๓ ห้ำมน ำเชื้อไฟเข้ำใกล้รัศมี ๕๐ ฟุต ๓.๔.๖.๔ ตรวจสภำพควำมเรียบร้อยของ บ., ฮ. ๓.๔.๖.๕ พบเห็นสิ่งผิดปกติให้รีบรำยงำนศูนย์ ฯ ๓.๔.๖.๖ รำยงำนเหตุกำรณ์เมื่อ น.เวรศูนย์ ฯ หรือผู้บังคับบัญชำมำตรวจ ๓.๔.๗ ยำมหอคอย มีหน้ำที่ดังนี้.- ๓.๔.๗.๑ ตรวจควำมเคลื่อนไหวโดยรอบตลอดเวลำ ๓.๔.๗.๒ จดจ ำลักษณะ,จ ำนวน ทิศทำงที่มีกำรเคลื่อนไหว ๓.๔.๗.๓ ใช้เครื่องมืออุปกรณ์แจ้งเตือนให้ได้ประโยชน์ ๓.๔.๗.๔ รำยงำนเหตุกำรณ์เมื่อ น.เวรศูนย์ ฯ หรือผู้บังคับบัญชำมำตรวจ ๓.๔.๘ ข้อห้ำมของยำม มีข้อห้ำมดังนี้ ๓.๔.๘.๑ ห้ำมยืนพิงหรือท้ำวปืน ให้ยืนด้วยท่ำทำงองอำจสง่ำงำม ๓.๔.๘.๒ ห้ำมปล่อยอำวุธออกจำกตัวเป็นอันขำด ๓.๔.๘.๓ ห้ำมสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดองของเมำ เว้นน ้ำดื่ม ๓.๔.๘.๔ ห้ำมอ่ำนหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับหน้ำที่ ๓.๔.๘.๕ ห้ำมรับฝำกสิ่งของโดยไม่จ ำเป็นจำกผู้ใด ๓.๔.๘.๖ ห้ำมพูดคุยหยอกล้อกันเล่น ๓.๔.๘.๗ ห้ำมใช้กิริยำวำจำไม่สุภำพ ๓.๔.๘.๘ ห้ำมร้องร ำท ำเพลง หรือส่งเสียงดัง โดยไม่มีเหตุอันควร ๓.๔.๙ ชุดสำยตรวจยำนยนต์ ( สยย. ) มีหน้ำที่ดังนี้ ๓.๔.๙.๑ เป็นสำยตรวจยำนยนต์ ๓.๔.๙.๒ ใช้ส ำหรับแก้ปัญหำเฉพำะหน้ำ


๙๐ ๓.๔.๙.๓ มีไฟฉำยแรงสูงส ำหรับตรวจพื้นที่รับผิดชอบในเวลำกลำงคืน ๓.๔.๙.๔ สำมำรถไปยังจุดเกิดเหตุได้โดยเร็ว ค้นหำข้ำศึกเมื่อพบแล้วท ำกำรตรึงหรือเกำะ ข้ำศึกไว้ แล้วรำยงำนให้ศูนย์ ฯ ทรำบทันที ๓.๔.๙.๕ พบยำมเจ็บป่ วยรำยงำนศูนย์ฯ หรืออำจให้เจ้ำหน้ำที่ในชุดเข้ำปฏิบัติหน้ำที่ แทนยำมได้ชั่วครำว และรำยงำนให้ศูนย์ ฯ ทรำบ ๓.๔.๙.๖ น ำผู้ต้องสงสัยหรือเชลยศึกส่งศูนย์ ฯ เมื่อจ ำเป็น ๓.๔.๑๐ ชุดสำยตรวจจักรยำนยนต์(สจย.) มีหน้ำที่ดังนี้ ๓.๔.๑๐.๑ เป็นสำยตรวจเคลื่อนที่เร็ว ๓.๔.๑๐.๒ แก้ไขปัญหำเฉพำะหน้ำที่เกิดขึ้น ๓.๔.๑๐.๓ ใช้ไฟฉำยแรงสูงตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ๓.๔.๑๐.๔ ไปถึงจุดเกิดเหตุโดยเร็ว ค้นหำข้ำศึกพบแล้วตรึงหรือเกำะข้ำศึกไว้ แล้ว รำยงำนศูนย์ฯ ทรำบทันที ๓.๔.๑๐.๕ พบยำมเจ็บป่ วยรำยงำนศูนย์ฯ อำจใช้เจ้ำหน้ำที่ภำยในหมู่เข้ำปฏิบัติหน้ำที่ แทนยำมได้ชั่วครำว แล้วรำยงำนให้ศูนย์ฯ ทรำบ ๓.๔.๑๐.๖ น ำผู้บำดเจ็บส่งกลับเมื่อจ ำเป็น ๓.๔.๑๐.๗ สำมำรถส่งก ำลังบ ำรุงได้เมื่อจ ำเป็น ๓.๔.๑๑ ชุดปฏิบัติกำร ( ชป. ) มีหน้ำที่ดังนี้ ๓.๔.๑๑.๑ ท ำหน้ำที่กวำดล้ำง,ขับไล่,ผลักดันข้ำศึกให้ออกไปจำกเขตฐำนบิน ด้วยอ ำนำจ กำรยิงและกำรด ำเนินกลยุทธ ๓.๔.๑๑.๒ เป็นก ำลังประจ ำแนวต้ำนทำนหลัก ๓.๔.๑๑.๓ ร้องขอเครื่องส่องสว่ำงเมื่อจ ำเป็น ๓.๔.๑๑.๔ ปฏิบัติตำมที่ศูนย์ ฯ สั่ง ๓.๔.๑๒ ชุดยิงสนับสนุน เป็นชุดที่ให้กำรสนับสนุนกำรปฏิบัติภำรกิจของชุดสำยตรวจ ยำนยนต์ และชุดปฏิบัติกำรด้วยกำรใช้เครื่องยิงลูกระเบิด เพื่อยิงท ำลำยข้ำศึกหรือยิงกระสุนส่องสว่ำง เพื่อช่วยในกำรค้นหำข้ำศึกยำมวิกำล กำรปฏิบัติต้องเตรียมหลุม คบ.๘๑ ไว้ตำมแผนไม่น้อยกว่ำ ๒ หลุม และ ต้องไม่ท ำกำรยิงข้ำมลำนจอดโดยเด็ดขำด เพรำะเปลือกและหำงของกระสุนส่องสว่ำงจะเป็นอันตรำยต่อ บ. ในลำนจอดได้ ถ้ำเป็นกระสุนสังหำรยิ่งมีอันตรำยมำกขึ้น จำกกรณีกำรยิงแล้วเกิดอำกำร SHORT ขึ้น ชุด ยิงสนับสนุนต้องเตรียมกำรคือ.- ๓.๔.๑๒.๑ จัดตั้งศูนย์อ ำนวยกำรยิง (ศอย.) ไว้ที่ศูนย์ ฯ ๓.๔.๑๒.๒ ยิงหำหลักฐำนไว้ตั้งแต่ในยำมปกติ ๓.๔.๑๒.๓ ผบ.หมู่ คบ.๘๑ ต้องเฝ้ำฟัง และติดตำมสถำนกำรณ์ตลอดเวลำ พร้อมที่จะท ำ กำรยิงได้ตำมค ำขอ หรือเมื่อศูนย์ ฯ สั่ง


๙๑ ๔. กำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำปกติ (NORMAL SECURITY OPERATION ) ๔.๑ กำรปฏิบัติกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบิน จ ำเป็นต้องด ำเนินกำรโดยถูกต้อง มี ประสิทธิภำพแน่นอนและเชื่อถือได้ ฉะนั้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้ฐำนบินทุกแห่งจึงจ ำเป็นต้องด ำเนินกำร รักษำควำมปลอดภัยไว้ตั้งแต่ในยำมปกติ ๔.๒ ควำมหมำยของกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำปกติ คือกำรด ำเนินกำรทั้งปวงเกี่ยวกับกำรรักษำ ควำมปลอดภัยซึ่งกระท ำอยู่เป็นประจ ำวันนั่นเอง ๔.๓ ควำมมุ่งหมำยของกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำปกติ เพื่อ ๔.๓.๑ ป้องกันอำวุธยุทโธปกรณ์รบทุกชนิดที่อยู่ในภำวะปกติ ๔.๓.๒ เพื่อป้องปรำมกำรปฏิบัติของข้ำศึกที่จะกระท ำต่อฝ่ ำยเรำ กำรป้องกัน หรือกำรป้องปรำมจะ ได้ผลหรือไม่เพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับกำรด ำเนินกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำปกติของฐำนบินต่ำง ๆ ๔.๓.๓ คุณภำพของอำวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในกำรรักษำควำมปลอดภัยแก่ฐำนบินหนึ่ง ๆ นั้นขึ้นอยู่ กับปัจจัยหลำยอย่ำง แต่ปัจจัยส ำคัญที่สุดได้แก่ ๔.๓.๓.๑ ชนิดของอำวุธที่ใช้ในฐำนบิน ๔.๓.๓.๒ ล ำดับควำมส ำคัญในกำรรักษำควำมปลอดภัยของฐำนบินแต่ละแห่ง ๔.๓.๔ กำรวำงแผนด ำเนินกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำปกติ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำก กำรใช้อำวุธยุทโธปกรณ์ในกำรรักษำควำมปลอดภัยของฐำนบินต่ำง ๆ ฐำนบินหนึ่ง ๆ จ ำเป็นต้องด ำเนินกำร วำงแผนกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำปกติไว้ด้วย ซึ่งแผนนี้ท ำให้เจ้ำหน้ำที่มีขีดควำมสำมำรถในกำร ปฏิบัติถึง ๕ ประกำร คือ ๔.๓.๔.๑ ขีดควำมสำมำรถในกำรค้นหำข้ำศึก หรือกำรปฏิบัติกำรทำงพื้นดินของข้ำศึก ขีด ควำมสำมำรถนี้จะต้องด ำเนินกำรโดย ทบ.- สห.ซึ่งปฏิบัติหน้ำที่เป็นยำมชั้นใน,ยำมประจ ำพื้นที่, ยำมประจ ำ แนวรั้ว,ยำมประจ ำช่องทำง,ยำมรอบฐำนบิน และยำมต่อระยะสำยตำ (สุนัขยำม) เพื่อให้กำรปฏิบัตินี้ได้ผล หรือมีขีดควำมสำมำรถยิ่งขึ้น ฐำนบินต่ำง ๆ ควรใช้ระบบกำรเตือนภัยข้ำศึก ( INTRUSION DETECTION ALARM SYSTEM ) ๔.๓.๔.๒ ขีดควำมสำมำรถในกำรแจ้งเตือนภัยโดยทันทีทันใด ทั้งนี้กระท ำโดยกำรใช้ เครื่องมือสื่อสำรที่มีประสิทธิภำพแน่นอนและเชื่อถือได้ ระบบกำรเตือนภัยข้ำศึกและกำรรำยงำนข่ำวด่วน จำกแหล่งข่ำวต่ำง ๆ ๔.๓.๔.๓ ขีดควำมสำมำรถในกำรใช้อำวุธตอบโต้ข้ำศึก ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน หรือได้รับ แจ้งเตือนภัยจำกจุดรักษำกำรณ์ต่ำง ๆ เจ้ำหน้ำที่รักษำกำรณ์จะต้องรีบไปยังที่เกิดเหตุทันที หรือมิฉะนั้นก็สั่ง ชุดสำยตรวจยำนยนต์ (สยย. ) ไปด ำเนินกำรค้นหำและเกำะข้ำศึกไว้ แล้วแจ้งให้ศูนย์ ฯ ทรำบเพื่อจะได้ให้ชุด ปฏิบัติกำรตอบโต้ ขับไล่ หรือผลักดันต่อไป ๔.๓.๔.๔ ขีดควำมสำมำรถในกำรประมำณสถำนกำรณ์ เจ้ำหน้ำที่รักษำกำรณ์ ณ จุดเกิด เหตุก็ดี หรือชุดสำยตรวจยำนยนต์ก็ดี จะต้องประมำณสถำนกำรณ์เกี่ยวกับข้ำศึก ณ จุดเกิดเหตุนั้น


๙๒ ถ้ำพิจำรณำดูแล้วเห็นเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นนั้นน่ำจะเป็นกำรปฏิบัติของข้ำศึกหรือเป็นกำรปฏิบัติของข้ำศึกที่ เกิดขึ้นจริง ๆ เจ้ำหน้ำที่ดังกล่ำวจะต้องแจ้งให้ศูนย์ ฯ ทรำบทันที เพื่อรำยงำนให้หน่วยเหนือทรำบและหน่วย เหนือจะได้สั่งให้ปฏิบัติกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉินต่อไป ๔.๓.๔.๕ ขีดควำมสำมำรถของเจ้ำหน้ำที่รักษำควำมปลอดภัยที่จะใช้ก ำลังเข้ำปฏิบัติกำร รักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉินได้โดยทันที เพื่อป้องกันหรือจ ำกัดควำมเสียหำยอันจะเกิดแก่อำวุธ ยุทโธปกรณ์ของฝ่ ำยเรำ ๕. กำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉิน ( EMERGENCY SECURITY OPERATION ) ๕.๑ กำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉิน คือกำรขยำยหรือเพิ่มก ำลังปฏิบัติกำรในเวลำปกติให้มี จ ำนวนมำกพอที่จะรับสถำนกำรณ์ที่เกิดขึ้นอย่ำงรุนแรงได้ ๕.๒ ควำมมุ่งหมำยของกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉิน ๕.๒.๑ เพื่อป้องกันมิให้ข้ำศึกท ำลำย หรือก่อให้เกิดควำมเสียหำยแก่อำวุธยุทโธปกรณ์รบต่ำง ๆ ของกองทัพอำกำศ ๕.๒.๒ เพื่อท ำให้ข้ำศึกต้องประสบควำมล้มเหลวในควำมพยำยำมที่จะท ำลำยหรือก่อให้เกิดควำม เสียหำยแก่อำวุธยุทโธปกรณ์รบของกองทัพอำกำศ ๕.๒.๓ เพื่อให้อำวุธยุทโธปกรณ์รบของกองทัพอำกำศได้รับควำมเสียหำย หรือถูกท ำลำยน้อย ที่สุด ด้วยควำมมุ่งหมำย ๓ ประกำรดังกล่ำวแล้วข้ำงต้นนี้ ทอ.จึงต้องด ำเนินกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำ ฉุกเฉิน ทั้งนี้จะกระท ำได้โดยกำรขยำยหรือเพิ่มก ำลังปฏิบัติกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำปกติ ซึ่งกำรเพิ่ม ก ำลังปฏิบัติให้มำกขึ้นนั้น ควรพิจำรณำจัดวำงก ำลังเจ้ำหน้ำที่รักษำกำรณ์ในบริเวณพื้นที่ที่คำดว่ำข้ำศึกจะ ทะลุทะลวงหรือเล็ดลอดเข้ำมำปฏิบัติกำรโจมตีต่อฐำนบินได้ ถ้ำฐำนบินสำมำรถหน่วงเหนี่ยวกำรปฏิบัติของ ข้ำศึกไว้ได้แล้ว จึงด ำเนินกำรใช้อำวุธตอบโต้เพื่อท ำให้ข้ำศึกสิ้นอ ำนำจ อย่ำงไรก็ตำมฐำนบินจะต้อง ปฏิบัติกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉิน เพื่อป้องกันหรือก ำจัดควำมเสียหำยอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย ๕.๓ สถำนกำรณ์ที่ต้องปฏิบัติกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉิน ๕.๓.๑ สถำนกำรณ์เกี่ยวกับกำรปฏิบัติของข้ำศึกที่เกิดขึ้นจริง ๆ เช่น ยำมหรือเจ้ำหน้ำที่ต่ำง ๆ ที่ เกี่ยวข้องได้รำยงำนให้ศูนย์ ฯ ทรำบว่ำมี ผกค.ได้ใช้อำวุธยิง บ.เสียหำย ๑ เครื่อง ในลักษณะนี้ศูนย์ ฯ จะต้อง รีบรำยงำนให้ บก.หน่วยเหนือทรำบพร้อมทั้งด ำเนินกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉินทันที ๕.๓.๒ ได้รับค ำสั่งจำก บก.หน่วยเหนือให้อยู่ในสภำพพร้อมรบ เมื่อ บก.หน่วยเหนือ พิจำรณำเห็นว่ำ สถำนกำรณ์ปัจจุบันไม่เป็นที่ไว้วำงใจ น่ำจะเป็นผลกระทบกระเทือนต่อควำมปลอดภัย ของฐำนบิน จึงสั่งกำรให้หน่วยรองอยู่ในสภำพพร้อมรบ หรือปฏิบัติกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉิน เพื่อเผชิญกับสถำนกำรณ์ที่คำดว่ำจะเกิดขึ้น ๕.๓.๓ ได้รับค ำสั่งให้ปฏิบัติกำรต่อต้ำน เมื่อปรำกฏโดยแน่ชัดว่ำข้ำศึกได้ปฏิบัติกำรคุกคำม ต่อฐำนบิน บก.หน่วยเหนือจะสั่งให้ก ำลังปฏิบัติกำรตอบโต้ทันที เพื่อป้องกันมิให้ข้ำศึกขยำยตัว


๙๓ ต่อไป หรือเพื่อจ ำกัดขีดควำมสำมำรถในกำรปฏิบัติหรือเพื่อท ำให้ข้ำศึกต้องสิ้นอ ำนำจลงโดยสิ้นเชิง ๕.๔ แผนปฏิบัติกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉิน ในกำรวำงแผนรักษำควำมปลอดภัย ในเวลำฉุกเฉินนั้น จ ำเป็นต้อง.- ๕.๔.๑ ก ำหนดขึ้นกำรปฏิบัติไว้ในแต่ละสถำนกำรณ์ ๕.๔.๒ ก ำหนดควำมต้องกำรก ำลังพลที่จะปฏิบัติในสถำนกำรณ์ที่เกิดขึ้น หรือคำดว่ำจะ เกิดขึ้นด้วย ถ้ำท ำได้ควรก ำหนดให้มีก ำลังสนับสนุนส ำหรับใช้ในสถำนกำรณ์ที่จะเกิดขึ้นโดยไม่ได้คำดหมำย ๕.๔.๓ แผนกำรรักษำควำมปลอดภัยในเวลำฉุกเฉินจะต้องประสมประสำนกับแผนสงครำม อย่ำงใกล้ชิด ในกำรปฏิบัติกำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยภำยนอกฐำนบิน ซึ่งเดิมเขตรับผิดชอบของฐำนบิน จะต้องพิจำรณำเป็นแห่ง ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอำคำรสถำนที่ และสิ่งปลูกสร้ำงรวมทั้งยุทโธปกรณ์ต่ำง ๆ ที่อยู่ใน ฐำนบินภูมิประเทศข้ำงเคียงและระยะยิงหวังผลของอำวุธฝ่ ำยข้ำศึก ๕.๕ กำฝึกซ้อม กำรป้องกันและรักษำควำมปลอดภัยฐำนบิน จ ำเป็นต้องมีกำรฝึกซ้อมเสมอเมื่อ มีโอกำส ทั้งนี้เพื่อประกันว่ำ หน่วยรองหรือเจ้ำหน้ำที่ผู้เกี่ยวข้องเข้ำใจแผนและสำมำรถปฏิบัติตำมแผนได้โดย รวดเร็ว ถูกต้องและทันต่อเหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้น นอกจำกนั้นกำรฝึกซ้อมย่อมท ำให้พบเห็นข้อบกพร่องของแผนที่ ได้ก ำหนดไว้แล้วนั้น ด้วยเหตุนี้จึงมีข้อเสนอแนะส ำหรับกำรฝึกซ้อมไว้ดังนี้.- ๕.๕.๑ ต้องท ำกำรฝึกซ้อมเหมือนกับว่ำสถำนกำรณ์ได้เกิดขึ้นจริง ๆ ๕.๕.๒ ท ำกำรฝึกซ้อมตำมแผนที่วำงไว้และตำมสถำนกำรณ์ที่คำดว่ำจะเกิดขึ้น ๕.๕.๓ ต้องมีกำรวิจำรณ์ แก้ไข และปรับปรุงแผน ๕.๕.๔ ต้องยอมรับควำมจริงเกี่ยวกับข้อบกพร่องของแผน ๕.๕.๕ ในกำรฝึกซ้อมอย่ำพยำยำมเข้ำไปเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินส่วนตัวของประชำชนเป็น อันขำด เพรำะเป็นหนทำงที่จะท ำให้ประชำชนเกิดควำมไม่พอใจ และจะท ำให้กำรปฏิบัติประสบควำมล ำบำก ยิ่งขึ้น ๖. กำรปฏิบัติยำมฉุกเฉิน ( EMERGENCY ACT ) ๖.๑ ศูนย์ควบคุมรักษำกำรณ์ ( SECURITY CONTROL CENTER ) เมื่อฐำนบิบถูกโจมตี ผบ.ศุนย์ ฯ อนุมัติประกำศให้เป็นสถำนกำรณ์สีแดง น.เวรศูนย์ ฯ จะต้องรีบด ำเนินกำรดังนี้.- ๖.๑.๑ เปิดสัญญำณเตือนภัยให้ทุกคนในฐำนบินทรำบว่ำฐำนบินไม่ปลอดภัย ๖.๑.๒ สั่งชุดสำยตรวจยำนยนต์ไปยังจุดเกิดเหตุ ๖.๑.๓ ประกำศเตือนจุดรักษำกำรณ์ทุกจุดให้ทรำบสถำนกำรณ์ทั่วกัน ๖.๑.๔ รำยงำน ศปก.ทอ.ทรำบ ๖.๑.๕ แจ้งหน่วยข้ำงเคียงและผู้พักอำศัยในฐำนบินทรำบ ๖.๑.๖ สั่งก ำลังหนุนเข้ำประจ ำแนวป้องกันตำมแผน ๖.๑.๗ สั่งเตรียมยิง คบ.ส่องสว่ำง


๙๔ ๖.๑.๘ สั่งชุดปฏิบัติกำรไปด ำเนินกำรที่จุดเกิดเหตุ ๖.๑.๙ ติดตำมกำรปฏิบัติของชุดสำยตรวจยำนยนต์และชุดปฏิบัติกำรที่ส่งไป ณ จุดเกิดเหตุ แนะแนวกำรปฏิบัติเท่ำที่จ ำเป็น ๖.๑.๑๐ พิจำรณำสั่งกำรตำมที่ชุดสำยตรวจยำนยนต์ และชุดปฏิบัติกำรร้องขอ ๖.๑.๑๑ ปฏิบัติตำมที่ ผบ.ศูนย์ ฯ สั่ง ๖.๒ ยำมรักษำกำรณ์ ( SENTRY ) ยำมซึ่งอยู่ ณ บริเวณที่เกิดเหตุหรือบริเวณที่ผู้บุกรุกเข้ำมำซ่อนตัวอยู่ ปฏิบัติดังนี้.- ๖.๒.๑ ยำมหอคอยที่มีกล้องตรวจกำรณ์กลำงคืน และไม่อยู่ในบริเวณที่มีกำรปะทะ ต้องใช้กล้อง ส่องติดตำมดูกำรเคลื่อนไหวของผู้บุกรุกรำยงำนให้ศูนย์ ฯ ทรำบตลอดเวลำ ๖.๒.๒ ยำมหอคอย ที่ไม่มีกล้องตรวจกำรณ์กลำงคืน แต่อยู่ในบริเวณที่มีกำรปะทะให้ลงมำอยู่ที่ บังเกอร์โคนหอคอย หรือถอนตัวไปสมทบกับก ำลัง ณ แนวต้ำนทำนหลัก ๖.๒.๓ เมื่อเป็นยำมจุดที่รำยงำนกำรพบผู้บุกรุกครั้งแรก ต้องให้รำยละเอียดของผู้บุกรุกกับ หน.ชุด สำยสตรวจยำนยนต์ที่มำถำมเกี่ยวกับจ ำนวนทิศทำง ระยะห่ำงทันที ๖.๓ ชุดสำยตรวจจักรยำนยนต์( สจย.) เมื่อฐำนบินถูกโจมตีและได้รับค ำสั่งจำกศูนย์ฯ ให้ไป ณ จุดเกิด เหตุ ต้องปฏิบัติดังนี้.- ๖.๓.๑ ผบ.หมู่(หน.ชุด) พิจำรณำเลือกเส้นทำงที่จะไปถึงจุดเกิดเหตุโดยเร็วที่สุด ใช้เวลำไม่เกิน ๕ นำที ๖.๓.๒ ประมำณสถำนกำรณ์จำกกำรเฝ้ำฟังข่ำวทำงวิทยุ เพื่อที่จะเข้ำถึงจุดที่ผู้บุกรุกเข้ำมำหลบ ซ่อน หำกจ ำเป็นหรือไม่แน่ใจอำจตรงไปสอบถำมข้อมูลจำกยำมที่รำยงำนกำรพบเห็นผู้บุกรุกก่อนก็ได้ ๖.๓.๓ เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ สั่งให้พลยิงพร้อมรบ ผบ.หมู่ใช้ไฟฉำยแรงสูงประจ ำรถตรวจค้นบริเวณ ที่สงสัย ๖.๓.๔ จะพบผู้บุกรุกหรือไม่ก็ตำม หำกทิศทำงหรือผู้บุกรุกมุ่งไป อยู่ห่ำงจำกเป้ำหมำยส ำคัญ ไม่มำกนัก ให้ร้องขอมำช่วยสกัดทันที ๖.๓.๕ เมื่อพบข้ำศึกและ/หรือถูกยิง ให้ใช้อำวุธประจ ำกำยยิงตอบโต้และเกำะข้ำศึกไว้จนกว่ำ หมู่ปฏิบัติกำรจะมำถึง จึงแจ้งรำยละเอียดเกี่ยวกับข้ำศึกให้ ผบ.หมู่ปฏิบัติกำรทรำบ ๖.๓.๖ เมื่อชุดปฏิบัติกำรด ำเนินกำรต่อข้ำศึก ให้ท ำหน้ำที่ยิงคุ้มกันหรือระวังทำงปีกให้กับหมู่ ปฏิบัติกำรร่วมกับหมู่สำยตรวจยำนยนต์ หรือปฏิบัติตำมค ำสั่งของ ผบ.หมู่ปฏิบัติกำร ๖.๓.๗ เมื่อหมู่ปฏิบัติกำรเข้ำกวำดล้ำง ให้ท ำหน้ำที่เป็นฐำนยิงคุ้มกันทำงข้ำงหรือปฏิบัติตำม ค ำสั่งของ ผบ.หมู่ปฎิบัติกำร ๖.๓.๘ รำยงำนเหตุกำรณ์ให้ศูนย์ฯ ทรำบเป็นระยะ พร้อมรอรับค ำสั่ง ๖.๔ ชุดสำยตรวจยำนยนต์ ( สยย. ) เมื่อฐำนบินถูกโจมตีและได้รับค ำสั่งจำกศูนย์ ฯ ให้ไป ณ จุดเกิด เหตุต้องปฏิบัติดังนี้.-


๙๕ ๖.๔.๑ หน.ชุดพิจำรณำเลือกเส้นทำงที่จะไปยังจุดเกิดเหตุได้โดยเร็วที่สุด ใช้เวลำไม่ควรเกิน ๕ นำที ๖.๔.๒ ประมำณสถำนกำรณ์จำกกำรเฝ้ำฟังข่ำวจำกวิทยุ เพื่อจะเข้ำถึงจุดที่ผู้บุกรุกเข้ำมำหลบซ่อน หำกจ ำเป็นหรือเมื่อไม่แน่ใจ อำจลงไปสอบถำมข้อมูลจำกยำมที่รำยงำนกำรพบเห็นผู้บุกรุกก่อนก็ได้ ๖.๔.๓ เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ สั่งให้พลประจ ำปืนพร้อมรบ ใช้ไฟฉำยแ รงสูงประจ ำรถหรือเครื่องช่วย ส่องสว่ำงประจ ำรถตรวจค้นบริเวณที่สงสัย ๖.๔.๔ จะพบผู้บุกรุกหรือไม่ก็ตำม หำกทิศทำงที่ผู้บุกรุกมุ่งไปอยู่ห่ำงจำกเป้ำหมำยส ำคัญไม่ มำกนัก ให้ร้องขอก ำลังมำช่วยสกัดทันที ๖.๔.๕ เมื่อพบข้ำศึกและ/หรือถูกยิงให้ใช้อำวุธประจ ำชุดยิงตอบโต้และเกำะข้ำศึกไว้รอจนกว่ำ ชุดปฏิบัติกำรจะมำถึง แล้วแจ้งรำยละเอียดเกี่ยวกับข้ำศึกให้ หน.ชุดปฏิบัติกำรทรำบ ๖.๔.๖ เมื่อติดตำมเกำะข้ำศึกไปจนถึงบริเวณที่รุกเข้ำไปไม่ได้ ไม่ต้องน ำก ำลังลงจำกรถให้มอบกำร ปฏิบัติต่อชุดปฏิบัติกำรด ำเนินกำรต่อไป แล้วท ำหน้ำที่ยิงคุ้มกัน หรือระวังทำงปีกให้กับชุดปฏิบัติกำร ๖.๔.๗ ท ำหน้ำที่ตรวจต ำบลกระสุนแตก เมื่อมีกำรยิง คบ.ส่องสว่ำง และปรับกำรยิงให้ชุดยิง คบ. ด้วยกำรแตกของกระสุน คบ.ที่ได้ผล คือ แตกเหนือที่หมำยค่อนไปทำงด้ำนหลัง สูงจำกพื้นดินประมำณ ๔๐๐ เมตร และดับเหนือพื้นดินประมำณ ๒๕ เมตร (ประมำณ ๘๐ - ๙๐ ฟุต) ๖.๔.๘ รำยงำนเหตุกำรณ์ให้ศูนย์ ฯ ทรำบ เป็นระยะพร้อมรอรับค ำสั่ง ๖.๕ ชุดปฏิบัติกำร ( ชป. ) กรณีฐำนบินถูกโจมตีหรือเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ชุดปฏิบัติกำรจะได้รับค ำสั่งจำก ศูนย์ ฯ ให้ด ำเนินกำรดังนี้.- ๖.๕.๑ ตรงไปยังที่เกิดเหตุตำมค ำสั่งของศูนย์ ฯ โดยเร็วใช้เวลำไม่เกิน ๑๕ นำที โดยเลือกเส้นทำงที่ เหมำะสม ๖.๕.๒ เฝ้ำฟังและประมำณสถำนกำรณ์ตลอดเวลำจำกวิทยุ เพื่อว่ำเมื่อไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว สำมำรถน ำก ำลังลงจำกรถเข้ำวำงก ำลังสกัดกั้นได้ทันที หรือหำกจ ำเป็นอำจขอทรำบรำยละเอียดเพิ่มเติมจำก หน.ชุดสำยตรวจยำนยนต์ ( สยย. ) ก็ได้ ๖.๕.๓ ในยำมวิกำลให้ร้องขอ คบ.ส่องสว่ำง หรือใช้เครื่องช่วยส่องสว่ำงประจ ำชุดเพื่อค้นหำข้ำศึก เมื่อมีแสงสว่ำงเพียงพอให้รีบเคลื่อนที่เข้ำบริเวณที่ข้ำศึกซ่อนตัวทันที ๖.๕.๔ ด ำเนินกลยุทธพร้อมใช้อ ำนำจกำรยิงท ำลำยข้ำศึกโดยเร็ว โดยสั่งให้ชุดสำยตรวจยำนยนต่ ยิงคุ้มกันทำงข้ำงให้ ๖.๕.๕ ในสภำวะที่สภำพอำกำศเลว กำรค้นหำข้ำศึกกระท ำได้ยำก กรณีที่ข้ำศึกอยู่เหนือลมและ ก ำลังชุดปฏิบัติกำรอยู่ใต้ลม ให้ร้องขอสุนัขทหำรมำช่วยค้นหำข้ำศึก เมื่อสุนัขมำช่วยและแสดงอำกำรว่ำมี ข้ำศึกซ่อนตัวอยู่บริเวณใด ให้ถอนสุนัขทหำรออกแล้วรีบน ำก ำลังเข้ำตรวจค้นทันที ๖.๕.๖ เมื่อมีกำรปะทะกัน และสังเกตว่ำจ ำนวนข้ำศึกก ้ำกึ่งกับก ำลังชุดปฏิบัติกำร ให้ขอก ำลังมำ เสริมทันที


Click to View FlipBook Version