The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phontomassassins, 2021-10-28 03:59:04

JOURNAL-TB-MRC15-003

JOURNAL-TB-MRC15-003

เจ้าของ:

กองสง่ เสริมการวิจยั และบรกิ ารวชิ าการ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม

ทีป่ รึกษา:

รองศาสตราจารย์ ดร.ประยกุ ต์ ศรวี ไิ ล
รองศาสตราจารย์ ดร.อภินนั ท์ อุรโสภณ
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ราชนั ย์ นลิ วรรณาภา
รองศาสตราจารย์ วีณา วีสเพ็ญ
รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชยั สิงห์ยะบุศย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมกรชิ การินทร์
ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.ศิรริ ัตน์ ดีศลี ธรรม
อาจารย์ววิ ฒั น์ วอทอง
นางพรพมิ ล มโนชยั
นางฉววี รรณ อรรคะเศรษฐงั


เรยี บเรยี ง:

นางสาวเมษา คำ�โคกสี
นางสาวณัฐกฤตา ศรีสุพรรณ
นายปรชี า ศรีบุญเศษ

คณะท�ำ งาน:

คณะกรรมการบรหิ ารงานท�ำ นุบ�ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
กองส่งเสรมิ การวจิ ัยและบริการวิชาการ

ค�ำ นำ�

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานฉบับน้ีเป็นส่วนหน่ึงของงานประชุมวิชาการมหาวิทยาลัย
มหาสารคามวิจัย คร้ังท่ี 15 “51 ปี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ‘ผู้มีปัญญา พึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน’”
“51 years Mahasarakham University: Public Devotion is a Virtue of the Learned” “สาขา
ทำ�นุบำ�รุงศิลปวัฒนธรรม” จัดทำ�ขึ้นเพ่ือเป็นเอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานและเผยแพร่ผลงาน
โครงการทไ่ี ดร้ บั ทนุ สนบั สนนุ จากมหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 และเพอ่ื เปน็ การ
แลกเปล่ียนเรียนรู้ความคิดเห็น ประเด็นปัญหา และหาวิธีการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขการทำ�นุบำ�รุง
ศิลปวัฒนธรรม ของมหาวทิ ยาลยั มหาสารคามให้มปี ระสทิ ธภิ าพเพิม่ มากขึน้
ทั้งนี้ หากมีขอ้ ผิดพลาดประการใด ทางกองสง่ เสรมิ การวจิ ัยและบรกิ ารวิชาการ มหาวิทยาลยั
มหาสารคาม พรอ้ มทจ่ี ะน้อมรับข้อเสนอแนะดงั กล่าวทุกประการ

กองส่งเสริมการวจิ ยั และบริการวชิ าการ
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
กนั ยายน 2562

สารบญั

การผลติ วดี ิทศั น์และภาพนงิ่ “พากินพาเท่ียว” เพือ่ สง่ เสริมการท่องเท่ียวเชงิ วัฒนธรรมจงั หวดั มหาสารคาม
ผา่ นชอ่ งทางโซเชยี ลมเี ดีย 7
คชากฤษ เหลย่ี มไธสง, อมรรตั น์ เอ่ยี มเชย, อนุสรณ์ ศรชี มพู
คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

โครงการทำ�นบุ �ำ รงุ ศิลปวัฒนธรรม (มุ่งเป้า) ประจำ�ปีงบประมาณ 2562 25
เรื่องเล่า จากโครงการ “สง่ เสริมการเผยแพร่รำ�โทนกันทวชิ ยั ”
คมกรชิ การนิ ทร์
วทิ ยาลยั ดุรยิ างคศิลป์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม

โครงการหนึ่งคณะหนึ่งศลิ ปวัฒนธรรม ประจ�ำ ปีงบประมาณ 2562
การส่งเสรมิ บทบาทของผู้นำ�ชมุ ชน ในการส่งเสริมและอนุรักษม์ รดกวัฒนธรรมและประเพณปี ระจำ�ท้องถิน่ :
ศกึ ษากรณีต�ำ บลเขวา อ�ำ เภอเมอื ง จังหวดั มหาสารคาม 30
ดาริกา โพธิรุกข์ และคณะ
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
โครงการหน่ึงคณะหน่ึงศิลปวฒั นธรรม ประจ�ำ ปงี บประมาณ 2562
การจดั การขยะชมุ ชนแบบมสี ่วนรว่ มในเทศบาลตำ�บลท่าขอนยางและเทศบาลตำ�บล
ขามเรียง อ�ำ เภอกนั ทรวิชยั จงั หวดั มหาสารคาม กรณีศกึ ษาพน้ื ท่ีชุมชนโดยรอบ
เส้นทางเขา้ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม 37
เมทนิ ี โคตรด,ี ธนายทุ ธ ไชยธงรัตน,์ ประสิทธิ์ สวา่ งศรี
สถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ ผังเมอื งและนฤมติ ศลิ ป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
โครงการทำ�นบุ ำ�รงุ ศิลปวัฒนธรรม (มงุ่ เป้า) ประจำ�ปีงบประมาณ 2562
การผลติ หนงั สือภาพนทิ านพนื้ บา้ นอสี าน เพื่อพัฒนาส่ือการสอนและการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมอีสาน 61
ประสงค์ สายหงษ์ และคณะ
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โครงการหนง่ึ คณะหนึ่งศิลปวฒั นธรรม ประจำ�ปงี บประมาณ 2562
การพฒั นาแหลง่ เรยี นรูก้ ลุ่มหัตถกรรมเครื่องเรอื นหวายและผกั ตบชวา บ้านวงั ไผ่ ต�ำ บลลาดพฒั นา อ�ำ เภอเมอื ง
จ.มหาสารคาม 72
รังสิทธ์ิ ตันสขุ ,ี ววิ ฒั น์ วอทอง,วรากลุ ตันทนะเทวนิ ทร์, ทศพล เถาว์ทพิ ย,์ ศรัทธาชาติ ศรีสงั ข์,
จตรุ งค์ ประเสิรฐสังข,์ ปาริชาติ ศรีสนาม, กัญชญา จนั ทรงั ษ,ี ณัฐวัฒน์ จติ ศิลป์
คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ ผงั เมือง และนฤมิตศลิ ป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
โครงการหนึ่งคณะหน่ึงศิลปวฒั นธรรม ประจ�ำ ปงี บประมาณ 2562
การวเิ คราะห์และรวบรวมภมู ปิ ัญญาในการรักษาโรคจากหมอพน้ื บ้าน กรณีศกึ ษา: อ.กมลาไสย จ.กาฬสนิ ธ ์ุ 81
วนิดา ไทรชมภู, บรรลือ สงั ข์ทอง, ณัฐพงษ์ วชิ ัย, วริ ะพล ภมิ าลย์, กฤษณี สระมณุ ี, รจุ ิลกั ขณ์ รัตตะรมย์
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
โครงการหนง่ึ คณะหนง่ึ ศลิ ปวัฒนธรรม ประจำ�ปงี บประมาณ 2562

การศึกษาแนวทางในการออกแบบวิหารพระอปุ คตุ กลางน��้�ำ ���ณ�����ส���ว��น��ส��า�ธ�า�ร�ณ�ะ��ห�น�อ��ง�แ�ว���ง���อ���ำ �เ��ภ��อ���ก��ัน��ท�ร�ว��ชิ �ัย� 86
จังหวัดมหาสารคาม 93
วรากุล ตนั ทนะเทวนิ ทร,์ ววิ ฒั น์ วอทอง, ธนายุทธ ไชยธงรัตน์, ธเนศ ฉตั รจุฑามณี 100
คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ ผังเมอื ง และนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 110
โครงการท�ำ นุบำ�รุงศลิ ปวฒั นธรรม (มงุ่ เป้า) ประจ�ำ ปงี บประมาณ 2562 116
131
ระบบการเล้ียงโคเนื้อและการจดั การอาหารสัตว์ท้องถน่ิ ของชุมชนบา้ นศรีสุข อ.กันทรวิชัย จ. มหาสารคาม 145
วาสนา ศริ แิ สน และวฒุ ชิ ัย เคยไชยวงศ์ 150
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
โครงการหนง่ึ คณะหนง่ึ ศิลปวัฒนธรรม ประจ�ำ ปงี บประมาณ 2562

การจดั ท�ำ แผนทแ่ี ละแอพลเิ คชนั่ แหลง่ วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มชี ีวติ จังหวัดมหาสารคาม กรณศี ึกษา อำ�เภอนาดนู
อำ�เภอเมอื ง และอำ�เภอกันทรวชิ ยั
วรี พล เจียมวสิ ุทธ,ิ์ ฐติ ริ ัตน์ นิมิตบรรณสาร, แสน ศรสี โุ ร, วิกรม วงษ์สุวรรณ
คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ ผงั เมือง และนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โครงการทำ�นบุ �ำ รุงศิลปวฒั นธรรม (มุ่งเป้า) ประจำ�ปงี บประมาณ 2562

เปดิ ต�ำ นานภมู ิปัญญาอาหารอีสานประเภท ออ่ ม
ศิรริ ตั น์ ดศี ีลธรรม
คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โครงการหนึง่ คณะหน่งึ ศลิ ปวฒั นธรรม ประจำ�ปงี บประมาณ 2562

การพัฒนากลุ่มมคั คเุ ทศกท์ ้องถิน่ ในชุมชนจติ รกรรมฝาผนังด้งั เดมิ เพอื่ รองรบั เสน้ ทางการทอ่ งเท่ยี ว
เชงิ วฒั นธรรมจงั หวัดมหาสารคาม
ศุภชยั สิงหย์ ะบศุ ย,์ อรรถวิท ศลิ านอ้ ย, ณรงค์ ราวรนิ ทร์, ตนุพล เอนออ่ น,
อภิเชษฐ์ ตคี ลี, อนรุ กั ษ์ โคตรชมพู, สนั ติ สีดาราช และอัญธกิ า ตนั ปาน
โครงการทำ�นบุ ำ�รงุ ศิลปวฒั นธรรม (มุง่ เปา้ ) ประจ�ำ ปีงบประมาณ 2562

ภาพจิตกรรมสามมติ ิและประตมิ ากรรมเพ่ือสรา้ งแลนด์มารค์ ทางศลิ ปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สันติ สงิ ห์ส ุ
คณะศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โครงการท�ำ นุบ�ำ รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม (มงุ่ เปา้ ) ประจำ�ปีงบประมาณ 2562

การสง่ เสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภมู ิปัญญาท้องถ่ินลายผา้ อีสานสู่ลายเครือ่ งจกั สานหวายผักตบชวา
และกกหมู่บา้ นวังไผ่ ตำ�บลลาดพัฒนา อ�ำ เภอเมือง จงั หวัดมหาสารคาม
อจั ฉรยิ า อสิ สระไพบูลย์ และคณะ
คณะการบญั ชีและการจัดการ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
โครงการหนงึ่ คณะหน่งึ ศิลปวฒั นธรรม ประจำ�ปีงบประมาณ 2562

การจัดทำ�เทยี นหอมสมุนไพรผา่ นกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์สูช่ ุมชน
อุฤทธิ์ เจริญอินทร์ รชั ณู กานุมาร และอนนั ษา ทองเหลา
คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โครงการหนึง่ คณะหนง่ึ ศลิ ปวฒั นธรรม ประจ�ำ ปีงบประมาณ 2562



การผลิตวีดิทัศน์และภาพน่ิง “พากินพาเท่ียว” เพ่ือส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิง
วฒั นธรรมจังหวัดมหาสารคามผา่ นชอ่ งทางโซเชียลมีเดยี

คชากฤษ เหลยี่ มไธสง, อมรรัตน์ เอี่ยมเชย, อนุสรณ์ ศรีชมพู
คณะวทิ ยาการสารสนเทศ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
โครงการท�ำ นบุ ำ�รุงศิลปวัฒนธรรม (มงุ่ เปา้ ) ประจ�ำ ปงี บประมาณ �2�5�6�2

บทนำ�

ปัจจุบันพบว่าการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยหลายด้านไม่ว่าจะเป็น ทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และปัจจัย
ทางการเมือง ในจังหวัดท่ีมีศักยภาพการท่องเที่ยวสูง การท่องเที่ยวได้ช่วยยกระดับมาตรฐานชีวิตของคนในท้องถิ่น
อย่างท่ัวถึง แมใ้ นทอ้ งถนิ่ ชนบท การทอ่ งเทยี่ วก็ยงั ช่วยสง่ เสริมคุณภาพชวี ิตของชมุ ชนในทอ้ งถน่ิ น้ันๆ ใหด้ ขี น้ึ ในทุก
ช่วงเวลาท่ีผา่ นไปมนี กั ท่องเทย่ี วจำ�นวนมากท่ีก�ำ ลงั สืบคน้ สถานทที่ อ่ งเท่ียวท้งั ในประเทศและตา่ งประเทศ เพอื่ ท่ีจะใช้
เป็นข้อมลู ในการตดั สินใจเลือกทอ่ งเที่ยวไปในสถานทีต่ ่างๆ ทว่ั โลก จากการสอบถามผทู้ กี่ �ำ ลังวางแผนท่องเที่ยวท่วั ไป
พบวา่ นกั ทอ่ งเทยี่ วสว่ นใหญจ่ ะค�ำ นงึ ถงึ ความสะดวกสบาย ความรวดเรว็ ความนา่ เชอ่ื ถอื และความปลอดภยั ของสถานท่ี
ทอ่ งเท่ยี วนนั้ ๆ ในการเดินทางท่องเที่ยว นักท่องเท่ยี วสว่ นใหญม่ ีความจำ�เป็นตอ้ งสืบคน้ ขอ้ มลู ของสถานทท่ี ่องเท่ียว
โดยไม่ต้องเดินทางไปสำ�รวจจริง แต่ได้ขอ้ มูลครบถ้วนถูกต้องและรวดเร็ว

การท่องเท่ียวนับเป็นอุตสาหกรรมท่ีใหญ่ท่ีสุดของโลกซ่ึงมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในแทบทุกภูมิภาคของ
โลก ในปี พ.ศ. 2563 จะมนี กั ทอ่ งเทย่ี วระหวา่ งประเทศจ�ำ นวน 1,600 ลา้ นคน โดยการทอ่ งเทยี่ วระยะไกล จะมบี ทบาท
มากขนึ้ องคก์ ารทอ่ งเทย่ี วโลก (UNWTO) พยากรณ์ไวว้ า่ ในปี ค.ศ.2020 จะมีจ�ำ นวนนักทอ่ งเทยี่ วเดนิ ทางเพ่ิมข้นึ ถงึ
สองเท่า ซ่งึ การทอ่ งเท่ียวของไทยมีการขยายตัวอย่างตอ่ เนอ่ื ง ท้ังจํานวน และรายไดจ้ ากการทอ่ งเทยี่ ว ในระยะ 5 ปี
ที่ผา่ นมา (2552-2557) จํานวนนักท่องเท่ียวเพิม่ ขึ้นอยา่ งตอ่ เนือ่ ง และลดลงเนอ่ื งจากประสบกับวิกฤตทางการเมือง
และวกิ ฤตเศรษฐกจิ แตป่ ระเทศไทยยงั อาศยั ขอ้ ไดเ้ ปรยี บของทาํ เลทตี่ งั้ ความอดุ มสมบรู ณข์ องทรพั ยากรการทอ่ งเทยี่ ว
และความหลากหลายของวฒั นธรรม ซ่ึงรวมถึงความเป็นไทยเปน็ จุดขายสาํ คญั แต่ปัญหาในเร่อื งของการกระจายราย
ไดแ้ ละการกระจกุ ตวั ของนกั ทอ่ งเทย่ี ว พบวา่ รายไดจ้ ากการทอ่ งเทยี่ วขยายตวั ในเมอื งทอ่ งเทย่ี วทสี่ าํ คญั คดิ เปน็ รอ้ ยละ
94.2 ของจํานวนผเู้ ยี่ยมเยอื นทั้งหมด (กระทรวงการท่องเทยี่ วและกฬี า. 2558: 4-8)

การประชาสมั พันธแ์ หลง่ ท่องเที่ยว และอำ�นวยความสะดวกข้อมูลให้แก่ผู้ท่ีกำ�ลังวางแผนการทอ่ งเทีย่ วเป็น
ส่งิ ทคี่ วรเรง่ พฒั นาเพอ่ื สง่ เสรมิ ใหก้ ลุ่มผปู้ ระกอบการธรุ กจิ ดา้ นทอ่ งเทยี่ วสามารถแขง่ ขนั กบั ตา่ งชาตไิ ด้อปุ สรรคในการ
ดำ�เนินการเชิงรุกคือผู้ประกอบการท่องเท่ียวไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจกับการพัฒนาวีดิทัศน์ สารคดีมากนักเพราะ
คิดว่าประเทศไทยมีศักยภาพด้านแหล่งท่องเท่ียวจึงไม่ต้องพ่ึงโลกอินเทอร์เน็ตขณะท่ีต่างประเทศเช่น สิงคโปร์ และ
มาเลเซยี มกี ารน�ำ เทคโนโลยสี อื่ เขา้ มาใชเ้ ปน็ สอื่ กลางและประสบความส�ำ เรจ็ มาก ดงั นน้ั ผทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การทอ่ งเทย่ี ว
ในประเทศไทยจงึ ควรมแี นวทางเพอ่ื ตอบโตแ้ ยง่ ชงิ และครอบครองพนื้ ทก่ี ารตลาดใหไ้ ดน้ านทส่ี ดุ วธิ กี ารน�ำ เสนอเพอื่ ให้
ผู้วางแผนการท่องเทยี่ วสนใจและตัดสินใจมาท่องเทยี่ วนนั้ เปน็ สงิ่ ส�ำ คญั ท่สี ดุ ทผี่ ดู้ �ำ เนินการตอ้ งคน้ ควา้ วิจยั เพื่อใหไ้ ด้

8 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบำ�รุงศลิ ปวฒั นธรรม”

แนวทางในการดำ�เนินการให้แผนกลยุทธ์ประสบความสำ�เร็จ วิธีการนำ�เสนอท่ีจะดำ�เนินการวิจัยนี้จำ�เป็นต้องทำ�งาน
อยบู่ นเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ โดยมองระบบเครอื ขา่ ยเปน็ เครอื่ งมอื เนอื่ งจากยคุ นเ้ี ปน็ ยคุ แหง่ สงั คมเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ขอ้ มลู ขา่ วสารหรอื สารสนเทศไดก้ ลายเปน็ ทรพั ยากรทมี่ นี ยั ส�ำ คญั เพมิ่ มากขนึ้ ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ
เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ท่ีมีการพัฒนากันหลากหลายรูปแบบ เครือ
ข่ายคอมพิวเตอร์ท่ีมีการใช้งานครอบคลุมพ้ืนที่และมีจำ�นวนคนใช้งานมากที่สุด รวมท้ังมีอัตราการเจริญเติบโตสูงสุด
(สภุ างค์ กุณวงษ์ และดารารตั น์ จฬุ าพันธ์ุ. 2540: 39) ปัจจบุ นั มีสอ่ื มลั ตมิ เี ดยี เพ่อื การประชาสมั พนั ธ์แหล่งท่องเท่ยี ว
เกดิ ขึ้นจ�ำ นวนมาก สังเกตไดจ้ ากการสบื คน้ ผา่ น Search engine เชน่ Google , Yahoo (ชฎลิ แกว้ ปล่งั . 2543: 3)

ดังน้ัน การผลิตวีดิทัศน์และภาพนิ่ง “พากินพาเท่ียว” เพ่ือส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมจังหวัด
มหาสารคามผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพ่ือการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่นิยมและอาหารท่ีเป็นจุดเด่น
ของจงั หวดั ตามฤดกู าร เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายน้ันจ�ำ เป็นต้องมีการศึกษาข้อมูลเชิงลกึ ของจังหวัดมหาสารคามเพ่ือเป็น
ประโยชนต์ อ่ ผทู้ ส่ี นใจเขา้ มาเยยี่ มชมใหม้ ากทส่ี ดุ แตใ่ นปจั จบุ นั ยงั ไมเ่ ปน็ ทรี่ จู้ กั กบั นกั ทอ่ งเทยี่ วมากนกั เนอื่ งจากขาดการ
ประชาสมั พนั ธใ์ หก้ บั นกั ทอ่ งเทยี่ ว รวมทงั้ ชมุ ชนยงั ไมเ่ หน็ ถงึ ความส�ำ คญั ของการใหข้ อ้ มลู การทอ่ งเทย่ี วแกน่ กั ทอ่ งเทย่ี วที่
ตอ้ งการเขา้ มาเทยี่ วชมในหมบู่ า้ นอนั เนอื่ งมาจากขาดความรใู้ นการประชาสมั พนั ธ์ ทถี่ กู ตอ้ ง จากเหตผุ ลดงั กลา่ วขา้ งตน้
ท�ำ ใหผ้ ดู้ �ำ เนนิ โครงการมคี วามสนใจผลติ วดี ทิ ศั นแ์ ละภาพนง่ิ “พากนิ พาเทยี่ ว” เพอ่ื สง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ วเชงิ วฒั นธรรม
จังหวดั มหาสารคามผ่านชอ่ งทางโซเชียลมเี ดีย ใหบ้ ังเกดิ ผลสัมฤทธ์ิสามารถนำ�ผลงานไปประชาสัมพันธก์ ารทอ่ งเที่ยว
ท่ีสามารถตอบสนองความต้องการของผู้วางแผนการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์และสืบทอดความหลาก
หลายทางวฒั นธรรมของจังหวดั มหาสารคามเป็นช่องทางในการคน้ หาข้อมูลเพ่อื ตัดสินใจเลือกท่องเทย่ี วและส่งผลให้
สาธารณชนสามารถเขา้ มาทอ่ งเทยี่ วแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทางวฒั นธรรมของกลมุ่ จงั หวดั รอ้ ยแกน่ สารสนิ ธม์ุ ากยง่ิ ขน้ึ ในอนาคต

วัตถปุ ระสงค์

1. เพอื่ ผลติ วดี ทิ ศั นแ์ ละภาพนงิ่ “พากนิ พาเทย่ี วแบบอสี าน” เพอื่ สง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ วเชงิ วฒั นธรรมจงั หวดั
มหาสารคามผา่ นช่องทางโซเซยี ลมเี ดีย

2. เพื่อศึกษาผลการเผยแพร่วีดิทัศน์และภาพน่ิง “พากินพาเที่ยวแบบอีสาน” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
เชิงวัฒนธรรมจงั หวัดมหาสารคามผา่ นช่องทางโซเซียลมเี ดยี

กระบวนการดำ�เนินงาน

1. ขั้นเตรยี มการ

ศึกษารูปแบบการเสนอวีดิทัศน์และเขียนบท โดยมีการเตรียมความพร้อมก่อนการลงพ้ืนที่เพื่อถ่ายทำ�วีดิ
ทัศน์ ดงั น้ี

1.1 จัดประชมุ เตรยี มความพรอ้ มกอ่ นลงพ้นื ที่ เพ่ือถา่ ยทำ�วดี ิทศั นช์ มุ ชน รวมทั้งเลือกพื้นท่ีถา่ ยทำ�วดี ทิ ัศน์
1.2 วางแผนการออกแบบกระบวนการท�ำ งาน โดยมกี ารแบง่ นสิ ติ ออกเปน็ 3 ทมี เพอื่ ประชมุ ระดมการเขยี นบท
และสตอรบ่ี อรด์ เลา่ เรื่องผา่ นวีดทิ ศั น์ จ�ำ นวน 9 คลปิ
1.3 นำ�เสนอบทและสตอร่บี อรด์ “พากินพาเที่ยว”

2. ขั้นด�ำ เนนิ การ

การผลติ วดี ทิ ัศน์ ลงพ้นื ทีถ่ ่ายท�ำ และน�ำ มาตัดตอ่ รวบรวมข้อมลู เกี่ยวกบั สถานทที่ ่องเทย่ี ว ร้านอาหาร และ
สถานที่ประกอบกิจกรรมส�ำ หรบั นกั ท่องเทยี่ ว โดยมีการลงพ้ืนท่เี พื่อประสานงานกบั ชมุ ชน ผปู้ ระกอบการร้านอาหาร

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 9
สาขาทำ�นุบำ�รุงศิลปวัฒนธรรม”

หรอื ผปู้ ระกอบการเกีย่ วกบั กิจกรรม เชิงทอ่ งเที่ยวเพือ่ ขออนญุ าตถา่ ยทำ�ผลติ วดี ทิ ศั น์ลงพื้นทถ่ี า่ ยท�ำ และนำ�มาตดั ต่อ
โดยมีพ้ืนที่ในการดำ�เนินการจัดโครงการผลิตวีดิทัศน์และภาพน่ิง “พากินพาเที่ยว” เพ่ือส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิง
วฒั นธรรมจงั หวดั มหาสารคามผา่ นชอ่ งทางโซเชยี ลมเี ดยี ประกอบดว้ ยสถานทท่ี อ่ งเทย่ี ว รา้ นอาหาร สวนอาหารตา่ งๆ
และสถานทีป่ ระกอบกจิ กรรม ดงั ต่อไปนี้

2.1 สถานท่ีท่องเที่ยวสำ�คัญต่างๆ และสถานท่ีประกอบกิจกรรม มหาสารคามเป็นจังหวัดที่ต้ังอยู่ใจกลาง
ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีบรรยากาศของเมือง ท่ีสงบเงียบและเรียบง่ายตามแบบฉบับของเมืองอีสาน โดยมี
รายละเอียดดงั น้ี

2.1.1 สะพานไม-้ วดั ปา่ เกาะเกง้ิ สะพานไมว้ ดั ปา่ วงั เกาะเกง้ิ เพงิ่ ถกู สรา้ งขนึ้ เมอ่ื ไมน่ านมานี้ เพอ่ื อ�ำ นวย
ความสะดวกให้ชาวบ้านใช้เป็นทางเชื่อมเข้าหาเกาะเกิ้ง เกาะท่ีถูกโอบล้อมด้วยติ่งแม่�น�ำ้��ช�ีห��ร�ือ��ช�ีห��ล��ง����ท���ี่ม����ีส�ำ��น�ัก��ส�ง��ฆ�์ท���่ี
ชาวบา้ นศรัทธาตงั้ อยู่ สะพานไม้น้มี ีความแขง็ แรงมาก รถบรรทกุ สามารถว่งิ ผา่ นได้ และยังมศี าลาไว้นง่ั พกั ชมวิวชหี ลง
อยู่กลางสะพาน แถมใต้สะพานยงั เต็มไปด้วยฝูงปลาทอี่ ยใู่ นเขตอภยั ทานของวัดดว้ ย ความน่ารักของวดั ปา่ วงั เกาะเก้งิ
ยังไม่หมดเท่าน้ีเพราะในวัดมีหมูป่าท่ีถูกเล้ียงไว้อีกจำ�นวนมาก เจ้าหมูป่าเหล่านี้ทั้งเชื่องและแสนรู้จนนักท่องเท่ียว
สามารถเข้าไปถา่ ยรปู ได้ใกลๆ้ แบบไร้ ความกงั วลเลย

ทตี่ งั้ : ถนนหมายเลข 2367 ไปเรอื่ ยๆ จนถงึ บา้ นเกง้ิ เขา้ ซอยซา้ ยมอื เพอื่ ขา้ มสะพานหนา้ วดั บา้ นเกงิ้ เหนอื
แลว้ เลี้ยวขวาไปทางลูกรังราว 3 กโิ ลเมตร ก็จะพบกบั สะพานไมว้ ัดปา่ วังเกาะเกง้ิ ตงั้ ตระหง่านอย่ดู ้านขวามอื

2.1.2 วดั ปา่ วังเกาะเก้ิง มหาสารคาม โดยมีพระอาจารย์กมล อตฺ ธมฺ โม ( หลวงพ่อตมุ้ ) เปน็ เจ้าอาวาร
และเปน็ ผกู้ อ่ ตง้ั ศนู ยป์ ฏบิ ตั ธิ รรม เมอ่ื ปี พ.ศ. 2546 หลวงพอ่ ตมุ้ อตั ธมั โม ไดเ้ ดนิ ธดุ งคม์ าจากจงั หวดั อตุ รดติ ถถ์ งึ จงั หวงั
มหาสารคาม และได้เห็นเกาะที่ตั้งอยู่ บ้านเก้ิงใต้ โดยมีแมน่��ำ้���ช��ีล��้อ�ม�ร��อ�บ��แ�ล��ะ�เ�ห�็น��ว�่า��ท�ี่เ�ก��า�ะ���แ���ห���่ง��น���ี้เ��ป���็น�ส��ำ��น��ัก�ส�ง�ฆ��์เ�ก��่า��
ไมม่ ีพระมาอยปู่ ลอ่ ยใหร้ กรา้ งหลวงพอ่ ได้จำ�พรรษาอย่ทู ่สี �ำ นักสงฆ์เก่า และได้พบเห็นความรม่ รน่ื เหมาะแกการปฏิบตั ิ
ธรรมและได้ทราบถึงปญั หาของเกาะ คอื ชาวบา้ นได้มาลักลอบตดั ไม้ ทำ�รายป่าท่านร้สู ึกว่าเสียดายป่า จึงไดท้ �ำ การ
บรู ณะส�ำ นกั สงฆ์ ใหเ้ ปน็ ทีป่ ฏบิ ัตธิ รรมและได้ต้ังชอื่ ส�ำ นักสงฆว์ ่า “วัดปา่ วงั เกาะเกิง้ ”

ทต่ี งั้ : บ้านเกงิ้ ใต้ ต�ำ บลเกง้ิ อ�ำ เภอเมือง จงั หวดั มหาสารคาม
2.1.3 สะพานไม้แกดำ� สะพานไม้เก่าแก่ในบรรยากาศแบบท้องทุ่ง เป็นอีกหนึ่งสถานท่ีท่องเท่ียวใหม่
ของจงั หวดั มหาสารคามทคี่ วรคา่ แกก่ ารอนรุ กั ษ์ และเทยี่ วชม เพอื่ สมั ผสั ของกลน่ิ ไอแหง่ ความเปน็ ชาวบา้ นกบั สะพาน
ทท่ี อดตวั ยาวทา่ มกลางหนองน���้ำ �แ�ก��ด�ำ��ไ�ก��ล��ส���ดุ����ต��ำ่ ��ก����ว��า่� ��1�ก��โิ ล��เม��ต�ร�ท��า่ �ม�ก�ล��า�ง�บ�งึ �บ��วั �แ�ล�ะ�พ��ชื ��น��ำ้ �ส���เี�ข��ยี���ว��แ�ล�ะ�ค��ว�า��ม���ห��ล���า��ก�ท��า�ง
ธรรมชาติ ถอื ว่าเปน็ สะพานสดุ Unseen อกี แห่งหนงึ่ ท่ีควรคา่ แห่งการเดินทางมาเชค็ อนิ ณ มหาสารคามสะพานไม้
แกดำ� เป็นสะพานไม้เกา่ อายุราวกว่า 100 ปี ที่ชาวบา้ นใช้เปน็ เสน้ ทางขา้ มอา่ งเก็บ�น�้ำ���ห���น�อ��ง�แ�ก�ด���ำ ��โ�ด�ย��เ��ช��่ือ���ม���ร��ะ�ห�ว�่า��ง
บา้ นหวั ขวั กับหมู่บ้านแกด�ำ แตก่ อ่ นสะพานไมน้ ่ีทรดุ โทรมาก ชาวอำ�เภอแกด�ำ พร้อมดว้ ยกำ�ลังทหาร ช่วยกันซอ่ มแซม
สะพานไม้ โดยหวังให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา รวมถึงพัฒนาสะพานไม้เก่าแก่
แห่งน้ี ให้เป็นสถานท่ีถ่ายภาพและเปน็ แหล่งทอ่ งเทยี่ วอีกแหง่ หนึง่ ของจังหวดั มหาสารคาม
ทตี่ ง้ั : อยู่ทีว่ ดั ดาวดงึ อำ�เภอแกดำ� จังหวัดมหาสารคาม
2.1.4 วัดป่าดอนหนาด เป็นวัดท่ี พระเดชพระคุณหลวงพอ่ พระสรุ ิยันรตั นโชโต (พระอาจารย์ ออ๊ ด)
ได้มาทำ�การบำ�เพญ็ ภาวนาตามวถิ ีทางของพระธุดงค์สายหลวงปูศ่ รี มหาวีโร แหง่ สำ�นักวดั ปา่ กงุ ศษิ ยส์ ายหลวงปมู่ ่ัน
ภูริทัตโต ท่ีต้ังอยู่: หมู่บ้านดอนนา ตำ�บลขามเรียง อำ�เภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม (ใกล้กับมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม)
2.1.5 วดั พระพทุ ธมง่ิ เมอื ง พระยนื วดั สวุ รรณาวาส เปน็ พระพทุ ธรปุ ทรงอานภุ าพศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ เปน็ ปชู นยี วตั ถุ
ที่ควรค่าแก่การเคารพสักการบูชายิ่ง แต่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า “หลวงพ่อพระยืน” เป็นพระพุทธรูปท่ีพึ่งทางใจของ

10 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบ�ำ รุงศลิ ปวฒั นธรรม”

ชาวพทุ ธ เปน็ ทเี่ คารพบชู าของ ชาวมหาสารคามและพทุ ธศาสนกิ ชนทวั่ ไปพระพทุ ธรปู องคน์ เี้ ปน็ ปางสรงน���้ำ �ม��คี �ว��า���ม���ส�งู�
ตลอดองค์ 4 เมตร กว้าง 1 เมตร สร้างด้วยศิลาแลง เป็นพระพทุ ธรปู ทีน่ ิยมสร้างในสมยั ก่อนยคุ สโุ ขทัย พระพกั ตรห์ ัน
ไปทางทศิ ใต้ เปน็ พระพทุ ธรปู ทท่ี า้ วลนิ ทอง เจา้ ครองเมอื งคนั ธวชิ ยั ในสมยั จลุ ศกั ราช 147(1328) สรา้ งขน้ึ เพอ่ื ทดแทน
คุณมารดา(นางบัวค�ำ ) ถือเป็น ปูชนยี วตั ถุเกา่ แก่ คูบ้ า้ นคเู่ มืองตามประวัติท่หี าไดจ้ ากใบเสมาทผี่ งั อยู่ใกลพ้ ระยนื ได้รบั
ประกาศขึน้ ทะเบียนเปน็ โบราณวตั ถุสำ�คัญของชาตใิ นปี 2478 

ทต่ี ง้ั : วดั สวุ รรณาวาส ตำ�บลคนั ธารราษฎร์ อำ�เภอกันทรวิชัย จงั หวดั มหาสารคาม 
2.1.6 วดั ปา่ วัง�น�ำ้���เ�ย���็น��(�ว�ัด�พ��ทุ ��ธ�ว�น��า�ร�า�ม��)�เ�ก�ดิ��จ�า��ก���พ���ร���ะ��อ���า���จ��า�ร��ย�์ส�รุ�ยิ��นั �ต��์ �โ�ฆ�ส�ป�ญั��โ�ญ���เ�จ�้า�อ��า�ว�า�ส��ว�ดั �ไ�ด��ด้ �ำ�ร�ิ
ที่จะสร้างวัด จึงมีญาติโยมชาวมหาสารคามร่วมกันบริจาคท่ีดินกว่าสามสิบไร่ มีพัฒนาที่ดินรกร้างที่เกิดจากศรัทธา
ของพุทธศาสนิกชนจนวัดกลายเป็นวัดท่ีมีความสง่างาม เอกลักษณ์ของวัดป่าวัง�น�้ำ��เ�ย�็น��ค�ือ��เ�ป��็น��ว�ัด��ท��ี่ก����่อ���ส���ร��้า�ง�โ�ด��ย�ใ�ช��้ไ�ม�้
เปน็ องคป์ ระกอบหลกั ในการกอ่ สรา้ ง เชน่ ไมแ้ ดง ไมป้ ระดู่ และไมส้ กั ทอง โดดเดน่ ดว้ ยศาลาการเปรยี ญหลงั ใหญท่ ใี่ ชเ้ สา
ไม้ถึง 112 ต้น จดั วา่ ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายในวัดประดษิ ฐานพระพุทธรูปทรงเคร่ืองที่สร้างจากทองคำ�บรสิ ทุ ธ์ิ
ถงึ 3 องค์ �น�้�ำ ��ห���น���กั���ก��ว��่า��1�2��ก�ิโ�ล��ก�ร�มั��ซ��งึ่ �ว�ัด��จ�ะ�น��ำ �อ�อ��ก�แ�ห��ร่ �อ��บ�เ�ม�อื��ง�ใ�น�ง�า��น���ท���อ���ด��ก���ฐ���นิ���เ�ป���น็����ป���ร��ะ���จ���ำ �ท��ุก�ป��ี �เพ��อ่ื �ใ�ห��ช้ �า�ว��เม��ือ�ง�ไ�ด�้
สกั การบูชา ปจั จบุ ันอยู่ทางวัดอยูร่ ะหว่างการก่อสร้างเจดีย์ศรมี หาสารคาม ซ่ึงจะกลายเปน็ พระเจดยี ์ส�ำ คัญแห่งท่สี อง
ของจงั หวดั มหาสารคามรองจากพระธาตนุ าดนู ปจั จบุ นั วดั ปา่ วงั น���ำ้ ��เ�ย��น็ �ม��นี ��กั �เ�ท�ย่ี��ว�เ�ด�นิ��ท��า�ง�ม�า��เย��ย่ี ��ม���ช���ม���ม���ไิ��ด���ข้��า�ด�แ��ล�ะ��เพ��มิ่ �
มากขนึ้ เรอื่ ยๆ สว่ นตวั วดั กม็ กี ารกอ่ สรา้ งเพม่ิ ขน้ึ เรอ่ื ยลว้ นแตเ่ ปน็ สงิ่ สวยงามทแี่ สดงถงึ ความรงุ่ เรอื งของพระพทุ ธศาสนา
ของเมืองตกั ศลิ านคร ที่ตง้ั :�ว��ัด�ป��่า�ว�ัง�น����ำ้ ��เ�ย���็น����ต����ำ ��บ���ล��เ��ก���ิ้ง��อ��ำ �เ�ภ�อ��เ�ม�อื ��ง��ม���ห���า���ส���า��ร��ค���า��ม�����จ��ัง��ห���ว���ัด���ม���ห���า��ส��า��ร�ค�า�ม�
2.1.7 ชมุ ชนบา้ นเบญจรงค์แกลลอรี่ ผลิตงานหัตถกรรมเคร่อื งเบญจรงคแ์ บบดง้ั เดมิ และแบบประยุกต์
และงานจิตรกรรม สมั ผสั ถึงศลิ ปะขัน้ สงู ควรคา่ แกการอนุรักษ์มที ั้งการเรยี น การสอน การทำ�เคร่อื งเบญจรงค์ และ
งานวาดเขียนท่ีสวยงาม เป็นงานจิตรกรรมท่ีบ้านเบญจรงค์แกลเลอรี่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นเจ้าแรกของเมืองไทย
เปน็ การน�ำ เอาประเพณแี ละวฒั นธรรมทเ่ี ดน่ ของชาวอสี านและการละเลน่ แบบไทยๆ เชน่ ประเพณบี ญุ บงั้ ไฟ แหเ่ ทยี น
ลอยกระทง และงานอื่นอีกมากมาย พร้อมทั้งคิดลวดลายใหม่ขึ้นมา น้ันคือ “ลายสร้อยดอกหมาก” ซึ่งเป็น
ลายเอกลกั ษณข์ องจังหวัดมหาสารคาม ได้ประประยุกต์มาจากลายผ้าไหมประจ�ำ จังหวัดมหาสารคาม
ทตี่ ง้ั : เลขท่ี 347 ถนนถนี านนท์ หมทู่ ่ี 2 ต�ำ บลโคกพระ อ�ำ เภอกนั ทรวชิ ยั จงั หวดั มหาสารคาม หมายเลข
โทรศพั ท์: 0 4374 4105
2.1.8 กู่สันตรัตน์  จากจารึกปราสาทตาพรหม ในประเทศกัมพูชา ได้กล่าวถึง พระเจ้าชัยวรมันที่ 7
แห่งอาณาจักรเขมร โปรดใหส้ ร้างสถานพยาบาล ( อโรคยศาล ) 102 แหง่ ในอาณาเขตของพระราชอาณาจกั ร ซึ่งได้
ปรากฏสนสถานประจำ�สถานพยาบาลในดินแดนประเทศไทยอยู่หลายแห่งด้วยกัน โดยมีรูปแบบกำ�หนดท่ีคล้ายคลึง
กัน คอื ปราสาทประธาน บรรณาลัย ล้อมรอบด้วยกำ�แพงแก้ว มีโคปรุ ะด้านหน้า นอกกำ�แพงมีสระ�น��้ำ ��1��ส���ร��ะ���ท��่ีม�ุม�
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สันตรัตน์ก็จัดเป็นโบราณสถานประเภทศาสนสถานประจำ�สถานพยาบาลด้วยอีกแห่งหนึ่ง
ลกั ษณะรปู แบบศิลปกรรม เป็นกลมุ่ โบราณสถาน ประกอบดว้ ย
1. ปราสาทประธาน: กอ่ ดว้ ยศลิ าแลง แผนผงั รปู สเ่ี หลย่ี มจตั รุ สั ยอ่ มมุ หนั หนา้ ไปทางทศิ ตะวนั ออก
กอ่ มขุ ยน่ื ดา้ นหนา้ ผนงั ดา้ นทศิ เหนอื และทศิ ใตก้ อ่ เวน้ เปน็ ชอ่ งหนา้ ตา่ ง มขุ มหี ลงั คารปู โคง้ ทรงประทนุ ปราสาทประธาน
ก่อเป็นผนงั ทึบทั้งสามด้านโดยทำ�เป็นประตูหลอก
2. บรรณาลัย: ก่อด้วยศิลาแลง เป็นอาคารรูปทรงส่ีเหล่ียมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันตก
ด้านหนา้ กอ่ เป็นมขุ สนั้ ๆ ตั้งอยู่ทางมมุ ทศิ ตะวันออกเฉยี งใตข้ องปราสาทประธาน
3. โคปุระ หรือ ประตูซุ้ม: ก่อด้วยศิลาแลง ตัง้ อยกู่ ึ่งกลางของแนวกำ�แพงแก้วด้านทศิ ตะวนั ออก
มีลักษณะแผนผังเป็นมุขสามด้าน คือด้านทิศเหนือ ทิศตะวันตก และทิศใต้ ท่ีด้าน ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 11
สาขาทำ�นบุ �ำ รุงศิลปวฒั นธรรม”

มีบนั ไดขึน้ -ลง หลงั คาทรงโค้งประทนุ
4. ก�ำ แพงแกว้ : กอ่ ดว้ ยศลิ าแลง สรา้ งตอ่ เนอ่ื งจากประตซู มุ้ ทศิ ตะวนั ออกลอ้ มรอบปราสาทประธาน

และบรรณาลัย ชนั้ บนสุดของแนวก�ำ แพงมีรอ่ งรอยการสกดั สำ�หรบั วางทบั หลังกำ�แพง
5. สระน��ำ้���:���อ���ย��ู่บ��ร�ิเ�ว�ณ��ด�้า�น��ท�ิศ��ต�ะ��ว�ัน�อ��อ�ก��เฉ��ีย�ง�เ�ห��น�ือ��น�อ��ก�ก��ำ���แ���พ���ง��แ���ก���้ว����ม���ี�แ��ผ���น��ผ��ัง�ร�ูป�ส��่ีเ�ห�ล�่ีย��ม�ผ��ืน�ผ��้า�

ลกึ ประมาณ 2 เมตร ขอบสระกรุด้วยศลิ าแลงซ้อนลดหลนั่ ลงไปจนถงึ กน้ สระ อายสุ มยั  ราวพทุ ธศตวรรษท่ี 18 สมยั
พระเจา้ ชยั วรมันที ่ 7 แหง่ อาณาจกั รเขมร

ท่ีตัง้ : บา้ นกูโ่ นนเมอื ง ต�ำ บลกูส่ นั ตรัตน ์ อำ�เภอนาดูน จังหวดั มหาสารคาม
2.1.9 วดั หนองหลู งิ กอ่ ตงั้ มาตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2476 มสี ง่ิ ส�ำ คญั ในวดั ไดแ้ ก่ “อโุ บสถรปู ทรงเรอื อนนั ตนาคราช”
เป็นอุโบสถท่ีมีรูปทรงแตกต่างไป จากอุโบสถ วัดอ่ืนในมหาสารคาม ออกแบบโดยพระครูบวรธรรมปคุณ (นิวัฒน์
จักกวโร) เจ้าคณะตำ�บลมิตรภาพ เขต 1 ดำ�รงตำ�แหน่ง เจ้าอาวาสวัดหนองหูลิง ต้ังแต่ปี พ.ศ.2536 เพื่อเป็น
กุศโลบายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวท่ีสัญจรผ่านมาเข้ามาชมอุโบสถ ทรงแปลกตา รูปเรืออนันตนาคราช โดย
ทกุ สว่ นของอุโบสถจะแฝงไว้ดว้ ยปรศิ นาธรรม อาท ิ ทางขึน้ ลงอุโบสถมี 4 ทศิ หมายถึง อริยสจั 4 คือ ความจรงิ อนั
ประเสรฐิ ประกอบดว้ ย ทุกข์ สมทุ ยั นโิ รธ มรรค ก�ำ แพงแกว้ ด้านข้างทง้ั 4 ทิศรอบอโุ บสถ เปน็ รูปพระยานาคราช
ที่แผ่พังพาน 5 เศียร หมายถึงศีล 5 เตือนใจให้พุทธศาสนิกชนประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีล 5 ข้อ รูปปั้นท่ีเป็นหงส์
บริเวณส่วนท้ายเรือ เปรียบเสมือนการประคับประคองให้เรือ ลำ�น้ีไปตลอดรอดฝั่ง สู่สรวงสวรรค์ และนิพพาน 
มมุ อุโบสถท้งั 4 ทิศ ก็มรี ปู ป้ันท้าวจตโุ ลกบาล ยืนรกั ษาการค้มุ ครองปอ้ งกนั ภยนั ตรายสงิ่ ทไี่ ม่ดีไม่สามารถ�ก�ล��ำ้ ก��ร�า�ย�
เข้าไปภายในเขตพระอุโบสถได้  ทางเข้าอุโบสถเรียกว่าประตูความดี ประตูถูกออกแบบให้ทุกคนที่เข้าไปต้องก้มต���่ำ��
เป็นการแสดงความนอบน้อมต่อพระพุทธรูปประธานที่ประดิษฐานภายในพระอุโบสถ ทางเข้านอกจากจะมีรูปปั้น
พระยานาคราชแลว้ ยงั มรี าหู ทจี่ ะคอยกลนื กนิ กเิ ลสมนษุ ย์ กอ่ นเขา้ ไปกราบรปู เคารพองคพ์ ระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ เปน็ การ
เชญิ ชวนใหพ้ ทุ ธศาสนกิ ชน เขา้ วดั ปฏบิ ตั ธิ รรม พระพทุ ธรปู ประธานทป่ี ระดษิ ฐานภายในพระอโุ บสถ เปน็ ปางปฐมเทศนา
สรา้ งจากเนื้อนวโลหะ เหตุท่เี ลอื กปางนีเ้ พอ่ื ใหพ้ ุทธศาสนกิ ชนท่ีเขา้ มาภายในอโุ บสถ เปรยี บเสมือนว่าไดเ้ ข้ามารับฟงั
พระธรรมค�ำ สงั่ สอนจากพระพทุ ธองค ์ การเดนิ ทาง การคมนาคมสะดวกหา่ งจากตวั เมอื งประมาณ 10 กโิ ลเมตร ไปทาง
จ.รอ้ ยเอ็ด ปจั จบุ นั วดั หนองหลู งิ ส่งเสรมิ ให้ประชาชนเขา้ วัด ท�ำ บญุ เนอ่ื งในวันสำ�คัญทางศาสนา และมีชือ่ เสียงเปน็
ทร่ี จู้ กั ในฐานะ เปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทางธรรมอกี แหง่ หนงึ่ ของมหาสารคาม แตล่ ะวนั จงึ มพี ทุ ธศาสนกิ ชนจากทกุ สารทศิ
เดนิ ทางมาเยยี่ มชมเปน็ จ�ำ นวนมาก ทตี่ ง้ั : วดั หนองหลู งิ หมู่ 7 ต�ำ บลมติ รภาพ อ�ำ เภอแกด�ำ จงั หวดั มหาสารคาม 44190
2.1.10 พระบรมธาตนุ าดนู  นบั เปน็ สถานทส่ี �ำ คญั ทางพระพทุ ธศาสนาคบู่ า้ นคเู่ มอื งของ ชาวมหาสารคาม
เป็นปูชนียสถานที่สร้างขึ้นเพ่ือสิริมงคลแก่ภูมิภาค พื้นที่โดยรอบได้ถูกพัฒนาเพ่ือเป็นศูนย์กลางส่งเสริมกิจการ
พระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเรียกขานว่าเป็น “พุทธมณฑลอีสาน” รอบ
องค์พระธาตุมบี ริเวณ กว้างขวาง จดั แต่งเป็นสวนรุกขชาติ ปลูกตน้ ไม้ในพทุ ธประวตั ิ พระธาตนุ าดนู เปน็ เขตท่ีมกี าร
ขุดพบหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ โบราณคดีทีแ่ สดงถึงความเจรญิ ร่งุ เรอื งในอดีต เพราะบริเวณนี้ไดเ้ คยเป็นทีต่ ้ังของ
นครจำ�ปาศรีมาก่อน โบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบ ได้นำ�ไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น และ
ท่ีสำ�คญั ยิง่ กค็ อื การขดุ พบสถูป บรรจพุ ระบรมสารีรกิ ธาตบุ รรจุ ในตลับทองค�ำ เงนิ และสำ�รดิ ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุ
อยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13-15 สมัยทวาราวดี��ร�ูป�ล�ัก��ษ�ณ��ะ�พ�ร�ะ��ธ�า�ต�ุน�า�ด��ูน��จ�ำ�ล��อ�ง�แ�บ��บ�จ�า�ก�ส��ถ�ูป�ส��ำ �ร�ิด�ท�ี่บ��ร�ร�จ�ุพ��ร�ะ�บ�ร�ม�
สารรี กิ ธาตุ ฐานประยุกต์แบบศลิ ปะทวาราวดี ฐานกวา้ ง 35.70 * 35.70 เมตร มคี วามสงู จากฐานถึงยอด 50.50 เมตร
ฐานรากและโครงสรา้ งท่วั ไปเปน็ คอนกรตี เสริมเหลก็ ท้ังหมด ผนงั ภายนอก พระธาตุสว่ นใหญท่ ำ�ดว้ ยหนิ ล้างเบอร์ 4
บางแห่งฉาบปูนเรยี บสีขาว มลี วดลายลวดบัว เสาบวั ตา่ งๆ จำ�ลองแบบพระเคร่อื งพิมพต์ ่างๆ ทข่ี ุดพบมาประดษิ ฐาน
พระธาตุจำ�นวน 32 รูป และมมี ารแบกปั้นเปน็ แบบนูนสูงประดับท่ีฐานจำ�นวน 40 ตวั ตวั องค์พระธาตุจะแบง่ ออก

12 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นบุ �ำ รุงศลิ ปวัฒนธรรม”

เปน็ 16 ช้ัน ลกั ษณะการก่อสร้างแบบคอนกรีตเสรมิ เหลก็ ทั้งหมดภายในโปร่ง
ชนั้ ท่ี 1 คือ ส่วนฐานทเ่ี ปน็ องคพ์ ระธาตุมลี กั ษณะกลม มพี นื้ ทางเดนิ โดยรอบ และมซี ุม้ ประตูลายปนู ปนั้

4 ประตูประจ�ำ ทิศ ผนังประดับ ดว้ ยกระเบ้ืองด่านเกวยี นศิลปะของ ภาคอีสาน พ้นื ปูด้วยกระเบอ้ื งเซรามกิ 6 เหลย่ี ม
ผนงั ทวั่ ไปทำ�ด้วยหินลา้ ง

ชน้ั ที่ 2 สงู จากชน้ั ทหี่ นง่ึ 5 เมตร มเี จดยี อ์ งคเ์ ลก็ ประจ�ำ ทศิ เหนอื ทงั้ 4 และพระพทุ ธรปู ประจ�ำ ซมุ้ 4 องค์
ผนงั ประกอบด้วยปูนป้นั เป็น รปู เสามบี ัวเหนือเสา พื้นปดู ้วยกระเบ้ืองเซรามกิ 6 เหลี่ยม ผนงั ทั่วไปท�ำ ด้วยหินล้างและ
ประดบั กระเบ้ืองด่านเกวยี น

ชน้ั ที่ 3 สูงจากชั้นทีส่ อง 4.80 เมตร มีเจดียอ์ งคเ์ ลก็ ประจำ�ทิศเฉยี ง 4 องค์ เชน่ เดียวกบั ชั้นที่ 2 พื้นปู
ด้วยกระเบื้อง เซรามิก 6 เหลีย่ ม

ชนั้ ที่ 4 สงู จากชนั้ ทีส่ าม 1.60 เมตร ประกอบด้วยฐาน 8 เหลีย่ ม เปน็ ชั้นเรมิ่ ตน้ ของ ตวั องค์พระธาตุ
โครงสร้างประกอบ

ชนั้ ที่ 5 สงู จากช้ันทสี่ าม 1 เมตร ประกอบด้วยฐานบวั กลม ชั้นที่ 5 ถึงช้ันท่ี 10มีความสงู 11 เมตรเป็น
ตวั องคร์ ะฆงั ของพระธาตุ โดยเฉพาะชนั้ ที่ 8 จะเปน็ ชน้ั ท่ีบรรจุพระบรมสารรี กิ ธาตุ

ชั้นท่ี 10 มีลกั ษณะองค์ระฆัง เปน็ ช้ันบัลลงั ก์
ชน้ั ที่ 11 ถึงช้ันท่ี 14 มคี วามสงู 4.60 เมตร เปน็ ช้ันบัลลังก์ประกอบด้วยลักษณะทรงกลมมลี ายปูนป้ัน
เปน็ กลบี บวั
ชน้ั ที่14 ถึงชัน้ ที่ 16 มคี วามสูง 6.80 เมตร เปน็ ชั้นปล้องไฉน มีทงั้ หมด 6 ปลอ้ ง ในสว่ นชั้นท่ี 16 ถงึ ยอด
คอื ปลยี อด มชี น้ั ปลี ชน้ั ลกู แกว้ และชน้ั ฉตั รยอด สว่ นฉตั รยอดบดุ ว้ ยโมเสกแกว้ สที องทกุ ปจี ะมกี ารจดั งานนมสั การพระ
ธาตนุ าดนู ในชว่ งวันข้ึน 15 �ค��่ำ ���เ�ด�อื��น��3��ห���ร��อื���ว�นั��ม�า��ฆ�บ�ูช�า�ภ��า�ย�ใ�น�ง�า�น��จ�ัด�ใ�ห��ม้ �ีก�จิ�ก��ร�ร�ม�เ�ว�ีย�น��เท��ีย�น��ร�อ��บ�อ�ง�ค��พ์ �ร�ะ�บ��ร�ม�ธ�า�ต��ุ
การบวงสรวงองคพ์ ระบรมธาตุ การปฏบิ ตั ธิ รรมวปิ สั สนาการท�ำ บญุ ตกั บาตร สวดมนตฟ์ งั ธรรม ขบวนแห่ ประเพณี 12
เดอื น การแสดงแสง สี เสียง ประวตั คิ วามเป็นมานครจำ�ปาศรีและการแสดงมหรสพสมโภชตลอดงาน เปดิ ให้บริการ
ทกุ วัน: ตั้งแตเ่ วลา 06.00 – 18.00 น.
ท่ีต้งั : บ้านนาดูน อำ�เภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
2.1.11 แกง่ เลิงจาน แกง่ เลงิ จานหรอื อ่างเก็บน���ำ้ �แ�ก��ง่ �เ�ล��ิง��จ���า�น���(K�a��e�n�g��L�e�n�g��C�h�a�n��)�ต��้งั �อ�ย��ทู่ �ิศ��ต�ะ��ว�นั ��ต�ก�
ของตัวเมือง ตำ�บลแก่งเลงิ จาน อ�ำ เภอเมอื ง��จ�ัง�ห�ว�ัด��ม�ห��า�ส�า�ร�ค��า�ม��ซ��่ึง�ส�า�ม�า��ร�ถ�ท��่อ�ง�เ�ท�่ยี �ว��ได��้ต�ล��อ�ด�ท��้งั �ป�ี�ภ��า�ย�ใ�น�ม��สี �ว�น��ส�ขุ�
ภาพแก่งเลิงจานท่ีกว้าง โล่ง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนและการออกกำ�ลังกาย พิพิธภัณฑ์ ศาลากลาง
น้�ำ �แ��ล�ะ��อ�ืน่ ��ๆ��เ�พ�่อื��ใ�ห�ผ้��้ทู �ผี่��่า�น�ไ�ป��ม�า��แ�ล�ะ��น�ัก��ท�่อ��ง�เ�ท�ี่ย��ว�ไ�ด�เ้�ย��ยี่ �ม�ช��ม�แ��ล�ะ��ท�ศั��น�ศ��กึ �ษ��า��น�อ��ก�จ��า�ก�น��ยี้ �ัง�เ�ป��็น�ท��ตี่ �ั้ง�ข��อ�ง�ส��ถ�า�น��ปี ��ร�ะ�ม��ง�
ท�ำ การเพาะพันธุป์ ลา�น�้�ำ ��จ��ดื���ใ�ห���้ห���ล���า��ย��จ���งั �ห�ว�ดั �ใ�น��ภ�า�ค�อ��สี �า�น��ห��า�ก�ท��า่ �น�ม��ีเว�ล��า�ก�็น�่า���ไ�ป���พ���กั���ผ��่อ���น���ห���ย��อ่���น���ใ�จ��แ��ล�ะ�ศ�ึก��ษ�า�ธ�ร�ร��ม�ช�า�ต�ิ
แถบนเี้ ปน็ อยา่ งมาก โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ยามพระอาทิตย์ก�ำ ลังจะตกดินจะมที ัศนียภาพทีส่ วยงามมาก
ที่ตั้ง:  ตั้งอยู่ในเขตตำ�บลแก่งเลิงจาน อำ�เภอเมือง��จ�ัง�ห�ว�ัด�ม��ห�า�ส�า�ร�ค��า�ม��ห�ม��า�ย�เ�ล�ข�โ�ท�ร�ศ�ั�พ�ท�์:�
0 4327 7415
2.1.12 ชมุ ชนบา้ นดงน้อย ประวัติความเป็นมาตามทผี่ เู้ ฒา่ ผูแ้ กไ่ ดเ้ ล่าสูก่ นั ฟงั จากปากต่อปากจนเปน็
ต�ำ นานเล่าว่าบรรพบรุ ษุ ของบา้ นดงนอ้ ยนนั้ สืบเชื้อสายมาจากเมืองศรีสัตนาคนหตุ (เวยี งจันทร์ล้านชา้ ง) หลงั จากเกดิ
เหตสุ งครามจึงไดอ้ พยพมาจากเมอื งเวยี งจนั ทร์ โดยมาต้งั รกรากท่ีอ�ำ เภอเสลภูมิ จงั หวดั รอ้ ยเอด็ และอพยพมาเร่ือยๆ
จนถึงบ้านดงบัง บ้านโกทา โดยตั้งหมู่บ้านอยู่ใกล้แหล่งน��ำ้�����ห���ล��ัง��จ���า��ก�บ�้า��น�โ�ก�ท��า�ม�ีก�า�ร��ข�ย�า�ย��ค��ร��อ��บ���ค���ร��ัว���เ�พ���่ิม���ข�้ึน�จ��น�เ�ป�็น�
หมู่บ้านขนาดใหญ่ ท่ีอยู่ภายในเขตปกครองของตำ�บลภารแอ่น อำ�เภอพยัคฆภูมิพิสัยจังหวัดมหาสารคาม ต่อมาพ่อ

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 13
สาขาทำ�นบุ ำ�รงุ ศิลปวัฒนธรรม”

ใหญห่ ลอด พอ่ ใหญพ่ วั้ สอนจนั ดา ไดแ้ ยก จากบา้ นโกทา มาตง้ั บา้ นดงนอ้ ยซง่ึ อยใู่ กลห้ นองแดง หนองเลย้ี และหนองบวั
ซ่งึ ผใู้ หญแ่ ส่ง บุดสีทะราช พ่อใหญม่ ง หล้าสดุ ตา ไดอ้ พยพมาสมทบและมอี กี หลายครอบครวั ยา้ ยมารว่ มสมทบจนเป็น
หมู่บา้ นดงน้อย ชาวบา้ นดงน้อยสว่ นใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำ�นา ทำ�ไร่ เล้ยี งสัตว์

อตั ลกั ษณข์ องชมุ ชนบา้ นดงนอ้ ย ชมุ ชนบา้ นดงนอ้ ย ยงั คงรกั ษาวฒั นธรรม ยดึ มน่ั ประเพณแี ละพธิ กี รรม
ตามวิถคี วามเชอ่ื ของชมุ ชน เช่น การเลยี้ งปตู่ า จดั ข้นึ เพ่ือขอบคณุ และบชู าผีปู่ตา ทดี่ แู ลคมุ้ ครองหมบู่ า้ นให้อยูเ่ ปน็ สุข
ประเพณีและพิธีกรรมเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและการยึดมั่นในขนบธรรมเนียนวัฒนธรรมของชาว
บ้านดงน้อยได้อย่างชัดเจน เสน้ ทางท่องเท่ียวและผลิตภัณฑ์ สมั ผสั วิถีชีวิตวัฒนธรรม ชาวนครจ�ำ ปาศรใี นบรรยากาศ
หม่บู ้านทเี่ ปีย่ มดว้ ยมติ รไมตรีใกลช้ ิด ผนื ปา่ ณ ชุมชนอนั อดุ มสมบูรณท์ างวฒั นธรรม “บา้ นดงนอ้ ย” ลองมาสมั ผสั กบั
วถิ ชี วี ติ ชาวบา้ นดงนอ้ ยดว้ ยตวั เองโดยการเลอื กพกั โฮมสเตย์ สมั ผสั วถิ ชี าวบา้ นอยา่ งใกลช้ ดิ ดว้ ยพธิ บี ายศรสี ขู่ วญั ชมการ
แสดงศลิ ปกรรมพน้ื บา้ น ฟงั เสยี งพณิ โปงลางและการแสดงฟอ้ นจ�ำ ปาศรที ถ่ี อื เปน็ อตั ลกั ษณช์ มุ ชนของ ชาวบา้ นดงนอ้ ย
ชมแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติร่วมปลูกต้นยางนา ท่ีเป็นต้นไม้ประจำ�หมู่บ้าน เข้าชมฐานการเรียนรู้
การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือ กระเป๋าผ้า การแปรรูปตุ๊กตาของที่ระลึกจากไม้ การทำ�ขนมและอาหารพ้ืนถิ่น
เลอื กชมและซือ้ ผลติ ภัณฑท์ ที่ ำ�จากผา้ ทอมือ กระเปา๋ ทแ่ี ปรรปู จาก ผ้าตกุ๊ ตาของท่รี ะลึกจากไม้ ชิมขนมไทยทท่ี ำ�โดย
กลุม่ ชาวบา้ น และผลิตภณั ฑ์อ่นื ๆ ไดท้ ่รี ้านค้าชุมชน บ้านดงนอ้ ย จุดสดุ ทา้ ยทพ่ี ลาดไมไ่ ด้คือการเดินทางไปยังสถานที่
ทอ่ งเทยี่ วทางประวตั ศิ าสตรต์ งั้ อยใู่ กลๆ้ หมบู่ า้ น พระธาตนุ าดนู ทเ่ี ปรยี บเสมอื นพทุ ธมณฑลแหง่ อสี านแหลง่ อารยธรรม
โบราณแหง่ หนง่ึ ทมี่ ปี ระวตั อิ นั ยาวนาน ทตี่ ง้ั : ชมุ ชนบา้ นดงนอ้ ย หมทู่ ี่ 4 ต�ำ บลพระธาตุ อ�ำ เภอนาดนู จงั หวดั มหาสารคาม

สำ�นักงานพัฒนาชุมชนอำ�เภอนาดนู จังหวดั มหาสารคาม หมายโทรศพั ท์ 0 4379 7086
2..1.13 วนอุทยานแห่งชาตชิ ีหลง นับไดว้ ่าเป็น แหล่งทอ่ งเท่ียว ท่ีสำ�คญั ของ จงั หวดั มหาสารคาม กับ
พน้ื ท่มี ากกวา่ 119 ไร่ ลกั ษณะทางภูมปิ ระเทศ โดยทว่ั ไปของ แหลง่ ทอ่ งเที่ยว วนอุทยานชีหลง จะเปน็ ทรี่ าบ มีล�ำ �น��ำ้��ช�ี
หลงลอ้ มรอบ วนอทุ ยานชหี ลง โดยวนอทุ ยานชหี ลง ไดร้ บั การจดั ตง้ั ใหเ้ ปน็ วนอทุ ยาน จากกรมปา่ ไม้ อยา่ งเปน็ ทางการ
ในวนั ท่ี 24 เดือนเมษายน พุทธศกั ราช 2525 ลกั ษณะทโ่ี ดดเดน่ ของ แหล่งทอ่ งเทีย่ ว วนอุทยานชีหลง จะเปน็ เกาะ ซ่ึง
เกดิ ขนึ้ เพราะ การแปลย่ี นเสน้ ทาง ของแม�น่ ��ำ้ �ช�ี �โด��ย�ใ�น��อ�ด��ตี �น��น้ั �แ��ม��น่ ���ำ้ ��ช���จี��ะ���ไ��ห���ล���เ�ว���ยี ��น����อ��อ้ �ม���พ���น�ื้ ���ท���บ่ี���ร���เิ �ว���ณ����ข��อ���ง���ว���น���อ���ทุ ��ย���า���น�ช��หี �ล��ง�
ไปทางดา้ นทศิ เหนอื แลว้ ไหลวกกลบั มา ทางทศิ ใต้ ภายหลงั แม�่น��ำ้ ��ช�ี �ได��ม้ �กี��า�ร�ก�ดั��เซ��า�ะ��จ�น��ท��ำ �ใ�ห��บ้���ร���เิ �ว��ณ����ท����เ่ี �ป��น็��ค�อ��ค�อ�ด��ข�า�ด��
จึงเป็นสาเหตใุ ห้แมน่��ำ้��ช�ี�เ�ป�ล��่ยี �น��ส�า�ย��ใ�ห�ม��่ ใ�น��ส�ว่��น�ท��ีโ่ �ค�้ง�ถ��กู �ก��ัด�ข��า�ด��ส��่ง�ผ�ล��ใ�ห�้�เ�ก���ดิ���เ�ป����็น���เ��ก���า��ะ����ใ��น���พ����ื้น��ท�่ี�ต�อ��น�ก��ล�า�ง��เ�ต�ม็��ไ�ป�ด��้ว�ย��
ไมด้ อก และตน้ ยางขนาดใหญ่ ซง่ึ สรา้ งความรม่ รน่ื เหมาะส�ำ หรบั เดนิ ทางไปพกั ผอ่ นหยอ่ นใจเปน็ อยา่ งมาก วนอทุ ยาน
แห่งชาตชิ หี ลง ไดจ้ ดั พ้นื ท่ไี ว้ส�ำ หรับให้นกั ท่องเทยี่ ว ไดก้ างเตน็ ท์ พกั แรม ภายในวนอทุ ยาน เนื่องจากทางวนอทุ ยานฯ
ไมม่ บี า้ นพกั ใหน้ กั ทอ่ งเทยี่ ว ดงั นน้ั นกั ทอ่ งเทย่ี ว ทตี่ อ้ งการพกั แรม จงึ ตอ้ งเตรยี ม เสบยี งอาหาร ตลอดจน น�ำ เตน็ ทไ์ ปเอง
แลว้ ติดต่อเจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ ได้โดยตรง ทง้ั นที้ าง วนอทุ ยานชหี ลง กไ็ ดจ้ ัดหอ้ งสขุ าไว้ ใหค้ วามสะดวกแก่นักท่อง
เทีย่ ว ท่ตี ้งั : อยูใ่ นเขตการปกครองของทอ้ งท่บี า้ นวงั หว้า หมู่ 6 ตำ�บลขอนยาง อ�ำ เภอกนั ทรวิชัย จังหวัด มหาสารคาม
หมายเลขโทรศพั ท์ 0 43343 4114
2..1.14 พิพิธภณั ฑบ์ ้านเชียงเหยี น ต้งั อยู่ทบี่ ้านเชยี งเหยี น ตำ�บลเขวา เปน็ แหล่งรวบรวมของสะสมของ
อาจารยบ์ ญุ หมน่ั ค�ำ สะอาด ซง่ึ คณุ สนั ตภิ าพ ค�ำ สะอาด บตุ รชายไดส้ บื ทอดเจตนารมยโ์ ดยการจดั ตงั้ เปน็ พพิ ธิ ภณั ฑช์ นั้
ล่าง แสดงงานศิลปะ “Boonman Contemporary Art Gallery” ผลงานของอาจารยบ์ ญุ หมัน่ และศลิ ปนิ ทัว่ ไปท่ี
หมุนเวียนกันแสดงช้ันบนแนะนำ�สถานที่น่าสนใจในเส้นทางสายไหมอีสานและประวัติศาสตร์หมู่บ้านเชียงเหียนและ
ประวตั ขิ องชุมชน เปดิ ให้เขา้ ชมทกุ วนั เวลา 08.00-17.00 น. ไม่เสียคา่ เขา้ ชม หมายเลขโทรศพั ท์ 0 4374 6303, 
08 5216 5347 ทีต่ ง้ั : บ้านเชยี งเหยี น ตำ�บลเขวา อำ�เภอเมอื ง จังหวัดมหาสารคาม
2.1.15 อุทยานวงั มจั ฉา มพี ้ืนทเ่ี ปน็ เกาะล้อมรอบด้วย�น�ำ้���เป��็น�แ��ห�ล��่ง�ป��ล���า����ช�กุ��ช�ุม�� �บ�น�เ�ก�า�ะ��ม�สี �ตั��ว�์ป�่า�ห��ล�า�ก�
หลายชนิดเหมาะสำ�หรบั เปน็ ท่พี ักผ่อนและดธู รรมชาตอิ ุทยานมัจฉาโขง กดุ หวาย ประวัติความเปน็ มา อทุ ยานมจั ฉา

14 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบ�ำ รุงศลิ ปวัฒนธรรม”

ตั้งอยู่บ้านโขงกุดหวาย หมู่ที่ 7 ตำ�บลเกง้ิ อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวัดมหาสารคาม หางจากเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม
6 กิโลเมตร ตามเส้นทางมหาสารคาม มุกดาหารบริเวณอุทยานตั้งอยู่ในกุดหวาย คาว่ากุด หมายถึงทาง�น��ำ้ �ท��ีแ���ม��่�น��ำ้��
เปล่ียนทางเดินเป็นเวลานาน บริเวณกุดหวายทวี า่ นี้ เดิมต้นหวายเกิดลอ้ มรอบ สวนตรงเนนิ กลางกุดมีหญ้าคา หญา้
แฝกงอกงามมากตรงบรเิ วณหวั คงุ้ น��้ำ��พ��ร�ะ��ค�ร��พู �ทิ��ัก��ษ�์โ�ก��ส�ุม��พ��สิ �ยั��(�ญ��า��ค�ร�ูโ�ม��่ง�)��เจ��้า���อ���า��ว���า���ส��ว���ัด���โ��พ��ธ�ศ์ิ��ร�ีไ�ด��ไ้ �ป�ต��ัง้ �ส��ำ �น�ัก��ส�ง�ฆ�์เ��พ��ื่อ��
เปน็ สวนหญ้า ส�ำ หรับเกย่ี วมามงุ ศาสนสถานในสมัยโบราณ ปจั จบุ นั บริเวณน้ีชาวบ้านได้ตั้งเป็นวัดชอื่ พทิ กั ษ์สามคั คี
โพธศ์ิ รี 2 เมื่อพุทธศกั ราช 2537 ศูนยบ์ รกิ ารเกษตรกรรมเคลื่อนท่แี ละกรมชลประทาน ได้ขุดลอกเปน็ คงุ้ น��้�ำ �ต��า�ม��แ��น���ว
เดมิ ทกี วา้ งทีส่ ุดประมาณ 120 เมตร ลึกจากผิวดิน 10 เมตร โค้งเปน็ รูปเกอื กมายาวประมาณ 800 เมตร มคี วามจุ�น��ำ้��
ประมาณ 96,000 ลูกบาศก์เมตร ด้านทิศตะวนั ตกมีทางน��้ำ���ธ��ร��ร�ม��ช�า�ต��ิ �ไห��ล�ล��น้ �ล��ง�ล�ำ���น����้ำ ��ร��อ���บ���ก���ดุ���ด���า้��น���ท���ศิ���เ�ห���น���ือ���ม���หี��ม�ู่บ��้า�น�
โขงกดุ หวายตง้ั อยู่ ประชากรเปน็ คนไทยลาวและไทยโคราช พทุ ธศกั ราช 2537 ประมาณเดอื นตลุ าคมเกดิ �น��ำ้ �ห��ล�า��ก��ท���ว่�ม�
สองฝงั ล�ำ �น�ำ้���ช���ีท��ะ��ล�ัก�เ�ข�้า�โ�ข�ง�ก��ุด�ห��ว�า�ย��แ�ล��ะ�ไ�ห�ล�ล��ง�แ�ม��่น�้�ำ ��ม���ลู ����แ��ม���่น���ำ้ ��โ�ข���ง��ต���า��ม���ล��ำ���ด���บั ����ฝ���ูง��ป���ล���า��เ�ผ���า��ะ����เ�ป���็น���ต���ร���ะ��ก���ลู ��ป���ล���า���ส��ว���า��ย�ช�า�ว�
อสี านบางสว่ นเรยี กวา่ ปลาซวย ปลาวงั กม็ ี ส�ำ หรบั ปลาเผาะนอ้ี าศยั อยตู่ ามแมน�่ ��ำ้ ��โ�ข���ง��แ��ล�ะ�ป��า�ก�แ��ม�น�่ ���ำ้ ��ส���า��ข���า���ข��อ���ง��แ���ม���น่ ���้ำ��โ��ข���ง��
เช่น ปากแมน�่ �ำ�้ ��ม���ลู ����ไ��ด�้ร��ว�ม�ก��ัน�เ�ป��็น�ฝ�งู��ว�่า�ย�ท��ว�น��ก�ร�ะ�แ��ส�น��ำ�้ ��ข���ึน้���ม���า����ซ��่งึ���เ�ป���น็ ���ป���ร��า���ก���ฏ���ก���า��ร��ณ����์ท����ไี่ �ม���เ่��ค���ย��ม���ีม���า��ก���อ่���น����อ���า���จ�เ�ป��น็ �เ�พ��ร�า�ะ�ว�า่�
แกง่ ตะนะ ซง่ึ เป็นแกง่ และซอกหนิ ทีเ่ คยอาศัย ถกู ระเบิดเพือ่ สร้างเขอื่ นปากมลู ปลาเหลา่ นไี้ มม่ ีท่ีอาศัยจงึ แตกตื่นทวน
กระแสน���้ำ ��ข���นึ้ ���ม���า��ร�ว��ม�ก�บั��ป�ล��า�เ�ล�ี้ย�ง��ท�นี����ำ้ ��ท���่ว���ม��บ����อ่ ����เ�ช���่น�����ป���ล���า��ต���ะ��เ��พ��ยี �น��ย��ี่ส�ก���น���ลิ�����ไ��น����ไ��ด���ม้���า���ร��ว��ม���ก���นั���อ���ย��ู่��ใ��น���โ�ข���ง��ก��ดุ���ห���ว���า��ย�จ��ำ �น��ว�น�
มาก โดยเฉพาะปลาเผาไม่มากกวา่ ชนิดอ่นื และเปน็ ปลาขนาดใหญ่ปัจจบุ นั ล�ำ ตวั ยาวประมาณ 2 ศอก ชอบว่ายเหนือ
นำ�้ �ต�า�ม�ก�ิน��อ�า�ห�า�ร��จ�า�ก�ค�น��ไป��เ�ท�ีย�ว�ช�ม��เม��ื่อ�ร�ว�ม�ป��ล�า�ช�น��ดิ �ต�่า�ง�ๆ��แ��ล�้ว�ม�ปี ��ร�ะ�ม�า�ณ��ห�ล�า��ย�แ�ส�น��ต�วั ��ช�า�ว�บ�้า�น��ถ�อื �เ�ป�็น��โ�อ�ก�า�ส�ด��ี จ��งึ
รว่ มกนั ปดิ กนั้ ทางน���ำ้ ��ม���ใิ ��ห��ไ้��ห��ล�ล��ง�ล��ำ ��น���้ำ ��ช���ี�ต���อ่���ม���า��ท���า��ง��ร���า��ช���ก��า�ร��ได��เ้ �ส�ร�มิ ��ค�นั �ด��นิ �ใ��ห����แ้ ��ข���ง็��แ��ร���ง��โ��ด��ย���ม���คี���ว���า��ม���ย��า���ว���3����0���เ�ม���ต���ร����ส�นั��ค�นั��ด�นิ �
กวา้ ง 8 เมตร และรว่ มกนั ตง้ั ชอื่ วา่ อทุ ยานมจั ฉา การด�ำ เนนิ งานในอทุ ยานใชว้ ฒั นธรรมน�ำ การพฒั นา ทกุ คนในหมบู่ า้ น
รว่ มมอื กนั โดยมวี ดั ในพทุ ธศาสนาเปน็ ศนู ยก์ ลาง ภายในวดั กจ็ ะมสี ตั วท์ ช่ี าวบา้ นน�ำ มาวดั ชว่ ยเลยี้ ง ไมว่ า่ จะเปน็ จระเข้
สนุ ัขจิ้งจอก ลิง เยย่ี ว กระตา่ ย นก และหนูตะเพา ฯลฯ และยงั มี พพิ ิธภัณฑบ์ า้ นอีสาน อกี ด้วย และไดจ้ ดั ทำ�โครงการ
อนุรักษ์ปลาหน้าวัด เพื่อเฉลิมพระเกียรตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวฉลองสริ ิราชสมบัตคิ รบ 50ปี ห้ามจบั สตั ว์น���ำ�้ ��
หรือทำ�การประมงในทรี่ ักษาพืชพนั ธ์ ผฝู้ ่าฝนื ตอ้ งรับโทษปรบั ไม่เกนิ หนงึ่ หมน่ื บาท หรอื จ�ำ คกุ ไม่เกินหกเดือน หรอื ท้งั
จำ�ทง้ั ปรับภายในอุทยานแหง่ น้ี มีร้านจำ�หนา่ ยอาหารปลา มีสะพานไม้ ขนาดกว้าง 1 เมตร 60 เซนติเมตร ยาว 83
เมตร ขา้ มคงุ้ น���้ำ ��ไ��ป���บ���ร��เิ �ว�ณ��ว�ดั ��แ�ล��ะ�ใ�ช�เ้�ป��น็ �ส�ถ��า�น��ท�ใ่ี�ห��อ้ �า�ห��า�ร�ป��ล�า�แ��ล�ะ��ช�ม�ป��ล�า��ไ��ด���ด้ ��ว้���ย����ม���ซี���มุ้ ���ร��มิ���ฝ���งั่��น���ำ้ ����4���ซ���มุ้�����แ��พ����ล���อ���ย���น����ำ้ ��ข���น��า��ด���
3 x 5.50 เมตร จ�ำ นวน 10 แพ ใหน้ ักทอ่ งเท่ยี วรับประทานอาหารและชมปลา เปน็ แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วทีมปี ระชาชนไป
เที่ยวจ�ำ นวนมาก ทุกวนั วันเปดิ ท�ำ การ: ทุกวัน เวลาเปิดท�ำ การ: 08.00 - 18.00

ที่ต้ัง: อยู่ที่บ้านโขงกุดหวาย ตำ�บลเก้ิง อำ�เภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม  หมายเลขโทรศัพท์: 
0 4375 4235

2.1.16 ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ (โครงการ ฟาร์มมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม) มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ฟารม์ มมส. ประวัติความเปน็ มา

ฟารม์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคามจัดตั้งขน้ึ เม่ือ พ.ศ. 2541 โดยสภามหาวิทยาลัยมหาสารคามได้อนุมตั ิ
ใหจ้ ัดตงั้ ภายใต้ช่อื โครงการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยเี กษตรกรรมเฉลมิ พระเกียรตฯิ หรือ โครงการฟาร์มมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม โดยมีวตั ถุประสงค์หลักเพอื่ เปน็ สถานดี �ำ เนินการด้านเกษตร และเปน็ แหล่งฝึกปฏิบัติสำ�หรับนิสิตสาขา
เกษตรศาสตร์ โดยใช้สถานที่ดำ�เนินการช่ัวคราวภายในบริเวณพื้นที่ของโรงเรียนคณาสวัสดิ์เทคโนโลยี ตำ�บลในเมือง
อำ�เภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม แต่ด้วยข้อจำ�กัดของพื้นที่ โรงเรือน สิ่งก่อสร้าง และแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ จึงย้าย
สถานทีด่ �ำ เนินการไปยงั “โคกหนองขวาง” ต�ำ บลนาสีนวน อ�ำ เภอกันทรวชิ ยั จังหวดั มหาสารคาม ซ่งึ มีพ้ืนทปี่ ระมาณ
1,000 ไร่ ใหเ้ ปน็ พน้ื ทถ่ี าวร โดยเนน้ หนกั ดา้ น การเลยี้ งปศสุ ตั ว์ เพอื่ รองรบั การเรยี น การสอน วจิ ยั และบรกิ ารวชิ าการ
ให้แก่คณะหรือหน่วยงานท้ังภายในและภายนอกท่ีประสงค์ใช้บริการ พ.ศ. 2557 สภามหาวิทยาลัยมหาสารคามได้
อนุมัติให้เปลย่ี นชื่อจากศูนยถ์ า่ ยทอดเทคโนโลยเี กษตรกรรมเฉลมิ พระเกียรติฯ เปน็ ฟาร์มมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 15
สาขาท�ำ นุบำ�รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

และมีฐานะเป็นกลุ่มงานหนึ่งภายใต้โครงสร้างกองส่งเสริมการวิจัยและบริการวิชาการ จนกระท่ังถึงปัจจุบัน ท่ีตั้ง:
ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ (โครงการฟาร์มมหาวิทยาลัยมหาสารคาม) มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม ตำ�บลนาสนี วล อำ�เภอกันทรวิชยั จังหวัดมหาสารคาม หมายเลขโทรศพั ท์: 0 4375 4233

2.1.17 หมบู่ า้ นปน้ั หมอ้ หมบู่ า้ นปนั้ หมอ้ เปน็ หมบู่ า้ นประมาณ 100 หลงั คาเรอื น ทกุ บา้ นจะมอี าชพี ปนั้
หมอ้ ดนิ เผา จ�ำ หนา่ ย ทง้ั ขายปลกี ขายสง่ และประกอบอาชพี ภายในหมบู่ า้ นไมน่ ยิ มออกไปประกอบอาชพี นอกหมบู่ า้ น
รายไดเ้ ดอื นละ 8000-100000 บาท ซ่ึงนับว่าเป็นรายได้ท่ีด ี เม่อื เสร็จภารกจิ จากการทำ�นา ชาวบ้านทเี่ ปน็ ผ้ชู ายจะลง
ไปขุดเอาดินเหนียวท่ีอยู่ใต้�น�ำ้���บ���ร��ิเ��ว�ณ��ห��น�อ��ง�น�้ำ���อ���ย��ู่ท����า��ง��ท���ิศ���ต���ะ���ว��ัน���อ���อ��ก���ข���อ���ง��ห���ม���ู่บ���้า���น�����บ���ร���ร��ท����ุก��เ��ร��ือ���ข���้ึน���ฝ���ั่ง��ก���ล���ับ���บ���้า��น�ด��ิน�เ�ห�น��ีย�ว�
ดังกล่าวน้ีจะถูกนำ�ไปเก็บไว้ใต้ถุนบ้านของแต่ละครอบครัว เม่ือได้เวลาชาวบ้านก็จะนำ�ดินเหนียวท่ีได้มาส่วนหน่ึงมา
ผสมกับแกลบในปริมาณท่ีเท่าๆ กันปั้นให้เป็นก้อนขนาดเท่าลูกมะตูมนำ�ไปผึ่งแดดให้แห้งแล้วนำ�เอาไปเผาไฟจนแดง
ดินทถี่ กู เผาไฟ แล้วน้นี �ำ มาบดหรอื โขลกดว้ ยครกไม่ใหเ้ ป็นผงละเอียด ชาวบา้ นเรียกดินน้ีว่า ดินเชอ้ื ชาวบ้านจะนำ�เอา
ดินเช้อื ไปนวดผสมกบั ดินเหนียวทีเ่ ตรยี มไวอ้ ีกสว่ นหนึ่ง เมอ่ื นวดเข้ากนั แลว้ กน็ ำ�มาขน้ึ รปู หม้อประเภทตา่ งๆ เมือ่ นวด
ดินเหนยี วไดท้ แี่ ลว้ บรรดาผูห้ ญงิ กจ็ ะน�ำ มาขนึ้ รูปโดยขึน้ ทางดา้ นปากกอ่ น ชาวบา้ นจะใช้ความชำ�นาญของมือและเขา่
หมุนวนเพ่ือขดปากหม้อให้กลมโดยไม่ใช้แป้นหมุน ต่อจากน้ันก็ใช้ไม้แบนๆ ท่ีมีด้ามตีด้านนอกอีกมือหน่ึงจับก้อนดิน
เผาท่ีป้ันเป็นรูปโค้งกลมมีด้ามจับ เรียกว่า หินดุ ดุนไว้ข้างในหม้อตีให้ได้ผิวเรียบและควบคุมความหนาให้ส��ม�่ำ�เ�ส��ม�อ�
จนจรดทกี่ น้ หมอ้ แลว้ จงึ ขดั ผวิ ใหเ้ รยี บดว้ ยน���้ำ ���โ��ค��ล�น��เห��ล�ว��ก�เ็�ป��น็ �อ��นั �ว�า่��เส��ร�จ็ ��ก�า�ร�ป��น้ั ��ห�ม��อ้ ���ห���ล���งั ��จ���า��ก���น���น้ั���ก���น็���ำ �ไ�ป��ว�า�ง�ค����ว�่ำ �เ��ร��ยี��ง�
กนั เอาไวใ้ นบรเิ วณทเี่ ตรยี มไวแ้ ลว้ ผง่ึ ลมเอา ไวส้ องสามวนั หมอ้ จะแหง้ และแขง็ ตวั จงึ นำ�ไปเผานอกบา้ น ชาวบา้ นเตรยี ม
บริเวณกลางแจ้งสำ�หรับวางฟนื ท่เี ป็นก่ิงไม้เล็กๆ กบั ฟางไวด้ ้าน ล่างแลว้ นำ�เอาหมอ้ ทแี่ หง้ แล้วนไ้ี ปวางเรยี งไว้ด้านบน
ตามจ�ำ นวนตอ้ งการแลว้ กน็ ำ�เอาฟางและฟืนวางทบั สุมลงไปอีก ครั้งหนง่ึ โดยกะประมาณจ�ำ นวนเชอื้ เพลงิ ให้มปี ริมาณ
พอเหมาะกบั จำ�นวนเครื่องป้นั ดนิ เผาที่จะใหส้ กุ พอดี

ท่ีตั้ง: ตำ�บลเขวา ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงสาย 208 (มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด) อำ�เภอเมือง
มหาสารคาม จงั หวดั มหาสารคาม 4400

2.1.18 เทศกาลงานง้วิ จงั หวดั มหาสารคาม ซ่ึงจะจัดขนึ้ ชว่ ง เดือนพฤศจกิ ายน ของทกุ ๆ ปี บรรยากาศ
กจ็ ะคกึ คกั เตม็ ไปดว้ ยประชาชนภายในจงั หวดั และจงั หวดั ใกลเ้ คยี ง นสิ ติ นกั ศกึ ษา ตา่ งใหค้ วามสนใจกบั เทศกาลน้ี โดย
สว่ นใหญแ่ ลว้ ถา้ เปน็ คนมอี ายุ ทง้ั คนไทย และคนเชอ้ื ชาตจิ นี กจ็ ะมา ไหวเ้ จา้ กนั เพอื่ ความเปน็ สริ มิ งคลทง้ั น้ี ก�ำ หนดการ
งานงิว้ มหาสารคาม ประจ�ำ ปี 2561 จดั ระหวา่ งวันที่ 7-14 พฤศจกิ ายน 2561 นบี้ นถนนนครสวรรค์ เขตเทศบาลเมอื ง
มหาสารคาม เริ่มจากหอนาฬกิ า ผา่ นหนา้ สถานีตำ�รวจ ไปจนถึงส่แี ยกธนาคารอิสลาม ซง่ึ จะมีรา้ นคา้ มารว่ มจ�ำ หน่าย
สนิ คา้ มากกวา่ 1,000 รา้ นคา้ นายโฆษติ เหลา่ สวุ รรณ นายกสมาคมชาวจงั หวดั มหาสารคาม เปดิ เผยวา่ “งานประเพณี
ไหวเ้ จ้า และแสดงง้ิว” เป็นงานประจ�ำ ปี เริ่มวันที่ 1 เดือน 10 ของจนี โดยปีนท้ี างสมาคมฯ ร่วมกับเฒา่ นั้งชดุ ท่ี 4 ซ่งึ
เป็นคณะกรรมการดำ�เนินงานประจำ�ปี จะอัญเชิญองค์จำ�ลองฝึงเถ่ากงและส่ิงศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแห่ไปรอบเมือง
แล้วอญั เชญิ มาประทบั ณ สมาคมชาวจังหวัดมหาสารคาม เพอ่ื ชมการแสดงงิว้ ท่ีจัดถวาย สว่ นกิจกรรมท่จี ดั ขึน้ เกีย่ ว
กับงาน เช่น การประกวดดนตรี การประกวดรอ้ งเพลง การแข่งขนั บาสเกตบอล และกจิ กรรมสร้างสสี ันส�ำ คญั คือ การ
แข่งขันกนิ อาหารถาดยกั ษ์ ประเภททึม ที่จะเปดิ รับสมัครทมี กินขา้ วร่วมแข่งขันอยา่ งน้อย จำ�นวน 20 ทีม

สถานท่จี ัด: ถนนนครสวรรค์ เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม อำ�เภอเมอื ง จังหวัดมหาสารคาม
2.1.19 เทศกาลลอยกระทงประจำ�ปี 2561 มหาสารคาม – เทศบาลเมืองมหาสารคาม งานมหกรรม
อาหารทอ้ งถ่ิน เน่ืองในเทศกาลลอยกระทงประจ�ำ ปี 2561 “ประเพณีลอยกระทง งานคนื สบิ สองเพญ็ เลน่ โคมไฟใต้
ประทปี และมหกรรมอาหารทอ้ งถน่ิ สะอาด ปลอดภยั ใสใ่ จสขุ ภาพ และสง่ิ แวดลอ้ ม” ประจ�ำ ปี 2561 ซง่ึ จดั ขนึ้ ระหวา่ ง
วันที่ 19 – 22 พฤศจิกายน 2561 เทศบาลเมืองมหาสารคาม รว่ มกับจังหวดั มหาสารคาม สำ�นักงานวฒั นธรรมจงั หวัด
มหาสารคาม หอการคา้ จงั หวดั มหาสารคาม สมาคมส่งเสรมิ ผ้าไทยจังหวัดมหาสารคาม สโมสรไลออนสม์ หาสารคาม

16 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบ�ำ รุงศิลปวฒั นธรรม”

องคก์ ร สถาบันการศึกษา และชมุ ชนทั้ง 30 ชมุ ชน ก�ำ หนดจัดงาน “ประเพณีลอยกระทง และมหกรรมอาหารท้องถน่ิ
สะอาด ปลอดภยั ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม” ประจำ�ปี 2561 ระหวา่ งวันที่ 19-22 พฤศจกิ ายน 2561 ณ บรเิ วณ
ริมคลองสมถวิล (สะพานนพมาศดำ�รัส) เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีของไทย เป็นการปลูกจิตสำ�นึกในการ
อนรุ กั ษท์ รพั ยากรน���้ำ ��แ���ล���ะ��ก��ร���ะ��ต��นุ้���ใ��ห���ผ้ �ปู้��ร�ะ�ก�อ�บ��ก�า�ร�จ��ำ �ห��น�า่ �ย�อ��า�ห�า�ร�ใ�ส�ใ่�จ�ค�ณุ��ภ��า��พ���อ��า���ห��า���ร���ป��ร���ะ��ช��า���ช��น���ไ�ด��ร้ �บั �ค�ว�า�ม��ป�ล�อ��ด�ภ�ยั�
ในการบริโภค ทงั้ นี้งานมหกรรมอาหารทอ้ งถิน่ สะอาด ปลอดภยั ใส่ใจสขุ ภาพและสิ่งแวดล้อมประจำ�ปี 2561 มีรา้ น
อาหารทผี่ า่ นมาตรฐานกรนี ฟู้ด กดู๊ เทส มาออกบูธกว่า 150 ร้านคา้ พรอ้ มกบั มีการจัดสถานที่ตกแตง่ ด้วยโคม และรม่
หลากสีสัน สร้างความตืน่ ตาตื่นใจใหก้ ับประชาชนที่มาร่วมงาน พร้อมทง้ั มีการแสดงดนตรใี นทุกค���ำ่ �ค���ืน���ก�า�ร�ป���ร��ะ��ก��ว�ด�
การต�ำ สม้ ตำ�ลีลา การประกวดคนงานหุ่นดีศรีตกั สิลานคร (Healthy Queen) การประกวดบ่าวสุขภาพดี ศรีตักสิลา
(Healthy Man) และการประกวดนางนพมาศ เปน็ ต้น โดยพน้ื ที่จดั งานกำ�หนดใหเ้ ป็นพื้นท่ปี ลอดแอลกอฮอล์ จึงขอ
เชญิ ชวนประชาชนมารว่ มงานประเพณีลอยกระทง และมหกรรมอาหารทอ้ งถ่นิ สะอาด ปลอดภยั ใส่ใจสขุ ภาพ และ
สิ่งแวดลอ้ ม” ประจ�ำ ปี 2561 จากวันนไ้ี ปจนถงึ 22 พฤศจกิ ายน 2561 ณ สะพานนพมาศดำ�รสั ริมคลองสมถวลิ

สถานทจ่ี ัด: สะพานนพมาศด�ำ รัส ริมคลองสมถวลิ เขตเทศบาลเมอื งมหาสารคาม จังหวดั มหาสารคาม
2.1.20 งานห่นุ ฟาง “หุน่ ฟางยกั ษ์และหมอลำ�หนุ่ มหาสารคาม 2019” คร้ังท่ี 2 ซ่ึงจัดขึน้ ระหว่างวันท่ี
26 ธนั วาคม 2561 – 1 มกราคม 2562 ณ คันแทนาเธยี เตอร์ ลานขา้ งหมู่บา้ นสวี ลี แยกพลศกึ ษา อำ�เภอเมอื ง จงั หวัด
มหาสารคาม ภายในงานจะได้พบกับหุ่นฟางยักษ์หลากหลายชนิด ท่ีเนรมิตรขึ้นจากจินตนาการของผู้สร้าง ไม่ว่าจะ
เปน็ หุ่นฟางชา้ งเอราวณั , หุ่นฟางสงิ โต, หุน่ ฟางพญานาค, ห่นุ ฟางววั , หนุ่ ฟางคิงคอง และอน่ื ๆ อีกหลากหลายชนดิ
งานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ใชพ้ ้นื ท่ีกว่า 35 ไร่ เนน้ สรา้ งความประทบั ใจให้กับนกั ท่องเทีย่ ว จึงก�ำ หนดจดั งานช่วงส่งท้าย
ปเี กา่ ตอ้ นรบั ปใี หม่ โดยจะมไี ฮไลตก์ จิ กรรมมากมาย อาทิ การประกวดหนุ่ ฟางยกั ษม์ ากถงึ 30 ตวั โดยเปดิ โอกาสใหท้ กุ
อ�ำ เภอในจงั หวดั มหาสารคามไดม้ สี ว่ นรว่ มสง่ เขา้ ประกวด ชงิ เงนิ รางวลั ชนะเลศิ 30,000 บาท รวมทง้ั การแสดงหมอล�ำ
หุ่นคณะเดก็ เทวดา การประกวดธดิ าหนุ่ ฟางยกั ษ์ (ธิดาจ�ำ แลง) การประกวดหมอล�ำ กลอนประเภทเยาวชน การแสดง
จากศลิ ปนิ ชาวมหาสารคามเดอื นเพญ็ อ�ำ นวยพร, ศร ศลิ ปช์ ยั การแสดงชดุ กกขาขาวสาวล�ำ เพลนิ โดยนางเอกหมอล�ำ
ดาวจรสั ฟา้ คณะสาวน้อยเพชรบา้ นแพง การจัดจำ�หน่ายสนิ คา้ OTOP ของจงั หวดั มหาสารคาม
สถานทจ่ี ดั : คนั แทนาเธยี เตอร์ ลานขา้ งหมบู่ า้ นสวี ลี แยกพลศึกษา รมิ ถนนสาย 208 มหาสารคาม –
โกสุมพิสัย อำ�เภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
2.1.21 งานออนซอนกลองยาวชาววาปี ของดพี น้ื บา้ นชาวอ�ำ เภอวาปปี ทมุ จงั หวดั มหาสารคามมอี าชพี
เสรมิ จากการท�ำ นาคอื การท�ำ กลองยาว เพอื่ ใชต้ ใี นขบวนแหต่ า่ งๆ ตามแบบประเพณชี าวอสี าน ชาวบา้ นเรม่ิ การคดิ คน้
ลลี าการตที ส่ี วยงามและสนกุ สนาน เรม่ิ มกี ารจดั การแขง่ ขนั การตกี ลองกนั มากขนึ้ จนกลายเปน็ ประเพณปี ระจ�ำ อ�ำ เภอ
เรียกว่า “งานออนซอนกลองยาวชาววาปี” ของดีพ้นื บ้าน สบื สานต�ำ นานเมอื งวาปีปทุม 136 ปี ประจ�ำ ปี 2561 คร้ังท่ี
23” ซึ่งจะจัดขนึ้ ระหว่างวันท่ี 21-23 ธนั วาคม 2561 และจดั เปน็ ประเพณีตอ่ เน่ืองมาหลายสิบปี มีการแข่งขนั การตี
กลองยาวระดบั ประเทศ ปจั จบุ นั พฒั นาเปน็ งาน ”ประชนั กลองยาวอาเซยี น” ทม่ี ชี อ่ื เสยี งระดบั ทวปี ไปแลว้ งานออนซอน
กลองยาววาปฯี เป็นหนง่ึ งานทีย่ ง่ิ ใหญ่ทสี่ ดุ ของชาวมหาสารคาม มีผคู้ นเข้ารว่ มงานนับหม่นื ๆ คน ขบวนแห่กลองยาว
ทแ่ี ห่ผ่านเมืองน้ันยาวหลายกโิ ลเมตร แห่ตงั้ แต่บ่าย 3 โมงจนถงึ 1 ทุ่มก็ยังไมจ่ บ ภาคกลางคนื กม็ ีการแสดงกลองยาว
ประกอบแสง สี เสยี ง ท่สี ุดของความอลงั การ มีคณะกลองยาวจากท่ัวทัง้ อาเซียนมารว่ มประชนั ลลี ากนั ทน่ี ่ี เสยี งกลอง
ท่ีคึกคักจะทำ�ให้จังหวะชีวิตคุณสนุกมากขึ้นที่ วาปีปทุม มหาสารคาม ในการจัดงานออนซอนกลองยาว  เป็นการส่ง
เสริมภาพลักษณ์ท่ีดีงาม เปิดประตูสู่การท่องเท่ียวจังหวัดมหาสารคาม กระตุ้นให้เกิดการกระจายรายได้สู่ประชาชน
ในท้องท่ี�เ�พ��ิม่��G�D�P��จ��า�ก�ภ�า��ค�ก�า�ร�ท��อ่ �ง�เ�ท�ีย่ �ว� �โ�ด��ย�ใ�น�ว�นั �ง�า�น��จ�ะ�ม��กี �า�ร�แ�ห��่ข�บ�ว�น��ก�ล�อ��ง�ย�า�ว��ส�ะ�ท�อ้��น�ว�ิธ�กี��า�ร�ด��ำ �ร�ง�ช�วี�ติ��ข�อ�ง�ช�า�ว�
วาปปี ทุม การแสดงนิทรรศการของดพี ้นื บ้าน จ�ำ หนา่ ยผลิตภณั ฑช์ ุมชน การแขง่ ขันประชันกลองยาว ซึ่งแบง่ ออกเปน็
2 ประเภท คอื ประเภทมธั ยม และประเภทท่วั ไป การแสดงแสงสเี สียง ตำ�นานเมืองวาปปี ทมุ  สถานท่จี ัดงาน: สนาม
หน้าท่วี ่าการอำ�เภอวาปีปทมุ จังหวดั มหาสารคาม

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 17
สาขาทำ�นบุ �ำ รุงศลิ ปวัฒนธรรม”

2.2 รา้ นอาหาร สวนอาหารทร่ี จู้ กั แพร่หลายของจังหวัดมหาสารคาม ส�ำ หรบั นักทอ่ งเท่ยี วท่มี าเยอื นจังหวดั
มหาสารคาม ตอ้ งการรับประทานอาหารรสชาตถิ ูกปากถกู ใจขอแนะน�ำ รา้ นอาหาร สวนอาหารตา่ งๆ ดงั นี้

2.2.1 ร้านบ้านสวนคงุ้ �น��ำ้ ��ส���า��ร��ค���า�ม��บ�ร�ร��ย�า�ก�า��ศ�ร�ม่ �ร��ื่น�ต��ิด�แ�ม��น่ �ำ้���ช���ี �อ��า�ห��า��ร��อ���ร��อ่���ย����ร��า���ค��า���ก���ัน���เ�อ���ง���บ���ร��ิก��า�ร�ท�่ีจ��อ�ด�
รถแก่ลูกคา้ อยา่ งทว่ั ถงึ ประเภทอาหาร: อาหารไทย, อาหารอีสาน, ย�ำ

เวลาใหบ้ รกิ าร: จนั ทร์ - อาทติ ย์ 10:00 - 22:00 ทตี่ ง้ั : 487 ถ.สารคาม-กมลาไสย บา้ นทา่ ประทาย ต.เกง้ิ
อ�ำ เภอเมือง มหาสารคาม หมายเลขโทรศัพท์: 0 4372 5826, 08 7223 5093

2.2.2 รา้ นต�ำ สะดง้ิ กงุ้ เผา มหาสารคาม มอี าหารอสี าน อาหารไทย จ�ำ หนา่ ยกงุ้ สดกงุ้ เผา รสชาตดิ ี ราคา
มิตรภาพ พร้อมบรรยากาศสบายๆ มบี ริการส่งถงึ บา้ น

ประเภทอาหาร: อาหารไทย, อาหารอีสาน, ส้มต�ำ เปิดให้บรกิ าร: วันจนั ทร์ – วนั เสาร์ 12:00 - 23:30
ทต่ี ง้ั : 32 หมทู่ ี่ 6 บา้ นหนองจกิ ตำ�บลแกง่ เลงิ จาน อำ�เภอเมอื ง จงั หวดั มหาสารคาม หมายเลขโทรศพั ท:์
08 3355 3555
2.2.3 สวนอาหาร แจ่วฮอ้ น ท่าขอนยาง รสชาติอรอ่ ย ส�ำ หรบั คนรกั สขุ ภาพหา้ มพลาด ผักหลากหลาย
ชนดิ เสร์ฟิ พร้อมหมู เน้ือ อาหารทะเล แลว้ แต่จะเลอื ก มที ง้ั เป็นชดุ หรอื แบบ สั่งแยก นอกจากแจ่วฮอ้ นยงั มอี าหาร
อสิ านอ่ืนๆ ทั้งน��้ำ���ต��ก�����ล��า�บ���ค�อ�ห��ม�ยู �่า�ง��ต��ับ�ห��ว�า�น�����อ��ร���อ่ ��ย���ท���กุ ��อ��ย�า่ �ง�จ�ร�ิง�ๆ��
การบรกิ าร ทางรา้ นขอแจง้ รายละเอยี ดการจดั สง่ ดังน้ี ทางร้านสง่ สนิ ค้าจันทร-์ ศกุ ร์ เว้นวนั หยุดนกั ขัต
ฤกษ์ ส่งั สินค้าจากทางรา้ น ส่ังวันนส้ี ่งวันถัดไปเว้นวนั เสาร-์ อาทติ ย์ (ทางร้านส่งเป็นรอบตามระบบ) รบกวนลูกคา้ ส่ัง
เผอ่ื ไว้ 3 วนั กอ่ นถงึ วนั หยุดทางรา้ นส่งสินค้า 3 แบบคอื 1. บรกิ ารส่งแบบEMS +ตามน��้�ำ �ห��น�กั���ส��ำ �ห�ร��บั ��ล��ูก���ค���า้���ส��ั่ง�ไ�ม��เ่ ก��ิน��
5 ชุด ทง้ั นถี้ ้าเกิน 5 ชดุ โปรดเลือกโลจสิ ตกิ อื่นๆ . ถ้าเกนิ 5 ชดุ เลอื ก EMS แม่ค้าขอยกเลกิ ทกุ กรณี 2. บรกิ ารส่งแบบ
บริการโลจิสติกอื่นๆ (บรษิ ทั Flash Express) หลังจากสง่ แล้ว 3-5 วนั ถึงแล้วแตภ่ มู ิภาค โซนภาคอกี สาน 1-2 วัน
ภมู ภิ าคอน่ื ๆ สง่ ถงึ ลกู คา้ 3-5วนั (ไมน่ บั รวมวนั หยดุ ) ไมร่ องรบั บรกิ ารปลายทาง กดเลอื กสง่ แบบโลจสิ ตกิ อนื่ ๆ 3. บรกิ าร
สง่ แบบ kerry มบี รกิ ารเกบ็ เงนิ ปลายทาง คา่ ใชจ้ า่ ยสงู เนอื่ งจาก ระบบบวกคา่ บรกิ ารเกบ็ ปลายทาง ***แจว่ ฮอ้ นทา่ ขอน
ยางแบบซองสำ�เร็จ ตน้ ต�ำ รบั แทๆ้ ของป้าประคอง ปา้ ของแม่ค้าเอง แมค่ า้ ไปรับจากร้านเอง สดุ ยอดน��ำ�้ �ซ�ปุ ��แ�จ��ว่��ฮ���้อ��น��
ตอ้ งแบบน้ี สมนุ ไพรหอมฟงุ้ รสกลมกลอ่ ม เผด็ รอ้ น แซ่บสดุ ๆ ง่ายๆ แค่ฉีกซอง เตมิ น��ำ�้ �.�..��อ�ย��่ไู�ห��น��ก��็แ�ซ��่บ����ไ��ด���้ �ส�ง่��พ�ัส��ด��ุถ�งึ�
หน้าบ้าน แจ่วฮ้อนทา่ ขอนยาง 34 ปี การันตคี วามอร่อยอยู่ไหนก็แซบ่ ได้ อรอ่ ยอย่างไทยซุปแจว่ ฮ้อนเข้มขน้ (แพค็ เกจ
ใหม่) ชดุ ละ 80 บาท (ซปุ แจ่วฮอ้ นเข้มขน้ +�น�ำ้��จ�ิม้��แ�จ��ว่ �)��ม�ี�4���ร�ส�ช��า�ต��ิ �-��ร�ส�เ�น��อื้ ���เผ��็ด�ต���้น���ต����ำ �ร���บั�����-����ร���ส�เ�น��ื้อ��เ�ผ��ด็ �น��้อ�ย���-��ร�ส�
หมู เผ็ดต้นตำ�รบั - รสหมู เผ็ดนอ้ ย ท่ีตั้ง: 134 ถ.ถีนานนท์ ต.ท่าขอนยาง กันทรวิชัย มหาสารคาม หมายเลขโทรศพั ท์
09 8663 2826
2.2.4 ร้านลำ�ชี 1 ร้านก้อยฝั่งตรงข้าม Big C มหาสารคาม ปกติจะมีด้วยกันหลายร้านมาก และใช้
ช่ือวา่ “ ล�ำ ชี “ เหมือนกนั หมด แตจ่ ะเปน็ ลำ�ชี 1, 2, 3 เรยี งกันไป วันนี้มาลองรา้ นลำ�ชี 1 มีหลายเสียงบอกวา่ ร้านนี้
แซ่บของแท้ ! ส่ังเมนูแรกเอาใจคอเน้ือสดด้วยเมนู “ กอ้ ยมะนาว ” เป็นเน้อื ดบิ ปรงุ รสด้วยมะนาว และเครอ่ื งปรงุ ฉบับ
อิสานแท้ กอ้ ยเมนูน้ไี ม่ใส่เลอื ด แต่ถา้ ใครอยากใส่เลือดสดก็สามารถ request ไดเ้ ลย รสชาตอิ ร่อย แซ่บหลาย ไกก้ ล่ิน
ข้าวค่ัวผสมมะนาว บวกกับหอมซอยยั่ว�น�้ำ���ล���า��ย��ไ��ม��่ใช��่เ�ล�่น���จ�ก�ข��้า�ว�เ�ห�น��ีย�ว�ค��ุ้ย�ก�ับ��ก�้อ��ย��ค��ำ���โ��ต��ๆ������ต��า���ม���ด��้ว���ย�เ�ม�น�ู��“�ต�้ม��ข�ม��”�
ท่ีมีลักษณะคล้ายต้มยำ� แต่ผสมเพลี้ยท่ีมีรสขม เป็นรสชาติอีสานของแท้แบบต้องยกนิ้วให้ ซดร้อนๆ กับเน้ือเปื่อยๆ
ท่ีเคี่ยวมาทั้งวัน ตบท้ายด้วย “ย่างเสือ” ใช้เน้ือวัวส่วนอก ท่ีอ่อนนุ่มมีมันปนเล็กน้อย แล่เป็นชิ้นหนาตามยาว
หมกั ด้วยซอสปรุงรส ยา่ งดว้ ยไฟออ่ นๆ นำ�มาหั่นให้พอดีคำ� ทานกับแจ่ว
ประเภทอาหาร: อาหารอสี าน (กอ้ ยมะนาว / ต้มขม / ยา่ งเสือ) เวลาเปดิ ใหบ้ ริการ: เปดิ 24 ชั่วโมง
ทกุ วนั หมายเลขโทรศัพท:์  08 9940 4497, 09 2917 4640

18 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นบุ ำ�รุงศิลปวัฒนธรรม”

ราคา: กอ้ ยมะนาว 60 บาท / ตม้ ขม 60 บาท / ยา่ งเสอื 60 บาท
ที่ต้งั : ต�ำ บลเกิ้ง และอย่ใู นยา่ นของ อ�ำ เภอเมืองมหาสารคาม จังหวดั มหาสารคาม ตรงขา้ มบิ๊กซี
2.2.5 ครวั ไชยาพารวย อาหารพืน้ บา้ น รสแซบ่ บรรยากาศเย็นสบายๆ ยอ้ นวยั แบบไทบ้านทจี่ อดรถ
กวา้ งขวาง ประเภทอาหาร: อาหารไทย, อาหารอสี าน, ส้มตำ� ทต่ี ้งั ทางหลวงแผน่ ดนิ หมายเลข 213 มหาสารคาม
(ถนนเลก็ ๆ ตรงส่ีแยกวงั ยาว) ต�ำ บลเก้งิ อ�ำ เภอเมืองมหาสารคาม จงั หวดั มหาสารคาม
หมายเลขโทรศัพท:์  09 4731 1653
2.2.6 รา้ น O2 REVOLUTION by Twenty Grams Specialty Coffee and Tea ประเภท: อาหาร
อิตาเล่ียน อาหารทานเล่น สลัด สปาเก็ตตี้ อาหารจานหลัก อาหารจานเดียว อาหารไทย อาหารปักษ์ใต้ ปรุงสด
รสเด็ด เบียรน์ อก เบียรส์ ด กาแฟฟรเี มยี่ ม ชา อิตาเล่ยี นโซดา
เวลาทำ�การ: เวลา 10.00-20.30 น.ที่ตัง้ ทางหลวงชนบท หมายเลข 3001 มหาสารคาม (กม. ที่ 8
เส้นทางมหาสารคาม  กาฬสินธุ์ เลี้ยวเข้าทางหลวงชนบท หมายเลข 3001 (ทางไปวัดป่าวังเลิง)  อำ�เภอกันทรวิชัย
จงั หวัดมหาสารคาม หมายเลขโทรศัพท์: 09 7930 5966
2.2.7 บ้านอนิ ทรีย์ & คอฟฟี่ สมั ผสั ร้านกาแฟเล็กๆ ทีม่ กี ล่ินอายธรรมชาต ิ บรรยากาศสุดชิล พร้อม
ปลอ่ ยอารมณเ์ ดนิ เลน่ บนสะพานไมท้ ที่ อดตวั ไปบนทงุ่ นาตน้ ขา้ วอนิ ทรยี เ์ ขยี วขจ ี ซงึ่ รา้ นนก้ี �ำ ลงั เปน็ ทนี่ ยิ มของบคุ ลากร
และนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม แวะมาชิมเครื่องดื่ม เช็คอินถ่ายรูปกันไม่ขาดสาย มีเอกลักษณ์คือสงบไม่วุ่นวาย
ราวกบั เปน็ โลกสว่ นตวั ผสานกบั ธรรมชาตขิ องทอ้ งทงุ่ นาขา้ วอนิ ทรยี ท์ กี่ �ำ ลงั เขยี วขจี ท�ำ ใหผ้ ทู้ แี่ วะเวยี นเขา้ มาชมิ กาแฟ
และอาหารอิ่มทอ้ ง ยงั ไดร้ สู้ กึ ถงึ ความผ่อนคลายได้อีกด้วย
ทต่ี ง้ั : 767 บ้านดอนยม หมู่ 1 ตำ�บลขามเรียง อำ�เภอกันทรวชิ ัย จงั หวดั มหาสาคาม
หมายเลขโทรศัพท:์ 09 4664 9744
2.2.8 สวนอาหารคานบุญ มหาสารคาม “เบ่ือเมืองแต่ไม่อยากไปไกล หลีกหนีความวุ่นวาย แล้วมา
หายใจเอาออกซเิ จนใหเ้ ตม็ ปอด ใต้ตน้ ไม้ใหญๆ่ รมิ น���ำ้ ��ก���ว��้า��ง�ๆ���ล�ม��พ�ดั �เ�ย�็น��ๆ��น��ง่ั �เ�ล�่น��ใ�ห�้อ�า��ห��า��ร��ป����ล��า�����ก��นิ����ข��้า�ว��อ�ม่ิ �แ��ล�ว้ �น��อ�น�
กลงิ้ ไดเ้ หมอื นอยทู่ บี่ า้ น จบิ ชากาแฟนงั่ ชลิ ๆ เอาเทา้ จมุ่ �น��ำ้ ��ใ��ห��ป้���ล��า��ต���อ��ด��เ�ท�า้ �ด�ว้ �ย�ส�ป��า�ป�ล�า�แ�ส��น��จ��ะ��ผ���อ่ ��น���ค��ล���า��ย��”��ส�ว�น�อ�า�ห��า�ร
คานบุญ เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารท่ีข้ึนชื่อของ จังหวัดมหาสารคาม ท่ีมีบรรยากาศดี มีท้ังวิวที่สวยงามเหมาะแก่การ
ถา่ ยรปู ตา่ งๆ เปดิ ใหบ้ รกิ าร: - ท่ีโซนกาแฟ #กลิน่ ฟางคาเฟ่อยูใ่ นสวนอาหารคานบญุ ตบท้ายดว้ ยขนมหวานแลว้ เซลฟ่ี
ได้ทุกมมุ ในรา้ น มุมถ่ายรปู ถ้าไดม้ าแล้วคณุ จะหลงรักในธรรมชาติสไตล์อสี านบ้านเฮา บรรยากาศดๆี
ทต่ี ั้ง: 111 หมู่ 3 ต�ำ บลกู่ทอง อ�ำ เภอเชยี งยนื จงั หวัดมหาสารคาม หมายเลขโทรศพั ท์:�0���4�3�3�7��0�1�9�8�
2.2.9 อารยฟาร์ม มหาสารคาม แหลง่ ท่องเท่ยี วเชงิ เกษตรสามารถเข้ามาศึกษาหลักเกษตรทฤษฎใี หม่
คาเฟ่ชิคแอนด์ชิลล์แห่งใหม่ของจังหวัดมหาสารคาม ตกแต่งสวยงามน่าน่ังหลากหลายมุมให้เลือกไปถ่ายรูปจิบกาแฟ
หรือสั่งของหวานของว่างมาทานเล่นนั่งคุยกัน บรรยากาศแอร์เย็นๆ อาคารเพดานสูงติดกระจกใสทำ�ให้มองเห็น
บรรยากาศโดยรอบ ส่วนใครทีอ่ ยากใกลช้ ิดธรรมชาติ หามมุ ถา่ ยรูปสวยๆ บริเวณกว้างขวางพอสมควรมมุ โปรดที่สุด
ของแอดคงเป็นมา้ นง่ั กลางต้นจามจุรยี กั ษ์ ดีงามมาก กลางแดดร้อนยังมลี มพดั โชยเย็น
ที่ตง้ั : เสน้ บายพาส ต�ำ บลแก่งเลงิ จาน อ�ำ เภอเมอื ง จังหวัดมหาสารคาม
หมายเลขโทรศัพท:์ 09 1961 9515
2.2.10 บา้ นสวนซมุ แซง เปน็ รา้ นทน่ี ีม่ ีกิจกรรมให้เก็บพืช ผกั สวนครวั ก่อนปรุงอาหาร พร้อมทง้ั อาหาร
ที่ไร้ผงชูรส และไร้สารปรุ่งแต่ง ผักปลอดภัยจากสารพิษ (ผักปลอดสารพิษ) หมายถึง พืชผักที่มีการจำ�กัดการใช้
สารเคมี ปุ๋ยเคมี และฮอร์โมนในการปลูก ไม่ใช้สารกำ�จัดแมลง โดยปริมาณสารตกค้างของผลผลิต ต้องไม่เกิน
มาตรฐานของสำ�นักงานมาตรฐานสินคา้ เกษตรและอาหารแหง่ ชาติ

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 19
สาขาท�ำ นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”

ประเภท: บา้ นสวนตามแนวคดิ เกษตรกรรมยงั่ ยนื ทตี่ งั้ : บา้ นดอนยม ต�ำ บลทา่ ขอนยาง อ�ำ เภอกนั ทรวชิ ยั
จังหวดั มหาสารคาม เปิดให้บรกิ าร: ตลอด 24 ชั่วโมง หมายเลขโทรศพั ท:์ 08 0420 6004

2.2.11 ร้านกาแฟรืน่ รมย ์ เปน็ ร้านท่ีมีบรรยากาศชลิ ๆ ภายในรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพนื้ ที่
ขามเรยี ง) มที ง้ั กาแฟสด ชา นม กาแฟสดุ อรอ่ ย บรรยากาศรม่ เยน็ นกึ ถงึ ขนมจบี ลกู ชน้ิ นกึ ถงึ กาแฟสดุ โดนใจ ประเภท:
รา้ นเครอื่ งดมื่ และอาหารวา่ ง เปดิ ใหบ้ รกิ าร: เปดิ ทกุ วนั เวลา 08.00 - 18.00 น. หยดุ ทกุ วนั อาทติ ย์ เมนแู นะน�ำ : รน่ื รมย์
นมปั่น, กาแฟ, คาปูชิโน่ ท่ีตั้ง: จากตัวอำ�เภอกันทรวิชัย มุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร้านกาแฟร่ืนรมย์
จะต้งั อยบู่ ริเวณตรงข้ามกบั คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ท่จี อดรถ: บริเวณของร้านกาแฟร่ืนรมย์ หมายเลขโทรศพั ท์: 08 9711 0206
2.2.12 ร้านหนังกลางแปลง ถนนศรีสวัสดิ์ เป็นร้านที่มีการตกแต่งร้านสไตล์ยุคหนังกลางแปลง
อาหารอร่อย ใส่ภาชนะแบบอินดี้ บรรยากาศดี รสชาติ บริการดี
ประเภท: ร้านอาหาร เปิดให้บริการ: 10:00 - 00:00 น. ท่ีตั้ง:  ถนนศรีสวัสดิ์ ตำ�บลตลาด อำ�เภอ
เมืองมหาสารคาม มหาสารคาม หมายเลขโทรศัพท์ 0 4302 3601
2.2.13 ร้านตำ�กาหลง บรรยากาศในร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย มีความโมเดิร์น ในตัว มีอาหาร
หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ� ต้มยำ�รสเด็ด ไก่ย่าง เน้ือแดดเดียว ยำ�รสเด็ดฯลฯ เอาใจบุคลากร นิสิต
มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม และบุคคลทว่ั ไป ประเภท: รา้ นอาหาร ทต่ี ั้ง:  ดา้ นหนา้ มอ.ใหม่ มหาสารคาม- กาฬสินธุ์
225/12 (ทางเข้าหน้า ถนนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตำ�บลท่าขอนยาง อำ�เภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
หมายเลขโทรศัพท:์ 0 86459 8915

3. ขั้นสรุปผล

1) ประเมินผลของผทู้ ่เี ข้ารับชมส่อื ผา่ นทางเพจเฟซบกุ๊
2) จัดท�ำ รายงานสรปุ ผลการจดั โครงการ

4. การบุรณาการ

ดา้ นวจิ ยั การดำ�เนินงานโครงการการผลิตวีดทิ ศั น์และภาพนง่ิ “พากินพาเทีย่ ว” เพอื่ สง่ เสรมิ การท่องเที่ยว
เชงิ วฒั นธรรมจงั หวดั มหาสารคามผา่ นชอ่ งทางโซเชยี ลมเี ดยี สามารถตอ่ ยอดกบั งานวจิ ยั ดา้ นการสง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ ว
เพอ่ื สรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ใหก้ บั ชมุ ชน ผู้ประกอบการร้านอาหาร สวนอาหาร และสถานทท่ี ่องเทยี่ วในจังหวดั มหาสารคาม

ดา้ นการเรยี นการสอน การด�ำ เนินงานโครงการการผลิตวีดทิ ศั น์และภาพนงิ่ “พากินพาเที่ยว” เพ่ือสง่ เสรมิ
การทอ่ งเทย่ี วเชงิ วฒั นธรรมจงั หวดั มหาสารคามผา่ นชอ่ งทางโซเชยี ลมเี ดยี ไดบ้ รู ณาการกบั การเรยี นการสอนในรายวชิ า
การเขียนบทและบทภาพ และรายวิชาการออกแบบเนื้อหาและพัฒนาสตอรี่บอร์ด โดยมีการหมอบหมายให้นิสิต
รวบรวมขอ้ มลู สถานทที่ อ่ งเทย่ี ว รา้ นอาหาร สวนอาหาร และสถานท่ปี ระกอบกจิ กรรมตา่ งๆ จากน้นั ได้รวบรวมขอ้ มลู
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งมาเขยี นบท ใหเ้ หมาะสม กบั เนอื้ หาตามสถานทน่ี น้ั ในรปู ของไวรอลคลปิ และท�ำ หนงั สอื ขออนญุ าตถา่ ยท�ำ
วีดทิ ศั น์ รวมท้งั ลงพื้นทีส่ มั ภาษณผ์ ู้มสี ว่ นเกีย่ วข้อง เพอื่ นำ�ขอ้ มูลมาเขา้ ส่กู ระบวนการผลติ สอ่ื เรียบเรยี ง คดั เลอื กภาพ
ตดั ต่อวิดที ัศน์ และนำ�เผยแพรผ่ า่ นเพจ เฟซบุ๊ก “พากินพาเทยี่ วแบบอีสาน”

ด้านการบริการวิชาการ การดำ�เนินงานโครงการเกิดความสำ�เร็จในด้านของการบริการวิชาการชุมชน
พบว่า นิสิตได้มีส่วนร่วมในการผลิตวีดิทัศน์และภาพน่ิง “พากินพาเที่ยว” เพื่อส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม
จังหวัดมหาสารคามผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยการนำ�เสนอสถานท่ีท่องเที่ยว ประเพณี ต่างๆ และร้านอาหาร

20 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบ�ำ รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

สวนอาหาร ทมี่ ีชือ่ ในจังหวดั ผ่านคลิป จำ�นวน 9 คลปิ เป็นการบรกิ ารวชิ าการอันน�ำ ไปสกู่ ารสร้างรายไดแ้ ละสรา้ ง
มลู ค่าเพิ่มใหแ้ ก่ชมุ ชนในจังหวดั มหาสารคาม บนเพจเฟซบุ๊กที่จัดท�ำ โดยนสิ ติ คณะวิทยาการสารสนเทศ

ด้านการทำ�นุบำ�รุงศิลปวัฒนธรรม เป็นการสร้างความภูมิในการนำ�เสนอการประชาสัมพันธ์ประเพณีต่างๆ
ผ่านคลิปบนเพจเฟซบุ๊ก “พากินพาเที่ยวแบบอีสาน” จำ�นวน 9 คลิป เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและ
เป็นการเผยแพรป่ ระเพณีวฒั นธรรมตอ่ ไปในระดบั ชาตแิ ละนานนาชาตไิ ด้

ดา้ นประโยชนแ์ ละสรา้ งคณุ คา่ โครงการการผลติ วดี ทิ ศั นแ์ ละภาพนงิ่ “พากนิ พาเทยี่ ว” เพอื่ สง่ เสรมิ การทอ่ ง
เท่ียวเชิงวัฒนธรรมจงั หวดั มหาสารคามผา่ นชอ่ งทางโซเชยี ลมีเดีย จัดทำ�ข้นึ เพ่ือผลติ วดี ิทศั น์ เพอื่ ประชาสัมพนั ธแ์ หลง่
ทอ่ งเทยี่ วใหเ้ ปน็ ทน่ี ยิ มและอาหารทเ่ี ปน็ จดุ เดน่ ของจงั หวดั ตามฤดกู าล สามารถตอบสนองความตอ้ งการของผวู้ างแผน
การท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม เพื่อการอนุรักษ์และสืบทอด ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของจังหวัดมหาสารคาม
รวมท้ังเป็นช่องทางในการค้นหาข้อมูลเพ่ือตัดสินใจเลือกท่องเท่ียวและส่งผลให้สาธารณชนสามารถเข้ามาท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์มากยิ่งข้ึน ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “พากินพาเที่ยวแบบ
อสี าน”จ�ำ นวน 9 คลิป ประกอบด้วย

คลปิ ที่ 1 เทยี่ วแบบสายบญุ ตอน 1 เปน็ การพาไปสมั ผสั กบั ความงามทางศาสนา และสถานทพ่ี กั พงิ ทาง
ใจ อาทเิ ชน่ วดั พุทธวราราม (วัดป่าวังน��ำ�้ ��เ�ย���น็���)���ว�ัด�ป��า่ �เ�ก�า�ะ��เก��ง้ิ ��–��ส�ะ��พ�า�น��ไ�ม�้�ร�า้��น�บ��้า��น��ส���ว���น���ค��ุ้ง��น����้ำ ��ส���า��ร��ค���า��ม����แ��ล��ะ���อ����ทุ ����ย��า��น�
วงั มัจฉาโขงกดุ หวาย (วงั มัจฉา)

คลิปที่ 2 เทยี่ วแบบสายลยุ ตอน 1 เปน็ การพาไปพบกบั ความมนั ส์กบั กิจกรรมต่างๆ ทั้งบนบก และ
ในน��้ำ���จ��า��ก���แ��ห���ล���่ง��ท��่อ���ง��เ�ท���่ีย��ว�แ�ล��ะ�ส�ถ�า�น��ท�่ีป��ร�ะ�ก�อ�บ��ก�ิจ�ก��ร�ร�ม��อ�า��ท�ิเ�ช�่น��ว�น����อ��ุท���ย��า��น���แ���ห��่�ง�ช���า��ต���ิช��ีห���ล���ง����บ�้า��น�ส�ว�น��ซ�ุม�แ�ซ��ง��บ�้า�น�
เบญจรงคแ์ กลลอรี่ และรา้ นกาแฟรนื่ รมย์

คลิปที่ 3 เที่ยวแบบสายซวิ ตอน 1 เปน็ การเท่ียวตระเวนรา้ นอาหารทม่ี ีชือ่ และเป็นท่รี จู้ ักแพร่หลาย
ในจังหวัด อาทิเช่น ร้านแจ่วฮ้อนท่าขอนยาง ร้าลำ�ชี 1 ครัวไชยาพารวย ร้าน O2 Revolution ร้านบ้านอินทรีย์
และรา้ นฮมิ

คลิปท่ี 4 เที่ยวแบบสายบญุ ตอน 2 โดยการนำ�เท่ียว อาทเิ ช่น วัดพระพทุ ธ มิ่งเมือง พระยนื วัดสวุ รรณ
าวาส วดั ปา่ ดอนหนาด และรา้ นตำ�กาหลง

คลิปท่ี 5 เท่ียวแบบสายซิว ตอน 2 โดยการนำ�เที่ยว อาทิเช่น เท่ียวงานง้ิวจังหวัดมหาสารคาม
งานประเพณีลอยกระทง เทศกาลห่นุ ฟางยกั ษ์ และงานกลองยาวชาววาปี

คลปิ ที่ 6 เที่ยวแบบสายลุย ตอน 2 โดยการนำ�เทย่ี ว อาทเิ ช่น อารยฟาร์ม พิพิธภณั ฑ์บา้ นเชยี งเหยี น
และสวนอาหารคานบุญ

คลิปที่ 7 เทีย่ วแบบสายบุญ ตอน 3 โดยการน�ำ เท่ียว อาทิเชน่ ก่สู นั ตรัตน์ วัดหนองหูลงิ รา้ นตำ�สะดิง้
ก้งุ เผามหาสารคาม และทา้ ยสุดคือพระบรมธาตุนาดูน

คลิปท่ี 8 เท่ยี วแบบสายลยุ ตอน 3 โดยการน�ำ เท่ยี ว อาทิเช่น ฟารม์ มมส. หมูบ่ ้านปั้นหม้อ ตำ�บลเขวา
และร้านหนังกลางแปลง ถนนศรสี วัสด์ิ

คลิปท่ี 9 เทีย่ วแบบสายซวิ ตอน 3 โดยการน�ำ เท่ียว อาทเิ ช่น แก่งเลงิ จาน สะพานไมแ้ กดำ� และบา้ น
ดงน้อย

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 21
สาขาทำ�นุบ�ำ รุงศิลปวฒั นธรรม”

บทสรุป

จังหวัดมหาสารคามมีแหล่งท่องเท่ียวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่นจำ�นวนมาก อีกท้ังยังมีร้านอาหารที่มี
เอกลักษณ์เฉพาะและอร่อยเป็นท่ีน่าสนใจ ทำ�ให้นักท่องเท่ียวผ่านมาเย่ียมชมมากขึ้นแต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์
ให้กับนักท่องเท่ียว รวมทั้งชุมชนยังไม่เห็นถึงความสำ�คัญของการให้ข้อมูลการท่องเที่ยวแก่นักท่องเท่ียวท่ีต้องการ
เขา้ มาเทยี่ วชมในจงั หวดั อนั เนอ่ื งมาจากขาดความรใู้ นการประชาสมั พนั ธท์ ถ่ี กู ตอ้ ง ดงั นน้ั ผดู้ �ำ เนนิ โครงการมคี วามสนใจ
ผลิตวีดิทัศน์และภาพน่ิง “พากินพาเที่ยว” ข้ึน เพื่อนำ�ผลงานไปประชาสัมพันธ์การท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมเพ่ือการ
อนุรักษ์และสืบทอดความหลากหลายทางวัฒนธรรมของจังหวัดมหาสารคาม และเพ่ือศึกษาผลการเผยแพร่วีดิทัศน์
และภาพนิ่ง “พากินพาเทยี่ ว” เพ่อื ส่งเสริมการทอ่ งเที่ยวเชงิ วฒั นธรรมจงั หวดั มหาสารคามผา่ นชอ่ งทางโซเชยี ลมเี ดยี

ผลการศกึ ษา พบวา่ การผลิตวีดทิ ศั นม์ จี ำ�นวน 9 ตอน และภาพน่งิ 9 ชดุ โดยแบ่งรปู แบบการท่องเทย่ี ว
เป็น 3 แบบ ตามความชอบของนักท่องเที่ยวได้แก่ 1. สายบุญ: ชอบท่องเท่ียวกับการทำ�บุญ 2. สายกิจกรรม:
ชอบท่องเท่ียวกับการทำ�กิจกรรมร่วมกับชุมชน 3. สายชิว: ชอบท่องเท่ียวกับบรรยากาศผ่อนคลายสบายสบาย
โดยได้นำ�ไปเผยแพร่ผ่านเพจบน Facebook “พากินพาเท่ียวมหาสารคาม” การประเมินโครงการการผลิตวีดิทัศน์
และภาพนิง่ “พากนิ พาเที่ยว” เพื่อส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ียวเชิงวัฒนธรรมจงั หวัดมหาสารคามผ่านชอ่ งทางโซเชียลมเี ดีย
มีตัวชี้วัดความสำ�เร็จ ดังนี้ จำ�นวนผู้เข้าร่วมโครงการ 30 คน ร้อยละความพึงพอใจของนิสิตท่ีเข้าร่วมโครงการ
รอ้ ยละ 80 โดยมผี เู้ ข้ารว่ มโครงการ เปน็ เพศชาย 18 คน เพศหญิง 12 คน

ผลการศึกษาความพึงพอใจด้านความรู้และประสบการณ์ท่ีได้รับในเรื่องการได้รับประสบการณ์ตรงหรือ
ไดเ้ รยี นรวู้ ถิ ชี วี ติ ของผคู้ นจากกรณตี วั อยา่ ง การลงพนื้ ทด่ี �ำ เนนิ การรว่ มกบั อาจารย์ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 86 การไดร้ บั ความรู้
และประสบการณท์ ี่เปน็ ประโยชน์ นอกเหนือจากต�ำ ราและเรยี นในชัน้ เรยี น คดิ เปน็ รอ้ ย 84 การร่วมกจิ กรรม ทำ�ใหม้ ี
ความเขา้ ใจในเนอ้ื หาวชิ าทเี่ รยี นมากขนึ้ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 83 รวมทงั้ การเขา้ รว่ มกจิ กรรมมคี วามสอดคลอ้ งกบั เนอ้ื หาสาระ
ทเ่ี รยี น ท�ำ ใหไ้ ดร้ บั ความรเู้ กยี่ วกบั ประเพณตี า่ งๆ สถานทที่ อ่ งเทยี ว รา้ นอาหาร และสามารถประชาสมั พนั ธแ์ กน่ กั เทยี่ ว
หรอื ผ้ตู อ้ งการวางแผนในการท่องเทย่ี วในจังหวัดมหาสารคาม และจงั หวดั ใกลเ้ คียง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 81 ด้านประโยชน์
ที่ได้รับสามารถนำ�ความรู้และประสบการณ์ท่ีได้รับไปปรับใช้ ร้อยละ 84 การร่วมกิจกรรมทำ�ให้เรียนรู้การทำ�งาน
ร่วมกบั ผู้อนื่ รอ้ ยละ 82 และการว่ มกจิ กรรมชว่ ยใหเ้ รยี นรู้การทำ�งานทำ�งานเป็นขั้นตอน คดิ เป็นรอ้ ย 81

การประเมนิ โครงการการผลติ วดี ทิ ศั นแ์ ละภาพนงิ่ “พากนิ พาเทย่ี ว” เพอื่ สง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ วเชงิ วฒั นธรรม
จังหวัดมหาสารคามผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย จำ�นวนผู้เข้าร่วมโครงการ 80 คน ร้อยละความพึงพอใจของชุมชน
ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 84 โดยมีผ้เู ข้ารว่ มโครงการ เป็นเพศชาย 34 คน เพศหญิง 46 คน

ผลการศึกษาความพึงพอใจด้านความรู้และประสบการณ์ท่ีได้รับ ในเร่ืองการสามารถนำ�ความรู้และ
ประสบการณจ์ ากการรว่ มกจิ กรรมไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจ�ำ วนั ตอ่ สงั คมและชมุ ชน พบวา่ ผเู้ ขา้ รว่ มไดร้ บั ประโยชน์
มากท่ีสุด คิดเป็นร้อยละ 86 กิจกรรมมีความสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของชุมชน กลุ่มเป้าหมาย
คดิ เป็นรอ้ ยละ 80 การเข้ารว่ มกิจกรรมท�ำ ให้เกิดการสร้างเครอื ข่ายในชมุ ชน สังคม คิดเปน็ ร้อยละ 82 ได้รบั ความรู้
และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์และสามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่ชุมชน คิดเป็นร้อยละ 81 รวม
ท้ังสามารถนำ�ความรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมมาพัฒนาองค์ความรู้ใหม่หรือนำ�ไปสู่การขยายผล
คดิ เป็นร้อยละ 83

ผลตอบรบั จาการเผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊ก “พากนิ พาเทยี่ วแบบอสี าน” มีดังนี้
ระหว่างวันท่ี 4 - 26 มิถุนายน 2562 มีผู้เข้าชมทั้งหมดที่ 26,257 คน มียอดรับชมทั้งหมด 21,454
ยอดววิ มียอดกดเเชรท์ ้ังหมด 247 แชร์ ผู้รบั ชมผา่ นชอ่ งทางโซเซียลมีเดียเพจบนเฟซบ๊กุ มีความพึงพอใจหลังการชม
ร้อยละ 80 ทั้งน้ี โครงการดังกล่าวได้มีการบูรณาการกับการเรียนการสอน ในรายวิชาการเล่าเร่ืองและลำ�ดับภาพ
และการออกแบบเนื้อหาและการลำ�ดับภาพ โดยมีการหมอบหมายให้นิสิตรวบรวมข้อมูลสถานท่ีท่องเท่ียว

22 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นบุ ำ�รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”
รา้ นอาหาร สวนอาหาร และสถานทป่ี ระกอบกจิ กรรมตา่ งๆ จากนน้ั ไดร้ วบรวมขอ้ มลู ทเี่ กย่ี วขอ้ งมาเขยี นบท ใหเ้ หมาะสม
กับเนื้อหาตามสถานที่น้ัน ในรูปของไวรอลคลิป และทำ�หนังสือขออนุญาตถ่ายทำ�วีดิทัศน์ รวมทั้งลงพ้ืนที่สัมภาษณ์
ผ้มู สี ว่ นเกยี่ วขอ้ ง เพือ่ นำ�ข้อมูลมาเข้าสูก่ ระบวนการผลติ ส่ือ เรียบเรยี ง คดั เลือกภาพ ตดั ตอ่ วิดีทัศน์ และนำ�เผยแพร่
ผ่านเพจ เฟซบกุ๊ “พากิน พาเทย่ี วแบบอสี าน” นอกจากนย้ี งั เหน็ ผลชดั เจนในเรื่องของการบรกิ ารวชิ าการที่เป็นการ
ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายในจังหวัดมหาสารคามให้นักท่องเท่ียวได้รับรู้ และวางแผนในการ
ทอ่ งเท่ยี วได้เปน็ อย่างดี สง่ ผลใหส้ ร้างรายไดใ้ หก้ ับชมุ ชนในจงั หวัดมหาสารคามและจงั หวดั ใกล้เคียง ผา่ นส่ือออนไลน์
ดังนี้

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 23
สาขาทำ�นบุ �ำ รุงศิลปวัฒนธรรม”

24 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบำ�รงุ ศิลปวฒั นธรรม”

บรรณานกุ รม

ชัยยงค์ พรหมวงศ์ นิคม ทาแดง และไพบูรณ์ คะเชนทรพรรค์. (2546). ประเภทรายการวิทยุ โทรทัศน์. ใน
เอกสารการสอนชุดวิชาความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับวิทยุโทรทัศน์. หน้า 144-148. นนทบุรี: สาขาวิชา
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธริ าช.

ธิดาพร ชนะชยั . (2550). New Media Challenges: Marketing Communication Through New Media.
[ออนไลน์]. ได้จาก: http://commarts.hcu.ac.th/images/academic_article/nok/new_
media_newchallenges.pdf

ปยิ ะพร เขตบรรณพต. (2553). พฤตกิ รรมรบั การสอื่ สารการตลาดผา่ นสอ่ื ใหมข่ องผบู้ รโิ ภคในอ�ำ เภอเมอื งเชยี งใหม่.
การคน้ ควา้ แบบอสิ ระปรญิ ญาบรหิ ารธรุ กจิ มหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการตลาด บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั
เชยี งใหม่.

พรจติ สมบตั พิ านชิ . (2547). โฆษณาในทศวรรษท่ี 2000-2010: การศกึ ษาถงึ ปจั จยั ดา้ นสอ่ื ทมี่ ตี อ่ รปู แบบโฆษณา.
วทิ ยานิพนธด์ ุษฎีบัณฑิต คณะสารสารศาสตร์และส่ือมวลชน มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์.

เรือ่ งเลา่ จากโครงการ “สง่ เสริมการเผยแพรร่ ำ�โทนกนั ทวิชยั ”

คมกรชิ การนิ ทร์
วทิ ยาลัยดรุ ิยางคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
โครงการหนงึ่ คณะหนึ่งศิลปวฒั นธรรม ประจำ�ปงี บประมาณ �2�5�6�2

ร�ำ โทนคืออะไร

รำ�โทนเป็นการละเล่นพ้ืนบ้านท่ีมีมาต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากกฎมณเฑียรบาลห้ามเล่นรำ�โทนในเขต
หวงห้าม จึงน่าจะสันนิษฐานได้ว่า รำ�โทนเกิดข้ึนในสมัยกรุงศรีอยุธยาน้ีด้วย ซึ่งจุดกำ�เนิดไม่สามารถระบุชี้ชัดได้ว่า
เกดิ ขนึ้ ทใี่ ด แตอ่ าจจะเกดิ จากชมุ ชนเมอื งทมี่ คี นอยมู่ าก เพราะเปน็ การละเลน่ ทสี่ รา้ งความสนกุ สนาน สรา้ งความสมั พนั ธ์
ของคนในกลุ่ม และเพ่ือให้ประชาชนเกิดความสามัคคีในกลุ่มอีกด้วย จึงเป็นไปได้ว่า ต้นกำ�เนิดการรำ�โทนอาจจะ
เกิดขึ้นบริเวณภาคกลาง และแพร่กระจายออกไปในพื้นที่ต่างๆ ที่ติดต่อกัน รำ�โทน เป็นการละเล่นพื้นบ้านท่ีนิยม
เลน่ กนั ท่วั ทกุ ภาคของประเทศไทย การเลน่ รำ�โทนไดร้ ับความนยิ มสูงสดุ สมัยจอมพล ป.พิบลู สงคราม

รำ�โทน ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงสงครามโลก ครั้งท่ี 2 เน่ืองมาจากประชาชนต้องอพยพหนีภัย
ทางอากาศ จากกรงุ เทพฯ ไปยงั ชนบทตามทตี่ า่ งๆ กัน ในภาวะสงครามนั้นยาม�ค��่ำ ��ค��ืน���จ��ะ���ม�ืด�ไ�ป�ท��กุ �ห��น�ท���กุ���แ��ห���่ง���เ�พ�ร�า�ะ�
รฐั บาลประกาศหา้ มกระท�ำ การตา่ งๆ หลายอยา่ ง เชน่ หา้ มจดุ ไฟ หา้ มชมุ นมุ และอนื่ ๆ จงึ ท�ำ ใหป้ ระชาชนเกดิ ความเหงา
และตึงเครียด การสนทนากันเพียงอย่างเดียวไม่สนุก จึงได้คิดเล่นรำ�โทนขึ้น การละเล่นชนิดนี้ชาวบ้านรู้จักและ
เลน่ ไดท้ กุ คน จดุ ประสงคข์ องการเลน่ คอื เพอื่ ความสนกุ สนาน และเพอื่ พบปะพดู คยุ หรอื เกยี้ วพาราสรี ะหวา่ งหนมุ่ สาว

รูปแบบของการเล่นรำ�โทนมีการพัฒนามาจากการรำ�เป็นวง โดยผู้รำ�เคลื่อนที่เป็นวงกลม จับคู่ระหว่าง
ชายหญิง ไม่มีท่ารำ�ที่เป็นแบบแผน ตามแต่ความพอใจของผู้รำ� มีการร้องเพลงสั้นๆ เนื้อหาส่วนใหญ่สะท้อนถึง
สังคมไทยของตน หรือการเกีย้ วพาราสกี ันของหน่มุ สาวโดยทวั่ ไปนยิ มเล่นในตอนกลางคนื

การกําหนดนโยบายวัฒนธรรมโดย จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ได้พยายามส่งเสริมรําโทนให้เป็นศิลปะ
ท่ีมีแบบแผน และถือว่ารําโทนเป็นวัฒนธรรมหน่ึงของชาติ มีความเห็นว่าวัฒนธรรมเป็นส่วนสําคัญในการสร้างชาติ
จงึ ได้ปรับปรุงรําโทนใหเ้ ป็นราํ วง โดยใหม้ ีการราํ วงเป็นแบบแผนเรยี บร้อย สวยงามกวา่ ราํ โทนชาวบา้ นแบบเดิม

จากการสนับสนุนให้ทางราชการแต่งเพลงรําโทน โดยเฉพาะอย่างย่ิงในวงการทางราชการทหาร เมื่อแต่ง
แล้วก็ส่ือต่อไปยังหมู่ชาวบ้าน ซึ่งก่อให้เกิดผลดีต่อการเข้าถึงประชาชนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นรําโทนในยุคน้ี เน้ือหา
ของบทเพลงนอกเหนือจากความสนุกสนานแล้ว ยังมีลักษณะปลุกใจให้รักชาติ เชิญชวนให้ประชาชนได้ปฏิบัติตาม
“รัฐนิยม” ไปด้วย เช่น เพลงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เช่ือผู้นํา แปดนาฬิกา ต้นตาลโอน เราสนับสนุน
แปลก พบิ ลู สงคราม สาวน้อยเอวกลม ฯลฯ เป็นตน้

26 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบำ�รงุ ศิลปวัฒนธรรม”

จุดก�ำ เนิดโครงการ

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ นำ�โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์คมกริช การินทร์ ได้ทำ�การศึกษาค้นคว้า องค์ความรู้
เรื่องรำ�โทน กันทรวิชัย ที่กำ�ลังจะสูญหาย เพราะขาดการสืบทอด โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก กองบริการวิชาการ
และวิจัย ของ ม.มหาสารคาม โดยปีแรก ปี 2559 ได้ทำ�การศึกษาค้นคว้ารวบรวมองค์ความรู้ด้งกล่าว และปีท่ี 2
ได้ทำ�การนำ�องค์ความรู้ท่ีได้เกี่ยวกับรำ�โทนมาสร้างสรรค์เป็นการแสดงชุดรำ�โทน และนำ�ถ่ายทอดให้กับชุมชน
ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย ที่เป็นแหล่งข้อมูล และทำ�การขยายผล โดยถ่ายทอดให้ท่ีโรงเรียนอนุบาลกันทรวิชัย
ประจ�ำ อำ�เภอ ใหก้ ับเยาวชนและคนที่สนใจ

ในปีต่อมา อาจารย์ยศพรรณ พันธศรี ได้นำ�องค์ความรู้ดังกล่าว โดยการสนับสนุน จากมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม ไปเผยแพร่ให้กับ กลุ่มผู้สูงอายุ และชาวบ้านในชุมชนท่าขอนยาง ที่วัดเจริญผล ต.ท่าขอนยาง ซึ่งได้
รบั ความสนใจเปน็ อยา่ งดี พบวา่ เป็นที่ชืน่ ชอบ เปน็ กิจกรรมท่ีเหมาะกับผสู้ งู วัย เพราะชว่ ยในการเสรมิ สร้างสขุ ภาพ
จากกระบวนร�ำ ที่คล้ายกบั การออกกำ�ลงั กาย และชว่ ยใหก้ ารจดจ�ำ ดีขึ้น เพราะมีเนื้อร้องท่สี ้นั กะทดั รัด และมีเนื้อหา
เก่ยี วกับชุมชน

จากผลการดำ�เนินการข้างต้นดังกล่าว ทางวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ จึงจะได้จัดทำ�โครงการ ถ่ายทอดรำ�โทน
กนั ทรวชิ ยั แกช่ มุ ชนใน อ.กนั ทรวชิ ยั เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความยง่ั ยนื เปน็ วฒั นธรรมประจ�ำ จงั หวดั อกี อยา่ งหนงึ่ ของ อ.กนั ทรวชิ ยั
จ.มหาสารคามตอ่ ไป

วัตถุประสงค์ในการจัดโครงการน้ัน เพื่อถ่ายทอดรำ�โทนกันทรวิชัยให้กับชุมชนต่างๆ ในอำ�เภอกันทรวิชัย
ส่งเสริมความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทำ�นุบำ�รุงศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถ่ินให้คงอยู่ต่อไป และเพ่ือส่งเสริมและ
สร้างมลู คา่ ทางวิชาการ ผลิตจัดทำ�หนังสอื รำ�โทนกันทรวิชัย เพ่อื เผยแพร่และเป็นแหลง่ เรียนรู้ภูมิปญั ญา โดยระยะ
เวลาดำ�เนินโครงการ มี 2 ช่วง ช่วงที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “รำ�โทนกันทรวิชัยและการฝึกปฏิบัติการแสดง
ฟ้อนรำ�” วันท่ี 29-30 มิถุนายน 2562 และ ช่วงท่ี 2 จัดการแสดงและถ่ายทอดองค์ความรู้ “รำ�โทนกันทรวิชัย”
โดยชมุ ชนและนักแสดงต้นแบบ วันท่ี 5 กรกฎาคม 2562 เลือกโรงเรยี นผ้สู งู อายุ อ�ำ เภอกนั ทรวิชยั โรงเรยี นอนบุ าล
กนั ทรวชิ ัย อำ�เภอกนั ทรวชิ ยั จังหวดั มหาสารคาม เป็นสถานที่ในการด�ำ เนนิ โครงการ ดังกล่าว

การบรรลุตามวตั ถตุ ามวัตถุประสงคโ์ ครงการ

โครงการ ดังกลา่ วส�ำ เรจ็ ตามวัตถปุ ระสงค์ 2 ข้อ คอื จดั อบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการหวั ข้อ “ร�ำ โทนกันทรวิชัยและ
การฝึกปฏิบัติการแสดงฟ้อนรำ�”วันที่ 29-30 มิถุนายน2562และ.จัดการแสดงและถ่ายทอดองค์ความรู้ “รำ�โทน
กนั ทรวชิ ัย”โดยชมุ ชนและนักแสดงต้นแบบวนั ท่ี 5กรกฎาคม 2562 ตามทรี่ ะบไุ ว้

จากการจดั โครงการ พบว่า มีเยาวชนเข้าร่วมอบรมและสังเกตการณโ์ ครงการ จ�ำ นวน ประมาณ 100 คน
และไดท้ �ำ การเผยแพรค่ วามรเู้ รอื่ งร�ำ โทน เยาวชนและผสู้ นใจ สามารถร�ำ โทนทไี่ ดส้ รา้ งมาตรฐานไดเ้ ปน็ อยา่ งดมี ตี วั แทน
จากหมู่บ้านตา่ งๆ จ�ำ นวน ประมาณ 60 คน และได้ทำ�การเผยแพร่ความร้เู รอื่ งรำ�โทน เยาวชนและผสู้ นใจ สามารถ
รำ�โทนท่ีได้สร้างมาตรฐานได้เป็นอย่างดี และจากการดำ�เนินโครงการ พบว่าสามารถดำ�เนินการได้ตาม ท่ีตั้งไว้
ซง่ึ เปน็ ผลจากการรว่ มมือจากทุกฝ่ายท่ใี ห้ความร่วมมือและสนบั สนนุ เป็นอย่างดี

เราได้ถ่ายทอดรำ�โทนกันทรวิชัย ให้กับชุมชน ต่างๆ ใน อำ�เภอกันทรวิชัยโดยตัวแทนชุมชนเป็นต้นแบบ
อยา่ งนอ้ ยชมุ ชนละ 1 คน จ�ำ นวน 10 หมบู่ า้ นสง่ เสรมิ ความรภู้ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ และท�ำ นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรมประเพณี
ท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป และชุมชนได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟูความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น สรางคุณค่าทางวิชาการตอ
ชุมชนหรือสังคม สามารถนำ�ไปต่อยอดผลงานทางศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมและสร้างมูลค่าทางวิชาการ ผลิตจัดทำ�
หนงั สือ รำ�โทนกันทรวชิ ยั เพอ่ื เผยแพรแ่ ละเป็นแหลง่ เรยี นรภู้ มู ปิ ัญญา เป็นแหล่งศกึ ษาคน้ คว้าด้านศลิ ปวัฒนธรรมให้

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 27
สาขาท�ำ นบุ �ำ รงุ ศิลปวฒั นธรรม”

ชุมชนต่อไปในอนาคต และผลกระทบ ทางสังคมที่เห็นชัดคือทำ�ให้ชุมชนต้นแบบคือ ต.โคกพระ ได้ทำ�การถ่ายทอด
ความรู้ใหก้ ับผู้เข้ารว่ มโดยทำ�งานร่วมกบั วิทยากร และคนในชุมชนเกิดความเขา้ ใจในเรื่องของรำ�โทน และเกิดความรู้
ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การแสดงของชุมชนนั้นคือรำ�โทนนั่นเอง และจากการสัมภาษณ์สอบถามพบว่า
ผูท้ ่ีเข้ารว่ มทกุ คนมีความพึงพอใจในการเขา้ ร่วมโครงการดังกล่าว

องค์ความรู้ท่เี กดิ ขนึ้ จากโครงการ/นวตั กรรมที่เกดิ ขนึ้ จากโครงการ

เป็นองค์ความร้จู ากโครงการเดิมต่อเน่ือง คือ การแสดงชุดรำ�โทน และมกี ารคดิ ประดษิ ฐ์ทา่ รำ�ใหม่บางตอน
เพมิ่ เตมิ เพ่ือใหเ้ ข้ากับเนื้อร้องมากขึน้

จงั หวะโทน ของ อ.กันทรวิชยั จ.มหาสารคาม

จังหวะธรรมดา

---ป๊ะ -โทน-ปะ๊ -โทน-ป๊ะ -โทน- โทน ---ปะ๊ -โทน-ปะ๊ -โทน-ป๊ะ -โทน- โทน

จังหวะม้าย่อง ---โทน -โทน-โท่น -โทน-โทน ---ปะ๊
---โทน -โทน-โทน่ -โทน-โทน ---ปะ๊

จงั หวะอ็อปบทิ -ปะ๊ -ป๊ะ -โทน-ป๊ะ -โทน-ปะ๊ -โทน-ปะ๊
-ปะ๊ -ป๊ะ -โทน-ปะ๊ -โทน-ปะ๊ -โทน-ป๊ะ

จงั หวะคองกา้
-ปะ๊ -ปะ๊ ป๊ะ-โทน -โทน- - -โทน-โทน -ปะ๊ -ปะ๊ ป๊ะ-โทน -โทน- - -โทน- โทน

เนอื้ รอ้ ง

เพลงไหวค้ รู
สิบนว้ิ วนั ทา ฉนั จะขอไหวค้ รู ไหว้ครู ไหวค้ รู ไหวค้ รู อยูใ่ นวงฟ้อนร�ำ (2 รอบ)
เพลงหลวงพอ่ (จงั หวะธรรมดา)(ทา่ ไหว)้
หลวงพ่อพระพุทธมงคล ช่วยดลให้เรารุง่ เรอื ง
หลวงพอ่ พระพทุ ธม่งิ เมอื ง ร่วมเรยี ง สงา่ สดใส
พวกเราบชู ากราบไหว้ (�ซ�้ำ���)��ข��อ�ช��า�ว�ไ�ท��ย�ม��ีส�ขุ��ท����กุ���ค���นื ���ว�นั ��(�ซ���ำ�้ ��)
เพลงเมอื งคันธา (จงั หวะม้ายอ่ ง) (ร�ำ ตบี ท)
เมืองคันธา คือชือ่ เดมิ กนั ทรวิชัย
พวกเราจงจำ�ใสใ่ จ (�ซ�้�ำ ��)���ก��นั �ท��ร�ว�ิช��ัย��ค�อื��ค��ัน����ธ��า���ธ��ิร�า��ช�เ�อ�ย�

28 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นบุ ำ�รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

เพลงกันทรวชิ ัย (จงั หวะอ็อฟบิท) (ทา่ สอดสรอ้ ย)
กันทรวชิ ัย ทิศใต้ ติดอ�ำ เภอเมือง
ยางตลาดอยู่เหนือขา้ งเคยี ง
กไสย รว่ มเรียง ตะวนั ออกของเรา
อกั ท้งั โกสมุ พิสยั ไม่ใกลไ้ ม่ไกล ทางตะวนั ตกเอย
เพลง บา้ นเรา (จงั หวะคองก้า) (ทา่ รกั , จนั ทรท์ รงกลด)
บา้ นเราเกษตรกรรม อาชีพท�ำ นาทำ�ไร่
คา้ ยขายสนุก สขุ ใจ (�ซ��้ำ ��)��ก���ิน���เ�ท��ีย�น��แ�ก�ว้�ไ�ห��ม���อ��ร��่อ���ย���ห���ว�า�น��ม�ัน�
เพลง มาจากไหน
ญ...รปู หลอ่ เธอมาจากไหน เผือ่ หัวใจฉันอยากติดตาม
ตอบหนอ่ ย นะฉนั ขอถาม (�ซ��้ำ ��)�� (ช)... อยู่ ม.สารคาม ไม่ใกลไ้ มไ่ กล
ช.....สาวสวยเธอละ่ มาจากไหน เผอื่ หวั ใจพี่อยากติดตาม
ตวั พี่ มมส. สารคาม (�ซ�้ำ���)���(�ญ��)�น��อ้ �ง�ค��น�ง��า�ม��อ���ย���ูก่���นั���ท�ร�ว��ิช�ัย�
(พรอ้ ม)...มมส. สง่ เสรมิ สร้างสรรค์ วชิ าการ บรกิ าร วจิ ยั
ร�ำ โทนกนั ทรวิชยั (�ซ�้ำ��)�ฟ��น้ื��ฟ��ไู �ด��้ �ม��ม����ส��.��ย�ิน��ด�ี
เพลงยามเย็น
ยามเยน็ เดินเล่นรมิ หนอง สายตาแลมองฝงู ปลาหลายพันธ์ โนน่ แนฟ่ ้าหรือจนั ทร์ (ซ����้ำ ��)
เธอกับฉนั คู่กันสองคน (�ซ���ำ้ ��)
เพลง รปู หลอ่
รปู หลอ่ เชยี หนอดารา งามตาอพี อ่ หนมุ่ เอย วนั นฉ้ี นั มคี วามสขุ สนกุ รา่ เรงิ หวั ใจ ทนี่ เี่ ปน็ แดนสวรรค์ (ซ���้ำ ��)��
เธอกบั ฉนั ค่กู นั ใช่ไหมเอย (ซ���้�ำ ��)
เพลงแสงจนั ทร์
แสงจนั ทร์เป็นพยานฉนั ด้วย คนสวยโคง้ แลว้ ไม่รำ� รปู ฉนั ชวั่ หรอื วา่ ตวั ฉนั ดำ� (ซ��ำ�้ �)�โ�ค��ง้ �แ��ล��้ว�ไ�ม���ร่ ���ำ ��ท����ำ �ใ�ห��ฉ้��ัน�
อบั อาย
เพลงลา
ลาแลว้ ละหนา วันนี้ขอลาไปกอ่ น
โอกาสหน้าค่อยมาพบกนั (�ซ��้ำ ��)���เ�ธ��อ�ก��ับ�ฉ�นั���ม�า�ร��ำ ��โ��ท���น���ป�๊ะ��โ�ท�น�

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 29
สาขาท�ำ นุบำ�รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”

ในการจัดโครงการครั้งนี้ ต้องมีการประสานงานกับชุมชน ซ่ึงมีความหลากหลาย ได้แก่ สภาวัฒนธรรม
ชมรมผู้สูงอายุ ที่ปรึกษาต่างๆ ของอำ�เภอ โรงเรียนในชุมชน ทำ�ให้เกิดความล่าช้า หรือความเข้าใจผิดในเร่ืองต่างๆ
เกี่ยวกับโครงการ จึงทำ�ให้เกิดการติดขัดในบางช่วง แต่ทางผู้ทำ�โครงการ แก้ปัญหาด้วยการทำ�การประชุมกลุ่มย่อย
และลงพื้นท่ีใหม้ ากท่สี ุดเทา่ ที่จะท�ำ ได้ และตดิ ตอ่ กับชมุ ชนเปน็ ระยะๆ ทำ�ใหส้ ามารถแก้ไขอปุ สรรคตา่ งๆ และผา่ นได้
ด้วยดี สิ่งท่ีทำ�ให้เกิดความสำ�เร็จในครั้งน้ี คือความร่วมมือจากชุมชน และผู้ที่เข้าร่วมโครงการ รวมท้ังการสนับสนุน
จากมหาวทิ ยาลัย และหนว่ ยงานต้นสงั กัดของผจู้ ดั โครงการ คือวิทยาลยั ดุริยางคศิลป์ และมหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
จากการรว่ มมอื รว่ มแรงรว่ มใจ และการตดิ ตามงานอย่างตอ่ เนอ่ื ง ทำ�ให้โครงการนส้ี ำ�เรจ็ ไดด้ ว้ ยดี

ในกา้ วต่อไปหลังจากเสรจ็ สน้ิ โครงการน้ีแลว้ ผ้จู ัดท�ำ โครงการ คาดว่า จะมกี ารลงชมุ ชนต่อเนอื่ งเปน็ ระยะ
เพือ่ ดูความยั่งยืนของการสบื ทอดรำ�โทน เพ่ือเปน็ ศิลปะการแสดงของชุมชนในจงั หวหัดมหาสารคาม สืบไป

การส่งเสริมบทบาทของผู้นำ�ชุมชน ในการส่งเสริมและอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมและ
ประเพณปี ระจำ�ท้องถ่ิน: ศึกษากรณีตำ�บลเขวา อ�ำ เภอเมอื ง จังหวดั มหาสารคาม

ดาริกา โพธิรุกข์ และคณะ
คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โครงการหนงึ่ คณะหน่งึ ศิลปวัฒนธรรม ประจำ�ปงี บประมาณ �2�5�6�2

บทคดั ย่อ

การวิจัยนี้มุ่งศึกษาการส่งเสริมบทบาทของผู้นำ�ชุมชน ในการส่งเสริมและอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม
และประเพณีประจำ�ท้องถ่ิน: ศึกษากรณีตำ�บลเขวา อำ�เภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม โดยใช้การศึกษาเชิงคุณภาพ
จากการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ จากกลมุ่ ตวั อยา่ ง บรรดาผบู้ รหิ ารขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ผใู้ หญบ่ า้ น ผชู้ ว่ ยผใู้ หญบ่ า้ น
ก�ำ นนั ในพนื้ ทแี่ ละผทู้ ม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง ผลการศกึ ษาพบวา่ ผนู้ �ำ ชมุ ชนเปน็ ผมู้ บี ทบาทส�ำ คญั ในการเปน็ ผนู้ �ำ ในการสง่ เสรมิ
และอนุรักษ์มรดกวฒั นธรรมและประเพณีชมุ ชนไม่ว่าจะเป็นบทบาทในฐานะทีเ่ ป็นผนู้ ำ�ชุมชน และบทบาทในฐานะที่
เป็นหน่วยงานผู้ได้รับมอบอำ�นาจจากรัฐ ผู้นำ�ชุมชนถือเป็นกลไกท่ีสำ�คัญในการผลักดันและชี้นำ�ให้ชุมชนปฏิบัติตาม
แนวนโยบาย รวมถึงการแก้ไขป้ ัญหาที่เกิดขน้ึ ไดอ้ ย่างรวดเร็วและรอบด้านอย่างตรงจุด เพ่อื การบริหารงานชมุ ชนเป็น
ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและมปี ระสทิ ธผิ ล ส�ำ หรบั การสง่ เสรมิ และอนรุ กั ษม์ รดกวฒั นธรรมและประเพณปี ระจ�ำ ทอ้ งถนิ่
ขององค์การบริหารส่วนตำ�บลเขวา อำ�เภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ผู้นำ�ชุมชนได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามา
มีส่วนร่วมในการสง่ เสรมิ และอนรุ ักษ์มรดกวัฒนธรรมและประเพณปี ระจำ�ทอ้ งถ่ิน อาทิ การจดั งานประเพณที สี่ ำ�คัญ
การเผยแพรข่ อ้ มลู ขา่ วสารและการประชาสมั พนั ธง์ านประเพณแี กผ่ ทู้ สี่ นใจ และใหช้ าวบา้ นเขา้ ไปมสี ว่ นรว่ มดว้ ยการเปน็
สว่ นหนง่ึ ของงานประเพณี อาทิ การจดั กจิ กรรมการฟอ้ นร�ำ เพอ่ื บวงสรวงปรางคก์ โู่ ดยผฟู้ อ้ นร�ำ มาจากชาวบา้ นในชมุ ชน
การจดั โครงการมคั คเุ ทศกน์ อ้ ยในเดก็ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาใหเ้ ปน็ ผใู้ หค้ วามรแู้ กน่ กั ทอ่ งเทย่ี วเกยี่ วกบั สถานทที่ อ่ งเทยี่ ว
และโบราณสถานในชมุ ชน การจัดแหลง่ เรียนรูเ้ กยี่ วกับภูมิปญั ญาท้องถ่ินในการปนั้ หมอ้ ของชมุ ชนบา้ นหมอ้ เป็นตน้
ค�ำ ส�ำ คัญ: บทบาทของผูน้ ำ�ชุมชน มรดกวฒั นธรรม กมู่ หาธาตุ(ปรางคก์ ่บู า้ นเขวา)

บทน�ำ

พระราชบญั ญตั ิวฒั นธรรมแหง่ ชาติ พ.ศ. 2553 และกฎกระทรวงทีเ่ กี่ยวข้อง ได้กำ�หนดใหม้ กี ารจดั ตงั้ สภา
วัฒนธรรมในทกุ ระดับ เพือ่ ประโยชนใ์ นการอนุรกั ษห์ รอื ฟน้ื ฟจู ารตี ประเพณี ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ ศิลปวฒั นธรรมอนั ดี
งามของท้องถ่ินและของชาติ และประสานการดำ�เนินงานวัฒนธรรม กับภาคประชาสังคม โดยประชาชนมีส่วนร่วม
ซง่ึ สภาวัฒนธรรมในทุกระดับมีหน้าที่ หลายดา้ น (พระราชบญั ญัตวิ ฒั นธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 มาตรา 18) ไมว่ ่า
จะเปน็ การเสนอขอ้ คดิ เหน็ หรอื ขอ้ เสนอแนะตอ่ คณะกรรมการ เกยี่ วกบั การก�ำ หนดนโยบายและแผนแมบ่ ทวฒั นธรรม
ของชาติ เป็นศนู ย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดในการดำ�เนินงานวฒั นธรรมโดยเชอื่ มโยง

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 31
สาขาท�ำ นบุ �ำ รุงศิลปวฒั นธรรม”

กันเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม ส่งเสริมสนับสนุน และร่วมจัดกิจกรรมขององค์กรภาคีและเครือข่ายวัฒนธรรม ฟื้นฟู
พัฒนา สร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน สืบทอด และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม รวมถึงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและ
ผลการดำ�เนนิ งานขององค์กรภาคีและเครือขา่ ยวฒั นธรรม

องค์การบริหารส่วนตำ�บลเขวา เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน มีภารกิจในฐานะท่ีเป็นหน่วยงานของรัฐ
ในการทำ�หน้าที่อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ประเพณีอันดีงาม รวมถึงโบราณสถานอันเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมในท้องถ่ินตน ซ่ึงการดำ�เนินงานดังกล่าวจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงมหาวิทยาลัย
มหาสารคามในฐานะที่เป็นองค์กรชั้นนำ�และมีความพร้อมในทุกด้าน อีกทั้ง ในเขตพื้นท่ีองค์การบริหารส่วนตำ�บล
เขวายงั มโี บราณสถานทมี่ อี ายุราวพทุ ธศตวรรษท่ี 18 คอื กู่มหาธาตุ (ปรางค์กบู่ า้ นเขวา) และ ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่นในการ
ป้นั หม้อดินเผา ของชาวบา้ นบ้านหม้อ ซง่ึ มคี วามจำ�เปน็ อย่างยิง่ ท่ีทกุ ภาคสว่ นจะต้องร่วมมือกนั ทง้ั ประชาชนในพืน้ ที่
ผูน้ �ำ ชมุ ชน หนว่ ยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลยั มหาสารคาม จะตอ้ งเข้าไปมีสว่ นร่วมในการ
ท�ำ นบุ ำ�รงุ ศิลปวัฒนธรรมอนั ดงี าม ของชุมชน ดว้ ยการเขา้ ไปมีสว่ นรวมกับชมุ ชนในการอนรุ ักษแ์ ละสง่ เสริมภมู ิปัญญา
ทอ้ งถน่ิ โบราณสถานรวมถงึ โบราณวตั ถตุ า่ งๆ ทอ่ี ยใู่ นพน้ื ท่ี เพอื่ ใหช้ มุ ชนเกดิ การอนรุ กั ษแ์ ละรกั ษามรดกทางวฒั นธรรม
และประเพณที ด่ี งี าม และเยาวชนคนรนุ่ หลงั ไดท้ ราบถงึ รากเหงา้ ดา้ น ศลิ ปวฒั นธรรมของตน สามารถตอ่ ยอด ถา่ ยทอด
และบรู ณาการองค์ความรดู้ ้านศิลปวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาของท้องถ่นิ ตน

จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จึงเห็นสมควรที่จะจัดโครงการ
ทำ�นุบำ�รุงศิลปวัฒนธรรมขึ้น ด้วยการเข้าไปมีส่วนรวมในการส่งเสริมบทบาทของผู้นำ�ชุมชน ด้วยการให้ความรู้
ความเข้าใจในประเด็นด้านกฎหมายเก่ียวกับบทบาทของผู้นำ�ชุมชนที่จะช่วยให้ส่งเสริมเกิดการอนุรักษ์และรักษา
มรดกทางวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงาม รวมถึงทำ�การแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกันในส่วนกระบวนการและวิธีการใน
การอนุรักษ์ ท่ีเช่ือมโยงกัน อันจะนำ�ไปสู่การเพิ่มการรับรู้ และความสัมพันธ์ ในมิติทางวัฒนธรรมของคนในชุมชน
ใหย้ ง่ั ยืนต่อไป

วัตถปุ ระสงคใ์ นการวิจัย

การศกึ ษานม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ทราบถงึ ประวตั ศิ าสตร์ ความเปน็ มา ตลอดจนการด�ำ รงอยขู่ องศลิ ปวฒั นธรรม
ภูมิปญั ญาท้องถ่ิน ประเพณอี ันดงี าม รวมถึงโบราณสถานอนั เปน็ มรดกทางวัฒนธรรมในพน้ื ที่ เพ่อื สง่ เสริมการอนรุ กั ษ์
ฟนื้ ฟู และเผยแพรศ่ ลิ ปวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ประเพณอี นั ดงี าม รวมถงึ โบราณสถานอนั เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม
ในทอ้ งถนิ่ เพอื่ ใหน้ สิ ติ คณาจารย์ เจา้ หนา้ ทคี่ ณะนติ ศิ าสตร์ รวมถงึ สภาวฒั นธรรมจงั หวดั คนในชมุ ชน และผนู้ �ำ ชมุ ชน
มีความเข้าใจร่วมกันในกฎหมาย รวมถึงกระบวนการ วิธีการในการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น ประเพณีอันดีงาม รวมถึงโบราณสถานอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น เพื่อเป็นการเพิ่มการรับรู้
และความเข้าใจเก่ียวกับบทบาทของผู้นำ�ชุมชนรวมถึงสร้างความตระหนักและสำ�นึกรักษ์ให้กับคนในชุมชนในการ
อนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณีอันดีงาม รวมถึงโบราณสถานอันเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมในท้องถิ่น รวมถึงการบูรณาการโครงการดังกล่าวกับการเรียนในรายวิชากฎหมายมรดกวัฒนธรรม ซ่ึงจะ
ทำ�ให้นสิ ติ ได้ลงพน้ื ทปี่ ฏิบัตงิ านจรงิ ฝึกการทำ�งานเป็นกลุ่ม การตดิ ตอ่ สัมพันธก์ ับชุมชน และการบริการชนุ ชน รวมถึง
จะทำ�ให้นิสิตเกิดความตระหนักและเกิดความรู้สึกในการเป็นส่วนหน่ึงของสังคมในการร่วมอนุรักษ์และปกป้องมรดก
ประเพณี วัฒนธรรม และภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่นใหค้ งอยสู่ ืบไป

32 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบ�ำ รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

ขอบเขตการวิจยั

การศึกษานี้มีขอบเขตในการศึกษาคือชุมชนท่ีอยู่ในเขตการปกครองขององค์การบริหารส่วนตำ�บลเขวา
โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้นำ�ชุมชนในพ้ืนที่ อาทิ ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำ�บลเขวา
กำ�นัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำ�บล อาสาสมัครสาธารณะสุขหมู่บ้าน โดยการสัมภาษณ์ข้อมูล
เชิงลึก จากคำ�ถามท่ีนำ�ไปสู่ประเด็นในการค้นหาคำ�ตอบจนกว่าจะได้ข้อมูลท่ีเพียงพอต่อการวิจัย โดยมีระยะเวลา
ในการดำ�เนินงาน 1 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2561ถึง 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

วิธีการวจิ ยั

การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาบรรดาข้อมูล เอกสารและหลักฐานต่างๆ ทั้งจากหนังสือ
ตำ�รา บทความ ขา่ ว รวมถงึ การสัมภาษณเ์ ชิงลึก กลมุ่ ตัวอยา่ ง เพ่อื น�ำ ขอ้ มลู ตา่ งๆ มาสงั เคราะหแ์ ละวิเคราะห์ อนั น�ำ
ไปสกู่ ารตอบคำ�ถามการวจิ ยั

ผลการศกึ ษา

ชุมชนตำ�บลเขวา อำ�เภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม โดยชุมชนมีความโดดเด่นในด้านการ
มีโบราณสถานท่ีสำ�คัญ คือ “ปรางกู่” และ “วัฒนธรรมการปั้นหม้อดิน” การส่งเสริมการท่องเท่ียว จะช่วยสร้าง
รายไดใ้ นหมบู่ า้ นและชมุ ชน อาทิ การจดั งานประเพณีต่างๆ เชน่ งานนมสั การสงฆน์ ้ำ�ปรางคก์ ู่ต�ำ บลเขวา เพือ่ ส่งเสรมิ
การท่องเท่ียวประจำ�ปี ดังน้ัน เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และรักษาโบราณสถานและวัฒนธรรมการปั้นหม้อซ่ึงสืบ
เชื้อสายมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ผู้นำ�ชุมชนจึงมีบทบาทท่ีสำ�คัญที่จะเป็นผู้กระตุ้นและช้ีนำ� รวมถึงการประสานทำ�ให้เกิด
ความร่วมมือจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ทำ�ให้การส่งเสริมบทบาทของผู้นำ�ให้เข้าใจในบทบาทของตนจะช่วย
ท�ำ ใหก้ ารอนรุ ักษม์ รดกวัฒนธรรมเปน็ ไปในแนวทางเดียวกนั และเปน็ ประโยชน์สูงสดุ

กูม่ หาธาตุ (ปรางคก์ ู่บ้านเขวา) ต้งั อยหู่ มทู่ ี่ 16 บ้านเขวา ในเขตอ�ำ เภอเมอื ง จงั หวัดมหาสารคาม ซง่ึ อยภู่ าย
ใตเ้ ขตปกครองขององค์การบรหิ ารสว่ นตำ�บลเขวา ในสมัยพระเจา้ ชัยวรมันท่ี 7 แหง่ อาณาจักรเขมร ช่วงพทุ ธศตวรรษ
ท่ี 18 โปรดให้สรา้ งสถานพยาบาลจำ�นวน 102 แห่งในพระราชอาณาจกั ร หรอื ที่เรียกว่า “อโรคยศาล” พร้อมกบั ได้
สร้างศาสนสถานประจำ�สถานพยาบาลแต่ละแห่งไว้คู่กันด้วย โดยศาสนสถานเหล่านี้มีรูปแบบกำ�หนดที่คล้ายคลึงกัน
คอื ปราสาทประธาน บรรณาลัย ล้อมรอบด้วยกำ�แพงแกว้ นอกก�ำ แพงด้านทศิ ตะวนั ออกเฉยี งเหนือมีสระน�ำ้ 1 สระ
กู่บา้ นเขวาจัดเปน็ โบราณสถานในกลมุ่ น้ดี ว้ ยเช่นกัน

จากการขุดแต่งเม่ือปี พ.ศ. 2540-2541 พบจารึกกรอบประตูภาษาสันสกฤต แปลว่า เชิญบูชาพระเจ้าที่
อยู่ในอาศรม และรูปเคารพพระโพธิสัตว์วัชรปาณีทรงครุฑ และพบพระบุเงิน อาณาจักรล้านช้างบรรจุไห และ
พบประตมิ ากรรมรปู บรุ ษุ พนมมอื ถอื หมอ้ น�ำ้ เชน่ เดยี วกบั อโรคยาศาลกคู่ นั ธนาม ปจั จบุ นั ประดษิ ฐานเอาไวท้ ี่ วดั มหาชยั
ในเมือง มหาสารคาม และจะอญั เชิญกลบั มาทีก่ บู่ ้านเขวา เมือ่ ฤดกู าลสรงกู่ในช่วงวนั ขึ้น 15 ค�ำ่ เดือน 5 (สงกรานต์)
เป็นประจำ�ทกุ ปี

ส�ำ หรับชุมชนบ้านหมอ้ เปน็ ชมุ ชนตง้ั อยู่หมูท่ ่ี 11 ต�ำ บลเขวา อ�ำ เภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ซ่ึงเปน็ ชมุ ชน
ท่ีมีความสำ�คัญท่ีมีการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจากบรรพบุรุษในการป้ันหม้อเพ่ือไว้ใช้ในครัวเรือนและยังสามารถ
ท�ำ เปน็ อาชีพหลกั เพือ่ จ�ำ หนา่ ยใหแ้ ก่บคุ คลทว่ั ไป ซ่ึงชมุ ชนบา้ นหมอ้ นีจ้ ะมีเอกลักษณ์ที่ไมเ่ หมือนคนอีกสาน เน่ืองจาก
เป็นผู้ที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากโคราช จึงทำ�ให้ชุมชนน้ีมีภาษาพูดท่ียังคงเป็นสำ�เนียงแบบชาวโคราชผสมผสานกับ
สำ�เนียงชาวอสี าน

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 33
สาขาทำ�นบุ ำ�รุงศิลปวัฒนธรรม”

เม่ือประมาณ 150-200 ปีท่ีผ่านมา พ้ืนท่ีที่เป็นพื้นที่บ้านหม้อในปัจจุบันทางทิศตะวันออกของจังหวัด
มหาสารคาม หา่ งจากตวั จงั หวัดประมาณ 7 กโิ ลเมตร เปน็ ปา่ ไม้นาๆพันธทุ์ ม่ี สี ตั ว์ป่าอาศยั อยหู่ ลายชนดิ ตน้ ก�ำ เนิดนัน้
เป็นเพียงคนส่วนน้อยมีเพียง 7 ครอบครัว เป็นชาวบ้านท่ีมีถิ่นฐานอยู่ท่ี อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ได้เดินทางมาค้า
ขายแลกเปล่ียนสินค้าจำ�พวกเคร่ืองใช้สอยต่างๆ รวมท้ังเครื่องป้ันดินเผา และชาวบ้านเหล่านี้มีความสามารถ
เล่นลิเกพ้ืนบ้านด้วย เม่ือซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าได้แล้ว ได้พากันเดินทางเข้าพักอาศัยหลับนอนในป่าไม้แห่งน้ี
โดยการตัดเอาป่าไม้ในละแวกนี้เป็นที่พักอาศัย ซ่ึงในเวลากลางคืนชาวบ้านเหล่านนี้ได้ไปเล่นลิเกให้ชาวบ้านดูใน
ศาลาวดั ทมี่ ชี าวบา้ นอาศยั อยโู่ ดยใชต้ ะเกยี งสอ่ งแสงสวา่ ง ไดค้ า่ ตอบแทนเปน็ เงนิ สตางคแ์ ดง สตางคร์ ู เหรยี ญ 1 สตางค์
เหรียญ 2 สตางค์ และเหรียญ 25 สตางค์ ในเวลาต่อมาชาวบ้านที่อพยพมาก่อน ได้อพยพกลับไปยังถ่ินฐานเดิมที่
อำ�เภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา และได้ชักชวนชาวบ้านท่ีอาศัยอยู่ที่ อำ�เภอบัวใหญ่ อำ�เภอโนนไทย อำ�เภอ
โนนสูง อ.เมอื ง อำ�เภอพมิ าย จงั หวันครราชสีมา อพยพเขา้ มาคา้ ขายและมาเล่นลเิ ก เวลากลางคืนก็กลับมาพกั รวมกนั
มีการตัดไม้หักร้างถางพงทำ�ท่ีอยู่อาศัยกันเรื่อยมา มีการกินอยู่หลับนอนกันอย่างถาวร ในบริเวณท่ีพักมีหนองนำ้�อยู่
2 แหง่ คอื หนองเลงิ และหนองเบ็น ซง่ึ ภายหลังชาวบา้ นได้เรียกให้งา่ ยข้ึน จึงเรยี กหนองนำ้�แห่งนวี้ า่ หนองเลิงเบ็น
เป็นหนองนำ้�ท่ีมีวัตถุดิบคือดินเหนียว เหมาะกับการนำ�มาทำ�เครื่องปั้นดินเผา มีพืชพันธ์ุท่ีอุดมสมบูรณ์ เส้นทาง
คมนาคมสะดวก “ตาค�ำ ” ผนู้ �ำ ชาวบา้ นในสมยั นน้ั จงึ คดิ ทจี่ ะตง้ั รกรากบนพน้ื ทแี่ หง่ นี้ ไดก้ ลบั ไปรบั พอ่ แม่ ญาตพิ น่ี อ้ ง
และเพ่ือบ้านใกล้เคียงร่วมเดินทางมา ด้วยการเดินทางในสมัยนั้นต้องใช้เกวียนเทียมวัวเป็นพาหนะ ใช้เวลาเดินทาง
ประมาณ 15-20 วนั จงึ จะถึงในระหว่างการเดนิ ทาง จ.นครราชสมี า มาอาศยั อยูพ่ นื้ ที่แห่งใหม่ (บา้ นหม้อในปัจจุบัน)
ได้ค้าขายแลกเปล่ยี นสนิ ค้าตามระยะทางตลอดมา สนิ ค้าทข่ี ายแลกเปลีย่ นได้แก่ หมอ้ ครก ถว้ ย ชาม ผ้าไหม เป็นตน้
แตบ่ างสว่ นกน็ �ำ มาใชเ้ อง ปรากฏวา่ สนิ คา้ ทน่ี �ำ มาจ�ำ หนา่ ยนน้ั มผี นู้ ยิ มใชเ้ ครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาประเภทหมอ้ มากกวา่ อยา่ งอน่ื
เมือ่ ชาวบ้านเหล่านี้ได้สร้างที่พักอาศัยแล้วจึงเร่ิมขุดดนิ ในหนองเลิงเบ็นมาปั้นหม้อและภาชนะอ่ืนๆ อีหลายชนิดออก
จ�ำ หนา่ ย ท�ำ จนกลายเปน็ อาชพี หลกั สว่ นอาชพี ดา้ นการเกษตรชาวบา้ นหมอ้ ไมน่ ยิ มท�ำ ไมน่ ยิ มท�ำ นา ไมน่ ยิ มเลย้ี งสตั ว์
คงยดึ ถือการปั้นหมอ้ และภาชนะตา่ งๆ ไวใ้ ช้ในครัวเรือน และจ�ำ หน่ายในท้องท่ตี า่ งๆทง้ั ภายใน จ.มหาสารคาม และ
ต่างจังหวัด จนคนในหมู่บ้านและชาวบ้านท่ีรู้จักต่างเรียกหมู่บ้านแห่งน้ีว่า “บ้านหม้อ” จนติดปากและเป็นท่ีรู้จัก
มาจนถึงปัจจบุ นั น้ี

บรรดาประเพณวี ฒั นธรรมบางอยา่ งทชี่ าวชมุ ชนบา้ นหมอ้ ยดื ถอื และปฏบิ ตั สิ บื ทอดกนั มากจ็ ะมลี กั ษณะทไี่ ด้
รบั อทิ ธพิ ลจากโคราชดง้ั เดมิ อาชพี ของชมุ ชนบา้ นหมอ้ คอื การประกอบอาชพี ดา้ นเกษตรกรรม ผลผลติ ทางการเกษตร
ท่ีสำ�คญั ที่ท�ำ รายไดใ้ หเ้ กษตรกรได้แก่ ปลกู ผัก การทำ�ไร่ปลูกออ้ ย ปลูกมนั ส�ำ ปะหลัง ขา้ วโพด และเปน็ พ้ืนท่ีปลกู ข้าว
อีกส่วนหนึ่ง โดยมีอาชพี หลัก ทำ�นา และการประกอบอาชพี เสรมิ ไดแ้ ก่ การทำ�อุตสาหกรรมในครวั เรือน อาทิ การทอ
ผา้ เครอ่ื งจกั สาน และงานหตั ถกรรมเครอ่ื งปน้ั ดนิ เผา เปน็ ตน้ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การท�ำ เครอื่ งปนั้ ดนิ เผาทส่ี รา้ งรายได้
ใหแ้ กเ่ กษตร นบั ตง้ั แตก่ ารเรม่ิ กอ่ ตง้ั บา้ นหมอ้ มาการประกอบอาชพี หลกั ของชาวบา้ นหมอ้ ทกุ หลงั คาเรอื นประกอบอาชพี
ทำ�เครื่องปั้นดินเผาจำ�หน่าย ทั้งขายปลีกและส่ง และประกอบอาชีพภายในหมู่บ้านไม่นิยมออกไปประกอบอาชีพ
นอกหมู่บา้ น รายไดเ้ ดือนละ 8,000 – 10,000 บาท ซงึ่ สามารถสรา้ งรายไดใ้ ห้แก่ชาวบา้ นเป็นอยา่ งมาก โดยได้รบั
การส่งเสริมและสนับสนุนจากบรรดาผู้สูงอายุของหมู่บ้านที่ต้องการให้ชาวบ้านรักษาประเพณีการทำ�หม้อดิน ซึ่งมี
เอกลักษณ์ในการเผาโดยใช้เทคนิคแบบดั้งเดิม คือ การเผาโดยใช้ฟางและเทคนิคในการเลือกดิน ซ่ึงเป็นภูมิปัญญา
ชาวบ้านที่ไดร้ บั การถา่ ยทอดมาต้งั แต่บรรพบรุ ุษจนถงึ ปจั จุบนั ให้คงอยู่ไว้

34 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบำ�รุงศลิ ปวฒั นธรรม”

อิทธิพลทางวัฒนธรรมประเพณีท่มี ีผลตอ่ การอพยพของชาวบา้ นหมอ้

- อิทธิพลทางด้านภาษา ปัจจุบันบ้านหม้อใช้ภาษาโคราชเป็นหลักในการสื่อสาร โดยได้รับอิทธิพลมาจาก
การอพยพย้ายถ่ินฐานจากพื้นที่อ�ำ เภอโนนสงู อำ�เภอพิมาย อำ�เภอจกั ราช และอ�ำ เภอหว้ ยแถลง จังหวดั นครราชสมี า
มายงั พนื้ ทหี่ นองเลงิ จงั หวดั มหาสารคาม ปจั จบุ นั วฒั นธรรมทางดา้ นภาษาเรม่ิ จะสญู หายเพราะอนชุ นรนุ่ หลงั ไมม่ กี าร
สืบทอดวัฒนธรรมทางดา้ นภาษา

- อทิ ธพิ ลทางดา้ นเครอื่ งปน้ั ดนิ เผา ชาวบา้ นหมอ้ กอ่ นทอี่ พยพยา้ ยถนิ่ ฐานมายงั หนองเลงิ จงั หวดั มหาสารคาม
มอี าชพี หลกั คอื การปน้ั หมอ้ จงึ เปน็ ผลดตี อ่ การอพยพยา้ ยถนิ่ ฐาน เพราะพน้ื ทหี่ นองเลงิ อดุ มดว้ ยทรพั ยากรในเรอ่ื งของ
ดินเหนยี วที่มคี ณุ สมบตั ิพเิ ศษเหมาะสำ�หรับการทำ�เคร่อื งปน้ั ดนิ เผาของชาวบา้ นหม้อ

ในการสง่ เสรมิ อาชพี ในเขตพน้ื ทอ่ี งคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลเขวามกี ารสง่ เสรมิ กลมุ่ อาชพี กลมุ่ องคก์ รชาวบา้ น
กลุม่ องคก์ รชาวบ้าน หรือ กลมุ่ กจิ กรรมต่างๆ ทจ่ี ัดตง้ั ข้นึ และมกี าร ดำ�เนินการอย่างตอ่ เนอ่ื งในชมุ ชน ประกอบดว้ ย

1) สภาองคก์ รชุมชน
2) กล่มุ ธุรกจิ และสวัสดกิ ารชุมชน ได้แก่ กองทนุ รา้ นค้าชมุ ชน
3) กลุ่มพัฒนาอาชีพ ได้แก่ กลุ่มสตรีสหกรณ์ทอผ้า กลุ่มเลี้ยงโค กลุ่มหัตถกรรมจักสาน กลุ่ม
เครื่องปนั้ ดนิ เผา เป็นตน้

ประเพณี วัฒนธรรม

บ้านเขวามีประเพณีต่างๆ ที่ชาวบ้านนับถือสืบต่อกันมาเป็นประเพณีท่ีสำ�คัญ และชาวบ้านศรัทธานับถือ
ปฏิบัติมาเปน็ เอกลกั ษณ์ของชาวไทยโคราช ท่ีไดผ้ สมผสานกบั ประเพณีของชาวอีสาน

1. ประเพณวี ัฒนธรรมฮีตสิบสองคลองสบิ สี่ ประกอบด้วย
- เดอื นอา้ ย บุญเข้ากรรม
- เดอื นย่ี บุญคูณลาน
- เดอื นสาม บุญขา้ วจ่ี
- เดอื นสี่ บุญผะเหวด
- เดือนหา้ บญุ สงกรานต์
- เดือนหก บุญบงั้ ไฟ
- เดอื นเจ็ด บญุ ซำ�ฮะ (บญุ เบิกบ้าน)
- เดือนแปด บญุ เขา้ พรรษา
- เดือนเกา้ บญุ ขา้ วประดบั ดิน
- เดือนสิบ บญุ ขา้ วสาก
- เดอื นสบิ เอด็ บุญออกพรรษา
- เดอื นสิบสอง บุญกฐิน

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 35
สาขาทำ�นบุ �ำ รงุ ศิลปวฒั นธรรม”

ผลการวิจยั

ผู้นำ�ชุมชนมีความจำ�เป็นที่จะต้องเข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเองในการบริหารงาน ไม่ว่าจะเป็น
บทบาทในฐานะทเี่ ปน็ ผนู้ �ำ ชมุ ชน และบทบาทในฐานะทเี่ ปน็ หนว่ ยงานผไู้ ดร้ บั มอกบอ�ำ นาจจากรฐั เพอ่ื การบรหิ ารงาน
ชุมชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ผู้นำ�ชุมชนถือเป็นกลไกท่ีสำ�คัญในการผลักดันและชี้นำ�ให้ชุมชน
ปฏบิ ตั ติ ามแนวนโยบาย นอกจากนี้ การทำ�ความเขา้ ใจกบั ชมุ ชนถงึ สทิ ธิ และหนา้ ทขี่ องผนู้ ำ�ชมุ ชนจะชว่ ยท�ำ ใหบ้ รรยาย
การในการประสานความรว่ มมอื ในการจัดทำ�โครงการหรอื กจิ กรรมส�ำ เรจ็ ลลุ ่วงไปดว้ ยดี อย่างไรกต็ าม บทบาทหน้าท่ี
ของผนู้ �ำ ชมุ ชนบางประการอาจอยใู่ นกรอบทจ่ี �ำ กดั ในการท�ำ งาน ทงั้ ในเรอ่ื งของงบประมาณการบรหิ ารชมุ ชน การสรา้ ง
กระบวนการมสี ่วนรว่ ม สภาพปญั หาที่เกดิ ในชุมชน ดังนัน้ เพอ่ื ใหเ้ กดิ แนวทางในการแกไ้ ขปัญหาร่วมกนั ผนู้ �ำ ชมุ ชน
จะตอ้ งท�ำ ความเขา้ ใจถงึ สภาพบรบิ ทและการเปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขนึ้ ในชมุ ชนทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากภายในและภายนอก
ชมุ ชน ซึ่งอาจเป็นสาเหตมุ าจากโครงสร้างการบรหิ ารงานขององคก์ ร หรือนโยบายของภาครฐั ในระดบั ประเทศ ท่อี าจ
ส่งผลกระทบต่อชุมชนในด้านการบรหิ ารงานชุมชน

จากการศกึ ษาพบวา่ ผนู้ �ำ ชมุ ชนในองคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลเขวา เปน็ กลไกทส่ี �ำ คญั ในการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ
และชี้นำ�ให้ชุมชนปฏบิ ัติตาม โดยผู้นำ�ชุมชนส่วนมากลว้ นมคี วามรู้และเข้าใจวา่ ตนเปน็ ผมู้ ีบทบาทท่ีสำ�คัญในการชีน้ �ำ
ชุมชนในเร่ืองต่างๆ และเต็มใจในการทำ�หน้าท่ีดังกล่าวท้ังในฐานะท่ีเป็นหน่วยงานรัฐและในฐานะที่ตนเป็นส่วนหน่ึง
ของชุมชนด้วย อยา่ งไรกต็ าม การส่งเสรมิ และสนับสนุนดังกล่าวไม่ใช่เพียงผนู้ ำ�ชุมชนเป็นผ้รู ิเร่ิมฝา่ ยเดียว แต่ยงั เปิด
โอกาสใหป้ ระชาชนได้เขา้ มามีส่วนรว่ มด้วยจงึ จะท�ำ ให้การด�ำ เนนิ งานเปน็ ไปอยา่ งมีประสิทธิผล อาทิ การผู้น�ำ ในการ
จดั งานประเพณที ่ีสำ�คัญ การเผยแพรข่ อ้ มูลขา่ วสารและการประชาสมั พันธ์งานประเพณแี ก่ผ้ทู ีส่ นใจ และให้ชาวบา้ น
เขา้ ไปมีสว่ นรว่ มดว้ ยการเป็นสว่ นหน่ึงของงานประเพณี อาทิ การจัดกิจกรรมท่ีให้ชาวบ้านเป็นผดู้ �ำ เนนิ การ การสรา้ ง
แหล่งเรียนรู้ต่างๆ โดยให้ชาวบ้านเป็นผู้ดำ�เนินการเองโดยผู้นำ�ชุมชนจะเป็นผู้คอยสนับสนุนในเร่ืองของเงินทุน
การใหค้ วามรู้ และสถานที่ เปน็ ตน้

บทสรปุ

ผู้นำ�ชุมชน โดยเฉพาะอย่างย่ิงองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน มีภารกิจในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐในการ
ท�ำ หนา้ ทอ่ี นรุ กั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ประเพณอี นั ดงี าม รวมถงึ โบราณสถานอนั เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม
ในท้องถิ่นตน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนก็มีความจำ�เป็นและสำ�คัญในการประสานความร่วมมือ ท้ังประชาชน
ในพนื้ ท่ี ผนู้ �ำ ชมุ ชน หนว่ ยงานภาครฐั สถาบนั การศกึ ษา ในการมสี ว่ นรว่ มท�ำ นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรมอนั ดงี ามของชมุ ชน
ด้วยการเขา้ ไปมีส่วนรวมกับชุมชนในการอนรุ ักษแ์ ละสง่ เสรมิ ภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ โบราณสถานรวมถงึ โบราณวตั ถุตา่ งๆ
ที่อยู่ในพ้ืนท่ี เพื่อให้ชุมชนเกิดการอนุรักษ์และรักษามรดกทางวัฒนธรรมและประเพณีท่ีดีงาม และเยาวชนคน
รุ่นหลังได้ทราบถึงรากเหง้าด้าน ศิลปวัฒนธรรมของตน สามารถต่อยอด ถ่ายทอด และบูรณาการองค์ความรู้ด้าน
ศลิ ปวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาของทอ้ งถ่นิ ตน

รายการอา้ งองิ

กุลธิดา ศรีสุวรรณ. (2560). การสื่อสารเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมการท่องเท่ียวอย่าง
ยั่งยืนชุมชนอำ�เภอกะปง จังหวัดพังงา. นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการส่ือสารธุรกิจบริการ
มหาวิทยาลยั ราชภัฏสวนดสุ ติ .

36 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาทำ�นบุ ำ�รุงศลิ ปวัฒนธรรม”

เกศสดุ า โภคานติ ย์ และกฬี า หนยู ศ. (2562). บทบาทของผนู้ �ำ ทอ้ งถนิ่ ในการพฒั นาทอ้ งถนิ่ กรณศี กึ ษาองคก์ ารบรหิ าร
ส่วนตำ�บลนาเสียว อำ�เภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. เอกสารประกอบการนำ�เสนอในการประชุมวิชาการ
ระดบั ชาติ มจร ขอนแก่น 31 มนี าคม 2560. สืบคน้ จาก file:///C:/Users/DARIKA/Desktop/%E0
%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%20%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8
%B8/85901-Article%20Text-208665-1-10-20170507.pdf เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562.

สมใจ ศรีนวล. (2562). การดแู ลรกั ษามรดกวฒั นธรรม. วารสารปารชิ าติ ปที ี่ 14 ฉบบั ที่ 2 (ตุลาคม 2544-มีนาคม
2545). หน้า 4-10. สบื ค้นจาก https://www.tci-thaijo.org/index.php/parichartjournal/article/
view/69913/56785 สืบคน้ เมื่อ 25 เมษายน 2562.

เกรยี งศักดิ์ รื่นนสุ าร. (2554). บทบาทผู้น�ำ ชมุ ชนในกระบวนการนโยบายขององค์การบรหิ ารส่วนต�ำ บลบางหลวง
อำ�เภอบางเลน จังหวัดนครปฐม. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ศศ.ม. (สาขารัฐศาสตร)์ .

มนูญ หวนั หยี. (2551). บทบาทผู้นำ�ชุมชน การมผี ลประโยชน์ และการมีส่วนรว่ มของชุมชนท่มี ผี ลต่อการยอมรบั
โครงการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าในพ้ืนท่ีภาคใต้ของประเทศไทย. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ปรชั ญาดษุ ฎีบัณฑิต สาขาการบรหิ ารการพัฒนา.

อศิ เรศ กุดหอม. (2559). บทบาทผู้นำ�ชุมชนในการบรหิ ารจัดการชุมชนเมอื งในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอด็ จงั หวัด
ร้อยเอ็ด. รฐั ศาสตรมหาบัณฑติ : ปริญญาโท มหาวิทยาลัยรามค�ำ แหง.

การจัดการขยะชุมชนแบบมีส่วนร่วมในเทศบาลตำ�บลท่าขอนยางและเทศบาลตำ�บล
ขามเรียง อำ�เภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม กรณีศึกษาพ้ืนท่ีชุมชนโดยรอบ
เส้นทางเขา้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เมทนิ ี โคตรดี, ธนายุทธ ไชยธงรตั น์, ประสิทธิ์ สว่างศรี
สถาปตั ยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผงั เมอื งและนฤมิตศิลป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
โครงการทำ�นบุ ำ�รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม (มุ่งเปา้ ) ประจำ�ปีงบประมาณ �2�5�6�2

บทคัดย่อ

ภาพปัญหาของพ้ืนท่เี ทศบาลตำ�บลทา่ ขอนยาง และเทศบาลตำ�บลขามเรียง พบวา่ สถานทีบ่ างแหง่ ก็มคี น
ทิ้งขยะกันตามสะดวก โดยนำ�ไปเทกองรวมกันไว้ริมทางสาธารณะ ทำ�ให้มีการหมักหมมเน่าเป่ือย ส่งกล่ินเหม็นคลุ้ง
โดยส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพ้ืนท่ีของผู้ใช้ถนนหนทาง โดยแยกปัญหาเป็น 3 ด้าน คือ (1) ปัญหาทางกายภาพ
ประกอบด้วย ปัญหาปริมาณจำ�นวนขยะท่ีสะสมเพิ่มมากขึ้น ปัญหากล่ินเหม็น จุดท้ิงขยะท่ีไม่เหมาะสมสร้าง
ความรำ�คาญให้แก่ผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงและผู้ที่ผ่านไปมา ปัญหาการฟุ้งกระจายของขยะออกนอกบริเวณ ปัญหา
ทางเข้าไปเทขยะไม่สะดวกเม่ือขยะเต็มทางเข้า ปัญหา�น�ำ้���เส��ีย�ท��่ีเ�ก�ิด��จ�า�ก��น�้ำ���ฝ���น�ไ�ห���ล��ผ���่า���น���ข��ย���ะ��ท����่ีเ�พ����่ิม���ม��า���ก��ข���้ึน�����(��2���)����ป���ัญ��ห�า�
ท่ีเกิดจากการไม่ได้รับความร่วมมือของชุมชนซ่ึงเป็นผู้ท้ิงขยะ ปัญหานี้มีสาเหตุมาจากทัศนคติและสำ�นึกรับผิดชอบ
ของคนในพ้ืนท่ี ปัญหาที่ไม่มีการคัดแยกขยะก่อนท้ิง ปัญหาความเร่งรีบในการท้ิงขยะ ปัญหาความไม่เหมาะสมกับ
สถานทท่ี งิ้ และปญั หาจากหนว่ ยงานทอ้ งถนิ่ ทไ่ี มม่ กี ารวางแนวทางปฏบิ ตั ทิ ช่ี ดั เจน และ (3) ปญั หาจากหนว่ ยงานทอ้ งถนิ่
ทไี่ มส่ ร้างความเข้าใจของการจัดการขยะ ขาดการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการจดั การขยะร่วมกนั

จากประเด็นที่กล่าวมา ทำ�ให้คณะผู้ศึกษาดำ�เนินการแก้ไขด้วยการจัดการขยะชุมชนในรูปเชิงปฎิบัติการ
แบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย ระดับหน่วยงานท้องถิ่น ระดับชุมชน โดยขั้นตอนการ
ดำ�เนินงาน ดงั น้ี

1. ขั้นเตรียมการ (Preparation) ได้ด�ำ เนินการลงพืน้ ทส่ี ำ�รวจสภาพกายภาพปัญหาขยะเบอื้ งต้น และ
ด�ำ เนนิ การติดตอ่ ประสานงานกบั เทศบาลต�ำ บลท่าขอนยางและเทศบาลต�ำ บลขามเรียง

2. ขน้ั ตอนการวางแผน (Planning) ไดจ้ ดั เวทปี ระชมุ รว่ มเพ่อื วางแผนในการศกึ ษาและการจดั การขยะ
ชมุ ชม ออกแบบเครอ่ื งมอื สำ�รวจ และดำ�เนนิ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ในพนื้ ทโี่ ดยรอบทางเขา้ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม

3. ขั้นการปฏิบตั กิ าร (Action) ลงพืน้ ทส่ี �ำ รวจปญั หา ความรู้และความเข้าใจต่อการจัดการขยะ และ
จุดท่ีท้ิงขยะ เก็บรวบรวมข้อมูลประเภทขยะและปริมาณขยะในรอบสัปดาห์ วิเคราะห์หาพ้ืนที่จุดรวบรวมขยะท่ี
เหมาะสม ออกแบบรา่ งกอ่ สรา้ งพนื้ ทจี่ ดุ รวบรวมขยะ จดั ท�ำ คมู่ อื การจดั การขยะในชมุ ชน จดั เวทกี ารมสี ว่ นรว่ ม น�ำ เสนอ
การพฒั นาแบบจดุ รวบรวมขยะ ผา่ นกระบวนการรว่ มเสนอแนะและตดั สนิ ใจ และกอ่ สรา้ งพนื้ ทตี่ น้ แบบจดุ รวบรวมขยะ

4. ข้ันการสะท้อนผล (Reflection) จัดเวทีการมีส่วนร่วม เพื่อปิดโครงการและจัดกิจกรรมถอดบทเรียน
และเผยแพรอ่ งคค์ วามรูใ้ นการจดั การขยะในพื้นทีต่ น้ แบบ

38 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบำ�รงุ ศิลปวัฒนธรรม”

การศกึ ษาและด�ำ เนนิ การการจดั การขยะชมุ ชนโดยรอบเสน้ ทางเขา้ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม มผี ลประเมนิ
ความพึงพอใจของผเู้ ข้าร่วมโครงการ (นิสติ ) ตอ่ ผลสำ�เรจ็ ของการบูรณาการในดา้ นความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับจาก
โครงการ ส�ำ หรบั นสิ ติ มคี วามพงึ พอใจระดบั มาก ( =3.55, SD=0.66) โดยเฉพาะดา้ นความรแู้ ละประสบการณท์ ไี ดร้ บั
มีความพึงพอใจระดบั มากสูงสดุ ( =3.61, SD=0.65) และรายขอ้ สูงสดุ พบวา่ โครงการนมี้ ีกิจกรรมมคี วามสอดคล้อง
กบั เนอื้ หาสาระทีเ่ รยี น, การร่วมกิจกรรมทำ�ใหเ้ รยี นรกู้ ารทำ�งานรว่ มกบั ผอู้ น่ื และ ได้รบั ประสบการณต์ รงหรือได้เรยี น
รู้วถิ ชี วี ติ ของผคู้ น จากกรณตี ัวอย่าง/การลงพื้นท่ดี ำ�เนินการร่วมกบั อาจารย์ ตามล�ำ ดบั

ผลประเมนิ ความพงึ พอใจของผเู้ ขา้ รว่ มโครงการตอ่ ผลส�ำ เรจ็ ของการบรู ณาการในดา้ นความรู้ ประสบการณ์
ทไี่ ด้รับจากโครงการฯ มีความพงึ พอใจระดับมาก ( =3.58, SD=0.72) ส่วนประเด็นรายดา้ นทีข่ องผ้เู ข้ารว่ มกจิ กรรม
สงู สดุ คอื สามารถน�ำ ความรแู้ ละประสบการณจ์ ากการรว่ มกจิ กรรมไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจ�ำ วนั / การปฏบิ ตั งิ านได้
ตอ่ ชมุ ชนและสงั คม, กจิ กรรมมคี วามสอดคลอ้ งกบั ปญั หาและความตอ้ งการของชมุ ชน/กลมุ่ เปา้ หมาย และสามารถน�ำ
ความรแู้ ละประสบการณจ์ ากการรว่ มกจิ กรรมไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจ�ำ วนั / การปฏบิ ตั งิ านได้ ตอ่ ตนเอง ตามล�ำ ดบั

การศกึ ษาการจดั การขยะชมุ ชนโดยรอบเสน้ ทางเขา้ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ทอี่ ยรู่ ะหวา่ งพนื้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ
ของเทศบาลตำ�บลท่าขอนยางและเทศบาลต�ำ บลขามเรียง มีความหลากหลายและซับซอ้ นของผอู้ ยอู่ าศยั โดยเฉพาะ
ประชากรแฝง (นิสติ บุคลากร) ท่ีมาอาศยั ในพ้นื ทีจ่ �ำ นวนมาก และกอ่ ใหเ้ กิดปัญหาขยะและสิง่ แวดล้อมในชุมชน จน
เกดิ การศกึ ษาอยา่ งเปน็ ระบบ ออกแบบและกอ่ สรา้ งจดุ พกั ขยะทชี่ ว่ ยใหช้ มุ ชนรจู้ กั การแยกขยะ เพอ่ื สอดคลอ้ งตอ่ ความ
ตอ้ งการของทอ้ งถน่ิ ในการเกบ็ ขนตอ่ ไป ทงั้ นยี้ งั ชว่ ยใหท้ อ้ งถน่ิ (เทศบาลฯ) ลดระยะเวลา งบประมาณ และแรงงาน ใน
การจัดการขยะไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
คำ�สำ�คัญ: ประชากรแฝง ทศั นอุจาด กระบวนการมสี ่วนร่วม ขยะชมุ ชม

บทนำ�

ขยะชุมชน หรือขยะมูลฝอย (Municipal solid waste) เป็นเหตุสำ�คัญประการหนึ่งท่ีก่อให้เกิดปัญหา
สงิ่ แวดล้อม และมีผลตอ่ สขุ ภาพอนามัย ปรมิ าณขยะเพ่มิ ขึ้นทุกปี ตามการเตบิ โตของเมือง เพราะสาเหตุจากการเพ่มิ
ของประชากร การขยายตวั ทางเศรษฐกจิ นับเป็นปัญหาท่ีส�ำ คญั ของชุมชนซ่งึ ต้องจัดการและแก้ไข ปญั หาการบรหิ าร
จัดการขยะมปี ริมาณทีเ่ พมิ่ ขนึ้ จนหลายพืน้ ท่ีไมส่ ามารถรองรบั ปญั หาและแกไ้ ขปญั หาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ซง่ึ การ
แก้ไขปัญหาส่วนหน่ึงมาจากหน่วยงานท้องถิ่นไม่ได้มี “แผนการศึกษาแก้ไขปัญหาในระยะยาว” และ “การแก้ไข
ปญั หาเชงิ การบูรณาการ (Integrated)” ไม่มีการศกึ ษาปญั หาใหถ้ อ่ งแทแ้ ละจัดการแก้ไขต้นตอของปัญหา ตลอดจน
การวางแผนรองรบั ผลทีจ่ ะเกิดจากเหตุของปัญหาเหลา่ นั้น

ปัญหาส่ิงแวดล้อมในประเทศไทยถือเป็นท่ีสำ�คัญท่ีเกิดข้ึนจากน��ำ้��ม�ือ��ม�น��ุษ��ย�์ ��ม�ีป��ัญ��ห��า�ท���่ีเ��ก���ี่ย���ว���เ�น���ื่อ��ง�ก�ัน��ใ�น�
หลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการบริโภคและการแยกขยะจากต้นทาง การจัดการขยะท่ีไม่ได้มาตรฐาน โดย
ประเทศไทยมีปริมาณขยะสูงข้ึนต่อเน่ืองขึ้นทุกปี  จากรายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2560 พบว่า
มีปริมาณการเกิดขยะชุมชนรวมกันท้ังประเทศ 27.40 ล้านตันต่อปี คิดเป็นประมาณ 75,046 ตันต่อวัน  เฉล่ียเป็น
ปรมิ าณขยะ 1.14 กโิ ลกรมั ตอ่ คนต่อวนั  เพิ่มขึน้ ร้อยละ 1.26 (กรมควบคุมมลพิษ, 2561) และในเขตองค์การบริหาร
สว่ นตำ�บล มขี ยะมูลฝอย 17,369 ตนั /วัน คิดเปน็ รอ้ ยละ 43 ของปริมาณมูลฝอยทว่ั ประเทศ (ส�ำ นกั งานส่งิ แวดล้อม
กรงุ เทพมหานคร, 2561) ทง้ั นก้ี ารจดั การขยะมลู ฝอยในชว่ ง 3 ปที ผี่ า่ นมา โดยการน�ำ กลบั มาใชป้ ระโยชนใ์ หมป่ ระมาณ
คิดเป็น 8.52 ล้านตัน/ปี การกำ�จัดขยะที่ถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ 11.70 ล้านตัน/ปี การกำ�จัดขยะไม่ถูกต้อง 7.18
ล้านตัน/ปี และขยะจ�ำ นวน 5.34 ล้านตนั ยงั เปน็ ขยะตกคา้ งในสถานท่รี อก�ำ จัด (กรมควบคมุ มลพษิ , 2561)

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 39
สาขาท�ำ นบุ �ำ รุงศิลปวฒั นธรรม”

เทศบาลต�ำ บลทา่ ขอนยาง และเทศบาลต�ำ บลขามเรยี ง อ.กนั ทรวชิ ยั จงั หวดั มหาสารคาม เปน็ องคก์ รปกครอง
ท้องส่วนถิ่นแห่งหนึ่ง ที่ประสบปัญหาการจัดการขยะ เนื่องจากพื้นท่ีของเทศบาลตำ�บลรองรับการเจริญเติบโตของ
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ซงึ่ ในพน้ื ทตี่ �ำ บลมจี ำ�นวนประชากรทหี่ นาแนน่ จงึ ประสบปญั หาขยะจ�ำ นวนมาก เมอื่ เทยี บ
กบั เทศบาลต�ำ บลอนื่ ๆ โดยสถติ ปิ รมิ าณขยะตอ่ วนั ทเี่ ทศบาลต�ำ บลทา่ ขอนยาง และเทศบาลต�ำ บลขามเรยี ง รบั ผดิ ชอบ
คดิ เปน็ ร้อยละ 10 ตัน/วัน และขยะทีถ่ ูกน�ำ ไปใชป้ ระโยชน์ คดิ เป็นร้อยละ 0 ปริมาณขยะทีจ่ �ำ กดั ไมถ่ ูกตอ้ ง คิดเปน็
ร้อยละ 10 ของขยะทง้ั หมดตอ่ วนั และประเด็นท่ีนา่ สนใจ คือ ปริมาณขยะสะสมของเทศบาลต�ำ บลทา่ ขอนยาง และ
เทศบาลตำ�บลขามเรียง มจี ำ�นวน 1.5 ตันทีร่ อก�ำ จดั (สำ�นักงานสิ่งแวดล้อมภาคท่ี 10, 2561) ซงึ่ ปญั หาดงั กลา่ วก่อให้
เกดิ ปัญหาสง่ิ แวดล้อมในหลายมติ ติ ามมา และสง่ ผลกระทบต่อสุขอนามยั ของประชาชน

ปญั หาของพนื้ ทเ่ี ทศบาลต�ำ บลทา่ ขอนยาง และเทศบาลต�ำ บลขามเรยี ง พบวา่ สถานทบ่ี างแหง่ กม็ คี นทง้ิ ขยะ
กันตามสะดวก โดยนำ�ไปเทกองรวมกนั ไวร้ ิมทางสาธารณะ ทำ�ใหม้ กี ารหมักหมมเน่าเป่ือย สง่ กล่ินเหมน็ คลงุ้ โดยส่ง
ผลต่อภาพลกั ษณ์ของพนื้ ทขี่ องผู้ใช้ถนนหนทาง โดยแยกปัญหาเป็น 3 ดา้ นหลกั ๆ คือ (1) ปญั หาทางกายภาพ ได้แก่
ปัญหาปริมาณจำ�นวนขยะท่ีสะสมเพิ่มมากขึ้น ซ่ึงเพิ่มความยุ่งยากในการกำ�จัดมากย่ิงขึ้น ปัญหากล่ินเหม็น จุดทิ้ง
ขยะทีไ่ มเ่ หมาะสม สร้างความร�ำ คาญใหแ้ ก่ผอู้ ยู่อาศยั ใกล้เคยี งและผู้ท่ผี ่านไปมา ปญั หาการฟ้งุ กระจายของขยะออก
นอกบริเวณ ปัญหาทางเข้าไปเทขยะไม่สะดวกเม่ือขยะเต็มทางเข้า ปัญหา�น�ำ้��เ�ส�ีย�ท��่ีเ�ก�ิด��จ�า��ก��น���ำ้ ��ฝ��น���ไ��ห����ล���ผ���่า��น����ข���ย���ะ��ท���ี่เ�พ��ิ่ม�
มากขึ้น ฯลฯ เป็นต้น (2) ปญั หาที่เกิดจากการไม่ได้รับความรว่ มมอื ของชุมชนซงึ่ เปน็ ผทู้ ิง้ ขยะ ปัญหาน้มี ีสาเหตุ คือ
ทัศนคติและสำ�นึกรับผิดชอบของคนในพ้ืนท่ี ปัญหาที่ไม่มีการคัดแยกขยะก่อนท้ิง ปัญหาความเร่งรีบในการท้ิงขยะ
ปัญหาความไม่เหมาะสมกับสถานที่ท้ิง และปัญหาจากหน่วยงานท้องถิ่นท่ีไม่มีการวางแนวทางปฏิบัติท่ีชัดเจน และ
(3) ปญั หาจากหนว่ ยงานท้องถน่ิ ท่ไี ม่สร้างความเข้าใจของการจดั การขยะ ขาดการสรา้ งกระบวนการมีสว่ นร่วมในการ
จดั การขยะร่วมกนั

ทั้งนี้ คณะผศู้ ึกษามีความสนใจประเดน็ ตา่ งๆ ตอ่ การพัฒนาแก้ไขปัญหาการจดั การขยะในพืน้ ที่ ดังน้ี ชุมชน
มีความรู้ความเข้าใจการแยกขยะก่อนท้ิงมากน้อยเพียงใด ชุมชนต้องการส่ิงอำ�นวยความสะดวกในการท้ิงอะไรบ้าง
อัตราค่าธรรมเนียมที่หน่วยงานท้องถิ่นเรียกเก็บจากประชาชนมีความเหมาะสมกับต้นทุนการดำ�เนินงานหรือไม่
การคดั แยกขยะมลู ฝอยจากตน้ ทางจนถงึ การก�ำ จดั ขยะเหมาะสมหรอื ไม่ การก�ำ จดั ขยะมลู ฝอยในพนื้ ทม่ี กี ารด�ำ เนนิ การ
ถูกต้องตามหลักวิชาการ และปัจจัยใดท่ีสามารถส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในการลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง
ประเดน็ ทั้งหมดนี้คณะผศู้ กึ ษาสรุปเปน็ กรอบในการศึกษาและด�ำ เนนิ การการแก้ไขปัญหาพ้ืนท่ี ดงั ภาพท่ี 1

40 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบำ�รุงศลิ ปวัฒนธรรม”

ต้นทาง (Upstream) กลางทาง (Midstream) ปลายทาง (Downstream)

ปัจจัยนาเขา้ ขยะชมุ ชน
(Input) (Municipal solid waste)

- ขยะทว่ั ไป - ขยะอนิ ทรีย์
- ขยะรีไซเคิล - ขยะอนั ตราย

กระบวนการจดั การขยะ การคดั แยกขยะ การรวบรวมและกักเก็บ การขนส่งขยะ การกาจดั และทาลาย
(Waste Process) ณ แหลง่ กาเนดิ ขยะ (Collection and Storage) (Transportation) (Disposal)
(Source Reduction
การแปรสภาพ การใช้ประโยชน์ใหม่
and Separation)

(Processing)

การมสี ่วนรว่ มของประชาชน ผ้ปู ระกอบการ ชมุ ชน และหนว่ ยงานภาครฐั

- ปัญหาทีเ่ กิดจากการจัดการขยะ - หาพื้นทจ่ี ดุ รวบรวมขยะทเี่ หมาะสม - ขอ้ เสนอแนะตอ่
ผลทีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษา - ข้อมลู ประเภทและปริมาณขยะในพนื้ ท่ี - ออกแบบพน้ื ทจ่ี ดุ รวบรวมขยะ การกาจัดและทาลายฯ
- ขอ้ เสนอตอ่ การนา
(Output) - คมู่ ือการจัดการขยะชมุ ชนฯ (การลด - สรา้ งจดุ รวบรวมขยะในพน้ื ที่ จานวน 1 จดุ มาใช้ใหม่
การคดั แยกและการนาใช้ประโยชน์) - ถ่ายทอดความรู้หลกั เกณฑ์/วธิ กี ารเก็บ/ขน และกาจดั ขยะ

ภภาาพพทท่ี่ี 11 กกรรออบบแแนนววคคดิ ดิ ใในนกกาารรศศึกกึ ษษาา

วัตถุประสงค์

2. วตั 1ถ.ปุ เพระอ่ื สศงกึ คษ์ าระดบั การรบั รสู้ ภาพปญั หา การวเิ คราะหป์ ระเภทและปรมิ าณขยะมลู ฝอยชมุ ชนทเ่ี กดิ ขนึ้ ในพน้ื ท่ี
2. 2เพ.1่ือเหพาื่อตศำ�ึกแษหานร่งะทด่ีเัหบมกาาะรรสับมรในู้สจภุดารพวปบัญรวหมาขกยาะรวอิเอคกราแะบหบ์ปกร่อะสเรภ้าทงแพล้ืนะทปี่ตร้นมิ แาบณบขขยอะงมจูลุดฝรอวยบชรุวมมชขนยทะ่ี ใน

พื้นทเกี่ ิดภขายน้ึ ใตน้กพาืน้ รทบ่ีูรณาการความร่วมมือในการจัดการส่ิงแวดล้อมของพ้ืนที่ให้สอดคล้องตามหลักการของเมืองน่าอยู่
อย่างยัง่ ยนื 2.2 เพ่ือหาตาแหน่งท่ีเหมาะสมในจุดรวบรวมขยะ ออกแบบก่อสรา้ งพ้ืนทีต่ ้นแบบของจุดรวบรวม
ขยะใน3.พเื้นพท่ือี่พภัฒานยาใคตมู่้กือากราบรูรจณัดกาากราขรยคะวชามุ มชรน่วฯม(มกือาใรนลดกากราจรัดคกัดาแรยสก่ิงแแลวะดกาลร้อนม�ำ ขใชอป้ งรพะ้ืนโยทชี่ในห)์ ้สอดคล้องตาม

หลักการของเมอื งนา่ อยู่อย่างย่ังยืน

พนื้ ที่ดำ�เนนิ 2ก.3ารเพอ่ื /บพัฒรบินาทคชมู่ มุ ือชกานรจัดการขยะชมุ ชนฯ (การลด การคดั แยกและการนาใชป้ ระโยชน)์
พน้ื ทดี่ �ำ เนนิ การโครงการเปน็ พนื้ ทช่ี มุ ชนโดยรอบเสน้ ทางเขา้ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม อยรู่ ะหวา่ งเทศบาล
มคตน�ำหบาค3ลสดิ.ทาเพรปา่ คขนื้น็ าอทรมนอ้่ดี ยยมาพาลีหเงนื้นะมนิแทูบ่1ลก8่ีดา้ ะาน.า3เรเท0จน/ศำ�แินบนบลกรวาะิบานลปรทตรโ1�ำะชค5บชุมรลาหงชกขกมนราาู่ แมปรฝเรเรปงะยี ช็จนง�าำ พ(นกภ้ืนรวาแทนพบ่ีช3ทงุ่ม8่ีเ2ป,ช6-็นน643โ)2ดโคดยสนยร่วเนอคทดิบศคเเปบือสน็า้นปลรทรตอ้ ะาำ�ยชงบลเาละขกท้า8ร่ามต1ขห.า7อมา0นทวคยะิทราเยบองาบยี อลนค�ำ ัยลรเภมามุ ษอหพกฎน้ืานัรสท์ทาจที่ รร�ำงั้ วคนหชิ าวมัยมนดจอ83ัง,8ยห6.ู่ว66ดั32
ตร.กรมะ.หแวล่าะงเททศศบบาาลลตต�ำ าบบลลขทาม่าเขรอยี นงมยหี ามงบู่ แา้ ลนะจเท�ำ นศวบนาล2ต3าหบมลู่ มขหีามลงัเรคียางเรอื(ภนา3พ,3ท1ี่ 26-ห4ล) งัโดบยนเพทนื้ศทบที่ างั้ลหตมาดบล48ท.่า5ขตอรน.กม.
ปปรระะปยชชาราางกกะรรชอปแาาฝรกเะงภรกตอจอำ�กาบนมันดวททว้นะรยเ3วบ23ิชีย,ัย8สน3่วจร8นังาหคษคนวฎือัดรคปม์ดิ จรหเะาปาชน็นสาวรากนอ้รรยคต8ลาา,ะมม6ท67ม73ะีห.เ1บคม1ยีนู่บน้าครนาิดษเจปฎา็รนน์ รวจ้อน�ำ ยน1ลวน5ะ ห10ม,ู่0ป4ร3ะคชนากครดิ แเบป่งน็ เรป้อ็นยล2ะส2่ว2น.89คือและ
18.30 และประชากรแฝง จานวน

หมบู่ า้ น จานวน 23 หมู่ มีหลงั คาเรอื น 3,316 หลงั บนพื้นท่ที ัง้ หมด 48.5 ตร.กม. ประชากรประกอบด้วย

2 ส่วน คือ ประชากรตามทะเบียนราษฎร์ จานวน 10,043 คน คิดเป็นร้อยละ 22.89เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน และประชากรแฝ4ง1
สาขาท�ำ นบุ �ำ รงุ ศิลปวัฒนธรรม”
จานวน 33,838 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 77.11

38,663 คน คิดเป็นร้อยละ 81.70 ครอบคลุมพ้ืนท่ีท้ังหมด 38.62 ตร.กม. และเทศบาลตาบลขามเรียงมี
หมบู่ ้าน จานวน 23 หมู่ มีหลังคาเรือน 3,316 หลงั บนพนื้ ทีท่ ัง้ หมด 48.5 ตร.กม. ประชากรประกอบดว้ ย
2 ส่วน คือ ประชากรตามทะเบียนราษฎร์ จานวน 10,043 คน คิดเป็นร้อยละ 22.89 และประชากรแฝง
จานวน 33,838 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 77.11

Site project

Mahasarakham Site project
University

Mahasarakham
University

Site project

ภาพที่ 2ภาขพอทบี่ 2เขขตอบพเน้ืขตทพโี่ ื้นคทรี่โงคกรางรกา(รช(มุ ชชมุ ชนนโโดดยยรรออบบเเสส้น้นททางาเงขเา้ ขม้าหมาวหิทายวาิทลัยยมาหลายั สมารหคSาาitสมeาpรroคjeาctม
ภเาทเพทศศทบบ่ี 2าาลลขตตอ�ำ าบบบเลขลทตา่ทพข่า้นื อขทนอ่ีโยคนารงยงแกาลงาะรแเท(ลชศุมะบชเาทนลศโตดบ�ำ ยบารลลอขบตาเามสบเ้นรลียทงขางาอเม.ขกเ้าันรมทยี หรงาววิชอทิ ยั.ยกจาัน.ลมทยั หมราวหสิชาาสรัยคาราจมค.ม)ามหาสารคาม)

เทศบาลตาบลท่าขอนยาง และเทศบาลตาบลขามเรยี ง อ.กันทรวิชยั จ.มหาสารคาม)

ภภาาพพทท่ี ี่33ปปัญญั หหาาขขยยะะใในนพพ้ืน้นื ททช่ีช่ี ุมุมชชนนโโดดยยรรออบบเเสสน้ น้ ททาางงเเขขา้ ้ามมหหาาววิทิทยยาาลลยั ัยมมหหาสาสาราคราคมาม

ภาพที่ 3 ปัญหาขยะในพ้นื ท่ีชุมชนโดยรอบเส้นทางเข้ามหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม

42 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบำ�รงุ ศิลปวฒั นธรรม”
จุดพบเหน็ กองขยะในปัจจุบัน

ภาพภทาพี่ 4ที่จ4ดุ จทุดี่พทบี่พเบหเห็น็นกกอองงขขยยะะ ((บบรรเิ วิเวณณพพน้ื ทน้ื ี่ชทมุ ่ีชชมุนชโดนยโรดอยบรเสอ้นบทเาสงน้ เขท้าามงหเาขว้าิทมยหาลาัยวมิทหยาาสลาัยรคมาหมา)สารคาม)

ว4.ธิ วีกธิ1ารกี. ศาขรกึ ัน้ ศษเตกึ าษรยีามการ

ก4ร.1ะบขว้ันนเกตารรียทมำ�งกาานรคร้ังน้ีใช้กลไก PDCA ร่วมด้วยการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory
Action Reseaกrcรhะ,บPวARน)กปารระทกาองบากนอบคดร้วังยนี้ใกชาร้กวลางไแกผนPD(PClAanรn่วinมg:ด้Pว)ยกาารรปวฏิจิบัยตั เกิ ชาิงรป(Aฏcิบtiัตonิก:าAร)แกบาบรสมงั ีสเก่วตนร่วม
(วโ((OPดAิจยabcัยเrstเกชteioi็บิงrcvเnรiชpaว:ิงtบaคiAoรtุณ)onวมภ:rกyขาOา้อพA)รมสcแลูคtัลกืงอioะาเกรกnสาาตำ�รรRรสสe(วะังOจsทเกeโb้อดตasนยแreผใcบชrลhvบแ้ ,aบม(RtPบีสieAo่วสfนอlRneรบ):c่วถtปOมiาoรม)n(ะเPแช:กaิงลRอrโt)คะบicรเกกพiงpสาอื่อaรรใบnา้หสtงด้ไะด้วo(S้ทขยbt้อ้อsrมuกeนูลcrาvtทรผua่ีควrลteรiาoอdง(nบแR)qคผeuกลนfeาุมlesรท(tสcPiี่มoัมtlตinaภoิใnnนาnaษnก:irณาieRnร์แ))จgบัด:แเบกลพPกะา)ื่อรใ่ึงชกขโใค้เยาหคระร้รไงชป่ือดสุมงฏร้ขชม้าิบ้นออืงัตมิกูลาทร่ี
(คSรeอmบi-sคtrลuุมctทuี่มreตdิใiนntกeาrvรieจwัดsก) าแรลขะกยาะรชสนุมทชนนากโลดุม่ ย(เFกo็บcuรsวgบroรuวpม)ข(ภ้อามพูลทกี่ 5า)รสารวจโดยใช้แบบสอบถามเชิง
โครงสร้าง (Structured questionnaire) และใช้เคร่ืองมือวิจัยเชิงเชิงคุณภาพ คือ การสังเกตแบบมีส่วน
ร่วม (Participant observation) การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured interviews) และ
การสนทนากลมุ่ (Focus group) (ภาพที่ 5)

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 43
สาขาท�ำ นุบำ�รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”

ขัน้ ที่ 1 การเตขรั้นยี ทม่ี ก1ากรา(รPเrตeรpยี aมraกtาioรn()Preparation)

ศกึ ษาขอ้ มูลพ้นื ฐานของชุมชน
- ศกึ ษากายภาพชุมชนในพ้นื ท่ตี น้ แบบ
- รวบขอ้ มลู จากหน่วยงานท้องถิ่น
- สารวจปัญหาการจัดการขยะชุมชน

ขั้นท่ี 2ขกนั้ าทรวี่ 2างกแาผรนวา(Pงแlaผnนni(nPgla) nning) วิเคราะหป์ ัญหา
การจดั การขยะชุมชนเบอื้ งต้น

วางแผนการดาเนนิ งานและใหข้ อ้ มูลร่วมระหวา่ ง
เทศบาลตาบลทา่ ขอนยาง เทศบาลตาบลขามเรยี งและ

ผู้นาชุมชนในพน้ื ท่ี (Inform) ครั้งท่ี 1

ขน้ั ขทน้ั ่ี 3ที่ก3ารกปารฏปิบฏตั ิบิ (ตัAิc(tAincgti)ng) วิเคราะหแ์ ละออกแบบฯ
- หาพน้ื ทจ่ี ดุ รวบรวมขยะทเ่ี หมาะสม
สารวจประเภทและปริมาณขยะ - ออกแบบรา่ งพน้ื ทจ่ี ดุ รวบรวมขยะ
- ประเภทขยะ - วเิ คราะหก์ ารเกบ็ ขนขยะทเ่ี หมาะสม
- ปรมิ าณขยะในแตล่ ะประเภท - สรา้ งคู่มอื จดั การขยะชมุ ชน
- พน้ื ทจ่ี ดุ รวบรวมขยะ -

กลุ่มเป้าหมาย ไม่เพียงพอ เกบ็ ข้อมลู เพม่ิ
A ร่วมใหข้ อ้ มลู คดิ เหน็ ในการพฒั นาฯ

(Consult) ครงั้ ท่ี 2

ขน้ั ท่ี 4ขกั้นาทรส่ี 4ังเกกาตรส(Oังเbกsตer(vOinbgs)erving) เพียงพอ

- ออกแบบจดุ รวบรวมขยะ นาเสนอการพฒั นาแบบจดุ รวบรวมขยะ
- กาหนดจดุ รวบรวมขยะ ร่วมเสนอแนะและตัดสนิ ใจ (Invoice) ครั้งที่ 3
- คมู่ ือการจดั การขยะชมุ ชน
แกไ้ ขปรบั ปรงุ แบบจดุ รวบรวมขยะ
ตามขอ้ เสนอแนะของกลมุ่ เป้าหมาย

กลุ่มเปา้ หมาย มีข้อเสนอแนะเพมิ่
รว่ มตัดสนิ ใจแบบข้นั สุดทา้ ย
(Collaboration) ครงั้ ท่ี 4

ไม่มี
A

กอ่ สร้างในพนื้ ทต่ี น้ แบบ สง่ มอบพื้นทใี่ ห้หน่วยงานท้องถนิ่ ดแู ลและ
จุดรวบรวมขยะ ประชาชนรว่ มใชแ้ ละดแู ลฯ (Empower) ครงั้ ท่ี 5

ขัน้ ท่ี 5 กาขร้ันสทะท่ี 5้อกนาผรลส(ะRทe้อflนeผcลtin(gR)eflecting)

ถอดบทเรยี น / เผยแพรอ่ งคค์ วามรู้ ประชุมปดิ โครงการ
(Close out meeting)

หมายเหต:ุ 1. กกลารมุ่ กเป่อส้าหร้ามงาพภยืน้ าคทือพ่ีตน้ปทแระบี่ ช5บาชหกนมทาายั่วรไถปดงึ ำ�นกสิอ่เนติสรคินา้ รงกจวั เุดรารือรวนบศรแกึวลมะษขผยูป้าะรใะนกพอืน้ บทกท่ี ารีเ่ หบมราิเวะณสมพท้ืน่ผีท่า่ีศนกึ กษาารมสี ่วนร่วมของผทู้ ม่ี ีส่วนได้สว่ นเสยี
2.

หมายเหตุ: โดยได้รับความเหน็ ชอบจากหนว่ ยงานทอ้ งถ่นิ

1. กลุ่มเป้าหมาย คอื ประชาชนทั่วไป นสิ ิต ครัวเรือน และผูป้ รภะกาพอบทกี่ า5รบกราเิ รวดณาพเนื้ ทนิ ศ่ีกึกาษรศากึ ษา
2. การกอ่ สร้างพน้ื ทีต่ น้ แบบ หมายถงึ กอ่ สร้างจดุ รวบรวมขยะในพื้นที่ทเี่ หมาะสมทผี่ า่ นการมสี ่วนรว่ มของผู้ทมี่ ีสว่ นได้ส่วนเสีย
โดยไดร้ ับความเห็น5ช.อรบูปจาแกบหนบ่วแยลงาะนกทร้อะงถบ่นิ วนการจัดการขยะชมุ ชน

จากการศึกษา เรื่อง การจัดการขยะชุมชนแบบมีส่วนร่วมในเทศบาลตาบลท่าขอนยางและ

เทศบาลตาบลขามเรียง อาเภอกันทรวิชัย จงั หวัดมหาสารคาม กรณศี ึกษาพื้นที่ชุมชนโดยรอบเส้นทางเข้า

44 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบำ�รุงศลิ ปวฒั นธรรม”
รปู แบบและกระบวนการจัดการขยะชมุ ชน
จากการศึกษา เรื่อง การจัดการขยะชุมชนแบบมีส่วนร่วมในเทศบาลตำ�บลท่าขอนยางและเทศบาลตำ�บล
ขามเรียง อำ�เภอกันทรวชิ ยั จงั หวัดมหาสารคาม กรณีศึกษาพนื้ ท่ชี ุมชนโดยรอบเสน้ ทางเขา้ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
โดยรายละเอียดผลการศกึ ษา ดังน้ี
1. ผลการด�ำ เนินการขั้นเตรยี มการ (Proportion)
1.1 ประสานงานกับหน่วยงานภาคี
ประสานงานกบั ภาคี และส�ำ รวจพนื้ ทช่ี มุ ชน สมั ภาษณค์ นในชมุ ชนและผเู้ กย่ี วขอ้ งในเทศบาลทา่ ขอนยางและ
เทศบาลตำ�บลขามเรียง ขอ้ มูลเบอื้ งตน้ ทางเทศบาลฯ มีปริมาณขยะมูลมูลฝอยทีเ่ กดิ ข้นึ ทั้งปจี ำ�นวน 3,361.82 ตนั /ปี
โดยกำ�หนดประเดน็ การดำ�เนนิ การร่วม ดงั น้ี
1) การบรหิ ารจัดการขยะ ณ จุดกำ�เนดิ โดยการส�ำ รวจข้อมูล เพอื่ เป็นฐานข้อมูลปริมาณขยะ วิเคราะห์
ขอ้ มลู และทำ�แผนทีท่ างเดินขยะจดุ รับ-สง่ ขยะ และการรณรงค์สรา้ งจิตส�ำ นกึ ให้แกป่ ระชาชน นิสติ และนกั ศกึ ษา
ผปู้ ระกอบการตา่ งๆ
2) การรวบรวมเก็บขน โดยเทศบาลดำ�เนินการ ร่วมกับสถานประกอบการคัดแยก ประชุมร่วมกัน
และจัดเวทีทหี่ าจดุ รว่ มเพ่ือแก้ปัญหาขยะตกคา้ ง
3) กำ�หนดเป้าหมายปริมาณขยะนำ�เข้าสูงการกำ�จัดลดลง ร้อยละ 40 โดยใช้ข้อมูลดังภาพท่ี 14
เป็นฐานในการคิด

ภาพที่ 6ภาภปพาพทระที่ 6ี่ส6ปาปรนะรงะสสาาานนนงกงาานับนกเกับทับเเทศทศบศบบาาาลลลตตตาาำ�บบบลลฯลฯฯแแลลแะะหหลนนะว่ ว่ หยยงนงาาน่วนทยทเี่ กงเี่ ก่ยีา่ียวนวขขท้อ้องเี่ งกย่ี วขอ้ ง

5.1.2 ลงพืน้ ที่สารวจปญั หาขยะชมุ ชน
5.1.2 ลงกพาน้ื รทล่สีงพาร้ืนวทจ่ีสปาัญรหวจาปขยัญะหชาุมขชยนะในพื้นท่ีโดยรอบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขอบคลุม
พื้นท่ี 2 เทศบาล กคาือรเลทงศพบื้นาทลี่สตาบรวลจทป่าัขญอหนายขายงะ(ใเสน้นพส้ืนีแทดี่โงด) ยแรลอะบเทมศหบาาวลิทตยาาบลลัยขมามหเารสียางร(คเสา้นมสขีเหอลบือคงล) ุม
พ้ืน(ทภ่ีา2พทเที่ 7ศ)บโดายลคณคือะทเทางศาบนไาดล้มตอาบบหลมทา่ายขใหอ้นิสยิตาสงา(ขเสา้ภนมูสิสีแถดางป) ตั แยลกะรเรทมศศบาสาตลรต์ าชบั้นลปขีทาี่ 4มเทรีย่ลงเร(เยี สน้นวสชิ ีเาหกลารือง)

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 45
สาขาทำ�นุบำ�รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

1.2 ลงพ้ืนทสี่ �ำ รวจปัญหาขยะชมุ ชน
การลงพ้ืนท่ีสำ�รวจปัญหาขยะในพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขอบคลุมพื้นท่ี 2 เทศบาล คือ
เทศบาลต�ำ บลทา่ ขอนยาง (เส้นสีแดง) และเทศบาลตำ�บลขามเรยี ง (เส้นสเี หลือง) (ภาพท่ี 7) โดยคณะท�ำ งานไดม้ อบ
หมายให้นิสิตสาขาภมู สิ ถาปัตยกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 ท่ลี งเรียนวชิ าการจัดการส่ิงแวดลอ้ ม ลงเกบ็ ข้อมูลปัญหาขยะ
ในพ้นื ทด่ี งั กลา่ ว มีรายละเอียด ดงั น้ี

ภาพที่ 7 แผนทลี่ งเกบ็ ข้อมูลปัญหาขยะในพ้ืนทโ่ี ดยรอบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
พานชิ ย์ หอปพัญักภหาภแาพาขลพทยะที่ ะม7่ีเีร7ทแา้ แศผนผนบอนทาาทล่ีลห่ีลงตางเรากเกเบบ็ป็บลข็นขท้ออ้สม่ามว่ ขลู ูลนปอปในัญหยหญาา่ งขโดยพยะบใปนวญั พ่าน้ืหนลทาทักโี่ทโ่ีดษดายณยงรกรอะอาบพบยมื้นภมหทหาาพี่าสววิท่วใิทนยนยาพใลาห้ืนัยลญทมยั ห่ี่มเมปาหปี ็สนาัญาหสรหามคราาู่บคกม้าาานมรจทัด้ิงขสยรระใอนาพคื้นาทร่ี
ปแโทลลัญศั พ่งะนหหามาอนรีรเจุา้ริชือนือ่ายไอปงดห์ ฝหาญัลนุ่ห(อปVห่ทแาพัญiาราลsขักเงuะหปยน�aแาน็แะ�ำ�้lขลเ�สล�ทท�ยpะว่�ะ�ศว่�ะมนo�ยม�บ�เีใรl�ัทงขหาlา้�พuังลศ�ญน�ตtบเอ่�iป�โำo�ปาาดบน็�nลหยัญ�ลชต)�าปทว่ห�ราญัง�า่ เบา�ๆขปห�เลอน็ร�าตทน�ท่ือสา�่ายามงว่�ขาง�ฝรนงก�อาุ่นใ�าพนยห�แยล�บยญภล�ะวา�า่ะเา่ง�โอพน�ดลยีพ�ใ้ายกั�นภบ�ทษปพา�วณ่วพัญ�น้ื ่า�มททะห�ลข�ี่พม่ีา8�ักงน้ืปีท�ษ�ซทญัาเ�งึ่ณปงส่ี�หสก�ว่็นะา่ง��านก�ผพช�ยใ��าล่้ืนหว�ภ�รต�งญ�ททา�อ่�ๆ�พ่ีสเ่งิ้�ทป�ข�่วใ�ตัศ�น็นย�น�นา�หะพ�ใ�มอใ�มห�ื้นน�ุจร�บู่ญ�ทพ�าาา�้�ดี่่มเยน้ื�น�ป�ปีลทจ(�็นVัญดโัี่ะ�ลหi�สsเห�ง่อuมร�หาีรaย�ู่บกร�lภอ้าอื�าpาน�าไร�คoหพจท�าlลัด�lทิ้งรu�ท่ขสพ�่ีtายร�8iาoง�ระน�nแซใชิ�อ)นลึ่�งยาะพส์ คหย่ง้ืนาองัผทรพพลี่บกั ต่อ

โล่งหรือไหล่ทาง และยังพบปัญหาเร่ืองฝุ่นและน้าท่วมขัง เป็นช่วงๆ ตามรายละเอียภาพที่ 8 ซึ่งส่งผลต่อ
ทศั นอจุ าด (Visual pollution)

ภาภพาพทที่ 8ี่ 8พพ้ืนืน้ ททีส่ ่สี า�ำ รรววจจปปญั ัญหหาาขขยยะเะทเศทบศาบลาตล�ำ ตบาลบทลา่ ขทอ่านขยอานงยาง
ภาพที่ 8 พน้ื ทส่ี ารวจปญั หาขยะเทศบาลตาบลท่าขอนยาง

46 ปญั หาขยะเทศบาลตาบลขามเรยี ง พบว่าเอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน พื้นท่ีส่วนใหญ่เป็นหอพัก บ้านจัดสรร อาคารพานิชย์
สาขาทำ�นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

และร้านอาหาร ตามลาดับ ดังแสดงในภาพที่ 9 ส่วนใหญ่ของพ้ืนที่พบปัญหาการนาขยะมากองไว้บริเวณ

ไพห้ืนลท่ที่ทาา่ งข(อภนรา้ายพนาอทงาี่หซ2าปร8ึ่งัญเ)ตปหสาา็นม่งขลปยผำ�ะัญลดเับทตหศ่อาดบัปงมาแลาัญสตจดำ�หางบใากลนตขปภา่อารมพกะเรทชาียี่ งรา9ไกพมสรบ่ว่นแวน่า่าฝใหมงพญใอ้ืนน่ขทงอพ่ีสงห่วพ้ืนนรื้นทใือหท่ีทญี่ทพ่ีมบ่เัศปปีพ็นนัญฤหอหอตุจาพิกกาัการดรรบน้มา(ำ�นVขเจดiยsัดะิมuสมใรaานรกlกออpงาาไoครวาl้บดlรรuพาิเวราtณนiงoิชชไnหยีว์ล)ติแ่ทเลาชดะง่นังเแดสียดวงกในับ
ภาพที่ 10 ซ(ภแ่งึ ลาเปพะ็นรทป้า่ี นญั2อ8ห)าปาหมญัสาา่งหรจผาาลตขกตายป่อมะรปลเะัญทาชดศาหับกบารตาดแล่อังฝตกแงาาใสบรนดไลพมงข้นืใ่นนาท่ามภมี่ทเาอี่มรพงียีพทงฤห่ีตพร9ิกือบรสทวร่ว่าัศมนนเพดใอหื้นมิ ุจญใทาน่ีสด่ขก่วอา(นงรVพใดiหsำ�้ืนuญรทaง่เชี่lพปวีบpน็ ติ ปoหดlัญอlงัuพหแtกัสาioกดบnาง)้าใรนนนเชภจา่นาัดขพเยสดทะรีย่ีรมว1าก0อกับาอคพงา้ืนไรวทพ้บี่ทาร่านิเขวิชอณยน์ ยาง

ไหล่ทาง (ภาพท่ี 28) ส่งผลต่อปัญหาต่อการไม่น่ามอง หรือทัศนอุจาด (Visual pollution) เช่นเดียวกับ

พน้ื ที่ทา่ ขอนยาง ซ่ึงเปน็ ปัญหามาจากประชากรแฝงในพ้ืนท่ีท่ีมีพฤติกรรมเดมิ ในการดารงชีวิต ดังแสดงใน

ภาพที่ 10

ภาพท่ี 9ภาตพภาทาพแี่ 9ทห่ีต9นาแต่งห�ำทแนี่พห่งนทบ่งีพ่ ทปบพ่ี ญัปบญั ปหหัญาาหขขายยขะยะใะในในพนพพน้ื น้ืท้นื ท่ีขที่ขอองี่ขเงทอเทศงศบเบทาาลศลตตบา�ำ บบาลลลขขตาามมาเเบรรยียี ลงงขามเรียง

ภาพภทาพี่ 1ท0ี่ 1ล0กั ษลักณษะณพะฤพตฤิกตริกรรมรกมากราทร่ีกท่อกี่ ใอ่ หใ้เหก้เดิกปิดปญั ัญหหาขาขยยะะในในพพื้น้ืนททีเ่ ทเี่ ทศศบบาาลลตตา�ำ บบลลขขาามมเเรรียยี งง

ภาพที่ 10 ลกั ษณะพฤติกรรมการทก่ี ่อให้เกิดปัญหาขยะในพน้ื ที่เทศบาลตาบลขามเรียง

5.2 ผลการดาเนนิ การขัน้ เตรียมการ (Proportion)
ขัน้ ตอนการวางแผน คณะผ้ทู างานได้ให้ความสาคเอกัญสสาาขรตปาทรอ่ ะำ�กนขอุบบ�ำนั้กรางุ รตศนลิ �ำอปเวสนฒันอนนผธลรี้งเรามปน” ็นอย่างมาก เพ่ือให้เห็นถ4ึง7

ภาพรวมและทิศทางการทางานของการศึกษา โดยเร่ิมจากการประชุมร่วมกับเทศบาลฯ บ่อยครั้ง
ทโไดดาแ้ยงกกเแฉ่าลนพระาวทาย2าิศะ.งกทกแเาผาขทผงลร้ันกศนอกตามกรอาอนรทานกดรำ�ตกแงเ�ำรากาเบนรีน็บปวนิบขารลกองเวัดคางแบรกผเรขทารนื่อรัน้วศศงเมคบตมึกณขรษาืออ้ยีละาสผมมฯาโู้ทลูกดรรำ�รายวงรอ่วเารจงมนิ่ม(ปปPกไจดลัญrานั o้ใดักหหpกฯโ้คดoาาวรผrทยาปtอขi่ีมแoร.นั้สะทnฝำ�ชต)้่าสคุมอยัะญรน่วทตแมน่อ้อลกม้ีขะนับ้ันีหทเคตทลีมวอศาคานบยมณนาฝลี้เเา่าปปฯจย็น็นาทบอจรย่อี่เยขร่าย์ิงง้าคมมขมรมา้ังอากสมงโดพสีเเพยป่ว้ืนื่เอน็นฉทใพหรต่ี า่ว้เ้นแหะมลก็นใาะถนรึงกกอภาอาาหกรพวแนรบาวดบงมแแนผนว
การหรผเคว่อารม.ร่ือฝกือา่งนั มยคือโแดืสอ5ลยำ�ะ.ขร(2ท1วน้ั .มีจ)ต1ปคอวณัญจนันัดนาหทจีม้าเ่ีาวทีห2รท่ีแลย6ทาีก์ -มย้ส2าฝมะร7่าสทมย้อกเทีสปน.เี่่วน็พขคน้าตว.มาน้ ร2มา่วม5เปมีส6็นว่แ2นจลรรทะิง่วขาอมองใอนทงกพกีมแา้ืนงรบทาว่ีบานแงเแลแคผะลรกนะ่ือำ�ผไหงดอนม้แ.ดือกสแ่ใุดนนนาาวกยทเกาาขเรงท้ากสศไาาปมรรวนขวาตองจรแแี ผปผ(นคลนกดัรทาเั้งทรี่จทเศกา่ีบ็บก1ารก)ลวฯาไบดรรรป้ขวอม้องรปขะส้อลปรัดมุปาฯูลสจ่วานก
ภมู ภิ าค สาขา2ม.1หจาัดสเาวรทคีการมมีสเพ่วนื่อรใ่วชม้ใแนลกะาอรอวกาแงบแบผเคนรกื่อางรมเือกใ็บนกขาอ้ รมสูลำ�รว(2จ) (สคาร้ังรทว่ีจ1ข)อ้ ไมด้ขูล้อโสดรุยปปจาัจกจกุบารันหเาสรน้ ือทคาืองการ
เก็บข(เ1พน)ือ่ ขวใชยัน้ใทะน่ีขก2อา6รง-ว2เา7ทงแศกผ.บพนา.กล2า5ร(6เก32บ็)ทขอ้อาองมทกลู มี แ(ง2บา)นบสแแ�ำลรละวผะจอวข.าอ้สงมดุ แลูาผเโขดน้ายไปดปัจขาจอเบุนแันผินเนกสท้นา่จี ทราากคงกกือาารรเปเกกร็็บบะปขขนานสขต่วยนะาภขมมูอแงภิ ผเาทนคศกบสาาาลขราก(ม3าห)จาอัดสอขากรยแคบะาบมเปียก
(ภาพแทละี่ 1วา1ง)แผน ดำ�เนนิ การ คือ เก็บขนตามแผนการกำ�จัดขยะเปยี ก (ภาพท่ี 11)

ภาพทภี่ 1าพ1ทจี่ 1ดั 1เวจทัดีปเวรทะีปชระุมชรมุ ว่ รมว่ มเพเพื่อือ่ ววาางงแแผผนนกกิจิจกกรรรมรใมนใกนารกจาัดรกจาัดรขกยาะรชขุมยชะนชมุ ชน
ละเอยี ดเ5ใมน.เ22กม่ือ.2า.อื่ ว2รวกันลันกางททรพาจ่ีี่ รืน้22ดั จ7ทเ7วัดี่สกท�ำเกมุ วใีรหุมภวท้ขาจภีใพ้อโหซามนั นพข้ ลูธอ้ั์นแ32ลมธ5โะูลด์6เ2ย2คแ5มรลคอื่ีน6ะณงสิ2เมะติคือทคเรขใำ�ณน่ือ้างรกางะว่นามมทรไือดปเากใ้จรง็บนะดั ารมกเวนวาาทบณไรใีรดหเว2ก้จข้ม0็บัดอ้ข0ม้อเรวคลูมวทนเลูบรีใ่อืรด(หคงวงั กร้ขภมงั้า้าอขทรพมจ่ีอ้ 2ทัดูลม)ี่ก1เลู าร2ร่ือ(ขคงยรกะ้งัขาทอรงี่จ2ชัดุม)กชานรแขลยะะชแ้ีขจองงรชายุมชน
และชแ้ี จงรายละเอียดในการลงพื้นท่สี ารวจโซน 3 โดยมนี ิสติ เขา้ ร่วมประมาณ 200 คน ดังภาพท่ี 12

48 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นบุ ำ�รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

ภาพท่ี 12 การจัดเวทีให้ข้อมูลและเครอื่ งมือในการเก็บรวบรวมขอ้ มลู (ครง้ั ที่ 2)
5.2.5ภ3.ภา2เจาพ.ม3พัดภทื่อเจทา่ีววพดั1่ีทัน1เ2ทวปี2ท่ี ท1กร่ี ก2ปีา2ะารช9กรจะาุมจดัชกรชดัจเมุุมวแ้ีเัดชวภทเจแ้ีทวีใางทจหใี กพหใีง้ขหากัน้ข้อ้ขราอ้ธม้อลรม์มูลง2ูลูลเแง5กแแเลก6็บลละ็บะะ2ขเเขเคคอ้คค้อรรมรื่อณม่ือื่อูลงงูลงะมกมกมือทาือาือใรใารนในจจงนกดักาัดากนากรกาเราารกเรรรเบ็กก่ขวขรบ็ บ็ยมวยรระบกะววใรัใบบนบวนรมปชรชวขมุวลมุมอ้มชัดมขชขนเูล้อน้อทม(ม(คศค(ลููลครรบ้งััง้ร((าททคคงั้ ล่ีรที่ร23ง้ัฯงั้่ี))ทท3นี่)ี่ 22า))ยมานพ นนศรี
ม3รลา4าหยด-ล3รา3ลา4มร3ลาขบโว6ซแยาด-4อ้ะาทิหาน3ลยลลดม-เาโย63แอฯลูละะด3วา6แลีทยะรเิทยโโลดอละดดุกอเดโยมัยอรีะดรยหยงาใ.2เอมียอศรมดยมลนม5ปล.บอ3ศดีนหงงัื่ใม.อยักล2คนปธิงสิวใหาอจมบัา.ดรนปาันิตกล3สัดบมหเหรเเทกลรัาดเดขทหาาลวเจือม่ีัาดรมา้รีเ2ทสเยมนัดศงทราลระมเค9่ือีปานทพใา่วเลยบดศง่ือานรววรมยกิาสศนงพื้นบามควทะพันปุมนพบิติสลื้ชันนาทาไนื้ีปภรทิส้ืนด(ิมุตาอมลฯะททท่ีภาสร่ีิตร้ลชทอมอฯพ2่ชีะ่ี่ีสว่าา(อ้ีแฯดา2อ่ีภสกมุันช9มพราจณอดร9กชาธาใเุมรวดงทกรหปก.์นพรเกวชศ2จ2รกป.เขุ้่ีวมโ็นาศจท05แี้ป.ศโ1ดุม้อ็นศรจภ06ศโซกจี่็นย3ลิธมภโศซ1ก2าิธงนรคลงซูล)กร3าิธนลกพอเรนคุ่เมนลกพ)รรุ่บมาด3ณันบ็ุ่ื่อดทม3ัรนเีดรโ3สะธงขีห่รโลโดธะกีรโโทดน้์อ้ะด้องโดด์2ยาะดมำ�ทยดดเ2งยรย5ยงกดเูลาาเา5ยจAกามเก6มบ็งากดันก6มRเ็บีไ็นบา2ีไนขขก2็บ2ดีไนดรรข้าขิส้อิาดส0จขคว่้ริ้มรสร้อ้อค4มิ้ิรตตัดม้อ่่ววณหขิต่มมวณูลกกดเเมมยมาเขขมาะูลูับกลังขวะะูใลใร้าภ้ใาทิททปาหขท้หาทขทหรารรอยลราุก้ขยุก้ข่พวาุก้ข่จวงา่ัดวงหะ้องหม้อทชหล้อัดมาเมใามทลมุัย่ีปนมนลมกลป3ปนศูังลมชชููััรลงงลา4รครบนหเรมุครคะ-เรเระะ3าา่รวาชรขาม่วา่ือมล6แเสม่ือมน่ือเยมรเางฯลราารงโากะืงอณกกรื(ะอดณกือณคนกัใบคนชัาบยนานรนาา้แีรมใป2ร้ังใป2ยมชนรจใจ2อนท0จลม0นลุมงจัพดบ0(ี่0ัพดาัดร0ภั3ดชัพดหกน0้ืนาก้ืน)เานเคยกมคาพทื้นทพาททคลนราานรศทที่(ชศน่ีชยะขคนรขบีุ่มี่ชบนนเุทมย1ทขรยอาศสิชุม3าช่ี้งัทะหียยี่ะหลิตร)ลนทนชขดข้อ่ีะห้อีลอฯฯโี่ใอนโอขงางอ้น3อดดงดงโนอก)นกยงยชAด ชAเาแงาารรปุมRุมRยรชลAยยออ็นล2ช2ชระุมมRมบบกง00นรอนพ2าชาลเเอ44บสสนน0้นืุ่มนงแแ้น้นเดปดท4พพลลโสทลัทดังแงสี่ ะะ้นดภดัภยนน�ำาลาชชรเทเังงงาานนะทกี้ี้แแวภเเพพาบ็ชศศศจขขจจงาทท้้า้ีารแงรงเพีี่ีี่ขจท้างี่
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม (ภาพท่ี 13)

ภาพภทาพภี่ 1าท4พ่ี 1ทก4่ี 1าก4รปากรราประรปชะรุมชะชชมุ มุ้ีแชชจแ้ี ีแ้ งจจกงงกากราารลรลลงงงเเกเกก็บบ็ บ็ ขขขอ้้อ้อมมมลู ูลูลกกการาาจรรดัจจกัดดั ากกราขารยรขะขยใยนะะชใุมในนชชนชมุ มุช(คชนรน้ัง(ทค(่ีรค3ง้ั )รท้ังี่ท3ี่)3)
ภาพท่ี 14 การประชุมชแี้ จงการลงเกบ็ ข้อมลู การจัดการขยะในชมุ ชน (คร้ังท่ี 3)

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 49
สาขาท�ำ นุบ�ำ รุงศิลปวัฒนธรรม”

3. ผลการปฏบิ ัตกิ าร (Action)

3.1 ผลการสำ�รวจการจัดการขยะชมุ ชนในเทศบาลฯ
การส�ำ รวจนี้ เพอื่ ศกึ ษาระดบั การรบั สภาพปญั หา การวเิ คราะหป์ ระเภทและปรมิ าณขยะมลู ฝอยชมุ ชนทเี่ กดิ
ขน้ึ ในพน้ื ท่ี และต�ำ แหนง่ ทเ่ี หมาะสมในจดุ รวบรวมขยะ ภายใตก้ ารบรู ณาการความรว่ มมอื ในการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มของ
พนื้ ทใี่ หส้ อดคล้องตามหลกั การของเมอื งน่าอย่อู ย่างยง่ั ยืน พบว่า รูปแบบการจดั ขยะมลู ฝอยของชุมชนในพนื้ ทช่ี ุมชน
โดยรอบเสน้ ทางเขา้ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม (ตารางท่ี 9) พบวา่ สว่ นใหญบ่ า้ นพกั อาศยั ในพนื้ ที่ ไมม่ กี ารคดั แยกขยะ
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 55.8 โดยแต่ละวนั ท่จี �ำ นวนขยะถึง 828 ถุงตอ่ วัน รองลงมาการแยกขยะรีไซเคิล ขยะเปยี ก และขยะ
ทั่วไป คดิ เปน็ ร้อยละ 32.8, 27.7 และ 26.7 ตามล�ำ ดบั ท้ังนีผ้ ้ใู หข้ ้อมลู สว่ นใหญเ่ ห็นวา่ การจัดการขยะมีความจำ�เปน็
มาก คดิ เป็นรอ้ ยละ 93.3 นอกจากน้ยี ังพบขยะเปยี ก จำ�นวน 790 ก.ก.ตอ่ วัน ขยะทวั่ ไป จำ�นวน 530 ก.ก.ตอ่ วนั ขยะ
รีไซเคลิ จ�ำ นวน 546 ก.ก.ตอ่ วนั และขยะอันตราย จำ�นวน 100 ก.ก. ต่อวัน
ผ้ใู หข้ อ้ มูลมีการจัดการขยะในครวั เรอื นอันดบั แรก คอื รวบรวมขยะไว้ เพื่อรอรถเทศบาลมาขน คดิ เปน็ รอ้ ย
ละ 49.5 รองลงมาน�ำ ไปทิ้งตามริมถนนท่ีมกี องขยะอยู่ คดิ เป็นรอ้ ยละ 32.8 และผ้ใู หข้ ้อมลู ยังใหข้ ้อมูลว่ารถเกบ็ ขยะ
เทศบาลเขา้ มาเกบ็ ขยะในที่พักอาศัย คดิ เปน็ ร้อยละ 50.4 และยงั มีผู้ให้ขอ้ มูลอีกสว่ นทีใ่ หค้ วามเหน็ วา่ รถเกบ็ ขยะไม่
เข้ามาเก็บมากถึงรอ้ ยละ 49.6
ผใู้ หข้ อ้ มลู ทา่ นมคี วามจ�ำ เปน็ ตอ้ งพงึ่ พาใหเ้ ทศบาลมาเกบ็ ขยะมลู ฝอย คดิ เปน็ รอ้ ยละ 93.8 ผพู้ กั อาศยั มคี วาม
สะดวกจุดทง้ิ ขยะท่ีเทศบาลเตรยี มไว้ คดิ เป็นรอ้ ยละ 56.3 มีความต้องการให้เทศบาลเข้าเก็บขยะทุกวนั รอ้ ยละ 42.5
และต้องการใหร้ ถขยะเทศบาลมาเกบ็ ขน ชว่ งเช้า รอ้ ยละ 89.6
กรณีท่ีเทศบาลกำ�หนดเวลาให้นำ�ขยะออกมาทง้ิ ขยะ ผู้ใหข้ ้อมลู มีความเห็นตอ่ เวลาทเ่ี หมาะสมคอื ชว่ งเวลา
05.00-07.00 น. คดิ เป็นรอ้ ยละ 56.3 และผู้ให้ขอ้ มลู ไมเ่ ห็นดว้ ยทเ่ี ทศบาลเรียกเก็บค่าธรรมเนยี มเก็บขนขยะในแต่ละ
เดอื น คดิ เป็นรอ้ ยละ 80.7 สว่ นผทู้ ่ีมีความเหน็ ในการเรียกเก็บคา่ ธรรมเนียมฯ คิดเปน็ ร้อยละ 19.3 โดยมึคา่ เฉล่ียการ
เรียกเกบ็ ท่เี หมาะสม คือ 77 บาทต่อเดือน (SD=140)
ผู้ให้ข้อมูลมีความเห็นต่อความตระหนักในปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยในพื้นท่ีชุมชนโดยรอบเส้นทางเข้า
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีระดับโดยรวมมีระดับมากท่ีสุด ( =4.22, SD=1.04) เม่ือจำ�แนกเป็นรายข้อระดับมาก
ท่ีสุด อันดับแรก คือ การทิ้งขยะมูลฝอยลงในท่ีว่างเปล่าเป็นการกระทำ�ที่ไม่ถูกต้อง ทำ�ให้ผู้อื่นเดือนร้อน ( =4.45,
SD=0.90) รองลงมา การคดั แยกขยะมลู ฝอยเปน็ หนา้ ทขี่ องทกุ คน ( =4.42, SD=0.89) สว่ นอนั ดบั สดุ ทา้ ย คอื มาตรการ
เกบ็ ค่าธรรมเนยี มการขนเก็บขยะมลู ฝอยเปน็ สง่ิ ที่ควรรสนับ ( =3.91, SD=1.16)

4. ผลจากการสงั เกต (Observing)

4.1 เวทีการคนื ขอ้ มูลแก่เทศบาลฯ เพอ่ื วางแผนต่อการดำ�เนินแกไ้ ขปัญหา (ครั้งที่ 4)
หลังจากที่คณะทำ�งานได้วิเคราะห์ข้อมูลหลังจากเก็บข้อมูลพ้ืนที่ชุมชนโดยรอบเส้นทางเข้ามหาวิทยาลัย
มหาสารคาม ได้จัดประชุมเพื่อคืนข้อมูลให้แก่เทศบาลฯ (ภาพท่ี 15) โดยผู้เข้าร่วมทุกฝ่ายเห็นประเด็นปัญหาไปใน
ทศิ ทางเดียวกนั คอื ปัญหาขยะชมุ ชนสว่ นใหญเ่ ป็นขยะเกิดข้นึ จากประชากรแฝงที่อาศัยตามหอพกั ต่างๆ โดยหอพกั
ไดน้ �ำ ออกมาทงิ้ ตามไหลท่ างโดยรอบทางเขา้ มหาวทิ ยาลยั โดยไมไ่ ดร้ บั การคดั แยกขยะกอ่ นออกน�ำ มาทงิ้ สง่ ผลตอ่ การ
จดั เกบ็ ขยะของเทศบาลทส่ี ง่ ผลตอ่ ตน้ ทนุ อยา่ งมาก ดว้ ยจากขยะทจี่ ดั เกบ็ ทางเทศบาลน�ำ ไปทงิ้ จดุ รวมขยะของจงั หวดั
โดย�น��ำ้ ��ห���น��ก�ั ��ข���ย��ะ���ส���ว่ ��น��ให��ญ��ม่ �า�จ�า�ก��ข�ย�ะ�เ�ป��ยี �ก�ท��ป่ี �ะ�ป��น�ม��า�ก�บั��ข�ย�ะ��ท�วั่ �ไ�ป��ใ�น�ก��า��ร���น��ก้ี���า��ร���ป��ร���ะ��ช���มุ���เ�ห���น็���ว��า่��แ�น��ว�ท�า�ง�แ��ก�ไ้ �ข�เร��ง่ �ด�ว่ �น��ค�อื��
การคดั แยกขยะใหเ้ ปน็ 2 สว่ น คอื ใหช้ มุ ชนคดั แยกขยะเปยี กออกจากขยะทวั่ ไป และขอความรว่ มมอื ใหท้ กุ หอพกั ชว่ ย
ในการคดั แยกขยะให้เรียบรอ้ ย เพ่ือชว่ ยลดตน้ ทุนคา่ ใชจ้ า่ ยดงั กล่าว

ส่วนใหญ่มาจากขยะเปียกท่ีปะปนมากับขยะทั่วไป ในการนี้การประชุมเห็นว่าแนวทางแก้ไขเร่งด่วน คือ
ทกากุ 5รห0คอัดพแักยชก่วขยยใะนใกหา้เรปค็นดั แ2ยสกเส่วอขากขนสยาาทระำ�ปนครใบุะก�ำหือรองุบเ้ศกใริลาปหรยีวนัฒำ�้ชบเนสธนุมรรอร้อผชมล”งยนานคเพัดแ่ือยชกว่ ยขลยดะตเปน้ ียทกุนอคอ่ากใชจ้จากา่ ยขดยงัะกทลั่ว่าไวป และขอความร่วมมือให้

ภาพที่ 15 เวทีคนื ขอ้ มูลให้กับเทศบาลฯ (ครั้งท่ี 4)

ภาพท่ี 15 เวทคี นื ขอ้ มูลใหก้ ับเทศบาลฯ (ครง้ั ท่ี 4)

4.2 การหาพื้นท่ีจุดพกั ขยะทเ่ี หมาะสม (ครั้งที่ 5)

ประชุมเห็มนหพาส้อารง5คกค.า4มัณน.2ะผทค่าำ�นกืองเาวารทนกหีกไดาาา้จรพรมัดสืน้ีสเว่วทรทน้จี่ีาใรนุด่วงกมพพาขกัรื้อนคขงัดชทยเุมละี่จชือทนุดก่เีแพหพลื้นมะักทนา่ีจิขสะุดิตสยพมมะักีผขแ(ู้เคยขละ้รารข้งัะ่วอทรมง่ีปพะ5รื้น)บะทมุพ่ีชาุมณ้ืนชนท6โ0ี่ดเรยค่รงนอดบณ่วเสนเ้นททใศนาบงากเลขาต้ามำ�รบหดลาขวาิาทเมยนเารินลียัยงการ โดยมี
คณะทเขาปค้างณมราะหะนรซจชทาเะดั่ึงุวมาปบผกิทงู้เเุพา็นขาหรย้ืน้านผป็รนาทเญั่วู้ดลี่เปพรมหัาย่ง็นเ้อาวดเมผขทนว่งหย้ดูนีดกินะใังาาันคชนกกเสุมนกลณาาาค่าินโรรรวะดือกดคกทยส�ำาาแอ่ากเะรนมนงทสกาินวา้อร่อทรกผนนสสาาา้่าถไงรรรงนดึงกา้้โทปาาเ้จดงวรัญงี่พยัดทจพทหมดัเพ่ีัก้ืีคีวากนกใักขณทาานทขรยระีใพ่ีขจยนทมะื้นยุดะำ�ีสกทใะงใพหช่าวี่แาหุมนลรนัก้ชช้ ชะเครปขมุุมบนัด่ว็นแ่ยงชชเมผชรนละนู้ดกี้จขืตอแ�ำุดตอทเอ่ทกลนงปี่่อ่ีเไพินะปชรปไกะรื้น็นุมปาชะป(ทชรมุภัญบก(นี่จเาภอ่หหุพดุพแส็นาาื้พนรลใทพพน้าักะอ้ท่ีงจ1ทงทนขีุ่ดเก6ีพ่รี่ยติสัน)1่กัง่าะิตงขดค6ขๆยอื่มว)อะทนีกผใงหั้งาพู้เในร้ชขนื้นสมุี้ไ้าดรกชทร้า้กนา่วง่ีชาตพรรมุมอ่แน้ืดปไชลทปารกน่จี เเะ(ุดนโปภมดพิลานักยาพ่ียกขณนทรยาวี่อ1ะิธร6บแ6ีก0)ลเาโสะรดค้นยนทมาีณง

เทศบาลตาบลขามเรียง ซ่ึงผู้เข้าร่วมเวทีดังกล่าว สะท้อนถึงปัญหาในพื้นที่และบ่งชี้จุดท่ีเป็นปัญหาในจุด
ต่าง ๆ ทั้งนี้ได้การแลกเปล่ียนวิธีการจัดการปัญหาขยะชุม โดยแนวทางการจัดการขยะชุมชนแรก ที่

ภาพภทาี่พ1ท6ี่ 1เ6วทเวกี ทากี ราครคดั ดั เเลลือกจจดุ ุดพพกั ักขขยะยทะี่เทหมี่เหาะมสามะสม

5.4.3 การอภอากพแทบบี่ 1พ6น้ื ทเวจี่ ทุดรกี วาบรรควดัมขเลยือะกจุดพักขยะทเ่ี หมาะสม
กสถาราปเรัตีย5ยน.ก4กร.าร3รมสผกอังคเนาณมรใือนอะคงรทอณแากาะยลงแทะวาบิบชานงูราบาไณกดพนาาไน้ื้นรดกจาทน้าัแดรา่ีจในกแุดนนาวกรรวคาวสคริดบ่ิงิดเกแรรกียาววานรดมรอกอลขาอ้ออยรกมกะสแแอสบบนาบใบขพนาพื้นเวลทื้นิชือ่ีจทากุดภใี่จรชูมุดว้วิสบรสั ถวรดาวบุใปมนรัขตกวยายมระกขอชรอยุมรกชะมแนชกบรมุ ดบรช้วพมยน้ืนแกลทาดะร่ีจ้วบสดุ ยรูารกณวขาบาารวรกิบวชามารรู ณาการ


Click to View FlipBook Version