The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phontomassassins, 2021-10-28 03:59:04

JOURNAL-TB-MRC15-003

JOURNAL-TB-MRC15-003

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 101
สาขาทำ�นบุ ำ�รุงศลิ ปวัฒนธรรม”

Abstract

The project “Studying and making of living cultural site map and application for
Mahasarakham Province supported by Project of Art and Culture (Focus) fund, year 2019 of
Research Department of Mahasarakham University, aimed to map and develop application of
local cultural life in Mahasarakham, which included Mueang District, Na doon district and
Kantharawichai district. The research received support from the Office of Provincial Cultural,
the Provincial Community Development Office, the Provincial Industry Office, Provincial Industry
Administration Organization and the network of Small & Micro Community Enterprise in the region.
This project had work steps which were review of related literature and storage areas for
grouping types of forms under the concept of local culture which could be categorized into 4 sources
which were 1. Life style and local wisdom site 2. Creative handicrafts site 3. Folk performing arts
site and 4. Traditions and cultural site. Then, the collected data were mapped and the application
of living cultural site in Mahasarakan province was developed by displaying data and symbols for
each type of living cultural site to retrieve links to the content that includes location coordinates,
brief details, highlights and photos to reflect the diversity of local culture, a valuable life deserves
to be protected, to be a source of knowledge and inspiring stories that reflect the memories
and knowledge of local cultural stereotypes related the heritage wisdom with social context and
cultural context. In addition, the awareness of education and restoration of local cultural wisdom
will continue to be relevant to all sectors.
Keywords: Map, Application, Living Cultural Site, Local Wisdom, Mahasarakham Province

บทน�ำ

อุตสาหกรรมการท่องเท่ียวมีบทบาทสำ�คัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ การส่งเสริม
การท่องเทย่ี วไดเ้ ร่มิ ขึ้นอยา่ งชัดเจนใน พ.ศ. 2479 ในปจั จบุ นั ประเทศไทยนำ�รายได้จากอตุ สาหกรรมการท่องเท่ียวท่ี
สงู ขน้ึ ทกุ ปีเป็นล�ำ ดับมาทดแทนการถดถอยของรายไดจ้ ากภาคเกษตรกรรมและอตุ สาหกรรม อนื่ ๆ ก่อให้เกิดการจ้าง
งานและการกระจายรายไดแ้ ละสรา้ งความเจรญิ ใหก้ บั ทอ้ งถนิ่ ในภมู ภิ าคอยา่ งทว่ั ถงึ การตระหนกั ถงึ ความส�ำ คญั ของการ
ทอ่ งเท่ยี วในฐานะกลไกหลักในการช่วยรกั ษาเสถยี รภาพและขับเคลือ่ นเศรษฐกจิ ของประเทศ (ส�ำ นกั งานยทุ ธศาสตร์
และการวางแผนเศรษฐกิจมหภาค, 2561) ด้วยยุทธศาสตร์การส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ียวเมืองรองเพือ่ การกระจายรายได้
ส่ทู ้องถนิ่ และชุมชนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT REVIEW, 2561)

จังหวัดมหาสารคามเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีความมั่งคั่งรำ่�รวยด้วยมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่น ท้ังที่เป็น
สถาปตั ยกรรม ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ินและวถิ ีชวี ติ เป็นเมืองท่มี ปี ระวตั ิศาสตรย์ าวนานเมืองหนง่ึ ทม่ี ีความ
เจริญรุ่งเรืองและเส่ือมโทรมหมุนเวียนไปในแต่ละยุคสมัย ปัจจุบันนับเป็นเมืองศูนย์รวมวัฒนธรรมของ ชาวอีสาน
เนอ่ื งจากชาวเมอื งมที ม่ี าจากหลายชนเผา่ เชน่ ชาวไทยพนื้ เมอื งทพ่ี ดู ภาษาอสี าน ชาวไทยญอ้ และชาวผไู้ ทย ประชาชน
ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีการไปมาหาสู่และช่วยเหลือพ่ึงพาอาศัยกันตามแบบวิถีชีวิต คนอีสาน จากตำ�แหน่งท่ีตั้ง
ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดมหาสารคามซ่ึงอยู่ในพ้ืนท่ีการขับเคล่ือนนโยบายด้านการท่องเที่ยวโดยการท่องเท่ียวแห่ง
ประเทศไทย ในช่ือกลุ่ม “ร้อยแก่นสารสินธุ์” โดยมีจังหวัดเมืองหลักในการท่องเที่ยวคือจังหวัดขอนแก่น และราย
ลอ้ มด้วยจงั หวดั เมอื งรองทีป่ ระกอบไปดว้ ย จังหวดั มหาสารคาม จงั หวดั ร้อยเอด็ และจังหวัดกาฬสนิ ธุ์ (สำ�นกั บริหาร
ยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด “ร้อยแก่นสารสินธ์ุ”, 2551) ซ่ึงมีความสอดคล้องกับ ปัจจุบันท่ีนักท่องเที่ยวเร่ิมหันมาให้

102 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบ�ำ รุงศิลปวัฒนธรรม”

ความสนใจแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทางเลอื กมากขนึ้ ตามกระแสแนวโนม้ ความนยิ มดา้ นการทอ่ งเทย่ี วทเ่ี ปลย่ี นไป ตามรายงาน
TrendWatching 2018 Trend Report ท่ีกล่าวถึงกระแส ‘รักท้องถิ่น’ (Local Love) ว่าผู้บริโภคในปัจจุบัน
เสาะแสวงหาสนิ คา้ และบรกิ ารทม่ี คี วามเฉพาะถนิ่ นนั่ คอื สนิ คา้ หรอื บรกิ ารทส่ี ะทอ้ นเอกลกั ษณแ์ ละความโดดเดน่ ของ
แต่ละพ้ืนท่ีขึ้นด้วยการเลือกซื้อของฝากที่เป็นงานหัตถกรรมข้ึนชื่อมากกว่าสินค้าจากโรงงาน (TAT REVIEW, 2561)
โดยเฉพาะรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์สามารถทำ�ให้คนในชุมชนมี
คณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ขี นึ้

การศกึ ษาวจิ ยั ในครงั้ นผ้ี วู้ จิ ยั ไดเ้ ลอื กพนื้ ที่ อ�ำ เภอนาดนู อ�ำ เภอเมอื งและอ�ำ เภอกนั ทรวชิ ยั จงั หวดั มหาสารคาม
เป็นพื้นที่ศกึ ษาวิจยั ด้วยการลงพนื้ ที่เพอ่ื เกบ็ ขอ้ มลู จากภาคภี าครัฐและตวั แทนชุมชน รวมทง้ั การทบทวนวรรณกรรม
ที่เกี่ยวข้องเพ่ือการจัดแบ่งกลุ่มรูปแบบแหล่งวัฒนธรรมท้องถ่ินที่มีชีวิตในรูปแบบต่างๆ เพื่อการจัดการข้อมูลและ
นำ�เสนอข้อมูลในรูปแบบแผนท่ี (Map) และแอพลิเคช่นั ฐานขอ้ มลู ออนไลน์ (Application) โดยการประยกุ ต์ใชง้ าน
เทคโนโลยี Google Map ที่มีประสทิ ธิภาพสูงและใชง้ านงา่ ยในการแสดงขอ้ มูลรายละเอียดส�ำ คัญ ต�ำ แหนง่ ทีต่ ง้ั และ
เสน้ ทางแหลง่ วฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ ทม่ี ชี วี ติ ทค่ี วามดงึ ดดู ใจ โดยทผ่ี ลการวจิ ยั นสี้ ามารถใชเ้ ปน็ ฐานขอ้ มลู ในการพฒั นาการ
ท่องเที่ยวโดยอ้างอิงแหล่งวัฒนธรรมท้องถ่ินท่ีมีชีวิต ท่ีอยู่ในพื้นท่ีและเสนอแนะเพื่อเป็นเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวทาง
เลือกสำ�หรับนักทองเที่ยวท่ีสนใจการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมก่อให้เกิดรายได้ต่อผู้คนในท้องถ่ินและชุมชนด้วยการ
สรา้ งสรรคต์ อ่ ยอดใหเ้ กดิ ผลติ ภณั ฑแ์ ละการบรกิ ารทางวฒั นธรรมอยา่ งมคี ณุ คา่ ทง้ั ทางเศรษฐกจิ และสงั คมไดใ้ นอนาคต
ตอ่ ไป

วตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ัย

1. คน้ ควา้ และรวบรวมขอ้ มลู ตน้ ทนุ ดา้ นศลิ ปหตั ถกรรมพนื้ บา้ นในจงั หวดั มหาสารคาม โดยการจดั หมวดหมู่
และแบ่งแยกประเภทด้วยกรอบแนวคิดแหล่งวัฒนธรรมท้องถ่ินที่มีชีวิต เพื่อศึกษาความสามารถ ในการพัฒนาเป็น
เส้นทางการท่องเทีย่ วเชงิ วัฒนธรรม

2. เพ่ือจัดทำ�แผนที่และแอพลิเคช่ันแหล่งวัฒนธรรมที่มีชีวิตซึ่งระบุถึงรายละเอียดความสำ�คัญของเน้ือหา
ท่ปี ระกอบดว้ ย พิกัดท่ีตงั้ รายละเอยี ดโดยย่อและส่ิงส�ำ คญั หรอื จดุ เด่น

ขอบเขตของการวิจัย

1. แผนทแ่ี ละแอพลเิ คชนั่ แหลง่ วฒั นธรรมทม่ี ชี วี ติ จงั หวดั มหาสารคาม หมายถงึ การส�ำ รวจ บนั ทกึ การวเิ คราะห์
และสังเคราะหข์ ้อมูลแหลง่ วัฒนธรรมทม่ี ีชวี ิต 4 แหลง่ คือ 1.1 แหล่งวฒั นธรรมวิถชี วี ติ ภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ิน 1.2 แหลง่
หตั กรรมสรา้ งสรรค์ 1.3 แหลง่ ศลิ ปะการแสดงพนื้ บา้ น และ 1.4 แหลง่ ขนบธรรมเนยี มประเพณี ดว้ ยการใชก้ ระบวนการ
มสี ่วนรว่ ม

2. ในการศกึ ษาวิจยั นี้ใช้พน้ื ทว่ี ิจยั 3 อ�ำ เภอ คอื อ�ำ เภอนาดูน อ�ำ เภอเมอื งและอำ�เภอกนั ทรวชิ ยั
3. ระยะเวลาที่ใชใ้ นการศกึ ษาวิจยั 1 ปี

ระเบียบวิธวี ิจัย

ผู้วิจยั ใชร้ ะเบียบวิธีการวิจัยเชิงปฏบิ ตั กิ ารแบบมสี ่วนร่วม (PAR) ร่วมกับการวจิ ัยเชิงคณุ ภาพ (Qualitative
Research) โดยการเอาพน้ื ทเี่ ปน็ ตวั ตง้ั และท�ำ งานรว่ มกนั กบั ชมุ ชน (จฑุ าธปิ ต์ จนั ทรเ์ อยี ด, 2560) ในการจดั ท�ำ แผนท่ี
และแอพลิเคชนั่ แหลง่ วฒั นธรรมท่ีมีชวี ิต ดงั ขัน้ ตอนต่อไปน้ี

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 103
สาขาท�ำ นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

1. ทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับแหล่งวัฒนธรรมท้องถ่ิน ประวัตศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม
ภูมปิ ัญญา ประเพณแี ละวถิ ชี ีวิตของชุมชน

2. ลงพ้ืนท่ีวจิ ยั โดยการประสานงานกบั ภาคส่วนราชการและผ้นู ำ�ชุมชนในทอ้ งถิ่นเพอ่ื ใหเ้ กิดความ ไว้เน้ือ
เชอ่ื ใจในการใหข้ อ้ มลู ประกอบโครงการจัย

3. ประชมุ กล่มุ ยอ่ ยเพอื่ แลกเปลีย่ นขอ้ มลู ผแลหกลาง่ รวัฒวจิ นัยธรรมทอ้ งถิน่ ท่มี ชี ีวติ เพ่อื สร้างการมีสว่ นรว่ มกับชุมชน
4. กำ�หนดจุดตำ�แหน่งและพิกัดของแหล่งวัฒนธรรมท้องถ่ินท่ีมีชีวิตร่วมกับชุมชน เพ่ือสรุปผล เชิงข้อมูล
ส�ำ หรับจกาากรนก�ำาไรปดพาัฒเนนินางแาผนนตทาแ่ีมลโะคแรองกพาลรเิ ควิจชยัั่นใเนปล็น�ำ รดะับยตะ่อเไวปลา 1 ปี ผู้วจิ ัยขอนาเสนอผลการวิจัย 3 ตอน ดังน้ี

ผลกาตรอวนิจทยั ่ี 1 กระบวนการจัดทาแผนท่ีแหล่งวฒั นธรรมท้องถ่ินทม่ี ชี ีวติ

1. จกาากรกสารร้าดง�ำ คเนวนิางมาสนัมตพามันโธค์กรับงกชาุมรชวิจนยั ทเ้อปง็นถริ่นะยโะดเยวลกาาร1ปปรีะผสวู้ าจิ นัยขกอานรท�ำ เาสงนาอนผรล่วกมากรวันจิ กัยับ3ภาตคอรนาดชังกนา้ี รและ

ผนู้ าท้องถ่ินตในอกนาทร่ีส1ร้างกครวะบามวคนวกาามรไจวัด้เนทื้อำ�แเผช่ือนใทจี่แตห่อลก่งนั วเัฒพ่ือนใธหร้ครนมใทนอ้ชุมงถชน่ินเทกมี่ ิดชี ควี วติามรู้สกึ เปน็ กันเองและไว้วางใจ

ตอ่ การเปดิ เ1ผ.ยหการรือสใหร้าข้ งอ้ คมวลูามตส่าัมงๆพันธ์กับชุมชนท้องถิ่น โดยการประสานการทำ�งานร่วมกันกับภาคราชการและผู้นำ�
ท้องถิ่น2ใ.นกาารรสศรึก้าษงคาวขา้อมมคูลวแาหมไลว่ง้เวนัฒื้อเนชธื่อรใจรตม่อทกี่มันีชีวเิตพ่ือแใบห่้งคอนอในกชเปุม็นชน2เกริดะคยวะามกรลู้ส่าึกวเคปือ็นกรันะเยอะงทแลี่ 1ะไควือ้วากงใาจรตศ่อึกกษาาร

ข้อเปมิดูลเชผุมยชหนรอื จใาหก้ขกอ้ ามรลู ทตบา่ งทๆวนวรรณกรรมและเอกสารท่ีเก่ียวข้อง และระยะท่ี 2 การเก็บข้อมูลภาคสนามด้วย
กกาาชกหรุมาสนรชังดสนเัมพกจภติกาากดั 2กษก.าgณากoรร์เสาoทชรัมgบิงศlภลทeกึ ึกาวษmษนา(ณวขIanรอ้ p์เ-รมชdณโูลิงeดลกแpยหึรกtผรลม่าi(ง่nIนnแวtัฒกล-edะิจrนveเกธอipeรรกtรwรสมมi)nาททรtก่ีม่ีคeทาชีณr่ีเรvกีวปะiิต่ียeรผวwแะวู้ขบช)จิ้อุมง่ยักงอกแาอแลลรกลุ่ปมะเะยทรปร่อะ้อน็ ะยชงย2ถุมะก่ินกรทาะทลี่รยุ่าม2จะงยัดาก่กอเนกาลยรร็บ่าว่เวกขกมค้อา็บกือรมขันจูล้อรัดดะมดเย้วูลังกยะนภ็บทราี้ ขะ่ีค1บ้อสมบคนูลือากดมกา้วดารย้วรกยศรำ�กะึกหบาษนรบาดสขังพอ้กเิกมกาัดรลูต

google map2.1โดยกผา่ารนสกาิจรกวรจรแมหทลคี่ ่งณวะัฒผนูว้ ธิจรยั รแมลทะท่ีม้อีชงวี ถติ นิ่ วทิถำ�ชี งวี าิตนภร่วูมมิปกญั นั ญดาังทนอ้ี งถิน่ โดยการพบปะพูดคุยผนู้ าชุมชน
และชาวบ้า นที่อ2ย.1ู่ในกพา้ืนรทสำี่�ฯรวโดจยแหมีลก่งาวรัฒพนานธรารชมมทแี่มหีชลีว่งิตววัฒิถีนชีวธิตรภรมู ทิปี่ัมญีชญีวาิตทว้อิถงีชถีว่ินิตโภดูมยิปกัญารญพาบทป้อะงพถูด่ินคโุยดผยู้นปำ�รชาุมชชญน์
คชาณดแทวลำ�ะี่เบปเะผน้า็นชวู้ นินาผิจกทวู้ใัยาบหี่เดรป้า้ขาจน็น้อเดนทผมบินี่อู้ใูลันหยกรทู้่ใขาานึกย้อรพแลจมล้ืนะดูละเทบรอถ่ีฯันาีย่ายทยดโลภึกตดะา่ยาแเพงมลอๆเีกะียพาถดทอื่ร่าตนพ่ีมย่า�ำีคาภงไนวปาๆำา�พสชมทกู่เมสพี่มาแำ�่อืรีคคหสนวัญลราา่งปุแไมวปใลสัฒนสะาขนเูก่คชั้นธาัญื่อตรรมรอแสมโนลรยทกปุะง่ีมาเใกชีชรนับรื่ีวอขกวิตมน้ับาวโตรริถยดวอีชงมำ�นีวกรขิตกับงอ้ภาชกมรูมีวาลูริปิตรวดัญขบอาญรรงวาคงทมชนข้อีวใง้อินตถมขท่ินูลอ้อโงงดคถยิ่นนปใรนซาึ่งชทคญ้อณง์ชถะาวิ่นผบู้วซิจ้าน่ึงัย

ภาพภทา่ี 1พทกี่ 1ารกสาารรสว�ำ จรแวจหแลห่งลวัฒง่ วนฒั ธนรธรรมรทม่ีมทีช่มี ีวีชิตีวติวิถวถิชี ชีวี วีติ ติ ภภูมมู ิปปิ ญั ัญญญาาททอ้อ้ งงถถิ่นิ่นขขอองงคคณณะะผผวู้ ู้วจิ จิ ยั ยั ออ.น.นาดาดนู ูนจ.จม.หมาหสาาสราคราคมาม

2.2 การเรียนรู้งานหตั ถกรรมสร้างสรรค์พ้ืนถิน่ โดยกิจกรรมภาคปฏิบัติรว่ มกันของคณะผู้วจิ ัยกับ
กลุ่มหัตถกรรม โดยมกี ารสาธติ ข้นั ตอน วิธีการจัดทาหรอื ผลิตงานหตั ถกรรมประเภทตา่ งๆ ของในแต่ละท้องถ่ิน

104 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบำ�รงุ ศิลปวัฒนธรรม”

กลุ่มหัตกรรรม ต่า2ง.ๆ2 ไกดา้รมเีกรียานรรอู้งธานิบหาัตยถลการดรมับสขรั้น้างตสอรรนค์พกื้นาถร่ินไดโด้มยากซิจึ่งกวรัรตมถภุดาิบคปวฏิธิบีกัตาิรร่วมเกทันคขนองิคคเณฉะพผาู้วะิจตัย่ากงับๆกลทุ่ม่ีเป็น
ภขภก้อูลมูมมุ่ิมปิปูลหัญัญตหผเวู้่าัตตัพญญจงิถกๆื่อยัาากรจใซซรไรชะร่ึดง่ึงรแม้เถถ้มปมบ่าีก่าโง่็นตยาดยก่ราสยททลอง่มวมุ่ออธๆกีนริบดดว่าปาไมมรมยดรสกาาล้ะามจิจจำ�ธกกีกาาดติ รอกกาับขรบรบ้ันขมอั้นกตรเรปธตอรราน็ิบพนอพรนอกาบบวลธยุรุรธิกมุ่ิบลุษีกุษาเขาาารรา้ไยดแแดจรรัลบลว่ัด้มาะมะขทายกถซถ้ั�ำนลจิ่ึงหูกูกตวกะรจจัตอรือเดดถอรผนมบุดบียลแิบันัิตดนกลงทขาทะวารอกึิธกึนกไีกลงหแแดามุ่แัตลล้รมทหถะะา�ำกเลบบกทซร่งาันัคนร่ึงวรมนวททสัฒปัิคตงัึกึกรเนเถภฉกภะธุดพตเาาภริกบาพพทระาถถมรตตวณ่า่า่า่าทิธงยงยเ์ีก้อๆๆพเเาพงพอ่ื ขทถรใื่อื่ออหี่เิ่นนปนเงส้ ททใ็นาามนคี่มไไาแปภปชนีชตูมกิเเีิวคล่รริขปิตะีเยียอัญฉทขบบงญพอ้กอเเงลรารางถซมีุ่ยีใยะนิ่นึ่งหงตงถแตัแ่าซ่ากลตลงยึ่งรคๆะ่ทะลรณจจอะรทัดมดัดะพี่เกก้ืนปาาท็นรรี่
ศขกึ้อษมาูลมวเาพิจจยัื่าอกใบชร้เรปพ็นบสุร่วุษนแปลระะถกู จอดบบกันาทรึกอแธลิบะบายันทรากึ ยภลาพะถเอา่ ยียเดพขือ่ นอำ�งไแปหเรลีย่งบวเรัฒียงนแธลระรจมดั กทา้อรงขถอ้ ่ินมูลทเพ่ีมื่อีชใีวชิต้เปขน็ อสง่วในนปแรตะก่ลอะบพื้นที่
ศึกษากวาจิรอัยธบิ ายรายละเอยี ดของแหลง่ วัฒนธรรมท้องถ่นิ ทมี่ ชี ีวิตของในแตล่ ะพน้ื ท่ีศกึ ษาวจิ ัย

ภาพที่ 2 การเรยี นรูแ้ หลง่ วัฒนธรรมทมี่ ชี วี ติ หัตถกรรมสร้างสรรคข์ องคณะผวู้ จิ ัย อ.เมือง จ.มหาสารคาม
ภาพที่ ภ2าพกทา่ี ร2เรกยี านรเรรยีแู้ นหรลู้แ่งหวลัฒ่งวนัฒธนรธรรมรทม่มีทีม่ชี ชีวี วีิตติ หหตั ตั ถถกกรรรรมมสสรร้า้างงสสรรรคร์ขคอ์ขงอคงณคะณผวู้ะจิ ผัยวู้ อจิ .ยั เมอือ.งเมจือ.มงหาจส.มารหคาาสมารคาม
ดาเนินจัดกกาิจรกจรัดรก2ม2 .สจิ.33นกท2รรร.น3่ว่วมารมมแสว่ ลรรนมัะบับรทพบัชชนูดชมมคามแแยุ แลลกลับะะะกรรรพบัลับับดู ฟมุ่ ฟฟคคงั ัังยุศงณศศลิกะปิลิลับกะปปากกระละาแกุ่มรกสแาคาดสรรณงดแแโงะสสดพกยดดนื้ ากงถงราพพน่ิ แรโื้นื้ลนสด�ำถดถยดศ่ินง่ินบั ลิ โโทปดดม่ี นิยยาแศกศลกิลาิละารปคปรลเณินิชนาือ่ะแแดมกลลบั าโะยะรทแงคค่ีมกสณณาบัดชงะะกมุโกกาดชราายนเรรคชแแแณื่อสลสะมะดดผโรงวู้งยว่ จิ งมโโยั กกดดดับันยย�ำ นชเคคน�ำุมณณนิเสชกะะนนาผผอรู้แวู้วิจลิจัยะัย
รด่วามเนกแินั นกนวาาทรเาสจงันดกกาอริจแอกนนรวรุ รทกั มษาส์แงนกละาทกรนาอารนเแผุรลยักะแษพพแ์ รูดล่ คะยุ กกาับรเกผลย่มุ แคพณร่ะการแสดง โดยการลาดับท่ีมา การเชื่อมโยงกับชุมชน และ
ร่วมกันนาเสนอแนวทางการอนุรักษ์และการเผยแพร่

ภาพที่ ภ3าพกทิจี่ 3กรกริจมกแรรหมลแง่ หวลัฒง่ วนฒั ธนรธรรมรทม่ีมทีชม่ ชีวีวิตติ ศศิลลิ ปปะการรแแสสดดงงขขอองคงณคณะผะ้วู ผิจัยวู้ ิจอัย.นอาด.นนู าจด.นูมหจา.สมาหรคาาสมารคาม
ภาพท่ี 32.4กิจพกูดรครมุยแสหัมลภง่ าวษัฒณนธ์เชริรงมลึทกี่มผชีู้นวี าติ ชศุมิลชปนะถกึงาขรแนสบดธงรขรอมงเคนณียะมผปวู้ ริจะัยเพอ.ณนีาทด้อนู งถจิ่น.มทหี่ไาดส้มาีกรคาารมดาเนิน
กิจกรรมมาอย2า่ .ง4ต่อพเนูด่ือคงุยแสลัมะภราวษมณถึง์เกชาิงรลรึก่วผมู้วนงาพชดู ุมคชุยนกถับึงชขานวบ้าธนรอรมย่าเนงไียมม่เป็นรทะาเพงกณาีทร้อเพงถ่ือ่ิมนาทบ่ีไอดก้มเีกลา่ รเรด่ือางเรนาินว
ใกนจิ อกดรรีตมทม่ีสาะอทย้อา่ งนตใ่อหเ้เนห่อื ็นงถแึงลคะวราวมมภถาึงคกาภรูมริใ่วจมใวนงภพูมดิปคุยัญกญับาชทาว้อบง้าถน่ินอแย่าลงะไปม่เรปะ็นสทบากงากราณร ์ขเพอ่ืองมตานบเองกทเลี่เ่าคเยรื่มองีสร่วานว

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 105
สาขาทำ�นุบำ�รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

2.4 พูดคุยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้นำ�ชุมชนถึงขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นท่ีได้มีการดำ�เนินกิจกรรม
มาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง และรวมถงึ การรว่ มวงพดู คยุ กบั ชาวบา้ นอยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ เพอ่ื มาบอกเลา่ เรอื่ งราวในอดตี ทส่ี ะทอ้ น
ให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น และประสบการณ์ของตนเองท่ีเคยมีส่วนเก่ียวข้องกับประเพณีของ
ท้องถนิ่ นั้นๆ

ภาพที่ 4 กจิ กรรมสัมภาษณ์ผู้นาชุมชนและชาวบ้านในแหล่งวัฒนธรรมทม่ี ชี วี ิตขนบธรรมเนียมประเพณี
ของคณะผวู้ จิ ยั อ.กนั ทรวชิ ัย จ.มหาสารคาม

ภพาื้นพทที่วิจี่ 4ัย3แ.ลกกะิจาดกรารรเรนวภมบินาสรกพัมวาขทมภรนี่ ว4าบคาษธกัดงรณจิจเรลุดกม์ผือรพขเ้นูรนกอิกมายีแังดสชมลคขมัมุปะณอภชรจงาะะัดนตษเผทพาแณูว้แาณลผ์ิจหขะขีนู้ัย้อนชอำ�ม่งางอชแูคลวุม.หกณบชโันลนา้ดะ่งทนผแยว้วูลใรคัฒจินะวณยัชนแิชะาธหัยอวผร.ลบกู้วจร่ง้าันิจม.วนมทัยทฒัใหรด้อนวานางแิชสเถธหนัยา่ินรลินรจรท่งกค.วมี่มมัฒาาทหีชรมนี่มีาวเรสธิตีชียราใีวรรนบติมคทเทขารุกมียีม่นกงีชบลขวี ธุ่ม้อติ รปมรรูลมะทเเนี่ไภดยีท้จมาขปกอรกงะาทเร้ังพลณ3ง ี
พื้นทอแแภี่วลาลาิจเพะะภัยดขร3อา่�แำอ้ .งเเลนเแส4พกะนิผน34.า่ือดนก..อ�รใาทนาก��แนชรร�เ�วี่าาน�วน้ำ�เว�ฒรั�ขป�าขะรบ�ิน้งนอ็้อน�วเจรพก�ธสบสภ�ดุวราม่ิรรร�าพรม�รุวปุเปมพ�ตกิมวท�ททคมิดรัา�ี่ไคอ้ี่่�าไขตัดงด�ดัดงงอจ่า้จ�เถเแ้จลง�งุลดานิ่�ตผๆากืออืพ�ท�ำนกก�กกแมิ่ีก�ทาแ�แหชีัดร�าลี่วนวีลล�ขระัฒต�ิง่งะลจอ�แปนเ�จดังพห�รธทปัดต�อละื่ �ร�ำรทาชใง่�รขหวะ�แาามอ้�ฒัต้ชมหข�มทวัต�าน้อนลูแ�้อมิขธ�มท่งงโอร�ตดแนถ�ูลรงิข�ยมหิ่ชนผ�อคโมทุ�ู้คทลด�งณชอ้นี่�่งมผยนง�ใะวีชู้�ถคนรคผัฒ�ีวน่ิว่ชนวู้�ณิมต�ทุมนจิใ�ตะนยมัี่ช�ธเร�ดผชนีพชรว��ำวีู้พวุร�มื่จอเติ�ิจมส้ืนนใช�ใหอัย�นิททนน�บ้ตกดี่ศท้�อพค�ัาวึกกุาง้ื�นรวแษกเ�ถเานท�ทรลา่ินม�ยีิวม่ีุ่นศน�ถทบิจ�ปึกกกูช�ัย่ีเมรต�รษุมามะ�ีชยีอ้รช�าาเงงีว�ภเวนปขแ�ริตทจ�รอ้รลีย�ใัับย่วมะข�นบม�ปขมลูอ�ทเอ้ตทรงา�รทเุุงก�ปไี่รียส�รดง้ัวกรน�งาจ้จ�3ัลบยขอา�สลุ่มแ�อ้ปกอ�อนะ�ำกปม�รเบเะ�าุภงอรูล�เรครพอี�ยะทล�าวดเมิ่ง�เ่ีไยภาพป�พเดตม�ลทอื่ลน้ื�้จมิถะใ�ีกทชตา�ูกเขยวี่�เอ้า่กตปอ่อ�จิงียก�้อๆนย็งยั �ดาทงรั้งล3ง
อาเภปใหอล้มีกเีคยพว่อื่อายใมใชหส้เม้ปบีค็นูวรภาณมา์เพสชิมงรขบ่า้องูรมแณูลผ์เชนแิงทขลี่ว้อะัฒเมตูลนรียธแมรลรกะมาเตรทรน้อียำ�งมไถปก่ินผารลทนิต่ีมาแีชไผปีวนิผตทลี่แเิตพลแ่ืะอผแในหอทพ้ตี่แลัวลิเแะคทแชอนั่ พชแลุมหิเลชค่งนชวั่นรัฒ่วแนมหธตลร่งรรววมัฒจทสน่ีมอธีชรบีวริตคมจวทังา่ีมหมีชวถีวัดูกิตต้อง
และจมขงัหอ้ หาเวสสัดานรมอคหแาามนสเะาพเร่ือพคก่มิาามเรตเปพมิ รอื่ะตกช่าาางรสๆปัมรพะันชธา์ตส่อมั ไปพใันนธอต์ นอ่ าไคปตในอนาคต

4. นาข้อสรุปที่ได้จากการลงประชามติของผู้คนในชุมชนพื้นที่ศึกษาวิจัยมาปรับปรุงรายละเอียด
ปลีกย่อยให้มีความสมบูรณ์เชิงข้อมูล และเตรียมการนาไปผลิตแผนท่ีและแอพลิเคช่ันแหล่งวัฒนธรรมที่มีชีวิต
จงั หวัดมหาสารคามเพอื่ การประชาสมั พนั ธต์ อ่ ไปในอนาคต

ภาภพาพทท่ี 5ี่ 5 ตตัววั ออยยา่่างงแแผผนนททวีีวฒั ัฒนนธธรรรรมมททอ้ ้องถงถ่ิน่ินททม่ี มี่ชี ีวชี ิตวี ติ จังจหังวหัดวมดั หมาหสาาสรคาราคมาม
ตอนที่ 2 ข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ

จากการทบทวนวรรณกรรมและเอกสารงานวิจัยท่ีเก่ียวข้อง รวมถึงการลงพ้ืนท่ีวิจัย
ท้ัง 3 อาเภอของจังหวัดมหาสารคาม ของคณะผู้วิจัย จึงได้รวบรวมแนวทางการจัดการข้อมูลและ

ดาเนินกภาารสพังทเค่ี 5ราะตหวั ์ขอ้อยมา่ ูลงกแาผรนแทบีว่งัฒกลนุ่มธปรระมเทภ้อทงแถลน่ิ ะทรามี่ ยีชลีวะิตเอจียังดหปวรดั ะมกหอาบสแาหรลค่งาวมัฒนธรรมที่มีชีวิต

ออกเปน็ 4 รปู แบบ โดยยกตวั อยา่ ง 1 พนื้ ทีศ่ ึกษาวจิ ยั คือ อาเภอนาดูน จังหวดั มหาสารคาม ได้ดังน้ี

106 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นบุ �ำ รงุ ศิลปวัฒนธรรม”

ตอนท่ี 2 ขอ้ มูลมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน

จากการทบทวนวรรณกรรมและเอกสารงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง รวมถงึ การลงพนื้ ทวี่ จิ ยั ทงั้ 3 อ�ำ เภอของจงั หวดั
มหาสารคาม ของคณะผู้วิจัย จึงได้รวบรวมแนวทางการจัดการข้อมูลและดำ�เนินการสังเคราะห์ข้อมูลการแบ่งกลุ่ม
ประเภทและรายละเอียดประกอบแหล่งวัฒนธรรมที่มีชีวิตออกเป็น 4 รูปแบบ โดยยกตัวอย่าง 1 พื้นที่ศึกษาวิจัย
คือ อ�ำ เภอนาดนู จังหวัดมหาสารคาม ได้ดงั นี้

ตารางที่ 1 แหล่งวัฒนธรรมท้องถิ่นท่ีมีชวี ติ อำ�เภอนาดนู จังหวดั มหาสารคาม

ประเภทแหลง่ วัฒนธรรมทม่ี ชี วี ติ สถานท่ี
1. ท้องถ่ิน แหล่งวฒั นธรรมท่มี ชี ีวิตวถิ ชี วี ติ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น
2. สรา้ งสรรค์ - ชมุ ชนบ้านดงน้อย ท่องเทยี่ ว OTOP นวัตวถิ ี
แหลง่ วฒั นธรรมท่ีมชี วี ติ วถิ ีชวี ิตหัตถกรรมสรา้ งสรรค์
3. การละเลน่ - กลุม่ ทอผ้าไหมมดั หม่ี บา้ นหนองบัวนอ้ ย
4. ขนบธรรมเนยี มประเพณี - กลุ่มทอผา้ สไบขดิ บ้านต้น
- กลุม่ ทอผา้ ไหมมัดหม่ี บา้ นโพนทอง
- กลมุ่ ทอผ้าสไบ บา้ นหนองซำ�
- กลมุ่ ทอผ้าฝา้ ยคลมุ ไหล่ บ้านโนนตาล
- กล่มุ ทอผา้ ไหม บ้านหนองแคนน้อย
- กลุ่มทอผา้ ไหม บา้ นโคกเครอื
- กลมุ่ ทอผา้ ฝา้ ย บา้ นหนองโง้ง
- กลมุ่ เยาวชนแปรรปู เสื่อกก บ้านดงบงั
- กลมุ่ โฮงหูกไหมแสนคำ� บ้านดงดวน
- กลุ่มทอเส่อื กก บ้านหนองจิก
- กลุ่มทอเสือ่ กกและแปรรปู บ้านโพธท์ิ อง
- กลมุ่ หตั ถกรรมเก่าน้อยพฒั นา
แหลง่ วัฒนธรรมทีม่ ชี วี ิตศิลปะการแสดง-การละเลน่
- ละครหนุ่ กระต๊ิบ คณะหมอล�ำ หุ่นเดก็ เทวดา
- หนงั ประโมทัย คณะเพชรอสี าน
แหลง่ วัฒนธรรมท้องถนิ่ ท่มี ชี ีวติ ขนบธรรมเนียมประเพณี
- ประเพณีนมัสการพระธาตนุ าดนู
- ร�ำ บวงสรวงพระธาตุ

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 107
สาขาท�ำ นุบ�ำ รุงศลิ ปวฒั นธรรม”

จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นถึงความร่ำ�รวยทางวัฒนธรรมท้องถ่ินที่มีชีวิตของอำ�เภอนาดูน เม่ือวิเคราะห์
ข้อมูลร่วมกับตัวแทนชุมชนทำ�ให้สรุปได้ว่า พระธาตุนาดูน พุทธมณฑลแห่งอีสานเป็นจุดเช่ือมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่น
ที่มีชีวิตของผู้คนอำ�เภอนาดูน โดยเป็นพื้นท่ีท่ีมีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความ
เจริญรุ่งเรืองในอดีตเพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นท่ีตั้งของนครจำ�ปาศรีมาก่อน เป็นจุดศูนย์รวมใจของผู้คนอำ�เภอนาดูน
มีเช่ือศรัทธาในพระพุทธศาสนาและมีความเช่ือมโยงกับวิถีชีวิตคนท้องถิ่นในหลากหลายมิติ เช่น ในประเพณีงาน
นมัสการพระธาตุนาดูน ทจี่ ัดข้ึนในชว่ งวนั ข้ึน 15 ค��ำ�่ ���เ�ด��อื �น��3���ห��ร���อื ��ว���ัน�ม�า�ฆ�บ��ชู �า�ข��อ�ง�ท�กุ��ป�ี �โ�ด�ย�จ��ดั �ท�บ่ี��ร�เิ ว��ณ�พ��ทุ �ธ�ม��ณ��ฑ�ล�
อสี านพระธาตุนาดนู รวม 9 วนั 9 คืน มีการร่วมกจิ กรรมทางพุทธศาสนาและกิจกรรมในงานทีป่ ระกอบด้วยขบวนแห่
ประเพณี การรำ�บวงสรวงพระธาตุนาดูน ซึ่งมีความวิจิตงดงามจากวิถีชีวิต เคร่ืองแต่งกายจากหัตถกรรมสร้างสรรค์
พืน้ ถ่ิน

ตอนท่ี 3 แผนทท่ี างวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ ท่มี ีชวี ิตกับมติ ิการเปล่ยี นแปลง

มิติทางสงั คม
จากกจิ กรรมตา่ งๆ ในการลงพน้ื ทเ่ี กบ็ รวบรวมขอ้ มลู พน้ื ทก่ี รณศี กึ ษา 3 อำ�เภอ คอื อำ�เภอนาดนู อำ�เภอเมอื ง
อำ�เภอกนั ทรวิชยั จงั หวดั มหาสารคาม มกี ารถอดองคค์ วามร้จู ากประสบการณ์ สะทอ้ นผ่านกิจกรรมการสนทนากลุ่ม
สามารถทำ�ให้ในชุมชนเกิดการแลกเปล่ียนข้อคิดเห็นและกล้าแสดงออกในการเสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆ
โดยการพจิ ารณาจดุ เดน่ และจดุ ดอ้ ยของชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ตนเอง โดยทค่ี ณะผวู้ จิ ยั เปน็ เพยี งผรู้ ว่ มสงั เกตการณ์ โดยผลลพั ธ์
ทไี่ ดค้ อื คนในทอ้ งถน่ิ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ ทดี่ ยี ง่ิ ขนึ้ รจู้ กั รากเหงา้ ทม่ี าของตนเอง รกั และหวงแหน
ในวัฒนธรรมท้องถ่ินที่มีชีวิตท่ีนับวันจะร่อยหลอและลบเลือนหรือสูญหายไปในไม่ช้าหากยังขาดการอนุรักษ์หรือ
สืบทอดต่อไปยังคนรุ่นหลัง และไม่ควรรอคอยการช่วยเหลือจากทางภาครัฐมากเกินจำ�เป็น โดยเริ่มต้นจากตนเอง
ในการปรับเปลี่ยนความคิดและร่วมมือร่วมใจกันขับเคล่ือนกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมในด้านต่างๆ ด้วยกันช่วยกัน
ลงมือปฏบิ ัตมิ ากกว่าการรอการออกค�ำ สงั่
มติ ิดา้ นวฒั นธรรม
จากการลงพนื้ ทแี่ ละไดส้ นทนาเชงิ ลกึ กบั ประชาชนในพน้ื ทศ่ี กึ ษาวจิ ยั พบวา่ ผคู้ นในทอ้ งถน่ิ มคี วามตระหนกั ถงึ
คุณค่าของแหล่งวัฒนธรรมที่มีชีวิตมากยิ่งขึ้น สะท้อนได้จากกิจกรรมด้านวัฒนธรรมต่างๆ ที่เกิดข้ึนของชุมชนที่ได้
มกี ารส่งตอ่ ภมู ปิ ัญญาความรจู้ ากบรรพบรุ ษุ สูเ่ ยาวชน โดยจะพบไดจ้ ากกจิ กรรมการละเล่นตา่ งๆ หรอื ศลิ ปะการแสดง
เช่น การแสดง“หนังประโมทัย”หรือ “หนังบักตื้อ” คณะเพชรอีสาน และ “ละครหุ่นกระติ๊บ คณะหมอลำ�หุ่นเด็ก
เทวดา” ทใ่ี ชเ้ ยาวชนในทอ้ งถน่ิ อำ�เภอนาดนู จงั หวดั มหาสารคาม เปน็ ผจู้ ดั แสดง ซง่ึ นบั ไดว้ า่ เปน็ การไดเ้ รยี นรรู้ ากเหงา้
ของตนเอง รวมถึงการมีสว่ นร่วมของเยาวชน เชน่ การเป็น “มัคคเุ ทศกน์ อ้ ย” ของโครงการพฒั นานกั เลา่ เรอ่ื ง ชุมชน
ต้นแบบท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านดงน้อย อำ�เภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม หมู่บ้านท่องเท่ียวต้นแบบระดับ
จงั หวดั ทไ่ี ดถ้ า่ ยทอดและเลา่ เรอื่ งความเปน็ มาของบรรพรษุ ของชมุ ชนกอ่ เกดิ ความภาคภมู ใิ จ ความซาบซงึ้ และประทบั
ใจตอ่ วถิ ชี ีวติ ทีง่ ดงามของทอ้ งถ่ินตนเองได้สืบไป

สรุปและอภปิ รายผล

ข้อค้นพบที่ได้จากการศึกาวิจัยในโครงการวิจัยการจัดทำ�แผนที่และแอพลิเคช่ันแหล่งวัฒนธรรมท้องถ่ิน
ทมี่ ีชีวิต จงั หวัดมหาสารคาม กรณศี กึ ษา อำ�เภอนาดูน อำ�เภอเมือง และอ�ำ เภอกันทรวิชัย ในครั้งน้ี สามารถสรุปและ
อภปิ รายผลเชงิ กระบวนการไดด้ งั น้ี การพฒั นาเพอ่ื ความยง่ั ยนื นน้ั จะตอ้ งเกดิ ขนึ้ จากความตอ้ งการของชมุ ชนโดยแทจ้ รงิ
โดยพยายามมองและทำ�ความเข้าใจฝนการค้นหาสาเหตุท่ีอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ ถึงแม้ระยะเวลาในการวิจัยจะสั้น

108 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบ�ำ รุงศิลปวฒั นธรรม”

เพียง 1 ปี แต่ในข้ันตอนกระบวนการคัดเลือก จัดกลุ่มรูปแบบแหล่งวัฒนธรรมท้องถ่ินท่ีมีชีวิตน้ันเกิดข้ึนจากการ
พิจารณาร่วมกันกับชุมชน ความเป็นไปได้ถึงผลสำ�เร็จของโครงการและผลกระทบที่อาจจะเกิดข้ึนหลังโครงการฯ
คณะผ้วู ิจัยจึงคดั เลือกชมุ ชน ในเขตอำ�เภอนาดนู อ�ำ เภอเมอื งและอ�ำ เภอกันทรวิชยั จังหวดั มหาสารคาม ที่ทางสาขา
วิชานฤมิตศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มีความคุ้นเคยกับชุมชนอันสืบเนื่องมาจากการ
ทำ�งานวิจัยมาในคร้ังอดีต ทำ�ให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลท่ีมีความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
ทม่ี ชี วี ติ ทเี่ กยี่ วพนั ถงึ มติ ดิ า้ นภมู ศิ าสตรแ์ ละภมู สิ งั คม และความตอ้ งการในดา้ นตา่ งๆ โดยเฉพาะกบั มติ ดิ า้ นการพฒั นา
ขอ้ มูลสารสนเทศนเ์ พือ่ การทอ่ งเท่ียวได้อย่างลึกซึง้

ในบทบาทฐานะคณาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ของคณะผู้วิจัย เมื่อลงพื้นที่เพ่ือทำ�การศึกษาวิจัยและขับเคล่ือนชุมชน การประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่
เกยี่ วขอ้ งทง้ั จากทางภาคภี าครฐั และเอกชนตา่ งๆ เพอื่ สรา้ งความรว่ มมอื หรอื สรา้ งการสนบั สนนุ อยา่ งองคร์ วม สามารถ
เช่ือมโยงทุกมิติของการพัฒนาทั้งมิติในด้านบุคคล เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โครงการวิจัยนี้จึงเปรียบเสมือน
แบบแผนการพัฒนาพน้ื ทแี่ บบสนับสนุนและผลักดนั (สฤษดิ์ ติยะวงศส์ ุวรรณ อา้ งถงึ ใน ทพิ ย์วรรณ จุลิรชั นกี ร และ
คณะ, 2562) ทำ�ให้เกิดการขับเคลื่อนกลไกลเชิงพ้ืนที่ของชุมชนนำ�มาซ่ึงการพัฒนาศักยภาพสู่การแข่งขันด้านการ
ท่องเท่ียว โดยมีลำ�ดับข้ันตอนดังนี้ 1) ศึกษาต้นทุนทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท่ีมีชีวิต 2) จัดพื้นที่เวทีสร้างความ
เข้าใจสกู่ ารพฒั นาเพ่ือเป็น “ผปู้ ระกอบการทางวัฒนธรรมท้องถิ่นทมี่ ีชีวิต” 3) ชมุ ชนวเิ คราะหศ์ ักยภาพในการต่อยอด
ภมู ปิ ญั ญาและวฒั นธรรมทม่ี ชี วี ติ 4) กระตนุ้ และสรา้ งแรงบนั ดาลใจในการสบื สานตอ่ ยอด 5) น�ำ เสนอแนวทางตอ่ ภาคี
ท่เี ก่ยี วขอ้ ง 6) สง่ เสริมใหม้ กี ารขบั เคลื่อนแหลง่ วัฒนธรรมที่มชี วี ิตคง้ั เดิมและใหม่ 7) ประเมินผลการทดลอง ปรับปรงุ
แกไ้ ขและกระยกุ ตใ์ ช้ในอนาคต

รวมท้ังการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาแหล่งวัฒนธรรมให้เกิดศักยภาพสู่การเป็นแหล่งวัฒนธรรมท่ีมีชีวิต
โดยการสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ในการขบั เคลอ่ื นใหเ้ กดิ กจิ กรรม เพอื่ สง่ ผา่ นวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ
ท่ีดีงามจากบรรพบุรุษไปสู่คนรุ่นหลัง โดยการคิดสร้างสรรค์เคร่ืองมือหรือกิจกรรมใหม่ๆ เช่น แผนที่ออนไลน์ หรือ
แอพลิเคช่นั ในมิติด้านอื่นๆ ทจ่ี ะช่วยให้กลมุ่ คนรนุ่ ใหมส่ ามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มูลสารสนเทศนต์ ่างๆ จนท�ำ ให้รับร้แู ละเขา้ ใจ
ในรากเหงา้ ประวตั ศิ าสตรท์ ม่ี าความส�ำ คญั จนน�ำ ไปสคู่ วามซาบซง้ึ และตราตรงึ ใจตอ่ วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาทม่ี คี ณุ คา่
และควรคา่ แกก่ ารสืบสานให้ยืนนานในทีส่ ดุ

เอกสารอา้ งองิ

จุฑาธิปต์ จันทร์เอียด. (2560). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนของชุมชน บ้านริมคลอง
จังหวดั สมุทรสงคราม. วารสารธุรกจิ ปรทิ ศั น,์ 9(2) กรกฏาคม 2560: 26-27.

ทพิ ยว์ รรณ จลุ ริ ชั นีกร และคณะ. (2562). การขบั เคลอื่ นศิลปะและวฒั นธรรมชุมชนเพอ่ื การพัฒนาเชิงพ้นื ทใี่ นจังหวัด
เพชรบรุ ี: กรณศี กึ ษาชมุ ชนนาพนั สาม อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวดั เพชรบุร.ี วารสารการวจิ ัย และการพัฒนา
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสนุ ันทา, 11(1) มกราคม–มถิ นุ ายน: 29.

ยุทธศกั ด์ิ สภุ สร. (2562). ทศิ ทางท่องเท่ยี วไทยในปี 2562. สืบค้นเมื่อ 14 เมษายน 2562 ,จาก https://www.
tatreviewmagazine.com/article/tourism-thailand-2562/.

ส�ำ นกั ยทุ ธศาสตรแ์ ละการวางแผนเศรษฐกจิ มหภาค. (2561). ภาวะเศรษฐกจิ ไทยไตรมาสท่ี 3 ปี 2561 และแนวโนม้
ปี 2561–2562. สืบค้นเม่ือ 15 เมษายน 2562, จาก https://www.nesdb.go.th /ewt_dl_link.
php?nid=8430.

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 109
สาขาท�ำ นุบำ�รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”

ส�ำ นกั บรหิ ารยทุ ธศาสตรก์ ลมุ่ จงั หวดั “รอ้ ยแกน่ สารสนิ ธ”ุ์ . (2551). แผนยทุ ธศาสตรก์ ลมุ่ จงั หวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี ง
เหนอื ตอนกลาง รอ้ ยเอด็ –ขอนแกน่ –มหาสารคาม–กาฬสนิ ธ.์ุ สบื คน้ เมอ่ื 14 เมษายน 2562, จาก www.
khonkaenpoc.com/khonkaen/PromoteFile/VisionG51.doc

TAT REVIEW. (2561). AMAZING THAILAND (Go Local), 4(2). April - June 2018

เปดิ ตำ�นานภมู ปิ ัญญาอาหารอสี านประเภท ออ่ ม

ศริ ริ ตั น์ ดีศลี ธรรม
คณะเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
โครงการหนงึ่ คณะหนงึ่ ศิลปวฒั นธรรม ประจ�ำ ปีงบประมาณ �2�5�6�2

การดำ�รงชีวิตของคนอีสานเป็นการใช้ชีวิตกินอยู่อย่างเรียบง่ายใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นท่ีหาง่าย
มาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจ�ำ วนั จนกลายเปน็ วัฒนธรรมประจ�ำ ถิน่ สำ�หรับการปรุงอาหารอสี านนนั้ สว่ นประกอบหลกั
ในการประกอบอาหารคือ ผักพ้ืนบ้านและพืชสมุนไพรเป็นหลัก หนึ่งในตำ�รับอาหารท่ีน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์
ของอาหารอีสานคอื “ออ่ ม”

“อ่อม” เป็นอาหารอีสานประเภทหน่ึงใช้น��้ำ���น���้อ���ย���เ�ค�ร�ื่อ��ง�ป�ร��ุง�ท�ี่เ�ป�็น��เ�อ�ก��ล�ัก�ษ��ณ���์ค��ื�อ�����ผ���ัก��ช���ีล���า��ว����แ�ม��ง�ล�ัก���แ�ล�ะ�
ตน้ หอม โดยมสี ว่ นประกอบที่เป็นเน้ือสตั วท์ ุกชนดิ เพอื่ ใช้เปน็ แหลง่ โปรตีนใหพ้ ลงั งานแก่ร่างกาย โดยเนอ้ื สัตวท์ ี่ใชป้ รงุ
อ่อมจะเปน็ สตั วท์ ี่หาไดต้ ามทอ้ งไร่ท้องนา เช่น ไก่บ้าน ปลาดุก เนื้อวัว กบ หอยขม เป็นต้น ซงึ่ จะใส่ในปรมิ าณทไ่ี ม่
มากนัก โดยการปรุงจะผัดเครื่องแกงกับเนื้อสัตว์ให้สุกก่อน แล้วเติม�น�ำ้���พ��อ�เ�ด��ือ�ด��จ�ึง�ใ�ส��่ผ�ัก���ซ��ึ่ง�ก���า���ร��อ���่อ���ม���ด��้ว�ย�เ�น��ื้อ�ส��ัต�ว�์
ต่างชนิดกัน จะมีเทคนิคในการปรุงแตกต่างกัน การใส่เครื่องแกงและผักต่างกันด้วย เช่น อ่อมเขียดกับอ่อมปลา
จะไม่ผัดก่อนเพราะจะทำ�ให้เน้ือเละ อ่อมเนื้อวัว เครื่องแกงมีตะไคร้ ข่า หอมแดง พริกสด พริกป่น นำ�ไปต้มรวม
กบั เน้อื ววั ผกั ทีใ่ ส่ได้แก่ ต้นหอม ผักชลี าว ใบแมงลกั อ่อมไก่ เครื่องแกงใช้ตะไคร้ พริก ผกั ชี หอมแดง โขลกรวมกนั
ใสน่��ำ�้ ��ป���ล���า��ร��า้ ��ผ�กั��ใ�ส�่เ�ห�ม��อื �น��อ�่อ��ม�ว�วั��อ��อ่ �ม��ห�อ��ย�ข�ม���ใ�ส�เ่�ค�ร��ื่อ�ง�แ�ก��ง�เ�ห�ม��ือ�น��อ���อ่���ม���ไ��ก��่��เ��พ���ิ่ม���เ�ต���มิ���ค���อื�����ใ��บ��ช�ะ�พ��ล�ู�แ��ล�ะ�ใ�ส��่ข�า้ �ว�เ�บ��อื ��ค�ือ��
ข้าวเหนียวแช่น��้ำ�����แ���ล���้ว�น�ำ���ไ�ป�ต��ำ �ใ�ห�้แ��ห�ล��ก�เ�ล�็ก��น�้อ��ย��ใ�ช�้ใ�ส��่ใ�น�อ��่อ�ม��ท�ำ��ใ�ห��้น��ำ้���แ���ก��ง���ข���้น���ข���้ึน�����อ���่อ���ม���ป���ล���า��ด�ุก����ใ��น���เ�ค���ร���่ือ��ง��แ���ก���ง�จ�ะ��เ�พ�่ิม�
ใบมะกรูดและขมิ้น บางแห่งเพิ่มแต่ใบมะกรูด ผักที่นิยมใช้คือ มะเขือเปราะกับใบชะพลู ไม่ใส่ข้าวเบือ อ่อมเขียด
นิยมใสผ่ ักตวิ้ ใหร้ สออกเปร้ียว เอกลกั ษณ์ของแกงอ่อม คือ การใส่ผักสมุนไพรพื้นบา้ นทส่ี ามารถเก็บไดท้ วั่ ไป แตท่ ่เี ป็น
วัตถดุ บิ หลกั ในออ่ มคอื ผักชลี าว ซึ่งในชุมชนมหาสารคาม นยิ มใชข้ ้าวควั่ คือ ข้าวเหนียวไปค่วั ในกระทะให้หอมเหลือง
และน�ำ มาต�ำ ให้ละเอยี ด ใสล่ งในอ่อมบางชนิดดว้ ย เชน่ ออ่ มกบ เปน็ ต้น บางชุมชนมกี ารปรงุ แต่งกลิน่ โดยใชใ้ บมะกรูด
ห่นั ฝอยควั่ ไปพรอ้ มกนั เพ่อื เพมิ่ รสชาตแิ ละความหอม

จากการจดั กจิ กรรมของคณะผจู้ ดั ท�ำ โครงการ “หนง่ึ คณะหนง่ึ ศลิ ปวฒั นธรรม” ภายใตโ้ ครงการ: เปดิ ต�ำ นาน
ภูมิปัญญาเมนูอาหารอีสานประเภท “อ่อม” ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
โดยการลงพื้นที่เก็บข้อมูลชุมชนในจังหวัดมหาสารคาม ได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องการทำ�อ่อมต่างๆ จากผู้รู้
และปราชญ์ชาวบ้านท่ีมีความเชี่ยวชาญ พร้อมท้ังฝึกให้เยาวชนรุ่นใหม่ที่เป็นนิสิตได้ลงมือปฏิบัติจริง นอกจากน้ี
คณะผู้จัดทำ�ยังได้แทรกเน้ือหาคุณค่าทางโภชนาการของรายการอาหารแต่ละชนิด เพ่ือให้เน้ือหามีความสมบูรณ์
ย่ิงข้ึน ประกอบกับคณะเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จึงสนับสนุนให้นิสิตและอาจารย์ในสาขาต่างๆ
ได้ร่วมกันบูรณาการศาสตร์และใช้เทคโนโลยีสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งเป็นภูมิปัญญาของอีสานและมีความ

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 111
สาขาท�ำ นบุ ำ�รงุ ศิลปวฒั นธรรม”

เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนในรูปแบบ “อ่อมสำ�เร็จรูป” เพ่ือให้เกิดการแพร่หลายของวัฒนธรรมอาหารอีสานให้ได้ก้าว
ไกลไปสูค่ รแวัลโะลอกาจใานรรยูป์ชนลแสกัลาอะษอาณตาจา่ ์แงาบๆรยบไ์ชดนใชรหสว่ ามมอๆ่กานัตตบา่ งอรู ๆณบาไโดกจชราทว่รมยศกาน์ สันโตบยรูรบ์แณลาาะยกชไาีทรชเทศยคาแสโลนตโนรลแ์ ดยล์ีสะ4รช.าชี0งเช นทไวคดตัโอ้นกโกีรลรดยม้วสีผรยลาช ติ งภนัณวัตฑกอ์ รารหมาผรลซติ นึงภเปัณนน ฑ์อาหารซึนงเปนน

ภมู ิปญั ญาอองอภีสูมาิปนญั แลญะามอีคอวงาอมีสเาปนนน แอลัตะลมักีคษวณาม์อเอปงนน ีอมุ ตั ีลนักชษนณรปู ์อแอบงีบมุ “ีอน่อชมนสรปูาเแรบกจรบปู “”อเ่อยมืนอสชาหเเชรกกจิดรกูปา”รแเยนือรช่หหลชเากยิดการแยรห่ ลาย

วัตถุประสงค์อองวฒั นธรรมอาอหงวารฒั อนีสธารนรชมหอชไาดหชกาช รวอไกสี ลาไนปชสหู่คชไดรชกัวโชาลวกไกชนลรไปู สลู่คักรษวั ณโล์แกบชบนชรหปู มล่ กัๆษตณอ์แบบโจบทชหยมน์ ่โๆยบตาอยบไโทจยทแยล์นนโดย์บายไทยแลนด์
4.0 ไดอช ีกดชวย 4.0 ไดอช ีกดชวย
1. เพือ่ อนุรกั ษ์อาหารอีสานประเภท อ่อม ของชมุ ชนใหเ้ ยาวชนรนุ่ หลงั ไดร้ บั ร้แู ละสืบทอดกนั จากรุ่นสู่ร่นุ
ว2ัต.ถเปุพร่อื ะตสง่อคย์ อวดัตสถุปู่หรนะงัสสงคือ์ ต�ำ ราอาหารอีสานประเภท “ออ่ ม”

ในอนาคต3213....เเเยยยเพือนอนืนือ่ือตอชีน่อใคชชยุรวกัอค้ าษดวมสอ์321ารูห่า...ูดชมหนเเเาช รยยยานงั ู้ดรนือนือืนสอวอต้าชือิทีีสนน่อตยชคายรุาาวนวักรอศทิาปาษดามอยรสสอ์ ระาาตู่หาูดชหเหศรภนาชาแ์านาทงัรรลสสอวอะอือทิีสตสีเ่อตายทรามานาคน์แรศปโปอาลนารออรสะะโะางลตเเีหเภยทรภมุาทีชแ์ ทครีนลอน“โกะอสีนอชาเ่อหาทร่อโมนผชเลคมยปลโ”ยอานิตรอวใี ะโผนีงลเลีนภยกิตมุรทีชาภีนนุ่ รน“ณักหผอชาลฑหลรอ่ งั อ์ผเชมไติย่ดอล”ผามรชิตวบัลสผีราติลนูชแเิตภรรลภจกุ่นณัะรณัหสูปฑลฑืบเังยทอ์อ์ ไนือ่ดอ่อตมรชดมบัอ่สกสรยานั ูชแ�ำเอจรลเดาจกระกเร็จีสรปู ิงรบืนุ่ เยปูยทสาือนูร่อเนพนุ่ตดิี่อกอ่ื ยยันตช์ อนจ่อดายกเีรองินุ่ ดยสาเรู่ชน่นุ งิีิ พย์ชานนชิ ย์

อนาคต อนาคต

ผลการดผ�ำลเกนาินรดงาเานนนิ งผาลนการดาเนินงาน

จากการจลากงกพาื้นรลทง่ี พ5ื้นชจทุมาี่ 5กชกชนาุมรไชลดนงแ้พไกื้นด่ทแ้ กี่ 5่ ชมุ ชน ไดแ้ ก่

นางบัว แนมเนยี ม คณุ ยายปน่ิ วบมิ ้าคูลนุณคอมุณายะจายกยาอปยก่นิปตนิ่ ว�ำ ิมวบูิมลลอูลขาอาจามจเรยี ง
บนา้ นางหบนวั องเแมนก็ มตนเน.านยีงามบสวั ีนวนแนมเนียม
บ้าอน.กหันนทอรงวเมชิ ็กัยบตจ้า.ังนหหาวสนดั ีนอมวงหเนมาสก็อา.กตรันค.นาทามรสวนี ิชวัยน อ.กันทรวบิชา้ ัยนมะกอก ตาบบา้ ลนขมอาะ.มกเอันรกียทงรตวาอชิบ.กยั ลันขจทางั รหมวเวิชรัดียั มงหอา.สกาันรทคราวมชิ ัย
จงั หวดั มหถาา่ สยาทจรอคงั หดามสวดัูตถมร่าอหย่อาทมสอไาดกรสบ่คูตา้านมรอถอ่ ่ามยไทกบ่อดา้ นสูตรออ่ มไจกังบ่ ห้าวนัดมหาสาจรคงั หามวดั ถม่าหยาทถสอา่ ดยรสคทตูาอรมดอสถอ่ ูต่ามรยกอทบ่ออมดกสบตู รออ่ มกบ

- คุณสาคร จันทรถ์ ง คุณอุบล สรุ กาญจน์
บค้าณุ นทส่าาขอคนรยาจงันตทำ�บรลถ์ ทงา่ ขอนยาง บค้าณุ นทอ่าบุสอลงคสอนุรกตา�ำ บญลทจา่นส์องคอน

ถ่ายทออถดา่าบเสยภท้าตู ออน-รอดกท�ำบสอันเตู่าภ้า่อทรอขนมกอรอทนัค่อไวน่าทกมุณิชขรยไ่บกวัยสอา่บชิา้ านงยั้านจคนยจงัผรผาตงัหกัักหงจารววรวบันดั ัดวมตมทลแมมหาลทรหแาบะถ์ส่าอลาลางข่อสระทมคออาา่ไากนรอ่มข่ฟคยมอกั าานไทมกงอย่ฟงางกั ทอง อาเอบภำ�เา้อภบถนเอ้าม่าเทนมยคืออืา่ททณุงงสถ่ามมอ่าออหสหยดุบงาอทสสาคลงอาสูตอดครสาคสรนอาตูรุรนมรอคกตอ่อจาาตาังอ่ญมมาหบมเบวจเลนจนดั ลนท้อืมงั้อื ท์หห่าาา่ สวสสอาัดอรงมคงคาหคมออานนสารคาม

อาเภอกนั ทรวิชัย จังหวดั มหาสารคาม อาเภอเมืองมหาสารคาม จงั หวัดมหาสารคาม

ถา่ ยทอดสูตร อ่อมไกบ่ ้านผกั รวมและออ่ มไกฟ่ ักทอง ถ่ายทอดสตู ร อ่อมเนอ้ื

คณุ สาคร จันทรถ์ ง คณุ อบุ ล สรุ กาญจน์

บา้ นท่าขอนยาง ตาบลทา่ ขอนยาง บา้ นทา่ สองคอน ตาบลท่าสองคอน

112 อาเภอกนั ทรวิชัย เจอกังสหารวปดัระมกอหบกาาสรนาำ�รเสคนาอผมลงาน อาเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
ถา่ ยทอดสตู ร อ่อมไก่บ้าสนาขผากัท�ำ รนวบุ มำ�รแุงศลลิ ปะวอัฒอ่ นมธรไรกม”ฟ่ ักทอง
ถ่ายทอดสตู ร ออ่ มเนือ้

คุณสภุ าพ พรศรี
บา้ นโคกพระ ต�ำ บลโคกพครุณะสอภุ �ำ าเภพอกพันรทศรวี ชิ ยั จงั หวัดมหาสารคาม
บ้านโคกพระ ตาบลโคถกา่พยรทะออดาสเูตภรออก่อนัมปทลราวดิชุกัย จังหวดั มหาสารคาม
อ่อม่อปมลปาลดากุ ดกุ ถา่ ยทอดสูตรอ่อมปลาดกุ อ่ออม่อเนมอื้เนือ้

อ่อมปลาดุก อ่อมเน้อื

อ่อมอป่อมลปาลดาุกดกุ อ่อมอเน่อ้อืมเน้อื

อ่อม่ออไมกอ่ ไม่กไก่ ่ ออ่ อมอ่ อกมอ่ บมกกบบ

เคเรคืนอรงืนอปงรปุงรทงุ นเีทปนเี นนปเนน อเกอลกักลษักณษณ์คอื ์คอืผกั ผีกั ีลีาลี วาแวมแงมลงกั ลักแลแะลตะนช ตหนช อหมอเมนอ้ืเนส้อื ัตสวัตท์ วีนน์ทยิ ีนนมยิชีมชชไีดช แชไดกแช่ ไกก่ ่บไกชาน่บาช ปนลปาดลุกาดกุ
เนเนอ้ื วอื้ วั ัวกบกบหหอยออยมอแมลแะลเะนเ้ือนห้ือมหูมสู าสหารหบั รยบั ืียผืีักผสักมสุนมไุนยไรยทรนีนทิยนีนมิยชมสช่ สน่ชอน่ออม่อทมีนสทาสนีคาญั คญัไดแชไดกแช่ ยกร่ ยิกรแิกดแงดหงอหมอแมดแงดง

จากการวเิ คราะหค์ ุณค่าทางโภีนาการอองเออกสส่อาาขรปามทระำ�กนีอบุ บ�ำ กนรางุ รศนิลิดำ�ปเวสตฒันอนผ่าธลรงรงามน”ๆ ยบว่า ออ่ มเปนนอ11า3หารทมีน
องค์ประกอบอองอาหารเปนน ผักยนื้ บาช น แต่ิาช มีการเตมิ เนอ้ื สัตวท์ มีน ีมันมาก ปริมาณไอมันและ
เรสเตอรอเนล้อื กววั จก กะบเสคหรงู อื่อตยงปขามรมุงแทลไ่ีเะปปเ็นนดอื้เอหชวกมลยู ักสษ�ำ ดหณรงั ์คับนือพัน้ืชผผักกักชสีลามารุนวชไพแสมร่เทงนลน่ี ักิยือ้ มแสใสลัต่ใะนตวอ้น่อช์ หมนอทมอ่สี ำ�่เอคนัญมื้อสจไัตดวึง้แ์ทชกี่นส่ ิยพช่มรนใกิ ชแป้ ดไงดร้แหิมกอ่ามไณกแ่บดง้านนกชอรปะยลเทาดยี ุมก

ใตนะอไค่อมร้หจผอาักจยกชาีลกใบาากมวราะวรแเิ วะมคิเงรคแลาลรักะาหตะต้น้นค์หสหุณ์คะอุณเคดมา่คดทบ่าินวาทบงา(โหแงภกอโี่ภนมขนีแมานล)กาะใากมนราีสออร่มออุมนงอเไนอพงื้อ่อรวบม่อัวาีมงแนชีลนิดนะิดอตดิ ท่อา่ต่ีนมง่าิปยๆงมลๆยาใสไยบห่ในลวบอ่าวเ่อพา่ อมื่อ่อเใฉหม่อพ้เเมกาปะิดเนนปเคชวอนน่นาาอมหใาขสาหม่ใรบาทแรชลมีนทะะพีไนมใอลนีไูมอันมตันานตนาเยเยราระาะ

การใชว้ เกอรทิ งาไเกอสกบอกรคดรยงาจ็งเาสาใ์ปตคครงระแชาชเจป์สใรอป์ใตกงัชศว้ชงูระรรอหตะ้วทิกว้่อาไะวรากทิอดยทิัดอมลกออจไ สไดนแชยไดาบบากอ่ยอลปแ้ตยิกกศาขแชจกาอบกดกมศมกอ่ากศระอว้่จกใอาางอกสสยอกเ่สาสรงแ์อะอรอ่่อใ่งาตวอสูงาชสอดสตบมงมคลิรอ่เหตรางัเตคอผกูงรใป์นตกนามหาแ์ะักตร้อชราร์แรอน้ัชอมากแนลาหเา์แว้ลเะรกะปขนนชอไรทมทิะกลาอะน�หจาย็นปเเน�เรไยรทอลา้้ำ�าะง์คปผนค�ทดปใ�อเกาบก�ุเคณกัสอซ�นนป้าน�คทชว่อศโดกจกพอ�่เโงึ่�อคนมผยนน่�อนา้นโาม�ะควชอนื้่�า่อ้อืสนสรักโีกสผย�งบโมทลดโำ�สวมตลอ่อูง�โยนัก้าเา�ตัลเิยังรตล่ินสดรานสมคง�โย้นืวจ็นหเาแ์�ีใโยังยลาร์ใาฉสรน�ภบืน้มแนั้นลาาเใี�พปูยาเใีชตกรไรอ�าชะบนะกน้ัารเปใีน�่ถนกเจน่อหนาเระปาช�กนากทร้ากดจามรำ�กค์จนรมกนนกาใกเาพ�คชวจูปแรุนณสรชกี�ารผยรงึโาาตส�นัฒอูปแราูปในพชคัก�นรสร่ออขเ่่ิดรตส�า่ยโนเพใ่ัฒมผอ�านนงัาชตลเ่่ิทนพ�นื้นลปือ้เงนนมมิฒัาา�ยปชานสาอติบ”ล�สนั้เื้อเัฒใีีกงารม่น�อนภานสาอาชนโกัตมิ�สาม้อืีเกัณภน”อ�นาอ่อากาวนสรตัส�ชาีณอฑรอ่ผ”อา�์ชเมตัแนวรนช�นมตนาร่อ์ทลนผวตส�ิดสช์เกพาิมพี่ท์�้อตมิตอน”่อลอ่เ่ิตำ�บ�กนย่มีัฒัฒเเิม่ภอ่ส�าาชมิตอารนผมีือ้�งเม�นมเานรัณ่ภอส�ปจ็ๆ�นั้ือสนอ่ลีก�าอเ�จา็นมาัณรม�ตัแรสฑ�ื้อาอ”�มพิตตงึเ�าจลปูวจ็รตั�งรสฑ์ท�ชอ้นกบว้�ช์เึงอภ”�รสสจ็วตตัน�่อโนียท์วช�อ่�ูปดปช่ท์ิมร�ส่มาอวาณั�ีนยฒันยม�รูป�”เมนี่ช่ท์อส�นเมิน�ีอปัฒน�นมา�”มีรฑนาิส่้ือ�อน�รปเจณ�าิตนัน็จีมมรสดิิม�์ทึงแจรไ็จเา�ัตมนัตชขรปาามิ�ลรแสนีวย่าามกม�ณ็นูปูปาชวช่์ท�ลงกสันาอน�ณฒัๆโ”นีมนาวชแ�”กาดปขป�ลมีโชอหนย�ยารนดะนัรป�ายตชอบมินรย�มิรมา่าระ�ายวทสินงาา�ิมดณา่แๆ่ี�มกิตณสบัา�นีไอลจคติณขปไอ่ชออามวชอจรมยไลกันมามิโอเเส�ตรกปดาันม�สำ่�าณนนส�แันยเ�อตอาไเ�ลแนาพอออ�า�ะ�ลตรมหร�า�สิอรา�ะ่าัน�าตละะ�งรติรแ่าดทๆะลงจบันมีดๆะาีไรคบั อะกอคมดลสอันบั ลตาคานออลเายตร

ไดชแก่ ออ่ มกชอน นา้ อ่อมสาเรกจรปู นาเสนอผลติ ภัณฑ์ทนียัฒนาแลชวโดยนิสิตจากสาอาตา่ งๆ

บทสรุปโครงการ

บบทสทรสุปรุปโคโรคงรกงากราร

จากการทีนนสิ ติ และคณาจารย์อองคณะเทคโนโลยที ้ัง 5 สาอาวีิ าไดทช าการลงย้ืนทีสน ัมภาษณี์ ุมี

บทสรุปโครงกาจราจกากากวรธิาทีกรานีนทริสีนน ปติสรแุงติ อลแอ่ ะลมคะีณคนณาดิ จตาา่จงราๆยร์อยเปอ์ นนงออคงาณคหณะารเะทเเยคทืนอโครนโบั โนปลโรยละทียทัง้ีทานั้ง5ช5นสีาสวีอาิตาอปวารีิ วะาีิจไาดไวชทดนั าทช ยกาบากรวา่าลรงลอย่องย้นืมทน้ื าสนีทงัมนสี่ายภมั แาภลษาะณษชีณ์ีผช มุ์ีักียุมนื้ีิบนึงาชิ

วธิ วีกิธาีกราปรรปุงรองุ อ่ ม่อีมเปนีนนิดนหตดิ ล่าตักง่าๆสงๆ่วเนปเนนปอนน้ื สาอหัตาวาห์จราะเรยเปเยนือนน รืนอสบั รัตปับวท์รปะหนีรทาะงาท่านายชนนชทีนชอีวีงิตวี ิปิตินนรปะเรปจะนน าจอวาาันวหันายรยบทวบนมี า่ไีวอา่ อม่อนั มแ่อลทมะาทคงาลา่ งอยา่ เแยรลสแเะลตชะอีชรผชีอักผช ลยักตยื้นนาบน้ื เปชาบนน าช อนาห

เมปอีเมนนปจตัอี หนนาลัตลหกักลกัลษักกักณษสาณ่วส์อรนว่อ์ทเนงอนีนนอปมเงือ้นีสีอรอิสสอื้ะตัาีสตัิตเสนลาภวกััตอแนทจ์ษวกีอลเะ์จอณมสกี เะ่อะือนา์ปอสมเเครอนนาปส”ับงรรณสนนอหับจกเัตยสสี สนาหวาืนอัต้ินนจนึงนท์ชวโทีอคงนึาีนห์ทชชีกีนนทรนราหีน สงา่ีนนงกยกาาอา่่าางารอ์ยนรอา่รับเชสยุรอนผหนาักชยุรนงทมนษแักนึงคาชอทยท์เษรปณงชอรีนนิ์เิ่สนนปงน่าินนะตูิออนนารนนนิคเยอเแทวุรปา่ยลเักางนนปคา่ะมษยงวอนนรโเ์ินงยธิปทูชานอกีนิงนนหีนไาาดโอาหรรชลยรทบัาา่ทยารกงอีมนทีทยา่อรีไนิงมน ัง้อมิีไาี่มอ5ยนันมทดิ แันอสตลแดา่ าะลงมอคๆะาิลคาแออลวลดเอะิีรสทเสูตรารเรสไาตไบเดดอติหชทชรอึงนอรอาังลอชอสกมตลือาูลานตเรทรนาือนเาลปงงเโงนนป“ภยอนนอีาาอนื้นหหาาาทาหกรราาอีสน ทรรสี

114 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบำ�รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”
บทสรุปโครงการ
จากการทนี่ สิ ติ และคณาจารยข์ องคณะเทคโนโลยที ง้ั 5 สาขาวชิ าไดท้ �ำ การลงพนื้ ทสี่ มั ภาษณช์ มุ ชนถงึ วธิ กี าร
ปรุงออ่ มชนิดต่างๆ เป็นอาหารเพ่ือรบั ประทานในชีวิตประจำ�วัน พบวา่ ออ่ มทำ�งา่ ยและใช้ผกั พ้นื บ้านเป็นหลกั สว่ น
เนอ้ื สตั วจ์ ะเปน็ สตั วท์ หี่ างา่ ยในทอ้ งถนิ่ เปน็ อาหารทม่ี ไี ขมนั และคลอเรสเตอรอล�ต��ำ่ ���เ�ป�น็��อ�า�ห��า�ร�ท��มี่ ��อี �ตั ��ล���กั���ษ���ณ����ข์��อ�ง�อ�ส�ี �า�น�
อกี ส�ำ รบั หน่งึ ท่ีน่าอนรุ ักษเ์ ปน็ อยา่ งยง่ิ
เมอื่ เสรจ็ สน้ิ โครงการสามารถน�ำ ความรทู้ ไี่ ดร้ บั การถา่ ยทอดมาถอดสตู รไดห้ นงั สอื เรอ่ื ง “อาหารอสี านประเภท
อ่อม” เพอื่ ใชใ้ นการเผยแพรส่ ูตรและวธิ ีการทำ�ออ่ มชนดิ ตา่ งๆ และทราบถึงข้อมลู ทางโภชนาการของออ่ มแตล่ ะชนิด
นอกจากนยี้ งั ทราบถงึ ประโยชนข์ องผักสมนุ ไพรทใี่ ชใ้ ส่ในออ่ มอีกด้วย

อกสารอ้างอิง
านต์ เหมวิหค และ สปุ รียา หอช งแซง. 2556. อาหารอีสาน. แสงแดด, กรุงเทยฯ.
รมวิทยาศาสตร์การแยทย.์ 2562. ฐานอชอมลู งานวจิ ัยสมุนไยรอองไทย สิาบันวิจัยสมุนไยร.

(ออนไลน์) ทีนมา : http://webdb.dmsc.moph.go.th [22 กรกฎาคม 2562]
ณะเภสัีศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหิดล. 2562. ฐานออช มลู ยืีสมนุ ไยรคณะเภสีั ศาสตร.์

(ออนไลน์) ทีนมา : http://www.medplant.mahidol.ac.th [22 กรกฎาคม 2562]

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 115
สาขาท�ำ นบุ �ำ รุงศิลปวฒั นธรรม”

เอกสารอ้างอิง

กานต์ เหมวหิ ค และ สปุ รียา หอ้ งแซง. (2556). อาหารอสี าน. กรงุ เทพฯ: แสงแดด.
กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย.์ (2562). ฐานขอ้ มูลงานวิจัยสมุนไพรของไทย สถาบันวจิ ัยสมุนไพร. (ออนไลน์) ทม่ี า:

http://webdb.dmsc.moph.go.th [22 กรกฎาคม 2562]
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหิดล. (2562). ฐานขอ้ มลู พชื สมนุ ไพรคณะเภสชั ศาสตร.์ (ออนไลน์) ท่มี า: http://

www.medplant.mahidol.ac.th [22 กรกฎาคม 2562]
คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวิทยาลัยอบุ ลราชธานี. (2562). ฐานขอ้ มลู พืชสมุนไพรคณะเภสชั ศาสตร.์ (ออนไลน)์ ท่มี า:

http//www.phargarden.com. [22 กรกฎาคม 2562]
วิทย์ เท่ียงบูรณธรรม. (2542). พจนานุกรมสมุนไพรไทย. พมิ พค์ รัง้ ที่ 5. กรงุ เทพฯ: รวมสาสน์.

การพฒั นากลุ่มมคั คเุ ทศก์ทอ้ งถ่ินในชมุ ชนจิตรกรรมฝาผนงั ด้ังเดิม เพ่อื รองรบั เสน้
ทางการทอ่ งเทีย่ วเชิงวฒั นธรรมจงั หวัดมหาสารคาม

ศภุ ชัย สงิ ห์ยะบศุ ย,์ อรรถวทิ ศิลาน้อย, ณรงค์ ราวรินทร,์ ตนพุ ล เอนอ่อน,
อภิเชษฐ์ ตคี ล,ี อนรุ ักษ์ โคตรชมพ,ู สนั ติ สดี าราช และอญั ธิกา ตันปาน
โครงการท�ำ นุบ�ำ รุงศลิ ปวฒั นธรรม (มุ่งเปา้ ) ประจ�ำ ปีงบประมาณ �2�5�6�2

บทน�ำ

อำ�เภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นท่ีศิลปวัฒนธรรมสมัยประวัติศาสตร์ ท่ีสัมพันธ์กับพุทธศาสนา
ในอดีตสมัยตั้งแต่ยุคโบราณคดีทวารวดีของอีสาน และยุครัฐจารีตท่ีสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน พ้ืนที่นาดูนมีหลักฐาน
ประวัติศาสตร์ของผู้คนท่ีนับถือพุทธศาสนาอย่างมั่นคง ได้สร้างสมวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับระบบนิเวศน์เฉพาะตัว
คือ แหลง่ เกลือ ผนื นา และปา่ โคก กลายเป็นวฒั นธรรมขา้ วปลาที่สืบทอดกันมาตั้งแตบ่ รรพกาลกวา่ สหสั วรรษ ในปี
พ.ศ.2522 ชาวบ้านได้ขุดพบกรุเก่าองค์พระธาตุโบราณ ปรากฏพระพิมพ์ดินเผาเป็นจำ�นวนมาก ประการสำ�คัญ
ไดพ้ บพระบรมสารรี กิ ธาตใุ นผอบทองค�ำ ตอ่ มา ในปี พ.ศ.2525-2529 จงั หวดั มหาสารคามไดใ้ ชร้ ปู แบบของผอบทองค�ำ
สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ เรียกว่า “พระธาตุนาดูน” และพัฒนาบริเวณน้ีเป็น “พุทธมณฑลอีสาน” เพ่ือการเคารพ
สักการะ และประกอบพิธีสำ�คัญทางศาสนาของชาวอีสาน ทำ�ให้ผู้คนพุทธศาสนิกชนจากท่ัวสารทิศ เดินทางเข้ามา
สักการะพุทธมณฑลอีสานเป็นจำ�นวนมาก เป็นประจำ�ทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงวันธรรมสาวนะ และวันมาฆบูชา
ซ่งึ เป็นวนั นมัสการพระธาตุนาดูน ท�ำ ใหพ้ ้นื ทีน่ าดูนกลายเป็นพ้ืนที่ทอ่ งเท่ยี วทางศาสนาและวฒั นธรรมไปโดยนัย

นอกจากน้ี พ้ืนที่แห่งน้ียังมีชุมชนท่ีจิตรกรรมฝาผนังแบบด้ังเดิม ที่เขียนบนผนังโบสถ์ในช่วงเวลาต้ังแต่
สมยั รชั กาลท่ี 5-6 หรอื เมอื่ 100 ปเี ศษทผี่ า่ นมา ซงึ่ หลงเหลอื ปรากฏในปจั จบุ นั ทย่ี งั คงสภาพกายภาพทส่ี ามารถศกึ ษาได้
จ�ำ นวน 2 วัด คอื 1) วดั ปา่ เลไลย์ บ้านหนองพอก ต.ดงบัง กบั 2) วดั โพธาราม บ้านดงบงั ต.ดงบัง อ.นาดนู จิตรกรรม
ฝาผนังดังกล่าวเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นมหาสารคาม ท่ียังคงมีความสมบูรณ์ มีเน้ือหาจิตรกรรมท่ีสะท้อน
ประวตั ศิ าสตร์ สงั คมวัฒนธรรม และโลกทศั นข์ องชมุ ชนลาวอสี าน ในเขตภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนกลาง ซง่ึ เป็น
เขตชมุ ชนลมุ่ น���้ำ ��ช���ี �ใ�จ���ก���ล��า�ง��ข�อ�ง�ภ��า�ค�อ��สี �า�น��เด��น่ �ช��ดั �ท��ส่ี �ดุ �ช��ดุ �ห��น�งึ่��จ�ติ��ร�ก�ร�ร�ม��ฝ�า�ผ���น���งั��แ���ล���ะ��อ���โุ��บ���ส���ถ��ว���ดั���ป��า่��เล��ไ�ล�ย�์�ก�บั��ว�ดั �โ�พ��ธ�า�ร�า�ม��
จึงถือว่าเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมสำ�คัญของชุมชนบ้านดงบัง และบ้านหนองพอก รวมท้ังเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรม
ของกลมุ่ วฒั นธรรมไทยลาวภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และของประเทศไทย โดยเฉพาะ เมอื่ ผนวกกบั การตงั้ อยใู่ นบรเิ วณ
ของพ้ืนท่ีท่องเท่ียวทางศาสนาวัฒนธรรมพุทธมณฑลอีสานแล้ว ยิ่งส่งผลให้จิตรกรรมฝาผนังท้ังสองวัดมีความหมาย
ตอ่ การเป็นทุนทางสงั คมของชุมชนทอ้ งถิ่น และเปน็ ตวั บทหนึ่งในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วของจงั หวดั มหาสารคามไปพรอ้ มกัน

อยา่ งไรกต็ าม จากการด�ำ เนนิ งานวจิ ยั และท�ำ จดั สารนกุ รมจติ รกรรมฝาผนงั อสี านของวดั ตา่ งๆ ในภาคอสี าน
รวมทั้งวัดและชุมชนที่เกี่ยวข้องทั้งสองข้างต้น คณะผู้ดำ�เนินโครงการพบเห็นทั้งโอกาสและวิกฤติของการสร้างทุน
วฒั นธรรมแหง่ นใี้ หม้ คี ณุ ปู การตอ่ ชมุ ชน กลา่ วคอื พบวา่ ไดม้ ผี เู้ ดนิ ทางเขา้ มาชมจติ รกรรมฝาผนงั ทง้ั สองวดั อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
จนกลา่ วไดว้ ่า จิตรกรรมฝาผนงั ทัง้ สองวดั เปน็ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำ�คญั แหง่ หน่งึ ของจงั หวัดมหาสารคาม

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 117
สาขาท�ำ นบุ �ำ รุงศิลปวฒั นธรรม”

และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะท่ีวิกฤติ คือ พบว่าปัจจุบันแต่ละชุมชน ขาดผู้มีความรู้ ความเข้าใจในจิตรกรรม
ฝาผนัง ประวัติศาสตร์ท้องถ่ิน อักษรโบราณท่ีปรากฏในจิตรกรรม รวมท้ังความรู้ในประวัติศาสตร์ของท้องถ่ิน และ
ประเทศสยามในชว่ งระยะที่มีการเขยี นภาพจิตรกรรมฝาผนัง รวมทง้ั ขาดการตระในคุณคา่ มรดกจิตรกรรมฝาผนงั จึง
ท�ำ ใหผ้ เู้ ขา้ ทเ่ี ขา้ มาศกึ ษา หรอื ทอ่ งเทย่ี วทางศลิ ปวฒั นธรรม ด�ำ เนนิ ไปเพยี งการชมรปู แบบจติ รกรรม แตไ่ มส่ ามารถเขา้
ถึงคุณค่าทางเน้ือหา และความหมายทางสังคมวัฒนธรรม ส่งผลเชิงวิกฤติต่อการตระหนักในคุณค่าจิตรกรรมฝาผนัง
ของชุมชนท่ีเป็นเจ้าของ และส่งผลต่อการไม่ได้รับองค์ความรู้ท่ีถูกต้อง ชัดเจน และเป็นระบบของนักท่องเท่ียวที่มา
เที่ยวชม เกิดภาวะความแปลกแยกระหว่างมรดกศิลปวัฒนธรรม จากบรรพชนเมื่อศตวรรษที่ผ่านมา กับผู้คนและ
สังคมท้องถิ่นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการสูญเสียโอกาสการใช้ประโยชน์จากมรดกวัฒนธรรมของชุมชนในปัจจุบันอย่าง
น่าเสยี ดายย่งิ

ประการสำ�คัญ ในบรบิ ทการท่องเท่ียวทางวฒั นธรรมท้องถิน่ ซึ่งภาครฐั ใหค้ วามสำ�คญั และไดอ้ อกกฎหมาย
การทอ่ งเทย่ี วทอ้ งถนิ่ ทใี่ หอ้ �ำ นาจของทอ้ งถน่ิ เปน็ ผทู้ ม่ี ศี กั ดแิ์ ละสทิ ธเ์ิ หนอื มรดกวฒั นธรรมของตน ใหม้ คั คเุ ทศกท์ อ้ งถนิ่
เท่านั้นเป็นผู้นำ�เที่ยวภายในท้องถ่ินของตน ซ่ึงมัคคุเทศก์จากท้องถ่ินอ่ืน หรือมัคคุเทศก์ระดับประเทศและระดับรัฐ
กไ็ มอ่ าจจะท�ำ หนา้ ทดี่ งั กลา่ วนไี้ ด้ ในบรบิ ททฝี่ า่ ยวจิ ยั มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม โดยโครงการทำ�นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม
แบบมงุ่ เป้า ประจ�ำ ปี งบประมาณ 2562 มวี ตั ถปุ ระสงค์สนบั สนนุ ศลิ ปวฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ไปสู่การสร้าง
มลู ค่าเพ่มิ และพัฒนาเสน้ ทางการทอ่ งเท่ยี วเชิงวฒั นธรรมในจงั หวดั มหาสารคาม จิตรกรรมฝาผนงั พทุ ธอุโบสถด้งั เดมิ
ทั้งสองวดั จากสองชมุ ชนข้างต้น นับว่าเป็นตัวบทส�ำ คญั ทางศิลปวัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ทีค่ วรจะไดร้ บั การ
ยกระดับให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และรองรับเส้นทางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ด้วยมีพลวัตคืออุปสงค์การเดินทางมา
ท่องเท่ียวและศึกษาจิตรกรรมฝาผนังดังกล่าวน้ีอยู่แล้ว แต่ปัญหาและอุปสรรคสำ�คัญ คือ ชุมชนยังขาดการ
เตรียมพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ ขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจ
อัตลักษณช์ ุมชนทอ้ งถิ่น ท่สี ัมพันธ์กับประวตั ิศาสตรท์ อ้ งถิ่นและประวตั ศิ าสตรช์ าติ รวมทัง้ พุทธศาสนาทอ้ งถน่ิ ซ่งึ เป็น
ปัจจัยและเงื่อนไขในการสร้างสรรค์จิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกชุมชนยังขาดการวางระบบในการดูแล
ปกปอ้ ง หวงแหนจิตรกรรมฝาผนัง และกลุ่มมคั คุเทศก์ ซึง่ เป็นมรดกวฒั นธรรมของตน และขาดการต้งั กล่มุ มคั คเุ ทศก์
ทอ้ งถ่ินในชมุ ชนจิตรกรรมฝาผนงั ด้ังเดิม ทำ�หนา้ ที่รองรบั การทอ่ งเท่ียวทางวฒั นธรรมกรณีจติ รกรรมฝาผนัง และการ
ปกป้อง ดูแล รักษา ทำ�นุบำ�รุงจิตรกรรมฝาผนังดั้งเดิม ซ่ึงเป็นมรดกวัฒนธรรมในชุมชนของตน ให้ก่อประโยชน์ต่อ
ชุมชนของตน จงั หวดั มหาสารคาม และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือได้อยา่ งมคี ณุ ภาพและย่งั ยืนตอ่ ไป

วตั ถุประสงค์

โครงการการพฒั นากลมุ่ มคั คเุ ทศกท์ อ้ งถน่ิ ในชมุ ชนจติ รกรรมฝาผนงั ดง้ั เดมิ เพอ่ื รองรบั เสน้ ทางการทอ่ งเทยี่ ว
เชงิ วฒั นธรรมจงั หวดั มหาสารคาม มวี ัตถปุ ระสงคส์ �ำ คญั 3 ข้อ ดังนี้

1. พัฒนากลุ่มมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในชุมชนจิตรกรรมฝาผนังด้ังเดิม 2 ชุมชน คือ ชุมชนบ้านบ้านดงบัง
ต.ดงบัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม (กรณีจิตรกรรมฝาผนงั วัดโพธาราม) และ ชุมชนบ้านหนองพอก ต.ดงบงั อ.นาดูน
จ.มหาสารคาม (กรณีจิตรกรรมฝาผนังวดั ปา่ เลไลย์)

2. สรา้ งสอ่ื ความรู้ เอกสาร สอื่ เวบ็ ไซตท์ มี่ คี ณุ ภาพเผยแพรใ่ นเวบ็ ไซตค์ ณะศลิ ปกรรมศาสตร์ เวบ็ ไซตอ์ งคก์ าร
บริหารส่วนท้องถ่ิน โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ และการนำ�เสนอในทุกช่องทางท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือสนับสนุนและ
ส่งเสริมให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ และการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างต่อเน่ืองและยั่งยืน ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ดังกล่าว
จะมชี อ่ื กลุ่มมคั คเุ ทศกแ์ ละมคั คุเทศก์ทส่ี ามารถขอความรู้และเชญิ ทำ�หนา้ ทมี่ ัคคเุ ทศก์ได้

3. ถา่ ยทอดความรู้และพฒั นาผลิตภณั ฑร์ องรบั การทอ่ งเที่ยวทางวฒั นธรรม

118 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

3.1 การ Re Product Painting เป็นผลงานจิตรกรรมท่ีนำ�สร้างรายได้และนำ�ไปติดตั้งท่ีบ้านหรือ
สำ�นกั งานได้

3.2 การผลติ โปสการด์ ภาพสำ�คญั พรอ้ มค�ำ บรรยายภาพเพ่ือเปน็ ของท่รี ะลกึ พรอ้ มการเผยแพร่ ความรู้
ความงามและคุณคา่ ทางศลิ ปวฒั นธรรมของท้องถ่นิ

กระบวนการดำ�เนนิ งาน

1. กิจกรรมและวิธีดำ�เนนิ งาน
1.1 ขน้ั เตรยี มการ

โครงการน้ี เปน็ โครงการสบื เนอื่ งจาก ฐานความรใู้ นโครงการท�ำ นบุ �ำ รงุ แบบมงุ่ เปา้ ปงี บประมาณ 2559 เรอ่ื ง
“สารานกุ รมศลิ ปวฒั นธรรมอสี าน จติ รกรรมฝาผนงั พทุ ธอโุ บสถแบบดงั้ เดมิ ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ” และงานวจิ ยั
เรอ่ื ง “จติ รกรรมฝาผนงั พทุ ธอโุ บสถอสี านในบรบิ ทสงั คมวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ สมยั ประเทศสยาม” ของรองศาสตราจารย์
ดร.ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์ หัวหน้าโครงการฯ ซึ่งในช่วงระยะดำ�เนินกิจกรรมดังกล่าว หัวหน้าโครงการมีฐานความรู้
ข้อมูล และเครือข่ายกลุ่มชาวบ้าน ครูอาจารย์ในท้องถิ่นในระดับหนึ่ง ดังนั้น ข้ันเตรียมการจึงเป็นขั้นตอนวางแผน
ด�ำ เนนิ งานรว่ มกนั ของคณะกรรมการแตล่ ะหนว่ ยงาน และการฟนื้ ฟจู ดั ระบบกลมุ่ ผรู้ ว่ มโครงการในชมุ ชนตามทร่ี ะบไุ ว้
ในกลมุ่ เปา้ หมายผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ พรอ้ มแจกแจงเปา้ หมาย กจิ กรรม หนา้ ท่ี และความรบั ผดิ ชอบ รวมทง้ั ความคาดหวงั
เชิงคณุ ภาพและความยงั่ ยืนของโครงการ

กิจกรรมโครงการได้เริ่มต้น จากการประชุมร่วมคณะกรรมการดำ�เดินงาน ณ ห้องประชุมคณะ
ศิลปกรรมศาสตร์ โดย รศ.ดร.ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ อ.ดร.อรรถวิท ศิลาน้อย คณบดี
คณะการทอ่ งเทย่ี วและการโรงแรม อ.ณรงคศ์ กั ดิ์ ราวรนิ ทร์ นกั วจิ ยั กลมุ่ งานอนรุ กั ษเ์ อกสารโบราณ สถาบนั วจิ ยั ศลิ ปะ
และวัฒนธรรมอีสาน ผศ.ตนุพล เอนอ่อน อ.อภิเชษฐ์ ตีคลี และได้ประสานงานกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ในพื้นที่
เป้าหมาย

ภาพประกอบ 1 คณะท�ำ งานลงพื้นท่ีประสานงานระยะตน้ โดย รศ.ดร.ศภุ ชยั สิงห์ยะบุศย์ และ อ.อภิเชษฐ์ ตคี ลี
ภเำปพ็นปกราะรกปอรบะส1านคงณานะทกบัำงอำงนคล์กงาพรบืน้ รทหิ ป่ี ารระสสว่ ำนนตง�ำ ำบนลรดะงยบะังตโ้นดยโมดียนารยศส.ดังรค.มศภุ วชงษัยน์ สอิงกหย์นะาบยกุศอยง์ แคลก์ ะารอบ.รอิหภาเิ ชรสษว่ ฐน์ ตีคำ�บลลี เป็น
กดำงรบปังระนสาำยนสงทุ ำนนกปบั ังสอีงรคอก์ งำนราบยรกหิ อำงรคส์กว่ านรตบำรบิหลารดสงว่บนงั ตโด�ำ ยบมลีดนงำบยังสแงั คละมนวางยษอ์น�ำ อพกร เนชำายวกจ์ อันงทคร์ก์ ปำรลบดั รอหิงคำร์กสาว่รบนรตหิำบารลสดว่ งนบงั
บนตโำงั ร(ย�ำ ซงใบสหเา้รลทุ ก้ยยี ดน)ำนงรแบปตแลังงั้อละสนะใีลหอรรง้กบัาอพจาง้ืนรแานตรลทำยอ้ะป่ียว์นรกรันบัระอชบัฟสงยั าคงั แนแก์ดลงนำอะารวกรนบทบัไกมรำฟับหิ้ทงงักโำอแรำรงงนรสเวรผด่วทยี้ชูำนนาเ่วตนงยดำกินผงบาบโู้อลครัง�ำ ดดรพนำ�งงสิวเกบนยัยำงั กนินราแโจวครลกำกรกะางลรนกรุ่มนำาศบสุยร.รรดอจณิหรำาาพ.ก์ศรโรดุภรงาศยชเชนม.ยัดำแี รวดสผ.์จรศิงนัน.หุภเงอทา์ยชกนะรยั ล์แบปสกัลุศลงิษะยหัดปณ์ ย์อหร์ะงะบัวคบกหญุ ก์ุศันนทำยคำ้ รา้์โณุ หบวคภัวรรผหหิาง้อู กพนำ�ำ ำร้ากนรสโาวค่วร(ยรซนศกง้ำกึตกายษำรา)บารแลลดะง
ลงใพหนื้กทารี่ปตร้อะนสรำับนงแำลนะกรับโฟรังแเรนียวนทดางบกังาพรดิส�ำัยเนวนิ กโคำรนงกุสารรณจ์าโกดยรมศ.ี ดร.ศเอุภกชลัยักสษงิ ณห์ยบะุญบุศทยำ้ ์วหผวั ู้อหำนนา้ วโคยรกงำกราโรง(เภราียพนขแวลา)ะ
อำจำรย์วันชัย ดอกไม้ทอง ผูช้ ว่ ยผู้อำนวยกำรกล่มุ บรหิ ำรงำนแผนงำนและประกันคณุ ภำพกำรศึกษำให้กำรต้อนรบั
และรับฟงั แนวทำงกำรดำเนนิ โครงกำรจำก รศ.ดร.ศุภชัย สิงห์ยะบศุ ย์ หวั หนำ้ โครงกำร (ภำพขวำ)

บงั ให้กำรต้อนรับ และรับฟงั แนวทำงกำรดำเนินโครงกำรจำก รศ.ดร.ศภุ ชยั สงิ ห์ยะบุศย์ หัวหน้ำโครงกำร (ซ้ำย) และ
ลงพืน้ ทป่ี ระสำนงำนกบั โรงเรียนดงบังพสิ ยั นวกำรนุสรณ์ โดยมี ดร.เอกลักษณ์ บุญทำ้ ว ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียน และ
อำจำรย์วนั ชัย ดอกไม้ทอง ผชู้ ่วยผ้อู ำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนแผนงำนเอแกสสลาาขระปาทรปะำ�กนรอบุ บะำ�กรากงุ รศนันลิ �ำปเควสัฒนณุ อนผธลภรงรามำน”พกำรศกึ ษำใหก้ ำรตอ้ นรบั 119
และรบั ฟังแนวทำงกำรดำเนินโครงกำรจำก รศ.ดร.ศภุ ชัย สงิ หย์ ะบศุ ย์ หวั หนำ้ โครงกำร (ภำพขวำ)

ภครำูโพรปงเรระียกภนคอาณดพบงะปบค2รังระคพูโกรณิสงอเยับระนยีท2นวำดกคงงำำณบนระังนลพทสุง�ำิสพรงัยณานื้นนทวท์ ลก่แีเี่งขาพนร้ำื้นะนรทนุสว่ ่ีแรำมณนโโคะค์ทรนร่ีเขง�ำงก้าโกครำำว่รรรงมกณโพคารรหอ้งณก้อมางกหรปบั้อพรงปะรปร้อชระมมุะชกชโำรับมุ ชงปโเรนรรงใะยีเนรชนียพาดนชน้ื ดงนทบงใบนี่งั คังพพพณน้ืสิ สิ ทยัะยั ่ีตนนควัวณวแกกะทาำตรรนวันนขแุสุสทอรรนงณณอข์ องก์ กคงบั อับ์กนงำนกั ครเกั์กรบเียารรนียิหนำรคสณ่วนะ
ตนำำบยณลดรงงบคงั์ศกัโดดย์ิ รบรำรศวหิ ร.าดินรรสท.ว่ศรนภุ์ แตชล�ำ ัยบะลคสดณงิ งหบะผ์ยังศะ.โตบดนยุศุพยรล์ศอ.เด.อดรนร.ศอ.อภุ่อรชนรยั นถสาวงิยิทหณ์ยศระงลิ บคำุศ์ศนยัก้อ์ดอย์ิ .รดผารวศ.อร.ินปรรทยถรตุ ว์ แิทชลน่ืศะิลสคาณงนวะ้อนยผผศศ..ตปนยุตพุ ลชื่นเอสงนวอนอ่ น

ภแลำพะภคบปณาุศรพะยะกป์ แเอรพลเบะร่อืะกยี ทค3อนณำบกรคทู้ะจิ ว3กั้งำเดพรมก้ารเอื่ิจนขมทกำ้กกรำ�ใาำรคจรรมกวสจกาบั ำรมาผแ้ารเงเนู้ขจขสกา้ �ำ้ำสใกแรจรล่วนกคมุ่มกบัผ์ โผกลผคเู้ลงูเ้ขรขามุ่ง้ำา้นกผรรจบัำู้เว่ขติรกมา้ใรำโรนกครับเรอรปกรงบำามกหรรามอแมรบลำใแนยะรลกมเะแปากลแารำะหลอรกะมบบจิการรกยามรรรกยแบราำลมรรยะรเเชปกยบ่วจิา็นือ้งยกมเงเวรตคับลร้นคอื้มำุเงททโตชดี่จศว่น้ยะกงเเ์อโรกวดศาดิลยส.กาดาทริจรทศก.จ่ี ศ้อ.ระดภุงรเรถกชม.น่ิิดยัศกดกภุำสงิจรชงิบเกัยหรังรีย์ยสรนะมงิ รบหกูท้ ุศย์า้ังยระ์
ดำ้ นกำรสร้ำงสสรค์ผลงำนจิตรกรรม และกำรอบรมกำรเป็นมคั คเุ ทศก์อำสำท้องถิ่นดงบงั

ภำพประกอบ 3 กจิ กรรมกำรจำแนกกลุม่ ผเู้ ขำ้ รับกำรอบรม และกำรบรรยำยเบ้อื งตน้ โดย รศ.ดร.ศภุ ชัย สิงหย์ ะบศุ ย์
12แ0ละคณะ เพือ่ ทำควำมเข้ำใจกเสอบัากขสผาาทรเู้�ำ ปขนรบุำ้ะก�ำ รรอุงบว่ศกิลมาปรโวนัฒคำ�เนสรธนงรอรกผมล”ำงารนในเปำหมำย และกิจกรรม ชว่ งเวลำที่จะเกิดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ทั้ง
ดำ้ นกำรสรำ้ งสสรคผ์ ลงำนจติ รกรรม และกำรอบรมกำรเปน็ มคั คเุ ทศก์อำสำทอ้ งถ่ินดงบงั

ภาพประกอบ 4 คณะทำ�งานลงเกบ็ ขอ้ มูลจากพ้นื ที่จริง ณ วัดโพธาราม โดย รศ.ดร.ศุภชยั สิงหย์ ะบศุ ย์
ภำพประกอบอ4.เดพครอื่ ณ.อเประรน็ทถกำวางทิ รำลนศงลิลสงามั เนกผอ้บ็ัสยพข้อืน้ผมศท.ูล่ี ปแจยลำตุะกทพชำ�่ืนืน้คสทวงาจ่ี วมรนเงิขผา้ณศใจ.ตวจนัดากโพุ พปลธรเำะอรสนำบอมก่อาโนรดณยอจ์.ณรรศิงร.ขงดอครง์ศ.คศกั ณุภดช์ิะรยัผาู้ดวสำ�รงิเินนหทนิย์ รโะ์คแบรลศุงะกยคา์ ณร ะ
อ.ดร.อรรถวิท ศลิ ำนอ้ ย ผศ.ปยุต ช่ืนสงวน ผศ.ตนุพล เอนออ่ น อ.ณรงค์ศักด์ิ รำวรนิ ทร์ และคณะ เพื่อเปน็ กำรลงสัมผัส

พืน้ ท่ี และทำค1วำ.2มเขนั้ำใดจ�ำจเนำกินปกราระสบกำรณจ์ ริงของคณะผดู้ ำเนินโครงกำร

การอบรมภาคทฤษฎี
1. ความร้ดู า้ นประวตั ศิ าสตร์ สังคมวฒั นธรรมท้องถ่ินอีสาน อกั ษรโบราณ
อบรมความรู้ด้านประวัติศาสตร์และสังคมท้องถ่ิน เจาะลึกในชุมชนกลุ่มมหาสารคาม ในเขตหมู่บ้านท่ีมี
จติ รกรรมฝาผนังท้งั สามชุมชน เพอ่ื ใหเ้ หน็ ถึงความเปน็ มาเชิงประวัติศาสตร์ และบรบิ ททางสงั คมวัฒนธรรม ประเพณี
พุทธศาสนาท้องถ่นิ โครงสร้างความเปน็ ชุมชนท้องถิน่ บทบาทของวัด อุโบสถ และจติ รกรรมฝาผนงั ตอ่ ศาสนาและ
ชมุ ชน รวมทั้ง วรรณกรรม นิทานพืน้ บ้าน และภาษาโบราณ ซ่งึ เป็นวถิ ีลลี าชวี ิตผู้คนในอดีตสมัยเมอ่ื 100 ปีทีผ่ ่านมา
รวมทั้งปรากฏการณ์ทางสงั คมระดบั ชาตสิ ยาม ที่เป็นตัวบทส�ำ คญั เน้อื หา และรูปแบบจติ รกรรมฝาผนัง ซ่งึ ช่างเขียน
พื้นบา้ นได้สร้างสรรค์ไวท้ ่ผี นงั อุโบสถ
2. ความรู้ด้านมัคคุเทศก์และการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เน้ือหาเก่ียวกับมัคคุเทศก์กับการ
ทอ่ งเทย่ี ว และอตุ สาหกรรมทอ่ งเทยี่ ว ภาระหนา้ ที่ ความรเู้ ชงิ ทฤษฎแี ละเทคนคิ การปฏบิ ตั งิ านของมคั คเุ ทศกม์ อื อาชพี
ยวุ มคั คุเทศก์ และมคั คุเทศก์ท้องถ่นิ ความส�ำ คญั ความหมาย บทบาท และภาระหน้าทขี่ องมคั คุเทศก์ การฝกึ ปฏบิ ัติ
งานมคั คเุ ทศกอ์ ยา่ งถกู ตอ้ ง เพอื่ ความเจรญิ กา้ วหนา้ ในวชิ าชพี และเพอ่ื ความเจรญิ กา้ วหนา้ ของอตุ สาหกรรมทอ่ งเทย่ี ว
ทวั่ ไปและการทอ่ งเทย่ี วเชงิ วฒั นธรรม กรณจี ติ รกรรมฝาผนงั ทง้ั นี้ โดยเชอ่ื มโยงกบั ความรภู้ าคจติ รกรรมฝาผนงั ในขอ้ 1)

และเทคนิคกำรปฏิบัตงิ ำนของมคั คเุ ทศกม์ ืออำชีพ ยวุ มคั คุเทศก์ และมคั คุเทศกท์ ้องถ่นิ ควำมสำคัญ
ควำมหมำย บทบำท และภำระหนำ้ ทข่ี องมัคคุเทศก์ กำรฝึกปฏิบตั ิงำนมัคคุเทศก์อยำ่ งถูกตอ้ ง เพื่อควำม
เจริญกำ้ วหนำ้ ในวชิ ำชพี และเพอ่ื ควำมเจรญิ กำ้ วหน้ำของอุตสเำอกหสสาากขรปารทระ�ำรกนอมบุ บำ�กทราุงรศ่อนิลำ�ปงเวสเัฒนทอนผธี่ยลรงรวามนท” วั่ ไปและกำรท่องเทย่ี ว 121
เชงิ วฒั นธรรม กรณีจติ รกรรมฝำผนงั ท้ังน้ี โดยเชอื่ มโยงกับควำมรภู้ ำคจติ รกรรมฝำผนังในขอ้ 1)

ภกกกภภำำรพำำำำทรรพพปนนรอ่รรรอุุกกงววะเงรรมมกทผณณแแอีย่แู้อภลลเ์เ์บวลปปำ�เาะะพเนะน็็นพววช5อื่วัตตัตติงปรรพยวถถัวัวศรอกัฒิธุปุปแแ.ะงดาเีททรรนกรปรระะนนบัอธโดิ.สสศรเบกผผงงสงภุริจคคเออน้ม5รชก์์..ยีจทโโยัแแรพรรังนาลลรงงสหธิงดะะมเเกิงีเวรรแแงปกหดยยีีัาบนนำิดร์ยนนมงัววรทกะกกพหททพิจบ่อลลำสิำำัฒกงุศส่ำ่ำงงยั เรนววกกยำทนรเเรำำำ์ ปป่ยีวมอครรกกวิิดดกธททำลเาโโิบามชำำ่มุคครรงงางิมนรรพโำำวยงงดคักุนนัฒฒัภกกยครโโาำำนนคคมณุเพรรทธรราีนออ์เรรศกงงปำยยวกกรลกย็น่่ำำมมำำมุ่์ทเงงตรรแฉจมเเ้อัวลปปลังคังแหะมิน็น็ถคทววชททิ่นุเนตัดัทัยำำใถมนงงศผุปกกหชสกอำำรามุบืท์.รระสโชสอ้รสาแแนงนุงรงลลเถจทครคะะิ่นิตีย์ารแใรนมนรรรลกกอศศชโะรลดง..รมุแดด่าผยมนชวรร้อูมฝนว..เศศำีนปำทจนุภุภผาิดิตาวยชชนโงรยคเััยยกังกฉกรดารลสสงำรง้ัรมิกงิงิรเทมดหหโาช�ำฝรมิ์์ยยยังงาอะะาเผเสยรบบนพนบืยี่าศศุุโอื่ งังคนสยยรเดรดุนป์์อ้งังงทน็อองเกบดรรธธทาับังิมบิบิราพเำำงสสิยยก้นยัาทนรำวง

ภภโณณโบบำำรรรรพพงงภำำคคปปณณา์์ศศรรพใใะะกักั นนปแกกดดจจรลออ์์ แิิตตะรระบบลำำรรกวววกกะอัด66ะะรรบปอรร((รรภภา่ิินน.มม6ณเำำฝฝททลพพร(ำำรรไภงบบลผผ์์ คายนนนนบบพ์ศ์งงััจจรรแกับตตำำรรลดำำนกกยยะมม์ซซจำำรลลยย้ำำ้าอายยำำกบบวักดดไไซรระษปปับบัรรา้ รขขยยยนิ โ((ววำำไบภภทำำปยยอำำรร))หหขาพพา์ คคจบววััวณลลุณุณาาขขร่ำำ่ใร)้อ้อรพพนงงยคยเเ))จอ่อ่รร์เาุณขอ่ือ่ืิตเเปปยสส้าพงงรบรรถถกอ่ะะจจว่รยยีี รชชเมติิตรรรสรำำยรรอมถพพชชกกาบฝยีนนยทุทุรรรารรรหไไมผแแมมธธวัพรนลลสสฝฝขับทุะะงังงำำ้อฟตไนนผผนนเธารังกกันนสักักมกอื่เเงงัั งปปรรลางฮฮียียรรรำ�นูปูปจนนำำบดักแแิตชชรบั ปตตออรญญรม้ม้กำำรย(์ทท์ภจจาววราออ้้ชำำรดัดัายรรงงมญพโโยยถถพพฝลท์ ์์เเิน่ิน่ธธาขข่า้อำำผงำ้ำ้รรงรร)นรรศศถำำ่วว่ปัง..มมิ่นดดมมฮรรรออปูแแะร..บบศชลลแศศะะา.รรตภุภุ ดชมมวว้มชชรดดัันรรวััยย.บบััศปปัดแสสภุฟฟำ่ำ่โลพิงงิเเชงงััลลหหะกกธยั ไไนย์ย์าำำลลสะะกัรรรยยบบาบบงิเ์์รมหแแรรศุุศียลลรรย์ยยนยยะะะ์์ แแำำบออยยลลุศกกััะะยษษ์ออรร..

122 ภำพประกอบ 6 (ภำพบนจเำอกกสซารำ้ปรยะกไอปบขกาวรนำำ�)เสคนอุณผลพงานอ่ เสถยี ร พุทไธสง นักปรำชญท์ อ้ งถิ่น รศ.ดร.ศภุ ชัย สิงห์ยะบุศย์ และ อ.
ณรงคศ์ ักด์ รำวะรินทร์ บรสราขยาำทำ�ยนบบุ ำ�รรงุรศยิลปำวยฒั หนธัวรรขม้อ” เรอื่ ง จติ รกรรมฝำผนงั ฮปู แตม้ วัดโพธำรำม และวดั ป่ำเลไลย์ และ อกั ษร

โบรำณในจิตรกรรมฝำผนังตำมลำดบั (ภำพล่ำง) ประชำชน และนักเรยี น อำจำรย์เขำ้ รว่ มอบรมรับฟังกำรบรรยำย

ภำพประภกาอพบป7ระผก้เู ขอ้ำบร่ว7มอผบู้เขร้ามรกว่ ำมลอังบฝรึกมทกกั ำ�ษละงั กฝำกึ รทอกั ่ำษนะแกลาะรเขอียา่ นนแอกลั ษะเรขตยี ัวนธอรักรมษรแตลวั ะธอรกั รษมรแไทลยะนอกัอ้ ษยเรพไ่อืทอยำ่นน้ออยกั ษรไท
นอ้ ยในจิตรกรรมฝำผนังเวพดั ื่อโพอ่าธนำรอำักมษกรไับทวนัดอ้ปยำ่ ใเลนไจลิตยร์ กรรมฝาผนังวัดโพธาราม กบั วดั ป่าเลไลย์

คภณำพะพปกรภรำ้อะรามกทพกออ่ ปบับงรเนท8ะิสกย่ี อิตวอ.คดแบณรล.ะ8อะกรกอำรา.รถดรโวทรริทง.่ออแงศรรเลิรมทถำ่ียนมววหทิอ้ แยำลศวะบิทิลกรายรานำยรลอ้ โำยัรยยมงหบแหวัรรำขมรส้อยำมเารรหยคือ่ าหำงวมัวมิทขทัคยอ้ คำาเหรุเลท่ือนยั ศงำ้มกทหมแ์ ี่เัคาปลสคน็ะาุเกพทรำเ่ีคศลราทก้ยี มแ์อ่งยงลทุวเะท�ำมกห่ยีคั าวนครท้าเุททำท่องศเ่ี วงปกเัฒน็ท์ นพ่ยี ธวเี่ รลทรี้ยามงงยวพุวฒั รมอ้นคั มธคกรุเบัรทมนศิสกติ ์

1ก.าปรอฏบบิ รตั มกกิ ภาารารผคอลปบติ ฏรขบิมอัตงภทกิ าร่ีาคะรปลกึฏิบดว้ัตยิกกาารรวาดภาพคดั ลอกจติ รกรรมฝาผนงั ทม่ี รี ปู แบบและเนอ้ื หาจากจติ รกรรม
สฝาาผมนารงั ถทสง้ั สรา้องงสวรดั รจคดั ์ผ1อล)บงปารฏนมทไบิ ดโ่ีตั รอ้ ิกงยเำรา่ รยีงมผนคีลดุณงิตบขภงั อาพพงสิ ทยั ีร่นะวลกกึารดนส้วุ รยณกำ์ แรลวะำทดอี่ ภโุ บำพสถควดั ดั ลโพอธกาจริตามรกกรบั รมวดัฝปำา่ผเนลไังลย์ ทกร่ีมะีรทปู งั่ แนบกั เบรยี น
และเนือ้ หกำิจจกำรกรจมติ สรำ�กครัญรมคฝือำผกนางัรทคัดัง้ สลออกงวภดั าพจเัดขียอนบจริตมรทกโ่ี รรรงมเรฝียานผนดังงบซังึ่งพมสิีนยัักนเรวียกนำสรนนใสุจรจณำ�น์ วแนละ3ท0่อี โุคบนสถทวุกัดคนมี
โเคดพองวนธบาอำมังรอ่พตำน้ัสิงมใยั จอนก.สวมบั กนัุ่งามตวรั่นิดั นสเปขสุดี ่ำียราเณรนกลาิจ์แไชคลลกัดแะยรลทลร์ อกมะอี่ กรนุโสบจะิสำิตทสิตครถง่ัสญั กวนารัดขักครโาเพมอืทรฝธยีศั กาานนรผำศสารนมิลำคังปมัดกภ์ำลับจราอว�ำถยัดนกใสปตวภรนา่้กำ้ำเาพงล1รสไเ0สลขรอยียครน์คนนข์ผทจอล�ำิตงหงรคำนกณน้าราทไรจด่เีมาป้อฝรน็ยยำพำ่์สผงีเ่ านลมขยี้งั ีคางทุณซกัศ่งึ ภามนรำีนศเพขิลักียปเนร์ ียภนนาำ�พโสดนยจใัดจผทจศโี่ ำร.ตนงเนวรุพนยี นล
30 คน ทุกคนมีควำมต้งั ใจ มุ่งม่ันเขียน คดั ลอกจติ รกรรมฝำผนงั ภำยใต้กำรสอนของคณำจำรยส์ ำขำ
ทัศนศิลป์ นำโดย ผศ.ตนุพล เอนอ่อน อ.สันติ สีดำรำช และนิสิตสำขำทศั นศิลป์ จำนวน 10 คนทำหนำ้ ท่ี
เปน็ พเี่ ลีย้ ง กำรเขยี นภำพ จดั ทโ่ี รงเรยี นดงบังพสิ ยั นวกำรนุสรณแ์ ละท่ีอโุ บสถวัดโพธำรำม กบั วัดป่ำเลไลย์

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 123
สาขาท�ำ นุบำ�รุงศลิ ปวฒั นธรรม”

ภำพประกอบ 9 กจิ กรรมกำรสร้ำงสรรคภ์ ำพ Re-Production จติ รกรรมฝำผนัง วัดโพธำรำมและวดั ป่ำเลไลย์
ภาพประกอบ 9 กิจกรรมการสร้างสรรคภ์ าพ Re-Production จติ รกรรมฝาผนงั วดั โพธารามและวัดปา่ เลไลย์

ภำพประกอบ 9 ก2จิ )กปรรฏมบิ กตั ำกิรสำรร้ำทงำสหรนรค้ำทภ์ ำี่มพัคคRุเeท-ศPกro์ duจcดั tอioบnรมจทิตรโี่ รกงรเรรมยี ฝนำดผงนบงั ังวพดั สิ โยัพนธวำรกำำมรแนลุสะรวณดั ์ปแ่ำลเละไทลี่ ย์

อออกุยโุโบับบ่ำสงวสมดัถถีคปววัดาุ่ณดัเ โลภพโไพำลธพยำ2ธ์ร)ำกำปรรมฏำะบิท2มกตัั่ง)บั นกกิ ปกัาับวฏรเดัรทบิียวป�ำ นัดัตหำ่ สปนเิกลาา้่ำำมไทเรลาลม่ี รทยคัถไ์ำลคทกหเุย�ำรทหนะ์ ศกนท้ำก้ารทั่ง์ ทจะน่มีดัี่ยทักอัควุ ั่เงมบครนัครียุเมักคทนทุเเศสทรโ่ี รศำกยี งมก์นเรท์ำสยีราจนถงำัดวดมทฒังอำำบนบหรงั ธถพรนรมทสิำ้รยัทมทำนไยี่หีโ่ดวรวุ นอ้กงมยาำ้เัค่ารรทงนคยี ม่ียสุเุ นีคทุวรุณณดมศงภก์ัคแบา์ทคลพังำะุเพทงทวอ่ีสิศัฒโุ ัยกบนน์สทธถวำรวกงรดั วำมโัฒพรไดนธนา้สุ รธารรมณรม์ แไดล้ะท่ี
อยำ่ งมีคุณภำพ

ภจติำพรกปรรระภมกาทฝอพ่ปีำบผปรนาร1กังะ0ฏกวออใัดำนบโจจพำติ1ธร0รำยกรณ์ อำรมารรจงมคาฝใรศ์หายกัแผ้ ์ณดกน์ิก่รงั รงลำวคมุ่วดั ์ศรผโกันิเู้พขดทธำ้ ิ์รารร์ร่วากามวำมรอรินบบใหทรรแ้มรรย์กกกำก่ำายรลรกเมุ่บปำผรน็รูเ้รอมขย่ำคัา้ านรคยอ่วเุ กทมักาศอษรกบรอไท์ร่าทมอ้นนกงออ้ถาักยน่ิรษเดปแรงไลน็ บทะมังนอคั อ้กั คยษุเทรแตศลัวกะธท์ อรอ้ กัรงมษถรทนิ่ ต่ีปดวั งรธบำรกงัรฏมใน

ภำพประกอบ 10 อำจำรยณ์ รงค์ศกั ด์ิ รำวรินทร์ กำรบรรยำยกำรอ่ำนอักษรไทนอ้ ย และอกั ษรตัวธรรม ท่ีปรำกฏใน
จติ รกรรมฝำผนัง วดั โพธำรำม ใหแ้ กก่ ลุ่มผเู้ ขำ้ ร่วมอบรมกำรเป็นมัคคุเทศก์ท้องถน่ิ ดงบงั

124 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบำ�รุงศลิ ปวัฒนธรรม”

ภำพประกอบ 11 รศ.ดร.ศภุ ชัย สงิ หย์ ะบศุ ย์ หัวหน้ำโครงกำร พรอ้ มด้วย อ.ดร.อรรถวิท ศลิ ำน้อย บรรยำยให้ควำมร้แู ก่
ผู้เขำ้ ร่วมโครงกำร โดยแบ่งเป็นควำมรู้เกยี่ วกบั จติ รกรรมฝำผนัง ประวัตศิ ำสตร์ สังคมในอดีต และกำรนำเสนอใน
รูปแบบผรภขปูเู้ำอขพแงำ้ บปกรบ่วรำมะขรบกโอภเครปองารรกบน็พยงภผรำกปูมเู้ปำา1รขพแำยเ1คั้ำรบปรปรใะคบว่หรรน็ กโมะขศเุด้คมกอทโอ.คยวอัคดงบศรกแบาครงำมกบ.กุเ11รศทำร์ง่เ11ปภุรแู้สเศรป็นชโกังรกศดมน็คยัศ.่ผ์ยัคดคม.แู้เครสดขบว.ใเุศงิทร้านำ่งุภหเ.ศรมอปศชกย์ว่ รน็ดยัภุ์มะูเ้คีตกชสบโวงิคยี่ัยำุศหแมวรย์ยลสรกงะ์เู้ะกงิกบัหบหกย่ีาุศจวั วรา์ยยหติกร์ะับหรโนนบดกจัวำ้ �ำหติยุศรโเรนครแยสก้ำมรบ์นรโหงคฝรง่อกมรำัวเใงฝำปผหนกำรนน็ำนผรรนพงัคูปา้ พงัวโรปแครปอ้าบรอ้ รรมมะมะบงรดดววกข้เู้วัต้วัตกายอศิยศิ รี่ยำงอำสวอก.พสดตก.าดรตรรบัร.์ ้อรอรสเจร.์ปงัมอสรติคน็ดถรมงัรวรว้มคใกิทนถยมคัรอวศใครดอิทิลนมตีเุ .ำทอดฝนศแดศรอ้าลลิ .ตียกผะอำก์นบนรแำรงัร้อรลรนถยยะปำวำกเรบยสิทำะในรรหวอศรน้คัตใยลิวนำศิำำาเมยสานรสใน้อแู้หตอกยค้ ่รใวน์ ำมรแู้ ก่

ภาพประกอบ 12 อ.ดร.อรรถวิท ศลิ านอ้ ย และคณะผูด้ ำ�เนินการอบรม ให้ผู้เข้ารับการอบรมฝึกปฏิบัตกิ าร
บรรยายในเชิงมคั คุเทศกข์ องผู้เขา้ รว่ มโครงการ ในสถานท่จี รงิ ภาพล่าง เดก็ ชายศริ ิภทั ร ไชยอนิ ศูนย์
ฝกึ การนำ�เสนอแบบมคั เุ ทศก์ เพือ่ ใหผ้ ้เู ข้าร่วมโครงการได้ฟัง พร้อมรบั คำ�แนะนำ�

เชงิ มคั คเุ ทศกข์ องผเู้ ข้ำร่วมโครงกำร ในสถำนที่จรงิ ภำพล่ำง เด็กชำยศิริภัทร ไชยอินศูนย์ ฝึกกำรนำเสนอแบบมคั ุเทศก์
เพ่อื ใหผ้ เู้ ขำ้ ร่วมโครงกำรได้ฟัง พร้อมรบั คำแนะนำจำก
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 125
สาขาทำ�นุบำ�รุงศิลปวัฒนธรรม”

ภำพประกภอาบพป13ระพกอ่ อเบสถ1ีย3ร พพอ่ ุธเไสธถสียงรกพำลธุ ังไบธสรงรยกำำ�ยลปงั รบะรวรตั ยแิ าลยะปทรีม่ะวำขตั อแิ งลวะัดทป่ีมำ่ าเขลอไลงวยัด์ ใปหา่ ผ้ เเู้ลขไำ้ลรย่ว์ มใหอผ้บูเ้รขมา้ มรัคว่ มคเุ ทศก์อำสำ
ทอ้ งถิน่ ดงบองั บฟรงั มพมรัคอ้ คมุเทตศอบกอ์ขา้อสาักทถ้อำงมถขิ่นอดงงผบูเ้ ขงั ำ้ฟรัง่วมพอรบ้อมรมตอใบนขสอ้ถสำนกั ทถา่ีจมรงิขอณงผอูเ้ ขโุ บ้าสรว่ถมวอดั บโพรธมำรในำมสแถลานะวทดั ่ีจปร่ำิงเลไลย์

ณ อโุ บสถวดั โพธารามและวัดปา่ เลไลย์

ภาพประกอบ 14 อ.ณรงคศ์ ักด์ิ ราวรนิ ทร์ กำ�ลงั บรรยายเกี่ยวกบั การอ่านอกั ษรธรรมและอกั ษรไทยน้อย
พร้อมเลา่ เร่ืองราวท่ปี รากฏบนผนงั ดา้ นนองของสิมวัดปา่ เลไลย์แกผ่ เู้ ข้าอบรมมคั คเุ ทศก์อาสาท้องถิน่ ดงบัง

126 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาทำ�นบุ ำ�รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”
ภำพประกอบ 14 อ.ณรงค์ศักด์ิ รำวรนิ ทร์ กำลังบรรยำยเกีย่ วกบั กำรอ่ำนอกั ษรธรรมและอกั ษรไทยนอ้ ย พร้อมเล่ำ
เรอ่ื งรำวที่ปรำกฏบนผนงั ดำ้ นนองของสิมวัดป่ำเลไลย์แกผ่ ู้เขำ้ อบรมมคั คุเทศก์อำสำทอ้ งถ่ินดงบงั

ภำพประกอบ 15ภคาณพะปผแรอู้ ละบะกรคอมณบมะคั 1ผค5ดู้เุ ทำ�คศเณนกินท์ะโอ้ผคงอู้ รถบง่ินรกมปารมรถะคั ่ากคยอุเภทบาศดพกว้ ยร์ทว่ค้อมรงูกถอันิ่นำทจปำด่ี รร้ายะน์กนหอักลบเังรดอยี ว้โุนบยคสแรถลูะวอคัดาณปจ่าะาเรผลยดู้ ไ์ำลนเยนัก์ นิเรโียคนรงกำร
ถำ่ ยภำพรว่ มกนั ทด่ี ำ้ นหลังอโุ บสถวัดปำ่ เลไลย์

การพฒั นาสอื่ และระบบข้อมลู สนบั สนนุ โครงการมคั คเุ ทศก์ทอ้ งถนิ่

1. จดั ท�ำ กเวาบ็ รไพซตฒั ท์ นม่ี าคี สณุ ือ่ ภแาลพะดรา้ะนบเนบอื้ขห้อามแูลสะปนรับะสชนาสุนมั โพคนัรธงก์ าารรทมอ่ ัคงคเทุเทย่ี วศนก�ำท์ เสอ้ นงถอไิ่นวใ้ นเวบ็ ไซตม์ หาวทิ ยาลยั

มหาสารคาม คณะวชิ าทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เวบ็ ไซตข์ อง อบต. โรงเรยี นดงบงั นวการนสุ รณ์ รวมทงั้ เวบ็ ไซตข์ องวฒั นธรรมจงั หวดั

และการเท่ยี วจังหว1ดั )มจหัดาทสำาเรวค็บามไซตท์ ่มี ีคณุ ภำพ ดำ้ นเนอ้ื หำและประชำสัมพนั ธ์กำรท่องเทยี่ ว นำเสนอไว้
ในเว็บไซต์มหำวิทยำลัยมหำสำรคำม คณะวชิ ำท่เี กีย่ วขอ้ ง เว็บไซต์ของ อบต. โรงเรียนดงบงั นวกำร
นุสรณ์ รวมท้ังเว็บไซต์ของวัฒนธรรมจงั หวัด และกำรเทยี่ วจังหวัดมหำสำรคำม

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 127
สาขาทำ�นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”

ภำพประกอบ 16 เพจกำรใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั วัดปำ่ เลไลย์ วดั โพธำรำม ขอ้ มูลกำรเดินทำงเข้ำพน้ื ท่ี ซงึ่ ในเพจนี้ผอู้ อกแบบ
ไนกดำักท้รทนไกภำอ่ดกำสุำง้ทรพำรเนำรปทณปกเภุสรย่ีรช์โำระาผะรอวือ่รณชพงอู้กทงเมเาชอคปอ์รี่สโสออื่กยีบ์กยรนัมงมแนะำงคใพ1โกบลรดจ์กย6ันบอิงบงำงโธบคบรเไลรดพก์ดไิห์ังบิงยว1าพจ้ทคำรสก้ร6สิำ�ไหิ์รทำับวกำสัยำเมก้อ่รพานรว่ กใบังำรสนจวหเรเำ่วทกกชตก้ขถรนาอ่ืายี่ำำอ้ทสรรตมวบรม่อืบนใำแทโลหลูงยบคสุกอ่ดเ้ขงรน้ลก่ทงอ้ลงณดเ่ียไกัีย่บทมิงดงว์ทควังูลย่ีอบ้จกจอ่์ไเวงังำับวเกังงคจพก้กวเหี่ยเงั์กทพ่ือบัคัดวหวาี่ยเ่ือปำกัดรวปกวเบัำ่บดัมปาท็น่ำเวมรรลหน็ี่สชดัิหท“หไำชน้อปลกา่อำส้อใงยรา่สำงจำงทสเ์เรำรทลวทโำว่พรคัดไดำย่ีงนคลฒังำโยใวตำพยในมสจนนม�ำ์ธกางัวบกำวำหมวำดั กลำฒัรฒัราวโรำดลพรตดันตมนงุ่มถิดมธธิดบธสมขาหตรตรงัืบรคัอ้รราอ่่อาเคมมสสพสม้นูลาุเจจอื่อื่ื่อทรกไังขังสสเดคหศหำ้อปำำ้จารกวมวน็รรมาเดั์ทัดแูลแชกมลมกอ้วิน้อลคหะฒัาหงงทะ�ำ รปำทถวปำนเสรนิ่าาสงดรธำะงเใำนิะรข“รใชนรรนชทคก้ำำชคมพำกำาาสมุจำมสรงาื้นมั มงัเพชรมัขทพหโตนฒัพร้าโ่ีันวดิซงพรจนันดัธเตง่ึติ้นืรก์ามธใเอ่ ยีรรทกน์กำหสกนยีรล่ีเำาือ่พซทรนด่มุรสส่ึงรจงอ่ทมดาใามบนงรนคัง่อรเฝงัคผ้ีบคเแงทพพำา้อูเเุังล่ยีททผมสิจอพะวยันศยี่นกิสแนกวแงัี้ กัยดแว์บ่นัง้กบวเ่ ดมิ
เพือ่ รนอักงทรอ่ บัทง้อเเสทงน้ถี่ยิน่ทวทใำนสี่งชกนุมำใจรชทนโอ่จดิตยงเรสทกำยี่รมวรำมเรชฝถงิ สาวผืบฒั นคนังน้ ดธไ้ังดรเร้จดมำิมกจเคังพหำอื่ววร่ำัดอ“มงกรหำบั ำรเสสพำ้นฒั รทคนาำำงมกก”ลา่มุรทมัค่อคงเุ ททยี่ศวกเ์ทชิง้อวงัฒถ่นิ ใธนรชรมุ ชจังนหจวติ ัดรมกหรรามสฝารำคผานมงั ”ดัง้ เดมิ

เพ่อื รองรบั เสน้ ทำงกำรทอ่ งเทีย่ วเชงิ วัฒนธรรมจังหวัดมหำสำรคำม”
ภำพภปำรพภะปากพรอะปบกรอ1ะบ7กอ1โบล7โโ1กล7้ โหกโรล้ หอื โกรตอื้รหตำรรสือำญั ตสลรญั าักลสษกัญณษลณ์ักโษ์คโรณคงร์ กงโคกำรำงโรดกโดายยรผโผูอ้ดูอ้ อยอกผกอู้แแอบบกบบแไบดบ้อไอดก้อแอบกบแดดบ้ว้วบยยดกก้วำำยรรกปปารรบั ปับภรภำบั ำพภพสาสมิ พมิวสดัวมิ โดั พวโัดธพโำธพรำำธรมาำรเมปามเน็ ปน็
เขวอคงเกขเตวอำอครงรเกเตเ์ดำพอินรรื่อเทเ์ดเพปำนิเือ่งปน็ทเ็นกปกำเงำำ็นวรรคกกแทเำำตสรอ่รอดแทงรสเงอ่ ท์เภดงพ่ยีเงึ ือ่ทภวเี่ยึงปำวภพ็นำตกเพปาัวตน็รแัวแแทแสสนทดดขนงงอภถขงึงงึอทภภงทาาอ้ พพ้องถตตงถ่นิัวัว่นิแแพททพรนนรอ้ขข้อมออมกงงกทกบั ับา้อกรกงำเำถดรร่ินินใชทพ้ภารำง้อพมกเกาวรับคทเกตอ่ตาองอรเรใรทช์ข์ขีย่้ภออวางงพเคเคเรวรือ่คือ่ งเตงเปเอปน็ ร็นแข์ แสอดสงเงดคถงรงึถ่อื ภงึงำภพำตพัวตแัวทแนทน

128 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบ�ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”

ภำพปรภะากพอปบร1ะ8กอโบปส1ก8ำรโปด์ นสกำเาสรน์ดอนภ�ำ ำเสพนสอำคภญั าพจิตสร�ำ กครญั รจมิตฝรำกผรนรังมอฝุโบาสผถนวังัดอโโุ พบธสำถรวำัดมโพกบัธาวรัดาปม่ำกเลับไลวยัด์ ป่าเลไลย์

2. จัดทำ�เ2อ)กจสัดาทรำปเรอะกกสอำบรปการระนกำ�อเบสกนำอรจนิตำรเสกนรรอมจฝิตารผกนรังรมแฝลำะผเนคังรือแขล่าะยเคเสร้นือทขำ่ายงกเสาน้ รท่อำงกเทำี่รยวเชิง
ศทลิ ่อปงวเฒั ทนย่ี ธวรเรชมงิ ทศง้ัลิ 2ปววัฒดั น2ธชรมุ รชมนทโั้งด2ยผวนดั วก2รวชมุมกับชกนจิ โกดรยรมผอนืน่ วๆกรใวนมเขกตับมกหจิาสการรรคมาอมื่น ๆ ในเขตมหำสำรคำม

การบรู ณการ
4.การบโครู รณงกกาารร“การพฒั นากลมุ่ มคั คเุ ทศกท์ อ้ งถนิ่ ในชมุ ชนจติ รกรรมฝาผนงั ดงั้ เดมิ เพอื่ รองรบั เสน้ ทางการทอ่ งเทยี่ ว

เชงิ วฒั นธรรมจงั หวดั มหาสารคาม” เปน็ โครงการท�ำ นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรมทมี่ งุ่ เปา้ หมาย เพอื่ การพฒั นากลมุ่ มคั คเุ ทศก์
ในชมุ ชนทอ้ งถ่นิ ทม่ี ีจติ รกรรมฝาผนงั บ้านดงบัง กบั บ้านหนองพอก ซ่งึ เกิดประโยชนโ์ ดยตรงกับชมุ ชน ประกอบด้วย

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 129
สาขาทำ�นุบ�ำ รุงศิลปวฒั นธรรม”

สถานศกึ ษา โรงเรยี นดงบงั พสิ ยั นวการนสุ รณ์ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลดงบงั และชาวบา้ นดงบงั รวมทงั้ การทอ่ งเทย่ี ว
จงั หวัดมหาสารคาม โดยตรง

อย่างไรก็ตาม โครงการการพัฒนากลุ่มมัคคุเทศก์ท้องถ่ินในชุมชนจิตรกรรมฝาผนังดั้งเดิม เพื่อรองรับ
เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม สามารถบูรณาการกับภารกิจในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ได้ ดงั นี้

1. บูรณาการด้านการวจิ ัย
โครงการการพฒั นากลมุ่ มคั คเุ ทศกท์ อ้ งถน่ิ ในชมุ ชนจติ รกรรมฝาผนงั ดงั้ เดมิ เพอ่ื รองรบั เสน้ ทางการทอ่ งเทยี่ ว
เชงิ วฒั นธรรมจังหวดั มหาสารคาม สามารถบรู ณาการกับการวจิ ัยดา้ น

1.1 การจัดการท่องเทีย่ วชุมชน ซงึ่ เปน็ การจดั การอีกแบบหนง่ึ ของการท่องเทีย่ ว โดยท่ชี ุมชนเป้าหมายจะ
ตอ้ งมอี ตั ลักษณเ์ ฉพาะตัว ท่ีชวนให้เกิดการมาเยอื นของนกั ทอ่ งเทย่ี ว ชมุ ชนทัง้ สอง และบรบิ ทของพทุ ธมณฑลอสี าน
ถือวา่ เปน็ พนื้ ท่ี หรือสนามให้กบั การวจิ ยั เพ่อื พัฒนา ในมติ ิการท่องเท่ียวไดเ้ ปน็ อย่างดี

1.2 จติ รกรรมฝาผนงั ด้ังเดมิ ในทนี่ ี้ หมายถงึ “ฮูปแตม้ อสี าน” เปน็ ศิลปะในมิตวิ ฒั นธรรม สามารถใช้เป็น
ตวั บทการวจิ ยั ดา้ นทศั นศลิ ป์ การวจิ ยั และสรา้ งสรรค์ กรณหี ลกั สตู รทศั นศลิ ป์ สามารถบรู ณาการเขยี นภาพสรา้ งสรรค์
ศิลปะไทยรว่ มสมัย โดยการถอดรหสั ลักษณะรปู แบบจิตรกรรมฝาผนงั อีสาน เพอื่ น�ำ เอาลักษณะเฉพาะมาสร้างสรรค์
ขึ้นใหม่ เป็นผลงานช้ินใหมท่ ่มี ีความเป็นทอ้ งถิน่ อีสาน ซึง่ กรณนี ี้จะเปน็ ทางออกสำ�คญั ในการดำ�รงอย่ขู องจิตรกรรม
ฝาผนงั ด้ังเดิมของทอ้ งถ่นิ อีสาน ท่ีก�ำ ลังอยใู่ นสภาวะเสื่อมและส้นิ สภาพ

2. บรู ณาการด้านการเรียนการสอน
โครงสรา้ งของกิจกรรมคร้งั น้ี สามารถบรู ณาการกบั เรียนการสอน 2 สว่ น ดงั น้ี

2.1องค์ความรู้ ดา้ นศลิ ปกรรมศาสตร์ ประวัติศาสตรศ์ ิลปะทอ้ งถ่นิ วฒั นธรรมศาสตร์ ท้องถิ่นศกึ ษา อกั ษร
โบราณ ในท่นี ้ี คืออกั ษรไทน้อยกบั อกั ษรตวั ธรรม ซึ่งเปน็ ความรู้ภาคทฤษฎีเพ่อื ทำ�ความเข้าใจจติ รกรรมฝาผนงั และ
การน�ำ เสนอเปน็ ความรสู้ �ำ หรบั การทอ่ งเทย่ี วนนั้ สามารถใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน ในศาสตรด์ า้ นศลิ ปะ วฒั นธรรม
และอักษรโบราณได้

2.2 องค์ความรู้เกี่ยวกับการท่องเท่ียว ทฤษฎีและปฏิบัติการในการทำ�หน้าที่มัคคุเทศก์ สามารถใช้เป็น
องค์ความรู้และพื้นที่ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอน วิชาด้านการท่องเที่ยวในชุมชนท้องถ่ินท่ีมีมรดกวัฒนธรรม
ซงึ่ จากการท�ำ งานโครงการ นสิ ติ จากคณะทอ่ งเทย่ี วและการโรงแรมจ�ำ นวน 10 คน ไดป้ ระโยชนโ์ ดยตรงตอ่ การท�ำ งาน
ในฐานะ ผดู้ ูแลมคั คุเทศกท์ อ้ งถน่ิ

3. บูรณาการดา้ นการบรกิ ารวิชาการ
การบริการวิชาการ เป็นหน่ึงในพันธกิจของมหาวิทยาลัย กิจกรรมคร้ัง ได้สะท้อนให้เห็นว่า การดำ�เนิน
โครงการจะสำ�เร็จได้น้ัน จะต้องบูรณาการกับหลายศาสตร์ในรูปแบบสหวิทยาการ หรือ Interdisciplinary สำ�หรับ
กิจกรรมครง้ั น้ไี ดบ้ ูรณาการกบั วัฒนธรรมจังหวัด และทอ่ งเทย่ี วจงั หวัดมหาสารคาม ขณะทห่ี นว่ ยงานในมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม ได้บูรณาการระหว่างคณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะการท่องเท่ียวและการโรงแรม รวมทั้งสถาบันวิจัย
ศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน ซ่งึ ทำ�ให้การบรกิ ารวชิ าการสมั ฤทธผิ ลอย่างมีประสิทธิภาพ
4. บรู ณาการด้านการท�ำ นบุ �ำ รุงศิลปะและวฒั นธรรม
ศิลปวัฒนธรรมมีหลายระดับและมีหลายกลุ่ม อย่างน้อยที่สุดมีสองกลุ่มคือ ศิลปะและวัฒนธรรมที่เป็น
Traditional ของแต่ละสังคมวัฒนธรรม กับศิลปะและวัฒนธรรมที่ถูกปรับแต่งให้รองรับวิถีสังคมในปัจจุบัน อาทิ
การท�ำ วฒั นธรรมเปน็ สินคา้ ในวิธกี ารตา่ งๆ ซึ่งหมายความว่า เป็นการทำ�ใหว้ ฒั นธรรมดงั้ เดิม ไดป้ รากฏพร้อมรับใช้กบั

130 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นบุ �ำ รุงศลิ ปวฒั นธรรม”

วิถีชีวิตและสังคมปัจจุบันอย่างมีศักยภาพ กรณีของการทำ�นุบำ�รุงศิลปะและวัฒนธรรมนั้น สามารถดำ�เนินการได้ท้ัง
สองระดับ คือการปกป้องและอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมด้ังเดิมให้คงอยู่ ด้วยการสืบทอดประเพณีด้ังเดิม กับการ
ประดิษฐ์แต่งศิลปะและวฒั นธรรมชดุ ใหม่ ทงั้ นแ้ี ลว้ แต่บรบิ ท

กลา่ วส�ำ หรับ การทำ�นบุ �ำ รงุ ศลิ ปะและวฒั นธรรมกรณจี ติ รกรรมฝาผนงั ดง้ั เดมิ วดั โพธาราม กบั วัดป่าเลไลย์
ตำ�บลดงบัง อ�ำ เภอนาดนู มหาสารคาม ซึ่งถือเป็นมรดกวฒั นธรรมสำ�คัญของคนท้องถิน่ และชาวจงั หวดั มหาสารคาม
การพัฒนามัคคุเทศก์ท้องถ่นิ รวมทั้งการสร้างสิง่ ของท่ีระลึก โดยเฉพาะการคัดลอกจติ รกรรมฝาผนงั ทส่ี ำ�คัญ จดั เปน็
การบูรณาการทำ�นุบำ�รงุ จติ รกรรมฝาผนังด้ังเดิม ใหส้ ามารถรองรบั บรบิ ทใหมข่ องชมุ ชนอีกโสดหนึง่

บทสรุป

“โครงการพัฒนากลุ่มมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในชุมชนจิตรกรรมฝาผนังดั้งเดิม เพื่อรองรับเส้นทางการท่องเท่ียว
เชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม” เป็นโครงการทำ�นุบำ�รุงศิลปวัฒนธรรมแบบมุ่งเป้า คือ การมุ่งเป้าหมายเพ่ือ
เช่ือมโยงมรดกวัฒนธรรมจิตรกรรมฝาผนังในอดีตสมัย ของชาวไทยลาวในพื้นที่อีสานตอนกลาง คือ บ้านดงบังกับ
บ้านหนองพอก ตำ�บลดงบัง อำ�เภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ให้ได้ตระหนังในคุณค่าของมรดกศิลปวัฒนธรรม
ท่ีบรรพชนของตนไดส้ ร้างไว้ และมวี ธิ กี ารใชป้ ระโยชน์จากมรดกวัฒนธรรมข้างตน้ ท้ังเพ่อื การสร้างเอกลักษณ์ท้องถน่ิ
และเช่อื มโยงกับการท่องเทีย่ วทางวฒั นธรรม ในชุดการทอ่ งเทยี่ วรว่ มกับพุทธมณฑลอสี าน รวมทงั้ แหลง่ ท่องเท่ียวอ่ืน
ในเขตจังหวดั มหาสารคามและภาคอสี าน ซ่ึงจักช่วยเสริมให้การท่องเที่ยวในพนื้ ทมี่ หาสารคามมีความเข้มแขง็ ย่ิงข้นึ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการท่องเที่ยวเป็นหนทางหน่ึงในการทำ�นุบำ�รุงศิลปวัฒนธรรมด้ังเดิมให้คงอยู่ อีกท้ัง
ก่อเกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมท่ีเก่ียวข้องด้วยน้ัน มิอาจใช้เพียงศาสตร์ด้านใด ด้านหน่ึง หรือผู้เช่ียวชาญและ
หน่วยงานกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากแต่ต้องบูรณการการทำ�งานร่วมกัน ทั้งภาคของชุมชน หน่วยงานราชการในชุมชน
สถาบันการศึกษา องค์การบริหารส่วนท้องถ่ิน วัด และชุมชน กับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานด้านวัฒนธรรม และ
ท่องเทีย่ วระดับจงั หวดั มาด้วยกนั ปฏบิ ตั กิ าร ทั้งภาคความรู้ ภาคปฏบิ ตั กิ าร และภาคของการน�ำ เสนอ ประการสำ�คญั
คือการยุวชนท่ีมีความตระหนกั ในคณุ คา่ มรดกวัฒนธรรมของตน ทำ�หนา้ ที่เปน็ มคั คเุ ทศกท์ อ้ งถน่ิ เพอ่ื ใหค้ วามรทู้ ้ังกบั
คนในทอ้ งถน่ิ และนักทอ่ งเทยี่ วทม่ี าเยี่ยมชมจติ รกรรมฝาผนังด้งั เดิม หรือทำ�หน้าท่เี ป็น “ข้อต่อ” สำ�หรบั ระหวา่ งอดีต
กบั ปัจจุบัน

เมื่อโครงการการพัฒนากลุ่มมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในชุมชนจิตรกรรมฝาผนังด้ังเดิม เพื่อรองรับเส้นทางการ
ทอ่ งเทย่ี วเชงิ วฒั นธรรมจงั หวดั มหาสารคาม ส�ำ เรจ็ ลง ไดก้ อ่ ประโยชนท์ ง้ั ตอ่ ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ทเ่ี ปน็ เจา้ ของมรดกวฒั นธรรม
และเปน็ แบบในการศกึ ษา การพฒั นา และกลายเปน็ รปู แบบส�ำ คญั ของการรอ้ื ฟนื้ และพฒั นาชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ทเี่ ปน็ เจา้ ของ
มรดกวัฒนธรรมต่างๆ ได้เป็นอยา่ งดี

ภาพจิตกรรมสามมิติและประติมากรรมเพ่ือสร้างแลนด์มาร์คทางศิลปะและวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

สันติ สงิ หส์ ุ
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
โครงการทำ�นบุ ำ�รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม (มงุ่ เปา้ ) ประจำ�ปงี บประมาณ �2�5�6�2

บทน�ำ

ศลิ ปะและวัฒนธรรมมคี วามจำ�เป็นในสงั คมมนษุ ย์ หากสังคมใดขาดวัฒนธรรมสงั คมนั้นกจ็ ะขาดความเปน็
มนุษย์ท่ีสมบูรณ์ เมื่อเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์แล้วก็จะการรับรู้และเข้าใจในความงาม ซึ้งความงานนั้นจะมีอยู่สองแบบ
แบบท่เี กิดขึน้ โดยธรรมชาตและแบบทม่ี นุษยส์ ร้างข้นึ ทเ่ี ราเรยี กวา่ ศิลปะ หากมนุษย์ทไี่ ม่ร้สู ึกถึงความน้นั ก็หมายถึง
ผ้ทู ่ีไร้สุนทรียรส

ศิลปะเกิดจากมนุษย์สร้างข้ึนผ่านวัฒนธรรมของมนุษย์ที่ดำ�รงชีวิตมายาวนานด้วยปัจจัยส่ี ในปัจจัยสี่ล้วน
ต้องมีศลิ ปะเปน็ สง่ิ ประกอบสรา้ ง เช่น บ้าน เคร่อื งนงุ่ ห่ม อาหาร ยารักษาโรค ทง้ั สสี่ ่งิ นล้ี ว้ นแตม่ ีการพัฒนาใหเ้ ขา้ กับ
ยคุ สมยั ตลอดเวลาและใชค้ วามงามเปน็ ตวั กระตนุ้ ใหม้ นษุ ยเ์ กดิ ความพอใจอยา่ งเสมอมา การรบั รคู้ วามงามมหี ลากหลาย
วธิ อี ย่างการทอ่ งเที่ยวรับรสความงามตามธรรมชาติ เช่น ทะเล �น�ำ้���ต��ก�����ภ�เู�ข�า�ฯ��ล�ฯ��แ�ล��ะ�ร�ับ�ร��ส�ค�ว�า���ม���ท��า���ง��ศ��ิล���ป���ะ��ซ�้งึ�ท��้ัง�ส�อ�ง�
มีผลกระตุ้นหรือเร้าจิตใจผู้เห็นไดผ้ ่อนคลายสบายใจและเกิดความสุขในทสี่ ดุ

หากมแี หลง่ ทอ่ งเทย่ี วทเี่ ปน็ เชงิ ศลิ ปะและวฒั นธรรมทม่ี ที ง้ั ธรรมชาตแิ ละศลิ ปะทปี่ ระกอบสรา้ งขน้ึ พรอ้ มกนั ได้
อยา่ งกลมกลนื และลงตวั พนื้ ทน่ี น้ั กจ็ ะเปน็ พน้ื ทที่ ม่ี ากกวา่ ความงามธรรมดาแตม่ นั มเี รอื่ งของปญั ญาของผจู้ ดั การสถาน
ทีน่ ั้นอยา่ งสรา้ งสรรค์ยง่ิ จะท�ำ ให้ผูม้ าเทีย่ วชมไดเ้ สพสนุ ทรยี ภาพมากอยา่ งสมบูรณ์แบบมากข้นึ

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นองค์กรทางศิลปะท่ีมีพันธกิจในการสร้างสรรค์
ศลิ ปกรรม บริการวชิ าการแก่ชมุ ชน และการท�ำ นบุ ำ�รงุ ศิลปวัฒนธรรม ไดร้ ว่ มมอื กบั ชุมชนกองอาคารและสถานทจี่ ะ
สร้างแลนด์มาร์คมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในสวนศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อให้เป็นแหล่งพักผ่อนของนิสิตบุคลากร
และบคุ คลท่ัวไป เป็นพื้นทชี่ นื่ ชมความงามทงั้ ในด้านวฒั นธรรม ศิลปะและธรรมชาติ ทเี่ รามพี ืน้ ทท่ี ีส่ วยงามเปน็ ต้นทนุ
ในการจดั การและสร้างส่วนศิลปะและวฒั นธรรมขึ้นในคร้งั น้ี

ในบริบทท่ีฝา่ ยวจิ ัย มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม โดยโครงการทำ�นุบ�ำ รุงศลิ ปวฒั นธรรมแบบม่งุ เปา้ ประจำ�ปี
งบประมาณ 2562 มวี ตั ถุประสงคส์ นบั สนนุ ศิลปวัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ ไปสู่การสร้างมลู คา่ เพิ่ม และพัฒนา
เส้นทางการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดมหาสารคาม เป็นส่ิงท่ีบ่งบอกถึงถึงความจำ�เป็นที่ศิลปะต้องมีบทบาท
สำ�คัญ แต่ท้ังน้ีท้ังน้ันศิลปะจะต้องเป็นตัวกระตุ้นการท่องเท่ียวได้ ด้วยให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมกับศิลปะได้มากข้ึน และ
เผรแพรใ่ ห้ผู้คนไดเ้ ห็นและอยากมสี ่วนร่วมมากขน้ึ ตามสมัย 4.0 ใหก้ อ่ ประโยชนต์ อ่ ชุมชนของตน จังหวัดมหาสารคาม
และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือไดอ้ ย่างมีคุณภาพและยัง่ ยนื

132 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาทำ�นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

วัตถุประสงค์

1. สรา้ งภาพจติ รกรรมสามมิตกิ ับพ้ืน เพอ่ื เปน็ ท่ที ่ีประกอบการถ่ายรปู ของผมู้ าเทีย่ วชม เปน็ ศิลปะท่ีเนน้ ให้
ผู้ชมได้มีส่วนร่วมโดยการถ่ายภาพคู่กับผลงานน้ัน ๆ และเป็นการประชาสัมพันธ์โดยให้นักท่องเที่ยวเป็นผู้เผยแพร่
ประชาสัมพนั ธ์ ดว้ ยการโพสการแชร์ภาพดว้ ยตัวเองบนสื่อต่าง ๆ

2. เพอื่ ใชศ้ ลิ ปะพฒั นาศักยภาพในดา้ นการท่องเทยี่ วในมติ ิของยคุ 4.0
3. เพื่อใช้ศิลปะเป็นตัวกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบร่วมสมัยและใช้ศิลปะสมัยใหม่สร้างการอยากมีส่วนร่วม
มากข้นึ
4. เพอื่ สร้างศลิ ปะประติมากรรมด้วยวัสดุทเ่ี ขา้ กับสงิ่ แวดลอ้ มเปน็ จุดเดน่ ของแลนด์มาร์ค

ขั้นตอนการด�ำ เนนิ งาน

หลังจากได้รับอนุมัติโครงการผู้รับผิดชอบโครงการได้ลงพื้นท่ีศึกษาข้อมูลทั้งเอกสารและสถานที่จริงและ
ปรากฏการปจั จุบนั เพอื่ พัฒนาศักยภาพของพนื้ ทีแ่ ละมีการดำ�เนนิ การตามขน้ั ตอนดังน้ี

1. ศึกษาพนื้ ท่ีเพ่อื วางแผนการด�ำ เนินงาน
2. ดำ�เนินการเสวนาเพื่อหาข้อมูลการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนให้มีความเข้าใจในการดำ�เนินงานเพ่ือการ
สร้างประโยชนใ์ นพ้นื ที่รว่ มกนั
3. น�ำ ขอ้ เสนอแนะจากการเสวนาปรบั แผนการดำ�เนินงานอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
4. ดำ�เนินงานจดั ท�ำ ภาพสามมติ แิ ละประตมิ ากรรม
5. สรุปผลรายงานผลการดำ�เนนิ งาน

ศกึ ษาพนื้ ทีเ่ พือ่ วางแผนการด�ำ เนินงาน

ผู้รับผิดชอบโครงการได้มีการเตรียมการออกแบบภาพ 3 มิติจ�ำ ลองสถานที่เพ่ือการออกแบบและวางแผน
การด�ำ เนนิ งาน

1. ศึกษำพืน้ ทเี่ พื่อวำงแผนกำรดำเนินงำน

ผูร้ ับผิดชอบโครงกำรไดม้ ีกำรเตรียมกำรออกแบบภำพเอกส3ารประมกอติบกจิารนำำ�เลสนออผงลงสานถำนทเ่ี พือ่ กำรออกแบบ 133
และวำงแผนกำรดำเนินงำน สาขาทำ�นุบำ�รุงศิลปวัฒนธรรม”

134 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 4
สาขาทำ�นุบำ�รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”
ลงพ้ืนที่เตรยี มสถำนท่ีในกำรดำเนินงำน 5
ลงพืน้ ท่เี ตรียมสถานทีใ่ นการด�ำ เนนิ งาน

5

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 135
สาขาทำ�นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”

ลงพนื้ ทเี่ ตรียมสถำนท่ีในกำรดำเนนิ งำน 6

2. ดำเนินกำรเสวนำเพ่ือหำข้อมูลกำรมีสว่ นร่วมในทกุ ภำคส่วนใหม้ ีควำมเข้ำใจในกำรดำเนินงำนเพอ่ื กำร
สรำ้ งประโยชน์ในพน้ื ทรี่ ว่ มกัน

“โครงกำรทำนบุ ำรงุ ศิลปะวัฒนธรรมแบบมุ่งเป้ำ ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2562” วันที่ 22 กรกฎำคม
2562
แผู้ลเขะ้าปรต่วิมมาโคกรรงรกมาเพรเื่อยสี่ยรม้าชงมแแลลนะดถ์ม่าายรภ์คาทพาแงศลิละปชมะแนลิทะรวรัฒศกนาธรรศริลมปขะอใงนมงาหนาวิทเสยวานลาัยมเรห6ื่อางสา“รภคาาพมจ”ิตกโดรยรมอสาาจมามริตยิ์

2. ดำเนินกำรสเันสวตนิ ำสเพิงห่ือส์หำุ ขร้อศม.ดลู กร.ำปรมระสี ย่วนูรร่ววมงใศน์จทันกุ ทภรำาคส่วนนาใยหกม้ รีคกวตำมเปขา้ำงใจศใิลนากำแรดลำะเนนาินยงำสนจั เจพพื่องกษำร์ เติมสวัสด์ิ โดยมนี ิสติ และ

สรำ้ งประโยชผ2นเู้ .ใ์ขน้าพรดนื้่วำ�มทเนร่ีโคว่ นิ มรกงกันาารรเรสว่ วมนฟาังเกพาร่อื เสหวานขา้อแมละลู รกว่ ามรแมลกสี เว่ปนลี่ยรนว่ เรมียในนรทู้ กุ โดภยามคีกสา่วรดนาใเหน้มนิ กคี าวราจมัดเขสว้าในจาใแนลกะาแรลดกำ�เปเนลนิ่ียนงานเพอ่ื การ
เสรยีรน้างรู้เปพร่ือะหโยาขชอ้ นมใ์ลู นในพก้ืนารทด่รี า่วเนมนิ กงาันนเพือ่ ให้การมสี ว่ นรว่ มในของทุกภาคสว่ น

สแ2ผ“5ันู้ลโเขค6ะต้ารป2ิรงตสม่วสกิมมิงิงำิตหาโรหิแคก์สทส์รลรุำงรุนระกมรศบุปาเศ.พรำดต.เร่ือร“ผดยงุิม.สี่ยปโู้เศราขรคมรลิ.้ากป้าะชรปงยรรมงแระูรกรแ่วลวะลมนมัฒายวะดรเโนูรงถพ์มคทศธ่าา์จวือ่รร�ำยรันรงงนภส์คมทศกาทบรุ แรพ์จาา้าบ�ำาแรงนังรบศลเแนทงุยมิละลศาุ่ปงชรี่ยยเนลิมะาปมกแนปด้ำรชนลิทกะ์มปมะราตวาวรรแยฒััฒระศปลกจ์คกนนาำะราทธงปธรกถศราศงีรริลต่าบงิลรมายศปปมขปภะริลอแแาะใางลปบนมงพะมงะศำบนาหแณแิลามนาลยลาวงุ่พสะิทะเเจั.ปแสชยศวจวลาา.้มฒัพนล2ะนงปาัยน5ษนมิทร6เธ์ราหะ2รรื่เอยา”ตจรรงสสิมำ�ศมวา“สัจปันรกขภวจคทงีาัสาอาบพ่ีพดรม2งิ์ปจศง2”ิตมษโิลรดกกโหะ์ปดยรรเมกายมรตะฎมวนีาใิมอสำิทิณสนาสคาติจยงมมวแาพาามลรัสนล.ิตยะศดิ์ยั .์ิ เมโ2สดห5วย6านมส2าีน”ารสิเวรคิตนั ่ือาแทงมลี่”2ะ“2ผภโดู้เกาขยรพ้ากรจอฎว่ิตาามจกคโารคมรรรยม2งส์ ส5กัน6าาตม2ริ
ผ้เู ข้ารร่วมว่ โมคฟรงงักการารร่วเมสฟวังนกาารแเสลวะนราว่แลมะแรลว่ มกแเลปกลเปยี่ ลน่ียเนรเยีรียนนรรูู้้ โดโดยยมมีกกี าารรดดาเ�ำ นเินนกนิ ารกจาัดรเสจวดั นเาสแวลนะแาลแกลเปะลแ่ียลนกเปลยี่ นเรยี นรเู้ พอ่ื หาขอ้ มลู ในการ
เรียนรดเู้ พ�ำ อ่ื เหนานิ ข้องมาลูนใเนพกอื่ารใดหาก้เนาินรงมานีสเพว่ นอื่ ใรห่ว้กมารใมนีสขว่ นอรงว่ ทมกุในภขาอคงทสุกว่ ภนาคส่วน

136 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นบุ �ำ รงุ ศิลปวัฒนธรรม”

7 77

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 137
สาขาทำ�นุบำ�รุงศลิ ปวัฒนธรรม”

ซึง่ การด�ำ เนนิ งานภาพวาด 3 มิติ แลนด์มารค์ แหง่ ใหม่ ในสวนศลิ ปะและวฒั นธรรม มมส

ณ สวนศลิ ปะและวฒั นธรรม มหาวิทยาลยั มหาสารคาม ไดเ้ ปดิ พน้ื ทีใ่ ห้นิสติ บคุ ลากร ตลอดจนผสู้ นใจ ได้
สัมผัสกับภาพจิตรกรรมเสมือนจริง ซ่ึงสร้างสรรค์ผลงานโดย อาจารย์สันติ สิงห์สุ อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เนรมิตพ้ืนท่ีกลางสวนฯ โดนใช้เทคนิคการวาดภาพให้สามารถลวงตาผู้ชมได้ ทำ�ให้ผู้
ชมสัมผัสและมสี ว่ นร่วมกับผลงานศลิ ปะได้อยา่ งใกล้ชดิ ให้ความร้สู กึ ทเ่ี หมือนจรงิ ประหนง่ึ ว่าผู้ชมเป็นสว่ นหนึง่ ของ
ภาพจติ รกรรม โดยผลงานภาพสามมติ แิ ละประตมิ ากรรมเพอื่ สรา้ งแลนดม์ ารค์ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลยั
มหาสารคาม เปน็ สว่ นหนง่ึ ของโครงการท�ำ นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรมแบบมงุ่ เปา้ ประจ�ำ ปงี บประมาณ 2562 มวี ตั ถปุ ระสงค์
เพือ่ พัฒนาพ้นื ทีโ่ ดยรอบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ใหม้ คี วามสวยงามและสรา้ งสรรค์ โดยใชง้ านศลิ ปะภาพจติ รกรรม
3 มติ ิ เพอ่ื เปน็ ทปี่ ระกอบการถา่ ยภาพของผมู้ าเทยี่ วชมสวนศลิ ปะและวฒั นธรรม เปน็ ศลิ ปะทเ่ี นน้ ใหผ้ ชู้ มไดม้ สี ว่ นรว่ ม
โดยการถ่ายภาพคู่กับผลงาน และเป็นการประชาสัมพันธ์โดยนักท่องเที่ยวเป็นผู้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์บนส่ือต่าง ๆ
และสรา้ งภาพศลิ ปะประตมิ ากรรมด้วยวัสดทุ เี่ ขา้ กบั ส่งิ แวดล้อม เป็นจุดเด่นของแลนด์มารค์ สะท้อนศักยภาพในด้าน
การทอ่ งเท่ยี วในมติ ขิ องยคุ 4.0 โดยการใช้งานศิลปะเป็นตัวกระต้นุ การสร้างการท่องเท่ียวแบบรว่ มสมยั และใชศ้ ิลปะ
สมยั ใหมส่ รา้ งการอยากมสี ว่ นรว่ มของผเู้ ขา้ ชมงาน ซงึ่ ตอบสนองตอ่ นโยบายการบรหิ ารงานของมหาวทิ ยาลยั ทงั้ นส้ี วน
ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคามแห่งนี้ กำ�ลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงพัฒนาให้เป็นสถานท่ีเรียนรู้
ศูนยศ์ ึกษาธรรมชาติ เรยี นรูว้ ัฒนธรรมอสี าน เชื่อมโยงกบั พรรณไม้ ผา่ นคำ�บอกเลา่ “ต�ำ นานปา่ โคกหนองไผ่” ใหเ้ ป็น
แหล่งศึกษาดงู านของ นักเรียน นสิ ิต นักศกึ ษา หรือผูส้ นใจ ให้สามารถเรยี นรูแ้ ละเข้าใจในกระบวนการตา่ ง ๆ ม่งุ เน้น
การเรยี นรู้วิถชี ีวิต ศิลปะและวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่น

3. น�ำ ขอ้ เสนอแนะจากการเสวนาปรับแผนการดำ�เนินงานอย่างมีประสทิ ธภิ าพ

1. ควรมีการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนศิลปะและวัฒนะธรรม(สวนชิงช้า ) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้มี
ความสวยงามเพื่อสร้างเป็นแหล่งพักผ่อนสำ�หรับนิสิตและประชาชนท่ีอยู่บริเวณใกล้เคียงมหาวิทยาลัย และเป็นการ
ประชาสมั พันธ์มหาวทิ ยาลยั อกี 1 ชอ่ งทาง

2. ควรมกี ารเปดิ ชอ่ งทางหรอื ประตทู างเขา้ สวนศลิ ปะวฒั นธรรมใหส้ นใจมากยงิ่ ขน้ึ ซง่ึ ปจั จบุ นั ประตทู างเขา้
สวนมคี ดู นิ บดบังทศั นียภาพทีส่ วยงาม

3. ควรมีการใช้พ้ืนท่ีในการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม

4. ควรมกี ารเพมิ่ จดุ ถ่ายภาพเพม่ิ มากขึน้
5. สิง่ ส�ำ คญั ควรมีการพฒั นาใหเ้ ป็นรปู ธรรมมากขนึ้

4. ขน้ั ดำ�เนนิ งานจดั ท�ำ ภาพสามมิตแิ ละประตมิ ากรรม

ผู้รับผิดชอบโครงการมีการวางแผนโดยการจัดทำ�ภาพจำ�ลองข้ึนมาเพื่อวางแผนการดำ�เนินงานและประชุม
วางแผนการด�ำ เนินงาน

ผูร้ ับผดิ ชอผบู้รับโคผรดิ งชกอาบรมโคีกรางรกวารงมแีกผนารโวดายงกแาผรนจโดั ดทยากภาารพจจัดาทลาอภงาขพึน้ จมาาลเอพง่ือขวึ้นามงแาเผพนือ่ กวาารงดแาผเนกินางราดนาแเลนะินงานแล
ะชุมวาปงรแ1ะ3ผ8ชนุมกวาารงดแาผเนกินางราดนาเนินสเองากขสาาาทรน�ำปนรุบะกำ�รอุงบศกิลาปรวนฒั�ำ เนสธนรอรผมล”งาน

9 99
การจดั ทาภาพจาลองขึ้นมาเพอ่ื วผางรู้ แบั ผนิดกชาอรบผดโู้ราคบั เผรนิดงินชกองาบารโนคมรแีกงลกาาะรรวมาีกางรแวผางนแผโดนโยดกยกาารรจดัดททาภาาภพาจพาลจอางขลนึ้ อมงาขเพ้ึนื่อวมาางแเพผนื่อกวาราดงาแเนผินนงากนาแรลดะาเนินงานและ

ประชมุ วางแผปนระกชาุมรวดางาแเผนนนิกางราดนาเนนิ งาน

44

ภำพงำนเสรจ็ สมบูรณ์

เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน 139
สาขาท�ำ นุบ�ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”

10

ภาพงานเสร็จสมบรู ณ์ ภำพงำนเสร็จสมบรู ณ์

10

ภำพงำนเสรจ็ สมบูรณ์

11

กำรบรู ณำกำร

1. ได้สรา้ งแนวความคดิ การบรรู ณาการศิลปะผา่ นวฒั นธรรมของมนุษยท์ ่ดี ารงชวี ติ ดว้ ยปจั จัยสี่ ใน
ปจั จยั สล่ี ้วนต้องมีศลิ ปะเปน็ ส่งิ ประกอบ ทั้งสี่สิง่ น้ีลว้ นแต่มีการพัฒนาให้เขา้ กบั ยุคสมัยตลอดเวลา และใช้ความ

140 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบำ�รุงศิลปวฒั นธรรม”

การบรู ณาการ

1. ได้สร้างแนวความคิดการบรูรณาการศิลปะผ่านวัฒนธรรมของมนุษย์ท่ีดำ�รงชีวิตด้วยปัจจัยสี่ ในปัจจัย
สี่ล้วนต้องมีศิลปะเป็นส่ิงประกอบ ทั้งส่ีสิ่งน้ีล้วนแต่มีการพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยตลอดเวลา และใช้ความงามเป็นตัว
กระตุ้นให้มนุษย์เกิดความพอใจอย่างเสมอมาอ และรับรู้วถึงความงามหลากหลายวิธีอย่างการท่องเที่ยวรับรสความ
งามจากธรรมชาติ ซ่ึงทงั้ สองมีผลกระตนุ้ หรอื เรา้ จิตใจใหผ้ ้เู ห็นไดผ้ ่อนคลายสบายใจและเกิดความสุข

2. ถ่ายทอดความรูแ้ ละการพฒั นาการวาดภาพจติ กรรมสามมิติเพอ่ื การท่องเท่ียวทางวฒั นธรรม ใหก้ บั นิสติ
และบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการ

3. สร้างพื้นที่วิชาการในลักษณะการใช้ศิลปะภาพสามมิติเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมและกระตุ้นให้
ตอ้ งถ่ายภาพรว่ มกับภาพสามมิติโดยต้องการเผยแพร่งในโลกโซลเซยี ลตอ่ ไป

4. ชุมชนที่มีวัฒนธรรมเป็นต้นทุน และสามารถยกระดับมาใช้เป็นประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและความภาค
ภมู ใิ จในสงั คม ทอ้ งถนิ่ พรอ้ มกนั นน้ั ยงั ไดส้ รา้ งพน้ื ทที่ อ่ งเทยี่ วทางวฒั นธรรมใหก้ บั จงั หวดั มหาสารคาม กอ่ ใหเ้ กดิ พลวตั
ทางการศกึ ษา เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเชงิ วฒั นธรรมในภาคอีสานตอนกลาง

บทสรปุ

โครงการท�ำ นุบ�ำ รุงศลิ ปะวัฒนธรรมแบบมุ่งเปา้ ประจ�ำ ปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 มีวัตถปุ ระสงคส์ นับสนนุ
ศลิ ปะวัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ไปสูก่ ารสร้างมูลค่าเพ่มิ และการพัฒนาเสน้ ทางการทอ่ งเท่ยี วเชิงวัฒนธรรมใน
จงั หวดั มหาสารคาม ซง่ึ เปน็ สง่ิ ทบ่ี ง่ บอกถงึ ความจ�ำ เปน็ ทศ่ี ลิ ปะตอ้ งมบี ทบาทส�ำ คญั แตท่ ง้ั นท้ี ง้ั นน้ั ศลิ ปะจะตอ้ งเปน็ ตวั
กระตุ้นการท่องเทย่ี วได้ ดว้ ยให้ผุช้ มไดม้ สี ่วนร่วมกับศลิ ปะได้มากขนึ้ และเผยแพรใ่ ห้ผคู้ นได้เห็นและอยากมสี ว่ นรว่ ม
มากข้นึ ตามสมยั 4.0 ซงึ่ เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการ

ผลการประเมนิ โครงการโดยการแจกแบบสอบถามผู้เขา้ ร่วมโครงการจำ�นวน 100 คน ไดร้ บั แบบสอบถาม
จำ�นวน 65 ชุด คดิ เปน็ รอ้ ยละ 65 ของผ้เู ขา้ รว่ มโครงการ

รายละเอียด คา่ เฉล่ยี ค่า S.D. ระดบั ความพึงพอใจ
1 กระบวนการข้นั ตอน 3.48 0.85  
1.1 การประชาสัมพันธโ์ ครงการ 3.84 0.73 พงึ พอใจปานกลาง
1.2 ความเหมาะสมของเวลาสถานที่ 3.45 0.72 พึงพอใจมาก
1.3 ความเหมาะสมของระยะเวลา 3.84 0.64 พึงพอใจปานกลาง
1.4 การจัดล�ำ ดบั ข้นั ตอนของกจิ กรรม 3.65 0.74 พงึ พอใจมาก
โดยรวม 3.94 0.77 พงึ พอใจมาก
2. การอำ�นวยความสะดวก 4.16 0.73  
2.1 โสตทศั นปู กรณ์ 4.43 0.94 พึงพอใจมาก
2.2 เจ้าหนา้ ท่ี 4.18 0.81 พึงพอใจมาก
2.3 อาหารเครือ่ งด่ืมและสถานท่ี 4.06 0.63 พึงพอใจมาก
โดยรวม 3.94 0.77 พึงพอใจมาก
3. คณุ ภาพด้านวัตถุประสงค์ 4.00 0.77  
3.1 ทา่ นไดร้ ับความรู้ แนวคิด ดา้ นศิลปะและประสบการณ์ใหม่ ๆ จากโครงการ พงึ พอใจมาก
3.2 ทา่ นสามารถน�ำ สงิ่ ทไี่ ด้รับจากโครงการ/กิจกรรมนไ้ี ปใช้ในการเรียนการสอน พงึ พอใจมาก
3.3 ส่ิงท่ที ่านได้รับจากโครงการ/กจิ กรรมคร้งั นี้ตรงตามความคาดหวังของท่าน พึงพอใจมาก

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 141
สาขาทำ�นุบ�ำ รงุ ศิลปวฒั นธรรม”

รายละเอยี ด ค่าเฉล่ยี คา่ S.D. ระดับความพึงพอใจ
โดยรวม 4.00 0.72 พงึ พอใจมาก
4. ความพงึ พอใจของท่านต่อภาพรวมของโครงการ 4.44 0.53 พงึ พอใจมาก

สอ่ื มวลชนให้ความสนใจ “ชวนชมภาพวาด 3 มิต”ิ

142 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบ�ำ รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 143
สาขาทำ�นุบ�ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม”

17

17 18

18

144 เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นุบ�ำ รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม”

การสง่ เสรมิ และพฒั นาแหลง่ เรยี นรภู้ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ลายผา้ อสี านสลู่ ายเครอ่ื งจกั สาน
หวายผกั ตบชวาและกกหมบู่ า้ นวงั ไผ่ ต�ำ บลลาดพฒั นา อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวดั มหาสารคาม

อจั ฉริยา อสิ สระไพบลู ย์ และคณะ
คณะการบญั ชีและการจัดการ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
โครงการหน่งึ คณะหน่ึงศลิ ปวัฒนธรรม ประจำ�ปีงบประมาณ �2�5�6�2

บทนำ�

วัฒนธรรมเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าวิถีชีวิตท่ีชุมชนและท้องถ่ินต่างๆ ได้พัฒนาและสร้างสรรค์ขึ้น
เพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือในการดำ�เนินชีวิต โดยแสดงออกในรูปแบบและวิธีการท่ีหลากหลาย ท้ังในรูปแบบของวิถีชีวิต
ขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมปิ ัญญา ศลิ ปะการแสดง ฯลฯ เพ่อื เป็นการปลกู จิตสำ�นกึ และกระต้นุ ใหค้ นในชุมชนทอ้ ง
ถน่ิ เกดิ ความตระหนกั มคี วามตนื่ ตวั และเขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการฟนื้ ฟเู ผยแพรแ่ ละสบื สานภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ และคณุ คา่
ความหลากหลายของศลิ ปะและวัฒนธรรมไทย ทัง้ ท่ีเป็นวถิ ีชีวติ ค่านยิ ม และความเป็นไทย ในปัจจุบันวฒั นธรรมท้อง
ถน่ิ ถกู ละเลยและมกี ารถ่ายทอดไปสูค่ นรนุ่ ใหมน่ อ้ ย เช่น การแต่งกาย ภาษาพูด รวมทง้ั ประเพณีและวิถีชีวิตท่ีดีงาม
ทา่ มกลางความหลากหลายทางวฒั นธรรมภายใตก้ ระแสโลกาภวิ ฒั น์ วฒั นธรรม ไดม้ กี ารถา่ ยทอดและแลกเปลยี่ นเรยี น
รอู้ ยตู่ ลอดเวลา หากมรดกทางวฒั นธรรม ทม่ี คี วามแตกตา่ งหลากหลายกนั ในพนื้ ที่ ไมไ่ ดร้ บั การสบื สานและอนรุ กั ษฟ์ น้ื ฟู
รวมถงึ การพฒั นาตอ่ ยอดใหเ้ กดิ คณุ คา่ ทางสงั คมและจติ ใจท�ำ ใหค้ ณุ คา่ ทางมรดกวฒั นธรรมลดนอ้ ยไปจนแทบจะสญู หาย

ลวดลายของผา้ ไทย-อีสาน

การทอผา้ ใชใ้ นภาคอสี านตง้ั แตช่ ว่ งตน้ ของยคุ โลหะหรอื ประมาณ 6,000 ปมี าแลว้ การทอผา้ ถอื เปน็ ชวี ติ ของ
หญิงชาวอีสานท่ีทอไว้ใช้ในครัวเรือนมาแต่อดีต โดยถือว่าเป็นงานจำ�เป็นของผู้หญิงอีสานท่ีต้องเรียนรู้และปฏิบัติให้
ช�ำ นาญ เพอ่ื น�ำ ไปใชเ้ ปน็ เครอื่ งนงุ่ หม่ ในชวี ติ ประจำ�วนั และใชใ้ นพธิ กี ารทางศาสนา การทอผา้ ทางภาคอสี าน เปน็ การทอ
ไวใ้ ชเ้ ปน็ เครอ่ื งนนุ่ หม่ และใชใ้ นครวั เรอื นของชาวอสี าน และเปน็ การสอื่ ความหมายใหท้ ราบถงึ ขนบธรรมเนยี มประเพณี
ศลิ ปวฒั นธรรม ศาสนาของแตล่ ะทอ้ งถน่ิ ทม่ี คี วามแตกตา่ งกนั แตจ่ ดุ ประสงคห์ ลกั ของหตั ถกรรมพนื้ บา้ นประเภทนเ้ี พอ่ื
ตอ้ งการถา่ ยทอดจนิ ตนาการใหผ้ สู้ วมใสไ่ ดร้ บั รแู้ หลง่ ทม่ี าของผา้ ทมี่ รี ปู แบบการถกั ทอแตกตา่ งกนั ไปของชาวอสี าน ลาย
ผา้ อสี าน มลี กั ษณะเปน็ ลวดลายกราฟกิ เรขาคณติ ซงึ่ เกดิ จากวธิ กี ารทอทเ่ี กดิ จากการขดั กนั ของเสน้ พงุ่ และเสน้ ยนื โดยมี
รปู แบบลวดลายเกดิ จากจนิ ตนาการของผทู้ อ ในการประยกุ ตจ์ ากสง่ิ รอบตวั ดดั แปลงมาจากธรรมชาติ ไดแ้ ก่ สตั ว์ พนั ธุ์
ไม้ สิ่งของเคร่ืองใช้ ความเช่ือและศาสนา ใช้เทคนคิ การทอแบบตา่ งๆ ทง้ั การเกบ็ ขดิ และมัดหม่ซี งึ่ เป็นเทคนิคหลักทใี่ ช้
โดยวสั ดทุ ใี่ ชแ้ ตด่ งั้ เดมิ มี 2 ชนดิ คอื ไหม ทใ่ี หผ้ วิ สมั ผสั เงามนั และฝา้ ย ทใ่ี หผ้ วิ สมั ผสั ดา้ นหรอื เปน็ ลายนนู ทเี่ กดิ จากการ
เพิม่ เส้นพงุ่ ของการขิด การใชส้ แี ตด่ ้งั เดิมมาจากการย้อมสีธรรมชาติ เช่น เปลือกไม้ แก่นไม้ เมลด็ ดอก หรือจากสัตว์
ได้แก่ ครงั่ จึงมสี หี ลักเปน็ โทนธรรมชาติ เชน่ สคี รามจากตน้ คราม สแี ดงจากครัง่ สีเหลอื งจากตน้ เข สดี �ำ จากมะเกลือ
ลกั ษณะเดน่ ของผา้ อสี าน ไดแ้ ก่ ลวดลายบนผนื ผา้ ลายผา้ อสี านตามทไี่ ดท้ อกนั มาตงั้ แตส่ มยั ดงั้ เดมิ ในอดตี จนถงึ ปจั จบุ นั
นี้ มีลวดลายทคี่ ลา้ ยคลงึ กันในแตล่ ะเทคนคิ มีแม่ลายท่ีใกลเ้ คียงกันท่ีเกดิ จากเทคนคิ หลักดงั้ เดิม ไดแ้ ก่ ขิดและมดั หมี่

146 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาท�ำ นบุ ำ�รุงศลิ ปวัฒนธรรม”

ส่วนการยกทองเปน็ ผ้าท่ีเกิดขน้ึ ในภายหลงั โดยมรี ูปแบบลายจากภาคกลางและราชสำ�นกั อยา่ งไรกต็ ามสามารถแบง่
ลวดลายไดเ้ ปน็ 4 ประเภท ลายสัตว์ ลายพนั ธไุ์ ม้ ลายสงิ่ ของเครอ่ื งใช้ ลายจากความเช่ือ-ความ

ประเภทของผา้ อสี าน

ผ้าขิด  เกิดจากการใช้ด้ายพุ่งพิเศษเพื่อใส่สีและลวดลายต่างจากสีพ้ืน โดยใช้ไม้คำ้�สำ�หรับทอลายขัดเรียก
ว่า  “การเก็บขิด”  มีหน้าท่ียกด้ายเส้นยืนให้สลับกันเป็นลวดลาย โดยลวดลายขิดมีลักษณะเหมือนกันตลอดหน้าผ้า
ผ้าขิดมคี วามสมั พันธก์ ับความเช่อื ประเพณีทอ้ งถิน่ กรรมวธิ ผี ลิตท่ซี ับซ้อนใชค้ วามพยายาม จึงถือว่าผา้ ขิดเป็นของสูง
ผา้ มดั หม ่ี เปน็ การสรา้ งลวดลายโดยวธิ ยี อ้ มสี โดยออกแบบลวดลายกอ่ นยอ้ มสดี ว้ ยเสน้ พงุ่ เตรยี มลายกรอบไมห้ นา้ กวา้ ง
เทา่ กบั หนา้ กวา้ งผา้ ออกแบบโดยใชเ้ ชอื กมดั สว่ นทไี่ มต่ อ้ งการสไี ว้ แลว้ น�ำ มายอ้ มสกี อ่ นน�ำ มาทอ ลายผา้ ของชาวผไู้ ทมกั
ทำ�เปน็ ลายหยักแหลมหรอื เปน็ ลายคมๆ เหมอื นฟันปลา เรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า “หมก่ี าบ” ผ้าไหมแพรวา แตเ่ ดิม
หมายถงึ ผ้าไหมท่ีมคี วามยาวขนาด 1 วา ชาวกาฬสนิ ธุ์นยิ มใช้เปน็ ผา้ สไบ ผา้ โพกหัว หรือผ้าพันคอ เฉพาะในโอกาส
สำ�คัญเท่าน้ัน ซึ่งอาจจะแสดงถึงฐานะทางสังคมในแง่การมีผ้าสวยงาม ผ้าแพรวาของชาวภูไทในจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น
มีลวดลายวิจิตรงดงาม ต้องใช้ความสามารถและเวลาในการทอมาก ด้วยเป็นลายผสมระหว่างลายขิดและลายจก
ผ้ายก (ผา้ ไหมยกทองจังหวดั สรุ นิ ทร)์  เกดิ จากการรวมกลมุ่ นักออกแบบโดยการนำ� อาจารยว์ รี ะธรรม ตระกลู เงนิ ไทย
ซ่ึงนำ�ความรู้จากการออกแบบลวดลายไทยและลายชั้นสูงแบบราชสำ�นักโบราณ มาประยุกต์เข้ากับภูมิปัญญา
การทอผ้าแบบพ้ืนเมืองผ้าย้อมคราม  ครามเป็นวัสดุย้อมสีเส้นใยผ้าทั้งฝ้ายและไหมที่ได้จากต้นครามธรรมชาติ
มีกล่ินหอม ทไี่ ดจ้ ากธรรมชาติเป็นสที ่ไี มล่ ะลาย�น��้ำ ����น�ำ��ม��า�เ�ป�ล��ยี่ �น��ค�ุณ��ส��ม�บ��ตั �ิใ�ห��้เป��็น��ส�ที ��ล่ี �ะ��ล���า���ย���น���้ำ ��ไ��ด���้ต���า��ม��ก���ร��ร���ม���ว��ธิ���ีโ�บ���ร��า��ณ��
จ่มุ ลงย้อมหลายๆ คร้ังจนกว่าจะได้โทนสีเข้มตามต้องการจากลวดลายผ้าอีสานท่ีงดงาม จึงได้มีแนวความคิดต่อยอด
และการนำ�ลวดลายผ้าอีสานดังกล่าวมาใช้เป็นลวดลายที่สวยงามในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในภาคอีสานจากลายผ้าอีสาน
ไปสู่ลวดลายท่ีปรากฏบนเคร่ืองจักสานหวาย ผักตบชวา และกก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
บนลายเคร่อื งจักสานหวาย ในชุมชนหมบู่ ้านวังไผ่ ต�ำ บลลาดพัฒนา อ.เมอื ง จ.มหาสารคามซ่ึงเปน็ หน่งึ ในผลิตภัณฑ์
ที่ทีมงานจากคณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ความสนใจและนำ�ไปต่อยอดพัฒนาให้เกิด
ความยั่นยืนทางศิลปวัฒนธรรมของชุมชนจากลวดลายผ้าอีสานไปสู่ลายเครื่องจักสานหวาย ผักตบชวา และกกใน
อนาคตภายใตแ้ นวคิดในการด�ำ เนนิ การ“โครงการหน่ึงคณะหนึง่ ศิลปวฒั นธรรม”

วัตถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษา

1. เปน็ การสง่ เสรมิ และพฒั นาชมุ ชนเครอื่ งจกั สานหวายบา้ นวงั ไผ่ ต�ำ บลลาดพฒั นา จงั หวดั มหาสารคาม เขา้
สกู่ ารเปน็ พฒั นาแหลง่ เรยี นรทู้ างวฒั นธรรมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ลายผา้ อสี านสลู่ ายเครอ่ื งจกั สานหวายผกั ตบชวา และ กก

2. เปน็ การตอ่ ยอดวฒั นธรรมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ลายผา้ อสี านไปสลู่ วดลายเครอื่ งจกั สานหวายผกั ตบชวา และ
กก ผลิตภัณฑใ์ นชมุ ชน

3. เพื่อเปน็ การยกระดบั เครื่องจกั สานหวายบ้านวังไผ่เข้าสู่วิสาหกิชุมชนบา้ นวังไผ่ ต�ำ บลลาดพฒั นา จังหวดั
มหาสารคาม ให้เปน็ เอกลักษณท์ างวฒั นธรรมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ อีสานด้วยลวดลายผ้าอีสาน

กระบวนการด�ำ เนนิ งาน

การดำ�เนนิ งาน โครงการสง่ เสริมและพฒั นาแหล่งเรยี นรู้ภมู ิปัญญาท้องถิ่นลายผ้าอีสานสลู่ ายเครือ่ งจักสาน
หวายผกั ตบชวาและกกหมบู่ า้ นวงั ไผ่ ต�ำ บลลาดพฒั นา อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวดั มหาสารคามมขี นั้ ตอนในการด�ำ เนนิ งานดงั นี้

1. ขนั้ เตรียมการตั้งโจทย์รว่ มกบั ผู้น�ำ ชมุ ชน และความจ�ำ เป็นในการส่งเสรมิ และพฒั นาชมุ ชนเครอื่ งจักสาน

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 147
สาขาทำ�นบุ ำ�รงุ ศิลปวฒั นธรรม”

หวายบา้ นวงั ไผ่ ตำ�บลลาดพฒั นา จังหวดั มหาสารคาม เขา้ สูก่ ารเปน็ พัฒนาแหลง่ เรียนรทู้ างวฒั นธรรมภูมิปัญญาท้อง
ถนิ่ ลายผ้าอีสานสูล่ ายเครอื่ งจกั สานหวายผักตบชวา และ กก โดยการหารอื กบั ผนู้ �ำ ชมุ ชนการสง่ เสรมิ และพฒั นาชมุ ชน
เครื่องจกั สานหวายบา้ นวังไผ่ ต�ำ บลลาดพัฒนา จังหวัดมหาสารคาม เขา้ สูก่ ารเป็นพฒั นาแหล่งเรียนรทู้ างวฒั นธรรม
ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ลายผ้าอสี านสู่ลายเครอื่ งจกั สานหวายผักตบชวา และ กก

2. จดั ตง้ั คณะกรรมการบรหิ ารของกลมุ่ ผผู้ ลติ เครอื่ งจกั สานหวาย เพอื่ ใหม้ กี ารประชมุ จดั ท�ำ แผนการบรหิ าร
งานกลมุ่ กอ่ นการด�ำ เนนิ กจิ กรรมตา่ งๆ ของกลมุ่ และประชาสมั พนั ธใ์ หส้ มาชกิ ทง้ั ภายในและภายนอกชมุ ชนใหเ้ ขา้ รว่ ม
โครงการฯ

3. จัดวิทยากรท่ีเชี่ยวชาญภูมิปัญญาท้องถ่ินลายผ้าอีสานไปสู่การผลิตลวดลายเคร่ืองจักสานหวาย ผักตบ
และกก มาใหค้ วามรู้และเพ่มิ พูนทักษะการจกั สานหวายแก่สมาชกิ ผู้เขา้ รว่ มโครงการฯ

4. จัดอบรมให้ความรู้ภูมิปัญญาท้องถ่ินลายผ้าอีสานเพื่อให้ผู้ผลิตเครื่องจักสานหวาย ผักตบ และกก ได้
เขา้ ใจในลวดลายผา้ อสี านตา่ งๆ

5. พากลุม่ วิสาหกชิ ุมชนบา้ นวังไผ่ ต�ำ บลลาดพฒั นา จังหวดั มหาสารคามผูผ้ ลติ เคร่ืองจักสานหวายและ กก
ไปศกึ ษาดงู านลวดลายผ้าอีสานท้องถ่ินที่มีชื่อเสยี ง เช่น ผา้ จก ผ้ายก (ผา้ ไหมยกทองจังหวัดสุรินทร)์  

6. นำ�ลวดลายผา้ ภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ลายผา้ อสี านมาทดลองขน้ึ เปน็ ตวั อยา่ งบนผลติ ภณั ฑ์เครอื่ งจกั สานหวาย
และกก เปน็ โมเดลนำ�รอ่ น

7. ถอดบทเรยี นจากกิจกรรมและเขียนแนวทางการเข้าสกู่ ารส่งเสรมิ และพัฒนาแหลง่ เรยี นรภู้ ูมปิ ัญญาท้อง
ถิ่นลายผ้าอีสานสู่ลายเคร่ืองจักสานหวายผักตบชวา และ กก หมู่บ้านวังไผ่ ต.ลาดพัฒนา อ. เมือง จ.มหาสารคาม
เพอ่ื ไวใ้ ชเ้ ปน็ แนวทางดำ�เนินงานของกลุม่ ต่างๆ ทส่ี นใจ

8. สรุป ประเมินผลรายงานผลการดำ�เนินโครงการและติดตามผลโครงการฯโดยการจัดทำ�รายงาน และ
วดี ที ัศน์

การบรู ณาการกบั ภารกิจหลกั มหาวิทยาลัย

การจดั โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นาแหลง่ เรยี นรภู้ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ลายผา้ อสี านสลู่ ายเครอื่ งจกั สานหวายผกั ตบ
ชวาและกกหมบู่ า้ นวงั ไผ่ ต�ำ บลลาดพฒั นา อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวดั มหาสารคามไดต้ อบสนองภารกจิ หลกั ของมหาวทิ ยาลยั
ดงั น้ี

1. ทางคณะฯ ไดน้ �ำ นกั ศกึ ษาแตล่ ะสาขาวชิ าบางสว่ นไดเ้ ขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมการฝกึ อบรมแตล่ ะ
หัวข้อที่สอดคล้องกบั สาขาวิชาน้นั ๆ เช่น สาขาการตลาดได้มาดูแนวทางการนำ�เสนอสินค้า และการทำ�ตลาดออนไลน์
สาขาการจดั การทรพั ยากรมนษุ ยไ์ ดม้ าท�ำ กจิ กรรมการสรา้ งงานหตั ถกรรมกบั กลมุ่ วสิ าหกจิ ชมุ ชนในพน้ื ทเี่ พอื่ สรา้ งแรง
บันดาลใจในการสืบทอดงานหัตถกรรม นิสิตท่ีเรียนรายวิชาการจัดการเชิงกลยุทธ์ได้มาจัดกิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบ
การกลุ่มผู้ผลิตเคร่ืองจักสานหวายลาดพัฒนาเพ่ือเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการใหม่ (Startups)ด้วยแนวทางการสร้าง
ภูมิปัญญาท้องถ่ินลายผ้าอีสานสู่ลายเครื่องจักสาน จากน้ันจัดทำ�รายงานเสนออาจารย์ในรายวิชาน้ันๆ นอกจากน้ี
ยังเป็นเวทีให้นิสิตได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมในท้องถ่ินท่ีมีคุณค่าอันทำ�ให้เกิดการซึมซับในวิถีชีวิตท่ีเป็นรากฐานทาง
เศรษฐกิจระดบั ฐานราก

2. โครงการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถ่ินลายผ้าอีสานสู่ลายเคร่ืองจักสานหวายผักตบ
ชวาและกกหม่บู า้ นวังไผ่ ตำ�บลลาดพัฒนา อำ�เภอเมือง จงั หวดั มหาสารคามได้บรู ณาการในการพฒั นาผลิตภณั ฑเ์ ชงิ
วฒั นธรรมและเพม่ิ มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ เครอื่ งเรอื นหวายเพอื่ ใหม้ ชี อื่ โครงการวจิ ยั การศกึ ษาศกั ยภาพการบรหิ ารจดั การ

148 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงาน
สาขาทำ�นุบ�ำ รงุ ศิลปวัฒนธรรม”

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์เชิงวัฒนธรรมในจังหวัดมหาสารคามสู่ตลาดต่างประเทศ ของสำ�นักงานคณะกรรมการ
วิจยั แห่งชาติประจ�ำ ปีงบประมาณ 2562

ผลลัพธ์จากการดำ�เนนิ โครงการ

จากการด�ำ เนนิ โครงการกอ่ ใหเ้ กดิ การบรู ณาการการพฒั นาการบรหิ ารจดั การและสรา้ งมลู คา่ เพมิ่ ผลติ ภณั ฑ์
เชงิ วฒั นธรรมของวสิ าหกจิ ชมุ ชน เพอ่ื ยกระดบั เศรษฐกจิ ของชมุ ชนฐานรากจงั หวดั มหาสารคาม และกอ่ ใหเ้ กดิ การสรา้ ง
มลู คา่ เพม่ิ ทางเอกลกั ษณท์ างวฒั นธรรมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ อสี านไปสกู่ ารตอ่ ยอดลวดลายเครอื่ งจกั สานหวายผกั ตบชวา
ตอ่ ประโยชนข์ องการทาํ นบุ าํ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจในศลิ ปวฒั นธรรมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ลายผา้ อสี าน
สู่ลวดลายเครือ่ งจักสานหวายผักตบชวา และ กก ผลติ ภณั ฑใ์ นหวายบา้ นวังไผ่ ตำ�บลลาดพัฒนา อำ�เภอเมอื ง จังหวดั
มหาสารคาม เพอื่ น�ำ ไปสกู่ ารยกระดบั การพฒั นาผลติ ภณั ฑเ์ ชงิ วฒั นธรรมและเพมิ่ มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ เครอื่ งเรอื นหวาย
เกิดพัฒนากลุ่มให้เป็นชุมชนต้นแบบแห่งการเรียนรู้หัตถกรรมหวายของท้องถิ่นตามเป้าหมายของโครงการเพ่ือเป็น
แหลง่ เรียนรู้ใหก้ ับหน่วยงานทีส่ นใจศึกษาอกี ทางหน่ึง

บทสรุป

เปน็ การตอ่ ยอดวฒั นธรรมภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ลายผา้ อสี านไปสลู่ วดลายเครอื่ งจกั สานหวายผกั ตบชวา และ กก
ผลติ ภณั ฑใ์ นชมุ ชนงานหตั ถกรรมหวายของกลมุ่ วสิ าหกจิ ชมุ ชนบา้ นวงั ไผ่ เปน็ ฝมี อื แรงงานของคนในชมุ ชนอยา่ งแทจ้ รงิ
โดยจะไดร้ บั ถา่ ยทอดแนวความคดิ จากลายผา้ อสี านไปผลติ ภณั ฑจ์ กั สาน จงึ ท�ำ ใหค้ นในชมุ ชนมไี ดร้ บั ความรู้ สรา้ งความ
เข้าใจตรงกันในการพัฒนาภูมิปัญญา อีกทั้งเป็นการรักษางานจักสานให้คู่กับคนไทยซึ่งเป็นต้นแบบหัตถกรรมเคร่ือง
จักสานหวายที่มีคุณค่า อย่างไรก็ตามจากการทำ�กิจกรรมพบว่าคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจในการสืบทอดภูมิปัญญาท้ัง
ลายผา้ ทอ้ งถ่นิ อสี านน้อย และงานหตั กรรมการท�ำ เคร่ืองจักสานต่างๆ น้อยลง ทัง้ นม้ี าจากความเปลี่ยนแปลงของคา่
นิยม และความทนั สมยั มากกว่าขึน้ ซงึ่ จะท�ำ ให้ในอนาคตศลิ ปะงานผ้าอสี านท้องถิน่ และงานหัตถกรรมของชุมชนจะ
ขาดการสานตอ่ อยา่ งยงั่ ยนื ดงั นนั้ จงึ ควรสง่ เสรมิ ใหน้ �ำ งานงานผา้ อสี านทอ้ งถนิ่ และงานหตั ถกรรมตา่ งๆ เขา้ ไปเปน็ สว่ น
หนงึ่ ของหลกั สตู รในการเรยี นการสอนของโรงเรียนในท้องถิน่ และมหาวทิ ยาลัยฯ เพ่อื ให้เยาวชน นิสติ และคนทส่ี นใจ
ไดเ้ รยี นรผู้ า้ อสี านทอ้ งถน่ิ และงานหตั ถกรรมงานหตั ถกรรมของทอ้ งถนิ่ ใหค้ งอยตู่ อ่ ไป โดยยกระดบั คนรนุ่ เกา่ ทมี่ ฝี มี อื ผา้
อสี านท้องถนิ่ และหัตถกรรมต่างๆ ให้เปน็ ครทู ้องถน่ิ เพ่ือการเปน็ ต้นแบบสบื ทอดทำ�นุบำ�รงุ ศิลปะและวัฒนธรรมงาน
ฝมี อื ผา้ อสี านทอ้ งถน่ิ และหตั ถกรรมตา่ งๆ ทคี่ งไวซ้ งึ่ ภายใต้ “โครงการหนง่ึ คณะหนง่ึ ศลิ ปวฒั นธรรม” ตอ่ ไปอยา่ งยงั่ ยนื

เอกสารประกอบการน�ำ เสนอผลงาน 149
สาขาท�ำ นบุ ำ�รุงศิลปวฒั นธรรม”

ภาพปรภะกาพอปบระกอบ

การจดั ทำ�เทยี นหอมสมุนไพรผา่ นกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ส่ชู ุมชน

อฤุ ทธิ์ เจรญิ อินทร์ รชั ณู กานุมาร และอนันษา ทองเหลา
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม
โครงการsน่งึ คณะหน่งึ ศิลปวฒั นธรรม ประจ�ำ ปงี บประมาณ �2�5�6�2

บทคดั ยอ่

การนำ�ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เผยแพร่ต่อชุมชนนั้น เป็นด่ังปรัชญาของมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่
ว่า ผ้มู ปี ัญญาพ่ึงเปน็ อย่เู พื่อมหาชน โดยคณะวิทยาศาสตรน์ ำ�องค์ความรทู้ ีเ่ รยี นเก่ียวกับการอธิบายปรากฏการณท์ าง
ธรรมชาตติ า่ งๆ ใหช้ าวบา้ นไดเ้ ขา้ ถงึ สาเหตทุ ที่ �ำ ใหเ้ กดิ สงิ่ เหลา่ นนั้ ซงึ่ การถวายเทยี นในชว่ งเขา้ พรรษาถอื วา่ เปน็ ประเพณี
และวัฒนธรรมท่อี ยูค่ ู่กับสังคมไทยมาช้านาน ในการได้มาของเทียนน้นั มหี ลากหลายรปู แบบด่ังภูมปิ ญั ญาของคนกอ่ น
ทม่ี กี ารท�ำ เทยี นจากวสั ดุตา่ งๆ เช่น ขีผ้ ้งึ ไขมนั พชื หรือไขมันสัตว์ เปน็ ต้น แต่คนสว่ นมากยังไม่เขา้ ใจวิทยาศาสตร์ที่
ซ่อนอยู่ภายใตแ้ สงสว่างท่เี กิดข้ึน ดงั นั้นคณะวทิ ยาศาสตรจ์ ึงได้เลง็ เห็นความสำ�คัญดงั กลา่ วจึงได้จดั ทำ�โครงการจัดท�ำ
เทยี นหอมสมนุ ไพรผา่ นกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรส์ ชู่ มุ ชน โดยนสิ ติ คณะวทิ ยาศาสตรท์ ล่ี งพนื้ ทชี่ มุ ชนไดอ้ ธบิ ายสว่ น
ประกอบตา่ งๆ ของเทยี น อตั ราสว่ นในการผสมเทยี น การใหค้ วามรอ้ นในการหลอมละลาย การใสส่ ารหอมระเหยเพอ่ื
เพม่ิ มลู คา่ ของเทยี นและยงั สามารถใชเ้ ทยี นในการปอ้ งกนั แมลงตา่ งๆ ทม่ี ารบกวน กระบวนการเยน็ ตวั ของเทยี น ตลอด
จนการหลอ่ เทยี นในรูปแบบตา่ งๆ ท�ำ ใหน้ สิ ิตเกิดเรยี นรูใ้ นการน�ำ ความรทู้ ่ีเรยี นมา ถ่ายทอดใหก้ บั ชมุ ชน ตระหนักถึง
ความสำ�คัญของการเรียนและเข้าใจธรรมชาติของสังคมและชุมชนมากขึ้น และชาวบ้านได้เข้าใจถึงกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในเบื้องต้นและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับทางมหาวิทยาลัย ทำ�ให้เข้าใจถึงความจำ�เป็นการศึกษาเล่า
เรียน โดยเฉพาะการเรยี นวิทยาศาสตร์ต่อไป

ทีม่ าและความส�ำ คัญ

1. ประวตั ิ ความเป็นมา ตน้ ก�ำ เนดิ ที่มา ตำ�นานของสิ่งท่ศี ึกษา พัฒนาการแตล่ ะยุคสมัย

ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่ามนุษย์เริ่มรู้จักการใช้ประโยชน์จากไฟเมื่อใด อย่างไร
ก็ตาม ไฟมบี ทบาทต่อการพัฒนาและการเปลีย่ นแปลงรปู แบบทางสังคมของมนษุ ย์ เช่น ทำ�ใหม้ นษุ ย์เรม่ิ รู้จักการปรุง
อาหารและกอ่ เกดิ วฒั นธรรมด้านอาหาร ทำ�ให้เกดิ การแบ่งหนา้ ท่ีระหวา่ งหญิงและชาย และยงั ใชใ้ นการใหแ้ สงสว่าง
ความอบอนุ่ หรือขับไลส่ ตั วร์ ้ายยามค���่ำ �ค�ืน���เ�ป��็น����ต�้น��

การประดิษฐ์เทียนข้ึนมาใช้ประโยชน์เป็นอีกตัวอย่างหน่ึงที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคมและการ
ประดษิ ฐ์คิดคน้ ของมนษุ ย์ ซง่ึ ในศตวรรษที่ 19 เร่ิมมีการใชเ้ ทียนในการประกอบพธิ ีกรรมต่างๆ ตลอดจนการใช้ในชีวติ
ประจ�ำ วนั มากมาย เนอื่ งจากไฟเปน็ สญั ลกั ษณข์ องการเผาผลาญและความโชตชิ ว่ งชชั วาล ท�ำ ใหช้ นพนื้ เมอื งหลายๆ เผา่


Click to View FlipBook Version