แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาหน้าที่พลเมือง ระดับชั้นม ั ธมศ ึ กษาปี ท ี่๒ โรงเรียนดงมะไฟวิทยา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ นางฐปนีย์ โคตรชุม ต าแหน่ง : ครูช านาญการพิเศษ
หน้าที่พลเมือง ม. 2 : คุณครูฐปนีย์ โคตรชุม คำนำ ข้าพเจ้านางฐปนีย์ โคตรชุม ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา เพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ชุดนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการ เรียนรู้โดยยึดหลักการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child-centered) ตามหลักการเน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้นักเรียนมีส่วนร่วม ในกิจกรรมและกระบวนการ เรียนรู้ สามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ทั้งเป็นรายบุคคลและเป็น กลุ่ม บทบาทของครูมีหน้าที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้นักเรียนประสบ ผลสำเร็จ โดยสร้างสถานการณ์การเรียนรู้ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ทำ ให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ ในเชิง บูรณาการด้วยวิธีการที่หลากหลาย เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปความรู้ด้วยตนเอง ทำ ให้ นักเรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ/กระบวนการ และด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดี นำ ไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข การจัดทำ แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ชุดนี้ได้จัดทำ สอดคล้องกับแนวทางการ จัดการเรียนรู้ รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ที่มุ่งเน้นพัฒนา ค่านิยมหลัก ๑๒ ประการและ ๕ จุดเน้นการเป็นพลเมืองดีของชาติ ได้นำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้เป็นรายชั่วโมง ตามหน่วยการเรียนรู้ เพื่อให้ครูนำ ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ยังมี การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ทั้ง ๓ ด้าน ได้แก่ด้านความรู้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม และด้าน ทักษะ/กระบวนการ ทำ ให้ทราบผลการเรียนรู้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ของนักเรียนได้ทันที ข้าพเจ้าหวังว่าแผนการจัดการเรียนรู้วิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เล่มนี้ จะอำนวยประโยชน์ต่อผู้สอนที่จะนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็ม ตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายของหลักสูตร นางฐปนีย์ โคตรชุม ครูชำนาญการพิเศษ
หน้าที่พลเมือง ม. 2 : คุณครูฐปนีย์ โคตรชุม สารบัญ เนื้อหา หน้า โครงสร้างการจัดการเรียนรู้ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ ๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ ๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ ๑๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ ๑๗ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ ๒๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ ๒๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ ๒๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ ๓๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ ๓๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ ๔๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ ๔๘ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ ๕๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓ ๖๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔ ๗๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๕ ๗๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ ๘๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ ๙๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘ ๑๐๐ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ ๑๐๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๐ ๑๑๐ ภาคผนวก ๑๑๘ แบบทดสอบกลางภาคเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓ แบบทดสอบปลายภาคเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓
หน้าที่พลเมือง ม. 2 : คุณครูฐปนีย์ โคตรชุม คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓-๔ ม. ๒ หน้าที่พลเมือง ๓-๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๒๐ ชั่วโมง / ภาค ๐.๕ หน่วยกิต มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแต่งกาย การ มีสัมมาคารวะ แสดงออกและแนะนำผู้อื่นให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละต่อสังคม เห็นคุณค่า อนุรักษ์และ สืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความ ซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ประยุกต์ และเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเรื่องการมีสติ ความขยัน อดทน หลักการทรงงาน ในเรื่องภูมิสังคม ขาดทุนคือกำไร และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัย ในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในเรื่องการติดตามข่าวสารบ้านเมือง ความกล้าหาญทาง จริยธรรม การเป็นผู้นำและการเป็นสมาชิกที่ดี มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจต่อกิจกรรมของห้องเรียน และโรงเรียน ตรวจสอบข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ และรู้ทันข่าวสาร ปฏิบัติตนเป็นผู้มี วินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต อดทน ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ใฝ่หาความรู้ และยอมรับผลที่เกิดจากการ กระทำของตนเอง เห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันในภูมิภาคเอเชียอย่างสันติ และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันโดยคำนึงถึงความ หลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย ในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา สิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกันใน สังคมพหุวัฒนธรรมและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ในเรื่องการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกิริยาและวาจาดูหมิ่นผู้อื่น ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบ่งปัน มีส่วนร่วมและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีเกี่ยวกับการ ละเมิดสิทธิ การใช้ของส่วนรวม ด้วยการเจรจาไกล่เกลี่ย การเจรจาต่อรอง การระงับความขัดแย้ง ปฏิบัติตนเป็นผู้ มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลที่เกิดจากการ กระทำของตนเอง โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการ แก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านิยม และ กระบวนการสร้างเจตคติ
๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง ปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียน ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวที เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ) ๑๒ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีไทย (การแต่งกาย ภาษา ภูมิปัญญา ประเพณี) จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ⚫ การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๓ ความเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๓.๑ การดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย ๓.๒ การมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข จุดเน้นที่ ๔ ความปรองดอง สมานฉันท์ ๔.๑ การอยู่ร่วมกันในสังคมแห่งความหลากหลาย ๔.๒ การจัดการความขัดแย้งและสันติวิธี จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ⚫ ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ • รู้และเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ เป็นไปตามนโยบายของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ได้ให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้อีกรายวิชาเพิ่มเติมหนึ่ง นอกเหนือจากรายวิชาเพิ่มเติมพื้นฐาน โดยได้กำหนดจุดเน้นและขอบข่ายของรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ เป็น ๕ จุดเน้น และยังได้กำหนดผลการเรียนรู้ชั้นปีและสาระการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับผลการ เรียนรู้ รวมทั้งยังได้จัดทำคำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติมเพื่อให้สถานศึกษานำไปกำหนดเป็นหลักสูตรสถานศึกษา ของตนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
๓ ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. เป้าหมายการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๒. การกำหนดรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓. การจัดรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๗ ๔. คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๕. เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๖. แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๗. คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๘. โครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๙. โครงสร้างเวลาเรียนรายชั่วโมง รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๑๐. ตารางวิเคราะห์ความสอดคล้องของรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง กับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๘ ประการ และค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การตอบคำถามเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง – การอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง
๔ ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง ปฐมนิเทศและข้อตกลง ในการเรียนรายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลหรือ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสตทัศน ศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแนะนำตนเอง แล้วให้นักเรียนแนะนำตนเองตามลำดับตัวอักษร หรือตามลำดับหมายเลข ประจำตัว หรือตามแถวที่นั่ง ตามความเหมาะสม ๓. ครูให้ความรู้ทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง พร้อมซักถาม นักเรียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น ๑) ทำไมเราจึงต้องเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๒) รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมืองมีความสำคัญและจำเป็นต่อเราหรือไม่ เพราะอะไร ๓) หน้าที่พลเมืองในรายวิชาเพิ่มเติมพื้นฐานกับรายวิชาเพิ่มเติมต่างกันอย่างไร ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๕. ครูศึกษาข้อมูลเรื่อง เป้าหมายการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง (โดยใช้ข้อมูลจากตอนที่ ๑) สรุป แล้วนำมาเล่าให้นักเรียนฟัง ๖. ครูอธิบายเพื่อทำความเข้าใจกับนักเรียนถึงเรื่อง การกำหนดรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง และการจัด รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๗ (โดยใช้ข้อมูลจากตอนที่ ๑) ๗. ครูระบุสิ่งที่ต้องเรียนในรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ โดยใช้ข้อมูลจากหน้าสารบัญใน หนังสือเรียนหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากนั้นอธิบายเพื่อทำความเข้าใจกับนักเรียนในเรื่องต่อไปนี้(โดยใช้ข้อมูล จากตอนที่ ๑) ๑) คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๒) โครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒
๕ ๓) โครงสร้างเวลาเรียนรายชั่วโมง รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๘. ครูบอกเทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ โดยสรุปว่ามีเทคนิค และวิธีการจัดการเรียนรู้อะไรบ้าง (โดยใช้ข้อมูลจากตอนที่ ๑) ๙. ครูสนทนาและซักถามนักเรียนเพื่อทำความเข้าใจถึงแนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้รายวิชา เพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ รวมทั้งเกณฑ์ตัดสินผลการเรียนรู้ (โดยใช้ข้อมูลจากตอนที่ ๑) ประเด็นต่าง ๆ เช่น ๑) รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ มีเวลาเรียนเท่าไร ๒) รายวิชาเพิ่มเติมนี้จะสอบและเก็บคะแนนอย่างไร และเท่าไร ๓) รายวิชาเพิ่มเติมนี้จะตัดสินผลการเรียนอย่างไร ๑๐. ครูแนะนำสื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ที่จะใช้ประกอบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ โดยใช้ข้อมูลจากหน้าบรรณานุกรมในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ นอกจากนี้ครูควรแนะนำแหล่งสืบค้นความรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่ได้ระบุไว้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ เพื่อทำความเข้าใจถึงแหล่งสืบค้นความรู้แต่ละอย่าง ๑๑. ครูสนทนากับนักเรียนและร่วมกันทำข้อตกลงในการเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ ๑) เวลาเรียน ต้องเข้าเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนในรายวิชาเพิ่มเติมนี้ หรือไม่ขาด เรียนเกิน ๓ ครั้ง กรณีป่วยต้องส่งใบลาโดยผู้ปกครองลงชื่อรับรองการลา ๒) ควรเข้าห้องเรียนตรงเวลาและรักษามารยาทในการเรียน ๓) เมื่อเริ่มเรียนแต่ละหน่วยการเรียนรู้จะมีการทดสอบก่อนเรียน และหลังจากเรียนจบแต่ละหน่วย การเรียนรู้แล้วจะมีการทดสอบหลังเรียน ๔) ในชั่วโมงที่มีการฝึกปฏิบัติงาน ควรเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือให้พร้อม โดยจัดหาไว้ ล่วงหน้า ๕) รับผิดชอบการเรียน การสร้างชิ้นงาน และการส่งงานตามเวลาที่กำหนด ๖) รักษาความสะอาดบริเวณที่ปฏิบัติกิจกรรม วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ทำงานทุกครั้ง ขั้นขยายความรู้ ๑๒. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแหล่งการเรียนรู้และแหล่งสืบค้นความรู้ อื่น ๆ ที่จะนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากนั้นครูและนักเรียน ร่วมกันสรุปและบันทึกผล ขั้นประเมิน ๑๓. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่เข้าใจ หรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๔. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร บ้าง
๖ ๑๕. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๖. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) รายวิชาเพิ่มเติมนี้มีเกณฑ์ตัดสินผลการเรียนรู้อย่างไร ๒) ข้อตกลงในการเรียนมีอะไรบ้าง ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ โดยให้นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นแผนที่ความคิดหรือผัง มโนทัศน์ลงในสมุด พร้อมทั้งตกแต่งให้สวยงาม ๑๘. ครูให้นักเรียนนำประโยชน์จากการเรียนรู้เรื่อง ปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียนรายวิชาเพิ่มเติม หน้าทีพลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ไปประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสมและสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ – หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒
๗ แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. ใครปฏิบัติตนในการแสดงความเคารพไม่เหมาะสม ก จิระวางพระพุทธรูปไว้ที่หิ้งพระบนตู้ ข หวานนั่งประนมมือเวลาฟังพระเทศน์ ค แบมสวมแว่นตาดำระหว่างการเข้าแถวที่สนามโรงเรียน ง ตุ๊กประนมมือระหว่างที่ประธานในที่ประชุมกำลังจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ๒. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ทำให้บุคลิกภาพไม่ดีในระหว่างการสนทนา ก ก้มหน้า ข พูดติดอ่าง ค เดินไปเดินมา ง มองตาคู่สนทนา ๓. ข้อใดเป็นเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับการเข้าร่วมการฟังธรรมที่สุด ก กางเกงยีนส์ ข กระโปรงสั้น ค เสื้อเชิ้ตสีขาว ง เสื้อยืดเอวลอย ๔. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการมีสัมมาคารวะ ก พูดจามีหางเสียง ข แสดงความรู้ของตนกับผู้ใหญ่ ค ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนตายตัว ง การวางตัวให้เหมาะสมกับโอกาส ๕. ข้อใดเป็นการกระทำที่ไม่ใช่การเสียสละเพื่อสังคม ก ช่วยครูถือของไปส่งที่รถ ข บริจาคโลหิตแก่โรงพยาบาล ค บริจาควัตถุหรือสิ่งของให้ผู้ประสบภัย ง ให้ความร่วมมือในการสร้างสาธารณประโยชน์ ๖. ข้อใดเป็นลักษณะของคนที่มีความขยันหมั่นเพียร ก ถามครูเมื่อไม่เข้าใจบทเรียน ข พักผ่อนแล้วจึงค่อยทำงานบ้าน
๘ ค ทำการบ้านของเมื่อวานในตอนเช้าก่อนส่งครู ง เมื่องานยากเกินไป จึงเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นที่ง่ายกว่า ๗. เพราะเหตุใดเมื่อเราทำผิด จึงต้องรู้จักที่จะยอมรับผิด ก เพื่อให้มีชื่อเสียง ข เพื่อให้มีคนชื่นชม ค เพื่อลดปัญหาในการทะเลาะเบาะแว้ง ง เพื่อให้เราตระหนักได้ว่าไม่ควรทำผิดซ้ำอีก ๘. ข้อใดเป็นความหมายของคำว่า “ประเพณี” ก งานสร้างสรรค์ความงามให้รับรู้ได้ด้วยการดู ข สิ่งที่คนในสังคมหนึ่ง ๆ นิยมประพฤติปฏิบัติต่อเนื่องกันมา ค ความรู้ ความสามารถ และทักษะของคนไทยที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ ง ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญอันเป็นแบบแผนประพฤติปฏิบัติของคนในสังคมเดียวกัน ๙. ข้อใดจัดเป็นศิลปะไทยด้านจิตรกรรม ก เจดีย์ภูเขาทอง ข ภาพวาดขรัวอินโข่ง ค พระที่นั่งอภิเษกดุสิต ง รูปปั้นนูนต่ำชาวสุโขทัย ๑๐. ข้อใดเป็นวัฒนธรรมการแต่งกายของไทย ก การนุ่งผ้าซิ่น ข การสวมถุงมือ ค การสวมหมวก ง การนุ่งกระโปรงยาว
๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง การแสดงความเคารพ ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวที เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ) จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๒. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การแสดงความเคารพเป็นมารยาทไทยที่แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูกตเวทีของคนไทย ทำให้เกิด ความเป็นมงคลต่อทั้งสองฝ่าย และเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงสายสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทั้งที่อยู่ในระดับเดียวกันและ อยู่ต่างระดับกันได้เป็นอย่างดี ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. มารยาทไทย ๑.๑ การแสดงความเคารพ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. รักความเป็นไทย ๔. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การทำแบบทดสอบก่อนเรียน – การแสดงบทบาทสมมุติเกี่ยวกับการแสดงความเคารพ – การทำกิจกรรม/ใบงาน
๑๐ ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ทดสอบก่อนเรียน ๒. ซักถามความรู้เรื่อง มารยาทไทย: การแสดงความเคารพ ๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน โดยแจกแบบทดสอบให้นักเรียนทุกคน แล้วให้นักเรียนทำ แบบทดสอบ โดยเขียนเครื่องหมาย ทับตัวอักษร (ก–ง) หน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว จากนั้นตรวจให้คะแนน แต่ยังไม่ต้องเฉลยคำตอบ ๔. ครูให้นักเรียนท่องบทอาขยานหรือร้องเพลงค่านิยมหลัก ๑๒ ประการพร้อม ๆ กัน จากนั้นครูสรุป ให้นักเรียนฟังว่า การแสดงความเคารพ เป็นเรื่องของมารยาทและวัฒนธรรมไทย ดังนั้น การรักษาวัฒนธรรม ไทยถือเป็น ๑ ในค่านิยมหลักข้อที่ ๕ “รักษาวัฒนธรรม ประเพณีอันงดงาม” ๕. ครูซักถามนักเรียนในประเด็นว่า “ถ้าเรารู้จักแสดงความเคารพอย่างถูกต้อง จะทำให้เราเป็นคน อย่างไร” สุ่มเลือกนักเรียนมาตอบ จากนั้นเฉลยคำตอบและสรุปความรู้เชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๖. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับมารยาทไทย เรื่อง การแสดงความเคารพ ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากนั้นซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านในประเด็นต่าง ๆ ๗. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน แสดงบทบาทสมมุติเกี่ยวกับการแสดงความเคารพใน สถานการณ์ต่าง ๆ ตามเนื้อหาในหนังสือเรียน จากนั้นเปิดโอกาสให้เพื่อนแสดงความคิดเห็นและประเมินผล การแสดง ๘. ครูกล่าวชมเชยนักเรียน รวมทั้งสรุปผลการแสดงบทบาทสมมุติของนักเรียนและเนื้อหาเกี่ยวกับ การแสดงความเคารพ
๑๑ ๙. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๑๐. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๑ เรื่อง การแสดงความเคารพตามสถานการณ์ ขั้นประเมิน ๑๑. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๒. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๓. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๔. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) เราสามารถแสดงความเคารพในห้องประชุมตามลำดับได้อย่างไร ๒) การแสดงความเคารพรูปเคารพต่าง ๆ สามารถทำได้อย่างไรบ้าง ขั้นสรุป ๑๕. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับมารยาทไทย เรื่อง การแสดงความเคารพ โดยให้ นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงในสมุด พร้อม ตกแต่งให้สวยงาม ๑๖. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. แบบทดสอบก่อนเรียน ๒. บทอาขยานหรือเพลงค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ ๓. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑ เรื่อง การแสดงความเคารพตามสถานการณ์ ๔. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๕. แบบบันทึกความรู้
๑๒ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑ เรื่อง การแสดงความเคารพตามสถานการณ์ ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง เลือกคำที่กำหนดให้เติมในช่องว่างในประโยคให้สัมพันธ์กัน ▪ ที่สูง ▪ ถอด ▪ ถือของ ▪ วางขอ ▪ หน้าบ้าน ▪ ประนมมือ ▪ สวม ▪ กราบเบญจางคประดิษฐ์ ▪ ๑. เมื่อเราเข้าไปยังสถานที่ที่มีการจัดโต๊ะหมู่บูชา เราต้องทำความเคารพโดย กราบแบบเบญจาง คประดิษฐ์ เป็นอันดับแรก ๒. เราเห็นผู้ใหญ่ที่รู้จักเดินมา โดยที่เราถือของอยู่เราควร วางของ แล้วยกมือไหว้ ๓. เราต้อง ถอด หมวกทุกครั้งเมื่อแสดงความเคารพผู้อาวุโส ๔. เราควร ประนมมือ ระหว่างที่นั่งฟังธรรมในวัด ๕. ถ้าเราได้รับรูปเคารพมา เราต้องวางรูปเคารพไว้ ที่สูง .
๑๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง การสนทนา ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวที เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ) จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของ ตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การสนทนาเป็นส่วนสำคัญในการคบหาสมาคมกับผู้อื่น การสมาคมนั้นคือการพบปะ พูดจา ติดต่อกัน โดยตามหลักมารยาทไทย การคบหาสมาคมกับผู้อื่นต้องสำรวมกิริยาทั้งกาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อย ต้องมี มารยาทในการสนทนาเพื่อให้ผู้อื่นมองว่าเราเป็นคนที่ประพฤติตนเหมาะสมกับกาลเทศะ ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. มารยาทไทย ๑.๒ การสนทนา ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. รักความเป็นไทย ๔. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การสังเกตลักษณะของผู้สนทนาที่ดี – การทำกิจกรรม/ใบงาน
๑๔ ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑.ซักถามความรู้เรื่อง มารยาทไทย: การสนทนา ๒.ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูซักถามนักเรียนว่า ผู้พูดในวงสนทนาที่ดีควรเป็นอย่างไร ให้นักเรียนช่วยกันตอบคนละ ๑ คำตอบ จากนั้นครูเฉลยคำตอบ ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๕. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับมารยาทไทย เรื่อง การสนทนา ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากนั้นซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านในประเด็นต่าง ๆ ๖. ครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์รายการสนทนาต่าง ๆ แล้วให้นักเรียนสังเกตพฤติกรรมหรือลักษณะท่าทาง ของการสนทนาในวีดิทัศน์ จากนั้นบันทึกว่าผู้ที่ร่วมวงสนทนามีลักษณะในการสนทนาอย่างไรบ้าง แล้วให้ นักเรียนนำผลการบันทึกส่งครู ๗. ครูคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุดประมาณ ๔–๕ ชิ้น แล้วให้นักเรียนเจ้าของผลงานออกมานำเสนอหน้า ชั้นเรียน ๘. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคล ขั้นขยายความรู้ ๙. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๒ เรื่อง การสนทนา ขั้นประเมิน ๑๐. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ
๑๕ ๑๑. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร บ้าง ๑๒. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๓. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) เพราะเหตุใดเราจึงต้องสังเกตลักษณะของผู้ร่วมสนทนาด้วย ๒) ข้อปฏิบัติในการนั่งและการยืนสนทนามีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๔. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับมารยาทไทย เรื่อง การสนทนา โดยให้นักเรียนสรุป เป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๕. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันหรือประพฤติปฏิบัติให้ เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. วีดิทัศน์รายการสนทนาต่าง ๆ ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๒ เรื่อง การสนทนา ๓. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคล ๔. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒
๑๖ กิจกรรม/ใบงานที่ ๒ เรื่อง การสนทนา ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง เขียนเล่าประสบการณ์ที่นักเรียนมีส่วนร่วมในการสนทนาตามหัวข้อที่ระบุลงในกรอบที่กำหนดให้ ลักษณะที่ดีของผู้สนทนา ที่นักเรียนเคยร่วมสนทนาด้วย การปฏิบัติตนของนักเรียน ในวงสนทนา
๑๗ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง การแต่งกาย ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวที เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ) จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การแต่งกายถือเป็นสิ่งที่แสดงถึงบุคลิกภาพของมนุษย์เรา การแต่งกายเป็นสิ่งที่จะสร้างความ น่าเชื่อถือ ความสำเร็จ แก่บุคคลโดยทั่วไป ดังนั้น การเข้าสมาคมกับผู้ใดก็ตามเราจำเป็นต้องศึกษา เรื่อง การแต่งกายให้ถูกต้องตามกาลเทศะ เหมาะสมกับวัยและบุคลิกภาพ ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. มารยาทไทย ๑.๓ การแต่งกาย ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. รักความเป็นไทย ๔. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การสรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับการแต่งกาย – การทำกิจกรรม/ใบงาน
๑๘ ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑.ซักถามความรู้เรื่อง มารยาทไทย: การแต่งกาย ๒.ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยาก เรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้อง ประชุม ห้องโสตทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูนำภาพบุคคลที่แต่งกายแตกต่างกัน คือ แบบสุภาพเรียบร้อยและแบบไม่สุภาพเรียบร้อย ให้นักเรียนดู แล้วซักถามนักเรียนว่า บุคคลในภาพคนใดแต่งกายได้เหมาะสมกับความเป็นไทยมากกว่า เพราะเหตุใด ครูเฉลยคำตอบพร้อมกล่าวชื่นชมนักเรียน ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๕. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับมารยาทไทย เรื่อง การแต่งกาย ในหนังสือเรียน รายวิชา เพิ่มเติมเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓-๔ ม. ๒ แล้วให้นักเรียนสรุปสาระสำคัญลงในสมุด ๖. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๓ เรื่อง การแต่งกายตามความเหมาะสม ๗. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอ ผลงานของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคล ขั้นขยายความรู้ ๘. ครูให้นักเรียนวาดภาพออกแบบการแต่งกายที่สวยงามตามสมัยนิยมและมีความสุภาพ เหมาะสมกับความเป็นไทย ขั้นประเมิน ๙. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยัง ไม่เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๐. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการ แก้ไขอย่างไรบ้าง
๑๙ ๑๑. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้ และการปฏิบัติกิจกรรม ๑๒. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) เพราะเหตุใดการแต่งกายจึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวเรา ๒) หากเราไม่คำนึงถึงความเหมาะสมในการแต่งกายจะทำให้เกิดอะไรขึ้น ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๓. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับมารยาทไทยเรื่อง การแต่งกาย โดยบันทึก ข้อสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๔. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันหรือประพฤติปฏิบัติ ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คน ในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. ภาพบุคคลที่แต่งกายสุภาพเรียบร้อยและภาพบุคคลที่แต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อย ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๓ เรื่อง การแต่งกายตามความเหมาะสม ๓. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคล ๔. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมือง
๒๐ กิจกรรม/ใบงานที่ ๓ เรื่อง การแต่งกายตามความเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง วาดภาพเครื่องแต่งกายลำลองที่สุภาพเรียบร้อย และเขียนแสดงสรุปหลักสำคัญในการแต่ง กายลงในกรอบที่กำหนดให้สัมพันธ์กับภาพ ความสะอาด ความสุภาพเรียบร้อย ความเหมาะสม
๒๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง การมีสัมมาคารวะ ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวที เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ) จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การมีสัมมาคารวะเป็นการแสดงออกถึงความเป็นคนมีมารยาท เนื่องจากเราต้องอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก การมีสัมมาคารวะจะทำให้เราดูน่าคบหาสมาคม เนื่องจากเรามีกิริยาที่แสดงความนับถือต่อผู้อื่น ไม่ล่วงเกิน ผู้อื่น และให้ความเคารพผู้อื่น ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. มารยาทไทย ๑.๔ การมีสัมมาคารวะ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. รักความเป็นไทย ๔. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การระดมสมองและนำเสนอผลงาน – การทำกิจกรรม/ใบงาน
๒๒ ๘. การวัดและประเมินผล ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่องมารยาท ไทย : การมีสัมมาคารวะ ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้นักเรียนดูภาพเด็กเดินน้อมตัวลงผ่านผู้ใหญ่ แล้วซักถามนักเรียนว่า “เด็กในภาพเป็นเด็กมีที่ สัมมาคารวะหรือไม่ เพราะอะไร และนักเรียนเคยกระทำเช่นนี้กับผู้ใหญ่หรือไม่” ให้นักเรียนช่วยกันตอบ ครู เฉลยคำตอบพร้อมทั้งกล่าวชมเชยนักเรียน ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๕. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับมารยาทไทย เรื่อง การมีสัมมาคารวะ ในหนังสือเรียนรายวิชา เพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากนั้นซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านในประเด็นต่าง ๆ ๖. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ร่วมกันระดมสมองในหัวข้อ ผู้มีที่มีสัมมาคารวะ ต้องมี คุณลักษณะอย่างไรบ้าง จากนั้นบันทึกผลการระดมสมองแล้วเรียบเรียงเพื่อนำเสนอหน้าชั้นเรียน ๗. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นครูกล่าวชมเชยนักเรียน พร้อมทั้งสรุปการนำเสนอผลงานของนักเรียน ๘. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๙. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๔ เรื่อง เราเป็นคนดีมีสัมมาคารวะ ขั้นประเมิน ๑๐. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๑. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไรบ้าง
๒๓ ๑๒. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๓. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) การมีสัมมาคารวะสามารถแสดงออกได้อย่างไรบ้าง ๒) เมื่อเราต้องร่วมวงสนทนากับผู้ใหญ่ เราควรปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีสัมมา คารวะ ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๔. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การมีสัมมาคารวะ โดยให้นักเรียนบันทึกข้อสรุปเป็น ความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๕. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. ภาพเด็กเดินน้อมตัวลงผ่านผู้ใหญ่ ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๔ เรื่อง เราเป็นคนดีมีสัมมาคารวะ ๓. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลหรือกลุ่ม ๔. หนังสือเรียนหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒
๒๔ กิจกรรม/ใบงานที่ ๔ เรื่อง เราเป็นคนดีมีสัมมาคารวะ ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง เขียนบอกเล่าประสบการณ์ของตนเองที่แสดงออกถึงความเป็นผู้มีสัมมาคารวะต่อผู้อื่น _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________
๒๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความเสียสละต่อสังคม ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวที เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ) จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๒. แสดงออกและแนะนำผู้อื่นให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละต่อสังคม ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความเสียสละต่อสังคมเป็นพื้นฐานสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้คนในสังคม สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข เนื่องจากคนเราเกิดมามีพื้นฐานทางชีวิตไม่เท่ากัน ผู้ที่มีมากกว่าแบ่งปัน ให้แก่ผู้ที่มีน้อยกว่าถือเป็นการแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำให้เกิดมิตรภาพระหว่างกัน สังคมจะมีแต่ความ สงบและสันติ ๔. สาระการเรียนรู้ ๒. การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความเสียสละต่อสังคม ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. รักความเป็นไทย ๓. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การนำเสนอผลงานโดยใช้โปรแกรม PowerPoint – การทำกิจกรรม/ใบงาน
๒๖ ๘. การวัดและประเมินผล ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความเสียสละต่อสังคม ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้นักเรียนดูภาพการบำเพ็ญประโยชน์ต่าง ๆ ในสังคม แล้วซักถามนักเรียนว่า “การกระทำใน ภาพแสดงให้เห็นถึงคุณธรรมในด้านใด” ให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๕. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเรื่อง ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความเสียสละต่อสังคม ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากนั้นซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านในประเด็นต่าง ๆ ๖. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ร่วมกันออกแบบการนำ เสนอเนื้อหาเรื่อง ความ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความเสียสละต่อสังคม โดยใช้โปรแกรม PowerPoint ๗. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ๘. ครูกล่าวชมเชยนักเรียน พร้อมทั้งสรุปการนำเสนอผลงานของนักเรียน ๙. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๑๐. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๕ เรื่อง การเสียสละเพื่อสังคม ขั้นประเมิน ๑๑. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ
๒๗ ๑๒. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใดและได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๓. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และ การปฏิบัติกิจกรรม ๑๔. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) เราสามารถแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนรอบข้างได้อย่างไรบ้าง ๒) ถ้าเราไม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นจะส่งผลเสียแก่ตัวเราอย่างไร ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๕. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละต่อสังคม โดยให้ นักเรียนบันทึกข้อสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๖. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. ภาพการบำเพ็ญประโยชน์ต่าง ๆ ในสังคม ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๕ เรื่อง การเสียสละเพื่อสังคม ๓. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๔. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒
๒๘ กิจกรรม/ใบงานที่ ๕ :: เรื่อง การเสียสละเพื่อสังคม ผลการเรียนรู้ ๒. แสดงออกและแนะนำผู้อื่นให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเสียสละต่อสังคม ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง หาภาพข่าวที่แสดงถึงความเสียสละต่อสังคมแล้วเขียนบรรยายเนื้อหาในข่าว พร้อมทั้งบอกว่า บุคคลที่อยู่ในข่าวมีความเสียสละต่อสังคมอย่างไร ข่าว สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเสียสละต่อสังคม
๒๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง ความมีวินัยในตนเอง (๑) ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวที เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ) จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน ๒. ผลการเรียนรู้ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ความมีวินัยในตนเอง คือ การที่บุคคลสามารถควบคุมตนเองให้ปฏิบัติในสิ่งที่พึงปรารถนา ตาม ระเบียบและกฎเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ระเบียบของครอบครัว ของโรงเรียน ของชุมชน ของประเทศชาติ ตาม หลักศีลธรรม ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่เกิดขึ้นมาจากตนเอง ไม่ใช่ถูกบุคคลอื่นควบคุมหรือบังคับ ความซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง ความประพฤติดี ความประพฤติชอบ ประพฤติตรง จริงใจ ไม่คดโกง และไม่หลอกลวง เป็นการประพฤติตามความเป็นจริงและความถูกต้องต่อตนเอง ผู้อื่น ประเทศชาติ ทั้งทาง กาย วาจา และใจ จึงเป็นคุณธรรมที่ควรปลูกฝังและอบรมให้มีในตน ความขยันหมั่นเพียรและอดทน หมายถึง การทำหน้าที่การงานด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน ไม่ ท้อถอย เป็นคุณธรรมจริยธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จ ๔. สาระการเรียนรู้ ๓. ความมีวินัยในตนเอง ๓.๑ ความซื่อสัตย์สุจริต ๓.๒ ความขยันหมั่นเพียรและอดทน ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๒. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. มีจิตสาธารณะ
๓๐ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การเขียนเรียงความเกี่ยวกับความมีวินัยในตนเองเรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียร และอดทน – การทำกิจกรรม/ใบงาน ๘. การวัดและประเมินผล ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง ความมีวินัยในตนเอง ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูซักถามนักเรียนว่า “เพราะเหตุใดเราจึงต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเมื่ออยู่ร่วมกันในสังคม” ให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๕. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับ ความมีวินัยในตนเอง เรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต ความ ขยันหมั่นเพียรและอดทน ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓-๔ ม. ๒ จากนั้นซักถามนักเรียน เกี่ยวกับเรื่องที่อ่านในประเด็นต่าง ๆ ๖. ครูให้นักเรียนเขียนเรียงความเรื่อง “คุณลักษณะของผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตผู้มีความขยันหมั่นเพียร และผู้มีความอดทนในมุมมองของข้าพเจ้า” ๗. ครูสุ่มเลือกนักเรียนออกมานำเสนอผลงานของตนเอง ๘. ครูกล่าวชมเชยนักเรียน พร้อมทั้งสรุปการนำเสนอผลงานของนักเรียน ๙. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคล
๓๑ ขั้นขยายความรู้ ๑๐. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๖ เรื่อง เราเป็นคนดีมีวินัยในตนเอง ขั้นประเมิน ๑๑. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๒. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร บ้าง ๑๓. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๔. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) ถ้าคนในสังคมขาดความซื่อสัตย์สุจริตจะเป็นอย่างไร ๒) เราสามารถฝึกตนเองให้เป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียรได้อย่างไร ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๕. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับความมีวินัยในตนเอง เรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต ความ ขยันหมั่นเพียรและอดทน โดยให้นักเรียนบันทึกข้อสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงใน สมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๖. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. กิจกรรม/ใบงานที่ ๖ เรื่อง เราเป็นคนดีมีวินัยในตนเอง ๒. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคล ๓. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓-๔ ม. ๒
๓๒ กิจกรรม/ใบงานที่ ๖ :: เรื่อง เราเป็นคนดีมีวินัยในตนเอง ผลการเรียนรู้ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง ตอบคำถาม ๑. หากคนในสังคมขาดคุณธรรมเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต จะเกิดอะไรขึ้น แนวคำตอบ สังคมก็จะวุ่นวาย ไม่สงบ คนจะเอารัดเอาเปรียบกัน และเห็นแก่ตัวมากขึ้นจนก่อให้เกิด ปัญหาอื่น ๆ ตามมามากมาย ๒. ความซื่อสัตย์สุจริตมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไร แนวคำตอบ ๑) ทำงานทุกอย่างด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่นเพื่อให้งานที่ทำนั้นสำเร็จ ๒) เมื่อได้รับมอบหมายหน้าที่ใด ๆ ก็จะต้องปฏิบัติหน้าที่นั้นอย่างจริงจังและทำให้ดีที่สุด ๓) พูดแต่ความจริง ไม่โกหกหลอกลวง ๔) มีความจริงใจต่อคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๕) มุ่งทำแต่ความดี
๓๓ ๓. ความขยันหมั่นเพียรสามารถกระทำได้อย่างไร แนวคำตอบ เมื่อมีหน้าที่หรืองานที่รับผิดชอบ จะต้องรีบลงมือทำทันที ไม่ควรรอหรือปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดย เปล่าประโยชน์ เราจะต้องทำงานด้วยความทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังความคิดอย่างเต็มที่ จะต้องทำงานทุกอย่างอย่างเต็มความสามารถของตน เพื่อให้ได้ผลงานหรืองานที่ทำออกมาดีที่สุด หาก เกิดปัญหาหรืออุปสรรคขึ้นในการทำงาน ต้องไม่ท้อแท้หมดกำลังใจ แต่ต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหา หรืออุปสรรคที่เกิดขึ้น หากไม่สามารถแก้ได้ด้วยตนเอง ควรปรึกษาผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีความรู้หรือ ประสบการณ์ เช่น พ่อ แม่ ครู ๔. ถ้าเราเป็นผู้ที่มีความอดทนจะส่งผลดีแก่เราอย่างไร แนวคำตอบ ทำให้เราประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต มีกำลังใจที่จะทำให้เราทำงานได้มากขึ้น เรียนสนุก ขึ้น ไม่เหนื่อยหน่ายหรือท้อถอย ไม่ทำงานหรือเรียนอย่างไร้จุดหมาย
๓๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง ความมีวินัยในตนเอง (๒) ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวที เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ) จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การมีวินัยในตนเอง นอกจากจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียรและอดทนแล้วยังต้อง มีคุณลักษณะสำคัญอื่น ๆ ที่ทำให้เป็นผู้มีวินัยอย่างแท้จริง ได้แก่ การใฝ่หาความรู้ หมายถึง การที่บุคคลต้องการที่จะแสวงหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ด้วย ตนเองและมีความต้องการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา ไม่คอยแต่จะรอรับความรู้ในชั้นเรียนเพียงอย่างเดียว ไม่คิดว่าตนเองมีความรู้เพียงพอแล้ว และเป็นคนที่ฝักใฝ่ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไปตลอดชีวิต การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ หมายถึง การเอาใจใส่ มุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตนให้เกิดผลสำเร็จ และผลดี ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง หมายถึง ความรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้นจากการ กระทำของตน เมื่อเกิดผลเสียหายก็ไม่โยนความผิดให้แก่ผู้อื่น น้อมรับความผิดพลาด แล้วนำมาพิจารณา ไตร่ตรอง เพื่อปรับปรุงแก้ไขมิให้เกิดความเสียหาย หรือเกิดความผิดพลาดขึ้นอีก ๔. สาระการเรียนรู้ ๓. ความมีวินัยในตนเอง ๓.๓ การใฝ่หาความรู้ ๓.๔ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ๓.๕ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๓๕ ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การทำ Infographic เกี่ยวกับความมีวินัยในตนเอง – การทำกิจกรรม/ใบงาน ๘. การวัดและประเมินผล ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง ความมีวินัยในตนเอง: การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจ ปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผล ที่เกิดจากการกระทำของ ตนเอง ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้ทบทวนความรู้เกี่ยวกับความมีวินัยในตนเองเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียรและ อดทน แล้วซักถามนักเรียนว่า นอกจากวินัยทั้งสองนี้แล้ว เราควรจะมีวินัยในตนเองในเรื่องอะไรอีกบ้าง ๔. ครูให้นักเรียนช่วยกันตอบ จากนั้นครูเฉลยคำตอบแล้วกล่าวชมเชยนักเรียน ๕. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน
๓๖ ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๖. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับความมีวินัยในตนเอง เรื่อง การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติ หน้าที่ และการยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓-๔ ม. ๒ จากนั้นซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านในประเด็นต่าง ๆ ๗. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๓ กลุ่ม สืบค้นข้อมูลเพื่อทำ Infographic กลุ่มละ ๑ หัวข้อ ดังต่อไปนี้ กลุ่มที่ ๑ การใฝ่หาความรู้ในชีวิตประจำวัน กลุ่มที่ ๒ คุณลักษณะของผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มที่ ๓ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๘. แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ครูกล่าวชมเชยนักเรียน พร้อมทั้งสรุปการนำเสนอ ผลงานของนักเรียน จากนั้นให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๗ เรื่อง ความมีวินัยในตนเอง ๙. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๑๐. ครูให้นักเรียนสำรวจตนเองว่าเราเป็นคนดีมีวินัยในเรื่องใดบ้างลงในแบบบันทึกผลการสำรวจ ตนเองเรื่อง “วินัยในตัวเรา” ขั้นประเมิน ๑๑. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ ๑๒. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๓. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๔. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) เราสามารถปฏิบัติตนเป็นผู้ที่รู้จักใฝ่หาความรู้ได้อย่างไร ๒) การรู้จักยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเองจะส่งผลดีอย่างไร ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๕. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ ความมีวินัยในตนเอง เรื่องการใฝ่หาความรู้ การตั้งใจ ปฏิบัติหน้าที่ และการยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง โดยให้นักเรียนบันทึกข้อสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๖. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ
๓๗ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. กิจกรรม/ใบงานที่ ๗ เรื่อง ความมีวินัยในตนเอง ๒. แบบบันทึกผลการสำรวจตนเองเรื่อง “วินัยในตัวเรา” ๓. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๔. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒
๓๘ กิจกรรม/ใบงานที่ ๗ :: เรื่อง ความมีวินัยในตนเอง ผลการเรียนรู้ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง เขียนความมีวินัยที่สามารถกระทำได้ในฐานะที่เป็นนักเรียนและเป็นคนไทย _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ หน้าที่ ในฐานะที่ เป็นนักเรียน หน้าที่ ในฐานะที่ เป็นคนไทย
๓๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๒ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีไทย (การแต่งกาย ภาษา ภูมิปัญญา ประเพณี) จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๓. เห็นคุณค่า อนุรักษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด สังคมไทยมีขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยเป็นของตนเอง โดยเป็น เอกลักษณ์ไทยทั้งด้านวิถีชีวิตเศรษฐกิจและการเมืองการปกครอง แต่สังคมไทยยังมีการเปิดรับขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาจากต่างสังคมมาประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมของ ตนเอง ทำให้มีความโดดเด่นและก่อให้เกิดประโยชน์ในการดำ เนินชีวิตของคนในสังคม ๔. สาระการเรียนรู้ ๔. ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ๔.๑ ขนบธรรมเนียมประเพณี ๔.๒ ศิลปวัฒนธรรม ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๓. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ใฝ่เรียนรู้ ๒. รักความเป็นไทย ๓. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การสืบค้นข้อมูลและนำเสนอผลงานเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปวัฒนธรรม – การทำกิจกรรม/ใบงาน
๔๐ ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง ขนบธรรมเนียม ประเพณี และศิลปวัฒนธรรม ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้นักเรียนดูภาพศิลปะไทย เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจดีย์ภูเขาทอง แล้วซักถามนักเรียน ว่า ศิลปะไทยมีคุณค่าต่อประเทศชาติอย่างไร ให้นักเรียนช่วยกันตอบ ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๕. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเรื่อง ขนบธรรมเนียม ประเพณี และศิลปวัฒนธรรม ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากนั้นซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านในประเด็นต่าง ๆ ๖. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๓ กลุ่ม แต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อต่อไปนี้ กลุ่มที่ ๑ ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย กลุ่มที่ ๒ ศิลปะไทย กลุ่มที่ ๓ วัฒนธรรมไทย แต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ได้มาเรียบเรียงแล้วนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นครูกล่าวชมเชยนักเรียน และสรุปการนำเสนอ ๗. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๘. ครูให้นักเรียนร่วมกันจัดป้ายนิเทศเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทย
๔๑ ขั้นประเมิน ๙. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่เข้าใจ หรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๐. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๑. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๒. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมมีคุณค่าในสังคมไทยอย่างไร ๒) นักเรียนเคยมีส่วนร่วมในการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอย่างไรบ้าง ๑๓. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๘ เรื่อง ขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปวัฒนธรรมไทย ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๔. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ขนบธรรมเนียม ประเพณี และศิลปวัฒนธรรม โดยให้ นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงใน สมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๕. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. ภาพศิลปะไทย เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจดีย์ภูเขาทอง ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๘ เรื่อง ขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปวัฒนธรรมไทย ๓. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๔. แบบบันทึกความรู้ ๕. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม.๒
๔๒ กิจกรรม/ใบงานที่ ๘ เรื่อง ขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปวัฒนธรรมไทย ผลการเรียนรู้ ๓. เห็นคุณค่า อนุรักษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง ติดภาพและเขียนชื่อขนบธรรมเนียม ประเพณี และศิลปวัฒนธรรมที่นักเรียนเคยมีส่วนร่วม พร้อม บรรยายสั้น ๆ ตัวอย่างคำ ตอบ งานบวช โดยไปร่วมงานอุปสมบทของพี่ชายที่วัด ใกล้บ้าน ลิเก โดยเป็นการแสดงพื้นบ้านที่เคยไปดูกับพ่อ แม่ และน้อง ที่วัดตอนมีงานประจำปี และในช่วงเทศกาลวัน ลอยกระทง ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม
๔๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง ภูมิปัญญาไทย ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๒ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีไทย (การแต่งกาย ภาษา ภูมิปัญญา ประเพณี) จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง การใฝ่หาความรู้การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๓. เห็นคุณค่าอนุรักษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ภูมิปัญญาไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เกิดจากการสั่งสมความรู้ดั้งเดิมที่สะสมจากประสบการณ์ ชีวิตของชาวบ้านเอง หรือจากการได้รับถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งภูมิปัญญาแต่ละด้านนั้นได้รับการเรียนรู้ มาเป็นระยะเวลายาวนาน ผ่านการสังเกต ทดลองใช้ ปรับเปลี่ยน แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการดำรงชีวิต ด้วยสติปัญญา ความสามารถ และความเชื่อ เพื่อให้เหมาะสมกับสังคมของตนเอง ภูมิปัญญาเดิมบางอย่างอาจ มีการปรับปรุงใหม่ บางอย่างสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยและความจำเป็นในขณะนั้น ในขณะที่ ภูมิปัญญาบางอย่างรับอิทธิพลมาจากต่างชาติโดยอาจนำมาใช้เลยหรือนำมาผสมผสานกับวัฒนธรรมไทยจน เกิดเป็นภูมิปัญญาไทย ทั้งนี้ก็เพื่อปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสังคมไทย ๔. สาระการเรียนรู้ ๔. ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ๔.๓ ภูมิปัญญาไทย ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักความเป็นไทย ๒. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การสรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย – การทำกิจกรรม/ใบงาน
๔๕ ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง ภูมิปัญญาไทย ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์เกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย แล้วอธิบายความหมายเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทยสั้น ๆ ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๕. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเรื่อง ภูมิปัญญาไทย ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓– ๔ ม. ๒ ของ วพ. จากนั้นซักถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านในประเด็นต่าง ๆ แล้วให้นักเรียนสรุปสาระสำคัญ ลงในแบบบันทึกความรู้ ๖. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๙ เรื่อง ภูมิปัญญาไทยที่ฉันรู้จัก ๗. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคล ขั้นขยายความรู้ ๘. ครูให้นักเรียนเขียนเรียงความเรื่อง “เราจะสืบสานภูมิปัญญาไทยในท้องถิ่นให้ยังคงอยู่สืบไปได้ อย่างไร” แล้วส่งครูเพื่อคัดเลือกผลงานที่ดีและเหมาะสมเผยแพร่ในโรงเรียน ขั้นประเมิน ๙. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่เข้าใจ หรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๐. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร บ้าง ๑๑. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม
๔๖ ๑๒. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) ภูมิปัญญาในท้องถิ่นเกิดขึ้นจากอะไร ๒) ภูมิปัญญาไทยในท้องถิ่นของนักเรียนมีอะไรบ้าง ยกตัวอย่าง ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๓. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ภูมิปัญญาไทย โดยให้นักเรียนบันทึกข้อสรุปเป็นความ เรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๔. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับ สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และ เข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. วีดิทัศน์เกี่ยวกับ ภูมิปัญญาไทย ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๙ เรื่อง ภูมิปัญญาไทยที่ฉันรู้จัก ๓. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคล ๔. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม.๒
๔๗ กิจกรรม/ใบงานที่ ๙ เรื่อง ภูมิปัญญาไทยที่ฉันรู้จัก ผลการเรียนรู้ ๓. เห็นคุณค่าอนุรักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง หาภาพถ่ายภูมิปัญญาไทยที่นักเรียนรู้จักแล้วเขียนอธิบายในประเด็นที่กำหนดให้ รายละเอียดของภูมิปัญญาที่เลือก ________________________ ________________________ ________________________ ________________________ ________________________ ________________________ ________________________ ________________________ คุณค่าและวิธีการอนุรักษ์ภูมิปัญญานี้ ชื่อภูมิปัญญา ___________________________
๔๘ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง กิจกรรมบูรณาการ ทบทวน โครงงาน และทดสอบกลางภาค ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๑ ความเป็นไทย ๑.๑ ลักษณะที่ดีของคนไทย (มารยาทไทย กตัญญูกตเวที เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ) ๑.๒ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีไทย (การแต่งกาย ภาษา ภูมิปัญญา ประเพณี) จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๒. แสดงออกและแนะนำผู้อื่นให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเสียสละต่อสังคม ๓. เห็นคุณค่า อนุรักษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เอกลักษณ์ความเป็นไทยแสดงออกได้จากมารยาทไทยในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความ เคารพ การสนทนา การแต่งกาย การมีสัมมาคารวะ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละ ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่ดี ของคนไทย นอกจากการมีมารยาทไทยที่งดงามแล้ว เราในฐานะที่เป็นคนไทยต้องรู้จักที่จะประพฤติตนให้มีวินัย ในเรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน การใฝ่รู้ใฝ่เรียน การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และการ ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ความเป็นไทยสามารถแสดงออกได้อีกแง่มุมหนึ่งผ่านทางขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ซึ่งเป็นศาสตร์ที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์และความเป็นชาติอารยะ เราต้องเรียนรู้ที่จะ อนุรักษ์ สืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยเหล่านี้ให้คงอยู่คู่สังคมไทย กิจกรรมเสนอแนะ เป็นกิจกรรมบูรณาการที่รวบรวมหลักการและความคิดรวบยอดในเรื่องต่าง ๆ ที่ นักเรียนได้เรียนรู้ไปแล้วมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรม เช่น การศึกษาค้นคว้าและทำรายงานนักเรียน จะต้องมีความรู้เรื่อง การวางแผน ทักษะการทำงานกลุ่ม ทักษะการสืบค้นข้อมูล โครงงาน เป็นการกำหนดให้นักเรียนปฏิบัติโครงงาน โดยเสนอแนะหัวข้อ แนวทางปฏิบัติ หรืออาจ เลือกทำโครงงานอื่นตามความสนใจ โดยให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทเรียน การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นตัวอย่างสถานการณ์ กิจกรรม หรือคำถามเพื่อให้นักเรียนเห็น แนวทางในการนำเนื้อหาความรู้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน