The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ม.2 รายวิชา หน้าที่พลเมือง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ ม.2 รายวิชา หน้าที่พลเมือง

แผนการจัดการเรียนรู้ ม.2 รายวิชา หน้าที่พลเมือง

๔๙ คำถามทบทวน เป็นคำถามแบบอัตนัยเพื่อทบทวนผลการเรียนรู้ของนักเรียน ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. มารยาทไทย ๑.๑ การแสดงความเคารพ ๑.๒ การสนทนา ๑.๓ การแต่งกาย ๑.๔ การมีสัมมาคารวะ ๒. ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละต่อสังคม ๓. ความมีวินัยในตนเอง ๓.๑ ความซื่อสัตย์สุจริต ๓.๒ ความขยันหมั่นเพียรและอดทน ๓.๓ การใฝ่หาความรู้ ๓.๔ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ๓.๕ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๔. ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ๔.๑ ขนบธรรมเนียมประเพณี ๔.๒ ศิลปวัฒนธรรม ๔.๓ ภูมิปัญญาไทย ๕. กิจกรรมเสนอแนะ ๖. โครงงาน ๗. การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๘. คำถามทบทวน ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ซื่อสัตย์สุจริต ๒. มีวินัย ๓. ใฝ่เรียนรู้ ๔. อยู่อย่างพอเพียง


๕๐ ๕. มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. รักความเป็นไทย ๗. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การแสดงละครเวที – โครงงานเรื่อง การเป็นคนไทยที่ดีมีมารยาทและมีวินัยในตนเอง – การเผยแพร่ความรู้ในหัวข้อการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน – การตอบคำถามทบทวน – การทำกิจกรรม/ใบงาน – การทำแบบทดสอบหลังเรียน ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ทดสอบหลังเรียน ๒. ซักถามความรู้เรื่อง ความ เป็นไทย ๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสตทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูสุ่มเลือกนักเรียนออกมาหน้าชั้นเรียน ๔ คน แล้วให้แต่ละคนพูดประเด็นตามหัวข้อในหนังสือ เรียนคนละ ๑ ประเด็น จากนั้นครูอธิบายเสริมพร้อมกล่าวชมเชยนักเรียน ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมที่จะปฏิบัติ ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๕. ครูทบทวนความรู้เรื่อง มารยาทไทย จากนั้นให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นไทย เรื่อง ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม


๕๑ หน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ และให้นักเรียนทำ กิจกรรมเสนอแนะ โดยให้นักเรียนร่วมกันจัด แสดงละครเวทีที่แสดงออกถึงการอนุรักษ์มารยาทไทย รวมถึงขนบธรรมเนียมที่ดีงามของไทย ๖. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำ งานและการนำ เสนอ ผลงานของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำ งานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๗. ครูมอบหมายให้นักเรียนทำ โครงงานเรื่อง การเป็นคนไทยที่ดีมีมารยาทและมีวินัยในตนเอง หรืออาจเลือกทำโครงงานอื่นตามความสนใจ โดยให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทเรียน และให้นักเรียนเสนอ ชื่อโครงงานให้ครูพิจารณาก่อน ๘. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำ หนดให้ในหัวข้อ การประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน – นักเรียนจะนำ ความรู้เกี่ยวกับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และความเสียสละต่อสังคมไปประพฤติ และแนะนำผู้อื่นในชุมชนให้ปฏิบัติได้โดยวิธีการใดบ้าง จากนั้นครูแนะนำให้นักเรียนนำ ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้เหมาะสม ๙. ครูมอบหมายให้นักเรียนตอบคำถามในหัวข้อ คำถามทบทวน เป็นการบ้าน ขั้นขยายความรู้ ๑๐. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๔ กลุ่ม แต่ละกลุ่มเลือกจัดป้ายนิเทศ ๑ หัวข้อ ไม่ซ้ำกันตาม เนื้อหาในหนังสือเรียน ขั้นประเมิน ๑๑. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๒. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๓. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหน่วยการเรียนรู้ นี้และการปฏิบัติกิจกรรม ๑๔. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๑๐ เรื่อง ทบทวนความรู้ เพื่อทดสอบความเข้าใจของ นักเรียน ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๕. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ความเป็นไทย โดยให้นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบ บันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๖. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อน บ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๗. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน โดยแจกแบบทดสอบให้นักเรียนทุกคน และให้นักเรียน ทำแบบทดสอบ โดยเขียนเครื่องหมาย ทับตัวอักษร (ก–ง) หน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว


๕๒ จากนั้นตรวจให้คะแนน พร้อมเฉลยคำตอบของแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อประเมินผลการ เรียนรู้ของนักเรียน ๑๘. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบกลางภาค ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๐ เรื่อง ทบทวนความรู้ ๒. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๓. แบบบันทึกความรู้ ๔. แบบทดสอบหลังเรียน ๕. แบบทดสอบกลางภาค ๖. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒


๕๓ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๐ เรื่อง ทบทวนความรู้ ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๒. แสดงออกและแนะนำผู้อื่นให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเสียสละต่อสังคม ๓. เห็นคุณค่า อนุรักษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง เขียนเรียงความเรื่อง “สิ่งที่ฉันได้รับจากการเรียนเรื่อง ความเป็นไทย” ลงในกรอบที่กำหนดให้แล้ว ครูคัดเลือกผลงานเพื่อจัดป้ายนิเทศ


๕๔ แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. ข้อใดเรียงลำดับการแสดงความเคารพในที่ประชุมถูกต้อง ก เคารพประธาน > เคารพพระพุทธรูป > เคารพพระบรมฉายาลักษณ์ ข เคารพประธาน > เคารพพระบรมฉายาลักษณ์ > เคารพพระพุทธรูป ค เคารพพระบรมฉายาลักษณ์>เคารพประธาน > เคารพพระพุทธรูป ง เคารพพระพุทธรูป> เคารพพระบรมฉายาลักษณ์ > เคารพประธาน ๒. ข้อใดไม่ใช่กิริยาในการสนทนาอย่างมีมารยาท ก ยืนพิงผนัง ข ยิ้มแย้มแจ่มใส ค พูดไพเราะกับทุกคน ง รับฟังคนที่สนทนาด้วย ๓. ข้อใดเป็นการแต่งกายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ก สวมเสื้อสีดำไปงานวันเกิดคุณลุง ข นุ่งกางเกงขาสั้นไปโรงเรียนวันหยุด ค สวมเสื้อเชิ้ตและชุดสูทเข้าร่วมประชุม ง สวมเสื้อยืดกางเกงขายาวเมื่อมาสอนนักเรียนที่โรงเรียน ๔. การกระทำในข้อใดแสดงออกถึงการมีสัมมาคารวะ ก เดินตัวตรงผ่านผู้ใหญ่ ข กล่าวคำว่าขอโทษเมื่อต้องเดินตัดแถว ค เมื่อเพื่อนแสดงความคิดเห็นไม่ตรงกับเรา ต้องรีบแย้งทันที ง พูดแสดงความคิดเห็นของตนเองระหว่างที่ผู้ใหญ่สนทนากัน ๕. ข้อใดเป็นการเสียสละเพื่อสังคม ก ช่วยคุณลุงทาสีบ้าน ข แบ่งขนมให้น้องสาว ค ทำขนมมาให้เพื่อน ๆ ง บริจาคเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้แล้วให้มูลนิธิ


๕๕ ๖. ข้อใดไม่ใช่ความซื่อสัตย์สุจริต ก ความจริงใจ ข ความถูกต้อง ค การรักษาคำพูด ง การกลบเกลื่อนความผิด ๗. ใครปฏิบัติตนด้านความมีวินัยในตนเองได้เหมาะสมที่สุด ก หลินปวดท้องแต่อดทนไว้ ข บอสสารภาพกับครูว่าทำแจกันของครูแตก ค ดาวหาคำตอบของการบ้านจากอินเทอร์เน็ต ง เนมรีบทำการบ้านเพื่อที่จะให้เพื่อน ๆ ลอกในตอนเช้า ๘. “เครื่องถมทอง” เป็นศิลปะไทยทางด้านใด ก ด้านดนตรี ข ด้านจิตรกรรม ค ด้านประณีตศิลป์ ง ด้านประติมากรรม ๙. ข้อใดเป็นขนบประเพณี ก การไหว้ ข กฎหมาย ค การทักทาย ง การนับถือบรรพบุรุษ ๑๐. ข้อใดไม่ใช่ภูมิปัญญาไทย ก การดื่มน้ำชา ข การตำน้ำพริก ค สมุนไพรรักษาโรค ง การปั้นเครื่องปั้นดินเผา


๕๖


๕๕ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ เวลา ๑ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ความซื่อสัตย์สุจริต การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของ ตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๔. เป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ชาติไทยมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและบรรพบุรุษของไทยได้สละชีพเพื่อรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ ลูกหลาน ในฐานะคนไทยเราควรปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ เช่น เรียนรู้ความเป็นมาของชาติไทย ให้ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับชาติ ร่วมร้องเพลงปลุกใจให้รักชาติ มีส่วนร่วมในกิจกรรมวันสำคัญของ ชาติ ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ – เรียนรู้ความเป็นมาของชาติไทย – ให้ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับชาติ – ร่วมร้องเพลงปลุกใจให้รักชาติ – มีส่วนร่วมในกิจกรรมวันสำคัญของชาติ – ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


๕๖ ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. มีวินัย ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๔. รักความเป็นไทย ๕. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การทำแบบทดสอบก่อนเรียน – การค้นหาเพลงปลุกใจให้รักชาติและฝึกร้องเพลงปลุกใจให้รักชาติ – การรวบรวมวันสำคัญของชาติที่ทางราชการประกาศให้มีการประดับธงชาติ – การวาดภาพการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ – การทำกิจกรรม/ใบงาน ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ทดสอบก่อนเรียน ๒. ซักถามความรู้เรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึง ความรักชาติ ๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน โดยแจกแบบทดสอบให้นักเรียนทุกคน แล้วให้นักเรียนทำ แบบทดสอบ โดยเขียนเครื่องหมาย ทับตัวอักษร (ก–ง) หน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว จากนั้นตรวจให้คะแนน แต่ยังไม่ต้องเฉลยคำตอบ


๕๗ ๔. ครูสนทนาและซักถามนักเรียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น ๑) นักเรียนคิดว่าตนเองรู้ความเป็นมาของชาติไทยมากน้อยเพียงใด ๒) อะไรที่บ่งบอกหรือแสดงถึงความเป็นชาติไทย ๓) นักเรียนได้ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของชาติหรือไม่ อย่างไร ๕. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๖. ครูให้นักเรียนหยิบเหรียญขึ้นมาคนละ ๑ เหรียญ สำรวจรายละเอียดต่าง ๆ ในเหรียญ แล้วทำ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๑ เรื่อง เหรียญกษาปณ์ ๗. ครูสุ่มเลือกนักเรียน ๓–๕ คน ออกมานำเสนอผลงานหน้าห้องเรียน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกัน สรุปสิ่งที่เห็นในเหรียญกษาปณ์แต่ละชนิดราคา ๘. ครูอธิบายหรือเสริมความรู้ว่า เหรียญกษาปณ์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน นอกจากจะมีค่าเป็นสื่อกลางใน การแลกเปลี่ยนแล้วยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนการแสดงถึงความเป็นสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ ๙. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ โดยใช้ข้อมูลจากหนังสือ เรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๑๐. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๑๒ เรื่อง พิพิธภัณฑ์หรรษา จากนั้นส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าห้องเรียน ๑๑. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบที่ถูกต้องในใบงาน จากนั้นครูอธิบายว่า ชาติไทยเป็นชาติ เก่าแก่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เราควรเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยเพื่อให้รู้ความเป็นมาของชาติไทย โดยการศึกษาจากข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงสอบถามผู้รู้ พ่อแม่ หรือสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว ซึ่งนอกจาก การศึกษาความเป็นมาของชาติไทยแล้ว เรายังควรศึกษาแนวทางการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติที่ ถูกวิธี เช่น ให้ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับชาติ ร่วมร้องเพลงปลุกใจให้รักชาติ มีส่วนร่วมในกิจกรรมวัน สำคัญของชาติ ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ ๑๒. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๑๓. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖–๘ คน ค้นหาเพลงปลุกใจให้รักชาติที่ชื่นชอบแล้วฝึกร้อง จากนั้นแต่ละกลุ่มออกมาร้องเพลงปลุกใจให้รักชาติหน้าห้องเรียน ๑๔. ครูให้นักเรียนรวบรวมวันสำคัญของชาติว่ามีวันอะไรบ้าง และวันใดที่ทางราชการประกาศให้มี การประดับธงชาติบ้าง ๑๕. ครูให้นักเรียนวาดภาพการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของชาติของนักเรียน พร้อมระบายสีให้ สวยงาม


๕๘ ขั้นประเมิน ๑๖. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๗. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๘. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๙. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) สัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับชาติมีอะไรบ้าง ๒) นักเรียนจะปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๒๐. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ โดยให้ นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงใน สมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๒๑. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. แบบทดสอบก่อนเรียน ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๑ เรื่อง เหรียญกษาปณ์ ๓. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๒ เรื่อง พิพิธภัณฑ์หรรษา ๔. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๕. แบบบันทึกความรู้ ๖. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม.๒


๕๙ แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะสำคัญของสังคมไทยในปัจจุบัน ก มีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ข คนในสังคมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ค เป็นสังคมที่มีความเกื้อกูลถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ง ยังคงมีการแบ่งชั้นตามระบบศักดินาเหมือนในสมัยอยุธยา ๒. “บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา หน้าที่เรารักษา สืบไป” ข้อความนี้แสดงถึงสิ่งใด ก ความเก่งกาจของบรรพบุรุษ ข ความแตกแยกของสังคมไทย ค ความเสียสละของคนในสมัยก่อน ง ความไม่สงบสุขของชาติบ้านเมือง ๓. ใครไม่ได้ปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ ก พิมลร้องเพลงชาติไทยได้คล่องแคล่ว ข กนกหาซื้อของโบราณหายากมาเก็บไว้ที่บ้าน ค สมพลชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย ง นภาเข้าเยี่ยมชมโบราณสถานทุกครั้งที่มีโอกาส ๔. ข้อใดเป็นหน้าที่ของพลเมืองดีของชาติ ก เสียภาษีเกินอัตราที่กำหนด ข ไม่เข้าเรียนวิชาภาษาต่างประเทศ ค ใช้สินค้าที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย ง ขอใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนอายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์ ๕. สถาบันศาสนามีความสำคัญอย่างไร ก เป็นที่พึ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ข เป็นแหล่งผลิตประชากรที่มีคุณภาพ ค เป็นศูนย์รวมคติความเชื่อของคนในท้องถิ่น ง เป็นสถาบันหล่อหลอมความรู้สึกนึกคิดของคนในชาติ


๖๐ ๖. สถาบันใดทำหน้าที่แทนทุกสถาบันในสังคม ก สถาบันชาติ ข สถาบันศาสนา ค สถาบันเศรษฐกิจ ง สถาบันพระมหากษัตริย์ ๗. ข้อใดเป็นวิธีการแสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนาที่เหมาะสมที่สุด ก เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ข เลือกคบเฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาเดียวกับตน ค ศึกษาหลักคำสอนของทุกศาสนาจนแตกฉาน ง นำหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ๘. ข้อใดไม่ใช่สัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ก ธงมหาราช ข ธงชาติไทย ค พระบรมฉายาลักษณ์ ง เพลงสรรเสริญพระบารมี ๙. คำกล่าวในข้อใดมีความสอดคล้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ก ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ข เครื่องหล่อหลอมให้คนไทยมีอัตลักษณ์เป็นหนึ่งเดียว ค มีอำนาจควบคุมให้บุคคลปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม ง ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความสามัคคีของคนในชาติ ๑๐. ผู้ที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตจะมีลักษณะอย่างไร ก มีความเป็นอยู่ที่ดีและมีฐานะร่ำรวย ข ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม ค ใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดและเหมาะสม ง ดำเนินชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น


๖๑ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๑ เรื่อง เหรียญกษาปณ์ ผลการเรียนรู้๔. เป็นแบบอยา่งและแนะนา ผอู้ื่นใหม้ีความรักชาติยดึมนั่ในศาสนาและเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็ นผู้มีวินัยในตนเอง ค าชี้แจง สา รวจรายละเอียดต่าง ๆ ในเหรียญ แลว้เขียนสิ่งที่เห็นลงในกรอบที่กา หนด ตัวอย่างค าตอบ เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา ๑ บาท ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงผินพระ พักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญด้านขวามีข้อความว่า “ภูมิพลอดุลยเดช” ด้านซ้ายมีข้อความว่า “รัชกาลที่ ๙” ด้านหลัง ด้านขวาของเหรียญมีรูปพระศรีรัตนเจดีย์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ด้านซ้ายของเหรียญมีข้อความว่า “ประเทศไทย” ใต้ข้อความว่า “ประเทศไทย” มี พ.ศ. และเลขของปี พ.ศ. ที่จัดทำเหรียญ ใต้ปี พ.ศ. มีข้อความบอกราคาว่า “๑ 1 บาท”


๖๒ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๒ เรื่อง พิพิธภัณฑ์หรรษา ผลการเรียนรู้ ๔. เป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน อ่านนิทานเรื่อง พิพิธภัณฑ์หรรษา และร่วมกันอภิปรายในประเด็นที่ กำหนดให้ พิพิธภัณฑ์หรรษา “พ่อครับวันนี้วันหยุดเสาร์–อาทิตย์ พ่อจะพาโจไปเที่ยวไหนครับ” ลูกชายวัย ๑๐ ขวบรบเร้า พ่อของเขา “แล้ววันนี้โจอยากไปเที่ยวไหนล่ะ” พ่อถาม “โจอยากไปสวนสัตว์ครับ” ลูกบอกกับพ่อ “พ่อว่าสวนสัตว์มันน่าเบื่อแล้วนะ เอาเป็นว่าวันนี้พ่อจะพาลูกไปชมพิพิธภัณฑ์ดีกว่า” พ่อ กล่าว “ก็ดีเหมือนกันครับ แต่ที่นั่นมันเป็นยังไงครับ” ลูกถามด้วยความสงสัย “ที่นั่นมีคนในสมัยก่อนมากมายเลย แต่ลูกรู้ไหมคนที่อยู่ที่นั้นน่ะเป็นบุคคลสำคัญใน ประวัติศาสตร์ เป็นรูปปั้นด้วยฝีมือคนไทยนะ” พ่อบอกโจ “ผมชักอยากจะไปแล้วซิครับ เราไปกันสองหนุ่มหล่อนะครับ เพราะแม่จะไปเยี่ยมเพื่อน” ลูก ชายพูดกับพ่อด้วยสีหน้าที่ร่าเริง ประมาณบ่ายสี่โมงเย็นเมื่อสองพ่อลูกย่างกรายเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ก็รู้สึกว่าบรรยากาศดูวังเวง ผู้คนที่เข้าชมดูบางตา แม้แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ออกมาต้อนรับ ซึ่งผิดกับพิพิธภัณฑ์อื่นทั่วไป สร้างความ งงงวยให้กับสองพ่อลูกเป็นอย่างมาก แต่ก็เดินดูไปเรื่อย ๆ “พ่อครับ นั่นคนใส่โจงกระเบน” ลูกถามด้วยความสงสัย “นั่นคนสมัยสุโขทัยไงลูกเขาแต่งกายกันแบบนี้” พ่อบอกลูกให้คลายความสงสัย “พ่อครับ ผมขอเดินไปดูรอบ ๆ พิพิธภัณฑ์นะครับ” ลูกบอกพ่อก่อนเดินจากไป แต่ผู้เป็นพ่อ ไม่ได้ยินที่ลูกบอก เมื่อไม่เห็นลูกเขาก็มีความคิดว่าลูกคงเดินล่วงหน้าไปดูสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ ก่อนเดี๋ยวก็เจอกัน โจเดินช้า ๆ มองหุ่นแต่ละตัวในพิพิธภัณฑ์ “เจ้าเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร” เสียงดังก้องขึ้น โจหันไปมองก็ไม่เห็นมีใคร มีแต่นักรบ สมัยสุโขทัย ทำให้เขาคิดว่าเขาคงหูแว่วไปเอง ทันใดนั้นเองโจก็มองเห็นตลาดที่มีผู้คนวุ่นวาย เดินจับจ่ายซื้อของ ทำให้เขาคิดและรำพึงว่า


๖๓ “ที่นี่มันที่ไหนกันแน่ พูดกับใครไม่เห็นมีใครพูดกับเราสักคน เราหลงมาอยู่ที่ไหนนี่ อยากเจอ พ่อ อยากกลับบ้าน” เมื่อโจเดินไปอีกห้องหนึ่งก็เห็นทหารไทยกำลังต่อสู้กับทหารพม่าเหมือนในสงครามไม่มี ผิดเพี้ยน “ว้าว นี่เราฝันหรือเรื่องจริงนี่ พ่อ...พ่อคร้าบ” โจเรียกหาพ่อ “พ่อไปไหนนะ เหนื่อยแล้วนะ หรือว่าที่ไม่มีคนมาเที่ยวที่นี่ เพราะมีผีอยู่ที่นี่ ผีแน่แน่” โจคิด เองในใจ “เจ้าเด็กน้อยเจ้าไม่ต้องคิดในใจอย่างนั้นหรอก เราทหารนักรบ” ทหารไทยโบราณคนหนึ่ง กล่าว “โจหยิกตัวเอง เพราะคิดว่ามันคงเป็นแค่ความฝันมันไม่ใช่เรื่องจริงแน่ ๆ คนในพิพิธภัณฑ์ แห่งนี้จะมีชีวิตได้อย่างไร “โจเจ้าเด็กน้อย เจ้าไม่ได้ฝันไปหรอก หุ่นรูปปั้นในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มันจะมีชีวิตในตอน กลางคืน เราเป็นทหารสมัยสุโขทัยและเป็นผู้ควบคุมอยู่ที่นี่” ทหารกล้ากล่าว “พวกท่านไม่ใช่ผีแน่นะ ทำไมพวกท่านเป็นหุ่นแล้วถึงมีชีวิตได้ครับ” โจเกิดความสงสัย “ในเมื่อเจ้าอยากรู้ ข้าก็จะเล่าให้เจ้าฟัง ที่นี่แต่ก่อนพวกเราก็เป็นหุ่นธรรมดาไม่มีชีวิตหรอก แต่มีคนแอบเอาหนังสือเวทมนต์มาอ่านปลุกเสก ทำให้พวกเรากลับมามีชีวิตในตอนกลางคืนอีกครั้ง เจ้าเด็กน้อยในเมื่อเจ้ารู้อย่างนี้แล้วเจ้าต้องช่วยพวกข้านะ” ทหารกล้าเล่าให้โจฟัง “ท่านจะให้ผมทำอย่างไรครับ” โจถาม นายทหารได้หยิบหนังสือที่จะถอนเวทมนต์ที่ตนมีอยู่มาอธิบายขั้นตอนให้แก่เด็กน้อยฟัง “การที่เราจะถอนเวทมนต์มันมีกฎอยู่ว่า ต้องอ่านคำแก้คำสาปตอนพระอาทิตย์กำลังจะตก ดิน แล้วพวกเราจะกลายเป็นหุ่นเหมือนเดิม” นายทหารอธิบายขั้นตอนให้โจเด็กน้อยฟัง “ทำไมท่านไม่อ่านเองล่ะ” โจถามด้วยความสงสัย “ไม่ได้ มันมีข้อแม้อยู่ว่าต้องเป็นเด็กอายุ ๑๐ ขวบ และที่พวกข้าอยากเป็นหุ่นเหมือนเดิมก็ เพราะพวกข้าจะมีชีวิตเฉพาะในตอนกลางคืนจะทำอะไรก็ไม่ได้ ที่สำคัญข้าออกจากที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไม่ได้ ถ้าออกข้าจะกลายเป็นเถ้าธุลีดินไปเลย” ทหารกล้าบอก “ก็ได้ ผมจะทำตามที่ท่านบอก แต่ผมอยากถามว่าในอดีตความเป็นอยู่ของท่านเป็นอย่างไร บ้าง สะดวกสบายเหมือนในปัจจุบันหรือเปล่า และในสังคมของท่านวุ่นวายเหมือนกับผมหรือเปล่า” โจถามด้วยความสงสัย “สมัยข้านะในน้ำมีปลาในนามีข้าว ผู้คนพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือกันและกันมีความสามัคคีกัน เจ้ารู้ไหมเวลาที่เราได้รับความเดือดร้อน เราก็สามารถไปสั่นกระดิ่งร้องทุกข์ได้ เรามีขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ดีงาม ทำให้สังคมของข้าอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ที่สำคัญคนไทยรักประเพณีวัฒนธรรม และหวงแหนความเป็นชาติเป็นที่สุด แค่นี้เจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง” ทหารกล้าอธิบาย “แต่ทำไมสมัยผมคนถึงไม่ค่อยจะสามัคคีปรองดองกันเท่าไร สังคมก็วุ่นวายทำให้ผมเบื่อชีวิต นี้เป็นอย่างมาก อยากไปอยู่อย่างท่านจัง” โจบอกด้วยความเบื่อหน่าย


๖๔ “เจ้าจะไปอยู่ได้อย่างไรสิ่งที่ผ่านไปแล้วมันก็เป็นอดีต สิ่งที่เจ้าจะทำได้ให้ดีขึ้นก็คือเริ่มจากตัวเจ้า เจ้า ต้องดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นคนมีคุณธรรม ต้องรักและหวงแหนความเป็นชาติ เพื่อให้เกิดความสงบสุขเหมือนในอดีตไง” ทหารสอน ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน โจก็ได้อ่านแก้เวทมนต์ ทันใดนั้นเองก็มีลำแสงออกมาจาก พิพิธภัณฑ์ เมื่ออ่านจบลำแสงนั้นก็หายไปแล้ว ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม หลังจากที่อ่านแก้เวทมนต์ เสร็จ โจก็นึกขอบคุณทหารในยุคสมัยสุโขทัยที่ทำให้เขานึกรักประเทศไทยและรู้สึกภาคภูมิใจที่เกิดเป็น คนไทย ซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจคนทั้งชาติ “ผมสัญญาว่าผมจะทำตามเพื่อให้เมืองไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่เหมือนในอดีตตลอดไป” โจให้คำ สัญญา หลังจากที่โจอ่านเสร็จ โจก็นึกขึ้นได้ว่าต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าถอนเวทมนต์ได้ผลหรือเปล่า โจ เดินย้อนกลับเข้าไปในห้องที่เดินผ่านมาแล้วปรากฏว่าไม่มีหุ่นตัวใดเคลื่อนไหวเลย โจได้แต่ยิ้มด้วย ความรู้สึกโล่งใจและได้พบกับพ่อซึ่งยืนรออยู่ หลังจากนั้นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ไม่วังเวงต่อไป เพราะมีผู้เข้าชมมากขึ้น เมื่อถึงวันหยุดไม่ได้ไป โรงเรียนโจก็จะแวะเวียนมาที่นี่เสมอ ที่มา: ดร.พนม พงษ์ไพบูลย์ และคณะ. นิทานวิถีประชาธิปไตย ดอต คอม เล่ม ๑


๖๕ เหรียญกษาปณ์ชนิดราคา ๑ บาท ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงผินพ ระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรม ราชวงศ์ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อย จุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญด้านขวามีข้อความว่า “ภูมิพลอดุลยเดช” ด้านซ้ายมีข้อความว่า “รัชกาลที่ ๙” ด้านหลัง ด้านขวาของเหรียญมีรูปพระศรีรัตนเจดีย์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ใน พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ด้านซ้ายของเหรียญมีข้อความว่า “ประเทศไทย” ใต้ข้อความ ว่า “ประเทศไทย” มี พ.ศ. และเลขของปี พ.ศ. ที่จัดทำเหรียญ ใต้ปี พ.ศ. มีข้อความบอกราคาว่า “๑ 1 บาท”


๖๖ ๔. รวบรวมรายชื่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในภูมิภาคที่นักเรียนอาศัยอยู่ลงในตาราง รายชื่อพิพิธภัณฑ์ จังหวัดที่ตั้ง แนวคำตอบ ภาคกลาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ปทุมธานี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น กรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ กรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา พระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม พระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ลพบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี สิงห์บุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี ชัยนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ นครปฐม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เพชรบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า กาญจนบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ราชบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ปราจีนบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวี จันทบุรี


๖๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓ เรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา เวลา ๑ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ความซื่อสัตย์สุจริต การใฝ่หาความรู้ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๔. เป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ศาสนาเป็นลัทธิความเชื่อของมนุษย์ ศาสนาจึงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนเรา ชาติไทยให้ เสรีภาพในการนับถือศาสนา คนไทยสามารถเลือกนับถือศาสนาที่ตนเชื่อมั่นศรัทธา ทั้งพระพุทธศาสนา คริสต์ ศาสนา ศาสนาอิสลาม และศาสนาอื่น ๆ ในฐานะคนไทยเราควรปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา เช่น เรียนรู้ความสำคัญและหลักคำสอนของศาสนา ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือและเป็นตัวอย่าง ที่ดีของศาสนิกชน เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ๔. สาระการเรียนรู้ ๒. การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา – เรียนรู้ความสำคัญและหลักคำสอนของศาสนา – ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือและเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน – เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


๖๗ ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. ใฝ่เรียนรู้ ๔. รักความเป็นไทย ๕. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การสำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่พบเห็นจากสถานที่ที่ไปเยี่ยมชม – การบอกวิธีการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา – การทำรายงานเกี่ยวกับหลักคำสอนของศาสนาในประเทศไทย – การรวบรวมข้อมูลกิจกรรมทางศาสนาที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม – การทำกิจกรรม/ใบงาน ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึง การยึดมั่นในศาสนา ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูสนทนาและซักถามนักเรียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น ๑) เมื่อพูดถึงพระพุทธศาสนา นักเรียนนึกถึงอะไร ๒) เมื่อพูดถึงคริสต์ศาสนา นักเรียนนึกถึงอะไร ๓) เมื่อพูดถึงศาสนาอิสลาม นักเรียนนึกถึงอะไร


๖๘ ๔. ครูกล่าวชมเชยนักเรียนที่ได้ช่วยกันตอบคำถาม ๕. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๖. ครูนำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน โดยพานักเรียนไปที่วัด หรือโบสถ์คริสต์ หรือมัสยิด (ตามความ เหมาะสม) เพื่อเยี่ยมชมสิ่งต่าง ๆ ๗. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา โดยใช้ข้อมูลจาก หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๘. หลังจากเยี่ยมชมสถานที่อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของเราทุกคนแล้ว ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๑๓ เรื่อง ศาสนสถาน จากนั้นส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานหน้า ห้องเรียน ๙. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่พบเห็นจากสถานที่ที่ครูพานักเรียนไปเยี่ยมชม (วัด/โบสถ์คริสต์ / มัสยิด) จากนั้นครูสรุปให้นักเรียนฟังว่า ศาสนาเป็นที่พึ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ช่วยหล่อหลอมให้คนไทยมีอัตลักษณ์ เป็นหนึ่งเดียว เราในฐานะศาสนิกชนที่ดีควรปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา เช่น เรียนรู้ ความสำคัญและหลักคำสอนของศาสนา ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือและเป็นตัวอย่างที่ดีของศา สนิกชน เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ๑๐. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๑๑. ครูให้นักเรียนศึกษาหลักคำสอนของศาสนาในประเทศไทย รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ แล้วจัดทำเป็น รายงาน ๑๒. ครูให้นักเรียนเขียนชื่อกิจกรรมทางศาสนาที่ตนเองได้เข้าไปมีส่วนร่วมในรอบปีที่ผ่านมาว่ามี อะไรบ้างและมีส่วนร่วมอย่างไร ขั้นประเมิน ๑๓. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๔. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๕. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๖. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) สถาบันศาสนามีความสำคัญอย่างไร ๒) นักเรียนจะปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อแสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา


๖๙ ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา โดยให้นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๘. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๓ เรื่อง ศาสนสถาน ๒. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๓. แบบบันทึกความรู้ ๔. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒


๗๐ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๓ เรื่อง ศาสนสถาน ผลการเรียนรู้ ๔. เป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ร่วมกันอภิปรายถึงสิ่งต่าง ๆ ที่พบเห็นในศาสนสถานที่ไปศึกษา แล้ว บันทึกผล ตัวอย่างคำตอบ ชื่อศาสนสถาน วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร สิ่งต่าง ๆ ที่พบเห็น พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๘ พระอุโบสถ พระวิหาร พระวิหารคต ตำหนัก สมเด็จพระสังฆราช ศาลาวิหารสี่ทิศ ศาลาลอย หอระฆัง พระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ต้นโพธิ์ รูปปั้น ทหารต่างชาติ เสาชิงช้า การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา เรียนรู้ความสำคัญและหลักคำสอนของศาสนา ปฏิบัติตน ตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือและเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ให้ความเคารพศาสนสถานและศาสนวัตถุ


๗๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔ เรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบัพระมหากษัตริย์ (๑) เวลา ๑ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๔. เป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด พระมหากษัตริย์ คือ ผู้ที่ปกครองแผ่นดินให้เกิดความสงบสุข พระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตกาลถึง ปัจจุบันได้ทรงสร้างชาติสร้างแผ่นดินให้คนไทยอยู่ร่วมกันเป็นปึกแผ่น พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ น้อยใหญ่เพื่อความสงบร่มเย็นของพสกนิกร สถาบันพระมหากษัตริย์จึงกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้ง ชาติ คนไทยทุกคนจึงควรสำนึกและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์โดยการเรียนรู้พระราชกรณียกิจและให้ ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ๔. สาระการเรียนรู้ ๓. การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ – เรียนรู้พระราชกรณียกิจ – ให้ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. มีวินัย ๓. ใฝ่เรียนรู้


๗๒ ๔. อยู่อย่างพอเพียง ๕. รักความเป็นไทย ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การสืบค้นข้อมูลและออกแบบการนำเสนอความรู้เกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ – การร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี – การฝึกทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์และธงมหาราช – การทำกิจกรรม/ใบงาน ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึง การเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์: เรียนรู้ พระราชกรณียกิจและให้ ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์เพลงพระราชาผู้ทรงธรรม (ขับร้องโดย ธงไชย แมคอินไตย์) จากนั้นสนทนา และซักถามนักเรียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น ๑) วีดิทัศน์ที่นักเรียนได้ดูเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ๒) นักเรียนดูแล้วรู้สึกอย่างไร ๓) นักเรียนได้ความรู้อะไรบ้าง ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน


๗๓ ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรียนรู้พระราชกรณียกิจ ๕. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่อง เรียนรู้พระราชกรณียกิจ โดยใช้ข้อมูลจากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. จาก แหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น เอกสาร อินเทอร์เน็ต ๖. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน สืบค้นข้อมูลและออกแบบการนำเสนอความรู้เกี่ยวกับ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กลุ่มละ ๑ โครงการ จากนั้นนำเสนอผลงานหน้าห้องเรียน ๗. ครูอธิบายหรือเสริมความรู้ว่า ตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า ๖๐ ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงงานหนักอย่างต่อเนื่อง ทรงประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่มากมาย มีโครงการพัฒนาประเทศอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือที่เรียกกันว่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หลายพันโครงการ เช่น โครงการแกล้งดิน โครงการอนุรักษ์ป่าชายเลน โครงการป่าสาธิตโครงการสะพาน พระราม ๘ มูลนิธิโครงการหลวง ให้ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ๘. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่อง ให้ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ โดยใช้ข้อมูลจากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ และจากแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น เอกสาร อินเทอร์เน็ต ๙. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๑๔ เรื่อง เพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นร่วมกันร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี ๑๐. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๑๑. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ฝึกทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์และธงมหาราช จากนั้นออกมาสาธิตหน้าห้องเรียน ขั้นประเมิน ๑๒. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๓. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๔. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๕. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญอย่างไร ๒) การเรียนรู้พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์มีประโยชน์ต่อเราอย่างไร


๗๔ ๓) สัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์มีอะไรบ้าง และมีความสำคัญอย่างไร ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์เรื่อง เรียนรู้พระราชกรณียกิจและให้ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ โดยให้นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๗. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. วีดิทัศน์เพลงพระราชาผู้ทรงธรรม (ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=c1F7b3ye9RI) ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๔ เรื่อง เพลงสรรเสริญพระบารมี ๓. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๔. แบบบันทึกความรู้ ๕. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒


๗๕ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๔ เรื่อง เพลงสรรเสริญพระบารมี ผลการเรียนรู้ ๔. เป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง ศึกษาข้อมูลเรื่อง เพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วตอบคำถาม เพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มี การแต่งเพลงสรรเสริญพระบารมีขึ้น โดยในครั้งแรกเพื่อใช้ในพระราชพิธีลงสรงของพระบรมโอรสาธิ ราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร และได้ใช้เป็นเพลงชาติ ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๓๑–๒๔๗๕ ด้วย โดยมีผู้แต่งเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายหลายเพลง ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้โปรดเพลงที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงนิพนธ์คำร้อง และนายปโยตร์ ชูรอฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) นักดนตรี นักแต่งเพลงชาวรัสเซีย ได้ประพันธ์ทำนองถวาย โดยมีเนื้อร้องดังนี้ “ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน นบพระภูมิบาล บุญดิเรก เอกบรมจักริน พระสยามินทร์ พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์ ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษดิ์ดัง หวังวรหฤทัย ดุจถวายชัย ฉะนี้” ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้โปรดเกล้าฯ ให้แก้ไข ช่วงท้ายของเพลงสรรเสริญพระบารมี จาก “ดุจถวายชัย ฉะนี้” เป็น “ดุจถวายชัย ชโย” และยังใช้กัน มาอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ที่มา: พลเรือโท ทวีวุฒิ พงพิพัฒน์. นาวิกศาสตร์.


๗๖ ๑. นักเรียนได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมีเมื่อใดบ้าง แนวคำตอบ พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์เสด็จออกที่สาธารณะ เช่น การเสด็จออกมหาสมาคมและ การเสด็จพระราชดำเนินในที่ต่าง ๆ อย่างเป็นทางการ วันเฉลิมพระชนมพรรษาในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีนาถ ก่อนการแสดงมหรสพต่าง ๆ เช่น โรงละคร โรงภาพยนตร์ ๒. เราควรปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี แนวคำตอบ ยืนตรงแสดงความเคารพเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ๓. นักเรียนคิดว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีความสำคัญอย่างไร แนวคำตอบ เพลงสรรเสริญพระบารมี แปลตามตัวว่า เพลงยอพระเกียรติพระมหากษัตริย์ เพลงนี้เป็นเพลงปลุกใจ ชนิดหนึ่ง แต่มักใช้กับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งเนื้อหาของเพลงเป็นไปในทาง ถวายพระพรแด่สถาบันพระมหากษัตริย์ ๔. เพลงสรรเสริญพระบารมีมีความหมายว่าอย่างไร แนวคำตอบ ความหมายโดยรวมคือ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอกราบไหว้พระองค์ผู้มีบุญญาธิการ ซึ่งพระองค์ ที่ปกครองปวงชนให้เป็นสุข ด้วยใบบุญของพระองค์ประชาชนจึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึง ขอ บันดาลให้พระองค์สมประสงค์ในทุกสิ่ง เป็นการถวายพระพรชัยแด่พระองค์


๗๖ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๕ เรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ (๒) เวลา ๑ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๔. เป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงอุทิศ พระวรกายและพระวิริยอุตสาหะเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของปวงชนชาวไทย ซึ่งนอกจากเรียนรู้ พระราชกรณียกิจและให้ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์แล้ว เราทุกคนควรฝึกร้องเพลง พระราชนิพนธ์ รวมทั้งมีส่วนร่วมและจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมี คุณูปการต่อชนทุกหมู่เหล่าอย่างถ้วนทั่ว ๔. สาระการเรียนรู้ ๓. การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ – ฝึกร้องเพลงพระราชนิพนธ์ – มีส่วนร่วมและจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดี ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๔. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. มีวินัย ๓. ใฝ่เรียนรู้


๗๗ ๔. อยู่อย่างพอเพียง ๕. รักความเป็นไทย ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การฝึกร้องเพลงพระราชนิพนธ์ – การอภิปรายแนวทางการจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม – การจัดทำสมุดเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว – การจัดป้ายนิเทศภาพวาดในหลวงของฉัน – การทำกิจกรรม/ใบงาน ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึง การเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์: ฝึกร้อง เพลงพระราชนิพนธ์และมี ส่วนร่วมและจัดกิจกรรม แสดงความจงรักภักดี ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้นักเรียนดูภาพแล้วซักถามนักเรียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น


๗๘ ๑) นักเรียนเคยเห็นภาพดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ๒) นักเรียนรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นภาพดังกล่าวนี้ ๓) นักเรียนรู้หรือไม่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถในการพระราช-นิพนธ์ เพลงด้วย ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ฝึกร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ๕. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่อง ฝึกร้องเพลงพระราชนิพนธ์ โดยใช้ข้อมูลจากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น เอกสาร อินเทอร์เน็ต ๖. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ร่วมกันทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๑๕ เรื่อง เพลงพระราช นิพนธ์ จากนั้นออกมาร้องเพลงพระราชนิพนธ์ที่คัดเลือกมาให้เพื่อนกลุ่มอื่นฟังหน้าห้องเรียน ๗. ครูกล่าวชมเชยนักเรียนที่ได้ร่วมกันร้องเพลงพระราชนิพนธ์ จากนั้นครูอธิบายหรือเสริมความรู้ว่า เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีทั้งสิ้น ๔๘ เพลง สามารถแบ่งออกได้เป็น ๔ กลุ่มใหญ่ คือ เพลงประจำสถาบันอุดมศึกษา เพลงสร้างขวัญและกำลังใจ เพลงสร้างเสริมความรู้สึกรักและหวงแหนใน ชาติและแผ่นดินไทย และเพลงมาร์ชสำหรับเหล่ากองทัพ บทเพลงแต่ละเพลงเป็นผลงานการสร้างสรรค์ทาง ศิลปะที่ทรงใช้ความรู้ทางดนตรีหลาย ๆ แขนงมาเรียงร้อยประสานกันได้อย่างไพเราะและน่าฟัง เพลงพระราช นิพนธ์จึงถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนไทย มีส่วนร่วมและจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดี ๘. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหา กษัตริย์เรื่อง มีส่วนร่วมและจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดี โดยใช้ข้อมูลจากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ของ วพ. และจากแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น เอกสาร อินเทอร์เน็ต


๗๙ ๙. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖–๘ คน ร่วมกันอภิปรายว่า หากโรงเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนมี ส่วนร่วมจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม กลุ่มของนักเรียนจะจัด กิจกรรมใด บันทึกผลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Mind Mapping PowerPoint แผ่นพับ ใบความรู้ ๑๐. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการการอภิปรายที่กลุ่มของตนดำเนินการหน้าห้องเรียน จากนั้นครูกล่าวชมเชยนักเรียนที่ได้ร่วมกันทำกิจกรรม ๑๑. ครูอธิบายหรือเสริมความรู้ว่า ในฐานะพสกนิกรชาวไทยเราควรน้อมใจแสดงความจงรักภักดีและ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ โดยการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น ปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง น้อมนำพระบรมราโชวาทสู่วิถีปฏิบัติ มีส่วนร่วมและจัด กิจกรรมแสดงความจงรักภักดี ๑๒. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๑๓. ครูให้นักเรียนสืบค้นและรวบรวมเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วจัดทำ เป็นสมุดเพลงพระราชนิพนธ์ ๑๔. ครูให้นักเรียนวาดภาพ “ในหลวงของฉัน” พร้อมระบายสีให้สวยงาม แล้วนำผลงานไปจัดแสดงที่ ป้ายนิเทศในห้องเรียน ขั้นประเมิน ๑๕. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๖. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๗. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๘. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) เพลงพระราชนิพนธ์มีความสำคัญอย่างไร ๒) เมื่อถึงวันที่ ๕ ธันวาคม นักเรียนจะปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๙. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์เรื่อง ฝึกร้องเพลงพระราชนิพนธ์และมีส่วนร่วมและจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดี โดยให้ นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงใน สมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม


๘๐ ๒๐. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดนตรี ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๕ เรื่อง เพลงพระราชนิพนธ์ ๓. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๔. แบบบันทึกความรู้ ๕. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒


๘๑ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๕ เรื่อง เพลงพระราชนิพนธ์ ผลการเรียนรู้ ๔. เป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ช่วยกันเลือกเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ชื่น ชอบกลุ่มละ ๑ เพลง แล้วบันทึกผลในประเด็นที่กำหนดให้ ๑. เขียนบอกชื่อเพลงและคำร้องเพลงพระราชนิพนธ์ที่ร่วมกันเลือก แนวคำตอบ พรปีใหม่ สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์ ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี โปรดประทานพรโดยปราณี ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย ให้บรรดาปวงท่านสุขสันต์ ทุกวันทุกคืนชื่นชมให้สมฤทัย ให้รุ่งเรืองในวันปีใหม่ ผองชาวไทยจงสวัสดี ตลอดปีจงมีสุขใจ ตลอดไปนับแต่บัดนี้ ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์ สวัสดีวันปีใหม่เทอญ ๒. เหตุผลที่เลือกเพลงนี้ แนวคำตอบ เป็นเพลงที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กและได้ยินเป็นประจำทุกปี จนสามารถร้องได้โดยไม่ต้องดูคำร้อง และ เป็นเพลงที่สะท้อนความเอื้ออาทรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย ๓. ชื่อเพลงพระราชนิพนธ์ที่เพื่อนกลุ่มอื่นคัดเลือกมามีอะไรบ้าง แนวคำตอบ ยามเย็น ใกล้รุ่ง ชะตาชีวิต แสงเดือน เราสู้


๘๒ ๔. พระบรมราโชวาทดังกล่าวนี้มีความหมายว่าอย่างไร แนวคำตอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนอกจากจะทรงดนตรีเพื่อให้ประชาชนมีความบันเทิงแล้ว ยัง เป็นการพระราชทานความรู้แก่ประชาชนเพื่อให้รู้จักดนตรีอีกด้วย ๕. นอกจากพระปรีชาสามารถทางด้านดนตรีแล้ว นักเรียนทราบหรือไม่ว่า พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถทางด้านใดอีกบ้าง แนวคำตอบ ด้านศิลปะการถ่ายภาพ เช่น ภาพบุคคล ภาพโครงการพระราชดำริ ด้านทัศนศิลป์ เช่น ภาพพระสาทิสลักษณ์พระบรมวงศานุวงศ์ ทรงวาดภาพเหมือนบุคคลใน ราชสำนัก ด้านวรรณศิลป์ เช่น พระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ทองแดง “...เล่นดนตรีเพื่อให้เป็นศิลปะที่ดีเป็นที่นิยมของประชาชน และเพื่อให้ประชาชน ได้มีความบันเทิง ให้ประชาชนได้รู้จักว่าดนตรีคืออะไร...” พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ชาวคณะสุนทราภรณ์ เนื่องในวาระครบ ๓๐ ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๒


๘๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ เรื่อง กิจกรรมบูรณาการ ทบทวน และโครงงาน เวลา ๑ ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ความซื่อสัตย์สุจริต การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของ ตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๔. เป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด สังคมไทยประกอบด้วย ๓ สถาบันหลัก ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ในฐานะคนไทยที่ เกิดและเติบโตบนผืนแผ่นดินไทย รวมถึงทุกคนที่มีเชื้อชาติไทยและสัญชาติไทย เราควรปฏิบัติตนที่แสดงออก ถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ เช่น เรียนรู้ความเป็นมาของชาติไทย ให้ความสำคัญต่อ สัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับชาติ ร่วมร้องเพลงปลุกใจให้รักชาติ มีส่วนร่วมในกิจกรรมวันสำคัญของชาติ ปฏิบัติตนเป็น พลเมืองดีของชาติ การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา เช่น เรียนรู้ความสำคัญและหลักคำสอนของศาสนา ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือและเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตน นับถือ การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น เรียนรู้พระราชกรณียกิจ ให้ ความสำคัญต่อสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ฝึกร้องเพลงพระราชนิพนธ์ มีส่วนร่วมและจัด กิจกรรมแสดงความจงรักภักดี กิจกรรมเสนอแนะ เป็นกิจกรรมบูรณาการที่รวบรวมหลักการและความคิดรวบยอดในเรื่องต่าง ๆ ที่ นักเรียนได้เรียนรู้ไปแล้วมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรม เช่น การศึกษาค้นคว้าและทำรายงาน นักเรียน จะต้องมีความรู้เรื่อง การวางแผน ทักษะการทำงานกลุ่ม ทักษะการสืบค้นข้อมูล


๘๔ โครงงาน เป็นการกำหนดให้นักเรียนปฏิบัติโครงงาน โดยเสนอแนะหัวข้อ แนวทางปฏิบัติ หรืออาจ เลือกทำโครงงานอื่นตามความสนใจ โดยให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทเรียน การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นตัวอย่างสถานการณ์ กิจกรรม หรือคำถามเพื่อให้นักเรียนเห็น แนวทางในการนำเนื้อหาความรู้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน คำถามทบทวน เป็นคำถามแบบอัตนัยเพื่อทบทวนผลการเรียนรู้ของนักเรียน ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ ๒. การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา ๓. การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ๔. กิจกรรมเสนอแนะ ๕. โครงงาน ๖. การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๗. คำถามทบทวน ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การจัดป้ายนิเทศเกี่ยวกับความรักชาติ การยึดมั่นในศาสนา และการเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์


๘๕ – การทำรายงานสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ – การทำโครงงานเรื่อง การปฏิบัติตนเพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ – การทำใบความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของอักษรไทย – การศึกษาและนำเสนอข้อมูลบรรพบุรุษไทยที่เสียสละเพื่อชาติ – การตอบคำถามทบทวน – การทำกิจกรรม/ใบงาน – การทำแบบทดสอบหลังเรียน ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ทดสอบหลังเรียน ๒. ซักถามความรู้เรื่อง รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ ๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูทบทวนความรู้โดยสนทนาและซักถามนักเรียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น ๑) เมื่อพูดความเป็นมาของชาติไทยนักเรียนนึกถึงอะไรบ้าง ๒) นักเรียนรู้ความเป็นมาของชาติไทยได้อย่างไร ๓) เมื่อถึงวันสำคัญทางศาสนานักเรียนปฏิบัติตนอย่างไร ๔) นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไรบ้าง ๔. ครูกล่าวชมเชยนักเรียนที่ได้ช่วยกันตอบคำถาม ๕. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมที่จะปฏิบัติ


๘๖ ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๖. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเรื่อง หลักการทรงงาน ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากนั้นให้นักเรียนทำกิจกรรมเสนอแนะต่อไปนี้ – แบ่งกลุ่ม ๓ กลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันจัดป้ายนิเทศเกี่ยวกับความรักชาติ การยึดมั่นในศาสนา และการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเผยแพร่ความรู้ – แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ศึกษาค้นคว้าสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จัดทำเป็นรายงาน แล้วส่งตัวแทนนำเสนอผลงานหน้าห้องเรียน ๗. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๘. ครูมอบหมายให้นักเรียนทำโครงงานเรื่อง การปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติ หรืออาจเลือก ทำโครงงานอื่นตามความสนใจ โดยให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทเรียน และให้นักเรียนเสนอชื่อโครงงานให้ พิจารณาก่อน ๙. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำหนดให้ในหัวข้อ การประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน – หากชุมชนที่เราอาศัยอยู่จัดกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “๕ ธันวามหาราช” นักเรียนจะปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จากนั้นครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้เหมาะสม ๑๐. ครูมอบหมายให้นักเรียนตอบคำถามในหัวข้อ คำถามทบทวน เป็นการบ้าน ขั้นขยายความรู้ ๑๑. ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลความเป็นมาของอักษรไทย แล้วบันทึกผลในรูปแบบใบความรู้ ๑๒. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน เลือกศึกษาข้อมูลบรรพบุรุษไทยที่เสียสละเพื่อชาติ กลุ่มละ ๑ ท่าน จากนั้นนำเสนอผลการศึกษาหน้าห้องเรียน ขั้นประเมิน ๑๓. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๔. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๕. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหน่วยการเรียนรู้ นี้และการปฏิบัติกิจกรรม ๑๖. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๖ เรื่อง ทบทวนความรู้ เพื่อทดสอบความเข้าใจของนักเรียน


๘๗ ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ โดยให้นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๘. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้ บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๙. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน โดยแจกแบบทดสอบให้นักเรียนทุกคน แล้วให้นักเรียน ทำแบบทดสอบ โดยเขียนเครื่องหมาย ทับตัวอักษร (ก–ง) หน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว จากนั้นตรวจให้คะแนน พร้อมเฉลยคำตอบของแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อประเมินผลการ เรียนรู้ของนักเรียน ๒๐. ครูมอบหมายให้นักเรียนไปอ่านเนื้อหาเรื่อง พระบรมราโชวาท ในหน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เป็น การบ้านเพื่อเตรียมจัดการเรียนรู้ในชั่วโมงต่อไป ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๖ เรื่อง ทบทวนความรู้ ๒. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๓. แบบบันทึกความรู้ ๔. แบบทดสอบหลังเรียน ๕. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒


๘๘ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๖ เรื่อง ทบทวนความรู้ ผลการเรียนรู้ ๔. เป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง ตอบคำถาม ๑. บอกวิธีการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติในรูปแบบของตนเอง แนวคำตอบ ๑) ตั้งใจเรียนวิชาประวัติศาสตร์เพื่อให้รู้ความเป็นมาของชาติไทย ๒) สอบถามความเป็นมาของชาติจากพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ๓) หาโอกาสไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ๔) ฝึกพูด อ่าน และเขียนภาษาไทยให้ถูกต้องตามหลักภาษา ๕) ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติไทยและฝึกร้องเพลงชาติไทยให้ชัดเจน ๒. นักเรียนคิดว่าสิ่งใดที่บ่งบอกความเป็นชาติไทยบ้าง แนวคำตอบ ธงชาติไทย เพลงชาติไทย ประมุขของชาติ เงินตรา ภาษาพูด ภาษาเขียน ตราไปรษณียากร หนังสือ เดินทาง รหัสโทรศัพท์ การแต่งกาย อาหารการกิน ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม


๘๙ ๓. นักเรียนเป็นศาสนิกชนที่ดีหรือไม่ อย่างไร แนวคำตอบ เป็น โดยการเรียนรู้และปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนา เช่น รักษาศีล ๕ สวดมนต์ไหว้พระ สวด มนต์ก่อนนอน เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันวิสาขบู ชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา ๔. หลังจากเรียนรู้พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว นักเรียนคิดว่าจะน้อมนำมาเป็น แบบอย่างในการดำเนินชีวิตอย่างไร แนวคำตอบ นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยการใช้จ่ายอย่างประหยัด ตัด ทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ มีความ ซื่อสัตย์สุจริต ขยันและอดทน ๕. นักเรียนและสมาชิกในครอบครัวมีส่วนร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไรบ้าง แนวคำตอบ ประดับธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันเฉลิมพระ ชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระราชินีนาถ ประดับ พระบรมฉายาลักษณ์ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี ฝึกร้องเพลงพระราชนิพนธ์ เข้าชม นิทรรศการเกี่ยวกับการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์


๙๐ แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับสังคมไทย ก ประกอบด้วย ๓ สถาบันหลัก ข มีสถาบันศาสนาเป็นที่พึ่งทางจิตใจ ค มีสถาบันเศรษฐกิจเป็นองค์ประกอบสำคัญ ง คนในชาติต่างเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ๒. ข้อใดเป็นการกระทำที่ให้ความสำคัญต่อสัญลักษณ์เกี่ยวกับชาติ ก นิดาใช้ธนบัตรของไทยซื้อของที่ตลาด ข พีระสอนน้องทำการบ้านวิชาภาษาไทย ค วิทยาติดแสตมป์ที่ซองจดหมายก่อนนำส่ง ง ดนัยร่วมร้องเพลงชาติหน้าเสาธงกับเพื่อน ๆ ๓. ข้อใดไม่ควรเป็นข้อสรุปหลังจากศึกษาเนื้อร้องเพลงศึกบางระจัน ก ชาวบ้านบางระจันมีความกล้าหาญ ข ชาวบ้านบางระจันรักชาติมากกว่าชีวิตของตน ค ชาวบ้านบางระจันมีความเชี่ยวชาญการศึกสงคราม ง ชาวบ้านบางระจันยอมเสียสละชีวิตเพื่อรักษาแผ่นดินเกิด ๔. ข้อใดเป็นวิธีการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของชาติในฐานะนักเรียน ก บริจาคทรัพย์สินเงินทองให้กับหน่วยงานของรัฐ ข ศึกษาประวัติความเป็นมาของชาติไทยพอสังเขป ค ไม่ใช้สินค้าที่ผลิตหรือนำเข้าจากต่างประเทศโดยเด็ดขาด ง เป็นแกนนำจัดนิทรรศการเพื่อบอกเล่าความเป็นมาของของชาติไทย ๕. เพราะอะไรเราจึงต้องปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือ ก เป็นข้อบังคับทางสังคม ข เป็นข้อบังคับที่มีผลทางกฎหมาย ค คำสอนของศาสนามุ่งหวังให้เราประพฤติดี ง ปรารถนาให้ตนเองสุขสบายในภายภาคหน้า ๖. ข้อใดเป็นแนวทางการปกป้องและคุ้มครองศาสนาให้มั่นคง ก เก็บสะสมวัตถุโบราณที่ล้ำค่าและหายาก ข วาดภาพเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาที่ผนังบ้าน ค ไปวัดในวันหยุดแทนการไปพักผ่อนต่างจังหวัด ง สนใจศึกษาหลักธรรมและนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง


๙๑ ๗. ใครไม่ได้ปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในศาสนา ก มานะงดบริโภคเนื้อสัตว์ในวันพระ ข สมัยชอบอ่านนิทานธรรมะเพราะสนุกดี ค ฤทัยไปทำบุญตักบาตรที่วัดในวันเกิดของตน ง ทศยกมือไหว้พระพุทธรูปที่ประดิษฐานในวัด ๘. ข้อใดเป็นการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เหมาะสม ก ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ได้ทุกเพลง ข ติดตามชมข่าวในพระราชสำนักทุกวันไม่เคยขาด ค เก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ง ศึกษาพระราชกรณียกิจแล้วน้อมนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ๙. เมื่อได้ยินคำว่า “กษัตริย์ผู้มีความเพียร” เราจะนึกถึงอะไร ก พระมโหสถ ข พระมหาชนก ค พระเวสสันดร ง พระสุวรรณสาม ๑๐. ข้อใดคือผลที่ได้รับจากการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ข มีความรู้ในด้านการเกษตรเพิ่มขึ้น ค ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลและมีเงินเก็บออม ง รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ


๙๒ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ พระบรมราโชวาทและหลักการทรงงาน เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง พระบรมราโชวาท: การมีสติ ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระ มหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ความซื่อสัตย์สุจริต การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด พระบรมราโชวาทเป็นโอวาทหรือคำสั่งสอนของพระเจ้าแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใน ฐานะเป็นประมุขของประเทศ พระองค์ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทอันเกี่ยวเนื่องด้วยการมีสติ แก่พสก นิกรชาวไทยในโอกาสต่าง ๆ ไว้หลายครั้ง เราชาวไทยทุกคนควรน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระองค์มาพฤติ ปฏิบัติให้ถูกต้องและเหมาะสม สติ หมายถึง ความระลึกได้ ความรู้สึกผิดชอบ การมีสติเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะทำให้เราทำงาน ได้ผลดีและไม่ค่อยผิดพลาด สติเป็นคุณธรรมที่เกิดขึ้นเองไม่ได้ เราต้องฝึกฝนอบรมจิตใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เราเป็นคนมีสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์และไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. พระบรมราโชวาท ๑.๑ การมีสติ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


๙๓ ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. มุ่งมั่นในการทำงาน ๕. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การทำแบบทดสอบก่อนเรียน – การศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับพระบรมราโชวาทเรื่อง การมีสติ – การน้อมนำพระบรมราโชวาทไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน – การสืบค้นข้อมูลและจัดป้ายนิเทศเกี่ยวกับการมีสติ – การเขียนเรียงความเรื่อง การมีสติ – การทำกิจกรรม/ใบงาน ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ทดสอบก่อนเรียน ๒. ซักถามความรู้เรื่อง พระบรมราโชวาท: การมีสติ ๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสตทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน โดยแจกแบบทดสอบให้นักเรียนทุกคน แล้วให้นักเรียนทำ แบบทดสอบ โดยเขียนเครื่องหมาย ทับตัวอักษร (ก–ง) หน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว จากนั้นตรวจให้คะแนน แต่ยังไม่ต้องเฉลยคำตอบ


๙๔ ๔. ครูให้นักเรียนร่วมกันเล่นเกมลุกขึ้น–นั่งลง โดยถ้าครูพูดคำว่า “ลุกขึ้น” ให้นักเรียนนั่งลง ถ้าครูพูดคำว่า “นั่งลง” ให้นักเรียนลุกขึ้น ครูพูดลุกขึ้น นั่งลง นั่งลง ลุกขึ้น สลับกันไป โดยครู คอยสังเกตว่ามีใครทำสลับกันบ้าง แล้วซักถามนักเรียนว่า ใครทำสลับกันบ้าง นักเรียนคิดว่าทำไมเราถึง ทำสลับกัน ๕. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๖. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับพระบรมราโชวาทเรื่อง การมีสติ โดยใช้ข้อมูลจากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๗. ครูให้นักเรียนแต่ละคนสรุปว่า จะนำความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างไร โดย เขียนลงในกระดาษ A4 ที่ครูแจก จากนั้นครูสุ่มเลือกนักเรียน ๓–๕ คน ออกมานำเสนอผลงานหน้าห้องเรียน ๘. ครูอธิบายหรือเสริมความรู้ว่า ความมีสติจะทำให้เว้นจากการพูดการทำสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่เป็นโทษ ทำ สิ่งที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ ไม่ทำสิ่งไม่ดีซ้ำรอย แต่จะทำความดีให้เกิดซ้ำอีก คนที่ขาดสติ เสียสติ ไร้สติ หมด สติ หรือสิ้นสติจะคล้ายกับเรือที่ไม่มีหางเสือ ลอยเคว้งคว้างไร้ทิศทางไปตามกระแสน้ำ นอกจากนี้ คนที่มีสติจะ ไม่โกรธ เครียด หรือทุกข์ใจอะไรมาก ดังนั้น เราทุกคนต้องฝึกอบรมจิตใจให้เป็นผู้ที่มีสติ รอบคอบ และไม่ ประมาทในการดำเนินชีวิต เพื่อลดความผิดพลาดหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเองและผู้อื่น ๙. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ศึกษาตัวอย่างเรื่อง การมีสติ ในหนังสือเรียน รายวิชา เพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ แล้วทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๑๗ เรื่อง การมีสติ ๑๐. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานที่กลุ่มของตนดำเนินการหน้าห้องเรียน จากนั้นครูกล่าว ชมเชยนักเรียนที่ได้ร่วมกันทำกิจกรรม ๑๑. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๑๒. ครูให้นักเรียนสืบค้นพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสเกี่ยวกับการมีสติ บันทึกผลและ นำเสนอในรูปแบบใบความรู้ แล้วร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุด ๕ อันดับ ติดป้ายนิเทศหน้าห้องเรียน ๑๓. ครูให้นักเรียนเขียนเรียงความเรื่อง การมีสติ โดยสอดแทรกพระบรมราโชวาทและค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ ข้อที่ ๙ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขั้นประเมิน ๑๔. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๕. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๖. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม


Click to View FlipBook Version