๙๕ ๑๖. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) สติหมายถึงอะไร และมีความสำคัญอย่างไร ๒) ในเมื่อสติเป็นคุณธรรมที่เกิดขึ้นเองไม่ได้ นักเรียนคิดว่าจะฝึกฝนตนเองอย่างไรเพื่อให้เป็นผู้ที่มี สติ ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับพระบรมราโชวาทเรื่อง การมีสติ โดยให้นักเรียน บันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๘. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. แบบทดสอบก่อนเรียน ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๗ เรื่อง การมีสติ ๓. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๔. แบบบันทึกความรู้ ๕. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒
๙๖ แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. พระบรมราโชวาทหมายถึงอะไร ก คำสั่งของพระมหากษัตริย์ ข คำพูดของพระมหากษัตริย์ ค คำสอนของพระมหากษัตริย์ ง คำกล่าวตักเตือนของพระมหากษัตริย์ ๒. ข้อใดไม่ใช่ผลที่เกิดจากการมีสติ ก ทำงานได้ผลดี ข แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ค มักไม่เกิดความผิดพลาด ง ทำให้ผู้อื่นได้รับเดือดร้อน ๓. การกระทำของใครถือได้ว่าเป็นคนที่มีสติ ก เจี๊ยบหันไปถามปอว่าเมื่อสักครู่ครูถามว่าอะไร ข แต้วเดินไปดูที่ห้องน้ำ ว่าปิดก๊อกน้ำ แล้วหรือยัง ค ป้องยืมยางลบเพื่อนเพราะลืมนำ มาจากบ้าน ง ใหม่ตั้งใจเรียนเพราะรู้ว่าถ้าไม่ฟังครูจะทำ การบ้านไม่ได้ ๔. คำว่า “อดทน” มีความหมายว่าอะไร ก ไม่ปล่อยปละละเลย ข ทำการงานอย่างแข็งขัน ค ประพฤติเป็นปกติสม่ำเสมอ ง ยอมรับสภาพความยากลำบาก ๕. การกระทำของใครถือว่าเป็นความอดทน ก นภาสวดมนต์ก่อนเข้านอนทุกวัน ข ธารารับจ้างทำการบ้านแทนเพื่อน ค แก้วไม่โกรธแม้ว่าเพื่อจะล้อว่าไม่สวย ง วีระตื่นแต่เช้าเพื่อมาให้ทันเข้าแถวหน้าเสาธง ๖. ข้อใดไม่สัมพันธ์กับคำว่า “ความขยันอดทน” ก เอาชนะ ข อุตส่าห์ ค ความมุ่งมั่น ง เพียรพยายาม
๙๗ ๗. การพัฒนาที่สอดคล้องกับภูมิสังคมเป็นอย่างไร ก การยึดความคิดของคนในสังคม ข การทำตามความต้องการของคนในสังคม ค การคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงของสังคม ง การใช้หลักการเดียวกันทุกภาคส่วนในสังคม ๘. ข้อใดเป็นลักษณะของการดำเนินงานตามหลักการทรงงาน “ภูมิสังคม” ก รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ข มีความสันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ค ยึดมั่นและทำในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง ง เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้นำชุมชน ๙. หลักการทรงงาน “ขาดทุนคือกำไร” สอดคล้องกับคำกล่าวในข้อใด ก การหว่านพืชหวังผล ข การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ค การหวังผลกำไรที่มากเกินไปมักจะขาดทุน ง การคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมไม่เป็นผลดีต่อผู้ปฏิบัติ ๑๐. ผู้ที่ดำเนินชีวิตโดยยึดหลักการทรงงาน “ขาดทุนคือกำไร” จะเป็นคนเช่นไร ก มีความเสียสละ ข มีความกล้าหาญ ค มีความขยันอดทน ง มีความละเอียดรอบคอบ
๙๘ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๗ เรื่อง การมีสติ ผลการเรียนรู้ ๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ศึกษาตัวอย่างเรื่อง การมีสติ แล้วตอบคำถาม (ข้อ ๑–๔) จากนั้นศึกษา พระบรมราโชวาท แล้วตอบคำถาม (ข้อ ๕–๖) ๑. นักเรียนเคยเห็นผู้ที่ขาดสติอันเกิดจากการดื่มเครื่องดองของมึนเมาหรือไม่ อย่างไร แนวคำตอบ เคยเห็น โดยเห็นคนดื่มสุราจนเมามายแล้วทำร้ายทุบตีคนในครอบครัว บางคนเมามายจนขับ รถกลับบ้านไม่ได้ ต้องนอนที่ป้ายรถโดยสารประจำทาง ๒. อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเป็นเช่นนั้น แนวคำตอบ ความคึกคะนอง อยากรู้ และอยากลองว่ารสชาติของเครื่องดองของมึนเมาเป็นอย่างไร เมื่อลองแล้วก็ เกิดความเคยชินและกลายเป็นติดไปในที่สุด ๓. เพราะอะไรคนที่ดื่มเครื่องดองของมึนเมาจึงมักมีเรื่องทะเลาะวิวาทหรือชกต่อยกัน แนวคำตอบ การขาดสติ ซึ่งอาการที่ปรากฏขึ้นอยู่กับระดับปริมาณของแอลกอฮอล์ที่ร่างกายได้รับ เช่น เสียการควบคุม การเคลื่อนไหว เดินไม่ตรงทาง พูดจาไม่รู้เรื่อง ร่าเริงหรือสนุกสนานเกินกว่าเหตุ ๔. หากมีคนชักชวนให้นักเรียนดื่มเครื่องดองของมึนเมา นักเรียนจะทำอย่างไร เพราะอะไร แนวคำตอบ ปฏิเสธอย่างสุภาพ เช่น ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ ขอบคุณมาก ผม/ฉันไม่ดื่ม เพราะมีปัญหาทางด้านสุขภาพ หรือบอกว่าวันนี้ไม่ค่อยสบาย มีธุระต้องรีบไปด่วน
๙๙ “...การพิจารณานั้น เป็นการหยุดยั้งชั่งใจก่อนที่จะปฏิบัติการใดลงไป เสมือนกับได้ปรึกษา กับตนเองก่อน ถ้าหากทำ สิ่งใดโดยมิได้พิจารณาแล้ว ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อแห่งอารมณ์บังเกิด ความประมาทขึ้นอันจะเป็นผลเสียหายแก่กิจการนั้น ๆ ได้ ฉะนั้นขอให้ทุกคนจงใช้ความ พิจารณาให้รอบคอบ ก่อนที่จะประกอบกิจการใด ๆ แม้แต่ถ้อยคำ ที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วนั้น ก็ควรจะได้รับการพิจารณาเช่นเดียวกันด้วย...” พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรนักเรียนวชิราวุธวิทยาลัย วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ ๕. ใจความสำคัญของพระบรมราโชวาทกล่าวถึงเรื่องอะไร แนวคำตอบ การพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะทำสิ่งใดลงไป เพราะการพิจารณาถือเป็นการคิดทบทวนก่อนตัดสินใจทำ สิ่งใดลงไป การพิจารณาจึงสามารถป้องกันความเสียหายอันเกิดจากความประมาทได้ ๖. นักเรียนจะน้อมนำพระบรมราโชวาทนี้มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างไร แนวคำตอบ การพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะทำสิ่งใด เช่น เมื่อจะพูดก็ต้องคิดให้ดีก่อนว่า ถ้าพูดแล้วจะเกิดผลดีหรือ ผลเสียอย่างไร และเมื่อจะทำอะไรก็นึกถึงผลที่คาดว่าจะได้รับ หากทำแล้วก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือ เสียหายก็จะไม่ทำ
๑๐๐ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ พระบรมราโชวาทและหลักการทรงงาน เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง พระบรมราโชวาท: ความขยันอดทน ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การยอมรับผลที่เกิดจาก การกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชวาทอันเกี่ยวเนื่องด้วยความขยันอดทนที่พระราชทาน แก่พสกนิกรชาวไทยในโอกาสต่าง ๆ หลายครั้ง เราชาวไทยทุกคนควรน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระองค์ มาพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องและเหมาะสม ความขยันอดทน หมายถึง การทำงานอย่างแข็งขันโดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ซึ่งความขยัน อดทนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. พระบรมราโชวาท ๑.๒ ความขยันอดทน ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย
๑๐๑ ๔. มุ่งมั่นในการทำงาน ๕. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การน้อมนำพระบรมราโชวาทไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน – การศึกษาและสรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับพระบรมราโชวาทเรื่อง ความขยันอดทน – การสืบค้นและนำเสนอข้อมูลพระบรมราโชวาทเรื่อง ความขยันอดทน – การทำกิจกรรม/ใบงาน ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง พระบรมราโชวาท: ความขยันอดทน ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูสนทนาและซักถามนักเรียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น ๑) นักเรียนคิดว่าตนเองเป็นคนขยันและอดทนหรือไม่ อย่างไร ๒) การเป็นคนที่มีความขยันมีผลดีอย่างไร ๓) การเป็นคนที่มีความอดทนมีผลดีอย่างไร ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๕. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับพระบรมราโชวาทเรื่อง ความขยันอดทน โดยใช้ข้อมูลจากหนังสือ เรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากนั้นให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๑๘ เรื่อง เป้าหมาย ในชีวิต
๑๐๒ ๖. ครูสุ่มเลือกนักเรียน ๓–๕ คน ออกมานำเสนอผลงานหน้าห้องเรียน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกัน สรุปว่ามีวิธีการหรือแนวทางใดบ้างที่จะทำให้เป้าหมายในชีวิตของตัวเองประสบผลสำเร็จตามที่ ตั้งไว้ ๗. ครูอธิบายหรือเสริมความรู้ว่า พฤติกรรมความขยันและอดทนเป็นคุณลักษณะและทัศนคติที่ควร ปลูกฝังให้แก่แรงงานไทยเพื่อรับมือกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวมี ความสำคัญและจำเป็นอย่างมากในการทำงาน เพราะความขยันหมั่นเพียรเป็นพฤติกรรมของบุคคลที่สามารถ เอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในการทำงานได้ดี ซึ่งแตกต่างจากพฤติกรรมความเกียจคร้านเพราะจะ ส่งผลเสียทั้งชีวิตการทำงาน ชีวิตครอบครัว และสังคมได้ ๘. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ขั้นขยายความรู้ ๙. ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลพระบรมราโชวาทเรื่อง ความขยันอดทน จากนั้นให้นำเสนอผลงานใน รูปแบบที่หลากหลาย เช่น ใบความรู้ แผ่นพับ วีดิทัศน์ PowerPoint ขั้นประเมิน ๑๐. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๑. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร บ้าง ๑๒. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๓. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) ความขยันอดทนหมายถึงอะไร ๒) นักเรียนจะน้อมนำพระบรมราโชวาทเรื่อง ความขยันอดทน ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๔. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับพระบรมราโชวาทเรื่อง ความขยันอดทน โดยให้ นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๕. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๘ เรื่อง เป้าหมายในชีวิต ๒. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๓. แบบบันทึกความรู้ ๔. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒
๑๐๓ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๘ เรื่อง เป้าหมายในชีวิต ผลการเรียนรู้ ๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญา ของ เศรษฐกิจพอเพียง ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง เขียนเป้าหมายในชีวิตของตัวเอง พร้อมบอกวิธีการหรือแนวทางที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จตาม เป้าหมายที่ตั้งไว้ เป้าหมายในชีวิต เป็นหมอรักษาคนไข้ วิธีการหรือแนวทางที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จ – ตั้งใจเรียน ซักถามเมื่อไม่เข้าใจ และเชื่อฟังที่ครูสอน – ขยันอ่านหนังสือและหมั่นทบทวนความรู้เป็นประจำ – เชื่อฟังคำสอนของพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ – เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและ ส่วนรวม
๑๐๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ พระบรมราโชวาทและหลักการทรงงาน เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง ภูมิสังคมและขาดทุนคือกำไร ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระ มหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การ ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่ สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทยและสามารถปฏิบัติได้จริง โดยหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวมีความหลากหลาย ซึ่งคนไทยทุกคนควรเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และน้อมนำไปปฏิบัติในโอกาสต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ดังเช่น ภูมิสังคมและขาดทุนคือกำไร ภูมิสังคม หมายความว่า การพัฒนาที่สอดคล้องกับภูมิสังคม เป็นการพัฒนาโดยยึดหลักสภาพความ เป็นจริงของภูมิประเทศ สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม ประเพณี แนวคิด และวิถีชีวิตที่แตกต่างกันของคนใน แต่ละพื้นที่ ขาดทุนคือกำไร หมายความว่า การลงทุนมากในเบื้องต้น แต่กำไรที่เกิดขึ้นในระยะยาวจะมีมากมาย ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจที่ดำเนินการโดยยึดหลักการนี้จะเป็นผู้ที่รู้จักให้และรู้จักเสียสละ เนื่องจาก อาจมีค่าใช้จ่ายทางสังคมบ้าง ๔. สาระการเรียนรู้ ๒. หลักการทรงงาน ๒.๑ ภูมิสังคม ๒.๒ ขาดทุนคือกำไร ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา
๑๐๕ ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. ใฝ่หาความรู้ ๔. อยู่อย่างพอเพียง ๕. มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การอภิปรายเกี่ยวกับหลักการทรงงานเรื่อง ภูมิสังคม – การศึกษาและสรุปความรู้ที่ได้จากการเรียนหลักการทรงงานเรื่อง ขาดทุนคือกำไร – การจัดป้ายนิเทศเรื่อง หลักการทรงงาน “ขาดทุนคือกำไร” – การทำกิจกรรม/ใบงาน ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ซักถามความรู้เรื่อง หลักการ ทรงงาน: ภูมิสังคมและ ขาดทุนคือกำไร ๒. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสต ทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูให้นักเรียนดูภาพแล้วซักถามนักเรียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น
๑๐๖ ๑) ภาพที่ดูเป็นภาพอะไร ๒) นักเรียนคิดว่าภาพที่ ๑ และภาพที่ ๒ เป็นการประกอบอาชีพของคนในภาคใด ๓) นักเรียนคิดว่าจังหวัดที่อาศัยอยู่สามารถประกอบอาชีพดังกล่าวนี้ได้หรือไม่ เพราะอะไร ๔. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาที่จะเรียน ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ภูมิสังคม ๕. ครูให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับหลักการทรงงานเรื่อง ภูมิสังคม โดยใช้ข้อมูลจากหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น เอกสาร อินเทอร์เน็ต ๖. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๑๙ เรื่อง ภูมิสังคม ๗. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานที่กลุ่มของตนดำเนินการหน้าห้องเรียน จากนั้นให้นักเรียน แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนซักถามหรือวิจารณ์ผลงานของเพื่อนกลุ่มอื่น ขาดทุนคือกำไร ๘. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับหลักการทรงงานเรื่อง ขาดทุนคือกำไร ในหนังสือเรียน รายวิชา เพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น เอกสาร อินเทอร์เน็ต ๙. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๒๐ เรื่อง ขาดทุนคือกำไร แล้ว แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนในห้องเรียน ๑๐. ครูอธิบายหรือเสริมความรู้ว่า ค่าใช้จ่ายทางสังคมที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจเป็น ผู้รับผิดชอบนี้ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า ต้นทุนสังคม (social cost) คือ ต้นทุนหรือความเสียหายที่สังคม โดยส่วนรวมได้รับจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ในการผลิตสินค้าเมื่อโรงงานปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลอง การปล่อยน้ำเสียดังกล่าวทำให้ชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมได้รับความเสียหาย ซึ่งความเสียหายดังกล่าวถือเป็น ต้นทุนทางสังคม ๑๑. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ภาพที่ ๑ ภาพที่ ๒
๑๐๗ ขั้นขยายความรู้ ๑๒. ครูให้นักเรียนร่วมกันจัดทำป้ายนิเทศเรื่อง หลักการทรงงาน “ขาดทุนคือกำไร” ที่ป้าย ประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนเพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนคนอื่น ๆ ขั้นประเมิน ๑๓. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๔. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๕. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหัวข้อนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๖. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น ๑) การพัฒนาที่สอดคล้องกับภูมิสังคมมีลักษณะอย่างไร ๒) นักเรียนคิดว่า หลักการทรงงาน “ขาดทุนคือกำไร” สามารถนำมาปรับใช้ในโรงเรียนได้หรือไม่ อย่างไร ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับหลักการทรงงานเรื่อง ภูมิสังคมและขาดทุนคือกำไร โดยให้นักเรียนบันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๘. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้ บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. ภาพต้นยางพาราและภาพการเก็บใบชา ๒. กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๙ เรื่อง ภูมิสังคม ๓. กิจกรรม/ใบงานที่ ๒๐ เรื่อง ขาดทุนคือกำไร ๔. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๕. แบบบันทึกความรู้ ๖. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒
๑๐๘ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑๙ เรื่อง ภูมิสังคม ผลการเรียนรู้ ๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญา ของ เศรษฐกิจพอเพียง ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ร่วมกันอภิปรายถึงภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศทาง สังคมศาสตร์ของจังหวัดที่อาศัยอยู่ และสรุปว่าจะนำหลักการทรงงาน “ภูมิสังคม” มาปรับใช้ อย่างไร ตัวอย่างคำตอบ จังหวัดที่อาศัยอยู่ ลพบุรี คำขวัญประจำจังหวัด วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง เมืองแห่งดินสอ พอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์ ภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ จังหวัดลพบุรีตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดลพบุรีอาศัยอยู่ใน ลักษณะภูมิประเทศมีแนวเทือกเขาสูงวางตัวใน แนว พื้นที่ชนบท (นอกเขตเทศบาล) ประกอบอาชีพ ด้าน เหนือ–ใต้บริเวณตอนกลางของจังหวัด พื้นที่ส่วน กสิกรรมเป็นหลัก นับถือพระพุทธศาสนาเป็น ใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบลุ่ม ภูมิอากาศของ จังหวัด ส่วนมาก มีประเพณีและงานประจำปีที่สืบทอด อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เช่น งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และยังได้รับ งานเทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี อิทธิพลจากพายุดีเปรสชันและพายุไต้ฝุ่น เทศกาลท่องเที่ยวทุ่งทานตะวันและเขื่อนป่าสัก ชลสิทธิ์
๑๐๙ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัด แนวคำตอบ ทรัพยากรน้ำ ลุ่มน้ำสำคัญ คือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสัก ทรัพยากรป่าไม้ เดิมจังหวัดลพบุรีเคยถูกปกคลุมด้วยป่าไม้ แต่ปัจจุบันทรัพยากรป่าไม้ของจังหวัดมี สภาพเสื่อมโทรมและมีปริมาณน้อยลง ทรัพยากรแร่ธาตุ ได้แก่ แร่เหล็ก แร่คอร์ตซ์ดินมาร์ลหรือดินสอพอง แร่อื่น ๆ (ทองคำ ทองแดง ฟอสเฟต) การนำหลักการทรงงาน “ภูมิสังคม” มาปรับใช้ แนวคำตอบ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มและอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมจึงควรส่งเสริมการทำการ เกษตรผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยแล้งและน้ำท่วม ปรับเปลี่ยนจากเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรมเพื่อ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอันเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชากรในจังหวัดนอกจากนี้ควรมีการประชาสัมพันธ์ ถึงเทศกาลและงานประจำปีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม การพัฒนาจังหวัดโดยยึดหลักการหลักการทรงงาน “ภูมิสังคม” แนวคำตอบ จังหวัดลพบุรีได้น้อมนำหลักการทรงงานมาประยุกต์ใช้ผ่านโครงการต่าง ๆ มากมาย เช่นโครงการ บริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแบบบูรณาการ โครงการขุดสระน้ำประจำไร่นาเขตพื้นที่โครงการพระราชดำริ โครงการยกระดับพัฒนากิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี
๑๑๐ กิจกรรม/ใบงานที่ ๒๐ เรื่อง ขาดทุนคือกำไร ผลการเรียนรู้ ๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญา ของ เศรษฐกิจพอเพียง ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ศึกษา ๑. “ขาดทุนคือกำไร” มีความหมายว่าอย่างไร แนวคำตอบ การเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยการลงทุนในเบื้องต้นก่อน เพื่อผลที่จะได้รับในระยะยาว ๒. เราสามารถนำหลักการทรงงาน “ขาดทุนคือกำไร” มาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง แนวคำตอบ เราสามารถนำหลักการทรงงาน “ขาดทุนคือกำไร” มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันโดยการ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและหมั่นทบทวนความรู้ เพราะการตั้งใจศึกษาเรียนและการทบทวนความรู้จะ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาในบทเรียน ทำข้อสอบได้ และสอบได้คะแนนดี ๆ แม้ว่าการตั้งใจเรียนและ การอ่านหนังสือจะทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายบ้าง แต่เราก็ต้องทำ เพื่อให้มีผลการเรียนที่ดี เมื่อ เรียนจบจะได้มีอาชีพการงานที่ดีและมีความมั่นคงในชีวิต ๓. นักเรียนคิดว่าจะนำหลักการทรงงานดังกล่าวไปเผยแพร่หรือแนะนำแก่บุคคลอื่นหรือไม่ อย่างไร แนวคำตอบ นำไปเผยแพร่หรือแนะนำแก่ผู้อื่น เช่น เพื่อน น้อง โดยการบอกกล่าวหรือแนะนำให้รู้จักการเสียสละเพื่อ ประโยชน์ส่วนรวม
๑๑๐ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๐ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ พระบรมราโชวาทและหลักการทรงงาน เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง กิจกรรมบูรณาการ ทบทวน โครงงาน และทดสอบปลายภาค ๑. จุดเน้น จุดเน้นที่ ๒ รักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ จุดเน้นที่ ๕ ความมีวินัยในตนเอง ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน การใฝ่หาความรู้ การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ การ ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ๒. ผลการเรียนรู้ ๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ๓. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด พระบรมราโชวาท คือ โอวาทหรือคำสอนของพระเจ้าแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะ ทรงเป็นประมุขของประเทศ พระองค์ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทในโอกาสต่าง ๆ แก่พสกนิกรชาวไทย หลายเรื่อง เช่น การมีสติ ความขยันอดทน และตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า ๖๐ ปี แห่งการครองสิริราช สมบัติ พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมาย โดยหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความหลากหลายถึง ๒๓ หลักการ ซึ่งชาวไทยสามารถน้อมนำไปปฏิบัติได้ตามความเหมาะสม เช่น ภูมิสังคม ขาดทุนคือกำไร กิจกรรมเสนอแนะ เป็นกิจกรรมบูรณาการที่รวบรวมหลักการและความคิดรวบยอดในเรื่องต่าง ๆที่ นักเรียนได้เรียนรู้ไปแล้วมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรม เช่น การศึกษาค้นคว้าและทำรายงาน นักเรียน จะต้องมีความรู้เรื่อง การวางแผน ทักษะการทำงานกลุ่ม ทักษะการสืบค้นข้อมูล โครงงาน เป็นการกำหนดให้นักเรียนปฏิบัติโครงงาน โดยเสนอแนะหัวข้อ แนวทางปฏิบัติ หรืออาจ เลือกทำโครงงานอื่นตามความสนใจ โดยให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทเรียน การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นตัวอย่างสถานการณ์ กิจกรรม หรือคำถามเพื่อให้นักเรียนเห็น แนวทางในการนำเนื้อหาความรู้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน คำถามทบทวน เป็นคำถามแบบอัตนัยเพื่อทบทวนผลการเรียนรู้ของนักเรียน ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. พระบรมราโชวาท ๑.๑ การมีสติ ๑.๒ ความขยันอดทน
๑๑๑ ๒. หลักการทรงงาน ๒.๑ ภูมิสังคม ๒.๒ ขาดทุนคือกำไร ๓. กิจกรรมเสนอแนะ ๔. โครงงาน ๕. การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๖. คำถามทบทวน ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน ภาระงานรวบยอด – การศึกษาและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพระบรมราโชวาทเรื่อง การมีสติและความขยันอดทน – การจัดทำใบความรู้เรื่อง หลักการทรงงาน – การทำโครงงานเรื่อง พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว – การอภิปรายและแสดงความคิดเห็น – การจัดทำแผ่นพับเกี่ยวกับหลักการทรงงาน – การตอบคำถามทบทวน – การทำกิจกรรม/ใบงาน – การทำแบบทดสอบหลังเรียน – การทำแบบทดสอบปลายภาค
๑๑๒ ๘. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ๑. ทดสอบหลังเรียน ๒. ซักถามความรู้เรื่อง พระบรมราโ ช ว าทแ ล ะ หลักการทรงงาน ๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในด้าน ความมีวินัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้ เช่น จัดนั่งเรียนแบบรูปตัว U นั่งเรียนเป็นกลุ่ม นำนักเรียนศึกษานอกห้องเรียน เช่น ห้องประชุม ห้องโสตทัศนศึกษา สนามหญ้าใต้ร่มไม้ ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๓. ครูทบทวนความรู้โดยซักถามนักเรียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น ๑) เราจะได้ฟังโอวาทหรือคำสอนของพระเจ้าแผ่นดินในโอกาสใดบ้าง ๒) นักเรียนคิดว่าจะนำพระบรมราโชวาทเรื่อง การมีสติ มาประยุกต์ใช้ในชีวิตได้อย่างไร ๓) ขาดทุนคือกำไรมีความหมายว่าอย่างไร ๔. ครูกล่าวชมเชยนักเรียนที่ได้ช่วยกันตอบคำถาม ๕. ครูสรุปความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมที่จะปฏิบัติ ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๖. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเรื่อง หลักการทรงงาน ในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ จากนั้นให้นักเรียนทำกิจกรรมเสนอแนะต่อไปนี้ – แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔–๖ คน ศึกษาและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพระบรมราโชวาทเรื่อง การมีสติและความขยันอดทน แล้วนำเสนอผลงานด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น แผ่นพับ ป้ายนิเทศ PowerPoint – ให้นักเรียนจัดทำใบความรู้เรื่อง หลักการทรงงาน โดยเลือกหัวข้อหลักการทรงงานที่ไม่ได้ นำเสนอในชั้นนี้ คนละ ๒ หลักการ ๗. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม
๑๑๓ ๘. ครูมอบหมายให้นักเรียนทำโครงงานเรื่อง พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรืออาจเลือกทำโครงงานอื่นตามความสนใจ โดยให้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทเรียน และให้นักเรียน เสนอชื่อโครงงานให้พิจารณาก่อน ๙. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่กำหนดให้ในหัวข้อ การประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน – หากครูแบ่งกลุ่มให้ทำรายงาน แต่มีเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่ยอมช่วยสมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่มทำงาน โดยมักยกเหตุผลต่าง ๆ นานามาอ้าง เช่น ทำไม่ได้ ยากเกินไป เขียนไม่สวย นักเรียนคิดว่าจะแก้ปัญหานี้ อย่างไร จากนั้นครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้เหมาะสม ๑๐. ครูมอบหมายให้นักเรียนตอบคำถามในหัวข้อ คำถามทบทวน เป็นการบ้าน ขั้นขยายความรู้ ๑๑. ครูให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับหลักการทรงงาน แล้วจัดทำเป็นแผ่นพับเพื่อเผยแพร่ ความรู้ ขั้นประเมิน ๑๒. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรมมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ ๑๓. นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง ๑๔. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนหน่วยนี้และการ ปฏิบัติกิจกรรม ๑๕. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม/ใบงานที่ ๒๑ เรื่อง ทบทวนความรู้ เพื่อทดสอบความเข้าใจของ นักเรียน ขั้นสรุปและนำไปใช้ ๑๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง พระบรมราโชวาทและหลักการทรงงาน โดยให้นักเรียน บันทึกข้อสรุปลงในแบบบันทึกความรู้ หรือสรุปเป็นความเรียง แผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์ ลงในสมุด พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ๑๗. ครูให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนำไปเผยแพร่ให้ บุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนบ้าน ได้รู้และเข้าใจ ๑๘. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน โดยแจกแบบทดสอบให้นักเรียนทุกคน แล้วให้นักเรียน ทำแบบทดสอบ โดยเขียนเครื่องหมาย ทับตัวอักษร (ก–ง) หน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว จากนั้นตรวจให้คะแนน พร้อมเฉลยคำตอบของแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อประเมินผลการ เรียนรู้ของนักเรียน
๑๑๔ ๑๙. ครูมอบหมายให้นักเรียนไปอ่านเนื้อหาเรื่อง พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในหน่วยการเรียนรู้ ที่ ๔ เป็นการบ้านเพื่อเตรียมจัดการเรียนรู้ในชั่วโมงต่อไป ๒๐. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบปลายภาค ๑๐. สื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ๑. กิจกรรม/ใบงานที่ ๒๑ เรื่อง ทบทวนความรู้ ๒. แบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๓. แบบบันทึกความรู้ ๔. แบบทดสอบหลังเรียน ๕. แบบทดสอบปลายภาค ๖. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมหน้าที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒
๑๑๕ กิจกรรม/ใบงานที่ ๒๑ เรื่อง ทบทวนความรู้ ผลการเรียนรู้ ๕. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรัชญา ของ เศรษฐกิจพอเพียง ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง ตอบคำถาม ๑. พระบรมราโชวาทหมายถึงอะไร แนวคำตอบ โอวาทหรือคำสอนของพระเจ้าแผ่นดิน ๒. การมีสติมีผลดีอย่างไร แนวคำตอบ ทำให้เราทำงานได้ผลดี ไม่ค่อยผิดพลาด และทำให้เราเป็นคนไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ๓. ความขยันอดทนหมายถึงอะไร และมีผลดีต่อผู้ปฏิบัติอย่างไร แนวคำตอบ การทำงานอย่างแข็งขันโดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากผู้ที่มีความขยันอดทนจะประสบความ สำเร็จในชีวิต เพราะเป็นคนที่มีความเพียรพยายาม ตั้งใจจริง และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ต่าง ๆ ๔. หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีลักษณะอย่างไร แนวคำตอบ เป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทยและสามารถ ปฏิบัติได้จริง โดยเน้นการพัฒนาคนเป็นตัวตั้ง และยึดหลักผลประโยชน์และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของ ประชาชน ตลอดจนภูมิสังคมที่คำนึงถึงความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และการพึ่งตนเอง
๑๑๖ แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. โอวาทหรือคำสอนของพระเจ้าแผ่นดินเรียกว่าอะไร ก พระราชดำริ ข พระราชดำรัส ค พระบรมราโชวาท ง พระบรมราชโองการ ๒. นักเรียนควรนำความรู้เรื่องการมีสติมาใช้ในเรื่องใดมากที่สุด ก การเรียน ข การเล่นกับเพื่อน ค การใช้คอมพิวเตอร์ ง การทำงานหารายได้ ๓. “ผู้ที่มีสติจะรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไร พูดอะไร และคิดอะไร” จากข้อความนี้มีผลดีอย่างไร ก ทำให้มีผลการเรียนดีขึ้น ข หลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาท ค มีคนอยากคบค้าสมาคมด้วย ง ได้รับคำยกย่องจากคนรอบข้าง ๔. “ปิดหูซ้ายขวา ปิดตาสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง นอนนั่งสบาย” ข้อความนี้เป็นคำกล่าวที่สอนใน เรื่องใด ก การมีสติ ข ความอดทน ค การอยู่อย่างสันโดษ ง ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ๕. ปัจจัยใดมีผลต่อการประสบความสำเร็จในชีวิตด้านการงานมากที่สุด ก การคบเพื่อนดี ข การตรงต่อเวลา ค ความขยันอดทน ง ความประหยัดอดออม
๑๑๗ ๖. การทำงานอย่างแข็งขันโดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากตรงกับสำนวนไทยในข้อใด ก ฝนทั่งให้เป็นเข็ม ข สิบรู้ไม่เท่าชำนาญ ค ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ ง รู้มากยากนาน รู้น้อยพลอยรำคาญ ๗. ข้อใดไม่ใช่แนวคิดสำคัญของการพัฒนาตามหลักการทรงงาน “ภูมิสังคม” ก เน้นการพึ่งตนเอง ข เรียบง่ายและประหยัด ค ใช้เทคนิควิชาการสมัยใหม่ ง เป็นไปตามลำดับความจำเป็น ๘. ข้อใดเป็นการพัฒนาที่สอดคล้องกับหลักการทรงงาน “ภูมิสังคม” ก สร้างสะพานลอยให้นักเรียนที่โรงเรียนชายแดน ข ให้ความรู้ด้านการทำประมงแก่ชาวเขาในภาคเหนือ ค เร่งรัดแก้ปัญหาแหล่งเก็บกักน้ำก่อนพัฒนาถนนลูกรัง ง ส่งเสริมการปลูกไร่ชาเขียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๙. หลักการทรงงาน “ขาดทุนคือกำไร” เป็นแนวปฏิบัติในเรื่องใด ก การเสียสละ ข ความรับผิดชอบ ค การไม่ยึดมั่นถือมั่น ง ความขยันหมั่นเพียร ๑๐. ใครนำหลักการทรงงาน “ขาดทุนคือกำไร” มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ก มิตรขายสินค้าราคาถูกจึงทำให้ขาดทุน ข ดำรงติดตั้งเครื่องบำบัดน้ำเสียไว้รอบโรงงาน ค ศักดิ์จดรายการสิ่งของที่จะซื้อทุกครั้งก่อนไปตลาด ง นพพลจ่ายค่าจ้างคนงานตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
แบบทดสอบกลางภาคเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง ๓ (วัดและประเมินผลด้านความรู้) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง ประจำปีการศึกษา 2567 ตอนที่ ๑ เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. ข้อใดเป็นมารยาทไทยที่แสดงให้เห็นถึงความ กตัญญูกตเวทีของคนไทย ก การมีมารยาทในการสนทนา ข การแต่งกายที่สุภาพและเหมาะสม ค การมีสัมมาคาราวะต่อบุคคลต่าง ๆ ง การแสดงความเคารพบุคคลและสถานที่ ๒. เมื่อเข้าไปในห้องสัมมนาแบบทางการที่มีการ จัดโต๊ะหมู่บูชา เราควรทำอะไรเป็นลำดับแรก ก ทำความเคารพประธาน ข แสดงความเคารพธงชาติไทย ค กราบพระพุทธรูปที่โต๊ะหมู่บูชา ง แสดงความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ ๓. ใครปฏิบัติตนได้เหมาะสมขณะสนทนากับ ผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโส ก แก้วสำรวมกิริยามารยาท ข แจงยืนกอดอกฟังอย่างตั้งใจ ค พงษ์สวมหมวกและแว่นตาดำ ง นิดนั่งประนมมือฟังอย่างตั้งใจ ๔. ข้อใดกล่าวถึงการแต่งกายได้ถูกต้องที่สุด ก ลักษณะของการแต่งกายบ่งบอกถึง ฐานะทางเศรษฐกิจ ข เมื่อไปงานเดียวกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ควรแต่งกายเหมือนกัน ค ผู้หญิงควรแต่งกายที่แสดงถึงควากระฉับ กระเฉงและทะมัดทะแมง ง ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดเสื้อผ้าที่สวมใส่ควรมี ความสะอาดและดูเรียบร้อย ๕. ข้อใดสำคัญที่สุดของหลักการแต่งกาย ก กาลเทศะ ข รูปลักษณ์ ค ราคาเสื้อผ้า ง ความสะอาด ๖. ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในการสนทนากับกลุ่เพื่อน ก ซักถามเมื่อมีข้อสงสัย ข พูดจาล้อเลียนเมื่อเพื่อนพูดผิด ค ออกท่าทางประกอบการสนทนา ง แสดงความคิดเห็นเฉพาะเรื่องที่เรารู้ ๗. การกระทำใดแสดงถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเสียสละ ก มีความจริงใจต่อผู้อื่น ข มีความมุ่งมั่นในการทำงาน ค เคารพและปฏิบัติตามกฎจราจร ง มอบเงินช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัย ๘. “ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง” ผู้ ปฏิบัติตนตามคำกล่าวนี้เป็นคนเช่นไร ก มีกิริยามารยาทเรียบร้อย ข รักชาติและยึดมั่นในศาสนา ค ไม่ทำความชั่วและเกรงกลัวต่อบาป ง ขยันหมั่นเพียรและไม่ย่อท้อต่อความ ยากลำบาก
๙. “สินีเป็นคนใจเย็นจึงมักทำอะไรช้ากว่าคนอื่น เพื่อน ๆ จึงพากันเรียกสินีว่า เต่า แต่สินีก็ไม่ ถือโทษโกรธเพื่อน” จากข้อความนี้ข้อใด กล่าวถูกต้องที่สุด ก สินีเรียนหนังสือไม่เก่งเพราะคิดช้า ข สินีมีความขยันหมั่นเพียรและอดทน ค สินีกำลังตอบโต้เพื่อนด้วยการไม่โกรธ ง สินียอมรับว่าตนเองทำงานช้าเหมือนเต่า ๑๐. “สาธิตฝึกตนเองให้เป็นคนมีนิสัยรักการอ่าน เมื่อว่างเขาก็จะหาหนังสือที่มีสารประโยชน์ มาอ่านจนเกิดเป็นความเคยชิน” สิ่งที่สาธิต จะได้รับจากการเป็นผู้ใฝ่หาความรู้คืออะไร ก สามารถเอาชนะกิเลสที่มีอยู่ในจิตใจได้ ข มีความเจริญมั่นคงในหน้าที่การงาน และในชีวิต ค ได้รับจากยอมรับนับถือและชื่นชม จากบุคคลอื่น ง มีความเฉลียวฉลาดและทันต่อ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ๑๑. หากเราต้องการฝึกตนให้เป็นคนใฝ่หาความรู้ ข้อใดคือสิ่งแรกที่ควรปฏิบัติ ก หมั่นจดบันทึก ข เป็นคนช่างสังเกต ค เข้าร่วมกิจกรรมที่ให้ความรู้ ง ฝึกทักษะการใช้อินเทอร์เน็ต ๑๒. “คนไทยมีวัฒนธรรมทางด้านการแต่งกาย ภาษา ความเชื่อ และอาหารจากรุ่นสู่รุ่น” การแทรกซึมทางวัฒนธรรมของคนไทย เกิดขึ้นได้อย่างไร ก การปลูกฝังแนวคิดชาตินิยม ข ความใฝ่เรียนรู้ของคนรุ่นปัจจุบัน ค การถ่ายทอดจากพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ง ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ๑๓. วัฒนธรรมคืออะไร ก ประเพณีที่สังคมถือว่ามีคุณค่าทาง ศีลธรรมและจิตใจ ข ข้อกำหนดหรือข้อบัญญัติที่บังคับให้ ต้องมีการปฏิบัติตาม ค สิ่งที่แสดงถึงความเจริญอันเป็นแบบ แผนประพฤติปฏิบัติ ง ความรู้ ความสามารถ และทักษะที่ เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ ๑๔. ข้อใดกล่าวถึงวัฒนธรรมทางภาษาไม่ถูกต้อง ก ภาษาไทยเป็นภาษาที่สละสลวย ข คนไทยมีภาษาเขียนก่อนภาษาพูด ค ภาษาเขียนของไทยมีมาตั้งแต่สมัย สุโขทัย ง ภาษาไทยเป็นภาษาที่จัดอยู่ในกลุ่ม ภาษาไท–ไต ๑๕. ข้อใดจัดเป็นภูมิปัญญาไทยดั้งเดิม ก การสานตะกร้าด้วยไม้ไผ่ ข การใช้ถ้วยชามกระเบื้องเคลือบ ค การตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยจักรเย็บผ้า ง การใช้กังหันน้ำชัยพัฒนาบำบัดน้ำเสีย
ตอนที่ ๒ ตอบคำถาม ๑. คนที่มีความสำรวมเป็นคนอย่างไร ๒. เมื่อโรงเรียนมีโครงการแบ่งปันสิ่งของช่วยน้องที่ประสบภัยหนาว แต่ครอบครัวของนักเรียน มีฐานะไม่ดีนัก นักเรียนจะทำอย่างไร ๓. นักเรียนจะปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อแสดงออกถึงการเห็นคุณค่า อนุรักษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย
ค ำชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแล้วใส่คะแนนลงในช่องตารางให้ตรงกับความเป็ นจริง รำยกำรประเมิน พฤติกรรมกำรแสดงออก คะแนน หมำยเหตุ ๓ ๒ ๑ ๑. มีวินัย ๑. มีการวางแผนการท างานและจัดระบบการท างาน ๓ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั อย่างสม ่าเสมอ ๒ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั เป็นคร้ังคราว ๑ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั นอ้ยคร้ัง ๒. ทา งานตามข้นัตอนต่าง ๆ ที่ไดว้างแผนไว้ ๓. ตรวจสอบความถูกต้อง ความเรียบร้อย หรือคุณภาพของงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๔. มีความกระตือรือร้นและสนใจที่จะแสวงหาความรู้ ๕. ชอบสนทนา ซักถาม ฟัง หรืออ่านเพื่อให้ไดค้วามรู้เพมิ่ข้ึน ๖. มีความสุขทไี่ดเ้รียนรู้ในสิ่งที่ตนเองตอ้งการเรียนรู้ ๓. อยู่อย่ำงพอเพียง ๗. ใชจ้่ายทรัพยส์ินของตนเอง เช่น เงิน เส้ือผา้ สิ่งของอยา่งประหยดั ๘. ใชน้ ้า ไฟฟ้าและทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ อย่างประหยัดและคุ้มค่า ๙. มีส่วนร่วมในการดูแลและรักษาทรัพย์สินของส่วนรวม ๔. รักควำมเป็ นไทย ๑๐. ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ๑๑. รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและมีสัมมาคารวะ ๑๒. มีส่วนร่วมในการเผยแพร่และอนุรักษ์วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย ๕. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๑๓. ร่วมกิจกรรมที่ส าคัญเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๖. มีจิตสำธำรณะ ๑๔. เสียสละ มีน้า ใจรู้จกัเอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ต่อผูอ้ื่น ๑๕. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ๗. มีควำม รับผิดชอบ ๑๖. ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทา ของตนเองท้งัที่เป็นผลดีและผลเสีย ๑๗. ท างานที่ได้รับมอบหมายให้สมบูรณ์ตามก าหนดและตรงต่อเวลา ๘. ซื่อสัตย์สุจริต ๑๘. บันทึกข้อมูลตามความเป็ นจริงและไม่ใช้ความคิดเห็นของตนเอง ไปเกี่ยวข้อง ๑๙. ไม่แอบอ้างผลงานของผู้อื่นว่าเป็ นของตน ๒๐. เคารพหรือปฏิบัติตามข้อตกลง กฎ กติกา หรือระเบียบของกลุ่ม ที่ก าหนดไว้ คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์กำรตัดสินคุณภำพ ช่วงคะแนนเฉลี่ย ๒.๓๔–๓.๐๐ ๑.๖๗–๒.๓๓ ๑.๐๐–๑.๖๖ ระดับคุณภำพ ๓ = ดีมำก ๒ = พอใช้ ๑= ควรปรับปรุง สรุปผลกำรประเมิน (เขียนเครื่องหมำย ลงใน ) ระดับคุณภำพที่ได้ ๓ ๒ ๑ หมำยเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาได้จากการน าเอาคะแนน รวมในแต่ละช่องมาบวกกนัแลว้หารดว้ยจา นวนขอ้จากน้นั น าคะแนนเฉลี่ยที่ได้มาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและ สรุปผลการประเมิน ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) / / ด้ำนคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยม ส ำหรับครูประเมนินักเรียน
ค ำชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแล้วใส่คะแนนลงในช่องให้ตรงกับความเป็ นจริง รำยกำรประเมิน พฤติกรรมกำรแสดงออก คะแนน หมำยเหตุ ๓ ๒ ๑ ๑. กำรสื่อสำร ๑. ใช้วิธีการสื่อสารในการน าเสนอข้อมูลความรู้ได้อย่างเหมาะสม ๓ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั อย่างสม ่าเสมอ ๒ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั เป็นคร้ังคราว ๑ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั นอ้ยคร้ัง ๒. เลือกรับข้อมูลความรู้ด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ๒. กำรใช้ เทคโนโลยี ๓. ศึกษาค้นคว้าข้อมูลความรู้จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ด้วย ตนเอง ๔. เลือกใช้เทคโนโลยีในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลความรู้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและมีคุณธรรม ๓. กำรคิด ๕. สรุปความคิดรวบยอดหรือสาระส าคัญของเรื่องที่ศึกษา ๖. แปลความ ตีความ หรือขยายความของค า ข้อความ ภาพ และสัญลักษณ์ ในเรื่องที่ศึกษา ๗. วิเคราะห์หลักการและน าหลักการไปใช้ได้อย่างสมเหตุสมผล ๔. กำรแก้ปัญหำ ๘. ต้งัคา ถามหรือต้งัสมมติฐานต่อเรื่องที่ศึกษาอย่างมีระบบ ุ ๙. รวบรวมข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษาจากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ๑๐. ตรวจสอบและประเมินความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลความรู้ที่ได้ จากการเก็บรวบรวม ๑๑. น าข้อมูลความรู้ที่ได้จากการตรวจสอบและประเมินมาวิเคราะห์ หรือแยกแยะเพื่อความสะดวกในการทดสอบสมมุติฐาน ๑๒. ทดสอบสมมุติฐานและสรุปเป็ นหลักการด้วยภาษาของตนเองที่เข้าใจง่าย ๑๓. นา ขอ้มูลความรู้ที่ไดไ้ปใชแ้กป้ ัญหาตา่ง ๆ ที่เกิดข้ึนในชีวิตประจา วนั ๕. กระบวนกำรกลุ่ม ๑๔. มีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการท างานของกลุ่ม ๑๕. ร่วมกันวางแผนและแบ่งหน้าที่การท างานกับสมาชิกในกลุ่ม ๑๖. เป็นท้งัผูน้า และผูต้ามในการทา งานกลุ่ม ๑๗. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความรับผิดชอบ ๑๘. ช่วยลดข้อขัดแย้งและแก้ปัญหาของกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๑๙. สร้างสรรค์ผลงานเสร็จทันเวลาและมีคุณภาพ ๒๐. ภูมิใจและพึงพอใจในผลงานและการท างานกลุ่ม คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์กำรตัดสินคุณภำพ ช่วงคะแนนเฉลี่ย ๒.๓๔–๓.๐๐ ๑.๖๗–๒.๓๓ ๑.๐๐–๑.๖๖ ระดับคุณภำพ ๓= ดีมำก ๒ = พอใช้ ๑= ควรปรับปรุง สรุปผลกำรประเมิน (เขียนเครื่องหมำย ลงใน ) ระดับคุณภำพที่ได้ ๓ ๒ ๑ ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร ส ำหรับครูประเมนินักเรียน หมำยเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาได้จากการน าเอาคะแนน รวมในแต่ละช่องมาบวกกนัแลว้หารดว้ยจา นวนขอ้จากน้นั น าคะแนนเฉลี่ยที่ได้มาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและ สรุปผลการประเมิน ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) / /
แบบทดสอบปลายภาคเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง ๓ (วัดและประเมินผลด้านความรู้) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง ประจำปีการศึกษา 2566 ตอนที่ ๑ เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. เมื่อเราจะเดินผ่านประธานในที่ประชุม เรา ควรปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะเหมาะสม ก หยุดยืนแล้วเดินผ่านไป ข เดินผ่านไปไม่ต้องทักทาย ค ยกมือไหว้แสดงความเคารพก่อน ง รีบเดินไปนั่งที่ของตนก่อนประธาน ๒. ใครควรได้รับการยกย่องชมเชยว่าเป็นผู้มี ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ก หน่อยเลือกเอาของที่ไม่ใช้แล้วไปให้ คนอื่น ข มาลีเอาเสื้อผ้าเก่าบริจาคให้น้องเพื่อ ซื้อใหม่ ค นุชไม่ชอบขนมที่ซื้อมาจึงเอาไปให้ เพื่อนบ้าน ง โหน่งบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ช่วยคน ยากจนเพราะสงสาร ๓. “คนคนนี้ไว้วางใจได้ เชื่อถือได้” แสดงให้ เห็นว่าเขาเป็นคนอย่างไร ก มีความอดทน ข มีความซื่อสัตย์ ค มีความเสียสละ ง มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ๔. เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำรายงาน นักเรียน จะทำอย่างไรเพื่อให้รายงายเสร็จทักำหนด ก อดทน ข ขยันหมั่นเพียร ค ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ง ยอมรับผลงานที่ตนทำ ๕. ข้อใดกล่าวถึงสังคมไทยไม่ถูกต้อง ก มีธงไตรรงค์เป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับ ชาติ ข เป็นสังคมเกษตรกรรมที่ใช้จ่ายอย่าง พอเพียง ค คนในสังคมส่วนใหญ่นับถือ พระพุทธศาสนา ง ประกอบด้วยชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ ๖. คนในสังคมไทยให้ความสำคัญต่อสิ่งใดน้อย ที่สุด ก ความรักชาติ ข การยึดมั่นในศาสนา ค ความเสมอภาคในสังคม ง ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
๗. “คนไทยมีอัตลักษณ์เป็นหนึ่งเดียวและ ประพฤติตนเป็นคนดี” คุณลักษณะดังกล่าว นี้เกิดจากสถาบันใด ก ชาติ ข ศาสนา ค เศรษฐกิจ ง พระมหากษัตริย์ ๘. การปฏิบัติตนของใครที่แสดงออกถึงความ รักชาติ ก อมรสอนวิชาภาษาไทย ข นุติเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองทุกครั้ง ค กมลเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกปี ง ยิ่งยงเปิดร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ๙. การปฏิบัติตนตามหลักคำสอนของศาสนามี ผลดีต่อผู้ปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร ก มีผลดี เพราะศาสนาเป็นสิ่งเดียวที่จะ ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนเรา ข มีผลดี เพราะศาสนามีคำสอนที่ล้วนให้เรา ประพฤติตนเป็นคนดี ค ไม่มีผลดี เพราะหลักคำสอนทางศาสนา เป็นความเชื่อที่งมงาย ง ไม่มีผลดี เพราะคำสอนที่ต่างกันอาจ นำมาซึ่งปัญหาความขัดแย้ง ๑๐. ใครปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีของ ศาสนิกชน ก แตงสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวไปวัด ข พันทำความดีโดยการรักษาศีล ๕ ค น้อยกู้เงินธนาคารไปบริจาคให้กับวัด ง เดี่ยวปฏิบัติตามหลักคำสอนของทุก ศาสนา ๑๑. “ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ” ข้อความนี้หมายถึงสถาบันใด ก ชาติ ข ศาสนา ค เศรษฐกิจ ง พระมหากษัตริย์ ๑๒. ข้อใดเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ควรปฏิบัติมาก ที่สุด ก ทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ เมื่อพบเห็น ข ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีได้โดยไม่ ต้องดูคำร้อง ค รับฟังและฝึกร้องเพลงพระราช นิพนธ์เป็นประจำทุกวัน ง น้อมนำพระบรมราโชวาทและ หลักการทรงงานมาประพฤติปฏิบัติ ๑๓. ข้อใดเป็นการกระทำของผู้ที่มีความรักชาติ ก เรียนรู้ความเป็นมาของชาติไทย ข ไปทำบุญตักบาตรและนั่งสมาธิที่วัด ค ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงปลุกใจให้รัชาติ ง หาโอกาสรับฟังและฝึกร้องเพลง พระราชนิพนธ์ ๑๔. ใครเป็นผู้มีความยึดมั่นในศาสนา ก มานิตสวมใส่แต่เสื้อผ้าสีขาว ข ฤทัยสวดมนต์อ้อนวอนให้สอบได้ที่ ๑ ค นิธิเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดใกล้บ้าน ง นภัทรปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา ที่นับถือ
๑๕. “พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรง ทำคุณประโยชน์นานัปการให้กับ ประเทศของเรา” หากนักเรียนต้องการ ข้อมูลเพิ่มเติมควรทำอย่างไร ก สอบถามครู ผู้สอน และเพื่อน ข ศึกษาและเรียนรู้พระราชกรณียกิจ ค เรียนรู้จากคำร้องในเพลงพระราชนิพนธ์ ง ศึกษาจากสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับ พระมหากษัตริย์ ๑๖. ข้อใดเป็นการแสดงออกถึงความ จงรักภักดีและเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ที่เหมาะสมที่สุด ก ติดตามพระราชกรณียกิจจากข่าวใน พระราชสำนักทุกวัน ข น้อมนำพระบรมราโชวาทมาเป็น แนวทางในการดำเนินชีวิต ค ศึกษาและเรียนรู้การใช้คำราชาศัพท์ ให้ถูกต้องตามหลักภาษา ง ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรที่ท้อง สนามหลวงเป็นประจำทุกปี ๑๗. “อานนท์ตระหนักรู้ถึงผิดชอบชั่วดี และ รู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ” นักเรียนควรทำอย่างไร หากต้องการ เป็นเหมือนอานนท์ ก ฝึกฝนอบรมจิตใจให้เป็นผู้ที่มีสติ ข ขยันหมั่นเพียรในการศึกษาเล่าเรียน ค ปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนา อย่างเคร่งครัด ง เคารพ เชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำพูด ของอานนท์ ๑๘. นักเรียนควรน้อมนำพระบรมราโชวาท อันเกี่ยวเนื่องด้วยความขยันอดทนมา ใช้ในเรื่องใดมากที่สุด ก การเล่นกีฬา ข การศึกษาเล่าเรียน ค การทำงานเพื่อหารายได้ ง การเข้าร่วมกิจกรรมกับทางโรงเรียน ๑๙. “ขาดทุนคือกำไร หมายความว่า การ เสีย คือการได้” จากข้อความนี้ “การ เสีย” และ “การได้” หมายถึงอะไร ก การเสียสละ การได้เป็นผู้ให้ ข การเสียสละ การได้ประสบการณ์ ค การเสียกำไร การได้รับผลขาดทุน ง การเสียกำไร การได้รู้จักวิธีการทำธุรกิจ ๒๐. หลักการทรงงาน “ภูมิสังคม” ให้ ความสำคัญในเรื่องใด ก การพัฒนาโดยอาศัยความรู้และ เทคนิควิชาการสมัยใหม่ ข การพัฒนาโดยมุ่งเน้นความเสมอ ภาคและเท่าเทียมกันในสังคม ค การพัฒนาโดยยึดสภาพความเป็น จริงของภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ง การพัฒนาโดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่าง ยั่งยืน
คู่มือครูแผนการจดัการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม หนา้ที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๓๖๓ ตอนที่ ๒ ตอบคำถาม ๑. ถ้าคนในสังคมไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตจะมีผลเสียอย่างไร ๒. “ความขยันคือหนทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ” จากข้อความนี้ เราจะฝึกตนเองอย่างไรเพื่อไปสู่ หนทางแห่งความสำเร็จในชีวิต ๓. สถาบันหลักของสังคมไทยมีอะไรบ้าง และควรปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะเหมาะสม
คู่มือครูแผนการจดัการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม หนา้ที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๓๖๔ ๔. นักเรียนคิดว่าตนเองปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของความรักชาติ การยึดมั่นในศาสนา และ การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ อย่างไร ๕. นักเรียนคิดว่าจะน้อมนำพระบรมราโชวาทเรื่องความขยันอดทนไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต อย่างไร
คู่มือครูแผนการจดัการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม หนา้ที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๓๖๕ ค ำชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแล้วใส่คะแนนลงในช่องตารางให้ตรงกับความเป็ นจริง รำยกำรประเมิน พฤติกรรมกำรแสดงออก คะแนน หมำยเหตุ ๓ ๒ ๑ ๑. มีวินัย ๑. มีการวางแผนการท างานและจัดระบบการท างาน ๓ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั อย่างสม ่าเสมอ ๒ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั เป็นคร้ังคราว ๑ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั นอ้ยคร้ัง ๒. ทา งานตามข้นัตอนต่าง ๆ ที่ไดว้างแผนไว้ ๓. ตรวจสอบความถูกต้อง ความเรียบร้อย หรือคุณภาพของงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๔. มีความกระตือรือร้นและสนใจที่จะแสวงหาความรู้ ๕. ชอบสนทนา ซักถาม ฟัง หรืออ่านเพื่อให้ไดค้วามรู้เพมิ่ข้ึน ๖. มีความสุขทไี่ดเ้รียนรู้ในสิ่งที่ตนเองตอ้งการเรียนรู้ ๓. อยู่อย่ำงพอเพียง ๗. ใชจ้่ายทรัพยส์ินของตนเอง เช่น เงิน เส้ือผา้ สิ่งของอยา่งประหยดั ๘. ใชน้ ้า ไฟฟ้าและทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ อย่างประหยัดและคุ้มค่า ๙. มีส่วนร่วมในการดูแลและรักษาทรัพย์สินของส่วนรวม ๔. รักควำมเป็ นไทย ๑๐. ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ๑๑. รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและมีสัมมาคารวะ ๑๒. มีส่วนร่วมในการเผยแพร่และอนุรักษ์วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย ๕. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๑๓. ร่วมกิจกรรมที่ส าคัญเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๖. มีจิตสำธำรณะ ๑๔. เสียสละ มีน้า ใจรู้จกัเอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ต่อผูอ้ื่น ๑๕. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ๗. มีควำม รับผิดชอบ ๑๖. ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทา ของตนเองท้งัที่เป็นผลดีและผลเสีย ๑๗. ท างานที่ได้รับมอบหมายให้สมบูรณ์ตามก าหนดและตรงต่อเวลา ๘. ซื่อสัตย์สุจริต ๑๘. บันทึกข้อมูลตามความเป็ นจริงและไม่ใช้ความคิดเห็นของตนเอง ไปเกี่ยวข้อง ๑๙. ไม่แอบอ้างผลงานของผู้อื่นว่าเป็ นของตน ๒๐. เคารพหรือปฏิบัติตามข้อตกลง กฎ กติกา หรือระเบียบของกลุ่ม ที่ก าหนดไว้ คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์กำรตัดสินคุณภำพ ช่วงคะแนนเฉลี่ย ๒.๓๔–๓.๐๐ ๑.๖๗–๒.๓๓ ๑.๐๐–๑.๖๖ ระดับคุณภำพ ๓ = ดีมำก ๒ = พอใช้ ๑= ควรปรับปรุง สรุปผลกำรประเมิน (เขียนเครื่องหมำย ลงใน ) ระดับคุณภำพที่ได้ ๓ ๒ ๑ ด้ำนคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยม ส ำหรับครูประเมนินักเรียน หมำยเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาได้จากการน าเอาคะแนน รวมในแต่ละช่องมาบวกกนัแลว้หารดว้ยจา นวนขอ้จากน้นั น าคะแนนเฉลี่ยที่ได้มาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและ สรุปผลการประเมิน ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) / /
คู่มือครูแผนการจดัการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม หนา้ที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๓๖๖ ค ำชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแล้วใส่คะแนนลงในช่องให้ตรงกับความเป็ นจริง รำยกำรประเมิน พฤติกรรมกำรแสดงออก คะแนน หมำยเหตุ ๓ ๒ ๑ ๑. กำรสื่อสำร ๑. ใช้วิธีการสื่อสารในการน าเสนอข้อมูลความรู้ได้อย่างเหมาะสม ๓ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั อย่างสม ่าเสมอ ๒ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั เป็นคร้ังคราว ๑ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั นอ้ยคร้ัง ๒. เลือกรับข้อมูลความรู้ด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ๒. กำรใช้ เทคโนโลยี ๓. ศึกษาค้นคว้าข้อมูลความรู้จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ด้วย ตนเอง ๔. เลือกใช้เทคโนโลยีในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลความรู้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและมีคุณธรรม ๓. กำรคิด ๕. สรุปความคิดรวบยอดหรือสาระส าคัญของเรื่องที่ศึกษา ๖. แปลความ ตีความ หรือขยายความของค า ข้อความ ภาพ และสัญลักษณ์ ในเรื่องที่ศึกษา ๗. วิเคราะห์หลักการและน าหลักการไปใช้ได้อย่างสมเหตุสมผล ๔. กำรแก้ปัญหำ ๘. ต้งัคา ถามหรือต้งัสมมติฐานต่อเรื่องที่ศึกษาอย่างมีระบบ ุ ๙. รวบรวมข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษาจากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ๑๐. ตรวจสอบและประเมินความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลความรู้ที่ได้ จากการเก็บรวบรวม ๑๑. น าข้อมูลความรู้ที่ได้จากการตรวจสอบและประเมินมาวิเคราะห์ หรือแยกแยะเพื่อความสะดวกในการทดสอบสมมุติฐาน ๑๒. ทดสอบสมมุติฐานและสรุปเป็ นหลักการด้วยภาษาของตนเองที่เข้าใจง่าย ๑๓. นา ขอ้มูลความรู้ที่ไดไ้ปใชแ้กป้ ัญหาตา่ง ๆ ที่เกิดข้ึนในชีวิตประจา วนั ๕. กระบวนกำรกลุ่ม ๑๔. มีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการท างานของกลุ่ม ๑๕. ร่วมกันวางแผนและแบ่งหน้าที่การท างานกับสมาชิกในกลุ่ม ๑๖. เป็นท้งัผูน้า และผูต้ามในการทา งานกลุ่ม ๑๗. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความรับผิดชอบ ๑๘. ช่วยลดข้อขัดแย้งและแก้ปัญหาของกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๑๙. สร้างสรรค์ผลงานเสร็จทันเวลาและมีคุณภาพ ๒๐. ภูมิใจและพึงพอใจในผลงานและการท างานกลุ่ม คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์กำรตัดสินคุณภำพ ช่วงคะแนนเฉลี่ย ๒.๓๔–๓.๐๐ ๑.๖๗–๒.๓๓ ๑.๐๐–๑.๖๖ ระดับคุณภำพ ๓= ดีมำก ๒ = พอใช้ ๑= ควรปรับปรุง สรุปผลกำรประเมิน (เขียนเครื่องหมำย ลงใน ) ระดับคุณภำพที่ได้ ๓ ๒ ๑ ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร ส ำหรับครูประเมนินักเรียน หมำยเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาได้จากการน าเอาคะแนน รวมในแต่ละช่องมาบวกกนัแลว้หารดว้ยจา นวนขอ้จากน้นั น าคะแนนเฉลี่ยที่ได้มาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและ สรุปผลการประเมิน ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) / /
คู่มือครูแผนการจดัการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม หนา้ที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๓๖๗ แบบทดสอบกลางภาคเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง ๔ (วัดและประเมินผลด้านความรู้) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง ประจำปีการศึกษา 2566 ตอนที่ ๑ เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. ใครเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ก กุ้งขายของบนทางเท้า ข บีมชวนเพื่อนบ้านดื่มสุรา ค ปิ่นข้ามถนนบริเวณใต้สะพานลอย ง เอ๋ชอบแสดงความคิดเห็นในที่ ประชุม ๒. ข้อใดเป็นหลักปฏิบัติในการติดตาม ข่าวสารบ้านเมือง ก ไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ ข ติดตามอย่างจริงจัง ค เลือกเชื่อในสิ่งที่ตนคิด ง ติดตามโดยใช้ความรู้สึก ๓. หากเพื่อนเสนอเงินแก่เราโดยแลก กับการให้เราทำงานผิดกฎหมาย ใน ฐานะที่เราเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญทาง จริยธรรม เราควรปฏิบัติอย่างไร ก ปฏิเสธ และไม่ต้องใส่ใจกับเพื่อนคนนี้ ข ปฏิเสธ แล้วตักเตือนเพื่อนว่าเป็นสิ่ง ที่ไม่ดี ค รับปากว่าจะทำ แต่เมื่อถึงเวลาแล้ว ไม่ต้องทำ ง รับปากและทำงานให้เพื่อน เพราะทำ ให้ได้เงินจำนวนมาก ๔. หากเราเห็นเพื่อนกำลังจับกลุ่มกันดื่ม สุรา เราควรปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะได้ ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญทาง จริยธรรม ก รีบไปแจ้งครู ข เข้าไปร่วมดื่มด้วย ค เข้าไปต่อว่าเพื่อนทันที ง อยู่เฉย ๆ ไม่ต้องสนใจ ๕. หากต้องการเป็นผู้นำที่ดี จะต้องปฏิบัติ ตนอย่างไร ก วางอำนาจ ข มีมนุษยสัมพันธ์ดี ค ช่วยเหลือพวกพ้อง ง วางตัวให้เหนือกว่าคนอื่น ๖. ในฐานะสมาชิกของโรงเรียน เราควร ปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเป็น สมาชิกที่ดีของโรงเรียน ก รักษาชื่อเสียงของโรงเรียน ข อยู่อย่างสันโดษ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ค ช่วยเพื่อนปกปิดความผิดเพื่อไม่ให้ เพื่อนถูกลงโทษ ง ฝ่าฝืนกฎระเบียบของโรงเรียนที่ ตนเองคิดว่าไม่เหมาะสม
คู่มือครูแผนการจดัการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม หนา้ที่พลเมือง ๓–๔ ม. ๒ ๓๖๘ ๗. ใครปฏิบัติตนเป็นผู้นำที่ดี ก ภูเข้ากับคนง่าย จึงสนิทสนมกับทุก คนในบริษัท ข ฉัตรมักจะล้มเลิกโครงการที่คิดว่า ดำเนินการได้ยาก ค แก้วมักจะมอบหมายงานสำคัญ ๆ ให้กับเพื่อนของตนเอง ง ฟ้ามีความรู้ในงานของตนเองไม่มาก นัก เพราะไม่เคยทำงานนี้มาก่อน ๘. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการติดตาม ข่าวสารบ้านเมือง ก ช่วยให้มีฐานะดีขึ้น ข ช่วยเสริมสร้างความคิดเห็น ค ช่วยเป็นข้อมูลในการสนทนา ง ช่วยให้ทราบความเคลื่อนไหวของ บ้านเมือง ๙. เมื่ออยู่ในห้องเรียน เราควรมีส่วน ร่วมกับกิจกรรมใด ก คุยกับเพื่อนขณะครูสอน ข แอบกินขนมกับเพื่อนในห้องเรียน ค เล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ ในห้องเรียน ง แสดงความคิดเห็นเรื่องการตกแต่ง ห้องเรียน ๑๐. เราควรเลือกตั้งหัวหน้าห้องที่เป็นคน อย่างไร ก ร่ำรวย ข เรียนดี ค พูดคุยเก่ง ง เห็นแก่ส่วนรวม ๑๑. เราควรเลือกรับข้อมูลที่มีลักษณะ อย่างไรมากที่สุด ก ตรงตามทัศนคติของเรา ข มีความถูกต้องเชื่อถือได้ ค มีที่มาจากหน่วยงานของรัฐ ง มีเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจ ๑๒. เราควรตรวจสอบข้อมูลในด้านต่าง ๆ ยกเว้นด้านใด ก ความสวยงาม ข ความเป็นกลาง ค ความถูกต้องเชื่อถือได้ ง ความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ๑๓. ใครปฏิบัติตนเป็นคนรู้ทันข่าวสาร ก แต้ววิเคราะห์ข่าวก่อนเชื่อ ข อ้อยเชื่อถือทุกข่าวที่ชมจากโทรทัศน์ ค น้อยไม่สนใจข่าวจากสื่อออนไลน์ ทุกชนิด ง เมื่ออ่านข่าวจากอินเทอร์เน็ต พีจะ แชร์ข่าวผ่านสื่อออนไลน์ทันทีโดยไม่มี การตรวจสอบ ๑๔. การรู้เท่าทันข่าวสารก่อให้เกิด ประโยชน์อย่างไร ก มีฐานะดีขึ้น ข หน้าที่การงานมั่นคงขึ้น ค ไม่ถูกสื่อครอบงำความคิด ง ได้รับการชื่นชมจากคนรอบข้าง ๑๕. เมื่อเรานั่งอยู่บนรถโดยสารประจำทาง แล้วเห็นคนชราขึ้นมาบนรถและไม่มีที่ นั่งว่าง เราควรทำอย่างไร ก แกล้งหลับ ข ช่วยคนชราถือของ ค ลุกขึ้นให้คนชรานั่ง ง นั่งเฉย ๆ ไม่ต้องใส่ใจ
ตอนที่ ๒ ตอบคำถาม ๑. เราควรปฏิบัติตนในการติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างไร ๒. ปัจจุบันนักเรียนเป็นสมาชิกของสถาบันหรือกลุ่มใด และจะปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีได้อย่างไร ๓. เมื่ออยู่ในโรงเรียน เราควรมีส่วนร่วมกับกิจกรรมใดบ้าง
ค ำชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแล้วใส่คะแนนลงในช่องตารางให้ตรงกับความเป็ นจริง รำยกำรประเมิน พฤติกรรมกำรแสดงออก คะแนน หมำยเหตุ ๓ ๒ ๑ ๑. มีวินัย ๑. มีการวางแผนการท างานและจัดระบบการท างาน ๓ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั อย่างสม ่าเสมอ ๒ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั เป็นคร้ังคราว ๑ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั นอ้ยคร้ัง ๒. ทา งานตามข้นัตอนต่าง ๆ ที่ไดว้างแผนไว้ ๓. ตรวจสอบความถูกต้อง ความเรียบร้อย หรือคุณภาพของงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๔. มีความกระตือรือร้นและสนใจที่จะแสวงหาความรู้ ๕. ชอบสนทนา ซักถาม ฟัง หรืออ่านเพื่อให้ไดค้วามรู้เพมิ่ข้ึน ๖. มีความสุขทไี่ดเ้รียนรู้ในสิ่งที่ตนเองตอ้งการเรียนรู้ ๓. อยู่อย่ำงพอเพียง ๗. ใชจ้่ายทรัพยส์ินของตนเอง เช่น เงิน เส้ือผา้ สิ่งของอยา่งประหยดั ๘. ใชน้ ้า ไฟฟ้าและทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ อย่างประหยัดและคุ้มค่า ๙. มีส่วนร่วมในการดูแลและรักษาทรัพย์สินของส่วนรวม ๔. รักควำมเป็ นไทย ๑๐. ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ๑๑. รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและมีสัมมาคารวะ ๑๒. มีส่วนร่วมในการเผยแพร่และอนุรักษ์วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย ๕. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๑๓. ร่วมกิจกรรมที่ส าคัญเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๖. มีจิตสำธำรณะ ๑๔. เสียสละ มีน้า ใจรู้จกัเอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ต่อผูอ้ื่น ๑๕. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ๗. มีควำม รับผิดชอบ ๑๖. ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทา ของตนเองท้งัที่เป็นผลดีและผลเสีย ๑๗. ท างานที่ได้รับมอบหมายให้สมบูรณ์ตามก าหนดและตรงต่อเวลา ๘. ซื่อสัตย์สุจริต ๑๘. บันทึกข้อมูลตามความเป็ นจริงและไม่ใช้ความคิดเห็นของตนเอง ไปเกี่ยวข้อง ๑๙. ไม่แอบอ้างผลงานของผู้อื่นว่าเป็ นของตน ๒๐. เคารพหรือปฏิบัติตามข้อตกลง กฎ กติกา หรือระเบียบของกลุ่ม ที่ก าหนดไว้ คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์กำรตัดสินคุณภำพ ช่วงคะแนนเฉลี่ย ๒.๓๔–๓.๐๐ ๑.๖๗–๒.๓๓ ๑.๐๐–๑.๖๖ ระดับคุณภำพ ๓ = ดีมำก ๒ = พอใช้ ๑= ควรปรับปรุง สรุปผลกำรประเมิน (เขียนเครื่องหมำย ลงใน ) ระดับคุณภำพที่ได้ ๓ ๒ ๑ ด้ำนคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยม ส ำหรับครูประเมนินักเรียน หมำยเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาได้จากการน าเอาคะแนน รวมในแต่ละช่องมาบวกกนัแลว้หารดว้ยจา นวนขอ้จากน้นั น าคะแนนเฉลี่ยที่ได้มาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและ สรุปผลการประเมิน ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) / /
ด้ำนทักษ ค ำชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแล้วใส่คะแนนลงในช่องให้ตรงกับความเป็ นจริง รำยกำรประเมิน พฤติกรรมกำรแสดงออก คะแนน หมำยเหตุ ๓ ๒ ๑ ๑. กำรสื่อสำร ๑. ใช้วิธีการสื่อสารในการน าเสนอข้อมูลความรู้ได้อย่างเหมาะสม ๓ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั อย่างสม ่าเสมอ ๒ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั เป็นคร้ังคราว ๑ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั นอ้ยคร้ัง ๒. เลือกรับข้อมูลความรู้ด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ๒. กำรใช้ เทคโนโลยี ๓. ศึกษาค้นคว้าข้อมูลความรู้จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ๔. เลือกใช้เทคโนโลยีในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลความรู้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและมีคุณธรรม ๓. กำรคิด ๕. สรุปความคิดรวบยอดหรือสาระส าคัญของเรื่องที่ศึกษา ๖. แปลความ ตีความ หรือขยายความของค า ข้อความ ภาพ และสัญลักษณ์ ในเรื่องที่ศึกษา ๗. วิเคราะห์หลักการและน าหลักการไปใช้ได้อย่างสมเหตุสมผล ๔. กำรแก้ปัญหำ ๘. ต้งัคา ถามหรือต้งัสมมติฐานต่อเรื่องที่ศึกษาอย่างมีระบบ ุ ๙. รวบรวมข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษาจากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ๑๐. ตรวจสอบและประเมินความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลความรู้ที่ได้ จากการเก็บรวบรวม ๑๑. น าข้อมูลความรู้ที่ได้จากการตรวจสอบและประเมินมาวิเคราะห์ หรือแยกแยะเพื่อความสะดวกในการทดสอบสมมุติฐาน ๑๒. ทดสอบสมมุติฐานและสรุปเป็ นหลักการด้วยภาษาของตนเองที่เข้าใจง่าย ๑๓. นา ขอ้มูลความรู้ที่ไดไ้ปใชแ้กป้ ัญหาตา่ง ๆ ที่เกิดข้ึนในชีวิตประจา วนั ๕. กระบวนกำรกลุ่ม ๑๔. มีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการท างานของกลุ่ม ๑๕. ร่วมกันวางแผนและแบ่งหน้าที่การท างานกับสมาชิกในกลุ่ม ๑๖. เป็นท้งัผูน้า และผูต้ามในการทา งานกลุ่ม ๑๗. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความรับผิดชอบ ๑๘. ช่วยลดข้อขัดแย้งและแก้ปัญหาของกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๑๙. สร้างสรรค์ผลงานเสร็จทันเวลาและมีคุณภาพ ๒๐. ภูมิใจและพึงพอใจในผลงานและการท างานกลุ่ม คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์กำรตัดสินคุณภำพ ช่วงคะแนนเฉลี่ย ๒.๓๔–๓.๐๐ ๑.๖๗–๒.๓๓ ๑.๐๐–๑.๖๖ ระดับคุณภำพ ๓= ดีมำก ๒ = พอใช้ ๑= ควรปรับปรุง สรุปผลกำรประเมิน (เขียนเครื่องหมำย ลงใน ) ระดับคุณภำพที่ได้ ๓ ๒ ๑ ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร ส ำหรับครูประเมนินักเรียน หมำยเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาได้จากการน าเอาคะแนน รวมในแต่ละช่องมาบวกกนัแลว้หารดว้ยจา นวนขอ้จากน้นั น าคะแนนเฉลี่ยที่ได้มาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและ สรุปผลการประเมิน ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) / /
แบบทดสอบปลายภาคเรียน รายวิชาหน้าที่พลเมือง ๔ (วัดและประเมินผลด้านความรู้) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๑ ชั่วโมง ประจำปีการศึกษา 2566 ตอนที่ ๑ เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. ใครเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ก อ้อต่อว่าคนที่ทำถนนชำรุด ข นัทจูงมือพาน้องข้ามถนนใกล้ ๆ กับ สะพานลอย ค แก้มชอบอยู่คนเดียว ไม่ยุ่งกับใคร จึงไม่มี ปัญหากับคนอื่น ง วัฒน์ชอบแสดงความคิดเห็นในชุมชนทั้ง ๆ ที่ ตนเองยังเป็นเด็กอยู่ ๒. ใครเป็นคนที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ก แอ๋วชวนอ้อยหนีเรียน อ้อยตอบตกลงในทันที ข แบมชวนบอยสูบบุหรี่ บอยตอบตกลง แต่ขอ ไปสูบที่บ้าน ค นุชเห็นเพื่อนสนิทกำลังแอบดื่มสุราในโรงเรียน จึงเข้าไปตักเตือนว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี ง ปอมเห็นปอยกำลังขโมยผลไม้ในสวนของ ชาวบ้าน แต่ทำเป็นไม่สนใจเพราะกลัวปอยอับ อาย ๓. เราควรติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างไร ก เลือกสื่อที่ใช่ ข เลือกข่าวที่ชอบ ค เลือกเชื่อในสิ่งที่คิด ง เลือกรับโดยตรวจสอบก่อน ๔. ใครเป็นผู้นำที่ดี ก ออมเป็นคนเงียบขรึม ไม่สนทนากับใครง่าย ๆ ข บุ๋มมักส่งเสริมลูกน้องที่พูดจาเอาใจตนอยู่เสมอ ค ปริมชื่นชมองค์กรของตนเองให้ลูกน้องฟังอยู่ เสมอ ง นัยสั่งยกเลิกงานที่มีโอกาสสำเร็จได้ยากเป็น ประจำ ๕. ข้อใดไม่ใช่การมีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการ ตัดสินใจต่อกิจกรรมของโรงเรียน ก ติดตามข่าวสาร ข ร่วมแสดงความคิดเห็น ค เลือกตั้งประธานนักเรียน ง ร่วมประชุมสภาเด็กและเยาวชนตำบล ๖. คนในประเทศใดมีเชื้อสายเดียวกับชาวทิเบต ก ภูฏาน ค ศรีลังกา ข เนปาล ง เกาหลีใต้ ๗. ประชากรส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกนับถือ ศาสนาใด ก คริสต์ศาสนา ข ศาสนาอิสลาม ค พระพุทธศาสนา ง ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
๘. ประชากรในภูมิภาคใดนิยมดื่มชามาก ที่สุด ก เอเชียกลาง ข เอเชียตะวันออก ค เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ๙. ภูมิภาคใดที่ประชากรบางส่วนดำเนิน ชีวิตโดยการเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน ก เอเชียใต้ ข เอเชียกลาง ค เอเชียตะวันออก ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ๑๐. ชาวอินเดียส่วนใหญ่มีเชื้อสายใด ก นิกรอยด์ ข คอเคซอยด์ ค มองโกลอยด์ใต้ ง มองโกลอยด์เหนือ ๑๑. คนในประเทศใดใช้ภาษาในกลุ่ม ภาษาจีน ก ลาว ข ญี่ปุ่น ค กัมพูชา ง ศรีลังกา ๑๒. ภูมิภาคใดเป็นแหล่งกำเนิดของศาสนา พราหมณ์-ฮินดู ก เอเชียใต้ ข เอเชียกลาง ค เอเชียตะวันออก ง เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ๑๓. ข้อใดเป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในทวีปเอเชีย ก หลังคาโลก ข แม่น้ำอามูร์ ค ทะเลสาบเดดซี ง ทะเลทรายสะฮารา ๑๔. ข้อใดเป็นหลักการอยู่ร่วมกันในสังคม พหุวัฒนธรรม ก ยึดมั่นถือมั่น ข กล้าพูดกล้าวิจารณ์ ค ช่วยเหลือและแบ่งปันกัน ง ตนเองเป็นศูนย์รวมของทุกสิ่ง ๑๕. หากเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลัง ถ่ายรูปโดยใช้มือจับเศียรพระพุทธรูป เราควรทำอย่างไร ก นิ่งเฉย ไม่ใส่ใจ ข เข้าไปต่อว่าทันที ค เข้าไปช่วยถ่ายภาพเพื่อสร้างความ ประทับใจให้นักท่องเที่ยว ง เข้าไปอธิบายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่า พระพุทธรูปเป็นสิ่งเคารพบูชา ๑๖. เราจะต้องไม่นำอาหารชนิดใดให้คนนับ ถือศาสนาอิสลามรับประทาน ก หมูปิ้ง ค แอปเปิล ข ไก่ย่าง ง อินทผลัม ๑๗. หากเห็นเด็กกำลังข้ามถนน เราควรทำ อย่างไร ก เข้าไปจูงข้ามถนน ข อยู่เฉย ๆ ไม่ต้องใส่ใจ ค บอกให้คนที่อยู่บริเวณนั้นไปช่วยพา เด็กข้ามถนน ง ลงไปยืนขวางรถบนถนนเพื่อให้เด็ก เดินข้ามได้อย่างปลอดภัย ๑๘. อะไรที่ทำให้เกิดความขัดแย้งได้น้อยที่สุด ก การละเมิดสิทธิ ข ความคิดเห็นที่ตรงกัน ค ความต้องการอันไม่จำกัด ง ความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
๑๙. หากปิ่นและก้อยทะเลาะกันใครควรเป็น คนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหา ก เอม แม่ของปิ่น ข ตุ่น พ่อของก้อย ค อุ้ม เพื่อนบ้านของก้อย ง ต้น ผู้บังคับบัญชาของปิ่นและก้อย ๒๐. วิธีการใดช่วยระงับความขัดแย้งได้ดี ที่สุด ก การบังคับ ข การหลีกเลี่ยง ค การปรองดอง ง การแก้ไขปัญหาหรือร่วมมือกัน ตอนที่ ๒ ตอบคำถาม ๑. เราควรปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อให้เป็นคนรู้ทันข่าวสาร ๒. คนในภูมิภาคเอเชียกลางมีวิถีชีวิตอย่างไร ๓. หากเราเกิดความขัดแย้งกับเพื่อน ควรเลือกวิธีการใดมาระงับความขัดแย้งนั้น
๒๘ ค ำชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแล้วใส่คะแนนลงในช่องตารางให้ตรงกับความเป็ นจริง รำยกำรประเมิน พฤติกรรมกำรแสดงออก คะแนน หมำยเหตุ ๓ ๒ ๑ ๑. มีวินัย ๑. มีการวางแผนการท างานและจัดระบบการท างาน ๓ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั อย่างสม ่าเสมอ ๒ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั เป็นคร้ังคราว ๑ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั นอ้ยคร้ัง ๒. ทา งานตามข้นัตอนต่าง ๆ ที่ไดว้างแผนไว้ ๓. ตรวจสอบความถูกต้อง ความเรียบร้อย หรือคุณภาพของงาน ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๔. มีความกระตือรือร้นและสนใจที่จะแสวงหาความรู้ ๕. ชอบสนทนา ซกัถาม ฟัง หรืออ่านเพื่อให้ไดค้วามรู้เพมิ่ข้ึน ๖. มีความสุขทไี่ดเ้รียนรู้ในสิ่งที่ตนเองตอ้งการเรียนรู้ ๓. อยู่อย่ำงพอเพียง ๗. ใชจ้่ายทรัพยส์ินของตนเอง เช่น เงิน เส้ือผา้ สิ่งของอยา่งประหยดั ๘. ใชน้ ้า ไฟฟ้าและทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ อยา่งประหยดัและคุม้ค่า ๙. มีส่วนร่วมในการดูแลและรักษาทรัพย์สินของส่วนรวม ๔. รักควำมเป็ นไทย ๑๐. ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ๑๑. รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและมีสัมมาคารวะ ๑๒. มีส่วนร่วมในการเผยแพร่และอนุรักษ์วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย ๕. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ ๑๓. ร่วมกิจกรรมที่ส าคัญเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๖. มีจิตสำธำรณะ ๑๔. เสียสละ มีน้า ใจรู้จกัเอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ต่อผูอ้ื่น ๑๕. เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ๗. มีควำม รับผิดชอบ ๑๖. ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทา ของตนเองท้งัที่เป็นผลดีและผลเสีย ๑๗. ท างานที่ได้รับมอบหมายให้สมบูรณ์ตามก าหนดและตรงต่อเวลา ๘. ซื่อสัตย์สุจริต ๑๘. บันทึกข้อมูลตามความเป็ นจริงและไม่ใช้ความคิดเห็นของตนเอง ไปเกี่ยวข้อง ๑๙. ไม่แอบอ้างผลงานของผู้อื่นว่าเป็ นของตน ๒๐. เคารพหรือปฏิบัติตามข้อตกลง กฎ กติกา หรือระเบียบของกลุ่ม ที่ก าหนดไว้ คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์กำรตัดสินคุณภำพ ช่วงคะแนนเฉลี่ย ๒.๓๔–๓.๐๐ ๑.๖๗–๒.๓๓ ๑.๐๐–๑.๖๖ ระดับคุณภำพ ๓ = ดีมำก ๒ = พอใช้ ๑= ควรปรับปรุง สรุปผลกำรประเมิน (เขียนเครื่องหมำย ลงใน ) ระดับคุณภำพที่ได้ ๓ ๒ ๑ ด้ำนคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยม ส ำหรับครูประเมนินักเรียน หมำยเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาได้จากการน าเอาคะแนน รวมในแต่ละช่องมาบวกกนัแลว้หารดว้ยจา นวนขอ้จากน้นั น าคะแนนเฉลี่ยที่ได้มาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและ สรุปผลการประเมิน ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) / /
๒๙ ค ำชี้แจง สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนแล้วใส่คะแนนลงในช่องให้ตรงกับความเป็ นจริง รำยกำรประเมิน พฤติกรรมกำรแสดงออก คะแนน หมำยเหตุ ๓ ๒ ๑ ๑. กำรสื่อสำร ๑. ใช้วิธีการสื่อสารในการน าเสนอข้อมูลความรู้ได้อย่างเหมาะสม ๓ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั อย่างสม ่าเสมอ ๒ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั เป็นคร้ังคราว ๑ หมายถึง นักเรียนแสดง พฤติกรรมน้นั นอ้ยคร้ัง ๒. เลือกรับข้อมูลความรู้ด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ๒. กำรใช้ เทคโนโลยี ๓. ศึกษาค้นคว้าข้อมูลความรู้จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ด้วย ตนเอง ๔. เลือกใช้เทคโนโลยีในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลความรู้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและมีคุณธรรม ๓. กำรคิด ๕. สรุปความคิดรวบยอดหรือสาระส าคัญของเรื่องที่ศึกษา ๖. แปลความ ตีความ หรือขยายความของค า ข้อความ ภาพ และสัญลักษณ์ ในเรื่องที่ศึกษา ๗. วิเคราะห์หลักการและน าหลักการไปใช้ได้อย่างสมเหตุสมผล ๔. กำรแก้ปัญหำ ๘. ต้งัคา ถามหรือต้งัสมมติฐานต่อเรื่องที่ศึกษาอย่างมีระบบ ุ ๙. รวบรวมข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษาจากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ๑๐. ตรวจสอบและประเมินความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลความรู้ที่ได้ จากการเก็บรวบรวม ๑๑. น าข้อมูลความรู้ที่ได้จากการตรวจสอบและประเมินมาวิเคราะห์ หรือแยกแยะเพื่อความสะดวกในการทดสอบสมมุติฐาน ๑๒. ทดสอบสมมุติฐานและสรุปเป็ นหลักการด้วยภาษาของตนเองที่เข้าใจง่าย ๑๓. นา ขอ้มูลความรู้ที่ไดไ้ปใชแ้กป้ ัญหาตา่ง ๆ ที่เกิดข้ึนในชีวิตประจา วนั ๕. กระบวนกำรกลุ่ม ๑๔. มีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายการท างานของกลุ่ม ๑๕. ร่วมกันวางแผนและแบ่งหน้าที่การท างานกับสมาชิกในกลุ่ม ๑๖. เป็นท้งัผูน้า และผูต้ามในการทา งานกลุ่ม ๑๗. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความรับผิดชอบ ๑๘. ช่วยลดข้อขัดแย้งและแก้ปัญหาของกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๑๙. สร้างสรรค์ผลงานเสร็จทันเวลาและมีคุณภาพ ๒๐. ภูมิใจและพึงพอใจในผลงานและการท างานกลุ่ม คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์กำรตัดสินคุณภำพ ช่วงคะแนนเฉลี่ย ๒.๓๔–๓.๐๐ ๑.๖๗–๒.๓๓ ๑.๐๐–๑.๖๖ ระดับคุณภำพ ๓= ดีมำก ๒ = พอใช้ ๑= ควรปรับปรุง สรุปผลกำรประเมิน (เขียนเครื่องหมำย ลงใน ) ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร ส ำหรับครูประเมนินักเรียน หมำยเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาได้จากการน าเอาคะแนน รวมในแต่ละช่องมาบวกกนัแลว้หารดว้ยจา นวนขอ้จากน้นั น าคะแนนเฉลี่ยที่ได้มาเทียบกับเกณฑ์การตัดสินคุณภาพและ สรุปผลการประเมิน ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) / /
จัดท ำโดย...คุณครูฐปนีย์ โคตรชุม ๑ แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความเป็นไทย เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง การแสดงความเคารพตามสถานการณ์ คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว ๑. ใครปฏิบัติตนในการแสดงความเคารพไม่เหมาะสม ก จิระวางพระพุทธรูปไว้ที่หิ้งพระบนตู้ ข หวานนั่งประนมมือเวลาฟังพระเทศน์ ค แบมสวมแว่นตาดำระหว่างการเข้าแถวที่สนาม โรงเรียน ง ตุ๊กประนมมือระหว่างที่ประธานในที่ประชุมกำลัง จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ๒. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ทำให้บุคลิกภาพไม่ดีในระหว่างการ สนทนา ก ก้มหน้า ข พูดติดอ่าง ค เดินไปเดินมา ง มองตาคู่สนทนา ๓. ข้อใดเป็นเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับการเข้าร่วม การฟังธรรมที่สุด ก กางเกงยีนส์ ข กระโปรงสั้น ค เสื้อเชิ้ตสีขาว ง เสื้อยืดเอวลอย ๔. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการมีสัมมาคารวะ ก พูดจามีหางเสียง ข แสดงความรู้ของตนกับผู้ใหญ่ ค ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนตายตัว ง การวางตัวให้เหมาะสมกับโอกาส ๕. ข้อใดเป็นการกระทำที่ไม่ใช่การเสียสละเพื่อสังคม ก ช่วยครูถือของไปส่งที่รถ ข บริจาคโลหิตแก่โรงพยาบาล ค บริจาควัตถุหรือสิ่งของให้ผู้ประสบภัย ง ให้ความร่วมมือในการสร้างสาธารณประโยชน์ ๖. ข้อใดเป็นลักษณะของคนที่มีความขยันหมั่นเพียร ก ถามครูเมื่อไม่เข้าใจบทเรียน ข พักผ่อนแล้วจึงค่อยทำงานบ้าน ค ทำการบ้านของเมื่อวานในตอนเช้าก่อนส่งครู ง เมื่องานยากเกินไป จึงเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นที่ง่าย กว่า ๗. เพราะเหตุใดเมื่อเราทำผิด จึงต้องรู้จักที่จะยอมรับ ผิด ก เพื่อให้มีชื่อเสียง ข เพื่อให้มีคนชื่นชม ค เพื่อลดปัญหาในการทะเลาะเบาะแว้ง ง เพื่อให้เราตระหนักได้ว่าไม่ควรทำผิดซ้ำอีก ๘. ข้อใดเป็นความหมายของคำว่า “ประเพณี” ก งานสร้างสรรค์ความงามให้รับรู้ได้ด้วยการดู ข สิ่งที่คนในสังคมหนึ่ง ๆ นิยมประพฤติปฏิบัติ ต่อเนื่องกันมา ค ความรู้ ความสามารถ และทักษะของคนไทยที่ เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ ง ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญอันเป็นแบบแผน ประพฤติปฏิบัติของคนในสังคมเดียวกัน ๙. ข้อใดจัดเป็นศิลปะไทยด้านจิตรกรรม ก เจดีย์ภูเขาทอง ข ภาพวาดขรัวอินโข่ง ค พระที่นั่งอภิเษกดุสิต ง รูปปั้นนูนต่ำชาวสุโขทัย ๑๐. ข้อใดเป็นวัฒนธรรมการแต่งกายของไทย ก การนุ่งผ้าซิ่น ข การสวมถุงมือ ค การสวมหมวก ง การนุ่งกระโปรงยาว
จัดท ำโดย...คุณครูฐปนีย์ โคตรชุม ๑ กิจกรรม/ใบงานที่ ๑ ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง เลือกคำที่กำหนดให้เติมในช่องว่างในประโยคให้สัมพันธ์กัน ▪ ที่สูง ▪ ถอด ▪ ถือของ ▪ วางขอ ▪ หน้าบ้าน ▪ ประนมมือ ▪ สวม ▪ กราบเบญจางคประดิษฐ์ ๑. เมื่อเราเข้าไปยังสถานที่ที่มีการจัดโต๊ะหมู่บูชา เราต้องทำความเคารพโดย เป็นอันดับแรก ๒. เราเห็นผู้ใหญ่ที่รู้จักเดินมา โดยที่เราถือของอยู่เราควร แล้วยกมือไหว้ ๓. เราต้อง หมวกทุกครั้งเมื่อแสดงความเคารพผู้อาวุโส ๔. เราควร ระหว่างที่นั่งฟังธรรมในวัด ๕. ถ้าเราได้รับรูปเคารพมา เราต้องวางรูปเคารพไว้ . กิจกรรม/ใบงานที่ ๒ เรื่อง การสนทนา ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจงเขียนเล่าประสบการณ์ที่นักเรียนมีส่วนร่วมในการสนทนาตามหัวข้อที่ระบุลงในกรอบที่กำหนดให้ ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ลักษณะที่ดีของผู้สนทนา ที่นักเรียนเคยร่วมสนทนาด้วย การปฏิบัติตนของนักเรียน ในวงสนทนา
จัดท ำโดย...คุณครูฐปนีย์ โคตรชุม ๒ กิจกรรม/ใบงานที่ ๓ เรื่อง การแต่งกายตามความเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง ให้นักเรียนติดรูปภาพการแต่งกายไปตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ไปวัด ไปติดต่องานที่ว่าการอำเภอ หรือแต่งกายมา โรงเรียนของนักเรียนในช่วงปิดเทอม ที่สุภาพเรียบร้อย และเขียนแสดงสรุปหลักสำคัญในการแต่งกายลงในกรอบที่ กำหนดให้สัมพันธ์กับภาพ ความสะอาด ความสุภาพเรียบร้อย ความเหมาะสม
จัดท ำโดย...คุณครูฐปนีย์ โคตรชุม ๓ กิจกรรม/ใบงานที่ ๔ เรื่อง เราเป็นคนดีมีสัมมาคารวะ ผลการเรียนรู้ ๑. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง เขียนบอกเล่าประสบการณ์ของตนเองที่แสดงออกถึงความเป็นผู้มีสัมมาคารวะต่อผู้อื่น กิจกรรม/ใบงานที่ ๕ :: เรื่อง การเสียสละเพื่อสังคม ผลการเรียนรู้ ๒. แสดงออกและแนะนำผู้อื่นให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเสียสละต่อสังคม ๑๐. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง คำชี้แจง หาภาพข่าวที่แสดงถึงความเสียสละต่อสังคมแล้วเขียนบรรยายเนื้อหาในข่าว พร้อมทั้งบอกว่า บุคคลที่อยู่ในข่าวมีความเสียสละต่อสังคมอย่างไร _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________ ข่าว สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเสียสละต่อสังคม