194 บทท ี่ 11 การใช ทักษะกระบวนการทางคณ ิ ตศาสตร ในงานอาชี พ สาระสําคัญ ในการประกอบอาชีพตาง ๆ ในสังคม ผูประกอบอาชีพในหลายสาขา เชน เกษตรกรรม การประมง การกอสรางการบัญชีงานบริการและการทองเที่ยวเปนตนจําเปนตองใชทกษะกระบวนการทางั คณิตศาสตรไปใชในการพ ัฒนาอาชีพใหมีความมั่นคง เพื่อเสริมสรางรายไดและผลกําไรที่สูงขึ้น ผลการเรียนรู ที่คาดหวัง 1. สามารถวิเคราะหงานอาชีพในสังคมที่ใชทกษะทางคณั ิตศาสตร 2. มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรูและทกษะตั าง ๆ ทางคณิตศาสตรก ับงานอาชีพได ขอบขายเน ื้อหา เรื่องที่ 1 ลักษณะประเภทของงานอาชีพที่ใชทกษะทางคณัตศาสตริ เรื่องที่ 2 การนําความรูทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับงานอาชีพในสังคม
195 เร ื่องท ี่ 1 ลักษณะ ประเภทของงานอาชี พทใชี่ ทักษะทางคณิตศาสตร 1.1 กลุมอาชีพเกษตรกรรม ไดแกอาชีพ การทํานา ทําไรการปลูกผักการเลี้ยงสัตวฯลฯ (1) ลกษณะงานเบัองตื้นท ใชี่ทักษะทางคณิตศาสตร 1. การสํารวจของตลาดที่จะปลกพูืชเกษตรกรรม 2. การเตรียมพนทื้ี่ดิน ซึ่งขนอยึู้กับความกวางความยาวของพื้นที่วา ผูประกอบการใชพื้นทกี่ี่ไรกี่งาน กี่ตารางวา ในการทําแปลงขุดรอง เพื่อใชเปนพื้นท่นาี 1 สวน พื้นที่ปลูกผกั 1 สวน บอน้ํา 1 สวน การเลี้ยงสัตว 1 สวน พนทื้ี่อยูอาศัย 1 สวน เปนตน 3. การเตรียมเมล็ดพันธขุ าวผกัและพืชพันธุอื่น ๆ(ภาพ) 4. การเตรียมปุยวาใชขนาดกกี่ิโลกรัมตอไร 5. การรดน้ํา พรวนดิน ซึ่งตองกําหนดวารดน้ําวันละ 2 ครงั้ในปริมาณ มากนอยเทาไร 6. การฉดยาฆี าแมลงโดยใชสารกําจดศั ัตรูพืชทางชวภาพีเชน สะเดาและ สมุนไพรอื่น ๆ เปนตน ใชความรูเรื่องอัตราสวน สัดสวนเพื่อผสม ยากําจัดศตรัูพืชกับน้ํากอนฉีดพน 7. การเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งตองใชทกษะการคั ํานวณระยะเวลาตั้งแต การปลูกจนถงระยะการเกึ ็บเกี่ยวผลผลิต - การตรวจสอบความชื้นของวัสดุและสถานที่เก็บผลผลิต - การคํานวณพื้นทในการเก ี่ ็บรักษาผลผลิต 8. การจําหนายผลผลิต ซึ่งตองใชทักษะการจัดทําบัญชรีับ – จาย การจดบนทั ึกจํานวนและบันทึกของผลผลิตที่ได 9. การคํานวณภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ
196 (2) เครื่องมือและเทคโนโลยีทใชี่ 1. เครื่องคิดเลข 2. สมุดบันทึกรายรับ รายจายหรือคอมพิวเตอรโนตบุค 3. สมุดจดบันทกระยะเวลาการเจรึญเติ ิบโตตั้งแตการปลกจนถูึงการเก็บเกี่ยว ผลผลิต (3) ความรูทางคณิตศาสตรที่ใช 1. การวดความยาวัการหาพื้นที่ 2. อัตราสวนในการผสมปุยตอความกวางความยาวของพื้นที่ดิน 3. การชั่งผลผลิตที่ได 4. การกําหนดราคาขายตอกิโลกรัม 5. การบวกลบ คูณ หาร 6. การทําบัญชีรายรับ รายจายประจําวัน 7. การคํานวณภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ 1.2 กลุมอาชีพอุตสาหกรรม ไดแกอาชีพพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมตางๆ ไดแกอุตสาหกรรม หองเย็น ถวยชามอุปกรณเซรามิคผาขนหนูกระดาษและสิ่งพิมพสแตนเลส เหล็ก พลาสติก ฯลฯ (1) ลกษณะงานเบัองตื้นท ใชี่ทักษะคณิตศาสตร 1. การคํานวณเงนรายได ิ ประจําวนั 2. การคานวณเงํนคิ าทํางานลวงเวลา 3. การคํานวณเงนกิูและดอกเบี้ยคงที่หรือดอกเบี้ยทบตน 4. การทําบัญชีรายรับ – รายจายประจําวัน 5. การจัดทําบัญชีพัสดุ (การจดซั ื้อการเบิกจายพัสด) ุ 6. การสํารวจและวิจัยการตลาด
197 7. การคํานวณภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ (2) เครื่องมือและเทคโนโลยีทใชี่ 1. เครื่องคิดเลข 2. เครื่องคอมพิวเตอร 3. เครื่องจักรอุตสาหกรรมในแตละสาขาอุตสาหกรรม 4. เครื่องบรรจุภณฑั ลงกลองหรือแพ็คเปนพลาสติก (3) ความรูและทกษะทางคณั ิตศาสตรที่ใช 1. การคํานวณเงนรายได ิ ประจําสัปดาหประจําเดือนโดยหักวันลาหยุด 2. การคํานวณเงนคิ าทํางานลวงเวลาเป นจํานวนชั่วโมงตอคาจางรายชวโมง ั่ 3. การคํานวณเงนกิูและดอกเบี้ย (ดอกเบี้ยคงท, ี่ดอกเบี้ยทบตน) 4. การทําบัญชีรับ – จายประจําวัน 5. การคํานวณภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ 1.3 กลุมอาชีพพาณิชยกรรม ไดแก อาชีพคาขาย ผูประกอบการรานอาหารและเครื่องดื่ม ผูประกอบการขายปลีกและขายสงธุรกิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพยธุรกิจการซื้อขายหนในตลาดุ หลักทรัพยอาชีพการทําบัญชีการตลาด เปนตน (1) ลกษณะงานเบัองตื้นท ใชี่ทักษะคณตศาสตริ 1. การจัดเตรียมสถานที่การคํานวณการจดวางโต ัะเกาอี้หรือวัสดุ อุปกรณในการขาย 2. การจัดซื้อวตถัุดิบในการคาขายปลกหรี ือขายสง 3. การจําหนายสินคาการคํานวณราคาสินคาตอหนวยการทอนเงิน 4. การจัดทําบัญชีพัสดุ (การจดซั ื้อการเบิกจายพัสด) ุ 5. การจัดทําบัญชีรับ – จายประจําวัน 6. การฝากเงนิการถอนเงิน การออมเงิน
198 7. การประชาสัมพันธในงานธ ุรกิจคาขายหรือพาณิชยกรรม ซึ่งตองใช ทักษะในการคํานวณขนาดของปายโฆษณาขนาดตัวอักษรขนาดและ จํานวนแผนพ ับหรือใบปลิวโฆษณา 8. การคํานวณภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ (2)เครื่องมือและเทคโนโลยีทใชี่ 1. เครื่องคิดเลข 2. เครื่องเก็บเงิน – ทอนเงิน 3. เครื่องคอมพิวเตอร 4. เครื่องไมโครเวฟ 5. เครื่องปนน้ําผลไม (3) ความรูและทกษะทางคณั ิตศาสตรที่ใช 1. การคานวณขนาดของพํ ื้นทใชี่ สอยเพื่อจัดวางโตะเกาอหรี้ือวัสดุ อุปกรณในการขาย 2. การคํานวณปริมาณการจดซั ื้อวัตถุดิบในแตละวัน 3. การคํานวณในการจัดซื้อพัสดุ 4. การจัดทําบัญชีรับ – จายประจําวัน 5. การคํานวณขนาดของปายโฆษณา ประชาสัมพันธหรือแผนพับ แผนปลิวโฆษณา 6. การคํานวณภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ 1.4 กลุมอาชีพดานความคดสริ างสรรคไดแก ธุรกิจโฆษณาธุรกิจการออกแบบตกแตงที่อยูอาศัย สํานักงานและสวนหยอม การจัดดอกไมและแจกันประดับ ธุรกิจการทําพวงหรดีการจัดกระเชาของขวัญ เปนตน
199 (1) ลกษณะงานเบัองตื้นท ใชี่ทักษะคณิตศาสตร 1. การจัดเตรียมขนาด ปริมาตรรูปทรงของพื้นที่หรอชื ิ้นงานในการจดทั ํา ธุรกิจ ซึ่งตองใชการวดความกวั างความยาวความสูงของพื้นที่หรือ ชิ้นงาน การออกแบบรูปทรงโดยใชรูปเรขาคณิตสามมติิ 2. การคํานวณปริมาณของวัสดุอุปกรณในการใชประดิษฐสร างสรรค ชิ้นงาน หรือการจัดตกแตงสวนหยอม 3. การคํานวณเพื่อกําหนดราคาขายสินคา 4. การจัดทําบัญชีพัสดุ (การจดซั ื้อการเบิกจายพัสด) ุ 5. การจัดทําบัญชีรับ – จาย ประจําวัน 6. การประชาสัมพันธในอาช ีพธุรกจทิุกประเภท ซึ่งตองใชท ักษะใน การคํานวณเปนพ ื้นฐาน 7. การคํานวณภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ (2) เครื่องมือและเทคโนโลยีทใชี่ 1. เครื่องคิดเลข 2. เครื่องคอมพิวเตอร 3. โปรแกรมสําเร็จรูปในการออกแบบสินคา (3) ความรูและทกษะทางคณั ิตศาสตรที่ใช 1. การคํานวณพื้นที่ผิว ปริมาตรของพนทื้ี่หรือออกแบบรูปทรงที่ใชใน การทํางานอาชีพ 2. การคํานวณปริมาณของวัสดุอุปกรณที่ใชประดษฐิ สรางสรรคชิ้นงาน 3. การคํานวณตนทุนและกําไรเพื่อกําหนดราคาขายสินคา 4. การจัดทําบัญชีพัสดุ 5. การจัดทําบัญชีรับ – จายประจําวัน 6. การคํานวณภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ 1.5 กลุมอาชพบรี ิหารจัดการและการบริการ ไดแกอาชีพกลุมงานบริการและการทองเที่ยว งานบริการรักษาความปลอดภัย บรการดิูแลสตอก บรการดิแลผู ูสูงอายุบริการสันทนาการและการกีฬา เปนตน
200 (1) ลกษณะงานเบัองตื้นท ใชี่ทักษะคณิตศาสตร 1. การสํารวจพื้นที่ในการใหบรการิการคํานวณระยะทางในการใหบริการ 2. การจัดซื้อวัสดุอุปกรณในการให บริการ 3. การรับสมัครและกําหนดเงินเดือนตามตําแหนงงานของเจาหนาที่ใน การใหบรการิ 4. การจัดทําตารางเวลาการอยูเวร - ยามของเจาหนาที่ประจําสํานักงาน 5. การจัดทํากําหนดการทองเที่ยวและการใหบริการรวมทงกั้ําหนด ราคาขายบริการในแตละพนทื้ ่ี 6. การคํานวณการใชน้ํามนเชั ื้อเพลิงของยานพาหนะที่ใหบริการ 7. การจัดทําบัญชีพัสดุและการเบกจิ ายพัสดุ 8. การจัดทาบํ ัญชีรับ – จายประจําวัน 9. การจัดทาแผํ นปายโฆษณา ประชาสัมพันธการให บรการิ 10. การจัดทาสรํุปรายงานและการนําเสนอขอมูล 11. การคํานวณภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ (2) เครื่องมือและเทคโนโลยีทใชี่ 1. เครื่องคิดเลข 2. เครื่องคอมพิวเตอร 3. เครื่องออกกําลังกาย 4. อุปกรณในการเตร ียมอาหาร น้ําดื่ม นมแกทารกและผูสูงอายุ 5. ยานพาหนะในการใหบรการิ 6. แผนที่ของสถานที่หรือจุดที่ใหบรการิ
201 (3) ความรูและทกษะทางคณั ิตศาสตรที่ใช 1. การคํานวณพื้นที่และการวัดระยะทาง 2. การคํานวณปริมาณของวัสดุอุปกรณที่จําเปนตองจัดซื้อจัดหา เพอให ื่ บริการ 3. การคํานวณเงนเดิ ือนและกําหนดตําแหนงงานของเจาหนาที่ 4. การจัดทําตารางการปฏิบัติงาน 5. การคํานวณการใชเชื้อเพลิงรถยนตตอระยะทางทใหี่ บรการิ 6. การจัดทําบัญชีเบื้องตน 7. การใชสถิตในการจ ิ ัดทาสรํุปรายงานหรือนําเสนอขอมูล 8. การคํานวณภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ เรื่องที่ 2 การนําความรูทางคณิตศาสตร ไปเชื่อมโยงกับงานอาชีพในสังคม คณิตศาสตรเปนวิชาที่วาดวยเหตุผลกระบวนการคิดและแกปญหาเสริมสรางใหมีการคิดอยางมี วิจารญาณเปนระบบเปนคนมีเหตุผล มีทักษะการแกปญหา สามารถวิเคราะหปญหาและสถานการณ ไดอยาง ถี่ถวน รอบคอบ การเชื่อมโยงความรูตาง ๆ ทางคณิตศาสตรก ับงานอาชีพเปนการนาความรํูและทักษะ/กระบวนการ ตาง ๆ ทางคณิตศาสตรไปสัมพันธก ับเนื้อหาและความรของงานอาชู ีพอยางเปนเหตุเปนผล ชวยในการ ตัดสินใจในงานอาชีพ เชน การใชตารางและกราฟประกอบการใช สถิติมาชวยในการวิเคราะหงานอาชีพเพื่อ สํารวจความตองการสินคาเพื่อการผลิต ใชรอยละในการคดคิ ํานวณดอกเบี้ย ภาษีกําไรขาดทนุเปนตน 2.1 ทักษะการจัดทําบญชั ีรายรับ – รายจายประจําวัน ตัวอยาง การจัดทําบัญชีรายรับ – รายจายประจําวนของผัูประกอบการรานอาหาร วันที่ 25 กนยายนั 2554 จายคาซื้อวัตถุดิบในการขายอาหาร 3,000 บาท คาน้ําคาไฟฟา 850 บาท คาอาหาร 250 บาท ไดรับเงินจากการขายอาหาร 6,500 บาท วันที่ 26 กนยายนั 2554 จายคาโทรศัพท 650 บาท จายคาน้ํามันรถยนต 1,400 บาท จายคาอาหาร 280 บาท จายคาผลไม 150 บาท ไดรับเงินจาก การขายอาหาร 5,400 บาท
202 วันที่ 27 กนยายนั 2554 จายคาหนังสือพิมพ 480 บาท จายคาอาหาร 310 บาท จายคาน้ําดื่ม 270 บาท จายคาซอมรถยนต 4,800 บาท ไดรับเงินจากการขายอาหาร 4,500 บาท วันที่ 28 กนยายนั 2554 จายคาอาหาร 240 บาท จายคาบัตรการกุศล 1,000 บาท ซื้อถุงพลาสติกใสอาหาร 550 บาท ไดรับเงินจากการขายอาหาร 6,800 บาท ตัวอยาง การจัดทําบัญชีรายรับ – รายจายประจําวันของผูประกอบการรานอาหาร วัน เดือน ปรายการรับ จํานวนเงนิวัน เดือน ปรายการจายจํานวนเงนิ บาท สต. บาท สต. 25 ก.ย. 54 ไดเงินจากการขาย อาหาร 6,500 - 25 ก.ย. 54 ซื้อวัตถุดิบในการ ขายอาหาร คาน้ําคาไฟฟา คาอาหาร 3,000 850 250 - - - 26 ก.ย. 54 ไดเงินจากการขาย อาหาร 5,400 - 26 ก.ย. 54 คาโทรศัพท คาน้ํามันรถยนต คาอาหาร คาผลไม 650 1,400 280 150 - - - - 27 ก.ย. 54 ไดเงินจากการขาย อาหาร 4,500 - 27 ก.ย. 54 คาหนังสือพิมพ คาอาหาร คาน้ําดื่ม คาซอมรถยนต 480 310 270 4,800 - - - - 28 ก.ย. 54 ไดเงินจากการขาย อาหาร 6,800 - 28 ก.ย. 54 คาอาหาร คาบัตรการกุศล ซื้อถุงพลาสติกใส อาหาร 240 1,000 550 - - - รวม 23,200 - รวม 14,230 - ยอดคงเหลือยกไป 8,970 - เมื่อจัดทําบัญชีรายรับและรายจายประจําวันแลวผูเรียนจะคํานวณยอดคงเหลือ ซึ่งไดจากการนํารายรับ ไปลบกับรายจายเมื่อจัดทําบญชั ีในหนาถัดไปหรือในเดือนถัดไปก็จะนํายอดคงเหลือไปบันทึกในรายการของ รายรับในหนาถัดไป ซึ่งจะไปเปนยอดรายการรับรวมกับรายการรับเงินทจะได ี่จากการร ับเงินจากการขายอาหาร ในวนตั อ ๆ ไป
203 2.2 ทักษะการคํานวณรายไดและการแลกเปลี่ยนเงนตราิ ตัวอยางบริษัทแหงหนึ่งสั่งซื้อเครื่องจักรจากตางประเทศราคา 45,000 ดอลลารสหรัฐเมื่อสินคา สงมาถึงเมืองไทยตองผานพิธีการศุลกากรเสียภาษีศุลกากร 10% ภาษีมูลคาเพิ่ม 7% คาธรรมเนียมและคาบรการติ าง ๆ รวม 4,000 บาท ราคาเครื่องจักรและคาใชจายทั้งหมดรวมเปนเงนิ เทาไร (1 ดอลลารสหรัฐเทากับ 30.42 บาท) วิธีทํา ราคาเคร่องจืกรั 45,000 × 30.42 = 1,368,900 บาท เสียภาษีศุลกากร 10% = 1,368,900 × 100 10 = 136,890 บาท เสียภาษีมูลคาเพิ่ม 7% = 1,368,900 × 100 7 = 95,823 บาท ∴ราคาเครื่องจกรและคั าใชจายทั้งหมด รวมเปนเงิน = ราคาเครื่องจกรั + ภาษีศุลกากร + ภาษีมูลคาเพิ่ม + คาธรรมเนียมและคาบรการติ าง ๆ = 1,368,900 + 136,890 + 95,823 + 4,000 = 1,605, 613 บาท 2.3 การคิดคํานวณดอกเบี้ยสินเชื่อธนาคาร ตัวอยางบริษัทสั่งซื้อเครื่องจักรจากตัวอยางขางตน บรษิัทไดขอส ินเชื่อจากธนาคารไดรับสิทธิในการผอนชําระ เครื่องจักรเปนรายเด ือน เดือนละ 120,000 บาท คิดดอกเบี้ยปละ 7.5% เมื่อผอนช ําระครบ 1 ปจะตอง เสียเงินทั้งหมดเทาไร วิธีทํา ดอกเบี้ย = 100 เงินตน×อัตราดอกเบี้ย× ระยะเวลา เดือนที่ 1 เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 1,368,900 × × = 8,555.63 บาท เดือนที่ 2 เงินตนคงเหลือ = 1,368,900 – 120,000 = 1,248,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 1,248,900 × × = 7,805.63 บาท เดือนที่ 3 เงินตนคงเหลือ = 1,248,900 – 120,000 = 1,128,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 1,128,900 × × = 7,055.63 บาท
204 เดือนที่ 4 เงินตนคงเหลือ = 1,128,900 – 120,000 = 1,008,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 1,008,900 × × = 6,305.63 บาท เดือนที่ 5 เงินตนคงเหลือ = 1,008,900 – 120,000 = 888,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 888,900 × × = 5,555.63 บาท เดือนที่ 6 เงินตนคงเหลือ = 888,900 – 120,000 = 768,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 768,900 × × = 4,805.63 บาท เดือนที่ 7 เงินตนคงเหลือ = 768,900 – 120,000 = 648,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 648,900 × × = 4,055.63 บาท เดือนที่ 8 เงินตนคงเหลือ = 648,900 – 120,000 = 528,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 528,900 × × = 3,305.63 บาท เดือนที่ 9 เงินตนคงเหลือ = 528,900 – 120,000 = 408,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 408,900 × × = 2,555.63 บาท เดือนที่ 10 เงินตนคงเหลือ = 408,900 – 120,000 = 288,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 288,900 × × = 1,805.63 บาท เดือนที่ 11 เงินตนคงเหลือ = 288,900 – 120,000 = 168,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 168,900 × × = 1,055.63 บาท เดือนที่ 12 เงินตนคงเหลือ = 168,900 – 120,000 = 48,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 48,900 × × = 305.63 บาท เมื่อผอนชําระครบ 1 ปจะตองเสียเงินทั้งหมด = ราคาเครื่องจักร + ดอกเบี้ย 12 เดือน = 1,368,900 + 8,555.63 + 7,805.63 + 7,055.63 + 6,305.63 + 5,555.63 + 4,805.63 + 4,055.63 + 3,305.63 + 2,555.63 + 1,805.63 + 1,055.63 + 305.63 = 1,422,067.56 บาท
205 2.4 การคํานวณกําลังการผลิต (อัตราสวน/สดสั วน) ตัวอยางเครื่องจักรบรรจุน้ําตาลทรายขนาด 8 กรัม ไดนาท ีละ 100 ซอง ทํางานวันละ 8 ชั่วโมง เครื่องจักรจะทําการบรรจุไดกี่ซอง วิธีทํา อัตราสวนของเวลาที่ใชในการบรรจ ุตอจํานวนซองเทากับ 1 นาทีตอ 100 ซอง หรือ 8 ชั่วโมง ตอ A (8 ชั่วโมง × 60 นาท : A) ี นั่นคือ 1 : 100 = 8 × 60 : A 100 1 = A 480 A = 480 × 100 A = 48,000 ดังนั้น เครื่องจักรบรรจุน้ําตาลทรายขนาด 8 กรัม วนละั 8 ชั่วโมง เทากับ 48,000 ซอง 2.5 การคํานวณรายได (รอยละ อตราสั วน สัดสวน) ตัวอยางพนักงานไดรับเงินเดือน ๆ ละ 12,000 บาท คาเบี้ยขยัน 10%ของเงินเดือน คาลวงเวลาไดชั่วโมงละ 50 บาท เดือนนี้ทํางานลวงเวลา 8 วนัๆ ละ 3 ชั่วโมง หักเงินคาประก ันสังคม 5% ของเงินเดือน พนักงาน คนนี้จะไดรับเงินเทาไร วิธีทํา คาเบี้ยขยัน = 12,000 100 10 × = 1,200 บาท อัตราสวนของจํานวนชวโมงล ั่วงเวลา : รายไดเทากับ 1 ชวโมง ั่ตอ 50 บาท นั่นคือ 8 × 3: รายได = 1 : 50 24: รายได = 1 : 50 รายได 24 = 50 1 รายได = 24 × 50 = 1,200 บาท คาประกนสั ังคม = 12,000 100 5 × = 600 บาท พนักงานคนนี้ไดรับเงิน = เงินเดือน + เบี้ยขยนั + คาลวงเวลา – คาประกันสังคม = 12,000 + 1,200 + 1,200 – 600 = 13,800 บาท
206 2.6 ทักษะการคํานวณภาษเงีินไดบุคคลธรรมดา ตัวอยางที่ 5 โอฬารมีรายไดจากการประกอบอาช ีพเดือนละ 10,500 บาท ไมมีครอบครวัเมื่อยื่นแบบ คํานวณภาษีมีสิทธิหักคาใชจายได 40% ของรายไดแตไม เกิน 60,000 บาท คาลดหยอนผูมีเงินได 30,000 บาท สิ้นปโอฬารจะตองชําระภาษีหรือไม วิธีทํา เงินไดพึงประเมินของโอฬารตลอดป = 10,500 × 12 = 126,000 บาท หักคาใชจายได รอยละ 40 ของเงินไดพึงประเมิน = 126,000 100 40 × = 50,400 บาท หักคาลดหยอนผูมีเงินได 30,000 บาท เงินไดสุทธิที่ตองคํานวณภาษ = ีเงินไดพึงประเมิน – (เงินหักคาใชจาย + คาลดหยอน) = 126,000 – (50,400 + 30,000) = 45,600 บาท กรมสรรพากรกําหนดใหผูมีเงินไดสุทธิตั้งแต 0 ถึง 150,000 บาท ไดรับการยกเวนภาษ ี ดังนั้น โอฬารตองยื่นแบบภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) แตไมตองชําระเงิน เพราะไดรบการยกเวั นภาษีดังตาราง ตารางอัตราภาษีเงนได ิ บคคลธรรมดาุ ขั้นเงินไดสุทธิตั้งแต เงินไดสุทธิ จํานวนสูงสุด ของขั้น เงินไดสุทธิ แตละขั้น อัตราภาษี รอยละ ภาษีเงินไดภาษีในแตละ ขั้นเงินได ภาษีสะสม สูงสุดของขั้น 0 ถึง 100,000 เกิน 100,000 ถึง 150,000 เกิน 150,000 ถึง 500,000 เกิน 500,000 ถึง 1,000,000 เกิน 1,000,000 ถึง 4,000,000 เกิน 4,000,000 บาทขนไป ึ้ 100,000 50,000 350,000 500,000 3,000,000 .............. .............. .............. .............. .............. .............. .... .... .... … … … 5 10 10 20 30 37 .............. .............. .............. .............. .............. .............. .... .... .... … … … ยกเวน ยกเวน 35,000 100,000 900,000 0 0 35,000 135,000 1,035,000 รวม →
207 2.7 การทําปายจากแผนอะคร ีลิก ตัวอยางทําปายจากแผนอะครีลิกตดหนิ าหองตาง ๆ ดังนี้ ปายทั้ง 3 ทําดวยแผนอะครีลิกหนา 3 มม. สีขาวโดยมีขนาดกวาง 8 นิ้วยาว 21 นิ้วโดยทางรานคิด คาใชจายการจัดทําตารางฟุตละ 165 บาท จะตองเสียคาใชจายท ําปายทั้งสามเทากับเทาไร วิธีทํา ปายมีความกวาง 8 นวิ้ = 12 8 ฟุต ความยาว 21 นิ้ว = 12 21 ฟุต พื้นที่ปายทั้งหมด = 3 12 21 12 8 × × = 3.5 ตารางฟุต เสียคาใชจายทําปาย = 3.5 × 165 = 577.50บาท ห องประชุม Meeting Room ห องแสดงสินค า Show Room ห องเก็บของ Store Room
208 แบบฝกหดั 1. จงจัดทําบัญชีรับจายประจําวันของนายสมพร ซึ่งประกอบอาชีพเปนผูขายปาทองโกในเวลา 5 วนั ดังรายการดังนี้ วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ยอดเงินคงเหลือมาจากเดือนกันยายน 2554 8,000 บาท จายคาซื้อแปงสาลีและวัตถุดิบอื่น ๆ 2,500 บาท จายคาแกสหุงตม 350 บาท คาอาหาร 270 บาท ไดรับเงินจากการขายปาทองโก 4,800 บาท วันที่ 2 ตุลาคม 2554 จายคานํา้คาไฟฟา 840 บาท คาอาหาร 320 บาท คาถุงพลาสติก 200 บาท คาถุงกระดาษ 100 บาท ไดรับเงินจากการขายปาทองโก 4,200 บาท วันที่ 3 ตุลาคม 2554 จายคาโทรศัพท 430 บาท คาอาหาร 290 บาท จายคาหนังสือเรียนลูก 950 บาท คาน้ําดื่ม 160 บาท ไดรับเงินจากการขายปาทองโก 3,900 บาท วันที่ 4 ตุลาคม 2554 จายคาเสื้อผา 1,250 บาท คาอาหาร 340 บาท ซื้อแปงสาลีและวัตถุดิบอื่น ๆ 2,000 บาท ไดรับเงินจากการขายปาทองโก 4,500 บาท วันที่ 5 ตุลาคม 2554 จายคาอาหาร 250 บาท คาน้ําดื่ม 120 บาท จายคาหนังสือพิมพ 480 บาท ไดรับเงินจากการขายปาทองโก 3,800 บาท 2. ใหผูเรียนจดทั ําบัญชีรับ – จายประจําวันของตนเองในเวลา 1 สัปดาหตามความเปนจริง พรอมทั้ง สรุปรายรับ รายจายและยอดเงินคงเหลือ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________
209 3. รานเฟอรนิเจอรแหงหนึ่ง ซื้อเฟอรนิเจอรครบ 25,000 บาท (ราคาสินคา + ภาษีมูลคาเพิ่ม) ไดลด 10% และทุกรายการตองเสียภาษีมูลคาเพิ่ม 7% สมรตองการซื้อ เตียงนอน ตูเสื้อผาและโตะ สมรตองจายเงินเทาไร หากสมรซื้อเฟอรนิเจอรทุกรายการในตาราง สมรตองจายเงินเทาไร ______________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ 4. อมรมีเงินสด 500,000 บาท อมรควรนาเงํ ินสดไปออมประเภทใด จึงจะไดผลตอบแทนมากที่สุด ในระยะเวลา 1 ปจงบอกเหตผลุ (1) ฝากออมทรัพยไดดอกเบี้ยรอยละ 0.75 บาท/ป (2) ฝากประจํา 4 เดือนไดดอกเบี้ยรอยละ 3.42 บาท/ป กรณีฝากประจําตองเสียภาษี 15% ของดอกเบี้ย (3) ซื้อสลากออมสิน ฉบับละ 50 บาทไดดอกเบี้ยฉบับละ 2.50 บาท เมื่อฝากครบ 3 ป ฝากครบ 1 ปไดดอกเบี้ยฉบับละ 0.25 บาท และมีสิทธิถูกรางวัลเลขทาย 4 ตัวรางวัลละ 150 บาท จํานวน 2 รางวัล/เดือน ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ราคาเฟอรนิเจอร ประเภท ราคา เตียงนอน ตูเสื้อผา เกาอี้ โตะ ตูติดผนัง 6,000 8,500 600 5,500 3,200
210 5. จํานงเปนพนกงานขายอัุปกรณการแพทยไดค าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท แตยังไมมีครอบครัว สิ้นปมีสิทธิหักคาใชจายรอยละ 40 ของเงินไดพึงประเมิน แตไมเกิน 60,000 บาท หกลดหยั อน ผูมีเงินได 30,000 บาท หักคาเบี้ยประกนชั ีวิต 10,000 บาท สิ้นปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงนได ิ บุคคลธรรมดาตองชําระภาษีหรือไมถาชําระตองชําระภาษีเทาไร ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ 6. การใชสถิติชวยในการวิเคราะห (สถิต) ิ บริษัทแหงหนึ่งจําหนายกระเปาไดตามกราฟขางตน เมื่อพจารณาจากกราฟ ิบรษิัทแหงนี้ควรดําเนนการิ อยางไร ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ 0 50 100 150 200 250 300 350 400 ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ชิ้น
211 7. พนักงานไดรับคาจางรายวันวนละั 215 บาท ไดคาลวงเวลา 1.5 เทาของรายไดทํางานปกติ 5 วัน ทําลวงเวลา 3 วัน พนกงานคนนั ี้ไดรับคาจางเทาไร ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ 8. ถาตองการดูแนวโนมผลกําไรของธุรกจยิ อนหลัง 3 ปควรใชแผนภูมิชนิดใดในการวิเคราะห ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ 9. ทําแผนปายติดหนาหองตางๆ ดังนี้ ปายทั้ง 3 ทําดวยแผนอะคริลิกหนา 2 มม. สีครีม โดยมขนาดกวี าง 10 นิ้วยาว 21 นิ้วโดยทางรานคิด คาใชจายตารางฟุตละ 185 บาท ตองเสียคาใชจายทั้งหมดเทาไร ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ สตูดิโอ Studio ห องประชุม 1 Meeting Room 1 ห องประชุม 2 Meeting Room 2
212 เฉลยแบบฝ กห ั ด
213 เฉลย บทที่ 1 จํานวนและการดําเนินการ แบบฝกหดทั ี่ 1 1. จงเลือกจํานวนเต็มบวกจํานวนเต็มลบ และจํานวนเต็มจากจํานวนตอไปนี้ -1, 2 4 , 0, -3, 1000 500 , 250 500 − จํานวนเต็มบวก ประกอบดวย 2 4 จํานวนเต็มลบ ประกอบดวย -1-3 250 500 − จํานวนเต็ม ประกอบดวย -1, 2 4 , 0, -3, 250 − 500 2. จงเติมเครื่องหมาย <หรือ>เพื่อใหประโยคตอไปนี้เปนจริง 1) -4 ...............<................. 3 2) -4 ..............<................. -3 3) -2 ..............>............... -5 4) 4................>................ -2 5) 4................>................. -8 3. จงเรียงลําดับจํานวนเต็มจากนอยไปหามาก 1) -2, -8, -4, -15, -20, -7 ………-20, -15, -8, -7, -4, -2………………… 2) 4, -8, 0, -2, 16, -17 ………-17, -8, -2, 0, 4, 16 ……………………
214 แบบฝกหดทั ี่ 2 1. จงเติมคําวา “มากกวา” หรือ “นอยกวา” หรือ “เทากับ” 1) คาสัมบูรณของ (-3)..................เทากับ...........คาสัมบูรณของ 3 2) จํานวนตรงขามของ (-4) ...........มากกวา..........................จานวนตรงขํ ามของ 4 3) จํานวนตรงขามของ 5 ...............นอยกวา..........................จานวนตรงขํ ามของ -5 4) คาสัมบูรณของ A...........เทาก ับ...................คาสัมบูรณของ (-A) เมื่อA เปนจํานวนใดๆ 5) จํานวนตรงขามของ A .....นอยกวา......จํานวนตรงขามของ (-A) เมื่อA เปนจํานวนใดๆ 2. จงเติมเครื่องหมาย <,>หรือ = ลงในชองวาง 1) – (- 5) .....................=...........................5 2) จํานวนตรงขามของ 8 ..................<..................................8 3) จํานวนตรงขามของ (-8).................>................................(-8) 4) − 25................. = .....................− 25 5) − 20................. > .......................(− 20) 6) − 25................. > .......................... − 5 7) จํานวนตรงขามของ (-2) ..........................<.........................จํานวนตรงขามของ(-7) 8) จํานวนตรงขามของ 32........................>...............................จํานวนตรงขามของ 77
215 แบบฝกหดทั ี่ 3 1. จงแสดงการหาผลบวกของสองจํานวนที่กําหนดใหโดยใชเสนจํานวน 1. 3+2 2. (-3)+(-2) 3. 2+1 4. (-2)+(-1) 5. 5+ (-1) 6. (-1) +5 7. (-5) +3 8. 3 + (-5) -4 -3 -2 -1 0 1 2 3
216 2. จากผลการบวกโดยใชเสนจํานวน จงเติมคําตอบตอไปนใหี้ส ัมบูรณ ประโยคแสดงผลบวกของ a+b คาสัมบูรณของ a คาสัมบูรณของ b คาสัมบูรณของ(a+b) ผลบวกของ a กับ b เทากันหรือไมกับ a + b 1. 3+2 = 5 3 2 5 เทากัน 2. (-3)+(-2) = -5 3 2 5 เทากัน 3. 2+1 = 3 2 1 3 เทากัน 4. (-2)+(-1) = -3 2 1 3 เทากัน 5. 5+ (-1) = 4 5 1 6 เทากัน 6. (-1) +5 = 4 1 5 6 เทากัน 7. (-5) +3 = -2 5 3 8 เทากัน 8. 3 + (-5) = -2 3 5 8 เทากัน
217 แบบฝกหดทั ี่ 4 1. จงทําใหเปนผลสําเร็จ 1. (-12) – 7 วิธีทํา (-12) – 7 = (-12) + (-7) = - 19 4. (-5) – (-8) วิธีทํา (-5) – (-8) = (-5) + 8 = 3 2. 7 – (-12) วิธีทํา 7 – (-12) = 7 + 12 = 19 5. [8 – (-2)]– 6 วิธีทํา [8 – (-2)]– 6 = [ 8 + 2] + (-6) = 10 + (-6) = 4 3. (-8) – (-5) วิธีทํา (-8) – (-5) = (-8) + 5 = -3 6. 8 –[(-2) – 6] วิธีทํา 8 –[(-2) + (-6)] = 8 – (-8) = 8 + 8 = 16 2. จงหาคาของ a – b และ b – a เมื่อกําหนด a และ b ดังตอไปน ี้ 1. a = 5, b = (-3) วิธีทํา a – b = 5 – (-3) = 5 + 3 = 8 b – a = (-3) – 5 = (-3) + (-5) = -8 2. a = (-14), b = (-6) วิธีทํา a – b = (-14) – (-6) = (-14) + 6 = (-8) b – a = (-6) – (-14) = (-6) + 14 = 8 3. a = (-4), b = (-4) วิธีทํา a – b = (-4) – (-4) = (-4) + 4 = 0 b – a = (-4) – (-4) = (-4) + 4 = 0
218 แบบฝกหดทั ี่ 5 จงหาผลลัพธ 1). [(-3) × (-5)] × (-2) 6). (-5) × [6 + (-6)] วิธีทํา [(-3) × (-5)] × (-2) = 15 × (-2) = (-30) วิธีทํา (-5) × [6 + (-6)] = (-5) × 0 = 0 2). (-3) × [(-5) × (-2)] วิธีทํา (-3) × [(-5) × (-2)] = (-3) × 10 = -30 7). [(-7) × (-5)] + [(-7) × 2] วิธีทํา [(-7) × (-5)] + [(-7) × 2] = 35 + (-14) = 21 3). [4 × (-3)] × (-1) วิธีทํา [4 × (-3)] × (-1) = (-12) × (-1) = 12 4). 4 × [(-3) × (-1)] วิธีทํา 4 × [(-3) × (-1) ] = 4 × 3 = 12 5). [(-5) × (-6)] + [(-5)× (-6)] วิธีทํา [(-5) × (-6)] + [(-5) × (-6)] = 30+30 = 60 8). (-7) × [(-5) + 2] วิธีทํา (-7) × [(-5) + 2] = (-7) × (-3) = 21 9). [5 × (-7)] + [5 × 3] วิธีทํา [5 × (-7)] + [5 × 3] = (-35) + 15 = (-20) 10). 5 × [(-7) + 3] วิธีทํา 5 × [(-7) + 3] = 5 × (-4) = (-20)
219 แบบฝกหดทั ี่ 6 1. จงเติมคําตอบใหสมบูรณเพื่อแสดงหลักของความสัมพนธั ระหวางการหารและการคูณ ตอไปนี้ ประโยคที่แสดงความสัมพันธa = b×c ประโยคที่แสดงความสัมพันธa ÷b = cหรือ a ÷c = b 10 = 5 x 2 10 ÷ 5 = 2 หรือ 10 ÷ 2 = 5 35 = 7 x 5 35 ÷ 7 = 5 หรือ 35 ÷ 5 = 7 33 = 3 x 11 33 ÷ 3 = 11 หรือ 33 ÷11 = 3 (-14) = 7 x (-2) (-14) ÷7 = (-2) หรือ (-14) ÷ (-2) = 7 (-21) = 7 x (-3) (-21) ÷7 = (-3) หรือ (-21) ÷ (-3) = 7 (-15) = 3 x (-5) (-15) ÷3 = (-5) หรือ (-15) ÷ (-5) = 3 10 = (-5) x (-2) 10÷(-5) = (-2) หรือ 10÷(-2) = (-5) จงหาผลหาร 1. 17 ÷ 17 4. (-72) ÷ 9 วิธีทํา 17 ÷ 17 = 1 วิธีทํา (-72) ÷ 9 = -8 2. 23 ÷ (-23) 5. [(-51)÷ (-17)] ÷ [15 ÷(-5)] วิธีทํา 23 ÷ (-23) = -1 วิธีทํา [(-51)÷ (-17)] ÷ [15 ÷(-5)] = 3 ÷(-3) = -1 3. 15 ÷ (-3) 6. [(-72) ÷ 9]÷[ 16 ÷ (-2)] วิธีทํา 15 ÷ (-3) = -5 วิธีทํา [(-72) ÷ 9]÷[ 16 ÷ (-2)]= (-8) ÷ (-8) = 1
220 แบบฝกหดทั ี่ 7 1. จงเติมจํานวนเต็มในชองวางที่เวนไว เพื่อใหแตละประโยคตอไปนี้เปนจริง 1.1 5 1.2 (-5) 1.3 7 1.4 6 1.5 (-9) 1.6 (-5) 1.7 (-13) 1.8 13 1.9 0 1.10 (-3) 2. เมื่อกําหนดให a = 8, b = 10, c = 3 และ d = -6 จงหาคาของ a b ac bd + + วิธีทํา ( ) ( ( )) ( ) 18 24 60 8 10 8 3 10 6 + − = + × + × − ( ) 18 − 36 = = (-2)
221 เฉลย บทที่ 2 เศษสวนและทศนิยม แบบฝกหดทั ี่ 1 1. จงเติมเศษสวนลงใน ใหถกตูอง 1) 2) 2. จงเขียนเสนจํานวนแลวหาจุดที่แทนจํานวนตอไปนี้ 1) 8 4 , 2 1 1 , 8 20 2) 2 1 1 , 6 3 4 , 6 29 3. จงเขียนจํานวนตอไปนใหี้อยูในรูปของทศนิยม 1. 10 6 = 0.6 2. = 100 12 0.12 3. = 1000 357 0.357 4. + + = 1000 3 100 2 10 1 0.123 * 2 1 1 0 1 2 3
222 แบบฝกหดทั ี่ 2 1. จงเปลี่ยนเศษสวนตอไปนใหี้เปนทศนิยม โดยการทําสวนใหเปน 10 , 100 ,1,000,....... 1) 4 9 = 100 225 = 2.25 2) 4 3 1 = 100 175 = 1.75 3) 40 39 = 100 97.5 = 0.975 4) 25 7 = 100 28 = 0.28 5) 8 1 = 1000 125 = 0.125 6) 125 8 = 1000 64 = 0.064 2. จงเปลี่ยนเศษสวนตอไปนใหี้เปนทศนิยม โดยการหารเศษสวน 1) 11 9 = 0.81&& 2) 7 1 3 = 3.14 3) 16 7 = 0.4375 4) 4 5 = 1.25 5) 6 5 = 0.83 & 6) 5 3 8 = 8.6
223 แบบฝกหัดที่ 3 1. ใหเติมตัวเศษหรือตัวสวนของเศษสวนลงใน เพื่อใหไดเศษสวนที่เทากัน 2. ใหเติมเครื่องหมาย > , <หรือ = ลงใน ใหถกตูอง
224 3. ใหนักศกษาเตึ ิมเครื่องหมาย >, <หรือ = ระหวางจํานวนสองจํานวน 1) -0.500 ......<........0.501 2) 103.012 .........>............. – 0.501 3) 5.28 ..........<.......... 5.82 4) – 5.28 .........=................. -5.28 5) 8.354 .........<........ 8.534 6) -8.544 ..............<............. -8.534 7) -13.06 .........<........ 13.06 8) 103.012 .........>........... -103.012 9) -5.125 ..........=........ -5.1250 10) -7.10 ..............<........... -7.01 4. ใหนักศกษาเรึ ียงลําดับจํานวนตอไปนี้จากคานอยไปคามาก 1) -1.724, -1.738, 0.832, -2.000 - 2.000, - 1.738,-1.724,0.832 2) -30.710, -31.170, -31.107, 30.017 -30.710, -31.170,-31.107,30.017 3) 83.000, -38.000, -83.001, -138.500 -138.500, -83.001,-38.000,83.000 4) -34.50, -37.40, -41.54, -39.62, -42.50 -42.50, -41.54, -39.62, -37.40, -34.50 แบบฝกหัดที่ 4 1. ใหหาผลลัพธตอไปนี้ 1.1 6 2 12 = 1.2 2 1 12 6 = 1.3 2 12 24 = 1.4 11 16 = 11 5 1 1.5 6 1 12 2 = 1.6 12 1 24 2 =
225 2. ใหเติมจํานวนลงใน แลวทําใหประโยคเปนจริง 2.1 8 6 2.2 6 6 2.3 8 12 2.4 3 5 2.5 8 7 3. ใหหาจํานวนมาเติมลงใน แลวทําใหประโยคเปนจร ิง 3.1 6 3 3.2 14 9 3.3 6 1 3.4 6 15 = 2 1 2 6 3 2 = 3.5 4 7 = 4 3 1 3.6 24 14 3.7 18 35 = 18 17 1 3.8 28 111 4. ใหหาผลลัพธตอไปนี้ 1. วิธีทํา = ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ + + 35 20 35 14 7 3 2. วิธีทํา = 9 9 10 7 9 4 9 5 10 7 ⎟ = + ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ + + = 35 34 35 15 35 34 7 5 3 5 35 34 7 3 + = + × × + = = 1 10 7 + = 35 49 = 10 7 1 = 35 14 1 = 5 2 1 3. วิธีทํา = 5 2 5 5 8 7 8 8 5 3 +⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ ⎟ + + ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ × 4. วิธีทํา = ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ + − 33 7 3 7 11 46 = 5 2 40 35 40 24 +⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ + = ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ ⎟ − ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ + × 33 7 11 11 3 7 11 46 = 5 2 40 59 + = ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ + − 33 7 33 77 11 46 = ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ + × 8 8 5 2 40 59 = 33 70 11 46 + = 40 16 40 59 + = 33 70 3 3 11 46 +⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎣ ⎡ × = 40 35 1 40 75 = = 33 70 33 138 + = 33 208 = 33 10 6
226 แบบฝกหัดที่ 5 1. จงหาผลคูณตอไปนี้ 1) 511 31 2 ×วิธีทํ า = 56 37 × = 15 42 = 54 2 15 12 2 = 2) 95 511 ×วิธี ทํ า = 95 56 × = 32 45 30 = 3) 911 112 5 ×วิ ธี ทํ า = 9 10 11 57 × = 33 25 5 99 75 5 99 570 = = 4) 107 32 16 ×วิธีทํา = 107 3 50 × = 32 11 3 35 = 5) 52 1 32 2 165 × ×วิธีทํา = 57 38 165 × × = 611 67 = 6) 61 43 32 6 × ×วิธีทํา = 61 43 3 20 × × = 65 1 2 3 5 1 1 = × × × ×
227 7) 18 35 25 24 49 15 × ×วิธีทํา = 18 35 25 24 49 15 × × = 74 8) 22 10 25 11 27 10 25 24 × × ×วิธีทํา 22 10 25 11 27 10 25 24 × × × = 5 9 5 1 8 2 1 1 × × × × × × = 225 16 แบบฝกหัดที่ 6 1. จงหาผลลัพธ ตอไปนี้ 1.1 วิ ธี ทํ า = 58 54 × = 257 1 25 32 = 1.2 วิ ธี ทํ า = 52 11 10 × = 114 1.3 วิ ธี ทํ า = 6 12 249 × = 43 1.4 วิ ธี ทํ า = 5 24 16 15 × = 21 4 29 = 1.5 วิ ธี ทํ า = 11 25 100 99 × = 41 2 49 = 1.6 วิ ธี ทํ า = 31 23 × = 21
228 2. จงทําใหเปนผลสําเร็จ 2.1 วิธีทํา = ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ × − 9 31 5 21 17 9 = 45 34 17 9 45 155 45 189 17 9 ⎟ = × ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ × − = 5 2 2.2 วิธีทํา = ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ ⎟ ÷ − ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ + 6 2 6 3 6 2 6 3 = 6 6 5 6 1 6 5 ÷ = × = 5 2.3 วิธีทํา = 11 12 6 7 3 11 × × = 3 14 = 3 2 4 2.4 วิธีทํา = 3 10 5 7 7 24 × × = 16 แบบฝกหัดที่ 7 1. ใหหาคําตอบของโจทยปญหาตอไปนี้ 1) ตองมีเงิน 320 บาท ซื้อรองเทา 5 2 ของเงินทั้งหมด ซื้อเสื้อ 16 5 ของเงินที่เหลือ จงหาวา ตองเหลือเงินเทาไร วิธีทํา ตองมีเงิน 320 บาท ซื้อรองเทา 5 2 ของเงินทั้งหมด คดเปิ น 320 128 5 2 × = เหลือเงินจากการซื้อรองเทา 320 – 128 = 192 บาท ซื้อเสื้อ 16 5 ของเงินที่เหลือคิดเปน 192 60 16 5 × = บาท เหลือเงินจากการซื้อเสื้อ 192 – 60 = 132 บาท ตอบ ตองเหลือเงิน 132 บาท
229 2) หองประชุมหองหนึ่งมีความยาวเปน 4 3 3 ของความกวาง และความกวางเปน 5 2 4 ของ ความสูงถาหองสูง 2 1 3 เมตร และมีนักเรียน 462 คน จงหาวาโดยเฉล ี่ยนกเรั ียนคนหนึ่ง มีอากาศหายใจกี่ลูกบาศกเมตร วิธีทํา หองประชุมมีความกวาง 5 2 4 ของความสูง = 5 77 2 7 5 22 × = เมตร มีความยาวเปน 4 3 3 ของความกวาง = 4 231 5 77 4 15 × = เมตร ดังนั้นหองประชุมมีปริมาตร = 40 124,509 4 231 5 77 2 7 × × = ลูกบาศกเมตร ในหองประชุมมีนกเรั ียน 462 คน โดยเฉลี่ยนกเรั ียนคนหนงมึ่ีอากาศหายใจ = 462 40 124,509 ÷ = 462 1 40 124,509 × = 6.7375 ลูกบาศกเมตร ตอบ โดยเฉลี่ยนกเรั ียนคนหนึ่งมีอากาศหายใจ 6.7375 ลูกบาศกเมตร 3) จางคนปลูกหญาบนสนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผากวาง 5 4 6 เมตร ยาว 2 1 10 เมตร ในราคาตารางเมตรละ 45 บาท จะตองจายเงินทั้งหมดเทาไร วิธีทํา สนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผากวาง 5 4 6 เมตร = 5 34 เมตร ยาว 2 1 10 เมตร = 2 21 เมตร พื้นที่สนาม = 5 357 2 21 5 34 × = ตารางเมตร จายคาจางคนปลูกหญาตารางเมตรละ 45 บาท ตองจายเงิน = 3,375 5 357 45× = บาท ตอบ จายคาจางปลกหญ ูาบนสนามเทากับ 3,213 บาท
230 4) โทรทัศนเครื่องหนึ่งประกาศลดราคาลง 4 1 ของราคาที่ปดไว เดิม แตผูซื้อเปนเพื่อนกับผขายลดใหู อกี 5 1 ของราคาที่ประกาศลดแลวในครั้งแรก ซึ่งปรากฏวาผูซื้อจายไป 4,200 บาท จงหาวาโทรทัศนเครื่องนี้ ปดราคาเดิมไวเทาไร วิธีทํา โทรทัศนเครื่องหนึ่งลดราคาลง 4 1 ของราคาที่ปดไว ถาลดราคา 4 1 บาท ราคาที่ลดแลวเหลือ 4 3 4 1 1− = บาท ขายใหเพื่อนลดใหอีก 5 1 ของราคาที่ประกาศลด 20 3 4 3 5 1 × = ขายไปจริงราคา 5 3 20 12 20 15 3 20 3 4 3 = = − − = บาท เศษสวน 5 3 คิดเปนเงิน 4,200 บาท ดังนั้นราคาเดิมขายไว = 7,000 3 5 4,200× = บาท ตอบ เดิมติดราคาไว 7,000 บาท 5) ในการเดนทางคริ ั้งหนึ่งเสียคาที่พัก 5 2 ของคาใชจายทั้งหมด คาเดินทาง 4 1 ของคาใชจายทั้งหมด คาใชจายอื่น ๆ คิดเปนเงิน 1,470 บาท จงหาวาคาใชจายทั้งหมดเปนเงินเทาไร วิธีทํา คาใชจายทั้งหมดเปนเงิน 1 บาท เสียคาที่พัก 5 2 ของคาใชจายทั้งหมดเปนเงิน = 5 2 บาท เสียคาเดินทาง 4 1 ของคาใชจายทั้งหมดเปนเงิน = 4 1 บาท รวมคาที่พกและคั าเดินทาง = 20 13 4 1 5 2 + = บาท เปนคาใชจายอื่นๆ = 20 7 20 13 1− = บาท ดังนั้น 20 7 คิดเปนเงิน 1,470 บาท ดังนั้น คาใชจายทั้งหมด = 1,470 x 4,200 7 20 = บาท ตอบ คาใชจายทั้งหมด 4,200 บาท
231 แบบฝกหัดที่ 8 1. จงเติมผลลัพธตอไปนี้ 1.1 0.99 1.2 -0.2 1.3 -0.1 1.4 0.1 1.5 -16.7 1.6 -12.5 1.7 50.09 1.8 -15.15 1.9 10.1 1.10 3.306 1.11 -9.1 1.12 -16.57 1.13 -36.7 1.14 -50.1 1.15 8.4782 1.16 2.7843 1.17 -57.03 1.18 -63.938 1.19 -3.237 1.20 3.327 แบบฝกหัดที่ 9 1. จงหาคาของ 1.1 -28.92 1.2 -0.1176 1.3 6.6742 1.4 -32.6808 2. จงหาคาของ 2.1 -1,240 2.2 -10.1802 2.3 -12.596 2.4 24.5746 2.5 -3.33
232 แบบฝกหัดท 10 ี่ ใหนักศกษาแกึ ปญหาโจทยตอไปนี้ 1. เชือกยาว 17.25 เมตร นําอกเสี นหนึ่งยาว 5.2 เมตร มาผูกตอกนทั ําใหเสียเชือกตรงรอยตอ 0.15 เมตร นําเชือกที่ตอแลวมาวางเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา ใหดานกวางยาวดานละ 1.5 เมตร ดานยาวจะยาวดานละกี่ เมตร วิธีทํา เชือกที่เหลือจากการนํามาตอกันคิดเปน (17.25 + 5.2) – 0.15 = 22.3 เมตร นํามาวางใหเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผาใหดานกวางยาว 1.5 เมตร ดานกวางทั้ง 2 ดานจะใชเชือกไป 1.5 x 2 = 3 เมตร เหลือเชือกเปนดานยาว 22.3 – 3 = 19.3 แตดานยาว มี 2 ดาน ดังนั้นดานยาว ดานละ 19.3 ÷ 2 = 9.65 เมตร ตอบ ดานยาวจะยาวดานละ 9.65 เมตร 2. น้ําตาลถุงหนึ่งหนัก 9.35 กิโลกรัม จํานวน 16 ถุง ใชท ําขนมเฉลี่ยแลววนละั 4.4 กิโลกรัม จะใช น้ําตาลไดทั้งหมดกี่วัน วิธีทํา น้ําตาลถุงหนึ่งหนัก 9.35 กโลกร ิ ัม จํานวน 16 ถุง = 9.35 x 16 = 149.6 กิโลกรัม ใช ทําขนมเฉลี่ยแลววนละั 4.4 กิโลกรัม จะใชน้ําตาลได = 34 4.4 149.6 = วัน ตอบ จะใชน้ําตาลไดทั้งหมด 34 วัน 3. หองรูปสี่เหลี่ยมผืนผา กวาง 4.8 เมตร ยาว 9.6 เมตร นํากระเบื้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 32 ตาราง เซนติเมตร มาปูหองจะตองใชกระเบ ื้องกี่แผน วิธีทํา พื้นที่หองสี่เหลี่ยมผืนผา กวาง 4.8 เมตร ยาว 9.6 เมตร = 480 x 960 = 460,800 ตร.ซม. พื้นที่กระเบื้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด = 32 ตร.ซม. ถาปูหองจะตองใชกระเบื้อง = 14,400 32 460,800 แผน ตอบ จะตองใชกระเบ ื้อง 14,400 แผน
233 4. มีทองคําแทงหนึ่งหนัก 12.04 กรัม ซื้อเพิ่มอีก 25.22 กรัม แบงขายไปสองครั้ง หนักครั้งละ 8.02 กรัม ที่เหลือนําไปทําแหวน 5 วง หนกวงละั 3.45 กรัมเทาๆ กัน จะเหลือทองอีกกี่กรัม วิธีทํา ทองคําแทงหนึ่งหนกั 12.04 กรัม ซื้อเพิ่มอีก 25.22 กรัม = 12.04 + 25.22 = 37.26 กรัม แบงขายไปสองครั้ง หนักครั้งละ 8.02 กรัม = 8.02 x 2 = 16.04 กรัม เหลือทอง = 37.26 – 16.04 = 21.22 กรัม นําไปทํา แหวน 5 วง หนกวงละั 3.45 กรัมเทา ๆ กัน = 5 x 3.45 = 17.25 กรัม ทองที่เหลือจากการ ทําแหวนจะได = 21.22 – 17.25 = 3.97 กรัม ตอบ จะเหลือทองอีก 3.97 กรัม
234 เฉลย บทที่ 3 เลขยกกําลัง แบบฝกหดทั ี่ 1 1. จงเขียนจํานวนตอไปนในร ีู้ปเลขยกกําลังที่มีเลขชกี้ําลังเปนจํานวนเต็มที่มากกวา 1 พรอมทั้งบอกฐาน และเลขชี้กําลัง 1.1 25 = ……… 5x 5…………………=……..… 2 5 …………….. มี = …………5…………….เปนฐานและ..............2..................เปนเลขชี้กําลัง 1.2 64= ………8 x 8…………………=…………… 2 8 ………….. มี = …………8…………….เปนฐานและ...............2..................เปนเลขชี้กําลัง 1.3 169= ………13 x 13……………....=…………… 2 13 …….….. มี = ……………13……….เปนฐานและ..............2....................เปนเลขชี้กําลัง 1.4 729 = ……………27 x 27………..=………… 2 27 ……….….. มี = …………27………….เปนฐานและ............2......................เปนเลขชี้กําลัง 1.5 -32 = …(-2) (-2) (-2) (-2) (-2)…….=…………( ) 5 − 2 ……….. มี = …………(-2)…………เปนฐานและ............5.....................เปนเลขชี้กําลัง 1.6 -243 = …(-3) (-3) (-3) (-3) (-3)……….=………( ) 5 − 3 ………….. มี = ……………(-3)………เปนฐานและ............5.....................เปนเลขชี้กําลัง 1.7 0.125 = …(0.5) (0.5) (0.5)………….=…………( ) 3 0.5 ……..….. มี = …………(0.5)………เปนฐานและ.....................3..............เปนเลขชี้กําลัง 2. จงเขียนจํานวนที่แทนดวยส ัญลักษณตอไปนี้ 2.1 2× 2× 2× 2× 2× 2× 2× 2 = 256 2.2 (-3) (-3) (-3) (-3) = 81 2.3 (0.3) (0.3) (0.3) (0.3) (0.3) = 0.00243 2.4 (0.02) (0.02) (0.02) (0.02) (0.02) (0.02) = 0.000000000064 2.5 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 3 1 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 3 1 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 3 1 = ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 27 1 2.6 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 7 2 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 7 2 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 7 2 = 343 8 2.7 (-5) (-5) (-5) (-5) = 625 2.8 - (2× 2× 2) = -8 2.9 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 10 1 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 10 1 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 10 1 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 10 1 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 10 1 = 100000 1
235 2.10 (0.5) (0.5) (0.5) (0.5) (0.5) (0.5) = 0.015625 แบบฝกหดทั ี่ 2 1 จงเขียนจํานวนตอไปนในร ีู้ปสัญกรณวิทยาศาสตร 1. 4 x 5 10 2. 2.3 x 10 10 3. 6.39 x 8 10 4. 2.475 x 8 10 2. ดาวเสารอยูหางจากดวงอาทิตยประมาณ1,430,000,000 กิโลเมตร จงเขยนให ี อยในรููปสัญกรณ วิทยาศาสตร ตอบ 1.43 x 9 10 3. สัญกรณวทยาศาสตริ ในแตละขอตอไปนี้แทนจํานวนใด 3.1 2,000,000 3.2 48,000,000,000,000 3.3 4,030,000,000 3.5 912,500 แบบฝกหดทั ี่ 3 1 จงเขียนจํานวนที่แทนดวยส ัญลักษณตอไปนี้ 1.1 5 6 2 + = 2,048 1.2 32 x 9 = 288 1.3 3 6 = 216 1.4 2 0.75 = 0.5625 1.5 9 9 1 ⎟× ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ = 1 1.6 ( ) 3 − 6 = -216 1.7 16 625 125 8 × = 2 5 = 2 1 2 1.8 32 16807 117649 1 × = 224 1 1.9 ( ) ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 16 1 0.125 = 0.0078125
236 1.10 ( ) 5 − 11 = 161051 2. จงเขียนผลคณของจูํานวนในแตละขอตอไปนี้ในรูปเลขยกกําลัง 2.1 2 3 7 2 + + = 12 2 2.2 ( ) 3 1 5 3 + + − = ( ) 9 − 3 2.3 4 2 5×5 ×5 = 1 4 2 5 + + = 7 5 2.4 2 2 11 ×11×11 = 2 1 2 11 + + = 5 11 2.5 ( ) 4 3 7 3 + + − = ( ) 14 − 3 แบบฝกหดทั ี่ 4 1. จงหาผลลัพธ 1.1 9 2 2 − = 7 2 1.2 6 1 3 − = 5 3 1.3 3 6 11 − = 3 11− = 3 11 1 1.4 4 2 5 1 − ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ = 2 5 1 ⎟ ⎠ ⎞ ⎜ ⎝ ⎛ 1.5( ) 5 4 0.03 − = (0.03) 1.6 ( ) 5 7 0.8 ÷ ( 0.8 ) = ( ) 5 7 0.8 − = 2 ( 0.8 ) − = 2 ( 0.8 ) 1 1.7 (3 4) 7 5 + − = 0 5 = 1 1.8 (6 1) 4 7 + − = 3 7 1.9 2 (4 5) 13 + − = 13 1.10 (6−7)+4 m = 3 m 2. จงหาผลลัพธตอไปนี้ในรูปที่มีเลขชี้กําลังเปนจํานวนเตมบวก็ 2.1 3 ( 4) 5 + − = 1 5− = 5 1 2.2 8 ( 6) 2 3 + − − = 0 3 = 1 2.3 ( 6) 1 4 − − = 7 4− = 7 4 1 2.4 6 ( 1) 2 + − = 5 2 2.5 ( ) 2 3 1.5 − = ( ) 1 1.5 − = 1.5 1 2.6 2−5 x = −3 x = 3 1 x 2.7 ( ) ( ) 3+1 0+5 a ÷ a = 4−5 a = −1 a = a 1 2.8 −7−(−5) m = −7+5 m = −2 m = 2 1 m
237 เฉลย บทที่ 4 อัตราสวนรอยละ แบบฝกหดทั ี่ 1 1.จงเขียนอัตราสวนจากข อความตอไปนี้ 1.1 1 เซนติเมตร : 100 กิโลเมตร 1.2 200 กิโลเมตร : 3 ชั่วโมง 1.3 40 คน : 1,000 คน 1.4 72 ครั้ง : 1 นาที 2. สลากกินแบงรัฐบาลแตละงวดเปนเลข 6 หลักเชน 889748 ซึ่งมีหมายเลขตางกันทั้งหมด 1,000,000 ฉบับ ในจํานวนทั้งหมดนี้มีสลากที่ถูกรางวัลเลขทาย 2 ตัวทั้งหมด 10,000 ฉบับ ถูกรางวัลเลขทาย 3 ตัว 4,000 ฉบับ และถูกรางวัลที่ 1 อีก 1 ฉบับ 2.1 1 : 1,000,000 2.2 10,000 : 1,000,000 2.3 4,000 : 1,000,000 2.4 10,000 : 4,000 3. พอคาจัดลูกกวาดคละสีขนาดเทากันลงในขวดโหลเดียวกัน โดยนับเปนชุดดังนี้ “ลูกกวาดสีแดง 3 เม็ด สี เขียว 2 เม็ด สีเหลือง 5 เม็ด” จงหา 3.1 3: 10 3.2 3: 5 3.3 สีเหลืองเพราะมีจํานวนมากที่สุด ดังนั้นโอกาสที่จะหยบได ิ สีเหลืองจึงมมากี แบบฝกหดทั ี่ 2 1. ถาอัตราการแลกเปลี่ยนเงินดอลลารตอเงินหนึ่งบาทเทากับ 1 : 43 จงเติมราคาเงินในตาราง 43 86 129 430 860
238 2. จงเขียนอัตราสวนที่เทากับอัตราสวนที่กําหนดใหตอไปนี้มาอีก 3 อัตราสวน 2.1 12 8 , 9 6 , 6 4 2.2 36 20 , 27 15 , 18 10 3. จงตรวจสอบวาอัตราสวนตอไปนี้เทากันหรือไม อัตราสวนที่กําหนดใหพิจารณาการคณไขวู ผลการตรวจสอบ 1) 6 5 กับ 12 10 5 × 12 = 10 × 6 เพราะ 60 = 60 6 5 = 12 10 2) 4 3 กับ 5 4 3 × 5 ≠ 4 × 4 เพราะ 15 ≠ 16 4 3 ≠ 5 4 3) 8 6 กับ 9 7 6 × 9 = 8 × 7 เพราะ 54 ≠ 56 8 6 ≠ 9 7 4) 10 12 กับ 15 18 12 × 15 = 18 × 10 180 = 180 10 12= 15 18 5) 10 0.3 กับ 200 6 0.3 × 200 = 6 × 10 60 = 60 10 0.3= 200 6 4. จงทําใหอัตราสวนตอไปนี้มีหนวยเด ียวกันและอยูในรูปอยางงาย 4.1 2x 24 : 10 หรือ 48 : 10 หรือ 24 : 5 4.2 200 : 1.5 x 1,000 เมตร หรือ 200 : 1,500
239 แบบฝกหดทั ี่ 3 1. พอแบงเงินใหลูกสามคนโดยกําหนด อัตราสวนของจํานวนเงินลูกคนโต ตอคนกลาง ตอคนเล็กเปน 5 : 3 : 2 จงหาอัตราสวนตอไปนี้ 1.1 5 : 2 1.2 2 : 3 1.3 3 : 10 1.4 2 : 10 2. เศรษฐีคนหนึ่งไดเขียนพินัยกรรมไวกอนจะเสียชีวิตวาถาภรรยาทกี่ําลังตั้งครรภคลอดลูกเปนชายใหแบง เงินในพนิัยกรรมเปนอัตราสวนเงนของภรรยาติ อบุตรชายเปน 1 : 2 แตถาคลอดลูกเปนหญิงใหแบงเงินใน พินัยกรรมเปนอ ัตราสวนเงนของภรรยาติ อบุตรหญิงเปน 2 : 1 เมื่อเศรษฐีคนนี้เสียชีวิตลงปรากฏวาภรรยา คลอดลูกแฝด เปนชาย 1 คน หญิง 1 คน จงหาอัตราสวนของเงินในพินัยกรรมของภรรยาตอบุตรชาย ตอบตรุ หญิง ตอบ อัตราสวนเงินของภรรยาตอเงินของบุตรชาย เปน 1: 2 อัตราสวนเงินของภรรยาตอเงินของบุตรหญิง เปน 2 : 1 เมื่อเศรษฐีเสียชีวิตลงภรรยาคลอดลูกเปนฝาแฝด ชาย 1 คน หญิง 1 คน ตองแบงพินัยกรรมเปนสามสวนคือ อัตราสวนเงินของภรรยาตอเงินของบุตรชาย เปน 1: 2 = 2: 4 อัตราสวนเงินของภรรยาตอเงินของบุตรหญิง เปน 2 : 1 นั่นคือ อัตราสวนเงินของภรรยาตอเงินของบตรชายตุอบุตรหญิงเปน 2 :4 : 1 แบบฝกหดทั ี่ 4 1. จงเขียนสัดสวนจากอัตราสวนตอไปนี้ 1.1 8 6 4 3 = 1.2 27 9 7 = A 1.3 10 5 12 B = 1.4 D 65 4 5 =
240 2. จงหาคาตัวแปรจากสัดสวนท ี่กําหนดใหตอไปนี้ 2.1 15 12 3 = A วิธีทํา 3 15 12 A = × = 2.4 2.2 28 3 21 = B วิธีทํา 21 28 B = 3× = 4 แบบฝกหดทั ี่ 5 1. ขายมะละกอ 3 ผลราคา 50 บาท ถาขาย มะละกอ 15 ผลจะไดเงินเทาไร วิธีทํา ขายมะละกอ 3 ผล ราคา 50 บาท ขายมะละกอ 15 ผล ราคา x บาท จะได x 15 50 3 = 3 15x50 x = x = 250 2. กศน.แหงหนึ่งมีนกศั ึกษาทั้งหมด 400 คน มีจานวนนํกศักษาหญึ ิงตอจํานวนนกศั ึกษาชาย เปน 5: 3 จงหาวา มีนกศั ึกษาชายกคนและนี่กศักษาหญึ ิงกี่คน วิธีทํา กศน. แหงหนึ่งมีนกศั ึกษาทั้งหมด 400 คน มีจํานวนนักศกษาหญึ ิงตอจํานวนนกศักษาชายึ เปน 5: 3 ดั้งนั้นถาแบงนกศั ึกษากศน.ท้งหมดออกเป ั น 5+3 = 8 สวน จะไดนกศั ึกษา กศน. สวนละ 8 400 = = 50 คน ฉะนั้น มนีักศกษาชายึอยู 3 สวน เปน 3 x 50 = 150 คน มีนักศกษาหญึ ิงอยู 5 สวน เปน 5 x 50 = 250 คน
241 3. พอแบงมรดกใหลกสองคนูโดยอัตราสวนของสวนแบงของลูกคนโตตอสวนแบงลูกคนเล็ก เปน 7: 3 ถาลูกคนโตไดเงินมากกวาลกคนเลูก็ 80,000 บาท จงหาสวนแบงที่แตละคนไดรับ วิธีทํา อัตราสวนของสวนแบงของลูกคนโตตอสวนแบงลูกคนเล็ก เปน 7: 3 ดังนั้น พอแบงเงินทั้งหมดเปน 10 สวน ลูกคนโตมีเงินมากกวาลกคนเลูก็ 4 สวน เปนเงิน 80,000 บาท ดังนั้น เงิน 1 สวน เปนเงิน 20,000 4 80,000 = บาท สรุปไดวาลูกคนโตไดรับเงินมรดก 7 สวน เปนเงิน 7 x 20,000 = 140,000 บาท ลูกคนเล็กไดรับเงินมรดก 3 สวน เปนเงิน 3 x 20,000 = 60,000 บาท แบบฝกหดทั ี่ 6 1.1 90 1.2 48 1.3 7% 1.4 25% 1.5 600 1.6 0.5 แบบฝกหดทั ี่ 7 1. 125 คน 2. 2.1 1,200 คน 2.2 480 คน 3. วิธีทํา สินคาทุกชนดลดราคาิ 20 % คุณแมซื้อเครื่องแกวแลวไดสวนลด 250 บาท ดังนั้นรานคาปดราคา × = 20 100 250 1, 250 บาท 4. วิธีทํา สนามหญาแหงหนึ่งกวาง 5 เซนติเมตร ยาว 8 เซนติเมตร มาตราสวน 1 เซนติเมตร : 50 เมตร ดังนั้นสนามหญาจริงกวาง 250 เมตร ยาว 400 เมตร
242 หาพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผา จะได 250 x 400= 100,000 ตารางเมตร 5.วิธีทํา นกนอยไดอัตราดอกเบี้ยรอยละ 3 ตอปแตถูกหักภาษีรอยละ 15 คดเปิ น 3 0.45 100 15 × = เทากับดอกเบี้ยที่ถูกหกภาษั ีแลว 3 – 0.45 = 2.55 นกนอยฝากเงิน 10,000 บาท สิ้นปจะไดดอกเบี้ยที่ถกหูักภาษี รอยละ 2.55 คิดเปน 10,000 255 100 2.55 × = บาท รวมมีเงินบัญชี 10,000 + 225 = 10,225 บาทในตนปที่สอง สิ้นปที่สองจะไดดอกเบี้ยรอยละ 2.55 ของเงินฝากปที่สอง = 10,255 261.50 100 2.55× = บาท ครบสองปจะมีเงินในบัญชี 10,255 + 261.50 = 10,516.50 บาท 6. วิธีทํา วีระซื้อรถยนต ราคา 200,000 บาท ขายตอไดก ําไร 20% เปนเงนิ 200,000 40,000 100 20 × = บาท วีระมีเงินทั้งหมด 240,000 บาท วีระเอาเงินไปเลนหุนขาดทนุ 20% เปนเงิน 240,000 48,000 100 20 × = บาท ดังนั้นวระเหลี ือเงิน 240,000 - 48,000 = 192,000 บาท
243 เฉลย บทที่ 5 การวัด แบบฝกหดทั ี่ 1 1. จงเติมหนวยความยาวหรือหนวยพนทื้ี่ใหเหมาะสมกับขอความต อไปนี้ 1.1 มิลลิเมตร 1.2 เซนติเมตร, เซนติเมตร, มิลลิเมตร 1.3 กิโลเมตร 1.4 เมตร, เมตร, กิโลเมตร 1.5 เซนติเมตร, เซนติเมตร, มิลลิเมตร 1.6 ตารางเซนติเมตร 1.7 ตารางเมตร 1.8 เมตร หรือวา ,ไร-งาน-ตารางวา, ตารางเมตร 1.9 เมตร 2. จงเติมคําลงในชองวางที่กําหนดใหถกตูอง 2.1 1,600 2.2 170,000 2.3 7 ไร 3 งาน 19 ตารางวา 2.4 5 2.5 2 x 10 10 2.6 2,222 2.7 2.9 2.8 432 2.9 38 2.10 1,072 938,000 และ 1,400,000 3. จงตอบคําถามตอไปนี้พรอมแสดงวิธีทํา 1) สวนแหงหนึ่งมีพื้นที่ 4,800 ตารางเมตรคดเปิ นพื้นทกี่ี่ไร วิธีทํา พื้นที่ 1,600 ตารางเมตรเทากับ 1 ไร พื้นที่ 4,800 ตารางเมตรเทากับ 3 1,600 4,800 = ไร