The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เทอม 2 เล่ม 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kitimapohn Wongphosan, 2024-02-02 02:00:00

แผนการจัดการเรียนรู้เล่มที่ 3

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เทอม 2 เล่ม 3

เกณฑ์แบบประเมินพฤติกรรม (Rubric Scores) ประเด็นประเมิน พฤติกรรม เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. การให้ความร่วมมือ ในการทำกิจกรรม ให้ความร่วมมือและ ให้ความสนใจกับทุก กิจกรรม ให้ความร่วมมือ และให้ความสนใจ กับบางกิจกรรม ให้กับร่วมมือกับกิจ กรรรมและไม่แสดง ความสนใจ ไม่ให้ความร่วมมือ และให้ความสนใจ กับทุกกิจกรรม ๒. การแสดงความ คิดเห็น แสดงความคิดเห็น กับทุกกิจกรรม แสดงความคิดเห็น กับบางกิจกรรม ให้กับร่วมมือกับกิจ กรรรมไม่แสดงความ คิดเห็น ไ ม ่ แ ส ด ง ค ว า ม ค ิ ด เ ห ็ น ก ั บ ท ุ ก กิจกรรม ๓. การตั้งคำถาม ตั้งคำถามกับทุก กิจกรรม ตั้งคำถามกับบาง กิจกรรม ไม่ตั้งคำถามกับบาง กิจกรรมเป็นส่วนมาก ไม่ตั้งคำถามกับทุก กิจกรรม ๔. การปฏิบัติตาม ข้อตกลง ปฏิบัติตามข้อตกลง ทุกข้อ ปฏิบัติตาม ข้อตกลงบางข้อ ไม่ปฏิบัติตาม ข้อตกลงในบางข้อ เป็นส่วนมาก ไม่ปฏิบัติตาม ข้อตกลงทุกข้อ ๕. กระตือรือร้นในการ ทำงาน กระตือรือร้น ร่าเริง แจ่มใส ร่าเริง แต่ไม่มีความ กระตือรือร้น นิ่งเฉย ไม่มีความ กระตือรือร้น แสดงอารมณ์ทาง ลบ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เกณฑ์การตัดสิน ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๖ – ๒๐ ดีมาก ๑๑ – ๑๕ ดี ๖ - ๑๐ พอใช้ ๑ - ๕ ปรับปรุง เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับดี ขึ้นไป สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวกิติมาพร วงค์โพธิ์สาร) วันที่.....................................................


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 39 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การเขียน เวลา 7 ชั่วโมง เรื่อง การเขียนเรียงความ เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวกิติมาพร วงค์โพธิ์สาร โรงเรียนท่าบ่อ ชั้นที่สอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/11 วันที่สอน 29 มกราคม ๒๕๖7 เวลา 13.50 - ๑4.40 น. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/5 วันที่สอน 30 มกราคม ๒๕๖7 เวลา 08.20 - 09.10 น. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/4 วันที่สอน 30 มกราคม ๒๕๖7 เวลา 12.55 - 13.45 น. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/6 วันที่สอน 30 มกราคม ๒๕๖7 เวลา 13.50 - 14.40 น. ...................................................................................................................................................... ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ม. ๒/๓ เขียนเรียงความ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการเขียนเรียงความได้อย่างถูกต้อง (K) ๒. นักเรียนสามารถเขียนเรียงความได้อย่างถูกต้อง (P) ๓. นักเรียนมีมารยาทในการเขียน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สาระส าคัญ การเขียนเรียงความ เรียงความเป็นงานเขียนที่มีรูปแบบชัดเจน ประกอบด้วย ค าน า เนื้อเรื่อง และสรุป การเขียนเรียงความเกี่ยวกับประสบการณ์ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ได้ประสบมาจริงเพื่อให้เกิด ประโยชน์แก่ผู้อ่าน ผู้เขียนเรียงความควรวางโครงเรื่องให้ชัดเจนจึงจะท าให้เรียงความมีเอกภาพ น่าสนใจและชวนอ่าน ๕. สาระการเรียนรู้ ๑. องค์ประกอบของเรียงความ ๒. หลักในการเขียนเรียงความ ๓. ขั้นตอนการเขียนเรียงความ 6. ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. เรียงความ หัวข้อ “ประสบการณ์ที่ประทับใจ”


7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้(กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 STEPS) ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนเตรียมความพร้อมในการเรียน โดยการร่วมกันตอบค าถามที่ว่า “นักเรียนร่วมกันตอบค าถามในช่วง “ทักทายรายวัน” ในหัวข้อ “ปิดเทอมของฉัน” ว่านักเรียนแต่ละ คนประทับใจในเรื่องใดในช่วงปิดภาคเรียนที่ผ่านมา และเชื่อมโยงว่าหากนักเรียนต้องการที่จะ ถ่ายทอดประสบการณ์หรือความประทับใจต่อโดยการเขียน นักเรียนจะสามารถท าได้หรือไม่ ขั้นระบุค าถาม ๒. หลังจากที่นักเรียนร่วมกันตอบค าถามเกี่ยวกับปิดเทอมของฉัน คุณครูเชื่อมโยง เข้าสู่เนื้อหาโดยการใช้ค าถามให้นักเรียนช่วยกันคิดค าตอบ โดยตอบตามความเข้าใจของตนเอง โดย ค าถามคือ - นักเรียนเคยเขียนเรียงความหรือไม่ (แนวค าตอบ : เคย, ไม่เคย) - องค์ประกอบของเรียงความ แบ่งเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง - นักเรียนทราบหรือไม่ว่าหลักการเขียนเรียงความที่ดีควรเป็นอย่างไร? ขั้นแสวงหาสารสนเทศ ๓. นักเรียนอ่านและค้นหาค าตอบจากหนังสือเรียนหลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ เพื่อน าข้อมูลมาตอบค าถาม โดยค าถามมีดังนี้ หลังจากตอบค าถามครูอธิบาย เพิ่มเติมให้แก่นักเรียน - องค์ประกอบของเรียงความ แบ่งเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง (แนวค าตอบ : องค์ประกอบของเรียงความ แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ ค าน า เนื้อ เรื่อง สรุป ) - วิธีการเขียนเรียงความ ควรมีหลักการอย่างไร ? (แนวค าตอบ : ๑. ขั้นวางแผนหรือเตรียมการเขียน ตั้งจุดประสงค์ให้ชัดเจนว่าจะ เขียนเรื่องแนวไหนและใช้ภาษาระดับใด ๒. วางโครงเรื่องให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ ๓. เขียนเปิด เรื่องค าน าให้น่าติดตาม แล้วจึงเข้าสู่เนื้อหา ๔. ขั้นตรวจสอบผู้เขียนควรตรวจการใช้ค า ส านวนภาษา และเนื้อความ) ขั้นสร้างความรู้ ๔. นักเรียนรับฟังอธิบายถึงความรู้เกี่ยวกับ การเขียนเรียงความ ขั้นสื่อสาร ๕. หลังจากที่นักเรียนรับฟังอธิบายความรู้ในเรื่อง การเขียนเรียงความ นักเรียน ร่วมกันท ากิจกรรม “เรียงความ เรียงอย่างไรให้ถูกต้อง” เป็นกิจกรรมที่นักเรียนช่วยกันตอบค าถามว่า ข้อความที่ปรากฏเป็นส่วนใดของเรียงความจึงจะเกิดเป็นเรียงความที่สมบูรณ์ โดยให้นักเรียนแบ่งเป็น กลุ่มจ านวนกลุ่มละ ๕ คน แต่ละกลุ่มจะได้รับข้อความที่แบ่งเป็น ๓ ส่วน ซึ่งจะประกอบไปด้วย ส่วน ค าน า ส่วนเนื้อเรื่อง และส่วนสรุป กลุ่มใดที่สามารถเรียงล าดับข้อความให้กลายเป็นเรียงควา มที่ สมบูรณ์เป็นกลุ่มแรก จะเป็นกลุ่มที่ชนะและได้รับรางวัล


ขั้นตอบแทนสังคม ๖. หลังจากที่นักเรียนท ากิจกรรมเสร็จสิ้น มอบหมายให้นักเรียนเขียนเรียงความ ใน หัวข้อ “ประสบการณ์ที่ประทับใจ” โดยจะต้องเขียนให้ถูกต้องตามหลักการและขั้นตอนของการเขียน เรียงความที่ดี หลังจากนั้นนักเรียนน าเรียงความของตนโพสต์ลงในกลุ่มห้อง เพื่อที่จะสามารถให้เพื่อน รับชมผลงานเรียงความของนักเรียนได้ ขั้นสรุป ๖. นักเรียนและคุณครูสรุปความรู้ร่วมกันว่าในชั่วโมงเรียนนี้ ได้รับความรู้ในเรื่อง การเขียนเรียงความมากน้อยเพียงใด โดยใช้การตอบค าถาม ดังต่อไปนี้ ๑. องค์ประกอบของเรียงความ แบ่งเป็นกี่ส่วนอะไรบ้าง? (ค าตอบ : องค์ประกอบของเรียงความ แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ ค าน า เนื้อ เรื่อง สรุป) ๒. เนื้อเรื่องของเรียงความที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร? (ค าตอบ : ๑. มีเอกภาพ เนื้อเรื่องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ออกนอกประเด็น ๒. มีสัมพันธภาพ เนื้อเรื่องต้องมีความสัมพันธ์กันตลอดทั้งเรื่อง ๓. มีสารัตถภาพ หมายถึง การเขียน เรียงความต้องมีเนื้อหาสาระที่ถูกต้อง มีใจความส าคัญของเรื่องที่เด่นชัด สื่อความหมายได้ชัดเจน) ๓. วิธีการเขียนเรียงความ ควรมีหลักการและขั้นตอนอย่างไร ? (แนวค าตอบ : ๑. ขั้นวางแผนหรือเตรียมการเขียน ตั้งจุดประสงค์ให้ชัดเจน ว่าจะเขียนเรื่องแนวไหนและใช้ภาษาระดับใด ๒. วางโครงเรื่องให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ ๓. เขียน เปิดเรื่องค าน าให้น่าติดตาม แล้วจึงเข้าสู่เนื้อหา ๔. ขั้นตรวจสอบผู้เขียนควรตรวจการใช้ค า ส านวน ภาษา และเนื้อความ) 8. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๒. PowerPoint เรื่อง การเขียนเรียงความ ๓. กิจกรรม “เรียงความ เรียงอย่างไรให้ถูกต้อง” 9. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายหลักการเขียน เรียงคว ามได้อย่ า ง ถูกต้อง (K) การตอบคำถามของ นักเรียน แบบประเมินการ ตอบคำถาม ค ะ แ น น ก า ร ต อ บ คำถามผ่านเกณฑ์ใน ระดับ ดี ขึ้นไป คิดเป็น ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๘๐ ๒. นักเรียนสามารถ เขียนเรียงความได้อย่าง ถูกต้อง (P) เรียงความ หัวข้อ “ประสบการณ์ที่ ประทับใจ” แบบประเมินการ เขียนเรียงความ คะแนนการสังเกตผ่าน เกณฑ์ในระดับ ดี ขึ้น ไป คิดเป็นผ่านเกณฑ์ อย่างน้อยร้อยละ ๘๐


จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมิน ๓. นักเรียนมีมารยาทใน การเขียน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ในระดับ ดี ขึ้นไป คิดเป็นผ่าน เกณฑ์อย่างน้อยร้อย ละ ๘๐


ตัวอย่าง PowerPoint ประกอบการสอน เรื่อง การเขียนเรียงความ


กิจกรรม “เรียงความ เรียงอย่างไรให้ถูกต้อง”


แบบประเมินการตอบค าถาม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสำรวจการตอบคำถามของนักเรียนแล้วเขียนคะแนนลงในช่องที่เป็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เลข ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรมการประเมิน รวม (๑๒) ผลการประเมิน การตอบ คำถาม (๔) การใช้ภาษา (๔) ความรวดเร็ว (๔) ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕.


เกณฑ์การประเมินการตอบค าถาม (Rubric Scores) ประเด็นประเมิน การตอบค าถาม เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ . ก า ร ต อ บ คำถาม ตอบคำถามได้ ถูกต้อง ชัดเจน และตรงประเด็น ตอบคำถามได้ ถูกต้อง ชัดเจน แต่ไม่ค่อยตรง ประเด็นคำถาม ตอบคำถามได้ ถูกต้อง แต่ไม่ ค่อยตรงประเด็น ตอบคำถามไม่ ถูกต้อง ๒. การใช้ภาษา ใช้ภาษาได้ ถูกต้องตาม เกณฑ์ทางภาษา ใช้ภาษาได้ ถูกต้อง แต่มีการ ใช้คำผิด ไม่เกิน ๒ คำ ใช้ภาษาได้ ถูกต้อง แต่มีการ ใช้คำผิดโดยไม่ เกิน ๔ คำ ใช้ภาษาไม่ ถูกต้อง มีการใช้ คำผิดมากกว่า ๕ คำขึ้นไป ๓. ความรวดเร็ว ตอบคำถามได้ รวดเร็ว ตอบคำถามช้า เล็กน้อย ตอบคำถามช้า ปานกลาง ตอบคำถามช้า มาก เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เกณฑ์การตัดสิน ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๐ - ๑๒ = ดีมาก ๗ - ๙ = ดี ๔ - ๖ = พอใช้ ๑ - ๓ = ปรับปรุง ประเด็นประเมินการตอบค าถาม รวม การตอบค าถาม การใช้ภาษา ความรวดเร็ว เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับดี ขึ้นไป สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวกิติมาพร วงค์โพธิ์สาร) วันที่...................................................................


แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียนแล้วเขียนคะแนน ลงในช่องที่เป็นพฤติกรรมการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เลขที่ ชื่อ - สกุล พฤติกรรมการประเมิน รวม (๒๐) ผลการประเมิน การให้ ความ ร่วมมือใน การทำ กิจกรรม (๔) การ แสดง ความ คิดเห็น (๔) การตั้ง คำถาม (๔) การปฏิบัติ ตาม ข้อตกลง (๔) กระตือรือ ร้นในการ ทำงาน (๔) ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. ๑๖. ๑๗. ๑๘. ๑๙. ๒๐.


เกณฑ์แบบประเมินพฤติกรรม (Rubric Scores) ประเด็นประเมิน พฤติกรรม เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. การให้ความร่วมมือ ในการทำกิจกรรม ให้ความร่วมมือและ ให้ความสนใจกับทุก กิจกรรม ให้ความร่วมมือ และให้ความสนใจ กับบางกิจกรรม ให้กับร่วมมือกับกิจ กรรรมและไม่แสดง ความสนใจ ไม่ให้ความร่วมมือ และให้ความสนใจ กับทุกกิจกรรม ๒. การแสดงความ คิดเห็น แสดงความคิดเห็น กับทุกกิจกรรม แสดงความคิดเห็น กับบางกิจกรรม ให้กับร่วมมือกับกิจ กรรรมไม่แสดงความ คิดเห็น ไ ม ่ แ ส ด ง ค ว า ม ค ิ ด เ ห ็ น ก ั บ ท ุ ก กิจกรรม ๓. การตั้งคำถาม ตั้งคำถามกับทุก กิจกรรม ตั้งคำถามกับบาง กิจกรรม ไม่ตั้งคำถามกับบาง กิจกรรมเป็นส่วนมาก ไม่ตั้งคำถามกับทุก กิจกรรม ๔. การปฏิบัติตาม ข้อตกลง ปฏิบัติตามข้อตกลง ทุกข้อ ปฏิบัติตาม ข้อตกลงบางข้อ ไม่ปฏิบัติตาม ข้อตกลงในบางข้อ เป็นส่วนมาก ไม่ปฏิบัติตาม ข้อตกลงทุกข้อ ๕. กระตือรือร้นในการ ทำงาน กระตือรือร้น ร่าเริง แจ่มใส ร่าเริง แต่ไม่มีความ กระตือรือร้น นิ่งเฉย ไม่มีความ กระตือรือร้น แสดงอารมณ์ทาง ลบ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เกณฑ์การตัดสิน ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๖ – ๒๐ ดีมาก ๑๑ – ๑๕ ดี ๖ - ๑๐ พอใช้ ๑ - ๕ ปรับปรุง เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับดี ขึ้นไป สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวกิติมาพร วงค์โพธิ์สาร) วันที่.....................................................


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 40 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การเขียน เวลา 7 ชั่วโมง เรื่อง การเขียนพรรณนา เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวกิติมาพร วงค์โพธิ์สาร โรงเรียนท่าบ่อ ชั้นที่สอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/4 วันที่สอน 31 มกราคม ๒๕๖7 เวลา ๐8.20 - 09.10 น. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/5 วันที่สอน 31 มกราคม ๒๕๖7 เวลา 10.10 - ๑1.00 น. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๖ วันที่สอน 1 กุมภาพันธ์๒๕๖7 เวลา 10.10 - ๑1.00 น. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/11 วันที่สอน 1 กุมภาพันธ์๒๕๖7 เวลา ๑2.๕5 - ๑3.๔5 น. ...................................................................................................................................................... ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ม. ๒/๒ เขียนบรรยายและพรรณนา ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการเขียนพรรณนาได้อย่างถูกต้อง (K) ๒. นักเรียนสามารถเขียนพรรณนาได้อย่างถูกต้อง (P) ๓. นักเรียนมีมารยาทในการเขียน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สาระส าคัญ การเขียนเป็นทักษะที่จะต้องฝึกฝนให้ช านาญ จึงจะสามารถมีทักษะการเขียนที่ดีได้ การเขียน มีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีวัตถุประสงค์ในการเขียนแตกต่างกันออกไป ในชีวิตประจ าวัน ทักษะการเขียนยังต้องเป็นทักษะที่ใช้อยู่เป็นประจ า ดังนั้น เพื่อที่จะให้นักเรียนสามารถจะน าการ เขียนประเภทต่าง ๆ ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้ นักเรียนจึงควรที่จะทราบถึการเขียนพรรณนา ว่ามี ลักษณะการเขียนอย่างไร หลักการและวิธีการเขียนเป็นอย่างไร ๕. สาระการเรียนรู้ ๑. การเขียนพรรณนา


6. ภาระงาน/ชิ้นงาน ๑. ใบงาน เรื่อง การเขียนพรรณนา 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้(การจัดการเรียนรู้จัดตามรูปแบบกระบวนการสร้างความคิดรวบ ยอด) ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๑. (ขั้นสังเกต) นักเรียนสังเกตที่ครูน ามาให้สังเกต คือ ข้อความ ๒ บท นักเรียน สังเกตข้อความที่หน้ากระดานว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๒. ผู้เรียนฟังอธิบายเนื้อหาของการเขียนพรรณนา โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ การพรรณนา คือ การกล่าวไว้โดยละเอียดเพื่อให้ผู้อ่านผู้ฟังนึกเห็นภาพ การเขียนพรรณนา คือ การเขียนบรรยายอย่างละเอียดและประณีต โดยมุ่งเน้นให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกทางอารมณ์ เกิดมโน ภาพและจินตนาการ ๓. (ขั้นจ าแนกความแตกต่าง) หลังจากนักเรียนรับฟังเนื้อหาการเขียนพรรณนา นักเรียนร่วมกันสังเกตข้อความที่ครูน ามาให้สังเกต คือ ว่ามีส่วนใดที่แตกต่างกัน สิ่งที่แตกต่างกันภาย ข้อความที่น ามาให้สังเกต คือ ข้อความบทที่ ๑ มีการเขียนให้เห็นภาพชัดเจน มากกว่าข้อความบทที่ ๒ ซึ่งมีมีความละเอียดน้อยกว่าในการเขียน ๔. (ขั้นหาลักษณะร่วม) นักเรียนร่วมกันสังเกตข้อความที่ครูน ามาให้สังเกต คือ ว่ามี ส่วนใดที่เหมือนกัน สิ่งที่เหมือนกันภายข้อความที่น ามาให้สังเกต คือ ข้อความบทที่ ๑ และข้อความ บทที่ ๒ เป็นการเขียนที่บรรยายให้ผู้อ่านทราบถึงเรื่องราว เป็นต้น ๕. (ระบุชื่อความคิดรวบยอด) นักเรียนร่วมกันบอกการเขียนบรรยาย ดังนี้ จากการ ตอบค าถามต่อไปนี้ - การกล่าวโดยละเอียดเพื่อให้ผู้อ่านเกิดภาพ เรียกว่าทักษะใด (ค าตอบ : การพรรณนา) - การเขียนพรรณนา คืออะไร (ค าตอบ : การเขียนบรรยายอย่างละเอียดและประณีต โดยมุ่งเน้นให้ผู้อ่านเกิด ความรู้สึกทางอารมณ์ เกิดมโนภาพและจินตนาการ) - ประเภทของการเขียนพรรณนา มีกี่ประเภทอะไรบ้าง (ค าตอบ : แบ่งเป็น ๕ ประเภท ได้แก่ ๑.พรรณนาธรรมชาติ, ๒.พรรณนาสิ่งที่มนุษย์ สร้างขึ้น ๓. พรรณนาลักษณะพฤติกรรมของบุคคล ๔. พรรณนาความรู้สึกและอารมณ์ ๕. พรรณนา ความคิด) - หลักการเขียนพรรณนา มีหลักการอย่างไรบ้าง? (ค าตอบ : ๑. ใช้ถ้อยค าดี คือ เลือกสรรถ้อยค าให้สื่อความหมาย เกิดจินตนาการ ๒. ใจความดี มุ่งเขียนให้เกิดภาพและอารมณ์สอดคล้องกับเนื้อหา ๓. ใช้โวหารภาพพจน์ มีศิลปะการใช้ ค าในการเปรียบเทียบ ๔. ใช้สาธกโวหาร มีการยกตัวอย่างเพื่อให้เกิดความชัดเจน)


๖. (ทดสอบและน าไปใช้) นักเรียนท ากิจกรรม “ใบงาน การเขียนพรรณนา” โดยให้ นักเรียนเขียนพรรณนาในเรื่องใดก็ได้ ซึ่งต้องเขียนให้ถูกหลักการเขียนพรรณนาและออกมาน าเสนอ การเขียนพรรณนาทีละคน ขั้นสรุป ๗. นักเรียนและครูร่วมกัน และเนื้อหาของการเขียนพรรณนา ได้แก่ ความหมายของ การพรรณนา ความหมายของการเขียนพรรณนา, ประเภทของการเขียนพรรณนา และหลักการเขียน พรรณนา 8. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1.หนังสือเรียนภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๒. PowerPoint เรื่อง การเขียนบรรยายและพรรณนา ๓. ใบงาน การเขียนพรรณนา 9. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายหลักการเขียน บ ร ร ย า ย ไ ด้ อ ย่ า ง ถูกต้อง (K) การตอบค าถามของ นักเรียน แบบประเมินการตอบ ค าถาม ค ะ แ น น ก า ร ต อ บ ค าถามผ่านเกณฑ์ใน ระดับ ดี ขึ้นไป คิดเป็น ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๘๐ ๒. นักเรียนสามารถ เขียนบรรยายได้อย่าง ถูกต้อง (P) ตรวจใบงาน การเขียน บรรยาย ของนักเรียน ใ บง า น ก า ร เ ขี ย น บรรยาย ค ะแนน ก า ร สังเ กต พฤติกรรมผ่านเกณฑ์ ในระดับ ดี ขึ้นไป คิด เป็นผ่านเกณฑ์อย่าง น้อยร้อยละ ๘๐ ๓. นักเรียนมีมารยาท ในการเขียน (A) สังเกตพฤติกรรม แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ก า ร สังเกตพฤติกรรม ค ะแนน ก า ร สังเ กต พฤติกรรมผ่านเกณฑ์ ในระดับ ดี ขึ้นไป คิด เป็นผ่านเกณฑ์อย่าง น้อยร้อยละ ๘๐


ตัวอย่าง PowerPoint ประกอบการสอน เรื่อง การพูดโฆษณา


ตัวอย่างข้อความในขั้นน าเข้าสู่บทเรียน


ตัวอย่างใบงาน การเขียนบรรยาย


แบบประเมินการตอบค าถาม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสำรวจการตอบคำถามของนักเรียนแล้วเขียนคะแนนลงในช่องที่เป็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เลข ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรมการประเมิน รวม (๑๒) ผลการประเมิน การตอบ คำถาม (๔) การใช้ภาษา (๔) ความรวดเร็ว (๔) ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕.


เกณฑ์การประเมินการตอบค าถาม (Rubric Scores) ประเด็นประเมิน การตอบค าถาม เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ . ก า ร ต อ บ คำถาม ตอบคำถามได้ ถูกต้อง ชัดเจน และตรงประเด็น ตอบคำถามได้ ถูกต้อง ชัดเจน แต่ไม่ค่อยตรง ประเด็นคำถาม ตอบคำถามได้ ถูกต้อง แต่ไม่ ค่อยตรงประเด็น ตอบคำถามไม่ ถูกต้อง ๒. การใช้ภาษา ใช้ภาษาได้ ถูกต้องตาม เกณฑ์ทางภาษา ใช้ภาษาได้ ถูกต้อง แต่มีการ ใช้คำผิด ไม่เกิน ๒ คำ ใช้ภาษาได้ ถูกต้อง แต่มีการ ใช้คำผิดโดยไม่ เกิน ๔ คำ ใช้ภาษาไม่ ถูกต้อง มีการใช้ คำผิดมากกว่า ๕ คำขึ้นไป ๓. ความรวดเร็ว ตอบคำถามได้ รวดเร็ว ตอบคำถามช้า เล็กน้อย ตอบคำถามช้า ปานกลาง ตอบคำถามช้า มาก เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เกณฑ์การตัดสิน ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๐ - ๑๒ = ดีมาก ๗ - ๙ = ดี ๔ - ๖ = พอใช้ ๑ - ๓ = ปรับปรุง ประเด็นประเมินการตอบค าถาม รวม การตอบค าถาม การใช้ภาษา ความรวดเร็ว เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับดี ขึ้นไป สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวกิติมาพร วงค์โพธิ์สาร) วันที่...................................................................


แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียนแล้วเขียนคะแนน ลงในช่องที่เป็นพฤติกรรมการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เลขที่ ชื่อ - สกุล พฤติกรรมการประเมิน รวม (๒๐) ผลการประเมิน การให้ ความ ร่วมมือใน การทำ กิจกรรม (๔) การ แสดง ความ คิดเห็น (๔) การตั้ง คำถาม (๔) การปฏิบัติ ตาม ข้อตกลง (๔) กระตือรือ ร้นในการ ทำงาน (๔) ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. ๑๖. ๑๗. ๑๘. ๑๙. ๒๐.


เกณฑ์แบบประเมินพฤติกรรม (Rubric Scores) ประเด็นประเมิน พฤติกรรม เกณฑ์การให้คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. การให้ความร่วมมือ ในการทำกิจกรรม ให้ความร่วมมือและ ให้ความสนใจกับทุก กิจกรรม ให้ความร่วมมือ และให้ความสนใจ กับบางกิจกรรม ให้กับร่วมมือกับกิจ กรรรมและไม่แสดง ความสนใจ ไม่ให้ความร่วมมือ และให้ความสนใจ กับทุกกิจกรรม ๒. การแสดงความ คิดเห็น แสดงความคิดเห็น กับทุกกิจกรรม แสดงความคิดเห็น กับบางกิจกรรม ให้กับร่วมมือกับกิจ กรรรมไม่แสดงความ คิดเห็น ไ ม ่ แ ส ด ง ค ว า ม ค ิ ด เ ห ็ น ก ั บ ท ุ ก กิจกรรม ๓. การตั้งคำถาม ตั้งคำถามกับทุก กิจกรรม ตั้งคำถามกับบาง กิจกรรม ไม่ตั้งคำถามกับบาง กิจกรรมเป็นส่วนมาก ไม่ตั้งคำถามกับทุก กิจกรรม ๔. การปฏิบัติตาม ข้อตกลง ปฏิบัติตามข้อตกลง ทุกข้อ ปฏิบัติตาม ข้อตกลงบางข้อ ไม่ปฏิบัติตาม ข้อตกลงในบางข้อ เป็นส่วนมาก ไม่ปฏิบัติตาม ข้อตกลงทุกข้อ ๕. กระตือรือร้นในการ ทำงาน กระตือรือร้น ร่าเริง แจ่มใส ร่าเริง แต่ไม่มีความ กระตือรือร้น นิ่งเฉย ไม่มีความ กระตือรือร้น แสดงอารมณ์ทาง ลบ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เกณฑ์การตัดสิน ช่วงชั้นคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๖ – ๒๐ ดีมาก ๑๑ – ๑๕ ดี ๖ - ๑๐ พอใช้ ๑ - ๕ ปรับปรุง เกณฑ์การผ่านตั้งแต่ระดับดี ขึ้นไป สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (นางสาวกิติมาพร วงค์โพธิ์สาร) วันที่.....................................................


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 41 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การเขียน เวลา 7 ชั่วโมง เรื่อง การเขียนบรรยาย เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวกิติมาพร วงค์โพธิ์สาร โรงเรียนท่าบ่อ ชั้นที่สอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/5 วันที่สอน 1 กุมภาพันธ์๒๕๖7 เวลา ๐8.20 - 09.10 น. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/4 วันที่สอน 2 กุมภาพันธ์๒๕๖7 เวลา ๐8.20 - 09.10 น. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/11 วันที่สอน 2 กุมภาพันธ์๒๕๖7 เวลา ๑0.10 - ๑1.00 น. ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/6 วันที่สอน 5 กุมภาพันธ์๒๕๖7 เวลา 09.15 - ๑0.05 น. ...................................................................................................................................................... ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม. ๒/๒ เขียนบรรยายและพรรณนา ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการเขียนบรรยายได้อย่างถูกต้อง (K) ๒. นักเรียนสามารถเขียนบรรยายได้อย่างถูกต้อง (P) ๓. นักเรียนมีมารยาทในการเขียน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สาระส าคัญ การเขียนเป็นทักษะที่จะต้องฝึกฝนให้ชำนาญ จึงจะสามารถมีทักษะการเขียนที่ดีได้ การเขียน มีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีวัตถุประสงค์ในการเขียนแตกต่างกันออกไป ในชีวิตประจำวัน ทักษะการเขียนยังต้องเป็นทักษะที่ใช้อยู่เป็นประจำ ดังนั้น เพื่อที่จะให้นักเรียนได้ทราบถึงประเภท ของการเขียนและสามารถจะนำการเขียนประเภทต่าง ๆ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักเรียนจึง ควรที่จะทราบถึงการเขียนบรรยาย และการเขียนพรรณนา ว่ามีลักษณะการเขียนอย่างไร หลักการ และวิธีการเขียนเป็นอย่างไร เพื่อที่จะสามารถนำไปปรับใช้ได้ในงานเขียนอื่นๆ


๕. สาระการเรียนรู้ ๑. การเขียนบรรยาย 6. ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. ใบงาน การเขียนบรรยาย 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้(กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด) ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๑. (ขั้นสังเกต) นักเรียนสังเกตที่ครูน ามาให้สังเกต คือ ข้อความ ๒ บท นักเรียน สังเกตข้อความที่หน้ากระดานว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๒. ผู้เรียนฟังอธิบายเนื้อหาของการเขียนบรรยาย โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ การ บรรยาย คือ การเขียนที่กล่าวถึงเหตุการณ์นั้น ๆ ว่าใครท าอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เพื่ออะไร และผลที่ได้เป็นอย่างไร การเขียนบรรยาย คือ การเขียนถึงเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง โดยแสดงให้ถึง สถานที่ สภาพแวดล้อม อาจเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องสมมติก็ได้ อาจมีการยกตัวอย่างให้ผู้อ่านเกิดความ เข้าใจ ประเภทของการเขียนบรรยาย ได้แก่ ๑. อัตถชีวประวัติ, ๒.ข้อเท็จจริงเหตุการณ์ทาง ประวัติศาสตร์ ๓. เรื่องที่แต่งขึ้น หลักการเขียนบรรยาย ๑. ใช้ถ้อยค าที่กะทัดรัด ชัดเจน ๒. บรรยายตามล าดับ เหตุการณ์ ๓. มีจุดประทับใจให้แก่ผู้อ่าน ๔. บรรยายต่อเนื่องอาจแทรกข้อคิดเห็น ข้อมูล ข้อคิดเห็นที่ เป็นเหตุเป็นผลเพื่อประโยชน์ของผู้อ่าน ๓. (ขั้นจ าแนกความแตกต่าง) หลังจากนักเรียนรับฟังเนื้อหาการเขียนบรรยาย นักเรียนร่วมกันสังเกตข้อความที่ครูน ามาให้สังเกต คือ ว่ามีส่วนใดที่แตกต่างกัน สิ่งที่แตกต่างกันภาย ข้อความที่น ามาให้สังเกต คือ ข้อความบทที่ ๑ มีการเขียนให้เห็นภาพชัดเจน น้อยกว่าข้อความบทที่ ๒ มีความละเอียดกว่าในการเขียน ๔. (ขั้นหาลักษณะร่วม) นักเรียนร่วมกันสังเกตข้อความที่ครูน ามาให้สังเกต คือ ว่ามี ส่วนใดที่เหมือนกัน สิ่งที่เหมือนกันภายข้อความที่น ามาให้สังเกต คือ ข้อความบทที่ ๑ และข้อความ บทที่ ๒ เป็นการเขียนที่บรรยายให้ผู้อ่านทราบถึงเรื่องราว เป็นต้น ๕. (ระบุชื่อความคิดรวบยอด) นักเรียนร่วมกันบอกการเขียนบรรยาย ดังนี้ จากการ ตอบค าถามต่อไปนี้ - การเขียนที่กล่าวถึงเหตุการณ์นั้น ๆ ว่าใครท าอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เพื่อ อะไร และผลที่ได้เป็นอย่างไร มีชื่อเรียกว่าอย่างไร (ค าตอบ : การบรรยาย) - การเขียนบรรยาย คืออะไร (ค าตอบ : การเขียนถึงเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง โดยแสดงให้ถึงสถานที่ สภาพแวดล้อม อาจเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องสมมติก็ได้ อาจมีการยกตัวอย่างให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจ) - ประเภทของการเขียนบรรยาย มีกี่ประเภทอะไรบ้าง


(ค าตอบ : ๓ ประเภท ได้แก่ ๑. อัตถชีวประวัติ, ๒.ข้อเท็จจริงเหตุการณ์ทาง ประวัติศาสตร์ ๓. เรื่องที่แต่งขึ้น) - หลักการเขียนบรรยาย มีหลักการอย่างไรบ้าง? (ค าตอบ : หลักการเขียนบรรยาย ๑. ใช้ถ้อยค าที่กะทัดรัด ชัดเจน ๒. บรรยาย ตามล าดับเหตุการณ์ ๓. มีจุดประทับใจให้แก่ผู้อ่าน ๔. บรรยายต่อเนื่องอาจแทรกข้อคิดเห็น ข้อมูล ข้อคิดเห็นที่เป็นเหตุเป็นผลเพื่อประโยชน์ของผู้อ่าน) ๖. (ทดสอบและน าไปใช้) นักเรียนท ากิจกรรม “ใบงาน การเขียนบรรยาย” โดยให้ นักเรียนเขียนบรรยายในเรื่องใดก็ได้ ซึ่งจะต้องเขียนให้ถูกหลักการเขียนบรรยาย และออกมาน าเสนอ การเขียนบรรยายทีละคน ขั้นสรุป ๗. นักเรียนและครูร่วมกัน และเนื้อหาของการเขียนบรรยาย ได้แก่ ความหมายของการบรรยาย ความหมายของการเขียนบรรยาย, ประเภทของการเขียนบรรยาย และหลักการเขียนบรรยาย 8. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนหลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๒. PowerPoint เรื่อง การเขียนบรรยายและพรรณนา 9. การวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือในการวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนสามารถ อธิบายหลักการเขียน บ ร ร ย า ย ไ ด้ อ ย่ า ง ถูกต้อง (K) การตอบค าถามของ นักเรียน แบบประเมินการตอบ ค าถาม ค ะ แ น น ก า ร ต อ บ ค าถามผ่านเกณฑ์ใน ระดับ ดี ขึ้นไป คิดเป็น ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๘๐ ๒. นักเรียนสามารถ เขียนบรรยายได้อย่าง ถูกต้อง (P) ตรวจใบงาน การเขียน บรรยาย ของนักเรียน แบบประเมินการเขียน ค ะแนน ก า ร สังเ กต พฤติกรรมผ่านเกณฑ์ ในระดับ ดี ขึ้นไป คิด เป็นผ่านเกณฑ์อย่าง น้อยร้อยละ ๘๐ ๓. นักเรียนมีมารยาท ในการเขียน (A) สังเกตพฤติกรรม แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ก า ร สังเกตพฤติกรรม ค ะแนน ก า ร สังเ กต พฤติกรรมผ่านเกณฑ์ ในระดับ ดี ขึ้นไป คิด เป็นผ่านเกณฑ์อย่าง น้อยร้อยละ ๘๐


ตัวอย่าง PowerPoint ประกอบการสอน เรื่อง การเขียนบรรยาย


ตัวอย่างข้อความในขั้นน าเข้าสู่บทเรียน


ตัวอย่างใบงาน การเขียนบรรยาย


แบบประเมินการตอบค าถาม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสำรวจการตอบคำถามของนักเรียนแล้วเขียนคะแนนลงในช่องที่เป็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เลข ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรมการประเมิน รวม (๑๒) ผลการประเมิน การตอบ คำถาม (๔) การใช้ภาษา (๔) ความรวดเร็ว (๔) ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕.


Click to View FlipBook Version