The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการประชุมชี้แจง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sunchait65, 2022-03-18 07:28:36

เอกสารประกอบการประชุมชี้แจง

เอกสารประกอบการประชุมชี้แจง

Keywords: เอกสารประกอบการประชุมชี้แจง

หนา้ | 1

กำหนดกำรประชุมช้ีแจง

เรื่อง หลกั เกณฑ์ วธิ กี ำร และเครอื่ งมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทำงวิชำชีพครู
ดำ้ นกำรปฏิบตั ิงำนและกำรปฏิบตั ติ น ตำมมำตรฐำนวิชำชพี ครู

วนั พฤหสั บดที ่ี 25 พฤศจกิ ำยน 2564 เวลำ 08.30 น. - 12.00 น.
ผ่ำนสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ โดยแอปพลิเคชนั Zoom

..........................................................

เวลา 08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียนผู้เขำ้ รว่ มประชุมชี้แจงฯ ผ่ำนสอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์
โดยแอปพลเิ คชัน Zoom

(กรุณาระบุชื่อสถาบัน/มหาวทิ ยาลัย และตามด้วย ช่ือ-สกุล จริง)

เวลา 09.00 – 09.15 น. กล่ำวรำยงำน ต่อประธำนพธิ เี ปดิ กำรประชมุ ช้แี จงฯ
โดย ผู้อานวยการสานกั มาตรฐานวิชาชีพ
(นางสาวกฤตวรรณ เกดิ นาวี)

เวลา 09.15 – 09.30 น. พธิ ีเปดิ กำรประชมุ ชแี้ จงฯ
โดย เลขาธิการคุรสุ ภา (ดร.ดิศกุล เกษมสวสั ด)์ิ

เวลา 09.30 – 11.๑๕ น นำเสนอรำยละเอียด และสร้ำงควำมเขำ้ ใจเก่ียวกบั หลักเกณฑ์ วธิ ีกำร
และเครอ่ื งมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทำงวชิ ำชีพครู
ด้ำนกำรปฏิบตั ิงำนและกำรปฏิบตั ติ น ตำมมำตรฐำนวชิ ำชีพครู

โดย อนุกรรมการอานวยการทดสอบ เพื่อขอรบั ใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพครู
(รองศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ พันธพ์ุ ฤกษ์)

เวลา 11.๑๕ – 1๑.๔๕ น. ตอบขอ้ ซกั ถำม เก่ียวกับหลกั เกณฑ์ วธิ ีกำร และเครื่องมือทดสอบและประเมิน

สมรรถนะทำงวิชำชีพครู ด้ำนกำรปฏิบัติงำนและกำรปฏบิ ตั ิตน
ตำมมำตรฐำนวิชำชีพครู

โดย ๑. อนุกรรมการอานวยการทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

(รองศาสตราจารย์ ดร.สัมพนั ธ์ พันธพ์ุ ฤกษ์) และ
๒. ผูอ้ านวยการสานักมาตรฐานวิชาชีพ (นางสาวกฤตวรรณ เกิดนาวี)

เวลา 1๑.๔๕ – ๑๒.๐๐ น. สรุปและปดิ กำรประชุม
โดย เลขาธกิ ารคุรุสภา (ดร.ดศิ กุล เกษมสวัสด์ิ)

___________________________________________________________________________
หมำยเหตุ กาหนดการประชุม อาจมกี ารเปล่ียนแปลงได้ตามความเหมาะสม

การประชมุ ชีแ้ จง เรอ่ื ง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเครื่องมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |ก

หลักเกณฑ์ และวธิ ีกำรทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทำงวชิ ำชีพครู
ดำ้ นกำรปฏบิ ตั ิงำนและกำรปฏบิ ตั ติ น ตำมมำตรฐำนวิชำชพี ครู

(ตามประกาศคณะอนุกรรมการอานวยการทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี ครู
เรื่อง หลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเครื่องมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู
ด้านการปฏิบัตงิ านและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู พ.ศ. 2564)

สำหรบั ผเู้ ข้ำศกึ ษำในหลกั สตู รปรญิ ญำ หรือประกำศนยี บตั รทำงกำรศกึ ษำ
เพื่อกำรประกอบวชิ ำชพี ครู ทคี่ รุ สุ ภำรบั รอง

ไดแ้ ก่

1. ปรญิ ญาตรีทางการศึกษา หลักสูตร 5 ปี และ 4 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป
2. ปรญิ ญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) ตงั้ แต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป
3. ประกาศนียบัตรวชิ าชีพครู ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป
4. ไมต่ า่ กวา่ ปรญิ ญาตรีอ่ืน และผา่ นการรับรองความรู้ตามมาตรฐานความรวู้ ิชาชีพของครุ ุสภา

ที่สาเร็จการศกึ ษาในประเทศไทย
5. ปริญญาตรีอนื่ และผ่านการรับรองความรู้ตามมาตรฐานความรวู้ ิชาชีพของครุ ุสภา

ทส่ี าเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ

การประชมุ ช้ีแจง เรือ่ ง หลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเคร่ืองมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |ข

สำรบญั

เรื่อง หน้ำ

กำหนดกำรประชมุ ชีแ้ จง......................................................................................................................................ก
หลกั เกณฑ์ และวิธีกำรทดสอบและประเมนิ ........................................................................................................ข
สำรบัญ.................................................................................................................................................................ค
ส่วนท่ี 1 บทนำ....................................................................................................................................................1

1. วัตถุประสงค์.....................................................................................................................................5
2. กลุม่ เป้าหมาย ..................................................................................................................................5
3. นยิ ามศัพท์เฉพาะ .............................................................................................................................5
4. องค์ประกอบของกรอบสมรรถนะการประเมิน..................................................................................6
5. มาตรฐานการประเมิน ......................................................................................................................7
6. สมรรถนะหลัก สมรรถนะยอ่ ย และพฤติกรรมบ่งช้ี ...........................................................................8
สว่ นท่ี 2 หลักเกณฑ์กำรทดสอบและประเมินสมรรถนะทำงวิชำชีพครู...........................................................๑๒
1. องค์ประกอบผู้ประเมิน..................................................................................................................๑๒
1.1 ผู้ท่ีอยูร่ ะหวา่ งศึกษาในหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเทา่ ที่คุรสุ ภารับรอง .............๑๒
1.2. ผทู้ ีส่ าเร็จการศึกษา.................................................................................................................๑๒
2. เกณฑ์การให้คะแนน......................................................................................................................๑๒
3. คา่ นา้ หนักการให้คะแนนของผปู้ ระเมิน .........................................................................................๑๒
4. เกณฑ์การตัดสินผล .......................................................................................................................๑๓
สว่ นที่ 3 วิธีกำรและเครื่องมอื กำรทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทำงวิชำชพี ครู............................................๑๔
1.ช่วงระยะเวลาในการประเมิน .........................................................................................................๑๔
2. ค่าน้าหนักคะแนน .........................................................................................................................๑๔
3. เครือ่ งมอื ท่ใี ช้ประเมิน....................................................................................................................๑๔
4. วธิ ีการคิดคะแนนคะแนนการประเมิน ...........................................................................................๑๕
5. การรายงานผลการประเมิน ...........................................................................................................๒๐
ภำคผนวก .........................................................................................................................................................๒๑
ภำคผนวก ก เกณฑ์กำรให้คะแนนกำรประเมินสมรรถนะทำงวิชำชพี ครู ........................................................๒๒
1. ด้านการจัดการเรียนรู้.................................................................................................................๒๓
2. ดา้ นความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน..................................................................................๓๐

2.1 สาหรับผู้ประเมินท่ไี มใ่ ช่ผู้แทนคณะกรรมการสถานศึกษา...................................................๓๐
2.2 สาหรับผูแ้ ทนคณะกรรมการสถานศึกษา ............................................................................๔๑
3. ด้านการปฏิบัติหนา้ ทคี่ รู และจรรยาบรรณวิชาชีพ......................................................................54
ภำคผนวก ข แบบประเมินสมรรถนะทำงวชิ ำชีพครู........................................................................................๗๖
ภำคผนวก ค กฎหมำยที่เกี่ยวข้อง....................................................................................................................97
ภำคผนวก ง คณะอนกุ รรมกำรและคณะกรรมกำรท่ีเกย่ี วข้อง.........................................................................99
ผเู้ ขำ้ ร่วมประชุม ............................................................................................................................................112

การประชุมชี้แจง เรือ่ ง หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเคร่ืองมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |ค

ส่วนที่ 1
บทนำ

รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕8 จ (๓) กาหนดให้ดาเนินการปฏิรูป
ประเทศ ด้านการศึกษา โดยให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์
ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับ
ความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล
ของผู้ประกอบวิชาชีพครู รวมทั้ง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง
ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ
โดยคนไทยมีความพร้อมท้ังกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการท่ีดีรอบด้าน และมีสุขภาวะท่ีดีในทุกช่วงวัย
มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม
และเป็นพลเมืองดขี องชาติ มีหลักคดิ ท่ีถกู ต้อง มที ักษะทจี่ าเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ มีทกั ษะสอ่ื สารภาษาอังกฤษและ
ภาษาท่ี ๓ และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
สกู่ ารเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคดิ ผูป้ ระกอบการ เกษตรกรยุคใหม่ และอน่ื ๆ โดยมสี ัมมาชีพตาม
ความถนัดของตนเอง รวมถึงให้มีการเปล่ียนบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก
“ครสู อน” เป็น “โคช้ ” หรือ “ผู้อานวยการการเรียนรู้” ทาหนา้ ท่ีกระตุ้น สร้างแรงบนั ดาลใจ แนะนาวิธีเรียนรู้และ
วธิ ีจดั ระเบียบการสรา้ งความรู้ ออกแบบกจิ กรรมและสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ใหผ้ ู้เรียน และมีบทบาทเป็นนักวิจัย
พัฒนากระบวนกา รเรี ยนรู้เพื่ อผลสัมฤทธิ์ ของผู้ เรี ยน รวมท้ังปรับระบบกา รผลิ ตแ ละพั ฒ นา ครู
ตั้งแต่การดึงดูด คัดสรร ผู้มีความสามารถสูงให้เข้ามาเป็นครูคุณภาพ มีระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครู
อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้งเงินเดือน เส้นทางสายอาชีพ การสนับสนุนสื่อการสอน และสร้างเครือข่ายพัฒนาครู
ให้มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างกัน รวมถึงการพัฒนาครูที่มีความเชี่ยวชาญด้านการสอนมาเป็นผู้สร้าง
ครรู นุ่ ใหม่อย่างเป็นระบบ และวัดผลงานจากการพฒั นาผู้เรียนโดยตรง

สานักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ดาเนินการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาตามข้อบังคับ
คุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยคณะกรรมการคุรุสภา
ได้ให้ความเห็นชอบการออกข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา
เร่ือง สาระความรู้ สมรรถนะและประสบการณ์วิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และ
ประกาศคุรุสภา เรื่อง รับรองปริญญา และประกาศนียบัตรทางการศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยข้อ ๖ กาหนดให้ผู้สาเร็จการศึกษาที่ได้รับปริญญา หรือประกาศนียบัตรทางการศึกษา
ทุกหลักสูตรที่คุรุสภาให้การรบั รองต้องผา่ นการทดสอบเพ่ือขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่ครุ ุสภากาหนด
เพ่ือเป็นการกากับดูแลคุณภาพมาตรฐานของผู้สาเร็จการศึกษาให้มีมาตรฐานความรู้ สมรรถนะ
และคณุ ลกั ษณะตามมาตรฐานวิชาชีพท่ีครุ ุสภากาหนด

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้จดั การประชุมพิจารณาแนวทางการดาเนินการทดสอบเพ่ือขอรับใบอนุญาตประกอบ
วิชาชีพทางการศึกษา โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยสานักงาน
เลขาธิการคุรุสภาได้รวบรวมแนวคิดของผู้ทรงคุณวุฒิ และจัดทา ร่าง แนวทางการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาต
ประกอบวิชาชีพครู สาหรับกลุ่มนิสิตนักศึกษาปริญญาตรีทางการศึกษา (หลักสูตร ๕ ปี) หลักสูตร
ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู และหลักสูตรปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) เสนอต่อคณะกรรมการคุรุสภา

การประชุมช้แี จง เรอื่ ง หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเครื่องมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ห น้ า |1

เพอ่ื พจิ ารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ ในการประชุมครั้งท่ี ๙/๒๕๕๙ เมื่อวนั ท่ี ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ และ
คณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบ ร่าง แนวทางการทดสอบฯ ดังกล่าว และแต่งต้ังคณะอนุกรรมการวางแผน
ดาเนินการทดสอบเพ่ือขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยมีนายสุภัทร จาปาทอง เลขาธกิ ารคณะกรรมการ
การอุดมศึกษาในวลานั้น เป็นประธานอนุกรรมการ และมีที่ปรึกษา และอนุกรรมการร่วมคณะ จานวน ๑๖ คน
มีอานาจหน้าที่กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูท้ังระบบ
กา หนดแ ผ นดา เ นิ น กา ร ท ดส อ บเ พื่ อข อรั บใ บ อ นุ ญา ตป ระ กอ บวิ ช า ชี พค รู ส า หรั บ นิ สิ ต นั กศึ กษ า ปริ ญ ญ า ต รี
ทางการศึกษา (หลักสูตร ๕ ปี) หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู และหลักสูตรปริญญาโทวิชาชีพครู
ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และดาเนนิ การอ่ืนๆ ตามท่ีคณะกรรมการคุรสุ ภามอบหมาย

คณะอนุกรรมการวางแผนดาเนินการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ได้มีการประชุม
พิจารณาแนวทางการดาเนินการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จานวน ๒ คร้ัง ได้แก่
ครั้งท่ี ๑/๒๕๖๐ เม่ือวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ และครั้งที่ ๒/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๐
และไดม้ ีมติใหส้ านักงานเลขาธิการคุรุสภาดาเนินการแต่งตั้งคณะทางาน 3 คณะ ประกอบด้วย (1) คณะทางานศึกษา
และกาหนดแนวทางการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครูดา้ นความรู้ โดยมอบรองศาสตราจารยส์ ัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์
เป็นประธานคณะทางาน และมีคณะทางานร่วมจานวน 8 คน มีหน้าท่ีศึกษาและกาหนดแนวทางการประเมิน
สมรรถนะทางวิชาชีพครูด้านความรู้ จัดทาร่างรายละเอียดแนวทาง วิธีการ และกระบวนการประเมินสมรรถนะ
ทางวิชาชีพครูด้านความรู้ และดาเนินการอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย (2) คณะทางานศึกษาและกาหนดแนวทาง
การประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูด้านทักษะ โดยมอบรองศาสตราจารย์มนตรี แย้มกสิกร เป็นประธาน
คณะทางาน และมีคณะทางานร่วมจานวน 8 คน มีหน้าท่ีศึกษาและกาหนดแนวทางการประเมินสมรรถนะ
ทางวิชาชีพครูด้านทักษะ จัดทา ร่าง รายละเอียดแนวทาง วิธีการ และกระบวนการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู
ด้านทักษะ และดาเนินการอ่ืนๆ ตามท่ีได้รับมอบหมาย และ (3) คณะทางานศึกษาและกาหนดแนวทาง
การประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านคุณลักษณะ โดยมอบรองศาสตราจารย์องอาจ นัยพัฒน์ เป็นประธาน
คณะทางาน และมีคณะทางานร่วม จานวน ๘ คน มีหน้าท่ีศึกษาและกาหนดแนวทางการประเมินสมรรถนะ
ทางวิชาชีพครูด้านคุณลักษณะ จัดทาร่างรายละเอียดแนวทาง วิธีการ และกระบวนการประเมินสมรรถนะ
ทางวิชาชีพครู ด้านคุณลักษณะ และดาเนินการอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยคณะทางานฯ ทั้ง 3 คณะ
ได้ดาเนินการศึกษาและกาหนดแนวทางการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ
เสนอต่อคณะอนุกรรมการวางแผนดาเนินการทดสอบเพ่ือขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และ
คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาแล้วมีมติให้ดาเนินการปรับปรุงแนวทางการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู
ด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการฯ อีกท้ังได้มีการจัด
ประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ท่ีก่ียวข้อง ใน 5 ภูมิภาค รวม ๕ จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่
ขอนแก่น สงขลา พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันท่ี 31 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2561
โดยมผี ู้เข้ารว่ มประชุม รวมจานวน 660 คน และต่อมาคณะอนุกรรมการฯ ไดป้ รบั ปรงุ รา่ ง แนวทางการดาเนินการ
ทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพครู นาเสนอต่อคณะกรรมการคุรสุ ภา ในการประชุมครั้งท่ี 5/2561
เม่ือวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาได้มีมติมอบสานักงานเลขาธิการคุรุสภาพัฒนาระบบ
สอบใหช้ ดั เจน โดยให้มีรายละเอียดของโครงสร้างเน้ือหาลักษณะข้อสอบเชิงบูรณาการ กาหนดขั้นตอนและวิธีการ
ทดสอบ ระบบการทดสอบให้มีประสิทธิภาพ จนกว่าจะพัฒนาระบบการสอบให้มีความพร้อมเสร็จสมบูรณ์
กอ่ นทีจ่ ะดาเนินการสอบรบั ใบอญุ าตประกอบวิชาชีพครู

การประชุมชแี้ จง เร่ือง หลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเคร่ืองมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ห น้ า |2

ในเวลาต่อมา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ในการประชุมคร้ังที่ 2/2561 เม่อื วันที่ 25 กันยายน 2561
ได้พิจารณาและรับทราบแนวทางการทดสอบเพ่ือขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และมีมติให้แต่งตั้ง
คณะอนุกรรมการพัฒนาแนวทางการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยมีศาสตราจารย์ศิริชัย
กาญจนวาสี เป็นประธานอนุกรรมการ มีท่ีปรึกษาและอนุกรรมการร่วมคณะ จานวน 12 คน มีอานาจหน้าที่
พิจารณาแนวทางการดาเนินการเก่ียวกับการทดสอบเพื่อขอรบั ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตามมาตรฐานวิชาชีพ
ที่กาหนด วิธีการจัดสอบ การวัดและประเมินผลการทดสอบ เสนอแนะข้อคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ท่ี
จะออกข้อสอบและกล่ันกรองข้อสอบ พร้อมทั้งกาหนดระยะเวลดาเนินการให้เหมาะสม ตลอดจนเสนอแนะ
เกี่ยวกับการบริหารจัดสอบ จัดเตรียมแนวทางการตรวจข้อสอบ การวัดและประเมินคุณภาพของข้อสอบ
เพ่ือให้เป็นคลังข้อสอบในอนาคต ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้มีการประชุม จานวน 6 คร้ัง เพ่ือพัฒนาและจัดทา
ร่าง แนวทางการทดสอบเพ่ือขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และ ร่าง กาหนดมวลสาระการทดสอบ
เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู รวมท้ัง ได้มีการจัดการสนทนากลุ่มและสารวจความคิดเห็นผ่านระบบ
ออนไลน์ และเสนอร่างดังกล่าวต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ในการประชุมครั้งท่ี 6/2562 เม่ือวันท่ี
7 มิถุนายน 2564 โดยคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีมติให้ปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้สอดคล้องกับบริบท
กา รศึ กษา ขั้ นพ้ื น ฐา นแล ะ กา ร อา ชี ว ศึ กษา ก่ อ นเ ส นอ ต่ อค ณ ะ กร รม กา รคุ รุ ส ภา พิ จา ณา ใ ห้ ควา มเ ห็ น น ช อ บ
ซ่ึงคณะกรรมการคุรุสภา ในการประชุมครั้งที่ 6/2562 เม่ือวันที่ 29 สิงหาคม 2562 มีมติเห็นชอบแนวทาง
การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และกาหนดมวลสาระการทดสอบและประเมินสมรรถนะ
ทางวชิ าชีพครู ทผี่ ่านการพจิ ารณาและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี

ในปี พ.ศ. 2562 ด้วยทิศทางการพฒั นาของประเทศและบทบาทของคุรุสภาในฐานะสภาครูและบุคลากร
ทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ มีอานาจหน้าที่โดยตรง
ในการกาหนดมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชี พ ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพ
รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันต่าง ๆ ตามมาตรฐานวิชาชีพ จึงได้พัฒนามาตรฐาน
วชิ าชีพครูให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของประเทศดังกล่าว โดยออกเป็นข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐาน
วิชาชีพ (ฉบับที่๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ และปรับกลไกการคัดกรองผู้ประกอบวิชาชีพครูเพ่ือให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของ
ความเปน็ ครู มีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพครู โดยออกข้อบังคับครุ ุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบ
วิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๙ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมีบทบัญญัติในข้อ ๖/๑ กาหนดให้ผู้ขอรับ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปน้ี (๑) ผ่านการรับรอง
ประสบการณ์วิชาชีพครูตามที่คณะกรรมการคุรุสภากาหนด และ (๒) ผ่านการทดสอบและประเมินสมรรถนะ
ทางวชิ าชพี ครูตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการท่คี ณะกรรมการคุรสุ ภากาหนด

ตอ่ มาคณะกรรมการคุรสุ ภา ได้แต่งต้ังคณะอนุกรรมการอานวยการทดสอบเพื่อขอรบั ใบอนุญาตประกอบ
วิชาชีพครู โดยมีเลขาธิการคุรุสภา เป็นประธานอนุกรรมการ และมีที่ปรึกษาและอนุกรรมการร่วมคณะจานวน
12 คน โดยมีอานาจหนา้ ที่กาหนดนโยบายและแนวทางการสร้างข้อสอบวัดสมรรถนะดา้ นความรู้ภาคทฤษฎีและ
ความรู้ท่ีเกิดจากการปฏิบัติงาน การจัดทาคลังข้อสอบและสร้างเคร่ืองมือประเมินสมรรถนะด้านการปฏิบัติงาน
และการปฏิบัติตน เพอื่ คัดกรองคนเข้าสู่วิชาชีพครูให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพที่คุรุสภากาหนด อานวยการ
จัดการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู เพ่ือการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตามแนวทางที่
คณะกรรมการครุ ุสภากาหนด กากบั ติดตาม และประเมินผลการดาเนินการทดสอบและประเมินสมรรถนะวิชาชีพ
ครู เพือ่ การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู รายงานผลการดาเนินงานของคณะอนุกรรมการต่อคณะกรรมการ
คุรุสภา รวมถึงการแต่งต้ังคณะทางานเพ่ือดาเนินงานเก่ียวกับการทดสอบและงานตามอานาจหน้าที่
ของคณะอนุกรรมการ จากน้ัน สานักงานเลขาธิการคุรุสภาได้เสนอ ร่าง ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา

การประชมุ ชแี้ จง เรือ่ ง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเคร่ืองมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ห น้ า |3

เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู พ.ศ. ... ให้คณะอนุกรรมการฯ พจิ ารณา
ให้ความเห็นชอบ ในการประชุมครั้งท่ี 1/2563 เม่ือวันที่ 3 มกราคม 2563 และคณะกรรมการคุรุสภา
ในการประชุมครั้งท่ี 2/2563 เม่ือวันท่ี 3 มีนาคม 2563 มีมติเห็นชอบ ร่าง ประกาศฯ และจึงออกประกาศ
คณะกรรมการคุรุสภา เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู พ.ศ. ๒๕๖๓
โดยกาหนดให้มีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ประกอบด้วย (๑) ความรแู้ ละประสบการณ์วิชาชีพ
ตามมาตรฐานวิชาชีพครู และ (๒) การปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ซ่ึงตามประกาศ
คณะกรรมการคุรุสภาดังกล่าว ไดก้ าหนดการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ดา้ นการปฏิบัติงานและ
การปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพ ได้แก่ 1) สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ 2) สมรรถนะด้านความสัมพันธ์
กับผู้ปกครองและชุมชน 3) สมรรถนะด้านการปฏิบิตหน้าที่ครู และจรรยาบรรณของวิชาชีพ และกาหนดให้
แต่ละวิชามีเกณฑ์การตัดสินไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ซึง่ คณะอนุกรรมการอานวยการทดสอบ เพอ่ื ขอรับใบอนุญาต
ประกอบวิชาชีพครู ได้มีมติให้สานักงานเลขาธิการคุรุสภาแต่งต้ังคณะกรรมการกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และ
เคร่ืองมือประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพครู
โดยมีศาสตราจารย์ศิริชัย กาญจนวาสี เป็นประธานกรรมการ และมีคณะกรรมการร่วมคณะ จานวน 17 คน
เพื่อทาหน้าที่ในการสร้างและพัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ และเครื่องมือประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู
ดา้ นการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ซึง่ คณะกรรมการฯ ไดม้ ีการประชุม จานวน ๖ ครั้ง
เพอื่ ดาเนินการจัดทา ร่าง เกณฑ์ระดับคุณภาพพฤติกรรมบ่งช้ีประกอบเครื่องมือการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู
ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู และกาหนดแนวทางการประเมินสมรรถนะ
ทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู เสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ
เพ่อื พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ

การพัฒนาแนวทางการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูฯ เพ่ือให้ทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้องกับการประเมิน
ได้มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ สานักงานเลขาธิการคุรุสภาจึงได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น
เรื่อง แนวทางการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ฯ เม่ือวันอังคารท่ี ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ ณ ห้องประชุมไทยาจารย์
ชั้น ๓ อาคาร ๒ โดยขอความอนุเคราะห์จากสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึ กษาศาสตร์แห่งประเทศไทย
(หนังสือด่วนที่สุดที่ ศธ 5101.1/3917 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2563) เสนอรายช่ือผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา
ท่ีมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการประเมินการ ปฏิบัติการสอนในสถานศึ กษา
ของสถาบันอุดมศึกษา จานวน ๘ กลุ่ม ได้แก่ (๑) มหาวิทยาลัยของรัฐ/ในกากับของรัฐ (๒) มหาวิทยาลัยราชภัฏ
(๓) มหาวิทยาลัย/สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า (๔) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (๕) มหาวิทยาลัยการกีฬา
แห่งชาติ (๖) มหาวิทยาลัยสงฆ์ (๗) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และ(๘) สถาบันอุดมศึกษาเอกชน เข้าร่วม
การประชุมรับฟังความคิดเห็น กลุ่มละ ๓ สถาบัน ๆ ละ ๑ คน และส่งแบบสารวจความคิดเห็นออนไลน์
ไปยังสถาบันอุดมศึกษา จานวน 192 แห่ง และได้นาเสนอ ร่าง แนวทางการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูฯ
ที่ได้ปรบั ปรุงแก้ไขจากการประชุมและจากการสารวจความคิดเห็นออนไลน์ต่อคณะอนุกรรมการอานวยการทดสอบ
เพ่ือขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ในการประชุมคร้ังท่ี 3/2563 เมื่อวันจันทร์ท่ี 1 มีนาคม ๒๕๖4
ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบ ร่าง แนวทางการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูฯ และมอบสานักงาน
เลขาธิการคุรุสภาจัดทาเคร่ืองมือประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน
สาหรบั ผู้ประเมินและผู้ทีเ่ กี่ยวข้อง และในการประชมุ คร้ังท่ี 8/2564 เมอ่ื วันองั คารท่ี 19 ตุลาคม 2564 มีมติให้
ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเคร่ืองมือประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและ
การปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ตามแนวทางของคณะกรรมการฯ และให้มีการจัดประชุมช้ีแจง
เร่ือง หลกั เกณฑ์ ฯ ใหก้ ับผแู้ ทนจากสถาบันอุดมศึกษาในฐานะท่ีเป็นฝ่ายผลิต ซึง่ มคี วามสาคัญและจาเป็นอย่างยิ่ง

การประชุมชี้แจง เรื่อง หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเคร่ืองมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ห น้ า |4

สาหรับการประเมิน เนื่องจากมีความเก่ียวข้องโดยตรงกับการนาหลักเกณฑ์ ดังกล่าวไปใช้ในการประเมิน
โดยบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาจะต้องช้ีแจงและสร้างความเข้าใจให้กับผู้ประเมินที่เกี่ยวข้อง ท้ังบุคลากร
ของสถานศึกษาสาหรบั ปฏิบัติการสอน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูพเ่ี ลย้ี ง กรรมการสถานศึกษา และบุคลากร
ของสถานศึกษา เพอ่ื ให้มคี วามเข้าใจท่ีถูกต้องตรงกันเก่ียวกับหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเคร่ืองมือประเมินสมรรถนะ
ทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ตามเอกสารประกอบการประชุม
ชแ้ี จงในครงั้ น้ี
1. วตั ถปุ ระสงค์

1.1 เพื่อวัดและประเมินสมรรถนะทางวิชาชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงา นและการปฏิบัติตน
ตามมาตรฐานวิชาชีพครู

1.2 เพอ่ื นาผลการผา่ นเกณฑ์การประเมินไปใช้เป็นเงอื่ นไขหนึ่งในการขอรับใบอนุญาตประกอบวชิ าชพี ครู
2. กลมุ่ เปำ้ หมำย

2.1 ผ้ทู ี่อยู่ระหวำ่ งศึกษำในหลกั สูตรปริญญำทำงกำรศกึ ษำ หรอื เทยี บเท่ำที่ครุ สุ ภำรับรอง
2.1.1. ผทู้ ่ีเขา้ ศึกษาต้ังแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นตน้ ไป
(1) หลักสูตรปริญญาตรีทางการศกึ ษา หลกั สูตร 4 ปี
(2) หลกั สูตรปรญิ ญาตรีทางการศึกษา หลกั สูตร 5 ปี
2.1.2 ผูท้ เี่ ข้าศกึ ษาตงั้ แตป่ ีการศกึ ษา 2564 เปน็ ตน้ ไป
(1) ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู
(2) ปรญิ ญาโททางการศึกษา (วิชาชพี ครู)
(3) ปรญิ ญาเอกทางการศึกษา (วชิ าชีพคร)ู

2.2 ผู้ที่สำเร็จกำรศกึ ษำ
2.2.1 ผมู้ คี ณุ วฒุ ทิ ส่ี ำเร็จกำรศกึ ษำในประเทศไทย
(1) วฒุ ไิ มต่ า่ กวา่ ปริญญาทางการศึกษา หรือเทยี บเท่า ท่คี รุ ุสภารบั รอง
(2) วุฒิไม่ตา่ กว่าปรญิ ญาตรีอื่นทค่ี ุรุสภารับรอง
(3) วฒุ ไิ มต่ ่ากวา่ ปริญญาตรีอื่น และผ่านการรับรองความรู้ตามมาตรฐานความรวู้ ิชาชีพของครุ ุสภา
2.3.2 ผูม้ คี ุณวฒุ ิทส่ี ำเรจ็ กำรศกึ ษำจำกต่ำงประเทศ
(1) วุฒปิ ริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า
(2) วุฒิปรญิ ญาอ่นื และมใี บอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากตา่ งประเทศ
(3) วุฒิปรญิ ญาตรีอื่น และมีคณุ วุฒิประกาศนียบัตรวชิ าชีพครูท่ีใช้เวลาศึกษาไม่นอ้ ยกว่าหนึ่งปี
(3) วฒุ ปิ รญิ ญาตรอี ื่น และผ่านการรบั รองความรู้ตามมาตรฐานความรู้วิชาชีพของคุรสุ ภา

3. นยิ ำมศพั ท์เฉพำะ
3.1 คณะอนุกรรมการ หมายความว่า คณะอนุกรรมการอานวยการทดสอบและประเมินสมรรถนะ

ทางวิชาชีพครูเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตามท่ีกาหนดในประกาศคณะกรรมการคุรุสภา
เรอื่ ง หลกั เกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู พ.ศ. ๒๕๖๓

การประชมุ ช้แี จง เรอ่ื ง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเครื่องมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ห น้ า |5

3.2 การประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู
หมายถึง องค์ประกอบของหลักเกณฑ์ วิธีการ เครื่องมือ และเกณฑ์การตัดสินการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู
ดา้ นการปฏบิ ัติงานและการปฏบิ ัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู

3.3 กรอบสมรรถนะในการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู หมายถึง รายละเอียดของสมรรถนะหลัก
สมรรถนะย่อย และพฤตกิ รรมบ่งช้ีในการประเมินการปฏบิ ัติงานและการปฏบิ ัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู

3.4 สมรรถนะ หมายถึง คณุ ลกั ษณะเชิงพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ (Knowledge) ทกั ษะ (Skills)
ความสามารถ (Ability) และ คุณลักษณะอื่น ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับการทางานท่ีทาให้บุคลากรในองค์กรปฏิบัติงาน
ได้ผลงานท่ีโดดเด่นกว่าคนอ่ืน ๆ ซึ่งเกิดจากแรงผลักดันเบ้ืองลึก (Motives) อุปนิสัย (Traits) ภาพลักษณ์
ภายใน (Self-image) และบทบาทที่แสดงออกต่อสังคม (Social role) ท่ีแตกต่างกันทาให้แสดงพฤติกรรม
การทางานท่ตี ่างกัน

3.5 สมรรถนะทางวิชาชีพครู หมายถึง สมรรถนะด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐาน
วิชาชีพท่ีปรากฏในข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2562 และข้อบังคับคุรุสภา
วา่ ด้วยจรรยาบรรณของวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖

3.6 สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ หมายถึง ความสามารถในการวิเคราะห์หลักสูตร วางแผนและ
จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินเพื่อพัฒนา
ผูเ้ รียน การวิจัยและการทางานร่วมกับผู้อ่ืน รวมท้งั การดแู ล ชว่ ยเหลือ และพฒั นาผเู้ รียน

3.7 สมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน หมายถึง ความสามารถในการวิเคราะห์
วางแผน สร้างเครือข่าย ร่วมมือกับผู้ปกครอง และชุมชน ในการพัฒนาการเรียนรู้และคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
ของผู้เรียน และการสง่ เสริม อนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

3.8 สมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าที่ครู และจรรยาบรรณของวิชาชีพ หมายถึง ความสามารถ
ในการปฏิบัติหน้าที่ครู มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียน ประพฤติตนเป็นแบบอย่างท่ีดี มีจรรยาบรรณต่อตนเอง วิชาชีพ
ผู้รับบริการ ผู้รว่ มประกอบวิชาชีพ และสังคม

3.9 ผู้เข้ารับการประเมิน หมายความว่า ผู้เข้ารับการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู
ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ซึ่งประกอบด้วย ชาวไทย หรือชาวต่างประเทศ
ทมี่ ีคุณสมบัติเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการครุ ุสภา เร่ือง หลกั เกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะ
ทางวชิ าชีพครู พ.ศ. ๒๕๖๓ และท่แี ก้ไขเพิ่มเติม

3.10 ผู้ประเมิน หมายความว่า ผู้ที่ทาหน้าที่ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู
ด้านการปฏิบัตงิ านและการปฏบิ ัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ใหก้ ับผเู้ ขา้ รบั การประเมิน
4. องคป์ ระกอบของกรอบสมรรถนะกำรประเมนิ

องค์ประกอบของกรอบสมรรถนะการประเมิน ประกอบด้วย การประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู
ตามมาตรฐานด้านการปฏิบัตงิ านและการปฏบิ ัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู 3 ด้าน ดงั นี้

1. การจัดการเรียนรู้
2. ความสัมพันธก์ ับผู้ปกครองและชุมชน
3. การปฏิบัตหิ นา้ ทคี่ รู และจรรยาบรรณของวิชาชีพ

การประชุมชแ้ี จง เรื่อง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเครื่องมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ห น้ า |6

5. มำตรฐำนกำรประเมิน
การประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู

ดา เนิ นกา ร ด้ ว ยร ะบ บ กา ร ปร ะเ มิ นท่ี มี มา ตร ฐา น ตา มค ณ ะก รร ม กา ร มา ตร ฐา น กา ร ปร ะเ มิ นทา ง กา ร ศึ ก ษ า
(The Joint Committee on Standards for Educational Evaluation) 4 ดา้ น ดงั น้ี

5.1 มาตรฐานการใชป้ ระโยชน์ (Utility Standards) ไดแ้ ก่
5.1.1 ผ้ใู ชส้ ารสนเทศการประเมิน
5.1.2 ความน่าเช่ือถือของผปู้ ระเมิน
5.1.3 ขอบเขตและการเลอื กใช้สารสนเทศ
5.1.4 การแปลความหมายและการตัดสินผลการประเมิน
5.1.5 ความชัดเจนของรายงานการประเมิน
5.1.6 การเผยแพร่รายงานผลการประเมินตอ่ ผู้เกี่ยวขอ้ ง
5.1.7 ความทนั เวลากับการนาผลการประเมินไปใช้ประโยชน์
5.1.8 ผลกระทบของการประเมิน

5.2 มาตรฐานความเป็นไปได้ (Feasibility Standards) ไดแ้ ก่
5.2.1 วธิ ีและกระบวนการประเมินที่สามารถนาไปปฏิบัตไิ ด้จริง
5.2.2 การประเมินเป็นที่ยอมรบั จากผูเ้ กี่ยวข้อง
5.2.3 ประสิทธผิ ลของการประเมิน

5.3 มาตรฐานความเหมาะสม (Propriety Standards) ได้แก่
5.3.1 การกาหนดข้อตกลงการประเมิน
5.3.2 การประเมินดว้ ยความโปร่งใสและเป็นธรรม
5.3.3 การรายงานและข้อจากัดของการประเมิน
5.3.4 สทิ ธิในการรับร้ขู ่าวสารของสาธารณะ
5.3.5 สิทธสิ ว่ นตัวของผู้ไดร้ ับการประเมิน
5.3.6 ปฏิสัมพันธ์ของผเู้ กี่ยวขอ้ งกับการประเมิน
5.3.7 รายงานผลการประเมินครอบคลมุ รอบด้าน
5.3.8 ความรบั ผดิ ชอบและจรรยาบรรณของผปู้ ระเมิน

5.4 มาตรฐานความถกู ต้อง (Accuracy Standards) ได้แก่
5.4.1 วัตถปุ ระสงค์ของการประเมิน
5.4.2 บรบิ ทของการประเมิน
5.4.3 จุดประสงค์และกระบวนการประเมิน
5.4.4 แหลง่ ข้อมลู และการได้มาของสารสนเทศการประเมิน
5.4.5 การพัฒนาเครอื่ งมือและการเก็บรวบรวมข้อมูลการประเมินทมี่ ีความตรง
5.4.6 การพฒั นาเครอ่ื งมือและการเก็บรวบรวมข้อมูลการประเมินทีม่ ีความเที่ยง
5.4.7 ระบบทีใ่ ช้ในการควบคุมการเก็บข้อมูล วิเคราะหแ์ ละรายงานผล
5.4.8 การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชงิ ปริมาณ

การประชุมช้แี จง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเคร่ืองมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ห น้ า |7

5.4.9 การวเิ คราะหข์ ้อมูลเชิงคุณภาพ
5.4.10 การสรุปผลการประเมินถกู ต้องและเหมาะสม
5.4.11 รายงานผลการประเมินเป็นปรนัย

6. สมรรถนะหลัก สมรรถนะย่อย และพฤติกรรมบ่งช้ี

สมรรถนะหลัก สมรรถนะย่อย และพฤติกรรมบ่งช้ีทใี่ ชใ้ นการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ดา้ น
การปฏิบัตงิ านและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู มรี ายละเอียดดงั ตาราง

ตำรำง รายละเอียดกรอบสมรรถนะหลัก สมรรถนะย่อย และพฤติกรรมบ่งช้ีสาหรับการประเมิน

สมรรถนะหลัก สมรรถนะย่อย พฤตกิ รรมบง่ ชี้
1. ดา้ นการจดั การเรยี นรู้
1.1 พัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา การจัดการเรยี นรู้ ๑.๑.๑ สามารถวิเคราะหค์ วามสอดคลอ้ งของ

ส่อื การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้กับมาตรฐานการเรยี นรู้

ของหลกั สตู รแกนกลางและหลักสูตร

สถานศกึ ษา

๑.๑.๒ สามารถวเิ คราะหค์ วามสอดคลอ้ งของ

สาระการเรยี นรู้เพ่อื พัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ี

ปญั ญารูค้ ดิ และมคี วามเปน็ นวตั กร

1.2 บรู ณาการความรแู้ ละศาสตร์การสอน ๑.๒.๑ สามารถเขยี นแผนการจดั การเรยี นรู้

ในการวางแผนและจัดการเรยี นรูท้ ่ี เพอื่ พฒั นาผเู้ รียนให้มีปัญญาร้คู ดิ

สามารถพฒั นาผู้เรยี นใหม้ ีปญั ญารคู้ ิด และ และมคี วามเปน็ นวัตกร

มีความเป็นนวตั กร ๑.๒.๒ สามารถจดั การเรียนรู้ให้เปน็ ไปตาม

แผนการจดั การเรยี นรู้เพอื่ พัฒนาผู้เรียน

ให้มปี ัญญารคู้ ิดและมีความเปน็ นวัตกร

1.3 จัดกจิ กรรมและสรา้ งบรรยากาศการเรยี นรู้ ๑.๓.๑ สามารถจัดกจิ กรรมและสรา้ งบรรยากาศ

ให้ผเู้ รียนมคี วามสขุ ในการเรียน โดยตระหนัก การเรยี นรู้ใหผ้ เู้ รียนมคี วามสขุ ในการเรยี น

ถงึ สขุ ภาวะของผ้เู รียน ๑.๓.๒ สามารถจัดกจิ กรรมและสร้างบรรยากาศ

การเรียนรูใ้ ห้ผูเ้ รียนโดยตระหนกั ถงึ

สขุ ภาวะของผเู้ รียน

1.4 ดูแล ชว่ ยเหลอื และพัฒนาผเู้ รียนเป็น ๑.๔.๑ สามารถดูแล ชว่ ยเหลือ และพฒั นาผ้เู รียน

รายบุคคล ตามศกั ยภาพ สามารถรายงานผล เปน็ รายบคุ คลตามศักยภาพ

การพฒั นาคณุ ภาพ ผูเ้ รยี นได้อยา่ งเป็นระบบ ๑.๔.๒ สามารถรายงานผลการพฒั นาคุณภาพ

ผเู้ รียนได้อยา่ งเป็นระบบ

1.5 วิจัย สรา้ งนวตั กรรม และประยุกตใ์ ช้ ๑.๕.๑ สามารถทาวจิ ยั ท่สี อดคลอ้ งกับปญั หา

เทคโนโลยดี จิ ทิ ัล ใหเ้ กดิ ประโยชน์ ของผู้เรยี น

ต่อการเรียนรูข้ องผู้เรยี น ๑.๕.๒ สามารถประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีดิจทิ ลั

ในการจดั การเรียนรู้ เชน่ CAI, google

classroom, Kahoot เป็นต้น

1.6 ปฏบิ ตั งิ านร่วมกับผู้อนื่ อยา่ งสรา้ งสรรค์ ๑.๖.๑ สามารถปฏิบตั งิ านรว่ มกบั ผู้อ่นื

และมีส่วนรว่ มในกิจกรรมวิชาชีพ อยา่ งสรา้ งสรรค์

๑.๖.๒ มีส่วนรว่ มในกิจกรรมการพฒั นาวิชาชพี

การประชมุ ชแี้ จง เรอ่ื ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเคร่ืองมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |8

สมรรถนะหลัก สมรรถนะย่อย พฤตกิ รรมบ่งช้ี
2.1 ร่วมมือกบั ผู้ปกครองในการพฒั นาและ
2. ด้านความสัมพนั ธ์กบั ๒.๑.1 รว่ มมอื กบั ผ้ปู กครองในการพฒั นา
ผู้ปกครองและชุมชน แก้ปญั หาผูเ้ รยี นให้มีคุณลกั ษณะ ผเู้ รียนให้มคี ณุ ลักษณะ
ท่พี งึ ประสงค์ ทพ่ี ึงประสงคข์ องสถานศึกษา

2.2 สรา้ งเครอื ข่ายความร่วมมอื กบั ผู้ปกครอง ๒.๑.2 รว่ มมอื กบั ผปู้ กครองในการแกป้ ญั หา
และชุมชน เพื่อสนบั สนนุ การเรียนรู้ ผู้เรยี นให้มีคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงคข์ อง
ท่มี คี ณุ ภาพของผเู้ รยี น สถานศึกษา

2.3 ศึกษา เขา้ ถงึ บริบทของชมุ ชน และ ๒.๒.๑ สามารถสรา้ งเครอื ขา่ ยความรว่ มมือ
สามารถอยู่รว่ มกนั บนพน้ื ฐานความ กับผูป้ กครองเพอื่ สนับสนนุ การเรยี นรู้
แตกตา่ งทางวฒั นธรรม ทม่ี คี ุณภาพของผเู้ รียน

2.4 สง่ เสริม อนุรักษว์ ฒั นธรรม และภมู ิปญั ญา ๒.๒.2 สามารถสรา้ งเครอื ข่าย
ทอ้ งถิ่น ความรว่ มมอื กบั ชุมชน เช่น ปราชญ์
ชาวบ้าน หนว่ ยงานปกครองของท้องถิน่
เพ่อื สนับสนุนการเรียนรู้ที่มคี ณุ ภาพ
ของผเู้ รยี น

๒.๓.๑ สามารถรายงานการศกึ ษา
สภาพแวดลอ้ มของชุมชน
โดยเลือกประเด็นศึกษา ไดแ้ ก่
๑) วทิ ยากรในชมุ ชน
๒) ปราชญ์ชาวบา้ นในชมุ ชน
๓) แหล่งเรยี นรูใ้ นชุมชน
๔) วฒั นธรรมของชุมชุน
5) เศรษฐกจิ ของชุมชน

๒.๓.๒ สามารถปฏบิ ตั ติ นในการอยู่ร่วมกบั ชมุ ชน
ได้อย่างเหมาะสม

๒.๔.๑ สามารถรายงานการศึกษาวฒั นธรรม
ของชุมชนและภูมิปญั ญาในท้องถ่นิ
โดยเลอื กศกึ ษาตามประเด็น ได้แก่
๑) วิทยากรด้านวฒั นธรรมของชมุ ชน
และภมู ิปัญญาในท้องถน่ิ
๒) ปราชญ์ชาวบ้านด้านวฒั นธรรมของ
ชมุ ชนและภมู ิปญั ญาในทอ้ งถ่นิ
๓) แหลง่ เรยี นร้ใู นชมุ ชนด้านวฒั นธรรม
ของชมุ ชนและภูมปิ ญั ญาในท้องถ่นิ
4) การอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ิ
ปัญญาในทอ้ งถ่นิ

๒.๔.๒ สามารถนาวฒั นธรรมของชุมชนและ
ภมู ปิ ญั ญาในท้องถ่ิน มาบรู ณาการ
ในการจดั การเรยี นรใู้ นช้นั เรียน
ตามประเด็น ได้แก่

การประชุมช้ีแจง เรื่อง หลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเคร่ืองมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ห น้ า |9

สมรรถนะหลกั สมรรถนะยอ่ ย พฤติกรรมบง่ ช้ี

3.ดา้ นการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่คี รู 3.1 มงุ่ มัน่ พฒั นาผู้เรยี นดว้ ยจติ วญิ ญาณ ๑) องคค์ วามรู้ของวิทยากรดา้ นวฒั นธรรม
และจรรยาบรรณของ ความเป็นครู ของชุมชนและภมู ปิ ญั ญาในทอ้ งถ่นิ
วิชาชีพ
3.2 สง่ เสริมการเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรับ ๒) องค์ความร้ขู องปราชญช์ าวบา้ นดา้ น
ความแตกตา่ งของผเู้ รยี นแตล่ ะบุคคล วัฒนธรรมของชมุ ชนและภูมปิ ญั ญา
ในทอ้ งถน่ิ
3.3 สร้างแรงบนั ดาลใจผเู้ รยี นให้เปน็ ผู้ใฝเ่ รยี นรู้
และผ้สู ร้างนวตั กรรม ๓) องคค์ วามรูจ้ ากแหลง่ เรยี นรูใ้ น
ชมุ ชนดา้ นวฒั นธรรมของชมุ ชน
3.4 พฒั นาตนเองใหม้ ีความรอบรู้ ทนั สมัยและทัน และภูมิปญั ญาในท้องถ่ิน
ต่อการเปลย่ี นแปลง
3.1.1 มุ่งมั่นพฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ กดิ การเรยี นรู้
3.5 ประพฤตติ นเปน็ แบบอย่างทดี่ ี มคี ุณธรรม ทักษะปฏบิ ตั ิ และคุณลกั ษณะทดี่ งี าม
จรยิ ธรรม และมคี วามเป็นพลเมืองทเี่ ข้มแขง็ อย่างเตม็ ความสามารถดว้ ยวิธกี าร
ท่เี หมาะสมกบั ระดับความสามารถและชว่ งวยั

3.1.2 รักเมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือและ
พัฒนาผ้เู รยี นอยา่ งเหมาะสมดว้ ยความ
บริสุทธใิ์ จ

3.2.1 สง่ เสริมการเรยี นรู้อย่างตอ่ เน่ืองด้วย
ความเอาใจใส่

3.2.2 ยอมรับความแตกตา่ งของผูเ้ รียน
ทางดา้ นเพศ เชื้อชาติ ศาสนา
วฒั นธรรม และระดับการเรียนรู้

3.3.1 กระต้นุ และเสรมิ สรา้ งแรงจงู ใจในการ
เรียนรู้แก่ผเู้ รียนโดยใช้การเสรมิ แรง
ทางบวก

3.3.2 ส่งเสริมใหผ้ ้เู รยี นแสดงความสามารถและ
ความคดิ ริเริม่ สรา้ งสรรค์อยา่ งเตม็ ศักยภาพ

3.4.1 ติดตามขอ้ มลู ข่าวสารการศกึ ษา สงั คม
การเมอื ง การปกครอง และเศรษฐกิจ
โดยสามารถนามาปรับใช/้ เชือ่ มโยง
กบั เนือ้ หาในการจัดการเรยี นรู้
ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ

3.4.2 นาแนวคดิ เทคนคิ วธิ ีการ หรอื ความรู้
ใหมๆ่ ทีน่ ่าสนใจ มาประยุกตใ์ ช้เป็น
สว่ นหนึ่งในการออกแบบการจดั กิจกรรม
การเรยี นร้ไู ด้อยา่ งเหมาะสม

3.5.1 ประพฤตติ นเปน็ แบบอย่างท่ดี ที ง้ั ทางกาย
วาจา และจติ ใจ มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม

3.5.2 ปฏิบตั ติ นโดยยึดหลักความเป็นธรรม
เท่าเทยี ม และมีส่วนช่วยใหค้ นในองคก์ ร
อยู่ร่วมกนั อยา่ งสนั ติ

การประชมุ ชแี้ จง เรือ่ ง หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเคร่ืองมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ห น้ า |10

สมรรถนะหลัก สมรรถนะยอ่ ย พฤตกิ รรมบ่งชี้

3.6 จรรยาบรรณต่อตนเอง 3.6.1 ปฏบิ ตั ติ นตามขอ้ ตกลง กฎกตกิ าของ
โรงเรียนดว้ ยความสมคั รใจ ทงั้ ในดา้ น
3.7 จรรยาบรรณตอ่ วิชาชพี การปฏิบตั ิการสอนและการปฏบิ ัติ
3.8 จรรยาบรรณต่อผู้รับบรกิ าร หนา้ ทอ่ี น่ื ในโรงเรียน
3.9 จรรยาบรรณต่อผ้รู ่วมประกอบวชิ าชีพ
3.10 จรรยาบรรณตอ่ สังคม 3.6.2 ตดิ ตามข้อมูลและปรับเปล่ียนตนเองให้
สอดคล้องการเปลยี่ นแปลงทางวชิ าชีพ
วิทยาการ เศรษฐกจิ สงั คม และ
การเมอื ง

3.7.1 ศรทั ธา ซ่ือสตั ย์ สุจรติ และรบั ผิดชอบ
ตอ่ วิชาชีพครู

3.7.2 เปน็ สมาชิกทด่ี ขี ององคก์ รวิชาชีพ

3.8.1 ให้บริการดว้ ยความจรงิ ใจและเสมอภาค
3.8.2 ไมเ่ รียกรับหรอื ยอมรับผลประโยชน์

จากการใช้ตาแหนง่ หน้าท่โี ดยมชิ อบ

3.9.1 อุทิศตนเพ่อื ชว่ ยเหลือเพ่ือนผูร้ ว่ ม
ประกอบวชิ าชีพภายใตห้ ลกั การ
ท่ีถกู ต้อง

3.9.2 สร้างความสามคั คใี นหมคู่ ณะ

3.10.1 ริเรม่ิ วางแผน หรอื เปน็ ผูน้ าในการ
ทากิจกรรมเกี่ยวกบั การอนุรักษ์และ
พฒั นา เศรษฐกจิ สังคม ศาสนา
ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปญั ญา หรอื
สิ่งแวดล้อมโดยคานึงถงึ ผลประโยชน์
ของส่วนรวมเปน็ สาคญั

3.10.2 ปฏิบตั ิตนตามกฎระเบยี บของสงั คม
ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ
อยา่ งเครง่ ครดั

รายละเอียดของระดับคุณภาพในแต่ละพฤติกรรมบ่งช้ี 5 ระดับ ให้เป็นไปตามเกณฑ์การประเมิน

สมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู รายละเอียด
ตามภำคผนวก ก

การประชุมชี้แจง เรือ่ ง หลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเครื่องมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |11

สว่ นที่ 2
หลักเกณฑ์กำรทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทำงวิชำชพี ครู

1. องค์ประกอบผู้ประเมิน
1.1 ผ้ทู อ่ี ยูร่ ะหวำ่ งศกึ ษำในหลักสตู รปริญญำทำงกำรศกึ ษำ หรือเทยี บเท่ำท่ีครุ สุ ภำรับรอง
ให้มีผู้ประเมิน ประกอบด้วย อาจารย์นิเทศก์ ครูพ่ีเล้ียง และผู้บริหารสถานศึกษา

หรอื อาจเปน็ ผู้ท่ีผูบ้ รหิ ารสถานศึกษามอบหมาย โดยไม่ใช่บคุ คลเดียวกับครูพ่ีเล้ียง
1.2. ผทู้ ี่สำเร็จกำรศึกษำ
ให้มีผู้ประเมิ นซ่ึง เป็ นบุคล าก รข อง สถา นศึ กษ าท่ี ผู้เข้ ารั บก าร ปร ะเมิ นปฏิ บั ติ กา ร ส อ น

ในสถานศึกษาน้ัน และบุคลากรอ่ืนที่สถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่ามีส่วนเก่ียวข้อง รับรู้ รับทราบ
ในการปฏิบัติการสอนของผู้เข้ารบั การประเมิน และสามารถเป็นผู้ประเมินได้

2. เกณฑก์ ำรให้คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนนการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการ

ปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู กาหนดให้พฤติกรรมบ่งชี้แต่ละข้อ ให้คะแนนเป็นมาตรวัดประมาณค่า
5 ระดบั (Rating Scale) โดยให้แตล่ ะระดับมคี า่ คะแนน ดงั น้ี

ระดับ 1 มคี า่ เทา่ กับ 1 คะแนน
ระดับ 2 มีค่าเท่ากบั 2 คะแนน
ระดับ 3 มีค่าเท่ากบั 3 คะแนน
ระดับ 4 มีค่าเท่ากบั 4 คะแนน
ระดับ 5 มคี า่ เทา่ กบั 5 คะแนน
ทั้งน้ี เกณฑ์การให้คะแนนการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงาน
และการปฏบิ ัติตน ตามมาตรฐานวชิ าชีพครู ในแตล่ ะพฤติกรรมบ่งช้ีให้เป็นไปรายละเอียดตามภำคผนวก ก

3. ค่ำน้ำหนักกำรใหค้ ะแนนของผู้ประเมนิ
3.1 กรณีเป็นอยู่ระหว่ำงศึกษำในหลักสูตรปริญญำทำงกำรศึกษำ หรือเทียบเท่ำที่คุรุสภำรับรอง

ทีมีคุณสมบัติตามประกาศคณะอนุกรรมการอานวยการทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเครื่องมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงาน
และการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู พ.ศ. 2564

3.1.1 คา่ นา้ หนักการใหค้ ะแนนของผู้ประเมินสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ ใหม้ ีสดั ส่วน ดังน้ี
อาจารย์นเิ ทศก์ : ครูพ่ีเลี้ยง : ผ้บู ริหาร = 50 : 40 : 10

3.1.2 ค่าน้าหนักการให้คะแนนของผู้ประเมินสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและ
ชมุ ชน ให้มีสัดส่วน ดังน้ี

อาจารย์นิเทศก์ : ครพู ่ีเล้ยี ง : ผู้บรหิ าร = 30 : 40 : 30
โดยค่าน้าหนักการให้คะแนนของผู้บริหาร กาหนดให้มีผู้แทนคณะกรรมการสถานศึกษา
เป็นผู้ประเมินร่วมด้วย และให้มีค่าน้าหนักเป็นร้อยละ 15 ของค่าน้าหนักการให้คะแนนของผู้บริหาร

การประชมุ ชแี้ จง เร่ือง หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเครื่องมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |๑๒

ทั้งน้ี ใหผ้ ปู้ ระเมินท่ีเป็นผ้แู ทนคณะกรรมการสถานศึกษาประเมินผู้เขา้ รับการประเมินของแต่ละสถาบนั อุดมศึกษา
ในภาพรวม และใหน้ าผลคะแนนไปเป็นคะแนนการประเมินของผ้เู ข้ารบั การประเมินเป็นรายบคุ คล

3.1.3 ค่าน้าหนักการให้คะแนนของผู้ประเมินสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าที่ครู
และจรรยาบรรณของวิชาชีพ ใหม้ ีสดั สว่ น ดงั นี้

อาจารย์นเิ ทศก์ : ครูพ่เี ลย้ี ง : ผ้บู ริหาร = 30 : 40 : 30

3.2 กรณีเป็นผู้มีคุณวุฒิที่สำเร็จกำรศึกษำในประเทศไทย หรือมีคุณวุฒิสำเร็จกำรศึกษำ
จำกต่ำงประเทศ ทีมีคุณสมบัติตามประกาศคณะอนุกรรมการอานวยการทดสอบ เพ่ือขอรับใบอนุญาต
ประกอบวิชาชีพครู เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเคร่ืองมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู
ดา้ นการปฏิบัตงิ านและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู พ.ศ. 2564

3.2.1 คา่ น้าหนักการให้คะแนนของผูป้ ระเมินสมรรถนะดา้ นการจัดการเรียนรู้ ใหม้ ีสดั ส่วน ดงั น้ี
บุคลากรของสถานศึกษา : บุคลากรอื่น = 50 : ๕๐

3.2.2 ค่าน้าหนักการให้คะแนนของผู้ประเมินสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและ
ชมุ ชน ให้มสี ัดสว่ น ดังน้ี

บุคลากรของสถานศึกษา: ผแู้ ทนคณะกรรมการสถานศึกษา : บคุ ลากรอื่น
= ๕๕ : ๑๕ : ๓๐
3.2.3 ค่าน้าหนักการให้คะแนนของผู้ประเมินสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าท่ีครู และ
จรรยาบรรณของวชิ าชีพ ใหม้ ีสดั ส่วน ดงั น้ี
บุคลากรของสถานศึกษา : บุคลากรอ่นื = ๗0 : 30

4. เกณฑ์กำรตัดสินผล
เกณฑ์การตัดสินผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการ

ปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ผู้เข้ารับการประเมินต้องมีคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบและประเมิน
สมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู แต่ละองค์ประกอบ
ไม่น้อยกว่า 3.00 และต้องได้คะแนนเฉลี่ยรวมทั้ง 3 องค์ประกอบ ไม่น้อยกว่า 3.00 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏบิ ัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวชิ าชีพครู
โดยมีการแปลผลการประเมิน ดงั น้ี

คะแนนเฉลีย่ 4.50 – 5.00 หมายถึง ระดับคุณภาพ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน ระดบั ดีมาก
คะแนนเฉลี่ย 3.50 – 4.49 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพ ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ระดับดี
คะแนนเฉลย่ี 3.00 – 3.49 หมายถงึ ระดับคุณภาพ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
คะแนนเฉล่ยี น้อยกว่า 3.00 หมายถึง ระดบั คุณภาพ ไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมิน ควรปรับปรงุ

โดยผู้เข้ารับการประเมินที่ผ่านการประเมิน สามารถใช้ผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะ
ทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ประกอบการขอรับใบอนุญาต
ประกอบวชิ าชีพครู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดในข้อบงั คับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๕๙ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ ต่อไปไดโ้ ดยไม่มีกรอบระยะเวลาการใชผ้ ลการประเมิน

การประชมุ ช้แี จง เรอื่ ง หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเครื่องมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ห น้ า |๑๓

สว่ นที่ 3
วิธีกำรและเครอ่ื งมอื กำรทดสอบและประเมินสมรรถนะทำงวิชำชีพครู

1.ชว่ งระยะเวลำในกำรประเมนิ
ให้ผู้ประเมินดาเนินการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและ

การปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู จานวน 3 ครั้ง ใน ๑ ภาคเรียน (โดยเป็นภาคเรียนท่ีผู้เข้ารับการประเมิน
ไปปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาครั้งสุดท้ายตามหลักสูตร หรือภาคเรียนท่ี ๒ ที่ผู้เข้ารับการประเมิน
โดยมีชว่ งสัปดาหใ์ นการทดสอบและประเมินฯ แต่ละครง้ั ดงั นี้

คร้งั ท่ี 1 ให้ประเมนิ ในช่วงเวลาสัปดาห์ที่ 3 - 5 ของภาคเรยี น
ครั้งท่ี 2 ใหป้ ระเมนิ ในชว่ งเวลาสัปดาห์ท่ี 7 - 9 ของภาคเรยี น
คร้งั ที่ 3 ให้ประเมนิ ในช่วงเวลาสัปดาห์ที่ 11 - 14 ของภาคเรยี น

2. ค่ำนำ้ หนกั คะแนน
ค่าน้าหนักคะแนนการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการ

ปฏบิ ตั ติ น ตามมาตรฐานวิชาชีพครู แตล่ ะครงั้ ใหม้ คี ่าน้าหนักคะแนน ดังน้ี
1. ครั้งท่ี 1 ให้มีนา้ หนักคะแนนเป็นร้อยละ 20
2. คร้ังที่ 2 ให้มีนา้ หนักคะแนนเป็นร้อยละ 30
3. ครัง้ ท่ี 3 ให้มีน้าหนกั คะแนนเป็นร้อยละ 50

3. เครอ่ื งมอื ที่ใชป้ ระเมิน
เครื่องมือท่ีใช้ในการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและ

การปฏิบตั ติ น ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ประกอบดว้ ย
3.1 แบบประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชีพครู ดา้ นการจัดการเรียนรู้
3.2 แบบประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความสัมพันธ์กบั ผู้ปกครองและชุมชน
(๑) แบบประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ดา้ นความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน (สาหรับผู้

ประเมนิ ทไี่ มใ่ ช่ผู้แทนคณะกรรมการสถานศึกษา)
(๒) แบบประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน (สาหรับผู้

ประเมนิ ที่เป็นผแู้ ทนคณะกรรมการสถานศึกษา)
3.3 แบบประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านปฏิบัติหน้าที่ครูและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
โดยมีรายละเอียดแบบฟอร์มเคร่ืองตามภำคผนวก ข

การประชุมชแี้ จง เรอื่ ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเคร่ืองมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ห น้ า |๑๔

4. วธิ ีกำรคิดคะแนนคะแนนกำรประเมิน
วธิ ีการคิดคะแนนการทดสอบและประเมินสมรรถนทางวิชาชพี ครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติ

ตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู มีดังตอ่ ไปนี้
4.1 กรณีเปน็ ผู้อยรู่ ะหว่ำงศกึ ษำในหลักสตู รปริญญำทำงกำรศึกษำ หรือเทยี บเท่ำท่ีคุรุสภำรบั รอง

ตำมหลักเกณฑแ์ ละคณุ สมบตั ิท่คี ณะอนกุ รรมกำรกำหนด
(1) คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้
ให้ XS = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะดา้ นการจัดการเรียนรู้ที่ประเมิน
โดยอาจารย์นิเทศก์
XT = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะดา้ นการจัดการเรียนรู้ท่ีประเมินโดยครูพ่ีเลี้ยง
XA = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านการจัดการเรียนร้ทู ่ีประเมินโดยผบู้ ริหาร

X1= [(.50)Xs+(.40)XT+ (.10)XA] ×(0.2)
12

X2= [(.50)Xs+(.40)XT+ (.10)XA] ×(0.๓)
12

X3= [(.50)Xs+(.40)XT+ (.10)XA] ×(0.๕)
12

Xtotal = X1+ X2 + X3

โดยให้ X1 เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ครง้ั ที่ 1
X2 เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะดา้ นการจัดการเรยี นรู้ครง้ั ท่ี 2

X3 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะดา้ นการจัดการเรยี นรู้ครั้งที่ 3
Xtotal เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้รวม 3 คร้งั

(2) คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านความสมั พันธก์ ับผู้ปกครองและชุมชน
ให้ YS = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กบั ผู้ปกครองและชุมชนท่ีประเมิน
โดยอาจารย์นเิ ทศก์

YT = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน
ท่ีประเมนิ โดยครูพเ่ี ล้ียง

YA = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน

ทปี่ ระเมินโดยผ้บู ริหาร
YC = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน

ทป่ี ระเมินโดยผแู้ ทนคณะกรรมการสถานศกึ ษา

การประชมุ ชีแ้ จง เรอื่ ง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเครื่องมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ห น้ า |๑๕

Y1= [(.30)Ys+(.40)YT+ (.255)YA+ (.045)YC] ×(0.2)
8

Y2= [(.30)Ys+(.40)YT+ (.255)YA+ (.045)YC] ×(0.๓)
8

Y3= [(.30)Ys+(.40)YT+ (.255)YA+ (.045)YC] ×(0.๕)
8

Ytotal = Y1+ Y2 + Y3

โดยให้ Y1 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านความสัมพันธก์ ับผู้ปกครองและชุมชน คร้ังที่ 1
Y2 เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะดา้ นความสัมพันธก์ ับผู้ปกครองและชุมชน ครั้งที่ 2
Y3 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านความสัมพันธก์ ับผู้ปกครองและชุมชน คร้ังที่ 3

Ytotal เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะด้านความสัมพันธก์ ับผู้ปกครองและชุมชนรวม 3 ครง้ั

(3) คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าที่ครู และจรรยาบรรณของวิชาชีพ

ให้ ZS = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าท่ีครู และจรรยาบรรณ
ของวชิ าชพี ทปี่ ระเมินโดยอาจารย์นเิ ทศก์

ZT = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าที่ครู และจรรยาบรรณ

ของวชิ าชีพทีป่ ระเมินโดยครพู ่ีเลี้ยง
ZA = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าที่ครู และจรรยาบรรณ

ของวชิ าชีพทป่ี ระเมินโดยผู้บริหาร

Z1= [(.30)Zs+(.40)ZT+ (.30)ZA] ×(0.2)
20

Z2= [(.30)Zs+(.40)ZT+ (.30)ZA] ×(0.๓)
20

Z3= [(.30)Zs+(.40)ZT+ (.30)ZA] ×(0.๕)
20

Ztotal = Z1+ Z2 + Z3

โดยให้ Z1 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านการปฏบิ ัติหนา้ ทีค่ รู และจรรยาบรรณของวิชาชีพ ครง้ั ที่ 1

Z2 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านการปฏิบัติหนา้ ท่คี รู และจรรยาบรรณของวชิ าชีพ ครง้ั ที่ 2
Z3 เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะดา้ นการปฏบิ ัติหนา้ ท่ีครู และจรรยาบรรณของวิชาชีพ ครง้ั ท่ี 3
Ztotal เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะด้านการปฏบิ ัติหนา้ ทค่ี รู และจรรยาบรรณของวิชาชีพรวม 3 คร้งั

การประชมุ ชี้แจง เร่อื ง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเครื่องมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ห น้ า |๑๖

(4) คะแนนเฉล่ียรวมผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู (T)
โดยกาหนดใหค้ ะแนนเฉลี่ยรวมของผลการประเมินครั้งที่ 1 – 3 เป็นดังนี้
(4.1) คะแนนเฉล่ียรวมผลการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ครั้งที่ 1 (T1)

T1 = X1+Y1+Z1
3

(4.2) คะแนนเฉล่ียรวมผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครัง้ ที่ 2 (T2)

T2 = X2+Y2+Z2
3

(4.3) คะแนนเฉลี่ยรวมผลการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู คร้งั ที่ 3 (T3)

T3 = X3+Y3+Z3
3

(4.4) คะแนนเฉลี่ยรวมผลการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู 3 คร้งั (Ttotal)

Ttotal = T1 + T2 + T3

4.2 กรณเี ป็นผมู้ คี ณุ วฒุ ิท่ีสำเร็จกำรศกึ ษำในประเทศไทย หรอื มีคุณวฒุ สิ ำเร็จกำรศึกษำจำกต่ำงประเทศ
(1) คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้
ให้ Xps = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะดา้ นการจัดการเรียนรู้ทีป่ ระเมินโดยบุคลากร
ของสถานศึกษา
Xpo = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ที่ประเมิ น
โดยบคุ ลากรอ่ืน

การประชมุ ชีแ้ จง เร่อื ง หลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเคร่ืองมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ห น้ า |๑๗

X1= [(.50)Xps+(.50)Xpo] ×(0.2)
12

X2= [(.50)Xps+(.50)Xpo] ×(0.๓)
12

X3= [(.50)Xps+(.50)Xpo] ×(0.๕)
12

Xtotal = X1+ X2 + X3

โดยให้ X1 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านการจัดการเรยี นรู้ครั้งท่ี 1

X2 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะดา้ นการจัดการเรียนรู้คร้งั ท่ี 2
X3 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านการจัดการเรยี นรู้คร้ังที่ 3
Xtotal เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะดา้ นการจัดการเรียนรู้รวม 3 ครั้ง

(2) คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน

ให้ Yps = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะดา้ นความสมั พันธ์กบั ผู้ปกครองและชมุ ชนที่ประเมิน
โดยบุคลากรของสถานศึกษา

Ypo = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน

ที่ประเมินโดยบุคลากรอืน่
Ypc = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน

ที่ประเมินโดยกรรมการสถานศึกษา

Y1= [(.55)Yps+(.30)Ypo+ (.15)Ypc] ×(0.2)
8

Y2= [(.55)Yps+(.30)Ypo+ (.15)Ypc] ×(0.๓)
8

Y3= [(.55)Yps+(.30)Ypo+ (.15)Ypc] ×(0.๕)
8

Ytotal = Y1+ Y2 + Y3

โดยให้ Y1 เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะดา้ นความสัมพันธก์ ับผู้ปกครองและชุมชน ครั้งท่ี 1
Y2 เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน ครั้งที่ 2
Y3 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน ครั้งท่ี 3

Ytotal เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะดา้ นความสัมพันธก์ ับผู้ปกครองและชุมชนรวม 3 คร้งั

การประชุมชี้แจง เรอ่ื ง หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเครื่องมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |๑๘

(3) คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านการปฏบิ ัติหน้าที่ครู และจรรยาบรรณของวิชาชีพ
ให้ Zps = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าท่ีครู และจรรยาบรรณ

ของวชิ าชีพท่ีประเมินโดยบุคลากรของสถานศึกษา
Zpo = ผลรวมของคะแนนสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าท่ีครู และจรรยาบรรณ

ของวชิ าชพี ท่ีประเมินโดยบุคลากรอ่ืน

Z1= [(.70)Zps+(.30)Zpo] ×(0.2)
20

Z2= [(.70)Zps+(.30)Zpo] ×(0.๓)
20

Z3= [(.70)Zps+(.30)Zpo] ×(0.๕)
20

Ztotal = Z1+ Z2 + Z3

โดยให้ Z1 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะดา้ นการปฏบิ ัติหน้าทค่ี รู และจรรยาบรรณของวชิ าชีพ ครั้งที่ 1
Z2 เป็น คะแนนเฉล่ียผลการประเมินสมรรถนะด้านการปฏบิ ัติหนา้ ทค่ี รู และจรรยาบรรณของวชิ าชีพ ครงั้ ที่ 2
Z3 เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านการปฏบิ ัติหนา้ ท่ีครู และจรรยาบรรณของวิชาชีพ ครงั้ ท่ี 3

Ztotal เป็น คะแนนเฉลี่ยผลการประเมินสมรรถนะด้านการปฏบิ ัติหน้าที่ครู และจรรยาบรรณของวิชาชีพรวม 3 คร้ัง

(4) คะแนนเฉลี่ยรวมผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู (T)
โดยกาหนดให้คะแนนเฉล่ียรวมของผลการประเมินคร้ังที่ 1 – 3 เป็นดังนี้

(4.1) คะแนนเฉลี่ยรวมผลการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู ครั้งที่ 1 (T1)

T1 = X1+Y1+Z1
3

(4.2) คะแนนเฉลี่ยรวมผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ครั้งท่ี 2 (T2)

T2 = X2+Y2+Z2
3

(4.3) คะแนนเฉล่ียรวมผลการประเมินสมรรถนะทางวชิ าชีพครู คร้ังท่ี 3 (T3)

T3 = X3+Y3+Z3
3

(4.4) คะแนนเฉลี่ยรวมผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู 3 ครั้ง (Ttotal)

Ttotal = T1+ T2 + T3

การประชุมช้แี จง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเคร่ืองมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ห น้ า |๑๙

5. กำรรำยงำนผลกำรประเมนิ
การรายงานผลการทดสอบและประเมินสมรรถทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน

ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ให้ผู้ประเมิน หรือสถาบันอุดมศึกษารายงานผลต่อเลขาธิการคุรุสภา ภายใน ๔๕ วัน
นับจากวันท่ีมีการประเมินตามข้อ ๑๑ ครั้งที่ 3 เสร็จสิ้นแล้ว โดยจัดทาเป็นสรุปรายงานผลการประเมิน
ตามแบบฟอร์ม และช่องทางท่ีสานักงานเลขาธิการคุรุสภากาหนด

การประชุมช้ีแจง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเคร่ืองมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |๒๐

ภำคผนวก

การประชมุ ช้แี จง เร่อื ง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเคร่ืองมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ห น้ า |๒๑

ภำคผนวก ก

เกณฑก์ ำรให้คะแนนกำรประเมนิ สมรรถนะทำงวชิ ำชีพครู
1. ดา้ นการจัดการเรียนรู้
2. ดา้ นความสัมพันธก์ ับผู้ปกครองและชุมชน

2.1 สาหรับผู้ประเมินทไ่ี มใ่ ชผ่ ้แู ทนคณะกรรมการสถานศกึ ษา
2.2 สาหรับผู้แทนคณะกรรมการสถานศึกษา
3. ดา้ นการปฏิบัตหิ นา้ ที่ครู และจรรยาบรรณวิชาชีพ

การประชุมช้แี จง เร่อื ง หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเคร่ืองมือทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ห น้ า |๒๒

1. ดำ้ นกำรจัดกำรเรยี นรู้

สมรรถนะย่อย พฤตกิ รรมบ่งชี้ ๑ ๒

๑.๑ พฒั นาหลักสตู ร ๑.๑.๑ สามารถวเิ คราะห์ แผนการจัดการเรยี นรู้ แผนการจดั การเร
สถานศึกษาการจดั การ ความสอดคล้องของสาระ ไมม่ ีความสอดคลอ้ ง ความสอดคล้องระ
เรยี นรู้ สอ่ื การวัดและ การเรียนรูก้ บั มาตรฐาน ระหวา่ งสาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ก
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การเรียนรขู้ องหลกั สูตร กับมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรีย

แกนกลางและหลกั สตู ร
สถานศึกษา

๑.๑.๒ สามารถวิเคราะห์ แผนการจัดการเรยี นรู้ แผนการจดั การเร

ความสอดคล้องของสาระ ไม่มีความสอดคล้อง ความสอดคลอ้ งระ
การเรียนรูเ้ พ่ือพัฒนา ระหวา่ งสาระการเรียนรกู้ ับ สาระการเรียนรกู้

ผเู้ รียนใหม้ ปี ญั ญารคู้ ดิ (๑) แนวทางการพฒั นา (๑) แนวทางการพฒั

และมีความเป็นนวัตกร ผเู้ รยี นใหส้ ามารถ ผเู้ รยี นใหส้ ามา
ประเมนิ ความคดิ ของ ประเมนิ ความค

ตนเอง ตนเอง หรอื
(๒) แนวทางการพฒั นา (๒) แนวทางการพ

ผ้เู รยี นใหม้ ีความคดิ ผู้เรยี นให้มีคว

รเิ ริม่ สร้างสรรค์ ริเร่มิ สร้างสรร

การประชมุ ช้ีแจง เรอื่ ง ห

ระดับคณุ ภำพ

รยี นรมู้ ี ๓ ๔ ๕
ะหวา่ ง แผนการจดั การเรยี นรู้มี
กับ ความสอดคล้องระหวา่ ง แผนการจัดการเรยี นรูม้ ี แผนการจดั การเรยี นรู้มี
ยนรู้ สาระการเรียนรู้กบั ความสอดคลอ้ งระหวา่ ง ความสอดคล้องระหวา่ ง
(๑) มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้กับ สาระการเรยี นร้กู ับ
รยี นรมู้ ี (๒) ตวั ชวี้ ัด (๑) มาตรฐานการเรยี นรู้ (๑) มาตรฐานการเรยี นรู้
ะหวา่ ง (๒) ตวั ชีว้ ัด (๒) ตัวช้ีวัด
กับ แผนการจดั การเรยี นรู้มี (๓) สมรรถนะสาคญั ของ (๓) สมรรถนะสาคญั
ฒนา ความสอดคลอ้ งระหวา่ ง
ารถ สาระการเรยี นรู้กบั ผู้เรยี น ของผเู้ รยี น
คดิ ของ (๑) แนวทางการพฒั นา (๔) การวดั และประเมินผล
แผนการจัดการเรยี นรู้มี
พฒั นา ผเู้ รยี นใหส้ ามารถ ความสอดคล้องระหวา่ ง การเรยี นรู้
วามคดิ ประเมินความคดิ ของ สาระการเรยี นรกู้ ับ
รค์ ตนเอง (๑) แนวทางการพฒั นา แผนการจัดการเรยี นรมู้ ี
(๒) แนวทางการพฒั นา ความสอดคลอ้ งระหวา่ ง
ผเู้ รยี นให้มคี วามคดิ ผู้เรยี นใหส้ ามารถ สาระการเรียนรกู้ ับ
รเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ ประเมินความคดิ ของ (๑) แนวทางการพฒั นา
ตนเอง
(๒) แนวทางการพฒั นา ผเู้ รียนใหส้ ามารถ
ผู้เรยี นใหม้ ีความคดิ ประเมินความคดิ ของ
รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ ตนเอง
(๒) แนวทางการพฒั นา
ผู้เรียนให้มีความคดิ
ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์

หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเคร่อื งมอื ทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชีพครู ห น้ า |๒๓

สมรรถนะย่อย พฤติกรรมบ่งช้ี ๑ ๒

๑.๒ บรู ณาการ ๑.๒.๑ สามารถเขียน (๑) เขยี นแผนการจดั การ (๑) เขยี นแผนการจ
ความรู้และศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นรู้ เรยี นรู้ท่รี ะบุ เรยี นรู้ที่ระบุ
การสอนในการ
วางแผนและจัดการ เพ่ือพัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ี วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิง วตั ถปุ ระสงค์เช
เรียนรู้ทสี่ ามารถ พฤตกิ รรม กจิ
ปญั ญาร้คู ดิ และมคี วาม พฤตกิ รรม กจิ กรรม
พัฒนาผู้เรียนให้มี สือ่ วธิ ีการและ
ปัญญารคู้ ิด และมี เปน็ นวัตกร สอื่ วิธกี ารและ
ความเป็นนวตั กร เครือ่ งมือการว
เคร่อื งมือการวดั และ ประเมนิ ผลกา

ประเมินผลการ (๒) ออกแบบกจิ กร
เรียนรทู้ ส่ี อดค
เรียนรู้
จดุ ประสงคก์ า

การประชมุ ชแ้ี จง เรอื่ ง ห

ระดับคุณภำพ

๓ ๔๕

(๑) เขยี นแผนการจดั การ (๓) แนวทางการพฒั นา (๓) แนวทางการพฒั นา
เรยี นรู้ที่ระบุ
วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิง ผู้เรยี นให้ลงมอื สร้าง ผเู้ รียนใหล้ งมอื สรา้ ง
พฤตกิ รรม กิจกรรม
สอ่ื วธิ ีการและ ช้ินงานที่เกดิ จาก ชิน้ งานที่เกดิ จาก
เครื่องมอื การวดั และ
ประเมินผลการ ความคดิ รเิ ร่ิม ความคิดริเร่ิม
เรยี นรู้
สร้างสรรค์ สรา้ งสรรค์
(๒) ออกแบบกิจกรรมการ
เรียนร้ทู ่ีสอดคลอ้ งกับ (๔) แนวทางการสง่ เสรมิ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ผู้เรยี นให้เผยแพร่

ชิ้นงานทีเ่ กดิ จาก

ความคดิ รเิ รม่ิ

สรา้ งสรรค์

จดั การ (๑) เขยี นแผนการจดั การ (๑) เขยี นแผนการจดั การ

เชงิ เรยี นรูท้ ่รี ะบุ เรียนร้ทู ร่ี ะบุ
จกรรม
ะ วตั ถปุ ระสงค์เชงิ วัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ
วดั และ
ารเรยี นรู้ พฤตกิ รรม กิจกรรม ส่อื พฤติกรรม กจิ กรรม สอ่ื
รรมการ
คลอ้ งกบั วิธีการและเครือ่ งมอื วิธีการและเคร่อื งมือ
ารเรียนรู้
การวดั และประเมนิ ผล การวดั และประเมินผล

การเรียนรู้ การเรยี นรู้

(๒) ออกแบบกิจกรรมการ (๒) ออกแบบกจิ กรรมการ

เรยี นรทู้ ี่สอดคล้องกับ เรยี นร้ทู ี่สอดคลอ้ งกับ

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

(๓) ออกแบบกิจกรรมการ (๓) ออกแบบกจิ กรรมการ

เรยี นรูท้ เี่ น้นให้ผู้เรยี น เรยี นรู้ที่เนน้ ใหผ้ เู้ รยี น

เป็นผ้ทู ากิจกรรม เป็นผู้ทากจิ กรรม

หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเครอื่ งมอื ทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชีพครู ห น้ า |๒๔

สมรรถนะย่อย พฤตกิ รรมบ่งชี้ ๑ ๒

๑.๒.๒ สามารถจดั การ (๑) จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (๑) จัดกิจกรรมกา

เรียนรใู้ ห้เปน็ ไปตาม ประกอบดว้ ยขัน้ นา เรยี นรู้ ประกอ

แผนการจดั การเรยี นรู้ ข้ันสอน และข้ันสรปุ ให้ ขน้ั นา

เพื่อพฒั นาผเู้ รียนให้มี เปน็ ไปตามแผนการ ขน้ั สอน และข

ปญั ญาร้คู ดิ และมีความ จดั การเรียนรู้ท่ีระบถุ งึ เป็นไปตามแผน

เป็นนวตั กร วัตถุประสงค์เชงิ จดั การเรยี นรทู้

พฤติกรรม กิจกรรม ส่อื วตั ถุประสงคเ์ ช

วธิ ีการและเครือ่ งมอื พฤตกิ รรม กจิ ก

การวดั และประเมินผล วธิ กี ารและเคร

การเรียนรู้ การวดั และประ

การเรยี นรู้

(๒) จดั กิจกรรมกา

เรยี นรู้ทีส่ อดค

จุดประสงค์กา

การประชมุ ชี้แจง เรอื่ ง ห

ระดบั คุณภำพ

๓๔๕

(๓) ออกแบบกิจกรรมการ (๔) ออกแบบกิจกรรมการ (๔) ออกแบบกจิ กรรมการ

เรียนร้ทู เ่ี น้นใหผ้ ู้เรยี น เรียนรูท้ ่เี นน้ ให้ผ้เู รยี น เรยี นรทู้ ่เี นน้ ใหผ้ เู้ รยี น

เป็นผู้ทากจิ กรรม คิดวิเคราะห์และสรปุ คิดวิเคราะห์และสรุป

องคค์ วามรู้ดว้ ย องค์ความรดู้ ว้ ยตนเอง

ตนเอง (๕) ออกแบบกจิ กรรมการ

เรียนร้ทู ่ีเน้นใหผ้ เู้ รยี น

คิดรเิ ริ่มและสรา้ งสรรค์

ช้นิ งาน

าร (๑) จัดกิจกรรมการ (๑) จดั กิจกรรมการ (๑) จดั กิจกรรมการ

อบดว้ ย เรียนรู้ ประกอบดว้ ย เรียนรู้ ประกอบด้วย เรียนรู้ ประกอบดว้ ย

ขั้นนา ขน้ั นา ขน้ั นา

ขนั้ สรปุ ให้ ขัน้ สอนและขน้ั สรปุ ให้ ข้นั สอน และขั้นสรปุ ให้ ข้ันสอน และขั้นสรุปให้

นการ เป็นไปตามแผนการ เป็นไปตามแผนการ เปน็ ไปตามแผนการ

ท่รี ะบถุ ึง จัดการเรยี นรูท้ รี่ ะบุถงึ จดั การเรยี นรู้ท่รี ะบถุ ึง จัดการเรยี นร้ทู ี่ระบถุ งึ

ชงิ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ วัตถุประสงคเ์ ชงิ วตั ถุประสงคเ์ ชงิ

กรรม ส่อื พฤตกิ รรม กจิ กรรม สอื่ พฤติกรรม กิจกรรม พฤติกรรม กิจกรรม

ร่ืองมือ วิธกี ารและเคร่ืองมือ สอ่ื วิธกี ารและ สอ่ื วิธีการและ

ะเมนิ ผล การวดั และประเมินผล เคร่ืองมือการวดั และ เครอื่ งมือการวดั และ

การเรยี นรู้ ประเมนิ ผลการเรียนรู้ ประเมินผลการเรียนรู้

าร (๒) จดั กิจกรรมการ (๒) จัดกจิ กรรมการ (๒) จัดกิจกรรมการ

คลอ้ งกับ เรยี นรู้ท่สี อดคลอ้ งกับ เรียนรู้ท่ีสอดคลอ้ งกบั เรยี นรู้ท่สี อดคลอ้ งกบั

ารเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเครือ่ งมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ห น้ า |๒๕

สมรรถนะย่อย พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ๑ ๒

๑.๓ จดั กิจกรรมและ ๑.๓.๑ สามารถจดั จัดกจิ กรรมการเรียนรูโ้ ดย จดั กจิ กรรมการเร
สรา้ งบรรยากาศการ กจิ กรรมและสร้าง
เรยี นรู้ใหผ้ ูเ้ รยี นมี ไมค่ ำนงึ ถึงบรรยากาศ และสร้างบรรยาก
ความสขุ ในการเรียน บรรยากาศการเรียนรู้
โดยตระหนักถึงสุข ใหผ้ ้เู รยี นมีความสุข ทท่ี าใหผ้ ู้เรยี นผ่อนคลาย คลายทท่ี าใหผ้ เู้ รีย
ภาวะของผู้เรยี น ในการเรยี น (๑) สนุก

๑.๓.๒ สามารถจดั จัดกิจกรรมและสรา้ ง จดั กจิ กรรมและสร

กิจกรรมและสรา้ ง บรรยากาศการเรยี นร้โู ดย บรรยากาศการเรีย

บรรยากาศการเรยี นรู้ ไม่คำนึงถงึ สขุ ภาวะของ โดยคานงึ ถึงสุขภาว

ใหผ้ ู้เรียนโดยตระหนกั ผู้เรียน ผู้เรยี น ๑ ข้อ จากร

ถงึ สขุ ภาวะของผ้เู รยี น ตอ่ ไปน้ี

การประชมุ ชแ้ี จง เรอ่ื ง ห

ระดบั คณุ ภำพ

๓๔๕

(๓) จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (๓) จดั กิจกรรมการเรียนรู้ (๓) จัดกิจกรรมการเรียนรู้

ที่เนน้ ให้ผู้เรยี นเปน็ ที่เน้นใหผ้ เู้ รยี นเป็น ทเ่ี นน้ ใหผ้ เู้ รยี นเป็น

ผูท้ ากิจกรรม ผู้ทากจิ กรรม ผู้ทากจิ กรรม

(๔) จดั กิจกรรมการเรียนรู้ (๔) จดั กจิ กรรมการเรียนรู้

ท่เี น้นใหผ้ ู้เรียนคดิ ทเ่ี น้นใหผ้ เู้ รยี นคิด

วเิ คราะห์และสรปุ องค์ วเิ คราะห์และสรุปองค์

ความรู้ดว้ ยตนเอง ความรู้ด้วยตนเอง

(๕) จัดกิจกรรมการเรียนรู้

ท่เี นน้ ให้ผู้เรียนคดิ ริเริ่ม

และสรา้ งสรรคช์ น้ิ งาน

รยี นรู้ จดั กิจกรรมการเรียนรู้ จดั กิจกรรมการเรียนรู้ จดั กิจกรรมการเรยี นรู้

กาศผอ่ น และสรา้ งบรรยากาศผ่อน และสร้างบรรยากาศผอ่ น และสร้างบรรยากาศ

ยน คลายที่ทาให้ผเู้ รียน คลายทีท่ าให้ผเู้ รยี น ผอ่ นคลายทีท่ าใหผ้ ูเ้ รยี น

(๑) สนกุ (๑) สนุก (๑) สนกุ

(๒) รูส้ กึ ปลอดภยั (๒) รู้สึกปลอดภัย (๒) ร้สู ึกปลอดภยั

(๓) กล้าซกั ถาม (๓) กล้าซกั ถาม

(๔) กลา้ แสดงความ

คดิ เหน็

ร้าง จัดกจิ กรรมและสรา้ ง จดั กจิ กรรมและสรา้ ง จัดกิจกรรมและสร้าง

ยนรู้ บรรยากาศการเรียนรู้ บรรยากาศการเรยี นรู้ บรรยากาศการเรียนรู้

วะของ โดยคานงึ ถึงสขุ ภาวะของ โดยคานึงถึงสุขภาวะของ โดยคานงึ ถงึ สุขภาวะของ

รายการ ผู้เรยี น ๒ ขอ้ จากรายการ ผูเ้ รยี น ๓ ขอ้ จากรายการ ผู้เรียนครบ ๔ ขอ้

ต่อไปนี้ ต่อไปนี้ ตามรายการต่อไปนี้

หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเครือ่ งมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |๒๖

สมรรถนะย่อย พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ๑ ๒
(๑) ความพร้อมทา
๑.๔ ดแู ล ช่วยเหลือ ๑.๔.๑ สามารถดแู ล ไมไ่ ด้วิเคราะห์ปญั หา
และพฒั นาผูเ้ รยี น รา่ งกาย
เป็นรายบคุ คล ชว่ ยเหลือ และพัฒนา การเรียนร้ขู องผเู้ รียน (๒) ความพรอ้ มทา
ตามศักยภาพ ผเู้ รยี นเป็นรายบุคคล เป็นรายบคุ คล
อารมณ์
สามารถรายงานผล ตามศักยภาพ (๓) การมสี ว่ นรว่ ม
การพัฒนาคุณภาพ
ผูเ้ รยี นได้อย่าง ๑.๔.๒ สามารถรายงาน ไม่มีการรายงานผลการ ทากจิ กรรม
ผลการพฒั นาคณุ ภาพ พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน (๔) ความสามารถ
เป็นระบบ
ผู้เรยี นได้อย่างเป็นระบบ เรยี นรู้
(๑) วเิ คราะห์ปัญห

เรียนร้เู ปน็ รา

มกี ารรายงาน
(๑) ผลการวิเคราะ

ปัญหาการเรีย
เปน็ รายบคุ คล

การประชมุ ชแ้ี จง เรอ่ื ง ห

ระดบั คุณภำพ

๓๔๕

างด้าน (๑) ความพรอ้ มทางด้าน (๑) ความพร้อมทางดา้ น (๑) ความพร้อมทางดา้ น

ร่างกาย รา่ งกาย ร่างกาย

างดา้ น (๒) ความพร้อมทางด้าน (๒) ความพรอ้ มทางด้าน (๒) ความพร้อมทางด้าน

อารมณ์ อารมณ์ อารมณ์

มในการ (๓) การมีสว่ นร่วมในการ (๓) การมสี ่วนรว่ มในการ (๓) การมีสว่ นรว่ ม

ทากิจกรรม ทากจิ กรรม ในการทากจิ กรรม

ถในการ (๔) ความสามารถในการ (๔) ความสามารถในการ (๔) ความสามารถ

เรียนรู้ เรยี นรู้ ในการเรยี นรู้

หาการ (๑) วเิ คราะห์ปญั หาการ (๑) วิเคราะห์ปญั หาการ (๑) วิเคราะหป์ ญั หาการ

ายบคุ คล เรยี นรเู้ ป็นรายบุคคล เรยี นรเู้ ป็นรายบคุ คล เรยี นร้เู ปน็ รายบคุ คล

(๒) หาแนวทางแก้ไขปัญหา (๒) หาแนวทางแกไ้ ขปญั หา (๒) หาแนวทางแก้ไขปญั หา

การเรยี นรขู้ องผูเ้ รียน การเรยี นรู้ของผู้เรยี น การเรียนรขู้ องผเู้ รียน

(๓) หาแนวทางการส่งเสริม (๓) หาแนวทางการส่งเสรมิ

การเรยี นรขู้ องผูเ้ รยี น การเรยี นรขู้ องผเู้ รียน

(๔) ติดตามผลการดาเนินการ

มีการรายงาน มีการรายงาน มีการรายงาน

ะห์ (๑) ผลการวิเคราะห์ (๑) ผลการวิเคราะห์ (๑) ผลการวิเคราะห์

ยนรู้ ปัญหาการเรยี นรู้ ปัญหาการเรียนรู้ ปญั หาการเรียนรู้

ล เป็นรายบคุ คล เปน็ รายบคุ คล เป็นรายบคุ คล

(๒) แนวทางแกไ้ ขปัญหา (๒) แนวทางแก้ไขปัญหา (๒) แนวทางแก้ไขปญั หา

การเรียนรู้เปน็ การเรียนรู้เป็น การเรยี นรู้เปน็

รายบุคคล รายบคุ คล รายบุคคล

หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเครอ่ื งมอื ทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ห น้ า |๒๗

สมรรถนะยอ่ ย พฤติกรรมบ่งชี้ ๑ ๒

๑.๕ วิจัย สรา้ ง ๑.๕.๑ สามารถทาวจิ ัย ไมท่ าวิจยั หรือทาวิจยั ที่ไม่ ทาวจิ ัยท่ีไมส่ อดค
ท่สี อดคล้องกับปญั หา สอดคล้องกับปัญหาการ
นวัตกรรม และ ของผเู้ รยี น เรียนรขู้ องผเู้ รียน และไม่ ปญั หาการเรียนรู้ข
ถกู ต้องตามระเบยี บวธิ ี
ประยกุ ต์ใช้ วิจัย ผู้เรียน แตถ่ ูกตอ้ ง
เทคโนโลยีดิจิทัลให้ ระเบยี บวธิ วี ิจยั

เกิดประโยชนต์ ่อการ
เรยี นรู้ของผเู้ รียน

การประชมุ ช้ีแจง เรอื่ ง ห

ระดบั คุณภำพ ๔๕

(๓) แนวทางการสง่ เสรมิ (๓) แนวทางการสง่ เสริม
(๑) ทาวจิ ยั ท่สี อดคลอ้ ง
กับปัญหาการเรยี นรู้ การเรียนรขู้ องผเู้ รยี น การเรียนรู้ของผเู้ รียน
ของผู้เรยี นได้ถกู ต้อง
ตามระเบยี บวิธวี ิจยั เปน็ รายบคุ คล เปน็ รายบคุ คล

(๔) การตดิ ตามประเมนิ ผล

การดาเนนิ การ

คลอ้ งกบั (๑) ทาวจิ ยั ที่สอดคล้อง (๑) ทาวิจยั ท่สี อดคล้อง
ของ
งตาม กับปญั หาการเรยี นรู้ กบั ปญั หาการเรียนรู้

ของผ้เู รยี นไดถ้ ูกตอ้ ง ของผู้เรยี นไดถ้ กู ตอ้ ง

ตามระเบยี บวิธีวิจยั ตามระเบยี บวธิ ีวิจยั

(๒) นาผลการวิจยั ไปใช้ใน (๒) นาผลการวิจยั ไปใชใ้ น

การวางแผนการแกไ้ ข การวางแผนการ

ปัญหาการเรยี นรู้ของ แกไ้ ขปัญหาการ

ผเู้ รยี น เรียนรขู้ องผเู้ รียน

(๓) เผยแพรผ่ ลการวจิ ัย

หรอื สรา้ งนวัตกรรม

จากผลการวิจัยที่

ก่อให้เกดิ ประโยชน์

ต่อการเรยี นรขู้ อง

ผูเ้ รยี น

หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเคร่ืองมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |๒๘

สมรรถนะย่อย พฤติกรรมบ่งชี้ ๑ ๒

๑.๕.๒ สามารถ ไมใ่ ช้หรือใชเ้ ทคโนโลยี ใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ
ประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยี ดิจิทัลเป็นตัวอยำ่ ง สื่อเสริมในการจดั
ดิจิทัลในการจัดการ ประกอบการจดั การเรยี นรู้ เรยี นรู้
เรียนรู้ เช่น CAI,
google classroom,
Kahoot เป็นต้น

๑.๖ ปฏิบตั งิ าน ๑.๖.๑ สามารถ ไมส่ ำมำรถทางาร่วมกบั ทางานรว่ มกบั
(๑) ครพู ่เี ล้ยี ง
รว่ มกับผู้อน่ื อยา่ ง ปฏิบตั งิ านร่วมกบั ผูอ้ น่ื (๑) ครพู ่ีเล้ียง ไดส้ าเร็จลลุ ่วง

สรา้ งสรรคแ์ ละมี อยา่ งสรา้ งสรรค์ (๒) เพอื่ นนิสติ นักศกึ ษา เขา้ ร่วมกิจกรรมก
พฒั นาวิชาชีพท่ีโร
ส่วนร่วมในกจิ กรรม ฝึกประสบการณ์ จัดเปน็ บำงครงั้

วิชาชีพ วิชาชีพ

(๓) ครูในโรงเรยี น และ

(๔) ผ้บู รหิ าร

๑.๖.๒ มสี ว่ นรว่ มใน ไม่เข้ำรว่ มกิจกรรมการ

กิจกรรมการพฒั นา พัฒนาวิชาชีพทีโ่ รงเรยี น

วิชาชพี จัดขนึ้

การประชมุ ชแี้ จง เรอ่ื ง ห

ทลั เปน็ ระดบั คุณภำพ ๔ ๕
ดการ
๓ ใช้เทคโนโลยดี จิ ิทลั ใช้เทคโนโลยดี จิ ิทลั
การ (๑) เป็นสื่อหลกั ในการ (๑) เปน็ ส่อื หลกั ในการ
รงเรียน ใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ิทัล
(๑) เป็นส่อื หลกั ในการ จดั การเรยี นรู้ จดั การเรยี นรู้
(๒) ใชใ้ นการวัดผลการ (๒) ใชใ้ นการวดั ผลการ
จดั การเรียนรู้
เรยี นรู้ของผเู้ รียน เรียนรขู้ องผเู้ รยี น
(๓) ให้ข้อมูลยอ้ นกลบั ผล
ทางานรว่ มกับ ทางานร่วมกับ
(๑) ครูพเ่ี ล้ยี ง และ (๑) ครพู ่ีเลีย้ ง การเรยี นร้แู กผ่ ู้เรยี น
(๒) เพอื่ นนิสติ นกั ศกึ ษาฝกึ (๒) เพอื่ นนสิ ติ นกั ศึกษา
ทางานรว่ มกับ
ประสบการณว์ ิชาชีพ ฝึกประสบการณ์ (๑) ครพู ี่เล้ยี ง
ไดส้ าเรจ็ ลุลว่ ง วิชาชพี และ (๒) เพอื่ นนสิ ติ นักศกึ ษา

เข้ารว่ มกิจกรรมการ (๓) ครูในโรงเรยี น ได้ ฝึกประสบการณ์
พัฒนาวิชาชพี ทโ่ี รงเรียน สาเรจ็ ลุล่วง วชิ าชีพ
จัดเปน็ ประจำ (๓) ครใู นโรงเรียน และ
เขา้ รว่ มกจิ กรรมการ (๔)ผ้บู รหิ ารได้สาเร็จลุลว่ ง

พฒั นาวิชาชพี ท่ีโรงเรยี น เขา้ ร่วมกิจกรรมการ
จดั เปน็ ประจำและมสี ว่ น พฒั นาวชิ าชีพทโ่ี รงเรียน
รว่ มในการจดั กจิ กรรม จัดทุกครั้งและมีสว่ นรว่ ม
พัฒนาวิชาชพี ในการจดั กจิ กรรมพฒั นา
วิชาชีพ

หลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเครือ่ งมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |๒๙

2. ด้ำนควำมสมั พนั ธ์กบั ผู้ปกครองและชมุ ชน
2.1 สำหรับผปู้ ระเมนิ ท่ไี มใ่ ช่ผแู้ ทนคณะกรรมกำรสถำนศึกษำ

สมรรถนะย่อย พฤติกรรมบ่งช้ี ๑ ๒

2.1 รว่ มมอื กบั ๒.๑.1 ร่วมมอื กับ (1) มีการกาหนดแนวทาง (1) มีการกาหนด

ผปู้ กครองในการ ผปู้ กครองในการพฒั นา ความรว่ มมือกบั ความร่วมมือก

พัฒนาและแก้ปญั หา ผู้เรยี นให้มีคณุ ลักษณะ ผปู้ กครองในการ ผู้ปกครองในก
ผู้เรียนให้มลี กั ษณะ ทพ่ี ึงประสงค์ของ พัฒนาผ้เู รยี นใหม้ ี พฒั นาผเู้ รยี น
ทพ่ี งึ ประสงค์ สถานศกึ ษา
คณุ ลักษณะ คณุ ลกั ษณะ
ที่พึงประสงค์ของ ท่พี ึงประสงคข์

สถานศึกษา สถานศกึ ษา

(2) มีการรว่ มมอื ก

ผปู้ กครองในกา

ผูเ้ รยี นให้มคี ุณ

ทพี่ ึงประสงคข์ อ

สถานศึกษา

การประชมุ ช้ีแจง เรอื่ ง ห

ระดับคณุ ภำพ

๓๔๕

ดแนวทาง (1) มีการกาหนด (1) มกี ารกาหนดแนวทาง (1) มีการกาหนดแนวทาง

กบั แนวทางความร่วมมือ ความรว่ มมอื กับ ความรว่ มมือกับ

การ กบั ผูป้ กครองในการ ผู้ปกครองในการ ผูป้ กครองในการ

นให้มี พัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ี พฒั นาผเู้ รียนใหม้ ี พฒั นาผเู้ รยี นใหม้ ี

คุณลักษณะ คุณลักษณะ คุณลกั ษณะท่ีพงึ

ของ ท่ีพงึ ประสงค์ของ ทพ่ี ึงประสงค์ของ ประสงค์ของ

สถานศกึ ษา สถานศึกษา สถานศกึ ษา

กับ (2) มีการรว่ มมอื กับ (2) มกี ารรว่ มมือกบั (2) มีการร่วมมือกับ

ารพฒั นา ผู้ปกครองในการพฒั นา ผูป้ กครองในการพฒั นา ผู้ปกครองในการ

ณลักษณะ ผู้เรียนใหม้ คี ุณลกั ษณะ ผเู้ รยี นให้มคี ณุ ลักษณะ พัฒนาผเู้ รยี นให้มี

อง ท่พี ึงประสงคข์ อง ทพี่ ึงประสงคข์ อง คุณลักษณะทีพ่ งึ

สถานศกึ ษา สถานศกึ ษา ประสงค์ของ

สถานศกึ ษา

(3) มกี ารสรุปผลการ (3) มกี ารสรปุ ผลการ (3) มีการสรปุ ผลการ

พัฒนาผ้เู รยี นให้มี พัฒนาผเู้ รียนให้มี พฒั นาผูเ้ รยี นให้มี

คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ คุณลักษณะทีพ่ งึ คณุ ลักษณะท่ีพงึ

ประสงคข์ อง ประสงคข์ อง ประสงค์ของ

สถานศกึ ษา สถานศึกษา สถานศกึ ษา

หลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเครื่องมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ห น้ า |๓๐

สมรรถนะย่อย พฤติกรรมบง่ ช้ี ๑ ๒

๒.๑.2 ร่วมมอื กบั (1) มีการกาหนดแนวทาง (1)มกี ารกาหนดแน
ผปู้ กครองในการ ความรว่ มมอื กบั ความร่วมมือกบั
แก้ปญั หาผเู้ รยี นให้มี ผู้ปกครองในการ ผปู้ กครองในกา
คุณลกั ษณะที่พงึ แกป้ ญั หาผู้เรียน แกป้ ัญหาผเู้ รยี
ประสงคข์ อง ให้มคี ณุ ลกั ษณะ ให้มีคุณลักษณ
สถานศึกษา ที่พึงประสงค์ ทพ่ี ึงประสงค์
ของสถานศึกษา ของสถานศกึ ษา

การประชมุ ช้แี จง เรอื่ ง ห

ระดับคุณภำพ

๓๔๕

(4) มีการตดิ ตามผลการ (4) มีการตดิ ตามผลการ

พฒั นาผเู้ รียนให้มี พัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ี

คุณลักษณะทพ่ี งึ คณุ ลักษณะทพี่ งึ

ประสงค์ของ ประสงคข์ อง

สถานศึกษาอย่าง สถานศึกษาอย่าง

ตอ่ เน่อื ง ตอ่ เนอ่ื ง

(5) มกี ารรายงานผล

ความร่วมมอื กับ

ผู้ปกครองในการ

พัฒนาผูเ้ รยี นให้มี

คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ

ประสงคข์ อง

สถานศึกษา

นวทาง (1)มกี ารกาหนดแนวทาง (1)มกี ารกาหนดแนวทาง (1) มีการกาหนด

บ ความร่วมมือกบั ความรว่ มมือกับ แนวทางความร่วมมือ
าร ผ้ปู กครองในการ ผ้ปู กครองในการ กับผู้ปกครองในการ
ยน แกป้ ัญหาผเู้ รยี น แก้ปัญหาผเู้ รยี น แก้ปัญหาผูเ้ รียน
ใหม้ ีคณุ ลักษณะ ใหม้ คี ุณลกั ษณะ ใหม้ คี ุณลกั ษณะ
ณะ ท่พี งึ ประสงค์ ที่พงึ ประสงค์ ทีพ่ งึ ประสงค์

ษา ของสถานศึกษา ของสถานศึกษา ของสถานศกึ ษา

หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเครอ่ื งมอื ทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ห น้ า |๓๑

สมรรถนะยอ่ ย พฤตกิ รรมบ่งช้ี ๑๒

(2) มีการร่วมมือกบั
ผู้ปกครองในกา
แก้ปัญหาผูเ้ รยี
คุณลักษณะท่พี
ประสงคข์ องสถ

การประชมุ ชีแ้ จง เรอื่ ง ห

ระดับคุณภำพ

๓ ๔๕

บ (2) มกี ารร่วมมือกบั (2) มีการรว่ มมอื กับ (2) มีการรว่ มมอื กบั

าร ผปู้ กครองในการ ผปู้ กครองในการ ผปู้ กครองในการ
แกป้ ญั หาผ้เู รยี น
ยนใหม้ ี ให้มคี ุณลักษณะ แกป้ ญั หาผเู้ รยี นให้มี แก้ปัญหาผู้เรยี นใหม้ ี
พึง คณุ ลกั ษณะท่พี งึ คณุ ลักษณะทพี่ งึ
ถานศกึ ษา ทีพ่ ึงประสงค์ของ
สถานศึกษา ประสงคข์ อง ประสงค์ของ
สถานศึกษา สถานศกึ ษา
(3)มีการสรปุ ผลการ
(3)มกี ารสรุปผลการ (3) มีการสรุปผลการ
แก้ปญั หาผู้เรยี น
แก้ปัญหาผู้เรียนใหม้ ี แก้ปญั หาผเู้ รยี นใหม้ ี
ใหม้ คี ณุ ลกั ษณะ คุณลักษณะท่ีพึง คุณลักษณะท่ีพงึ

ทพ่ี งึ ประสงค์ของ ประสงคข์ องสถานศึกษา ประสงค์ของสถานศกึ ษา

สถานศึกษา (4)มกี ารติดตามผลการ (4)มีการติดตามผลการ

แก้ปญั หาผเู้ รียนให้มี แก้ปัญหาผเู้ รยี นให้มี

คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ คุณลกั ษณะที่พงึ

ประสงคข์ องสถานศกึ ษา ประสงค์ของสถานศกึ ษา

อย่างตอ่ เนอื่ ง อย่างต่อเน่อื ง

(5)มกี ารรายงานผลความ

ร่วมมอื กับผ้ปู กครองใน

การแกป้ ญั หาผู้เรียนให้

มคี ุณลักษณะทพี่ ึง

ประสงคข์ องสถานศกึ ษา

หลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเคร่อื งมอื ทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |๓๒

สมรรถนะยอ่ ย พฤตกิ รรมบ่งชี้ ๑ ๒

2.2 สรา้ งเครอื ขา่ ย ๒.๒.๑ สามารถสร้าง (1) มีการกาหนดแนว (1) มกี ารกาหนด
ความร่วมมือกบั
ผู้ปกครองและชมุ ชน เครอื ข่ายความร่วมมือ ทางการสร้างเครือข่าย ทางการสรา้ ง
เพื่อสนับสนุนการ
เรยี นรูท้ ีม่ คี ณุ ภาพ กับผ้ปู กครองเพอ่ื ความร่วมมือกบั ความรว่ มมือก
ของผู้เรยี น ผู้ปกครองเพอ่ื
สนับสนนุ การเรียนรู้ทมี่ ี ผู้ปกครองเพื่อ
สนบั สนนุ การ
คณุ ภาพของผเู้ รียน สนบั สนุนการเรยี นรทู้ ี่ มีคุณภาพของ

มีคุณภาพของผเู้ รยี น (2) มีการสร้างเครอื

ความร่วมมือ
กับผูป้ กครอง

เพอ่ื สนบั สนุน

การเรียนรู้ทม่ี
ของผ้เู รยี น

การประชมุ ช้ีแจง เรอ่ื ง ห

ระดับคณุ ภำพ

๓๔๕

ดแนว (1) มีการกาหนดแนว (1) มีการกาหนดแนวทางการ (1) มกี ารกาหนดแนว

งเครือขา่ ย ทางการสร้างเครือขา่ ย สร้างเครือข่ายความ ทางการสร้างเครอื ข่าย

กับ ความร่วมมือกับ ร่วมมือกับผ้ปู กครอง ความรว่ มมือกับ
อ ผปู้ กครองเพ่ือ
เพอื่ สนับสนนุ การ ผูป้ กครองเพอื่
รเรียนร้ทู ี่ สนับสนุนการเรยี นรทู้ ่ี
งผเู้ รียน มีคณุ ภาพของผู้เรยี น เรียนร้ทู ่ีมีคุณภาพของ สนบั สนนุ การเรยี นรทู้ ี่

อข่าย (2) มีการสรา้ งเครอื ข่าย ผ้เู รยี น มีคณุ ภาพของผเู้ รียน

ความรว่ มมือ (2) มกี ารสรา้ งเครอื ข่าย (2) มกี ารสรา้ งเครอื ขา่ ย
ง กบั ผ้ปู กครอง
ความร่วมมอื กับ ความร่วมมอื กับ
น เพื่อสนับสนุน
ผูป้ กครองเพ่ือ ผปู้ กครองเพ่อื
มีคณุ ภาพ การเรียนรู้ทม่ี ี
คณุ ภาพของผเู้ รยี น สนับสนนุ การเรียนรู้ สนบั สนุนการเรยี นรู้

(3) มีการดาเนินการ ทมี่ ีคณุ ภาพของ ท่มี คี ุณภาพของ
รว่ มมือกับผปู้ กครอง
ผเู้ รยี น ผเู้ รยี น
เพ่ือสนับสนุนการ
(3) มีการดาเนนิ การ (3) มกี ารดาเนินการร่วมมอื
เรยี นร้ทู ม่ี ีคุณภาพ
ของผู้เรยี นตาม ร่วมมอื กบั ผ้ปู กครอง กบั ผ้ปู กครองเพือ่

แนวทางที่กาหนด เพื่อสนับสนนุ การ สนบั สนุนการเรยี นรู้ท่มี ี

เรียนร้ทู ่มี ีคณุ ภาพของ คุณภาพของผู้เรยี นตาม

ผเู้ รยี นตามแนวทางท่ี แนวทางทก่ี าหนด

กาหนด

หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเครื่องมอื ทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทางวิชาชพี ครู ห น้ า |๓๓

สมรรถนะยอ่ ย พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ๑ ๒

๒.๒.2 สามารถสรา้ ง (1) มกี ารกาหนดแนวทางการ (1) มีการกาหนดแน

เครอื ข่ายความร่วมมือ สร้างเครอื ขา่ ยความ สร้างเครอื ข่ายค

กับชมุ ชน เชน่ ปราชญ์ ร่วมมือกับชมุ ชน เช่น รว่ มมอื กับชมุ ช

ชาวบา้ น หนว่ ยงาน ปราชญช์ าวบา้ น ปราชญช์ าวบา้ น

ปกครองของท้องถิน่ หนว่ ยงานปกครองของ หนว่ ยงานปกคร

เพอ่ื สนบั สนุนการเรียนรู้ ท้องถน่ิ เพ่ือสนับสนุน ท้องถ่ิน เพ่ือสน

ท่มี ีคุณภาพของผเู้ รียน การเรียนรูท้ ี่มคี ุณภาพ การเรยี นรทู้ ีม่ ีค

ของผเู้ รยี น ของผเู้ รียน

การประชมุ ช้แี จง เรอ่ื ง ห

ระดับคุณภำพ

๓๔๕

(4) มีการตดิ ตามผลการใช้ (4) มกี ารตดิ ตามผลการใช้

เครอื ข่ายความรว่ มมอื เครอื ข่ายความรว่ มมอื

กับผู้ปกครองเพือ่ กับผู้ปกครองเพ่ือ

สนับสนนุ การเรยี นรู้ท่มี ี สนบั สนนุ การเรยี นรู้ที่มี

คุณภาพของผเู้ รียน คุณภาพของผูเ้ รยี น

อยา่ งตอ่ เน่อื ง อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง

(5) มกี ารรายงานผลการ

ตดิ ตามผลการใช้

เครอื ข่ายความรว่ มมอื

กบั ผปู้ กครองเพอ่ื

สนับสนุนการเรยี นร้ทู ่มี ี

คุณภาพของผูเ้ รยี น

นวทางการ (1) มีการกาหนดแนว (1) มีการกาหนดแนว (1) มกี ารกาหนดแนว

ความ ทางการสรา้ งเครอื ขา่ ย ทางการสร้างเครอื ขา่ ย ทางการสร้างเครือขา่ ย

ชน เชน่ ความรว่ มมอื กบั ชุมชน ความร่วมมอื กบั ชมุ ชน ความร่วมมือกบั ชมุ ชน

าน เช่น ปราชญ์ชาวบา้ น เช่น ปราชญช์ าวบา้ น เชน่ ปราชญช์ าวบา้ น

ครองของ หน่วยงานปกครองของ หน่วยงานปกครองของ หนว่ ยงานปกครองของ

นบั สนนุ ท้องถนิ่ เพอื่ สนับสนนุ ทอ้ งถน่ิ เพ่อื สนับสนนุ ท้องถนิ่ เพ่ือสนบั สนนุ

คุณภาพ การเรียนรู้ทมี่ คี ณุ ภาพ การเรยี นรู้ที่มีคุณภาพ การเรียนรูท้ มี่ คี ุณภาพ

ของผเู้ รยี น ของผเู้ รยี น ของผ้เู รยี น

หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเครื่องมอื ทดสอบและประเมนิ สมรรถนะทางวชิ าชพี ครู ห น้ า |๓๔


Click to View FlipBook Version