The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tri-hexane, 2022-05-16 12:33:37

รูปเล่มแผน 64

รูปเล่มแผน 64

แผนปฎิบตั กิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านมา้ งอน ผิดพลาด!
ตวั เลขไม่
สามารถ
ถกู แสดง

ใน
รปู แบบท่ี

ระบุ

คำนำ

แผนปฏิบัติการ ประจาปีการศึกษา 256๔ ของโรงเรียนบ้านม้างอน เป็นแผนที่จัดทาเพื่อกาหนดทิศ
ทางการปฏิบัติงานในการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แกไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบับที่
๓) พ.ศ.25๕๓ ให้สถานศึกษามีการพัฒนาทั้งด้านผู้เรียน ครูและผู้บริหารให้ได้มาตรฐานการศึกษา โดยให้
สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายของโรงเรียน สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา
เขต ๓ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ให้เกิดประโยชน์สงู สดุ ต่อผู้เรียนและ
สถานศึกษาโดยปีการศึกษา 256๔ ทางโรงเรียนได้นากลยุทธ์ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
มาเปน็ มาตรฐานกาหนดการจัดทาโครงการของโรงเรยี น

แผนปฏิบัติการ ประจาปีการศึกษา 256๔ ฉบับนี้ได้รับความร่วมมือจากข้าราชการครูและบุคลากร ใน
กลุ่มงานวิชาการ การบริงานงบประมาณ งานบุคลากร และบริหารงานทั่วไป จัดทาแผนการใช้งบประมาณ ใน
การจัดทาโครงการ/กิจกรรม ใหส้ าเร็จตามเป้าหมายอยา่ งมปี ระสิทธิภาพและเกดิ ประสิทธผิ ล ขอขอบคณุ ทุกท่าน
ท่รี ว่ มกนั จัดทาแผนปฏิบัตริ าชการจนสาเรจ็ เรียบร้อยสามารถใชป้ ฏบิ ัติงานไดต้ อ่ ไป

(นางสารภี อ่อนรอด )
ผูอ้ านวยการโรงเรียนบา้ นม้างอน

แผนปฎิบตั ิการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบา้ นม้างอน ๑

สารบัญ หน้า
1
เรอ่ื ง 2
คานา 3
สารบัญ 35
สว่ นที่ 1 สภาพทว่ั ไปและขอ้ มลู พื้นฐาน 105
สว่ นที่ 2 บรบิ ททเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการศึกษา
สว่ นที่ 3 โครงการและงบประมาณ 112
โครงการฝ่ายวชิ าการ 117
122
1. โครงการพัฒนาวชิ าการ 128
2. โครงการวิชาการปฐมวยั 132
3. โครงการวันสาคัญ 139
4. โครงการวัดผลและประเมนิ ผลของโรงเรียน 144
5. โครงการยกผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน 153
6. โครงการหอ้ งสมุด 157
7. โครงการโรงเรยี นพฒั นาคุณภาพตนเอง
8. โครงการพัฒนาระบบการประกนั คณุ ภาพภายในของสถานศกึ ษา 161
9. โครงการพัฒนาปรบั ปรุงหลกั สตู ร
โครงการฝา่ ยบรหิ ารงานบุคลากร 166
1. โครงการส่งเสรมิ พฒั นาศักยภาพครู
โครงการฝา่ ยบริหารงบประมาณ 173
1. โครงการเพิม่ ประสทิ ธภิ าพการเงิน พัสดุ และสนิ ทรพั ย์ 178
โครงการฝ่ายบรหิ ารทว่ั ไป 183
1. ปรับปรงุ ภมู ิทัศนภ์ ายในโรงเรียน 188
2. โครงการชมุ ชนสัมพนั ธ์ 192
3. โครงการศาสตรพ์ ระราชากบั การพฒั นาทย่ี ั่งยนื 197
4. โครงการวนั แหง่ ความภาคภมู ใิ จ 201
5. โรงเรยี นส่งเสริมสุขภาพ 205
6. โครงการส่งเสริมความเปน็ เลศิ ดา้ นกีฬาและนนั ทนาการ 209
7. โครงการสถานศึกษาสขี าว ปลอดยาเสพติดและอบายมขุ 213
8. โครงการระบบดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียน 217
9. โครงการมา้ งอนท่องโลกกว้าง 222
10. โครงการสง่ เสรมิ กจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี 226
11. โครงการเรียนรวู้ ถิ อี ิสลาม 230
12. การศึกษาตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษา 235
13. โครงการอาหารกลางวนั
14. โครงการส่งเสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมอนั พงึ ประสงค์ 241
ส่วนที่ 4 การบรหิ ารแผนสกู่ ารปฏิบตั ิ 243
ภาคผนวก

คาสงั่ แตง่ ตงั้ คณะทางาน
บนั ทกึ การใหค้ วามเห็นชอบแผนปฏบิ ตั กิ ารประจาปกี ารศกึ ษา พ.ศ. 2564

แผนปฎบิ ัตกิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านม้างอน

ส่วนท่ี 1
สภาพทวั่ ไปและขอ้ มลู พ้ืนฐาน

สภาพทัว่ ไป

ประวตั ิโรงเรียนบา้ นมา้ งอน
โรงเรียนบา้ นม้างอนเดมิ ตง้ั อยชู่ ายคลองนาทับ ที่ท่าเรือบา้ นมา้ งอน หม่ทู ี่ ๕ ตาบลนาทับอาเภอจะนะ

จังหวัดสงขลา ตั้งขึ้นเม่ือวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๔๘๑ มี นายร่วง ปานช่วย ดารงตาแหน่งครูใหญ่ เปิดทาการสอนท่ี
สุเหร่าบ้านบอ่ โต๊ะคง (มที ี่ดินในปจั จบุ ัน) มนี กั เรยี นจานวน ๓๖ คน ตอ่ มาได้ย้ายมาอยูท่ ปี่ ัจจุบนั เม่ือ พ.ศ.๒๕๑๑
ตง้ั อยทู่ ี่ ๑๒๒ หมูท่ ่ี ๕ ตาบลนาทบั อาเภอจะนะ จังหวดั สงขลา มพี ืน้ ที่ประมาณ ๑๒ ไร่ มปี ระชากร ในเขตพื้นท่ี
บริการโรงเรยี น ๓ หมู่บา้ น คอื หมู่ท่ี ๕ บ้านบอ่ โต๊ะคง หมู่ท่ี ๙ บา้ นคนู า้ รอบ และหม่ทู ี่๑๑ บ้านคลองทงิ ปจั จุบนั
มีนางสารภี อ่อนรอด เป็นผู้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน ในปีการศึกษา ๒๕๖๓ มีนักเรียน ๑๘8 คน มี
บุคลากรทางการศึกษาทั้งสิน้ ๒๓ คน ประชากรในเขตพ้ืนทบี่ ริการนบั ถือศาสนาอสิ ลาม สว่ นใหญ่ประกอบอาชีพ
รับจ้าง ทาการประมง ค้าขายและเกษตรกรรม

ข้อมูลพ้นื ฐานของโรงเรยี น
โรงเรียนบ้านม้างอน : ตั้งอยู่เลขที่ 122 หมู่ท่ี 5 ตาบล นาทับ อาเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

รหัสไปรษณีย์ 90130
ข้อมูลผูบ้ รหิ าร
ผู้อานวยการโรงเรียน ชอ่ื -สกุล นางสารภี ออ่ นรอด โทรศัพท์ 062-4801586

วุฒกิ ารศึกษาสูงสุด ปริญญาโท สาขา การบริหารการศกึ ษา
ดารงตาแหน่งท่โี รงเรยี นน้ตี ้ังแตว่ ันท่ี 26 เดอื นมกราคม พ.ศ. 2564 จนถึงปจั จบุ นั

การตดิ ต่อส่อื สาร
โทรศพั ท์ / โทรสาร 086-2975345

Website: www.thaischoolnets.in.th/banmahon เว็บไซต์โรงเรียน (Host สพฐ.)
E-Mail: [email protected]
สปี ระจาโรงเรียน : สนี ้าเงนิ ขาว
คาขวญั “ สุขภาพดี มีความรู้ คู่คุณธรรม นาวิชาการ”
จดุ เน้นของสถานศึกษา “เด็กดี ตามวถิ ีอิสลาม”
วสิ ัยทศั น์

ภายในปกี ารศึกษา ๒๕๖7 โรงเรยี นบ้านมา้ งอน บรหิ ารจัดการแบบมสี ่วนรว่ ม เน้นคณุ ธรรม
น้อมนาศาสตรพ์ ระราชา พัฒนาครสู มู่ อื อาชีพ มุ่งความเป็นเลศิ ทางวิชาการ

แผนปฎบิ ตั กิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบา้ นมา้ งอน ๓

โครงสร้างการบริหารงาน

แผนภูมกิ ารบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนบา้ นมา้ งอน

ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี น

คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน

แผนงานวิชาการ แผนงานงบประมาณ แผนงานบุคลากร แผนงานบรหิ ารทั่วไป
นายบุญโชค จุลแก้ว
นางสาวอุไร เสม็ หยง้ นางดรณุ ี สว่างรุ่งเรอื ง นายสวนิ แหละหมดั
1. นางสาวขอ้ ดิเย๊าะ เหล็มหวงั
1. นางประไพ ไชยทอง 1. นางสริ ินดา เกิดศริ ิ 1. นายภาณุ ชพี ประสพ
2. นางสุรั ไชยรัตน์ 2. นางสาวเบญจมาพร บุญมณี 2. นางวไิ ลวรรณ พนั นกุ จิ
3. นางจิรวรรณ หมา่ เหรม็ 3. นางพิศมัย คงศรี
4. นางเนตรชนก กญั จนกาญจน์ 4. นายประสม คงสุขแกว้
5. นางขวญั ใจ เรอื งสขุ 5. นางสาวชุตมิ า ทองจืด
6. นางชาราพร เสน็ สะ๊ 6. นายอดศิ ักด์ิ เดน็ เซน็
7. นางสาวกอมารียะ สาแม

แผนปฎบิ ัติการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบ้านม้างอน ๔

ข้อมูลพ้ืนฐานทางการศึกษา

ตารางท่ี 1 แสดงจานวนนักเรียนโรงเรียนบ้านมา้ งอน ปีการศึกษา 2563

ชน้ั จานวนห้อง จานวนนักเรียนชาย จานวนนกั เรยี นหญิง รวม
อนุบาล ๑ ๑ 3 3 6
อนบุ าล ๒ ๑ 6 4 10
อนบุ าล ๓ ๑ 3 4 7
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ๑ 8 9 17
ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ ๑ 6 7 13
ประถมศึกษาปีท่ี ๓ ๑ 12 13 25
ประถมศึกษาปีที่ ๔ ๑ 8 17 25
ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ๑ 11 17 28
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ๑ 12 10 22
มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ๑ 7 7 14
มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ๑ 6 7 13
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ๑ 5 3 8
๑๒ 87 ๑๐1 188
รวม

(ข้อมลู ณ วนั ท่ี 10 ธันวาคม 2563)

ข้อมูลนักเรยี นยากจน

ระดบั อนบุ าล จานวน 23 คน

ระดบั ประถมศึกษา จานวน 127 คน

ระดบั มธั ยมศึกษา จานวน 29 คน

รวมท้งั สนิ้ จานวน 179 คน

จานวนนักเรียนตอ่ ห้อง (เฉลย่ี ) 16 คน

สัดส่วนครู : นกั เรยี น = 1:9

แผนปฎิบตั กิ าร ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบา้ นมา้ งอน ๕

ตารางท่ี 2 แสดงจานวนข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา จาแนกตามวฒุ ิการศึกษา

ประเภทบคุ ลากร เพศ ตา่ กว่า ระดบั การศึกษา ปริญญา รวม
ชาย หญิง รวม ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญา ปริญญา เอก 1

ผบู้ รหิ าร ตาแหนง่ - 11 - ตรี โท - -
-1
- 15
ผูอ้ านวยการ 5
-
ผูช้ ่วยผบู้ ริหาร ตาแหนง่ - - - - --- 1
1
รองฯ 1
- 23
ข้าราชการครู 4 11 15 13 2 -
1 41 -
ครูพนักงานราชการ/อัตรา 1 4 5

จ้าง

ลูกจ้างประจา 1-1 ---
1- -
อ่นื ๆ..ครพู ่ีเลย้ี งเด็ก,จนท. - 1 1

ธุรการ

รวม 6 17 23 18 4 -

ตารางที่ 3 แสดงข้อมูลขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาโรงเรยี นบ้านม้างอน

ท่ี ชือ่ -สกุล ตาแหนง่ เลขท่ี วุฒิ วชิ าเอก
ตาแหนง่
การบริหารการศึกษา,
1 นางสารภี ออ่ นรอด ผอ.โรงเรียน 1340 กศ.ม. หลกั สตู รและการสอน
บรรณารกั ษศาสตร์
2 นางพศิ มยั คงศรี ครู คศ.3 6630 กศ.บ.
3 นางประไพ ไชยทอง ครู คศ.3 643 กศ.บ. ภาษาไทย
4 นางสรุ ัต ไชยรัตน์ ครู คศ.3 1072 ค.ม. หลกั สตู รและการสอน
5 นายบุญโชค จลุ แกว้ ครู คศ.3 1349 ค.บ.
6 นายภาณุ ชพี ประสพ ครู คศ.3 1351 ศศ.บ. เกษตรกรรม
7 นายสวนิ แหละหมัด ครู คศ.3 6547 ค.บ. พลศึกษา
8 นางดรณุ ี สว่างรุ่งเรอื ง ครู คศ.3 7323 ค.บ. ศิลปศึกษา
9 นางวิไลวรรณ พันนกุ ิจ ครู คศ.3 7256 ศษ.ม. สังคมศึกษา
10 นางเนตรชนก กัญจนกาญจน์ ครู คศ.2 4581 คบ. การประถมศึกษา
1๑ นางสาวเบญจมาพร บุญมณี ครผู ้ชู ว่ ย 5673 วทบ. การศึกษาปฐมวัย
1๒ นางสิรนิ ดา เกิดศริ ิ ครู คศ.2 1345 ค.บ. คณติ ศาสตร์
คอมพิวเตอร์ศกึ ษา

แผนปฎบิ ตั กิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบา้ นมา้ งอน ๖

ที่ ช่อื -สกุล ตาแหน่ง เลขท่ี วฒุ ิ วิชาเอก
ตาแหน่ง
1๓ นางสาวอุไร เสม็ หยง้
1๔ นางสาวกอมารยี ะ สาแม ครู คศ.2 7975 คบ. คณิตศาสตร์
1๕ นางจริ วรรณ หมา่ เหรม็
1๖ นายประสม คงสขุ แก้ว ครู คศ.2 1158 ศศ.บ. ภาษาองั กฤษ
1๗ นางขวัญใจ เรืองสขุ
๑๘ นางชุติมา ทองจดื ครู คศ.1 1344 วท.บ. ชวี วทิ ยาประยุกต์
๑๙ นางชาราพร เส็นส๊ะ
2๐ นางข๊อดิเยา๊ ะ เหลม็ หวัง ครู คศ.1 1162 ศศ.บ. ดนตรสี ากล
2๑ นายอดิศักด์ิ เดน็ เซ็น
22 นางสาวธญั รดา เจรญิ พนกั งานราชการ พ ๓๑๐๖๖๓ กศ.บ. การวดั ผลการศกึ ษา
23 นายร่อมดิ หมาน
พนักงานราชการ พ ๓๑๐๘๒๒ ค.บ. การศึกษาปฐมวัย

ครอู ิสลามศึกษา - ศศ.บ. ภาษามลายู

ครอู สิ ลามศึกษา - ศษ.ม. บรหิ ารการศกึ ษา

ครอู ิสลามศึกษา - บธ.บ. คอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ

เจา้ หนา้ ท่ธี รุ การ - บธ.บ. การจดั การสานกั งานอเิ ลกทรอนกิ ส์

ชา่ งไม้ 4 7569 ม.6 -

แผนปฎบิ ตั กิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านม้างอน ๗

โครงสรา้ งหลักสูตร
โรงเรียนบ้านมา้ งอน จัดการสอนตามโครงสร้างเวลาเรียนโดยโรงเรยี นได้จัดสดั ส่วนสาระการเรยี นรแู้ ละ

เวลาเรียน ดังแสดงในตารางตอ่ ไปน้ี
ตารางที่ 4 แสดงโครงสร้างเวลาเรียนการศกึ ษาปฐมวัย

โครงสร้างหลักสตู รตามหลักสตู รปฐมวัย

ชว่ งอายุ ชว่ งอายุ 4-6 ปี
สาระการเรียนรู้
ระยะเวลาเรยี น ประสบการณส์ าคญั สาระที่ควรรู้

ดา้ นรา่ งกาย เรือ่ งราวเกี่ยวกับเด็ก

ดา้ นอารมณ์-จติ ใจ เรื่องราวเกีย่ วกับบุคคลสถานท่ี
ดา้ นสงั คม แวดลอ้ มเด็ก

เรื่องราวเกีย่ วกับธรรมชาตริ อบตัว

ดา้ นสตปิ ัญญา เด็ก
เรื่องราวเกีย่ วกับสง่ิ ต่าง ๆ รอบตวั

เด็ก

จัดประสบการณป์ ีการศกึ ษาละ ๒ ภาคเรียน

ภาคเรยี นท่ี ๑ ประมาณ ๑๖ พฤษภาคม – ๑๕ ตลุ าคม

ภาคเรยี นที่ 2 ประมาณ 1 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม

แผนปฎิบตั กิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบา้ นม้างอน ๘

ตารางที่ 5 แสดงโครงสร้างหลกั สูตรเวลาเรยี นระดับประถมศกึ ษา

กล่มุ สาระการเรียนร้/ู กิจกรรม เวลาเรยี น(ชวั่ โมง/ปี)
ระดับประถมศึกษา
 กล่มุ สาระการเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 40 40 40 ๘๐ ๘๐ ๘๐
ประวตั ิศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ศิลปะ 4๐ 4๐ 4๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ภาษาตา่ งประเทศ 4๐ 4๐ 4๐ 40 4๐ 4๐
๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ 12๐ 12๐ 12๐
รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
 รายวิชาเพ่ิมเติม
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
คอมพิวเตอร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรียน (เพม่ิ เติม) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
 กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน 3๐ 3๐ 3๐ 3๐ 3๐ 3๐

กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมนักเรียน ๔๓๑๓๐๐๐๐ ๔๓๓๑๐๐๐๐ไมน่ อ้ ยก๔๓๓๑ว๐๐๐๐่า ๑,๐๐๐๓๑๔๓๐๐๐๐ชัว่ โมง/ป๔๓๓๑ี ๐๐๐๐ ๑๔๓๓๐๐๐๐
- กจิ กรรมลกู เสือ/เนตรนารี
- ชชุมุมนนมุ มุ
กจิ- กชรรมุ มนสมุ าธารณประโยชน์

รวมเวลาเรยี นท้ังหมด

แผนปฎบิ ัตกิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบา้ นมา้ งอน ๙

ตารางที่ 6 แสดงโครงสรา้ งเวลาเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้

กลุ่มสาระการเรียนรู้/ กิจกรรม เวลาเรยี น
 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้
ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓

ภาษาไทย ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
คณิตศาสตร์ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
สงั คมศกึ ษา ศาสนา ๑๖๐ (๔ นก.) ๑๖๐ (๔ นก.) ๑๖๐ (๔ นก.)
ooแลศปะารวสะัฒนวานัตศศิธีลราธสรรมตรรม์
๔๐ (๑ นก.) ๔๐ (๑ นก.) ๔๐ (๑ นก.)
จริยธรรม
oหนา้ ทีพ่ ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนนิ ชีวิตในสังคม ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.) ๑๒๐ (๓นก.)

oภมู ศิ าสตร์
oเศรษฐศาสตร์

สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.)

ศิลปะ ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.)

การงานอาชีพ ๘๐ (๒นก.) ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.)

ภาษาต่างประเทศ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.)
รวมเวลาเรยี น (พ้นื ฐาน)

รายวชิ าเพ่มิ เติม งานเกษตร ๔๐ ๔๐ ๔๐
๘๐ ๘๐ ๘๐
งานชา่ ง ๘๐ ๘๐ ๘๐
๒๐๐ (๕ นก.) ๒๐๐ (๕ นก.) ๒๐๐ (๕ นก.)
คอมพิวเตอร์ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

รวมเวลาเรยี น (เพ่มิ เตมิ ) ๔๐ ๔๐ ๔๐

กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน

กจิ กรรมแนะแนว

o กจิ กรรมนกั เรียน

- ลกู เสือ เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐
๔๐ ๔๐ ๔๐
- ชุมนุม
๑๐ ๑๐ ๑๐
o กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและ สาธารณประโยชน์

รวมเวลาเรยี นทง้ั หมด ไม่น้อยกวา่ ๑,๒๐๐ ชว่ั โมง/ปี

แผนปฎบิ ัตกิ าร ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบ้านมา้ งอน ๑๐

ตารางที่ 7 แสดงโครงสร้างเวลาเรยี นหลกั สตู รอสิ ลามศึกษาแบบเข้มโรงเรียนบ้านมา้ งอน

กลุม่ สาระการเรยี นร้/ู เวลาเรยี น ระดับอสิ ลามศึกษาตอนกลาง
ระดบั อิสลามศึกษาตอนตน้
กิจกรรม ป. 1 ป. 2 ม. 1 ม. 2 ม. 3
ป. 3 ป. 4 ป. 5 ป. 6

 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

อลั -กุรอาน 60 60 60 60 60 60 2.0(80) 2.0(80) 2.0(80)

อัล-หะดิษ 20 20 20 20 20 20 1.0(40) 1.0(40) 1.0(40)

อัล-อากดี ะฮฺ 40 40 40 40 40 40 1.0(40) 1.0(40) 1.0(40)
(หอัลล-ักฟศิกรฮัทฺ ธา)
อ(ศัตา-สตนารบีคัญญัติ) 40 40 40 40 40 40 1.0(40) 1.0(40) 1.0(40)
(ศอาลั ส-อนัคปลราะกวตั ิ) 20 20 20 20 20 20 1.0(40) 1.0(40) 1.0(40)
(จภราิยษธารอรามห)รับ
20 20 20 20 20 20 1.0(40) 1.0(40) 1.0(40)
ภาษามลายู 40 40 40 40 40 40 2.0(80) 2.0(80) 2.0(80)
40 40 40 40 40 40 1.0(40) 1.0(40) 1.0(40)

รวมเวลาเรียน 280 280 280 280 280 280 400 400 400
(พืน้ ฐาน) 80 80 80 80 80 120 80 80 80

 กจิ กรรมพัฒนา
ผ้เู รียน

รวมเวลาเรียน 360 360 360 360 360 360 480 480 480
ท้งั หมด

แผนปฎิบัติการ ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบ้านม้างอน ๑๑

ข้อมูลด้านอาคารสถานท่ี แหล่งเรียนรู้และการใช้
๑) อาคารเรียนและอาคารประกอบ จานวน 6 หลงั ไดแ้ ก่ อาคารเรยี น 4 หลงั อาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง

อาคารโรงอาหาร 1 หลัง

สิง่ ก่อสรา้ งของโรงเรยี นบ้านมา้ งอน อาคารเรยี น
อาคารเรียน 017

ป.1ก ปีที่สร้าง 2524
ปที สี่ ร้าง 2511

อาคารเรียน อาคารเรียน
สปช.105/26 สปช.105/29
ปีทีส่ รา้ ง 2529 ปที ี่สรา้ ง 2557

อาคาร อาคารอเนกประสงค/์
อเนกประสงค/์ โรง โรงอาหาร/โรงฝกึ งาน
อาหาร/โรงฝึกงาน
อืน่ อืน่ (สรา้ งเอง)
สามญั /336 ปีทส่ี รา้ ง 2558
ปที ี่สร้าง 2523

ส้วม สว้ ม
อ่ืน อนื่ สปช.601/26
ปีที่สรา้ ง 2528 ปที ีส่ ร้าง 2542

สว้ ม สนามกีฬา
สปช.601/26 สนามบาสเกต็ บอล
ปีทส่ี รา้ ง 2543 ปีทส่ี รา้ ง 2536

ถังเก็บน้า ถังเก็บน้า
ฝ.33 ฝ.30
ปที สี่ รา้ ง 2528 ปีท่สี รา้ ง 2535

ร้วั ถนน
รั้วคอนกรีต ถนนคอนกรตี
ปีทสี่ ร้าง 2552 ปที ี่สร้าง 2552

สาธารณูปโภค ๑๒
มไี ฟฟ้าใช้
ระบบน้าใช้ระบบน้าบาดาล

แผนปฎิบัตกิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบา้ นมา้ งอน

การติดต่อสื่อสารโทรศัพทแ์ ละอินเทอร์เนต็ ความเร็วสูง(ADSL)

๒) จานวนห้องเรยี นทง้ั หมด 12 หอ้ งเรียน แบ่งเป็น
ชัน้ อ.1 – ๓ = 3 ห้อง ไดแ้ ก่ อนุบาล 1 จานวน 1 หอ้ ง,

อนุบาล 2 จานวน 1 ห้อง,
อนุบาล 3 จานวน 1 หอ้ ง

ช้ัน ป.๑ – ๖ = 6 ห้อง ไดแ้ ก่ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1 จานวน 1 หอ้ ง
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 จานวน 1 ห้อง
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3 จานวน 1 ห้อง
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 1 ห้อง
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 จานวน 1 หอ้ ง
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 1 หอ้ ง

ช้ัน ม.๑ – ๓ = 3 ห้อง ไดแ้ ก่ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1 จานวน 1 ห้อง
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 จานวน 1 ห้อง
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 จานวน 1 หอ้ ง

๓) มีหอ้ งสมุด มีหนงั สอื ทง้ั หมด 10 ประเภท
จาแนกเป็น 10 ประเภท ดังนี้
000 เบ็ดเตลด็ หรือความรู้ท่ัวไป (Generalities)
100 ปรชั ญา (Philosophy and Psychology)
200 ศาสนา (Religion)
300 สงั คมศาสตร์ (Social Sciences)

400 ภาษาศาสตร์ (Language)
500 วทิ ยาศาสตร์ (Natural Sciences and Mathematics)
600 วิทยาศาสตร์ประยกุ ต์ หรือเทคโนโลยี (Technology)
700 ศลิ ปกรรมและการบันเทิง (Arts)
800 วรรณคดี (Literature)
900 ประวัติศาสตร์ (Geography and History)
๔) โรงเรียนมีคอมพวิ เตอร์เพ่ือการเรียนการสอน จานวน 15 เครอื่ ง มีการติดตัง้ อินเตอรเ์ น็ตเพอ่ื การ
ค้นคว้าของนกั เรยี น มจี านวน 15 เครื่อง

๕) แหลง่ เรยี นรูใ้ นโรงเรยี น ไดแ้ ก่ 2. ห้องวิทยาศาสตร์
1. สนามฟุตบอล 4. สวนสมุนไพร
3. ห้องสมุด 6. บอ่ เลย้ี งปลา
5. ห้องดนตรี 8. ห้องปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร์
7. ห้องวิทยาศาสตร์

แผนปฎิบตั ิการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบา้ นม้างอน ๑๓

9. ห้องคหกรรม 10 ห้องสหกรณ์
11. หอ้ งพยาบาล 12. ห้องละหมาด
13. โรงอาหาร 14. อาคารเรยี น
15. แปลงเกษตร 16. อุปกรณ์กีฬา
17. อปุ กรณ์การเกษตร
๖) แหล่งเรยี นร้ภู ายนอกโรงเรยี น ไดแ้ ก่ 2. มสั ยดิ บา้ นแหลมยาง
ชอ่ื แหล่งเรยี นรู้ 4. มัสยิดบา้ นสวนกง
1. มัสยิดบา้ นคลองทงิ 6. สวนยางพารา
3. มัสยดิ บา้ นคนู ้ารอบ 8. ร้านค้าชมุ ชน
5. หาดวงั หนาว 10. บ่อเลีย้ งกงุ้
7. ตลาดนัดชมุ ชน 12. กระชงั ปลากะพง
9. โรงงานกะปิ ๑๔.สวนแตงโม
11. โรงเพาะพันธุเ์ หด็ 16. ชมชนท่องเทย่ี ว OTOP นวตั วิถีบ้านคู น้ารอบ
๑๓. ศนู ยเ์ ศรษฐกิจพอเพยี ง 18.คลองนาทับ
15.สวนสตั ว์สงขลา
17. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ปราชญ์ชาวบ้าน / ภูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่ ท่ีสถานศกึ ษาเชิญมาใหค้ วามรู้แก่ครู / นกั เรียน ในปี

การศกึ ษาน้ี

1. นายเซน หมัดตาเห ให้ความรู้เรื่อง การทากะปิ

2. นายเซน หมดั ตาเห ให้ความรู้เรอ่ื ง การปลูกแตงโม

3. นายตอเหต เส็นส๊ะ ให้ความรเู้ รื่อง การทอ่ งเทยี่ วเชงิ นวตั วถิ ี

4. นายอาซดี เหร็มแอ ให้ความรู้เรือ่ ง การเลีย้ งกงุ้ กลุ าดา

สภาพชุมชนโดยรวม

สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียน เป็นสังคมชนบท ชุมชนนับถือศาสนาอิสลาม 100% มีประชากร

ประมาณ 5,200 คน ใช้ภาษาใต้เป็นภาษาหลักในการสื่อสาร บริเวณใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียนได้แก่ หมู่บ้าน

ชมุ ชน อาชีพหลักของชมุ ชน คือ การประมง และการรบั จ้าง การคา้ ขายและการเกษตร ประเพณี/ ศิลปวัฒนธรรม

ท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป คือ ประเพณีวันฮารีรายอ ทาบุญกุโบร์ ประเพณีการทาเมาลิด ผู้ปกครองส่วนใหญ่

จบการศึกษาระดบั ประถมศึกษาปีท่ี 6 ฐานะทางเศรษฐกิจรายได้โดยเฉล่ียครอบครวั ต่อปี 15,000 บาท จานวน

คนเฉลีย่ ต่อครอบครัว 6 คน

แผนปฎบิ ัติการ ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านม้างอน ๑๔

มาตรฐานการศึกษาของโรงเรยี นบา้ นม้างอน

ระดับปฐมวยั

มาตรฐาน 1 คณุ ภาพของเด็ก
1. เด็กรอ้ ยละ 85 มรี ่างกายเจริญเติบโตตามวยั มนี ้าหนกั สว่ นสงู อยู่ในเกณฑต์ ามมาตรฐานของอนามัยอยู่

ในระดบั ดี
2. เดก็ ร้อยละ ๘๕ สามารถดแู ลรกั ษาผลประโยชน์สว่ นตนและปฏิบตั ติ นจนเปน็ นสิ ยั อยู่ในระดบั ดี
3. เด็กร้อยละ๘๕ มีทักษะในการเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ทรงตัวได้ดี ใช้มือประสานความสัมพันธ์

ระหว่างตากับมอื อยใู่ นระดบั ดี
4. เดก็ รอ้ ยละ ๘๕ ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงเกี่ยวกับความปลอดภัย หลบเล่ยี งสภาวะที่ก่อใหเ้ กิดโรค สิ่งเสพติด

ระวังจากบุคคลภายนอก ส่งิ แวดล้อมอยใู่ นระดับดี
5. เด็กร้อยละ ๘๕ มีสุขภาพจิตที่ดีและมีความสุข แสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม กล้าพูดกล้า

แสดงออก ยอมรบั และพอใจในความสามารถของตนเองและผู้อื่นอยใู่ นระดบั ดี
6. เดก็ ร้อยละ ๙๐ ชนื่ ชมมีความสขุ แสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรีและการเคลอ่ื นไหว อยู่ในระดบั ดี
7. เดก็ รอ้ ยละ 90 มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม มจี ติ สานกั ค่านิยมทีด่ ีและจติ ใจที่ดงี ามอยใู่ นระดับดี
8. เด็กร้อยละ ๙๐ มีทักษะชีวิตช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรชีวิตประจาวัน มีวินัยในตนเอง พอเพียงอยู่ใน

ระดบั ดี
9. เด็กร้อยละ ๘๕ มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในและนอกห้องเรียน มีมารยาทและวัฒนธรรม

อยูใ่ นระดับดี
๑๐.เด็กร้อยละ ๘๕ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล ยอมรับการ

ประนปี ระนอมการขดั แย้ง โดยปราศจากความรุนแรงอยูใ่ นระดับดี
๑๑.เด็กร้อยละ 85 สนทนาโต้ตอบเล่าเร่ืองให้ผู้อ่ืนเข้าใจ อ่านนิทาน อ่านภาพ เล่าเรื่องท่ีตนเองอ่าน

เหมาะสมกับวัยอยใู่ นระดับดี
๑๒.เด็กรอ้ ยละ 80 มีความคดิ รวบยอด การคิดเชงิ เหตผุ ลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีความสามารถ

ในการคดิ แก้ปัญหาตัดสินใจเรือ่ งง่าย ๆ ได้ อยูใ่ นระดับดี
๑๓.เด็กร้อยละ 85 สร้างสรรค์ผลงานตามความคิดและจินตนาการผ่านการเล่นอิสระ งานศิลปะ การ

เคลอ่ื นไหวอยูใ่ นระดับดี
๑๔.เด็กรอ้ ยละ ๘๐ มีความสามารถในการแสวงหาความรู้โดยใช้สื่อเทคโนโลยเี ปน็ เคร่ืองมือในการเรียนรู้อยู่

ในระดบั ดี
มาตรฐาน 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ

๑. มีหลกั สูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้านสอดคล้องกับบรบิ ทของทอ้ งถิน่
๒. สถานศึกษาจัดครูให้เหมาะสมกับภารกิจการเรยี นการสอนหรือจดั ครูที่จบการศึกษาปฐมวัยหรือผ่านการ
อบรมการศึกษาปฐมวยั อยา่ งพอเพียงกบั ชน้ั เรียน
๓. สถานศึกษาพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์และออกแบบหลักสู ตร
สถานศกึ ษา

มีทักษะในการจัดประสบการณ์และการประเมินพัฒนาการเด็ก ใช้ประสบการณ์สาคัญในการออกแบบ
การจดั กจิ กรรม มีการสังเกตและประเมนิ พฒั นาการเด็กเป็นรายบุคคล มีปฏสิ ัมพันธท์ ่ีดกี ับเดก็ และครอบครัว

แผนปฎิบตั กิ าร ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบา้ นม้างอน ๑๕

๔. สถานศึกษาจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรยี นท่ีคานึงถึงความปลอดภัย สง่ เสริมให้เกิดการ
เรียนรู้เป็นรายบุคคลและกลุ่ม เล่นแบบร่วมมือร่วมใจ มีมุมประสบการณ์หลากหลาย มีสื่อการเรียนรู้ เช่น ของ
เล่น หนังสือนิทาน ส่ือจากธรรมชาติ สื่อสาหรับเด็กมุด ลอด ปีนป่าย ส่ือ เทคโนโลยี สื่อเพื่อการสืบเสาะหา
ความรู้

๕. สถานศึกษาอานวยความสะดวก และให้บริการส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศวัสดุและอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุน
การจดั ประสบการณ์และพัฒนาครู

๖. สถานศึกษากาหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย และอัต
ลกั ษณ์ที่สถานศึกษากาหนด จัดทาแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดรับกันมาตรฐาน ทส่ี ถานศึกษากาหนด
และดาเนินการตามแผน มีการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา ติดตามผลการดาเนินงาน และ
จัดทารายงานผลการประเมินตนเองประจาปี นาผลการประเมินไปปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา โดย
ผปู้ กครองและผเู้ ก่ียวข้องทุกฝา่ ย

๗. สถานศกึ ษามีแหง่ เรียนรู้ภายในที่ทันสมัยและเพยี งพอ
๘. สถานศึกษาจัดใหม้ ีการเรยี นรูช้ มุ ชนทางวชิ าชีพ (PLC)

มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณท์ ่ีเนน้ เดก็ เป็นสาคญั
๑. ครูร้อยละ ๘๐ วิเคราะห์ข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล จัดทาแผนการจัดประสบการณ์ จากการวิเคราะห์

มาตรฐานคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ในหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีกจิ กรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กครบทุกด้านท้ัง
ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ไม่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านใดด้านหน่ึงเพียงด้าน
เดียว

๒. ครูร้อยละ ๘๐ จัดประสบการณ์ เด็กมีโอกาสเลือกทากิจกรรมอย่างอิสระ ตามความต้องการความสนใจ
ความสามารถ เดก็ ไดเ้ ลอื กเลน่ เรยี นรู้ ลงมือ กระทา ผ่านประสบการณ์ตรง

๓. ครูร้อยละ ๘๐ จัดห้องเรียนให้สะอาด อากาศถ่ายเท ปลอดภัย มีพ้ืนที่แสดงผลงานเด็ก พื้นท่ีสาหรับมุม
ประสบการณ์และการจัดกิจกรรม เด็กมีส่วนร่วมในการจัดสภาพแวดลอ้ มในห้องเรียน เช่น ป้ายนิเทศ การดูแล
ต้นไม้ เป็นต้น ครูใช้ส่ือและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับช่วงอายุ ระยะความสนใจ และวิถีการเรียนรู้ของเด็ก เช่น
กลอ้ งดจิ ติ อล คอมพิวเตอร์ สาหรบั การเรียนรูก้ ลมุ่ ยอ่ ย สือ่ ของเลน่ ทก่ี ระตุ้นใหค้ ดิ และหาคาตอบ เปน็ ตน้

๔. ครูร้อยละ ๘๐ ประเมินพัฒนาการเด็กจากกิจกรรมและกิจวัตรประจาวันด้วยเคร่ืองมือและวิธีการที่
หลากหลาย ไม่ใช้แบบทดสอบ วิเคราะห์ผลการประเมินพัฒนาการเด็กโดยผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม
และนาผลการประเมนิ ทไี่ ดไ้ ปพัฒนาคณุ ภาพเด็กและแลกเปลยี่ นเรียนรู้การจดั ประสบการณ์ท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ

๕. ครูร้อยละ ๘๐ ร่วมกันอภิปรายแลกเปล่ียนเรียนรู้ (PLC) เพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างน้อย ปี
การศึกษาละ 50 ช่ัวโมง

แผนปฎิบตั กิ าร ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบา้ นม้างอน ๑๖

ระดบั การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
มีจานวน ๓ มาตรฐาน ได้แก่
มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผเู้ รียน

๑.๑ ผลสัมฤทธิท์ างวิชาการของผู้เรยี น
๑.๒ คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ของผเู้ รยี น
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจดั การ
มาตรฐานท่ี ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนทีเ่ น้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญ

แตล่ ะมาตรฐานมรี ายละเอียดดังนี้
มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผเู้ รยี น

๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวชิ าการของผู้เรยี น
๑) ความสามารถในการอา่ นการเขียนการสอื่ สารและการคิดคานวณ
๒) ความสามารถในการคดิ วิเคราะหค์ ิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณอภปิ รายแลกเปลย่ี น
ความคดิ เห็นและแกป้ ัญหา
๓) มคี วามสามารถในการสร้างนวัตกรรม
๔) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
๕) มผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรียนตามหลกั สตู รสถานศึกษา
๖) มคี วามรู้ ทกั ษะพื้นฐานและเจตคติท่ีดีตอ่ งานอาชพี

๑.๒ คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของผเู้ รยี น
๑) การมคี ุณลกั ษณะและค่านิยมท่ีดีตามทส่ี ถานศึกษากาหนด
๒) ความภมู ใิ จในท้องถน่ิ และความเปน็ ไทย
๓) การยอมรับท่ีจะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
๔) สุขภาวะทางร่างกายและลักษณะจิตสงั คม

มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบริหารและการจดั การ
๒.๑ มีเปา้ หมายวิสัยทศั นแ์ ละพนั ธกิจทสี่ ถานศึกษากาหนดชดั เจน
๒.๒ มีระบบบรหิ ารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา
๒.๓ ดาเนนิ งานพัฒนาวชิ าการท่ีเน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุก

กลมุ่ เปา้ หมาย
๒.๔ พฒั นาครูและบุคลากรให้มคี วามเชย่ี วชาญทางวิชาชพี
๒.๕ จดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมท่ีเออ้ื ต่อการจดั การเรยี นรู้อย่างมีคุณภาพ
๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการบริหารจัดการและการจดั การเรยี นรู้

มาตรฐานท่ี ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
๓.๑ จัดการเรยี นรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏบิ ัติจรงิ และสามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ได้
๓.๒ ใชส้ ่ือ เทคโนโลยสี ารสนเทศและแหลง่ เรียนรทู้ ีเ่ ออ้ื ต่อการเรียนรู้
๓.๓ มีการบรหิ ารจดั การชนั้ เรียนเชิงบวก
๓.๔ ตรวจสอบและประเมนิ ผู้เรียนอยา่ งเปน็ ระบบและนาผลมาพฒั นาผ้เู รียน
๓.๕ มกี ารแลกเปลยี่ นเรียนรู้และใหข้ ้อมลู สะท้อนกลับเพ่ือพัฒนาและปรับปรงุ การจัดการเรยี นรู้

แผนปฎบิ ัตกิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบา้ นม้างอน ๑๗

ผลการดาเนินงานในรอบปที ีผ่ ่านมา

ตารางที่ 8 แสดงผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ปีการศึกษา ๒๕63

ชัน้ ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ (ค่าเฉลีย่ ) องั กฤษ ประวัตฯิ

ป.1 69 61 วิทยาศาสตร์ สงั คม สุขศึกษา ศิลปะ การงานฯ 77 69
79 68.21
ป.2 77.35 71.85 72 66 80 76 70 73.45 67.5
73.21 70.85 68.21 77.27 69 73.5 62.6
ป.3 67.37 72.25 63.83 69.08 73.25 77.95 71.75 70.96 61.61
67.7 70 78.3 76.4 80.1 64.73 58.14
ป.4 69.9 68.2 67.5 64.92 79 75.62 75.19 77.15 67.3
66.5 61.41 75.59 72.82 67.18 63.84 59.71
ป.5 69.5 71.5 65.3 65.6 88.55 85.85 81.45 77.3
63.46 59.21 79.42 78.54 79.04 656.93 61
ป.6 64.82 63.36 64.3 68 81.2 80.8 77.7 72.99 575.07
603.8 595.07 703.52 701.25 671.41 63.9
ม.1 68.31 64.05 67.09 66.12 78.17 77.92 74.6

ม.2 68.21 58.04

ม.3 70.5 60.2

รวม 624.96 590.45

เฉลีย่ 69.44 65.61

หมายเหตุ รวมคา่ เฉลี่ย = ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนนักเรียนทุกคนในแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรูแ้ ตล่ ะชน้ั หารด้วย
จานวนนักเรยี นทัง้ หมดแต่ละชั้น

แผนปฎบิ ัตกิ าร ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบา้ นม้างอน ๑๘

ผลการทดสอบระดับชาติ

ตารางที่ 9 แสดงผลการประเมนิ การทดสอบความสามารถพืน้ ฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National
Test: NT) ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓

ความสามารถ จานวนคน คะแนนเฉล่ยี ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
ดา้ นภาษา 24 รอ้ ยละ (S.D.)

(Mean%) 12.52

31.50

ด้านคานวณ 24 33.04 14.92

รวมความสามารถทงั้ 2 ดา้ น 32.27 13.72

คะแนนเฉล่ียร้อยละผลการประเมินการทดสอบความสามารถพนื้ ฐานของผ้เู รียนระดบั ชาติ (NT)
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ ประจาปีการศึกษา ๒๕๖3

คะแนนเฉล่ยี ร้อยละผลการประเมนิ การทดสอบความสามารถ
พืน้ ฐานของผู้เรยี นระดับชาติ (NT)

ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 ปกี ารศึกษา 2563

60 ดา้ นภาษา ดา้ นคานวณ เฉล่ยี ทงั้ 2 ดา้ น
50 31.5 33.04 32.27
40
30
20
10
0
โรงเรียน

เขตพนื้ ท่ี 44.95 38.18 41.57
จังหวดั 47.25 39.85 43.55
ศึกษาธกิ ารภาค 49.46 42.01 45.73
สงั กัด 47.76 41.3 44.53
ประเทศ 47.46 40.47 43.97

โรงเรียน เขตพน้ื ท่ี จังหวัด ศึกษาธิการภาค สงั กดั ประเทศ

แผนปฎิบัตกิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบา้ นม้างอน ๑๙

คะแนนเฉลยี่ รอ้ ยละของจานวนนักเรียนท่มี ผี ลการประเมินการทดสอบความสามารถพื้นฐาน
ของผูเ้ รียนระดับชาติ (NT) ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖3
จาแนกตามระดับคณุ ภาพ

คะแนนเฉลีย่ ร้อยละของจานวนนกั เรียนทมี่ ีผลการประเมนิ การทดสอบความสามารถพนื้ ฐาน
ของผเู้ รยี นระดบั ชาติ (NT) ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖3
จาแนกตามระดบั คณุ ภาพ

60

50

40

30

20

10

0 ดา้ นภาษา ดา้ นคดิ คานวณ เฉล่ียทัง้ 2 ด้าน
54.16 37.5 41.66
ปรบั ปรงุ 33.33 45.83 50
พอใช้ 12.5 12.5 8.33
ดี 4.16 0
ดีมาก 0

ปรับปรงุ พอใช้ ดี ดมี าก

ตารางท่ี 10 แสดงการเปรยี บเทียบภาพรวมผลการประเมินการทดสอบความสามารถพื้นฐานของ
ผู้เรยี นระดับชาติ (NT) และรอ้ ยละของผลตา่ งระหว่างปีการศกึ ษา ๒๕๖2 – ๒๕๖3

ความสามารถ ปีการศึกษา ปีการศึกษา ผลการพัฒนา ระดับคุณภาพ
๒๕๖2 ๒๕๖3

รวมความสามารถท้งั 2 ด้าน 38.30 32.27 -6.03 พอใช้

ดา้ นภาษา 41.57 31.50 -10.03 พอใช้

ดา้ นคานวณ 35.03 33.04 -1.99 พอใช้

แผนปฎิบัตกิ าร ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านม้างอน ๒๐

ตารางท่ี 11 แสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาตขิ ้นั พ้ืนฐานชัน้ ประถมศึกษา ปที ่ี ๖ (O-net)
ปกี ารศึกษา 2563

สาระการเรยี นรู้ จานวนคน สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน เฉลี่ยรอ้ ยละ
ภาษาไทย 40.88
ภาษาอังกฤษ 21 14.59 30.48
คณติ ศาสตร์ 21 9.78 21.90
วิทยาศาสตร์ 21 9.06 32.64
21 10.64 31.48
เฉลีย่ รวม

ตารางที่ 12 แสดงผลการทดสอบระดับชาติขน้ั พนื้ ฐาน (O-NET) ปีการศกึ ษา ๒๕๖1 – ๒๕๖3
ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ของโรงเรียนบ้านมา้ งอน

ผลการทดสอบระดับชาตขิ ั้นพ้ืนฐาน (O-NET)

รายวิชา ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖

ภาษาไทย ๒๕๖1 ๒๕๖2 ๒๕๖3
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ 47.10 36.00 40.88
ภาษาองั กฤษ
28.08 23.53 21.90

34.04 28.03 32.64

27.88 22.50 30.48

ตารางท่ี 13 แสดงผลการทดสอบททางการศึกษาระดับชาตขิ ้ันพน้ื ฐาน
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ (O-net)

สาระการเรียนรู้ จานวนคน ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เฉลย่ี ร้อยละ

คณติ ศาสตร์ 5 9.33 41.00
ภาษาไทย 5 975 30.00
วทิ ยาศาสตร์ 5 4.08 14.40
ภาษาองั กฤษ 5 3.85 27.36
เฉล่ียรวม 28.19

แผนปฎิบตั ิการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบา้ นม้างอน ๒๑

ผลการจดั การเรียนรตู้ ามหลักสตู รสถานศกึ ษา : ระดบั การศกึ ษาปฐมวัย
ตารางที่ 14 แสดงผลพัฒนาการเด็กช้ันอนุบาลปที ี่ 1

พัฒนาการด้าน จานวนเดก็ จานวน/รอ้ ยละของเดก็ ตามระดับคณุ ภาพ
ทป่ี ระเมิน ดี พอใช้ ปรับปรงุ
๑.ด้านร่างกาย จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ
๒.ด้านอารมณ-์ จติ ใจ 6 6 100 - - - -
๓.ดา้ นสังคม 6 6 100 - - - -
๔.ดา้ นสตปิ ญั ญา 6 6 100 - - - -
6 6 100 - - - -

ตารางท่ี 15 แสดงผลพัฒนาการเดก็ ช้นั อนุบาลปที ่ี 2

จานวน/รอ้ ยละของเดก็ ตามระดบั คณุ ภาพ

พฒั นาการดา้ น จานวนเดก็ ดี พอใช้ ปรับปรุง
ท่ีประเมิน
๑.ดา้ นรา่ งกาย จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ
๒.ดา้ นอารมณ-์ จติ ใจ 10 10 100 - - - -
๓.ดา้ นสังคม 10
๔.ดา้ นสติปัญญา 10 10 100 - - - -
10
10 100 - - - -

9 90.00 1 10.00 - -

แผนปฎบิ ตั ิการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านมา้ งอน ๒๒

ตารางที่ 16 แสดงผลพฒั นาการเด็กชน้ั อนุบาลปีท่ี 3

พฒั นาการด้าน จานวนเด็ก จานวน/ร้อยละของเด็กตามระดบั คุณภาพ
ท่ปี ระเมนิ ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ

๑.ด้านร่างกาย 7 7 100 - - - -

๒.ดา้ นอารมณ-์ จติ ใจ 7 6 85.71 1 - - -

๓.ด้านสงั คม 7 7 100 0 - - -

๔.ดา้ นสตปิ ัญญา 7 4 57.14 3 42.86 - -

(นาเสนอผลการประเมินพฒั นาการของเด็ก ตามหลักการประเมินพัฒนาการเด็กระดบั ปฐมวยั

แผนปฎิบัติการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านม้างอน ๒๓

ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดบั สถานศึกษา

ตารางท่ี 17 แสดงจานวนนักเรยี นท่มี ีผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนแต

จานวน จานวนนกั เรยี นท่มี ผี ลสัมฤทธ

ระดบั ชั้น นกั เรยี น ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์

ทั้งหมด จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ

ป.1 12 9 75.00 4 33.33 10 83.33

ป.2 14 12 85.71 5 35.71 9 64.29

ป.3 25 10 40.00 15 60.00 8 32.00

ป.4 26 13 50.00 11 42.31 10 38.46

ป.5 29 14 48.28 14 48.28 10 34.48

ป.6 22 7 31.82 9 40.91 11 50.00

รวม 128 65 330.81 58 260.54 58 302.56
ทั้งสิน้

ม.1 14 4 35.71 1 7.14 2 14.28

ม.2 12 5 58.33 3 25.00 3 25.00

ม.3 5 3 60.00 1 20.00 2 40.00

รวม 31 12 154.04 5 52.14 7 79.28
ทั้งสิ้น

แผนปฎบิ ัติการ ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านมา้ งอน

ตล่ ะรายวิชาในระดับ 3 ข้นึ ไป ปกี ารศึกษา ๒๕๖3

ธ์ทิ างการเรยี นแต่ละรายวิชาในระดบั 3 ขึ้นไป ปกี ารศกึ ษา 2563

สงั คมศกึ ษาฯ สขุ ศึกษา ศลิ ปะ ดนตรี การงานฯ ภาษาอังกฤษ

จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ

7 58.33 12 100 8 66.67 8 66.67 10 83.33
10 71.43
7 50.00 11 78.57 10 71.43 7 50.00 16 64.00
15 57.69
10 40.00 13 52.00 17 68.00 13 52.00 15 51.72
8 36.36
13 50.00 19 73.08 17 65.38 21 80.77

10 34.48 26 89.66 14 48.28 19 65.52

7 31.82 21 95.45 17 77.27 11 50.00

54 264.63 102 488.76 83 397.03 79 364.96 74 364.53

3 21.42 11 78.57 11 78.57 7 50.00 7 50.00
4 33.33 12 100.00 11 91.66 9 75.00 4 33.33
1 20.00 5 100.00 5 100.00 5 100.00 5 100.00

8 74.75 28 278.57 27 270.23 21 225 16 183.33

24

ร้อยละของนักเรยี นระดับชน้ั ประถมศึกษาทมี่ ีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนแตล่ ะรายวิชา
ในระดับ ๓ ขึน้ ไปจาแนกตามระดบั ช้ัน ปีการศึกษา ๒๕๖3

120

100

80

60

40

20

0 ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6
ภาษาไทย 75 85.71 40 50 48.28 31.82
คณติ ศาสตร์ 33.33 35.71 60 42.31 48.28 40.91
วิทยาศาสตร์ 83.33 64.29 32 38.46 34.48 50
สงั คมศกึ ษา 58.33 34.48 31.82
สุขศึกษา 100 50 40 50 89.66 95.45
ศิลปะฯ 66.67 78.57 52 73.08 48.28 77.27
การงานฯ 66.67 71.43 68 65.38 65.52 50
ภาษาองั กฤษ 83.33 51.72 36.36
50 52 80.77
ภาษาไทย 71.43 64 57.69 สงั คมศกึ ษา

สขุ ศึกษา คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ

ศิลปะฯ การงานฯ

แผนปฎิบัติการ ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบา้ นม้างอน 25

รอ้ ยละของนกั เรียนระดับชัน้ มธั ยมศึกษาที่มีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นแต่ละรายวิชา
ในระดับ ๓ ขนึ้ ไป จาแนกตามระดบั ชน้ั ปีการศึกษา ๒๕๖3

120

100

80

60

40

20

0 ม.1 ม.2 ม.3
35.71 58.33 60
ภาษาไทย 7.14 20
คณิตศาสตร์ 14.28 25 40
วิทยาศาสตร์ 21.42 25 20
สังคมศึกษา 78.57 33.33 100
สขุ ศกึ ษา 78.57 100 100
ศิลปะฯ 91.66 100
การงานฯ 50 75 100
ภาษาอังกฤษ 50 33.33
สงั คมศกึ ษา
ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
ภาษาองั กฤษ
สขุ ศกึ ษา ศลิ ปะฯ การงานฯ

แผนปฎิบตั กิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบา้ นมา้ งอน 26

ผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ตารางท่ี 18 แสดงผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์

จานวนนกั เรียน จานวนนักเรยี นที่มผี ลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ทง้ั หมด
ระดับชัน้ ดเี ย่ียม ดี ผ่าน ไม่ผา่ น
14
ป.๑ 14 จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ
ป.๒ 25 3 21.43 11 78.57 0 0.00 ๐ 0.00
ป.๓ 26
ป.๔ 29 9 64.29 1 7.14 4 28.57 ๐ 0.00
ป.๕ 22
ป.๖ 14 6 24.00 7 28.00 12 48.00 ๐ 0.00
ม.๑ 12
ม.๒ 6 0 0.00 25 96.15 0 0.00 ๑ 3.85
ม.๓
19 65.52 7 24.14 0 0.00 3 10.34

14 63.64 8 36.36 0 0.00 ๐ 0.00

8 57.14 1 7.14 2 14.29 3 21.43

6 50.00 6 50.00 0 0.00 ๐ 0.00

2 33.33 2 33.33 1 16.67 1 16.67

รวมท้ังส้ิน 162 67 41.36 68 41.98 19 11.73 8 4.94

รอ้ ยละผลของการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์จาแนกตามระดับ ดเี ยย่ี ม
ไมผ่ ่าน, 4.94 คณุ ภาพ ดี
ผ่าน
ผ่าน, 11.73 ไม่ผา่ น
ดเี ยีย่ ม, 41.36

ด,ี 41.98

แผนปฎบิ ตั ิการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบา้ นม้างอน 27

ผลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน

ตารางที่ 19 แสดงผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน

จานวนนกั เรียน จานวนนกั เรียนทม่ี ผี ลการประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
ท้ังหมด
ระดบั ชนั้ ดีเย่ยี ม ดี ผา่ น ไม่ผา่ น
14
ป.1 14 จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ
ป.2 25
ป.3 26 1 7.14 6 42.86 5 35.71 2 14.29
ป.4 29
ป.5 22 9 64.29 3 21.43 2 14.29 0 0.00
ป.6 14
ม.1 12 7 28.00 6 24.00 11 44.00 1 4.00
ม.2 6
ม.3 162 0 0.00 25 96.15 0 0.00 1 3.85
รวมทงั้ สนิ้
8 27.59 11 37.93 7 24.14 3 10.34

5 22.73 16 72.73 0 0.00 1 4.55

7 50.00 3 21.43 1 7.14 3 21.43

5 41.67 7 58.33 0 0.00 0 0.00

3 50.00 2 33.33 0 0.00 1 16.67

45 27.78 79 48.77 26 16.05 12 7.41

ร้อยละผลของการประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และการเขียน
จาแนกตามระดับคณุ ภาพ

16.05 7.41 27.78

48.77

ดเี ยยี่ ม ดี ผา่ น ไมผ่ า่ น

แผนปฎบิ ตั กิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านม้างอน 28

การศึกษาสภาพของโรงเรยี นบา้ นมา้ งอน

ผลการวิเคราะห์สภาพแวดลอ้ ม (SWOT)

1.5 โอกาสและขอ้ จากัดของโรงเรียน การประเมนิ และวเิ คราะห์สถานภาพ SWOT Analysis ซงึ่ มี
รายละเอยี ด ดงั น้ี

การวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก

ด้านสังคมและวัฒนธรรม
โอกาส (Opportunities)
1. ผนู้ าชุมชนมีสว่ นรว่ มในการรว่ มคิด ร่วมพัฒนา
2. โรงเรียนตงั้ อยใู่ นเขตพนื้ ท่ีบรกิ ารท่ีไมห่ า่ งไกลชมุ ชน ทาให้นักเรยี นสะดวกในการ
เดนิ ทางมาโรงเรียน
3. มกี ารจดั กิจกรรมทางศาสนา เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณี และวัฒนธรรม

ท้องถ่นิ
4. โรงเรียนเปิดสอนอิสลามศึกษาแบบเขม้ เพอื่ ใหน้ กั เรียนไดม้ คี วามรู้ทางด้านศาสนา

ควบคู่กับสามัญ
อปุ สรรค (Threats)
1. ผู้ปกครองไมส่ ามารถมาส่งนกั เรยี นที่โรงเรยี นได้ในตอนเช้า จงึ ทาใหต้ อ้ งส่งนักเรยี น
ไปกับรถประจาของโรงเรียนสอนศาสนาเอกชน
2. ผู้ปกครองสว่ นใหญแ่ ต่งงานตั้งแตอ่ ายุยังนอ้ ย เกิดการหย่าร้างสูงทาให้นักเรียนต้อง
อยู่กับญาติ หรือผูส้ ูงอายุทาใหข้ าดการดูแลเอาใจใสท่ ีด่ ี
3. ชุมชนขาดความตระหนักในเร่อื งความสะอาดทาใหน้ ักเรียนขาดจิตสานกึ ในการ
ดแู ลรักษาความสะอาดและรักษาส่ิงแวดลอ้ ม

ดา้ นเทคโนโลยี
โอกาส (Opportunities)
1. โรงเรียนสามารถเขา้ ถงึ เครือขา่ ย ICT

2. มีไฟฟ้าใชเ้ พยี งพอตลอด 24 ชม.

อปุ สรรค (Threats)
1. ชุมชนยังไมส่ ามารถเข้าถงึ เครอื ขา่ ย ICT ได้อย่างทั่วถึง
2. ผู้ปกครองขาดความรู้พ้นื ฐานในการใชเ้ ทคโนโลยี
3.สญั ญาณ ICT ไมค่ รอบคลุมทัว่ ถึงทัง้ หมู่บ้าน
4. ชุมชนขาดอปุ กรณ์เทคโนโลยใี นการติดต่อ สอื่ สารที่หลากหลาย

แผนปฎบิ ัตกิ าร ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบา้ นม้างอน 29

ดา้ นเศรษฐกิจ
โอกาส(Opportunities)
1.โรงเรยี นไดร้ ับการสนับสนุนจากหนว่ ยงานรฐั วิสาหกิจและหน่วยงานของรฐั
2. โรงเรียนตงั้ อยู่ในพน้ื ทเี่ ขต พฒั นาเศรษฐกิจนิคมอตุ สาหกรรมจะนะ
3. โรงเรยี นต้ังอย่ใู นพน้ื ที่ท่ปี ระชาชนสามารถประกอบอาชีพ หลากหลาย เช่น
เกษตรกรรม ประมง รับจา้ ง และค้าขาย
อุปสรรค (Threats)
1. ผู้ปกครองส่วนใหญ่มฐี านะยากจน
2. ผปู้ กครองไม่มเี วลาดูแลนักเรยี น
3. ผปู้ กครองไมส่ ามารถสนับสนนุ การจัดกิจกรรมตา่ ง ๆ ของโรงเรยี นไดเ้ ต็มที่
4. ผปู้ กครองบางส่วนไปทางานนอกพน้ื ท่ี ทาใหน้ ักเรียนต้องอาศยั อยู่กับญาติ
บางสว่ นไม่ได้รับการเอาใจใส่ท่ีดี

ดา้ นการเมืองและกฎหมาย
โอกาส(Opportunities)
1. โรงเรยี นมสี ภาพเป็นนติ ิบคุ คล ทาใหใ้ หส้ ามารถบริหารจัดการได้อย่างอสิ ระและ
คลอ่ งตวั มากข้ึน
2. เปิดโอกาสให้มกี ารระดมทรพั ยากรในการจดั การศึกษามากขึน้
3. นโยบายเรียนฟรีจนจบการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐานมสี ว่ นเพิ่มโอกาสทางการศกึ ษา
4. นโยบายการกระจายอานาจให้ทอ้ งถิน่ มีสว่ นให้สถานศึกษาได้รับการสนับสนนุ
งบประมาณบางส่วนจากทอ้ งถ่นิ
อปุ สรรค (Threats)
1. องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจัดสรรเงินโครงการอาหารกลางวันใหเ้ ฉพาะนกั เรยี น
อ.1- ป.6 ทาให้นักเรียนมธั ยมฯบางส่วนขาดแคลนอาหารกลางวนั
2. นโยบายดา้ นการศึกษามีการเปลย่ี นแปลงบ่อยส่งผลตอ่ เนอื่ งในการบรหิ ารจดั
การศกึ ษา

ด้านโครงสรา้ งและนโยบาย
จุดแขง็ (Strengths)
1.การกระจายอานาจการบรหิ ารของโรงเรียนกาหนดให้บริหารแบบ 4 งาน และมี
ผูร้ ับผิดชอบทั้ง 4 งาน
2.ครูมีประสบการณใ์ นการทางาน และมีความชานาญในงานท้ัง 4 ฝ่ายงาน
จุดออ่ น(Weaknesses)
1.ครมู ีการเปลย่ี นฝ่ายงานและหนา้ ท่คี วามรับผดิ ชอบในการปฏบิ ตั งิ านบ่อยคร้ัง

แผนปฎบิ ตั กิ าร ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านม้างอน 30

ด้านผลผลิตและการบรกิ าร
จุดแข็ง (Strengths)
1. นักเรยี นสามารถเรยี นรู้และสือ่ สารภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. นกั เรยี นมีจติ สาธารณะ
3. นกั เรยี นมีทักษะด้านกฬี า งานอาชพี และศิลปะ
4. นกั เรยี นส่วนใหญ่มสี ุขภาพ ร่างกายตามเกณฑ์
จดุ อ่อน (Weaknesses)
1. นกั เรียนสว่ นใหญม่ ผี ลการทดสอบระดับชาตคิ ่อนข้างน้อย
2. นักเรียนส่วนใหญม่ ีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นคอ่ นขา้ งน้อย
3. นกั เรียนมีผลการคดิ วเิ คราะห์อยใู่ นระดับตา่
4. มนี กั เรียนบางส่วนยงั อ่านไมอ่ อก เขียนไม่ได้

ด้านบุคลากร
จุดแข็ง (Strengths)
1. มจี านวนครเู พยี งพอกับจานวนนกั เรยี นและการบริหารการจัดการ
2. ครไู ม่คอ่ ยโยกยา้ ยบอ่ ย ทาใหก้ ารเรียนการสอนต่อเน่ือง
3. โรงเรยี นอยบู่ นพ้นื ท่ีไมห่ ่างไกลความเจรญิ ครูสะดวกในการมาติดต่อราชการทาให้
การจัดการเรยี นการสอนต่อเนือ่ ง
4. บุคลากรมคี วามเข้มแข็ง ทุ่มเทการทางานให้กับทุกภารกิจของโรงเรียน
จดุ ออ่ น (Weaknesses)
1. บุคลากรบางส่วนขาดความเช่ยี วชาญในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใหเ้ กิด
ประโยชน์
2. ครูบางคนพักอาศยั อยูน่ อกเขตโรงเรียนทาให้ขาดความใกล้ชิดกบั นักเรยี น และ
ชุมชน ส่งผลต่อปฏิสัมพนั ธ์ท่ดี ี
3. บคุ ลากรมีการปรับเปลยี่ นหน้าทรี่ ับผิดชอบบอ่ ย ทาใหก้ ารทางานเกิดความไม่
ต่อเนื่องขาดประสทิ ธิภาพ

ดา้ นประสิทธิภาพทางการเงิน
จุดแขง็ (Strengths)
1. มีงบเงนิ อุดหนนุ สาหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทาใหช้ ว่ ยลดค่าใชจ้ า่ ยของ
ผปู้ กครอง
จุดอ่อน (Weaknesses)
1. งบประมาณท่ีได้รับจดั สรรไม่เพยี งพอในการบริหารจัดการใหเ้ กิดประสิทธิภาพ
2. ผู้ปกครองสว่ นใหญฐ่ านะยากจน ทาให้ไมส่ ามารถดูแลนักเรยี นให้มคี วามพร้อมใน
เรอื่ งการศึกษาได้ดีเทา่ ท่ีควร

แผนปฎิบตั กิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านม้างอน 31

3. ในครอบครวั ของนกั เรียนมีผสู้ งู อายุ และวัยรุ่นท่ีไม่มงี านทา ทาใหเ้ ปน็ ภาระของ
ครอบครวั สง่ ผลให้ค่าใช้จ่ายไมเ่ พียงพอ
ด้านวัสดอุ ปุ กรณ์
จดุ แขง็ (Strengths)

1. มอี าคารเรียน อาคารประกอบ และสภาพแวดลอ้ มทเ่ี อื้อต่อการจัดการเรียนรู้
2. มีแหลง่ เรยี นรแู้ ละภูมปิ ญั ญาชาวบ้านทห่ี ลากหลายในการจัดการเรยี นการสอน
จดุ ออ่ น (Weaknesses)
1. มีขอ้ จากัดในการใช้สือ่ ขาดความหลากหลาย และการประยุกต์ใช้ ขาดแคลนสอื่ ใน
การจดั การเรียนการสอนท่ีเพียงพอในบางสาระ โดยเฉพาะในสาระหลัก
2. ขาดคอมพวิ เตอร์ในการใช้คนั ควา้ หาความรู้ของนักเรยี น
ดา้ นการบรหิ ารจัดการ
จุดแข็ง (Strengths)
1. ผบู้ รหิ ารมคี วามต้ังใจในการบรหิ ารงานอยา่ งเต็มกาลังความสามารถและมีความ
พยายามท่จี ะปรบั ปรุงระบบการบริหารอย่างสมา่ เสมอ
จุดอ่อน(Weaknesses)
1. ผ้บู ริหารมกี ารโยกยา้ ยบอ่ ยทาใหข้ าดความต่อเนอื่ งในการบริหารจัดการ

แผนปฎิบตั ิการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบ้านมา้ งอน 32

ผลการประเมนิ คณุ ภาพภายในของสถานศึกษา
ระดับการศกึ ษาปฐมวัย

มาตรฐานการศึกษา ผลการประเมนิ ตนเอง
ระดับการศกึ ษาปฐมวยั
ของโรงเรยี น (ปีลา่ สุด)

กาลงั พัฒนา ปานกลาง ดี ดีเลศิ ยอดเยย่ี ม

๑. ด้านคณุ ภาพผู้เรยี น *

๒. ด้านการจัดการศึกษา *

๓. ด้านการสรา้ งสงั คมแห่งการเรียนรู้ *

ระดับการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน ผลการประเมนิ ตนเอง
ของโรงเรยี น(ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒)
มาตรฐานการศกึ ษา
ระดับการศึกษาปฐมวัย กาลงั ปานกลาง ดี ดเี ลิศ ยอดเยี่ยม
พัฒนา
๑. คณุ ภาพของผู้เรยี น
๒. กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ *
๓. การจัดการเรยี นการสอนที่เน้นผเู้ รียนเป็นสาคญั *
*

แผนปฎบิ ัติการ ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบา้ นมา้ งอน ๓๔

สว่ นที่ 2

บรบิ ททเี่ กย่ี วข้องกับการศึกษา

สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 ได้น้อมนาพระบรมราโชบายของ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี นิ ทร มหาวชริ าลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอย่หู ัว ดา้ นการศกึ ษา
กรอบยทุ ธศาสตรช์ าติ ระยะ 20 ปี พ.ศ.2561-2580 แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 12
(พ.ศ. 2560-2564) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 นโยบายรัฐบาล จุดเน้นนโยบายของ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน แผนพัฒนา
การศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นโยบายการพัฒนาการศึกษาจงั หวัดสงขลา
และบริบทต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องมาเชื่อมโยงกับอานาจหน้าที่ของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
สงขลา เขต 3 และกาหนดเปน็ กรอบแนวทางในการจดั ทาแผนปฏิบัติการ ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563
ของสานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 โดยมรี ายละเอยี ด ดงั นี้

1. พระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณฯ พระว
ชิรเกลา้ เจา้ อย่หู ัว
พระบรมราโชบาย ดา้ นการศกึ ษาพระองค์ทา่ นตอ้ งการสร้างให้คนไทยมีคณุ สมบตั ิ 4ดา้ นคอื
1. มที ัศนคติทีด่ ีและถูกตอ้ ง
- มีความรคู้ วามเข้าใจตอ่ ชาตบิ า้ นเมือง
- ยึดม่นั ในศาสนา
- มน่ั คงในสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
- มีความเอ้ืออาทรตอ่ ครอบครัว และชมุ ชนของตน
2. มพี ืน้ ฐานชวี ติ ที่ม่นั คงเข้มแข็ง
- รู้จกั แยกแยะสิง่ ทผ่ี ดิ -ชอบ/ช่ัว-ดี
- ปฏบิ ตั สิ ิ่งทชี่ อบ ส่ิงท่ีดงี าม
- ปฏเิ สธส่ิงทผี่ ดิ สง่ิ ทีช่ ่ัว
- ช่วยกนั สร้างคนดใี หแ้ ก่บา้ นเมือง
3. มีงานทา มีอาชีพ
- เลี้ยงดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝนอบรมในสถานศึกษาต้องมุ่งให้เด็กและ

เยาวชนรกั งาน สงู้ าน ทาจนงานสาเรจ็
- การฝึกฝนอบรมท้ังในหลักสูตรและนอกหลักสูตร ต้องมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนทางาน

และมงี านทาในทส่ี ดุ
- ตอ้ งสนับสนนุ ผู้สาเร็จหลักสูตรมีอาชพี มงี านทา จนสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้

4. เปน็ พลเมืองดมี รี ะเบียบวินัย

แผนปฎิบตั กิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านมา้ งอน ๓๕

- การเป็นพลเมืองดี เปน็ หน้าที่ของทกุ คน
- ครอบครัวสถานศึกษาและสถานประกอบการต้องส่งเสรมิ ให้ทกุ คนมโี อกาสทาหนา้ ท่ีพลเมอื งดี
- การเป็นผลเมืองดี คือ “เห็นอะไรที่จะทาเพ่ือบ้านเมืองได้ก็ต้องทา เช่น งาน
อาสาสมคั ร งานบาเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกุศล ให้ทาดว้ ยความมีน้าใจและเอื้ออาทร”

ความสอดคล้องกบั แผน 3 ระดบั

มติคณะรัฐมนตรจี ากการประชุมวันท่ี 4 ธันวาคม 2560 เห็นชอบการจาแนกแผนออกเป็น 3
ระดับ ไดแ้ ก่

แผนระดบั ที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นเปา้ หมายการพัฒนาประเทศ ใชเ้ ป็นกรอบในการจัดทา
แผนต่าง ๆ ใหส้ อดคลอ้ งและบรู ณาการกนั

แผนระดับท่ี 2 ได้แก่ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาตแิ ผนการปฏิรปู ประเทศ และแผนความม่นั คง

แผนระดับท่ี 3 หมายถึง แผนที่จัดทาข้ึนเพ่ือสนับสนุนการดาเนินงานของแผนระดับท่ี 1
และ 2 ให้บรรลุเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ หรือจัดขึ้นตามท่ีกฎหมายกาหนด หรือจัดทาขึ้นตามพันธกรณีหรือ
อนสุ ญั ญาระหวา่ งประเทศ

ซ่ึงแผนระดับที่ 1 และ 2 เป็นแผนที่สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แหง่ ชาตเิ สนอ

ดังนั้น สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ จึงได้ศึกษา วิเคราะห์ความ
สอดคล้องเชื่อมโยงระหว่างแผนปฏิบัติการของสานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต ๓ กบั
แผน ทง้ั 3 ระดบั ดังน้ี

แผนระดับที่ 1 (ยทุ ธศาสตร์ชาต)ิ

1. ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580)

คณะกรรมการจัดทายุทธศาสตร์ชาติได้ดาเนินการจัดทายุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-
2580) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี โดยกาหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายและ
ยทุ ธศาสตร์ ดงั น้ี

วสิ ยั ทัศน์
“ประเทศไทยมคี วามมน่ั คง มัง่ ค่ัง ย่งั ยนื เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพฒั นา ตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง” หรือเปน็ คตพิ จนป์ ระจาชาตวิ า่ “มั่นคง ม่งั ค่ัง ยัง่ ยืน”

ความมั่นคง หมายถึง หมายถึง การมีความม่ันคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลง
ทั้งภายในประเทศ และภายนอกประเทศในทุกระดับ ท้ังระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจก
บุคคล และมีความม่ันคงในทุกมิติ ทั้งมิติทางการทหาร เศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดล้อม และการเมือง เช่น
ประเทศมีความมน่ั คงในเอกราชและอธปิ ไตยมีการปกครองระบบประชาธิปไตยท่ีมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็น
พระประมุข สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มีความเข้มแข็งเป็นศูนย์กลางและเป็นท่ียึดเหน่ียวจิตใจ

แผนปฎิบตั ิการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านมา้ งอน ๓๖

ของประชาชน มีระบบการเมืองท่ีมั่นคงเป็นกลไกที่นาไปสู่การบริหารประเทศท่ีต่อเน่ืองและโปร่งใสตาม
หลักธรรมาภิบาล สังคม มีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกกาลังเพ่ือพัฒนาประเทศ ชุมชนมีความ
เข้มแข็ง ครอบครัวมีความอบอุ่น ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต มีงานและรายได้ท่ีม่ันคง พอเพียงกับการ
ดารงชีวิต มีการออมสาหรับวัยเกษียณ ความมั่นคงของอาหาร พลังงาน และน้า มีท่ีอยู่อาศัย และความ
ปลอดภยั ในชีวติ ทรพั ยส์ ิน

ความม่ังค่ัง หมายถึง ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเน่ืองและมีความย่ังยืน
จนเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง ความเหลื่อมล้าของการพัฒนาลดลง ประชากรมีความอยู่ดีมีสุขได้รับ
ผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันมากข้ึน และมีการพัฒนาอย่างทั่วถึงทุกภาคส่วน มีคุณภาพ
ชีวิตตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ ไม่มีประชาชนท่ีอยู่ในภาวะความยากจน เศรษฐกิจใน
ประเทศมีความเข้มแข็ง ขณะเดียวกันต้องมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ทั้งในตลาดโลก
และตลาดภายในประเทศเพ่ือให้สามารถสร้างรายได้ท้ังจากภายในและภายนอกประเทศ ตลอดจนมีการ
สร้างฐานเศรษฐกิจและสงั คมแห่งอนาคตเพื่อให้สอดรับกับบริบทการพัฒนาที่เปล่ียนแปลงไป และประเทศ
ไทยมีบทบาทที่สาคัญในเวทีโลก และมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างแน่นแฟ้นกับประเทศใน
ภูมิภาคเอเชีย เป็นจุดสาคัญของการเชื่อมโยงในภูมิภาคท้ังการคมนาคมขนส่ง การผลิต การค้า การลงทุน
และการทาธุรกิจ เพ่ือให้เป็นพลังในการพัฒนา นอกจากนั้น ยังมีความสมบูรณ์ในทุนที่จะสามารถสร้างการ
พัฒนาต่อเน่ืองไปได้ ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางการเงิน ทุนท่ีเป็นเครื่องมือเครื่องจักร ทุนทาง
สงั คม และทุนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม

ความยั่งยืน หมายถึง การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิต
ของประชาชนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซ่ึงเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่อยู่บนหลักการใช้ การรักษา
และการฟ้ืนฟฐู านทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งย่งั ยืน ไม่ใชท้ รัพยากรธรรมชาติจนเกินพอดี ไมส่ ร้างมลภาวะ ตอ่
สิง่ แวดล้อมจนเกินความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศ การผลิตและการบรโิ ภคเป็นมิตร
กับสิง่ แวดล้อม และสอดคล้องกับเปา้ หมายการพัฒนาที่ยงั่ ยืน ทรัพยากรธรรมชาตมิ ีความอดุ ม สมบรู ณม์ าก
ข้นึ และส่งิ แวดล้อมมคี ุณภาพดีขนึ้ คนมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม มีความเออื้ อาทร เสยี สละเพ่ือผลประโยชน์
ส่วนรวม รัฐบาลมีนโยบายท่ีมุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างย่ังยืน และให้ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมของ
ประชาชน และทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและปฏิบตั ิตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือการพัฒนา
อยา่ งสมดลุ มีเสถยี รภาพและยง่ั ยืน

โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข
เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของ
ประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาส
และความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และมีภาครัฐของ
ประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม โดยการประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ
ประกอบด้วย

1) ความอยูด่ มี สี ุขของคนไทยและสงั คมไทย
2) ขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน การพฒั นาเศรษฐกจิ และการกระจายรายได้
3) การพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ยข์ องประเทศ
4) ความเทา่ เทยี มและความเสมอภาคของสังคม

แผนปฎบิ ัตกิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบา้ นมา้ งอน ๓๗

5) ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพสง่ิ แวดลอ้ ม และความยั่งยนื ของทรัพยากรธรรมชาติ
6) ประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจดั การและการเข้าถงึ การให้บริการของภาครัฐ

ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) มี 6 ยุทธศาสตร์ ซ่ึงเก่ียวข้องกับภารกิจของ
สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ 6 ยทุ ธศาสตร์ ดังนี้

1. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความม่ันคง มีเป้าหมายการพัฒนาที่สาคัญ คือ ประเทศชาติ
มั่นคง ประชาชนมีความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความม่ันคง ปลอดภัย
เอกราช อธิปไตย และมีความสงบเรียบร้อยในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคน
เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัย
พิบัติได้ทุกรูปแบบ และทุกระดับความรุนแรง ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความม่ันคงท่ีมี
อยู่ในปัจจุบัน และที่อาจจะเกิดข้ึนในอนาคต ใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการท้ังกับส่วน ราชการ
ภาคเอกชนประชาสังคม และองค์กรท่ีไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ ทั่วโลกบนพื้นฐานของ
หลักธรรมาภิบาล เพ่ือเอื้ออานวยประโยชน์ต่อการดาเนินการของยุทธศาสตร์ชาติ ด้านอื่นๆ ให้สามารถ
ขบั เคล่ือนไปได้ ตามทศิ ทางและเปา้ หมายที่กาหนด

2. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนา ที่
มุ่งเนน้ การยกระดบั ศักยภาพของประเทศในหลากหลายมติ ิ บนพ้ืนฐานแนวคิด 3 ประการ ได้แก่

1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปท่ีรากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม
ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติท่ีหลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ
ของประเทศในด้านอืน่ ๆ นามาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้สอดรบั กับบริบท ของ
เศรษฐกิจ และสงั คมโลกสมัยใหม่

2) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานของประเทศ
ในมิติต่างๆ ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัล
และการปรับสภาพแวดล้อมให้เอ้ือตอ่ การพัฒนาอุตสาหกรรมและบรกิ ารอนาคต

3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพ่ิมศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคน
รุ่นใหม่ รวมถึง ปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสาน
กับยุทธศาสตร์ท่ีรองรับอนาคต บนพ้ืนฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริม
และสนับสนุนจากภาครัฐ ให้ประเทศไทยสามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทาง
การค้าและการลงทุนใน เวทีโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของ
คนชั้นกลางและลดความเหลือ่ มลา้ ของคนในประเทศได้ในคราวเดยี วกัน

3. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเปา้ หมาย
การพัฒนาที่สาคัญเพ่ือพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทย มี
ความพร้อมท้ังกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ
รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อ่ืน มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของ
ชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จาเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ี 3 และ
อนุรักษ์ภาษาท้องถ่ินมีนิสัยรักการเรยี นรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ืองตลอดชวี ติ สู่การเป็น คนไทยท่ี
มีทกั ษะสูง เปน็ นวตั กร นกั คดิ ผ้ปู ระกอบการ เกษตรกรยคุ ใหม่และอื่น ๆ โดยมสี มั มาชพี ตามความถนัดของ
ตนเอง

แผนปฎบิ ตั กิ าร ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบา้ นมา้ งอน ๓๘

4. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมายการ
พัฒนาท่ีสาคัญท่ีให้ความสาคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน
ท้องถ่ิน มาร่วมขับเคล่ือน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชน ในการร่วมคิดร่วมทาเพ่ือส่วนรวม
การกระจายอานาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้าง
ความเขม้ แขง็ ของชุมชนในการจดั การตนเอง และการเตรยี มความพร้อมของประชากรไทยทง้ั ในมิติ สุขภาพ
เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพ่ึงตนเองและทาประโยชน์แก่
ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานท่ีสุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและสวัสดิการท่ีมีคุณภาพ
อย่างเป็นธรรมและทัว่ ถึง

5. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
มีเป้าหมายการพัฒนาท่ีสาคัญเพ่ือนาไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนในทุกมิติ ทั้งมิติด้าน สังคม
เศรษฐกิจ ส่ิงแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายในและภายนอก
ประเทศอยา่ งบรู ณาการ ใช้พนื้ ท่ีเปน็ ตวั ต้งั ในการกาหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการให้ทุกฝ่ายท่เี กย่ี วข้อง
ได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าท่ีจะเป็นไปได้โดยเป็นการดาเนินการ บนพื้นฐานการ
เติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ ส่ิงแวดล้อม และคุณภาพชีวิต โดยให้ความสาคัญกับการสร้าง
สมดลุ ทง้ั 3 ด้าน อนั จะนาไปสคู่ วามย่ังยืนเพ่อื คนร่นุ ต่อไปอย่างแท้จริง

6. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
มีเป้าหมายการพัฒนาที่สาคัญเพ่ือปรับเปลี่ยนภาครัฐที่ยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชนเพ่ือประชาชน และ
ประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดท่ีเหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาท หน่วยงานของ
รัฐท่ีทาหน้าท่ีในการกากับหรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจท่ีมีการแข่งขันมีขีดสมรรถนะสูง ยึดหลัก
ธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทางานให้ม่งุ ผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวมมีความทันสมยั และพร้อม
ท่ีจะปรบั ตัวใหท้ นั ตอ่ การเปลี่ยนแปลงของโลกอยตู่ ลอดเวลา โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ การนานวตั กรรม เทคโนโลยี
ข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการทางานที่เป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับ
มาตรฐานสากล รวมท้ังมีลักษณะเปิดกว้าง เช่ือมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม
เพ่ือตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส โดยทุกภาคส่วนในสังคม
ต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความซ่ือสัตย์สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตสานึกในการปฏิเสธไม่ยอมรับการ
ทุจริตประพฤติมิชอบอย่างส้ินเชิง นอกจากนั้น กฎหมายต้องมีความชัดเจน มีเพียงเท่าท่ีจาเป็นมีความ
ทันสมัยมีความเป็นสากล มีประสิทธิภาพ และ นาไปสู่การลดความเหล่ือมล้าและเอื้อต่อการพัฒนา โดย
กระบวนการยุติธรรมมีการบริหารท่ีมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏบิ ัติและการอานวยความยุติธรรมตาม
หลักนิติธรรม

แผนปฎบิ ตั ิการ ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบ้านมา้ งอน ๓๙

แผนระดับท่ี 2 (เฉพาะที่เก่ยี วขอ้ ง)

๑. แผนแมบ่ ทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าติ

ประเด็น ท่ี ๑ ประเด็น ความม่นั คง
จากภาพกรอบแนวคิดใหม่ด้านความม่ันคง ท่ีเรียกว่า “ความมั่นคงแบบองค์รวม”

ซึ่งได้ขยายขอบเขต ความมั่นคงของชาติให้ครอบคลุมเกี่ยวข้องกับมิติต่าง ๆ ในทุกองคาพยพ อย่างไม่อาจ
หลีกเลี่ยงได้ ท้ังด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม การทหาร วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดไปจนถึงประเด็นสาคัญต่าง ๆ อาทิพลังงาน อาหาร และน้า
ยุทธศาสตร์ชาติด้านความม่ันคง จึงได้ ก าหนดเป้าหมายสาคัญในภาพรวมให้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน คือ
“ประเทศชาติมน่ั คง ประชาชนมีความสุข” โดยมงุ่ ท่ีจะบริหารจดั การสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความ
มนั่ คง ปลอดภัย และมีความสงบเรยี บร้อยได้ อย่างแท้จรงิ สามารถแก้ไขปัญหาเดิมและป้องกันไมใ่ ห้ปัญหา
ใหม่เกิดข้ึน รวมท้ังพัฒนาศักยภาพของหน่วยงาน ด้านความมั่นคง บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน
ท้ังในและต่างประเทศ และพัฒนาปรับปรุงกลไก การบริหารจัดการและขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงของ
ประเทศ ให้เอื้ออานวยต่อการดาเนินการของ ยุทธศาสตร์ชาติด้านอื่น ๆ ในการที่จะขับเคล่ือนไปได้ตาม
ทิศทางและเป้าหมายท่ีกาหนด ท้ังน้ี เป้าหมายการดาเนินงานที่สาคัญของยุทธศาสตร์ด้านความม่ันคง ท่ี
ต้องการบรรลุในแต่ละห้วง เวลาจะประกอบด้วย ในช่วงปีพ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๖๕ ด าเนินการ “ปรับ
สภาพแวดล้อม พร้อมแก้ไขปัญหา” ให้ ลดระดับลงอย่างมีนัยยะสาคัญ สาหรับในช่วงปีพ.ศ.๒๕๖๖ –
๒๕๗๐ จะดาเนินการให้ “ปัญหาเก่าหมดไป ปัญหาใหม่ไม่เกิด” เอ้ือต่อการบริหารประเทศมากยิ่งข้ึน เพ่ือ
เป็นฐานนาไปสู่เป้าหมายในช่วงปี พ.ศ.๒๕๗๑ – ๒๕๗๕ ที่กาหนดไว้ว่า “ประเทศชาติพัฒนา ปวงประชา
ร่วมผลกั ดัน” จนกระท่ังสามารถบรรลุเปา้ หมาย สดุ ท้าย ในหว้ งปี พ.ศ.๒๕๗๖ – ๒๕๘๐ ทว่ี ่า “ประเทศชาติ
มัน่ คง ประชาชนมีความสขุ ” ในท่สี ุด

เปา้ หมาย ๑. ประเทศชาตมิ ีความ มั่นคงในทกุ มติ ิ และทกุ ระดบั เพ่ิมขน้ึ
๒. ประชาชนอย่ดู ี กินดี และมคี วามสขุ ดขี น้ึ

แผนยอ่ ยการรักษาความสงบภายในประเทศ
การรักษาความสงบภายในประเทศ เป็นการเสรมิ สร้างความสงบเรียบร้อยและสันติ
สุขให้เกิดข้ึนกับ ประเทศชาติบ้านเมือง ให้สถาบันหลักมีความมั่นคงเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจอย่างยั่งยืน
ประชาชนอยดู่ ีมีสุข มีความม่ันคงปลอดภยั ทั้งในชวี ิต และทรพั ย์สิน สังคมมีความเข้มแข็ง สามคั คีปรองดอง
และเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่กัน พร้อมที่จะร่วมแก้ไขปัญหาของชาติ มีการพัฒนาเสริมสร้างการเมืองในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่ีมีเสถียรภาพและมีธรรมาภิบาล มีการพัฒนาและ
เสริมสร้างกลไกท่ีสามารถ ป้องกันและขจัดสาเหตุของประเด็นปัญหาความมั่นคงที่สา คัญ เพ่ือให้
ประเทศชาติมีกลไกเฉพาะเจาะจงท่ีมี ประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขต้นเหตุท่ีเป็นรากเหง้าของปัญหา
ภายในประเทศท้ังปวงให้หมดไปอย่างแท้จริง โดยมีกองอานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
(กอ.รมน.) และกระทรวงกลาโหม เป็นเจ้าภาพ การดาเนินการในภาพรวม ท้ังน้ี เพื่อให้การรักษาความสงบ
ภายในประเทศบรรลุวัตถุประสงค์ตามแนวความคิดในการดาเนินการท่ี กาหนด จึงได้มีการจัดทาแนว
ทางการพัฒนาข้ึนรองรับ จานวน ๕ แนวทาง โดยมีรายละเอียดการดาเนินการ ของแต่ละแนวทางการ
พัฒนา รวมถงึ เป้าหมายและตัวชวี้ ดั ดังต่อไปน้ี

แผนปฎิบัตกิ าร ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นบ้านมา้ งอน ๔๐

แนวทางการพฒั นา
๑. เสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและความมั่นคงของมนุษย์ มุ่งใช้
เทคโนโลยี และการบงั คบั ใช้ กฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมปญั หาการจราจร ปัญหาความรนุ แรงใน
สังคม โดยมุ่งเน้น การปลูกจิตสานึกและเสริมสร้างความเป็นพลเมือง ซ่ึงถือเป็นพื้นฐานสาคัญ ในการแก้ไข
ปัญหาด้านความมั่นคงของ มนุษย์ในระยะยาว รวมทั้งใช้หลักการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ เพื่อให้
สามารถดาเนินการแก้ไขรว่ มกบั ทุกภาคส่วน ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ รวมท้ังยงั เปน็ การสนับสนุน
ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสรมิ สร้าง ศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ ในด้าน อยู่ดี กินดี และมีสุข โดย
มี แนวทางการพัฒนาที่สาคญั ได้แก่ (๑) การแก้ไข ปัญหาดา้ นอาชญากรรม (๒) การแก้ไขปญั หาดา้ นจราจร
และอุบัติเหตุทางถนน (๓) การแก้ไขปัญหาความรุนแรงใน สังคม (๔) การเสริมสร้างความเป็นพลเมือง (ใน
ด้านความมีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย รู้สิทธิและหน้าท่ี รักชาติ และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความ
มัน่ คง) (๕) มีงาน มีอาชีพ และรายได้ ลดรายจ่ายในครอบครวั
๒. เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ภายใต้การปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยปลูกฝังและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสาคัญ
ของ สถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยและชาติไทย ผ่าน
ทางกลไก ต่าง ๆ รวมถึงการศึกษาประวัติศาสตร์ในเชิงสร้างสรรค์ น้อมนาและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา
หลกั ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงแนวทางพระราชดาริต่าง ๆ ให้เกดิ ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และ
นาไปประยุกต์ ปฏบิ ตั ใิ ช้อย่างกว้างขวาง จดั กจิ กรรมเฉลิมพระเกยี รติและพระราชกรณียกิจอย่างสมา่ เสมอ
สาหรับสถาบันพระพุทธศาสนา ให้ความสาคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างและ
กฎระเบียบต่าง ๆ ท่ีเก่ียวกับพระสงฆ์ในปัจจุบัน ท่ีมีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งอาจเป็นปัจจัย
สาคัญประการหน่ึงที่ทา ให้พระสงฆ์ขาดพระธรรมวินัยได้ ตลอดจนการให้ความรู้เรื่องของศาสนพิธีแก่
พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้รับรู้เร่ือง งานพิธีต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับพุทธศาสนา โดยมีแนวทางการดาเนินการที่
สาคัญ ได้แก่ (๑) การปฏิรูปโครงสร้างและ กฎระเบียบต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวกับพระสงฆ์ในโลกยุคดิจิทัล (๒) การ
บังคับใช้ระเบียบพระสังฆาธิการอย่างเคร่งครัด และเป็นธรรม (๓) การปฏิรูประบบการศึกษาของคณะสงฆ์
(๔) การจัดทาข้อห้ามปฏิบัติต่าง ๆ ของงานศาสนพิธี ให้ชัดเจน (๕) การสร้างองค์ความรู้ด้านงานศาสนพิธี
ของพระพุทธศาสนา (๖) การสร้างแนวทางการบริหาร จัดการศาสนสมบัติและเงินบริจาคให้ถูกต้องและ
โปร่งใส (๗) การสร้างแนวทางคุ้มครองพุทธศาสนาและองค์กร ทางพุทธศาสนาโดยการบังคับใช้กฎหมาย
(๘) การพัฒนาวิธีการ/รูปแบบการเผยแผ่หลักธรรมคาสอนขององค์กรท่ีเกี่ยวข้อง (๙) การส่งเสริมให้
พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมอย่างถูกต้อง เก่ียวกับกิจกรรมทางพุทธศาสนา ต่าง ๆ และ (๑๐) การช้ีให้เห็นถึง
ประโยชน์ของพทุ ธศาสนาที่มตี ่อประชาชน สังคม และประเทศชาติ
๓. พัฒนาการเมืองมุ่งพัฒนานักการเมืองให้มีความรู้ความสามารถ คุณธรรมและ
จริยธรรม ปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องต่อการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย เสริมสร้างพรรคการเมืองให้มีธรรมมาภิบาล และพัฒนาปรับปรุงระบบการเลือกตั้งให้มี
ประสิทธิภาพสามารถ จัดการเลือกตั้งได้อย่างสุจริตและเท่ียงธรรม เพื่อการเป็น “รัฐธรรมาธิปไตย” โดยมี
แนวทางการดาเนินการที่สาคัญ ได้แก่ คือ (๑) การเผยแพร่ความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันเก่ียวกับแนวคิด
ประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง (๒) การให้ภาคประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการ
เลือกตั้งอย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน (๓) การเสริมสร้างอุดมการณ์ทางการเมือง/จิตสาธารณะ ให้แก่

แผนปฎิบัตกิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านมา้ งอน ๔๑

นักการเมอื ง สมาชิกพรรค และประชาชนทวั่ ไป (๔) การกาหนดมาตรการ ขน้ั ตอน วิธกี าร และบทลงโทษท่ี
เกี่ยวข้องกับงานทางการเมืองอย่างเข้มข้นจริงจัง (๕) การผลักดันการเป็นสถาบันของพรรคการเมืองให้มี
วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และให้สมาชิกพรรค
มีสว่ นร่วมในการออกระเบียบ/ข้อบงั คบั

๔. สร้างความสามัคคปี รองดองของคนในชาติ มุ่งใหค้ วามสาคัญกับการท่ปี ระชาชน
และ หน่วยงาน/องค์กรทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันดาเนินกิจกรรมเพื่อสร้างความรักสามัคคีปรองดองของคนใน
ชาติ ตามบทบาทอานาจหน้าท่ี เพ่ือบูรณาการการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรม โดยมีแนว
ทางการ ดาเนินการท่ีสาคัญ ได้แก่ (๑) กาหนดองค์กร/กลไกบริหารจัดการความขัดแย้งแบบบูรณาการ บน
หลักนิติธรรม และหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย ตลอดถึงการเคารพต่อความเห็นต่าง (๒) ส่งเสริม
กิจกรรมสรา้ งความสามคั คีปรองดองในทุกระดับ พร้อมกบั สนับสนุนการเข้ามามสี ่วนร่วมของภาคประชาชน
(๓) ส่งเสริมการเผยแพรค่ วามรู้ การอานวยความยุติธรรมแก่ประชาชน และสทิ ธิหน้าทข่ี องประชาชนภายใต้
การปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๔) ส่งเสริมให้ประชาชนเกิด
ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชาติ อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและภาคภมู ิใจในความเป็นชาติไทย (๕) มุ่งเน้นการ
บริหารและการดาเนินการภาครัฐ ตามหลักธรรมาภิบาล สนับสนุนกระบวนการยุติธรรมชุมชน (๖) มุ่ง
เสริมสร้างผู้นาต้นแบบในระดับต่าง ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศของความสามัคคีปรองดอง (๗) มุ่งเสริมสร้าง
จติ สานึกเทดิ ทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ (๘) ส่งเสรมิ คุณธรรมจริยธรรมและศีลธรรมของ
คนในสังคม เพื่อเสรมิ สร้างความรัก สามคั คีและความเสยี สละเพือ่ ประโยชน์สว่ นรวม

๕. พัฒนากลไกการบริหารจัดการความมน่ั คงแบบองค์รวม สาหรบั รายละเอียดของ
แนว ทางการพัฒนาด้านนี้ ถูกบูรณาการให้ไปปรากฏอยู่ในแนวทางการพัฒนาการบูรณาการกลไกการ
บริหารจัดการ ความม่ันคง ของแผนย่อยท่ี ๕ ด้านการพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์
รวม

เปา้ หมาย
๑. ประชาชนมีความ มัน่ คง ปลอดภยั ใน ชีวิต และทรพั ยส์ นิ เพม่ิ ข้นึ
ประเด็นที่ ๑๑ การพัฒนาศกั ยภาพคนตลอดช่วงชีวติ
ทศิ ทางการขบั เคลื่อนการพฒั นาศักยภาพคนตลอดชว่ งชีวติ มุ่งเนน้ การเสริมสร้าง
สภาพแวดล้อมต้ังแต่ระดับครอบครัว ชุมชน และประเทศให้เอ้ือต่อการพัฒนาศักยภาพคนไทยตลอดช่วง
ชีวิต เพ่ือให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สามารถพัฒนาตนและเป็นกาลังสาคัญในการขับเคล่ือนการพัฒนาสังคม
การพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์ ปฐมวัย วัยรุ่น วัยเรียน วัยแรงงาน และวัย
ผู้สูงอายุ เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ มีทักษะความรู้ เป็นคนดี มีวินัย เรียนรู้ได้ด้วยตนเองในทุก
ชว่ งวยั มคี วามรอบรู้ทางการเงิน มคี วามสามารถในการวางแผนชีวิตและการวางแผนทางการเงินที่เหมาะสม
ในแต่ละชว่ งวยั และความสามารถในการดารงชีวิตอย่างมีคุณคา่ และเป็นกาลังสาคัญในการพฒั นาประเทศ
เป้าหมาย คนไทยทุกช่วงวัยมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ได้รับการพัฒนาอย่างสมดุล ท้ัง
ด้านร่างกาย สติปัญญาและคุณธรรมจริยธรรม เป็นผู้ท่ีมีความรู้และทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑ รักการเรียนรู้
อยา่ งตอ่ เนือ่ งตลอดชีวติ

แผนปฎบิ ตั ิการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบา้ นม้างอน ๔๒

แผนย่อยการพฒั นาช่วงวัยเรียน/วัยรนุ่
ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ปลูกฝังความเป็นคนดี มีวินัย พัฒนาทักษะความสามารถที่
สอดรับกับทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑ โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการ
แก้ปัญหาท่ีซับซ้อน มีภูมิคุ้มกันต่อปัญหาหรืออาชญากรรมต่าง ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถใน
การทางานร่วมกับผู้อ่ืน มีความยืดหยุ่นทางความคิด รวมถึงทักษะด้านภาษา ศิลปะ และความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี และได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพสอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความ
สนใจ รวมถึงการวางพื้นฐานการเรียนรู้เพื่อการวางแผนชีวิตและวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมในแต่ละ
ช่วงวัยและนาไปปฏิบัติได้ ตลอดจนการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ท่ีเช่ือมต่อกับโลกการทางาน รวมถึงทักษะ
อาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ มีทักษะชีวิต สามารถอยู่ร่วมและทางานกับผู้อื่นได้ภายใต้
สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม ซ่ึงหากมีการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ และมีหลักสูตรการศึกษาที่เอื้อต่อ
ทักษะชีวิต มีการเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพในหลักสูตร และสร้างการมีงาน
ทาของวัยเรียน/วัยรุน่ จะชว่ ยให้การพฒั นาเดก็ และเยาวชนบังเกดิ ผลสัมฤทธไ์ิ ด้
แนวทางการพัฒนา
๑. จดั ให้มีการพฒั นาทักษะท่ีสอดรบั กับทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑ โดยเฉพาะทักษะ
ด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ การทางาน
รว่ มกับผู้อ่ืน
๒. จัดให้มีการพัฒนาทักษะด้านภาษา ศิลปะ และความสามารถในการใช้
เทคโนโลยที ส่ี อดคล้องกับความสามารถ ความถนดั และความสนใจ
๓. จัดให้มีการพัฒนาทักษะในการวางแผนชีวิตและวางแผนการเงิน ตลอดจน
ทักษะท่ีเชอ่ื มตอ่ กบั โลกการทางาน
๔. จัดให้มีพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ การบ่ม
เพาะการเป็นนักคิด นักนวัตกร และการเป็นผู้ประกอบการใหม่ รวมท้ังทักษะชีวิตที่สามารถอยู่ร่วมและ
ทางานภายใตส้ งั คมที่เปน็ พหวุ ัฒนธรรม
๕. ส่งเสริมและสนับสนุนระบบบริการสุขภาพและอนามัยท่ีเช่ือมต่อกันระหว่าง
ระบบสาธารณสุขกับโรงเรียนหรือสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา
และความฉลาดทางอารมณ์ ตลอดจนภมู ิคุม้ กันด้านต่าง ๆ ในการดาเนินชวี ิตของกลุ่มวยั เรียน/วัยรนุ่
เป้าหมายของแผนย่อย

วัยเรียน/วัยรนุ่ มีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ครบถ้วน รู้จักคิด วิเคราะห์

รักการเรียนรู้ มีสานึกพลเมือง มีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว
สื่อสาร และทางานรว่ มกับผู้อนื่ ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิผลตลอดชีวติ ดขี ้ึน

ประเด็นท่ี ๑๒ การพัฒนาการเรียนรู้
การพัฒนาการเรียนรู้ มุ่งเน้นผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้

ตลอดเวลา มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปล่ียนบทบาทครู การเพม่ิ ประสิทธภิ าพระบบบริหาร
จัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต การวางพ้ืนฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้
ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และการสร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ อีกทั้งยังให้
ความสาคัญกับการส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาใหเ้ ต็มตามศักยภาพ การสร้างเสริมศักยภาพ

แผนปฎิบัตกิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบ้านมา้ งอน ๔๓

ผู้มีความสามารถพิเศษให้สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง รวมถึงการพัฒนากลไก
การทางานในลักษณะการรวมตัวของกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษในหลากสาขาวิชา ในการรวมนักวิจัย
และนักเทคโนโลยีช้ันแนวหน้าเพื่อพัฒนาต่อยอดงานวิจัยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การ
พฒั นาประเทศ และเสรมิ สร้างศักยภาพและความเข้มแขง็ ของประเทศ

เป้าหมาย
๑. คนไทยมีการศึกษาท่ีมีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพ่ิมข้ึน มีทักษะที่จาเป็นของโลกศตวรรษที่ ๒๑
สามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีประสิทธิผลเพ่ิมข้ึน มีนิสัยใฝ่
เรยี นรูอ้ ย่างตอ่ เน่อื งตลอดชวี ติ

๒. คนไทยไดร้ ับการพฒั นาเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสามารถของ
พหุปัญญาดขี ึ้น

แผนยอ่ ยของแผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าติประเด็น การพฒั นาการเรียนรู้
๑. แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี
๒๑

การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ โดยออกแบบ
กระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้นอย่างเป็นระบบ ต้ังแต่ระดับปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษาท่ีมุ่งเน้นการใช้
ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะสหวิทยาการ อาทิ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการตั้งคาถาม ความ
เข้าใจและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ และการคิดเพ่ือหาทางแก้ปัญหา
ความรู้และทักษะทางศิลปะ และความรู้ด้านคณิตศาสตร์และระบบคิดของเหตุผลและการหาความสัมพนั ธ์
การพัฒนาระบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติ มีการสะท้อนความคิด ทบทวนไตร่ตรอง
การสร้างผู้เรียนให้สามารถกากับการเรียนรู้ของตนได้ การหล่อหลอมทักษะการเรียนรู้และความคิด
สร้างสรรค์ที่ผู้เรียนสามารถนาองค์ความรู้ไปใช้ในการสร้างรายได้หลายช่องทาง รวมทั้งการเรียนรู้ด้าน
วชิ าชพี และทกั ษะชวี ิต

การเปลี่ยนโฉมบทบาท “คร”ู ให้เป็นครูยคุ ใหม่ โดยปรบั บทบาทจาก “ครูสอน”
เป็น “โค้ช” หรือ “ผอู้ านวยการการเรียนรู้” ทาหนา้ ทกี่ ระตุ้น สร้างแรงบนั ดาลใจ แนะนาวิธีเรียนรู้และวิธี
จัดระเบียบการสร้างความรู้ ออกแบบกิจกรรมและสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน และมีบทบาทเป็น
นักวิจัยพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพ่ือผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน รวมท้ังปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูตั้งแต่
การดึงดดู คัดสรรผู้มีความสามารถสงู ให้เข้ามาเป็นครูคุณภาพ มรี ะบบการพฒั นาศักยภาพและสมรรถนะครู
อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมท้ังเงินเดือน เส้นทางสายอาชีพ การสนับสนุนส่ือการสอน และสร้างเครือข่าย
พฒั นาครใู หม้ ีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน รวมถงึ การพัฒนาครทู ่ีมีความเช่ียวชาญด้านการสอนมาเป็น
ผู้สร้างครูรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ และวัดผลงานจากการพัฒนาผู้เรียนโดยตรงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ
บรหิ ารจดั การศึกษาในทุกระดบั ทุกประเภท จดั ใหม้ มี าตรฐานขั้นตา่ ของโรงเรียนในทุกระดับ จดั โครงสรา้ ง
การจัดการการศึกษาเพ่ือสร้างความรบั ผดิ ชอบต่อผลลัพธแ์ ละให้เอื้อต่อการเข้าถึงการศึกษาอยา่ งเสมอภาค
ทั่วถึง และใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ การยกระดับสถาบันการศึกษาในสาขาท่ีมีความเช่ียวชาญสู่
ความเป็นเลิศ ปฏิรูปการคลังด้านการศึกษาเพ่ือเพ่ิมคุณภาพและประสิทธิภาพการจัดการศึกษาโดยการ
จัดสรรงบประมาณตรงสู่ผู้เรียน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนในการจัดการศึกษา พัฒนาระบบ
ประกันคุณภาพการศึกษาโดยแยกการประกันคุณภาพการศึกษาออกจากการประเมิน คุณ ภ า พ แ ล ะ ก าร

แผนปฎิบัตกิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบ้านม้างอน ๔๔

รับรองคุณภาพและการกากับดูแลคุณภาพการศึกษา รวมทั้งมีการปฏิรูประบบการสอบ ที่นาไปสู่การ
วัดผลในเชิงทักษะท่ีจาเป็นสาหรับศตวรรษท่ี ๒๑ มากกว่าการวัดระดับความรู้ ตลอดจนมีการวิจัยและใช้
เทคโนโลยีในการสร้างและจัดการความรู้ในการจัดการเรียนการสอน การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะ
อาชีพทีส่ อดคล้องกบั บรบิ ทพื้นท่ี

การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเน้นการจัดระบบการศึกษาและ
ระบบฝึกอบรมบนฐานสมรรถนะท่ีมีคุณภาพสูงและยืดหยุ่นผ่านการพัฒนากลไกต่าง ๆ อาทิ การพัฒนา
การศึกษาออนไลน์แบบเปิด การพัฒนาระบบการเรียนรู้เก่ียวกับทักษะการรู้ดิจิทัล จูงใจให้คนเข้าสู่การ
ยกระดับทักษะ การให้สถานประกอบการเพ่ิมผลิตภาพแรงงานผ่านการพัฒนาความสามารถทางวิชาชีพ
อย่างต่อเนอ่ื งภายใต้กรอบคุณวุฒวิ ชิ าชพี นอกจากน้ี ต้องพฒั นาระบบการเรียนรใู้ นชุมชนให้เข้าถงึ ความรู้ได้
ทุกท่ี ทุกเวลา ปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เป็นพ้ืนท่ีเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และมีชีวิต รวมถึงการเรียนรู้
และทบทวนทกั ษะพ้ืนฐาน ได้แก่ การอ่านออก เขียนได้ คดิ เลขเปน็ โดยระดมทรัพยากรจากภาคเอกชนและ
ภาคประชาสงั คม การพัฒนาทัศนคติและแรงบันดาลใจท่ีอยากเรียนรู้ การสรา้ งนิสัยใฝเ่ รียนรู้ และใหผ้ ูเ้ รียน
ได้ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว รวมท้ังนาความรู้ไปพัฒนาต่อยอดหรือประยุกต์ใช้ในการดาเนินชี วิตได้
รวมท้ังการวางพ้ืนฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยเน้นการพัฒนาทักษะดิจิทัล
ทกั ษะการคดั กรองความรู้ องค์ความรู้ การใช้เทคโนโลยีผสมผสานกบั คุณค่า บทบาทและประสบการณ์ของ
ครูไปพร้อมกัน การพัฒนาส่ือการเรียนรู้ที่มีคุณภาพท่ีประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรและใช้ประโยชน์
จากระบบการเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองผา่ นเทคโนโลยีการเรียนร้สู มยั ใหมใ่ หเ้ กดิ ประโยชน์สงู สดุ

นอกจากนี้ ยังให้ความสาคัญกับการสร้างความต่ืนตัวให้คนไทยตระหนักถึง
บทบาทความรับผิดชอบ และการวางตาแหนง่ ของประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และประชาคมโลก
บนพ้ืนฐานของความเข้าใจลุ่มลึกในประวัติศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรมของไทยและพัฒนาการของประเทศ
เพ่ือนบ้าน เพิ่มการรับรู้ของคนไทยด้านพหุวัฒนธรรม การเห็นคุณค่าและมีความอดกล้ัน ต่อความแตกต่าง
ทางความเชื่อ ความคิด วิถีชีวิต ผ่านความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อนบ้าน การแลกเปล่ียนเด็ก เยาวชน
และนักเรียน การฝงั ตัวและการทางานระยะส้ันในประเทศเพ่ือนบา้ นในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

เป้าหมายของแผนยอ่ ย
คนไทยได้รับการศึกษาท่ีมีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะการเรียนรู้ และ
ทกั ษะท่จี าเป็นของโลกศตวรรษที่ ๒๑ สามารถเขา้ ถึงการเรียนรอู้ ย่างตอ่ เนื่องตลอดชีวิตดีข้นึ
๓.๑.๑ แนวทางการพัฒนา

๑ ) ป รับ เ ป ลี่ย น ร ะ บ บ ก า ร เ รีย น รู้สา ห รับ ศ ต ว ร ร ษ ที่ ๒ ๑
ประกอบด้วย ๔ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) พัฒนากระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึง
อุดมศึกษา ที่ใช้ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะสหวิทยาการ มีการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะให้ได้มาตรฐานกับหลักสูตรในระบบการศึกษาช้ันนาท่ี
ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทารายงานประจาปีที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
เก่ียวกับการนิเทศ การติดตามประเมินผล และการปรับปรุงหลักสูตรฐานสมรรถนะ ปฏิรูปหลักสูตรและ
รูปแบบการเรยี นการสอนอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝมี ือแรงงานและมาตรฐานอาชพี โดย
เน้นการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และการฝึกงานในสถานประกอบการ ปฏิรูปการจัดการศึกษาใน
ระดับอุดมศึกษาโดยเน้นการเรียนรู้ท่ีผูกกับงาน เพื่อวางรากฐานให้มีสถาบันอุดมศึกษาท่ีสามารถตอบสนอง

แผนปฎบิ ัติการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านม้างอน ๔๕

ความตอ้ งการของประเทศไดใ้ นหลากหลายมิติ ทงั้ ในด้านการผลติ กาลังคนทมี่ สี มรรถนะและทักษะในสาขาที่
เป็นทีต่ อ้ งการของตลาด การพฒั นาผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีศักยภาพในการสรา้ งธรุ กิจใหมท่ ่ีมีใชเ้ ทคโนโลยี
นวัตกรรม และสามารถไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ รวมถึงมีนักวิจัยและนวัตกรที่สามารถสร้างสรรค์
ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ สามารถส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจและ
สังคมเป็นอย่างดี (๒) พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกระดับการศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรมเสริม
ทักษะเพ่ือพฒั นาทักษะสาหรับศตวรรษที่ ๒๑ มกี ารผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับเนื้อหาและวิธีการสอน โดย
ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนทฤษฎีการเรียนรู้แบบใหม่ในการพัฒนาเน้ือหาและทักษะแบบใหม่ เทคโนโลยีเพ่ือ
การเรียนรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑ ควรมคี ณุ ลักษณะทมี่ ีชีวิต มพี ลวตั มีปฏสิ มั พันธ์ การเชื่อมตอ่ และมสี ่วนรว่ ม (๓)
พัฒนาระบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการท่ีเน้นการลงมือปฏิบัติ มีการสะท้อนความคิด/ทบทวนไตร่ตรอง โดยเน้น
การเรียนการสอนท่ีเสริมสร้างทักษะชีวิต และสามารถนามาใช้ต่อยอดในการประกอบอาชีพได้จริง และ (๔)
พัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสามารถกากับการเรียนรู้ของตนได้ เพ่ือให้สามารถนาองค์ความรู้ไปใช้สร้าง
รายได้ รวมถึงมีทักษะด้านวิชาชีพและทักษะชีวิต โดยใช้ส่ือผสมอย่างหลากหลาย ปรับเปลี่ยนตาม
ความสามารถและระดับของผู้เรียน มีเนื้อหาที่ไม่ยึดติดกับตัวสื่อ เลือกประกอบเนื้อหาได้เอง ค้นหา
แก้ไข จดบันทึกได้ เก็บประวัติการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ มีระบบการประเมินผลการเรียนรู้ท่ีรวดเร็วและ
ต่อเนื่อง โดยผเู้ รยี นมคี วามรู้ ทักษะ และสมรรถนะท่ีเป็นทีต่ อ้ งการของตลาดแรงงาน

๒) เปล่ียนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ ประกอบด้วย ๓
แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) วางแผนการผลิต พัฒนาและปรับบทบาท “ครู คณาจารย์ยุคใหม่” ให้เป็น
“ผู้อานวยการการเรียนรู้” มีหลักสูตรผลิตครูอาชีวะยุคใหม่ท่ีสอดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน
และมาตรฐานอาชีพ โดยเน้นการเป็นผู้เช่ียวชาญและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงในสถาน
ประกอบการในสาขาท่ีตนเองสอน (๒) ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูตั้งแต่การดึงดูด คัดสรร ผู้มี
ความสามารถสูงให้เข้ามาเป็นครู ปฏิรูประบบการผลิตครูยุคใหม่โดยใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะของวิชาชีพ
ครูที่สามารถสร้างทักษะในการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานที่เป็น
หลักสูตรฐานสมรรถนะ และมีครูที่ชานาญในด้านการสอนภาษาอังกฤษและภาษาที่ ๓ ท่ีได้มาตรฐานใน
ระดับนานาชาติ ในจานวนท่ีเพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน อีกทั้งยังมีระบบการอบรมและเสริม
สมรรถนะครูที่ผ่านการศึกษาในระบบเดิม หรือครูภาษาอังกฤษ และภาษาที่ ๓ ที่ยังไม่ผ่านการประเมิน
มาตรฐานในระดับนานาชาติ และ (๓) ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครู
อย่างต่อเน่ือง ครอบคลุมทั้งเงินเดือน สายอาชีพและระบบสนับสนุนอ่ืน ๆ ปฏิรูประบบการผลิตครูอาชีวะ
ยุคใหม่ โดยผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพจะต้องเป็นผู้เช่ียวชาญและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงใน
สถานประกอบการในสาขาที่ตนเองสอน มีความรู้ ทักษะ และสามารถสร้างสมรรถนะที่สอดคล้องกับกรอบ
มาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพให้แก่ผู้เรียน และมีอัตรากาลังเพียงพอต่อความต้องการของ
สถานศกึ ษาตามเกณฑ์มาตรฐานอัตรากาลังของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

๓) เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุก
ประเภท ประกอบด้วย ๖ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านการศึกษาให้มี
ประสิทธิภาพ โดยเน้นการสร้างความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ต้ังแต่ระดับบนสุดลงไปจนถึงระดับโรงเรียน
รวมถึงมีโครงสร้างแรงจูงใจและความ รับผิดช อบของหน่ว ยงานและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระ บบท่ี
เหมาะสม (๒) จัดให้มีมาตรฐานขั้นต่าของโรงเรียนในทุกระดับ เพ่ือผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนที่สูงขึ้นมกี าร

แผนปฎบิ ตั กิ าร ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบา้ นม้างอน ๔๖

กาหนดมาตรฐานขั้นต่าของโรงเรียนในทุกระดับ ท่ีเหมาะสมกับบริบทของประเทศ ในด้านความพร้อมของ
โครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์การเรียนการสอน การบริหารจัดการโรงเรียน จานวนครูท่ีครบช้ัน ครบวิชา
จานวนพนักงานสนับสนุนงานบริหารจัดการโรงเรียน (๓) ปรับปรุงโครงสร้างการจัดการศึกษาให้มี
ประสิทธิภาพและเพิ่มคุณภาพการศึกษา มีการปรับปรุงโครงสร้างการศึกษาที่เน้นสายอาชีพมากข้ึน มีการ
เรียนการสอนและการเรียนรู้ท่ีใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะ
ภาษาท่ี ๓ ทกั ษะและความรู้ในการประกอบอาชีพใหม่ ๆ อยา่ งคลอ่ งตัว เพ่ิมประสทิ ธิภาพการใช้ทรัพยากร
ทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม (๔) เพิ่มการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนในการจัดการศึกษา ส่งเสริมภาค
ประชาสังคมปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เป็นพ้ืนที่เรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และมีชีวิต รวมถึงการเรียนรู้
และทบทวนทกั ษะพนื้ ฐาน ได้แก่ การอ่านออก เขียนได้ คดิ เลขเป็น โดยระดมทรัพยากรจากภาคเอกชนและ
ภาคประชาสังคม (๕) พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา โดยแยกการประกันคุณภาพการศึกษาออก
จากการประเมนิ คุณภาพและการรับรองคุณภาพและการกากับดูแลคุณภาพการศึกษา และปฏริ ูประบบการ
สอบที่นาไปสู่การวัดผลในเชิงทักษะท่ีจาเป็นสาหรับศตวรรษที่ ๒๑ มากกว่าการวัดระดับความรู้ และ (๖)
ส่งเสริมการวิจัยและใช้เทคโนโลยีในการสร้างและจัดการความรู้ การเรียนการสอน และการจัดการศึกษา
เพ่ือพัฒนาทักษะอาชีพท่ีสอดคล้องกับบริบทพ้ืนท่ี ซ่ึงรวมถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง
สถาบนั อดุ มศกึ ษากบั ภาคอุตสาหกรรม ชมุ ชน และภาครัฐ เพอื่ เสรมิ สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมทีเ่ ขม้ แขง็

๔) พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย ๕ แนวทางย่อย
ได้แก่ (๑) จัดให้มีระบบการศึกษาและระบบฝึกอบรมบนฐานสมรรถนะท่ีมีคุณภาพสูงและยืดหยุ่น (๒) มี
มาตรการจูงใจและส่งเสริมสนับสนุนให้คนเข้าสู่ใฝ่เรียนรู้ พัฒนาตนเอง รวมถึงการยกระดับทักษะวิชาชีพ
(๓) พัฒนาระบบการเรยี นรชู้ มุ ชนให้เข้าถงึ ไดท้ กุ ท่ีทุกเวลา โดยความรว่ มมอื จากภาครฐั ภาคเอกชนและภาค
ประชาสังคม (๔) พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัลและดิจิทัลแฟลตฟอร์ม สื่อดิจิทัลเพื่อการศึกษาใน
ทุกระดับทุกประเภทการศึกษาอย่างท่ัวถึงและมีประสิทธิภาพ และ (๕) พัฒนาโปรแกรมประยุกต์หรือส่ือ
การเรียนรู้ดิจิทัลท่ีมีคุณภาพท่ีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการ
เรียนรแู้ ละพฒั นาตนเองผา่ นเทคโนโลยสี มยั ใหม่ได้

๕) สร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ
ประกอบด้วย ๕ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษาท่ีมีความเช่ียวชาญ
และมีความโดดเด่นเฉพาะสาขาสู่ระดับนานาชาติ มีกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพที่
กาหนดสมรรถนะและทักษะพ้ืนฐานสาหรับสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของ
อุตสาหกรรม โดยเฉพาะใน ๑๐ กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve และ New S-curve เพื่อเป็น
เคร่ืองมือในการยืนยัน และพัฒนาสมรรถนะของแรงงาน และมีกรอบแนวคิดในการคาดการณ์อุปสงค์
แรงงานในอนาคตในสาขาอาชีพต่าง ๆ และมีแนวทางทบทวนและปรับปรุงให้แม่นยามากขึ้นเป็นระยะ
(๒) สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษาและบุคลากรในระดับ
นานาชาติ รวมถึงการพัฒนาศูนย์วิจัย ศูนย์ฝึกอบรม และทดสอบในระดับภูมิภาค (๓) จัดให้มีการเรียนรู้
ประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น (๔) จัดให้มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ประเพณี
วัฒนธรรมของไทยและพัฒนาการของประเทศเพื่อนบ้านในสถานศึกษา และสาหรับประชาชน และ (๕)
ส่งเสริมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และนักเรียนกับประเทศเพ่ือนบา้ นในภูมภิ าค
เอเชียอาคเนย์

แผนปฎบิ ัติการ ประจาปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนบ้านม้างอน ๔๗

ประเดน็ ท่ี ๒๐ การบริการประชาชนและประสทิ ธภิ าพภาครฐั
การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐเป็นท้ังเป้าหมายและ

เคร่ืองมือกลไก ในการรองรับการขับเคล่ือนของยุทธศาสตร์ชาติด้านอ่ืน ๆ ให้สามารถดาเนินการจนบรรลุ
เปา้ หมายและวสิ ัยทัศน์ทว่ี างไว้ ดังนน้ั แผนแมบ่ ทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ ประเดน็ การบรกิ ารประชาชนและ
ประสทิ ธิภาพ ภาครัฐจงึ มงุ่ เนน้ พัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้มีความทนั สมยั มีขนาดเหมาะสมกับ
ภารกจิ มีสมรรถนะสูง ตอบสนองปญั หาความตอ้ งการของประชาชน และสนับสนนุ ใหเ้ ป็นประเทศไทย ๔.๐
ที่สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลง และพัฒนาได้อย่างยั่งยืน ด้วยหลักการ “ภาครัฐของประชาชน เพ่ือ
ประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม” ทั้งนี้เพ่ือให้เป็นไปตามหลักการข้างต้น แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์
ชาติฉบบั นี้จึงให้ความสาคัญกับ ความพงึ พอใจของประชาชนในคุณภาพการให้บริการของภาครัฐ ซึ่งจะต้อง
มีไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ภายในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐ โดยการประเมินความพึงพอใจของ
ประชาชนฯ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ พบว่าประชาชนชาวไทยมีความพึงพอใจต่อการให้บริการของภาครัฐร้อยละ
๘๔ ซึง่ พจิ ารณาจากสองปจั จัยหลัก ได้แก่ ความพึงพอใจดา้ นกระบวนการขัน้ ตอนในการให้บรกิ าร และด้าน
เจ้าหน้าท่ีผู้ให้บริการ อย่างไรก็ตาม จะมีการปรับเพ่ิมปัจจัยในการให้บริการเพ่ือให้เกิดการสะท้อนความพึง
พอใจของประชาชนไดอ้ ยา่ งแท้จรงิ
เป้าหมาย บรกิ ารของรฐั มปี ระสทิ ธิภาพและมคี ุณภาพเป็นท่ยี อมรับของผู้ใช้บรกิ าร
ตวั ชี้วดั และคา่ เป้าหมาย

นอกจากน้ี แผนแม่บทฯ ฉบับน้ียังให้ความสาคัญกับการเพ่ิมประสิทธิภาพภาครัฐให้มี
มาตรฐาน เทียบเท่าสากล เป็นท่ียอมรับในเวทีโลก ซึ่งสามารถสะท้อนได้จากดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ใน
การจัดลาดับ ขององค์กรสหประชาชาติ ท่ีก าหนดให้ประเทศไทยจะต้องได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน ๑ ใน
๑๐ ของโลก ภายในชว่ งปี ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ ซ่งึ ประเทสไทยอยูใ่ นอนั ดบั ที่ ๗๓ จาก ๑๙๓ ประเทศทว่ั โลกใน
ปี ๒๕๖๑
เป้าหมาย ภาครฐั มกี ารดาเนนิ การที่มีประสทิ ธิภาพด้วยการนานวตั กรรม เทคโนโลยมี าประยุกตใ์ ช้

แผนปฎบิ ตั ิการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านม้างอน ๔๘

ตวั ชว้ี ัดและคา่ เปา้ หมาย

แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็น การบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ

จึงมุ่งเน้น พัฒนาการให้บริการของรัฐมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บริการ โดยเป็น

การพัฒนา แบบครอบคลุมท่ัวถึง บูรณาการไร้รอยต่อ ให้ความสาคัญกับการพัฒนาบริการดิจิทัล และมุ่ง

ดาเนินการพัฒนา ระบบอานวยความสะดวกในการบริการภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนและผู้รับบริการทุกกลมุ่

สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส มีหลากหลายช่องทาง สามารถตรวจสอบได้ และไม่มี

ข้อจากัดของเวลา พื้นที่ และกลุ่มคน รวมท้ังนานวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพ่ิม

ประสทิ ธภิ าพและลดคา่ ใช้จ่ายของประชาชน

แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ ประเดน็ การบริการประชาชนและประสทิ ธภิ าพภาครัฐ

ประกอบดว้ ย ๕ แผนย่อย ไดแ้ ก่

การพัฒนาบริการประชาชน เพ่ือให้บริการภาครัฐสามารถอานวยความสะดวกประชาชน

ได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส ให้เป็นภาครัฐของประชาชน และเป็นไปเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง จากการนา

เทคโนโลยีดิจิทัล และนวตั กรรมมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการให้บรกิ ารประชาชน โดยมีเป้าหมายและตวั ช้วี ดั ดงั นี้

งานบริการภาครฐั ท่ีปรับเปล่ยี นเป็นดิจทิ ลั เพม่ิ ขน้ึ

สดั ส่วนความสาเรจ็ ของกระบวนงานที่ได้รบั การปรับเปลยี่ นใหเ้ ป็นดิจทิ ลั

(ปี ๖๑ – ๖๕) ร้อยละ (ปี ๖๖ – ๗๐) รอ้ ยละ ๑๐๐ (ปี ๗๑ – ๗๕) ร้อยละ (ปี ๗๖ – ๘๐)

๑ ๐ ๐ ( ๒ ,๑ ๘ ๐ (๕,๓๖๐ กระบวนงาน) ๑๐๐ ร้อยละ ๑๐๐

กระบวนงาน)

การบริหารจัดการการเงินการคลัง เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดของการใช้งบประมาณและ

ทรัพยากร ของภาครัฐ และการจัดการรายไดแ้ ละรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า เป็นไปอย่างประหยัด

และ สอดคล้องกับการดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ซง่ึ จะก่อให้เกิดการพัฒนาประเทศทเ่ี ปน็ ไปในทิศทาง

เดยี วกนั อยา่ งมีจุดม่งุ หมาย โดยมเี ป้าหมายและตัวช้ีวดั ดงั นี้

แผนปฎิบตั ิการ ประจาปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบา้ นม้างอน ๔๙


Click to View FlipBook Version