The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลงานประเภท CQI - Non Clinic
งานมหกรรมวิชาการ เขตสุขภาพที่ 12 ประจำปีงบประมาณปี 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by strategy trang, 2020-09-14 04:02:19

CQI - Non Clinic

ผลงานประเภท CQI - Non Clinic
งานมหกรรมวิชาการ เขตสุขภาพที่ 12 ประจำปีงบประมาณปี 2563

มหกรรมวชิ าการ

เขตสขุ ภาพท่ี 12

ปี 2563

ผลงานวิชาการ

ประเภท

CQI - Non Clinic



ผลงานประเภท CQI – Non Clinic
(กลุ่ม รพ.สต.- ศสม.)

ชอื่ เรือ่ ง การพฒั นารูปแบบการจดั การขยะโดยการมีสว่ นร่วมของชมุ ชน

ผู้นาเสนอ นางหนง่ึ หทยั สกุลส่องบุญศิริ พยาบาลวิชาชพี ชานาญการ

โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตาบลบ้านมดตะนอย ตาบลเกาะลิบง อาเภอกนั ตัง จงั หวัดตรงั

โทรศพั ท์มอื ถือ 0887657706 E-mail [email protected]

ความสาคญั

สถานการณป์ ัญหาขยะมลู ฝอย (solid waste) มีแนวโนม้ ซับซ้อนและรนุ แรงมากขน้ึ เรื่อย ๆ ใน
ท่ัวทกุ ภมู ิภาคของโลก เพราะขยะนอกจากหมายถงึ สงิ่ ของเหลอื ทิ้งจากกระบวนการผลติ และการ
อปุ โภค ซ่ึงเสอ่ื มสภาพจนใช้การไมไ่ ดห้ รือไม่ต้องการใชแ้ ล้วยงั มีของเสยี อันตรายท่ีปะปนและอาจกระทบ
ตอ่ สขุ ภาวะ หรือ จดั เป็นภยั คุกคามตอ่ สุขภาพหน่ึงเดยี วกัน (one health effects) ไดแ้ ก่ กระทบต่อ
สขุ ภาพทงั้ ของคน สัตว์ และสิ่งแวดลอ้ ม

วตั ถปุ ระสงค์

เพ่อื พฒั นารปู แบบการมสี ว่ นร่วมของชุมชนในการจดั การขยะ

ประเด็นศึกษาและการพฒั นา

ชมุ ชนบา้ นมดตะนอยเปน็ ชุมชนประมงต้งั อยู่หมู่ท่ี 3 ตาบลเกาะลบิ ง อาเภอกนั ตัง จงั หวดั ตรงั
มจี านวนหลังคาเรือน 303 หลงั คาเรอื น ประชากร 1 ,084 คน ประชาชนนับถอื ศาสนาอิสลาม ร้อยละ
99 พ้ืนทชี่ ุมชนส่วนใหญ่ตดิ ชายฝง่ั ทะเล การตั้งบา้ นเรือนของประชาชนแบง่ เปน็ 2 ลักษณะ ลักษณะ
แรกอยู่ในระยะทีน่ า้ ขึ้นถึงตวั บ้านมกั เจอปญั หาขยะท่ีลอยมากบั นา้ ทะเลบ่อยคร้งั ประชาชนมกั เหน็ ขยะ
ลอยมากับน้าเป็นเรื่องปกติ ลกั ษณะท่สี องเปน็ บา้ นเรือนท่ีตง้ั อย่บู นพ้ืนราบมีการทง้ิ และกองขยะไวร้ อบ
ๆบ้าน ทาให้เมื่อมีบคุ คลภายนอกเข้ามาในหมบู่ ้านมักบอกว่าหม่บู า้ นสกปรก ประกอบกบั ในปี พ.ศ.
2557 โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบลบา้ นมดตะนอยพบผปู้ ่วยโรคไข้เลอื ดออกในพ้ืนท่ี จากการออก
สารวจชมุ ชนเพ่ือคน้ หาสาเหตุของปัญหาพบว่า บ้านท่ีพบผู้ป่วยโรคไขเ้ ลอื ดออก บริเวณรอบบา้ นมีจุดทิ้ง
ขยะจนเกิดเป็นแหลง่ เพาะพนั ธ์ขุ องลกู นา้ ยงุ ลายซงึ่ เป็นสาเหตหุ นึ่งทส่ี ง่ ผลตอ่ การเกดิ โรคไข้เลอื ดออก มี
การนาปัญหาเข้าสเู่ วทีการพดู คยุ ของคนในชมุ ชนเพื่อสร้างการมีสว่ นรว่ ม โดยใช้กระบวนการ AIC ให้
ชุมชนไดท้ บทวนสถานการณ์ของปัญหาและร่วมแสดงความคดิ เหน็ ต่อการจัดการปญั หา และร่วม
ตั้งเป้าหมายหมายในการจดั การขยะของชมุ ชน จนเกิดเป็นขอ้ ตกลงรว่ มกนั ที่จะทาให้ “มดตะนอย
สะอาด ปราศจากขยะ” โดยให้ทุกคนร่วมกนั ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง ดังนี้

1.ทกุ ครัวเรอื นทาความสะอาดบา้ นเรอื นตนเองทุกวนั ศกุ ร์

2.รว่ มรณรงคจ์ ดั การขยะในชมุ ชนเดอื นละ 1 ครงั้

3.ทุกครัวเรอื นมีการคดั แยกขยะ

4.ทุกครัวเรือนมีการปลูกผกั กินเองอย่างนอ้ ย 5 ชนิด

5.ลดการใช้ภาชนะประเภทพลาสติก กล่องโฟม

6.ทกุ บ้านท่ีมโี อ่งต้องใสป่ ลากินลูกนา้ อย่างน้อย 1 ตวั

จากการตดิ ตามประเมินผลรอบท่ี 1 พบว่า

 ประชาชนทาตามข้อตกลงและร่วมจดั การขยะในครัวเรือนทุกวนั ศุกร์ ร้อยละ 60 ของหลังคา
เรือน

 ประชาชนมกี ารจัดบ้านเรือนตนเองสะอาดขน้ึ
 มีการคัดแยกขยะรีไซเคิลในครวั เรอื น
 เกิดทมี ในการดาเนนิ งาน
 เกดิ การมสี ่วนรว่ มของคนในชุมชนออกมารณรงค์การจดั การขยะในท่สี าธารณะ

ปญั หาหลังการดาเนนิ งาน พบว่า
 ขยะที่เหลือทิ้งอยู่ในชมุ ชนส่วนใหญ่เป็นขยะท่ีไมม่ ีมูลคา่ ได้แก่ขยะประเภทพลาสตกิ และกลอ่ ง

โฟม
 ยังพบปัญหาโรคไขเ้ ลือดออกในพน้ื ท่ี

วงรอบท่ี 2 “เกดิ แนวทางการจัดการขยะ สู่การจดั การสุขภาพ”

นาสภาพปญั หาทีเ่ กดิ ขน้ึ จากวงรอบท่ี 1 คอื มีการท้งิ ขยะรอบบ้าน ขยะส่วนใหญเ่ ปน็ พลาสตกิ
กล่องโฟมและผ้าอ้อมสาเร็จรูปเดก็ ประกอบกับในช่วงเวลาดงั กลา่ วพบการเกิดโรคมะเรง็ เตา้ นม จงึ มีการ
นาปญั หามารว่ มพดู คยุ และทบทวนสาเหตุของปัญหาพบว่าร้านค้าสว่ นใหญ่ใชก้ ล่องโฟมบรรจอุ าหาร คน
ในชมุ ชนกินอาหารผา่ นภาชนะบรรจกุ ลอ่ งโฟมซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตขุ องการเกิดโรคมะเร็งของประชาชน
ในชมุ ชนจึงมีการคนื ขอ้ มูลสถานการณ์และแนวโนม้ การเกดิ โรคมะเรง็ ในพ้ืนที่ รวมไปถึงสาเหตทุ ที่ าให้
ชุมชนมคี วามเส่ยี งต่อการเป็นโรคมะเรง็ เข้าในทป่ี ระชมุ ประจาเดือนของอาสาสมัครสาธารณสขุ เพื่อสร้าง
การรบั รู้ ระดมความคดิ เห็นและวางแผนในการแกป้ ญั หา จึงมกี ารตกลงร่วมกันทีจ่ ะมีการพูดคยุ ทาความ
เขา้ ใจกบั รา้ นค้าเพื่อเลิกใชโ้ ฟมบรรจอุ าหารมีการรบั สมคั รร้านค้าเข้าร่วมโครงการ “ร้านคา้ ปลอดโฟม”
ให้ความรูแ้ ละสร้างความตระหนักในเดก็ นักเรียน สร้างกระแสการเลิกใชโ้ ฟมบรรจุอาหาร รวมไปถึง
เปดิ ทางเลอื กในการนาวัสดจุ ากธรรมชาติท่มี ีอยใู่ นชมุ ชนมาใชแ้ ทนภาชนะประเภทพลาสติกและกล่อง
โฟม

จากการติดตามประเมนิ ผล พบว่า

 ร้านค้าทกุ รา้ นเลกิ ใช้โฟมบรรจุอาหาร
 แม่ค้าท่ีขายอาหารในโรงเรียนเปล่ียนการใช้ถว้ ยโฟมมาเป็นใช้ถ้วยกระเบือ้ ง
 รถแร่และแมค่ า้ ขายอาหารทม่ี าจากภายนอกเลกิ ใช้ภาชนะประเภทโฟมบรรจุอาหาร

เมื่อเข้ามาในหม่บู ้านมดตะนอย
 เดก็ ๆ และคนในชมุ ชนเม่ือออกไปนอกหมบู่ ้านปฏิเสธการซ้อื อาหารทีบ่ รรจใุ นภาชนะ

ประเภทโฟม
 ประกาศเปน็ หมบู่ า้ นปลอดโฟม วนั ที่ 9 สิงหาคม 2559
 ได้รบั รองเป็นชุมชนปลอดภาชนะโฟมบรรจอุ าหาร 100% ระดบั ทอง จากกรมอนามยั

กระทรวงสาธารณสขุ เม่ือวันที่ 15 ธนั วาคม 2560
 หมู่บา้ นไม่พบผูป้ ว่ ยโรคไข้เลอื ดออก

ปัญหาหลังการดาเนนิ งาน

 จากวถิ ีการกนิ การอยู่ ในชีวิตประจาวนั พบยังมีการสร้างขยะทเี่ กิดจากการกิน การ
อยู่

 ขยะประเภทพลาสติกพบมากในชุมชน
 ขาดรปู แบบการจัดการขยะที่นาไปสกู่ ารแกป้ ญั หาการจัดการขยะที่ยั่งยืน

วงรอบที่ 3 สรา้ งการมีสว่ นรว่ มของชุมชนในการจดั การขยะสู่ความยั่งยนื

จากการดาเนินงานการจดั การขยะของชมุ ชนบา้ นมดตะนอยที่มีการดาเนินงานอยา่ งต่อเนื่อง

โดยโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตาบลบา้ นมดตะนอยรว่ มเป็นพ่เี ล้ยี งในการใหข้ ้อมลู ดา้ นวิชาการถงึ

ผลกระทบของปัญหาขยะที่มีตอ่ สุขภาพ รวมไปถงึ สรา้ งกระบวนการเรียนรู้ของคนในชมุ ชนใหเ้ กดิ การ

ปรับเปลี่ยนแนวคดิ ในเรื่องการจดั การขยะ จากทีค่ ิดวา่ ขยะไม่ใช่หนา้ ท่ี ขยะเปน็ เรือ่ งปกติ มาเป็นขยะ

จัดการไดเ้ ริ่มที่ตวั เรา มีการระดมความคดิ เห็นของกลมุ่ ต่างๆ ในชมุ ชน เพือ่ สรา้ งการมีสว่ นรว่ มและ

ทบทวนการจดั การขยะของชมุ ชนท่ผี า่ นมาโดยใชก้ ระบวนการ การประเมนิ ผลเพ่ือการพัฒนา

(Developmental Evaluation) เรมิ่ จาก

E1 ใหแ้ กนนาชุมชนได้ทบทวนและร่วมวเิ คราะห์ความซับซอ้ นของสถานการณ์ขยะในชมุ ชน

วิเคราะหส์ าเหตุของการเกิดขยะในชุมชน พบวา่

 เกิดจากพฤติกรรมในการใชช้ วี ิตประจาวันทสี่ ะดวก ไม่ได้ร่วมสรา้ งพฤติกรรมในการช่วยลด
ขยะ เดก็ ๆ มีพฤติกรรมทง้ิ ขยะไม่เป็นที่

 เกิดจากสภาพแวดล้อมในสังคมท่เี อ้ือต่อการเกิดขยะ ร้านค้าในหม่บู า้ นมีมาก คนเข้าถงึ การ
สร้างขยะ มตี ลาดนดั รถแร่เข้ามาขายของในหมบู่ า้ น มบี คุ คลภายนอกเข้ามาเที่ยวและนา
ขยะเข้ามาในหม่บู ้าน

 เกดิ จากสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ชุมชนใกลท้ ะเลขยะสว่ นหนงึ่ มากบั น้า การต้ัง
บ้านเรือนเป็นกลุ่มก้อนไม่มีอาณาเขตทชี่ ัดเจน ขยะทีเ่ จอในหมูบ่ ้านเปน็ จุดท่ีไมไ่ ดอ้ ยู่ในเขต
รบั ผดิ ชอบของบา้ นใดบ้านหนึ่ง แต่เปน็ รอยต่อเขตบ้าน

 เกดิ จากระบบการจัดการขยะทย่ี งั ไมเ่ อื้อ ขาดการจดั การขยะประเภทพลาสติกตง้ั แต่ตน้
ทาง ไม่มีการจัดการขยะที่ไม่มมี ูลคา่

วิเคราะห์ผลกระทบของการมีขยะในชุมชน

 ผลกระทบทางสขุ ภาพ เกิดโรคไข้เลือดออก เส่ยี งตอ่ การเกิดโรคมะเรง็ โรคระบบทางเดิน
อาหาร โรคระบบทางเดินหายใจ และกระทบต่อสุขภาพจิต

 ผลกระทบทางสงั คม เดก็ เลยี นแบบการทง้ิ ขยะไม่เป็นที่ เกิดพฤติกรรมการกินแล้วทงิ้ เสีย
ภาพลกั ษณ์ของหมู่บา้ น

 ผลกระทบทางเศรษฐกจิ ครอบครัวสญู เสยี รายได้เม่อื เกิดการเจ็บป่วย เพมิ่ รายจ่ายทต่ี ้อง
ใชใ้ นการจัดการขยะที่สามารถจัดการไดต้ งั้ แต่ครัวเรอื น

 ผลกระทบทางส่ิงแวดล้อม มีการกองขยะบนพนื้ ก่อให้เกิดกลนิ่ เหมน็ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์
ยงุ ลายทส่ี ่งผลตอ่ การเกิดโรคไข้เลือดออก ขยะลงสู่ทะเลส่งผลใหส้ ัตว์ทะเลตายและส่งผล
ตอ่ การเกิด ไมโครพลาสติกและกลับมามีผลต่อสขุ ภาพ การเผาขยะประเภทพลาสติก
สง่ ผลตอ่ การเกิดมลพิษในอากาศและมีผลต่อการเกดิ โรคระบบทางเดนิ หายใจ

E2 .ให้ชุมชนรว่ มบอกความสาเร็จและสถานะการจัดการขยะในปจั จบุ นั เมอ่ื เทียบกับเป้าหมาย

 เปน็ หมบู่ า้ นปลอดโฟม
 ไมพ่ บผปู้ ่วยโรคไขเ้ ลือดออกในพืน้ ที่
 พบมขี ยะพลาสติกทิ้งอย่ใู นชุมชนและมีปัญหาการเผาขยะ

D1 ชุมชนเกิดการเรียนรู้การจดั การขยะ มีการวางแผนการพัฒนาการจัดการขยะของชุมชน

เกดิ ทีมในการดาเนินงาน มพี ลงั ทีจ่ ะรว่ มมือไปสู่เป้าหมาย

 มกี ารจัดตง้ั คณะกรรมการจดั การขยะของชมุ ชน
 มกี ารแบ่งละแวกความรบั ผิดชอบของคณะกรรมการเป็น 4 โซนตามลกั ษณะภมู ศิ าสตร์

เพอื่ ใหเ้ กดิ การดูแลและจัดการปัญหาขยะใหท้ ่วั ถงึ

 มีการประชุมทบทวนปญั หาการจัดการขยะของชุมชนอย่างต่อเนอ่ื ง
 มกี ารสรา้ งการรับรู้และรว่ มออกแบบการแกป้ ญั หาการจัดการขยะของคนในชุมชนผา่ นการ

พดู คุยในเวทีประชาคมหมบู่ ้าน
 มีการออกเย่ยี มใหช้ มเชยบา้ นเรือนท่ีมีการจัดการขยะทีส่ าเรจ็ และเยี่ยมให้กาลังใจพร้อม

รับทราบปัญหาของครวั เรือนทยี่ ังจดั การไม่ได้เพ่ือมารว่ มกันวางแผนในการแก้ปญั หา
 คนในชมุ ชนมสี ่วนรว่ มในการจดั การขยะโดยมีการทาความสะอาดบ้านเรือนตนเองทุกวนั

ศกุ รแ์ ละออกมาร่วมรณรงค์จัดการขยะในท่สี าธารณะเดือนละ 1 ครง้ั
 การดาเนินการจดั การขยะชมุ ชนบา้ นมดตะนอยพบว่าพลังเดก็ สามารถสรา้ งการ

เปลี่ยนแปลงของคนในชมุ ชนได้

R1 เห็นทางออกในการแก้ปญั หาจากการวิเคราะห์การดาเนนิ งานของชมุ ชน

 การแกป้ ัญหาการจดั การขยะ จากการวเิ คราะหช์ มุ ชนพบว่า “เด็กคือหัวใจของชมุ ชน”
การสรา้ งการเปลีย่ นแปลงทีเ่ ร่ิมท่เี ด็กๆ สามารถเปน็ แรงกระเพ่ือมใหเ้ กดิ การเปล่ยี นแปลง
ในผู้ใหญไ่ ด้ จึงมีการนายทุ ธศาสตร์ “พลังเด็กผ้สู ร้างการเปลี่ยนแปลง” มาใชเ้ พือ่ สรา้ งการ
มสี ่วนร่วมในการดาเนินงาน โดย
 จดั อบรมสร้างจิตสานึกในเด็กและเยาวชน เพอ่ื เขา้ มารว่ มจัดการขยะ
 สร้างกตกิ าในการร่วมจดั การขยะของเด็กและเยาวชนผา่ นกิจกรรม“ทาดีไดด้ าว”
 เสรมิ พลังให้เด็กๆ เป็น HERO ท่มี าร่วมจัดการขยะในชุมชน
 สร้างการมสี ่วนร่วมในการลดขยะของเด็กๆ ผ่านกจิ กรรมการเล่นกีฬา

 ออกแบบการลดขยะประเภทพลาสตกิ ในชุมชน
 รณรงค์ใหม้ ีการนาภาชนะประเภทแกว้ ถ้วยไปซอื้ ของทีร่ ้านค้า
 รณรงค์ให้มีการปฏิเสธการรบั ถงุ พลสติกจากรา้ นค้า
 เสริมพลงั ชมุ ชนในการลดพลาสตกิ โดยการใชค้ ปู อง “มหศั จรรยค์ ปู องลดขยะ”
 รพ.สต. รว่ มรณรงคเ์ ลิกใชถ้ ุงหูหิ้วในสถานบรกิ าร
 รณรงคใ์ หค้ นในครัวเรือนนาขยะพลาสติกท่ไี มส่ ามารถนามาใชซ้ า้ ได้ บรรจุในขวด
เพอ่ื ส่งต่อไปจดั การอย่างถูกวิธี
 นาเศษอวนซึ่งเป็นขยะในชุมชนมาออกแบบเปน็ “ถุงอวนชวนรักษ์โลก” ใชเ้ ป็นถุง
สาหรบั ใสข่ ยะรีไซเคิลที่รอขาย รวมไปถึงการนาถงุ อวนมาใช้รณรงค์เกบ็ ขยะแทน
ถงุ ดา

 จัดทาศูนย์เรยี นรูใ้ นการจัดการขยะในชมุ ชน ตามแนวทาง “การจดั การขยะชุมชนให้อยู่

หมัด ตามแบบฉบับมดตะนอย” มีกิจกรรมการเรยี นร้อู ย่างต่อเน่ืองทั้งการเรยี นรขู้ อง

ประชาชนในพื้นท่ี และการถ่ายทอดกระบวนการเรยี นรู้ในการจดั การขยะใหก้ ับ

บคุ คลภายนอกทมี่ ารว่ มศึกษาดงู าน ผ่านจดุ เรยี นรู้การคดั แยกขยะ

 จดั ให้มีครัวเรอื นตน้ แบบและร้านค้าต้นแบบในชุมชน

 การให้ข้อมลู ผลกระทบของขยะ ท่มี ผี ลต่อสุขภาพของคนในชมุ ชน เปน็ ปัจจัยสาคัญที่

นาไปสกู่ ารปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจดั การขยะ

 การดาเนินงานผ่านคณะกรรมการจดั การขยะของชุมชน

 การต่อยอดท่ีจะนาไปส่คู วามยง่ั ยนื โดยการสร้างแรงจูงใจ ท่ีทาให้ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน

โดยใชแ้ นวทาง “มหัศจรรยค์ ปู อง จัดการขยะบ้านมดตะนอย” เป็นการปลูกฝงั วินัยของ

เด็กๆและคนในชุมชนผ่านการสรา้ งแรงจูงใจ เม่ือร่วมปฏิเสธหรือลดพลาสติก จะได้รับ

คูปองเพื่อลนุ้ รางวัลตอบแทนความมวี ินัย โดยใชก้ ลไกขับเคลอ่ื นผา่ นกลุ่มร้านค้าในชุมชน

โดยคาดวา่ หากเด็กๆและคนในชุมชนมีการทาอย่างต่อเนอ่ื ง จะทาใหก้ ารจัดการขยะ

กลายเป็นวิถีชวี ติ ไปได้

 การหาภาคเี ครือขา่ ยเข้ามารว่ มสนบั สนุนการดาเนินงาน เปน็ ส่วนหนึ่งท่ีจะทาให้เกดิ การ

ขับเคลอ่ื นไปส่คู วามสาเร็จ

จากการติดตามประเมนิ ผลพบว่า

 ประชาชนในชุมชนมีความตน่ื ตวั ในการร่วมลดขยะประเภทพลาสติก
 เดก็ ๆและคนในชุมชนนาแกว้ น้า ถ้วย ไปรา้ นค้าปฏเิ สธการรบั พลาสตกิ ท่ีใช้ครง้ั เดยี ว

ทิง้
 ขยะประเภทซองขนมทเี่ คยพบเห็นอยูต่ ามถนนท่เี กดิ จากการทงิ้ ของเดก็ ๆ ลดลงเกือบ

เป็นศูนย์ เด็กๆ มีการเกบ็ ซอง เปลอื กขนม ท่ีกินใสก่ ระเป๋า ไปทิ้งในจดุ ท่ีจัดไวส้ าหรบั
ทิง้ ขยะ
 โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตาบลประกาศเปน็ รพ.สต.ปลอดถุงหูหวิ้
 ในปี พ.ศ 2562 มีประชาชนท่ีเขา้ ร่วมคดั แยกขยะดว้ ยความสมคั รใจ จานวน 250
ครวั เรอื น จาก 303 ครัวเรอื น คดิ เปน็ รอ้ ยละ 82.50
 พ้ืนทใ่ี นชมุ ชนไม่มีกองขยะทีเ่ ปน็ แหลง่ เพาะพันธล์ุ ูกน้ายุงลาย
 ไมพ่ บผู้ปว่ ยโรคไขเ้ ลอื ดออกพ้ืนท่ี ต้ังแตป่ ีพ.ศ 2560 จนถึงปัจจบุ นั

 ได้รับการประเมินรับรองเปน็ หมู่บ้าน Zero Waste ของภาค 15 และ เป็น 1 ใน 17
ชุมชน ทเ่ี ป็นตน้ แบบหมู่จดั การขยะเป็นศูนย์ ระดบั ประเทศ

อภิปรายผลการดาเนินงาน

ความสาเร็จของการจดั การขยะของชมุ ชนบ้านมดตะนอยในวนั น้ี เป็นจุดเริ่มต้นก่อให้เกิดความ
ร่วมมือของคนในชมุ ชน ชมุ ชนเกดิ การเรียนรู้ ตดั สนิ ใจท่จี ะร่วมกันจดั การขยะให้สอดคลอ้ งกับวิถชี ีวิต
ปจั จุบนั จากการ“ซ้อื มาก ใช้มาก ขยะยิ่งมาก” มาเป็น “ขยะจัดการได้ เรม่ิ ทตี่ วั เรา” ขยะไม่ไดเ้ ป็น
แคเ่ ร่อื งความสะอาดของบ้านเรือนอยา่ งเดียว แต่ขยะเปน็ ส่ิงสะท้อนวิถกี ารกนิ การอยู่ การจัดการขยะท่ี
เหมาะสมเป็นตัวบง่ ชสี้ าคัญของการเป็น “ชมุ ชนทเี่ ข้มแข็งมจี ติ ใจงดงาม” อยากจะทาใหบ้ คุ คลรอบๆ
ขา้ งมีความสุข อยู่ในสงิ่ แวดล้อมทเี่ อ้ือต่อการมคี ุณภาพชวี ิตที่ดี และ ยงั เปน็ เคร่ืองมือในการบม่ เพาะ
พฤติกรรมที่ดีๆ สามารถปกป้องจากภยั คุกคามใหก้ ับบุตรหลานของเราต่อไปในอนาคต

การจดั การขยะบา้ นมดตะนอย เดนิ ทางมาถึงจดุ ท่ี คนจดั การขยะ มีมากกวา่ คนทง้ิ ขยะ ส่วนสาคัญ
มาจากการปรบั เปลีย่ นวิธีคดิ เร่ิมจากการดาเนินงานในจุดเล็กๆ สรา้ งการเปล่ยี นแปลงการมีสว่ นร่วมของ
คนในชุมชนอย่างต่อเน่ือง จนเกิดเป็นกระบวนการเรยี นรู้ รับรู้ นาไปสูก่ ารเปล่ยี นแปลงวิถชี ีวติ ท่ีสามารถ
จัดการขยะของชมุ ชน เกดิ เป็นชมุ ชนมดตะนอยสะอาด ปราศจากขยะ อย่างย่งั ยนื

รายละเอียดการส่งผลงานนาเสนอ
มหกรรมวิชาการ เขตสุขภาพที่ 12 ปงี บประมาณ 2563

ประเภท Oral presentation 2. [√ ] CQI (Non-Clinic)
1. [ ] CQI (Clinic) 4. [ ] วจิ ัยฉบบั สมบูรณ์
3. [ ] R2R

ระดบั หนว่ ยงาน
1. [√ ] ] รพ.สต./ ศสม. 2. [ ] รพช. 3. [ ] รพท./รพศ. 4. [ ] สสอ./สสจ.

การเสนอผลงาน
1. [√ ] ไม่เคยนาเสนอ เผยแพรม่ าก่อน 2. [ ] เคยเผยแพร่ (พฒั นาตอ่ ยอด)

ชอ่ื เรอื่ ง : การพฒั นาระบบงาน EPI ในเดก็ 0 -5 ปี ของโรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบลบ้านพูด

ผ้นู าเสนอ นางเรณู สะแหละ ตาแหนง่ นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชานาญการ
หนว่ ยงาน โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตาบลบ้านพดู อาเภอกงหรา จังหวดั พทั ลงุ

มอื ถอื 08 7882 2304

E-mail : [email protected]

บทคัดยอ่
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบ้านพูด อาเภอกงหรา จังหวัดพัทลุงได้ดาเนินการพัฒนา

ระบบงาน EPI ในเด็กอายุ 0 – 5 ปี ต้ังแต่ปี 2556 – ปัจจุบัน และได้พัฒนากระบวนการดาเนินงาน
อยา่ งต่อเนื่องตลอดมา

การพัฒนาระบบงาน EPI ในเด็กอายุ 0- 5 ปี มีการพัฒนาความรู้เจ้าหน้า พัฒนาด้านข้อมูล
ในสามสว่ น คือ ขอ้ มูลทไ่ี ด้จากการสารวจ ข้อมลู ในฐานข้องมลู JHCIS และข้อมูลในระบบ HDC มีการ
นาระบบการนัดมามาใช้ในการติดตามกลุ่มเป้าหมาย ดึงเครือข่าย อสม.เข้ามามีส่วนร่วมในการ
ดาเนินงาน พร้อมท้ังติดตามในกรณีไปรับบริการท่ีอ่ืน ทั้งในสถานพยาบาลของรัฐ และเอกชน ความ
ครอบครอบคลุมการได้รับ ในกลุ่มเด็ก อายุ 5 ปี ในปี 2562 และปี 2563 ร้อยละ 96.43 และ100
ตามลาดบั ผลจากการพัฒนางานอย่างต่อเนือ่ ง ทาใหเ้ กิดการจัดการระบบข้อมูลประชากรในเขตพื้นท่ี
รับผิดชอบที่มีความถูกต้อง และมีการแก้ไขเมื่อมีการเปล่ียนแปลงของประชากร และมีการเก็บความ
ครอบคลุมการให้บริการวัคซีนจากที่อื่น ผ่านทางโปรแกรม HDC และอสม ส่งผลให้อสม. และ
เจ้าหน้าทม่ี คี วามสุขในการทางาน ภายใตร้ ะบบทเ่ี อือ้ ต่อการพฒั นาต่อไป

การพัฒนาระบบงาน EPI ในเดก็ 0 -5 ปี ของโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตาบลบา้ นพูด

เจา้ ของผลงาน : นางเรณู สะแหละ ตาแหนง่ นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการ
หน่วยงาน โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบลบ้านพดู อาเภอกงหรา จังหวดั พัทลุง

บทนา
กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดให้มีบริการวัคซีนพื้นฐาน เพื่อสร้างบริการให้แก่กลุ่มเป้าหมาย

โดยไม่คิดมูลค่า สาหรับกลุ่มเป้าหมายที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก 0- 5 ปี
แต่ยังมีเด็ก อีกจานวนหน่ึงท่ีไม่สามารถเข้าถึงบริการดังกล่าว เขตบริการสุขภาพท่ี 12 จังหวัดพัทลุง
ยังคงประสบปัญหานี้ เช่นเดียวกัน การรับวัคซีนของเด็กอายุ 5 ปี ในปี 2554 และ2555 ร้อยละ
87.88 และ 89.80 ตามลาดับ

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบ้านพูด อาเภอกงหราจังหวัดพัทลุง ได้ดาเนินงาน EPI ใน
เดก็ 0-5 ปี ตามแนวนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข มีกลุม่ เป้าหมายเดก็ อายุ 0 – 5 ปี จานวน 487
คน และประสบกับปัญหา การไม่ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์อายุ ในช่วงอายุครบ 5 ปี ย้อนหลังพบว่าในปี
2554 และ 2555 ร้อยละ 86.94 และ 87.87 ตามลาดับ

ดังนั้น เพ่ือให้การดาเนินงาน EPI ในเด็ก 0-5 ปี โรงพยาบาลส่งเริมสุขภาพตาบลบ้านพูด
สามารถให้บริการกลุ่มเด็ก 0-5 ปี ที่มีจานวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ระบบบริการท่ีมี
คุณภาพ จึงต้องปรับกลยุทธ์การทางานเพ่ือให้สอดคล้องกับบุคคลากร ทรัพยากรท่ีอย่างจากัด โดย
การพัฒนาระบบงานท่ีมคี ุณภาพตอ่ ไป

วสั ดุและวธิ ีการ

เปา้ หมาย : การพฒั นาระบบงาน EPI ในเด็ก 0 -5 ปี ของโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตาบลบา้ นพูด

ตวั ชว้ี ัด : เดก็ 0-5 ปี ได้รบั วคั ซีนไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 95

ปญั หาก่อนเขา้ สรู่ ะยะการพฒั นา

1. รอ้ ยละการไดร้ บั วคั ซนี ของเด็ก 0-5 ปี ยังไม่ไดต้ ามเกณฑ์ท่ีกาหนด
2. คลนิ กิ EPI เดือน ละ 1 ครั้ง มีผรู้ บั บรกิ ารในคลนิ กิ EPI จานวนมากกวา่ 60 คน ตอ่ 1

ครั้ง เจ้าหน้าที่มีความเหนอ่ื ยลา้
3. กจิ กรรมในคลนิ กิ EPI มหี ลายกิจกรรม เชน่ การประเมินภาวะโภชนาการ การตรวจ

พัฒนาการ การตรวจช่องปาก การฉดี วัคซีน ต้องใช้ จนท.ไม่เพยี งพอต่อการให้บรกิ าร
4. กลุ่มเป้าหมายในการดาเนนิ งาน EPI ไม่ชัดเจน
5. เดก็ ท่ขี าดนดั วคั ซนี มีจานวนมาก
6. เจา้ หน้าท่ียงั ขาดความรูแ้ ละทักษะ ในการดาเนนิ งาน EPI

กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพ ระยะที่ 1 ปี 2556 - 2558

1. ประชมุ ทีมสขุ ภาพเครือขา่ ย คปสอ.กงหราเพือ่ ทบทวนการทางาน และศกึ ษาปัญหา
รว่ มกัน เพอื่ วางแผนแก้ไข โดยเน้นการทางานเปน็ ทมี

2. มที บทวนความรู้ และสรา้ งแนวทางการดาเนินงานในทิศทางเดยี วกนั
3. ประชุมทมี ดาเนนิ งานในระดับ รพ.สต.เพ่ือทบทวนปัญหาของ รพ.สต.เอง และหาแนวทาง
ในการดาเนนิ งาน ของ รพ.สต.บา้ นพูด

4. ทบทวนกล่มุ เปา้ หมาย เด็ก 0-5 ปี ในเขตรับผิดชอบ จากฐานข้อมูลที่อยใู่ นโปรแกรม
JHCIS

5. ดาเนินการฉีดวัคซีนในเด็กกลุ่มเป้าหมายที่นัดไว้ ในทุกวันจันทร์ท่ี 2 ของเดือน โดยมี
กิจกรรม การชั่งน้าหนัก วัดความยาว วัดรอบศีรษะ ประเมินพัฒนาการ ลงทะเบียน นัดรับวัคซีนครั้ง
ต่อไปในสมุดสีชมพู และคีย์ข้อมูลการให้บริการลงในระบบ JHCIS และส่งข้อมูลออกในระบบ 43
แฟ้ม

6. ตดิ ตาม และประเมนิ ผลในระยะท่ี 1

ผลการดาเนินงานหลังการพัฒนา ระยะท่ี 1

1. เดก็ อายุ ครบ 1 ปี ไดร้ ับวัคซีน MMR ปี 2556, 2557, 2558 ร้อยละ 87.57, 87.52
และ 88.01 ตามลาดบั

2. เดก็ อายุ ครบ 2 ปี วัคซีน DTP4 และ OPV4 ปี 2556, 2557, 2558 รอ้ ยละ 86.65,
86.98 และ 87.12 ตามลาดับ

3. เด็กอายุ ครบ 3 ปี วคั ซีน MMR2 และ JE2 ปี 2556, 2557, 2558 รอ้ ยละ 85.21,
86.57 และ 87.21 ตามลาดับ

4. เด็กอายุ ครบ 5 ปี วัคซีน DTP5 และ OPV5 ปี 2556, 2557, 2558 รอ้ ยละ 88.25,
88.57 และ 88.97 ตามลาดบั

ปญั หาท่ีพบจากการดาเนินงานในการพัฒนา ระยะที่ 1

1. กลุ่มเป้าหมายเด็ก 0 -5 ปี ไดร้ ับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ทก่ี าหนด
2. กลมุ่ เปา้ หมายที่ รพ.สต.มอี ยไู่ ม่ตรงกบั กลุ่มเป้าหมายท่ีมีอยจู่ ริงในชมุ ชน
3. เจ้าหน้าทย่ี งั ขาดทกั ษะ และความเข้าใจในแนวทางในการให้บริการวัคซีน (เน่ืองจากมีการ
เปลี่ยนแปลงของวัคซีนบางตัว) และการนัดวัคซีน (ในกรณีเด็กที่ผิดนัดนานๆ) การบันทึกข้อมูลลง
โปรแกรม JHCIS
4. กิจกรรมหน้างานในคลินกิ EPI มมี ากเกินไป เจา้ หนา้ ที่ที่มีอยู่ ไม่เพียงพอต่อกิจกรรมท่ี
ให้บริการ
5. จานวนเด็กทมี่ ารบั บรกิ ารในแตล่ ะคร้งั มีจานวนมากเกินไป ทาให้เจา้ หนา้ ทีท่ ่ีทางานมีความ
เหนื่อยล้า
6. เจา้ หน้าท่ีไม่ทราบเลยว่าในแตล่ ะครั้งไดน้ ัดกล่มุ เป้าหมายไว้จานวนเทา่ ไหร่ และมีใครผิด
นดั บา้ ง

กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพ ระยะที่ 2 ปี 2559 - 2561

1. ประชุมทีมสุขภาพเครือข่าย คปสอ.กงหรา เพื่อทาการทบทวนความรู้ รบั ทราบปัญหา
และรบั ฟังความคิดเหน็ ในการดาเนินงานในช่วงทผี่ า่ นมา

2. สรา้ งแนวทางการดาเนนิ งานในทิศทางเดยี วกัน กาหนดแนวทางการดาเนินงานใหม่
สาหรบั คลนิ ิก EPI โดยการ เพิ่มจานวนวันในการใหบ้ ริการสาหรบั รพ.สต.ท่ีมจี านวนผู้รับบรกิ ารมาก
เพือ่ จะได้มเี วลาในการใหบ้ ริการกจิ กรรมตา่ งๆ ให้มีคุณภาพมากข้ึน

3. ประชมุ ทมี ดาเนนิ งานในระดับ รพ.สต.เพือ่ ทบทวนปญั หาของ รพ.สต.และวางแผนการ
ดาเนิน ใหส้ อดคล้องกับบริบทของ รพ.สต.บา้ นพดู ตามแนวทางของ คปสอ.กงหรา

4. ดึงเครือข่าย อสม.เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทากลุ่มเป้าหมายโดย การสารวจข้อมูลจาก
ชุมชน โดยมี อสม.เป็นแกนนาหลักในการสารวจขอ้ มลู

5. นาข้อมูลท่ีสารวจได้ มาประปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลโปรแกรม JHCIS เพื่อเป็น
กลมุ่ เป้าหมายหลกั ในการดาเนินงาน EPI

6. ประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลงการให้บริการวัคซีนในเด็ก 0 -5 ปี เป็นเดือน ละ 2 คร้ัง
เป็นวันจันทร์ท่ี 2 กับ จันทร์ท่ี 4 ของเดือน โดยผ่านทางหอกระจายข่าว ในเวทีประชุมหมู่บ้าน และ
อสม.แต่ละหม่บู ้าน

7. ให้บริการวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายท่ีนัดไว้ในแต่ละรอบ โดยมีกิจกรรม การช่ังน้าหนัก วัด
ความยาว วัดรอบศีรษะ ประเมินพัฒนาการ ลงทะเบียน นัดรับวัคซีนครั้งต่อไปลงในสมุดสีชมพู และ
คีย์ข้อมูลการให้บริการ พร้อมท้ังข้อมูลการนัดลงในระบบ JHCIS และส่งข้อมูลออกในรูป 43 แฟ้ม
และนาข้อมูลเข้าสู่ระบบ HDC

8. เริ่มมีการนาข้อมูลย้อนกลับจากการประมวลผลงานใน ระบบ HDC มาใช้ในการ
ดาเนนิ งานในพน้ื ที่

9. มีจิตอาสาจากเครือข่าย อสม.ในการเข้ามาช่วยในกิจกรรม การช่ังน้าหนัก วัดความยาว
วัดรอบศรี ษะ

10. ตดิ ตาม และประเมินผลในระยะที่ 2

ผลการดาเนินงานหลงั การพฒั นา ระยะท่ี 2

1. เด็กอายุ ครบ 1 ปี ไดร้ บั วัคซีน MMR ปี 2559, 2560, 2561 รอ้ ยละ 89.57, 90.52
และ 92.33 ตามลาดบั

2. เด็กอายุ ครบ 2 ปี วัคซีน DTP4 และ OPV4 ปี 2559, 2560, 2561 รอ้ ยละ 88.78,
89.91 และ 90.45 ตามลาดบั

3. เด็กอายุ ครบ 3 ปี วัคซนี MMR2 และ JE2 ปี 2559, 2560, 2561 ร้อยละ 88.33,
89.57 และ 90.23 ตามลาดับ

4. เดก็ อายุ ครบ 5 ปี วคั ซีน DTP5 และ OPV5 ปี 2559, 2560, 2561 ร้อยละ 89.02,
89.97 และ 90.12 ตามลาดบั

ปญั หาท่ีพบจากการดาเนนิ งานในการพัฒนา ระยะที่ 2

1. กลุม่ เปา้ หมายเด็ก 0 -5 ปี ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ท่ีกาหนดในทุกกลุ่มอายุและผลท่ี
ได้จาการพัฒนาในระยะท่ี 2 ไม่ได้แตกตา่ งกนั มากนกั กับระยะที่ 1

2. กลุ่มเป้าหมายท่ี รพ.สต.มีอย่ไู ม่ตรงกับจานวนเป้าหมายที่มีอยู่จริงในชมุ ชน
3. เนื่องจากวัคซีนมีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ปี และมีวัคซีนใหม่ในบางตัว ทาเจ้าหน้าท่ียังมี
ความสับสนในการให้บริการวัคซีน และการนัดวัคซีนต่างๆ รวมถึงการบันทึกข้อมูลลงใน
ระบบ JHCIS
4. อสม.ไม่ค่อยให้ความสาคัญกับการจัดทาข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย บางยังไม่ทราบ และไม่รู้จัก
กลุ่มเป้าหมายทตี่ ัวเองรบั ผดิ ชอบ
5. อสม. ยังไม่สามารถชว่ ยเหลอื เจ้าหน้าท่ีในการให้บริการในกิจกรรมต่างๆ ในคลินิก EPI ได้
ด้วยตวั เอง ตอ้ งเจ้าหน้าท่ีคอยควบคมุ กากบั

6. มรี ะบบการนดั แต่เจ้าหนา้ ท่ียงั ไม่ได้นาข้อมูลการนัดมาใช้ประโยชน์ ทาให้ไม่สามารถทราบ
หรือติดตามคนทผ่ี ิดนัดได้

กิจกรรมการพฒั นาคุณภาพ ระยะที่ 3 ปี 2562 – ปัจจบุ ัน

1. ประชุมทีมสุขภาพเครือข่าย คปสอ.กงหรา เพ่ือทาการทบทวนความรู้ รับทราบปัญหา
และรับฟังความคิดเห็นในการดาเนินงานในช่วงที่ผ่านมา เพ่ือเป็นการแลกเปล่ียนเรียนรู้เพื่อการ
พัฒนางาน

2. ทบทวนความรู้ สร้างแนวทางการดาเนินงานในทิศทางเดียวกัน กาหนดแนวทางการ
ดาเนนิ งานใหม่ สาหรับคลินิก EPI โดยการเพม่ิ คณุ ภาพการให้บรกิ ารมากขึ้น

3. ประชุมทีมดาเนินงานในระดับ รพ.สต.เพ่ือทบทวนปัญหาของ รพ.สต.และวางแผนการ
ดาเนนิ ให้สอดคลอ้ งกบั บริบทของ รพ.สต.บ้านพูด ตามแนวทางของ คปสอ.กงหรา

4. มีการพัฒนาศักยภาพ อสม.ในการช่ังน้าหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบศีรษะ เพื่อให้ อสม.
ช่วยงานในคลินกิ EPI และไปดแู ล และติดตามกล่มุ เปา้ หมายในการประเมินภาวะโภชนาการในชุมชน

5. จัดทากลุ่มเป้าหมายโดย การสารวจข้อมูลจากชุมชน โดยมี อสม.แบ่งเขตรับผิดชอบของ
ตนเองชัดเจน และทาการสารวจในเขตพืน้ ท่ีของตนเอง โดยยึดหลักเกณฑ์การอาศัยอยู่ในพื้นท่ีจริงเกิน
6 เดอื น

6. มกี ารนาข้อมูลท่ไี ดจ้ ากท้ัง 3 สว่ น คือ จากการสารวจ JHCIS และHDC มาเปรียบเทียบกัน
พร้อมท้ังปรับปรุงฐานข้อมูลประชากรในโปรแกรม JHCIS และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ HDC และคืน
ข้อมูลให้ อสม. เพอื่ ไมใ่ ห้กลุ่มเปา้ หมายหลุดไปจากการติดตาม

7. ทาการดงึ ข้อมลู การนัดในแตล่ ะรอบมาใชโ้ ดยแจง้ รายชื่อเด็กทน่ี ัดผา่ นกลมุ่ ไลน์ ของ อสม.
- เพื่อให้ อสม. ไปแจง้ กลุ่มเป้าหมายให้ทราบก่อนถึงวันนัดอย่างน้อย 2 วัน เพื่อเป็น

การยา้ เตอื นความจาของผปู้ กครอง
- เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อมูลการมารบั วัคซีนในแต่ละรอบของกลุ่มเป้าหมาย

8. ในวนั ทใ่ี หบ้ ริการ ทาการติดตามกลุ่มเปา้ หมายทไี่ ม่มาตามนัด
- ในกรณีท่ีไม่สามารถมารับบริการได้เน่ืองจาก ไม่สบาย หรือไม่สะดวกจะมาในวัน

นัด ก็จะนดั ซ้าใหใ้ นครงั้ ตอ่ ไป
- ในกรณีท่ีติดต่อไม่ได้ ก็จะสอบถาม อสม. เพื่อตรวจสอบสถานการณ์อาศัยอยู่ใน

พืน้ ท่ี ของกลุ่มเปา้ หมาย
9. มกี ารจัดตารางเวร อสม. แต่ละหมู่เพอ่ื เขา้ มาช่วยในคลินิก EPI ในกิจกรรม การช่ังน้าหนัก
วดั ความยาว วัดรอบศีรษะ และประเมนิ ภาวะโภชนาการ
10. ใหบ้ ริการวัคซนี ในกลมุ่ เปา้ หมายท่ีนัดไว้ในแต่ละรอบ โดยมีกิจกรรมดังน้ี

10.1 จัดคิว หาแฟ้มครอบครัว ช่ังน้าหนัก วัดความยาว วัดรอบศีรษะ ให้ อสม.มา
ช่วย

10.2 การซักประวัติ ลงบันทึกวัคซีน และการนัดในสมุดสีชมพู และในแฟ้ม
ครอบครัว

10.3 ตรวจพฒั นาการ ตามช่วงอายุ
10.4 ลงทะเบียน และฉีดวัคซีน จ่ายยาเสรมิ ธาตเหลก็

10.5 บนั ทกึ ข้อมูลการฉดี วคั ซีน และการนดั คร้ังตอ่ ไปลงในโปรแกรม JHCIS พร้อม
ส่งข้อมูลออกในรูป 43 แฟ้ม

10.6 นาข้อมูลเข้าส่รู ะบบ HDC และสง่ ข้อมลู ออกเพ่ือตรวจสอบกบั กาดาเนนิ งาน
จรงิ ในคลนิ ิกทุกคร้งั
11. ตรวจสอบข้อมูลจากการรับวัคซีนของเด็กท่ีไปรับบริการท่ีสถานพยาบาลอื่นในจังหวัด
พทั ลงุ จากโปรแกรม HDC และนามาลงความครอบคลมุ ใน JHCIS
12. ติดตามความครอบคลุมในกรณีที่รับวัคซีนจากท่ีอื่น เช่น คลินิกเอกชน โดยการให้ อสม.
ทาการเก็บสมุดสชี มพูของเด็ก เพอื่ นาขอ้ มูลมาลงในโปรแกรม JHCIS
11. มกี ารนาข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์สมา่ เสมอ หรือเม่ือมีการเปลีย่ นแปลงข้อมูล เพ่ือ
ปรบั เปล่ียนกลยุทธใ์ นการทางาน
12. สรปุ ประเมินผลการดาเนินงานในช่วงทผี่ ่านมาเพ่อื พัฒนางานตอ่

ผลการดาเนนิ งานหลงั การพฒั นา ระยะท่ี 3

1. เดก็ อายุ ครบ 1 ปี ได้รับวคั ซีน MMR ปี 2562 และปี 2563 รอ้ ยละ 98.74 และ 99.72
ตามลาดับ

2. เด็กอายุ ครบ 2 ปี วคั ซีน DTP4 และ OPV4 ปี 2562 และปี 2563 ร้อยละ 98.74 และ
98.75 ตามลาดับ

3. เด็กอายุ ครบ 3 ปี วคั ซีน MMR2 และ JE2 ปี 2562 และปี 2563 ร้อยละ 98.87 และ
97.33 ตามลาดบั

4. เด็กอายุ ครบ 5 ปี วคั ซนี DTP5 และ OPV5 ปี 2562 และปี 2563 รอ้ ยละ 99.24 และ
100 ตามลาดบั
**หมายเหตุ ผลจากการดาเนินงานปี 63 ณ วนั ที่ 15 สค. 63

ปญั หาที่พบจากการดาเนินงานในการพัฒนา ระยะท่ี 3

1. กลมุ่ เป้าหมายที่ไม่มารับบริการตรงตามวันท่ีนัดไวย้ ังมีอยู่ แตท่ กุ คนสามารถเข้าถงึ การ
เลอื่ นนัด หรือทราบถงึ การบริการครง้ั ถัดไปได้

2. กลุ่มเปา้ หมายที่ไม่อยปู่ ระจาในพ้นื ที่ หากไม่อยู่เกนิ 6 เดือนกจ็ ะทาการปรับฐานประชากร
สมา่ เสมอ
3. กลุ่มเป้าหมายที่ไม่ประสงค์จะรับบรกิ ารวคั ซีนจริงๆ ยังเหลอื 1 ราย แตอ่ ยู่ในแผนของการ
ลงตดิ ตามของ ระดบั อาเภอต่อไป

วิจารณ์ / ขอ้ เสนอแนะ

การดาเนินงาน EPI ในกลุ่มเด็ก 0 - 5 ปี ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตาบลบา้ นพูด อาเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง เร่ิมดาเนินการพัฒนามาตั้งแต่ ระยะท่ี 1 ปี 2556 – 2558
ซึ่งมีกระบวนการพัฒนางานที่เด่นชัด เร่ิมจากการจัดการกับกลุ่มเป้าหมาย เด็ก 0-5 ปี ให้มีความ
ถูกต้อง และตรงกับความเป็นจริงมากท่ีสุด และทาการบันทึกข้อมูลเข้าสู่โปรแกรม JHCIS และส่ง
ข้อมูลออกในรูป 43 แฟ้ม เพ่ือนาข้อมูลเข้าสู่ ระบบ HDC โดยระบบสามารถประมวลผลการ
ดาเนินงานได้ภายใน 1 วัน รพ.สต.สามารถนาข้อมูลที่ได้คืนสู่ชุมชนได้อย่างรวดเร็ว และนาข้อมูลมา

ใช้วางแผนเพ่ือการพัฒนาระบบงานต่อไปได้อย่างรวดเร็ว มีระบบการย้าเตือนกลุ่มเป้าหมายที่นัดรับ
วคั ซนี ในแต่ละคร้งั และมีการติดตามกลุ่มทีผ่ ิดนัด เพ่ือนัดรบั บรกิ ารในคร้งั ถดั ไปได้

ในกลุ่ม เด็ก 0-5 ปี จากกระบวนการพัฒนาตลอดระยะเวลาท่ีผ่านมา สามารถพัฒนา
ระบบงาน EPI ของ รพ.สต.บ้านพูดได้ดี ส่งผลต่อกลุ่มเป้าหมายเด็กอายุ 0- 5 ปี ได้รับวัคซีนตาม
เกณฑอ์ ายุ มากกวา่ กว่ารอ้ ยละ 95

สรปุ ผลการดาเนินงาน

ผลจากการพัฒนาระบบงาน EPI ในเด็ก 0-5 ปี ของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบ้าน
พูดอาเภอกงหรา จังหวดั พทั ลุง สามารถดาเนินงาน EPI ในกล่มุ เด็ก 0-5 ปี ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์อายุ
มากกว่ากว่าร้อยละ 95 ในปี 2562 และ 2563 และผลจากการพัฒนาระบบงานในครั้งนี้ ทาให้เกิด
การจัดการระบบข้อมูลประชากรในเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบท่ีมีความถูกต้อง และมีการแก้ไขเมื่อมีการ
เปล่ียนแปลงของประชากร และมีการเก็บความครอบคลุมการให้บริการวัคซีนจากท่ีอื่น ผ่านทาง
โปรแกรม HDC และอสม. ส่งผลให้ อสม. และเจ้าหน้าที่มีความสุขกับงานมากข้ึน ภายใต้ระบบท่ีเอื้อ
ต่อการพฒั นาต่อไป

เอกสารอ้างองิ

กองป้องกนั โรคด้วยวคั ซีน กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ .(2562) แผนปฏบิ ัตงิ าน
กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน ปีงบประมาณ พ.ศ.2562.
http://www.ppho.go.th/webppho/dl_strat/F20181031112407.pdf อินเตอรเ์ น็ต
เข้าถึงเม่ือ 15 สงิ หาคม 2563

กองปอ้ งกันโรคด้วยวคั ซนี กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ .(2563) แผนการปฏิบตั ิงาน
โรคติดต่อที่ปอ้ งกนั ได้ด้วยวคั ซนี ปงี บประมาณ พ.ศ.2563. สถาบันวัคซนี แห่งชาติ
(องค์กรมหาชน).

วัคซีนพน้ื ฐาน (EPI program) อินเตอรเ์ น็ต เขา้ ถงึ เมื่อ 15 สิงหาคม 2563
http://nvi.ddc.moph.go.th/e-books/epi2012/6.pdf

รายละเอยี ดการส่งผลงานนำเสนอ
มหกรรมวชิ าการเขตสุขภาพท่ี 12 ปงี บประมาณ พ.ศ.2563

๑. แบบฟอร์มบทคดั ย่อผลงาน : ประเภท CQI-non Clinic
๒. ประเภทหนว่ ยงาน : โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบล
๓. การเสนอผลงาน : ไม่เคยนำเสนอเผยแพรม่ าก่อน

ช่อื เร่ือง : พัฒนาระบบการจัดบริการคลินกิ สุขภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
ผู้นำเสนอผลงาน : นางสาวพิศมัย ยอดพรหม ตำแหน่ง นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชำนาญการ
หน่วยงาน : สถานอี นามยั เฉลมิ พระเกยี รติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี ไอปาโจ อำเภอสุคริ นิ จังหวดั นราธวิ าส
มอื ถือ : 089-6588998
E-mail : [email protected]

การจัดบริการคลินิกสุขภาพเกษตรกร เป็นกลยุทธ์หนึ่งของหน่วยบริการปฐมภูมิ ในการดูแลสุขภาพ
ให้แกก่ ลุม่ ผู้ประกอบอาชีพในชุมชน หรอื แรงงานในชุมชนอย่างต่อเนื่องและเป็นองค์รวม กลุ่มเป้าหมายที่ดูแล
ในระยะแรก คือกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และมีความสำคัญต่อระบบ
เศรษฐกิจของประเทศ เป็นผู้ที่ไม่มีหลักประกันสังคม แต่มีสิทธิในการรักษาพยาบาลตามสิทธิของสำนักงาน
หลักประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ (สปสช.)

สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี ไอปาโจ ได้ดำเนินการพัฒนาระบบการ
จัดบริการคลินิกสุขภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจ
และมีแนวทางในการดำเนินงานได้อย่างครบวงจร ส่งผลให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัด
ศัตรูพืชลดลง ผลการดำเนินงานตามแนวทางที่กำหนด พบว่า เกษตรกรร้อยละ ๘3.27 ได้รับการตรวจคัด
กรองสุขภาพโดยใชแ้ บบประเมนิ ความเสีย่ งในการทำงาน แบบนบก.1-56 ผลการคัดกรองพบวา่ เกษตรกรร้อย
ละ 10.71 มคี วามเสยี่ งค่อนข้างสูงถงึ สูงมาก เกษตรกรกลมุ่ เสี่ยงได้รับการตรวจเลือดหาปริมาณเอ็นไซม์โคลีน
เอสเตอเรสทุกราย และผลการตรวจหลังการติดตามผลหรือให้รับประทานรางจืดพบว่า ร้อยละ 18.32 ยังมี
ความเสี่ยงและไม่ปลอดภัย โดยเกษตรกรทุกรายจะได้รับคำแนะนำในการลดพฤติกรรมเสี่ยงและปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมสุขภาพ หลังดำเนินการเกษตรกรร้อยละ 81.02 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการใช้สารเคมี
กำจัดศัตรูพืชและการปฏิบัติตัวขณะทำงาน และเกษตรกรร้อยละ 37.28 มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำ
เกษตรจากการใชส้ ารเคมมี าเปน็ เกษตรอินทรยี ์

ดังนั้น การจัดบริการคลินิกสุขภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่มีประสิทธิภาพ
บุคลากรสาธารณสุขต้องมีความรู้ ความเข้าใจระบบการจัดบริการอาชีวอนามัย มีแนวทางในการปฏิบัติงานที่
ชัดเจนและครอบคลุมทุกด้านอย่างครบวงจร มีการดำเนินงานแบบสหวิชาชีพ มีการพัฒนาเครือข่ายแกนนำ
ชุมชน มีการวางแผนและดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เน้นการจัดบริการเชิงรุก ติดตาม
ประเมินผลต่อเนื่อง มีการจดั เก็บข้อมลู อย่างเป็นระบบ หลังดำเนนิ การมีการคืนข้อมูลสชู่ ุมชนและหน่วยงานท่ี
เกี่ยวข้อง เกษตรกรมีช่องทางได้รับความรู้ที่หลากหลาย มีต้นแบบในชุมชนทำให้เข้าใจและสามารถนำไป
ปฏิบัติได้ง่าย ทั้งนี้การดำเนินงานต้องคำนึงถึงรายได้ของครัวเรือนเกษตรกร เวลา ฤดูกาล ต่าง ๆ อย่าง
เหมาะสม จะทำใหก้ ารดำเนนิ งานประสบผลสัมฤทธต์ิ ามเปา้ หมายและตวั ชวี้ ัดท่ีกำหนดได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ

1. ชื่อผลงาน พฒั นาระบบการจัดบรกิ ารคลนิ ิกสุขภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

2. คำสำคญั

คลินิกสุขภาพเกษตรกร หมายถึง การจัดบริการทางด้านสุขภาพที่สอดคล้องกับการได้รับผลกระทบ

จากการทำงานหรือกรณีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ของเกษตรกร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อดูแลสุขภาพ เกษตรกรอย่าง

ครบวงจรและต่อเนอ่ื ง

3. ชื่อหน่วยงาน สถานอี นามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชนิ ี ไอปาโจ

สมาชิกทีมงาน

ท่ปี รึกษา

๑. นายวทิ ยา นชุ นานนท์เทพ สาธารณสขุ อำเภอแวง้

๒. วา่ ทีร่ ้อยตรีเดชวทิ ย์ ใหม่แยม้ สาธารณสขุ อำเภอสุคริ นิ

๓. นายวรี ะโชติ รัตนกุล นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชำนาญการ

คณะทำงาน

๑. นางสาวพิศมัย ยอดพรหม นกั วิชาการสาธารณสขุ ชำนาญการ

๒. นางสาวอัญชลี ทุเรศพล เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ ชำนาญงาน

๓. นางสาวกรรณิการ์ ร่มทับทิม พยาบาลวชิ าชีพชำนาญการ

๔. นายยาฮารี อาแวสะแม แพทย์แผนไทยชำนาญการ

4. บทนำ

๔.๑ ความเปน็ มาและความสำคญั ของปญั หา

ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรมโดยเฉพาะกลุ่มเพาะปลูก ได้แก่ ทำนา ทำสวน

ทำไร่ จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2560 ประเทศไทยมีกลุ่มแรงงานภาคเกษตรกรรม จำนวน

26.47 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 39.99 (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2560) ปัญหาความเสี่ยงทาง

สุขภาพ (Health Risk) จากผลกระทบของการสัมผัสสารเคมีของเกษตรกร เป็นปัญหาสำคัญที่ชุมชนควรให้

ความตระหนัก เนื่องจากระบบเกษตรกรรมในประเทศไทยมี การใช้สารเคมีเป็นจำนวนมาก พฤติกรรมที่ไม่

ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเส่ียงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีที่สร้างปญั หาสขุ ภาพทั้งโรคเฉียบพลนั

และโรคเร้อื รงั

สุขภาพของเกษตรกรมีความสำคัญอยา่ งยิง่ เนื่องจากเป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบกลุ่มใหญ่ของประเทศ

เป็นกลุ่มแรงงานที่สำคัญและมีปญหาในด้านการใชสารเคมีทางการเกษตรสูง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้

พัฒนาระบบเฝ้าระวังสุขภาพของเกษตรกรและสิ่งแวดลอม โดยมีนโยบายสนับสนุนใหหนวยบริการปฐมภูมิ

ดำเนินการดูแลสุขภาพเกษตรกรโดยการจัดบริการอาชีวอนามัยให้กับแรงงานในชุมชน (คลินิกสุขภาพ

เกษตรกร) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใหหนวยบริการปฐมภูมิ มีการดูแล สุขภาพใหแกกลุมผู้ประกอบอาชีพใน

ชุมชน หรือแรงงานในชุมชนอยางตอเนื่องและเป็นองครวม (สำนักโรคจากการประกอบอาชพี และสิ่งแวดลอ้ ม

กรมควบคุมโรค, 2556)

สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ไอปาโจ มีประชากรในพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 1,021 คน โดยมีผู้

ประกอบอาชีพเกษตรกร จำนวน 847 คน คดิ เป็นร้อยละ 82.96 จากการดำเนนิ งานคลินิกสุขภาพเกษตรกร

ในปี ๒๕๖0 สถานอี นามัยเฉลมิ พระเกยี รติฯ ไอปาโจ ได้จัดกจิ กรรมคัดกรองประเมินความเสี่ยง (แบบ นบก.๑)

ในเกษตรกร จำนวน 50 ราย พบว่า มีความเสี่ยงสูง จำนวน 17 ราย คิดเป็นร้อยละ 34.00 มี และผลการ

เจาะเลือดตรวจหาสารเคมีตกคางในกระแสเลือด พบภาวะเสี่ยงและไม่ปลอดภัย จำนวน 46 ราย คิดเป็นร้อย

ละ 92.00 จึงดำเนินการวิเคราะห์หาสาเหตุเพื่อพัฒนาคลินิกสุขภาพเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพ ลดความ

เส่ียงจากการใชสารเคมีของเกษตรกรอยา่ งยงั่ ยืน

บคุ ลากร 20.00% กระบวนการ 33.33 %

เกษตรกรไม่มีภาวจะนเสทยี่.ขสงาาไดอรมกเสคม่ ามมแีร.วขีแนาาลวงดะทแเคากผวงษนปารตมฏว่ รรบิมอูเ้ รตักิน่ือทินัทง่ชี รดัียเ์ จขนาดการบขรู าณฐดาากนกาไขารมอ้รตม่ กมิดีตบัลูตบลภไารมาามกิ ดถ่คาอ/กูเีรแยคนเหา่ชรางลอืงิ มตร่งขาบัรอ่า่ ใบัเยชนซ้่อืือ้ ง เกษตรกรมภี าวะเสยี่ ง
หรือไมป่ ลอดภยั จากการ
หรอื ปลอดภยั จากการใช้ ขาดความรูเ้ รอ่ื งสารเคมี ไมม่ งี บประมาณ ใชส้ ารเคมี รอ้ ยละ 92
และเกษตรอินทรยี ์ Reactive paper ไมเ่ พยี งพอ
สารเคมี ขาดรายได/้ ราคาขายตา่
ไม่มตี น้ แบบสาหรบั เรียนรู้ ค่มู ือไม่ครอบคลมุ

เวลาไมเ่ ออื้ อานวย

ผู้รบั บริการ 26.67 % อุปกรณ์ 20.00 %

๔.2 วตั ถุประสงค์
เพือ่ พัฒนาระบบการจดั บรกิ ารคลินกิ สุขภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

4.3 เปา้ หมาย
4.3.1 เพื่อให้มีคู่มือแนวทางการดำเนินงานคลินิกสุขภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริม

สขุ ภาพตำบล
4.3.2 เพอ่ื ลดความเสยี่ งจากการใช้สารเคมีของเกษตรกร
4.3.3 เพ่อื พัฒนาครัวเรอื นเกษตรอนิ ทรียอ์ ย่างยง่ั ยืน

4.4 ตัวชี้วดั
4.4.1มคี มู่ อื ในการปฏบิ ัตงิ านคลินิกสุขภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบล
4.4.2เกษตรกรไม่เกินร้อยละ 2๐ ท่ีได้รับการประเมินความเสี่ยงในการทำงานมีผลความ

เสี่ยงคอ่ นขา้ งสูงถงึ สงู มาก
4.4.3เกษตรกรไม่เกินร้อยละ 20 ที่ได้รับการเจาะเลือดตรวจคัดกรองโดยใช้กระดาษ

Reactive paper ผลการตรวจพบว่ามีความเส่ยี งหรอื ไมป่ ลอดภยั
4.4.4พัฒนาครวั เรอื นเกษตรอินทรีย์ ร้อยละ 20

5. วสั ดแุ ละวธิ กี าร
๕.๑ ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะท่ี 1 พฤษภาคม 2560 - กนั ยายน 2560
ระยะท่ี 2 ตลุ าคม 2560 - กนั ยายน 2561
ระยะท่ี 3 ตลุ าคม 2561 - กันยายน 2562
5.2 เครือ่ งมอื การดำเนนิ งาน
5.2.1 แบบประเมินแบบประเมนิ ความเสย่ี ง (นบก.1-56)
5.2.1 แบบประเมินความเครียด (ST-๕)
5.2.1 กระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase reactive paper)
5.3 กลุ่มเป้าหมาย
จำนวนแรงงานในชมุ ชนภาคเกษตรกรรม ท้ังหมดในพ้ืนท่ี 543 คน

5.4 วธิ ีการดำเนนิ งาน
5.4.1 ข้นั ตอนการดำเนินงาน
- จัดประชุมเจ้าหน้าท่ี ทบทวน วเิ คราะหส์ าเหตุของปัญหา
- จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ไอปาโจและภาคีเครือข่าย

เพื่อหาค้นหาแนวทางการดำเนนิ งานอย่างครบวงจร
- พัฒนาระบบและจัดทำคู่มอื แนวทางการดำเนนิ งานคลนิ ิกสขุ ภาพเกษตรกรตามบริบทชมุ ชน
- ดำเนินการตามแนวทางท่กี ำหนด
- ประเมินผลการดำเนินงาน สรุป วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และแนวทาง

แกไ้ ข
- พฒั นาระบบและจดั ทำคูม่ ือต่อเนือ่ ง
5.4.2 กระบวนการดำเนินงาน (วงจร PDSA)

การปรบั ปรุงแผน (Act) การวางแผน (Plan)
พ.ค. 2560 ทบทวนอบุ ัติการณ์ ปญั หา สาเหตุ
ก.ย. 2560 ปรับปรุงระบบการดำเนินงานให้ --- > จดั ทำคู่มอื การดำเนินงาน รพ.สต. ตาม
แนวทางของกรมควบคุมโรค
ครอบคลุม สอดคล้องกับบริบทพ้นื ท่ี เนน้ การ ต.ค.- ธ.ค. 2560 ประชมุ คณะทำงาน --- >
พฒั นาระบบและจดั ทำคู่มือ รพ.สต. ครงั้ ที่ 1 โดย
พฒั นาบุคลากร การดำเนินการเชงิ รกุ และเพ่ิม พัฒนาตามสาเหตุของปญั หา 4 ด้าน ได้แก่ ด้าน

ภาคีเครือข่ายการดำเนินงานใหม้ ากข้ึน กระบวนการ ด้านบุคคล ดา้ นผูร้ บั บรกิ ารและ
ด้านอุปกรณ์
ก.ย. 2561 ปรบั ปรุงระบบการดำเนนิ งานให้ ต.ค.- ธ.ค. 2561 ประชมุ คณะ
ทำงาน --- >พัฒนาระบบและ
ครอบคลุมมากข้นึ เพิ่มภาคเี ครอื ขา่ ย พฒั นา
Plan จดั ทำคู่มือ รพ.สต. ครง้ั ท่ี 2
ศกั ยภาพแกนนำการติดตามต่อเน่อื ง แก้ไข

ปญั หาครบวงจรรวมถึงดา้ นรายได้

ก.ย. 2562 ปรบั ปรงุ ระบบการ

ดำเนินงานให้ครอบคลุม พัฒนา

ศกั ยภาพชมุ ชนเข้มแข็ง ยงั่ ยืน Act

การประเมนิ ผล (Study) Study Do การปฏิบตั ิตามแผน (Do)
ส.ค. 2560 ประเมนิ ผลการ ม.ิ ย.-ก.ค. 2560 ดำเนินการตาม

ดำเนินงาน ยังไมบ่ รรลุวัตถุประสงค์ คู่มอื ประกอบด้วยกจิ กรรมเชงิ รับ

พบเกษตรกรมีความเสีย่ งจากการใช้ และเชิงรุก

สารเคมสี งู ค่มู ือการดำเนนิ งานไมค่ รอบคลมุ ม.ค.-ก.ค. 2561 ดำเนนิ การตามค่มู ือการ

ตามบริบทพื้นที่ ปฏบิ ัติงานคลนิ กิ สขุ ภาพเกษตรกรทีก่ ำหนด ทั้ง 4

ส.ค. 2561 ประเมินผลการดำเนินงาน เกษตรกร ด้าน

มีความเส่ยี งจากการใช้สารเคมีลดลง คู่มือมคี วาม ม.ค.-ก.ค. 2562 ดำเนินการตามคู่มือการ

ครอบคลุมมากขึน้ มเี ครอื ข่ายดำเนนิ งานทำให้มี ปฏบิ ัตงิ านคลินิกสุขภาพเกษตรกรทก่ี ำหนด ท้ัง 4

ความเข้มแขง็ ด้าน

ส.ค. 2562 ประเมนิ ผลการดำเนินงาน บรรลตุ าม

วตั ถปุ ระสงค์ทีก่ ำหนด

5.4.3 กิจกรรมการจดั บรกิ ารคลนิ ิกสขุ ภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

ปีงบประมาณ 2560 ปงี บประมาณ 2561 ปีงบประมาณ 2562
1. ดา้ นกระบวนการ 1. ด้านกระบวนการ 1. ดา้ นกระบวนการ

1.1พัฒนาการบริการเชิง 1.1 พัฒนาการบริการเชิง 1.1 พัฒนาการบริการเชิง
รุก คัดกรอง เจาะเลือด รุก คัดกรอง เจาะเลือด รุก คัดกรอง เจาะเลือด
เปา้ หมาย จำนวน 50 ราย เป้าหมาย รอ้ ยละ 40 เป้าหมาย รอ้ ยละ 80

1.2ตรวจผัก 10 ตัวอยา่ ง 1.2 ตรวจผกั 25 ตัวอยา่ ง 1.2 ตรวจผัก 50 ตัวอยา่ ง
1.3ให้สุขศึกษา สมุนไพร 1.3 ให้สุขศึกษา สมุนไพร 1.3 ให้สุขศึกษา สมุนไพร
ลา้ งพิษกลมุ่ เส่ยี ง รอ้ ยละ 80 ลา้ งพษิ กลุ่มเสย่ี ง ร้อยละ 100 ลา้ งพิษกลุม่ เส่ยี ง ร้อยละ 100
1.4ภาคีเครือขา่ ย 1 แห่ง 1.4 ภาคีเครือข่าย 5 แห่ง 1.4 ภาคีเครือข่าย 7 แห่ง
1.5การจัดการข้อมูล คืน ประชมุ ทุก 3 เดือน ประชุมทุก 3 เดือน
ข้อมูลสู่ชมุ ชน อปท. 1.5 ก า ร จ ั ด ก า ร ข ้อมูล 1.5 ก า ร จ ั ด ก า ร ข ้อมูล
2. ดา้ นบคุ คล ประชาคมระดมความคิดทุก ประชาคมระดมความคิดทุก
2.1 พฒั นาบุคลากร ภาคส่วน คืนข้อมูลสู่ชุมชน ภาคส่วน คืนข้อมูลสู่ชุมชน
2.2 อบรม อสม. 28 คน และอปท. จัดทำฐานข้อมูล และ อปท. จัดทำฐานข้อมูล
3. ด้านผรู้ บั บรกิ าร เกษตรกร เกษตรกรและสิ่งแวดล้อม
3.1ให้ความรู้เกษตรกร 1.6 ติดตามผลทุก 3 เดอื น 4.1 ติดตามผลทุกเดือน
รอ้ ยละ 10 1.7 แหล่งรับซ้ือ 2 แหง่ เยี่ยมบ้านโดยสหวิชาชีพและ
3.2พฒั นาตน้ แบบ 1 คน 2. ดา้ นบุคคล เครือข่ายทุก 3 เดือน จัดทำ
4. ดา้ นอุปกรณ์ 2.1พัฒนาบุคลากร สห บัตรสแี ยกประเภทกลมุ่ เส่ยี ง
4.1 สนบั สนุน จาก สสจ. วชิ าชพี 4.2 แหลง่ รับซอ้ื 4 แห่ง
4.2จัดทำคู่มือตามแนว 2.2อบรม อสม./แกนนำ 2. ด้านบคุ คล
ทางกรมควบคมุ โรค 38 คน 2.1พัฒนาบุคลากร สห
3. ด้านผู้รบั บรกิ าร วิชาชพี แลกเปลยี่ นเรยี นรู้
3.1 ให้ความรู้กลุ่มเสี่ยง 2.2อบรม อสม./แกนนำ
ร้อยละ 100 แลกเปลี่ยน 48 คน
เรยี นรู้ 2.3พฒั นา อสม.เชยี่ วชาญ
3.2 พฒั นาต้นแบบ 2 คน 3. ด้านผู้รับบรกิ าร
4. ด้านอปุ กรณ์ 3.1 ให้ความรู้กลุ่มเสี่ยง
4.1 สนบั สนนุ จาก สสจ. ร้อยละ 100 แลกเปลี่ยน
4.2 งบประมาณ อปท. เรียนรู้ ศึกษาดูงาน
4.3 พฒั นาคูม่ ือ ครงั้ ท่ี 1 3.2 พฒั นาตน้ แบบ 4 คน
3.3 อสม. /แกนนำ ให้
คำแนะนำทกุ ครวั เรอื น
4. ดา้ นอุปกรณ์
4.1 สนับสนุน จาก สสจ.
4.2 งบประมาณ อปท.
4.3 พฒั นาคมู่ อื ครง้ั ท่ี 2

6. ผลการศกึ ษา
6.1 มคี ่มู อื ในการปฏิบตั งิ านคลนิ ิกสขุ ภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบล
6.2 เกษตรกรที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงในการทำงานมีผลความเสี่ยงค่อนข้างสูงถึงสูงมาก

รอ้ ยละ 10.71
6.3 เกษตรกรท่ีได้รับการเจาะเลือดตรวจคัดกรองโดยใช้กระดาษ Reactive paper ผลการตรวจพบว่า

มคี วามเสย่ี งหรอื ไมป่ ลอดภัย ร้อยละ 18.32
6.4 เกษตรกรทเี่ พาะปลกู แบบเกษตรอนิ ทรยี ์ ร้อยละ 32.24

ตารางท่ี 1 แสดงผลการดำเนินงานตามกจิ กรรมการจัดบริการคลนิ ิกสขุ ภาพเกษตรกรในโรงพยาบาล
สง่ เสริมสุขภาพตำบล

ตัวชี้วัดกิจกรรม ปีงบประมาณ ปีงบประมาณ ปงี บประมาณ

2560 2561 2562

จำนวนแรงงานในชุมชนภาค 543 540 538

เกษตรกรรม ทัง้ หมดในพื้นที่

ดา้ นกระบวนการ

1. เกษตรกรที่ได้รับการประเมิน 50 คน (9.19) 237 คน (43.89) 448 คน (83.27)

ความเสี่ยงในการทำงานจากการ *กำหนดเป้าหมาย

สัมผัสสารเคมีกำจดั ศัตรพู ชื ครัวเรอื นทใี่ ชส้ ารเคมี

- ไมใ่ ชส้ ารเคมี 0 คน (0.00) 68 คน (28.69) 167 คน (37.28)

- ใช้/เกีย่ วขอ้ งกับการใชส้ ารเคมี 50 คน (100.00) 169 คน (71.31) 281 คน (62.72)

- มผี ลความเส่ียงคอ่ นข้างสงู -สูงมาก 17 คน (34.00) 56 คน (23.63) 48 คน (10.71)

2. เกษตรกรที่ได้รับการเจาะเลือด 50 คน (100.00) 148 คน (62.45) 262 คน (58.48)

ตรวจคัดกรองโดยใช้กระดาษ

Reactive paper ผลการตรวจพบว่า

มีความเส่ียงและ/หรือไม่ปลอดภยั

- กอ่ นดำเนนิ การ 46 คน (92.00) 96 คน (64.86) 112 คน (42.75)

- หลงั ดำเนินการ 24 คน (48.00) 53 คน (35.81) 48 คน (18.32)

3. เกษตรกรที่ได้รับการตรวจ

ประเมินสภาวะทางจิต พบว่ามี

ความเครียดมาก-มากทีส่ ุด

- กอ่ นดำเนินการ 8 คน (16.00) 32 คน (21.62) 28 คน (10.69)

- หลังดำเนินการให้คำปรึกษา 3 คน (6.00) 7 คน (4.73) 5 คน (1.91)

4. เกษตรกรกลุ่มเสย่ี ง/ไม่ปลอดภัย 50 คน (100.00) 148 คน (100.00) 262 คน (100.00)

ไดร้ บั คำแนะนำในการลดความเสีย่ ง

และปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมสขุ ภาพ

5. เกษตรกรกลุ่มเสยี่ ง/ไม่ปลอดภัย 38 คน (82.61) 75 คน (70.75) 84 คน (75.00)

ได้รบั รางจดื เพื่อลดปริมาณสารเคมี

ตกค้างในกระแสเลอื ด

ตวั ชีว้ ดั กจิ กรรม ปงี บประมาณ ปงี บประมาณ ปีงบประมาณ

2560 2561 2562

7. จำนวนเครือข่ายที่หน่วยบริการมี 1 เครอื ข่าย 5 เครือขา่ ย 7 เครอื ขา่ ย

การดำเนินงานร่วมกันในพื้นที่เพื่อ

การดูแลสขุ ภาพเกษตรกรในชมุ ชน

8. การสมุ่ ตรวจผกั ปลอดสารพิษ 10 ตวั อยา่ ง 25 ตัวอยา่ ง 50 ตัวอยา่ ง

- ผลการตรวจพบสารเคมตี กค้าง 0 ตัวอยา่ ง 2 ตัวอย่าง 0 ตวั อย่าง

ดา้ นบคุ ลากร

1. การพัฒนาความร้ดู ้านอาชวี อนามัย 28 คน 38 คน 58 คน

และเฝ้าระวังป้องกันโรคจากการ

ประกอบอาชีพ (อสม. /อส.อช.)

ด้านผู้รับบรกิ าร

1. ความรู้ความเขาใจเกี่ยวกับวธิ ีการ 50 คน 148 คน 262 คน

ใชสารเคมีกําจัดศัตรูพืชและการ

ปฏิบตั ิตวั ในขณะทำงาน

- มากกวา่ หรอื เท่ากบั รอ้ ยละ 80 39 คน (78.00) 122 คน (82.43) 228 คน (87.02)

- เทา่ กับรอ้ ยละ 60-79 8 คน (16.00) 24 คน (16.22) 31 คน (11.83)

- น้อยกว่าร้อยละ 60 3 คน (6.00) 2 คน (1.35) 3 คน (1.15)

2. จำนวนเกษตรกรที่เพาะปลูกแบบ 12 ครัวเรือน 54 ครัวเรือน 118 ครัวเรอื น

เกษตรอินทรยี ์ (3.28) (14.75) (32.24)

3. เกษตรกรต้นแบบ 1 คน 2 คน 4 คน

ด้านอปุ กรณ์

1.งบประมาณในการดำเนนิ งาน 0 บาท 19,750 บาท 26,500 บาท

2. คู่มือการดำเนินงาน กรมควบคุมโรค พฒั นาครัง้ ที่ 1 พฒั นาคร้ังที่ 2

7. วิจารณ์

7.1 ด้านกระบวนการ จากผลการดำเนินงาน พบว่า เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมี

กำจัดศัตรูพืชลดลง ร้อยละ 48.00, 35.81 และ 18.32 ตามลำดับ โดยบางครัวเรือนแม้จะไม่มีการใช้

สารเคมีแต่ผลการเจาะเลือดพบสารเคมีตกค้างในร่างกาย อาจเน่อื งมาจากการรับประทานผักผลไม้ท่ีมีสารเคมี

ปนเปื้อน ภูมิประเทศและลักษณะชุมชนที่บ้านเรือนอยู่ใกล้เคียงกัน และช่วงเวลาในการดำเนินงานควรอยู่

ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกถึงเก็บเกี่ยว บางฤดูกาลไม่มีการใช้สารเคมีทำให้ผลการตรวจพบความเสี่ยงน้อยกว่า

ความเป็นจริง สำหรับดา้ นสขุ ภาพจิตพบว่าเกษตรกรมคี วามเครียดระดบั มากลดลง ร้อยละ 6.00, 4.73 และ

1.91 ตามลำดับ ทั้งนี้ ปัจจัยความเครียดที่พบมากได้แก่ ความเครียดด้านรายได้ ทำให้การดำเนินงานต้อง

ปรบั เปลยี่ นกลยทุ ธวธิ ีตามรายได้ครัวเรือน เนอื่ งจากความพร้อมของเกษตรกรในการเขา้ ร่วมโครงการจะข้ึนอยู่

กับรายได้ครัวเรือนเปน็ หลัก และจัดหาแหล่งรับซื้อโดยอาศัยภาคีเครอื ข่ายเพื่อแก้ไขปัญหาด้านรายได้อีกดว้ ย

การระดมความคิดจากทุกภาคส่วนในการกำหนดปัญหาเป้าหมายร่วมกันจะทำให้เกิดความชัดเจนในการ

ดำเนินงานเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมาย และการคืนข้อมูลสู่ชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความตระหนัก ของ

เกษตรกรถึงอันตรายของสารเคมตี ่อสุขภาพ นอกจากนี้การบูรณาการกับภาคเี ครือข่ายอย่างครอบคลุมรวมถึง

แกนนำชุมชนในขับเคลอ่ื นการดำเนินงาน จะทำให้เกิดความย่ังยืนและมปี ระสิทธิภาพมากยิ่งขนึ้

7.2 ด้านบุคคล จากผลการดำเนินงาน พบว่า บุคลากรมีการประสานงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับ
สหวิชาชีพ และภาคเี ครือขา่ ย พัฒนาศกั ยภาพ อสม. และแกนนำชุมชน จำนวนมากข้นึ ทำให้มเี ครือข่ายในการ
ดำเนินงานได้อยา่ งครอบคลมุ กลมุ่ เปา้ หมาย และติดตามผลไดอ้ ย่างตอ่ เน่อื ง

7.3 ด้านผู้รับบริการ จากผลการดำเนินงาน พบว่า เกษตรกรมีความรู้ความเขาใจเกี่ยวกับวิธีการใช
สารเคมกี าํ จดั ศตั รูพชื และการปฏิบตั ิตัวในขณะทำงานมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 เพมิ่ ขึน้ รอ้ ยละ 78.00,
82.43 และ 87.02 ตามลำดับ เนื่องจาก แกนนำมีการเข้าถึงกลุ่มเกษตรกรมากขึ้น มีการติดตามทุกเดือน
และการแบ่งกลุ่มเกษตรกรตามลำดับความเสี่ยงทำให้เกษตรกรมีความเข้าใจ มีความตระหนัก และสามารถ
ปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงจากสารเคมี รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากข้ึน
นอกจากนี้ การพัฒนาบุคคลต้นแบบทำให้ประชาชนมีความเข้าใจ เรียนรู้ได้ง่าย เกิดการขยายผลแนวราบสู่
ครัวเรือนเกษตรอินทรีย์ไดเ้ พ่ิมขึน้ ร้อยละ 3.28, 14.75 และ 32.24 ตามลำดับ

7.4 ด้านอปุ กรณ์ จากผลการดำเนนิ งาน พบวา่ ไดร้ บั งบประมาณจากภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน
มากขึ้น เนื่องจาก ภาคีเครือข่ายมีความตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหา จึงเกิดการขับเคลื่อนการ
ดำเนินงานร่วมกัน นอกจากนี้ การจัดทำและพัฒนาคู่มือที่เหมาะสมตามบริบทพื้นที่ ทำให้มีแนวทางการ
ปฏบิ ตั ิงานท่ีชัดเจน และมผี ลการดำเนินงานบรรลตุ ามวัตถุประสงค์ที่กำหนด
8. สรปุ

การพัฒนาระบบการจดั บริการคลนิ ิกสุขภาพเกษตรกรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และจัดทำ

คู่มือที่เหมาะสมตามบริบทพื้นที่มาใช้ในการดำเนินงาน ทำให้บุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริม

สุขภาพตำบลมีแนวทางในการปฏิบัติงานที่ชัดเจน มีสหวิชาชีพร่วมดำเนินการ มีภาคีเครือข่ายในการ

ดำเนินงาน เน้นการดำเนินงานเชิงรุกและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง พัฒนาความรู้และสร้างความตระหนักแก่

เกษตรกร มกี ารดำเนนิ การอยา่ งครบวงจรตามบรบิ ทพื้นที่ สง่ ผลให้เกษตรกรเกดิ การปรบั เปลีย่ นพฤตกิ รรมการ

ใชส้ ารเคมี พัฒนาเป็นกล่มุ เกษตรอนิ ทรยี ม์ ากข้นึ และมีความเสย่ี งจากการใช้หรือสัมผัสสารเคมลี ดลง

9. โอกาสพฒั นา
9.1 นำรปู แบบการดำเนินงานไปใช้ใน รพ.สต.อน่ื ที่มบี ริบทใกลเ้ คยี งกัน
9.2 ศึกษาวิจัย เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่าง Morningness-Eveningness กับการเจ็บป่วยและ

ความเครยี ดของเกษตรกร
9.3 พัฒนาระบบคลินิกสุขภาพเกษตรกรโดยแกนนำชุมชนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อความ

ตอ่ เนือ่ งอยา่ งยง่ั ยนื
9.4 พัฒนาระบบคลินิกสุขภาพเกษตรกรให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น ผลผลิตได้รับการตรวจรับรองผัก

ปลอดสารพิษโดยเกษตรอำเภอ/ตำบล พฒั นาแหล่งจำหน่ายผักปลอดสารพิษ พัฒนากลมุ่ แกนนำชุมชนเกษตร
อนิ ทรีย์ และขยายผลเกษตรอนิ ทรียท์ ุกครัวเรือน
10. เอกสารอา้ งอิง
สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตร. (2560). ขอ้ มลู ประชากรและจาํ นวนแรงงานภาคการเกษตร. แหล่งทมี่ า :

http://service.nic.go.th/index.php?file=viewdashboard_pdo&id=2 (9 ตลุ าคม 2560)

สำนกั โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค. (2556). คมู่ อื การจัดบรกิ ารอาชวี อนามยั

สำหรับเจา้ หนา้ ทส่ี าธารณสขุ : คลนิ กิ สุขภาพเกษตรกร. นนทบรุ :ี โรงพิมพช์ มุ นุมสหกรณก์ ารเกษตร

แหง่ ประเทศไทย จำกัด

1.ชื่อเรอ่ื ง: การพฒั นาระบบการจัดเก็บขอ้ มูล โดยใช้ Application Local Quarantine อาเภอไม้แก่น

ประเภทผลงานการนาเสนอ : oral presentation (non clinic)

2.ทมี ผู้นาเสนอผลงาน

1)นายนรู ดีน ยามา ตาแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์

2)นางสาวซูมยั ยา อาแวโกะ ตาแหน่ง เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ ชานาญงาน

3)นางสาวซารานี สามะ ตาแหนง่ นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการ

ชอื่ หน่วยงาน : โรงพยาบาลไม้แก่น อาเภอไมแ้ กน่ จงั หวดั ปตั ตานี

3. บทนา

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า2019 (Covid-19) ทางกระทรวงมีนโยบายให้ทาง
จังหวัดจัดต้ังสถานที่กักกันของรัฐในระดับพ้ืนที่เพ่ือเป็นการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ในผู้ที่มีความ
เส่ียงท่ีเดินทางกลับมาจากพ้ืนที่ระบาด ซ่ึงการดาเนินงานอยู่ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการ์การแพร่ระบาดของโรค
ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานีโดยมีทีมEOC(Emergency operation Center)
ในการตดิ ตามดแู ลกลุม่ เสีย่ งทเี่ ข้ารับการกกั กันใน Local Quarantine และต้องมกี ารสรปุ สถานการณ์ข้อมลู เพื่อให้
ผู้บริหารรับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยทีมงานจะมีการบันทึกข้อมูลลงในโปรแกรม Excel และดึงข้อมูลนาเสนอใน

รูปแบบของ onepage ทาให้เกิดความล่าช้าและข้อมูลไม่ครบถ้วน ต่อมาได้พัฒนารูปแบบโปรแกรมเexcel เป็น

google sheet แลว้ สง่ ต่อข้อมลู ใหผ้ ูร้ ับผิดชอบงานข้อมูลบันทึกออนไลน์ โดยนาเอา google sheet ไปสร้างกราฟ
จากโปรแกรม Google Data Studio นาเสนอออกมาบน web browser แต่ก็ยังเกิดปัญหาการเปิดดูข้อมูลท่ี
ยุ่งยาก ไม่เกดิ การคลอ่ งตวั และ การบันทึกข้อมูลก็ยงั คงตอ้ งใช้ computer ทาให้ไมส่ ะดวกในการบนั ทึกข้อมูล ทีม
IT รว่ มกับงานระบาด จงึ คิดคน้ และพฒั นารปู แบบการจัดเกบ็ ข้อมูล มาเป็น Application ท่ีสามารถดู และบันทึก
ขอ้ มลู ผา่ น Mobile ทั้ง Android และ IOS แบบ Realtime จงึ ทาให้การบนั ทึกข้อมูล และการรวบรวมข้อมูลคนท่ี
เข้าสู่ LQ อาเภอ ทาได้รวดเร็ว ง่าย สะดวก โดยใช้โทรศัพท์มือถือ และ ผู้บริหาร สามารถดูข้อมูลผ่านมือถือใน
แบบ Realtime

วตั ถปุ ระสงค์
1.เพื่อสร้างฐานข้อมูลในการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลในLocal Quarantine อาเภอไมแ้ กน่
2.เพอ่ื ลดระยะเวลาในการดึงข้อมลู โดยได้ขอ้ มูลทีเ่ ที่ยงตรง ถูกต้อง และทนั เวลา
3.เพอื่ เช่อื มโยงและคืนขอ้ มลู แกผ่ ู้ที่เกยี่ วข้องในการนาข้อมูลไปใช้ประโยชนใ์ นรูปแบบท่ี

หลากหลาย

4.กระบวนการ/วิธกี าร

- วิเคราะห์สาเหตุความไม่สมบรู ณ์ของข้อมูล และความลา่ ช้าของการได้มาซง่ึ ข้อมลู
- พฒั นารปู แบบการคยี ์ข้อมลู และการนาเสนอข้อมูลโดยใช้ Application
- ทดลองการคยี ์และการนาเสนอข้อมลู
- นาไปใชจ้ รงิ ในการปฏิบตั งิ านLocal Quarantine อาเภอไมแ้ กน่

-2-
5.ผลลัพธ์

1. มีฐานข้อมลู ทสี่ มบูรณ์ (Complete) สามารถตอบสนองความต้องการของผูใ้ ช้งาน
ดงั ภาพแสดงในรปู ภาพที่ 7

2. มรี ะบบการจัดเก็บข้อมูลท่ีรวดเร็วและเป็นปัจจุบัน(Update)
3. มคี วามถกู ต้องและแม่นยาสงู (Accuracy)
4. สามารถนาเสนอข้อมลู ได้อย่างหลากหลาย ดังภาพแสดงในรูปภาพที่ 8
5.1 ความแตกต่างระหวา่ งแบบเกา่ กับแบบใหม่
รูปแบบเดิม

ภาพท่ี 1 บันทกึ และรวบรวมข้อมูลโดยผา่ นโปรแกรม Excel สง่ เขา้ ไลน์ EOC อาเภอไมแ้ ก่น

ภาพที่ 2 สรา้ ง OnePage จากขอ้ มูลทีม่ ีอยู่ นาเสนอผา่ นไลน์ Eoc

-3-

รูปแบบใหม่

แปลงไฟล์ Excel เป็น google sheet และแชรไ์ ฟล์ให้ผรู้ ับผดิ ชอบงานบันทึกข้อมูลออนไลน์ เพ่ือสร้าง
กราฟนาเสนอออนไลน์ด้วย google data studio

สร้าง Application LQ อ.ไม้แกน่ เพ่ือให้สะดวกตอ่ การบนั ทกึ ข้อมูลผา่ นโทรศัพท์มือถือ อีกท้ังสามารถดู
ขอ้ มลู เปน็ กราฟไดใ้ นทันที

ภาพที่3 หน้าต่างแรกของApplication LQ ภาพที่ 4 แสดงประเภทบุคคลทอี่ ย่ใู นLQ

ภาพท่ี 5 แสดงสถานะของLQในแต่ละท่ี ภาพที่ 6 แสดงข้อมูลบคุ คลที่ครบกาหนดในการเจาะ
สถานท่ี repid test

-4-

ภาพท่ี 7 แสดงรายงานแยกประเภทต่างๆ ภาพที่ 8 แสดงการนาเสนอในรูปแบบตา่ งๆ

6.วจิ ารณ์

ระบบฐานข้อมูลเป็นสิ่งที่ที่จาเป็นและเกี่ยวข้องกับการใช้งานประจาวัน การตัดสินใจของผู้บริหารจะ
กระทาไดร้ วดเรว็ ถา้ มขี อ้ มลู ที่ถูกต้องและเพียงพอ จึงมีการนาคอมพวิ เตอร์มาช่วยประมวลผลเพ่ือให้ได้สารสนเทศ
ดังกล่าว แต่การจัดเก็บข้อมูลนั้นกระทาได้ง่ายขึ้น หากผู้จัดเก็บข้อมูลสามารถเข้าถึงการใช้งานของส่ืออิเล็กโทร
นิกส์ ได้อย่างรวดเร็วและไม่จากัดการเข้าถึง ทาให้ทีมงานสนใจที่จะพัฒนารูปแบบการจัดเก็บข้อมูลเพ่ืออานวย
ความสะดวกกับผู้ปฏบิ ตั งิ านโดยพฒั นาระบบการจดั เก็บข้อมลู โดยใช้ Application Local Quarantine อาเภอไม้
แก่นข้ึน เพ่ือเปน็ แนวทางในการดาเนนิ งานรับมือกับสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของไวรสั โคโรนา่ 2019 (Covid -
19) ในการเฝ้าระวังกลุ่มเส่ียงที่เดินทางกลับมาจากพ้ืนที่ระบาดและเข้ารับการกักกันตัวในสถานที่ของรัฐจัดขึ้น
(Local Quarantine) ปัจจัยแห่งความสาเร็จนั้น เกิดจากผู้รับผิดชอบงานมีการติดตามและมีการทางานเป็นทีมทา
ให้เกิดการทางานที่มีการเช่ือมโยงสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการใช้ Application Local Quarantine จะเกิด
ประโยชน์กับหน่วยงานที่สนใจนาไปพัฒนาต่อยอดระบบการจัดเก็บข้อมูล เพื่อให้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรในการรองรบั ระบบต่อไป

7. สรปุ
การพัฒนา Application Local Quarantine อาเภอไม้แก่น สามารถนามาใช้ในการพัฒนาระบบการ

จัดเก็บฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากข้ึน Applicationดังกลา่ วเป็นเคร่ืองมือที่ช่วยสร้างฐานข้อมูลให้เกิด
ความสมบูรณ์ของข้อมูล ได้ข้อมูลท่ีรวดเร็วและเป็นปัจจุบัน นาข้อมูลมานาเสนอในรูปแบบท่ีหลากหลาย และ
สามารถเช่อื มโยงข้อมูลให้กับผู้ทเ่ี ก่ยี วข้องนาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการดาเนินงาน ท้ังนีผ้ ้บู รหิ ารสามารถนาข้อมูล
มาประกอบการประเมินสถานการณ์ในการบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
(Covid -19 ) ในพ้นื ทอี่ าเภอไมแ้ กน่ ต่อไป

1. แบบฟอร์มบทคดั ยอ่ ผลงาน

ประเภท Oral presentation

[ ] วจิ ัย [ ] R2R [ ] CQI (Clinic) [ / ] CQI (Non-Clinic)

2. ประเภท หน่วยงาน

[ ] รพศ.-รพท. [ ] รพช. [ / ] รพ.สต.- ศสม. [ ] สสจ.-สสอ.

3.การเสนอผลงาน

[ / ] ไมเ่ คยนำเสนอ เผยแพร่มาก่อน [ ] เคยเผยแพร่ (พฒั นาต่อยอด)

ชือ่ เร่ือง การพัฒนารูปแบบเย่ียมบา้ นแบบบรู ณาการ
ผู้นำเสนอ : นางวรรณา โตะ๊ มัน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ

หน่วยงาน..ศนู ย์สขุ ภาพชมุ ชนเมอื งกม.3/กลมุ่ งานการพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลเบตง
มอื ถอื 0850773158 E-mail [email protected]

บทคัดย่อ

ปัจจบุ นั วทิ ยาศาสตรท์ างการแพทย์มีความก้าวหน้าทำให้ผู้ปว่ ยทัว่ ไป และเรือ้ รังรอดชวี ิตจาก
ภาวะวิกฤตมากข้ึน เพื่อลดจำนวนวนั การอยรู่ ักษาในโรงพยาบาลและลดคา่ ใชจ้ ่ายของการรกั ษาพยาบาล ทำให้
ผ้ปู ว่ ยเรอ้ื รังตอ้ งถกู จำหนา่ ยออกจากโรงพยาบาลเร็วขนึ้ ทง้ั ๆท่อี าการยังไม่คงที่ บางรายมีอุปกรณ์ทางการแพทยต์ ิด
ตัวมาท่บี ้าน เป็นเหตุใหต้ ้องมีการสง่ ตอ่ ให้หนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิทำการดแู ลต่อเนื่อง ผลการดำเนนิ งานเย่ยี มบา้ น ของ
CUP อำเภอเบตงปี 2559,2560,2561 มผี ูป้ ่วยที่ต้องการการดูแลตอ่ เน่ือง คิดเปน็ ร้อยละ 60.91,72.62,82.16
ตามลำดบั อตั ราการตอบกลับการเยย่ี มบา้ น คิดเป็นรอ้ ยละ 60.20,71.60 และ 76.40 ตามลำดับ จากการวเิ คราะห์
ทบทวนการดำเนนิ เยย่ี มบ้านพบว่า ผู้ปว่ ยไมม่ ผี ้ดู แู ล ขาดกำลงั ใจ ขาดความรู้ในการจัดการสุขภาพตนเองและญาติ
ขาดทักษะการดแู ลผปู้ ่วย เกิดความเครยี ดไดเ้ ชน่ กัน ดา้ นระบบ การรบั สง่ ตอ่ ไมเ่ ปน็ ระบบท่ชี ัดเจนขาดการเช่ือมโยง
ข้อมลู การตอบกลบั การเยีย่ มบ้านล่าชา้ ดา้ นบคุ ลากร มภี ารกิจมากสง่ ผลให้มีการเยยี่ มบ้านล่าชา้ การคีย์ข้อมลู ตอบ
กลับลา่ ช้า ดังน้นั เพ่ือใหผ้ ู้ป่วยไดร้ ับการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน จงึ ตอ้ งมีการพฒั นาการเยยี่ มบ้านแบบบูรณาการ โดยมี
ทีมหมอครอบครวั อสม.ภาคเี ครอื ข่าย มสี ่วนรว่ มในการเยย่ี มบา้ น วัตถปุ ระสงค์ เพอ่ื พัฒนารูปแบบการเย่ียมบา้ น
แบบบรู ณาการ โดยใชว้ ธิ ีการPDCA เร่ิมการมีการพัฒนาอยา่ งต่อเน่ืองมาตั้งแตป่ ี 2560 เปน็ ต้นมา มีการแต่งตงั้
คณะกรรมการเย่ยี มบา้ นระดับอำเภอ จัดทำแนวทางการเย่ียมบา้ นการดแู ลต่อเนื่องทบี่ ้าน แผนปฏบิ ัติงานเยี่ยมบา้ น
เปน็ รายสปั ดาห์/เดือน/ปี มีการพฒั นาตอ่ ยอดปรบั ปรุงแนวทางการดูแลตอ่ เนื่องท่ีบ้าน จัดตัง้ ศูนย์การดแู ลตอ่ เนื่องท่ี
บา้ น(COC) ที่เปน็ ศูนยป์ ระสานงานในการทำวางแผนจำหน่ายผปู้ ว่ ย รับ-สง่ ต่อข้อมลู ผู้ปว่ ยไปยังหนว่ ยบริการรพ.
สต./ศสม. การเบิกยา-วสั ดอุ ปุ กรณใ์ ห้กับผูป้ ่วย มแี บบประเมนิ ADL,INHOMESS ทปี่ รบั ปรงุ สามารถใชไ้ ด้กับแฟม้
ประวตั คิ รอบครัว มรี ะบบการบนั ทึกข้อมลู ปรับปรุงโปรแกรมจากJHCISเป็นHosxp PCU ระบบบันทึกตอบกลบั การ
เย่ยี มบา้ นออนไลน์ การส่ือสารท่ีสามารถเชือ่ มโยงกนั ได้ มที ีมเย่ยี มบ้านทเ่ี ข้มแข็งทด่ี ำเนนิ การเยีย่ มบา้ นอย่าง
ตอ่ เน่ืองตามมาตรฐานที่กำหนด ผลการดำเนินงาน ผปู้ ว่ ยได้รับการเย่ียมบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยมีภาคีเครือข่ายมี
สว่ นร่วมและมีระบบสารสนเทศที่ทนั สมยั ทำให้การตอบกลับขอ้ มูลการเยี่ยมบ้านเพมิ่ มากขึน้ ผู้ปว่ ย ญาติและทีม
เยี่ยมบ้านมีความพึงพอใจมากข้ึนรอ้ ยละ92.32 สรุปและข้อเสนอแนะ การดูแลผ้ปู ่วยอย่างตอ่ เน่ืองที่บา้ น แบบ

บรู ณาการต้องอาศัยการมีสว่ นรว่ มทกุ ภาคสว่ นของทมี หมอครอบครัว ครอบครวั ชุมชนและภาคีเครือขา่ ย อาศัย
เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบัน ท้งั เพ่ือให้ผูป้ ว่ ยใชช้ วี ิตอย่างมีความสขุ เหมาะสมกับบรบิ ท

การพฒั นารูปแบบการเย่ียมบ้านแบบบูรณาการ

นางวรรณา โตะ๊ มนั ศสม.กม.3 /กลมุ่ งานการพยาบาลชมุ ชน โรงพยาบาลเบตง
บทนำ

ปัจจบุ ันประเทศไทยกำลังมีการเปลยี่ นแปลงทางการสาธารณสุข ปญั หาสขุ ภาพสว่ นใหญ่พบว่า ผู้ปว่ ย
ตดิ เตยี งเพ่ิมขึน้ จากโรคเรอ้ื รงั ภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือด อบุ ัตเิ หตุและการเจบ็ ป่วยระยะท้ายของชีวิต และ
ประกอบกบั วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์มคี วามก้าวหน้าทำให้ผู้ป่วยท่วั ไป และเร้ือรังรอดชวี ติ จากภาวะวิกฤตมากข้นึ
โรงพยาบาลตอ้ งเพม่ิ อตั ราการหมุนเวยี นเตียง เพ่อื ลดจำนวนวันการอยรู่ ักษาในโรงพยาบาลและลดค่าใชจ้ า่ ยของการ
รกั ษาพยาบาล ทำใหผ้ ูป้ ว่ ยเร้ือรงั ต้องถูกจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลเร็วขึน้ ทั้งๆท่ีอาการยังไม่คงที่ บางรายมี
อปุ กรณ์ทางการแพทย์ตดิ ตวั มาท่ีบ้าน เป็นเหตุให้ต้องมีการสง่ ตอ่ ใหศ้ นู ย์สุขภาพชมุ ชนเมืองและโรงพยาบาลส่งเสริม
สขุ ภาพตำบลทำการดแู ลต่อเนื่องแกผ่ ู้ป่วยและครอบครัวหลงั การจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล และในส่วนของ
ผปู้ ่วยท่ีมารับการรักษาในคลินกิ โรคเรอ้ื รงั บางรายสามารถรกั ษาให้หายขาดได้ แต่บางรายไมส่ ามารถรกั ษาให้
หายขาดได้ กลายเป็นความเจ็บป่วยเรอื้ รังทมี่ ีความยุง่ ยากซับซ้อนของการควบคุมโรคใหส้ งบได้ ซง่ึ ต้องดแู ลเพ่ือการ
รกั ษาอย่างต่อเนือ่ ง บางรายต้องใหญ้ าตมิ ีส่วนร่วมในการดูแล เพอ่ื ช่วยควบคมุ อาการของโรคไดจ้ งึ ต้องไปดูแล
ต่อเนื่องที่บ้าน และในปี2558 รฐั บาลมีนโยบายทมี หมอครอบครวั ในการดแู ลสุขภาพที่บา้ น โดยเนน้ การมีสว่ นร่วม
ของชุมชนให้เกิดการดูแลซึง่ กันและกนั

ผลการดำเนินงานเย่ียมบา้ น ของCUP อำเภอเบตงปี 2559,2560,2561 มผี ูป้ ่วยทตี่ ้องการการดูแล
ตอ่ เน่อื ง จำนวน 6,499, 6,688, 6,128 ราย ทไ่ี ด้รบั การดูแลต่อเนือ่ ง 3,959, 4,857, 5,035 ราย คดิ เป็นรอ้ ยละ
60.91,72.62,82.16 ตามลำดับ อตั ราการตอบกลบั การเย่ียมบ้าน คิดเป็นร้อยละ 60.20,71.60และ 76.40
ตามลำดบั จากการวิเคราะห์ทบทวนการดำเนินเยย่ี มบา้ นพบวา่ ดา้ นผ้ปู ว่ ยและญาติ ผู้ปว่ ยบางรายไมม่ ผี ดู้ ูแล ขาด
กำลงั ใจ เกิดภาวะเครียด บางรายไม่ได้รบั การเยีย่ มบา้ น ขาดความรใู้ นการจัดการสขุ ภาพตนเองและญาติขาดทักษะ
การดูแลผูป้ ่วย ไม่ได้ทำงานท้ังยงั มภี าวะเศรษฐกิจในครอบครวั ทมี่ รี ายจา่ ยเพมิ่ มากข้นึ เกดิ ความเครยี ดไดเ้ ช่นกัน
ด้านระบบการรบั -สง่ ตอ่ ไม่เป็นระบบที่ชัดเจนขาดการเชือ่ มโยงขอ้ มูล การตอบกลบั การเยย่ี มบา้ นลา่ ชา้ ไม่ไดต้ าม
เกณฑ์ ดา้ นบคุ ลากร มีภารกจิ มาก สง่ ผลใหม้ กี ารเย่ยี มบ้านล่าช้า การคยี ข์ ้อมูลตอบกลบั ลา่ ช้า ดังน้ันเพอื่ ใหผ้ ู้ป่วย
ไดร้ ับการดูแลตอ่ เนื่องทีบ่ ้าน จึงตอ้ งมีการพฒั นาการเย่ียมบ้านแบบบูรณาการโดยใชร้ ะบบสารสนเทศ ทมี หมอ
ครอบครัว อสม.ภาคเี ครอื ขา่ ย มีสว่ นรว่ มในการเย่ียมบา้ น ในการเสริมพลังให้ผ้ปู ่วยสามารถพ่ึงตนเองได้ สามารถ
ประกอบกิจวตั รประจำวันได้ญาตมิ ที ักษะในการดูแลผปู้ ว่ ยตามศักยภาพทีเ่ หมาะสมตามบริบท จนผปู้ ว่ ยสามารถใช้
ชวี ิตประจำวันและอยู่ร่วมกบั บุคคลอ่ืนในสังคมได้อยา่ งมีความสุข และเสยี ชวี ติ อย่างมีศักด์ิศรี
วตั ถุประสงค์ เพื่อพฒั นารปู แบบการเย่ียมบา้ นแบบบูรณาการ โดยใชว้ ธิ กี ารPDCA

วธิ กี ารพฒั นา ใช้วิธีการPDCA

ก่อนการพัฒนา หลังการพัฒนา

การเยีย่ มบ้าน การเย่ียมบา้ นแบบบรู ณาการ
Plan Plan ปี 2560

-.แตง่ ตง้ั คณะกรรมการพัฒนา -ทบทวนและแต่งตงั้ คณะกรรมการพัฒนาเยี่ยมบา้ นระดบั อำเภอทกุ ปี โดยจะ
งานเย่ยี มบ้านระดบั อำเภอ ประกอบดว้ ยพยาบาลจากหอผู้ปว่ ย เวชกรรมสังคม รพ.สต. ศสม. ประชุมทกุ 3
-ประสานงานผูเ้ กี่ยวข้อง เดอื นและนำเรอื่ งการเยย่ี มบ้านเขา้ ทปี่ ระชมุ คปสอ.ทุกเดือนตงั้ แตป่ ี 2562เป็นตน้ มา

-ประชมุ ผู้รบั ผิดชอบงานทุก 3 -จดั ทำแผนปฏิบตั ิงานเย่ยี มบ้านเปน็ รายสัปดาห/์ รายเดือน/รายปี
เดือน -ทบทวนและพัฒนาแนวทางการดูแลตอ่ เนื่องท่บี า้ น
-จดั ทำแนวทางการดแู ลตอ่ เนื่อง -มรี ะบบงานLTC มีการแต่งต้ังคณะกรรมการLTC ใหค้ รอบคลุมท้งั รพ.สต./ศสม.

Do :ปฏิบัตติ ามแนวทาง และพัฒนาศกั ยภาพCG เปน็ ผชู้ ่วยเหลือพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยติดเตยี งในชมุ ชน
-หอผปู้ ่วยสง่ เวชระเบียนผู้ป่วย -พัฒนาศักยภาพทมี นสค./อสค./ทมี หมอครอบครวั รว่ มทีมในการเย่ียมบ้าน
หลังจำหน่ายใหง้ านHHC ปี 2561

-พยาบาลศนู ยH์ HC ลงบนั ทกึ -พฒั นาระบบบันทกึ ข้อมูลการเย่ยี มบ้านในJHCIS /โปรแกรม YALA HHC

ขอ้ มลู ในทะเบยี นและส่งขอ้ มูลสง่ -พัฒนางานเยี่ยมบา้ นตามมาตรฐานรพ.สต.ตดิ ดาว

ต่อใหส้ สอ./ศสม. ปี 2562

-พยาบาลรพ.สต./ศสม.ลงเย่ยี ม -พัฒนาระบบการติดต่อประสานงานดว้ ยระบบกลุ่มไลน์ SMS เฟซบุค

บ้านพร้อมกับ -พัฒนาศกั ยภาพภาคเี ครือข่ายให้มีความร้ใู นการส่งต่อ การช่วยเหลอื ชวี ิตเบ้อื งตน้

อสม./ทมี หมอครอบครัว -นำเร่อื งการเยีย่ มบา้ นเข้าท่ีประชมุ คปสอ.ทุกเดอื นต้งั แต่ปี 2562 เป็นตน้ มา

-พยาบาลรพ.สต./ศสม.บันทกึ ปี 2563

ขอ้ มลู ในทะเบยี นโปรแกรมJHCIS -จัดตั้งศนู ย์การดูแลต่อเนื่อง(Continuing of care) ในปี 2563

สง่ เวชระเบียนคืนกลบั ให้ -พฒั นาศักยภาพ อสม.หมอประจำบ้านเพ่ือช่วยเหลอื ในการดูแลผูป้ ว่ ยโรคเร้อื รังที่

ศนู ยH์ HC รบั ผิดชอบ

-พยาบาลศูนยH์ HCสรุปผลการ -พัฒนาแนวทางการจำหนา่ ยผปู้ ่วย

เย่ียมบ้านและสง่ เวชระเบยี นคนื -พัฒนาแบบประเมินผ้ปู ว่ ยตดิ เตยี ง(ADL) แบบประเมินINHOMESS

กลับให้หอผู้ป่วย -มีระบบไลน์HHC การตอบกลับหลังการบันทึกผลการเย่ยี มบ้านของรพ.สต./ศสม.
-นเิ ทศงานเยย่ี มบ้านปีละ2ครั้ง ทำให้ศนู ย์ COC รับทราบข้อมลู การตอบกลับ
ตามเกณฑ์มาตราฐานการ -พฒั นาระบบโปรแกรมการทำงานปรบั ปรงุ จากJHCIS เป็นHosxp pcu เพ่ือใหม้ ีการ

พยาบาลชุมชน เช่อื มโยงข้อมูลจากโรงพยาบาลแม่ข่ายสู่ศสม.
Check Do: ปฏบิ ตั ิตามแนวทางการเยยี่ มบา้ น
-ผลลัพทท์ เ่ี กดิ ขนึ้ กรณีผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน/มีปัญหา

กอ่ นการพัฒนา หลงั การพัฒนา

-อัตราการเยยี่ มบา้ นและการตอบ -หอผปู้ ่วยแจ้งพยาบาลศูนย์COC เม่ือผปู้ ่วยท่ีเตรยี มวางแผนจะจำหนา่ ย

กลบั ปี 2559= 60.25 % -พยาบาลศนู ย์COC ร่วมวางแผนจำหน่ายกบั ทีมสหสาขาวิชาชีพ รพ.สต./ศสม.

-การมีส่วนรว่ มของภาคเี ครือข่าย กรณีผู้ปว่ ยทไ่ี มม่ ปี ัญหาแต่ตอ้ งได้รบั การดูแลตอ่ เนื่อง

ยงั ไมค่ รอบคลุม -พยาบาลหอผ้ปู ว่ ยสง่ เวชระเบียนผู้ป่วยหลังจำหนา่ ยใหง้ านHHC

Act -พยาบาลศูนย์HHC ลงบนั ทกึ ข้อมลู ในทะเบยี นคยี ์ในโปรแกรมYALA HHC และสง่

-รอ้ ยละการเยี่ยมและการตอบ ข้อมูลส่งต่อให้รพ.สต./ศสม.

กลบั น้อยกว่าร้อยละ 80 -พยาบาลรพ.สต./ศสม.ลงเย่ยี มบ้านผปู้ ว่ ยทไี่ ด้รับการสง่ ตอ่ พรอ้ มกับอสม./ทีมหมอ
-กำหนดเป็นแนวทางการเยย่ี ม ครอบครัว/ภาคเี ครอื ข่าย(กาชาดอำเภอ/จงั หวดั /กองสวสั ดกิ ารสงั คม /ชมรมต่างๆ)
บา้ นและดำเนินการแกไ้ ข กรณีไม่สามารถลงเยยี่ มได้ ประสานกบั อสม.ในการติดตามเยี่ยมบา้ นทางโทรศพั ท์ขอ
ปรับปรุงตอ่ เนื่อง เบอร์โทรศัพท์ผ้ปู ่วยไวเ้ พื่อใช้ติดตามเยย่ี มทางโทรศัพท์ มีการใช้VDO Call ,
โปรแกรมJITSI Meeting ในการสอบถามข้อมูล
ก่อนการพัฒนา เย่ยี มบา้ นในรายที่ค้นหาในชมุ ชน โดยประสานกับชุมชน ผูท้ ี่เก่ียวฃ้อง และรายงาน
ใหศ้ นู ย์COC เพ่ือรายงานแพทย์เพื่อการรักษาท่ีเหมาะสมต่อไป หรือประสานกับ
หน่วยงานที่เกีย่ วข้องเชน่ พมจ./โรตาร่ี/สังคมสงเคราะห/์ ภาคเอกชน เพ่อื ใหก้ าร
ช่วยเหลอื ต่อไป
การเยยี่ มบา้ นแบบNew normalพยาบาลและทีมต้องใสห่ นา้ กากอนามัย /
เฟชชลิ /เจลลา้ งมอื /ถุงมือ/เส้ือกันฝน
ผปู้ ว่ ยต้องใสห่ น้ากากอนามัย /เฟชชิล/เจลลา้ งมอื หรือสบู่ล้างมอื และอสม.ตอ้ ง
รายงานเม่ือมีการคัดกรองแล้วพบผปู้ ่วยโควิด-19
-พยาบาลรพ.สต./ศสม.บนั ทกึ ข้อมลู ในทะเบียนโปรแกรมJHCIS และบันทกึ ผลการ
เย่ยี มในโปรแกรมYALA HHC
Check
-พยาบาลศนู ย์HHC ตรวจสอบระบบเยี่ยม/ตอบกลับเช้า-เย็นของรพ.สต./ศสม.
-สรุปผลการดำเนนิ งานทกุ วันที่ 25 ของเดอื น
-นเิ ทศงานเยย่ี มบ้านปีละ 2 คร้ังตามเกณฑ์มาตรฐานการพยาบาลชุมชน/มาตรฐาน
รพ.สต.ตดิ ดาวและติดตามตัวชี้วัด
Act
ป2ี 560 -กำหนดเปน็ แนวทางเยี่ยมบา้ นโดยมภี าคเี ครือขา่ ยมีส่วนรว่ ม โดยทีมหมอ
ครอบครัว อสม.อสค.ได้รับการพฒั นาศักยภาพ โดยการจัดประชุม/อบรม
ปี2561 -กำหนดให้ปฏบิ ัติตามมาตรฐานรพ.สต.ติดดาวและมีระบบบนั ทกึ ข้อมูลการ
เยยี่ มบา้ นในJHCIS /โปรแกรม YALA HHC
ป2ี 562 -มีแนวทางการประสานงาน การรบั สง่ ต่อโดยผ่านระบบออนไลน์ท่มี ี

หลังการพัฒนา

เครือข่ายมสี ่วนรว่ ม
ปี2563 -มีศูนยก์ ารดูแลต่อเน่ือง(Continuing of care)ทเ่ี ป็นศนู ยป์ ระสานการรบั -
สง่ ต่อการดูแลต่อเน่ืองท่ีบา้ น การเบิกจา่ ยวสั ดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ การประสาน
กบั ทมี PCT ทีมสหสาขาวิชาชพี ภาคีเครือขา่ ย

-มีแนวทางการจำหน่ายผปู้ ่วยจากโรงพยาบาลสู่ชมุ ชน
-มีแบบการประเมนิ ระบบการบันทกึ ตอบกลับการเยยี่ มบ้านออนไลน์ที่
สะดวกและรวดเร็ว
-มรี ะบบHos pcuในศสม.เพือ่ ให้ข้อมูลมคี วามเชอื่ มโยงกบั โรงพยาบาลแม่ขา่ ยมากขึ้น
-มีแนวทางปฏบิ ัตกิ ารเยย่ี มบ้านแบบNew normal
-ประชุมแลกเปล่ียนเรียนร้กู ารเยยี่ มบ้านในทป่ี ระชมุ คณะกรรมการHHC
-หาโอกาสพัฒนางานต่อไป

ผลการดำเนินงาน

ประเด็น ตวั ชี้วัด เปา้ หมาย รอ้ ยละ

2560 2561 2562 2563
(9ด.)

ด้าน 1.ผูป้ ่วยได้รับการเยีย่ มบา้ นและดแู ลต่อเน่ือง ร้อยละ80 72.62 82.16 82.40 88.20

ผู้ปว่ ยและ 2.ผ้ปู ว่ ยและญาติมคี วามพงึ พอใจ รอ้ ยละ 85 80.24 86.16 90.24 92.32

ญาติ 3.ผปู้ ว่ ยได้รบั การเยยี่ มบ้านสามารถควบคุมภาวะ ร้อยละ80 65.23 72.21 80.12 82.41

โรค/ดูแลตนเองได้

3.อตั ราการเกิดภาวะแทรกซ้อนทีบ่ า้ น ไม่เกิน 0.50 0.54 0.34 0.15

รอ้ ยละ5

ด้านระบบ 1.อตั ราการตอบกลับการเย่ียมบา้ น รอ้ ยละ 71.60 72.40 78.20 82.12

100

2.อัตราการสง่ ข้อมูลผปู้ ่วยถึงหนว่ ยบรกิ ารภายใน ร้อยละ80 82.12 90.12 94.88 97.23
5 วนั

ด้าน 1.ความพึงพอใจของทีมเยย่ี มบา้ น รอ้ ยละ80 82.23 84.12 85.42 88.24

บคุ ลากร 2.จำนวนชัว่ โมงของการเยย่ี มบ้านของเจ้าหน้าท่ี ไมน่ อ้ ยกวา่ 8 9 10 12

ต่อสัปดาห/์ คน 6ช่ัวโมง

3.อสม.หมอประจำบา้ นเยีย่ มบา้ นผ้ปู ่วยโรคเรือ้ รงั ร้อยละ80 NA NA 82.10 88.46

บทเรียนทีไ่ ดร้ บั

การดูแลผู้ปว่ ยแบบองคร์ วม ครอบคลุม 4 มิติ ดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ต้องอาศัยกลไกการ

ขบั เคล่ือนของเจา้ หน้าท่ี ครอบครวั ชุมชน ภาคีเครือข่าย มีส่วนรว่ มในการดแู ล เย่ยี มบ้านอย่างต่อเน่ือง มีการ

เชื่อมโยงข้อมลู จากโรงพยาบาลแมข่ ่ายถึงหน่วยบริการปฐมภูมิ (รพ.สต./ศสม.) ด้วยระบบสนเทศทที่ ันสมัย สะดวก

รวดเร็ว ใช้การส่อื สารดว้ ยส่ืออิเลคโทรนกิ ปัจจุบันมีทงั้ ชอ่ งทางโทรศัพท์ กลมุ่ ไลน์ เฟซบุค ส่งขอ้ ความ เพื่อให้ผูป้ ว่ ย

ไดร้ บั ข้อมลู ความรดู้ า้ นสุขภาพทถี่ ูกต้องทันสมัยในการจดั การสุขภาพของตนเองรวมท้งั ญาติมีความรู้ ทักษะในการ

ช่วยดูแลผูป้ ่วยให้มีคณุ ภาพชีวิตท่ดี ขี ึ้นและอยู่ในสงั คมอย่างมคี วามสุขทีเ่ หมาะสมตามบริบท

โอกาสพฒั นา 1.พฒั นาระบบสารสนเทศผู้ปว่ ยกลุ่มเป้าหมายเยีย่ มบา้ นให้มีความครอบคลุมครบถ้วน

2.จัดทำผงั ความชกุ ของกลุ่มเปา้ หมายในพื้นที่ตามระดบั ความรุนแรง(Spot map)

อ้างอิง

เพ็ญศิริ อัตถาวงศ์และคณะ. (2558). ผลของระบบเยยี่ มบา้ นผู้ป่วยตดิ เตยี งประเภท3 แบบHome Nursing

Care (HNC). วารสารเครอื ขา่ ยวิทยาลยั พยาบาลและการสาธารณสขุ ภาคใต้ ฉบับบท่ี 1(มกราคม-เมษายน

2560) ปีท่ี 4.

สำนักการพยาบาล สำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ . (2556). การพยาบาลผปู้ ่วยทบี่ ้าน. (พมิ พ์ครั้งท่ี 1)

กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย.

รายละเอียดการนาเสนอผลงานวชิ าการอาเภอหาดใหญ่

1. แบบฟอรม์ บทคดั ย่อผลงาน
ประเภท Oral presentation
1. [ ] เร่ืองเล่า 2. [ ] CQI (Clinic) 3.[/ ] CQI (Non-Clinic)
4. [ ] R2R 5. [ ] วจิ ยั ฉบบั สมบูรณ์
ประเภท Poster presentation
1. [ ] นวัตกรรม/สิ่งประดษิ ฐ์ 2. [ ] CQI (Clinic) 3.[ ] CQI (Non-Clinic)
4. [ ] R2R 5. [ ] วจิ ยั ฉบับสมบรู ณ์
ประเภท นาเสนอ แสดงภาพถ่าย
1. [ ] ในชุมชน 2. [ ] ในสถานบริการ
ประเภท นาเสนอ ฉายภาพยนต์
1. [ ] หนังสั้น
ประเภท หนว่ ยงาน
1. [/ ] รพ.สต./ ศสม.

ผลงานในสาขา
1 [ ] พยาบาล 2. [ /] คุ้มครองผบู้ ริโภค
3. [ ] การสง่ เสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอ้ ม
4. [ ] บรหิ ารสาธารณสขุ / นโยบายสาธารณสขุ / สาธารณสขุ ทวั่ ไป
5. [ ] ทนั ตสาธารณสุข
6. [ ] แพทย์แผนไทย
7. [ ] อืน่ ๆ ระบุ.............................................

2. การเสนอผลงาน
1. [/ ] ไม่เคยนาเสนอ เผยแพร่มาก่อน 2.[ ] เคยเผยแพร่ (พฒั นาต่อยอด)

ชื่อเร่ือง .......พัฒนารา้ นชาติดดาวโดยชุมชนมีสว่ นร่วม........................................
ผู้นาเสนอ........นางสาวโศจิภัทร สุวรรณวงศ์..............ตาแหน่ง.......เจา้ พนักงานสาธารณสุข...................
หนว่ ยงาน........รพ.สต.ท่งุ ตาเสา.............. อาเภอ......หาดใหญ่........จังหวัด...สงขลา......................
มอื ถอื .....0869609468...........E-mail [email protected]....................

รายละเอียดเอกสารฉบบั เตม็ ประกอบดว้ ย
1. ชอื่ เรื่อง.........พฒั นาร้านชาตดิ ดาวโดยชมุ ชนมสี ว่ นร่วม CQI Oral presentation ( Non-clinic).........
2. ช่ือเจา้ ของผลงานและสังกดั ....นางสาวโศจิภัทร สวุ รรณวงศ.์ .......ตาแหนง่ .......เจา้ พนักงานสาธารณสขุ ....
หน่วยงาน........รพ.สต.ทุ่งตาเสา............. อาเภอ......หาดใหญ่........จังหวัด...สงขลา......................
3. บทนา

จากการรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยการแพ้ยาของรพ.สต.ทุ่งตาเสา พบว่า สาเหตุการแพ้ยา มาจากการซ้ือยามา
รบั ประทานเอง ปจั จบุ นั ปญั หาการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสมผลของคนในชุมชนเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน และมีปัจจัยท่ี
เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหลายส่วน ทั้งจากตัวผู้ใช้ยาเอง และผู้จาหน่ายยา ดังน้ันการดาเนินการจึงต้องใช้มาตรการท่ี
หลากหลายท้ังความร่วมมือของหลายภาคส่วน หลายระดับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลทุ่งตาเสา มีหมู่บ้าน
รับผิดชอบ3 หมู่บ้าน มีร้านชา จานวน 40ร้าน จากการสารวจร้านชา ที่ผ่านมาน้ันพบว่ามีร้านชาหลายร้าน มีการนายาที่
ไม่ใช่ยาสามญั ประจาบ้านมาขายใหแ้ ก่คนในชุมชน เจอสินค้าหมดอายุ ไม่มีเลขทะเบียนจดแจ้ง สินค้าซองเปล่ียนสี และ
จากการสอบถามผู้ประกอบการเก่ียวกับสรรพคุณ ปรากฏว่าไม่มีความรู้และไม่ทราบถึงผลข้างเคียงที่ตามมา จากการ
ดาเนินงานเก่ียวกบั งานคุม้ ครองผู้บริโภคตลอดมา ได้เพียงให้คาแนะนาและยังไม่สามารถลดการนายาปฏิชีวนะมาขายใน
ชมุ ชนได้ ยังมีการจาหนา่ ยยาท่ีไม่ถกู ต้อง ผู้ขายยังขาดความรู้ จากสภาพปญั หาดังกลา่ ว จงึ คิดหาแนวทางการดาเนินงาน
เพ่ือการขับเคล่ือนกิจกรรมส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน ให้มีความชัดเจน สอดคล้อง และเป็นไปใน
ทศิ ทางเดียวกัน

ดังนน้ั โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตาบลท่งุ ตาเสาจงึ ดาเนินงานพฒั นาร้านชา มาตลอดตั้งแต่ปี 2561 โดยใช้ชุมชน
เปน็ ฐานและเน้นการมสี ว่ นรว่ มของคนในชุมชน ซึ่งครอบคลุมประเด็นการใช้ยาปฏิชีวนะ ยาชุด และการใช้ยาสเตียรอยด์
เพื่อให้คนในชมุ ชนมีการพฒั นาเร่ืองการใช้ยาให้สมเหตุสมผลและปลอดภยั ในระยะยาว

แผนผังการปฏบิ ตั ิงานเดิม

รพ.สต.ทุ่งตำเสำ แบบฟอร์ม คบส.1 สรปุ การสารวจในแบบฟอร์ม
เจำ้ หน้ำทีส่ ำธำรณสขุ สำรวจ แบบสารวจรา้ นชา คบส.2 โดย รพ.สต.ทุง่ ตาเสา

รำ้ นชำในชุมชน

สสจ.สงขลาได้รบั แบบฟอร์ม สรุปการสารวจในแบบฟอร์ม
คบส.3 จาก สสอ.หาดใหญ่ คบส.3 โดย สสอ.หาดใหญ่

4วัตถุประสงค์
1.สร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ในเขตพ้ืนท่ีรับผดิ ชอบของรพ.สต.ทุ่งตาเสา ร่วมกันเฝ้าระวัง ตรวจสอบร้าน

ชาในชุมชน มใิ ห้มีการจาหนา่ ยยาทไี่ ม่ใช่ยาสามัญประจาบา้ นและผลิตภณั ฑ์สุขภาพยาและเครื่องสาอางที่ไม่ปลอดภยั
2.เพือ่ พัฒนาระบบการเฝ้าระวงั การจาหน่ายยาอย่างไม่สมเหตุสมผลของรา้ นชา

5.ขอบเขต
จดุ เนน้ เร่อื งยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะรา้ นชาในชุมชน ในเรือ่ งการขายยาปฏิชีวนะโดยไม่จาเป็น ได้แก่ โรคติดเชื้อ

ทางเดนิ หายใจสว่ นบน ( เช่น หวัด เจบ็ คอ ) โรคท้องรว่ งเฉียบพลนั ( เช่นท้องเสยี อาหารเป็นพษิ ) และการจาหน่ายยาชดุ
จดุ เน้น เรอ่ื งผลิตภัณฑ์สขุ ภาพท่ีมสี เตียรอยด์ การไม่ใชผ้ ลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพที่มียาสเตยี รอยดโ์ ดยไมม่ ขี อ้ บ่งใช้

ทางการแพทย์

6.เปา้ หมาย
รา้ นชาในเขตพ้นื ท่ีรบั ผดิ ชอบของรพ.สต.ทงุ่ ตาเสา ไม่มกี ารจาหน่ายยาท่ไี ม่ใชย่ าสามญั ประจาบา้ น และผลติ ภัณฑ์

สุขภาพท่มี ยี าสเตยี รอยด์ ท่มี ีสารต้องหา้ มตามประกาศ อย. ในเอกสารแผ่นพับ ลดลงจากปกี ่อนหน้าน้ี
7.กลุ่มเปา้ หมาย

รา้ นชา จานวน 40 ร้าน ในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตาบลท่งุ ตาเสา
หม่ทู ่ี1 บ้านทุ่งเลียบ 14 รา้ น ,หมู่ท2่ี บา้ นทุ่งตาเสา 17 รา้ นและหมู่ท่ี10 บา้ นเกาะมวง 9 รา้ น
8. วิธีการดาเนินงาน

1.ประเมนิ สถานการณก์ ารใชย้ าในชุมชน
-ข้อมลู การสารวจรา้ นชาปี2560 จานวน 40 รา้ น พบร้านค้ามีการจาหน่ายยาปฏิชีวนะ ร้อยละ47.50 (19ร้าน)

จาหน่ายยาหมดอายุ รอ้ ยละ10(4ร้าน) จาหน่ายยาชุด22.50 (9ร้าน) และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีสเตียรอยด์ ร้อยละ 27.50
(11รา้ น)
2.ประชมุ ช้ีแจง ผู้ทีเ่ ก่ยี วข้องในพื้นที่และคืนขอ้ มูลปญั หา ปรบั ทศั นคติเพิม่ พลังการพฒั นาแกเ่ ครือขา่ ย
3.ให้ความรู้ผู้ประกอบการร้านชาและประชาชน โดยการจัดอบรมเพ่ิมทักษะและความรู้เร่ืองยาปฏิชีวนะ ยาชุด และ
ผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพยา เคร่อื งสาอาง พร้อมระดมความคดิ แลกเปล่ียนเรยี นรู้ การแก้ปญั หา มาตรการทางสังคม (รถเร่,ทาไม
ถึงใชย้ าชดุ ) เพอื่ หาแนวทางแกไ้ ขปญั หารว่ มกัน
4.จดั อบรมใหค้ วามรแู้ กนนา ประชาชนทัว่ ไป ผ้ใู ห้เสียงตามสายจานวน 60 คน หมู่ละ 20 คน 3 หมู่บ้าน จานวน 2 วัน
เพอื่ เป็นแกนนานกั วิทยาศาสตร์โดยผา่ นการอบรมจากศูนย์วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทยท์ ่ี12 สงขลา

- ในการใช้หน้าต่างเตอื นภัยสขุ ภาพ กรมวทิ ย์ with you ฝึกการใช้หน้าต่างเตือนภัยในชุมชน,ระบบแจ้งเตือนภยั
ตาไว รทู้ ันภยั สุขภาพ (TaWai For Health)

- สาธติ การตรวจผลติ ภัณฑ์เครอ่ื งสาอาง 4 ชนิด ได้แก่ กรดวิตามินเอ สเตียรอยด์ ไฮโดรควโิ นน ปรอท และ
ยาโดยใชช้ ุดทดสอบสเตยี รอยดอ์ ย่างง่าย

- ฝกึ ปฏบิ ตั ิการใชช้ ุดทดสอบในการตรวจผลิตภณั ฑเ์ คร่ืองสาอางและยา

5.เดนิ รณรงค์สง่ เสริมการใชย้ าอย่างสมเหตุสมผลในชุมชนและควบคุมแหลง่ กระจายในชมุ ชน ตรวจสอบแหลง่ กระจายท่ีมี
การสะสมยาปฏชิ ีวนะและสเตยี รอยด์ (ร้านคา้ ,รา้ นชา,ตลาด ในชุมชนทกุ รา้ น) เผยแพรแ่ ผน่ พับ ติดโปสเตอรร์ ายการยาที่
จาหนา่ ยได้ในร้านคา้
6.กจิ กรรมตรวจสถานประกอบการร้านคา้ มีต้นแบบรา้ นคา้ ขายยาปลอดภยั ในชุมชน จานวน 25 ร้าน มีการติดตาม
สารวจการกระจายยาทไ่ี ม่เหมาะสมทุก 4 เดือน (มค.,พค.และ กย.) โดยใชเ้ ครือ่ งมอื แผนที่เดินดิน
เป็นเครือ่ งมือท่ีใช้ในการสารวจปญั หาสร้างข้นึ โดยอสม. เพ่ือใชใ้ นการกาหนดเปา้ หมายและวางแผนการสารวจร้านชา ซึง่
แผนท่เี ดนิ ดนิ มีรายละเอียด ดังนี้

สารวจรา้ น-เชขาียนเชส่นญั ลรา้ักนษชณา์รทูป่ตี บรว้าจนเปแน็ ทรน้านรา้แนรชกาใทสดี่ ่หามเนายินเกลาขร1ตรบวนจหลเตงั คิมาหมายเลข1บนหลงั คารปู บ้าน ตามลาดบั การเดิน

-ปัญหาการจาหนา่ ยผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพที่พบในแต่ละร้าน โดยใช้สีเตมิ รปู บา้ น แบง่ ระดบั ความรนุ แรง 3 ระดับ โดย
มีความหมายดงั นี้

ตารางท่ี1 แสดงความหมายสีตวั บ้านของรา้ นชาในเคร่อื งมือแผนท่ีเดนิ ดนิ
สเี ขยี ว=ไมพ่ บปญั หาการจาหน่ายผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพทผี่ ดิ กฎหมาย(ได้คะแนนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ90
(38 คะแนน) และไมพ่ บการจาหน่ายยา)

สีเหลอื ง=พบปัญหาการจาหน่ายผลิตภณั ฑส์ ุขภาพที่ผดิ กฎหมาย(ได้คะแนนไมน่ อ้ ยกว่าหรอื เทา่ กบั
รอ้ ยละ80(34คะแนน) และไม่พบการจาหนา่ ยยา)

สแี ดง=พบปัญหาการจาหน่ายผลิตภณั ฑส์ ุขภาพทผี่ ิดกฎหมาย(ไดค้ ะแนนน้อยกวา่ ร้อยละ80 และ
พบการจาหน่ายยา)

7.มอบป้ายรับรองร้านคา้ สีขาว แก่ร้านชาทีจ่ าหนา่ ยยาและผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพทปี่ ลอดภัยในชมุ ชน ตามเกณฑ์ประเมินรา้ นชา
ตดิ ดาว
8. จดั ทาตน้ แบบ การใช้ยาอย่างสมเหตสุ มผลและผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีไม่มียาสเตียรอยด์ในกลุ่มผู้สูงอายแุ ละผปู้ ่วยเร้อื รงั
เน้นยาปฏิชีวนะและยาสเตียรอยด์

-คัดเลอื กครัวเรอื นทมี่ ผี ู้ปว่ ย 7 กลมุ่ โรค (DM,HT,Stroke,เก๊าท,์ โรคหวั ใจ,ไขมันสูง,หอบหืด)และผสู้ งู อายุ จานวน
60 คน เนอื่ งจากเป็นกล่มุ ทมี่ โี อกาสใชย้ าไมเ่ หมาะสมสูง

-จดั อบรมการใช้ยาสมเหตสุ มผลในกลุ่มผู้ปว่ ยสูงอายแุ ละผปู้ ่วยโรคเร้ือรงั
8. จดั ตัง้ ศูนย์แจง้ เตือนภยั สขุ ภาพ เพอ่ื เฝ้าระวงั การใช้ยาอย่างสมเหตสุ มผลในชุมชน โดยขอสนบั สนุนงบเทศบาลเมอื งทงุ่
ตาเสาในการจดั ซื้อชดุ ทดสอบ

-แจ้งผลการคดั กรองผลิตภัณฑ์ทสี่ งสยั แกช่ าวบ้าน โดยแกนนานกั วทิ ยาศาสตร์ชมุ ชนท่ีผ่านการอบรมหรือ
เจา้ หนา้ ท่ีสาธารณสุข แจ้งกรณีเย่ยี มบา้ น กรณปี ระชุมประจาเดือน อสม.ทุกเดือนทท่ี าการทดสอบ

-ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทใี่ หผ้ ลบวก รายงานรพ.สต.ทงุ่ ตาเสาทราบ และส่งตรวจยืนยันที่ศูนย์ วิทยาศาสตร์
การแพทยท์ ่ี 12 สงขลา

-สอ่ื บคุ คล โดยการแจง้ ขา่ ว แจง้ เตอื นในรปู ปากต่อปากในหมู่บ้าน ตาบลทุ่งตาเสา
-การประชาสัมพนั ธ์ขา่ วไวนลิ ในหมบู่ ้าน ในสถานที่จดุ สาคัญ และทางหอกระจายขา่ ว กรณไี ด้ผลยืนยนั จากศูนย์
วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา
-การแจ้งขา่ วในเวทีการประชุมต่างๆ เชน่ ประชมุ ประจาเดือน อสม. ประชมุ คณะกรรมการกองทุน
-การแจง้ รา้ นค้า/ผจู้ าหน่าย ให้เลกิ จาหน่ายผลติ ภัณฑท์ ไ่ี ม่ปลอดภัย กรณซี ื้อในเขตพนื้ ที่
-หากยังมีการฝา่ ฝนื กรณีผปู้ ระกอบการร้านคา้ /ผจู้ าหนา่ ย แจง้ สสอ.หาดใหญต่ ามลาดับ

9. ผลการศกึ ษา
-จากการดาเนินงานพัฒนาร้านชาในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบ รพ.สต.ทุ่งตาเสา ต้ังแต่ปีงบประมาณ 2560 จนถึงปี

2562 พบว่า ในปีงบประมาณ 2560 ตรวจพบยาปฏิชีวะนะร้อยละ 47.50(19ร้าน) ยาหมดอายุ ร้อยละ 10 (4ร้าน)
จาหน่ายยาชุด 22.50 (9ร้าน) ผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่มีเลขทะเบียน ร้อยละ 27.50 (11ร้าน) โดยการดาเนินการตรวจน้ัน
เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลเก่ียวกับ ยา เครอ่ื งสาอางที่ร้านชาสามารถจาหน่ายตามประกาศของอย. และแนะนาแนวทางแก้ไขท่ี
ถูกตอ้ งให้แก่ผปู้ ระกอบการ ส่งผลให้ปีงบประมาณ 2561 และ2562 ตรวจไม่พบยาท่ีไม่ใช่ยาสามัญประจาบ้าน ตรงตาม
เอกสารแผ่นพบั และตรวจสอบรา้ นชามีการจาหน่ายผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพที่มีสเตียรอยด์ลดลง ร้อยละ67.5(27ร้าน) ,ร้อยละ
37.5(15รา้ น) และ12.5(5รา้ น) ในปงี บประมาณ2560 2561 และ2562 ตามลาดับ

แผนภมู ิ แสดงรอ้ ยละของร้านชาทจี่ าหน่ายผลิตภณั ฑท์ ่มี สี เตียรอยด์และยาทีไ่ ม่ใช่ยาสามญั ประจาบา้ น ในเขตพน้ื ที่
รบั ผดิ ชอบของรพสต.ทงุ่ ตาเสา

80 37.5

60 67.5
40 47.5

20 0 120.5

0 ปี 2561 ปี 2562

ปี 2560

ร้อยละของร้านชาทจ่ี าหน่ายผลิตภณั ฑส์ ุขภาพทีม่ สี เตียรอยด์

ร้อยละของร้านชาทจ่ี าหน่ายยาท่ีไมใ่ ชย่ าสามญั ประจาบา้ น

ตามแบบประเมินมาตรฐานรา้ นชาติดดาว
หมวดที่1 หมวดดา้ นสถานท่ี อุปกรณ์ พบวา่ มีการจดั การผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 100
หมวดที2่ หมวดผลติ ภณั ฑอ์ าหาร หมวดผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพประเภทอาหาร พบวา่ ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ100 โดยมีการสารวจ
อาหารท้งั หมด จานวน 600 ตวั อยา่ ง ไมพ่ บผลิตภณั ฑอ์ าหารทีไ่ มถ่ ูกต้องตามกฎหมาย
หมวดท่3ี หมวดผลิตภัณฑ์ยา พบว่าผ่านเกณฑร์ ้อยละ 100 มีการสารวจยา จานวน 110 รายการ ไม่พบยาอนั ตรายที่หา้ ม
จาหนา่ ยในร้านชา ซ่งึ เป็นผลมาจากการประกาศใชม้ าตรการทางสงั คมผ่านสือ่ บคุ คล แกนนานักวิทยาศาสตร์ ผ่าน
ผปู้ ระกอบการ ทาการตกลงรว่ มกันว่าจะไมจ่ าหน่ายยาอนั ตรายในรา้ นชา
หมวดท4ี่ หมวดผลิตภัณฑ์ เครอื่ งสาอาง พบว่า ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 80 โดยมีการสารวจเครื่องสาอางท้ังหมด จานวน288
ตัวอย่าง พบเคร่ืองสาอางไมถ่ กู ต้องตามกฎหมาย 5 รายการ (รอ้ ยละ1.73) ได้แก่ ครมี pn cream ครีมขมิ้นสด,LEB DEE
เซร่มั อลั ฟา่ อารบ์ ตู นิ ,ครมี มะหาดผสมกลตู ้า,ครมี ไพลสดผสมแครอทและครมี หนา้ ขาวปลาตลบั สฟี า้ (เจา้ ของร้านเกบ็ ท้งิ )
หมวดท5ี่ หมวดผลติ ภัณฑ์วัตถุอนั ตราย/เครือ่ งมือแพทย์ พบวา่ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 100 มีการสารวจท้ังหมด 52 รายการ ไม่
พบผลติ ภัณฑท์ ไ่ี ม่ผ่าน

-การพฒั นาองค์ความรูแ้ ละการสร้างเสริมอสม. ให้มีความเชยี่ วชาญด้านงานค้มุ ครองผบู้ ริโภค พรอ้ มทงั้ สนับสนุน
ใหม้ กี ารดาเนินงานในรปู แบบของเครือข่าย อสม. อย่างตอ่ เนื่อง ทาให้เกิดระบบการเฝา้ ระวังความปลอดภยั การจาหน่ายยา
ผลิตภณั ฑส์ ุขภาพทผ่ี ดิ กฏหมายในร้านชาอย่างยง่ั ยนื ได้
10.วจิ ารณ์/ขอ้ เสนอแนะ

-การทางานร่วมกับชมุ ชน จะอาศยั ขอ้ บังคบั ทางกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เน่ืองจากจะส่งผลกระทบโดยตรง
ตอ่ อสม.และเจ้าหนา้ ท่ี การกาหนด มาตรการทางสงั คม โดยกระบวนการมีส่วนรว่ มอาศัยความเปน็ ญาตพิ ่ีนอ้ ง จะเกดิ ความ
ย่งั ยนื ต่อเนอ่ื งในการทางานคุ้มครองผบู้ ริโภคอย่างแทจ้ ริง

-การเสริมพลงั เชงิ บวกใหก้ ับผปู้ ระกอบการ้านชาในเวทปี ระชุมกานนั ผูใ้ หญ่บา้ น พธิ ีมอบป้ายรบั รองร้านชาตดิ ดาว
มอบโดยนายอาเภอหาดใหญ่ นำยสมศักด์ิ จนั ทรชู เพือ่ รับรองวา่ ร้านนี้จาหน่ายยา ผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพถูกตอ้ งตามกฏหมาย

-การดาเนนิ งานคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเขม้ แขง็ เชน่ กิจกรรมร้านชาติดดาว ทาให้เกดิ มาตรการทางสังคมของผู้
ประกอบร้านชา ไม่จาหนา่ ยยาปฏิชวี นะในร้านชา ทาให้ชาวบา้ นเขา้ ถงึ ยาปฏชิ ีวนะยากข้ึน เป็นการส่งเสริมการใชย้ าอยา่ ง
สมเหตสุ มผลในชุมชน ทาใหช้ มุ ชนเกิดการพ่งึ พาตนเอง

-สถานการณป์ ัญหาการจาหน่ายยาและผลิตภณั ฑ์สขุ ภาพ ในสภาพสังคมปจั จบุ ันมกี ารเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา
ควรนาระบบแจง้ เตอื นภยั มาใช้ใหเ้ ข้าถงึ บุคคลอยา่ งกว้างขวางเช่น ระบบแจ้งเตอื นภยั ตาไว รู้ทันภัยสขุ ภาพ(Tawai For
Health)
11.สรุป

-ผปู้ ระกอบการร้านชา ทเี่ ข้าอบรมการใช้ผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพที่ปลอดภัยและการใชย้ าอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน มี
ความร้มู ากข้ึนร้อยละ82.50 (จากเดมิ รอ้ ยละ 30 )

-เฝ้าระวังการจาหน่ายยาปลอดภัยในร้านชา มีร้านชาต้นแบบติดดาวพลัส จานวน25ร้าน พบมีการจาหน่าย
ผลิตภัณฑส์ ุขภาพทมี่ ีสเตยี รอยด์ ร้อยละ12.5

-เยี่ยมบ้านติดตามการใช้ยาในกลุ่มผู้ป่วย 7กลุ่มโรค ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 60 คน พบมีการใช้ยาสเตียรอยด์
จานวน 3 คน (รอ้ ยละ5) และพบมยี าปฏิชวี นะเหลือในครัวเรือน ใช้ไมค่ รบ Does จานวน 3 คน (ร้อยละ5)

-มแี กนนานกั วิทยาศาสตร์ จานวน 70 คน ที่ผ่านการประเมินตามหลักสูตรของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ท่ี12
สงขลา สามารถเกบ็ ตวั อย่างและใชช้ ุดทดสอบสเตยี รอยดอ์ ยา่ งงา่ ย ได้ถูกต้อง ร้อยละ 100

-รพ.สต.ทุง่ ตาเสา เปน็ ตน้ แบบศนู ย์แจง้ เตอื นภัย เฝ้าระวงั และรบั เรื่องร้องเรียนปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน
ขยายไปยงั เขตพ้ืนทรี่ บั ผดิ ชอบรพ.สต.ใกลเ้ คยี ง คอื รพ.สต.บ้านหูแร่ และรพ.สต.บา้ นหินผุด ซึ่งท้ัง2 แห่งนี้อยู่ตาบลเดียวกัน

12.บทเรียนท่ไี ด้รับ
สิ่งท่ีได้จากการถอดบทเรียน การพฒั นารา้ นชา คอื ร้านชาสามารถจาหนา่ ยยาเฉพาะยาสามัญประจาบา้ นเทา่ น้นั

มหี นังสอื เตือนรา้ นชาและรถเร่ ลงนามโดยผอ.รพ.สต.ทงุ่ ตาเสา และสงิ่ ที่สาคัญคือการใช้หลกั การมีสว่ นรว่ ม ใชค้ วามเป็น
เจา้ ของรว่ มกันทุกคนมหี นา้ ทีร่ ับผดิ ชอบ และใช้หลกั ของความเสมอภาคให้เกยี รตซิ ง่ึ กนั และกันของทมี ให้ความเคารพในทมี
ทาใหเ้ กิดความรกั ความอบอนุ่ ความสามคั คี และมีความโปร่งใส ดาเนนิ การตามแผน สรุปบทเรียน คืนข้อมูลเครือข่ายและ
ผมู้ ีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี

แนวทางพัฒนาคุณภาพ

สถานการณ์รา้ นชาป2ี 560 จานวน40 รา้ น พบร้านค้า มีการจาหนา่ ยยาปฏชิ วี นะ รอ้ ยละ47.50 (19 รา้ น) จาหน่ายยา
หมดอายุ รอ้ ยละ10 (4รา้ น) จาหน่ายยาชุด 22.50(9รา้ น) ผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพทมี่ สี เตียรอยด์ ร้อยละ 27.50 (11รา้ น)

เปา้ หมายทีแ่ ก้ปญั หานี้ คอื ร้านชาในเขตพนื้ ท่ีรบั ผดิ ชอบของรพ.สต.ทุ่งตาเสา ไมม่ ีการจาหนา่ ยยาปฏชิ วี นะ และ
ผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพท่มี ียาสเตยี รอยด์ ท่มี สี ารต้องห้ามตามประกาศอย.ในเอกสารแผน่ พบั ลดลงจากปกี อ่ นหน้านี้

ปัจจัยท่ี 1 การทางานเป็นทีม ปัจจยั ที่ 2 ความร่วมมอื ของ ชมุ ชน ปัจจัยที่ 3 ความเข้มแขง็ ของเครือขา่ ย

สถานการณป์ ัจจยั ท่ี 1 มีการจดั ต้ัง สถานการณ์ปจั จยั ท่ี 2 ผู้นาชุมชน อสม. เฝา้ ระวงั ออกตรวจทกุ 4 เดือน โดย
คณะกรรมการคุ้มครองผู้บรโิ ภคในเขต เทศบาลเมอื งทงุ่ ตาเสา ครโู รงเรยี นบา้ นท่งุ เภสัชกรจากรพ.หาดใหญ่ สสอ.
รบั ผดิ ชอบ รพ.สต.ทงุ่ ตาเสา เลยี บ ครโู รงเรียนบา้ นทงุ่ ตาเสา อย.นอ้ ย หาดใหญ่และเจ้าหนา้ ทีส่ าธารณสุข
ตัวแทนร้านชา เจา้ หนา้ ที่ตารวจร่วมเปน็
ประชุมเครอื ข่ายจัดตั้งคณะกรรมการ เครือข่าย ออกตรวจในเดือน มค.,พค.และ
คมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคในเขตรับผดิ ชอบ รพ.สต. กย. เฝ้าระวังรถเร่ในชมุ ชนโดย ส่อื
ทุง่ ตาเสาเพ่ือรับผิดชอบหน้าที่ คืนขอ้ มลู ปัญหา ผลกระทบที่เกิดกับคนใน ออนไลน์ นวัตกรรม “ ไลน์รู้ทันใส่
ชุมชนและปรบั ทัศนคติ เพ่อื เพมิ่ พลังการ ใจสุขภาพชมุ ชนและ “นวตั กรรม
พฒั นาแก่เครอื ข่าย เสยี งใสๆไดค้ วามรู้”

มีผรู้ ับผดิ ชอบเปน็ เร่ืองๆ

-ฝา่ ยปฏบิ ตั กิ ารตรวจ -ฝ่ายวชิ าการ เครือข่ายมีความต่นื ตัว เกิดทัศนคติที่ดตี ่อ รา้ นคา้ ให้ความร่วมมือ เลกิ ขายยาที่
-ฝ่ายวิเคราะห์ปญั หา งาน/ ประชาชนรว่ มเฝ้าระวงั ไม่ใชร่ า้ นสามัญประจาบ้านในปี2561
-ฝ่ายประชาสมั พนั ธ์ -รา้ นชาส่วนมากมีความสานกึ ทีด่ ีตอ่ ชุมชน และตรวจสอบรา้ นชามกี ารจาหน่าย
และญาติพ่ีน้อง ผลิตภัณฑส์ ุขภาพทมี่ ีสาร สเตียรอยด์
ลดลง ร้อยละ67.5(27ร้าน) ,ร้อยละ
37.5(15ร้าน) และ12.5(5รา้ น) ใน
ปงี บประมาณ2560 2561 และ2562
ตามลาดบั

อนั ตรายลดลง 85.71% รา้ นชา 37

รา้ น กอ่ นโครงการ ขายยาอนั ตราย

35 รา้ น 94.59%

เครือขา่ ยทุกภาคสว่ นมีความเข้าใจและเหน็ ความสาคญั และอันตรายของการซื้อยาอนั ตรายกินเองวสา่ าผรลวเจสหยี ลตัง่อขสาขุ ยภ5าพรขา้ อนง1ต4น.เ2อ4ง%และ

ถอื เป็นความรับผิดชอบและเป็นหน้าที่ของทกุ คนท่ีจะแก้ปัญหายาอันตรายในชุมชน ทาใหก้ ารขายยาอนั ตรายลดลง 55% ร้านชา 27

รา้ น และไม่มีรถเร่ขายยาเขา้ มาในพืน้ ที่ รพ.สต.ทงุ่ ตาเสา

13. เอกสารอ้างองิ
โกมาตร จึงเสถยี รทรัพย์, ลอื ชัย ศรีเงนิ ยวง และวิชติ เปานิล. (2550). ยากับชุมชน. สานักวิจยั สังคมและสขุ ภาพ.
พรพรรณ สุนทรธรรม . กลุ่มศึกษาการใช้สเตียรอยด์ในทางที่ไม่ถูกต้อง. (2550). High Prevalence of

Adrenal Crisis and Adrenal Insufficiency in Thailand: A Unique Endocrine Problem in a
Developing Country. การประชมุ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาสเตียรอยด์. กรุงเทพ: สานักงานคณะกรรมการอาหารและ
ยา.

ชโยมนต์ วงษป์ ล่ัง. (2551). การศกึ ษาความชกุ ของการใชส้ เตยี รอยด์/ยาที่อาจมกี ารปนเปื้อนของ สเตยี รอยด์
และลกั ษณะทางคลนิ กิ กลุ่มอาการคชุ ชิ่ง ในเขตรบั ผดิ ชอบรพ.สต.โนน อาเภอขุขันธ์ จังหวดั ศรสี ะเกษ.

ทิพาพร กาญจนราช และรักษวร ใจสะอาด. (2556). การสืบค้นและการจัดการปัญหาสุขภาพในชุมชสาหรับ
เภสชั กร.

รชั ตะ รชั ตะนาวิน, อัมรินทร์ ทักขิญเสถียร, ละออ ชัยลือกิจ, อรัญญา สว่างอริยะสกุล, ชะอรสินธ์ุ สุขศรีวงศ์,
เพชรัตน์ พงษ์เจริญสุข และคณะ. (2550). โครงการศึกษาความชุกของปัญหาทางคลินิกที่เกิดจากการใช้สารท่ีมีส
เตยี รอยด์ปนเป้ือนโดยไม่มีข้อบ่งช้ีทางการแพทย์ (รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์), กรุงเทพมหานคร: สานักงานกองทุน
สนบั สนุนการวจิ ัย.

สชุ าดา กาบนิ และคณะ. (2559). การศกึ ษารปู แบบการจัดการกลุ่มเส่ียงที่ได้รับอันตรายจาก สเตียรอยด์ โดย
เครือข่ายชมุ ชนศรสี ุข, การประชมุ วชิ าการกระทรวงสาธารณสขุ ประจาปี พ.ศ. 2559.

บทคดั ยอ่

ผลงาน ( √ ) CQI กล่มุ Non-Clinic
ประเภท หนว่ ยงาน ( √ ) รพ.สต. / ศสม.
การเสนอผลงาน ( √ ) ไม่เคยนำเสนอ เผยแพรม่ ำก่อน

ชอ่ื เรอื่ ง พัฒนำรูปแบบกำรสง่ รำยงำนผลกำรสำรวจลกู นำยงุ ลำยของ อสม. รพ.สต.ปำล์มพฒั นำ
ผู้นาเสนอ นำงสำวสกุ ัลยำ เกษตรสมบรู ณ์ ตำแหน่งนักวิชำกำรสำธำรณสุข
หน่วยงาน โรงพยำบำลสง่ เสริมสุขภำพตำบลปำล์มพัฒนำ อำเภอมะนัง จังหวดั สตลู
มอื ถอื 086-891-5366 E-mail [email protected]

สถำนกำรณ์โรคไข้เลือดออกตำบลปำล์มพัฒนำ มีอัตรำกำรระบำดสูงในปี 2561 2562
พบว่ำกำรเกิดโรคสำมำรถระบำดได้ตลอดทังปี รพ.สต.ปำล์มพัฒนำ มีกำรเฝ้ำระวังกำรเกิดโรค
ไข้เลือดออกทังก่อนเกิด ขณะเกิด และหลังกำรเกิดโรคโดยกำรสำรวจแหล่งพันธุ์ลูกนำยุงลำย
ด้วยอสม. เดือนละ1ครังในช่วงปกติ และในทุกสัปดำห์ที่อยู่ในช่วงระบำดของโรคไข้เลือด รวมไปถึง
เมื่อพบผู้ป่วยสงสัยในเขตรับผิดชอบหมใู่ ด หมนู่ ันต้องมีกำรสำรวจลูกนำยงุ ลำย 4 สัปดำหต์ ิดต่อกันทัง
หมู่บ้ำน ผลจำกกำรดำเนินงำนพบว่ำ อำสำสมัครสำธำรณสุขต้องใช้เวลำในกำรทำรำยงำนบำงครังทำ
ให้เกดิ ควำมล้ำช้ำประกอบกบั เจำ้ หน้ำท่ีตอ้ งใช้เวลำในกำรรวบรวม จึงเกิดแนวคิดหำวธิ กี ำรส่งรำยงำน
ให้ได้รวดเร็ว โดยกำรพัฒนำรูปแบบกำรส่งรำยงำนผลกำรสำรวจลูกนำยุงลำยของอสม. รพ.สต.ปำล์ม
พฒั นำ

สรปุ ผลงานโดยย่อ
 วตั ถปุ ระสงค์
1.พฒั นำรูปแบบกำรสง่ รำยงำนผลกำรสำรวจดัชนลี ูกนำยุงลำยของ
2. อสม.เพ่ืองำ่ ยต่อกำรจดั เก็บรวมรวมข้อมลู
3.สำมำรถนำข้อมลู มำวเิ ครำะหไ์ ด้รวดเรว็
 กลุ่มเป้าหมาย คอื อสม. โรงพยำบำลสง่ เสรมิ สุขภำพตำบลปำลม์ พฒั นำ จำนวน 61 คน
 กจิ กรรมการพัฒนา
1. ออกแบบเคร่ืองมือท่ีใช้ในกำรส่งรำยงำนดัชนีลูกนำยุงลำยโดยใช้ Google drive
ทดลองใชเ้ พอื่ หำปญั หำของระบบกำรส่งรำยงำนโดยทีมควบคุมโรคอำเภอมะนัง
2. จดั ประชุมชีแจง อสม.ที่รับผิดชอบหมู่บำ้ น ในกำรส่งข้อมูลดัชนีลกู นำยุงลำยผ่ำนทำง
ระบบInternet ผำ่ นช่องทำง Line กลมุ่ เช่ือมตอ่ ไปยัง Google drive โดยให้อสม.ทดลองใช้

 ผลการดาเนินงาน
1. จำกกำรสอบถำมควำมพึงพอใจของอสม.พบว่ำมีควำมพงึ พอใจในระดับดีมำก คิดเปน็ ร้อย

ละ 55.7 และระดับดี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 44.3 ของจำนวนผตู้ อบแบบสอบถำม
2. ผลกำรดำเนินงำนกำรพัฒนำรูปแบบกำรส่งรำยงำนผลกำรสำรวจลูกนำยุงลำยของอสม.รพ.

สต.ปำล์มพัฒนำในกำรดำเนินงำนควบคุมโรคไข้เลือดออกในปี 2563 มีผู้ป่วยสงสัยไข้เลอื ดออกลดลง
จำกปที ีผ่ ำ่ นมำดังนี

จานวนผ้ปู วย เ้ ลอื ดออกย้อนหลงั ป จานวนคน

100 30 85 34 74 52 10 2564
80
60 2558 2559 2560 2561 2562 2563
40
20
0

2557

จำกกรำฟโดยมจี ำนวนผู้ป่วยตังแต่ปีพ.ศ.2558 ถงึ ปีพ.ศ.2563 จำนวน30,85,34,74,52 และ
10 คน ตำมลำดับ ซึ่งแปรผกผันกับกำรคำดกำรณ์ปี 2563 เป็นปีของกำรระบำดของโรคไข้เลือดออก
เนื่องจำกกรำฟจะเหน็ ไดว้ ่ำกำระบำดของโรคไข้เลือดออกในพืนท่ีเปน็ แบบปเี ว้นปี

 วิจารณ์/และเสนอแนะ
จำกกำรดำเนินงำนท่ีผ่ำนมำ ได้ระบบกำรดำเนินงำนท่ีดีมีประสิทธิภำพมำกขึน และได้เร่ิมมี

กำรต่อยอดไปสู่พืนท่ีอื่นๆในอำเภอมะนัง กำรพัฒนำรูปแบบกำรส่งรำยงำนด้วยระบบที่ใช้ Internet
ยงั มีข้อกำจัดในกลุ่ม อสม.ท่ีเป็นผู้สูงอำยุและไมไ่ ด้ใชโ้ ทรศัพท์มือถือทมี่ ีกำรใช้ Internet โอกำสในกำร
พัฒนำตอ่ ยอดกำรใชร้ ะบบจดั ส่งข้อมูลผ่ำนชอ่ งทำง Internet กับอสม.ในงำนอน่ื ๆท่ี

 สรุป
1 ไดพ้ ัฒนำรูปแบบกำรรำยงำนใหส้ อดคล้องกับยุค อสม. 4.0 ให้ดูทนั สมัย
2 ลดระยะเวลำในกำรส่งรำยงำน
3 สำมำรถนำข้อมูลมำสรปุ วเิ ครำะห์ไดเ้ ร็วขึน

เอกสารฉบับสมบูรณ์

1.ช่ือเรื่อง พฒั นำรูปแบบกำรส่งรำยงำนผลกำรสำรวจลูกนำยุงลำยของ อสม. รพ.สต.ปำล์มพัฒนำ
2.ชื่อเจ้า องผลงานและสงั กัด นำงสำวสุกัลยำ เกษตรสมบูรณ์ ตำแหน่ง นักวิชำกำรสำธำรณสุข

วุฒิกำรศกึ ษำ วทิ ยำศำสตรบ์ ณั ฑติ (วท.บ.) สำขำ สำธำรณสุขศำสตร์
หน่วยงำนที่ปฏบิ ัติงำน โรงพยำบำลส่งเสริมสขุ ภำพตำบลปำลม์ พฒั นำ

3.บทนา สถำนกำรณโ์ รคไขเ้ ลือดออกตำบลปำลม์ พฒั นำ มีอัตรำกำรระบำดสูงในปี 2561 2562 ส่วน
ใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยเรียน พบว่ำสถำนกำรณ์กำรเกิดโรคสำมำรถระบำดได้ตลอดทังปี โรงพยำบำล
ส่งเสริมสุขภำพตำบลปำล์มพัฒนำ มีกำรเฝ้ำระวังกำรเกิดโรคไข้เลือดออกทังก่อนเกิด ขณะเกิด และ
หลังกำรเกิดโรคโดยกำรสำรวจแหล่งพันธ์ุลูกนำยุงลำยด้วย อำสำสมัครสำธำรณสุข เดือนละ 1 ครัง
ในช่วงปกติ และในทุกสัปดำห์ที่อยู่ในช่วงระบำดของโรคไข้เลือด รวมไปถึงเม่ือพบผู้ป่วยสงสัยในเขต
รับผิดชอบหมู่ใด หมู่นันต้องมีกำรสำรวจลูกนำยุงลำย 4 สัปดำห์ติดต่อกันทังหมู่บ้ำน เม่ือสำรวจแล้ว
อำสำสมคั รสำธำรณสุขต้องสรุปรำยงำนด้วยแบบรำยงำนให้กับทำงโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบล
ปำลม์ พัฒนำ เพื่อรวบรวมและสรุปผลกำรสำรวจ และวิเครำะห์แนวโน้มกำรเกดิ โรคไข้เลอื ดออกต่อไป

ผลจำกกำรดำเนินงำนพบว่ำ อำสำสมคั รสำธำรณสุขต้องใช้เวลำในกำรทำรำยงำน และนำผล
มำส่งท่ีโรงพยำบำลส่งเสรมิ สุขภำพตำบลปำล์มพัฒนำ บำงครังทำให้เกิดควำมล้ำช้ำในกำรส่งรำยงำน
และเสียเวลำ ประกอบกับเจ้ำหนำ้ ท่ีต้องใช้เวลำในกำรรวบรวมและสรปุ ค่ำใชจ้ ่ำยในกำรเดนิ ทำงนำมำ
ส่ง ทำงโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบลปำล์มพัฒนำ และอำสำสมัครสำธำรณสุข จึงเกิดแนวคิดหำ
วิธีกำรส่งรำยงำนให้ได้รวดเร็ว ลดค่ำใช้จ่ำยในกำรส่งรำยงำนขึน ประกอบกับกำรสำรวจกำรใช้
เครอื่ งมอื สื่อสำรของอำสำสมัครสำธำรณสุข พบวำ่ อำสำสมคั รสำธำรณสุข มี และสำมำรถใชโ้ ทรศัพท์
ได้เป็นอย่ำงดี ซึ่งสอดคลอ้ งกับ อำสำสมัครสำธำรณสุข ยุค 4.0 จึงไดเ้ กดิ แนวคดิ ในกำรพัฒนำรูปแบบ
กำรส่งรำยงำนผลกำรสำรวจลูกนำยุงลำยของอำสำสมัครสำธำรณสุขในเขตโรงพยำบำลส่งเสริม
สุขภำพตำบลปำล์มพัฒนำ วัตถุประสงค์เพ่ือ พัฒนำรูปแบบกำรส่งรำยงำนผลกำรสำรวจดัชนีลูกนำ
ยงุ ลำยของ อสม. และเพือ่ ง่ำยตอ่ กำรจดั เกบ็ รวมรวมข้อมูล สำมำรถนำข้อมูลมำวิเครำะหไ์ ดร้ วดเรว็

4. วสั ดแุ ละวิธีการ
4.1 กลุ่มเป้าหมาย คือ อสม. โรงพยำบำลส่งเสริมสขุ ภำพตำบลปำล์มพัฒนำ จำนวน 61 คน

4.2 กจิ กรรมการพฒั นา
4.2.1 ออกแบบเครื่องมือที่ใช้ในกำรส่งรำยงำนดัชนีลูกนำยุงลำยโดยใช้ Google drive
ทดลองใชเ้ พ่ือหำปญั หำของระบบกำรส่งรำยงำนโดยทีมควบคุมโรคอำเภอมะนงั

ก่อน หลัง

4.2.2 จัดประชุมชีแจง อำสำสมคั รสำธำรณสขุ ท่รี บั ผิดชอบหม่บู ำ้ นในเขตโรงพยำบำลสง่ เสริม
สุขภำพตำบลปำล์มพัฒนำ จำนวน 61 คน ในกำรส่งขอ้ มูลดัชนีลูกนำยุงลำยผ่ำนทำงระบบ Internet
ผ่ำนช่องทำง Line กลุ่มอำสำสมัครสำธำรณสุขโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบลปำล์มพัฒนำ เช่ือม
ตอ่ ไปยัง Google drive โดยให้อำสำสมัครสำธำรณสขุ แตล่ ะหมู่บ้ำนทดลองใช้

4.2.3 กำรปรับเปล่ียนรูปแบบกำรส่งรำยงำนกำรสำรวจลูกนำยุงลำย โดยเทคโนโลยีให้
สอดคล้องกบั ยุค อสม. 4.0

ก่อน หลัง

. ผลการดาเนินงาน
วดั ด้วยแบบประเมินควำมพึงพอใจต่อรำยงำน
1. ด้ำนข้อมลู /เนือหำ

จำกกำรสอบถำมควำมพงึ พอใจของอสม. จำนวน 61 คน ด้ำนข้อมลู /เนือหำ พบวำ่ มีควำมพงึ
พอใจในระดบั ดมี ำก ในด้ำนของ 1.ภำษำเข้ำใจง่ำย กระชับ 2.มีควำมน่ำสนใจ 3.ควำมแปลกใหม่ และ
มคี วำมพึงพอใจในระดับดี ในด้ำนของเนอื หำมคี วำมเหมำะสมครบถ้วน

2. ด้ำนกำรใชง้ ำน

จำกกำรสอบถำมควำมพึงพอใจของอสม. จำนวน 61 คน ด้ำนกำรใช้งำน พบว่ำมีควำมพึง
พอใจในระดับดีมำก ในด้ำนของ 1.ระบบกำรบนั ทึกไม่ยุ่งยำก ซับซ้อน สะดวกต่อผ้ใู ช้งำน 2.ทำให้กำร
ส่งรำยงำนสะดวกขนึ ไมล่ ำ้ ช้ำ และมคี วำมพงึ พอใจในระดบั ดี ในดำ้ นควำมรวดเร็วในกำรเขำ้ ถึงขอ้ มูล

3. สรุปควำมพึงพอใจในภำพรวมต่อระบบรำยงำนกำรสำรวจลูกนำ

จำกกำรสอบถำมควำมพึงพอใจของอสม. จำนวน 61 คน พบว่ำมีควำมพึงพอใจในระดับดี
มำก คิดเป็นร้อยละ 55.7 และระดับดี คิดเป็นร้อยละ 44.3 ของจำนวนผู้ตอบแบบสอบถำมต่อ
รูปแบบรำยงำน โดยผ่ำนระบบ google drive

4. ผลกำรดำเนนิ งำนกำรพฒั นำรปู แบบกำรส่งรำยงำนผลกำรสำรวจลูกนำยุงลำยของอสม.รพ.สต.
ปำล์มพัฒนำในกำรดำเนินงำนควบคมุ โรคไข้เลือดออกในปี 2563 มีผู้ป่วยสงสยั ไข้เลือดออกลดลงจำก
ปีทผ่ี ำ่ นมำ ดังนี

100 จานวนผปู้ วย ้เลอื ดออกย้อนหลงั ป จานวนคน
80
60 85
40 74
20
0 52
34
2557 30

10

2558 2559 2560 2561 2562 2563 2564

ขอ้ มลู ณ 31 กรกฎำคม 2563 ศูนยร์ ะบำดวิทยำอำเภอมะนงั

โดยมีจำนวนผู้ป่วยตังแต่ปี พ.ศ.2558 ถึง ปี พ.ศ.2563 จำนวน 30,85,34,74,52 และ 10
คน ตำมลำดับ ซึ่งเห็นได้ว่ำมีแนวโนม้ จำนวนผู้ปว่ ยลดลง ซึ่งแปรผกผนั กับกำรคำดกำรณ์ปี 2563 เป็น
ปีของกำรระบำดของโรคไข้เลือดออก เนื่องจำกกรำฟจะเห็นได้ว่ำกำระบำดของโรคไข้เลือดออกใน
พืนท่ีเป็นแบบปีเว้นปี แต่ก็ต้องมีกำรดำเนินกำรอย่ำงต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดกำรแพร่
ระบำดของโรคตอ่ ไป

6.วิจารณ์/และเสนอแนะ
6.1 จำกกำรดำเนินงำนท่ีผ่ำนมำ ได้ระบบกำรดำเนินงำนท่ีดีมีประสิทธิภำพมำกขึน และได้

เร่ิมมกี ำรตอ่ ยอดไปสู่พนื ที่อนื่ ๆในอำเภอมะนัง ซ่ึงมกี ำรระบำดของโรคไข้เลือดออก

6.2 กำรพัฒนำรูปแบบกำรส่งรำยงำนด้วยระบบที่ใช้ Internet ในกำรนำส่ง ยังมีข้อกำจัดใน
กลุ่ม อสม.ที่เป็นผู้สูงอำยุและไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือท่ีมีกำรใช้ Internet ทำให้ อสม.ในกลุ่มนียังไม่
สำมำรถเขำ้ ถงึ กำรใช้เคร่อื งมือในกำรสง่ รำยงำน

6.3 โอกำสในกำรพัฒนำต่อยอดกำรใช้ระบบจัดส่งข้อมูลผ่ำนช่องทำง Internet กับอสม.ไม่
วำ่ จะเปน็ งำนควบคมุ โรค หรอื งำนอนื่ ๆท่ีใชก้ ำรจัดส่งรำยงำนแบบกระดำษต่อไป

7. สรุป
7.1 ไดพ้ ัฒนำรปู แบบกำรรำยงำนใหส้ อดคลอ้ งกับยคุ อสม. 4.0 ใหด้ ูทันสมยั
7.2 ลดระยะเวลำในกำรสง่ รำยงำน
7.3 สำมำรถนำข้อมูลมำสรุปวเิ ครำะห์ได้เรว็ ขึน

8. เอกสารอา้ งองิ :
สำนกั งำนสำธำรณสุขอำเภอมะนัง. 2562. รำยงำนผลกำรปฏบิ ัตงิ ำนประจำปี พ.ศ. 2561.มะนงั :

สำนกั งำนสำธำรณสุขอำเภอมะนงั
ศศิธร ชลรัตนอ์ มฤต. ค่มู ือกำรสร้ำงและวเิ ครำะหผ์ ลแบบสอบถำมออนไลน์. สืบคน้ 2 มกรำคม 2563,

จำก http://eng.kps.ku.ac.th/

ผลงานประเภท CQI – Non Clinic
(กลุ่ม รพช.)


Click to View FlipBook Version