ผลการวจิ ัย/ศกึ ษา (เชิงปริมาณ/เชงิ คุณภาพ)
เชิงปรมิ าณ
1. ผู้ป่วยที่มีประวัติการได้รับยาโรคเรื้อรังท่ีเข้ารับการรักษาบนหอผู้ป่วยได้รับการทาบัญชี MR ช่วงที่ 1
ก่อนพัฒนา คิดเป็นร้อยละ 16.88 (1,093/6,475 คร้ัง) และ ช่วงท่ี 2 หลังพัฒนา คิดเป็นร้อยละ
59.18 (4,195/7,088 ครั้ง) ช่วงท่ี 3 ดาเนินงานต่อเนื่องปีงบประมาณ 62 เท่ากับร้อยละ 69.74
(4,891/7,013 คร้ัง) และปีงบประมาณ 63 เท่ากับร้อยละ 70.50 (3,450/4,893 ครั้ง) (เปรียบเทียบ
กับผปู้ ่วยผู้ปว่ ยอายมุ ากกว่าหรอื เท่ากบั 15 ปี ท่ี Admit ดว้ ยโรคเรอื้ รงั ที่กาหนด)
2. ความทันเวลาในการทาบัญชี MR ภายใน 24 ช่ัวโมง ช่วงท่ี 1 ก่อนพัฒนา เท่ากับร้อยละ 86.04
(925/1093 ครงั้ ) ชว่ งที่ 2 หลงั พัฒนา เทา่ กบั รอ้ ยละ 86.84 (3651/4,195 คร้ัง) ช่วงท่ี 3 ดาเนินงาน
ต่อเน่ือง ปีงบประมาณ 62 เท่ากับร้อยละ 92.62 (4527/4,891 ครั้ง) และปีงบประมาณ 63 (ข้อมูล
ถงึ มิ.ย. 63) เท่ากบั รอ้ ยละ 93.18 (3,213/3,450 ครงั้ )
เชิงคณุ ภาพ
1. การเกดิ ความแตกตา่ ง หรอื ความไม่สอดคลอ้ งของรายการยาทเ่ี กดิ จากความไม่ต้ังใจของแพทย์ ช่วงท่ี
1 ก่อนพัฒนา เท่ากับร้อยละ 0 และ ช่วงท่ี 2 หลังพัฒนา เท่ากับร้อยละ 0.27 ( 5 ครั้ง) ช่วงที่ 3
ดาเนินงานต่อเนื่องปีงบประมาณ 62 เท่ากับร้อยละ 0.34 ( 17 ครั้ง) และปีงบประมาณ 63 เท่ากับ
ร้อยละ 0 เน่ืองจากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง พฤษภาคม 2563 มีการระบาดของไวรัส Covid-19
ทาใหเ้ ภสัชกรทีร่ บั ผดิ ชอบปรับเปล่ยี นรูปแบบการทางาน ซ่ึงช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้ขึ้นไปค้นหาปัญหา
ด้านยาบนหอผู้ป่วย (เปรียบเทียบกับผู้ป่วยท่ีเกิดความแตกต่างของรายการยาและต้องตามประเมิน
บนหอผปู้ ว่ ย)
2. จานวนครั้งความคลาดเคล่ือนระดับ E ข้ึนไป ของผู้ป่วยที่ผ่านการทาบัญชี medication
reconciliation ท้งั ช่วงกอ่ น หลังพัฒนา และช่วงดาเนนิ การตอ่ เน่อื ง เทา่ กับ ๐
3. ผู้ป่วยที่ผ่านการทา MR ได้รับยาต่อเน่ืองขณะ Admit ช่วงท่ี 1 ก่อนพัฒนา เท่ากับ ร้อยละ 100 ช่วง
ท่ี 2 หลังพัฒนา เท่ากับ ร้อยละ 99.73 ช่วงท่ี 3 ดาเนินงานต่อเน่ืองปีงบประมาณ 62 เท่ากับร้อยละ
99.66 และปงี บประมาณ 63 ไมส่ ามารถประเมนิ ได้
8
ตารางสรปุ ผลลพั ธ์ (เชงิ ปริมาณ/เชงิ คณุ ภาพ)
การประเมินผล ช่วงท่ี 1 ช่วงท่ี 2 ชว่ งที่ 3
ปงี บ 60 ปีงบ 61 ปงี บ 62 ปงี บ 63 (ถงึ ม.ิ ย)
รอ้ ยละของผปู้ ว่ ยทมี่ ปี ระวัตกิ ารไดร้ บั ยาโรคเรื้อรังท่เี ข้ารบั 16.88 59.18
การรกั ษาบนหอผูป้ ่วยได้รบั การทาบญั ชี MR (≥70%) 69.74 70.50
รอ้ ยละของผู้ปว่ ยท่มี ีการทา MR ภายใน 24 ชั่วโมง (≥ 90%) (1,093/6,475) (4,195/7,088)
(4,891/7,013) (3,450/4,893)
ร้อยละของผปู้ ่วยทีม่ ีการทา MR ได้รับยาต่อเนื่องขณะ 86.04 86.84
admit (รอ้ ยละ 100) 92.62 93.18
จานวนครัง้ ในการเกิดความคลาดเคลอ่ื นระดบั E ขึน้ ไป ของ (925/1093) (3651/4,195)
ผ้ปู ว่ ยทผี่ ่านการ MR (ครง้ั ) (0 ราย) (4527/4,891) (3,213/3450)
ร้อยละของการเกิดความแตกตา่ ง หรือความไม่สอดคล้องของ 100 99.73
รายการยาทเ่ี กดิ จากความไม่ต้งั ใจของแพทย์ (0 %) 99.66 ประเมนิ ผลท่ี
0 แทจ้ ริงไม่ได้***
0 00 0
0.27* 0.34** ประเมนิ ผลท่ี
(17/4,891) แท้จริงไม่ได้***
(10/4,195)
หมายเหตุ:
* จานวนผู้ป่วยที่เกิดความแตกต่างของรายการยาและต้องตามประเมินบนหอผู้ป่วยเท่ากับ 806 คร้ัง พบเกิด
ความแตกต่าง หรือความไม่สอดคล้องของรายการยาท่ีเกิดจากความไม่ต้ังใจของแพทย์ จานวน 10 ครั้ง จาก
การคน้ หาปัญหาบนหาหอผปู้ ่วยจานวน 462 ครงั้
**จานวนผู้ปว่ ยท่ีเกิดความแตกต่างของรายการยาและต้องตามประเมินบนหอผู้ป่วยเท่ากับ 588 ครั้ง พบเกิด
ความแตกต่าง หรือความไม่สอดคล้องของรายการยาท่ีเกิดจากความไม่ต้ังใจของแพทย์ จานวน 17 ครั้ง จาก
การค้นหาปญั หาบนหาหอผปู้ ว่ ยจานวน 321 ครัง้
***เนื่องจากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง พฤษภาคม 2563 มีการระบาดของไวรัส Covid-19 ทาให้เภสัชกรที่
รับผิดชอบปรับเปลี่ยนรปู แบบการทางาน ในช่วงเวลาดังกลา่ วไม่ไดข้ น้ึ ไปคน้ หาปัญหาดา้ นยาบนหอผูป้ ่วย
บทเรยี นที่ไดร้ ับ
กระบวนการ medication reconciliation ท่ีมีประสิทธิผลจาเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันของสห
วิชาชีพ ผูป้ ่วย รวมถึงสารสนเทศ
ปญั หาและอปุ สรรค
1. กลุ่มเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ คือ ผู้ป่วยท่ีมีประวัติการรับยาโรคเร้ือรังทุกรายที่เข้ารับการรักษาบนหอ
ผู้ป่วยต้องมีการทาบัญชี MR แต่จากผลการดาเนินงาน พบว่า ยังสามารถทาได้ครอบคลุมตาม
กลุ่มเป้าหมายท่ีวางไว้ ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า กลุ่มเป้าหมายท่ียังไม่ครอบคลุม คือ ผู้ป่วยท่ีมี
ประวตั ิรบั ยาไม่ตอ่ เน่ือง ไมม่ ารบั ยาตามนดั หรอื ขาดยาเปน็ เวลานาน
2. จากระบบที่วางไว้ให้เภสัชกรผู้รับผิดชอบต้องตามประเมินและปรึกษาแพทย์บนหอผู้ป่วย ในผู้ป่วยท่ี
ทาบัญชี MR เม่ือประเมินผ่าน HOSxp แล้วพบว่าเกิดความแตกต่าง หรือความไม่สอดคล้องของ
9
รายการยา ที่ไม่สอดคล้องกับอาการทางคลินิกของผู้ป่วย แต่ด้วยภาระงานของเภสัชกรทาให้ยังไม่
สามารถทาไดค้ รบถ้วน ซงึ่ ในช่วงท่ี 2 ของการดาเนินงานมีผู้ป่วยที่อยู่ในข้อกาหนดท่ีต้องตามประเมิน
บนหอผู้ป่วย จานวน 806 คร้ัง แต่สามารถทาได้ 462 คร้ัง พบเกิดความแตกต่าง หรือความไม่
สอดคล้องของรายการยาที่เกิดจากความไม่ตั้งใจของแพทย์ จานวน 10 คร้ัง ช่วงท่ี 3 ของการ
ดาเนินงานมีผู้ป่วยที่อยู่ในข้อกาหนดท่ีต้องตามประเมินบนหอผู้ป่วย จานวน 588 ครั้ง พบเกิดความ
แตกต่าง หรือความไม่สอดคล้องของรายการยาท่ีเกิดจากความไม่ต้ังใจของแพทย์ จานวน 17 ครั้ง
จากการค้นหาปัญหาบนหาหอผูป้ ่วยจานวน 321 ครัง้
3. พยาบาลบนหอผปู้ ว่ ยซกั ประวัตผิ ู้ป่วยไมค่ รบถ้วน ทง้ั ประวัตโิ รคประจาตวั และสถานพยาบาลที่รับยา
ประจา ทาใหเ้ กิดความลา่ ชา้ ในการรวบรวมขอ้ มูล
โอกาสในการพัฒนา
1. ผู้ป่วยท่ีมีประวัติการได้รับยาโรคเร้ือรังทุกรายที่เข้ารับการรักษาบนหอผู้ป่วยได้รับการทาบัญชี
Medication reconciliation มคี วามครอบคลมุ ≥ รอ้ ยละ 80
2. ผูป้ ่วยท่ีมีประวัตกิ ารไดร้ ับยาโรคเรือ้ รังทุกราย (ร้อยละ 100) ที่เข้ารับการรักษาบนหอผู้ป่วยได้รับการ
ทาบัญชี Medication reconciliation ภายใน 24 ช่ัวโมง
3. วางระบบใหเ้ ภสัชกรสามารถประเมนิ ความต่อเนือ่ งในการได้รบั ยาของผ้ปู ว่ ยขณะ Admit ทุกราย เพื่อ
ค้นหา แก้ไข และป้องกนั ปญั หาดา้ นยาที่จะเกดิ ขน้ึ กับผ้ปู ว่ ย เบ้ืองตน้ ได้ทาการปรบั ระบบ ดงั นี้
3.1 การวางระบบให้เภสัชกรจุดจ่ายยาผู้ป่วยในโรงพยาบาล ประเมินความสอดคล้องของการรายยา
ในบัญชี MR เทียบกับ Doctor order sheet หากพบความแตกต่างของรายการยาสามารถโทร
ปรกึ ษาแพทยไ์ ด้ที
3.2 แพทย์สามารถใช้บัญชี MR form ของผู้ป่วย ในการสั่งใช้ยา โดยแพทย์ระบุตัวยาที่ต้องการส่ังใช้
ต่อขณะ Admit แทน Doctor order sheet และใช้แพทย์ระบุเหตุผลสาหรับตัวยาที่แพทย์ไม่ได้
ส่งั ใช้
4. วางระบบการประเมินความต่อเนื่องในการได้รับยาเม่ือผู้ป่วยกลับบ้าน (Discharge reconcile) โดย
การเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านโปรแกรม Hos-xp และรายงานความคลาดเคลื่อนทางยาและระบุความ
คลาดเคล่ือนทางยา (ME) ที่เฉพาะเจาะจงว่ามีที่มาจากผู้ป่วยท่ีผ่านการทา MR เพ่ือนาข้อมูลมา
วิเคราะห์และพฒั นาระบบในปีงบประมาณถัดไป
10
ภาคผนวก
ตวั อยา่ ง Medication reconciliation form
ชว่ งที่ 1 ก่อนพัฒนา ระหว่างเดอื นตุลาคม 2559 ถึง กนั ยายน 2560
11
ตวั อยา่ ง Medication reconciliation form
ชว่ งที่ ๒ หลงั พฒั นา ระหวา่ งเดือนตุลาคม 2560 ถงึ กนั ยายน 2561
12
ตัวอย่าง Medication reconciliation form
ฉบบั ปรบั ปรงุ ลา่ สดุ เดอื นสงิ หาคม 2563
13
1. แบบฟอรม์ บทคัดย่อผลงาน
ประเภท Oral presentation
[ ] วิจยั [ ] R2R [ ] CQI (Clinic) [ / ] CQI (Non-Clinic)
ประเภท หน่วยงาน
[ / ] รพศ.-รพท. [ ] รพช. [ ] รพ.สต.- ศสม. [ ] สสจ.-สสอ.
3.การเสนอผลงาน
[ / ] ไมเ่ คยนำเสนอ เผยแพร่มาก่อน [ ] เคยเผยแพร่ (พัฒนาต่อยอด)
ชอื่ เรือ่ ง การพัฒนาระบบเพอ่ื สร้างเสริมความรอบรดู้ ้านสขุ ภาพเพื่อป้องกนั พฤติกรรมเส่ียงทางเพศ
ของวยั รุ่นเทศบาลนครยะลา
ผ้นู ำเสนอ นายธรี ศกั ด์ิ ศรพี ิทกั ษ์ ตำแหน่ง นักวชิ าการสาธารณสุขชำนาญการ
หน่วยงาน กลมุ่ งานสขุ ศึกษา โรงพยาบาลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวดั ยะลา
มือถอื 0899751387 E-mail [email protected]
เนื้อหาโดยย่อ จากการดำเนินงานสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเพ่ือป้องกันพฤติกรรมเส่ียง
ทางเพศของวัยรุ่นเทศบาลนครยะลา ซึ่งกลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลยะลา ได้มีการดำเนินการ
อย่างต่อเน่ืองต้ังแต่ปี พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบัน โดยได้มีการดำเนินงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพและ
มีการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้กรอบแนวคิด six building blocks ของ
องค์กรอนามยั โลก มาประยุกตใ์ ช้โดยกรอบแนวคดิ น้ีประกอบดว้ ย 6 องคป์ ระกอบ ได้แก่ 1) ระบบบริการ 2)
กำลังคนด้านสุขภาพ 3) ระบบข้อมูลข่าวสารและงานวิจัย 4) ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์
5) การเงินและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และ 6) ภาวะการนำและธรรมาภิบาล โดยมีผลลัพธ์ด้านสุขภาพ
ทสี่ ําคญั คือ การเขา้ ถึง ความครอบคลุม และคณุ ภาพของการใหบ้ รกิ ารและจดั กิจกรรมการเรียนรูเ้ พ่ือ
สร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันพฤติกรรมเส่ียงทางเพศของวัยรุ่น และมีผลสัมฤทธ์ิ
ที่มุ่งหวังให้วัยรุ่นเทศบาลนครยะลามีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพ่ือป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ
เพิ่มสูงขึ้นและลดผลกระทบด้านสุขภาพ เช่น ปัญหาเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาการทำแท้ง
ปญั หาการตดิ เช้ือโรคเอดสจ์ ากการมีเพศสัมพันธ์ เป็นตน้
กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลยะลา ได้การพัฒนาระบบเพ่ือสร้างเสริมความรอบรู้ด้าน
สขุ ภาพเพ่ือป้องกันพฤติกรรมเส่ียงทางเพศตาม six building blocks และพฒั นารูปแบบการให้บริการแบบ
One Stop Service และระบบการส่งต่อสำหรับวัยรุ่นเพ่ือให้ง่ายและสะดวกมากขึ้น จากผล
การศึกษา พบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพเพ่ือป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นในสถานศึกษา
พบว่า ปี 2560 - 2562 ระดับดีมากเพ่ิมข้ึน คิดเป็นร้อยละ 2.40 , 15.1 และ 25.7 ตามลำดับ และศูนย์
เพ่ือนใจวัยรุ่นได้มีการจัดบริการแบบ One Stop Service และในรายท่ีมีปัญหาต้องพบผู้เช่ียวชาญ
ทางศนู ย์เพอื่ นใจวัยรุ่นไดม้ กี ารส่งตอ่ โดยผ่านรูปแบบ “7 + 1 Yala Hospital Model”
1. ช่ือเรื่อง การพัฒนาระบบเพื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทาง
เพศของวยั รนุ่ เทศบาลนครยะลา
2. ชื่อเจ้าของผลงานและสังกัด นายธีรศักด์ิ ศรีพิทักษ์ นกั วิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กลุ่มงาน
สุขศกึ ษา โรงพยาบาลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวดั ยะลา
3. บทนำ ปจั จุบันปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยรนุ แรงและซับซ้อนมากขน้ึ เนื่องจากการเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเร็วทั้งด้านกายภาพ เศรษฐกิจและสังคมเมือง ประกอบกับวัยรุ่นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการ
เจริญเติบโตมีความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ทำให้วัยรุ่นประสบปัญหามากมาย เช่น
ปัญหาเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาโรคเอดส์ ปัญหาความรุนแรง เป็นต้น จากผลการวิจัยเร่ือง
“การศึกษาความสัมพันธ์ของความรอบรู้ด้านสุขภาพเพ่ือป้องกันการต้ังครรภ์ก่อนวัยอันควรต่อพฤติกรรม
เส่ียงทางเพศของวัยรุ่นหญิง จังหวัดยะลา ปี 2560 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีระดับความรอบรู้ด้าน
สขุ ภาพเพื่อป้องกันการต้ังครรภ์ก่อนวัยอนั ควรโดยรวมอยู่ในระดับพอใช้ คดิ เป็นร้อยละ 88.2 ซ่ึงการทว่ี ัยรุ่น
หญิงมีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับพอใช้น้ัน อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อปัญหาการต้ังครรภ์
ก่อนวัยอนั ควร โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตามมาในอนาคตได้
องค์การอนามัยโลกได้กำหนดกรอบแนวคิดในการพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน ได้แก่
กรอบแนวคดิ six building blocks ซง่ึ ประกอบด้วย 6 องคป์ ระกอบ ได้แก่ 1) ระบบบริการ 2) กำลังคนดา้ น
สุขภาพ 3) ระบบข้อมูลข่าวสารและงานวิจัย 4) ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ 5) การเงินและ
ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และ 6) ภาวการณ์นำและธรรมาภิบาล (WHO,2007) โดยมีผลลัพธ์ด้านสุขภาพ
ทส่ี ําคัญ คือ การเข้าถึง ความครอบคลุม และคณุ ภาพของการให้บริการและจัดกิจกรรมการเรยี นรเู้ พือ่ สรา้ ง
เสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่น และมีผลสัมฤทธ์ิท่ีมุ่งหวังให้
วัยรุ่นเทศบาลนครยะลามีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพ่ือป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศเพ่ิมสูงข้ึน และลด
ผลกระทบด้านสุขภาพ เช่น ปัญหาเพศสัมพนั ธก์ ่อนวัยอันควร เป็นต้น
ดังนั้น กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลยะลา ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหา จึงได้มีการพัฒนา
ระบบเพ่ือสรา้ งเสริมความรอบรดู้ า้ นสขุ ภาพเพอ่ื ปอ้ งกนั พฤตกิ รรมเส่ียงทางเพศของวัยรุน่ เทศบาลนครยะลา
ข้ึน เพือ่ แกไ้ ขปัญหาวัยรนุ่ และลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะตามมาของวัยรุ่นในอนาคตต่อไป
4. วัสดแุ ละวิธีการ การพัฒนาระบบเพ่ือสร้างเสริมความรอบรู้ดา้ นสุขภาพเพือ่ ปอ้ งกนั พฤติกรรมเสี่ยง
ทางเพศของวยั รุ่นเทศบาลนครยะลา ตาม six building blocks ดงั น้ี
4.1 วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือพัฒนาระบบการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันพฤติกรรมเส่ียงทาง
เพศของวยั รุ่นเทศบาลนครยะลา
4.2 การวิเคราะห์ปัญหา กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลยะลา ได้มีการวิเคราะห์ปัญหาตาม
six building blocks เก่ียวกับการดำเนินงานสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง
ทางเพศของวยั รุน่ เทศบาลนครยะลา ดงั นี้
1) Service Delivery (ระบบบริการ) (1) ขาดการเฝ้าระวังพฤตกิ รรมเส่ียงทางเพศของ
วัยรนุ่ ในสถานศึกษา (2) ระบบการส่งต่อยงั มีความยุง่ ยากกอ่ ให้เกิดความไมส่ ะดวกต่อวัยรุน่
2) Human Resources (กำลังคนด้านสุขภาพ) (1) ขาดแกนนำในการดำเนินการ
แบบเพ่อื นชว่ ยเพ่อื นทม่ี ีศกั ยภาพ
3) Information (ระบบข้อมูลข่าวสาร) (1) ขาดช่องทางการให้บริการให้คำปรึกษาด้าน
สุขภาพท่ีง่ายและทันสมัยสำหรับวัยรุ่น (2) ขาดส่ือสุขศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทสามจังหวัดชายแดนใต้
(3) ขาดนวัตกรรมและงานวจิ ยั สำหรับปรบั เปล่ยี นและสร้างเสริมความรอบรู้ดา้ นสขุ ภาพ
4) Medicines and Technologies (เทคโนโลยที างการแพทย์) (1) สถานศึกษาขาด
การเขา้ ถึงเวชภัณฑ์ทจ่ี ำเป็นสำหรบั วัยรุ่น
5) Financing (ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ) (1) สถานศึกษาขาดงบประมาณในการดำเนินงาน
ปรับเปล่ยี นและสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพแกว่ ยั รุ่น
6) Leadership and Governance (ภาวะผู้นำและธรรมาภิบาล) (1) ขาดการติดตาม
ควบคุมกำกับและดูแลการดำเนินงานปรับเปลี่ยนและสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพภายใน
สถานศึกษา (2) ขาดการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนใน
การดำเนนิ งานปรับเปล่ียนและสรา้ งเสริมความรอบรดู้ ้านสุขภาพภายในสถานศึกษา
4.3 แนวทางการดำเนนิ งาน
ปี 2560
1) ทบทวนเก่ียวกบั การดำเนนิ งานสร้างเสรมิ ความรอบรู้ด้านสขุ ภาพเพ่อื ป้องกนั พฤตกิ รรมเส่ยี ง
ทางเพศของวัยรุ่นเทศบาลนครยะลา โดยประชุมปรกึ ษาร่วมกับทีมสหวิชาชีพท่ีเก่ียวข้องในการพัฒนาระบบ
เพอื่ สรา้ งเสริมความรอบรดู้ า้ นสขุ ภาพเพือ่ ป้องกันพฤติกรรมเส่ยี งทางเพศของวัยรุ่นเทศบาลนครยะลา
2) กำหนด Timeline ในการพัฒนาระบบเพ่ือสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเพ่ือ
ป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยร่นุ เทศบาลนครยะลา (ปี 2561 - 2562)
3) นำสู่การปฏิบัติและการประเมินผลตามวตั ถปุ ระสงค์ท่ตี งั้ ไว้
ปี 2561 – 2562
กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลยะลา ได้มีการดำเนินงานสร้างเสริมความรอบรู้ด้าน
สุขภาพเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสย่ี งทางเพศของวัยรุน่ เทศบาลนครยะลา ตาม six building blocks ดงั น้ี
1) Service Delivery (ระบบบริการ) (1) มีการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของ
วัยรุ่นในสถานศึกษา เพ่ือค้นหาและคัดกรองกลุ่มวัยรุ่นที่มีความเสี่ยงเพื่อเข้าสู่กระบวนการ
ปรับเปล่ียนและสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ (๒) พัฒนาการให้บริการศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น
(3) จัดต้ังมุมเพ่ือนใจวัยรุ่นในสถานศึกษา โดยมีการดำเนินงานแบบเพ่ือนช่วยเพื่อน (4) พัฒนาระบบส่งต่อ
ให้วยั รุน่ เข้าถึงบรกิ ารได้มากขน้ึ โดยมกี ารพัฒนาจนกลายเป็น 7+1 Yala Hospital Model
2) Human Resources (กำลังคนด้านสุขภาพ) (1) พัฒนาศักยภาพวัยรุ่นแกนนำใน
สถานศกึ ษาใหม้ ีความรแู้ ละให้บรกิ ารภายในมุมเพื่อนใจวยั รนุ่
3) Information (ระบบข้อมูลข่าวสาร) (1) พัฒนาระบบส่ือสารและให้คำปรึกษา
วยั รุน่ ผ่าน Facebook และ Line (TeenYala) (2) พัฒนาสือ่ ดา้ นสขุ ภาพสำหรับปรับเปล่ียนและสรา้ ง
เสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพท่ีสอดคล้องกับบริบทพ้ืนที่จังหวัดชายแดนใต้โดยใช้หลักศาสนาเข้ามามี
ส่วนเกี่ยวข้อง (3) พัฒนานวตั กรรมสำหรับปรับเปล่ียนและสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ รวมไป
ถึงการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ “มองปุ๊บ รู้ปั๊บ จับใส่ได้พอดี” และโปรแกรมสร้างเสริมความรอบรู้
ด้านสุขภาพเพื่อป้องกนั การต้ังครรภ์ก่อนวยั อันควรของวัยร่นุ หญิง จังหวดั ยะลา
4) Medicines and Technologies (เทคโนโลยีทางการแพทย์) (1) สถานศึกษา
เข้าถงึ เวชภัณฑ์ที่จำเปน็ ไดแ้ ก่ ถงุ ยางอนามยั ผ่านทางศูนยเ์ พื่อนใจวัยรุ่น โรงพยาบาลยะลา
5) Financing (ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ) (1) ส่งเสริมให้สถานศึกษาของบประมาณในการ
ดำเนินงานปรับเปลี่ยนและสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาล
นครยะลา ได้แก่ วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาผดุงประชายะลา และมหาวทิ ยาการกฬี าแห่งชาติ วิทยาเขตยะลา
6) Leadership and Governance (ภ าวะผู้ น ำแ ละธรรมาภิ บ าล) (1) จั ดตั้ ง
คณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น เทศบาลนครยะลา เพ่ือติดตาม ควบคุมกำกับและดูแลการดำเนินงาน
ปรบั เปลีย่ น และสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสขุ ภาพภายในสถานศกึ ษา (2) ทำ MOU กบั สถานศึกษาใน
การศึกษาด้วยตนเองของนักศึกษาในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับเพศศึกษา ณ ศูนย์เพ่ือนใจวัยรุ่น โรงพยาบาล
ยะลา (3) บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการดำเนินงาน
ปรบั เปลย่ี นและสรา้ งเสรมิ ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพภายในสถานศกึ ษา
5. ผลการศึกษาและการประเมนิ ผลการเปลี่ยนแปลง
ตวั ช้ีวดั เป้าหมาย ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562
1. ร้อยละของความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันพฤติกรรม เพ่ิมขึ้นจาก 2.40 15.1 25.7
เส่ียงทางเพศของวยั รุน่ ในสถานศกึ ษา (ระดับดมี าก) ปที ี่แลว้
2. วัยรุ่นได้รับการบริการสุขภาพและให้คำปรึกษาโดย มีการ - /
ทมี สหวิชาชพี แบบ one stop service ณ ศูนยเ์ พอ่ื นใจวัยรุน่ ใหบ้ รกิ าร
3. มรี ะบบการสง่ ตอ่ ให้วัยร่นุ เขา้ ถงึ บริการไดม้ ากขน้ึ มรี ะบบการ - ระบบการส่งตอ่ 7 + 1
ส่งต่อ Yala Hospital Model
4. ระดับความพึงพอใจภาพรวมของวัยรุ่นท่ีมารับบริการ ≥ร้อยละ 85 88.79 86.47 86.06
ณ ศนู ยเ์ พ่ือนใจวยั รุ่น โรงพยาบาลยะลา
5. จำนวนของนกั เรียนและนักศกึ ษา (15-24 ปี) ในสถานศกึ ษา ลดลงจาก 6 3 2
เขตเทศบาลนครยะลา มกี ารตง้ั ครรภ์ก่อนวยั อนั ควร ปที แี่ ล้ว
6. วจิ ารณ์/ข้อเสนอแนะ
6.1 ปญั หาและความท้าทาย และวิธกี ารจัดการ: (1) สถานศกึ ษามีภาระงานด้านอ่ืน ๆ เป็น
จำนวนมาก ทำให้การดำเนินงานปรับเปล่ียนและสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่วัยรุ่นใน
สถานศึกษาไม่เต็มที่เท่าที่ควร ดังนั้นคณะทำงานส่งเสริมสุขภาพวัยรุ่น เทศบาลนครยะลาได้มีการลง
ตรวจเย่ียม เสริมพลัง และติดตามการดำเนินงานเป็นระยะ ๆ (2) วัยรุ่นในสถานศึกษายังมีการรู้เท่า
ทันสื่อไม่ดีเท่าที่ควร ซ่ึงมีการแก้ไขปัญหาโดยมีการจัดทำโปรแกรมเสริมสร้างการรู้เท่าทันส่ือข้ึนและ
บูรณาการเข้าไปในหลกั สตู รการเรยี นการสอนด้วยเช่นกนั
6.2 ข้อเสนอแนะ: (1) ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในทุกกระบวนการ และนำไป
ปฏิบัติจริงในพื้นที่ เพื่อความย่ังยืน (2) มีมาตรการควบคุมการนำเสนอเนื้อหาของส่ือประเภทต่าง ๆ (3)
ลดพ้นื ทเ่ี สีย่ งภยั ทเี่ ป็นสถานทีแ่ ละโอกาสท่ีเออ้ื ต่อการมีพฤติกรรมเสยี่ งทางเพศในวัยรุน่
6.3 ส่ิงท่ีแตกต่างไปจากเดิมในคร้ังหน้า: สำหรับในการดำเนินงานในคร้ังหน้า จะมกี ารเสริม
พลังให้สถานศึกษาออกแบบกิจกรรมการปรับเปล่ียนและเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยให้มี
การปรับเปล่ยี นไปตามบริบทของสถานศกึ ษานั้น ๆ
7. สรุป กลุ่มงานสุขศกึ ษา โรงพยาบาลยะลา ได้การพฒั นาระบบเพ่อื สรา้ งเสรมิ ความรอบรดู้ ้านสขุ ภาพเพ่ือ
ป้องกันพฤติกรรมเส่ียงทางเพศ และพัฒนารูปแบบการให้บริการแบบ One Stop Service และระบบการ
ส่งต่อสำหรับวัยรุ่นเพื่อให้ง่ายและสะดวกมากข้ึน โดยมีปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key success) คือ (1) การ
ปรับระบบบริการให้เอื้อต่อการเข้าถึงบริการสามารถตอบสนองความต้องการของวัยรุ่น (2) การพัฒนา
สมรรถนะและศกั ยภาพของกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถงึ เครอื ขา่ ยทเ่ี ก่ียวขอ้ ง (3) การดำเนนิ งานอย่างสอดคล้อง
กับสภาพปัญหาในบริบทของพ้ืนท่ีและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ (4) การประเมินผลการ
ดำเนินงานอย่างต่อเน่ือง เพ่ือนำไปสู่การพัฒนา (CQI) (5) การบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงาน
ต่าง ๆ ในรูปแบบเครือข่าย โดยสามารถสรุปเป็นรูปแบบของระบบเพ่ือสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ
เพอ่ื ปอ้ งกนั พฤตกิ รรมเสยี่ งทางเพศของวยั ร่นุ เทศบาลนครยะลา ดงั แสดงในภาพ 1
ภาพ 1 ระบบการสรา้ งเสรมิ ความรอบรู้ด้านสขุ ภาพเพอื่ ป้องกันพฤติกรรมเสีย่ งทางเพศของวัยร่นุ เทศบาล
นครยะลา
8. เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Everybody's business-- strengthening health systems
to improve health outcomes: WHO's framework for action. 2007.
1.ช่ือผลงาน(ภาษาไทย) CQI : พฒั นาการตรวจสุขภาพประจาปี เชิงรุก โรงพยาบาลพทั ลุง
2.คาสาคญั
ตรวจสุขภาพประจาปี คือ ตรวจสุขภาพตามสิทธิขา้ ราชการและสิทธิประกนั ตน
การบริการเชิงรุก คือ การใหบ้ ริการในสถานประกอบการภายนอกโรงพยาบาล
3.สรุปผลงานโดยย่อ
โดยทวั่ ไปคนเราอาจจะมีโรค ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคทซี่ ่อนอยู่ ซ่ึงพบไดใ้ นทุกกลมุ่ วยั ต้งั แต่แรกเกิด
จนถึงวยั ผสู้ ูงอายุ ความผดิ ปกตทิ ซี่ ่อนอยนู่ ้ีจะไม่แสดงอาการในระยะแรก หรือระยะท่มี ีความรุนแรงนอ้ ยโรค
ภาวะเสี่ยงทซี่ ่อนอยนู่ ้นั กจ็ ะกลายเป็นโรคท่ีกาเริบหนกั และเกิดภาวะแทรกซอ้ นรา้ ยแรงตามมาในทส่ี ุด ในการ
ตรวจสุขภาพประจาปี เป็นกระบวนการพน้ื ฐานการสืบคน้ โรค คน้ หาความผดิ ปกติก่อนท่จี ะลุกลาม เร้ือรังจน
แสดงอาการ และส่งสญั ญาณเตือนเจา้ ของร่างกายใหด้ ูแลรักษา และการไดร้ บั การรกั ษาอยา่ งทนั ทว่ งที จะช่วยลด
ปัญหาท่จี ะนาไปสู่การสูญเสีย ท้งั ทางดา้ นสุขอนามยั ของร่างกายจติ ใจ และทางดา้ นเศรษฐกิจ รายละเอียดการ
ตรวจสุขภาพประจาปี กรมบญั ชีกลางน้นั ประกอบดว้ ย การตรวจร่างกายทว่ั ไป การตรวจเลือด การตรวจ
ปัสสาวะ การเอกเรยป์ อดและหวั ใจ การดาเนินงานตรวจสุขภาพเชิงรุกของโรงพยาบาลพทั ลุง เริ่มตน้ น้นั ใน
บริการตรวจร่างกายเบ้อื งตน้ เจาะโลหิตเก็บปัสสาวะนดั มาฟังผลตรวจสุขภาพในวนั อื่น แต่มีบางรายท่รี ับผล
ตรวจสุขภาพทางไปรษณียแ์ ละใบนดั กรณีผดิ ปกติโดยไม่เขา้ มาพบแพทย์ ต่อมาไดน้ ารถเอกเรยเ์ คลื่อนที่มาใช้
เพอื่ เพมิ่ ผลผลิต ตลอดจนเปลี่ยนกระบวนการทางานการสงั่ LAB ชุดตรวจมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการทางาน และแจง้
ผลตรวจกลบั หลงั แพทยส์ รุปผลตรวจ
4. ชื่อและท่ีอยู่ขององค์กร
นางศภุ ษา ธวชั เกียรติ พยาบาลวชิ าชีพ ชานาญการ
นายอดิศร ชุมคช นกั วชิ าการสาธารณสุข ชานาญการ
นางนนั ธยา สุขเนียม พยาบาลวชิ าชีพ ชานาญการ
กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลพทั ลุง
5.วตั ถุประสงค์
เพอื่ เพม่ิ ปริมาณผรู้ บั บริการตรวจสุขภาพ
6.ปัญหาหรือประโยชน์ทเ่ี ป็ นเหตุผลให้ควรพัฒนาโปรแกรม
ปัญหา การตรวจสุขภาพประจาปี เชิงรุกน้นั การจดั เตรียมใบซกั ประวตั แิ ละเจาะเลือดตอ้ งใชก้ ระดาษ
รายการLABมาบนั ทึกรายการตรวจแต่ละคน ข้นั ตอนการตรวจผรู้ ับบริการไม่มีทางเลอื กตอ้ งเขา้ มาขา้ งใน
โรงพยาบาล อยา่ งนอ้ ยเขา้ มาเอกเรย์ เม่ือเจาะเลือดเสร็จเจา้ หนา้ ทีต่ อ้ งการสงั่ LAB โดยเลือกแตล่ ะรายการท่ีตรวจ
ระบบฐานขอ้ มลู ก็เช่นกนั แยกจากระบบฐานขอ้ มูลโรงพยาบาล ไม่สามารถเชื่อมโยงกนั มีความจาเป็ นตอ้ ง
บนั ทกึ ท้งั ระบบงานอาชีวอนามยั และงานเวชระเบยี นอื่นๆ จากสภาพดงั กล่าว ทุกข้นั ตอนทาใหเ้ สียเวลา จึง
ประชุมปรึกษาหารือพฒั นาระบบงานข้ึนมาใหม่ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผรู้ บั บริการ โดยการนารถ
เอกเรยเ์ คลื่อนทีม่ าใชง้ านตรวจสุขภาพเชิงรุก ใชร้ ะบบฐานขอ้ มูลเดียวกนั กบั เวชระเบียน พฒั นาการบนั ทกึ โดย
การสงั่ LABเป็นชุดตามกลุ่มอายุ แจง้ ผลตรวจสุขภาพผา่ นมือถือและสรุปผลสุขภาพส่งในกรณีที่ผรู้ ับบริการไม่
ประสงคจ์ ะพบแพทย์
ประโยชน์/เหตุผลการพัฒนา จากสภาพปัญหาดงั กล่าว กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม การดาเนินงานรวดเร็ว
ยง่ิ ข้ึน ลดการบนั ทกึ ขอ้ มูลทไี่ ม่จาเป็น ลดกระดาษ ผรู้ ับบริการมีทางเลือกมากข้ึน
7.เป้ าหมายและขอบเขต
7.1 ปริมาณผรู้ บั บริการเพมิ่ ข้นึ ร้อยละ 10
7.2 การใหบ้ ริการคนไขต้ ่อรายขณะใหบ้ ริการตรวจสุขภาพเชิงรุก ไม่เกิน 5 นาที
7.2 ระยะเวลาส่งผลตรวจสุขภาพไม่เกิน 20 วนั คดิ เป็นร้อยละ 80
7.3 ความเส่ียงการส่งผลตรวจสุขภาพผดิ คนไม่เกินร้อยละ 2
7.4 ความพงึ พอใจผรู้ บั บริการไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80
8.กิจกรรมการพฒั นา
8.1 เน้ือเรื่องยอ่ (story Board) ภาพประกอบ แบบจาลอง หรือทฤษฎีทีเ่ กี่ยวขอ้ ง ตวั อยา่ งโปรแกรม
หรือผลงานที่ส่ือใหเ้ ห็นผลงานทพ่ี ฒั นาข้นึ
การพัฒนาคร้ังที่ 1 (เมย. - กย.2560)
1.ใบรายการLAB มาบนั ทึกรายการตรวจแต่ละคนเพอื่ กาหนดรายการตรวจ
2.การจดั เตรียมใบซกั ประวตั ิ โดยถ่ายเอกสาร ใหผ้ รู้ บั บริการเติมในช่องวา่ ง
3.ไม่มีรถเอกซเรย์ ผรู้ บั บริการตอ้ งมารับเอกเรยข์ า้ งในโรงพยาบาล
4.ส่งหลอดโลหิตพร้อมใหก้ ลุ่มงานพยาธิวทิ ยาบนั ทึกLAB
5.การบนั ทึกผลตรวจบนั ทกึ ลงฐานขอ้ มูลแยกจากฐานขอ้ มูลเวชระเบียน (Soft ware อาชีวเวช
กรรม)
6.การแจง้ ผลตรวจนดั รบั ผลตรวจขา้ งใน
7.ไม่มีการใหบ้ ริการแนะนาผลตรวจหรือสรุปผลแจง้ หน่วยงาน
จากการพฒั นาเร่ิมตน้ มีผมู้ ารบั บริการตรวจสุขภาพประจาปี 1,642 ราย จาก 22 หน่วยงาน
ระยะเวลาใหบ้ ริการ 5 นาทตี ่อราย (เตรียมLAB ซกั ประวตั ิ เจาะเลือด) ไม่มกี ารวดั ความพงึ พอใจ
ระยะเวลาส่งผลตรวจสุขภาพไม่เกิน 20 วนั คิดเป็ นรอ้ ยละ 75
การพัฒนาคร้ังที่ 2 (ตค.2560 - มคี .2561)
1.ใบรายการLABมาบนั ทึกรายการตรวจแตล่ ะคนเพอื่ กาหนดรายการตรวจ
2.การจดั เตรียมใบซกั ประวตั ิ โดยถ่ายเอกสาร ให้ผรู้ บั บริการเตมิ ในช่องวา่ ง
3.มีการใชร้ ถเอกซเรย์ บริการในที่ออกตรวจสุขภาพเชิงรุก (+)
4.ส่งหลอดโลหิตพร้อมและกลุ่มงานอาชีวเวชกรรมบนั ทกึ รายการส่งตรวจ
5.การบนั ทึกผลตรวจบนั ทกึ ลงฐานขอ้ มูลแยกจากฐานขอ้ มูลเวชระเบียน (Soft ware อาชีวเวช
กรรม)
6.การแจง้ ผลตรวจนดั รบั ผลตรวจขา้ งใน
7.ไม่มีการใหบ้ ริการแนะนาผลตรวจหรือสรุปผลแจง้ หน่วยงาน
ผลการพฒั นาคร้ังที่ 2 มีการเปลี่ยนแปลงขอ้ 3 และ 4 แต่ทาใหก้ ารส่งั LABตรวจยงั ล่าชา้
เนื่องจากตอ้ งสง่ั แต่ละรายการตรวจ ผรู้ ับบริการ 2,184 ราย จากจานวน 84 หน่วยงาน
การพัฒนาคร้ังที่ 3 (เมย. - กย. 2561)
1.ใบรายการLABมาบนั ทกึ รายการตรวจแต่ละคนเพอ่ื กาหนดรายการตรวจ เปลี่ยนเป็ นการสง่ั
LABล่วงหนา้ โดยกาหนดการตรวจเป็นชุด(+)
2.การจดั เตรียมใบซกั ประวตั ิ โดยถ่ายเอกสาร ใหผ้ รู้ ับบริการเติมในช่องวา่ ง เปลี่ยนเป็นนา
ขอ้ มูลจากฐานขอ้ มูลเวชระเบียนส่งใหผ้ รู้ ับบริการตรวจสอบ ลดการบนั ทึกของผรู้ บั บริการ(+)
3.มีการใชร้ ถเอกซเรย์ บริการในทอี่ อกตรวจสุขภาพเชิงรุก (+)
4.ส่งหลอดโลหิตพร้อมและกลุ่มงานอาชีวเวชกรรมบนั ทกึ รายการส่งตรวจLABเป็นตามอายุ
และประเภทการตรวจเพอ่ื ยนื ยนั ตามขอ้ ท่ี 1(+)
5.การบนั ทึกผลตรวจบนั ทกึ ลงฐานขอ้ มูลแยกจากฐานขอ้ มูลเวชระเบียน(Soft ware อาชีวเวชกรรม)
เปลี่ยนเป็ นฐานขอ้ มูลเดียวกนั กบั ฐานขอ้ มูลเวชระเบยี น ลดการบนั ทกึ ซ้าซอ้ น(+)
6.การแจง้ ผลตรวจนดั รับผลตรวจขา้ งใน เปลี่ยนเป็นสามารถเลือกรบั ผลตรวจสุขภาพไดท้ ้งั
ส่งผลตรวจ และรบั ภายในกลุ่มงานอาชีวเวชกรรม ตลอดจนสามารถรับผลตรวจเพม่ิ เติมจากApplication ผา่ น
โทรศพั ทม์ ือถือ(+)
7.มีการใหบ้ ริการแนะนาผลตรวจหรือสรุปผลแจง้ หน่วยงาน เปล่ียนเป็นหน่วยงานใดประสงค์
ท่ีจะใหบ้ ริการแจง้ ผลตรวจสุขภาพเป็ นหน่วยงานสามารถแจง้ ไดแ้ ละกลุ่มงานอาชีวเวชกรรมจะเขา้ ไปแนะนาผล
ตรวจสุขภาพประจาปี ในหน่วยงานน้นั ๆ (+)
การพฒั นาคร้งั ท่ี 3 พบวา่ มีการนาคอมพวิ เตอร์มาประยกุ ตก์ ารทางาน เช่นการสง่ั LABเป็นชุด
การเตรียมเอกสารก่อนตรวจตา่ งๆ มีทางเลือกของการแจง้ ผลตรวจสุขภาพ การบริการหลงั แจง้ ผลตรวจสุขภาพ
ประจาปี ดงั ตารางต่อไปน้ี ปริมาณผรู้ บั บริการ 2,471 ราย จานวน 76 หน่วยงาน การใหบ้ ริการคนไขต้ อ่ ราย
ขณะใหบ้ ริการตรวจสุขภาพเชิงรุก 3 นาที ระยะเวลาส่งผลตรวจสุขภาพไม่เกิน 20 วนั คดิ เป็นร้อยละ 85 ความ
เสี่ยงการส่งผลตรวจสุขภาพผดิ คน รอ้ ยละ 1.2 ความพงึ พอใจผรู้ บั บริการเชิงรุก คดิ เป็นรอ้ ยละ 87.50
8.2 เทคนิคหรือเทคโนโลยที ่ีใชแ้ ละรายละเอียดการพฒั นา
8.2.1 ใชฐ้ านขอ้ มูลเดียวกนั กบั งานเวชระเบยี นและสร้างLABชุดตามอายแุ ละสิทธิ
รกั ษาพยาบาล
8.2.3 มีรถเอกซเรยเ์ คลื่อนท่มี าใชง้ าน
8.2.3 ทางเลือกแจง้ ผลสุขภาพผา่ น Application มือถอื
9.การวดั ผลและผลของการเปล่ียนแปลง
9.1 ปริมาณผรู้ บั บริการจาก 1,642 ราย เป็น 2,471 เพม่ิ ข้นึ รอ้ ยละ 50
9.2 การใหบ้ ริการคนไขต้ ่อรายขณะใหบ้ ริการตรวจสุขภาพเชิงรุก 3 นาที (ในข้นั ตอนเตรียมLAB ซกั
ประวตั ิ และเจาะเลือด)
9.2 ระยะเวลาส่งผลตรวจสุขภาพไม่เกิน 20 วนั คิดเป็นรอ้ ยละ 85
9.3 ความเส่ียงการส่งผลตรวจสุขภาพประจาปี (ผดิ คน ผลตรวจผดิ ใบนดั ผดิ ) ร้อยละ 1.2
9.4 ความพงึ พอใจผรู้ ับบริการไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 87.5
10.บทเรียนที่ได้รับ
1.กระบวนการพฒั นางาน ควรเลือกหลายช่องทาง และเปิ ดโอกาสใหผ้ รู้ บั บริการมีสิทธิจะเลือกรับ
บริการ
2. การนาคอมพวิ เตอร์มาประยกุ ตก์ ารใชง้ าน เป็ นแนวทางการพฒั นาทีม่ ีการเชื่อมโยงของขอ้ มูล สืบคน้
ไดง้ า่ ย ตลอดจนสามารถเขียนเป็นสารสนเทศได้
ประโยชน์จากการพฒั นาและผลลพั ธ์อนื่ ๆ
การตรวจสุขภาพประจาปี เป็นการคน้ หาความเส่ียง รูก้ ่อนป้ องกนั ไดก้ ่อน กอ่ นที่สุขภาพจะอ่อนแอหรือ
เจบ็ ป่ วยตลอดจนนาไปสู่การส่งเสริมสุขภาพหน่วยงาน องคก์ ร เมื่อมีการพฒั นางานตรวจสุขภาพประจาปี การ
จดั เก็บขอ้ มูลอยา่ งมีระบบ
การพัฒนาอนาคต
ส่งผลเร็วข้นึ จาก 20 วนั เป็น 15 วนั แจง้ ผลตรวจสุขภาพประจาปี ในหน่วยบริการเพอ่ื ลดแออดั และ
เสียเวลาผมู้ ารับบริการ เพม่ิ ช่องทางด่วนแจง้ ผลเอกเรยจ์ ากกลุ่มงานรังสีวทิ ยามายงั กลุ่มงานอาชีวเวชกรรมใน
กรณีที่ผดิ ปกติทต่ี อ้ งไดร้ ับการรกั ษาพยาบาลเร่งด่วน
11. การติดต่อกับทมี งาน
ช่ือผสู้ ามารถติดต่อได้ นางศุภษา ธวชั เกียรติ และนางนนั ธยา สุขเนียม กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม
โรงพยาบาลพทั ลุง โทร 7220
๑. แบบฟอรมบทคดั ยอ ผลงาน
ประเภท Oral presentation
[ ] CQI (Clinic)
[] CQI (Non-Clinic)
[ ] R๒R
[ ] วจิ ยั ฉบบั สมบูรณ
๒. ประเภท หนว ยงาน
[ ] รพ.สต./ ศสม.
[ ] รพช.
[] รพท. / รพศ.
[ ] สสอ./สสจ.
๓. การนําเสนอผลงาน
[ ] ไมเ คยนําเสนอ เผยแพรม ากอ น
[ ] เคยเผยแพร (พฒั นาตอยอด)
ช่อื เรือ่ ง การพฒั นาระบบแจงเตอื น (POP-UP) ปอ งกันการไดรับยาในกลมุ ACEI และ ARB ซํา้ ซอ น
ผนู ําเสนอ ภก.อานภุ าพ รงุ เรอื งระยบั ตําแหนง เภสชั กรชาํ นาญการ
หนวยงาน กลุมงานเภสชั กรรม โรงพยาบาลหาดใหญ อาํ เภอ หาดใหญ จังหวดั สงขลา
มือถอื 0831842030
E-mail [email protected]
1. ชอื่ เร่อื ง การพฒั นาระบบแจง เตอื น (POP-UP) ปอ งกนั การไดรับยาในกลุม ACEI และ ARB ซาํ้ ซอน
2. ช่อื เจา ของผลงานและสงั กดั ภก.อานุภาพ รุงเรืองระยับ กลุม งานเภสชั กรรม โรงพยาบาลหาดใหญ
เปาหมาย : เพอ่ื พฒั นาระบบการคดั กรองการใชย าและปองกันการไดรับยาซํา้ ซอ นในกลุมยา ACEIs และ
ARBs และเพอ่ื ดําเนนิ การพฒั นาระบบเพอ่ื ใหเ กดิ ผลลพั ธต วั ชวี้ ดั งานพัฒนาระบบบรกิ ารสขุ ภาพสาขาการดแู ล
ใหมกี ารใชย าอยางสมเหตผุ ล ทด่ี ใี นระดบั โรงพยาบาลเพ่ือพฒั นาใหเ ปนโรงพยาบาลสง เสรมิ การใชย าอยา งสม
เหตผุ ล ผา นระดบั 3
3. บทนํา
โรคความดันโลหิตสูงเปนโรคไมตดิ ตอเรอ้ื รงั ทีพ่ บไดบอ ย และสามารถพัฒนาเปน โรคอื่นๆได การใชย า
ลดความดันโลหิตสูงมีบทบาทเปนอยางมาก ในการรักษาและปองกันภาวะโรคอื่นๆโดยเฉพาะยากลุม
Angiotensin-converting enzyme inhibitors (ACEI) และ Angiotensin II receptor antagonists (ARB)
ที่มีขอแนะนําใหใชในลําดับตนๆ อยางไรก็ตามการใชยาลดความดันโลหิตจําเปนตองมีการคํานึงถึงความ
ปลอดภัยการดําเนินงานผานแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพสาขาการดูแลใหมีการใชยาอยางสมเหตผุ ล
(SERVICE PLAN RDU) กําหนดใหมีตัวช้ีวัดท่ี 10:รอยละของผูปวยนอกโรคความดันเลือดสูงที่ใช RAS
blockage (ACEIs/ARBs/Renin inhibitor) 2 ชนดิ รวมกันในการรกั ษาโรคความดนั เลือดสูง กําหนดให
เปนรอยละ 0เนื่องจาก ยากลุม ACEIไดแ กยา Enalapril, Captopril, Ramipril เปนตนและ ARBไดแกยา
Losartan, Valsartan, Telmisartan, Irbesartan, Candesartan เปนตน โดยทงั้ สองกลุมเปนยาลดความดนั
ท่ีออกฤทธิ์ยับย้ัง renin-angiotensin system เหมือนกัน โดย ACEI ยับย้ังท่ี angiotensin-converting
enzyme สวน ARB ยับยงั้ ท่ี angiotensin II receptor ยาทั้งสองกลมุ ออกฤทธคิ์ ลา ยกนั จงึ มีผลขา งเคยี งตา งๆ
เหมอื นกัน ไดแก ความดันโลหติ ตํา่ โพแทสเซยี มในเลอื ดสงู ไตวาย
European Medicines Agency (EMA) ไดมคี าํ แนะนําวา ไมค วรใชยา ACE inhibitor รวมกับ ARB
อยา งพรา่ํ เพรอ่ื หากจําเปน ตอ งใชจ ริงๆควรใชโดยแพทยผูเชี่ยวชาญเฉพาะดา น และทําการตรวจติดตามการ
ทํางานของไต ระดบั โพแทสเซยี มในเลอื ดและความดนั โลหิตอยา งใกลช ดิ สอดคลองกับแนวทางการรักษาโรค
ความดนั โลหติ สูงในเวชปฏิบัติทวั่ ไป ประเทศไทย พ.ศ. 2562 มคี ําแนะนําวา ไมควรใช ACEIs รวมกับ ARBs
เนอื่ งจากไมมปี ระโยชนแ ละอาจกอใหเกิดอันตรายแกผปู วย
4. วสั ดแุ ละวธิ กี าร
- การดงึ ขอ มลู ผานฐานขอ มลู โรงพยาบาล พบมีการใชยากลมุ RAS โดยเฉพาะ Captopril ในหอ ง
ตรวจ Emergency จึงดําเนินการตดั ขอ มลู สวนของหอ งตรวจ Emergency ออก
- เนือ่ งจากการใชย าทง้ั 2 กลมุ รว มกนั มกี ารศกึ ษาเพอื่ หาผลประโยชนท างคลินกิ ในเรอ่ื งลด
Proteinuria ซึ่งการสงั่ ยารวมกนั อาจเปนความตอ งการของแพทยเ ฉพาะทาง หรอื อาจมสี าเหตมุ า
จากการเปลยี่ นกลมุ ยาแลว ไมไ ดห ยดุ ยาเดมิ (Medication errors) ได จงึ จําเปน ตองเรยี กขอ มลู
รายกรณเี พือ่ คน หาปญหา
- ระบบแจง เตือนผานโปรแกรมของโรงพยาบาล (PMK) โดยจะมี POP-UP ทกุ ครงั้ ทม่ี กี ารส่งั ยาท่ี
ลง รหสั ACEI หรอื ARB ดวยกัน เพ่ือใหง านบริการจา ยยาปรึกษากบั แพทยเ จาของไข
- เรยี กดขู อมลู HN ที่มกี ารสง่ั ใชย าทง้ั สองกลมุ รวมกัน และทาํ การสะทอนกลับขอ มูลแกแพทย
เจาของไขร ายบคุ คลผา นบนั ทกึ ขอ ความโดยประธานคณะกรรมการสงเสรมิ การใชย าอยางสม
เหตผุ ลโรงพยาบาลหาดใหญ
ACT Plan
- เรียกดแู ละวิเคราะหขอมูลจาํ แนกตาม - วางแผนตวั ช้ีวดั ระยะยาว
หอ งตรวจ HN แพทย ฯลฯ - ตองมีการเปลี่ยนกลยทุ ธเพราะตวั ชีว้ ัด
ตอ งเปน 0
Check Do
- ตรวจสอบตัวชี้วดั ทุกไตรมาส - สรางแบบ POP-UP แจงเตือน
- เกณฑ RDU ขัน้ 3 - ระบบขอ มลู สะทอนกลับรายบุคคล
ตวั อยา งระบบ POP-UP ในระบบ PMK
ตวั อยาง บนั ทกึ
ขอ ความแจงแพทยรายบุคค
5. ผลการวิจัย/ศกึ ษา
0.70% การคดั กรองขอมลู ER
0.60% ระบบ POP-UP
0.50%
0.40% ระบบสะทอ้ นขอ้ มลู
0.30%
0.20%
0.10%
0.00%
ตค.60-มีค.61 เมย.61-กย..61
ตค.61-มีค.62 เมย.62-กย..62
ต.ค.62-มี.ค.63
รอยละของผปู ว ยนอกโรคความดนั เลอื ดสูงทใ่ี ช RAS blockage (ACEIs/ARBs/Renin inhibitor) 2 ชนดิ
รวมกนั ในการรกั ษาโรคความดนั เลือดสงู
ตค.60-มคี .61 เมย.61-กย..61 ตค.61-มีค.62 เมย.62-กย..62 ต.ค.62-มี.ค.63
0.62% 0.20% 0.17% 0.11% 0.03%
6. สรุป
การพฒั นาระบบแจงเตอื น (POP-UP) ปอ งกันการไดรับยาในกลุม ACEI และ ARB ซาํ้ ซอน สามารถ
ชว ยลดการใชย าซาํ้ ซอนได
7. บทเรียนทไี่ ดร บั
- ไมสามารถตงั้ ระบบ Lock จายได เนือ่ งจากฐานขอ มลู โรงพยาบาล (PMK) จะโยงระบบกบั รหสั ยา
ในระดับตวั อกั ษร ยกตวั อยาง Enalapril ทม่ี ีรหัส คือ Eเมอื่ ทาํ การ Lock จะทําใหมยี าอ่ืนๆทีม่ ตี วั
E เปนองคป ระกอบในรหัสยาไดร บั การ Lock ไปดว ยและเปน อุปสรรคของการทํางานในระบบ
Drug interaction ซึง่ อาจพิจารณาปรบั
- ไตรมาสท่ี 2/63 มี 1 เคส ทหี่ ลดุ จากระบบคัดกรอง เม่อื เรยี กขอ มลู พบไดมีการตามเคสและทํา
การปรับเปลยี่ นรายการยาใหก ับผูปว ยแลว จงึ ทาํ ใหย อด Active case ปจจุบันเปน 0 เคส
ผลงานประเภท CQI – Non Clinic
(กลุม่ สสจ.- สสอ.)
ประเภทท่สี ่งเข้าประกวด CQI (non clinic)
ชือ่ เร่ือง การพฒั นาการดาเนินงานควบคุมยาสูบในพ้ืนทีอ่ าเภอเจาะไอร้อง
ผู้นาเสนอ นางสาวนรู ีซนั สหุ ลง ตาแหนง่ นกั วิชาการสาธารณสขุ ชานาญการ
สถานทีป่ ฏิบัติงาน สานักงานสาธารณสุขอาเภอเจาะไอรอ้ ง จงั หวัดนราธวิ าส
ท่ีมาของปญั หา
ตามทแี่ ผนยุทธศาสตร์การควบคุมการบรโิ ภคยาสูบ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งเน้นการดาเนินงาน
ใน 4 ยุทธศาสตร์ท่ีสาคัญ ได้แก่ การสร้างเสริมความเข้มแข็งและพัฒนาขีดความสามารถในการควบคุมยาสูบ
ของประเทศ การป้องกันมิให้เกิดผู้เสพรายใหม่ การช่วยผู้เสพให้เลิกใช้ยาสูบ และการทาสิ่งแวดล้อมให้ปลอด
ควันบุหรี่ การสบู บหุ รี่เป็นปัญหาต่อสุขภาวะทางกาย จิต สังคม ซึ่งผลกระทบจากส่ิงเหล่านี้ไม่ได้จากัดอยู่เพียง
ตัวผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงครอบครัว บุคคลรอบข้าง ทั้งในชุมชน สังคม และประเทศ ล้วนต้องมีส่วน
แบกรับภาระจากผลกระทบของการบริโภคยาสูบ ซึ่งก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆ และกว่าคร่ึงหน่ึงของผู้ท่ีติดบุหร่ี
ระยะยาวจะเสียชีวิตด้วยโรคอันเน่ืองมาจากการสูบบุหรี่ ปัจจุบันในประเทศไทย พบว่า การเพ่ิมจานวนผู้เลิก
บุหร่ี , การลดจานวนผู้กลับมาสูบซ้า และการลดปริมาณบุหร่ีท่ีบริโภคสาหรับผู้ท่ียังคงสูบบุหร่ี เป็นวิธีการท่ีดี
ท่ีสุดในการลดภาระโรคท่ีเกิดจากการสูบบุหร่ี (Dean et.al,2006) ฉะนั้น การสร้างเสริมพลังชุมชนและ
เครือข่ายเพื่อการบาบัดผู้เสพยาสูบโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยพัฒนาแนวทางปฏิบัติระดับชุมชน พัฒนาระบบ
การบาบดั ผูเ้ สพยาสบู พัฒนาระบบส่งต่อให้เช่ือมโยง การสร้างชุมชนและผู้นาให้เข้มแข็ง การพัฒนาศักยภาพ
บคุ ลากรและภาคีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องท่ีเป็นผู้ให้บริการเลิกยาสูบ และการเพิ่มความเข้มแข็งขององค์กร คุณภาพ
บริการในสถานบรกิ ารจึงมีความจาเปน็ อยา่ งยิ่งท่จี ะต้องมีการพฒั นาระบบบริการเลกิ บหุ รี่
จากผลการดาเนินงานคัดกรองผสู้ บู บหุ ร่ขี องอาเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ปี พ.ศ. 2561
พบว่า มีการทางานเชิงรับที่สถานบริการเพียงอย่างเดียว ทาให้พบอัตราผู้สูบบุหร่ีน้อย โดยในปี 2561
อัตราการคัดกรองผู้สูบบุหรี่จากผู้ท่ีมีอายุ 15 ปีข้ึนไปได้เพียง ร้อยละ 38.57 ซึ่งการดาเนินงานที่ผ่านมามีการ
รณรงค์การสร้างส่ิงแวดล้อมปลอดบุหร่ีอยู่บ้าง แต่ยังขาดความต่อเนื่องเท่าที่ควร ในปี 2562 หลังจากได้มีการ
ดาเนินงานพัฒนางานควบคุมยาสูบในพื้นที่อาเภอเจาะไอร้อง พบว่า อัตราการคัดกรองผู้สูบบุหร่ีจากผู้ท่ีมีอายุ
15 ปขี น้ึ ไดเ้ พ่มิ ขึน้ คดิ เป็น ร้อยละ 67.25 และพบมีผู้เข้าคลินิกเลิกสบู บุหรีเ่ พ่มิ ขน้ึ
ดังนั้น การควบคุมการสูบบุหร่ีโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน การสร้างภาคีเครือข่ายขับเคล่ือน การ
ดาเนนิ การในระดบั ชมุ ชน และขยายพื้นที่การดาเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นท่ี มุ่งเน้นใช้กลยุทธ์การสร้างเสริม
สุขภาพของกฎบัตรออตตาวาเพ่ือให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกัน มีความตระหนักในพิษภัยของบุหรี่ ได้อยู่ใน
ส่ิงแวดล้อมที่ไม่เอ้ือต่อการสูบบุหรี่ และมีการปรับสิ่งแวดล้อมทั้งท่ีเป็นสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและมาตรการ
เชิงนโยบายของสังคมเพ่ือสร้างสภาพแวดล้อมท่ีปลอดภัยกับผู้ไม่สูบและไม่เอ้ือต่อการเข้าถึงบุหร่ีได้ง่าย เน้น
การจัดบริการเชิงรุกเพ่ือให้ผู้สูบหรี่ได้เข้าถึงบริการ การจัดกิจกรรมให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และให้ชุมชนมีส่วน
ร่วมในการร่วมสร้างนโยบายและมาตรการของชุมชน และการร่วมดาเนินงานอย่างเข้มแข็งเพื่อให้เกิด
ประสิทธิผล และการสร้างการรับรู้และความตระหนักถึงพิษภัยของบุหร่ีและควันบุหรี่มือสองและการสร้าง
ส่ิงแวดล้อมที่ไม่เอ้ือต่อการสูบบุหรี่ มีผลต่ออัตราการลด/เลิกการสูบบุหร่ี หรือกลับไปสูบใหม่ อันจะลด
ผลกระทบต่อความสูญเสียอันเนื่องมาจากสูบบุหรี่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสุขภาพ โดยจะลดอัตราการ
เจ็บป่วยและการตายจากโรคท่ีมีสาเหตุจากการสูบบุหรี่ นอกจากน้ียังเป็นประโยชน์ต่อการกาหนดแนวทางใน
การดาเนินงานควบคุมบุหรี่ในชมุ ชนอยา่ งมีประสิทธภิ าพและย่งั ยนื ต่อไปได้ในท่ีสุด
ดา้ นเจา้ หน้าท่ี 20 % ด้านกระบวนการ 20 %
การคัดกรอง - ขาดการใหค้ วามรูเ้ ชิงรกุ เนน้ เชงิ รับใน - ขาดการประชาสมั พันธอ์ ยา่ งทว่ั ถึง
ผูส้ บู บุหรแ่ี ละ สถานบริการอยา่ งเดียว - ขาดการตดิ ตามผู้สบู บุหร่ี
การเขา้ ถงึ ผู้
ต้องการเลิก - ขาดการตดิ ตามการดาเนินงานบหุ ร่ีในรพ.สต.
บหุ รนี่ อ้ ย
- รพสต.ขาดระบบการดาเนินงานคลนิ ิกบหุ รี่ทช่ี ัดเจน - ขาดความตระหนกั อนั ตรายของบหุ รี่
- เจ้าหนา้ ที่รพ.สต.ขาดทักษะการให้คาปรึกษา - ประชาชนคิดว่าการเลกิ บหุ รมี่ คี วามยากลาบาก
- อสม.ขาดทกั ษะการคัดกรองและการให้คาปรึกษา
- รพสต.ยังไม่มพี ื้นทส่ี าหรับคลนิ กิ บหุ รีท่ ่ี ดา้ นประชาชน 20 %
เป็นสดั สว่ นเพยี งพอ
ด้านภาคีเครือข่าย 40 %
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพื่อพฒั นาบคุ ลากรในการเป็นเครอื ขา่ ยดาเนินงานลดการสูบบุหรี่ในชุมชน
2. เพือ่ ใหม้ กี ารคัดกรองผสู้ ูบบุหร่ใี นเชงิ รุกเพม่ิ ขน้ึ
ขน้ั ตอนการแกป้ ัญหา
ดา้ น ปัญหา แนวทางการแกป้ ัญหา
เจ้าหนา้ ท่ี
1.ขาดการให้ความรู้เชิงรุก เน้นเชิงรับในสถาน 1.ลงพ้ืนที่เชิงรุกให้มากขึ้น โดยบูรณาการออกพ้ืนท่ี
บรกิ ารอยา่ งเดียว รว่ มกบั งานอ่ืนๆ
2.ขาดการตดิ ตามการดาเนนิ งานบุหร่ใี นรพ.สต. 2.ติดตามดาเนินงานโดยจัดประชุมและแลกเปลี่ยน
เรยี นรูร้ ่วมกนั ระหวา่ งเจา้ หน้าที่ ไตรมาสละ 1 ครัง้
กระบวนการ 1. ขาดการประชาสมั พันธอ์ ย่างทว่ั ถงึ 1.ทาบอร์ด/ป้ายไวนิล ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ศูนย์รวม
2. ขาดการตดิ ตามผ้สู ูบบุหร่ี เช่น ท่ีรา้ นนา้ ชา รา้ นค้า ท่ีประชุม
2.ทาทะเบียนตดิ ตามผเู้ ขา้ คลินกิ บุหรภ่ี าพรวมอาเภอ
ภาคี 1.รพ.สต.ขาดระบบการดาเนินงานคลินิกบุหร่ีที่ 1.สร้างระบบการดาเนินงานคลินกิ บุหร่เี ชิงรุกเพ่ิมขน้ึ
เครือข่าย
ชัดเจน 2.ประสานงานกลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติดจาก
2.เจ้าหน้าท่ีรพ.สต.ขาดทักษะการใหค้ าปรึกษาผู้ โรงพยาบาลแม่ข่าย training การให้คาปรึกษาการเลิก
ตอ้ งการเลิกสบู บุหร่ี บหุ รี่
3.อสม.ขาดทักษะการคัดกรองและการให้ 3.จัดอบรมให้ความรู้ อสม.ในการชว่ ยชุมชนเลกิ บุหรี่
คาปรกึ ษา 4.ให้ทกุ รพ.สต.จัดมุมให้คาปรึกษาผู้ต้องการเลิกบุหร่ีให้
4.รพสต.ยังไมม่ ีพื้นทีส่ าหรบั คลินกิ บุหร่ที ่เี ป็น เปน็ สดั สว่ นและค่อนขา้ งมดิ ชิดไมม่ ีเสยี งรบกวน
สัดส่วนเพียงพอ
ดา้ น ปัญหา แนวทางการแกป้ ญั หา
ประชาขน
1.ขาดความตระหนกั อันตรายของบุหร่ี 1.เพ่ิมการสุขศึกษาประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนในพ้ืนที่
2 . ป ร ะ ช า ช น คิ ด ว่ า ก า ร เ ลิ ก บุ ห รี่ มี ค ว า ม เน้นเร่ืองโทษและพิษภัยบุหรี่ ท้ังท่ีเป็นเอกสารและ
ยากลาบาก มลั ตมิ เี ดีย
2.แนะนาวธิ กี ารเลิกบหุ รี่หลากหลายรูปแบบ
3.อธิบายให้เห็นถึงประโยชน์รอบด้านหากเลิกบุหร่ี
สาเร็จ
ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน PDCA ACT
PLAN - เกิดการขับเคลอื่ นงานคลินิกลด ละ เลกิ บุหรี่ โดย
บูรณาการการลงพืน้ ทีเ่ ชงิ รกุ ร่วมกบั งานอน่ื ๆ
-จัดทาแบบคดั กรองการติดบุหรแี่ ละแบบชว่ ยเหลอื ผู้ - เกิดการฟ้นื ฟูศักยภาพเจ้าหนา้ ที่ และอสม.ในการ
ต้องการเลกิ สูบบุหรี่ ดาเนินงานควบคุมยาสูบ
-จัดอบรมเจา้ หนา้ ทรี่ พ.สต. และ อสม.ช่วยชมุ ชนเลกิ
บหุ รี่
-แบง่ กล่มุ ผู้สูบบุหร่ี เปน็ 3 กลุม่ ได้แก่ ผู้ทตี่ ้องการลด
บหุ รี่ , ผู้ต้องการละบุหร่ี และผูต้ ้องการเลิกบหุ รี่
DO CHECK
- การลงพืน้ ท่ีเชงิ รุกในการคัดกรองผ้สู ูบบุหรี่และเชญิ - อัตราผูไ้ ด้รับการคดั กรองบุหร่ีเพมิ่ ขน้ึ
ชวนผตู้ อ้ งการเลิกสูบบุหร่ีเข้าคลนิ ิกเลกิ สบู บหุ ร่ี - อตั ราผู้สบู หรีเ่ ข้าคลินกิ เลิกสบู บหุ รี่ท่ี รพ.สต.เพม่ิ ขึ้น
- อบรมทกั ษะการให้คาปรกึ ษาแกเ่ จา้ หนา้ ทรี่ พ.สต. - อตั ราผูต้ อ้ งการลด ละ เลิกบุหร่เี พ่มิ ขนึ้
ผรู้ บั ผดิ ชอบงาน
- อบรม อสม.ชว่ ยชุมชนเลิกบหุ รี่และเปน็ เครือขา่ ยชว่ ย
ติดตามผู้ลดละเลิกบุหร่ีได้สาเรจ็
วธิ ีการ/กิจกรรมทด่ี าเนนิ การ
ระยะก่อนดาเนินการ
1. วิเคราะห์สภาพแวดล้อม สภาพพื้นท่ี สภาพปัญหา และข้อมูลพฤติกรรมผู้สูบบุหร่ี ร่วมกันระหว่าง
เจ้าหนา้ ทแ่ี ละอาสาสมคั รสาธารณสขุ และตวั แทนแกนนาชุมชน
2. สร้างทีมเครือข่ายดาเนินงาน ประกอบด้วย เจ้าหน้าท่ีสาธารณสุข อสม. แกนนาชุมชน กลุ่มสตรี/
แม่บา้ น และผู้นาศาสนา
ระยะดาเนินการ
1. จัดตารางแผนการออกคัดกรองโดยบูรณาการงานให้บริการคัดกรองผู้สูบหรี่ กับงานคัดกรองโรค
เร้อื รังและงานอื่นๆในเชิงรุก
2. ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนผู้ต้องการเลิกสูบหรี่ให้เข้ารับบริการที่สถานบริการสาธารณสุข ในท่ี
ประชมุ กานนั ผูใ้ หญบ่ า้ น , เวทสี ภาสันติสุข ฯลฯ
3. จดั อบรม “อสม.ช่วยชุมชนเลิกบุหรี่” เพื่อเป็นเครือข่ายร่วมดาเนินงานและติดตามผู้สูบบุหร่ีให้เกิด
ประสทิ ธิผลมากขึ้น โดยมีการกิจกรรมดาเนนิ งาน ดงั น้ี
3.1 กจิ กรรมสอนการคดั กรองผู้สบู บุหรตี่ ามแบบฟอร์ม Fagerstrom score เพื่อประเมนิ
ภาวะติดนโิ คตินของผูส้ ูบบหุ รท่ี าให้สามารถแยกประเภทผูส้ ูบบหุ ร่ี และแบบคดั กรองการติดบุหรแ่ี ละแบบ
ช่วยเหลอื ผตู้ อ้ งการเลกิ สบู บุหรี่
3.2 กจิ กรรมให้ความร้เู รอื่ งโทษและพิษภัยบหุ ร่ี
3.2 กิจกรรมสอนการนวดกดจุดสะท้อนเท้า ของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สานักงานกองทุน
สนับสนนุ การสร้างเสรมิ สุขภาพ และใชว้ ดิ ีโอประกอบการบรรยาย
4.อบรมเจ้าหน้าที่รพ.สต.ผู้รับผิดชอบงานควบคุมยาสูบ โดยกลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติดจาก
โรงพยาบาลแม่ขา่ ยในการใหค้ าปรึกษาและเพ่ิมทักษะการติดตามผสู้ บู บหุ รีใ่ หเ้ กดิ ผลสาเรจ็
5.ขบั เคล่อื นกระบวนการดาเนนิ งานคลนิ ิกบุหรี่ในทกุ รพสต.
5.1 ประชาสมั พนั ธค์ ลนิ กิ เลกิ บหุ รใ่ี นรพ.สต. ซึง่ ประกอบด้วย การใหค้ าปรึกษา, การสรา้ ง
แรงจูงใจ ,การบาบัดด้วยการจ่ายยาสมุนไพร และการตดิ ตามต่อเนอ่ื ง
5.2 จัดตารางกาหนดวนั ให้บริการคลินิกเลิกบหุ ร่ใี นรพ.สต. และวนั ออกบริการเชิงรกุ ในชุมชน
โดยมีการอบรมให้ความรู้พิษภัยบุหรี่ , ตรวจสมรรถภาพปอด การให้คาปรึกษา และเชิญชวนเข้าคลินิกบุหร่ีท่ี
รพ.สต.โดยการ brief advice
5.3 จดั มมุ ใหค้ าปรกึ ษาผเู้ ลกิ สูบบหุ รี่ให้เป็นสดั สว่ นในทกุ รพ.สต.
6. ขับเคล่ือนการสร้างสิ่งแวดล้อมท่ีไม่เอ้ือต่อการสูบบุหรี่ โดยการติดป้ายห้ามสูบบุหร่ีในพ้ืนท่ีห้ามสูบ
บหุ รต่ี ามกฎหมาย ไดแ้ ก่ สถานศึกษา ศาสนสถาน ร้านค้า รา้ นอาหาร สถานที่สาธารณะ(สถานีรถไฟ,สนามเด็ก
เล่น ฯลฯ)
7. จัดเวทีประชาคมและจัดทา MOU ร่วมกับแกนนาชุมชนต่างๆ และผู้นาศาสนา ในการขับเคล่ือน
ชุมชนลดละเลิกบหุ ร่ี
ระยะหลงั ดาเนนิ การ
1. สรุปผล ประเมินผล จากความครอบคลุมการคัดกรองผู้สูบบุหร่ี การช่วยเลิก มีการสรุปถอด
บทเรยี นหลังการดาเนนิ งานรว่ มกัน
ตวั ชีว้ ดั
1. อัตราผ้มู ีอายุ 15 ปขี ึ้นไป ไดร้ บั การคัดกรองบหุ ร่ี มากกว่ารอ้ ยละ 60
2. อตั ราผู้สูบบุหร่ีเข้าคลนิ กิ เลิกบุหรี่เพม่ิ ขึน้ จากปีทผี่ ่านมา
3. จานวนผู้เลกิ สบู บหุ รส่ี าเรจ็ เพม่ิ ขนึ้ จากปที ผ่ี า่ นมา
ระยะเวลา
มกราคม – กนั ยายน 2562
Flow chart การดาเนนิ การคลนิ ิกเลิกบุหรใ่ี นชุมชน
ประชาสมั พันธค์ ลินิกเลกิ บุหร่ใี นรพสต. สุขศึกษาประชาสัมพันธ์ ติดป้ายรณรงคเ์ ลิกบหุ ร,ี่ ป้ายพิษภยั บหุ รjี
ในเวทีประชุมตา่ งๆ เช่น ประชุมกานัน ในชมุ ชนและทีส่ าธารณะ
ผู้ใหญบ่ ้าน สภาสนั ติสขุ
อบรมเจ้าหนา้ ที่ และอสม.ช่วยลิกบุหร่ี
ออกหน่วยบริการในชุมชน การคดั กรองผสู้ ูบบุหรใ่ี นชมุ ชน การบูรณาการคดั กรองผสู้ บู
หลังละหมาดวนั ศกุ ร์ บุหร่ีรว่ มกับงานอื่นๆ
ผูส้ ูบบุหรี่ไดร้ บั การบาบัด
จดุ ให้บริการในรพสต.
ไมเ่ คยสบู เคยสบู แตเ่ ลกิ แล้ว สบู อยู่ อสม.ช่วยเลิกบุหร่ี
-ใหค้ าปรึกษา
-นวดกดจดุ สะทอ้ นเทา้
ป้ องกนั ไมใ่ ห้เร่ิมสบู แนะนาให้เลกิ โดยเดด็ ขาด (A2)
ป้ องกนั การกลบั ไปสบู ซา้
ประเมินความรุนแรงและความ
ประสงค์ในการเลกิ (A3)
ต้องการเลกิ ไมต่ ้องการเลกิ
บาบดั รักษา (A4) สร้างแรงจงู ใจ (A5)
ติดตาม
ผลการดาเนินงานคัดกรองผู้สูบบุหร่ีในผู้ท่ีมีอายุ 15 ปีขึ้นไป ปี 2561- 2562 อาเภอเจาะไอร้อง
จงั หวดั นราธิวาส
ปงี บประมาณ จานวนผมู้ อี ายุ จานวนผูไ้ ดร้ บั ร้อยละ จานวนผู้สบู รอ้ ยละ
15 ปขี ้ึนไป การคดั กรองบหุ ร่ี บุหรี่
2561 16,942 6,535 38.57 1,864 28.52
2562 17,390 11,694 67.25 4,142 35.41
ผลการดาเนนิ งานท่ีเกดิ ข้นึ ผลงานปี 2561 ผลงานปี 2562
38.57 % (6,535) 67.25 % (11,694)
การประเมินผล 28.52 % (1,864) 35.41 % (4,142)
1. อตั ราผู้มอี ายุ 15 ปขี นึ้ ไปไดร้ บั การคดั กรองการสบู บุหร่ี 32 คน 235 คน
2. อัตราคดั กรองพบผสู้ ูบบุหร่ี 22 คน 126 คน
3. จานวนผ้สู บู บหุ ร่เี ขา้ คลนิ กิ เลิกบุหรี่ 15 คน 56 คน
4. จานวนผู้เลกิ สบู สาเร็จ สาเรจ็ 1 เดอื น 2 คน 28 คน
5. จานวนผู้เลิกสบู สาเรจ็ สาเร็จ 3 เดือน
6. จานวนผ้เู ลกิ สูบสาเร็จ สาเรจ็ 6 เดือน - 36.87 % (52)
7. ร้อยละของอสม. มีความรู้มากกว่าร้อยละ 80 (จาก - 86.52 % (122)
การอบรม อสม.ช่วยเลิกบหุ รี่)
7.1 ก่อนการอบรม
7.2 หลงั การอบรม
บทเรียนท่ีได้รบั
1. ชมุ ชนตอ้ งเปน็ ศนู ยก์ ลางในการแก้ปญั หา
2. บุคคลในครอบครวั ผ้สู ูบบุหร่จี ะมสี ว่ นสาคัญมากในชักจงู ผสู้ บู บหุ ร่ใี ห้เลกิ บหุ ร่ี
3. การดาเนนิ งานจะบรรลปุ ระสิทธผิ ลมากขน้ึ หากมรี ะบบการดาเนนิ งานท่ีชดั เจน
ปญั หาและอปุ สรรค
1. อสม.ไมส่ ามารถเขา้ รว่ มการอบรมไดท้ กุ คนเน่ืองด้วยตดิ ภารกิจและมีความถนัดไม่เหมือนกัน
2. ขาดคู่มือแนวทางการดาเนินงานที่ชัดเจนเป็นรูปเล่ม ทาให้งานล่าช้าเนื่องด้วยต้องมีการ
ประสานงานตลอด
3. ทัศนคตขิ องผู้สบู บหุ รค่ี ดิ วา่ การเลิกบหุ รเ่ี ปน็ เร่ืองยากและเป็นปัญหาอปุ สรรค
โอกาสในการพฒั นาต่อเน่อื ง
1. ฟ้ืนฟศู ักยภาพอสม.ให้ครบทุกคน เพอื่ เปน็ เครอื ข่ายดาเนินงานไห้ครอบคลุมในชุมชน
2. สร้างกระบวนการมีสว่ นร่วมของชุมชนและแกนนาต่างๆ อยา่ งตอ่ เนือ่ ง
3. ติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เลิกบุหรี่ เน่ืองจากเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยระยะเวลาและการ
ปฏบิ ัติอยา่ งต่อเน่อื ง จึงควรมกี ารศึกษาติดตามต่อไปเปน็ เวลา 3 6 9 12 เดอื น
4. จัดทาคูม่ ือคัดกรองและให้คาปรกึ ษาให้เปน็ ไปตามมาตรฐาน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ภาพกิจกรรม
การประกวดผลงานวิชาการ สานักงานสาธารณสขุ จังหวัดพทั ลงุ
ประเภท Oral presentation
1. [ ] เร่ืองเล่า 2. [ ] CQI (Clinic) 3.[√ ] CQI (Non-Clinic)
ประเภทหน่วยงาน หนว่ ยงาน:
1. [ ] รพ.สต./ ศสม. 2. [ ] รพช. 3.[ ] รพท./รพศ. 4. [√] สสอ./สสจ.
การเสนอผลงาน:
[√] ผลอันดับรางวลั ทีไ่ ดข้ อง สสจ- สสอ. /รพศ.-รพท. /รพช /รพ.สต.-ศสม.
3.1 [√] ชนะเลศิ 3.2 [ ] รองฯ 1 3.3 [ ] รองฯ 2 3.4 [ ] ชมเชย
ชอื่ เรอื่ ง:
การพฒั นาระบบการดาเนนิ งานควบคุมและปอ้ งกันโรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์
ในกลมุ่ พนักงานรา้ นคาราโอเกะ อาเภอศรบี รรพต จงั หวดั พทั ลุง
สมาชกิ ทีม :
1.นายเดน่ ดงั จาเรญิ นกั วิชาการสาธารณสขุ ชานาญการ
โทร.0862881869 E-mail [email protected] (ผู้นาเสนอ)
2.นายไชยวุฒิ ชนะพล นักวชิ าการสาธารณสุขชานาญการ โทร.0812735929
3.นายบุญยา แกว้ ขนุ ทองนกั วิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ โทร. 0807118316
หน่วยงาน:
สานักงานสาธารณสุขอาเภอศรีบรรพต จังหวดั พทั ลุง
บทคดั ย่อ
อาเภอศรีบรรพต ได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบการดาเนินงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธใ์ นกลุ่มพนักงานร้านคาราโอเกะ ตั้งแต่ ปี 2559 - 2563 โดยใช้กลยุทธ์การควบคุมโรค
แบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ควบคู่กับการดูแลรักษาโรคตามมาตรฐาน
เพื่อพัฒนาระบบการป้องกัน ควบคุมและรักษาแบบครบวงจร โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าท่ี
ผู้รับผิดชอบงาน พนักงานและเจ้าของร้านคาราโอเกะ เก่ียวกับการควบคุมและป้องกันโรค มีการ
นาเสนอสถานการณ์โรคทุกเดือน ลงพื้นท่ีตรวจเลือดพนักงานร้านคาราโอเกะ และตรวจมะเร็ง
ปากมดลูก การติดตามคู่นอนของผู้ป่วยมารับการรักษา รวมท้ังมีการดาเนินงานควบคุมและป้องกัน
โรคภายใต้ การทางานแบบมีส่วนร่วมท้ังบุคลากร ในโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล
สานักงานสาธารณสุขอาเภอ เจ้าพนักงานปกครอง รวมถึงภาคีเครือข่ายผู้นาชุมชน เพื่อพัฒนาแนว
ทางการดาเนินงานและมีระบบติดตามการดาเนินงาน ครอบคลุมทุกขั้นตอน จากผลการดาเนินงาน
พัฒนาระบบการดาเนินงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในกลุ่มพนักงาน
ร้านคาราโอเกะ ต้ังแต่ปี 2559 – 2563 สามารถทาให้ผู้ป่วยกล้าท่ีจะเข้าสู่กระบวนการ รักษามากข้ึน
คู่นอนของผู้ป่วย ได้รับการรักษา รวมทั้งพนักงานร้านคาราโอเกะได้รับการตรวจ HIV ปีละ 2 คร้ัง
และตรวจมะเรง็ ปากมดลูกครบทุกคน และมีอัตราการใช้ถุงยางอนามยั เพมิ่ ขึ้น
การพัฒนาระบบการดาเนนิ งานควบคุมและปอ้ งกนั โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พันธ์
ในกลุ่มพนักงานรา้ นคาราโอเกะ อาเภอศรีบรรพต จงั หวัดพทั ลงุ
1. ช่อื ผลงาน/โครงการพัฒนา : การพฒั นาระบบการดาเนินงานควบคุมและป้องกนั โรคติดต่อ
ทางเพศสมั พนั ธใ์ นกลุ่มพนกั งานรา้ นคาราโอเกะ อาเภอศรีบรรพต จังหวัดพทั ลงุ
2. ผู้นาเสนอ :
1.นายเดน่ ดัง จาเรญิ นักวิชาการสาธารณสขุ ชานาญการ
2.นายไชยวฒุ ิ ชนะพล นักวิชาการสาธารณสขุ ชานาญการ
3.นายบญุ ยา แก้วขุนทองนกั วชิ าการสาธารณสขุ ปฏบิ ัติการ
3. บทนา :
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในอาเภอศรีบรรพตที่พบบ่อย คือ ซิฟิลิส โกโนเรีย หูดหอนไก่
หนองใน เป็นต้น จากสถิติในระบบรายงานระบาดวิทยา พบว่า กลุ่มท่ีป่วยด้วยโรคเหล่านี้ ส่วนหนึ่ง
เป็นพนักงานในร้านคาราโอเกะ ซ่ึงพนักงานเหล่านี้บางรายไม่มีการป้องกันตนเองเมื่อมีเพศสัมพันธ์
จึงเป็นสาเหตุหน่ึงของการกระจายของโรคในกลุ่มนักเท่ียวกลางคืน และเมื่อมีอาการของโรคผู้ป่วย
จะปกปิดและซ้ือยากินเองและกินยาไม่ถูกต้องจึงไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาด ประกอบกับ
ไม่สามารถติดตามคู่นอนของผู้ป่วยมารับการรักษาได้ จากการติดตามพบว่าสภาพปัญหาท่ีเกิดขึ้น
ในการดาเนินงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มพนักงานร้านคาราโอเกะ
อาเภอ ศรีบรรพต จังหวัดพทั ลุง จาแนกรายด้านดังนี้
-2-
จากสภาพปัญหาพบว่า หากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่มีระบบการดาเนินงาน
ตามมาตรฐานที่ชัดเจนและไม่ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ให้ทันสมัยและไม่มีการประสานงาน
กับพนักงานและเจ้าของร้านคาราโอเกะ จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการควบคุมและป้องกันโรคทาให้
เกิดการระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในที่สุด และหากพนักงานร้านคาราโอเกะ ไม่มีความรู้
ความเข้าใจท่ีถูกต้องจะส่งผลให้มีการมีเพศสัมพันธ์ท่ีไม่ปลอดภัยซ่ึงนาไปสู่การเกิดโรคติดต่อทาง
เพศสัมพนั ธใ์ นวงทกี่ ว้างข้ึน
4. วธิ ีการ :
สานักงานสาธารณสุขอาเภอศรีบรรพต ใช้กระบวนการ PDCA ในการพัฒนางานอย่างต่อเน่ือง
โดยใชก้ ระบวนการดังนี้
1.รวบรวมข้อมลู ปญั หาสุขภาพระดับคปสอ.
2.จัดลาดับความสาคัญของปัญหา พบว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นของโรคท่ีต้องได้รับ
การแก้ไข และพนักงานร้านคาราโอเกะเปน็ กลุ่มเส่ยี งต่อการเกดิ โรคมากวา่ บุคคลโดยทวั่ ไป
3.ประชมุ ทีมเพื่อวางแผนในการพัฒนาระบบติดตามการดาเนินงาน
4.ดาเนินการตามแผนทีว่ างไว้
5.สรปุ และประเมินผลการดาเนินงานในแตล่ ะปี
6.ทบทวนกระบวนงานท่ีเป็นปัญหาและวางแผนเพ่ือแก้ปัญหาในปีต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์คือ
ลดอัตราป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มพนักงานร้านคาราโอเกะ อัตราการใช้ถุงยางอนามัย
ในพนักงานเพิ่มข้ึน ภาคีเครือข่ายร่วมกันป้องกันโรค (รายละเอียดกระบวนการในแต่ละปีนาเสนอ
ในหวั ข้อผลการดาเนินงาน)
5. ผลการศกึ ษา
ปี อตั ราปว่ ย ร้อยละการตรวจ ร้อยละการใช้ถุงยาง จานวนภาคี
(รอ้ ยละ เมื่อเทียบ เลือด ของพนักงาน อนามัย ของพนักงาน เครือข่าย
กบั จานวน ร้านคาราโอเกะ รา้ นคาราโอเกะ รว่ มดาเนนิ การ
พนักงาน) (สารวจปีละ1 ครั้ง)
2559 14.12 61.11 20.63 0
2560 16.58 75.00 51.24 0
2561 21.24 87.50 49.12 2 กลมุ่
2562 16.62 92.86 61.20 3 กลมุ่
2563 10.22 100.00 72.54 4 กล่มุ
-3-
สรุปผลการดาเน
ปี purpose process performance
2559 -อตั ราปว่ ยร้อยละ< 21.24 -จดั ประชุมคณะทางาน -อตั ราปว่ ยร้อยละ 14.12
- ตรวจเลือดโดยสมคั รใจ -ตรวจเลอื ดรอ้ ยละ 61.11
ของแต่ละบคุ คลเพิ่มขึ้น -ใชถ้ งุ ยางอนามัยรอ้ ยละ 20.63
-ใชถ้ งุ ยางอนามัยเพิ่มขน้ึ -ไมม่ ีภาคเี ครือขา่ ยร่วมดาเนินง
-ภาคีเครอื ขา่ ยมสี ว่ นรว่ ม -รักษาหายร้อยละ 100.00
2560 -อตั ราป่วยร้อยละ< 21.24 -จั ด อ บ ร ม ใ ห้ ค ว า ม รู้ แ ล ะ อัตราปว่ ยรอ้ ยละ 16.58
- ตรวจเลอื ดโดยสมคั รใจ ปรับเปลี่ยนทัศนคติแก่จนท . -ตรวจเลือดร้อยละ 75.00
ของแตล่ ะบคุ คลเพิ่มขึ้น ผูร้ บั ผิดชอบงาน -ใชถ้ งุ ยางอนามยั ร้อยละ 51.2
-ใชถ้ งุ ยางอนามยั เพิ่มขน้ึ -ปรับเปลยี่ นเวลานดั ตรวจเลือด -ไมม่ ภี าคเี ครอื ขา่ ยรว่ มดาเนิน
-ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วม เป็นช่วงเยน็ นอกเวลาราชการ -ผู้ เ ข้ า อ บ ร ม มี ค ว า ม รู้ เ พ
-ต้ังจุดบริการถุงยางอนามัยใน ร้อยละ88.00
โรงพยายาลและรพ.สต. -รกั ษาหายรอ้ ยละ 100.00
2561 -อัตราป่วยรอ้ ยละ< 21.24 - เจ้าหนา้ ท่ลี งพื้นท่ีตรวจใน ร้าน -อัตราปว่ ยรอ้ ยละ 21.24
- ตรวจเลือดโดยสมคั รใจ คาราโอเกะชว่ งประมาณ 16.00น. -ตรวจเลือดร้อยละ 87.50
ของแต่ละบุคคลเพ่มิ ข้นึ - นาถงุ ยางไปแจกทีร่ ้าน -ใชถ้ งุ ยางอนามัยรอ้ ยละ 49.12
-ใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขนึ้
-ภาคเี ครอื ข่ายมสี ่วนรว่ ม - จัดอบรมเจ้าของร้านและ -มีภาคีเครือข่ายร่วมดาเนินง
พนกั งานทีโ่ รงพยาบาลชว่ งเชา้ กลุ่มคือ NGO ด้านเอดส์ และ
มีส่วนร่วมในการลงพ้ืนท่ีในการ
- จั ด อ บ ร ม ใ ห้ ค ว า ม รู้ แ ล ะ เลือดและแจกถุงยางอนามยั
ป รั บ เ ป ลี่ ย น ทัศ น ค ติ แ ก่ ภ า คี
เครือข่าย -สถานบริการใหค้ วามรว่ มมือ 1
-ผู้ เ ข้ า อ บ ร ม มี ค ว า ม รู้ เ พ
รอ้ ยละ 82.22
-รักษาหายรอ้ ยละ 100.00
นินงาน
GAP Plan
- กลุ่มเป้าหมายไม่ไปตรวจเลือด (VDRL,HIIV) -จัดอบรมให้ความรู้และปรบั เปล่ยี น
ท่ีรพ.(นดั ชว่ งเช้า) ทัศนคติแกจ่ นท.ผู้รบั ผดิ ชอบงาน
3 - จนท.มที ัศนคตเิ ชงิ ลบต่อพนกั งาน -ปรบั เปล่ียนเวลานัดตรวจเลือด
งาน - ไมม่ ีจดุ บริการถุงยางอนามยั -ตง้ั จดุ บริการถุงยางอนามัยในรพ.
/รพสต
-กลุม่ เป้าหมายไมไ่ ปตรวจเลือดทรี่ พ. - เจ้าหน้าที่ลงพ้ืนท่ีตรวจในร้าน
(นดั ชว่ งเยน็ ) คาราโอเกะช่วงประมาณ 16.00น.
24 - พนักงานและเจ้าของรา้ นไมก่ ลา้ ไป - จัดถงุ ยางไปแจกท่รี า้ น
นงาน เบิกถุงยางอนามยั - จัดอบรมเจ้าของร้านและพนักงาน
พิ่มข้ึน -พนกั งานและเจา้ ของร้านขาดความรทู้ ี่ ที่ โรงพยาบาลในช่วงเช้า
ถูกต้อง ในการป้องกนั โรค - จัดอบรมให้ความรู้และปรับเปล่ียน
-ภาคีเครอื ขา่ ยมีทัศนคตเิ ชิงลบตอ่ พนักงาน ทศั นคติแก่ภาคเี ครอื ข่าย
- กลุ่มเป้าหมายบางส่วนไม่มาตรวจเลือด -เจ้ า หน้า ท่ีล งพ้ืนท่ีต รวจ ในร้ า น
เนื่องจากพกั ต่างพื้นที่(จะมาที่ร้านเม่ือถึงเวลา คาราโอเกะช่วงประมาณ 18.00
2 ทางาน) เป็นตน้ ไป
งาน 2 - เจ้าหน้าท่ีไม่สามารถนาถุงยางอนามัยไป - จัดต้ังกลุ่มไลน์เพ่ือใช้ติดต่อระหว่าง
ะอสม. แจก ได้ทกุ คร้ัง
เจ้าของร้านกบั เจ้าหนา้ ท่ี
รตรวจ -ภาคีเครือข่ายมีทัศนคติเชิงลบต่อพนักงาน - จัดอบรมเจ้าของร้านและพนักงาน
100% -ไม่มีช่องทางติดต่อระหว่างเจ้าของร้านกับ ที่ ร้านคาราโอเกะในแต่ละร้านช่วง
พ่ิ ม ขึ้ น เจา้ หนา้ ที่ ประมาณ18.00น.
-พนักงานและเจ้าของร้านบางส่วนยังขาด - จัดอบรมให้ความรู้และปรับเปล่ียน
ค ว า ม รู้ ใ น ก า ร ป้ อ ง กั น โ ร ค ติ ด ต่ อ ท า ง ทศั นคติแกภ่ าคีเครือขา่ ย
เพศสมั พันธ์
-4-
สรุปผลการดาเน
ปี purpose process performance
2562 -อตั ราปว่ ยร้อยละ< 21.24 เจา้ หน้าท่ีลงพื้นที่ตรวจในรา้ น -อตั ราปว่ ยรอ้ ยละ 16.62
- ตรวจเลือดโดยสมคั รใจ คาราโอเกะช่วงประมาณ 18.00 -ตรวจเลอื ดรอ้ ยละ 92.86
ของแตล่ ะบุคคลเพ่ิมข้นึ เปน็ ต้นไป -ใชถ้ งุ ยางอนามยั รอ้ ยละ 61.20
-ใช้ถงุ ยางอนามัยเพิ่มขึ้น - จดั ตั้งกลุม่ ไลน์เพอ่ื ใช้ตดิ ตอ่ -มีภาคีเครือข่ายรว่ มดาเนนิ งาน
-ภาคีเครือขา่ ยมสี ่วนร่วม ระหว่างเจา้ ของรา้ นกับ กลุ่มคือ NGO ด้านเอดส์ อสม.แ
เจ้าหน้าท่ี ผ้นู าชุมชนมีส่วนร่วมในการลงพ
- จัดอบรมเจา้ ของร้านและ การตรวจเลอื ดและแจกถุงยางอ
พนกั งานท่รี ้านในแตล่ ะร้าน ช่วง -ผ้เู ขา้ อบรมมีความรเู้ พ่มิ ข้ึน ร้อ
ประมาณ18.00น. 86.24 และสถานบริการให้ความ
- จดั อบรมใหค้ วามรู้เรื่อง ร่วมมือ 100%
การป้องกนั โรคตดิ ตอ่ ทาง -รา้ นมีชอ่ งทางไลนใ์ นการ
ตดิ ตอ่ สอ่ื สารกบั เจา้ หนา้ ที่
เพศสมพั นั ธแ์ ละชดุ สิทธิ และใช้เป็นช่องทางในการนดั
ประโยชนเ์ พื่อปรบั เปลยี่ น เบกิ ถุงยางอนามัย
ทศั นคติแก่ภาคีเครือข่าย -รกั ษาหายรอ้ ยละ 100.00
2563 -อัตราป่วยรอ้ ยละ< 21.24 -เจ้าหน้าทีล่ งพน้ื ทีต่ รวจใน รา้ น -อตั ราป่วยรอ้ ยละ 10.22
- ตรวจเลอื ดโดยสมคั รใจ คาราโอเกะช่วงประมาณ 18.00 -ตรวจเลือดรอ้ ยละ 100.00
ของแต่ละบคุ คลเพ่ิมข้ึน เป็นต้นไป -ใช้ถงุ ยางอนามยั ร้อยละ 72.5
-ใชถ้ งุ ยางอนามยั เพิ่มขนึ้ - จดั อบรมเจ้าของรา้ นและ -มีภาคีเครือข่ายร่วมดาเนินง
-ภาคีเครอื ข่ายมสี ่วนรว่ ม พนักงานทร่ี ้านคาราโอเกะ กลุ่มคือ NGO ด้านเอดส์ /อ
ในแตล่ ะรา้ นช่วงประมาณ ผู้นาชุมชน/ เจ้าพนักงานปก
18.00น. -ผูเ้ ข้าอบรมมคี วามรูเ้ พม่ิ ข้ึนร
- จดั อบรมใหค้ วามรูแ้ ละ 92.24
ปรับเปลยี่ นทัศนคติแกภ่ าคี -รักษาหายร้อยละ 100.00
เครอื ข่าย
นินงาน
GAP Plan
-กลมุ่ เป้าหมายบางสว่ นไมม่ าตรวจเลือด -เจ้ า หน้า ท่ีล งพื้นท่ีต รวจ ในร้ า น
คาราโอเกะช่วงประมาณ 18.00
เนอื่ งจากพกั ต่างพ้นื ที่(จะมาที่ร้านเมื่อถึง เป็นต้นไป
0 เวลา ทางาน) - จดั อบรมเจา้ ของรา้ นและพนกั งานท่ี
น 3 -ภาคีเครอื ขา่ ยมที ศั นคตเิ ชิงลบต่อพนักงาน ร้ า น ค า ร า โ อ เ ก ะ ใ น แ ต่ ล ะ ร้ า น ช่ ว ง
และ - ร้านเปิดใหม่ ประมาณ18.00น.
- จัดอบรมให้ความรู้และปรับเปล่ียน
พื้นท่ีใน ทศั นคติแก่ภาคีเครอื ขา่ ย
อนามัย
อยละ
ม
-อตั ราการใช้ถุงยางอนามยั - จัดอบรมเจ้าของร้านและพนักงาน
ไม่ครอบคลมุ 100% ที่ ร้ า น ค า ร า โ อ เ ก ะ ใ น แ ต่ ล ะ ร้ า น ช่ ว ง
54 - รา้ นเปดิ ใหม่ ประมาณ18.00น.
งาน 4
อสม./ - ทา R2R เพ่ือหาแนวทางในการ
กครอง ส่งเสริมให้พนักงานใช้ถุงยางอนามัย
รอ้ ยละ 100%
-5-
6. วจิ ารย์ผล/ข้อเสนอแนะ :
จากผลการดาเนินงานพัฒนาระบบการดาเนินงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ตั้งแต่ปี 2559 – 2563 โดยส่วนใหญ่เป็นการพัฒนากระบวนงาน ท่ีเน้นการทางานแบบบูรณาการ
โดยภาคเี ครอื ข่าย เชน่ การอบรมฟ้นื ฟคู วามรใู้ นผู้รับผดิ ชอบงาน ให้ความรู้และฝึกปฏิบัติผู้รับผิดชอบงาน
การจัดประชุม การติดตามงานและประสานงานภับภาคีเครือข่าย ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เน้นการ
ให้ความรู้เพื่อปรับเปล่ียนทัศนคติ และความเช่ือด้านสุขภาพ ท่ีนาไปสู่การช่วยกันป้องกันโรคติดต่อ
ทางเพศสมั พันธ์ ซง่ึ การแกป้ ญั หาทส่ี ามารถสรุปจากการพัฒนางานในครั้งนค้ี ือ
1.ปัญหาการไม่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายพนักงานร้านคาราโอเกะ คือการถูกตีตราจากสังคม
แนวทางการแก้ไข ควรส่งเสริมให้กลุ่มพนักงาน ตระหนักว่า ตนเองมีคุณค่าและสามารถกาหนด อนาคต
ของตนเองได้ เพ่ือให้เกิดแรงจูงใจในการ พัฒนาตนเองในด้านต่างๆ รวมถึงการป้องกันตนเองให้พ้น
จากโรคติดตอ่ ทางเพศสมั พันธ์
2 กลุ่มเป้าหมายไม่ได้รับการคุ้มครองด้านสวัสดิการการทางานและสุขภาพ แนวทางการ
แก้ปัญหาในระยะยาว ควรมีการจัดตั้งกองทุนเพ่ือให้พนักงานได้รับสวัสดิการต่างๆ รวมถึง สวัสดิการ
ด้านสขุ ภาพ
3. ขาดความรู้และความเข้าใจในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ขาดการสนับสนุน จากเจ้าของร้าน
ในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และขาดความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานภาครัฐ
แนวทางการแก้ไข ควรรณรงค์ให้ความรู้ เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์การป้องกันและการรักษา
ตลอดจนเทคนิคและวิธีการในการมี เพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยแก่พนักงานและ เจ้าของสถานบริการ
และควรรณรงค์โครงการ “ถุงยางอนามัย 100%” ในสถานบริการคาราโอเกะ และจัดอบรม
เจ้าของร้าน เพื่อให้เป็นผู้ให้ความรู้ในด้านการป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แก่พนักงานในสังกัด
ของตนอยา่ งสมา่ เสมอ
ขอ้ เสนอแนะ
1. การจัดประชุม เป็นช่องทางให้ผู้รับผิดชอบงานได้มีการนาเสนอผลการดาเนินงาน สภาพ
ปัญหา และสามารถปรึกษาเพ่ือหาแนวทางในการดูแลผู้ป่วยและสามารถป้องกันโรคติดต่อ
ทางเพศสมั พนั ธไ์ ดย้ า่ งมีประสทิ ธภิ าพ
2. การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แบบบูรณาการ โดยอาศัยการทางาน
เป็นทีมที่มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตาบล เจ้าพนักงานปกครองรวมทั้ง
ภาคีเครือข่าย เช่น อสม. และผู้นาชุมชน สามารถพัฒนาแนวทางการดาเนินงานได้อย่างชัดเจน
และจะนาไปสกู่ ารปอ้ งกนั ของโรคตดิตอ่ ทางเพศสมั พันธ์ได้
3. การสร้างศักยภาพด้านความรู้และทักษะการสื่อสารและสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อพนักงาน
ร้านคาราโอเกะให้กับผู้รับผิดชอบงาน จะสามารถเป็นช่องทางในการให้บริการด้วยความเต็มใจ
และมีประสทิ ธภิ าพมากย่งิ ข้นึ
-6-
4. การให้ความรู้แก่พนักงานและเจ้าของร้านคาราโอเกะโดยตรงเป็นวิธีท่ีสามารถลดวงจร
ความเช่ือทผ่ี ิดๆในการป้องกันโรคไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
7. สรปุ :
อาเภอศรีบรรพต ได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบการดาเนินงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มพนักงานร้านคาราโอเกะ ต้ังแต่ ปี 2559 - 2563 โดยใช้กลยุทธ์การควบคุมโรค
แบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ควบคู่กับการดูแลรักษาโรคตามมาตรฐาน
เพื่อพัฒนาระบบการป้องกัน ควบคุมและรักษาแบบครบวงจร โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าที่
ผู้รบั ผดิ ชอบงาน พนักงานและเจ้าของร้านคาราโอเกะ เก่ียวกับการควบคุมและป้องกันโรค มีการนาเสนอ
สถานการณ์โรคทุกเดือน ลงพื้นท่ีตรวจเลือดพนักงานร้านคาราโอเกะ และตรวจมะเร็งปากมดลูก
การติดตามคู่นอนของผู้ป่วยมารับการรักษา รวมท้ังมีการดาเนินงานควบคุมและป้องกัน โรคภายใต้
การทางานแบบมีส่วนร่วมท้ังบุคลากร ในโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล สานักงาน
สาธารณสุขอาเภอ เจ้าพนักงานปกครอง รวมถึงภาคีเครือข่ายผู้นาชุมชน เพื่อพัฒนาแนวทางการ
ดาเนินงานและมีระบบติดตามการดาเนินงาน ครอบคลุมทุกข้ันตอน จากผลการดาเนินงานพัฒนาระบบ
การดาเนินงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในกลุ่มพนักงานร้านคาราโอเกะ
ต้ังแต่ปี 2559 – 2563 สามารถทาให้ผู้ป่วยกล้าท่ีจะเข้าสู่กระบวนการ รักษามากขึ้น คู่นอนของผู้ป่วย
ได้รับการรักษา รวมทั้งพนักงานร้านคาราโอเกะได้รับการตรวจ HIV ปีละ 2 คร้ัง และตรวจมะเร็ง
ปากมดลูกครบทุกคน และมอี ัตราการใชถ้ งุ ยางอนามยั เพ่มิ ขึ้น
8.อ้างอิง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ สานกั โรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
กลุ่มโรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์. 2548. คู่มอื การดาเนินงานปอ้ งกนั ควบคมุ โรคติดเชื้อทาง เพศสัมพันธ์
พ.ศ. 2546. พมิ พ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: เจ.เอส.การพิมพ์.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขสานักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทาง เพศสัมพนั ธ์.
2551. เรียนรู้ เขา้ ใจ โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธแ์ ละโรคเอดส์. กรุงเทพมหานคร: ชุมนมุ สหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ สานกั โรคเอดส์ วณั โรคและโรคติดต่อทางเพศสมั พันธ์
กลุม่ โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พันธ.์ 2553. การปฏิบตั งิ านควบคมุ โรคตดิ ต่อทางเพศสัมพันธ์ ปี พ.ศ. 2552.
กรุงเทพมหานคร: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สานกั อนามัย กรุงเทพมหานคร กองควบคุมโรคเอดส์. 2551. สรุปผลการสารวจขอ้ มลู
สถานบรกิ ารทางเพศและผใู้ ห้บริการทางเพศ ประจ าปี 2551.กรุงเทพมหานคร: เอช อารพ์ ริน้ ซ์
แอนดเ์ ทรนนิ่ง.
ลดความผดิ พลาดของเอกสารจดั ซอื้ จดั จ้าง
นางสาวธดิ ารตั น์ ชูชน่ื
ว.ทบ. (สาธารณสขุ ศาสตร)์
บทคดั ย่อ
ผลงานการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อลดความผิดพลาดของ
เอกสารในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และเพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามแผน
ร้อยละ 100 ดำเนินการเก็บข้อมูล 2 ระยะ ตาม 2 ช่วงไตรมาส และเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลความผิดพลาด คือ แบบฟอร์มตรวจสอบ ตรวจทาน เอกสารจัดซื้อจัด
จ้างและจ้างเหมา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า จำนวน 208 ชุด โดยใช้อัตราค่าร้อยละในการ
แปลผล
ผลการดำเนินงานพบว่า ก่อนดำเนินการหน่วยงานมีความผิดพลาดด้านความถูกต้องตาม
รปู แบบ ร้อยละ 61.90 ลำดบั ที่ 2 ด้านการเรียบเรยี งเอกสาร ร้อยละ 21.43 และลำดบั ที่ 3 ด้านความ
ครบถว้ นของเอกสารรอ้ ยละ 16.67 และหลังดำเนนิ การ พบว่าหน่วยงานนมีความผิดพลาด 2 ดา้ น คอื
ด้านความถูกต้องตามรูปแบบ คิดเป็นร้อยละ 27.56 ลดลงร้อยละ 34.34 และด้านการเรียบเรียง
เอกสาร คิดเปน็ รอ้ ยละ 12.60 ลดลงรอ้ ยละ 8.83 และดา้ นการเบกิ จา่ ยงบประมาณพบว่าในไตรมาสท่ี
1-2 เบิกจ่ายได้ร้อยละ 48.40 ไม่ผ่านเป้าหมายที่ตั้งไว้ และในไตรมาสที่ 3-4 เบิกจ่ายได้มากกว่า
เป้าหมาย คิดเป็นร้อยละ 151.60 ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการจัดทำเอกสารจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกต้อง
และครบถ้วนจากไตรมาสที่ 1-2 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า จึงมีแนวคิดที่จะจัดอบรม
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง มีการสอนงานในรูปแบบพี่สอนน้อง มอบหมายผู้รับผิดชอบหลัก รองอย่าง
ชดั เจน และมีการจดั ทำแผนอบรมพัฒนาบุคลากร
ข้อเสนอแนะ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า จะดำเนินการเก็บข้อมูลอย่างต่อเน่ือง
เพื่อให้ความผิดพลาดของเอกสารเป็น 0 และจะพัฒนารูปแบบของการจัดเก็บข้อมูลแบบ Online
ต่อไป
คำสำคัญ : ลดความผิดพลาด จดั ซื้อจัดจ้าง
5 หน้า
1. ช่อื เรอ่ื ง : ลดความผดิ พลาดของเอกสารจดั ซ้อื จัดจา้ ง
2. ช่ือเจ้าของผลงานและสงั กัด
นางสาวธดิ ารตั น์ ชูช่ืน ว.ทบ. (สาธารณสขุ ศาสตร)์ สังกัด สาธารณสุขอำเภอทงุ่ หว้า
จังหวดั สตลู
3. บทนำ
ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.
2560 ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐให้เหมาะสม
สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยให้
หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการบันทึกรายงานผลการพิจารณา รายละเอียดวธิ ีการและขัน้ ตอนการจัดซ้อื
จัดจ้างพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบ ดังรายการต่อไปนี้ (1) รายงานขอซื้อขอจ้าง (2) เอกสาร
การรับฟังความคิดเห็นร่างขอบเขตของงาน/รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ที่จะซื้อ/จ้าง
และผลการพิจารณาเรื่องนั้น (ถ้ามี) (3) ประกาศเชิญชวน/หรือหนังสือเชิญชวน หรือเอกสารอื่นท่ี
เกี่ยวข้อง (4) ข้อเสนอของผู้ยื่นทุกราย (5) บันทึกรายงานผลการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ (6)
ประกาศผลการพจิ ารณาคัดเลือกผูช้ นะการจัดซื้อจดั จ้าง/ผู้ได้รบั การคดั เลือก (7) สญั ญาหรือข้อตกลง
เป็นหนังสือ รวมการแก้ไขสัญญา/ข้อตกลงฯ และ (8) บันทึกรายงานผลการตรวจรับพัสดุ
(ระเบียบกระทรวงการคลงั , 2560, น. 7)
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า ได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 พบว่ามีความเสี่ยงดังน้ี 1. การจัดซื้อจัดจ้างมีความเร่งด่วน กระชั้น
ชิด ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงท่ีจะเกิดข้อผิดพลาดในการดำเนินการจัดซ้ือจัดจ้าง และยังส่งผลกระทบ
ต่อเป้าหมายของกิจกรรมในแต่ละโครงการที่ได้กำหนดไว้ในขั้นตอนการจัดทำแผนงานโครงการ อัน
เกิดจากการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ทันต่อความต้องการของหน่วยงานผู้ขอซื้อ 2. เอกสาร
หลักฐานของผู้ค้า บัญชีเคลื่อนไหวไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้เกิดความล่าช้าในการเบิกจ่ายเงิน และ
3. เจ้าหน้าท่ีพัสดุขาดความชำนาญเนื่องจากมีหน้าที่ท่ีได้รับหมอบหมายหลายด้าน และทำงานหลาย
อย่างในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้การจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
มีความผิดพลาด และต้องแก้ไขเอกสารให้มีความถูกต้อง ทำให้กระบวนการเกิดความล่าช้า ส่งผลให้
อัตราการเบิกจ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามแผน
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า เล็งเห็นความสำคัญในกระบวนการทุกขั้นตอนของการ
จัดซื้อจัดจ้าง และเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรที่รับผิดชอบมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น จึงได้มีการจัดทำ
แบบฟอร์มตรวจสอบเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง เพ่ือลดความผิดพลาดและล่าช้าในกระบวนการการจัดซื้อ
จัดจ้าง
วัตถุประสงคใ์ นการศึกษา
1. เพ่อื ลดความผดิ พลาดของเอกสารในกระบวนการจัดซ้อื จัดจา้ ง
2. เพอ่ื ให้การเบกิ จา่ ยงบประมาณเป็นไปตามแผน ร้อยละ 100
4. วธิ ีการ
วิธีการวงลอ้ ท่ี 1
1. จากรายงานการวิเคราะห์ผลการจัดซื้อจัดจ้างประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตาม
รูปแบบข้อกำหนดของงาน ITA งานตรวจสอบภายใน และการสรุปผลงานประจำปี พบว่ามีความ
เสี่ยงดังนี้ 1. การจัดซื้อจัดจ้างมีความเร่งด่วน กระชั้นชิด 2. เอกสารหลักฐานของผู้ค้า บัญชี
เคล่ือนไหวไม่เป็นปัจจุบัน และ 3. เจ้าหนา้ ท่พี สั ดุขาดความชำนาญ
2. ประชมุ เพื่อวิเคราะหห์ าสาเหตุ พบวา่
1. จากบุคลากร
- ขาดความร้ใู นงานดา้ นพสั ดุ
- เจา้ หนา้ ทีไ่ ม่เพียงพอ / ขาดบคุ ลากร
- ภาระงานเยอะ
วิธีการแกไ้ ข
1. ประชมุ อบรม จัดทำแผนพฒั นาบุคลากร
2. จดั ใหม้ ีการสอนงาน โดยมีการจัดทำคำสง่ั มอบหมายผู้รับผิดชอบงาน
หลัก และผูร้ บั ผดิ ชอบงานรอง
ตารางที่ 1 แสดงจำนวนรายการจัดซื้อจดั จ้างแยกรายหน่วยงาน ท่พี บความผดิ พลาด ไตรมาสที่1-2
วธิ ีการวงล้อที่ 2
จากตารางท่ี 1 พบวา่ หน่วยงานในสังกดั สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า มคี วามผิดพลาด
ของเอกสารในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง จำนวน 42 รายการ คิดเป็นร้อยละ 51.85 ทำให้ต้องส่ง
เอกสารคืนหน่วยงานเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดความล่าช้า และทำให้อัตราการเบิกจ่าย
งบประมาณล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนการเบิกจ่าย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า พบว่า ปัญหา
เกิดจากวิธีการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คือ ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน และขาดการสอบทาน
เอกสารก่อนส่ง สำนักงานสาธารณสขุ อำเภอทุ่งหว้า จึงมีแผนการพัฒนาตอ่ เพื่อแก้ปัญหา โดยจัดทำ
คู่มือ แนวทางปฏิบัติ (Flow chart) และจัดทำแบบฟอร์มการตรวจสอบ ตรวจทานเอกสารก่อนส่ง
เพื่อให้มีความครอบคลุม ครบถ้วน ถูกต้อง รวดเร็ว แบ่งเป็น 3 ส่วน ยึดตามรายละเอียดวิธีการและ
ข้นั ตอนการจัดซอื้ จัดจ้างตามระเบยี บกระทรวงการคลัง ดังตัวอยา่ ง
ตารางท่ี 2 แสดงประเดน็ ความผิดพลาดของเอกสาร แยกรายหนว่ ยงาน ไตรมาสที่ 1-2
จากตารางที่ 2 พบวา่ หน่วยงานในสงั กัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า มีความผิดพลาด
ของเอกสารในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง จำนวน 42 รายการ พบความผิดพลาดลำดับที่ 1 ด้าน
ความถูกต้องตามรูปแบบ จำนวน 26 รายการ คิดเป็นร้อยละ 61.90 ลำดับที่ 2 ด้านการเรียบเรียง
เอกสาร จำนวน 9 รายการ คิดเป็นร้อยละ 21.43 และลำดับที่ 3 ด้านความครบถ้วนของเอกสาร
จำนวน 7 รายการ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 16.67
5. รายงานผลการศึกษา
หลังจากใชแ้ บบฟอร์มการตรวจสอบ ตรวจทาน ในไตรมาสที่ 3 - 4 พบวา่ หน่วยงานในสังกัด
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า มีเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง จำนวน 127 รายการ พบความ
ผิดพลาดในด้านความถูกต้องตามรูปแบบ จำนวน 35 รายการ คิดเป็นร้อยละ 27.56 ลดลงร้อยละ
34.34 และด้านการเรียบเรียงเอกสาร จำนวน 16 รายการ คิดเป็นร้อยละ 12.60 ลดลงร้อยละ 8.83
สว่ นดา้ นความครบถว้ นไม่พบความผดิ พลาด รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 3 และกราฟท่ี 1
ตารางที่ 3 แสดงประเดน็ ความผดิ พลาดของเอกสาร แยกรายหน่วยงาน ไตรมาสที่ 3-4
กราฟท่ี 1 แสดงผลต่างร้อยละความผิดพลาดก่อน (ไตรมาสท่ี 1-2) – หลัง (ไตรมาสที่ 3-4)
70 61.9
60
50
40 27.5634.34
30 21.43 12.6 8.83
20 16.67
10 0 0
0 ความครบถ้วน
การเรียบเรยี งเอกสาร ความถกู ต้องตามรูปแบบ
กอ่ น 16.67 21.43 61.9
12.6 27.56
หลัง 0 8.83 34.34
ผลต่าง 0
ด้านผลลัพธ์ของการเบิกจ่ายงบประมาณ ในไตรมาสที่ 1-2 คิดเป็นร้อยละ 48.40
ตามรายละเอียดตัวชี้วัดของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล กำหนดเกณฑ์การให้คะแนนตัวชี้วัด
ระดับ 5 คะแนน ในไตรมาสท่ี 2 ต้องได้ร้อยละ 95 (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล,ม.ป.ป, น.51)
ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า ดำเนินการไม่ได้ตามเป้าหมาย และไตรมาสที่ 3-4 มีการ
เบิกจ่ายงบประมาณมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ คิดเป็นร้อยละ 151.60 ทำให้ภาพรวมการเบิกจ่าย
งบประมาณ ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คิดเป็นร้อยละ 100 ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการจัดทำ
เอกสารจัดซ้ือจัดจ้างท่ีถูกต้องและครบถ้วนท้ัง 4 ไตรมาส ดังกราฟท่ี 2
กราฟท่ี 2 แสดงรอ้ ยละการเบิกจ่ายงบประมาณด้านการจดั ซ้ือจัดจ้าง
200.00 151.60
150.00
100.00 48.40
50.00
0.00 ไตรมาส 3-4
ไตรมาส 1-2
6. วิจารณ์ผล
จากการใช้เครื่องมือแบบฟอร์มตรวจสอบ ตรวจทาน เอกสารจัดซื้อจัดจ้างและจ้างเหมา
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า พบว่าในไตรมาส 3-4 มีความผิดพลาดของเอกสารด้านความ
ถูกต้องตามรูปแบบ ลดน้อยลงจากไตรมาสที่ 1-2 คิดเป็นร้อยละ 34.34 และด้านการเรียบเรียง
เอกสารลดน้อยลงจากไตรมาสท่ี 1-2 คิดเปน็ ร้อยละ 8.83 ซ่งึ เป็นผลมาจากการแก้ไขปัญหาตามวงล้อ
ที่ 1 และ 2 ปัญหาด้านบุคลากร ท่ีขาดความรู้ในงานด้านพัสดุ เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ / ขาดบุคลากร
และภาระงานเยอะ จึงมีการจัดประชุม อบรมและจัดให้มีการสอนงานภายในหน่วยงาน ทำให้ปัญหา
อุปสรรคลดน้อยลง สอดคล้องกับการศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า หน่วยงานมีเจ้าหน้าพัสดุไม่เพียงพอต่อปริมาณงาน และเจ้าหน้าที่ได้รับ
แต่งต้ังใหเ้ ปน็ คณะกรรมการ ไมม่ คี วามรู้ความเช่ียวชาญในงานพสั ดุ ทำงานแบบทำตามเสียงส่วนใหญ่
(กรกช อ่อนน่วม และฌาน เรืองธรรมสิงห์, 2562, น.9) และสอดคล้องกับการศึกษาปัจจัยที่มี
ผลกระทบต่อการซื้อการจ้างในโครงการก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐด้วยวิธีประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ พบว่า ผลกระทบที่มีต่อกระบวนการซื้อการจ้างเกิดจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ
กระบวนการไม่ชำนาญในการซือ้ การจ้าง (ศรัณย์ จุลปาน และอิทธพิ ร ศริ สิ วสั ด,ิ 2559, น.10)
ด้านผลลัพธ์ของการเบิกจ่ายงบประมาณ ในไตรมาสที่ 1-2 ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
เนื่องจากความผิดพลาดของเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้กระบวนการเบิกจ่ายล่าช้า แต่ในไตรมาส
ที่ 3-4 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ร้อยละ 100 ซึ่งสอดคล้อง
กับการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของสำนักการศึกษา
กรุงเทพมหานคร พบว่า การจดั ทำแผนการจัดซ้ือจดั จ้างต้งั แต่ก่อนต้นปงี บประมาณ การจัดซ้ือจัดจ้าง
ตรงตามรายการ และการจัดซื้อจัดจ้างให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีงบประมาณ เป็นปัจจัยในการเบิกจ่าย
งบประมาณดา้ นกระบวนการบริหารงานงบประมาณ (รชติ า วรตั ถธ์ นพิตญ์, 2559, น. 303)
ข้อเสนอแนะ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งหว้า จะดำเนินการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ความผิดพลาดของเอกสารเป็น 0 และจะพัฒนารูปแบบของการจัดเก็บข้อมูลแบบ Online
ตอ่ ไป
7. สรุป
1. จากการใชเ้ คร่ืองมือและกระบวนการแกไ้ ขปญั หาของหน่วยงาน ทำให้สามารถลดความ
ผิดพลาดของเอกสารในกระบวนการจัดซอ้ื จัดจ้างได้
2. ผลลพั ธ์การเบกิ จา่ ยงบประมาณทงั้ 4 ไตรมาส เป็นไปตามเปา้ หมาย ร้อยละ 100
8. เอกสารอ้างอิง
ศรัณย์ จุลปาน และอิทธิพร ศิริสวัสดิ์. (2559). ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการซื้อการจ้างใน
โครงการก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐดว้ ยวิธปี ระกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกส์. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม
2563, จากเวบ็ ไซต์
http://ejournals.swu.ac.th/index.php/SwuENGj/article/download/8302/7330
รชิตา วรัตถ์ธนพิตญ์. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของ
สำนักการศกึ ษา กรงุ เทพมหานคร. สืบคน้ เม่ือวนั ท่ี 25 สงิ หาคม 2563, จากเวบ็ ไซต์
https://repository.rmutr.ac.th/bitstream/handle/123456789/975/fulltext_is_48.pdf?sequen
ce=1&isAllowed=y
ระเบียบกระทรวงการคลัง วา่ ด้วยการจดั ซอ้ื จัดจา้ งและการบริหารพัสดุภาครฐั
พ.ศ. ๒๕๖๐, สบื คน้ เมือ่ วนั ท่ี 25 สงิ หาคม 2563, จากเว็บไซต์
http://www.finance.rmuti.ac.th/pr/cgd-2560.PDF
กรกช อ่อนน่วม และฌาน เรืองธรรมสิงห์. (2562).ปัญหาและอุปสรรคในการจัดซื้อจัดจ้าง
ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น.สบื คน้ เมือ่ วันที่ 25 สิงหาคม 2563, จากเวบ็ ไซต์
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/hssnsru/article/download/241626/164385/
สำนกั งานสาธารณสุขจงั หวัดสตลู , สบื คน้ เมอื่ วันที่ 25 สงิ หาคม 2563, จากเวบ็ ไซต์
http://ssj.stno.moph.go.th/wordpress/
บทคดั ยอ กาํ กบั ตดิ ตาม ผลการดาํ เนินงานฝากครรภกอน 12 สปั ดาห
และฝากครรภครบ 5 ครัง้ ตามเกณฑในสถานบรกิ ารปฐมภมู ิอําเภอไมแกน จงั หวดั ปตตานี
นางสาวอรุณี อแี ต เจาพนกั งานสาธารณสุขชาํ นาญงาน
สาํ นักงานสาธารณสขุ อาํ เภอไมแกน
การต้ังครรภที่เปนพัฒนาการข้ันหนึ่งซ่ึงเปนชวงเวลาทสี่ ําคัญของชีวิตเพราะเปนชวงที่เกิดการ
เปลี่ยนแปลงท้ังทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ และสงั คม หญิงตั้งครรภจงึ ควรไดรับการดแู ลจากบุคคลท่ี
มีความรูดานการต้งั ครรภโดยการไปฝากครรภที่สถานบริการฝากครรภ ขอมูลและสถานการณการฝากครรภใน
สถานบริการปฐมภูมิอําเภอไมแกน จังหวัดปตตานี มีผลการดําเนินงาน 3 ปยอนหลัง ต้ังแตปงบประมาณ
2560-2562 พบวาหญิงตั้งครรภฝากครรภครั้งแรกกอน 12 สัปดาห มีผลการดําเนินงาน รอยละ 57.06
74.81 และ 72.35 ตามลําดับ และหญิงต้งั ครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 คร้ังตามเกณฑ รอยละ 38.75
38.75 และ 62.87 ตามลาํ ดบั ถงึ แมวามีแนวโนมไปในทางทดี่ ีขน้ึ แตยังไมผานเกณฑมาตรฐาน
การดําเนินงานคร้ังน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อกํากับ ติดตาม ผลการดําเนินงานหญิงตั้งครรภฝาก
ครรภคร้ังแรกกอน 12 สัปดาห และหญงิ ตัง้ ครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 คร้ังตามเกณฑในสถานบริการ
ปฐมภูมิอําเภอไมแกน จังหวัดปตตานี ผลการดําเนินงานพบวา รอยละหญิงต้ังครรภฝากครรภคร้งั แรกกอน
12 สัปดาห ผานเกณฑมาตรฐานรอยละ 60 ในปงบประมาณ 2561 รอยละ 74.81 โดยลดลงเล็กนอย ใน
ปงบประมาณ 2562 รอยละ 72.35 และเพ่ิมขึ้นในปงบประมาณ 2563 (ณ 24 สิงหาคม 2563) รอยละ
85.87 สวนรอยละหญิงตั้งครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 คร้ังตามเกณฑ มีแนวโนมท่ีดีข้ึนต้ังแต
ปงบประมาณ 2560-2562 แตยังไมผานเกณฑมาตรฐานรอยละ 75 ซ่ึงเพิ่งผานเกณฑมาตรฐานใน
ปงบประมาณ 2563
บทนํา
การต้ังครรภที่เปนจุดเริ่มตนของการดูแลสิ่งมีชีวิตที่เรียกวา ทารก ท่ีจะเปนสายสัมพันธของ
คําวาครอบครัว และเปนพัฒนาการข้ันหนึ่งซ่ึงเปนชวงเวลาที่สําคัญของชีวิตเพราะเปนชวงที่เกิดการ
เปล่ียนแปลงท้ังทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ และสงั คม หญิงตั้งครรภจึงควรไดรับการดูแลจากบุคคลที่
มีความรดู านการตัง้ ครรภโดยการไปฝากครรภท่สี ถานบริการฝากครรภ
การฝากครรภ คือการไปพบแพทย สูติแพทย หรือบุคลากรทางสาธารณสุขอยางสมํ่าเสมอ
ต้งั แตเรมิ่ ตง้ั ครรภเพือ่ รบั คาํ แนะนํา ตอบปญหา ตรวจสุขภาพครรภ การจายยา จายวติ ามิน หรือสารอาหาร
บํารุงครรภอยางปลอดภัย เชน วิตามินบํารุงครรภ รวมทั้งแกปญหาท่ีเกิดข้ึนระหวางตั้งครรภ กรณีที่มี
ภาวะแทรกซอนขณะตั้งครรภ โดยการฝากครรภกอน 12 สัปดาห จะเปนการคนหาภาวะเสี่ยงตอการ
ต้ังครรภท่ีสงผลตอแมและทารกในครรภทั้งดานรางกายและจิตใจ ทําใหสามารถวางแผนการดูแลและ
จัดการกับภาวะเสี่ยงนัน้ ไดทนั การณ
สถานการณหญิงต้ังครรภฝากครรภคร้ังแรกกอน 12 สัปดาหและหญิงตั้งครรภไดรบั การดูแล
กอนคลอด 5 คร้ังตามเกณฑในสถานบริการปฐมภูมอิ ําเภอไมแกน จังหวดั ปตตานี จํานวน 6 แหง มผี ลการ
ดําเนนิ งาน 3 ปยอนหลงั ตัง้ แตปงบประมาณ 2560-2562 ดงั นี้
ตัวช้วี ดั เกณฑ ผลการดําเนินงาน
2560 2561 2562
1.รอยละหญงิ ต้ังครรภฝากครรภคร้งั แรกกอน 12 สัปดาห รอยละ 60
57.06 74.81 72.35
2.รอยละหญิงต้ังครรภไดรบั การดแู ลกอนคลอด 5 คร้งั ตามเกณฑ รอยละ 75 38.75 38.75 62.87
ผลการดําเนินงานหญิงตั้งครรภฝากครรภคร้ังแรกกอน 12 สัปดาห และหญิงต้ังครรภไดรับ
การดูแลกอนคลอด 5 ครง้ั ตามเกณฑ มแี นวโนมไปในทางทีด่ ีข้ึนโดยเฉพาะตวั ช้ีวัดรอยละหญงิ ตงั้ ครรภฝาก
ครรภครั้งแรกกอน 12 สัปดาหท่ีผานเกณฑมาตรฐาน จากการดําเนินงานเชงิ รุกของสถานบริการปฐมภูมิ
และตวั ช้ีวดั รอยละหญิงต้ังครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 ครั้งตามเกณฑ ถึงแมมีแนวโนมผลการดําเนินท่ี
ดีข้ึนตามลําดับ แตยังไมผานเกณฑมาตรฐาน ท้ังน้นี อกจากหญิงต้ังครรภไมไดรบั การดูแลกอนคลอดคร้ังท่ี
1 แลว ยังพบวาหญิงต้ังครรภไมไดรับการดูแลกอนคลอดในคร้ังท่ี 5 เนื่องจากหญิงตั้งครรภคลอดกอน
กาํ หนด หญิงตง้ั ครรภไมมาตามนดั และการบนั ทึกขอมลู การใหบรกิ ารฝากครรภไมครอบคลุม
สํานักงานสาธารณสุขอําเภอไมแกน จึงกํากับ ติดตาม ผลการดําเนินงานหญิงตง้ั ครรภฝาก
ครรภครั้งแรกกอน 12 สัปดาห และหญิงต้ังครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 คร้ังตามเกณฑ ในสถาน
บริการปฐมภูมิเพ่ือใหหญิงตั้งครรภไดรับการดูแลขณะตั้งครรภตามมาตรฐานและตามสิทธทิ ี่หญิงต้ังครรภ
พงึ ไดรบั
วตั ถุประสงค
1. เพื่อกํากับ ติดตาม ผลการดําเนินงานหญิงต้ังครรภฝากครรภคร้ังแรกกอน 12 สัปดาห
และหญงิ ต้งั ครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 ครัง้ ตามเกณฑในสถานบริการปฐมภูมิอําเภอไมแกน จังหวัด
ปตตานี
วัสดแุ ละวิธีการ
กํากับ ผลการดําเนินงานหญิงต้ังครรภฝากครรภครั้งแรกกอน 12 สัปดาห และหญิงต้งั ครรภ
ไดรับการดูแลกอนคลอด 5 ครั้งตามเกณฑในสถานบริการปฐมภูมิอําเภอไมแกน จังหวัดปตตานี โดยใช
PDCA ตั้งแตปงบประมาณ 2560-2563 รายละเอยี ด ดงั นี้
วงลอท่ี 1
1.1 รวบรวมขอมูลและสถานการณ ผลการดําเนินงานหญงิ ตั้งครรภฝากครรภคร้ัง
แรกกอน 12 สปั ดาห และหญิงต้ังครรภไดรับการดแู ลกอนคลอด 5 ครั้งตามเกณฑในสถานบริการปฐมภูมิ
อาํ เภอไมแกน จงั หวัดปตตานี ในปทีผ่ านมา
1.2 วิเคราะหขอมูลและสถานการณพรอมคนหาสาเหตุ ที่หญิงต้ังครรภไมมาฝาก
ครรภครั้งแรกกอน 12 สัปดาห และหญิงตั้งครรภไมไดรับการดูแลกอนคลอด 5 คร้ังตามเกณฑในสถาน
บริการปฐมภูมอิ าํ เภอไมแกน จังหวัดปตตานี
1.3 คืนขอมูล ผลการดาํ เนนิ งานหญิงตัง้ ครรภฝากครรภครงั้ แรกกอน 12 สปั ดาห และ
หญิงต้ังครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 ครง้ั ตามเกณฑในสถานบริการปฐมภูมิอําเภอไมแกน จังหวัดปตตานี
แตละไตรมาส ในเวทีประชมุ ประจาํ เดอื น
วงลอที่ 2
2.1 รวบรวมขอมูลและสถานการณ โดยการวิเคราะหขอมูลและสถานการณพรอม
คนหาสาเหตุที่หญิงตั้งครรภไมมาฝากครรภครั้งแรกกอน 12 สัปดาห และหญิงต้ังครรภไมไดรับการดูแล
กอนคลอด 5 ครั้งตามเกณฑในสถานบริการปฐมภมู อิ าํ เภอไมแกน จงั หวดั ปตตานี
2.2 ประชุมทมี งานอนามัยแมและเด็ก อาํ เภอไมแกน จังหวดั ปตตานี
2.3 กําหนดจุดเนน รพ.สต. ท่มี ีผลการดําเนินงานไมผานเกณฑใหดําเนินการแกไข
ปญหาฝากครรภลาชา (รพ.สต.บานดนิ เสมอและปาไหม) โดยการจัดทําโครงการเสนอกองทุนตําบล ตาม
บรบิ ทพ้นื ท่ี
2.4 กาํ หนดเปาหมายและวธิ ีการแกไข โดยการจัดทํา KM ในมารดาท่ีมปี ระวัติฝาก
ครรภลาชา
2.5 คืนขอมูลผลการดําเนินงานกํากับ ผลการดําเนินงานหญิงต้ังครรภฝากครรภ
ครั้งแรกกอน 12 สัปดาห และหญิงต้ังครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 คร้ังตามเกณฑในสถานบริการปฐม
ภูมิอําเภอไมแกน จังหวัดปตตานแี ตละไตรมาส และผลการจัดทํา KM ในมารดาท่ีมีประวัตฝิ ากครรภลาชา
ในเวทีประชมุ ประจําเดอื น
2.6 สนับสนุนใหสถานบริการปฐมภูมิใหความรูหญิงวัยเจริญพันธุและรณรงคการ
วางแผนกอนการตง้ั ครรภในพ้ืนที่
2.7 ผรู ับผิดชอบงานระดบั อาํ เภอตรวจสอบขอมลู หญงิ ต้งั ครรภฝากครรภครง้ั แรก
กอน 12 สปั ดาห และหญิงต้ังครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 ครัง้ ตามเกณฑผาน data exchang
2.8 รวบรวมปญหาและอุปสรรคทีพ่ บ (การบนั ทึกขอมลู การใหบริการฝากครรภไม
ครอบคลุม) พรอมประสานงานในสวนท่เี กยี่ วของ
วงลอที่ 3
3.1 ทบทวนขอมูลและปญหา โดยการวิเคราะหขอมูลและสถานการณ พรอม
ตรวจสอบขอมลู ผลการดาํ เนินงานหญงิ ต้ังครรภฝากครรภคร้งั แรกกอน 12 สปั ดาห และหญงิ ตัง้ ครรภไดรับ
การดูแลกอนคลอด 5 ครั้งตามเกณฑในสถานบริการปฐมภูมิอําเภอไมแกน จังหวัดปตตานี ผาน data
exchang และการสอบถามผรู ับผิดชอบงานระดบั ตําบล
3.2 ประชมุ ทีมงานอนามัยแมและเดก็ อําเภอไมแกน จังหวดั ปตตานี
3.3 ประชมุ หารอื กบั ฝายงานสารสนเทศ เพอ่ื แกไขปญหาการบนั ทกึ ขอมูลการใหบรกิ าร
ฝากครรภไมครอบคลุม และผดิ พลาด
3.4 ฝายสารสนเทศ คปสอ.ไมแกน จัดทําแอพพลิเคชั่นไลนแจงเตือนขอมูลการ
คลอดเบอ้ื งตน
3.5 คืนขอมูลผลการดําเนินงานกํากับ ผลการดําเนินงานหญิงต้ังครรภฝากครรภ
ครั้งแรกกอน 12 สัปดาห และหญิงตั้งครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 ครั้งตามเกณฑในสถานบรกิ ารปฐม
ภูมอิ ําเภอไมแกน จังหวดั ปตตานีแตละไตรมาส ในเวทีประชุมประจาํ เดือน
ผลลพั ธ
ตัวชีว้ ดั เกณฑ ผลการดําเนนิ งาน
2560 2561 2562 24 สค. 63
1.รอยละหญงิ ต้ังครรภฝากครรภครัง้ แรกกอน 12 สปั ดาห รอยละ 60 57.06 74.81 72.35 85.87
2.รอยละหญิงตั้งครรภไดรบั การดแู ลกอนคลอด 5 คร้ัง รอยละ 75 38.75 62.02 62.87 77.17
ตามเกณฑ
จากตารางขางตนผลการดาํ เนินงาน ต้ังแตปงบประมาณ 2560-2563 (ณ 24 สิงหาคม 2563)
ผลการดําเนนิ งานรอยละหญิงต้ังครรภฝากครรภคร้ังแรกกอน 12 สัปดาห ผานเกณฑมาตรฐานรอยละ 60
ในปงบประมาณ 2561 รอยละ 74.81 โดยลดลงเล็กนอย ในปงบประมาณ 2562 รอยละ 72.35 และเพ่มิ ข้ึน
ในปงบประมาณ 2563 (ณ 24 สงิ หาคม 2563) รอยละ 85.87
สวนผลการดําเนินงานรอยละหญิงตั้งครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 คร้ังตามเกณฑ มี
แนวโนมท่ีดีขึ้นตั้งแตปงบประมาณ 2560-2562 แตยังไมผานเกณฑมาตรฐานรอยละ 75 ซึ่งเพิ่งผานเกณฑ
มาตรฐานใน ปงบประมาณ 2563
สรปุ และวจิ ารณ
จากผลการดําเนินงาน รอยละหญิงต้ังครรภฝากครรภคร้ังแรกกอน 12 สัปดาห ต้ังแต
ปงบประมาณ 2560-2563 (ณ 24 สิงหาคม 2563) พบวาเริ่มผานเกณฑมาตรฐานรอยละ 60 ใน
ปงบประมาณ 2561 รอยละ 74.81 ดวยการทํางานเชิงรุกในพ้ืนที่ของผูรับผิดชอบงานระดับตําบลรวมกับ
เครือขาย และการกาํ กับ ติดตามอยางตอเน่ืองในเวทีประชุมประจาํ เดือน เปนการกระตุนผบู ริหารและรบั ผดิ ชอบ
งานระดับตําบลเปนอยางดี และการเรงรดั ใหสถานบรกิ ารปฐมภูมทิ ่ีมีหญงิ ตั้งครรภฝากครรภลาชาจัดทาํ โครงการ
แกไขปญหาโดยเสนอกองทนุ ตําบล ท้ังน้ผี ลการดาํ เนนิ งานลดลงเล็กนอย ในปงบประมาณ 2562 รอยละ 72.35
จากการตรวจสอบขอมลู พบความผิดพลาดที่การบันทึกขอมูลซ้ําซอนระหวางสถานบริการที่หญิงตั้งครรภไปรับ
บริการ และการบันทึกขอมูลท่ีไมครอบคลุม ซึ่งไมไดรับการแกไขใหทันการณ และการติดตามขอมูลท่ีไม
สมํ่าเสมอของผูรับผิดชอบงานระดับอําเภอ และผลการดําเนินงานเพ่ิมขึ้นในปงบประมาณ 2563 (ณ 24
สิงหาคม 2563) รอยละ 85.87 จากการไดรับความรวมมือจากทมี งานฝายสารสนเทศ คปสอ.ไมแกน
ผลการดําเนินงานรอยละหญิงต้ังครรภไดรบั การดูแลกอนคลอด 5 ครงั้ ตามเกณฑ มีแนวโนม
ท่ีดีขึ้นต้ังแตปงบประมาณ 2560-2562 ถึงแมวายังไมผานเกณฑมาตรฐานรอยละ 75 ซึ่งผลการดําเนินงาน
รอยละหญิงตั้งครรภไดรับการดูแลกอนคลอด 5 ครั้งตามเกณฑ เพ่ิงผานเกณฑมาตรฐานใน ปงบประมาณ
2563 ท้งั นี้เกิดจากความมุงมั่นของผูรับผิดชอบงานระดบั ตําบลท่ีติดตามใหหญิงต้ังครรภมารบั บริการตามนดั ให
มากท่ีสุด การบริการใหสอดคลองกับบริบทหญิงต้ังครรภ การกํากับ ติดตามอยางตอเน่ืองในเวทีประชุม
ประจําเดือน รวมถึงการตรวจสอบขอมูลผาน data exchang และการไดรับความรวมมือจากทีมงานฝาย
สารสนเทศ คปสอ.ไมแกน
เอกสารอางองิ
https://ptn.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source=pformated/f
ช่ือเรอ่ื ง การพฒั นาระบบการเฝ้าระวงั โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID -19) ในสถานทกี่ ักกันกลาง
(State Quarantine) อำเภอสะเดา จังหวดั สงขลา
เจ้าของผลงานและผนู้ ำเสนอ 1. นางสาวกรอไุ ร ใบตาเย็บ ตำแหน่ง นักวชิ าการสาธารณสุขชำนาญการ
2. นางฑิฆัมพร คงทวี ตำแหนง่ พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ
3. นางสาวกิตติยา ยะลา ตำแหนง่ นกั วิชาการสาธารณสุขปฏบิ ัตกิ าร
หนว่ ยงาน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสะเดา จงั หวัดสงขลา
โทรศัพท์ : ๐๘๑-๐๙๗๗๙๕๐ E-mail : [email protected]
บทนำ
นับแต่มีการเกิดการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตั้งแต่ปลายปี 2562
ที่เมืองอู่ฮ่ัน ประเทศจนี จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งรุนแรงและขยาย วงกว้าง
ไปท่ัวโลก มีผู้ติดเช้ือ และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ประเทศไทยเป็นประเทศ ท่ีมีผู้ติดเชื้อและมีผู้เสียชีวิตเช่นกัน
ซง่ึ สถานการณ์การแพรร่ ะบาดครั้งน้ี มีผลกระทบตอ่ สังคมไทยทุกมิติ ท้ังดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม สขุ ภาพ นั้น
อำเภอสะเดา เป็นอำเภอชายแดน ที่มีพ้ืนที่ติดกับประเทศมาเลเซีย มีด่านพรหมแดน 2 ด่าน คือ
ด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ ซ่ึงมีผู้เดินทางเข้า ออก ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก
หลังจากได้เกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ได้มีการปิดด่าน เพ่ือป้องกันการระบาดของโรคน้ัน มีคน
ไทยที่อย่ใู นประเทศมาเลเซีย เดินทางกลบั มาประเทศไทย ทกุ คนจะถูกกกั กนั ตวั เพอ่ื สังเกตอาการ ณ สถานทก่ี ักกันโรค
ไม่น้อยกว่า 14 วัน ถัดจากวันท่ีเดินทางถึงประเทศไทย เพื่อให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และได้มีการคัดแยกผู้เดินทางเข้ามา คนท่ีมีภูมิลำเนาท่ีไม่ใช่
จังหวัดสงขลา และ 4 จังหวดั ชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล ทุกคนต้องเข้ากักตัวที่สถานที่
กักกันกลาง (State Quarantine) จังหวัดสงขลา ได้กำหนดให้พื้นท่ีตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา เป็นสถานที่กักกัน
กลาง (State Quarantine) เรมิ่ ต้ังแตว่ ันท่ี 18 มนี าคม 2563 – ปัจจบุ ัน มผี ู้เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย จำนวน
25,297 คน เข้ารับการกักตัวในสถานที่กักกันกลาง (State Quarantine) จำนวน 5,293 คน และ Local
Quarantine (คนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซียท่ีเป็นคน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา) มีผู้เข้ากักตัวสะสม
จำนวน 221 คน
Fish Bone Diagram
การวเิ คราะห์ปญั หา
การจัดระบบการบริหารจัดการ การเฝ้าระวังโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) ในสถานท่ีกักกันกลาง
(State Quarantine) การดำเนินงานในระยะเดือนแรก ซ่ึงมีคนไทยกลบั มาจากประเทศมาเลเซีย วันละ 100 – 200
คน และมีผู้เข้ารับการกักตัวเป็นจำนวนมาก โดยจัดบุคลากรตรวจคัดกรองหน้าด่าน จำนวน 8 - 10 คน ทุกวัน
ดำเนินการซักประวัติค้นหาผู้มีอาการเข้าข่าย PUI และคัดแยกให้ผู้กักตัวเข้ากักตัวตามโรงแรมต่างๆ 10 แห่ง จัดระบบ
การบริหารจัดการ การส่งต่อ จัดบุคลากรทั้งฝ่ายอำนวยการ ทีมปฏิบัติการ ติดตามวัดไข้ และเฝ้าระวังสุขภาพผู้กักตัว
บันทึกข้อมูล การจัดเตรียมเคร่ืองมือ (ชุดสำหรับสวมป้องกันของบุคลากร ยาและเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ตรวจคัดกรอง
ตดิ ตามสุขภาพ วัดไข)้ รวมถึงการจัดการขยะตดิ เช้ือ การดำเนินงานยงั มีปัญหาในหลายๆ ด้าน ดังนี้
1. ผู้ป่วยโรคเรื้อรงั หลายรายไมไ่ ดร้ บั ยาต่อเน่อื ง และมีระยะเวลาการรอรับยานาน 1 - 2 วนั
2. ตอ้ งใช้ยาจำนวนมาก ในการใหก้ ารรักษาพยาบาลเบอื้ งตน้ แกผ่ เู้ ขา้ รบั การกกั ตวั
3. การประสานงานกรณพี บผู้ป่วยเขา้ ข่าย PUI ขณะกกั ตวั หรอื Consult กรณพี บปญั หาสุขภาพทีท่ ีม
ปฏบิ ตั กิ ารไม่สามารถให้การดูแลรกั ษาเบอ้ื งต้นได้
4. การสง่ ตอ่ ขอ้ มูลรายบคุ คล กรณีผูเ้ ข้ารับการกกั ตัวท่มี ปี ญั หาสุขภาพต้องได้รบั การดแู ล ชว่ ยเหลอื เพิม่ เติม
เฉพาะรายในแต่ละวัน
5. การจัดการขยะตดิ เช้ือ โดยเร่ิมตง้ั แต่ การเกบ็ ภาชนะใส่ขยะ เจ้าหน้าที่เก็บขยะ การสง่ ทำลายขยะ
จากปัญหาดงั กล่าวขา้ งตน้ จงึ ไดม้ กี ารประชมุ วเิ คราะห์ และร่วมกนั วางแผนแกไ้ ขปญั หา ใหม้ กี ารจัดการ
ระบบการดำเนินงานทีด่ ี และมีประสิทธิภาพมากขน้ึ
วัตถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ใหก้ ารดำเนินการป้องกันการตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) มีระบบทม่ี ีประสทิ ธิภาพ
2. เพ่ือลดความเสี่ยงของการติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19) ของบคุ ลากร และผู้เข้ารับการกักตวั
ในสถานท่กี ักกันกลาง (State Quarantine) และประชาชนในพน้ื ที่
3. เพื่อสรา้ งความรว่ มมือ และสนับสนุนจากหนว่ ยงานภาคีเครือข่ายในพืน้ ท่ี
4. เพ่อื ให้การคดั กรอง และการเฝ้าระวงั โรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ในผูท้ ี่เขา้ รบั การกัก
ตัว ในสถานทกี่ กั กันกลาง (State Quarantine)
5. เพ่อื เพิ่มการเขา้ ถึงการรับบริการสขุ ภาพ ของผ้เู ข้ารบั การกกั ตัว
วัสดแุ ละวธิ ีการ /ศกึ ษา การดำเนินงานโดยใช้หลกั การ PDCA (Deming Cycle) ดังน้ี
ระยะแรกของการดำเนินงาน (วงลอ้ ที่ 1)
Plan : สำรวจ ตรวจสอบข้อมลู จำนวนผู้เดินทางเข้ามา การเตรียมสถานที่ (โรงแรมสำหรับใช้เปน็ สถานทกี่ ักกัก
กลาง (State Quarantine) เตรียมบคุ ลากร วัสดุ อุปกรณ์ ยา และเวชภัณฑ์ ประชุมคณะกรรมการปอ้ งกนั
และควบคมุ โรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
Do : ข้ันตอนกระบวนการ (โดยใชห้ ลกั การ UCCARE)
U = Unity Team จัดตั้งคณะกรรมการ มีการประชุมวางแผน แนวทางการดำเนินงาน ป้องกันโรคติดเช้ือ
ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ตง้ั เป้าหมายการดำเนนิ งานรว่ มกัน
C = Customer Forcus จัดระบบการดำเนินงานพัฒนาระบบการการเฝ้าระวังโรคไวรัสโคโรนา 2019
(COVID -19) ในสถานทก่ี กั กนั กลาง (State Quarantine)
C = Community Participation การทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ในระดับต่างๆท้ังบุคลากร
สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อปท. ผู้ประกอบการ กรมการขนส่ง ชุมชน และ
ประชาชนในพนื้ ที่
A = Appreciation มีแนวทางการดแู ลพฒั นา และสร้างความพึงพอใจ ผ้ใู หบ้ รกิ าร ผู้รบั บริการ และผมู้ สี ่วนได้
ส่วนเสยี (ประชาชนในพืน้ ท่ี ทีใ่ ช้เปน็ State Quarantine)
R = Resource sharing and human development มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าท่ี
และบุคคลทมี่ สี ว่ นเก่ยี วขอ้ ง
E = Essential Care มีการจัดการระบบ ในการบริหารจัดการการดำเนินงานท่ีมีประสิทธิภาพและชัดเจน
(การตรวจคดั กรอง การรกั ษา การสง่ ต่อ)
การดำเนนิ งาน
๑. จดั ตัง้ คณะกรรมการป้องกันโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID – 19) ระดับอำเภอ
๑.๑ ประชุมคณะกรรมการป้องกันโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ระดับอำเภอ
เพอ่ื ติดตามวเิ คราะห์ และประเมนิ ผลการดำเนนิ งาน
๑.๒. ประชุมบุคลากรสาธารณสุข หน่วยงาน ภาคีเครือข่าย เพื่อช้ีแจง นโยบายและแนวทางการ
ดำเนนิ งานใหเ้ ปน็ ไปในแนวทางเดยี วกัน และทกุ คนสามารถปฏิบัติได้อย่างถกู ตอ้ ง
๑.๓ การเปิดศนู ย์ EOC ในระดบั อำเภอ เพื่อรองรับสถานการณ์ และดำเนินการไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
๒. การพัฒนาศกั ยภาพบคุ ลากร และภาคีเครือขา่ ย (พฒั นาศกั ยภาพการตระหนกั รสู้ ถานการณ์)
๒.๑ การจัดการความรู้ เจ้าหน้าท่ีทุกระดับ เสริมสร้างองค์ความรู้ เกี่ยวกับโรคระบาด โรคอุบัติใหม่/
อบุ ัติซ้ำ Pandemic infection การปอ้ งกันการแพร่กระจาย และการป้องกันการติดเชื้อท่ถี ูกต้อง การสวมใส่ และถอด
ชุด PPE ทบทวนและฝึกซ้อมการกู้ชีพข้ันสูง สำหรับผู้ป่วยโรคติดเช้ือทางเดินหายใจ ซ้อมสถานการณ์ ของโรคติดเชื้อ
ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID – 19) เน้น บุคลากรสาธารณสุข ทเี่ กี่ยวข้องทุกคนมีอุปกรณ์ในการปอ้ งกันอันตรายต่อ
บคุ คล ให้ปลอดภัยจากโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19 )
2.2 การให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) แก่ประชาชน
ในพืน้ ที่ รวมถงึ ผเู้ ข้ารับการกกั ตวั
3. การเตรยี ม สถานท่ี วัสดุ อุปกรณ์ ยา และเวชภัณฑ์
4. การกำหนดผู้รับผิดชอบงานในระดบั ต่างๆ สำนกั งานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาล และ รพ.สต. โดยมี
4.1 ทีมอำนวยการ มีหน้าท่ี รับการเข้ากักตัวของผู้เข้ารับการกักตัว ออกใบสั่งกัก บริหารจัดการแก้ไข
ปัญหาการเข้ากักตัว ดูแลระบบ ประสานงานหน่วยงานต่างๆ ภาคีเครือข่าย สรุปและรายงานผลการดำเนินงานเสนอ
ตอ่ ผบู้ งั คบั บัญชา
4.2 ทีมผู้ปฏิบัติงาน ติดตามการเฝ้าระวังด้านสุขภาพของผู้กักตัว โดยจะมีการกำหนดตารางการ
ปฏิบัติงานในแต่ละวัน แบ่งหน้าที่รับผิดชอบแยกรายโรงแรม แบ่งจำนวนผู้เข้ารับการกักตัว (250- 300 คน/ทีม)
ตามความเหมาะสม เป็น 3 ทีม โดยแต่ละทีมมีพยาบาลปฏิบัติงานอย่างน้อยทีมละ 1 คน ติดตามวัดอุณหภูมิร่างกาย
วันละ 2 คร้ัง พร้อมทั้งสอบถามปัญหาสุขภาพ ในทุกๆ ด้าน (ร่างกาย จิตใจ) ให้คำปรึกษา รักษาพยาบาลเบ้ืองต้น
หากพบมีปัญหาดา้ นสุขภาพเลก็ น้อย หากพบมีอาการเข้าข่าย PUI ประสานงาน สง่ ตอ่ โรงพยาบาลสะเดา โรงพยาบาล
ปาดังเบซาร์ บันทึกข้อมูล และติดตามผู้เข้ารับการกักตัว ทุกวันจนครบ 14 วัน ผ่านระบบรายงานข้อมูลติดตามกลุ่ม
เสี่ยง COVID-19 สำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดสงขลา รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านหัวหนา้ ทีมอำนวยการตามลำดับ
4.3 ทมี รบั ส่งต่อ และ consult ประกอบดว้ ย
4.3.1 ทีมระบาดวิทยา รับการประสานงานจากทีมผู้ปฏิบัติงานกรณีพบผู้มีอาการเข้าข่าย PUI
เพื่อดำเนินการรบั คนไข้สง่ เพาะเชอ้ื และรับไวใ้ นโรงพยาบาลเพอื่ รอผลตรวจตามมาตรฐาน
4.3.2 ทีมแพทย์ ให้คำปรึกษากรณีผู้เขา้ รับการกกั ตัวท่ีมีปญั หาสุขภาพ ต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือ
เพ่ิมเติมเฉพาะราย ทีเ่ กินขดี ความสามารถของทมี ปฏบิ ัตงิ าน
4.3.3 ทีมจิตวิทยา ให้คำปรึกษาแก่ทีมปฏิบัติงานหรือผู้กักตัว กรณีผู้เข้ารับการกักตัวท่ีมีปัญหา
สขุ ภาพ ดา้ นจติ ใจ ความเครียด และวิตกกังวลจากการกักตวั
4.3.4 ทมี เภสัชกร จดั สรรยาสามญั ทจี่ ำเปน็ เพอ่ื ให้การดูแลรักษาผกู้ กั ตวั ใน State Quarantine
Check : การดำเนนิ งานการตดิ ตามดูแลผเู้ ข้ารบั การกกั กัน
1. การบนั ทึกข้อมูลการติดตามผู้เข้ารบั การกักตัว ครบ 14 วนั (ทมี ปฏิบตั งิ าน)
2. การติดตามการดำเนินงาน และการคืนข้อมูลให้กับสถานบริการ เพ่ือดูผลการดำเนินงาน ความครบถ้วน
ถูกต้อง และการสอบถามปัญหาอุปสรรค ในการดำเนนิ งาน และวางแนวทางในการแกไ้ ขปัญหา
3. การตดิ ตามการบนั ทกึ ข้อมลู การตรวจสอบความครบถว้ น ถูกตอ้ ง (ทีมอำนวยการ)
Act : ปรับปรุงกิจกรรม หลังจากดำเนินโครงการ การพัฒนาระบบการการเฝ้าระวังโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
(COVID -19) ในสถานที่กักกันกลาง State Quarantine และLocal Quarantine โดยคณะกรรมการ คณะทำงาน
ปอ้ งกนั โรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ระดับอำเภอ
หลังจากมกี ารปฏิบัติงานและพบปัญหาอุปสรรคในหลายๆด้าน คือ ดา้ นบคุ ลากร การสง่ ต่อ การประสานงาน
ระยะหลงั จากการพัฒนาการดำเนนิ งาน (วงล้อที่ 2)
Plan : สรปุ ผลการดำเนนิ งาน ปัญหาอปุ สรรค
จากการดำเนินงานพบว่า ยังมีปัญหาในด้านระบบการส่งต่อผู้กักตัว การประสานงาน และการขอคำปรึกษา
จากทีมสนับสนุน ที่ไม่เป็นระบบที่ชัดเจน รวมถึงการส่งต่อผู้ป่วยรายบุคคลที่ต้องได้รับการดูแลเพ่ิมเติม จึงได้มีการ
ประขุม รว่ มกันวางแผนการพฒั นาการดำเนนิ งาน
Do : ประชมุ คณะทำงาน เพือ่ ปรบั ปรงุ ระบบ การบรหิ ารจัดการ
1. การจดั ทำ Flow /CPG ในการดแู ล รกั ษา และการส่งตอ่ (ตามเอกสารแนบภาคผนวก)
2. การจดั ทำ Flow /CPG ข้อปฏบิ ัติการเข้ารับการกกั ตัว (ตามเอกสารแนบภาคผนวก)
3. จดั ตั้งกลุ่มไลน์ State Quarantine เพ่ือส่งผลการสรุปผลการดำเนินงานรายวัน แก่ทีมอำนวยการ และส่ง
ตอ่ ข้อมูลผู้ป่วยรายบุคคล ท่ีต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ต้องวัดความดนั โลหิตทุกวัน
หญงิ ต้งั ครรภ์ ทำแผล วติ กกงั วล เป็นต้น
4. การอบรมให้ความรู้ กับสถานประกอบการ (ผู้จัดการ แม่บ้าน คนงาน) สำหรับการให้ความรู้เร่ืองโรค
การป้องกันโรค และการจัดการขยะตดิ เช้ือ ที่เกบ็ จากหอ้ งพักของผ้กู ักตวั
Check : ทบทวนระบบการดำเนินงาน การเฝ้าระวังการตรวจคัดกรอง การเฝ้าระวังในสถานที่กักกัน กลาง (State
Quarantine) การส่งต่อการประสานงานตามระบบ เม่ือพบปัญหาด้านสุขภาพ และพบมีอาการเข้าข่ายสอบสวนโรค
ในแต่ละวัน
Act : ปรับปรุงกิจกรรม หลังจากดำเนินงานเม่ือพบว่ามีปัญหา ในแต่ละด้าน เป็นรายกรณี พัฒนาระบบการเฝ้าระวัง
การป้องกันการตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID – 19) โดยทีมในระดบั เครือขา่ ย