- การทดลองนคี้ วรมสี มมติฐานอย่างไร
(แนวตอบ: พืชมีการตอบสนองต่อปัจจัยภายนอก ดงั นัน้ ปลายยอดพชื จะเจริญเข้าหาแสงซึ่งเป็นทิศ
ทางตรงขา้ มกบั การเจริญของรากทม่ี ีทิศทางเดยี วกับแรงโนม้ ถว่ ง
- ตวั แปรตน้ ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคมุ คอื อะไร
(แนวตอบ: ตวั แปรต้น คือ ตำแหนง่ ของเมล็ดถ่วั ทีจ่ ดั อย่ใู นลกั ษณะที่ต่างกนั
ตวั แปรตาม คอื การโค้งงอของปลายรากและปลายยอด
ตัวแปรควบคุม คือ ชนิดและขนาดของเมล็ดพืช คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ปริมาณความชื้นและ
อากาศภายในกลอ่ ง รวมท้ังปรมิ าณแสงที่เมล็ดพืชไดร้ บั )
- หากไม่ใช้พลาสตกิ ดำมาคลุมกลอ่ ง นักเรียนคดิ วา่ จะไดผ้ ลการทดลองเหมือนกนั หรือไม่ อย่างไร
(แนวตอบ: ไม่เหมือนกัน เพราะแสงมีผลต่อการเจริญปลายยอดและปลายราก)
ขัน้ สรุป
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครูมอบหมายให้นักเรียนทำการบ้านในแบบฝกึ หดั ชวี วทิ ยา ม.5 เลม่ 1
2. หลังจากทำกิจกรรมเสรจ็ แล้ว นกั เรียนและครอู าจรว่ มกันอภิปรายหาข้อสรุปใหไ้ ด้ว่าการเคลื่อนไหว
แบบทรอปิกมูฟเมนต์ (Tropic movement) เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มีทิศทางสัมพันธก์ ับส่งิ
เร้าภายนอก ได้แก่ แสง แรงโน้มถ่วง สารเคมี น้ำหรือความชื้น และการสัมผัส โดยทิศทางที่พืช
ตอบสนองมี 2 แบบ คือ เบนเขา้ หา (Positive tropism) และ เบนออก (Negative tropism)
3. ครูถามคำถามท้าทายการคิดขั้นสูง (H.O.T.S) เพื่อทดสอบความเข้าใจและนำความรู้ที่ได้จากการ
เรียนหัวข้อนี้มาตอบคำถาม จากนั้นนักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายคำตอบที่ถูกต้อง โดยมีแนว
คำถามดังนี้
- หากทดลองนำพืชไปปลุกในยานอวกาศที่ลอยคว้างอยู่ในอวกาศ โดยภายในยานยังคงมีออกซิเจน
และแสงเพียงพอตอ่ การเจริญของพืชนกั เรียนคิดวา่ พืชจะมลี ักษณะอย่างไร
(แนวตอบ: พืชจะมีรูปรา่ งที่แตกตา่ งกนั ไม่มีรูปแบบท่ีแน่นอนเนือ่ งจากขาดแรงโน้มถ่วง โดยเฉพาะ
รากพืชจะเจริญหาเขา้ หาความชื้นหรอื บรเิ วณท่มี อี าหาร ส่วนปลายยอดพืชจะเจริญเขา้ หาแสง)
ชว่ั โมงที่ 3
ขั้นสอน
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูเกริ่นนำว่า นอกจากพืชจะเคลื่อนที่สัมพันธ์กับสิ่งเร้าแล้ว ยังมีการเคลื่อนไหวอีกแบบหนึ่งที่ไม่
สัมพนั ธ์กบั ส่ิงเรา้ ภายนอกเรยี กวา่ อะไร
(แนวตอบ: การเคล่อื นไหวท่ีตอบสนองตอ่ แรงโนม้ ถว่ งของโลก (Geotropism หรือ Gravitropism))
2. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวแบบแนสติก (Nastic movement) จากแหล่งการ
เรยี นรู้ เชน่ หนงั สอื เรียนชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1 สอื่ อนิ เทอรเ์ น็ต
3. ใหน้ กั เรยี นยกตัวอยา่ งการเคลอ่ื นไหวแบบแนสตกิ (Nastic movement)
ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
4. ครเู ขียนคำถามบนกระดานแล้วให้นกั เรยี นตอบคำถามลงในสมดุ บนั ทึก ดังนี้
- สิ่งเรา้ ทีม่ ากระต้นุ ใหด้ อกบวั หบุ และบานคอื อะไร
(แนวตอบ: แสงไปกระตนุ้ ให้การเจริญของกลมุ่ เซลล์แตกต่างกนั โดยในชว่ งที่มแี สงกลุ่มเซลล์ด้านใน
จะเจรญิ เรว็ กวา่ กลุ่มเซลลด์ า้ นนอก ทำใหด้ อกบัวบาน แตใ่ นชว่ งไม่มีแสงกลมุ่ เซลลด์ ้านนอกจะเจริญ
เร็วกวา่ กล่มุ เซลลด์ ้านใน ทำให้ดอกบัวหุบ)
- สิง่ เร้าทีม่ ากระต้นุ ใหใ้ บไมยราบหุบและกางคืออะไร
(แนวตอบ: เมอื่ สมั ผัสจะทำให้แรงดันเต่งภายในเซลล์พลั ไวนัส (Pulvinus) ลดลงอยา่ งรวดเรว็ เซลล์
จึงสูญเสียน้ำ ทำให้ใบไมยราบหุบ เมื่อเวลาผ่านไปน้ำจากเซลล์ข้างเคียง ทำให้แรงดันเต่งภายใน
เซลล์พลั ไวนสั เพิ่มข้ึน เซลล์เตง่ สง่ ผลใหใ้ บไมยราบกางออก)
- การหบุ และบานของดอกบัวกบั การหุบและกางของไมยราบแตกต่างกนั อย่างไร
(แนวตอบ: ต่างกันสิ่งเร้าที่มากระตุ้น โดยการหุบและบนของดอกบัวมีแสงเป็นสิ่งเร้า ส่วนการหุบ
และกางของไมยราบจะมกี ารสมั ผสั เปน็ ส่ิงเร้า)
5. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายว่า “การเคลื่อนไหวแบบแนสติก (Nastic movement) จะมีแสง
และอุณหภูมิเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญ ซึ่งปัจจัยนี้จะส่งผลให้เกิดการหุบและบานของดอกไม้
เนือ่ งจากการเจรญิ ของเซลลภ์ ายในและภายนอกท่ีแตกต่างกัน นอกจากน้ีจะส่งผลต่อกลุ่มเซลล์บาง
ชนดิ ทำให้เกิดการหบุ และกางของพชื บางชนดิ ”
6. ครูอธิบายต่อไปว่านอกจากส่ิงเร้าภายนอกแล้วพืชยังตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายใน ทำให้พืชมีการ
เคลื่อนไหว 2 แบบ คือ การเคลื่อนไหวแบบส่ายหรือนิวเทชันมูฟเมนต์ (Nutation movement)
และการเคลอื่ นไหวแบบบดิ
7. ครูให้นักเรียนศึกษาข้อมูลจากหนังสือเรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพืชที่
ตอบสนองต่อเร้าภายใน
ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
8. ครูยกตัวอย่างการนำความรู้เกี่ยวกับการตอบสนองของพืชมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น
มนุษย์อาศัยการเคลื่อนไหวแบบเป็นเกลียวของพืชมาดัดแปลงให้พุ่มไม้เล้ือยมีรูปร่างต่าง ๆ โดยนำ
เหลก็ มาดดั ให้เป็นรปู ตา่ ง ๆ
9. ให้นกั เรียนยกตวั อย่าง 1 ตัวอยา่ งเกยี่ วกับการนำความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษาเรื่อง การตอบสนองของ
พชื มาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน ลงในกระดาษ A4 พร้อมนำเสนอหน้าชัน้ เรยี น
10. ให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 เร่อื ง การตอบสนองของพืช
11. เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจของตนเองใหน้ ักเรยี นตอบคำถามในกรอบ Topic Question โดยนักเรียน
และครรู ่วมกันอภิปรายคำตอบทถ่ี ูกต้อง
- ปัจจัยท่มี ีผลต่อการเจรญิ เติบโตของพชื ไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง จงยกตัวอย่าง
(แนวตอบ: สารเคมีหรือสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช และสภาพแวดล้อม เช่น แสง น้ำหรือ
ความชน้ื แรงโนม้ ถว่ ง และการสมั ผัส)
- พืชตอบสนองต่อส่งิ เรา้ หรือปัจจัยที่มากระตุ้นอย่างไร
(แนวตอบ: ใช้กระบวนการสื่อสารระหว่างเซลล์ โดยเซลลพ์ ืชจะมีการรับสัญญาณ ส่งสัญญาณ และ
ตอบสนองตอ่ ส่ิงเรา้ )
- เพราะเหตุใดปลายยอดพืชจึงเอนเขา้ หาแสง และปลายรากพืชจงึ เจรญิ ไปในทิศทางเดียวกับแรงโน้ม
ถว่ ง
(แนวตอบ: เพราะปลายยอดพืชมีการตอบสนองต่อแสง (Positive phototropism) ส่วนรากพืช
ตอบสนองตอ่ แรงโนม้ ถว่ ง (Positive geotropism)
- การหบุ และบานของดอกบวั เป็นการตอบสนองของพชื ต่อเร้าชนิดใด เหมือนหรือแตกต่างกับการหุบ
และกางใบของตน้ ไมยราบอย่างไร
(แนวตอบ: เป็นการเคลื่อนไหวแบบแนสติก (Nastic movement) หรือเป็นการตอบสนองที่มี
ทิศทางไม่สัมพันธ์กับสิ่งเร้า ซึ่งการหุบและบานของดอกบัวเป็นการตอบสนองต่อแสง ส่วนการหุบ
และกางของใบไมยราบเปน็ การตอบสนองต่อการสัมผสั )
- การเคล่อื นไหวแบบแนสตกิ (Nastic movement) คอื อะไร
(แนวตอบ: การตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับสิ่งเร้าที่มากระตุ้น โดยมีปัจจัยภายนอกที่สำคัญ
คือ แสงและอุณหภูมิ)
12. ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจ โดยพิจารณาข้อความที่อยู่ในกรอบ Self Check ว่าถูกหรือผิด
แล้วบันทึกลงในสมุด หากพิจารณาข้อความไม่ถูกต้อง ให้กลับไปทบทวนเนื้อหาตามที่หัวข้อ
กำหนดให้
13. ให้นักเรยี นทำแบบทดสอบท้ายหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เร่อื ง การตอบสนองของพชื
14. ครูหมอบหมายให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดประจำหน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 โดยให้นักเรียนตอบคำถามลง
ในสมุดบนั ทกึ ของตนเอง
15. ครเู ฉลยแบบฝกึ หัดประจำหน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 ดงั น้ี
(แนวตอบ:
1. ต้องเป็นสารอินทรีย์ที่ประกอบไปด้วยธาตุ C (คาร์บอน) H (ไฮโดรเจน) หรือ O (ออกซิเจน) โดย
อาจเป็นสารที่พืชสร้างขึ้น หรือเป็นสารสังเคราะห์ที่มนุษย์สร้างขึ้น และต้องเป็นสารที่ไม่เป็นธาตุ
อาหารของพืช แต่เป็นสารที่มีผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงทางสรีรวิทยาของพืช เช่น การสังเคราะหด์ ้วย
แสง การหายใจ การเจริญเติบโตของพชื
2. เพราะบริเวณตายอดมีการสร้างฮอร์โมนออกซิน (Auxin) ในปริมาณมาก ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้ทำ
หน้าท่ยี ับย้ัง การแตกก่งิ กา้ นและการเจริญของตาข้าง
3. พืชชนิดนี้จะเจริญเติบโตสูงขึ้น แต่จะไม่มีการเจริญเติบโตของราก เนื่องจากออกซิน (Auxin) ที่มี
ปรมิ าณมากเกนิ ไปจะกระตุ้นให้เน้อื เยอ่ื ยืดตวั ขยายขนาด แต่ยับยง้ั การเจรญิ เตบิ โตของราก
4. โดยทั่วไปพืชแต่ละส่วนต้องการปริมาณออกซิน (Auxin) ที่แตกต่างกัน โดยลำต้น (Stem) ตา
(Buds ) และราก (Root) ต้องการความเข้มข้นออกซิน (Auxin) ที่เหมาะสม คือ 10-4-10-5, 10-8-
10-9และ 10-10-10-11ตามลำดับ
5. ฮอร์โมนออกซนิ (Auxin) และไซโทไคนิน (Cytokinin) ในสดั สว่ นทเ่ี หมาะสม เนือ่ งจากไซโทไค
นินจะกระตนุ้ การเกิดยอดและออกซินกระตุน้ การเกิดรากพชื
6. เอทิลีน (Ethylene) ช่วยเร่งการสุกของผลไม้ กระตุ้นการหลุดร่วงของใบ และการผลัดใบตาม
ฤดูกาล โดยเอทิลีนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เช่น ใช้ในการบ่มผลไม้
กระตุ้นการออกดอกของสบั ปะรด กระตนุ้ การเกิดดอกเพศเมยี มากข้ึนในพชื ตระกูลแตง เรง่ การไหล
ของน้ำยาง และเพิ่มปรมิ าณนำ้ ยางของมะละกอ เพื่อผลติ ปาเปน (Papain)
7. อัตราการแบ่งเซลล์มากที่สุด คือ ตำแหน่ง d รองลงมา a b และ c ตามลำดับ ส่วนบริเวณที่มี
ปรมิ าณออกซนิ (Auxin) มากท่ีสุด คอื ตำแหน่ง d รองลงมา คือ c b และ a ตามลำดบั
8. 1) การเคลอื บเมล็ดด้วยฮอร์โมน
2) เมล็ดที่เคลือบด้วยจิบเบอเรลลิน (Gibberellin) จะงอกเร็วกว่าเมล็ดที่เป็นชดุ ควบคมุ ส่วนเมล็ด
ที่เคลือบด้วยกรดแอบไซซิก (Abscisic acid) เมล็ดจะไม่งอก ดังนั้น ฮอร์โมนจิบเบอเรลลินมีผล
กระตุ้นการงอกเมลด็ แตก่ รดแอบไซซิกมผี ลยับยง้ั การงอกของเมลด็
9. จบิ เบอเรลลนิ (Gibberellin) เน่ืองจากถา้ พชื ขาดฮอร์โมนชนดิ นจี้ ะทำใหพ้ ชื มีลักษณะเตยี้ และแคะ
แกร็น
10. อาศยั หลกั การเดียวกบั ฮอร์โมนเอทลิ ีน (Ethylene) ซงึ่ เป็นฮอร์โมนทีเ่ ร่งการสุกของผลไม้
11. การเคลื่อนไหวแบบแนสติกมูฟเมนต์ (Nastic movement) เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืช
โดยมีแสงและอุณหภูมิเป็นปัจจัยกระตุ้น เช่น แสงมีส่วนทำให้กลุ่มเซลล์ด้านในและด้านนอกเจริญ
แตกต่างกัน ทำให้ดอกไม้บานและบาน การเปลี่ยนแปลงของแรงดันเต่งที่กลุ่มเซลล์พัลไวนัส
(Pulvinus)ทำใหเ้ กดิ การหุบและกางของต้นไมยราบ
12. ต้นกาบหอยแครง เน่ืองจากภายในใบพืชจะมีกล่มุ เซลลท์ ี่ไวต่อส่เิ ราทอ่ี ยูท่ างด้านในของใบ เมื่อแมลง
บินมาสมั ผสั จะสูญเสียน้ำ ใบจึงหบุ ทันที แลว้ จึงปลอ่ ยเอนไซม์ออกมาย่อยโปรตีนและดูดซึมเข้าสู่ใบ
ส่วนใบกระถินจะหุบใบในเวลากลางคืนเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงแรงดันของกลุ่มเซลล์พัลไวนัส
(Pulvinus)เชน่ เดยี วกับไมยราบ
13. การเคล่อื นไหวแบบส่าย (Nutation movement)
14. การเคลือ่ นไหวแบบแนสติก (Nastic movement)
15. 15.1) Positive phototropism
15.2) Positive chemotropism
15.3) Negative phototropism
15.4) Negative geotropism
15.5) Positive hydrotropism
ข้ันสรุป
ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยที่ 4 การตอบสนองของพืช
2. ครตู รวจแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหัดชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1
3. ครปู ระเมนิ การปฏิบัตกิ ารจากการทำกิจกรรม โดยใชแ้ บบประเมินการปฏบิ ตั กิ าร
4. ครูประเมินชิ้นงาน เรื่อง การตอบสนองของพืช มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยใช้แบบ
ประเมนิ ชิ้นงาน
5. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานของนักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
6. สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
7. การวดั และประเมินผล
รายการวัด วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
7.1 ประเมนิ ระหว่าง - แบบสังเกตพฤติกรรม - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล - ระดับคณุ ภาพ 2
การจดั กิจกรรม - แบบประเมนิ ช้นิ งาน
- แบบฝึกหัดชีววิทยา ผ่านเกณฑ์
การเรยี นรู้ ม.5 เลม่ 1
1) กจิ กรรมนำสูก่ าร - สงั เกตจากการตอบคำถาม
เรยี น และแสดงความคดิ เห็น
- การตอบคำถาม
2) การตอบสนองของ - ตรวจชน้ิ งานเร่อื ง
พืชต่อสง่ิ แวดล้อม การตอบสนองของพชื
- ตรวจแบบฝกึ หัดชวี วิทยา
ม.5 เลม่ 1
3) การนำเสนอผล - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ 2
การทำกิจกรรม ผลทำกจิ กรรม
- สังเกตพฤติกรรม นำเสนอผลทำกจิ กรรม ผา่ นเกณฑ์
4) พฤตกิ รรมการ การทำงานรายบุคคล
ทำงานรายบคุ คล - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
การทำงานรายบุคคล
5) พฤติกรรมการ - สังเกตความมวี ินยั การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
ทำงานกลุ่ม ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมัน่
ในการทำงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
6) คณุ ลกั ษณะ - ตรวจแบบทดสอบ
อันพึงประสงค์ หลงั เรียนหนว่ ยการ การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
เรียนรทู้ ่ี 4 การตอบสนอง
7.2 ประเมนิ หลงั การจดั ของพชื - แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2
กจิ กรรมการเรียนรู้
1) ทำแบบทดสอบ คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
หลงั เรยี น
อันพงึ ประสงค์
- แบบทดสอบหลังเรียน - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4
การตอบสนองของพืช
8. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 การตอบสนองของพืช
2) แบบฝกึ หัดชวี วิทยา ม.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 การตอบสนองของพืช
3) แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 การตอบสนองของพืช
4) วสั ดอุ ปุ กรณ์กิจกรรมการตอบสนองของพืชต่อแรงโน้มถ่วงของโลก
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งปฏิบตั กิ ารชวี วิทยา
2) อนิ เทอร์เน็ต
แบบประเมนิ ช้นิ งาน
คำชแี้ จง : ใหผ้ สู้ อนประเมนิ ชิ้นงานตามรายการท่ีกำหนดแล้วขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
432
1 ความถกู ต้องของช้นิ งาน
2 การจดั รปู แบบชน้ิ งาน
3 ความตรงตอ่ เวลา
รวม
รายการประเมิน ลงชอื่ ................................................... ผู้ประเมิน
................./................/................
เกณฑก์ ารประเมนิ ชนิ้ งาน
ระดบั คะแนน
4 321
1. ความถกู ตอ้ งของ ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานมีความถูกต้อง ชิ้นงานไม่ถกู ต้อง และไม่
ช้ินงาน ครบทกุ หัวข้อ ครบทุกหัวข้อเป็นส่วน ครบทุกหัวข้อเพียง ครบตามหัวข้อทกี่ ำหนด
ใหญ่ บางส่วน
2. การจดั รูปแบบ ชิ้นงานมีระเบียบ มี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานมีระเบียบ และมี ชิ้นงานไม่มีระเบียบ ไม่มี
ชิ้นงาน
ความคดิ สรา้ งสรรค์ และมี ความน่าสนใจเป็นส่วน ความน่าสนใจเพียง ความนา่ สนใจ
ความนา่ สนใจ ใหญ่ บางสว่ น
3. ความตรงตอ่ ส่งช้นิ งานภายในเวลาที่ ส่งชิน้ งานชา้ กว่าเวลาท่ี สง่ ชิ้นงานชา้ กว่าเวลาที่ สง่ ชิน้ งานงช้ากวา่ เวลาที่
เวลา
กำหนด กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วัน กำหนด 3 วันขนึ้ ไป
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
10-12 ดมี าก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
0-3 ปรับปรงุ
แบบประเมินการปฏบิ ตั ิการ
คำชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนประเมินการปฏิบตั กิ ารของนกั เรยี นตามรายการทก่ี ำหนดแลว้ ขีด ✓ลงในช่องท่ีตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
432
1 การปฏิบัตกิ ารทดลอง
2 ความคล่องแคล่วขณะปฏิบตั กิ าร
3 การนำเสนอ
รวม
ลงช่อื ................................................... ผปู้ ระเมิน
................./................../..................
เกณฑ์การประเมินการปฏิบตั ิการ
ประเด็นท่ปี ระเมนิ 4 ระดบั คะแนน 2 1
3
1. การปฏิบัติการ ทำตามทดลองตามขั้นตอน ทำตามทดลองตามขั้นตอน ต้องให้ความช่วยเหลือบ้าง ต้องให้ความช่วยเหลอื อย่าง
ทดลอง และใชอ้ ปุ กรณไ์ ด้อยา่ งถกู ตอ้ ง และใช้อุปกรณ์ได้อย่าง ในการทำการทดลอง และ มากในการทำการทดลอง
ถูกต้อง แต่อาจต้องได้รับ การใช้อปุ กรณ์ และการใช้อปุ กรณ์
คำแนะนำบา้ ง
2. ความคล่องแคล่ว มีความคล่องแคล่วในการทำ มีความคล่องแคล่วในการ ข า ด ค ว า ม ค ล ่ อ ง แ ค ล่ ว ทำการทดลองเสร็จไม่
ขณะปฏบิ ัติการ การทดลองโดยไมต่ อ้ งได้รับคำ ทำการทดลองแต่ต้องได้รับ ในขณะการทำการทดลอง ทันเวลา และทำอุปกรณ์
ชแ้ี นะ และทำการทดลองเสรจ็ คำแนะนำบ้าง และทำการ จึงทำการทดลองเสร็จไม่ เสยี หาย
ทันเวลา ทดลองเสรจ็ ทนั เวลา ทนั เวลา
3. การบันทึก สรุป บนั ทึกและสรุปผลการทดลอง บันทึกและสรุปผลการ ต้องให้คำแนะนำในการ ต้องให้ความช่วยเหลืออย่าง
และการนำเสนอ ไดถ้ ูกตอ้ ง รัดกมุ นำเสนอผล ทดลองได้ถูกต้อง แต่การ บันทึก สรุป และนำเสนอ มากในการบันทึกสรุป และ
ผลการทดลอง การทดลองเปน็ ขั้นตอนชดั เจน นำเสนอผลการทดลองยงั ไม่ ผลการทดลอง นำเสนอผลการทดลอง
เปน็ ขั้นตอน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
11-12 ดมี าก
9-10 ดี
6-8 พอใช้
ต่ำกวา่ 6 ปรับปรงุ
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ รหสั วิชา ว30243
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ รายวิชา ชีววทิ ยาเพิ่มเตมิ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เร่อื ง การตอบสนองของพชื เวลา 3 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 19 เรอ่ื ง การตอบสนองของพืชตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม
1. ผลการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................ ..................................................................................... .........................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่ือ.....................................................ผู้สอน
(นางสาวดาริน คาดสนทิ )
………/………../…….....