The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรภาษาต่างประเทศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ayapangung, 2021-05-02 08:35:12

หลักสูตรภาษาต่างประเทศ

หลักสูตรภาษาต่างประเทศ

หลกั สตู รกลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2564)

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551

โรงเรยี นมกุ ดาหาร
อาํ เภอเมืองมกุ ดาหาร จังหวดั มกุ ดาหาร
สาํ นกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษามกุ ดาหาร
สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน

คาํ นาํ
หลักสูตรกลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ โรงเรียนมุกดาหาร อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัด
มุกดาหาร (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2564) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 จดั ทําขึ้น
เพื่อเปนแนวทางใหกับครูผูสอนภายในกลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ สามารถจัดการเรียนการสอนให
สอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรู ตัวช้ีวัด และสาระการเรียนรูแกนกลาง กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2564) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ โรงเรียนมุกดาหาร ขอขอบคุณคณะผูบรหิ าร คณะครู ผทู รงคณุ วฒุ ิ
ผูเช่ียวชาญดานภาษาตางประเทศ และบุคลากรทางการศึกษาทุกทาน ท่ีใหความเห็นและขอเสนอแนะที่เปน
ประโยชนใ นการจัดทําหลักสูตร กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตางประเทศ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ หวังเปนอยางย่ิงวา
หลกั สตู รกลมุ สาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2564) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 น้ี จะเปนประโยชนตอครูผูสอนภาษาตางประเทศ ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และ
ภาษาญีป่ นุ รวมถึงเปนประโยชนต อสถานศึกษา ในการวางแผนและจดั การเรยี นรภู าษาตา งประเทศ

กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ
โรงเรยี นมกุ ดาหาร

สารบัญ หนา
เรื่อง 1
หลกั สูตรกลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2564) 2
2
1. ความนํา 2
2. วิสัยทัศนหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 2
3. วสิ ยั ทศั นโรงเรยี น 3
4. หลักการ 4
5. จุดหมาย 5-7
6. สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน 8
7. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู 8-9
8. คุณภาพผเู รียน 10-47
9. คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค 48-150
10.นโยบายโรงเรียนมุกดาหาร 151-159
11.ตัวช้วี ดั และคาํ อธิบายรายวิชาภาษาองั กฤษ 160
12.ตัวชีว้ ัดและคําอธิบายรายวชิ าภาษาจีน
13.ตัวชวี้ ัดและคําอธบิ ายรายวิชาภาษาญี่ปุน
14.ภาคผนวก



1

ความนํา
ทาํ ไมตอ งเรียนภาษาตางประเทศ

ในสังคมโลกปจจุบัน การเรียนรูภาษาตางประเทศมีความสําคัญและจําเปนอยางยิ่ง
ในชีวิตประจําวัน เน่ืองจากเปนเครื่องมือสําคัญในการติดตอสื่อสาร การศึกษา การแสวงหาความรู
การประกอบอาชีพ การสรางความเขา ใจเกยี่ วกับวัฒนธรรมและวสิ ัยทัศนข องชมุ ชนโลก และตระหนักถงึ ความ
หลากหลายทางวัฒนธรรมและมุมมองของสังคมโลก นํามาซ่ึงมติ รไมตรแี ละความรวมมือกับประเทศตา งๆ ชวย
พัฒนาผูเรียนใหมีความเขาใจตนเองและผูอ่ืนดีขึ้น เรียนรูและเขาใจความแตกตางของภาษาและวัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียมประเพณี การคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง มีเจตคติที่ดีตอการใช
ภาษาตางประเทศ และใชภาษาตางประเทศเพื่อการสื่อสารได รวมทั้งเขาถึงองคความรูตางๆ ไดงายและ
กวางข้นึ และมีวิสัยทศั นใ นการดําเนนิ ชีวิต

ภาษาตางประเทศที่เปนสาระการเรียนรูพื้นฐาน ซ่ึงกําหนดใหเรียนตลอดหลักสูตการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน คือ ภาษาอังกฤษ สวนภาษาตางประเทศอื่น เชน ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุน บาลีอาหรับ
และภาษากลุมประเทศเพื่อนบาน หรือภาษาอื่นๆ ใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาท่ีจะจัดทํารายวิชาและ
จัดการเรยี นรูตามความเหมาะสม
เรียนรูอะไรในภาษาตา งประเทศ

กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ มุงหวังใหผูเรียนมีเจตคติที่ดตี อภาษาตางประเทศ สามารถใช
ภาษาตางประเทศ สื่อสารในสถานการณตาง ๆ แสวงหาความรู ประกอบอาชีพ และศึกษาตอ ในระดับที่สูงขึ้น
รวมทั้งมีความรูความเขาใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอันหลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถายทอด
ความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกไดอ ยา งสรา งสรรค ประกอบดวยสาระสําคญั ดงั นี้

• ภาษาเพ่ือการสื่อสาร การใชภาษาตางประเทศในการฟง-พูด-อาน-เขียน แลกเปลี่ยน
ขอมูล ขาวสาร แสดงความรูสึกและความคิดเห็น ตีความ นําเสนอขอมูล ความคิดรวบยอดและความ
คดิ เหน็ ในเรื่องตางๆ และสรา งความสมั พันธร ะหวางบุคคลอยา งเหมาะสม

• ภาษาและวัฒนธรรม การใชภาษาตางประเทศตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา
ความสัมพันธ ความเหมือนและความแตกตางระหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษา ภาษาและ
วฒั นธรรมของเจา ของภาษากบั วัฒนธรรมไทย และนาํ ไปใชอ ยางเหมาะสม

• ภาษากับความสัมพันธกับกลุมสาระการเรียนรูอ่ืน การใชภาษาตางประเทศในการ
เชื่อมโยงความรูกับกลุมสาระการเรียนรูอ่ืน เปนพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู และ
เปด โลกทศั นของตน

• ภาษากับความสัมพันธกับชุมชนและโลก การใชภาษาตางประเทศในสถานการณตางๆ
ทั้งในหองเรียนและนอกหองเรียน ชุมชน และสังคมโลก เปนเคร่ืองมือพ้ืนฐานในการศึกษาตอ
ประกอบอาชีพ และแลกเปล่ียนเรยี นรกู ับสงั คมโลก

2

วสิ ยั ทัศนหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน มงุ พัฒนาผเู รียนทุกคน ซงึ่ เปน กําลงั ของชาติใหเปน มนุษย

ท่มี ีความสมดุลท้ังดานรางกาย ความรู คณุ ธรรม มีจิตสํานกึ ในความเปนพลเมืองไทยและเปนพลโลก ยึดม่นั
ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข มีความรูและทักษะพื้นฐาน
รวมทั้งเจตคติท่ีจําเปนตอการศึกษาตอ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุงเนนผูเรียนเปน
สําคัญบนพน้ื ฐานความเช่อื วาทกุ คนสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองไดเต็มศักยภาพ

วิสัยทศั นโ รงเรียน
บริหารจัดการศึกษาดวยระบบคุณภาพ พัฒนาศักยภาพผูเรียนสูความเปนเลิศเทียบเคียง

มาตรฐานสากลมคี ุณธรรม จริยธรรมและดาํ รงชีวิตอยใู นสังคมโลกอยา งมีความสุข
หลกั การ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมุกดาหาร พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มหี ลักการทสี่ าํ คัญ ดังนี้

1. เปนหลักสตู รการศึกษาทม่ี จี ุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู เปนเปาหมายสาํ หรับพัฒนาผูเรียนให
มคี วามรู ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพนื้ ฐาน ของความเปนไทยควบคกู ับความเปน สากล

2. เปนหลกั สูตรการศึกษา ทปี่ ระชาชนทุกคนมโี อกาสไดรับการศึกษาอยา งเสมอภาค และมคี ณุ ภาพ
3. เปนหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอํานาจ ใหสังคมมีสวนรวมในการจัดการศึกษา
ใหสอดคลองกบั สภาพและความตองการของทองถ่นิ
4. เปน หลกั สูตรการศกึ ษาที่มีโครงสรา งยดื หยุน ทั้งดา นสาระการเรียนรู เวลาและการจดั การเรียนรู
5. เปนหลกั สูตรการศึกษาทเี่ นน ผเู รยี นเปน สําคัญ
6. เปนหลักสูตรการศึกษาสําหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุม ทุก
กลมุ เปาหมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรยี นรู และประสบการณ

จุดหมาย

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมุกดาหาร พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีปญญา มีความสุข มีศักยภาพ ในการศึกษาตอ
และประกอบอาชีพ จึงกาํ หนดเปนจดุ หมายเพือ่ ใหเกิดกบั ผเู รียน เมื่อจบการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานดังนี้

1. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมท่พี งึ ประสงค เหน็ คุณคา ของตนเอง มวี ินัยและปฏิบัตติ น ตาม
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาท่ตี นนบั ถือ ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. มีความรู ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกป ญหา การใชเ ทคโนโลยี และมที กั ษะชีวิต
3. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจติ ทด่ี ี มีสขุ นิสยั และรักการออกกําลังกาย
4. มคี วามรักชาติ มีจิตสาํ นกึ ในความเปนพลเมอื งไทยและพลโลก ยึดมน่ั ในวถิ ีชีวิตและ การ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท รงเปนประมุข
5. มีจิตสํานึกในการอนุรักษวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การอนุรักษและพัฒนาสิ่งแวดลอม มีจิต
สาธารณะทีม่ ุงทาํ ประโยชนและสรางสง่ิ ทด่ี ีงามในสังคม และอยรู วมกันในสังคมอยางมีความสุข

3

สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น
ในการพัฒนาผูเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมุกดาหาร พุทธศักราช 2553

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551มุงเนนพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพ ตาม
มาตรฐานท่กี าํ หนด ซึ่งจะชวยใหผเู รยี นเกิดสมรรถนะสาํ คัญ 5 ประการ ดังน้ี

1. ความสามารถในการส่ือสาร เปนความสามารถในการรับและสงสาร มีวัฒนธรรมในการใช
ภาษาถา ยทอดความคิด ความรูความเขา ใจ ความรูสึก และทศั นะของตนเองเพื่อแลกเปลยี่ นขอมลู ขา วสารและ
ประสบการณอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อขจัดและลด
ปญหาความขดั แยงตาง ๆ การเลอื กรบั หรอื ไมรับขอมลู ขา วสารดว ยหลักเหตผุ ลและความถกู ตอง ตลอดจนการ
เลือกใชวธิ กี ารสอ่ื สาร ท่ีมปี ระสิทธิภาพโดยคาํ นงึ ถงึ ผลกระทบทีม่ ีตอ ตนเองและสังคม

4

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู
สาระท่ี1 ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรื่องท่ีฟง และอานจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยางมี

เหตุผล
มาตรฐาน ต1 .2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอมลู ขา วสาร แสดงความรสู ึก และความ

คดิ เหน็ อยางมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต1 .3 นําเสนอขอมูลขา วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองตางๆ โดย
มาตรฐาน ต1 .3 นาํ เสนอขอมูลขาวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา งๆ โดยการพดู

และการเขียน
สาระที่2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต2 .1 เขาใจความสัมพนั ธร ะหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษา และนาํ ไปใช ไดอยาง

เหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต2 .2 เขา ใจความเหมือนและความแตกตา งระหวา งภาษาและวฒั นธรรมของเจา ของภาษา

กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนํามาใชอยา งถูกตองและเหมาะสม
สาระที่3 ภาษากบั ความสัมพนั ธก บั กลุมสาระการเรียนรูอ่นื
มาตรฐาน ต3 .1 ใชภ าษาตางประเทศในการเชื่อมโยงความรูกับกลุมสาระการเรยี นรูอื่น และเปนพ้ืนฐานใน

การพฒั นา แสวงหาความรู และเปด โลกทัศนของตน
สาระท่ี4 ภาษากบั ความสัมพันธกบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต4 .1 ใชภาษาตา งประเทศในสถานการณตา งๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
มาตรฐาน ต4 .2 ใชภ าษาตา งประเทศเปน เครอ่ื งมอื พ้ืนฐานในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพ และ การ

แลกเปลีย่ นเรียนรกู ับสังคมโลก

5

คณุ ภาพผเู รียน

จบชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3

• ปฏิบตั ติ ามคาํ ขอรอ ง คําแนะนํา คาํ ชแ้ี จง และคําอธบิ ายท่ีฟง และอา น อานออกเสยี งขอความ ขา ว
โฆษณา นิทาน และบทรอยกรองสั้นๆ ถูกตองตามหลักการอาน ระบุ/เขียนสื่อที่ไมใชความเรียงรูปแบบตางๆ
สัมพันธกับประโยคและขอความที่ฟงหรืออาน เลือก/ระบุหัวขอเรื่อง ใจความสําคัญ รายละเอียดสนับสนุน
และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟงและอานจากสื่อประเภทตางๆ พรอมทั้งใหเหตุผลและยกตัวอยาง
ประกอบ

• สนทนาและเขียนโตตอบขอมูลเก่ียวกับตนเองและเร่ืองตางๆ ใกลตัว สถานการณ ขาว
เรื่องท่ีอยูใ นความสนใจของสังคมและสือ่ สารอยางตอเนื่องและเหมาะสม ใชค ําขอรอ ง คาํ ชแ้ี จง และคําอธบิ าย
ใหคําแนะนําอยางเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความตองการ เสนอและใหความชวยเหลือ ตอบรับและ
ปฏิเสธการใหความชวยเหลือ พูดและเขียนเพ่ือขอและใหขอมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดง
ความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองที่ฟงหรืออานอยางเหมาะสม พูดและเขียนบรรยายความรูสึกและความคิดเห็นของ
ตนเองเก่ียวกับเร่ืองตางๆ กิจกรรม ประสบการณ และขาว/เหตุการณ พรอมทั้งใหเหตุผลประกอบอยาง
เหมาะสม

• พูดและเขียนบรรยายเก่ียวกับตนเอง ประสบการณ ขาว/เหตุการณ/เร่ือง/ประเด็นตางๆ
ท่ีอยูในความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสําคัญ/แกนสาระ หัวขอเรื่องท่ีไดจากการวิเคราะห
เรื่อง/ขาว/เหตุการณ/สถานการณที่อยูในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม
ประสบการณ และเหตุการณ พรอมใหเ หตผุ ลประกอบ

• เลือกใชภาษา นํ้าเสียง และกิริยาทาทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเปนอยู ขนบธรรมเนียมและประเพณี
ของเจาของภาษา เขารว ม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ

• เปรียบเทยี บ และอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา งระหวา งการออกเสยี งประโยคชนิดตางๆ
และการลาํ ดบั คาํ ตามโครงสรางประโยคของภาษาตา งประเทศและภาษาไทย เปรยี บเทยี บและ อธิบายความ
เหมอื นและความแตกตางระหวางชวี ิตความเปน อยแู ละวัฒนธรรมของเจา ของภาษากบั ของไทย และนําไปใช
อยา งเหมาะสม

• คนควา รวบรวม และสรุปขอมูล/ขอเท็จจริงท่ีเก่ียวของกับกลุมสาระการเรียนรูอ่ืนจาก
แหลง การเรยี นรู และนาํ เสนอดว ยการพูดและการเขยี น

• ใชภาษาส่ือสารในสถานการณจริง/สถานการณจําลองที่เกิดข้ึนในหองเรียน สถานศึกษา ชุมชน
และสงั คม

• ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม และสรุปความรู/ขอมูลตางๆ จากส่ือ
และแหลงการเรียนรูตางๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ เผยแพร/ประชาสัมพันธขอมูล ขาวสารของ
โรงเรยี น ชุมชน และทอ งถิน่ เปนภาษาตา งประเทศ

• มีทักษะการใชภาษาตางประเทศ (เนนการฟง-พูด-อาน-เขียน) ส่ือสารตามหัวเรื่องเก่ียวกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลอม อาหาร เครื่องด่ืม เวลาวางและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซื้อ-

6

ขาย ลมฟาอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางทองเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร
และเทคโนโลยี ภายในวงคาํ ศัพทป ระมาณ 2,100-2,250 คํา (คําศัพทท ี่เปนนามธรรมมากข้นึ )

• ใชประโยคผสมและประโยคซับซอน (Complex Sentences) สื่อความหมายตามบริบทตางๆ ใน
การสนทนาทง้ั ทเ่ี ปน ทางการและไมเปนทางการ

จบช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 6
• ปฏบิ ตั ติ ามคาํ แนะนําในคมู ือการใชง านตางๆ คําช้แี จง คําอธบิ าย และคาํ บรรยายท่ีฟงและอาน
อานออกเสียงขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง และบทละครสน้ั ถูกตองตามหลักการอาน อธิบายและ
เขียนประโยคและขอความสัมพนั ธกบั สอ่ื ท่ีไมใชค วามเรยี งรูปแบบตา งๆ ท่ีอาน รวมทง้ั ระบุและเขยี นส่ือที่ไมใ ช
ความเรียงรูปแบบตา งๆ สัมพันธกบั ประโยคและขอความท่ีฟง หรืออาน จบั ใจความสําคัญ วเิ คราะหความ สรุป
ความ ตีความ และแสดงความคิดเหน็ จากการฟง และอานเรือ่ งที่เปน สารคดีและบนั เทิงคดี พรอ มทั้งใหเ หตผุ ล
และยกตัวอยางประกอบ
• สนทนาและเขยี นโตต อบขอมูลเก่ยี วกับตนเองและเร่ืองตางๆ ใกลต ัว ประสบการณ สถานการณ
ขาว/เหตกุ ารณ ประเด็นที่อยูในความสนใจและส่ือสารอยางตอเนื่องและเหมาะสม เลอื กและใชค ําขอรอง คาํ
ชีแ้ จง คาํ อธิบาย และใหคําแนะนาํ พดู และเขียนแสดงความตองการ เสนอและใหความชวยเหลอื ตอบรับ
และปฏิเสธการใหค วามชวยเหลือในสถานการณจําลองหรอื สถานการณจรงิ อยา งเหมาะสม พดู และเขยี นเพื่อ
ขอและใหขอมูล บรรยาย อธิบาย เปรยี บเทยี บ และแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับเรือ่ ง/ประเด็น/ขาว/เหตุการณ
ที่ฟงและอานอยา งเหมาะสม พดู และเขยี นบรรยายความรสู ึกและแสดงความคดิ เหน็ ของตนเองเก่ยี วกับเรือ่ ง
ตา งๆ กิจกรรม ประสบการณ และขา ว/เหตกุ ารณอ ยางมเี หตุผล
• พูดและเขียนนําเสนอขอมูลเกี่ยวกับตนเอง/ประสบการณ ขาว/เหตุการณ เรื่องและประเด็นตางๆ
ตามความสนใจ พูดและเขียนสรุปใจความสําคัญ แกนสาระท่ีไดจากการวิเคราะหเรื่อง กิจกรรม ขาว
เหตุการณ และสถานการณตามความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ
และเหตุการณ ทั้งในทอ งถ่นิ สังคม และโลก พรอมทงั้ ใหเหตผุ ลและยกตวั อยางประกอบ
• เลือกใชภาษา น้ําเสียง และกิริยาทาทางเหมาะกับระดับของบุคคล เวลา โอกาสและสถานท่ีตาม
มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจาของภาษา อธิบาย/อภิปรายวิถีชีวิต ความคิด ความเช่ือ และท่ีมาของ
ขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจาของภาษา เขารวม แนะนํา และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
อยางเหมาะสม
• อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สํานวน คําพังเพย สุภาษิต
และบทกลอนของภาษาตางประเทศและภาษาไทย วิเคราะห/อภิปรายความเหมือนและความแตกตางระหวางวิถี
ชวี ิต ความเชื่อ และวฒั นธรรมของเจาของภาษากับของไทย และนําไปใชอยางมีเหตุผล
• คนควา/สืบคน บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับขอมูลท่ีเกี่ยวของกับกลุมสาระการ
เรยี นรูอ ่นื จากแหลง เรียนรูต างๆ และนําเสนอดว ยการพูดและการเขยี น
• ใชภาษาส่ือสารในสถานการณจริง/สถานการณจําลองท่ีเกิดข้ึนในหองเรียน สถานศึกษา ชุมชน
และสงั คม

7

• ใชภ าษาตางประเทศในการสบื คน/คน ควา รวบรวม วิเคราะห และสรุปความร/ู ขอ มูลตา งๆ จากส่ือ
และแหลงการเรียนรูตางๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ เผยแพร/ประชาสัมพันธ ขอมูล ขาวสาร ของ
โรงเรียน ชุมชน และทอ งถิน่ /ประเทศชาติ เปนภาษาตา งประเทศ

• มีทักษะการใชภาษาตางประเทศ (เนนการฟง-พูด-อาน-เขียน) ส่ือสารตามหัวเรื่องเก่ียวกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน ส่ิงแวดลอม อาหาร เครื่องด่ืม ความสัมพันธระหวางบุคคล เวลาวางและนันทนาการ
สุขภาพและสวัสดิการ การซ้ือ-ขาย ลมฟาอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางทองเท่ียว การบริการ
สถานท่ี ภาษา และวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ภายในวงคําศัพทประมาณ 3,600-3,750 คํา (คําศัพทที่มี
ระดบั การใชแตกตา งกนั )

• ใชประโยคผสมและประโยคซับซอนส่ือความหมายตามบริบทตางๆ ในการสนทนา ทั้งที่เปน
ทางการและไมเ ปนทางการ

2. ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิด
อยางสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพื่อนําไปสูการสรางองคความรูหรือ
สารสนเทศเพอ่ื การตดั สินใจเกย่ี วกบั ตนเองและสงั คมไดอยา งเหมาะสม

3. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการแกปญหาและอุปสรรคตางๆ ที่
เผชิญไดอยางถูกตองเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธ
และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณตางๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยุกตความรูมาใชในการปองกันและ
แกไขปญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคํานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ตอตนเอง สังคมและ
สิ่งแวดลอ ม

4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการนํากระบวนการตางๆ ไปใชในการ
ดําเนินชีวิตประจําวัน การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูอยางตอเนื่อง การทํางาน และการอยูรวมกันในสังคม
ดวยการสรา งเสริมความสัมพนั ธอนั ดรี ะหวางบุคคล การจดั การปญ หาและความขัดแยงตา งๆอยางเหมาะสม การ
ปรับตัวใหท ันกับการเปล่ยี นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอม และการรจู กั หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมพงึ ประสงค
ท่สี งผลกระทบตอ ตนเองและผอู ่นื

5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปนความสามารถในการเลือก และใช เทคโนโลยีดานตางๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในดานการเรียนรู
การส่ือสาร การทาํ งาน การแกปญหาอยางสรา งสรรค ถกู ตอง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม

8

คุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนมุกดาหาร พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน

พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มุงพฒั นาผูเ รียนใหมีคุณลักษณะอันพึงประสงค เพอื่ ใหส ามารถอยรู ว มกบั ผูอื่นใน
สังคมไดอยางมีความสุข ในฐานะเปนพลเมอื งไทยและพลโลก ดังนี้

1. รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ 
2. ซ่อื สตั ยส ุจรติ
3. มวี นิ ัย
4. ใฝเ รียนรู
5. อยูอยา งเพียงพอ
6. มุงมั่นในการทาํ งาน
7. รกั ความเปน ไทย
8. มีจิตสาธารณะ
9. มสี มั มาคารวะ
นโยบายโรงเรียนมุกดาหาร
1. ดานพฒั นาคณุ ภาพผเู รยี นเทยี บเคยี งมาตรฐานสากล
1.1 พัฒนาการจัดแผนการเรียนตามหลักสูตร ใหสอดคลองกับหลักสูตรมาตรฐานสากลและ
ความสนใจความสามารถและความถนัดของนักเรียน
1.2. พัฒนากระบวนการจดั การเรียนรู โดยนํานวัตกรรมและเทคโนโลยที างการศึกษา
มาใชใหส อดคลอ งกบั จดุ หมายของหลกั สูตร
1.3 สง เสริมและสนบั สนนุ การเรยี นการสอนทุกกลุมสาระการเรียนรูและสง เสรมิ
การเรียนอยา งนอ ย 2 ภาษา
1.4 สง เสรมิ สขุ ภาพอนามยั ดนตรี กฬี า
1.5 สง เสริมและสนบั สนุนใหน ักเรียนเปนพลเมืองดตี ามระบอบประชาธปิ ไตย
มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มวี นิ ัย และสามารถดํารงชีวติ อยใู นสังคมโลกอยา งมคี วามสขุ
1.6 สง เสริมใหนักเรยี นไดเ รียนรูเกี่ยวกับประชาธิปไตยท้งั ทางดานทฤษฎแี ละปฏิบตั ิ
รวมทั้งมสี ว นรว มในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ ปน ประมุข
2. ดา นเครือขายความรวมมือและพฒั นาระบบบริหารการจดั การดวยระบบคณุ ภาพ
2.1 พัฒนาภมู ทิ ัศนแ ละแหลง เรียนรใู หเอ้อื ตอ การจดั การเรียนรูของผูเรียน
2.2 พัฒนาการบริหารงานดวยระบบคุณภาพทุกดานใหเอื้ออํานวยตอการจัดการเรียนรูอยางมี
ประสิทธภิ าพและประสิทธิผล
2.3 พัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาเพ่ือใหเทียนเคียง
มาตรฐานสากล
2.4 พัฒนาระบบขอ มูลสารสนเทศ และงานประชาสัมพนั ธ
2.5 สง เสริมการวจิ ยั เพอ่ื พัฒนาและนําผลไปใชอยา งมคี ณุ ภาพ
3. ดา นพัฒนาบุคลากรใหมีประสิทธภิ าพเทยี บเคยี งมาตรฐานสากล
3.1. สนับสนุนและสงเสริมการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามเกณฑโรงเรียน
มาตรฐานสากล

9

3.2 สงเสริมสรางขวัญกําลังใจแกครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ
ปฏิบัตงิ าน

4. ดา นพฒั นาความสัมพันธร ะหวางโรงเรยี นกับชุมชน
4.1 สงเสริมความรวมมือระหวางโรงเรียน บาน และชุมชน ปลูกฝงใหนักเรียนมีคุณธรรม

จริยธรรม มคี ุณลักษณะที่พงึ ประสงค และดํารงชวี ิตอยใู นสงั คมโลกอยางมีความสขุ
4.2 สง เสริมใหนักเรียนมีสว นรวมในกจิ กรรมกับชุมชน เพอ่ื ใหนกั เรียนมีคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค รูและ

รกั ษาขนบธรรมเนียมประเพณี อนรุ ักษ เผยแพร และสบื สานศิลปวัฒนธรรมไทย
นโยบายเรง รดั โรงเรียนมุกดาหาร ปก ารศกึ ษา 2553

1. ดา นพฒั นาคุณภาพผเู รียนเทยี บเคยี งมาตรฐานสากล
1.1 พัฒนาผูเรียนใหสูความเปนเลิศทางวิชาการ สามารถส่ือสารไดอยางนอย 2 ภาษา มี

ความคิดสรางสรรคผลงานนําไปสูการใชเทคโนโลยีและสามารถเขาแขงขันในระดับชาติและนานาชาติ สราง
เสริมความรบั ผดิ ชอบตอสงั คมโลก

1.2 ปรบั กระบวนการวัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นรใู หสอดคลอ งกบั ศกั ยภาพของผเู รยี น
2. ดานเครอื ขายความรว มมอื และพัฒนาระบบบริหารการจดั การดวยระบบคุณภาพ

2.1 สนับสนุนสงเสริมการพัฒนาผลงานทางวิชาการของครูเพ่ือพัฒนาวิชาการและเลื่อนวิทย
ฐานะ

2.2 พฒั นาการจดั กระบวนการการเรียนการสอนของครู เพ่อื รองรบั การประเมิน
ระดับชาติ

3. ดานพฒั นาบุคลากรใหมปี ระสิทธภิ าพเทยี บเคียงมาตรฐานสากล
3.1 นิเทศ ติดตาม ประเมินผลการปฏิบตั งิ านและการจัดการเรียนการสอนของครูอยา งตอเน่ือง
3.2 พัฒนาการบรกิ าร และสนบั สนนุ ทรัพยากรทางการศึกษาใหเอื้อตอ การการจัด

กระบวนการเรยี นการสอนใหมคี ุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล
4. ดานพฒั นาความสมั พนั ธระหวางโรงเรยี นกบั ชุมชน
สง เสรมิ ใหชมุ ชนมีสว นรว มในการจดั การศึกษาและโรงเรยี นเปนศนู ยก ลางการบริการ

ชมุ ชนในทุกๆดา น

10

ตัวชว้ี ดั และคาํ อธิบาย
รายวิชาภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน

11

คาํ อธบิ ายรายวิชา
อ21101-อ21102 ภาษาอังกฤษพื้นฐาน
รายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ สาระการเรียนรู
ภาษาตา งประเทศ
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 1 จํานวน 1.5 หนวยกิต
(60 คาบ)
อา นออกเสยี งขอความ นทิ าน บทรอ ยกรอง บอกความเหมือนและความแตกตางระหวา งการ
ออกเสียงประโยคชนิดตาง ๆ การใชเครื่องหมายวรรคตอน และการลําดับคําตามโครงสรางประโยคของ
ภาษาตางประเทศและภาษาไทย ปฏบิ ตั ิตามและใชคําส่ัง คําขอรอง คําแนะนํา คาํ ชแ้ี จง พดู และเขยี นบรรยาย
สรุปใจความสําคัญท่ีไดจากการวิเคราะห แสดงความคิดเห็นเรื่องเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจําวัน
ประสบการณ สิ่งแวดลอม และเหตุการณใกลตัวในความสนใจ ระบุและเลือกขอมูล ประโยค ขอความ บท
สนทนา นิทาน เรื่องส้ัน และตอบคําถามเก่ียวกับเรื่องที่ฟงหรืออาน คนควา รวบรวม สรุปขอมูลจากสื่อและ
แหลงเรียนรูตาง ๆ ท้ังที่เปนขอเท็จจริงและขอคิดเห็นท่ีเกี่ยวของกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น เปรียบเทียบ
ประเพณี งานเทศกาล งานฉลอง วนั สาํ คญั ชีวิตความเปน อยู และวฒั นธรรมของเจาของภาษา เขารวมและจัด
กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม โดยสามารถสื่อสารดวยภาษา นํา้ เสยี ง และกิรยิ าทาทางสภุ าพเหมาะสม ทั้ง
ในสถานการณจริงและสถานการณจําลองอยางถูกตองเหมาะสมตามกาลเทศะ มีความใฝเรียนรู มุงม่ันในการ
ทํางาน รักชาติ ศาสน กษตั ริย และรกั ความเปน ไทย

รหสั ตวั ช้ีวดั
มฐ ต 1.1 ม.1/1-4
มฐ ต 1.2 ม.1/1-5
มฐ ต 1.3 ม.1/1-3
มฐ ต 2.1 ม.1/1-3
มฐ ต 2.2 ม.1/1-2
มฐ ต 3.1 ม.1/1
มฐ ต 4.1 ม.1/1
มฐ ต 4.2 ม.1/1

รวม 20 ตัวชวี้ ัด

12

มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชี้วดั
รายวิชาภาษาอังกฤษ ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 1
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรือ่ งท่ีฟงและอา นจากส่ือประเภทตาง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา งมเี หตุผล
ต 1.1 ม.1/1 ปฏบิ ตั ิตามคําส่ัง คําขอรอง คาํ แนะนํา และคําชี้แจงงา ย ๆ ที่ฟงและอาน
ต 1.1 ม.1/2 อานออกเสียงขอ ความ นิทาน และบทรอ ยกรอง (poem) สั้น ๆ ถกู ตองตามหลักการ
อา น
ต 1.1 ม.1/3 เลือก/ระบุประโยคและขอความใหสัมพันธกับส่อื ทีไ่ มใ ชความเรียง (non-text
information) ทีอ่ าน
ต 1.1 ม.1/4 ระบหุ วั ขอเรือ่ ง (topic) ใจความสําคญั (main idea) และตอบคําถามจากการฟง และ
อานบท สนทนา นิทาน และเร่ืองสั้น
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอมูลขาวสาร แสดงความรูสกึ และความ
คดิ เหน็ อยางมีประสิทธิภาพ
ต 1.2 ม.1/1 สนทนาแลกเปลี่ยนขอ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ กรรม และสถานการณตา ง ๆ ใน
ชวี ติ ประจาํ วนั
ต 1.2 ม.1/2 ใชค าํ ขอรอง ใหคําแนะนาํ และคําชี้แจงตามสถานการณ
ต 1.2 ม.1/3 พูดและเขียนแสดงความตอ งการขอความชว ยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการใหค วาม
ชว ยเหลือ ในสถานการณตาง ๆ อยางเหมาะสม
ต 1.2 ม.1/4 พูดและเขียนเพื่อขอและใหข อมูล และแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั เร่ืองท่ีฟง หรืออา น
อยา ง เหมาะสม
ต 1.2 ม.1/5 พูดและเขยี นแสดงความรูสกึ และความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกบั เร่ืองตา ง ๆ ใกลต วั
กจิ กรรม ตา ง ๆ พรอ มทง้ั ใหเหตผุ ลส้ัน ๆ ประกอบอยา งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นําเสนอขอ มูลขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรอื่ งตาง ๆ โดยการพดู
และการเขียน
ต 1.3 ม.1/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กจิ วัตรประจาํ วัน ประสบการณ และสง่ิ แวดลอมใกล
ตวั
ต 1.3 ม.1/2 พดู /เขยี นสรุปใจความสาํ คญั /แกนสาระ (theme) ท่ไี ดจากการวิเคราะหเร่อื ง/
เหตกุ ารณท ่ีอยู ในความสนใจของสงั คม
ต 1.3 ม.1/3 พดู /เขียนแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับกจิ กรรมหรอื เรื่องราวตา ง ๆ ใกลต ัว พรอมท้ังให
เหตผุ ลอยางส้ันประกอบ
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขาใจความสมั พนั ธร ะหวา งภาษากับวัฒนธรรมของเจา ของภาษา และนาํ ไปใชไดอยา ง
เหมาะสมกับกาลเทศะ
ต 2.1 ม.1/1 ใชภ าษา นํ้าเสยี ง และกิริยาทาทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรม
ของ เจาของภาษา
ต 2.1 ม.1/2 บรรยายเกยี่ วกับเทศกาล วันสาํ คญั ชวี ติ ความเปนอยู และประเพณีของเจาของภาษา
ต 2.1 ม.1/3 เขารว ม/จัดกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ

13

มาตรฐาน ต 2.2 เขา ใจความเหมือนและความแตกตางระหวา งภาษาและวัฒนธรรมของเจาของภาษากับ
ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนาํ มาใชอยา งถูกตองและเหมาะสม

ต 2.2 ม.1/1 บอกความเหมือนและความแตกตางระหวา งการออกเสียงประโยคชนดิ ตา ง ๆ การใช
เครือ่ งหมายวรรคตอน และการลําดบั คําตามโครงสรา งประโยคของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
ต 2.2 ม.1/2 เปรยี บเทียบความเหมอื นและความแตกตา งระหวางเทศกาล งานฉลอง วนั สําคัญ และ
ชวี ติ ความเปน อยขู องเจา ของภาษากับของไทย
สาระท่ี 3 ภาษากับความสมั พนั ธกบั กลมุ สาระการเรยี นรูอื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภาษาตา งประเทศในการเชอื่ มโยงความรกู บั กลมุ สาระการเรียนรูอื่น และเปน พนื้ ฐาน
ในการพฒั นาแสวงหาความรู และเปดโลกทศั นข องตน
ต 3.1 ม.1/1 คน ควา รวบรวม และสรปุ ขอมูล/ขอเทจ็ จรงิ ท่เี ก่ียวของกบั กลมุ สาระการเรยี นรอู ่นื จาก
แหลง เรียนรู และนาํ เสนอดว ยการพดู /การเขียน
สาระท่ี 4 ภาษากับความสมั พนั ธกบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภาษาตางประเทศในสถานการณตา ง ๆ ทั้งในสถานที่ศึกษา ชุมชน และสังคม
ต 4.1 ม.1/1 ใชภ าษาสอื่ สารในสถานการณจริง/สถานการณจ าํ ลองที่เกิดขึ้นในหอ งเรียนและ
สถานศึกษา
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภาษาตางประเทศเปน เคร่อื งมือพนื้ ฐานในการศึกษาตอ การประกอบอาชพี และการ
แลกเปลี่ยนเรยี นรูกบั สังคมโลก
ต 4.2 ม.1/1 ใชภาษาตา งประเทศในการสบื คน/คนควา ความร/ู ขอ มลู ตาง ๆ จากสอ่ื และแหลง การ
เรยี นรู ตาง ๆ ในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ

14

รายวิชาพ้ืนฐาน คําอธบิ ายรายวิชา
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน

กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ
เวลาเรยี น 60 ชั่วโมง จํานวน 1.5 หนวยกิต

ปฏิบัตติ ามและใชคําขอรอง คาํ แนะนํา คาํ ชี้แจง และคําอธิบายงาย ๆ ตามสถานการณ อา นออกเสียง
เลือกหัวขอ สรุปใจความสําคัญ และรายละเอียดสนับสนุน พรอมท้ังแสดงความคิดเห็น ใหเหตุผล และ
ยกตัวอยางประกอบจากการอานเรอ่ื ง ขาว เหตุการณ ประกาศ กิจกรรม บทรอยกรองส้ัน ๆ เร่ืองใกลตัว และ
เรื่องที่อยูในความสนใจของสังคม ระบุ เขียน อธิบาย เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตา งระหวางการ
ออกเสียงประโยคชนิดตาง ๆ และการลําดับคําตามโครงสรางประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย รวมทั้ง
เทศกาล วันสําคัญ ชีวิตความเปนอยู และวัฒนธรรม ประเพณีของเจาของภาษา สืบคน รวบรวม และสรุป
ขอ มูลหรอื ขอเท็จจริงเกี่ยวกับกลมุ สาระการเรียนรูอ่ืน พรอ มท้ังประชาสัมพันธขอมลู ขาวสารของโรงเรียนเปน
ภาษาอังกฤษ ขอและใหขอมูล ใชทักษะในการส่ือสารเพ่ือแสดงความตองการ ความรูสึก ความคิดเห็น และ
ความชวยเหลือเก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจําวัน ประสบการณ สถานการณตาง ๆ ในชีวิตประจําวัน เชน ใน
หองเรยี น สถานศึกษา ชุมชน โดยใชภ าษา นา้ํ เสยี ง กริ ิยาทาทางอยา งเหมาะสม ถูกตอ งตามกาลเทศะ เขา รว ม
หรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจใหเหมาะสมกับบุคคล โอกาส มารยาทสังคม และ
วัฒนธรรมของเจาของภาษา มีความรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง
มงุ มั่นในการทํางาน รกั ความเปน ไทย และมีจติ สาธารณะ

รหสั ตัวชี้วดั
ต 1.1 ม. 2/1, ม. 2/2 , ม. 2/3 , ม. 2/4
ต 1.2 ม. 2/1, ม 2/2,ม 2/3, ม. 2/4 , ม 2/5
ต 1.3 ม. 2/1, ม 2/2,ม 2/3,
ต 2.1 ม.2/1, ม 2/2,ม 2/3
ต 2.2 ม.2/1, ม. 2/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/1, ม. 2/2

รวม 21 ตัวช้วี ดั

15

มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชีว้ ดั
รายวชิ าภาษาอังกฤษ ช้ันมัธยมศึกษาปท ี่ 2
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรอ่ื งท่ีฟงและอานจากส่อื ประเภทตา งๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา ง
มีเหตุผล
ต 1.1 ม.2/1 ปฏบิ ตั ติ ามคําขอรอง คาํ แนะนา คําช้ีแจง และคําอธบิ ายงายๆ ท่ีฟง และอาน
ต 1.1 ม.2/2 อา นออกเสยี งขอ ความ ขา ว ประกาศ และบทรอ ยกรองส้นั ๆ ถูกตองตามหลักการอาน
ต 1.1 ม.2/3 ระบุ/เขียนประโยค และขอความ ในสัมพนั ธกบั สื่อที่ไมใ ชความเรยี ง รูปแบบตา งๆ ท่ี
อาน
ต 1.1 ม.2/4 เลอื กหวั ขอเร่ือง ใจความสาํ คญั บอกรายละเอยี ดสนบั สนุน(supporting detail) และ
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองที่ฟง และอา น พรอ มทงั้ ใหเ หตุผลและยกตัวอยา งงายๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอมลู ขาวสาร แสดงความรสู ึก
ต 1.2 ม.2/1 สนทนาแลกเปล่ยี นขอมูลเกยี่ วกบั ตนเอง เรอ่ื งตางๆใกลต วั และสถานการณตางๆ ใน
ชวี ติ ประจําวนั อยา งเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/2 ใชค ํารอง ใหค ําแนะนา คาชี้แจง และคําอธิบายตามสถานการณ
ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขยี นแสดงความตอ งการเสนอและใหความชว ยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการให
ความชวยเหลอื ในสถานการณตางๆ อยางเหมาะสมและความคิดเห็นอยางมีประสทิ ธิภาพ
ต 1.2 ม.2/4 พดู และเขียนเพอื่ ขอและใหข อมลู บรรยาย และแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับเรื่องที่ฟง
หรืออา นอยางเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/5 พูดและเขยี นแสดงความรูสกึ และความคิดเห็นของตนเองเก่ยี วกบั เร่ืองตา งๆ กิจกรรม
และประสบการณ พรอ มทั้งใหเหตุผลประกอบอยา งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอมลู ขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรือ่ งตา งๆ โดยการพูด
และการเขียน
ต 1.3 ม.2/1 พูดและเขยี นบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง กิจวัตรประจาวัน ประสบการณ และขาว/
เหตุการณ ท่อี ยใู นความสนใจของสงั คม
ต 1.3 ม.2/2 พดู และเขยี นสรุปใจความสาํ คญั /แกน สาระ หวั ขอเร่อื ง(topic) ท่ไี ดจากการวิเคราะห
เรอื่ ง/ ขา ว/เหตกุ ารณ ท่ีอยูในความสนใจของสงั คม
ต 1.3 ม.2/3 พดู และเขยี นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั กจิ กรรม เรอื่ งตางๆ ใกลตวั และประสบการณ
พรอ มทง้ั ให เหตุผลสน้ั ๆ ประกอบ
สาระท่ี 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เจาใจความสมั พนั ธร ะหวา งภาษากับวัฒนธรรมของเจา ของภาษา และนาํ ไปใชไ ดอยาง
เหมาะสมกับกาลเทศะ
ต 2.1 ม.2/1 ใชภ าษา นํ้าเสียง และกิรยิ าทาทางเหมาะกับบคุ คลและโอกาสตามมารยาทสังคม และ
วฒั นธรรมของเจา ของภาษา
ต 2.1 ม.2/2 อธิบายเก่ียวกับเทศกาล วันสําคญั ชวี ิตความเปน อยู และประเพณีของเจา ของภาษา
ต 2.1 ม.2/3 เขา รวม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ

16

มาตรฐาน ต 2.2 เขาใจความเหมือนและความแตกตา งระหวา งภาษาและวัฒนธรรมของเจา ของภาษากบั
ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนํามาใชอยางถกู ตองและเหมาะสม

ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา งระหวา งการออกเสียงประโยค
ชนิดตางๆ และการลําดบั คาตามโครงสรางประโยค ของภาษาตางประเทศและภาษาไทย

ต 2.2 ม.2/2 เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตางระหวางชวี ติ ความเปน อยูและ
วัฒนธรรมของเจา ของภาษากับของไทย

สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พันธกบั กลุมสาระการเรยี นรูอน่ื
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภาษาตา งประเทศในการเชือ่ มโยงความรกู ับกลุมสาระการเรยี นรูอนื่ และเปน พน้ื ฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู และเปด โลกทัศนของตน

ต 3.1 ม.2/1 คนควา รวบรวม และสรปุ ขอมูล/ขอเท็จจริงที่เก่ยี วของกบั กลมุ สาระการเรียนรอู ื่นจาก
แหลงเรยี นรูแ ละนาํ เสนอดว ยการพูด/การเขียน

สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธก ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ าษาตางประเทศในสถานการณตางๆ ทั้งในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คม

ต 4.1 ม.2/1 ใชภาษาส่ือสารในสถานการณจริง/สถานการณจริงจําลองท่เี กิดข้นึ ในหอ งเรียน สถาน
การศึกษา ชมุ ชน และสังคม

มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ าษาตางประเทศเปนเคร่ืองมือพนื้ ฐานในการศกึ ษาตอ การประกอบอาชีพ และการ
แลกเปล่ียน เรียนรูกับสงั คมโลก

ต 4.2 ม.2/1 ใชภาษาตา งประเทศในการสบื คน/คน ควา รวบรวมและสรปุ ความรู/ ขอมูลตางๆ จาก
ส่ือ และแหลงการเรยี นรูตางๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชพี

ต 4.2 ม.2/2 เผยแพร/ประชาสมั พันธข อมลู ขาวสาร ของโรงเรยี นเปน ภาษาตา งประเทศ

17

โครงสรางรายวชิ าภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน (อ22101) ม.2
ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศึกษา 2563
โรงเรียนตนทาง โรงเรยี นมกุ ดาหาร โรงเรยี นปลายทาง........................................................
ชอ่ื ผูสอนโรงเรียนตนทาง น.ส.นัฏยา ปท ทุม ชอ่ื ผูส อนโรงเรียนปลายทาง..........................................

สัปดาหท ่/ี หนว ยการเรียนรู/ รหัสตัวช้ีวดั สาระสาํ คัญ จาํ นวน ชิ้นงาน/ภาระงาน คะแนน
วนั เดอื น ป แผนการจัดการ คาบ กําหนดสง
ต 1.1 ม. 2/2 (concept ของหนว ย) 15
1-5 เรียนรู Vocabulary: 14 - worksheet
และ - Activities, jobs, qualities - บทสนทนา
1. At work, Functions: - บทความนําเสนอ
at play ต 1.3 ม. - Describing jobs qualities,
2/1-2 interviewing someone about สถานที่ทอ งเทย่ี ว
ต 2.1 ม. 2/1 their job.
-Talking about leisure park
และ -Making suggestion
- Describing sport teenager
ต 2.1 ม. play
2/3 - Describing a typical
ต 3.1 ม. 2/1 weekend
ต 4.1 ม. 2/1 Grammar:
-Present Simple & Present
Continuous, Adverb of
frequency, -ing form & to-
infinitive
Listening
-ฟง เพื่อหาขอ มลู เฉพาะ
Speaking

-พดู ประโยคโดยใชโ ครงสรางที่เรียน

Writing
-เขียนโฆษณาสถานทท่ี องเทียวในประเทศไทย
- แตงบทสนทนาเก่ยี วกับการเสนอแนะกิจกรรม

ใหผอู ื่น

Reading
-อา นเพ่ือหาขอมูลเฉพาะ

6-9 2.Myths & ต 1.1 ม. 2/2 Vocabulary: 14 - Survey 15
Legends -4 - appearance, character worksheet
- verb, noun - เขียนกิจกรรมวนั สดุ
ต 1.2 ม. 2/1 - Sentence (How was your สัปดาหทีผ่ านมา หรอื ที่
weekend?) เคยทาํ ในอดีต
และ ต 1.2 ม. - Quiz

2/4
ต 1.3 ม. 2/1
-2
ต 2.1 ม. 2/1 Functions:
และ ต 2.1 ม. - Describing people’s
2/3 appearance and character

18

สัปดาหท /่ี หนวยการเรยี นรู/ รหัสตัวช้ีวัด สาระสาํ คัญ จาํ นวน ชนิ้ งาน/ภาระงาน คะแนน
วนั เดือน ป แผนการจัดการ คาบ กําหนดสง
ต 3.1 ม. 2/1 (concept ของหนว ย)
เรยี นรู ต 4.1 ม. 2/1 - Describing past event
- Narrating a story
- Recommending a film
Grammar:
- Past Simple (regular &
irregular verbs)
Listening
-ฟง เพ่อื หาขอ มูลเฉพาะ
Speaking

-พดู ประโยคโดยใชโครงสรางที่เรียน

Writing

- เขียนแสดงความคิดเหน็ และสรุปยอ เรือ่ งท่อี า น
- เขยี นเก่ียวกับกิจกรรมวนั สุดสัปดาหที่ผานมา
หรือทีเ่ คยทําในอดตี
- แตงบทสนทนาเกีย่ วกับการแนะนาํ ภาพยนตร

Reading
-อานเพื่อหาขอ มลู เฉพาะ

10 สอบกลางภาค 2 20
11-15 3. Let’s
ต 1.1 ม. Vocabulary: 14 - worksheet 15
party 2/2 - 4 - festival/celebration, feelings - เขยี น e-mail
ต 1.2 ม. - expressing surprise -เขียนบรรยายกิจกรรม
2/1 และ Functions: ทีส่ มาชิกในครอบครัว
ต 1.2 ม. - Asking for and expressing กําลงั ทําในอดีต

2/4 - 5 opinion
ต 1.3 ม. - Describing actions which
2/1 - 3 were happening at a certain
ต 2.1 ม. time in the past
2/1 - 3 - Talking about Disneyland
ต 2.2 ม. - Narrating past event
2/2 - Describing festivals
ต 3.1 ม. - Narrating story
2/1 - Talking about your house &
ต 4.1 ม. bedroom
2/1 Grammar:
ต 4.2 ม. - Past continuous, Past
2/1 Simple & Past continuous

Listening
-ฟง เพอื่ หาขอ มลู เฉพาะ
Speaking

19

สัปดาหท่ี/ หนว ยการเรียนร/ู รหสั ตัวชี้วดั สาระสาํ คัญ จํานวน ชิน้ งาน/ภาระงาน คะแนน
วัน เดอื น ป แผนการจัดการ คาบ กําหนดสง
(concept ของหนว ย) 15
เรยี นรู
-พดู ประโยคโดยใชโ ครงสรา งท่เี รียน 20

Writing 100

- เขียนอีเมลใ หข อมูลเก่ยี วกบั เทศกาล
- เขยี นบรรยายกิจกรรมทสี่ มาชิกในครอบครวั
กาํ ลงั ทาํ ในอดีต
- เขียนอเี มลเ กีย่ วกับการไปเทีย่ วสวนสนุก

Reading
-อา นเพอื่ หาขอมูลเฉพาะ

16-19 4. Sport & ต 1.1 ม. Vocabulary: 14 - worksheet
Chores 2/2 - 4 - Chores & free time activities -เขยี นอีเมลใหข อมลู
ต 1.2 ม. - Asking for advise (what เก่ียวกบั เทศกาล

2/1 และ ต should I …..?
1.2 ม. 2/4 Why don’t you ……?)
- 5 Functions:
ต 1.3 ม. - Talking about free time
2/1 - 3 activities
ต 2.1 ม. - Talking about safe cycling
2/1 และ ต - Asking for giving advise
2.1 ม. 2/3 - Talking about protection
ต 2.2 ม. environment
2/1 - Talking about sport
ต 3.1 ม. Grammar:
2/1 - must/mustn’t, have to/
ต 4.1 ม. don’t have to, can could,
2/1 may might, should ought to,
ต 4.2 ม. relative pronoun(who, which,
2/1 whose, that)
Listening
-ฟง เพอ่ื หาขอมลู เฉพาะ
Speaking
-พูดประโยคโดยใชโ ครงสรางท่เี รยี น
Writing
- เขยี นอีเมลใหขอ มูลเกยี่ วกบั เทศกาล
- เขียนบรรยายกิจกรรมที่สมาชกิ ในครอบครัว
กาํ ลงั ทําในอดีต
- เขียนอเี มลเก่ียวกับการไปเที่ยวสวนสนกุ
Reading
-อานเพอื่ หาขอ มูลเฉพาะ
20 สอบปลายภาค 2

60 รวม

20

โครงสรางรายวชิ าภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน (อ22102) ม.2
ภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2563
โรงเรียนตนทาง โรงเรียนมุกดาหาร โรงเรียนปลายทาง.......................................
ชื่อผูสอนโรงเรยี นตนทาง น.ส.นัฏยา ปททุม ช่อื ผูสอนโรงเรียนปลายทาง.......................................

สปั ดาห หนวยการเรยี นรู/ รหัสตัวช้ีวดั สาระสาํ คญั จํานวน ช้ินงาน/ภาระงาน คะแนน
ท่/ี แผนการจัดการเรียนรู คาบ กําหนดสง
(concept ของหนวย) 15
วัน เดือน 5. Our 14 - worksheet
ป Wonderful ต 1.1 ม. Vocabulary: - บทสนทนา
World 2/2 และ - Geographical features - บทความนําเสนอ
1-5 ต 1.1 ม. - Continents
2/4 - Means of transport สถานทีท่ อ งเท่ียว
ต 1.2 ม. Functions:
2/1 และ -Describing journey to school
ต 1.2 ม. -Comparing things and means
2/4 - 5 of transport
ต 1.3 ม. -Comparing places
2/1 - 3 -Buying a train ticket
ต 2.1 ม. -Talking about places
2/1 และ Grammar:
ต 2.1 ม. Comparatives & Superlatives
2/3 much, as ... as
ต 2.2 ม. too - enough - very/really
2/1 both ... and, either ... or,
ต 3.1 ม. neither ... nor
2/1 Listening
ต 4.1 ม. -ฟงเพ่อื หาขอ มลู เฉพาะ, ฟงการออกเสียงประโยค,
2/1 ฟงคาํ ศพั ทแ ละระบุ silent letters
Speaking
พดู เก่ียวกบั วธิ กี ารเดินทางไปโรงเรียน, พดู
เปรยี บเทยี บสิง่ รอบตัวและสถานท,ี่ พูดแสดงความ
คดิ เหน็ เกีย่ วกับขอมูลท่อี าน, พูดสนทนาเพ่ือซ้ือ
ตว๋ั รถไฟ, พดู สนทนาทางโทรศัพทเกีย่ วกบั สถานทท่ี ี่
ไปเท่ียว, พูดนําเสนออเี มล, พดู แสดงความคิดเหน็

ตามประเด็นที่กาํ หนด

Reading
อา นเพอ่ื หาขอมลู เฉพาะ, อา นและเติมคาํ
Writing
เขยี นโปสการด , เขียนเปรยี บเทียบสถานท,ี่ เขยี น
เกย่ี วกบั extreme places, แตงบท
สนทนาตามสถานการณท ่ีกําหนด, เขียนเกย่ี วกับ
สถานทีท่ ม่ี ีธรรมชาติสวยงามในประเทศไทย, เขยี น
อีเมลเปรียบเทียบสถานทท่ี ่ชี ่ืนชอบในประเทศไทย,

เขยี นสรปุ เกี่ยวกบั ความหลากหลายทางชีวภาพใน

21

สัปดาห หนว ยการเรยี นร/ู รหัสตัวช้ีวดั สาระสําคญั จํานวน ช้นิ งาน/ภาระงาน คะแนน
ท่/ี แผนการจัดการเรียนรู คาบ กําหนดสง
(concept ของหนวย)
วัน เดือน
ป ประเทศไทยหรือประเทศอ่ืนในกลุมประชาคม
อาเซยี น
6-9 6. Out and ต 1.1 ม. 14 - Survey 15
About 2/2 - 4 Vocabulary: worksheet
ต 1.2 ม. -Types of holidays - เขยี นกิจกรรมวนั สดุ
2/1 และ -Activities สปั ดาหท ี่ผา นมา หรือ
ต 1.2 ม. -Tourist attractions ท่ีเคยทาํ ในอดีต
2/3 - 5 Functions: - Quiz
ต 1.3 ม. - Discussing holiday plans
2/1 - 3 -Talking about fixed
ต 2.1 ม. arrangement
2/1 และ -Asking for & giving information
ต 2.1 ม. -Narrating a story
2/3 Grammar:
ต 2.2 ม. - will/be going to
2/1 -present continuous (future
ต 4.1 ม. meaning)
2/1 -0, 1st, 2nd conditional
Listening
-ฟงเพอ่ื หาขอมลู เฉพาะ
Speaking

-พดู ประโยคโดยใชโครงสรา งทเี่ รียน

Writing

- เขยี นแสดงความคิดเหน็ และสรุปยอเรอื่ งที่อา น
- เขยี นเกี่ยวกบั สถานท่ที อ งเทย่ี วในประเทศไทย
- แตงบทสนทนาเกีย่ วกบั การแนะนําภาพยนตร

Reading
-อานเพอ่ื หาขอ มูลเฉพาะ

10 สอบกลางภาค 2 20

11- 7. Experiences ต 1.1 ม. Vocabulary: 14 - worksheet 15
15 2/2 - 4 - Special activities - เขยี น e-mail
ต 1.2 ม. -เขียนบรรยาย
2/1 และ ต -Embarrassing situations
1.2 ม. 2/4 - -Adjectives describe activities กจิ กรรมท่สี มาชิกใน
5 -Words/Phrases related to ครอบครวั กาํ ลังทาํ ใน
ต 1.3 ม. report statistics อดีต
2/1 - 3 Functions:
ต 2.1 ม. - Asking for and expressing
2/1 และ ต
2.1 ม. 2/3
ต 2.2 ม.
2/1 opinion
ต 3.1 ม. - Describing actions which were
2/1 happening at a certain time in
ต 4.1 ม. the past
2/1 - Talking about Disneyland

22

สัปดาห หนว ยการเรยี นรู/ รหสั ตัวชี้วดั สาระสําคญั จํานวน ชิ้นงาน/ภาระงาน คะแนน
ที่/ แผนการจัดการเรยี นรู คาบ กําหนดสง
(concept ของหนวย) 15
วัน เดือน 14 - worksheet
ป - Narrating past event -เขียนอีเมลใ หข อมูล
- Describing festivals
16- 8. Places ต 1.1 ม. - Narrating story เกยี่ วกบั เทศกาล
19 around Us 2/2 - 4 - Talking about your house &
ต 1.2 ม. bedroom
2/1 - 2 และ Grammar:
ต 1.2 ม. - Present perfect
2/4 - 5 -just - already - yet - for - since
ต 1.3 ม. - ever - never
2/1 - 3 -Present perfect & Past simple
ต 2.1 ม. -Question tags
2/1 และ Listening
ต 2.1 ม. -ฟงเพ่อื หาขอมลู เฉพาะ
2/3 Speaking
ต 3.1 ม.
2/1 -พูดประโยคโดยใชโ ครงสรางทเ่ี รียน
ต 4.1 ม.
2/1 Writing

- เขียนแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับความประทบั ใจ
จากเรอื่ งท่อี าน
- เขียนเลา เร่อื งจากเรอื่ งทฟ่ี ง
- เขียนเก่ยี วกบั ส่งิ ที่นกั ทองเทีย่ วควรจะมาดูใน
ประเทศไทย

Reading
-อา นเพือ่ หาขอมูลเฉพาะ
Vocabulary:
- Shops
-Places in a city
- Partitives
-Asking for directions
-Giving directions
Functions:
- Buying products
-Expressing likes/dislikes
-Asking for and giving directions
-Talking about the ways to
keep the planet clean
-Talking about geography and
climate on your country
Grammar:
-Prepositions of place
-Linkers (whereas, but,
however)

23

สัปดาห หนวยการเรียนร/ู รหัสตัวชี้วดั สาระสําคญั จาํ นวน ช้นิ งาน/ภาระงาน คะแนน
ท/่ี แผนการจัดการเรียนรู คาบ กําหนดสง
(concept ของหนวย) รวม 20
วนั เดอื น 2
ป -Countable/Uncountable nouns 60 100
and quantifiers
20 a/an - some/any - every & their
compounds
-The passive
Listening
-ฟงเพ่อื หาขอมูลเฉพาะ
Speaking

-พดู ประโยคโดยใชโครงสรา งที่เรยี น

Writing

- เขยี นเปรียบเทียบจงั หวัดท่ีตนเองอาศัยอยูก บั เมอื ง

Verona ในอิตาลี, เขียนประโยคโดยใช
passive
Reading
-อานเพื่อหาขอ มูลเฉพาะ

สอบปลายภาค

หมายเหต:ุ
การวัดผลกลางภาคเรียน สถานศกึ ษาอาจใชก ารประเมนิ โดยการสอบหรอื ประเมินจากภาระงาน

24

คําอธบิ ายรายวิชา
อ23101-อ23102 ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน
รายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาชนั้ ปท ่ี 3 จาํ นวน 1.5 หนวยกติ (60 คาบ)
ปฏิบัติตามและใชคําขอรอง คําแนะนํา คําช้ีแจง และคําอธิบายอยางเหมาะสม อานออกเสียง
ระบุหัวขอ ใจความสําคัญ และรายละเอียดสนับสนุน พรอมทั้งแสดงความคิดเห็น ใหเหตุผล และยกตัวอยาง
ประกอบจากการอานเร่ือง ขาว เหตุการณ ประกาศ กิจกรรม บทรอยกรองสั้น ๆ เร่ืองใกลตัว และเรื่องที่อยู
ในความสนใจของสังคม ระบุ เขยี น อธบิ าย เปรยี บเทยี บความเหมือนและความแตกตางระหวางการออก-เสียง
ประโยคชนดิ ตา ง ๆ และการลําดับคําตามโครงสรางประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย รวมทัง้ ชวี ิตความ
เปน อยู ประเพณีและวฒั นธรรมของเจา ของภาษา คน ควา รวบรวม และสรปุ ขอมลู หรือขอเทจ็ จริงเกย่ี วกับกลุม
สาระการเรียนรูอ่ืน พรอมทั้งประชาสัมพันธขอมูล ขาวสารของโรงเรียนเปนภาษาอังกฤษ ขอและใหขอมูล ใช
ทักษะในการสื่อสารเพื่อแสดงความรูสึก ความคิดเห็น ความตองการ การใหความชวยเหลือ การตอบรับและ
ปฏิเสธการใหความชวยเหลือ เก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจําวัน ประสบการณ สถานการณตาง ๆ ใน
ชวี ิตประจาํ วัน เชน ในหองเรียน สถานศึกษา ชมุ ชน โดยใชภ าษา นาํ้ เสียง กิรยิ าทาทางอยา งเหมาะสม ถูกตอง
ตามกาลเทศะ เขารวมหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจใหเหมาะสมกับบุคคล โอกาส
มารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจาของภาษา มีความรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู
อยูอยา งพอเพียง มงุ มัน่ ในการทํางาน รกั ความเปนไทย และมีจติ สาธารณะ

รหสั ตัวช้ีวดั
ต 1.1 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3, ม. 3/4
ต 1.2 ม. 3/1, ม 3/2, ม 3/3, ม. 3/4, ม 3/5
ต 1.3 ม. 3/1, ม 3/2, ม 3/3,
ต 2.1 ม.3/1, ม 3/2,ม 3/3
ต 2.2 ม.3/1, ม. 3/2
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1, ม. 3/2

รวมท้ังหมด 21 ตัวชวี้ ดั

25

สาระและมาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชวี้ ัด

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุธศักราช 2551 กําหนดสาระการเรียนรู และตัวชี้วัดใน
กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ ระดับมธั ยมศึกษาปท ่ี 3 ดังนี้
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตคี วามเรอ่ื งทฟี่ ง และอา นจากส่ือประเภทตา ง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อยาง

มี
เหตุผล

ม. 3/1 ปฏิบตั ิตามคําสงั่ และคาํ ขอรองทีฟ่ ง หรืออาน
ม. 3/2 อานออกเสียงคํา สะกดคํา อานกลุมคํา ประโยค และบทพูดเขาจังหวะ (Chant) งาย ๆ

ถูกตองตามหลกั การอาน
ม. 3/3 เลอื ก/ระบุภาพ หรอื สญั ลกั ษณต รงตามความหมายของกลุมคําและประโยคท่ีฟง
ม. 3/4 ตอบคาํ ถามจากการฟง หรือ อา นประโยคบทสนทนาหรอื นิทานงาย ๆ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก และ
ความคดิ เหน็ อยางมีประสทิ ธภิ าพ
ม. 3/1 พูดโตตอบดวยคาํ ส้ันๆ งาย ๆ ในการสือ่ สารระหวา งบุคคลตามแบบท่ฟี ง
ม. 3/2 ใชค ําส่งั และคาํ ขอรอ งงาย ๆ ตามแบบทฟี่ ง
ม. 3/3 บอกความตอ งการงาย ๆ ของตนเองตามแบบท่ีฟง
ม. 3/4 พดู ขอและใหข อมูลงา ย ๆ เกีย่ วกบั ตนเองและเพือ่ นตาแบบที่ฟง
ม. 3/5 บอกความรูสกึ ของตนเองเก่ียวกบั สง่ิ ตา ง ๆ ใกลต วั หรอื กจิ กรรมตา ง ๆตามแบบท่ฟี ง
มาตรฐาน ต 1.3 นาํ เสนอขอ มูลขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรอื่ งตาง ๆ โดยการพูด

แล
การเขียน

ม. 3/1 พดู ใหขอ มลู เกย่ี วกับตนเองและเรอื่ งใกลต ัว
ม. 3/2 จัดหมวดหมคู าํ ตามประเภทของบคุ คล สตั วแ ละ สง่ิ ของตามท่ฟี งหรืออาน
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขาใจความสัมพันธระหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษา และนําไปใชไดอ ยาง
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
ม. 3/1 พดู และทาํ ทา ประกอบตามมารยาทสงั คม/ วัฒนธรรมของเจาของภาษา
ม. 3/2 บอกชื่อและคําศัพท งาย ๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันสําคัญ/งานฉลองและชีวติ ความเปนอยูของ

เจา ของภาษา
ม. 3/3 เขา รวมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมที่เหมาะกับวัย
มาตรฐาน ต 2.2 เขาใจความเหมือนและความแตกตางระหวางภาษาและวัฒนธรรมของเจาของภาษา

กับภาษา
และวัฒนธรรมไทย และนาํ มาใชอยา งถกู ตองและเหมาะสมกับกาลเทศะ

ม. 3/1 บอกความแตกตางของเสียงตัวอักษร คํา กลุมคําและประโยค งาย ๆ ของภาษาตางประเทศ
และภาษาไทย

สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธกบั กลมุ สาระการเรยี นรูอ ื่น

26

มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ าษาตา งประเทศในการเชื่อมโยงความรูกับกลุมสาระการเรยี นรูอื่น และเปน พื้นฐาน
ในการ

พัฒนา แสวงหาความรู และเปด โลกทัศนของตน
ม. 3/1 บอกคาํ ศัพทท ี่เก่ียวของกับกลุม สาระการเรียนรูอน่ื

สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพนั ธก บั ชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ าษาตางประเทศในสถานการณตางๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชุมชนและสังคม

ม. 3/1 ฟง /พดู ในสถานการณง าย ๆ ท่ีเกิดขนึ้ ในหอ งเรยี น
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภาษาตางประเทศเปนเคร่ืองมือพ้ืนฐานในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพและการ
แลกเปลย่ี นเรยี นรูกบั สงั คมโลก

ม. 3/1 ใชภาษาตางประเทศเพือ่ รวบรวมคําศพั ทท่ีเก่ยี วของใกลต ัว

27

ตัวชวี้ ดั และคําอธิบาย
รายวชิ าภาษาองั กฤษพื้นฐาน
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

28

คาํ อธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
วิชาภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน อ31101
รายวิชาพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ
ระดับช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 จาํ นวน 1 หนว ยกิต (40 ชม.)

ศึกษาคาํ แนะนํา คําชแ้ี จง คาํ อธบิ าย คําบรรยาย หลักการอานออกเสียงขอความ ขา ว ประกาศ
โฆษณา หลกั การใชพ จนานุกรม หลกั การเขยี นประโยคและขอความ การถา ยโอนขอ มลู ใหส มั พันธกับส่ือท่ไี มใช
ความเรยี ง หลกั การจับใจความสําคัญ การสรปุ ความ การวเิ คราะหค วาม การตคี วามเรือ่ งที่เปน สารคดแี ละ
บันเทิงคดี หลกั การใชภาษาในการส่อื สารระหวา งบุคคล การแลกเปลีย่ นขอมลู ขา วสาร การแสดงความ
ตอ งการ เสนอ และใหค วามชวยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธการใหความชว ยเหลอื ในสถานการณตางๆ คาํ ศัพท
สาํ นวน ประโยคและขอความท่ีใชในการขอและใหข อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความ
คิดเหน็ เกี่ยวกบั ประเดน็ /ขาว/เหตกุ ารณ การแสดงความรูส ึก ความคดิ เหน็ และใหเหตุผลประกอบ การ
นาํ เสนอขอมลู เกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ ขาว/เหตุการณ เร่ืองและประเด็นทีอ่ ยูในความสนใจของสังคม
เขาใจความสัมพันธร ะหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจา ของภาษา การเลือกใชภ าษา นํ้าเสียง และกิริยาทาทาง
ในการสนทนา ระดบั ของภาษา มารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจาของภาษา วิถชี วี ติ ความคิด ความเช่อื
และท่ีมาของขนบธรรมเนยี ม และประเพณีของเจาของภาษา การใชภ าษาในการสืบคน /การคน ควา ความร/ู
ขอ มูลตา งๆ จากสื่อและแหลงการเรียนรตู างๆ ในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพ การบูรณาการความรกู บั
กลมุ สาระการเรียนรอู ่นื การนาํ เสนอขอมลู ท่เี กีย่ วของกับกลุมสาระการเรยี นรูอืน่ จากแหลง เรียนรูต างๆ และ
การใชภาษาอังกฤษในการเผยแพร/ ประชาสมั พันธขอมลู ขาวสารของโรงเรยี น ชมุ ชน โดยใชทักษะ
กระบวนการการใชภาษาเพือ่ การส่อื สารฟง พดู อา น เขียน ปฏิบตั ติ าม และแสดงความคิดเห็น เพือ่ ใหเกดิ การ
ใชภ าษาเพื่อการสื่อสารอยางถกู ตอง เหมาะสม มเี หตุผล และมีประสทิ ธิภาพ มคี วามสามารถในการคดิ การ
สอ่ื สาร การแกป ญหา การใชทักษะชีวติ และการใชเ ทคโนโลยใี นการสืบคนขอมูล

ผลการเรียนรู
ผลการเรียนรูขอที่ 1 อธิบาย/เปรยี บเทียบ/วิเคราะหความเหมือนและความแตกตา งระหวางวถิ ีชีวติ ความเช่อื
และวัฒนธรรมตางชาติและนําไปใชอ ยางมเี หตุผล
ผลการเรียนรูขอ ที่ 2 อา นออกเสยี งขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง และบทละครส้ัน (skit)ไ ด
ถกู ตองตามหลักการอาน
ผลการเรียนรขู อที่ 3 ปฏิบัตติ ามคําแนะนาํ ในคมู ือการใชงานตางๆ คาํ ชแี้ จง คําอธิบาย และคาํ บรรยายที่ฟง
และอาน สามารถรองทุกข โตตอบเก่ยี วกับปญ หาท่ีเกดิ ได
ผลการเรยี นรขู อ ท่ี 4 สนทนาและเขียนโตต อบขอมลู เกยี่ วกับตนเองและเรื่องตาง ๆ ใกลตวั ประสบการณ
สถานการณ ขา ว / เหตุการณ ประเดน็ ที่อยใู นความสนใจของสงั คม และส่ือสาร ไดอยางตอเน่ืองและ
เหมาะสม
ผลการเรียนรขู อ ที่ 5 จับใจความสาํ คญั วเิ คราะหความสรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็ จากการฟง
และอานเร่ืองท่เี ปนสารคดีและบันเทงิ คดี พรอมท้งั ใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบได
ผลการเรียนรขู อท่ี 6 พูด อธิบาย และเขียนประโยค เพื่อถายทอดขอความทีร่ บั ขอมูลมาใหผูอนื่ รับทราบได
รวมท้ังระบุและเขียนสื่อในรปู แบบตา งๆ ใหสมั พนั ธกับประโยค หรอื ขอความทฟี่ งหรืออานได

29

คําอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
วิชาภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน อ31102
รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 จํานวน 1 หนว ยกิต (40 ชม.)

ศึกษาคําแนะนํา คําชี้แจง คําอธิบาย คําบรรยาย หลักการอานออกเสียงขอความ ขาว ประกาศ
โฆษณา หลกั การใชพจนานกุ รม หลกั การเขียนประโยคและขอความ การถา ยโอนขอมลู ใหสมั พันธกับสือ่ ที่ไมใช
ความเรียง หลักการจับใจความสําคัญ การสรุปความ การวิเคราะหความ การตีความเร่ืองที่เปนสารคดีและ
บนั เทิงคดี หลักการใชภาษาในการสอื่ สารระหวา งบคุ คล การแลกเปลยี่ นขอ มลู ขาวสาร การแสดงความตอ งการ
เสนอ และใหความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือในสถานการณตางๆ คําศัพท สํานวน
ประโยคและขอความทีใ่ ชใ นการขอและใหข อมลู บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับ
ประเด็น/ขา ว/เหตกุ ารณ การแสดงความรสู ึก ความคิดเหน็ และใหเหตผุ ลประกอบ การนาํ เสนอขอ มูลเกี่ยวกับ
ตนเอง ประสบการณ ขาว/เหตุการณ เรื่องและประเด็นท่ีอยูในความสนใจของสังคมเขาใจความสัมพันธ
ระหวางภาษากับวัฒนธรรมของเจาของภาษา การเลือกใชภาษา น้ําเสียง และกิริยาทาทางในการสนทนา
ระดับของภาษา มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจาของภาษา วิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และท่ีมาของ
ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจาของภาษา การใชภาษาในการสืบคน/การคน ควาความรู/ ขอมลู ตา งๆ จาก
ส่ือและแหลงการเรียนรูตางๆ ในการศึกษาตอ การประกอบอาชีพ การบูรณาการความรูกับกลุมสาระการ
เรียนรูอื่น การนําเสนอขอมูลท่ีเก่ียวของกับกลุมสาระการเรียนรูอื่นจากแหลงเรียนรูตางๆ และการใช
ภาษาอังกฤษในการเผยแพร/ประชาสัมพันธข อมูล ขาวสารของโรงเรียน ชุมชน โดยใชทักษะกระบวนการการ
ใชภาษาเพื่อการสื่อสารฟง พูด อาน เขียน ปฏิบัติตาม และแสดงความคิดเห็น เพื่อใหเกิดการใชภาษาเพื่อการ
สื่อสารอยางถูกตอง เหมาะสม มีเหตุผล และมีประสิทธิภาพ มีความสามารถในการคิด การส่ือสาร การ
แกปญหา การใชทักษะชีวติ และการใชเทคโนโลยใี นการสบื คนขอ มูล

ผลการเรียนรู
ผลการเรยี นรขู อ ที่ 1 อธบิ าย/เปรียบเทยี บ/วเิ คราะหความเหมือนและความแตกตา งระหวางวถิ ีชวี ิต ความเช่อื
และวัฒนธรรมตา งชาติและนําไปใชอยา งมีเหตผุ ล
ผลการเรยี นรูข อ ท่ี 2 อานออกเสยี งขอความ ขา ว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง และบทละครสั้น (skit)ไ ด
ถูกตองตามหลักการอาน
ผลการเรยี นรูขอที่ 3 ปฏิบัติตามคาํ แนะนาํ ในคมู ือการใชง านตางๆ คําชแี้ จง คําอธิบาย และคําบรรยายท่ีฟง
และอาน สามารถรองทุกข โตต อบเกยี่ วกับปญหาทเ่ี กิดได
ผลการเรียนรูขอ ท่ี 4 สนทนาและเขยี นโตตอบขอมลู เกย่ี วกบั ตนเองและเร่ืองตาง ๆ ใกลตวั ประสบการณ
สถานการณ ขา ว / เหตุการณ ประเดน็ ที่อยใู นความสนใจของสงั คม และสอื่ สาร ไดอยางตอ เนื่องและ
เหมาะสม
ผลการเรียนรูขอที่ 5 จับใจความสําคญั วิเคราะหค วามสรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเหน็ จากการฟง
และอานเรื่องท่ีเปนสารคดีและบนั เทงิ คดี พรอมทัง้ ใหเ หตุผลและยกตวั อยางประกอบได
ผลการเรยี นรขู อที่ 6 พดู อธิบาย และเขยี นประโยค เพื่อถายทอดขอความท่ีรบั ขอมลู มาใหผูอ่นื รบั ทราบได
รวมท้ังระบแุ ละเขยี นส่ือในรปู แบบตางๆ ใหสัมพันธกับประโยค หรอื ขอความทฟ่ี ง หรืออานได

30

รายวิชาภาษาอังกฤษ คําอธิบายรายวิชา
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 วชิ าภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน อ32101/อ32102

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ
80 ช่วั โมง

เขา ใจนาํ้ เสียง ความรูส กึ ของผูพ ดู คําสง่ั คาํ ขอรอ ง คาํ แนะนาํ ความแตกตางดานภาษาและวัฒนธรรม
ของเจาของภาษาและของไทย อานออกเสียงบทอานไดถูกตองตามหลักการอาน จับใจความสําคัญ สรุปความ
เรื่องที่เปนสารคดีและบันเทิงคดี ส่ือที่เปนความเรียงและไมใชความเรียงในรูปแบบตาง ๆ ในหัวขอเกี่ยวกับ
ตนเอง โรงเรียน สิ่งแวดลอม สุขภาพและสวัสดิการ อาหาร เครื่องด่ืม เวลาวางและนันทนาการ การซ้ือ-ขาย
ลมฟาอากาศ การเดินทางทองเที่ยว สถานที่ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ใชภาษาตามมารยาททางสังคม
แลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความคิดเห็น ความตองการ ความรูสึก อธิบาย บรรยาย คนควา นําเสนอ
ขอมูลเก่ียวกับตนเอง กิจกรรม ประสบการณ เหตุการณ และเผยแพรประชาสัมพันธขอมูลขาวสารของ
โรงเรียนและทองถิ่นประเทศชาติดวยการพูดและเขียน ตระหนักในคุณคาของภาษาและวัฒนธรรมท่ีเรียน
ตลอดจนเขารวมกิจกรรมทางภาษา มีวนิ ยั ใฝเ รียนรู อยอู ยางพอเพียง มงุ มัน่ ในการทาํ งาน และนําความรคู วาม
เขา ใจเก่ยี วกบั ภาษามาประยุกตในการพัฒนาตนเอง ชุมชน และสงั คม

รหัสตัวช้ีวดั
ต 1.1 ม. 4-6/1, ม. 4-6/2, ม. 4-6/3, ม. 4-6/4
ต 1.2 ม. 4-6/1, ม. 4-6/2, ม. 4-6/3, ม. 4-6/4, ม. 4-6/5
ต 1.3 ม. 4-6/1, ม. 4-6/2, ม. 4-6/3
ต 2.1 ม. 4-6/1, ม. 4-6/2, ม. 4-6/3
ต 2.2 ม. 4-6/1, ม. 4-6/2
ต 3.1 ม. 4-6/1
ต 4.1 ม. 4-6/1
ต 4.2 ม. 4-6/1, ม. 4-6/2

รวม 21 ตัวช้วี ัด

31

โครงสรางรายวิชาพนื้ ฐานภาษาองั กฤษ
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 5

เวลา 80 ชัว่ โมง คะแนนเกบ็ 100 คะแนน
ที่ ชอื่ หนวยการเรียนรู มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชี้วดั ชวงชัน้ เวลา (ชั่วโมง)
1. Cause & Effect มฐ ต 1.1 ม. 4-6/1-4 19
มฐ ต 1.2 ม. 4-6/1-2, ต 1.2 ม. 4-6/
5
มฐ ต 1.3 ม. 4-6/1-3
มฐ ต 2.1 ม. 4-6/1-3
มฐ ต 2.2 ม. 4-6/1-2
มฐ ต 3.1 ม. 4-6/1
มฐ ต 4.1 ม. 4-6/1
มฐ ต 4.2 ม. 4-6/1-2
2. Moments in the Past มฐ ต 1.1 ม. 4-6/2-4 19
มฐ ต 1.2 ม. 4-6/1-5
มฐ ต 1.3 ม. 4-6/1-2
มฐ ต 2.1 ม. 4-6/1-2
มฐ ต 2.2 ม. 4-6/2
มฐ ต 3.1 ม. 4-6/1
มฐ ต 4.1 ม. 4-6/1
มฐ ต 4.2 ม. 4-6/2
Mid-Year Examination 2
3. Disasters & Mysteries มฐ ต 1.1 ม. 4-6/1-4 20
มฐ ต 1.2 ม. 4-6/1-2, ต 1.2 ม. 4-6/
5
มฐ ต 1.3 ม. 4-6/1-2
มฐ ต 2.1 ม. 4-6/1-3
มฐ ต 3.1 ม. 4-6/1
มฐ ต 4.1 ม. 4-6/1
มฐ ต 4.2 ม. 4-6/2

4 The Way We Live มฐ ต 1.1 ม. 4-6/2-4 18
มฐ ต 1.2 ม. 4-6/1-2, ต 1.2 ม. 4-
6/4-5
มฐ ต 1.3 ม. 4-6/1-2
มฐ ต 2.1 ม. 4-6/1-3
มฐ ต 2.2 ม. 4-6/2
มฐ ต 3.1 ม. 4-6/1

32

ท่ี ช่อื หนวยการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วัดชว งช้ัน เวลา (ชั่วโมง)
มฐ ต 4.1 ม. 4-6/1
มฐ ต 4.2 ม. 4-6/2
Final Examination 2
Total in year round 80

33

คาํ อธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
วิชาภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน อ33101
รายวิชาพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 1 จาํ นวน 1 หนวยกิต (40 ชม.)

ศึกษาการใชภาษาอังกฤษในการแนะนําปฏิบัติตามคําแนะนํา คําช้ีแจง คําอธิบาย คําบรรยาย อาน
ออกเสียงขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรองและบทละครส้ัน อานออกเสียง โฆษณาและบทละคร
สั้นไดถูกตองตามหลักการอาน อาน ตีความ วิเคราะหความ สรุปความ สารคดีและบันเทิงคดี พูดและเขียน
เก่ียวกับความตองการ การเสนอ และการใหความชวยเหลือ การตอบรับและปฏิเสธ การเดินทาง การ
ทองเที่ยว การเลือกใชภาษา น้ําเสียง กริยาทาทาง ในการสนทนา ระดับของภาษา มารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจาของภาษา ในสถานการณจริง สถานการณจําลอง คนควา สืบคน บันทึกและแสดงความ
คิดเห็น วิเคราะห นําเสนอขอมูล จากสื่อและแหลงเรียนรูตางๆ ในการศึกษาตอและการประกอบอาชีพท้ังใน
ทองถิ่นและระดับประเทศ โดยการใชกระบวนการทางภาษา ฟง พูด อานและเขียน กระบวนการสืบคนขอมลู
กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการคิดอยางมีวิจารณญาณ เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ ใฝ
เรยี นใฝร ู มุงมนั่ ในการทํางาน มคี วามสามารถในการคิด ในการสื่อสาร ใชภาษาตามมารยาทสังคม มีทกั ษะชวี ิต

ผลการเรียนรู
ผลการเรียนรูข อ ท่ี 1 อธบิ าย/เปรียบเทยี บ/วิเคราะหความเหมือนและความแตกตา งระหวางวิถชี ีวติ ความเช่ือ
และวฒั นธรรมตางชาติและนาํ ไปใชอ ยางมีเหตุผล
ผลการเรียนรขู อที่ 2 อานออกเสียงขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง และบทละครส้ัน (skit)ไ ด
ถกู ตอ งตามหลักการอาน
ผลการเรียนรูขอที่ 3 ปฏิบัติตามคําแนะนําในคูมือการใชงานตางๆ คําช้ีแจง คําอธิบาย และคําบรรยายท่ีฟง
และอา น สามารถรองทกุ ข โตตอบเกีย่ วกบั ปญ หาท่เี กิดได
ผลการเรียนรูขอท่ี 4 สนทนาและเขียนโตตอบขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเร่ืองตาง ๆ ใกลตัว ประสบการณ
สถานการณ ขาว / เหตุการณ ประเด็นที่อยูในความสนใจของสังคม และส่ือสาร ไดอยางตอเนื่องและ
เหมาะสม
ผลการเรียนรูข อ ที่ 5 จบั ใจความสาํ คญั วเิ คราะหค วามสรปุ ความ ตีความ และแสดงความคดิ เห็นจากการฟง
และอานเรอ่ื งทเ่ี ปนสารคดีและบนั เทิงคดี พรอมทั้งใหเหตุผลและยกตัวอยา งประกอบได
ผลการเรียนรูขอท่ี 6 พูด อธิบาย และเขียนประโยค เพื่อถายทอดขอความท่ีรับขอมูลมาใหผูอ่ืนรับทราบได
รวมท้งั ระบุและเขยี นสอื่ ในรปู แบบตางๆ ใหสัมพนั ธกับประโยค หรือขอ ความที่ฟง หรอื อานได

34

คาํ อธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
วิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน อ33102
รายวิชาพ้ืนฐาน กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ
ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 จํานวน 1 หนว ยกิต (40 ชม.)

ศึกษาการใชภาษาอังกฤษในการแนะนําปฏิบัติตามคําแนะนํา คําช้ีแจง คําอธิบาย คําบรรยาย อาน
ออกเสียงขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรองและบทละครสั้น อานออกเสียง โฆษณาและบทละคร
สั้นไดถูกตองตามหลักการอาน อาน ตีความ วิเคราะหความ สรุปความ สารคดีและบันเทิงคดี พูดและเขียน
เกี่ยวกับความตองการ การเสนอ และการใหความชวยเหลือ การตอบรับและปฏิเสธ การเดินทาง การ
ทองเที่ยว การเลือกใชภาษา นํ้าเสียง กริยาทาทาง ในการสนทนา ระดับของภาษา มารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจาของภาษา ในสถานการณจริง สถานการณจําลอง คนควา สืบคน บันทึกและแสดงความ
คิดเห็น วิเคราะห นําเสนอขอมูล จากส่ือและแหลงเรียนรูตางๆ ในการศึกษาตอและการประกอบอาชีพทั้งใน
ทองถิ่นและระดับประเทศ โดยการใชกระบวนการทางภาษา ฟง พูด อานและเขียน กระบวนการสืบคนขอมลู
กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการคิดอยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ ใฝ
เรียนใฝร ู มุง มั่นในการทาํ งาน มคี วามสามารถในการคิด ในการสือ่ สาร ใชภ าษาตามมารยาทสงั คม มีทักษะชวี ิต

ผลการเรียนรู
ผลการเรยี นรขู อที่ 1 อธบิ าย/เปรียบเทยี บ/วเิ คราะหความเหมือนและความแตกตางระหวา งวิถีชีวติ ความเช่ือ
และวฒั นธรรมตางชาตแิ ละนาํ ไปใชอยางมีเหตผุ ล
ผลการเรียนรูขอท่ี 2 อานออกเสียงขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง และบทละครส้ัน ได
ถูกตอ งตามหลกั การอาน
ผลการเรียนรูขอท่ี 3 ปฏิบัติตามคําแนะนําในคูมือการใชงานตางๆ คําช้ีแจง คําอธิบาย และคําบรรยายที่ฟง
และอา น สามารถรอ งทกุ ข โตตอบเกย่ี วกบั ปญหาทีเ่ กิดได
ผลการเรียนรูขอที่ 4 สนทนาและเขียนโตตอบขอมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องตาง ๆ ใกลตัว ประสบการณ
สถานการณ ขาว / เหตุการณ ประเด็นที่อยูในความสนใจของสังคม และส่ือสาร ไดอยางตอเน่ืองและ
เหมาะสม
ผลการเรยี นรขู อ ท่ี 5 จบั ใจความสาํ คญั วเิ คราะหความสรปุ ความ ตีความ และแสดงความคดิ เหน็ จากการฟง
และอา นเร่ืองทเ่ี ปนสารคดีและบันเทงิ คดี พรอ มท้ังใหเ หตุผลและยกตัวอยางประกอบได
ผลการเรียนรูขอที่ 6 พูด อธิบาย และเขียนประโยค เพื่อถายทอดขอความที่รับขอมูลมาใหผูอื่นรับทราบได
รวมท้งั ระบแุ ละเขียนสอ่ื ในรูปแบบตางๆ ใหสัมพนั ธกับประโยค หรือขอความท่ฟี ง หรืออานได

35

ตัวชวี้ ดั และคําอธบิ าย
รายวิชาภาษาองั กฤษเพม่ิ เติม
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน

36

คําอธิบายรายวิชา
อ21201-อ21202 ภาษาองั กฤษเพอื่ การส่ือสาร
รายวิชาเพมิ่ เติม กลุม สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ
ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 1 จํานวน 1.0 หนว ยกิต (40 คาบ)

นักเรียนเรียนรูรูปแบบตาง ๆ นําขอความ หลักการ และวิธีการอานเพ่ือหาใจความสําคัญ (Main
Idea) หารายละเอียด (Details) และขอมูลที่ตองการ (Specific Information) เรียนรูคําศัพท เรียนรูรูป
ประโยคบอกเลา จากเร่ืองราวตาง ๆ ท้งั ในระดับภมู ภิ าคและระดับโลก พรอ มเสนอแนะความคิดเห็น เชน เรื่อง
มารยาทบนโตะอาหาร ความเชื่อ เรื่องตัวเลข เรียนรูลักษณะนิสัยของสัตวป าบางชนดิ วิธีดูแลสุขภาพเบือ้ งตน
เครื่องมือเคร่ืองใชท่ีทันสมัยซึ่งมีประโยชนนานาประการ รวมถึงชีวประวัติของบุคคลท่ีมีช่ือเสียงซ่ึงเปนแรง
บันดาลใจในดานการรักษาส่ิงแวดลอม และการเรียนรูวัฒนธรรมการเฉลิมฉลอง นักเรียนเขาใจหลักการอาน
สามารถถอดบทอานออกมาเปนโครงสรางการเขยี นขอความและนํามาปรับใชใ นการสรางสรรคการพดู และการ
เขียนเพื่อตอบคําถาม สามารถเขียนนําเสนอเร่ืองราว เขียนแสดงความคิดเห็น คําแนะนํา เชิญชวน เขียน
บรรยายเกี่ยวกับเหตุการณในสังคมและชีวิตประจําวัน รวมไปถึงการพูดอภิปรายสรุปและเขียนเปนรายงาน
นักเรียนอภิปรายสรุปความคิดเห็น ความเขาใจในวัฒนธรรมตางทองถิ่นและตางชาติ ลักษณะนิสัย และ
พฤติกรรมของคนในภูมิสังคมที่แตกตางกัน สามารถบรรยายเก่ียวกับสถานท่ี สิ่งของตาง ๆ รวมทั้งการเขียน
ชี ว ป ร ะ วั ติ เ ขี ย น อ ธิ บ า ย ลั ก ษ ณ ะ นิ สั ย เ ขี ย น บ อ ก ค ว า ม ส น ใ จ ใ น อ า ชี พ
ตา ง ๆ สิง่ เหลา น้มี คี ุณคาชวยสง เสริมสติปญญา ความรู ความคิด และการวางตนในสงั คม สามารถนําไปปรบั ใช
ในชีวิตประจําวันท้ังในปจจุบันและอนาคต สามารถนําความรูท่ีไดไปบูรณาการกับการเรียนรูวิชาตาง ๆ เกิด
ประโยชนท ง้ั การศกึ ษาในระดบั ทสี่ งู ข้นึ และมมุ มองพ้ืนฐานในการประกอบอาชพี

ผลการเรยี นรู
1. อานออกเสยี ง คําศพั ท วลี ประโยค และขอความ ไดถ ูกตอ งตามหลกั การอา นออกเสียงหนกั -เบาในคาํ และ
เสยี งสงู -ตํา่ ในประโยค การเวนวรรคตอน และพัฒนาความชดั เจนถกู ตอ งในการอานออกเสียง
2. อานขอเขียนรูปแบบตาง ๆ แลวคาดเดาความหมายคําศัพทจากบริบท คนหาความหมายคําศัพทจาก
พจนานุกรม ถอดรูปแบบการเขียนจากบทอานเพื่อเปนตนแบบในการเขียนแสดงความคิดเห็น เขียนยอความ
สรุปความ และตอบคําถาม
3. อานจับใจความสําคัญ หารายละเอียดของเรื่องที่อาน วิเคราะห ตีความคําศัพท สํานวนท่ีอาน นําคําศัพท
สาํ นวน
4. เขียนสือ่ สารในรปู แบบตาง ๆ ท่เี หมาะสมตามจดุ ประสงค
5. เขียนบนั ทกึ และเขยี นนําเสนอขอ มูลจากการศึกษาคนควาในรปู แบบตา ง ๆ
6. พดู อภปิ ราย สรุป แสดงความคิดเหน็ และนําเสนอส่งิ ท่ีไดเรียนรู
7. บอกคุณคา แสดงความคิดเห็น แสดงความสนใจ แสดงลักษณะนิสัยรักการอาน การเขียน และสะทอน
หลักการคดิ ท่ไี ดรับแรงกระตุนจากการอานและสิ่งท่อี า น
รวมทัง้ หมด 7 ผลการเรยี นรู

37

ภาษาองั กฤษเพือ่ การสื่อสาร คําอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จํานวน 1 หนวยกติ
นกั เรยี นจะไดเ รียนรูคําศัพท สาํ นวน และรูปแบบโครงสรางทางภาษาผา นทักษะการฟง พูด อา น และ
เขียน โดยเนนกจิ กรรมการฝกทกั ษะกลวิธกี ารอานและการเขยี น ควบคกู ับกระบวนการเรยี นรูภ าษาดวยการฟง
และการพูดเก่ียวกับเรื่องราวตางๆ เชน ความกาวหนาทางเทคโนโลยี สุขภาพรางกาย ทางเลือกในการ
รบั ประทานอาหารนอกบาน การใชเ วลาใหเปน ประโยชน การรกั ษาระบบนเิ วศ วิถชี วี ติ สตั วปา การดํารงชวี ิตท่ี
เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม และคุณสมบัติเฉพาะของอาชีพบางอาชีพนอกจากนี้ นักเรียนจะไดฝกปฏิบัติวิธีการ
อานจับใจความสําคัญ การหารายละเอียดและขอมูลเฉพาะที่ตองการ ดวยการทํากิจกรรมตางๆ เชน การตอบ
คําถาม การจับคคู าํ ศพั ท การเลอื กคําตอบที่ถูกตอง การแสดงความคิดเหน็ และความรูสึก การใหคาํ แนะนําการ
เขียนคําคลองจอง การเขียนตอบคําถาม การอภิปรายและเปรียบเทียบวัฒนธรรและการปฏิบัติ การเขียน
บรรยายตามลําดับเหตุการณ การเขียนโปสเตอรรณรงค การจัดรวบรวมขอเขียนเพื่อประกอบเปนใบโฆษณา
ประชาสัมพันธ การทํา Web Page การทํา BI0g การทําปายนิเทศ รวมท้ังการนําเสนอดวยสื่อ PowerPoint
และภาพน่ิงการเรียนรูวัฒนธรรม ความเช่ือ และวิถีชีวิตของชนชาติเจาของภาษา เชน การปฏิบัติตนเมื่อไป
เท่ียวชมสัตวปา การเยี่ยมชมเมืองสําคัญของโลก การแสดงดนตรีเพื่อการกุศล จะทําใหนักเรียนสามารถนํา
ความรูเหลานีซ้ ึ่งมีความเกี่ยวซองกับสาขาวิชาอ่ืนๆ ไปเปนความรูพื้นฐานหรือความรูเพ่ิมเติมสําหรับการศึกษา
ในภายภาคหนาและนําไปใชใ นการดาํ รงชีวิตไดอยา งมปี ระสิทธิภาพ นาํ หลกั การอานไปปรับใชกบั การทาํ ความ
เชาใจส่ือตางๆ ในชีวิตประจําวัน และนําหลักการเขียนไปใชในการถายทอดความรูและแสดงความคิดเห็นได
อยา งมีประสิทธภิ าพสาํ หรบั การศึกษาในขัน้ ท่ีสูงขึ้น
ผลการเรียนรู
1. อานออกเสียง คําศัพท วลี ประโยค และขอความ ไดถูกตองตามหลักการอานออกเสียงหนัก-เบาในคําและ
เสียงสูง-ตํ่าในประโยค การเวนวรรคตอน การพัฒนาความเร็วในการอานในใจ และการเดาความหมายของ
คําศัพทจากบริบทแวดลอม
2. อานขอความรูปแบบตางๆ แลวใชรูปแบบการเขียนจากบทอานเปนแนวทางในการเขียนแสดงความคดิ เหน็
เขยี นยอ ความเขียนสรปุ ความ และเขยี นตอบคําถาม
3. อานจับใจความสําคัญ หารายละเอียดของเรื่องที่อาน วิเคราะห ตีความคําศัพท สํานวนที่อาน และนํา
คําศพั ท สาํ นวนและรปู ประโยคเหลาน้ันไปปรบั ใชในสถานการณอ ่นื ๆ ได
4. เขยี นสอ่ื สารในรูปแบบตา งๆ ไดอยา งเหมาะสมและสอดคลองตามวตั ถปุ ระสงค
5. พูดและเขยี นนําเสนอขอมูลจากการศกึ ษาคน ควาในรปู แบบตา งๆ
6. พูดอภปิ ราย เขยี นสรปุ ใหเ หตผุ ล และแสดงความคิดเหน็ เพือ่ นาํ เสนอส่งิ ท่ไี ดเ รียนรมู า
7. บอกคุณคา ขอดี ขอเสียของส่ิงตางๆ แสดงความสนใจ แสดงลักษณะนิสัยรักการอาน การเขียน และ
สะทอนหลกั การคดิ ทไี่ ดร บั แรงกระตนุ จากการอานและส่ิงทีอ่ าน
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู

38

โครงสรา งรายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่อื การสื่อสาร (อ22201) ม.2

สัปดาหท/่ี หนวยการเรียนร/ู ผลการเรยี นรู สาระสาํ คัญ จํานวนคาบ คะแนน
วนั เดือน ป แผนการจัดการเรียนรู
1,2,3 (concept ของหนว ย) 3 6
1-2 1. Space Travel 1,2,3 -space
Are Human Going to 1,2,3 -future Tense 36
3-4 mar? 4,5,6,7 -Innovation 46
4-6 2.Health -Be + infinitive 46
5-6 The standing desk - Housing
3. Lifestyles - Questions with how
Tiny Homes - Restaurants
4. Eating Out Food on - Present Continuous
Wheels Tense
- Wild Animals
7-9 5. Animals The Wolves 4,5,6,7 - Past Tense 46
of Yellowstone Park - Communities
10 6. Friends How to สอบกลางภาค - Seem 2 20
11-12 Meet New People - Programming 36
7. Hobbies How to 4,5,6,7 - Modal Verbs !
13-14 Write Code 36
1,2,3

15-16 8. Nature Whale 1,2,3 - Whales 4 6
17-18 Watching - Get + noun / verb
Whales 4,5,6,7 - Vacation 4 6
9. Travel Tasmania 1,2,3 - It is ... to + verb 4 6
- Charity | Prepositions I
19 10. Special Events
Relief Concerts

20 สอบปลายภาค 2 20

40 100

หมายเหต:ุ
การวัดผลกลางภาคเรยี น สถานศกึ ษาอาจใชการประเมินโดยการสอบหรือประเมินจากภาระงาน

39

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร คาํ อธิบายรายวิชาเพิ่มเติม กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ

ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จํานวน 1 หนว ยกติ
นกั เรียนจะไดเ รยี นรูคําศัพท สาํ นวน และรูปแบบโครงสรางทางภาษาผา นทักษะการฟง พดู อา น และ
เขยี น โดยเนน กจิ กรรมการฝกทกั ษะกลวิธีการอา นและการเขยี น ควบคูกบั กระบวนการเรยี นรูภาษาดวยการฟง
และการพูดเก่ียวกับเร่ืองราวตางๆ เชน ความกาวหนาทางเทคโนโลยี สุขภาพรางกาย ทางเลือกในการ
รับประทานอาหารนอกบาน การใชเ วลาใหเปนประโยชน การรักษาระบบนิเวศ วถิ ีชวี ิตสตั วป า การดาํ รงชีวิตที่
เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม และคุณสมบัติเฉพาะของอาชีพบางอาชีพนอกจากนี้ นักเรียนจะไดฝกปฏิบัติวิธีการ
อานจับใจความสําคัญ การหารายละเอียดและขอมูลเฉพาะท่ีตอ งการ ดวยการทํากิจกรรมตางๆ เชน การตอบ
คาํ ถาม การจบั คคู าํ ศัพท การเลือกคําตอบท่ีถูกตอง การแสดงความคิดเหน็ และความรสู กึ การใหค ําแนะนําการ
เขียนคําคลองจอง การเขียนตอบคําถาม การอภิปรายและเปรียบเทียบวัฒนธรรและการปฏิบัติ การเขียน
บรรยายตามลําดบั
เหตุการณ การเขียนโปสเตอรรณรงค การจัดรวบรวมขอเขียนเพื่อประกอบเปนใบโฆษณาประชาสัมพันธ การ
ทาํ Web Page การทาํ BI0g การทําปายนเิ ทศ รวมทงั้ การนาํ เสนอดวยสอ่ื PowerPoint และภาพน่งิ
การเรียนรวู ัฒนธรรม ความเชือ่ และวิถีชวี ิตของชนชาตเิ จาของภาษา เชน การปฏิบัตติ นเม่อื ไปเทยี่ วชมสัตวปา
การเย่ียมชมเมืองสําคัญของโลก การแสดงดนตรีเพื่อการกุศล จะทําใหนักเรียนสามารถนําความรูเหลานี้ซ่ึงมี
ความเก่ียวซองกับสาขาวิชาอื่นๆ ไปเปนความรูพื้นฐานหรือความรูเพิ่มเติมสําหรับการศึกษาในภายภาคหนา
และนําไปใชในการดํารงชีวิตไดอยางมีประสิทธิภาพ นําหลักการอานไปปรับใชกับการทําความเชาใจส่ือตางๆ
ในชีวิตประจําวัน และนําหลักการเขียนไปใชในการถายทอดความรูและแสดงความคิดเห็นไดอยางมี
ประสทิ ธภิ าพสําหรบั การศกึ ษาในขน้ั ท่ีสูงข้นึ
ผลการเรียนรู
1. อานออกเสียง คําศัพท วลี ประโยค และขอความ ไดถูกตองตามหลักการอานออกเสียงหนัก-เบาในคําและ
เสียงสูง-ต่ําในประโยค การเวนวรรคตอน การพัฒนาความเร็วในการอานในใจ และการเดาความหมายของ
คาํ ศพั ทจากบรบิ ทแวดลอ ม
2. อานขอความรูปแบบตางๆ แลวใชรปู แบบการเขียนจากบทอานเปน แนวทางในการเขียนแสดงความคดิ เหน็
เขียนยอความเขยี นสรุปความ และเขยี นตอบคาํ ถาม
3. อานจับใจความสําคัญ หารายละเอียดของเรื่องท่ีอาน วิเคราะห ตีความคําศัพท สํานวนที่อาน และนํา
คําศัพท สํานวนและรูปประโยคเหลา นน้ั ไปปรบั ใชในสถานการณอนื่ ๆ ได
4. เขียนสือ่ สารในรูปแบบตางๆ ไดอ ยางเหมาะสมและสอดคลองตามวตั ถปุ ระสงค
5. พูดและเขยี นนําเสนอขอมูลจากการศกึ ษาคน ควา ในรปู แบบตา งๆ
6. พูดอภปิ ราย เขยี นสรปุ ใหเหตุผล และแสดงความคดิ เห็น เพอ่ื นาํ เสนอส่ิงทไี่ ดเรียนรมู า
7. บอกคุณคา ขอดี ขอเสียของสิ่งตางๆ แสดงความสนใจ แสดงลักษณะนิสัยรักการอาน การเขียน และ
สะทอ นหลกั การคดิ ทีไ่ ดรบั แรงกระตุนจากการอา นและส่ิงทีอ่ าน
รวมทัง้ หมด 7 ผลการเรยี นรู

40

โครงสรางรายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่อื การสื่อสาร (อ22202) ม.2

สปั ดาห สาระสาํ คญั จํานวน
ท/่ี หนว ยการเรียนรู/ (concept ของ คาบ
วัน แผนการจดั การเรียนรู ผลการเรยี นรู คะแนน
หนว ย)
เดือน ป - Cultures 36
1-2 11. Colors World 4,5,6,7 - Prepositions
Meanings of Colors - Skiing
3-4 12. Occupations Ski 1,2,3 - Modal Verbs Il 35
Instructor - Medical Issues
4-6 13. Science CRISPR: 1,2,3 - Noun Clauses 45
Gene Editing - Credit Cards
5-6 14. Money The 4,5,6,7 - If 45
Danger of Credit
Cards
7-9 15. School Life 4,5,6,7 - Libraries 35
Why Libraries Are - Expressions of 2 20
Still Important time 36
10 สอบกลางภาค - Festivals
11-12 16. Festivals The 1,2,3 - Passive Voice
Burning Man
Festival
13-14 17. Study Habits 1,2,3 - Time Management 3 6
Using Found Time - Introductory
Phrases 4 6
15-16 18. Environment 4,5,6,7 - Inventions I
Smart Toilets - Phrases with one 4 6
and once 4 6
17-18 19. Daily Routines 1,2,3 - Exercises
19 Get off the Couch! 4,5,6,7 - Imperatives
Shopping Where - Black Friday
20 Black Friday Got Its สอบปลายภาค - Phrasal Verbs
Name
2 20
40 100

หมายเหต:ุ
การวดั ผลกลางภาคเรยี น สถานศกึ ษาอาจใชการประเมนิ โดยการสอบหรือประเมินจากภาระงาน

41

ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ

ชนั้ มัธยมศึกษาช้นั ปท่ี 3 จํานวน 1 หนวยกิต เวลา 40 คาบ
นักเรียนเรียนรูความรูในดานตางๆ และทักษะทางภาษาท้ัง ฟง พูด อาน คิดและเขียน ควบคูกับ
กระบวนการเรียนรูทางภาษาดวยการฟงและพูด เรียนรูคําศัพท สํานวนโครงสรางทางภาษา รูปแบบ
จุดประสงคของขอความ เชน การรณรงค รักษาส่ิงแวดลอม ดวยการลดขยะ ความสําคัญของส่ิงเล็กๆ เชน
แมลงในชีวติ ของมนุษยชาติ แรงบนั ตาลใจและผลงานของสตรีกับงานสถาปตยกรรม การฉลองเทศกาลสงทาย
ปเ กา สาเหตุของภาษาที่สูญหาย ประวตั กิ ารสรางธุรกจิ ของบริษัทท่ีมชี ่ือในยุคสมยั ดิจิทัล ความเปน มาของการ
ซื้อขาย Online ระดับโลก ประวัติอาหาจานเด็ดในตํานาน ประวัติของเมืองสําคัญในประวัติศาสตรของ
มนษุ ยชาติ และปญหาการอพยพลภี้ ัยสงครามของมนษุ ยชาติ
นักเรียนไดฝกปฏิบัติตามกลวิธีการอานจับใจความสําคัญ การอานหารายละเอียดและขอมูลเฉพาะ
ท่ีตองการ และฝกปฏิบัติกิจกรรมตางๆ เชน การตอบคําถาม การจับคูคําศัพท การเลือกคําตอบท่ีถูกตอง
การแสดงความคิดเห็น บอกความรูสึก เขียนตอบคําถาม เขียนเปรียบเทียบวัฒนธรรมและการปฏิบัติเขียน
บรรยายลําดับเหตุการณ เขียนโปสเตอรรณรงค จัดรวบรวมขอเขียนเปนใบโฆษณาประชาสัมพันธ การทํา
Web Page การทํา Blog การทาํ ปายนิทศ การนําเสนอดวยสือ่ PowerPoint และภาพนิ่ง
การเรียนรูวัฒนธรรมความเช่ือและวิถีชีวิตของชนชาติเจาของภาษา เชน การเกิดข้ึน รุงเรือง
และเส่ือมไปของภาษาโบราณและโบราณสถาน การดํารงอยูของเทศกาลงานเฉลิมฉลอง กระแสความนิยมท่ี
เพิ่มขึ้นของการซ้ือสินคา Online การสงตอสูตรในการปรุงอาหาร วัฒนธรรมดานมนุษยธรรมในการชว ยเหลอื
ผูอ พยพ
สิ่งเหลาน้ีมีความสําคัญตอความคิดและความเขาใจผูอ่ืนในบริบททางสังคมที่กวางขวางขึ้นกวาเดิม
สรางความตระหนักถึงความสําคัญของภาษาวาเปนเคร่ืองมือในการแสวงหหาความรู นําไปปรับใชเสริมทักษะ
ชีวิต ใชเ ปน เครื่องมอื ในการแสดงออก ทางความรู ความคิด เจตคติของตนเอง ชว ยใหใชชีวติ ในสังคมยคุ ใหมได
อยา งชาญฉลาด รเู ทา ทันและปรบั ตัวเขากบั การเปลยี่ นแปลงอยางมคี วามสุข

ผลการเรียนรู
1. อานออกเสยี ง คาํ ศพั ท วลี ประโยค และขอความ ไดถูกตอ งตามหลกั การอานออกเสยี งหนัก-เบา
ในคาํ และเสียงสงู -ตา่ํ ในประโยค การเวน วรรคตอน การใชเ สยี งอา นในการถายทอดอารณ การพฒั นาความเร็ว
ในการอานในใจ การเดาความหมายศพั ทจากบรบิ ท และขอความที่ชับซอนขนึ้
2. อา นขอความแบบตางๆ ท่ีชับซอนขึน้ แลวถอดรูปแบบการเขยี นจากบทอา นเปนตนแบบในการ
เขียนสรปุ ความ ยอความ แสดงความคดิ เหน็ การเขียนบรรยาย อธบิ าย และตอบคาํ ถาม
3. อานจับใจความสาํ คญั หารายละเอียดและขอมูลเฉพาะของเรื่องท่ีอา น วเิ คราะห ตีความคาํ ศัพท
สํานวนทอ่ี าน นาํ ศัพท สาํ นวน รปู ประโยคไปใชใ นสถานการณใ หม
4. เขยี นเพ่ือส่ือสารในรปู แบบตางๆ ไดอยางเหมาะสม สอดคลอ งตามจุดประสงค
5. พดู และเขียนบนั ทกึ นําเสนอขอมลู ท่ีไดจ ากการศึกษาคนั ควา ในรูปแบบตา งๆ อยา งสรางสรรค
6. พดู อภิปราย สรปุ เขยี นบนั ทึกใหเหตผุ ล แสดงความคดิ เหน็ นําเสนอสิง่ ท่ีไดเรยี นรู
7. บอกคุณคา ขอดี ขอเสยี ของสง่ิ ตางๆ แสดงความสนใจ แสดงลกั ษณะนิสยั รกั การอาน การเขยี น
และสะทอนหลกั การคดิ ไดรับแรงบันดาลใจจากการอา นและสง่ิ ทอี่ า น
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู

42

ตวั ชว้ี ดั และคําอธิบาย
รายวิชาภาษาองั กฤษเพิ่มเติม
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย

43

คาํ อธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
วิชาภาษาองั กฤษส่ือสาร (ทักษะอาน-เขยี น) อ31201
รายวชิ าเพมิ่ เติม กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ
ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 จาํ นวน 0.5 หนว ยกติ (20 ชม.)

วิชาเพิม่ เตมิ ภาษาองั กฤษ ทักษะอาน-เขยี น ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 เปนรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ทีม่ งุ ใหผ เู รยี น
มีความสามารถทางการอานรูปแบบตางๆ การอานออกเสียง อธิบาย เขยี นบรรยาย จบั ใจความ วิเคราะห สรุป
ความ ตคี วาม อนุมาน เลอื กใชก าษา อภิปราย แนะนาํ คนควา สบื คน บันทึก สรปุ ใชภ าษา นาํ เสนอ เผยแพร
ประชาสัมพันธ นักเรียนศึกษาขอมูล บทนําเสนอขอมูล บทสรุปใจความสําคัญ บทวิเคราะห ขอเขียนแสดง
ความคิดเห็นในสถานการณตามความลนใจ ขอมูลจากสังคม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของ
เจาของภาษา บทรวบรวม บทวิเคราะห ชอสรุปและแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับขอมูลท่ีเกี่ยวของกับกลุมสาระ
การเรียนรูอื่น คําแนะนํา คําชี้แจง คําอธิบาย คําบรรยาย สืบคนทางอินเทอรเน็ต ขอความ ขาว ประกาศ
โฆษณา บทรอยกรอง บทละครส้นั พจนานุกรม คําศพั ท สาํ นวน ประโยค ขอ ความ บทความ
ตีความ การถายโอนขอมูล สารคดี บันเทิงคดี กราฟสถิติ ตัวเลข แผนภูมิ แผนภาพ ภาษาท่ีใชแสดงความ
ตองการ ภาษาท่ีใชสื่อสาร ภาษาที่ใชแสดงความรูสึก การนําเสนอขอมูล ประเด็นที่อยูในความสนใจของสงั คม
วิเคราะหเร่ือง สถานการณ เหตุการณในทองถิ่นและโลก ภูมิปญญา วิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ ท่ีมาของ
ขนบธรรมเนียมประเพณีของเจาของภาษา วัฒนธรรม คําพังเพย สุภาษิต บทกลอนภาษาตางประเทศ
สถานการณจริง สถานการณจําลอง เพื่อใหมีความรูความเขาใจ มีทักษะตามกระบวนการอาน เขียน คิด
วิเคราะห แลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก ความคิดเห็น สรางความคิดรวบยอด นํามาใชอยาง
ถูกตองและเหมาะสม เช่ือมโยงความรู พัฒนาแสวงหาความรู เปดโลกทัศนโดยเสริมสรางใหผูเรียนมีความ
ม่ันใจในการใชภาษา รักการเรียนรูกาษาอังกฤษ รักการอาน มีความอดทน พากเพียร มีความคิดริเร่ิม
สรางสรรค มีเหตุผล มีวิจารณญาณ และมีประสิทธิภาพในการส่ือความ มีขันติธรรม สามารถใชภาษาอังกฤษ
เปน เครือ่ งมอื ในการเรยี นรูวิชาอืน่ ตลอดจนการประกอบอาชพี

ผลการเรยี นรู
ผลการเรยี นรขู อ ท่ี 1 อา นออกเสยี ง บทอาน ขา ว ประกาศแจง ความประชาสัมพนั ธ เชิญชวน เพ่อื สื่อความใน
สถานการณท่หี ลากหลายไดถ ูกตองตามหลักการออกเสียง และพัฒนาความเร็วในการอาน
ผลการเรียนรขู อท่ี 2 อานบทอา น บทวิเคราะห เรอื่ งเลา ขอ เขียนรูปแบบตางๆ แลวเดาความหมายคําศัพท
จากบรบิ ทจบั ใจความสาํ คญั และรายละเอยี ดเรื่องทอ่ี านในรูปแบบตางๆ ทห่ี ลากหลายกวางขวางได
ผลการเรยี นรขู อ ท่ี 3 วเิ คราะห ตีความ สรปุ อนุมาน และแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับเร่ืองท่ีอา นไดห ลากหลาย
รูปแบบ แลว เขียนสื่อสารในรูปแบบตามที่กาํ หนด
ผลการเรียนรูข อ ท่ี 4 เขียนนําเสนอขอมลู จากการศึกษาคนควา ในรูปแบบตางๆ ไดอยา งสรางสรรค
เขียนขอ ความเพ่อื สื่อสารใหขอมลู ในรูปแบบตางๆ ทหี่ ลากหลายกวางขวางตามจุดประสงค
ผลการเรียนรขู อ ท่ี 5 ใชภาษาองั กฤษในการอาน เขยี น ศึกษาคนั ควาจากแหลงขอมูลหลากหลาย และหัวขอ
เรอื่ งท่ีกวา งขวางอันสะทอนการคิดทเี่ หมาะสม

44

ผลการเรยี นรูขอ ที่ 6 ฝก ใหผูเรยี นเกดิ นสิ ยั รักการอานและการเขยี นท่เี ปนผลจากการฝกทักษะการคิดแบบ
ตางๆ

คําอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
วชิ าภาษาองั กฤษสื่อสาร (ทักษะอาน-เขียน) อ31202
รายวชิ าเพม่ิ เติม กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศ
ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 จํานวน 0.5 หนว ยกิต (20 ชม.)

วชิ าเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ ทกั ษะอา น-เขียน ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 4 เปนรายวชิ าเพมิ่ เตมิ ทีม่ งุ ใหผ ูเรยี น
มคี วามสามารถทางการอา นรูปแบบตางๆ การอา นออกเสยี ง อธบิ าย เขยี นบรรยาย จบั ใจความ วเิ คราะห สรปุ
ความ ตีความ อนมุ าน เลอื กใชก าษา อภิปราย แนะนํา คน ควา สบื คน บันทกึ สรปุ ใชภาษา นําเสนอ เผยแพร
ประชาสัมพันธ นักเรียนศึกษาขอมูล บทนําเสนอขอมูล บทสรุปใจความสําคัญ บทวิเคราะห ขอเขียนแสดง
ความคิดเห็นในสถานการณตามความลนใจ ขอมูลจากสังคม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของ
เจาของภาษา บทรวบรวม บทวิเคราะห ชอสรุปและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับขอมูลท่ีเกี่ยวของกับกลมุ สาระ
การเรียนรูอื่น คําแนะนํา คําชี้แจง คําอธิบาย คําบรรยาย สืบคนทางอินเทอรเน็ต ขอความ ขาว ประกาศ
โฆษณา บทรอ ยกรอง บทละครส้นั พจนานกุ รม คาํ ศพั ท สาํ นวน ประโยค ขอความ บทความ ตคี วาม การถาย
โอนขอมูล สารคดี บันเทิงคดี กราฟสถิติ ตัวเลข แผนภูมิ แผนภาพ ภาษาท่ีใชแสดงความตองการ ภาษาท่ีใช
สื่อสาร ภาษาท่ีใชแสดงความรูสึก การนําเสนอขอมูล ประเด็นที่อยูในความสนใจของสังคม วิเคราะหเรื่อง
สถานการณ เหตุการณในทองถ่ินและโลก ภูมิปญญา วิถีชีวิต ความคิด ความเช่ือ ท่ีมาของขนบธรรมเนียม
ประเพณีของเจาของภาษา วัฒนธรรม คําพังเพย สุภาษิต บทกลอนภาษาตางประเทศ สถานการณจริง
สถานการณจําลอง เพ่ือใหมีความรูความเขาใจ มีทักษะตามกระบวนการอาน เขียน คิดวิเคราะห แลกเปลี่ยน
ขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก ความคิดเห็น สรางความคิดรวบยอด นํามาใชอยางถูกตองและเหมาะสม
เช่ือมโยงความรู พัฒนาแสวงหาความรู เปดโลกทัศนโดยเสริมสรางใหผูเรียนมีความม่ันใจในการใชภาษา รัก
การเรียนรูกาษาอังกฤษ รักการอาน มีความอดทน พากเพียร มีความคิดริเร่ิมสรางสรรค มีเหตุผล มี
วิจารณญาณ และมีประสิทธิภาพในการสื่อความ มีขันติธรรม สามารถใชภาษาอังกฤษเปนเคร่ืองมือในการ
เรยี นรูวชิ าอื่น ตลอดจนการประกอบอาชพี

ผลการเรียนรู

ผลการเรียนรขู อท่ี 1 อานออกเสยี ง บทอาน ขาว ประกาศแจง ความประชาสมั พันธ เชิญชวน เพ่ือส่ือความใน
สถานการณท่ีหลากหลายไดถ ูกตองตามหลกั การออกเสยี ง และพัฒนาความเรว็ ในการอาน
ผลการเรียนรูขอท่ี 2 อา นบทอา น บทวเิ คราะห เร่ืองเลา ขอเขียนรูปแบบตางๆ แลวเดาความหมายคําศัพท
จากบริบทจบั ใจความสําคัญและรายละเอยี ดเรอ่ื งทอ่ี านในรูปแบบตางๆ ทห่ี ลากหลายกวางขวางได
ผลการเรยี นรขู อ ที่ 3 วเิ คราะห ตคี วาม สรปุ อนุมาน และแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับเร่ืองที่อานไดห ลากหลาย
รูปแบบ แลว เขยี นส่ือสารในรูปแบบตามท่ีกาํ หนด
ผลการเรียนรขู อท่ี 4 เขยี นนําเสนอขอมูลจากการศึกษาคนควา ในรปู แบบตา งๆ ไดอยางสรา งสรรค
เขียนขอความเพื่อสื่อสารใหขอมลู ในรูปแบบตางๆ ทหี่ ลากหลายกวางขวางตามจุดประสงค
ผลการเรยี นรูขอ ท่ี 5 ใชภาษาองั กฤษในการอา น เขยี น ศึกษาคันควาจากแหลง ขอมลู หลากหลาย และหัวขอ
เรื่องท่ีกวา งขวางอนั สะทอนการคดิ ที่เหมาะสม

45

ผลการเรยี นรูขอ ท่ี 6 ฝกใหผเู รยี นเกิดนิสัยรกั การอานและการเขียนท่ีเปนผลจากการฝก ทกั ษะการคิดแบบ
ตา งๆ

คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ภาษาอังกฤษ (ทกั ษะอา น-เขียน) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5
รหสั วชิ า อ32201/อ32202 เวลา 20 ชวั่ โมง จํานวน 0.5 หนว ยกิต

รายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ ทักษะอาน - เขียน ช้ันมัธยมศึกษาบีที่ 5 เปนรายวิชาเพ่ิมเติมท่ีมุงให
ผูเรยี นไดฝ กทกั ษะการคิด ยทุ ธศาสตรก ารอานรปู แบบตางๆ อา นออกเสยี ง อธิบาย เขยี น บรรยาย จบั ใจความ
วิเคราะห สรุปความ ตีความ แสดงความคิดเห็น ผล อนุมาน เลือกใชภาษา อภิปราย แนะนํา คันควา สืบคัน
บันทึก สรุป ใชภาษา นําเสนอ เผยแพร ประซาสัมพันธ ขอมูล โดยใหผูเวียนศึกษาขอมูล บทนําเสนอขอมูล
บทสรปุ ใจความสาํ คัญ บทวิเคราะห ขอเขียนแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับเหตุการณ สถานการณต ามความสนใจ
ขอ มูลจากสงั คม ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวฒั นธรรมของเจา ของภาษา บทรวบรวม บทวเิ คราะห ขอ สรุป
และแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั ขอ มลู ที่เกย่ี วของกบั กลุม สาระการเขียนรูอืน่ คาํ แนะนํา คาํ ชีแ้ จง คําอธบิ าย คํา
บรรยาย สีบตน ทางอินเทอรเน็ต ขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง บทละครส้ัน พจนานุกรม
คําศัพท สํานวน ประโยค ขอความ บทความ ตีความ การถายโอนขอมูล สารคดี บันเทิงคดี กราฟสถิติ ตัวเลข
แผนภูมิ แผนภาพ ภาษาที่ใชแสดงความตองการ ภาษาท่ีใชส่ือลาร ใชแสดงความรูสึก การนําเสนอขอมูล
ประเด็นท่อี ยูในความสนใจของสังคม วเิ คราะหเ ร่อื ง สถานการณ เหตุก สงั คม โลก ภมู ิปญ ญา วิถีชวี ติ ความคิด
ความเชื่อ ท่ีมาของขนบธรรมเนียมประเพณีของเจาของภาษา กิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรม คําพังเพย
สุภาษิต บทกลอนภาษาตางประเทศ สถานการณจ ริง สถานการณจ าํ ลอง เพอ่ื ใหมคี วามรู ความเขาใจ มีทักษะ
ตามกระบวนการอาน เขียน คิดวิเคราะห แลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึก ความคิดเห็น สราง
ความคิดรวบยอด นํามาใชอยา งถกู ตอ งและเหมาะสม เช่อื มโยงความรู พัฒนาแสวงหาความรู เปดโลกทัศนโดย
เสริมสรางใหผูเรียนมีความม่ันใจ ใชภาษา รักการเรียนรูภาษาอังกฤษ รักการอาน มีความอดทน พากเพียร มี
ความคิดริเริ่มสรางสรรค มีเหตุ มีประสิทธิภาพในการส่ือความ มีชันติธรรม สามารถใชภาษาอังกฤษเปน
เครอ่ื งมอื ในการเรยี นรูว ชิ าอน่ื ตลอดจนเพือ่ การศกึ ษาตอและ การประกอบอาชพี

ผลการเรยี นรู
1. อานออกเสียง บทอา น ขา ว ประกาศแจง ความประชาสมั พันธ เชิญชวน เพ่อื ส่อื ความในสถานการณท่ี

หลากหลายไดถ ูกตอง ตามหลกั การออกเสยี ง และพฒั นาความเร็วในการอา น

2. อา นบทอา น บทวเิ คราะห เร่อื งเลา ขอ เขียนรปู แบบตางๆ แลว เดาความหมายคําศัพทจากบรบิ ท
3. จับใจความสาํ คญั และรายละเอยี ดเรื่องทอ่ี านในรปู แบบตางๆ ท่หี ลากหลายกวา งขวางได
4. วิเคราะห ตคี วาม สรุป อนุมาน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรอื่ งทอ่ี านหลากหลายรูปแบบ แลว

เขียนสอื่ สารในรูปแบบตางๆ ตามที่กําหนด
5. เขียนนาํ เสนอขอ มูลจากการศกึ ษาคนควาในรูปแบบตางๆ ไดอ ยางสรางสรรค

46

6. เขียนขอความเพือ่ ส่ือสารใหขอ มูลในรูปแบบตา งๆ ท่ีหลากหลายกวา งขวางตามจุดประสงค
7. ภาษาองั กฤษในการอา น เขยี น ศกึ ษาคนควา จากแหลงขอมลู หลากหลาย
8. บอก ระบุคุณคา เกดิ นิสัยรกั การอา นและการเขียนที่เปนผลจากการฝก ทักษะการคดิ แบบตา งๆ
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู

โครงสรา งรายวิชาภาษาองั กฤษเพิ่มเติม
ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 5

Chapter Topic Time/Hours
1 Understand, describe, select or retrieve information, events or 5
ideas from texts and use quotation and reference to texts 5
2 Deduce, infer or interpret information, events or ideas from 1
texts 5
Review Chapter 1-2 5
3 Identify and comment on the structure and organization of
4 texts 1
Explain and comment on writers ‘use of language, including 5
grammatical and literary features at word and sentence level 5
Review Chapter 3-4 1
5 Identify and comment on writers ‘purposes and viewpoints, 5
and the overall effect of the text on the reader
6 Relate texts to their social, cultural and historical traditions
Review Chapter 5-6
7 Longer texts and reading activities


Click to View FlipBook Version