The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จุลนี เทียนไทย. การสร้างความเข้าใจในคุณลักษณะ พฤติกรรม และทัศนคติในอนาคต ของชาวดิจิทัลไทย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2564.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การสร้างความเข้าใจในคุณลักษณะ พฤติกรรม และทัศนคติในอนาคต ของชาวดิจิทัลไทย

จุลนี เทียนไทย. การสร้างความเข้าใจในคุณลักษณะ พฤติกรรม และทัศนคติในอนาคต ของชาวดิจิทัลไทย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2564.

Keywords: คนไทย,พฤติกรรม,ดิจิทัล

อัั ตลัักษณ์์ วิิธีีคิิด และชีีวิิต 4.0 ของชาวดิิจิิทััลไทย: การสัั งเคราะห์์ผลการวิิจััย สู่่� การใช้้ประโยชน์์ เชิิงนโยบาย จุุลนีี เทีียนไทย และคณะ สนัับสนุุนโดย แผนงานบููรณาการด้้านยุุทธศาสตร์์เป้้ าหมาย (Spearhead) ด้้านสัังคมคนไทย 4.0 สำำนัักงานการวิิจััยแห่่งชาติิ (วช.)


4 คำำนำำ นัับเป็็นเวลาร่่วม 1 ปีี กว่่าการเดิินทางครั้้�งนี้้�จะมาถึึงเป้้าหมาย จากจุุดเริ่่�มต้้น โครงการวิิจััย “การสร้้างความเข้้าใจในคุุณลัักษณะ พฤติิกรรม และทััศนคติิในอนาคต ของชาวดิิจิทัิัลไทย” ที่่�ต้้องการทำำความเข้้าใจและรู้้จัักตััวตนของ “คนรุ่่นใหม่่” ในสัังคม ไทย หรืือที่่�ถููกเรีียกในงานวิิจััยชิ้้�นนี้ ้� ว่่า “ชาวดิิจิิทััล” (Neo-digital Natives) ซึ่่�งเดิิม มีีเพีียงภาพมายาคติิที่่�ระบุุว่่า พวกเขาเหล่่านั้้�นเป็็น “เด็็กรุ่่นใหม่่” ที่่�เกิิดมาพร้้อมกัับ เทคโนโลยีีและสิ่่�งอำนำวยความสะดวกรอบตััว มีีความเป็็นส่่วนตััวสููง และคงมีีอัตลัักษณ์์ ไม่่แตกต่่างจากคนวััยเดีียวกันทั่่�วโลกที่่�ได้รั้ับอิิทธิิพลจากการเปลี่่�ยนแปลงทางเทคโนโลยีี ในรููปแบบเดีียวกััน ซึ่่�งสิ่่�งที่่�ได้้นำำเสนอในการศึึกษาครั้้�งนี้้�จะทำำ ให้้ได้้เห็็นว่่า “ตััวตน” จริิง ๆ ของคนรุ่่นใหม่นั้้่�นเป็็นอย่่างไร ถึึงแม้้จะเป็็นเพีียงเสีียงสะท้้อน “ส่่วนหนึ่่�ง” ของ คนกลุ่่มนี้้� เนื่่�องจากเป้้าหมายและขอบเขตของการศึึกษานี้้�ไม่่ได้้ออกแบบมาเพื่่�อจะใช้้ แสดงความเป็็น “ตััวแทน” สำำหรัับการนำำ ไปอ้้างอิิงในวงกว้้าง (Generalization) ว่่า คนรุ่่นใหม่่ทั่่�วไปจะต้้องมีีลัักษณะเช่่นนี้้� แต่่อย่่างน้้อยผลวิิจััยจากการศึึกษานี้้�อาจมีี ส่่วนช่่วยทำำ ให้้คนในสัังคมได้้มีีความเข้้าใจเพิ่่�มขึ้้�นเกี่่�ยวกัับชาวดิิจิิทััลไทย ว่่าคนกลุ่่มนี้ ้� เป็็นส่่วนสำำคััญของการพััฒนาสัังคมไทยเช่น่เดีียวกัับประชากรกลุ่่มอื่่น�และสามารถเป็็น “คนไทย 4.0” ตามความคาดหวัังของสัังคมได้้เช่่นกััน หากร่่วมจููงมืือกัันเดิินไปด้้วย ความเข้้าใจ ยอมรัับ และเปิิดโอกาสซึ่่�งกัันและกัันมากขึ้้�น และถืือเป็็นการเปิิดโลกทััศน์์ ของการวิจัิัยที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับชาวดิิจิทัิัลไทย โดยหวัังว่่าจะช่่วยทำำหน้้าที่่�เป็็นกระบอกเสีียง ให้้เกิิดความเข้้าใจ ช่่วยลดช่่องว่่างระหว่่างรุ่่นวััยในสัังคมไทยได้อีี้กทางหนึ่่�ง และเพื่่�อให้้ สามารถนำำ ข้้อค้้นพบเหล่่านี้้�ไปประยุุกต์์ใช้้ในเชิิงนโยบายได้้อย่่างชััดเจนและตรง เป้้าหมายมากขึ้้�นจึึงเป็็นที่่�มาของการสัังเคราะห์์ผลการวิิจััยของโครงการบางส่่วน เพื่่�อนำำ ไปสู่่การใช้้ประโยชน์์เชิิงนโยบายในครั้้�งนี้ ้� อย่่างไรก็็ตาม งานวิิจััยครั้้�งนี้้�คงไม่่สามารถสำำเร็็จลุุล่่วงได้้หากปราศจากความ ร่่วมมืือ ความช่่วยเหลืือ และความอนุุเคราะห์์จากหลายภาคส่่วน ไม่ว่่ ่าจะเป็็นส่่วนของ


5 แผนงานคนไทย 4.0 ที่่�ให้้โอกาสโดยการเปิดพื้้ ิ นที่่� �ให้กั้ับโครงการวิจัิัยใหม่่ ๆ ที่่ต�อบสนอง ต่่อเป้้าประสงค์์ของยุุทธศาสตร์์ชาติิ 20 ปีี และต่่อยอดการพััฒนาบนพื้้�นฐานนโยบาย ไทยแลนด์์ 4.0 ด้้วยการสนัับสนุุนและให้้ทุุนทรััพย์์โดยสำำ นัักงานการวิิจััยแห่่งชาติิ (วช.) อัันเป็็นหน่่วยงานกลางด้้านการบริิหารงานวิิจััยของประเทศที่่�มีีบทบาทวางมาตรฐาน ด้้านการวิิจััย ช่่วยจััดการความรู้้จากการวิิจััย และส่่งเสริิมการวิิจััยอย่่างมีีทิิศทาง รวมถึึงเป็็นศููนย์์กลางเชื่่�อมโยงฐานข้้อมููลการวิิจััยของประเทศโดยการบริิหารจััดการ อย่่างมืืออาชีีพ โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�ง ศาสตราจารย์์ ดร.มิ่่�งสรรพ์์ ขาวสอาด ประธาน บริิหารแผนงานบููรณาการยุุทธศาสตร์์เป้้าหมาย (Spearhead) ด้้านสัังคมคนไทย 4.0 ตลอดจนผู้้ทรงคุุณวุุฒิิทุุกท่่านที่่�คอยให้้ข้้อเสนอแนะที่่�เป็็นประโยชน์์อย่่างยิ่่�งกัับ โครงการนี้้� ศาสตราจารย์์เกีียรติิคุุณ ดร.อานัันท์์ กาญจนพัันธุ์์ รองศาสตราจารย์์ ดร.วรากรณ์์ สามโกเศศ รองศาสตราจารย์์ ดร.อรุณีีุอินิทรไพโรจน์์ และคณะผู้ท้รงคุุณวุฒิุิ ผู้้ให้้ทิิศทางและข้้อคิิดในการเก็็บข้้อมููล เพื่่�อนำำมาสู่่การวิิเคราะห์์ที่่�ตอบโจทย์์บููรณาการ ยุุทธศาสตร์์เป้้าหมายด้้านสัังคมคนไทย 4.0 ได้้อย่่างคมชััดมากขึ้้�น ที่่�สำำคััญเป็็นอย่่างยิ่่�ง กลุ่่มคนที่่�จะขาดไม่่ได้้สำำหรัับการวิิจััยครั้้�งนี้ ้� คืือ ผู้้ให้้ข้้อมููล ทุุกท่่านทั้้�ง 960 ชีีวิิต ที่่�กรุุณาสละเวลาเข้้าร่่วมให้้ข้้อมููลในงานวิิจััยในการเก็็บรวบรวม ข้้อมููลภาคสนามในช่่วงระยะเวลาร่่วม 7 เดืือน ตั้้�งแต่่เดืือนพฤษภาคม - ธัันวาคม 2562 ตลอดจนขอขอบพระคุุณผู้้ที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับชาวดิิจิทัิัล อันัได้้แก่่ ผู้้ปกครอง ครููและอาจารย์์ รวมไปถึึงผู้้บัังคัับบััญชาของชาวดิิจิิทััลที่่�กรุุณาให้้ข้้อมููลเพื่่�อทำำความเข้้าใจกลุ่่มชาว ดิิจิิทััลไทยได้้ลึึกซึ้้�งยิ่่�งขึ้้�น ตลอดจนนัักวิิจััยและผู้้ช่่วยวิิจััยทั้้�งในระดัับปริิญญาตรีี ปริิญญาโท และปริิญญาเอกทุุกคน จากหลากหลายสถาบัันในทุุกพื้้�นที่่�การวิิจััย ซึ่่�งให้้ ความร่่วมมืือร่่วมใจในการปฏิิบััติิหน้้าที่่�ของทุุกคนอย่่างเต็็มที่่�สุุดความสามารถในทุุก ขั้้นต�อนของการวิจัิัย ตลอดจนขอขอบพระคุุณหน่่วยงานต้้นสัังกัดขัองผู้้วิจัิัยทุุกคน ได้้แก่่ คณะรััฐศาสตร์์ จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย คณะสัังคมศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยเกษตรศาสตร์์


6 คณะศิิลปศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยเทคโนโลยีีพระจอมเกล้้าธนบุุรีี คณะศิิลปศาสตร์์และ วิิทยาศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยนครพนม คณะมนุุษยศาสตร์์ มหาวิิทยาลััยรามคำำแหง ที่่�ให้้ความอนุุเคราะห์์และเปิิดโอกาสให้้นัักวิิจััยในสัังกััดได้้เข้้าร่่วมโครงการวิิจััยอย่่าง เต็็มที่่� นอกจากนี้้� ยัังขอขอบคุุณนางสาวกุุลกนิิษฐ์์ สุุธรรมชััย ผู้้ช่่วยวิิจััยในระดัับ ปริิญญาเอก ผู้้ให้้ความช่่วยเหลืือในด้้านการตรวจร่่างต้้นฉบัับ ปรัับแก้้ภาษา และให้้ ความเห็็นที่่�เป็็นประโยชน์์ในการจััดทำำรายงานฉบัับพิิเศษนี้ ้� ท้้ายสุุดนี้้� คณะผู้้วิิจััยหวัังเป็็นอย่่างยิ่่�งว่่า ข้้อมููลที่่�ปรากฏในการศึึกษาครั้้�งนี้้�คงจะ เป็็นประโยชน์์ไม่่น้้อยสำำหรัับผู้้ที่่�มีีส่่วนเกี่่�ยวข้้องกัับชาวดิิจิิทััลทุุกฝ่่ายให้้ได้้เข้้าใจใน ตััวตนของพวกเขามากขึ้้�นในมุุมมองที่่�แตกต่่างไปจากมายาคติิแบบเดิิม ไม่่ว่่าจะเป็็น การวางแผนเพื่่�อส่่งเสริิมหรืือมีีเป้้าหมายเพื่่�อพััฒนาเด็็กกลุ่่มนี้้�ให้้เป็็นไปตามเป้้าประสงค์์ หรืือนโยบายของประเทศในรููปแบบใดก็็ตาม การกำำหนดสิ่่�งเหล่่านี้ ้� ด้้วยความเข้้าใจใน วิิธีีคิิด พฤติิกรรม และตััวตน จะช่่วยลดอคติิความขัดัแย้้งและความสููญเสีียที่่�อาจเกิิดขึ้้�น จากความเข้้าใจที่่�ผิิดพลาดเหล่่านั้้�นได้้ไม่่มากก็น้็ ้อย ด้้วยความเคารพ รองศาสตราจารย์ ด์ร.จุุลนีีเทีียนไทย และคณะ มิิถุุนายน 2563


8 การทำำความเข้้าใจ “ชาวดิิจิิทััล (Digital Natives)” เป็็นกุุญแจสำำคััญต่่อการ ขัับเคลื่่�อนยุุทธศาสตร์์ชาติิ 20 ปีี (พ.ศ. 2561-2580) ที่่�ต้้องการพััฒนาประเทศพร้้อมกัับ สร้้างคนไทย 4.0 เพราะกลุ่่มประชากรดิิจิิทััลของไทยที่่�สำำคััญคืือ “ประชากรกลุ่่ม เจเนอเรชัันวาย (Gen Y) และกลุ่่มเจเนอเรชัันซีี (Gen Z)” ด้้วยรุ่่นการเกิิดและเติิบโต มาพร้้อมกัับการมีี การใช้้ และการพััฒนาเทคโนโลยีีต่่าง ๆ ประชากรกลุ่่มนี้ ้� จึึงเป็็น วััยแรงงานที่่�สำำคััญของประเทศทั้้�งช่่วงเวลาปััจจุุบัันและอนาคต โครงการวิิจััยนี้ ้� มีีเป้้าหมายสำำคััญที่่�จะศึึกษาประชากรกลุ่่มดัังกล่่าว ซึ่่�งกลุ่่มประชากรที่่�ใช้้ในการวิิจััยนี้ ้� มีี 2 กลุ่่ม ประกอบด้้วย 1) “ประชากรดิิจิิทััล” จำำนวน 910 คน เป็็นผู้้ที่่�เกิิดระหว่่าง ปีี พ.ศ. 2524-2549 เป็็นผู้้ที่่�มีีอายุุ 13-23 ปีี จััดเป็็น “ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่” ส่่วนผู้้ที่่�อายุุ 24-38 ปีี จััดเป็็น “ชาวดิิจิิทััลรุ่่นเก่่า” 2) ผู้้ที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับชาวดิิจิิทััล จำำนวน 50 คน ได้้แก่่ ผู้้ปกครอง ครููอาจารย์์ และนายจ้้างหรืือผู้้บัังคัับบััญชา ทั้้�งนี้้� ประชากรทั้้�งสองกลุ่่ม อยู่่พื้้�นที่่�การศึึกษาหลััก 3 จัังหวััดคืือ 1) กรุุงเทพมหานคร เป็็นตััวแทนเมืืองหลวง 2) จัังหวัดัเชีียงใหม่่ เป็็นตััวแทนเมืืองหลััก และ 3) จัังหวัดนัครพนม เป็็นตััวแทนเมืืองรอง การวิิจััยนี้ ้�มีีวััตถุุประสงค์์ 4 ประการ คืือ 1) เพื่่�อศึึกษาการเปลี่่�ยนแปลงทางสัังคม และวััฒนธรรมอัันเป็็นผลสืืบเนื่่�องมาจากการพััฒนาเทคโนโลยีีจากมุุมมองของ ชาวดิิจิิทััลในสัังคมไทย 2) เพื่่�อศึึกษาอััตลัักษณ์์รุ่่นของชาวดิิจิิทััลไทย 3) เพื่่�อศึึกษา มุุมมองต่่อความรู้้ทัักษะและทััศนคติิที่่�จำำ เป็็นของชาวดิิจิิทััลไทย และ 4) เพื่่�อศึึกษา ภาพในอนาคตอัันเกิิดจากมุุมมองของชาวดิิจิิทััลไทย ซึ่่�งประกอบด้้วยภาพหลััก คุุณธรรมสำำคััญในการเป็็นพลเมืืองที่่�ดีีของไทยรวมถึึงความกลััว ความฝััน และความหวัังของคนรุ่่นใหม่่สำำหรัับวิิธีีการวิิจััยนั้้�นเป็็นการวิิจััยที่่�ใช้้เทคนิิคระเบีียบ วิิธีีวิิจััยทางมานุุษยวิิทยาเป็็นหลััก ซึ่่�งมีีเทคนิิคการวิิจััยที่่�สำำคััญในการเก็็บข้้อมููล ภาคสนาม Offline ได้้แก่่ 1) เทคนิิคการวิิจััยแบบสอบถามสััมภาษณ์์ 2) เทคนิิค การรวบรวมคำำศััพท์์3) เทคนิิคการวาดภาพเชิิงพรรณนา 4) เทคนิิคการสััมภาษณ์์แบบ บทคััดย่่อ


9 กึ่่�งโครงสร้้างประเภทการสััมภาษณ์์แบบเจาะลึึกนอกจากนี้ ้� ยัังใช้้วิิธีีการวิิจััยทาง วิิทยาศาสตร์์ข้้อมููลด้้วยการใช้้เทคนิิคการสกััดและวิิเคราะห์์ข้้อ ความออนไลน์์ โดย โครงการวิจัิัยนี้มีีร้� ะยะเวลาโครงการรวมทั้้�งสิ้้น� 14 เดืือน (เดืือนเมษายน 2562 - มิถุินุายน 2563) ซึ่่�งประกอบไปด้้วยการเก็็บข้้อมููลภาคสนามเป็็นเวลา 7 เดืือน (เดืือนพฤษภาคม - ธัันวาคม 2562) ผลการวิิจััยพบว่่า ตามมุุมมองของชาวดิิจิิทััลไทย การพััฒนาเทคโนโลยีีส่่งผลให้้ พฤติิกรรม การปฏิิสััมพัันธ์์ และบรรทัดัฐานสัังคมเปลี่่�ยนแปลงไป รวมถึึงทำำ ให้้เกิิดการ สร้้างแบบแผนใหม่่ เช่่น การใช้้ภาษา วิิธีีคิิดต่่อการใช้้ชีีวิิต การจัดัการชีีวิิต การเรีียนรู้้ การทำำงานในองค์์กร ความสััมพันธ์ั ์ในครอบครััว การสร้้างและนำำเสนอตััวตน การเลืือก ปฏิิบััติิต่่อกััน การตััดสิินความผิิดชอบชั่่�วดีี และการโต้้แย้้งต่่อหลัักคุุณธรรม ตลอดจน การที่่�สถาบัันทางสัังคมได้้รัับผลกระทบในเชิิงโครงสร้้าง เกิดิ “ความเหลื่่�อมล้ำ ำ�” ในมิติิ ทางสัังคมรููปแบบต่่าง ๆ เช่่น โอกาสการเข้้าถึึงเทคโนโลยีีที่่�ไม่่เท่่าเทีียมกััน เป็็นต้้น นอกจากนี้้� ยัังพบปััญหาสุุขภาพรููปแบบใหม่่ ๆ อัันเป็็นผลพวงมาจากการพััฒนาทาง เทคโนโลยีีอีีกด้้วย สำำหรัับการนิิยามอััตลัักษณ์์รุ่่นของชาวดิิจิิทััลไทยนั้้�นมีีการผสมผสานบริิบท ความเป็็นสากลและบริิบทของสัังคมไทยเข้้าด้้วยกััน ความแตกต่่างของอััตลัักษณ์์ มาจากอายุุและประสบการณ์์ชีีวิิตซึ่่�งเป็็นเงื่่�อนไขสำำคััญในการกำำหนดความคิดิทััศนคติิ วิิธีีการคิิด การมองโลก การเปิิดรัับ การปรัับตััว ตลอดจนวิิถีีการดำำเนิินชีีวิิตและ วิิถีีการใช้้เทคโนโลยีี ซึ่่�งอััตลัักษณ์์สำำคััญของชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ คืือความทัันโลก มีีศัักยภาพทางเทคโนโลยีีปรัับตััวได้้เร็็ว เปิดิใจรัับต่่อสิ่่�งใหม่่ และมีีความหลากหลาย ทั้้�งนี้้� ไม่่ใช่่ชาวดิิจิทัิัลทุุกคนจะมีีคุุณลัักษณะดัังกล่่าวเหมืือนกันทั้้�งหมด แต่มีี่ความแตกต่่างกันั ไปตามฐานะทางเศรษฐกิิจ สัังคม พื้้�นฐานครอบครััว และช่่วงวััยของแต่่ละบุุคคลด้้วย


10 ชาวดิิจิิทััลไทยเรีียนรู้้และพััฒนาทัักษะเฉพาะตััวที่่�ผ่่านการใช้้เทคโนโลยีีในชีีวิิต ประจำำวััน ทั้้�งทัักษะการใช้้คอมพิิวเตอร์์หลากรููปแบบ การจััดการงานได้้หลากหลาย ในคราวเดีียวกันั (Multitasking Skills) ทัักษะการแสวงหาข้้อมููล และทัักษะด้้านภาษา มีีการสร้้างรููปแบบการเรีียนรู้้ใหม่่ที่่�ไม่่ยึึดติิดกัับกรอบความคิิดเดิิม พื้้�นที่่�การเรีียนรู้้ ถููกขยายขอบเขตทั้้�งในพื้้�นที่่�ทางกายภาพเดิิมและพื้้�นที่่�บนโลกออนไลน์์ พื้้�นที่่�ความรู้้ ในบ้้านที่่�สามารถสร้้างได้้ผ่่านสมาชิิกในครอบครััว รวมถึึงพื้้�นที่่�การเรีียนรู้้ในฐานะการ ทำำงานสามารถเกิดขึ้้ ิน�ได้ผ่้่านการปฏิิสััมพันธ์ักั์ ับองค์์กรในรููปแบบต่่าง ๆ พื้้นที่่� �การเรีียนรู้้ ของชาวดิิจิิทััลไทยจึึงมีีความหลากหลายเพราะต้้องเรีียนรู้้และพััฒนาทัักษะอยู่่เสมอ แบบไม่่หยุุดนิ่่�งและไม่่สามารถใช้้พื้้�นที่่�การเรีียนรู้้เพีียงแหล่่งเดีียวได้้อีีกต่่อไป สำำหรัับภาพอนาคตจากมุุมมองของชาวดิิจิิทััลไทยนั้้�น เมื่่�อพื้้�นที่่�การเรีียนรู้้ กว้้างขวางกว่่าในอดีีตที่่�ผ่่านมา จึึงทำำ ให้้เกิิดชุุดข้้อมููลจำำนวนมากผ่่านการปฏิิสััมพัันธ์์ ทางสัังคมที่่ซ้�้อนทัับกันรัะหว่่างโลกออนไลน์์และออฟไลน์์ ชาวดิิจิทัิัลไทยจึึงเลืือกรัับหลััก คุุณธรรมที่่�หลากหลายมาปรัับใช้้โดยไม่่ยึึดติิดเพีียงชุุดความคิิดเดีียว มีีการตั้้�งคำำถาม กัับตนเองและสัังคม มีีการตีีความคุุณธรรมแต่่ละด้้านโดยอาศััยหลัักความเป็็นเหตุุ เป็็นผล การประยุุกต์์ใช้้จริิง ความยืืดหยุ่่น ความเป็็นปััจเจก และความสอดคล้้องกัับการ เปลี่่�ยนแปลงของสัังคม หากคุุณธรรมเรื่่�องใดไม่่สอดคล้้องกัับหลัักคิิดนี้้�ในทััศนะของ ชาวดิิจิิทััลไทย ก็็จะเกิิดความคิิดโต้้แย้้งและปฏิิเสธการปฏิิบััติิตาม ผลจากการศึึกษา วิิจััยนี้้�พบว่่า หลัักคุุณธรรมเรื่่�องความสุุจริิตยัังคงเป็็นสิ่่�งที่่�ชาวดิิจิิทััลให้้ความสำคัำ ัญ ทั้้�งนี้้� ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่เห็็นคุุณค่่าของจิิตสาธารณะมากกว่่าจิิตอาสา ซึ่่�งสะท้้อนถึึงการใส่่ใจ ประโยชน์์ส่่วนรวมและปััญหาสัังคม ในขณะที่่�ประเด็็นเรื่่�องจิิตอาสามัักถููกนำำเสนอ ในสถานศึึกษาในเชิิงการทำำกิิจกรรมที่่�มีีการให้้คะแนนมากำำกัับ อย่่างไรก็็ตาม สถาบััน ครอบครััวยัังคงมีีบทบาทสำำคััญในการขััดเกลาหลัักคุุณธรรม เช่่นเดีียวกัับสถาบัันการ ศึึกษา สื่่�อดิิจิิทััล และสื่่�อสัังคมออนไลน์์ที่่�มีีบทบาทเพิ่่�มมากขึ้้�น ผลการวิิจััยพบว่่า ความกลััว ความฝััน และความหวัังของชาวดิิจิิทััลไทยนั้้�น ส่่วนหนึ่่�งเกิิดขึ้้�นจากประสบการณ์์ตนเอง ประกอบกัับเงื่่�อนไขทางเศรษฐกิิจ สัังคม วััฒนธรรม และเทคโนโลยีีรวมไปถึึงอิิทธิิพลของระบบทุุนนิิยมที่่�ทำำ ให้้ชาวดิิจิิทััลคิิดฝััน


11 และหวัังบนพื้้น�ฐานการใช้ชีีวิ้ตติ ามสภาพความเป็็นจริิง และประเมินิความกลััว ความฝันั และความหวััง ตามความเป็็นไปได้้ทางเศรษฐกิิจ แต่่เนื่่�องด้้วยโครงสร้้างสัังคมไทย และการเข้้าถึึงทรััพยากรที่่�ไม่่เพีียงพอที่่�จะสนัับสนุุนชาวดิิจิิทััลให้้ทำำตามความหวัังและ ความฝัันของเขาให้้เป็็นจริิง จึึงทำำ ให้้กรอบความกลััว ความฝััน และความหวัังของ ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่นั้้�นถููกจำำกััดจากโครงสร้้าง อย่่างไรก็็ตามยัังพบว่่า ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ ยัังมีีความเป็็น “ผู้้กระทำำการดิิจิิทััล (Digital Agency)” ที่่�ไม่่คิิดจะยอมจำำนนต่่อ สิ่่�งที่่�โครงสร้้างสัังคมกำำหนด แต่่พยายามต่่อรองและปรัับเปลี่่�ยนโครงสร้้างให้้ได้้ภายใต้้ ทรััพยากรที่่�ตนเองมีีอยู่่ นอกจากนี้้� ข้้อค้น้พบที่่�น่่าสนใจอีีกประการของงานวิิจััยนี้ ้� คืือ ความกลััว ความฝััน และความหวััง ตลอดจนการแสวงหาความมั่่�นคงและมั่่�งคั่่�งของชาวดิิจิิทััลไทยไม่่ได้้ถููก ผลัักดันด้ั ้วยแรงขัับจากกระแสทุนนิุิยมเท่่านั้้น� หากแต่คุุ่ณธรรมเรื่่�องความกตััญญููยัังเป็็น หนึ่่�งในแรงผลัักดันที่่ ัสำ�ำคััญของชาวดิิจิทัิัลไทยในการขัับเคลื่่�อนความฝันัและการแสวงหา ความก้้าวหน้้าทางเศรษฐกิิจของตน เพื่่�อให้้มีีความสามารถในการดููแลและตอบแทน บุุพการีี ซึ่�ง่คุุณค่่าเรื่่�องความกตััญญููนี้้�นัับเป็็นเอกลัักษณ์์ของความเป็็นไทย (Thainess) ที่่�สามารถนำำมาต่่อยอดส่่งเสริิมให้้เกิิดการขัับเคลื่่�อนทางเศรษฐกิิจในแบบฉบัับของ ไทยเองที่่�เหมาะสมกัับบริิบทสัังคมไทยได้้


12 Abstract Thailand’s 20-Year National Strategy (2018-2037) has come into effect alongside the creation of ‘Thais 4.0’ – people with the potential to maximize the use of digital technologies across all socioeconomic sectors. It is therefore imperative that we understand the term ‘digital native’ given that digital technology has been identified as a main driver of national economic growth. Thailand’s key digital population comprises the ‘Gen Y’ and ‘Gen Z’ generations who grew up in the digital age and during a period of relative prosperity. This demographic cohort represents a key workforce in the country in the present day and in the future. The aim of this research project is to study these two groups. The sample population to be used in this analysis comprises of: 1) 906 digital natives born between 1981-2006 (those aged 13 – 23 will be classified as the ‘new generation of digital natives’ and those aged 24 – 38 will be classified as the ‘old generation of digital natives’); 2) 50 persons who are related to digital natives consisting of parents, teachers, and employers or supervisors. Both populations reside in three main areas covered in this study: 1) Bangkok representing the capital city, 2) Chiang Mai representing the main city and 3) Nakhon Phanom province representing the secondary province. This study has four objectives: 1) to look at the changes in culture and society as a result of technological advances from the perspective of Thai digital natives in Thai society, 2) to look at the generational selfidentity of Thai digital natives, 3) to understand the knowledge, skills and


13 attitudes of Thai digital natives, and 4) to look at possible futures from the perspective of Thai digital natives which consists of being a good citizen, as well as the hopes, fears, and dreams of this new generation. The study relies on qualitative anthropological data collection methods that includes in-depth interviews, interview questionnaires, free-listing, and pictorial ethnography. It also uses scientific data research methods and techniques to extract and analyze messages online. The fieldwork was conducted in the year 2019. Overall, the project took place over a period of 14 months from April 2019 to June 2020. The findings suggest that the development of technology has resulted in changes in behavior, interaction, and social norms for Thai digital natives, for example, their use of language, their thoughts about life, life management, learning, work in organization, family relations, how they create and present themselves, the creation of new stereotypes such as discrimination towards one another, judgement of right and wrong, good and evil, and moral arguments. It has also impacted social institutions structurally in terms of the creation of ‘inequality’ in various facets of society, such as having unequal opportunities to access to technology. Moreover, the development of technology has also resulted in new types of health problems as well. In regard to the language of self-identity among Thai digital natives, we see a combination of the universal context and the context of Thai society. The differences in the kinds of self-identification come from one’s age and life experience, which is an important condition in determining one’s attitude, thought process, how one sees the world, openness, ability to adjust or adapt, to how one lives and manages life with the use of


14 technology being an important indicator. Key characteristics of Thai digital natives of the new generation is keeping pace in this fast-changing world, having technological potential, the ability to adapt quickly, an openness to new things, and embodies diversity. This is not to say that all digital natives will have the same attributes as laid out here as it depends on their relative economic status, social background, family background, and age. Thai digital natives learn and develop their unique skills through everyday engagement with technology, which include computing skills, multitasking skills, information-seeking skills, and language skills and there are always new ways of creating and new ways of learning. The learning space has expanded both offline and online. Space of the home for learning has the potential to be created by family members, while the space of work for learning can occur through interaction with and within different organizations. Thus, the learning space of Thai digital natives is manifold because digital natives are constantly learning and developing skills and can no longer be confined to a single learning space. As for the perspective of Thai digital natives on the future, since the learning space is more varied and extensive than in the past, many data sets emerge through overlapping social interactions between the online and offline worlds. As a result, Thai digital natives have been open to adopting a variety of views on virtues and morality without having to adhere to a single set of ideas, raising questions with themselves and society, using the principle of interpretation of moral reasoning, application, flexibility, individuality, and adapting to the changes of society. Should moral principles not conform to this kind of thinking, digital natives will think, argue, and not comply. According to the research findings, the moral principle of integrity remains a priority for digital natives.


15 Furthermore, this new generation of digital natives appreciates the public mind more than volunteering, which reflects their concern for society’s welfare and social issues. This is because the concept of volunteering is usually promoted through schools with an exchange of extra credit. Notably, the family institution will still play an important role in refining moral principles, and the same goes for educational institutions, digital media and social media that will play a larger role. According to the research findings, hopes, fears and dreams of Thai digital natives are shaped by individual experiences embedded with economic, social, cultural, and technological conditions. This includes the influence of capitalism that makes digital natives’ hopes and dreams based on reality and an assessment of fear, i.e. hopes and dreams, are contingent upon economic possibilities. The results of this study indicate that although hopes and dreams of the next generation of digital natives are constrained by structural factors, they still have the attribute of a ‘digital agency’ that will not succumb to what is defined by society but will try to negotiate and modify societal structures with the resources that they have. Interestingly, the research discovers that hopes, fears and dreams of Thai digital natives as well as their endeavor for wealth and success are not purely driven by capitalism. It is the value of gratitude that significantly influences Thai digital natives’ drive to achieve their dreams and develop their economic status in order to be able to take care and show gratitude to their parents. Such value of gratitude (known as Katanyu) uniquely represents the Thainess, which may be useful to drive the country’s economy that is suitable to Thai cultural context.


16 สารบััญ เรื่่�อง หน้้า คำำนำำ 4 บทคััดย่่อ 8 Abstract 12 บทบรรณาธิิการ: การสัังเคราะห์์ผลการวิิจััยสู่่การใช้้ประโยชน์์เชิิงนโยบาย 20 “คนรุ่่นใหม่่” ในมโนทััศน์์ของชาวดิจิิทััลไทยกัับเส้นท้างสู่ ่“คนไทย 4.0” 26 เมื่่�อ “อายุุ” ยัังคงสำำคััญ 27 เมื่่�อ “อายุุ” ต้้องเชื่่�อมโยงกัับ “วััฒนธรรม” 29 อััตลัักษณ์ข์ องชาวดิิจิิทััลสากล 33 คนรุ่่นใหม่่กัับการเป็็นคนไทย 4.0 48 อััตลัักษณ์์ชาวดิิจิิทััลไทยกัับการปลููกฝัังหลัักคุุณธรรมในยุุค “Technological Disruption” 50 อััตลัักษณ์กั์ ับการตีีความหลัักคุุณธรรม 52 หลัักคุุณธรรมที่่�หลากหลายของชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ 55 การเรีียนรู้้หลัักคุุณธรรม (Moral Education) ที่่�สอดรัับกัับอััตลัักษณ์์ ของชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ 76 บทบาทของผู้้ปกครองกัับการขััดเกลาหลัักคุุณธรรมในครอบครััว 77 สถาบัันการศึึกษากัับการถ่่ายทอดหลัักคุุณธรรม 79 วััฒนธรรมองค์์กรกัับการเรีียนรู้้หลัักคุุณธรรมสำำหรัับวิิชาชีีพ 80 บทบาทของรััฐในฐานะผู้้กำำหนดหลัักคุุณธรรมสำำหรัับพลเมืือง 81


17 พื้้�นที่่�ความรู้้กัับการพััฒนาทัักษะชาวดิจิิทััลเพื่่�อรองรัับองค์์กร 4.0 84 “ครูู” กัับบทบาทใหม่่ในฐานะ “ผู้สนัับส้นุุน” การเรีียนรู้้86 สาระการเรีียนรู้้กัับการใช้้ชีีวิิตในยุุคดิิจิิทััล 86 Digital Literacy กัับความจำำ เป็็นในการใช้้พื้้�นที่่�การเรีียนรู้้บนโลกออนไลน์์ 89 ข้้อจำำกััดของพื้้�นที่่�ความรู้้ในโลกดิิจิิทััล 90 ครอบครััวกัับพื้้�นที่่�ความรู้้ใหม่่ใกล้้ตััว 93 องค์์กร 4.0 กัับพื้้�นที่่�ความรู้้ในชีีวิิตการทำำงาน 94 การเปลี่่�ยนแปลงด้้านบุุคลากรในยุุคการบริิหารราชการแบบ “มหาดไทย 4.0” 97 Digital Agency กัับการตอบสนองความกลััว ความฝััน ความหวััง ที่่�เกิิดจากโครงสร้้างสัังคม 100 ความกลััว ความฝันั และความหวัังที่่�ถููกกำำหนดโดยโครงสร้้างสัังคม 103 ความเสี่่�ยงในมุุมมองของชาวดิิจิิทััลไทยบนความคาดหวััง และข้้อจำำกััดทางสัังคม 107 Digital Agency as “Entrepreneur” 110 บทบาทของเทคโนโลยีีและนวััตกรรมกัับความเป็็นผู้้ประกอบการดิิจิิทััล 114 นิิยามใหม่่ของผู้้ประกอบการดิิจิิทััลในพื้้�นที่่�เฉพาะ 115 ผู้้กระทำำการดิิจิิทััลกัับการจัดัการความเสี่่�ยงและความกลััวเชิิงโครงสร้้าง 116


18 ความเหลื่่�อมล้ำ ำ�ในการรัับมืือกัับการเปลี่่�ยนแปลง: เงาสะท้้อนเบื้้�องหลัังนโยบาย Thailand 4.0 122 การเรีียนรู้้และรููปแบบการศึึกษาภายใต้้สัังคม 4.0 124 รููปแบบการทำำงานและองค์์กร 4.0 129 กิิจกรรมและความสััมพัันธ์์ของครอบครััวในยุุคเทคโนโลยีีชี้้� นำำ 134 ความกลััว ความฝันั และความหวััง ที่่�ถููกผลัักดันด้ั ้วยเทคโนโลยีี 137 การโต้้แย้้งต่่อหลัักคุุณธรรมที่่�ถููกรื้้�อสร้้างในยุุคดิิจิิทััล 142 การสร้้างและนำำเสนอตััวตนผ่่านโลกดิิจิิทััล 147 การสื่่�อสารไร้้พรมแดนที่่�อาจไร้้ขีีดจำำกััดมากจนเกิินไป 153 ชาวดิิจิิทััลไทยในฐานะ “คนไทย 4.0”: ความพร้้อม ความเป็็นไปได้้ และข้้อจำำกััด 160 ศัักยภาพชาวดิิจิิทััลไทยกัับการเป็็นคนไทย 4.0 162 การเคลื่่�อนตััวของตััวตนและโครงสร้้างในสัังคมดิิจิิทััล (Emerging Trends) 166 การเปลี่่�ยนแปลงของสถาบัันสัังคมในยุุค Technological Disruption 176 ข้้อสัังเกตและข้้อเสนอแนะเพื่่�อเตรีียมความพร้้อมในการนำำนโยบาย ไปสู่่การปฏิิบััติิ 184


19 เอกสารอ้้างอิิง 194 เกี่่�ยวกัับผู้้แต่่ง 200 สารบััญตาราง ตาราง 1 ความคาดหวัังต่่อทัักษะวิถีีิเทคโนโลยีีของคนแต่่ละรุ่่นวััย (Generation) ในมุุมมองของชาวดิิจิิทััล 31 ตาราง 2 อััตลัักษณ์์ชาวดิิจิิทััลสากลที่่�มีีอยู่่ในชาวดิิจิิทััลไทย 34 สารบััญภาพ รููป 1 ภาพแสดงอััตลัักษณ์์สำำคััญของชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ 76


20 บทบรรณาธิิการ: การสัังเคราะห์์ผลการวิิจััย สู่่การใช้้ประโยชน์์เชิิงนโยบาย


21 จากรายงานฉบัับสมบููรณ์์ของโครงการวิิจััย “การสร้้างความเข้้าใจในคุุณลัักษณะ พฤติิกรรม และทััศนคติิในอนาคตของชาวดิิจิิทััลไทย” ทางคณะวิิจััยได้้กลั่่�นกรอง วิิเคราะห์์ข้้อมููลเพิ่่�มเติิมเพื่่�อตอบโจทย์์คำำถามที่่�ว่่า ภายใต้้แนวนโยบายไทยแลนด์์ 4.0 ที่่�มีีจุุดมุ่่งหมายในการพััฒนา “คน” ทุุกช่่วงวััยให้้มีีคุุณภาพ เป็็นคนไทย 4.0 ตามความ คาดหวัังของสัังคมที่่�มีีต่่อกลุ่่ม “คนรุ่่นใหม่่” ควรจะมีีความเข้้าใจพื้้�นฐานในชาวดิิจิิทััล ไทยเรื่่�องใดบ้้าง มีีความเป็็นไปได้้มากน้้อยเพีียงใดที่่�ชาวดิิจิิทััลไทยจะขัับเคลื่่�อนสัังคม และประเทศไปในทิิศทางที่่�รััฐคาดหวัังไว้้ โดยรายงานฉบัับพิิเศษนี้้�จะเริ่่�มปููพื้้�นฐาน การวิิเคราะห์์ข้้อมููลเพื่่�อให้้เกิิดความเข้้าใจในความเป็็นชาวดิิจิิทััลไทยที่่�สามารถ นำำ ไปต่่อยอดในการพััฒนากลุ่่ม “คนรุ่่นใหม่่” ที่่�เป็็นชาวดิิจิิทััลไทยในสัังคมเมืือง กรุุงเทพมหานคร (เมืืองหลวง) อำำเภอเมืืองในจัังหวััดเชีียงใหม่่ (เมืืองหลััก) และจัังหวััด นครพนม (เมืืองรอง) ทั้้�งนี้้�โดยเรีียงลำำดัับในการปููพื้้�นฐานความเข้้าใจเรื่่�องชาวดิิจิิทััล ไทย ดัังต่่อไปนี้้� ปฐมบท: “คนรุ่่นใหม่่” ในมโนทััศน์์ของชาวดิิจิิทััลไทยกัับเส้้นทางสู่่ “คนไทย 4.0” นำำ โดยการวิิเคราะห์์และเรีียบเรีียงของอาจารย์์ฐิิติินัันทน์์ ผิิวนิิล จะสะท้้อนให้้ เห็็นว่่าความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ของชาวดิิจิิทััลไทยนั้้�นแตกต่่างหรืือเหมืือนกัับชาวดิิจิิทััล ในกลุ่่มประเทศตะวัันตกอย่่างไร ซึ่่�งในมุุมมองของชาวดิิจิิทััลไทยนั้้�น วััยหรืืออายุุมิิได้้ ถููกใช้้เป็็นตััวแบ่่งรุ่่น (Generation) เพีียงอย่่างเดีียว แต่่ในมโนทััศน์ข์องพวกเขา รููปแบบ ความคิิด วิิถีีการดำำเนิินชีีวิิต และวิิถีีทัักษะของการใช้้เทคโนโลยีี จะเป็็นเครื่่�องกำำหนด แบ่่งรุ่่นวััยที่่�แท้้จริิงระหว่่าง “ชาวดิิจิิทััลรุ่่นเก่่า” กัับ “ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่” ในปฐมบท จะบรรยายถึึงการมองตััวตน อััตลัักษณ์์ที่่�แท้้จริิงของชาวดิิจิิทััลไทย วิิถีีชีีวิิตของชาว ดิิจิิทััลไทยในโลกออนไลน์์ ซึ่่�งสิ่่�งเหล่่านี้้�ได้้สััมพัันธ์์อยู่่ภายใต้้โครงสร้้างสัังคมไทย บทที่่�สอง: อััตลัักษณ์์ชาวดิิจิิทััลไทยกัับการปลููกฝัังหลัักคุุณธรรมในยุุค “Technological Disruption” นำำ โดยการวิิเคราะห์์และเรีียบเรีียงของ รองศาสตราจารย์์ ดร.จุุลนีี เทีียนไทย จะเป็็นการสะท้้อนให้้เห็็นถึึงภาวะที่่�การพััฒนา นวััตกรรมและเทคโนโลยีีได้้สร้้างความพลิิกผััน (Technological Disruption) ให้้กัับ ชีีวิิตของชาวดิิจิิทััลไทยอย่่างไร ซึ่่�งงานวิิจััยค้้นพบว่่า การเปลี่่�ยนแปลงทางเทคโนโลยีี


22 ได้้ส่่งผลต่่อการประกอบสร้้างอััตลัักษณ์์ในความเป็็นชาวดิิจิิทััลไทย และส่่งผลกระทบ ต่่อการตีีความใหม่่ให้้กัับ “หลัักคุุณธรรม” ของคนกลุ่่มนี้้� อีีกทั้้�งยัังแสดงให้้เห็็นว่่า ในยุุคดิิจิิทััลนั้้�น หลัักคุุณธรรมมิิได้้มีีเพีียงชุุดความคิิดเดีียว หากแต่่การพััฒนาทาง เทคโนโลยีีและการเปิิดรัับข่่าวสารได้้สร้้างให้้เกิิดความหลากหลายในหลัักคุุณธรรมที่่� ผัันแปรไปตามบริิบทและเงื่่�อนไขของความแตกต่่างทางรุ่่นวััย พื้้�นที่่� เพศสภาพ ศาสนา และชนชั้้�น เป็็นต้้น โดยเนื้้�อหาในบทนี้้�ได้้ทิ้้�งท้้ายในเรื่่�องการให้้ข้้อเสนอแนะแนวทาง การเรีียนรู้ห้ลัักคุุณธรรม (Moral Education) ที่่�สอดรัับกัับอัตลัักษณ์ข์ องชาวดิิจิทัิัลไทย รุ่่นใหม่่ว่่าควรอยู่่ในรููปแบบใด ประกอบกัับการปรัับตััวต่่อบทบาทใหม่่ของผู้้ปกครอง ครููอาจารย์์ นายจ้้าง และภาครััฐ ในการส่่งเสริิมและสนัับสนุุนคนรุ่่นใหม่่ที่่�มีีคุุณภาพ และคุุณธรรมไปควบคู่่กััน บทที่่�สาม: พื้้�นที่่�ความรู้้กัับการพััฒนาทัักษะชาวดิิจิิทััลเพื่่�อรองรัับองค์์กร 4.0 นำำ โดยการวิิเคราะห์์และเรีียบเรีียงของผู้้ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.ภาสนัันทน์์ อััศวรัักษ์์ จะกล่่าวถึึงการที่่�ชาวดิิจิิทััลไทยมีีวิิถีีชีีวิิตที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับการเรีียนรู้้จากเทคโนโลยีีและ โลกออนไลน์์ การมีีความรู้และ้ทัักษะทางด้้านโปรแกรมคอมพิิวเตอร์จึ์ ึงเป็็นก้้าวแรกของ พื้้�นฐานการเรีียนรู้้ของคนยุุคนี้้� การเรีียนรู้้สำำหรัับพวกเขานั้้�นจึึงมิิได้้ยึึดติิดแค่่การเรีียน จากสถาบัันการศึึกษาเป็็นหลัักอีีกต่่อไป การค้้นหาข้้อมููลออนไลน์์นี้้�เองยัังอาศััยการ คิิดวิิเคราะห์์ (Analytical Thinking) และการรู้้ทัันดิิจิิทััล (Digital Literacy) การที่่� ชาวดิิจิิทััลไทยนั้้�นสามารถเข้้าถึึงความรู้้จากการค้้นหาข้้อมููลด้้วยตนเองทำำ ให้้ผู้้สอน จำำ เป็็นต้้องเปลี่่�ยนบทบาทของตนจากผู้้ให้้ความรู้้ (Knowledge Provider) กลายเป็็น ผู้้กระตุ้้นการเรีียนรู้้ (Knowledge Facilitator) ที่่�ต้้องมีีความชำำนาญการในการใช้้ สื่่�อการสอนรููปแบบต่่าง ๆ รวมไปถึึงมุุมมองของชาวดิิจิิทััลต่่อองค์์ความรู้้ที่่�สามารถ นำำ ไปประยุุกต์์ใช้้ในชีีวิติได้้ นอกจากนั้้น� สมาชิิกในครอบครััวยัังมีีบทบาทในการสนัับสนุนุ การเรีียนรู้้ของบุตรุหลานชาวดิิจิทัิัลไทย โดยทำำหน้้าที่่�เป็็นผู้้ที่่�คอยกระตุ้้นการเรีียนรู้และ้ แสวงหาแหล่่งเรีียนรู้้ให้้บุุตรหลานของตน รวมถึึงการแลกเปลี่่�ยนความรู้้ข้้ามวััยภายใน ครอบครััว เยาวชนชาวดิิจิิทััลไทยเองยัังสามารถเปลี่่�ยนบทบาทมาเป็็นผู้้สอนการใช้้ สื่่�อใหม่่ได้้เช่่นกััน ในบทนี้ ้� ยัังสะท้้อนเสีียงที่่�ชาวดิิจิิทััลไทยมีีต่่อข้้อจำำกััดในการเรีียนรู้้ ผ่่านพััฒนาการทางเทคโนโลยีีและรููปแบบการเรีียนรู้้ที่่�เห็็นว่่าไม่่สอดคล้้องกัับบริิบท


23 ในปััจจุุบัันและเมื่่�อพวกเขาก้้าวเข้้าสู่่โลกของการทำำงาน บทความนี้้�ได้้ให้้ข้้อเสนอแนะ แก่่นายจ้้างและผู้้บัังคัับบััญชาต่่อการปรัับตััวให้้สอดคล้้องกัับอััตลัักษณ์์ของชาวดิิจิิทััล ไทยอีีกด้้วย บทที่่�สี่่�: Digital Agency กัับการตอบสนองความกลััว ความฝััน ความหวััง ที่่�เกิิดจากโครงสร้้างสัังคม นำำ โดยการวิิเคราะห์์และเรีียบเรีียงของอาจารย์์ ดร. ปุุณณฑรีีย์์ เจีียวิิริิยบุุญญา เป็็นบทที่่�มุ่่งชี้้�ให้้เห็็นถึึงความกลััว ความฝััน และความหวััง ที่่�เกิิดขึ้้�นจากประสบการณ์์ในชีีวิิตของชาวดิิจิิทััลไทย บทนี้้�ได้้ประยุุกต์์ใช้้กรอบแนวคิิด เชิิงโครงสร้้าง (Structure) และผู้้กระทำำ (Agency) ที่่�ได้้พััฒนาโดย Anthony Giddens เพื่่�อนำำมาวิิเคราะห์์และทำำความเข้้าใจว่่าชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ในฐานะที่่�เป็็น “ผู้้กระทำำการดิิจิิทััล” สามารถตอบสนองต่่อความรู้้สึึกกลััวจากการเผชิิญกัับภาวะ เสี่่�ยงภััยหรืือความไม่่มั่่�นคง โดยอาศััยองค์์ความรู้ทางเทคโ้นโลยีีที่่�ทัันสมััยเป็็นเครื่่�องมืือ ในการเข้้าถึึงทรััพยากรอย่่างไร การวิิจััยส่่วนหนึ่่�งค้้นพบว่่า ความกลััว ความฝััน และ ความหวัังของชาวดิิจิิทััลไทยนั้้�น มีีความสััมพัันธ์์กัับเรื่่�องความกตััญญููและอุุปสรรค ที่่�เกิิดจากระบบอุุปถััมภ์์ไทย ทำำ ให้้เกิิดข้้อจำำกััดที่่�ทำำ ให้้ไม่่สามารถเดิินตามเส้้นทาง ความฝัันและความหวัังของชาวดิิจิิทััลไทยในบางกลุ่่มได้้ ทั้้�งนี้้� ข้้อสัังเกตที่่�สำำคััญ ประการหนึ่่�งคืือ ทำำอย่่างไรรััฐจึึงจะสามารถสนัับสนุุนให้้เกิิดการพััฒนาศัักยภาพของ ความเป็็นผู้้ประกอบการ (Entrepreneur) ในคนกลุ่่มนี้้�ได้้ บทที่่ห้�้า: ความเหลื่่�อมล้ำ ำ�ในการรัับมืือกัับการเปลี่่�ยนแปลง: เงาสะท้้อนเบื้้�องหลััง นโยบาย Thailand 4.0 นำำ โดยการวิิเคราะห์์และเรีียบเรีียงของผู้้ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.ภััทรพรรณ ทำำดีี จะให้้ข้้อคิดว่ิ ่าผลกระทบสำำคััญที่่�ไม่่ควรมองข้้ามของการพััฒนาทาง เทคโนโลยีีในยุุค “Technological Disruption” และการขัับเคลื่่�อนสัังคมไทยภายใต้้ นโยบาย Thailand 4.0 คืือการสร้้าง “ความเหลื่่�อมล้ำ ำ�” ในการรัับมืือกัับการเปลี่่�ยนแปลง อัันเนื่่�องมาจากพััฒนาการทางเทคโนโลยีีที่่�ส่่งผลกระทบต่่อประชากรทุุกช่่วงวััยที่่� ใช้้ชีีวิิตร่่วมสมััยเดีียวกััน แต่่กลัับมีีโอกาสและความสามารถในการรัับมืือกัับสิ่่�งเหล่่านี้ ้� ได้้แตกต่่างกััน ทั้้�งนี้้� โดยมีีเงื่่�อนไขสำำคััญที่่�เป็็นตััวกำำหนดโอกาส ความสามารถ และ การเข้้าถึึงทรััพยากร ที่่�ชาวดิิจิทัิัลสามารถใช้้เป็็นพื้้น�ฐานในการรัับมืือกัับการเปลี่่�ยนแปลง


24 ได้้แก่่ โครงสร้้างของสถาบัันครอบครััว สถาบัันการศึึกษา เงื่่�อนไขทางเศรษฐกิิจ บริิบท ความเป็็นเมืือง (Urbanization) ตลอดจนเงื่่�อนไขด้้านประสบการณ์์ของประชากร ดิิจิิทััลแต่่ละกลุ่่มที่่�ส่่งผลให้้มีีความสามารถในการรัับมืือต่่อการเปลี่่�ยนแปลงเหล่่านั้้�น ได้้แตกต่่างกันั บทสุุดท้้าย: ชาวดิิจิิทััลไทยในฐานะ “คนไทย 4.0”: ความพร้้อม ความ เป็็นไปได้้และข้้อจำำกััด โดยการวิิเคราะห์์ของคณะผู้้วิิจััย เป็็นบทสรุุปของงานวิิจััย เกี่่�ยวกัับคุุณลัักษณะของชาวดิิจิิทััลไทย ทั้้�งในส่่วนของวิิธีีคิิด ทััศนคติิ พฤติิกรรม อััตลัักษณ์์ ตลอดจนทัักษะเฉพาะของประชากรกลุ่่มนี้้� อีีกทั้้�งยัังได้้เปรีียบเทีียบ คุุณลัักษณะของ “คนไทย 4.0” ซึ่่�งเป็็นแนวทางพื้้�นฐานตามนโยบายที่่�รััฐคาดหวััง กัับคุุณลัักษณะของชาวดิิจิิทััลที่่�ค้้นพบจากผลการวิิจััย โดยชี้้�ให้้เห็็นถึึงคุุณลัักษณะของ ชาวดิิจิิทััลไทยที่่�มีีความสอดคล้้องหรืือมีีศัักยภาพมากไปกว่่าแบบแผนที่่�รััฐคาดหวััง รวมไปถึึงคุุณลัักษณะที่่�ชาวดิิจิิทััลไทยยัังขาด พร้้อมทั้้�งนำำเสนอแนวทางแก่่รััฐในการ ส่่งเสริิมพััฒนาคุุณลัักษณะเหล่่านั้้�น นอกจากนี้้� ยัังได้้ให้้ข้้อสัังเกตและข้้อเสนอแนะ เพิ่่�มเติิม เพื่่�อเตรีียมความพร้้อมในการนำำนโยบายการพััฒนาคนไทย 4.0 ไปสู่่การปฏิิบัติัิ ที่่�สอดคล้้องกัับสภาพความเป็็นจริิงของประชากรดิิจิิทััลในบริิบทสัังคมไทยอีีกด้้วย ทั้้�งนี้้� ข้้อมููลที่่�ใช้้ในการนำำเสนอผลงานวิิจััยในรายงานฉบัับพิิเศษนี้้�มาจากการ วิิเคราะห์์ข้้อมููลภาคสนามใน 3 พื้้�นที่่� คืือกรุุงเทพมหานคร เชีียงใหม่่ และนครพนม ซึ่่�งดำำเนิินการเก็็บรวบรวมข้้อมููลในช่่วงเดืือนเมษายน - ธัันวาคม 2562 โดยอาศััย การเก็็บข้้อมููลจากผู้้ให้้ข้้อมููลสำำคััญซึ่่�งเป็็นกลุ่่มประชากรดิิจิิทััล (Digital Natives) 5 กลุ่่มวััย คืือกลุ่่มชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ (Neo-Digital Natives) อัันได้้แก่่ กลุ่่มนัักเรีียน มัธัยมศึึกษาตอนต้้น (อายุุ 13-15 ปีี) กลุ่่มนัักเรีียนมัธัยมศึึกษาตอนปลาย (อายุุ 16-18 ปีี) กลุ่่มนัักศึึกษามหาวิิทยาลััย (อายุุ 19-23 ปีี) และกลุ่่มชาวดิิจิิทััลรุ่่นเก่่า (Old-Digital Natives) ได้้แก่่ กลุ่่มวััยทำำงานตอนต้้น (อายุุ 24-29 ปีี) และกลุ่่มวััยทำำงานตอนปลาย (อายุุ 30-38 ปีี) รวม 910 ชีีวิิต รวมถึึงมุุมมองจากกลุ่่มประชากรที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับชาว ดิิจิิทััลไทย อาทิิ ผู้้ปกครอง ครููอาจารย์์ และนายจ้้างหรืือผู้้บัังคัับบััญชา รวม 50 ชีีวิิต ด้้วยเทคนิิควิิจััยทางมานุุษยวิิทยาหลากหลายรููปแบบ ได้้แก่่ 1) เทคนิิคการวิิจััย


25 โดยใช้้แบบสอบถามสััมภาษณ์์ 2) เทคนิิคการรวบรวมคำำศััพท์์ 3) เทคนิิคการวาดภาพ เชิิงพรรณนา 4) เทคนิิคการสััมภาษณ์์แบบกึ่่�งโครงสร้้าง ประเภทการสััมภาษณ์์แบบ เจาะลึึก รวมผู้มีีส่้่วนร่่วมในการวิจัิัยจำำนวนทั้้�งหมด 960 ชีีวิิต


26 “คนรุ่่นใหม่่” ในมโนทััศน์์ของชาวดิิจิิทััลไทย กัับเส้้นทางสู่่ “คนไทย 4.0”


27 ประเทศไทยกำำลัังอยู่่ในช่่วงแห่่งการพััฒนาตามแผนยุุทธศาสตร์์ชาติิ 20 ปีี (พ.ศ. 2561-2580) เป้้าหมายสำำคััญคืือการมุ่่งสู่่ความ “มั่่�นคง มั่่�งคั่่�ง ยั่่�งยืืน” ซึ่่�งมีี นโยบายสำำคััญในปััจจุุบัันคืือ “ไทยแลนด์์ 4.0” โดยมุ่่งพััฒนา “คน” ทุุกช่่วงวััยให้้มีี คุุณภาพ เป็็นคนไทย 4.0 ความคาดหวัังของสัังคมต่่อการพััฒนาประเทศจึึงมุ่่งสู่่กลุ่่ม “คนรุ่่นใหม่่” ว่่าพวกเขาจะขัับเคลื่่�อนสัังคมและประเทศให้้ไปในทิิศทางใด ฉากทััศน์ที่่์ �ภาครััฐคาดหวัังไว้ต้ามยุุทธศาสตร์์ชาติกัิับกลุ่่ม “คนรุ่่นใหม่่” ในปััจจุบัุนั นั้้�นมีีหลากหลายประการ ทั้้�งการส่่งเสริิมความรู้้ ความสามารถ ทัักษะ การสร้้างกำำลััง แรงงานในอนาคตรวมถึึงการปลููกฝัังคุุณธรรม จริิยธรรมที่่พึ�ึงประสงค์์ โดยกระบวนการ ปลููกฝัังความคาดหวัังเหล่่านี้ ้�มีีความเข้้มข้้นทั้้�งในระดัับโครงสร้้างสัังคมผ่่านสถาบััน การศึึกษา สถาบัันครอบครััว รวมถึึงสัังคมในภาพรวมด้้วย เนื้้�อหาในส่่วนนี้ ้�มุ่่งนำำเสนอประเด็็นการทำำความเข้้าใจในลัักษณะเฉพาะของ “คนรุ่่นใหม่่” โดยเฉพาะในกลุ่่มชาวดิิจิิทััลไทย (Thai Digital Natives) ด้้วยการใช้้ กรอบวิิเคราะห์์ในเรื่่�อง “อัตลัักษณ์์ (Identity)” ซึ่�งเ่กี่่�ยวพัันทั้้�งในด้้านความเป็็นอััตวิิสััย (Subjectivism) ปััจเจกนิิยม (Individualism) บุุคลิิกภาพ (Personality) ความ เป็็นตััวตน (Self) ผู้้กระทำำการ (Agency) รวมถึึงอารมณ์์และความรู้้สึึก (Emotion and Feeling) ซึ่�ง่พิิจารณาทั้้�งในแง่่อััตลัักษณ์์ปััจเจกบุุคคล (Individual Identity) และ อััตลัักษณ์์ร่่วม (Collective Identity) โดยเป้้าหมายสำำคััญคืือ การแสดงให้้เห็น็ภาพว่่า ประชากรกลุ่่มนี้ ้�มีีลัักษณะอย่่างไร สอดคล้้องไปตามสิ่่�งที่่�สัังคมคาดหวัังไว้้หรืือไม่่ และลัักษณะใดที่่�มีีความเป็็นสากล เมื่่�อ “อายุุ” ยัังคงสำำคััญ เกณฑ์สำ์ ำคััญที่่มีี�มาอย่่างยาวนานในการแบ่่งรุ่่นคืือ การใช้้ “อายุุและวััย” ที่่ปั�ัจจุบัุนั ยัังคงพบว่่ามีีอิิทธิิพลอยู่่มากในหลายสัังคม โดยเฉพาะในสัังคมไทยที่่�ยึึดโยงกัับคำำว่่า “อาวุุโส” โดยทั่่�วไปหากพููดถึึง “คนรุ่่นใหม่่” ผู้ค้นจะเข้้าใจว่่าคืือกลุ่่มคนที่่�เกิดิมาบนโลก ใบนี้้�หลัังจากรุ่่นของตนเอง ดัังนั้้�นคนรุ่่นใหม่่จึึงมีีนััยถึึงความเป็็นเด็็ก วััยรุ่่น วััยเยาว์์


28 1 ทางประชากรศาสตร์์เรีียกว่่า “ชั่่�วคนหรืือรุ่่นวััย” โดยใช้้อายุุเป็็นตััวกำำหนดกลุ่่มประชากรเจเนอเรชัันใหม่่จะเกิิดขึ้้�นจากการที่่�ประชากรรุ่่นหนึ่่�งมีีบุุตรเป็็นประชากรอีีกรุ่่นวััย ซึ่่�งระยะห่่างของอายุุระหว่่างประชากร 2 รุ่่นนี้้�จะประมาณ 20-30 ปีี (ราชบััณฑิติยสถาน, 2557) ส่่วนทางสัังคมวิิทยา Karl Mannheim อธิิบายความแตกต่่างของเจเนอเรชันตัามปรากฏการณ์์ทางสัังคมที่่�เกิดขึ้้ ิน� คนในเจเนอเร-ชัันเดีียวกัันจะมีีประสบการณ์์ทางสัังคมร่่วมกััน (Pilcher, 1994) เยาวชน หรืือหนุ่่มสาว หลายครั้้�ง “อายุุ” ถููกใช้้เป็็นตััวกำำหนดสำำคััญเกี่่�ยวกัับกิิจกรรม ต่่าง ๆ ในช่่วงชีีวิิต อายุุบุุคคลจะเพิ่่�มขึ้้�นตามกาลเวลาและสััมพัันธ์์ไปกัับลัักษณะ ทางกายภาพ ร่่างกายจะเปลี่่�ยนแปลงไปตามอายุุที่่�นิิยมเรีียกว่่า “แก่ขึ้้่�นไปทุุกปีี” หรืือ “แก่่ลงไปทุุกวััน” จากข้้อมููลอายุุของแต่่ละคนจะถููกนำำมากำำหนดเป็็น “ช่่วงวััย” โดย ขึ้้�นอยู่่กัับหลัักเกณฑ์์ในการกำำหนด ตััวอย่่างเช่่น ในทางประชากรศาสตร์์ กำำหนดให้้ อายุุ 0-14 ปีี คืือวััยเด็็ก อายุุ 15-59 ปีี คืือวััยแรงงาน ส่่วนผู้้ที่่�อายุุ 60 ปีีขึ้้�นไปคืือ วััยสููงอายุุ เป็็นต้้น หรืือการอธิิบายคนรุ่่นใหม่่ตามแนวคิิดเจเนอเรชััน (Generation)1 ได้้รัับความนิิยมอย่่างแพร่่หลายในการวิิเคราะห์์คุุณลัักษณะและพฤติิกรรมของผู้้คน ต่่างวััย โดยส่่วนใหญ่่มัักพยายามสร้้างภาพแบบเหมารวม (Stereotype) ให้้คนแต่่ละ เจเนอเรชััน ทั้้�งนี้้� แนวคิิดเจเนอเรชัันจะใช้้เกณฑ์์แบ่่งคนตามอายุุ ปีีเกิิด เชื่่�อมโยงกัับ ปรากฏการณ์์ทางสัังคม อย่่างไรก็็ตามหากแบ่่งประชากรที่่�ยัังมีีชีีวิิตอยู่่ในปััจจุุบััน อาจแบ่่งได้้เป็็น 6 เจเนอเรชัันหลััก คืือ 1) ไซเลนต์์เจเนอเรชััน (Silent Generation) 2) เบบี้ ้� บููมเมอร์์ (Baby Boomer) 3) เจเนอเรชัันเอกซ์์ (Generation X) 4) เจเนอเรชัันวาย (Generation Y) 5) เจเนอเรชัันซีี (Generation Z) และ 6) เจเนอเรชัันแอลฟา (Generation Alpha) โดยคนที่่�ถููกมองว่่าเป็็น “คนรุ่่นใหม่่” นั้้�น ก็็คืือคนที่่�อยู่่ในเจเนอเรชัันถััดจากเจเนอเรชัันของตนเอง อย่่างไรก็็ตาม กลุ่่มคน เจเนอเรชัันวายและเจเนอเรชัันซีีกำำลัังเป็็นกลุ่่มที่่�ได้้รัับความสนใจศึึกษาเป็็นอย่่างมาก ในด้้านต่่าง ๆ เนื่่�องจากเป็็นกลุ่่มประชากรที่่�มีีความสำำคััญทั้้�งในแง่่จำำนวนที่่�ถืือว่่า มีีมากกว่่าเจเนอเรชัันก่่อนหน้้า และการเป็็นกำำลัังแรงงานในปััจจุุบัันรวมถึึงอนาคตด้้วย จากการวิิเคราะห์์ข้้อมููลการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกในการวิิจััยครั้้�งนี้้�พบว่่า การให้้ ความสำำคััญกัับเรื่่�องรุ่่นปีีเกิิดและอายุุยัังเป็็นสิ่่�งสำำคััญมาก จากคำำที่่�ใช้้เรีียกกลุ่่มคน รุ่่นใหม่่คืือคำำว่่า “รุ่่นน้้อง” หรืือ “พวกน้้อง ๆ” โดยในกลุ่่มชาวดิิจิิทััลเจเนอเรชัันซีี ที่่�ยัังอยู่่ในวััยเรีียนมีีการนัับรุ่่นตามชั้้�นปีีที่่�เรีียน การให้้ความเคารพระบบรุ่่นพี่่�รุ่่นน้้อง


29 (แม้้จะห่่างเพีียงแค่่ปีีเดีียว) ความเป็็นคนรุ่่นใหม่่หากนิิยามตามอายุุจึึงหมายถึึงรุ่่นน้้อง ที่่�เรีียนในระดัับต่ำ ำ� กว่่า หรืือแม้้แต่่ในกลุ่่มวััยทำำงานที่่มั�ักมีีคำำสรรพนามเรีียกคนรุ่่นใหม่ว่่ ่า “พวกเด็็กใหม่่ ๆ” ซึ่�งใ่นโลกการทำำงานของชาวดิิจิิทััลเจเนอเรชัันวายจึึงมีีประสบการณ์์ การนิิยามความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ด้้วย “ตััวเลขอายุุ” ทั้้�งอายุุจากปีีเกิิดและอายุุการทำำงาน บุุคคลที่่�เข้้ามาทำำงานใหม่่จะถููกนิิยามเป็็นคนรุ่่นใหม่่ในหน่่วยงาน ในทางตรงกัันข้้าม หากพููดถึึง “คนรุ่่นเก่่า” โดยส่่วนใหญ่่จะให้้ภาพของคนที่่�เกิิดมาก่่อน โดยเฉพาะคนที่่� มีีอายุุมากหรืือมีีความอาวุุโสมากกว่่านั่่�นเอง สิ่่�งเหล่่านี้ ้� จึึงสะท้้อนให้้เห็็นถึึงความเข้้มข้้น ของระบบอาวุุโสในสัังคมไทยที่่�ให้้ความสำำคััญกัับเรื่่�องของอายุุการเกิิดก่่อน-เกิิดทีีหลััง การมาก่่อน-มาหลััง สิ่่�งเหล่่านี้ ้� นำำ ไปสู่่ความคาดหวัังที่่�ว่่า คนรุ่่นใหม่่หรืือคนที่่�เกิิดมา ทีีหลััง คนที่่�มาทำำงานทีีหลััง จะต้้องมีีคุุณลัักษณะต่่าง ๆ ที่่�มากไปกว่่ารุ่่นตนเอง โดยเฉพาะความคาดหวัังด้้านศัักยภาพ ความรู้ และ้ทัักษะ เมื่่�อ “อายุุ” ต้้องเชื่่�อมโยงกัับ “วััฒนธรรม” ข้้อค้้นพบสำำคััญประการหนึ่่�งของการศึึกษานี้ ้� คืือ “ความเป็็นคนรุ่่นใหม่่” ไม่่ได้้ จำำกััดตามอายุุและวััย ดัังเช่่นที่่�หลายการศึึกษาพยายามสร้้างตััวแบบคุุณลัักษณะของ คนแต่่ละเจเนอเรชัันให้้มีีความแตกต่่างกัันชััดเจนแบบเหมารวม ทั้้�งนี้้� ผลการวิิเคราะห์์ ข้้อมููลจากการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกมีีความสอดคล้้องกัับข้้อเสนอที่่�พยายามรื้้�อสร้้างนิิยาม การแบ่่งเจเนอเรชัันแบบเดิิมที่่�มัักจะมองแต่่ปีีเกิิด อายุุ และวััยของผู้้คน หรืือเรีียกว่่า การวิิเคราะห์์ลัักษณะทางกายภาพ (Biology) มาสู่่การวิิเคราะห์์ด้้วยวััฒนธรรมและ ปรากฏการณ์์ทางสัังคม (Culture) และการวิิเคราะห์ด้์ ้วยการเปลี่่�ยนแปลงทางเทคโนโลยีี (Technology) ทั้้�งนี้้� เมื่่�อวิิเคราะห์์ข้้อมููลการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกของประชากรทั้้�ง 5 กลุ่่มอายุุ จะพบว่่าสามารถกำำหนดนิิยาม “ความเป็็นคนรุ่่นใหม่่” ได้้ตามประเด็็นดัังนี้ ้� “รููปแบบความคิิด (Mindset)” ในที่่�นี้ ้�มีีความหมายครอบคลุุมถึึงทััศนคติิ วิิธีี การคิดิ การมองโลก การเปิดรัิ ับ การปรัับตััว การยอมรัับความแตกต่่าง การเปลี่่�ยนแปลง ความทัันสมััย ความกล้้า โดยความเป็็นคนรุ่่นใหม่่จะต้้องมีีลัักษณะความคิดที่่ ิ�สำำคััญคืือ การเปิิดกว้้าง เปิดรัิ ับสิ่่�งใหม่่ ปรัับตััวเองได้้ เข้้าใจและยอมรัับความแตกต่่างหลากหลาย


30 มีีอิิสระทางความคิิด และกล้้าคิิดกล้้าทำำ ในทางตรงกัันข้้าม “ความเป็็นคนรุ่่นเก่่า” จะหมายถึึงลัักษณะความคิดที่่ ิ �ไม่่ยอมเปิดรัิ ับสิ่่�งใหม่่ เช่น่ การไม่่ยอมรัับความหลากหลาย ทางเพศ ความไม่่กล้้าเปลี่่�ยนแปลง ปิิดกั้้�นความคิิด และไม่่รัับฟัังอะไรใหม่่ “วิถีิีการดำำเนินชีิวิีิต (Lifestyle)”เป็็นสิ่่�งที่่ถูู�กนำำ มาใช้้ในการนิิยามอัตลัักษณ์ข์อง คนรุ่่นใหม่่ โดยเฉพาะแบบแผนการใช้ชีีวิ้ ตที่่ ิ �แตกต่่างไปจากคนรุ่่นก่่อน โดยวิถีีิการดำำเนินิ ชีีวิิตสามารถอธิิบายให้้เห็็นถึึงค่่านิิยม รสนิิยม การสื่่�อสาร กิิจกรรมในชีีวิิตประจำำวััน และพฤติิกรรมที่่�แสดงออกมา โดยความเป็็นคนรุ่่นใหม่่จะมีีวิิถีีชีีวิิตคืือการนอนดึึก ไม่่ได้้ให้้ความสำำคััญกัับการตื่่�นเช้้ามากนััก การแต่่งกายเป็็นไปตามยุุคสมััยนิิยม (แฟชั่่�น) การใช้จ่้่ายและบริิโภคเน้นต้ามความพึึงพอใจ ให้้ความสำำคััญกัับการประหยัดัทรััพยากร (เช่่น ประโยคที่่�ว่่า คนรุ่่นใหม่่ใส่่ใจสิ่่�งแวดล้้อม) ใช้้ชีีวิิตแบบเน้้นการดููแลสุุขภาพ มากขึ้้�น เช่่น ออกกำำลัังกาย รัับประทานอาหารเพื่่�อสุขุภาพ มีีสมดุุลชีีวิิต (Work-Life Balance) ให้้ความสำคัำ ัญกัับกระแสสัังคม ใช้้ภาษา คำำ หรืือวลีีใหม่่ ๆ ตามยุุคสมััย “วิิถีีเทคโนโลยีี(Technological Way of Life)” ความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ของ ชาวดิิจิิทััลไทยเกี่่�ยวข้้องกัับเทคโนโลยีีโดยตรงทั้้�งด้้านการเรีียนรู้้ทัักษะการใช้้งาน และผลกระทบจากการใช้้เทคโนโลยีี ข้้อมููลจากการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกแสดงให้้เห็็นถึึง บทบาทสำำคััญของทัักษะการเรีียนรู้้การใช้้งานเทคโนโลยีีรวมถึึงความเกี่่�ยวโยงของ ความเป็็นคนรุ่่นใหม่่กัับทัักษะการรู้้เท่่าทัันสื่่�อและเทคโนโลยีี (Digital Literacy) ที่่�เป็็นตััวชี้ ้� วััดลัักษณะรุ่่นได้้ชััดเจน ดัังประโยคที่่�ว่่า “คนรุ่่นใหม่่เกิิดมากัับเทคโนโลยีี” หรืือ “คนรุ่่นใหม่่ต้้องรู้้ทัันเทคโนโลยีี” สิ่่�งเหล่่านี้้�ได้้สร้้างภาพประทัับความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ผ่่านกระบวนการมีีทัักษะและ การเรีียนรู้้เทคโนโลยีีที่่�มากกว่่าเดิิม ทั้้�งในแง่่ความเก่่ง ความคล่่องตััวในการใช้้งาน และทัันสมััยต่่อเทคโนโลยีีใหม่่ โดยความเป็็นคนรุ่่นใหม่่จึึงถููกมองว่่ามีีความเป็็น “ชาวดิิจิิทััล (Digital Natives)” สููง บางส่่วนเรีียกว่่าเป็็น iGen เพราะเกิดิ เติิบโต และ คุ้้นเคยกัับการใช้้เทคโนโลยีีมากกว่่าเจเนอเรชัันที่่�เกิิดมาก่่อนนี้้� นำำมาสู่่กระบวนการ สร้้างความคาดหวัังต่่อเรื่่�องวิิถีีเทคโนโลยีี โดยคนแต่่ละรุ่่นจะคาดหวัังว่่าคนรุ่่นอื่่�น


31 จะต้้องชำำนาญในวิิถีีเทคโนโลยีี โดยความคาดหวัังจะเข้้มข้้นมากต่่อคนรุ่่นถััดไปจาก ตนเอง “คนรุ่่นใหม่่ ๆ ต้้องเก่่งและรู้้ทันัเทคโนโลยีีมากกว่่าคนรุ่่นที่่�แก่่กว่่า” อย่่างไรก็ต็าม ความคาดหวัังเรื่่�องความรู้้ทัักษะ ความเท่่าทัันในวิิถีีเทคโนโลยีีนี้้� ไม่่ได้้เกิิดขึ้้�นต่่อคน รุ่่นถััดไปเท่่านั้้�น แต่ยั่ ังมีีความคาดหวัังต่่อคนรุ่่นเดีียวกัันและคนรุ่่นก่่อนหน้้าด้้วย เพราะ อิิทธิิพลของเทคโนโลยีีที่่�มีีต่่อวิิถีีชีีวิิตประจำำวัันทำำ ให้้ทุุกคนเกิิดความคาดหวัังว่่า ไม่่ว่่า จะเป็็นคนรุ่่นใดก็็ต้้องปรัับตััว เรีียนรู้้ และเท่่าทันัการใช้้เทคโนโลยีีให้้ได้้ ซึ่�ง่ระดัับความ เข้้มข้้นของความคาดหวัังของคนรุ่่นวััยต่่าง ๆ มีีลัักษณะดัังนี้ ้� รุ่่นวััย Baby Boomer Gen X Gen Y Gen Z Gen Alpha Old-digital น้้อย ปานกลาง มาก มากที่่�สุุด มากที่่�สุุด Neo-digital - มหาวิิทยาลััย น้้อย มาก มาก มากที่่�สุุด มากที่่�สุุด Neo-digital - มััธยมศึึกษา น้้อย มาก มาก มากที่่�สุุด มากที่่�สุุด ที่่�มา: สรุุปจากข้้อมููลการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกของโครงการวิิจััยการสร้้างความเข้้าใจในคุุณลัักษณะ พฤติิกรรม และทััศนคติิในอนาคตของชาวดิิจิิทััลไทย (จุุลนีี เทีียนไทย และคณะ, 2563). สาเหตุุหนึ่่�งที่่�ทำำ ให้้ทัักษะความสามารถในการใช้้งานเทคโนโลยีีของคนรุ่่นต่่าง ๆ มีีความแตกต่่างกััน และส่่งผลให้้เกิิดความคาดหวัังอย่่างมากต่่อคนรุ่่นถััดไป เนื่่�องจากความสััมพัันธ์์ระหว่่าง “ประสบการณ์์ชีีวิิตกัับการเกิิดขึ้้�นของเทคโนโลยีี” โดยมองว่่า อุุปกรณ์์เทคโนโลยีีการสื่่�อสารในแต่่ละยุุคสมััยนัับว่่าเป็็นตััวแทนอััตลัักษณ์์ ของคนแต่่ละรุ่่นได้้ ดัังความเห็นข็ องชาวดิิจิทัิัลรุ่่นใหม่วั่ ัยเรีียนมหาวิิทยาลััยที่่�กล่่าวไว้ว่้่า “เทคโนโลยีีรุ่่�นแม่่ก็็จะเป็็นเพจเจอร์์ เทคโนโลยีีรุ่่�นผมก็็คืือสมาร์์ตโฟน ส่่วนเทคโนโลยีี ตาราง 1 ความคาดหวัังต่่อทัักษะวิถีิีเทคโนโลยีีของคนแต่่ละรุ่่นวััย (Generation) ในมุุมมองของชาวดิจิิทััล


32 รุ่่�นน้้องผมก็็จะเป็็นแท็็บเล็็ตและการวิิดีีโอคอล” รวมถึึงความแตกต่่างของการใช้้ชีีวิิต ของการเล่น่ ในวััยเด็็กของคนแต่่ละยุุค เช่น่ ประสบการณ์ที่่์ร�ะบุวุ่่า “เราเติิบมาในยุุคที่่มั�ัน ยัังมีีหมากเก็็บ โดดยาง เล่่นแบบเล่่นจริิง ๆ ในสนามเด็ก็เล่่น แต่่ของเขา (เด็ก็เดี๋๋�ยวนี้้�) น่่าจะเป็็นยุุคที่่�แบบโตมาน่่าจะมีมืีือถืือเลย เพราะพ่่อแม่หลา่ยคนก็็เลี้้ย�งด้้วยสมาร์์ตโฟน” จึึงไม่่น่่าแปลกใจว่่าเหตุุใดความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ถึึงถููกคาดหวัังสููงต่่อทัักษะการใช้้ เทคโนโลยีีดัังที่่�กล่่าวไปแล้้วว่่า คนรุ่่นใหม่่คืือการถููกนิิยามว่่าเป็็นคนที่่�มีีทัักษะและ ทัันสมััยต่่อเทคโนโลยีี อย่่างไรก็็ตาม ในทางตรงกัันข้้าม ข้้อมููลจากการสััมภาษณ์์เชิิงลึึก จากทุุกกลุ่่มวััย สามารถวิิเคราะห์์มุุมมองที่่�มีีต่่อเรื่่�องวิิถีีเทคโนโลยีีและสรุุปนิิยาม “ความเป็็นคนรุ่่นเก่่า” ได้้ว่่า “เป็็นผู้้ที่่�ไม่่รู้้เรื่่�องเทคโนโลยีี ใช้้เทคโนโลยีีไม่่คล่่อง ไม่่เท่่าทััน อาจตกเป็็นเหยื่่�อในการโดนหลอกลวงและอาชญากรรมต่่าง ๆ ได้้ง่่าย ไม่่ค่่อยติดิตามเทคโนโลยีีใหม่ ไม่่เ่ ปิดรัิ ับและปรัับตััวที่่�จะใช้้เทคโนโลยีี รวมถึึงชอบพึ่่�งพา ให้้ผู้้อื่่�น (คนรุ่่�นใหม่) ่ ช่่วยเหลืือทางเทคโนโลยีีให้้” ทั้้�งนี้้� ชาวดิิจิิทััลช่่วงวััยเจเนอเรชัันซีี และเจเนอเรชัันวายส่่วนมากอยากให้้คนรุ่่นเก่่ามีีการยอมรัับ เรีียนรู้้เทคโนโลยีีต่่าง ๆ ตามสมััยด้้วย ข้้อพึึงระวัังในประเด็็นความคาดหวัังต่่อทัักษะวิิถีีเทคโนโลยีีของคนรุ่่นใหม่่นี้ ้� คืือ การที่่�คนรุ่่นใหม่่ต้้องแบกรัับความกดดัันในการพััฒนาศัักยภาพตนเอง การเรีียนรู้้ ทัักษะ ความสามารถที่่�ถููกคาดหวัังเพิ่่�มขึ้้�นไปเรื่่�อย ๆ ในขณะที่่�คนรุ่่นเก่่า นอกจากจะถููก คาดหวัังไม่่มากนััก กลัับคาดหวัังที่่�จะพึ่่�งพาเรื่่�องเหล่่านี้้�จากคนรุ่่นใหม่่เป็็นหลััก อาทิิ คำำกล่่าวที่่ว่�่า “ก็็พี่่ทำ�ำอัันนี้้�ไม่ไ่ด้้ น้้องน่่าจะเก่่งเทคโนโลยีีกว่่าพี่่� ช่่วยทำำแทนหน่่อยละกััน” ช่่องว่่างระหว่่างรุ่่นนี้้� ทำำ ให้้การทำำงานระหว่่างคนรุ่่นเก่่าและคนรุ่่นใหม่่ในสัังคมไทย เกิิดความเหลื่่�อมล้ำ ำ� เมื่่�อคนรุ่่นเก่่าใช้้เทคโนโลยีีได้้ไม่่คล่่อง งานในส่่วนนี้ ้� จึึงตกมาอยู่่ใน ความรัับผิิดชอบของคนรุ่่นใหม่่แทน


33 อััตลัักษณ์์ของชาวดิิจิิทััลสากล จากการนิิยาม “ความเป็็นคนรุ่่นใหม่่” ตามมุุมมองของชาวดิิจิิทััลไทยข้้างต้้น จะเห็็นได้้ว่่า ทุุกคนล้้วนมีีความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ (และรุ่่นเก่่า) ได้้ในหลากหลายมิิติิ ทั้้�งในแง่่อายุุและวััย รููปแบบความคิิดวิิถีีการดำำเนิินชีีวิิตรวมถึึงวิิถีีเทคโนโลยีีขึ้้�นอยู่่กัับ ว่่าบุุคคลจะนิิยามตััวตนอย่่างไรเพื่่�อสร้้างความเป็็นอััตลัักษณ์์เฉพาะบุุคคล (Individual Identity) อย่่างไรก็็ตาม เพื่่�อค้้นหาประเด็็นสำำคััญที่่�ว่่าชาวดิิจิิทััลไทยมีีความเป็็นคน รุ่่นใหม่่มากน้้อยเพีียงใด เราจึึงต้้องอาศััยการทำำความเข้้าใจอัตลัักษณ์์ร่่วม (Collective Identity) ในความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ของชาวดิิจิิทััล ข้้อมููลในส่่วนนี้ ้� จึึงพยายามวิิเคราะห์์ ข้้อมููลที่่�ได้้จากการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกโดยใช้้กรอบการวิิเคราะห์์อััตลัักษณ์์ชาวดิิจิิทััลไทย ตามคุุณลัักษณะชาวดิิจิิทััลสากลที่่�ได้้จากการทบทวนวรรณกรรมซึ่�งส่รุปุได้้ 25 ลัักษณะ สำำคััญ จััดเป็็น 4 กลุ่่มดัังนี้ ้�


34 ตาราง 2 อััตลัักษณ์์ชาวดิิจิิทััลสากลที่่�มีีอยู่่ในชาวดิิจิิทััลไทย ที่่�มา: สรุปุ 25 คุุณลัักษณะจากข้้อมููลการทบทวนวรรณกรรมที่่�เกี่่�ยวข้้อง และนำำมาจัดัแบ่่งเป็็น 4 กลุ่่ม โดยมุุมมอง ของผู้้วิจัิัยโครงการวิจัิัยการสร้้างความเข้้าใจในคุุณลัักษณะ พฤติิกรรม และทััศนคติิในอนาคตของชาวดิิจิทัิัลไทย (จุุลนีี เทีียนไทย และคณะ, 2563). อััตลัักษณ์์ชาวดิิจิิทััลสากลที่่�มีีอยู่่ในชาวดิิจิิทััลไทย • เกิิดมาพร้้อมกัับการใช้้เทคโนโลยีี (Equipped with Smart) • ให้้เทคโนโลยีีคิิดให้้เลยไม่่ได้้ฝึึกสมอง (Stupidification) • เปรีียบตนเองเป็็นเทคโนโลยีี (Imitate Technology Function) • มีีความคิิดสร้้างสรรค์์ (Creativity) • เป็็นผู้้สร้้างสรรค์สิ่่์ �งใหม่่ ๆ (Innovators) • ออนไลน์์ตลอด (Interactive) • ต้้องการความรวดเร็็ว (Need for Speed) • ตื่่�นตััวต่่อข่่าวสาร (Information Alertness) • สัังคมก้้มหน้้า (Thumb Generation) • มีีความคิิดต่่อเรื่่�องเวลาเปลี่่�ยนไป (Having a New Sense of Time) • ชอบสื่่�อที่่�มีีภาพ (Communicates with Images) • ชอบค้้นหาตััวตน (Personalization) • มีีตััวตนที่่�หลากหลาย (Multiple Identities) • ชอบสร้้างตััวตนอย่่างเฉพาะ (Customization) • สร้้างโลกส่่วนตััว (Create their own private world) • มีีอิิสระในตนเอง (Independence/Freedom) • มั่่�นใจในตนเอง (Self-confident) • ชอบความโปร่่งใส (Transparency) • กล้้าแสดงความคิิดเห็็น (Free Expression) • ยืืนหยััดเพื่่�อสิิทธิิของตนเอง (Stand for Individual Rights) • มีีความหลากหลายทางเพศ (Gender Diversity) • ลดอคติิการเหยีียดหยามผู้้อื่่�น (Decrease Discrimination) • มีีส่่วนร่่วมกัับสัังคม (Civic Engagement) • สร้้างเครืือข่่ายออนไลน์์ (Net-Networking) • ให้้ความร่่วมมืือ (Collaboration) เทคโนโลยีี ความเป็นตั็ ัวตน การสร้้างสัังคม วิิถีีออนไลน์์


35 ทั้้�งนี้้� ในภาพรวมชาวดิิจิิทััลไทยมีีลัักษณะทั้้�ง 25 ประการข้้างต้้นเช่่นเดีียวกัับ ชาวดิิจิิทััลสากล เพีียงแต่่ในการศึึกษาครั้้�งนี้้�พบว่่า บางคุุณลัักษณะแสดงออกอย่่าง ชััดเจน ส่่วนบางลัักษณะรัับรู้้ได้้ว่่ามีีอยู่่แต่่ยัังไม่่เด่่นชััด ในที่่�นี้้�จะขอนำำเสนอประเด็็น ที่่�น่่าสนใจโดยเฉพาะในส่่วนของลัักษณะชาวดิิจิิทััลไทยที่่�มองว่่ามีีความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ โดยมีีการตีีความลัักษณะต่่าง ๆ ที่่�แตกต่่างไปจากบริิบทของสากล ดัังนี้ ้� การใช้้เทคโนโลยีีของคนรุ่่นใหม่่ แม้้ชาวดิิจิิทััลไทยโดยเฉพาะเจเนอเรชัันซีีจะเห็็นด้้วยที่่�คนรุ่่นตนเองนั้้�นเกิิดมา พร้้อมกัับการใช้้เทคโนโลยีี (Equipped with Smart) เช่่นเดีียวกัับชาวดิิจิิทััล ทั่่�วโลก แต่่หลายคนก็็ปฏิิเสธว่่าความจริิงแล้้วชาวดิิจิิทััลไทย “เราไม่่ได้้เกิิดมาพร้้อม กัับการใช้้เทคโนโลยีีแต่่เราเกิิดมาในยุุคที่่�มีีการใช้้เทคโนโลยีี” ซึ่่�งประเด็็นนี้้�สะท้้อนถึึง ความเหลื่่�อมล้ำ ำ� ด้้านการเข้้าถึึงเทคโนโลยีีของคนในแต่่ละกลุ่่ม เช่่น กลุ่่มวััย “เราเพิ่่�งจะ มาเรีียนรู้้เทคโนโลยีีใหม่่ ๆ เมื่่�อสััก 10 ปีีก่่อนได้้มั้้�ง แต่่เด็็กรุ่่�นนี้้� (รุ่่�นหลััง) คืือเกิิดมา ปุ๊๊�บ เล่่นไอแพดแล้้ว” หรืือเงื่่�อนไขของครอบครััวที่่�ทำำ ให้้การเข้้าถึึงเทคโนโลยีีของเด็็ก ไม่่เท่่ากััน “เพิ่่�งมารู้้จัักประมาณ 10 ขวบ ได้้มีีชีีวิิตตอนยัังไม่่มีีเทคโนโลยีี แบบได้้ ออกไปเที่่�ยวเล่่นกัับเพื่่�อนนอกบ้้านด้้วย ไม่่ได้้เล่่นแต่่อิินเทอร์์เน็็ตเท่่านั้้�น ไม่่ได้้เกิิดมา พร้้อมกัับอิินเทอร์์เน็็ตเลย” ดัังนั้้�น แม้้ว่่าจะเป็็นคนรุ่่นเดีียวกััน อยู่่ในยุุคสมััยช่่วงเวลา เดีียวกััน พื้้�นที่่�เดีียวกััน แต่่อาจจะเข้้าถึึงการใช้้เทคโนโลยีีได้้ไม่่พร้้อมกััน กรณีีนี้้� แสดงให้้เห็็นถึึงโครงสร้้างสัังคมไทยที่่�มีีความเหลื่่�อมล้ำ ำ� ด้้านเทคโนโลยีีทำำ ให้้ลัักษณะ ของชาวดิิจิิทััลไทยมีีคุุณลัักษณะที่่�ผสมผสานทั้้�งความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ (ทัันสมััย ได้้ใช้้ เทคโนโลยีี) และความเป็็นคนรุ่่นเก่่า (เข้้าไม่่ถึึงเทคโนโลยีี) ความสามารถในการเข้้าถึึง เทคโนโลยีีทั้้�งในเชิิงพื้้�นที่่� ความสามารถทางเศรษฐกิิจ และทัักษะการเรีียนรู้้ของแต่่ละ บุุคคล จึึงเป็็นข้้อกำำหนดร่่วมในการสร้้างความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ในเชิิงเทคโนโลยีีให้้กัับ ชาวดิิจิิทััลไทยด้้วย ชาวดิิจิิทััลไทยที่่�เป็็นคนรุ่่นใหม่่หลายคนยัังมองตนเองแยกส่่วนกัับเทคโนโลยีี แม้้จะมีีการเปรีียบเทีียบตนเองเป็็นเทคโนโลยีี (Imitate Technology Function)


36 เช่่นเดีียวกัับชาวดิิจิิทััลสากล แต่่เป็็นเพีียงการเปรีียบเทีียบในเชิิงการใช้้คำำศััพท์์ หยิิบยืืมคำำมาเปรีียบเทีียบตนเองเหมืือนอุุปกรณ์์ไฟฟ้้า อาทิิ “รู้้สึึกแบตหมด ขอไป ชาร์์จพลัังก่่อน” หมายถึึง ความรู้้สึึกอ่่อนล้้าต้้องการพัักผ่่อน โดยส่่วนใหญ่่ชาวดิิจิทัิัลไทย ก็็ยัังมองว่่าตนเองยัังมีีความเป็็นมนุุษย์์มากกว่่าและตััวเองยัังไม่่ใช่่เทคโนโลยีี และทำำ ทุุกอย่่างไม่่ได้้แบบที่่�เทคโนโลยีีทำำดัังเช่่นคำำที่่�กล่่าวว่่า “นี่่�คนนะไม่่หุ่่�นยนต์์” โดย คนรุ่่นใหม่่ยอมรัับว่่า เทคโนโลยีีมีีบทบาทควบคุุมรููปแบบการดำำเนิินชีีวิิต แต่่ใน ขณะเดีียวกัันก็็ยัังเชื่่�อว่่าคนยััง “เหนืือกว่่า” สามารถทำำ ในหลายสิ่่�งที่่�เทคโนโลยีีทำำ ไม่่ได้้ เทคโนโลยีีเกิิดมาจากคนคิิดสร้้างขึ้้�นและยัังคงถููกควบคุุมโดยคนอยู่่ สำำหรัับประเด็็นที่่�ว่่า “คนรุ่่นใหม่่เป็็นกลุ่่มคนที่่�ถููกทำำ ให้้ฉลาดน้้อยลง (Stupidification)” เพราะปล่่อยให้้เทคโนโลยีีคิิดให้้ตนเองเลยไม่่ได้้ฝึึกสมอง มุุมมองของชาว ดิิจิิทััลไทยเห็็นด้้วยในประเด็็นดัังกล่่าวในแง่่ที่่�เป็็นการหยิิบยืืม หรืือใช้้เทคโนโลยีีโดย “แค่่ใช้้” แต่่บางส่่วนก็็เห็็นแย้้งว่่า คนที่่�มองว่่าเทคโนโลยีีทำำ ให้้คนฉลาดน้้อยลงก็็คืือ “คนรุ่่นเก่่า” นั่่�นเอง เพราะเขาเหล่่านั้้�นไม่่ได้้ใช้้/ใช้้ไม่่เป็็น/ใช้้เป็็นแต่่ไม่่คล่่อง และ คิิดไปเองว่่าการใช้้เทคโนโลยีีจะทำำ ให้้ไม่่ได้้ฝึึกคิิด แต่่ความเป็็นจริิงแล้้ว หากเป็็นคน รุ่่นใหม่่ เมื่่�อใช้้เทคโนโลยีีคืือจะต้้อง “ฉลาดคิิด” และ “รู้้เท่่าทััน” รู้้ว่่าเทคโนโลยีีใด ใช้้เพื่่�ออะไร เทคโนโลยีีจึึงเป็็นเพีียงแค่่ “ตััวช่่วย” เท่่านั้้�น ชาวดิิจิิทััลไทยบางส่่วน ตั้้�งคำำถามต่่อประเด็็นนี้ ้� ว่่า “เราจำำ เป็็นมากน้้อยเพีียงใดที่่�ต้้องเสีียเวลามาคิิดคำำนวณ บางสิ่่�งด้้วยตนเอง ในเมื่่�อมีีเทคโนโลยีีมาช่่วยในส่่วนนี้้�แล้้ว ถ้้าเราไม่่มีีความรู้เ้รื่่�องนั้้�นเลย ยัังไงเราก็็ใช้้เทคโนโลยีีนั้้�นไม่่ถููกอยู่่�ดีี” ในระดัับสากลมองว่่า ชาวดิิจิิทััลจะเป็็นผู้้มีีความคิิดสร้้างสรรค์์ (Creativity) รวมถึึงเป็็นผู้้สร้้างสรรค์์สิ่่�งใหม่่ ๆ (Innovators) จึึงมีีความสามารถในการคิดิ ประดิิษฐ์์ สร้้างสรรค์์สิ่่�งต่่าง ๆ พร้้อมทั้้�งมีีช่่องทางแสดงออกถึึงความคิิดเหล่่านั้้�นได้้มากกว่่า กว้้างขวางกว่่า และรวดเร็็วกว่่าเดิิม คุุณลัักษณะนี้้�เป็็นสิ่่�งที่่�สัังคมคาดหวัังค่่อนข้้างมาก กัับคนรุ่่นใหม่่ โดยเฉพาะความคาดหวัังจากรััฐที่่�อยากให้้เกิิดการสร้้างนวััตกรรม แต่่ ทั้้�งนี้้� ในกรณีีของชาวดิิจิิทััลไทย ส่่วนใหญ่่ถููกมองว่่าไม่่ได้้มีีลัักษณะของการสร้้างสิ่่�งใหม่่ แต่่เป็็นการปรัับ ประยุุกต์์ และลอกเลีียนจากที่่�อื่่�นมาใช้้ การเลีียนแบบทำำตามมีีการ


37 คััดลอกและละเมิิดลิิขสิิทธิ์์�กัันจำำนวนมาก อาทิิ การตั้้�งสเตตััส คำำคม การใช้้ มุุกตลก แล้้วคนก็นำ็ ำ ไปใช้้ต่่อ ๆ กััน เมื่่�อสืืบค้้นจะพบว่่า มีีคนสร้้างมาก่่อนหน้้านั้้�นแล้้ว การถ่่ายภาพ การตกแต่่งภาพ หรืือแม้้แต่่การให้้ข้้อคิิด สาระ ข่่าวสารต่่าง ๆ พบว่่า ถููกคััดลอกและแชร์ต่์ ่อไปโดยไม่่ได้อ้้ ้างอิิงถึึงที่่�มาของต้้นฉบัับ วิิถีีออนไลน์์ในคนรุ่่นใหม่่ ปรากฏการณ์์การใช้้ชีีวิิตแบบวิิถีีออนไลน์์กลายเป็็นลัักษณะสำำคััญของชาวดิิจิิทััล ทั่่�วโลกรวมถึึงประเทศไทยที่่�สามารถเห็็นคุุณลัักษณะสำำคััญของคนรุ่่นใหม่่คืือ “สัังคม ก้้มหน้้า” ที่่�ผู้้คนต่่างต้้องออนไลน์์ในโลกอิินเทอร์์เน็็ตตลอดเวลา ทั้้�งในด้้านการติิดต่่อ สื่่�อสารกัับผู้้อื่่�น รวมถึึงการต้้องตื่่�นตััวต่่อข้้อมููลข่่าวสารที่่�มีีมากมาย สิ่่�งเหล่่านี้้�เป็็น ผลพวงที่่�เกิิดจากโครงสร้้างสัังคมที่่�เน้้นการแข่่งขััน ความต้้องการความรวดเร็็ว ก่่อให้้ เกิิดการสร้้างเทคโนโลยีีเพื่่�อให้้ได้้เปรีียบด้้านเวลามากที่่�สุุด ในขณะเดีียวกััน ลัักษณะ เช่่นนี้ ้� ก็็ผลิิตซ้ำ ำ�โครงสร้้างสัังคมที่่�ผลัักให้้คนรุ่่นใหม่่ต้้องติิดตามใช้้ชีีวิิตในโครงสร้้าง แบบนี้ ้�ที่่�ต้้องทัันเหตุุการณ์์ รวดเร็็ว และพึ่่�งพาชีีวิิตในโลกออนไลน์์ สำำหรัับความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ของชาวดิิจิิทััลไทยนั้้�นจึึงมองว่่า “การออนไลน์์ ตลอดเวลา” เป็็นเรื่่�องปกติิและทำำ ได้้ง่่ายมาก ทั้้�งการติิดตามข่่าวสาร ตามเทรนด์์ (Trend) ตามกระแส ดัังวลีีที่่�ว่่า “เดี๋๋�ยวจะคุุยกัับเขาไม่่รู้้เรื่่�อง” ซึ่่�งหมายถึึงการที่่� ตนเองต้้องรัับรู้้ในเรื่่�องใดเรื่่�องหนึ่่�งที่่�กำำลัังเป็็นที่่�นิิยมในสัังคม ผู้้คนกำำลัังพููดถึึงหรืือ เป็็นประเด็็นสัังคมที่่�ผู้้คนให้้ความสนใจ และลัักษณะสำำคััญคืือ กระแสในโลกออนไลน์์ มัักเปลี่่�ยนแปลงรวดเร็็ว “มาไวไปไว” เช่่น การดููสถิิติิแฮชแท็็กประเด็็นที่่�เป็็นกระแส ในทวิิตเตอร์์รายวััน คนรุ่่นใหม่่จึึงต้้องตื่่�นตััวต่่อข่่าวสาร เพราะกลััว “ตกข่่าว” “ไม่่อััปเดต” “ไม่่รู้้เรื่่�อง” ซึ่่�งเป็็นสิ่่�งที่่�ชาวดิิจิิทััลให้้ความสำำคััญเป็็นอย่่างมาก จึึงนำำมาสู่่ลัักษณะของการต้้องออนไลน์์ตลอดเวลาเพื่่�อให้้เข้้าถึึงข้้อมููลในทุุกช่่วงขณะ เตรีียมพร้้อมต่่อการเปลี่่�ยนแปลง


38 ในขณะเดีียวกััน โครงสร้้างสัังคมทั้้�งด้้านการเรีียนและการทำำงานได้้ย้ำ ำ�ให้้คน รุ่่นใหม่่ต้้องรู้้เท่่าทัันข่่าวสารและคาดหวัังให้้ผู้้คนอยู่่ในการติิดต่่อสื่่�อสารออนไลน์์ ตลอดเวลา อาทิิ การตั้้�งกลุ่่มไลน์์เพื่่�อติิดต่่อกััน ซึ่่�งมีีทั้้�งกลุ่่มเพื่่�อน กลุ่่มครอบครััว กลุ่่มการเรีียน กลุ่่มการทำำงาน รวมถึึงการส่่งข้้อความทางแชตแล้้วคาดหวัังให้้คน ตอบกลัับเสมอ สิ่่�งเหล่่านี้ ้�ยิ่่�งทำำ ให้้ผู้้คนต้้องอาศััยการออนไลน์์ตลอดเวลามากขึ้้�น เพราะหากไม่่ติิดตาม อาจทำำ ให้้ไม่่รัับรู้้ข่่าวสารโดยเฉพาะในเรื่่�องที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับตนเอง เนื่่�องจากการสื่่�อสารออนไลน์์กลายเป็็นช่่องทางหลัักของคนในยุุคปััจจุุบััน และเป็็น เหมืือนบรรทััดฐานใหม่่ที่่�กำำหนดให้้คนรุ่่นใหม่่ต้้องมีีช่่องทางในการติิดต่่อผ่่านโลก ออนไลน์์ช่่องทางใดช่่องทางหนึ่่�ง บุุคคลที่่�ไม่่ได้้ใช้้การสื่่�อสารออนไลน์์ใดเลยจะถููกมอง ว่่า “แปลก” และกลายเป็็น “คนรุ่่นเก่่า” เมื่่�อคนรุ่่นใหม่่ต้้องอยู่่กัับโลกที่่�เน้้นความเท่่าทัันต่่อเหตุุการณ์์ต่่าง ๆ ดัังนั้้�น ชาวดิิจิิทััลจึึงต้้องการความรวดเร็็วในทุุกด้้าน ซึ่่�งจากการวิิเคราะห์์ข้้อมููลการสััมภาษณ์์ เชิิงลึึกพบประเด็็นที่่�น่่าสนใจว่่า คนรุ่่นเก่่ามัักมองความต้้องการความรวดเร็็วของ คนรุ่่นใหม่่ว่่าเป็็นความ “ใจร้้อน” ซึ่่�งโดยส่่วนมากจะถููกตีีความและมีีนััยในเชิิงลบ อาทิิ ความอดทนต่ำ ำ� อดทนไม่่ได้้ ไม่่ละเอีียดรอบคอบ โดยคนรุ่่นใหม่่เองก็็มองว่่า เป็็นจริิง เนื่่�องจากคนรุ่่นใหม่่มีีความคิิดต่่อเรื่่�องเวลาเปลี่่�ยนไป มีีความคิิดว่่าการใช้้ เทคโนโลยีีช่่วยร่่นระยะเวลาการดำำเนิินกิิจกรรมบางประการในชีีวิิตประจำำวัันของ พวกเขา ยกตััวอย่่างเช่่น ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ที่่�ระบุุว่่า “สมััยนี้้�มัันมีีเทคโนโลยีีอะไร เยอะแยะแล้้วในชีีวิิต เลยทำำ ให้้เราไม่่ค่่อยจำำ เป็็นที่่�จะต้้องรออะไรหรืือทนกัับอะไรที่่� มัันไม่่จำำ เป็็น เลยกลายเป็็นคนใจร้้อน” รวมถึึงความคาดหวัังต่่อเทคโนโลยีีที่่�จะต้้อง รวดเร็็ว จึึงทำำ ให้้คนรุ่่นใหม่่มองว่่าทุุกอย่่างต้้องรวดเร็็ว “เวลาเราสั่่�งของออนไลน์์แบบนี้้� เราก็็แบบ เฮ้้ย! อยากได้้เลย…สั่่�งวัันนี้้�แล้้ว อยากได้้พรุ่่�งนี้้�เลยนะ อะไรอย่่างนี้้� ต้้องการใช้้เลย”ชี้้�ให้้เห็นว่็ ่าระบบเทคโนโลยีีทำำ ให้ร้ะบบการทำำงานของสิ่่�งต่่าง ๆ เป็็นไป ตามขั้้�นตอนและมัักมีีการกำำหนดเวลาไว้้ชััดเจน เช่่น การแสดงแผนที่่�การเดิินทาง ที่่�มีีการคาดประมาณระยะเวลาที่่�ใช้้ตามสภาพการจราจรแบบเรีียลไทม์์ (Real Time) ความเร็็วของการเชื่่�อมต่่ออิินเทอร์์เน็็ตที่่�ถููกพััฒนาให้้รวดเร็็วขึ้้�นอย่่างต่่อเนื่่�อง ระบบ การเงิินการธนาคาร การชำำระค่่าบริิการสิินค้้าและบริิการแบบออนไลน์์ การเข้้าถึึง


39 สารสนเทศ หรืือแม้้แต่่การสั่่�งอาหารสั่่�งสินค้ิ ้า ที่่�พบว่่าผู้ค้นเลืือกใช้้บริิการแบบออนไลน์์ มากขึ้้�น และธุุรกิิจกลุ่่ม Lazy Economy ที่่�เติิบโตขึ้้�นอย่่างรวดเร็็วจากลัักษณะความ ต้้องการความรวดเร็็วของชาวดิิจิิทััล ความต้้องการความรวดเร็็วนี้ ้� ยัังถููกผููกเข้้ากัับ ข้้อกำำหนดด้้านเวลาของโลกยุุคใหม่่ที่่�ให้้ความสำำคััญกัับเรื่่�องเวลาเป็็นอัันมาก ระบบ การผลิิตที่่�ใช้้ระยะเวลาน้้อยแต่่ได้้ผลผลิิตสููง ระบบการเรีียนรู้้แบบสั้้�น ๆ แต่่ได้้ องค์์ความรู้้รวดเร็็ว ข้้อมููลสั้้�น ๆ แต่่กระชัับครบถ้้วน การให้้ความสำำคััญกัับบุุคคลที่่� ประสบความสำำเร็็จอย่่างรวดเร็็วในเรื่่�องต่่าง ๆ อาทิิ จบการศึึกษาระดัับสููงด้้วยอายุุ ยัังน้้อย มีีเงิินเก็็บออมจำำนวนมากในเวลาอัันสั้้�น หรืือแม้้แต่่ในการนำำเสนอสื่่�อ เพลง หรืือข่่าวสารต่่าง ๆ ยัังถููกจำำกััดด้้วยเวลาให้้มีีความรวดเร็็วและกระชัับ เวลาจึึงเป็็น เหมืือนกรอบในการดำำเนิินชีีวิิตของชาวดิิจิิทััลในทุุก ๆ ด้้าน สิ่่�งเหล่่านี้ ้� นำำ ไปสู่่ลัักษณะการเรีียนรู้้แบบ “เร่่งด่่วน” อาทิิ การชอบสื่่�อที่่�มีีภาพ การดููข้้อมููลจากอิินโฟกราฟิิก การอ่่านแบบข้้าม (Skimming) และดููเพีียงข้้อมููลสั้้�น ๆ ดัังเช่่นปรากฏการณ์์ที่่�คนรุ่่นใหม่่ชอบใช้้ทวิิตเตอร์์ในการติิดตามข่่าวสาร “คนรุ่่�นหนูู ชอบเล่่นทวิิตเตอร์์ คืือมัันมีีอะไรน่่าอ่่านเยอะ เป็็นเนื้้�อหาเน้้น ๆ ไม่่ยืดยืาว แค่่ 10 บรรทัดั แต่่เป็็นเรื่่�องสำำคััญ ๆ เจาะจงตรงนั้้�นเลย” รวมถึึงการที่่�คนรุ่่นใหม่่นิิยมใช้้ภาพ อัักษรย่่อ หรืือสััญลัักษณ์์แทนความรู้้สึึกในการสื่่�อสาร การส่่งสติ๊๊�กเกอร์์ อีีโมจิิ (Emoji) มีีม (Meme) หรืือภาพเคลื่่�อนไหวแบบ Gif ซึ่่�งถืือว่่าเป็็นการสื่่�อสารที่่�เข้้าใจได้้รวดเร็็ว ทั้้�งนี้้� คนรุ่่นใหม่่มองว่่าการพยายามเหมารวมตีีตราว่่า “คนรุ่่นใหม่่ใจร้้อน ความอดทนต่ำ ำ� ” ไม่่น่่าจะถููกต้้องนััก เพราะความจริิงแล้้วคนรุ่่นเก่่าที่่�ใช้้ชีีวิิตในยุุค ปััจจุุบัันก็็มีีความใจร้้อนไม่่น้้อยไปกว่่ากััน ดัังนั้้�นการให้้ภาพลบกัับคนรุ่่นใหม่่เพีียง อย่่างเดีียวอาจไม่่ยุุติิธรรมนััก เนื่่�องจากยัังไม่่สามารถระบุุได้้แน่่ชััดว่่า คนรุ่่นเก่่ารวมถึึง สัังคมในอดีีตเป็็นคนไม่่รีีบเร่่ง ไม่่ใจร้้อน มีีความอดทนสููงจริิงหรืือไม่่ และเหตุุใด เมื่่�อคนรุ่่นเก่่าได้้มาใช้้ชีีวิิตในยุุคสมััยปััจจุุบัันซึ่่�งมีีการใช้้เทคโนโลยีีอย่่างแพร่่หลาย (แม้้ตนเองจะใช้้ไม่่ได้้หรืือใช้้ไม่่เป็็น) แต่่ก็็คาดหวัังและมีีลัักษณะใจร้้อนไม่่ต่่างจาก คนรุ่่นใหม่่ จากการสััมภาษณ์์ชาวดิิจิทัิัลรุ่่นใหม่่พบว่่า การสร้้างคุุณลัักษณะความใจร้้อน และอดทนต่ำ ำ� ให้้กัับคนรุ่่นใหม่่นั้้�น ส่่วนหนึ่่�งมาจากความคาดหวัังของคนรุ่่นเก่่า


40 ที่่�สร้้างให้้คนรุ่่นใหม่่ต้้องเป็็นเช่่นนี้้� เพราะสัังคมมีีการแข่่งขัันกัันมากขึ้้�น ใช้้เทคโนโลยีี มากขึ้้�น ครอบครััว สถาบัันการศึึกษา และรััฐต่่างก็็คาดหวัังว่่าคนรุ่่นใหม่่ต้้องทำำอะไร ได้้อย่่างรวดเร็็วในทุุกด้้าน โดยเฉพาะประเด็็นทัักษะความคล่่องแคล่่วในการใช้้ เทคโนโลยีีที่่�คนรุ่่นเก่่าคาดหวัังว่่าคนรุ่่นใหม่่ต้้องทำำทุุกอย่่างได้้รวดเร็็ว สำำเร็็จในระยะ เวลาอัันสั้้�น เพราะถืือว่่ามีีเทคโนโลยีีมาช่่วยดำำเนิินการแล้้ว ตััวตนของคนรุ่่นใหม่่ คุุณลัักษณะสากลความเป็็นตััวตนของชาวดิิจิิทััลคืือ การชอบค้้นหาตััวตน มีีตััวตนที่่�หลากหลาย ชอบการสร้้างอััตลัักษณ์์ที่่�ทำำ ให้้เป็็นของตััวเอง (Personalized Identity) สร้้างโลกส่่วนตััว มีีอิิสระในตนเอง และมั่่�นใจในตนเอง ซึ่�งกา ่รศึึกษาในครั้้�งนี้ ้� พบว่่า ชาวดิิจิิทััลไทยมีีความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ที่่�สอดคล้้องไปกัับลัักษณะชาวดิิจิิทััลสากล แต่่มีีบริิบทการอธิิบายบางประการที่่�แตกต่่างออกไป โดยเฉพาะในเรื่่�องของความมั่่�นใจ แม้้ว่่าชาวดิิจิิทััลไทยทั้้�งรุ่่นเก่่าและรุ่่นใหม่่มองว่่า เทคโนโลยีีนั้้�นทำำ ให้้คนมีีความมั่่�นใจ และกล้้าแสดงออกมากขึ้้�นในโลกออนไลน์์มากกว่่าในโลกออฟไลน์์ เช่่น มั่่�นใจในการ นำำเสนอตััวตนของตนเอง การนำำเสนอภาพตนเอง (Selfie) การระบุุอััตลัักษณ์์ รสนิิยม ค่่านิิยม อารมณ์์ ความรู้้สึึก จากการวิิเคราะห์์ข้้อมููลการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกในภาพรวม สรุุปได้้ว่่า คนรุ่่นใหม่มีี่ความมั่่�นใจที่่�จะแสดงออก แต่่ภายใต้้ความมั่่�นใจนั้้�นกลัับมีีความ ไม่่มั่่�นใจแฝงอยู่่ด้้วย เนื่่�องจากโครงสร้้างสัังคมหลายประการ เช่่น คนในครอบครััว ครููอาจารย์์ กลุ่่มเพื่่�อน นายจ้้าง คนในที่่�ทำำงาน คนในสัังคมที่่�ไม่่รู้้จัักกััน รวมถึึงระบบ กฎหมาย ทำำ ให้้การแสดงออกถึึงความเป็็นตััวตนของตนเองอาจต้้องแสดงออกใน หลากหลายลัักษณะ การเลืือกแพลตฟอร์์มในการแสดงออกตััวตนที่่�แตกต่่างกััน เช่่น คนรุ่่นใหม่่ในวััยเรีียนเลืือกใช้้เฟซบุ๊๊�กเพื่่�อเป็็นเพื่่�อนกัับพ่่อแม่่ ผู้้ปกครอง แต่่ไม่่แสดงออก ถึึงตััวตนของตนเองที่่�แท้้จริิงตามต้้องการ และจะเลืือกไปแสดงออกความเป็็นตนเอง ผ่่านทวิิตเตอร์์หรืืออินิสตาแกรมแทน นอกจากนี้้� คนรุ่่นใหม่่ที่่�เป็็นกลุ่่มวััยทำำงานอาจเลืือกติิดต่่อหรืือแสดงออกตััวตน ให้้เพื่่�อนร่่วมงานรัับรู้้เฉพาะแพลตฟอร์์มไลน์์ โดยไม่รั่ ับการเป็็นเพื่่�อนกัับคนในที่่�ทำำงาน


41 ในเฟซบุ๊๊�ก เพราะไม่่อยากให้้ใครมารัับรู้เ้รื่่�องส่่วนตััวของตนเอง จะเห็น็ ได้ว่้่าเป็็นลัักษณะ ของการสร้้างโลกส่่วนตััวที่่�คนรุ่่นใหม่่สามารถสร้้างโลกส่่วนตััวได้้หลายใบผ่่านการใช้้งาน แพลตฟอร์์มที่่�แตกต่่างกััน ด้้านพฤติิกรรมการโพสต์์หรืือแชร์์สิ่่�งต่่าง ๆ ลงบนโลกออนไลน์์ ชาวดิิจิิทััลที่่�เป็็น คนรุ่่นใหม่่แม้้จะมั่่�นใจที่่�จะแชร์์ แต่่กระบวนการสร้้างความมั่่�นใจนั้้�นมีีการตััดสิินใจ จากความไม่่มั่่�นใจในหลายขั้้�นตอน ดัังเช่่น การลงรููปภาพของตนเองที่่�ต้้องผ่่านการ จัดัแต่่งภาพ การลงข้้อความ หรืือแชร์์ข้้อมููลต่่าง ๆ และคอยกัังวลกัับผลตอบรัับจากผู้้อื่่น� เช่่น ความคิิดเห็็น (Comment) การกดไลก์์ การกดแชร์์ และกลััวการไม่่ได้้รัับการ ตอบรัับใด ๆ จากผู้อื่่้�น “หนููคิิดว่่าพฤติิกรรมการลงรููปในโซเชีียลต่่าง ๆ 90 เปอร์์เซ็็นต์์ เเต่่งรููปหมดค่่ะ ไม่่ค่่อยมีีใครเอารููปสดหรืือเหมืือนตััวจริิงลง หนููก็็เลยคิิดว่่า บุุคคล ส่่วนมากไม่่มีีความมั่่�นใจในตััวเอง” อีีกทั้้�งผลกระทบจากการเกิิดขึ้้�นของข่่าวปลอม (Fake News) ทำำ ให้้หลายคน เกิิดความไม่่มั่่�นใจต่่อเนื้้�อหาข้้อมููลต่่าง ๆ ที่่�ตนเองได้้รัับ ต้้องมีีการตรวจสอบ อ้้างอิิง ยืืนยัันจากแหล่่งต่่าง ๆ มากขึ้้�น กระแสการกลััวการโดนเปิิดโปง หรืือในภาษาออนไลน์์ ใช้้คำำว่่า “โดนแหก” “โป๊๊ะแตก” “จัับโป๊๊ะ” ทำำ ให้้เกิิดความไม่่มั่่�นใจต่่อการรัับและ เผยแพร่่สื่่�อ รวมถึึงการเปลี่่�ยนแปลงที่่�รวดเร็็วและตลอดเวลา สิ่่�งที่่�เคยมั่่�นใจอาจ ปรัับเปลี่่�ยนหรืือถููกแก้้ไขไปรวดเร็็วมาก ความไม่่มั่่�นใจในเรื่่�องต่่าง ๆ ก็็มีีมากขึ้้�น วิิถีีชีีวิิตออนไลน์์ทำำ ให้้ชาวดิิจิิทััลไทยรู้้สึึกถึึงความมีีอิิสระในตนเองได้้มากขึ้้�น ทั้้�งการแสดงความเป็็นตััวเอง การได้้ติิดตามเฉพาะในสิ่่�งที่่�ตนสนใจ การเรีียนรู้้ การเสาะแสวงหาข้้อมููลที่่�ต้้องการได้้เองผ่่านเทคโนโลยีีอิิสระในการเลืือกรัับข้้อมููล ข่่าวสาร ลดการพึ่่�งพาคนอื่่�น ดัังเช่่นความเห็็นของชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ที่่�ระบุุว่่า “จากการ ที่่�เราสามารถสืืบค้้นข้้อมููลจากอิินเทอร์์เน็็ตได้้อย่่างสะดวกรวดเร็็ว … เราก็็สามารถ ค้้นหาสิ่่�งที่่�เราต้้องการได้้จากสื่่�อออนไลน์์ที่่�หลากหลาย และยัังทำำ ให้้เราพึ่่�งพา ตััวเองได้้ ไม่่รู้้สึึกว่่าต้้องถามข้้อมููลอะไรจากคนอื่่�นในโลกความจริิง” รวมถึึงประเด็็น ความมีีอิิสระในการเข้้าถึึงข้้อมููลแบบไม่่จำำกััดขอบเขต “พอเรามีีเทคโนโลยีีเข้้ามา


42 อย่่างนี้้� เราสามารถหาทุุกอย่่างรอบโลกได้้ ความรู้้มัันเปิิดกว้้างแล้้ว มัันไม่่ได้้มีีแค่่ แหล่่งเดีียว มัันเหมืือนปลดล็็อกกุุญแจที่่�ล็็อกเราไว้้ให้้อยู่่�ภายในว่่าสิ่่�งที่่�เราเข้้าถึึง ตอนนี้้�มัันเหมืือนเราเข้้าถึึงทุุก ๆ อย่่าง ไม่ใ่ช่่แค่่ความรู้ข้้างในของประเทศเราอย่่างเดีียว มัันเป็็นความรู้้ที่่�ข้้างนอกประเทศอื่่�น ๆ เขาคิิดอะไรยัังไงกัันอย่่างนี้้� เราสามารถเข้้าถึึง ความรู้้ตรงนั้้�นได้้หมดเลย” อย่่างไรก็็ตาม แม้้ว่่าเทคโนโลยีีการสื่่�อสารและโลกออนไลน์์ทำำ ให้้ชาวดิิจิิทััลไทย รู้้สึึกถึึงความเป็็นอิิสระมากขึ้้�น แต่่ในทางกลัับกัันก็็รู้้สึึกว่่าตนเองไม่่มีีอิิสระจากโลก ของเทคโนโลยีีดัังความเห็็นของชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ที่่�ระบุุว่่า “บางครั้้�งก็็ไม่่ได้้ต้้องการใช้้ มืือถืือ เเต่่มัันจำำ เป็็นต้้องใช้้ เหมืือนกัับว่่าเทคโนโลยีีบัังคัับให้้เราต้้องเข้้าไปอยู่่�กัับมัันไป โดยปริิยาย” หรืือในกรณีีที่่�รู้้สึึกว่่าชีีวิิตประจำำวัันมีีอิิสระภายใต้้การถููกเฝ้้าระวัังโดย เทคโนโลยีี เช่่น ระบบเซนเซอร์์ กล้้องวงจรปิิด ระบบ GPS ที่่�ติิดตามตััวทุุกคนผ่่าน โทรศััพท์์เคลื่่�อนที่่� การถููกจัับจ้้องผ่่านโลกออนไลน์์ เป็็นต้้น ชาวดิิจิิทััลไทยเป็็นคนตลก? ข้้อค้้นพบสำำคััญประการหนึ่่�งของชาวดิิจิิทััลไทยในการศึึกษานี้ ้�ที่่�ยัังไม่่ค้้นพบ ในลัักษณะสากลคืือคนรุ่่นใหม่่มัักระบุุว่่าคนไทยคืือคนตลก โดยจะเห็็นได้้ จากการมองว่่าคนรุ่่นเก่่ามัักจริิงจัังกัับชีีวิิต ยึึดติิดและไม่่ยืืดหยุ่่น ในขณะ ที่่�คนรุ่่นใหม่่จะมองทุุกอย่่างเป็็นเรื่่�องสนุุกสนานในทุุกกิิจกรรมทั้้�งการเรีียน การทำำงาน การใช้้ชีีวิิต ทำำ ให้้คนรุ่่นเก่่ามัักมองว่่าคนรุ่่นใหม่่ไม่่จริิงจััง แต่่ในความเป็็นจริิงแล้้ว คนรุ่่นใหม่่ใช้้ความตลก ขำำขััน หรืือความสนุุกสนาน เป็็นวิิธีีการหนึ่่�งในการจััดการความเครีียด การใช้้มุุกตลกเพื่่�อเสีียดสีี สัังคม หรืือมองเป็็นเรื่่�องเล็็กน้้อย ดัังเช่่น กรณีีการโพสต์์เล่่าเรื่่�องความเครีียด ในการเรีียน การทำำงาน ความเลวร้้ายที่่�เกิิดในชีีวิิตให้้กลายเป็็นเรื่่�องสนุุก การกำำเนิิดขึ้้�นของเพจ เน็็ตไอดอล หรืือการเป็็นยููทููบเบอร์์ ที่่�เพิ่่�มมากขึ้้�นและ ส่่วนใหญ่่ก็็เน้้นความตลก สนุุกสนาน นอกจากนี้้� ในการแสดงความเห็็น ต่่อปััญหาสัังคม การเมืือง หรืือสถาบััน ก็็พบว่่าชาวดิิจิิทััลไทยต่่างก็็เลืือกใช้้


43 ความตลกเป็็นรููปแบบหนึ่่�งของการแสดงออกเพื่่�อหลีีกเลี่่�ยงการเกิิดปััญหา ความขััดแย้้งและการถููกดำำเนิินคดีีทางกฎหมาย เนื่่�องจากโครงสร้้าง สัังคมไทยไม่่ได้้เอื้้�อต่่อการเปิิดพื้้�นที่่�ให้้มีีการวิิพากษ์์วิิจารณ์์ แสดงความเห็็น แบบตรงไปตรงมาได้้อย่่างเปิิดเผยมากนััก แม้้แต่่ในโลกออนไลน์์ ชาวดิิจิิทััลไทย “เปิิดใจรัับ” และ “ปรัับตััว” ได้้ดีี ความโดดเด่่นประการหนึ่่�งของคุุณลัักษณะของชาวดิิจิิทััลไทยที่่�ค้้นพบใน การศึึกษาครั้้�งนี้้� โดยเฉพาะในกลุ่่มคนรุ่่นใหม่่คืือความสามารถในการ “เปิดิใจรัับ” และ “ปรัับตััว” ซึ่่�งตามคำำอธิิบายของชาวดิิจิิทััลไทยแล้้ว คุุณลัักษณะดัังกล่่าว ให้้ความหมายถึึงการเปิิดกว้้างทางความคิิดและการมีีความพร้้อมที่่�จะปรัับเปลี่่�ยน ตามการเปลี่่�ยนแปลงที่่�เกิิดขึ้้�นอย่่างรวดเร็็วในโลกแห่่งการพััฒนาเทคโนโลยีี อยู่่เสมอ ไม่่ว่่าจะเป็็นการเปลี่่�ยนแปลงทางเทคโนโลยีีที่่�ทัันสมััยมากขึ้้�น ซึ่่�งทำำ ให้้ต้้องมีีการเรีียนรู้้การใช้้งานอุุปกรณ์์ทางเทคโนโลยีีเหล่่านั้้�นใหม่่ ดัังความเห็็นที่่�ระบุุว่่าคนรุ่่นใหม่่พร้้อมต่่อการเปลี่่�ยนแปลงเสมอ “การชอบ การเปลี่่�ยนแปลงแค่่ไหน ถ้้าเป็็นคนรุ่่�นเราเปลี่่�ยนแปลงอะไรเข้้าใจง่่ายกว่่า เพราะเราเจอมัันมาตั้้�งแต่่เด็็ก สมมติิมีีเทคโนโลยีีใหม่่ ๆ อะไรเข้้ามา เราก็็ เรีียนรู้้ได้้เร็็วกว่่าคนรุ่่�นก่่อน” นอกจากนี้ ้� ยัังรวมไปถึึงการยอมรัับการ เปลี่่�ยนแปลงไปของรููปแบบสัังคมหรืือรููปแบบการปฏิิสััมพัันธ์์ การติิดต่่อ สื่่�อสารกัับผู้้อื่่�น ทั้้�งนี้้� อััตลัักษณ์์ดัังกล่่าวมีีสาเหตุุมาจากการที่่�คนรุ่่นใหม่่ ได้้เติิบโตขึ้้�นมาท่่ามกลางการเปลี่่�ยนแปลงต่่าง ๆ ที่่�เกิิดขึ้้�นอยู่่แทบจะตลอด เวลาในสัังคม จึึงทำำ ให้้พวกเขาเกิิดความคุ้้นเคย รวมไปถึึงมีีประสบการณ์์ กัับสิ่่�งต่่าง ๆ ที่่�ถููกสร้้างและพััฒนาขึ้้�นมาใหม่่ในสัังคมมากกว่่าคนรุ่่น ก่่อน โดยเฉพาะในเรื่่�องเทคโนโลยีีอีีกทั้้�งยัังทำำ ให้้พวกเขามีีกรอบวิิธีีคิิด ในการคิิดและตััดสิินใจที่่�จะกระทำำสิ่่�งต่่างๆ ที่่�แตกต่่างออกไปอีีกเช่่นเดีียวกััน จุุดนี้้�เองจึึงทำำ ให้้ชาวดิิจิิทััลมองว่่าคุุณลัักษณะที่่�เปิิดใจรัับและพร้้อมปรัับตััว คืือเอกลัักษณ์์ที่่�พวกเขาและชาวดิิจิิทััลรุ่่นเดีียวกัับพวกเขามีีร่่วมกััน


44 การสร้้างสัังคมของคนรุ่่นใหม่่ ประเด็็นคุุณลัักษณะของชาวดิิจิิทััลต่่อกระบวนการทางสัังคมในมิิติิต่่าง ๆ นั้้�น ในระดัับสากลพบว่่า ชาวดิิจิิทััลจะเป็็นผู้้ที่่�ชอบความโปร่่งใส กล้้าแสดงความคิิดเห็็น ยืืนหยััดเพื่่�อสิิทธิิของตนเอง มีีความหลากหลายทางเพศ ลดอคติิการเหยีียดหยาม ผู้้อื่่�น มีีส่่วนร่่วมกัับสัังคม สร้้างเครืือข่่ายออนไลน์์ ให้้ความร่่วมมืือ ซึ่่�งในกรณีีของชาว ดิิจิิทััลไทยในกลุ่่มคนรุ่่นใหม่่นั้้�น ผลการวิิเคราะห์์ข้้อมููลการสััมภาษณ์์เชิิงลึึกพบว่่า มีีความสอดคล้้องกัับคุุณลัักษณะสากลในด้้านที่่�เด่่นชััด ได้้แก่่ ความกล้้าแสดงความ คิิดเห็็น การยืืนหยััดเพื่่�อสิิทธิิของตนเอง และมีีความหลากหลายทางเพศ ซึ่่�งส่่วนหนึ่่�ง เกิิดจากความรู้้สึึกมีีอิิสระของชาวดิิจิิทััลไทยที่่�ทำำ ให้้มีีความกล้้าที่่�จะแสดงความคิิดเห็็น มากขึ้้�นด้้วย ซึ่่�งโดยส่่วนใหญ่่จะเป็็นความกล้้าแสดงความเห็็นในโลกออนไลน์์มากกว่่า โลกออฟไลน์์ เนื่่�องจากในโลกออนไลน์์ผู้้คนไม่่ได้้พบปะปฏิิสััมพัันธ์์กัันโดยตรงในชีีวิิต ประจำำวััน ทำำ ให้้หลายคนสามารถแสดงความคิิดเห็็นต่่อเรื่่�องต่่าง ๆ ได้้อย่่างเต็็มที่่� เช่่น การแสดงความเห็นต่็ ่อข่่าวสาร เหตุุการณ์์ บุุคคล ฯลฯ ผ่่านทางพื้้นที่่� �ออนไลน์ข์องตนเอง เช่่น การโพสต์์แชร์์ในเฟซบุ๊๊�ก หรืือการทวีีตในทวิติเตอร์์ ตั้้�งแฮชแท็็ก (#) เป็็นต้้น อย่่างไร ก็็ดีีในประเด็็นนี้้�พบว่่า ในหลายกรณีีความกล้้าแสดงความคิิดเห็็นของชาวดิิจิิทััลในโลก ออนไลน์์นำำมาสู่่การเกิิดผลกระทบเชิิงลบ ดัังคำที่่ ำ �เรีียกว่่า “นัักเลงคีีย์์บอร์ด์ ” “เกรีียน คีีย์์บอร์์ด” คืือการสร้้างตััวตนปลอม หรืือการโพสต์์ล่่วงละเมิิดสิิทธิิส่่วนบุุคคลของผู้้อื่่�น “คนเขาเหมืือนแบบมีีความกล้้าที่่�จะแสดงออกมากขึ้้�น ไม่่ว่่าจะเป็็นในเรื่่�องของ การแสดงออกความคิดิเห็็น แสดงออกมาในลักัษณะท่่าทาง กิริยิา คำำพููดหรืืออะไร อย่่างนี้้� เทคโนโลยีีมัันทำำ ให้้เกิดิความกล้้า เพราะมัันมีร่่ ีางอวตารคืือนึกึออกไหมว่่า จากคนที่่�ไม่่กล้้าเลย จากคนที่่�ในชีวิีิตไม่่กล้้าคุุยกัับใคร แต่่เพราะเทคโนโลยีีอาจจะ ทำำ ให้้คนเหล่่านั้้�นกล้้ามากขึ้้�น เขารู้้สึึกว่่าเขาปลอดภััยนะ เขาอยู่่�ที่่�บ้้านเขาอะไร อย่่างนี้้� แต่่เขาสามารถทำำอะไรก็็ได้้ ไม่่มีีใครมาสาวถึึงตััวได้้ง่่าย ๆ หรอก อะไร อย่่างนี้้� มัันเลยทำำ ให้้ผมรู้้สึึกว่่าคนมัันกล้้าทำำอะไรมากขึ้้�น เพราะคนอาจจะคิิดว่่า มัันเป็็นออนไลน์์ มัันยากที่่�จะตามตััวได้้นู่่�นนี่่�นั่่�น” (ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ กลุ่่มอายุุ 19-23 ปีี)


45 ทั้้�งนี้้� บางกรณีีกลัับพบว่่า ความกล้้าแสดงความคิิดเห็็นของคนรุ่่นใหม่่อาจนำำ มาสู่่ปััญหาและทำำ ให้้เกิิด “ความไม่่กล้้า” ที่่�จะแสดงความคิิดเห็็นอีีกได้้หากเคยมีี ประสบการณ์ถูู์กตำำหนิิ เกิดิการทะเลาะเบาะแว้้ง การถููกดำำเนินิคดีี หรืือได้รั้ับผลกระทบ ต่่อตนเองในการใช้้ชีีวิิตประจำำวััน สิ่่�งเหล่่านี้ ้� มัักเกิิดจากปััญหาเชิิงโครงสร้้างของสัังคม ไทยที่่�ไม่่ได้้เปิิดรัับให้้เกิิดการแสดงความคิิดเห็็นได้้อย่่างเต็็มที่่�มากนััก โดยเฉพาะการ นำำกฎหมายมาจำำกััดและควบคุุมมากขึ้้�น ดัังความเห็็นที่่�ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ระบุุว่่า “สมััยนี้้�มีีความกล้้าที่่�จะเเสดงความคิิดเห็็น เเต่่เป็็นเฉพาะบางเรื่่�องเท่่านั้้�น เเต่่ถ้้าเป็็น เรื่่�องการเมืืองก็็ไม่่ค่่อยกล้้าเเสดงความคิดิเห็็นเท่่าไหร่่ เพราะมีข้ี้อจำำกัดัเกี่่ย�วกัับกฎหมาย ที่่�เป็็นตััวจำำกััดความคิิดเห็็นไว้้อยู่่�” นอกจากนี้้� คนรุ่่นใหม่่ที่่�กล้้าแสดงความเห็็นบางส่่วน กลัับถููกคนรุ่่นเก่่ามองว่่าเป็็นความก้้าวร้้าว ความกล้้าแสดงออกหรืือกล้้าแสดงความ คิิดเห็็นของคนรุ่่นใหม่่อาจมีีน้้อยลง เนื่่�องจากความกลััวต่่อการโดนวิิจารณ์์ กลััว Hate Speech หรืือการโดนกลั่่�นแกล้้งรัังแกในโลกออนไลน์์ ความวิิตกกัังวลต่่อการถููกบัันทึึก ภาพหน้้าจอ หรืือการถููกแคป (Capture) การโดนขุดคุ้้ยข้้อมููลในอดีีต การถููกคุุกคาม ดัังวลีีที่่�ว่่า “สิ่่�งใด ๆ ไม่่มีีวัันหายไป เพราะชาวเน็ต็แคปไว้้หมดแล้้ว” การใช้้เทคโนโลยีี จึึงมีีผลต่่อกระบวนการสร้้างอััตลัักษณ์์ได้้ ทั้้�งการสร้้างความกล้้าและเกิิดความกลััว ต่่อการแสดงความคิิดเห็็น ภายใต้้ความรู้้สึึกมีีอิิสระและการเกิิดความกล้้าในการแสดงความคิิดเห็็น มีีความเชื่่�อมโยงต่่อการเกิิดคุุณลัักษณะการยืืนหยััดเพื่่�อสิิทธิิของตนเองและ เปิิดรัับต่่อความหลากหลายทางสัังคม ทำำ ให้้โลกออนไลน์์มีีพื้้�นที่่�ให้้กัับความ หลากหลายทางเพศมากขึ้้�น มีีการตั้้�งกลุ่่ม เครืือข่่าย การผลิิตสื่่�อโดยไม่่จำำกััดเพศ การขยายตััวของกลุ่่ม LGBTQ+ ในประเทศไทย หลายคนสามารถมีีอิิสระ มีีความกล้้า และรู้้สึึกถึึงความมีีสิิทธิิในการแสดงออกถึึงอััตลัักษณ์์ทางเพศของตนเองมากขึ้้�น ชาวดิิจิิทััลไทยเห็็นว่่า การยืืนหยััดในสิิทธิิของตนเองเกิิดขึ้้�นได้้มากขึ้้�น โดยเฉพาะ ในโลกออนไลน์์ ทุุกคนมีีสิิทธิิที่่�จะพููดหรืือกล้้าแสดงความคิิดเห็็น ความกล้้าโพสต์์ เล่่าเรื่่�องต่่อการได้รั้ับความไม่่เป็็นธรรม เช่น่ ในด้้านการเรีียน การให้้คะแนนจากครููอาจารย์์ การถููกปฏิิบััติิอย่่างไม่่เป็็นธรรม การบันทึั ึกเสีียง ภาพ หรืือวิดีีิโอ เพื่่�อเป็็นหลัักฐานแล้้ว นำำมาแชร์์ให้สั้ังคมรัับรู้้รวมถึึงการยืนืหยัดัในสิิทธิิเรื่่�องลิขสิิทธิ์์�และผลงานของตนเองด้้วย


46 “(เทคโนโลยีี) ช่่วยให้้คนมีีส่่วนร่่วมในการรณรงค์์ให้้คนที่่�ลำำบากมีีที่่�ยืืน เรีียกร้้อง สิิทธิิให้้คนที่่�ไม่่ได้้รัับความสนใจ ไม่ไ่ด้้รัับความเป็็นธรรมในสัังคม การแสดงความ คิิดเห็็นสนัับสนุุนเรื่่�องที่่�เรามองว่่าถููกต้้อง เช่่น การลงชื่่�อต่่อต้้านโครงการรััฐ ที่่�สร้้างผลกระทบแก่่ชาวบ้้าน คนในพื้้�นที่่� ช่่วยยกระดัับความเป็็นอยู่่�ของสัังคม จากการพััฒนาชุุมชนในที่่�ห่่างไกล การต่่อสู้้เพื่่�อเรีียกร้้องสิิทธิิของคนยากจนที่่�ถููก เอารััดเอาเปรีียบ กลุ่่�ม LGBT+ ซึ่่�งทำำ ให้้คนอื่่�นในสัังคมเปิิดใจยอมรัับความ แตกต่่างหลากหลาย ให้้พวกเขาไม่่ต้้องโดนรัังเกีียจ ไม่่ถููกนิินทา เราก็็ได้้รู้้สึึกดีี ที่่�มีีคนเห็็นคุุณค่่าของคนอื่่�น ร่่วมกัันต่่อสู้้เพื่่�อศัักดิ์์�ศรีี สิิทธิิในความเป็็นมนุุษย์์ ของผู้้อื่่�น” (ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ กลุ่่มอายุุ 13-15 ปีี) สำำหรัับคุุณลัักษณะที่่�พบเห็็นในคนรุ่่นใหม่่ของชาวดิิจิิทััลไทยแต่่ยัังไม่่มีีความ ชััดเจนมากนัักในการศึึกษาครั้้�งนี้คื ้� ือ ประเด็น็ชอบความโปร่่งใส การมีีส่่วนร่่วมกัับสัังคม การให้้ความร่่วมมืือ และการสร้้างเครืือข่่ายออนไลน์์ โดยประเด็็นคุุณลัักษณะชอบ ความโปร่่งใสนั้้�นเชื่่�อมโยงไปกัับมุุมมองเรื่่�องการทุุจริิตและการเปิิดเผยข้้อมููล รวมถึึง เรื่่�องของความจริิงใจ ชาวดิิจิิทััลไทยตีีความว่่าสัังคมไทยไม่่น่่ามีีเรื่่�องนี้้�มากนััก เนื่่�องจาก ทุุกคนมีี “ความเทา” คืือไม่่มีีใครสุุจริิตร้้อยเปอร์์เซ็็นต์์ เราไม่่สามารถตรวจสอบหา ความโปร่่งใสจากทุุกคนได้้ เพราะมีีหลายส่่วนที่่�ได้้รัับการยกเว้้นไม่่ต้้องเปิิดเผย สัังคม สร้้างกฎเกณฑ์์หลายมาตรฐานในเรื่่�องการตรวจสอบความโปร่่งใส ในบางครั้้�งประเด็นนี้็ ้� ถููกมองไปถึึงลัักษณะของการถููกเปิิดโปง การแฉ และมองว่่าคนส่่วนใหญ่่ยัังไม่่ได้้ โปร่่งใสมากนััก ทุุกคนยัังมีีความปกปิดิและเลืือกนำำเสนอแต่ด้่ ้านที่่�ดีีของตนเองมากกว่่า ในประเด็็นการมีีส่่วนร่่วมกัับสัังคมนั้้�น ชาวดิิจิิทััลไทยส่่วนใหญ่่มองว่่า คนรุ่่นใหม่่ มีีการตื่่�นตััวต่่อสัังคมมากขึ้้�นทั้้�งในด้้านการเมืืองและประเด็็นปััญหาทางสัังคม และคน รุ่่นใหม่่ได้้ใช้พื้้้ นที่่� �ออนไลน์์ไปมีีส่่วนร่่วมกัับสัังคมมากขึ้้น�ส่่วนหนึ่่�งเป็็นเพราะคุุณลัักษณะ วิถีีชีีวิติออนไลน์ที่่์ทำ�ำ ให้้ต้้องติดติามข่่าวสารและมีีส่่วนร่่วมในการแสดงออกความคิดิเห็น็ ของตน การมีีส่่วนร่่วมในลัักษณะของการแชร์์ข่่าวสาร การร่่วมบริิจาค การร่่วมลงชื่่�อ เพื่่�อเรีียกร้้องสิิทธิิ เช่่น ใน change.org การร่่วมทำำกิิจกรรมแคมเปญ Challenge


47 ต่่าง ๆ ซึ่่�งมัักเป็็นไปตามกระแสสัังคมชั่่�วครั้้�งคราว แต่่ในกรณีีของการนำำมาสู่่การ ขัับเคลื่่�อนสัังคมแบบจริิงจัังอาจยัังมีีไม่่มากนััก เช่่นเดีียวกัับประเด็็นเรื่่�องการให้้ความ ร่่วมมืือ (Collaboration) คุุณลัักษณะนี้้� ชาวดิิจิิทััลไทยมองว่่าส่่วนใหญ่่ไม่่ให้้ความ ร่่วมมืือ การละเมิดิกติิกา การขาดความสามััคคีียัังคงพบเห็็นอยู่่มาก และในหลายกรณีี ที่่�ขอความร่่วมมืือก็็มัักไม่่ได้้รัับผลตามที่่�คาดหวัังมากนััก ซึ่่�งนำำ ไปสู่่การสร้้างเครืือข่่าย สัังคมออนไลน์์ที่่�เหมืือนว่่าจะมีีจำำนวนมาก มีีการสร้้างกลุ่่มหลายกลุ่่ม แต่่ก็็จะมีี ลัักษณะความสััมพัันธ์์กัันสั้้�น ๆ ในช่่วงแรก และกลุ่่มเหล่่านั้้�นก็็ไม่่ค่่อยมีีความเชื่่�อมต่่อ กัันมากนัักในระยะยาว ดัังนั้้�นคุุณลัักษณะของการสร้้างเครืือข่่ายสัังคมออนไลน์์ จึึงมีีอยู่่บ้้าง แต่่จะเป็็นลัักษณะของกลุ่่มขนาดเล็็ก มีีจำำนวนน้้อยที่่�นำำมาสู่่การพััฒนา เครืือข่่ายอื่่�นต่่อไป ชาวดิิจิิทััลไทยชอบเหยีียด? คุุณลัักษณะสำำคััญประการหนึ่่�งที่่�คนรุ่่นใหม่่ชาวดิิจิิทััลไทยระบุุว่่า ไม่่เหมืือนกัับลัักษณะชาวดิิจิิทััลสากลคืือ ลัักษณะของการ “ชอบเหยีียด” ชาวดิิจิิทััลไทยมองประเด็็นการเหยีียดหยามผู้้อื่่�นแตกต่่างไปจากชาวดิิจิิทััล ต่่างประเทศที่่�มองว่่าคนรุ่่นใหม่่จะมีีการเหยีียดหยามผู้้อื่่�นน้้อยลง เช่่น ด้้านเพศสภาพ ด้้านสีีผิิว แต่่ในผลการศึึกษานี้้�หลายคนมีีความเห็็นคล้้ายกััน ว่่า ในสัังคมไทยเหมืือนจะพบลัักษณะของการเหยีียดหยามผู้้อื่่�นมากขึ้้�น โดยเฉพาะในโลกออนไลน์์และมัักทำำการเหยีียดหยามด้้วยกระบวนการ ทำำ ให้้เป็็นเรื่่�องตลก อาทิิ การแซวเล่่น การตััดต่่อภาพ การทำำมีีม (meme) ล้้อเลีียนเสีียดสีี หรืือการดููหมิ่่�นเหยีียดยามในลัักษณะอื่่�น ๆ ดัังเช่่น ความเห็็นของชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ อายุุ 19-23 ปีี ที่่�ระบุุว่่า “ผมรู้้สึึกว่่า การลดอคติิไม่่ได้้หายไปแต่่เปลี่่�ยนรููปแบบการเหยีียดเฉย ๆ เช่่น ภาพลัักษณ์์ หน้้าตาอ้้วนเตี้้�ย ดำำ ผอม” หรืือกรณีีที่่�เป็็นการเหยีียดในรููปแบบที่่�ซ่่อนอยู่่ใน ลัักษณะของการ “แซวเล่่น” ซึ่่�งอคติิและการเหยีียดหยามผู้้อื่่�นที่่�มากขึ้้�นนี้ ้� อาจมีีผลจากการเกิิดคุุณลัักษณะด้้านความมีีอิิสระและความกล้้าที่่�จะแสดง ความคิิดเห็็นที่่�มากขึ้้�น


48 คนรุ่่นใหม่่กัับการเป็็นคนไทย 4.0 คุุณสมบััติิสำำคััญของการเป็็นคนไทย 4.0 ตามที่่�ภาครััฐคาดหวัังไว้้ ได้้แก่่ ความ ทัันโลกทัันเหตุุการณ์์ ความสามารถในการใช้้เทคโนโลยีีได้้ตลอดเวลา มีีทัักษะด้้าน ภาษา มีีความสามารถในการจััดการข้้อมููลได้้ดีีมีีความพร้้อมที่่�จะเรีียนรู้้เพิ่่�มพููนทัักษะ สม่ำ ำ� เสมอ ปรัับตััวได้้ดีี และมีีความสามารถหลากหลาย ซึ่่�งจากข้้อมููลการศึึกษาครั้้�งนี้ ้� จะเห็็นได้้ว่่า มีีหลายลัักษณะที่่�ชาวดิิจิิทััลไทยในกลุ่่มคนรุ่่นใหม่่มีีความพร้้อมที่่�จะ เป็็นคนไทย 4.0 ทั้้�งในด้้านความทัันโลก ศัักยภาพความสามารถทางเทคโนโลยีี การปรัับตััวได้้รวดเร็็ว และการเปิิดใจรัับต่่อสิ่่�งใหม่่และความหลากหลาย แต่่ประเด็็น พึึงระวัังคืือ คุุณลัักษณะนี้้�อาจมีีความเหลื่่�อมล้ำ ำ�ในบางกรณีี เช่่น ตามสภาพเศรษฐกิิจ และสัังคมของบุุคคล พื้้น�ฐานครอบครััว ปััญหาเรื่่�องความแตกต่่างระหว่่างวััย โดยเฉพาะ คนรุ่่นเก่่าที่่�ไม่่ปรัับตััว และคาดหวัังแต่่กัับคนรุ่่นใหม่่เพีียงอย่่างเดีียว อาจเป็็นอุุปสรรค ต่่อการมุ่่งสู่่เป้้าหมายคนไทย 4.0 ได้้ ผลการศึึกษาในส่่วนนี้ ้� ชี้้�ให้้เห็็นว่่า ความเป็็นคนรุ่่นใหม่่ไม่่ได้้ยึึดติิดกัับนิิยามเรื่่�อง อายุุเท่่านั้้�น หากยัังเชื่่�อมโยงกัับคุุณลัักษณะ รููปแบบความคิดิวิิถีีการดำำเนิินชีีวิิต หรืือ วิิถีีเทคโนโลยีี ซึ่่�งทุุกคนสามารถเป็็นคนรุ่่นใหม่่ได้้เสมอโดยไม่จำ่ ำกััดเฉพาะช่่วงวััย “มัันไม่่ได้้ลด มัันเพิ่่�มมากกว่่า แบบว่่าเห็็นจากการโพสต์์ อย่่างเช่่น เวลาเรารู้้จัักคนจากโซเชีียล เราอาจจะไม่่เคยได้้เห็็นเธอตััวจริิง แต่่เราอาจตััดสิินเขาไปแล้้ว สมมติิเธอพิิมพ์์คำำ อะไรมาสัักอย่่างก็็ ตััดสิินเขาไปแล้้ว เช่่น รู้้สึึกน่่ากลััวจัังจากการที่่�เขาพิิมพ์์ เพราะเห็็น เขาแค่่ด้้านเดีียว ด้้านที่่�เขาโชว์์ให้้เห็็น หรืือเขาอาจโชว์์ให้้เห็็น ด้้านดีี ๆ เช่่น รวย ชีีวิิตดีี เราก็็เห็็นแค่่นั้้�น เราว่่าเห็็นแค่่ด้้านที่่�อยากให้้เห็็น ไม่่ได้้เห็็นทั้้�งหมด ซึ่่�งมัันเกิิดการคิิดแค่่ข้้างเดีียว ตััดสิินเขาไปแล้้ว แบบคนนั้้�นเที่่�ยวอีีกแล้้ว เราก็็อาจเอาไปคุุยกัับเพื่่�อนได้้ว่่า คนนั้้�นไปเที่่�ยว อีีกแล้้ว อวดจัังเลย ก็็เป็็นการตััดสิินเขาไปแล้้ว” (ชาวดิิจิิทััลรุ่่นเก่่า กลุ่่มอายุุ 24-29 ปีี)


50 อััตลัักษณ์์ชาวดิิจิิทััลไทย กัับการปลููกฝัั งหลัักคุุณธรรม ในยุุค “Technological Disruption”


Click to View FlipBook Version