The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จุลนี เทียนไทย. การสร้างความเข้าใจในคุณลักษณะ พฤติกรรม และทัศนคติในอนาคต ของชาวดิจิทัลไทย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2564.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การสร้างความเข้าใจในคุณลักษณะ พฤติกรรม และทัศนคติในอนาคต ของชาวดิจิทัลไทย

จุลนี เทียนไทย. การสร้างความเข้าใจในคุณลักษณะ พฤติกรรม และทัศนคติในอนาคต ของชาวดิจิทัลไทย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2564.

Keywords: คนไทย,พฤติกรรม,ดิจิทัล

151 เช่่น ภาระด้้านครอบครััว ทำำ ให้้ต้้องตััดสิินใจเรื่่�องความรัับผิิดชอบต่่อผู้้อื่่�นก่่อนตััดสิินใจ ทำำตามความปรารถนาของตััวเอง หรืือบางคนต้้องอยู่่ในฐานะของแม่่เลี้้�ยงเดี่่�ยว ทำำ ให้้ ต้้องวางความอยากเป็็นของตนเองลงไว้้ก่่อนเพื่่�อแบกรัับภาระเฉพาะหน้้าต่่อไป รวมทั้้�งเงื่่�อนไขในเรื่่�องความคาดหวัังของครอบครััวและชุุมชนที่่�ทำำ ให้้ชาวดิิจิิทััล ไม่่สามารถทำำตามความหวัังของตนเองในตอนนี้้�ได้้ เช่่น กรณีีของชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ รายหนึ่่�งที่่�จำำ เป็็นต้้องตััดสิินใจดร็็อปการเรีียนในระดัับชั้้�นมััธยมศึึกษาของตนเอง ออกไปก่่อนเพราะต้้องรัับภาระงานทางบ้้าน แต่่ในขณะเดีียวกัันก็็ยัังไม่่ละทิ้้�งความฝััน โดยการไปเรีียนสายอาชีีพเพิ่่�มเติิมและฝึึกฝนด้้านภาษา เพื่่�อหวัังว่่าวัันหนึ่่�งจะสามารถ เป็็นในสิ่่�งที่่�ตนเองหวัังได้้ นอกเหนืือจากการสร้้างตััวตนที่่� “อยากเป็็น” ให้้กัับชาวดิิจิิทััลแล้้ว สื่่�อสัังคม ออนไลน์์เหล่่านี้ยั ้� ังสร้้างความรู้้สึึก “อยากมีี” ให้กั้ับชาวดิิจิิทััลด้้วย ซึ่�งหลายค ่ รั้้�งที่่�ความ อยากมีีเกิดขึ้้ ิ�นพร้้อม ๆ กัับความอยากเป็็น การนำำเสนอรููปแบบชีีวิตขิองคนหลากหลาย รููปแบบออกสู่่สาธารณะ ซึ่่�งแน่่นอนที่่�จะทำำ ให้้เกิิดความรู้้สึึกต่่าง ๆ นานาจากผู้้ชม ทั้้�งชื่่�นชม ยิินดีี เอ็็นดูู ไปจนถึึงความรู้้สึึกกดดััน เปรีียบเทีียบ อิิจฉา อยากเป็็น อยากมีี เจ็็บใจ และตั้้�งคำำถามกัับตััวเองว่่า “ทำำ ไมเราถึึงไม่่มีีโอกาสแบบนั้้�น” ถึึงแม้้ ผู้้ที่่�แชร์์สิ่่�งเหล่่านั้้�นอาจจะไม่่ได้้มีีเจตนาต้้องการจะอวดตนก็็ตาม ปรากฏการณ์ดั์ ังกล่่าว ดููไปแล้้วก็็อาจไม่่ได้้แตกต่่างจากการที่่�เด็็กเล็็กนำำของเล่่นหรืือของแปลกใหม่่ที่่�ตนเอง ชื่่�นชอบไปโรงเรีียน ทั้้�งด้้วยเจตนาที่่�อยากอวดเพื่่�อนหรืือแค่่รู้้สึึกดีีใจที่่�ตนเองได้้ของเล่่น ใหม่่จากครอบครััว แต่่ผลที่่�ตามมาอาจทำำ ให้้ของเล่่นชิ้้�นนั้้�นหายไปโดยไร้้ร่่องรอย หรืือเด็็กหลายคนกลัับไปบ้้านแล้้วร้้องงอแงให้้ผู้้ปกครองของตนซื้้�อให้้บ้้าง แต่่สิ่่�งที่่� แตกต่่างกัันคืือ การนำำเสนอหรืืออวดสิ่่�งเหล่่านั้้�นผ่่านสื่่�อสัังคมออนไลน์์จะเป็็นไปใน ลัักษณะตอกย้ำ ำ�ในสิ่่�งเดิิมอย่่างต่่อเนื่่�อง และค่่อย ๆ แทรกซึึมลงในความรู้้สึึกของผู้้ชม จนแม้้แต่่เจ้้าตััวเองก็็ไม่่คิิดว่่าจะเกิิดความรู้้สึึกเหล่่านั้้�นขึ้้�นมาได้้ นั่่�นคืือความรู้้สึึก “ด้้อย” หรืือ “ไร้้คุุณค่่า” ทั้้�งนี้้� ไม่่ได้้เกิิดขึ้้�นกัับเฉพาะการอยากได้้อยากมีีสิ่่�งของเท่่านั้้�น แต่่ยัังหมายรวมถึึงการที่่�ผู้้ชมนำำตััวตนของตนเองไปเปรีียบเทีียบกัับผู้้แชร์์ข้้อมููล จนกลัับมาตััดสิินตััวตนในเชิิงลดคุุณค่่าอีีกด้้วย ทั้้�งนี้้� เนื่่�องจากข้้อจำำกััดและโอกาส


152 ในการได้้ “ครอบครอง” สิ่่�งเหล่่านั้้�น ชาวดิิจิิทััลหลายรายยอมรัับว่่า การอยากมีี หลายอย่่างเป็็นเพีียงเพราะ “ของมัันต้้องมีี” แต่่เมื่่�อเห็็นว่่าคนอื่่�นมีีก็็ไม่่น่่าจะเสีียหาย ถ้้าจะมีีได้้บ้้าง แต่่เมื่่�อประเมิินแล้้วอาจไม่่ใช่่สิ่่�งที่่�ตนเองมีีโอกาสที่่�จะครอบครอง ประกอบกัับความสะดวกในรููปแบบการใช้้จ่่ายในปััจจุุบัันซึ่่�งเป็็นการทำำธุุรกรรม ออนไลน์์ ทำำ ให้้โอกาสในการยัับยั้้�งชั่่�งใจในการใช้้จ่่ายลดน้้อยลง เมื่่�อบางเรื่่�องก็็“ระบาย” ให้้ใครฟัังไม่่ได้้ หากเปรีียบเทีียบระหว่่างชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ซึ่่�งยัังอยู่่ในวััยศึึกษาเล่่าเรีียนกัับชาว ดิิจิิทััลรุ่่นเก่่าซึ่่�งอยู่่ในวััยทำำงาน โอกาสในการนำำเสนอตััวตนอาจมีีความแตกต่่างกััน ไปตามบริิบทที่่�เกี่่�ยวข้้อง โดยเฉพาะในกลุ่่มชาวดิิจิิทััลรุ่่นเก่่า บริิบทขององค์์กรและ ที่่�ทำำงานกลายเป็็นเงื่่�อนไขสำำคััญที่่�มีีผลต่่อการนำำเสนอและเปิิดเผยตััวตน ในขณะที่่� ชาวดิิจิทัิัลในวััยทำำงานมีีแนวโน้้มจะถููกมองจากผู้้บัังคัับบััญชาหรืือผู้อา้วุุโสกว่่าในองค์์กร ว่่ามีีบุุคลิิกที่่�ไม่่ทนต่่ออุุปสรรค ใจร้้อน อารณ์์ไม่่มั่่�นคง ไม่่เก็็บความรู้้สึึก และไม่่ค่่อย อดทน ทั้้�งนี้้� อาจเนื่่�องมาจากการเกิิดมาพร้้อมกัับเทคโนโลยีีที่่�ช่่วยเพิ่่�มความความ สะดวกสบายและรวดเร็็ว สามารถเข้้าถึึงและได้้สิ่่�งต่่าง ๆ ที่่�ต้้องการง่่ายดั่่�งใจจนเกิิด ความเคยชิิน มีีส่่วนในการประกอบสร้้างตััวตนของคนรุ่่นใหม่่ อีีกทั้้�งยัังมีีพื้้�นที่่�ให้้ได้้ ระบายความคิดิ ความรู้้สึึกได้้โดยไม่่ต้้องกัังวลกัับเงื่่�อนไขต่่าง ๆ อย่่างอิิสระ อย่่างไรก็ต็าม บริิบทขององค์์กรเหล่่านี้้�นัับเป็็นเงื่่�อนไขสำำคััญต่่อการนำำเสนอตััวตน ของชาวดิิจิิทััลกลุ่่มนี้้� โดยเฉพาะกรณีีของการใช้้สื่่�อสัังคมออนไลน์์ในการระบายความ รู้้สึึกในเรื่่�องของงานและองค์์กร ซึ่่�งส่่งผลกระทบอย่่างยิ่่�งต่่อทั้้�งภาพลัักษณ์์ในวิิชาชีีพ และภาพลัักษณ์ข์ององค์์กร เนื่่�องจากผู้้รัับข้้อมููลข่่าวสารอาจประเมิินหรืือตีีความข้้อมููล ที่่ถูู�กนำำเสนอในมุุมมองที่่�แตกต่่างกันั ซึ่่�งอาจจะแตกต่่างไปจากข้้อเท็็จจริิงหรืือเป้้าหมาย ที่่�ผู้้เผยแพร่่ต้้องการนำำเสนอ ตััวอย่่างเช่่น การโพสต์์หรืือระบายความรู้้สึึกเหน็็ดเหนื่่�อย จากการทำำงานซึ่่�งอาจตีีความได้้หลากหลาย ไม่่ว่่าจะเป็็นการกำำหนดเวลาการทำำงาน หรืือปริิมาณของงานที่่�มากเกิินไป การขููดรีีดพนัักงานให้้ต้้องทำำงานเกิินกว่่ากำำหนด หรืืออื่่�น ๆ ที่่�แล้้วแต่่การตีีความของผู้้อ่่าน หรืือการโพสต์์ต่่อว่่าเพื่่�อนร่่วมงานและ


153 ผู้้บัังคัับบััญชา หรืือพยายามสะท้้อนให้้เห็็นว่่าองค์์กรที่่�ตนสัังกััดอยู่่ทำำ ให้้ตนเองต้้อง เป็็นทุุกข์์อย่่างไร ข้้อมููลเหล่่านี้ ้� ล้้วนถููกส่่งผ่่านจากพื้้�นที่่�ส่่วนบุุคคลซึ่่�งอยู่่บนโลกออนไลน์์ จนกระทั่่�งถููกทำำ ให้้เป็็นสาธารณะ ดัังนั้้�นหลายองค์์กรจึึงพยายามควบคุุมการใช้้งาน ข้้อมููลส่่วนบุุคคลในโลกออนไลน์ข์ องพนัักงานอย่่างเคร่่งครัดั โดยเฉพาะองค์์กรที่่จำ�ำ เป็็น ต้้องรัักษาภาพลัักษณ์์ที่่�ดีีอย่่างองค์์กรให้้บริิการต่่าง ๆ โอกาสที่่�ชาวดิิจิิทััลกลุ่่มนี้้�จะได้้ แสดงออกถึึงตััวตนอย่่างเปิิดเผยจึึงเป็็นไปได้้น้้อยกว่่า ถึึงแม้้จะเป็็นการนำำเสนอตััวตน บนพื้้�นที่่�ส่่วนตััวของตััวเองก็็ตาม การสื่่�อสารไร้้พรมแดนที่่�อาจไร้้ขีีดจำำกััดมากจนเกิินไป รููปแบบการสื่่�อสารในยุุคดิิจิิทััลได้้นำำ ไปสู่่การเปลี่่�ยนแปลงวิิถีีชีีวิิตผู้้คนตลอดจน ผลกระทบอย่่างทั่่�วถึึงกััน ทั้้�งในด้้านการส่่งเสริิมความสััมพัันธ์์ที่่�ดีีขึ้้�นและการสร้้าง บรรทััดฐานทางปฏิิสััมพันธ์ั ์ใหม่่ ๆ ที่่�ทำำ ให้้สิ่่�งที่่�เคยเป็็น “ความเบี่่�ยงเบน” กลายมาเป็็น “ความปกติิ” ตามบรรทัดัฐานที่่ถูู�กสร้้างขึ้้น�ใหม่ด้่ ้วยรููปแบบปฏิิสััมพันธ์ั ์บนโลกออนไลน์์ ไปโดยปริิยาย ซึ่่�งส่่งผลกระทบอย่่างคาดไม่่ถึึงต่่อผู้้ที่่�อยู่่ในห่่วงโซ่่ความสััมพัันธ์์และ สัังคมโดยรวม ไม่่ว่่าจะเป็็นภาษา ท่่าทีี และมารยาท ที่่�ใช้้ในการสื่่�อสารกัันที่่�ถููก ปรัับเปลี่่�ยนไป ในขณะที่่�ชาวดิิจิิทััลแต่่ละคนต่่างมีีความสามารถในการจััดการกัับผล กระทบที่่�เกิิดจากการสื่่�อสารเหล่่านี้้�ได้้ต่่างกััน เมื่่�อ “ทนไม่่ได้้” กัับการถููก “กลั่่�นแกล้้ง” ปฏิิสััมพัันธ์์ที่่�เกิิดขึ้้�นบนโลกออนไลน์์ได้้สร้้างให้้เกิิดบรรทััดฐานของการสื่่�อสาร เช่่นเดีียวกัับการสร้้างกฎเกณฑ์์ต่่าง ๆ ของการอยู่่ร่่วมกัันในสัังคมจริิง โดยมีีเป้้าหมาย เพื่่�อความสะดวก รวดเร็็ว และไม่่ได้คำ้ ำนึึงถึึงความถููกผิดติามบรรทัดัฐานเดิิมในสัังคมจริิง ทำำ ให้้เกิิดบรรทััดฐานการสื่่�อสารในรููปแบบที่่�แตกต่่างกััน อย่่างไรก็็ตาม การสื่่�อสาร ตามบรรทััดฐานดัังกล่่าวกลัับถููกนำำ มาใช้้สื่่�อสารในสัังคมนอกโลกออนไลน์์ ซึ่�งบางอ ่ย่่าง ขััดแย้้ง ไม่่สอดคล้้องกัับบรรทััดฐานเดิิม ตััวอย่่างที่่�เห็็นได้้อย่่างชััดเจนคืือ การ “กลั่่�นแกล้้ง” “ประจาน” “ด่่าทอ” “ล้้อเลีียน” และการแพร่่กระจายข้้อมููลที่่�ฉาบฉวย


154 ในรููปของ Hate Speech ที่่�มีีสููงขึ้้�นจนพบเห็็นได้้บ่่อยครั้้�งมากขึ้้�นในโลกออนไลน์์ที่่� เรีียกว่่า Cyber Hate เนื่่�องจากผู้้ใช้้งานสื่่�อสัังคมออนไลน์์นั้้�นสามารถปิิดบัังตััวตน ที่่�แท้้จริิงของตนไว้้ได้้ และสามารถแสดงความคิิดเห็็นหรืือตััวตนได้้อย่่างอิิสระ จนใน บางครั้้�งไม่่ได้้คำำนึึงถึึงความเหมาะสมหรืือผลกระทบที่่�อาจเกิิดขึ้้�นกัับผู้้รัับข้้อมููล สิ่่�งเหล่่านี้้�กลายเป็็นวิิสััยปกติิที่่�จะกระทำำต่่อกัันได้้บนโลกออนไลน์์ และสุุดท้้าย ค่่อย ๆ ถููกทำำ ให้้กลายมาเป็็นบรรทััดฐานในสัังคมทั่่�วไปด้้วย เช่่นเดีียวกัับการสื่่�อสาร กัันด้้วยภาษาและถ้้อยคำำที่่�หยาบคายก็็กลายเป็็น “เรื่่�องปกติิ” ที่่� “ไม่่ปกติิ” เช่่นกััน บรรทััดฐานการสื่่�อสารในรููปแบบดัังกล่่าวได้้ส่่งผลกระทบต่่อความสััมพัันธ์์ของผู้้คน ในสัังคมไม่่เพีียงแต่่ในสัังคมดิิจิิทััลเท่่านั้้�น ประเด็็นนี้้�เป็็นสิ่่�งที่่�ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่รู้้สึึกและ ให้้ความเห็็นว่่าเป็็นสิ่่�งที่่�ใกล้้ตััวพวกเขาค่่อนข้้างมาก ไม่่ว่่าจะกัับเพื่่�อนในโรงเรีียนหรืือ เพื่่�อนในโลกออนไลน์์ ซึ่่�งเชื่่�อมโยงกัับเพื่่�อนในโลกจริิง การกลั่่�นแกล้้ง (Bullying) ด่่าทอเหล่่านี้้�ไม่่ได้้เกิิดขึ้้�นกัับเฉพาะพฤติิกรรมที่่�ควรถููกตำำหนิิหรืือรููปลัักษณ์์ที่่�แตกต่่าง ตามค่่านิิยมของสัังคมเท่่านั้้�น แต่่เกิิดขึ้้�นได้้กัับเด็็กที่่�อาจจะมีีความโดดเด่่นเกิินเพื่่�อน หรืือดููเก่่งเกิินเพื่่�อนซึ่่�งสามารถตกเป็็นเป้้าหมายของการด่่าทอและกลั่่�นแกล้้งได้้เช่่นกััน อย่่างไรก็ต็าม ชาวดิิจิทัิัลที่่�เผชิิญกัับปััญหาถููกกลั่่น�แกล้้งออนไลน์์ (Cyber Bullying) แต่่ละคนมีีภููมิิต้้านทานในการจัดัการกัับปััญหาได้ต่้ ่างกันั เช่น่ เด็็กที่่ถูู�กเลี้้�ยงในครอบครััว ที่่�ขาดที่่�พึ่่�ง ขาดแรงสนัับสนุุน จะไม่่สามารถต้้านทานกัับผลกระทบได้้ นำำ ไปสู่่ปััญหา ซึึมเศร้้า แยกตััว ล้้มเหลว ซึ่่�งส่่วนใหญ่่เป็็นเด็็กในเมืือง ในขณะที่่�เด็็กซึ่่�งโตในครอบครััว ที่่�ผ่่านการปลููกฝัังสภาพจิิตใจมาอย่่างมั่่�นคง สามารถแยกแยะและอดทนต่่อปััญหา ต่่าง ๆ ได้้ จึึงมีีแนวโน้้มที่่�จะสามารถจััดการปััญหาเฉพาะหน้้าให้้รอดพ้้นจากวิิกฤตชีีวิิต ได้้ดีีกว่่า ในที่่�นี้้�โครงสร้้างและการขััดเกลาที่่�ชาวดิิจิิทััลได้้รัับจึึงเป็็นเงื่่�อนไขที่่�สำำคััญ อย่่างยิ่่�งต่่อการเผชิิญหน้้ากัับปััญหาแต่่ละรููปแบบ นอกจากนั้้�น เทคโนโลยีีการสื่่�อสาร เหล่่านี้้�ได้้แยกตััวบุุคคลออกจากกััน เพราะทำำ ให้้แต่่ละคนปฏิิสััมพัันธ์์ผ่่านระบบ เครืือข่่ายและต่่างมีีพื้้�นที่่�ส่่วนตััวทั้้�งในทางกายภาพและในโลกออนไลน์์ โดยเฉพาะผู้ค้น ในเมืืองใหญ่่ซึ่่�งมีีความเป็็นปััจเจกค่่อนข้้างสููง ทำำ ให้้โอกาสปฏิิสััมพัันธ์์กัันลดลง ซึ่่�งเป็็น สาเหตุุสำำคััญที่่�ทำำ ให้้เมื่่�อบุุคคลใกล้้ชิิดเป็็นโรคซึึมเศร้้า แต่่กลัับไม่่มีีใครในครอบครััว


155 หรืือกลุ่่มเพื่่�อนที่่�สัังเกตได้้ว่่า คนใกล้้ชิิดกำำลัังเผชิิญกัับภาวะซึึมเศร้้าอยู่่ตามลำำพััง จนไม่่สามารถแก้้ไขได้้ทัันท่่วงทีี ในขณะเดีียวกััน จากผลการศึึกษาสะท้้อนให้้เห็็นว่่า ชาวดิิจิิทััลในเมืืองใหญ่่ อย่่างกรุุงเทพฯ และเชีียงใหม่่ มีีแนวโน้้มที่่�จะพููดถึึงปััญหาการถููกกลั่่�นแกล้้งในรููปแบบ ต่่าง ๆ มากกว่่า ทั้้�งที่่�เผชิิญด้้วยตััวเองและเป็็นประสบการณ์์ของคนใกล้้ชิิด ส่่วนใน จัังหวััดนครพนมยัังปรากฏให้้เห็็นกรณีีเหล่่านี้้�ได้้น้้อยกว่่า ซึ่่�งส่่วนหนึ่่�งอาจเนื่่�องมาจาก ชาวดิิจิิทััลในเมืืองใหญ่่ต้้องเผชิิญกัับภาวะไร้้บรรทััดฐานจากการพััฒนาเทคโนโลยีี ทำำ ให้้ไม่่มีีหลัักยึึดด้้านบรรทััดฐานที่่�ชััดเจน แต่่ปรัับเปลี่่�ยนเป็็นพลวััตไปตามสภาพ สัังคมในแต่่ละห้้วงเวลา เช่่น วิิธีีการสื่่�อสารระหว่่างบุุคคล การใช้้คำำหยาบคาย การ ดููถููกกััน จนเป็็นเรื่่�องปกติิ ซึ่่�งต่่างจากชาวดิิจิิทััลในจัังหวััดนครพนมที่่�ยัังคงใช้้ชีีวิิต ภายใต้้กรอบบรรทััดฐานเดีียวกัันที่่�เหนีียวแน่่นกว่่า ทำำ ให้้มีีผลต่่อพฤติิกรรมในรููปแบบ ที่่�แตกต่่างกััน ซึ่่�งแสดงให้้เห็็นว่่าเงื่่�อนไขด้้านบริิบทสัังคมยัังคงเป็็นเงื่่�อนไขสำำคััญ ต่่อการเกิิดปรากฏการณ์์และโอกาส ตลอดจนความพร้้อมในการจััดการกัับผลกระทบ ที่่�แตกต่่างกัันของชาวดิิจิิทััล เมื่่�อต้้องคอยตาม “แก้้ปััญหา” ในขณะที่่�การส่่งผ่่านข้้อมููลผ่่านระบบเครืือข่่ายสามารถทำำ ได้้อย่่าง “กว้้างขวาง” และ “รวดเร็็ว” แต่่กลัับไม่่ได้้มีีการส่่งผ่่านข้้อมููลที่่� “ลึึกซึ้้�ง” หรืือผ่่านการกลั่่�นกรอง อย่่างรอบคอบ ไม่่ว่่าจะเป็็น “ผู้ส้ร้้าง” หรืือ “ผู้ที่่้�ส่่งต่่อ” ข้้อมููลเหล่่านั้้�นก็็ตาม ซึ่�งเป็็ ่น ที่่�มาของการแพร่่กระจายข้้อมููลในลัักษณะที่่�เรีียกได้้ว่่าเป็็น “Fake News” ซึ่�งอาจจะ ่ เริ่่�มต้้นตั้้�งแต่่การเจตนาสร้้างข่่าวปลอมเหล่่านั้้�นขึ้้�นมาเพื่่�อปลุุกกระแสหรืือต้้องการให้้ เกิิดการเปลี่่�ยนแปลงบางอย่่าง หรืืออาจเป็็นการส่่งต่่อข้้อมููลข่่าวปลอมโดยไม่่ได้้มีี เจตนาในการสร้้างหรืือปลอมแปลงข้้อมููล แต่่เป็็นการส่่งต่่อโดยที่่ข�าดการกลั่่น�กรองก่่อน อย่่างไรก็็ตาม สำำหรัับมุุมมองของชาวดิิจิิทััลทั้้�งรุ่่นใหม่่และรุ่่นเก่่าเองค่่อนข้้างมีี ความมั่่น�ใจว่่า ตนเองมีีโอกาสที่่�จะเป็็นส่่วนหนึ่่�งในการส่่งต่่อข่่าวปลอมเหล่่านี้้�ได้น้้ ้อยกว่่า


156 คนในรุ่่นพ่่อแม่่ เนื่่�องจากเห็นว่็ ่าตนเองมีีทัักษะในการคิดวิิเคราะห์์และแยกแยะสิ่่�งเหล่่านี้ ้� ได้้ค่่อนข้้างมากด้้วยวิิธีีคิิดเชิิงเหตุุผลที่่�ถููกปลููกฝัังมา แต่่กลัับมองอย่่างเป็็นห่่วงคนรุ่่น พ่่อแม่่มากกว่่า ซึ่่�งหลายคนมีีประสบการณ์์ที่่�พ่่อแม่่ส่่งต่่อข้้อความข่่าวปลอมเหล่่านี้ ้� มาให้้จนต้้องตัักเตืือนกันั ทั้้�งนี้้� เนื่่�องจากคุุณสมบัติัิความ “ฉัับไว” ของการส่่งต่่อข้้อมููล ผ่่านระบบเครืือข่่ายในปััจจุุบััน ซึ่่�งถ้้าผู้้ที่่�คิิดจะส่่งต่่อพิิจารณาข้้อมููลเหล่่านั้้�นแค่่เพีียง “ฉาบฉวย” ก็็จะมีีโอกาสตกเป็็นผู้้มีีส่่วนร่่วมต่่อการสร้้างความปั่่�นป่่วนอัันเนื่่�องมาจาก ข่่าวปลอมเหล่่านี้้�ได้้ โดยเฉพาะข่่าวปลอมที่่�เกี่่�ยวข้้องและส่่งผลต่่อสุขุภาพ ซึ่่�งมัักจะส่่งต่่อ กัันมากในคนรุ่่นพ่่อแม่่ของชาวดิิจิิทััลและนำำ ไปปฏิิบััติิตามแบบรู้้เท่่าไม่่ถึึงการณ์์ เช่่น การรัับประทานอาหารบางประเภทหรืือยาบางประเภท ซึ่่�งเข้้าถึึงคนในรุ่่นนี้้�ได้ง่้่ายเพราะ เป็็นวััยที่่�มีีความกัังวลด้้านสุุขภาพเป็็นพิิเศษจนอาจเกิิดอัันตรายกัับชีีวิิตและสุุขภาพ ทั้้�งนี้้� ชาวดิิจิิทััลรุ่่นเก่่ามีีแนวโน้้มที่่�จะมีีความวิิตกกัังวลและมีีส่่วนร่่วมในการต้้อง แก้้ไขปััญหาในเรื่่�องนี้้�มากกว่่า เนื่่�องจากเป็็นกลุ่่มที่่�มีีคนรุ่่นพ่่อแม่่ซึ่่�งมีีข้้อจำำกััดในการ ใช้้เทคโนโลยีีมากกว่่าและมีีความวิิตกกัังวลต่่อสิ่่�งรอบตััวที่่�มีีมากกว่่าคนรุ่่นหลััง โดยเฉพาะความรู้้สึึกห่่วงใยคนใกล้้ชิิด เพราะเชื่่�อว่่าข้้อความเหล่่านั้้�นอาจจะเป็็นจริิง ทำำ ให้้คนรุ่่นนี้้� มัักส่่งต่่อข้้อมููลดัังกล่่าวโดยไม่่ทัันได้้ตรวจสอบ ในขณะที่่�พ่่อแม่่ของชาว ดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่อาจมีีข้้อจำำกััดในเรื่่�องนี้ ้� น้้อยกว่่าและรัับข้้อมููลข่่าวสารจากหลายแหล่่ง มากกว่่า จนสามารถตรวจสอบข้้อเท็็จจริิงจากแหล่่งข่่าวอื่่�น ๆ ได้้ชััดเจนกว่่า ซึ่่�งสะท้้อน ให้้เห็็นว่่าเงื่่�อนไขของโครงสร้้างและปฏิิสััมพัันธ์์ของสมาชิิกในครอบครััวที่่�มีีความ แตกต่่างกัันอาจนำำ ไปสู่่ปััญหาและวิิธีีการรัับมืือกัับปััญหาที่่�เกิิดขึ้้�นจากกระบวนการ สื่่�อสารที่่�ส่่งผ่่านกันับนโลกออนไลน์์ได้้แตกต่่างกันัไป จากประเด็็นที่่�กล่่าวมาทั้้�งหมดจะเห็็นได้้อย่่างชััดเจนว่่า พััฒนาการด้้าน เทคโนโลยีี โดยเฉพาะเทคโนโลยีีสารสนเทศเพื่่�อการสื่่�อสาร ไม่่เพีียงส่่งผลกระทบ ต่่อการเปลี่่�ยนแปลงพฤติิกรรม ลัักษณะนิสัิัย ตลอดจนรููปแบบการใช้้ชีีวิิตของประชากร ดิิจิิทััลเท่่านั้้�น แต่่การเปลี่่�ยนแปลงดัังกล่่าวได้้เกิิดขึ้้�นกัับประชากรรุ่่นอื่่�น ๆ ที่่�อยู่่ ร่่วมสมััยเดีียวกัันด้้วย ซึ่่�งล้้วนแต่มีีวิ่ ิถีีชีีวิิตที่่�มีีเทคโนโลยีีเป็็นตััวขัับเคลื่่�อนเช่่นกััน


157 ผลกระทบจากสิ่่�งเหล่่านี้้�ได้้แพร่่กระจายและแทรกซึึมกัับคนที่่�อยู่่ร่่วมยุุคสมััย เดีียวกัันอย่่างทั่่�วถึึง อย่่างไรก็็ตาม จากผลการศึึกษาการเปลี่่�ยนแปลงและผลกระทบ เหล่่านี้ ้� ผ่่านมุุมมองทั้้�งในส่่วนของประชากรดิิจิิทััลทั้้�ง 5 กลุ่่ม และผู้้เกี่่�ยวข้้องในฐานะ ผู้้สอน ผู้้ปกครอง และผู้้บัังคัับบััญชา ได้้สะท้้อนให้้เห็็นความเหลื่่�อมล้ำ ำ�ในการรัับมืือ กัับการเปลี่่�ยนแปลงเหล่่านี้้�ในหลายมิิติิ โดยมีีเงื่่�อนไขสำำคััญที่่�เป็็นตััวกำำหนดโอกาส ความสามารถ และการเข้้าถึึงทรััพยากรที่่�ชาวดิิจิิทััลสามารถใช้้เป็็นพื้้�นฐานในการรัับมืือ กัับการเปลี่่�ยนแปลงเหล่่านั้้�นได้้ ประการแรก ได้้แก่่ เงื่่�อนไขในเชิิงโครงสร้้างของสถาบัันครอบครััว จะเห็็นได้้ว่่า ชาวดิิจิิทััลที่่�อาศััยอยู่่ในครอบครััวที่่�มีีโครงสร้้างแตกต่่างกััน ไม่่ว่่าจะเป็็นรููปแบบ ครอบครััว ซึ่่�งจะเห็น็ ได้ว่้่า ปััจจุบัุนัครอบครััวมีีรููปแบบที่่�หลากหลายมากขึ้้น�มีีชาวดิิจิทัิัล ที่่�อาศััยอยู่่ร่่วมกัับผู้้เลี้้�ยงดููเพีียงคนเดีียวจำำนวนไม่่น้้อย ซึ่่�งเงื่่�อนไขดัังกล่่าวมีีส่่วนสำำคััญ ต่่อการรัับมืือกัับการเปลี่่�ยนแปลง ทั้้�งในแง่่ของการเป็็นผู้้สนัับสนุุนการเรีียนรู้้สมััยใหม่่ อีีกทั้้�งการที่่�ผู้้เลี้้�ยงดููจำำ เป็็นต้้องรัับภาระในเรื่่�องของงานที่่�ทำำผ่่านโลกออนไลน์ยั์ ังมีีความ สำำคััญต่่อการเปลี่่�ยนแปลงปฏิิสััมพันธ์ัข์องคนในครอบครััว นอกจากนั้้น� คนในครอบครััว ยัังมีีบทบาทสำำคััญอย่่างยิ่่�งในการเป็็นผู้สนัับส้นุนุให้้สมาชิิกสามารถรัับมืือกัับความกดดันั และปััญหาในรููปแบบต่่าง ๆ ที่่�มีีความซัับซ้้อนมากขึ้้�นในปััจจุุบััน สถาบัันการศึึกษาเป็็นอีีกเงื่่�อนไขที่่�สำำคััญในการกำำหนดกรอบในการเรีียนรู้้ ตลอดจนการวางรากฐานในเรื่่�องการทำำงานให้้กัับชาวดิิจิิทััล ซึ่่�งชาวดิิจิิทััลจะมีีความ พร้้อมและศัักยภาพเพีียงพอและเป็็นที่่�ต้้องการขององค์์กรในปััจจุุบัันหรืือไม่่ ขึ้้�นอยู่่ กัับการกำำหนดและปููพื้้�นฐานโดยสถาบัันการศึึกษาในแต่่ละรููปแบบเช่่นเดีียวกัับการ ปลููกฝัังวิิธีีคิิดเชิิงวิิพากษ์์ และการให้้อิิสระในเชิิงของพื้้�นที่่�ในการแสดงออกถึึงตััวตน ความต้้องการ และความคิิดเห็็นต่่อสัังคมได้้อย่่างอิิสระภายใต้้ขอบเขตที่่�เหมาะสม นอกจากนั้้�น เงื่่�อนไขทางเศรษฐกิิจได้้กลายเป็็นสิ่่�งสำำคััญในการกำำหนดการเข้้าถึึง ทรััพยากรที่่�เป็็นรากฐานสำำคััญในการตอบสนองต่่อการเปลี่่�ยนแปลง และการจััดการ


158 กัับผลกระทบที่่�เกิดขึ้้ ิน�จากการเปลี่่�ยนแปลงทั้้�งในแง่ข่องการลงทุนุเพื่่�อการศึึกษา อีีกทั้้�ง สถาบัันเศรษฐกิิจยัังชัักนำำสัังคมไปสู่่การสร้้างค่่านิิยมต่่อความกลััว ความหวััง และ ความฝัันของชาวดิิจิิทััลที่่�มีีพื้้�นฐานมาจากทุุนนิิยม และความสามารถในการตอบสนอง ต่่อสิ่่�งเหล่่านั้้�นยัังจำำ เป็็นต้้องจััดการกัับข้้อจำำกััดทางเศรษฐกิิจทั้้�งในระดัับบุุคคลและ ระดัับสัังคม เมื่่�อพิิจารณาความแตกต่่างระหว่่างชาวดิิจิิทััลทั้้�งสามพื้้�นที่่� ได้้แก่่ กรุุงเทพฯ เชีียงใหม่่ และนครพนม พบว่่า ความแตกต่่างในการรัับมืือกัับการเปลี่่�ยนแปลงต่่าง ๆ ของชาวดิิจิิทััลในแต่่ละพื้้�นที่่�มีีความแตกต่่างกัันได้้ เนื่่�องจากบริิบทความเป็็นเมืือง (Urbanization) ซึ่�ง่กำำหนดระบบการให้คุุ้ณค่่าต่่อสิ่่�งต่่าง ๆ ในพื้้�นที่่� เช่่น การให้คุุ้ณค่่า ต่่อความเป็็นปััจเจกที่่�มีีความเข้้มข้้นในบางพื้้�นที่่�มากกว่่าพื้้�นที่่�อื่่�น รวมทั้้�งภาวะ ไร้้บรรทััดฐานและยึึดมั่่�นในบรรทััดฐานตามแบบประเพณีีนิิยมซึ่่�งปรากฏในพื้้�นที่่�ที่่�มีี ความเป็็นเมืืองน้้อยกว่่า สิ่่�งเหล่่านี้ ้� ล้้วนมีีผลทั้้�งต่่อวิิธีีคิิดของชาวดิิจิิทััลในประเด็็น ของการคิิดโต้้แย้้ง หรืือการคิิดเชิิงวิิพากษ์์และโอกาสในการนำำเสนอหรืือเปิิดเผย ตััวตนต่่อสาธารณะ ตลอดจนค่่านิิยมที่่�มีีต่่อการศึึกษา ครอบครััว ความกตััญญูู และความผููกพัันกัับชุุมชน ล้้วนเป็็นเงื่่�อนไขสำำคััญที่่�ทำำ ให้้ชาวดิิจิิทััลในแต่่ละพื้้�นที่่�มีี ลัักษณะเฉพาะแตกต่่างจากพื้้�นที่่�อื่่�น อย่่างไรก็็ตาม ถึึงแม้้ชาวดิิจิิทััลเหล่่านี้้�จะมีีอััตลัักษณ์์บางประการที่่�มีีลัักษณะ เฉพาะเชื่่�อมโยงกัันจนเรีียกได้้ว่่าเป็็นประชากรดิิจิิทััล แต่่โครงสร้้างด้้านอายุุซึ่่�งสะท้้อน ถึึงประสบการณ์์และบริิบทการใช้้ชีีวิิตที่่�แตกต่่างกัันย่่อมมีีผลต่่อรููปแบบ วิิธีีการ และ โอกาสในการรัับมืือต่่อการเปลี่่�ยนแปลงที่่�แตกต่่างกัันไปด้้วย ทั้้�งในแง่่ของความพร้้อม ในการสะท้้อนการคิดิเชิิงวิิพากษ์์ในเชิิงปฏิิบััติิการ ภาระหน้้าที่่�ความรัับผิดิชอบในแต่่ละ ช่่วงอายุทีุ่่ส่�่งผลต่่อการรัับมืือและจัดัการกัับผลกระทบ ตลอดจนข้้อจำำกัดัในการนำำเสนอ ตััวตนของประชากรดิิจิิทััลแต่่ละรุ่่น


160 ชาวดิิจิิทััลไทยในฐานะ “คนไทย 4.0”: ความพร้้อม ความเป็็ นไปได้้ และข้้อจำำกััด


161 หลัังจากการศึึกษาครั้้�งนี้้�ได้้พยายามทำำความเข้้าใจชาวดิิจิิทััลไทยในแง่่มุุมต่่าง ๆ ทั้้�งในส่่วนของวิธีีคิดิทััศนคติิ พฤติิกรรม อัตลัักษณ์์ ตลอดจนทัักษะเฉพาะของประชากร กลุ่่มนี้้� ซึ่่�งสะท้้อนให้้เห็็นว่่า การเปลี่่�ยนแปลงทางสัังคมวััฒนธรรมอัันเนื่่�องมาจากการ พััฒนาเทคโนโลยีี โดยเฉพาะเทคโนโลยีีสารสนเทศและการสื่่�อสาร ได้้ร่่วมกันัหล่่อหลอม และกลายเป็็นกรอบบรรทัดัฐานสำำคััญในการกำำหนดรููปแบบการดำำเนินชีีวิติ ซึ่่�งไม่่เพีียง แต่่ก่่อให้้เกิิดผลกระทบต่่อการเปลี่่�ยนแปลงในวิิถีีชีีวิิตของประชากรดิิจิิทััลเท่่านั้้�น แต่่ หมายรวมถึึงประชากรกลุ่่มอื่่�น ๆ ในสัังคมที่่�อยู่่ร่่วมในยุุคสมััยเดีียวกััน ให้้ต้้องปรัับตััว ให้้สอดคล้้องกัับบริิบทการเปลี่่�ยนแปลงดัังกล่่าวอีีกด้้วย อย่่างไรก็็ตาม ภายใต้้กรอบของนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่่�งถููกนำำ มาใช้้เป็็นโมเดล ทางเศรษฐกิิจที่่�จะผลัักดัันให้้ประเทศไทยหลุุดพ้้นจากกัับดัักประเทศรายได้้ปานกลาง กัับดัักความเหลื่่�อมล้ำ ำ� รวมไปถึึงกัับดัักความไม่่สมดุุล พร้้อม ๆ กัับเปลี่่�ยนผ่่าน ประเทศไทยไปสู่่กลุ่่มประเทศในโลกที่่�หนึ่่�งที่่�มีีความมั่่�นคง มั่่�งคั่่�ง และยั่่�งยืืน ในบริิบท ของโลกยุุค The Fourth Industrial Revolution อย่่างสง่่างามควบคู่่ไปกัับการสร้้าง ความเข้้มแข็็งจากภายในตามแนวคิิด “ปรััชญาเศรษฐกิิจพอเพีียง” ที่่�ขัับเคลื่่�อนผ่่าน กลไก “ประชารััฐ” (กองบริิหารงานวิิจััยและประกัันคุุณภาพการศึึกษา สถาบััน ส่่งเสริิมการจััดการความรู้้เพื่่�อสัังคม, 2559, น. 8-10) หนึ่่�งในสิ่่�งที่่�นโยบายคาดหวัังคืือ การพััฒนาคนไทยให้้เป็็น “คนไทย 4.0” ที่่�ได้้รัับโอกาสทางการศึึกษาที่่�มีีคุุณภาพดีี ได้้รัับสวััสดิิการทางสัังคมที่่�เหมาะสมตลอดทุุกช่่วงชีีวิิต เป็็นคนทัันโลกทัันเทคโนโลยีี สามารถอยู่่บนเวทีีโลกได้้อย่่างภาคภููมิิใจ และสามารถมีีส่่วนร่่วมกัับนานาชาติิเพื่่�อ ทำำ ให้้โลกดีีขึ้้�น น่่าอยู่่ขึ้้�น มีีคุุณลัักษณะความเป็็นมนุุษย์์ที่่�สมบููรณ์์ในศตวรรษที่่� 21 มีีปััญญา มีีทัักษะ มีีสุุขภาพแข็็งแรง มีีจิิตใจที่่�ดีีงาม ซึ่่�งเป็็นความสััมพัันธ์์ระหว่่าง Head Hand Health Heart (กองยุุทธศาสตร์์และแผนงาน กรมสุุขภาพจิิต กระทรวงสาธารณสุุข, 2561, น. 3) อีีกทั้้�งคนไทย 4.0 ควรจะมีีความรู้้ทัักษะระดัับสููง สามารถสร้้างนวััตกรรมได้้ มีีจิิตสาธารณะรัับผิิดชอบต่่อส่่วนรวม สะท้้อนให้้เห็็นถึึง ความเป็็น “Global Thai” อัันได้้แก่่ การมีีความภาคภููมิิใจในความเป็็นไทยของตน และยืืนหยััดอย่่างมีีศัักดิ์์�ศรีีในเวทีีสากล มีีความเป็็นชาวดิิจิิทััลไทยที่่�สามารถดำำเนิินชีีวิิต ได้้อย่่างราบรื่่�นท่่ามกลางความเปลี่่�ยนแปลงในโลกยุุคดิิจิิทััล โดยสามารถพึ่่�งพาตนเอง ในการเรีียนรู้้ทำำงาน และประกอบธุุรกิิจได้้ (สุุวิิทย์์ เมษิินทรีีย์์, 2560)


162 จากเป้้าหมายดัังกล่่าว เมื่่�อวิิเคราะห์์เชื่่�อมโยงกัับคุุณลัักษณะของชาวดิิจิิทััลไทย ในปััจจุุบัันที่่�ได้้จากการศึึกษาในครั้้�งนี้้� ทำำ ให้้เห็็นอย่่างชััดเจนว่่า ชาวดิิจิิทััลไทย จะสามารถเป็็นคนไทย 4.0 ได้้ในลัักษณะที่่�แตกต่่างหลากหลาย โดยจะลำำดัับประเด็็น ในการอภิิปรายเพื่่�อให้้เห็็นความพร้้อม ความเป็็นไปได้้ และข้้อจำำกััดของการผลัักดััน ให้้ประชากรดิิจิิทััลเป็็น “คนไทย 4.0” ดัังนี้ ้� ศัักยภาพชาวดิิจิิทััลไทยกัับการเป็น็คนไทย 4.0 จากกระแส Digitization ที่่�เกิิดขึ้้�น ทำำ ให้้คนไทยมีีวิิถีีชีีวิิตในแบบ “ชาวดิิจิิทััล” มากขึ้้�น สิ่่�งที่่�ค้้นพบจากการศึึกษาครั้้�งนี้้�เป็็นสิ่่�งที่่�ยืืนยัันว่่า ความเป็็นดิิจิิทััลได้้มีีบทบาท สำำคััญต่่อการเปลี่่�ยนแปลงวััฒนธรรมของคนไทยทั้้�งด้้านการใช้้ชีีวิิต ความสััมพัันธ์์ การเรีียนรู้้ และการทำำงาน จนกลายเป็็นส่่วนหนึ่่�งของชีีวิิตประจำำวัันและสร้้าง ความเป็นช็าวดิิจิิทััลให้้คนไทยโดยสมบููรณ์์ตััวอย่่างเช่่น ความพร้้อมทางทัักษะเทคโนโลยีีของชาวดิิจิิทััลไทย พิิมพ์์เขีียวการปรัับเปลี่่�ยนสำำคััญประการหนึ่่�งของการเตรีียมคนไทย 4.0 เพื่่�อ ก้้าวสู่่โลกที่่�หนึ่่�งคืือ “เปลี่่�ยนจากคนไทยที่่�เป็็น Analog Thai เป็็นคนไทยที่่�เป็็น Digital Thai สามารถดำำรงชีวิีิต เรีียนรู้้ทำำงาน และประกอบธุุรกิิจได้้อย่่างเป็็นปกติิสุุขในโลก ยุุคดิิจิิทััล” ในส่่วนนี้้�ข้้อมููลจากการศึึกษาครั้้�งนี้้�สะท้้อนให้้เห็็นว่่า คนไทยส่่วนมาก เปลี่่�ยนแปลงจากความเป็็นแอนะล็็อกมาสู่่ความเป็็นชาวดิิจิิทััลไทยแล้้วอย่่างเห็็นได้้ชััด ทั้้�งในกลุ่่มชาวดิิจิิทััลรุ่่นเก่่าที่่�แม้้ไม่่ได้้เกิิดมาพร้้อมกัับเทคโนโลยีี แต่่ก็็ปรัับตััวเรีียนรู้้ และใช้้เทคโนโลยีีดิิจิิทััลมากขึ้้�น ส่่วนชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่พบว่่าใช้้เทคโนโลยีีเป็็น มีีอััตรา การเข้้าถึึงและอััตราการใช้้งานที่่�สููงเมื่่�อเทีียบกัับประเทศต่่าง ๆ โดยชาวดิิจิิทััลไทยนั้้�น เลืือกใช้้เทคโนโลยีีในรููปแบบของตนเอง ทั้้�งด้้านการเลืือกอุุปกรณ์์ แพลตฟอร์์ม โปรแกรมการใช้้งานต่่าง ๆ ที่่�แตกต่่างกันัไปตามความถนััดและชื่่�นชอบของแต่่ละบุุคคล คนไทยมีีศัักยภาพในการปรัับตััวกัับการใช้้เทคโนโลยีี ดัังนั้้�นสิ่่�งสำำคััญที่่�รััฐควรผลัักดััน คืือ การสนัับสนุุนจากการสร้้างคนไทย 4.0 จากศัักยภาพด้้านการใช้้เทคโนโลยีีที่่�มีี


163 อยู่่แล้้วของคนไทยเองในทัักษะที่่�เขาคิิดว่่าเป็็นประโยชน์์ต่่อชีีวิิตประจำำวัันโดยพััฒนา จากผู้้คนขึ้้�นไปสู่่นโยบายระดัับชาติิ (Bottom Up) คุุณลัักษณะชาวดิิจิิทััลไทยที่่�พร้้อมเป็็นคนไทย 4.0 คุุณลัักษณะสำำคััญของคนไทยที่่�ถููกนำำ มาเป็็นแนวคิิดพื้้�นฐานในการสร้้างการ ผลัักดัันภายใต้้ Thailand 4.0 สร้้างเศรษฐกิิจสร้้างสรรค์์ (Creative Economy) คืือ คุุณลัักษณะ 5F ที่่�เปรีียบเสมืือนเป็็นดีีเอ็็นเอของคนไทยที่่�ถููกมองโดยชาวต่่างชาติิ ประกอบด้้วย 1) Fun ความสนุุก 2) Friendly ความเป็็นมิิตร 3) Flexible ความ ยืืดหยุ่่น 4) Fulfilling ความเป็็นคนชอบเติิมเต็็มให้้คนอื่่�น และ 5) Favoring การมีีรสชาติิจััดจ้้าน ทำำอะไรมีีสีีสััน (สำำ นัักโฆษก สำำ นัักเลขาธิิการนายกรััฐมนตรีี, 2560, น. 14) หากพิิจารณาตามกรอบ 5F นี้้�จะเห็็นได้้ว่่า คุุณลัักษณะของชาว ดิิจิิทััลไทยที่่�ค้้นพบจากการศึึกษาครั้้�งนี้ ้�มีีความสอดคล้้องไปกัับศัักยภาพการเป็็น คนไทย 4.0 ได้้ไม่่ยากนััก ดัังอััตลัักษณ์์ที่่�โดดเด่่นของชาวดิิจิิทััลไทยในเรื่่�องความ สนุุกสนาน หรืือที่่�มัักมีีคำำ ในโลกออนไลน์์ว่่า “คนไทยเป็็นคนตลก” และอััตลัักษณ์์ เรื่่�องความเปิิดรัับและปรัับตััวได้้ดีีของชาวดิิจิิทััลไทยที่่�สอดคล้้องกัับลัักษณะของ ความยืืดหยุ่่น (Flexible) สองประเด็็นนี้้�ต้้องถููกนำำ ไปสู่่การพััฒนาว่่า จะใช้้ประโยชน์์ ในการผลัักดันัให้้กลายเป็็นคนไทย 4.0 ได้้อย่่างไร หรืือหากวััดจากความเป็็น 5F นี้้�แล้้ว ตอนนี้้�ชาวดิิจิิทััลไทยมีีคุุณลัักษณะความเป็็นคนไทย 4.0 มากน้้อยแล้้วเพีียงใด “ความเป็็นไทย” ในคนไทย 4.0 เป้้าหมายสำำคััญอีีกประการของคนไทย 4.0 คืือ ความเป็็น “Global Thai” อัันได้้แก่่การมีีความภาคภููมิิใจในความเป็็นไทยของตนและยืืนหยััดอย่่างมีีศัักดิ์์�ศรีี ในเวทีีสากล ซึ่่�งยัังมิิได้้มีีการวิิเคราะห์์จุุดแข็็งของความเป็็นไทยในเวทีีธุุรกิิจโลก (Thainess) ในมิิติิของความเป็็นไทยนี้้�สามารถตีีความและนำำมาสู่่การพััฒนา ยุุทธศาสตร์์ได้้หลายทาง อาทิิ ความเป็็นไทยที่่�มีีลัักษณะของความโดดเด่่นในด้้านการ เชื่่�อมต่่อ สร้้างความสััมพันธ์ักั์ ับมนุุษย์์ในความเป็็นสัังคมส่่วนรวม (Collective Society)


164 ไม่่ว่่าจะเป็็นความสััมพัันธ์์ระหว่่างคนในสัังคมไทยด้้วยกัันเองที่่�เมื่่�อมีีวิิกฤตก็็จะผ่่านพ้้น มาได้ด้้ ้วยการให้้ความร่่วมมืือกัับส่่วนรวม หรืือการเป็็นสัังคมที่่�เปี่่�ยมไปด้้วยความเอื้้�อเฟื้้�อ เผื่่�อแผ่่ การดููแลกัันและกัันอย่่างใกล้้ชิิด มีีบุุคลิิกภาพของความเป็็นมิิตร และการ แสดงออกซึ่่�งไมตรีีจิตที่่ ิมิ�ิได้้หวัังผลตอบแทน ตามที่่ร�ายงานวิจัิัยของโครงการนี้้�ได้ค้้น้พบ สิ่่�งเหล่่านี้้�สามารถทำำ ให้้เป็็นจุุดเด่่นของความเป็็นไทยที่่�ยืืนหยััดได้้อย่่างสง่่างาม ในเวทีีโลก ไม่่ว่่าจะผนวกเข้้ากัับการสร้้างทัักษะวิิชาชีีพหรืือความเข้้มแข็็งของ อุุตสาหกรรมประเภทต่่าง ๆ ของไทย อาทิิ การแพทย์์ ผู้้ช่่วยแพทย์์ พยาบาล การโรงแรม การท่่องเที่่�ยว หรืืออุุตสาหกรรมที่่�ให้้การบริิการ (Service Industry) ความเป็็น “Global Thai” ณ วัันนี้ ้� ยัังมิิได้้ถููกพััฒนาหรืือเน้้นย้ำ ำ�ให้้เห็็นถึึงจุุดแข็็ง ของความเป็็นไทยในเวทีีโลกในมุุมมองของชาวดิิจิิทััลไทย ในขณะที่่�ชาวดิิจิิทััลไทย มองไปข้้างหน้้าและเลืือกรัับเอาค่่านิิยมแนวคิิดของนานาประเทศ แต่่กลัับยัังมองว่่า ความเป็็นไทยที่่�รััฐบาลพยายามจะผลัักดัันนั้้�นไม่่ได้้เหมาะสมกัับคนรุ่่นตน อาทิิ การที่่� รััฐได้้กำำหนดหลัักคุุณธรรมที่่�เยาวชนควรเจริิญรอยตาม หรืือในบางครั้้�งความเป็็นไทย ได้้ถููกตีีความในรููปแบบดั้้�งเดิิม เช่่น มวยไทย เมนููอาหารไทยที่่�เลื่่�องชื่่�อ ผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าไทย เป็็นต้้น หากแต่่ในความเป็็นจริิงคุุณค่่าของความเป็็นไทยคืือการถ่่ายทอด รากเหง้้าของประวััติิศาสตร์์ความเป็็นมา มโนทััศน์์ทางวััฒนธรรมที่่�สืืบต่่อมาใน แต่่ละรุ่่น พร้้อม ๆ กัับการเปิิดโอกาสและสนัับสนุุนให้้พวกเขานำำ เทคโนโลยีีสมััยใหม่่ มาเป็็นสื่่�อในการประชาสััมพัันธ์์ความเป็็นไทยของคนรุ่่นเขา (Thainess of the New Generation) ให้กั้ับโลกได้้รัับรู้้ เพราะความเป็็น Global Thai นั้้�นไม่่ได้้หยุุดนิ่่�ง อยู่่กัับอััตลัักษณ์์และความเป็็นไทยในอดีีตเท่่านั้้�น แต่่สามารถมีีวิิวััฒนาการ ปรัับเปลี่่�ยน และเพิ่่�มเติิมไปได้้ตามยุุคสมััยและกาลเวลา ศัักยภาพและพลัังของคนรุ่่นใหม่่ ปฏิิเสธได้้ยากว่่าพลัังของคนรุ่่นใหม่่นั้้�นมีีอิิทธิิพลสำำคััญต่่อการเปลี่่�ยนแปลงทาง สัังคม หากพิิจารณาในแง่่จำำนวนประชากรในปััจจุุบัันและอนาคต กลุ่่มคนรุ่่นใหม่่ โดยเฉพาะเจเนอเรชัันวาย (Gen Y) และเจเนอเรชัันซีี (Gen Z) ที่่�ถืือว่่าเป็็นชาวดิิจิิทััล


165 ไทยในขณะนี้้� จะเป็็นกำำลัังสำำคััญของการพััฒนาประเทศ ทั้้�งในแง่่การเป็็นประชากรวััย แรงงานที่่�มีีสััดส่่วนมากที่่�สุุดในโครงสร้้างประชากรไทย และการเป็็นประชากรรุ่่นที่่�จะ สืืบทอดและสร้้างสรรค์์สัังคมจากการให้้กำำเนิิดประชากรรุ่่นต่่อไปในอนาคต กล่่าวคืือ คนรุ่่นใหม่่กำำลัังขยัับกลุ่่มอายุุตนเองขึ้้�นมาเป็็นพ่่อแม่่และมีีบุุตรเพื่่�อสืืบทอดสัังคม รุ่่นต่่อไป จากข้้อมููลการศึึกษาครั้้�งนี้้�แสดงให้้เห็็นอย่่างเด่่นชััดว่่า คนรุ่่นใหม่่ของไทย มีีศัักยภาพที่่�จะพััฒนาเป็็นคนไทย 4.0 ได้ต้ามเป้้าหมายที่่�รััฐปรารถนา ทั้้�งในแง่่ทััศนคติิ ความรู้ และ้ทัักษะ พวกเขามีีความสามารถในการจัดัการชีีวิตด้ิ ้วยเทคโนโลยีีที่่�หลากหลาย สามารถเป็็นผู้้ประกอบการ ทำำกิิจกรรมการงานหลายอย่่างได้้ในเวลาเดีียวกันั ตื่่นตั�ัวต่่อ ข่่าวสาร เปิิดรัับสิ่่�งใหม่่ และยอมรัับในความหลากหลาย ทัักษะความสามารถในการ เสาะแสวงหาข้้อมููล การรู้้ทันัดิิจิทัิัล (Digital Literacy) การให้คุุ้ณค่่าเรื่่�องความเท่่าเทีียม ในขณะเดีียวกันัการรัักษาชุดคุุณธรรมของคนรุ่่นใหม่่บางส่่วนยัังคงอยู่่ในกรอบของสัังคม ไทยของการรัักษาคุุณความดีีตามเป้้าหมายที่่�รััฐวางไว้้ บางส่่วนเริ่่�มให้้ความสำำคััญกัับ เรื่่�องสิิทธิิและความรัับผิดิชอบต่่อผู้้อื่่น�มากขึ้้น� กล้้าตั้้�งคำำถามและวิิพากษ์ต่์ ่อบรรทัดัฐาน สัังคมเดิิมที่่�ไม่่สมควร รวมถึึงมีีความพยายามยกระดัับหลัักคุุณธรรมโดยเชื่่�อมโยง ทั้้�งใน ระดัับปััจเจกบุุคคล ระดัับสัังคม จนไปถึึงระดัับสากล คุุณลัักษณะบางประการของชาวดิิจิิทััลที่่�ยัังถููกตั้้�งคำำถาม จากผลการศึึกษาครั้้�งนี้้� ยัังพบข้้อจำำกััดประการหนึ่่�งของศัักยภาพชาวดิิจิิทััลไทย รุ่่นใหม่่ที่่�ต้้องได้้รัับการพััฒนาเพิ่่�มเติิม หลายคุุณลัักษณะถููกจำำกััดด้้วยกรอบทางสัังคม และวััฒนธรรมไทยที่่�ทำำ ให้้ชาวดิิจิิทััลไทยไม่่สามารถใช้้ศัักยภาพของเขาได้้อย่่างเต็็มที่่� ได้้แก่่ ความสามารถมีีตััวตนที่่�หลากหลาย ความมีีความมั่่�นใจในตนเองที่่�เพิ่่�มขึ้้�นของ ชาวดิิจิิทััลไทย แต่่ก็็ไม่่มั่่�นใจเมื่่�อต้้องนำำเสนอความเป็็นตััวตนของตนเองทั้้�งหมด ความ กล้้าแสดงออกแต่่ไม่่สามารถแสดงออกตามที่่�ตนเองต้้องการนำำเสนอได้้ทั้้�งหมด ความ ต้้องการความโปร่่งใส แต่่สัังคมสร้้างความไม่่โปร่่งใสให้้เป็็นเรื่่�องปกติิและทำำ ให้้ความ โปร่่งใสกลายเป็็นเรื่่�องอัันตรายต่่อการใช้้ชีีวิิต การเพิ่่�มขึ้้�นของการดููถููกเหยีียดหยาม ที่่�กระจายได้ร้วดเร็็วและขยายเป็็นวงกว้้างได้ง่้่าย สัังคมและวััฒนธรรมไทยมัักชอบสร้้าง กรอบโดยยึึดถืือเป็็นขนบสำำคััญ เมื่่�อมีีผู้้ใดทำำอะไรที่่�ผิิดแผกแตกต่่างจากความเชื่่�อเดิิม


166 หรืือไม่่เป็็นไปตามที่่�คนส่่วนใหญ่่คิิดและประพฤติิปฏิิบััติิ บุุคคลเหล่่านั้้�นจะถููกมองว่่า เบี่่�ยงเบนไปจากบรรทััดฐานและส่่งผลวนกลัับมาสู่่การสร้้างคุุณลัักษณะไม่่เอื้้�อต่่อการ พััฒนาความเป็็นคนไทย 4.0 นั่่�นคืือการขาดคุุณลัักษณะสำำคััญในด้้านการมีีความคิิด สร้้างสรรค์์และความสามารถในการคิดค้ิ ้นนวััตกรรมโดยมีีผลจากปััจจััยอื่่�นด้้วยเช่่นกััน การเคลื่่�อนตััวของตััวตนและโครงสร้้างในสัังคมดิจิิทััล (Emerging Trends) จากผลการศึึกษาจะเห็็นได้้อย่่างชััดเจนว่่า อััตลัักษณ์์ของชาวดิิจิิทััลมีีลัักษณะที่่� ค่่อนข้้างซัับซ้้อนและไม่่ได้มีีรููป ้แบบเดีียวกันัเสมอไป ซึ่่�งลัักษณะเหล่่านี้้�สะท้้อนให้้เห็นว่็ ่า ชาวดิิจิิทััลมีีอััตลัักษณ์์ที่่�ลื่่�นไหลและไร้้ขอบเขต ซึ่่�งคุุณลัักษณะบางประการอาจดูู แปลกแยกแตกต่่างจากคนรุ่่นก่่อนทั้้�งในเชิิงวิธีีคิดิและพฤติิกรรม ซึ่่�งคนรุ่่นก่่อนอาจมองว่่า เป็็นพฤติิกรรมต่่อต้้าน ก้้าวร้้าว ไม่่เคารพ อย่่างไรก็็ตาม การยอมรัับซึ่่�งกัันและกััน โดยการพยายามเปิิดพื้้�นที่่�ทั้้�งในเชิิงกายภาพและพื้้�นที่่�ทางความคิิด คนแต่่ละรุ่่นถููก เชื่่�อมต่่อกัันด้้วยพื้้�นที่่�การเรีียนรู้้โดยมีีเทคโนโลยีีเป็็นสื่่�อกลางอาจช่่วยเปลี่่�ยนรููปแบบ ปฏิิสััมพันธ์ั ที่่์ดูู�เหมืือนเป็็นความขัดัแย้้งไปสู่่การสร้้างความร่่วมมืือได้้ เนื่่�องจากชาวดิิจิทัิัล มีีแนวโน้้มที่่�จะใช้้ชีีวิิตโดยยึึดถืือตามสภาพความเป็็นจริิง มีีแนวโน้้มเป็็นผู้้ประกอบการ ให้้ความสำำคััญกัับเศรษฐกิิจเชิิงคุุณธรรม และมีีความเป็็นผู้้กระทำำการ ซึ่่�งคุุณลัักษณะ เหล่่านี้ล้ ้� ้วนสะท้้อนถึึงตััวตนของชาวดิิจิทัิัลซึ่่�งมีีแนวโน้้มที่่�จะมีีอำำนาจในการเปลี่่�ยนแปลง สัังคมไปสู่่ความก้้าวหน้้าได้้ อััตลัักษณ์์ที่่�ลื่ ่� นไหลและไร้้ขอบเขตของชาวดิิจิิทััล อััตลัักษณ์์ของชาวดิิจิิทััลนอกจากจะเกิิดจากการใช้้ชีีวิิตและกิิจกรรมในโลก ออฟไลน์์แล้้ว ยัังเกิดิจากกิิจกรรมและรููปแบบการใช้ชีีวิ้ติในโลกออนไลน์ด้์ ้วย ชาวดิิจิทัิัล มีีแนวโน้้มอยู่่ในโลกเสมืือนหรืือโลกออนไลน์์มากขึ้้�น จนเกิิดการสร้้างอััตลัักษณ์์ใน โลกออนไลน์์ ซึ่่�งเป็็นโลกที่่�ข้้ามขีีดจำำกัดัทางเพศ สััญชาติิ ศาสนา หรืือแม้้แต่รููป่ ร่่างหน้้าตา กล่่าวได้้ว่่า เป็็นโลกที่่�ไร้้พรมแดน ไร้้ขอบเขต ในขณะที่่�โลกออฟไลน์์นั้้�นอััตลัักษณ์์ ยัังมีีขอบเขตผููกติิดกัับเพศ ศาสนา ขนบธรรมเนีียมที่่�ดีีที่่�พึึงประสงค์์ ปััจจุุบัันอััตลัักษณ์์


167 ยัังปรากฏในโลกเสมืือน ดัังเช่่น Habbo เป็็นโลกเสมืือน (Visual World) ที่่�ผู้้ที่่�เข้้ามา ใช้้บริิการกว่่า 150 ประเทศ ซึ่�ง่ส่่วนใหญ่่เป็็นวััยรุ่่น ผู้้ที่่�มาใช้้บริิการจะแสดงตััวตนเป็็น ตััวอวตาร (Avatar) ที่่�เลืือกเองได้้ ในปีี ค.ศ. 2012 มีีอวตารที่่�มาในชุุมชน (Community) นี้้�มากกว่่า 273 ล้้านตััวตน และจะมีีชุุมชนย่่อยแยกคุุยตามเรื่่�องที่่�ตน สนใจ ในขณะที่่�การเรีียนการสอนมีี Class Dojo แอปพลิิเคชัันสำำหรัับการสื่่�อสาร ระหว่่างนัักเรีียน ครูู และผู้้ปกครอง โดยนัักเรีียนจะเลืือกตััวอวตารที่่ตน�เองชอบเพื่่�อแทน ตััวตนในการเข้้า Class Dojo ทั้้�งนี้ ้� อััตลัักษณ์์ของชาวดิิจิิทััลสร้้างง่่ายและสลายง่่าย ตามความสนใจ กิิจกรรม และปฏิิสััมพัันธ์์ระหว่่างคนและกลุ่่ม เนื่่�องจากชาวดิิจิิทััล สามารถเข้้าถึึงข้้อมููลได้้อย่่างรวดเร็็วและมีีทางเลืือกในการมีีปฏิิสััมพันธ์ั ์อย่่างไร้้พรมแดน ดัังนั้้�นพวกเขาจึึงเข้้ากลุ่่มตามความสนใจและออกจากกลุ่่มเมื่่�อเลิิกสนใจแล้้วและ ข้้ามไปเข้้ากัับกลุ่่มใหม่่แทน หรืือคนหนึ่่�งสามารถมีีตััวตนได้้มากกว่่า 1 กลุ่่ม การเข้้ากลุ่่ม คืือการบอกถึึง “ตััวตน” ซึ่่�งในโลกเสมืือนนั้้�นทำำ ได้้ง่่ายไม่่มีีกฎเกณฑ์์มากนััก การมีี ตััวตนจะทำำ ให้้พวกเขารู้้สึึกมีีคุุณค่่า ในขณะที่่�โลกความเป็็นจริิงพวกเขาอาจถููกกดทัับ ไร้้ซึ่่�งตััวตนในสัังคม ตััวอย่่างเช่่น เกมออนไลน์์ Empire World War ซึ่่�งเป็็นเกม การต่่อสู้้ โดยทั่่�วไปมัักถููกมองว่่า เป็็นเกมที่่�เหมาะสำำหรัับเด็็กผู้้ชาย แต่่จากการศึึกษา ครั้้�งนี้้�จะเห็็นได้้ว่่า มีีผู้้หญิิงที่่�ชอบเล่่นเกมดัังกล่่าว เห็็นว่่าผู้้หญิิงก็็เล่่นได้้และอาจจะ เล่่นได้้เก่่งกว่่าผู้้ชาย ซึ่่�งเป็็นที่่�ยอมรัับได้้ในโลกออนไลน์์หรืือโลกเสมืือนจริิง ในขณะที่่� ในโลกออฟไลน์์หรืือโลกความเป็็นจริิง กิิจกรรมเหล่่านี้้�จะถููกแบ่่งแยกอย่่างชัดัเจนระหว่่าง หญิิง-ชาย เช่่น ผู้้หญิิงถููกมองว่่าต้้องไปเดิินชอปปิิง ซื้้�อของ ในขณะที่่�ผู้้ชายจึึงจะเหมาะ กัับการเล่่นเกมหรืือกิิจกรรมกลางแจ้้งอย่่างการเล่่นฟุุตบอล เป็็นต้้น นอกจากนั้้น� ผลการวิจัิัยของโครงการยัังได้้พบว่่า ชาวดิิจิทัิัลรุ่่นใหม่มีีมุุ่มมองที่่�แสดง อััตลัักษณ์์ของตนเอง การนิิยามหลัักคุุณธรรมในยุุคใหม่่และการเปิิดรัับหลัักคุุณธรรม สากลที่่�สะท้้อนให้้เห็็นถึึงความรู้้สึึกของการมีีอััตลัักษณ์์ร่่วมที่่�ไม่่ได้้จำำกััดอยู่่บนพื้้�นฐาน ของการมีีชาติิพัันธุ์์เดีียวกััน (Collective Identity beyond National Culture) สิ่่�งนี้้�เองเป็็นส่่วนหนึ่่�งที่่�ศาสตร์์บริิหารยุุคใหม่่และศาสตร์์การบริิหารจัดัการข้้ามวััฒนธรรม ได้้ยกย่่องว่่าเป็็นคุุณสมบััติิที่่�ดีีของผู้้จััดการในยุุคใหม่่ (Mahadevan, 2017)


168 การเปิิดพื้้�นที่่�ควบคู่่ไปกัับการเปิิดรัับความแตกต่่าง แม้้ว่่าคนรุ่่นเก่่าและคนรุ่่นใหม่่จะใช้้พื้้�นที่่�ทางกายภาพร่่วมกััน แต่่พื้้�นที่่�แห่่งทััศนะ และความคิิดเห็็นกลัับมีีแนวโน้้มที่่�จะเห็็นรอยแยกทางความคิิดอย่่างชััดเจน คนรุ่่นเก่่า มัักคิิดว่่าคนรุ่่นใหม่มีี่ ความเป็็นตััวของตััวเอง ไม่่ฟัังใคร ยัังไม่่เก่่ง ไม่่อดทน ขาดทัักษะ หลายอย่่าง ในขณะที่่�คนวััยดิิจิิทััลกลัับตั้้�งคำำถามว่่า จำำ เป็็นต้้องมีีทัักษะหรืือชุุดความรู้้ ดัังกล่่าวในปััจจุุบัันหรืือไม่่ การเปิิดพื้้�นที่่�ความคิิดและพื้้�นที่่�การสื่่�อสารระหว่่างคนสอง ช่่วงวััยจึึงเป็็นสิ่่�งสำำคััญในการประสานรอยแยกดัังกล่่าว นอกจากการเปิิดพื้้�นที่่�ทาง กายภาพแล้้ว ยัังจำำ เป็็นต้้องเปิดิใจในการตีีความตามบริิบทของแต่่ละฝ่่ายด้้วย ตััวอย่่างที่่� เห็น็ ได้้จากผลการศึึกษาครั้้�งนี้คื ้� ือ การตีีความคำำว่่า “ความอดทน” ซึ่่�งคนวััยดิิจิทัิัลอาจมีี มุุมมองที่่�แตกต่่างจากคนรุ่่นเก่่า ความอดทนในที่่นี้� ้�อาจไม่่ได้้หมายความถึึงการแบกหาม ต่่อสู้้ดิ้้�นรน หรืืออดทนต่่ออำำนาจ แต่่ในบริิบทคนรุ่่นใหม่่อาจหมายถึึงอดทนต่่อความ เห็็นต่่างและไม่่ควรอดทนต่่ออำำนาจที่่�ไม่่เป็็นธรรม ดัังนั้้�นการเปิิดพื้้�นที่่�ในที่่�นี้ ้� จึึงเป็็นการ สร้้างความเข้้าใจที่่�ต้้องให้้โอกาสในการเห็น็แตกต่่างและเห็็นโต้้แย้้ง เป็็นต้้น ทั้้�งนี้้� ปรากฏการณ์์ช่่วงเปลี่่�ยนผ่่านยุุค 4.0 ที่่�ประเทศไทยได้้เผชิิญหรืือกำำลััง เผชิิญอยู่่ปรากฏการณ์์หนึ่่�งที่่สำ�ำคััญคืือ สัังคมผู้้สููงอายุุ บุุคลากรรุ่่นเก่่าเกษีียณอายุรุาชการ มากขึ้้�น ส่่งผลให้้องค์์กรต่่าง ๆ เสีียองค์์ความรู้้ เทคนิิค ประสบการณ์์ และการถ่่ายทอด องค์์ความรู้้หยุุดชะงัักลงจากการสููญเสีียบุุคลากรเหล่่านี้้� ในขณะที่่�พลัังคนรุ่่นใหม่่ ได้้กลายเป็็นความท้้าทายขององค์์กร ซึ่่�งเป็็นความท้้าทายขององค์์กรที่่�จะผููกใจคน รุ่่นใหม่่ให้้อยู่่กัับองค์์กรให้้ได้้อย่่างยั่่�งยืืน และทำำงานร่่วมกัับคนอาวุุโสกว่่าอย่่างลงตััว ดัังนั้้�นการเปิิดพื้้�นที่่�จึึงเป็็นสิ่่�งแรกที่่�องค์์กร สถาบััน หรืือรััฐบาลต้้องริิเริ่่�มสร้้างพื้้�นที่่� ร่่วมกันัอย่่างจริิงจััง ภายใต้้องค์ปร์ะกอบสำำคััญ 3 ด้้านที่่�ควรส่่งเสริิม คืือทัักษะ ความรู้้ และคุุณลัักษณะ โดยอาศััยความเข้้าอกเข้้าใจกันั (Empathy) เป็็นพื้้�นฐานเพื่่�อให้้เข้้าใจ ความคิดิและอารมณ์์ผู้้อื่่�น คาดเดาความต้้องการได้้ และปรัับตััวให้้ได้ทุุ้กสถานการณ์์ วิิธีีของการทำำงานเพื่่�อส่่งเสริิมให้้บุุคลากรยุุคใหม่่สร้้างนวััตกรรม จึึงควรมุ่่งไปที่่� การปรัับทััศนคติิขององค์์การในการให้้รางวััลมากกว่่าการลงโทษ อาทิิ การเปลี่่�ยนจาก


169 ระบบที่่�นายจ้้างมีีหน้้าที่่�ในการควบคุุมงานอย่่างเข้้มงวดเพื่่�อให้้ลููกจ้้างสร้้างผลผลิิต ได้้สููงสุุด มาเป็็นการให้้รางวััลแก่่บุุคลากรที่่�นำำเสนอแนวคิิดใหม่่ ๆ ต่่อนายจ้้างในการ ผลิิตสิินค้้า บริิการ หรืือหาทางออกให้้กัับปััญหาเดิิม ๆ หรืือการทำำระบบการทำำงาน ให้้ง่่ายและไม่่ซัับซ้้อน โดยเฉพาะการอาศััยการออกแบบที่่�เห็็นจากภาพของขั้้�นตอน ลำำดัับการทำำงาน (Visual Control Boards in Work Process) สอดคล้้องกัับสิ่่�งที่่� ชาวดิิจิิทััลไทยอยากให้้องค์์กรและนายจ้้างเป็็น ซึ่่�งจะใช้้เวลาในการประชุุม การอธิิบาย งานที่่�สั้้�น กระชัับ และเข้้าใจตรงกััน มากกว่่าการอาศััยการรัับบรีีฟงานจากนายจ้้าง เป็็นระยะเวลายาวนาน โดยท้้ายที่่�สุุดอาจไม่่ได้้บรรลุุผลตามที่่�นายจ้้างได้้คาดหวัังไว้้ (Harvard Business Review Press, 2013) อีีกทั้้�งผู้้ที่่�อยู่่ในฐานะผู้้บัังคัับบััญชาควร เปิิดโอกาสให้้ผู้้ใต้้บัังคัับบััญชาได้้แสดงความคิิดเห็็นที่่�แตกต่่างต่่อนายเพราะจะนำำ ไปสู่่ สิ่่�งที่่�ดีีต่่อองค์์กร ซึ่่�งในงานวิิจััยของโครงการพบว่่า สอดคล้้องกัับแนวคิิดและทััศนคติิ ของชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ที่่�มองว่่าในยุุคของตนพนัักงานไม่่ควรจะต้้องทำำตามการรัับ คำำสั่่�งจากนายจ้้างอย่่างเดีียว การหยิิบยกประเด็็นที่่�ขััดต่่อสิ่่�งที่่�นายจ้้างต้้องการหรืือ นำำเสนอเป็็นสิ่่�งที่่�ไม่่ดีี การที่่�มีีสภาพของลููกจ้้างที่่�ปฏิิบััติิตนตามบรรทััดฐานของกลุ่่ม (Conform) ไม่่ได้้นำำ ไปสู่่สิ่่�งที่่�ดีีแก่่องค์์กร นายจ้้างควรเปิิดรัับข้้อคิิดเห็็นที่่�แตกต่่าง ให้้พวกเขาได้้นำำเสนอสิ่่�งที่่�ต้้องการ (Promoting Constructive Nonconformity) นายจ้้างไม่่ควรยึึดติิดว่่าตนมีีสถานภาพที่่�สููงกว่่าลููกน้้อง นายจ้้างยุุคใหม่่ควรต้้องให้้ ลููกน้้องแสดงออกซึ่่�งความเป็็นตััวตนของเขา นายจ้้างควรบอกว่่าต้้องการให้้พวกเขา ทำำอะไรให้้สำำเร็็จในภาพใหญ่่ และไม่่ควรบอกวิิธีีการทำำ ควรให้้ลููกน้้องได้้ค้้นคว้้าและ ทำำงานตามวิิถีีที่่�พวกเขาคิิดเอง (Harvard Business Review Press, 2020) อย่่างไรก็็ตาม จะเห็็นได้้ว่่า ในขณะที่่�ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ถููกคาดหวัังให้้มีีบทบาท เป็็นผู้้นำำทางสัังคม ผู้้สร้้างความเปลี่่�ยนแปลง (Change Agent) แต่่หลายคนกลัับ ไปไม่่ถึึง เนื่่�องจากถููกกดทัับด้้วยบรรทััดฐานเก่่า ระบบอาวุุโส และระบบอุปถัุัมภ์์ ทั้้�งนี้้� บริิบททางสัังคมและวััฒนธรรมในสัังคมไทยเป็็นเงื่่�อนไขสำำคััญต่่อการขัับเคลื่่�อนสัังคม ไทยสู่่ยุุค 4.0 ทว่่าวััฒนธรรมบางประการกลัับยัังเป็็นอุุปสรรคต่่อการขัับเคลื่่�อน เช่่น วััฒนธรรมแบบรวมกลุ่่ม วััฒนธรรมลำำดัับชั้้�น (การเคารพผู้้อาวุุโส/คนที่่�จบการ ศึึกษาสููง) วััฒนธรรมที่่�ไม่่เอื้้�อต่่อการพััฒนาศัักยภาพบุุคคลนี้้�สร้้างความบั่่�นทอนให้้แก่่


170 คนรุ่่นใหม่่และไม่่ตอบโจทย์์วััฒนธรรมองค์์กรของคนรุ่่นใหม่่ ซึ่่�งสอดคล้้องกัับผลการ วิิจััยครั้้�งนี้ ้�ที่่�สะท้้อนให้้เห็็นว่่า ชาวดิิจิิทััลมีีแนวโน้้มที่่�จะมีีลัักษณะไม่่ยอมรัับระบบการ สั่่�งการจากบนสู่่ล่่างและวััฒนธรรมองค์์กรแบบ “นาย” กัับ “บ่่าว” ดัังนั้้�นองค์์กร จึึงควรปรัับเปลี่่�ยนในเชิิงโครงสร้้างและทััศนคติิ เพื่่�อผลัักให้้คนรุ่่นใหม่่กลายเป็็นพลััง สำำคััญในการพััฒนาองค์์กรอย่่างยั่่�งยืืนต่่อไป การดำำเนิินชีีวิิตบนพื้้�นฐาน “ความเป็็นจริิง” (Realism) ในการแสดงออกถึึงความกลััว ความฝััน และความหวัังของชาวดิิจิิทััลไทยไม่่ได้้ เป็็นเพีียงแค่่การสะท้้อนถึึงจิินตนาการ อุุดมคติิทางความคิิด และอุุดมการณ์์ของชาว ดิิจิิทััลที่่�มีีต่่อโครงสร้้างทางสัังคม วััฒนธรรม และเศรษฐกิิจเท่่านั้้�น แต่่ประสบการณ์์ และเรื่่�องราวเกี่่�ยวกัับความกลััว ความฝััน และความหวััง ยัังสะท้้อนถึึงรููปแบบ พฤติิกรรมหรืือแนวปฏิิบััติิของชาวดิิจิิทััลไทยที่่�ได้้ปรัับเปลี่่�ยนไปจากอดีีต ตามเงื่่�อนไข ปััจจััย และสถานการณ์์ทางสัังคมที่่�เปลี่่�ยนแปลงไป ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่เริ่่�มเห็็นคุุณค่่าและความสำำคััญของการจะดำำเนิินชีีวิิตตาม สภาพความเป็็นจริิง (Realism) ด้้วยกระแสโลกาภิิวััตน์์ (Globalization) ทำำ ให้้เกิิด การเคลื่่�อนย้้ายของผู้้คนจากที่่�หนึ่่�งไปอีีกที่่�หนึ่่�ง รวมถึึงการแพร่่ขยายและเชื่่�อมโยง วััฒนธรรมแต่่ละแห่่ง รวมไปถึึงเกิิดการรัับและแลกเปลี่่�ยนองค์์ความรู้้ใหม่่ ๆ ในกลุ่่ม ผู้้คนที่่�มีีความแตกต่่างทางภาษา ความเชื่่�อ และเชื้้�อชาติิ พรมแดนที่่�เคยเป็็นอุุปสรรค กีีดกั้้�นและแบ่่งแยกทางกายภาพระหว่่างกลุ่่มทางวััฒนธรรมได้้ถููกลดทอนไป ด้้วยการพััฒนาของเทคโนโลยีีที่่�ทำำ ให้้มนุุษย์์มีีโลกทััศน์์ที่่�กว้้างขวางมากขึ้้�น เทคโนโลยีีทำำ ให้้เกิิดการแลกเปลี่่�ยนความรู้้คุุณค่่า ค่่านิิยม และความเชื่่�อ ระหว่่างคนในแต่่ละสัังคม แต่่ละกลุ่่มวััฒนธรรม การเปิดรัิ ับเอาความรู้ให้ม่่ ๆ ในลัักษณะ ข้้ามพรมแดนจากเพื่่�อนมนุุษย์์ ต่่างวััฒนธรรม ต่่างภาษา ต่่างเชื้้�อชาติิ ทำำ ให้้ การดำำรงชีีวิิตประจำำวัันของคนในสัังคม ไม่่ได้้ดำำเนิินไปเพีียงแค่่พื้้�นฐานของหลััก คำำสอนทางศาสนา ค่่านิิยม และคุุณธรรม ที่่�ได้้รัับการถ่่ายทอดจากบรรพชนหรืือ บุุพการีีของตนเพีียงเท่่านั้้น� เฉกเช่น่เดีียวกัับการแสดงออกของพฤติิกรรมของชาวดิิจิทัิัล


171 รุ่่นใหม่่ในสัังคมไทยที่่�ไม่่ได้้สะท้้อนเพีียงแค่่การสืืบสานหลัักธรรมคำำสอนทางศาสนา และพื้้�นฐานคุุณธรรมอัันดีีงามในสัังคมเพีียงอย่่างเดีียว ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ เริ่่�มเห็็นคุุณค่่าและความสำำคััญของการจะดำำเนิินชีีวิิตตามสภาพความเป็็นจริิง โดยพิิจารณาจากสิ่่�งที่่�เกิิดขึ้้�นใกล้้ตััวและสอดคล้้องกัับบริิบทที่่�จะให้้คุุณให้้โทษ ในชีีวิิตประจำำวััน โดยเฉพาะปััจจััยทางด้้านเทคโนโลยีีได้้ทำำหน้้าที่่�เสมืือนเป็็นสื่่�อกลาง ที่่�ช่่วยส่่งเสริิมให้้ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่เปิิดรัับหลัักคุุณธรรมสากลเข้้ามาผสมผสาน กัับคุุณธรรมและค่่านิิยมและความเชื่่�อดั้้�งเดิิม และนำำมาปรัับใช้้ในชีีวิิตประจำำวััน ความโน้้มเอีียงในการเป็็นผู้้ประกอบการ (Entrepreneurial Orientation) ของชาวดิิจิิทััล การสะท้้อนมุุมมองของชาวดิิจิทัิัลไทยในประเด็นที่่ ็ �เกี่่�ยวกัับความฝันัและความหวััง พบว่่า ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ซึ่่�งส่่วนใหญ่่ให้้ความคาดหวัังว่่า ทรััพยากรทางการศึึกษา พร้้อมทั้้�งความรู้้และเครื่่�องมืือทางเทคโนโลยีีจะช่่วยเพิ่่�มพููนทัักษะในการทำำงานและ พััฒนาศัักยภาพของพวกเขาให้้สามารถทำำความฝัันให้้เป็็นจริิงได้้ และพบว่่า ชาวดิิจิิทััล รุ่่นใหม่่โดยเฉพาะกลุ่่มที่่�กำำลัังศึึกษาในระดัับมััธยมศึึกษาตอนต้้นและตอนปลายตั้้�ง ความหวัังและความฝันัไว้ว่้่า อยากทำำอาชีีพอิิสระโดยใช้้องค์์ความรู้ทางเทคโ้นโลยีีดิิจิทัิัล ในการสร้้างรายได้้ อย่่างไรก็็ตาม การตั้้�งความหวัังและความฝัันในการประกอบอาชีีพ อิิสระโดยใช้้ความรู้้และทัักษะทางเทคโนโลยีีอาจไม่่สามารถกล่่าวอ้้างได้้ว่่าเป็็นผล มาจากการบัังคัับใช้้นโยบายไทยแลนด์์ 4.0 ของภาครััฐเพีียงอย่่างเดีียวเท่่านั้้�น หากแต่่เกิิดจากแรงปรารถนา ส่่วนบุุคคลที่่�ได้้รัับอิิทธิิพลจากระบบเศรษฐกิิจแบบ ทุุนนิิยมที่่�จููงใจและกระตุ้้นให้้ชาวดิิจิิทััลต้้องการประกอบอาชีีพในลัักษณะที่่�ได้้ ผลตอบแทนสููงและรวดเร็็ว และสามารถสะสมทุุนทางเศรษฐกิิจและสัังคม เพื่่�อสนัับสนุุนและเพิ่่�มพููนความมั่่�นคงในชีีวิิตของตนและครอบครััว นอกจากการแสดงออกของทััศนคติิและพฤติิกรรมของชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ ในประเด็็นที่่�เกี่่�ยวกัับการพััฒนาศัักยภาพของตนด้้วยเทคโนโลยีีดิิจิิทััล ยัังพบว่่า การ สะท้้อนมุุมมองหรืือทััศนคติิของชาวดิิจิิทััลไทยมีีความสอดคล้้องกัับนโยบายไทยแลนด์์


172 4.0 ที่่�พยายามพััฒนาและเปลี่่�ยนแปลงคุุณลัักษณะของประชากรไทยให้้มีีความพร้้อม ในการพััฒนาประเทศในรููปแบบของ “ความโน้้มเอีียงในการเป็็นผู้้ประกอบการ” (Entrepreneurial Orientation) อาทิิ ความหวัังและความฝัันของชาวดิิจิิทััลไทย รุ่่นใหม่่มีีความใฝ่่ฝัันถึึงอาชีีพที่่�อิิสระ สามารถยืืนหยััดด้้วยตนเอง ชอบเรีียนรู้้ ใฝ่่หา ความสำำเร็็จในการประกอบอาชีีพและการได้้รัับการยอมรัับจากสัังคม การสะท้้อน มุุมมองเหล่่านี้คื ้� ือคุุณลัักษณะสำคัำ ัญของความเป็็นผู้้ประกอบการ อย่่างไรก็ดีี็ ความท้้าทายประการสำำคััญของการเป็็นผู้้ประกอบการของชาวดิิจิิทััล ไทยคืือ ความสามารถและศัักยภาพในการต่่อรอง เข้้าถึึง และครอบครองทรััพยากร ของชาวดิิจิิทััลแต่่ละคนที่่�ไม่่เท่่าเทีียมกััน โดยได้้ประเมิินศัักยภาพของตนเองในการ เข้้าถึึงทรััพยากรและแสดงความมั่่�นใจว่่า การเข้้าถึึงทรััพยากรทางการศึึกษาที่่�ดีี และมีีคุุณภาพจะสามารถทำำ ให้้พวกเขาประกอบอาชีีพเป็็นเจ้้าของกิิจการได้้สำำเร็็จ ในขณะที่่มุ�ุมมองต่่อการประกอบอาชีีพของชาวดิิจิทัิัลไทยในพื้้นที่่� �เมืืองรองอย่่างจัังหวัดั นครพนม แม้้ว่่าโดยทางกายภาพจะถููกจััดเป็็นพื้้�นที่่�ที่่�ห่่างไกลศููนย์์รวมของ ความเจริิญทางเศรษฐกิิจอย่่างในพื้้�นที่่�กรุุงเทพฯ ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ในพื้้�นที่่�นครพนม ตระหนัักถึึงข้้อจำำกัดัเหล่่านี้้� แต่ก็่ ็พยายามแสดงศัักยภาพของตนในด้้านอื่่�น เพื่่�อชดเชย ข้้อจำำกััดในการเข้้าถึึงทรััพยากรทางการศึึกษาและเทคโนโลยีีที่่�ตนเข้้าถึึงได้้ไม่่ทััดเทีียม กัับชาวดิิจิิทััลในสัังคมเมืือง ทั้้�งนี้้� จะเห็็นได้้ว่่า ทัักษะในการสร้้างรายได้้และลัักษณะอาชีีพที่่�ชาวดิิจิิทััลไทย ต้้องการสอดคล้้องกัับกลไกของรููปแบบอาชีีพใหม่่ในอนาคตที่่�เรีียกว่่า Growth Hacking คืือการที่่�ปััจเจกบุุคคลหาช่่องว่่างทางการตลาดโดยการใช้้แพลตฟอร์์มของ สื่่�อสัังคมออนไลน์์และการหาข้้อมููลผ่่านการค้น้คว้้าแบบง่่าย ๆ เพื่่�อสร้้างโอกาสทางธุรกิุิจ ใหม่่ ๆ ให้้กัับตนเอง ซึ่่�งเป็็นรููปแบบของการทำำการตลาดสำำหรัับชาวดิิจิิทััลในยุุคนี้ ้� ที่่�ไม่่จำำ เป็็นต้้องสร้้างแบรนดิ้้�ง ไม่่จำำ เป็็นต้้องมีีทุุนในการประกอบการหรืือดำำเนิินการ โดยมีีพนัักงานหลายคน หากแต่่อาศััยการจัับทิิศทางความต้้องการของลููกค้้า เล่่าเรื่่�อง ในแบบฉบัับที่่�ใส่่ความเป็็นเอกลัักษณ์์ของตััวตนตนเอง นำำเสนออััตลัักษณ์์ให้้เป็็น


173 ที่่�จดจำำของคน ทำำการประกาศตนในโลกออนไลน์์และดำำเนิินงานทั้้�งหมดนี้ ้� ด้้วยตนเอง เพีียงลำำพััง ลัักษณะการทำำงานก็็จะมีีอิิสระ (Freedom) ความยืืดหยุ่่น (Flexibility) ในการเลืือกทำำงานตามที่่�ต้้องการ จะเห็็นรููปแบบอาชีีพและลัักษณะงานแบบนี้้�เป็็น ที่่�ต้้องการมากขึ้้�นในกลุ่่มชาวดิิจิิทััลไทย ตััวอย่่างอาชีีพเน็็ตไอดอล (Net Idol) ยููทููบเบอร์์ (YouTuber) และผู้้ค้้าขายออนไลน์์ (Online Seller) ซึ่่�งชาวดิิจิิทััลไทย ได้้ติิดอยู่่ในอัันดัับที่่� 8 ที่่�ใช้้สื่่�อสัังคมออนไลน์์ของโลกแล้้ว (Holiday, 2014) อีีกทั้้�งชาวดิิจิิทััลยัังมีีทัักษะและความถนััดในการเล่่าเรื่่�อง แสดงออกถึึงอารมณ์์ รวมไปถึึงการใช้้ภาษาการเขีียนในโลกออนไลน์์ที่่�น่่าติิดตาม สิ่่�งนี้้�เองที่่�ในต่่างประเทศ กำำลัังพููดถึึงคืือการใช้้ Story Branding เพื่่�อจููงใจลููกค้้าในการให้้เข้้ามาติิดตามและเป็็น ผู้้สนัับสนุุนองค์์กร/กิิจกรรมอย่่างจงรัักภัักดีี เพราะถืือว่่าเปรีียบเสมืือนเป็็นเพื่่�อนร่่วม อุุดมการณ์์ จะสามารถนำำ มาใช้้ให้้ตรงกัับจริิตของชาวดิิจิิทััลไทยในการชัักจููงให้้เกิิด กิิจกรรมจิิตสาธารณะได้้อย่่างดีี (Miller, 2017) ปรากฏการณ์์ดัังกล่่าวสอดคล้้องกัับลัักษณะที่่�รััฐไทยต้้องการผลัักดัันให้้เยาวชน คนไทย 4.0 มีีคืือลัักษณะของความเป็็นผู้้ประกอบการ (Entrepreneurship) ส่่วนหนึ่่�งของผลงานวิิจััยของโครงการเล็็งเห็็นว่่า เยาวชนชาวดิิจิิทััลไทยนั้้�นมีีหลาย ลัักษณะที่่�สอดคล้้องกัับความเป็็นผู้้ประกอบการที่่�ดีีในหลายด้้านของผู้้ประกอบการใน อนาคต และนัักการตลาดที่่�มีีความคิิดสร้้างสรรค์์มัักใช้้คำำเหล่่านี้้�ในการเล่่าถึึงความกลััว (Fear) และความฝััน (Dream) ของตน คำำเหล่่านี้้�ได้้แก่่ belonging, community, affection, freedom of expression, obedience, participation, learning new things, health, friendship, reliability, safety, tension (Godin, 2018) และงานวิิจััยครั้้�งนี้้�ได้้พบว่่า ชาวดิิจิิทััลไทยใช้้คำำเหล่่านี้้�แสดงออกมาในเรื่่�องเล่่าของ ความกลััวและความฝัันของเขา ไม่่ว่่าจะเป็็นในเทคนิิคการสััมภาษณ์์แบบเจาะลึึกเรื่่�อง ความกลััว ความฝััน หรืือความหวัังก็็ตามที่่�มีีต่่อสัังคมไทย หรืือการเล่่าเรื่่�องผลกระทบ ที่่�พวกเขามองว่่าเกิดขึ้้ ิ�นกัับตนเองและสัังคมไทย


174 ชาวดิิจิิทััลในฐานะ “ผู้้กระทำำการดิิจิิทััล” (Digital Agency) ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่คืือผู้้กระทำำการดิิจิิทััลที่่�มีีความคิิดสร้้างสรรค์์ มีีจิินตนาการ และจินติภาพต่่อสัังคมในอนาคตแบบอุดุมคติิ การสะท้้อนมุุมมองของชาวดิิจิทัิัลในเรื่่�อง ความฝััน ความหวััง และความกลััว สามารถถููกนำำมาวิิเคราะห์์และทำำความเข้้าใจได้้ว่่า พวกเขามองตนเองอย่่างไรในอนาคต อย่่างไรก็็ดีีมุุมมองและความเข้้าใจของชาวดิิจิิทััล ไม่่ได้้มองชีีวิิตของตนเองในอนาคตแยกออกจากคุุณธรรมและค่่านิิยมที่่�สั่่�งสมและ ถ่่ายทอดมาจากอดีีต การสะท้้อนมุุมมองเกี่่�ยวกัับความกลััว ความฝััน และความหวััง ของชาวดิิจิิทััลไทย ทำำ ให้้เราเข้้าใจได้้ว่่า โครงสร้้างทางสัังคม เศรษฐกิิจ และการเมืือง มีีอิิทธิิพลต่่อการประกอบสร้้างตััวตน มุุมมอง ทััศนคติิ อุุดมการณ์์ทางความคิิด และ พฤติิกรรมของชาวดิิจิิทััล อย่่างไรก็็ดีี ความคิิดสร้้างสรรค์์ ความใฝ่่หาอิิสระทาง ความคิิดและการใช้้ชีีวิิต การแสวงหาความรู้้จากช่่องทางที่่�หลากหลาย ความเชื่่�อมั่่�น ในความสามารถ และศัักยภาพของตนที่่�สามารถพััฒนาได้้ รวมถึึงความสััมพัันธ์์ภายใน ครอบครััวที่่�ถููกยึึดโยงและยึึดเหนี่่�ยวด้้วยความกตััญญููและการตอบแทนบุุญคุุณ สิ่่�งเหล่่านี้ ้� คืือองค์์ประกอบสำำคััญที่่�สนัับสนุุนและส่่งเสริิมให้้ชาวดิิจิิทััลไทยสามารถ เผชิิญกัับความเสี่่�ยงได้้อย่่างเข้้มแข็็ง ดัังนั้้น�ชาวดิิจิทัิัลไทยจึึงมีีแนวโน้้มที่่�จะเป็็น “ผู้ก้ระทำำการดิิจิทัิัล” ที่่มีี�ความเข้้มแข็็ง และแข็็งขันั (Active) แม้ว่้่าชาวดิิจิิทััลบางกลุ่่มจะเผชิิญกัับข้้อจำกัำดัและอุปุสรรคในการ เข้้าถึึงทรััพยากรที่่�เกิิดจากปััจจััยเชิิงโครงสร้้างของสัังคมไทย อาทิิ ระบบอุุปถััมภ์์ หรืือ การกระจายทรััพยากรทางการศึึกษาและเทคโนโลยีีที่่�ไม่่เท่่าเทีียม กระนั้้�นชาวดิิจิิทััล รุ่่นใหม่่กลัับไม่่ได้้รู้้สึึกกลััวจนเกิิดความสิ้้�นหวัังหรืือไม่่กล้้าจิินตนาการถึึงความฝัันที่่�ตน อยากนำำพาชีีวิิตและครอบครััวให้้มีีคุุณภาพชีีวิิตที่่�ดีีขึ้้�นกว่่าที่่�เป็็นอยู่่ ในทางตรงกัันข้้าม ผู้้กระทำำการดิิจิิทััลไทยมีีความตระหนัักและรัับรู้้ถึึงศัักยภาพของตนในการเข้้าถึึง ทรััพยากรและสามารถปรัับเปลี่่�ยนข้้อจำำกััดและอุุปสรรคในการเข้้าถึึงทรััพยากร โดย เฉพาะอย่่างยิ่่�งพื้้�นฐานคุุณธรรมและค่่านิิยมดั้้�งเดิิมในสัังคมไทยเรื่่�องความกตััญญูู ที่่�งานวิจัิัยนี้ค้ ้� น้พบว่่า เป็็นคุุณธรรมสำำคััญที่่ช่�่วยผลัักดันัชาวดิิจิทัิัลไทยให้้ฝ่่าฟันอุั ปุสรรค โดยผลการวิิจััยชี้้�ให้้เห็็นว่่า ชาวดิิจิิทััลไทยให้้คุุณค่่ากัับความกตััญญููอีีกทั้้�งยัังระบุุว่่า


175 ความกตััญญููและการตอบแทนบุุญคุุณบุุพการีีเป็็นเหตุุผลเบื้้�องหลัังที่่�ผลัักดััน ความหวัังและความฝันั ยกตััวอย่่างเช่่น “ความฝัันที่่�จะทำำ งานให้้มีีเงิินเก็็บมากพอที่่�จะ ดููแลพ่่อแม่่ยามแก่่เฒ่่า” “ความหวัังที่่�จะประสบความสำำเร็็จทางการศึกึษาเพื่่�อจะมีีความ พร้้อมในการดููแลพ่่อแม่่” ดัังนั้้�นคุุณค่่าเรื่่�องความกตััญญููจึึงมีีแนวโน้้มที่่�จะสามารถ นำำมาประยุุกต์์และพลิิกโฉมให้้เป็็นทรััพยากรที่่�ช่่วยสนัับสนุุนและผลัักดัันให้้ชาวดิิจิิทััล สามารถรัับมืือกัับความเสี่่�ยงที่่�เกิิดจากความเปลี่่�ยนแปลงทางสัังคม เศรษฐกิิจ และ การเมืืองได้้อย่่างมั่่�นคง ทั้้�งนี้้� นโยบาย Thailand 4.0 ซึ่่�งมีีเป้้าหมายให้้สัังคมไทยมีีระบบเศรษฐกิิจ ที่่�ขัับเคลื่่�อนด้้วยนวััตกรรมและเป็็นสัังคมที่่�มั่่�นคงและยั่่�งยืืน นโยบายไทยแลนด์์ 4.0 โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�งยุุทธศาสตร์์การขัับเคลื่่�อนเศรษฐกิิจและสัังคมด้้วยการพััฒนา เทคโนโลยีีดิิจิิทััล 6 ด้้าน ได้้แก่่ การพััฒนาโครงสร้้างพื้้�นฐานดิิจิิทััลประสิิทธิิภาพสููง ครอบคลุุมทั่่�วประเทศ การขัับเคลื่่�อนเศรษฐกิิจด้้วยเทคโนโลยีีดิิจิิทััล การสร้้างสัังคม คุุณภาพที่่�ทั่่�วถึึงเท่่าเทีียมด้้วยเทคโนโลยีีดิิจิิทััล การปรัับเปลี่่�ยนภาครััฐสู่่การเป็็นรััฐบาล ดิิจิิทััล การพััฒนากำำลัังคนให้้พร้้อมเข้้าสู่่ยุุคเศรษฐกิิจและสัังคมดิิจิิทััล และการสร้้าง ความเชื่่�อมั่่�นในการใช้้เทคโนโลยีีดิิจิิทััล การวางยุุทธศาสตร์์การพััฒนาประเทศโดย มุ่่งเน้้นที่่�การกระจายทรััพยากรดิิจิิทััลให้้ทั่่�วถึึง อย่่างไรก็็ตาม เมื่่�อพิิจารณารายละเอีียดในส่่วนของความพยายามของรััฐบาล ในการขัับเคลื่่�อนเศรษฐกิิจและสัังคมด้้วยการพััฒนาเทคโนโลยีีดิิจิิทััลข้้างต้้น ในด้้านหนึ่่�ง สะท้้อนความตั้้�งใจและมุ่่งมั่่นข�องภาครััฐในการพััฒนาคุุณภาพของประชากร ไทยทุุกพื้้นที่่� � อย่่างไรก็ดีี็มุุมมองและทััศนคติขิองชาวดิิจิทัิัลไทยที่่�สะท้้อนผ่่านความกลััว ความฝััน และความหวััง เสนอว่่า การสื่่�อสารและอธิิบายรายละเอีียด รวมถึึงแนวทาง การปฏิิบััติิของนโยบายไทยแลนด์์ 4.0 จากรััฐไปสู่่ประชาชนยัังขาดความชััดเจน อีีกทั้้�ง การกระจายทรััพยากรในรููปแบบขององค์์ความรู้้และเครื่่�องมืือทางเทคโนโลยีีไปสู่่พื้้�นที่่� ต่่างจัังหวัดยัังไม่ทั่่่ �วถึึง โดยเฉพาะในเมืืองรองหรืือในพื้้นที่่�ห่�่างไกลเมืืองหลวงอย่่างจัังหวัดั นครพนม รวมถึึงรููปแบบการเรีียนการสอนของสถาบัันการศึึกษาไทยในภาพรวม ยัังเป็็นลัักษณะท่่องจำำ และไม่่ได้้ชี้้�แนะทางเลืือกที่่�หลากหลายในการเข้้าถึึงแหล่่ง


176 ทรััพยากร อีีกทั้้�งนโยบายไทยแลนด์์ 4.0 ยัังไม่่ได้้คำำนึึงถึึงข้้อจำำกััดของพื้้�นที่่� และ มุุมมองของชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ในแต่่ละพื้้�นที่่�ที่่�แตกต่่างกััน (ดัังเช่่นพื้้�นที่่�เมืืองหลวง เมืืองหลััก และเมืืองรอง ที่่�ย่่อมมีีความแตกต่่าง) การวิิจััยเสนอว่่ารััฐควรเปิิดกว้้าง และสร้้างพื้้�นที่่�ของการมีีส่่วนร่่วมเพื่่�อรัับฟัังมุุมมองของกลุ่่มคนรุ่่นใหม่่มากขึ้้�น การเปลี่่�ยนแปลงของสถาบัันสัังคมในยุุค Technological Disruption นอกเหนืือจากการเปลี่่�ยนแปลงทั้้�งในแง่่ของตััวตนและโครงสร้้างสัังคมดัังที่่�กล่่าว มาแล้้ว สถาบัันสัังคมในยุุคนี้้�ได้้มีีการเปลี่่�ยนแปลงไปด้้วยเช่่นกััน ไม่่ว่่าจะเป็็นอำำนาจ ของสถาบัันสัังคมที่่�มีีต่่อการกำำกัับพฤติิกรรมและปฏิิสััมพัันธ์์ของคนในสัังคม การ เปลี่่�ยนแปลงในสถานภาพและบทบาทของคนในสถาบััน และหน้้าที่่�โดยรวมของ สถาบััน ตลอดจนการเปลี่่�ยนแปลงในบรรทััดฐานของแต่่ละสถาบันัดัังต่่อไปนี้้� ความสำำคััญของสถาบัันสัังคมในการบ่่มเพาะประชากรดิิจิิทััล ถึึงแม้้พััฒนาการทางเทคโนโลยีีและนโยบายการพััฒนาประเทศจะส่่งผลให้้เกิิด การเปลี่่�ยนแปลงกัับชีีวิตผู้ิค้นในสัังคม ทั้้�งการเปลี่่�ยนแปลงในวััฒนธรรมของการดำำรงอยู่่ การเรีียนรู้้ การทำำงาน และการดำำเนิินธุุรกิิจก็็ตาม แต่่สิ่่�งหนึ่่�งซึ่่�งยัังคงเห็็นได้้ชััดเจน จากผลการศึึกษาครั้้�งนี้ ้� คืือ สถาบัันสัังคมพื้้�นฐาน ไม่่ว่่าจะเป็็นครอบครััว การศึึกษา เศรษฐกิิจ และสื่่�อ ยัังคงมีีบทบาทอย่่างยิ่่�งต่่อการบ่่มเพาะประชากรรุ่่นใหม่่ในฐานะ “เมล็็ดพัันธุ์์ชุุดใหม่่” เพื่่�อให้้เป็็น “คนไทย 4.0” ที่่�พร้้อมในการก้้าวสู่่โลกที่่�หนึ่่�ง และเป็็น “Digital Thai” ซึ่่�งสามารถดำำรงชีีวิิต เรีียนรู้้ทำำงาน และประกอบธุุรกิิจ ได้้อย่่างเป็็นปกติิสุุขในโลกยุุคดิิจิิทััลตามกรอบนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่่�งเป็็นโมเดล การพััฒนาประเทศในปััจจุบัุัน ถึึงแม้้ว่่าชาวดิิจิิทััลไทยจะมีีอััตลัักษณ์์และวิิธีีคิิดที่่�แสดงออกถึึงความเป็็นปััจเจก เนื่่�องจากเทคโนโลยีีได้้ทำำ ให้้เกิดิการแบ่่งแยกตััวบุุคคล แบ่่งแยกกิิจกรรม และแบ่่งแยก ความสััมพัันธ์์ อีีกทั้้�งได้้รัับอิิทธิิพลทางความคิิดจากประสบการณ์์ที่่�หลากหลายทั้้�งใน


177 โลกเสมืือนและโลกดิิจิิทััล ทำำ ให้้ประชากรกลุ่่มนี้ ้�มีีแนวโน้้มที่่�จะมีีวิิธีีคิิดต่่อการใช้้ชีีวิิต ทางสัังคมและมีีพฤติิกรรมทางสัังคมที่่�แตกต่่างจากประชากรรุ่่นก่่อน อย่่างไรก็็ตาม จะเห็็นได้้ว่่าสถาบัันสัังคมหลัักยัังคงมีีอิิทธิิพลต่่อประชากรกลุ่่มนี้้� โดยเฉพาะสถาบัันครอบครััว ซึ่่�งสัังเกตได้้ว่่า ถึึงแม้้ประชากรดิิจิิทััลจะมีีวิิธีีคิิดต่่อหลััก คุุณธรรมที่่�เปลี่่�ยนแปลงไป หรืืออาจคิดิในเชิิงโต้้แย้้งหลัักคุุณธรรมในรููปแบบดั้้�งเดิิม แต่่ คุุณธรรมหลัักพื้้�นฐานสำำคััญ เช่่น ความกตััญญููยัังคงเป็็นฐานคิิดที่่�ซึึมซัับลงในวิิธีีคิิด ส่่วนลึึกของประชากรกลุ่่มนี้้�โดยมีีคนในครอบครััวเป็็นศููนย์์รวมสำำคััญ เพราะไม่่ว่่าจะ เป็็นความกลััว ความฝััน หรืือความหวัังของคนกลุ่่มนี้้� ต่่างมีีความเชื่่�อมโยงกัับครอบครััว อย่่างเห็็นได้้ชััด จึึงเห็็นได้้อย่่างชััดเจนว่่า สถาบัันสัังคมยัังคงมีีบทบาทสำำคััญในการ ปลููกฝัังคุุณธรรมให้้กัับคนรุ่่นนี้้� ซึ่่�งชาวดิิจิิทััลซึึมซัับสิ่่�งเหล่่านี้ ้�ทั้้�งโดยทางตรงและ ทางอ้้อม และสามารถตััดสิินใจและค่่อย ๆ สร้้างจิิตสำำนึึกในหลัักคุุณธรรมเหล่่านี้ ้� ในวิิถีีทางของตนเอง นอกจากนั้้น� ถึึงแม้ปร้ะชากรกลุ่่มนี้มีีรููป ้� แบบการเรีียนรู้้ที่่�เปลี่่�ยนไป แต่่สถาบันัการ ศึึกษายัังคงทำำหน้้าที่่�เป็็นศููนย์์กลางในการกำำหนดแบบแผนการเรีียนรู้้ ซึ่่�งชาวดิิจิิทััล ได้ย้้้ายพื้้นที่่�กิ�ิจกรรมการเรีียนรู้้ขยายกว้้างออกไปสู่่การค้น้คว้้าหาข้้อมููลความรู้้ด้้วยตนเอง ลัักษณะการเรีียนรู้้ในยุุคดิิจิิทััลถููกปรัับไปเป็็นรููปแบบ Online Learning ตามที่่� ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ได้้กล่่าวว่่า พวกเขาใช้้วิิธีีหาความรู้้โดยการค้้นคว้้าข้้อมููลจาก โลกออนไลน์์ ซึ่่�งลัักษณะของการค้้นคว้้าของชาวดิิจิิทััลไทยจะเป็็นแบบ Digital Learning กล่่าวคืือ การใช้้เทคโนโลยีีดิิจิิทััลหลายรููปแบบในการหาข้้อมููลความรู้้ ไม่่ว่่าจะเป็็นผ่่านมืือถืือ การอ่่านจาก Web2 หรืือ Web3 เป็็นต้้น เยาวชนผู้้ให้้ข้้อมููล ในโครงการวิิจััยกล่่าวถึึงรููปแบบการเรีียนรู้้จากการเล่่นเกม ซึ่่�งในต่่างประเทศจะเรีียก ว่่า Massively Multiplayer Online Role-Playing Game (MMORPG) พวกเขา เล่่าว่่าเป็็นสิ่่�งที่่�ให้้เขาได้้เรีียนรู้้หลายอย่่างที่่�เป็็นประโยชน์์ เช่่น การรู้้จัักคิิดสร้้างสรรค์์ การต่่อรองแลกเปลี่่�ยนระหว่่างผู้้เล่่นด้้วยกััน แต่่สัังคมไทยกลัับมองว่่าการที่่�เยาวชน เล่่นเกมนั้้�นเป็็นสิ่่�งที่่�ไม่่ดีี (Savin-Baden & Tombs, 2017)


178 ทั้้�งนี้้� นิิยามของสถาบัันการศึึกษาจึึงควรจะปรัับใหม่่ให้้ครอบคลุุมหน้้าที่่�และ บทบาทใหม่่ของบุุคลากรทางการศึึกษาที่่�สามารถเป็็น Coach และ Facilitator ให้กั้ับ นัักเรีียนในทุุกระดัับได้้ ถึึงแม้้สถาบัันการศึึกษาจะถููกมองในเชิิงโต้้แย้้งจากประชากร กลุ่่มนี้้�ในแง่่ของเป้้าหมาย เนื้้�อหาสาระการเรีียนรู้้ระเบีียบแบบแผนของสถาบััน และ ระบบการบริิหารจััดการ แต่่ชาวดิิจิิทััลยัังคงพยายามปรัับตััวและเรีียนรู้้ไปตามกรอบ ที่่�กำำหนด โดยอาศััยแหล่่งข้้อมููลและวิิธีีการเรีียนรู้้ที่่�หลากหลายมากขึ้้�นเพื่่�อสนัับสนุุน เส้้นทางการเรีียนรู้้หลัักของตน เช่่น การค้้นคว้้าหาข้้อมููลผ่่านระบบเครืือข่่าย อย่่างไร ก็็ตาม สิ่่�งที่่�น่่าสนใจและต้้องติิดตามต่่อไปคืือ การเรีียนรู้้ในโลกออนไลน์์และโลก ออฟไลน์์ทั้้�งคู่่ไปพร้้อม ๆ กััน (Blended Learning) และระบบของ Blackboard ที่่�ใช้้ Web-based Platform ในการสอนคอร์์สออนไลน์์ ซึ่่�งเป็็นก้้าวแรกของการผลิิต Virtual Learning Environment แต่่เยาวชนผู้ใ้ห้้ข้้อมููลในโครงการวิิจััยยัังคงกล่่าวถึึง เพีียงการเรีียนการสอนที่่�ควรอยู่่ในรููปแบบของภาพจำำที่่�ถููกต้้องและการให้้ภาพ/รููป สื่่�อที่่�มองเห็็นมากกว่่าการสอนด้้วยปากเปล่่าเพีียงเท่่านั้้�น (Savin-Baden & Tombs, 2017) ในขณะที่่�ต่่างประเทศอย่่างประเทศสหรััฐอเมริิกากำำลัังปฏิิวััติิการศึึกษาใน ศตวรรษที่่� 21 โดยจะเห็น็ ได้้จากปริิมาณการผลิติ AI เพื่่�อเข้้ามาช่่วยในการเรีียนการสอน แทนครูู และการดููเรื่่�องคุุณภาพของการศึึกษาโดยพยายามจะออกแบบมาตรฐานของ การวััดผลการเรีียนรู้้และการควบคุุมคุุณภาพการศึึกษา (The Quantity and Quality of Education in Digital Era) ผลการศึึกษาของโครงการวิิจััยครั้้�งนี้้�พบว่่า สิ่่�งที่่�เด็็กไทยต้้องการมากที่่�สุุดในการ ปฏิิรููปการศึึกษาคืือการเปลี่่�ยนแปลงวิิธีีการสอนและสาระการสอนของครูู ซึ่่�งจะเน้้น ไปในด้้านการปฏิิรููปคุุณภาพการศึึกษาในขั้้�นเบื้้�องต้้นโดยมิิได้้มีีการกล่่าวถึึงความ ต้้องการที่่�จะเรีียนรู้้จาก AI หรืือการข้้ามขั้้�นไปถึึงการมีีมาตรฐานในการเรีียนการสอน หรืือการวััดผลการศึึกษา อีีกทั้้�งเยาวชนที่่�ให้้ข้้อมููลในโครงการวิิจััยมัักตระหนัักถึึงความ หลากหลายและประโยชน์์ของวิิธีีการเรีียนรู้้และการค้้นคว้้าหาความรู้้ที่่�ไม่่ควรตายตััว หรืือออกเป็็นมาตรฐานแบบเดีียว (Diamandis & Kotler, 2020) ในขณะที่่�สถาบัันเศรษฐกิิจนัับว่่ามีีบทบาทอย่่างยิ่่�งต่่อการกำำหนดฐานทรััพยากร และความพร้้อมในการรัับมืือกัับการเปลี่่�ยนแปลงในมิิติิต่่าง ๆ ของการใช้้ชีีวิิตที่่�


179 แตกต่่างกััน ทั้้�งนี้้� สถาบัันทางเศรษฐกิิจของไทยมัักได้้รัับการวางแผนอย่่างชััดเจน ในด้้านการส่่งเสริิมสนัับสนุุนเชิิงโครงสร้้างและนโยบายจากรััฐบาลหากเปรีียบเทีียบ กัับแผนงานด้้านอื่่�น แต่สิ่่่ �งที่่�ชาวดิิจิิทััลเป็็นหรืือสิ่่�งที่่�พวกเขามีีทัักษะอยู่่แล้้วอาจเกิินกว่่า ที่่�รััฐได้้วางแผนไว้้ อีีกทั้้�งยัังไม่่มีีการออกแบบนโยบายที่่�เห็็นความหลากหลายในการ พััฒนาประเทศตามที่่�ชาวดิิจิิทััลไทยต้้องการ เช่่น การที่่�ภาครััฐสนัับสนุุนอาชีีพใหม่่ ๆ เช่่น ยููทููบเบอร์์ และ Visual Facilitator เป็็นต้้น เช่่นเดีียวกัับสถาบัันสื่่�อที่่�มีีอิิทธิิพลต่่อการรัับและแพร่่กระจายข้้อมููลข่่าวสาร การแลกเปลี่่�ยนประสบการณ์์เรีียนรู้้ที่่�กว้้างขวางไร้้ขีีดจำำกััดและเข้้ามามีีอิิทธิิพลต่่อชีีวิิต ชาวดิิจิิทััลในทุุกมิิติิ เช่่น สื่่�อใหม่่ทำำ ให้้ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่มีีการสร้้างหลัักคุุณธรรมในการ เห็็นเรื่่�องความหลากหลายเป็็นเรื่่�องปกติิและร่่วมต่่อต้้านคนที่่�เหยีียดกลุ่่มคนที่่�มีีความ หลากหลายทางเพศ หรืือการร่่วมช่่วยเหลืือสัังคมให้พ้้นวิ้ ิกฤตต่่าง ๆ ผ่่านการสร้้างความ ร่่วมมืือในหลายรููปแบบ เช่่น ใช้้สื่่�อในการช่่วยแจ้้งเบาะแสการทุุจริิต นอกจากนั้้�น สื่่�อ ยัังทำำหน้้าที่่�เป็็นผู้้ปกครองของชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ในบางกรณีี เช่่น ในการที่่�เด็็กหาข้้อมููล หรืือคำำตอบต่่อชีีวิิตเพื่่�อชี้้�แนะแนวทางแทนพ่่อแม่่ เนื่่�องจากยัังคงมีีข้้อจำำกััดในเรื่่�อง ช่่องว่่างระหว่่างวััยกัับผู้้ปกครอง ในขณะเดีียวกันั สื่่�อยัังทำำหน้้าที่่ข�องเพื่่�อนและช่่องทาง ในการหาเพื่่�อนให้้กัับชาวดิิจิิทััลอีีกด้้วย ถึึงแม้้จะไม่่ใช่่เพื่่�อนที่่�ถาวรและแท้้จริิงก็็ตาม อีีกทั้้�งคงปฏิิเสธไม่่ได้้ว่่า สื่่�อได้้กลายเป็็นตััวกำำหนดรููปแบบค่่านิิยมของสัังคมให้้ปรากฏ ชััดที่่�สุุดในสายตาชาวดิิจิิทััล ซึ่�ง่ตััดสิินว่่าจะปฏิิบััติิตััวอย่่างไรในสถานการณ์ต่์ ่าง ๆ และ จะได้้รัับปฏิิกิิริิยาอย่่างไรจากสัังคม ทั้้�งสัังคมจริิงและสัังคมในโลกออนไลน์์ แตกต่่าง จากในอดีีตที่่�ชนชั้้นนำ�ำทางสัังคมเป็็นกลุ่่มคนที่่กำ�ำหนดค่่านิิยมและบรรทัดัฐานของสัังคม ทั้้�งนี้้� ในฐานะของ “ผู้ก้ระทำำการดิิจิิทััล” หรืือ “Digital Agency” ทำำ ให้้ประชากร ดิิจิิทััลเหล่่านี้้�ไม่่ได้้อ่่อนข้้อหรืือยอมสยบให้้กัับสิ่่�งที่่�สถาบัันสัังคมเหล่่านี้ ้� กำำหนดแบบ เบ็็ดเสร็็จอีีกต่่อไป แต่่ชาวดิิจิิทััลได้้ตอบสนองต่่อโครงสร้้างเหล่่านี้้� โดยผ่่านการคิิด การตีีความ แล้้วจึึงเลืือกตอบสนองบนพื้้�นฐานของการประเมิินทรััพยากรที่่�ตนมีีอยู่่ ซึ่่�งในที่่�สุุดได้นำ้ ำมาสู่่การเคลื่่�อนตััวของโครงสร้้างสถาบัันสัังคมเหล่่านี้้�ในปััจจุุบััน


180 การเปลี่่�ยนแปลงของสถาบัันสัังคมในลัักษณะเป็็น “Dynamic Social Institution” ผลจากกระบวนการ Digitization ซึ่่�งทำำ ให้้เกิิดการเปลี่่�ยนแปลงในรููปแบบการ สื่่�อสารและปฏิิสััมพัันธ์์ระหว่่างผู้้คนในสัังคม และเกิิดการใช้้ชีีวิิตทั้้�งในสัังคมจริิงและ สัังคมโลกเสมืือนไปพร้้อม ๆ กััน ซึ่�ง่ส่่งผลให้้สถาบัันสัังคมเกิิดการเปลี่่�ยนแปลงไปอย่่าง เห็น็ ได้ชั้ดั โดยภาพรวมคืือเป็็นสถาบันสัังคมที่่มีี� ความเป็็นพลวัตัมากขึ้้น� ไม่่ได้มีี้ โครงสร้้าง หรืือแบบแผนที่่�หยุุดนิ่่�งตายตััว เนื่่�องจากเทคโนโลยีีได้้เข้้ามามีีบทบาทในการทำำ ให้้ ทั้้�งสถานภาพบทบาทภายในสถาบัันสัังคมเปลี่่�ยนแปลงไป ตลอดจนการเปลี่่�ยนแปลง การทำำหน้้าที่่�ของตััวสถาบัันที่่�ไม่่ได้้ผููกขาดไว้้กัับสถาบัันใดสถาบัันหนึ่่�งโดยเฉพาะ ส่่งผลให้้ขอบเขตที่่�เคยใช้้แบ่่งแยกความเป็็นสถาบัันต่่าง ๆ ค่่อย ๆ ถููกทำำ ให้้เลืือนไป หรืือเกิิดการแบ่่งปัันพื้้�นที่่�กัันโดยอาศััยเทคโนโลยีีเป็็นสื่่�อกลาง 1) การเปลี่่�ยนแปลงสถานภาพและบทบาทภายในสถาบันสัังคม ตั้้�งแต่่การเปลี่่�ยนแปลงในการทำำหน้้าที่่� (Function) โดยเฉพาะการผููกขาดในการ ทำำหน้้าที่่�ระหว่่างกลุ่่มคนที่่�เกี่่�ยวข้้องในสถาบััน เมื่่�อข้้อมููลหรืือความรู้้ถููกทำำ ให้้เข้้าถึึง ได้้โดยผ่่านเทคโนโลยีีการสื่่�อสารสมััยใหม่่ ทำำ ให้้ผู้้ที่่�เคยมีีอำำนาจในการควบคุุมภายใน สถาบันอันัเนื่่�องจากเคยเป็็นผู้ควบ้คุุมข้้อมููลและความรู้้ตััวอย่่างเช่น่พ่่อแม่่หรืือผู้้ปกครอง และครูู/อาจารย์์ เปลี่่�ยนฐานะจาก “ผู้้ถ่่ายทอด” กลายเป็็น “ผู้้ร่่วมแลกเปลี่่�ยน” ทั้้�งใน เชิิงข้้อมููล ความรู้ และ้ประสบการณ์์ จะเห็น็ ได้ว่้่า เปลี่่�ยนทั้้�งในบริิบทของครอบครััวและ การศึึกษา อีีกทั้้�งกลุ่่มคนเหล่่านี้ ้� ยัังตกอยู่่ในฐานะผู้้ได้้รัับการขััดเกลาใหม่่จากชาวดิิจิิทััล รุ่่นใหม่่ (Resocialization) เพื่่�อเรีียนรู้และ้ปรัับตััวให้้อยู่่ร่่วมกัับสัังคมที่่�ต้้องใช้้เทคโนโลยีี ขัับเคลื่่�อนได้้ ไม่่ว่่าจะเป็็นการใช้้เทคโนโลยีีในการทำำงาน การเรีียนการสอน และการ ใช้้เทคโนโลยีีในชีีวิิตประจำำวััน ซึ่่�งงานวิิจััยได้้ชี้้�ให้้เห็็นว่่า ชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่มีีแนวโน้้ม ที่่�จะตั้้�งคำำถามและต่่อต้้านแนวคิดิลัักษณะ และรููปแบบเดิิม ๆ เช่่น ไม่่ชอบให้น้ายสั่่�ง ไม่่ชอบวิิชาเรีียนที่่�ไม่่เกิิดประโยชน์์ และโต้้แย้้งหลัักคุุณธรรมที่่�ไม่่สอดคล้้องกัับการนำำ ไปใช้้ในชีีวิิตประจำำวััน เป็็นต้้น ทั้้�งผู้้ปกครองและผู้้สอนจึึงต้้องปรัับตััวเพื่่�อให้้สามารถ


181 อยู่่ร่่วมกัับประชากรดิิจิิทััลและใช้้ชีีวิิตบนฐานของเทคโนโลยีีเหล่่านี้้�ได้้ โดยเริ่่�มจาก การยอมรัับและเข้้าใจในความคิิด ความต้้องการ ของชาวดิิจิิทััล และสนัับสนุุนในสิ่่�งที่่� เป็็นความคาดหวัังของคนกลุ่่มนี้ ้� นอกจากนั้้�น ยัังเกิิดกระบวนการ Reverse Socialization โดยประชากรดิิจิิทััล รุ่่นใหม่่ที่่�เคยอยู่่ในสถานะบทบาทของผู้้รัับการถ่่ายทอด (Passive Role in Socialization) ได้้ปรัับเปลี่่�ยนบทบาทของตนเองมาอยู่่ ในสถานะของผู้้ทำำหน้้าที่่� ในการถ่่ายทอด (Active Socializers) โดยเฉพาะวิิธีีการใช้้เทคโนโลยีีและถ่่ายทอด การเข้้าใจเท่่าทัันดิิจิิทััล (Digital Literacy) ให้้กัับประชากรรุ่่นก่่อนในครอบครััว เนื่่�องจากเป็็นกลุ่่มประชากรที่่�มีีทัักษะในการใช้้เทคโนโลยีีที่่�คล่่องแคล่่วกว่่าและได้้รัับ ข้้อมููลข่่าวสารที่่�สามารถช่่วยคััดกรองให้้กัับคนในครอบครััวได้้ดีีกว่่า จึึงทำำหน้้าที่่�ในการ ตรวจสอบและคััดกรองการรัับข้้อมููลข่่าวสารผ่่านสื่่�อสัังคมออนไลน์์ให้้กัับสมาชิิกอื่่�น ๆ ในครอบครััว เป็็นต้้น ในขณะที่่�ผู้้เรีียนสามารถก้้าวขึ้้�นมาเป็็นผู้้นำำการเรีียนรู้้นำำเสนอ และสร้้าง องค์์ความรู้้ได้้เช่่นกััน โดยมีีผู้้สอนทำำหน้้าที่่�เป็็นผู้้ให้้คำำแนะนำำเกี่่�ยวกัับช่่องทางในการ แสวงหาข้้อมููลและการจััดการข้้อมููลสำำหรัับผู้้เรีียนเป็็นหลััก ในขณะเดีียวกััน ประชากร ดิิจิิทััลเองยัังได้้มีีโอกาสทำำหน้้าที่่�ในการเป็็น “ผู้้ตรวจสอบ” การทำำหน้้าที่่�ของสถาบััน การเมืืองโดยผ่่านช่่องทางการสื่่�อสารในสื่่�อสัังคมออนไลน์์ ซึ่่�งเป็็นพื้้�นที่่�ในการ แลกเปลี่่�ยนข้้อมููลทางการเมืืองของประชากรดิิจิิทััลในยุุคนี้้�แทนพื้้�นที่่�บนท้้องถนนหรืือ หน้้าหนัังสืือพิิมพ์์เหมืือนในอดีีต เช่่นเดีียวกัับการที่่�ชาวดิิจิิทััลสามารถทำำหน้้าที่่�เป็็น ผู้้สร้้างและนำำเสนอข่่าวสารในสถาบันสื่่ ั �อด้้วยเช่่นกััน 2) การเปลี่่�ยนแปลงการทำำหน้้าที่่�ของสถาบันสัังคม นอกจากการทำำหน้้าที่่�ของกลุ่่มคนในสถาบัันสัังคมแล้้ว การทำำหน้้าที่่�ของระดัับ ตััวสถาบัันสัังคมได้้มีีการเปลี่่�ยนแปลงอย่่างชััดเจนเช่่นกััน จะเห็็นได้้ว่่าแต่่ละสถาบััน ต่่างผลััดกัันขึ้้�นมาทำำหน้้าที่่�ในการกำำกัับหรืือผู้้นำำ ในสถานการณ์์ต่่าง ๆ โดยไม่่มีี


182 สถาบัันใดเป็็นผู้้ผููกขาดอำำนาจในการควบคุุมหรืือกำำหนดความเป็็นไปของสถาบัันอื่่�น อย่่างเด่่นชััด เนื่่�องจากพื้้�นที่่�การเรีียนรู้้ที่่�หลากหลายมากขึ้้�น ทำำ ให้้ความรู้้เกิิดการ แพร่่กระจายไปสู่่ส่่วนต่่าง ๆ ของสัังคม อำำนาจเกิิดการหมุุนเวีียนไปตามชุุดข้้อมููล ความรู้้ที่่�สัังคมกำำลัังต้้องการในสถานการณ์์นั้้�น เช่่น ในกรณีีสถานการณ์์โรคระบาด ในปััจจุุบััน ทำำ ให้้สถาบัันการแพทย์์หรืือสุุขภาพขึ้้�นมามีีบทบาทสำำคััญในการกำำหนด และควบคุุมสถานการณ์์ดัังกล่่าว โดยคนในสัังคมจำำ เป็็นต้้องดำำรงชีีวิิตภายใต้้ความรู้้ ที่่�ผ่่านการคััดกรองและตรวจสอบจากสถาบัันการแพทย์์ เป็็นต้้น อย่่างไรก็ต็าม ในสถานการณ์์ความเจ็็บป่่วยรููปแบบอื่่น� ๆ โดยเฉพาะความเจ็็บป่่วย ที่่�เกิิดจากการใช้้งานเทคโนโลยีีในปััจจุุบััน เช่่น โรคออฟฟิิศซิินโดรม (Office Syndrome) หรืือกลุ่่มอาการปวดกล้้ามเนื้้�อจากการทำำงานออฟฟิิศ เพราะที่่�มาหรืือ สาเหตุุของปััญหาสุุขภาพในปััจจุุบัันมีีความซัับซ้้อน โดยเฉพาะโรคใหม่่ ๆ ที่่�เป็็นผล มาจากการใช้้เทคโนโลยีี ซึ่่�งเป็็นไปเพราะรููปแบบการเรีียนรู้้ การเลี้้�ยงดููเด็็กใน ครอบครััว ภาระการทำำงานของผู้้ปกครองที่่�เวลาทำำงานกัับเวลาส่่วนตััวถููกผููกติิดกััน อย่่างแยกไม่่ออก ตลอดจนปััญหาสัังคมที่่�เชื่่�อมโยงกัับสัังคมและสุุขภาพ เช่่น การกลั่่�นแกล้้ง (Bullying) การใช้้ประทุุษวาจา (Hate Speech) ในโลกออนไลน์์ ซึ่่�งอาจนำำ ไปสู่่ภาวะเครีียด ภาวะความซึึมเศร้้า และปััญหาการฆ่่าตััวตายของเยาวชน รุ่่นใหม่ที่่่ �นัับวัันจะมีีอััตราสููงขึ้้�น สถาบันรััฐและสุขุภาพอาจทำำหน้้าที่่�ในบทบาทเชิิงรัับ ในขณะที่่�สถาบันสัังคมอื่่น� ๆ ต้้องทำำหน้้าที่่�ในเชิิงรุุกเป็็นหลัักเพื่่�อจััดการกัับต้้นตอของปััญหาเหล่่านี้้� เป็็นต้้น หรืือการ ทำำหน้้าที่่�ของสถาบัันสื่่�อในฐานะผู้ส้ร้้างและแพร่่กระจายความรู้ให้ม่่ๆ เช่่น การนำำเสนอ สิ่่�งใหม่ผ่่ ่านเนื้้�อหา (Content) ที่่ถูู�กสร้้างโดยยููทููบเบอร์์ ซึ่่�งมีีเนื้้�อหาหลากหลายประเภท โดยไม่่ได้้ผููกขาดอยู่่กัับข้้อมููลเชิิงวิิชาการที่่�ถููกสร้้างโดยนัักวิิชาการอีีกต่่อไป แต่่เป็็น ความรู้้ที่่�ถููกนำำ มาใช้้ในชีีวิิตประจำำวัันในมิิติิต่่าง ๆ และได้้กลายเป็็นสถาบัันที่่�ทำำหน้้าที่่� ในการสร้้างแรงบันดั าลใจสำำคััญสำำหรัับประชากรดิิจิทัิัลรุ่่นใหม่่ในปััจจุบัุนั ปรากฏการณ์์ ดัังกล่่าวได้ทำ้ ำ ให้้แต่่ละสถาบันัไม่่ได้ผูู้กขาดการทำำหน้้าอีีกต่่อไป โดยเฉพาะหน้้าที่่�ในการ เป็็นพื้้�นที่่�การเรีียนรู้้สำำหรัับคนในสัังคม และเนื่่�องจากการทำำหน้้าที่่�ของสถาบัันไม่่ได้้


183 มีีการผููกขาดตายตััวอีีกต่่อไป จึึงส่่งผลให้้ขอบเขตของความเป็็นสถาบัันสัังคมต่่าง ๆ ได้้ถููกหลอมรวมกัันในบางพื้้�นที่่�ด้้วย 3) การเปลี่่�ยนแปลงบรรทัดัฐานของสถาบันสัังคม นอกจากการเปลี่่�ยนแปลงในสถานภาพบทบาทภายในสถาบัันสัังคมต่่าง ๆ แล้้ว สิ่่�งที่่�ต้้องปรัับเปลี่่�ยนไปเพื่่�อให้้แต่่ละสถาบัันสัังคมยัังสามารถทำำหน้้าที่่�ต่่อไปได้้ คืือการ ปรัับเปลี่่�ยนและยอมรัับให้้เกิิดบรรทััดฐานใหม่่ ๆ ในสถาบััน เช่่น บรรทััดฐานในเรื่่�อง ของอำำนาจในสถาบัันการศึึกษาและสถาบัันครอบครััวดัังที่่�กล่่าวมาแล้้ว เช่่น การที่่� ประชากรดิิจิทัิัลสามารถลุุกขึ้้น� มาเป็็นผู้้นำำการเรีียนรู้ใ้ห้กั้ับสถาบันัการศึึกษาและสถาบันั ครอบครััว หรืือบรรทััดฐานในการปฏิิสััมพัันธ์์ภายในสถาบัันสัังคมต่่าง ๆ เช่่น รููปแบบ การสื่่�อสารระหว่่างผู้้เรีียนกัับผู้้สอน ซึ่่�งในบางพื้้�นที่่� บางสถานการณ์์ อาจมีีความจำำ เป็็น ต้้องปรัับเปลี่่�ยนรููปแบบวิิธีีการและละวางระเบีียบประเพณีีบางอย่่างลง เช่่น วิิธีีการใช้้ ภาษาในการสื่่�อสารระหว่่างผู้เ้รีียนและผู้สอ้นในพื้้นที่่� �ออนไลน์์ เช่น่เดีียวกัับรููปแบบความ สััมพัันธ์์ การใช้้ชีีวิิต และการใช้้พื้้�นที่่�ในครอบครััวที่่�เปลี่่�ยนไปเนื่่�องจากงานกัับชีีวิิต ส่่วนตััวถููกหลอมรวมอยู่่ในพื้้�นที่่�และช่่วงเวลาเดีียวกััน ไม่่ได้้แยกออกจากกัันอีีกต่่อไป ทำำ ให้้สมาชิิกในครอบครััวต้้องปรัับวิิธีีคิิดและรููปแบบการใช้้ชีีวิิตไปตามรููปแบบการ ทำำงานที่่�เปลี่่�ยนแปลงไปขององค์์กรที่่�เน้้นการทำำงานผ่่านระบบเครืือข่่ายมากขึ้้�น ทำำ ให้้ ขอบเขตด้้านพื้้�นที่่�และเวลาสำำหรัับการทำำงานถููกทำำ ให้้เปลี่่�ยนแปลงไป นอกจากนั้้น�วััฒนธรรมภายในองค์์กรที่่มีีต่�่อวิธีีคิดิและรููปแบบการทำำงานยัังจำำ เป็็น ต้้องปรัับเปลี่่�ยนไปเพื่่�อให้้สอดคล้้องกัับการเปลี่่�ยนแปลงของสัังคมโดยรวม เช่่น การ ทำำงานภายใต้้ระบบอาวุุโส ซึ่่�งถููกตีีความและส่่งผลต่่อประสิิทธิิภาพการทำำงานของ องค์์กรที่่�แตกต่่างไปจากเดิิม เช่่นเดีียวกัับสถาบัันศาสนาและความเชื่่�อ ซึ่่�งปรัับเปลี่่�ยน วิิธีีการนำำเสนอ เนื่่�องจากการตีีความด้้านศาสนาที่่�แตกต่่างไปจากเดิิมและพยายาม ปรัับตััวให้้เข้้าถึึงและสอดคล้้องกัับการใช้้ชีีวิิตในปััจจุุบัันมากขึ้้�น เช่่น การนำำเสนอ ศาสนาบนแพลตฟอร์์มหรืือพื้้�นที่่�ในรููปแบบสื่่�อออนไลน์์มากขึ้้�น และปรัับเปลี่่�ยนเนื้้�อหา ให้้สะท้้อนความเป็็นจริิงในการใช้้ชีีวิิตมากขึ้้�นในลัักษณะ “Religious Technology” เป็็นต้้น


184 อย่่างไรก็ต็าม สิ่่�งที่่�เป็็นปรากฏการณ์สำ์ ำคััญในยุุคดิิจิทัิัลคืือ การมีีบรรทัดัฐานสัังคม สองรููปแบบซ้้อนทัับกัันในแต่่ละสถาบัันทางสัังคม กล่่าวคืือ บรรทััดฐานของสถาบััน ที่่�ใช้้ในสัังคมจริิง และบรรทััดฐานของสถาบัันสัังคมในโลกเสมืือนจริิง ถึึงแม้้จะเป็็น โครงสร้้างและปฏิิสััมพัันธ์์ภายในสถาบัันเดีียวกััน แต่่เมื่่�อเป็็นปฏิิสััมพัันธ์์บนพื้้�นที่่� ที่่�แตกต่่างกััน ย่่อมเป็็นปฏิิสััมพัันธ์์ที่่�ถููกกำำหนดโดยบรรทััดฐานคนละชุุดกััน ตััวอย่่าง เช่น่ การปฏิิสััมพันธ์ัร์ะหว่่างแม่่-ลููกบนพื้้นที่่�ที่่� �แตกต่่างกันรัะหว่่างในบ้้านกัับพื้้นที่่� �ในโลก ออนไลน์์ จะเห็็นได้้ว่่า วิิธีีการปฏิิบััติิต่่อกัันอาจมีีความแตกต่่างกััน ในโลกออนไลน์์ แม่่และลููกอาจใช้้คำำพููดภาษาที่่�แตกต่่างจากการพููดคุุยกัันในพื้้�นที่่�ครอบครััวในโลก เสมืือนจริิง เช่่นเดีียวกัับการพููดคุุยระหว่่างศิิษย์์-อาจารย์์บนโลกออนไลน์์ ก็็สามารถ วางมารยาทหรืือข้้อกำำหนดบางอย่่างระหว่่างศิิษย์์-อาจารย์์ในโลกจริิงลงได้้ ซึ่่�งแต่่ละ สถาบัันต่่างมีีพื้้�นที่่�ของการปฏิิสััมพัันธ์์ซ้้อนทัับกัันอยู่่เสมอ จึึงทำำ ให้้เกิิดบรรทััดฐาน สองชุุดซ้้อนทัับกันัอยู่่เสมอเช่่นกััน ข้้อสัังเกตและข้้อเสนอแนะเพื่่�อเตรีียมความพร้้อมในการนำำนโยบายไปสู่การปฏิิ ่บััติิ จากผลการศึึกษาจะเห็็นได้้ว่่า คนรุ่่นใหม่่ในฐานะ “ผู้้กระทำำการดิิจิิทััล” มีีทั้้�ง โอกาสและข้้อจำำกััด โดยเฉพาะชาวดิิจิิทััลที่่�ขาดแคลนทรััพยากร ซึ่่�งอาจเปลี่่�ยน ข้้อจำำกััดดัังกล่่าวให้้กลายเป็็นพลัังเชิิงบวกด้้วยการขวนขวายและพยายามเรีียนรู้้ ด้้วยตััวเอง และนำำ ไปสู่่การสืืบเสาะค้้นหาวิิถีีทางที่่�จะนำำ ไปสู่่ความสำำเร็็จได้้ อย่่างไร ก็็ตาม สิ่่�งที่่�ต้้องตระหนัักในประเด็็นเหล่่านี้ ้� คืือ หากโครงสร้้างสัังคมและวััฒนธรรม ด้้านต่่าง ๆ ยัังไม่่มีีความพร้้อม นโยบายที่่�ยัังไม่่ชััดเจน การเข้้าถึึงและการใช้้เทคโนโลยีี ที่่�มีีความเหลื่่�อมล้ำ ำ� ข้้อจำำกััดในระบบการศึึกษา การยึึดกรอบความคิิดและวิิธีีการ แบบเดิิม รวมถึึงข้้อจำำกััดของโครงสร้้างความเป็็นระบบราชการของสัังคมไทยยัังคง ปรากฏให้้เห็็นอยู่่โดยทั่่�วไป การพััฒนาคนไทยให้้เป็็นคนไทย 4.0 ตามเป้้าหมายของ รััฐอาจไม่่ใช่่เรื่่�องง่่าย ทั้้�งนี้้�ข้้อค้้นพบจากการศึึกษาได้้แสดงให้้เห็็นแล้้วว่่า ชาวดิิจิิทััล ไทยมีีศัักยภาพและคุุณลัักษณะหลายประการที่่�พร้้อมพาประเทศไปสู่่การเป็็นสัังคม 4.0 ได้้ แต่่จำำ เป็็นต้้องเกิิดขึ้้�นภายใต้้การจััดการโครงสร้้างต่่าง ๆ ให้้ชััดเจน การ ส่่งเสริิม สนัับสนุุน สร้้างพื้้�นที่่� และให้้โอกาสกัับคนรุ่่นใหม่่มากขึ้้�นจึึงจะช่่วยให้้


185 นโยบายคนไทย 4.0 ไปสู่่เป้้าหมายที่่�วางได้้อย่่างมั่่�งคง มั่่�งคั่่�ง และยั่่�งยืืนต่่อไป โดยมีี ข้้อสัังเกตและข้้อเสนอแนะซึ่่�งอยู่่บนพื้้�นฐานของการศึึกษาครั้้�งนี้้� เพื่่�อให้้นโยบาย ดัังกล่่าวสามารถนำำ ไปสู่่การปฏิิบััติิที่่�สอดคล้้องกัับสภาพความเป็็นจริิงของประชากร ดิิจิิทััล ดัังแนวทางต่่อไปนี้้� 1) ความคลุุมเครืือของการเป็็นคนไทย 4.0 หากย้้อนพิิจารณาจากพิิมพ์์เขีียวของนโยบาย Thailand 4.0 ที่่�จะนำำ ไปสู่่การ ปฏิิบััติิยัังปรากฏเงื่่�อนไขที่่�ต้้องพิิจารณาในหลายประเด็น็ ประเด็น็แรกคืือการที่่�รััฐบาล ยัังมิิได้้ให้้ความกระจ่่างถึึงขั้้�นตอนการพััฒนาคน หรืือ ‘How to’ อย่่างชััดเจน ในเชิิงปฏิิบััติิการ ซึ่่�งอาจมีีเพีียงการกำำหนดแผนยุุทธศาสตร์์หรืือแผนโครงการของ หน่่วยงานต่่าง ๆ ที่่�มีีคำำว่่า คนไทย 4.0 ในชื่่�อโครงการเท่่านั้้�น แต่่อาจไม่่ได้้มุ่่งเน้้น การผลิิตผลลััพธ์์ให้้เกิิดคนไทย 4.0 ได้้อย่่างแท้้จริิง ปััญหานี้้�แสดงให้้เห็็นว่่า จำำ เป็็น ต้้องมีีความชััดเจนในนำำ ไปสู่่การพััฒนาทรััพยากรมนุุษย์์ให้้เป็็นคนไทย 4.0 ในแต่่ละ ขั้้�นตอน การแบ่่งหน้้าที่่�องค์์กรหรืือสถาบัันที่่�สามารถช่่วยขัับเคลื่่�อนนโยบายนี้้�ไป ด้้วยกััน เมื่่�อรััฐและสัังคมไทยส่่วนใหญ่่มุ่่งฝากความหวัังไว้้กัับการสร้้างความเป็็น 4.0 ไว้้ที่่�คนรุ่่นใหม่่ โดยเฉพาะเด็็กและเยาวชน เป้้าหมายการพััฒนาคนไทย 4.0 จึึงจำำ เป็็น ต้้องใช้้ระยะเวลาอัันยาวนานในการปลููกฝััง ตั้้�งแต่่ค่่านิิยมในการมีีจิิตสาธารณะให้้ พลเมืืองรุ่่นใหม่่มีีความรัับผิิดชอบต่่อสัังคม ไปจนถึึงการพััฒนาหลัักสููตร เข้้าใจ วิิถีีการเรีียนรู้้ การออกแบบทัักษะที่่�สอดคล้้องกัับยุุค 4.0 และจริิตความเป็็นไทยของ เยาวชนรุ่่นใหม่่ ทำำ ให้้เป้้าหมายของการพััฒนาตามนโยบายด้้านคนไทย 4.0 ยัังเกิิด ข้้อคำำถามอีีกมากมายในเรื่่�องกระบวนการ ขั้้�นตอน และความยั่่�งยืืน อีีกทั้้�งการใช้้ คำำกว้้าง ๆ ที่่�กล่่าวถึึง คนไทย 4.0 นั้้�นยัังเป็็นสิ่่�งที่่�ทำำ ให้้พลเมืืองรุ่่นใหม่่ไม่่เห็็นภาพ ที่่�ชััดเจน เพราะขาดการประชาสััมพัันธ์์ที่่�เข้้าถึึงจากภาครััฐ ทำำ ให้้ความรู้้ความเข้้าใจ ในเรื่่�องคนไทย 4.0 ของพลเมืืองรุ่่นใหม่่มัักเกิิดจากการตีีความเอาเอง ถึึงแม้้ว่่า บางองค์์กรหรืือสถาบัันที่่�ช่่วยพััฒนาคนรุ่่นใหม่่ให้้เป็็นคนไทย 4.0 ก็็ยัังขาดมาตรวััด จากรััฐบาลที่่�ชััดเจนในการวััดว่่าได้้ประสบความสำำเร็็จตามเป้้าหมายหรืือไม่่ อย่่างไร


186 นอกจากนั้้�น หากพิิจารณาผลการศึึกษาครั้้�งนี้้� ข้้อมููลหลายส่่วนได้้ชี้้�ให้้เห็็นว่่า ชาวดิิจิิทััลไทยในปััจจุุบััน โดยเฉพาะคนรุ่่นใหม่่ต้้องตกอยู่่ในภาวะของความสัับสนต่่อ การยึึดถืือและนำำสิ่่�งต่่าง ๆ มาปฏิิบััติิในชีีวิิตจริิง อาทิิ คนรุ่่นใหม่มีีทั่ ัศนคติิ พฤติิกรรม การใช้้ชีีวิิต และทัักษะในเชิิงเทคโนโลยีีที่่�ทัันสมััย แต่่ในด้้านการเรีียนรู้้ การถููกปลููกฝััง ด้้วยความรู้้ชุุดคุุณธรรม ความหวััง ความฝัันจากครอบครััว สถานศึึกษา และรััฐยัังคง เป็็นตามบรรทััดฐานสัังคมเดิิมที่่�ไม่่สอดคล้้องกัับโลกที่่�เปลี่่�ยนไป รวมถึึงการเกิิดพื้้�นที่่� การเรีียนรู้้แบบใหม่่ แต่่ระบบการเรีียนรู้้และหลัักสููตรการศึึกษา ค่่านิิยมการศึึกษา ของผู้้ปกครองต่่อบุุตรหลานยัังเป็็นตามระบบเดิิม เมื่่�อความไม่่ชััดเจนของความเป็็น “คนไทย 4.0” จากเป้้าหมายของรััฐจะมีีความพยายามปรัับเปลี่่�ยนเพิ่่�มเติิมรายวิิชา วิิธีี การสอนใหม่่ แต่ยั่ ังใช้้โครงสร้้างการศึึกษาแบบเก่่า เช่่น ความคาดหวัังของรััฐที่่�ต้้องการ สร้้างความเป็็นผู้้ประกอบการ การสร้้างเศรษฐกิิจใหม่่ แต่่ความฝันขัองเยาวชนคนรุ่่นใหม่่ หลายคนยัังคงถููกคาดหวัังให้้มีีชีีวิิตในแต่่ละช่่วงอายุุเป็็นไปตามบรรทััดฐานของคนรุ่่น พ่่อแม่่ เช่น่ เรีียนจบระดัับมัธัยมศึึกษาแล้้วต้้องสอบเข้้าและเรีียนต่่อในระดัับมหาวิิทยาลััย ให้้ได้้ บางอาชีีพจะได้รั้ับการสนัับสนุนุจากผู้้ปกครองมากกว่่าอาชีีพที่่รั�ัฐต้้องการผลัักดันั ให้้เกิดิ หรืือการที่่�เยาวชนจะเลืือกเส้น้ ทางเดิินของชีีวิติและอาชีีพของตนที่่มีี�ความอิิสระ เช่่น การท่่องเที่่�ยวและเก็็บเกี่่�ยวรายได้้ ประสบการณ์์การทำำงานที่่�อาจจะไม่่ได้้ยึึดเป็็น อาชีีพที่่�แท้้จริิงในอนาคตก็็จะไปติิดที่่�บรรทััดฐานของสัังคมไทยเดิิม ค่่านิิยมของการ ให้้ความมั่่�นคงกัับอาชีีพและความคาดหวัังของผู้้ปกครอง สิ่่�งเหล่่านี้้�สะท้้อนความ ไม่่ชััดเจนว่่า การเป็็นคนไทย 4.0 จะเริ่่�มขึ้้�นได้้เมื่่�อใดของช่่วงชีีวิิต ชาวดิิจิิทััลไทยรุ่่นใหม่่ ต้้องดำำเนิินชีีวิิตตามแบบแผนเดิิมหรืือสามารถเป็็นคนไทย 4.0 ได้้เลย อีีกทั้้�งคนที่่�พ้้น วััยเรีียนแล้้วหรืือกลุ่่มผู้้สููงอายุุจะสามารถเป็็นคนไทย 4.0 ได้้หรืือไม่่ หากไม่่ได้้รัับการ ช่่วยเหลืือจากเยาวชนคนรุ่่นใหม่่ที่่�เป็็นผู้้มีีทัักษะเรื่่�องเทคโนโลยีีและรู้้จัักวิิธีีการนำำ เทคโนโลยีีมาใช้้ที่่�สอดคล้้องกัับวิิถีีชีีวิิตในสัังคมไทย ดัังนั้้�นหากสามารถสร้้างความ กระจ่่างถึึงขั้้�นตอนการพััฒนาคนไทย 4.0 อย่่างชััดเจน จะช่่วยให้้ประเมิินได้้ว่่าตอนนี้ ้� ใครบ้้างที่่�เป็็นคนไทย 4.0 และมีีมากน้้อยเพีียงใด กลุ่่มนี้้�สามารถช่่วยเหลืือในการ ถ่่ายทอดความรู้้ระหว่่างกลุ่่มวััยตนเองและระหว่่างคนข้้ามวััยได้้หรืือไม่่ และที่่�สำำคััญ เราต้้องพััฒนาใครต่่อไปอย่่างแท้้จริิง


187 2) คนไทย 4.0 ต้้องไม่่จำำกััดรููปแบบ จากความไม่่ชััดเจนของความเข้้าใจในหนทางของการเป็็นคนไทย 4.0 รวมถึึง การที่่�ภาครััฐยัังไม่่มีีการกำำหนดมาตรวััดหรืือการสร้้างบรรทััดฐานที่่�กระจ่่างชััดในเชิิง ปฏิิบััติิการต่่อการพััฒนาคนไทยให้้เป็็นคนไทย 4.0 สิ่่�งสำำคััญประการหนึ่่�งจากผลการ ศึึกษาครั้้�งนี้ ้�ที่่�รััฐสามารถนำำ ไปพิิจารณาในการพััฒนากระบวนการสร้้างคนไทย 4.0 ให้้มีีความเหมาะสมและเป็็นบริิบทของประเทศไทยที่่�จะได้้รัับผลประโยชน์์ที่่�แท้้จริิง นอกเหนืือจากการพััฒนาทางเศรษฐกิิจ นั่่�นคืือการสร้้างความเป็็นคนไทย 4.0 ในหลาย บริิบท เนื่่�องจากรััฐพยายามสร้้างกรอบและเป้้าหมายในภาพใหญ่ข่องการเป็็นคนไทย 4.0 โดยใช้้มิิติิเชิิงเศรษฐกิิจเป็็นตััวนำำการเป็็นคนไทย 4.0 จึึงตกอยู่่ภายใต้้ภาพจำำสำำคััญ คืือ การสร้้างคนเพื่่�อตอบสนองต่่อโมเดลในการยกระดัับขีีดความสามารถในการแข่่งขันั ของประเทศภายใต้้การผลัักดัันนโยบายประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) แม้้รััฐ จะพยายามสร้้างมิิติิอื่่�น ๆ ให้้ครอบคลุุมทั้้�งด้้านสัังคม สุุขภาพ และสิ่่�งแวดล้้อม2 แต่ก็่ ็ ปฏิิเสธไม่่ได้้ว่่า ความสำำคััญอัันดัับแรกคืือการมุ่่งเปลี่่�ยนแปลงโครงสร้้างเชิิงเศรษฐกิิจ ก่่อน (สำำ นัักโฆษก สำำ นัักเลขาธิิการนายกรััฐมนตรีี, 2560, น. 4) โดยรััฐควรพิิจารณา การให้้ความสำำคััญกัับการเปลี่่�ยนแปลงโครงสร้้างทางสัังคมแบบรอบด้้าน ซึ่่�งที่่�ผ่่านมา รััฐมัักให้้ความสำำคััญกัับมิิติิการเปลี่่�ยนแปลงโครงสร้้างสัังคมในเรื่่�องความเหลื่่�อมล้ำ ำ� ทางสัังคมที่่�เกิดิจากปััจจััยทางเศรษฐกิิจและสร้้างระบบสวััสดิิการสัังคมเท่่านั้้�น แต่่ไม่่ได้้ เน้้นถึึงการปรัับเปลี่่�ยนโครงสร้้างสัังคมด้้านบรรทััดฐานการใช้้ชีีวิิต วััฒนธรรม ค่่านิิยม และวิถีีชีีวิตผู้ิค้น ดัังนั้้น�หากพิิจารณาจากข้้อมููลผลการศึึกษาครั้้�งนี้้�จะเห็น็ ได้ว่้่า นโยบาย ประเทศไทย 4.0 และการสร้้างคนไทย 4.0 ยัังไม่่ได้้เน้้นถึึงประเด็็นการเปลี่่�ยนแปลง 2 นโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่่�งถืือเป็็นส่่วนหนึ่่�งของยุุทธศาสตร์์การพััฒนาประเทศท่ี่่�มุ่่งเน้้นการปรัับ เปล่ี่่�ยนโครงสร้้างทางเศรษฐกิิจให้้เป็็นระบบเศรษฐกิิจใหม่่ที่่�เน้้นการสร้้างมููลค่่า (Value-based Economy) โดยมีีการปรัับเปลี่่�ยนใน 4 มิิติิ คืือ 1. ความมั่่�งคั่่�งทางเศรษฐกิิจ (Economic Wealth) 2. ความอยู่่ดีีมีีสุุขของผู้้คนในสัังคม (Social Well-being) 3. การยกระดัับศัักยภาพและคุุณค่่าของ มนุุษย์์ (Human Wisdom) และ 4. การรัักษ์สิ่่์ �งแวดล้้อม (Environmental Wellness)


188 โครงสร้้างสัังคมที่่�สำำคััญแต่่เป็็นสิ่่�งที่่�ถููกตั้้�งคำำถามจากชาวดิิจิิทััล เช่่น ระบบอุุปถััมภ์์ ระบบอาวุุโส การปรัับเปลี่่�ยนความสำำคััญของชุุดคุุณธรรมและค่่านิิยมการให้้ความ สำำคััญกัับความกตััญญููที่่�มีีอยู่่ของสัังคมไทย รวมถึึงบทบาทใหม่่ของแต่่ละโครงสร้้าง สถาบัันในสัังคมที่่�ควรจะต้้องเปลี่่�ยนแปลงไปตามยุุคสมััยและอาจจะไม่่สามารถแยก หน้้าที่่�ความรัับผิิดชอบของแต่่ละสถาบัันแยกออกจากกัันได้้เหมืือนยุุคก่่อน ๆ ความพยายามของรััฐที่่�ผ่่านมาจึึงเป็็นส่่วนหนึ่่�งที่่�ทำำ ให้้ไม่่สามารถระบุุ “How to” ของ การเป็็นคนไทย 4.0 ได้้ไปมากกว่่าการสร้้างแรงงานเพื่่�อตอบโจทย์์เชิิงเศรษฐกิิจ ดัังนั้้�นเพื่่�อให้้เกิิดประโยชน์์สููงสุุดต่่อการมุ่่งสู่่การปรัับเปลี่่�ยนโครงสร้้างเศรษฐกิิจ ให้้หลุุดพ้้นกัับดัักความเป็็นประเทศรายได้้ปานกลางและความเหลื่่�อมล้ำ ำ� ตามเป้้าหมาย ที่่�รััฐวางไว้้ รััฐจำำ เป็็นอย่่างยิ่่�งที่่�จะต้้องมุ่่งปรัับเปลี่่�ยนโครงสร้้างสัังคมในทุุกมิิติิไป พร้้อมกััน ทั้้�งนี้้� การวางแผนพััฒนาคนไทยให้้เป็็น 4.0 อาจจำำ เป็็นต้้องให้้ความสำำคััญ กัับลัักษณะของคนไทย โดยเฉพาะชาวดิิจิิทััลไทยตามสิ่่�งที่่�เขาเป็็นอยู่่และต้้องการ จะเป็็น มากกว่่าการที่่�รััฐได้้กำำหนดวางแผนไว้้ฝ่่ายเดีียว ประการแรก รััฐต้้องคำำนึึงสิิทธิิ ในการเป็็นคนไทย 4.0 ในแบบที่่�ชาวดิิจิิทััลคิิดว่่าจะเป็็น กรอบที่่�รััฐวางไว้้อาจมีีความ ยืดืหยุ่่นได้ต้ามบริิบทของสัังคมและวััฒนธรรมในพื้้นที่่�ต่�่าง ๆ หากรััฐยัังคงใช้้โมเดลเดีียว สำำหรัับการพััฒนาเศรษฐกิิจ สัังคม และคนในทุุกพื้้�นที่่� สิ่่�งที่่�เกิิดขึ้้�นคืือความเป็็นคนไทย 4.0 จะเกิิดขึ้้�นแบบไม่่ถ้้วนทั่่�ว ซึ่่�งอาจนำำ ไปสู่่การผลิิตซ้ำ ำ�ปััญหาความเหลื่่�อมล้ำ ำ�ใหม่่ ๆ ในสัังคมไทยต่่อไป โดยมีีต้้นเหตุุมาจากความไม่่เท่่าเทีียมกัันของพื้้�นฐานโครงสร้้าง เศรษฐกิิจ สัังคม และวััฒนธรรมของคนแต่่ละพื้้�นที่่� สิ่่�งสำำคััญที่่�รััฐควรผลัักดัันให้้เกิิดขึ้้�น คืือ การทำำ ให้้คนไทยทุุกคนสามารถเป็็นคนไทย 4.0 ได้้ตามความต้้องการของตนเอง โดยมีีรััฐเป็็นผู้้แนะแนวทางแต่่ไม่่ใช่่ผู้้กำำหนดกรอบตายตััว 3) การสร้้างคนไทย 4.0 ที่่�เป็็นไปได้้ทุุกช่่วงวััย ประเด็็นต่่อมาคืือ รััฐควรให้้ความสำำคััญเรื่่�อง “ช่่วงวััย” มากยิ่่�งขึ้้�น ถึึงแม้้ว่่า ในทางทฤษฎีีและในทางกฎหมาย คนไทยทุุกช่่วงวััยนั้้�นมีีสถานภาพเท่่าเทีียมกััน แต่่ ในพิิมพ์์เขีียวของการสร้้างคนไทย 4.0 นั้้�น รััฐเลืือกที่่�จะตั้้�งเป้้าหมายการพััฒนาคนไทย


189 ให้้เป็็น “มนุุษย์์ที่่�สมบููรณ์์ในศตวรรษที่่� 21” ควบคู่่ไปกัับการเป็็น “คนไทย 4.0 ในโลก ที่่�หนึ่่�ง” (กองบริิหารงานวิจัิัยและประกัันคุุณภาพการศึึกษา สถาบันส่ั ่งเสริิมการจััดการ ความรู้้เพื่่�อสัังคม, 2559, น. 19) โดยมุ่่งเน้้นที่่�วััยเด็็ก เยาวชน และวััยแรงงานเป็็นสำำคััญ ซึ่่�งทำำ ให้้อาจจะละเลยประชากรในกลุ่่มอื่่�น ๆ โดยเฉพาะกลุ่่มผู้้สููงวััย ดัังที่่�ระบุุในมิิติิ การยกระดัับศัักยภาพและคุุณค่่าของมนุุษย์์ (Human Wisdom) ว่่า “การพััฒนา ทุุนมนุุษย์์จำำ เป็็นต้้องคำำนึึงถึึงการพััฒนามาตรฐานของเด็็กไทย ยกระดัับคุุณภาพของ แรงงานให้้สอดคล้้องกัับตลาดแรงงานและทิิศทางการพััฒนาของประเทศ” ซึ่่�งสะท้้อน ความมุ่่งหวัังที่่�เน้น้เพีียงคนรุ่่นใหม่่และวััยแรงงานเพื่่�อสร้้างผลิติภาพทางเศรษฐกิิจเท่่านั้้น� ประเด็นนี้็ถื ้�ือเป็็นเรื่่�องสำำคััญอย่่างยิ่่�งเพราะโครงสร้้างประชากรไทยมีีแนวโน้้มที่่ชั�ดัเจนว่่า จำำนวนผู้้สููงอายุุจะเพิ่่�มสััดส่่วนมากขึ้้�นทั้้�งในปััจจุุบัันและอนาคต ประชากรกลุ่่มนี้้�ควร ได้้รัับการส่่งเสริิมให้้เป็็น Active Ageing และร่่วมเป็็นส่่วนหนึ่่�งของการพััฒนาประเทศ ไปสู่่ 4.0 โดยมีีประชากรในช่่วงวััยอื่่�น ๆ ร่่วมสนัับสนุุน แต่่กลายเป็็นว่่านโยบายการ พััฒนาคนไทย 4.0 กลัับผลัักผู้สูู ้งอายุุให้้ไปอยู่่ชายขอบเช่่นเดีียวกัับที่่�ผลการศึึกษาครั้้�งนี้ ้� พบว่่า การมองผู้้สููงอายุุเป็็นคนรุ่่นเก่่า และคนรุ่่นเก่่าคืือคนที่่�ไม่่รู้้เทคโนโลยีี ไม่่เปิิดรัับ สิ่่�งใหม่่ ไม่่ปรัับตััว ซึ่่�งความคิิดนี้ ้� ส่่วนหนึ่่�งเกิิดจากโครงสร้้างทางสัังคมและวััฒนธรรม ไทยที่่�ให้้คุุณค่่ากัับผู้้สููงอายุุและระบบอาวุุโส ในขณะเดีียวกัันก็็มัักสร้้างภาพของ ผู้้สููงอายุุคืือกลุ่่มวััยที่่�ไม่่ทัันต่่อโลก ควรหยุุดทำำงาน เป็็นวััยที่่�ต้้องพัักผ่่อน หรืือมีีหน้้าที่่� ในการอยู่่บ้้านเลี้้�ยงหลาน (ปราโมทย์์ ประสาทกุุล, ศุุทธิิดา ชวนวััน, และกาญจนา เทีียนลาย, 2555) คำำถามสำำคััญคืือ เราไม่่ต้้องการให้้ผู้้สููงอายุุเป็็นคนไทย 4.0 ไปพร้้อมประชากรวััยอื่ ่� นหรืือ? 4) คนไทย 4.0 ที่่�ไม่่ได้้จำำกััดเพีียงสััญชาติิไทย นอกจากประชากรสููงอายุุที่่�จะมีีมากขึ้้�นแล้้ว โครงสร้้างประชากรอีีกส่่วนหนึ่่�ง ที่่�สำำคััญคืือ กลุ่่มบุุคคลต่่างสััญชาติิที่่�เข้้ามาอยู่่ในประเทศไทยที่่�มีีจำำนวนเพิ่่�มสููงขึ้้�น อย่่างต่่อเนื่่�อง โดยเฉพาะในกลุ่่มวััยแรงงานที่่�เป็็นชาวต่่างชาติที่่ิ�มาจากประเทศเพื่่�อนบ้้าน (เมีียนมา ลาว และกััมพููชา) เขาเหล่่านี้ ้� คืือกำำลัังสำำคััญในด้้านแรงงานของประเทศไทย ที่่�มาทดแทนประชากรวััยแรงงานสััญชาติิไทยที่่มีี�แนวโน้้มจะลดลงไปในอนาคตเนื่่�องจาก


190 อััตราการเกิิดของคนไทยที่่�ลดต่ำ ำ� ลง (กองทุุนประชากรแห่่งสหประชาชาติิประจำำ ประเทศไทย, 2554) ในขณะเดีียวกันั กระแสการย้้ายถิ่่นข�องผู้้สููงอายุตุ่่างชาติวัิัยเกษีียณ (International Retirement Migration: IRM) จากประเทศพััฒนาแล้้วก็็เลืือกมา อยู่่อาศััยในประเทศไทยมากขึ้้�น (Tangchitnusorn, 2016) สัังคมไทยจึึงมีีแนวโน้้ม ที่่�จะมีีความเป็็นพหุุสัังคมและวััฒนธรรมมากขึ้้�นโดยเฉพาะในเชิิงความหลากหลาย ทางชาติิพัันธุ์์ประเด็็นนี้้�อาจไม่่น่่าวิิตกกัังวลมากนัักหากเชื่่�อมโยงกัับผลการศึึกษาครั้้�งนี้ ้� ที่่�พบว่่า ชาวดิิจิิทััลไทยที่่�เป็็นคนรุ่่นใหม่่ส่่วนใหญ่่คืือคนที่่�มีีความเปิิดกว้้างทางความคิิด ปรัับตััวได้ดีี้ และยอมรัับความแตกต่่างหลากหลายได้้ แต่่ประเด็็นที่่�น่่าขบคิิดต่่อไปคืือ ในเชิิงนโยบายรััฐกัับการสร้้างความเป็็นคนไทย 4.0 หากมองให้้ลึึกซึ้้�ง กำำลัังในการพััฒนาประเทศไทยมิิได้้อยู่่ในมืือของคนสััญชาติิไทย เพีียงเท่่านั้้�น แต่่ในยุุคดิิจิิทััลที่่�มีีการหลั่่�งไหลของผู้้คนที่่�รัักและอาศััยอยู่่ในประเทศไทย ไม่่ว่่าจะเป็็นชาวต่่างชาติิผู้้ที่่�เกษีียณอายุุและเลืือกมาตั้้�งรกรากในประเทศไทย แรงงาน อพยพที่่�อาจสร้้างครอบครััวในประเทศไทย รวมถึึงแรงงานไทยที่่�ไปทำำงานต่่างประเทศ ในปััจจุบัุันที่่�อนาคตอาจย้้ายถิ่่�นกลัับมา ล้้วนแล้้วแต่่เป็็นส่่วนหนึ่่�งของการนิิยามคนไทย 4.0 คืือการครอบคลุุมไปถึึงคนที่่�มิิได้้ยึึดติิดอยู่่เพีียงเรื่่�องชาติิกำำเนิิดที่่�เป็็นไทยหรืือ พรมแดนที่่�อยู่่อาศััย แต่่แท้้ที่่�จริิงแล้้วคำำนิิยามของคนไทย 4.0 ควรครอบคลุุมถึึงคนที่่� อยู่่ในสัังคมไทยและในต่่างแดนที่่�เป็็นผู้้ที่่�มีีความรัักในประเทศไทย เพื่่�อที่่�จะผนึึกกำำลััง มาพััฒนาประเทศไทยให้้เป็็นหนึ่่�งในกลุ่่มประเทศพััฒนา ดัังนั้้�นหากเป้้าหมายของการสร้้างคนไทย 4.0 โดยเป็็น “สัังคมที่่�ไม่่ทอดทิ้้�งใคร ไว้้ข้้างหลััง (Inclusive Society)” รััฐจำำ เป็็นต้้องระบุุลัักษณะความเป็็นคนไทย 4.0 ใหััชััดเจน คำำนึึงถึึงความแตกต่่างของแต่่ละพื้้�นที่่� สร้้างการพััฒนาคนให้้สอดคล้้องกัับ บริิบทความต้้องการของแต่่ละคนโดยเชื่่�อมต่่อคนได้ทุุ้กกลุ่่มวััยและครอบคลุุมประชากร ทุุกสััญชาติิ เช่่น คนไทย 4.0 ในที่่�นี้้�อาจหมายรวมถึึงคนในสัังคมไทยที่่�มีีส่่วนร่่วมในการ ขัับเคลื่่�อนสัังคมไทยได้้เช่่นกััน


191 5) คนไทย 4.0 ที่่�ไม่่ได้้เน้้นเฉพาะมิิติิด้้านเทคโนโลยีี แม้้ว่่าชาวดิิจิิทััลไทยจะมีีศัักยภาพและความพร้้อมต่่อการเป็็นคนไทย 4.0 ดัังที่่� กล่่าวไว้้ข้้างต้้น แต่่ประเด็็นความแตกต่่างกัันของบริิบทของแต่่ละบุุคคลที่่�มีีความ เหลื่่�อมล้ำ ำ� ของการเข้้าถึึงเทคโนโลยีีที่่�ไม่่เท่่าเทีียมกัันเป็็นประเด็็นที่่�ไม่่ควรถููกละเลย การสร้้างภาพเหมารวมต่่อคนรุ่่นใหม่่ด้้วยความคาดหวัังว่่าชาวดิิจิิทััลไทยทุุกคนจะใช้้ เทคโนโลยีีเป็็นอาจไม่่ถููกต้้องนััก เพราะความเป็็นจริิงแล้้วไม่่ใช่่ทุุกคนที่่�จะเข้้าถึึง เทคโนโลยีีหรืือพััฒนาทัักษะการใช้้เทคโนโลยีีได้้เหมืือนกััน จุุดสำำคััญคืือทุุกคนมีีทัักษะ เทคโนโลยีีที่่�แตกต่่างกััน แต่่จะทำำอย่่างไรให้้ได้้ใช้้ทัักษะที่่�มีีอยู่่นั้้�นเกิิดประโยชน์์ ได้้สููงสุุดต่่อไป โดยไม่่ใช่่การบัังคัับให้้ทุุกคนต้้องเรีียนรู้้เทคโนโลยีีทุุกอย่่าง เพื่่�อให้้ สุุดท้้ายแล้้วทุุกคนต่่างมีีทัักษะเหมืือน ๆ กััน ซึ่่�งไม่่ก่่อให้้เกิิดความสร้้างสรรค์์และ ต่่อยอดนวััตกรรม เนื่่�องจากผู้้เรีียนรู้้จะต้้องติิดตามทุุกเทคโนโลยีีที่่�เกิิดขึ้้�นใหม่่ไม่่ว่่า ตนเองจะมีีความพร้้อมหรืือไม่่ โดยที่่�ตนไม่่ได้้พััฒนาสิ่่�งที่่�ตนสนใจได้้อย่่างแท้้จริิง ทั้้�งนี้้� เมื่่�อพิิจารณาเป้้าหมายภาพรวมของการเป็็นคนไทย 4.0 คุุณลัักษณะที่่�รััฐ มุ่่งหวััง นอกจากการอ้้างอิิงผลเพื่่�อตอบสนองในเชิิงเศรษฐกิิจและการเป็็นแรงงาน เป็็นสำำคััญแล้้ว รััฐมัักใช้้โมเดลของประเทศที่่�พััฒนาแล้้วมาเป็็นฐาน เช่่น โมเดล A Nation of Makers ของสหรััฐอเมริิกาที่่�สนัับสนุุนธุุรกิิจและวััฒนธรรมของเหล่่า นัักประดิิษฐ์์รุ่่นใหม่่ โมเดล Design in Innovation ที่่�ผลัักดัันการออกแบบเชิิง นวััตกรรมให้้เป็็นแรงขัับเคลื่่�อนเศรษฐกิิจของสหราชอาณาจัักร และโมเดลเศรษฐกิิจ สร้้างสรรค์์หรืือ Creative Economy ของเกาหลีีใต้้ (สำำ นัักโฆษก สำำ นัักเลขาธิิการ นายกรััฐมนตรีี, 2560, น. 4) รวมถึึงความพยายามที่่�จะใช้้โมเดลการพััฒนาคนเพื่่�อนำำประเทศสู่่การแข่่งขััน ในเวทีีโลกให้้ได้้ตามแบบอย่่างประเทศสิิงคโปร์์ หรืือพยายามใช้้โมเดลรููปแบบการ ศึึกษาของประเทศฟิินแลนด์์ โดยละเลยเงื่่�อนไขสำำคััญ คืือบริิบทพื้้�นฐานทางสัังคม และวััฒนธรรมของคนในประเทศต่่าง ๆ เหล่่านั้้�น ว่่าเป็็นตััวขัับเคลื่่�อนให้้เกิิดนโยบาย และเป้้าหมายของแต่่ละประเทศที่่�ต่่างกััน


192 ดัังนั้้�น เมื่่�อประเทศไทยจะสร้้างคนไทย 4.0 ก็็เปรีียบเสมืือนการที่่�พยายาม นำำ โมเดลต่่างประเทศมาปรัับใช้้กัับความเป็็นไทย บางอย่่างจึึงไม่่ประสบผลสำำเร็็จ หากแต่่ถ้้าเราปรัับมุุมมองเป็็นในทางกลัับกััน ถ้้าประเทศไทยกลัับแนวคิิดด้้วยการ พััฒนาคนจากพื้้�นฐานของลัักษณะเด่่นของเราเองพััฒนาตามความต้้องการของคนไทย ที่่�อยากจะเป็็นแล้้วไปให้้สุุดศัักยภาพ ประเทศไทยอาจได้้โมเดลการพััฒนาคนไทย ที่่�น่่าจะไปไกลกว่่าความเป็็น 4.0 ตามลัักษณะของประเทศอื่่�นก็็เป็็นได้้ 6) สารตั้้�งต้้นของการสร้้างคนไทย 4.0 ศัักยภาพและคุุณลัักษณะของคนรุ่่นใหม่่บางประการถืือได้้ว่่าเป็็น “ต้้นทุุน ศัักยภาพที่่�ดีี” หรืือเรีียกว่่าเป็็น “สารตั้้�งต้น้ของการสร้้างคนไทย 4.0” ที่่�รััฐควรนำำมา พััฒนาชาวดิิจิิทััลไทยให้้เป็็นคนไทย 4.0 หรืือ 5.0 ได้้ต่่อไปอย่่างไม่่หยุุดยั้้�ง ซึ่่�งจาก ข้้อค้้นพบจากผลการศึึกษานี้้�พบว่่า รััฐควรนำำพลัังของคนรุ่่นใหม่่มาใช้้ให้้เกิิดประโยชน์์ สููงสุดุ ควรเปิดิโอกาสให้้เกิดพื้้ ิ นที่่� �การเรีียนรู้โ้ดยไม่ปิ่ ดกั้้ ิน� เพราะปััจจุบัุนัคนรุ่่นใหม่กำ่ ำลััง สร้้างบรรทััดฐานใหม่่ให้กั้ับสัังคมไทย (New Norm) ในด้้านต่่าง ๆ เช่่น การมีีทััศนคติิ มุุมมองความคิดต่ิ ่อการใช้ชีีวิ้ติแบบยืดืหยุ่่น ความเท่่าทันต่ั ่อการเปลี่่�ยนแปลง การพััฒนา ทัักษะที่่�เหมาะสมกัับวิิถีีชีีวิิตเทคโนโลยีี การสร้้างแบบแผนการเรีียนและการทำำงาน รููปแบบที่่�แตกต่่างไปจากเดิิม การให้้คุุณค่่าเรื่่�องความสมดุุลของการใช้้ชีีวิิต (WorkLife Balance) และการเปิิดรัับความหลากหลายทางเพศ เป็็นต้้น สิ่่�งเหล่่านี้ ้� ล้้วน ประกอบสร้้างให้้เกิิดคุุณลัักษณะใหม่่ๆ และนิิยามใหม่่เกี่่�ยวกัับชาวดิิจิิทััล ซึ่่�งคนกลุ่่มนี้ ้� จะสามารถเป็็นผู้้สร้้างสรรค์์สิ่่�งใหม่่ให้้เกิิดขึ้้�นในสัังคมได้้ในอนาคต ดัังนั้้�นสิ่่�งสำำคััญคืือ สัังคมไทยจะต้้องเปิิดพื้้�นที่่�และให้้โอกาสแก่่พลัังของคนรุ่่นใหม่่ที่่�จะเข้้ามาขัับเคลื่่�อน สัังคมที่่�ควรจะเป็็นได้้อย่่างยั่่�งยืืนต่่อไป อย่่างไรก็็ตาม นอกเหนืือไปจากการเปิิดโอกาส ให้้ชาวดิิจิิทััลได้้สร้้างสรรค์์สิ่่�งใหม่่แล้้ว สิ่่�งใดที่่�รััฐให้้ความสำำคััญและเล็็งเห็็นประโยชน์์ ว่่าเป็็นสิ่่�งดีีงามที่่�ควรปลููกฝัังให้้กัับชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่อย่่างต่่อเนื่่�องต่่อไป รััฐก็็ควรมีี แนวทางในการนำำเสนอรููปแบบการประยุุกต์์ใช้้ที่่�สอดคล้้องกัับวิิถีีชีีวิิตและตอบโจทย์์ ความเป็็นชาวดิิจิิทััลรุ่่นใหม่่ เพื่่�อสร้้างความเข้้าใจที่่�ถููกต้้องและไม่่ก่่อให้้เกิิดความ ขััดแย้้ง ความเข้้าใจผิดิ หรืือการโต้้แย้้งทางคุุณธรรม


193 โอกาสอีีกประการที่่รั�ัฐสามารถนำำศัักยภาพและพลัังของคนรุ่่นใหม่่ไปใช้ปร้ ะโยชน์์ คืือ รััฐควรมอบหน้้าที่่�ให้้คนรุ่่นใหม่มี่ ีบทบาทสำำคััญต่่อการสร้้างคนไทย4.0 เนื่่�องจาก ศัักยภาพของคนรุ่่นใหม่่มีีคุุณลัักษณะความเป็็น 4.0 อยู่่ในตนเอง พวกเขาควรเป็็น บุุคคลสำำคััญในการชี้ ้� นำำถ่่ายทอด และสร้้างคนไทย 4.0 ให้้กัับบุุคคลใกล้้ชิิดในรุ่่นวััย ต่่าง ๆ ปััจจุุบัันยัังไม่่เห็็นความชััดเจนถึึงการส่่งเสริิมในประเด็็นนี้้�ในนโยบายของรััฐ แสดงให้้เห็นว่็ ่ารััฐไม่่ได้้ใช้้ต้้นทุนุทางสัังคมด้้านความเข้้มแข็็งของ“ระบบครอบครััวและ เครืือญาติิ” ของสัังคมและวััฒนธรรมไทยมาใช้้เพื่่�อการสร้้างคนไทย 4.0 จึึงยัังขาดการ เชื่่�อมต่่อระหว่่างรุ่่นวััยแม้้แต่่ภายในครอบครััวเดีียวกััน หรืือในความใกล้้ชิิดทางสัังคม อย่่างชุุมชน โรงเรีียน และที่่ทำ�ำงาน จึึงควรส่่งเสริิมบทบาทของคนรุ่่นใหม่่อย่่างชััดเจน เช่น่ การให้้บทบาทสอนทัักษะความรู้เทคโ้นโลยีีข้้ามรุ่่นวััย ประโยชน์์จากการดำำเนินิการนี้้� นอกจากจะได้้การสร้้างคนไทย 4.0 ที่่�เพิ่่�มขึ้้�นและตรงกลุ่่มเป้้าหมายแล้้ว ยัังสามารถ สร้้างเสริิมฐานรากของสถาบัันครอบครััวและชุุมชนให้้แข็็งแกร่่งมากขึ้้�นด้้วย ทั้้�งนี้้� โดยพื้้�นฐานสัังคมไทยนั้้�นมีีความเอื้้�อเฟื้้�อ ให้้ความสำำคััญกัับระบบอาวุุโส เป็็นรากฐานสำำคััญ ดัังนั้้�นเมื่่�อสัังคมและรููปแบบการดำำเนิินชีีวิิตเปลี่่�ยนแปลงไปจากเดิิม เช่่น การใช้้ชีีวิิตแบบสัังคมดิิจิิทััลทำำ ให้้คนรุ่่นเก่่าเกิดปัิ ัญหาตามไม่่ทัันและมัักเกิิดปััญหา ช่่องว่่างระหว่่างวััย ตลอดจนเกิิดความขััดแย้้งของคนรุ่่นเก่่าและคนรุ่่นใหม่่ ดัังนั้้�นหาก สัังคมสามารถปรัับมุุมคิิดและวิิธีีการจากเดิิมโดยให้้ความสำำคััญกัับคนรุ่่นใหม่่มากขึ้้�น ในฐานะที่่�เป็็น “ผู้้กระทำำการ” มากกว่่าการเป็็นผู้้ถููกกำำหนดให้้ปฏิิบััติิการตามความ ต้้องการของรััฐหรืือสัังคม คนรุ่่นใหม่่จึึงควรได้้รัับโอกาสในการผลัักดัันให้้มีีบทบาท ในการขัับเคลื่่�อนสัังคม 4.0 ในฐานะผู้้นำำสัังคม สิ่่�งเหล่่านี้้�อาจเป็็นอีีกช่่องทางที่่�ทำำ ให้้ ประเทศไทยไปสู่่ความเป็็น 4.0 ได้้อย่่างราบรื่่�นมากขึ้้�น


194 เอกสารอ้้างอิิง


195 กรชนก สนิิทวงค์์, และณรงค์์ เจนใจ. (2563) แนวทางการพััฒนาชุุมชนตามหลัักปรััชญา เศรษฐกิิจพอเพีียงสู่่การสร้้างสัังคมอยู่่ดีีมีีสุุข “พอมีี พอกิิน พอใช้้” อย่่างยั่่�งยืืน. วารสาร มจร. การพััฒนาสัังคม, 5(1), 1-16. กองทุุนประชากรแห่่งสหประชาชาติิประจำำประเทศไทย. (2554). ผลกระทบของการ เปลี่่�ยนแปลงทางประชากรในประเทศไทย. กรุุงเทพฯ: กองทุุนประชากรแห่่ง สหประชาชาติิประจำำประเทศไทย. กองบริิหารงานวิิจััยและประกัันคุุณภาพการศึึกษา สถาบัันส่่งเสริิมการจััดการความรู้้ เพื่่�อสัังคม. (2559). พิิมพ์์เขีียว Thailand 4.0 โมเดลขัับเคลื่่�อนประเทศไทย สู่่�ความมั่่�งคั่่�ง มั่่�นคง และยั่่�งยืืน. สืืบค้้นเมื่่�อ 30 เมษายน 2563, จาก https:// waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2017/20171114-draeqa-blueprint.pdf. กองยุุทธศาสตร์์และแผนงาน กรมสุขุภาพจิติ กระทรวงสาธารณสุขุ . (2561). แผนพััฒนา สุุขภาพจิิตแห่่งชาติิฉบัับที่่� 1 (พ.ศ. 2561 – 2580). สืืบค้้นเมื่่�อ 10 พฤษภาคม 2563, จาก http://www.stopcorruption.moph.go.th. คณะกรรมการส่่งเสริิมคุุณธรรมแห่่งชาติิ. (2562). การส่่งเสริิมคุุณธรรม “พอเพียีง วิินััย สุุจริิต จิิตอาสา” สร้้างคนดีีสู่่�สัังคม. กรุุงเทพฯ: ศููนย์์คุุณธรรม (องค์์การมหาชน). จุุลนีี เทีียนไทย, ภััทรพรรณ ทำำดีี, ภาสนัันทน์์ อััศวรัักษ์์, ปุุณณฑรีีย์์ เจีียวิิริิยบุุญญา, ว่่าน ฉัันท์์ฉาย ฉัันทวิิลาสวงศ์์ และฐิิติินัันทน์์ ผิิวนิิล. (2563). รายงานการวิิจััย ฉบัับสมบููรณ์์ การสร้้างความเข้้าใจในคุุณลักัษณะ พฤติกรรมิ และทััศนคติิในอนาคต ของชาวดิิจิิทััลไทย. กรุุงเทพฯ : สำำ นัักงานการวิจัิัยแห่่งชาติิ (วช.). ปราโมทย์์ ประสาทกุุล, ศุุทธิิดา ชวนวััน และกาญจนา เทีียนลาย. (2555). ผู้้สููงอายุุ: คนวงในที่่�จะถููกผลัักให้้ไปอยู่่ชายขอบ. ใน กุุลภา วจนสาระ และกฤตยา อาชวนิิจกุุล (บรรณาธิิการ). ประชากรและสัังคม 2555: ประชากรชายขอบและ ความเป็็นธรรมในสัังคมไทย. (หน้้า 105-124). นครปฐม: สถาบันวิั ิจััยประชากร และสัังคม มหาวิิทยาลััยมหิิดล. ภาษาไทย


196 ราชบััณฑิติยสถาน. (2557). พจนานุุกรมศััพท์ปร์ะชากรศาสตร์์ ฉบัับราชบััณฑิิตยสถาน. กรุุงเทพฯ: ราชบััณฑิิตยสถาน. สำำ นัักงานคณะกรรมการพััฒนาการเศรษฐกิิจและสัังคมแห่่งชาติิ. (2554) การทรงงาน พััฒนาประเทศของพระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่�หััว. กรุุงเทพฯ: สำำ นัักงาน คณะกรรมการพััฒนาการเศรษฐกิิจและสัังคมแห่่งชาติิ. สำำ นัักโฆษก สำำ นัักเลขาธิิการนายกรััฐมนตรีี. (2560). วารสารไทยคู่่�ฟ้้าออนไลน์์.สืืบค้้น เมื่่�อ 30 เมษายน 2563, จาก https://spm.thaigov.go.th/FILEROOM/ spmthaigov/DRAWER004/GENERAL/DATA00368.PDF สุุเมธ ตัันติิเวชกุุล. (2551). เศรษฐกิิจพอเพีียง (Sufficiency Economy). วารสาร ศึึกษาศาสตร์์, 19(3). 1-6. สุุวิิทย์์ เมษิินทรีีย์์. (2560). กรอบความคิิดเชิิงบููรณาการของผู้้นำำภาครััฐกัับการ ขัับเคลื่่�อนภารกิิจในยุุคประเทศไทย 4.0. สืืบค้้นเมื่่�อ 30 เมษายน 2563, จาก https://www.ocsc.go.th/sites/default/files/attachment/article/ 20170622-rsr2-1_final.pdf. ไสว บุุญมา. (2559). แก้้ไขความเข้้าใจผิดิเรื่่�องเศรษฐกิิจพอเพียีง.สืืบค้น้เมื่่�อ 30 เมษายน 2563, จาก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/637986. อานนท์์ ศัักดิ์์�วรวิิชญ์์. (2561). 11 คุุณลัักษณะของคนไทย 4.0 ที่่�ต้้องปฏิิรููป จะช่่วยให้้ Thailand 4.0 เป็็นความจริิง. สืืบค้้นเมื่่�อ 30 เมษายน 2563, จาก http://as.nida.ac.th/gsas/article.


197 ภาษาอัั งกฤษ Cook, J. 2018. Imagined futures: Hope, risk and uncertainty. Basingstoke, UK: Palgrave. Diamandis, P., & Kotler, S. (2020). The future is faster than you think: How converging technologies are transforming business, industries, and our lives. New York: Simon and Schuster. Giddens, A. (1971). Capitalism and modern social theory. Cambridge: Cambridge University Press. Giddens, A. (1979). Central problems in social theory: Action, structure and contradiction in social analysis. London & Basingstoke: The Macmillan Press Ltd. Giddens, A. (1984). The constitution of society, Outline of the theory of structuration. Berkeley & Los Angeles University of California Press. Godin, S. (2018). This is marketing: You can’t be seen until you learn to see. New York: Portfolio. Hage, G. (2003). Searching for hope in a shrinking society. Annandale, VIC: Pluto Press. Harvard Business Review Press. (2013). HBR’s 10 must reads on innovation. Boston : Harvard Business Review Press. Harvard Business Review Press. (2020). HBR’s 10 must reads on managing people 2-volume collection. Boston : Harvard Business Review Press. Holiday, R. (2014). Growth hacker marketing: A primer on the future of PR, marketing, and advertising. New York : Portfolio. Mahadevan, J. (2017). A very short, fairly interesting and reasonably cheap book about cross-cultural management. Thousand Oaks: SAGE. Miller, D. (2017). Building a storybrand: Clarify your message so customers will listen. New York: HarperCollins Leadership.


198 Pilcher, J. (1994). Mannheim’s sociology of generations: An undervalued legacy. The British Journal of Sociology, 45(3), 481-495. Savin-Baden, M., & Tombs, G. (2017). Research methods for education in the digital age. Bloomsbury Publishing. Tangchitnusorn, K. (2016). International migration of Westerners of Thailand: Decision-making process, wellbeing, assimilation, and impacts on destination. Thesis (Ph.D. in Demography), Chulalongkorn University. .


เกี่ ่� ยวกัับผู้้แต่่ง


Click to View FlipBook Version