The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมพลังชุมชนฯ-บีบอัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tumsandee, 2021-09-08 06:20:17

รวมพลังชุมชนฯ-บีบอัด

รวมพลังชุมชนฯ-บีบอัด

“บางโกระกราก” หรอื บางโกระจนถึงปจั จบุ ัน
ซ่ึงต�ำบลบางโกระ มกี ารขับเคล่ือนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

ดา้ นวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม 9.1 ชมุ ชนคุณธรรมวัดสุนทรวารี
(บ้านบางโกระ) ระดับคณุ ธรรม

จัดกิจกรรม บริการเข้าสุนัตแก่เยาวชน ประวัติชุมชน บางโกระเป็นชื่อของ
มุสลิม ภายใต้โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะ หมูบ่ ้านมปี ระวัติเล่าต่อกันมาว่า ในสมยั ก่อน พืน้ ที่
เพศชายในเยาวชนมุสลิม เพื่อป้องกันการติดเช้ือ เช่ือมต่อกับล�ำคลองท่าเรือ สามารถใช้เรือ
โดยกจิ กรรมดงั กลา่ วจดั ขน้ึ เพอื่ สรา้ งความตระหนกั เปน็ พาหนะเดนิ ทางและขนสง่ สินคา้ ได้ โดยเฉพาะ
และความเขา้ ใจในการดูแลสขุ ภาพ และปอ้ งกนั โรค การใช้เรือขนส่งข้าวเปลือกจากฉางข้าวในหมู่บ้าน
โดยเฉพาะโรคติดเชื้อแก่เยาวชนมุสลิมในพ้ืนท่ี ไปส่งเจ้าผู้ปกครองเมือง ต่อมาสภาพล�ำคลอง
และเพ่ือให้เยาวชนมุสลิมในพ้ืนที่สามารถเข้าถึง มคี วามตนื้ เขนิ ยากลำ� บากตอ่ การเดนิ ทาง ชาวบา้ น
บริการด้านการส่งเสริมป้องกันโรคและปลอดจาก เล่าว่าบ่อยคร้ังเมื่อเดินทางผ่านล�ำคลองน้ีท้องเรือ
การติดเชื้อ และยังเป็นการธ�ำรงรักษาไว้ซึ่ง จะมเี สยี งดงั โกระ...กราก...เนอ่ื งจากทอ้ งเรอื กระทบ
วิถวี ฒั นธรรมของชาวมุสลิมในพนื้ ที่อกี ดว้ ย พื้นทราย จึงเรียกบางนว้ี ่า “บางโกระกราก” หรอื
บางโกระจนถงึ ปจั จบุ ัน

9. ตำ� บลบางโกระ บางโกระเปน็ ชื่อ
ของหมู่บ้านมีประวัติเล่าต่อกันมาว่า ในสมัยก่อน
พื้นท่ีเป็นบางเช่ือมต่อกับล�ำคลองท่าเรือ สามารถ
ใช้เรือเป็นพาหนะเดินทางและขนส่งสินค้าได้
โดยเฉพาะการใช้เรือขนส่งข้าวเปลือกจากฉางข้าว
ในหมู่บ้านไปส่งเจ้าผู้ปกครองเมือง ต่อมาสภาพ
ลำ� คลองมีความตนื้ เขิน ยากล�ำบากตอ่ การเดนิ ทาง
ชาวบ้านเล่าว่าบ่อยครั้งเมื่อเดินทางผ่านล�ำคลองน้ี
ท้องเรือจะมีเสียงดัง โกระ...กราก...เนื่องจาก
ท้องเรือกระทบพ้ืนทราย จึงเรียกบางน้ีว่า ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมบ่มเพาะความดีเสริมสร้าง
คุณธรรมจริยธรรมน�ำสังคมสู่สันติสุข เพื่อปลูกฝัง

46 รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปตั ตานี

คุณธรรมและจริยธรรมให้แก่เด็ก เยาวชนและ
ประชาชนในพ้ืนที่ ในการน�ำหลกั ธรรมทางศาสนา
มาปรับใช้ในการดำ� เนนิ ชวี ิตใหม้ ีความสขุ

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง จะมีการน�ำประวัติของท่านศาสดามากล่าวถึงเป็น
จัดกิจกรรมอบรมการท�ำขนมเพ่ือ โวหารสดดุ ี ซง่ึ จะใชห้ นงั สอื อลั -บรั -ซนั ญี ในการอา่ น
สรา้ งอาชีพ สร้างรายไดใ้ หก้ ับคนในชมุ ชน เพอื่ เผยแพรเ่ กยี รตคิ ณุ ของทา่ นศาสดา และเพอื่ สอน
ใหเ้ ยาวชนไดร้ จู้ กั บคุ คลสำ� คญั ทางศาสนา

ดา้ นหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
จัดกิจกรรมอบรมท�ำขันหมากมุสลิม
เพอ่ื สร้างอาชีพ สร้างรายไดใ้ หก้ ับคนในชุมชน

ดา้ นวถิ วี ฒั นธรรมไทยที่ดงี าม
จั ด กิ จ ก ร ร ม จิ ต อ า ส า บ� ำ เ พ็ ญ
สาธารณประโยชน์ เพอ่ื สรา้ งความรกั ความสามคั คี
และความเสียสละในการท�ำเพื่อส่วนรวมให้กับ
คนในชุมชน

9.2 ชุมชนคณุ ธรรมมัสยิดกบู ูอัลฟลั ลาห์ ดา้ นวถิ วี ฒั นธรรมไทยทีด่ งี าม
(บ้านบ)ู ระดบั สง่ เสริมคุณธรรม จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาแหล่ง
ประวตั ิชมุ ชน ไม่ทราบแนช่ ดั ศลิ ปวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ โดยการพฒั นาปรบั ภมู ทิ ศั น์
มีการตัดหญ้า เก็บขยะ ท�ำความสะอาดห้องน�้ำ
เพื่อสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทยด้านการเสียสละ
ในการทำ� ความดีเพื่อสว่ นรวม

ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา
จดั โครงการเมาลดิ สมั พนั ธ์ ซง่ึ เปน็ กจิ กรรม
ของชาวมสุ ลมิ ในโอกาสเฉลมิ ฉลองวนั คลา้ ยวนั เกดิ
ของทา่ นศาสดามฮู มั หมดั ชาวมสุ ลมิ จะจดั งานถวาย
ความร�ำลึกถึงท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ในพิธี

รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปตั ตานี 47

10. ตำ� บลปากล่อ ความเปน็ มาของ ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมท�ำบุญตักบาตร เวียนเทียน
ต�ำบลปากล่อ หรือในภาษาท้องถิ่นชาวบ้าน เพื่อร่วมกันสืบสานกิจกรรมเนื่องในวันส�ำคัญ
จะเรียกว่า “วะมูกอแู ต” ซ่งึ เปน็ คำ� ที่มคี วามหมาย ทางพระพุทธศาสนาเพอ่ื ให้พทุ ธศาสนกิ ชนในพืน้ ที่
เดียวกับค�ำว่าปากล่อ โดยในท่ีน้ีค�ำว่าปากล่อจะมี ยดึ มนั่ ในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามหลกั ศาสนาใหถ้ กู ตอ้ ง
ความหมายว่า ปากทางเข้าป่าหรือเขตสิ้นสุดของ
พืน้ ทีป่ า่
ซึ่งต�ำบลปากล่อ มีการขับเคล่ือนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

๑๐.๑ ชมุ ชนคณุ ธรรมวดั ธนาภิมุข
(บ้านปากล่อ) ระดบั ส่งเสริมคณุ ธรรม
ด้านหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ประวัติชุมชน มีประวัติเร่ืองเล่าต่อๆ ผู้น�ำชุมชนเป็นแกนน�ำในการส่งเสริม
กนั มาวา่ ในสมยั กอ่ นมพี ระยาทา่ นหนง่ึ ไดห้ นอี าญา ใหค้ นในชมุ ชนนอ้ มนำ� หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แผน่ ดนิ มาอยทู่ บ่ี า้ นตาชี อำ� เภอยะหา จงั หวดั ยะลา
ต่อมาทางการได้จัดส่งเจ้าหน้าที่มาจับกุม เม่ือ มาใช้ในการด�ำเนินชีวิต โดยการปลูกผักสวนครัว
เจ้าหน้าท่ีมาถึงจึงได้รู้ว่าพระยาท่านนี้ได้ถูกยิง ไวท้ านและจำ� หนา่ ย เพอื่ สรา้ งรายไดใ้ หก้ บั คนในชมุ ชน

เสยี ชวี ติ แลว้ เจา้ หนา้ ทจ่ี งึ นำ� ศพของพระยามาฝงั ดนิ
แตบ่ งั เอญิ ในระหวา่ งทำ� การฝงั ไดเ้ กดิ ฝนตกอยา่ งหนกั
จึงท�ำให้ดินที่ฝังศพของพระยาได้ถูกน�้ำพัดพาไป
หมด แล้วมีส่วนปากโผล่ขึ้นมาให้เห็น จึงเป็นที่
ตดิ ตาของประชาชนในบรเิ วณนี้ และไดเ้ รยี กบรเิ วณ
น้ีสืบตอ่ กันมาวา่ “บ้านปากลอ่ ” มาจนถงึ ปัจจุบนั

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดงี าม
จั ด กิ จ ก ร ร ม จิ ต อ า ส า บ� ำ เ พ็ ญ
สาธารณประโยชน์บริเวณศาสนสถาน เพ่ือสร้าง
ความรักและความสามคั คีให้กบั คนในชุมชน

48 รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจงั หวัดปัตตานี

11. ต�ำบลป่าบอน ในอดีตต�ำบล การท่ีในอดีตบริเวณหมู่ที่ ๓, หมู่ท่ี ๔
ป่าบอนจะรวมอยู่กับต�ำบลช้างให้ตก แต่เมื่อมี และหมู่ท่ี ๕ มีต้นค้ออยู่เป็นจ�ำนวนมาก จึงท�ำให้
จ�ำนวนประชากรเพิ่มขึ้นจึงได้มีการแยกมาเป็น ชาวบ้านในสมัยน้ันพากันเรียกพื้นที่บริเวณน้ีว่า
ตำ� บลปา่ บอนแหง่ นี้ โดยตำ� บลปา่ บอน จะประกอบ “บือแนซือแด” หรือ “นาค้อ” นั่นเอง
ไปด้วย 5 หมู่บ้าน คือ หมู่ท่ี 1 บ้านป่าบอน, ซ่ึงต�ำบลป่าบอน มีการขับเคลื่อนชุมชน
หมู่ท่ี 2 บ้านทงุ่ แคะ, หมู่ท่ี 3 บ้านนาค้อ, หมู่ที่ 4 ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
บ้านนาค้อกลาง, หมู่ที่ 5 บ้านนาค้อเหนือ ขับเคลื่อนด้วยพลังบวรตามแผนแม่บทส่งเสริม
หมู่ท่ี 1 บ้านป่าบอน (บ้านปะบ็อง) คณุ ธรรมแหง่ ชาตฉิ บบั ท่ี 1 (พ.ศ. 2559 – 2564)
แปลเปน็ ภาษาทอ้ งถนิ่ วา่ ฮแู ตกลาดี เนอ่ื งจากในอดตี จ�ำนวน 2 ชุมชน คือ
ที่บริเวณน้ันมีลักษณะเป็นป่าและจะมีต้นกลาดี
เป็นจ�ำนวนมาก ซ่ึงต้นกลาดีก็คือต้นบอน ๑๑.๑ ชุมชนคุณธรรมมสั ยิดบ้านบลกู า
จึงเป็นที่มาของป่าบอน (บ้านนาคอ้ เหนือ) ระดบั ส่งเสริมคุณธรรม

หม่ทู ี่ 4 บา้ นนาคอ้ กลาง (บ้านนาคอตือ ประวัติชุมชน บ้านนาค้อเหนือ
เงาะห)์ ชาวบา้ นในทอ้ งถนิ่ มกั จะเรยี กหมบู่ า้ นแหง่ นี้ ตั้งอยู่หมู่ท่ี ๕ ต�ำบลป่าบอน อ�ำเภอโคกโพธิ์
วา่ “บา้ นแนแปะ๊ ” ทม่ี าจากคำ� วา่ “บอื แนโตะแปะ๊ ” จงั หวดั ปตั ตานี เปน็ หมบู่ า้ นเกา่ แกป่ ระมาณ ๒๐๐ ปี
ส�ำหรับที่มาของช่ือน้ันมาจาก เม่ือในอดีตมี ตั้งอยู่ในพ้ืนท่ีราบ มีนาและเนินเขาล้อมรอบ
ชาวจนี แผน่ ดนิ ใหญผ่ หู้ นง่ึ มาอาศยั อยทู่ น่ี แี่ ละไดเ้ ขา้ บา้ นนาคอ้ เหนอื ไดจ้ ากการเรยี กชอื่ ของตน้ ไมช้ นดิ หนงึ่
รับการนับถือศาสนาอิสลาม ซ่ึงคนจีนผู้น้ันถือเป็น คือ ต้นนาค้อ ซึ่งมีมากในบริเวณหมู่บ้าน ต่อมา
ผบู้ กุ เบกิ บา้ นนาคอ้ กลางแหง่ นี้ โดยชาวบา้ นในสมยั นน้ั ชาวบ้านจึงเรียกว่า บ้านนาค้อเหนือ ส่วนค�ำว่า
จะเรียกชาวจีนผู้นั้นว่า “โตะแป๊ะ” และชาวจีน “เหนือ” ได้มาจากการเรียกทิศ และชาวบ้าน
ผู้นั้นก็ได้ท�ำการขุดดินในบริเวณนั้นเพื่อสร้างเป็น ได้เรียกชื่อนาค้อกับทิศเหนือมารวมกัน จึงเป็น
“บือแน” หรือทุ่งนา และชาวบ้านในสมัยน้ัน “บ้านนาค้อเหนือ” มีเนื้อท่ีประมาณ ๑,๘๐๐ ไร่
กต็ า่ งพากนั เรยี กทบี่ รเิ วณนนั้ วา่ “แนแปะ๊ ” ซงึ่ เปน็ การ เป็นพื้นที่ราบตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล และอยู่ใน
ผสมของค�ำว่า “บือแน” กับ “โตะแป๊ะ” นั่นเอง ความดูแลขององค์การบริหารส่วนต�ำบลป่าบอน

หมู่ท่ี ๕ บ้านนาค้อเหนือ (บ้านนาคอฮูลู) ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา
ชื่อท่ีเป็นภาษาท้องถิ่นนั้น ชาวบ้านมักจะเรียกกัน จดั กจิ กรรมอบรมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม เพอ่ื
วา่ “บา้ นบอื แนซอื แด” ซง่ึ หมายถงึ ทงุ่ ทม่ี ตี น้ “ซอื แด” สร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุณธรรมในการ
เป็นจ�ำนวนมาก โดยต้น “ซือแด” ในภาษาไทย อยู่รว่ มกนั ในสงั คมพหุวัฒนธรรมอยา่ งมคี วามสขุ
จะเรียกว่า “ต้นค้อ” ซึ่งมักจะอยู่บนเทือกเขาสูงๆ

รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจังหวดั ปตั ตานี 49

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 7 ครัวเรือน ต้องอพยพลงมาหาพ้ืนท่ีท�ำกินและ
จดั ตง้ั กลมุ่ เครอื ขา่ ยแมบ่ า้ นทหารผา่ นศกึ ทอ่ี ยอู่ าศยั ใหมท่ างตอนใตข้ องหมบู่ า้ น จงึ ทำ� ใหม้ กี าร
เพ่ือท�ำซาลาเปาสามรส จดั ตัง้ หมบู่ า้ นขนึ้ ใหมเ่ รยี กวา่ “บา้ นนาคอ้ ใต”้
จ�ำหน่าย เพื่อสร้างงาน ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา
สร้างรายได้ และใช้เวลา จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรมจริยธรรม
ว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ เพ่ือสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการอยู่ร่วมกัน
ในสังคมพหวุ ฒั นธรรมอยา่ งมีความสขุ

ด้านวิถีวฒั นธรรมไทยท่ีดงี าม ด้านหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จดั กจิ กรรมจติ อาสาปรบั ปรงุ สนามเดก็ เลน่ จดั ตั้งกลมุ่ อาชีพ การทำ� ไมก้ วาด ซง่ึ เป็น
ดว้ ยการทาสเี ครอื่ งเลน่ ทำ� ความสะอาด เกบ็ กวาดขยะ ผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่
ภายในบรเิ วณโรงเรยี น เพอ่ื สบื สานวถิ วี ฒั นธรรมไทย สร้างรายได้ ลดรายจ่าย
ในดา้ นความมนี ้ำ� ใจ เออ้ื เฟื้อเผือ่ แผ่ การทำ� ความดี ในครวั เรอื น และมกี ารผลติ
เพอ่ื สว่ นรวม ตลอดทั้งปี ท�ำให้คน
ในชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข
1๑.2 ชุมชนคณุ ธรรมมสั ยดิ ดารสุ ลาม โดยมีนางคอลิเยาะ มูนะ
(บ้านนาคอใต)้ ระดับคณุ ธรรม ภู มิ ป ั ญ ญ า ใ น ชุ ม ช น
ประวตั ชิ มุ ชน บา้ นนาคอ้ ใต้ เปน็ หมบู่ า้ นใหม่ เป็นผู้ฝึกอบรมให้กับคน
ทแ่ี ยกออกจากบา้ นนาคอ้ แตเ่ ดมิ บา้ นนาคอ้ เปน็ เพยี ง ในชมุ ชน
หมู่บ้านเดียวอยู่ในต�ำบลป่าบอนในปัจจุบัน แต่มี ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยทีด่ ีงาม
ประชากรเพมิ่ มากขนึ้ จงึ มกี ารขยายหมบู่ า้ นไปเรอ่ื ยๆ จัดกิจกรรมประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว
และในปี พ.ศ. ๒๔๒๕ ทางการรถไฟมีโครงการ ซึ่งข้าวคือผลผลิตของชุมชนในการเล้ียงชีพ
กอ่ สรา้ งทางรถไฟ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งตดั ผา่ นพน้ื ทที่ ำ� กนิ และเสริมสรา้ งรายได้ในครัวเรือน
และทอี่ ยอู่ าศยั ของชาวบา้ นในสมยั นนั้ ซง่ึ มปี ระมาณ

50 รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี

12. ต�ำบลมะกรูด ตามค�ำให้การ ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมวันส�ำคัญทางศาสนา โดยมี
เกี่ยวกับความเป็นมาของต�ำบล ของชื่อต�ำบล การทำ� บญุ ตกั บาตร ถวายเทยี น เพอ่ื รว่ มกนั สบื สาน
มะกรดู มีผูใ้ ห้การแตกต่างกนั แบง่ เป็น ๒ กลุ่มดังนี้ กจิ กรรมเนอ่ื งในวนั สำ� คญั ทางพระพทุ ธศาสนา และ
กลมุ่ คำ� บอกเลา่ ท่ี ๑ เกดิ จากบรเิ วณดงั เดมิ ให้พุทธศาสนิกชนในพ้ืนที่ยึดม่ันในการประพฤติ
เป็นชุมชนมุสลิม และมีผู้น�ำหมู่บ้าน คือโต๊ะกรูด ปฏิบัตติ ามหลักศาสนาใหถ้ กู ตอ้ ง
และเปน็ ผหู้ ญงิ ผทู้ เ่ี คารพนบั ถอื ไดเ้ รยี กทา่ นวา่ มะห์
จงึ กลายเปน็ ชอ่ื เรยี กวา่ มะหก์ รดู และเรยี กบรเิ วณ
บ้านนัน้ วา่ บ้านมะหก์ รดู
กลมุ่ คำ� บอกเล่าท่ี ๒ ท่บี ริเวณนีเ้ ปน็ ท่ที ีม่ ี
ตน้ มะกรดู ขน้ึ อย่หู นาแน่น
ซึ่งต�ำบลมะกรูด มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ขับเคล่ือนด้วยพลังบวรตามแผนแม่บทส่งเสริม
คณุ ธรรมแหง่ ชาตฉิ บบั ท่ี 1 (พ.ศ. 2559 – 2564)
จำ� นวน 1 ชมุ ชน คือ

12.1 ชุมชนคณุ ธรรมวดั มะกรูด ดา้ นหลักปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพยี ง
(บ้านมะกรดู ) ระดับตน้ แบบ จัดกิจกรรม kick off ปลูกผักสวนครัว
90 วนั เพอ่ื สรา้ งความมน่ั คงทางอาหาร และสรา้ ง
รายได้ใหก้ บั คนในชมุ ชน

ประวตั ชิ มุ ชน บา้ นมะกรดู จากคำ� บอกเลา่ ดา้ นวิถวี ฒั นธรรมไทยท่ดี ีงาม
สบื ตอ่ กนั มาของชาวบา้ นมะกรดู และชมุ ชนใกลเ้ คยี ง จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาศาสนสถาน
“มะกรูด” เดิมเป็นชื่อของชาวมุสลิมคนแรกที่มา เพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ตั้งถ่นิ ฐานในบรเิ วณนี้ชอื่ “โต๊ะกรดู ” และต่อมาได้ และร่วมสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีในด้าน
กลายเป็นมะกรูดเป็นช่ือของชุมชน เร่ิมก่อต้ังในปี ความเสียสละในการท�ำความดเี พื่อผู้อน่ื
พ.ศ. ๒๓๗๕ หรือประมาณ ๑๕๐ ปีมาแล้ว
คนกลมุ่ แรกทเ่ี ขา้ มากอ่ ตง้ั หมบู่ า้ นสว่ นใหญอ่ พยพมาจาก รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี 51
จังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง เหตุท่ีแต่ละกลุ่ม
อพยพมาจากบา้ นเดมิ เพราะตอ้ งการหาทดี่ นิ ทำ� กนิ
ทอ่ี ดุ มสมบรู ณ์ ใครขยนั กส็ ามารถจบั จองทด่ี นิ ไดม้ าก
เน่ืองจากสภาพภมู ศิ าสตรเ์ ดิมเป็นป่ารก มหี นองน้�ำ
มีทางเดินเป็นซอกลึก มีการเล้ียงช้างไว้ส�ำหรับ
เดินทางล�ำเลียงอาหาร จากค�ำบอกเล่า เดิมมีแนว
ปอ้ มปราการอยู่ แตป่ จั จบุ นั หลกั ปอ้ มปราการไดห้ กั พงั
ไปหมดแลว้ ปา่ หรอื หนองนำ้� หรอื หว้ ยทเี่ คยมใี นอดตี
หมดไปแลว้ เพราะความเจรญิ ของหมบู่ า้ น กลายมา
เป็นสิ่งกอ่ สร้างบ้านเรอื นและสวนยางพารา



อำ� เภอทุ่งยางแดง

อ�ำเภอทุ่งยางแดง เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอ�ำเภอมายอ ต่อมาได้ยกฐานะ
เป็นก่ิงอ�ำเภอทุ่งยางแดง ในวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2520
ต่อมามีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็น อ�ำเภอทุ่งยางแดง
ในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2537 ตามประกาศ
ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ท่ี 111 ตอนท่ี 21
ลงวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2537
อ�ำเภอทุ่งยางแดง ประกอบด้วย
4 ต�ำบล ได้แก่

1. ต�ำบลตะโละแมะนา อดีตเป็น ตามภาษามลายทู อ้ งถน่ิ เรยี กวา่ โตะ๊ ลอื บา ไดเ้ ทย่ี วเร่
ท�ำการแสดงมาจนถึงหมู่บ้านน้ี แล้วได้นั่งพักผ่อน
หมู่บ้านถนนเล็กๆ เป็นป่า ประชาชนในหมู่บ้าน ใต้ต้นหว้าใหญ่ โดยเอาหอกที่ติดตัวมาพิงไว้ที่
จะเป็นกลุ่มๆ ซ่ึงยังคงมีสัตว์ป่าประเภทช้าง เสือ ใต้ต้นหว้า แล้วตนเองก็ข้ึนไปนอนร้องเพลง
ออกมาใหเ้ หน็ เปน็ ครงั้ คราว การจดั ตงั้ ในระยะแรก บนตน้ หวา้ และเกดิ พลาดพลดั ตกลงมา โดนหอกทพี่ งิ
เป็นลักษณะของการย้ายถิ่นฐานของแม่หม้าย ไวแ้ ทงจนตายใตต้ น้ หวา้ และตอ่ มาชาวบา้ นจงึ เรยี ก
ทช่ี อื่ วา่ “แมะนา” ตงั้ หลกั ปกั ฐานการทำ� กนิ โดยเฉพาะ “ตะแลแวะ” เพ้ียนมาเป็น “แลแวะ” ในปัจจุบัน
การท�ำสวนยาง การท�ำนาและท�ำสวนผลไม้ ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา
แหลง่ ชมุ ชนในอดตี เปน็ ชมุ ชนทส่ี ว่ นใหญป่ ระชาชน จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องบทบาท
จะเรียกวา่ “ตะโละ” ประกอบดว้ ยคนทมี่ าบุกเบิก และหน้าที่ของลูกต่อผู้บุพการีท่ีพึงกระท�ำเพ่ือ
ในตะโละแมะนาชอื่ “แมะนา” และปจั จบุ นั เปน็ ทตี่ ง้ั ส่งเสริมให้คนในชุมชนน�ำหลักธรรมทางศาสนา
ของหมบู่ า้ นและเปน็ ตำ� บลตะโละแมะนาในปจั จบุ นั มาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนินชีวิตให้มีความสุข
ซึ่งต�ำบลตะโละแมะนา มีการขับเคลื่อน
ชมุ ชนดว้ ยการนอ้ มนำ� หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดา้ นหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 7 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

1.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมมัสยิดแลแวะ
(บ้านแลแวะ) ระดับตน้ แบบ
ประวัตชิ มุ ชน แลแวะ หมายถึง ประมาท
หรือ สับเพร่า สมัยก่อนมีนักแสดงคล้ายลิเก

54 รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี

คนในชุมชนร่วมกันน�ำหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยการปลูกแตงโมเพ่ือ
สรา้ งรายได้ใหก้ บั ครอบครวั

ด้านวถิ ีวฒั นธรรมไทยท่ดี ีงาม ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา
จดั อบรมการทำ� กระเชา้ งานแตง่ เพอ่ื ใชใ้ สข่ อง จดั กิจกรรมอบรมให้ความรเู้ ร่ือง
ในวนั แตง่ งาน ใสข่ องทจี่ ะมอบใหเ้ จา้ สาว สรา้ งรายได้ - บทบาทและหน้าที่ของลูกต่อบุพการี
ให้กบั คนในชุมชน - คุณธรรมท่ีควรมีต่อการใช้ชีวิตประจ�ำวัน
เพอ่ื สง่ เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ใหก้ บั คนในชมุ ชน
ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมคี วามสขุ

1.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยดิ นรู ุลอฮิ ซาน ด้านหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
(บา้ นลกู ไมไ้ ผ่) ระดับส่งเสริมคุณธรรม จดั โครงการเศรษฐกจิ พอเพยี งเพอ่ื พงึ่ พา
ประวัติชุมชน ความเป็นมาที่เล่าขาน ตนเองสคู่ วามยง่ั ยืน
สบื ตอ่ กนั มาแตเ่ ดมิ วา่ บา้ นลกู ไมไ้ ผเ่ ดมิ มสี ภาพเปน็ ปา่
มตี น้ ไผข่ นึ้ อยมู่ ากและในคราวมหี นอ่ ตน้ ไผอ่ อกดอก
และมีผลสีแดง ผู้พบเห็นจึงเล่าขานสืบต่อมา

1.3 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดฮูสิสาอา
ลาตกั วา ระดับสง่ เสริมคุณธรรม
ประวตั ชิ มุ ชน บา้ นตะโละนบิ ง หมายถงึ
ทุ่งชะโอน บริเวณท่ีต้ังของหมู่บ้านมีต้นชะโอน
เปน็ จำ� นวนมาก ชาวบา้ นจงึ เรยี กตามชอ่ื ตน้ ชะโอนวา่
“บา้ นตะโละนบิ ง”
และเรียกพ้ืนที่ป่าไผ่นี้ว่า ลูกไม้ไผ่ ต่อมามีราษฎร
ชาวไทยพุทธ จากบ้านเมืองยอน ตำ� บลลโุ บะยือไร
อ�ำเภอมายอ และราษฎร บ้านควน ต�ำบลควน
อ�ำเภอปานาเระ จังหวัดปัตตานี ย้ายมาจับจอง
ที่ท�ำกิน และได้ตั้งบ้านเรือนท่ีอยู่อาศัยจนมีสภาพ
เป็นชุมชนขึ้น เม่ือตั้งหมู่บ้านได้ตั้งช่ือหมู่บ้านว่า
ลกู ไมไ้ ผ่ ตามทเ่ี รยี กสืบกันมา

รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี 55

ดา้ นหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
จดั กจิ กรรม “ผนู้ ำ� ตน้ แบบตวั อยา่ งทเี่ หน็ จรงิ ”
โ ด ย น ้ อ ม น� ำ แ น ว พ ร ะ ร า ช ด� ำ ริ ข อ ง ส ม เ ด็ จ
พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน
ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร
และสร้างรายไดใ้ ห้กบั ครัวเรอื น

ด้านวถิ ีวัฒนธรรมไทยทดี่ ีงาม อยู่หลังเดียว แยกจากชุมชนเมื่อราษฎรจะออกไป
จัดกิจกรรมละหมาดฮายัตเพ่ือสืบสาน ประกอบกิจกรรมการเกษตรหรือจับสัตว์ จึงบอก
วถิ วี ัฒนธรรมทอ้ งถิ่นให้คงอยูค่ ู่สังคม ตอ่ กนั วา่ จะไปตะโละแมะนา จงึ เปน็ ชอื่ เรยี กสถานทน่ี ี้
ต่อมาจนติดปาก และต้ังเป็นต�ำบล โดยอาศัย
จากสภาพท่ัวไปของพื้นท่ี ชื่อต�ำบลจึงเรียกตาม
ทีช่ าวบา้ นไดเ้ รยี กมาแตเ่ ดมิ
ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา
จดั กจิ กรรมอบรมใหค้ วามรเู้ รอ่ื งความเขา้ ใจ
ในการปรับตัวโดยน�ำหลักธรรมของศาสนาอิสลาม
มาปรับใช้ในการด�ำรงชวี ติ ใหม้ คี วามสุข

1.4 ชุมชนคณุ ธรรมมสั ยดิ ดารลุ นาอีม ด้านหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ระดับส่งเสรมิ คุณธรรม จัดโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือพ่ึงพา
ตนเองสู่ความย่ังยืน เพ่ือความม่ันคงทางอาหาร
และสร้างรายไดแ้ ก่ครัวเรอื น

ประวัติชุมชน บ้านตะโละแมะนา
เปน็ หมบู่ า้ นทมี่ พี นื้ ทรี่ าบลมุ่ ทงุ่ โลง่ และมธี ารนำ�้ ไหล
ในฤดนู ำ้� หลาก มนี ำ�้ ขงั ตงั้ อยสู่ ดุ เขตแดน จงั หวดั ปตั ตานี
ต่อกับอ�ำเภอรามัน จังหวัดยะลา อยู่ห่างจาก
ชุมชนใช้เป็นพื้นท่ีเกษตรกรรม เล้ียงสัตว ์
และจับสัตว์น�้ำจืด มีนางนา มาตั้งบ้านเรือนอาศัย

56 รวมพลงั ชุมชนคณุ ธรรมจังหวดั ปัตตานี

ด้านวถิ วี ัฒนธรรมไทยทด่ี งี าม ประวัตชิ มุ ชน บอื ราแง หมายถึง ต้นกอ
จัดกิจกรรมอบรมการอาบน้�ำศพเพื่อ (เปน็ พชื พน้ื เมอื ง มผี ลคลา้ ยผลเกาลดั แตม่ ขี นาดเลก็ กวา่ )
สรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั วธิ กี ารในการอาบนำ�้ ศพ สมัยก่อนบ้านบือราแง มีต้นกออยู่เป็นจ�ำนวนมาก
ตามหลกั ของศาสนาอิสลามที่ถูกตอ้ ง บางต้นมีขนาดใหญ่มากใช้มือโอบไม่รอบล�ำต้น
และสามารถหลบซอ่ นหลงั ลำ� ตน้ โดยไมม่ ผี อู้ น่ื มองเหน็
ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “ก�ำปงบือราแง”
หมายถงึ บ้านตน้ กอ

ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องศาสนา
กับการด�ำรงชีวิตเพ่ือให้คนในชุมชนน�ำหลักธรรม
2. ต�ำบลน�้ำด�ำ น้�ำด�ำ ความหมาย ทางศาสนามาใช้ในการด�ำรงชีวิตใหม้ คี วามสขุ
เพ้ียนมาจากค�ำว่า “นอแด” แปลว่า เกือบทัน
ในรัชสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีพ่ีเณรพร้อม
ด้วยพน่ี ้องทัง้ ๗ คน พแี่ ก้ว พ่อี อ่ น พี่มอญ จนั ทอง
นางเลอื ดขาว นางผมยาวเกา้ ศอก ซง่ึ เปน็ มหาดเลก็
ไดอ้ อกตามหาชา้ งเผอื ก ทสี่ ญู หายเรอื่ ยมาจากอยธุ ยา
ถึงเมืองปัตตานี และได้มาพบช้างท่ีต�ำบลน�้ำด�ำ
อำ� เภอทงุ่ ยางแดง จงั หวดั ปัตตานีในปัจจบุ นั ซ่ึงอยู่
ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือใกล้บ้านกาบอตีงา ด้านหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ซงึ่ ปจั จบุ นั เปน็ หมบู่ า้ นรา้ ง ไมม่ ผี คู้ นอาศยั อยู่ ซง่ึ พเี่ ณร แปลงต้นแบบเกษตรผสมผสานด้วยการ
พร้อมพ่ีน้องทงั้ ๗ คน ไลจ่ ับชา้ งเผอื กเกอื บจะทัน ปลูกพชื ผักสวนครัวและเล้ียงปลาในบ่อ เพ่อื ความ
แตไ่ มท่ นั ชาวบา้ นจงึ เรยี กทนี่ ว้ี า่ “เนาะแด” (ภาษา มน่ั คงทางอาหารและสร้างรายได้ใหก้ บั ครอบครัว

มลายทู อ้ งถนิ่ แปลวา่ เกอื บทนั ) และไดเ้ พยี้ นมาเปน็
“น้ำ� ด�ำ” เรื่อยมาจนถึงปัจจบุ นั
ซ่ึงต�ำบลน้�ำด�ำ มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย
2.1 ชุมชนคณุ ธรรมมัสยิดฉะลง ดา้ นวิถีวฒั นธรรมไทยทดี่ งี าม
(บ้านบือราแง) ระดบั คุณธรรม ส่งเสริมให้คนในชุมชนปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมของศาสนาให้ถูกต้องและน�ำมาปรับใช้
ในการดำ� รงชีวิตใหม้ คี วามสขุ

รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจงั หวดั ปัตตานี 57

2.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดดารุลอนั ศอร เกือบทัน ในรัชสมัย
(บ้านนดั ฆอมสิ ) ระดบั คณุ ธรรม ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า
ตอนปลาย มีพี่เณร
พ ร ้ อ ม ด ้ ว ย พ่ี น ้ อ ง
ทง้ั 7 คน พแ่ี กว้ พอี่ อ่ น
พม่ี อญจนั ทอง นางเลอื ดขาว นางผมยาวเกา้ ศอก ซง่ึ เปน็
มหาดเล็กได้ออกตามช้างเผือกที่สูญหายเร่ือยมา
จากอยธุ ยาถงึ เมอื งปตั ตานแี ละไดม้ าพบชา้ งทต่ี ำ� บล
ประวัติชุมชน บ้านนัดฆอมิสเป็นชุมชน นำ�้ ด�ำ อำ� เภอทงุ่ ยางแดง จงั หวัดปตั ตานใี นปจั จุบัน
ท่ีแยกออกมาจากบ้านน้�ำด�ำ เนื่องจากมีประชากร ซงึ่ อยทู่ างทศิ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ใกลบ้ า้ นกาบอตงี า
จ�ำนวนมากท�ำให้ล�ำบากต่อการดูแลในด้านต่างๆ ซง่ึ ปจั จบุ นั เปน็ หมบู่ า้ นรา้ ง ไมม่ ผี คู้ นอาศยั อยู่ ซงึ่ พเ่ี ณร
ของผนู้ ำ� จงึ แยกออกมาเปน็ อกี หมบู่ า้ นหนงึ่ ทม่ี ชี อื่ วา่ และพน่ี อ้ งทงั้ ๗ คน ไลจ่ บั ชา้ งเผอื กเกอื บจะทนั แต่
นัดฆอมิส หมายถึง ใจกลางหรือเป็นเมืองประจ�ำ ไมท่ นั ชาวบา้ นจงึ เรยี กทน่ี วี้ า่ “นอแด” (ภาษามลายู
ต�ำบลน�้ำด�ำที่มีทกุ สิง่ อย่างรวมอยู่ในหมู่บ้านแหง่ น้ี ท้องถ่นิ แปลว่า เกือบทนั ) และเพี้ยนมาเป็น น�้ำดำ�
เร่ือยมาจนถงึ ปจั จบุ ัน
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จดั กจิ กรรมอบรมใหค้ วามรเู้ รอื่ งศาสนากบั ด้านหลักธรรมทางศาสนา
การด�ำรงชีวิต เพื่อให้คนในชุมชนน�ำหลักธรรม จดั กจิ กรรมอบรมใหค้ วามรเู้ รอ่ื งหลกั ธรรม
ทางศาสนามาปรับใชใ้ นชีวติ ใหม้ คี วามสขุ ทางศาสนาและการใชช้ วี ติ ในชว่ งโรคระบาด เพอื่ ให้
คนในชมุ ชนนำ� ความรทู้ ไี่ ดร้ บั ไปปรบั ใชใ้ นการดำ� รงชวี ติ
ให้มคี วามสุข

ด้านหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ด้านหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดกิจกรรมปลูกผักสวนครัวไว้ทาน คนในชุมชนร่วมกันปลูกพืชผักสวนครัว
และจำ� หน่าย เพอ่ื พึ่งพาตนเองสู่ความย่ังยืน ไว้ทานและจ�ำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครัวเรอื น

2.3 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนรู ลุ ยากนี
(บ้านน้ำ� ดำ� ) ระดบั ส่งเสรมิ คุณธรรม
ประวัติชุมชน น�้ำด�ำ ความหมายเพ้ียน
มาจากค�ำว่า “นอแด” ซึ่งเป็นภาษามลายู แปลว่า

58 รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี

ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา
จดั กจิ กรรมอบรมใหค้ วามรเู้ รอื่ งการนำ� หลกั
ข อ ง ศ า ส น า ม า ป รั บ ใช ้ ใ น ก า ร ด� ำ เ นิ น ชี วิ ต
ให้มีความสขุ

ดา้ นวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
จัดกิจกรรมวันอีดิลอัฏฮาเพื่อสืบสาน
วถิ วี ัฒนธรรมทอ้ งถิ่นใหค้ งอยคู่ ู่สงั คมต่อไป

3. ต�ำบลปากู คำ� วา่ ปากูจากช่ือเรียก ดา้ นหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ชุมชนร่วมกันปลูกแตงโมเพ่ือไว้ทาน
ของชาวบ้านสมัยก่อนท่ีอาศัยอยู่ในพ้ืนที่ขณะน้ัน ในครวั เรอื นและจำ� หนา่ ยสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ครวั เรอื น
เปน็ เวลาชา้ นานแลว้ ซงึ่ เรยี กตามชอ่ื ของตน้ ไมช้ นดิ หนง่ึ
มีช่ือว่าปากู มีข้ึนอยู่เป็นจ�ำนวนมากในพ้ืนที่ 3.2 ชมุ ชนคุณธรรมมัสยดิ จะมอื ฆา
ตำ� บลปากใู นขณะนน้ั ตอ่ มามกี ารตงั้ หมบู่ า้ นจงึ เอาชอ่ื (บา้ นจะมือฆา) ระดบั คณุ ธรรม
ของต้นปากูมาเป็นชื่อของหมู่บ้านและมาเป็นช่ือ ประวัติชุมชน สมัยก่อนบ้านจะมือฆา
ของต�ำบลมาจนถึงปจั จุบนั มีต้นซับพลา (ภาษาปักษ์ใต้) อยู่เป็นจ�ำนวนมาก
ซ่ึงต�ำบลปากู มีการขับเคลื่อนชุมชน ชาวบ้านจึงเรียกที่น้ีว่า “บ้านจะมือฆา” หมายถึง
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านต้นซับพลา บ้านจะมือฆา ประกอบด้วย 2
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย กลุ่มบ้าน คอื
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 5 ชมุ ชน - บ้านจะมอื ฆา หมายถงึ บ้านตน้ ซบั พลา
ประกอบไปด้วย - บ้านโต๊ะคง หมายถึง บ้านคนเฒ่าคนแก่
ทช่ี ื่อคง
3.1 ชุมชนคุณธรรมมสั ยดิ นรู ุลฮดู า
ระดับส่งเสริมคณุ ธรรม
ประวัติชุมชน ที่ตั้งของต�ำบลปากู
สมยั กอ่ นมตี น้ ปากอู ยเู่ ปน็ จำ� นวนมาก ตน้ ปากู มลี กั ษณะ
เปน็ ลำ� ตน้ คลา้ ยตน้ มะพรา้ ว มขี นาดสงู ใหญ่ ใบเปน็ ทาง
คล้ายใบหวาย ใบจะยาวเท่ากันเหมือนใบมะพรา้ ว
เ ว ล า น� ำ ใ บ ม า ข ย� ำ จ ะ มี เ สี ย ง ดั ง ก ร อ บ แ ก ร บ
ในปัจจุบันต้นปากูยังมีเหลืออยู่เพียงต้นเดียว
ชาวบ้านจึงเรียกที่นต่ี ามชื่อตน้ ไมว้ า่ ปากู

รวมพลงั ชุมชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี 59

ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา ทกี่ วา้ งใหญ่ เปน็ แหลง่ หาปลาของชาวบา้ นในสมยั นนั้
จดั กจิ กรรมอบรมใหค้ วามรเู้ รอ่ื งอลั กรุ อาน ตอ่ มาชาวบา้ นเกดิ ทะเลาะกนั แยกออกเปน็ 2 พวก
และโทษของการท้ิงละหมาด เพื่อให้คนในชุมชน ตา่ งฝา่ ยตา่ งไมย่ อมกนั และตกลงกนั ไมไ่ ดใ้ นการหาปลา
นำ� หลกั ธรรมทางศาสนามาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ฝ่ายหนึ่งได้ให้พรรคพวกไปวิดน�้ำจนแห้งขอด
ให้มีความสขุ ท�ำให้ปลาตายหมดเหลือแต่ทรายละเอียดสีขาว
จึงเรยี กหมูบ่ า้ นนี้วา่ “บา้ นปาเซปเู ต๊ะ”

ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เร่ืองโทษของ
การทงิ้ ละหมาดและคณุ ธรรมทค่ี วรมตี อ่ การใชช้ วี ติ
ประจ�ำวนั ใหม้ ีความสุข

ด้านหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
คนในชมุ ชนรว่ มกนั รณรงคเ์ พอื่ ปลกู พชื ผกั ปลกู ฝงั ใหค้ นในชมุ ชนปลกู พชื ผกั สวนครวั
สวนครัวหลากหลายชนิด เช่น พริก มะเขือ ฟัก ไว้ทานและจำ� หน่ายสรา้ งรายได้ให้กับครัวเรอื น
เปน็ ตน้ ไวเ้ พอ่ื บรโิ ภคในครวั เรอื นและเอาไวจ้ ำ� หนา่ ย
ตามตลาดนัดชุมชน สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน
ต่อไป

3.3 ชมุ ชนคุณธรรมมัสยดิ นรู ดุ ดนี ดา้ นวิถีวฒั นธรรมไทยทดี่ ีงาม
(บา้ นปาเซปเู ตะ๊ ) ระดับส่งเสรมิ คุณธรรม จัดกิจกรรมเมาลิดสัมพันธ์เพ่ือสืบสาน
ประวัติชุมชน ตามต�ำนานสมัยโบราณ วถิ วี ฒั นธรรมด้านประเพณที ้องถิน่ ใหค้ งอยคู่ ู่สงั คม
นานมาแลว้ บา้ นปาเซปเู ตะ๊ เปน็ หมบู่ า้ นเลก็ ๆ รองจาก
บ้านน�้ำด�ำ มีแม่น้�ำอุดมสมบูรณ์เป็นแม่น้�ำ

60 รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี

3.4 ชมุ ชนคณุ ธรรมมสั ยดิ ดารลุ นาอมี โดยนายมูฮัมหมัด สาและมะ เกษตรกรรุ่นใหม่
(บา้ นมะนงั ยง) ระดบั สง่ เสริมคุณธรรม (Young smart farmer) มาเป็นวิทยากรบรรยาย
ประวัติชุมชน บ้านมะนังยง มีช่ือภาษา และสาธติ การเลี้ยงไสเ้ ดอื นใหแ้ กค่ นในชุมชน
มลายทู ้องถนิ่ วา่ “มือแนจง” แปลว่า บ้านปลายนา
เพราะหมู่บ้านมะนังยง มีลักษณะเป็นท่ีราบลุ่ม
ชาวบา้ นประกอบอาชพี ทำ� นาเปน็ สว่ นใหญ่ หมบู่ า้ น
มะนังยงประกอบด้วย 4 กลมุ่ บ้าน คือ
- บา้ นมะนงั ยง ช่อื บ้านหมายถงึ บา้ นปลายนา
- บา้ นเจาะลอื แบ ชอื่ บา้ นหมายถงึ บา้ นลำ� คลอง
ท่ีมไี มพ้ าดลำ� คลองท่ีให้คนข้ามไปมา
- บา้ นบเู กะกเู ลม ชอ่ื บา้ นหมายถงึ ภเู ขาทมี่ ตี น้ ลเู กง
(เปน็ ต้นไม้พ้ืนเมอื งผลรับประทานได้) ขน้ึ อยู่มาก 3.5 ชมุ ชนคณุ ธรรมมสั ยดิ ดะวะตดี ดนี
- บ้านตะลีชิง ชื่อบ้านหมายถึง บ้านต้นกก (บา้ นปาแดปาลสั ) ระดบั ต้นแบบ
(แปลตามภาษามลายทู ้องถน่ิ ) ประวัติชุมชน มีคนเล่าต่อๆ กันมาว่า

สมัยก่อนหมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยทุ่งต้นใบปาลัส
เตม็ ทอ้ งทงุ่ นาเปน็ จำ� นวนมาก เปน็ ตน้ ทสี่ ามารถนำ� ใบ
มาใชป้ ระโยชนไ์ ด้ เชน่ เอามาหอ่ กบั ขา้ วเหนยี วเปน็
ข้าวเหนียวสามเหลี่ยมที่ท�ำข้ึนมาเพ่ือกินในโอกาส
ส�ำคัญทางศาสนา แต่ปัจจุบันท�ำขึ้นเพื่อเป็น
การค้าขาย ใบปาลัสยังเป็นของเล่นส�ำหรับเด็ก
ในสมยั กอ่ นอกี ดว้ ย เนอื่ งจากเมอ่ื กอ่ นมใี บปาลสั มาก
จึงเปน็ ทม่ี าของค�ำว่า “ปาแดปาลัส”
ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เก่ียวกับโทษ
ของการท้ิงละหมาด, บทบาทหน้าท่ีของลูก
ตอ่ บุพการี เพือ่ ส่งเสรมิ ให้คนในชุมชนนำ� หลกั ธรรม
ทางศาสนามาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ใหม้ คี วามสขุ

ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดอบรมคุณธรรม จริยธรรม เพ่ือให้คน
ในชมุ ชนยดึ มนั่ ในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ทิ ดี่ ี โดยมศี าสนา
เป็นแกน่ กลางในการด�ำเนินชีวติ ใหม้ ีความสขุ
ดา้ นหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
จัดอบรมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ
เกษตรกรให้เป็น Smart Farmer ซึ่งได้ถ่ายทอด
เร่ืองการสาธิตการท�ำกับดักกาวเหนียว ใช้เป็น
กบั ดกั แมลงในสวนไมผ้ ล และสาธติ การเลยี้ งไสเ้ ดอื น

รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจังหวัดปตั ตานี 61

ดา้ นหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง นางเลือดขาว เจ้าเภา ซ่ึงเป็นควาญช้างได้ออก
คนในชุมชนร่วมกันปลูกพืชผักสวนครัว ตดิ ตามชา้ งมา แตป่ รากฏวา่ ชา้ งสญู หายลงมาทางใต้
เพอื่ ทานและเพอ่ื จำ� หนา่ ยสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ครวั เรอื น และรอ่ งรอยไดส้ ญู หายไปในพนื้ ทข่ี องเมอื งปตั ตานี
ด้านวถิ วี ัฒนธรรมไทยทดี่ งี าม ซง่ึ เปน็ จงั หวดั ปตั ตานใี นปจั จบุ นั เมอ่ื ออกตดิ ตามชา้ ง
รว่ มสบื สานประเพณที อ้ งถน่ิ โดยการจดั งาน แต่ไม่สามารถน�ำช้างกลับไปได้เพราะไม่พบช้าง
วนั ตรษุ อดี หรอื เรยี กวา่ “วนั ฮารรี ายอ อดี ลิ ฟติ ร”ี พเ่ี ณรและพน่ี อ้ งทง้ั หมดไมก่ ลา้ เดนิ ทางกลบั อยธุ ยา
หรอื “วนั ฮารรี ายอ ปวั ซา” เดอื นรอมฎอนเปน็ ชว่ งเวลา เพราะกลัวอาญาแผ่นดิน พี่เณรและพ่ีน้อง
แห่งการส�ำนึกผิดอย่างจริงจังส�ำหรับชาวมุสลิม จงึ ตั้งรกรากอยใู่ นปา่ ทึบ คือต�ำบลพเิ ทนในปัจจบุ นั
โดยมีการอดอาหารต้ังแต่รุ่งสางจนถึงพลบค�่ำ สว่ นคำ� วา่ “พเิ ทน” สนั นษิ ฐานวา่ นา่ จะมาจากคำ� วา่
เปน็ เวลา 30 วนั โดยประมาณ ผทู้ นี่ บั ถอื ศาสนาอสิ ลาม พ่ีเณร ในสมัยก่อนน้ัน และชาวบ้านต�ำบลพิเทน
ยังอุทิศเวลาส่วนใหญ่ของเดือนนี้ไปกับการบูชา กพ็ ูดภาษาไทยพิเทน
องคอ์ ลั เลาะห์ การใหท้ าน และงานสาธารณกศุ ลตา่ งๆ ซึ่งต�ำบลพิเทน มีการขับเคล่ือนชุมชน
รวมไปถึงการกระท�ำท่ีแสดงถึงเมตตาธรรมต่อ ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เพ่ือนมนษุ ย์ หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 6 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

4.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดตกั วา
(บ้านควน) ระดบั สง่ เสรมิ คุณธรรม
ประวัตชิ ุมชน ไม่มีประวตั ิทแี่ น่ชัด

4. ต�ำบลพิเทน ค�ำว่า พิเทน เดิม ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จดั กจิ กรรมอบรมใหค้ วามรเู้ รอื่ งการปลกู ฝงั
มาจากค�ำว่า “พ่ีเณร” เป็นช่ือของบุคคลที่ออกมา คุ ณ ธ ร ร ม จ ริ ย ธ ร ร ม ใ น ก า ร ด� ำ เ นิ น ชี วิ ต
ตามหาช้างเผือกคู่บ้านคู่เมือง จากการเล่าสืบต่อ ตามหลักคำ� สอนศาสนาอิสลามใหม้ คี วามสขุ
กันมากว่า ๓๐๐ ปี ชาวพิเทนอพยพมาต้ังแต่
สมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา ซง่ึ ในสมยั นนั้ ชา้ งเผอื กคบู่ า้ นคเู่ มอื ง
เกดิ สญู หาย พระเจา้ แผน่ ดนิ จงึ มพี ระราชโองการให้
ราชองครักษ์ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาช้างออกติดตาม
โดยพเี่ ณรและพนี่ อ้ ง คอื เจา้ ออ่ น นางผมยาวเกา้ ศอก

62 รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวัดปตั ตานี

ดา้ นหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ประวัติชุมชน จุดเด่นของหมู่บ้าน
ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวานเพื่อน�ำไป เมอื่ เทยี บกบั หมบู่ า้ นอน่ื หมบู่ า้ นบอื จะ จะมี 2 ฤดู คอื
จำ� หนา่ ยใหก้ บั ตลาดและหมบู่ า้ นใกลเ้ คยี ง เปน็ การ ฤดูรอ้ น และฤดฝู น บา้ นบอื จะตง้ั อยู่ในตำ� บลพิเทน
ท�ำเกษตรท่ีสามารถสร้างรายได้ในครัวเรือน อ�ำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ห่างจาก
โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อ�ำเภอทุ่งยางแดง ไปทางทศิ ตะวันตก ๗ กโิ ลเมตร
หา่ งจากจงั หวดั ปตั ตานี ไปทางทศิ ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื
๔๘ กโิ ลเมตร

ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่อง ศาสนา
กบั การดำ� รงชวี ติ เพอ่ื สรา้ งคณุ ธรรม จรยิ ธรรมใหก้ บั
คนในชมุ ชน ในการอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม
อยา่ งมคี วามสุข

ด้านวิถวี ฒั นธรรมไทยทด่ี งี าม
จัดอบรมการอาบน้�ำศพตามหลักศาสนา
อิสลามเพ่ือสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทยของคน
ในชุมชนให้อยคู่ ู่สังคม

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
คนในชุมชนร่วมกันปลูกพืชผักสวนครัว
เพ่ือพึ่งพาตนเองในการน�ำมาบริโภคในครัวเรือน
และจ�ำหน่ายในตลาดของชุมชนเพื่อสร้างรายได้
ใหก้ ับครัวเรือน

4.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนรู ลุ อสิ ลามียะห์
(บ้านบอื จะ) ระดบั ส่งเสริมคุณธรรม

ด้านวิถวี ัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
ร่วมสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีในด้าน
การสบื สานกจิ กรรมกวนอาซรู อรว่ มกนั ในวนั อาซรู อ

รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี 63

ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกวันส�ำคัญทางศาสนาอิสลาม ตั้งรกรากอยู่ในป่าทึบคือต�ำบลพิเทนในปัจจุบัน
โดยชาวบ้านจะน�ำของที่มีอยู่ในครัวเรือน เช่น ถ่ัว ส่วนค�ำว่า พิเทน สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากค�ำว่า
ขา้ วเหนยี ว แปง้ ขา้ วโพด เปน็ ตน้ มารวมกนั แลว้ กวน “พีเ่ ณร” ในสมัยน้นั
เข้าด้วยกันเพ่ือเป็นอาหารทานเล่น และแบ่งปัน ด้านหลักธรรมทางศาสนา
ใหก้ ับคนในชุมชน จดั กจิ กรรมอบรมใหค้ วามรเู้ รอื่ ง การปลกู ฝงั
คณุ ธรรมจรยิ ธรรมในการดำ� เนนิ ชวี ติ ตามหลกั คำ� สอน
ศาสนาอิสลาม เพ่ือส่งเสริมการน�ำหลักธรรม
ทางศาสนามาปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั ใหม้ คี วามสขุ

4.3 ชุมชนคณุ ธรรมมสั ยิดดารุลอามาน ดา้ นหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
(บ้านพเิ ทน) ระดับต้นแบบ สมาชิกกลุ่มทอผ้าด้วยก่ีของบ้านพิเทน
ประวัติชุมชน จากการเล่าสืบต่อกัน ได้ทอผ้าเพอื่ ถวายใหก้ บั ส�ำนักพระราชวังในกรุงเทพ
มากว่า 300 ปี ชาวพิเทนอพยพมาตั้งแต่ เปน็ กลมุ่ ทอผา้ ของคนในชมุ ชนทสี่ รา้ งรายไดห้ ลอ่ เลย้ี ง
สมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา ซงึ่ ในสมยั นน้ั ชา้ งเผอื กคบู่ า้ นคเู่ มอื ง ครัวเรือน
เกิดสูญหาย พระเจ้าแผ่นดินจึงมีพระราชโองการ
ใหร้ าชองครกั ษซ์ งึ่ มหี นา้ ทดี่ แู ลรกั ษาชา้ ง ออกตดิ ตาม
โดยพเี่ ณรและพนี่ อ้ ง คอื เจา้ ออ่ น นางผมยาวเกา้ ศอก
นางเลอื ดขาว เจา้ ภา ซง่ึ เปน็ ควาญชา้ งไดอ้ อกตดิ ตาม
ช้างมา แต่ปรากฏว่าช้างสูญหายลงมาทางใต้
และร่องรอยไดส้ ญู หายไปในพนื้ ทข่ี องเมอื งปตั ตานี
ซงึ่ เปน็ จงั หวดั ปตั ตานใี นปจั จบุ นั เมอื่ ออกตดิ ตามชา้ ง
แต่ไม่สามารถน�ำช้างกลับไปได้เพราะไม่พบช้าง
พเี่ ณรและพน่ี อ้ งทง้ั หมดไมก่ ลา้ เดนิ ทางกลบั อยธุ ยา
เพราะกลัวอาญาแผ่นดิน พ่ีเณรและพี่น้องจึง

ด้านวิถีวฒั นธรรมไทยที่ดีงาม

64 รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปัตตานี

คนในชุมชนร่วมกันรณรงค์การแต่งกาย
ของชาวมสุ ลมิ ตามหลกั ของศาสนา ทเี่ รยี กวา่ ฮญิ าบ
(Hijab) ผู้หญิงจะต้องปกปิดทุกส่วนในร่างกาย
ยกเว้นใบหนา้ และฝ่ามือทสี่ ามารถเปดิ ได้ ส่วนการ
แต่งกายของผูช้ ายจะต้องปิดตง้ั แตส่ ะดอื ถงึ หวั เข่า

4.4 ชมุ ชนคณุ ธรรมมสั ยดิ บาแฆะตลาด
(บ้านบาแฆะ) ระดบั คณุ ธรรม ดา้ นหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ประวตั ชิ มุ ชน “บาแฆะ” เปน็ ภาษามลายู คนในชุมชนร่วมกันปลูกผักสวนครัว
ท้องถ่ิน แปลว่า การท�ำพิธีทางไสยศาสตร์ เพือ่ นำ� มาบริโภคในครัวเรอื น
เพอ่ื รกั ษาคนปว่ ย (คลา้ ยๆ กบั การเขา้ ทรง) ซง่ึ นยิ ม
ในสมัยโบราณ และยังคงเหลืออยู่บ้างตามชนบท
บางแหง่ โดยมหี มอเขา้ ทรงแลว้ จะบอกวา่ เปน็ โรคอะไร
เกิดจากสาเหตุใด แล้วบอกวิธีการแก้ไข
ซ่ึงเรียกว่า “พิธีบาแฆะ” การเรียกบ้านบาแฆะ
สันนษิ ฐานว่า มผี ู้ท�ำพิธบี าแฆะอาศยั อยู่ในหมบู่ ้าน
แห่งน้ีซึ่งจะรักษาอาการเจ็บป่วยแก่ผู้ท่ีมารักษา
เ ม่ื อ มี ค น ถ า ม ค น ที่ จ ะ ไ ป รั ก ษ า ว ่ า จ ะ ไ ป ไ ห น
กจ็ ะตอบวา่ “จะไปบา้ นบาแฆะ” ตราบจนถงึ ปจั จบุ นั 4.5 ชุมชนคุณธรรมมสั ยิดปาแดร์ยอ
(บ้านปา่ มะพรา้ ว) ระดบั สง่ เสริมคุณธรรม

ด้านหลักธรรมทางศาสนา ประวัติชุมชน เดิมหมู่บ้านมีช่ือเป็น
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่อง ภาษามลายูทอ้ งถน่ิ ว่า “บา้ นปาแดยอ” ซึ่งแปลว่า
การใหค้ วามสำ� คญั กบั อลั กรุ อานเพอื่ ใหป้ ระชาชนในพน้ื ที่ “บา้ นปา่ มะพรา้ ว” เพราะในหมบู่ า้ นนม้ี ตี น้ มะพรา้ ว
สามารถนำ� หลกั ทางศาสนามาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ เป็นจ�ำนวนมาก ภายหลังได้เรียกเป็น “หมู่บ้าน
ใหม้ คี วามสขุ ปา่ มะพร้าว”
ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เร่ืองโทษ
ของการทิ้งละหมาดเพ่ือให้ประชาชนในพื้นที่
สามารถน�ำหลักธรรมทางศาสนามาปรับใช้
ในการดำ� เนินชีวิตใหม้ คี วามสขุ

รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวัดปัตตานี 65

ประวตั ชิ มุ ชน เปน็ ชอื่ ตน้ ไมช้ นดิ หนงึ่ ทขี่ น้ึ
อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ แตกต่างจากข่าโดยทั่วไป คือ
ขนาดหวั และตน้ เทา่ ขาของลงิ ใชป้ ระกอบอาหารรบั
ประทานได้ หัวข่าจะทานดิบๆ กับบูดู หรือ
นำ้� พรกิ ก็ได้ ดังนั้นชาวบ้านจงึ เรยี กว่าบ้านขา่ ลงิ

ด้านหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา
เกษตรกรเข้าร่วมโครงการเศรษฐกิจ จดั กจิ กรรมอบรมใหค้ วามรเู้ รอ่ื งคณุ ธรรม
พอเพียงเพื่อพึ่งพาตนเอง สู่ความย่ังยืน ทค่ี วรมตี อ่ การใชช้ วี ติ ประจำ� วนั ภายใตค้ วามหลากหลาย
เพอ่ื นำ� มาบรโิ ภคในครวั เรอื น สรา้ งรายได้ ลดรายจา่ ย ทางดา้ นศาสนา ศลิ ปะ และวฒั นธรรมของพนื้ ท่ี
ใหก้ ับครวั เรือน

4.6 ชมุ ชนคุณธรรมมัสยดิ อสิ ลาห์ ด้านหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
(บา้ นขา่ ลงิ ) ระดับคณุ ธรรม นายมรั วาน สาและ ซง่ึ เปน็ เกษตรกรรนุ่ ใหม่
ที่มีการผลิตถ่ัวงอกโดยใช้ระบบน�้ำแบบอัตโนมัติ
สามารถผลติ และจำ� หนา่ ยถวั่ งอกไดเ้ ปน็ จำ� นวนมาก
ตอ่ วนั ซง่ึ ตลาดหลกั ทสี่ ง่ คอื ปตั ตานี หาดใหญ่ ยะลา
โกลก จนสามารถสรา้ งอาชพี และสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั
คนในหมบู่ า้ นเปน็ อยา่ งมาก

66 รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปัตตานี

อำ� เภอปะนาเระ

อ�ำเภอปะนาเระ เป็นอ�ำเภอหนึ่งในจังหวัดปัตตานี ประชากรแต่งกาย
ตามแบบของประชากรมลายู มีประเพณี วัฒนธรรมตามแบบอิสลาม พูดภาษามลายู
และภาษาถ่ินใต้เจ๊ะเห (ตากใบ)
“ปะนาเระ” เปน็ ภาษามลายปู ตั ตานซี ง่ึ มที ม่ี าจากคำ� วา่ “ปาตา” แปลวา่ หาด
และคำ� วา่ “ตาเระ” แปลวา่ อวนลากปลา เมอ่ื นำ� มารวมกนั เปน็ ปาตาตาเระ จงึ หมายถงึ
หาดท่ีตากอวน ซ่ึงเป็นสัญลักษณ์ท่ีส�ำคัญของชาวประมงทางภาคใต้ ต่อมาค�ำว่า
ปาตาตาเระเมื่อใช้นานๆ ก็กร่อนเป็น ปะนาเระ
อ�ำเภอปะนาเระ ประกอบด้วย 10 ต�ำบล ได้แก่

1. ตำ� บลควน ค�ำว่าควน แปลว่า ที่สูง 1.1 ชุมชนคุณธรรมวัดควนใน
(บ้านพิกุล) ระดับต้นแบบ
สภาพโดยท่ัวไปพื้นท่ีต้ังบ้านเรือนเป็นท่ีราบสูง ประวตั ิชุมชน บา้ นพิกลุ หมูท่ ี่ ๓ ต�ำบล
ต� ำ บ ล ค ว น ต้ั ง ถ่ิ น ฐ า น เ ม่ื อ ใ ด ไ ม ่ ป ร า ก ฏ ควนพ้ืนที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ส่วนที่ลุ่มจะเป็น
แต่สนั นษิ ฐานว่าราษฎรต�ำบลควน คงจะเปน็ ทหาร พื้นที่โดยรอบใช้ส�ำหรับการท�ำนา ปัจจุบันมีคลอง
สมัยกรุงสุโขทัยมารบทัพจับศึกแล้วมาต้ังถิ่นฐาน ชลประทานไหลผ่าน และใช้น้�ำส�ำหรับการท�ำนา
อยู่ที่ต�ำบลควน คือสมัยพ่อขุนรามค�ำแหงมหาราช ท�ำสวน ปลูกยางพารา สภาพโดยท่ัวไปมีพื้นที่
เ พ ร า ะ สั ง เ ก ต จ า ก ภ า ษ า ที่ พู ด จ ะ ค ล ้ า ย ค ลึ ง เป็นที่ราบสูง ราษฎรในต�ำบลควนตั้งถน่ิ ฐานเม่อื ใด
กบั ภาษาไทยกลางมากคอื นม่ิ นวล ราษฎรสว่ นใหญ่ ไมป่ รากฏ แตส่ นั นษิ ฐานวา่ ราษฎรตำ� บลควน คงจะ
นับถือศาสนาพุทธ เป็นทหารในสมัยสุโขทัยมารบทัพจับศึกแล้ว
ซ่ึงต�ำบลควน มีการขับเคลื่อนชุมชน มาตั้งถ่ินฐานอยู่ที่ต�ำบลควน เพราะสังเกต
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากภาษาที่พูดจะคล้ายคลึงกับภาษาไทยกลาง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย คือ น่ิมนวล พดู จาไมค่ อ่ ยเพย้ี น
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

68 รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวัดปัตตานี

ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา 1.2 ชุมชนคุณธรรมวัดควนนอก
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรมจริยธรรม (บ้านควนกลาง) ระดับต้นแบบ
ในการอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม เพอ่ื ใหค้ วามรู้
แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนเรื่องคุณธรรม
จ ริ ย ธ ร ร ม แ ล ะ ฝ ึ ก ป ฏิ บั ติ ต า ม วิ ถี ท า ง ศ า ส น า
ในสถานการณ์ต่างๆ และน�ำหลักธรรมค�ำสอน
ทางศาสนาไปปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้เป็นไป
อย่างถูกต้องและมีความสุข

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ประวตั ชิ มุ ชน ตำ� บลควนสภาพโดยทวั่ ไป
จัดกิจกรรมการฝึกอบรมการท�ำฝาชี มพี นื้ ทเี่ ปน็ ทร่ี าบสงู ราษฎรในตำ� บลควน ตง้ั ถน่ิ ฐาน
ด้วยใบตาลโตนด เพ่ือเป็นการอนุรักษ์ของพื้นบ้าน เมอ่ื ใดไมป่ รากฏ แตส่ นั นษิ ฐานวา่ ราษฎรตำ� บลควน
และน�ำมาใช้ในการปิดถาดอาหารในประเพณี คงจะเป็นทหารในสมัยสุโขทัยมารบทัพจับศึกแล้ว
วันสารทเดือนสิบ สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน มาตง้ั ถน่ิ ฐานอยทู่ ตี่ ำ� บลควน เพราะสงั เกตจากภาษา
ท่ีพูดจะคล้ายคลึงกับภาษาไทยกลาง คือ น่ิมนวล
ไม่ค่อยเพี้ยน ภูมิประเทศส่วนใหญ่ต�ำบลควนพ้ืนท่ี
ส่วนใหญ่เป็นท่ีราบใกล้เชิงเขาและมีสันเขา
เป็นเขตธรรมชาติติดต่อกับบ้านข่า ต�ำบลท่าน�้ำ
อำ� เภอปะนาเระ และบ้านเตราะปลงิ ต�ำบลทงุ่ คล้า
อำ� เภอสายบรุ ี เรียกภเู ขายอดน้วี ่า “เขาใหญ่”
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรม “หมู่บ้านรักษาศีล 5”
เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหค้ นในชมุ ชนนำ� หลกั ธรรมทางศาสนา
มาปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

ด้านวถิ ีวัฒนธรรมไทยทีด่ งี าม
จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีท้องถิ่น คือ
วนั สารทเดอื นสบิ (สง่ เปรต) เพอ่ื ทำ� บญุ อทุ ศิ สว่ นกศุ ล
ใหก้ บั พอ่ แม่ ปู่ ยา่ ตา ยาย ญาตพิ น่ี อ้ ง หรอื บคุ คล
อื่นผ้ลู ว่ งลบั ไปแล้ว

ดา้ นหลักปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพยี ง
จัดกิจกรรม “ร่วมสามัคคี ลงแขกด�ำนา”
น้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้
ในการด�ำเนินชีวิตแบบพอเพียงให้มีความสุข

รวมพลงั ชุมชนคณุ ธรรมจังหวดั ปัตตานี 69

ด้านวถิ ีวัฒนธรรมไทยท่ดี ีงาม ในเรอื ทงิ้ ลงทะเลปลอ่ ยใหเ้ รอื ลอยนำ�้ ไปตามคลนื่ ลม
จัดกิจกรรมตักบาตรเทโว เน่ืองใน เรอื ของนายลงั่ และเรอื ของบรวิ ารสว่ นหนงึ่ มาเกยฝง่ั
วนั ออกพรรษา เพอ่ื เปน็ การสบื สานประเพณที อ้ งถนิ่ ณ บรเิ วณหาดปะนาเระในปจั จบุ นั
ให้คงอยู่คู่สังคมต่อไป หลังจากเรือเทียบฝั่งแล้ว นายล่ัง
และพรรคพวกไม่สามารถเดินทางกลับมาสุโขทัย
2. ต�ำบลคอกกระบือ มีประวัติเล่า จึงตัดสินใจหาท�ำเลท่ีเหมาะสมเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย
โดยอาศัยเรือล�ำเล็กล�ำเลียงผู้คนมาตามล�ำคลอง
ต่อกันมาว่า เม่ือประมาณ ๖๐๐ ปีเศษ ทา่ ขา้ มจนถงึ คลองตนั กอ็ าศยั ผนื แผน่ ดนิ บรเิ วณนนั้
ส มั ย ท่ี ก รุ ง สุ โข ทั ย ก� ำ ลั ง รุ ่ ง เรื อ ง แ ล ะ มี เป็นที่อยู่อาศัยโดยต้ังชื่อว่า “บ้านใหญ่” ต่อมา
การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศโดยทางเรือ ได้ขยายบ้านเรือนออกไปติดต่อกับหมู่บ้านข้าง
เคียงโดยอาศัยกระบือเป็นพาหนะ
บา้ นใหญ่ นบั เปน็ ศนู ยก์ ลางในการคมนาคม
ชาวบา้ นทเ่ี ดนิ ทางไปตดิ ตอ่ กบั หมบู่ า้ นอนื่ จะเดนิ ทาง
มาถึงจุดนี้เป็นเวลาพลบค่�ำพอดี และจะน�ำพาหนะ
คือกระบือมาผูกรวมกันในคอกซึ่งท�ำด้วยไม้
เพ่ือกันขโมย ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านน้ีว่า
“บ้านคอกกระบือ” หรือ “บ้านคอกควาย”
ตามภาษาถนิ่ และในปจั จบุ นั กค็ อื ตำ� บลคอกกระบอื
น่ันเอง
ซง่ึ ตำ� บลคอกกระบอื มกี ารขบั เคลอื่ นชมุ ชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

2.1 ชุมชนคุณธรรมวัดมหิงษาราม
(บ้านใหญ่) ระดับคุณธรรม
ประวัติชุมชน ชุมชนต�ำบลคอกกระบือ
ในสมัยก่อนชาวบ้านนิยมใช้กระบือเป็นพาหนะ
ในการเดินทาง ชาวบ้านท่ีเดินทางไปติดต่อกับ

มีนายทหารของกรุงสุโขทัยผู้หน่ึง ช่ือ “นายลั่ง”
ควบคุมสินค้าเพื่อไปขายฝั่งจีน พอเรือแล่นมาถึง
บรเิ วณปลายแหลมญวน ไดเ้ กดิ พายอุ ยา่ งแรง ทำ� ให้
เรอื ในขบวนหลายลำ� จมลงในทะเล นายลงั่ จงึ ตดั สนิ ใจ
ส่ังเรือท่ีเหลือทุกล�ำลดใบลงและขนสินค้าทั้งหมด
70 รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวัดปัตตานี

หมู่บ้านอ่ืนจะเดินทางมาถึงจุดน้ีเป็นเวลาพลบค�่ำ ดา้ นวิถวี ฒั นธรรมไทยที่ดงี าม
พอดี และจะน�ำพาหนะคือกระบือมาผูกไว้รวมกัน จัดงานประเพณีลาซัง เพ่ือร่วมสืบสาน
ในคอก ซงึ่ ทำ� ดว้ ยไมไ้ ผเ่ พอื่ กนั ขโมย ชาวบา้ นจงึ เรยี ก ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างความรัก
ช่ือหมู่บ้านน้ีว่า “บ้านคอกกระบือ” หรือ “บ้าน ความสามัคคีให้กับคนในชุมชน
คอกควาย” ตามภาษาท้องถ่ินและในปัจจุบันคือ
ต�ำบลคอกกระบือ น่ันเอง 2.2 ชุมชนคุณธรรมวัดญาโณทัย
ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา (บา้ นมะรวด) ระดบั สง่ เสรมิ คณุ ธรรม
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรมจริยธรรม ประวัติชุมชน ชุมชนต�ำบลคอกกระบือ
ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมเพ่ือให้ ในสมัยก่อนชาวบ้านนิยมใช้กระบือเป็นพาหนะ
ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนเรื่อง ในการเดินทาง ชาวบ้านที่เดินทางไปติดต่อกับ
คุณธรรม จริยธรรมและฝึกปฏิบัติตามวิถี หมู่บ้านอื่นจะเดินทางมาถึงจุดนี้เป็นเวลาพลบค่�ำ
ทางศาสนาในสถานการณ์ต่างๆ และน�ำหลักธรรม พอดี และจะน�ำพาหนะคือกระบือมาผูกไว้รวมกัน
ค�ำสอนทางศาสนาไปปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิต ในคอก ซง่ึ ทำ� กบั ไมไ้ ผเ่ พอื่ กนั ขโมย ชาวบา้ นจงึ เรยี ก
ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ชื่อหมู่บ้านน้ีว่า “บ้านคอกกระบือ” หรือ
“บ้านคอกควาย” ตามภาษาท้องถ่ิน
ด้านหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว “เอามื้อ
สามัคคี กินข้าวใหม่ ปลามัน” เพื่อส่งเสริม
กระบวนการเรยี นรู้ ถา่ ยทอด แลกเปลยี่ นประสบการณ์
การสืบทอดภูมิปัญญา และการน�ำหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหารจัดการ
ให้ถูกต้อง เหมาะสมกับพ้ืนท่ี

ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมสร้างความปรองดอง
สมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชุมชน
ให้เกิดความสงบสันติสุข

รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวัดปตั ตานี 71

ด้านหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ค�ำว่า “ดอน” หมายถึงท่ีสูงเนิน หรือโคก
จัดกิจกรรมลงแขกปกั ดำ� นา ในแปลงขา้ ว ได้มีการเล่าสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณว่า
เพ่ือน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ต�ำบลดอนต้ังอยู่บนที่แหลมเป็นแผ่นดินใหญ่
ในการท�ำการเกษตร ลดรายจ่าย สรา้ งรายได้ใหก้ ับ ทย่ี นื่ ออกไปสทู่ งุ่ นาซง่ึ เปน็ ทลี่ มุ่ การเดนิ ทางตดิ ตอ่ คา้ ขาย
คนในชมุ ชน ในสมัยก่อนจึงไม่สะดวกนัก ย่ิงในฤดูมรสุม
ด้านวิถีวฒั นธรรมไทยที่ดีงาม นำ้� จะทว่ มทว่ั บรเิ วณทงุ่ นา ราษฎรในตำ� บลใกลเ้ คยี ง
จดั กจิ กรรมทำ� บญุ ตกั บาตร เนอื่ งในวนั สำ� คญั เช่น ต�ำบลควน ต�ำบลท่าน้�ำ และต�ำบลบ้านนอก
ทางพระพุทธศาสนา เพ่ืออนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ได้เดินทางผ่านมาถึงบริเวณน้ีต่างก็ดีใจเพราะน้�ำ
ประเพณีไทยให้คงอยู่คู่สังคมต่อไป ทว่ มไมถ่ งึ และกก็ ลา่ วกนั เปน็ เสยี งเดยี วกนั วา่ “ถงึ ท่ี
ดอนหรอื บา้ นดอน” และดว้ ยเหตนุ เ้ี องบคุ คลทว่ั ไป
จึงเรียกท่ีบริเวณน้ีว่าบ้านดอน เป็นท่ีต้ัง
ของต�ำบลดอนจนถึงทุกวันนี้
ซึ่งต�ำบลดอน มีการขับเคล่ือนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

3.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมวดั ดอนตะวนั ออก
(บา้ นดอนตะวันออก) ระดบั ตน้ แบบ

3. ตำ� บลดอน ตำ� บลดอนเปน็ ตำ� บลหนงึ่

ของอ�ำเภอปะนาเระ ไม่มีหลักฐานปรากฏ
แนช่ ัดว่าจดั ตง้ั ขน้ึ เมอื่ ใด แตส่ ันนิษฐานจากอุโบสถ
วัดดอนตะวันออกว่า น่าจะเป็นศิลปกรรม
สมัยกรุงศรีอยุธยา จึงคาดว่าน่าจะมีอายุประมาณ
๔๐๐ ปีเศษ
72 รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี

ประวัติชุมชน เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่
ชาวบ้านมาตั้งรกรากอยู่เม่ือใดไม่ปรากฏแน่ชัด
แ ต ่ จ า ก ห ลั ก ฐ า น อุ โ บ ส ถ วั ด ด อ น ต ะ วั น อ อ ก
สนั นษิ ฐานวา่ นา่ จะเปน็ ศลิ ปกรรมสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา
คาดวา่ นา่ จะมอี ายปุ ระมาณ 400 กวา่ ปี แตเ่ ดมิ นนั้
หมบู่ า้ นนเ้ี ปน็ หมทู่ ่ี 6 ชอ่ื บา้ นปา่ กะพอ้ ซง่ึ ขน้ึ อยกู่ บั
ต�ำบลบ้านนอก ชาวบ้านเรียกตามหมู่บ้านตามชอื่
ของวัด เนื่องจากวัดแห่งนี้อยู่ทางทิศตะวันออก
ของวดั ดอนกลาง

ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา 3.2 ชุมชนคุณธรรมวัดดอนกลาง
จัดกิจกรรมบ่มเพาะความดี เสริมสร้าง (บ้านยางงาม) ระดับคุณธรรม
คณุ ธรรมจรยิ ธรรมนำ� สงั คมสสู่ นั ตสิ ขุ เพอื่ เสรมิ สรา้ ง ประวัติชุมชน มีประวัติเล่าสืบกันมาว่า
สังคมพหุวัฒนธรรมท่ีเข้มแข็งของจังหวัดปัตตานี พน้ื ทตี่ ำ� บลดอนเปน็ ทรี่ าบสงู บรเิ วณนมี้ ตี น้ ไมเ้ นอ้ื ออ่ น
ชอบข้ึน มีต้นไม้ชนิดหน่ึงที่มีประโยชน์ มีต้น
ทสี่ วยงามมากซง่ึ ราษฎรนำ� ไปแปรรปู เปน็ ไมก้ ระดาน
ใช้ท�ำบ้านเรือนท่ีอาศัยต้นไม้นั้น ชาวบ้านเรียกว่า
ต้นยาง เป็นต้นไม้ที่รู้จักกันดีของคนท่ัวไป เม่ือมี
การจดั ตงั้ หมบู่ า้ น ชาวบา้ นจงึ ใหช้ อื่ หมบู่ า้ นตรงนว้ี า่
“บ้านยางงาม” มาจนถงึ บดั น้ี

ดา้ นหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะฝีมือหลักสูตร
การท�ำน้�ำมันสมุนไพร (กลุ่มผู้สูงอายุ) เพื่อ
สร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชน

ด้านวิถวี ฒั นธรรมไทยท่ีดงี าม ด้านหลักธรรมทางศาสนา
ร่วมสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทยด้วยการ จัดกิจกรรมบ่มเพาะความดี เสริมสร้าง
จดั กจิ กรรมสรงนำ�้ พระสงฆ์ รดนำ�้ ผสู้ งู อายุ เพอ่ื อนรุ กั ษ์ คุณธรรมจริยธรรมน�ำสังคมสู่สันติสุข ด้วยการน�ำ
ขนบธรรมเนยี มประเพณไี ทยให้คงอยูค่ สู่ ังคมสบื ไป หลักธรรมทางศาสนามาปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิต
ให้มีความสุข

รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจังหวัดปตั ตานี 73

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จดั กจิ กรรมทำ� ปยุ๋ หมกั ชวี ภาพจากฟางขา้ ว กิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
(ซังข้าว) เพื่อใช้ในงานเกษตรกรรม และจ�ำหน่าย ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อ
ให้ประชาชนในหมู่บ้าน ให้ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนเรื่อง
ด้านวถิ วี ัฒนธรรมไทยท่ีดงี าม คุณธรรม จริยธรรมและฝึกปฏิบัติตามวิถี
จัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษาและ ทางศาสนาในสถานการณ์ต่างๆ และน�ำหลักธรรม
ผ้าอาบน้�ำฝน เนื่องในวันเทศกาลวันอาสาฬหบูชา ค�ำสอนทางศาสนาไปปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิต
และวันเข้าพรรษา เพ่ือสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทย ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและมีความสุข
ใหค้ งอยคู่ ู่สังคมสืบไป

ด้านหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
จัดอบรมการท�ำตูปะ เพื่อส่งเสริมอาชีพ
และการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

3.3 ชุมชนคณุ ธรรมมัสยดิ ดารลุ เราะหม์ ะห์ ดา้ นวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
(บ้านราวอ) ระดับส่งเสริมคุณธรรม จัดกิจกรรมการกวนอาซูรอ เพื่อสร้าง
ประวตั ชิ มุ ชน ชมุ ชนบา้ นราวอ เปน็ หมบู่ า้ น ความสามัคคี ความพร้อมเพรียง และความเป็น
หนึ่งในต�ำบลราวอ ซ่ึงในสมัยนั้นต�ำบลราวอมี 3 น้�ำหน่ึงใจเดียวกัน ก่อนจะแจกจ่ายให้รับประทาน
หมบู่ า้ น โดยมี นายบาราเฮง เปน็ ขนุ ระวงั ราวอ และ และเป็นการสืบสานประเพณีของพ่ีน้องชาวมุสลิม
เม่ือรวมต�ำบลเข้ากับต�ำบลดอน ก็ตั้งเป็นหมู่ท่ี 1 ให้คงอยู่ค่สู ังคม
ตำ� บลดอน บรเิ วณบา้ นราวอเปน็ พน้ื ทลี่ มุ่ มนี ำ้� ลอ้ มรอบ
เม่ือน�้ำแห้งแล้งลง เหลือท่ีดินว่างเปล่า พื้นท่ีราบ
ราษฎรจึงใช้เป็นท่ีท�ำนาส่วนท่ีสูงใช้เป็นที่อยู่อาศัย
เข้าตั้งบ้านเรือนอยู่ท่ัวบริเวณ เป็นท่ีราบลุ่ม
เหมาะสำ� หรบั การทำ� นา

74 รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวดั ปัตตานี

4. ตำ� บลทา่ ขา้ ม ตำ� บลทา่ ขา้ มเปน็ ตำ� บล ๒ กิโลเมตร จากตัวต�ำบล ซ่ึงแต่เดิมจะต้องเดิน
ด้วยเท้าผ่านทุ่งนาไปถึงบ้านลุงกบหรือโพรงกบ
ทม่ี ที า่ เรอื ขนสง่ สนิ คา้ และผลผลติ ของราษฎรสง่ ออก เล่ากันว่ามีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งในโพรงไม้น้ีเป็นท่ีอยู่
ไปยังพ้ืนที่ใกล้เคียง เพราะสมัยก่อนราษฎร ของกบไปถงึ บา้ นตนี นำ้� หรอื เดมิ เรยี กวา่ “บา้ นตนี ำ้� ”
ใช้ล�ำคลองเป็นเส้นทางในการติดต่อค้าขาย เพราะชาวบ้านปลกู บ้านอยบู่ ริเวณน้�ำหรอื ในคลอง
เปน็ สว่ นใหญ่ หมบู่ า้ นและตำ� บลขา้ งเคยี งจะมาลงเรอื มะปริงชุมชนมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท่ีราบลุ่มเหมาะ
ที่บริเวณบ้านท่าข้าม เพื่อน�ำสินค้าจากในหมู่บ้าน ส�ำหรับการท�ำนา มีสภาพดินเปรี้ยวและท่ีราบลุ่ม
ออกไปจ�ำหน่ายและน�ำสินค้าจากข้างนอกเข้ามา ดินทราย น้�ำกร่อยและน้�ำเค็ม ปัจจุบันมีคลอง
จ�ำหน่ายในหมู่บ้าน ท่าข้ามจึงเป็นตลาดย่อยๆ ชลประทานไหลผ่าน จึงใช้น้�ำส�ำหรับการท�ำนา
ปจั จบุ นั ความเจรญิ ไดเ้ ปลย่ี นแปลงไป หนั มาใชถ้ นน ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา
ในการตดิ ตอ่ คา้ ขาย กจิ กรรมอบรมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการ
ซ่ึงต�ำบลท่าข้าม มีการขับเคล่ือนชุมชน อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อให้ความรู้แก่
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เด็ก เยาวชน และประชาชนเร่ืองคุณธรรม
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย จ ริ ย ธ ร ร ม แ ล ะ ฝ ึ ก ป ฏิ บั ติ ต า ม วิ ถี ท า ง ศ า ส น า
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 4 ชมุ ชน ในสถานการณ์ต่างๆ และน�ำหลักธรรมค�ำสอน
ประกอบไปดว้ ย ทางศาสนาไปปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้เป็นไป
อย่างถูกต้องและมีความสุข

4.1 ชมุ ชนคุณธรรมมสั ยดิ ดารลุ มหุ ซีนีนลโู กะ ด้านหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
(บ้านทุ่ง) ระดับคุณธรรม จัดต้ังกลุ่มจักสานเป้ายิงธนู เพ่ือส่งเสริม
ประวัติชุมชน เดิมเรียกว่า “บ้านหุ้ง” อาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชน
ค�ำว่าหุ้ง หมายถึง ลึกมาก เพราะหมู่บ้านนี้จะอยู่
ลึกจากถนนปาลัส – ปะนาเระ ไปประมาณ

รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี 75

ด้านวิถวี ฒั นธรรมไทยทดี่ งี าม ทบ่ี รเิ วณบา้ นทา่ ขา้ ม เพอื่ นำ� สนิ คา้ ออกจากหมบู่ า้ น
จัดกิจกรรมการกวนอาซูรอ เพื่อสืบสาน ไปจำ� หนา่ ยและนำ� สนิ คา้ จากขา้ งนอกเขา้ มาจำ� หนา่ ย
วถิ วี ฒั นธรรมไทยทด่ี งี าม สรา้ งความรกั ความสามคั คี ในหมบู่ า้ นทา่ ขา้ มจงึ เปน็ ตลาดยอ่ ยๆ และเรยี กทา่ เรอื
และสร้างความปรองดองของคนในชุมชน นี้ว่า “ท่าข้าม” และเป็นต�ำบลท่าข้ามมาจนถึง
ปจั จบุ นั
ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพ่ือให้
ความรแู้ กเ่ ดก็ เยาวชน และประชาชนเรอ่ื งคณุ ธรรม
จ ริ ย ธ ร ร ม แ ล ะ ฝ ึ ก ป ฏิ บั ติ ต า ม วิ ถี ท า ง ศ า ส น า
ในสถานการณ์ต่างๆ และน�ำหลักธรรมค�ำสอน
ทางศาสนาไปปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้เป็นไป
อย่างถูกต้องและมีความสขุ

4.2 ชุมชนคุณธรรมวัดหงสาราม ดา้ นหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(บ้านท่าข้าม) ระดับคุณธรรม จัดอบรมถ่ายทอดความรู้ในการจักสาน
ชะลอมไมไ้ ผแ่ กเ่ ยาวชน เพอ่ื สรา้ งอาชพี และสรา้ งรายได้
ใหแ้ กค่ นในชมุ ชน

ประวตั ิชมุ ชน ชมุ ชนวัดหงสาราม ต้งั อยู่ ดา้ นวิถวี ัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
หมู่ท่ี ๑ ต�ำบลท่าข้าม เดิมทีเล่ากันว่าประมาณ จัดกิจกรรมท�ำบุญตักบาตร เนื่องใน
๑๕๐ ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีถนนในการติดต่อไปมา วนั มาฆบูชา เพอ่ื สืบสานวถิ วี ฒั นธรรมไทยใหค้ งอยู่
ระหว่างหม่บู า้ นกับอำ� เภอ การสญั จรตอ้ งอาศัยเรอื คู่สังคม
ในการเดินทาง การน�ำสินค้าจากหมู่บ้านไปขาย
ยังท้องถิ่นอ่ืนต้องมาพักบริเวณนี้เป็นแรมเดือน
เป็นต�ำบลท่ีมีท่าเรือขนส่งสินค้าและผลผลิตของ
ราษฎรสง่ ออกไปยงั พน้ื ทใ่ี กลเ้ คยี ง เพราะสมยั กอ่ น
ราษฎรใช้ล�ำคลองเป็นเส้นทางในการติดต่อค้าขาย
เปน็ สว่ นใหญ่ หมบู่ า้ นและตำ� บลขา้ งเคยี งจะมาลงเรอื

76 รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี

ด้านหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
จัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรการแปรรูป
สมนุ ไพรใหผ้ สู้ งู อายเุ พอื่ สรา้ งรายได้ และสรา้ งอาชพี
ให้คนในชุมชน

4.3 ชุมชนคุณธรรมวัดดิษฐาวาส
(บ้านท่ามะนาว) ระดับส่งเสริมคุณธรรม

ดา้ นวถิ วี ฒั นธรรมไทยทดี่ งี าม
จัดกิจกรรมการแข่งขันเรือยาวในงาน
ประเพณีลอยกระทง เพื่อร่วมกันสืบทอด
ขนบธรรมเนียม และประเพณีอันดีงามของไทย
ใหค้ งอย่คู สู่ ังคม

ประวัติชุมชน ชุมชนบ้านท่ามะนาว 4.4 ชุมชนคุณธรรมวัดโพธาราม
เลา่ กนั วา่ เปน็ ตลาดนำ�้ ทม่ี ที า่ จอดเรอื นำ� สนิ คา้ มาขาย (บ้านสวนหมาก) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
ท�ำให้บริเวณท่าเรือน้ีเต็มไปด้วยส่ิงสกปรกที่เหลือ ประวัติชุมชน ชุมชนวัดโพธาราม เดิม
จากการขายถกู ทงิ้ ลงในนำ้� เกดิ การเนา่ เหมน็ สง่ กลน่ิ เป็นทุ่งสวนหมากเล่ากันว่ามีชาวจีนท่ีเรือส�ำเภา
คล้ายหมาเน่าจึงเรียกกันว่า “ท่าหมาเน่า” แล้ว แตกท่ีทุ่งส�ำเภามาสร้างท่ีอยู่อาศัยในหมู่บ้านนี้โดย
เปลยี่ นเป็น “ท่ามะนาว” มาจนถึงปัจจบุ นั ประกอบอาชพี ปลกู ตน้ หมากและทำ� หมากแหง้ ขาย
ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา จึงเรียกหมู่บ้านน้ีว่า “บ้านสวนหมาก” โดย
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม ภูมิประเทศส่วนใหญ่สภาพทั่วไปเป็นพ้ืนที่ราบ
ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อ
ใหค้ วามรแู้ กเ่ ดก็ เยาวชน และประชาชนเรอื่ งคณุ ธรรม
จรยิ ธรรมและฝกึ ปฏบิ ตั ติ ามวถิ ที างศาสนาใหถ้ กู ตอ้ ง

รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปตั ตานี 77

และท่ีราบลุ่ม มีฝนตกตลอดปี การประกอบอาชีพ จัดกิจกรรมวันสารทเดือนสิบ (ส่งเปรต)
ในพ้ืนท่ีส่วนใหญ่ท�ำการเกษตร เพ่ือเป็นการท�ำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ พ่อ แม่ ปู่
ย่า ตา ยาย และญาติพี่น้องผู้ล่วงลับไปแล้ว
ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา และเป็นการร่วมสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดี
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม ให้คงอยู่คู่สังคมสืบไป
ในการอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมพหวุ ฒั ธรรมเพอ่ื ใหค้ วามรู้
แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนเร่ืองคุณธรรม
จรยิ ธรรมและฝกึ ปฏบิ ตั ติ ามวถิ ที างศาสนาใหถ้ กู ตอ้ ง 5. ตำ� บลทา่ นำ้� เดิมจะมีล�ำน�้ำส�ำหรับ
และมีความสุข
สัญจรของคนสมัยก่อน ท่ีต้องอาศัยแม่น้�ำในการ
เดินทางเพราะติดกับทะเล ทางทิศใต้ของต�ำบล
มที า่ สำ� หรบั สง่ เสบยี งอาหารและผคู้ นไปมาชาวบา้ น
แถวนั้นจึงเรียกต�ำบลน้ีว่า “ต�ำบลท่าน้�ำ”
ซึ่งต�ำบลท่าน�้ำ มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
ดา้ นหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ประกอบไปด้วย
จัดกิจกรรมอบรมเกษตรทฤษฎีใหม่สู่
“โคก หนอง นา โมเดล” เพอื่ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจ 5.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดสุเหร่ากากีบูเกะ
เก่ียวกับการน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (เชิงเขา) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
มาปรับใช้ในการท�ำการเกษตรแบบพอเพียง ประวตั ชิ มุ ชน ชมุ ชนมสั ยดิ สเุ หรา่ กากบี เู กะ
พร้อมทั้งพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มคุณค่า ตำ� บลทา่ นำ�้ เปน็ ตำ� บลทไี่ ดจ้ ดั ตง้ั มาเปน็ เวลานานแลว้
และสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเช้ือสายของประชากร
ในต�ำบลน้ีเป็นบุคคลในท้องท่ีหรือสืบเชื้อสาย
มาจากท่ีอื่น ไม่เหมือนกับราษฎรบางต�ำบล
เช่น ต�ำบลควน ต�ำบลคอกกระบือ มีต�ำนาน
เลา่ ขานกันต่อมาว่ามกี ารสืบเช้อื สายมาจากทอี่ น่ื
ค�ำว่า “ท่าน�้ำ” สันนิษฐานจากการเล่า
สืบต่อกันมาของราษฎรในต�ำบลควนและราษฎร
ในหมู่ที่ 5 (บา้ นข่า) ตำ� บลท่าน�้ำที่บรรพบุรุษไดเ้ ล่า
ดา้ นวิถีวัฒนธรรมไทยทดี่ งี าม ไว้ว่า เดิมต�ำบลท่าน้�ำนั้นเป็นท่าเรือและมีอ่าว
สำ� หรบั ใหเ้ รอื เขา้ มาจอดสำ� หรบั ขนถา่ ยสนิ คา้ ได้

ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อ
ให้ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนเรื่อง
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและฝกึ ปฏบิ ตั ติ ามวถิ ที างศาสนา
ในสถานการณ์ต่างๆ และน�ำหลักธรรมค�ำสอน

78 รวมพลงั ชุมชนคณุ ธรรมจงั หวัดปตั ตานี

ทางศาสนาไปปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้เป็นไป ทางทะเล รู้ทิศทางคลื่นลมเป็นอย่างดี พ้ืนที่
อย่างถูกต้อง บรเิ วณน้เี ปน็ ดนิ ทรายล้วน ซ่งึ เป็นการยากที่จะขุด
ดา้ นหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง บ่อน้�ำจืดไว้บริโภค จึงมีเรื่องราวเล่าต่อกันมาว่า
จัดกิจกรรมอบรมการท�ำปุ๋ยหมักเพ่ือ เมอ่ื ครงั้ แรกทผี่ คู้ นมาอยทู่ แี่ หง่ น้ี พวกเขาไดส้ รา้ งบา้ น
สร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน ให้ติดกัน ใช้เสาเรือนร่วมกัน ต่อชานบ้านออกไป
ออกลูกออกหลานก็ต่อกันไปเรื่อยๆ ท่ีเป็นอย่างน้ี
เพราะมนั เปน็ การสะดวกในการชว่ ยนำ� เรอื ลงทะเล
ออกหาปลา สิง่ ทพ่ี วกเขาสร้างขึน้ คือ บอ่ น้ำ� จืด ซ่งึ
ไดร้ ว่ มมอื รว่ มแรงกนั ขดุ บอ่ ขนาดกวา้ งมากคลา้ ยบงึ
อย่ใู กลก้ บั หมบู่ ้าน และใช้น�้ำในบ่อแห่งนรี้ ่วมกันมา
เปน็ เวลานานหลายรอ้ ยปี จงึ ไดต้ งั้ ชอื่ หมบู่ า้ นแหง่ นี้
วา่ “น�้ำบ่อ”

ด้านวถิ วี ฒั นธรรมไทยทด่ี งี าม ๗. ต�ำบลบา้ นกลาง ต�ำบลบา้ นกลาง
ประชาชนในชมุ ชนใชช้ วี ติ ตามวถิ ที างศาสนา
ของแต่ละบุคคลเป็นเคร่ืองยึดเหนี่ยวจิตใจ อยู่ห่างจากท่ีว่าการอ�ำเภอปะนาเระไปทาง
ใหม้ คี วามสขุ ในการดำ� รงชวี ติ เชน่ การละหมาดวนั ศกุ ร์ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ ๖ กิโลเมตร
เปน็ หมบู่ า้ นของคนไทยทนี่ บั ถอื ศาสนาพทุ ธอาศยั อยู่
เป็นส่วนใหญ่ และจะมีคนไทยท่ีนับถือศาสนา
อสิ ลามสรา้ งบา้ นอยรู่ อบๆ จงึ เรยี กวา่ “บา้ นกลาง”
ซง่ึ ตำ� บลบา้ นกลาง มกี ารขบั เคลอ่ื นชมุ ชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 4 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

6. ตำ� บลน้ำ� บอ่ “บ้านน้�ำบ่อ” ต้งั อยู่
ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย หาดทรายสีทอง สวยงาม
บ้านเรือนราษฎรต้ังอยู่ชายทะเล ชาวทะเลท่ีนี่ ๗.1 ชุมชนคณุ ธรรมมัสยิดนรู ุลอิห์ซาน
มีเชื้อสายมลายู มาตั้งรกรากถ่ินฐานอยู่เป็นเวลา (บา้ นบางมะรวด) ระดบั ส่งเสริมคณุ ธรรม
ชา้ นานมาก ไมม่ ใี ครบอกไดว้ า่ ในสมยั ใด พวกเขาเหลา่ นี้
ออกทะเลหาปลามาตง้ั แตบ่ รรพบรุ ษุ มคี วามชำ� นาญ ประวัตชิ มุ ชน ไมท่ ราบแน่ชดั

รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี 79

ดา้ นวถิ ีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์
ท�ำความสะอาดล�ำน�้ำ คูคลอง เพ่ือสืบสาน
วถิ วี ฒั นธรรมไทยดา้ นความเสยี สละในการทำ� ความดี
เพอื่ สว่ นรวม

ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา ๗.2 ชมุ ชนคณุ ธรรมมัสยดิ ดารุลฮจิ เราะห์
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม (บ้านกลาง) ระดบั ส่งเสรมิ คุณธรรม
ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อให้
ความรแู้ กเ่ ดก็ เยาวชน และประชาชนเรอ่ื งคณุ ธรรม
จ ริ ย ธ ร ร ม แ ล ะ ฝ ึ ก ป ฏิ บั ติ ต า ม วิ ถี ท า ง ศ า ส น า
ในสถานการณ์ต่างๆ และน�ำหลักธรรมค�ำสอน
ทางศาสนาไปปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้ถูกต้อง
และเสริมสรา้ งให้คนในชมุ ชนมีพฤติกรรมท่ีดีงาม

ประวตั ชิ มุ ชน ชมุ ชนมสั ยดิ ดารลุ ฮจิ เราะห์
ตงั้ อยหู่ มทู่ ่ี ๕ ตำ� บลบา้ นกลาง อำ� เภอปะนาเระ เปน็
ห มู ่ บ ้ า น ข อ ง ค น ไ ท ย ที่ นั บ ถื อ ศ า ส น า อิ ส ล า ม
ภูมิประเทศส่วนใหญ่ของต�ำบลบ้านกลาง ทาง
ทิศตะวนั ออกเป็นภูเขาสูง สว่ นตอนกลางและทาง
ทิศตะวันออกเป็นที่ราบลุ่ม ประชากรส่วนใหญ่
ในตำ� บลบา้ นกลาง ประกอบอาชพี ทางดา้ นเกษตรกรรม
ท�ำนา สวนมะพร้าว ค้าขาย ท�ำน้�ำตาลโตนด
ดา้ นหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง เลยี้ งสัตว์ ปลกู พืช และรับจ้างทั่วไป
จัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
หมู่ท่ี 1 บ้านบางมะรวด” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้
ภายในชุมชนโดยการน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงมาใชใ้ นการดำ� เนนิ ชีวิตใหม้ คี วามสุข

ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพ่ือให้

80 รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวดั ปตั ตานี

ความรแู้ กเ่ ดก็ เยาวชน และประชาชนเรอ่ื งคณุ ธรรม
จ ริ ย ธ ร ร ม แ ล ะ ฝ ึ ก ป ฏิ บั ติ ต า ม วิ ถี ท า ง ศ า ส น า
ในสถานการณ์ตา่ งๆ ไดอ้ ย่างถูกต้อง

ด้านหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง วดั บา้ นกลาง ตงั้ อยหู่ มทู่ ี่ ๕ เปน็ หมบู่ า้ นของคนไทย
จัดอบรมเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ทน่ี บั ถอื ศาสนาพทุ ธอาศยั อยเู่ ปน็ สว่ นใหญ่ และจะมี
เพ่ือน�ำไปปรบั ใช้ในการด�ำรงชีวิตอย่างมีความสขุ คนไทยทน่ี บั ถอื ศาสนาอสิ ลามสรา้ งบา้ นเรอื นรอบๆ
จึงเรียกวา่ “บ้านกลาง”
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จดั กจิ กรรมอบรมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เพอ่ื
สร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุณธรรมในการ
อยูร่ ่วมกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรมอยา่ งมีความสขุ

ด้านวิถวี ฒั นธรรมไทยทีด่ งี าม ดา้ นหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จดั กจิ กรรมกวนอาซรู อ เพอื่ สง่ เสรมิ ชมุ ชน จัดกิจกรรมการท�ำปุ๋ยหมัก เพ่ือใช้เอง
ให้มีความเข้มแข็ง ความรัก ความสามัคคีและ ในชุมชน ลดการใช้สารเคมี สร้างรายได้และสร้าง
รว่ มสบื สานวิถีวัฒนธรรมไทยใหค้ งอยคู่ ูส่ ังคม อาชพี ให้กับคนในชมุ ชน

๗.3 ชุมชนคุณธรรมวัดเทพนิมิต
(บ้านกลาง) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
ประวัติชุมชน ชุมชนวัดเทพนิมิต หรือ

รวมพลังชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปัตตานี 81

ดา้ นวิถวี ัฒนธรรมไทยท่ดี งี าม ดา้ นหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ร่วมสืบสานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นในการ จดั กจิ กรรมงานรณรงคก์ ารใชป้ ยุ๋ เพอ่ื ลดตน้ ทนุ
จดั กจิ กรรมแหผ่ า้ ขนึ้ ธาตเุ ขามะรวด ใหค้ งอยคู่ สู่ งั คม การผลิต ส่งเสริมรายได้และสร้างอาชีพให้กับ
ต่อไป คนในชมุ ชน

๗.4 ชมุ ชนคุณธรรมวดั ศรสี ุดาจันทร์ ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยทีด่ ีงาม
(บา้ นป่ากะพอ้ ) ระดบั ตน้ แบบ จัดกจิ กรรมประเพณีชกั พระ เพื่อส่งเสริม
ประวตั ชิ มุ ชน ชมุ ชนวดั ศรสี ดุ าจนั ทร ์ ตง้ั ใหป้ ระชาชนในพนื้ ทไี่ ดเ้ หน็ ความสำ� คญั และชว่ ยกนั
อยบู่ ้านป่ากะพ้อ หม่ทู ี่ ๔ ต�ำบลบ้านกลาง อำ� เภอ สบื สาน รกั ษาไว้ซึ่งวถิ วี ฒั นธรรมไทยท่ีดีงาม

ปะนาเระ จังหวัดปัตตานี บ้านป่ากะพ้อ เป็น
หม่บู า้ นทม่ี ีตน้ ไม้ซึง่ ชาวบา้ นเรียกว่าตน้ กะพอ้ เมื่อ
ชาวบ้านมาอยู่เลยเรียกว่า “ป่ากะพ้อ” ต้นกะพ้อ
สามารถนำ� ใบมาหอ่ ขา้ วเหนยี ว หรอื เรยี กวา่ “หอ่ ตม้ ”
และพ้ืนท่ีต้ังของวัดศรีสุดาจันทร์เป็นท่ีราบสูง
ภมู ปิ ระเทศสว่ นใหญเ่ ปน็ ทรี่ าบลมุ่ ทงุ่ นา อยหู่ า่ งจาก
ทว่ี า่ การอำ� เภอปะนาเระ ไปทางทศิ ตะวนั ออกเฉยี งใต้
ประมาณ 6 กิโลเมตร ๘. ตำ� บลบา้ นนอก ตงั้ อยู่ในหมูท่ ่ี ๓

ตามประวัติเดิมจากบันทึกส่วนตัวและค�ำบอกเล่า
ของหลวงตาชุม แสงมณี แห่งวัดประจันตคาม
ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมบ่มเพาะความดีเสริมสร้าง ไดก้ ลา่ วไวว้ า่ บา้ นนอกเปน็ หมบู่ า้ นทมี่ ฐี านะเปน็ แขวง
คุณธรรมจริยธรรมน�ำสังคมสู่สันติสุข ภายใต้ ข้นึ อยกู่ ับเมอื งยะหรง่ิ
โครงการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เดิมเรยี กว่า “บา้ นนอกรั้ว” ซ่ึงมีบ้านอยู่
จงั หวดั ปตั ตานี เพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนนำ� หลกั ธรรมของ เพียงสองสามครัวเรือนเท่าน้ัน บ้านนอกรั้ว
ศาสนามาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนินชวี ติ ให้มีความสุข เป็นหมู่บ้านที่อยู่แถบนอกสุดท่ีติดกับทางเกวียน
ซึ่งในสมยั น้ันเปน็ ถนนสายใหญ่มาก ทบี่ ้านทา่ ขา้ ม
ซงึ่ เปน็ ทา่ เรอื คา้ ขายไปยงั เมอื งยะหรงิ่ และเมอื งอน่ื ๆ
การตดิ ตอ่ สญั จรระหวา่ งหมบู่ า้ นตา่ งๆ ในละแวกนน้ั
ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไป เช่น บ้านโคกสระ บ้านนาไชย
บ้านนาหวา้ บ้านปา่ ใน บา้ นโหนดนกยาง บ้านนา
โต๊ะดี บ้านปอ บ้านม่วง บ้านป่ายาง บ้านตาพัง

82 รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจงั หวัดปัตตานี

หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

๘.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมวดั ประจนั ตคาม
(บ้านเกาะ) ระดบั คณุ ธรรม

ประวัติชุมชน ชุมชนวัดประจันตคาม
ตัง้ อยหู่ มูท่ ี่ ๒ ตำ� บลบ้านนอก สว่ นใหญเ่ ป็นทร่ี าบ
ลมุ่ ประชากรสว่ นใหญจ่ งึ ประกอบอาชพี การเกษตร
บา้ นปา่ กะโทะ และหมบู่ า้ นอน่ื ๆ ในแขวงบา้ นนอก ไดแ้ ก่ การท�ำนา และการปลกู พืชตามฤดูกาลอน่ื ๆ
สมยั นน้ั มเี ฉพาะทางเกวยี นวง่ิ ผา่ น ผคู้ นในหมบู่ า้ น เชน่ ถว่ั ลสิ ง ถว่ั เขยี ว ขา้ วโพด และผกั ตา่ งๆ รวมไปถงึ
ดังกล่าวท่ีจะไปติดต่อค้าขายยังหมู่บ้านอื่นๆ จะ การท�ำน้�ำตาลโหนด แต่ผลผลิตค่อนข้างต่�ำ
ต้องออกมาขนถ่ายสัมภาระสง่ิ ของทีน่ ี ่ และคนใน ทำ� ใหฐ้ านะทางเศรษฐกจิ ของราษฎรอยใู่ นเกณฑต์ ำ�่
หมบู่ า้ นท่ไี ม่มถี นนใหญส่ �ำหรบั ทางเกวียนวงิ่ ผ่านก็
จะเรียกหมู่บ้านน้ีว่า “บ้านนอก” ซึ่งคงหมายถึง
หมบู่ ้านทอ่ี ยขู่ ้างนอกตดิ กบั ทางเกวยี นและมาจาก
บา้ นนอกรั้วเดิมน่ันเอง แขวงบา้ นนอกในสมยั กอ่ น
นน้ั ตามประวตั กิ ลา่ ววา่ แหลง่ ทม่ี คี วามเจรญิ ดง้ั เดมิ
เปน็ ทตี่ งั้ ถนิ่ ฐานของชาวไทยอพยพในครงั้ แรก จะอยทู่ ่ี
หมทู่ ่ี ๑ บา้ นยาว (กำ� ปงปาแย) สภาพความเปน็ อยู่
ของคนในหมบู่ า้ นยาวในสมยั นนั้ มกี ารประกอบอาชพี
ท�ำมาหากินกันอย่างมีความสงบสุข มีฐานะดี
เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ติดกับเมืองยะหริ่ง ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา
ครนั้ อยมู่ ากม็ ีโจรสลัดมลายจู ากรัฐยะโอ ชือ่ เจะ๊ บู จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
ได้คุมสมัครพรรคพวกขึ้นจากเรือมาปล้นชาวบ้าน ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพ่ือให้
ในแถบน้ี และได้มาต้ังค่ายพัก ใต้ต้นชะเมาใหญ่ ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนเรื่อง
ที่บ้านดอน หลวงตาชุม แสงมณี ได้เล่าว่า คุณธรรม จริยธรรมและฝึกปฏิบัติตามวิถี
ต้นชะเมาต้นน้ีใหญ่มากมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ทางศาสนาในสถานการณ์ตา่ งๆ และน�ำหลักธรรม
ไม่ต่�ำกว่า ๒ เมตร อยู่ทางทิศตะวันตก ติดกับ ค�ำสอนทางศาสนาไปปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิต
โรงเรียนวุฒชิ ยั วิทยาในปัจจุบัน ใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งถูกต้องและมคี วามสขุ

โจรสลดั กลมุ่ เจะ๊ บู ไดเ้ ขา้ ปลน้ หมบู่ า้ นยาว
และเขา้ ยดึ ครองหมบู่ า้ น ชาวบา้ นสว่ นใหญจ่ งึ ไดพ้ ากนั
อพยพหลบหนมี าตง้ั ถน่ิ ฐานใหม่ ซงึ่ อยนู่ อกเขตออกมา
และติดกับทางเกวียน ถ่ินใหม่ท่ีชาวบ้านยาว
มาอยู่จึงได้ช่ือว่า “บ้านนอก” และได้เรียกช่ือ
ตำ� บลบ้านนอกมาจนถึงทกุ วนั นี้
ซงึ่ ตำ� บลบา้ นนอก มกี ารขบั เคลอื่ นชมุ ชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวัดปัตตานี 83

ดา้ นหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมการท�ำปุ๋ยหมัก จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
เพื่อสร้างอาชีพและสรา้ งรายได้ใหก้ บั คนในชุมชน ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อให้
ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนเรื่อง
คุณธรรม จริยธรรมและฝึกปฏิบัติตามวิถี
ทางศาสนาในสถานการณต์ ่างๆ ได้อยา่ งถกู ต้อง

ด้านวิถวี ัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม ด้านหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดกิจกรรมท�ำบุญตักบาตร เน่ืองใน จดั กจิ กรรมอบรมการทำ� ตปู ะเพอื่ สง่ เสรมิ
วันส�ำคัญของพระพุทธศาสนา เพื่อสืบสาน การสรา้ งรายไดแ้ ละสรา้ งอาชพี ใหก้ ับคนในชมุ ชน
วถิ วี ฒั นธรรมไทยทดี่ ใี นดา้ นความรกั ความเสยี สละ
และความมีน�ำ้ ใจของคนในชุมชน

๘.2 ชุมชนคณุ ธรรมมัสยดิ ตักดี
(บ้านทุง่ ใหญ่) ระดบั สง่ เสริมคุณธรรม
ดา้ นวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดงี าม
ประวตั ชิ มุ ชน ชมุ ชนบา้ นทงุ่ ใหญ่ หมทู่ ี่ ๑ ร่วมส่งเสริมวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีในการ
ต�ำบลบ้านนอก มีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ ใชช้ วี ติ ตามวถิ ที างศาสนาของแตล่ ะบคุ คล เพอื่ เปน็
เป็นที่ลุ่มน�้ำท่วมถึง จะมีที่ราบสูงบ้าง ก็เฉพาะ เครอ่ื งยดึ เหนย่ี วจติ ใจใหม้ คี วามสขุ ในการดำ� รงชวี ติ
บริเวณท่ีต้ังหมู่บ้านเท่านั้น ลักษณะพื้นที่จะเฉียง
จากทศิ ตะวนั ออกไปยงั ทศิ ตะวนั ตก คลา้ ยสเี่ หลยี่ ม
ขนมเปยี กปนู มคี ลองสง่ นำ�้ และคลองระบายนำ้� ของ
กรมชลประทานท่ีเช่ือมต่อมาจากต�ำบลดอน
อยา่ งละ 1 สาย การปลกู สรา้ งบา้ นเรอื นของราษฎร
จะกระจายอยู่เกือบทั่วพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่จะสร้าง
บา้ นเรอื นตดิ ๆ กนั เปน็ กลมุ่ ใหญ่ มปี า่ ไมเ้ บญจพรรณนอ้ ย
แตม่ ตี น้ ตาลขนึ้ ตามคนั นาเปน็ บรเิ วณกวา้ งมอี ยทู่ ว่ั ไป

84 รวมพลังชุมชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี

๘.3 ชุมชนคุณธรรมวัดพรหมประสิทธิ์ ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
(บ้านเกาะ) ระดับส่งเสริมคุณธรรม จัดกิจกรรมวันสารทเดือนสิบ (ส่งเปรต)
ประวัติชุมชน ชุมชนวัดพรหมประสิทธ์ิ เพื่อเป็นการท�ำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ พ่อ แม ่
ตง้ั อยหู่ มทู่ ี่ ๒ ตำ� บลบา้ นนอก สว่ นใหญเ่ ปน็ ทรี่ าบลมุ่ ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติพี่น้องผู้ล่วงลับไปแล้ว
ประชากรส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพการเกษตร และร่วมสืบสานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่
ไดแ้ ก่ การท�ำนา และการปลูกพืชตามฤดูกาลอน่ื ๆ คู่สังคมต่อไป
เชน่ ถวั่ ลสิ ง ถวั่ เขยี ว ขา้ วโพด และผกั ตา่ งๆ รวมไปถงึ
การท�ำน�้ำตาลโหนด แต่ผลผลิตค่อนข้างต�่ำ
ทำ� ใหฐ้ านะทางเศรษฐกจิ ของราษฎรอ์ ยใู่ นเกณฑต์ ำ�่

ด้านหลักธรรมทางศาสนา ๙. ตำ� บลปะนาเระ ในสมัยเมอ่ื ร้อยปี
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อให้ มาแล้ว ผู้คนที่อาศัยในต�ำบลปะนาเระเป็น
ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนเร่ือง คนพนื้ เมอื ง ตอ่ มามคี นมาจากเมอื ง ยะหรง่ิ บา้ ง ยา้ ยมา
คุณธรรม จริยธรรมและฝึกปฏิบัติตามวิถี จากประเทศมาเลเซยี บา้ ง ไดม้ าตง้ั ถน่ิ ฐานทำ� มาหากนิ
ทางศาสนาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง จำ� นวนมาก เพราะบรเิ วณชายฝง่ั ทะเลแถบนม้ี ปี ลา
อาศยั อยูช่ ุกชมุ คนส่วนใหญ่จึงท�ำการประมง โดย
ใช้อวนลาก ค�ำว่า “ปะนาเระ” จึงมาจากค�ำ
๒ คำ� คอื ค�ำวา่ “ปาตา” แปลว่า ชายทะเล และ
คำ� วา่ “ตาเระ” แปลว่า ลากอวน “ปะนาเระ” จึง
หมายถึง ชายหาดทลี่ ากอวน

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดกิจกรรมอบรมการท�ำขนมโบราณ
(ขนมเจาะหู) เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้
และสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน

รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 85

๑๐. ตำ� บลพอ่ มง่ิ คำ� วา่ “พอ่ มง่ิ ” เปน็ ปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ประชาชนส่วนใหญ่
นิยมท�ำการเกษตร
ภาษาไทย คนในทอ้ งถนิ่ จะออกเสยี งว่า “พอ่ เม่ง” ด้านหลกั ธรรมทางศาสนา
เล่าสืบต่อกันมาว่าเป็นค�ำที่มีเสียงเพี้ยนมาจาก จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
ค�ำวา่ “เผาเมร”ุ เดิมเป็นหมูบ่ ้านของชาวไทยพทุ ธ ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อให้
ท่ีสืบเช้ือสายมาจากสุโขทัยได้มาต้ังบ้านเรือน ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนเรื่อง
อยบู่ รเิ วณทางทศิ ตะวนั ตกของตำ� บลพอ่ มง่ิ ในปจั จบุ นั คุณธรรม จริยธรรมและฝึกปฏิบัติตามวิถี
ซง่ึ บรเิ วณนเี้ รยี กวา่ “กำ� ปงลามอ” ตอ่ มาเจา้ อาวาส ทางศาสนาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
ของวดั มรณภาพ ไดม้ กี ารจดั งานศพสรา้ งเมรบุ รรจศุ พ
แลว้ ไดล้ ากเมรไุ ปเผาทบ่ี รเิ วณทงุ่ นาในตำ� บลพอ่ มงิ่ น้ี ด้านหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จงึ เรยี กบรเิ วณนว้ี า่ “ทเ่ี ผาเมร”ุ ตอ่ มาจงึ เพย้ี นเปน็ จัดกิจกรรมอบรมการกวนอาซูรอ เพ่ือ
“พ่อมิ่ง” จนกลายเป็นช่ือต�ำบลมาจนทุกวันนี้ ส่งเสริมความรัก ความสามัคคีให้กับคนในชุมชน
ซ่ึงต�ำบลพ่อมิ่ง มีการขับเคล่ือนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

๑๐.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมมสั ยดิ อลั ฮลี ยาดลุ อสิ ลามยี ะห์ ด้านวถิ วี ัฒนธรรมไทยทีด่ งี าม
ระดบั ส่งเสริมคุณธรรม จัดกิจกรรมปลูกต้นรวงผ้ึงเน่ืองในโอกาส
ประวัติชุมชน ชุมชนมัสยิดอัลฮีลยาดุล วันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๗ พรรษา
อิสลามียะห์ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ ต�ำบลพ่อม่ิง อ�ำเภอ พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี ๑๐
เพอื่ เทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ และแสดงออกถงึ
ความจงรักภกั ดีตอ่ สถาบันพระมหากษตั ริย์

86 รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจังหวัดปัตตานี

อำ� เภอมายอ

อ�ำเภอมายอ เป็นอ�ำเภอหน่ึง มายอ ค�ำมลายูอาจกลายเสียงจากค�ำ
ของจังหวัดปัตตานี เมื่อ พ.ศ. 2443 เดิมในภาษาไทย คอื ช่ือหมบู่ า้ นในอดีต
ใ น รั ช ส มั ย ข อ ง พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ ท่เี ปน็ ชมุ ชนใหญ่ เรยี กว่า “เมอื งยอน”
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดม้ กี ารปรบั ปรงุ ปี พ.ศ. 2548 อำ� เภอมายอได้
บริเวณ 7 หวั เมือง ของมณฑลปตั ตานี รับงบประมาณก่อสร้างท่ีว่าการอ�ำเภอ
โดยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น หลังใหม่ โดยได้ใช้สถานที่บนเนินเขา
จังหวัด อ�ำเภอ ต�ำบลและหมู่บ้าน ด้านหลังอาคารท่ีว่าการอ�ำเภอหลังเดิม
ปรากฏช่ืออ�ำเภอมายอข้ึนในสมัยนั้น โดยใช้แบบแปลนอาคารมาตรฐานของ
เรยี กวา่ “อำ� เภอลาเกาะ” โดยเรียกชื่อ กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง หลงั จากการ
ตามคลองน�้ำที่อยู่ใกล้ๆ กับที่ว่าการ ก่อสร้างที่ว่าการอ�ำเภอหลังใหม่เสร็จ
อำ� เภอทตี่ ง้ั อยใู่ นเขตพน้ื ทตี่ ำ� บลเกาะจนั แลว้ นายวิรัช ประเศรษโฐ นายอำ� เภอ
ค�ำว่า “ลาเกาะ” เป็นค�ำเพ้ียนมาจาก มายอ คนท่ี 39 จงึ ไดย้ า้ ยสถานทที่ ำ� งาน
คำ� วา่ “แลเกาะ” เปน็ ภาษามลายทู อ้ งถนิ่ มาเปน็ อาคารทวี่ า่ การอำ� เภอในปจั จบุ นั
แปลว่า “คด” หมายถึง ล�ำคลองที่มี และได้ท�ำการร้ืออาคารท่ีว่าการอ�ำเภอ
ลกั ษณะคดเคย้ี วไปมา หลงั เดมิ ท�ำให้มีพน้ื ท่ีโล่งกวา้ งเพอ่ื ทีจ่ ะ
ในปี พ.ศ. 2444 ทางราชการ ได้ด�ำเนินการจัดสร้างสวนสาธารณะ
พจิ ารณาเหน็ วา่ บรเิ วณสถานทตี่ ง้ั อำ� เภอ ลานจัดกิจกรรม ลานกีฬา ส�ำหรับ
ไม่เหมาะสม จึงย้ายอาคารท่ีว่าการ ประชาชนในพื้นที่ต่อไป อาคาร
อ�ำเภอมาสรา้ งใหม่เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น ท่ีว่าการอ�ำเภอมายอในปัจจุบันท�ำพิธี
บรเิ วณเนนิ เขาในเขตเทศบาลตำ� บลมายอ เปิดการใช้สถานที่อย่างเป็นทางการ
และเปลย่ี นชอ่ื เรยี กจาก “อำ� เภอลาเกาะ” เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2550 โดย
มาเป็น “อ�ำเภอมายอ” จวบจนถึง นายชาญชยั สนุ ทรมฏั ร์ อธิบดกี รมการ
ปจั จุบนั ปกครอง มาเป็นประธานในพิธี
ค�ำว่า “มายอ” ภาษามลายู ในอดีตอ�ำเภอมายอ มีเน้ือท่ี
หมายถงึ “ต้นมะตมู ” ภาษามลายกู ลาง ประมาณ 350 กโิ ลเมตร ประกอบดว้ ย
อา่ นวา่ “มาย” ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั ชอ่ื เมอื ง 17 ต�ำบล คอื ต�ำบลมายอ ตำ� บลสา
หมนั ยาในบทละครเรอ่ื งอเิ หนา หมายถงึ คอบน ตำ� บลสาคอใต้ ตำ� บลปะโด ตำ� บล
“ตน้ มะตมู ” นอกจากน้ี ยงั สนั นษิ ฐานวา่ เกาะจัน ตำ� บลปานัน ต�ำบลถนน ตำ� บล

88 รวมพลังชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี

ตรัง ต�ำบลกระหวะ ต�ำบลกระเสาะ 1. ต�ำบลกระเสาะ แตก่ ่อนชาวบ้าน
ต�ำบลสะก�ำ ต�ำบลลางา ตำ� บลลโุ บะยิไร มีอาชีพท�ำนาเป็นอาชีพหลัก ตามบริเวณทางเดิน
ตำ� บลพิเทน ตำ� บลตะโละแมะนา ต�ำบล เตม็ ไปด้วยตน้ ไม้หลากหลาย และต้นไมท้ ม่ี ากทีส่ ดุ
ก็คือต้นกาเสาะจะข้ึนเป็นกลุ่มๆ เกือบทุกพ้ืนท่ี
น�ำ้ ดำ� และต�ำบลปากู โดยสว่ นมากจงึ เปน็ เอกลกั ษณป์ ระจำ� หมบู่ า้ น ซง่ึ เปน็
เมอื่ วนั ท ่ี 15 พฤษภาคม 2520 ที่พักพิงส�ำหรับผู้ที่เดินทางมาท�ำค้าขาย ที่จะเป็น
ท่ีหลบแดดไดด้ ีมาก
ทางราชการพิจารณาเห็นว่าเพ่ือความ พ้นื ท่ีบริเวณนี้จะมหี นองนำ�้ สัตว์ทุกชนดิ
เหมาะสมบางประการในด้านการ จะมาด่ืมน้�ำและที่ส�ำคัญจะมีเสือชอบมาดื่มน้�ำ
จนเป็นเลื่องลือ ชาวบ้านเรียกหนองน้�ำแห่งน้ีว่า
ปกครองจงึ แบง่ พน้ื ทอี่ ำ� เภอมายอบางสว่ น “กแู บรมี า” แปลวา่ “หนองเสอื ” และบรเิ วณหนองนำ�้
จดั ตง้ั เปน็ กิ่งอ�ำเภอใหม่ คอื “ก่ิงอ�ำเภอ มีตน้ กาเสาะใหญ่เป็นลกั ษณะเดน่ ต่อมาเมือ่ มกี าร
ท่งุ ยางแดง” โดยแบ่งพืน้ ที่ ต�ำบลพิเทน ต้ังต�ำบลขึ้นจึงใช้ชื่อต้นไม้ดังกล่าวเป็นชื่อต�ำบล
เรียกวา่ “ตำ� บลกระเสาะ” จนถึงปัจจุบนั
ซงึ่ ต�ำบลกระเสาะ มกี ารขบั เคลื่อนชมุ ชน
ต�ำบลน�้ำด�ำ ต�ำบลตะโละแมะนาและ ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ตำ� บลปากู รวมจำ� นวน 4 ตำ� บล คดิ เปน็ หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
เนื้อท่ีประมาณ 134 ตารางกิโลเมตร ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
ให้อยู่ภายใต้การปกครองของกิ่งอ�ำเภอ ประกอบไปด้วย
ทุง่ ยางแดง
ในปัจจุบันอ�ำเภอมายอ มีพื้นที่ 1.1 ชมุ ชนคุณธรรมมสั ยิดก�ำปงบารู
ก า ร ป ก ค ร อ ง ต า ม พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ (บา้ นบูหวะ) ระดบั สง่ เสรมิ คุณธรรม
ประวัติชุมชน บ้านบูหวะ ตง้ั อยหู่ มทู่ ่ี ๓
ตำ� บลกระเสาะ อำ� เภอมายอ จงั หวดั ปตั ตานี อยทู่ าง
ทิศตะวันออกของที่ว่าการอ�ำเภอมายอ ห่างจาก
ลักษณะปกครองท้องท่ี พ.ศ. 2457 ที่ว่าการอ�ำเภอมายอ ประมาณ ๕ กิโลเมตร
จ�ำนวน 13 ต�ำบล รวม 59 หม่บู ้าน มี มีการเล่ากันว่าในอดีตมีคนอพยพมาจากเขต
พน้ื ทปี่ ระมาณ 216.15 ตารางกโิ ลเมตร อำ� เภอยะหรงิ่ และนยิ มปลกู ตน้ บวู ะไวบ้ รเิ วณรอบบา้ น
และอยรู่ ะหวา่ งการเสนอขอแยกหมบู่ า้ น ชาวชุมชนจึงนิยมเรียกว่า บ้านบูวะ ตามช่ือต้นไม้
จวบจนถึงปจั จุบนั
ใหม่ในปี 2550 จำ� นวน 2 หมู่บา้ น ใน ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา
เขตพืน้ ที่ต�ำบลตรังและต�ำบลปานัน จดั กจิ กรรมบรรยายธรรมตามหลกั ศาสนา
อำ� เภอมายอ ประกอบดว้ ย 13 เพ่อื ใชเ้ ปน็ แนวทางในการด�ำเนนิ ชวี ติ ให้มคี วามสุข
ตำ� บล ได้แก่

รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี 89

ด้านหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
จดั โครงการ 1 ตำ� บล 1 ถนน กนิ ได ้ ตำ� บล ประกอบไปด้วย
กระเสาะ เพื่อให้คนในชุมชนน้อมน�ำหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ใหม้ คี วามสขุ 2.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมมสั ยิดพอเบาะฮ์
(บ้านพอเบาะ) ระดับคณุ ธรรม
ด้านวถิ วี ฒั นธรรมไทยที่ดงี าม ประวัติชุมชน โต๊ะยังแซะห์วาลียูลอฮฺ
จดั กจิ กรรมเมาลดิ สมั พนั ธ์ เพอ่ื สรา้ งความรกั อบั ดลุ เราะหม์ าน เปน็ ทรี่ จู้ กั กนั ดใี นฐานะวาลยี ลู อฮฺ
ความสามคั คี และรว่ มสบื สานวถิ วี ฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ ที่มีความส�ำคัญต่อดินแดนมลายูและนักปราชญ์
ให้คงอยคู่ ู่สงั คม มีประวัติท่ีรู้จักในหมู่บ้านพอเบาะฮ์ ว่าเป็นผู้ท่ีมี
ความศักดิ์สิทธิ์ หลังจากท่านจากบ้านไป
2. ต�ำบลกระหวะ ต�ำบลกระหวะ มีสง่ิ มหัศจรรยห์ ลายอย่างเกิดขึ้น อาทเิ ช่น
๑. ท่านเดินทางไปและกลับจากประเทศ
มที ม่ี าจากมวี ดั เกา่ แกว่ ดั หนง่ึ ในวดั มชี า้ งอยู่ ๑ เชอื ก มกั กะฮภฺ ายใน ๑ วัน
ซงึ่ เจา้ อาวาสมคี วามเสนห่ าเปน็ อยา่ งมาก อยมู่ าวนั หนงึ่ ๒. ขณะเดนิ ทางกลบั จากมกั กะฮฺ ทา่ นพบ
ช้างเชือกน้ันได้หายไปเจ้าอาวาสและชาวบ้าน เรือล�ำใหญ่อับปางอยู่กลางท้องทะเล และท่านได้
ได้ออกตามหาแต่ไม่พบ เจ้าอาวาสจึงได้ ให้การชว่ ยเหลือเรือลำ� น้ัน
ประกาศให้ชาวบ้านออกค้นหา ถ้าหาพบตัวเอง ๓. คนสว่ นใหญไ่ ดเ้ หน็ ความศกั ดส์ิ ทิ ธข์ิ อง
จะยา้ ยออกจากหมบู่ า้ น ตอ่ มาชาวบา้ นตามหาจนพบ ทา่ นในการลากเรือเข้าฝง่ั
เจา้ อาวาสกร็ กั ษาสญั ญาโดยการออกไปจากหมบู่ า้ น หลังจากจบการศึกษาที่ประเทศมักกะฮฺ
ซงึ่ ภาษาทอ้ งถน่ิ คอื “กวู ะ” และเพยี้ นมาเปน็ ตำ� บล ท่านก็ได้เดินทางกลับมายังหมู่บ้านพอเบาะฮ์ เพื่อ
“กระหวะ” สอนหนังสือในหมู่บ้าน บางครั้งท่านจะเดินทางไป
ซ่ึงต�ำบลกระหวะ มีการขับเคลื่อนชุมชน สอนหนังสือที่ประเทศมักกะฮ์ หรือร่วมละหมาด
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วนั ศกุ รท์ น่ี น้ั แซะคอ์ บั ดลุ เราะหม์ านเสยี ชวี ติ ทม่ี าดนี ะฮ์
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย และศพถูกฝังไว้ที่กุโบร์มาดีนะฮ์อัลมูนาวาเราะฮ์
กุโบร์โต๊ะยังแซะค์ คนส่วนใหญ่เช่ือว่า หากตั้งจิต
อธษิ ฐานเรอื่ งใด กจ็ ะไดส้ มหวงั คนสว่ นใหญจ่ ะมาเยย่ี ม
สักการะในวันพุธ วันอาทิตย์ และวันรายอ
และแก้บนด้วยการบริจาคแพะ หรือปล่อยแพะ
และผใู้ ดทค่ี ดิ ไมด่ โี ดยการหยบิ กอ้ นหนิ ทอ่ี ยใู่ นกโุ บร์
จะท�ำใหม้ อื หงิกงอและเสียชวี ติ ในเวลาต่อมา

90 รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจังหวัดปตั ตานี

ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา 3. ต�ำบลเกาะจัน มีที่กล่าวกันว่า
จัดกิจกรรมอบรมจริยธรรม “ในการอยู่
รว่ มกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม” เพอ่ื สง่ เสรมิ การมนี ำ้� ใจ เนือ่ งในสมยั ก่อนบริเวณพ้นื ทภ่ี ายในต�ำบลเกาะจนั
การชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั และเพอื่ ปลกู ฝงั ความรกั มกี ารตดิ ตอ่ ทำ� การคา้ กบั พอ่ คา้ ชาวยะหรงิ่ การเดนิ ทาง
ความสามัคคีใหก้ บั คนในชุมชน ของพ่อค้าจากยะหริ่งมาค้าขายน้ันได้อาศัย
ดา้ นหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง คลองลาเกาะเป็นเส้นทางคมนาคม สินค้าของ
จัดกิจกรรมอบรมการประกอบอาชีพ ยะหร่ิงจะเป็นสินค้าจ�ำพวกอาหารทะเล ส่วนของ
แกค่ นในชมุ ชนเพอื่ ใหค้ นในชมุ ชนสามารถสรา้ งอาชพี เกาะจนั จะเปน็ อาหารจำ� พวกขา้ ว คำ� วา่ “เกาะจนั ”
และสรา้ งรายไดเ้ ลีย้ งครัวเรือน โดยนำ� หลกั ปรัชญา มาจากลักษณะพื้นท่ีของต�ำบลเกาะจันส่วนใหญ่
เศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการดำ� รงชวี ติ ใหม้ คี วามสขุ จะเป็นทุ่งนาเหมาะแก่การปลูกข้าว จะมีบางส่วน
ดา้ นวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดงี าม บรเิ วณกลางต�ำบลมีลกั ษณะเปน็ เนิน นำ้� ท่วมไมถ่ งึ
คนในชุมชนร่วมกันสืบสานวิถีวัฒนธรรม คนสมยั กอ่ นจงึ ตง้ั ช่ือขน้ึ วา่ “เกาะจนั ”
ทอ้ งถนิ่ ในการประกอบศาสนกจิ ละหมาดตารอเวยี ะ ซ่ึงต�ำบลเกาะจัน มีการขับเคล่ือนชุมชน
ตลอดในหว้ งของเดอื นรอมฏอน เพอื่ ใหค้ นในชมุ ชน ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
น�ำหลักธรรมทางศาสนามาใช้ในการด�ำเนินชีวิต หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ให้มีความสขุ ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

3.1 ชุมชนคณุ ธรรมมัสยดิ ราเกาะ
(บา้ นราเกาะ) ระดบั สง่ เสรมิ คณุ ธรรม
ประวตั ชิ มุ ชน “ราเกาะ” เปน็ คำ� ทเ่ี พย้ี นจาก
“งาเกาะ” ซ่ึงแปลว่า “คลาน” ตามค�ำบอกเล่า
ของคนแกค่ นเฒา่ ในอดตี หมบู่ า้ นแหง่ นเี้ ปน็ ทต่ี งั้ ของ
ที่ว่าการอ�ำเภอ การคมนาคมในอดีตนั้นใช้เรือ
เปน็ พาหนะ โดยใชล้ ำ� คลองราเกาะเปน็ เสน้ ทางลำ� เลยี ง
ของต่างๆ และเส้นทางคมนาคม ต่อมาชาวบ้าน
ได้ร่วมกันสร้างสะพานเพื่อใช้เป็นทางข้ามไปยัง
ต�ำบลมายอ สะพานยังไม่แข็งแรงมากนักชาวบ้าน
ไมก่ ลา้ เดนิ ขา้ มจงึ คลานแทนการเดนิ ขา้ ม กเ็ ลยเรยี กวา่
“งาเกาะ” และเพย้ี นเปน็ “ราเกาะ” จนถงึ ปจั จบุ นั

รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี 91

ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา 4. ต�ำบลตรัง สมัยก่อนพระยายามู
จั ด อ บ ร ม ก า ร บ ร ร ย า ย ธ ร ร ม ต า ม
หลกั ศาสนาเพอ่ื ปลกู ฝงั คณุ ธรรม จรยิ ธรรมใหก้ บั คน ซงึ่ เปน็ ผปู้ กครองหมบู่ า้ น ใหร้ าษฎรทม่ี อี าชพี ทำ� นา
ในชุมชน ในการนำ� หลักธรรมทางศาสนามาปรับใช้ น�ำฟางข้าวหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ซัง” ที่เหลือ
ในการด�ำเนนิ ชวี ติ ใหม้ ีความสขุ จากการเก็บเกี่ยวมากองไว้กลางหมู่บ้าน เรียกว่า
ด้านหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง “กองซัง” และใช้กองซังนี้เป็นจุดนัดพบชาวบ้าน
จดั อบรมการปลกู ผกั สวนครวั และเพาะเหด็ จึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านกองซัง” ต่อมา
เพือ่ สรา้ งความมัน่ คงทางอาหารใหก้ บั คนในชุมชน ไดเ้ ปลย่ี นมาเปน็ “บา้ นตรงั ” มาจนถึงทกุ วนั น้ี
ซ่ึงต�ำบลตรัง มีการขับเคล่ือนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

4.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมวดั ประเวศนภ์ ผู า
(บ้านตรัง) ระดับต้นแบบ

ด้านวถิ ีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ประวตั ชิ มุ ชน บา้ นตรงั ชอ่ื นเ้ี กดิ ขน้ึ ตง้ั แต่
จัดกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์ เพื่อสืบสาน เม่ือต้นสมัยรัตนโกสินทร์ สมัยที่มีการปกครอง
ประเพณที ้องถน่ิ และสรา้ งความรกั ความสามัคคี แบบหัวเมือง มีเมืองยะหริ่ง อยู่ในความดูแลของ
ให้กับคนในชมุ ชน พระยายะหรงิ่ คร้งั หนงึ่ พระยายะหร่ิงไดย้ กไพร่พล
มาตั้งค่ายให้เห็นท่ีบ้านรายอ แปลว่า “พระยา”
และพื้นท่ีบ้านรายอนี้เมื่อพระยายะหริ่งมาต้ังค่าย
มีการท�ำนา เลย้ี งวัว ม้า ควายจำ� นวนมาก เมอื่ ถงึ
ฤดูเก็บเกี่ยวได้น�ำซังข้าวมากองไว้บริเวณบ้าน
และในเขตนจี้ ะเรยี กวา่ “หมบู่ า้ นซงั ” ซงึ่ ตอ่ มาคำ� วา่
“ซัง” ได้เพยี้ นมาเป็นคำ� วา่ “ตรัง” จนถงึ ปจั จุบนั

92 รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี

ดา้ นหลกั ธรรมทางศาสนา ซึ่งต�ำบลถนน มีการขับเคล่ือนชุมชน
จัดอบรมหลักธรรมทางพุทธศาสนา เพื่อ ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในการอยู่ร่วมกัน หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
อยา่ งมคี วามสขุ ตลอดจนปลกู ฝงั การเกอื้ กลู ระหวา่ งกนั ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
และกันใหแ้ กค่ นในชุมชน ประกอบไปดว้ ย
ด้านหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 5.1 ชมุ ชนคุณธรรมมัสยดิ ดวู า
ผูน้ �ำชมุ ชนไดแ้ นะน�ำการเพาะกล้า ใหก้ บั ระดบั ส่งเสรมิ คุณธรรม
เกษตรกรท�ำนา และชาวนาท่ีสนใจการท�ำนา
แบบใชเ้ ทคโนโลยรี ถปกั ดำ� เพอ่ื ทจ่ี ะเพมิ่ ผลผลติ และ
ลดต้นทุนในการทำ� การเกษตรให้แกค่ นในชุมชน

ประวัติชุมชน ชุมชนบ้านดูวา ก่อต้ังข้ึน
เม่ือประมาณ 500 ปีมาแล้ว ซึ่งพ้ืนท่ีบ้านดูวา
เคยเปน็ บรเิ วณบา้ นของทา่ นสลุ ตา่ นอาหาหมดั และ
ได้มีชาวบ้านเข้ามาอาศัยอยู่รอบๆ บริเวณบ้าน
ด้านวถิ ีวฒั นธรรมไทยที่ดีงาม เป็นจ�ำนวนมาก ตอ่ มาท่านจึงต้งั เป็นหมู่บ้านขึ้นมา
จัดงานประเพณีชักพระลงนาเพื่ออนุรักษ์ โดยต้ังชื่อว่า “ปากาลูวา” แปลว่า บริเวณรั้วรอบ
สืบสานประเพณีวัฒนธรรมท่ีสืบต่อกันมา ส่งเสริม นอก แตช่ าวบา้ นเรยี กเพย้ี นตอ่ ๆ กนั มาเปน็ “ดวู า”
ความรกั ความสามคั คขี องคนในชมุ ชนไดเ้ ปน็ อยา่ งดี จนถงึ ปัจจบุ ัน

สภาพทั่วไปท่ีต้ังอยู่ทางทิศเหนือของ
ทว่ี า่ การอำ� เภอมายอ ระยะหา่ งจากตวั อำ� เภอมายอ
ประมาณ 3 กิโลเมตร อยู่ในเขตพ้ืนที่หมู่ที่ 3
ต�ำบลถนน อ�ำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เนื้อท่ี
โดยประมาณ 4,018 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศและ
ภมู อิ ากาศเปน็ ทร่ี าบลมุ่ มสี ภาพพน้ื ทลี่ อ้ มรอบดว้ ย
5. ต�ำบลถนน สมัยโบราณชาวบ้าน ภูเขา เป็นแหล่งต้นน�้ำ พ้ืนดินชื้นอุดมสมบูรณ์
เออ้ื ตอ่ การทำ� เกษตร เพาะปลกู เลยี้ งสตั ว์ โดยทวั่ ไป
ในแถบนม้ี อี าชพี ทอผา้ ซงึ่ ถา้ พดู เปน็ ภาษาพน้ื บา้ นวา่ มี 2 ฤดู คือฤดูรอ้ นและฤดฝู น
“ตอื นงุ ” เปน็ เหตใุ หต้ อ่ มาชาวบา้ นจะเรยี กหมบู่ า้ น
นว้ี า่ “กำ� ปงตอื นงุ ” แปลวา่ บา้ นทม่ี อี าชพี การทอผา้
และต่อมาได้พูดเพี้ยนมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นบ้าน ดา้ นหลักธรรมทางศาสนา
ถนนในปัจจุบัน อยู่ในเขตอ�ำเภอมายอ ต่อมา จัดอบรมการบรรยายธรรมเพื่อให้คน
ได้ยกฐานะเปน็ องค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บลถนนในปี ใ น ชุ ม ช น ไ ด ้ น� ำ ห ลั ก ธ ร ร ม ท า ง ศ า ส น า ม า ใ ช ้
๒๕๔๐ วนั ท่ี ๒๙ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๔๐ ในการด�ำเนินชีวติ ให้มคี วามสขุ

รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี 93

ด้านหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ชมุ ชนแหง่ นว้ี า่ “บา้ นประด”ู่ และตอ่ มาไดเ้ พย้ี นเปน็
คนในชุมชนร่วมกนั ปลูกผักสวนครวั เพื่อ “ปะโดมา” จนถึงปัจจุบัน
สร้างความมั่นคงทางอาหาร และส่วนท่ีเหลือ ซึ่งต�ำบลปะโด มีการขับเคลื่อนชุมชน
น�ำไปจ�ำหน่ายเพือ่ สร้างรายไดใ้ ห้กบั ครวั เรอื น ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ดา้ นวถิ วี ัฒนธรรมไทยทีด่ งี าม หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
จัดกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์เพื่อสืบสาน ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประเพณีท้องถ่ินและสร้างความรัก ความสามัคคี ประกอบไปด้วย
ใหก้ ับคนในชมุ ชน 6.1 ชุมชนคณุ ธรรมมัสยิดมาโงะ๊
(บา้ นมะหูด) ระดับสง่ เสรมิ คุณธรรม
ประวัติชุมชน ค�ำว่า “มาโงะฮ”
เปน็ ภาษามลายถู นิ่ แปลวา่ มงั คดุ ชาวบา้ นใชเ้ รยี กเปน็
ชอื่ หมบู่ า้ นเนอื่ งจากในอดตี หมบู่ า้ นแหง่ นมี้ ตี น้ มงั คดุ
ขนาดใหญ่ 2 ต้น เป็นจุดเด่นของผู้พบเห็น
เม่ือประมาณ 50 ปีท่ีแล้วทางการได้เข้ามาสร้าง
โรงเรียนประชาบาลแห่งแรก โดยตั้งช่ือโรงเรียนว่า
“โรงเรียนบ้านมะหูด” และขึ้นป้ายชื่อหมู่บ้านว่า
“บ้านมะหูด” ต้ังแต่นั้นเป็นต้นมา ชื่อดังกล่าว
ไมต่ รงตามชอ่ื เดมิ ทช่ี าวบา้ นตอ้ งการคอื “บา้ นมาโงะฮ”

ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จั ด อ บ ร ม ก า ร บ ร ร ย า ย ธ ร ร ม ต า ม
หลกั ศาสนาเพอ่ื สง่ เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมใหก้ บั คน
ในชุมชน ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม
อย่างมคี วามสุข

6. ต�ำบลปะโด เป็นต�ำบลเก่าแก่ ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จดั ตง้ั กลมุ่ เพาะเหด็ เพอื่ สรา้ งอาชพี สรา้ ง
สมยั มกี ารปกครองแบบหวั เมอื ง ประมาณ ๓๐๐ กวา่ ปี รายได้และส่งเสริมให้คนในชุมชนใช้เวลาว่าง
มาแล้ว แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าจัดต้ังขึ้นเมื่อใด ให้เป็นประโยชน ์
ใครเป็นผู้บุกเบิกและก่อตั้ง ค�ำว่า “ปะโด” ไม่มี
ความหมายทง้ั ในภาษาไทยและภาษามลายทู อ้ งถน่ิ
สนั นษิ ฐานกนั วา่ เพย้ี นมาจากคำ� วา่ “ประด”ู่ หมายถงึ
ต้นไม้ชนิดหนึ่งมีล�ำต้นสูงใหญ่ มีก่ิงก้านแผ่ขยาย
ดอกสีเหลืองกลิ่นหอม ผลเป็นรูปกลมๆ ตรงกลาง
มีลักษณะนูน ซ่ึงในสมัยก่อนชุมชนบริเวณน้ี
จะมตี น้ ไมช้ นดิ นข้ี นึ้ อยเู่ ปน็ จำ� นวนมาก และจะมอี ยตู่ น้ หนง่ึ
ใหญ่มากอยู่ใจกลางชุมชน ชาวบ้านจึงได้เรียก

94 รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ประชาชนก็จะใช้ใต้ต้นไม้น้ีเป็นสถานท่ีนัดหมาย
จัดกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์เพ่ือสืบสาน และยังเป็นสถานที่พักผ่อนหลังจากการท�ำนา
ประเพณีท้องถ่ิน สร้างให้เกิดความรักและ ต้นไม้นี้นับว่ามีความส�ำคัญในการด�ำเนินชีวิตและ
ความสามัคคีให้กับคนในชุมชน วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้าน จึงน�ำช่ือต้นไม้มาเป็น
ชื่อหมู่บ้าน จนถึงปัจจุบันนี้
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดอบรมการบรรยายธรรมเพ่ือส่งเสริม
คุณธรรม จริยธรรมให้กับคนในชุมชน ในการ
อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมให้มีความสุข

6.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดปะโด ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(บ้านปะโด) ระดับส่งเสริมคุณธรรม จดั อบรมการสรา้ งอาชพี ใหแ้ กค่ นในชมุ ชน
เพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจและสามารถ
น�ำความรู้ท่ีได้รับไปใช้ในการประกอบอาชีพ
สรา้ งรายไดใ้ หแ้ กต่ นเองและครอบครวั ตอ่ ไป

ประวตั ชิ มุ ชน ปะโด มาจากคำ� วา่ “สะนอ” 7. ตำ� บลปานัน บา้ นปานัน หมายถงึ
ซ่ึงแปลภาษาไทยว่า “ต้นประดู่” สืบเน่ืองจาก
ในหมู่บ้านน้ีมีต้นไม้ต้นหนึ่งขนาดใหญ่มาก ตน้ ใบเตยหอม สมยั ก่อนชาวบ้านนยิ มปลกู กนั มาก
มีกิ่งก้านท่ีใหญ่สามารถให้ร่มเงา คนสมัยก่อน และได้เอาใบเตยมาท�ำขนมไว้บริโภคและขาย
เ ม่ื อ มี กิ จ ก ร ร ม ห รื อ ต ้ อ ง ก า ร ท่ี จ ะ สื่ อ ส า ร กั บ ในหมู่บ้าน นับตั้งแต่นั้นมาหมู่บ้านน้ีได้มีชื่อว่า
“บา้ นปานนั หรอื บา้ นปาแน”
ซ่ึงต�ำบลปานัน มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย

รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี 95


Click to View FlipBook Version