The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมพลังชุมชนฯ-บีบอัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tumsandee, 2021-09-08 06:20:17

รวมพลังชุมชนฯ-บีบอัด

รวมพลังชุมชนฯ-บีบอัด

ความรัก ความสามัคคี และน�ำหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการด�ำเนินชีวิต

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม

จัดกิจกรรมจิตอาสาท�ำความสะอาดพื้นที่
บรเิ วณโดยรอบชมุ ชน เพอื่ รว่ มสบื สานวถิ วี ฒั นธรรม
ไทยที่ดีงามด้านความเสียสละในการท�ำเพ่ือผู้อ่ืน

ได้อพยพมาปักหลักเพื่อประกอบอาชีพค้าขาย
และได้ก่อสร้างรั้วบริเวณน้ี เพื่อบอกอาณาเขต
ของตนเอง และคลองดังกล่าวน้ันยังเป็นที่รวมตัว
ของชาวบ้านที่ออกมาท�ำกิน จีนกลุ่มนั้นได้ปักหลัก
อยทู่ น่ี นั่ จนชาวบา้ นเรยี กกนั ตดิ ปากวา่ “ปากาจนี อ”
ภายหลังชาวจีนกลุ่มนั้นได้อพยพไปอยู่ท่ีอ่ืน
ประกอบกบั หมบู่ า้ นยงั ไมม่ ชี อ่ื จงึ ไดต้ งั้ ชอื่ หมบู่ า้ นวา่
“บ้านปะกาจินอ”

ด้านหลักธรรมทางศาสนา 3.2 ชมุ ชนคณุ ธรรมมัสยิดดอนรัก
(บา้ นดอนรัก) ระดบั สง่ เสรมิ คณุ ธรรม
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
เพื่อให้คนในชุมชนได้น�ำหลักธรรมทางศาสนา
มาปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

ประวัติชุมชน ค�ำว่า “ดอนรัก” เพี้ยน
มาจากค�ำว่า “เตาะเฆาะ” แปลว่า เหนื่อย
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เล่ากันว่าเมื่อครั้งหมู่บ้านยังไม่มีถนน ชาวบ้าน
จัดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว เพ่ือสร้าง จะเดินทางตามทุ่งนา มีชาวบ้านคนหนึ่งหาบของ

มาถึงหมู่ที่ ๑ ปัจจุบัน ปรากฏว่าหาบก็หักลง
ประกอบกบั ความเหนด็ เหนอ่ื ย เดนิ ทางตอ่ ไปไมไ่ หว
เพราะเสน้ ทางทเ่ี ดนิ ทางผา่ นตอ้ งขา้ มควนมา อาการ
ที่เหน็ดเหน่ือยเช่นนี้ชาวบ้านเรียกว่า “เตาะเฆาะ”
แลว้ เพีย้ นมาเป็น “ดอนรกั ”
ในอีกทางหน่ึง เล่ากันว่า นานมาแล้วมี
บุตรชายเจ้าเมืองลพบุรี เดินทางมาบ้านดอนรัก

246 รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี

มาชอบพอกบั บตุ รสาวของโตะ๊ ลางา ซง่ึ ได้ ชอ่ื วา่ เปน็
ผหู้ ญงิ ทมี่ คี วามงามมากคนหนงึ่ บตุ รสาวโตะ๊ ลางาขอให้
บุตรชายเจ้าเมืองลพบุรีสาบานตนเป็นมุสลิม
นบั ถอื ศาสนาอสิ ลาม เจา้ เมอื งลพบรุ ที ราบเรอ่ื งดงั กลา่ ว
ก็ไม่ยอม ส่งคนออกติดตามเอาตัวบุตรชายกลับมา
แตบ่ ตุ รชายเจา้ เมอื งไมย่ อมกลบั จงึ เผาพาหนะเดนิ ทาง
และเผาตวั เองตาย ณ บรเิ วณทม่ี ลี กั ษณะเปน็ ทด่ี อน
และเพื่อเปน็ อนสุ รณส์ ถานแห่งความรัก จึงเรียกว่า
“บ้านดอนรกั ” 4. ต�ำบลดาโต๊ะ สมัยภาคใต้แบ่ง

ด้านหลักธรรมทางศาสนา การปกครอง ออกเปน็ ๗ หวั เมอื ง คอื เมอื งสายบรุ ,ี
เมอื งยะหรง่ิ , เมอื งหนองจกิ , เมอื งยาลอ, เมอื งระแงะ,
ส่งเสริมให้คนในชุมชนร่วมกันละหมาด เมอื งรามันและเมืองหนองจิก ได้สง่ ขุนนางชนั้ ผใู้ หญ่
วันศุกร์ เพื่อให้คนในชุมชนประพฤติปฏิบัติ ไปต้ังบ้านเรือนอยู่ฝั่งแม่น้�ำหนองจิกหรือฝั่งแม่น�้ำ
ตามหลักศาสนาให้ถูกต้อง ของต�ำบลดาโต๊ะปัจจุบัน เพื่อควบคุมดูแลราษฎร
ในบริเวณนั้น ค�ำว่า “ดาโตะ๊ ” หมายถงึ บคุ คลทใี่ ห้
ความเคารพนับถือ พอนานวันขุนนางน้ันตายไป
กเ็ รยี กพน้ื ทใ่ี นบรเิ วณนน้ั วา่ “ดาโตะ๊ ” จนกลายเปน็
ดาโตะ๊ ในปจั จบุ นั น้ี
ซึ่งต�ำบลดาโต๊ะ มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย
จัดอบรมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เพ่ือเพิ่มพูนความรู้และน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงมาปรับใช้ เพื่อลดรายจ่าย เพ่ิมรายได้ 4.1 ชุมชนคณุ ธรรมวัดโคกสมานประชาราม
ให้กับคนในชุมชน และมีศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจ (บา้ นโคกหมกั ) ระดับตน้ แบบ
พอเพยี ง

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม ประวัติชุมชน บ้านโคกหมัก สมัยก่อน
เลา่ กนั วา่ มคี นกลมุ่ หนงึ่ อพยพมาจากเมอื งหนองจกิ
จัดกิจกรรมปล่อยปลาและปรับภูมิทัศน์ เพื่อหาท�ำเลที่ต้ังบ้านเรือนแห่งใหม่ที่มีความ
บริเวณริมคลองดอนรัก เนอื่ งในวนั ชาติ และวนั พอ่ อุดมสมบูรณ์ สามารถประกอบอาชีพท�ำนาได้
แห่งชาติ ๕ ธันวาคม

รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจงั หวัดปัตตานี 247

เพราะคนในสมยั กอ่ นจะถอื วา่ ปากทอ้ งเปน็ เรอื่ งสำ� คญั ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม

เวลาเดินทางจะเดินทางด้วยเท้า และมีช้าง ม้า จดั กจิ กรรมประเพณลี ากเรอื พระ (ชกั พระ)
เปน็ พาหนะบรรทุกสัมภาระ พอมาถึงสถานทห่ี นง่ึ เพื่อสืบสานประเพณีท้องถ่ินให้คงอยู่
ซึ่งก็คือบ้านโคกหมักในปัจจุบัน ช้างกับม้าก็ว่ิง
เขา้ ไปกนิ ผลไมช้ นดิ หนง่ึ ภาษาถนิ่ เรยี กวา่ “ลกู หมกั ”
ซง่ึ เปน็ ผลไมล้ กู สสี ม้ อมแดง มขี นาดเลก็ และมกี ลน่ิ หอม
รสชาติหวานอมฝาด ช้าง ม้า เหล่าน้ันก็มิได้เดิน
ท า ง ต ่ อ เ พ ร า ะ ติ ด ใ จ ใ น ร ส ช า ติ ข อ ง ลู ก ห มั ก
คนกลุ่มน้ันก็ต้ังถ่ินฐานและเรียกชื่อหมู่บ้านน้ีว่า
“บ้านโคกหมัก”

ด้านหลักธรรมทางศาสนา 4.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดบาโงกาเสาะ
(บ้านบาโงกาเสาะ) ระดับคุณธรรม
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนคุณธรรมในการ
อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวตั ชิ มุ ชน บา้ นบาโงกาเสาะ สมยั กอ่ น
เล่ากันว่า มีต้นไม้ชนิดหนึ่งเป็นไม้ยืนต้น มีขนาด
จดั กจิ กรรมลงแขกเกย่ี วขา้ ว และกจิ กรรม ใหญ่มาก ลักษณะคล้ายกับต้นโพธิ์ เม่ือผลัดใบ
ข้าวเล้ียงลูกหลาน เพ่ือเป็นการปลูกฝังให้นักเรียน จะแตกยอดอ่อน เรียกว่า “ปลี” ซึ่งน�ำมาใช้
ได้เรียนรู้วิธีการท�ำนาและมีความรู้ทักษะพื้นฐาน รับประทานเป็นผักได้ ต้นไม้ชนิดน้ีจะชอบท่ีโล่ง
ด้านการเกษตรพอเพียง ตามทงุ่ นา เมอ่ื ชาวบา้ นพาสตั วเ์ ลย้ี งไปเลย้ี งกลางทงุ่ นา
ก็อาศัยร่มของต้นไม้ชนิดน้ีหลบแดด ชาวภาคใต้
เรยี กตน้ ไมช้ นดิ นวี้ า่ “ตน้ เลยี บ” ทำ� ใหช้ าวบา้ นเรยี ก
กันติดปากว่า “ทุ่งต้นเลียบ” เรียกเป็นภาษามลายู
ทอ้ งถน่ิ วา่ “บาโงกาเสาะ” ซงึ่ หมายถงึ ตน้ เลยี บและ
ได้น�ำชื่อบาโงกาเสาะมาเป็นชื่อหมู่บ้านแห่งนี้
ปัจจุบันต้นเลียบได้หักโค่นเพราะมีอายุมากแล้ว
แต่ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในภาคใต้โดยท่ัวไป

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จัดอบรมคุณธรรม จริยธรรมให้กับคน
ในชุมชน เพ่ือส่งเสริมให้คนในชุมชนน�ำหลักธรรม
ทางศาสนามาปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความ
สุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

248 รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจังหวัดปัตตานี

4.3 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดกูแบกีแย
(บา้ นกแู บกแี ย) ระดบั สง่ เสรมิ คณุ ธรรม

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวตั ชิ มุ ชน เดมิ หมบู่ า้ นแหง่ นจี้ ะเปน็ ทลี่ มุ่
ซง่ึ ประชาชนสว่ นใหญ่ มอี าชพี ทำ� นาปแี ละมคี รู ะบายนำ�้
จดั อบรมการทำ� กระเปา๋ สานเสน้ พลาสตกิ เพอื่ ไวร้ ะบายนำ�้ ในฤดนู ำ�้ หลาก เพอื่ ไมใ่ หน้ ำ�้ ทว่ มขา้ ว
ให้แก่สมาชิกกลุ่มสตรีบ้านบาโงกาเสาะ เพ่ือสร้าง ข้างๆ คูน้�ำจะมีต้นไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผลเป็นสีด�ำ
อาชีพและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน เรียกว่า “ลูกหว้า” ภาษามลายูเรียกว่า “กีแย”
ชอบข้ึนตามข้างคูน�้ำที่ทุ่งนา ชาวบ้านแถวน้ัน
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม จงึ เรยี กทน่ี น้ั วา่ “กแู บกแี ย” ซง่ึ แปลวา่ คนู ำ�้ ทมี่ ตี น้ หวา้
จึงเป็นท่ีมาของช่ือหมู่บ้าน
จัดกิจกรรมกวนอาซูรอสัมพันธ์ เพ่ือ
สบื สานประเพณวี ฒั นธรรมในชมุ ชนใหค้ งอยคู่ สู่ งั คม ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จัดอบรมคุณธรรม จริยธรรมให้กับคน
ในชุมชนเพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนน�ำหลักธรรม
ทางศาสนามาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ใหม้ คี วามสขุ
ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

จัดอบรมกลุ่มปลูกพืชไร้ดิน ศูนย์เรียนรู้
เศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้ภายใน
ชมุ ชน และสรา้ งรายได้ ลดคา่ ใชจ้ า่ ยใหก้ บั คนในชมุ ชน

รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปตั ตานี 249

ซึ่งต�ำบลตุยง มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 4 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

5.1 ชุมชนคุณธรรมวดั มจุ ลินทวาปีวหิ าร
ระดบั ตน้ แบบ

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ประวตั ชิ มุ ชน ชมุ ชนวดั มจุ ลนิ ทวาปวี หิ าร
เดมิ เปน็ ชอื่ ของกลมุ่ บา้ นตยุ ง ซง่ึ จากการทเ่ี ลา่ กนั มา
จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ เดิมบ้านตุยงเป็นป่าทึบ มีแม่น้�ำกว้างใหญ่ไหลผ่าน
ท�ำความสะอาดพื้นที่ชุมชนและศาสนสถาน คือแม่น้�ำหนองจิก มีคนไทยนับถือศาสนาพุทธ
เนอ่ื งในวนั ชาติและวันพอ่ แหง่ ชาติ ๕ ธนั วาคม เพื่อ ได้ติดตามเจ้าเมืองหนองจิกมาจับจองที่ดิน
รว่ มสบื สานวถิ วี ฒั นธรรมไทยทด่ี ใี นดา้ นความเสยี สละ ต้ังถิ่นฐานข้ึน ต่อมาได้มีราษฎรจากเมืองสงขลา
ท�ำดีต่อผู้อื่น พัทลุง มาต้ังบ้านเรือนขึ้นในปี พ.ศ. ใดไม่แน่ชัด
สมัยพระยาวิเชียรภักดี ได้ย้ายเมืองหนองจิก
5. ต�ำบลตุยง เดิมเป็นชื่อของกลุ่ม มาสรา้ งทบี่ า้ นตยุ ง และเรยี กชอ่ื บา้ นตยุ งเปน็ ตำ� บลตยุ ง
มาจนถึงปัจจุบันน้ี
บ้านตุยง ซึ่งจากการที่เล่าสืบกันมา เดิมบ้านตุยง ชุมชนวัดมุจลินทวาปีวิหาร จึงเป็นชุมชน
เป็นป่าทึบ มีแม่น้�ำกว้างใหญ่ไหลผ่านคือแม่น�้ำ คนไทยท่ีนับถือศาสนาพุทธ มีถิ่นฐานตั้งอยู่บริเวณ
หนองจิก มีคนไทยนับถือศาสนาพุทธได้ติดตาม รอบนอกวดั ทต่ี ง้ั อยหู่ า่ งจากตวั เมอื งปตั ตานี ประมาณ
เจา้ เมอื งหนองจกิ มาจบั จองทดี่ นิ ตงั้ ถน่ิ ฐานขน้ึ ตอ่ มา 10 กิโลเมตร อยู่ในเขตตำ� บลตุยง อ�ำเภอหนองจิก
ได้มีราษฎรจากเมืองสงขลา พัทลุง มาตั้งบ้านเรือน เป็นชุมชนเก่าแก่ท่ีมีจุดเด่นทางด้านประเพณี
ข้ึนในปี พ.ศ. ใดไม่แน่ชัด สมัยพระยาวิเชียรภักดี วฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ มแี หลง่ ทอ่ งเทย่ี วทางประวตั ศิ าสตร์
ได้ย้ายเมืองหนองจิกมาสร้างท่ีบ้านตุยงและเรียก ที่มีความส�ำคัญ ทั้งส่ิงท่ีเป็นโบราณวัตถุ
ชื่อบ้านตุยงเป็นต�ำบลตุยง มาจนถึงปัจจุบันน้ี สถาปัตยกรรมต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นในอดีตและยังคงมี
ให้ได้เรียนรู้อยู่ในปัจจุบัน เช่น พิพิธภัณฑ์
พระราชพุทธรังษี พระเจดีย์ใหญ่ วิหารยอดหรือ
มณฑป อนุสรณ์เจ้าพ่อเสือ เป็นต้น

250 รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจังหวัดปัตตานี

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จดั พธิ เี วยี นเทยี น เนอ่ื งในวนั มาฆบชู า เพอื่
ส่งเสริมให้คนในชุมชนแสดงความเคารพบูชา
และมีหลักศาสนาเป็นแก่นกลางในการด�ำเนินชีวิต

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม เรียกว่า “บ้านบาโงกือกุ” (เป็นช่ือของต้นไม้ชนิด
หน่ึงล�ำต้นมีหนามและผลกินได้) แต่เดิมชาวบ้าน
จัดกิจกรรมบรรพชาสามเณรและบวช ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพท�ำนาและท�ำการประมง
เนกขัมมะ ภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จ ประชาชนท้ังไทยพุทธและมุสลิมอาศัยอยู่รวมกัน
พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ แบบพ่ีน้อง ต่อมาเม่ือมีความเจริญขึ้นก็ได้เปลี่ยน
สยามบรมราชกมุ ารี เพอื่ สง่ เสรมิ ใหค้ นในชมุ ชนนอ้ ม ช่ือเป็นหมู่บ้าน “บ้านคลองรี” จวบจนปัจจุบัน
ตนเขา้ ไปสพู่ ระธรรมวนิ ยั มศี ลี ธรรมในการดำ� เนนิ ชวี ติ
ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จดั กจิ กรรมบรรยายธรรมใหค้ วามรเู้ กยี่ วกบั
ศ า ส น า กั บ ย า เ ส พ ติ ด แ ล ะ สิ่ ง ต ้ อ ง ห ้ า ม ใ ห ้ กั บ
คนในชุมชน เพอื่ ใหค้ นในชมุ ชนสามารถดำ� เนนิ ชวี ติ
ได้อย่างมีความสุข

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

5.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดคลองรี รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจังหวัดปตั ตานี 251
(บ้านคลองรี) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
ประวัติชุมชน เดิมได้มีคนจีนได้เข้ามา
ท�ำมาหากินในหมู่บ้าน พออยู่ได้ไม่นานก็ได้อพยพ
ย้ายถ่ินฐานไป ต่อมาก็ได้มีชาวไทยมุสลิมชื่อว่า
นายเตะ ดอเฮง เข้ามาอยู่อาศัยและได้ชักชวน
ใหญ้ าตพิ นี่ อ้ งของตนเขา้ มาอาศยั อยดู่ ว้ ยกนั และไดเ้ รยี ก
ช่ือหมู่บ้านว่า “บ้านโคกขรบ” หรือชาวมุสลิม

จัดอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มแม่บ้านอาหาร
แปรรปู เกยี่ วกบั การพฒั นาอาหารแปรรปู สรา้ งอาชพี
เพ่ิมรายได้ให้ครอบครัว

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม

จัดกิจกรรมกวนอาซูรอสัมพันธ์ เพื่อ
สืบสานประเพณีวัฒนธรรมให้อยู่คู่สังคม

5.3 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดปะกาลือสง แหง่ นท้ี เ่ี ดยี ว นายโตะแว โตะเตะ กเ็ ปน็ ตน้ ตระกลู
(บ้านปะกาลือสง) ระดับส่งเสริมคุณธรรม ของชาวบ้านปะกาลือสงในปัจจุบัน
ประวัติชุมชน ปะกาลือสง แปลเป็น
ภาษาไทยว่า ครกต�ำข้าว นายอีซอ สะมะแอ ด้านหลักธรรมทางศาสนา
อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 16 ได้ให้ข้อมูลว่า หมู่บ้าน
ปะกาลือสงเป็นชุมชนเล็ก ในสมัยก่อนมีที่ต้ังของ จัดกิจกรรมบรรยายธรรมเพ่ือส่งเสริมให้
หมู่บ้านอยู่ที่บริเวณโรงเรียนในปัจจุบัน ชื่อหมู่บ้าน คนในชุมชนน�ำหลักธรรมทางศาสนามาปรับใช้
ภาษาถิ่นแปลความหมายเป็นภาษาไทย คือ ใ น ก า ร ด� ำ เ นิ น ชี วิ ต ใ ห ้ มี ค ว า ม สุ ข ภ า ย ใ ต ้
ครกต�ำข้าว มีต�ำนานเล่าว่าสมัยก่อนปะกาลือสง สังคมพหุวัฒนธรรม
มพี นื้ ทท่ี ำ� นาทอ่ี ดุ มสมบรู ณ์ เปน็ อขู่ า้ วอนู่ ำ�้ มชี าวมลายู
มาติดต่อค้าขายข้าว เป็นชาวตรังกาบู โดย ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
มาคา้ ขายทางเรอื ตามคลองตยุ งปจั จบุ นั และมาขน้ึ ที่
ท่าคลองเล็กละแวกหมู่บ้านเรียกว่า “กาแลบือระ” จัดตั้งกลุ่มอาชีพให้กับชุมชน จ�ำนวน 2
ซ่ึงแปลว่าข้าวสาร โดยมีการซื้อขายสินค้าที่นี่ กลุ่มคือ กลุ่มจักสานตะกร้าและกลุ่มท�ำขนม เพื่อ
ปัจจุบันเป็นคูน้�ำเล็กๆ ต่อมาชาวตรังกานูส่วนหน่ึง ส่งเสริมอาชีพให้คนในชุมชนในการสร้างรายได้
ได้ต้ังถิ่นฐานที่ปะกาลือสง มีนายมานิ โตะบานุง ให้กับครัวเรือน
ชาวตรงั กานู เสมอื นเปน็ บรรพบรุ ษุ ชาวตรงั กานขู อง
ผคู้ นในหมบู่ า้ น ในสมยั กอ่ นคนในหมบู่ า้ นมกี ารตำ� ขา้ ว
โดยใช้ครกใหญ่แบบเหยียบ โดยมีการท�ำครกใหญ่
หนึ่งแห่ง ซึ่งเป็นของนายโตะแว โตะเตะ
เปน็ เสมอื นผนู้ ำ� หมบู่ า้ น โดยเพอ่ื นบา้ นจะมาตำ� ขา้ วทคี่ รก

252 รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปตั ตานี

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม “บ้านโคกม่วง” แต่ประชาชนยังใช้เรียกช่ือเดิมว่า
“บ้านตักกือดัม” หรือ “ตักกือแด”
จัดกจิ กรรมเมาลดิ สมั พันธ์ เพอื่ สง่ เสรมิ ให้
นักเรียนและประชาชนได้เรียนรู้ถึงประเพณี ด้านหลักธรรมทางศาสนา
วัฒนธรรมให้คงอยู่
5.4 ชุมชนคุณธรรมบ้านโคกม่วง จดั โครงการสง่ เสรมิ การถอื ศลี อด เนอ่ื งจาก
ระดับส่งเสริมคุณธรรม เป็นการถือศีลอดวันแรกของชุมชนเป็นหลักปฏิบัติ
ท่มี ุสลมิ จำ� เปน็ ต้องปฏบิ ัติ (การถือศลี อด) ในเดือน
รอมฎอนตลอดระยะเวลา ๑ เดือน เพื่อให้มุสลิม
ท่ีมีอายุเข้าเกณฑ์ศาสนบัญญัติ จะต้องงดการกิน
การด่ืม การร่วมประเวณีตลอดจนทุกอย่างที่เป็น
ส่ิงต้องห้าม ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ข้ึนจนกระทั่ง
ดวงอาทิตย์ตกดิน คนที่ถือศีลอดจึงต้องส�ำรวมทั้ง
กาย วาจาและใจ เพราะเดอื นรอมฎอนเป็นเดอื นที่
มีเกียรติย่งิ ของศาสนาอิสลาม

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดกิจกรรมลงแขกเก่ียวข้าว เพ่ือสร้าง
ความสามัคคีของคนในชุมชน โดยการน�ำหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้เกิดประโยชน์
ประวัติชุมชน บ้านโคกม่วงหรือ
ก�ำปงลาโงเปาว์ นายดอเลาะ ตาเละ อาศัยอยู่
บ้านเลขที่ ๑๓๓/๑ ได้ให้ข้อมูลว่า เดิมชื่อ
บา้ นตกั กอื ดมั แปลวา่ แรกเรม่ิ หรอื ดง้ั เดมิ อยใู่ นเขต
การปกครองของบ้านท่ายาลอ ซ่ึงประกอบด้วย
บ้านท่ายาลอ บ้านตักกือดัม บ้านโคกม่วง
และบ้านดาริง ต่อมาได้แยกการปกครองเป็น
หมู่ท่ี ๗ บ้านโคกม่วงและบ้านตักกือดัม
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ไดแ้ ยกมาเปน็ หมทู่ ่ี ๘
บา้ นบางปลาหมอ ซง่ึ เปน็ ทตี่ ง้ั ของบา้ นโคกมว่ งเดมิ จัดกิจกรรมจิตอาสาร่วมกันพัฒนา
ส่วนหมู่ท่ี ๗ ตามเขตการปกครอง เรียกว่า ท�ำความสะอาดบริเวณพ้ืนที่ในชุมชน เพื่อสร้าง

รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจังหวัดปัตตานี 253

ความมีส่วนร่วมให้กับคนในชุมชนในการท�ำความดี
เพ่ือส่วนรวม

6. ต�ำบลท่าก�ำช�ำ เดิมเป็นหมู่บ้าน ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรม
ซึ่งมีต้นไม้ชนิดหน่ึงช่ือ “ต้นก�ำช�ำ” ข้ึนอยู่ทั่วไป ใหก้ บั คนในชมุ ชน เพอื่ ใหค้ นในชมุ ชนไดน้ ำ� หลกั ธรรม
มากมายต่อมาภายในหมู่บ้านมีจ�ำนวนประชากร ทางศาสนามาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ใหม้ คี วามสขุ
เพิ่มมากข้ึนท�ำให้มีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น จึงมี
การยกฐานะการปกครองขึ้นเป็นต�ำบลท่าก�ำช�ำ
ซ่ึงอยู่ภายใต้การปกครองของอ�ำเภอหนองจิก
จงั หวดั ปตั ตานี คำ� วา่ “ทา่ กำ� ชำ� ” หมายถงึ ทา่ นำ�้ ทม่ี ี
ต้นก�ำช�ำหรือมาจากภาษามลายูถิ่นคือค�ำว่า
“คอลอตาแย” ซง่ึ ประกอบดว้ ยคำ� สองคำ� มาประสมกนั
คือค�ำว่า “คอลอ” หมายถึงท่าและค�ำว่า “ตาแย”
หมายถึง ต้นก�ำช�ำ ซึ่งเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งลักษณะ
ของผลเป็นช่อ เม่ือสุกจะมีสีด�ำจึงท�ำให้ผู้คนทั่วไป
เรยี กกนั ตดิ ปากวา่ “บา้ นทา่ กำ� ชำ� ” ตงั้ แตน่ น้ั เปน็ ตน้ มา
ซ่ึงต�ำบลท่าก�ำช�ำ มีการขับเคล่ือนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน จัดอบรมเสริมสร้างพัฒนาอาชีพชุมชน
ประกอบไปด้วย ประมงพื้นบ้าน เพ่ือฟื้นฟูเศรษฐกิจในชุมชน
สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

6.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมมสั ยิดตนั หยงเปาว์
(บา้ นตนั หยงเปาว์) ระดับส่งเสรมิ คณุ ธรรม
ประวัติชุมชน ชุมชนตันหยงเปาว์
เปน็ ชมุ ชนทอี่ าศยั ตดิ กบั พนื้ ทที่ ะเล ชาวบา้ นสว่ นใหญ่
ประกอบอาชีพท�ำประมงพื้นบ้าน ออกเรือเล็ก
หาอาหารตามทะเลชายฝั่งเลี้ยงชีวิตในครอบครัว

254 รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวัดปตั ตานี

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม

จัดกิจกรรมจิตอาสาท�ำความสะอาด
ปรบั ภมู ทิ ศั นบ์ รเิ วณรอบชมุ ชน เนอ่ื งในวนั ชาติ และ
วันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม เพื่อสร้างความส�ำนึก
ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
ที่มีต่อปวงชนชาวไทย

ดา้ นหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

กลุ่มแม่บ้านชุมชนคุณธรรมมัสยิด
ดาวาอุดดิน (บ้านปรัง) จัดอบรมเพื่อถ่ายทอดการ
ท�ำขนมโดนัท ให้แก่สมาชิกกลุ่มแม่บ้านท่ีสนใจ
เพอ่ื สง่ เสรมิ อาชพี และสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ชมุ ชน

6.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดดาวาอุดดิน
(บ้านปรัง) ระดับส่งเสริมคุณธรรม

ดา้ นวถิ วี ฒั นธรรมไทยทด่ี งี าม

จัดกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อ
สรา้ งใหเ้ กดิ ความรกั ความสามคั คใี หก้ บั คนในชมุ ชน

ประวัติชุมชน เดิมเป็นพ้ืนที่ท่ีชาวบ้าน 7. ต�ำบลบ่อทอง ในสมัยประมาณ
มาตั้งถิ่นฐานท�ำนาบริเวณคลอง โดยท�ำนาปรัง
เป็นส่วนใหญ่ และเมื่อมีผู้คนเริ่มเข้ามาตั้งถ่ินฐาน ๒๐๐ – ๓๐๐ ปกี อ่ น บรเิ วณบา้ นบอ่ ทองจะเปน็ ปา่
มากขึ้น จึงจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน ท�ำให้ผู้คนเรียกชื่อ ชาวบ้านใช้น�้ำอุปโภคจากหนองน้�ำ คลอง บ่อน�้ำ
บา้ นดงั กลา่ ววา่ “บา้ นปรงั ” นบั ตง้ั แตน่ นั้ เปน็ ตน้ มา ในหมบู่ า้ นมบี อ่ นำ�้ อยบู่ อ่ หนง่ึ อยใู่ กลก้ บั ตน้ หลาวชะโอน

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จัดอบรมคุณธรรม จริยธรรมให้กับ
คนในชมุ ชนเพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนสามารถนำ� หลกั ธรรม
ทางศาสนามาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ใหม้ คี วามสขุ
ภายใตค้ วามแตกตา่ งทางดา้ นศาสนาและความเชอื่

รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี 255

7.1 ชุมชนคุณธรรมวัดสุวรรณากร
(บ้านบ่อทอง) ระดับคุณธรรม

ประวตั ชิ มุ ชน เมอ่ื ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ปี
ที่ผ่านมามีครอบครัวของตระกูล “ผ่องอ�ำไพ”
ไดย้ า้ ยมาจากบา้ นทา่ แซ อำ� เภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา
และมาต้ังบ้านเรือนอยู่จนมีลูกหลานมากมาย
และไดแ้ ยกยา้ ยกนั ไปตงั้ ครอบครวั ใหมจ่ นกลายเปน็
หมู่บ้าน และในหมู่บ้านมีบ่อน้�ำอยู่ ๑ บ่อ
โดยทใี่ นบอ่ มไี หบรรจทุ องคำ� อยู่ ๒ ใบ ซง่ึ จะมองเหน็
ไดใ้ นวันข้นึ ๘ ค่�ำ และ ๑๕ คำ่� ในเวลา ๒๒.๐๐-
๒๓.๐๐ น. เปน็ ประจำ� แตไ่ มม่ ใี ครสามารถลงไปเกบ็
ทองค�ำน้ันขึ้นมาได้ ชาวบ้านจึงเรียกบ่อน�้ำนี้ว่า
“บอ่ ทอง” จนถึงปจั จบุ นั

ชาวบ้านมักตักน้�ำจากบ่อน�้ำน้ี ในวันหน่ึงมีชาวบ้าน
คนหนง่ึ ไปตกั นำ้� จากบอ่ นใี้ นเวลาใกลค้ ำ�่ เพอื่ จะอาบนำ�้
ละหมาด พอก้มลงจะตักน้�ำจากบ่อเห็นทองค�ำ
ลอยน้�ำข้ึนมา พยายามจะเอาทองนั้น แต่ก็
ไมส่ ามารถเอาขน้ึ มาได้ จงึ เรยี กวา่ “บอ่ ทอง” หรอื ชอื่
ภาษามลายูท้องถิ่นว่า “ตะลาฆอบากง” มาจากค�ำ
สองค�ำมาประสมกัน คือ ค�ำว่า “บ่อ” หรือค�ำว่า
“ตะลาฆอ” หมายถึงบ่อน้�ำ และค�ำว่า “ทอง” หรือ
ค�ำว่า “บากง” หมายถึง ทองค�ำ เมื่อร่วมกันเป็น ด้านหลักธรรมทางศาสนา
“บ่อทอง” มีความหมายว่าบ่อท่ีมีทองและ จัดกิจกรรมอบรมบรรยายธรรมตาม
ทกุ วนั พระขนึ้ – แรม ๘ และ ๑๕ คำ�่ กจ็ ะเหน็ ไห ๒ ใบ หลกั สอนของพระพทุ ธศาสนา เพอ่ื สรา้ งความเขม้ แขง็
กล้ิงลงไปในบ่อ แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถเอามาเป็น ข อ ง ชุ ม ช น คุ ณ ธ ร ร ม ใ น ก า ร อ ยู ่ ร ่ ว ม กั น ใ น
สมบัติส่วนตัวได้ สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างมีความสุข
ในสมัยก่อนคนส่วนใหญ่ในชุมชนบ่อทอง
จะอพยพมาจากอ�ำเภอท่าแซ จังหวัดสงขลา และมี
๒ ตระกูล ท่ีอพยพมาตั้งรกรากอยู่ก่อน ก็คือ
พ่อเฒ่าหม่ืน ต้นกระกูลผ่องอ�ำไพและพ่อเฒ่าพลัด
ต้นตระกูลเรืองรุ่งโรจน์ ในชุมชนบ้านบ่อทอง
ทุกวันนกี้ ็มลี ูกหลาน ๒ ตระกลู นีอ้ ยเู่ ป็นจำ� นวนมาก
ซ่ึงต�ำบลบ่อทอง มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จดั กจิ กรรมจติ อาสา เราทำ� ความดี เพอ่ื ชาติ

256 รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวดั ปตั ตานี

ซ่ึงเป็นหมู่บ้านท่ีส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาอิสลาม
และมีประชาชนท่ีนับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนน้อย
แตส่ ามารถดำ� รงชวี ติ กนั อยา่ งมคี วามสขุ มายาวนาน
ต้ังแต่สมัยก่อน มีวิถีการด�ำรงชีวิตที่แตกต่างกันไป
ในแบบฉบับของตัวเอง อาชีพหลักของชาวบ้านคือ
กรดี ยางเปน็ หลกั รบั จา้ งทว่ั ไป ขา้ ราชการ เกษตรกร
และคา้ ขาย ตามลำ� ดบั
ศาสน์ กษัตริย์ พร้อมท�ำความสะอาดศาสนสถาน
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
ด้วยการปลูกต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว เพ่ือบ�ำเพ็ญ จัดกิจกรรมอบรมบรรยายธรรม เพื่อ
ประโยชนเ์ พอื่ ผอู้ นื่ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในการอยู่ร่วมกัน

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม ในสังคมพหุวัฒนธรรมให้มีความสุขแก่คนในชุมชน
จัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษาและ
ผ้าอาบน�้ำฝน เน่ืองในเทศกาลเข้าพรรษา
เป็นประจ�ำทุกปี เพื่อสืบสานประเพณีท้องถ่ิน
ให้คงอยู่สืบไป

7.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดควนดินเหนือ ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(บ้านควนดินเหนือ) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
จัดอบรมการ
ท� ำ ข น ม ด อ ก จ อ ก
เพื่อจ�ำหน่ายในตลาด
ส า ม า ร ถ เ พ่ิ ม ร า ย ไ ด ้
ใหค้ รวั เรอื นไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม

จัดกิจกรรมกวนอาซูรอสัมพันธ์ เพื่อ
สบื สานประเพณวี ฒั นธรรมในชมุ ชนใหค้ งอยคู่ สู่ งั คม

ประวัติชุมชน บ้านควนดินเหนือ
ค�ำว่าควนดินก็เปรียบเสมือนเป็นเอกลักษณ์
ของหมู่บ้าน เนื่องจากพื้นที่น้ีเป็นภูเขาท่ีมีแต่ดิน
เป็นภูเขาที่ไม่มีหิน จึงเรียกกันติดปากว่าควนดิน

รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี 257

7.3 ชุมชนคุณธรรมบ้านควนคูหา
ระดับส่งเสริมคุณธรรม

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชน
และศาสนสถาน เนอ่ื งในวนั แมแ่ หง่ ชาติ 12 สงิ หาคม
เพื่อให้คนในชุมชนเกิดความรัก ความสามัคคี
ประวัติชุมชน บ้านควนคูหา หรือ บ้าน และความเสยี สละในการกระทำ� ความดเี พอื่ สว่ นรวม
บเู กะตลูงอ หมายถึง ภูเขาสองลกู นางมีแย มะลี
ตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านเลขท่ี 34 บ้านควนคูหา
ไดใ้ ห้ขอ้ มูลว่า บูเกะสารือเนาะหม์ ือลอบตาโยบงุ อ
เปน็ ชอื่ ของพระยาบางเขาในสมยั นนั้ ซงึ่ จะไปพกั ผอ่ น
ที่บูเกะหรือภูเขาท่ีมีภูเขาสองลูกนี้ ชื่อหมู่บ้าน
ในละแวกน้ีส่วนใหญ่เป็นช่ือของพระยาบางเขา
ตง้ั ช่ือไว้เพราะฉะนัน้ ช่ือ “บูเกะตลงู อ” เป็นช่ือยอ่
จึงใชเ้ รยี กมาจนถงึ ปจั จบุ นั
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2500 เป็นปีท่ีเริ่มต้ัง 8. ต�ำบลบางเขา มีล�ำคลองไหลผ่าน
โรงเรียนประถมศึกษาขึ้นในหมู่บ้าน ซ่ึงนายกสิน
เข้ียวแก้ว เป็นครูคนแรกได้ตั้งชื่อหมู่บ้านใหม่ ๖ สาย ชาวบา้ นทวั่ ไปจงึ เรยี กวา่ “บาง” ในจำ� นวนนนั้
ให้เรียกเป็นภาษาไทยว่า “บ้านควนคูหา” มรี มิ คลองทต่ี ดิ กบั เนนิ เขา จำ� นวน ๒ แหง่ ซง่ึ ชาวบา้ น
แถบน้นั เรียกวา่ “ควนเขา” ในบริเวณน้มี กั จะเปน็
ท่ีอยู่ของค้างคาวและชาวบ้านจะมาเอาขี้ค้างคาว
ด้านหลักธรรมทางศาสนา ไปทำ� ปยุ๋ เมอ่ื มคี นถามกนั วา่ เอามาจากไหน มกั ตอบวา่
“เอามาจากควนเขา” ต่อมาเมื่อมีการคัดเลือก
จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการละหมาด กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ นทอี่ ยใู่ นหมบู่ า้ นนไ้ี ดร้ บั เลอื กตงั้ เปน็
เพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนสามารถนำ� หลกั ธรรมทางศาสนา กำ� นนั คนแรก ตำ� บลนจ้ี งึ ไดช้ อ่ื วา่ “ตำ� บลบางเขา”
มาปรับใช้ให้มีความสุข ซง่ึ ต�ำบลบางเขา มีการขับเคล่อื นชมุ ชน

ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

รว่ มทำ� กจิ กรรมการผลติ กอ้ นเชอ้ื เหด็ นางฟา้
เพื่อใช้เองในชุมชนและสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน
258 รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจังหวัดปัตตานี

8.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดสายหมอ
(บ้านสายหมอ) ระดับส่งเสริมคุณธรรม

ประวัติชุมชน บ้านสายหมอเดิมเป็นป่า ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
น่ากลัว (แฆมอ ในภาษามลายู หมายถึง ป่าทึบ)
ไม่มีใครเข้าไปอยู่หรือบุกเบิกป่านั้นและมีสัตว์ป่า จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์
ที่ดุร้ายเป็นจ�ำนวนมาก อยู่มาไม่นานได้มีผู้คน ท�ำความสะอาดพื้นท่ีชาดหาดรัชดาภิเษก เนื่องใน
เขา้ มาบกุ เบกิ เนอื่ งจากเปน็ ทางผา่ นของบา้ นบางทนั วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม เพื่อสร้าง
ความรัก ความสามัคคีให้กับคนในชุมชน

บ้านบางไร่และบ้านแคนา ท�ำเป็นท่ีอยู่อาศัย
เดิมบ้านสายหมอ ชาวบ้านจะเรียกว่า
“บา้ นแซมอ” ทเ่ี พย้ี นมาจากคำ� วา่ “แฆมอ” (ปา่ ทบึ )
นนั่ เอง ตอ่ มาไดต้ งั้ เปน็ หมบู่ า้ นแซมอและตอนหลงั
ไดเ้ พย้ี นจากคำ� วา่ “แซมอ” เปน็ “สายหมอ” จนถงึ
ปัจจุบนั

ด้านหลักธรรมทางศาสนา 8.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนูรุลฮูดา
(บ้านดอนยาง) ระดับคุณธรรม
จัดกิจกรรมอบรมบรรยายธรรมตาม ประวัติชุมชน ตั้งอยู่ในพ้ืนที่องค์การ
หลกั สอนของพระพทุ ธศาสนา เพอ่ื สรา้ งความเขม้ แขง็ บริหารส่วนต�ำบลและเขตเทศบาลต�ำบลบ่อทอง
ข อ ง ชุ ม ช น คุ ณ ธ ร ร ม ใ น ก า ร อ ยู ่ ร ่ ว ม กั น ใ น และมีต�ำนานเล่าขานว่าเป็นหมู่บ้านที่อยู่บนที่ดอน
สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างมีความสุข ที่มีต้นยางมากมาย นายอาฮง ยูโซะ ต�ำแหน่ง
อหิ มา่ มมสั ยดิ บา้ นดอนยาง ตง้ั บา้ นเรอื นเลขท่ี 195
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมทู่ ี่ 8 ตำ� บลบอ่ ทอง อำ� เภอหนองจกิ จงั หวดั ปตั ตานี
ได้ให้ข้อมูลว่าคร้ังก่อนท่ีบริเวณหมู่บ้านดอนยาง
จัดอบรมส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อ มีคนมาจับจองที่ดินท�ำกินอยู่ประมาณ 10 คน
เพ่ิมประสิทธิภาพทางการเกษตรให้กับคนในชุมชน บริการสาธารณะ ลักษณะพ้ืนท่ีท่ีจับจองกันนั้น
เป็นท่ีดอนมีต้นยางอยู่มากมาย ชาวบ้านท่ีมาอาศัย
จงึ ไดร้ ว่ มปรกึ ษากนั วา่ ควรตงั้ ชอื่ หมบู่ า้ นวา่ อยา่ งไรดี
แ ล ะ แ ล ้ ว ก็ ล ง ค ว า ม เ ห็ น พ ้ อ ง กั น ว ่ า ค ว ร ตั้ ง
ตามลักษณะสภาพพ้ืนที่ว่า “หมู่บ้านดอนยาง”

รวมพลังชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 259

ด้านหลักธรรมทางศาสนา ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของเรือ ๒ ลูกสาว
ช่ือ แซ่งอ ได้เข้าอิสลามชื่อว่า “เจ๊าะเสาะห์
จัดอบรมคุณธรรม จริยธรรมให้กับ ปัจจุบันอยู่ หมู่ท่ี ๑ ต�ำบลบางตาวา ชาวจีนมีแซ่
คนในชุมชนในพ้ืนท่ีเพ่ือปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม หรือนามสกุล อยู่คือ แซหม่า แซ๋อ่อง ชาวมุสลิม
และสร้างความรู้ ความเข้าใจในการอยู่ร่วมกัน ย้ายถ่ินฐานมาจากรัฐกลันตัน กรังกานู กือเดาะ
ในสังคมพหุวัฒนธรรมให้มีความสุข รัฐเคดาร์ มาจากสงขลา ปะนาเระ ไพรวัณย์
สายบุรี มาประกอบอาชีพประมง ชาวไทยพุทธ
ยา้ ยมาจากนครศรธี รรมราช โคกโพธิ์ สงขลา สว่ นใหญ่
เข้ามาท�ำเรือโป๊ะและประกอบอาชีพ
ซ่ึงต�ำบลบางตาวา มีการขับเคลอื่ นชมุ ชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย
9.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมบา้ นปากบางตาวา
ระดับสง่ เสริมคุณธรรม

9. ตำ� บลบางตาวา บา้ นปากบางตาวา
เป็นช่ือไทยที่ทางราชการต้ังข้ึนใหม่ ช่ือเดิมคือ
“กอลอไอรต์ าวา” แปลวา่ บางนำ�้ จดื หรอื ปากคลอง ประวัติชุมชน ต�ำบลบางตาวามีพื้นท่ี
น้�ำจืด เพราะสมัยก่อนบางตาวามีน�้ำจืดไหลผ่าน ติดชายฝั่งทะเล แต่ปรากฏว่ามีน้�ำจืดตลอดปี
ตลอดทง้ั ปี จนกนิ อาณาเขตออกไปในทะเลหา่ งจาก ชาวบา้ นจงึ ตง้ั ชอ่ื วา่ “ควาลออาเยรตาวา” ซงึ่ แปลวา่
ชายฝง่ั ถงึ ประมาณ ๓๐๐ เมตร คนบางตาวาเมอื่ กอ่ น ปากบางน้ำ� จดื ตอ่ มาได้เปลยี่ นค�ำหลงั เป็น “ตาวา”
ไมต่ อ้ งขดุ บอ่ นำ�้ ตนื้ เพราะมนี ำ�้ จดื ในคลองและปากอา่ ว แปลว่าน้�ำจืดและให้ช่ือต�ำบลว่า “บางตาวา”
ใหใ้ ชบ้ รโิ ภคและอปุ โภคไดต้ ลอดทงั้ ปี ชมุ ชนบางตาวา ราษฎรในหมู่บ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง
ตั้งถิ่นฐานมานานหลายปีแล้ว ซ่ึงขณะนั้นมีการ เป็นอาชีพหลัก และรับจ้างเป็นอาชีพรอง
ตั้งบ้านเรือนเป็นกลุ่มตามแนวคลองตุยงท้ังฝั่งซ้าย
และฝง่ั ขวา มถี นิ่ ฐานจากหลากหลายพน้ื ที่ คอื ชาวจนี ด้านหลักธรรมทางศาสนา
ท่ีย้ายถ่ินฐานมาจากแผ่นดินใหญ่ มีเถ้าแก่เซ็ง
(ชาวจีนเรียกบอเกี้ยน มีภรรยาชื่อ เจะแมะ จัดกิจกรรมบรรยายธรรมทุกวันศุกร์
มีบุตรชายชื่อ เอาเซ็งหรืออภิชาต เป็นเจ้าของ เพ่ือให้ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน
บ่อกุ้งท่ีต�ำบลบางเขาปัจจุบัน) ชาวจีนส่วนมาก เร่ืองคุณธรรม จริยธรรม และน�ำหลักธรรมค�ำสอน
ทางศาสนาไปปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ใหม้ คี วามสขุ

260 รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 10. ต�ำบลปุโละปุโย มีเรื่องเล่ากัน

จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพประเภทศิลปะ มาว่า มีคนมาจากจังหวัดปัตตานี มาอาศัยอยู่
ประดิษฐ์ (สานไม้ไผ่) เพ่ือฝึกอาชีพและส่งเสริม ที่หมู่ที่ ๑ ในปัจจุบัน ได้สังเกตเห็นต้นไผ่ข้ึนอยู่
รายได้ให้กับคนในชุมชน จำ� นวนมาก และเรยี งกนั เปน็ แถวทางทศิ ตะวนั ออก
และตะวันตก นายเปาะมะวา ท่ีย้ายมาอยู่ได้เรียก
หมู่บ้านดังกล่าว ว่า “บูละบูโย” ซ่ึงแปลว่า
บ้านไม้ไผ่ ต่อมาค�ำว่า “บูละบูโย” ได้เพี้ยนมาเป็น
“ปุโละปุโย” จนถึงปัจจุบันนี้

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม 10.1 ชุมชนคุณธรรมวัดสุนันทาราม
(บ้านน้�ำด�ำ) ระดับต้นแบบ
จดั กจิ กรรมจติ อาสาพฒั นา ทำ� ความสะอาด
เนอ่ื งในวนั ทร่ี ะลกึ พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พระมหาเจษฎาราชเจา้ เพื่อสร้างความตระหนกั ใน
พระมหากรุณาธิคุณที่สถาบันพระมหากษัตริย์มี
ต่อประชาชนชาวไทย

ประวัติชุมชน ชุมชนบ้านน�้ำด�ำ มี
การรกั ษาขนบธรรมเนยี มประเพณโี บราณ เพอื่ สบื สาน
ให้กับลูกหลานรุ่นต่อไป และยังคงได้เห็นถึง
วัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ ของชุมชน ได้แก่
ประเพณไี วเ้ ทยี มดา ประเพณเี ดอื นสบิ ไทย ประเพณี
ชักพระ เป็นต้น

รวมพลังชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 261

ด้านหลักธรรมทางศาสนา 10.2. ชุมชนคุณธรรมมัสยิดปาแดลางา
(บ้านค่าย) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
จัดกิจกรรมชวนกันเข้าวัดปฏิบัติธรรม
ฟังธรรมเทศนา พัฒนาศาสนสถานร่มเย็น

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติชุมชน บ้านค่าย ได้มีการตั้งช่ือ
ห มู ่ บ ้ า น ห ล า ย ค รั้ ง ห ล า ย ค ร า เริ่ ม จ า ก
กลุ่มโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ชุมชน สมยั สงครามโลกครงั้ ที่ 2 ชาวบา้ นกลมุ่ แรกเดนิ ทางมา
คณุ ธรรมวดั สนุ นั ทาราม เกบ็ ผลผลติ จากการเลย้ี งไก่ หรือหลบภัยมาจากบ้านบ่อทองในอดีตล้ีภัยจาก
เก็บไข่ไก่ คัดไข่ไก่ เก็บพืชผัก รดน้�ำเห็ดและรดน�้ำ สงครามมาถึงบ้านปาแดลางา ได้มาตั้งรกราก
แปลงผัก โดยทางกลุ่มจะผลัดเปล่ียนกันรับผิดชอบ มาจนถงึ มลี ูกมีหลานและได้มปี ระชากรเพมิ่ มากขนึ้
วันละ 10 คน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับ ก่อนที่รัฐบาลหรือทางการจะมีการเดินสาย
คนในชุมชนด้วยการน�ำหลักเศรษฐกิจพอเพียง มาตรวจสภาพความเป็นอยู่ในหมู่บ้านต่อมาได้มี
มาปรบั ใช้ได้เป็นอย่างดี การสร้างถนนจากเดินเท้ามาเป็นถนนลูกรังและมี
ไฟฟา้ เขา้ มาในหมบู่ า้ น ทำ� ใหค้ วามสะดวกเพมิ่ มากขน้ึ
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ได้มีการแบ่งจากหมู่บ้านปาแดลางามาเป็น
บ้านค่ายเป็นต้นมา
จัดกิจกรรม
ประเพณีลากเรือพระ ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(ชกั พระ) ซง่ึ จะดำ� เนนิ การ
ในวันออกพรรษาของ กลมุ่ สตรชี มุ ชนคณุ ธรรมมสั ยดิ ปาแดลางา
ทุกปี เพ่ือส่งเสริมให้ (บา้ นคา่ ย) รวมกลมุ่ กนั ทำ� จกั สานตะกรา้ จากพลาสตกิ
คนในชุมชนร่วมกัน เพื่อจ�ำหน่ายในพื้นท่ีชุมชนและชุมชนใกล้เคียง
สื บ ส า น ป ร ะ เ พ ณี สามารถเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน
ทอ้ งถนิ่ ใหค้ งอยู่ สบื ไป

262 รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวัดปตั ตานี

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

สง่ เสรมิ ใหค้ นในชมุ ชนละหมาดทกุ วนั ศกุ ร์
เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหค้ นในชมุ ชนนำ� หลกั ธรรมทางศาสนา
มาปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ จัดอบรมผลิตน�้ำยาล้างจาน เพ่ือ
ท�ำความสะอาดในพ้ืนที่ชุมชน และศาสนสถาน สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน
เนื่องในวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม
เพื่อสร้างส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบัน
พระมหากษัตริย์ท่ีมีต่อปวงชนชาวไทย
10.3 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดฮูแตบองอ
(บ้านฮูแตบองอ) ระดับส่งเสริมคุณธรรม

ประวัติชุมชน ชุมชนฮูแตบองอ ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
ตั้งอยู่หมู่ท่ี 6 ต�ำบลปุโละปุโย อ�ำเภอหนองจิก
จังหวัดปัตตานี โดยมีนายอาแวรง แวเย็ง เป็น จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์
ผู้ใหญ่บ้าน เป็นชุมชนที่ตั้งช่ือหมู่บ้านจากต้นไม้ ท�ำความสะอาดในพื้นที่ชุมชน และศาสนสถาน
ท่ีขึ้นเป็นจ�ำนวนมากในพื้นท่ีชุมชน คือ ต้นตะแบก เนื่องในวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม
ชาวบ้านสมัยก่อนจะน�ำล�ำต้นตะแบกมาท�ำเรือ
ใช้ในการเดินทางทางน้�ำ เพราะสมัยก่อนยังไม่มี
ถนน มีแต่แม่น�้ำท่ีใช้เดินทางไปมาหาสู่กัน
อแู ตบองอ เปน็ ภาษาอสิ ลามทอ้ งถนิ่ ฮแู ต
คือ ป่าไม้ บองอ คือ ต้นตะแบก จึงเป็นชื่อเรียก
ชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน

รวมพลังชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปัตตานี 263

11. ต�ำบลยาบี ในอดีตแต่เดิมนั้น ประวัติชุมชน บ้านคู ต้ังอยู่หมู่ท่ี ๕
ตำ� บลยาบี เดมิ ชอ่ื หมบู่ า้ นแหง่ นม้ี ชี อื่ วา่ บา้ นโคกวดั
ประชาชนในท้องที่บริเวณต�ำบล “ยาบี” อาศัยอยู่ หมายถงึ ทสี่ งู ซงึ่ เปน็ ทต่ี งั้ ของวดั คนทว่ั ไปจะเรยี กวา่
ตามริมแม่น้�ำปัตตานี มีการปลูกบ้านเรือน “บ้านคู” เพี้ยนมาจากบ้านโต๊ะครู จากค�ำบอกเล่า
ตามรมิ แมน่ ำ้� ลำ� คลอง ซง่ึ ไหลผา่ นบา้ นยาบี แยกเปน็ ของพระครสู ถติ ปยิ ะธรรม เจา้ อาวาสวดั ยานกิ าราม
๒ สาย คือ สายที่ ๑ ไหลลงคลองตุยง ลงสู่ทะเล เดิมเล่ากันว่า ชื่อ “ก�ำปงครู” ชาวมุสลิมเรียกว่า
ที่ปากอ่าวบางตาวา สายท่ี ๒ ไหลลงแม่น�้ำปัตตานี ก�ำปงบาคู คือบ้านคู เพราะทราบว่าทางทิศใต้
ลงสู่ทะเลท่ีปากอ่าวปัตตานี ซ่ึงเล่ากันว่าเป็นสาย ของวัดยานิการาม มีสถานท่ีฝังศพอยู่แห่งหนึ่งเป็น
ท่ีเจ้าเมืองปัตตานีขุดข้ึน เพื่อให้ทางน�้ำไหลไปยัง ที่เคารพบูชานับถือของคนทั่วไป เป็นเนินดินท่ีหิน
เมืองปัตตานีในสมัยก่อน ปกั อยหู่ วั ทา้ ย พอถงึ วนั สำ� คญั จะมชี าวบา้ นมารำ� ซลี ะ
ปัจจุบัน ต�ำบลยาบี มีถนนหนทางผ่าน ท่ีเนินศพนั้น ซ่ึงสันนิษฐานว่าคงเป็นศพของโต๊ะครู
ท�ำให้การคมนาคมขนส่งทางบกมีความสะดวก แต่ปัจจุบันสถานท่ีเหล่านั้น ถูกท�ำลายไปหมดแล้ว
มากยิ่งข้ึน ส่วนแม่น้�ำซ่ึงใช้การคมนาคมแต่เดิมนั้น ตามทช่ี อ่ื หมบู่ า้ นโคกวดั และบรเิ วณทต่ี ง้ั วดั
บางปีน�้ำก็แห้งมีการสร้างประตู/เขื่อนกั้นน้�ำและมี เป็นพื้นท่ีสูงกว่าหมู่บ้านอ่ืนๆ น�้ำไม่ค่อยท่วม
คลองชลประทาน และบรเิ วณหมบู่ า้ นจะมคี า่ ยอยรู่ อบๆ ปจั จบุ นั มรี อ่ ง
ซ่ึงต�ำบลยาบี มีการขับเคล่ือนชุมชน รอยหลงเหลอื อยบู่ า้ ง เชน่ คา่ ยทดประตพู ลี คา่ ยหลอน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย ด้านหลักธรรมทางศาสนา
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย จดั กจิ กรรม ฟงั พระธรรมเทศนา เวยี นเทยี น
เนื่องในวันส�ำคัญทางพระพุทธศาสนา เพ่ือส่งเสริม
ให้คนในชุมชนน�ำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
มาปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

11.1 ชุมชนคุณธรรมวัดยานิการาม ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(บ้านคู) ระดับคุณธรรม
จัดกิจกรรมปลูกผักสวนครัวจากวัดสู่

264 รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี

ชุมชน ตามหลักชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้าง 12.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดดารุลมุตตากีน
ความม่ันคงทางอาหารให้กับคนในชุมชน (บ้านกาแลกูโบ) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
ประวัติชุมชน ลิปะสะโง สมัยก่อน
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม เมื่อประมาณ 100 ปีมาแล้ว พ้ืนที่น้ีเป็นที่ซ่องสุม
ของพวกโจรท่ีขโมยส่ิงของต่างๆ เช่น วัว ควาย ของ
จัดกิจกรรมจัดอบรมการร�ำมโนราห์ เพ่ือ ชาวบ้าน แล้วน�ำมาซุกซ่อนไว้ในพื้นท่ีแห่งนี้ มีคร้ัง
ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในพ้ืนท่ีร่วมกันสืบสาน หน่ึงพวกโจรได้จับตัวผู้หญิงคนนั้นเกิดหายไป พวก
ศิลปะและวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ โจรได้ช่วยกันค้นหา ค�ำว่า “ปากา” แปลว่าช่วยกัน

12. ตำ� บลลปิ ะสะโง ความหมายของ
ค�ำว่า “ลิปะสะโง” หมายถึง มวยผมสตรีท่ีขดไปมา
เ นื่ อ ง จ า ก ต� ำ บ ล ลิ ป ะ ส ะ โ ง มี ล� ำ น�้ ำ ไ ห ล ผ ่ า น
และค�ำว่า “ลิปะ” แปลว่า ดู หรือ หา ซึ่งได้ตั้งเป็น
เกอื บทกุ หมบู่ า้ น ซง่ึ ลกั ษณะทางไหลของลำ� นำ�้ ขดไปมา ชื่อของหมู่บ้านหน่ึงในต�ำบลลิปะสะโงปัจจุบัน
ท�ำให้มีลักษณะเหมือนมวยผมสตรี จึงใช้ค�ำว่า จากสาเหตทุ ม่ี พี วกโจรชกุ ชมุ ในพน้ื ทดี่ งั กลา่ วมาแลว้
“ลิปะสะโง” เรียกเป็นช่ือต�ำบลจนถึงปัจจุบัน ท�ำให้ชาวบ้านได้อพยพไปอยู่ท่ีอ่ืนกันหมด ต่อมา
ลิปะสะโง สมัยก่อนเม่ือประมาณ ๑๐๐ เมื่อประมาณ 30 ปี มานี้ ได้มีชาวบ้านจากหมู่บ้าน
ปีมาแล้ว พ้ืนที่น้ีเป็นท่ีซ่องสุมของพวกโจรท่ีขโมย ใกล้เคียง เช่น จากบ้านทุ่งโพธิ์ จากต�ำบลปุโละปุโย
สิ่งของต่างๆ เช่น วัว ควาย ของชาวบ้าน แล้ว และจากบ้านกะมิยอ เป็นต้น
น�ำมาซุกซ่อนไว้ในพื้นที่แห่งนี้ มีคร้ังหน่ึงพวกโจร
ไดจ้ บั ตวั ผหู้ ญงิ แลว้ ผหู้ ญงิ คนนนั้ เกดิ หายไป พวกโจร ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ได้ช่วยกันค้นหา ค�ำว่า “ปากา” แปลว่า ช่วยกัน จัดส่งเสรมิ อาชพี กลมุ่ สตรี ในการแปรรูป
และค�ำว่า “ลิปะ” แปลว่า ดู หรือ หา ซ่ึงได้ตั้งเป็น ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การผลิตกระดาษสา
ชอ่ื ของหมบู่ า้ นหนงึ่ ในตำ� บลลปิ ะสะโงปจั จบุ นั จาก โดยน�ำวัตถุดิบที่เหลือใช้ทางการเกษตรท่ีมีอยู่
สาเหตุท่ีมีพวกโจรชุกชุมในพ้ืนท่ีดังกล่าวมาแล้ว ในทอ้ งถนิ่ มาแปรรปู เชน่ ตน้ กลว้ ยแก่ เปลอื กข้าวโพด
ท�ำให้ชาวบ้านได้อพยพไปอยู่ที่อื่นกันหมด ต่อมา
เม่ือประมาณ ๓๐ ปีมาน้ี ได้มีชาวบ้านจากหมู่บ้าน
ใกล้เคียง เช่น จากบ้านทุ่งโพธิ์ จากต�ำบลปุโละปุโย
และจากบ้านกะมิยอ เป็นต้น
ซ่ึงต�ำบลลิปะสะโง มกี ารขบั เคลอ่ื นชมุ ชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

รวมพลงั ชุมชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 265

มาแปรรูปเป็นกระดาษสา ลดรายจ่ายและ กันหมด ต่อมาเมื่อประมาณ 30 ปี มานี้ ได้มี
เพ่ิมรายได้ให้กับชุมชน ชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง เช่น จากบ้านทุ่งโพธ์ิ
จากต�ำบลปุโละปุโย และจากบ้านกะมิยอ เป็นต้น
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์
ท�ำความสะอาดพื้นท่ีชุมชนและโรงเรียน เนื่องใน จัดกิจกรรมเมาลิดสัมพันธ์ เพื่อสืบสาน
วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม เพ่ือสร้าง ประเพณี วัฒนธรรมที่ดีงาม
ความรกั ความสามคั คแี ละสรา้ งความเสยี สละใหก้ บั
คนในชุมชนในการท�ำความดีเพื่อผู้อื่น

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
12.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดออเลาะบากา จดั อบรมกลมุ่ สตรใี นการแปรรปู ผลติ ภณั ฑ์
(บ้านทุ่งโพธ์ิ) ระดับส่งเสริมคุณธรรม ทางการเกษตร การผลิตกระดาษสา โดยน�ำวตั ถดุ บิ
ประวัติชุมชน บ้านทุ่งโพธ์ิ สมัยก่อนเม่ือ ทเี่ หลอื ใชท้ างการเกษตรทมี่ อี ยใู่ นทอ้ งถน่ิ มาแปรรปู
ประมาณ 100 ปีมาแล้ว พื้นท่ีน้ีเป็นที่ซ่องสุมของ สร้างรายได้ให้กับชุมชน

พวกโจรท่ีขโมยส่ิงของต่างๆ เช่น วัว ควาย ของ
ชาวบา้ น แลว้ นำ� มาซกุ ซอ่ นไวใ้ นพนื้ ทแ่ี หง่ น ้ี มคี รงั้ หนง่ึ
พ ว ก โ จ ร ไ ด ้ จั บ ตั ว ผู ้ ห ญิ ง ค น น้ั น เ กิ ด ห า ย ไ ป
พวกโจรได้ช่วยกันค้นหา ค�ำว่า “ปากา” แปลว่า
ช่วยกัน และค�ำว่า “ลิปะ” แปลว่า ดู หรือ หา
ซ่ึงได้ตั้งเป็นชื่อของหมู่บ้านหน่ึงในต�ำบลลิปะสะโง
ปัจจุบัน จากสาเหตุท่ีมีพวกโจรชุกชุมในพื้นท่ี
ดังกล่าวมาแล้ว ท�ำให้ชาวบ้านได้อพยพไปอยู่ท่ีอ่ืน

266 รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี

กระทรวงวัฒนธรรม โดยส�ำนักงานวัฒนธรรม
จงั หวัดปตั ตานี มีนโยบายสรา้ งคนดี สงั คมดี มคี ณุ ธรรม พรอ้ ม
ไปกับการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมตามรอยศาสตร์
พระราชา เพื่อชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยพลังบวร
เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง และมี
ความยงั่ ยนื ตามรอยศาสตรพ์ ระราชา ตอบสนองนโยบายรฐั บาล
ในการฟื้นฟู และสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และรายได้ให้แก่
ประชาชน ในการน�ำทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นท้ัง ภูมิสังคม
ภูมิปัญญา และภูมิทางวัฒนธรรมของท้องถ่ิน มาต่อยอด
เพื่อให้เกิดคุณค่า และมูลค่าอย่างสร้างสรรค์ เผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ชุมชนคุณธรรมฯ ที่มีความงดงามทางศาสนา
ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต วีถีพอเพียง ผลิตภัณฑ์
ภูมิปัญญา ความงดงามทางธรรมชาติ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
เตรียมชุมชนคุณธรรมฯ ให้มีความเข้มแข็ง และความพร้อม
ในการเป็นเจ้าบ้านท่ีดี รวมทั้งส่งเสริมการท่องเท่ียว
ทางวัฒนธรรมในพื้นที่ให้เป็นท่ีรู้จักต่อสาธารณชน ภายใต้ชื่อ
“บวร On Tour จังหวัดปัตตานี”

มแลากะกฝกง่ัรโู อะบบยรบ่ีู่ ห์๑รรเิ วออื ณันสนสุซี้ าพงึ่ เนรปอ้ขน็ มอตกง้นนั เตจนรา้มี้ ะหอีกมาลู วนื่ซธุ บิเอจะาา้ใทนเภิปกาจัระจแดุบลง่ิ ะนั ญ๒าคตู่ ๆิหอจกา� น๒วนคู่
การเ
เกษ
มาเร




บ้านเจาะกะพ้อใน เดิมช่ือบ้านจาเราะกะพ้อเป็นชื่อตาม นแกห่งเปง่าืบอูโกด
ภาษามลายูท้องถ่ิน ภาษาไทย หมายถึง ล�าธาร หรือ “นกเงอื ก” นกแห่งสญั ลกั ษณ์
บ้านธารกะพ้อ เป็นหมู่บ้านท่ีเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ในสมัย ของ “รกั แท”้ เปน็ นกจบั คู่ “ผวั เดยี ว
า กรงุ ศรอี ยธุ ยา อายุราว ๑๓๗ ปี สถ
ด นกเปง่าืบอูโกดเมียเดียว” มีความโดดเด่นเฉพาะ
น เลา่ กนั วา่ ไดม้ ี เจา้ หมนื่ กบั เจา้ เภา ไดพ้ ากนั มาตดิ ตามชา้ งเชอื ก กา
ส�าคัญ ของเมืองอยุธยา คือ ช้างเผือกงาด�า ซ่ึงเป็นช้างคู่บ้าน ตวั ไมเ่ หมือนนกอน่ื ใด ตวั ผเู้ สาะหา
คูเ่ มอื งของกษตั ริยส์ มัยอยุธยา โพรงรงั ตวั เมยี มกั จะตดิ ตามไปดว้ ย แห
ไปไหนไปเป็นคู่ นกเ
บ้านเจาะกะพ้อใน เดิมช่ือบ้านจาเราะกะพ้อเป็นชื่อตาม นกเ
ภาษามลายูท้องถ่ิน ภาษาไทย หมายถึง ล�าธาร หรือ แห่งชมุ ชนเจาะกะพอ้ ใน เปน็ ชมุ ชน หรอื
บ้านธารกะพ้อ เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ในสมัย
ทสขคสกอมา�ารูเ่ งมงบคุงชหศอืเัญูรเีวปมลงณรภ็นขอีบู่า่ ์ขากอยชา้ พเอนันงุธุมนงทกวยช่ือเา่ษ่ีสามนงไูงดตัจือทอมม้รางา่ีตกายิอยี ิเดกม์สจยุรเา้ามีฝุธทหวเยัยนือปมาอต๑ก็นน่ื ยก๓เทกคขุธต๗ั้งบัือายลแบเาจอหปชูโา้ดดลี้าเภทง่งเานั้งเผ ปปไ�้าือด็นแี กพ้ลปแงาะล่าากแดะดนัหมิบ�ามลีคชา่งซวื้นตอาึ่งทดิมาเปี่มตหหา็นีคาลมรชวาทชา้ากา้งม่ีสหงค�าอเลชู่บคุดาอืัญ้ามยกน ติดเทือกเขาบูโด นกเงือกถือเป็น สถซงึ่ ใ
ตนเอทเตโขมมยพัว�าาอวั ื่งอแเ่าียรไงมชงทงมกเ““ยีวดลรนิเ่นรนภงัิ่งหีย็ดขกัลกใามวตพอแนพูเก”วัอืงทังนก ไเอืน”้มแาธมมกน“รลุ์ยีพเีค้คเปแ”กะมขืชวพวน็ทอนกัไ้าาานร�าื่นปจมกมไใ่พกใะปแทหโสดจตันดหแเ้ิ้งมบัดิกธด่งไตลบุ์ขคติดวสเัวะูรดอู่า้คยัญ“ผขณม่งนผัวงูเ้ยลตไสเาท์ขวั ปฉัก้มอ้นเาอ่ีตดดพษะไสนง่าหยวี้มาณมปเงยวาะ้มด่าๆ์ ช”ลุล่ว็ตดนยจาอกรามักอกเธงษกกรือาามรกรคมามจวชึีพงาากมมต้ืน็จหีสขิทะลอ่วี่กสางนวากผส้ามหนืง�าาไลปคกราา่ัญถลย
โบราณสถานทางประวัติศาสตร์ เปน็
ศไปูนไหยชนมุ์เไรชปนียเปเนจ็นาคระกูู่้ขะอพอ้งใชนุมเปชน็ ชนมุ ชน แกลาะ
กโู บรห์ รอื สสุ านของเจา้ หมน่ื เจา้ เภา และญาตๆิ จา� นวน แห
แมสลามกะบกฝเูรรง่ั ปณะอ็นบย์ ชี่บู่ เ๑ุมนรเิชื่ออวนงณนั จทนาซ่ีตก้ี ึ่งพิดมเรเปีฝทอ้ ็นนมือตตกกน้ กนัเตขตนารลมี้ บะออีกูโดาดูลวทซธุ ้ังเิบปอปะา็นใี ทนปแิปลก่าจัดะรมจะิบดุบีคชงิ่ันวื้น๒าทม่ีมคหีคู่ลหวาอากกมหอ๒ลุดาคมยู่ ติดเทือกเขาบูโด นกเงือกถือเป็น นก
ทางชีวภาพท่ีสูงมาก เป็นท้ังแหล่งน้�าและแหล่งอาหารท่ีส�าคัญ ตัวแทนของ “ความสมบูรณ์ของป่า” จากการมีพ้ืนท่ีกว้างไกล นก
ของหมบู่ ้าน เมื่อกินลูกไม้เข้าไปและขย้อนเมล็ดออกมา ก็จะสามารถ หร
น�าเมล็ดพันธุ์พืชไปท้ิงไว้ยังท่ีต่างๆ นกเงือกจึงมีส่วนส�าคัญ ซ่ึง
โบราณสถานทางประวัติศาสตร์ อย่างยิ่งในการแพร่พันธุ์ของต้นไม้ ช่วยรักษาความหลากหลาย นนแเปา้�้�าลตตน็
ทางชศีวูนภยา์เพรียแนลระู้เทศา� รใษหเ้ฐกกดิ ิจคพวอามเพสียมงดุลเตปา็นมแธหรรลม่งชเราีตยิขนอรูง้ใผนืนดป้าา่น มคี ว
กโู บรห์ รอื สสุ านของเจา้ หมนื่ เจา้ เภา และญาตๆิ จา� นวน
มากฝง่ั อยบู่ รเิ วณนี้ พรอ้ มกนั นมี้ อี าวธุ อาทิ กระดงิ่ ๒ คู่ หอก ๒ คู่ ศูนย์เรียนรู้ของชุมชนการเกษตร เชน่ การปลกู พชื การทา� ปุย๋ หมักชีวภาพ ให้กบั กลุ่ม น้�า
และกระบ่ี ๑ อนั ซง่ึ เป็นตน้ ตระกูลซิบะในปจั จบุ ัน นา้� ต
เกษตรกรทีเ่ ปิดให้นกั เรยี น นักศึกษา หรือประชาชนทส่ี นใจเขา้ มคี
268 รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี มาเรยี นรู้ศึกษาดูงานได้

สถานที่ท่องเที่ยว • เย่ียมชมโบราณสถาน ต�านานสุสาน เจ้าหม่ืนเจ้าเภา
หลกั ฐานทสี่ า� คญั ของสสุ านเจา้ หมน่ื เจา้ เภาคอื กระดงิ่ หอก และ
การท่องเท่ยี วเชิงอนรุ กั ษ์ กระบี่

• การได้ส่องนกเงือก ซ่ึงชุมชน
แห่งนี้มีพื้นท่ีติดเขาบูโดเขาบูโด มี
นกเงอื กชกุ ชมุ มากถงึ ๖ สายพนั ธ์ุ ไดแ้ ก่
นกเงือกหัวแรด นกหัวหงอก นกกก
หรือกาฮัง นกชนหิน นกกาเขา นกก๋กู ๋ี
ซึ่งในชว่ งเดือน กมุ ภาพันธ์ - มถิ ุนายน
เปน็ ชว่ งทนี่ กเขา้ โพรง กกไขส่ ามารถชม
งไกล และเรียนรู้วิถีชวี ติ ของนกเงอื กได้
ารถ
าคัญ
หลาย • ชมดอกไม้สีทอง (บุปผา
นป่า ทองค�า) ซ่ึงเป็นดอกไม้ป่าท่ีมี
สที อง ออกดอก เพม่ิ สีสันอยา่ ง
กล้วยหักมุกผลิตภัณฑ์ของชุมชนสวยงาม

• น้�าตกหลากหลายสาย เช่น น�้าตกตาเศร้า ซึ่งเป็น
น�้าตกท่ีมีน้�าไหลจากซอกหิน จากรากไม้ บนเขาบูโด และมี
นา�้ ตกบาตดู นิ เดง็ เปน็ นา้� ตกขนาดเลก็ ทนี่ า้� ไหลจากกา� แพงหนิ ซง่ึ
มคี วามสวยงาม

• ชมทะเลหมอกได้ในยามเช้า พร้อมกับทานข้าวย�า
(นาซกิ าบู แตออ) รมิ ลา� ธาร ตม้ นา�้ ดว้ ยไมฟ้ นื กบั บรรยากาศสดุ พเิ ศษ
ด้าน และชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น นอนกางเต้นท์พักแรม สัมผัส เป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งเกิดจากวัตถุดิบในชุมชน คือ กล้วย
กลุ่ม บรรยากาศยามค่�าคนื นง่ั ชมดาวบรรยากาศสุดโรแมนตกิ มีรสชาตหิ วานมัน ผลใหญ่ และอว้ น เปน็ การเพาะปลกู บริเวณ
จเขา้ • พกั โฮมสเตยก์ ลางหบุ เขาบโู ด สมั ผสั ธรรมชาตแิ ละวถิ ชี วี ติ เชิงเขาท�าใหม้ ีรสชาติโดดเด่น

ชมุ ชน อาหารพื้นบ้าน

ซกอเลลช้วาดุะยขลนัาหดโักตอกมอแุกากหผงาหรลยพิตวนื้ กบภกา้ ันลณ ้วปยฑระยก์ข�าออผบักงดกชว้ ูดยุมชน

เป็นต้น

ก ห( บแนรลลราะกัระซบยชฐ•ก•ิี่ มาา ากนบเพชยาทูรมศแ่ียส่ี ะตยทมา�ออาคะชามอญัเทมล)คิตโขรหา�่บยมอิคมร์งตลนื าสอาก� ณธสุกนยาาสไง่ัารนดชมถตเม้าเจใม้ยนดา้นน็นห ายา�้ วมตดาบนน่ื�าว้มรนยอเเจรไนาชยา้มนก้เาาฟ้ภสากนืางุสพาคกเศาตรบอืันส้้นอบ กุดทมรเรโรจ์พรกะย้าดแัักบาหมง่ิกแทมนาหรา่ืศนตมอนสเกิกจขดุ ส้า้พาแัมเวเภิลศผยะาษัส�า ของที่ระลึก
• พกั โฮมสเตยก์ ลางหบุ เขาบโู ด สมั ผสั ธรรมชาตแิ ละวถิ ชี วี ติ
ชุมชน ๑. น้�าผึ้งปา่ ตามฤดกู าล จากภมู ิปญั ญา
ชาวบา้ น เปน็ นา้� ผง้ึ จากเทอื กเขาบโู ด

เป็นผลิตภัณฑ์ซ๒ึ่ง.เ ก กิดลจว้ ายกหวกั ัตมถกุ ุอดบิ เในนยช จุมาชกนกลมุ่คแือมบ่ กา้ ลน้วย
มีรสชาติหวานมัน ผลใหญเก่ ษแตลระกอรว้ ในนชเมุปชน็ นการเพาะปลกู บรเิ วณ
เชิงเขาทา� ให้มรี สชาติโดดเด่น

ตอ•ิดานหตาาง่อรสสพาอวื้นบซบูรถย้าาานมนี ซบี ะ โทร. ๐๘ ๕๕๗๕ ๒๑๗๐

• นาชงดุ สขนัาวโตซกูไอฮาบหะาหรพ์ นื้ ซบบีา้ นะ ปรโะทกรอ.บ๐ดว้๖ย๒๒๙๑ ๓๖๓๕

เซปอน็ เลตา้นะลชาดมุ อชแนกงทห่อยวงกเกทล่ยี้วยวบย�าา้ ผนักกเูดจาะกะพ้อใน

รวมพลังชมุ ขชอนงคุณที่รธระรลมึกจงั หวัดปัตตานี 269

๑. น้�าผง้ึ ปา่ ตามฤดกู าล จากภมู ิปญั ญา

กิจกรรมนั่งรถจิ๊บโบรำณ ชิมผลไม้ตำมฤดูกำล เยี่ยมชม ก็น�ำไปเ
ภมู ิปัญญำท้องถิ่นและวิถชี วี ติ ทีเ่ รียบงำ่ ยของชำวบำ้ นทรำยขำว แปรรูปจ
สโลแกน
วัดทรายขาว เป็นยาช
ผลติ ภณั
วดั ทรายขาว ไดส้ รำ้ งขนึ้ เปน็ วดั เมอ่ื ประมำณ พ.ศ.๒๓๐๐
โดยมีท่านภักดีชุมพล (นายเพ็ง) ซึ่งได้อพยพครอบครัวมำจำก
รฐั เคดำห ์ หรอื เมอื งไทรบรุ ี ประเทศมำเลเซยี ไดต้ ง้ั บำ้ นเรอื นอยทู่ นี่ ี่
ตอ่ มำไดบ้ รจิ ำคทดี่ นิ พรอ้ มกบั บำ้ นทอี่ ยอู่ ำศยั สรำ้ งเปน็ วดั แลว้ นมิ นต์
พระสงฆม์ ำอยู่จ�ำพรรษำ สิ่งศกั ดิ์สทิ ธ์ขิ องท่นี ี ่ คือ วิหำรสำมทวด
และอาจารย์นอง อดีตเจ้ำอำวำสวัดทรำยขำว และเจ้ำอำวำส
วดั ทรำยขำวปัจจุบัน คือ พระครูปราโมทย์สีตคุณ (เจ้ำอำวำส
องคป์ จั จบุ นั )

ต�บลทรายขาว เป็นต�ำบลท่ีอยู่ติดกับเชิงเขำสันกำลำคีร ี ผลติ ภัณฑท์ างวฒั นธรรม ประเพ

อยู่ใกล้กับอุทยำนแห่งชำติน�้ำตกทรำยขำว ด้วยธรรมชำติกับ • กลุ่มวสิ าหกจิ ชมุ ชนกลมุ่ แมบ่ ้านเกษตร • ประเพ
ภมู อิ ำกำศทเ่ี ยน็ สบำย และวฒั นธรรมสองศำสนำระหวำ่ ง พทุ ธ-มสุ ลมิ นา�้ ตกทรายขาว (พ่อท
ท่ีโดดเด่นที่อยู่ร่วมกันมำต้ังแต่บรรพบุรุษ เป็นเอกลักษณ์ของ เปน็ กลมุ่ แมบ่ ำ้ นเกษตรกร
ชุมชนและต�ำนำนจนถึงปัจจุบัน เป็นชุมชนท่ีมีควำมเข้มแข็ง น�้ำตกทรำยขำวน�ำผลผลิตทำง ประเ
ในกำรส่งเสริมกำรท่องเท่ียวและเป็นชุมชนที่มีควำมโดดเด่น กำรเกษตรในชมุ ชน มำแปรรปู
ด้ำนกำรบริหำรจัดกำรเชิงคุณภำพ ซ่ึงได้รับรำงวัลชุมชนดีเด่น เปน็ กล้วยเสน้ ปรุงรส มรี สชำด ไ น •ดำ ้เปดป(รพผินะรูทด้่อบะเ-ู่ำ
ดำ้ นกผำรลทิตอ่ โงดเยทย่ี ว Tourism Award ๒๐๐๗ มกี จิ กรรมทอ่ งเทย่ี ว อรอ่ ยเปน็ ทช่ี น่ื ชอบของประชำชน กำรระล
ทน่ี ำ่ สนสใำ� จนใักนงชำมุ นชวนฒั ทในี่ หธบ้ รรกิมำจรังแหกวน่ ดั กั ปทัตอ่ ตงเำทนย่ี ี ว: ๐ได แ้๗ก๓ ่ ก๓จิ ๒กร ร๓ม๑เด๙นิ๗ปำ่ ทวั่ ไป ไมว่ ำ่ จะเปน็ วยั เดก็ ผู้ใหญ่ ประเพณ
กิจกรโรคมรงนก่ังำรรถสจบื ิ๊บสำโนบ รรำักณษ ำ ชติมอ่ ผยลอดไมศำ้ตสำตมรฤ์พดรูะกรำำลชำ เยี่ยมชม ก็น�ำไปเป็นขนมทำนเล่น กล้วยน�้ำว้ำที่ต�ำบลทรำยขำวที่น�ำไป และประช
ภูมิปญั สญกู่ ำำรทท้ออ่ งงถเท่ินย่ีแลวเะชวิงิถวีชฒั วี ิตนทธร่เี รยีมบองยำ่ ยงขยอัง่ ยงนืชำ “วบวำ้ รน ทOรnำ ยToขuำวr” แปรรูปจะไม่มีเม็ด เนื้อแน่น ขำว ผลมีควำมสมบูรณ์ จนมี ดนตรไี ท
สนกุ สนำ
จังหวัดปัตตำนี ประจ�ำป ี ๒๕๖๓ สเปผโ็นลลแยกาิตชนูกวภ�า่ำล ัณัง“ก” ินฑทกท์ �ำลใ้วหายง้นเักปวท็นัฒ่อหงลนเักทธี่ยกวรินทรผี่เมขัก้ำเมปำ็นทยี่กาลกุ่มินปกรละท้วัยบนใจ�้าใวน้า
ผู้บ
วตดั �ทบรลาทยรขาายวขาว เป็นต�ำบลท่ีอยู่ติดกับเชิงเขำสันกำลำคีร ี ผ•ล ติ กภลณั มุ่ ฑวข์สิ อางหกกลิจุ่มชเปุมน็ ชจนำ� กนลวนมุ่ มแำมก่บ้านเกษตร นำประด
น�้าตกทรายขาว
อยู่ใกลว้กดั ับทอรุาทยยขำานวแ ไหด่งส้ ชรำ้ ตงขินนึ้ ้�ำเตปกน็ ทวรดั ำเมยอ่ืขปำวร ะมดำ้วณยธ พร.รศม.๒ช๓ำต๐ิก๐ับ เปน็ กลมุ่ แมบ่ ำ้ นเกษตรกร
โภดมยู อมิ ำีทก่าำนศภทเักี่ ยดน็ ีชสุมบพำยล แล(นะวาฒยั เนพธ็งร)ร มซส่ึงอไงดศ้อำพสนยำพรคะหรวอำ่ บง คพรทุ ัวธม-ำมจสุ ำลกมิ น้�ำตกทรำยขำวน�ำผลผลิตทำง
รทฐั เี่โคดดดำเหด ์่นหทรอื่ีอเยมู่รอื ่วงมไทกรันบมรุ ำ ี ปตร้ังะแเตท่ศบมรรำเพลบเซุรยีุษ ไ ดเปต้ งั้็นบเอำ้ นกเลรอืักนษอณย์ขทู่ อนี่ งี่ กำรเกษตรในชมุ ชน มำแปรรปู
ตชอ่ ุมชำไนดแบ้ ลรจะิ ตำค�ำทนดี่ำนิ พจรนอ้ ถมึงกปบั ัจบจำ้ ุนบทันอี่ ยเอปู่ ำ็นศชยั ุมสรชำ้นงทเป่ีมน็ ีควดัว ำแมลเว้ ขน้มมิ แนขต็ง์ เป็นกล้วยเสน้ ปรุงรส มีรสชำด
พใรนะกสำงรฆส์ม่งำเอสยรู่จิมำ� กพำรรรทษ่อำง สเทง่ิ ศ่ียักวดแล์ิสทิะเธป์ิข็นอชงุมทีน่ชนี ่ คทือ่ีม วีคหิ วำำรมสโำดมดทเวดด่น อรอ่ ยเปน็ ทชี่ น่ื ชอบของประชำชน
แดล้ำะนอกาำจราบรรยิห์นำอรงจัดอกดำีตรเชจิง้ำคอุณำวภำำสพว ัดซท่ึงรไำดย้รขับำรวำ งแวลัละชเุมจ้ำชอนำดวีเำดส่น ทวั่ ไป ไมว่ ำ่ จะเปน็ วยั เดก็ ผู้ใหญ่
วดั ำ้ทนรกำำยรขทำอ่วปงเัจทจยี่ ุบวัน T oคurือis mพ รAะwคaรrูปdร ๒าโ๐ม๐ท๗ย ์สมีตกี คจิ ุณกร ร(มเจท้ำอ่ งำเวทำย่ีสว ก็น�ำไปเป็นขนมทำนเล่น กล้วยน้�ำว้ำที่ต�ำบลทรำยขำวที่น�ำไป
อทงน่ีคำ่์ปสัจนจใจบุ ในั น)ชมุ ชนทใี่ หบ้ รกิ ำรแกน่ กั ทอ่ งเทยี่ ว ไดแ้ ก ่ กจิ กรรมเดนิ ปำ่ แปรรูปจะไม่มีเม็ด เนื้อแน่น ขำว ผลมีควำมสมบูรณ์ จนมี
กิจกรรมน่ังรถจ๊ิบโบรำณ ชิมผลไม้ตำมฤดูกำล เยี่ยมชม สโลแกนว่ำ “กินกล้วยเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินกล้วยน้�าว้า
ภมู ิปัญญำทอ้ งถิ่นและวถิ ีชีวติ ทเ่ี รียบง่ำยของชำวบ้ำนทรำยขำว เป็นยาชูก�าลัง” ท�ำให้นักท่องเที่ยวท่ีเข้ำมำที่กลุ่มประทับใจใน
ผลติ ภณั ฑข์ องกลมุ่ เปน็ จ�ำนวนมำก
วดั ทรายขาว

27โด0ยมีท่าวนดั รภทวักรมาดยพีชขุมลาพังว ลชไดมุ (ส้ชนรนาำ้ ยคงเขณุพนึ้ ็งธเ)ป รน็ ซรว่ึงมดั ไจดเมัง้ออื่ หพปวยรดัพะมปคำตัรณอตบ าพคน.รศี ัว.๒มำ๓จ๐ำ๐ก

รฐั เคดำห ์ หรอื เมอื งไทรบรุ ี ประเทศมำเลเซยี ไดต้ ง้ั บำ้ นเรอื นอยทู่ นี่ ี่

กลมุ่ โฮ
กลุ่มโฮม
กลุ่มโฮมเสตย์
• ประเพณีแห กลมุ่ โฮมเสตย์
เขารังเกยี บ ่ผ้าพระพุทธมหามุนินทโลกนาถ ตักบาตร เ•ข จาปดั รขรงั เน้ึะกเใพยี นณบวันีแแหร่ผม้า พระพุทธมหามุนินทโลกนาถ ตักบาตร• ประเพณีแห่ผ้าพระพุทธมหามุนินทโลกนาถ ตักบาตร
กลุม่ โฮมเสตย์
ต�ำบลทร ๘ ค�่ำเดือน ๖ เป็นประเพณที ี่สำ� คัญของ จดั ข้ึนในวนัเขารังเกียบ กลมุ่ โฮมเสตย์

หามุนินทโลกนาถ ตักบาตรคงอย่สู ำยขำว ท่ีมีกำรสืบทอดมำยำวนำน และอนุรักษ์ไว้ให้ต�ำบลทรำยขำว แทรม ๘ ค่ำ� เดอื น ๖ เปน็ ประเพณที ีส่ ำ� คญั ขอ จดั ข้นึ ในวันแรม ๘ ค�ำ่ เดือน ๖ เป็นประเพณีทีส่ ำ� คัญของ มกี ำรจดั ตงั้ กลมุ่ โฮมเสตยข์ น้ึ ในชมุ ชน ตงั้ แตป่ ี พ.ศ.๒๕๕๗
ส�ำหรับผู้ท่ีมำเยือนเรียนรู้กำรท�ำสวนแบบสวนผสมผสำน
บื ไป มกี ำรจคงอยู่สบื ไป ี่มีกำรสืบทอดมำยำวนำน และอนุรักษ์ไว้ใหง้เ•ข าปรรคตงัเ• ตขะ �งเำ�ำกเาบอพบปรียยลลรจณังู่สบททดัะเืบกเรรขีแพำไยีำหึน้ปยยณบใ่ผขขนำีแ้าำววหวพนั ่ผแทรทร้า่ีมะี่มมพพีกีก รำุท๘ำระรธ สพสคมืบืบุท่�ำหททเธดอาอมอืดมดหนมุนม าำำิน๖มยยท ำุนำวเโวินปลนนทน็ำกำนปโนนล ร ากะแแเถลนพล ะาะณตออถทีนักน ุสี่รตุรบัก�ำักักาคษษตบญั ์ไ์ไราววข้ตใ้อใหหรง้้ ภมู ปิ ัญญำทอ้ งถิ่น วฒั นธรรม และประเพณขี องคนในชมุ ชนทีม่ ี

อน ๖ เป็นประเพณีทสี่ �ำคัญของ ส�ำหรับผ มกี ำรจดั ต จคัดงขอนึ้ยใสู่ นืบวไนัปแรม ๘ ค่ำ� เดอื น ๖ เป็นประเพณีที่สำ� คัญของ กทค วร่ีลำกั มุ่มษมหส์ กีโลขุฮำำภรกมจำหพดั ลเต ไสำงั้วยกร้ต มอลงอีมุ่ยรำโบัหฮ์ นมำรกัเทสทตเ่ี อ่ปยงน็ ข์เอทน้ึ ตัย่ีในลวกัชทมุษเ่ี ขชณ้ำนมพ์ ำตนื้ พงั้ถแกั นิ่ ต เแป่ชลน่ ี ะพเแ.ปศกน็ .ง๒อห๕ำยห๕วำ๗กร

ู้ทต�ำบลทรำยขำว ที่มีกำรสืบทอดมำยำวนำน และอนุรักษ์ไว้ให้ ใผสภหกั�มูำมผ้ ปหปิ กมู้ี ลรญัำำอับรเญยดจผอืสดัำู้ทนทาตี่รมเอ้ งั้ปพงำก็นษิถเลยอยิน่ มุ่ ืยอา� โวตำ่นฮัฒงะเมดลรนเีงิียสธปนรตงิ รรยมยู้ข์ก า� นึ้ำหแรใลวั นทปะช�ปำลมุสรี ฯชะวลเนนพฯ แณต สบง้ั ีขรแบำ้อตงสงคป่ ควว ีนนพำใมผ.นศปสช.๒รมมุ ะ๕ผชทนส๕บั ทำใ๗จี่มนี
สภ�มูำตทคหิปิดวรี่ รัญำกัตับมษญ่อผหส์ ำูล:้ทขุทำนี่ภม้อกาำงำหงพถเลชย ่ินไำตุ ือวย ิมวร้น มอฒัาเงอี รนเรำีศยบัธหยีนรนำรรรกั อมทู้กทนิ เ่ี อ่ำปแทรงน็ลรเทอทะ์ �ปำตั ย่ี โสลรวทะวกัทเรนษเี่พ.ข แณณ้ำ๐บมพ์ขี๘ำบน้ือพสถง๑กั คนิ่ว๐ นเแน๙ชลใผน่น๗ะสเชแปมุม๗กน็ ผชง๐อหนส๒ำยทหำ๕ว่ีมำนกรี
ดมำยำวนำน และอนุรักษ์ไว้ให้ ภมู ิปญั ญส�ำหรับผู้ท่ีมำคงอยู่สบื ไป ควผำมกั หปลำอกดหสลารำพย ษิ มยอี า� ำตหะำลรงิ ทปเี่ งิปน็ยา�อหตั วั ลปกั ลษี ฯณลพ์ฯ น้ืสถรำ้นิ่ งแคลวะำเมปปน็ รอะำทหบั ำใรจ
มกี ำรจดั ตงั้ กลมุ่ โฮมเสตยข์ นึ้ ในชมุ ชควำมหลำำกทภูมิปัญญำทอ้ งสถานทที่ ่องเทย่ี ว
ส�ำหรับผู้ท่ีมำเยือนเรียนรู้กำรท�ำสวนทร่ี กั ษส์ ขุ ภำทคร่ีวกัำมษหส์ ลขุ ำภกหลำ เส•ข งิ่ าทปรไ่ีรแงัมหะเค่กเลพวียง่ รณทบพอ่ ลีแงำหเดท่ผเย่ี ม้าวอื่พเชมรงิ ำธะทพรนี่รุทม ี่ สธชกั ำมกตหำ ิ อราะทุ มพยุนรำะนินพแททุหโธง่ลมชกำหนตำนิมาำ้�ถนุ ตนิ กตททักโรลบำกยานขตำำถรว ทรี่ กใกั หาษ้ผรส์ มู้ เขุ ำดภเยินำอืพทน ไเวาปร้ง็นอองยรำ่บั งนดกัี ทอ่ งเทยี่ วทเ่ี ขำ้ มำพกั เชน่ แกงหยวก
กบปผใตหกัำ้ัตาิด ภคหททสบปผใตผ้นกบปตปหตรต�วมกัำ้รี่่อมูำัตูม้ดิ้ำทัตาิดล้ผำนำกัเหอ่ปงำนิปตตำตรนมรตอดู้มยทเษ มลทรเำัญำทอ่ำ:ีหเป-เยดเ่อำรันบส์ยอกคีลรนินดยี่ ยเญตอืลัำส น:ำี(รเรปเขุ-ขยดขำผร:ีรรเป-วยะคปดำตนยาคถยทราินถภำ ำตืออ่ืิัสถนยถูบลต้ักน๔ขทรรัติจขำนงทเวรจะตนงำไาจะาตป้ำพำำไอื่ิหนทา๐่ีาชดลัำอมิ่ืตักพรทอ้ฟบลำงนเกัวฟ ำงงว็นล ีษิป๙ุตตงงพำำนรงลำชำ านนิรทาบชเไ นบำอยถงั้ ็นเ ยีลษิง มิงตุย ีวลปุตงรยสนิจยลเกสี นิยำทจ่ินเา�อ้ียร้ำยาลิมำง ต-ัลิมาถงืนอลตจำ่ถมานอ สยยี่ทจวา�้ี ยกทาต้ียวงยกาาามุ่เนะตยงอี่ขำแาา่ีขสี่หวศดสฒัำดก่ีวนลนงกรจโนเยนำำะเวแนี่ขเำแ่ีขอศดฮยีีดบัีรงิัหวลตศงดหกนีำยตดห-วียวมีนปอยีีรยหนงิร์ำทอัียดยกวธำร์ใักวำรอนปเับเงิรนหกัวทนรับะรี่ลดตอทสมลดทอลเนิังิรจดทอญเร่ีตย�อนจลาตม่ีต�ออืามเี่มำนิำู้ทป้นิอ่ยน้ำโปกา�ลยำยนอืโ่) ลงงอื เงพทห งา�ยดัพำทรตน็ำำข์ลถงยำแ-ถงหเถงดวัำร์รงนนอึ้ดยตี้ำรทงึง-ลึง -ง วังึ(ป์สงนทช์วตัใำนบายี่ชะ โ ส(ปส น-(นลขสปุมำ�บปน-ำลทโมุำอว่บโีแนลปวชทีนาสปอช่กัรทีทร ทรอช่ฯยำีามมุรสาะทนะรวฯษรลส.เ่ีตทนทรอมกมะ เขดบชล.ะอถนท.ฯพณอถงทตำ่ี ๐ดดบ ้ำดบนู่ฯ นิง ๐)อ่มาแงล๐ณ่อมาูอส่ นิ ๘ พ์)ู่ นิเไหน)งสบ ๘ตนำทงน ขำร๘เไหปขีน้ืเไหเดีาขรปเปพง้ัีำ้ขบทำปปย้ำา๑ททอถดำ้านแ้ำงง๑ทช้ัดกัำตำี่ย๑ทสงัดงตำย่ีนิ่ชใ๐คตำหชงุำม ใ๐ควคงำหตปใ๐ววุมเแตปง่ว หุม๙มงเบหชวชน๙บนญรเลาสำ๙ชตเ ีาญชสน่ำำ้ญน๗ะพสใมน้ำนะ้ผน๗นรม่นนน๗ยด้นนน้เ่ทน.ีปง่แท ทสนีปศ ป ่ททูเทนชททเ๗ไงั่่กอล๗รำตขง่ั่มอ.น็๗ตุมรำปรงั่่อรำ๒รงะงงร๐ขำ้งะ่ำรงออ๐งผชส่ถำง อ๐ทหชถเ ท๔๕ยถ เ ๔ย๒ำเนทด๔่ถู๒ตสมทุดบัยต๒ทขบัหต๔๐๕ข๐ที่นย้้๕ู๐ไวชำี่ยว้๕ู้ใไำว่ียำใ้๕ูไำ๙๗ป๒๙จมี่ปนนนวกยวจ๙วรปยวว ี
สสถถานานทท่ีทที่ อ่ ่องง ภมู ปิ ญั ญำท้องถิ่น วฒั นธรรม และประเพผกั ปลอดสาำพ ไ ไสหวถพ้ จราดั ะนขถ้ึนำ�ทวใปินีท่ สัว่อนัสแนงรำม เชท ม๘หยี่ นิ ควส�่ำลเดกั อืพนระ น๖ำ มเปำภน็ โิปธรยะ เชพมณววิที ทส่ี ะ�ำเคลญัหมขอกง กทหาม่อรงำยเเ(รเรทเดปดลถถี่ยปเัติ(เนขจคินวไปดตั ตกัทบฟร๔ัตินตทอืิ่ำร้ำา๐ตำทนนงยนา๙สำบี าทำจน ีง- งลถนนิาปรี จงยกำาต-ัจหทายนน จาตกสำี่ขกหีัตงหำดจแ่ีำนดำห์รัวัวยใงด-ีอบัหวลหกยในัจดญด�หวาะเ้ำปลัอโดญม่)งพ ำนัปตอืถ)่ ถเย งงัตตึงลงึำถช-ยตาี้งส-งึุมนว (าสแีสบขชนี นยีแอ่วสนี ตากยำทถทมตทำกดออ่บมาตำ่ีดองนมงนิลท)อน เีำทไหปนทำยปดางำยัตำยี่ นทดงหงำวตำำหใง มบปงห าตมเำำ้รญตนสรำนยะน้รีง ยด่ ทเนงทไ ่ลูเตเไปรง่ัลำขปข่ำรองสขำ้ ยสถ ชด๔ถู่ ข่ถูต๔มุ น๐้๔วำนู้ไช๒น๙ยวป๒นน

ผกั ปลอดสารพษิชตม�ำบผลำพทญรำำยงข ู แำวล ะเทล่ีม่นีกนำ�้ำรตสกืบททรอำยดขมำำวยำวนำน และอนุรักษ์ไว้ให้ หมปำัตยตเลำขน ี-๔ย๐ะ๙ล ำป ตั เลตี้ยำนว-ีขยวะำลทำ่ีต เลลำย้ี ดวนขำวปำทรตะ่ี ดลู่ ำดเขน้ำำชปุมรชะดน ู่ทเข่อำ้ งชเมุทช่ียนว
ทอ่ บง้ำเนทท่ยี รวำบยำ้ ขนำทวรำยขำว
เเทท่ยี ่ยี วว ควำมหลำกหลำย มอี ำหำรทเ่ี ปน็ อตั ลกั ษให้ผ้มู ำเยือนใหผ้ ู้มำเยอื นเป็นสถคาส งนง่ิ อทยทไ่ีแม่สู หท่ีืบค่ ลวไอ่ง่ปรทพงอ่ ลงเำเทดทเยี่ มยี่ วอื่เวชมงิ ำธทรน่ีรม ี่ สชกั ำกตำ ิ อระทุ พยรำะนพแทุหธง่ มชำหตำนิมำ้�นุ ตนิ กททโรลำกยนขำำถว

ทผร่ีกั กั ปษลส์ อขุดภสำาพรพ ไษิวร้ ยอา� งตระบั ลนงิ ปกั งิทอ่ตยงดิา� เหตทวัอ่ ย่ี ป ว:ลทนี เ่ีฯาขลส แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชงิ ธรรมชำต ยำนแหง่ ชำตนิ ำ้� ตกทรำย ตดิ ต่อ : นางชุต แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชงิ ธรร ิ อทุ ยำนแห สงิ่ ทไ่ีแไชมหหมค่ ลวผวพ้ง่รำทรพพะอ่ ญลถงำำ�้เำดทวงปิเ ูย่ี มแสัวลอ่ืเสชะมนงเิำลำธท ่นรชนี่รนมม ่ีำ้�สหตชกันิ ำกกสตทลำ ิ รอรกั ำะทุพยพยรขรำะำะนนวพแำทุมหธำง่ มภชำโหิ ธตำยนิม ำ้�ชนุ ตมนิ กวททวิ โทรลำะกยเลนขหำำถมว อก

งิ่ ทไ่ี มค่ วรพลำดเมอ่ื มำท ขำวสงิ่ ทไ่ี มค่ วรพลำดเมอื่ ง่ ชำตนิ ำ้� ตกทรำยขำวไหวพ้ ระถำ้� วปิ สั สนำ ชมหนิ สลกั พระนำมำภโิ ธย ชมววิ ทะเลหมอก

ใหผ้ ู้มำ ยือนเป็นอย่ำงดีไหวพ้ ระถ น่ี ี่ สกั ก พระพทุ ธมหำมนุ นิ ทโลกนำถ ไหวพ้ ระถำ้� วปิ มำทน่ี ำระพระพทุ ธมหำมนุ ิ ทโลชมผำพญำง ู และเลน่ นำ�้ ตกทรำยขำว

กากรเาดรนิเดทนิ างทชมผำพญำ้�ำวงปิู แสั ลสะนำ ชมหนิ สลกั พระนำมำภโิ ธย ชม วิ ทะเลหมอก ชมผำพญำง ู แสั ลสะนเลำ น่ ชนมำ้� หนิ สลกั พระนำมำภโิ ธย ชมววิ ทะเลหกมนอำกถ สถานทที่ อ่ งเท่ยี ว

ตดิ ตอ่ : นางชตุ ิมา เศยี รอินทร์ โทรเลน่ นำ�้ ตกทรำยขำวตกทรำยขำว แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชงิ ธรรมชำต ิอทุ ยำนแหง่ ชำตนิ ำ�้ ตกทรำยขำว

เครอ่ื งเครอิ่ื งบนิสง่ิ ทไ่ี มค่ วรพลำดเมอื่ มำทน่ี ี่ สกั กำระพระพทุ ธมหำมนุ นิ ทโลกนำถ

ไหวพ้ ระถำ้� วปิ สั สนำ ชมหนิ สลกั พระนำมำภโิ ธย ชมววิ ทะเลหมอก

สลชกั กัำกตพำ ิ รอระทุะนพยำรำมะนำพแภทุหโิ ธง่ธมชยำห ชตำมนิมวำ�้ นุ ตวิ นิทกทะทเโรลลำหกยมนขอำำถวก การเดินทาง บปำ้ัตนตทำรนำี-ปยยตัขะตำลวำำบป้ำัตนตทำรนำี-ปยยตขั ะำตลวำำน ี ลเลงชมผำพญำงู และเลน่ น้�ำตกทรำยขำว
ทรำยขำว ปบัตำ้ นตทำนรเำปี-ครยยตั ถรขะตอ่ืิ ไำลำงฟวนำบ ี นลิ เสงลำจถทน้ียาสี่ายกวนแ่ีนขดยีหวตอกำั์รนวดทบั ลเอมี่ตจ�านอืลำ้โยงงพำถำด-งงงึ น ส(ชบำ-นมุ ปอ่ าชหทม่องำยเทเลย่ีรร(เรขววปดถถ บ๔มตัินจไ้ำ๐ตพักทฟน๙ำราทลนยง ปรสัง ีำจำต-ัชถนาย ตมุยกาขหำนนชจำนำีัวตงนหด-ี ห์รคัยวใับหวะลุณลัจดญ�าำ้ำธปโ่) งเพ รัตลถถรงยต้ีงึ ึงมชวาส-ขุมจนีแวชังี ยทำหสนหตทกถทวอ่ตำ่ีดม่อมาลดัองนงำทำปนเทดีหปเทำยยัตนทงัตำ่ยีตอ่ำมเหงวตปาล ่ยีมบงนราตำำำ้ะขน(วีรเเนยดยรปีรง ด ทบ ่ทูเเไ๔ถลตเขปรถตัิลนขำ้ำ้่ย่ีำอสจช๐2ย ตนไดถู่มุข(ทขวเ๔7กัรน้๙รฟวชปำำทด๒ บนน1ยวาถร๔นถ ตัรินปงยำ้จี ๐ำไสตจนตัำท-ักยฟ๙นาถำต ทขารกน

วดั อรญั วาสกิ าราม หรอื วดั หว้ ยเงาะ เปน็ วดั โบราณ เดมิ ชอื่ วา่ เรื่องเล่า ของหมู่๕ บ้านเกาะวิหาร •ป
“วดั ทกั ษณิ สาคร” สมยั กอ่ นเลา่ กนั วา่ มที วดเงาะ หรอื ชาวปา่ ไดล้ ง
มาเล่นน้�าทค่ี ลองหรอื หว้ ยรมิ ๆ วดั เมอื่ เกิดเปน็ ชุมชนหนาแน่น ในสมัยก่อนบริเวณหมู่บ้านมีล�าห้วยเล็กๆ มีน�้าไหลผ่าน เป็น
ทวดเงาะกเ็ ลยเข้าไปอยู่ในปา่ คนในหมบู่ า้ นเลยเรียก วัดทักษณิ ไดม้ ที วด (เงาะ) ซ่ึงเปน็ ชนพน้ื เมอื งออกมาจากเขาลงมาอาบน�้า ๙๐
สาคร ว่า วัดห้วยเงาะ มีช่ือเป็นทางการว่า “วดั อรญั วาสิการาม” ในล�าห้วย และได้มีชาวบ้านเห็นจึงท�าให้เรียกล�าห้วยน้ันว่า ๕ ข
เม่อื พ.ศ. ๒๓๑๙ ต้งั อยู่ หมู่ที ่ ๕ ต�าบลทุ่งพลา อ�าเภอโคกโพธิ ์ “บา้ นหว้ ยเงาะ” เมอื่ เงาะเหน็ วา่ มคี นมาอยจู่ งึ หนไี ปอยทู่ คี่ วนปากหลา
จงั หวดั ปตั ตาน ี มสี งิ่ ศกั ดสิ์ ทิ ธ ิ์ คอื หลวงพอ่ ศรแี กว้ เปน็ เกจอิ าจารย์ ต่อมามกี ารขยายครัวเรอื น ขยายท่ที �ากินออกไปเรือ่ ยๆ จนเกนิ ปร
มอี ภินิหารท�าใหแ้ คล้วคลาดปลอดภยั และไดร้ บั วสิ งุ คามสีมา มี หมบู่ า้ นขนึ้ มาใหม ่ และไดม้ กี ารสรา้ งวดั ขน้ึ มาใหมช่ อ่ื วา่ “วดั เกาะ”
เจ้าอาวาสต้งั แตอ่ ดตี จนถึงปัจจุบนั ๗ รปู และเจ้าอาวาสวดั อรญั ตอ่ มาไดส้ รา้ งโรงเรยี นจงึ เอาชอ่ื วดั มาตงั้ ชอ่ื โรงเรยี นวา่ “โรงเรยี น ผทู้
วาสิการาม ปจั จบุ นั คอื พระครวู รนาถโพธคิ ุณ เกาะวหิ าร” (ปจั จบุ นั เปลย่ี นชอ่ื เปน็ โรงเรยี นวดั อรญั วาสกิ าราม)
จงึ ทา� ใหช้ อ่ื หมบู่ า้ นเปลยี่ นไปดว้ ย จงึ เรยี กหมบู่ า้ นนว้ี า่ “บา้ นเกาะ
อัตลักษณ์ของชุมชน วหิ าร” ต้ังแต่นนั้ มาเป็นระยะเวลาเกอื บ ๒๐๐ ปี จนถงึ ปจั จุบัน
“ชุมชนเข้มแข็ง แหล่งรวมธรรมะ พระเกจิดัง สถาบันการเงินดี
ประเพณีที่สำ�คัญของชุมชน
วดั อทรรญั ัพวยาาสกกิราธรรารมม ชหารตอื ิม วาดักหมว้ี ยวเิถงีชาะีว ิตเปพน็ อวเดัพโียบงร”าณ เดมิ ชอื่ วา่
• เปรร่ือะเงพเณล่าีลาขกอพงระหขมึ้นู่เ๕ขา สบำร้างนนเก�้าเขาะาวพิหระาเรณร
ทมสเ“มวาวาดั่อืคเดลท รเโจสสผพน่ง กัคัง�่กาูวลา.นษรนหศา่าิตะงา�้ รกัวณิก.โกท วทดัดง็เ๒สาัดค่ีลา่อปยราน๓หยลงัตสควเว้เอ๑ตบืทรัฒขยงา๙ส”ยี่้านเหนาวไง สี นธปรตเาปมชรือ ะงั้องิรรรยั หอยวะักมมกจย้วัฒใู่ษจอีช่ ย�านู่ งัานื่อนปหรปห ธเเี ิมมตวป่าล๒ร่อ ๆทู่ัดรา่น็๕คยกมปี ่ ท๖อ๕นวนัอตั าด๓ดัใย วตงนตศา่ า่ากมหงา�านเาสมยบทีมี ร:่ังตือ่ล ววู่บย๐รเดท่าา้ืนกพ์ เ่งุน๗ งิด“รพ“เาวะ๓เลบะรลปดั ๓วยาหาอ็นชรเ๒ รรชร าอOอื ัญยีมุา�๓ nกเชชว ภ๑T านาว๙อวoสหัดปuโ๗ิกนคทrา่ า” ากัก รไแดโษานพมล้ ิณน่ธง” ิ์
จงั หวดั ปตั ตาน ี มสี งิ่ ศกั ดส์ิ ทิ ธ ์ิ คอื หลวงพอ่ ศรแี กว้ เปน็ เกจอิ าจารย์ ในสมัยก่อนบริเวณหมู่บ้านมีล�าห้วยเล็กๆ มีน้�าไหลผ่าน
มีอภนิ หิ ารทา� ใหแ้ คล้วคลาดปลอดภยั และได้รบั วิสงุ คามสมี า มี ไดม้ ที วด (เงาะ) ซ่งึ เปน็ ชนพืน้ เมอื งออกมาจากเขาลงมาอาบน�้า
เจา้ อาวาสต้งั แต่อดตี จนถงึ ปจั จุบนั ๗ รปู และเจ้าอาวาสวัดอรัญ ในล�าห้วย และได้มีชาวบ้านเห็นจึงท�าให้เรียกล�าห้วยน้ันว่า
วาสกิ าราม ปจั จบุ นั คือ พระครวู รนาถโพธิคุณ “บา้ นหว้ ยเงาะ” เมอื่ เงาะเหน็ วา่ มคี นมาอยจู่ งึ หนไี ปอยทู่ ค่ี วนปากหลา
ต่อมามกี ารขยายครวั เรือน ขยายท่ที า� กินออกไปเรื่อยๆ จนเกิน
เร่ืองเล่า ของหมู่๕ บ้านเกาะวิหาร หมบู่ า้ นขนึ้ มาใหม ่ และไดม้ กี ารสรา้ งวดั ขนึ้ มาใหมช่ อื่ วา่ “วดั เกาะ”
ในสมัยก่อนบรอิเวัตณลหมักู่บษ้านณมีล์ข�าอห้วงยชเลุม็กๆช นมีน้�าไหลผ่าน • ตปอ่ รมะเาพไดณส้ รีลา้ งาโซรังเรยี นจงึ เอาชอื่ วดั มาตงั้ ชอ่ื โรงเรยี นวา่ “โรงเรยี น
ได้มีท“ชวุมดช (นเงเาขะ้ม) แขซ็งึ่ เปแหน็ ลช่งนรพว้ืนมเธมรือรงมอะอกพมระาเจกาจกิดเังขาสลถงมาบาันอกาบารนเงา�้ ินดี แสลาเจวมะกิหงึกัคจาทาาคะดัรรา�วีใข”ใแหิหหึ้นขตา้กช้่งหรั้งับอื่ข”ลแหคันงัต(นมปกเ่นกใฬีบู่จั ัน้บ็นจา้ามเชนนบุกุามเวนั่ียเปชดปเวลปนข็นขยี่ล ้าา้รนวโยี่วะแดไ ยนปลยกะชะดเมม็อื่วกว้ีกกีเลฬียปาิจา ารน็เจกพกแ งึรโน้ืหอืเรรรบบ่ลมงยี า้ าเสกร๒นซรยีหัง๐้านม ง๐วคสบู่ ดั ววา้ปอานด ีมรนพจญัสว้ีนนนา่วถม ุกา“ึงซสบสปังกิาน้ัจขนาาจ้ารเนวบุกา มนัาะ)
ใ“บนา้ลน�าหหว้ ้วยยเง าะแ”ทลเะรมัพไอ่ื ดยเง้มาากีชะรเาหธวน็รบรวม้าา่ มนชคีเาหนต็มนิมาาจอกึงยมทจู่ี �างึวใหิถหนีช้เไี ีวรปิีตยอพกยท่ลอู เค�ี่าพหวียน้วงปย”านกั้นหวล่าา
ประเพณีที่สำ�คัญของชุมชน
ต่อมามกี ารขยายครวั เรอื น ขยายทที่ า� กนิ ออกไปเร่ือยๆ จนเกิน
หมบู่ า้ นขนึ้ มาใหม ่ และไดม้ กี ารสรา้ งวดั ขนึ้ มาใหมช่ อ่ื วา่ “วดั เกาะ” • ประเพณีลากพระข้ึนเขา สำรงน�้าเขาพระเณร
ตอ่ มาไดส้ รา้ งโรงเรยี นจงึ เอาชอื่ วดั มาตงั้ ชอื่ โรงเรยี นวา่ “โรงเรยี น
เกาะวหิ าร” (ปจั จบุ นั เปลย่ี นชอื่ เปน็ โรงเรยี นวดั อรญั วาสกิ าราม) • ประเพณีลาซัง
จงึ ทา� ใหช้ อ่ื หมบู่ า้ นเปลย่ี นไปดว้ ย จงึ เรยี กหมบู่ า้ นนวี้ า่ “บา้ นเกาะ จดั ขึน้ หลงั เกบ็ เก่ียวข้าว ก็มกี จิ กรรมสรา้ งความสนกุ สนาน
วหิ าร2” 7ต้ัง2แต่นั้นมรวาเมปพ็นลระงั ยชะุมเวชลนาคเกณุ อื ธบร ร๒ม๐จ๐งั หปวี จดั นปถตั ึงตปาัจนจี บุ ัน สามัคคีให้กับคนในชุมชน โดยมีการแห่ลาซัง สวดพนมซังข้าว
และการแขง่ ขนั กีฬานวดขา้ วและกฬี าพน้ื บา้ น
ประเพณีท่ีสำ�คัญของชุมชน
• ประเพณีวันกตัญญูผู้สำูงอายุ
เนื่องดว้ ยบ้านหว้ ยเงาะ เกาะวหิ าร เปน็ หมบู่ า้ นที่มีผสู้ งู อายุ
เป็นจ�านวนมาก แต่ละปีจะมีผู้สูงอายุมาร่วมกิจกรรมไม่ต�่ากว่า
๙๐ คน ทางวดั จงึ มกี ารจดั ประเพณวี นั กตญั ญผู สู้ งู อายขุ น้ึ ในเดอื น

การาม) • ประเพณีวันกตัญญูผู้สำูงอายุ ความเข้มแข็งของชุมชน
านเกาะ เน่ืองดว้ ยบ้านห้วยเงาะ เกาะวิหาร เปน็ หมบู่ า้ นที่มีผู้สูงอายุ
จจบุ ัน เป็นจ�านวนมาก แต่ละปีจะมีผู้สูงอายุมาร่วมกิจกรรมไม่ต�่ากว่า ส ถ า บั น ก า ร เ งิ น ดี
๙๐ คน ทางวดั จงึ มกี ารจดั ประเพณวี นั กตญั ญผู สู้ งู อายขุ นึ้ ในเดอื น เข้มแข็ง มีเงินหมุนเวียน
๕ ของทกุ ป ี เพอ่ื ใหล้ กู หลาน ญาตมิ ติ ร ไดข้ อขมาตอ่ ผสู้ งู อายุ เปน็ จา� นวนมาก มกี ารบรหิ าร
จัดการท่ีดี

• ค่ายมวย ศ เดชปรีชา

กสนาน ประเพณีสำวดทุ่งนา ผลิตภัณฑ์ของชุมชน
ซังข้าว เป็นความเชื่อของคนในชุมชน เพ่ือความเป็นสิริมงคลแก่

แผหทู้ ลา� น่งาทขา้่อวเงพอเื่ ทไม่ียใ่ หวแ้ในมลชงุม สชตั วน ์ ตา่ งๆ มากดั กนิ ขา้ วของชาวบา้ น ๑. ผลิตภัณฑ์จากผ้าบาติก งานฝีมือ
ดงั้ เดมิ การจกั สาน มาผสมผสานกับ
• จุดเช็คอินของชุมชน ผา้ บาตกิ ทม่ี ลี วดลาย สมยั ใหม ่ จนกลายเปน็ ผลติ ภณั ฑท์ มี่ คี วาม
สวยงาม และเป็นทช่ี ่ืนชอบของประชาชนท่วั ไป
๑๒๓๔ ผผู้ ลิต นางผ่อง แซ่ล้มิ โทร. ๐๙ ๒๗๙๔ ๗๖๕๒
๒. เคร่อื งแกง ๓ พลัง เปน็ การรวมตวั
จุดท่ี ๑ ขึ้นเขาสักการะ พระพุทธรปู ปูนปน้ั ปางมารวิชัย ของคนในชุมชน เพือ่ ใช้เวลาวา่ งให้เกิด
ท่เี ขาพระเณร ประโยชน ์ และสรา้ งรายได้ใหก้ บั ครวั เรอื น
ผ้ผู ลิต น.ส.ลาวัลย์ แกว้ มณี
จุดแทห่ี ๒ลบ่งลรทารนย่อหากินงาดเศทา นสี่ยดู วเอปใาน็นกจาชศุดุมใชนมชยวานิวมทเี่นชา้ัก ทบ่รอเิงวเณที่ยรอวไบดๆ้ม มาสปี ัมา่ เผขัสา โทร. ๐๘ ๔๕๗๗ ๘๘๔๘
๓. เสื้อมดั ย้อม สกรีน
• จุดสวเชย็คงาอมินของชุมชน ผู้ผลิต นายพิเภก นุ้ยประสาท
จุดที่ ๓ อา่ งเกบ็ นา�้ หว้ ยวงั ไทร เปน็ สถานทพี่ กั ผอ่ น ชมธรรมชาติ
และสูดอากาศอันบรสิ ทุ ธ์ิ มนี �้าใชต้ ลอดท้ังปี โทรผ. ๐ล๘ิต ๐ภ๑ัณ๔๕ฑ ๕์ข๘อ๕ง๒ชุมชน
จดุ ที่ ๔ นา�้ ตกอรญั วารนิ หรอื ชาวบ้านเรียกว่า น้า� ตกอาศัย เป็น อา๑ห. าผรลขิตอภัณงฑช์จุมากชผน้าบาติก งานฝีมือ
สายธารนา้� จากเทอื กเขาสนั กาลาครี ี มคี วามอดุ มสมบรู ณ์
คว แัตกือถงผสผด ขุดวาัง้้ผู้อขเ้ีบเยิบลาหด้างาหติทลิมตวาา ี่กม็ม ยกิร ีอกนท �ทคาแยาาข่ีสนม่ี ลรงู่ใน้ึใมลีจผนะนชเุวักนอ่ชปชอื่ดสุงมไมุน็สลาพชชา�ทแนานหรนยซ่ีช ร ล่ื่นมเสบัแลแมิ้ชามทลอืลผอ ยัะ นี่กสบะโมใี่มทขหีปอผรมร.งส ่ ะจป๐าโนนยร๙ะกชก ชลนับ๒าา์ตช๗ย่อนเ๙รปท๔่าน็ว่ั ง ไผก๗ปลา๖ตยิ ๕ ภ๒มณั าฑแท์ปมี่รรคี ูปวาม
ความเข๑้มแข็งของชุม๒ชน ๓ ๔ เปน็ ๒อ.าเหคารร่อื เพงแือ่ กกงาร๓บรพิโลภงัค แเปลน็ะตกอ้ านรรวบั มนตกั วั ทอ่ งเที่ยว

ส ถ า บั น ก า ร เ งิ น ดี ของคนในชมุ ชน เพื่อใช้เวลาวา่ งให้เกดิ
เข้มจดุแขท็ง่ี ๑ มขีเ้นึงิเนขหาสมกัุนกเาวรียะน พระพุทธรปู ปูนปนั้ ปางมารวชิ ัย
เปน็ จา� นวนมทากี่เข มาพกี ราระเบณรหิร าร แหปลระ่งโยเรชนีย ์ แนลระสู้ขราอ้ งรงายชไุมด้ใชหก้นบั ครวั เรอื น
จดั กจุดารทที่ ีด่ ๒ี ลานหินดาน เป็นจุดชมวิวท่ีนักท่องเท่ียวได้มาสัมผัส
บสห วัด�าาา้ หยนอผ๓ผโโททารรรผูู้้แผ.กับิมรรัญหลเลเ..ทรส ฉติลวิต้ัว๐๐าื้องพ่ าใ แน๘๘เมสหารกน.ะิดัก ยี้สไ้อถ๔๐าดยาน.ายน่ิลร๑๕อ้้เรกราแพา๔สู้ม๗าียมวลิมเร๕นลั๗ ภะสปนุ สยรม กก๕วไนู้ม์๘พีสรดแ๘านุนี๘มรเกนน๕มไ ๔ุนตวุ้า้พยอื่๒ชมไง้ั๘รปยพนอณใรอกยรดิ ีะีกททู่ล สแด้ี่่ี ลาว้ ทะยยงั มีน�้ามนั นวดสมนุ ไพร ไว้
บรรยากาศ สดู อากาศในยามเชา้ บรเิ วณรอบๆ มปี า่ เขา
• ค่ายมวสยวยศงาเมดชปรีชา กา อรเาดหอินาาหรทาขารทงอขี่ งนึ้ ชชอื่ ุมสชา� หนรบั ทน่ี ี่

จุดที่ ๓ อา่ งเกบ็ นา�้ หว้ ยวงั ไทร เปน็ สถานทพี่ กั ผอ่ น ชมธรรมชาติ คืจอา กขต้าัววเมยือ�างสปมัตุนตไาพนรีใช้เแสล้นะทางหมายเลข ๔๒ ผ่านส่ีแยก
และสูดอากาศอนั บรสิ ทุ ธิ์ มนี �้าใชต้ ลอดทั้งปี ดอแนกยงาขงเ้ี ตหรลงก็ ไ ปคถนึใงนสชามุ ชแนย กเลนอื ากเกตุ ขับตรงไปทางเส้น ๔๐๙
จดุ ท่ี ๔ นา้� ตกอรญั วารนิ หรือชาวบา้ นเรียกว่า น�้าตกอาศัย เปน็ เพอื่ วไัตปถยุดงั ิบแทหี่มล่งีอทยอู่ในงเชทุมย่ี ชวนข อแงลชุมะมชีปนระโยชน์ต่อร่างกาย มาแปรรูป
สายธารนา้� จากเทอื กเขาสนั กาลาครี ี มคี วามอดุ มสมบรู ณ์ ติดเตปอ่ ็นสออาบหถารามเพ:ือ่ นกาายรบสรมโิ หภมคาแยล ศะตกุ ้อรนวัตรบั ิ น(กกั �าทนอ่ นั งตเทา� บย่ี ลว ท ุง่ พ ล า )

ความเข้มแข็งของชุมชน โทรแ.ห ๐ล๘่ง ๗เร๒ีย๙น๒ ร๒ู้ข๓อ๒ง๓ชุมชน

ส ถ า บั น ก า ร เ งิ น ดี แหลง่ เรยี นรสู้ มนุ ไพร ตงั้ อยทู่ ่ี 273
เข้มแข็ง มีเงินหมุนเวียน วัดอรวัญมวพาสลิกังาชรุมาชมน คมณุีสมธุนรไรพมรจทังี่ หวดั ปัตตานี
หายากเฉพาะถน่ิ และสมนุ ไพรใกล้

แหล่งเรียนรู้ชุมชน ผล

วดั ประเวศนภ์ ูผา (วัดบ้านตรัง) ศนู

เป็นวดั เก่าแกอ่ ายุราว ๓๐๐ ปี เปน็ โบราณสถานมากด้วย
คณุ คา่ ทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละความศรทั ธาของคนบา้ นตรงั ภายใน เรอื่
วดั มสี ถาปตั ยกรรมทเี่ ปน็ เอกลกั ษณแ์ บบทอ้ งถน่ิ งานชา่ งดงั้ เดมิ มรด
ของภาคใต้ เปน็
รกั ษ

บา้ นตรงั ชอ่ื นเี้ กดิ ขนึ้ ตงั้ แตเ่ มอ่ื ตน้ สมยั รตั นโกสนิ ทรส์ มยั กอ่ น พพิ ิธภณั ฑใ์ นวัด กล
เมอื่ ถงึ ฤดเู กบ็ เกยี่ วไดน้ า� ซงั ขา้ วมากองไวบ้ รเิ วณกลางบา้ นและใน
เขตนจ้ี ะเรยี กวา่ หมบู่ า้ นซงั ซง่ึ ตอ่ มาคา� วา่ ซงั ไดเ้ พย้ี นมาเปน็ คา� วา่ อาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารไว้ส�าหรับจัดแสดงเร่ืองราว ทก่ีบ
ตรงั จนถงึ ปจั จบุ นั บา้ นตรงั เปน็ แหลง่ ชมุ ชนโบราณ มภี มู ปิ ญั ญา เกยี่ วกบั วถิ ชี วี ติ ของคนในชมุ ชน สถานทจ่ี ดั แสดงเครอ่ื งมอื เครอื่ ง
ทอ้ งถิน่ มากมาย อกี ทงั้ ยังเป็นหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง คนใน ใชค้ รวั เรอื นสมัยเก่า มะพ
ชุมชนยดึ หลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง โดยพื้นท่ีสว่ นใหญ่จะเป็นพื้นที่ ช�าน
ทา� การเกษตรแบบผสมผสาน มีการทา� นา ทา� สวน เลี้ยงสัตว์ใน พพิ ไมธิ ้แภกัณะสลฑักพ์ใุทนธวปัดระวัต ิ เป็นการสลักเรื่องราวเก่ียวกับพุทธ ประ
พ้นื ทีเดียวกนั เปน็
ประวัตอิขาคองาพรพระิพพิธทุ ภธัณเจฑ้า ์ ตเัง้ปแ็นตอป่ ารคะาสรตู ไ ิวต้สร�าสั หรรู้ ับแลจะัดปแรสินดิพงพเรา่ือนง ๑รา๔ว
บา้ นผตลริตงั โ ชดอ่ืยนเ้ี กดิ ขนึ้ ตงั้ แตเ่ มอ่ื ตน้ สมยั รตั นโกสนิ ทรส์ มยั กอ่ น ตเกอย่ีนว กโดบั ยวถิแชีกวีะติลขงบองนคไนมใ้ตนะชเคมุ ียชนท สี่มถีอานายทุ จ่ี ๑ดั ๐แส๐ด งกเวค่ารปอ่ื ี งมซอ่ึงื ตเค้ังรออื่ ยงู่ สืบ
เมอื่ ถงึ ฤดส�าเู กนบ็กั เงกานย่ี วฒัไดนน้ ธา� รซรงัมขจา้ ังวหมวาัดกปอัตงตไวานบ้ ี ร: เิ ๐วณ ๗ก๓ล๓าง๒บ า้๓น๑แ๙ล๗ะใน ภใาชย้คใรนวั บเรรือิเวนณสวมดั ยั ปเกรา่ะเวศนภ์ ผู า
เขตนจ้ี ะเโรคยี รกงวกา่ า รหสมืบบู่ สา้ านนซ งัร กั ซษง่ึ าต อ่ตมอ่ ายคอา�ดวศา่ า ซสงัต รไดพ์ เ้รพะรยี้ านชมา าเปน็ คา� วา่ ป ร
ทตรอ้ งัง ถจิน่นมถจสางึงั่กู กปหามจัรวทัดจายอ่ปบุ งตันั อเต ทกีบาย่ี ทนา้ วนี ง้ัเปชตยิงรงัรวะเงั จัฒปเ�าปน็ นปน็ หธ ี แ๒รมหร๕ูบ่ มล๖า้ อง่น๓ยชเ่ามุศงชรยษนัง่ ยโฐบืนกร ิจ“าพบณอว รเมพ Oภี ยี มnู ง ปิ Tคoญั uนญrใ”น า ผลติ ภัณฑช์ มุ ชน
ชุมชนยดึ หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยพื้นท่สี ว่ นใหญ่จะเป็นพ้นื ที่ ชค บมชเทปุมน้าป�นาี่ะรบช
ศูนยศ์ ลิ ปาชีพกลมุ่ ทอผ้าบา้ นตรัง
แพท�านื้หกทลาีเรดง่เียกเวษรกตียนั ร แนบรบู้ชผมุสมชผนสาน มกี ารท�านา ทา� สวน เลี้ยงสัตว์ใน ส
ผไา้มท้แอกละาสยลจักวพนตุทาธนป ี หระตั วถัตศ ิ ลิ เปบ์็นนกผารนื สผลา้ ไักหเรมื่อปงรระาดวษิ เกฐี่ย ์ บวอกกับเพลาุ่ทธ
วัดประเวศน์ภผู า (วดั บ้านตรัง) เปรอื่ รงะรวาตั วขิ ออนั งเพปรน็ ะเพอกทุ ลธกัเจษ้าณ ตข์ ั้งอแงตช่ปมุ รชะนสบูตา้ ิ นตตรัสรงัร ู้จแาลกะอปดรตี ินสพิ ปู่ พจั าจนบุ นั๑๔ ป
มตรอดนก แโหดง่ ยภแูมกปิ ะัญลงญบาน ไดม้ว้ตยะกเาครียสนืบทสี่มานีอตายา� นุ า๑น๐เ๐ส้น กสาวย่าป จี นซกึ่งลตา้ังยอยู่
เปน็ วดั เกา่ แก่อายุราว ๓๐๐ ป ี เปน็ โบราณสถานมากด้วย เปภน็ายอใตั นลบกั รษเิ วณณข์ วอัดงจปงัรหะวเวดั ศปนตั ์ภตผูานา ี ทก่ี ลมุ่ สตรชี มุ ชนบา้ นตรงั ยงั คง
คณุ คา่ ทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละความศรทั ธาของคนบา้ นตรงั ภายใน รักษาอนุรักษล์ วดลายต่างๆ มาใชแ้ ละศึกษาตอ่ ยอดลวดลายให้ คน
วดั มสี ถาปตั ยกรรมทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณแ์ บบทอ้ งถน่ิ งานชา่ งดงั้ เดมิ ชุม
ของภาคใต้ ผลติ ภัณฑท ช์ ันอมุ สยมตู่ชัยลนปอดระเวยลุกาต ์ ให้เป็นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ บ้า

แหลง่ เรียนรู้ชุมชน ศนู ยศ์ ลิ ปาชีพกล่มุ ทอผ้าบ้านตรัง

วดั ประเวศนภ์ ผู า (วดั บ้านตรัง) ผา้ ทอลายจวนตาน ี หตั ถศลิ ปบ์ นผนื ผา้ ไหมประดษิ ฐ ์ บอกเลา่
เรอื่ งราวอนั เปน็ เอกลกั ษณข์ องชมุ ชนบา้ นตรงั จากอดตี สปู่ จั จบุ นั
เปน็ วดั เก่าแก่อายุราว ๓๐๐ ปี เป็นโบราณสถานมากดว้ ย มรดกแห่งภมู ิปัญญา ด้วยการสบื สานต�านานเสน้ สาย จนกลาย
ควดัณุ 2มค7สี า่ 4ถทาาปงปตั รยะรกววรตั รมศิ มพาทสลเี่ตปังรชน็ แ์ ุมเลอชะกนคลควกัาณุ มษศธณรรแ์ ทัรบธมบาจขทงั ออ้ หงงวคถัดนน่ิ ปบ งตัา้ านตนตาชรนา่ งั ีง ดภงั้ายเดใมิน เปน็ อตั ลกั ษณข์ องจงั หวดั ปตั ตาน ี ทกี่ ลมุ่ สตรชี มุ ชนบา้ นตรงั ยงั คง
ของภาคใต้ รกั ษาอนุรักษล์ วดลายตา่ งๆ มาใชแ้ ละศึกษาตอ่ ยอดลวดลายให้

ทันสมัยประยุกต์ให้เป็นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

กล่มุ จักสาน เรื่องของวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น “การแสดงมโนราห”์ ซึง่
เป็นศาสตร์แห่งการร่ายร�าและการร้องท่ีถูกผนวกเข้ากับความ
งราว เชื่อในไสยศาตร์ เช่น การเสกแป้งผัดหน้า การเสกเคร่ืองทรง
ครอ่ื ง และเครอ่ื งประดบั ตา่ งๆ ฯลฯ ยังคงมีการสบื ทอดอย่างตอ่ เน่อื ง
บพุทธ กบั พ่ีน้องชาวไทยพทุ ธในละแวกชมุ ชนวัดบ้านตรงั
น ๑๔
ต้ังอยู่ กลองยาวบ้านตรงั
อกเลา่
จจบุ นั บ้านตรังยังมีหัตถกรรมประดิษฐ์ กาหลอ
กลาย ที่บอกเล่าเร่ืองราวของชุมชนผ่านก้าน
ยงั คง มะพรา้ ว ทีละกา้ น ผูกมดั จกั สานด้วยความ
ายให้ ช�านาญ จัดรูปแบบให้เป็นภาชนะรูปทรงต่างๆ หลากหลาย
หม่ๆ ประโยชน์ใช้สอย ภูมิปัญญาแห่งวิถีชีวิตของปราชญ์ประจ�าถิ่น
เปน็ ของฝากของทีร่ ะลึกแก่ นกั ทอ่ งเทยี่ วทไี่ ด้ไปสัมผสั

สบื สานประเพณีวฒั นธรรมชุมชน

ประเพณลี ากพระลงนา

เป็นประเพณีชักพระแบบโบราณที่สืบสานมาเป็นร้อยปีของ
คนในชุมชน สะท้อนถึงความศรัทธา ความสามัคคีของคนใน
ชุมชน ประเพณีลากพระลงนาปัจจุบันหาชมได้ยาก ชาวชุมชน
บ้านตรงั ยงั คงสบื สานประเพณีนจ้ี นถึงปัจจบุ นั

มโนราห์ อาหารพน้ื ถิ่นบ้านตรัง

เร่อื งของวัฒนธรรมทอ้ งถิน่ เช่น “การแสดงมโนราห์” ซึ่ง ของกนิ ทบี่ า้ นตรัง ทีข่ น้ึ ชอื่ คอื
เป็นศาสตร์แห่งการร่ายร�าและการร้องท่ีถูกผนวกเข้ากับความ “แกงสมรมกับต้มเดอื นสิบ” กินคู่
เช่ือในไสยศาตร์ เช่น การเสกแป้งผัดหน้า การเสกเคร่ืองทรง กนั อรอ่ ยสดุ ๆ ถอื เปน็ อาหารประจา� ถนิ่ ของคนปกั ษ์ใตแ้ กงสมรม
และเครอื่ งประดบั ตา่ งๆ ฯลฯ ยังคงมีการสบื ทอดอยา่ งตอ่ เน่ือง ทา� จากเคร่ืองแกงเค่ยี วกบั กะท ิ ใสผ่ กั รมิ รั้ว ย่วั ใหห้ วิ ไม่ใช่น้อย
กับพน่ี อ้ งชาวไทยพุทธในละแวกชุมชนวดั บ้านตรงั เคย่ี วจนเครอ่ื งแกงหอม เสริ ฟ์ พรอ้ มขา้ วตม้ สามเหลยี่ ม เนอื้ แนน่
มันหรือ “แกงค่ัวลูกโหนด” กับข้าวสวยหอมใบเตยร้อนๆ กิน
กลองยาวบ้านตรัง คู่กับ “ปลาทอดขมิ้นกรอบ น้�าพริกผักสด” ไม่ผิดหวังอย่าง
แน่นอน
มโนราห์
จึงขอเชญิ ชวน หากใครสนใจเชญิ มาท่องเท่ียวได้ ชาวบา้ น
กาหลอ เตรียมพรอ้ มต้อนรบั กันตลอดเวลา ทน่ี ชี่ มุ ชนบ้านตรงั ชายแดน
ใต้ทีใ่ ครๆ ยงั ต้องค้นหา
เรอ่ื งของวฒั นธรรมท้องถ่นิ เช่น “การแสดงมโนราห”์ ซึง่
เป็นศาสตร์แห่งการร่ายร�าและการร้องท่ีถูกผนวกเข้ากับความ การเดินทาง
เชื่อในไสยศาตร์ เช่น การเสกแป้งผัดหน้า การเสกเคร่ืองทรง
จากตวั จงั หวดั ปตั ตานี ใชเ้ สน้ ทางหมายเลข ๔๑๐ (ปตั ตาน-ี
ยะลา) ถึงสีแยกอ�าเภอยะรัง เลี้ยวซ้ายไปทางเส้นทาง ๔๐๖๑

ระอยะาทหางาปรรพะมาน้ื ณถ ๒นิ่ ๙ บกิโ้าลนเมตตรรัง

ตน“ ิดาแยตกวอ่ นังสขสนออมะบงรกถมไานิชกมยทับขแบ่ี อ้ตกา้ ม้ม้วนูล เต ดเ พรโอื งัมิ่ทน เรทสตศขี่ิมิบพั ้ึน”ท ช์ กอื่ ๐นิค๘คอื ู่ ๗๘๘๙ ๗๑๙๔
กนั อรอ่ ยสดุ ๆ ถอื เปน็ อาหารประจา� ถนิ่ ของคนปกั ษ์ใตแ้ กงสมรม

เทค�ายี่ จวาจรกนวเคเมครพรอื่ อ่ืลงงแงั แกชกงุมงเชคหน่ยีอควมกุณ เบั สธกริระฟ์ รทพมิ ร จใอ้ ังสมหผ่ ขวักา้ ัดรวมิปตรมตั้ ว้ั สต า ายมนวั่เี หใหล้หย่ี ิวม2ไ ม7เน่ใ5อื้ชน่แน้อน่ย

มันหรือ “แกงคั่วลูกโหนด” กับข้าวสวยหอมใบเตยร้อนๆ กิน

ศรทั ธาเข้ามาเยย่ี มชมกราบไหวอ้ ยา่ งตอ่ เน่อื ง สุสานจ
จารึกอ
แหล่งท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์ ตั้งข้ึนเ
๒๑๓๕
มัสยิดกรือเซะ เมืองป
มัสยิดกรือเซะ เป็นมัสยิดเก่าแก่ อายุกว่า ๓๐๐ ป ี มาถงึ บ
ไมส่ ะด
สนั นษิ ฐานไดว้ า่ เปน็ ศาสนสถาน ทสี่ รา้ งขนึ้ ในพทุ ธศตวรรษท ่ี ๒๒ ในเมือ
ร่วมสมัยอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศข้ึนทะเบียนเป็น คูเมือ
โบราณสถาน เม่ือ พ.ศ. ๒๔๗๘ ลกั ษณะการกอ่ สร้างเปน็ แบบ
เสากลม รูปลักษณะแบบเสาโกธิกของยโุ รป ชอ่ งประตูหน้าตา่ ง เมืองโ
มีทั้งแบบโค้ง แหลมและโค้งมน มัสยิดกรือเซะ มีชื่อเรียก ปัตตา
อีกอย่างหน่ึงว่า มัสยิดปิตูกรือบัน ช่ือนี้เรียกตามรูปทรงของ ลงั กาส
ประตูมัสยิด ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบกอธิคของ ชาวบ้า
ชาวยุโรป และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง ที่ต้ังพ

พระรำ
กษัตร

ชมุ ชนตันหยงลุโละ เปน็ ชุมชนท่มี ีประวตั ิศาสตร์สืบทอดมา สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว แหล่ง
ยาวนาน ชมุ ชนเคยเปน็ ทต่ี ง้ั เมอื งทม่ี คี วามเจรญิ รงุ่ เรอื ง เปน็ เมอื ง สุสำนเจ้ำแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เดิม
ทา่ คา้ ขายกบั อารยประเทศ สมยั กอ่ นเคยเปน็ เมอื งศนู ยก์ ลางของ การท
อาณาจกั รปาตานีและของเอเซียอาคเนย์ ที่คนท่วั ไปได้มาติดตอ่ อยู่ท่ีริมทะเลบ้านตันหยงลูโละบริเวณ
คา้ ขาย รวมทง้ั เปน็ อารยธรรมอสิ ลาม เปน็ ทรี่ จู้ กั กนั ทว่ั ไปในสมยั สุสานจีน ซึ่งเคยมีหินเหนือหลุมฝังศพ กันมาน
นน้ั ซงึ่ ได้มรี ่องรอยประวตั ศิ าสตรป์ รากฏอย ู่ เช่น คลองปาเปร ี จารึกอักษรจีนต้ังอยู่ มีข้อความระบุว่า ท่ีเป็น
บอ่ ฮังตวู ะห ์ มัสยิดเก่ากรือเซะสสุ านเจ้าแมล่ ม้ิ กอเหนี่ยว ซ่ึงเปน็ ตั้งข้ึนเม่ือรัชสมัยว่านลี่ (ตรงกับ พ.ศ. ในการท
ทเี่ ลอื่ มใสศรทั ธาของชาวไทยเชอ้ื สายจนี ทปี่ จั จบุ นั ยงั มผี เู้ ลอื่ มใส ๒๑๓๕ สมยั ราชวงศเ์ หมง็ ของจนี และสมัยราชนิ ีฮเี ยา เป็นเจ้า
ศรัทธาเข้ามาเย่ยี มชมกราบไหวอ้ ย่างต่อเนอ่ื ง เมืองปัตตานี) แต่เน่ืองจากบริเวณดังกล่าวถูกน้�าทะเล เซาะพัง แหล
ชุมชนตันหยงลโุ ละ เปน็ ชมุ ชนที่มปี ระวัติศาสตรส์ ืบทอดมา มไมาส่สถุสะงึ ดบานวรกเิ เวจ ณร้าาสแวสุปมา ี ่ลพนิ้ ม.ปศกร. ะ๒อก๔เอห๖บน๒ก่ียบั พกวราะรจเดีนนิคทณาางนไปุรกัยษงั ส ์ รถว่ ามนกทับดี่ ชงั ากวลจา่ นีว
ในเมอื งปสตั ุสตำาน ีเจ้ำงึ แร่วมม่ลก้ิมันกทอา� เพหธินียี่ยา้ วย สเดุสาิมนมายังบ้านกรอื เซะ การ
แหทยาา่ลวคน่งา้ ขาทนาย่อ ชกงมุ บั เชทอนาเี่ยรคยวยปเเปชระน็ ิงเททปตี่ศรง้ั สเะมมวอืยั ัตงกทิศอ่ มี่ นาคี เสควตายมเรปเจ์ น็ รเญิมอืรงุ่งเศรนูอื ยง ก์ เปลน็างเมขออื งง อยู่ท่ีริมทะเลบ้านตันหยงลูโละบริเวณ
คจสูเมาุสรือาึกนงอจปักีนัตษ รซตจึ่งาีนเนคตยี ้ังมอีหยู่ ินมเหีขน้อือคหวลามุมรฝะังบศุวพ่า ปกทูโลันี่เปะมป็
อาณาจักรปาตานแี ละของเอเซียอาคเนย์ ทีค่ นทว่ั ไปไดม้ าตดิ ต่อ ต้ังข้ึนเมื่อรงัชปสัตมตัยำวน่าีทนี่ตลัี่น (หตยรงกลับูโล ะพแ.ศล.ะ ต�าบลใกล้เคียงเป็น ในก า
คา้ ขาย รวมทง้ั เปน็ อารยธรรมอสิ ลาม เปน็ ทรี่ จู้ กั กนั ทว่ั ไปในสมยั เม๒ือ๑งโ๓บ๕ร าณสมรยั่วมราสชมวัยงศก์เับหอมย็งุธขยอางสจรีน้าง ขแ้ึนละบสรมิเวยั ณราชชาินยฮีทีเะยเลา รเิมปอน็ ่าเวจา้ ข้าวเหน
น้นั ซึ่งได้มรี ่องรอยประวตั ิศาสตรป์ รากฏอย ู่ เช่น คลองปาเปร ี ปัเตมตือางนปี ัตเตปา็นนกี)า รแสตืบ่เนตื่อ่องเจมาือกงบกราิเตวณามดหังลกิฆลัย่าว ถเมูกืนอง้�าทโบะเรลา ณเซสามะัยพัง ใสเ่ กลอื
บอ่ ฮงั ตวู ะห ์ มสั ยดิ เกา่ กรอื เซะสสุ านเจา้ แมล่ ม้ิ กอเหนีย่ ว ซึง่ เป็น ลังมกาาถสงึ กุบะรทเิ วก่ี ณ�าลสงัสุ เาสน่อื ปมรโทะกรอมบลกงบไั ปก าปรเจั ดจนิ บุ ทันามงไเี ปพยี งั สร่อถงานรอทยดี่ งั แกลละา่ ว น�าไม้
ทเี่ ลอื่ มใสศรทั ธาของชาวไทยเชอื้ สายจนี ทปี่ จั จบุ นั ยงั มผี เู้ ลอื่ มใส ชาไวมบส่ ้าะนดไวดกเ้ ขร้าามวาปต ี พ้ังถ.ศนิ่ . ฐ๒าน๔โ๖ด๒ย แพทรบะจไมีน่เคหณลาือนสรุภักาษพ์ ขรอ่วมงคกูเบั มชอื างวจีน กะทิ ท
ศรัทธาเข้ามาเยี่ยมชมกราบไหว้อยา่ งตอ่ เนือ่ ง ในเมืองปัตตานี จงึ รว่ มกันท�าพิธียา้ ยสสุ านมายงั บ้านกรือเซะ
ที่ตั้งพระราชวัง
มแัสหยลิด่งกทรือ่อเงซเะที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ คูเมืองปัตตานี

มัสยิดกรือเซะ เป็นมัสยิดเก่าแก่ อายุกว่า ๓๐๐ ปี
สนั นษิ ฐานไดว้ า่ เปน็ ศาสนสถาน ทส่ี รา้ งขนึ้ ในพทุ ธศตวรรษท ่ี ๒๒

โรบ่วรม2าสณ7มส6ัยถอานย ุธเยมราอ่ืว มกพพร.ศลม.งั ศ๒ชิลุม๔ปช๗านก๘คร ณุ ไลดักธ้ปษรรรณะมะกจกาังาศรหขกวึ้น่อดั สทประตั า้ เงตบเาีปยนน็นี แเปบ็บน

เสากลม รปู ลักษณะแบบเสาโกธิกของยุโรป ช่องประตหู นา้ ตา่ ง

ษท ่ี ๒๒ ชาวบ้านได้เขา้ มาตั้งถ่นิ ฐานโดยแทบไม่เหลอื สภาพของคูเมือง กะท ิ ท่สี ุกแลว้ กย็ ังมกี ลิน่ หอม ของใบตองอีกดว้ ย
ยนเป็น
ป็นแบบ ท่ีตั้งพระราชวัง การเลี้ยงนกเขาชวา
หนา้ ตา่ ง พน้ื ทตี่ า� บลตนั หยงลโู ละและตา� บลบาราโหมเปน็ ทต่ี ง้ั ของ ตามบา้ นของชาวไทยมสุ ลมิ สว่ นใหญน่ ยิ มเลยี้ งนกเขาชวา
ชื่อเรียก พระรำชวงั ปัตตำนที ่ีสร้างข้ึนราว พ.ศ.๒๐๐๐ โดยรำยำศรีวังสำ โดยแขวนกรงไวบ้ ริเวณระเบียงบา้ น เพ่อื ความเพลิดเพลนิ
ทรงของ กษตั ริย์แหง่ โกตามหลิฆยั เมอื งหลวงของลังกาสกุ ะในขณะนัน้ ผ้าคลุมผมสตรี
ธิคของ การปกั จกั รลวดลายตา่ งๆ
าง บนผา้ ใชส้ า� หรบั คลมุ ผม โดยเฉพาะ
สตรีท่ีนับถือศาสนาอิสลามน�าผ้า
แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา ชนิดต่างๆ มาใส่สะดึง เพ่ือที่จะ
ปักลวดลายต่างๆ ตามท่ีลูกค้า
เป็นเจา้ การท�นาเกลือ ส่ัง/ต้องการใส่ด้ายตามสีผ้าราคาสินค้าจะ
เซาะพัง กำรท�ำนำเกลือ เป็นอาชีพด้ังเดิมของชุมชนที่สืบทอด เปลี่ยนแปลงตามราคาผ้า และด้ายในท้องตลาด
ดงั กลา่ ว ขนมฆอเดาะ
ชาวจนี กันมานับร้อยปีเนื่องจากชุมชนมีพ้ืนที่ติดกับทะเล และมีพื้นท่ี เป็นขนมท่ีนิยม
อเซะ ท่ีเป็นที่ราบบริเวณกว้างจ�านวนมากจึงมีความเหมาะสม รับประทานในเดือนละ
ในการท�านาเกลือ ศีลอดของพ่ีน้องชาว
ยงเป็น ไทยมุสลิมในจังหวัด
ลริมอ่าว การเดินทางมายังจังหวัดปัตตานีหแในธชชมยแคไร ้ทต่วกปาดลรรก งย•ันาเตั ้มะศเขง•เาจกป ในขหรวต•ดลรห้าสรโาถจล้าะ�ายีธาูโทาขดกเล่โโ วทไาเเาลนรงก ดด ราลมยแกหวเ ิ ลรีล หง๓ะว็ย๑ยงลทรน้ ี้ตยนมุโหปอบื นหรถ๕ร๘ะลไี่สน้ัาว่รงนลคถรปถผาียมมยยะ ุกา.เิกวว๐น�ไาแด(รป่ มวชนาบบแธฟดงวาบัยม๐งนิโ กราตา้ลนรหร่ใา ดสอเสะนทา จกิห์ถว้เบล มจงนยแาขอขาา าเจ้งึขปรุขก�ำาชรกข.กงอดราส า-ีท ยลถาูโต่าน้สเย็ใง ชกปถ๔ศดลกเำาชรอ่ช�้าถงัลเกวางา อินนับัะ๑้เพคามปาปนขกว ร าอว ทจน ้า่ือรีกจลุง ีโาทจไแกง้าหาะกีคเกเาทลา๔า่อคงอปงทจมกรรเกกนิน่ย ) ดืานาือพลางุน ภโก�า้มหกไหจณินเไ พรวน้ัฯเปทราสุอวสนรท๔ทะ ่านธ ยุงยพ้ือลมถใย๑ถพ ไา ิ์๒เาใ�ห่าเมิฯาะทปท ๐งึงนขมาหง น ขท้พปจส( พปกุ ้บใำามหผกอเขีาังอว่หรกววฯัตขรงวัา่าโิงนหนะงนั เร้สเิ้าตลรน ลใมหวสตใวอสม ุกบถ๙เาา�จหณัาดง่รนักวมตู่นโี รตตงัณ๐ญสา ชพใียตถสวันีโหุ๊กอยนา ุมแ ดเน่งวรถปอยวตงลกม๑ใล)พ ยยิาอดับรกใ ไุ๊กะิโอื๕้มวนตมมรใปะลเกีสตจจงนชอจ ขีี ท้เียวเดรุอาาปชลก้ทียม�า�าจบิธกกุางักงว้ วั่มทตัย้ีรดาาตษวีพกแวขยใโงุงกงตาาสนรนนลัมฎาน้้ืาเหนงนนา อรทวรว้ต งททนกลตวแถั้นเ บทพ์ธัวจตี่หั้งดเีลงวั้ ดจาเถ�ขบฯัรแา�งนมกว้นวึง่โาาถบมตียัดบือนชมี ล่มุ วงวยกพนานะุ่มทบั �าิ ชายแดนภาคใต ้ สว่ นผสม
ณสมัย โ ผตโดทิ้าดยรคแ.ต ขล๐่อวุมก๘นสาผกรอป๐รมบงกั๘สไถจวต๗กับ้ารรมร๒ลเิี ขววดณ๖้อล๙รมาะย๙ูลเบตเ๘า่ียพงงๆิ่มบ(้ากเนต�ำ นิมเนัพต่อื �ำคบวลามตเันพหลยดิ งเลพโุ ลลนิะ) ประกอบดว้ ยไข่ น�้าตาล และกลว้ ย
ย และ ไข่เป็นหลัก ลักษณะคล้ายๆ กับขนม
เมอื ง บนผา้ ใชส้ า� หรบั คลมุ ผม โดยเฉพาะ หมอ้ แกงของไทยแตม่ คี วามพเิ ศษทใ่ี สก่ ลว้ ยไขเ่ ปน็ สว่ นผสมดว้ ย
วา สตรีที่นับถือศาสนาอิสลามน�าผ้า นอกจากเทศกาลละศลี อดของพน่ี อ้ งชาวไทยมสุ ลมิ แลว้ ขนมนยี้ งั
ทต่ี งั้ ของ ชนิดต่างๆ มาใส่สะดึง เพ่ือที่จะ ใช้ได้ในงานแตง่ งาน จดั ทา� ขนั หมาก อกี ด้วย
ศรวี งั สำ ปักลวดลายต่างๆ ตามท่ีลูกค้า
ณะนนั้ ส่ัง/ต้องการใส่ด้ายตามสีผ้าราคาสินค้าจะ การเดินทางมายังจังหวัดปัตตานี
เปลย่ี นแปลงตามราคาผ้า และด้ายในทอ้ งตลาด
• โดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปปัตตานีโดยใช้ทางหลวง
หมายเลข ๓๕ (ธนบุรี-ปากท่อ) ระยะทาง ๙๐ กโิ ลเมตร แล้ว
แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๔ จนถึงจังหวัดชุมพร จากนั้นจึง
ใชท้ างหลวงหมายเลข ๔๑ หรอื ๔๒ ผ่านจงั หวดั สรุ าษฎร์ธาน ี
นครศรธี รรมราช สงขลา ปากน้า� เทพา เขา้ สู่ตัวเมืองปตั ตานี

• โดยรถประจ�ำทำง จากกรุงเทพฯ มีรถประจ�าทางทั้งรถ
ธรรมดา และปรบั อากาศออกจากสถานขี นสง่ สายใตท้ กุ วนั ตงั้ แต่
ช่วงเวลา ๑๘.๐๐ น. ใชเ้ วลาเดนิ ทางประมาณ ๑๕ ชวั่ โมง

• โดยรถไฟ จากสถานกี รงุ เทพฯ (หวั ลา� โพง) มขี บวนรถดว่ น
และรถเร็วบรกิ ารถงึ สถานีโคกโพธิ ์ ทุกวนั รายละเอยี ดสอบถาม
ได้ จากหนว่ ยบริการเดนิ ทาง ภายในบรเิ วณสถาน ี กรุงเทพฯ
จากนนั้ เดนิ ทางตอ่ ประมาณ ๑๐ กโิ ลเมตร ไปยงั พนื้ ทต่ี า� บล
ตันหยงลุโละ โดยรถรับจ้าง หรือเหมารถตุ๊กตุ๊กจากในตัวเมือง
ปตั ตานี

ติดต่อรสวอมพบลถังาชมมุ ขช้อนคมณุ ูลเธพรริ่มมเจตงั ิมหวดั ปัตตานี 277

โทร. ๐๘ ๐๘๗๒ ๖๙๙๘ (กำ� นันต�ำบลตันหยงลุโละ)

อรอ่ ยเป็นท่คี นุ้ เคยและเล่ืองชื่อมากมาย ท
เข
แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

• สสุ านพญาอนิ ทริ า
มุสลิมคนแรกของปัตตานี เป็น ได

สถานท่ีฝังพระศพของอดีตกษัตริย์ •
ราชวงศโ์ กตามหฆิ ัย ซึง่ กษตั ริยอ์ งคน์ ้ี
เป็นผู้สร้างเมืองปัตตานีดารุสลาม ผ
(นครแหง่ สนั ต)ิ ขน้ึ ระหวา่ งปี พ.ศ. ๒๐๑๒-๒๐๕๗ เพอื่ ใชเ้ ป็น แ
เมอื งท่าทา� การคา้ ขายกับนานาประเทศ สสุ านแหง่ น้มี แี นแซหรอื ส
หินเหนือหลุมฝังศพท่ีแกะสลักลวดลายงดงามเก่าแก่ที่สุดใน ส
ปตั ตานี

เป็นชุมชนเก่าแก่ที่เก่ียวข้องกับประวัติศาสตร์ปัตตานี เป็น • สุสานราชินีสามพ่นี ้อง •
แหลง่ ทอ่ งเท่ียวเชงิ ประวตั ศิ าสตร์ มีแหลง่ โบราณสถานท่เี กา่ แก่
ในยุคท่ีสมัยที่ปัตตานีเป็นเมืองท่าที่รุ่งเรือง มีชาวต่างชาติ ท้ัง เป็นที่ฝังพระศพของ ด
อาหรบั เปอรเ์ ซยี ยโุ รป เขา้ มาคา้ ขายเปน็ จา� นวนมาก ปรากฏไดจ้ าก เจ้าเมืองปัตตานี ๓ พระองค์ ก
โบราณวตั ถจุ �าพวกเศษเคร่ืองถว้ ยจีน อยุธยา และนานาประเทศ ไดแ้ ก่ รายาฮเี ยา(พ.ศ.๒๑๒๗ ส
-๒๑๒๙) รายาบีรู (พ.ศ. เข
นอกจากน้ียังเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงนิเวศ มีป่าชายเลน ๒๑๕๙-๒๑๖๗) และ รายาองู ู ต
ท่ีอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งดูนกทะเลนานาชนิด อีกทั้งสามารถ (พ.ศ.๒๑๖๗-๒๑๘๙) ทง้ั สาม แ
เลอื กซอื้ ผลติ ภณั ฑท์ างวฒั นธรรมและชมิ อาหารพนื้ บา้ นทม่ี คี วาม เป็นธดิ าของสุลต่านมนั ศูร ชาห์ โดยในสมัยรายาฮเี ยาถือวา่ เป็น ล
อรอ่ ยเป็นทค่ี ุ้นเคยและเลอื่ งช่อื มากมาย ยคุ ทองดา้ นการคา้ กบั ตา่ งประเทศ เนอื่ งจากไดเ้ ปดิ ความสมั พนั ธ์ ส
ทางการคา้ กบั ตา่ งประเทศ อาทิ ประเทศญป่ี นุ่ อนิ เดยี และสเปน เอ
แหล่งเทป็น่อชงุมเทชน่ียเวกเ่าชแิงกป่ที่เรกะ่ียววัตขิศ้องากสับตปรร์ ะวัติศาสตร์ปัตตานี เป็น เข•้าคสา้ ุสขาายนราชนิ สี ามพ่นี ้อง •

• แใสนหยุสลุค่งาททน่อี่สพงมเญัยทท่ียาี่ปวอเัตชินตงิ าปทนรริ ีเะปาว็ตันิศเมาือสงตทร์่าทม่ีรีแุ่งหเลรือ่งโงบรมาีชณาสวตถ่าางนชทาเี่ ตกิ่าแทกั้ง่ แเไหจดลา้แ้ จเ่งกมาเเ่กปอืรรแางีย็นยหปนาทลตั ฮรี่ง่ฝตเีู้โภยาับงนูามรพ(ีาิปพ๓รณ.ัญะศสศพ.ถญ๒รพาะ๑นาขอ๒ทองเ๗่ีคงก์า่ แกแ่ ละโบราณวตั ถทุ ค่ี น้ พบชมุ ชน อ
อาหมรุสบั ลเปิมอครนเ์ ซแยีรกยขโุ รอปงเปขัตา้ มตาาคนา้ ีข าเยปเ็นปน็ จา� นวนมาก ปรากฏไดจ้ าก ข
สโถบารนาทณ่ีฝวัตงพถจุรา�ะพศวพกขเศอษงอเคดรีตือ่ กงถษ้วัตยรจิยนี ์ อยธุ ยา และนานาประเทศ ได-้น๒�า๑เอ๒า๙ลว)ดรลาายยาบบนีรเศู ษ(พก.รศะ.เบื้องโบราณท่ีอยู่กระจัดกระจาย ท
ร(เเหนมปาเทอินลชคือ็นรี่อเวอืรงอ่หผุดงทแกยนู้นศมสหซ่าเือ์โอทรสปง่อ้ื กห้สากม�าน็ผตงกลนัจบทลาเาุมตาติูรม่คีมรก)ิณฝภุน้ืคอหนังขณัเ้า์งฆิ คี้ยศข้ึนปเัยฑยังปาพรัตยเท์แะ็นซทปตลกหาแ่ึง่ีแ็นงะาับวกหวกเนแ่านลษลฒังะหีดา่ือป่ัตงสนนลางดรีลราธ่งชพิยูนักปุสรทือ่ อ์.กรลรศลม่องมทะว.าางคเแะดมกทเ๒์นเลทลมลศ้ี๐ะี่ยานาช๑สยวยามิ ๒เุสงนอชดา-าิางน๒ชงหนแาน๐าิเมหิรดว๕ง่พเศก๗นนื้อ่า้ีมบมีกแเีแา้พทีปกนน้ัง่อื่า่ทแทสชใี่สซมี่ชาาุหด้เมยคี ปรใเาวน็นลือรามนถ ต๒าม๑พ๕น้ื ๙ด-นิ ๒ใน๑ห๖ม๗บู่)า้แนลมะารสารยา้ างอสงู รู รคเ์ ปน็ ลวดลายบนงานหตั ถกรรม
แสผ• เย(ทเลนรพกปข้าคุติาว้า.น็งงลทศภซคคจกธ.อณมุ่ัึ่งิา้ด๒ุดิดาขเงรคฑปาเ๑ดาดคBขือจ์๖็ยนา้ ่า้นอานaก๗ลกงกใกrูาก-บันสลaา๒รหตุลกวรปh๑ลดตา่คารงo๘ราลา่า้ ปะนสนกา๙mยรยืบขมบั )ะุกดอสตันทเBงัทตงาา่ศง้ั กคงนศ์สนaรู ปลนศา�rาอา่ชรมใิลzเวาะานอปaทเหโชทาวดaิ์ุมปมศัฒโยrดรชรกเนะนยนดาเธใบอท่ืรกนรทงาศทรสจรา�ญมาผมาางกโปเ่ีา้ยั ปหปบไนุ่รด็นมาราตเอ้ยแะปกินิวาหจดิ ฮัดตเึงลดคีเว้ิสศ่งยยีวยรสาาาบ้าแถสมรงลล้าือสตสอ็งะวมัรรสกง่า์พมราเเไปปคนมนัาน็น์้ธ์
ปแัตหตาลน่งี ท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์
สแรา้หงลรา่งยเไรดีย้ในหรล้ ู้ภูกหูมลิปาัญนขญองาคนในชุมชน
• 2ส7ุส8านพญรวามอพนิ ลทงั ชิรุมาชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี
มุสลิมคนแรกของปัตตานี เป็น จากแหลง่ โบราณสถานทเ่ี กา่ แกแ่ ละโบราณวตั ถทุ คี่ น้ พบชมุ ชน

สรา้ งรายได้ให้ลูกหลานของคนในชมุ ชน

บาราโหม ชุมชนโบราณยังมีขนมและอาหารโบราณ

ทหี่ ลากหลายซง่ึ ยงั คงใชว้ ธิ ที า� แบบดงั้ เดมิ รสชาดเปน็ เอกลกั ษณ์
ของพนื้ ถน่ิ อาทิ ขนมลอดอ ขนมฆีแน ขนมเวาะดิง ขนมลาดู
ขนมมอบอยอ ขนมอาเก๊าะ โดยใช้ส่วนผสม และรสชาดด้ังเดมิ
ตามต�ารับชาววังส่วนส�ารับอาหารพ้ืนถ่ินซึ่งเป็นอาหารพื้นถ่ินท่ี
คนมสุ ลมิ จะทานเปน็ ประจา� คอื นาสิดาแฆ นาสิบดู าระ นาสิกาบู
บูดูตูมสิ นาสิสือเมาะ ฆาบูซือเปะ

ลอ่ งเรือรอบอา่ ว
ชมวถิ ีชาวประมง...

แหล่งท่องเท่ียวเชิงนิเวศ
ป่าชายเลนท่ีอุดมสมบูรณ์
แหล่งดูนกทะเลนานาชนิด
จึงเกิดการท่องเท่ียวเชิงนิเวศ
ล ่ อ ง เ รื อ ช ม วิ ถี ช า ว ป ร ะ ม ง
• กลุม่ ว่าววาบูลัน (วา่ ววงเดือนเสนห่ ์มลายู) การลอ่ งเรอื จะลอ่ งเรอื ไปชมสสุ านเจา้ แมล่ มิ้ กอเหนยี่ วกลางทะเล
ท่ีล่องเรือชมป่าโกงกางและชมวิถีชีวิตชาวประมงสุดปลายทาง
เปน็ วา่ ววงเดอื น หรอื เรยี กวา่ “วาบแู ลหรอื วาบลู นั ” บลู นั แปลวา่ ท่ีคลองดีแซชมวิถีชีวิตคนริมอ่าวปัตตานีชมสถาปัตยกรรม
พนั ธ์ ดวงจันทร์ เป็นว่าวท่ีมีรูปดวงเดือนเป็นส่วนประกอบอยู่ตรง บ้านเรอื นโบราณของชมุ ชนปาเระ
กลางล�าตัว ส่วนประกอบท่ี
เปน ส�าคัญ คือ ปีก เขา (คล้าย
เขาควาย) และดวงเดอื นซงึ่ อยู่
ตรงกลางระหว่างปีกและเขา
แ ล ะ ต อ น ก ล า ง ข อ ง ล� า ตั ว
ลวดลายท่ีเป็นลักษณะพิเศษ
มชน การเดินทาง
จาย ลสเิ้มอะรกทสล้อักขนษนถณงึมอ์ขโตับอลงรักจาษณงั หณวชศ์ัดาลิชวปาวยวังแัฒดนแนธลภระารสคมใ�ทตรอ้ั้บงพถ่นิ้ืนถกา่ินรออกแบบทเี่ ปน็
รรม โดยรถยนต์ จากกรงุ เทพฯ ไปปตั ตานโี ดยใช้ทางหลวงหมายเลข
• กระตา่ ยขูดมะพรา้ วลวดลายมลายู
๓๕ (ธนบุรี-ปากท่อ) ระยะทาง ๙๐ กิโลเมตร แล้วแยกเข้า
ทางหลวงหมายเลข ๔ จนถึงจังหวัดชุมพร จากน้ันจึงใช้
รรค์ เป็นอีกภูมิปัญญาพื้นบ้านที่หาได้ยาก แต่ท่ีบาราโหมมีการ ทางหลวงหมายเลข ๔๑ หรือ ๔๒ ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี
กไม้ อนรุ ักษ์ไว้ โดย นายอาลี มาหะ ท่ยี ึดอาชีพการแกะสลักกระต่าย นครศรธี รรมราช สงขลา ปากน้�าเทพา เขา้ สู่ตวั เมืองปัตตานี
ร์มา โดยรถประจา� ทาง จากกรุงเทพฯ มรี ถประจา� ทางทง้ั รถธรรมดา
งาน ทขทห่ี ูดี่หลมาบาดกะาไูพหรดลรา้ย้าาโายวกหจซมาง่ึ กย งัไชมคุมง้เนใชช้ือนว้ อธิโ่อทีบนา�รแลาบณวบดยดลังง้ัามเยดีขมมิ นลรมาสยแชูเลปาะด็นอเงปาาน็หนเาอสรกรโ้าลบงกั รสษารณณรค์ ์ และปรบั อากาศออกจากสถานขี นสง่ สายใตท้ กุ วนั ตง้ั แตช่ ว่ งเวลา
๑๘.๐๐ น. ใชเ้ วลาเดนิ ทางประมาณ ๑๕ ช่ัวโมง
ของพนื้ ถนิ่ อาทิ ขนมลอดอ ขนมฆแี น ขนมเวาะดงิ ขนมลาดู โดยรถไฟ จากสถานกี รงุ เทพฯ(หวั ลา� โพง) มขี บวนรถดว่ นและรถ
ขนมมอบอยอ ขนมอาเกา๊ ะ โดยใช้ส่วนผสม และรสชาดดง้ั เดิม เร็วบริการถึงสถานีโคกโพธิ์ ทกุ วนั รายละเอยี ดสอบถามได้ จาก
ตามต�ารับชาววังส่วนส�ารับอาหารพื้นถ่ินซ่ึงเป็นอาหารพ้ืนถ่ินท่ี หนว่ ยบรกิ ารเดนิ ทาง ภายในบริเวณสถานี กรุงเทพฯ
คนมสุ ลิมจะทานเป็นประจ�า คือ นาสดิ าแฆ นาสบิ ดู าระ นาสกิ าบู
บดู ตู ูมสิ นาสิสอื เมาะ ฆาบูซือเปะ จากนนั้ เดนิ ทางมาตามถนนเพชรเกษม ผา่ นทางเมอื งปตั ตานี

ล่องเรือรอบอ่าว ผา่ นส่แี ยกบานา เลยมัสยดิ กรอื เซะ ๑ กโิ ลเมตร จะเจอทางเข้า
ชมุ ชนคณุ ธรรมมัสยิดบาราโหม

ลช้ิมมรสวขิถนีชมาโวบปรารณะมชางว.ว.ั.ง และส�รับพ้ืนถิ่น สอกบาถราเมดเินพิ่มทเาตงมิ : ๐๘ ๑๙๖๙ ๑๒๐๗ (กา� นันต�าบลบาราโหม)

แหล่งท่องเท่ียวเชิงนิเวศ โดยรถยนต์ จากกรงุ เทพฯ ไปปตั ตานีโดยใชท้ างหลวงหมายเลข
ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ๓๕ (ธนบุรี-ปากท่อ) ระยะทาง ๙๐ กิโลเมตร แล้วแยกเข้า
แหล่งดูนกทะเลนานาชนิด ททาางงรหหวลลมววพงงหลหมงัมาชายมุ ยเชลเลนขคขุณ๔๔๑ธรหจรมนรือจถงัึง๔หจวั๒งัดหปวผตััด่าตนชุามจนังพีหรวัดจส2าุรก7านษ9ั้นฎจรึ์งธาในช้ี
จึงเกิดการท่องเท่ียวเชิงนิเวศ นครศรธี รรมราช สงขลา ปากน�า้ เทพา เข้าสู่ตัวเมืองปัตตานี
ล ่ อ ง เ รื อ ช ม วิ ถี ช า ว ป ร ะ ม ง

ทุกวนั ท�าใหช้ าวบ้านทั่วไปเรยี กถนนสายน้วี า่ “หวั ตลำด” คน้
ศาลเจา้ เลง่ จเู กียง •ถ
ศำลเจ้ำเล่งจูเกียง หรือ บร
ศาลเจ้าแม่ล้ิมกอเหน่ียว รอ
เป็นศาลที่ประดิษฐาน กอื
รูปแกะสลัก ของเจ้าแม่ ที่ต
ลิ้มกอเหน่ียว พระหมอ ขอ
และเจา้ แมท่ บั ทิม ตั้งอยู่ เร
ทถี่ นนอาเนาะรู อา� เภอเมอื งปตั ตานี ศาลเจา้ แหง่ นถี้ อื เปน็ ศนู ยร์ วม ยุค
จิตใจของชาวไทยเช้ือสายจีนในจังหวัดปัตตานีและใกล้เคียง
ศาลเจ้าเล่งจูเกียงก่อต้ังข้ึนโดยชาวจีนในเมืองปัตตานีเม่ือปี
พ.ศ. ๒๑๑๗ ได้รับการบูรณะและจัดงานสมโภชโดยหลวงส�าเร็จ
กจิ กรจางวาง (ตนั จงซนิ่ ) เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๔๐๗ หลงั จากนน้ั พระจนี
คณานรุ กั ษ์(ตนั จลู า่ ย) ไดอ้ ญั เชญิ เจา้ แมล่ ม้ิ กอเหนย่ี วจากบา้ นกรอื เซะ
มาประดิษฐานในศาล และตงั้ ชือ่ ศาลใหม่วา่ “ศำลเจำ้ เลง่ จเู กยี ง”
แต่นยิ มเรียก “ศำลเจำ้ แม่ลม้ิ กอเหนี่ยว”

แหลง่ ท่องเที่ยวในชุมชน

คา� วา่ “หวั ตลำด” ตามคา� บอกเลา่ ของคนเกา่ แกซ่ งึ่ อาศยั อยใู่ นถนน • พิพิธภัณฑ์เจำ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจา้ เลง่ จเู กยี งปตั ตานี โดย •บ
สายน้ีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เลา่ ต่อๆ กนั มาวา่ ถนนสายนีเ้ ดมิ มีคน มลู นธิ เิ ทพปูชนียสถาน (เจา้ แมล่ ม้ิ กอเหน่ยี ว) ปัตตานี ได้รวบรวม ทร
ไทยเช้อื สายจนี อาศยั อยูเ่ ปน็ สว่ นใหญ่ ซงึ่ ในอดีตถนนสายนี้เจริญ ไศวแิล้ใหปนะลหภอง่ านพททิ ถอ่ ร่ารงยศเนทวส์ิช่ยี าากนวาอใรนาตรช่ายุมงธๆรชรนมเปจ็นงั หแหวดัลป่งศตั ึกตษานาที (พางพิ ปธิ รภะณัวัตฑิศเ์ จาสา้ แตมร์่ ใน
รงุ่ เรอื งมาก และเปน็ ตวั เมอื งของมณฑลปตั ตานี มรี า้ นคา้ ขายของชา� ลมิ้ กอเหนยี่ ว) โดยเนน้ ถงึ การเดนิ ทางของชาวจนี โบราณทเี่ ขา้ มาอยู่ เป
ซงึ่ จะมเี ครอื่ งอปุ โภคและบรโิ ภควางจา� หนา่ ย รวมทง้ั ยาแผนโบราณ อาศยั ในภมู ภิ าคน้ี คณุ คา่ แหง่ ความเชอื่ ความศรทั ธา มงุ่ หวงั สง่ เสรมิ ด้า
เริม่ ขายตงั้ แตเ่ ช้าและเยน็ นอกจากเปดิ เป็นรา้ นค้าแลว้ ยังมีของที่ ให้มีการเรียนรู้และเข้าใจวิถีชีวิตชุมชนในรูปแบบที่หลากหลาย เป
วางขายริมถนน ซ่งึ มีทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง นอกจากนี้จะมี วัฒนธรรม โดยอยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ติสุข ให้นกั เรียน นักศกึ ษาทกุ •ธ
ทขอ่าเงรแือมขสผ่นน�าล�้นาาิตปดกั โัดตเงลายตน็กาวอนฒัยีแู่รนลิมธะแรยรมังม่นมจ้�าีทงัส่าห�าเวหรดัือรปับปตั ใรหตะาม้คนนงี ขข: น้า๐มาด๗ฝเั่ง๓ลไ๓็กป๒นยัง�า๓เฝรั่ง๑ือต๙มร๗างจขอ้ามด ระดับชั้น ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาศึกษา
เพอ่ื นา� โอคารหงากราทระสเืบลสาดนๆรมกั าษขาายตท่องั้ยตออดนศเาชสา้ ตแรลพ์ ะตระอรนาชเยาน็ เปน็ ประจา� คน้ ควา้ เรียนรู้ •บ
ทกุ วนั สทู่กา� าใรหท้ช่อางวเบท้าย่ี นวทเชัว่ งิไวปฒั เรนยี ธกรถรนมนอยสา่ งยยน่ังีว้ ยา่ ืน““หบัววตรลOำดn”Tour” •บยรขทกเอวรมไลใศ•รอวหุออคืฒัะร่ีตถาม้ิิลพลูือ้ดบใรศดง้สมั้งนปกนนนนจิพคับยัถขำถีกอนะธิ หหธบใวอนชแภิธาเิเารอนลอถทหาปงั้ปนนรภารมภนานศานพพลเัตมสัณยเรมูสทิานย่ีวนปปถอยีหยลัภมิาร่เวโฑชูา่างรกสนลเดร)ตาพยะเะนจร์เน้ศรคสังโยรจชลัน้ารยีำดูสบูน้น้แนอ้วาาแำถมธสยน้ัแชดส์นลิชี้ยนมน์ครใถมเๆนาาะรู่ถ้ีเนน่ลแะนณุากปนเ่ลว่ ทหนลน้แิ้มนขชปามอ็นค้ิม้ังวะนบถกอื่้ราัตากา่(จพใ่ากงตึใยบเเอรแนตนีงนัปจจกื้น่่ายาอเทหปาอ้าอวหน็งานท“ธง่่ีนอแเริถรๆยจภนทหรน่ีๆคมเยีภะีา่ีชนรดี่ยหาี่นี้วเู่อง่ลลิรมเีษวเทอานวิมี่ยรสปมา้ิมิ้มตวจา”ทศียาศวยัน็นนยกมงัเชยาแกชก่าัยตหแม์อุมลศงถลนกอื่ซับแิสหขวเีาลางึชะนคันห่ึงลขุดปัยลอลักตนจขวี้จวนะปวูงเั่งตนีษ่าาใจนยใึ่งาชา่ีย่ศตัตงมนหตถา้ณ่เาาาวึกอปตกเาศร้นวนนลือ)ลษำนะารูอืปจรักาไกกง่เเนปะีกทับาดนีดนปแเจัาบเทีรัต็วธ้สว(โเำทรบเู็นแพียกบกาา่าตะ่าดคุ ศบอมงรนเไ่พิารยีามถ้าปดปูาทา่นนงธิอช“งนุ่ คณ็นเ้นรี่หป้�ภาีกหาาขอนาะสไปักณวทตัลือณัว้าารวดสัญจศัตงมตัเ่ีคาดเัตาา้รฑขีกนสึกกตาบลยาาำวิศา้ เ์งน่่าษศรจหาบนรักมจาเยบีนีนเึิกสสาลเ้ีรษา้โาวป้อท้าีดไอแวอษรตาณณปนนน็ มมิมกุย”ยยรา์ ์ู่่ ทร
คา� วา่ “จหังวัหตวลดั ำปดตั ”ตตานามี ปครา� ะบจอา� กปเี ล๒า่ ๕ข๖อ๓งคนเกา่ แกซ่ ง่ึ อาศยั อยใู่ นถนน ค้นควา้ เรยี นรู้ ใน
ศสาายลนเ้ีมจา้าตเงั้ลแง่ต่สจมูเกยั ียโบงราณ เลา่ ตอ่ ๆ กนั มาว่า ถนนสายนีเ้ ดิมมคี น • ถนนอาเนาะรู ถนนปัตตานีภิรมย์ ซ่ึงขนานกับแม่น้�าปัตตานีไป เป
ศจแรทลเศศรไขวเทซทเปพรูปทลิง่ิ้มตุาำาถี่างอ่ึุก่าม่ิเลลง็อื่ะแลนยจเนกใงรวรขเขเเจกนะเอเืแศนันจอจจือชามาจขะา�งมา้เอา้า้ยำย้อืขสอ้เีหามแทอแเล่นาครตนสเลาลมานเม�างมิลท�้ราหง้ัาานก่ักงใ่ทช่ียปอื่่ลยดแถี่่หงปาจาาวแบัง้ิมตจัรตเนะจูเ้ชรขวลอลกทรทีนเ่กูตนเาะอไชป็พกุูะกียะวมิอออาดทเ้างเอโรบีงปยนาเา�ซลแิเภษยหะยศตจเา้น็งีแลึง่สภหคเนูหฐ่รนัย้งั้ากมตละชดแมอิมแอาที่รยอเวั่ะีทื้ออๆลยมเนือยอแวยเั่วยม้งัตสมะน็มู่่ไ่เูัมงอบอื้ัปงปาอื่นมาานงรยขงน็เขห�้าีทปรโิขอ้ึนจสสาภายี่าตัอกีนยโ่ว�ารคเกงตดจหรนทสใวมถาาือนยรดใงั้านนกณหับปตงจชแเีนจญศใฑอัลรงาปหสา�ะาวนหะลดิ่หลมา้คอจเปวซเยนชเนางีปนัดตัจ่ึงนา้หา่ขขน็ใใา้ตแปย้ีวานนน้าแรลา่ารัตมราอห้านเะแวดนมตฝ“ดตง่ีหมมหเคืนั่งาอีตอล้งทรีไวันา้ถี้งถน็ากป้แตงั้ีแปอืนนนเยนลยลยลเคันอตาปัง�้วาน็ำะา้แกสเฝตดน็เขใรยผจาปั่งา”กศืาอยงันาตนน็ยนูลมมกนโรีปขเยบ้ีขนาเี้เมงอรคจจร์รอข้ีจื่องะรวีายอง้าะจชิญปณมมมทดงา�า� ีีี่ บรรจบถนนเสน้ สน้ั ๆ ชอื่ เปน็ ภาษามลายวู า่ อำเนำะรู อาณาบรเิ วณ ด้า
กพศจิ.ศากล.รจเ๒จา๑งา้ ว๑เาล๗งง่ (ตไจดนั เู ้รกจับงยี กซงาิน่ ร)บเูรมณือ่ ปะแี ลพะ.ศจ.ัดง๒า๔น๐ส๗มโภหชลโงั ดจยากหนลนั้วงพสร�าะเจรนี็จ รอบถนนสองเส้นนี้เป็นพื้นที่ๆ เรียกกันว่าตลาดเก่า “กือดำจีนอ” •เปบ
คศณำลาเนจรุ ้ำกั เลษ่ง์(จตูเนั กจียลู งา่ ยห) ไรดืออ้ ญั เชญิ เจา้ แมล่ ม้ิ กอเหนยี่ วจากบา้ นกรอื เซะ กอื ดำ แปลวา่ ตลำด และจนี อ ทหี่ มายถงึ จนี เกอื บสดุ ถนนสายนเี้ ปน็ ไล•ม�า
มศาปลรเจะด้าแษิ มฐ่ลา้ิมนใกนอศเหาลน่ียแวละตัง้ ชือ่ ศาลใหม่ว่า “ศำลเจำ้ เลง่ จเู กยี ง” ท่ีต้ังของศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหน่ียว ย่านน้ีจึงถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์

แเ2ปต8่น็ ยิ0ศมาเลรทยี ก่ีปรรว“ะศมดำพิลษลเฐจงั าำ้ ชแนุมชล่ น้มิ คกุณอเธหรนร่ยี มวจ”งั หวัดปัตตานี

รูปแกะสลัก ของเจ้าแม่
ล้ิมกอเหน่ียว พระหมอ

นี โดย • บา้ นกงสี เปน็ บา้ นเกา่ ของตน้ ตระกลู คณานรุ กั ษ์ หนง่ึ ในอาคารเกา่ • บ้านนางตันซ่วนกี ลูกสาวหลวงสุนทรสิทธิโลหะ (ตันจำูเบ้ง)
วบรวม ทรงคณุ คา่ ในยา่ นนี้ คอื บา้ นของ หลวงสำ� เรจ็ กจิ กรจำงวำง รบั ราชการ หลวงสนุ ทรสทิ ธโิ ลหะ(ตนั จเู บง้ ) เปน็ ลกู ชายคนโตของ หลวงสา� เรจ็
ศาสตร์ ในสมยั รชั กาลท่ี ๓ บา้ นกงสี บา้ นทรงจนี ลกั ษณะเรยี บงา่ ย กลางบา้ น กิจกรจางวาง (ตันปุ่ย) ต้นตระกูลคณานุรักษ์ เป็นผู้ที่รับหน้าท่ี
เจา้ แม่ เปน็ หอ้ งโถงขนาดใหญ่ ดา้ นในตง้ั โตะ๊ หมบู่ ชู าเทพเจา้ และบรรพบรุ ษุ ดูแลชาวจีนเมืองปัตตานี และเก็บภาษีฝิ่นเมืองปัตตานี นับว่า
ามาอยู่ ด้านซ้ายและขวาของโถงประกบด้วยห้องสองห้อง ห้องด้านซ้าย เป็นผู้มีอิทธิพลมากในยุคน้ัน ท่านได้ช่ือว่าเป็นดาโต๊เหมืองแร่
สงเสรมิ เปน็ ท่ีพกั อาศัย หรือ Datoh of Mine ทา่ นได้สร้างบ้านใหล้ ูกๆ ของท่านเป็นแถว
กหลาย • ธรรมศาลา รมิ ถนนอาเนาะรู โดยบา้ นของทา่ นเองอยู่ในสวนดา้ นหลัง
กษาทกุ •ขแล้าเเ“ส“ทเเสโกกวจหหสเเ“ทเะเเร��าาว่ักจหกกแขเา้้ีี้ยย็็�งานนวั่คคไก้ากแ้ียยยี้ี้็านคปไววเััญญววแย้ีวมตปงววัญวว่่จจาามวหไไำำใท่ใวี้่จยาา่เเ��แมมไำท่ในนมา่ปปเีศ่�ลลมศนมลจจ้้ปโโศี่ลศกู็็านนาจ้ะออโออำำ�� ็านลารลออนำ�ลคคกกลลงงอลเาคเกา้�อองววจาาจเเเผผบอชวจาจนงงสสาา้ผา้ ใางสา””า้มาม้จแลลตตาน”มจแลตมัดะเเตต่่าาิิตตชมัดปปรเต่างงิเตล่้้ออป่วูชภภงเล่นน็็ๆๆ้อมิ้ชภงงงน็ๆเา่ััมณณ้ิเเงเปกา่บกกกัณเชกบกขขกอ็นชูายาย้ีี้ฑฑาขอออูชายี้รรเฑาววรอห์์ชชชรเางงวขขหห้าห์ชงหขว่นศศหุุมมออนาาหนศุงมอรยาาี่ามมชชงงอเรยา่ีลลือมชงวยนนพพนนลือาวเเเนพน็นหััเกปกจจรรเเจจพัเปกจำำรจจะะ้้าาาทท็นพีีนนำะอื่จจ้าเเท็น�ารีนข่่อ่ืลอลอจหหเหาา��นทข่ลอหอา�นลล่่งงงงััววนา�อ่ีเล่งงัวงจจเเอาอ�ไปตตา่งททจเอปไููเเตงงยทิทดกกลลปูเี่่ีงยยรขขเกลต่ียปีี่ีรยยจขเะาาววนนปียม่ิะาล�ดวดงงนนา็แแาาลดงน็หซแึกทาดดลลึกทดหหล�านปี่เเะะหลลปี่เรระ่ผผการลรกก็็ืผืออยระููร้้เเก็ือทะทรรดูขข้เขะทรดขูู้้จจเษทที่ิี่้้าา้าพู้จษทิี่้ัักการรวาาฐัการา่่กกงงฐววมาะ่กงวชชามมนัันนันปชมนันมมุุ องงโโไลมุ องโดดชชาางกาดชางนนนนคยย่ นนคย์ ์
าศึกษา • บ้านเลขที่ ๑ ของจงั หวดั ปตั ตานี ตง้ั อยถู่ นนอาเนาะรู บา้ นเลขที่ ๑ ทว่ั ไปวา่ ศาลเจา้ แมล่ มิ้ กอเหนยี่ ว เพอื่ นา� ไปเปน็ ทปี่ ระดษิ ฐานองค์
ตานีไป ไม่ใช่บ้านหลังแรกของย่านเมืองเก่าแต่เป็นบ้านที่มีเลขที่เป็น เจ้าแมท่ ี่ศาลเจ้าจัดเชา่ บชู า หรือเปน็ ของทรี่ ะลกึ
บรเิ วณ ล�าดบั แรกของของชมุ ชน หลงั จากมกี ารจัดทา� ทะเบียนบ้าน
ำจีนอ” •ห•หหเดดเรกกปปห•รเดหกิมิิููจจลลแแรบบปมิิู็็จลแรนนบอืถกกววลล้้็าานอืถกวลงงผผนรร้าชชนนDงผสสนรชนจจูู้้มมนาาDสนนจูa้นนมุุนาววาานีีอออaนุาาtวางงททจจีออoาิิาททtงงงทจววoีีนนรราิทเhงวตตธธาาีนนรสสเhเเตธางงนิิสพพoมมััานนเททิิงิพoมัานทะิfลลืืออธธซซ((ะfรลือMธตตซ(โโิิมมงงรู่่ววMตลลโิมงัันนปปโู่วiาาลนนnันหหปดโiากกปปนััตตnหดeกกกปะะยัตใใุุ่่eยยกตตะย((ใบนนีีุ่ยตท))ตต(าาลลบนี ท)ตา้ยยาลนนนน่าัั าูู้กกยนตตนนา่ัุุคคนูจจกีีนตุคนขสส้้นนจีไนนเเููแแขส้นบบอดไนเาาูตตแั้ั้นนลลบอดาตววงงง้้ส้ั้นรรลวะะงง้้ส))ทหหระะระเเ)ทหททเเะรกกลล่าา้กกเปปทเกลา่า้นงก่่าาููลลป็็ววบบนน็็นง่าบนนูล็วเบคคน็งงบภภนอลลเา้คไไงภอณณสสลา้งกกนไููาาดดณสงกนูาดอุุนนษษชชใาา้้ชอุนษชหใยา้ชนนททาาีีฝฝ่ื่ืออหยนทายยีฝใู่่ือลุุ้รรรริิ่่ววนนย่ใู้ลคคุรรัักกสสิู่วน่่าานคเเักสสกูนน่าษษมมๆเเิิททเสนปปษวมๆเิทโโืืธธออ์์ปวตตโน็็นนืธอ์ขิิโโตเเงงนขข็ลลนขดปปิโเงอดดปปขลดออปอดหหา้ป็็นนงาาอััตตห้างงน็นงะะาทโโัตผผงนตตะทโหตตหหผ((่าตูู้้ททหตหาา(่าลน๊๊ตตเเลลู้ทา่่ีีรรนนหหลน๊ตเลังววเัันน่ีรนหัับบปังีีวเมมันงงับจจปีมหหงสสำำ็นนนืืจออููเเหสำน็นบบือนนาา��แูเัับบงงบนา�เเแับ้้งงง้้าาถแแรรววเ้ง้าถททแร))จจว็็วรร่่าาท)จ็วร่ี่่ีา่่ ี่่ กกาารรเดเดินินททาางง
ยนเี้ ปน็ ••รหแข•ขแิมลา้รโโล้าวอืถะรรโวแะขรงงนแขDกงา้ นเเก้าวตตงaเวอตงหtี้ี้ยยหoแามี้ยแเมมhลมนกูมละออูกoาระนอระfอนาาา้�รอาMเเบ้า�ชนนูเบชในโาiาาnนใดาานะะeชยรระชร่วบููท่วูงเเา้ า่งเปปเนชนเป็็นนชขา้ไ็นา้อดรรชร้้าางสช่ว้านนท่วรงนอองา่้าเอยนงเาายบน็าเหห็นอหา้จาางนจา�ารรอา�รหใททหหยทน่่ีีเเูใ่น้ลปปี่เา่นปกู่ายิิดดสยิดๆตจจวตจิม่��าาน่ิมข�าหหซดหอซา�นนา้งา�นน่่กาาท่กายยหรา่ยรขขะลนขะเ้้าางัเพเ้าปววพาวมมน็าะมััะนนปแันปถไไลไลกกวากา่่ ่ ตชตชตกนตนชตุมมุรราิดามุรายิดงงรชชตยงมมชธเนนตเเดมธ่อนีรดดาาเหห่อรีดิานภเเหิินนสจจวััวภเินสททัจวัททตตอออทัทตอราอาาสสลลรบงาสลงงแีแ่่ีาาบพงมมถีแ่าดดพยยมถรดยาาากกรมาาตตมกมไไตมนาาเดดไนพามมเุชดออพมชุ าถถอ่ิมาาาธถ่ิมานนนนธเิปนนตเนนา่า่ปิตนา่ิมยยิขขมยโะะขับบัทโะรรบัทรเเรัังงลลเรัง.ล.ยยผผ๐ยมมผ๐่่าา๘มาา่า๘นนานมม๓๘๘ม๓๘ััสส๖๐๐ัส๖๐ยย๕๐๐ย๕ิิดด๐๖ิดกก๖เเกมมเลล๐มล๐ตตาา๔ตางง๔รร๔งรจจ๔จจจ๕ัังงจ๕ังะะหหะหเเววจจเวจััดดออัดอปปททปทััตตาาัตางงตตงเเตาาขขเานนขาา้้ นา้ีี ี
ลักษณ์ และข้าวหมูกรอบในชว่ งเชา้ ชว่ งเยน็ จ�าหนา่ ยต่มิ ซ�า กระเพาะปลา ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ารบ้าน ขา้ วแกง และน้า� ชา
ก่าย้อน นายธีรรภวทั มรพพลรงั มชนมุ ชุ ชานธคปิ ณุ โธทรรร.ม๐จ๘งั ห๓ว๖ัด๕ป๖ัตต๐า๔น๔ี ๕ 281




หมู่บ้านปูลาตะเยาะฆอ เป็นหมู่บ้านท่ีมีความอุดมสมบูรณ์ ผลิตภณั ฑ์วัฒนธรรม ส
มาชา้ นาน มพี ชื พนั ธ์ ผลไมท้ ง่ี อกงาม เขยี วขจรี อบๆ หมบู่ า้ น ตน้ ไม้ •ก
ทโ่ี ดดเดน่ คอื ตน้ หยี ในหมบู่ า้ นจะมตี น้ หยมี ากมาย โดยสว่ นใหญ่ เป็นหมู่บ้านท่ีมีความอุดมสมบูรณ์
สามารถเกบ็ เกยี่ วผลผลติ ของลกู หยที รี่ นุ่ ทวดปลกู ไว้ และเปน็ ไม้ มีต้นหยีเป็นจ�านวนมาก เมื่อ ต
ผลทอ่ี ายยุ นื คา� ทต่ี ดิ ปากของคนทวั่ ไปวา่ “ปลกู ตน้ หยีใหล้ กู หลาน ผลผลิตของลูกหยีมีจ�านวนมาก เป
ได้เก็บเก่ียวผลผลิต” ในปัจจุบันมีต้นหยีที่มีอายุร้อยปี อยู่ใน ทา� ใหร้ าคาลกู หยตี กตา�่ จงึ เปน็ ทมี่ า ป
หมู่บ้านซึ่งเรียกได้ว่าเป็นต้นหยีท่ีมีขนาดใญ่ที่สุดได้รับคัดเลือก ท่ีท�าให้ชาวบ้านต้องหันหน้ามา •ก
ใหเ้ ปน็ ตน้ ไมท้ รงคณุ คา่ “รกุ ข มรดกของแผน่ ดนิ ใตร้ ม่ พระบารมี พูดคุยกัน มีแนวความคดิ ในการที่
ประจา� ปี ๒๕๖๑” เพอ่ื เฉลมิ พระเกยี รตสิ มดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ ค
สยามบรมราชกมุ ารีเนอื่ งในโอกาสทรงเจรญิ พระชนมายุ๖๓พรรษา จะน�าผลผลิตของลูกหยี ด
๒ เมษายน ๒๕๖๑ และยังเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์
ทค่ี นในชมุ ชนร่วมกนั อนรุ กั ษ์ในนามว่า “ชมุ ชนดงต้นหย”ี หลากหลายชนดิ อาทเิ ชน่ ภูม
อัตลกั ษณ์ : แหล่งตน้ นา้� ต�านานลูกหยี สัมผสั วิถีเกษตรพอเพยี ง ลูกหยที รงเคร่อื ง น้า� พรกิ
ลกู หยี นา้� ลกู หยีวนุ้ ลกู หยี “
หมู่บ้านปูลาตะเยาะฆอ เป็นหมู่บ้านท่ีมีความอุดมสมบูรณ์ สบู่ลกู หยี และสบนู่ ้า� ผึ้งชนั โรงเพื่อเพม่ิ มลู คา่ ใหก้ บั
มาชา้ นาน มพี ชื พนั ธ์ ผลไมท้ งี่ อกงาม เขยี วขจรี อบๆ หมบู่ า้ น ตน้ ไม้ ลกู หยี และสรา้ งรายไดแ้ ก่ชุมชน กล
ทโ่ี ดดเดน่ คอื ตน้ หยี ในหมบู่ า้ นจะมตี น้ หยมี ากมาย โดยสว่ นใหญ่ ผง้ึ
สามารถเกบ็ เกยี่ วผลผลติ ของลกู หยที ร่ี นุ่ ทวดปลกู ไว้ และเปน็ ไม้ เรียนรู้วถิ ชี ุมชน ซ่ึ ง
ผลทอ่ี ายยุ นื คา� ทตี่ ดิ ปากของคนทว่ั ไปวา่ “ปลกู ตน้ หยีใหล้ กู หลาน สร
ได้เก็บเก่ียวผลผลิต” ในปัจจุบันมีต้นหยีที่มีอายุร้อยปี อยู่ใน • กจิ กรรมท่ี ๑ กล
ผล
หใหผมเ้ ู่บปลน็้านติตซน้ ่ึภงไเมรณัท้ียรกงฑไคดว์ณุ ้วัฒ่าคเา่ปน“็นรตธกุ ้นขรหรมยมรีทด่ีมกีขขนอางดแใผญน่ ่ทด่ีสนิ ุดใไตดร้ ้รม่ ับพครัดะบเลาือรมกี ผลฐติ านภเรณั ียนฑรู้ก์วาฒัรเพนาะธเลรี้ยรงมผึ้งชันโรง ศึกษาเรียนรู้การ ลูก
เเปพ็นาะหเลมย้ีู่บง้าผนง้ึ ทช่ีมันีโครวงาแมลอะุดสมาธสิตมกบาูรรเณก์บ็ นา้� ผ้ึงชันโรง วุ้น
ปเรปะจ็นา�หปมี ๒ู่บ๕้าน๖ท๑ี่ม”ีคเพวาอ่ื มเฉอลุดมิมพสรมะบเกูรยีณร์ตสิ มดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ •มผกีลติจผ้นกลหริตรยมขีเทอปี่ง็๒นลจูก�าหนยวีมนีจม�านากวนมเมาื่กอ ขอ
สยมาีตม้นบรหมยรีเาปชก็นมุ จา�ารีนเนวอื่ นงมในาโกอกาเสมท่ือรงเจรญิ พระชนมายุ๖๓พรรษา ทา� ใหร้ าคาลกู หยตี กตา�่ จงึ เปน็ ทม่ี า
ท๒ทผทค่ี า�ี่ลทนเใมผ�ใาหนษใลร้ หชาิตาุมค้ชยขาชานอลนวงกู บรล๒ห่ว้าูกยม๕นหตีก๖ตกยัน๑้อตีมองา่�ีจนแหจ�าุรลันงึนกั ะเหวษปยนนน็์ัใงนมท้เาปนมามี่ ็กนาาามแวห่าล“่งชทุม่อชงนเทดง่ียตวน้เชหิงยอี”นุรักษ์ ท่ีท�าให้ชาวบ้านต้องหันหน้ามา ภ
อพัตลดู กัคุยษกณนั ์ : มแหแี นลวง่ คตวน้ านม้�าคตดิ �าในนากนาลรกูทหี่ ยี สจมัะนผ�าสั ผวลิถผเี กลษิตตขรอพงอลูเกพหียยงี พดู คยุ กัน มีแนวความคิดในการท่ี
จะน�าผลผลิตของลูกหยี
มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ฐานเรียนรู้สละอินโด ชมสวนสลมะาอแินปโรดรหูปลเปาก็นหผลิตายภัณฑ์
สายพนั ธ์ ชมการสาธติ การผสมเกสรสลหะลอานิ กโหดลายชนดิ อาทเิ ชน่
282 รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจหังลหาวกัดหปลตั าตยชานนดิี อาทเิ ชน่ ลกู หยที รงเคร่ือง น้�าพริก
• กจิ กรรมท่ี ๓ ลกู หยี นา�้ ลกู หยีวนุ้ ลกู หยี
ลูกหยที รงเครอ่ื ง น�้าพรกิ
ลกู หยี นา้� ลกู หยีวนุ้ ลกู หยี สบลู่ กู หยี และสบนู่ า้� ผงึ้ ชนั โรงเพอื่ เพิม่ มลู คา่ ใหก้ บั
ลกู หยี และสรา้ งรายได้แก่ชมุ ชน

เรียตน้นรหูว้ ยิถียักชี ษมุ ์ Sชeนlfie สามารถเก็บภาพเป็นที่ระลึกกับ

•ตเป้นกน็ หจิ ตยกน้ ยีรไรกัมมษท้ ทร์ ตงี่ ค๑้นณุไมค้เา่กา่“แรกุกขก่ วมา่ รด๔กชขั่วอองาแยผุคน่ นดนิ ซใ่งึ ตไร้ดม่ ร้ พับรคะดับเาลรือมก”ี
ประจา� ปี ๒๕๖๑
• กิจกรรมที่ ๔

องลูกหยี ตน้ หยียกั ษ์ ตน้ ไมเ้ กา่ แก่กว่า ๔ ชั่วอายคุ น ซ่งึ ไดร้ ับคดั เลอื ก กินควบคู่กับน้�าลูกหยี น้�าอัญชัน เป็นอาหารคู่ใจของชาวชุมชน
ผลิตภัณฑ์ เปน็ ตน้ ไมท้ รงคณุ คา่ “รกุ ข มรดกของแผน่ ดนิ ใตร้ ม่ พระบารม”ี บ้านปูลาตะเยาะฆอ “ชุมชนดงต้นหยี” เป็นอาหารท่ีชาวบ้าน
ด อาทเิ ชน่ ประจ�าปี ๒๕๖๑ เตรียมไว้ตอ้ นรบั นักท่องเทีย่ ว
ง นา้� พรกิ • กิจกรรมท่ี ๔
วนุ้ ลกู หยี สถานทีท่ อ่ งเทีย่ ว
นรู้การ ฐานเรียนรู้แปลงเกษตรผสมผสาน ชมแปลงเกษตรทมี่ ี
กหลาย ความหลากหลายของพันธ์ผักและสมุนไพรปลูกแซมในสวน ส่วนใหญ่ในพ้ืนท่ีจะมีความอุดมสมบูรณ์มีพืชพันธ์ ผลไม้
ดงตน้ หยี ท่ีงอกงาม เขียวขจีรอบๆ หมู่บ้าน ต้นไม้ที่โดดเด่นคือ ต้นหยี
ในหมบู่ า้ นจะมตี น้ หยมี ากมาย โดยทศี่ นู ยก์ ารเรยี นรแู้ หง่ น้ี เปน็ จดุ ท่ี
ภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ นกั ทอ่ งเทย่ี ว หรอื คณะดงู าน สามารถเดนิ เทา้ หรอื ปน่ั จกั รยานชลิ ๆ
“ชมดงต้นหยี” สัมผัสธรรมชาติ วิถีเกษตร และสามารถศึกษา
“เย่ียมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน/ กิจกรรมการเรยี นรู้ของชุมชน
ผลิตภัณฑ์ OTOP”
การเดินทาง
กลุ่มผลิตน้�าผงึ้ ชนั โรง “ดงตน้ หย”ี
ผ้งึ ชนั โรงหรอื ผึ้งจิว๋ เป็นน�้าผ้งึ ชนั โรง เดินทาจากตัวเมืองจังหวัดปัตตานี ตรงไปทางสะพาน
กซลึ่งมุ่ มเศีคษุณผา้คแ่าฟทนาซงี “โดภงชตนน้ าหกยา”ี รและ ตะลุโบะลอดใต้สะพานใช้เส้นทางหมายเลข ๔๑๐ (ปัตตานี-
กสลรมุ่ รเพยาควณุ ชนทรานุ่งยใหามสทม่ ส่ีุนรไา้พงรคณุ คา่ ยะลา) ถงึ สีแยกอา� เภอยะรงั เล้ยี วซา้ ยไปทางเส้นทาง ๔๐๖๑
มขชใทหกวขลผุมอ่ีามุ้นอูก้เลพลงชีศมลงทหุม่ินฒั ตษูชลูกีร่ยสสมุนผคะหีกตลิา้าชน่ายวทรึกนคนี ผี ี่เแห“ส้ลาจลดลนบติแาะงือ�้กาู่ลภปสตพจเูกัณรศรา้นรห้ากษรฑิกหงยู กปผเ์ลรยีปาาู้กหาี”เรน็ธยปหตยรขไ็นยรัดี อดมีผเงอ้แยดนลใก็บาชา้�าิตท่้ ลภิูกเัณชห่ฑนย์ี เดินทางมาตามเส้นทาง ยะรัง-มายอ ประมาณ ๒ กโิ ลเมตร

อาหารพ้ืนบ้าน ตดิ ต่อสอบถาม

“กชลุมมุ่ มชเาศนถษดงึ ผบงาา้้ตนแ้นฟปหลูนายซตี”ี ะ“เดยจงาะะตฆไน้ ดอห้ ย”ี นายสะรี มะมิง (ผู้ใหญบ่ า้ น) โทร. ๐๘ ๖๒๙๘ ๐๑๗๘
รกับลปมุ่ รเะยทาาวนชอนารหนุ่ าใรหทมหี่ ท่ าสี่ ทราา้ นงคไดณุ ้ คา่ นายโมฮ�าหมัดรอสดี มะมิง
งใ่าหย้เมศาษกผ้าเทชี่เนหลนือ้�าจพารกิกกลาูกรตหัดยเี ย็บ
นม้�าาบพูดัฒูสนมาุนไผพลริตภซณัุปสฑม์เปุนน็ ไพขอรงใช้ (ปกราะธราเนดชินมุ ชทนาดงงตน้ หย)ี โทร. ๐๘ ๙๘๗๖ ๓๓๘๐
ยขา� อดงอทกี่รเพะลกึกา (ลจนิ้ าฟกา้เศ)ยษา� ผปา้ลธารสรลมดิ ดปาลาดกุ ทอดกนิ กบั ขา้ วสวยรอ้ นๆ
คทล่ีมุกีมกูลับคน่า�้ พแรลิกะลสูกรห้ายงีรารยสไชดา้แตกอ่ร่อย เผ็ดเล็กน้อย ที่ส�าคัญ (นFกaยตารcงะะรอลeลมbาาุโเกมบ)oดาเีoะถินนรลkงึ ท)าอสะ:าดีแจชบใยามุ ตดิ กกช้สสอตนะะ�าัวพดแเเภงดามตนองือน้ใยงชะหจ้เรยสังังี้นหเทวลัดา้ียงปวหโซัตทมา้ ตราย.ายไน๐ปเลี ๘ทขตา๙รง๔เง๐สไ๑๒น้ป๐ท๑ทาา(๑งปง๓สัต๔ะ๑ต๐พ๐า๖นา๑นี-
กชินมุ คชวนบคู่กับน�้าลูกหยี น�้าอัญชัน เป็นอาหารคู่ใจของชาวชุมชน ศเนู ดยนิ บ์ ทรากิ งามราขต้อามมูลเสชุม้นทชนางท่อยงะเรทงั ี่ย-มวา“ยดองตปน้ รหะมยา”ี ณ ๒ กิโลเมตร
บ้านปูลาตะเยาะฆอ “ชุมชนดงต้นหยี” เป็นอาหารท่ีชาวบ้าน หมู่ ๕ ตา� บลระแวง้ อา� เภอยะรงั จังหวดั ปัตตานี ๙๔๑๖๐

เตอรยีามหไาวต้รอ้พนร้นื ับบนักา้ทนอ่ งเทยี่ ว ติดตอ่ สอบถาม
ส“ชถุมามชนานถทดงึ บง่ที า้ตน่อ้นปงหลู เายทตี”ะีย่ เยจวาะะฆไดอ้
ผนลาิตยโสดะยรี มะมงิ (ผู้ใหญบ่ ้าน) โทร. ๐๘ ๖๒๙๘ ๐๑๗๘
“ทในกกนบคงรยนชกิจั่ีงบั่าา�ิน�้หาล้มาอกทยดบปนมคุกดกรอ่สอมูดรปบวู่รงกงงก่วาะบูมตสาู้าเลับนกเททนมพค้นมกานใาย่ีจตกู่กหาุหนน้�เาวะรเะาัชบยญไมพอขเเหพ่น(ี”รนยีายตีรล่ใรยีหร�้านว้ิานกนิ้อืสนลนะาขหพลคฟัมรฆูกรซจ้�ายูณกาื้น้ทูข้ผพหุอีรป)มี หทอห่ีอะัสยยรสาดง่ีจยบาิธกาก�ี“มชงทูปะีรชๆมลนุานุมมราลุมรูานก�้ามนไชีคายสอชหหพสสนไชวชัญนโมดยลราาาดาดมู่บ้ตีชดมิ ตยงาันิ้าอปทอรตนวุดลศถ่ีริถ้นเมานเู่อปีเตดหดกสยย็น้นนิกุยษก์มอไเที”าตทมบเารอผราหู้้ทรเเดหร็ดปณา่ีโยีรแกรดเ็น์มอนืลลคนิดอปรี็พะกู่ใกเแ้จาูสน่ัดืนบชั หหขาจ่นพข้อมง่าอกัคา้ันนยรางวรือท้ีรธชยสเปถ์ี่าชาทวตวนนศ็ผยา่ีสช้นวจชึกรล�าุมอ้บหดลิุษไคนชมๆท้ยาาัญๆนนีี่้
เตรยี มไวต้ ้อนรับนกั ทอ่ งเทยี่ ว โจสสคัง(นน(่กูา� กปรนหาาางรรงยรักวกระอทัดโรงธมามาา่อปวารกมนฮงนัตมสาเีวเา� ชตืบนพทรหัฒมุา)สาี่ยมลนะนชาวัดังีนนธเบปรชชรดิดอิงรรรุมงวะักสสมชตจฒัษดะจนน้า�แังีานปคหดมหธีตณุยงะว๒รม่อ)ีดัร๕ธยิงมปร๖ออัตรด๓ยตมศ่าางจานสยงัี ่งัตโโหโยททรทวืน์พรรรดั ..ร.“ปะ๐๐บ๐รัต๘๘วาตช๗ร๙๙าา๓Oน๘๐๓nี ๒๗๒T๑๖o๓u๑๓r2๑”๓๓๙8๑๘๗3๐๐

สถานทที่ อ่ งเท่ียว Facebook : ชมุ ชนดงต้นหยี

ส่วนใหญ่ในพ้ืนที่จะมีความอุดมสมบูรณ์มีพืชพันธ์ ผลไม้
ท่ีงอกงาม เขียวขจีรอบๆ หมู่บ้าน ต้นไม้ที่โดดเด่นคือ ต้นหยี
ในหมบู่ า้ นจะมตี น้ หยมี ากมาย โดยทศี่ นู ยก์ ารเรยี นรแู้ หง่ นี้ เปน็ จดุ ท่ี

แวะชมศิลปวัฒนธรรมการฉลุลายบนแผ่นไม้เพื่อน�ามาท�าเป็น อ
เชิงชายบา้ น ซงึ่ เปน็ สงิ่ ทส่ี นใจแก่นกั ทอ่ งเที่ยวเปน็ อยา่ งมาก ส

วิถีชีวิตประมงพ้ืนำบ้านำ เก
บางปู พน้ื ทร่ี มิ ขอบอา่ วของปตั ตานี มจี ดุ เดน่ คอื ปา่ โกงกาง /
อันอุดมสมบรู ณ์ เปน็ แหล่งพกั พิงของปลานอ้ ยใหญ่ จนเกิดวิถี น
ประมงพน้ื บา้ นรอบอา่ ว เปน็ เสบยี งของชาวปตั ตานี จากทรพั ยากร ต
ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ คนในชุมชนประกอบอาชีพประมง
พื้นบ้าน

ชุมชนำคุณธรรมท่องเท่ียวบางปู ผลิตภัณฑ์วัฒนำธรรม ส

ชุมชนท่องเที่ยวบางปู เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่า การแกะสลักลายมลาย ู ท
ชายเลนทางธรรมชาติ โดยมีอุโมงค์โกงกางเป็นจุดเด่นและมี ป
วฒั ผนลธิตรโรดมยว:ถิ สชีำ� วีนติักงขำอนงวคฒั นนใธนรชรมมุ จชงั นหทวดัม่ี ปมี ตั าตหำลนาี ยโทชรว่ั .อ๐าย๗คุ ๓น๓๒ซงึ่ ๓เป๑น็๙๗ เป็นการฉลุลายบนแผ่นไม้เพ่ือน�ามาท�าเป็นเชิงชายบ้าน ท
อัตลักษณ์ที่โโดคดรงเดกำ่นรทสืบ้ังทสำานงดรกั้านษำอาตห่อายรอกดาศรำกสตินรพ์ ตระลรอำดชำจนศิลปะ เชิงชาย เน้นท่ีจะใช้ไม้ฉลุเป็นลวดลายละเอียดอ่อนช้อย แ
พื้นถ่ินที่มสูก่ีเำปร็นท่อทงุนเทเดีย่ วิมเชองิ ยวู่ฒัแลน้วธรรเมมอื่อยช่ำงุมยช่งั ยนืนมี“สบถวารนOทn่ีเปTo็นuแr”หล่ง หลากหลายแบบสวยงามแปลกตา น
ท่องเทยี่ วจึงมีโอกาสจแงั หนวะัดนปา� ัตอตาำหนาีรปพระน้ื จถ�ำ่นิปตี ๒า่ ๕งๆ๖๓ใหผ้ ู้มาเยอื นได้ เอ
ลม้ิ ลอง ไมว่ า่ จะเปน็ ขนมมาดฆู าตง ยา� สาหรา่ ยผมนาง ไสก้ รอกววั ผลิตภัณฑ์วัฒนำธรรม

ขแนวชะมชุมปมชตู ศูนฮิลำาคปลวุณอื ัฒบธอนรธแรรลรมะมขทกน่อามรงนฉเบิ ทละุล่ียเาปวยน็ บบตนาน้ งแอปผกี่นู ทไงั้มไ้เดพน้ ่ือา� นน�ากั มทาอ่ ทง�าเทเปย่ี ็นว การแกะสลักลายมลายู
อมาาหเหชดลาิงขูฆารชนกขเาาปมหอตย็ลนพงงาชก้ืนยเาาบนแวร้า้สบนฉนาบทลหมสีุ่จลาจวะยาังยใยาหงชกบวา้ไนมัดมมแแท้ฉาปผ่ีรดลู้ลจ่นูฆุักเกไปามกตต็นัาน้เงพลด่ือี(แวขนตดน�า่จลมมะารเายปวทล็นม�าะสผเเปิ่ง้ึงอท็น)ีย่ีแเดถชปือิงอลชว่อก่าานใเยปหชบม็น้อ้า่ นย ก
เชิงชายชบุมา้ ชนนซท่ึง่อเงปเ็นทสี่ยิ่งวทบสี่ านงปใจู แเกป่น็นักแทห่อลง่งเทท่อ่ียงวเเทปี่ยน็ วอเยชา่ิงงอมนาุรกักษ์ป่า ท
ส�าหรับคนต่างถิ่นหรือนักท่องเที่ยวเพราะมันเป็นอาหารของ แ
วิถชวฒัาีชยนีวเลธิตรนปรทมราวะงถิ มธชี รงวีรพติมขชื้นอำาบงตค้ิานนโำใดนยชมมุ ีอชุโนมทงมี่คมี์โกาหงกลาายงเชปว่ั ็นอจายุดคุ เดน่นซแงึ่ ลเปะมน็ ี มุสลิมสามจังหวัด ซึ่งท�ามาจาก แป้งข้าวเหนียว มะพร้าวอ่อน ก
อัตบลาักงษปณู พ์ทนื้ ี่โทดรี่ ดมิ เขดอ่นบทอ้ังา่ ทวาขงอดง้าปนตั อตาาหนาี รมกจี าดุ รเกดิน่ คตอื ลปอา่ดโจกนงศกิลางปะ เกลอื กะทสิ ด นา� มาผสมรวมกนั จนเปน็ เนอ้ื เดยี วกนั แลว้ นา� มาปง้ิ เร
อนั พอื้นุดถมิ่นสทมี่มบีเรู ปณ็น์ ทเปุนน็เดแิมหอลง่ยพู่แักลพ้วิงขเมอ่ืงอปชลุมาชนนอ้ มยีสใหถญาน่ ทจ่ีเนปเก็นดิแวหถิ ลี ่ง / ย่างใหส้ กุ เหลือง และราดดว้ ยน้า� กะททิ ผ่ี สมเกลอื และโรยด้วย เร
ปรทะอ่มงเพทน้ื ่ยี บวา้จนงึ รมอีโบออกา่ วสแเปนน็ ะเนส�าบอยี างหขาอรงพชื้นาถวปิน่ ตั ต่างาๆนี จใาหกผ้ ทูม้ ราพั เยาอื กนรได้ นา�้ ตาลที่ผสมงา ถา้ จะใหอ้ รอ่ ย ก
ธรลรมิ้ มลชอางตไิทม่ีอว่ ุดา่ จมะสเปมน็ บขูรนณม์ มคาดนฆูในาตชงุมยชา� นสปาหรระา่กยอผบมอนาาชงีพไสปก้ รระอมกงววั ตอ้ งทานตอนท่ีร้อนๆ ด
พนื้ขบนา้มนปตู ู ฮาลอื บอ และขนมนบิ ะ เปน็ ตน้ อกี ทงั้ ไดน้ า� นกั ทอ่ งเทย่ี ว
มาดฆู าตง
แวะชมศิลปวัฒนธรรมการฉลุลายบนแผ่นไม้เพื่อน�ามาท�าเป็น
เชิงชายบ้าน ซึ่งเปน็ สง่ิ ที่สนใจแก่นักท่องเที่ยวเปน็ อย่างมาก ขนมพ้ืนบ้านหายาก มาดูฆาตง (ขนมรวมผ้ึง) ถือว่าเป็น
อาหารของชาวสามจังหวัดท่ีรู้จักกันดีแต่จะเป็นสิ่งท่ีแปลกใหม่
วิถ2ี8ช4ีวิตปรระวมมงพพล้ืนงัำบชมุ้าชนำนคุณธรรมจังหวดั ปตั ตานี ส�าหรับคนต่างถ่ินหรือนักท่องเท่ียวเพราะมันเป็นอาหารของ
บางปู พนื้ ทร่ี มิ ขอบอา่ วของปตั ตานี มจี ดุ เดน่ คอื ปา่ โกงกาง มุสลิมสามจังหวัด ซึ่งท�ามาจาก แป้งข้าวเหนียว มะพร้าวอ่อน
เกลอื กะทสิ ด นา� มาผสมรวมกนั จนเปน็ เนอื้ เดยี วกนั แลว้ นา� มาปง้ิ
/ ย่างใหส้ กุ เหลอื ง และราดดว้ ยน้�ากะทิทีผ่ สมเกลือและโรยดว้ ย

สาหรา่ ยผมนาง ๒บริการนำ�เที่ยมวี โปรแกรม
โปรแกรม ๑ วันำ
สาหร่ายเป็นพืชพันธุ์ธัญญาหาร
ท่ีน�ามาจากทะเลเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีหน่ึงเดียวใน • ชมอโุ มงค์โกงกาง วถิ ปี ระมงพ้นื บา้ น ชมนก น่งั พกั แคร่
ประเทศไทย เมื่อได้ชิมแล้วต้องซื้อรับประทาน เพราะรสชาด มุมมอง ๑๘๐ องศา
ที่อร่อยมีโปรตีนสูงไม่มีไขมัน น�าสาหร่ายมาตากแดดจนแห้ง
แลว้ ตากนา้� คา้ ง ๒-๓ คนื เสน้ จะเปน็ สมี ว่ ง เมอื่ นา� มาปรงุ : ลา้ งกบั • ชมพระอาทิตย์อศั ดง กลางคนื ล่องเรอื ชมห่งิ หอ้ ย
บ้าน น้�าธรรมดาให้สะอาด แล้วน�ามาคลุกกับเคร่ืองปลุกให้เข้ากัน
้อย เอาน�า้ ย�ามาราดให้เข้ากนั บริโภคกบั ใบชะพลู โปรแกรม ๒ วนั ำ ๑ คนื ำ

กิจกรรมท่องเท่ียวของชุมชนำ • ชมอโุ มงค์โกงกาง ชมนก ชีวิตหง่ิ ห้อย คนละ ๖๐๐ บาท
ต่อคน ๑๐ ท่าน
ชุมชนท่องเท่ียวบางปู เป็นชุมชนท่ีมีจุดเด่นในเรื่องของ
การท่องเท่ียวทางธรรมชาติและการท่องเท่ียวเชิงนิเวศ มีแหล่ง • กจิ กรรมปง้ิ ยา่ งอาหารทะเลพกั โฮมสเตย์ และชมวถิ ชี วี ติ
ท่องเที่ยวภายในขุมชนเป็นป่าชายเลนที่มีระบบนิเวศท่ีสมบูรณ์ ชุมชน

• ชมวัฒนธรรมพื้นถ่ิน ขนมโบราณ แกะสลักลายมลายู
สาธติ การท�ากรงนก

• ตอนเย็นล่องเรือชมอุโมงค์โกงกาง วิถีประมงพ้ืนบ้าน
น่งั พกั แคร่ มุมมอง ๑๘๐ องศา

• ชมพระอาทิตย์อัศดง กลางคืนล่องเรือชมห่ิงห้อย
กจิ กรรมป้งิ ยา่ งอาหารทะเล และพกั โฮมสเตย์

• ตอนเชา้ เข้าชมวิถีชวี ติ ชมุ ชนยามเข้า
และรับประทาน อาหารเชา้
และพ้ืนที่อ่าวปัตตานีท่ีเป็นแนวธรรมชาติเกือบตลอดท้ังพ้ืนท่ี โปรแกรม ๒ วันำ ๑ คืนำ
กจิ กรรมหลักทีส่ นบั สนนุ การท่องเท่ียวจะประกอบดว้ ย การล่อง
เรอื ชมปา่ ชายเลน อโุ มงคโ์ กงกาง การตกปลาในอา่ วปตั ตานี การนง่ั • ชมอโุ มงค์โกงกาง ชมนก ชวี ติ ห่ิงห้อย คนละ ๖๐๐ บาท
ป็น เรือชมพระอาทิตย์ตกและดูนกนานาพันธุ์บินกลับเข้ารังยามเย็น ต่อคน ๑๐ ท่าน
หม่ การลอ่ งเรอื ชมหงิ่ หอ้ ย(พฤษภาคม – กนั ยายน) และการลอ่ งเรอื
ของ ดดู าว ชมอา่ วปตั ตานี • กจิ กรรมปง้ิ ยา่ งอาหารทะเลพกั โฮมสเตย์ และชมวถิ ชี วี ติ
อ่อน ชุมชน
าปง้ิ
ดว้ ย • ชมวัฒนธรรมพื้นถ่ิน ขนมโบราณ แกะสลักลายมลายู
สาธิตการท�ากรงนก

• ตอนเย็นล่องเรือชมอุโมงค์โกงกาง วิถีประมงพ้ืนบ้าน
นัง่ พกั แคร่ มุมมอง ๑๘๐ องศา

• ชมพระอาทิตย์อัศดง กลางคืนล่องเรือชมห่ิงห้อย
กจิ กรรมป้ิงย่างอาหารทะเล และพกั โฮมสเตย์

• ตอนเช้าเขา้ ชมวิถีชีวิตชมุ ชนยามเข้า
และรบั ประทาน อาหารเช้า

ค่าบรกิ าร

• คา่ เรอื ลา� ละ ๖๐๐ บาท น่งั ได้ ๗ คน
• Home Stay คนื ละ ๒๐๐ บาท/คน พรอ้ มอาหารเช้า
• อาหารเทยี่ ง เยน็ มอื้ ละ ๑๕๐ บาท/คน (อาหารทะเล)
ค่าบริการ

• คา่ เรอื ล�าละ ๖๐๐ บาท นง่ั ได้ ๗ คน
• Home Stay คืนละ ๒๐๐ บาท/คน พร้อมอาหารเชา้
• อาหารเทย่ี ง เยน็ มอ้ื ละ ๑๕๐ บาท/คน (อาหารทะเล)

รม การเดินำทาง ผลติ โดย รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวดั ปัตตานี 285
• สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ เดินทางไปจงั หวัดปตั ตานี ตาม สกู่
เสน้ ทางทางหลวงหมายเลข ๔๓ ถึงแยกดอนยางไปทางซา้ ยเขา้
เสน้ ทางหมายเลข ๔๒ ถงึ ปตั ตานรี ะยะทาง ๑๐๐ กม. จากปตั ตานี
มาตามเสน้ ทางสาย ๔๒ (ปัตตาน-ี นราธวิ าส ประมาณ ๑๐ กม.
คร่ ถึงแยกซา้ ยมือทางเข้าชมุ ชน (ตามแผนที่)

• สนามบินบ้านทอน นราธิวาส ออกจากนราธิวาสไปปัตตานี
ตามเสน้ ทางสาย ๔๒ (นราธวิ าส-ปตั ตานี) ระยะทาง ๙๐ กม.
ถงึ แยกอย่ทู างขวามือ (ตามแผนท่)ี

าท
วติ

ท่ีสวยงามของแหลมตาชี ทเ่ี ป็นจดุ ทสี่ ามารถมองพระอาทิตย์ขนึ้
และตกได้ทจ่ี ุดเดยี วกนั

ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม
คนในชุมชนบ้านดาโต๊ะมีวิถี

ชีวิตที่เรียบง่ายแบบชาวประมง
การผลิตกือโป๊ะ หรือข้าวเกรียบ
ปลา นับเป็นขุมทรัพย์ที่เกิดจาก
ภูมิปัญญาท่ีสืบทอดกันมาจาก
บรรพบุรษุ ของชาวดาโต๊ะ กือโปะ๊
อาหารท่ีเป็นท่ีนิยมของคนโดย
ทั่วไป นอกจากท�าให้ชาวบ้านท่ีไม่มีงานประจ�าได้ใช้เวลาให้
เกิดประโยชน์ และยังมีรายได้เขามาใช้จ่ายในชีวิตประจ�าวัน
อีกด้วย

วถิ ปี ระมงพื้นบา้ น
จากทรพั ยากรธรรมชาตทิ อี่ ดุ มสมบรู ณ์ คนในชมุ ชนประกอบ

อาชพี ประมงพืน้ บา้ น ออกหาปลาโดยใชเ้ รือกอและ

บ้านดาโต๊ะ ลักษณะหมู่บ้านเป็นปลายแหลมยื่นออกไปใน วิถีประมงพื้นบา้ น
อ่าวไทย เป็นชุมชนท่ีมีจุดเด่นด้านการท่องเท่ียวทางวัฒนธรรม จากทรพั ยากรธรรมชาตทิ อ่ี ดุ มสมบรู ณ์ คนในชมุ ชนประกอบ
จากสภาพวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน มีประวัติศาสตร์จากแหล่ง
ทอ่ งเทยี่ วสา� คญั ทางประวตั ศิ าสตรข์ องปตั ตานี คอื สสุ านเจา้ เมอื ง ภอามู ชีพปิ ปัญระมญงพา้นื หบ้ารนอื อออากหหาาปรลพาโ้ืดนยบใชา้ ้เรนอื กอและ
ปัตตานีตนกูบือซาร์ สุสานโต๊ะปาแย และมัสยิดดาโต๊ะ ซ่ึงเป็น
มัสยิดโบราณร่วมสมัยกับมัสยิดกรือเซะ รวมทั้ง ยงั มธี รรมชาติ ภมู ิปัญญาหรืออาหารพื้นบ้าน
ทส่ี วยงามของแหลมตาชี ท่ีเป็นจุดที่สามารถมองพระอาทติ ยข์ นึ้
และตกบไ้าดน้ทดจี่ าดุ โเตด๊ะยี วลกักันษณะหมู่บ้านเป็นปลายแหลมยื่นออกไปใน “ ตูปะอีแก ขา้ วเหนยี วปลา ”
ผอล่าวติ ไทภยัณเปฑ็นชว์ ุมัฒชนนที่มธีจรุดรเดม่น ด้านการท่องเท่ียวทางวัฒนธรรม
บภชกปีวารูลปทมทแจมริรตลาาอ่ส่ีัสัติปผพกทะคงวยตัญลตสบเนย่ีนิดเาทิตกรภรุับงนญโใยี่ียุษไากบานีตเวดมพปาบืขอรชนส้ททขาว็นอโงุมกา�ณจ่ีอิปถี่ส่งขาคูบชุดงีชชย๊ืะุบมรญันือแเีวาว่แทดทซบหทวิตมหบียรดาอล้าาชสรบัรพวงนาดมาือม์ปกโวชยดตกขตยัสนัรปา์ทาาั้าน๊ะกะุสวรโช่ีเววบัมาตะปกีเตกั นมทกมิ๊ดะารศิือโงีเ่มรจสัะจปตาโพียมีวายปาส๊ะน็ ื้นบิกกถิดงตป๊ะจบีกราุด้ขา์แรทนอือยี่สงเซปามแมะตัีปลาตะรรรมาะวถนวมัสมัตีทยคอิศิดั้งอืงาดพสสยารตสุังโะมรตาอน์จีธ๊ะาาเรทจกรซา้ิตมแ่ึงเยหมชเปข์ลาอื ็ึ้นนตง่งิ ตูปะอเี เก หรอื ข้าวเหนียวปลา ขนมภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่ ของ
อาผหลาริตที่เภปัณ็นทฑ่ีนิยว์ มฒั ขอนงธคนรโรดมย บา้ นดาโตะ๊ มลี กั ษณะเปน็ ขา้ วเหนยี วทอดปน้ั เปน็ กอ้ นกลมพรอ้ ม
เอทกีกั่กชวิด2ดไีวาปปริว้ต8ผยรทค6ะลน่ีนเโิตรอยใียกนกชบือชจนโงุรมา์ ป่ากวชแย๊ะมทนลแพ�าบะหบใยล้ารหบนังงัือ้ชชมดชขาาุมีาร้าววโาชวบตปยเน้กา๊ะรไคนมดระุณียทมีว้เขบิถี่ไธงามีรม่รมามีงใจาชนงั ้จหป่าวรยัดะใจนป�าัตชไีตวดิตา้ในปชี ร้เวะจล�าาวใัหน้ กับมหี วั ปลา เเละหางปลาดว้ ย สว่ นผสมมขี ้าวเหนียว กะทิ ปลา
ปลา นับเป็นขุมทรัพย์ที่เกิดจาก พริกไท น้�าตาล เกลือ ผ่านกานึ่ง เเล้วน�ามาทอดสุกพร้อมรับ
ประทาน และยงั เมนูอาหารพนื้ ถ่ินและขนมพ้นื ถน่ิ อนื่

“ ตูปะอแี ก ขา้ วเหนียวปลา ”

คนที่ ๙ ปกครองในปี พ.ศ.๒๓๘๘-๒๓๙๙ ภายในเปน็ หลมุ ศพ
ของเจ้าเมือง และ
สถานท่ที ่องเที่ยว สมาชิกในครอบครัว

• มัสยดิ ดาโต๊ะ หรอื มัสยิดดารุลนาอมี ตงั้ อย่หู มทู่ ่ี ๔ มีแท่นหินแกะสลัก
ลวดลายสวยงาม
ตา� บลแหลมโพธิ์ อา� เภอยะหรง่ิ จงั หวดั ปตั ตานี เดมิ เรยี กหมบู่ า้ น ๙ แท่น วางอยู่บน
ดังกล่าวว่า สะบารังเลาต์ ซึ่งหมายถึง หมู่บ้านที่ต้ังอยู่ริมทะเล หลุมศพอย่างเป็น
ฝั่งตรงกันข้ามกับเมืองปัตตานีในขณะนั้นมัสยิดดาโต๊ะมีประวัติ ระเบยี บเรยี บร้อย
การก่อสร้างร่วมสมัยกับ
มัสยิดกรือเซะ กล่าวคือ
อบ ในสมยั สลุ ตา่ นมซู ฟั ฬร ชาห์
(พ.ศ.๒๐๗๓-๒๑๐๗)
เ ป ็ น เ จ ้ า เ มื อ ง ป ั ต ต า นี
ทรงรับส่ังให้สร้างมัสยิด
ขึ้นที่ปลายแหลมตรงข้าม
กั บ เ มื อ ง ป ั ต ต า นี ขึ้ น อี ก
แหง่ หนงึ่ ตามคา� แนะนา� ของ
ชัยคฺ ซอฟียุดดิน เพ่ือให้
พอ่ คา้ วาณชิ ชาวตา่ งประเทศ
ที่เป็นมุสลิมได้ ใช้เป็นท่ีปฏิบัติศาสนกิจเม่ือมาติดต่อค้าขายท่ี
เมอื งปตั ตานี มสั ยดิ ดาโตะ๊ สรา้ งดว้ ยอฐิ ถอื ปนู ขนาด ๑๐x๑๖ เมตร
เปน็ อาคารช้ันเดียวยกพนื้ สงู ประมาณ ๑ เมตร มีประตูหนา้ ตา่ ง
เป็นรูปโค้งมน เสาอาคารรูปทรงกลม หลังคามีโดมขนาดเล็ก
อยู่ตรงกลาง เป็นมัสยิดเก่าแก่ของเมืองปัตตานีที่สร้างด้วยอิฐ
แชมดล่ัวาา•อเโคระคดตมะราสตีย๊ะรารี อมวะสุพนปู หยขพีันกาแึ้นนู่ในบัอว่บนใึ่งิจคถดบหสรัยา้อืสาาภมวทกษโถาา่ ้อโูตณพาฎบงปะ๊รทชิรถปตัชโ์ชริ่นตยาาุดอ่ื บวะ๊กแโป“ม้าทรยโนาสุรตรแดมลมะ๊แยาปมิแกลโมบาไตนัะแีตดบ๊ะมสย้น้ไตาุสป”ไอกะมสาเวธดมนข้รนัิบนิา้เีึน้เตารงทจปยอื่กมา้าวงกงัสเก่เามคมลยอ่ ลาา่ดิือชนคสมุ างกา้บื วปขาถตมรากูตัอุ่สยบทกตทลรู นัง้ิิมณอาไมนงปวะาเร้มีัตหวกาต่สัลรายอืใ้านนงดิงี
แต่ขณะน้ันมีการหล่อปืนใหญ่ เพื่อป้องกันเมืองปัตตานี ทาง
เจา้ เมอื งจงึ สงั่ ใหร้ วบรวมทองเหลอื ง และหา้ มผู้ใดขายทองเหลอื ง การเดินทาง
อง แตโ่ ตะ๊ ปาแยละเมดิ คา� สง่ั จงึ ถกู ประหารชวี ติ นา� ศพไปทงิ้ ลงคลอง เดินทางโดยรถส่วนตัว ตามถนนสาย ยามู - แหลมตาชี
อม ยะหร่งิ แต่ศพโต๊ะปาแยยังวนเวยี นอยู่ในคลอง เจ้าเมอื งจงึ สัง่ ให้
ลา น�าศพมาไว้ที่บ้านดาโต๊ะ แต่เมื่อน�าศพลงหลุม ปรากฏว่าศพ ต้ังอยู่ หมู่ที่ ๔ บ้านดาโต๊ะ ต�าบลแหลมโพธิ์ อ�าเภอยะหริ่ง
รับ ขยายยาวขนึ้ ชาวบา้ นตอ้ งขอรอ้ งศพจงึ ไมข่ ยายอกี ดงั นนั้ จะเหน็ จังหวัดปัตตานี

ได้ว่าหลุมศพโต๊ะปาแยมีขนาดยาวกว่าหลุมศพทั่วไป ติดกับ
กุโบร์โต๊ะปาแย คือ “สุสานยะหร่ิง” หรือ “สุสานตนกูปะสา”
•คหสนรอืทสุ ี่“า๙พนรปดะกยาคาโวรตชิอติ๊ะงภใปนกั าปดแีศีพยร.รีศตัแ.๒นล๓าะเ๘ขสต๘สุ ป-าร๒นะ๓เเท๙จศ๙า้รเามภช”าือยเงจในา้ปเเมัตปอื็นตงหปาลนตั มุ ตี ศาพนี
ยแเแเอจคตตสม๙ขหลระดา้าหะโ่ีม่ตีอขลเแวรเตมรบุณมพงทมาแดนะ๊่งิอืชยีเทพีันกปศ่ลนะงจิกบแ่นบนัอว่พาจาห้ตาเใแิจคั้ถนงึรยอินนเ่ศยวัสยียา้อืมมยสคแาพลวบง่ัทกือี่งการวกใาะโร้อโูองอหเงาณยตอ้ะบมเงยรบร้สะ๊ยงปชิรถดิหู่วบปคแาลโ์ช็นบ่ิคนลนตารลมัอื่กรา�แบั่วอะ๊ะสวยป“้ปามงั่โยนาืนตทแจงัดใะ๊อยวงึ าหปนถงกโญาเตกูเนัหแวป๊่ะมลยียรเาอืน”พอะกงอหเื่อธดมยแาิบปนิรลู่ใเี าร้อนชทะยอ่ืงหวีคาวงกติงา้ล่เามมันลอนผาเา่งชา�มคสู้ใศาเดืา้อบืจวพขขงตา้มไาาปเอ่ปุสยมยัตกททลทอื ตนัง้ิิมองอลามจงงปนงาเงึเัตหหควีสาต่ลลลทงั่ ออาือืใใาหนนงงงง้ี
น�าศพมาไว้ท่ีบ้านดาโต๊ะ แต่เมื่อน�าศพลงหลุม ปรากฏว่าศพ รายชื่อที่พัก
ขยายยาวขน้ึ ชาวบา้ นตอ้ งขอรอ้ งศพจงึ ไมข่ ยายอกี ดงั นนั้ จะเหน็
• ดาโต๊ะ บีช รีสอร์ท โทร. ๐๙๒ ๗๒๗ ๙๔๗๒
• ฮาซมิ รสี อร์ท โทร. ๐๘๑ ๕๔๓ ๘๕๐๗
••กบฟาูหอรรลเเ์ ันดรสรินีสรอทีสรอา์ทรง์ท โทร. ๐๙๘ ๗๔๐ ๐๖๖๑
โทร. ๐๘๔ ๙๖๖ ๒๐๔๓
สอหศตจบูนมังั้งหยอ่ทูถ์กวยี่เา๔ดัาดู่ รมินปหเบรทัเตม้าียพานตู่ทนงดาิ่ม่ีรโนา้แูด๔โเีลตยตะะ๊รกบิมถหา้าสร นนท่วา้ด่อนโารงตโงเตัทวเรยี่๊ะยี วนตชตบาุม�ามา้ ชบนถนลดนแานโหตสล๊ะามยโพยธาม์ิ อู -�าเแภหอลยมะตห
• นายมะรอฮงิ สาแม โทร. ๐๘๙ ๕๙๘ ๓๑๗๙
ได้ว่าหลุมศพโต๊ะปาแยมีขนาดยาวกว่าหลุมศพท่ัวไป ติดกับ • นายนมิ ะ นกิ แู ม โทร. ๐๘๔ ๒๕๘ ๓๑๓๙
กุโบร์โต๊ะปาแย คือ “สุสานยะหร่ิง” หรือ “สุสานตนกูปะสา”
หรอื “พระยาวชิ ติ ภกั ดศี รรี ตั นาเขตประเทศราช” เจา้ เมอื งปตั ตานี
คนที่ ๙ ปกครองในปี พ.ศ.๒๓๘๘-๒๓๙๙ ภายในเปน็ หลุมศพ ผลติ โดย
ของเจ้าเมือง และ
สมาชิกในครอบครัว สา� นรกัวงมาพนวลัฒังชนุมธชรรนมคจุณงั หธวรดั รปมัตจตงั าหนวี ดั โปทัตรต. า๐นี๗๓๓2๒8๓7๑๙๗

โรคารงยกชารือ่สบืทสี่พานักรักษา ตอ่ ยอดศาสตรพ์ ระราชา



บรรณานุกรม

วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอกะพอ้ . [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอโคกโพธ.ิ์ [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอทงุ่ ยางแดง. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอทงุ่ ยางแดง. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอปะนาเระ. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอมายอ. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอแมล่ าน. [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอเมอื งปตั ตาน.ี [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอไมแ้ กน่ . [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอยะรงั . [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอยะหรงิ่ . [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอสายบรุ .ี [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)
วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสร.ี อำ� เภอหนองจกิ . [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า https://th.wikipedia.org/wiki/
(21 เมษายน 2564)

รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวัดปัตตานี 289




Click to View FlipBook Version