The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมพลังชุมชนฯ-บีบอัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tumsandee, 2021-09-08 06:20:17

รวมพลังชุมชนฯ-บีบอัด

รวมพลังชุมชนฯ-บีบอัด

ประชาชนไดต้ ระหนกั ถงึ การนำ� หลกั ธรรมทางศาสนา และได้ถึงแก่กรรม ท�ำให้ซ่อมแซมเรือยังไม่เสร็จ
มาปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข ท�ำให้ชาวบ้านรู้สึกเสียใจและเสียดายอย่างย่ิง
ชาวบ้านจึงต้ังชื่อหมู่บ้านน้ีว่า ตาแก่ เพื่อเป็น
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การไว้อาลัย บางคนก็เรียกว่า “ตาแกะ” และต่อมา
ชาวบ้านเรียกต�ำบลน้ีว่า ตาแกะ
จัดกิจกรรมอบรมถ่ายทอดความรู้แก่ ซึ่งต�ำบลตาแกะ มีการขับเคล่ือนชุมชน
เกษตรกรรายย่อยในพ้ืนท่ีและมอบปัจจัยการผลิต ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ให้แก่เกษตรกร เพ่ือให้คนในชุมชนได้น�ำความรู้ หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
และทักษะการเรียนรู้ไปปรับใช้เพิ่มประสิทธิภาพ ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
ทางการเกษตร สร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับ ประกอบไปด้วย
คนในชุมชน

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม 7.1 ชุมชนคณุ ธรรมมัสยิดดารลุ อามาน
(บา้ นฝาง) ระดบั ส่งเสรมิ คณุ ธรรม
จัดกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริม
วัฒนธรรมท้องถ่ิน สร้างการมีส่วนร่วมของ ประวตั ชิ มุ ชน หมบู่ า้ นฝางเลา่ สบื ตอ่ กนั มา
คนในชุมชน จากคนเฒ่าคนแก่ว่า นานมาแล้วมีต้นไม้ต้นหน่ึง
ลำ� ตน้ ใหญม่ าก อายปุ ระมาณ 500 ปี อยมู่ าวนั หนง่ึ
เกิดพายุแรงมาก ท�ำให้ต้นไม้ต้นน้ีเกิดโค่นล้มลงมา
ปิดก้ันเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน ไม่สามารถ
เดินทางไปมาหาสู่กันได้ เพราะสองข้างทางมีทะเล
และแมน่ ำ้� ขวางกนั้ อยู่ ชาวบา้ นจงึ ไดช้ ว่ ยกนั ออกแรง
ตัดต้นไม้ที่ขวางทางออก ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 2-3
เดอื น จงึ จะตดั ตน้ ไมอ้ อกจากการขวางทางสญั จรได้
ชาวบ้านจึงเรียกพื้นท่ีน้ี ว่า “ฝาง” จึงได้ต้ังซ่ือ
หมบู่ า้ นวา่ “บา้ นฝาง” มาจวบจนทกุ วนั น้ี (ซึ่งค�ำว่า
“ฝาง” เป็นภาษาถ่ินภาคใต้ มีความหมายว่า
กดี ขวาง)
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จดั กจิ กรรมบรรยายธรรมเรอื่ งการถอื ศลี อด
ในเดือนรอมฎอน เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึง

7. ตำ� บลตาแกะ นานมาแล้วมีชายแก่

คนหน่ึง มีความช�ำนาญด้านการแกะสลัก ตกแต่ง
ลวดลายตา่ งๆ เปน็ ทร่ี กั ใครข่ องเพอ่ื นบา้ น ตาแกค่ นนี้
ไดไ้ ปเอาเรอื มาซอ่ มแซม ตกแตง่ แกะสลกั ดว้ ยลวดลาย
ขณะที่ก�ำลังซ่อมแซมเรืออยู่น้ัน ชายแก่เกิดล้มป่วย
196 รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปัตตานี

ความดีงามในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ส่งเสริม ท้ังหมด ต�ำบลน้ีจึงเรียกว่า “ตาลีอายร์” จนถึง
การทำ� ความดดี ว้ ยการบรจิ าค การอยดู่ ว้ ยความสนั ติ ทุกวันนี้
ชว่ ยเหลอื ให้เกียรติซึ่งกันและกนั

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

จัดต้ังกลุ่มการเล้ียงเป็ดไข่ เพื่อส่งเสริม
อาชพี ใหก้ บั คนในชมุ ชนใหม้ รี ายได้ ลดรายจา่ ย เพอ่ื
มุ่งให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองและสามารถ
ด�ำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง คือ ความพอ
ประมาณ ความมีเหตุผลและการมีภูมิคุ้มกันที่ดี

ซ่ึงต�ำบลตาลีอายร์ มกี ารขบั เคลอื่ นชมุ ชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม 8.1 ชมุ ชนคุณธรรมมสั ยิดบากง
(บา้ นบากง) ระดบั ส่งเสรมิ คณุ ธรรม
จัดกิจกรรมจิตอาสาฯ ท�ำความสะอาด
มัสยิด เพื่อให้มัสยิดมีความสะอาดต่อการประกอบ ประวัติชุมชน ค�ำว่า “บากง” เป็นภาษา
ศ า ส น กิ จ แ ล ะ ร ่ ว ม สื บ ส า น วิ ถี วั ฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย พื้นบ้าน (ภาษามลายู) มีความหมายว่าพลับพลึง
ด้านความเสียสละในการท�ำเพ่ือส่วนรวม (ตน้ พลบั พลงึ ) สภาพพน้ื ทข่ี องหมบู่ า้ นนก้ี อ่ นจะเกดิ
และตั้งเป็นหมู่บ้าน ตามค�ำบอกเล่าของชาวบ้าน
8. ตำ� บลตาลอี ายร์ ตาลีอายร์ ภาษา จะมลี กั ษณะเปน็ ทรี่ าบลมุ่ และดอนลอ้ มรอบดว้ ยแมน่ ำ�้
ส่วนท่ีเป็นดอนจะมีลักษณะเป็นทรายจะใช้เป็น
พื้นเมือง แปลว่า สายเชือก หรือสายน้�ำ หมู่บ้านน้ี ยุทธศาสตร์ทางทหารและที่ราบลุ่มจะปลูกข้าว
มเี นนิ ดนิ เปน็ ดนิ ทราย และเปน็ ทางผา่ นของสายนำ�้ จากประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่าได้มี
ท่ีไหลมาจากต�ำบลตะโละ ท�ำให้เกิดเนินทราย เจ้าเมืองยือริงได้อพยพพร้อมทหารข้ามคลอง
เปน็ ทางนำ�้ ไหลผา่ นออกไปทางตนั หยง ตำ� บลมะนงั ยง ตันหยง (ปัจจุบันคลองดังกล่าวยังมีอยู่) โดยใช้ช้าง
และปานาแม (ซึ่งเป็นท่าเรือส่วนพระองค์ของ เปน็ พาหนะเพอ่ื ตอ้ งการหาพนื้ ทท่ี อ่ี ดุ มสมบรู ณแ์ ละ
พระเจ้ากือจิง) ทางท่ีน้�ำไหลผ่านนั้นเป็นดินทราย เหมาะแก่การต้ังเป็นฐานทหาร โดยบริเวณคลอง
จะมีต้นพลับพลึงข้ึนเป็นจ�ำนวนมาก ซ่ึงบ่งบอกถึง
ความอดุ มสมบรู ณข์ องปา่ เจา้ เมอื งยอื รงิ เปน็ ผมู้ อี ำ� นาจ
ใ น ส มั ย น้ั น ท ร ง ส่ั ง ก า ร ใ ห ้ ท ห า ร ค อ ย ดู แ ล
สภาพความอุดมสมบูรณ์ของป่าแห่งน้ี อย่าให้ใคร
มาท�ำลายและทรงต้ังชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า “บากง”
จนถึงปัจจุบันก็ยังคงเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ว่า
“บ้านบากง” จวบจนปัจจุบัน

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จดั กจิ กรรมอบรมจรยิ ธรรม เพอื่ เสรมิ สรา้ ง
ความเข้มแข็งของชุมชนในการอยู่ร่วมกันในสังคม

รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 197

พหุวัฒนธรรม และน�ำหลักธรรมทางศาสนามา 8.2 ชมุ ชนคณุ ธรรมมสั ยิดจะบังตกิ อ
ปรบั ใช้ในการด�ำรงชวี ิตให้มคี วามสุข (บ้านกะรบุ ี) ระดบั ส่งเสริมคณุ ธรรม

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติชุมชน แต่เดิมหมู่บ้านแห่งน้ีเป็น
ทางผ่านของสายน�้ำที่ไหลมาจากต�ำบลตะโละ
จัดโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจ ท�ำให้เนินทางน้�ำไหลไปออกตันหยง ต�ำบลมะนังยง
พอเพยี ง เพอื่ สรา้ งใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั และปานาแม (ซึ่งเป็นท่าเรือส่วนพระองค์ของ
การดำ� รงชวี ติ ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งในครวั เรอื น พระเจา้ กอื จงิ ) สำ� หรบั ทางทนี่ ำ้� ไหลผา่ นนน้ั เปน็ ดนิ ทราย
พรอ้ มทง้ั ไดส้ าธติ การทำ� ปยุ๋ ชวี ภาพปราศจากสารเคมี ทง้ั หมดทำ� ใหห้ มบู่ า้ นนถ้ี กู เรยี กกนั วา่ “บา้ นตาลอี ายร”์
เพ่ือลดรายจ่าย เพ่ิมรายได้ให้กับครัวเรือน จนถึงปัจจุบัน

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จั ด กิ จ ก ร ร ม อ บ ร ม จ ริ ย ธ ร ร ม เ พ่ื อ
ให้คนในชุมชนน�ำหลักธรรมทางศาสนามาปรับใช้
ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

จัดกิจกรรม “อาซูรอสัมพันธ์” เพื่อสร้าง จัดอบรมให้ความรู้เก่ียวกับการด�ำรงชีวิต
ให้เกิดความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชนและ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในครัวเรือน พร้อมทั้ง
ร่วมสืบสานประเพณีของท้องถิ่นให้คงอยู่คู่สังคม ไดส้ าธติ การทำ� ปยุ๋ ชวี ภาพปราศจากสารเคมี เพอ่ื ให้
เกษตรกรได้น�ำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ�ำวัน
ลดรายจ่ายและสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน

198 รวมพลังชุมชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม ตารางกิโลเมตร โดยยกฐานะจากสุขาภิบาลบางปู
เป็นเทศบาลต�ำบลบางปู ราษฎรส่วนใหญ่
จัดกิจกรรม “เราท�ำความดีด้วยหัวใจ” ร้อยละ 99 นับถอื ศาสนาอสิ ลาม
โดยไดม้ กี ารทำ� ความสะอาดและปรบั ภมู ทิ ศั นบ์ รเิ วณ
มสั ยดิ จะบงั ตกิ อ, กะรบุ แี ละกโุ บร์ สาธารณประโยชน์ ด้านหลักธรรมทางศาสนา
เพอ่ื อำ� นวยความสะดวกแกป่ ระชาชนทม่ี าประกอบ
ศาสนกิจ จัดกิจกรรมละหมาดตารอเว๊ียะในเดือน
รอมฏอน ทงั้ นเี้ พอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนนอ้ มนำ� หลกั ธรรม
ทางศาสนามาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ใหม้ คี วามสขุ

9. ต�ำบลบางปู โดยบางปูน้ันเป็น ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ต�ำบลท่ีมีปูเป็นจ�ำนวนมากเวลาไปโรงเรียนก็ต้อง จดั กจิ กรรมอบรมถา่ ยทอดความรเู้ กยี่ วกบั
เดินลากกากมะพร้าวเพราะเวลาน้�ำข้ึน ในโรงเรียน เ ก ษ ต ร แ บ บ ผ ส ม ผ ส า น ต า ม แ น ว ท า ง ป รั ช ญ า
ก็มีน้�ำตามถนนเวลาน�้ำลดก็เห็นปูเดินบนถนน เศรษฐกิจพอเพียงและต่อยอดให้เป็นเกษตรกร
ใหเ้ หน็ ทกุ วนั ในสนามกม็ แี ตห่ ลมุ ปแู ละดนิ ทปี่ ขู ดุ ขนึ้ มา ต้นแบบด้านเกษตรแบบผสมผสานต่อไป
จงึ เรียกชื่อชุมชนว่า “บายา” หรือ “บางปบู ายา”
ซึ่งต�ำบลบางปู มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

9.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมชมุ ชนท่องเท่ียวบางปู
(บา้ นบาลาดวู อ) ระดับต้นแบบ

ประวัติชุมชน ต�ำบลบางปู เล่ากันว่า ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
หมู่บ้านแห่งนี้เดิมอยู่ริมทะเล (อ่าว) ในทะเล จัดกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริม
มปี ลาชกุ ชมุ ชาวบ้านประกอบอาชพี ประมงน้ำ� ตืน้ วฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ (อาซรู อ) สรา้ งการมสี ว่ นรว่ มของ
ทุกครอบครัวจะมีเรือและเครื่องมือจับปลา คนในชุมชน
ในปจั จบุ นั ยงั คงมอี ยู่ และบางปไู ดเ้ ปลย่ี นแปลงฐานะ
จากสขุ าภบิ าลเปน็ เทศบาล ซง่ึ เทศบาลตำ� บลบางปู
ตงั้ ขนึ้ ตามพระราชกฤษฎกี าจดั ตง้ั เทศบาล เมอื่ วนั ที่
25 พฤษภาคม 2542 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
เล่มที่ 116 ตอนท่ี 9 ก. ลงวนั ท่ี 24 กุมภาพันธ์
2542 ซ่ึงตั้งอยู่ในต�ำบลบางปู อ�ำเภอยะหร่ิง
จังหวัดปัตตานี มีพ้ืนที่ประมาณ 4.90

รวมพลงั ชุมชนคณุ ธรรมจังหวัดปัตตานี 199

9.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดฮลั คุลมสุ ลมี นี
(บา้ นบางปสู ุเหรา่ ) ระดับคุณธรรม

ประวัติชุมชน ชุมชนบางปูสุเหร่า ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
เปน็ ชมุ ชนทมี่ คี วามเปน็ อยแู่ บบรว่ มกนั มคี วามสามคั คี
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นชุมชนที่มีความเห็น จดั กจิ กรรมเมาลดิ สมั พนั ธ์ เพอื่ การสบื สาน
เหมือนกัน ไม่มีการแบ่งพวก เป็นชุมชนท่ีอบอุ่น ประเพณีท้องถ่ินให้คงอยู่ต่อไป
มกี ารทำ� กลมุ่ เศรษฐกจิ พอเพยี ง กอ่ นทจี่ ะเปน็ มสั ยดิ 9.3 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดโต๊ะโสม
คุณธรรมนั้น ได้มีกลุ่มผู้น�ำกลุ่มหน่ึงในชุมชน (บา้ นโตะ๊ โสม) ระดบั สง่ เสรมิ คณุ ธรรม
จัดประชุมหารือกันกับชาวบ้านเพ่ือให้มีการเสนอ
ข้อคิดเห็นในการจัดต้ังเป็นมัสยิดคุณธรรมข้ึนมา
เพอื่ เพมิ่ ความรใู้ หค้ นในชมุ ชนไดเ้ รยี นรหู้ ลกั การตา่ งๆ
ท่ีต้องปฏิบัติและการมีความสามัคคีในการจัดท�ำ
กจิ กรรมต่างๆ รว่ มกนั

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จัดกิจกรรมละหมาดตารอเวี๊ยะในเดือน
รอมฏอน เพื่อน�ำหลักธรรมทางศาสนามาปรับใช้
ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติชุมชน บ้านโต๊ะโสม เป็นหมู่บ้าน
ตดิ รมิ ทะเล (อา่ วบางป)ู เลา่ กนั วา่ หมบู่ า้ นแหง่ นแ้ี ตเ่ ดมิ
จัดกิจกรรมอบรมถ่ายทอดความรู้ ในทะเลมีปลาชุกชุม ชาวบ้านประกอบอาชีพ
การเกษตรแบบผสมผสาน ตามแนวทางปรัชญา ประมงน้�ำตื้น ทุกครอบครัวจะมีเรือเล็กและเครื่อง
เศรษฐกิจพอเพียง และน�ำไปต่อยอดให้เป็น มือจับปลา ปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่ จึงถูกเรียกว่า
เกษตรกรต้นแบบด้านเกษตรแบบผสมผสานต่อไป “บ้านโต๊ะโสม” มาจนถึงปัจจุบัน

200 รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจงั หวัดปตั ตานี

ด้านหลักธรรมทางศาสนา ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย
จดั กจิ กรรมบรรยายธรรมในหวั ขอ้ “เตรยี ม 10.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดกูวิง
ความพร้อมสู่เดือนรอมฎอน” เพื่อให้ประชาชนได้ (บ้านกูวิง) ระดับคุณธรรม
ตระหนกั ถงึ ความดงี ามในเดอื นรอมฏอนอนั ประเสรฐิ
ส่งเสริมการท�ำความดีด้วยการบริจาค การอยู่ด้วย
ความสนั ติ ชว่ ยเหลอื และอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งมคี วามสขุ
ภายใตส้ งั คมพหุวฒั นธรรม

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติชุมชน เดิมเป็นพื้นที่ป่าที่มีต้นไม้
ชนิดหน่ึงเป็นจ�ำนวนมาก ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้เรียกว่า
จัดต้ังกลุ่มเล้ียงปูด�ำในบ่อกุ้งร้าง เพ่ือ “ต้นยางแดง” ภาษามลายูเรียกว่า “ปาฮงกูวิง”
สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ตอ่ มามชี าวบา้ นเรมิ่ เขา้ มาตง้ั ทพ่ี กั อาศยั จงึ กลายเปน็
หมู่บ้านและเรียกหมู่บ้านนั้นว่า “บ้านกูวิง”
มาจนถึงปัจจุบัน

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จดั อบรมคณุ ธรรม จรยิ ธรรมเพอ่ื ใหค้ วามรู้
ด้านศาสนาแกเ่ ด็กและเยาวชน นำ� ไปใช้ด�ำเนนิ ชีวิต
ร่วมกันในครอบครัวและสังคมได้อย่างมีความสุข
ส่งผลให้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างย่ังยืนและ
น�ำไปสู่สังคมแห่งความสงบ สันติสุข

10. ตำ� บลบาโลย เปน็ ตำ� บลทมี่ รี ปู รา่ ง ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ทางภมู ศิ าสตรค์ ลา้ ยถว่ั ฝกั ยาว มชี อ่ื เรยี กตามภาษา จัดกิจกรรมอบรมถ่ายทอดความรู้
ท้องถิ่น คือ “กาแจบาลอ” มีการเรียกท่ีผิดเพี้ยน แกเ่ กษตรกรในพนื้ ท่ี เพอื่ ใหค้ นในชมุ ชนไดน้ ำ� ความรู้
กันไป จนกลายเป็นต�ำบลบาโลย ตามที่เรารู้จักกัน และทักษะการเรียนรู้ไปปรับใช้เพ่ือพัฒนาผลิตผล
อย่างถ้วนหน้า เป็นต�ำบลที่มีเขตแดนไม่ติดทะเล ทางการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป
มีแต่คลองท่ีตัดผ่านต�ำบลบาโลยท่ีอดีตเคยเป็น
ทางคมนาคมทางนำ้� โดยใชเ้ รอื ทำ� ธรุ กจิ การคา้ ตา่ งๆ
ซ่ึงต�ำบลบาโลย มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย

รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 201

เพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนนำ� หลกั ธรรมทางศาสนามาปรบั ใช้
ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

จดั อบรมใหค้ วามรเู้ กยี่ วกบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพ่ือสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนในพ้ืนท่ี
ปลูกพืชผักต่างๆ สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม

จัดกิจกรรมเมาลิดสัมพันธ์ เพ่ือสืบสาน
ขนบธรรมเนยี มประเพณีทอ้ งถน่ิ ให้คงอยู่

10.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดสุเหร่าบาโลย ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
(บ้านบาโลย) ระดับคุณธรรม
จัดกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์ เพ่ือสืบสาน
ประวตั ชิ มุ ชน คำ� วา่ “ บาโลย” เปน็ ภาษา วัฒนธรรมท้องถิ่น และสร้างการมีส่วนร่วมของ
มลายทู อ้ งถน่ิ แปลวา่ บาลอ เดมิ ทมี บี า้ นอยหู่ ลงั หนงึ่ คนในชุมชน
มีสมาชกิ ๓ คน คอื พอ่ แม่ และลูกสาว ซงึ่ ลูกสาว
มีรปู รา่ งหนา้ ตาสวยงามมาก มีผู้ชายมาขอแต่งงาน 11. ต�ำบลปิยามุมัง “ปิยะมุมัง”
มากมาย พ่อ แม่ กย็ อมตกลงให้กับทกุ คนท่มี าสู่ขอ
พอถึงวันแต่งงานจึงมีผู้ชายมากันมากและมีการ เป็นภาษามลายู ๒ ค�ำมารวมกนั คือ ปยิ า และยแู ม
แยง่ ชงิ กนั สดุ ทา้ ยกไ็ มม่ ใี ครไดแ้ ตง่ งาน ผชู้ ายจงึ เรยี ก ซึ่งแปลว่าต้นปรงและต้นมะม่วง เพราะบริเวณน้ี
บ้านหลงั นั้นว่า “บาลอ” หมายถึง สิง่ ท่ีไม่ดี ตอ่ มา เต็มไปด้วยต้นไม้ 2 ชนิดนี้ จนชาวบ้านเรียกช่ือ
รัฐบาลมาสร้างโรงเรยี น จึงเปลย่ี นชือ่ จาก “บาลอ” ฝั่งหนึ่งเรียกว่า “บ้านปิยา” อีกฝั่งหนึ่งเรียกว่า
มาเปน็ “บาโลย” จนถึงปัจจบุ ัน “บ้านบ่อม่วง”
ซ่ึงต�ำบลปิยามุมัง มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้านหลักธรรมทางศาสนา ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ส่งเสริมการละหมาดวันศุกร์ท่ีมัสยิด ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

202 รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวัดปัตตานี

11.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนูรุลอิซาน ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
(บ้านปิยา) ระดับคุณธรรม
ประวัติชุมชน บ้านปิยาเดิมอาชีพของ จัดกิจกรรมจิตอาสาบ�ำเพ็ญประโยชน์
บรรพบุรุษ คือ การท�ำดอกไม้เงิน-ทอง ถวาย ท�ำความสะอาดมัสยิด เพื่อสืบสานวิถีวัฒนธรรม
เจ้าเมืองยะหร่ิง และเม่ือว่างจากกิจดังกล่าว ก็จะ ทดี่ งี ามดา้ นการเสยี สละเพอ่ื สว่ นรวมใหก้ บั คนในชมุ ชน
ใชเ้ วลาในการทำ� เครอื่ งประดบั เชน่ สรอ้ ยคอ กำ� ไล
แหวน สรอ้ ยขอ้ มอื เพอ่ื หารายไดเ้ สรมิ เมอ่ื ทำ� ไดม้ ากเขา้
ก็ไม่มีที่เก็บเงินและทองจึงได้น�ำทองที่ท�ำได้
ไปเก็บไว้ในไห เมื่อครบปีก็น�ำทองท่ีท�ำได้
ออกมาขาย จนกลายเปน็ ธรรมเนยี มวา่ ตอ้ งมกี ารขาย
ของปีละคร้ัง จึงเรียกว่า “บ้านปีไห” ต่อมาจึง
เปล่ียนมาเป็น “บ้านปิยา” จวบจนปัจจุบัน

ด้านหลักธรรมทางศาสนา 11.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนูรุลฮูดา
(บ้านบ่อม่วง) ระดับคุณธรรม
ส่งเสริมให้คนในชุมชนละหมาดวันศุกร์
และมีการสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมในการ ประวตั ชิ มุ ชน บา้ นบอ่ มว่ ง ไดม้ ตี น้ มะมว่ ง
ดำ� เนนิ ชีวิตให้มคี วามสุขภายใตส้ ังคมพหุวัฒนธรรม ต้นใหญ่ต้นหน่ึงขึ้นอยู่ในบ่อน้�ำ เวลามีพิธีกรรม
ทางศาสนา กจ็ ะมาประกอบพธิ กี รรม ณ ทบ่ี อ่ นำ้� ใกล้
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้นมะม่วงแห่งนั้น เพราะเป็นจุดที่เด่นที่สุด
แตใ่ นปจั จบุ นั ตน้ มะมว่ งแหง่ นน้ั ไดถ้ กู โคน่ และบอ่ นำ�้
จดั ตงั้ กองทนุ SEARIKAT KEMATIAN เพอ่ื กถ็ กู ถมไปแลว้ และมกี ารสรา้ งถนนขน้ึ มาแทนจงึ ทำ� ให้
ช่วยเหลือครอบครัวท่ีเข้าร่วมกองทุน ไมม่ เี หลอื ไวเ้ ปน็ อนสุ รณอ์ กี เลย ชาวบา้ นในละแวกนน้ั
จงึ เรยี กชอ่ื หมบู่ า้ นนวี้ า่ “บา้ นบอ่ มว่ ง” จนถงึ ปจั จบุ นั

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จัดอบรมให้ความรู้ด้านศาสนาอิสลามแก่
เด็กและเยาวชนเพื่อน�ำไปบอกกล่าว เผยแพร่
ใหป้ ระชาชนทนี่ บั ถอื ศาสนาอสิ ลามมคี วามรแู้ ละอยู่
ในแนวทางท่ีถูกต้อง ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในครอบครัว
และสังคม ได้อย่างมีความสุข

รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี 203

เดมิ หมบู่ า้ นตำ� บลนี้ มฆี อ้ งใหญ่ ๑ ใบ ตมี เี สยี งดงั มาก
และไพเราะมาก ชาวบา้ นจงึ ตง้ั ชอื่ ตำ� บลตามเสยี งฆอ้ ง
ที่ได้ยิน ว่า “ปุลากง” จนถึงปัจจุบัน

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 13. ต�ำบลมะนังยง แต่เดิมเป็นป่า

จัดกิจกรรมอบรมถ่ายทอดความรู้แก่ และท่ีราบเป็นส่วนใหญ่ มีแม่น้�ำไหลผ่าน ๑ สาย
เกษตรกรเพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนไดน้ ำ� ความรแู้ ละทกั ษะ คือ แม่น้�ำตันหยง ตามที่บอกเล่ากันมาว่ามีราษฎร
การเรยี นรไู้ ปปรบั ใชเ้ พอ่ื พฒั นาผลผลติ ทางการเกษตร กลุ่มหนึ่งมาจากท่ีไหนไม่ปรากฏโดยสารเรือมาเป็น
ใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพ พาหนะแตโ่ ดยบงั เอญิ เรอื มาเกยตน้ื ในพน้ื ทนี่ าและ
ชนกลมุ่ นนั้ ไดต้ งั้ ถนิ่ ฐานอยทู่ นี่ นั่ และชาวบา้ นไดต้ ง้ั ชอื่
ต�ำบลน้ีว่า “ต�ำบลมะนังยง” หรือ “บือแนยง”
ซง่ึ แปลวา่ เรอื เกยตน้ื ในทนี่ า และตงั้ แตน่ นั้ มาชาวบา้ น
เรียกต�ำบลน้ีว่า “ต�ำบลมะนังยง”

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม 14. ตำ� บลยามู บา้ นยามู เปน็ ทต่ี งั้ ของ

จัดกิจกรรมจิตอาสา เราท�ำความดี ทวี่ า่ การอำ� เภอยะหรง่ิ คำ� วา่ “ยาม”ู เปน็ ภาษามลายู
ด้วยหัวใจ เพ่ือปลูกฝังและสร้างจิตส�ำนึกให้แกค่ น แปลว่า “ชมพ่”ู กล่าวกนั ว่าในสมัยกอ่ นในบรเิ วณน้ี
ในชมุ ชนในการบำ� เพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ สว่ นรวม มีต้นชมพู่อยู่มากมายขึ้นเองไม่มีการปลูกทั่วๆ ไป
เกือบทั้งหมู่บ้านและเด๋ียวนี้ยังมีอยู่ เกือบจะ
ทุกหมู่บ้าน จะปลูกหรือข้ึนตามธรรมชาติบริเวณ
บ่อนำ�้ หรอื ใกลๆ้ บอ่ น�ำ้
ซึ่งต�ำบลยามู มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

14.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดยามู
(บ้านยามู) ระดับคุณธรรม

12. ตำ� บลปุลากง ค�ำว่า “ปุลากง”

ชาวบ้านเรยี กเพ้ยี นมาจากการไดย้ ินเสียงการตฆี ้อง ประวัติชุมชน ชุมชนคุณธรรมมัสยิดยามู
ซ่ึงดัง ปู ลา โก้ง ๆ ๆ ๆ ซ่ึงตามต�ำนานเล่าว่า เป็นชุมชนเมืองกึ่งชนบท การคมนาคมสะดวก
204 รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจังหวัดปตั ตานี

มีย่านธุรกิจร้านค้า ตลาดนัด เป็นสถานท่ีตั้ง 14.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนูรุล
ของหนว่ ยงานราชการ รฐั วสิ าหกจิ มแี หลง่ ทอ่ งเทย่ี ว อสิ ลามอลั บรั มนี ยี ยี ี (บา้ นภมู ปี อเนาะ)
ทางวัฒนธรรม มีการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรม ระดับคุณธรรม
ทางศาสนาที่ปฏิบัติกันมายาวนาน เป็นชุมชน
พหวุ ฒั นธรรม ซง่ึ อาศยั อยรู่ ว่ มกนั ดว้ ยความสามคั คี
ต้งั แตอ่ ดตี จนถึงปัจจบุ ัน

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จัดอบรมคุณธรรม จริยธรรม เพ่ือให้
คนในชุมชนน�ำหลักธรรมทางศาสนาไปปรับใช้
ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติชุมชน บ้านภูมิเดิมมีช่ือว่า
บ้านบืรมิง บืรมิงเป็นชื่อไม้เน้ือแข็งชนิดหน่ึง ต่อมา
จัดอบรมถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร ทางราชการเข้ามาเปลี่ยนช่ือเป็นภาษาไทยว่า
แบบผสมผสาน เพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนนำ� ความรทู้ ่ีได้รับ “บ้านภูมี” ตั้งอยู่ในต�ำบลยามู หมู่ที่ ๔ อ�ำเภอ
ไปพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรให้มีคุณภาพ ยะหร่ิง จงั หวัดปตั ตานี ห่างจากจังหวดั ปตั ตานอี อก
สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป ไปทางทศิ ตะวนั ออกราว ๑๕ กโิ ลเมตร และหา่ งจาก
อ�ำเภอยะหริ่ง ราว ๒ กิโลเมตร และเป็นชุมชน
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ปอเนาะทสี่ บื ทอดการสอนศาสนาอสิ ลามแบบดงั้ เดมิ
ที่ได้ขัดเกลาบุคลากรด้านคุณธรรม จริยธรรม
จัดกิจกรรมจิตอาสา เราท�ำความดี และเป็นชุมชนปอเนาะที่เก่าแก่สืบทอดกันมา
ด้วยหัวใจ เพื่อสร้างจิตส�ำนึกให้แก่คนในชุมชน ยาวนานรุ่นสู่รุ่น
ในการบำ� เพญ็ ตนให้เป็นประโยชน์ตอ่ ส่วนรวม
ด้านหลักธรรมทางศาสนา

สง่ เสรมิ ใหค้ นในชมุ ชนละหมาดทกุ วนั ศกุ ร ์
พร้อมอ่านคุตบะฮ์บรรยายธรรมให้กับคนในชุมชน
ไ ด ้ น ้ อ ม น� ำ ห ลั ก ธ ร ร ม ท า ง ศ า ส น า ม า ป รั บ ใ ช ้
ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 205

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 15. ต�ำบลราตาปันยัง ค�ำว่า

จัดอบรมยุวเกษตรกรตามแนวเศรษฐกิจ “ราตาปันยัง” เป็นภาษามลายูพ้ืนเมือง แปลว่า
พอเพียง เพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ โซ่ยาว มีประวัติเล่าว่า มีช้างพลายเชือกหน่ึงเข้ามา
หลักเศรษฐกิจพอเพียงและให้เยาวชนในชุมชน ในหมู่บ้าน หลังจากนั้นได้มีควาญช้างได้มาติดตาม
น�ำความรู้ท่ีได้รับไปใช้ในการด�ำเนินชีวิต หาช้างดังกล่าว เมื่อถึงหมู่บ้าน จึงถามชาวบ้านว่า
เห็นช้างผ่านมาทางน้ีบ้างไหม ชาวบ้านบอกว่า
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม เห็นช้างเชือกหน่ึงวิ่งมา มีโซ่เส้นยาวอยู่ท่ีขาหลัง
ของช้าง กลุ่มควาญช้างก็ได้ติดตามไป ปรากฏว่า
จัดกิจกรรมเมาลิดสัมพันธ์ เพ่ือสืบสาน ไมพ่ บชา้ งดงั กลา่ ว พบแตร่ อยโซท่ ช่ี า้ งลากเปน็ ทางยาว
วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ เท่านั้น ต้ังแต่น้ันมาชาวบ้านเรียกต�ำบลนี้ว่า
“ราตาปันยัง”
ซงึ่ ตำ� บลราตาปนั ยงั มกี ารขบั เคลอื่ นชมุ ชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

15.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมมสั ยดิ ราตาปนั ยงั
(บ้านยาว) ระดับส่งเสริมคุณธรรม

ประวตั ชิ มุ ชน เปน็ ชมุ ชนทม่ี คี วามสามคั คี
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่มีการแบ่งพวก
เปน็ ชมุ ชนทอ่ี บอนุ่ และจดั ตง้ั เปน็ ชมุ ชนคณุ ธรรมตอ่ ไป

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

ส่งเสริมให้คนในชุมชนละหมาดวันศุกร์
และอา่ นบรรยาย (คตุ บอฮ)ฺ ในหวั ขอ้ การดแู ลตวั เอง
หา่ งไกลจากโรคระบาด เพอื่ ใหค้ นในชมุ ชนตระหนกั
ในการท�ำความดีและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

206 รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในสมัยก่อนหมู่บ้านน้ีเต็มไปด้วยต้นลาน หากใคร
ผ่านมาจะเข้าไปในหมู่บ้านจะต้องมีคนน�ำทาง
จัดต้ังกองทุน SEARIKAT KEMATIAN ไม่เช่นน้ันจะไม่สามารถเข้าไปในหมู่บ้านได้ หรือไม่
เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่เข้าร่วมกองทุน ก็ต้องถามคนในหมู่บ้านก่อนว่าจะเข้าไปในหมู่บ้าน
ทางไหนชาวบ้านจะบอกทางโดยชี้ไปที่ต้นลานใหญ่
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม ตน้ หนงึ่ ทส่ี งู ตระหงา่ นอยใู่ นหมบู่ า้ น สามารถมองเหน็ ได้
แต่ไกล ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านน้ีว่า “บ้านมูหลง”
จัดกิจกรรมจิตอาสาบ�ำเพ็ญประโยชน์ ตราบเท่าทุกวันนี้
ทำ� ความสะอาดมสั ยดิ เพอ่ื รว่ มสบื สานวถิ วี ฒั นธรรม
ไทยที่ดีในดา้ นความเสียสละต่อผอู้ ืน่ ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จัดกิจกรรมละหมาดตารอเวียะห์ในเดือน
รอมฎอน เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหค้ นในชมุ ชนประกอบศาสนกจิ
ให้ถูกต้องและน�ำหลักธรรมทางศาสนามาปรับใช้
ในการดำ� เนินชวี ิตใหม้ ีความสขุ

15.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดมูหลง ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(บ้านมูหลง) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
จัดกิจกรรมอบรมฝึกอาชีพงานฝีมือ
สานตะกร้าจากเถาวัลย์ โดยจัดหาอุปกรณ์จาก
แ ห ล ่ ง ท รั พ ย า ก ร ใ น พื้ น ที่ ม า ส า น เ ป ็ น ต ะ ก ร ้ า
เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม

ประวัติชุมชน ค�ำว่า “มูหลง” เป็นภาษา จัดกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์ เพ่ือสืบสาน
มลายูพ้ืนเมืองแปลว่า “ต้นลาน” มีประวัติเล่าว่า วฒั นธรรมท้องถ่นิ ให้คงอย่คู สู่ ังคม

รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี 207

16.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนูรุลฮูดา
(บ้านซีโต๊ะ) ระดับส่งเสริมคุณธรรม

16. ต�ำบลสาบัน ค�ำว่า “สาบัน” ประวัติชุมชน ในหมู่บ้านมีชาวมลายู
มาประกาศหาลกู จา้ งเพอื่ ไปทำ� งานเกยี่ วขา้ วทปี่ ระเทศ
มาจากการที่มีคนอพยพมาจากรัฐกลันตัน ซ่ึงไม่ได้ มาเลเซียอยู่เป็นประจ�ำ ชาวบ้านท่ีไปท�ำงาน
เปดิ เผยชอื่ ของตนเองและชาวบา้ นจะเรยี กผชู้ ายคนนี้ ท่ีประเทศมาเลเซียจึงน�ำเอาพันธุ์ข้าวจากประเทศ
ว่า “โต๊ะลางิอิต�ำ” แปลเป็นภาษาไทยว่า “ในปาก มาเลเซยี กลบั มาและมยี ายคนหนงึ่ ไดห้ อบพนั ธข์ุ า้ วมา
จะเป็นด่างด�ำ” เป็นคนมีบุญบารมีสูง ชาวบ้าน และเมื่อถึงฤดูท�ำนาก็ใช้พันธุ์ข้าวจากยายคนนั้น
จงึ เคารพและนบั ถอื ผชู้ ายคนนมี้ าก เนอื่ งจากคำ� พดู มาหวา่ น ทำ� ใหก้ ารทำ� นาไดผ้ ลผลติ ทดี่ มี าก ชาวบา้ น
ของเขาจะเป็นค�ำพูดท่ีศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะพูดอะไร จึงได้เรียกหมู่บ้านน้ีว่า “ปาดีซีโต๊ะ” ซึ่งแปลว่า
ก็เป็นไปตามค�ำพูดของเขา และจะเป็นท่ีพ่ึงส�ำหรับ ข้าวยาย
ทกุ คนในเวลานน้ั และเขาผนู้ น้ั ไดส้ รา้ งบา้ นเพอื่ ปกั หลกั
สร้างที่อยู่อาศัย ตรงกับวันที่ 14 เดือนซะอ์บาน ด้านหลักธรรมทางศาสนา
เป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินของศาสนาอิสลาม เม่ือ
สร้างเสร็จทุกคนที่ผ่านจะมองและบอกว่าบ้านนี้ ส่งเสริมให้คนในชุมชนท�ำการละหมาด
สวยมีราศีและรัศมีสมกับเป็นบ้านของคนที่มี วนั ศกุ รท์ กุ สปั ดาห์ เพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนนำ� หลกั ธรรม
บุญบารมสี งู ผ้คู นท่ไี ด้ดบู ้านหลังนี้มักจะคยุ บอกกับ ทางศาสนามาเป็นแก่นกลางในการด�ำเนินชีวิต
คนอ่ืนๆ ที่พบเจอว่าเป็นคนมีบุญบารมีสูงมาสร้าง ใหม้ คี วามสขุ
บ้านท่ีสวยงาม จึงท�ำให้ทุกคนอยากมาดูและฝาก
เนอื้ ฝากตวั พร้อมทงั้ ถามวา่ สรา้ งเมอ่ื ไหร่ และจะได้ ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
คำ� ตอบทกุ ครงั้ วา่ “เดอื นซะอบ์ าน” เมอ่ื เวลาผา่ นไป
จึงเพ้ียนจากค�ำว่า “ซะอ์บาน” กลายมาเป็น จัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน เพื่อช่วยเหลือ
“สาบัน” จนถึงปัจจุบัน สมาชิกในด้านการออมเงิน การให้สินเช่ือเพ่ือ
ซึ่งต�ำบลสาบัน มีการขับเคล่ือนชุมชน การอุปโภค บริโภค แก่คนในชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

208 รวมพลงั ชุมชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม ความเป็นอยู่ของชุมชนให้มีความสุข และรู้เท่าทัน
การเปล่ียนแปลง ด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง
จัดกิจกรรมเมาลิดสัมพันธ์ เพ่ือสืบสาน การปกครอง ศาสนา และวฒั นธรรม
ประเพณที อ้ งถน่ิ ใหค้ งอยู่
ด้านหลักธรรมทางศาสนา

ส่งเสริมให้คนในชุมชนท�ำการละหมาด
วนั ศกุ รท์ กุ สปั ดาห์ เพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนนำ� หลกั ธรรม
ทางศาสนามาเป็นแก่นกลางในการด�ำเนินชีวิต
ให้มีความสุข

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

จัดกิจกรรมอบรมการท�ำเกษตรพอเพียง
เพ่ือให้สมาชิกในกลุ่มได้น�ำความรู้ และทักษะ
การเรยี นรไู้ ปปรบั ใชเ้ พอื่ พฒั นากลมุ่ ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพ

16.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดสาบัน
(บ้านสาบัน) ระดับส่งเสริมคุณธรรม

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม

จัดกิจกรรมเมาลิดสัมพันธ์ เพ่ือสืบสาน
ประเพณีท้องถ่ินให้คงอยู่สืบไป

ประวัติชุมชน บ้านสาบันได้จัดตั้งชุมชน
คุณธรรม เพ่ือให้ประชาชนในหมู่บ้านสร้าง
ความเข้มแข็งร่วมแก้ไขปัญหา และพัฒนาชีวิต

รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวัดปัตตานี 209

ส่งเสริมให้คนในชุมชนน�ำหลักธรรมทางศาสนา
มาเป็นแก่นกลางในการด�ำเนนิ ชีวิตให้มีความสขุ

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

จดั กจิ กรรมอบรมวธิ กี ารทำ� ปยุ๋ ชวี ภาพเพอ่ื
ใหค้ นในชมุ ชนเรยี นรกู้ ารอยแู่ บบเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ลดรายจ่ายและสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน

17. ต�ำบลหนองแรด เดิมเม่ือ ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม

สมยั โบราณ มรี าษฎรอาศยั อยไู่ มม่ ากนกั และมปี า่ ใหญ่ จดั กจิ กรรมจติ อาสาพระราชทาน บำ� เพญ็
อยมู่ าก และมหี นองบงึ อยกู่ ลางบา้ นจำ� นวนหลายแหง่ ประโยชน์ทาสีห้องน้�ำมัสยิด เพ่ือให้มีห้องน�้ำ
ซึ่งได้มีแรดมาเล่นน้�ำในบริเวณหนองบึงดังกล่าว ท่ีสะอาดถูกสุขอนามัยและปราศจากโรค และร่วม
ซง่ึ ตอ่ มาชาวบา้ นกเ็ รยี กกนั ตดิ ปากวา่ บา้ นหนองแรด สืบสานวิถีวัฒนธรรมไทยด้านความเสียสละเพื่อ
มาจนทุกวันน้ี ส่วนรวม
ซ่ึงต�ำบลหนองแรด มกี ารขบั เคลอื่ นชมุ ชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 18. ต�ำบลแหลมโพธ์ิ (บ้านบูดี)
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน ตำ� บลแหลมโพธ์ ิ แตเ่ ดมิ ชอ่ื ว่า ต�ำบลตะโละกาโปร ์
ประกอบไปด้วย แ ล ะ ไ ด ้ แ ย ก ต� ำ บ ล ม า เ ป ็ น ต� ำ บ ล แ ห ล ม โ พ ธิ์
สภาพโดยทว่ั ไปของตำ� บลแหลมโพธ์ิ มสี ภาพเปน็ แหลม
17.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนูรุลฮูดา เรียกว่า “แหลมตาซี” เพราะว่าสภาพพื้นท่ี
(บ้านแหลมดิน) ระดับต้นแบบ เป็นชายหาดและมีประภาคาร ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๑
ประวัติชุมชน สมัยก่อน ก่อนท่ีจะตั้ง
หมบู่ า้ นนนั้ ทแ่ี หง่ นจี้ ะเปน็ พนื้ ทที่ ม่ี แี รดเปน็ จำ� นวนมาก
เปน็ พนื้ ทท่ี มี่ ที รพั ยากรอดุ มสมบรู ณม์ าก ในปจั จบุ นั
พื้นที่บ้านหนองแรดไม่มีแรด เหลือเพียงรอย
ประวตั ศิ าสตรท์ ไ่ี ดท้ ง้ิ รอ่ งรอยไวเ้ ทา่ นน้ั และชาวบา้ น
กเ็ รยี กตดิ ปากวา่ “บา้ นหนองแรด” และเปน็ ชอื่ ของ
ต�ำบลต่อมาด้วย

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จัดกิจกรรมละหมาดทุกวันศุกร์ เพื่อ

210 รวมพลังชุมชนคุณธรรมจงั หวัดปตั ตานี

บา้ นบดู ี เพอื่ ทจี่ ะอำ� นวยความสะดวก ความปลอดภยั
กับเรือท่ีวิ่งผ่านไปมา
สมัยโบราณต�ำบลแหลมโพธิ์มีช่ือว่า
กำ� ปงบูดี ซ่งึ เป็นภาษามลายทู ้องถิ่น มีความหมาย
วา่ ตน้ โพธ์ิ เรยี กวา่ “โพธทิ์ ะเล” รปู รา่ งหนา้ ตาคลา้ ย
ตน้ โพธิ์ จงึ เรยี กต�ำบลนว้ี า่ ตำ� บลแหลมโพธ์ิ ตน้ โพธ ์ิ
จะขน้ึ อยชู่ ายทะเลและปา่ ชายเลน มคี วามหนาแนน่
ทางด้านทะเลในหมู่บ้าน (ฝั่งอ่าวปัตตานี)
เดิมหมู่บ้านบูดีอยู่ในเขตการปกครองของต�ำบล
ตะโละกาโปร์ ต่อมาเมื่อประชากรมีจ�ำนวนเพิ่ม ฝังศพของชาวมุสลิม มีเร่ืองเล่าสืบต่อกันมาว่า
มากขึ้น จึงได้มีการตั้งต�ำบลขึ้นมาใหม่ ช่ือว่า ในอดีตมีพ่อค้าวาณิชช่ือ “โต๊ะปาแญ” เดินทางมา
“แหลมโพธิ์” ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศเป็นแหลม ค้าขายทองเหลือง แต่ขณะน้ันมีการหล่อปืนใหญ่
เพ่ือป้องกันเมืองปัตตานี ทางเจ้าเมืองจึงส่ังให้
ขนานกบั ทะเลอา่ วไทย ทำ� ใหม้ ีพื้นทีน่ �ำ้ ๒ ดา้ น คอื รวบรวมทองเหลือง และห้ามผู้ใดขายทองเหลือง
ด้านหนึ่งเป็นทะเลใน (อ่าวปัตตานี) และอีกด้าน แต่โต๊ะปาแญ ละเมิดค�ำสั่ง จึงถูกประหารชีวิต
เปน็ ทะเลนอก (อ่าวไทย) นำ� ศพไปทง้ิ ลงคลองยะหรงิ่ แตศ่ พยงั วนเวยี นอยใู่ นคลอง
บ้านก�ำปงบูดี แต่เดิมการตั้งช่ือหมู่บ้าน เจ้าเมืองจึงส่ังให้น�ำศพมาฝังไว้ท่ีบ้านดาโต๊ะ
อาศยั ภมู ปิ ระเทศเปน็ หลกั กลา่ วคอื พน้ื ทล่ี กั ษณะ แต่เมื่อน�ำศพลงหลุม ปรากฏว่าศพขยายยาวขึ้น
เป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล และท่ีบริเวณแหลม ชาวบ้านต้องขอร้อง ศพจึงไม่ขยายอีก ดังจะเห็นได้
มตี น้ โพธข์ิ นึ้ อยตู่ น้ ใหญม่ าก ชาวบา้ นทอ่ี พยพมาอยใู่ หม่ ว่าหลุมศพ มีขนาดยาวกว่าหลุมศพท่ัวไป ติดกับ
เรยี กกันตดิ ปาก แหลมโพธ์ิ ซงึ่ คำ� ว่า “โพธิ์” ภาษา กุโบร์โต๊ะปาแญ คือสุสานตนกูปะสา หรือ พระยา
ท้องถิ่นเรียกว่า “บูดี” บ้านแหลมโพธิ์คือ วิชิตภักดีศรีรัตนาเขตประเทศราช เจ้าเมืองปัตตานี
บ้านบูดี ต่อมาเม่ือมีการแบ่งแยกหมู่บ้านออกเป็น คนท่ี 9 ปกครองในปี พ.ศ. 2388-2399 ภายใน
บ้านปาตาบูดี และตะโละสะมิแล บ้านบูดีเดิม เป็นหลุมศพของเจ้าเมือง และสมาชิกในครอบครัว
กต็ ง้ั ชอื่ ใหมว่ า่ “กำ� ปงบดู ”ี ซง่ึ ยงั คงความหมายเดมิ วา่ มแี ทง่ หนิ แกะสลกั ลวดลายสวยงาม และความทรงจำ�
ตน้ โพธิ ์ ท่ีดีได้จากแหล่งโบราณสถาน มัสยิดดาโต๊ะ สุสาน
ซง่ึ ต�ำบลแหลมโพธิ์ มกี ารขบั เคลอ่ื นชมุ ชน เจ้าเมือง และสุสานที่บันทึกเรื่องราวทาง
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติศาสตร์ของสังคมท้องถ่ิน รอบพ้ืนท่ีอ่าว
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย ปัตตานีได้เป็นอย่างดี ตลอดจนชุมชนบ้านดาโต๊ะ
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน มวี ถิ ชี วี ติ ทเี่ รยี บงา่ ยแบบชาวประมงพน้ื บา้ น มกี ารถนอม
ประกอบไปด้วย อาหารแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ ข้าวเกรียบปลา
ท่ีน�ำเอาวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชนมาผสมกันให้เกิด
การแปรรูปอาหารท่ีขึ้นชื่อ น้ันคือ กือโป๊ะดาโต๊ะ
18.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมมสั ยดิ ดารุลนาอมี ซ่ึงเป็นอาชีพหลักของชาวบ้าน รองลงมาคือ
(บา้ นดาโตะ๊ ) ระดับต้นแบบ ชาวบ้านประกอบอาชีพท�ำการประมง เน่ืองจากมี

ประวตั ชิ มุ ชน หมบู่ า้ นดาโตะ๊ ตงั้ อยตู่ ำ� บล สภาพแวดลอ้ มทโี่ อบลอ้ มไปดว้ ยทะเล จงึ ทำ� ใหช้ าวบา้ น
แหลมโพธ์ิ อ�ำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เดิม ดาโตะ๊ สามารถดำ� รงอาชพี ทพี่ ง่ึ ตนเองไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
เป็นสถานที่ตั้งของสุสานดาโต๊ะปาแญ ซ่ึงบริเวณน้ี และน�ำทรัพยากรท่ีมีอยู่ในท้องถิ่นน�ำมาท�ำเป็น
เคยเปน็ ทา่ พกั เรอื สนิ คา้ พนื้ ทบี่ า้ นดาโตะ๊ กวา่ 25 ไร่ อาหารแปรรูป เพื่อเพ่ิมมูลค่าและสร้างรายได้
เป็นเนินทรายสูงต่�ำสลับกัน จึงถูกเปลี่ยนเป็นสุสาน กับชาวบ้านอย่างยั่งยืน

รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 211

ด้านหลักธรรมทางศาสนา ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ส่งเสริมให้คนในชุมชนร่วมกันละหมาด จัดตั้งกองทุนของชุมชนเพื่อช่วยเหลือ
ในวันศุกร์และฟังการบรรยายธรรม เพื่อให้ ครอบครัวท่ีเข้าร่วมกองทุน
คนในชุมชนน�ำหลักธรรมทางศาสนามาปรับใช้
ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม

จัดกิจกรรมจิตอาสาบ�ำเพ็ญประโยชน์ท�ำความสะอาดมัสยิด เพ่ือสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทย
ด้านการเสียสละเพ่ือส่วนรวม

212 รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจังหวดั ปัตตานี

18.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนูรุลฮีดายะห์ ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(บ้านก�ำปงบูดี) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
ประวัติชุมชน เดิมมีอาณาเขตครอบคลุม จัดต้ังกองทุนหมู่บ้านเพ่ือช่วยเหลือ
พน้ื ทห่ี มทู่ ี่ 2 บา้ นตะโละสะมแี ล และ 3 บา้ นปาตาบดู ี ครอบครัวที่เข้าร่วมกองทุน
(ในปัจจุบัน) การตั้งช่ือหมู่บ้านอาศัยภูมิประเทศ
เป็นหลัก กล่าวคือ พ้ืนที่ลักษณะเป็นแหลมย่ืน ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
ออกไปในทะเล และที่บริเวณแหลมมีต้นโพธิ์ขึ้นอยู่
ต้นใหญ่มาก ชาวบ้านที่อพยพมาอยู่ใหม่ๆ เรียกกัน จัดกิจกรรมจิตอาสาบ�ำเพ็ญประโยชน์
ติดปากว่า “แหลมโพธ์ิ” ซ่ึงค�ำว่า “โพธิ์” ภาษา ท�ำความสะอาด เก็บ กวาดขยะ บริเวณชายหาด
มลายูเรียกว่า “บูดี” บ้านแหลมโพธ์ิ คือ บ้านบูดี แหลมโพธ์ิ เพื่อสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
ตอ่ มาเมอ่ื มกี ารแบง่ แยกเขตหมบู่ า้ น เพอ่ื ความสะดวก ด้านความเสียสละเพ่ือส่วนรวม
ในการปกครอง บา้ นบดู จี งึ แบง่ ออกเปน็ การปกครอง
เป็น 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านตะโละสะมีแล หมู่ท่ี 2
และบ้านปาตาบูดี หมู่ท่ี 3 แต่ยังคงชื่อหมู่บ้าน
หมู่ท่ี 1 ว่า “บ้านบูดี” ซ่ึงแปลว่า ต้นโพธิ์ นั่นเอง

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

ส่งเสริมให้คนในชุมชนร่วมกันละหมาด
วนั ศกุ ร์ เพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนนำ� หลกั ธรรมทางศาสนา
มาปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิต

รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปตั ตานี 213



ออำเภอสายบุรี

อ�ำเภอสายบุรี เป็นอ�ำเภอหน่ึงในจังหวัดปัตตานี
ชาวไทยเช้ือสายมลายูจะเรียกว่า “ตะลุแบ” หรือในภาษา
มลายสู นั สกฤตเรยี กวา่ “สลนิ ดงบาย”ู หรือ “ซือลนิ ดงบายู” แปลว่า ทกี่ ำ� บงั ลมพายุ
ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม มีขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นของตนเอง
มีความหลากหลายทางด้านภาษา
เมืองสายบุรี เดิมเรียกกันว่า เมืองสาย ซ่ึงมาจากภาษามลายูว่า นครีซา
มีความหมายว่า “เมืองแห่งปฏัก” ซ่ึงค�ำว่า “ซา” มาจากค�ำว่า ซากาเยาะ คือ ปฏัก
(อุปกรณ์ท่ีควาญช้างใช้บังคับช้าง) และยังมีช่ือในภาษามลายูที่ยืมค�ำมาจาก
ภาษาสันสกฤต คือ ซือลินดงบายู ซือมาลันบุลัน มาตันดูวอ อันมีความหมายว่า
เมืองก�ำบังลมพายุใต้แสงจันทร์ ณ ธารสองสาย
อ�ำเภอสายบุรี ประกอบไปด้วย 1๑ ต�ำบล ได้แก่

1. ต�ำบลตะลุบัน ในต�ำบลตะลุบัน 1.1 ชุมชนคุณธรรมโรงภาษีเก่า
(วัดเลียบ) ระดับต้นแบบ
มีภูเขาชื่อ “สะลินดงบายู” ค�ำว่า “สะลินดงบายู”
เปน็ ภาษามลายู แปลวา่ “ทห่ี ลบแหง่ ลมพาย”ุ ภเู ขา
สะลนิ ดงบายู มถี ำ�้ ปดิ อยดู่ า้ นหนา้ ผาเชงิ เขา ซง่ึ ถอื วา่
เป็นสถานทีศ่ ักด์สิ ทิ ธแ์ิ หง่ หน่งึ มเี รื่องเล่าสืบกันมาวา่
เป็นท่ีเก็บทรัพย์สมบัติเครื่องใช้ของคนธรรพ์ หรือ
ชาวลับแลในอดีตกาล คนในยุคก่อนได้หยิบยืม
เครอ่ื งใชส้ อยจากถำ้� แหง่ น้ี เมอื่ ใชเ้ สรจ็ แลว้ กน็ ำ� มาคนื
ต่อมาคนรุ่นหลังจิตใจเส่ือมทรามลงไม่ยึดถือสัจจะ
เทพยดาผรู้ กั ษาถำ้� จงึ บนั ดาลใหม้ หี นิ ยอ้ ยมาปดิ ปากถำ้�
ตงั้ แตน่ นั้ มาบรรดาตะลมุ่ ทใี่ ชใ้ สข่ องเปน็ จำ� นวนมาก ประวตั ชิ มุ ชน ชมุ ชนคณุ ธรรมโรงภาษเี กา่
นับได้เป็นพันใบได้เคล่ือนย้ายจากถ�้ำลอยตาม (วดั เลยี บ) หรอื ทคี่ นในพน้ื ทเ่ี รยี กวา่ “ชมุ ชนปากนำ�้ ”
ล�ำน้�ำไป จึงมีต�ำนานที่มาของค�ำว่า “ตะลุ่มพัน” อยู่ในพื้นท่ีเขตเทศบาลเมืองตะลุบัน อ�ำเภอสายบุรี
และได้เพ้ียนเป็น “ตะลุบัน” ในที่สุด จังหวัดปัตตานี ซ่ึงเป็นพ้ืนที่ติดแม่น�้ำสายบุรีและ
ซึ่งต�ำบลตะลุบัน มีการขับเคล่ือนชุมชน ปากอ่าวออกทะเลอ่าวไทย ในพ้ืนท่ีชุมชนนั้น
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มคี วามหลากหลายของกลมุ่ คน ทงั้ คนดงั้ เดมิ ของชมุ ชน
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย คือชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยนับถือศาสนา
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน อิสลาม เดิมในอดีตมีท่าเทียบเรือและด่านเก็บภาษี
ประกอบไปด้วย ของขบวนเรอื ทมี่ าขนึ้ ทา่ คา้ ขายในพนื้ ทจ่ี ากจงั หวดั
ยะลา อ�ำเภอรามัน อ�ำเภอกะพ้อ อ�ำเภอไม้แก่น

216 รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี

หลังจากนั้นเทศบาลได้ก�ำหนดเขตชุมชนใหม่ข้ึน จดั กจิ กรรมสบื สานประเพณวี นั ลอยกระทง
เลยตั้งเป็นชุมชนโรงภาษีเก่า จนถึงปัจจุบัน เพอื่ สบื สานประเพณวี ฒั นธรรมไทย ใหค้ งอยคู่ สู่ งั คม
ด้านหลักธรรมทางศาสนา 1.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดตะลุบัน
ระดับส่งเสริมคุณธรรม

จัดกิจกรรมเข้าวัดปฏิบัติธรรม ฟังพระ
ธรรมเทศนาในวันธรรมสวนะ เพ่ือส่งเสริม
ให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าวัด ฟังธรรม ขัดเกลาจิตใจ
ให้ผ่องใสและเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
เพื่อน�ำไปปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข ประวัติชุมชน ค�ำว่า “ตะลุบัน” หรือ
ภาษามลายู คอื “เตอลูแบ” หมายถึง หลมุ หรอื ชอ่ ง
ส่วนค�ำไทยลากไปหาตะลุ่มพัน หมายถึง ตะลุ่ม
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำ� นวนพนั ใบ ตะลมุ่ คอื ภาชนะมเี ชงิ คลา้ ยพานใสข่ อง
จัดกิจกรรมการเรียนรู้การท�ำแผนธุรกิจ มีต�ำนานเล่าว่า คนธรรพ์เจ้าที่รักษาข้าวของในถ้�ำ
ชุมชน ผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้โครงการเศรษฐกิจ เขาสลนิ ดงบายู มกั ใหช้ าวบา้ นยมื ของไปใช้ แตช่ าวบา้ น
และทุนชุมชน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพ ไม่คืนข้าวของตามก�ำหนด ภายหลังคนธรรพ์โกรธ
ผลิตภัณฑ์ในชุมชน เปิดช่องทางการจ�ำหน่ายสินค้า มากจงึ นำ� ขา้ วของบรรจตุ ะลมุ่ นบั พนั ใบโยนลงทะเล
เพื่อเพ่ิมรายได้ให้กับคนในชุมชน จนหมดและปิดถ�้ำจนถึงปัจจุบัน

ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จดั กจิ กรรมบรรยายธรรม เสรมิ สรา้ งความรู้
เรอ่ื งการปฏบิ ตั ติ นและการใชช้ วี ติ ในเดอื นรอมฎอน
เพอื่ เสรมิ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ขอ้ บญั ญตั ิ
และขอ้ ปฏบิ ตั ขิ องศาสนา และสรา้ งความตระหนกั ถงึ
การเปน็ ศาสนกิ ชนทดี่ แี ละปลกู ฝงั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ใหแ้ กป่ ระชาชนในพนื้ ท่ี

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม

รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจังหวดั ปัตตานี 217

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดกิจกรรมอบรมเสริมสร้างความรู้เรื่อง
บทบาทของสตรใี นการพัฒนาสังคมและการใชช้ ีวิต
อย่างพอเพียงในครัวเรือน เพื่อส่งเสริมแนวทาง
การใชช้ วี ติ อยา่ งพอเพยี ง พอประมาณ มชี วี ติ ทเี่ รยี บงา่ ย
และมีความสุข

ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมเข้าวัดปฏิบัติธรรมในวัน
ธรรมสวนะ เพอ่ื ส่งเสริมใหพ้ ุทธศาสนกิ ชนได้เข้าวดั
ปฏบิ ตั ธิ รรม และเรยี นรหู้ ลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
เพอ่ื นำ� ไปปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ใหม้ คี วามสขุ

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
จัดกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
จากสถานการณ์น้�ำท่วมในเขตพื้นท่ีภาคใต้ เพ่ือ
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัย ในพื้นที่
อ�ำเภอสายบุรี

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดกิจกรรมปลูกผักสวนครัว เพ่ือสร้าง
ความม่ันคงทางอาหาร และน้อมน�ำแนว
พระราชด�ำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน “ปลูกผักสวนครัวเพื่อ
สรา้ งความมน่ั คงทางอาหาร” ลดรายจา่ ย สรา้ งรายได้
ระยะส้ันทั้งในระดับครัวเรอื นและระดับกลุม่ อาชีพ
1.3 ชุมชนคุณธรรมบ้านใต้
ระดับส่งเสริมคุณธรรม
ประวัติชุมชน ชุมชนบ้านใต้ ตั้งอยู่ในเขต
เทศบาลเมอื งตะลบุ นั อำ� เภอสายบรุ ี จงั หวดั ปตั ตานี
มีพ้ืนท่ีเป็นที่ราบลุ่มแม่น�้ำ มีแม่น้�ำสายบุรีไหลผ่าน
ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของต�ำบลตะลุบัน ชาวบ้านจึงเรียก
ว่า “บ้านใต้”

218 รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปัตตานี

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม แปลว่า “ช้างตาย” ซึ่งมีต�ำนานที่คนเล่าขานกันว่า
จัดงานทอดกฐินสามัคคี เพ่ือสืบสาน มีช้างเผือกเชือกหน่ึง เจ้าของได้บรรทุกของมาขาย
ประเพณีที่ส�ำคัญทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ ท่ีตลาดเจาะกือแย ปรากฏว่าช้างตัวนั้นตาย
ชาวบา้ นจงึ ชว่ ยกนั ลากศพมาฝงั ไวท้ ปี่ า่ ชา้ ชาวบา้ น
จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านน้ีว่า “ฆาเยาะมาตี”
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมบรรยายธรรมเพ่ือการพัฒนา
คุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อปลูกฝังคุณธรรม
จริยธรรม สร้างจิตส�ำนึกที่ดีและสร้างความรู้
ความเข้าใจ ในหลักธรรมค�ำสอนของศาสนา
สามารถนำ� มาใชใ้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ

2. ต�ำบลตะบิ้ง ต้ังอยู่ริมฝั่งแม่น้�ำ ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดกิจกรรมส่งเสริมการท�ำน้�ำหมัก
สายบรุ ี “ตะบิง้ ” แปลวา่ ตล่ิง / ฝั่งน�้ำ ในสมัยก่อน สับปะรดเพื่อพัฒนาคุณภาพยางพารา เพื่อลด
การคมนาคมอาศยั ทางเรอื เปน็ หลกั ประชาชนทเี่ ดนิ ทาง ต้นทุน และลดรายจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่
ไปมาอ�ำเภอสายบุรีไปนราธิวาสต้องไปขึ้นแพ
ท่ีตะบ้ิง แม่น�้ำสายบุรี ต�ำบลตะบ้ิงอยู่ในเขต
การปกครองของอำ� เภอสายบรุ ี
ซ่ึงต�ำบลตะบิ้ง มีการขับเคล่ือนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

2.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดดารุลอีมาน
ฆาเยาะมาตี ระดับคุณธรรม

ประวัติชุมชน ที่มาของชื่อหมู่บ้าน
ชุมชนบา้ นฆาเยาะมาตี สมัยก่อนเรียกว่า “ปละคู”
แปลว่าต้นไม้ชนิดหน่ึงที่สามารถน�ำมารักษา
โรคนำ�้ กดั เทา้ ได ้ และ 60 ปตี อ่ มา คำ� วา่ “ฆาเยาะมาต”ี

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
จัดกิจกรรมการท�ำอาซูรอ ซ่ึงเป็น
วัฒนธรรมประเพณีของชาวมุสลิมที่นับถือศาสนา
อิสลามท่ียึดถือปฏิบัติกันมาเป็นประจ�ำทุกๆ ปี เพื่อ
สง่ เสริมการอนุรักษป์ ระเพณีวฒั นธรรมของทอ้ งถ่นิ
และเสรมิ สรา้ งความสามคั คขี องประชาชนในชมุ ชน

รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 219

2.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดตะบ้ิง จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรมจริยธรรม เพื่อ
(บ้านตะบ้ิง) ระดับส่งเสริมคุณธรรม ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเกิดความตระหนักใน
การสรา้ งคณุ ธรรม จรยิ ธรรมใหต้ นเอง เพอื่ การใชช้ วี ติ
ในสังคมอย่างสันติสุข ภายใต้ความหลากหลาย
ทางพหุวัฒนธรรม
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดอบรมส่งเสริมอาชีพและเพ่ิมรายได้
แก่ประชาชน เพ่ือส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชน
มคี วามรู้ และทกั ษะในการประกอบอาชพี สรา้ งรายได้
เสริมให้กับครอบครัว

ประวตั ิชมุ ชน ค�ำว่า “ตะบิง้ ” เป็นค�ำมา ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
จากภาษามลายูว่า “ตือบืง” ซ่ึงเป็นภาษาไทย จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาศาสนสถาน
หมายถึง ตลิ่งซึ่งมีความสูงชันมาก ต้ังอยู่ริมแม่น�้ำ ในพ้ืนที่ เน่ืองในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
สายบุรี ในสมัยก่อนการคมนาคมอาศัยทางเรือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
เป็นหลัก ประชาชนท่ีเดินทางไปมาอ�ำเภอสายบุรี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม เพื่อ
ไปนราธิวาส ต้องไปข้ึนแพที่ตะบิ้ง บริเวณแม่น�้ำ ทำ� ความสะอาดและปรบั ภมู ทิ ศั นบ์ รเิ วณมสั ยดิ และ
สายบรุ ี ซงึ่ มชี อื่ เสยี งในประวตั ศิ าสตร์ มตี น้ นำ�้ อยใู่ น เพอ่ื สบื สานวถิ วี ฒั นธรรมไทยทดี่ งี ามดา้ นความเสยี สละ
เทือกเขาสันกาลาคีรี ระหว่างเขากุลาคาโอกับ เพ่ือส่วนรวม
เขาตาโบ้ในอำ� เภอสุครี นิ จงั หวดั นราธิวาส ไหลขน้ึ
ทางเหนือเข้าไปในเขตอ�ำเภอรามัน จังหวัดยะลา
จนกระทั่งออกสู่ทะเล ผ่านต�ำบลตะบ้ิง อ�ำเภอ
สายบุรี จงั หวดั ปัตตานี มีความยาวตลอดท้งั ล�ำน้ำ�
ประมาณ 186 กโิ ลเมตร
ด้านหลักธรรมทางศาสนา

2.3 ชุมชนคุณธรรมฮูแตปาเซ
(บ้านเจาะกือแย) ระดับส่งเสริมคณุ ธรรม
ประวัติชุมชน บ้านเจาะกือแย เป็น
ค�ำภาษามลายู หมายถึง “ลานต้นหว้า” ดั้งเดิม

220 รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวดั ปัตตานี

บา้ นเจาะกอื แยเปน็ ศนู ยก์ ลางทางเศรษฐกจิ และแหลง่ ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
การค้าหรือตลาดนัดของต�ำบลและเขตใกล้เคียง จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาศาสนสถาน
ซง่ึ เดมิ มพี อ่ คา้ แมค่ า้ ตา่ งถน่ิ นำ� สนิ คา้ บรรทกุ เรอื ลอ่ ง ในพ้ืนที่ “ท�ำความสะอาดบ้านเมือง คืนความสุข
มาตามแม่น�้ำสายบุรี แยกไปตามจาเราะ (ล�ำธาร) ใหป้ ระชาชน” เพอ่ื ทำ� ความสะอาดและปรบั ภมู ทิ ศั น์
หยุดพักค้างคืนที่ลานกือแย (ต้นหว้า) พอรุ่งขึ้น บริเวณมัสยิด
จงึ นำ� สนิ คา้ ออกมาขายทต่ี ลาดนดั ทบ่ี รเิ วณลานกอื แย
ซงึ่ มพี น้ื ทก่ี วา้ งเหมาะแกก่ ารนำ� สนิ คา้ มาวางจำ� หนา่ ย 3. ต�ำบลปะเสยะวอ จัดต้ังมาตั้งแต่
ต่อมา จาเราะกือแย เรยี กเปน็ “เจาะกือแย” และ
เป็นศูนย์กลางความเจริญของชมุ ชนในเวลาต่อมา สมัยใดไม่ทราบแน่ชัด แต่ตั้งมานานแล้ว สาเหตุ
ด้านหลักธรรมทางศาสนา ท่ีมาของช่ือต�ำบลนั้น มาจากค�ำว่า “ปะเสปลาฆอ”
จดั กจิ กรรมอบรมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม เพอ่ื เปน็ คำ� มลายู แปลวา่ “ทรายชนกนั ” กลา่ วคอื ทหี่ มบู่ า้ น
ปลกู ฝงั ใหเ้ ดก็ และเยาวชนเกดิ ความตระหนกั ในการ ปะเสยะวอ (หมู่ท่ี 3) เป็นจุดที่แม่น้�ำสายบุรี
ใชช้ วี ติ ในสงั คมอยา่ งสนั ตสิ ขุ ภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม และคลองทุ่งเค็จไหลมาชนกัน ท�ำให้เกิดเป็น
สนั ทรายทแ่ี มน่ ำ้� ทงั้ สองพดั มา ทำ� ใหเ้ กดิ ทรายชนกนั
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรียกว่า “ปะเสปลาฆอ” ซึ่งต่อมาค�ำดังกล่าว
จัดกิจกรรมโรงเรียนธนาคาร เพื่อส่งเสริม ก็เพี้ยนเป็น “ปะเสยะวอ”
ใหบ้ คุ ลากรของโรงเรยี น และนกั เรยี นรจู้ กั การอดออม ซ่งึ ตำ� บลปะเสยะวอ มกี ารขบั เคลอื่ นชมุ ชน
เพื่อใช้ในอนาคต ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

3.1 ชุมชนคณุ ธรรมมสั ยดิ ก�ำปงอาดะห์
(บ้านบน) ระดับส่งเสริมคุณธรรม

ประวัติชุมชน บ้านบน ต้ังอยู่หมู่ที่ 2
ต�ำบลปะเสยะวอ อ�ำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

รวมพลังชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี 221

ซงึ่ อกี ชอ่ื หนง่ึ ชาวบา้ นนยิ มเรยี กกนั วา่ “กำ� ปงอาตะห”์ วัฒนธรรมประเพณีของชาวมุสลิมที่นับถือศาสนา
ซง่ึ เดมิ พน้ื ทบ่ี า้ นบนจะตงั้ บนทสี่ งู ถงึ แมป้ รมิ าณนำ้� ฝน อิสลามที่ยึดถือปฏิบัติกันมาเป็นประจ�ำทุกปี เพื่อ
จะตกเป็นปริมาณมาก ก็จะไม่เกิดปัญหาน้�ำขัง ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น และ
หรอื นำ้� ทว่ มตามมา ทำ� ใหผ้ คู้ นในอดตี เรยี กชอื่ ชมุ ชน เสริมสร้างความสามัคคีของประชาชนในชุมชน
นวี้ ่า “ชุมชนบ้านบน” จวบจนปัจจุบัน 3.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดบาเลาะ
ด้านหลักธรรมทางศาสนา (บา้ นบาเลาะ) ระดบั สง่ เสรมิ คณุ ธรรม
จัดกิจกรรมบรรยายธรรม เพื่อเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งของชุมชน ให้สามารถอยู่ร่วมกัน
ในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างสันติสุข

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติชุมชน บา้ นบาเลาะ ตงั้ อยู่หม่ทู ่ี 5
จัดกิจกรรมอบรมการท�ำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ต�ำบลปะเสยะวอ อ�ำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
เพอ่ื ลดตน้ ทนุ และลดรายจา่ ยใหก้ บั เกษตรกรในพนื้ ท่ี เริ่มมีคนอาศัยราวๆ ๙๐ กว่าปีมาแล้ว บุคคลกลุ่ม
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม แรกที่มาอยู่เป็นคนอพยพมาจากบ้านกระหวะ
จัดกิจกรรมการท�ำอาซูรอ ซ่ึงเป็น อำ� เภอมายอ จงั หวดั ปตั ตานี ตอ่ มากม็ คี นหมบู่ า้ นอนื่ ๆ
มาสมทบ สำ� หรบั คำ� วา่ “บาเลาะ” ซงึ่ เปน็ ชอื่ หมบู่ า้ น
แปลว่า “ต้นไม้ใหญ่” หรือ “ท่อนซุง” กล่าวคือ
ในหมบู่ า้ นมตี น้ ไมใ้ หญต่ น้ หนง่ึ อยใู่ นหมบู่ า้ นชาวบา้ น
เรียกว่า “ต้นบาเลาะ” เลยเรียก บ้านบาเลาะ
มาจนถึงปจั จบุ นั
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จดั กจิ กรรมบรรยายธรรม เรอื่ งการตอ้ นรบั
เดือนรอมฎอนและวิธีปฏิบัติตนในห้วงเดือน
รอมฎอน ท่ามกลางการระบาดของเช้ือโควิด-19
เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกยี่ วกบั ข้อปฏิบตั ิ

222 รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปตั ตานี

ของศาสนา และมีแนวทางในการป้องกัน เพราะแรกเรม่ิ นนั้ บางเกา่ เปน็ พน้ื ทเ่ี ปน็ ปา่ โดยธรรม
การระบาดของเชอื้ โควดิ -19 ในการประกอบศาสนกจิ และมีคลองไหลผ่านไปทางทะเลและแต่เดิมนั้น
ตามวิถีมุสลิมและส่งเสริมให้คนในชุมชนน�ำ บางเก่าข้ึนอยู่กับต�ำบลปะเสยะวอ ต่อมาจึงได้แยก
หลักธรรมทางศาสนามาปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิต ออกมาเป็นต�ำบล “บางเก่า” จนมาถึงปัจจุบัน
ให้มีความสุข ซึ่งต�ำบลบางเก่า มีการขับเคล่ือนชุมชน
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดอบรมถ่ายทอดความรู้โดยเน้นการ หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ลดต้นทุน การเพ่ิมผลผลิตและการเช่ือมโยงการ ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ตลาด ซ่ึงได้ถ่ายทอดความรู้การบริหารจัดการกลุ่ม ประกอบไปดว้ ย
อย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนการผลิตพืชใน
แต่ละฤดูกาล ให้ตอบโจทย์ของความต้องการ 4.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดบืองาแบ
ของตลาด สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน (บา้ นบางเก่าใต้) ระดบั ส่งเสริมคณุ ธรรม

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม ประวตั ชิ มุ ชน คำ� วา่ “บางเกา่ ” มชี อ่ื เรยี ก
จัดกิจกรรมการท�ำอาซูรอ ซ่ึงเป็น ตามภาษาพนื้ เมอื งวา่ “มอื งาแบ” หมายถงึ ที่เนินดิน
วัฒนธรรมประเพณีของชาวมุสลิมที่นับถือศาสนา มรี อ่ งนำ�้ ธรรมชาตอิ ยสู่ ว่ นกลาง มลี ำ� คลองขนาบกบั
อิสลามท่ียึดถือปฏิบัติกันมาเป็นประจ�ำทุกปี เพื่อ ทะเล ล�ำคลองสายน้ีผ่านกลางหมู่บ้าน บริเวณ
ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของท้องถ่ิน ทก่ี ลางลำ� คลองเปน็ ทเี่ นนิ ดนิ สงู ขน้ึ ลำ� คลองกลายเปน็
ให้คงอยู่คู่สังคม ทร่ี าบ ชาวบา้ นจงึ อพยพมาอาศยั อยหู่ ลายหลงั คาเรอื น
จนเป็นหมู่บ้าน แต่เดิมเป็นหมู่บ้านของ
ต�ำบลปะเสยะวอ ต่อมาได้แยกเปน็ ต�ำบล จึงตั้งช่ือ
เปน็ ภาษาไทยวา่ ต�ำบล “บางเก่า”
ด้านหลักธรรมทางศาสนา

4. ต�ำบลบางเก่า มีชื่อเรียกเดิมว่า

“มืองาแบ” หมายความว่า เนินดินที่ร่องน้�ำ
ธรรมชาติอยู่ส่วนกลาง สาเหตุที่เป็นเช่นน้ี

รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปตั ตานี 223

จดั กจิ กรรมบรรยายธรรม เรอ่ื งการตอ้ นรบั ยังไม่มีบ้านเรือนของชาวบ้านตั้งรกรากถิ่นฐานเลย
เดอื นรอมฎอนและวธิ ปี ฏบิ ตั ติ นในหว้ งเดอื นรอมฎอน จากนนั้ มากเ็ รม่ิ มปี ระชากรเพมิ่ ขน้ึ เรอ่ื ยๆ จนกลายเปน็
ท ่ า ม ก ล า ง ก า ร ร ะ บ า ด ข อ ง เชื้ อ โ ค วิ ด - 1 9 หมู่บ้านเล็กๆ จึงได้เริ่มต้ังช่ือของหมู่บ้านขึ้นว่า
เพอ่ื เสรมิ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ขอ้ ปฏบิ ตั ิ “ปาแด” ซ่ึงแปลงมาจาก ป่าจ�ำนวนมากนั่นเอง
ของศาสนา และมีแนวทางในการป้องกัน และมีการตั้งกลุ่มค้าขายกันในระหว่างหมู่บ้าน
การระบาดของเชอ้ื โควดิ -19 ในการประกอบศาสนกจิ ขยายออกสู่ต�ำบล ความเจริญเริ่มเข้ามา ประชากร
ตามวถิ มี สุ ลมิ และนำ� หลกั ธรรมทางศาสนามาปรบั ใช้ เพิ่มมากขึ้น จึงมีการต้ังชื่อหมู่บ้านอย่างเป็น
ในชีวติ ใหม้ คี วามสขุ ทางการว่า “หมู่บ้านป่าทุ่ง” หรือ “นัดปาแด”
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในภาษามลายู
จัดกิจกรรมอบรมและส่งเสริมอาชีพ ด้านหลักธรรมทางศาสนา
(การปลกู แตงโม) เพอ่ื สง่ เสรมิ อาชพี เพมิ่ พนู ความรู้ จดั อบรมจรยิ ธรรมภาคฤดรู อ้ น เพอ่ื ปลกู ฝงั
และทักษะการปลูกแตงโม ฯลฯ สร้างอาชีพ ให้เด็กและเยาวชนเกิดความตระหนักในการสร้าง
สร้างรายได้ให้คนในชุมชน คุณธรรม จริยธรรมให้ตนเอง ในการใช้ชีวิต
ในสังคมอย่างสันติสุข และส่งเสริมให้เด็กมีความรู้
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม ความเข้าใจในหลักค�ำสอนของศาสนา
จัดกิจกรรมงานเมาลิด เพ่ือร่วมสืบสาน
ประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่คู่สังคมสืบไป

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกรอบบริเวณ
4.2 ชุมชนคุณธรรมบ้านป่าทุ่ง บ่อเล้ียงปลาในสวนเกษตร ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจ
ระดับส่งเสริมคุณธรรม พอเพยี ง เพอ่ื เปน็ แนวกนั้ ปอ้ งกนั ไมใ่ หด้ นิ ถกู กดั เซาะ

ประวัติชุมชน แต่เดิมพ้ืนที่บ้านป่าทุ่ง และพังทลายลงมา เป็นการอนุรักษ์ดินและน�้ำ
พน้ื ทส่ี ว่ นใหญเ่ ปน็ ปา่ ทบึ มตี น้ เสมด็ เปน็ จำ� นวนมาก ตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

224 รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจงั หวัดปัตตานี

5.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดบือเระ
(บ้านบือเระ) ระดับส่งเสริมคุณธรรม

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม ประวัติชุมชน บ้านบือเระ เป็นหมู่บ้าน
จัดกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์ ซ่ึงเป็น เกา่ แกม่ อี ายมุ ากกวา่ ๒๐๐ ปี สมยั กอ่ นคนสว่ นมาก
วัฒนธรรมประเพณีของชาวมุสลิมที่นับถือศาสนา ตงั้ ชอื่ หมบู่ า้ นโดยเอาสง่ิ ของมาตงั้ ชอื่ เมอื่ กอ่ นใชช้ อื่ วา่
อิสลามที่ยึดถือปฏิบัติกันมาเป็นประจ�ำทุกปี เพื่อ “โคกทราย” หมายถึง พ้ืนที่ท่ีมีต้นไม้เล็กปกคลุม
ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของท้องถ่ิน และ พนื้ ดนิ ไมอ่ ดุ มสมบรู ณ์ ตอ่ มาเปลยี่ นเปน็ ชอื่ “บอื เระ”
เสริมสร้างความสามัคคีของประชาชนในชุมชน ค�ำว่า “บือเระ” จึงหมายถึงความไม่อุดมสมบูรณ์
ของดิน
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมจริยธรรมเกี่ยวกับ
ศาสนา เพอ่ื ปลกู ฝงั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และสง่ เสรมิ
ให้ประชาชนตระหนักถึงการเป็นศาสนิกชนท่ีดี

5. ตำ� บลบอื เระ สมัยก่อนคนส่วนมาก ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดกิจกรรมตู้เย็นข้างบ้านต้านภัย
มกั ใชก้ ารตงั้ ชอื่ หมบู่ า้ น โดยเอาสง่ิ ของมาตง้ั ชอื่ เชน่ COVID-19 มีการแจกจ่ายเมล็ดพันธ์ุผักให้แก่
ต�ำบลบือเระ เม่ือก่อนใช้ช่ือว่า โคกทราย หมายถึง ประชาชนในพื้นท่ีในการปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อ
พื้นท่ีท่ีมีต้นไม้เล็กๆ พ้ืนดินไม่อุดมสมบูรณ์ ต่อมา เป็นการช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบในภาวะวิกฤต
ใช้ชื่อว่าต�ำบล “บือเระ” ใหป้ ระชาชนมอี าหารบรโิ ภค และสามารถดำ� รงชวี ติ
ซ่ึงต�ำบลบือเระ มีการขับเคลื่อนชุมชน อยู่ได้ด้วยการพ่ึงพาตนเองอย่างมีความสุข
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 1 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย

รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปัตตานี 225

ซง่ึ ตำ� บลเตราะบอน มกี ารขบั เคลอื่ นชมุ ชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน
ประกอบไปดว้ ย
6.1 ชุมชนคุณธรรมวัดปทุมวารี
(บ้านเตราะบอน) ระดับต้นแบบ

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
จัดกิจกรรมงานเมาลิด เพ่ือสืบสาน
ประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่คู่สังคมสืบไป

ประวัติชุมชน เตราะบอน หมายถึง
ลำ� ธาร ทม่ี ตี น้ บอนขน้ึ อยทู่ วั่ ไป เดมิ หมบู่ า้ นนเ้ี ปน็ ทตี่ ง้ั
ของอ�ำเภอกะลาพอ ต่อมาได้เปล่ียนเป็นกิ่งอ�ำเภอ
และต�ำบลจนถึงปัจจุบัน

6. ตำ� บลเตราะบอน คำ� วา่ “เตราะบอน” ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมบรรยายธรรมเทศนา เนื่องใน
เปน็ คำ� สองคำ� คอื เตราะ แปลวา่ “ลำ� ธาร” บอน กค็ อื วนั มาฆบชู า เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหพ้ ทุ ธศาสนกิ ชนไดเ้ รยี นรู้
“ตน้ บอน” ในสมยั แรกเรม่ิ ทจ่ี ะเปน็ ตำ� บลเตราะบอน หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ได้น�ำไปปรับใช้
มีเร่ืองเล่าว่าในเขตต�ำบลเตราะบอนจะมีล�ำธาร ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข
ไหลผ่านและริมล�ำธารจะเต็มไปด้วยต้นบอน ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เตราะเป็นค�ำในภาษามลายู ส่วนค�ำว่า “บอน” จัดถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาล
เป็นภาษาไทย สาเหตุท่ีน�ำเอาค�ำสองภาษา ใหม่ (Field Day) ส่งเสริมและพัฒนาศูนย์เรียนรู้
มาตง้ั ชอื่ ตำ� บล เพราะวา่ ในสมยั นน้ั ชาวบา้ นสว่ นใหญ่
จะเป็นชาวมุสลิมและมีชาวไทยพุทธบ้างเล็กน้อย
ค�ำว่า “บอน” แปลเป็นภาษามลายูก็คือ “กลาดี”
และค�ำว่า “เตราะบอน” จะหมายรวมทั้งสิบเอ็ด
หมู่บ้าน ส่วนค�ำว่า กะลาพอ จะเป็นหมู่บ้านท่ีใหญ่
และมีความเจริญ มีถนนหลวงสายนราธิวาส -
ปัตตานี เป็นที่ต้ังของสถานที่ราชการ เช่น สถานี
อนามัย โรงเรียนบ้านกะลาพอ ด้วยเหตุน้ีแหละ
ที่คนท่ัวไปจะเรียกต�ำบลเตราะบอนว่า “กะลาพอ”

226 รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจังหวัดปตั ตานี

เพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรและ
เครือข่ายให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกร โดย
นอ้ มนำ� หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาประยกุ ตใ์ ช้
ให้เกิดประโยชน์

ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดอบรมการจัดการศพตามวิถีอิสลาม
เพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้เข้าร่วมอบรม
สามารถน�ำความรู้ท่ีได้ไปปฏิบัติได้จริง และถูกต้อง
ตามหลักศาสนาอิสลาม
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์และ
วนั ผสู้ งู อายุ เพอื่ เปน็ การแสดงความเคารพตอ่ ผอู้ าวโุ ส
หรือผู้มีพระคุณ เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญู
กตเวที และเพ่ือเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงาม
ของไทยให้คงอยู่

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จดั ตง้ั กลมุ่ ออมทรพั ยเ์ พอื่ การผลติ บา้ นสอื ดงั
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความส�ำคัญ
ของการออมเงนิ และเหน็ ถงึ คณุ คา่ ของการใชจ้ า่ ยเงนิ
การวางแผนทางการเงนิ ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง

6.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดสะลาแด ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
(บ้านสือดัง) ระดับคุณธรรม จัดกิจกรรมจิตอาสาท�ำความสะอาด
ประวัติชุมชน หมู่บ้านสือดัง เป็นหมู่บ้าน ปรับภูมิทัศน์ ศาสนสถานในพื้นที่ เพื่อถวายเป็น
ที่ต้ังอยู่เชิงเขาบูเกะซีเรง โดยมีต้นไม้ชนิดหน่ึง
ชอื่ ตน้ สอื แด ตน้ ใหญ่ คอยเปน็ รม่ เงาใหค้ นพกั อาศยั
เวลาคนเดินทางไปหมู่บ้านอ่ืน คนเดินทางจะเรียก
พื้นที่ตรงนี้ว่า “ก�ำปงสือแด” ต่อมาได้มีการบันทึก
ชอ่ื หมบู่ า้ นสระกดเปน็ ชอื่ “หมบู่ า้ นสอื ดงั ” จนมาถงึ
ปัจจุบัน

รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวดั ปัตตานี 227

พระราชกุศลน้อมร�ำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เน่ืองในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จ จั ด กิ จ ก ร ร ม ป ลู ก ผั ก ส ว น ค รั ว เ พ่ื อ
พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช สร้างความมั่นคงทางอาหาร และน้อมน�ำ
บรมนาถบพิตร เพ่ือเป็นการท�ำความดี เทิดทูน แนวพระราชด�ำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
6.3 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดอัลฮีดายะห์ สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน “ปลูกผักสวนครัว
(บ้านลูโบ๊ะซูลง) ระดับคุณธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” และเพ่ือสร้าง
ความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน

ประวตั ชิ มุ ชน บา้ นลโู บะ๊ ซลู ง มาจากคำ� วา่ ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
“ลูโบ๊ะ” เป็นภาษามลายูท้องถ่ิน แปลว่า พ้ืนที่ที่มี จัดกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์ เพื่อสืบสาน
ลักษณะเป็นพรุ มีน้�ำท่วมขังและเป็นหลุมลึกกว้าง ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น และเสริมสร้าง
ส่วนค�ำว่า “ซูลง” เป็นช่ือของบุคคลท่ีเป็นลูกชาย ความสามัคคีของประชาชนในชุมชน
คนโตของครอบครัวหนึ่งท่ีอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน
วันหน่ึง “ซูลง” ได้พลัดตกลงไปเสียชีวิตในพรุ
ที่เรียกกันว่าลูโบ๊ะ จึงน�ำค�ำว่า ลูโบ๊ะซูลง มารวมกัน
และใช้เป็นช่ือหมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมบรรยายธรรม เพื่อเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งของชุมชน ให้สามารถอยู่ร่วมกัน
ในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างมีความสุข

228 รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจงั หวัดปตั ตานี

7. ต�ำบลกะดุนง ต�ำบลกะดุนง ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จัดกิจกรรมส่งเสริมการเล้ียงแพะ
“กะดุนง” เป็นช่ือต้นไม้ขนาดใหญ่ เป็นป่าต้น (ธนาคารแพะ) เพ่ือให้คนในชุมชน ยืมแพะไปเล้ียง
มะกอก มเี ปน็ จำ� นวนมาก มชี อื่ เรยี กวา่ “กะดอนอง” ในการผลิต เสริมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน
ต่อมาเพ้ียนกลายเป็น “กะดุนง” มีราษฎรมาอาศัย
พน้ื ทท่ี ำ� กนิ เปน็ จำ� นวนมาก เพราะพนื้ ทอ่ี ดุ มสมบรู ณ์
ในด้านการเกษตร จึงตั้งเป็นหมู่บ้าน และต�ำบล
มาจนถึงทุกวันน้ี
ซึ่งต�ำบลกะดุนง มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่
ดีงามภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม จ�ำนวน 1 ชุมชน
ประกอบไปด้วย

7.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดดารนอีบาดะห์
(บ้านโต๊ะบาลา) ระดับส่งเสริมคุณธรรม

ประวัติชุมชน ค�ำว่า “โต๊ะบาลา” เป็นช่ือ
ของบุคคลท่านหนึ่งที่ชาวบ้านนับถือ ในสมัยก่อน
ทา่ นเปน็ คนเฝา้ ตำ� หนกั เปน็ คนดี ซอื่ สตั ย์ และเปน็ ทร่ี กั
ของชาวบ้าน ค�ำว่า “โต๊ะ” เป็นภาษามลายู
หมายความว่า ท่ีเคารพนับถือ ค�ำว่า “บาลา” เปน็
ภาษามลายู หมายความวา่ ตำ� หนกั ของเจา้ ในสมยั นนั้
พอทา่ นเสยี ชวี ติ ชาวบา้ นจงึ นำ� ชอ่ื ของทา่ นมาตง้ั ชอื่
หมู่บ้านเพื่อเป็นการให้เกียรติท่าน จึงได้ช่ือว่า ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
จัดกิจกรรมจิตอาสาปรับภูมิทัศน์
“บ้านโต๊ะบาลา” มาจนถึงปัจจุบัน เส้นทางสัญจรและท�ำความสะอาดศาสนสถาน

ในพ้ืนที่ เพ่ือถวายเป็นพระราชกุศลน้อมร�ำลึกใน
พระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เปน็ การทำ� ความดี
เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมเสวนา เรื่องการปฏิบัติตน
และการใช้ชีวิตในเดือนรอมฎอน เพ่ือเสริมสร้าง
ค ว า ม รู ้ ค ว า ม เข ้ า ใ จ เ กี่ ย ว กั บ ข ้ อ บั ญ ญั ติ
และข้อปฏิบัติของศาสนาในการอยู่ร่วมกันภายใต้
สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างมีความสุข

รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 229

8. ต�ำบลละหาร เม่ือสมัยสายบุรี ด้านหลักธรรมทางศาสนา
มเี จา้ เมอื งในตำ� บลละหาร ซงึ่ ตอนนน้ั ยงั ไมม่ กี ารจดั ตงั้ จัดกิจกรรมบรรยายธรรม เพ่ือส่งเสริม
เป็นต�ำบลหรือหมู่บ้านข้ึน หมู่บ้านน้ีมีช่ือว่า ทัศนคติ เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม
“ละฮา” หรือ “ชุมชนละฮา” ในชุมชนละฮา ความซ่ือสัตยสุจริต และความยุติธรรมแก่เด็ก
มีผู้มีบารมี หรือผู้กว้างขวางคนหนึ่ง ไม่ปรากฏว่า และเยาวชนในพื้นท่ี
ชอ่ื อะไร แตร่ จู้ กั กนั ในชอ่ื “โตะ๊ คณุ ละฮา” มกี ารตดิ ตอ่
เชอ่ื มความสมั พนั ธก์ บั เจา้ เมอื งสายบรุ อี ยเู่ ปน็ ประจำ�
ท่ีจริงแล้วหมู่บ้านละฮาเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่เม่ือมี
การแบง่ การปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ จงึ จดั ตง้ั เปน็ ตำ� บล
หมู่บ้านข้ึน มีการมาติดต่อกับโต๊ะคุณละฮา ว่าจะ
ต้ังชื่อบริเวณนี้ว่าต�ำบลละฮา โต๊ะคุณละฮาก็บอก
ว่าน่าจะต้ังช่ือ “วังไชย” หรือ “ช่องแมว”
เพราะเปน็ หมบู่ า้ นทใี่ หญก่ วา่ แตด่ ว้ ยทวี่ า่ ทท่ี างการ
รู้จักโต๊ะคุณละฮาเป็นอย่างดี จึงต้ังเป็นต�ำบลละฮา ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ตอ่ มาเพอ่ื ความเหมาะสม เปลยี่ นจากตำ� บลละฮา เปน็ จัดอบรมการท�ำปุ๋ยหมักและน้�ำหมัก
“ต�ำบลละหาร” จนถึงปัจจุบัน ชีวภาพ เพ่ือลดต้นทุน และเพ่ิมรายได้ให้เกษตรกร
ซ่ึงต�ำบลละหาร มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

8.1 ชุมชนคณุ ธรรมมัสยดิ ดารลุ อามาล
(บา้ นทุ่งนอ้ ย) ระดบั คณุ ธรรม

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาศาสนสถาน
ในพื้นท่ี เพ่ือท�ำความสะอาดปรับปรุงภูมิทัศน์
ทัศนียภาพรอบบริเวณศาสนสถานหลังจาก
เหตุอุทกภัย และร่วมสืบสานวิถีวัฒนธรรมไทย
ด้านการเสียสละเพ่ือส่วนรวม
ประวัติชุมชน ชุมชนมัสยิดดารุลอามาล
หรอื ชมุ ชนบา้ นทงุ่ นอ้ ย คำ� วา่ “ทงุ่ นอ้ ย” เดมิ มาจาก
ชื่อเป็นภาษามลายู ช่ือ “ทอนอ” แปลว่า ที่นา
เ น่ื อ ง จ า ก เ ป ็ น ชุ ม ช น ท่ี มี พ้ื น ที่ ท� ำ ก า ร เ ก ษ ต ร
จำ� นวนมาก จากนนั้ ไดต้ ง้ั ชอ่ื ใหมใ่ หเ้ ปน็ ชอ่ื ภาษาไทย
ให้เป็นทางการ เน่ืองจากพ้ืนท่ีในชุมชนเหลือน้อย
และมกี ารทำ� การเกษตรลดลง จงึ เหลือพืน้ ทนี่ ้อยลง
เลยตั้งชื่อหมู่บ้านใหม่เป็น “ทุ่งน้อย”

230 รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจังหวัดปัตตานี

8.2 ชุมชนคุณธรรมบ้านช่องแมว ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ระดับส่งเสริมคุณธรรม จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร
ในจงั หวดั ชายแดนใต้ เพอื่ ปลกู ฝงั จติ สำ� นกึ เสรมิ สรา้ ง
ความม่ันคง และรักถ่ินฐาน ให้กับคนในชุมชน

ประวัติชุมชน ค�ำว่า “ช่องแมว” ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
เป็นค�ำที่เพี้ยนมาจากค�ำในภาษาถ่ิน คือ จอแม จัดกิจกรรมจิตอาสา ท�ำความสะอาด
คำ� วา่ “จอแม” แปลวา่ สวยงาม มปี ระวตั คิ วามเปน็ มา ปรับภูมิทัศน์สถานที่ส�ำคัญในพ้ืนท่ี เพ่ือถวายเป็น
ตามที่สืบสาวเรื่องราวกันว่า เดิมหมู่บ้านแห่งนี้ พระราชกุศลน้อมร�ำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
มีหญิงสาวสวยคนหน่ึงรูปร่างหน้าตาดีมีเสน่ห์ เน่ืองในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จ
เป็นท่ีติดตาต้องใจของคนในละแวกน้ัน และต�ำบล พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
ใกล้เคียงเป็นอย่างย่ิง หลายคนพยายามมาสู่ขอ บรมนาถบพิตร เป็นการท�ำความดี เทิดทูน
แต่เธอได้ตอบปฏิเสธ ไม่ยอมแต่งงานกับใครท้ังสิ้น สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ตอ่ มาภายหลังด้วยเหตผุ ลไม่ปรากฏแนช่ ดั สาวงาม
คนนี้ถูกคนร้ายลอบฆ่าตายโดยไม่ทราบสาเหตุ 9. ต�ำบลมะนังดาล�ำ มะนังดาล�ำ
ค�ำว่า บ้านคนสวยงามหรือก�ำปงจอแม จึงเพ้ียน
มาเป็น “หมู่บ้านจอแม” หรือ “บ้านช่องแมว” เปน็ ภาษามลายู โดยคำ� วา่ “มะนงั ” เปน็ คำ� พดู ทแ่ี ปล
ตราบจนทุกวันน้ี มาจากค�ำว่า “บันดัง” ซ่ึงแปลว่านา ส่วนค�ำว่า
ด้านหลักธรรมทางศาสนา “ดาล�ำ” มีความหมายว่า ลึก ดังน้ัน ความหมาย
จดั กจิ กรรมบรรยายธรรมและการละหมาด โดยรวมจึงหมายถึง นาลึก ซึ่งหมายถึง ลักษณะท่ี
ร่วมกันในวันศุกร์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน ต้ังของหมู่บ้านนั่นเอง
ได้เรียนรู้หลักธรรมทางศาสนาอย่างถูกต้อง ซงึ่ ตำ� บลมะนงั ดาลำ� มกี ารขบั เคลอ่ื นชมุ ชน
และตระหนกั ถงึ การเปน็ ศาสนกิ ชนทดี่ ี ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวดั ปตั ตานี 231

9.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนูรุลฮูดา ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(บ้านกาหงษ์) ระดับส่งเสริมคุณธรรม จดั กจิ กรรมถา่ ยทอดความรู้ ระบบสง่ เสรมิ
ประวัตชิ มุ ชน บา้ นกาหงษ์ ต้ังอยู่หมูท่ ่ี 5 การเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อวเิ คราะห์จดั ทำ� แผน
ต�ำบลมะนังดาลำ� อำ� เภอสายบุรี จงั หวัดปัตตานี มี รายแปลง จัดท�ำแผนธุรกิจ เสริมสร้างรายได้ให้
ประวตั คิ วามเปน็ มาเลา่ วา่ สมยั กอ่ นบรเิ วณบา้ นกาหงส์ เกษตรกรในพื้นที่
น้ีเป็นป่าใหญ่ ในป่าน้ีมีหนองน้�ำอยู่แห่งหนึ่ง ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
ซึ่งมีน�้ำตลอดท้ังปี น้�ำไม่แห้ง บริเวณป่าแห่งนี้จึง จัดกิจกรรมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค
อดุ มสมบรู ณไ์ ปดว้ ย อาหารปา่ เชน่ ผลไมฯ้ มชี าวบา้ น ยา/เวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ เมล็ด
พน้ื เมอื งเขา้ ไปหาของปา่ อยเู่ สมอ ตอ่ มาไดม้ ชี ายผหู้ นงึ่ พันธุ์พืช และผลิตจากชุมชนคุณธรรมในพื้นท่ี
ซ่ึงเป็นคนของกู (แปลว่า เจ้า) ได้เข้าไปพบ มีช่ือ จังหวัดปัตตานี ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบภัยพิบัติ
อยา่ งไรไมป่ รากฏ ไดข้ อเจา้ ไปตงั้ รกรากอยรู่ มิ หนองนำ�้ อุทกภัย ภายใต้โครงการชุมชนคุณธรรมร่วมใจ
ซ่ึงกล่าวว่าชาวบ้านเรียกช่ือผู้นั้นว่า โต๊ะกาฮง ส่งต่ออัตลักษณ์ความเป็นไทย สืบสานวิถีพอเพียง
ตามชื่อหนองน้�ำ ซ่ึงแปลว่า น�้ำไม่แห้ง ต่อมา ในสถานการณ์อุทกภัย จังหวัดปัตตานี
ภาษาพดู ได้เพี้ยนจากค�ำว่า กาฮง มาเป็น กาหงษ์
จนเด๋ียวนี้ และค�ำนี้ชาวบ้านเก่าแก่ก็ยังคงเรียก
กาฮง กนั อยู่ ส่วนหนองน�ำ้ นั้นกป็ รากฏอยู่จนบดั นี้

ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมเสวนาเรื่องการปฏิบัติตน
และการใช้ชีวิตในเดือนรอมฎอน เพื่อเสริมสร้าง
ความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ขอ้ บญั ญตั แิ ละขอ้ ปฏบิ ตั ิ
ของศาสนาได้อย่างถูกต้อง

9.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนูรดีน
(ปละโละ) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
ประวตั ิชมุ ชน มะนงั ดาล�ำ มคี วามเปน็ มา
อย่างไรไม่ทราบแน่ชัด ตามสันนิษฐานว่า
“มะนงั ดาลำ� ” นา่ จะเพยี้ นมาจากคำ� วา่ “มะแนดาแล”
ซ่ึงเป็นภาษาพ้ืนเมืองแปลเป็นภาษาไทยว่านาลึก
เ น่ื อ ง จ า ก บ ริ เ ว ณ ที่ ต้ั ง ข อ ง บ ้ า น ม ะ นั ง ด า ล� ำ

232 รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี

การน�ำกะลามะพร้าวไปเผาถ่านฯ เพ่ือเสริมสร้าง
รายได้ให้กับเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
จัดกิจกรรมการท�ำอาซูรอ ซ่ึงเป็น
วัฒนธรรมประเพณีของชาวมุสลิมที่นับถือศาสนา
อิสลามท่ียึดถือปฏิบัติกันมาเป็นประจ�ำทุกปี
เพื่อร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของท้องถ่ิน
เปน็ ทร่ี าบลมุ่ เหมาะสำ� หรบั ทำ� นา ถา้ แปลเปน็ ภาษาไทย และเสรมิ สรา้ งความสามคั คขี องประชาชนในชมุ ชน
คือ บ้านนาลึก ตามสภาพพ้ืนที่น่ันเอง ท�ำให้
ประชาชนสว่ นใหญ่มอี าชีพทำ� นา ทำ� สวนยางพารา
ท�ำไร่ เล้ียงสตั วแ์ ละคา้ ขาย

ด้านหลักธรรมทางศาสนา 9.3 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดปาโอะ
จัดกิจกรรมบรรยายธรรม เสริมสร้าง (บ้านป่าม่วง) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
ความเป็นพหุวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งของชุมชน ให้สามารถอยู่ร่วมกัน
ในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างสันติสุข

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวัติชุมชน บ้านปาโอะ แปล
จดั ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารในการสรา้ งเสรมิ เป็นภาษาไทยว่า มะม่วง เดิม ในบริเวณหมู่บ้าน
รายได้ในครัวเรือนของกลุ่มเกษตรกรมะพร้าว จะมตี น้ มะมว่ ง หรอื ตน้ ปาโอะ ซงึ่ เปน็ ตน้ ไมข้ นาดใหญ่
แปลงใหญ่ โดยการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ เวลาออกผล ผลของมันจะหวานอร่อย ชาวบ้าน
จากมะพร้าว เช่น การท�ำน้�ำมันมะพร้าวสกัดเย็น บริเวณน้ีจึงตั้งช่ือหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านปาโอะ”
ซ่ึงเป็นภาษายาวีและเรียกเป็นภาษาไทยว่า
“บ้านป่าม่วง” จึงเป็นท่ีมาของชื่อหมู่บ้านนี้
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ตามหลัก

รวมพลงั ชมุ ชนคุณธรรมจังหวดั ปตั ตานี 233

ปฏิบัติทางศาสนา เพื่อเสริมสร้างความรู้ตามหลัก 10. ต�ำบลแป้น บริเวณที่ชาวบ้าน
ศาสนาท่ีสามารถน�ำไปใช้ในการด�ำเนินชีวิต
ประจ�ำวันได้ อาศัยอยู่ในต�ำบล “แป้น” ในระยะเร่ิมแรก
มีต้นส้มโอขนาดใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง เมื่อยามออกผล
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะมีผลขนาดใหญ่ ขนาดเท่าลูกมะพร้าว ชาวบ้าน
จัดกิจกรรมอบรมการท�ำบัญชีครัวเรือน ได้เรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านแป้น” ค�ำว่า “แป้น”
เพ่ือแก้ปัญหาความยากจนตามแนวปรัชญา เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง ส้มโอ ต่อมาก็ได้ตั้งเป็น
เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเสริมสร้างความรู้ ช่ือต�ำบล
ความสามารถในการจัดท�ำบัญชีครัวเรือนส�ำหรับ ซึ่งต�ำบลแป้น มีการขับเคล่ือนชุมชน
ตนเองและครอบครัว และส่งเสริมให้ประชาชน ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ตระหนักถึงความส�ำคัญของการออมเงิน หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
การวางแผนทางการเงนิ ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

10.1 ชุมชนคุณธรรมวัดจุฬามณี
(บ้านแป้น) ระดับต้นแบบ

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ประวัติชุมชน สมัยก่อนมีชายคนหนึ่งมา
จัดกิจกรรมจิตอาสา ท�ำความสะอาด ปักหลักอาศัยอยู่ในต�ำบลนี้ ชายคนน้ีปลูกต้นส้มโอ
ปรับภูมิทัศน์เส้นทางสัญจรในพื้นที่เพื่อเป็น ต ้ น ส ้ ม โ อ ท่ี ช า ย ค น นี้ ป ลู ก ไ ว ้ มี ผ ล ใ ห ญ ่ ม า ก
การถวายพระราชกศุ ลนอ้ มรำ� ลกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ มีผลโตขนาดเท่าบาตรพระ ซ่ึงคนในสมัยก่อนเรียก
เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จ ต้นส้มโอว่า “ต้นแป้น” ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านนี้
พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช ว่า “บ้านแป้น” ตามผลส้มโอขนาดใหญ่นั้น
บรมนาถบพติ ร เปน็ การทำ� ความดี เทดิ ทนู สถาบนั ชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย ์

234 รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี

ด้านหลักธรรมทางศาสนา 10.2 ชุมชนคุณธรรมบ้านช่องหมู
จัดกิจกรรมบรรยายธรรมเทศนา เน่ืองใน ระดับส่งเสริมคุณธรรม
วนั มาฆบชู า เพอื่ สง่ เสรมิ ใหพ้ ทุ ธศาสนกิ ชนไดเ้ รยี นรู้
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา น�ำไปปรับใช้
ในการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวัน และตระหนักถึง
ความส�ำคัญของวันมาฆบูชาซ่ึงเป็นวันส�ำคัญ
ทางพระพุทธศาสนา

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวตั ชิ มุ ชน บา้ นชอ่ งหมู เดมิ มพี น้ื ทเี่ ปน็
จดั อบรมถา่ ยทอดเทคโนโลยีการผลิตขา้ ว ปา่ ที่อุดมสมบูรณ์ ซ่ึงมภี ูเขาติดกัน ๒ ลกู มีชอ่ งผา่ น
เพื่อการจ�ำหน่าย ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตข้าว ภเู ขาท้ัง ๒ ลกู บริเวณภเู ขาท้ัง ๒ ลูก มสี ัตว์ผา่ นมา
ที่ มี คุ ณ ภ า พ แ ล ะ ส า ม า ร ถ เ พ่ิ ม ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ หากนิ หรอื หนจี ากการลา่ ของนายพราน และบรเิ วณ
ในการผลิตข้าวนาปี ช่องเขาระหว่างภูเขา 2 ลูก มีหมูป่ามาอาศัยอยู่
จำ� นวนมาก และออกเดนิ หากนิ เวลากลางคนื ทกุ คนื
จนกลายเป็นช่องหรือช่วงของทางหมูป่า ท�ำให้
ชาวบ้านเรียกทน่ี ้ีว่า “บา้ นชอ่ งหม”ู
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมอบรมคุณธรรมจริยธรรม
และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา
ท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม
และปฏิบัติงานด้วยความซ่ือสัตย์ สุจริต รวมท้ัง
สร้างจิตส�ำนึกท่ีดีในการปฏิบัติงาน ประพฤติ
เป็นแบบอย่างท่ีดีในชุมชน

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม
จัดกิจกรรมวันกตัญญู เพื่อเป็น
การแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโสหรือผู้มีพระคุณ
และเพื่อเปน็ การสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย
ใหค้ งอย่ ู

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จดั กจิ กรรมฝกึ อบรมอาชพี และสง่ เสรมิ ทกั ษะ
การประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน เร่ือง “การท�ำ
ลูกช้ินปลา” เพ่ือเพิ่มทักษะความรู้และประยุกต์
น�ำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างอาชีพให้แก่กลุ่มสตรี

รวมพลังชุมชนคณุ ธรรมจังหวัดปัตตานี 235

และประชาชน เปน็ การนำ� ทรพั ยากรในทอ้ งถนิ่ มาใช้
ให้เกิดประโยชน์ เพ่ิมมูลค่าและสร้างรายได้
แก่ประชาชน
จงึ ชว่ ยกนั ตดั ตน้ ไมน้ ้ี ปรากฏวา่ มแี กน่ ของไมข้ นาดใหญ่
ชาวบ้านจึงน�ำแก่นไม้ท่ีอยู่ในล�ำธารน�ำมาไว้ท่ีวัด
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม และแกะสลักเป็นพระพุทธรูป จึงเรียกบ้านนี้ว่า
จัดกิจกรรมจิตอาสาท�ำความสะอาด “บ้านเตราะแก่น”
ปรับภูมิทัศน์ในพ้ืนท่ี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
น้อมร�ำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เน่ืองในวันคล้าย ด้านหลักธรรมทางศาสนา
วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร จัดกิจกรรมบรรยายธรรมเทศนา เนื่องใน
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วนั มาฆบชู า เพอื่ สง่ เสรมิ ใหพ้ ทุ ธศาสนกิ ชนไดเ้ รยี นรู้
เป็นการท�ำความดี เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และน�ำไปปรับใช้
พระมหากษัตริย์ ในการด�ำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

10.3 ชุมชนคุณธรรมวัดโบกขรณี ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(บ้านเตราะแก่น) ระดับต้นแบบ ส่งเสริมให้คนในชุมชนปลูกผักสวนครัว
ประวัติชุมชน ในสมัยก่อน ชาวบ้านได้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร น้อมน�ำ
อาศยั อย่ใู นหมู่บ้าน ซ่งึ หมูบ่ า้ นนี้มลี �ำธารขนาดใหญ่ แนวพระราชด�ำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
มีน�้ำไหลผ่านไม่เคยแห้ง โดยล�ำธารท่ีว่าน้ีชาวบ้าน กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
เรยี กวา่ “เตราะ” แปลวา่ ลำ� ธาร ในลำ� ธารนมี้ ตี น้ ไม้ สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน “ปลูกผักสวนครัว
ใหญ่ล้มลงตามแรงเซาะของน้�ำท่ีไหลผ่าน ชาวบ้าน เพ่ือสร้างความมั่นคงทางอาหาร” และเพื่อสร้าง
ความมนั่ คงทางอาหารในระดบั ครวั เรอื น ลดรายจา่ ย
สร้างรายได้ระยะส้ัน ทั้งในระดับครัวเรือนและ
ระดับกลุ่มอาชีพ

236 รวมพลังชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี

11.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนูรุลอิฮซาน
(บ้านพอเบาะ) ระดับคุณธรรม

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ประวัติชุมชน เดิมได้มีชายตาบอด
จัดกิจกรรมประเพณีลาซัง เพ่ือสืบสาน ต้ังบ้านเรือนอาศัยอยู่ ชายตาบอดเป็นผู้มีนิสัยดี
ข น บ ธ ร ร ม เ นี ย ม ป ร ะ เ พ ณี วั ฒ น ธ ร ร ม ท่ี ดี ง า ม เป็นท่รี กั ใครข่ องคนทวั่ ไป ชาวบา้ นจึงไปเยี่ยมเยียน
ของท้องถิ่นให้คงอยู่ อยเู่ สมอ เมอื่ ไปเยย่ี มเยยี นนนั้ กพ็ ดู วา่ ไปบา้ นพอ่ บอด
จากค�ำว่า “พ่อบอด” ก็ได้เพี้ยนมาเป็น “พอเบาะ”
ซึ่งใช้มาเป็นช่ือหมู่บ้านมาจนทุกวันนี้
ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมเสวนา เร่ืองการปฏิบัติตน
และการใชช้ วี ติ ในเดอื นรอมฎอน ทา่ มกลางการระบาด
ของเชอื้ โควดิ -19 เพอ่ื เสรมิ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจ
เกี่ยวกับข้อบัญญัติและข้อปฏิบัติของศาสนา
และรว่ มกนั หาแนวทางในการปอ้ งกนั การระบาดของ
เชอื้ โควดิ -19 ในการประกอบศาสนกจิ ตามวถิ มี สุ ลมิ

11. ต�ำบลทุ่งคล้า เดิมทีชาวบ้าน
ทที่ ำ� มาหากนิ ในตำ� บลน้ี มาตงั้ บา้ นเรอื นทำ� มาหากนิ
อยบู่ รเิ วณทร่ี าบ บางสว่ นเปน็ ทลี่ มุ่ มนี ำ้� ขงั และมตี น้ คลา้
ขนึ้ อยเู่ ปน็ จำ� นวนมาก ชาวบา้ นไดต้ ง้ั ชอ่ื หมบู่ า้ นนวี้ า่
“บ้านทุ่งคล้า” ซ่ึงต่อมากลายเป็นช่ือของต�ำบล
จวบจนปัจจุบัน ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ซ่ึงต�ำบลทุ่งคล้า มีการขับเคลื่อนชุมชน สง่ เสรมิ ใหค้ นในชมุ ชนจดั ทำ� บญั ชคี รวั เรอื น
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้คนในชุมชนตระหนักถึงความส�ำคัญของ
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย การออมเงินและปลูกฝังได้เห็นถึงคุณค่าของ
ทด่ี งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 3 ชมุ ชน การใช้จ่ายเงิน การวางแผนทางการเงินตาม
ประกอบไปด้วย หลักเศรษฐกิจพอเพียง

รวมพลงั ชุมชนคณุ ธรรมจังหวัดปตั ตานี 237

ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จดั กจิ กรรมเขา้ วดั ปฏบิ ตั ธิ รรมฟงั ธรรมเทศนา
ในวันธรรมสวนะ เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชน
ไดเ้ ขา้ วดั ฟงั ธรรม ขดั เกลาจติ ใจใหผ้ อ่ งใส และเรยี นรู้
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อน�ำไปปรับใช้
ในการด�ำเนนิ ชวี ิตประจำ� วนั ให้มีความสขุ
ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
จัดกิจกรรมการท�ำอาซูรอ ซึ่งเป็น
วัฒนธรรมประเพณีของชาวมุสลิมที่นับถือศาสนา
อิสลามที่ยึดถือปฏิบัติกันมาเป็นประจ�ำทุกปี เพื่อ
สืบสานประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้คงอยู่

11.2 ชุมชนคุณธรรมวัดทุ่งคล้า ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(บ้านทุ่งคล้า) ระดับส่งเสริมคุณธรรม ส่งเสริมให้คนในชุมชนปลูกผักสวนครัว
เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพ่ือน้อมน�ำ
แนวพระราชด�ำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน เพ่ือสร้างความมั่นคง
ทางอาหารในระดบั ครวั เรอื น ลดรายจา่ ย สรา้ งรายได้
ระยะสน้ั ทง้ั ในระดบั ครวั เรอื นและระดบั กลมุ่ อาชพี

ประวตั ชิ มุ ชน เดมิ ทชี าวบา้ นทที่ ำ� มาหากนิ ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
ในตำ� บลนี้ ไดม้ าตง้ั บา้ นเรอื นทำ� มาหากนิ อยบู่ รเิ วณ จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคีเป็นประจ�ำ
ทร่ี าบ บางสว่ นเป็นที่ล่มุ มนี ้�ำขังและมีต้นคลา้ ขนึ้ อยู่ ทุกปี เพื่อท�ำนุบ�ำรุงศาสนา อนุรักษ์ สืบสาน
เป็นจ�ำนวนมาก ชาวบ้านได้ตั้งช่ือหมู่บ้านนี้ว่า ประเพณีที่ส�ำคัญทางพระพุทธศาสนา
“บ้านทุ่งคล้า”

238 รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจงั หวดั ปตั ตานี

11.3 ชุมชนคุณธรรมวัดเตราะปลิง ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ระดับคุณธรรม จัดกิจกรรมปลูกผักสวนครัว เพ่ือสร้าง
ความมั่นคงทางอาหาร โดยน้อมน�ำแนว
พระราชด�ำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน เพื่อสร้างความม่ันคง
ทางอาหารในระดบั ครวั เรอื น ลดรายจา่ ย สรา้ งรายได้
ระยะสั้นทั้งในระดับครัวเรือนและระดับกลุ่มอาชีพ

ประวัติชุมชน บ้านเตราะปลิง เดิมได้มี ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
นายคงอนิ ทร์ นายพรหมแกว้ , นายสีทอง และเจ้าสี จัดงานประเพณีชักพระในวันออกพรรษา
ซึ่งอพยพมาจากต�ำบลควนและต�ำบลแป้น มาตั้ง เป็นประจ�ำทุกปี เพ่ือสืบสานประเพณีวัฒนธรรม
บ้านเรือนอยู่เป็นครั้งแรก ได้เจอสายน้�ำสายหนึ่ง ท่สี ืบต่อกันมา และสง่ เสรมิ ความสามคั คีในหมู่คณะ
ซงึ่ เรยี กวา่ เตราะและบงึ โตะ๊ เฒา่ ในบงึ มปี ลงิ ตวั ใหญ่
เท่างวงช้าง ยาว 1 วา ตอ่ มามีคนกรุงเทพฯ นำ� ปลิง
ตวั น้ันไปฆ่า ปลิงตัวนั้นจึงกลายเป็นทอง ชาวบ้าน
ทราบข่าวก็นึกเสียดาย จึงได้ตั้งศาลโต๊ะเฒ่าไว้เป็น
ทสี่ กั การะบชู าของชาวบา้ นเตราะปลงิ และไดต้ งั้ ชอื่
หมู่บ้านว่าเตราะปลิง เพ่ือร�ำลึกถึงปลิงตัวน้ัน

ด้านหลักธรรมทางศาสนา
จัดกิจกรรมบรรยายธรรมเทศนา เน่ืองใน
วนั มาฆบชู า เพื่อส่งเสริมใหพ้ ุทธศาสนกิ ชนได้เรียนรู้
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ได้น�ำไปปรับใช้
ในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข

รวมพลงั ชมุ ชนคณุ ธรรมจังหวดั ปตั ตานี 239



อำ� เภอหนองจกิ

อ�ำเภอหนองจิก เดิมเรียกว่า ต�ำแหน่ง และให้ตนกูปะสา จากเมือง
“เมืองหนองจิก” ซ่ึงเป็นเมืองหนึ่งของ ก ลั น ตั น เ ป ็ น ผู ้ รั ก ษ า ร า ช ก า ร เ มื อ ง
เมอื งตานี ตอ่ มาในสมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ หนองจิก อยู่ ๓ ปี จนถึง พ.ศ. ๒๓๓๘
ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๓๑ พระบาทสมเดจ็ ตำ� แหน่งเจา้ เมืองหนองจิกวา่ งลง จึงยา้ ย
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ตนกูปะสาไปเป็นเจ้าเมืองปัตตานี
ใหแ้ ยกเมอื งปตั ตานี ออกเปน็ ๗ หวั เมอื ง และให้นายเกล้ียงบุญ พระยาเมือง
มีเมืองปัตตานี เมืองสายบุรี เมืองระแงะ ยะหร่ิงเป็นเจ้าเมืองหนองจิกแทน ได้รับ
เมืองยะลา เมืองรามัน เมืองยะหริ่ง พระราชทานเปน็ พระยาวเิ ชยี รภกั ดสี งคราม
และเมืองหนองจิก โดยมี ตุวันสนิ ต่อมา ปี พ.ศ. ๒๔๔๔ พระยา
เปน็ เจา้ เมอื งหนองจกิ คนแรก ตง้ั ศนู ยก์ ลาง วิเชียรภักดีสงคราม ได้ย้ายศูนย์
การปกครองเมืองหนองจิก อยู่ท่ีบริเวณ การปกครองเมืองหนองจิก จากบริเวณ
ต�ำบลคลองใหม่ ต�ำบลคอลอตันหยง เดิมมาตั้งขึ้นใหม่ในท้องท่ีต�ำบลตุยง
มี อ า ณ า เข ต ท า ง ทิ ศ ใ ต ้ ติ ด ต ่ อ กั บ อันเป็นที่ต้ังอ�ำเภอหนองจิกในปัจจุบัน
เมืองยะลา ทิศเหนือจดฝั่งทะเลของ ซึ่งพ้ืนที่แห่งนี้เป็นสันทรายท่ีเกิดจาก
อ่าวไทย ทิศตะวันออกจดเมืองปัตตานี โคลนและทรายทับถมกันมานาน ท�ำให้
และทิศตะวันตกจดเขตเมืองเทพา น้�ำท่วมไม่ถึง มีแม่น้�ำหนองจิกไหลผ่าน
“ตุวันสะนิ” เป็นเจ้าเมืองหนองจิก ไ ป อ อ ก ที่ ป า ก น�้ ำ ต� ำ บ ล บ า ง ต า ว า
จนถึงแก่กรรมในตอนต้นรัชกาลท่ี ๓ ซึ่งสะดวกในการติดต่อค้าขายไปมา
และโปรดเกล้าฯ ให้ ตุวันกะจิ น้องชาย ระหว่างเมืองสงขลากับเมืองกลันตัน
ตุวันสุหลง ผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี และตรังกานู ในคราวเดียวกัน
เป็นเจ้าเมืองคนต่อมา พระยาวเิ ชยี รภกั ดสี งคราม เป็นเจ้าเมือง
ในปี พ.ศ. ๒๓๗๔ เมืองไทรบุรี หนองจิก จนกระท่ังถึงแก่อนิจกรรมลง
ก่อการกบฏ ตุวันกะจิ เจ้าเมืองหนองจิก ในตอนปลาย รัชกาลท่ี ๔ ผู้ด�ำรง
ร่วมมือกับ ตุวันสุหลง เจ้าเมืองปัตตานี ต�ำแหนง่ เจ้าเมอื งหนองจกิ คนต่อมา คือ
เจ้าเมืองยะลาและเจ้าเมืองระแงะ หลวงพิทักษ์เขตขันฑ์ (กิ่ง ณ สงขลา)
กอ่ การกบฏตาม แตใ่ นทสี่ ดุ ไทยกป็ ราบลงได้ เปน็ อยู่ ๒ ปี กถ็ งึ แกก่ รรม จงึ โปรดเกลา้ ฯ
ตุวันกะจิเสียชีวิตในการต่อสู้ ต�ำแหน่ง ให้นายเวียง (พระยาเพชราภิบาลฯ)
เจ้าเมืองหนองจิกว่างลง จึงโปรดเกล้าฯ บุตรผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา ไปเป็น
แต่งต้ังให้นายบุญเม่น ชาวเมืองจะนะ เจ้าเมืองหนองจิกในตอนต้นรัชกาลที่ ๕
ซึ่งท�ำความดีความชอบไปเป็นเจ้าเมือง เปน็ อยปู่ ระมาณ ๑๐ กวา่ ปี กถ็ งึ แกก่ รรม
หนองจกิ ตอ่ มานายบญุ เมน่ ประพฤตติ น ต ่ อ ม า โ ป ร ด เ ก ล ้ า ฯ ใ ห ้ น า ย มิ่ ง
ไม่เหมาะสมจึงถูกถอดถอนออกจาก (ม่ิง โรจนหัสดินทร์) เป็นเจ้าเมือง

242 รวมพลงั ชุมชนคณุ ธรรมจงั หวัดปัตตานี

หนองจิก จนกระท่ังเริ่มมีการปฏิรูป 2. ต�ำบลคอลอตันหยง ในสมัยก่อน
การปกครองและเทศาภบิ าลขนึ้ กลา่ วคอื
ในปี พ.ศ. ๒๔๔๙ รัฐบาลเร่ิมจัดตั้ง มีตน้ พิกลุ ขนาดใหญม่ ากอยู่ ณ ริมแมน่ ้�ำของท่าเรือ
มณฑลปตั ตานอี ยา่ งเปน็ ทางการ มกี ารยบุ ในหมบู่ า้ นคอลอตนั หยง ซงึ่ ทา่ เรอื แหง่ นเี้ ดมิ กอ่ นนนั้
๗ หัวเมือง ลงเหลือเพียง ๔ เมือง คือ ชาวบา้ นในตำ� บลคอลอตนั หยง เรยี กตามภาษามลายู
เมืองปัตตานี สายบุรี ยะลา และ ทอ้ งถนิ่ “กาแลตนั หยง” คำ� วา่ “กาแล”แปลวา่ ทา่ ,
นราธิวาส เมืองหนองจิก ถูกยุบลงเป็น “ตันหยง” แปลว่า ตน้ พกิ ุล ณ ท่าเรือแห่งน้ี เป็นจดุ
อำ� เภอหนงึ่ ของเมอื งปตั ตานี โดยระยะแรก ทช่ี าวบา้ นในตำ� บลคอลอตนั หยงมาขนึ้ เรอื เพอ่ื ทจ่ี ะ
ยงั เรยี กวา่ อำ� เภอหนองจกิ และในระหวา่ ง เดนิ ทางเขา้ สตู่ วั เมอื งหรอื เขา้ เมอื งปตั ตานี สมยั กอ่ นนน้ั
ปี พ.ศ. ๒๔๕๘ – ๒๔๘๑ เปล่ียนชื่อเป็น ชาวบา้ นจะใชไ้ มใ้ นการพายเรอื ในสมยั กอ่ นจะเดนิ ทาง
อ�ำเภอหนองจิกตามเดิม และในปี โดยใช้เส้นทางในแม่น้�ำล�ำคลอง และ ณ ท่ีท่าเรือ
พ.ศ. ๒๔๘๓ ทางราชการได้โอนอำ� เภอ ตรงนน้ั จะมีแม่ค้า พ่อค้ามาค้าขายสิ่งของมากมาย
หนองจิกไปขึ้นกับอ�ำเภอยะรัง จังหวัด เชน่ มาขายบดู ู หมอ้ โอง่ ของกนิ ตา่ งๆ พอ่ คา้ แมค่ า้
ปัตตานี ต้ังที่ว่าการอ�ำเภอที่ต�ำบล จะอาศัยอยู่ในเรือที่ตนค้าขายอยู่ โดยจะท�ำอาหาร
คลองใหม่ ต่อมาจึงแยกออกต้ังเป็น การกินอยู่บนเรือนั้น และต่อมาก�ำนันประจ�ำต�ำบล
อำ� เภอหนองจกิ ตามเดมิ อำ� เภอหนองจกิ ได้เปล่ียนจากค�ำว่า “กาแลตันหยง” เป็น
ประกอบไปด้วย 12 ตำ� บล ได้แก่ “คอลอตันหยง” จนถึงในสมัยปัจจุบัน

1. ต�ำบลเกาะเปาะ จากค�ำบอกเล่า ซึ่งต�ำบลคอลอตันหยง มีการขับเคล่ือน
ชมุ ชนดว้ ยการนอ้ มนำ� หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ของคนเก่าคนแก่สันนิษฐานได้ว่า ช่ือของต�ำบล หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
เกาะเปาะเป็นช่ือท่ีเรียกเพ้ียนมาจากค�ำในภาษา ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
มลายูพื้นเมือง ว่า “ฆอเป๊าะ” ซึ่งแปลว่าปล้น ประกอบไปด้วย
โดยได้เล่ากันว่าด้ังเดิมท้องที่โดยทั่วไปเป็นป่ารก
มีทั้งสัตว์ป่า เช่น เสือ งู อีแร้ง ฯลฯ และมีโจรผู้ร้าย
ชกุ ชมุ คอยดกั ปลน้ ชาวบา้ น เลยทำ� ใหช้ าวบา้ นไมก่ ลา้
เดินทางผ่านไปมาเพราะกลัวถูกปล้น ค�ำว่า
“เกาะเปาะ” จึงกลายเป็นชื่อต�ำบลที่ใช้เรียกกันอยู่
ในปัจจุบัน
ตำ� บลเกาะเปาะท้ังหมดมี ๓ หมบู่ ้าน คอื
หมทู่ ี่ ๑ เรยี กวา่ เกาะเปาะเหนอื หมทู่ ่ี ๒ เกาะเปาะใต้
หมู่ที่ ๓ เรียกว่าบ้านใหม่ ส่วนบ้านใหม่เป็นหมู่บ้าน
ทแ่ี ยกออกจากหมทู่ ี่ ๑ ไปตงั้ ใหม่ จงึ เรยี กวา่ บา้ นใหม่
จนถึงปัจจุบัน

รวมพลงั ชุมชนคุณธรรมจงั หวัดปตั ตานี 243

2.1 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดโคกโหนด ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม
(บ้านโคกโตนด) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
ประวัติชุมชน โคกโตนด หมายถึง จัดโครงการรักน�้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน
“เนินโตนด” หมู่บ้านมีต้นโตนดสูงเด่นหนึ่งต้น ปลกู ตน้ ไมแ้ ละปลกู ปา่ เฉลมิ พระเกยี รตฯิ รวมใจไทย
ซงึ่ นายวาเฮง ลาเตะ ตง้ั บา้ นเรอื นอยบู่ า้ นเลขท่ี 180 ปลูกต้นไม้ เพ่ือแผ่นดิน สืบสานสู่ 100 ล้านต้น
หมู่ท่ี 3 ต�ำบลคอลอตันหยง อ�ำเภอหนองจิก 2.2 ชุมชนคุณธรรมมัสยิดนาตียาตุลวาตอนี
จงั หวดั ปตั ตานี ในหมบู่ า้ นนี้ ไดเ้ ลา่ วา่ นายเจะดอื ราแม (บ้านคอลอตันหยง) ระดับส่งเสริมคุณธรรม
หะยีเจ๊ะนิ เป็นตาของ นายอาแว สาแมะ ที่มาต้ัง
รกรากอยใู่ นปา่ (หมบู่ า้ น) นแ้ี ละมอี ยดู่ ว้ ยกนั สองคน
คือ นายอาแว สาแมะ และนายเวาะแด สมัยน้ัน
ไม่มีมัสยิดและโรงเรียนไม่รู้จะเรียกว่าหมู่บ้านอะไร
พอได้เห็นต้นโตนดจึงเรียกว่า “บ้านบาโงตาล” ซึ่ง
แปลเป็นภาษาไทยว่า “บ้านโคกโตนด” ต้ังแต่นั้น
เป็นต้นมา นายเจ๊ะดือราแม หะยีเจ๊ะนิ ซ่ึงมาพบ
กับนายเวาะแดและได้ท่ีดินจ�ำนวนหลายไร่ต่อมา
ไดม้ อบพนื้ ทใี่ หส้ รา้ งโรงเรยี นและมสั ยดิ เพอ่ื ใหร้ าษฎร
ในพ้ืนที่ใช้ประโยชน์ เป็นต้นมา

ด้านหลักธรรมทางศาสนา

จัดอบรมคุณธรรม จริยธรรม เพ่ือ
สร้างความตระหนักในการด�ำรงชีวิตโดยน�ำ
หลกั ธรรมทางศาสนามาเปน็ แนวทางในการดำ� เนนิ ชวี ติ
ให้มีความสุข

ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประวตั ชิ มุ ชน มสั ยดิ นาตยี าตลุ วาตอนี ตง้ั
อยู่ในพ้ืนที่ต�ำบลโคกโตนด โคกโตนด หมายถึง
จัดฝึกอบรมพัฒนากลุ่มสตรีเพ่ือส่งเสริม “เนินโตนด” หมู่บ้านมีต้นโตนดสูงเด่นหน่ึงต้น
และน�ำความรู้ท่ีได้จากการฝึกอบรม ไปพัฒนา ซงึ่ นายวาเฮง ลาเตะ ตง้ั บา้ นเรอื นอยบู่ า้ นเลขที่ 180
ต่อยอดสินค้าของกลุ่มแม่บ้าน หมู่ท่ี 3 ต�ำบลคอลอตันหยง อ�ำเภอหนองจิก
จงั หวดั ปตั ตานี ในหมบู่ า้ นนี้ ไดเ้ ลา่ วา่ นายเจะดอื ราแม
หะยีเจ๊ะนิ เป็นตาของ นายอาแว สาแมะ ท่ีมาต้ัง
รกรากอยใู่ นปา่ (หมบู่ า้ น) นแี้ ละมอี ยดู่ ว้ ยกนั สองคน

244 รวมพลังชุมชนคุณธรรมจังหวัดปตั ตานี

คือ นายอาแว สาแมะ และนายเวาะแด สมัยน้ัน 3. ต�ำบลดอนรัก ค�ำว่า “ดอนรัก”
ไม่มีมัสยิดและโรงเรียนไม่รู้จะเรียกว่าหมู่บ้านอะไร
พอได้เห็นต้นโตนดจึงเรียกว่า “บ้านบาโงตาล” ซ่ึง เพี้ยนมาจากค�ำว่า “เตาะเฆาะ” แปลว่า
แปลเป็นภาษาไทยว่า “บ้านโคกโตนด” ตั้งแต่น้ัน เหน่ือย เล่ากันว่าครั้งท่ีหมู่บ้านยังไม่มีถนน
เป็นต้นมา นายเจ๊ะดือราแม หะยีเจ๊ะนิ ซ่ึงมาพบ ชาวบ้านเดินทางตามทุ่งนา มีชาวบ้านคนหน่ึง
กับนายเวาะแดและได้ที่ดินจ�ำนวนหลายไร่ จึงมอบ หาบของมาถึงหมู่ท่ี ๑ ปัจจุบัน หาบก็หักลง
พ้ืนท่ีให้สร้างโรงเรียนและมัสยิดเพื่อให้ราษฎร ประกอบกบั เหน็ดเหน่ือยมาก เดินทางต่อไปไม่ไหว
ในพื้นที่ใช้ประโยชน์ เป็นต้นมา เพราะตอ้ งเดนิ ทางขา้ มควนมา อาการเหนด็ เหนอื่ ยเชน่ น้ี
ชาวบ้านเรียกว่า “เตาะเฆาะ” แล้วเพ้ียนเป็น
ด้านหลักธรรมทางศาสนา “ดอนรกั ” ในท่ีสุด
อกี ทางหนงึ่ เลา่ กนั วา่ นานมาแลว้ มบี ตุ รชาย
จัดอบรมคุณธรรม จริยธรรม เพื่อส่งเสริม เจ้าเมืองลพบุรี เดินทางมาที่บ้านดอนรัก และได้
การด�ำรงชีวิตโดยน�ำหลักธรรมทางศาสนามาเป็น ชอบพอกบั บตุ รสาวแสนสวยของโตะ๊ ลางา บตุ รสาว
แนวทางในการด�ำเนินชีวิตให้มีความสุข ของโต๊ะลางาได้ขอให้บุตรชายเจ้าเมืองลพบุรี
เข้านับถือศาสนาอิสลาม เจ้าเมืองลพบุรีทราบข่าว
ด้านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็ไม่ยอม ส่งทหารมาติดตามเอาตัวบุตรชายกลับ
แต่บุตรชายเจ้าเมืองลพบุรีไม่ยอมกลับ จึงเผา
จัดกิจกรรมอบรมเพ่ือสร้างความรู้ พาหนะเดินทางและเผาตัวเองตาย ณ บริเวณซึ่งมี
ความเข้าใจเก่ียวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลักษณะเป็นดอน และเพ่ือเป็นอนุสรณ์สถาน
ให้กับคนในชุมชน แห่งความรักจึงได้เรียกว่า “บ้านดอนรัก”
ซึ่งต�ำบลดอนรัก มีการขับเคลื่อนชุมชน
ด้วยการน้อมน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักธรรมทางศาสนาและด้านวิถีวัฒนธรรมไทย
ทดี่ งี ามภายใตส้ งั คมพหวุ ฒั นธรรม จำ� นวน 2 ชมุ ชน
ประกอบไปด้วย

ด้านวิถีวัฒนธรรมไทยท่ีดีงาม 3.1 ชมุ ชนคณุ ธรรมมสั ยดิ รฎิ าวานยี ะห์
(บ้านปะกาจินอ) ระดับคุณธรรม
จั ด กิ จ ก ร ร ม ก ว น อ า ซู ร อ สั ม พั น ธ ์ ประวตั ชิ มุ ชน สมยั กอ่ นมชี าวจนี กลมุ่ หนงึ่
เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ เดินทางโดยเรือส�ำเภาแล่นมาตามล�ำคลอง
ซง่ึ ปจั จบุ นั คลองสายนนั้ อยหู่ ลงั โรงเรยี นบา้ นปะกาจนิ อ

รวมพลังชุมชนคุณธรรมจงั หวดั ปตั ตานี 245


Click to View FlipBook Version