แผนการสอน/การจดั การเรยี นรแู้ บบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั วิชา 30100 - 0101 วชิ า กลศาสตรว์ ศิ วกรรม
หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสูง ปี พ.ศ. 2562
ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
จัดทำโดย
นางสาวพิชญาภา อมิ่ รักษา
ตำแหน่ง ครูพเิ ศษสอน
แผนกวชิ า ชา่ งเช่ือมโลหะ
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
ฝ่ายวิชาการ วทิ ยาลัยเทคนคิ สวา่ งแดนดิน
สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
แบบคำขออนุมัติใชแ้ ผนการสอน
แผนการจดั การเรยี นร้มู ุ่งเนน้ สมรรถนะ
รายวิชา กลศาสตรว์ ศิ วกรรม รหัส 30100 - 0101
ลงชอื่ .....................................................
(นางสาวพชิ ญาภา อมิ่ รักษา)
ตำแหน่ง ครพู ิเศษสอน
ผจู้ ัดทำ
ความเห็นหวั หนา้ แผนกวิชาชา่ งเชือ่ มโลหะ ความเหน็ หัวหน้างานพฒั นาหลกั สตู รฯ
ลงชอื่ ............................................... ลงชอ่ื ...............................................
(นายปราโมทย์ อุทยั วัฒน์) (นายคุมดวง พรมอนิ ทร์)
ตำแหน่ง หวั หน้าแผนกวิชาช่างเชอ่ื มโลหะ หวั หน้างานพฒั นาหลกั สูตรฯ
ความเหน็ รองผู้อำนวยการฝา่ ยวชิ าการ
ลงช่อื ……………………………………...
(นายทนิ กร พรหมอินทร)์
รองผู้อำนวยการฝา่ ยวิชาการ
ความเหน็ ผูอ้ ำนวยการวิทยาลยั เทคนิคสวา่ งแดนดิน
ลงชือ่ ............................................
(นางวรรณภา พ่วงกุล)
ผูอ้ ำนวยการวิทยาลัยเทคนคิ สวา่ งแดนดิน
คำนำ
แผนการสอนรายวชิ า กลศาสตรว์ ิศวกรรม รหสั 30100 – 0101 ในรายวชิ านจี้ ะมีเนอื้ หา
การเรียนการสอนประกอบไปดว้ ย ลกั ษณะรายวชิ า การแบ่งหน่วยการเรียนรู้และบทเรยี น
หัวข้อ จดุ ประสงค์การสอน การประเมนิ รายวิชา กำหนดการสอน แบบทดสอบกอ่ นเรียนและ
แบบทดสอบหลังเรยี น ใบความรู้ แผน่ ใส แบบฝกึ หัด ใบงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน
เป็นกล่มุ แบบสังเกตรายงานกลมุ่ แบบประเมินคุณธรรมจรยิ ธรรม คา่ นยิ มและลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์ บนั ทกึ หลังการสอน ซ่ึงเน้ือหาทง้ั หมดนี้ไดจ้ ดั ทำข้นึ เพ่ือใชใ้ นการสอนประจำภาคเรียนที่
1 /2563
ซึง่ เนอื้ หาภายในแผนการสอนประกอบด้วย 7 หน่วย ดงั นี้ บทนำ ระบบแรง สมดุล
โครงสร้าง แรงกระทำเป็นบรเิ วณ โมเมนตค์ วามเฉ่ือย แรงเสยี ดทาน นอกจากนท้ี า้ ยหน่วยยังมี
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้เพอื่ ทบทวนความรู้ความเขา้ ใจและมีใบงานประกอบไวใ้ ห้นักเรียน
นกั ศกึ ษาไดฝ้ กึ ปฏิบตั ดิ ว้ ย
ดังนน้ั ผูจ้ ดั ทำแผนการสอนหวังเปน็ อย่างยิง่ ว่าแผนการสอนเลม่ นี้จะสามารถใหค้ วามรู้และ
เกดิ ประโยชน์แกน่ ักเรียน นกั ศกึ ษา คณะครผู ูส้ อนตลอดจนผสู้ นใจศึกษา หากมีขอ้ ผิดพลาด
ประการใดผูจ้ ดั ทำขอน้อมรบั คำติชมเพื่อเปน็ ประโยชนใ์ นการปรับปรุงแกไ้ ข
ลงชื่อ ...................................................
(นางสาวพิชญาภา อม่ิ รกั ษา)
สารบญั
หน้า
คำนยิ ม
คำนำ
สารบญั
ลักษณะรายวิชา
ตารางวิเคราะห์สมรรถนะการเรียนรู้
ตารางวิเคราะหห์ ลกั สูตร
ตารางวิเคราะห์สมรรถนะรายวชิ าโดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โครงการสอนหรอื โครงการจัดการเรยี นรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 บทนำ
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 ระบบแรง
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 3 สมดุล
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 โครงสร้าง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 5 แรงกระทำเป็นบรเิ วณ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6 โมเมนต์ความเฉื่อย
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 7 แรงเสียดทาน
ลักษณะรายวชิ า
รหัสวชิ า 30100 - 0101 ชื่อวิชา กลศาสตร์วศิ วกรรม
จำนวนหนว่ ยกติ 3 หนว่ ยกิต จำนวนชวั่ โมงตอ่ สัปดาห์ 3 ช่วั โมง รวม 54 ชว่ั โมงตอ่ ภาคเรียน
จุดประสงค์รายวิชา
1. เพือ่ ใหม้ ีความเขา้ ใจหลักสถิตยศาสตร์ การใช้เวกเตอร์ช่วยในการคำนวณแรงในโครงสรา้ ง
และเครื่องจกั รกล
2. เพ่ือใหส้ ามารถวเิ คราะห์แรงในโครงสร้างและเคร่ืองจักรกล หาคณุ สมบตั ิของรูปทรงเรขาคณิตท่ี
เก่ยี วกับสถยิ ศาสตร์ และสามารถแกป้ ญั หาสถิยศาสตร์วิศวกรรมท่ีเก่ียวข้องกบั สาขาวชิ าชีพ
3. เพ่ือให้มเี จตคติทีด่ ีในการสบื เสาะหาความรู้ และใชเ้ หตผุ ลทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา
มคี วามละเอียดรอบคอบและตระหนกั ถึงความปลอดภยั
มาตรฐานรายวิชา
1. คำนวณแรงและโมเมนต์บนระนาบและปริภูมิโดยใช้เวกเตอร์ และเครื่องคำนวณช่วย
2. วิเคราะหแ์ รงในช้ินสว่ นโครงสรา้ งและชนิ้ ส่วนเคร่ืองกล
3. คำนวณเกยี่ วกบั แรงกระจายและสถติ ยศาสตร์ของไหล
4. หาจุดศนู ยถ์ ่วงและเซนทรอยด์ และค่าโมเมนตค์ วามเฉ่ือยของรูปทรงเรขาคณิต
5. คำนวณเก่ยี วกบั แรงเสียดทานในเครอื่ งจักรกล
คำอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาวิธกี ารแก้ปัญหาโจทยท์ างวิศวกรรม โดยใช้หลักสถติ ยศาสตรเ์ กี่ยวกับระบบของแรง ชนดิ ของ
แรง โมเมนต์ของแรงค่คู วบ สมดุล แผนภาพ วัตถอุ สิ ระ โครงสร้างและหลกั การวิเคราะห์เบอื้ งตน้ แรงกระจาย
สถิตยศาสตรข์ องไหล จุดศนู ยถ์ ว่ งและเซนทรอยด์ โมเมนต์ความเฉื่อย ความเสียดทาน การแก้ปัญหาโจทย์
สถิตยศาสตร์วิศวกรรมท่เี กี่ยวข้องกบั สาขาวิชาชีพ
ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะการเรยี นรู้
รหัสวิชา 30100 - 0101 ช่ือวิชา กลศาสตรว์ ศิ วกรรม
จำนวนหน่วยกติ 3 หนว่ ยกิต จำนวนชว่ั โมงตอ่ สปั ดาห์ 3 ชัว่ โมง รวม 54 ชว่ั โมงต่อภาคเรียน
หน่วยการสอน สมรรถนะการเรยี นรู้
หนว่ ยการสอนที่ 1 1. ด้านความรู้
ช่อื หน่วยการสอน บทนำ 1.1 อธบิ ายกฎของนิวตัน และนำไปใช้ในการ
1.1 กฎของนวิ ตนั แกป้ ญั หาโจทย์ทางวิศวกรรมได้
1.2 สเกลารแ์ ละเวกเตอร์ 1.2 อธบิ ายความแตกต่างของปริมาณสเกลาร์
1.3 ระบบหนว่ ย และเวกเตอร์ได้
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
2. ด้านทกั ษะหรือการประยกุ ต์ใช้
หน่วยการสอนท่ี 2 2.1 สามารถเปลีย่ นหน่วยในระบบหนว่ ยตา่ งได้
ช่ือหน่วยการสอน ระบบแรง 2.2 สามารถแสดงวิธีทำโจทยป์ ญั หาตา่ งๆได้
2.1 ระบบแรง 2 มติ ิ
2.2 ระบบแรง 3 มิติ 3. ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะที่พึง
2.3 ผลลัพธ์ของระบบแรง ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ
2.4 โมเมนตแ์ ละแรงคู่ควบ พอเพยี ง
แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 3.1 ตรงตอ่ เวลา มวี นิ ัย มีความรบั ผิดชอบ ละเอยี ด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มคี วามซื่อสตั ย์ มเี หตผุ ล
หนว่ ยการสอนท่ี 3 ประหยดั และปฏบิ ตั ิตนในแนวทางท่ดี ี
ชื่อหน่วยการสอน สมดุล
1. ด้านความรู้
1.1 มีความรเู้ ขา้ ใจหลักการของแรง
1.2 อธิบายวิธกี ารแยกแรงได้
2. ด้านทักษะหรือการประยุกต์ใช้
2.1 สามารถแยกแรงและหาผลลพั ธข์ องระบบแรง
ได้
2.2 คำนวณหาโมเมนตแ์ ละแรงคูค่ วบได้
3. ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะที่พงึ
ประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
3.1 ตรงตอ่ เวลา มีวนิ ยั มคี วามรับผิดชอบ ละเอียด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มีความซ่ือสตั ย์ มเี หตผุ ล
ประหยัด และปฏิบัตติ นในแนวทางที่ดี
1. ดา้ นความรู้
1.1 อธิบายสมดุลระบบ 2 มิติได้
1.2 เขา้ ใจการเขยี นแผนภาพวัตถุอสิ ระได้
3.1 สมดุลระบบ 2 มิติ 2. ด้านทักษะหรือการประยกุ ต์ใช้
3.2 การแกป้ ัญหาโจทยส์ มดุลพร้อมการเขียน 2.1 แกป้ ญั หาโจทยส์ มดลุ ระบบ 2 มติ ิได้
แผนภาพวัตถุอสิ ระ 2.2 แกป้ ญั หาโจทย์สมดุลระบบ 3 มิตไิ ด้
3.3 สมดลุ ระบบ 3 มติ ิ
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ 3. ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพึง
ประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
หนว่ ยการสอนท่ี 4 พอเพยี ง
ชอ่ื หน่วยการสอน โครงสรา้ ง 3.1 ตรงต่อเวลา มีวนิ ยั มีความรบั ผดิ ชอบ ละเอยี ด
4.1 โครงสรา้ งในระนาบ
4.2 โครงกรอบและเคร่ืองจักรกล รอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มคี วามซ่ือสัตย์ มีเหตผุ ล ประหยัด
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ และปฏบิ ัติตนในแนวทางทด่ี ี
1. ด้านความรู้
หน่วยการสอนที่ 5
ช่อื หน่วยการสอน แรงกระทำเป็นบริเวณ 1.1 เข้าใจการคำนวณแรงยึดต่อทจ่ี ดุ ต่างๆของ
5.1 จุดศูนย์กลางมวลและจุดเซนทรอยด์ โครงสรา้ งเคร่ืองจักรกลได้
5.2 จดุ เซนทรอยด์ของพ้นื ที่ 1.2 เข้าใจการคำนวณแรงยดึ ตอ่ ที่จดุ ตา่ งๆของโครง
5.3 โมเมนตอ์ นั ดับหนึ่งของพนื้ ท่แี ละเสน้ กรอบเครื่องจักรกลได้
5.4 การหาจดุ เซนทรอยดโ์ ดยการอนิ ทิเกรต 2. ดา้ นทักษะหรือการประยกุ ต์ใช้
5.5 ทฤษฎขี อง Pappus 2.1 บอกชนดิ ของแรงในโครงสรา้ งได้
5.6 สถติ ยศาสตร์ของไหล 2.2 บอกชนดิ ของแรงในโครงกรอบได้
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ 3. ดา้ นคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพงึ
ประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
3.1 ตรงต่อเวลา มีวินยั มีความรบั ผิดชอบ ละเอยี ด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มคี วามซื่อสตั ย์ มีเหตุผล
ประหยดั และปฏบิ ตั ิตนในแนวทางที่ดี
1. ด้านความรู้
1.1 อธิบายหลักการหาจดุ ศูนยก์ ลางมวลได้
1.2 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแกป้ ัญหา
โจทย์ของวัตถุรูปทรงตา่ งๆได้
2. ด้านทักษะหรือการประยุกต์ใช้
2.1 แก้ปัญหาโจทย์ของวัตถรุ ูปทรงตา่ งได้
3. ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพึง
ประสงคแ์ ละบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
3.1 ตรงตอ่ เวลา มีวนิ ัย มีความรบั ผดิ ชอบ ละเอียด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มีความซ่ือสัตย์ มีเหตผุ ล
ประหยดั และปฏิบตั ิตนในแนวทางที่ดี
หนว่ ยการสอนที่ 6 1. ดา้ นความรู้
ช่ือหน่วยการสอน โมเมนต์ความเฉ่อื ย 1.1 อธิบายโมเมนต์เฉื่อยของพื้นท่ีและโมเมนต์
6.1 โมเมนต์ความเฉ่ือยของพืน้ ท่ี ความเฉ่อื ยเชงิ ขัว้ ได้
6.2 โมเมนตค์ วามเฉ่ือยเชิงข้ัว 1.2 อธบิ ายทฤษฎีแกนขนานและรศั มีไจเรชันของ
6.3 ทฤษฎีแกนขนาน พ้นื ท่ีได้
6.4 รัศมีไจเรชนั ของพน้ื ท่ี
2. ด้านทักษะหรอื การประยุกต์ใช้
2.1 แกป้ ัญหาโจทย์ วเิ คราะหโ์ จทย์เพื่อแก้ปัญหา
โมเมนต์ความเฉื่อยได้
3. ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพงึ
ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
3.1 ตรงตอ่ เวลา มีวนิ ัย มีความรบั ผิดชอบ ละเอียด
รอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มีความซื่อสตั ย์ มเี หตุผล
ประหยัด และปฏิบัตติ นในแนวทางท่ดี ี
1. ด้านความรู้
หนว่ ยการสอนท่ี 7 1.1 อธบิ ายหลักการของความเสยี ดทานได้
ชอ่ื หน่วยการสอน แรงเสยี ดทาน 1.2 สามารถนำไปประยกุ ต์ใช้ในการแก้ปัญหา
7.1 หลักการของความเสียดทานแห้ง โจทย์เกีย่ วกับความเสียดทานได้
7.2 ประเภทของปญั หาท่เี ก่ียวกบั ความเสียดทาน 2. ด้านทกั ษะหรอื การประยุกตใ์ ช้
แหง้ 2.1 แกป้ ัญหาโจทยข์ องมุมแรงเสียดทานได้
7.3 มมุ ของแรงเสียดทาน 3. ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่พี งึ
7.4 ความเสียดทานในเครื่องจักรกล ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
3.1 ตรงต่อเวลา มวี ินยั มีความรับผดิ ชอบ ละเอียด
รอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มีความซื่อสัตย์ มีเหตผุ ล
ประหยดั และปฏบิ ตั ิตนในแนวทางทด่ี ี
ตารางวิเคราะห์หลกั สตู ร
รหัสวิชา 30100 - 0101 วิชา กลศาสตร์วิศวกรรม จำนวน 3 หน่วยกติ ช้นั ปวส.
สาขาวิชา/กลุ่มวิชา/ ชช. 1 หอ้ ง 1
ด้านพุทธพิ สิ ัย
พฤตกิ รรม ความรู้ (5)
ความ ้ขาใจ(5)
การเรียนรู้ นำไปใ ้ช(5)
ิวเคราะ ์ห(5)
ช่ือหน่วยการสอน/การเรยี นรู้ ัสงเคราะห์(5)
1. บทนำ ประเ ิมนค่า(5)
2. ระบบแรง ้ดานทักษะ ิพ ัสย(5)
3. สมดุล ด้าน ิจต ิพ ัสย(5)
4. โครงสร้าง รวม(40)
5. สอบกลางภาค ลำ ัดบความสำคัญ
6. แรงกระทำเปน็ บรเิ วณ จำนวน ่ัชวโมง
7. โมเมนต์ความเฉ่ือย
8. แรงเสยี ดทาน 5 5 4 3 3 3 3 3 29 6 6
9. สอบปลายภาค 5 4 4 4 5 3 4 4 33 3 9
4 4 4 3 4 3 4 4 30 5 6
4 3 3 3 4 3 4 3 27 7 6
3
4 5 5 4 5 3 4 4 34 2 9
4 4 4 5 5 5 4 4 35 1 6
4 4 4 4 5 4 4 3 32 4 6
3
รวมคะแนน 30 29 28 26 31 24 27 25
ลำดบั ความสำคัญ 2346 1857
คำอธบิ าย 5 หมายถึง ระดับความสำคญั ของแต่ละรายการมี 5 ระดบั คือ 1, 2, 3, 4, 5
ตารางวิเคราะห์สมรรถนะรายวิชา
โดยบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั 30100 - 0101 วชิ า กลศาสตร์วศิ วกรรม หนว่ ยกติ .......3.........(..3-0-3..)
ระดับชนั้ ปวส. สาขาวชิ า ชา่ งเชอื่ มโลหะ
ทางสายกลาง
3ห่วง 2 เง่ือนไข
ความรู้ คณุ ธรรม
ช่อื หน่วยการสอน/ พอประมาณ(5)
สมรรถนะรายวชิ า ีมเหตุผล(5)
ีมภู ิมคุ้ม ักน(5)
รอบรู้(5)
รอบคอบ(5)
ระ ัมดระ ัวง(5)
ซ่ือ ัสตย์ ุสจริต(5)
ข ัยนอดทน(5)
ีมส ิตปัญญา(5)
แบ่งปัน(5)
รวม(50)
ลำ ัดบความสำคัญ
หน่วยการสอนท่ี 1 5 4 4 4 4 5 4 4 4 4 38 5
ชื่อหน่วยการสอน บทนำ
สมรรถนะประจำหน่วยการสอน
1.แสดงความรู้เกี่ยวกับกฎของนวิ ตัน
สเกลาร์ เวกเตอรแ์ ละระบบหนว่ ย
หน่วยการสอนที่ 2 4 4 4 4 4 4 4 4 4 5 36 7
ช่อื หน่วยการสอน ระบบแรง
สมรรถนะประจำหนว่ ยการสอน
1.แสดงความรู้เกย่ี วกับระบบแรง 2 มิติ
3 มิติ ผลลพั ท์ของระบบแรงและโมเมนต์
ได้
หน่วยการสอนที่ 3 5 5 4 4 4 5 4 4 4 4 40 3
ชื่อหน่วยการสอน สมดุล
สมรรถนะประจำหน่วยการสอน
1.แสดงความรู้เกย่ี วกับสมดุลระบบ 2
มติ ิ การแกป้ ัญหาโจทย์สมดุลพร้อมการ
เขยี นแผนภาพวัตถุอสิ ระ สมดลุ ระบบ 3
มิติได้
หนว่ ยการสอนที่ 4 5 5 4 4 5 5 5 4 4 4 43 1
ชือ่ หน่วยการสอน โครงสรา้ ง
สมรรถนะประจำหนว่ ยการสอน
1.แสดงความรเู้ กี่ยวกบั โครงสรา้ งใน
ระนาบและโครงกรอบและครื่องจักรกล
ได้
หน่วยการสอนท่ี 5 4 4 4 4 4 4 5 4 4 3 42 2
ชื่อหน่วยการสอน แรงกระทำเปน็ บรเิ วณ
สมรรถนะประจำหนว่ ยการสอน
1.แสดงความรเู้ ก่ียวกบั จุดศูนย์กลาง
มวลและจุดเซนทรอยด์ จุดเซนทรอยด์
ของพ้ืนท่ี โมเมนต์อนั ดับหนงึ่ ของพ้นื ที่
และเสน้ การหาจดุ เซนทรอยดโ์ ดยการ
อนิ ทิเกรต ทฤษฎีของ Pappus และ
สถิตยศาสตร์ของไหลได้
หน่วยการสอนที่ 6 5 4 4 4 5 5 4 4 3 3 37 6
ชอื่ หน่วยการสอน โมเมนตค์ วามเฉ่ือย
สมรรถนะประจำหน่วยการสอน
1.แสดงความร้เู ก่ียวกบั โมเมนต์ความ
เฉอ่ื ยของพน้ื ท่ี โมเมนต์ความเฉือ่ ยเชงิ ขัว้
ทฤษฎแี กนขนาน และรศั มีไจเรชนั ของ
พ้นื ทไี่ ด้
หน่วยการสอนท่ี 7 4 3 4 5 5 5 5 5 4 3 39 4
ช่ือหน่วยการสอน แรงเสยี ดทาน
สมรรถนะประจำหนว่ ยการสอน
1.แสดงความรู้เกยี่ วกับหลักการของ
ความเสียดทานแห้ง ประเภทของปญั หา
ทีเ่ กย่ี วกับความเสยี ดทาน มุมของแรง
เสยี ดทาน และความเสียดทานใน
เครือ่ งจักรกลได้
รวม 37 34 32 33 36 38 35 34 31 30
ลำดบั ความสำคญั 2 6 8 7 3 1 5 4 9 10
โครงการสอนหรือโครงการจัดการเรียนรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั วชิ า 30100 - 01010 วิชา กลศาสตร์วศิ วกรรม จำนวน 3 หนว่ ยกิต
ชั้น ปวส. 1/1 สาขาวิชา/กลุม่ ชา่ งเช่อื มโลหะ
หนว่ ยท่ี สัปดาห์ที่ ชือ่ หน่วยการสอน/รายการสอน จำนวนช่วั โมง
ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ
1 1-2 หน่วยท่ี 1 บทนำ
2 3-5 หนว่ ยที่ 2 ระบบแรง 6
3 6-7 หนว่ ยที่ 3 สมดลุ 9
4 8-9 หน่วยท่ี 4 โครงสร้าง 6
6
10 สอบกลางภาค 3
6 11-13 แรงกระทำเป็นบริเวณ 9
7 14-15 โมเมนต์ความเฉื่อย 6
8 16-17 แรงเสียดทาน 6
9 18 สอบปลายภาค 3
รวม 54
รวมทั้งสิน้ 54
แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั วิชา 30100 - 0101 วิชา กลศาสตรว์ ิศวกรรม
หน่วยที่ 1 ชือ่ หนว่ ย บทนำ จำนวน 3 ชว่ั โมง
ชือ่ เรื่อง
1.1 กฎของนิวตนั
1.2 สเกลาร์และเวกเตอร์
1.3 ระบบหนว่ ย
แบบประเมินผลการเรยี น
1. สาระสำคญั
กลศาสตร์เปน็ สาขาหน่งึ ของวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ ซึง่ ศึกษาเกี่ยวกบั สภาวะการหยดุ นิ่งหรอื การ
เคลื่อนที่ของวัตถุ วิชากลศาสตรอ์ าจจัดแบง่ ได้เป็นสองสาขา คอื Statics เป็นสาขาของกลศาสตรท์ ี่กลา่ วถึง
การหยดุ นิง่ ของวัตถุภายใตภ้ าวการณก์ ระทำของแรง และ Dynamics เปน็ สาขาที่กลา่ วถงึ การเคลอื่ นท่ีของ
วัตถุ ในวิชาน้ีจะกล่าวถึงกลศาสตรใ์ นภาค Statics เทา่ นั้น
2. สมรรถนะประจำหนว่ ยการเรยี นรู้
แสดงความรเู้ กย่ี วกบั กฎของนิวตัน สเกลาร์และเวกเตอร์ ระบบหนว่ ย
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงค์ทั่วไป
3.1.1 อธบิ ายกฎของนิวตัน และนำไปใช้ในการแก้ปญั หาโจทย์ทางวศิ วกรรมได้
3.1.2 อธิบายความแตกต่างของปริมาณสเกลาร์ และเวกเตอร์ได้
3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
3.2.1 สามารถเปลี่ยนหน่วยในระบบหนว่ ยตา่ งได้
3.2.2 สามารถแสดงวิธที ำโจทยป์ ญั หาต่างๆได้
4. เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
กลศาสตรเ์ ป็นสาขาหนง่ึ ของวทิ ยาศาสตร์กายภาพ ซง่ึ ศึกษาเก่ียวกับสภาวะการหยดุ นิ่งหรือการ
เคลื่อนที่ของวตั ถุ วิชากลศาสตรอ์ าจจดั แบ่งได้เป็นสองสาขา คอื Statics เป็นสาขาของกลศาสตรท์ ก่ี ลา่ วถึง
การหยดุ นง่ิ ของวตั ถุภายใตภ้ าวการณก์ ระทำของแรง และ Dynamics เป็นสาขาที่กล่าวถึงการเคล่อื นท่ีของ
วัตถุ ในวิชานี้จะกลา่ วถงึ กลศาสตรใ์ นภาค Statics เทา่ นัน้
1. กฎของนิวตนั
กฎของนิวตัน กลา่ วถึงเก่ียวกับวตั ถุและไดท้ ดลองยนื ยนั ให้เหน็ ถึงความจริงของกฎเหล่าน้ี ซ่งึ มี 3 ดงั นี
ข้อท่ี 1 อนภุ าคยังคงหยดุ นง่ิ หรือเคลื่อนท่ีต่อไปด้วยความเร็วคงทเี่ ปน็ เสน้ ตรง นอกจากมีแรง
ไม่สมดลุ กระทำตอ่ อนภุ าคน้ัน
ขอ้ ท่ี 2 ความเรง่ ของอนภุ าคเป็นสดั ส่วนโดยตรงกับแรงลัพธท์ ก่ี ระทำ และทิศทางเดยี วกนั
กับแรงลพั ธ์นั้น
ข้นั ที่ 3 แรงกริ ยิ าและแรงปฏิกิริยา ระหว่างวัตถุสองชิ้นมขี นาดเท่ากัน มีทศิ ทางตรงกนั ข้าม
และอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
2. สเกลารแ์ ละเวกเตอร์
ปรมิ าณซึง่ เราต้องพบและเกยี่ วขอ้ งในวิชาสถิยศาสตร์มอี ยสู่ องชนิด คอื ปริมาณสเกลาร์และปรมิ าณ
เวกเตอร์
สเกลาร์ คอื ปรมิ าณท่เี ก่ียวขอ้ งเฉพาะขนาด ตวั อย่างของปรมิ าณชนิดนี้ ไดแ้ ก่ เวลา
ปรมิ าตร ความหนาแนน่ อตั ราเรว็ พลังงาน และมวล
เวกเตอร์ คือ ปรมิ าณท่เี กย่ี วขอ้ งกันทัง้ ขนาดและทศิ ทาง ตวั อยา่ งของปรมิ าณชนิดนี้ได้แก่
การขจัด ความเร็ว ความเรง่ โมเมนต์ และโมเมนตมั
ในทางฟิสิกส์ ปริมาณเวกเตอรอ์ าจแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คอื
เวกเตอร์อสิ ระ เป็นเวกเตอร์ทีไ่ มบ่ ่งถึงแนวทางกระทำ คงบอกแต่เพยี งขนาดและทิศทาง
เท่าน้นั ลกั ษณะของเวกเตร์แบบนี้ ไดแ้ ก่ ความเรว็ และความเรง่
เวกเตอร์เลอ่ื น เป็นเวกเตอร์ท่ีมแี นวแน่นอนตามแนวเส้นตรงนิ่ง เชน่ เวกเตอร์ของแรง
ภายนอกท่ีกระทำกบั วัตถุเกรง็
เวกเตอรค์ งท่ี เป็นเวกเตอรท์ ่ีถกู กำหนดท้ังขนาดและทิศทาง รวมทง้ั จดุ กระทำแนน่ อน เชน่
เวกเตอร์ของแรงท่กี ระทำกับวัตถุแปรรปู ทง้ั น้ถี ้าเวกเตอร์เปล่ียนตำแหน่งจะมผี ลต่อการแปรรปู ของ
วตั ถุ ดังนน้ั จึงต้องกำหนดตำแหนง่ ของเวกเตอร์ให้คงท่แี น่นอน
3. ระบบหน่วย
หนว่ ยทน่ี ิยมใช้ คอื หน่วย SI (International System of Units) หน่วยพืน้ ฐานทใี่ ชท้ วั่ ไป คือ
ปรมิ าณ สัญลักษณ์ หน่วย (สัญลักษณ์)
ความยาว(Length) L เมตร,Metre(m)
เวลา(Time) T วนิ าท,ี Second(s)
มวล(Mass) M กิโลกรมั ,Kilogram(kg)
แรง(Force) F นวิ ตนั ,Newton(N)
หน่วยของแรง คือ นิวตัน (Newton, N) ถ้าต้องการหาแรงท่ีกระทำต่อวตั ถุมวล 1 กิโลกรัม ให้
เคลอื่ นทดี่ ้วยความเรง่ 1 เมตร/วนิ าที จากกฎนวิ ตัน ขอ้ ที่ 2 ซ่งึ เปน็ กฎพน้ื ฐานใช้ในการวิเคราะหท์ าง
กลศาสตร์
4.2 ดา้ นทกั ษะหรือการประยุกต์ใช้
4.1 สามารถเปล่ียนหน่วยในระบบหน่วยตา่ งได้
4.2 สามารถแสดงวิธที ำโจทย์ปัญหาต่างๆได้
4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ตรงตอ่ เวลา มวี นิ ยั มีความรบั ผิดชอบ ละเอียดรอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มคี วามซื่อสตั ย์ มีเหตุผล ประหยดั
และปฏบิ ตั ติ นในแนวทางท่ดี ี
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรียนรู้ ข้ันตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของผเู้ รยี น
ขน้ั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู
1. นักเรียนขานรบั เชค็ ชือ่ ตัวเอง
ขน้ั เตรยี ม(จำนวน 25 นาที) 2. นักเรียนทำความเขา้ ใจและจดบนั ทึก
1. เช็คชอ่ื นกั เรยี น สาระสำคัญ
2. ครแู นะนำตวั เอง แนะนำรายวชิ า คำอธิบาย 3. นกั เรยี นสนทนาโตต้ อบกับครูผูส้ อน
รายวชิ า จุดประสงค์รายวชิ า ชี้แจงเกณฑ์การให้
คะแนน วธิ กี ารสอน การวัดผลและประเมนิ ผล 4. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
3. ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรียน ด้วยการสนทนา
การซกั ถามเก่ียวกบั เนื้อหาเรอื่ ง กฎของนวิ ตัน 1. นักเรียนตั้งคำถามและตอบคำถามโต้ตอบกับครู
สเกลารแ์ ละเวกเตอร์ ระบบหนว่ ย ให้หวั ขอ้ เน้ือหาเรอ่ื ง กฎของนิวตัน สเกลารแ์ ละ
4. ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบก่อน เวกเตอร์ ระบบหนว่ ย
เรยี น
ขนั้ การสอน(จำนวน 115 นาที) 1. นกั เรยี นตระหนักถงึ ความสำคญั ในเน้ือหาสาระ
1. ครูบรรยายเนอื้ หาเกีย่ วกับเรอ่ื งกฎของนิวตัน ทีไ่ ดเ้ รยี น
สเกลาร์และเวกเตอร์ ระบบหน่วย 2. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ทา้ ยบท
3. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ครตู ้ังคำถาม ถาม – ตอบ ระหว่างครูและ
นักเรียนเก่ียวกับเนื้อหาท่เี รียนเร่ือง กฎของนวิ ตนั
สเกลาร์และเวกเตอร์ ระบบหนว่ ย และประเมิน
ความเข้าใจในเน้อื หาของนกั เรียน
ขั้นสรปุ (จำนวน 40 นาที)
1. สรุปเนือ้ หาสาระสำคัญในบทเรยี นใหน้ กั เรียน
ตระหนักถึงความสำคัญในเน้ือหาสาระที่ได้เรียนไป
และสามารถสรปุ ใจความสำคัญของเน้ือหาได้
2. ครูมอบหมายให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ท้ายบท
3. ครมู อบหมายให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลัง
เรยี น
6. สอื่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
6.1 สื่อสงิ่ พิมพ์
6.1.1 หนงั สือเรียนวชิ า กลศาสตร์วศิ วกรรม รหัสวชิ า 30100 – 0101 หน่วยท่ี 1
เรือ่ ง กฎของนวิ ตนั สเกลาร์และเวกเตอร์ ระบบหนว่ ย
6.1.2 แบบประเมินผลการเรยี นการเรียนรู้ แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน แบบฝกึ หัดท้ายบท
และแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยท่ี 1 เร่อื ง กฎของนิวตัน สเกลาร์และเวกเตอร์ ระบบหน่วย
6.2 สื่อโสตทัศน์
6.2.1 หนงั สอื เรยี นวิชา กลศาสตร์วศิ วกรรม
6.2.2 บตั รภาพ
6.2.3 สไลด์นำเสนอ (Power point)
6.2.4 วดิ ีทศั น์
6.2.5 ใช้เคร่ืองฉาย (Projector)
6.3 ส่ือของจรงิ
6.3.1 หนังสือเรียนวิชา กลศาสตรว์ ศิ วกรรม
7. แหล่งการเรียนการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
7.1.1 หอ้ งสมดุ วทิ ยาลัย ศนู ย์วทิ ยบริการ
7.1.2 ห้อง Internet ศูนย์วทิ ยบริการ
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
7.2.1 แหล่งเรียนร้ปู ระจำชุมชน/หม่บู ้าน/ผู้เชยี่ วชาญ
8. งานท่ีมอบหมาย
8.1 ก่อนเรยี น
8.1.1 นักเรียนจัดเตรยี มเอกสาร สอ่ื การเรยี นการสอนตามทีค่ รูและบทเรียนกำหนด
8.1.2 นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยท่ี 1
8.1.3 นักเรียนทำความเข้าใจเก่ยี วกบั จุดประสงค์การเรยี นของหนว่ ยเรียนที่ 1 และการให้
ความร่วมมือในการทำกิจกรรมในหนว่ ยการเรยี นท่ี 1
8.2 ขณะเรยี น
8.2.1 นกั เรียนศึกษาเนอ้ื หาหน่วยที่ 1
8.2.2 นกั เรียนจดบนั ทกึ เนื้อหาทสี่ ำคญั ระหว่างมกี ารเรียนการสอน
8.2.3 นักเรียนเตรยี มตั้งคำถาม ถาม – ตอบ สิ่งที่นักเรียนไมเ่ ขา้ ใจ
8.2.4 นกั เรยี นรบั แบบฝกึ หดั มาทำ
8.3 หลังเรียน
8.3.1 นักเรยี นร่วมกันสรปุ เน้ือหาหนว่ ยท่ี 1
8.3.2 นักเรยี นทำแบบฝึกหัดทา้ ยบท
8.3.3 นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน
9. ผลงาน/ช้นิ งาน ท่เี กิดจากการเรยี นรขู้ องผู้เรียน
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลังเรียน
2. แบบฝึกหัดท้ายบท
3. ใบงาน
10. เอกสารอา้ งองิ
หนังสอื เรยี น วชิ า กลศาสตร์วิศวกรรม รหัสวิชา 30100 – 0101 บริษัท สำนักพิมพ์ เอมพนธ์
จำกดั
เวบ็ ไซตอ์ อนไลน์ และสอ่ื สง่ิ พิมพ์ทเี่ ก่ยี วข้องกบั เน้ือหาบทเรียน
11. การบรู ณาการ/ความสัมพันธ์กบั รายวชิ าอ่ืน
1. บูรณาการกบั วชิ า คณิตศาสตร์ เรอ่ื ง กลศาสตร์คณิตศาสตร์
12. หลกั การประเมินผลการเรียน
12.1 ก่อนเรยี น
12.1.1.ใชส้ มดุ บนั ทึกเวลาเรยี นฯ ขานช่ือผู้เรียนและตรวจการตรงตอ่ เวลา
12.1.2 ใช้แบบสังเกตความพร้อมในการเรียน ประเมนิ ความพร้อม เชน่ หนงั สือ สมุด ปากกา
การแตง่ กาย เป็นต้น
12.2 ขณะเรยี น
12.2.1. ใช้แบบสังเกตพฤติกรรม สังเกตการตอบคำถาม ความสนใจใฝ่รู้ ใฝเ่ รยี น
12.3 หลงั เรยี น
12.3.1. แบบทดสอบหลงั เรียนต้องผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 50%
12.3.2. แบบฝกึ หดั หลงั เรยี นต้องผ่านเกณฑ์การประเมนิ 50%
13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรียน
จุดประสงคข์ ้อท่ี 1 อธิบายกฎของนวิ ตัน และนำไปใชใ้ นการแก้ปัญหาโจทยท์ างวิศวกรรมได้
1. วธิ ีการประเมนิ :แบบประเมินผลการเรยี นรแู้ ละแบบประเมนิ พฤตกิ รรม หนว่ ยท่ี 1
2. เครือ่ งการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 อธบิ ายความแตกต่างของปรมิ าณสเกลาร์ และเวกเตอร์ได้
1. วิธกี ารประเมิน :แบบประเมินผลการเรียนรแู้ ละแบบประเมินพฤติกรรม หน่วยที่ 1
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบกอ่ นเรียนและแบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้ผู ่านเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จุดประสงค์ข้อท่ี 3 สามารถเปลี่ยนหนว่ ยในระบบหน่วยต่างได้
1. วธิ กี ารประเมนิ :แบบประเมินผลการเรียนรแู้ ละแบบประเมนิ พฤติกรรม หน่วยท่ี 1
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรียนรผู้ า่ นเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จุดประสงค์ข้อที่ 4 สามารถแสดงวธิ ที ำโจทย์ปญั หาต่างๆได้
1. วิธีการประเมนิ :แบบประเมินผลการเรยี นรแู้ ละแบบประเมินพฤตกิ รรม หนว่ ยท่ี 1
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบกอ่ นเรียนและแบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
14. แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยการสอนที่ 1 ชื่อหน่วยการสอน บทนำ
วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือ ประเมนิ ผลการเรียนรู้
ข้อคำถาม
1. จงบอกกฎของนิวตันทงั้ 3 ข้อ
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................................................................................ ........
................................................................................................................ ................................................
............................................................................................................................. ...................................
2. การจำแนกปริมาณในสถติ ยศาสตร์แบ่งเป็นกี่ชนดิ ได้แก่อะไรบา้ ง จงอธิบาย
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................................................................ ........................
3. วัตถุก้อนหน่ึงมมี วล 15 กิโลกรมั วางอยู่บนโตะ๊ จงคำนวณวา่ วตั ถุกอ้ นนี้จะมีน้ำหนกั เท่าไร
............................................................................................................................................ ....................
............................................................................................................... .................................................
...................................................................................................... ..........................................................
................................................................................................................................................................
4. จงเปลย่ี นหน่วยต่างๆ ที่กำหนดให้
1. 5.62 km = …………………………….. m
................................................................................. ........................................................................
.........................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................. .......
............................................................................................................................. ............................
2. 42.59 mm = …………………………… m
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. ........
........................................................................................................................... ..............................
3. 2.82 cm2 = …………………………….. m2
............................................................................................................................. ............................
.........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................
.........................................................................................................................................................
4. 4.75 m2 = …………………………… mm
.........................................................................................................................................................
....................................................................................................... ..................................................
.................................................................................................................................................. .......
.........................................................................................................................................................
5. 17.63 dm2 = ………………………… m3
............................................................................................................................. ............................
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................
6. 56.27 mm3 = ……………………….. m3
.........................................................................................................................................................
........................................................................................................ .................................................
................................................................................................................................................... ......
.........................................................................................................................................................
15. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
15.1 สรุปผลการจดั การเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏิบตั ิ
5432 1
ดา้ นการเตรียมการสอน
1. จดั หน่วยการเรยี นรไู้ ด้สอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงค์การเรียนรู้
2. กำหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมทง้ั ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และดา้ นจิตพิสยั
3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจัดการเรยี นรู้ก่อนเข้า
สอน
ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. มวี ธิ ีการนำเข้าสบู่ ทเรยี นที่น่าสนใจ
5. มีกิจกรรมทห่ี ลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ
6. จัดกจิ กรรมทสี่ ง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียนคน้ ควา้ เพ่ือหาคำตอบด้วยตนเอง
7. นักเรียนมีสว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
8. จัดกจิ กรรมท่เี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ )
9. กระต้นุ ใหผ้ ูเ้ รียนแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี
10. จัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่เช่ือมโยงกบั ชีวติ จรงิ โดยนำภูมิปญั ญา/บูรณาการเข้ามามสี ่วนร่วม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม
12. มีการเสริมแรงเมือ่ นักเรียนปฏบิ ตั ิ หรือตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รียน
14. เอาใจใส่ดแู ลผ้เู รียน อย่างท่ัวถึง
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทกี่ ำหนด
ด้านสื่อ นวัตกรรม แหล่งการเรียนรู้
16. ใชส้ ่ือทีเ่ หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผเู้ รยี น
17. ใชส้ ื่อ แหล่งการเรียนรูอ้ ย่างหลากหลาย เชน่ บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอรเ์ นต็ เปน็ ต้น
ดา้ นการวัดและประเมินผล
18. ผู้เรียนมีสว่ นรว่ มในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งด้านความรู้ ทักษะ และจิตพิสัย
20. ครู ผเู้ รยี น ผ้ปู กครอง หรือ ผ้ทู เ่ี กี่ยวข้องมสี ว่ นรว่ ม ในการประเมนิ
หมายเหตุ ระดับการปฏิบตั ิ 5 = ปฏิบัตดิ เี ย่ียม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = ปฏบิ ัติ รวม
พอใช้ คา่ เฉลย่ี
2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ
15.2 ปญั หาท่ีพบ และแนวทางแก้ปัญหา
ปญั หาท่ีพบ แนวทางแก้ปัญหา
ด้านการเตรยี มการสอน
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ดา้ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ดา้ นส่ือ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
................................................................................. .................................................................................
................................................................................ .................................................................................
................................................................................ .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ดา้ นการวัดและประเมินผล
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ดา้ นอื่นๆ (โปรดระบเุ ป็นข้อๆ)
................................................................................. ................................................................................
................................................................................. ................................................................................
................................................................................. ................................................................................
.................................................................................. ...............................................................................
ลงช่อื ........................................................................ ครูผสู้ อน
(....................................................................)
ตำแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................
16. บันทึกการนิเทศและตดิ ตาม
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู ิเทศ ตำแหนง่
ปี
แผนการจัดการเรียนรู้ แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั วิชา 30100 - 0101 วชิ า กลศาสตรว์ ศิ วกรรม
หนว่ ยที่ 1 ชอ่ื หนว่ ย บทนำ จำนวน 3 ชว่ั โมง
ชือ่ เร่ือง
1.4 กฎของนิวตนั
1.5 สเกลารแ์ ละเวกเตอร์
1.6 ระบบหน่วย
แบบประเมนิ ผลการเรียน
1. สาระสำคญั
กลศาสตรเ์ ปน็ สาขาหน่งึ ของวิทยาศาสตร์กายภาพ ซึ่งศึกษาเกย่ี วกับสภาวะการหยุดนิ่งหรือการ
เคลือ่ นที่ของวตั ถุ วิชากลศาสตรอ์ าจจัดแบง่ ได้เปน็ สองสาขา คอื Statics เปน็ สาขาของกลศาสตรท์ ี่กลา่ วถึง
การหยุดน่ิงของวัตถภุ ายใตภ้ าวการณก์ ระทำของแรง และ Dynamics เปน็ สาขาทก่ี ล่าวถงึ การเคลื่อนท่ีของ
วัตถุ ในวชิ านจ้ี ะกลา่ วถงึ กลศาสตร์ในภาค Statics เท่านั้น
2. สมรรถนะประจำหน่วยการเรยี นรู้
แสดงความรู้เก่ียวกบั กฎของนิวตัน สเกลาร์และเวกเตอร์ ระบบหนว่ ย
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ทั่วไป
3.1.1 อธบิ ายกฎของนิวตัน และนำไปใช้ในการแก้ปัญหาโจทย์ทางวิศวกรรมได้
3.1.2 อธิบายความแตกตา่ งของปรมิ าณสเกลาร์ และเวกเตอรไ์ ด้
3.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
3.2.1 สามารถเปลย่ี นหนว่ ยในระบบหนว่ ยต่างได้
3.2.2 สามารถแสดงวธิ ที ำโจทยป์ ัญหาต่างๆได้
4. เน้ือหาสาระการสอน/การเรยี นรู้
4.1 ด้านความรู้
กลศาสตร์เป็นสาขาหนง่ึ ของวทิ ยาศาสตร์กายภาพ ซงึ่ ศึกษาเก่ียวกับสภาวะการหยดุ น่ิงหรือการ
เคลื่อนที่ของวัตถุ วิชากลศาสตรอ์ าจจัดแบง่ ไดเ้ ปน็ สองสาขา คอื Statics เปน็ สาขาของกลศาสตร์ที่กลา่ วถึง
การหยดุ นิ่งของวัตถุภายใต้ภาวการณก์ ระทำของแรง และ Dynamics เป็นสาขาที่กลา่ วถึงการเคลือ่ นที่ของ
วตั ถุ ในวชิ าน้จี ะกลา่ วถงึ กลศาสตรใ์ นภาค Statics เท่านนั้
4. กฎของนวิ ตัน
กฎของนวิ ตนั กล่าวถึงเก่ยี วกับวตั ถแุ ละได้ทดลองยืนยันให้เหน็ ถึงความจรงิ ของกฎเหลา่ นี้ ซึ่งมี 3 ดงั นี
ข้อท่ี 1 อนุภาคยังคงหยดุ นง่ิ หรอื เคลอ่ื นทต่ี อ่ ไปด้วยความเร็วคงที่เป็นเสน้ ตรง นอกจากมีแรง
ไม่สมดลุ กระทำตอ่ อนภุ าคนั้น
ขอ้ ท่ี 2 ความเรง่ ของอนภุ าคเป็นสัดสว่ นโดยตรงกับแรงลัพธท์ ี่กระทำ และทิศทางเดยี วกัน
กบั แรงลัพธ์นั้น
ขน้ั ที่ 3 แรงกิรยิ าและแรงปฏกิ ิรยิ า ระหวา่ งวัตถสุ องชิ้นมขี นาดเท่ากนั มีทิศทางตรงกันข้าม
และอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
5. สเกลารแ์ ละเวกเตอร์
ปรมิ าณซึง่ เราต้องพบและเกยี่ วขอ้ งในวิชาสถยิ ศาสตร์มีอยู่สองชนิด คอื ปริมาณสเกลาร์และปรมิ าณ
เวกเตอร์
สเกลาร์ คือ ปรมิ าณที่เกีย่ วขอ้ งเฉพาะขนาด ตัวอยา่ งของปรมิ าณชนิดนี้ ไดแ้ ก่ เวลา
ปรมิ าตร ความหนาแนน่ อตั ราเรว็ พลงั งาน และมวล
เวกเตอร์ คือ ปรมิ าณทเ่ี กยี่ วข้องกนั ท้งั ขนาดและทศิ ทาง ตวั อย่างของปรมิ าณชนิดนไ้ี ด้แก่
การขจัด ความเร็ว ความเร่ง โมเมนต์ และโมเมนตัม
ในทางฟิสกิ ส์ ปริมาณเวกเตอรอ์ าจแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คอื
เวกเตอร์อสิ ระ เป็นเวกเตอร์ทไี่ มบ่ ง่ ถึงแนวทางกระทำ คงบอกแต่เพียงขนาดและทิศทาง
เท่าน้ัน ลกั ษณะของเวกเตร์แบบน้ี ได้แก่ ความเรว็ และความเรง่
เวกเตอร์เล่ือน เปน็ เวกเตอร์ที่มีแนวแน่นอนตามแนวเสน้ ตรงนงิ่ เช่น เวกเตอร์ของแรง
ภายนอกท่ีกระทำกับวัตถุเกรง็
เวกเตอรค์ งที่ เป็นเวกเตอร์ท่ีถูกกำหนดทั้งขนาดและทิศทาง รวมทง้ั จดุ กระทำแนน่ อน เชน่
เวกเตอร์ของแรงท่กี ระทำกับวัตถุแปรรปู ท้ังนถ้ี ้าเวกเตอร์เปลีย่ นตำแหนง่ จะมีผลต่อการแปรรูปของ
วตั ถุ ดังนน้ั จึงตอ้ งกำหนดตำแหน่งของเวกเตอร์ใหค้ งท่แี น่นอน
6. ระบบหน่วย
หนว่ ยทน่ี ิยมใช้ คอื หน่วย SI (International System of Units) หน่วยพื้นฐานที่ใชท้ ว่ั ไป คอื
ปรมิ าณ สัญลกั ษณ์ หนว่ ย (สัญลกั ษณ์)
ความยาว(Length) L เมตร,Metre(m)
เวลา(Time) T วนิ าท,ี Second(s)
มวล(Mass) M กิโลกรมั ,Kilogram(kg)
แรง(Force) F นวิ ตนั ,Newton(N)
หน่วยของแรง คือ นิวตัน (Newton, N) ถ้าตอ้ งการหาแรงที่กระทำต่อวตั ถุมวล 1 กิโลกรัม ให้
เคลอื่ นที่ด้วยความเรง่ 1 เมตร/วินาที จากกฎนิวตนั ขอ้ ที่ 2 ซง่ึ เปน็ กฎพื้นฐานใชใ้ นการวิเคราะห์ทาง
กลศาสตร์
4.2 ด้านทักษะหรือการประยุกตใ์ ช้
4.1 สามารถเปลีย่ นหนว่ ยในระบบหน่วยตา่ งได้
4.2 สามารถแสดงวธิ ที ำโจทย์ปญั หาต่างๆได้
4.3 ดา้ นคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ตรงต่อเวลา มีวินยั มีความรบั ผิดชอบ ละเอียดรอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มีความซ่ือสตั ย์ มีเหตุผล ประหยดั
และปฏบิ ตั ติ นในแนวทางท่ดี ี
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรียนรู้ ข้ันตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของผเู้ รยี น
ขน้ั ตอนการสอนหรือกิจกรรมครู
1. นักเรียนขานรบั เชค็ ชือ่ ตัวเอง
ขน้ั เตรียม(จำนวน 25 นาที) 2. นักเรียนทำความเขา้ ใจและจดบนั ทึก
1. เช็คช่อื นักเรียน สาระสำคัญ
2. ครแู นะนำตวั เอง แนะนำรายวิชา คำอธิบาย 3. นกั เรยี นสนทนาโตต้ อบกับครูผูส้ อน
รายวิชา จุดประสงคร์ ายวชิ า ชี้แจงเกณฑ์การให้
คะแนน วธิ กี ารสอน การวดั ผลและประเมนิ ผล 4. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
3. ข้ันนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น ด้วยการสนทนา
การซกั ถามเกีย่ วกบั เน้ือหาเรือ่ ง กฎของนิวตัน 1. นักเรียนตั้งคำถามและตอบคำถามโต้ตอบกับครู
สเกลาร์และเวกเตอร์ ระบบหน่วย ให้หวั ขอ้ เน้ือหาเรอ่ื ง กฎของนิวตัน สเกลารแ์ ละ
4. ครมู อบหมายให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อน เวกเตอร์ ระบบหนว่ ย
เรยี น
ขนั้ การสอน(จำนวน 115 นาท)ี 1. นกั เรยี นตระหนักถงึ ความสำคญั ในเน้ือหาสาระ
1. ครูบรรยายเนอื้ หาเกยี่ วกับเรื่องกฎของนิวตัน ทีไ่ ดเ้ รยี น
สเกลาร์และเวกเตอร์ ระบบหน่วย 2. นักเรยี นทำแบบฝึกหดั ทา้ ยบท
3. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ครตู ัง้ คำถาม ถาม – ตอบ ระหว่างครูและ
นักเรียนเกีย่ วกบั เน้ือหาท่ีเรียนเรอ่ื ง กฎของนวิ ตนั
สเกลารแ์ ละเวกเตอร์ ระบบหนว่ ย และประเมิน
ความเข้าใจในเนือ้ หาของนกั เรียน
ขั้นสรุป (จำนวน 40 นาที)
1. สรปุ เน้ือหาสาระสำคัญในบทเรยี นให้นักเรียน
ตระหนกั ถึงความสำคัญในเน้ือหาสาระท่ีได้เรียนไป
และสามารถสรุปใจความสำคัญของเนื้อหาได้
2. ครมู อบหมายให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ท้ายบท
3. ครูมอบหมายให้นักเรยี นทำแบบทดสอบหลัง
เรยี น
6. สอื่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
6.1 สื่อสงิ่ พิมพ์
6.1.1 หนงั สือเรียนวชิ า กลศาสตร์วศิ วกรรม รหัสวชิ า 30100 – 0101 หน่วยท่ี 1
เรือ่ ง กฎของนวิ ตนั สเกลาร์และเวกเตอร์ ระบบหนว่ ย
6.1.2 แบบประเมินผลการเรยี นการเรียนรู้ แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน แบบฝกึ หัดท้ายบท
และแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยท่ี 1 เร่อื ง กฎของนิวตัน สเกลาร์และเวกเตอร์ ระบบหน่วย
6.2 สื่อโสตทัศน์
6.2.1 หนงั สอื เรยี นวิชา กลศาสตร์วศิ วกรรม
6.2.2 บตั รภาพ
6.2.3 สไลด์นำเสนอ (Power point)
6.2.4 วดิ ีทศั น์
6.2.5 ใช้เคร่ืองฉาย (Projector)
6.3 ส่ือของจรงิ
6.3.1 หนังสือเรียนวิชา กลศาสตรว์ ศิ วกรรม
7. แหล่งการเรียนการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
7.1.1 หอ้ งสมดุ วทิ ยาลัย ศนู ย์วทิ ยบริการ
7.1.2 ห้อง Internet ศูนย์วทิ ยบริการ
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
7.2.1 แหล่งเรียนร้ปู ระจำชุมชน/หม่บู ้าน/ผ้เู ช่ยี วชาญ
8. งานท่ีมอบหมาย
8.1 ก่อนเรยี น
8.1.1 นักเรียนจัดเตรยี มเอกสาร สอ่ื การเรยี นการสอนตามทีค่ รูและบทเรียนกำหนด
8.1.2 นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยท่ี 1
8.1.3 นักเรียนทำความเข้าใจเก่ยี วกบั จุดประสงค์การเรยี นของหนว่ ยเรียนที่ 1 และการให้
ความร่วมมือในการทำกิจกรรมในหนว่ ยการเรยี นท่ี 1
8.2 ขณะเรยี น
8.2.1 นกั เรียนศึกษาเนอ้ื หาหน่วยที่ 1
8.2.2 นกั เรียนจดบนั ทกึ เนื้อหาทสี่ ำคญั ระหวา่ งมกี ารเรียนการสอน
8.2.3 นักเรียนเตรยี มตั้งคำถาม ถาม – ตอบ สิง่ ที่นักเรียนไมเ่ ขา้ ใจ
8.2.4 นกั เรยี นรบั แบบฝกึ หดั มาทำ
8.3 หลังเรียน
8.3.1 นักเรยี นร่วมกันสรปุ เน้ือหาหนว่ ยท่ี 1
8.3.2 นักเรยี นทำแบบฝึกหัดทา้ ยบท
8.3.3 นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
9. ผลงาน/ช้นิ งาน ท่เี กิดจากการเรยี นรขู้ องผเู้ รียน
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรียน
2. แบบฝึกหัดท้ายบท
3. ใบงาน
10. เอกสารอา้ งองิ
หนังสอื เรยี น วชิ า กลศาสตร์วิศวกรรม รหสั วิชา 30100 – 0101 บริษัท สำนักพิมพ์ เอมพนธ์
จำกดั
เว็บไซตอ์ อนไลน์ และสอ่ื สง่ิ พิมพ์ทเี่ ก่ยี วข้องกบั เน้ือหาบทเรียน
11. การบรู ณาการ/ความสัมพันธ์กบั รายวชิ าอน่ื
1. บูรณาการกบั วชิ า คณิตศาสตร์ เรอ่ื ง กลศาสตร์คณิตศาสตร์
12. หลกั การประเมินผลการเรียน
12.1 ก่อนเรยี น
12.1.1.ใชส้ มดุ บนั ทึกเวลาเรยี นฯ ขานช่ือผเู้ รียนและตรวจการตรงต่อเวลา
12.1.2 ใช้แบบสังเกตความพรอ้ มในการเรียน ประเมินความพรอ้ ม เชน่ หนงั สือ สมุด ปากกา
การแตง่ กาย เป็นต้น
12.2 ขณะเรยี น
12.2.1. ใช้แบบสังเกตพฤติกรรม สังเกตการตอบคำถาม ความสนใจใฝ่รู้ ใฝเ่ รียน
12.3 หลงั เรยี น
12.3.1. แบบทดสอบหลงั เรียนต้องผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 50%
12.3.2. แบบฝกึ หดั หลงั เรยี นตอ้ งผ่านเกณฑ์การประเมนิ 50%
13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรียน
จุดประสงคข์ ้อที่ 1 อธิบายกฎของนวิ ตัน และนำไปใชใ้ นการแก้ปญั หาโจทยท์ างวิศวกรรมได้
1. วธิ ีการประเมนิ :แบบประเมนิ ผลการเรียนรแู้ ละแบบประเมินพฤติกรรม หนว่ ยที่ 1
2. เคร่ืองการประเมิน : แบบทดสอบกอ่ นเรียนและแบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรียนรผู้ ่านเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 อธิบายความแตกต่างของปริมาณสเกลาร์ และเวกเตอร์ได้
1. วธิ กี ารประเมนิ :แบบประเมินผลการเรยี นรู้และแบบประเมินพฤตกิ รรม หน่วยที่ 1
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมินผลการเรียนรูผ้ า่ นเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผา่ น : 50 %
จุดประสงค์ข้อท่ี 3 สามารถเปลี่ยนหนว่ ยในระบบหน่วยตา่ งได้
1. วิธกี ารประเมนิ :แบบประเมนิ ผลการเรยี นรแู้ ละแบบประเมินพฤติกรรม หนว่ ยท่ี 1
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบกอ่ นเรียนและแบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้ผู ่านเกณฑ์การประเมนิ
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จุดประสงค์ข้อที่ 4 สามารถแสดงวธิ ที ำโจทย์ปัญหาตา่ งๆได้
1. วิธีการประเมิน :แบบประเมินผลการเรยี นร้แู ละแบบประเมนิ พฤตกิ รรม หนว่ ยท่ี 1
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบกอ่ นเรียนและแบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
14. แบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยการสอนที่ 1 ชอื่ หน่วยการสอน บทนำ
วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือ ประเมินผลการเรยี นรู้
ข้อคำถาม
5. จงบอกกฎของนวิ ตนั ทั้ง 3 ข้อ
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................ ................................................
............................................................................................................................................. ...................
6. การจำแนกปริมาณในสถิตยศาสตร์แบง่ เปน็ กช่ี นิดไดแ้ ก่อะไรบา้ ง จงอธิบาย
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................................................................ ........................
7. วตั ถกุ อ้ นหน่ึงมมี วล 15 กิโลกรัม วางอยู่บนโต๊ะ จงคำนวณว่าวัตถกุ อ้ นน้จี ะมีน้ำหนกั เท่าไร
............................................................................................................................................ ....................
............................................................................................................... .................................................
...................................................................................................... ..........................................................
................................................................................................................................................................
8. จงเปล่ยี นหน่วยต่างๆ ทกี่ ำหนดให้
7. 5.62 km = …………………………….. m
................................................................................. ........................................................................
.........................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................. .......
............................................................................................................................. ............................
8. 42.59 mm = …………………………… m
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. ........
........................................................................................................................... ..............................
9. 2.82 cm2 = …………………………….. m2
............................................................................................................................. ............................
.........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................
.........................................................................................................................................................
10. 4.75 m2 = …………………………… mm
.........................................................................................................................................................
....................................................................................................... ..................................................
.................................................................................................................................................. .......
.........................................................................................................................................................
11. 17.63 dm2 = ………………………… m3
............................................................................................................................. ............................
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................
12. 56.27 mm3 = ……………………….. m3
.........................................................................................................................................................
........................................................................................................ .................................................
................................................................................................................................................... ......
.........................................................................................................................................................
15. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
15.1 สรุปผลการจดั การเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏิบตั ิ
5432 1
ดา้ นการเตรียมการสอน
1. จดั หน่วยการเรยี นรไู้ ด้สอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงค์การเรียนรู้
2. กำหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมทง้ั ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และดา้ นจิตพิสยั
3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจัดการเรยี นรู้ก่อนเข้า
สอน
ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. มวี ธิ ีการนำเข้าสบู่ ทเรยี นที่น่าสนใจ
5. มีกิจกรรมทห่ี ลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ
6. จัดกจิ กรรมทสี่ ง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียนคน้ ควา้ เพ่ือหาคำตอบด้วยตนเอง
7. นักเรียนมีสว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
8. จัดกจิ กรรมท่เี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ )
9. กระต้นุ ใหผ้ ูเ้ รียนแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี
10. จัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่เช่ือมโยงกบั ชีวติ จรงิ โดยนำภูมิปญั ญา/บูรณาการเข้ามามสี ่วนร่วม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม
12. มีการเสริมแรงเมือ่ นักเรียนปฏบิ ตั ิ หรือตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รียน
14. เอาใจใส่ดแู ลผ้เู รียน อย่างท่ัวถึง
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทกี่ ำหนด
ด้านสื่อ นวัตกรรม แหล่งการเรียนรู้
16. ใชส้ ่ือทีเ่ หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผเู้ รยี น
17. ใชส้ ื่อ แหล่งการเรียนรูอ้ ย่างหลากหลาย เชน่ บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอรเ์ นต็ เปน็ ต้น
ดา้ นการวัดและประเมินผล
18. ผู้เรียนมีสว่ นรว่ มในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบทั้งด้านความรู้ ทักษะ และจิตพิสัย
20. ครู ผเู้ รยี น ผ้ปู กครอง หรือ ผ้ทู เ่ี กี่ยวข้องมสี ว่ นรว่ ม ในการประเมนิ
หมายเหตุ ระดับการปฏิบตั ิ 5 = ปฏิบัตดิ เี ย่ียม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = ปฏบิ ัติ รวม
พอใช้ คา่ เฉลย่ี
2 = ควรปรับปรงุ 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ
15.2 ปัญหาท่พี บ และแนวทางแก้ปัญหา
ปญั หาที่พบ แนวทางแก้ปญั หา
ดา้ นการเตรียมการสอน
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ด้านการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้
................................................................................. .................................................................................
................................................................................ .................................................................................
................................................................................ .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ดา้ นการวดั และประเมนิ ผล
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ด้านอ่ืนๆ (โปรดระบุเป็นข้อๆ)
................................................................................. ................................................................................
................................................................................. ................................................................................
................................................................................. ................................................................................
.................................................................................. ...............................................................................
ลงช่อื ........................................................................ ครูผู้สอน
(....................................................................)
ตำแหน่ง .......................................................................
............../.................................../....................
16. บนั ทึกการนิเทศและตดิ ตาม
วนั -เดอื น- เวลา รายการนิเทศและตดิ ตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู เิ ทศ ตำแหนง่
ปี
แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั วิชา 30100 - 0101 วชิ า กลศาสตรว์ ิศวกรรม
หน่วยท่ี 2 ช่อื หน่วย ระบบแรง จำนวน 3 ชั่วโมง
ชอื่ เรอ่ื ง
1.1 ระบบแรง 2 มิติ
1.2 ระบบแรง 3 มิติ
1.3 ผลลพั ธข์ องระบบแรง
14. โมเมนต์และแรงคคู่ วบ
แบบประเมินผลการเรียน
1. สาระสำคญั
ในบทนีแ้ ละบทต่อไป จะเป็นการกล่าวถงึ คณุ สมบัติของแรงและผลของแรงและผลของแรงแบบต่างๆ
ทกี่ ระทำลงบนโครงสร้างทางวศิ วกรรมและกลไกต่างๆ และจะกลา่ วถึงทฤษฎเี บอ้ื งต้นทางกลศาสตร์ ทฤษฎี
เหลา่ น้นี อกจากจะใชใ้ นวศิ วกลศาสตร์แลว้ ยังใช้ทัว่ ไปในสาขาอ่ืนๆ ที่ใกลเ้ คยี งด้วย เชน่ การออกแบบ
โครงสร้างและเคร่ืองจักรกลการไหลของของไหล ดงั นั้นผ้เู รยี นจึงควรทำความเขา้ ใจกับกฎเกณฑพ์ นื้ ฐานทุก
กฎ เพ่อื เป็นแนวทางในการศึกษาวศิ วกรรมชั้นสงู ต่อไป
2. สมรรถนะประจำหน่วยการเรียนรู้
แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ระบบแรง 2 มิติ ระบบแรง 3 มติ ิ ผลลพั ธ์ของระบบแรงและโมเมนตแ์ ละแรงคู่
ควบ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
3.1.1 มีความรู้เข้าใจหลักการของแรง
3.1.2 อธบิ ายวธิ ีการแยกแรงได้
3.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
3.2.1 สามารถแยกแรงและหาผลลัพธข์ องระบบแรงได้
3.2.2 คำนวณหาโมเมนต์และแรงคคู่ วบได้
4. เน้ือหาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
ระบบแรง 2 มิติ
แรง คอื การกระทำของวตั ถุหนึง่ ต่ออีกวตั ถหุ น่ึง และพยายามเปลยี่ นสภาวะของวตั ถนุ ้ัน
(สภาวะหยดุ นงิ่ หรือสภาวะเคลือ่ นท่ี) เนื่องจากวตั ถทุ ุกชนิดมคี วามเฉื่อย จึงออกแรงโต้ตอบ เพ่อื จะรักษา
สถานภาพเดิม แรงโตต้ อบน้ีอยใู่ นแนวเดียวกบั แรงกระทำ แต่มีทิศทางตรงข้ามและมขี นาดเท่ากับแรงกระทำ
จงึ มชี ื่อว่าแรงปฏิกริ ิยา ซงึ่ อาจกลา่ วได้ว่าแรงจะเกิดเป็นคเู่ สมอ
แรงเปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์ การกล่าวถงึ แรงให้ได้ความสมบูรณ์จึงตอ้ งมีทั้งขนาดและทศิ ทาง
แทนแรงดว้ ยเสน้ ลูกศรตรง โดยบอกทงั้ ขนาดและทศิ ทาง
ระบบแรง 3 มิติ
ในระบบพิกัดฉาก ปญั หาส่วนใหญใ่ นทางกลศาสตรม์ ีสามมิติท้ังสิ้น จงึ มีความจำเปน็ ที่เรา
จะต้องแยกแรงออกเปน็ สามองคป์ ระกอบต้ังฉากกัน แรง F ถกู แยกออกมาต้ังฉากกนั ดว้ ยแรงองค์ประกอบ Fx
,Fy และ Fz ทำใหเ้ กิดเป็นขอบของกลอ่ ง โดยมีแรง F เป็นเสน้ นทแยงมมุ แรง F ทำมมุ θx1 , θy และ θZ
กบั แกน x,y และ z ตามลำดับ
การกำหนดขนาดและทศิ ทางของแรง ในระบบแรง 3 มิติ อาจใชค้ วามสัมพนั ธ์ของระยะใน
ระบบพิกัดฉาดได้ เม่ือ
dx คือ ระยะในแนวแกน x
dy คือ ระยะในแนวแกน y
dz คือ ระยะในแนวแกน Z
ผลลัพธข์ องระบบแรง
เม่อื มีแรงกระทำสามแรงหรอื มากกว่า ใช้การแตกแรงเป็นแรงย่อย มีแรงกระทำ 3 แรง
คือ แรง P , Q และ S กระทำทจี่ ดุ A แตกแรง P , Q และ S ในแนวนอนและแนวต้งั จากนัน้ รวมแรงใน
แตล่ ะแกน
โมเมนต์และแรงคู่คู่ควบ
โมเมนต์ คือ ความพยายามหรือแนวโนม้ ของแรงทจี่ ะหนุนวัตถุรอบแกนแกนหนึง่ การวดั
ค่าของโมเมนตว์ ัดไดจ้ ากการคูณของแรงกับระยะทางตงั้ ฉากจากแนวแรงถงึ จุดหมุน โมเมนตเ์ ป็นปริมาณ
เวกเตอรช์ นิดหนง่ึ
โมเมนต์ (ระบบ 2 มติ ิ)
โมเมนตข์ องแรง F ทก่ี ระทำกับวัตถรุ อบแกน 0 – 0 เขียนได้เป็น
M = Fd
โดยท่ี M คอื ขนาดของโมเมนต์
F คอื ขนาดของแรง F
D คอื ระยะตง้ั ฉากระหว่างแกนหมุนถึงแนวแรง
แรงคคู่ วบ (ระบบ 2 มิต)ิ
แรงค่คู วบ หมายถึง แรงขนานที่มรขนาดเท่ากนั แต่ทิศทางตรงขา้ มกนั
โมเมนตข์ องแรงค่คู วบ คอื โมเมนต์ที่เกิดจากแรงสองแรงทม่ี ีขนาดเทา่ กัน มี
ทิศทางตรงกนั ขา้ ม แต่ไม่อย่ใู นแนวเสน้ ตรงเดยี วกัน คู่ควบ มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวแตกต่างจากโมเมนต์
ธรรมดา และมคี วามสำคัญในการนำไปใช้วเิ คราะหท์ างกลศาสตร์ พจิ ารณาแรงสองแรงขนาดเท่าๆกัน แตม่ ี
ทศิ ทางตรงกนั ข้าม F และ -F ซง่ึ ห่างกันเปน็ ระยะ d
4.2 ดา้ นทักษะหรือการประยุกตใ์ ช้
4.1 มคี วามรูเ้ ข้าใจหลักการของแรงได้
4.2 อธบิ ายวิธีการแยกแรงได้
4.3 ดา้ นคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ตรงตอ่ เวลา มวี ินัย มีความรบั ผดิ ชอบ ละเอียดรอบคอบ สนใจใฝร่ ู้ มคี วามซ่ือสตั ย์ มเี หตุผล ประหยัด
และปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี
5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ขัน้ ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมครู ขน้ั ตอนการเรยี นหรอื กจิ กรรมของผเู้ รยี น
ขั้นเตรียม(จำนวน 25 นาที)
1. เช็คช่อื นักเรียน 1. นักเรยี นขานรบั เช็คชื่อตัวเอง
2. ครูแนะนำตัวเอง แนะนำรายวิชา คำอธิบาย 2. นกั เรยี นทำความเข้าใจและจดบันทึก
รายวิชา จุดประสงค์รายวิชา ชี้แจงเกณฑ์การให้ สาระสำคัญ
คะแนน วธิ ีการสอน การวัดผลและประเมนิ ผล
3. ขัน้ นำเข้าสู่บทเรียน ด้วยการสนทนา 3. นักเรยี นสนทนาโต้ตอบกับครูผสู้ อน
การซักถามเกยี่ วกับเน้ือหาเรื่อง ระบบแรง 2 มติ ิ
ระบบแรง 3 มิติ ผลลัพธ์ของระบบแรง โมเมนต์
และแรงคู่ควบ
4. ครมู อบหมายใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบก่อน 4. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน
เรยี น
ขน้ั การสอน(จำนวน 115 นาที)
1. ครูบรรยายเนือ้ หาเกีย่ วกบั เร่ืองระบบแรง 2 มิติ 1. นกั เรยี นต้ังคำถามและตอบคำถามโต้ตอบกับครู
ระบบแรง 3 มติ ิ ผลลพั ธ์ของระบบแรง โมเมนต์ ให้หัวขอ้ เนอื้ หาเรอื่ ง ระบบแรง 2 มติ ิ ระบบแรง
และแรงคู่ควบ 3 มติ ิ ผลลพั ธ์ของระบบแรง โมเมนต์และแรงคู่
ควบ
2. ครตู ง้ั คำถาม ถาม – ตอบ ระหว่างครแู ละ
นกั เรียนเกี่ยวกับเนื้อหาท่ีเรียนเรื่อง ระบบแรง 2
มิติ ระบบแรง 3 มติ ิ ผลลพั ธ์ของระบบแรง
โมเมนตแ์ ละแรงคคู่ วบ และประเมินความเข้าใจใน
เนอ้ื หาของนักเรยี น
ขน้ั สรปุ (จำนวน 40 นาที)
1. สรปุ เน้ือหาสาระสำคัญในบทเรียนให้นักเรียน 1. นักเรียนตระหนกั ถงึ ความสำคญั ในเนื้อหาสาระ
ตระหนกั ถึงความสำคญั ในเน้ือหาสาระท่ีได้เรียนไป ท่ีไดเ้ รียน
และสามารถสรุปใจความสำคัญของเนื้อหาได้
2. ครมู อบหมายให้นกั เรียนทำแบบฝึกหัดท้ายบท 2. นักเรยี นทำแบบฝึกหัดทา้ ยบท
3. ครูมอบหมายให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั 3. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
เรยี น
6. สอื่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
6.1 สื่อสงิ่ พิมพ์
6.1.1 หนังสือเรยี นวิชา กลศาสตร์วศิ วกรรม รหสั วชิ า 30100 – 0101 หนว่ ยท่ี 2
เรอ่ื ง ระบบแรง 2 มิติ ระบบแรง 3 มิติ ผลลพั ธ์ของระบบแรง โมเมนต์และแรงคูค่ วบ
6.1.2 แบบประเมินผลการเรยี นการเรียนรู้ แบบทดสอบก่อน – หลงั เรียน แบบฝึกหดั ท้ายบท
และแบบประเมนิ พฤติกรรม หน่วยที่ 2 เรื่อง ระบบแรง 2 มิติ ระบบแรง 3 มติ ิ ผลลัพธข์ องระบบแรง
โมเมนต์และแรงคู่ควบ
6.2 ส่ือโสตทศั น์
6.2.1 หนังสอื เรียนวิชา กลศาสตรว์ ศิ วกรรม
6.2.2 บตั รภาพ
6.2.3 สไลด์นำเสนอ (Power point)
6.2.4 วิดีทัศน์
6.2.5 ใชเ้ ครือ่ งฉาย (Projector)
6.3 สื่อของจรงิ
6.3.1 หนงั สือเรียนวชิ า กลศาสตรว์ ศิ วกรรม
7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศกึ ษา
7.1.1 ห้องสมดุ วิทยาลัย ศนู ย์วทิ ยบรกิ าร
7.1.2 ห้อง Internet ศูนยว์ ทิ ยบรกิ าร
7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
7.2.1 แหล่งเรยี นร้ปู ระจำชมุ ชน/หมู่บ้าน/ผเู้ ชีย่ วชาญ
8. งานทีม่ อบหมาย
8.1 ก่อนเรียน
8.1.1 นักเรียนจดั เตรยี มเอกสาร สอื่ การเรยี นการสอนตามทคี่ รูและบทเรียนกำหนด
8.1.2 นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยที่ 2
8.1.3 นกั เรียนทำความเขา้ ใจเก่ยี วกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนของหน่วยเรยี นที่ 2 และการให้
ความร่วมมือในการทำกิจกรรมในหน่วยการเรยี นที่ 2
8.2 ขณะเรยี น
8.2.1 นักเรยี นศกึ ษาเน้อื หาหน่วยที่ 2
8.2.2 นกั เรียนจดบันทึกเนื้อหาท่ีสำคญั ระหว่างมีการเรียนการสอน
8.2.3 นักเรียนเตรียมตั้งคำถาม ถาม – ตอบ สงิ่ ทีน่ ักเรยี นไมเ่ ขา้ ใจ
8.2.4 นกั เรยี นรับแบบฝึกหดั มาทำ
8.3 หลังเรยี น
8.3.1 นักเรียนรว่ มกนั สรุปเนื้อหาหนว่ ยที่ 2
8.3.2 นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัดทา้ ยบท
8.3.3 นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน
9. ผลงาน/ช้นิ งาน ท่เี กดิ จากการเรยี นรู้ของผเู้ รียน
1. แบบทดสอบก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรียน
2. แบบฝึกหดั ทา้ ยบท
3. ใบงาน
10. เอกสารอ้างอิง
หนงั สอื เรียน วิชา กลศาสตร์วิศวกรรม รหัสวิชา 30100 – 0101 บรษิ ัท สำนกั พิมพ์ เอมพนธ์
จำกัด
เว็บไซตอ์ อนไลน์ และสอ่ื ส่งิ พิมพท์ เ่ี กย่ี วข้องกบั เน้ือหาบทเรียน
11. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธก์ บั รายวชิ าอ่นื
1. บรู ณาการกบั วิชา คณิตศาสตร์ เรือ่ ง กลศาสตร์คณติ ศาสตร์
12. หลกั การประเมนิ ผลการเรยี น
12.1 ก่อนเรยี น
12.1.1.ใช้สมดุ บนั ทึกเวลาเรียนฯ ขานชื่อผู้เรียนและตรวจการตรงตอ่ เวลา
12.1.2 ใชแ้ บบสงั เกตความพรอ้ มในการเรยี น ประเมินความพร้อม เช่น หนงั สือ สมดุ ปากกา
การแตง่ กาย เป็นต้น
12.2 ขณะเรียน
12.2.1. ใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรม สงั เกตการตอบคำถาม ความสนใจใฝ่รู้ ใฝ่เรยี น
12.3 หลงั เรยี น
12.3.1. แบบทดสอบหลงั เรียนต้องผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 50%
12.3.2. แบบฝกึ หดั หลงั เรยี นต้องผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 50%
13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรยี น
จุดประสงค์ข้อท่ี 1 มีความรู้เขา้ ใจหลักการของแรง
1. วิธกี ารประเมิน :แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้แู ละแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยที่ 2
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จุดประสงค์ข้อท่ี 2 อธบิ ายวธิ ีการแยกแรงได้
1. วิธีการประเมิน :แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้และแบบประเมินพฤตกิ รรม หนว่ ยท่ี 2
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมนิ : แบบประเมนิ ผลการเรียนรผู้ า่ นเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผา่ น : 50 %
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 3 สามารถแยกแรงและหาผลลัพธ์ของระบบแรงได้
1. วิธีการประเมนิ :แบบประเมนิ ผลการเรียนรแู้ ละแบบประเมินพฤตกิ รรม หน่วยที่ 2
2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรยี น
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรียนรผู้ ่านเกณฑ์การประเมิน
4. เกณฑ์การผ่าน : 50 %
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 4 คำนวณหาโมเมนต์และแรงคู่ควบได้
1. วธิ กี ารประเมนิ :แบบประเมินผลการเรียนรู้และแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยท่ี 2
2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรียน
3. เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
4. เกณฑ์การผา่ น : 50 %
14. แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยการสอนที่ 2 ชือ่ หน่วยการสอน ระแบบแรง
วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ขอ้ คำถาม
1. จากรปู จงหาแรงลพั ธ์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จากรูปจงหาแรงลพั ธ์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จากรปู จงหาแรงลพั ธ์เม่ือแรง B เทา่ กับ 1,200 Ib และแรง C เทา่ กับ 1,600 IB
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
15. บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
15.1 สรุปผลการจัดการเรียนรู้
รายการ ระดับการปฏิบตั ิ
5432 1
ดา้ นการเตรียมการสอน
1. จัดหนว่ ยการเรยี นร้ไู ด้สอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงค์การเรียนรู้
2. กำหนดเกณฑ์การประเมนิ ครอบคลุมทั้งดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ และดา้ นจิตพิสยั
3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สอื่ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ก่อนเข้า
สอน
ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
4. มวี ิธีการนำเขา้ สู่บทเรยี นท่ีนา่ สนใจ
5. มีกจิ กรรมทห่ี ลากหลาย เพ่ือช่วยใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรยี นรู้ ความเข้าใจ
6. จดั กจิ กรรมท่สี ง่ เสริมให้ผ้เู รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบดว้ ยตนเอง
7. นกั เรียนมีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
8. จัดกจิ กรรมท่เี นน้ กระบวนการคดิ ( คิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )
9. กระต้นุ ใหผ้ ูเ้ รยี นแสดงความคดิ เห็นอย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ่เี ชื่อมโยงกบั ชวี ติ จริงโดยนำภูมิปัญญา/บูรณาการเข้ามามสี ่วนร่วม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม
12. มกี ารเสริมแรงเมอื่ นักเรียนปฏิบัติ หรือตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผู้เรยี น
14. เอาใจใส่ดแู ลผ้เู รียน อย่างทั่วถงึ
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทกี่ ำหนด
ด้านสื่อ นวัตกรรม แหล่งการเรียนรู้
16. ใช้สอื่ ทีเ่ หมาะสมกบั กจิ กรรมและศักยภาพของผู้เรยี น
17. ใชส้ ่ือ แหล่งการเรียนรอู้ ย่างหลากหลาย เชน่ บุคคล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
สื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ น็ต เป็นต้น
ดา้ นการวัดและประเมินผล
18. ผูเ้ รยี นมีสว่ นร่วมในการกำหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมินผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบท้ังดา้ นความรู้ ทกั ษะ และจิตพิสยั
20. ครู ผเู้ รยี น ผ้ปู กครอง หรือ ผทู้ เ่ี ก่ียวข้องมีสว่ นรว่ ม ในการประเมนิ
หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ตั ิ 5 = ปฏบิ ัตดิ เี ยย่ี ม 4 = ปฏบิ ัตดิ ี 3 = ปฏิบัติ รวม
พอใช้ คา่ เฉลย่ี
2 = ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏบิ ัติ
15.2 ปญั หาทีพ่ บ และแนวทางแก้ปัญหา
ปญั หาที่พบ แนวทางแกป้ ัญหา
ด้านการเตรียมการสอน
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้
................................................................................. .................................................................................
................................................................................ .................................................................................
................................................................................ .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ดา้ นการวดั และประเมนิ ผล
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
................................................................................. .................................................................................
ดา้ นอน่ื ๆ (โปรดระบุเปน็ ข้อๆ)
................................................................................. ................................................................................
................................................................................. ................................................................................
................................................................................. ................................................................................
.................................................................................. ...............................................................................
ลงช่อื ........................................................................ ครผู ู้สอน
(....................................................................)
ตำแหนง่ .......................................................................
............../.................................../....................
16. บันทึกการนิเทศและตดิ ตาม
วนั -เดือน- เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผ้นู ิเทศ ตำแหนง่
ปี
แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั วิชา 30100 - 0101 วชิ า กลศาสตรว์ ิศวกรรม
หน่วยท่ี 2 ช่อื หน่วย ระบบแรง จำนวน 3 ชั่วโมง
ชอื่ เรอ่ื ง
1.1 ระบบแรง 2 มิติ
1.2 ระบบแรง 3 มิติ
1.3 ผลลพั ธข์ องระบบแรง
14. โมเมนต์และแรงคคู่ วบ
แบบประเมินผลการเรียน
1. สาระสำคญั
ในบทนีแ้ ละบทต่อไป จะเป็นการกล่าวถงึ คณุ สมบัติของแรงและผลของแรงและผลของแรงแบบต่างๆ
ทกี่ ระทำลงบนโครงสร้างทางวศิ วกรรมและกลไกต่างๆ และจะกลา่ วถึงทฤษฎเี บอ้ื งต้นทางกลศาสตร์ ทฤษฎี
เหล่าน้นี อกจากจะใชใ้ นวศิ วกลศาสตร์แลว้ ยังใช้ทัว่ ไปในสาขาอ่ืนๆ ที่ใกลเ้ คยี งด้วย เชน่ การออกแบบ
โครงสร้างและเคร่ืองจักรกลการไหลของของไหล ดงั นั้นผ้เู รยี นจึงควรทำความเขา้ ใจกับกฎเกณฑพ์ นื้ ฐานทุก
กฎ เพ่อื เปน็ แนวทางในการศึกษาวศิ วกรรมชั้นสงู ต่อไป
2. สมรรถนะประจำหน่วยการเรียนรู้
แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ระบบแรง 2 มิติ ระบบแรง 3 มติ ิ ผลลพั ธ์ของระบบแรงและโมเมนตแ์ ละแรงคู่
ควบ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงค์ทั่วไป
3.1.1 มีความรู้เข้าใจหลักการของแรง
3.1.2 อธบิ ายวธิ ีการแยกแรงได้
3.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
3.2.1 สามารถแยกแรงและหาผลลัพธข์ องระบบแรงได้
3.2.2 คำนวณหาโมเมนต์และแรงคคู่ วบได้
4. เน้ือหาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
ระบบแรง 2 มิติ
แรง คอื การกระทำของวตั ถุหนึง่ ต่ออีกวตั ถุหน่ึง และพยายามเปลยี่ นสภาวะของวตั ถนุ ้ัน
(สภาวะหยุดนงิ่ หรือสภาวะเคลือ่ นท่ี) เนื่องจากวตั ถทุ ุกชนิดมคี วามเฉื่อย จึงออกแรงโต้ตอบ เพ่อื จะรักษา
สถานภาพเดิม แรงโตต้ อบน้ีอยใู่ นแนวเดียวกบั แรงกระทำ แตม่ ีทิศทางตรงข้ามและมขี นาดเท่ากับแรงกระทำ
จงึ มชี ื่อว่าแรงปฏกิ ริ ิยา ซงึ่ อาจกลา่ วได้ว่าแรงจะเกิดเป็นคเู่ สมอ
แรงเปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์ การกล่าวถงึ แรงให้ไดค้ วามสมบูรณ์จึงตอ้ งมีทั้งขนาดและทิศทาง
แทนแรงดว้ ยเสน้ ลูกศรตรง โดยบอกทงั้ ขนาดและทศิ ทาง
ระบบแรง 3 มิติ
ในระบบพิกัดฉาก ปญั หาส่วนใหญใ่ นทางกลศาสตร์มีสามมิติท้ังสิ้น จงึ มีความจำเป็นที่เรา
จะต้องแยกแรงออกเปน็ สามองคป์ ระกอบต้ังฉากกัน แรง F ถกู แยกออกมาต้ังฉากกนั ดว้ ยแรงองคป์ ระกอบ Fx
,Fy และ Fz ทำใหเ้ กิดเป็นขอบของกลอ่ ง โดยมีแรง F เป็นเส้นนทแยงมมุ แรง F ทำมมุ θx1 , θy และ θZ
กบั แกน x,y และ z ตามลำดับ
การกำหนดขนาดและทศิ ทางของแรง ในระบบแรง 3 มิติ อาจใชค้ วามสัมพนั ธ์ของระยะใน
ระบบพิกัดฉาดได้ เม่ือ
dx คือ ระยะในแนวแกน x
dy คือ ระยะในแนวแกน y
dz คือ ระยะในแนวแกน Z
ผลลัพธข์ องระบบแรง
เม่อื มีแรงกระทำสามแรงหรอื มากกว่า ใช้การแตกแรงเป็นแรงย่อย มแี รงกระทำ 3 แรง
คือ แรง P , Q และ S กระทำทจี่ ดุ A แตกแรง P , Q และ S ในแนวนอนและแนวต้งั จากนน้ั รวมแรงใน
แตล่ ะแกน
โมเมนต์และแรงคู่คู่ควบ
โมเมนต์ คือ ความพยายามหรือแนวโนม้ ของแรงทจี่ ะหนุนวตั ถุรอบแกนแกนหนง่ึ การวดั
ค่าของโมเมนตว์ ัดไดจ้ ากการคูณของแรงกับระยะทางตงั้ ฉากจากแนวแรงถงึ จุดหมุน โมเมนต์เป็นปริมาณ
เวกเตอรช์ นิดหนง่ึ
โมเมนต์ (ระบบ 2 มติ ิ)
โมเมนตข์ องแรง F ทก่ี ระทำกับวตั ถรุ อบแกน 0 – 0 เขียนได้เป็น
M = Fd
โดยท่ี M คอื ขนาดของโมเมนต์
F คอื ขนาดของแรง F
D คอื ระยะตง้ั ฉากระหว่างแกนหมุนถึงแนวแรง
แรงคคู่ วบ (ระบบ 2 มิต)ิ
แรงค่คู วบ หมายถึง แรงขนานทม่ี รขนาดเท่ากนั แต่ทิศทางตรงข้ามกนั
โมเมนตข์ องแรงค่คู วบ คอื โมเมนต์ที่เกดิ จากแรงสองแรงทม่ี ีขนาดเท่ากนั มี
ทิศทางตรงกนั ขา้ ม แต่ไม่อย่ใู นแนวเสน้ ตรงเดยี วกัน คู่ควบ มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวแตกตา่ งจากโมเมนต์
ธรรมดา และมคี วามสำคัญในการนำไปใช้วเิ คราะหท์ างกลศาสตร์ พิจารณาแรงสองแรงขนาดเท่าๆกนั แต่มี
ทศิ ทางตรงกนั ข้าม F และ -F ซง่ึ หา่ งกันเปน็ ระยะ d
4.2 ด้านทกั ษะหรือการประยุกตใ์ ช้
4.1 มคี วามรเู้ ข้าใจหลกั การของแรงได้
4.2 อธบิ ายวิธีการแยกแรงได้
4.3 ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ตรงตอ่ เวลา มีวนิ ัย มีความรบั ผิดชอบ ละเอียดรอบคอบ สนใจใฝ่รู้ มคี วามซอ่ื สตั ย์ มเี หตุผล ประหยัด
และปฏบิ ตั ติ นในแนวทางท่ีดี
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรียนรู้
ขนั้ ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมครู ขน้ั ตอนการเรยี นหรอื กิจกรรมของผเู้ รยี น
ขัน้ เตรียม(จำนวน 25 นาที)
1. เช็คชือ่ นักเรยี น 1. นกั เรยี นขานรบั เชค็ ชอ่ื ตัวเอง
2. ครแู นะนำตวั เอง แนะนำรายวิชา คำอธิบาย 2. นักเรยี นทำความเขา้ ใจและจดบันทึก
รายวิชา จุดประสงคร์ ายวิชา ชีแ้ จงเกณฑ์การให้ สาระสำคญั
คะแนน วิธีการสอน การวดั ผลและประเมินผล
3. ขนั้ นำเข้าสูบ่ ทเรยี น ด้วยการสนทนา 3. นกั เรียนสนทนาโต้ตอบกับครผู สู้ อน
การซกั ถามเกีย่ วกบั เนื้อหาเรอ่ื ง ระบบแรง 2 มิติ
ระบบแรง 3 มติ ิ ผลลัพธข์ องระบบแรง โมเมนต์
และแรงคู่ควบ
4. ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อน 4. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
เรยี น
ขน้ั การสอน(จำนวน 115 นาท)ี
1. ครูบรรยายเนื้อหาเก่ยี วกบั เร่ืองระบบแรง 2 มิติ 1. นกั เรยี นตง้ั คำถามและตอบคำถามโต้ตอบกับครู
ระบบแรง 3 มิติ ผลลัพธ์ของระบบแรง โมเมนต์ ให้หัวขอ้ เน้ือหาเรอ่ื ง ระบบแรง 2 มติ ิ ระบบแรง
และแรงคู่ควบ 3 มิติ ผลลพั ธ์ของระบบแรง โมเมนต์และแรงคู่
ควบ
2. ครตู งั้ คำถาม ถาม – ตอบ ระหวา่ งครูและ
นกั เรียนเกยี่ วกับเน้ือหาทเี่ รียนเร่ือง ระบบแรง 2
มิติ ระบบแรง 3 มิติ ผลลัพธข์ องระบบแรง
โมเมนตแ์ ละแรงคคู่ วบ และประเมนิ ความเขา้ ใจใน
เนือ้ หาของนักเรยี น
ขนั้ สรุป (จำนวน 40 นาที)
1. สรปุ เนือ้ หาสาระสำคัญในบทเรยี นใหน้ ักเรยี น 1. นกั เรียนตระหนกั ถึงความสำคัญในเน้ือหาสาระ
ตระหนกั ถึงความสำคัญในเนื้อหาสาระท่ีไดเ้ รียนไป ทไ่ี ด้เรยี น
และสามารถสรุปใจความสำคัญของเนื้อหาได้
2. ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ท้ายบท 2. นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั ทา้ ยบท
3. ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั 3. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน
เรยี น
6. สอื่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
6.1 ส่ือสงิ่ พิมพ์
6.1.1 หนงั สือเรียนวิชา กลศาสตรว์ ิศวกรรม รหัสวิชา 30100 – 0101 หน่วยที่ 2
เรื่อง ระบบแรง 2 มิติ ระบบแรง 3 มติ ิ ผลลัพธข์ องระบบแรง โมเมนต์และแรงคคู่ วบ
6.1.2 แบบประเมนิ ผลการเรยี นการเรยี นรู้ แบบทดสอบก่อน – หลงั เรยี น แบบฝึกหดั ท้ายบท
และแบบประเมินพฤติกรรม หน่วยท่ี 2 เรอ่ื ง ระบบแรง 2 มิติ ระบบแรง 3 มติ ิ ผลลัพธ์ของระบบแรง
โมเมนตแ์ ละแรงคคู่ วบ
6.2 สื่อโสตทัศน์
6.2.1 หนงั สือเรยี นวชิ า กลศาสตร์วิศวกรรม
6.2.2 บตั รภาพ
6.2.3 สไลด์นำเสนอ (Power point)
6.2.4 วดิ ีทัศน์
6.2.5 ใช้เคร่อื งฉาย (Projector)
6.3 สื่อของจรงิ
6.3.1 หนงั สอื เรียนวชิ า กลศาสตร์วศิ วกรรม
7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
7.1.1 หอ้ งสมุดวทิ ยาลัย ศนู ย์วทิ ยบริการ
7.1.2 หอ้ ง Internet ศนู ยว์ ิทยบรกิ าร
7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
7.2.1 แหลง่ เรียนรปู้ ระจำชุมชน/หมบู่ า้ น/ผูเ้ ชี่ยวชาญ
8. งานทมี่ อบหมาย
8.1 ก่อนเรยี น
8.1.1 นักเรียนจัดเตรียมเอกสาร สอ่ื การเรียนการสอนตามทคี่ รแู ละบทเรยี นกำหนด
8.1.2 นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหนว่ ยท่ี 2
8.1.3 นักเรียนทำความเขา้ ใจเก่ยี วกับจดุ ประสงค์การเรยี นของหนว่ ยเรยี นท่ี 2 และการให้
ความร่วมมอื ในการทำกจิ กรรมในหนว่ ยการเรียนที่ 2