The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lalida.p, 2023-06-18 23:43:29

การวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้

การวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้

181 2.10 การอภิปรายผล มีเกณฑ์พิจารณาดังนี้ 2.10.1 มีการหาข้อมูลมาสนับสนุนอย่างสมเหตุสมผลน่าเชื่อถือ โดยแสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ของผลการศึกษากับข้อมูลอื่น ๆ มาอย่างชัดเจน 2.10.2 มีการการเลือกผลการศึกษาที่นำมาอ้างถึง ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งของ ผลสรุป โดยคำนึงถึงหลักเหตุและผลและความเป็นไปได้ตามทฤษฎีที่สามารถเชื่อถือได้ เพราะถ้า ไม่เช่นนั้น จะทำให้นำไปสู่ความเข้าใจผิดในผลที่ได้ 2.11 ข้อเสนอแนะ มีเกณฑ์พิจารณาดังนี้ 2.11.1 เสนอแนะเพิ่มเติมจากผลที่คาดว่าจะได้รับต้องมีความเป็นไปได้ในการ นำไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม 2.11.2 ข้อเสนอแนะมีการอิงกับหลักฐานการวิเคราะห์ผลการวิจัยมาประกอบ 2.12 การอ้างอิงในเนื้อหา มีเกณฑ์พิจารณาดังนี้ 2.12.1 มีการใช้รูปแบบการอ้างอิงเป็นแบบเดียวกันทั้งฉบับ 2.12.2 มีการอ้างอิงได้ตรงความเป็นจริง แนวโน้มการพัฒนาการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ สังคมปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในทุก ๆ ด้านในยุค พ.ศ. 2540 คือ ยุคมือถือไร้สาย ยุค พ.ศ.2545คือยุค www smartphone Internetยุค พ.ศ. 2555 คือ ยุค block -chainและยุคปัจจุบัน คือยุค Metaverse ซึ่งสังคมเน็ตเวิร์ก ได้มีการสร้างโลกเสมือนจริงให้สังคมมนุษย์ได้เข้าไปสู่โลก คู่ขนานที่เราสร้างตัวตนขึ้นมา จะเห็นได้ว่าในระยะเวลาไม่ถึงชั่วอายุคน มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น มากมายมหาศาล ซึ่งส่งผลกับชีวิตของเราทุกคนการเรียนรู้ไม่ได้จบอยู่ เพียงแค่ในห้องเรียน แต่เปลี่ยนรูปแบบไปเป็น “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการที่หุ่นยนต์ AI สามารถทำงานบางประเภทแทนคนได้ และทำให้อาชีพหายไป เช่น เลขานุการ แรงงานในโรงงาน พนักงานขับรถ บรรณารักษ์พนักงานจัดการนำเที่ยว พนักงานธนาคาร เป็นต้น ความรู้บางประเภท จึงไม่จำเป็นอีกต่อไป จากสถานการณ์ดังกล่าวมีผลระทบต่อการจัดการเรียนรู้เป็นอย่างมาก จึงทำให้ แนวโน้มของการพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรมการเรียนรู้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ต้องเป็น การแก้ปัญหาของสถานศึกษา ในลักษณะการวิจัยเพื่อพัฒนา (Research and Development – R @ D) ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าจะสร้างความเจริญเติบโตและสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน ดังนั้นการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงในอนาคตควรมีแนวโน้มดังนี้ 1. การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ที่ทันสมัยไฮเทคโนโลยีให้กับ ผู้เรียน โดยสร้างผู้เรียนสามารถใช้ชีวิตในอนาคต ที่เราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น และการมีหุ่นยนต์ AI สามารถทำงานบางประเภทแทนคนได้ ความรู้บางประเภทจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป แนวโน้มของการวิจัย และพัฒนานวัตกรรมมีดังนี้ 1.1 การวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างห้องเรียนเสมือนจริง (Metaverse) ที่ทำให้ผู้เรียน สามารถเรียนรู้ได้จากทุกที่ทั่วโลก สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างการเรียนการสอนที่มี ประสิทธิภาพ ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในห้องเรียนได้แม้จะเป็นการจัดการเรียนการสอนทางออนไลน์ โดยลักษณะสำคัญดังกล่าว สามารถลดปริมาณของผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา


182 โดยมีลักษณะเป็นการสร้างทักษะเพิ่มเติม (Reskill) ที่ไม่ใช่เนื้อหาวิชาเดิม หรือการจัดการห้องเรียน แบบผสมผสานระหว่างการเรียนจากห้องเรียนจริง กับการเรียนผ่านระบบทางไกล เพื่อให้ผู้เรียนได้ ประสิทธิภาพในการเรียนเท่าเทียมกัน ซึ่งปัจจุบันมีผลสำรวจให้ข้อมูลว่า การเรียนการสอนแบบ ผสมผสาน (Hybrid Classroom) นี้มีประสิทธิภาพมากกว่าหรือเทียบเท่ากับห้องเรียนจริง หากครู และนักเรียนสามารถใช้สื่อการสอนออนไลน์ต่าง ๆ ผสมผสานในการเรียนรู้ก็จะยิ่งทำให้คุณภาพของ การเรียนมีมากยิ่งขึ้น เช่น การนำเสนอ วิดีทัศน์ออนไลน์ การส่งเอกสารการบรรยาย การสนทนาแบบ ทันทีทันใด (Synchronous) หรือแบบไม่ทันทีทันใด (Asynchronous) เครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นต้น ห้องเรียนแบบเทคโนโลยีช่วยให้โรงเรียนและครูสามารถเอาชนะความท้าทายต่าง ๆ ในสถานการณ์การเรียนรู้ทางไกลได้อย่างแน่นอน 1.2 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมโดยการสร้างเนื้อหาการเรียนผ่านโปรแกรม บันทึกวิดีโอและภาพหน้าจอจากคอมพิวเตอร์ (Loom) แบบปัจจุบัน (Real-time) เพื่อให้ นักเรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้แบบระบบแอปพลิเคชันและการเรียนแบบ (on demand) ซึ่งเป็น หนึ่งในเครื่องมือที่น่าใช้และมีประสิทธิภาพสำหรับการเรียนรู้แบบทันทีทันใด ที่ครูสามารถอัดเป็น คลิปวิดีโอสั้น ๆ (micro learning) ประกอบเนื้อหาแบบนำเสนอ (presentation) ส่งให้นักเรียน ดูก่อนเข้าชั้นเรียนหรือสร้างกิจกรรมในชั้นเรียน 1.3 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมโดยการเรียนการสอนผ่านโปรแกรมชั้นเรียน ออนไลน์ที่ทำให้นักเรียนสามารถเข้าถึงหน่วยการเรียนรู้เนื้อหา แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน (Pre-Test, Post-Test) ที่ครูนำมาจัดเตรียมไว้ได้ทั้งก่อนและหลังเวลาในชั้นเรียน 1.4 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมโดยการใช้เครื่องมือสำหรับการทำงานร่วมกัน อย่างโปรแกรมที่เป็นเทคโนโลยีไวท์บอร์ดไดอะแกรม ที่สามารถสร้างพื้นที่ในการแชร์ไอเดียได้อย่าง ไร้ขีดจำกัด ทำให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอความคิดเห็น และต่อยอดความคิดและ กระบวนการทำงานได้อย่างสร้างสรรค์ ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยครูผู้สอนในการสร้างการเรียนรู้ ที่สร้างสรรค์และได้รับความร่วมมือจากนักเรียนเป็นอย่างดี 1.5 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมโดยคำนึงถึงมาตรฐานการเรียนออนไลน์ (Quality Online Education Anywhere) ที่ได้มาตรฐานได้จากทุกที่ เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่เป็นเทรนด์ การศึกษาโลก เพราะวันนี้พิสูจน์แล้วว่า เมื่อผู้เรียนสามารถเรียนจากที่ใดก็ได้ และผู้สอนสามารถสอน จากที่ใดก็ได้ ทำให้การเข้าถึงการศึกษาเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในอนาคตเรื่องสถานที่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ อีกต่อไป ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนข้ามซีกโลกโดยไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน หรืออาจจะเปิดโลก ของการศึกษาได้จากห้องนอน นอกจากนี้ คุณภาพของการศึกษาจะหลุดออกจากกรอบของภาษาด้วย ตัวช่วย แนวโน้มของการวิจัยและนวัตกรรมของการเรียนรู้ จากสถานการณ์ดังกล่าว มีดังนี้ 1.5.1 การถอดความจากการบรรยายเนื้อหาแบบเสียงเป็นข้อความและการ แปลภาษาด้วย AI อัจฉริยะ (AI transcription and translation) สิ่งนี้ทำให้ความรู้สามารถเข้าถึง ผู้เรียนได้มากยิ่งขึ้น แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องความสามารถหรือทักษะทางภาษา ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการ เรียนรู้อีกต่อไปในอนาคต 1.5.2 การจัดการศึกษาต้องมีเครื่องมือการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ (Good quality learning and teach tool) สิ่งสำคัญการเรียนรู้ในโลกอนาคต จะใช้แค่หนังสือ ตำรากับครู


183 ที่หน้าชั้นเรียนไม่เพียงพอสำหรับการสร้างการเรียนสอนที่มีประสิทธิภาพได้ เครื่องมือที่มี ประสิทธิภาพ จำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ทางการศึกษาที่มากกว่าและ วัดผลสัมฤทธิ์ได้ ซึ่งความท้าทายของนักการศึกษาในวันนี้คือ ต้องพิสูจน์ความสามารถในการเป็นครู ผู้ถ่ายทอดความรู้ที่สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะต้องสอนผ่าน แพลตฟอร์มการเรียนผ่านทางไกล 1.5.3 ระบบการแลกเปลี่ยนผู้สอนและผู้เรียน (exchange) มีลักษณะ ครูหนึ่ง คน สามารถสอนนักเรียนได้หลายประเทศ และผู้เรียนหนึ่งคน ก็เรียนได้หลายหลักสูตรจากหลาย สถาบันและทำงานได้หลายที่ทั่วโลก เช่นกัน 1.5.4 การที่แรงงานจะถูกทดแทนด้วย AI ที่พัฒนาไปไกลมากยิ่งขึ้นคาดการณ์ ว่าอนาคตงานที่จะอยู่ในเทรนด์อนาคต คือผู้พัฒนา AI และผู้ใช้งาน AI ดังนั้น ก็สนับสนุนสำหรับ เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ ให้เป็นผู้พัฒนาหรือไม่ก็เป็นผู้ที่สามารถเรียนรู้เพื่อการใช้งาน AI ได้ในทุก รูปแบบ 1.5.5 รูปแบบการศึกษาในอนาคตที่เน้นทักษะอาชีพโดยเฉพาะ โดยอาจเป็น ในรูปแบบของการร่วมมือกับบริษัทต่าง ๆ ภาคเอกชน เพื่อสร้างหลักสูตรที่เน้นทักษะที่นำไปใช้ ในการทำงานได้จริง ไม่เน้นทฤษฎี 1.6 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในรูปแบบส่งถึงที่ (Education delivery) ในรูปแบบนี้เทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างภูมิภาคจะเชื่อมต่อโลกทั้งใบเข้าด้วยกัน เป็นปัจจัย ส่งเสริมให้เข้าถึงผู้เรียนจำนวนมหาศาลทั่วโลก ซึ่งผู้เรียนสามารถใช้สมาร์ทโฟนเข้าถึงการเรียนรู้ เชื่อมโยงกัน ทั้งคอร์สเรียน แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลการเรียน การวัดผล การสื่อสาร และการ รายงานผลการเรียน มีการพัฒนาการเรียนการสอนก็จะเป็นแบบข้อมูลเข้าถึงที่ (data-driven) และ เป็นส่วนบุคคล (personalized) มากขึ้น เพราะมีจุดข้อมูลที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น ข้อมูลการเรียนแบบ เวลาจริง (real-time) ส่งให้พ่อแม่และคุณครู ทำให้ช่วยสอนได้ถูกจุด 1.7 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในรูปแบบหนึ่งต่อหนึ่ง (Peer to Peer) รูปแบบนี้ เป็นการเรียนรู้แบบระหว่างบุคคล 1-1 เพราะเทคโนโลยีได้เชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกันได้ง่าย และมี แนวโน้มราคาถูก รูปแบบนี้เหมาะกับการเรียนรู้ทักษะการทำงานของผู้ใหญ่มาก และมีการรับรอง คุณภาพด้วยความนิยมของผู้สอน (rating) ซึ่งถูกโหวตในระบบเปิดและการออกใบรับรองแบบใหม่ ๆ เป็นการกระจายการเรียนรู้แบบกว้างขึ้น ผู้สอนจะเป็นใครก็ได้ที่มีทักษะและประสบการณ์ ในสายอาชีพนั้น ไม่จำเป็นต้องมาจากสถาบันแบบดั้งเดิม การเรียนการสอนจะถูกโยกจากระดับ สถาบันมาเป็นระดับบุคคล ทำให้การเรียนรู้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้เรียนเอง ก็มีทางเลือกใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น แทนที่จะต้องไปนั่งเรียนทุกอย่างในหลักสูตร สามารถแตกย่อยเลือก เรียนแค่หัวข้อที่ต้องใช้ในการทำงานได้ ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเก็บสะสมไปเป็นชุดวิชา (module) โดยเรียนเป็นหน่วยย่อยจากหลาย ๆ ผู้สอนได้ดังนั้นสถาบันการศึกษาต้องปรับโครงสร้างหลักสูตร ให้เป็นหน่วยย่อยมากขึ้น การเรียนปริญญาตรีอาจไม่จำเป็นต้องเรียน 3 - 4 ปีอีกต่อไปในเมื่อผู้เรียน มีทางเลือกใหม่ สามารถทยอยเรียนหน่วยย่อยสะสมไปและทำงานไปด้วยก็ได้ ซึ่งข้อมูลการเรียนนี้ จะถูกเก็บสะสมบน blockchain


184 1.8 การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เปลี่ยนบทบาทของผู้สอน เพื่อมิให้ AI; robote มาแทนที่ได้ (Robo Revolution) รูปแบบนี้มีสมมติฐานคือถ้าหาก AI มีการพัฒนาไปก้าวไกลและ ได้นำมาใช้ทดแทนตำแหน่งงานบางส่วนแล้ว ผู้คนไม่ต้องทำงานซ้ำ ๆ แต่ต้องเปลี่ยนการทำงานที่ใช้ ความคิดสร้างสรรค์และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์โดยแบบที่ได้ดีคงต้องเป็นการผสมผสานระหว่าง ระบบอัตโนมัติกับความใส่ใจของคุณครู เพราะการเรียนรู้ของคนไม่ใช่การเขียนโค้ดระบบสั่งการ เหมือนหุ่นยนต์ คาดการณ์ว่าการเรียนรู้จะเป็นแบบ personalized ปรับให้เหมาะกับนักเรียน แต่ละคนมากที่สุดโดยเรียนผ่านระบบ ทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน นักเรียนแต่ละคนจะได้เรียนบทเรียนที่ต่างกันตามระดับความรู้ความเข้าใจแต่ละคน ครูอาจต้อง เปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นผู้ดูแลให้คำแนะนำ ทำให้ครูมีเวลาและมีข้อมูล ซึ่งจะช่วยให้คุณครู สามารถให้กำลังใจนักเรียน ส่งเสริมการเรียนรู้ สอนเพิ่มเติมในจุดที่ต้องการความช่วยเหลือ ดูแลเอาใจใส่นักเรียนแต่ละคนที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน AI มาในรูปแบบผู้ช่วยคุณครูอัจฉริยะ ช่วยลดงานเอกสารของคุณครู เช่น การเตรียมการสอน การเช็คชื่อ การวัดผลการเรียน มีระบบ อัจฉริยะ คอยอัพเดทสถานะและแจ้งเตือนคุณครูหากมีเด็กคนไหนน่าเป็นห่วง ทำให้คุณครูมีเวลามาก ขึ้นในการทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ และให้ความใส่ใจแบบใกล้ชิดได้มากขึ้น 2. การวิจัยและนวัตกรรมที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีผลต่อสังคม ในยุค ปัจจุบัน ที่เราเห็นว่าเยาวชนมีพฤติกรรมที่ไม่สู้งาน การเบื่อชีวิตการทำงาน อาการซึมเศร้า การท้อแท้ สิ้นหวังจากการถูกสังคมบูลี่ หรือการถูกเลี้ยงมาจากครอบครัวที่ตามใจมากเกินไป จนทำให้ไม่สามารถ ปรับตัวเข้ากับสภาพชีวิตในสังคมได้แนวโน้มของการวิจัยและนวัตกรรมอาจมีการจัดทำโปรแกรม JOB Education ในหลักสูตรของโรงเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ เข้าใจโลกของการทำงานหลังเรียนจบ มากขึ้น และมีความคิดที่ดีต่อการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ยังสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจ เพื่อให้นนักศึกษามีโอกาสฝึกงาน เรียนรู้ชีวิตในการทำงานให้มากที่สุด รวมถึงการสร้างรูปแบบค่าย เยาวชน โดยให้มีการพบปะบุคคลอื่นในการสร้างทักษะทางสังคมที่ดี 3. การวิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียนให้ก้าวเกินโลก เช่น ความสามารถในการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตาม ทั้งภาษาโลก ภาษาทางสังคม ความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยีความสามารถในการคิดในทุกรูปแบบ ความสามารถในการแก้ปัญหา และ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เช่น ทักษะระหว่างบุคคลและการร่วมมือร่วมใจ ทักษะการเข้าใจ และรู้ทิศทางของตนเอง ทักษะในการปรับตัว และทักษะในฐานะสมาชิกของสังคม ซึ่งคุณลักษณะ ดังกล่าวจะตอบโจทย์ของการอยู่ร่วมกันของมนุษยชาติได้อย่างสันติ ท้ายที่สุดมาตรฐานของการศึกษา เราสามารถวัดผลความสำเร็จจากผู้เรียน ที่สามารถอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างสง่างาม


185 สรุป การประเมินผลงานวิจัยเป็นกระบวนการการันตี งานวิจัยว่ามีคุณภาพเป็นที่เชื่อถือได้มากน้อย เพียงใด โดยทั่วไปมีเกณฑ์การพิจารณาไว้ 2 ส่วนคือ ด้านคุณค่างานวิจัย ที่พิจารณาถึงประโยชน์หรือ ความสำคัญของงานวิจัย ที่ได้ระบุไว้ในประโยชน์ที่ได้รับของการวิจัยว่าได้ผลไปใช้ได้จริงตามที่ วางไว้หรือไม่ เช่น ใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หรือหาวิธีการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น หรือจะเป็นการ พัฒนาได้มาสิ่งสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมใหม่ ส่วนด้านคุณภาพ เป็นการพิจารณาถึงความถูกหลักการ ของกระบวนการวิจัยทำวิจัยตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ชื่อวิจัย ความเป็นมาและความสำคัญ ของปัญหา ขอบเขตของการวิจัย นิยามศัพท์เฉพาะ สมมุติฐานสมมติฐาน เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กระบวนการดำเนินการวิจัยอย่างชัดเจนและเป็นขั้นตอน การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล ข้อเสนอแนะงานวิจัย และการอ้างอิงต่าง ๆ มีเกณฑ์พิจารณาเพื่อให้ได้ผลของ การวิจัยมีความเที่ยงตรงและเชื่อมั่นได้ ซึ่งแนวทางการใช้การวิจัยในการใช้ประโยชน์เป็นการ นำไปใช้ประโยชน์หลากหลายเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย เชิงพาณิชย์ เชิงวิชาการ เชิงสาธารณะ เชิงพื้นที่ และการใช้ประโยชน์ทางอ้อมของงานสร้างสรรค์โดยสามารถ นำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และสิ่งที่สำคัญคือการสะท้อนกับของผู้นำผลงานวิจัยไปใช้ เพื่อเป็นการรับรองผลการวิจัยว่าใช้ได้จริง สำหรับแนวโน้มการพัฒนาการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้นั้น มีประเด็นในการ พิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่รวดเร็ว มีผลกระทบอย่างมากในวงการศึกษา ที่ต้องมี การปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลง เพราะให้เยาวชนผู้เรียนรู้ได้มีการพัฒนาที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เช่นกัน แนวโน้มลักษณะของการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ จะต้องมีลักษณะที่ ทันสมัยมีการ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ที่ทำให้ผู้เรียนสามารถอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่าง สง่างาม และการวิจัยและนวัตกรรมที่มุ่งสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีผลกระทบต่อสังคม และการวิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียนให้ก้าวเกินโลก


186 แบบฝึกหัดท้ายบท 1. จงอธิบายหลักเกณฑ์การการประเมินผลงานวิจัย พอสังเขป 2. จงยกตัวอย่างงานวิจัยมา 2 เรื่อง พร้อมทั้งทำการประเมินการประเมินผลงานวิจัย ถึงคุณค่างานวิจัยและด้านคุณภาพ 3. จงยกปัญหางานวิจัยที่นักศึกษาคิดว่าจะใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้โดยใช้นวัตกรรม เป็นฐานความคิดที่มีผลต่อการพัฒนา การป้องกันปัญหา และการแก้ไขปัญหา โดยการเขียน เป็นเค้าโครงงานวิจัย


บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (ออนไลน์). แผนการศึกษาแห่งชาติ. สืบค้นจาก http://backoffice.onec.go.th/uploaded/Outstand/2017-EdPlan60-79.pdf). วันที่สืบค้น 18 พฤษภาคม 2560. เกียรติสุดา ศรีสุข. (2549). ระเบียบวิธีวิจัย. เชียงใหม่ : ครองช่าง. เครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทย. (ออนไลน์). โครงการเครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทย. สืบค้น จาก http://tdc.thailis.or.th/tdc/. วันที่สืบค้น 3 มีนาคม 2560. จรัญ จันทลักขณาและกษิดิศ อื้อเชี่ยวชาญกิจ. (2548). คัมภีร์การวิจัยและการเผยแพร่ สู่นานาชาติ. กรุงเทพฯ : อักษรสยามการพิมพ์. ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน Developmental Testing of Media and Instructional Package. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย 5 (1), 7-20. ณรงค์ โพธิ์พฤกษานันท์. (2550). ระเบียบวิธีวิจัย. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท. ทรงศรี สรณสถาพรและอัจฉราพร จันทรศร (2545). การเขียนรายงานการวิจัยเชิงประจักษ์. กรุงเทพ : เปเปอร์แอนด์ฟอร์ม. ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2549). ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 4). อุบลราชธานี : วิทยาออฟเซทการพิมพ์. นงลักษณ์ วิรัชชัย. (ออนไลน์). การประมาณขนาดกลุ่มตัวอย่าง สืบค้นจาก http://lllskill.com/web/files/GPower.pdf). วันที่สืบค้น 15 ธันวาคม 2560. นภาภรณ์ จันทรศัพท์และคณะ. (2545). วิธีการวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธุรกิจ บัณฑิตย์. บุญชม ศรีสะอาด. (2546). การวิจัยสำหรับครู. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. ผ่องพรรณ ตรัยมงคลกูล. (2545). การออกแบบการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2557). วิธีการวิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์ อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2551). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ : ปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียน. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิเชฐ สัมปทานุกุล. (2555). หลักการทำวิจัยสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : ศูนย์วิทยาการ วิจัยแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. (ออนไลน์). หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (eBook). สืบค้นจาก http://www.2ebook.com/new/library/index/yru. วันที่สืบค้น 3 มีนาคม 2560.


188 . บรรณานุกรม (ต่อ) ยุทธ ไกยวรรณ์. (2545). พื้นฐานการวิจัย. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. -------------. (2546). สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ : ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ. -------------. (2548). วิธีวิจัยทางธุรกิจ. กรุงเทพฯ : พิมพ์ดี. รวีวรรณ ชินะตระกูล. (2542). การทำวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : ที.พี.พริ้นท์. รุ้งลาวัณย์ จันทรัตนา. (2561). การวิจัยทางการศึกษา. ยะลา : ศูนย์ส่งเสริมการทำผลงานวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. ------------- (2557). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณลักษณะการคิดนอกกรอบของนักศึกษามหาวิทยาลัย ราชภัฏยะลา. ยะลา : มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. รุ้งลาวัณย์ จันทรัตนาและคณะ. (2559). การประเมินโครงการจัดตั้งห้องเรียนพิเศษ Science and Mathematics Program (SMP). ยะลา : กองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร. รุ้งลาวัณย์ จันทรัตนา ฮุสนา ดือเร๊ะและรอซาดา อาแว (2559). การวิเคราะห์พหุระดับตัวแปรที่มี อิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียน เอกชนสอนศาสนา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้. รายงานการวิจัย ยะลา : มหาวิทยาลัย ราชภัฏยะลา. ล้วน สายยศและอังคณา สายยศ. (2543). เทคนิคการวัดผลการเรียนรู้. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ : สุวีริยสาส์น. วัลลภ รัฐฉัตรานนท์. (2554). เทคนิควิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วารสารในประเทศไทย. (ออนไลน์). ฐานข้อมูลวารสารในประเทศไทย. สืบค้นจาก http://www.journallink.or.th/home.asp. วันที่สืบค้น 3 มีนาคม 2560. วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2546). การวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น. วิชิต สุรัตน์เรืองชัย. (2550). การวิจัยและพัฒนาทางการศึกษา. วารสารหลักสูตรและการสอน, 1(1), 52-57. ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย, ออนไลน์. ฐานข้อมูล Thai Citation Index (TCI). สืบค้นจาก http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/index.html. วันที่สืบค้น 3 มีนาคม 2560. สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ. (2555). จริยธรรมการทำวิจัยในคน (ออนไลน์). สืบค้นจาก http://www.nrms.go.th/FileUpload/AttatchFile/News/256010121923328671 661.pdf. วันที่สืบค้น 6 พฤษภาคม 2560. สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ. (2555). จริยธรรมการทำวิจัยในคน (ออนไลน์). สืบค้นจาก http://www.nrms.go.th/FileUpload/AttatchFile/News/256010121923328671 661.pdf. วันที่สืบค้น 6 พฤษภาคม 2560.


189 . บรรณานุกรม (ต่อ) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติก. (2555). นโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2555-2559). กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติข. รหัสทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล หรือเอกสารดิจิทัล : DOI). สืบค้นจาก http://doi.nrct.go.th/AboutUs/policy. วันที่สืบค้น 2 มีนาคม 2560. สำนักพัฒนาการฝึกหัดครู สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ กระทรวงศึกษาธิการ. 2544. คู่มือการ ฝึกอบรมการวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ : เสมาธรรม. สุทิติ ขัตติยะ และวิไลลักษณ์ สุวจิตตานนท์. (2553). แบบแผนการวิจัยและสถิติ. กรุงเทพฯ : เปเปอร์เฮ้าส์. ห้องสมุดงานวิจัยของสำนักงานวิจัยแห่งชาติ. (ออนไลน์). งานวิจัยของสำนักงานวิจัยแห่งชาติ. สืบค้นจาก http://dric.nrct.go.th/index.php. วันที่สืบค้น 3 มีนาคม 2560. องอาจ นัยพัฒน์. (2551). การออกแบบการวิจัย : วิธีการเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ และผสมผสาน วิธีการ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อาทิตย์ อินมา. (2560). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่องการถ่ายภาพบุคคลสำหรับนักศึกษา ปริญญาตรี. หลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสาร การศึกษา. มหาวิทยาลัยนเรศวร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์. (2559). ความเข้าใจผิดเรื่องสูตรกำหนดขนาดตัวอย่างของ Yamane ในวงวิชาการไทย. ออนไลน์. สืบค้นจาก https://businessanalyticsnida.wordpress.com/2016/10/10/on-yamanemisunderstood/. วันที่สืบค้น 12 มีนาคม 2560. อุทัย บุญประเสริฐ. (2552). การวิจัยด้านการจัดการศึกษา. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. Byrkit, D. R. (1975). Elements of Statistics. (2 nd Ed). New York : Litton Educational Publishing, Inc. Diekhoff, G. (1992). Statistics for The Social and Behavioral Sciences: Univariate,Bivariate and Multivariate. Dubuque Iowa : William C. Brown. Fergusom, G.A. (1967). A Statistical Analysis in Psychology & Education. Tokyo : Me-Grow-Hill Kongakusha. Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determinining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 608-609. Scopus. [Online]. Scopus: Access and use Support Center. From https://www.scopus.com/home.uri. retrieved March 12, 2017. Senedercor, G. W. and William G. C. (1967). Statistic Methods. New Delhi : Oxford IBH. Wierama, W. & Jur, S.G. (2005). Research Methods in Education. (8th Ed). The United States of America : A Divition of simon & Sahuster.


190 . บรรณานุกรม (ต่อ) Yamane, T. (1970). Statistic : An Introduction of Analysis. Tokyo : Harper International.


ภาคผนวก


192 ภาคผนวก ก ข้อมูลตัวอย่างสำหรับคำนวณหาค่าความยากง่ายและค่าอำนาจจำแนก คนที่ ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ8 ข้อ9 ข้อ10 1 2 1 1 2 1 2 2 2 3 3 2 5 5 4 3 4 4 3 3 4 5 3 4 4 3 4 5 4 2 3 3 3 4 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 5 3 2 3 4 3 5 2 3 3 3 6 3 3 3 3 3 3 3 3 3 3 7 2 2 2 2 3 2 2 2 3 2 8 5 5 5 4 4 4 4 4 4 4 9 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 10 3 3 3 3 5 4 4 3 5 4 11 3 3 3 4 4 4 4 3 4 3 12 3 4 3 3 4 5 4 5 4 5 13 3 4 3 3 4 4 3 3 3 4 14 3 2 2 2 3 2 2 2 3 4 15 3 3 3 3 3 4 4 4 3 3 16 4 5 4 4 4 3 4 4 4 4 17 4 4 3 4 3 4 5 4 2 3 18 3 2 3 2 2 2 2 2 2 2 19 4 4 5 2 3 4 3 5 2 3 20 4 4 3 3 3 3 3 3 3 3 21 3 2 3 2 2 2 3 2 2 2 22 5 5 4 5 5 4 4 4 4 4 23 5 5 4 2 2 2 2 2 2 2 24 5 4 3 3 3 3 5 4 4 3 25 5 5 5 3 3 4 4 4 4 3 26 4 5 5 4 3 3 4 5 4 5 27 5 5 5 4 3 3 4 4 3 3 28 3 3 3 2 2 3 2 2 2 3 29 4 4 3 5 4 4 4 4 4 4 30 2 2 3 2 2 2 2 2 2 2


193 ภาคผนวก ข ข้อมูลตัวอย่างสำหรับคำนวณหาค่าอำนาจด้วย t-test คนที่ ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 1 2 1 1 2 1 2 2 2 3 3 2 5 5 4 3 4 4 3 3 4 5 3 4 4 3 4 5 4 2 3 3 3 4 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 5 3 2 3 4 3 5 2 3 3 3 6 3 3 3 3 3 3 3 3 3 3 7 2 2 2 2 3 2 2 2 3 2 8 5 5 5 4 4 4 4 4 4 4 9 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 10 3 3 3 3 5 4 4 3 5 4 11 3 3 3 4 4 4 4 3 4 3 12 3 4 3 3 4 5 4 5 4 5 13 3 4 3 3 4 4 3 3 3 4 14 3 2 2 2 3 2 2 2 3 4 15 3 3 3 3 3 4 4 4 3 3 16 4 5 4 4 4 3 4 4 4 4 17 4 4 3 4 3 4 5 4 2 3 18 3 2 3 2 2 2 2 2 2 2 19 4 4 5 2 3 4 3 5 2 3 20 4 4 3 3 3 3 3 3 3 3 21 3 2 3 2 2 2 3 2 2 2 22 5 5 4 5 5 4 4 4 4 4 23 5 5 4 2 2 2 2 2 2 2 24 5 4 3 3 3 3 5 4 4 3 25 5 5 5 3 3 4 4 4 4 3 26 4 5 5 4 3 3 4 5 4 5 27 5 5 5 4 3 3 4 4 3 3 28 3 3 3 2 2 3 2 2 2 3 29 4 4 3 5 4 4 4 4 4 4 30 2 2 3 2 2 2 2 2 2 2


194 ภาคผนวก ค ข้อมูลตัวอย่างสำหรับคำนวณหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ใช้สูตร Kr20 คนที่ ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 1 1 1 1 1 1 1 0 1 0 1 2 1 0 0 0 0 1 1 1 0 0 3 1 0 0 0 0 0 0 1 0 0 4 1 0 0 0 0 1 1 1 0 0 5 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 6 1 0 1 0 1 0 0 1 0 1 7 1 0 1 1 0 1 1 1 0 0 8 1 0 0 0 0 1 1 1 0 0 9 1 0 0 0 0 0 0 1 0 0 10 1 0 1 0 1 1 1 1 0 0 11 1 1 1 0 1 1 1 1 1 1 12 0 0 1 0 1 0 0 1 0 1 13 1 1 1 1 0 1 1 1 0 0 14 1 0 1 1 0 1 1 1 0 0 15 1 1 1 1 0 1 1 1 0 1 16 0 0 0 0 0 1 1 1 0 0 17 1 1 1 1 0 1 1 1 0 0 18 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 19 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 20 1 0 1 0 1 0 0 1 0 1 21 1 0 0 0 0 0 0 1 0 0 22 1 0 1 0 1 0 0 1 0 1 23 1 1 1 1 1 1 1 1 0 1 24 1 0 0 0 0 0 1 1 0 0 25 1 0 1 0 1 0 0 1 0 1 26 1 1 0 1 1 1 1 1 1 1 27 0 1 0 0 0 0 0 0 0 1 28 1 0 1 0 1 0 0 1 0 1 29 1 0 1 0 0 0 1 1 0 1 30 1 1 1 1 1 1 0 1 0 1


195 คนที่ ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 18 ข้อ 19 ข้อ 20 1 1 1 1 1 0 1 1 1 0 1 2 1 0 1 1 0 1 0 1 0 0 3 0 0 1 0 0 1 0 0 0 0 4 1 0 1 1 0 1 0 1 0 0 5 1 0 1 1 1 1 1 1 1 1 6 1 1 1 1 0 1 1 0 0 1 7 1 1 0 0 0 1 1 1 1 1 8 1 0 1 1 0 0 0 1 0 0 9 0 0 1 0 0 1 0 0 0 0 10 0 1 1 1 0 1 1 0 0 1 11 1 0 1 1 1 1 1 1 1 1 12 1 1 1 1 0 0 1 0 0 1 13 1 1 0 0 1 1 1 1 1 1 14 1 1 1 0 0 1 1 1 1 1 15 1 1 1 1 1 1 1 1 0 1 16 1 0 1 1 0 1 0 0 0 0 17 1 1 0 1 1 1 1 1 1 1 18 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 19 1 0 1 1 1 1 0 1 1 1 20 1 1 1 1 1 1 0 1 1 1 21 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 22 1 1 1 1 1 1 0 1 1 1 23 1 1 1 1 0 1 1 1 0 1 24 1 0 0 1 0 1 0 1 0 0 25 1 1 1 1 1 1 0 1 1 1 26 1 0 1 1 1 1 1 1 1 1 27 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 28 1 1 1 1 1 1 0 1 1 1 29 1 1 1 1 0 1 1 1 1 0 30 1 1 1 1 0 1 1 1 1 1


196 ภาคผนวก ง ข้อมูลตัวอย่างสำหรับคำนวณหาค่าความคงที่ภายในของครอนบาค คนที่ ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 1 2 1 1 2 1 2 2 2 3 3 2 5 5 4 3 4 4 3 3 4 5 3 4 4 3 4 5 4 2 3 3 3 4 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 5 3 2 3 4 3 5 2 3 3 3 6 3 3 3 3 3 3 3 3 3 3 7 2 2 2 2 3 2 2 2 3 2 8 5 5 5 4 4 4 4 4 4 4 9 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 10 3 3 3 3 5 4 4 3 5 4 11 3 3 3 4 4 4 4 3 4 3 12 3 4 3 3 4 5 4 5 4 5 13 3 4 3 3 4 4 3 3 3 4 14 3 2 2 2 3 2 2 2 3 4 15 3 3 3 3 3 4 4 4 3 3 16 4 5 4 4 4 3 4 4 4 4 17 4 4 3 4 3 4 5 4 2 3 18 3 2 3 2 2 2 2 2 2 2 19 4 4 5 2 3 4 3 5 2 3 20 4 4 3 3 3 3 3 3 3 3 21 3 2 3 2 2 2 3 2 2 2 22 5 5 4 5 5 4 4 4 4 4 23 5 5 4 2 2 2 2 2 2 2 24 5 4 3 3 3 3 5 4 4 3 25 5 5 5 3 3 4 4 4 4 3 26 4 5 5 4 3 3 4 5 4 5 27 5 5 5 4 3 3 4 4 3 3 28 3 3 3 2 2 3 2 2 2 3 29 4 4 3 5 4 4 4 4 4 4 30 2 2 3 2 2 2 2 2 2 2


197 คนที่ ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 18 ข้อ 19 ข้อ 20 1 3 4 3 3 2 3 4 4 3 4 2 4 4 4 4 4 5 3 3 5 4 3 3 4 3 4 4 4 5 4 3 3 4 2 2 2 2 2 2 4 3 3 3 5 3 4 4 3 4 4 4 3 2 3 6 3 3 3 3 3 3 3 3 3 4 7 2 2 2 2 2 2 4 4 4 4 8 3 4 4 4 3 4 4 4 3 4 9 2 3 3 3 3 3 5 5 4 5 10 5 5 5 5 4 4 5 4 4 4 11 3 4 4 4 5 4 3 3 3 4 12 4 5 4 4 3 4 5 4 5 4 13 4 4 3 3 3 4 4 3 3 4 14 4 3 5 3 3 3 3 4 3 3 15 4 4 3 3 3 3 3 4 3 3 16 4 3 3 3 2 4 3 3 3 4 17 3 4 3 4 5 4 2 3 3 3 18 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 19 3 2 3 4 3 5 2 3 3 3 20 3 3 3 3 3 3 3 3 3 3 21 3 2 2 2 3 2 2 2 3 2 22 4 5 5 4 4 4 4 4 4 4 23 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 24 5 3 3 3 5 4 4 3 5 4 25 4 3 3 4 4 4 4 3 4 3 26 4 4 3 3 4 5 4 5 4 5 27 3 4 3 3 4 4 3 3 3 4 28 2 2 2 3 2 2 2 3 2 3 29 5 5 4 4 4 4 4 4 4 4 30 2 2 2 2 2 2 2 2 2 3


198 ภาคผนวก จ ข้อมูลตัวอย่างสำหรับคำนวณหาค่าประสิทธิภาพของนวัตกรรม (E1/E2) คน ที่ คะแนน ก่อนเรียน ชุด 1 (10) ชุด 2 (10) ชุด 3 (10) ชุด 4 (10) ชุด 5 (10) คะแนน ทักษะ (30) คะแนน หลังเรียน (40) 1 12 8 8 9 8 9 24 29 2 8 8 9 9 8 9 22 32 3 9 8 8 8 8 7 25 34 4 13 8 9 8 9 8 23 32 5 10 8 8 8 8 7 28 31 6 12 9 8 7 9 8 26 32 7 12 8 8 8 8 8 22 35 8 10 8 8 8 8 9 21 30 9 14 8 8 9 9 9 23 34 10 11 9 9 8 8 8 26 31 11 11 8 9 8 9 9 22 31 12 12 9 8 8 9 9 25 35 13 10 9 8 8 8 9 28 34 14 8 8 8 8 9 9 22 33 15 9 9 9 8 8 8 24 34 16 14 8 8 8 8 8 26 35 17 11 9 8 8 8 7 22 32 18 12 9 8 8 9 8 26 30 19 13 8 9 8 8 9 29 32 20 11 8 8 9 8 8 22 30 21 14 8 9 9 8 8 22 35 22 13 8 9 9 8 9 25 32 23 10 8 8 9 8 8 29 31 24 14 9 8 8 8 9 26 34 25 11 9 8 9 8 8 28 31 26 11 8 9 9 8 8 22 32


199 คน ที่ คะแนน ก่อนเรียน ชุด 1 (10) ชุด 2 (10) ชุด 3 (10) ชุด 4 (10) ชุด 5 (10) คะแนน ทักษะ (30) คะแนน หลังเรียน (40) 27 14 8 8 8 9 8 22 33 28 12 8 9 8 8 8 24 34 29 14 8 10 9 8 10 25 35 30 13 8 9 9 8 8 23 32


200 ภาคผนวก ฉ ข้อมูลตัวอย่างสำหรับคำนวณหาค่าความถี่และร้อยละ คน ที่ เพศ ชั้น ปี โรง เรียน จัง หวัด ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 1 1 1 2 1 2 5 3 3 4 4 4 2 3 4 2 2 2 3 2 2 3 2 5 3 3 4 3 4 4 3 2 3 2 3 2 3 2 3 4 4 4 2 4 3 4 2 2 1 2 2 4 2 3 4 4 3 5 4 2 5 1 2 1 2 2 4 3 4 3 3 2 3 3 4 6 1 2 1 1 2 4 2 4 5 4 4 3 3 2 7 1 3 2 1 3 3 5 4 5 5 1 2 2 4 8 2 3 2 3 4 2 3 3 5 5 1 2 2 4 9 2 1 3 3 2 4 3 3 3 4 1 1 2 3 10 2 1 1 1 4 2 4 4 4 5 2 1 3 2 11 1 1 1 2 3 3 4 3 5 5 2 3 4 4 12 1 2 2 3 2 3 4 3 4 4 3 3 2 2 13 2 2 3 3 3 3 3 3 4 5 1 1 4 3 14 2 3 1 1 4 4 3 3 5 5 1 2 3 3 15 1 3 1 2 3 3 3 4 5 5 2 3 2 3 16 1 1 1 2 4 4 3 4 3 4 3 3 3 4 17 1 1 2 3 4 4 2 4 2 4 1 1 4 3 18 1 2 2 3 3 3 5 3 5 4 1 2 3 4


201 คน ที่ เพศ ชั้น ปี โรง เรียน จัง หวัด ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 19 1 1 3 3 2 2 3 2 3 3 1 2 4 4 20 1 2 3 2 4 4 3 4 3 3 2 3 4 3 21 2 1 1 2 2 2 4 2 4 4 2 3 3 2 22 1 1 1 1 3 3 4 3 4 3 3 3 2 4 23 1 2 2 1 3 3 4 3 4 3 3 2 4 2 24 2 2 2 2 3 2 2 4 3 1 1 2 2 3 25 2 2 3 2 2 1 2 4 2 2 1 1 3 3 26 1 3 3 2 3 1 3 3 5 2 2 1 3 2 27 1 3 1 2 1 3 4 2 3 4 2 2 3 1 28 1 1 2 1 3 3 2 4 3 4 3 2 2 1 29 2 1 2 1 1 1 4 2 4 5 3 2 3 3 30 1 1 2 3 3 2 3 3 4 4 1 2 1 3


202 ภาคผนวก ช ข้อมูลตัวอย่างสำหรับคำนวณหาค่าสถิติทดสอบสมมุติฐาน คน ที่ เพศ อาชีพ คะแนน ทักษะการคิด ก่อนเรียน คะแนน รวม กิจกรรม คะแนน ผลสัมฤทธิ์หลัง เรียน (40) คะแนนทักษะ การคิดหลัง เรียน (50) คะแนนความ พึงพอใจ(40) 1 ช ราชการ 15 7.6 32 41 38 2 ช ค้าขาย 12 6.4 35 42 37 3 ช รับจ้าง 12 7.8 34 40 39 4 ญ รับจ้าง 14 8 32 39 35 5 ญ รับจ้าง 5 8.4 31 44 38 6 ช ราชการ 8 7.8 32 45 39 7 ช ราชการ 11 7.8 35 44 37 8 ช ค้าขาย 14 8.2 30 43 38 9 ช ค้าขาย 18 8.6 34 46 36 10 ช รับจ้าง 13 8.4 33 47 35 11 ญ รับจ้าง 18 8.6 31 41 40 12 ญ รับจ้าง 13 8.6 35 46 37 13 ญ ราชการ 14 8.4 34 48 37 14 ช รับจ้าง 18 7.6 33 44 38 15 ช ค้าขาย 9 8.4 34 45 38 16 ญ รับจ้าง 9 7.2 35 41 39 17 ช ราชการ 11 7.6 32 41 36 18 ช ราชการ 15 8 30 47 35 19 ช รับจ้าง 9 7.2 35 48 34 20 ช ค้าขาย 13 7.8 32 44 36 21 ช รับจ้าง 17 8.2 30 45 36 22 ช ค้าขาย 15 7.4 35 48 36 23 ช รับจ้าง 16 7.4 32 42 37


203 คน ที่ เพศ อาชีพ คะแนน ทักษะการคิด ก่อนเรียน คะแนน รวม กิจกรรม คะแนน ผลสัมฤทธิ์หลัง เรียน (40) คะแนนทักษะ การคิดหลัง เรียน (50) คะแนนความ พึงพอใจ(40) 24 ช ราชการ 10 7.2 31 43 38 25 ญ รับจ้าง 8 8 34 46 38 26 ญ รับจ้าง 9 8 31 47 39 27 ช ค้าขาย 15 8.4 32 44 33 28 ช ราชการ 12 7.4 33 45 36 29 ญ ราชการ 12 8.2 34 41 36 30 ญ รับจ้าง 14 7.4 35 43 37 31 ช ค้าขาย 15 7.9 31 46 36 32 ช ค้าขาย 5 7.6 32 48 38 33 ช รับจ้าง 8 8 35 47 37 34 ช รับจ้าง 11 8 34 43 39 35 ช รับจ้าง 14 8.6 32 41 35 36 ช ราชการ 18 8.2 31 41 38 37 ช ราชการ 13 8.4 32 40 39 38 ช ค้าขาย 18 8.6 32 42 38 39 ญ ค้าขาย 13 8 35 41 37 40 ช รับจ้าง 14 8.8 34 45 39 41 ช รับจ้าง 18 7.4 32 47 35 42 ช รับจ้าง 9 7.6 31 41 38 43 ช ราชการ 9 7.8 32 48 39 44 ช รับจ้าง 11 7.2 35 41 37 45 ช ค้าขาย 15 8 30 43 38 46 ช รับจ้าง 9 8 34 49 36 47 ญ ราชการ 13 7.4 33 48 35


204 คน ที่ เพศ อาชีพ คะแนน ทักษะการคิด ก่อนเรียน คะแนน รวม กิจกรรม คะแนน ผลสัมฤทธิ์หลัง เรียน (40) คะแนนทักษะ การคิดหลัง เรียน (50) คะแนนความ พึงพอใจ(40) 48 ช ราชการ 17 7.6 31 44 40 49 ช รับจ้าง 15 7.2 35 45 37 50 ญ ราชการ 13 7.4 33 48 35


205 อภิธานศัพท์ ก หน้า ค หน้า กรอบการดำเนินการวิจัย 58 ความคลาดเคลื่อนชนิดที่ 1 137 กรอบความคิดในการวิจัย 29 ความคลาดเคลื่อนชนิดที่ 2 137 การทดสอบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 1 กลุ่ม 138 ความเชื่อมั่น 102 การทดสอบค่าเฉลี่ยของประชากร 2 กลุ่มที่เป็นอิสระกัน 142 ความเที่ยงตรง 85 การทดสอบค่าเฉลี่ยของประชากร 2 กลุ่มที่ไม่เป็นอิสระกัน 141 ความยากง่าย 90 การทดสอบสมมติฐานด้วยการ วิเคราะห์ความแปรปรวน 144 ค่าความแปรปรวน 121 การเปรียบเทียบ 121 ค่าเฉลี่ยเลขคณิต การพัฒนาทดลอง 11 ค่ามัธยฐาน 119 การวัดการกระจาย 120 ค่าร้อยละ 122 การวิจัยเชิงคุณภาพ 10 ค่าวิกฤต 137 การวิจัยเชิงทดลอง 11 การวิจัยเชิงบรรยายหรือพรรณนา 10 จ การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ 10 จริยธรรมการทำวิจัยในมนุษย์ 14 การวิจัยเชิงปริมาณ 10 ฐานนิยม 120 การวิจัยทางการศึกษา 3 การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ 10 ต การวิจัยในชั้นเรียน 10 ตัวแปร 53 การวิจัยประยุกต์ 11 ตัวแปรตาม 53 การวิจัยพื้นฐาน 11 ตัวแปรแทรกซ้อนหรือตัวแปรเกิน 53 การสังเกต 69 ตัวแปรสอดแทรก 54 การสัมภาษณ์ 71 ตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้น 53 การออกแบบการวิจัย 11


206 อภิธานศัพท์(ต่อ) น หน้า ล หน้า นามบัญญัติ 114 เลือกแบบสุ่มแบบแบ่งชั้น 49 นิยามศัพท์เฉพาะ 42 เลือกแบบสุ่มอย่างง่าย 49 เลือกแบบหลายขั้นตอน 49 บ บริเวณของการปฏิเสธสมมติฐาน 137 จ บริเวณของการยอมรับสมมติฐาน 137 วิจัยทางสังคมศาสตร์ 10 แบบทดสอบ 71 แบบสอบถาม 64 ส สมมติฐานหลัก 135 ป 122 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 120 เปอร์เซ็นไทล์ 47 สถิติสำหรับการทดสอบ สมมติฐาน 138 ประชากร 47 สมมติฐานการวิจัย 134 ประสิทธิภาพของนวัตกรรม 107 อัตราส่วน 114 อันตรภาค 114 ล 48 อำนาจจำแนก 89 เลือกโดยบังเอิญ 49 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 13 เลือกแบบก้อนหิมะ 48 เลือกแบบโควตา 48 เลือกแบบเจาะจง 48 เลือกแบบแบ่งกลุ่ม 49


Click to View FlipBook Version