รายงานการวจิ ยั
เรอ่ื ง
นวตั กรรมการใชประโยชนของสมนุ ไพรกับการสรางความเขมแขง็ ชุมชน
Innovative Use of Herbs to Strengthen the Community.
โดย
นเรศร บญุ เลิศ
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาลยั สงฆเชียงราย
พ.ศ. ๒๕๖๑
ไดรับทุนอดุ หนุนการวจิ ยั จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
MCU RS 610761140
รายงานการวิจยั
เรอ่ื ง
นวตั กรรมการใชประโยชนของสมุนไพรกับการสรางความเขมแข็งชมุ ชน
Innovative Use of Herbs to Strengthen the Community.
โดย
นเรศร บญุ เลิศ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลยั สงฆเชยี งราย
พ.ศ. ๒๕๖๑
ไดรบั ทนุ อุดหนุนการวิจยั จากมหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
MCU RS 610761140๖๑๐๗๕๙๐๙๘
(ลิขสทิ ธ์เิ ปTนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั )
Research Report
Innovative Use of Herbs to Strengthen the Community.
by
Mr.Narate Bunloet
Mahachulalongkornrajavidyalaya University Chiangrai Buddhist College
B.E. 2018
Research Project by Mahachulalongkornrajavidyalaya University
MCU RS 610761140๖๑๐๗๕๙๐๒๗
(Copyright Mahachulalongkornrajavidyalaya University)
ก
ช่ือรายงานการวจิ ัย : นวตั กรรมการใชประโยชนของสมนุ ไพรกับการสรางความเขมแข็งชมุ ชน
ผูวิจัย: นายนเรศร บญุ เลิศ
สวe นงาน: มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรนราชวทิ ยาลัย วิทยาลัยสงฆเชียงราย
ปfงบประมาณ: ๒๕๖๑
ทนุ อดุ หนุนการวจิ ัย: มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บทคัดยอe
วิจัยเชิงปฏิบัติการคร้ังนี้ เรื่องนวัตกรรมการใชประโยชนของสมุนไพรกับการสรางความ
เขมแข็งชุมชน องคความรูที่เป3นผลการจัดการความรูในระดับชุมชนดานการศึกษาเชิงสํารวจ ขอมูล
และวิธีการใชประโยชนของสมุนไพรอย:างถูกตองเหมาะสม การจัดการความรูเพ่ือใชพืชสมุนไพรใน
ทองถ่นิ โดยชุมชนมีส:วนร:วมเป3นการสรางมูลค:าเพ่ิมใหกับสมุนไพร ในการพัฒนาแบบผสมผสานแหล:ง
ความรู ภูมิป>ญญาทองถ่ิน และแหล:งความรูใหม:ที่สําคัญที่นําไปสู:กระบวนการสรางชุมชนใหเขมแข็ง
โดยใชวิธีการศึกษาผสมผสานท้ังการสํารวจ ศึกษาเอกสาร ศึกษาแผนพัฒนาตําบล โดยการสนทนา
กล:ุมกับองคการบริหารส:วนตําบลยางฮอมและการสัมภาษณ จากกล:ุมสมาชิกสภาหมอเมืองลานนา
เชียงราย(ผูผลิต) จํานวน ๑๐ คน ผูนําทองถิ่น จํานวน ๔ คน ประชาชนท่ีใชประโยชนของสมุนไพร
จาํ นวน ๒๐ คน โดยใชวิธีการเจาะจงตามการศึกษาวจิ ัย นาํ ขอมลู มาวเิ คราะหใน ๒ ประเดน็ ทศ่ี กึ ษา
ผลการวิจัยพบว:า การศึกษากระบวนการสืบสานภูมิป>ญญาทองถ่ิน การใชประโยชนของ
สมุนไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน ซึ่งเป3นตนทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม
จากสภาพองคความรูของสมุนไพรป>จจุบันดานการใชประโยชนในดานการแพทยแผนไทยไม:มีการสืบ
ทอด ส:งผลใหพืชสมุนไพรในชุมชนไม:ไดนํามาใชกับวิถีชีวิตของคนชุมชนความหลากหลายของ
วัฒนธรรมของชุมชน ตลอดจนวิถีชีวิต ภูมิป>ญญาทองถิ่นที่มีการอนุรักษประเพณี วัฒนธรรมอย:าง
เหมาะสมกับสภาพของชุมชน การเรียนรูวิถีชุมชน การพัฒนาสมุนไพรเพื่อสุขภาพสรางความเขมแข็ง
ชุมชนเชิงพาณิชยจึงเกิดขึ้นไดยาก การจัดกิจกรรมฟGFนฟูในระดับชุมชนจึงไม:เป3นรูปธรรมท่ีชัดเจนใน
การพึง่ พาตนเอง
ข
Research Title: Innovative Use of Herbs to Strengthen the
Community.
Researchers: Mr. Narate Bunloet
Department: Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
Chiangrai Buddhist College,
Fiscal year: 2018
Research Scholarship Sponsor: Mahachulalongkornrajavidyalaya University.
ABSTRACT
This research The innovative use of herbs to strengthen the
community. Knowledge is knowledge management in the education community
survey. And how to use herbs properly. Knowledge management for use medicinal
plants in local communities contribute to creating value for herbs. To develop an
integrated source of knowledge. local knowledge New knowledge and resources
essential to the process of building a strong community. By using a combination of
both surveys, study documents the development plan for the district. In a group
discussion with the Tambon Administrative Yang Hom and interviews. Members of the
group from Chiang Mai town doctor (manufacturers) of 10 local leaders of the four
people who take advantage of the 20 herbs by means of specific research
studies. The data were analyzed in a study two issues.
The research found that Study the local heritage The use of herbs to
strengthen the community. The cost of natural resources and the environment. The
current state of knowledge of herbs for use in medicine Thailand has inherited. The
plant communities are not used to the lifestyle of the community's diverse cultural
communities. As well as lifestyle Local traditions are preserved. Cultural conditions of
the community. Learning Lifestyle Development herbs strengthen the commercial
community is rare. Restoration activities at the community level, it is clear that
substantial self-reliance.
ค
กติ ตกิ รรมประกาศ
การศึกษาวิจัย เร่ืองนวัตกรรมการใชประโยชนของสมุนไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเข็มแข็ง
ชุมชน เป3นการศึกษาการบริหารจัดการการใชสมุนไพรเพื่อสุขภาพในทองถ่ินนํามาใชประโยชนใหกับ
คนชุมชนท่ีมีความรูดานสมุนไพร และพฤติกรรมเพื่อนําขอมูลท่ีไดจากการวิจัยเป3นแนวทางในการ
แกไขป>ญหาใหกับชุมชน หม:ูบานอื่น ๆ เพื่อใชในการจัดการสมุนไพรในบานและชุมชนโดยไม:กระทบ
กับทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมทีม่ อี ย:ูในพ้นื ท่ี การศกึ ษาวิจัยในครั้งนี้สําเร็จได ดวยความกรุณา
และไดรับการช:วยเหลือจากบุคคลและฝzายงานหลายๆ ฝzายท่ีไดกรุณาเอาใจใส:แนะนํา ตรวจสอบ แกไข
ขอบกพร:องตา: งๆ และขอเสนอแนะ อนั เปน3 ประโยชนต:อการศึกษาวิจัย พรอมท้งั ใหกําลงั ใจ เป3นผลใหการ
ศึกษาวจิ ัยฉบับนี้มคี วามสมบรู ณย่งิ ขึน้
การศึกษาวิจัยครั้งน้ีไดรับการสนับสนุนใหสําเร็จลุล:วงไดดวยดี โดยการไดรับอนุเคราะห
เทศบาลตําบลยางฮอม และผูนําชุมชนในพื้นที่กล:ุมเป|าหมายในการใหขอมูลและสถานที่จัดเก็บขอมูล จาก
นายกเทศบาลตําบลยางฮอม ไดช:วยเหลือใหคําปรึกษาแนะนําตรวจสอบ และแกไขขอบกพร:องดวยการ
เอาใจใส:เป3นอย:างดียิ่งขอขอบสมาชิกเทศบาลตําบลยางฮอม ผูนําชุมชน ที่ไดใหความเมตตาช:วยให
คําปรกึ ษาตลอดถึงแนวความคิดท่ีแกไขปรับปรุง เทคนิคต:าง ๆ ในการเก็บขอมูลในเขตพื้นที่ อําเภอขุน
ตาล จงั หวัดเชยี งราย ท่ีนํามาใชเพ่ือใหงานมคี วามสมบรู ณยิ่งขึ้นจนวิจัยการคนควาน้ีไดดําเนินไปดวยดี
และสาํ เร็จขึน้ ไดเป3นฉบบั ทส่ี มบูรณ ผศู ึกษาขอกราบขอบคุณ เปน3 อยา: งสงู ไว ณ ทน่ี ีด้ วย
ผูวิจัยขอขอบคุณผูบริหารและคณาจารยของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลัยสงฆเชียงราย ตําบลเวียง อําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และขอบคุณสถาบันวิจัยพุทธศาสตร
ทีส่ ง: เสรมิ สนบั สนุน และใหกาํ ลังใจทุกดาน จนงานเสรจ็ สมบูรณ
นายนเรศร บญุ เลิศ
๐๙ มีนาคม ๒๕๖๐
ง
สารบญั
หนา
บทคัดย:อภาษาไทย............................................................................................................................ ก
บทคัดย:อภาษาอังกฤษ………………………………………………………………….……………………………………… ข
กิตตกิ รรมประกาศภาษาไทย……………………………………………………………………………………………….. ค
สารบญั ………………………………………………………………………………………………..…………………………….. ง
สารบัญตาราง…………………………………………………………………………………………………………………...… ฉ
สารบัญรูปภาพ………………………………………………………………………………………………………..………..… ช
บทที่ ๑ บทนาํ …………………………………………………….……..…………………………….……………..…… ๑
๑.๑ ความสําคัญและที่มาของปญ> หาทท่ี ําการวจิ ยั ...……………………………..……………….….… ๑
๑.๒ วตั ถปุ ระสงคของการของวจิ ยั …………………….………………………………….………..…..…… ๓
๑.๓ ขอบเขตของการวิจัย………………………………………………..............................………….… ๓
๑.๔ นิยามศพั ทท่ีใชในงานวิจยั ……………………………………………………………..………..…..…… ๕
๑.๕ ประโยชนท่ไี ดจากการวยั …………………………………………………………………..........……… ๖
บทที่ ๒ เอกสารและงานวจิ ัยทเี่ กย่ี วของ…………………………………….........................…………….. ๗
๒.๑ ภมู ปิ >ญญาทองถน่ิ ……………………..…………………………………..………………..….…...….… ๘
๒.๒ หลกั ฐานยาสมนุ ไพรทองถิ่น…………………………………………………………………….…… ๒๘
๒.๓ การถ:ายทอดความรสู มุนไพรและการใชประโยชน………………………………………….. ๔๑
๒.๔ ความเขมแข็งชุมชน………………………………………………………………………..………..... ๕๓
๒.๕ พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพแห:งชาติ………………………………………..…………………..…..... ๕๘
๒.๖ งานวิจัยทเ่ี ก่ียวของ…………………………………………………………………..…………..……… ๖๕
บทท่ี ๓ วิธดี าํ เนนิ การวจิ ัย……………………………………………………………………………………..…… ๗๐
๓.๑ รูปแบบการวิจยั …………………………………………………………..….……….………………… ๗๐
๓.๒ ผูใหขอมลู ……………………………………………………………………………………………..…… ๗๔
๓.๓ เคร่อื งมือการวิจยั ……………………………………………..………………………………………… ๗๖
๓.๔ การเกบ็ รวบรวมขอมลู ………………………………………………………………………………… ๘๐
๓.๕ การวิเคราะหและการนําเสนอขอมลู ……………………………………………………………… ๘๓
จ
สารบญั (ตeอ)
บทท่ี ๔ ผลการวิจัย…………………………………………………………………………………….……………… ๘๖
๔.๑ ศึกษากระบวนการสบื สานภมู ิปญ> ญาทองถ่นิ การใชประโยชน
ของสมนุ ไพรเพื่อสุขภาพสรางความเขมแขง็ ชุมชน ………………………………………..……….. ๘๖
๔.๒ ศึกษาการพัฒนาสมุนไพรเพอ่ื สุขภาพสรางความเขมแข็งชมุ ชนเชงิ พาณิชย………... ๑๒๖
๔.๓ องคความรจู ากการวจิ ยั ..............................................................................………... ๑๓๘
บทที่ ๕ สรุป และขอเสนอแนะ…………………………………………………..…………………………….. ๑๔๒
๕.๑ ศึกษากระบวนการสบื สานภมู ิปญ> ญาทองถิ่น การใชประโยชน
ของสมุนไพรเพื่อสุขภาพสรางความเขมแขง็ ชุมชน……………………………………………………….. ๑๔๒
๕.๒ ศึกษาการพฒั นาสมุนไพรเพือ่ สุขภาพสรางความเขมแข็งชมุ ชนเชงิ พาณิชย……..….. ๑๔๕
๕.๓ ขอเสนอองคความรูจากการวิจยั ............................................................................ ๑๔๘
๕.๔ ขอเสนอแนะจากผลการศกึ ษา.............................................................................. ๑๔๙
๕.๕ ขอเสนอแนะสําหรบั การวิจยั คร้ังตอ: ไป................................................................. ๑๕๒
บรรณานกุ รม………………………………………………………….……………………………………….…..... ๑๕๔
ภาคผนวก……………………………………………………………………….……………………………………… ๑๕๖
ผนวก ก เครื่องมือวจิ ัย…………………………………………................................……………… ๑๕๖
ผนวก ข หนงั สอื เชิญ ผูทรงคณุ วฒุ ิ ผูใหขอมูล......….............................................….… ๑๕๘
ผนวก ค ภาพถ:ายการลงพน้ื ที่ทําวจิ ัย การสัมภาษณ…….........…………………..……….… ๑๖๖
ผนวก ง การรบั รองการนําไปใชประโยชน……………………………………….….………..….… ๑๖๙
ผนวก จ ผลผลติ ผลลัพธ และผลพระทบจากงานวจิ ยั ………..…………..……........…….… ๑๗๑
ประวัติคณะวิจยั ………………………..……………………………………………………………………….…..….… ๑๗๓
ฉ
สารบัญตาราง
ตารางท่ี หนา
๑ การสนทนากลุ:มผนู าํ และประชาชน......................................................................................... ๗๒
๒ การสัมภาษณ………................................................................................................................... ๗๔
๓ ข้นั ตอนการดาํ เนนิ งาน.............................................................................................................. ๘๑
๔ ศึกษาการจดั การใชประโยชนสมนุ ไพรสรางชุมชนใหเขมแข็งของชมุ ชน.……………….……………..๘๕
๕ ผูเขารว: มสนทนากลม:ุ การใชประโยชนของสมนุ ไพรกับการสรางความเขมแขง็ ชุมชน………...… ๑๓๒
๖ การวเิ คราะหขอมลู สว: นตวั ของผูตอบแบบสมั ภาษณ……………………………………………………….. ๑๓๓
๔ แนวทางแกไขป>ญหาการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศของนิสติ .........................................… ๔๙
๕ วตั ถปุ ระสงคการใชเทคโนโลยีสารสนเทศของนิสติ ………………………………..………. ๕๐
๖ ระดับการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศของนสิ ิตทางการศึกษา………………………………... ๕๑
๗ ระดับการใชเทคโนโลยีสารสนเทศของนิสิตเพ่ือความบันเทิงของนิสติ …………………… ๕๒ ๕๓
๘ สาเหตุใดทเี่ ลอื กการติดต:อสือ่ สารโดยใชเทคโนโลยสี ารสนเทศของนสิ ติ …………….…… ๕๔
๙ มีเหตผุ ลอยา: งไรทตี่ ัดสนิ ใจใชเทคโนโลยีในการเรยี นในมหาวทิ ยาลยั ของนสิ ิต ……..…… ๕๕
๑๐ มีแรงจงู ใจอย:างไรท่ีเทคโนโลยใี นการเพอื่ เผยแพร:ขอมูลผา: นระบบเครอื ข:ายของนสิ ิต…. ๕๖
๑๑ การตดั สนิ ใจใชเทคโนโลยีในการคนควาขอมลู ของนสิ ติ …………………………………..
ช
สารบญั รปู ภาพ
รปู ภาพที่ หนา
๑ รูปภาพกจิ กรรมดาํ เนนิ การวจิ ยั ............................................................................................. ๑๖๖
บทที่ ๑
บทนาํ
๑.๑ ความสาํ คัญและทมี่ าของปpญหาทท่ี ําการวิจยั
สมุนไพรเป3นพืชท่ีใช ทําเป3นเครื่องยา สมุนไพรกําเนิดมาจาก ธรรมชาติและมีความหมายต:อ
ชวี ติ มนษุ ยโดยเฉพาะ ในทางสขุ ภาพ อันหมายถึงทั้งการส:งเสริมสุขภาพและการรักษาโรค ความหมาย
ของยาสมุนไพรในพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ ไดระบุว:า ยาสมุนไพร๑ หมายความ ยาท่ีไดจาก
พฤกษาชาติ สัตวหรือแร:ธาตุ ซึ่งมิไดผสมปรุงหรือแปรสภาพ เช:น พืชก็ยังเป3นส:วนของราก ลําตน ใบ
ดอก ผล ฯลฯ สมุนไพรมักจะถูกดัดแปลงในรูปแบบต:าง ๆ เช:น ถูกหั่นใหเป3นช้ินเล็กลง บดเป3นผง
ละเอียด หรืออัดเป3นแท:ง สมุนไพรเป3นยาพ้ืนบานแผนโบราณของไทยมาแต:อดีต ประเทศไทยกําลัง
หาทางเขามาลงทุนและคัดเลือกสมุนไพรนําไปใชสกัดหาตัวยาเพื่อ รักษาโรคบางชนิด สมุนไพรเป3นพืช
อีกกลุ:มหน่ึง ซ่ึงมีการปลูกใชประโยชนมานานแลว เพราะบางชนิดสามารถนํามารับประทานเป3น
อาหารใหคุณค:าทางอาหารและยังใหรสชาติท่ีทําใหเจริญอาหาร สมุนไพรหลายชนิดยังมีสรรพคุณเป3น
ยารักษาโรค ช:วยย:อย อาหาร แกอาการทองอึด ทองเฟ|อ ในอดีตการปลูกสมุนไพรมักกระทํากันใน
ลักษณะการปลูกผักสวนครัว ริมรั้ว หลังบาน จะใชประโยชนเมื่อใดก็สามารถเก็บเก่ียวไดทันที
สมุนไพรบางอย:างท่ีมีสรรพคุณเป3นยา สามารถนํามาสกัดเอาสารท่ีมีอย:ูภายในมาใชทํายาสมุนไพร
หรือนาํ ไปเป3นสว: นประกอบของของใชเพื่อการอุปโภคในชวี ติ ประจําวนั
ภูมิป>ญญาการแพทยแผนไทยในทองถิ่นเป3นการดูแลสุขภาพในชุมชนแบบพื้นบาน ซึ่งมีความ
หลากหลายเป3นเอกลักษณท่ีแตกต:างกันไปตามแต:ละสังคม วัฒนธรรม กล:ุมชาติพันธุ รูปแบบการ
รกั ษามีทั้งการใชยาสมนุ ไพร การนวด การผดุงครรภ ตลอดจนการรักษาทางจิตใจโดยใชพิธีกรรมหรือ
คาถาต:าง ๆ ซึ่งสามารถตอบสนองต:อความตองการทางดานการรักษาสุขภาพ ความเจ็บปzวยของ
ประชาชนได จากการรับวัฒนธรรมภายนอกท่ีมาจากการท:องเที่ยวและสื่อต:าง ๆ สิ่งเหล:านี้ส:งผลให
ภูมิป>ญญาและองคความรูการดูแลสุขภาพในชุมชนไม:ไดรับการพัฒนาถูกทอดท้ิงจากคนร:ุนใหม:
๑ พระราชบัญญตั ิยา พ.ศ. ๒๕๑๐ , หนา ๓.
๒
ขาดการสืบทอดและผูรูส:วนใหญ:เป3นผูสูงอายุซ่ึงนับวันจะมีจํานวนลดลงตามลําดับ ทําใหชุมชนรับ
ประโยชนจากภูมิป>ญญาการแพทยพื้นบานมีนอยท้ังที่ความรูเหล:านี้สามารถช:วยดูแลรักษาความ
เจ็บปวz ยใหกับชาวบานมาเป3นเวลานานหลายชวั่ อายุคน ตั้งแต:ตัวหมอพ้ืนบานตําราพันธุพืชท่ีใชเป3นยา
สมุนไพร วิธีการการรักษาโรค ตลอดจนสังคมวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตชุมชนมรดกของ
ทองถิ่นควรจะเก็บรวบรวมอนุรักษฟGFนฟูภูมิป>ญญาการแพทยพื้นบานไทยใหสืบทอดส:ูรุ:นลูก หลาน
ประโยชนของสมุนไพรไดมีการศึกษา คนควารวบรวมในแต:ละทองถิ่น การศึกษาเพื่อนําร:องการฟFGนฟู
อนุรักษวัฒนธรรมโบราณ การจัดตั้งชมรมแพทยแผนไทยตลอดจนขยายการพัฒนาชุมชนสรางความ
เขมแข็งในกับทองถ่ิน ชุมชนไดใชประโยชนสมุนไพรในการักษา เราจึงตองศึกษาเกี่ยวกับยาสมุนไพร
แลวนํามาใชใหเปน3 ประโยชนมากขึ้น
การขาดความรูความเขาใจสรางภูมิคุมกันที่ถูกตองและเหมาะสมของการดูแลสุขภาพของ
ชุมชน ส:งใหคนในชุมชนเกิดการเจ็บปzวยเพ่ิมเป3นจํานวนมากในแต:ละพ้ืนท่ี สาเหตุจากการไม:ดูแล
ตนเองและการเลือกวิธีการรักษาที่ไม:ถูกตองจากการกินยาที่ซ้ือจากรานคาท่ีไม:มีความรูในดานเภสัช
กรรม การเป„ดกระแสบริโภคนิยมแบบตะวันตกไดรับความนิยมจากชุมชนมากข้ึนตามลําดับเนื่องจาก
สะดวก ง:าย และครอบครัวกาวส:ูสังคมเศรษฐกิจ การสรางจิตสํานึกและการอนุรักษ สืบสานสมุนไพร
ทองถิ่นจะนอยลงเร่ือย ๆ การรักษาแพทยป>จจุบันจึงเป3นท่ีนิยมและจะตองเสียค:าใชจ:ายเป3นจํานวน
มากในการรกั ษาแตล: ะคร้ัง
การสืบสานสมุนไพรทองถิ่นเพื่อสุขภาพของคนในชุมชนจึงเป3นทางเลือกหน่ึงที่จะตองมีการ
ฟGFนฟู สืบสาน ส:งเสริม ในระดับหม:ูบาน การส:วนร:วมของชุมชนจึงเป3นความรับผิดชอบส:วนหนึ่งที่
จะตองนํามาปฏิบัติใหสัมฤทธ์ิผล การรื้อฟGFนชุมชนสุขภาพจึงจะตองดําเนินควบคู:กับวิถีชีวิตประจําวัน
และการสรางจติ สํานึกหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมตลอดการเรียนรูของคนในทองถ่ิน
ไดมีส:วนร:วม การบริหารจัดการอย:างยั่งยืน แผนพัฒนาการสาธารณสุขตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสังคมแห:งชาติ มีการกระจายบริการสารธารณสุขชุมชนในภูมิภาคและชนบทและนโยบายการ
สาธารณสุขมูลฐานมาปฏบิ ตั ติ ามเป|าหมายและยุทธศาสตรสุขภาพดี๒ หลักการและวิธีการดูแลสุขภาพ
การป|องกันโรค และการสรางเสริมสุขภาพตามกรรมวิธีการแพทยแผนไทย พระราชบัญญัติสุขภาพ
แห:งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ สุขภาพเป3นภาวะของมนุษยท่ีสมบูรณท้ังทางกาย ทางจิต ทางป>ญญา และทาง
สังคม เชื่อมโยงกันเป3นองครวมอย:างสมดุล ตามธรรมนูญว:าดวยระบบสุขภาพแห:งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒
การเสริมสรางสขุ ภาพมง:ุ สง: เสริมและสนับสนนุ ใหบุคคลมสี ขุ ภาวะทางกาย จิต ป>ญญา และสังคม โดย
สนับสนุนพฤติกรรมบุคลและการจัดการส่ิงแวดลอมและสภาพแวดลอม เพื่อส:งเสริมสุขภาพและ
คุณภาพชีวิตที่ดีขงบุคคลครอบคัว ชุมชน และสังคม ภูมิป>ญญาทองถ่ินดานสุขภาพม:ุงเนนในดานองค
๒ ประพจน เภตรากาศ และคณะ, ระบบสุขภาพ,(กรุงเทพฯ : มูลนธิ เิ พอ่ื เด็กพิการ, ๒๕๕๕), หนา ๓๕.
๓
ความรู ความคิด ความเช่ือ และความชํานาญในการดูแลสุขภาพโดยอาศัยความรูท่ีไดส่ังสม ถ:ายทอด
และพัฒนาสืบต:อกันมาในทองถ่ิน ซึ่งรวมถึงการแพทยแผนไทย การแพทยพ้ืนบาน และการแพทย
ทางเลอื กอ่ืน ๆ ทป่ี ระชาชนและชุมชนใชในการดูแลสุขภาพอย:างสอดคลองกับทองถิ่น การแพทยแผน
ไทยเป3นการดูและสุขภาพโดยอาศัยความรูหรือตําราการแพทยแบบไทยท่ีไดสั่งสม ถ:ายทอด และ
พัฒนาสืบต:อกันมา การศึกษาจากสถานศึกษาท่ีรับรองโดยกฎหมายว:าดวยการประกอบโรคศิลปะ ให
ครอบคลมุ การใชเครื่องมือวิทยาศาสตรการแทยบางอยา: งประกอบการวินิจฉัยและการบําบัดโรคตามท่ี
กฎหมายกําหนด การสรางความรูดานสุขภาพโดยการใชประโยชนจากสมุนไพรเป3นการสรางองค
ความรูจากการปฏิบัติ การจัดการความรู การแลกเปลี่ยนความรู การส:งสมความรูและประสบการณ
การศกึ ษาวจิ ัย การสงั เคราะหความรแู ละขอมูลท่เี กี่ยวของกับสุขภาพและระบบสุขภาพ๓
ความจําเป3นที่สําคัญในการศึกษาวิเคราะห รูปแบบการพัฒนาการใชประโยชนของสมุนไพร
เพ่ือสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน รูปแบบวัฒนธรรมของการอนุรักษ ฟFGนฟู สืบสานเป3นรูปแบบ
เครือขา: ย และส:งเสริม สนับสนนุ ระดบั ทองถ่นิ สร:ู ะดบั สากล
๑.๒ วัตถปุ ระสงค
๑. เพื่อศึกษากระบวนการสบื สานภูมปิ ญ> ญาทองถิ่น การใชประโยชนของสมุนไพรเพ่ือสุขภาพ
สรางความเขมแขง็ ชมุ ชน
๒. เพือ่ ศึกษาการพฒั นาสมนุ ไพรเพื่อสุขภาพสรางความเขมแขง็ ชุมชนเชิงพาณชิ ย
๑.๓ ขอบเขตของการวิจัย
การวจิ ัยในคร้ังน้เี ปน3 การวิจยั เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารแบบมีส:วนร:วม(Participation Action Research)
โดยมีการวิเคราะหขอมูลในเชิงคุณภาพ เพื่อใหเกิด ผลลัพธ องคความรูของกระบวนการสืบสานภูมิ
ป>ญญาทองถิ่น การใชประโยชนของสมุนไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชนและการบริหาร
จัดการชุมชนทองถิ่นผูวิจัยไดกําหนดขอบเขตการวจิ ยั ออกเป3น ๓ ส:วน คือ ขอบเขตดานสถานท่ีทําการ
วจิ ัย ขอบเขตดานประชากรท่ีศึกษาขอบเขตของเนอื้ หาสาระท่ีศึกษา และขอบเขตดานเวลา
ดงั นี้
๓ พระวิชิต ธมมฺ ชิโต และคณะ, ตาํ ราการสรางเสรมิ สุขภาพวิถีไทย,(กรุงเทพฯ : มูลนธิ สิ าธารณสุขกับ
การพฒั นา, ๒๕๕๕), หนา ๑.
๔
๑.๓.๑ ขอบเขตดานเนื้อหา ศึกษาเน้ือหาไดมุ:งวิจัยเฉพาะการมีส:วนร:วมในการจัดการการใช
ประโยชนของสมุนไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน ซ่ึงสามารถม:ุงศึกษาประเด็นการวิจัย
ดงั ตอ: ไปน้ี
๑. ลกั ษณะขอมูลพื้นฐานของการใชประโยชนของสมนุ ไพรในทองถ่นิ
๒. ความสมั พันธของชมุ ชนกับการใชประโยชนของสมุนไพร
๓. กระบวนการบริหารจดั การกระบวนการอนุรกั ษและสืบสานการใชประโยชนของสมุนไพร
ทองถ่ินในจงั หวดั เชยี งราย
๔. แนวทางการแกไขปญ> หา และการพัฒนาการใชประโยชนของสมนุ ไพรทองถน่ิ
๕. กระบวนการบริหารจัดการของคนในชมุ ชนต้งั แต:อดีตถึงป>จจบุ ัน
๖. การสง: เสริมการพัฒนาความสัมพนั ธเครือข:ายสมุนไพร
๗. กระบวนความรว: มมือและบทบาทในองคกรเครือขา: ยการใชประโยชนของสมนุ ไพร
ขอบเขตดานประชากร
ประชากร ในการศึกษาวิจัยการจัดการการใชประโยชนของสมุนไพรเพื่อสุขภาพสรางความ
เขมแข็งชุมชนซ่ึงประกอบดวย ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย การเลือกกล:ุมตัวอย:าง
ใชสุม: แบบเจาะจง ซ่งึ เปน3 คนในพื้นทีเ่ ป|าหมายการวจิ ัย ในการจัดการการใชประโยชนของสมุนไพรเพ่ือ
สุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชนนําทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมไปใชอย:างมีคุณภาพ โดยใช
นโยบายและกลไกลการปกครองเป3นแนวทางในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมภายใต
ความร:วมมือของชุมชน ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย สมาชิกสภาหมอเมืองลานนา
เชียงราย(ผูผลิต) จํานวน ๑๐ คน ผูนําทองถิ่น จํานวน ๔ คน ประชาชนที่ใชประโยชนของสมุนไพร
จาํ นวน ๒๐ คน โดยใชวิธีการเจาะจงตามการศกึ ษาวจิ ัย จํานวน ๓๔ คน
๑.๓.๒ ขอบเขตการศึกษาดานพื้นที่ ประชากร และกลุeมตัวอยeาง การศึกษาในคร้ังนี้
ประกอบดวยประชากรกลม:ุ ตัวอย:าง และผใู หขอมูล ดังน้ี
จากการศึกษาวิจัยการใชประโยชนของสมุนไพรเพื่อสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชนเปน
แนวทางในการบริหารจดั การการใชประโยชนของสมุนไพรเพอ่ื สุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน ตําบล
ยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวดั เชยี งราย ตามแผนพัฒนาการสาธารณสุขตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสังคมแห:งชาติ มีการกระจายบริการสารธารณสุขชุมชนในภูมิภาคและชนบทและนโยบายการ
สาธารณสุขมูลฐานมาปฏิบัติตามเป|าหมายและยุทธศาสตรสุขภาพดี การสรางเสริมสุขภาพตาม
กรรมวิธีการแพทยแผนไทย พระราชบญั ญัตสิ ขุ ภาพแห:งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ สขุ ภาพเป3นภาวะของมนุษย
ทส่ี มบูรณทั้งทางกาย ทางจิต ทางป>ญญา และทางสังคม เชื่อมโยงกันเป3นองครวมอย:างสมดุล สําหรับ
ประชากรและกลมุ: ตัวอยา: งนั้น ประกอบดวย
๑) สมาชกิ สภาหมอเมืองลานนาเชียงราย(ผผู ลิต) จํานวน ๑๐ คน
๒) ผูนําทองถนิ่ จํานวน ๔ คน ๕
๓) ประชาชนทใี่ ชประโยชนของสมนุ ไพร จํานวน ๒๐ คน
๑.๓.๓ขอบเขตดานระยะเวลา ศึกษาระหวา: งป‰ ๒๕๖๐-๒๕๖๑ Outcome
กรอบแนวคิดในการวจิ ัย - องคความรู
จากการบรหิ าร
Input Process Output จดั การชมุ ชน
ภมู ปิ ญ> ญาทองถ่นิ -กิจกรรมการ -ประชาชนและ -องคความรู
-สมุนไพร มีส:วนรว: ม ชมุ ชนมีความ เกีย่ วกับการ
-วิถีชุมชน ระหว:างชมุ ชน เขมแข็ง สบื สาน
-บรบิ ทการใชประโยชน ภาครฐั และ -ชุมชนตนแบบ -สรางนักวิจัยท่ี
ของสมุนไพร เอกชน การเรยี นรกู ารใช เปน3 ผูรูในชมุ ชน
ดานการพัฒนาชุมชน -การสนทนา ประโยชนของ
-การมสี :วนร:วม กลม:ุ ยอ: ย สมุนไพร
-บริหารจดั การในชุมชน -ชุดความรู และ
-เครือข:ายสภาหมอเมือง องคความรจู าก
ลานนาเชียงราย ชมุ ชน
๑.๔ นยิ ามศัพททใี่ ชในการวิจยั
นวัตกรรม หมายถึง การทําสิ่งต:าง ๆ ดวยวิธีใหม: ๆ และการเปล่ียนแปลงทางความคิด การ
ผลิต กระบวนการ การปฏิบัติ หรือส่ิงประดิษฐใหม: ๆ ท่ียังไม:เคยมีใชมาก:อน หรือเป3นการพัฒนา
ดัดแปลงมาจากของเดิมท่มี ีอย:แู ลว ใหทันสมยั และใชไดผลดียง่ิ ขนึ้
สืบสาน หมายถงึ การปฏิบัตติ ดิ ตอ: กันมา หรือการถา: ยทอดตดิ ตอ: กันมา
ภูมิป>ญญาทองถิ่น หมายถึง ความรูของชาวบานในทองถิ่น ซ่ึงไดมาจากประสบการณ และ
ความเฉลียวฉลาดของชาวบาน รวมท้ังความรูที่ส่ังสมมาแต:บรรพบุรุษ สืบทอดจากคนร:ุนหน่ึงไปสู:คน
อีกรุ:นหนึ่ง ระหว:างการสืบทอดมีการปรับ ประยุกตและเปลี่ยนแปลง จนอาจเกิดเป3นความรูใหม:ตาม
สภาพการณทางสงั คมวัฒนธรรม และสิง่ แวดลอม
ฟGFนฟู หมายถึง การร้ือฟFGนส่ิงท่ีดีงามที่หายไป เลิกไป หรือกําลังจะเลิก ใหกลับมาเป3น
ประโยชน เช:นการรือ้ ฟนFG ดนตรีไทย
๖
สมุนไพร หมายถึง พืชท่ีมีสรรพคุณในการรักษาโรค หรืออาการเจ็บปzวยต:าง ๆ การใช
สมุนไพรสําหรับรักษาโรค หรืออาการเจ็บปzวยต:างๆ น้ี จะตองนําเอาสมุนไพรตั้งแต:สองชนิดขึ้นไปมา
ผสมรวมกนั ซ่งึ จะเรยี กว:า "ยา" ในตาํ รบั ยา
การใชประโยชนจากสมุนไพร หมายถึง การนําพืชสมุนไพรมาใชประโยชนในดานการ
บาํ บัดรักษาโรค เชน: การกินสด การอบสมนุ ไพร การนวด การทา และการประคบ
๑.๕ ประโยชนทไ่ี ดจากการวจิ ัย
๑. ชุมชนมีส:วนร:วมในการพัฒนาทองถิ่น สืบทอด ภูมิป>ญญาทองถ่ินใหกับเยาวชนร:ุนหลังได
เรียนรู และอยู:กบั ชุมชน
๒. ชุมชนมคี วามรคู วามสามารถในการสืบสานภูมิปญ> ญาทองถิ่นเพอ่ื เป3นแนวทางใหหน:วยงาน
ทเ่ี ก่ยี วของนาํ ไปเปน3 เครือ่ งมอื ในการสืบสานภมู ปิ ญ> ญาระดับภาค และประเทศ
๓. ฐานขอมูลทเ่ี กยี่ วกับทรัพยากรในทองถ่ินท่ีเอ้ือประโยชนต:อการสืบสานภูมิป>ญญาทองถิ่น
ในระดับทองถนิ่
๔. ชุมชนมีส:วนร:วมในการสรางเครือข:ายการสืบสานภูมิป>ญญาทองถิ่นร:วมกับภาครัฐและ
เอกชนอย:างมีระบบ
๕. ชุมชนมีการส:งเสรมิ การสืบสานภูมิป>ญญาทองถน่ิ ในเชิงรุกผ:านระบบเครือข:าย
๖. ส:งเสริมการสบื สานภูมปิ ญ> ญาทองถน่ิ แบบมสี ว: นร:วมในพืน้ อ่นื ๆ ได
๗. ชมุ ชนมคี วามเขมแขง็ ในการบรหิ ารจัดการอย:างสมดลุ และใหเกิดประสทิ ธภิ าพสงู สุด
บทท่ี ๒
เอกสารและงานวิจยั ทเี่ ก่ียวของ
การศึกษาเรื่องนวัตกรรมการใชประโยชนของสมุนไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเข็มแข็งชุมชน
เกิดจากภูมปิ ญ> ญาทองถ่นิ ทเ่ี ปน3 พื้นฐานของความรูชาวบานท่ีเรียนรูจากประสบการณท่ีมีการสืบต:อกัน
มาทั้งทางตรงและทางออม แลวมีการเลือกสรรปรับปรุงองคความรูจนเกิดทักษะ ความชํานาญท่ี
สามารนํามาแกไขชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับการเปล่ียนแปลงทางสังคม ผูวิจัยไดศึกษา
เอกสาร ตาํ รา และงานวิจัยทเ่ี กย่ี วของ โดยจะนําเสนอเป3น ๖ ประเดน็ ดังน้ี
๒.๑ ภูมปิ >ญญาทองถ่ิน
๒.๑.๑ ความหมายภูมปิ >ญญาทองถ่นิ
๒.๑.๒ ความสําคญั ภมู ิป>ญญาทองถน่ิ
๒.๑.๓ ลักษณะภูมปิ ญ> ญาทองถิ่น
๒.๑.๔ ประเภทภมู ิปญ> ญาทองถนิ่
๒.๑.๕ ความเป3นมาของภูมปิ >ญญาทองถนิ่ ของภาคเหนือ
๒.๑.๖ ความเป3นมาของภมู ปิ ญ> ญาทองถน่ิ ของจงั หวัดเชยี งราย
๒.๒ หลกั ฐานยาสมุนไพรทองถิน่
๒.๒.๑ ยาสมุนไพร
๒.๒.๒ การใชประโยชนสมุนไพรรักษาโรค
๒.๓ การถ:ายทอดความรสู มุนไพรและการใชประโยชน
๒.๓.๑ หลกั การเกบ็ สมุนไพร
๒.๓.๒ การคดั เลือกสมุนไพรมาใช
๒.๔ ความเขมแขง็ ชมุ ชน
๒.๑.๑ ความหมายของชมุ ชนความเขมแข็ง
๒.๑.๒ องคประกอบของชมุ ชนความเขมแข็ง
๒.๑.๓ ลกั ษณะของชมุ ชนความเขมแขง็
๒.๑.๔ เสรมิ สรางความเขมแขง็ ชมุ ชน
๒.๕ พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพแหง: ชาติ
๒.๖ งานวิจยั ที่เก่ยี วของ
๘
๒.๑ ภมู ิปญp ญาทองถิน่
ภูมิป>ญญาทองถิ่นเป3นความรูท่ีเกิดจากประสบการณในชีวิตของคนความสามารถ ทักษะ
ความเชอื่ และศกั ยภาพในการแกปญ> หาของมนุษยที่สืบทอดกันมาจากอดีตถึงป>จจุบันดวยกาเช่ือมโยง
สหวทิ ยาการทุกสาขาวิชา ภูมิปญ> ญาไทย (Thai wisdom) ท่ีเกิดจากการใชวิถีชีวิตของคนในชุมชนท่ีมี
การถ:ายทอดความรู ความสามารถ ทักษะและเทคนิคการตัดสินใจผลิตผลงานของบุคคล การแกไข
ป>ญหาท่ีเกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง และพัฒนาวิถีชีวิตใหเขากับสถานการณท่ีเป3นป>จจุบัน ภูมิป>ญญา
ชาวบานทเี่ ปน3 การคนหาองคความรูที่ซุกซ:อนอย:ูในชุมชนการสะสมจากบรรพบุรุษท่ีไดรวบรวมจากใบ
ลานป>Œบสา ถอดมาเป3นชุดความรูชุมชนที่ผสมผสานกับวิทยาการสมัยใหม:ใหคนในชุมชนไดมีการคิด
ดวยตนเอง พงึ พาตนเองได ส่งิ ท่คี นหา คิดขึ้นมาจะนํามาแกป>ญหาในพ้ืนท่ีไดอย:างเหมาะสมตามสภาพ
ภูมิประเทศ วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมที่มีอย:ูในชุมชน ภูมิป>ญญาไทยและภูมิ
ปญ> ญาทองถนิ่ เปน3 องคความรู และเทคนิคท่นี าํ มาใชในการแกปญ> หาและการตัดสินใจรวมกันกับคนใน
ทองถิ่นนั้น และไดมีการปฏิบัตสิ ืบทอดกันมาตัง้ แตร: :ุนสรู: ุ:นทําใหความสัมพนั ธในระดับครอบครัวของคน
ในทองถิ่นมีความเขมแข็ง ภูมิป>ญญาทองถิ่นเป3นความสามารถในการใชความรูสรางสรรคงาน เพ่ือการ
พัฒนา และการดํารงชีวิตของคนในทองถ่ิน มีการสืบทอดสู:คนร:ุนหลัง เป3นมรดกทางภูมิป>ญญาที่ได
แยกออกในการศกึ ษาและคนหาอยา: งมรี ะบบ ดงั นี้ ๑. ภูมิป>ญญาท่ีเก่ียวกับความเชื่อและศาสนา ไดแก:
การนับถือศาสนา การนับถือผีสาง เทวดา ฤกษ ยาม ๒. ภูมิป>ญญาท่ีเกี่ยวกับศิลปะพ้ืนบาน ไดแก:
ผลงานศิลปะต:างๆ ที่ไดพัฒนาจนกลายเป3นศิลปะท่ีมีคุณค:าเฉพาะทองถ่ิน ๓. ภูมิป>ญญาท่ีเกี่ยวกับ
การละเล:นพ้ืนบาน ไดแก: การละเล:นที่แสดงใหเห็นถึงวิถีชีวิตของชาวบานในภูมิภาคต:างๆ ๔. ภูมิ
ป>ญญาที่เก่ียวกับศิลปวัฒนธรรม เช:น ภาพเขียนฝาผนัง การปG>นพระพุทธรูป การสรางเจดีย โบสถ
วิหาร ๕. ภูมิป>ญญาท่ีเก่ียวกับการดํารงชีวิตตามสภาพแวดลอมทางธรรมชาติ เช:น การกินอยู:อาศัย
การประกอบอาชพี
ประเทศไทยมีวัฒนธรรมท่ีคลายคลึงกันจะแตกต:างกันในทางปฏิบัติในแต:ละทองถ่ิน
วัฒนธรรมมีการคิดคน ดัดแปลง สรางสรรคผลงานจนเป3นเอกลักษณประจําทองถ่ินดวยฝ‰มือทางดาน
ช:าง ที่ฝก• ฝนและผลติ สืบตอ: กนั มาหลายรนุ: ภูมิป>ญญาชาวบานซึ่งเป3นความรูของชาวบาน ซ่ึงเรียนรูมา
จากปzู ยา: ตา ยาย ผูมีความรูในหม:ูบานในทองถิ่น(ปราชญ) ภูมิป>ญญาชาวบานซ่ึงเป3นการทํามาหากิน
ในชีวิตประจําวันของคนในทองถิ่นที่จะมีความจําเป3นจะตองทําเพื่อความอย:ูรอดของครอบครัว เป3น
การดําเนนิ ชวี ิตท่ีอยกู: ับวถิ ีชุมชน ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมในทองถน่ิ ของตนเองอย:างมีระบบเหมาะสม
กับพื้นท่ีน้ันทั้งการจับปลา การจับสัตว การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว การทอผา การทําเคร่ืองมือ
การเกษตร ตลอดถงึ การพัฒนาการเกษตรท่ีเขากับสถานการณท่ีเป3นป>จจุบัน ภูมิป>ญญาที่ไดสะสมจาก
๙
คนร:ุนเก:า หรือร:ุนสู:ร:ุนเป3นความรูความสามารถท่ีบรรพบุรุษไดสรางสรรคและถ:ายทอดมาใหเรามี
วิธีการหลายอย:างที่ทําใหความรูพื้นฐานใหกับการดําเนินการในชีวิตที่จะตองเผชิญกับป>ญหาอุปสรรค
ในทุกวันน้ี เช:น ๑.การฟxwนฟู การร้ือฟFGนส่ิงที่ดีงามท่ีหายไป เลิกไป หรือกําลังจะเลิก ใหกลับมาเป3น
ประโยชน เช:น ดนตรีไทย การแต:งกายดวยชุดไทย ๒. การอนุรักษ การบํารุงรักษาส่ิงที่ดีงามไว
ประเพณี หัตถกรรม และคุณค:าหรือการปฏิบัติตนเพ่ือความสัมพันธอันดีกับคนและส่ิงแวดลอม ๓.
การประยุกต การปรับหรือการผสมผสานสหวิทยาการใหเหมาะสมสถานการณป>จจุบัน การต้ัง
ธนาคารขยะเพ่ือจะกําจัดขยะอย:างมีระบบ ถูกวิธี การใชยาสมุนไพรรักษาก:อนไปหาหมอใน
โรงพยาบาล การทําพิธีบวชตนไมการปลูกปzา เพื่อใหเกิดสํานึกการอนุรักษธรรมชาติ รักษาปzามาก
ยิ่งขนึ้ การประยกุ ตประเพณกี ารทาํ บุญขาวเปลือกท่ีวัด มาเป3นการสรางธนาคารขาว เพ่ือช:วยเหลือผูที่
ขาดแคลน ๔. นวตั กรรม การคนคิดใหม:ท่ีนํามาใชในชีวิตประจําวัดเพื่อวัตถุประสงคประหยัดแรงงาน
เพ่ิมคุณภาพผลผลิต และลดตนทุน การสรางธนาคารขาว ธนาคารโคกระบือ การรวมกลุ:ม
แมบ: าน เยาวชน การรวมกล:มุ เพ่อื ทาํ กจิ กรรมอย:างใดอย:างหนงึ่ เพอื่ ท่ีจะทําใหมีส:วนร:วมในการบริหาร
จดั การชุมชนเพอื่ ใหเกดิ ความเขมแข็ง
ภูมิป>ญญาเป3นความรูที่มีคุณธรรมเกี่ยวของกับการดําเนินชีวิต เป3นแนวทาง หลักเกณฑ วิธี
ปฏบิ ัติท่ีเกยี่ วกับความสมั พันธระหวา: งสมาชกิ ของครอบครวั ความสมั พันธกบั คนอืน่ ความสัมพันธกับผู
ลว: งลับไปแลว กับส่ิงศกั ดสิ์ ิทธิ์ และกับธรรมชาตแิ ละคนกับส่งิ เหนือธรรมชาติ สอดคลองกับวิถีชีวิตของ
ชาวบานมีความสัมพันธกับวิถีชีวิตคนในชุมชนทั้งการทํามาหากินในชีวิตประจําวันของคนในชุมชนทั้ง
การทําไร:ทํานา การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว การจับปลา จับสัตว การผา ท้ังผาฝ|ายและผาไหม ซ่ึงมี
ลวดลายที่สะทอนใหเห็นถึงความเชื่อและความคิดของชาวบาน การทําเคร่ืองปG>นดินเผา การแกะสลัก
ไมและหิน การรว: มกันในชุมชน การปฏบิ ตั ิศาสนา พิธีกรรมและประเพณี
๒.๑.๑ ความหมายภมู ปิ ญp ญาทองถ่ิน
ภูมิป>ญญาทองถิ่น หรือ ภูมิป>ญญาชาวบาน หมายถึง ความรูของชาวบานในทองถ่ิน ซึ่งไดมา
จากประสบการณ และความเฉลียวฉลาดของชาวบาน รวมทั้งความรูที่สั่งสมมาแต:บรรพบุรุษ สืบทอด
จากคนรน:ุ หนงึ่ ไปส:คู นอีกร:ุนหน่งึ ระหว:างการสืบทอดมกี ารปรบั ประยกุ ตและเปลี่ยนแปลง จนอาจเกิด
เป3นความรใู หม:ตามสภาพการณทางสงั คมวัฒนธรรม และสง่ิ แวดลอม
ภูมิป>ญญาเป3นความรูท่ีประกอบไปดวยคุณธรรม ซึ่งสอดคลองกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบาน
ในวิถีด้ังเดิมน้ัน ชีวิตของชาวบานไม:ไดแบ:งแยกเป3นส:วนๆ หากแต:ทุกอย:างมีความสัมพันธกัน การทํา
มาหากิน การอย:ูร:วมกันในชุมชน การปฏิบัติศาสนา พิธีกรรมและประเพณีความรูเป3นคุณธรรม เม่ือ
ผูคนใชความรูนั้นเพื่อสรางความสัมพันธท่ีดีระหว:าง คนกับคน คนกับธรรมชาติ และคนกับส่ิงเหนือ
ธรรมชาติความ สัมพันธที่ดีเป3นความสัมพันธท่ีมีความสมดุล ที่เคารพกันและกัน ไม:ทํารายทําลายกัน
ทําใหทกุ ฝาz ยทุกสว: นอยรู: :วมกันไดอยา: งสนั ติ ชมุ ชนดง้ั เดิมจงึ มกี ฎเกณฑของการอยู:ร:วมกัน มีคนเฒ:าคน
๑๐
แก:เป3นผูนํา คอยใหคําแนะนําตักเตือน ตัดสิน และลงโทษหากมีการละเมิด ชาวบานเคารพธรรมชาติ
รอบตัว ดิน น้ํา ปzา เขา ขาว แดด ลม ฝน โลก และจักรวาล ชาวบานเคารพผูหลักผูใหญ: พ:อแม: ปูzย:า
ตายาย ทัง้ ทีม่ ชี ีวติ อย:แู ละล:วงลับไปแลว
ภูมิป>ญญา หมายถึง พื้นฐานความรูความสามารถ ความคิด ความเช่ือ ความสามารถทาง
พฤตกิ รรม ความสามารถในการแกไขปญ> หา โดยใชประสบการณทสี่ ่งั สมไวในการปรับตัว และดํารงชีพ
ในสภาพแวดลอมทางธรรมชาติ โดยใชประสบการณท่ีสั่งสมไวในการปรับตัว และดํารงชีพใน
สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมทางสังคมและวัฒนธรรมท่ีไดมีการพัฒนาสืบสานกันมา
อันเป3นผลของการใชสติป>ญญาปรับตัวใหเขากับสภาพต:าง ๆ ในพ้ืนที่ท่ีกลุ:มชนเหล:าน้ันตั้งถ่ินฐานอย:ู
รวมทั้งไดมกี ารแลกเปลี่ยนวฒั นธรรมกับกลมุ: อ่ืน
ภูมิป>ญญาไทย คือ องคความรูของชาวบาน หรือทุกส่ิงทุกอย:างท่ีชาวบานกระทําข้ึนจาก
สติป>ญญา ความรูความสามารถของชาวบานเอง เพื่อใชในการแกป>ญหาหรือการดํารงชีวิตไดอย:าง
เหมาะสมกับยุคสมยั โดยมีกระบวนการสงั่ สม สืบทอด และกลน่ั กรองกันมายาวนาน
ภมู ิปญ> ญาไทยจงึ เปน3 การถ:ายทอดวฒั นธรรมทีม่ คี วามหมายผูกพนั ลึกซ้ึงจากอดีตสู:ป>จจุบัน อัน
แสดงออกถึงการเขาใจมูลเหตุการณสรางสรรคอย:างชาญฉลาด แสดงถึงความมีภูมิป>ญญาของคนไทย
ในสมัยหนึ่ง ที่สามารถคนคิดส่ิงท่ีเป3นระเบียบแบบแผน มีรูปแบบท่ียอมรับกันภายในสังคม เพ่ือเอื้อ
ประโยชนต:อการดํารงชีวิตในการใชชีวิตร:วมกันในสังคมน้ันๆ ท้ังยังมีคุณค:างดงามในรูปแบบของงาน
ศิลปะ ผลงานจากภูมิป>ญญาไทยของคนโบราณจะปรากฏคุณค:าเด:นชัดและน:าหวงแหนเม่ือเราได
ประจักษชัดถึงความสัมพันธทีสอดคลองระหว:างศิลปวัฒนธรรม ประเพณีกับสภาพความเป3นอย:ู วิถี
ชวี ิตของคนในสงั คมแตล: ะยุคสมยั
ภูมิป>ญญาไทยซ่ึงเป3นภูมิป>ญญาของชาวบานแทๆ ที่คนไทยยืดถือสืบทอดกันมาจวบจน
ป>จจุบันนี้ ซึ่งแมแตช: าวต:างชาตติ :างภาษาเมื่อไดมาสัมผัสพบเห็นก็อดที่จะชื่นชมยินดีเสียมิได บางคนก็
ถึงกับลงทุนขามนํ้าขามทะเลมาขอศึกษาเล:าเรียนเพื่อนําไปเผยแพร:ในประเทศของตน ภูมิป>ญญา
เหล:านี้แทรกซมึ อย:ูในสายเลอื ดของคนไทยทุกคน
ภูมิป>ญญา๔ หมายถึง องคความรู ความสามารถและทักษะของคนไทยอันเกิดจากการส่ังสม
ประสบการณที่ผ:านกระบวนการเรียนรู เลือกสรร ปรุงแต:ง พัฒนา และถ:ายทอดสืบต:อกันมา เพ่ือใช
แกป>ญญาและพฒั นาวิถีชีวิตของคนไทยใหสมดลุ กบั สภาพแวดลอมและเหมาะสมกบั ยคุ สมัย
ภูมิป>ญญาไทย มลี ักษณะเป3นองครวมและมีคณุ ค:าทางงวัฒนธรรมเกิดข้ึนในวิถีชีวิตไทย ซึ่งภูมิ
ป>ญญาทองถ่ินอาจเป3นที่มาขององคความรูท่ีงอกงามขึ้นใหม:ท่ีจะช:วยในการเรียนรู การแกป>ญหา การ
๔ ร:ุง แกมแดง, คeูมือการสรรหาและคัดเลือกครูภูมิปpญญาไทย, (กรุงเทพ : สํานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาแห:งชาติ, ๒๕๔๒), หนา ๓.
๑๑
จัดการและการปรับตัวในการดํา เนินวิถีชีวิตของคนไทย ลักษณะองครวมของภูมิป>ญญา มีความ
เด:นชัดในหลายดาน เช:น
๑. ดานเกษตรกรรม ไดแก: ความสามารถในการผสมผสานองคความรูทักษะและเทคนิคดาน
การเกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพื้นฐานคุณค:าด้ังเดิม ซ่ึงคนสามารถพึ่งพาตนเองใน
สภาวการณต:าง ๆ ได เช:น การทํา การเกษตรแบบผสมผสาน การแกป>ญหาการเกษตรดานการตลาด
การแกปญ> หาดานการผลติ และการรจู ักปรบั ใชเทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมกับการเกษตร เปน3 ตน
๒. ดานอตุ สาหกรรมและหัตถกรรม ไดแก: การรูจักประยุกตใชเทคโนโลยีสมัยใหม:ในการแปร
รูปผลผลิตเพ่ือการบริโภคอย:างปลอดภัย ประหยัด และเป3นธรรม อันเป3นขบวนการใหชุมชนทองถ่ิน
สามารถพ่ึงตนเองทางเศรษฐกิจไดตลอดทั้งการผลิต เช:น การรวมกลุ:มของกล:ุมโรงงานยางพารา กล:ุม
โรงสี กลุ:มหตั ถกรรม เป3นตน
๓. ดานการแพทยแผนไทย ไดแก: ความสามารถในการจัดการป|องกันและรักษา สุขภาพของ
คนในชมุ ชน โดยเนนใหชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองทางดานสขุ ภาพและอนามัยได เช:น ยาจากสมุนไพร
อนั มอี ย:หู ลากหลาย การนวดแผนโบราณ การดูแลและรกั ษาสุขภาพแบบพื้นบาน เป3นตน
๔. ดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ไดแก: ความสามารถ เกี่ยวกับการ
จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมท้ังการอนุรักษ การพัฒนา และการใชประโยชนจาก
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมอย:างสมดุลยและย่ังยืน เช:น การบวชปzา การสืบชะตาแม:นํ้า การ
ทาํ แนวปะการงั เทียมการอนรุ กั ษปzาชายเลน การจัดการปาz ตนนา้ํ และปาz ชมุ ชน เปน3 ตน
๕. ดานกองทนุ และธรุ กิจชุมชน ไดแก: ความสามารถในดานการสะสมและบริหารกองทุนและ
สวัสดิการชุมชน ทั้งที่เป3นเงินตราและโภคทรัพยเพ่ือเสริมสรางความม่ันคงใหแก:ชีวิตความเป3นอย:ูของ
สมาชิกในกลุ:มเช:น การจัดการกองทุนของชุมชนในรูปของสหกรณออมทรัพยรวมถึงความสามารถใน
การจัดสวัสดิการในการประกันคุณภาพชีวิต ของคนใหเกิดความม่ันคงทางเศรษฐกิจ สังคม และ
วฒั นธรรม โดยการจัดตัง้ กองทุนสวสั ดกิ ารรกั ษาพยาบาลของชุมชน และการจดั ระบบสวัสดิการบริการ
ชมุ ชน
๖. ดานศิลปกรรม ไดแก: ความสามารถในการสรางสรรคผลงานทางดานศิลปะสาขาต:าง ๆ
เช:น จิตรกรรม ประติมากรรม นาฏศิลป• ดนตรี ทัศนศิลป• คีตศิลป• การละเล:นพ้ืนบาน และ
นนั ทนาการ
๗. ดานภาษาและวรรณกรรม ไดแก: ความสามารถในการอนุรักษและสรางสรรคผลงานดาน
ภาษาคอื ภาษาถ่นิ ภาษาไทยในภูมิภาคต:างๆ รวมถึงดานวรรณกรรมทองถิ่นและการจัดทํา สารานุกรม
ภาษาถิ่น การปรวิ รรตหนังสอื โบราณ การฟFนG ฟกู ารเรียนการสอนภาษาถนิ่ ของทองถนิ่ ต:าง ๆ
๑๒
๘. ดานปรัชญา ศาสนา และประเพณี ไดแก: ความสามารถประยุกต และปรับใชหลักธรรม
คําสอนทางศาสนา ปรัชญาความเช่อื และประเพณที ่มี ีคุณค:าใหเหมาะสมต:อบริบททางเศรษฐกิจ สังคม
เช:น การถา: ยทอดวรรณกรรม คํา สอน การบวชปzา การประยุกตประเพณบี ุญประทายขาว
๙. ดานโภชนาการ ไดแก: ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐและปรุงแต:งอาหารและยา
ไดเหมาะสมกับความตองการของร:างกายในสภาวการณต:าง ๆ ตลอดจนผลิต เป3นสินคาและบริการ
ส:งออกทไี่ ดรับความนยิ มแพร:หลายมาก รวมถึงการขยายคณุ ค:าเพมิ่ ของทรัพยากรดวย
ภูมิป>ญญา๕ หมายถึง ความรูทเ่ี กดิ จากประสบการณในชีวติ ของคนเราผา: นกระบวนการศึกษา
สังเกตคิดวิเคราะหจนเกิดป>ญญา และตกผลึกมาเป3นองคความรูท่ีประกอบกันขึ้นมาจากความรูเฉพาะ
หลาย ๆ เร่ือง ความรูดังกล:าวไม:ไดแยกย:อยออกมาเป3นศาสตร เฉพาะสาขาวิชาต:าง ๆ ภูมิป>ญญา
ทองถ่ินจดั เป3นพ้นื ฐานขององคความรูสมยั ใหมท: จี่ ะช:วยในการเรียนรู การแกป>ญหา การจัดการ แลการ
ปรับตัวในการดําเนินชีวิตของคนเรา ภูมิป>ญญาทองถ่ินเป3นความรูที่มีอยู:ท่ัวไปในสังคม ชุมชนและใน
การตัวของผูรูเอง หากมีการสืบคนหาเพื่อศึกษา และนํามาใชก็จะเป3นที่รูจักกันเกิดการยอมรับ
ถ:ายทอด และพฒั นาไปสค:ู นร:ุนใหม:ตามยคุ ตามสมยั ได
ภูมิป>ญญาไทย (Thai Wisdom)๖ หมายถึง ความรู ความสามารถ วิธีการ ผลงานท่ีคนควา
รวบรวมและจัดเก็บเป3นความรูโดยถ:ายทอดจากคนรุ:นหนึ่งมาสู:คนอีกรุ:นหน่ึง จนเกิดเป3นผลผลิตท่ีดี
งาม มีคุณค:า มปี ระโยชน สามารถนํามาแกไขป>ญหาและพฒั นาชวี ิตได
๒.๑.๒ ความสําคัญของภูมิปญp ญาทองถ่นิ
ภูมิปญ> ญาไทยจงึ มีความสําคญั ซ่งึ พอจะสรุปไดดังน้ี
๑. ชว: ยสรางชาติใหเปน3 ป•กแผ:นมัน่ คง
๒. สรางความภาคภมู ิใจและศกั ด์ศิ รเี กยี รตภิ มู แิ ก:คนไทย
๓. สามารถปรบั ประยกุ ตหลกั ธรรมคําสอนทางศาสนาใชกบั ชีวิตไดอยา: งเหมาะสม
๔. สรางความสมดลุ ระหวา: งคนกับสงั คมและธรรมชาตไิ ดอยา: งยั่งยืน
๕. ช:วยเปล่ียนแปลงปรับปรงุ วิถีชีวติ ของคนไทยใหเหมาะสมไดตามยุค
ประกอบ ใจม่นั ไดกล:าวถึงความสาํ คัญของภูมปิ >ญญาทองถิ่นไวดังนี้ คือ
๑. ช:วยใหสมาชกิ ในชุมชน หม:ูบานดํารงชวี ติ อยร:ู ว: มกันไดอย:างสงบสุข
๒. ชว: ยสรางความสมดลุ ระหว:างคนกบั ธรรมชาตแิ วดลอม
๕ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, ครกู ับการวจิ ัยเพื่อพฒั นาการเรียนการสอน, (กรงุ เทพ : ครุ ุสภา
ลาดพราว, ๒๕๓๙), หนา ๒.
๖ พระราชสารานกุ รมไทย สาํ หรับเยาวชน ฉบับกาญจนาภิเษก (เลeมที่ ๒๓), หนา ๓๒.
๑๓
๓. ช:วยใหผูคนดํารงตนและปรับเปล่ียนทันต:อความเปล่ียนแปลงและผลกระทบอันเกิดจาก
สงั คมภายนอก
๔. เป3นประโยชนต:อการทํางานพัฒนาชนบทของเจาหนาที่จากหน:วยงานต:าง ๆ เพื่อที่จะได
กาํ หนดท:าทกี ารทาํ งานใหกลมกลืนกับชาวบานมากยิง่ ขึ้น
มาตรา ๗ ในการกระบวนการเรียนรูตองมุ:งปลูกฝ>งจิตสํานึกท่ีถูกตองเกี่ยวกับการเมืองการ
ปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเป3นประมุข รูจักรักษาและส:งเสริมสิทธิ
หนาท่ี เสรีภาพความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป3นมนุษย มีความภาคภูมิใจ
ในความเป3นไทยรูจักรักษาผลประโยชนส:วนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้งส:งเสริมศาสนา ศิลปะ
วัฒนธรรมของชาติการกีฬา ภูมิป>ญญาทองถิ่น ภูมิป>ญญาไทย และความรูอันเป3นสากล ตลอดจน
อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รูจักพ่ึงตนเอง มี
ความริเรม่ิ สรางสรรค ใฝรz ูและเรยี นรดู วยตนเองอย:างต:อเน่อื ง๗
ภมู ปิ >ญญาไท๘ หมายถงึ องคความรู เทคโนโลยี การปฏบิ ตั ิและความหลากหลายทางชีวภาพที่
มีอยู:ในประเทศไทย ซ่ึงครอบคลุมท้ังในบริบทของการแพทยแผนไทยการแพทยพ้ืนบานไทย และ
การแพทยทางเลือก
๒.๑.๓ ลกั ษณะของภมู ิปpญญา
ลักษณะของภูมปิ >ญญา มดี งั น้ี
๑. ภูมิป>ญญาไทย เป3นเรื่องใชความรู (Knowledge) ทักษะ (Skill) ความเช่ือ (Belief) และ
พฤตกิ รรม (Behavior)
๒. ภูมิป>ญญาไทย แสดงถึงความสัมพันธระหว:างคนกับคน คนกับธรรมชาติส่ิงแวดลอมและ
คนกบั ส่ิงเหนือธรรมชาติ
๓. ภูมปิ >ญญาไทย เปน3 องครวมหรอื กิจกรรมทุกอย:างในวถิ ชี ีวิต
๔. ภูมิป>ญญาไทย เป3นเร่ืองของการแกไขป>ญหา การจัดการ การปรับตัว การเรียนรู เพื่อคง
วามอยร:ู อดของบุคคล ชุมชน และสังคม
๕. ภมู ิป>ญญา เป3นแกนหลัก หรือกระบวนทศั นในการมองชวี ิต เป3นพ้นื ความรใู นเร่ืองตา: ง ๆ
๖. ภูมปิ ญ> ญาไทยมลี กั ษณะเฉพาะหรอื มเี อกลักษณในตวั เอง
๗. ภูมิป>ญญาไทยมีการเปลี่ยนแปลง เพ่ือการปรับสมดุลในพัฒนาการทางสังคมตลอดเวลา
ขอบขา: ยของภูมปิ >ญญาไทย
๗ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห:งชาติ, พระราชบัญญัติการศึกษาแหeงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒,
(กรงุ เทพฯ : บรษิ ัทพมิ พดี จาํ กัด, ๒๕๔๒), หนา ๓.
๘ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา(มพท.), ระบบ
สขุ ภาพ, (กรงุ เทพฯ : อษุ ากาพมิ พ, ๒๕๕๕), หนา ๔๖.
๑๔
สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห:งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ไดกําหนดขอบข:ายของภูมิ
ป>ญญาไทยไว ๕ ดาน ดงั น้ี
๑. ภมู ปิ >ญญาดานเกษตรกรรม หมายถึง การผสมผสานการเกษตรและเทคโนโลยโี ดยพัฒนา
บนพืน้ ฐานคุณค:าด้ังเดิม รวมทงั้ ความสามารถในกาแกป>ญหาตา: งๆไดอยา: งมีประสทิ ธภิ าพ
๒. ภูมิป>ญญาดานส่ิงแวดลอม หมายถึง การอนุรักษธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม การ
ถ:ายทอดความรดู ง้ั เดมิ เพอื่ การอนรุ ักษธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอมอยา: งสมดุลและยงั่ ยืน
๓. ภูมิป>ญญาดานการจัดการ สวัสดิการและธุรกิจชุมชน หมายถึง การใชคุณธรรมและ
จริยธรรมในดานการรวมกลุ:มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนใหมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม
และวัฒนธรรม
๔. ภมู ปิ ญ> ญาดานการรักษาโรคและการป|องกัน หมายถึง การสืบทอดความรูดั้งเดิม และการ
ประยกุ ตใชความเช่ือทองถ่นิ เพอ่ื ใหชมุ ชนสามารถพงึ่ ตนเองดานสุขภาพอนามัย
๕. ภูมิป>ญญาดานการผลิตและการบริโภค หมายถึง การประยุกตใชเทคโนโลยีในการแปรรูป
และการผลิตเพื่อการบริโภคอย:างผลิตเพ่ือการบริโภคอย:างปลอดภัย ประหยัดและเป3นธรรม อันเป3น
กระบวนการใหชุมชนทองถน่ิ สามารถพง่ึ ตนเองทางเศรษฐกจิ
๒.๑.๔ ประเภทของภูมิปpญญาทองถิน่
มาตรา ๒๓๙ การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา
ตามอัธยาศัย ตองเนนความสําคัญท้ังความรูคุณธรรม กระบวนการเรียนรูและบูรณาการตามความ
เหมาะสมของแต:ละระดับการศึกษาในเร่ืองต:อไปนี้ (๑) ความรูเร่ืองเก่ียวกับตนเอง และความสัมพันธ
ของตนเองกบั สงั คม ไดแก: ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรูเก่ียวกับประวัติศาสตร
ค ว า ม เ ป3 น ม า ข อ ง สั ง ค ม ไ ท ย แ ล ะ ร ะ บ บ ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง ใ น ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย อั น มี
พระมหากษตั ริยทรงเปน3 ประมุข (๒) ความรูและทักษะดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รวมท้ังความรู
ความเขาใจและประสบการณเร่ืองการจัดการ การบํารุงรักษาและการใชประโยชนจาก
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมอย:างสมดุลย่ังยืน(๓) ความรูเกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม
การกีฬา ภูมิป>ญญาไทย และการประยุกตใชภูมิป>ญญา(๔) ความรู และทักษะดานคณิตศาสตร และ
ดานภาษา เนนการใชภาษาไทยอย:างถูกตอง(๕) ความรู และทักษะในการประกอบอาชีพและการ
ดาํ รงชวี ิตอยา: งมีความสุข
คณะกรรมการการศกึ ษาแห:งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ แบ:งสาขาหรือประเภทของภูมิป>ญญา
ทองถนิ่ ไว ๑๑ สาขา ดงั น้ี
๙ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห:งชาติ, พระราชบัญญัติการศึกษาแหeงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒,
(กรุงเทพฯ : บริษทั พิมพดี จํากดั , ๒๕๔๒), หนา ๗.
๑๕
๑. สาขาเกษตรกรรม
๒. สาขาอตุ สาหกรรมและหัตถกรรม
๓. สาขาการแพทยแผนไทย
๔. สาขาการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม
๕. สาขากองทุนและธุรกิจชุมชน
๖. สาขาสวัสดกิ าร
๗. สาขาศิลปกรรม
๘. สาขาการจัดการองคกร
๙. สาขาภาษาและวรรณกรรม
๑๐. สาขาศาสนาและประเพณี
๑๑. สาขาการศกึ ษา
คณะกรรมการวฒั นธรรมแห:งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม แบ:งประเภทของภูมิป>ญญาทองถิ่นไว
๗ ประเภท ดังนี้
๑. ภมู ปิ >ญญาดานการเกษตร
๒. ภมู ิปญ> ญาดานเศรษฐกจิ
๓. ภูมปิ >ญญาดานศาสนาคุณธรรมจริยธรรมคา: นิยมความเชอื่
๔. ภูมปิ ญ> ญาดานการจดั การทรพั ยากรและการพัฒนาหมูบ: าน
๕. ภมู ปิ >ญญาดานศลิ ปะ
๖. ภมู ปิ >ญญาดานการจัดการส่งิ แวดลอม
๗. ภมู ปิ >ญญาดานภาษาและวรรณกรรม
การจัดแบงe สาขาภูมปิ pญญา
การกําหนดสาขาภูมิป>ญญาไทยไวอย:างหลากหลาย ขึ้นอยู:กับวัตถุประสงค และหลักเกณฑ
ตา: งๆ ทหี่ นว: ยงาน องคกร จัดแบง: สาขาภูมปิ >ญญาไทย ออกเป3น ๑๐ สาขา ดงั น้ี๑๐
๑. สาขาเกษตรกรรม
เกษตรกรรม หมายถึง ความสามารถในการผสมผสานองคความรู ทกั ษะ และเทคนคิ ดานการ
เกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพื้นฐานคุณค:าดั้งเดิม ซึ่งคนสามารถพึ่งตนเองในภาวการณ
ตา: งๆได
๒. สาขาอตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม
อตุ สาหกรรมและหตั ถกรรม หมายถึง การรจู ักประยุกตใชเทคโนโลยีสมยั ใหมใ: นการแปรรปู
๑๐ พระราชสารานกุ รมไทย สําหรบั เยาวชน ฉบบั กาญจนาภิเษก (เลมe ท่ี ๒๓), หนา ๑๙.
๑๖
ผลิตผล เพ่ือชะลอการนําเขาตลาด เพื่อแกป>ญหาดานการบริโภคอย:างปลอดภัย ประหยัดและเป3น
ธรรม อนั เป3นรกระบวนการท่ีทาํ ใหชุมชนทองถิ่น
๓. สาขาการแพทยแผนไทย
การแพทยแผนไทย หมายถงึ ความสามารถในการจัดการป|องกัน และรักษาสุขภาพของคนใน
ชุมชน โดยเนนใหชมุ ชนสามารถพึง่ พาตนเอง ทางดานสขุ ภาพ และอนามยั ได
๔. สาขาการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม หมายถึง ความสามารถเก่ียวกับการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม ทัง้ การอนุรกั ษ การพฒั นา
และการใชประโยชนจากคณุ คา: ของทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดลอม
๕. สาขากองทนุ และธรุ กจิ ชุมชน
กองทุนและธรุ กจิ ชุมชน หมายถึง ความสามารถในกรบรหิ ารจัดการดานการสะสมและบริการ
กองทุน และธุรกิจในชุมชน ท้ังท่ีเป3นเงินตรา และโภคทรัพย เพื่อส:งเสริมชีวิตความเป3นอยู:ของสมาชิก
ในชุมชน
๖. สาขาสวัสดกิ าร
สวัสดิการ หมายถึง ความสามารถในการจัดสวัสดิการในการประกันคุณภาพชีวิตของคนให
เกดิ ความมัน่ คงทางเศรษฐกจิ สังคมและวัฒนธรรม
๗. สาขาศลิ ปกรรม
ศิลปกรรม หมายถงึ ความสามารถในการผลิตผลงานทางดานศลิ ปะสาขาต:างๆ
๘. สาขาการจดั การองคกร
การจัดการองคกร หมายถึง ความสามารถในการบริการจัดการดําเนินงานขององคกรชุมชน
ตา: งๆ ใหสามารถพฒั นา และบริหารองคกรของตนเองได ตามบทบาท และหนาทข่ี ององคกร
๙. สาขาภาษาและวรรณกรรม
ภาษาและวรรณกรรม หมายถึง ความสามารถผลิตผลงานเกี่ยวกับดานภาษา ท้ังภาษาถิ่น
ภาษาโบราณ ภาษาไทย และการใชภาษา ตลอดทงั้ ดานวรรณกรรมทกุ ประเภท
๑๐.สาขาศาสนาและประเพณี
ศาสนาและประเพณี หมายถึง ความสามารถประยุกต และปรับใชหลักธรรมคําสอนทาง
ศาสนาความเช่ือ และประเพณีดั้งเดิมที่มีคุณค:าใหเหมาะสมต:อการประพฤติปฎิบัติ ใหบังเกิดผลดีต:อ
บคุ คลและส่งิ แวดลอม
ภมู ิปpญญาในสังคมไทย
ลักษณะทางภูมิศาสตรของแต:ละทองถ่ินเป3นป>จจัยหลักที่ทําใหเกิดป>ญญาทองถิ่นขึ้น
เพ่อื ทจ่ี ะใหสามารถดาํ เนินชีวติ ในสภาพแวดลอมนั้นได ตวั อย:างภูมิปญ> ญาในทองถน่ิ เช:น
๑๗
๑. การทําเมอื งฝายของภาคเหนือ เน่ืองจากภาคเหนือมีลักษณะภูมิประเทศเป3นท่ีสูงที่มีความ
ลาดเขาลดหลั่นไม:ราบเสมอกัน ทําใหหนาฝนน้ําจะไหลหลากอย:างรวดเร็ว พอหมดหนาฝนน้ําก็จะ
เหลอื นอยไมเ: พยี งพอต:อการเกษตร
๒. การสรางเรือนไทยในภาคกลาง หรือบริเวณท่ีราบนํ้าท:วมถึง เนื่องจากบริเวณภาคกลาง
ของไทยส:วนใหญ:มีลักษณะภูมิประเทศเป3นท่ีราบล:ุมแม:นํ้า และเป3นบริเวณท่ีอยู:ในเขตลมมรสุมท่ีมีฝน
ตกชุก สภาพธรรมชาติดังกล:าวทําใหการปลูกบานเรือนในภาคกลางมีเอกลักษณเฉพาะเพ่ือให
สอดคลองกับธรรมชาติ
๓. การทอผาในสมัยดั้งเดิม เขาใจว:าเร่ิมตนจากการทอผาฝ|ายจากเสนใยพืช เช:น ปzาน ปอ
ฝ|าย ซ่ึงเป3นพืชท่ีมีพ:อคาชาวอินเดียนํามาเผยแพร:ในไทย การทอผาฝ|ายของแต:ละครอบครัวมี
วตั ถปุ ระสงคเพ่อื การใชสอยในการดําเนนิ ชวี ติ และพธิ ตี :างๆ ของครอบครวั
๔. การแพทยแผนไทยในภาคใต ภูมิป>ญญาดานการแพทยแผนโบราณภาคใต มีทั้งการใชยา
สมุนไพรและการบาํ บดั รกั ษาดวยวธิ ีการต:างๆ ทง้ั การใชศาสตร และเวทมนตที่เรยี กวา: “มายิกขาว”
ลกั ษณะความสมั พนั ธของภูมิปญp ญา
ลักษณะความสัมพันธของภูมิป>ญญาไทยสามารถสะทอนออกมาใน ๓ ลักษณะท่ีสัมพันธ
ใกลชดิ กนั คอื
๑. ความสมั พันธอย:างใกลชดิ กนั ระหวา: งคนกบั โลก ส่ิงแวดลอม สตั ว พืช และธรรมชาติ
๒. ความสมั พนั ธของคนกบั คนอนื่ ๆ ทีอ่ ยู:ร:วมกนั ในสงั คม หรือในชมุ ชน
๓. ความสัมพันธระหว:างคนกับส่ิงศักดิ์สิทธ์ิสิ่งเหนือธรรมชาติ ตลอดท้ังสิ่งที่ไม:สามารถสัมผัส
ไดทัง้ หลาย
ทั้ง ๓ ลักษณะน้ี คือ สามมิติของเรื่องเดียวกัน หมายถึง ชีวิตชุมชน สะทอนออกมาถึงภูมิ
ป>ญญาในการดําเนินชีวิตอย:างมีเอกภาพ เหมือนสามมุมของรูปสามเหล่ียม ภูมิป>ญญาจึงเป3นรากฐาน
ในการดําเนินชวี ิตของคนไทย
การอนรุ กั ษภูมปิ pญญาไทยที่เหมาะสม
ภูมิป>ญญาไทยเป3นส่ิงท่ีดีงามอย:ูค:ูกับสังคมไทยและคนไทยมายาวนาน ซ่ึงคนไทยทุกคนควร
ภาคภูมิใจและช:วยกันอนุรักษภูมิป>ญญาไทยใหดํารงอย:ูต:อไปแนวทางในการอนุรักษภูมิป>ญญาไทยมี
รายละเอยี ด ดงั น้ี
๑. การส:งเสริมทางดานการศึกษาและวิจัยเก่ียวกับภูมิป>ญญาไทย การศึกษาและวิจัยเก่ียวกับ
ภมู ปิ >ญญา
๒. การักษาภมู ิป>ญญาไทยทมี่ ีคุณค:าใหดํารงอยู:สืบตอ: ในสงั คมไทย การรักษาภูมิป>ญญาไทยท่ีมี
คุณคา: ใหดาํ รงอย:ู
๑๘
การฟxwนฟูภูมปิ ญp ญาไทย
การฟFGนฟูหมายถึงโดยการเลือกสรรภูมิป>ญญาท่ีกําลังสูญหายหรือท่ีสูญหายไปแลวมาทําใหมี
คุณค:าและความสําคัญต:อการดําเนินชีวิตในทองถิ่น โดยเฉพาะพ้ืนฐานทางจริยธรรม คุณธรรม และ
ค:านิยม
การสืบสาน หมายถงึ การตระหนกั ในคุณค:าของภูมิป>ญญาไทยจนเกิดการแสวงหา เพื่อนําภูมิ
ป>ญญาดังกลา: วใหดําเนินต:อเน่ืองไปจากคนรุ:นหนง่ึ ไปส:ูอีกรุน: หนง่ึ
๑. หน:วยงานระดบั ชาติ เชน:
- กระทรวงวัฒนธรรม : กรมสง: เสรมิ วัฒนธรรม
- กระทรวงอตุ สาหกรรม : กรมส:งเสรมิ อุตสาหกรรม
๒. หน:วยงานระดับทองถิ่น เชน:
- พิพธิ ภัณฑพืน้ บาน เชน: พิพธิ ภัณฑพนื้ บานจา: ทวี จังหวดั พษิ ณุโลก
- พิพิธภัณฑผาทอ เช:น พิพิธภณั ฑผาป|าแสงดา จังหวดั เชียงใหม:
- ศนู ยวัฒนธรรมชุมชน ศูนยวฒั นธรรมในสถาบนั การศึกษา
คณุ คาe และความสาํ คัญของภูมปิ ญp ญาไทย
คุณค:าของภูมิป>ญญาไทย ไดแก: ประโยชน และความสําคัญของภูมิป>ญญา ท่ีบรรพบุรุษไทย
ไดสรางสรรค และสบื ทอดมาอย:างต:อเนื่อง จากอดีตส:ูป>จจุบัน ทําใหคนในชาติเกิดความรัก และความ
ภาคภูมิใจ ที่จะร:วมแรงร:วมใจสืบสานต:อไปในอนาคต เช:น โบราณสถาน โบราณวัตถุ สถาป>ตยกรรม
ประเพณไี ทย การมนี าํ้ ใจ ศักยภาพในการประสานผลประโยชน เป3นตน ภูมิป>ญญาไทยจึงมีคุณค:า และ
ความสาํ คัญดงั น้ี
๑. ภูมปิ ญ> ญาไทยช:วยสรางชาตใิ หเปน3 ป•กแผ:น
พระมหากษัตรยิ ไทยไดใชภมู ิปญ> ญาในการสรางชาติ สรางความเป3นป•กแผ:นใหแก:ประเทศชาติ
มาโดยตลอด ต้ังแต:สมัยพ:อขุนรามคําแหงมหาราช พระองคทรงปกครองประชาชน ดวยพระเมตตา
แบบพ:อปกครองลูก ผูใดประสบความเดือดรอน ก็สามารถตีระฆัง แสดงความเดือดรอน เพื่อขอรับ
พระราชทานความชว: ยเหลือทาํ ใหประชาชนมีความจงรักภักดีต:อพระองคต:อประเทศชาติร:วมกันสราง
บานเรือนจนเจริญร:ุงเรืองเป3นป•กแผ:นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองคทรงใชภูมิป>ญญากระทํา
ยุทธหตั ถี จนชนะขาศกึ ศัตรู และทรงกอบกูเอกราชของชาตไิ ทยคนื มาได
พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูห: ัวภูมพิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลป>จจุบัน พระองคทรงใชภูมิป>ญญาสราง
คุณประโยชนแก:ประเทศชาติ และเหล:าพสกนิกรมากมายเหลือคณานับ ทรงใชพระปรีชาสามารถ
แกไขวกิ ฤตการณทางการเมอื ง ภายในประเทศ จนรอดพนภัยพิบัติหลายคร้ัง พระองคทรงมีพระปรีชา
สามารถหลายดาน แมแต:ดานการเกษตร พระองคไดพระราชทานทฤษฎีใหม:ใหแก:พสกนิกร ท้ังดาน
การเกษตรแบบสมดุลและยั่งยืนฟFGนฟูสภาพแวดลอมนําความสงบร:มเย็นของประชาชนใหกลับคืนมา
๑๙
แนวพระราชดําริทฤษฎีใหม:แบ:งออกเป3น ๓ ขั้น โดยเริ่มจาก ข้ันตอนแรก ใหเกษตรกรรายย:อย "มีพอ
อย:ูพอกิน" เป3นข้ันพื้นฐาน โดยการพัฒนาแหล:งนํ้า ในไร:นา ซึ่งเกษตรกรจําเป3นที่จะตองไดรับความ
ช:วยเหลือจากหน:วยราชการ มูลนิธิ และหน:วยงานเอกชน ร:วมใจกันพัฒนาสังคมไทย ในขั้นท่ี
สอง เกษตรกรตองมีความเขาใจ ในการจัดการในไร:นาของตน และมีการรวมกล:ุมในรูปสหกรณ เพ่ือ
สรางประสิทธิภาพทางการผลิต และการตลาดการลดรายจ:ายดานความเป3นอยู:โดยทรงตระหนักถึง
บทบาทขององคกรเอกชนเมือ่ กลม:ุ เกษตรววิ ฒั นมาขั้นท่ี ๒ แลว กจ็ ะมีศักยภาพ ในการพัฒนาไปสู:ขั้นท่ี
สาม ซ่งึ จะมีอํานาจในการต:อรองผลประโยชนกบั สถาบันการเงินคือ ธนาคาร และองคกรที่เป3นเจาของ
แหลง: พลงั งาน ซึ่งเป3นป>จจัยหนง่ึ ในการผลติ โดยมกี ารแปรรูปผลิตผล เช:น โรงสี เพ่ือเพ่ิมมูลค:าผลิตผล
และขณะเดียวกันมีการจัดต้ังรานคาสหกรณ เพ่ือลดค:าใชจ:ายในชีวิตประจําวัน อันเป3นการพัฒนา
คุณภาพชีวิตของบุคคลในสังคม จะเห็นไดว:า มิไดทรงทอดท้ิงหลักของความสามัคคีในสังคมและการ
จัดตั้งสหกรณซึ่งทรงสนับสนุนใหกลุ:มเกษตรกรสรางอํานาจต:อรองในระบบเศรษฐกิจ จึงจะมีคุณภาพ
ชีวิตที่ดี จึงจัดไดว:า เป3นสังคมเกษตรที่พัฒนาแลว สมดังพระราชประสงคท่ีทรงอุทิศพระวรกาย และ
พระสตปิ >ญญา ในการพฒั นาการเกษตรไทยตลอดระยะเวลาแหง: การครองราชย
๒. สรางความภาคภมู ิใจและศกั ด์ศิ รีเกยี รตภิ มู ิแก:คนไทย
คนไทยในอดีตท่ีมีความสามารถปรากฏในประวัติศาสตรมีมากเป3นท่ียอมรับของนาน
อารยประเทศ เช:น นายขนมตมเป3นนักมวยไทย ที่มีฝ‰มือเก:งในการใชอวัยวะทุกส:วน ทุกท:าของแม:ไม
มวยไทย สามารถชกมวยไทย จนชนะพม:าไดถึงเกาคนสิบคนในคราวเดียวกัน แมในป>จจุบัน มวยไทยก็
ยังถือว:า เป3นศิลปะช้ันเย่ียม เป3นที่ นิยมฝ•กและแข:งขันในหมู:คนไทยและชาวต:าง ประเทศ ป>จจุบันมี
ค:ายมวยไทยท่ัวโลกไม:ต่ํากว:า ๓๐,๐๐๐ แห:ง ชาวต:างประเทศที่ไดฝ•กมวยไทย จะรูสึกยินดีและ
ภาคภูมิใจ ในการท่ีจะใชกติกา ของมวยไทย เช:น การไหวครูมวยไทย การออก คําสั่งในการชกเป3น
ภาษาไทยทกุ คาํ เชน: คําว:า "ชก" "นับหน่ึงถึงสิบ" เป3นตน ถือเป3นมรดก ภูมิป>ญญาไทย นอกจากน้ี ภูมิ
ป>ญญาไทยท่ีโดด เด:นยังมีอีกมากมาย เช:น มรดกภูมิป>ญญาทาง ภาษาและวรรณกรรม โดยท่ีมี
อักษรไทยเป3นของ ตนเองมาตั้งแต:สมัยกรุงสุโขทัย และวิวัฒนาการมาจนถึงป>จจุบัน วรรณกรรมไทย
ถือว:า เป3นวรรณกรรมท่ีมีความไพเราะ ไดอรรถรสครบทุกดาน วรรณกรรมหลายเร่ืองไดรับการแปล
เป3นภาษาตา: งประเทศหลายภาษา
ดานอาหาร อาหารไทยเป3นอาหารท่ีปรุงง:าย พืชที่ใชประกอบอาหารส:วนใหญ:เป3นพืช
สมุนไพร ที่หาไดง:ายในทองถ่ิน และราคาถูก มี คุณค:าทางโภชนาการ และยังป|องกันโรคไดหลายโรค
เพราะส:วนประกอบส:วนใหญ:เป3นพืชสมุนไพร เช:น ตะไคร ขิง ข:า กระชาย ใบมะกรูด ใบโหระพา ใบ
กะเพรา เปน3 ตน
๒๐
๓. สามารถปรบั ประยุกตหลักธรรมคําสอนทางศาสนาใชกับวิถชี ีวติ ไดอยา: งเหมาะสม
คนไทยสว: นใหญ:นับถือศาสนาพุทธ โดยนาํ หลกั ธรรมคาํ สอนของศาสนา มาปรับใชในวิถีชีวิต
ไดอย:างเหมาะสม ทําใหคนไทยเป3นผูอ:อนนอมถ:อมตน เอ้ือเฟFGอเผื่อแผ: ประนีประนอม รักสงบ ใจเย็น
มคี วามอดทน ใหอภยั แก:ผสู ํานึกผิด ดํารงวิถีชีวิตอย:างเรียบง:าย ปกติสุข ทําใหคนในชุมชนพ่ึงพากันได
แมจะอดอยากเพราะ แหงแลง แต:ไม:มีใครอดตาย เพราะพ่ึงพาอาศัย กัน แบ:งป>นกันแบบ "พริกบาน
เหนือเกลอื บานใต" เป3นตน ทงั้ หมดนส้ี ืบเน่อื งมาจากหลักธรรมคําสอนของพระพุทธศาสนา เป3นการใช
ภูมปิ >ญญาในการนําเอาหลักของพระพุทธศาสนามาประยุกตใชกบั ชีวิตประจําวัน และดําเนินกุศโลบาย
ดานตา: งประเทศ จนทําใหชาวพทุ ธทวั่ โลกยกย:อง ใหประเทศไทยเปน3 ผูนําทางพทุ ธศาสนา
๔. สรางความสมดุลระหว:างคนในสังคมและธรรมชาติไดอยา: งยงั่ ยืน
ภูมิป>ญญาไทยมีความเด:นชัดในเรื่องของการยอมรับนับถือ และใหความสําคัญแก:คน สังคม
และธรรมชาติอย:างย่ิง มีเครื่องช้ีท่ีแสดงใหเห็นไดอย:างชัดเจนมากมาย เช:น ประเพณีไทย ๑๒ เดือน
ตลอดท้ังป‰ ลวนเคารพคุณค:าของธรรมชาติ ไดแก: ประเพณีสงกรานต ประเพณีลอยกระทง เป3นตน
ประเพณีสงกรานตเป3นประเพณีทีท่ าํ ใน ฤดูรอนซ่งึ มีอากาศรอน ทําใหตองการความเย็น จึงมีการรดนํ้า
ดําหัว ทําความสะอาดบานเรือน และธรรมชาติส่ิงแวดลอม มีการแห:นางสงกรานต การทํานายฝนว:า
จะตกมากหรือนอยในแตล: ะป‰ สว: นประเพณลี อยกระทง คุณค:าอย:ูท่ีการบูชา ระลึกถึงบุญคุณของน้ํา ท่ี
หล:อเลี้ยงชีวิตของ คน พืช และสัตว ใหไดใชท้ังบริโภคและอุปโภค ในวันลอยกระทง คนจึงทําความ
สะอาดแม:น้ํา ลําธาร บูชาแม:น้ําจากตัวอย:างขางตนลวนเป3นความสัมพันธระหว:างคนกับสังคมและ
ธรรมชาติทัง้ ส้ิน
ในการรักษาปzาไมตนนํ้าลําธาร ไดประยุกตใหมีประเพณีการบวชปzา ใหคนเคารพสิ่งศักด์ิสิทธิ์
ธรรมชาติ และสภาพแวดลอม ยังความอุดมสมบูรณแก:ตนนํ้า ลําธาร ใหฟFGนสภาพกลับคืนมาไดมาก
อาชีพการเกษตรเป3นอาชีพหลักของคนไทย ท่ีคํานึงถึงความสมดุล ทําแต:นอยพออย:ูพอกิน
แบบ "เฮ็ดอยู:เฮ็ดกิน" ของพ:อทองดี นันทะ เมื่อเหลือกิน ก็แจกญาติพ่ีนอง เพ่ือนบาน บานใกลเรือน
เคียง นอกจากนี้ ยังนําไปแลกเปลี่ยนกับส่ิงของอย:างอื่น ที่ตนไม:มี เม่ือเหลือใชจริงๆ จึงจะนําไปขาย
อาจกล:าวไดวา: เป3นการเกษตรแบบ "กนิ -แจก-แลก-ขาย" ทําใหคนในสงั คมไดชว: ยเหลือเก้ือกูล แบ:งป>น
กัน เคารพรัก นับถือ เป3นญาติกัน ทั้งหม:ูบาน จึงอยู:ร:วมกันอย:างสงบสุข มีความสัมพันธกันอย:างแนบ
แนน: ธรรมชาตไิ มถ: กู ทําลายไปมากนัก เนื่องจากทําพออย:ูพอกิน ไม:โลภมากและไม:ทําลายทุกอย:างผิด
กบั ในป>จจุบนั ถือเปน3 ภูมิปญ> ญาทีส่ รางความสมดุลระหว:างคนสังคมและธรรมชาติ
๕. เปลี่ยนแปลงปรบั ปรุงไดตามยคุ สมัย
แมว:ากาลเวลาจะผ:านไป ความรูสมัยใหม: จะหลั่งไหลเขามามาก แต:ภูมิป>ญญาไทย ก็สามารถ
ปรับเปล่ียนใหเหมาะสมกับยุคสมัย เช:น การรูจักนําเครื่องยนตมาติดต้ังกับเรือ ใส:ใบพัด เป3นหางเสือ
ทําใหเรือสามารถแล:นไดเร็วข้ึน เรียกว:า เรือหางยาว การรูจักทําการเกษตรแบบผสมผสาน สามารถ
๒๑
พลิกฟFGนคืนธรรมชาติให อุดมสมบูรณแทนสภาพเดิมที่ถูกทําลายไป การรูจักออมเงิน สะสมทุนให
สมาชิกกูยืม ปลดเปลื้องหนี้สิน และจัดสวัสดิการแก:สมาชิก จนชุมชนมีความมั่นคง เขมแข็ง สามารถ
ช:วยตนเองไดหลายรอยหม:ูบานท่ัวประเทศ เช:น กล:ุมออมทรัพยคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดใน
รูปกองทุนหมนุ เวียนของชมุ ชนจนสามารถชว: ยตนเองได
ปาz ถูกทําลาย เพราะถูกตัดโค:น เพื่อปลูกพืชแบบเด่ียว ตามภูมิป>ญญาสมัยใหม: ท่ีหวังรํ่ารวย
แตใ: นทส่ี ุด ก็ขาดทุน และมหี น้ีสนิ สภาพแวดลอมสญู เสียเกิดความแหงแลง คนไทยจึงคิดปลูกปzา ท่ีกิน
ได มีพชื สวน พืชปาz ไมผล พืชสมนุ ไพร ซ่ึงสามารถมีกนิ ตลอดชีวิตเรยี กวา: "วนเกษตร" บางพื้นที่ เมื่อปzา
ชุมชนถกู ทาํ ลาย คนในชุมชนก็รวมตัวกัน เป3นกลุ:มรักษาปzา ร:วมกันสรางระเบียบ กฎเกณฑกันเอง ให
ทกุ คนถอื ปฏิบัติไดสามารถรักษาปาz ไดอย:างสมบูรณดงั เดิม
ประเภทของภูมปิ pญญาแบeงตามแขนง
ภูมิป>ญญาทองถิ่นมีมากมายหลายแขนง แต:มักจะถูกมองว:าลาหลังคนบางกล:ุมจึงไม:ค:อยให
ความนิยมและสืบสานกันมากนัก ส:วนใหญ:แลวภูมิป>ญญาทองถิ่นมักสืบทอดบอกกล:าวกันเป3นการ
ภายใน เช:น สูตรทําอาหาร หรือตํารับตําราต:าง ๆ ทําใหไม:เป3นท่ีรับรูกันโดยทั่วไป อาจจําแนกภูมิ
ป>ญญาทองถิ่นออกเป3น ๑๐ ลกั ษณะไดดงั น้ี
๑. ภูมิป>ญญาที่เกี่ยวกับความเชื่อและศาสนา ภูมิป>ญญาประเภทน้ีจะมีลักษณะท่ีแตกต:าง
กันไปในแต:ละทองถ่ิน เน่ืองจากมีพื้นฐานทางความเช่ือในศาสนาที่แตกต:างกัน สําหรับภูมิป>ญญา
ทองถ่นิ ของไทยซง่ึ เกี่ยวกับความเช่ือในทางพระพุทธศาสนาเป3นหลักน้ันไดมีส:วนสรางสรรคสังคม โดย
การผสมผสานกบั ความเชื่อดงั เดมิ จนกลายเป3นลักษณะเฉพาะของแต:ละทองถน่ิ
๒. ภูมิป>ญญาทองถิ่นที่เกี่ยวกับประเพณีและพิธีกรรม เนื่องจากประเพณีและพิธีกรรมเป3น
สิ่งที่ดีงามที่คนในทองถิ่นสรางขึ้นมา โดยเฉพาะเป3นการเพ่ิมขวัญและกําลังใจคนในสังคม ภูมิป>ญญา
ประเภทนี้จึงมีความสําคัญต:อการดําเนินชีวิตในสังคมเป3นอย:างมากดังจะเห็นไดจากประเพณีและ
พธิ ีกรรมท่ีสําคญั ในประเทศไทยลวนเกยี่ วของกบั การดําเนนิ ชวี ิตของคนในสงั คมแทบทัง้ สน้ิ
๓. ภูมปิ >ญญาทองถิ่นทีเ่ กี่ยวกับศิลปะพื้นบาน เป3นการสรางสรรคงานศิลปต:างๆโดยการนํา
ทรัพยากรท่ีมีอยู:มาประยุกตใชในชีวิตประจําวันหลังจากน้ันไดสืบทอดโดยการพัฒนาอย:างไม:ขาดสาย
กลายเปน3 ศิลปะที่มคี ุณคา: เฉพาะถนิ่
๔. ภูมิป>ญญาทองถ่ินที่เก่ียวกับอาหารและผักพื้นบาน นอกจากมนุษยจะนําอาหารมา
บริโภคเพื่อการอยู:รอดแลว มนุษยยังไดนําเทคนิคการถนอมอาหารและการปรุงอาหารมาใช เพื่อให
อาหารที่มีมากเกินความตองการสามารถเก็บไวบริโภคไดเป3นเวลานานซึ่งถือว:าเป3นภูมิป>ญญาอีก
ประเภทหนึ่งท่สี าํ คัญตอ: การดาํ รงชวี ิต นอกจากน้ยี ังนําผักพนื้ บานชนดิ ต:างๆมาบริโภคอีกดวย
๕. ภูมิป>ญญาทองถ่ินท่ีเก่ียวกับการละเล:นพ้ืนบาน การละเล:นถือว:าเป3นการผ:อนคลาย
โดยเฉพาะในวัยเด็กซึ่งชอบความสนุกสนานเพลิดเพลิน ภูมิป>ญญาทองถ่ินของไทยส:วนใหญ:จะใช
๒๒
อปุ กรณในการละเล:นท่ีประดษิ ฐมาจากธรรมชาติซ่ึงแสดงใหเห็นวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ และรูจัก
ปรบั ตวั ใหเขากบั สภาพแวดลอมอยา: งกลมกลนื
๖. ภูมิป>ญญาทองถ่ินท่ีเก่ียวกับศิลปวัฒนธรรม ประเทศไทยมีวัฒนธรรมท่ีหลากหลาย ซึ่ง
เกิดจากการสรางสรรคของแตล: ะภาคเราสามารถพบหลกั ฐานจากร:องรอยของศิลปวัฒนธรรมท่ีปรากฏ
กระจายอยู:ท่ัวไป เช:น สถาป>ตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม เป3นตน ซ่ึงแสดงใหเห็นถึงเทคนิค
ความคดิ ความเชื่อของบรรพบุรษุ เป3นอย:างดี
๗. ภูมิป>ญญาทองถ่ินที่เก่ียวกับเพลงพื้นบาน ภูมิป>ญญาประเภทนี้ส:วนมากแสดงออกถึง
ความสนุกสนาน และยังเป3นคติสอนใจสําหรับคนในสังคม ซึ่งมีส:วนแตกต:างกันออกไปตามโลกทัศน
ของคนในภาคตา: งๆ
๘. ภูมิป>ญญาทองถิ่นที่เก่ียวกับสมุนไพรและตํารายาพื้นบาน ภูมิป>ญญาประเภทนี้เกิดจาก
การสั่งสมประสบการณของคนในอดีตและถ:ายทอดใหกับคนร:ุนหลังถือว:ามีความสําคัญเป3นอย:างมาก
เพราะถือว:าเป3นป>จจัยสี่ ซ่ึงมีความจําเป3นสําหรับมนุษย หากไดรับการพัฒนาหรือส:งเสริมจะเป3น
ประโยชนทางเศรษฐกิจและสงั คมในอนาคตได
๙. ภูมิป>ญญาทองถ่ินที่เก่ียวกับการประดิษฐกรรม เทคโนโลยีและสิ่งของเครื่องใชต:างๆ ท่ี
เกิดจากภูมิป>ญญาของคนไทยในแต:ละภาคน้ันถือเป3นการประดิษฐกรรมและหัตถกรรมชั้นเยี่ยม ซึ่ง
ป>จจุบันไม:ไดรับความสนใจในการพัฒนาและส:งเสริมภูมิป>ญญาประเภทนี้เท:าที่ควร หากมีการเรียนรู
และสืบทอดความคิดเก่ียวกับการประดิษฐกรรมและหัตถกรรมใหแก:เยาวชน จะเป3นการรักษาภูมิ
ป>ญญาของบรรพชนไดอกี ทางหน่ึง
๑๐. ภมู ปิ >ญญาทองถ่ินที่เกี่ยวกับการดํารงชีวิตตามสภาพแวดลอมทางธรรมชาติ เนื่องจาก
คนไทยมีอาชีพท่เี กย่ี วกับเกษตรกรรมโดยเฉพาะการทํานา ทําไร: จึงทําใหเกิดภูมปิ >ญญาที่เกี่ยวกับความ
เชื่อและพิธีกรรมในการดํารงชีวิตเพื่อแกป>ญหาหรือออนวอนเพ่ือใหเกิดความอุดมสมบูรณในการ
เพาะปลูกและเพื่อเพ่ิมผลิตผลทางการเกษตรดังจะเห็นไดจากพิธีกรรมท่ีเกี่ยวกับการเกษตรทั่วทุก
ภมู ภิ าคของไทย
๒.๑.๕ ความเปน3 มาของภูมปิ >ญญาทองถน่ิ ของภาคเหนือ
ประเภทของภมู ปิ >ญญาทองถิ่น
กลม:ุ ที่ ๑ คติ ความคดิ ความเชื่อ และหลกั การพ้นื ฐานขององคแห:งความรู
กลมุ: ที่ ๒ ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณี
กล:มุ ท่ี ๓ การประกอบอาชพี ในแต:ละทองถน่ิ
กลม:ุ ท่ี ๔ แนวความคดิ หลกั ปฏิบัติและเทคโนโลยีสมัยใหม: และแต:ละประเภทของภูมิป>ญญา
ทองถิ่น
กลม:ุ ที่ ๑ คติ ความคิด ความเช่อื และหลักการพน้ื ฐานขององคแหง: ความรู
๒๓
การประกอบพิธีกรรมต:าง ๆ ของแต:ละทองถิ่น เพ่ือใหสามารถดํารงชีวิตอย:ูได โดยการพ่ึงพา
ธรรมชาติมาใชประโยชนเพ่ือการยังชีพ เช:นชุมชนภูเขา มีความเช่ือในเรื่องของผีปzา เจาปzา เทพารักษ
ผูอยต:ู ามพ้ืนราบเชือ่ ในเรื่องพระภูมเิ จาที่ พระภมู นิ า การส:ูขวัญ แม:ย:า นางเรือ เป3น ความคิดความเช่ือ
เหล:า นี้จะนํามาสู:การพัฒนาชีวิตและอนุรักษสิ่งแวดลอม เช:น การจัดพิธีสืบชะตาแม:นํ้า การจัดทํา
พิธีกรรมบวชตนไม การจัดตงั้ ปzาสมุนไพร สหกรณหมบู: าน ธนาคารโค กระบือ ธนาคารขาว กลุมทอผา
กลมุ: ฌาปนกิจ เปน3 ตน
บวชตนไมสหกรณร:มบอ: สราง
กลุม: ท่ี ๒ ศิลปะ วฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี
ประเพณกี ารบวชนาคเขาพรรษา ออกพรรษา วนั สําคัญทางศาสนา การทําบุญวันเกิด โกนผม
ไฟ โกนจุก ข้ึนบานใหม:แต:งงาน นอกจากน้ัน ยังมีศิลปกรรมพื้นบาน ท่ีแสดงปรากฏใหเห็นถึง
ความสําเร็จของภูมิป>ญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุ เช:น งานถักสายและทอกระเป”าย:านลิเภา
ภาคใต กระเปา” ถอื ใบตาล เส่ือจันทบูร เปลเด็ก เครื่องปG>นดินเผา งานแกะสลัก งานปG>นหล:อ ดวยโลหะ
การก:อสราง อาคาร ทอ่ี ย:ูอาศยั ภาพเขียนบนผนงั การฟ|อนราํ และเพลงพน้ื บาน เป3นตน
กลม:ุ ที่ ๓ การประกอบอาชพี ในแตล: ะทองถิ่น
ในแต:ละทองถิ่นที่ไดรับการพัฒนาใหเหมาะสมกับสมัยเป3นการปรับการดําเนินชีวิตท่ีเคยถูก
ครอบงําจากสภาพสังคม พ:อคาคนกลางระบบธุรกิจ ระบบโรงงาน กลับเขาส:ูการเกษตรที่อาศัยความ
สมดุลทางธรรมชาติ สามารถยืนหยดั ต:อสูกับความลมเหลวกับการลมละลายทางสังคม เศรษฐกิจ และ
วัฒนธรรม ไดอย:างภาคภูมิใจดวยกําลังกาย กําลังป>ญญา และการการสั่งสมประสบการณ เช:น การ
ทําวนเกษตร ทําการเกษตรแบบผสมผสาน การเกษตรแบบพึ่งตนเอง การทําสวนสมุนไพรและ
การแพทยแผนโบราณ เพาะปลูกแบบขน้ั บันได
กล:ุมที่ ๔ แนวความคิด หลกั ปฏิบัติและเทคโนโลยีสมยั ใหม:และแตล: ะประเภทของภูมิปญ> ญาทองถนิ่
เป3นอิทธิพลของความกาวหนาทางวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี เช:น การเล้ียงปลาดุกบิ๊กอุย
ในบ:อซเี มนต โดยจดั ระบบการถ:ายเทน้ําและคิดสูตรอาหารปลาขึ้นมาเอง การคิดคนวิธีที่จะกรองน้ําให
ใสเพอ่ื เพาะฟ>กลูกปลาใหรอดตาย การประดิษฐเครือ่ งนวดขาว แบบประหยดั และการคิดสรางอ:างเก็บ
นาํ้ จากอา: งเก็บนํา้ บนภูเขา ลงมาใชปลกู พืชสวน ฝายทดนา้ํ
กระบวนการถeายทอดภมู ิปญp ญาทองถิ่น
๑. การทําใหดูเป3นตัวอย:าง ถือว:าเป3นวิธีการถ:ายทอดของผูอาวุโส หรือ ผูเฒ:าผูแก:โดยเป3น
ตัวอย:างของคนในครอบครวั ญาตพิ ี่นอง ชุมชนเดียวกนั
๒. การคิดร:วมกัน เป3นการกระตุนใหสมาชิกในชุมชนไดแสดงความรูสึกและความคิดเห็นต:อ
ประเด็นต:าง ๆ อย:างเป3นธรรมชาติ มีการแลกเปล่ียนและเสนอความเห็นอย:างมีเหตุผลเป„ดโอกาส
ถ:ายทอดภูมปิ ญ> ญาซ่งึ กันและกนั
๒๔
๓. การสรางสรรคกิจกรรมหรือการทํางานร:วมกัน โดยการขยายเครือข:ายระดับบุคคลระดับ
กลุม: ใหมากเพราะไดแลกเปลีย่ นเรียนรภู มู ปิ ญ> ญาหลากหลายและนํามาพัฒนากิจกรรมที่กระทาํ อย:ู
๔. การบรรยาย หรอื เวทีชาวบาน เป3นกจิ กรรมสาํ คญั อีกอย:างหนึ่ง สํา หรับการแลกเปล่ียน
เรียนรู การวิเคราะหและสังเคราะห ประสบการณของชาวบานร:วมกัน อันจะส:งผลใหสมาชิกของ
ชมุ ชนมีความรูความสามารถสูงขนึ้
ความสาํ คัญของภมู ิปญp ญาทองถิ่น
๑.ภมู ิป>ญญาทองถิน่ เป3นสง่ิ ทสี่ ั่งสมกนั มาแต:อดีต
๒.ภูมิป>ญญาทองถ่ินในการจัดความสัมพันธระหว:าง คนกับธรรมชาติ คนกับคน คนกับสิ่งท่ี
เหนอื ธรรมชาติ
๓. ภมู ิป>ญญาทองถิน่ ถ:ายทอดโดยผา: นกระบวนการทางจารีตประเพณี วิถีชีวิต และพิธีกรรม
ตา: ง ๆ ใหเกิดความสมดุลระหวา: งความสัมพันธของสิ่งต:าง ๆ เหลา: นนั้
๔. ภมู ปิ ญ> ญาทองถ่นิ ทําใหเกิดความสงบสขุ ทัง้ ในชมุ ชน หมูบ: าน หรือในส:วนตวั ของชาวบาน
๕. ภูมิป>ญญาทองถิ่นทําใหคนในชุมชนพึ่งตนเองได ลดการพึ่งตนเองจากสังคมภายนอก
มีส:วนรว: มในการจดั การชุมชนของตน ทราบถึงความตองการของตน เขาใจตนเอง และเป3นการปลูก
สํานกึ ในการรับรใู นคณุ ค:าของภูมิป>ญญาทองถ่ิน
๖. ภูมิป>ญญาทองถ่ินเป3นส่ิงที่สามารถพัฒนาและนําเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมมาใชเป3นการ
เช่อื มโยงการเรียนรรู ะหวา: งภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ัติ
แนวทางในการอนรุ กั ษภูมิปญp ญาทองถน่ิ
๑) การคนควาวิจัย ควรศึกษาและเก็บรวบรวมขอมูลภูมิป>ญญาของไทยในดานต:าง ๆ ของ
ทองถิ่น จังหวัด ภูมิภาคและของประเทศ โดยเฉพาะอย:างย่ิงภูมิป>ญญาท่ีเป3นภูมิป>ญญาของ
ทองถนิ่ มุง: ศึกษาใหรคู วามเป3นมาในอดีต และสภาพการณในปจ> จบุ ัน
๒) การอนุรักษ กระทําโดยการปลุกจิตสํานึกใหคนในทองถ่ินตระหนักถึงคุณค:า แก:นสาระ
และความสําคัญของภูมิป>ญญาทองถิ่นต:าง ๆ ส:งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมตามประเพณีและ
วัฒนธรรมต:าง ๆ สรางจิตสํานึกของความเป3นคนในทองถิ่นท่ีจะตองร:วมกันอนุรักษภูมิป>ญญาท่ีเป3น
เอกลักษณของทองถ่ิน รวมท้ังสนับสนุนใหมีพิพิธภัณฑทองถิ่นหรือพิพิธภัณฑชุมชนข้ึน เพื่อแสดง
สภาพวถิ ีชวี ติ และความเป3นมาของชมุ ชนอันจะสรางความรแู ละความภมู ิใจในชุมชนทองถนิ่ ดวย
๓) การฟGนF ฟู โดยการเลือกสรรภมู ิปญ> ญาที่กําลงั จะสูญหาย หรือที่สูญหายไปแลวมาทําใหมี
คณุ ค:าและมคี วามสําคัญตอ: การดาํ เนินชวี ติ ในทองถ่นิ โดยเฉพาะพ้ืนฐานทางจริยธรรม คุณธรรม และ
คา: นิยม
๔) การพัฒนา ควรริเร่ิมสรางสรรคและปรับปรุงภูมิป>ญญาใหเหมาะสมกับยุคสมัยและเกิด
ประโยชนในการดําเนินชีวิตประจําวัน โดยใชภูมิป>ญญาเป3นพ้ืนฐานในการรวมกล:ุมการพัฒนาอาชีพ
๒๕
ทองถิ่น ซึ่งควรนําความรูดานวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีสารสนเทศมาช:วยเพ่ือต:อยอดใน
กระบวนการใชในการผลิต การตลาด และการบรหิ าร ตลอดจนการป|องกันและอนรุ กั ษสง่ิ แวดลอม
๕) การถ:ายทอด โดยการนําภูมิป>ญญาที่ผ:านการเลือกสรรกล่ันกรองดวยเหตุและผลอย:าง
รอบคอบและรอบดานแลวไปถ:ายทอดใหแก:คนในสังคมไดรับรู เกิดความเขาใจ ตระหนักใน
คุณค:า คณุ ประโยชนและปฏบิ ัตไิ ดอยา: งเหมาะสม โดยผา: นสถาบันครอบครวั สถาบนั การศึกษา และ
การจัดกจิ กรรมทางวฒั นธรรมตา: ง
๖) สง: เสรมิ กจิ กรรม โดยการส:งเสรมิ และสนับสนุนใหเกดิ เครอื ข:ายการสบื สานและพัฒนาภูมิ
ปญ> ญาของชมุ ชนต:าง ๆ เพอ่ื จัดกิจกรรมทางวฒั นธรรมและภูมปิ >ญญาทองถ่นิ อยา: งต:อเนื่อง
๗) การเสริมสรางเอตทัคคะ ควรส:งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของชาวบานผู
ดําเนินงานและปราชญทองถิ่น ใหมีโอกาสแสดงศักยภาพดานภูมิป>ญญาและพัฒนาความรู
ความสามารถไดอย:างเต็มที่ จัดใหมีการยกย:องและประกาศเกียรติคุณในลักษณะต:าง ๆ รวมทั้ง
สง: เสริมใหมีโอกาสไดรับการยกยอ: งและประกาศเกียรติคณุ ในระดบั ท่สี ูงขนึ้ ไป
๘) การเผยแพร:แลกเปล่ียน โดยการส:งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมใหเกิดการเผยแพร:
แลกเปลี่ยนภูมิป>ญญาและวัฒนธรรมอย:างกวางขวาง โดยใหมีการเผยแพร:ภูมิป>ญญาทองถิ่นต:าง
ๆ ดวยส่อื และวธิ กี ารต:าง ๆ ส:งเสรมิ และสนับสนุนการเผยแพร:และแลกเปลี่ยนระหว:างกล:ุมชน และ
ทองถน่ิ ต:าง ๆ อยา: งกวางขวาง รวมทัง้ ประเทศอื่น ๆ ท่วั โลก
ปจp จยั ทมี่ ีอิทธพิ ลตอe การสรางสรรคภูมิปpญญาทองถิน่
๑. ความจําเป3นในการดํารงชีวิต ทําใหผูคนต:างก็พยายามปรับตัวเพื่อความอยู:รอดและความ
สะดวกสบายในการดํารงชีวิต จึงคดปรับปรุงพัฒนาหรือประดิษฐส่ิงต:างๆจากสภาพแวดลอมมาใช
ประโยชนดวยรปู แบบต:างๆ เช:นการนําพืชพรรณธรรมชาตมิ าสรางที่อย:อู าศัย ปรุงอาหาร เปน3 ตน
๒. สภาพทางภูมิศาสตรและสิ่งแวดลอม เช:นในทองถ่ินท่ีมีเทือกเขาสูงมีแม:นํ้าไหลผ:าน ก็จะ
สรางเขอ่ื น อ:างเกบ็ นาํ้ ไวใชตลอดป‰ บริเวณท่มี ฝี นตกชกุ นาํ้ ทว: มก็สรางบานเรือนทใ่ี ตถนุ สงู
๓. ความเช่อื หลักคาํ สอนทางศาสนาและอาํ นาจเหนอื ธรรมชาติ คนไทยมีพระพุทธศาสนาและ
อํานาจเหนอื ธรรมชาติ มหี ลกั คาํ สอนทางศาสนาเป3นวิธใี นการดาํ เนินชีวติ และเป3นที่พึ่งทางใจ จึงมีการ
จดั ที่ปชู าไวสําหรับการกราบไหว ทําใหมีความคดิ ริเรมิ่ สรางสรรคในดานต:างๆเชน: ดานประติมากรรมมี
การสรางพระพทุ ธรูป
๔. ความเจริญทางดานเทคโนโลยีจากตะวนั ตก เช:น การใชเครอ่ื งจกั รแทนแรงงานคน
๕. การศึกษาหาความรูจากประสบการณเพมิ่ เติม
๖. ภาวะของการเปน3 ผนู ํา
๒๖
๒.๑.๖ ความเปนT มาของภูมปิ pญญาทองถ่ินของจังหวดั เชียงราย
แพทยพน้ื บานเมืองพ:อขุนเจ–ง จัดการพชื สมุนไพร พรอมรวมกลุ:มเป3นป•กแผ:น จนสามารถดูแล
สุขภาพประชาชน ควบคู:กับแพทยแผนป>จจุบันไดอย:างเป3นรูปธรรม นางดารณี อ:อนชมจันทร
อาจารยประจําสาขาการแพทยแผนไทยประยุกต สํานักวิชาวิทยาศาสตรสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม:ฟ|า
หลวง และเลขานกุ ารคณะอนกุ รรมการสนบั สนนุ การนํารอ: งพัฒนาภมู ิป>ญญาทองถิ่นดานสุขภาพระดับ
พ้ืนที่เชียงราย การแพทยพ้ืนบาน จ.เชียงราย ดําเนินการมากว:า ๓๐ ป‰อย:างต:อเน่ือง หลายชุมชนมี
ความเขมแข็ง รวมกลุ:มกันอย:างเป3นป•กแผ:น มีการดูแลสุขภาพภาคประชาชนอย:างเป3นรูปธรรม สืบ
ทอดองคความรู ภมู ปิ ญ> ญา ศกึ ษาวจิ ัย พัฒนาตาํ รับยาสมุนไพร และมกี ารจดั การทรัพยากรปzาสมุนไพร
อย:างเป3นระบบ จากรูปธรรมทีช่ ดั เจนนเี้ อง ทาํ ใหเชยี งรายถกู ยกเป3น “โมเดล” ในการเป3นเมืองที่มีการ
จดั การสมนุ ไพร และแพทยพื้นบานท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพและภมู ปิ >ญญาหมอเมือง แบ:งออกเปน3 ๓ ยุค คอื
ยุคแรก พ.ศ.๒๕๓๓-๒๕๔๓ ถือเป3นยุคเป„ดเผยตัวตนหมอเมืองลานนา โดยในป‰ ๒๕๓๓
สํานักงานคณะกรรมการสาธารณสุขมลู ฐาน ไดรว: มกบั มหาวทิ ยาลัยมหิดล ศึกษาศกั ยภาพหมอพ้ืนบาน
กับงานสาธารณสุขมูลฐานใน ๔ ภูมิภาค ในส:วนของภาคเหนือจัดที่ จ.เชียงราย และ น.พ.ธารา อ:อน
ชมจนั ทร ผอ.รพ.พญาเม็งราย คนหาหมอเมอื งได ๑๓๕ คน พอถึงช:วงวิกฤติเอดส ป‰ ๒๕๓๙-๒๕๔๒ ก็
มีการศึกษาภูมิป>ญญาหมอเมืองเพื่อแกป>ญหาสุขภาพผูติดเช้ือ ทําใหเริ่มมีการรวมกล:ุมหมอเมือง
เชยี งราย พะเยา
ยุคท่ี ๒ พ.ศ.๒๕๔๔-๒๕๕๓ เป3นยุคแห:งการสรางความรู สรางคน สรางเครือข:ายและกลไก
สมัชชาสุขภาพจังหวัด ซ่ึงในป‰ ๒๕๔๘ มีการจัดต้ังสภาหมอเมืองลานนาเชียงราย เป3นนิติบุคคลดาน
องคกรสาธารณประโยชน เกดิ เครอื ขา: ยหมอเมือง ๑๘ อําเภอ แบ:งเป3น ๔ เขต ควบคู:ไปกับการสราง
สังคมสุขภาวะผูสูงอายุ พัฒนาตนแบบการจัดการทรัพยากรปzาสมุนไพร และระบบการดูแลสุขภาพ
พ้นื บานที่ อ.ปาz แดด
ยุคท่ี ๓ พ.ศ.๒๕๕๔-ป>จจุบัน หมอเมืองเป3นที่ยอมรับและมีท่ียืนในสังคม จึงเป3นยุคแห:งการ
พฒั นาตนเอง โดยสภาหมอเมืองเชยี งราย ซง่ึ มสี มาชกิ ๖๗๐ คน ใหการดแู ลสุขภาพในชุมชน ท้ังท่ีบาน
หมอ บานผูปzวย และร:วมใหบริการท่ีโรงพยาบาลชุมชน จนการแพทยแผนไทย และแพทยพ้ืนบาน
กลายเป3นทางเลือกของการรักษาค:ูขนานไปกับการแพทยแผนป>จจุบัน รวมทั้งไดร:วมมือกับศูนย
การศึกษานอกระบบจัดตั้งโฮงเฮียนหมอเมืองเพื่อสืบทอดส:ูคนร:ุนใหม: และพัฒนาต:อยอดตํารับยา
สมุนไพร ทําใหในป‰ ๒๕๕๙ จ.เชียงรายไดรับการคัดเลือกใหเป3นตนแบบเมืองสมุนไพรครบวงจรตาม
แผนแม:บทแห:งชาติว:าดวยการพัฒนาสมุนไพร พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔ ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลของรัฐ
ใน จ.เชยี งราย ก็เปด„ โอกาสใหหมอเมือง ไดแสดงศักยภาพตัวเองในการเป3นผูใหบริการส:วนของแพทย
แผนไทย อย:างทโ่ี รงพยาบาลแม:สรวย ซงึ่ เป3นโรงพยาบาลประจําอําเภอท่ีใหบริการดานการแพทยแผน
ไทย และการแพทยทางเลือกควบคู:กันไป โดยมีหมอเมืองเขามาเป3นอาสาสมัครในการใหบริการ
๒๗
ประชาชนทว่ั ไป นายพลสนิ ธุ เขจร หวั หนากล:มุ งานการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก รพ.แม:
สรวย ชมรมแพทยพื้นบานแม:สรวย ขณะนี้มีสมาชิกกว:า ๒๐ คน ไดแวะเวียนกันมาใหบริการท่ี
โรงพยาบาลทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี ส:วนใหญ:จะใหบริการดานจับเสน ยํ่าขาง และหมอขวัญ
หรือการสู:ขวัญเด็กแรกคลอด โดยหมอเมืองที่จะเขาไปช:วยงาน ตองเป3นสมาชิกของชมรมฯ สามารถ
ส่ือสาร และวินิจฉัยโรคเบ้ืองตนไดทางโรงพยาบาลแม:สรวยยังไดใหการสนับสนุนหมอเมืองในทองถิ่น
โดยการหนุนช:วยชมรมแพทยพื้นบานแม:สรวยใหมีความเขมแข็งอย:างต:อเนื่อง รวมทั้งช:วยร:าง
แผนพัฒนาแพทยพื้นบานแม:สรวย ในระยะเวลา ๓ ป‰ และ ๕ ป‰ มีการนําหมอเมืองไปศึกษาดูงาน
ตามที่ต:างๆ จัดอบรม และใหความรูเกี่ยวกับการผลิตสมุนไพร ตั้งแต:ปลูก การเก็บเกี่ยวผลผลิต
การแปรรูป รวมถึงการตลาด การสนับสนุนหาแหล:งทุนอื่นๆ เพื่อนํามาพัฒนาชมรมดวย“แต:สิ่งท่ีน:า
เป3นห:วงในขณะนี้ คือพ:อหมอส:วนใหญ:อายุมากแลว ยังขาดคนรุ:นใหม:มาสานต:อภูมิป>ญญา จึงเกรงว:า
ความรูจะสูญหายไปพรอมกับหมอเมืองสูงวัยเหล:าน้ี” หัวหนากลุ:มงานการแพทยแผนไทยและ
การแพทยทางเลือก รพ.แม:สรวย กล:าวดานนางวิภารัตน ทัพขวา หรือ “หมอนาง” ประธานสภาหมอ
เมือง อ.แม:สรวย จ.เชียงราย การสืบทอดความเป3น “หมอเมือง” ว:าในอดีตบิดาเป3นหมอเมือง และ
มารดาที่จําตํารับยาสมุนไพร นํามาบอกต:อ แต:ตนไม:เชื่อ เมื่อเจ็บปzวยก็ไปหาแพทยแผนป>จจุบัน
กระท่งั มารดาเสียชวี ิต และตนมีอาการปวดทองเร้อื รัง รักษากับแพทยแผนป>จจุบันไม:หาย ในป‰ ๒๕๔๒
จึงไปเรียนแพทยแผนไทย เพื่อหาวิธีรักษาตัวเอง เมื่อโรคไม:หายก็หยุดเรียน ต:อมาไดตั้งจิตอธิษฐาน
ขอขึน้ ครูกับหมอชีวกโกมารภัจจ บรมครูแห:งการแพทยแผนโบราณตั้งแต:สมัยพุทธกาล ปรากฏว:าอีก
๑๕ วันต:อมา เกิดแรงบันดาลใจอยากปรุงยา จึงปรุงยาสมุนไพรกิน จนอาการปวดทองเรื้อรังหาย
เพอ่ื นบานทราบขา: วก็ขอเจียดยาไปกิน และหายจากโรคเช:นกันส:วนกลุ:มหมอเมืองหรือหมอพ้ืนบานแม:
สรวยนัน้ หมอนางวิภารัตน ทัพขวาเร่มิ มาจากโรงพยาบาลแมส: รวย มีการทาํ งานร:วมกนั และบางครั้งก็
ส:งต:อคนไขไปมา เพื่อใหไดรับการรักษาทั้งแผนป>จจุบัน และแบบพ้ืนบานลานนา ซ่ึงในป‰ ๒๕๔๗-
๒๕๔๘ มกี ารขึ้นทะเบยี น หมอเมอื งแมส: รวย รวบรวมไดจํานวน ๔๐ คน ไม:รวมหมอชนเผ:า ทําใหเกิด
การรวมกล:ุมกัน และพัฒนาการทํางานมาเรื่อยๆ ขณะเดียวกันในส:วนของยาสมุนไพร เดิมเนนตมด่ืม
กิน ไม:สะดวกในการพกพา ตมไวนานก็บูดเน:า เมื่อจะด่ืมก็ตองอุ:นตลอด จึงมีการพัฒนาดวยการบด
เปน3 แคปซูล แต:ทงั้ นป้ี ริมาณการกินยาย:อมนอยกว:าดื่มนํ้ายาตม หมอเมืองจึงจําเป3นตองรูจักเลือกส:วน
ต:างๆ ของสมุนไพร ที่จะใหฤทธ์ิยาอย:างเขมขน เพ่ือใหเพียงพอและเหมาะสมกับการรักษาโรคดวยยา
เม็ดหรือยาแคปซูล
สรุป ภูมิป>ญญา เป3นความรู ความคิด ความเชื่อ ความสามารถท่ีเป3นผลมาจากการใช
สติป>ญญา และการสั่งสมประสบการณที่ผ:านกระบวนการเรียนรู เลือกสรร ปรุงแต:ง พัฒนาและ
ถ:ายทอดสืบต:อกันมา เพื่อใชแกป>ญหาและพัฒนาชีวิตของคนไทยใหสมดุลกับสภาพแวดลอมและ
เหมาะสมกับยุคสมยั ภมู ปิ >ญญาจึงเป3นส:วนหนึ่งของวัฒนธรรม ภูมิป>ญญามขี อบขา: ยกวางขวาง
๒๘
๒.๒ หลกั ฐานทางสมุนไพรทองถิ่น
สมุนไพร เป3นผลผลิตท่ีไดจากธรรมชาติ ไดแก: พืช สัตว และ แร:ธาตุ ที่สามารถนํามาใชเป3น
ยารกั ษาโรคหรือบาํ รงุ ร:างกาย เช:น ใชกิน ใชทา ใชรม เป3นตน ซ่ึงอาจจะใชท้ังหมด เช:น ใชท้ังตน หรือ
แค:เฉพาะบางส:วนของผลผลิตนั้นๆเพ่ือปรุงเป3นยารักษาโรค เช:น เฉพาะส:วนราก โดยอาจจะตองผ:าน
กระบวนการบางอย:างก:อนนํามาใช เช:น บด ตม คั้น ตากแหง หรืออาจจะใชเป3นยาพิษก็ไดโดยจะ
เรียกว:าสมุนไพรท่ีมพี ษิ ความเชื่อและการใชสมนุ ไพรนัน้ มมี าตั้งแต:สมยั โบราณ ความรูเก่ียวกับสมุนไพร
มีในตําราแพทยต้ังแต:สมัยกรีก อินเดีย จีน และโดยเฉพาะอย:างยิ่งการแพทยไทยแผนโบราณมี
การศึกษาคนควาจนถึงป>จจุบัน ประโยชนของสมุนไพร ยาแกปวด aspirin มาจากเปลือกไมของพืช
ชนิดหน่ึง ยาแกปวด morphine ก็มาจากตนฝ„—น ยาควินินรักษาโรคมาลาเรียก็ไดมาจากการสกัด
เปลอื กไม cinchona ยารกั ษาโรคหัวใจลมเหลว digitalis กไ็ ดมาจากตน foxglove
สมุนไพร ยาทไี่ ดมาจากพืช สัตว แร:ธาตุจากธรรมชาติที่ไม:มีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสราง
ภายใน สามารถนํามาใชเป3นยารักษาโรคต:างๆ และบํารุงร:างกายได ประเภทของสมุนไพร สมุนไพรที่
ไดจากส:วนของพืชโดยตรง โดยส:วนที่นํามาน้ันมีสารท่ีสามารถใชเป3นยา ใบ ดอก ผล เปลือกผล
เมลด็ เปลอื กเมล็ด รากหรอื หัว ตน แกน: กระพ้ี เนอื้ ไม เปลือกไม สมนุ ไพรทไี่ ดจากอวัยวะของสัตว ตับ
ดี นอ เขา เอน็ เลือด นํ้ามัน มูล ข้ีผ้ึง รังนก น้ํามันตับปลา สมุนไพรท่ีไดจากแร:โดยธรรมชาติหรือส่ิงที่
ประกอบขน้ึ จากแรธ: าตตุ ามกรรมวธิ ี นาํ มาใชเปน3 ยา เกลอื กํามะถัน นาํ้ ประสานทอง ดเี กลือ สารสม
การจําแนกรูปแบบของสมุนไพรท่ีใชเป3นยาไดมาจากพืชวัตถุ สัตววัตถุ หรือธาตุวัตถุก็ตาม
เวลาจะนาํ มาใชเพ่อื การรักษาดังน้ี ๑. รปู แบบท่ีเปนT ของเหลว ยาเหล:าน้ีมักไดจากกรรมวิธีต:างกันเช:น
ยาตมคือหั่นตนยาแลวตมกับน้ํา ยาชงเป3นยาแหงหั่นเป3นช้ินเล็กค่ัวแลวนําไปชงกับนํ้า นํ้าค้ันสมุนไพร
เตรียมโดยการเอาตนสมุนไพรสด ตําใหละเอียด เติมนํ้าแลวคั้นเอานํ้ายามารับประทาน และยาดอง
เตรียมโดยบดสมุนไพรใหแหงห:อดวยผาขาวบาง ดองในสุรา ๒. รูปแบบท่ีเปTนของแข็ง ซึ่งเป3นยาปG>น
ลูกกลอน เตรียมโดยหั่นตนไมยาสดใหเป3นแว:นบางๆ ตากแดดใหแหง บดเป3นผง ผสมกับนํ้าผ้ึงหรือ
นํ้าเชื่อม ๑ ส:วน ปG>นเป3นลูกกลมเล็กขนาดเสนผ:าศูนยกลาง ๑ เซนติเมตร ป>Gนเสร็จผึ่งแดดจนแหง ๓.
รูปแบบกึ่งแข็งก่ึงเหลว สมุนไพรเหล:านี้จะทําใหอยู:ในลักษณะพอทรงตัวได มักใชเพื่อการรักษา
ภายนอก เช:น ยาพอก เตรียมโดยใชตนสดตําใหแหลกหรือเหลว ๔. รูปแบบอื่นที่มีลักษณะการใช
พิเศษ เช:นใชวธิ รี มควัน เพื่อรักษาโรคของทางเดินหายใจ หรือการรมควันเพ่ือรักษาแผล และใหมดลูก
เขาอ:ูในสตรีภายหลังคลอด ว:านหางจระเข เป3นสมุนไพรอีกชนิดหน่ึงซ่ึงรูจักกันเป3นอย:างดี วุนในใบมี
สารเคมีหลายชนิด วุนในใบมีคุณสมบัติรักษาแผล ต:อตานเชื้อแบคทีเรีย นิยมใชรักษาแผลไฟไหม นํ้า
รอนลวก รกั ษาแผลเรื้อรงั และแผลในกระเพาะอาหาร มะขามแขก ใชเป3นยาระบาย สารประกอบทาง
เคมีที่สําคัญในใบและฝ>กมะขามแขกมีฤทธ์ิกระตุนการบีบตัวของลําไสใหญ: ทําใหถ:ายทอง ที่จริงฝร่ัง
๒๙
เองกร็ จู กั ยาตวั น้ีและผลิตออกขายเปน3 ยาระบายคอื senokot กระเทียม เป3นสมุนไพรท่ีใชปรุงอาหารท่ี
มีใชกันแพร:หลาย นอกจากจะมีคุณสมบัติทางการปรุงรสและกล่ินอาหารแลว กระเทียมยังมีส:วนของ
นํ้าระเหยซ่งึ มฤี ทธิใ์ นการลดปรมิ าณไขมนั ในเลือด ในคนไขท่ีมี cholesterol สูง และอาจช:วยลดความ
ดันโลหติ สูงดวย
อันตรายจากการใชยาสมุนไพร สมุนไพรนอกจากจะมีประโยชนในการรักษาโรคภัยไขเจ็บ
แลว ในทางตรงกันขาม ถาใชไม:ถูกตองก็อาจมีโทษและอันตรายไดแยกออกเป3น ๓ ประการ
คือ ประการที่หน่ึง อันตรายที่เกิดจากโรคที่ขาดการรักษาเช:น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
หรือโรคหืด ซึ่งการแพทยป>จจุบันยังไม:สามารถรักษาใหหายขาดได การใหยานั้นเพื่อบรรเทาอาการ
และป|องกันโรคแทรกซอนท่ีอาจจะเกิดขึ้น ถาไม:เขาใจเกี่ยวกับโรคที่ถูกตองอาจจะเบื่อก็เลยหยุดยา
แลวรักษาดวยสมุนไพร มียาสมุนไพรหลายชนิดท่ีอาจจะไม:มีประสิทธิภาพในการรักษาโรค
นอกจากนั้นโรคท่ีท:านเป3นอยู:บางคร้ังก็อาจจะไม:มีอาการเด:นชัด ทําใหเขาใจผิดคิดว:าโรคหายแลวก็
ละเลยกับการรักษาที่ถูกตองนานไปโรคเดิมอาจจะกําเริบ เป3นความดันโลหิตสูงมากไม:ไดรักษาก็
อาจจะทาํ ใหเสนเลือดแตกในสมองเปน3 อัมพฤกษอัมพาตได ประการท่ีสอง เป3นอันตรายท่ีเกิดจากฤทธิ์
ของสมุนไพรโดยตรง มีสมุนไพรหลายชนิดที่มีสารเคมีที่เป3นพิษรายแรง ถาไดรับเขาไปจะทําใหเกิด
อาการจากพิษของสารชนดิ น้นั เชน: มะเกลือเปน3 ท่ีทราบกนั มานานแลวว:าผลมะเกลือมีสารเคมีท่ีสําคัญ
หลายชนดิ ที่มสี รรพคณุ ในการขับถ:ายพยาธิ์ ตาํ รับยากลางบานไดแนะนําใหใชผลมะเกลือสดตําคั้นผสม
กระทิ ไดมีรายงานผูปzวยหลายรายที่ไดรับพิษจากมะเกลือ ผูปzวยมีอาการไข อาเจียน ทองเดิน
หลังจากนน้ั จะมีอาการตามัว ตามองไม:เห็น ตาบอดได จากการศึกษาวิจัยพบว:า ผลมะเกลือท่ีแก:เต็มท่ี
จนมีสีดํานั้น อาจจะมีสาร nepthalene ซึ่งเป3นพิษต:อประสาทตาโดยตรง ยี่โถเป3นไมพุ:มประดับที่
นิยมปลูกกันตามบานเรือน เคยมีผูแนะนําใหเอาใบยี่โถตมน้ํารับประทานเพ่ือแกโรคพิษสุราเรื้อรัง
หลังจากรับประทานเขาไปแลว คนไขมีอาการอาเจียน ทองเดิน ปวดศีรษะ และปวดทอง ถา
รับประทานมากพิษของสารเคมใี นใบย่ีโถจะกดการเตนของหัวใจ ทําใหหัวใจเตนชาลง และอาจจะหยุด
ได ลําโพงมีพิษต:อระบบประสาทโดยตรง ถาไดรับเขาไปมากคนไขจะมีอาการตาพร:ามัว ปากแหง
กระหายน้ํา ม:านตาขยาย ไม:สูแสง ผิวหนังรอนแดง ถาเป3นมากอาจถึงขั้นสับสน จิตประสาทหลอน
และคลุมคลั่ง ประการท่ีสาม อนั ตรายจากสารเจือปนในสมุนไพร ไดทําการตรวจวิเคราะหยาสมุนไพร
เพอื่ จะหาสารเจือปนที่อาจจะเป3นอันตรายจากตัวอย:างจํานวนร:วมรอย พบว:ามี arsenic ๖๐% มีสาร
steroids ๓๐% นอกจากนั้นมีสารปรอทและตะกั่วประปราย Arsenic ใชเป3นยารักษาโรคผิวหนัง
เร้ือนกวาง และรักษาโรค syphilis ในป>จจุบันเลิกใชเพราะเป3นยาอันตราย ในตําราแพทยโบราณท้ัง
ของไทยและจีนเชื่อว:า arsenic มีคุณสมบัติกระตุนใหกระช:ุมกระชวย แต:ถาผูปzวยไดรับมากเกินไปก็
อาจจะเกดิ พษิ ของ arsenic ได ในระยะแรกผูปzวยจะมีอาการเจ็บคอ ปวดทอง ทองเสีย ต:อมาผูปzวยมี
อาการปวดแสบปวดรอนบริเวณปลายประสาทแปรšบๆ แบบถูกไฟฟ|าชšอต ระยะหลังจะมีผ่ืนตามตัวสี
๓๐
ดํา ผิวหนังหนาขึ้น ผูปzวยที่ไดรับ arsenic อาจจะมีโอกาสเป3นมะเร็งไดมากขึ้น เช:น มะเร็งผิวหนัง
มะเร็งปอด สารปรอท ปรอทที่ผสมในสมุนไพร อาจจะทําใหเป3นพิษ โดยมีอาการปากเป—Fอย เหงือก
อักเสบ ฟ>นหลุด นํ้าลายไหลมากผิดปกติ และไตวาย Steroids มีคุณสมบัติบรรเทาอาการของโรค
หลายชนิด จึงนิยมเจือปนในสมุนไพร ทําใหโรคบางอย:างดูเหมือนดีขึ้น เช:น โรคหืด โรคไขขออักเสบ
แต:ถาใชนานๆ จะมีอาการขางเคียงและอันตรายอย:างมาก ผูปzวยมีหนาบวมฉุ เป3นสิว ลําตัวอวนกลม
ผิวหนังลายเป3นจ้ําเลือดไดง:าย และกระดูกผุ เป3นตน ถาใชติดต:อกันนานทําใหติดยาและถาหยุดยา
เฉียบพลนั อาจทาํ ใหชอ็ ค สารตะกั่ว พษิ ของสารตะก่ัวเป3นท่ีรูจักกันดี ตะกั่วเป3นพิษทําใหมีอาการปวด
ทอง โลหติ จาง กลามเนื้ออ:อนแรงจากปลายประสาทผดิ ปกติ เปน3 ตน
การใชสมุนไพรควรจะตองระมัดระวัง ๑. ถาเป3นโรคท่ียังพิสูจนไม:ไดแน:ชัดว:ารักษาดวย
สมุนไพรไดผลดี ก็ไม:ควรรักษาดวยสมุนไพร เช:น งูพิษกัด สุนัขบากัด โรคบาดทะยัก กระดูกหัก วัณ
โรค เบาหวาน เป3นตน ๒. กล:ุมอาการบางอย:างอาจจะเป3นโรครายแรงท่จี ําเป3นตองรักษาอย:างรีบด:วน
เช:น ไขสูง ซึม ไม:รูสึกตัว ปวดอย:างรุนแรง อาเจียนเป3นเลือด ตกเลือดจากช:องคลอด ทองเดินอย:าง
รุนแรง หรือคนไขเป3นเด็กและสตรีมีครรภ ควรรีบนําปรึกษาแพทย แทนที่จะรักษาดวยสมุนไพร ๓.
การใชยาสมุนไพรควรคนควาจากตํารา หรือปรึกษาท:านผูรู(ปราชญ) ใชใหถูกตอง ใชใหถูกส:วน ใชให
ถูกขนาด ใชใหถูกวิธี ใชใหถูกโรค ใชใหถูกคน ๔. ไม:ควรใชสมุนไพรติดต:อกันเป3นเวลานานเพราะพิษ
อาจจะสะสมได เมือ่ ใชยาหลายสัปดาห อาการไมด: ขี ้ึน ควรปรึกษาแพทย ๕. อาการพิษที่เกิดข้ึนจากยา
สมุนไพรควรรีบหยุดยา
๒.๒.๑ ยาสมุนไพร
สมุนไพร หมายถึง "ผลิตผลธรรมชาติ ไดจาก พืช สัตว และ แร:ธาตุ ท่ีใชเป3นยา หรือผสมกับ
สารอื่นตามตํารับยา เพ่อื บาํ บดั โรค บํารงุ ร:างกาย หรอื ใชเป3นยาพิษ" นาํ เอาสมุนไพรตั้งแต:สองชนิดข้ึน
ไปมาผสมรวมกนั ซ่งึ จะเรยี กวา: ยา ในตาํ รับยา นอกจากพืชสมุนไพรแลวยังอาจประกอบดวยสัตว และ
แร:ธาตุอกี ดวย เราเรยี กพชื สัตว หรอื แรธ: าตทุ ี่เปน3 สว: นประกอบของยาน้ีว:า เภสัชวัตถุ พืชสมุนไพรบาง
ชนิด เช:น เร:ว กระวาน กานพลู และจันทนเทศ เปน3 ตน
ความหมาย
สมุนไพร๑๑ หมายถึง พืชที่ใช ทําเป3นเคร่ืองยา สมุนไพรกําเนิดมาจากธรรมชาติและมี
ความหมายต:อชีวิตมนุษยโดยเฉพาะ ในทางสุขภาพ อันหมายถึงท้ังการส:งเสริมสุขภาพและการรักษา
โรค ความหมายของยาสมุนไพรในพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ ยาสมุนไพร หมายความว:า ยาท่ีได
จากพฤกษาชาติสัตวหรือแร:ธาตุ ซึ่งมิไดผสมปรุงหรือแปรสภาพ เช:น พืชก็ยังเป3นส:วนของราก ลําตน
ใบ ดอก ผล ซึ่งมิไดผ:านขั้นตอนการแปรรูปใดๆ แต:ในทางการคา สมุนไพรมักจะถูกดัดแปลงใน
๑๑ ตามพจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕
๓๑
รูปแบบต:างๆ เช:น ถูกห่ันใหเป3นช้ินเล็กลง บดเป3นผงละเอียด หรืออัดเป3นแท:งแต:ในความรูสึกของคน
ทัว่ ไปเม่อื กล:าวถงึ สมนุ ไพร มกั นึกถงึ เฉพาะตนไมท่ีนาํ มาใชเปน3 ยา
ความสาํ คัญ
สมนุ ไพร เปน3 ยาสาํ หรับรักษาโรคต:าง ๆ ไดมากมายโดยเฉพาะอย:างยิ่ง พืช สมุนไพรทั้งหลาย
มีสรรพคณุ ทางยาดมี าก คนโบราณใชทําการรกั ษาโรคกันมานานแลว ควร อนุรักษเอาไวใหดี ในวงการ
แพทยก็มองเห็นความสําคัญของพืชท่ีมีประโยชนกันมากในชนบทที่ ห:างไกลก็ใช พืชสมุนไพร น่ีเอง
ชว: ยนําการบาํ บัดรกั ษาโรค และอาการเจ็บไขไดปzวย ซ่ึงก็ นับว:าไดผลดีมาก เช:น ใชชุมเห็ดเทศเป3นยา
ถ:าย ยาระบาย ใชบัวบกเป3นยาแกเจ็บคอ แกรอนใน ใชมะนาวเป3นยาแกเลือดออกตามไรฟ>นหรือ
โรคลักป„ดลักเป„ด ใชมะระเป3นยาขมเจริญอาหาร ใช กระเพาะเป3นเพ่ิมนํ้านมในตรีหลังคลอด ใชไพล
เป3นยารักษาโรคหืด ใชตําลึงรักษาโรคเบาหวาน สิ่งเหล:าน้ีเป3นความสามารถของแพทยแผนโบราณท่ี
ยึดออก “ พืชสมุนไพร ” เป3นหลักในการรักษา โรคที่เกิดขึ้นกับคนเรามานับรอยนับพันป‰มาแลว
สมนุ ไพรนอกจากจะนํามาใชประโยชนเป3นยา รักษาโรคแลว ยังสามารถนํามาใชประโยชนทางดานอื่น
ๆ อีก เช:น นํามาบริโภคเป3นอาหาร อาหารเสริมสุขภาพ เครื่องดื่ม สีผสมอาหาร และสียอม ตลอดจน
ใชทําเคร่อื งสําอางอีกดวย
การใชยาสมุนไพรเพื่อการพ่ึงตนเอง สามารถทําได เฉพาะในการใชตัวยาสมุนไพรท่ีไม:มี
ผลขางเคียง ไม:มพี ษิ หรอื ทใ่ี ชกันอย:ูโดยทว่ั ไป ซ่งึ มีขนาดการใชยา ดงั นี้
๑. ยาชง ใชตวั ยาสมุนไพรแหง หนักประมาณ ๗-๑๕ กรัม แช:ในน้ํารอน ค:อนแกว ด่ืม เฉพาะ
นาํ้ ครั้งเดียว
๒. ยาตม รินเอานํา้ ยาดม่ื ครั้งละคร่ึง ถึง ๑ ชอนกาแฟ เด็กลดลงตามสว: น
๓. ยาเมด็ ครงั้ ละหนกั ประมาณ ๑-๒ กรมั หรอื เมก็ ขนาดเท:าลูกมะแวง ๓ - ๕ เม็ด ยกเวน ยา
ที่มฤี ทธแ์ิ รง หรือยาถา: ย ควรใชตามหมอส่งั หรอื ตามธาตุหนักเบา (คอื ถากนิ ยา แลวถา: ยมาก คราว
ต:อไปใหลดปรมิ าณยาลง ถาถ:ายนอยกใ็ หเพิ่มปริมาณยาขึ้นตาม ส:วน)
๔. ยาผง คร้ังละหนักครง่ึ ถงึ ๑ กรัม ละลายในน้าํ รอน หรือกระสายยารับประทาน
๕. ยาดอง รับประทานครั้งละ ประมาณ ๒ -๓ ชอนโตะš
เปน3 โอกาสและจงั หวะทดี่ ีสาํ หรับประเทศไทยซ่งึ เปน3 ประเทศช้ันนําในการส:งไก:และกุงแช: แข็ง
ออกส:ูตลาดทําการศึกษาวิจัยและพัฒนาสมุนไพรเพื่อใชทดแทนยาปฏิชีวนะท่ีใชกันอย:าง แพร:หลาย
และเกนิ ความจาํ เปน3 โดยประโยชนทีค่ าดว:าจะไดรบั มีดงั นี้ คอื
๑. ประหยัดเงินตราต:างประเทศป‰ละหลายหมน่ื หลายบาทจากการนําเขา
๒. ทาํ ใหผลิตภัณฑเนื้อสัตวที่ปลอดหรือปลอดภัยจากสารตองหามอันเน่ืองมาจากการ ตกคาง
มีตลาดและกาํ ไรมากข้นึ
๓๒
๓. เป3นการสรางรายไดแกเ: กษตรกรและเป3นอกี ทางเลือกหน่ึงสาํ หรับชาวนาชาวไร:ผูยากไร ที่
ปลูกพืชเศรษฐกิจมูลคา: ตํ่า
การทจี่ ะใหบรรลุถึงวตั ถปุ ระสงค สามารถกระทําไดโดยงา: ย การร:วมมือร:วมใจจากทุกสว: นท่ี
เก่ยี วของจะมผี ลต:อความสําเร็จ ซงึ่ รวมถงึ
๑. จัดต้ังองคกรเฉพาะเพ่ือทําการศึกษาวิจัยและเผยแพร:พัฒนาผลิตภัณฑสมุนไพรสําหรับ
สัตว และรวมถึงการวางแผนงานแม:บทที่เกี่ยวของกับงานการน้ีทั้งหมด เป3นแหล:งรวบรวมท้ังภูมิ
ป>ญญาวิชาการและบุคลากรที่สนใจและเกี่ยวของผสมผสานกีบเทคโนโลยีสมัยใหม: เพื่อใหเกิด
ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลสงู สดุ
๒. บรรจหุ ลกั สูตรสมุนไพรวทิ ยาในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในระดับอนุปริญญาและ ปริญญาตรี
เพื่อเตรียมพรอมดานบุคลากร นักวิจัย และผูปฏิบัติการท่ีมีท่ีมีคุณภาพ รองรับการ ขยายงานที่จะ
เกิดข้นึ ในอนาคต
๓. ผลกั ดันร:างกฎหมายควบคุมการผลติ จําหน:าย โฆษณา และการใชสมุนไพรในสัตว เพ่ือให
ผลิตภัณฑท่ีนําออกสู:ตลาดมีมาตรฐานรองรับการตรวจสอบ สรางความม่ันใจใหกับผูใช และป|องกัน
การถูกหลอกลวงทั้งทางตรง เช:น โฆษณาชวนเช่ือทางส่ือ หรือทางออม เช:น การ อวดอางสรรพคุณ
เกนิ จริงบนฉลากยา เป3นตน
๔. การสนับสนุนจากภาคการเงินเพ่ือการวิจัยและการผลิต เป3นที่ทราบกันว:าการลงทุน สําหรับ
การทําวจิ ัยคนควาในยาแผนปจ> จบุ ันในแตล: ะปน‰ ้ันใชงบประมาณมหาศาล ซ่ึงน่ันก็หมายถึง ผลตอบแทนที่
สูงเกินคุมเช:นกัน หากอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยไดรับการสนับสนุนจากภาค การเงินอย:างเต็มท่ีเหมือน
เชน: ยาแผนปจ> จุบนั เชอื่ ว:าเราจะสามารถพัฒนาอตุ สาหกรรมน้ีเป3น อุตสาหกรรมหลักท่ีสรางรายไดใหกับ
ประเทศไทยไมน: อยเลยทีเดียว
๕. การสนับสนุนจากภาครฐั ในดานนโยบายและประชาสมั พนั ธ ข้นั ตอนและพธิ ีการ ต:าง ๆ ใน
ระบบราชการปจ> จุบนั อาจไมท: ันตอ: ความตองการของตลาดโลกป>จจุบนั อตุ สาหกรรม
สมนุ ไพรไทย๑๒ เปน3 เอกลกั ษณซง่ึ สะทอน วัฒนธรรมความเปน3 ชาติไทยทีไ่ ดส่ังสมมาแต:โบราณ
กาล ประเทศไทยมี องคความรูที่เก่ียวกับการใช สมุนไพรเพื่อวัตถุประสงค ที่หลากหลาย ท้ังเพ่ือเป3น
เคร่อื งประกอบในอาหารคาว-หวาน เป3นยา รักษาโรคและการดูแลสุขภาพของประชาชนในชุมชนโดย
อาศัย ศาสตรการแพทยพื้นบาน เป3นผลิตภัณฑดูแลรักษาความสวยงาม รักษาบาดแผล หรือแมแต:ใช
เปน3 ยาอายุวฒั นะ ภูมปิ ญ> ญาเหล:าน้ีได รับการสืบทอดต:อกันมาอย:างยาวนานจากร:ุนสู:รุ:น โดยอย:ูในวิถี
การดําเนินชีวิตของประชาชนชาวไทย ทําใหมีเอกลักษณทาง วัฒนธรรมท่ีโดดเด:นและน:าสนใจ แต:
๑๒ กระทรวงสาธารณสุข และองคกรภาครฐั -เอกชน, แผนแมบe ทแหeงชาติ วาe ดวยการพัฒนาสมุ นไพร
ไทย ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔, (กรุงเทพฯ : บจก.ทเี อส อินเตอรพร้นิ ท), หนา ๑๔.
๓๓
อย:างไรก็ตาม การดําเนินการ ที่เกี่ยวของกับการพัฒนาสมุนไพรไทยยังมีค:อนขางนอย ไม:เป3น ระบบ
และไม:ต:อเนื่องขณะท่ีประเทศไทยเป3นประเทศท่ีมีความ อุดมสมบูรณพรอมไปดวยทรัพยากรทาง
ชีวภาพ ซึ่งเอื้อต:อการ ส่ังสมภูมิป>ญญาและองคความรูการใช สมุนไพรมาเป3นเวลายาวนาน ประเทศ
ไทยเป3นประเทศหนึ่งซ่ึงมีความหลากหลายทางชีวภาพของ พันธุพืชและสัตวสูงเป3นอันดับตนของโลก
โดยมีพืชสมุนไพรอยู: ภายในประเทศประมาณ ๑๑,๖๒๕ ชนิด ซึ่งประมาณ ๑,๘๐๐ ชนิด หรือรอยละ
๑๕.๕ ของทัง้ หมดน้ันไดมกี ารนํามาใชประโยชนใน ดานตา: ง ๆ
ป>จจุบัน ความตองการใชสมุนไพรเพ่ิมข้ึน อย:างรวดเร็วท้ังความตองการในการบริโภคเพ่ือ
การสรางเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชน รวมถึงความตองการในการแปรรูปเพ่ือสราง มูลค:าเพิ่ม
ของสมุนไพรต:าง ๆ เพ่ือตอบสนองความ ตองการของผูบริโภค และสรางความหลากหลาย ในการใช
ประโยชนจากสมุนไพร ๆ ส:งผลให สมุนไพรถูกนําไปใชในอุตสาหกรรมหลาย ประเภท ไม:ว:าจะเป3น
อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมผลิตยาแผนไทย อุตสาหกรรมผลิตยา พัฒนาจากสมุนไพร
และอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ สมุนไพรรูปแบบต:าง ๆ เช:น สารสกัดจากสมุนไพร เคร่ืองสําอาง และ
ผลิตภณั ฑสปา โดยสมนุ ไพรบาง รายการเป3นที่ตองการของผูบริโภคและผูผลิต อย:างมากและสามารถ
สรางรายไดมหาศาลใหกบั ประเทศ
ลักษณะ
พืชสมนุ ไพร เชอ่ื กันอกี ดวยว:า ตนพืชต:าง ๆ ก็เป3นพืชท่ีมีสารท่ีเป3นตัวยาดวยกันทั้งส้ินเพียงแต:
วา: พชื ชนดิ ไหนจะมีคุณคา: ทางยา
พืชสมนุ ไพร หรือวัตถธุ าตุน้ี หรือตัวยาสมุนไพรน้ี แบง: ออกเปน3 ๕ ประการ ดงั น้ี
๑. รปู ไดแก: ใบไม ดอกไม เปลือกไม แกน: ไม กระพ้ีไม รากไม เมล็ด
๒. สี มองแลวเห็นวา: เปน3 สเี ขียวใบไม สเี หลือง สแี ดง สสี ม สมี :วง สีนา้ํ ตาล สดี าํ
๓. กล่ิน ใหรูวา: มกี ล่ิน หอม เหม็น หรือกลน่ิ อย:างไร
๔. รส ใหรวู :ามรี สอย:างไร รสจดื รสฝาด รสขม รสเค็ม รสหวาน รสเปรี้ยว รสเย็น
๕. ชอื่ ตองรูว:ามีช่อื อะไรในพืชสมนุ ไพรน้ัน ๆ ใหรูวา: ขิงเป3นอย:างไร ขา: เปน3 อย:างไร ใบ
ขี้เหลก็ เป3นอย:างไร
การเก็บรกั ษาสมนุ ไพร
๑. ควรเก็บยาสมุนไพรไวในที่แหงและเยน็ สถานทีเ่ ก็บสมุนไพรน้ันตองมีอากาศถ:ายเทสะดวก
เพอ่ื ขับไลค: วามอบั ชืน้ ทอี่ าจจะก:อใหเกิดเชื้อราในสมนุ ไพรได
๒. สมุนไพรท่ีจะเก็บรักษานั้นตองแหงไม:เป‰ยกชื้น หากเสี่ยงต:อการข้ึนราได ควรนําสมุนไพร
น้นั ออกมาตากแดดอยา: งสมํ่าเสมอ
๓๔
๓. ในการเกบ็ สมนุ ไพรน้ันควรแยกประเภทของสมุนไพรในการรักษาโรค เพ่ือป|องกันการหยิบ
ยาผดิ ซ่งึ อาจจะก:อใหเกิดอันตรายได
๔. ควรตรวจดูความเรียบรอยในการเก็บสมุนไพรบ:อย ๆ ว:ามีสัตวหรือแมลงต:าง ๆ เขาไป
ทําลายหรือก:อความเสียหายกับสมุนไพรที่เก็บรักษาหรือไม: ถามีควรหาทางป|องกันเพ่ือรักษาคุณภาพ
ของสมนุ ไพร๑๓
มาตรา ๔ ๑๔ "ยา" หมายความวา:
(๑) วัตถุทรี่ บั รองไวในตาํ รายาที่รฐั มนตรีประกาศ
(๒) วตั ถทุ ่มี :ุงหมายสําหรับใชในการวินจิ ฉัย บาํ บัด บรรเทา รักษา หรอื ปอ| งกนั โรค
หรอื ความเจ็บปzวยของมนุษยหรอื สัตว
(๓) วตั ถทุ เ่ี ป3นเภสัชเคมีภณั ฑ หรอื เภสชั เคมภี ณั ฑกงึ่ สําเรจ็ รูป หรือ
(๔) วัตถทุ ี่มง:ุ หมายสําหรับใหเกิดผลแก:สขุ ภาพ โครงสราง หรือการกระทําหนาท่ใี ด ๆ
ของรา: งกายของมนุษยหรือสัตว
วตั ถุตาม (๑) (๒) หรอื (๔) ไมห: มายความรวมถึง
(ก) วตั ถุทม่ี ง:ุ หมายสําหรบั ใชในการเกษตร หรือการอุตสาหกรรมตามท่รี ฐั มนตรี
ประกาศ
(ข) วตั ถุทมี่ :ุงหมายสําหรบั ใชเป3นอาหารสําหรบั มนษุ ย เครือ่ งกีฬา เคร่ืองมือ เคร่ืองใช
ในการสง: เสริมสุขภาพ เคร่อื งสาํ อาง หรือเคร่ืองมอื และส:วนประกอบของเคร่ืองมอื ที่ใชในการประกอบ
โรคศลิ ปะหรอื วิชาชีพเวชกรรม
(ค) วตั ถทุ ่มี :งุ หมายสําหรบั ใชในหองวทิ ยาศาสตรสาํ หรบั การวิจยั การวเิ คราะห หรือ
การชนั สูตรโรคซึง่ มิไดกระทําโดยตรงตอ: ร:างกายของมนษุ ย
"ยาแผนปจ> จบุ ัน" หมายความวา: ยาท่ีมุง: หมายสําหรับใชในการประกอบวิชาชีพเวช
กรรม การประกอบโรคศิลปะแผนป>จจบุ นั หรือการบําบัดโรคสัตว
"ยาแผนโบราณ" หมายความว:า ยาทม่ี งุ: หมายสาํ หรบั ใชในการประกอบโรคศิลปะ
แผนโบราณ หรือการบําบดั โรคสัตว ซึ่งอยู:ในตาํ รายาแผนโบราณท่รี ฐั มนตรีประกาศ หรอื ยาที่รฐั มนตรี
ประกาศเปน3 ยาแผนโบราณ หรอื ยาท่ีไดรบั อนุญาตใหขนึ้ ทะเบียนตํารับยาเป3นยาแผนโบราณ
"ยาอนั ตราย" หมายความว:า ยาแผนป>จจบุ นั หรอื ยาแผนโบราณที่รัฐมนตรีประกาศ
เปน3 ยาอนั ตราย
๑๓ เอมอร ตรภี ญิ โญยศ, กินลางพิษอโรคยา, (กรงุ เทพฯ : ไพลนิ ,๒๕๕๑).
๑๔ พระราชบญั ญัตยิ า พ.ศ. ๒๕๑๐ หนา ๑.
๓๕
"ยาควบคุมพเิ ศษ" หมายความวา: ยาแผนปจ> จบุ นั หรือยาแผนโบราณทีร่ ฐั มนตรี
ประกาศเป3นยาควบคุมพเิ ศษ
"ยาใชภายนอก"* หมายความวา: ยาแผนป>จจบุ ันหรือยาแผนโบราณท่ีมง:ุ หมายสําหรบั
ใชภายนอก ทง้ั นไ้ี มร: วมถึงยาใชเฉพาะท่ี
*[นิยามคํานี้แกไขโดยพระราชบญั ญตั ิยา (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๐ (รก.๒๕๓๐/๗๔๘/
๑ พ.)]
"ยาใชเฉพาะที่"* หมายความว:า ยาแผนปจ> จุบันหรือยาแผนโบราณทม่ี ุง: หมายใช
เฉพาะท่กี ับหู ตา จมูก ปาก ทวารหนัก ช:องคลอด หรือท:อป>สสาวะ
*[นยิ ามคาํ นี้ แกไขโดยพระราชบัญญัติยา (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๐ (รก.๒๕๓๐/
๗๔๘/๑ พ.)]
"ยาสามัญประจําบาน" หมายความวา: ยาแผนป>จจุบนั หรือยาแผนโบราณทร่ี ฐั มนตรี
ประกาศเป3นยาสามญั ประจาํ บาน
"ยาบรรจเุ สรจ็ "* หมายความว:า ยาแผนปจ> จุบันหรอื ยาแผนโบราณทีไ่ ดผลิตข้ึนเสร็จ
ในรปู ตา: งๆ ทางเภสชั กรรม ซ่ึงบรรจใุ นภาชนะ หรือหบี หอ: ทป่ี ด„ หรอื ผนึกไว และมีฉลากครบถวนตาม
พระราชบัญญัตินี้
*[นิยามคาํ นี้ แกไขโดยพระราชบญั ญัติยา (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๓๐ (รก.๒๕๓๐/
๗๔๘/๑ พ.)]
"ยาสมุนไพร" หมายความว:า ยาท่ีไดจากพฤกษชาติ สัตว หรือแร: ซ่ึงมิไดผสม ปรุง หรือแปร
สภาพ
๒.๒.๒ การใชประโยชนสมุนไพรรกั ษาโรค
เพ่ือเสริมสรางความเขมแข็งของระบบสุขภาพในชุมชนดานการส:งเสริมสุขภาพและป|องกัน
โรค ดวยภูมปิ ญ> ญาการแพทยพื้นบานและหมอพน้ื บานใหเปน3 รูปธรรมที่ชดั เจน โดยรับรองและส:งเสริม
สถานภาพของหมอพ้ืนบาน เสริมสรางความเข็มแข็งของเครือข:ายหมอพ้ืนบาน และพัฒนาระบบ
สขุ ภาพ ประชาชน ซงึ่ มาตรการนี้ประกอบดวย ๕ แผนงาน คอื ๑๕
๑. ใหมีการจัดระบบดูแลกลุ:มเป|าหมายพิเศษ เช:น อัมพฤกษอัมพาต ผูสูงอายุ และหญิงหลัง
คลอด
๒. ส:งเสริม อนุรักษภูมิป>ญญาพื้นบานและสมุนไพรทองถิ่นและบทบาทหมอพ้ืนบาน โดย
สาํ รวจ รวบรวมองคความรู และส:งเสรมิ การใชสมุนไพรในชมุ ชนเพื่อส:งเสริมสุขภาพและป|องกนั โรค
๑๕ กระทรวงสาธารณสขุ และองคกรภาครัฐ-เอกชน, แผนแมบe ทแหeงชาติ วeาดวยการพัฒนาสุมนไพร
ไทย ฉบบั ท่ี ๑ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔, (กรุงเทพฯ : บจก.ทีเอส อินเตอรพร้นิ ท), หนา ๑๐๗.
๓๖
๓. สนับสนุน พัฒนาเครือขา: ยชมรมหมอพน้ื บาน/อสม./แพทยแผนไทยในชมุ ชนใหเขมแข็ง
๔. ประสานงานองคกรปกครองส:วนทองถิ่น และหน:วยงานท่ีเก่ียวของเพ่ือพัฒนาระบบ
สขุ ภาพ ประชาชน
๕. ส:งเสริมการใชสมนุ ไพรทเี่ ก่ยี วของในกระบวนการผลติ สตั วและสตั วเลย้ี งในชุมชน
เปา~ หมายมาตรการ
๑. รอยละ ๘๐ ของหน:วยงานบริการระดับปฐมภูมิ มีการบูรณาการภูมิป>ญญาการแพทย
พ้ืนบานในระบบบรกิ ารเชิงรกุ ในกล:ุมเปา| หมายพเิ ศษ ภายใตการสนับสนุนกองทุน หลักประกันสุขภาพ
ตาํ บล
๒. รอยละ ๘๐ ของหมอพื้นบานตามเกณฑระเบียบกระทรวงสาธารณสุขที่ไดรับการรับรอง
สถานภาพ
๓. รอยละ ๑๐๐ ขององคกรปกครองส:วนทองถ่ินมีแผนงานส:งเสริม การใชประโยชนภูมิ
ป>ญญา การแพทยพื้นบานในการดูแลและจัดสรรงบประมาณสนับสนุนภายใตกองทุนหลักประกัน
สขุ ภาพตําบล
แผนงานที่ ๑ ใหมีการจดั ระบบดแู ลกลมeุ เป~าหมายพิเศษ เชeน อัมพฤกษอัมพาต ผูสูงอายุ และหญิง
หลังคลอด
บรู ณาการภมู ิปญ> ญาการแพทยพื้นบานในระบบบริการชุมชนสําหรับดูแลกล:ุมเป|าหมายพิเศษ
ภายใตกองทุนหลักประกนั สุขภาพตําบล
แนวทางการดาํ เนนิ งาน
๑. พัฒนากฎหมายและระเบยี บอืน่ ๆ ทเี่ ก่ยี วของ เพือ่ รับรองหมอพืน้ บาน
๒. สํารวจ รวบรวม และจดั ระบบองคความรูของหมอพ้นื บานในแต:ละตาํ บล
๓. จดั การความรภู ูมปิ ญ> ญาการแพทยพ้ืนบานในแต:ละทองถ่นิ
๔. จัดทําแนวทางการดแู ลกลุ:มเปา| หมายพเิ ศษดวยภูมิป>ญญาการแพทยพ้ืนบาน
๕. พัฒนาหลกั สูตรการถ:ายทอดความรูภูมิป>ญญาการแพทยพ้ืนบานสู:คนรุ:นใหม: อย:างนอย ๓
หลักสตู ร
เป~าหมายแผนงาน
๑. หน:วยงานบริการระดับปฐมภูมิมีการบูรณาการภูมิป>ญญาการแพทยพื้นบานในระบบ
บรกิ าร เชิงรุกในกลุ:มเป|าหมายพเิ ศษ ภายใตการสนบั สนุนกองทุนหลักประกันสขุ ภาพตาํ บล
๒. มีแนวทางการบูรณาการภูมิป>ญญาการแพทยพื้นบานในระบบบริการชุมชน (Service
Plan) ในการดแู ลกลมุ: เป|าหมายพิเศษ
๓๗
ตัวช้วี ัดแผนงาน
๑. รอยละ ๘๐ ของหน:วยงานบริการระดับปฐมภูมิมีการบูรณาการภูมิป>ญญาการแพทย
พนื้ บานในระบบบรกิ ารเชงิ รกุ ในกลม:ุ เป|าหมายพิเศษ ภายใตการสนับสนุนกองทุน หลักประกันสุขภาพ
ตําบล
๒. รอยละ ๘๐ ของหน:วยงานบริการระดับปฐมภูมิมีแนวทางการบูรณาการภูมิป>ญญา
การแพทย พื้นบานในระบบบริการชุมชน (service plan) ในการดูแลกลม:ุ เป|าหมายพิเศษ
หนวe ยงานทร่ี บั ผิดชอบ
๑. กรมพฒั นาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก, กระทรวงสาธารณสขุ
๒. กรมส:งเสรมิ การปกครองส:วนทองถิน่ , กระทรวงมหาดไทย
๓. สํานกั งานหลักประกันสุขภาพแห:งชาติ
แผนงานท่ี ๒ สeงเสริม อนุรักษภูมิปpญญาพื้นบาน และสมุนไพรทองถ่ิน และบทบาท หมอพ้ืนบาน
โดยสํารวจ รวบรวมองคความรู และสeงเสริมการใช สมุนไพรในชุมชนเพ่ือสeงเสริมสุขภาพและ
ปอ~ งกนั โรค
พัฒนาคณะกรรมการเพ่ือรับรองสถานภาพหมอพ้ืนบานและรวบรวมองคความรูภูมิป>ญญา
การแพทยพ้นื บาน ทัง้ น้ีตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข
แนวทางการดาํ เนนิ งาน
๑. ส:งเสริมใหชุมชนและเครือข:ายภูมิป>ญญาทองถ่ิน สํารวจสมุนไพรประจําถิ่นและจัดทํา
ระบบ ขอมลู สําหรับคมุ ครองภมู ิป>ญญาในชุมชน
๒. ส:งเสริมใหชุมชนและเครือข:ายภูมิป>ญญาทองถิ่น สํารวจตํารับยาสมุนไพรของชุมชน และ
ส:งเสริมการใชตาํ รบั ยาสมนุ ไพรของชุมชนเพือ่ การดูแลสุขภาพ
เป~าหมายแผนงาน
๑. มีการรับรองสถานภาพหมอพ้ืนบานเพ่ิมข้ึนและไดรับการรวบรวมบันทึกความรูและ ภูมิ
ป>ญญา
ตัวชีว้ ัดแผนงาน
๑. ทุกจังหวดั มีการพัฒนาคณะกรรมการเพอื่ รบั รองสถานภาพหมอพืน้ บาน
๒. รอยละ ๘๐ ของหมอพื้นบานตามเกณฑระเบียบกระทรวงสาธารณสุขท่ีไดรับการรับรอง
สถานภาพ และมีการรวบรวม/บนั ทกึ ความรแู ละภูมปิ >ญญา
หนวe ยงานทรี่ ับผดิ ชอบ
๑. กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก, กระทรวงสาธารณสขุ
แผนงานท่ี ๑ สรางภาพลักษณ “แพทยแผนไทย” และ “การรักษาดวยสมุนไพรไทย” ในระดับ
ภมู ภิ าค
๓๘
รณรงคเพื่อสรางความเช่ือม่ันและทัศนคติที่ดีในการใชยาและผลิตภัณฑสมุนไพร รวมถึง
การแพทย แผนไทย
แนวทางการดาํ เนนิ งาน
๑. สรางภาพลักษณ “สมุนไพรไทย” ใหเป3นที่ยอมรับและเชื่อถือ โดยความร:วมมือระหว:าง
หน:วยงานของรัฐและสื่อของรัฐ ทั้งสายงานกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงต:าง ๆ รวมทั้ง ส่ือ
สาธารณะ ในการสอื่ สารและรณรงคสรางความเช่อื ม่ันใน “สมนุ ไพรไทย” และ “การแพทยแผนไทย”
เป~าหมายแผนงาน
๑. สมนุ ไพรไทย เป3นท่ียอมรับ เช่ือถือ ของบุคลากรการแพทย และประชาชนในประเทศไทย
และต:างประเทศ
๒. มีผลิตภัณฑสมนุ ไพรไทยทม่ี ีคณุ ภาพจําหน:ายในภมู ภิ าค
ตวั ชว้ี ัดแผนงาน
๑. บุคลากรสาธารณสุขมีการใช/สั่งใชยาและผลิตภัณฑจากสมุนไพรรอยละ ๖๐ ภายในป‰
พ.ศ. ๒๕๖๔
๒. มลู ค:าซื้อขายสมนุ ไพรเพม่ิ ขึน้ รอยละ ๕๐
หนวe ยงานที่รับผดิ ชอบ
๑. กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก, กระทรวงสาธารณสขุ
แผนงานที่ ๒ จัดรณรงคระดับชาติเพ่ือส่ือสารความรูและวิธีการใชสมุนไพรที่ถูกตอง เพ่ือการใช
สมนุ ไพรเปTนยาสามญั ประจาํ บานใหกับประชาชน
รณรงคเพอ่ื สอ่ื สารความรแู ละวธิ กี ารใชสมนุ ไพรท่ีถูกตองใหกับประชาชน
แนวทางการดําเนนิ งาน
๑. จัดตั้งคณะทํางานเพ่ือบริหารจัดการการส่ือสาร รวมท้ังการจัดการความรูท่ีเหมาะสม
สําหรับกล:มุ เปา| หมาย
๒. รณรงคเพอื่ สือ่ สารความรูและวธิ ีการใชสมุนไพรทถี่ ูกตองผ:านส่อื สาธารณะตา: ง ๆ
๓. จดั งานมหกรรมสมุนไพรใน ๔ ภาค
เป~าหมายแผนงาน
๑. มีการใชยาสมุนไพรเป3นยาสามัญประจําบานและส:งเสริมสุขภาพหรือเป3นอาหารใน
ครวั เรือน
ตวั ช้ีวดั แผนงาน
๑. การรณรงคสอ่ื สารเขาถึงประชาชน รอยละ ๙๐
๒. มีผรู ว: มงานมหกรรมสมนุ ไพรเพม่ิ ขน้ึ รอยละ ๕ ตอ: ป‰
๓๙
หนวe ยงานทร่ี บั ผิดชอบ
๑. กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก, กระทรวงสาธารณสุข
๒. สาํ นักงานคณะกรรมการอาหารและยา, กระทรวงสาธารณสขุ
การใชสมุนไพรในการรักษาโรคมีมาแต:โบราณซึ่งมีการสืบทอดและพัฒนาจนถึงป>จจุบัน ทวีป
เอเชีย เช:น ประเทศจีน ญ่ีปุzน และอินเดีย ซ่ึงมีการบันทึกเป3นลายลักษณ อักษรท่ีค:อนขางสมบูรณ
นอกจากน้ันการศึกษาผลประโยชนของการใชสมุนไพรโดยอาศัยหลัก วิทยาศาสตรในประเทศไดรับ
การสนบั สนุนจากภาครัฐอยา: งจริงตลอดระยะเวลาทผ่ี า: นมา จนสามารถผลิตยาสมุนไพรสําเร็จรูป หรือ
ก่ึงสําเร็จรูปพรอมใชเป3นธุรกิจ อุตสาหกรรมอย:างเป3นล่ําเป3นสัน พัฒนาการนี้ไดแผ:ขยายผลถึง
อุตสาหกรรม อันเนื่องมาจากความห:วงใยต:อ สุขภาพของมนุษยเอง และไดรับความสนใจมากขึ้น เชิง
เศรษฐกจิ การยกระดับสภาพความเป3นอยู:ของมนุษยทําใหการต่ืนตัวต:อสุขภาพจากอาหารการ กินทวี
ความสาํ คญั สง: ผลใหการควบคมุ คณุ ภาพสนิ คาบรโิ ภคโดยเฉพาะสารตกคางท่ีใหโทษไดรับ ความสนใจ
ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงไดกําหนดมาตรฐานและวิธีการปฏิบัติการผลิตต:าง ๆ เม่ือเทียบกับประเทศ
เพ่ือนบาน เชน: จีน อนิ เดยี หรอื แมกระทั่งชาวบานที่เราเรยี กว:าภูมิ ป>ญญาชาวบาน อุตสาหกรรมการ
เล้ียงสัตวบานเราเร่ิมใหความสนใจกับการใชสมุนไพรเมื่อไม:นาน การพัฒนาการใชสมุนไพรยัง เป3น
การสรางงานสรางรายไดใหกับภาคการเกษตรอีกทางหน่ึงที่มีส:วนช:วยเหลือเกษตรกร นอกจากน้ียัง
เป3นการช:วยเหลอื ผบู ริโภคในมมุ มองของการพฒั นาคุณภาพชวี ติ
สมุนไพรทองถิ่น
๑. ภูมิอากาศและภูมิประเทศ เนื่องจากต้ังอยู:ในเขตรอนและชื้น ประเทศไทยมีทรัพยากร
สมุนไพรที่ค:อนขางสมบูรณเมื่อเทียบกับแถบอเมริกาเหนือ ยุโรป มีพรรณไม หลากหลายชนิดที่มี
ศักยภาพพฒั นาใหเปน3 ผลิตภณั ฑอุตสาหกรรมท่ีรอการศึกษาอย:าง จริงจัง
๒. ขอบเขตการใชกวางขวาง ใชไดท้ังในการป|องกัน รักษาและบํารุง สําหรับการป|องกัน โรค
น้ัน ส:วนมากสามารถทดแทนยาปฏิชีวนะท่ีมีราคาค:อนขางแพง และก:อใหเกิดการ ดื้อยาท้ังในมนุษย
และสตั ว รูปแบบการใชกค็ :อนขางหลากหลาย เช:น ตม สด ตาก ทา ตา: งๆ เป3นตน
๓. ผูประกอบการใหความสนใจ ท้ังจากผูผลิตปศุสัตว นักวิจัย บริษัทยาและอาหาร ต:าง ๆ
และมแี นวโนมพฒั นาใหรูปแบบ สรรพคุณและการใชงา: ยและมปี ระสทิ ธิภาพ มากย่ิงขึน้
๔. ความปลอดภัยสูง เม่ือเทียบกับยาปฏิชีวนะแลวพิษวิทยาของสมุนไพรจะมีนอยกว:า ซ่ึงจะ
ชว: ยลดปญ> หาปรมิ าณสารตกคางในผลิตภณั ฑ รวมทง้ั ขบวนการดอ้ื ยาก็เกิดชา กวา: และนอยกวา: ดวย
๕. ความตองการตลาดสูง ทั้งในและนอกประเทศ เช:น ประเทศญ่ีปzุน จีน สิงคโปร ไตหวัน
ฮ:องกง ซึ่งมีการศึกษาวิจัยและใชสมุนไพรท้ังในคนและสัตวมายาวนาน แต: ท้ังน้ีก็ขึ้นอย:ูกับคุณภาพ
ผลิตภัณฑ รวมทั้งประสิทธิภาพการรักษาท่ีใหผลดวย เมื่อไม: นานมานี้ ความตองการของตลาด
ภายในประเทศ อันเนื่องมาจากขอกําหนดที่เขมงวด ของค:ูคา ไดมีส:วนช:วยเป3นอย:างมากในการ
๔๐
ผลักดันการศึกษาวิจัยสมุนไพรสําหรับสัตว มีความกาวหนาและพัฒนาอย:างจริงจัง คาดว:าจะบังเกิด
ผลประโยชนทางดานเศรษฐกจิ ต:อประเทศชาติ
อปุ สรรคการพฒั นาการใชสมุนไพรทองถน่ิ
๑. ขาดแคลนบุคลากร ตองยอมรับความจริงว:าวงการปศุสัตวมีเพียงคนส:วนนอยท่ีใหความ
สนใจสมุนไพร เหตุการณน้ีคงจะดําเนินต:ออีกนานเท:านานตราบใดท่ียังมองการใชยาเป3น การรักษาท่ี
ตองการความฉับไวทนั ใจมากกวา: การป|องกนั โรคท่มี ักตองทําเป3นกจิ วตั รท่ีใช เวลานานกว:าแต:ลงทุนถูก
กว:า ในส:วนของผูที่สนใจศึกษาก็อาจประสบกับป>ญหา แหล:งขอมูลความรูที่มีอยู:ค:อนขางจะกระจัด
กระจายทาํ ใหยากแกก: ารศกึ ษาคนควา
๒. การประยุกตใชเทคโนโลยีเพื่อการผลิตยังมีนอย ผลิตภัณฑสมุนไพรไทย ที่มีอยู:ใน
ทองตลาดมักอยูใ: นรปู ของวัตถุดิบหรือถูกแปรรูปในลักษณะแบบง:าย ๆ ที่ยังตองอาศัย ฝ‰มือแรงงานใน
การผลิตเป3นหลักซ่ึงยากต:อการควบคุมคุณภาพ การลงทุนดานการวิจัยและ พัฒนาก็ยังอย:ูในระดับท่ี
ไมน: า: พอใจ
๓. คณุ ภาพผลติ ภัณฑไม:คงท่ี สาเหตุหลกั มาจากคุณภาพของวัตถุดิบที่แปรปรวนไปตามสภาพ
ดินฟ|าอากาศ การจัดการของ เกษตรกรและวิธีการเก็บเกี่ยวขาดความเอาใจใส:จากผูประกอบการคา
ดานการบรรจุหีบห:อและเก็บรักษา อัน เนื่องมาจากการมองขามความสําคัญของคุณภาพผลิตภัณฑที่
ใชในสัตวเมื่อเทียบ กับมนุษย รูปแบบการใชยังขาดการพัฒนา เช:น การตม อัดเม็ดแบบง:าย ๆ ซ่ึง
ส:งผลให ประสิทธิภาพในการรักษาโรคไม:คงที่แปรปรวนไปตามป>จจัยบุคคลและอุปกรณ ต:าง ๆ
รวมทง้ั กรรมวธิ ีในแต:ละข้ันตอนดวย ทําใหผูใชขาดความมั่นใจและเลกิ ใช ในทส่ี ดุ
๔. ผลิตภัณฑซํ้าซอนเลียนแบบ ขาดการศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑสมุนไพรท่ีใชในสัตวส:วนมาก
ยังคงเป3นฟ|าทะลายโจร ขม้ินชัน ไพล และอ่ืน ๆ เพียงไม:ก่ีชนิดเท:าน้ัน เม่ือเทียบกับคลัง สมุนไพรท่ี
ประเทศไทยมีอย:ูแลว เรายังสามารถศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑสมุนไพรไดอีก มาก แต:น:าเสียดายที่
เราไม:ไดใหความสําคัญกับการศึกษาคนควาเพ่ือใหไดผลิตภัณฑท่ีมี ความหลากหลายและมี
ประสิทธิภาพทางการบาํ รุงรักษามากเทา: ทค่ี วร
๕. ขาดมาตรฐานผลิตภัณฑสมุนไพรต:างกับผลิตภัณฑยาแผนป>จจุบัน สมุนไพรไทยก็ถูกแปร
รูปเป3นยารูปแบบต:าง ๆ ยังขาดมาตรฐานสินคาท่ีใชในการควบคุมการผลิต การจัด จําหน:าย และ
กาํ กับวิธีการใชที่ถูกหลักวชิ าการ
๖. ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ รัฐบาลไทยเริ่มใหความสําต:อสมุนไพรท่ีใชสําหรับมนุษย
สาธารณสุขเป3นผูรับผิดชอบ แต:สําหรับสมุนไพรท่ีใชในสัตว ยังมิไดมีหน:วยงานราชการใดมา
รับผิดชอบศึกษาและเผยแพร:อย:างจริง ขั้นตอนการจดทะเบียนผลิตภัณฑสมุนไพรเป3นยาก็ถูก
รองเรยี นวา: ยุง: ยาก ซบั ซอนไมท: นั ตอ: สถานการณโลกในป>จจบุ นั