The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมการใช้ประโยชน์ของสมุนไพรกับการสร้างความเข้มแข็งชุมชน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by naboon1960, 2021-03-30 03:11:34

นวัตกรรมการใช้ประโยชน์ของสมุนไพรกับการสร้างความเข้มแข็งชุมชน1

นวัตกรรมการใช้ประโยชน์ของสมุนไพรกับการสร้างความเข้มแข็งชุมชน

๔๑

๒.๓ การถeายทอดความรูสมนุ ไพรและการใชประโยชน

การจัดการความรูและป>ญหาอุปสรรคในการจัดการความรูของสมุนไพร เป3นกลุ:มผูเพาะปลูก
สมุนไพรระบบเกษตรอินทรีย เพ่ือเป3นวัตถุดิบ ในการผลิตยาและผลิตภัณฑสมุนไพรไวใชเองแลว
นําไปส:ูตลาดนัดตามฤดูกาลและโรงพยาบาลขององคกรปกครองส:วนทองถิ่น ตระหนักเศรษฐกิจของ
ชุมชนที่มีรายไดต:อครัวเรือนนอยประกอบกับการใชสารเคมีในการทําการเกษตรส:งผลใหสุขภาพ
ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอมเส่อื ม คนในชุมชนส:วนหนง่ึ จึงมแี นวคิดท่ีจะนําความรูดานสมุนไพร
ภมู ปิ ญ> ญาของชุมชนกลับมาใชประโยชนและใชในการประกอบอาชีพ ประกอบกับหน:วยงานสนับสนุน
ใหเกิดการ ก:อต้ังกล:ุมข้ึนมีการใหความรูดานต:าง ๆ สนับสนุนงบประมาณในการดําเนินงาน และเป3น
ตลาดในการขายสมุนไพร ลักษณะความรูของสมุนไพร การเก็บเกี่ยวและแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรท่ีมี
คุณภาพ และมีเป|าหมายในการดําเนินงาน การนําความรูดาน สมุนไพรมาใชเพื่อการประกอบอาชีพ
ใชเพื่อดูแลสุขภาพแบบพ่ึงพาตนเอง กระบวนการจัดการความรูสมุนไพรดังน้ี ๑. กระบวนการ
วิเคราะหความตองการความรูของชุมชนในดานการเพาะปลูกสมุนไพร และการแปรรูปวัตถุดิบ
สมุนไพร ท่ีมีคุณภาพเป3นหลัก ยังมีความตองการความรูเพ่ิมเติมตามสถานการณหรือเหตุการณใน
ช:วงเวลาน้ัน ๆ เช:น ความรูเก่ียวกับการพัฒนาผลิตภัณฑชุมชน วิธีการขายหรือจําหน:ายสินคา และ
ความรูเกี่ยวกับ บทบาทและภารกิจที่สนับสนุนการเป3นแหล:งเรียนรูดานสมุนไพร ไดแก: ทักษะในการ
เป3นวทิ ยากรถ:ายทอดความรู โดยใชการประชมุ เปน3 เครื่องมือในการวเิ คราะหความตองการความรู และ
ประชุมร:วมกับเจาหนาท่ี จากหน:วยงานต:าง ๆ ที่เขามาสนับสนุน เพ่ือวิเคราะหความรูที่ยังขาดและ
จําเปน3 ต:อการดาํ เนินงาน

กระบวนการสรางและแสวงหาความรใู หม:ของสมนุ ไพร เป3นความรทู ีไ่ ดรบั การถ:ายทอดมาจาก
บรรพบรุ ษุ ในเร่อื งของสมุนไพร และมีประสบการณในการทําการเกษตร การแสวงหาความรูที่จํา เป3น
ต:อการดําเนินงานชุมชน โดยใชวิธีเขาร:วมฟ>งการบรรยาย การไปศึกษาดูงานนอกพื้นท่ี สอบถามผูรู
ไดรบั การสอนงานและรับคาํ แนะนาํ จากหน:วยงานต:าง ๆ การอา: นหนังสอื บทความและเอกสารต:าง ๆ
รวมถึงการรับชมโทรทัศนและนํา ความรูเหล:านั้นมาผสม ผสานกับความรูเดิมที่มีอย:ู ผ:านการเรียนรู
จากการปฏบิ ัติงาน พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู ๓. กระบวนการรวบรวมจัดเก็บความรูสมุนไพรทองถ่ินมี
การจัดเก็บความรูท่ีชัดแจง ในรูปของค:ูมือ การปฏิบัติงาน ภาพถ:าย รายงานการศึกษาคนควาหรือ
วิทยานิพนธของผูที่เขามาทําการศึกษาวิจัย ๔. กระบวนการเผยแพร: ถ:ายทอดความรู มีการเผยแพร:
ถา: ยทอดความรูใหท้ังคนในครอบครวั มกี ารถ:ายทอดจากรน:ุ สู:ร:ุน การสอนงาน การพูดคุย การสาธิต ใน
ส:วนของคนอื่น ๆ ใน ชุมชนมีการถ:ายทอดความรูโดยผ:านการพูดคุยกันในชีวิตประจําวัน และมีการ
ถ:ายทอดความรูใหกับบุคคลภายนอกที่มีความสนใจในเรื่องของสมุนไพร ๕. กระบวนการประยุกตใช
ความรูออกเป3น ๒ ดาน ไดแก: ๑) เพื่อการพัฒนาตนเอง โดยนํา ความรูมาใชเพ่ือการประกอบอาชีพ

๔๒

ใชเพื่อการดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว ๒) การใชความรูเพ่ือพัฒนากลุ:ม มีการนํา
ความรูมาพัฒนาสรางสรรคเป3นผลิตภัณฑของชุมชน รวมทั้งมีการ นําความรูมาใชในการดํา เนินงาน
เพ่ือเป3นแหล:งเรียนรูดานสมุนไพร การประยุกตใชความรูในการแกป>ญหาในชุมชน ๓. ป>จจัยที่
สนับสนุนการจัดการความรูของสมุนไพรเขามาสนับสนุนใหชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู และ
กระบวนการจัดการความรขู ึน้

๒.๓.๑ หลักการเก็บสมุนไพร
การประกันคณุ ภาพยาจากสมุนไพร
การผลิตยาจากสมุนไพรเพื่อใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพตรงตามที่ระบุ จําเป3นตองมีการ
ประกันคุณภาพตั้งแต:วัตถุดิบ กระบวนการผลิต จนกระทั่งยาสําเร็จรูป ในเอกสารน้ีจะนําเสนอ
กระบวนการประกันคุณภาพของยา จากสมุนไพร เพ่ือเป3นการสรางความเชื่อมั่นใหกับผูปzวยท่ีใชยา
จากสมุนไพร ยาจากสมุนไพรที่ผลิตขึ้น มีความจําเป3นท่ี จะตองควบคุมคุณภาพโดยใชเทคโนโลยีที่
ทันสมัย และปรบั ใชมาตรฐานที่เหมาะสม เพอื่ เป3นการประกนั คณุ ภาพผลิตภัณฑ ท่ผี ลติ ข้นึ ๑๖
การประกนั คณุ ภาพ (Quality Assurance) ยาจากสมุนไพร หมายถึง การดาํ เนนิ งานอย:าง
เป3นระบบ ตั้งแต: การวางแผนกิจกรรมต:างๆ และระบบการจัดการเอกสารรวมถึงสิ่งอํานวยความ
สะดวกต:างๆ เพื่อใหยาจากสมุนไพร มคี ณุ ภาพตามทก่ี ําหนด
การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) ยาจากสมุนไพร หมายถึง กระบวนการที่จัดทํา
ขึ้นอย:างเป3นระบบ เพ่ือใหไดคุณภาพของยาจากสมุนไพรตามมาตรฐานท่ีกําหนด ต้ังแต:การควบคุม
คุณภาพของสมุนไพรที่เป3นวัตถุดิบ (เคร่ืองยา) สมุนไพรที่อย:ูระหว:างการผลิต และยาจากสมุนไพร
สาํ เร็จรปู ใหไดมาตรฐานตามเภสัชตํารับ สอดคลองกับ ความตองการของผูปzวย และในทางปฏิบัติน้ัน
การควบคุมคุณภาพเป3นส:วนหน่ึงของระบบประกันคุณภาพ เพ่ือใหยา จากสมุนไพรมีคุณภาพตรงตาม
เปา| หมายขององคกรดวย
วัตถุประสงคของการควบคุมคุณภาพของเคร่ืองยา เพื่อใหไดเคร่ืองยาทุกรุ:นการผลิตที่
ถูกตอง ทําใหยาจาก สมุนไพรท่ีผลิตข้ึนมีความสม่ําเสมอของตัวยา ไม:มีเครื่องยาอ่ืนหรือส:วนท่ีไม:
ตองการปนปลอม หรือไมม: ีสารที่เปน3 อนั ตราย ตกคาง
(ก) การเพาะปลูกพืชสมนุ ไพรใหมีคณุ ภาพมาตรฐาน
การเพาะปลูกพชื สมุนไพรใหมีคณุ ภาพมาตรฐาน ควรปฏิบตั ิตามหลกั เกณฑวธิ กี ารท่ีดใี นการ
ปลกู ซ่งึ มีปจ> จยั ท่ตี องคํานึงถงึ คอื

๑๖ คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห:งชาติ, คูeมือการผลิตและประกันคุณภาพเภสัชตํารับโรงพยาบาล
จากสมุนไพรในบัญชียาหลักแหeงชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๕, (กรุงเทพฯ : โรงพิมพชุมชนสหกรณการเกษตรแห:งประเทศ
ไทย), หนา ๗๗.

๔๓

๑. รายละเอียดทัว่ ไปของพชื เชน: วงศพืช ส:วนทีใ่ ช และประโยชน
๒. ลักษณะเฉพาะของพืช
๓. สภาพดนิ และภูมิอากาศทเ่ี หมาะสม
๔. การเตรียมพ้ืนที่และการแพรพ: ันธุ
๕. การใหปุ”ย การใหน้ํา และการบํารุงรกั ษา
๖. โรคพืช และศัตรขู องพืช
๗. การเก็บเกี่ยว และผลผลิต
เพอื่ เป3นการเพิม่ มลู ค:าใหแก:วัตถุดิบสมุนไพร นอกจากการเพาะปลูกพืชสมุนไพรตามหลักการ
GAP แลว ผูขายวัตถุดิบสมุนไพรยังอาจจะมีกระบวนการเตรียมวัตถุดิบก:อนเขาสู:กระบวนการผลิตยา
เพื่อใหไดมาซ่ึงวัตถุดบิ สมุนไพรคุณภาพดี มสี าระสําคญั ทเี่ ปน3 ตวั ยาทม่ี ีประสทิ ธิภาพ รวมท้ังไม:ปนเปGFอน
จากส่งิ สกปรก เชือ้ จุลนิ ทรีย หรือสารเคมตี า: งๆ การควบคมุ คณุ ภาพวัตถุดบิ สมุนไพร มีดังน้ี
๑. การเกบ็ เกยี่ ว
๒. การคัดเลือกสง่ิ ปนปลอม
๓. การทาํ ความสะอาด
๔. การลดขนาด : การหน่ั /สบั
๕. การทาํ ใหแหง
๖. การบรรจเุ มือ่ มีกระบวนการสงั่ ซ้อื จากทางโรงพยาบาลแลว ผูจําหน:ายวัตถุดิบสมุนไพรตอง
มีกระบวนการควบคุมคุณภาพในข้ันตอนการขนส:ง ไดแก: พาหนะขนส:งตองสะอาด มิดชิด ป|องกันฝzุน
ละออง และแสงแดด ไม:มีการขนส:งมาพรอมกับวัตถุดิบประเภทอ่ืนๆ เช:น สารเคมีอันตราย เป3นตน
นอกจากนี้ ยังตองมีการควบคุมอุณหภูมิในขณะขนส:ง เพ่ือป|องกันการเสียหายของวัตถุดิบสมุนไพร
ดวย
๑. การเกบ็ เก่ียวสมุนไพร
การควบคมุ คณุ ภาพในระหวา: งการเกบ็ เกีย่ ววตั ถดุ ิบสมนุ ไพร ตองคํานงึ ถงึ
๑.๑ การเก็บเกี่ยวใหถูกชนิดของพชื พืชแตล: ะชนดิ มชี อ่ื พองกันไดหลายชื่อ เพราะช่ือเรียกของ
พืชชนดิ เดยี วกนั ในแตล: ะทองถน่ิ อาจแตกตา: งกัน
๑.๒ การเก็บเก่ียวใหถูกส:วนที่ใชเป3นยา เพราะในแต:ละส:วนของพืชอาจมีชนิด และปริมาณ
สาระสําคญั ทแี่ ตกตา: งกัน ทําใหมีฤทธท์ิ างยาแตกต:างกัน
๑.๓ การเก็บเก่ียวตามอายุของพืช ชว: งเวลาของวัน และฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม จะไดยา
มีคุณภาพดีหรือไดสรรพคณุ ทางยาตามตองการชว: งเวลาในการเก็บเกี่ยวเป3นหน่ึงในป>จจัยสําคัญในการ
ควบคุมคุณภาพสมุนไพรใหไดคุณภาพตามที่ตองการ โดยมีหลักทั่วไปในการเก็บส:วนต:างๆ ของพืชมา
ใชเป3นยา ดังนี้

๔๔

ก. รากและหวั เปน3 สว: นที่พืชใชสะสมอาหาร การเกบ็ มาใชทํายาจงึ ควรเกบ็ ในระยะท่ีพชื หยุด
การเจริญเติบโตแลว เช:น การเก็บเหงาขม้ินชนั และไพล ควรเกบ็ เมื่อลําตนเหนอื ดินโทรมแลว และ
มีอายุหลังปลูก ๘-๑๐ เดือน จงึ จะไดปริมาณสาระสําคญั สูงสุด

ข. ใบหรอื ทั้งตน ควรเกบ็ ในช:วงท่ีพชื เจรญิ เตบิ โตเตม็ ทแ่ี ลว และกําลงั เขาส:ูระยะออกดอก เช:น
ฟ|าทะลายโจรและพญายอ เปน3 ตน

ค. เปลือกตนหรือราก ควรเก็บในช:วงปลายฤดูรอนต:อกับฤดูฝน และควรทราบอายุท่ี
เหมาะสมของพชื แตล: ะชนิดดวย

ง. ดอก ควรเกบ็ ในระยะดอกตมู ถงึ ดอกเร่ิมบาน พชื บางชนดิ ควรเก็บเมื่อดอกบานเต็มที่ เช:น
คําฝอย เกšกฮวย การเกบ็ สว: นท่เี ป3นดอก ควรเก็บในตอนเชา

จ. เนอ้ื ไม ควรเกบ็ ในช:วงปลายฤดฝู นจนถงึ ฤดูหนาว พชื บางชนดิ สามารถเกบ็ เนื้อไมไดตลอดป‰
เชน: ฝาง

ฉ. ผล ควรเก็บในระยะทีโ่ ตเต็มท่หี รือแก: บางชนิดเก็บฝ>กอ:อน เช:น มะขามแขก หรือใชผลดิบ
เชน: ฝรั่ง มะเกลือ เป3นตน

ช. เมล็ด ควรเก็บระยะแก:
ซ. ส:วนของสมนุ ไพรท่ีมีกลิน่ หอม ควรเกบ็ ในชว: งเชามืด หรอื อากาศเย็น
๒. การคดั สง่ิ ปลอมปน
สงิ่ ปลอมปนที่พบในพืชสมุนไพรท่ีซื้อมาจากตลาดภายนอก ไดแก: ส:วนอ่ืนๆ ที่ไม:ตองการของ
พืชสมนุ ไพรท่ีใช เช:น กง่ิ กาน ผล เมล็ด ท่ีปนมากับใบซึ่งเป3นส:วนท่ีตองการใช หรือการใชส:วนของพืช
สมุนไพรชนิดอ่ืน ที่มีลักษณะคลายกันมาปนปลอม เนื่องจากมีราคาถูกกว:า หรือหาไดง:ายกว:า ทําให
สมุนไพรอาจไม:มีสรรพคุณทางยา หรือไม:ปลอดภัยในการใชการควบคุมคุณภาพในขั้นนี้ นอกจากจะ
คดั เลือกสง่ิ ปลอมปนที่ไม:ตองการออกแลว ยังจะตองคัดส่ิงปนเปGFอนที่มองเห็นไดดวยตาเปล:าออก เช:น
เศษหญา เศษใบไม ดนิ หิน กรวด ทรายออกใหหมด โดยเฉพาะสมุนไพรท่ใี ชส:วนรากและหวั
๓. การทาํ ความสะอาดสมนุ ไพร
การทําความสะอาดสมุนไพร ควรทําทันทีหลังการเก็บเก่ียวหรือซ้ือจากผูขาย และทําใหแหง
โดยเร็วที่สุดซึ่งยังเป3นการป|องกันการทําลายของจุลินทรีย และแมลงศัตรูของสมุนไพรดวยวิธีการทํา
ความสะอาดสมุนไพรขึ้นอย:กู บั ความเหมาะสมของสมุนไพรแต:ละชนดิ ดงั นี้
สมนุ ไพรที่ใชท้ังตน ใหนํามาแยกสิง่ ท่ีปลอมปนออก ลางดวยน้ําสะอาด และตดั เปน3 ทอ: นๆ
ยาวพอสมควร จากน้ันทําใหแหง
สมนุ ไพรทีเ่ ปนT ราก ลาํ ตนใตดิน ตัดรากฝอยแลวลางทําความสะอาด รากหรือลาํ ตนใตดินของ
พืชบางชนิด ควรปอกเปลือกออก เพ่ือใหไดวัตถุดิบที่มีลักษณะสวยงาม เช:น โกฐน้ําเตา

๔๕

(rhubarb)หลังจากลางแลวนํามาตัด ห่ัน หรือฝานใหไดขนาดตามความเหมาะสม เหงาของพืชบาง
ชนดิ เชน: ขงิ ขม้ินชนั จะนําไปนึง่ หรอื ตมก:อนเพ่ือป|องกันการเกิดเชื้อรา และสะดวกในการทําใหแหง

สมุนไพรทีเ่ ปนT ใบ ลางใหสะอาดและทาํ ใหแหง
เปลือกตน ตดั เป3นชนิ้ ๆ และทาํ ใหแหง
สมนุ ไพรทเี่ ปนT เนือ้ ไม ตดั เปน3 ชิ้นและทําใหแหง
ดอก แยกสง่ิ ปลอมปนออก และทําใหแหง
ผล ลางดวยนํ้า ผลบางชนดิ ตองผา: กอ: นนําไปทําใหแหง เช:น ลกู จนั ทนเทศ
เมล็ด สมุนไพรบางชนิดตองแยกเมล็ดออกจากผลแหง เช:น ลูกกระวาน บางชนิดแยกออก
จากผลสดลางใหสะอาด และทําใหแหง เช:น เมล็ดนอยหน:า เมล็ดมะขาม เมล็ดสม เมล็ดฟ>กทอง เป3น
ตนบางชนดิ จะนําผลไปตมกอ: นจงึ แยกเมล็ดออกมาห่ัน แลวจึงทาํ ใหแหง เช:น หมาก
การปลูกวัตถุดิบสมุนไพรไวแปรรูปเอง และมีวิธีการเก็บสมุนไพรไม:ใหปนปลอม จะทําใหไม:
ตองทําความสะอาดหลายคร้ัง ซ่ึงอาจทําใหสูญเสียสาระสําคัญที่เป3นสรรพคุณทางยา นอกจากส่ิงปน
ปลอมซึ่งสามารถแยกออกจากสมนุ ไพรไดง:ายแลว สง่ิ ปนเปGอF นอ่นื ๆ เปน3 สิง่ ทีต่ องกําจัด หรือลดปริมาณ
ใหอย:ูในเกณฑที่ปลอดภัยต:อผูบริโภค ไดแก:ฝุzนละออง เชื้อจุลินทรีย เช:น แบคทีเรีย เช้ือรา สารพิษ
จากเช้ือโรค หรือ เช้ือราที่มีอันตรายมาก เช:น อะฟลาท็อกซิน(aflatoxin) ซึ่งมักตรวจพบในสมุนไพร
จํานวนมากทีจ่ าํ หน:ายในทองตลาด รวมถึงสารพิษตกคาง ไดแก: ยาฆา: แมลงและ
ยาฆ:าหญา หรือโลหะหนกั ในดนิ
๔. การลดขนาดสมนุ ไพร : การหัน่ /สับ
สมุนไพรท่ีมีขนาดใหญ: หนา หรือมีเนื้อแข็ง เช:น รากหรือลําตนใตดิน เปลือกไม เนื้อไม ตอง
ตัดใหเล็กหรือบางลง เพื่อใหแหงง:าย และสะดวกในการเก็บรักษา ในกรณีท่ีเป3นผล ควรห่ันหรือฝาน
เป3นช้ินบางๆ ก:อนทําใหแหงกรณีตองเตรียมสมุนไพรเป3นผง อาจห่ันเป3นชิ้น ความหนาประมาณ ๔
มลิ ลเิ มตร กวางและยาวประมาณ ๑.๕ มิลลิเมตร เพ่ือสะดวกในการบดเป3นผง การหั่นหรือสับยา ควร
สับบนถาด หรอื ภาชนะรอง เพื่อหลีกเลย่ี งสง่ิ สกปรก
๕. การทาํ ใหสมุนไพรแหง
การเก็บสมุนไพรไวใชไดนานๆ จะตองทําใหสมุนไพรแหงโดยกรรมวิธีที่ถูกตอง เพ่ือป|องกัน
การปนเปFGอนจากเชื้อราและแบคทีเรีย ทําใหเกิดการสูญเสียสารสําคัญและเน:าเสียวิธีทําใหแหง
โดยท่ัวไปมี ๒ วธิ ี คอื
ก. การตาก การทําใหสมุนไพรแหง อาจใชวิธีการตากแดด หรือผ่ึงในร:ม ขึ้นอยู:กับชนิดของ
สมุนไพร
ข. การอบ ควรใชตอู บท่ีมพี ดั ลมระบายอากาศ และควรเลือกอุณหภูมิใหเหมาะสมกับส:วนของ
พืช (part used)

๔๖

ดอก ใบและพืชลมลกุ ทใี่ ชทั้งตน ไม:เกิน ๒๐ - ๔๐
เปลอื กตน เน้อื ไม ราก และกงิ่ ไมเ: กนิ ๓๐ - ๖๕
ผล (ควรผ:า) และเมลด็ ไม:เกิน ๗๐ – ๙๐
สมุนไพรทม่ี สี ารระเหยงา: ย ไม:เกิน ๓๐
เทคนคิ การทําสมนุ ไพรใหแหง
๑. ควรเกล่ียสมุนไพรใหแผ:บางๆ บนภาชนะ ถาซอนทับกันหนาจะทําใหเกิดความรอน
สมุนไพรจะมีสดี าํ และทําใหคณุ ภาพลดลง
๒. ดอก ควรทําใหแหงโดยเร็วที่สุด เพ่ือถนอมสีของดอกใหคงเดิม โดยวางกระจายบน
กระดาษขาว ถาเป3นดอกที่มีกลิ่นหอม ควรผึ่งในร:มซ่ึงมีอากาศถ:ายเทดี หรือ ตากแดดช:วงส้ันๆ แดดไม:
จดั มาก เพ่ือปอ| งกนั เชือ้ รา ดอกบางชนดิ อาจมัดรวมกันและแขวนตากไวบนราว
๓. ใบ อาจทําใหแหงดวยวิธีเดียวกบั ดอก ใบที่อมุ นํ้าไวมากอาจเพ่ิมความรอนในการอบสูงกว:า
ปกติ
๔. พืชลมลกุ หรอื พชื ทีใ่ ชทงั้ ตน ถาไมอ: ุมน้าํ มาก อาจมัดรวมเปน3 กําแลวตากแหง
๕. รากและลําตนใตดิน เวลาตากหรืออบแหงในตู ควรหม่ันกลับสมุนไพรบ:อยๆ เพ่ือป|องกัน
เช้ือรา
๖. การเก็บสมุนไพร
แมลง ความช้ืน แบคทีเรีย และเช้ือรา เป3น ป>จจัยสําคัญท่ีทําใหสมุนไพรเส่ือมคุณภาพไดเร็ว
การเก็บ สมนุ ไพรใหอย:ูไดนาน ควรปฏิบตั ิดังน้ี
๖.๑ ควรเก็บในภาชนะที่เหมาะสม มีฝาป„ดสนิท ป„ดฉลากระบุช่ือสมุนไพร และวันท่ีเตรียม
วัตถุดิบถามีปริมาณมาก ควรแยกเก็บในภาชนะป„ดที่เหมาะสมหลายๆ ใบ จะดีกว:าเก็บในภาชนะ
ใหญ:ๆ เพราะการเป„ดภาชนะหลายๆ คร้ัง สมนุ ไพรจะดูดความชื้น และทําใหแมลง แบคทีเรีย และเช้ือ
รา เขาไปทาํ ลายไดงา: ยข้ึน ทาํ ใหสมุนไพรเสอ่ื มคุณภาพเรว็ ขึ้น
๖.๒ เกบ็ ภาชนะบรรจุสมนุ ไพรไวในทีส่ ะอาด เยน็ ไม:ช้นื และอากาศถา: ยเทดี
๖.๓ สถานทเ่ี กบ็ สมุนไพร ตองสามารถป|องกันแมลงได โดยทําไดดังนี้
- ทําความสะอาดและจัดสภาพโรงเก็บใหแหงและเย็น อย:าใหมีเมล็ดพืช หรือสิ่งท่ีเป3นอาหาร
ของแมลงตกหลน: บนพนื้
- ลดความชื้นของสมุนไพรใหตํ่ากวา: ๘%
- การใชความรอนทําลาย โดยเก็บเมล็ดพืชท่ีอุณหภูมิประมาณ ๔๒ °C ติดต:อกันจะทําให
แมลงหยุดการเจรญิ เตบิ โตหรือบางชนดิ ตายได และตายหมดทีอ่ ุณหภูมิ ๕๕-๖๐ °C ตดิ ต:อกัน
๑๒ ช่วั โมง หรืออณุ หภูมิ ๖๕ °C เป3นเวลา ๑๕ นาที
- การใชความเยน็ จดั แมลงจะหยดุ การเจรญิ เตบิ โตท่อี ณุ หภูมิตา่ํ กว:า ๑๒ °C และตายหมดที่

๔๗

อุณหภูมิ –๒ ถึง –๕ °C
- การทําใหแมลงไม:ไดรับออกซิเจน โดยเก็บในภาชนะมิดชิดหรือพ:นกšาซไนโตรเจนเขาไปใน

ภาชนะบรรจุสมนุ ไพร
- การใชรังสีแกมม:า ใชรังสีแกมม:าขนาด ๐.๒-๐.๗ กิโลเกรย สามารถทําลายไข:แมลงและ

ควบคมุ การแพร:พนั ธขุ องแมลงอยา: งไดผล ทงั้ นตี้ องบรรจผุ ลิตภณั ฑในภาชนะทปี่ ด„ มดิ ชิด
๒.๓.๒ การคัดเลือกสมุนไพรมาใช
หลักการท่ัวไปในการเก็บสมุนไพร

การเกบ็ สมนุ ไพรจากพืช ตองกําหนดเลือกใหถูกตองเหมาะสม เพราะการเจริญเติบโตของพืช
ในระยะต:างๆ กัน จะมีปริมาณของยาหรือสารเคมีต:างๆ ในพืชมากนอยต:างกัน เป3นผลใหฤทธ์ิในการ
รกั ษาต:างกันไปดวย เพอ่ื ใหการรักษาเกิดประสิทธิภาพอย:างเต็มที่ ตองคํานึงถึงหลักการเก็บรักษาและ
เตรยี มสมุนไพร ดงั นี้

ระยะเวลาหรือฤดกู าลทีค่ วรเก็บสมนุ ไพร
ก. ทั้งตน(ไมลมลุก) เก็บในระยะท่ีพืชเจริญเติบโตเต็มที่ มีใบหนาแน:นหรือตอนที่กําลังออก
ดอก
ข. ใบ ควรเก็บในระยะที่พืชเจริญเติบโตเต็มที่ มีใบหนาแน:น ก:อนออกดอก หรือกําลังออก
ดอก
ค. ดอก ควรเกบ็ ในระยะทดี่ อกตูม หรอื เริ่มบาน
ง. ผลและเมล็ด เก็บในระยะที่ผลแก:เตม็ ท่จี นสุกงอม ถาเป3นผลประเภทฉํ่านํ้า ควรเก็บในตอน
เชาหรือเยน็
จ. รากหรือหวั เกบ็ ตงั้ แตต: นฤดหู นาวถึงปลายฤดรู อน (ตง้ั แต:เดือนตลุ าคมถงึ เดือนเมษายน คือ
เกบ็ ในระยะท่ีมนี ํา้ นอย)
ฉ. เปลือกตนหรือเปลอื กราก เกบ็ ในฤดรู อนและฤดูฝน
วิธกี ารเตรยี มพืชแหง
เมือ่ เก็บมาแลวเลือกสิ่งแปลกปลอมออก ทาํ ความสะอาด เชน: เปลือกราก เปลือกตน ลางหรือ
ขูดผิวนอกออก หั่นเป3นช้ินตากแดดใหแหงเก็บเอาไวใช พวกหัวและรากควรเอาไปนึ่งใหสุกก:อนจึง
นําไปตากแหง พวกผลควรใชนํ้ารอนลวกแลวนําไปตากแหง พวกพืชที่มีกลิ่นหอมจําพวกใบและดอก
ไม:นําเอาไปตากแดดโดยตรง เพราะกล่ินหอมจะระเหย และสีดอกจะซีดได วิธีที่นิยมคือ แผ:ในกระดง
หรอื ตะแกรง หรือผูกปลายกิ่งแขวนหอยตนลง ผ่ึงไวในท่ีร:มแหงมีลมโกรกประมาณ ๑-๒ สัปดาห เก็บ
ใสถ: ุงใหมดิ ชดิ หรือทง้ิ ใหแหงในตเู ยน็ สแี ละกล่นิ จะคงเดิม

๔๘

การเกบ็ รกั ษาเครอื่ งยา
ตองเก็บในภาชนะที่แหงมีฝาป„ดสนิท หรือในถุงผา หรือถุงพลาสติกรัดปากถุงใหแน:นเพ่ือกัน
มอดและแมลงเขาไปกดั กนิ หมั่นนําออกตากแดด ของท่มี ีกลิน่ หอมควรเก็บในภาชนะป„ดสนิทและไวใน
ท่ีเย็น ถาภาชนะเป3นแกวใสอย:าวางไวในที่ที่มีแสงแดดส:องถึง ถาจะใหดีเก็บไวในตูมืด และตองเขียน
ฉลากระบชุ ่อื ของสมุนไพรปด„ ไวขางภาชนะ เสมอ

วิธีการเกบ็ รกั ษายา ตามวิธีการของไทยโบราณ
การเก็บยาตามวิธีการของโบราณ ถาหากจะพิจารณาใหดแี ลว เห็นว:ามีความสาํ คัญมาก
สาํ คญั ทัง้ ทางดานใหไดตวั ยา มีสรรพคณุ ดแี ละท้งั ทางดานการสงวนพันธขุ องพชื สมนุ ไพรของตวั ยาให
คงไวอย:ูตลอดไป เก็บยาต:าง ๆ ตองปฏิบัตใิ หถูกตองตามกาลเวลา วธิ ีการเกบ็ ยาของแพทยแผนโบราณ
มี ๔ วิธี คอื การเกบ็ ยาตามฤดู การเกบ็ ยาตามทิศท้ัง ๔ การเกบ็ ยาตามวันและเวลา การเก็บยาตาม
ยาม (กาลเวลา)
การเกบ็ ตวั ยาตามฤดู เก็บดงั น้ี
๑. คิมหนั ตฤดู (ฤดูรอน) เกบ็ เหงา หัว แกน: ราก จงึ จะไดยามสี รรพคุณดี
๒. วสันตฤดู (ฤดูฝน) เกบ็ ใบ ดอก ลกู หรือฝ>ก จึงจะไดยามีสรรพคณุ ดี
๓. เหมนั ตฤดู (ฤดหู นาว) เก็บ เปลอื กไม กระพี้ และเนื้อไม จึงจะดามสี รรพคณุ ดี

การเก็บตัวยาตามทิศทางท้ัง ๔

เหนือ

ตะวนั ตกเฉยี งเหนือ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื

ตะวันตก ตะวันออก

ตะวันตกเฉียงใต ตะวนั ออกเฉยี งใต

ใต
๑. วันอาทติ ย วันองั คาร เก็บยา ทศิ ตะวนั ออก
๒. วนั จันทร วนั เสาร เก็บยา ทศิ ตะวนั ตก
๓. วนั พุธ วันศุกร เก็บยา ทศิ ใต
๔. วนั พฤหัสบดเี กบ็ ยา ทิศเหนอื
ในการเก็บยาตามทิศนี้ ใหถือเอาที่อยข:ู องหมอผูเก็บยาเป3นศูนยกลาง

๔๙

การเกบ็ ตวั ยาตามวันและเวลา
๑. วนั อาทติ ย เชาเกบ็ ตน สายเก็บใบ เทีย่ งเกบ็ ราก เยน็ เก็บเปลอื ก
๒. วนั จนั ทร เชาเก็บราก สายเกบ็ แกน: เทีย่ งเก็บใบ เยน็ เกบ็ เปลอื ก
๓. วันอังคาร เชาเกบ็ ใบ สายเก็บเปลือก เทีย่ งเก็บตน เยน็ เก็บราก
๔. วันพุธ เชาเกบ็ ราก สายเกบ็ เปลือก เที่ยงเกบ็ ตน เย็นเก็บแก:น
๕. วันพฤหัสบดี เชาเกบ็ แกน: สายเก็บใบเท่ยี งเกบ็ รากเยน็ เกบ็ เปลือก
๖. วันศกุ ร เชาเก็บใบ สายเก็บรากเทยี่ งเก็บเปลอื ก เย็นเก็บตน
๗. วนั เสาร เชาเก็บราก สายเกบ็ ตนเทย่ี งเกบ็ เปลอื ก เยน็ เก็บใบ
การเกบ็ ตัวยาตามยาม(กาลเวลา)
๑) กลางวัน

(๐๖.๐๐-๐๙.๐๐ น.) ยาม ๑ เกบ็ ใบ ดอก ลกู
(๐๙.๐๐-๑๒.๐๐ น.) ยาม ๒ เกบ็ ก่งิ กาน
(๑๒.๐๐-๑๕.๐๐ น.) ยาม ๓ เก็บ ตน เปลอื ก แกน:
(๑๕.๐๐-๑๘.๐๐ น.) ยาม ๔ เก็บ ราก
๒) กลางคนื
(๑๘.๐๐-๒๑.๐๐ น.) ยาม ๑ เกบ็ ราก
(๒๑.๐๐-๒๔.๐๐ น.) ยาม ๒ เก็บ ตน เปลือก แกน:
(๒๔.๐๐-๐๓.๐๐ น.) ยาม ๓ เก็บ กิ่ง กาน
(๐๓.๐๐-๐๖.๐๐ น.) ยาม ๔ เก็บ ใบ ดอก ลูก
ยาสมุนไพรเป3นส:วนประกอบที่ไดมาจากพืช สัตว หรือแร:ธาตุ ตัวยาที่มีอยู:ในพืชสมุนไพรจะ
มากหรือนอยนั้น ข้ึนอยู:กับป>จจัยหลายอย:าง แต:ที่สําคัญก็คือ “ช:วงเวลาท่ีเก็บยาสมุนไพร” การเก็บ
ในช:วงเวลาที่เหมาะสมจะมีผลต:อฤทธ์ิการรักษาโรคของยาสมุนไพรได นอกจากคํานึงถึงช:วงเวลาใน
การเก็บยาเป3นสําคัญแลว ยังตองคํานึงถึงว:าเก็บยาถูกตองหรือไม: ส:วนไหนของพืชที่ใชเป3นยา เป3นตน
พ้ืนดินท่ีปลูก อากาศ การเลือกเก็บส:วนท่ีใชเป3นยาอย:างถูกวิธีนั้น จะมีผลอย:างมากต:อประสิทธิภาพ
ของยาที่จะนํามารักษาโรค หากป>จจัยดังกล:าวเปลี่ยนไป ปริมาณตัวยาที่มีอย:ูในสมุนไพรก็จะเปลี่ยน
ตามไปดวย ทาํ ใหยาน้นั ไม:เกดิ ผลในการกั ษาโรคได
หลกั ทว่ั ไปในการเกบ็ ส:วนทใ่ี ชเป3นยาสมุนไพร แบง: โดยสว: นทใี่ ชเปน3 ยาดังน้ี
๑. ประเภทรากหรือหัว เก็บในช:วงท่ีพืชหยุดเจริญเติบโต ใบ ดอก ร:วงหมด หรือในช:วงตน
ฤดูหนาวถงึ ปลายฤดรู อน เพราะเหตุว:าในช:วงน้ี รากและหัวมกี ารสะสมปริมาณของตวั ยาไวคอ: นขางสงู
๒. ประเภทใบหรือเก็บทั้งตน ควรเก็บในช:วงท่ีพืชเจริญเติบโตมากท่ีสุด หรือบางชนิดอาจ
ระบชุ ว: งเวลาการเก็บชดั เจน เช:น เก็บใบไมอ:อนหรอื ไม:แกเ: กินไป (ใบเพสลาด) เก็บช:วงดอกตูมเริ่มบาน

๕๐

หรอื ชว: งท่ีดอกบาน เป3นตน การกาํ หนดช:วงเวลาทเี่ ก็บใบ เพราะช:วงเวลานั้น ในใบมีตัวยามากท่ีสุด วีธี
การเกบ็ ใชวธิ เี ด็ด ตวั อยา: งเชน: กระเพรา ขลู: ฝรัง่ ฟา| ทะลายโจร เป3นตน

๓. ประเภทเปลือกตนและเปลือกราก เปลือกตนโดยมากเก็บระหว:างช:วงฤดูรอนต:อกับฤดู
ฝน ปรมิ าณยาในพชื สงู และลอกออกงา: ย สาํ หรับการลอกเปลือกตนนนั้ อย:าลอกเปลือกออกทั้งรอบตน
เพราะกระทบกระเทือนในการส:งลําเลียงอาหารของพืช อาจทําใหตายได ทางที่ดีควรลอกจากส:วนก่ิง
หรือแขนงย:อย ไม:ควรลอกจากลําตนใหญ:ของตนไม หรือจะใชวิธีลอกออกในลักษณะคร่ึงวงกลมก็ได
ส:วนเปลือกราก เก็บในช:วงตนฤดูฝนเหมาะท่ีสุด เน่ืองจากการลอกเปลือกตนหรือเปลือกรากเป3น
ผลเสียต:อการเจรญิ เตบิ โตของพชื ควรสนใจวธิ กี ารเกบ็ ท่เี หมาะสม

๔. ประเภทดอก โดยท่ัวไปเก็บในช:วงดอกเริ่มบาน แต:บางชนิดเก็บในช:วงดอกตูม เช:น
กานพลู เปน3 ตน

๕. ประเภทผลและเมลด็ พชื สมุนไพรบางอย:างอาจเก็บในชว: งท่ีผลยังไม:สุกก็มี เช:น ฝรั่ง เก็บ
ผลอ:อน ใชแกทองร:วง แต:โดยทั่วไปมักเก็บตอนผลแก:เต็มที่แลว ตัวอย:างเช:น มะแวงตน มะแวงเครือ
ดีปลี เมลด็ ฟ>กทอง เมลด็ ชุมเหด็ ไทย เมล็ดสะแก เปน3 ตน

การถ:ายทอดประสบการณของแพทยไทยโบราณน้ัน ยังมีการเก็บยาตามฤดูกาล วัน โมงยาม
และทศิ อกี ดวย เช:น ใบควรเก็บในตอนเชาวันองั คาร ฤดูฝนทางทิศตะวันออก เป3นตน อย:างไรก็ตามใน
ท่ีน้ีขอแนะนําใหใชหลักการเก็บส:วนที่ใชเป3นยาสมุนไพรขางตน นอกจากน้ีท:านผูศึกษาการเก็บและ
การใชสมุนไพร สามารถเรียนรูไดจากหมอพ้ืนบานท่ีอย:ูในหม:ูบาน ซ่ึงมีประสบการณเก็บยาและการใช
ยามาเป3นเวลาชานาน

วิธีการเก็บสมุนไพรที่ถูกตองเหมาะสมน้ัน โดยทั่วไปไม:มีอะไรสลับซับซอน ประเภทใบ ดอก
ผล ใชวธิ ีเดด็ แบบธรรมดา ส:วนแบบราก หัว หรอื เก็บท้งั ตน ใชวิธีขุดอย:างระมัดระวัง เพื่อประกันใหได
ส:วนท่ีเป3นยามากท่ีสุด สําหรับเปลือกตนหรือเปลือกราก เนื่องจากเก่ียวของกับการดํารงชีวิตของตน
พืช ดงั นนั้ จงึ ควรสนใจวธิ กี ารเก็บดังที่กลา: วมาแลวขางตน

คุณภาพของยาสมุนไพรจะใชรักษาโรคไดดีหรือไม:น้ัน ท่ีสําคัญอยู:ท่ีช:วงเวลาการเก็บสมุนไพร
และวิธีการเก็บ แต:ยังมีป>จจัยอื่นๆ ท่ียังตองคํานึงถึงอีกอย:างคือ พ้ืนท่ีปลูก เช:น ลําโพง ควรปลูกใน
พื้นดินท่ีเป3นด:าง ปริมาณของตัวยาจะสูง สะระแหน:หากปลูกในที่ดินทราย ปริมาณน้ํามันหอมระเหย
จะสูง และยังมีป>ญหาทางดานสภาพแวดลอมในการเจริญเติบโต ภูมิอากาศ เป3นตน ต:างก็มีผลต:อ
คุณภาพสมุนไพรท้ังนั้น ดังนั้นเราควรพิจารณาหาขอมูลอย:างละเอียดถี่ถวน ก:อนท่ีจะเก็บยาสมุนไพร
มาใชในการรักษาโรค

๕๑

แนวทางในการพิจารณาคดั เลือกสมุนไพรมาใช
เกณฑมาตรฐาน
๑.๑ ตองเป3นยาจากสมุนไพร ท่ีปลอดภัย มีคุณภาพมาตรฐาน และมีสรรพคุณชัดเจน มีการ
ระบุองคประกอบของสูตรตํารับตามสัดส:วนที่กําหนด และไดรับอนุมัติทะเบียนตํารับยาจากสํานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา (เวนแต:เป3นยาท่ีไดรับการยกเวนตามขอกําหนดในพระราชบัญญัติยา
เช:น เภสัชตาํ รบั โรงพยาบาล หรอื ควบคุมกาํ กบั โดยกฎหมายอน่ื ทีเ่ กี่ยวของ)[๑]
๑.๒ เป3นยาท่ีมีการผลิตตามมาตรฐานหลักเกณฑและวิธีการท่ีดีในการผลิตยาจากสมุนไพร
(GMP for Traditional Mecidine) หรือตามขอกําหนดของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
และมีการควบคุมคุณภาพ(quality control) เช:น การวิเคราะหหาการปนเปGFอนของจุลินทรียที่อาจ
ก:อใหเกิดโรค โลหะหนัก การผันแปรของนํ้าหนักยา (weight variation) เวลาการกระจายตัว
(disintegration time) และตองมีการระบุทงั้ วันผลติ และวันส้นิ อายขุ องยาน้ัน เป3นตน
๑.๓ เปน3 วตั ถดุ บิ สมุนไพรทผี่ :านการคัดเลอื กตามองคความรูการแพทยแผนไทย หรือตามตํารา
ยาที่รัฐมนตรีประกาศ/หรือเทียบเท:า หรือมีมาตรฐานตามขอกําหนดของวัตถุดิบและของตํารับตาม
เกณฑที่กําหนดในตํารายาของประเทศไทย (Thai Pharmacopoeia, TP) และ/หรือตามตํารา
มาตรฐานยาสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia, THP) ท้ังนี้หน:วยงานท่ีเก่ียวของจะตองมี
กลไกและวธิ ีการในการพัฒนาใหยาทีผ่ ลติ จากสมุนไพรนัน้ มีคณุ ภาพตามเกณฑมาตรฐาน
๑.๔ กรณีมีการพัฒนารูปแบบยา กรรมวิธีผลิต ขอบ:งใช จะตองมีหลักฐานประวัติการใชยา
ตามสูตรตํารับดั้งเดิม มีหลักฐานขอมูลการพัฒนารูปแบบ เพ่ือยืนยันสรรพคุณ ความคงตัวของยา มี
การศึกษาพิษเฉียบพลัน (acute toxicity test) พิษก่ึงเร้ือรัง (subchronic toxicity study) หรือพิษ
เรื้อรัง (chronic toxicity study) ที่เหมาะสมตามเกณฑขององคการอนามัยโลกมีการศึกษาวิจัยทาง
คลินกิ
เกณฑจาํ เพาะ
๒.๑ ยาจากสมนุ ไพรในบญั ชยี าหลักแหง: ชาติ
ยาจากสมุนไพรในบญั ชียาหลักแห:งชาติ แบ:งเปน3 ๒ กลม:ุ ซง่ึ มีเกณฑการพิจารณาจําเพาะสําหรับแต:ละ
กลม:ุ คอื
ก. ยาแผนไทยหรือยาแผนโบราณ เป3นยาจากสมุนไพรท่ีมีการใชตามองคความรูด้ังเดิมหรือ
ตามตํารายาแผนไทย และยาแผนไทยประยุกต หรือยาตํารับโดยใชหลักการของการแพทยแผนไทย
และเภสชั กรรมไทยเป3นเกณฑในการพิจารณาคดั เลือก ดงั น้ี
๑) ตองแสดงขอมูลเก่ียวกับความปลอดภยั เชน: ขอหามใช ขอควรระวัง อาการขางเคียงต:างๆ
ทีอ่ าจเกิดขึน้ จากการใชยา เปน3 ตน ทั้งนโ้ี ดยพิจารณาจากตําราและองคความรูเดิม ทางการแพทยแผน

๕๒

ไทย ประสบการณการใชยาหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตรที่แสดงถึงความปลอดภัยหรือพิษของตัวยา
ซึง่ เปน3 องคประกอบในสตู รตํารับ

๒) เป3นยาที่มีการใชในมนุษยกันอย:างแพร:หลายมาตั้งแต:ดั้งเดิมสืบต:อกันมาเป3นเวลานาน มี
ประสทิ ธผิ ลตามสรรพคุณที่ระบใุ นตํารายาทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศ เชน: ตาํ ราแพทยศาสตรสงเคราะห ตํารา
ยาและตําราเก่ยี วกับสมนุ ไพรของไทยหรือต:างประเทศท่ีรัฐมนตรปี ระกาศ

๓) โดยมีสูตรส:วนประกอบและขอบ:งใชท่ีเหมาะสม มีขนาดรับประทานหรือขนาดการใชที่มี
ความแรงตามพกิ ัดยาที่กําหนด

ข. ยาพัฒนาจากสมุนไพร ไดแก: ยาจากสมุนไพรแผนป>จจุบัน หรือยาพัฒนาจากสมุนไพรทั้ง
ตาํ รบั ยาเดย่ี วและยาผสม มเี กณฑในการพจิ ารณาคัดเลอื ก ดงั นี้

๑) ตองมหี ลักฐานยนื ยนั ความปลอดภัยในการใชในมนุษย หรือมีขอมูลการใชในผูปzวยชาวไทย
ไมต: ํา่ กว:า ๑,๐๐๐ ราย

๒) เป3นยาจากสมุนไพรที่มีประสิทธิผลตามสรรพคุณท่ีระบุในตํารายา หรือเภสัชตํารับทั้งของ
ไทยและต:างประเทศ ขอกําหนดมาตรฐานวัตถุดิบ สูตรตํารับยา กรรมวิธีผลิตที่เป3นไปตามหลักเกณฑ
วิธีการท่ีดีในการผลิตยา (Good Manufacturing Practice - GMP) มีมาตรฐานของยาสําเร็จรูป
(specification of finished product) ขอมูลเก่ียวกับคุณประโยชนหรือสรรพคุณของตํารับยาท่ีเป3น
ขอมูลการใชด้ังเดิม(evidence of traditional use) และขอมูลทางวิทยาศาสตร (scientific
evidence) ทีย่ อมรับได และมคี วามปลอดภัยหรอื มหี ลกั ฐานทางวิชาการสนบั สนุนอยา: งเพียงพอ

๓) สถานพยาบาลตองจัดใหมีระบบติดตามเพ่ือเฝ|าระวังความปลอดภัยเก่ียวกับการใชใน
ผูปวz ย เพอ่ื ตดิ ตามอาการไม:พึงประสงค อน่ึง หากมีป>ญหาเกดิ ข้นึ ใหติดตามอย:างใกลชิดและรายงานให
คณะอนกุ รรมการพฒั นาบญั ชยี าหลกั แหง: ชาตทิ ราบโดยด:วน เพอ่ื ดาํ เนินการตามสมควรตอ: ไป

๒.๒ เภสชั ตาํ รบั โรงพยาบาลจากสมนุ ไพร
ยาท่ีคัดเลือกบรรจุใน "เภสัชตํารับโรงพยาบาลจากสมุนไพร" จะตองเป3นสูตรตํารับท่ีมีความ
ปลอดภัย มีประสิทธิผล มีระบบประกันคุณภาพมาตรฐาน เพ่ือใหมียาที่จําเป3นจากสมุนไพรที่เพียงพอ
ในการตอบสนองการแกป>ญหาสขุ ภาพของประชาชน หรือใชทดแทนยาแผนปจ> จุบัน เพ่ือการพ่ึงตนเอง
ท้ังในระดับชุมชนและระดับประเทศ มีการผลิตเพ่ือใชในโรงพยาบาลของรัฐ (ซ่ึงเป3นการผลิตยาโดย
กระทรวง ทบวง กรม ในหนาที่ป|องกันหรือบําบัดโรค) อย:ูแลวเป3นส:วนใหญ: ท่ีมีศักยภาพและความ
พรอมท้ังในดานบุคลากรสถานท่ี เคร่ืองมือ อุปกรณ และเทคโนโลยี มีกระบวนการผลิต การควบคุม
คุณภาพที่เป3นไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีดีในการผลิตยาสมุนไพรในโรงพยาบาล เพ่ือเป3น
หลกั ประกนั เรือ่ งความปลอดภัย ประสิทธิผล และคุณภาพมาตรฐานของยา และใชวัตถุดิบสมุนไพรใน
ประเทศเป3นหลัก เพ่ือสนับสนุนการเพาะปลูกพืชสมุนไพรของชุมชนแบบเกษตรอินทรียหรือแบบไร
สารพิษ เพื่อความปลอดภัยจากยาฆ:าแมลงและสรางสมดุลใหส่ิงแวดลอม เป3นยาท่ีมีสูตรตํารับท่ี

๕๓

สามารถอางอิงถึงผลการรักษา สรรพคุณ รูปแบบ ความแรง ขนาดและวธิ ใี ช ขอหาม/ขอควรระวัง จาก
ตาํ รายาแผนดงั้ เดิมหรือเอกสารวชิ าการทเ่ี ชอื่ ถือได ซ่งึ มีเกณฑในการพิจารณาดังนี้

๑) เป3นตํารบั ยาทีม่ ีการผลติ และใชในโรงพยาบาลอยา: งต:อเนอ่ื ง
๑.๑) เป3นตํารับยาจากสมุนไพรที่มีอยู:ในตํารายาแผนไทยด้ังเดิม (ตามตํารายาท่ี

รฐั มนตรปี ระกาศ / ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ) หรอื
๑.๒) เปน3 ตาํ รับยาจากสมุนไพรท่มี งี านวิจัยรองรับ หรือมีประสบการณอย:างยาวนาน

เก่ียวกับการใชยาของทองถ่ิน หรือมีการศึกษาขอมูลความรูอย:างรอบดาน ไม:ว:าจะเป3นการศึกษาจาก
ตํารายาไทย รายงานทางวชิ าการทัง้ จากงานวิจยั ผลการทดลองต:างๆ ท้ังในและนอกประเทศ หรอื

๑.๓) มขี อมูลการใชยาในโรงพยาบาลในผูปzวยอยา: งนอย ๑,๐๐๐ ราย หรือ
๑.๔) เป3นตาํ รบั ยาทม่ี กี ารผลิตและใช ในโรงพยาบาลในประเทศไทยอย:างต:อเน่ืองไม:
นอยกวา: ๑๐ ป‰
๒) มีสูตรตํารับยาสมุนไพรที่มีส:วนประกอบ สรรพคุณ วิธีใช และขอหาม/ขอควรระวังท่ี
ชดั เจน
๓) สถานพยาบาลตองจัดใหมีระบบติดตามเพ่ือเฝ|าระวังความปลอดภัยเกี่ยวกับการใชใน
ผูปzวย เพือ่ ติดตามอาการไมพ: ึงประสงค อนง่ึ หากมปี ญ> หาเกิดข้นึ ใหติดตามอย:างใกลชิดและรายงานให
คณะอนกุ รรมการพัฒนาบัญชยี าหลกั แหง: ชาติทราบโดยด:วน เพอ่ื ดาํ เนินการตามสมควรตอ: ไป

๒.๔ ความเขมแขง็ ชมุ ชน

วกิ ฤตเิ ศรษฐกิจของประเทศที่เร่มิ ข้ึนในปลายป‰ ๒๕๓๙ ซึ่งเป3นป‰แรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแห:งชาติ ฉบับท่ี ๘ ไดก:อใหเกิดป>ญหาดานเศรษฐกิจและสังคมต:าง ๆ ส:งผลกระทบต:อ
ประชาชนชั้นและทุกภาคส:วนของสังคม ชุมชนเขมแข็ง สําคัญของการพัฒนา จากป>ญหาท่ีเกิดขึ้นได
เพียงลําพังหน:วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจึงตองเขามาแกไขป>ญหาร:วมกันโดยเฉพาะอย:างยิ่ง
จําเป3นตองใหความสําคัญต:อกระบวนการพัฒนาที่เนนคนเป3นศูนยกลางตามหลักปรัชญาของ
แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๘ โดยการเพ่ิมศักยภาพของคนและชุมชนใหเขมแข็ง มีความพรอมในการเขาไปมี
ส:วนร:วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการดูแลรักษา
ส่ิงแวดลอมใหย่ังยืน ความเขมแข็งของชุมชนจึงเป3นฐานสําคัญในการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและ
สังคม การสรางกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมท่ียั่งยืนในอนาคต ซ่ึงเป3นแนวทางการพัฒนาท่ี
สําคญั ประการหนึง่ ตอ: เน่อื งมาถงึ แผนพฒั นาฯ ฉบับที่ ๙

การทําใหชมุ ชนเขมแขง็ จะตองมกี ารเรม่ิ กระบวนการพฒั นาจากฐานราก ๑) ชุมชนเขมแข็งท่ีมี
ขีดความสามารถในการจดั การปญ> หาของตนเองไดในระดับหนง่ึ ดวยการมีผูนําที่มีความสามารถ มีการ

๕๔

เรียนรูร:วมกันอย:างต:อเนื่อง บนพื้นฐานวัฒนธรรม ความเชื่อ คุณค:าด้ังเดิม ศาสนา และเศรษฐกิจ
ชุมชนที่พึ่งพาเอื้อเฟFGอกันและกัน ชุมชนไดใชศักยภาพของตนเองจัดการป>ญหาตนเองภายใตความ
รว: มมอื และสนับสนนุ จากองคกรภาครัฐและเอกชน ๒) กระบวนการแกไขป>ญหาสังคมในดานอบายมุข
ตามเงื่อนไขความรุนแรงของป>ญหาเชิงปริมาณ มาก ปานกลาง นอย เชิงผลกระทบท่ีมีต:อครอบครัว
ลักษณะท่ีตัง้ ของชมุ ชน ภมู ิศาสตร สังคม วัฒนธรรมประเพณี ศาสนา ความเช่ือ ๓) วิธีการมองป>ญหา
๒ แบบ คือ แบบท่ี ๑ มองวา: มคี วามเช่อื มโยงกบั เรอ่ื งอน่ื ๆ หรอื เป3นผลมาจากสาเหตุอ่ืน แบบที่ ๒ มอง
ว:าป>ญหาเป3นภัยคุกคามของกระบวนการที่ตองการเขามาทําลายชุมชน ๔) ยุทธศาสตรและแนว
ทางการทํางานของชุมชนแบ:งไดตามแต:ละภูมิภาค ๕) วิธีการทํางานการแกไขป>ญหาท่ีเป3นตัวสราง
กระบวนการเรียนรูและส:งเสริมอาชีพมีหลายวิธี เช:น สรางการมีส:วนร:วม แลกเปลี่ยนเรียนรู คนหา
ศักยภาพภายในชุมชนมาประยุกตใชในการแกไขป>ญหาแบบบูรณาการ ดึงศักยภาพขององคกร
ภายนอกเขามาเสริมสรางความเขมแข็ง และหนุนช:วยในกระบวนการทํางานของชุมชน ๖) บทเรียน
การทํางานของชุมชน เช:น การมองท่ีป>จจัยหลัก คือผูนํา เพราะผูนํามีความสําคัญต:อความสําเร็จของ
การดําเนินงาน การนํากลไกในชุมชนมาใชเช:น ระบบคุม เครือญาติ ศาสนา การบ:มเพาะเยาวชนใหมี
ภูมิคุมกันการมองป>ญหา จะตองมองใหเห็นความเช่ือมโยงสัมพันธกับเรื่องอื่นๆ ชุมชนท่ีเคยมี
ประสบการณรวมตัวกันพัฒนามาก:อนจะเอ้ือประโยชนต:อการแกไขป>ญหา ๗) ลักษณะของชุมชน
เขมแข็ง เช:น คนในชุมชนมีความตระหนัก และห:วงใยต:อความเป3นไปของชุมชน มีแกนนําท่ี
หลากหลาย และมีศักยภาพในการทํางาน สมาชิกในชุมชนร:วมมือร:วมใจกันอย:างจริงจัง มีการ
แลกเปล่ียนเรียนรู มีกิจกรรมต:อเน่ือง เท:าทนั สถานการณตลอดเวลา

การสรางความเขมแข็งชุมชนประชาชนในชุมชนจะตองมีส:วนร:วมกิจกรรมบริการชุมชน ๑.
โครงการบานมัน่ คง เริ่มดาํ เนนิ การในป‰ ๒๕๔๖ เพอ่ื แกป>ญหาความไม:ม่ันคงในท่ีดินและที่อยู:อาศัยของ
ผูมีรายไดนอยใน ชุมชนแออัดทั่วประเทศ โดยสนับสนุนการสํารวจ การออกแบบผังชุมชน รัฐบาล
สนับสนุนงบประมาณการปรับปรุงสาธารณูปโภคและสินเช่ือเพ่ือจัดหาท่ีดิน และท่ีอย:ูอาศัย สินเชื่อ
เพ่อื ทอี่ ยูอ: าศัยอตั ราดอกเบย้ี รอยละ ๔ ต:อป‰ ไม:เกินรายละ ๓๐๐,๐๐๐ บาทโดยเป3นการดําเนินการทั้ง
ชุมชน ๒. สวัสดิการชุมชน สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตําบลหรือเมือง เพ่ือจัด
สวัสดิการชุมชนทุกประเภทใหกับคนทุกกลุ:มในชุมชน โดยองคกรชุมชนบริหารจัดการกองทุนดวย
ตนเอง เงินกองทุนมาจากการสมทบของสมาชิก องคกรปกครองส:วนทองถิ่น และรัฐบาลส:วนกลาง
รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณสมทบกองทุนสวัดิการท่ีจัดตั้งใหม:ไม:เกินกองทุน ละ๑๐๐,๐๐๐ บาท
(จัดต้ังมาแลวไม:ตํ่ากว:า ๑ ป‰ สมาชิกไม:นอยกว:า ๑๐๐ คน จากคร่ึงหน่ึงของจํานวนหม:ูบานในตําบล
น้ัน) และสมทบกองทุนเก:า (จัดต้ังมาแลวไม:ต่ํากว:า๑ป‰ มีการจัดสวัสดิการไม:นอยกว:า ๓ ประเภท มี
เงินกองทุนจากสมาชิกและ องคกรปกครองส:วนทองถิ่น มีการระบบการบริหารกองทุนชัดเจน) ใน
อตั รา ๓๖๕ บาท / สมาชิก ๑ คน / ป‰ ๓. การแกปญ> หาทด่ี นิ และบานม่ันคงชนบท สนบั สนุนใหขบวน

๕๕

ชมุ ชนวางแผนแกป>ญหาความไม:ม่ันคงในท่ีอยู:อาศัยและท่ีดินทํา กินในพ้ืนที่ชนบทร:วมกับหน:วยงานที่
เกีย่ วของ โดยชุมชนเป3นผูจัดทําขอมูล แผนที่และสํารวจครัวเรือนท่ีประสบป>ญหาความเดือดรอนดวย
ตนเอง แลวเสนอใหหน:วยงานที่เกี่ยวของแกป>ญหาตามกระบวนการ บางชุมชนมีการจัดผังชุมชนและ
สรางชุมชนใหม: ๔. แผนชุมชน เร่ิมดําเนินการในป‰ ๒๕๔๖ โดยเครือข:ายแผนชุมชนท่ัวประเทศ มีการ
เกบ็ ขอมลู เศรษฐกจิ สังคมรายครัวเรือนเพ่ือนาํ มาวิเคราะหแลวจดั ทาํ แผน พัฒนาชุมชนระดับตําบลโดย
องคกรชุมชน เป3นแผนยุทธศาสตรการพัฒนาของเครือข:ายองคกรชุมชนในตําบล สถาบันสามารถ
สนับสนุนวิชาการและคําแนะนําในการจัดทําแผนชุมชน ๕. สินเชื่อเพื่อการพัฒนา สนับสนุนสินเชื่อ
กับองคกรชุมชนในดานต:างๆ ๖ ประเภทคือ สินเชื่อที่อย:ูอาศัย (บานมั่นคง) สินเช่ือพัฒนาท่ีอย:ูอาศัย
สินเช่ือพัฒนาแบบองคกรรวม(ดําเนินการหลายกิจกรรม) สินเชื่อพัฒนาธุรกิจชุมชน สินเช่ือหมุนเวียน
และสินเชื่อทรัพยากรธรรมชาติ สินเชื่อทุกประเภทตองเสนอโดยองคกรชุมชน อัตราดอกเบ้ียตาม
ประเภทสินเช่ือประมาณรอย ๔ – ๖ % ต:อป‰ ๖. การรับรองสถานภาพองคกรชุมชน สนับสนุนการ
สาํ รวจขอมลู รับรองการมีอย:ู รับรองคุณภาพขององคกรชุมชนร:วมกับองคกรปกครองส:วนทองถิ่น จัด
ระดบั การพัฒนาและสนับสนุนการวางแผนพัฒนาองคกรชุมชนทุกประเภทในตําบลหรือ เมือง เพ่ือให
เครือข:ายองคกรชุมชนมีขอมูลองคกรชุมชนในทองถ่ินอย:างครบถวน เป3นขอมูลอางอิงในการทํางาน
หรอื ใหการสนบั สนนุ ของหนว: ยงานต:างๆ ๗. สภาองคกรชุมชน ดําเนินการตามพรบ.สภาองคกรชุมชน
พ.ศ. ๒๕๕๑ สนับสนนุ ใหองคกรชมุ ชนในตาํ บลและเมืองรวมตวั กนั เป3นสภาองคกรชมุ ชนเพือ่ เชื่อมโยง
การทาํ งาน เสริมสรางความเขมแข็งของชุมชนและ กําหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนทองถิ่นร:วมกัน ๘.
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรกรรมย่ังยืน ส:งเสริมใหองคกรชุมชนและเครือข:ายองคกร
ชุมชน ดูแลรักษาจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ํา ปzา ทะเล ทะเลสาบและการทําการเกษตรแบบ
ย่ังยืนในเขตภูมินิเวศนต:างๆตั้งแต:ชายฝ—>งทะเล ไร:นา เชิงเขา ล:ุมนํ้า ไปจนถึงเขตปzาตนนํ้า ๙. ระบบ
ขอมูลและการส่ือสารชุมชน สนับสนุนใหองคกรชุมชนจัดตั้งศูนยขอมูลชุมชนระดับจังหวัดและตําบล
เพื่อ สนับสนุนการทํางานพัฒนาชุมชน ใหมีการจัดทําขอมูลของตนเองในทุกประเด็นงานเช:นขอมูลผู
เดือดรอนกรณี ป>ญหาท่ีดินทํากิน ที่อย:ูอาศัย ผูประสบภัยธรรมชาติ ขอมูลองคกรชุมชนในทองถ่ิน
ฯลฯ สนับสนุนการสื่อสารและเผยแพร:ขอมูลข:าวสารผ:านเว็บไซตชุมชน วิทยุชุมชนและสื่อประเภท
อ่ืนๆ ๑๐. ศูนยเรียนรู สนับสนุนใหเครือข:ายองคกรชุมชนในประเด็นงานต:างๆพัฒนาศูนยเรียนรู เพื่อ
เป3นแหล:งรวบรวมความรูจากการทํางานขององคกรชุมชน ใหองคกรชุมชนอ่ืนๆมาศึกษาเรียนรูและ
ขยายผลการพัฒนาฟGFนฟูทองถ่ินโดย ชุมชนเอง ๑๑. โครงการแกไขป>ญหาความเดือดรอนดานท่ีอย:ู
อาศัยและท่ีดินทํากินโดยชุมชนทอง ถิ่น ดําเนินการใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต (ยะลา ป>ตตานี
นราธิวาส สงขลา สตูล) สนับสนุนการซ:อมสรางบานของคนยากจนจํานวน ๒๔,๐๐๐ ครัวเรือน ใน
๑,๑๕๖ หม:ูบานของพื้นที่ดังกล:าว และสนับสนุนการแกไขป>ญหาที่ดินจํานวน ๒๐ กรณี ๑๒. การ
พัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน เสริมสรางความเขมแข็งของสถาบันการเงินชุมชน พัฒนาระบบการ

๕๖

บริหารจัดการขององคกรการเงิน การเชื่อมโยงระหว:างกองทุนและองคกรการเงินต:างๆในชุมชน การ
แกป>ญหาหนี้สินโดยองคกรการเงินชุมชนและการพัฒนาเศรษฐกิจทองถ่ิน ๑๓. ประชาสังคม
นอกเหนอื จากการใหการสนับสนุนองคกรชุมชนโดยตรงแลว สถาบันยังใหการสนับสนุนองคกรพัฒนา
เอกชน องคกรอาสาสมัครต:างๆที่ทํางานเสริมสรางความเขมแข็งองคกรชุมชนและการพัฒนา สังคม
ทางดานต:างๆ

๒.๔.๑ ความหมายของชมุ ชนเขมแข็ง
เพื่อใหการพัฒนาประเทศเป3นไปอย:างย่ังยืน จึงตองเริ่มจากการใชจุดแข็งในสังคม และทุน
ทางสังคมทม่ี อี ย:ู โดยเฉพาะอยา: งยงิ่ ชมุ ชนซึ่งเปน3 ทุนทางสังคมที่สําคัญในการสรางความเขมแข็งใหกับ
ชุมชนในการแกป>ญหาไดดวยตนเองในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๘ ไดมีการใหแนวคิดและความหมายของ
ชุมชน และความเขมแข็งของชุมชน เพ่ือเป3นแนวทางและการนําไปส:ูการปฏิบัติตามยุทธศาสตรและ
แนวทางการพัฒนาชุมชน กลุ:มคนท่ีมีวิถีชีวิเก่ียวพันกัน และมีการติดต:อส่ือสารเก่ียวของกันอย:างเป3น
ปกติต:อเน่ือง จากการอย:ูในพื้นที่ร:วมกันหรือมีอาชีพร:วมกันหรือการประกอบกิจการซึ่งมีวัตถุประสงค
ร:วมกัน หรือการมีวัฒนธรรม ความเช่ือ หรือความสนใจร:วมกัน วัตถุประสงคร:วมกัน มีการ
ติดต:อสื่อสารหรือรวมกลม:ุ กัน มีความเอ้ืออาทรต:อกัน มีการเรียนรูร:วมกัน ในการกระทํา มีการจัดการ
เพ่อื ใหเกดิ ความสาํ เร็จตามวัตถุประสงครว: มกัน (ศ.นพ.ประเวศ วะสี)ชุมชนมีความหมายมากกว:าการท่ี
คนแต:ละคนมาอย:ูร:วมกัน แต:ไดสรางความสัมพันธกันโดยมีหลักการ เง่ือนไข กติกา ซ่ึงเราเรียก
โดยรวมว:าระเบียบบรรทัดฐานของการอย:ูร:วมกัน ชุมชนจึงมีลักษณะเป3นองคกรทางสังคมท่ีสามารถ
ตอบสนองความตองการในชีวิตประจําวันของสมาชิก และสามารถช:วยใหสมาชิกสามารถจัดการกับ
ป>ญหาต:าง ๆ ท่ีมีอย:ูร:วมกันไดความเขมแข็งของชุมชน จึงหมายถึง การท่ีประชาชนในชุมชนต:าง ๆ
ของเมืองหรือชนบทรวมตัวกันเป3น “องคกรชุมชน” โดยมีการเรียนรู การจัดการและการแกไขป>ญหา
ร:วมกันของชุมชนแลวถึงไดเกิดการเปล่ียนแปลงหรือการพัฒนาทั้งทางดานเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรม
และส่ิงแวดลอมภายในชุมชนตลอดจนมีผลกระทบส:ูภายนอกชุมชนที่ดีขึ้นตามลําดับ โดยจะเรียก
ชุมชนนี้ว:า กลุ:ม ชมรม สหกรณ บริษัท องคกรชาวบาน เครือข:ายหรืออื่น ๆ ท่ีมีความหมายแสดงถึง
การร:วมมือช:วยเหลือกนั เพ่อื ผลประโยชนรว: มกนั และดวยความเอ้อื อาทรตอ: ชมุ ชนอืน่ ๆ ในสังคมดวย
การเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชนอาศัยอยู:บนพื้นฐานของกระบวนการมีส:วนร:วมของ
ประชาชนโดยในแต:ละชุมชนจะมีการพัฒนาไปส:ูความเขมแข็งของชุมชนในมิติต:าง ๆ เช:นมิติทางดาน
เศรษฐกจิ มิติทางดานทรพั ยากรธรรมชาติ มิติทางดานสังคม และมิติทางดานวัฒนธรรม ซ่ึงในการสราง
ความเขมแข็งของชุมชนน้ัน อาจพัฒนาความเขมแข็งไดเพียงบางมิติเท:าน้ัน เนื่องจากเงื่อนไขและ
กระบวนการทนี่ ําไปส:คู วามเขมแขง็ ในแตล: ะมิติของแตล: ะชุมชนมีความแตกต:างกนั

๕๗

๒.๔.๒ องคประกอบของชุมชนเขมแขง็
การดําเนินงานเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน คณะอนุกรรมเสริมสรางความเขมแข็งของ
ชุมชนเพ่ือแกไขป>ญหาวิกฤตภายใตคณะกรรมการนโยบายสังคมแห:งชาติ ไดกําหนดกรอบ
องคประกอบของชุมชนเขมแข็งไวว:าจะตองประกอบดวยบุคคลหลากหลายที่รวมตัวกันเป3นองคกร
ชุมชนอย:างเป3นทางการหรือไม:ก็ตามมีเป|าหมายร:วมกันและยึดโยงเกาะเก่ียวกันดวยประโยชน
สาธารณะและของสมาชิกมีจิตสํานักของการพึ่งตนเอง รักษาเอ้ืออาทรต:อกัน และมีความรักทองถ่ิน
รักชุมชนมีอิสระในการร:วมคิด ร:วมตัดสินใจ ร:วมทําและร:วมรับผิดชอบมีการระดมใชทรัพยากรใน
ชุมชนอย:างเต็มทแี่ ละมปี ระสทิ ธภิ าพมีการเรยี นรู เช่อื มโยงกัน เป3นเครือขา: ยและติดตอ: สื่อสารกันหลาย
รูปแบบมีการจัดทํากิจกรรมที่เป3นสาธารณะของชุมชนอย:างต:อเน่ืองมีการจัดการบริหารกลุ:มท่ี
หลากหลายและเครือข:ายที่ดีมีการเสริมสรางผูนําการเปล่ียนแปลงที่หลากหลายของชุมชนสืบทอดกัน
ตลอดไป
๒.๔.๓ ลักษณะของชมุ ชนเขมแข็ง
ชุมชนท่ีมีความเขมแข็งมีลักษณะที่สําคัญดังน้ีคือสมาชิกของชุมชนมีความเชื่อมันในศักยภาพ
ของตนและชมุ ชนท่ีจะแกไขปญ> หาและพฒั นาชีวติ ความเป3นอยู:ของตนเองสมาชิกของชุมชนพรอมท่ีจะ
รว: มกนั จัดการกับปญ> หาของตนและชุมชนมีกระบวนการของชุมชนท่ีมีการเคล่ือนไหวอย:างต:อเนื่องจน
เป3นวิถีของชุมชน ภายใตการสนับสนุนของผูนําองคกรชุมชน ในลักษณะเป„ดโอกาสใหกับสมาชิกทั้ง
มวลเขามามีส:วนร:วม โปร:งใส และพรอมที่จะใหตรวจสอบสมาชิกทุกคนมีส:วนร:วมในการประเมิน
สถานการณของชุมชนกําหนดวิสัยทัศนร:วม ร:วมคิด ตัดสินใจ ดําเนินงาน ติดตามและประเมินผลการ
แกปญ> หาและการพฒั นาของชุมชนผ:านกระบวนการชมุ ชนสมาชิกชุมชนเกิดการเรียนรูผ:านการเขาร:วม
ในกระบวนการของชุมชนมีแผนของชุมชนท่ีประกอบดวยการพัฒนาทุก ๆ ดานของชุมชน ที่ม:ุงการ
พึ่งตนเอง เอ้ือประโยชนต:อสมาชิกชุมชนทุก ๆ คนและม:ุงหวังการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนการพึ่งความ
ช:วยเหลือจากภายนอก เป3นการพึ่งเพื่อใหชุมชนสามารถพ่ึงตนเองไดในท่ีสุดไม:ใช:การพ่ึงพาตลอดไปมี
เครือข:ายความร:วมมือกับภาคีการพัฒนา อาจเป3นหม:ูบานชุมชนอื่น ๆ ทองถิ่น ภาคราชการ องคกร
เอกชน นักธรุ กิจ นกั วิชาการ และอ่ืน ๆ ในลักษณะของการมคี วามสัมพันธทีเ่ ท:าเทยี มกัน
๒.๔.๔ เสริมสรางความเขมแข็งของชมุ ชน
ในการเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน เพ่ือเป3นฐานรองรับการแกไขป>ญหาและการพัฒนา
ท้ังทางดานเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมพรอมกันทุกดาน
หน:วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงภาคีการพัฒนาต:าง ๆ ท้ังภายในและภายนอกประเทศ จึง
ตองผนึกกําลังดําเนินงานการเสริมความเขมแข็งใหกับชุมชนในการแกไขป>ญหาต:าง ๆ ไดดวยตนเอง
ดวยการกระตุนและสรางกระบวนการทํางานแบบมีส:วนร:วม รวมท้ังการสรางสภาพแวดลอมใหชุมชน

๕๘

ร:วมกันคิด ร:วมกันทําและมีการเรียนรูเพ่ือช:วยเหลือซึ่งกันและกันอันจะนําไปสู:การพัฒนาท่ีย่ังยืนใน
ระยะยาว ทัง้ น้ีมีกจิ กรรมหลักทดี่ ําเนินการเสริมสรางความเขมแขง็ ของชุมชน ไดแก:

๑. การส:งเสริมกระบวนการเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชนเพ่ือเผชิญป>ญหาวิกฤต โดย
พัฒนาศักยภาพใหคนในชุมชนรวมกล:ุมกันร:วมคิดร:วมทํา ร:วมรับผิดชอบ และร:วมรักษาผลประโยชน
ของชุมชนดวยตนเอง รวมท้ังใหความสําคัญกับการปรับวิธีคิดและวิธีการทํางานของบุคลากรภาครัฐ
จากการเป3นผสู ั่งการเปน3 ผูสนับสนนุ ในการจัดการและแกไขป>ญหาของชุมชนเอง

๒. การส:งเสรมิ กระบวนการพัฒนาแบบมสี ว: นร:วมของชุมชนในลกั ษณะ “รว: มคิด ร:วมทํา และ
ร:วมเรียนรู” เพื่อส:งเสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน ประกอบดวยกระบวนการส:งเสริมและ
สนับสนุนชมุ ชนไดมีการเรียนรู แลกเปลี่ยนประสบการณเพื่อการพัฒนาอาชพี และเศรษฐกิจชุมชน การ
พัฒนาสวัสดิการสังคมและสวัสดิภาพของชุมชนการฟGFนฟูอนุรักษและจัดการทัพยากรธรรมชาติของ
ชมุ ชน การคนหาศกั ยภาพและการพัฒนาภมู ิป>ญญาทองถิ่น ตลอดจนการจัดทําแผนความตองการของ
ชุมชน รวมทัง้ การสรางประชาคมภายในชุมชนและการสรางเครอื ขา: ยของชมุ ชน

๒.๕ พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพแหงe ชาติ

“สุขภาพ” หมายความว:า ภาวะของมนุษยที่สมบูรณท้ังทางกาย ทางจิต ทางป>ญญาและทาง
สงั คม เชอ่ื มโยงกันเปน3 องครวมอยา: งสมดุล

“ป>ญญา” หมายความวา: ความรทู ั่ว รูเท:าทันและความเขาใจอย:างแยกไดในเหตุผลแห:งความ
ดี ความช่วั ความมีประโยชนและความมโี ทษ ซึง่ นาํ ไปสค:ู วามมีจติ อนั ดีงามและเออ้ื เฟGFอเผ่ือแผ:

“ระบบสุขภาพ” หมายความว:า ระบบความสัมพนั ธทง้ั มวลที่เกี่ยวของกบั สขุ ภาพ
“บริการสาธารณสุข” หมายความว:า บริการต:าง ๆ อันเกี่ยวกับการสรางเสริมสุขภาพการ
ป|องกันและควบคุมโรคและป>จจัยที่คุกคามสุขภาพ การตรวจวินิจฉัยและบําบัดสภาวะความเจ็บปzวย
และการฟGFนฟูสมรรถภาพของบคุ คล ครอบครวั และชุมชน
“บคุ ลากรดานสาธารณสุข” หมายความว:า ผูใหบริการสาธารณสุขที่มีกฎหมาย ระเบียบหรือ
ขอกําหนดรองรบั
“ผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุข” หมายความว:า ผูประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว:าดวย
สถานพยาบาล
“สมัชชาสุขภาพ” หมายความว:า กระบวนการทใ่ี หประชาชนและหน:วยงานของรัฐท่ีเก่ียวของ
ไดรว: มแลกเปลี่ยนองคความรูและเรียนรูอย:างสมานฉันท เพื่อนําไปส:ูการเสนอแนะนโยบายสาธารณะ

๕๙

เพ่ือสุขภาพหรือความมีสุขภาพของประชาชน โดยจัดใหมีการประชุมอย:างเป3นระบบและอย:างมีส:วน
ร:วม๑๗

การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส:วนร:วมการอภิบาลโดยเครือข:าย๑๘ พ.ร.บ.
สุขภาพแห:งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ออกแบบเคร่ืองมือนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพไวหลายชิ้นลวนเนน
การมีส:วนร:วมตามวิถีประชาธิปไตยแบบมีส:วนร:วม เป3นการเพิ่มทางเลือกสําหรับการอภิบาลระบบ
สุขภาพจากเดิม ที่มีรูปแบบการอภิบาลโดยรัฐ มาใชรูปแบบการอภิบาลโดยเครือข:าย เพื่อถักทอหนุน
เสริมการอภิบาลโดยรัฐ และการอภิบาลโดยตลาด แต:ไม:ใช:การใชเพ่ือทดแทนการอภิบาลท้ัง ๒
รูปแบบที่มีอยู:ก:อนแลวการทํางานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส:วนร:วมดวยเคร่ืองมือ
“สมัชชาสุขภาพ” “การประเมินผลกระทบทางดานสุขภาพ” “ธรรมนูญสุขภาพ” หรืออื่นๆ จึงเป3น
การทาํ งานท่ีตองเนนความเป3นหุนสว: น ความเป3นเจาของรว: ม ความไววางใจการเห็นคุณค:าของกันและ
กัน การเสริมสานประโยชนกันและกันเพื่อเป|าหมายเดียวกัน คือ การสรางสุขภาพของคนและ
สังคมไทย

ไม:มีการใชอํานาจเหนือกัน คือ ไม:เนนการใชอํานาจบังคับบัญชาสั่งการ แต:ทํางานร:วมกัน
เพื่อใหเกิด “พลังทางสังคม” หรือท่ีเรียกว:า “อํานาจอ:อน” ขับเคล่ือนนโยบายส:ูการปฏิบัติแบบคิดไป
ดวยกัน ทําไปดวยกัน ไดผลไปดวยกัน เดินไปดวยกัน เรียนรูไปดวยกันเพ่ือผลดีในระยะยาวร:วมกันใน
ขณะเดียวกันเร่ืองใดท่ีจําเป3นหรือสมควรใชการอภิบาลโดยรัฐ หรือการอภิบาลโดยตลาดก็เลือกไปใช
การอภบิ าลแบบนน้ั เพอื่ ใหเกดิ ประโยชนสงู สดุ แก:ประชาชนและสังคม

ธรรมนูญว:าดวยระบบสุขภาพแห:งชาติ คือ กรอบและแนวทางในการกําหนดนโยบาย
ยุทธศาสตรดานสุขภาพของประเทศ เป3นเสมือนพิมพเขียวที่ภาคส:วนต:างๆ มาร:วมกันกําหนดภาพ
อนาคตที่พึงประสงคของระบบสุขภาพ ทุกหน:วยงาน องคกรรวมถึงชุมชน ทองถิ่นจึงสามารถนําใช
อางอิงประกอบการจัดทําแผนนโยบาย รวมถึงกติการ:วมของชุมชนได เช:น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคม แห:งชาติ ฉบับท่ี ๑๑ การสนับสนุนโรงพยาบาลการแพทยแผนไทยตนแบบ รวมถึง นโยบาย
สนบั สนนุ การบริการปฐมภมู ิ และการจดั ใหมีหมอประจําครอบครวั ของกระทรวงสาธารณสุข และการ
ทบทวนมติบีโอไอในการสง: เสริมการลงทนุ ดานบริการสุขภาพ๑๙

๑๗ พระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพแหeงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐, (กรุงเทพฯ : กระทรวงสาธารณสุข, ๒๕๕๐), หนา ๑.
๑๘ กําพล จินดาวัฒนะ, การอภิบาลรeวมสมัย, (กรุงเทพฯ : บริษัท สามดีพรนต้ิงอีควิปเมนท จํากัด
,๒๕๕๗), หนา ๓๕.
๑๙ พระราชบัญญัติสุขภาพแหeงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐, (กรุงเทพฯ : กระทรวงสาธารณสุข, ๒๕๕๐), หนา
๑๔.

๖๐

การสาธารณสขุ (Primary Health Care หรือ PHC หรือ สสม.)
การสาธารณสุขพ้ืนฐาน หมายถึง การดูแลสุขภาพท่ีจําเป3นซึ่งจัดใหอย:างทั่งถึงสําหรับทุกคน
ทกุ ครอบครวั และในทกุ ชุมชน โดยการยอมรบั และการมีส:วนร:วมอยา: งเต็มทีข่ องทุกคน ดวยค:าใชจ:ายท่ี
ไม:เกินกําลังของชุมชนและประเทศจะรับได นอกจากนั้น การสาธารณสุขพ้ืนฐานยังตองก:อใหเกิดการ
ผสมผสานระหว:างระบบบริการสาธารณสุขของประเทศกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่เป3นธรรม
โดยมรี ะบบบริการสาธารณสุขเป3นแกนกลาง
การสาธารณสขุ พื้นฐาน เปน3 กลวิธีทางสาธารณสุขที่เพ่ิมขึ้นจากระบบบริการสาธารณสุข ซ่ึงมี
อยู:ในระดับตําบลและหม:ูบาน ผสมผสานทางดานการรักษาพยาบาล การส:งเสริมสุขภาพ การป|องกัน
โรค และการฟFGนฟูสภาพท่ีดําเนินการโดยประชาชน โดยใชทรัพยากรในทองถ่ิน ดวยวิธีการหรือ
เทคโนโลยีท่ีเหมาะสม โดยมีผูสื่อข:าวสาธารณสุข (ผสส.) และ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เป3นผู
ประสานงาน
ความสําคญั ของการสาธารณสุขพืน้ ฐาน
ประชาชนจะตองมีส:วนร:วมและเป3นเจาของในงานสาธารณสุขที่จําเป3นเบ้ืองตนหรือพื้นฐาน
คอื งานดานการดแู ลรกั ษาโรคหรือการเจ็บปzวยท่ีจําเป3น การรูจักระวังและป|องกันโรคติดต:อที่สําคัญ ๆ
และพบบ:อยในหมู:บาน การมีความรูทางดานสาธารณสุข เช:น สุขาภิบาล อาหาร อนามัยแม:และเด็ก
การวางแผนครอบครัว การฟGFนฟูสภาพผูปzวย เป3นตน โดยความรูเหล:านี้ไม:ใช:เพียงแต:รูอย:ูเฉพาะคน
หน่ึงคนใด แต:จะตองมีการแพร:กระจายความรูดังกล:าวรวมถึงการช:วยเหลือเกื้อกูลไปส:ูเพ่ือนบานและ
ชุมชนดวย ภารกิจเหล:านี้ เป3นส่ิงที่รัฐบาลโดยระบบบริการของรัฐมีความปารถนาเป3นอย:างยิ่งท่ีจะให
บงั เกดิ ข้ึนแก:ประชาชนทุกคน
หลกั ในการดําเนินงานสาธารณสุขพนื้ ฐาน
หลักการทีส่ ําคญั ของการสาธารณสขุ พน้ื ฐานมี ๔ ประการ คอื
๑. การมีส:วนร:วมของชมุ ชน(People Participation = P.PหรือCommunity Participation,
Community Involvement = C.I) ซ่ึงสําคัญต้ังแต:การเตรียมเจาหนาที่ เตรียมชุมชน การฝ•กอบรม
การติดตามดําเนินกิจกรรมต:าง ๆ ใหประชาชนในหมู:บานไดรูสึกเป3นเจาของและเขามาร:วมช:วยเหลือ
งานดานสาธารณสุข ทั้งดานกําลังคน กําลังเงิน และวัสดุอุปกรณต:าง ๆ มิไดหมายถึงชุมชนใหความ
ร:วมมือกับเจาหนาที่ของรัฐในการพัฒนา หากแต:หมายถึงประชาชนในชุมชนนั้นเป3นผูตระหนักถึง
ป>ญหาของชุมชนของตนเป3นอย:างดี จึงเป3นผูกําหนดป>ญหาสาธารณสุขของชุมชนน้ันเอง เป3นผู
วิเคราะหป>ญหา ตลอดจนแนวทางแกไขป>ญหาของชุมชน ท้ังนี้ โดยชุมชนมีความสามารถในการ
แยกแยะไดว:าวิธีการแกป>ญหาใดประชาชนในชุมชนสามารถแกไขได วิธีการใดอย:ูนอกเหนือ
ความสามารถของชุมชน ก็ใหเจาหนาที่ของรัฐ บุคคลหรือองคกรภายนอกเขามาช:วยแกไขป>ญหา

๖๑

รูปแบบการมีส:วนร:วมของประชาชนมีไดหลายรูปแบบ ตัวอย:างของรูปแบบการดําเนินงานท่ีผ:านมา
ไดแก:

- การสาํ รวจและใชผลการสํารวจความจําเปน3 พน้ื ฐาน(จปฐ.)
- การจดั ตั้งกองทนุ หมนุ เวียนในหม:บู านเพ่ือแกป>ญหาสาธารณสุข
- การจัดตงั้ ศนู ยสาธารณสุขพนื้ ฐานชุมชน (ศสมช.)
- การคดั เลอื กและฝ•กอบรม อสม. กสค. เป3นตน
๒. การใชเทคโนโลยีท่ีเหมาะสม (Appropriate Technology = AT) เทคนิคและวิธีการที่ใช
ในงานสาธารณสุขพ้ืนฐาน ควรเป3นเทคนิควิธีการท่ีง:ายไม:ซับซอน ยุ:งยาก เหมาะสมกับแต:ละสภาพ
ทองถิ่นและประชาชนสามารถปฏิบัติได เทคนิควิธีการซึ่งหมายรวมต้ังแต:วิธีการคนหาป>ญหา
ขบวนการในการแกไขป>ญหา จนกระทั่งถึงเทคนิคในการแกไขป>ญหาโดยชุมชนเอง เช:น การทําระบบ
ประปาดวยปลองไมไผ: การใชสมุนไพรในชุมชน การใชระบบการนวดไทยเพื่อบรรเทาอาการปวดเม่ือย
เป3นตน เทคนิคเหล:าน้ีอาจเป3นภูมิความรูดั้งเดิมในชุมชน ที่ชุมชนมีการถ:ายทอดในการแกไขป>ญหา
สาธารณสุขของตนเองมาเปน3 เวลาชานานแลว เช:น การใชยาหรือแพทยแผนไทยในการรักษาพยาบาล
โรคบางอย:าง หรือการนวดไทย หรอื เป3นภูมิความรูใหม:ท่ีชุมชนไดเรียนรูเพิ่มเติมว:าเหมาะสมกับชุมชน
ในการแกป>ญหา เช:น การใชอาหารเสริมในการแกไขป>ญหาโภชนาการ การจัดทําโอ:งน้ําเพ่ือเก็บนํ้า
สะอาด เป3นตน หากการเรียนรูไปยังอีกชุมชนหนึ่งในลักษณะที่ประชาชนถ:ายทอดความรูส:ูประชาชน
ดวยกันเอง อาจจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หรือโดยการสนับสนุนช:วยเหลือของเจาหนาที่ภาครัฐ โดย
วธิ กี ารท่เี รียกวา: การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว:างหมู:บาน หรือ TVDV (Technology cooperation
among developing villages) จะทําใหขบวนการเรียนรูเหล:าน้ีเป3นไปโดยกวางขวาง รวดเร็ว ซ่ึงจะ
เปน3 ประโยชนกบั ประชาชนในการแกไขปญ> หาของเขาเองทป่ี ระชาชนสามารถปฏบิ ัติได
๓. มีการปรับระบบบริการพื้นฐานของรัฐเพ่ือรองรับการสาธารณสุขพ้ืนฐาน (Reoriented
Basic Health Service = BHS) หรือ Health Infrastructure ระบบบริการของรัฐ และระบบบริหาร
จัดการท่ีมีอยู:แลวของรัฐ จะตองปรับใหเช่ือมต:อและรองรับงานสาธารณสุขพื้นฐานดวย ท้ังนี้โดยมี
ความมง:ุ หมาย ดังนี้ คอื

๓.๑ ตองการใหเกดิ การกระจายการครอบคลมุ บริการใหทว่ั ไป (Coverage)
๓.๒ การกระจายทรัพยากรลงส:มู วลชน (Resource Mobilization)
๓.๓ การจดั ระบบส:งตอ: ผปู zวยทมี่ ีประสิทธิภาพ (Referal System)
ในชว: งเวลาที่ผ:านมากระทรวงสาธารณสุข มีความพยายามท่ีจะปรับระบบบริการสาธารณสุข
ของรฐั ใหเออ้ื ตอ: งานสาธารณสุขพ้ืนฐาน ดงั จะพจิ ารณาไดจากโครงการต:าง ๆ ที่สําคัญ คอื
- โครงการบัตรสขุ ภาพ

๖๒

- โครงการพัฒนาระบบบริการของสถานบริการและหน:วยงานสาธารณสุขในส:วนภูมิภาค
(พบส.)

- คณะกรรมการประสานงานสาธารณสขุ ระดบั อาํ เภอ (คปสอ.)
เป|าหมายของการปรับเปล่ียนระบบบริการสาธารณสุข ก็เพื่อท่ีจะทําใหประชาชนสามารถที่
จะเขาถงึ บรกิ ารทมี่ คี ุณภาพได รวมทั้งสนับสนนุ ใหประชาชนมสี :วนร:วมไดอย:างแทจริง การปรับเปล่ียน
ระบบบริการจะตองมีการดําเนินงานในทุกระดับ ไม:ว:าจะเป3นระดับสถานีอนามัยซ่ึงอยู:ใกลชุมชน
โรงพยาบาลชุมชนในระดับอําเภอ โรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลศูนยในระดับจังหวัด รวมท้ังสถาน
บริการเฉพาะทางต:าง ๆ เพ่ือใหประชาชนไดรับบริการอย:างทั่วถึงเป3นธรรม และไดรับการส:งต:อเพ่ือ
ดูแลอยา: งตอ: เนื่องเมอื่ มคี วามจําเปน3
๔. การผสมผสานกับงานของกระทรวงอ่ืน ๆ (Intersectoral Collaboration = IC) งาน
สาธารณสุขพ้ืนฐานจะสําเร็จผลไดตองผสมผสานทํางานไปดวยกันได ท้ังภายในกระทรวงและต:าง
กระทรวง แนวคิดท่ีสําคัญของการดําเนินงานในดานนี้ คือ การประสานเพ่ือใหหน:วยงานอื่นทํางานใน
ความรับผิดชอบของหน:วยงานนั้น ๆ ในลักษณะท่ีส:งเสริมหรือสอดคลองกับการพัฒนาดานสุขภาพ
ไม:ใช:ขอใหบคุ ลากรของหน:วยงานอ่ืนมาร:วมกนั ปฏบิ ตั งิ านภาคสาธารณสขุ ป>จจยั สําคัญท่ีจะช:วยใหการ
ประสานงานระหว:างสาขาเปน3 ไปอย:างไดผล คือ ความสามารถในการวิเคราะหว:า การดําเนินงานเร่ือง
อะไร ของหนว: ยงานใดจะมสี :วนในการสง: เสรมิ การมสี ุขภาพดี เช:น การศึกษา การเกษตร การปรับปรุง
ดานส่ิงแวดลอม การส:งเสริมบทบาทขององคกรชุมชน ฯลฯ
การประสานความร:วมมือตองดําเนินการในหลายระดับ แต:ท่ีสําคัญน้ันหากสามารถสรางให
เกิดความร:วมมือเพ่ือแกป>ญหาในชุมชนเป3นหลัก โดยใหชุมชนเป3นผูกําหนดหรือตัดสินใจ ก็จะช:วยให
ความร:วมมือนัน้ ชัดเจนและมปี ระสทิ ธิภาพ รูปแบบสาํ คัญที่มีการศกึ ษาวิเคราะหและมีประสิทธิภาพใน
การส:งเสริมการประสานงานระหว:างสาขา คือ การใช จปฐ. เป3นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของประชาชน ซ่ึงในแง:ของการส:งเสริมการประสานงานระหว:างสาขานั้นถูกเนนหนัก คือ การ
ประสานงานเพ่ือใหหน:วยงานต:าง ๆ ยอมรับและร:วมกันใชเป|าหมาย จปฐ. ในส:วนท่ีเก่ียวของกับ
หน:วยงานของตนเองเป3นเป|าหมายในการทํางานกับประชาชนในพื้นที่ หรือหากจะมีการปรับเปลี่ยน
เป|าหมายและตัวช้ีวัด จปฐ. ก็ตองปรับเปลี่ยนโดยม:ุงวิเคราะหใหเห็นประโยชนต:อการสรางคุณภาพ
ชีวติ ทด่ี ขี ้นึ ของประชาชน
องคประกอบของงานสาธารณสขุ มลู ฐาน
ประกอบดวย การบรกิ ารแบบผสมผสาน ๔ ดาน คอื การส:งเสริมสขุ ภาพ การป|องกันโรค การ
รักษาพยาบาล และการฟFGนฟูสภาพ ซ่ึงงานทั้ง ๔ ดานน้ี สามารถแยกออกเป3นงานที่ประชาชน จะมี
สว: นรว: มในการดําเนนิ งานไดดงั ตอ: ไปนี้ คอื

๖๓

๑. การใหการศึกษาวิธีป|องกัน และการควบคุมป>ญหาสุขภาพอนามัยท่ีมีอยู:โดยการใหสุข
ศึกษาในเร่ืองต:างๆ เช:น เรื่องท่ีหม:ูบานไดเลือกจะดําเนินงานตามแผนสาธารณสุขหมู:บาน หรือเรื่องที่
เป3นป>ญหาของทองถิ่น และดําเนินงานตามกิจกรรมท่ีกําหนด เผยแพร:ความรูเกี่ยวกับการป|องกันโรค
และการสง: เสริมสขุ ภาพอนามัยใหแก:ประชาชนในหมบู: าน หรือในชมุ ชน

๒. การสนบั สนนุ การจดั หาอาหาร และโภชนาการมุ:งเนนทก่ี ล:มุ เด็กอายุตํ่ากว:า ๕ ป‰ และหญิง
มีครรภ โดย ผสส. และ อสม. ทําหนาท่ีกระตุนเตือนใหประชาชนตระหนักถึงป>ญหาโภชนา-การที่
เกิดข้นึ เช:น โรคขาดสารอาหารในเด็กอายุ ตํา่ กวา: ๕ ป‰ หรือเด็กแรกเกิดมีน้ําหนักตัวนอย เป3นตน โดย
ร:วมมือกับชุมชนในการเฝ|าระวัง ทางโภชนาการของเด็กอายุตํ่ากว:า ๕ ป‰ ใหความรูโภชนศึกษาแก:
มารดา และประชาชน ตลอดจน ส:งเสรมิ การผลิตอาหารทมี่ ีคุณคา: ในหมู:บาน

๓. การจัดหานํ้าสะอาดใหพอเพียง และการสุขาภิบาลขั้นพ้ืนฐานสนับสนุนใหประชาชนมี
บทบาทในการพัฒนาการสุขาภิบาลไดดวยตนเอง โดย ผสส. และ อสม. ชี้แจงใหประชาชนทราบถึง
ความสําคัญ ของการจัดหาน้ําสะอาดไวดื่ม การสรางสวม การกําจัดขยะมูลฝอย การจัดบานเรือนให
สะอาด และรวบรวมขอมูลในหมู:บาน พรอมท้ังกําหนดเป|าหมายที่จะดําเนินการ เพ่ือพัฒนาการ
สขุ าภบิ าลในหม:บู าน

๔. การดูแลอนามัยแม:และเด็ก และการวางแผนครอบครัว ผสส. และ อสม. ชี้แจงให
ประชาชนทราบถึงความสําคัญ ความจําเป3นของการดูแลก:อนคลอด (การฝากครรภ) การคลอด และ
การดูแลหลังคลอด พรอมทั้งนัดหมายเจาหนาที่ ในการออกไปตรวจครรภก:อนคลอด นัดหมายมารดา
มารับบริการ และความรูในการปฏิบัติตัวท่ีถูกสุขลักษณะ ตลอดจนเผยแพร:ความรูเกี่ยวกับการเลี้ยงดู
เดก็

๕. การสรางเสริมภูมิคุมกันโรคเพ่ือต:อตานโรคติดต:อท่ีสําคัญเพ่ือสรางเสริมภูมิคุมกัน
โรคติดต:อ ท่ปี |องกันไดดวยวัคซีน แก:ประชาชน โดยเฉพาะอย:างยิ่งเด็กอายุตํ่ากว:า ๕ ป‰ อย:างทั่วถึงน้ัน
ผสส. และ อสม. ซงึ่ เป3นแกนกลางจะช้ีแจงใหประชาชน ทราบถึงความสําคัญของการไดรับวัคซีน และ
นัดหมายเจาหนาที่ ออกไปใหบริการแก:ประชาชนตามจุดนัดพบต:างๆ ซึ่งอาจจะเป3นท่ีบาน หรือที่
ประชมุ หมูบ: านก็ได

๖. การป|องกัน และควบคุมโรคระบาดในทองถิ่นผสส. และ อสม. ชี้แจงใหประชาชนทราบว:า
ในหมู:บานมีโรคอะไรบางท่ีเป3นป>ญหา เช:น โรคอุจจาระร:วง โรคพยาธิ โรคไขเลือดออก ซ่ึงจําเป3นตอง
ไดรับการป|องกัน และรักษา รวมทั้งการร:วมมือกันในการดําเนินการควบคุม และป|องกัน มิใหเกิดโรค
ระบาดข้ึนได

๗. การรักษาพยาบาลท่ีเหมาะสมสําหรับโรค และการบาดเจ็บที่พบบ:อยอสม.ใหการ
รักษาพยาบาลท่ีจําเป3นเบ้ืองตนแก:ชาวบาน และชี้แจงใหประชาชนทราบถึงความสามารถของ อสม.

๖๔

ในการรักษาพยาบาล ช้ีแจงใหทราบถึงสถานบริการของรัฐ ผสส.และ อสม. ร:วมกับประชาชนใน
หม:ูบานชว: ยกนั จดั หาเวชภณั ฑสาํ หรบั หมบ:ู าน และสง: ตอ: ผูปวz ย ถาเกินความสามารถของ อสม.

๘. การจัดหายาที่จําเป3นไวใชในหมู:บานโดยดําเนินการจัดต้ังกองทุนยาและเวชภัณฑประจํา
หมู:บาน และดําเนินการใหประชาชน สามารถซื้อยาไดจาก อสม. หรือจากกองทุนยาและเวชภัณฑ
ประจําหมูบ: าน ไดสะดวกรวดเรว็ และในราคาถูก

๙. การทันตกรรมสาธารณสุขผสส. และ อสม. ชี้แจง และใหความรู แก:ประชาชนเรื่องการ
ดูแลฟ>น โดยเฉพาะในเด็ก จะตองมีการรักษาสุขภาพของช:องปากและฟ>น ผสส. และ อสม. นัดหมาย
ใหประชาชนรับบริการ เมอื่ มีหน:วยทันตกรรมเคลอ่ื นที่เขามาในชุมชน

๑๐. การสุขภาพจิตผสส.และอสม. ช้ีแจงใหประชาชนทราบ ถึงการส:งเสริมสุขภาพจิต การ
คนหาผูปzวยในระดับชุมชน เพื่อจะไดรับการแนะนําที่ถูกตอง งานน้ีจะไดผล ต:อเม่ือผสมผสานกับงาน
บริการอื่น รวมท้ังการร:วมมือของชุมชนแต:อย:างไรก็ดี องคประกอบต:างๆ ดังไดกล:าวมาแลวนั้น
ครอบคลมุ ป>ญหาของชุมชนในชนบท ซ่ึงป>ญหาดังกล:าวคงจะมีอยู:อีกนาน จนกว:าประชาชนทั้งหมดจะ
รบั รู เขาใจ และใหความรว: มมอื ปฏบิ ัตติ ามหลักการของบริการสาธารณสุขมลู ฐานเทา: นัน้

แพทยพ้นื บาน
สังคมไทย ไดมีการพ้ืนฟูแนวคิดเก่ียวกับภูมิป>ญญาพ้ืนบาน หรือ ภูมิป>ญญาชาวบาน โดยเร่ิม
จากกล:ุมองคกรพัฒนาเอกชน (NGOs) แนววัฒนธรรมชุมชน ที่สรุปบทเรียนจากการทํางานพัฒนา
ชนบทโดยใชกระบวนการแบบมีส:วนร:วม (Community participation) แลวพบว:า วัฒนธรรมเป3น
พลงั ของการพัฒนาในกระบวนการทํางานไดเกิดการคนหานักฟGFนฟู นักประยุกตและเสริมสรางสิ่งใหม:
บนรากฐานเดิม เพ่ือรักษาเสถียรภาพของชุมชนใหดํารงอย:ูไดอย:างสมสมัย นักประดิษฐคิดคนทาง
วัฒนธรรมท่ีกล:าวถึงดังกล:าว ถูกเรียกว:า "ปราชญชาวบาน" หรือ "ผูรูชาวบาน" สติป>ญญาท่ีนํามา
สรางสรรคนีเ้ รียกวา: "ภมู ปิ ญ> ญาชาวบาน" หรือ "ภมู ปิ >ญญาพนื้ บาน"
ภูมิป>ญญาพ้ืนบานดานสุขภาพนับเป3นวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพและความเจ็บปzวยของ
ประชาชน ซง่ึ มีความหลากหลายท้ังชาติพันธแุ ละวฒั นธรรมยอ: ยในสังคมไทย เป3นท้ังศาสตรและศิลป•ท่ี
ตกผลึกจากการสังเกตทดลองใช คัดเลือก กล่ันกรอง และสั่งสมสืบทอดจากคนร:ุนก:อน ส:ูคนร:ุนหลัง
เป3นสิ่งสะทอนระบบคิด ความสัมพันธระหว:างมนุษย มนุษยกับธรรมชาติ และมนุษยกับส่ิงเหนือ
ธรรมชาติ เพื่อการดํารงอย:ู การพึ่งพาตนเอง นอกจากน้ีภูมิป>ญญาพ้ืนบานดานสุขภาพยังมีการ
เคลอ่ื นไหวเปล่ียนแปลงตลอดเวลา ในสังคมไทยยุคป>จจุบันภูมิป>ญญาดานสุขภาพของคนไทยสามารถ
พิจารณาคุณค:าและความหมายในหลายมิติ และยังเป3นทุนทางป>ญญาและเทคโนโลยีท่ีเรียบงาย
สามารถเขาถึง ใชประโยชน และพ่ึงตนเองได อันเป3นแบบแผนการดูแลสุขภาพตนเองบนฐานแนวคิด
แบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง ซงึ่ สามารถพัฒนาตอ: ยอดและประยุกตใชเป3นสินคาและบริการในสังคมทุนนิยม

๖๕

ไดดวย เป3นทรัพยสินทางป>ญญาที่สังคมควรดูแล คุมครอง ส:งเสริมใหเกิดประโยชนต:อสังคมและ
เศรษฐกจิ อย:างย่ังยืนและยุติธรรม

ภูมิป>ญญาพ้ืนบานดานสุขภาพสามารถจําแนกเป3น ๒ ลักษณะ คือ ภูมิป>ญญาพ้ืนบานดาน
สุขภาพ (Indigenous health) และภูมปิ ญ> ญาการแพทยพ้นื บาน (Indigenous Medicine)

"ภูมิป>ญญาพ้ืนบานดานสุขภาพ" หมายถึง วัฒนธรรมการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ:มชนและ
ชาติพันธุและเป3นระบบคิด องคความรู และวิถีปฏิบัติเพื่อการดูแลสุขภาพและรักษาความเจ็บปzวย
มีอัตลักษณ สัมพันธกับวัฒนธรรม เคล่ือนไหว เปลี่ยนแปลงและผสมผสานกับการแพทยแบบอ่ืน
นอกจากนี้ ภูมิป>ญญาพื้นบานดานสุขภาพไดรับการถ:ายทอดผ:านประสบการณตรง นับเป3นความรูเชิง
ประสบการณ (experienced-knowledge) ภายใตบรบิ ทสงั คมวัฒนธรรมและระบบนิเวศน

"การแพทยพ้ืนบาน" หมายถึง ภูมิป>ญญาการรักษาโรคของทองถ่ินและชาติพันธุที่มีฐาน
ความคิดและแบบแผนการปฏิบัติท่ีผสมผสานระหว:างอํานาจเหนือธรรมชาติ ศาสนา และ
ประสบการณจาการปฏบิ ัตจิ ริงท่สี ะสม สบื ทอด และใชประโยชนในทองถิ่น โดยหมอพื้นบานมีบทบาท
สําคัญในการรักษาโรค

"หมอพ้ืนบาน" หมายถึง บุคคลซึ่งมีความรูความสามารถในการส:งเสริมและดูแลสุขภาพของ
ประชาชนในทองถิ่น ดวยภูมิป>ญญาการแพทยแผนไทยหรือการแพทยพื้นบาน ตามวัฒนธรรมของ
ชุมชนสบื ทอดกันมานานเปน3 ทน่ี ยิ มยกย:องจากชุมชน

ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวดั เชียงราย เป3นจังหวัดท่ีมีความพรอมและมีศักยภาพสูงในการนํา
ภูมิป>ญญาทองถ่ินดานสุขภาพมาประยุกตใชเพ่ือการแกไขป>ญหาสุขภาพ เน่ืองจาก หมอพื้นบาน
องคกรพัฒนาเอกชน และองคกรภาครัฐ มีบทเรียนในการนําภูมิป>ญญาทองถิ่นดานสุขภาพ เช:นอาหาร
การปฏิบัติตน และการแพทยพื้นบานมาใชเพื่อการเยียวยาผูติดเช้ือ/ผูปzวยเอดส จากประสบการณท่ี
ผ:านมา มีความพยายามในการสังเคราะหความรูจากปŒ>บสา จัดทําหลักสูตรการเรียนการสอนดาน
การแพทยพ้ืนบาน การจัดตั้งชมรม/เครือข:ายหมอพ้ืนบาน เพ่ือใหเกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู
ระหว:างหมอพ้ืนบาน แต:ก็พบว:ามีขอจํากัดหลายประการ เนื่องจากการเคล่ือนไหวดังกล:าวยังกระจัด
กระจาย ไรทิศทาง อีกทั้งกระแสการบริโภคนิยามไดทําใหสมุนไพรและภูมิป>ญญาทองถ่ิน กลายเป3น
สินคา ซ่ึงเป3นการลดทอนคุณค:าและศักยภาพของภูมิป>ญญาทองถิ่น จึงเป3นเหตุใหความพยายามใน
การร้อื ฟนGF องคความรยู งั ไมส: ามารถดาํ เนินไปไดเทา: ทค่ี วร

๖๖

๒.๖ งานวิจยั ที่เกย่ี วของ

นิพนธ สมบูรณพลู เพ่ิม ผลของการศึกษาวจิ ัยเรอ่ื ง พฤตกิ รรมการเสริมสรางความเขมแข็งดาน
การจดั การธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของผูนาํ ชุมชน อําเภอแม:แจ:ม จังหวัดเชียงใหม:๒๐ พบว:า ๑.ความ
ผูกพันที่มีต:อชุมชน การไดรับแรงสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลภายนครอบครัว การมีเอกลักษณทาง
สังคม อย:ูในระดับมาก ๒.พฤติกรรมการเสริมสรางความเขมแข็งดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอมในชุมชนของผูนําเม่ือจําแนกดานอายุและอาชีพ ระยะเวลาการเป3นผูนํา พบว:า ไม:
แตกต:างกัน ๓.การไดรับแรงสนับสนุนจากบุคคลภายในครอบครัว องคกรทองถิ่น ความผูกพันต:อ
ชมุ ชน อยา: งมนี ัยสาํ คญั ท่ีระดับ .๐๐๑

ร:ุงทิพย จติ มกล:า ผลของการศึกษาวิจัยเร่ืองการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและการ
ใชประโยชนของพืช สมุนไพรในเขตเขาชอนเด่ือ ๒๑ พบว:า สมุนไพรบริเวณเขาชอนเด่ือตามเสนทาง
ศกึ ษาธรรมชาตดิ อยคุณหมิงเป3น ระยะทาง ๑,๒๐๐ เมตร พบสมุนไพร ๕๐ ชนิด ๓๒ วงศ แบ:งเป3นไม
ยนื ตน ๒๔ ชนดิ ไมลมลกุ ๒๑ ชนิด ไมพ:ุม ๔ ชนดิ กลวยไมหิน ๑ ชนิด แบ:งสรรพคุณในการรักษาโรค
เป3น ๔ กลุ:ม โดยกลุ:มที่พบมากที่สุด คือกลุ:มท่ีมี สรรพคุณในการรักษาเกี่ยวกับระบบกลามเน้ือมี ๒๔
ชนดิ รองลงมากลุ:มที่มสี รรพคุณในการรกั ษาเก่ยี วกับ โรคอนื่ ๆ มี ๑๗ ชนดิ กบั กลม:ุ ท่ีมีสรรพคุณในการ
รักษาโรคเก่ียวกบั ระบบทางเดนิ อาหารมี ๘ ชนิด และท่ีพบ นอยที่สุดคือกล:ุมท่ีมีสรรพคุณในการรักษา
ระบบทางเดินหายใจมี ๑ชนิด พืชสมุนไพรพบมากที่สุดของ บริเวณนี้คือ สลัดได (Euphorbia
antiquorum L.) ซ่ึงเป3นไมยืนตนขนาดเล็กลักษณะคลายตะบองเพชร ตนมี สรรพคุณเป3นยาถ:าย
พยาธิในทอง แกไข บํารุงหัวใจ ยางจากตนทาฆ:าพยาธิโรคผิวหนัง ทากัดหูด ใชปรุงเป3น ยาถ:าย
สังกรณี (Barleria strigosa Willd. Us) ซ่ึงเป3นพืชไมพ:ุมขนาดเล็กจะพบบริเวณท่ีราบและพบมากใน
หนาฝน รากมสี รรพคณุ ใชท:าเป3นยาแกรอนในกระหายน้ํา ดับพิษ ถอนพิษไข ลดความรอนในร:างกาย
และ ไผร: วก (Thyrsostachys siamensis Gamble B) ซ่งึ เป3นไผ:ล:าเล็กขึ้นชิดแน:น กาบหน:อสีขาว ใบ
มีสรรพคุณ ขับ และฟอกลางโลหติ แกรอนในกระหายนาํ้ ใชขบั ปส> สาวะ แกไตพิการ ขับนิ่ว นอกจากน้ี
ยังพบสมุนไพรที่หา ยากคือ ฮอสะพายควาย (Sphenodesme pentandra) เป3นไมเถา มีสรรพคุณ
สําคัญในดานบํารุงกําลัง และ คงคาเดือด (Arfeuillea arborescens Pierre T) เป3นไมยืนตนขนาด
กลาง เปลือกตน มสี รรพคณุ ใน การแกคนั แกรอนในกระหายนํ้า ดับพิษไข เนื้อไม แกซาง แกแสบตาม

๒๐ นิพนธ สมบูรณพูลเพิ่ม, พฤติกรรมการเสริมสรางความเขมแข็งดานการจัดการธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอมของผูนําชุมชน อําเภอแมeแจeม จังหวัดเชียงใหมe, (กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศิลปกร, ๒๕๕๖),
บทคดั ยอ: .

๒๑ ร:ุงทิพย จิตมกล:า, การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและการใชประโยชนของพืช สมุนไพร
ในเขตเขาชอนเด่ือ, (นครสวรรค: มหาวทิ ยาลัยราชภัฎนครสวรรค, ๒๕๕๑), บทคัดยอ: .

๖๗

ผิวหนัง องคความรูท่ีไดจากการศึกษา ประโยชนทางยาของพืชสมุนไพรจาก นายเล็ก ผึ้งเถ่ือน และ
นายสมชาย ชัยโพศรี แบ:งเป3นความรูท่ีไดจาก การวินิจฉัยโรค และความรูท่ีไดจากการเตรียมตัวยา
รวมท้ังความรูที่ไดจากวิธีการรักษา พบว:ามีการน:า สมุนไพรมาใชรักษาโรคโดยนายเล็กจะน:าสมุนไพร
มาหลายชนิดบดผสมรวมกันเป3นยา ๑ ตํารับใชในการ รักษาโรค บางครั้ง ๑ โรคจะตองใชตัวยาหลาย
ตํารับ ยาที่ใชส:วนใหญ:เป3นผงวิธีรับประทานจะข้ึนอย:ูกับชนิด ตัวยาบางชนิดจะตองมีการกินร:วมกับ
น้ําผึง้ หรือผลไม จงึ จะทา: ใหไดผลดี เชน: ตํารับยาป>ญญาสว:าง จะตอง กินโดยละลายกับน้ํารอน ๑หยิบ
มือ กนิ กบั แตงกวาเผา ๑-๒ ผล จะช:วยใหประสิทธภิ าพของยาดีข้ึน ส:วนนาย สมชายมีการน:าสมุนไพร
ตัวเดียวมารักษา โดยส:วนใหญ:จะใชสมุนไพรสดน:ามาตากแดดและน:ามาตมหรือ ดองกับเหลาดื่มเชา
และเย็น ใชรักษาควบค:ูกบั ยาแผนป>จจบุ นั

สุพฤกษา ท:าสระ ผลของการศึกษาวิจัยเร่ือง พฤติกรรมและการตัดสินใจซ้ือเคร่ืองสําอาง
สมุนไพรของประชาชนในจงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา๒๒ พบว:า ๑.ประชาชนสว: นใหญเ: คยใชเครื่องสําอาง
สมุนไพร ซื้อเคร่ืองสําอางสมุนไพรจากรานคาทั่วไป รูจักเคร่ืองสําอางสมุนไพรจากส่ือโทรทัศน ใช
เคร่ืองสําอางสมุนไพรประเภทเจลลางหนาเหตุผลที่ซื้อเครื่องสําอางสมุนไพรเพราะตองการทดลองใช
ซื้อเครื่องสําอางสมุนไพรคร้ังละไม:เกิน ๒๐๐ บาท และซื้อเครื่องสําอางสมุนไพร ๑ คร้ัง/เดือน ๒.
ประชาชนมีระดบั การตดั สนิ ใจซ้อื เครื่องสําอางสมุนไพรในดานผลิตภณั ฑ ดานราคาดานช:องทางการจัด
จําหน:าย และดานการส:งเสริมการตลาดโดยรวมมีการตัดสินใจอย:ูในระดับมาก ๓. ประชาชนที่มีเพศ
อาชีพ และสถานภาพสมรสแตกต:างกันมีระดับการตัดสินใจซื้อเครื่องสําอางสมุนไพรดานผลิตภัณฑ
แตกต:างกัน และประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาแตกต:างกันมีระดับการตัดสินใจซ้ือเครื่องสําอาง
สมุนไพรดานราคาท่ีมีความแตกต:างกันอย:างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ ๔.ประชาชนที่มีการใช
เครื่องสําอางสมุนไพร และประเภทเคร่ืองสําอางสมุนไพรที่ใชแตกต:างกันมีระดับการตัดสินใจซื้อ
เครื่องสําอางสมุนไพรดานราคาแตกต:างกัน ส:วนประชาชนที่มีเหตุผลที่ซื้อเครื่องสําอางสมุนไพร และ
จํานวนเงินในการซื้อเคร่ืองสําอางสมุนไพรแตกต:างกันมีระดับการตัดสินใจซื้อเคร่ืองสําอางสมุนไพร
ดานช:องทางการจัดจําหน:าย และดานการส:งเสริมการตลาดแตกต:างกันอย:างมีนัยสําคัญทางสถิติที่
ระดับ .๐๕

คมคาย เชียงบาล ผลของการศึกษาวิจัยเร่ือง การพัฒนาหลักสูตรผลิตภัณฑจากสมุนไพรใน
ทองถ่นิ ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาป‰ท่ี ๖๒๓ พบว:า ๑.หลักสูตรผลิตภัณฑจากสมุนไพรในทองถิ่นของ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาป‰ที่ ๖ ที่มีผูวิจัยพัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมสอดคลองกันทุกองคประกอบ

๒๒ สุพฤกษา ท:าสระ, พฤติกรรมและการตัดสินใจซื้อเคร่ืองสําอางสมุนไพรของประชาชนในจังหวัด
พระนครศรอี ยุธยา, (พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลยั ราชภัฎพระนครศรอี ยธุ ยา, ๒๕๕๑), บทคดั ย:อ.

๒๓ คมคาย เชียงบาล, การพัฒนาหลักสูตรผลิตภัณฑจากสมุนไพรในทองถิ่นของนักเรียนชั้น
ประถมศกึ ษาปทf ่ี ๖, (อุดรธานี: มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎอดุ รธานี, ๒๕๕๑), บทคดั ย:อ.

๖๘

๒. นักเรียนท่ีเรียนตามหลักสูตรผลิตภัณฑจากสมุนไรในทองถิ่นท่ีพัฒนาข้ึนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
เฉลย่ี รอยละ ๘๐.๔๒ และผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนหลงั เรียนสงู กว:าก:อนเรียน อย:างมีนัยสําคัญทางสถิติ
ที่ ระดับ .๐๑ ๓. นักเรียนท่ีเรียนตามหลักสูตรผลิตภัณฑจากสมุนไพรในทองถิ่น มีทักษะการ
ปฏิบัติการหลักสูตรผลิตภัณฑจากสมุนไพรในทองถิ่นเฉลี่ยรอยละ ๙๓.๓๒ ๔. นักเรียนท่ีเรียนตาม
หลักสูตรผลิตภัณฑจากสมนุ ไพรในทองถิ่น มีความพึงพอใจต:อ หลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรูโดยใช
หลักสูตรผลติ ภณั ฑจากสมุนไพรในทองถ่นิ อย:ูในระดบั มากทสี่ ดุ

อภิชาติ มหาราชเสนา ผลของการศึกษาวิจัยเรื่อง กระบวนการจัดการกล:ุมสู:การพัฒนา
วสิ าหกิจชุมชนกรณีศึกษบานธปู สมุนไพรตําบลบางน้ําผ้ึง อําเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ๒๔
พบว:า ๑. บริบทชุมชนดานสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม วถิ ขี องชมุ ชน ตลอดจนกลุ:มสมาชิกการผลิตธูป
หอมสมุนไพร พบว:า ดานสังคม และสภาพแวดลอมอุดมสมบูรณดวยทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้น
ประชากรส:วนใหญ:จึงประกอบอาชีพเกษตรกรรม และคนในชุมชนมีความเอื้ออาทรจึงทําใหเกิดการ
รวมตัวเพื่อแกไขปญ> หาต:างๆ ในชมุ ชนได ในชมุ ชนมกี ิจกรรมการผลิตท่ีแตกต:างกัน แต:มีการรวมตัวกัน
จัดตลาดน้ํา เพื่อนาํ สินคามาจดั จาํ หน:าย ซ่ึงทาํ ใหเกดิ รายไดในชมุ ชน ๒.กระบวนการพัฒนากลุ:ม พบว:า
มีการจัดรูปแบบการบริหารงานกลุ:มในรูปแบบของคณะกรรมการ ซ่ึงประกอบดวย ประธาน รอง
ประธาน เลขานุการ เหรัญญิก และคณะกรรมการ ๓. ดานการพัฒนาผลิตภัณฑ พบว:า การออกแบบ
ผลิตภัณฑ และการบรรจุภัณฑ มีการคิดคนประดิษฐผลิตภัณฑใหม:อย:ูเสมอ และสามารถปรับปรุงให
เหมาะสมกับตลาดเนนโดยความหลากหลายของผลิตภัณฑ และไดรับการคัดสรรมาตรฐานผลิตภัณฑ
จากหน:วยงานภาครัฐ เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรูจากประสบการณตรงภายในเครือข:าย โดยวิธีการ
ฝ•กอบรม สัมมนา และการศึกษาดูงานต:างๆ การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ ก็มีคณะกรรมการ ฝzาย
ควบคุมผลิตภัณฑ โดยมีการกําหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑแต:ละประเภท ใหเป3นไปมาตรฐาน
ผลิตภัณฑชุมชน การพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ มีการจดทะเบียนเป3นวิสาหกิจชุมชนกับกรมส:งเสริม
การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ และผลิตภัณฑยังไดรับการรับรองตามมาตรฐานหน่ึงตําบล
หน่ึงผลิตภัณฑ(OTOP) ของกระทรวงมหาดไทย และมาตรฐานผลิตภัณฑชุมชน ของกระทรวง
อตุ สาหกรรมมีลกั ษณะเดน: ของผลติ ภณั ฑ เนนการใชวตั ถดุ ิบหลักจากธรรมชาติ และไม:มีการใชสารเคมี
เป3นส:วนประกอบ และมีกระบวนการจัดการกล:ุมที่นําไปส:ูการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน คือ ชุมชนไดเป3น
เจาของกิจการเอง วัตถุดิบท่ีนํามาผลิตก็มาจากทรัพยากรในชุมชน อีกทั้งผลิตภัณฑยังมีคุณภาพเป3นที่
ยอมรับ และสามารถจัดจําหน:ายไดทุกที่ ตลอดจนผลิตภัณฑยังไดรับการรับรองมาตรฐาน โดย

๒๔ อภิชาติ มหาราชเสนา, กระบวนการจัดการกลุeมสeูการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนกรณีศึกษาบานธูป
สมุนไพร ตําบลบางนํ้าผ้งึ อําเภอพระประแดง จังหวดั สมุทรปราการ, (กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยราชภัฎพระ
นคร, ๒๕๕๑), บทคดั ยอ: .

๖๙

กระทรวงอุตสาหกรรม และเป3นสินคา OTOP ระดับ ๔ ดาว ดังน้ัน กล:ุมจึงเป3นส:วนหนึ่งท่ีช:วยสราง
ระบบเศรษฐกจิ ชมุ ชนใหเกดิ ขึน้ อย:างเขมแข็งและยัง่ ยืนดวย

ภัทตราภัรณ ถือธรรม ผลของการศึกษาวิจัยเรื่อง ออกแบบลายกราฟฟ„คบนบรรจุภัณฑ สบู:
สมุนไพร พรศิริ๒๕ พบว:า กระบวนการออกแบบกราฟฟ„คบนบรรจุภัณฑ สมุนไพร พรศิริ จึงออกแบบ
ลายกราฟฟ„คบนบรรจุภัณฑใหมีลักษณะคลายกันทั้งหมดเพ่ือใหผูบริโภค เลือกซื้อหลายชนิด หลาย
กลิ่น เช:น สบู:สมุนไพรแครอท, สบู:สมุนไพรชาเขียว, สบ:ูสมุนไพรสม, สบ:ูสมุนไพรมะละกอ, สบ:ู
สมนุ ไพรมะเขอื เทศ, สบ:ูสมุนไพรนมแพะ กําหนดตําแหน:งองคประกอบต:าง ๆ ไวในตําแหน:งเดียวกัน
ใชอักษรชุดเดียวกัน เทคนิคการตกต:างที่ใหความรูสึกเป3นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะแตกต:างกันก็ตรง
ภาพ และสี ของผลิตภัณฑ

นพิ นธ สมบูรณพลู เพิ่ม ผลของการศึกษาวิจยั เร่ือง พฤติกรรมการเสริมสรางความเขมแข็งดาน
การจัดการธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมของผูนาํ ชมุ ชน อําเภอแม:แจ:ม จังหวัดเชียงใหม:๒๖ พบว:า ๑.ความ
ผูกพันท่ีมีต:อชุมชน การไดรับแรงสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลภายนครอบครัว การมีเอกลักษณทาง
สังคม อย:ูในระดับมาก ๒.พฤติกรรมการเสริมสรางความเขมแข็งดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอมในชุมชนของผูนําเม่ือจําแนกดานอายุและอาชีพ ระยะเวลาการเป3นผูนํา พบว:า ไม:
แตกต:างกัน ๓.การไดรับแรงสนับสนุนจากบุคคลภายในครอบครัว องคกรทองถ่ิน ความผูกพันต:อ
ชมุ ชน อยา: งมีนยั สําคัญทีร่ ะดับ .๐๐๑

รัชนี เพ็ชรชาง ผลของการศึกษาวิจัยเร่ือง การใชประโยชนความหลากหลายทางชีวภาพของ
พืชสมุนไพรที่ใชเป3นอาหารตามเสนทางท:องเท่ียวเชิงนิเวศภูพญาพ:อ อุทยานแห:งชาติลําน้ําน:าน
จังหวัดอุตรดิตถ๒๗ พบว:า พืชสมุนไพรตลอดเสนทางเดิน ต:จะพบมากที่สุดความสูง ๑๐๔-๑๕๔ เมตร
จากระดบั น้ําทะเล จากการศกึ ษาการใชประโยชนของพืชสมุนไพรที่ใชเป3นยารักษาโรค พบว:ามีการนํา
พืชสมุนไพรมาใชเป3นยารักษาโรคตามภูมิป>ญญาชาวบานทั้งหมด ๓๓ สูตร โดยมจะมีการใชสมุนไพร
แบบชนิดดเดียวหรือหใชหลายชนิดมาผสมกัน เป3นสูตรยาและสูตรยาที่ไดส:วนใหญ:จะใชวิธีการตนดื่ม

๒๕ ภัทตราภัรณ ถือธรรม, ออกแบบลายกราฟฟ…คบนบรรจุภัณฑ สบูeสมุนไพร พรศิริ,
(กรงุ เทพมหานคร: มหาวทิ ยาลัยศิลปกร, ๒๕๕๖), บทคัดย:อ.

๒๖ นิพนธ สมบูรณพูลเพ่ิม, พฤติกรรมการเสริมสรางความเขมแข็งดานการจัดการธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอมของผูนําชุมชน อําเภอแมeแจeม จังหวัดเชียงใหมe, (กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศิลปกร, ๒๕๕๖),
บทคัดยอ: .

๒๗ รัชนี เพ็ชรชางม, การใชประโยชนความหลากหลายทางชีวภาพของพืชสมุนไพรท่ีใชเปTนอาหาร
ตามเสนทางทeองเท่ียวเชิงนิเวศภูพญาพeอ อุทยานแหeงชาติลําน้ํานeาน จังหวัดอุตรดิตถ, (อุตรดิตถ: มหาวิทยาลัย
ราชภฎั อตุ รดิตถ, ๒๕๕๒), บทคัดย:อ.

๗๐

มากท่ีสุด ๑๙ สูตร ใชสด ตํา พอกรักษาโรคหรือดื่ม รวม ๙ สูตร และแช:น้ําหรือดองแอลกอฮอล ๕
สูตร เช:น ยาดองชูกําลัง ส:วนการนําประกอบเป3นอาหารมีท้ังหมด ๑๖ สูตรโดยการนํามาประกอบ
อาหาร ส:วนการจดั ทําเป3นแหล:งเรยี นรชู าวบานไดเลือกใชวธิ ีการทําสวนสมุนไพรไวสาํ หรับเป3นกิจกรรม
หน่ึงในการท:องเที่ยวโฮมสเตย บานน้ําสี นอกจากน้ีไดถ:ายทอดองคความรูใหกับชาวบาน นักเรียนและ
ครโู รงเรยี นน้าํ ลี เพ่อื ใหเกดิ การเรยี นรแู ละใชในชวี ิตประจาํ วนั

บทที่ ๓

วธิ ีดําเนนิ การวจิ ยั

ในการศึกษาวิจัย โดยภาพรวมของการกําหนดระเบียบวิธีการวิจัยหรือกระบวนวิธีการวิจัย
(methodology) ท่ีนํามาใชในการวิจัยเพื่อเป3นการศึกษาแนวคิดทฤษฎี องคประกอบ
กระบวนการพัฒนาสังคมหรือประเทศ ผูวิจัยจึงศึกษาแนวคิด หลักการทางกฎหมาย และกําหนด
ระเบียบวธิ กี ารวจิ ัยหรือกระบวนวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) มีข้ันตอนการดําเนิน
การศึกษาวิจยั ตามรายละเอยี ด ดังนี้

๓.๑ รปู แบบการวจิ ัย
๓.๒ ผูใหขอมลู
๓.๓ เคร่ืองมอื การวจิ ัย
๓.๔ การเกบ็ รวบรวมขอมลู
๓.๕ การวิเคราะหและการนําเสนอขอมลู

๓.๑ รูปแบบการวิจยั

การกาํ หนดระเบียบวิธกี ารวิจยั หรอื กระบวนวธิ กี ารวิจยั เชงิ คณุ ภาพ๒๘(qualitative
ของการดาํ เนนิ งานรปู แบบการจัดการทเ่ี ป3นแนวทางการศกึ ษาในการจัดเกบ็ ขอมลู อันประกอบดวย

๑. การสัมภาษณเจาะลึก (in-depth interview) ๒๙ เป3นขอมูลวิจัยเชิงคุณภาพจากการเก็บ
จากขอมลู ปฐมภูมิ (Primary data) ที่จดั เก็บขอมูลในการรวมกล:ุมสมาชิก จากการทํางานร:วมกัน จาก
การสัมภาษณจากผูท่ีรับผิดชอบ สมาชิกสภาหมอเมืองลานนาเชียงราย (ผูผลิต) จํานวน ๑๐ คน ผูนํา
ทองถ่ิน จํานวน ๔ คน ประชาชนทใ่ี ชประโยชนของสมนุ ไพร จํานวน ๒๐ คน โดยใชวธิ กี ารเจาะจงตาม
การศกึ ษาวิจยั จาํ นวน ๓๔ คน

๒๘ วรรณดี สุทธินรากร. การวิจัยเชิงคุณภาพ : การวิจัยในกระบวนทัศนทางเลือก. (กรุงเทพมหา
นคร : บริษัทสํานกั พมิ พสยามปรทิ ศั น จํากดั , ๒๕๕๖), หนา ๙๖.

๒๙ ไพศาล วรคาํ . การวจิ ยั เพอื่ การศึกษา. (มหาสารคาม :มหาวทิ ยาลัยราชภัฎมหาสารคาม พมิ พครั้ง
ที่ ๓, ๒๕๕๓), หนา ๒๑๒.

๗๑

๒. การสนทนากลุ:มย:อย (Focus group)๓๐ เป3นการสนทนากลุ:มสมาชิกที่รับผิดชอบในการมี
ส:วนร:วมในการใชประโยชนของสมุนไพรเพ่อื สขุ ภาพสรางความเขมแขง็ ชุมชน ในพ้ืนท่ี

การนําเสนอระเบียบวิธีการวิจัยหรือกระบวนวิธีการวิจัยผูวิจัยไดกําหนดกรอบและขอบเขต
ของระเบียบวธิ กี ารวิจยั หรอื ระบวนวธิ ีการวจิ ยั ที่สําคัญมาใชในการดาํ เนนิ การวจิ ยั ดงั นี้

๑. วิธีการวิจัย เป3นการกําหนดระเบียบวิธีการวิจัยหรือกระบวนการวิจัยตามการมีส:วนร:วมใน
การใชประโยชนของสมุนไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล
จังหวัดเชียงราย ที่ไดกําหนดระเบียบการวิจัยหรือกระบวนวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ซ่ึงการศึกษาและ
วเิ คราะหขอมลู เอกสารและกระบวนการสัมภาษณเจาะลกึ อันมีสาระสําคญั ดงั นี้

๑.๑ การสัมภาษณเจาะลึกโดยการกําหนดระเบียบวิธีการวิจัยหรือกระบวนวิธีการ
วิจัยเชิงคุณภาพ ดวยการสัมภาษณ ในการกําหนดกระบวนวิธีการวิจัยครั้งนี้ ไดกําหนดใหมีกระบวน
วิธีการวิจัยโดยการใชแบบสัมภาษณมีการออกแบบโครงสรางของขอคําถามท่ีสามารถนําไปใชในการ
สัมภาษณ หรือการสัมภาษณแบบชี้นํา คือ เป3นการสัมภาษณแบบปลายเป„ด ซึ่งเป3นกระบวนวิธีการ
วิจัยท่ีมีความยืดหย:ุนและเป„ดกวางหรือมีการนําคําสําคัญมาใชประกอบในการช้ีนําคําสัมภาษณ เช:น
มีการรา: งขอคาํ ถามทมี่ ลี กั ษณะปลายเป„ดที่มีคําสําคัญพรอมกับลักษณะของขอคําถามท่ีมีความยืดหยุ:น
และพรอมที่จะมีการปรับเปล่ียนถอยคําของขอคําถามใหมีความสอดคลองกับผูมีส:วนร:วมในการวิจัย
หรือผูใหสัมภาษณแต:ละคนในแต:ละสถานการณที่มีเหตุการณหรือมีสภาพแวดลอมที่เปล่ียนแปลงไป
เพ่ือใหผูทรงคุณวุฒิ และบุคคลท่ีมีความสําคัญหรือมีส:วนเก่ียวของกับกระบวนการในการส:งเสริมการ
มีส:วนร:วมของประชาชนในทุกภาคส:วน ไม:ว:าจะเป3นบุคคลท่ีอย:ูในภาครัฐ ภาคประชาชน รวมท้ัง
บุคคลที่มีส:วนเกี่ยวของท่ีมีความสําคัญในกระบวนการส:งเสริมการมีส:วนร:วมของประชาชนตอบขอ
คําถามจากการสมั ภาษณเจาะลึกไดมาซึง่ ขอมูลทีม่ ีความหลากหลาย

การสัมภาษณเชงิ ลกึ ผูรู(ปราชญ) และผูที่เกี่ยวของท้ังกล:ุมผูนําชุมชน ท้ังที่เป3นทางการและไม:
เปน3 ทางการ ประกอบดวย สมาชิกสภาหมอเมอื งลานนาเชียงราย(ผูผลิต) จํานวน ๑๐ คน ผูนําทองถ่ิน
จํานวน ๔ คน ประชาชนท่ีใชประโยชนของสมุนไพร จํานวน ๒๐ คน โดยใชวิธีการเจาะจงตามการ
ศึกษาวิจัย จํานวน ๓๔ คน เพ่ือศึกษาและวิเคราะหการใชประโยชนของสมุนไพรเพ่ือสุขภาพสราง
ความเขมแข็งชุมชน ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย ท่ีไดจากการศึกษาวิจัยทําใหได

๓๐ วรรณี แกมเกต.ุ วธิ ีวทิ ยาการวิจยั ทางพฤติกรรมศาสตร. (พิมพครง้ั ท่ี ๒), (กรุงเทพมหานคร : โรง
พมิ พแหง: (๒๕๕๑), หนา ๒๕๔.

๗๒

ขอเสนอแนะ เชงิ นโยบายและขอเสนอแนะเชิงยุทธศาสตรท่ีสามารถนําไปใชเป3นแนวทางในการพัฒนา
นโยบายและ กลไกการการปกครองในการขับเคล่ือนการพัฒนาชุมชน๑.๒ การสนทนากลุ:มย:อย
(Focus group)ดาํ เนินการโดยใชวธิ กี ารสังเกตในพ้ืนท่ีภาคสนามและการสนทนากล:ุมกับกล:ุมผูนําและ
กลุม: ชาตพิ นั ธใุ นพืน้ ท่ี โดยการวิเคราะหสถานการณทางสังคมที่เกิดขึ้นในสังคมป>จจุบันในประเด็นของ
สถานการณปญ> หาของกลมุ: เปา| หมายเชิงประเดน็ และเชงิ พ้ืนท่ีในรปู แบบต:างๆ ทเ่ี ปน3 รปู ธรรม

วิธีการศึกษา
เป3นการศึกษาเชิงสํารวจ โดยใชวิธีการศึกษาผสมผสานหลายรูปแบบท้ังสํารวจเอกสารและ
การศึกษาภาคสนาม ดงั นี้
ขั้นตอนท่ี ๑ การศึกษาเอกสาร (Documentary Research) ไดศึกษาขอมูลจากแหล:งปฐม
ภูมิ (Primary Source) และขอมูลทุติยภูมิ (Secondary Source) เป3นการคนควาและรวบรวมขอมูล
เก่ยี วกับแนวคิดทฤษฎี และผลงานการวิจัยท่ีเกี่ยวของ ศึกษาจากหนังสือ บทความในวารสาร เอกสาร
วชิ าการ วทิ ยานิพนธ แผนพฒั นาตาํ บลทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม และฐานขอมูลที่เป3นแหล:ง
สบื คนงานวจิ ัย (Data sources) เพื่อใชในการทบทวนวรรณกรรมและงานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวของ
ขั้นตอนท่ี ๒ ศกึ ษาภาคสนาม ผูวจิ ยั ไดรวบรวมขอมลู ในพื้นที่ โดยวิธกี ารสนทนากล:ุม กับกล:ุม
ผูนํา และประชาชน ศึกษาแนวคิดการใชประโยชนของสมุนไพรเพื่อสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน
ตําบลยางฮอม อาํ เภอขนุ ตาล จงั หวดั เชยี งราย ปญ> หาและอปุ สรรคในการดาํ เนินงานในเขตพ้ืนท่ี

ท่ี ชอ่ื -สกุล ตําแหนงe ทอ่ี ยูeปจp จุบนั /ทาํ งาน
๑ นายอําโพน อโนราช นายกเทศมนตรี องคการบรหิ ารสว: นตาํ บลยางฮอม
๒ นายจนั ทร กันทะสมบตั ิ รองนายกเทศมนตรี องคการบรหิ ารสว: นตาํ บลยางฮอม
๓ นางสมศรี มงคลคลี สมาชิก อบต. องคการบริหารส:วนตําบลยางฮอม
๔ นายกวนิ ขา: ยแกว หัวหนาแพทยแผนไทย
๕ นายสนน่ั กติ ติศักดเ์ิ จรญิ ประธานหมอเมอื งขุนตาล โรงพยาบาลขนุ ตาล
๖ นายเหมย อินทรยี หมอเมืองขนุ ตาล สมาชกิ หมอเมอื งลานนา
สมาชกิ หมอเมอื งลานนา
๗ นายเงิน สุวรรณสอน หมอเมืองขนุ ตาล
๘ นายสวัสดิ์ พานวลเศษ หมอเมืองขนุ ตาล สมาชิกหมอเมอื งลานนา
๙ นายขัน ถารยิ ะ หมอเมืองขนุ ตาล สมาชิกหมอเมืองลานนา
๑๐ นายป>น กนั ทะสมบัติ หมอเมืองขุนตาล สมาชิกหมอเมืองลานนา
๑๑ นายแกว ป„งตะš จ:มุ หมอเมืองขุนตาล สมาชิกหมอเมอื งลานนา
สมาชิกหมอเมืองลานนา

๗๓

๑๒ นายฉัน กองสขุ หมอเมืองขนุ ตาล สมาชิกหมอเมอื งลานนา
๑๓ นางบัวคาํ กนั ทะเนตร หมอเมืองขนุ ตาล สมาชิกหมอเมอื งลานนา
๑๔ นางคําแปง คําทะ หมอเมืองขนุ ตาล สมาชิกหมอเมืองลานนา
๑๕ นายพร คําป>น ผใู หญ:บาน ประชาชนบานหวยสกั
๑๖ นายธราพงษ ใจกวาง ผช.ผใู หญบ: าน ประชาชนบานหวยสกั
๑๗ นายฉลอง สวยสม ผช.ผใู หญ:บาน ประชาชนบานหวยสัก
๑๘ นายสทุ ธนิ ันท อนิ ตšะนนั กรรมการหม:ูบาน ประชาชนบานหวยสัก
๑๙ นางนาง โชตริ ัตนสริ กิ ุล กรรมการหมู:บาน ประชาชนบานหวยสกั
๒๐ นางคําใส คาํ งาน กรรมการหมู:บาน ประชาชนบานหวยสัก
๒๑ นางคาํ มลู วิลยั กรรมการหม:ูบาน ประชาชนบานหวยสัก
๒๒ นางคาํ แปง อนิ นันชยั กรรมการหม:ูบาน ประชาชนบานหวยสกั
๒๓ นายจาํ นง แสนสอบ กรรมการหมู:บาน ประชาชนบานหวยสกั
๒๔ นายคํามา ต๊บิ ปะใจ กรรมการหม:ูบาน ประชาชนบานหวยสกั

การศึกษาลงพื้นท่ีแลกเปล่ียนเรียนรูคณะผูวิจัยจัดใหมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยเรียน
เชิญผูทรงคุณวุฒิดานวิชาการ ผูเชี่ยวชาญทางดานวัฒนธรรม และประสบการณในการจัดการการใช
ประโยชนของสมุนไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชยี งราย จากกลม:ุ ตัวอย:างท่ีกําหนดในการศกึ ษาทงั้ หมด

แผนการดําเนินงาน
๑. วางแผนงานในการจดั เกบ็ ขอมูล
๒. สรางเคร่ืองมอื ในการจดั เกบ็ ขอมลู ในพ้นื ที่
๓. ทาํ ตารางลงพื้นทตี่ ําบลยางฮอม
๔. จัดกิจกรรมลงพ้ืนที่เพื่อการจัดเก็บขอมูล เนนควบคุมคุณภาพดานการจัดการการใช
ประโยชนของสมุนไพรเพอ่ื สขุ ภาพสรางความเขมแข็งชุมชน
๕. จัดประชุมระดับความคิดผูท่ีเก่ียวของในการจัดการการใชประโยชนของสมุนไพรเพ่ือ
สุขภาพสรางความเขมแข็งชมุ ชน นําผลการศึกษานําเสนอต:อท่ปี ระชมุ ของชุมชน

๗๔

๓.๒ ผูใหขอมลู

การศึกษาในพ้ืนท่ี บานหวยสัก ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย ใชวิธีการ

สัมภาษณ ผูวิจัยไดออกแบบสัมภาษณ โดยมีฐานขอมูลจากนักวิชาการ องคการบริหารส:วนทองถิ่น

ผูนําชุมชน และชาวบาน จํานวน ๒๔ คน โดยใชแบบสัมภาษณ จํานวน ๑ ชุด ผูวิจัยไดพัฒนาการ

สัมภาษณจากการทบทวนวรรณกรรม แผนพัฒนาองคการบริหารส:วนทองถิ่น และจากงานวิจัย การ

ประมวลผลจากการสัมภาษณเชิงลึกกับกล:ุมตัวอย:าง เพ่ือตอบวัตถุประสงคการศึกษาการใชประโยชน

ของสมุนไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน โดยกําหนดพ้ืนที่ในการสัมภาษณท่ีบานหวยสัก

ตาํ บลยางฮอม อําเภอขนุ ตาล จังหวดั เชียงราย ดงั รายนามดังต:อไปน้ี

ประชากร (Populations) ในการวจิ ยั ครงั้ นีแ้ บง: ออก ๒ ส:วน ไดแก:

๑. องคการบรหิ ารสว: นตําบลยางฮอม อาํ เภอขนุ ตาล จังหวัดเชียงราย ไดแก:

๑.๑ นายกองคการบริหารสว: นตาํ บลยางฮอม หรอื ผูแทน จํานวน ๑ คน

๑.๒ สมาชิกสภาองคการบริหารส:วนตําบล จํานวน ๔ คน

๑.๓ พนักงานส:วนตําบล หรอื ผแู ทนของรัฐ จาํ นวน ๙ คน

๒. กลุม: ประชาชนบานหวยสัก ตาํ บลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวดั เชยี งราย ไดแก:

๒.๑ กลมุ: ประชาชน จาํ นวน ๑ คน

๒.๒ กรรมการหมู:บาน จาํ นวน ๙ คน

๒.๓ ผปู กครองทองที่ หรอื ผแู ทน จํานวน ๓ คน

ท่ี ชอื่ -สกุล ตาํ แหนงe ทอ่ี ยูeปจp จุบนั /ทํางาน

๑ นายอาํ โพน อโนราช นายกเทศมนตรี องคการบรหิ ารสว: นตาํ บลยางฮอม

๒ นายจนั ทร กนั ทะสมบตั ิ รองนายกเทศมนตรี องคการบรหิ ารสว: นตาํ บลยางฮอม

๓ นายปฐมรตั น จรี งั รองนายกเทศมนตรี องคการบรหิ ารส:วนตําบลยางฮอม

๔ นางสมศรี มงคลคลี สมาชกิ อบต. องคการบรหิ ารสว: นตําบลยางฮอม

๕ นางชรวิ รรณ คาแกว สมาชิก อบต. องคการบริหารสว: นตําบลยางฮอม

๖ นายกวิน ข:ายแกว หวั หนาแพทยแผนไทย โรงพยาบาลขุนตาล

๗ นายกจิ การ กาวิโล พนักงานของรัฐ โรงพยาบาลขุนตาล

๘ นายสมบูรณ หลาพรม พนักงานของรฐั โรงพยาบาลขนุ ตาล

๙ นายธรรมนญู กิจนุกร ขาราชการ โรงเรียนบานหวยสัก(ประชานุกลู )

๗๕

๑๐ นางสุพัตรา อินเรือง ขาราชการ โรงเรยี นบานหวยสกั วทิ ยาคม
๑๑ นางอรุณรตั น อนิ ทะมา ขาราชการ โรงเรยี นบานหวยสกั วทิ ยาคม
๑๒ นายทศพร พรานเน้ือ พนักงานของรัฐ การศึกษานอกโรงเรียนตาํ บลยางฮอม
๑๓ น.ส.โรมฤดี พรมโลกา พนักงานของรัฐ การศึกษานอกโรงเรยี นตาํ บลยางฮอม
๑๔ นายพลากร รูทํานอง พนักงานของรัฐ การศกึ ษานอกโรงเรยี นตาํ บลยางฮอม
๑๕ นายภานพุ งษ ดวงมะโน พนกั งานของรฐั การศึกษานอกโรงเรยี นตาํ บลยางฮอม
๑๖ นายพร คําปน> ผูใหญ:บาน
๑๗ นายธราพงษ ใจกวาง ผช.ผูใหญ:บาน บานหวยสัก
๑๘ นายฉลอง สวยสม ผช.ผใู หญบ: าน บานหวยสัก
๑๙ นายสทุ ธินนั ท อนิ ตšะนนั กรรมการหมู:บาน บานหวยสกั
๒๐ นางนาง โชติรัตนสิรกิ ลุ กรรมการหม:ูบาน บานหวยสัก
๒๑ นางคําใส คาํ งาน กรรมการหมู:บาน ประชาชน
๒๒ นางคาํ มูล วิลยั กรรมการหม:ูบาน ประชาชน
๒๓ นางคําแปง อนิ นันชยั กรรมการหม:ูบาน ประชาชน
๒๔ นายจํานง แสนสอบ กรรมการหม:ูบาน ประชาชน
๒๕ นายคํามา ตบิ๊ ปะใจ กรรมการหมู:บาน ประชาชน
๒๖ นายทน นาระตšะ กรรมการหมู:บาน ประชาชน
๒๗ นายสองเมือง การวิ งค กรรมการหม:ูบาน ประชาชน
ประชาชน

วิธีการศึกษา
เป3นการศึกษาเชิงสํารวจ โดยใชวิธีการศึกษาผสมผสานหลายรูปแบบทั้งสํารวจเอกสารและ
การศึกษาภาคสนาม ดังนี้
๑. การศึกษาเอกสาร เป3นการคนควาและรวบรวมขอมูลเก่ียวกับแนวคิดทฤษฎี และผลงาน
การวิจัยท่ีเกี่ยวของ ศึกษาจากหนังสือ บทความในวารสาร เอกสารวิชาการ วิทยานิพนธ และ
แผนพัฒนาตาํ บลทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม สมุนไพรในทองถิ่น
๒. ศึกษาภาคสนาม ผูวิจัยไดรวบรวมขอมูลในพื้นที่ โดยวิธีการสนทนากลุ:ม กับองคการ
บริหารส:วนทองถิ่นตําบลยางฮอม ศึกษาแนวคิด วิธีดําเนินการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่งิ แวดลอม สมุนไพรในทองถน่ิ ป>ญหาและอุปสรรคในการดําเนินงานในเขตพ้ืนที่ โดยอาศัยการมีส:วน
ร:วมของกลม:ุ หรือประชาชนในพืน้ ที่

๗๖

๓.๓ เคร่ืองมือการวิจยั

เครื่องมือท่ีใชในการวิจัยครั้งนี้ เป3นแบบสัมภาษณและสนทนากล:ุมท่ีผูวิจัยสรางขึ้นโดย
ดําเนินการดงั น้ี

เคร่ืองมือท่ีนํามาใชสําหรับกําหนดระเบียบวิธีการวิจัยหรือกระบวนวิธีการวิจัย การวิจัยได
กําหนดกระบวนวิธีการวิจัยโดยการใชกระบวนวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบดวย การวิจัยเชิง
เอกสาร ซ่ึงเป3นเครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลโดยการศึกษาและคนควาจากเอกสารทาง
วิชาการ ตํารา ตลอดจนผลงานวิจัยประเภทต:าง ๆ เพื่อนํามาใชในกระบวนการสรางพ้ืนฐานขององค
ความรใู นทางวิชาการเกีย่ วกบั กระบวนการในการส:งเสริมการมีส:วนร:วมของประชาชน อันเป3นแนวทาง
ประการสําคัญในการนําไปส:ูการสรางเครื่องมือที่สามารถนําไปใชในกระบวนการเก็บรวบรวมขอมูล
ทางวิชาการท่ีมีประสิทธิภาพส:วนเครื่องมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูลตามกระบวนวิธีการวิจัยเชิง
คุณภาพ ไดแก: แบบสัมภาษณที่มีลักษณะเป3นการสัมภาษณเจาะลึกขอคําถามท่ีสามารถนําไปใชใน
กระบวนการสมั ภาษณแบบช้ีนําท่ีไม:มีการกําหนดโครงสรางของขอคําถามท่ีมีความชัดเจนตายตัว โดย
เป3นแต:เพียงการกําหนดแนวขอคําถามแบบเป„ดกวาง หรือเป3นการใชแบบสัมภาษณปลายเป„ด ซ่ึงเป3น
กระบวนวิธีการวิจัยที่มีผลทําใหขอคําถามมีความยืดหย:ุนและเป„ดกวาง การสัมภาษณเจาะลึกเป3น
เทคนิคและกระบวนวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพที่มีความเหมาะสมอย:างยิ่งในการนํามาท่ีใชในการ
สัมภาษณส:วนบุคคล โดยเฉพาะอย:างยิ่งบุคคลที่เป3นผูที่มีความรูและความชํานาญหรือมีความ
เชี่ยวชาญในเร่ืองที่กําลังดําเนินกระบวนวิธีการวิจัย เป„ดโอกาสใหผูที่มีความรูและความชํานาญหรือมี
ความผเู ชย่ี วชาญสามารถแสดงความคิดเห็นหรือทรรศนะไดอย:างหลากหลายผูสัมภาษณสามารถที่จะ
ดําเนินการสัมภาษณ และสามารถท่ีจะสอบถาม ท่ีสําคัญและมีความน:าสนใจในแต:ละประเด็นของ
คําตอบ จากผูมีส:วนร:วมในการวิจัยหรือผูใหสัมภาษณ อันทําใหไดมาซ่ึงขอมูลที่มีความหลากหลาย
และขอเท็จจรงิ ในทาง โดยดําเนนิ การและใชเครอื่ งมือ ไดแก:
๑. แบบการศึกษาการใชประโยชนของสมุนไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน บานหวยสัก
ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย โดยใชการสํารวจลงพื้นท่ีวิจัย ประกอบดวยเนื้อหา
จํานวน ๒ ส:วน ไดแก:

ส:วนที่ ๑ ขอมูลพ้ืนฐานผูใหขอมูลท่ัวไป เช:น ขอมูลส:วนตัวผูใหขอมูล เพศ สถานภาพ
วตั ถปุ ระสงครปู แบบการจัดกจิ กรรมและการบริหารจัดการสมุนไพรในชุมชน โดยใชกลไกการตลาดใน
การสง: เสรมิ ทําใหเกิดรายได เป3นตน

สว: นที่ ๒ ขอมลู เก่ียวกับรปู แบบและปญ> หาอุปสรรคในการบรหิ ารจดั การ

๗๗

๑. แบบสัมภาษณ สําหรับ ผูนําชุมชน และหมอเมือง ในกรณีศึกษาตําบลยางฮอม
อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย

๒. การประชุมชมกล:ุมย:อย (Focus Group) เพื่อท่ีจะไดทราบถึงทิศทางในการ
บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส:ิงแวดลอมสมุนไพรในชุมชนที่มีการใชประโยชนของสมุนไพร
เพือ่ สขุ ภาพสรางความเขมแข็งชมุ ชน โดยใชกลไกการตลาด

การสรางเครือ่ งมือท่ีใชในการวิจัย
กระบวนการในการสรางเคร่ืองมือที่ใชในกระบวนวิธีการวิจัยไดกําหนดใหใชวิธี ดังนี้
กําหนดใหใชวิธีการสัมภาษณเจาะลึกโดยกระบวนวิธีการสัมภาษณแบบช้ีนําอันเป3นกระบวนวิธีการ
สัมภาษณที่มีลักษณะท่ีไม:มีขอคําถามท่ีเป3นมาตรฐานเป3นการกระบวนวิธีสัมภาษณท่ีไม:มีการกําหนด
โครงสรางของขอคําถามที่นํามาใชในการสัมภาษณเจาะลึก เพียงแต:มีการกําหนดลักษณะของขอ
คําถามท่มี ลี กั ษณะเป„ดกวางมคี วามยดื หย:ุน และมกี ารนาํ คําผูใหสัมภาษณแต:ละคนตามสถานการณที่มี
การขับเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงไปไดตลอดเวลาส:วนการกําหนดกระบวนการและข้ันตอนในการ
ออกแบบการวิจัยหรือการสรางเครื่องมือท่ีใชในกระบวนการวิจัย ผูวิจัยไดกําหนดกระบวนการและ
ขั้นตอนในการดําเนินกระบวนการวจิ ยั ดงั น้ี
๑. การสัมภาษณ เจาะลึกโดยกระบวนวิธีการสัมภาษณแบบชี้นําอันเป3นกระบวนวิธีการ
สมั ภาษณท่ีไม:มรี ูปแบบขอคําถามที่ตายตัว หรอื กระบวนวิธีการสัมภาษณท่ีมีลักษณะท่ีไม:มีขอคําถามท่ี
เป3นมาตรฐานเป3นการกระบวนวิธีสัมภาษณท่ีไม:มีการกําหนดโครงสรางของขอคําถามท่ีนํามาใชในการ
สัมภาษณเจาะลกึ เพยี งแตม: ีการกาํ หนดลักษณะของขอคําถามท่มี ลี กั ษณะเปด„ กวางมคี วามยืดหยน:ุ
๒. สัมมนากล:ุม มีการนําคําผูใหสัมภาษณแต:ละคนตามสถานการณท่ีมีการขับเคลื่อนหรือ
เปลี่ยนแปลงไปไดตลอดเวลาส:วนการกําหนดกระบวนการและขั้นตอนในการออกแบบการวิจัยหรือ
การสรางเครอ่ื งมือทีใ่ ชในกระบวนการวจิ ัย
ประเดน็ ในการสนทนากลุeม
๑. การรวบรวมพืชสมุนไพรและสรรพคุณของสมุนไพรท่ีไดจากการสนทนากลุ:มท่ีไดมีการ
เลือกกล:ุมเป|าหมายแบบเจาะจงในการนําเสนอแก:ปราชญและแพทยแผนไทยโรงพยาบาลขุนตาลใน
การวิเคราะหและแกไขขอผิดพลาดของสมนุ ไพร
- ฟ|าทะลายโจร สรรพคุณ การใชรักษาอาการเจ็บคอ หรือเป3นไข (ผูใหขอมูลนายสน่ัน
เกยี รตศิ กั ด์เิ จริญ)
- ชาสมุนไพรผักเชียงดา สรรพคุณ ในการลดระดับน้ําตาลในเลือดผูปzวยโรคเบาหวาน (ผูให
ขอมูลนางเนยี ม กติ ตศิ กั ดิเ์ จรญิ )

๗๘

- ชาสมุนไพรหญารีแพร สรรพคุณ กระชับช:องคลอดสําหรับผูหญิงที่ผ:านการมีบุตร หรือ
ผูหญิงทีม่ ปี ญ> หาชอ: งคลอดไม:กระชับ (ผใู หขอมลู นางสาวนงคราญ กติ ติศกั ดเิ์ จรญิ )

- ชาสมนุ ไพรปาz ชางอม สรรพคุณ ตานมะเร็งเตานม ลดน้ําตาลในเลือด (ผูใหขอมูลนายสน่ัน
เกยี รตศิ กั ด์ิเจรญิ )

- ชาสมุนไพรใบหมอ: น สรรพคุณ ลดความอวนในผูปzวยที่มีนํ้าหนักตัวมาก (ผูใหขอมูลนายฉัน
กองสขุ )

- ชาสมุนไพรดาวอินคา สรรพคุณ ลดระดับคอเลสเตอรอล ความดันโลหิตสูง (ผูใหขอมูลนาง
ตอ: มแกว เงินฝรัง)

- ยาหมอ: ง สรรพคุณ ระงบั อาการปวดกลามเนอ้ื (ผใู หขอมูลพอ: แกว ปง„ ตะš จุม: )
- ยาดองเหลา สรรพคุณ ยาบํารุงกําลัง แกปวดเมื่อย ปวดหลัง (ผูใหขอมูลพ:อป>น กันทะ
สมบตั ิ)
- สมุนไพรแช:เทา สรรพคุณ ผ:อนคลายความเหนื่อยลา (ผูใหขอมูลนางสาวนงคราญ กิตติ
ศกั ดเ์ิ จรญิ )
- ยาดมสมุนไพร สรรพคุณ บรรเทาอาการหวัด หนามือดตาลาย (ผูใหขอมูลพ:อเงิน สุวรรณ
สอน)
- สมนุ ไพรบาํ รงุ สตรีคณุ อนงค สรรพคุณ เลอื ดลมไหลเวียนดี (ผูใหขอมูลนายสนั่น เกียรติศักดิ์
เจรญิ )
- นาํ้ มนั ไพรสด สรรพคณุ แกปวดเมื่อยกลามเน้ือ (ผใู หขอมูลนายสนน่ั เกียรตศิ กั ด์เิ จรญิ )
- สบ:ูนา้ํ ผึ้ง สรรพคุณ ผิวพรรณไม:แหงกราน (ผูใหขอมลู พอ: ขนั ถาริยะ)
- สับปะรดอบแหง สรรพคุณ ชุ:มคอ ไม:ระคายเคืองลําคอ (ผูใหขอมูลนายสน่ัน เกียรติศักดิ์
เจรญิ )
- ลูกประคบสมุนไพร สรรพคุณ อาการปวดเม่ือยตามร:างกาย (ผูใหขอมูลพ:อสวัสด์ิ พานวล
เศษ)
ผูวจิ ยั ไดกาํ หนดกระบวนการและขั้นตอนในการดําเนินกระบวนการวจิ ยั ดังน้ี
๑. การศึกษาเอกสารแผนพัฒนาองคการบริหารส:วนตําบลยางฮอม ประจําป‰ ๒๕๕๘
งบประมาณ และขอบังคับ ส:วนท่ีดําเนินดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมการใช
ประโยชนของสมุนไพรเพื่อสุขภาพสรางความเขมแข็งชมุ ชน

๗๙

๒. การสนทนากลุ:ม เพ่ือศึกษาอํานาจ ภารกิจขององคการบริหารส:วนตําบลยางฮอม และ
ป>ญหาอุปสรรคในการดําเนินงานดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมการใชประโยชน
ของสมุนไพรเพ่อื สุขภาพสรางความเขมแข็งชมุ ชน เชน:

๑. ภารกจิ และอาํ นาจหนาท่ขี ององคการบริหารส:วนตาํ บลยางฮอม
๒. แผนพฒั นาองคการบริหารสว: นตําบลยางฮอมดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดลอมการใชประโยชนของสมุนไพรเพ่อื สุขภาพสรางความเขมแขง็ ชุมชน
๓. ขอบังคบั ในเร่ืองงบประมาณประจาํ ป‰
๔. สภาพป>ญหาในพื้นที่องคการบริหารส:วนตําบลยางฮอมดานการจัดการทรัพยากร
ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม การใชประโยชนของสมนุ ไพรเพื่อสขุ ภาพสรางความเขมแขง็ ชมุ ชน
๕. ป>ญหาและอุปสรรคองคการบริหารส:วนตําบลยางฮอมดานการจัดการทรัพยากร
ธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอมการใชประโยชนของสมนุ ไพรเพอ่ื สขุ ภาพสรางความเขมแข็งชุมชน
การนําเสนอระเบยี บวิธกี ารวจิ ยั หรือกระบวนวิธีการวจิ ยั ผูวจิ ยั ไดกําหนดกรอบและขอบเขต
ของระเบยี บวธิ กี ารวจิ ัยหรอื ระบวนวิธีการวจิ ยั ท่สี าํ คญั มาใชในการดาํ เนินการวจิ ัย ดังนี้
๑. วิธีการวิจัย เป3นการกําหนดระเบียบวิธีการวิจัยหรือกระบวนการวิจัยตามการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอมการใชประโยชนของสมุนไพรเพื่อสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน
จังหวัดเชียงราย ที่ไดกําหนดระเบียบการวิจัยหรือกระบวนวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ซ่ึงการศึกษาและ
วิเคราะหขอมูลเอกสารและกระบวนการสมั ภาษณเจาะลกึ อนั มีสาระสาํ คญั ดงั น้ี
๑.๑ การสัมภาษณเจาะลึกโดยการกําหนดระเบียบวิธีการวิจัยหรือกระบวนวิธีการ
วิจัยเชิงคุณภาพ ดวยการสัมภาษณ ในการกําหนดกระบวนวิธีการวิจัยครั้งน้ี ไดกําหนดใหมีกระบวน
วิธีการวิจัยโดยการใชแบบสัมภาษณมีการออกแบบโครงสรางของขอคําถามที่สามารถนําไปใชในการ
สัมภาษณ คือ เป3นการสัมภาษณแบบปลายเป„ด ซึ่งเป3นกระบวนวิธีการวิจัยที่มีความยืดหยุ:นและเป„ด
กวางหรือมีการนาํ คํา สําคัญมาใชประกอบในการช้ีนําคาํ สมั ภาษณ เชน: มกี ารรา: งขอคําถามท่ีมีลักษณะ
ปลายเป„ดที่มีคําสําคัญพรอมกับลักษณะของขอคําถามท่ีมีความยืดหย:ุนและพรอมท่ีจะมีการ
ปรับเปล่ียนถอยคําของขอคําถามใหมีความสอดคลองกับผูมีส:วนร:วมในการวิจัยหรือผูใหสัมภาษณแต:
ละคน ในแต:ละสถานการณที่มีเหตุการณหรือมีสภาพแวดลอมที่เปลี่ยนแปลงไป เพ่ือใหผูทรงคุณวุฒิ
และบุคคลที่มีความสําคัญหรือมีส:วนเกี่ยวของกับกระบวนการในการส:งเสริมของประชาชนในทุกภาค
ส:วน ไม:ว:าจะเป3นบุคคลท่ีอยู:ในภาครัฐ ภาคประชาชน รวมท้ัง บุคคลท่ีมีส:วนเก่ียวของที่มีความสําคัญ
ในกระบวนการส:งเสริมการมีส:วนร:วมของประชาชนตอบขอคําถามจากการสัมภาษณเจาะลึกไดมาซ่ึง
ขอมูลทีม่ คี วามหลากหลาย

๘๐

ชุมชนตองการที่ไดจากการวิจัยท่ีสามารถนําไปใชประโยชนได ๑. การศึกษาป>จจัยพื้นฐานที่
เหมาะสมในการใชประโยชนของสมุนไพรกับการสรางความเขมแข็งชุมชน ๒. การฟGFนฟู สืบสาน
อนรุ ักษภมู ปิ ญ> ญาทองถิ่นในการใชประโยชนของสมนุ ไพรกับการสรางความเขมแขง็ ชมุ ชน ๓. จัดระบบ
การจัดการความรูพืชสมุนไพรภูมิป>ญญาทองถิ่น ๔. การจัดฐานขอมูลเบื้องตนในการรวบรวมพืช
สมุนไพรในพื้นในรูปแบบชุดความรู ๕. การศึกษาป>จจัยพ้ืนฐาน และผลกระทบที่มีต:อพืชสมุนไพรใน
การนําไปใชประโยชนในชีวิตประจําวันของชุมชน ๖. การปลูกพืชสมุนไพรในพ้ืนที่เป|าหมายเพ่ือเป3น
การอนุรกั ษพันธุท่หี ายากและมปี ระโยชนในการนํามาเปน3 องคประกอบของยาสมุนไพร ๗. ศึกษาความ
หลากหลายในการใชประโยชนของสมุนไพรกับการสรางความเขมแข็งชุมชนเพ่ือที่จะพัฒนาเชิง
พาณิชย ๘. จดั การฝ•กอบรมปฏบิ ตั กิ ารโดยมจี ดุ ศนู ยการเรียนรูเปน3 ศนู ยกลาง

วิธีการสัมภาษณเชิงลึกผูรู และผูท่ีเกี่ยวของท้ังกล:ุมผูนําชุมชนทั้งท่ีเป3น ทางการและไม:เป3น
ทางการ ประกอบดวย กลุ:มผูนําชุมชนในพ้นื ท่ีและผทู มี่ สี :วนไดสว: นเสียที่เก่ียวของ รวมจํานวน ๓๐ คน
เพื่อศึกษาและวิเคราะหสถานการณของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมการใช
ประโยชนของสมนุ ไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน โดยใชนโยบายองคกรบริหารส:วนทองถ่ิน
ที่ไดจากการศึกษาวิจัยทําใหไดขอเสนอแนะ เชิงนโยบายและขอเสนอแนะเชิงยุทธศาสตรที่สามารถ
นําไปใชเป3นแนวทางในการพัฒนานโยบาย และกลไกการการปกครองในการขับเคลื่อนการพัฒนา
สังคม ทงั้ ในระดับมหาภาคและระดับจลุ ภาค

๑.๒ การสนทนากล:ุมย:อย (Focus group)ดําเนินการโดยใชวิธีการสังเกตในพ้ืนที่
ภาคสนามและการสนทนากลุ:มกับกลุ:มผูนํา หมอเมือง และประชาชนทั้งที่เป3นทางการและไม:เป3น
ทางการ ประกอบดวย ผูนําตําบลยางฮอม และสมาชิกหมอเมืองในชุมชนพื้นที่ โดยการวิเคราะห
สถานการณทางสังคมที่เกิดขึ้นในสังคมป>จจุบันในประเด็นของ สถานการณป>ญหาของกลุ:มเป|าหมาย
เชงิ ประเดน็ และเชิงพืน้ ท่ีในรูปแบบตา: งๆ

๓.๔ การเก็บรวบรวมขอมูล

ผูวิจัยไดเก็บรวบรวมขอมูลดวยตนเองดําเนินการอย:างผสมผสาน เพ่ือใหไดขอมูลท่ีมีความ
หลากหลายและนา: เชอ่ื ถอื โดยไดดําเนนิ การดังน้ี

วธิ ีการเก็บรวบรวมขอมูล
ลงพนื้ ท่ี ครั้งท่ี ๑ การลงพนื้ ทใ่ี นการสาํ รวจและเก็บขอมูลองคการบริหารส:วนตําบลยางฮอม
พื้นฐานเบื้องตนเพื่อหาประเด็นป>ญหาดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมสมุนไพรในพื้นท่ี

๘๑

เป|าหมาย ประสานงานผูนําและผูบริหารดานเอกสารแผนพัฒนาองคการบริหารส:วนตําบลยางฮอม
ขอบังคับ และงบประมาณประจําป‰ เพ่ือนําขอมูลท่ีไดมาจัดทําคําถามในการสนทนากล:ุม และคําถาม
แบบสัมภาษณ ผูวจิ ยั ไดดําเนนิ การตดิ ต:อผูประสานงานในชุมชนและศึกษาวัตถุประสงควิจัยใหกับผูนํา
และประชาชนในชมุ ชนไดทราบพรอมทง้ั ขอความรว: มมือผูท่เี ก่ยี วของในการนดั วันสนทนากลุม:

ลงพนื้ ท่ี ครัง้ ท่ี ๒ เพอ่ื จดั เกบ็ ขอมลู เพมิ่ เติมตามวัตถุประสงคของการวิจัย ตรงประเด็นคําถาม
สนทนากล:ุมที่ไดจัดทําข้ึนและตรงตามกรอบแนวคิดในการศึกษาประชากรเป|าหมาย และจัดทําแบบ
สัมภาษณใหชัดเจน พรอมทั้งศึกษาการมีส:วนร:วมของคนในพ้ืนท่ี เจาหนาที่ท่ีเกี่ยวของ การพรอม
พัฒนาการบริหารจัดการ ความร:วมมือ การประสานงาน สะดวกในการติดต:อกับองคการบริหารส:วน
ทองถน่ิ และชุมชน เพือ่ จะใหเป3นไปตามเน้อื หาในการศึกษาในครงั้ นี้

ลงพ้ืนที่ ครั้งที่ ๓ การลงพื้นที่ในการเก็บขอมูลเพิ่มเติมท่ียังจัดเก็บท่ีไม:สมบูรณในประเด็น
ท่ัวไป และประเด็นที่ยังไม:ชัดเจน การจดบันทึก การบันทึกภาพในพ้ืนท่ีท่ีไม:เรียบรอย และสภาพ
ปญ> หาดานสมุนไพรในชมุ ชนตาํ บลยางฮอมที่จะตองมกี ารพฒั นาท่ตี :อเนื่อง

การถeายทอดเทคโนโลยีสูeกลุeมเปา~ หมาย
๑. นําความรเู กย่ี วกบั พืชสมนุ ไพรมาจดั เป3นแหล:งเรยี นรใู หกบั ชมุ ชน นกั เรียน นกั ศึกษาและผู
ทสี่ นใจในการเขารว: มอบรมในศูนยเรียนรูชมุ ชนบานหวยสัก
๒. ถ:ายทอดการใชประโยชนของสมนุ ไพรกับการสรางความเขมแข็งชุมชนเพื่อเป3นการนาํ
สมนุ ไพรในการรกั ษาโรคตามภมู ิปญ> ญาทองถ่นิ โดยจัดเป3นชุดเรียนรูใหกบั ชมุ ชน นกั เรียน นักศกึ ษา
และผทู ่ีสนใจ

ขั้นตอนการดําเนนิ งาน กิจกรรม ผลลัพธ ผรู ับผดิ ชอบ
ครงั้ ที่ วันท่ี -นายนเรศร
-ประชุมช้แี จงการเกบ็ -ผเู ขารว: มประชมุ มี บญุ เลศิ
๑ ๙ ธ.ค. ๖๐
ขอมูล โดยการแบ:งเขต ความเขาใจและเสนอ -นายนเรศร
๒ ๒๙ ธ.ค. ๖๐ บุญเลิศ
๓ ๓ ก.พ. ๖๑ พื้นท่ี เพ่ือการจัดเกบ็ ความคิดเหน็ ใน -นายนเรศร

ขอมลู พืน้ ฐาน กระบวนการจัดเกบ็

ขอมลู

-การจัดการสนทนากลุ:ม -ใหทราบถึงความ

บานหวยสัก ตองการของชมุ ชน

-หาขอมูลชุมชนบานหวย -ทราบชนิดของ

๘๒

สัก ตําบลยางฮอม สมนุ ไพรท่ีสํารวจพบ บญุ เลศิ

ในพ้ืนที่

๔ ๑๔ ม.ี ค. ๖๑ -ถา: ยทอดความรลู งส:ู -ไดแนวทางในการ -นายนเรศร

ชมุ ชนและจดั ตัง้ ศนู ย พัฒนาความตองการ บุญเลิศ

เรยี นรูดแู ลสมนุ ไพร เรยี นรขู องชมุ ชน

-ชมุ ชนมีความรู

เกีย่ วกับสมุนไพร

๕ ๕ เม.ย. ๖๑ -ศกึ ษาขอมูลดานอนุรักษ -ทราบถึงความ -นายนเรศร

กับกล:ุมหมอเมือง และ ตองการฟนGF ฟขู องหมอ บญุ เลศิ

ร:วมปลูกสนสมนุ ไพรใน พ้ืนบานและแหลง:

ศนู ยเรียนรูชมุ ชน เรยี นรูในชุมชน

๖ ๑๙ เม.ย. ๖๑ -ถา: ยทอดความรูให -นักเรยี น นกั ศกึ ษา -นายนเรศร

นักเรยี น นักศึกษาและผทู ่ี และผสู นใจสามารถ บญุ เลศิ

สนใจ ดแู ลสขุ ภาพโดยการใช

สมนุ ไพรอย:าง

ปลอดภยั

๗ ๑๐ พ.ค. ๖๑ -รวบรวมขอมลู หมอเมือง -ไดมกี ารจดั เก็บขอมูล -นายนเรศร

และสมนุ ไพรมาจัดพิมพ ของสมุนไพรในพื้นท่ี บุญเลศิ และ

ผลิตชดุ ความรู คณะ

๘ ๑๑ มิ.ย. ๖๑ -เตรียมนําเสนอผลการ -ไดมีการทําชดุ ความรู -นายนเรศร

ดําเนินงานท้งั หมดต:อ ท่จี ดั ข้นึ เผยแพร:ต:อ บญุ เลศิ และ

ชุมชนเป|าหมาย ชมุ ชนและผทู ี่สนใจ คณะ

๙ ๙ ก.ค. ๖๑ -นําเสนอผลการ -นาํ ชดุ ความรเู ผยแพร: -นายนเรศร

ดําเนินงานทง้ั หมดต:อ และนําเสนอในระบบ บุญเลิศและ

ชุมชนเปา| หมาย เครอื ข:ายเปา| หมาย คณะ

๘๓

๓.๕ วเิ คราะหและการนําเสนอขอมูล

การวิเคราะหขอมูล การศึกษาในเชิงเอกสาร(Documentary Research) และขอมูลเชิง
ประจกั ษในการสมั ภาษณ การประชุมสนทนากลุ:มย:อย การสัมภาษณในเชิงลึกเป3นกระบวนการศึกษา
เชิงคุณภาพ วิเคราะหขอมูลจากเอกสารเชิงเนื้อหา (Content analysis) ผูวิจัยไดศึกษาจัดเก็บขอมูล
เพื่อใหไดความชัดเจนในประเด็นท่ีทําการศึกษาโดยการวิเคราะหท่ีมีป>จจัยท่ีเกิดขึ้นทั้งภายในและ
ภายนอกของการบริหารจัดการ การดําเนินงานไดบอกถึงรูปแบบการจัดการ ศักยภาพทองถ่ิน ป>ญหา
และอุปสรรคที่ส:งผลกระทบการบริหารจัดการการใชประโยชนสมุนไพรของชุมชนเชิงพาณิชย มี
ขั้นตอนในการจัดเก็บขอมูลเพื่อนํามาวิเคราะห เพื่อจัดประเด็นและจัดกลุ:มขอมูลเป3นแนวคิด และ
รูปแบบการจัดการเชิงพาณิชยของชุมชนโดยใชการตลาดนําการส:งเสริม สนับสนุนกระตุนใหชุมชนมี
ความกระตือรือรนในการฟFGนฟูการใชประโยชนจากสมุนไพรในชุมชนของตนเอง ผูศึกษาจัดเก็บขอมูล
เพือ่ ใหไดความชัดเจนในประเดน็ ทท่ี ําการศึกษา มขี ั้นตอนในการจดั เกบ็ ขอมลู เพือ่ นาํ มาวิเคราะห ดงั นี้

๑. การวิเคราะหขอมูล การวิเคราะหขอมูลโดยสัดส:วนรอยละ ศึกษาขอมูลพ้ืนฐานของ
งานวจิ ัยและการใชประโยชนสมุนไพรสรางชุมชนใหเขมแข็ง ตามแผนนโยบายขององคการบริหารส:วน
ตําบลยางฮอมในป‰งบประมาณ

วิเคราะหการสนทนากล:ุมศึกษาการบริหาร การใชประโยชนของสมุนไพรกับสรางชุมชนให
เขมแข็งตามแผนนโยบายขององคการบริหารส:วนตําบลยางฮอม ในการปฏบิ ัติตามแผนพัฒนาที่ผ:านมา
ตลอดจนการกําหนดแผนระยะยาวที่จะเกิดขึ้นในป‰งบประมาณต:อไปใหต:อเน่ืองจากไดรับขอมูล
เสนอแนะจากการสนทนากล:ุมของกลุ:มเป|าหมาย ศึกษาสภาพพื้นที่ป>ญหาและอุปสรรคในจัดการใช
ประโยชน!สมุนไพรสรางชมุ ชนใหเขมแขง็ ทย่ี ังไม:สามารถแกไขได

การพฒั นาศักยภาพทางการใชประโยชนของสมนุ ไพรกบั การสรางความเขมแข็งชุมชน จึงนําส:ู
การอบรมเชิงปฏิบัติ ดังน้ี

๑. การอบรมเชิงปฏบิ ัติการ เพื่อจดั เตรยี มชมุ ชนใหสฝู: ‰มือแรงงานในดานบริการ โดยมีโรงเรียน
สมนุ ไพรบานหวยสกั เปน3 ศนู ยกลางการเรียนรูในกาเผยแพรอ: งคความรทู ี่อย:ใู นชมุ ชนไดมกี ารเรียนรูและ
นําไปใชในชีวิตประจําวัน สรางงานใหคนในชุมชน การสรางรายไดท่ีเกิดจากพืชสมุนไพรในพ้ืนที่
ผูเขาร:วมอบรมเชิงปฏิบัติการในคร้ังน้ีมี จํานวน ๓๐ คน การอบรมในคร้ังนี้ผูเขาอบรมสามารถนํา
ความรูที่ไดกับการเช่ือมโยงกิจกรรมในศาสตรอ่ืน ๆ ท่ีสอดคลองกับการใชประโยชนของสมุนไพรกับ
การสรางความเขมแขง็ ชุมชน

๘๔

๒. การอบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการทําลูกประคบสมุนไพรในการใชประโยชนของสมุนไพรกับการสราง
ความเขมแข็งชุมชนไดมีการประสานและความร:วมมือจากโรงพยาบาลขุนตาลในการเอื้อประโยชนใน
ดานอุปกรณการหนั่ การบดสมนุ ไพร และการอบแหงสมนุ ไพร ผูเขาร:วมอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งน้ีมี
จํานวน ๓๐ คน เป3นเวลา ๑ วัน ผูเขารวมการฝ•กอบรมมีความพึงพอใจในการเขารับความรูในการใช
ประโยชนของสมุนไพร นอกจากนี้ผูเขาร:วมอบรมยังสามารถนําความรูในการทําลูกประคบสมุนไพรไป
ขายใหกบั ประชาชนทม่ี คี วามสนใจ และมกี ารสง: เสรมิ ใหปลูกเพม่ิ พชื สมุนไพรท่ีเป3นองคประกอบในการ
เขายาลกู ประคบสมนุ ไพรเพอ่ื เป3นการสรางงานใหกบั คนชุมชนตลอดจนสรางรายไดใหกบั ชมุ ชน

๓. การบริหารจัดการสวนสมุนไพรเป3นแหล:งเรียนรูในชุมชน ซึ่งไดรับความร:วมมือจาก
เทศบาลตําบลยางฮอม และผูปกครองทองที่ไดใหการสนับสนุน ส:งเสริมการศึกษาดูงานท่ีเพิ่มทักษะ
ใหกับผูที่สนใจในชุมชน และการร:วมมือกับผูวิจัยในการนําพันธุพืชสมุนไพรมาปลูกในแปลงปลูก
สมุนไพรในหมบ:ู านเป3นการตระหนกั ถึงการอนุรักษ ฟFGนฟู พืชสมุนไพรที่หายากและกําลังจะสูญพันธุได
นาํ มาปลกู ในชมุ ชนเพื่อเปน3 การรักษาพื้นท่ีปzาในบรเิ วณท่ีอย:ูในชมุ ชน

๔. การถ:ายทอดความรูโดยความร:วมมือของหมอเมืองหรือปราชญในชุมชนมาใหความรูใน
การใชประโยชนของสมุนไพรกับการสรางความเขมแข็งชุมชน จัดแหล:งเรียนรูในชุมชน การถ:ายทอด
ใหกบั ผูที่สนใจในชมุ ชน จํานวน ๒๐ คน ซง่ึ เปน3 การใหความรใู นการใชสมนุ ไพรใกลตัวรักษาในเบ้ืองตน
กอ: นไปหาหมอ

๕. การรวบรวมความรูดานสมุนไพรในการรักษาโรค และการรวบรวมหมอเมืองหรือปราชญ
ในชุมชนเพอื่ การนาํ มาส:กู ารจดั พมิ พชุดความรใู นการจดั เผยแพรใ: หกับชุมชนและเครอื ข:าย

๒. การนาํ เสนอขอมลู ซง่ึ การศกึ ษาวจิ ัยในคร้ังนี้แบ:งขอมลู ออกเป3น ๓ ส:วน ดงั น้ี
ส:วนท่ี ๑ ศึกษาพื้นฐานป>ญหา สาเหตุ และกระบวนการจัดการใชประโยชนสมุนไพรสราง
ชุมชนใหเขมแข็งโดยใชกลไกการตลาด ตามแผนนโยบายขององคการบริหารส:วนตําบลยางฮอม
ประกอบดวย สภาพพน้ื ท่ี จาํ นวนประชากรและครัวเรอื น เศรษฐกิจในพื้นที่ตําบลยางฮอม และองคกร
ส:วนราชการอนื่ ๆ
ส:วนท่ี ๒ ศึกษาการจัดการใชประโยชนสมุนไพรสรางชุมชนใหเขมแข็งของชุมชน ตามแผน
นโยบายขององคการบริหารส:วนตําบลยางฮอมซ่ึงมีขอจํากัดในหลาย ๆ ดาน ๑. ศึกษาขอมูลทาง
เอกสาร ๒.การศกึ ษาการสนทนากลุ:ม และการสัมภาษณ

๘๕

ระเบียบวิจัย

วัตถปุ ระสงค วิธีการวจิ ัย ประชากร/กลุeม เคร่อื งมือ การวิเคราะห
ตัวอยeาง ผล

๑. เพ่อื ศกึ ษา การวิจยั เอกสาร ๑.ประวัติหมบ:ู าน ๑.การจัดเวที ๑.วเิ คราะห

กระบวนการสบื สาน (Documentary ๒.หมอเมอื ง สนทนากลุม: ย:อย เน้อื หาการใช

ภูมิป>ญญาทองถ่นิ การ Research) ๓.หนงั สอื และ ๒.แบบสัมภาษณ ประโยชน

ใชประโยชนของ วรรณกรรมที่ ๓.บันทึกการ ของสมนุ ไพร

สมนุ ไพรเพื่อสุขภาพ เก่ยี วของ สนทนาและ ในการรักษา

สรางความเขมแข็ง ๔.แผนพฒั นา สัมภาษณ โรค

ชุมชน องคกรบรหิ าร

สว: นทองถนิ่

๒. เพือ่ ศกึ ษาการ การวจิ ัยเอกสาร ๑.งานวิจัยท่ี ๑.การจัดเวที ๑.วิเคราะห

พฒั นาสมนุ ไพรเพอื่ (Documentary เก่ียวของ ตามท่ี สนทนากลุ:มย:อย เนื้อหาในการ

สขุ ภาพสรางความ Research) กําหนดตาม ๒.แบบสัมภาษณ สง: เสริม

เขมแข็งชมุ ชนเชงิ -การคัดเลือก วัตถปุ ระสงค ๓.บนั ทกึ การ ฝก• อบรมให

พาณิชย เอกสาร และวิจัย สนทนาและ ความรกู บั

ที่เกีย่ วของ เรื่อง สัมภาษณ ชุมชนและผูท่ี

ผูวจิ ยั สนใจ

นวัตกรรมการใชประโยชนของสมุนไพรกับการสรางความเขมแข็งชมุ ชน

Innovative Use of Herbs to Strengthen the Community.

บทที่ ๔

ผลการวิจยั

ผลการวิเคราะหขอมลู การวจิ ยั เรื่องนวัตกรรมการใชประโยชนของสมุนไพรกับการสรางความ
เขมแข็งชุมชนนี้ ดําเนินการวิจัยโดยวิธีวิเคราะหเอกสารและวิธีวิจัยเชิงสํารวจผลการวิจัยเชิงสํารวจ
และการศึกษาภาคสนาม กล:ุมประชากรตัวอย:างเป3นเทศบาลตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชยี งราย ผลการวิจัยเชิงสาํ รวจไดแบ:งออกเปน3 ๔ ตอน ดงั นี้

ตอนที่ ๑ ศึกษากระบวนการสืบสานภูมิป>ญญาทองถ่ิน การใชประโยชนของสมุนไพรเพื่อ
สขุ ภาพสรางความเขมแขง็ ชุมชน

ตอนท่ี ๒ ศึกษาการพัฒนาสมนุ ไพรเพอ่ื สขุ ภาพสรางความเขมแขง็ ชุมชนเชิงพาณิชย
ตอนท่ี ๓ องคความรูจากการวจิ ยั

๔.๑ ศึกษากระบวนการสืบสานภูมิปpญญาทองถิ่น การใชประโยชนของสมุนไพรเพื่อ
สุขภาพสรางความเขมแขง็ ชุมชน
ตอนที่ ๑ ศึกษากระบวนการสืบสานภูมิปpญญาทองถิ่น การใชประโยชนของสมุนไพร
เพือ่ สุขภาพสรางความเขมแข็งชมุ ชน

การวิเคราะหขอมูลพื้นฐานการจัดการใชประโยชนของสมุนไพรกับการสรางความเขมแข็ง
ชุมชน ไดแก: กล:ุมตัวอย:างในพื้นที่เทศบาลตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย
ประกอบดวย สมาชิกสภาหมอเมืองลานนาเชียงราย(ผูผลิต) จํานวน ๑๐ คน ผูนําทองถ่ิน จํานวน ๔
คน และประชาชนทใ่ี ชประโยชนของสมนุ ไพร จาํ นวน ๒๐ คนจาํ นวน ๓๔ คน ท่จี ะดาํ เนินการเกี่ยวกับ
สมุนไพรในการสนทนากลุ:มและการสัมภาษณ ผูประกอบการที่มีอาชีพเกี่ยวกับสมุนไพร หมอเมือง
ผูใชสมุนไพรในการรักษาโรค ผูท่ีมีความรูในเรื่องสมุนไพร และบุคคลที่ไดศึกษา คนควา เขารับการ
อบรมสัมมนา การศึกษาดูงานดานสมุนไพร รวมท้ังผูประกอบการดานสมุนไพรเพื่อท่ีเป3นการสืบสาน
ภมู ปิ >ญญาทองถิน่ ท่มี ีการใชประโยชนของสมนุ ไพรเพ่ือสุขภาพสรางความเขมแข็งชมุ ชน พ้ืนท่ีเทศบาล

๘๗

ตาํ บลยางฮอม อาํ เภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย๓๑ ถือเป3นพ้ืนที่ปzาท่ีอุดมสมบูรณแหล:งหนึ่งของจังหวัด
เชียงราย มีความสําคัญทางเศรษฐกิจและการเกษตรของชุมชน โดยคนในชุมชนมีส:วนร:วมในการ
บริหารจัดการพ้ืนที่ของตนเอง โดยเลือกตัวแทนในการมีส:วนร:วมบริหารจัดการตามแผนยุทธศาสตร
การพัฒนาของเทศบาลตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวดั เชียงราย ความหลากหลายของวัฒนธรรม
ของชุมชน ตลอดจนวิถีชีวิต ภูมิป>ญญาทองถิ่นที่มีการอนุรักษประเพณี วัฒนธรรมอย:างเหมาะสมกับ
สภาพของชุมชน การเรียนรูวิถีชุม ชนการสรางเศรษฐกิจท่ีมีการทําการเกษตรเป3นการใช
ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอัตราเพ่ิมข้ึนอย:างต:อเนื่องหากแต:เป3นการใชทรัพยากรธรรมชาติเป3นเครื่องมือ
ในการสรางคนในสังคม โดยเฉพาะชุมชนทองถิ่นที่อยู:กับพื้นที่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมใน
พื้นท่ีเป3นการเสริมสรางเศรษฐกิจและรายไดใหกับชุมชนทองถิ่นอย:างมากมาย การจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของชุมชน โดยใชนโยบายและกลไกการปกครองก็เพ่ือเฟFGอฟูชีวิต
ชุมชนและการจัดสรรพ้ืนท่ีทํากินที่เป3นป>ญหาของชุมชม และสุขภาวะของประชาชนในพ้ืนที่อย:างมี
ระบบในทกุ มิติ

ประวตั คิ วามเปนT มาของชมุ ชน
บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย ภูมิประเทศของเทศบาล
ตําบลยางฮอมมีลักษณะเป3นภูเขาสูงชัน และที่ราบล:ุม เป3นพื้นที่สําหรับเป3นที่อยู:อาศัย และเป3นพ้ืนที่
สําหรับการเกษตร แต:เดิมขึ้นอย:ูเขตบานหวยสัก หม:ู ๗ เดิมมีจํานวนครัวเรือนไม:มากนักซึ่งเป3น
ชาวบานที่นําสวนทํานาซึ่งเป3นพ้ืนท่ีราบที่อุดมสมบูรณ ปลูกพืชผักไดผลดี จึงมีญาติ และชาวบานยาย
มาต้งั รากฐานอยู:บริเวณเดียวกัน รวมท้ังชาวบานซ่ึงมีเช้ือชาติ ต:าง ๆ กัน ไดแก: ไทยพ้ืนเมืองทําใหเกิด
ชุมชนเล็ก ๆ ขึ้น ต:อมาไดแบ:งพื้นท่ีการปกครองทองที่เป3น หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล
จงั หวดั เชยี งราย
เขตการปกครอง
บานหวยสัก ตั้งอยู:ที่ตําบลยางฮอมไดรับการยกฐานะเป3นองคการบริหารส:วนตําบลตาม
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งองคการบริหารส:วนตําบล เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม
๒๕๓๙ ลําดับท่ี ๓๗๗ โดยไดประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศท่ัวไป เล:ม ๑๑๓ ตอนท่ี
๙ง ลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๓๙ และทําใหการจัดตั้ง องคการบริหารส:วนตําบลยางฮอมมีผลบังคับใช

๓๑ องคการบรหิ ารสว: นทองถนิ่ เทศบาลตาํ บลยางฮอม. แผนพัฒนาสามป‰ ประจาํ ป‰ พ.ศ. ๒๕๖๐-
๒๕๖๒, หนา ๒๐.

๘๘

ในวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๓๙ ป>จจุบันตําบลยางฮอมมีเขตการปกครอง ๒๑ หมู:บาน องคการบริหาร

ส:วนตําบลยางฮอมไดรับการจัดต้ังเป3นเทศบาลตําบลยางฮอม ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย

ณ วันท่ี ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ท้ังน้ีต้ังแต:วันท่ี ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ มีสมาชิกสภาเทศบาลตําบล

ยางฮอม จํานวน ๑๒ คน คณะผบู ริหารเทศมนตรตี าํ บลยางออม มจี าํ นวน ๕ คน เป3นเทศบาลขนาด

กลาง มีชมุ ชนจํานวน ๒๑ ชมุ ชน

ลักษณะทางกายภาพ

บานหวยสกั หม:ู ๙ ตาํ บลยางฮอม อําเภอขนุ ตาล จงั หวดั เชียงราย ตงั้ ในเขตพื้นท่ีของเทศบาล

ตําบลยางฮอม ประชากรส:วนใหญ:มีอาชีพเกษตรกร นับถือศาสนาพุทธ บานหัวสักมีอาณาเขตติดต:อ

ดังนี้

ทิศเหนอื ตดิ กบั ตาํ บลบุญเรือง และตาํ บลหวยซอ อาํ เภอเชยี งของ

ทิศใตตดิ กบั ตาํ บลปาz ตาล อาํ เภอขนุ ตาล

ทศิ ตะวนั ออกติดกบั ตาํ บลปอ อาํ เภอเวียงแกน: และตาํ บลตบั เต:า อาํ เภอเทงิ

ทศิ ตะวันตกติดกบั ตําบลตาดควนั และตาํ บลแมต: ๋ํา อาํ เภอพญาเมง็ ราย

เน้ือที่ท้ังหมด ๑๓๔.๘ ตารางกิโลเมตร

ลกั ษณะทางสังคม

ชาวบานบานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย มีการตั้งถ่ินฐาน

ตามแบบโบราณ คือ มีลักษณะเป3นเครือญาติตั้งบานเรือนอย:ูใกล ๆ กันเป3นหย:อม ๆ ชาวบานเรียกว:า

ป¨อกบาน ต:อมาเม่ือมีสมาชิกมากข้ึนจึงแบ:งเขตการปกครอง มีผูใหญ:บานเป3นผูคอบกํากับดูแลความ

เรยี บรอย ชุมชนมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภาษา และวิถีการดําเนินชีวิต ระบบครอบครัวมีท้ัง

ครอบครวั ขยายและครอบครวั เดี่ยว ส:วนใหญ:เป3นครอบครวั ขยาย โดยเฉพาะครอบครัวร:วมกันระหว:าง

พ:อ แม: ลูก ปzู ย:า หรือ ตา ยาย ครอบครัวท่ีเพ่ิงแต:งงานก็จะยายมาปลูกบานใหม:ในบริเวณเดียวกับ

เครอื ญาติส:วนครอบครัวเด่ียวจะเป3นครอบครัวท่ีเพิ่งแต:งงานใหม: หรือครอบครัวที่เพ่ิงยายมาใหม:ก็จะ

อาศยั เป3นครอบครวั โดด ๆ โดยลําพัง ไม:มญี าตพิ น่ี อง ชวี ติ ความเปน3 อยู:โดยทัว่ ไปจะอยอ:ู ยา: งเรยี บง:าย

ทุกคนต:างทํางานหาเลี้ยงชีพซึ่งส:วนใหญ:ทําการเกษตร ออกจากบานไปทํางานแต:เชา กลับบานตอน

เย็นคํ่ามืดพรอมกับของที่เก็บมาจากปzา เช:น หน:อไม เห็ด ผักต:าง ๆ รวมทั้งปู ปลา ที่หามาไดชุมชนก็

ไดรับความรว: มมอื เปน3 อย:างดี เชน: งานบญุ งานประเพณี งานพฒั นาหมบ:ู านต:าง ๆ

ทุนท่ีมใี นชมุ ชน

๑. ทุนทางดานกายภาพ คนในชมุ ชนส:วนใหญ:มบี านเป3นของตนเอง ชาวบานก็ช:วยก็สรางบาน

หลังเล็ก ๆ คอยใหความช:วยเหลือในเร่ืองต:าง ๆ บริเวณบานแต:ละหลังถึงแมไม:มีรั้วรอบขอบชิด แต:

๘๙

เนอื่ งจากสว: นใหญ:เป3นเครือญาตกิ นั ทาํ ใหคอยชว: ยสอดส:องดแู ลบานใหซ่ึงกันและกัน ในหม:ูบานมีนอย
จึงทําใหมีถนนคอนกรตี ทุกซอยในหมบู: าน ทาํ ใหการตดิ ต:อสื่อสารกันสะดวก

๒. ทุนทางดานเศรษฐกิจ บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย
ตัง้ อย:ูบนพนื้ ทีร่ าบหุบเขาทําใหมีธรรมชาติอยา: งสมบูรณ มีทรัพยากรปzาไม สัตวปzา ที่สมบูรณ ชาวบาน
สว: นใหญ:ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไดแก: ทํานา ทําไร: ทําสวน เลี้ยงสัตว ผลผลิตท่ีไดส:วนใหญ:จะใช
เพื่อการบริโภคเป3นหลักจะมีเหลือขายบางก็เป3นการขายภายในหมู:บานและพ:อคาต:างอําเภอ พืช
เศรษฐกจิ ที่สําคัญไดแก: ขาวโพด ดวยชาวบานมีวฒั นธรรมในการช:วยเหลือกันในการทํางาน มีการร:วม
กลมุ: เป3นกลุ:มออมทรัพย เพื่อช:วยใหกลุ:มมีตนทุนในการทําไร: นอกจากการทําเกษตรแลวชาวบานยังมี
ความชํานาญในการหาของปzา การล:าสัตว เนื่องจากยังมีความสมบูรณของทรัพยากรปzาไม อย:ูมาก มี
การหาของปzา เช:น เห็ด หนอ: ไม ผักตา: ง ๆ รวมท้งั สัตวปzา เช:น นก ไกป: zา อีเห็น หรอื สตั ว มาขายใหกับ
แม:คาต:างหม:ูบาน ชาวบานมีการกําหนดพื้นท่ีทํากินและพ้ืนท่ีปzาอย:างชัดเจน ทําใหมีของปzาอุดม
สมบูรณ

๓. ทุนทางสังคม บานหวยสัก หมู: ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย เป3น
ชุมชนท่ีมีขนาดเล็กและชาวบานรูจักตลอดหัวบานทายบานและอยู:ร:วมกันแบบเครือญาติ ใหความ
ช:วยเหลือเก้ือกูล มีความเอ้ืออาทรไม:เอารัด เอาเปรียบกัน มีความปลอดภัยในทรัพยสิน ไม:มี
อาชญากรรม ในการประกอบกิจกรรมต:าง ๆ ที่มีผลต:อชีวิต สุขภาพและความเป3นอย:ูของชุมชนทุกคน
จะมสี ว: นรว: ม

๔. ทุนทางดานวัฒนธรรม การที่ชาวบานอพยพมาจากหลายท่ีทําใหมีประเพณีวัฒนธรรมที่
หลากหลาย มกี ารถ:ายทอดใหลกู หลานโดยเฉพาะในเครือญาติของตน ประเพณีที่ดีงามต:าง ๆ ยังคงอย:ู
สืบต:อมาจนถึงลูกหลาน ถึงแมจะมีรายละเอียดของประเพณีท่ีต:างกัน แต:มีพ้ืนฐานความเชื่อมีมาจาก
เร่ืองเดียวกันทั้งในเร่ืองของส่ิงเหนือธรรมชาติ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีกรรมต:าง ๆ โดยเฉพาะความเช่ือทาง
ศาสนา เปน3 ส่งิ หลอมรวมใหคนในสังคมอยร:ู ว: มกันไดอยา: งสงบสขุ และมีความเขมแข็ง

๑. การสืบสานภมู ิปญp ญาทองถนิ่ ดานหมอเมอื งพื้นบาน ดังน้ี
กระบวนการสืบสานภมู ิปpญญาทองถ่นิ
จากผลกระทบจากการพัฒนาเศรษฐกิจและความทันสมัยกระแสหลักท่ีใหความสําคัญกับการ
สรางความเจรญิ เตบิ โตทางสงั คม สรางผลกระทบตอ: ชุมชนทองถน่ิ ทีไ่ ม:เขาใจและการปรับตัวของชุมชน
ไมว: :าจะเปน3 ป>ญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเส่อื มเสือ่ มโทรม ความไม:เป3นธรรมในการเขาถึง
ทรัพยากร ป>ญหาความยากจน ความแตกต:างระหว:างรายไดของคนจนและคนรวยในสังคมป>จจุบัน
ความแตกตา: งระหว:างสังคมเมืองและสังคมชนบท รวมทั้งป>ญหาที่เกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งทําใหวิถี


Click to View FlipBook Version