๙๐
ชีวิตของคนเปลี่ยนไปจากเดิม ชุมชนจําเป3นจะตองแสวงหาทางเลือกเพื่อความอย:ูรอด จึงเกิดการ
พัฒนาทางเลือกขึ้นโดยใชภูมิป>ญญาทองถิ่น เป3นแนวทางในการแกไขป>ญหาของชุมชนโดยชุมชนเอง
เพื่อนําเสนอใหสังคมรับรูว:าการพัฒนาภูมิป>ญญาทองถิ่นหรือการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดลอม และวิถชี ีวติ ของชุมชน
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมข้ึนอยู:กับองคประกอบท่ีทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม
อย:ูในทองถิ่นเป3นตัวกําหนดรากฐานทางภูมิป>ญญาด่ังเดิมที่สืบทอดมา แมว:าสูญหายไปบางตาม
กาลเวลา ภูมิป>ญญาทองถิ่นและเทคโนโลยีทองถ่ินที่แสดงถึงประสบการณ ความรู ความสามารถของ
ชาวบานในการดํารงชีวิตท่ีสอดคลองกับธรรมชาติ โดยใชศักยภาพของตนเองและถ:ายทอดคุณค:าแห:ง
ภูมิป>ญญา การเรียนรูภูมิป>ญญา ผูสืบทอดภูมิป>ญญาจากผูรูในชุมชน เพื่อใหสามารถจัดกระบวนการ
เรียนรู ถ:ายทอด ตลอดจนสนับสนุน และเช่ือมโยงเครือข:ายในการพัฒนาชุมชน และสังคมของ
วัฒนธรรมยุคใหม: ชุมชนโดยตระหนักถึงความสําคัญของชุมชน มีความเขาใจรากเหงา ความเป3น
วฒั นธรรม แบ:งป>น เก้อื กลู ช:วยเหลอื ซ่ึงกนั และกัน มีการศกึ ษาเรยี นรูวถิ กี ารดํารงชีวิต ชุมชนภูมิป>ญญา
พน้ื บานที่สอดคลองกันกบั วิถชี วี ติ ชุมชน ภูมิป>ญญาทองถิ่นสามารถทําใหความรูเกิดประโยชนแก:สังคม
การอนรุ ักษ เปน3 การบาํ รุงรักษาสิ่งทด่ี งี ามไว และคณุ คา: หรือการปฏิบัติตนเพื่อความสัมพันธอันดีกับคน
และส่ิงแวดลอม การฟGFนฟู เป3นการร้ือฟGFนสิ่งท่ีดีงามที่หายไป ใหกลับมาเป3นประโยชน การประยุกต
เป3นการปรับหรือการผสมผสานความรูเก:ากับความรูใหม:เขาดวยกัน ใหเหมาะสมกับสมัยใหม: ซึ่งภูมิ
ป>ญญาชาวบานเหล:านี้ลวนแต:เป3นความรูของชาวบาน ซึ่งไดมาจากประสบการณ รวมท้ังความรูท่ีสั่ง
สมมาแตบ: รรพบุรุษ สืบทอดจากคนรน:ุ หนง่ึ ไปส:คู นอีกรุน: หน่งึ
ป>ญหาการพัฒนาชุมชนใหเขมแข็งจากการนําการใชประโยชนสมุนไพรในทองถิ่นมาเป3น
ประเด็นของสุขภาพชุมชนที่จะเสริมสรางความสุขใหกับทองถิ่นสามารถแยกได ๒ ประเด็น คือ การ
ผลติ วตั ถุดิบสมุนไพรในส:วนของภาคเกษตรกรรม และผลิตภัณฑการใชประโยชนสมุนไพรเพ่ือสุขภาพ
ตลอดจนการสรางนวัตกรรมสมุนไพรเพ่ือสุขภาพซึ่งมีเป|าหมายหลักในการพัฒนาภายใตไทยแลนด
๔.๐ ที่ตองการใหพัฒนาสู:ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน การใชประโยชนจากสมุนไพรสรางความ
เขมแขง็ ชุมชนจึงเปน3 เรอื่ งทม่ี สี ว: นเกี่ยวของกับพฤตกิ รรมของมนุษยทม่ี ีการอย:ูรวมกันเป3นกล:ุมสังคม ซ่ึง
จะตองมอี งคประกอบอื่นที่เขามามีบทบาทประกอบเป3นแนวทางการใชชีวิตของชุมชนโดยยึดหลักของ
เศรษฐกจิ พอเพียง การมีส:วนร:วมของชุมชน และทุกภาคส:วน การใชประโยชนจากสมุนไพรในทองถ่ิน
จะสามารถพัฒนาอย:างบูรณาการไดจะตองมีส:วนร:วม การวิจัยที่จะนําไปใชกับชุมชนจะตองเร่ิมจาก
การศึกษาร:วมกันกับชุมชน นักวิชาการ และผูนําชุมชน การทํางานร:วมกันจะตองคํานึงถึงชุมชนเป3น
หลักการพัฒนาจะตองมีผลผลิตท่ีเป3นตนแบบ ๒ ระดับ คือ ระดับชุมชนที่สามารถผลิต กระบวนการ
๙๑
แปรรปู และการจาํ หนา: ย ระดบั อตุ สาหกรรมท่ีจะเนนในเชิงพาณิชยท่ีผลิตภัณฑต:าง ๆ จะออกสู:ตลาด
และเปน3 สากล
การจัดเก็บขอมูลในชุมชนทองถ่ินท่ีมีสมุนไพร สวนสมุนไพรที่คนในทองถิ่นไดปลูกไวในบาน
การสํารวจตองสามารถตรวจสอบว:ามีสมุนไพรกี่ชนิด จํานวนมากหรือนองเพียงใด เพื่อจะสอดคลอง
กับกระบวนการผลติ และเป3นการรูขอมูลของตนนาํ้ วา: เป3นอยา: งไร กลางน้ําในกระบวนการผลิตจะตอง
สอดคลองกับสมุนไพรที่มีในชุมชน ปลายน้ําจะตองนําผลผลิตท่ีเป3นผลิตภัณฑเชื่อมโยงกับการตลาด
และการนํานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่นํามาใชในการพัฒนาการใชประโยชนสมุนไพรสรางความ
เขมแขง็ ชุมชน การศึกษาโดยเนนป>จจัยหรือทรัพยากรท่ีมีอยู:ในธรรมชาติ โดยการยึดหลักการเลือกใช
สมุนไพรทเ่ี ปน3 วัตถุดิบทด่ี ีที่สดุ ในชมุ ชนทองถ่ินที่มคี วามหลากหลายทางชีวภาพและพันธกุ รรม
กระบวนการสืบสานภมู ิป>ญญาทองถิ่นการใชประโยชนของสมุนไพรกับการสรางความเขมแข็ง
ของชุมชนไดรับการสนับสนุนองคการภาครัฐ ไดแก: เทศบาลตําบลยางฮอม โรงพยาบาลขุนตาล
การศึกษานอกโรงเรยี น กรมส:งเสริมการปกครองทองถิน่ วิสาหกิจชมุ ชน และสภาหมอเมืองเชียงราย
ไดใหความอนเุ คราะหดานอุปกรณ การอบรมองคความรูใหมใ: หกับหมอเมืองเพื่อจะไดนําไปถ:ายทอด มี
การจัดต้ังศูนยกลางจัดการเรียนรูข้ึนในพื้นที่เพ่ือมีการจัดการเรียนการสอนเพื่อการสืบสานภูมิป>ญญา
ทองถ่ินอย:างมีระบบ ซ่ึงมีหลักสูตรเป„ดการเรียนการสอนที่มีการควบคุมหลักสูตรโดยส:วนราชการใน
พื้นท่ีตาํ บลยางฮอม การศึกษานอกโรงเรยี น ดงั นี้
๑. หลักสตู รระยะสนั้ ๓๐ ช่ัวโมง การทําลกู ประคบสมนุ ไพร และการประคบสมนุ ไพร
เนื้อหาหลกั สูตร
๑. ความรเู บอ้ื งตนเกยี่ วกบั ลกู ประคบสมนุ ไพร
๒. วสั ดุและอุปกรณการทําลูกประคบสมนุ ไพร
๓. สว: นผสมของการทาํ ลูกประคบสมุนไพร
๔. ขนั้ ตอนการทําลูกประคบสมนุ ไพร
๕. ประโยชนของการประคบสมุนไพร
๖. ขอหาม หรือขอจาํ กดั ในการใชลูกประคบสมุนไพร
๗. ข้นั ตอนการประคบสมนุ ไพร
๘. การเกบ็ รักษาลูกประคบสมนุ ไพร
๙. การบรรจผุ ลิตภณั ฑลกู ประคบสมนุ ไพรเพ่ือจาํ หนา: ย
๑๐. ตนทนุ ประกอบการลงทุนการทาํ ลูกประคบ
๙๒
๒. หลกั สตู รระยะสั้น ๖๐ ชั่วโมง การนวดแผนไทย
เนื้อหาหลักสตู ร
๑. การนวดไทย
๒. การนวดแกอาการและป|องกันโรค
๓. การนวดกดจดุ ฝาz เทา
๔. การนวดประคบ
๓. หลกั สตู รระยะสั้น ๓๐ ชว่ั โมง ชาสมนุ ไพรใบหม:อน
เนื้อหาหลกั สูตร
๑. ความรูเบือ้ งตนเกี่ยวกับวธิ ีการเก็บใบหม:อน
๒. ขน้ั ตอนการทําชาสมนุ ไพรใบหม:อน
๓. ส:วนผสมของชาสมนุ ไพรใบหมอ: น
๔. ประโยชนชาสมุนไพรใบหม:อน
๕. การเก็บรักษา
๖. การบรรจุผลติ ภัณฑ
๔. หลกั สตู รระยะสนั้ ๓๐ ชวั่ โมง ชาสมุนไพรหญารแี พร
เนื้อหาหลกั สตู ร
๑. ความรูเบอื้ งตนเก่ียวกับชาสมุนไพรหญารีแพร
๒. ขน้ั ตอนการทาํ ชาสมุนไพรหญารีแพร
๓. สว: นผสมของชาสมนุ ไพรหญารแี พร
๔. ประโยชนชาสมุนไพรหญารแี พร
๕. การเกบ็ รักษาชาสมนุ ไพรหญารแี พร
๖. การบรรจผุ ลติ ภัณฑชาสมุนไพรหญารีแพร
๕. หลกั สตู รระยะส้นั ๓๐ ช่วั โมง ชาสมนุ ไพรฟ|าทะลายโจร
เน้ือหาหลักสูตร
๑. ความรูเบ้อื งตนเก่ยี วกับวิธีการเก็บชาสมนุ ไพรฟา| ทะลายโจร
๙๓
๒. ขนั้ ตอนการทําชาสมุนไพรฟ|าทะลายโจร
๓. สว: นผสมของชาสมุนไพรฟา| ทะลายโจร
๔. ประโยชนชาสมุนไพรฟา| ทะลายโจร
๕. การเกบ็ รักษา
๖. การบรรจุผลิตภัณฑ
หลักสูตรระยะสัน้ ๓๐ ชัว่ โมง ชาสมนุ ไพรผักเชยี งดา
เนือ้ หาหลกั สตู ร
๑. ความรเู บอ้ื งตนเก่ยี วกบั ชาสมุนไพรผกั เชียงดา
๒. ข้นั ตอนการทาํ ชาสมนุ ไพรผกั เชยี งดา
๓. สว: นผสมของชาสมนุ ไพรผกั เชียงดา
๔. ประโยชนชาสมนุ ไพรผักเชยี งดา
๕. การเก็บรักษาชาสมนุ ไพรผักเชียงดา
๖. การบรรจุผลิตภัณฑชาสมุนไพรผกั เชียงดา
การวิจยั ม:ุงเนนการใชประโยชนของสมุนไพรสรางความเขมแข็งชุมชนกรณีของผักเชียงดาท่ีมี
การปลูกในพื้นท่ีชุมชนทองถ่ินกันอย:างมากมายไดนําส:ูการผลิตจากการอบแหงเพื่อสะดวกในการ
บริโภค สรรพคุณท่ีมีของผักเชียงดารักษาโรคเบาหวานซ่ึงชุมชนไดมีการนํามาพัฒนาเป3นชาและนําไป
ขายในพนื้ ทต่ี :าง ๆ ในการจัดสู:ตลาด ซ่ึงไดรับการสนับสนุนจากภาครัฐในการใหความรูในการผลิตจาก
ตนนํ้าท่ีเกษตรอําเภอไดเขามาบทบาทในการจัดการบริหารใหสมุนไพรมีคุณภาพ ถ:ายทอดเทคโนโลยี
พื้นบาน วิถีชุมชน วัฒนธรรมและการดํารงชีวิตของชุมชนท่ีผ:านมา โรงพยาบาลท่ีมีเคร่ืองอบแหง
เครื่องคัว่ เคร่ืองจกั ร ต:าง ๆ ใหบริการแกผ: ผู ลิตสมุนไพรในชุมชน กระทรวงสาธารณสุขไดเขามามีส:วน
ร:วมกับการศึกษาตามอัธยาศัยใหการสนับสนุนนําผลิตภัณฑไปขายในตลาดเมืองทองธานีเพื่อส:ูตลาด
สากล การเริม่ ลงทนุ ท่ีใชพลงั ความรว: มมือของผูนาํ ชมุ ชน หมอเมือง และประชาชนในพืน้ ที่
การสง: เสรมิ องคความรูดานสมนุ ไพรเพ่ือสุขภาพในชุมชนจงึ มีการรวบรวมกิจกรรมต:าง ๆ ที่มา
สนับสนุนสมนุ ไพรในทองถ่ินใหยัง่ ยืนไวในระบบเครอื ขา: ย
๑. ยูทูป ข:าวการศึกษาETV (ETVNEWS THAI)
๒. เว็บไซต http://www.yanghom.go.th/
๙๔
๓. กรมสง: เสรมิ การปกครองทองถิ่น
http://info.dla.go.th/public/travel.do?cmd=goDetail&id=๕๑๖๐๗๘&random=
๑๔๙๔๖๒๘๘๒๕๐๘๔
๔. ขอมลู สวช ๐๑ - วสิ าหกิจชุมชน ชร.๑๔/๖๐-๐๐๑๙
๕. Face book https://www.facebook.com/huaysakherb/
เป3นช:องทางในการทีจ่ ะใหผูทีต่ องการใชประโยชนจากสมุนไพรสรางความเขมแข็งชุมชนเลือก
ในการเขาร:วมกิจกรรมการอบรม รับการถ:ายทอดองคความรูดานสมุนไพร แบบท่ีตนเองชอบไดง:าย
สะดวก รวดเร็ว ทันเวลา ทันใจเขากบั ยุคสมยั ไทยแลนด ๔.๐
การรวบรวมหมอเมืองซึ่งเป3นผูผลิตโดยตรงจะตองมีการส:งเสริมใหความรูในดานการผลิต
เทคโนโลยสี ารสนเทศ ตลอดจนการถ:ายทอดองคความรูใหมใ: หกับผทู ผ่ี ลติ สมุนไพรเพื่อสรางรายไดและ
การลดรายจ:ายในครัวเรือน กระบวนการจัดการเรียนการสอนเรื่องสมุนไพรท่ีจะใหความรูกับผูเรียน
หรือผูที่สนใจไดมีการจัดการเรียนระยะส้ัน ๓๐ ชั่วโมง จากหมอเมืองที่ใหความสําคัญท่ีมีข้ันตอน ผูรู
และปราชญที่เชี่ยวชาญดานสมุนไพรพื้นบานไดเขามาร:วมกันสืบสานภูมิป>ญญาทองถิ่น เป3นการลด
ประชาชนทิ้งถิน่ ฐานเขาทํางานในเมอื งหลวงซงึ่ เป3นสาเหตุของการพัฒนาประเทศอย:างย่ังยืน ชุมชนจึง
มกี ารสํารวจหมอเมอื งท่มี ีในพื้นท่ี และรบั รกั ษาผูปzวยดวยสมุนไพร ดงั นี้
๑. พอ: สน่นั กิตตศิ กั ดิเ์ จรญิ อายุ ๖๔ ป‰ เพศ ชาย เบอรโทรศัพท ๐๙-๘๕๑๖-๕๔๑๗
๒. แมเ: นยี ม กติ ติศักดเิ์ จริญ อายุ ๖๐ ป‰ เพศ หญงิ เบอรโทรศพั ท ๐๙-๓๔๔๖-๕๖๑๔
๓. น.ส.คราญ กติ ตศิ กั ด์เิ จรญิ อายุ ๓๘ ป‰ เพศ หญิง เบอรโทรศพั ท ๐๙-๕๖๕๙-๔๕๕๑
๔. พ:อเหมย อินทรีย อายุ ๘๐ ป‰ เพศ ชาย เบอรโทรศัพท ๐๘-๔๗๔๑-๖๘๓๒
๕. พ:อเงนิ สุวรรณสอน อายุ ๗๑ ป‰ เพศ ชาย เบอรโทรศพั ท ๐๙-๖๑๘๒-๗๘๑๘
๖. พ:อสวัสด์ิ พานวลเศษ อายุ ๖๔ ป‰ เพศ ชาย เบอรโทรศพั ท ๐๘-๑๑๗๙-๓๘๖๗
๗. พ:อขัน ถารยิ ะ อายุ ๖๔ ป‰ เพศ ชาย เบอรโทรศัพท ๐๙-๑๖๒๖-๒๙๑๕
๘. พ:อป>น กนั ทะสมบตั ิ อายุ ๖๗ ป‰ เพศ ชาย เบอรโทรศัพท ๐๘-๖๑๙๗-๕๙๘๐
๙. พ:อแกว ปง„ ตšะจ:ุม อายุ ๗๓ ป‰ เพศ ชาย เบอรโทรศพั ท ๐๙-๒๑๗๘-๘๓๒๖
๑๐. นายฉนั กองสขุ อายุ ๕๗ ป‰ เพศ ชาย เบอรโทรศพั ท ๐๘-๐๕๐๒-๒๘๒๖
๑๑. นางต:อมแกว เงินฝรงั อายุ ๕๖ ป‰ เพศ หญิง เบอรโทรศพั ท ๐๖-๓๐๔๗-๔๒๙๑
๑๒. นางบวั คํา กนั ทะเนตร อายุ ๔๖ ป‰ เพศ หญิง เบอรโทรศัพท ๐๘-๕๑๓๖-๐๖๕๑
๑๓. นางคําแปง คาํ ทะ อายุ ๕๒ ป‰ เพศ หญงิ เบอรโทรศัพท ๐๘-๙๗๕๖-๗๘๔๐
๙๕
๑. สาขาสมนุ ไพรบําบดั
พอe สนัน่ กิตติศกั ดิเ์ จรญิ
ช่อื - สกลุ พ:อสนนั่ กิตตศิ ักด์เิ จริญ อายุ ๖๔ ปf เพศ ชาย
ชอ่ื บิดา นายสม กองสุข อาชพี ทํานา
ชื่อมารดา นางจนั ตา กองสุข อาชีพ ทาํ นา
มีพีน่ อง ๒ คน ชาย ๑ คน หญิง ๑ คน สถานภาพ สมรส
จบการศกึ ษา มัธยมศึกษาปท‰ ่ี ๓ สถานศกึ ษา กศน. อาํ เภอขุนตาล
บวชเม่อื ปf พ.ศ. ……………………………….ลาสิกขา...............................รวมบวชเรยี นท้ังหมด.............ปf
มคี วามเช่ยี วชาญดาน สาขาสมนุ ไพรบําบัด เวชกรรมบาํ บัด และสาขาอาหารบาํ บัด
รักษาโรคมา ๔๐ ปf ผทู ่ไี ดรบั การรกั ษาจาํ นวนทงั้ หมด ๖๓๒ ราย คาe รักษา............บาท
ถิ่นฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชียงราย
การสืบทอด (เรยี น) มาจากแหลงe ใด บิดา และ บรรพบรุ ษุ
เริ่มรักษาเมื่อปf พ.ศ. ๒๕๑๕ โรคทร่ี กั ษา โรครดิ สีดวงทวาร
กeอนการรกั ษาโรคมีการตัง้ ขนั ธ ประกอบดวย ดอกไม เทียนเงนิ และคา: ครู
การรกั ษาโรค นําสมนุ ไพรไปตมกบั นํ้าด่ืมทกุ วัน จนกวา: จะอาการของโรคดีขนึ้
ระยะเวลาในการรกั ษา ๓ เดือน
สถานทตี่ ิดตeอ โรงเรยี นสมุนไพรบานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อาํ เภอขนุ ตาล จังหวัดเชียงราย
เบอรโทรศพั ท ๐๙-๘๕๑๖-๕๔๑๗
๙๖
นางสาวนงคราญ กติ ตศิ ักดิเ์ จริญ
ชือ่ - สกลุ นางสาวนงคราญ กิตติศกั ด์เิ จรญิ อายุ ๓๘ ปf เพศ หญิง
ชื่อบิดา พอ: สน่นั กติ ตศิ ักดเ์ิ จรญิ อาชีพ ทํานา
ช่ือมารดา แม:เนยี ม กติ ตศิ กั ด์เิ จรญิ อาชีพ ทํานา
จบการศึกษา ....................................... สถานศกึ ษา ...................................................................
บวชเมื่อปf พ.ศ. ……………………………….ลาสิกขา...............................รวมบวชเรยี นท้ังหมด.............ปf
มีความเชย่ี วชาญดาน สาขาสมุนไพรบําบดั
รักษาโรคมา ๑๒ ปf ผูท่ไี ดรบั การรักษาจํานวนทัง้ หมด ๑๔๕ ราย คาe รักษา...............บาท
ถ่ินฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานหวยสัก หมู: ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชยี งราย
การสบื ทอด (เรียน) มาจากแหลงe ใด บิดา
เริ่มรกั ษาเม่อื ปf พ.ศ. ๒๕๔๘ โรคท่รี ักษา ความดัน เบาหวาน และภูมแิ พ
กอe นการรักษาโรคมกี ารตัง้ ขนั ธ ประกอบดวย ดอกไม เทยี นเงิน และคา: ครู
การรักษาโรค นาํ สมุนไพรไปตมกับน้ําดม่ื ทุกวัน จนกวา: จะอาการของโรคดีขน้ึ
ระยะเวลาในการรกั ษา ๓ เดอื น
สถานทต่ี ดิ ตeอ โรงเรยี นสมุนไพรบานหวยสกั หมู: ๙ ตาํ บลยางฮอม อาํ เภอขุนตาล จงั หวดั เชยี งราย
เบอรโทรศพั ท ๐๙-๕๖๕๙-๔๕๕๑
๙๗
พeอสวสั ดิ์ พานวลเศษ
ชอ่ื - สกุล พ:อสวสั ดิ์ พานวลเศษ อายุ ๖๔ ปf เพศ ชาย
ชอื่ บิดา นายบญุ มี พานวลเศษ อาชพี ทํานา
ช่ือมารดา นางเกย๋ี งคาํ พานวลเศษ อาชีพ ทาํ นา
มีพน่ี อง ๗ คน ชาย ๓ คน หญงิ ๔ คน สถานภาพ สมรส
จบการศึกษา มัธยมศึกษาป‰ที่ ๓ สถานศกึ ษา โรงเรียนเวยี งปzาปอ| ง
บวชเมือ่ ปf พ.ศ. ๒๕๑๐ ลาสกิ ขา พ.ศ. ๒๕๑๖ รวมบวชเรยี นทง้ั หมด ๖ ปf
มคี วามเช่ียวชาญดาน สาขาสมนุ ไพรบําบดั และสาขาอาหารบําบดั
รักษาโรคมา ๔๐ ปf ผูท่ีไดรบั การรกั ษาจาํ นวนทัง้ หมด ๖๓๒ ราย คาe รักษา...........บาท
ถน่ิ ฐานเดิมของหมอเมอื ง (บานเกิด) อาํ เภอดอยสะเก็ด จังหวดั เชียงใหม:
การสืบทอด (เรียน) มาจากแหลงe ใด มารดา
เริ่มรักษาเม่อื ปf พ.ศ. ๒๕๑๙ โรคที่รักษา โรคริดสีดวงทวาร โรคน่ิว
กeอนการรกั ษาโรคมีการต้งั ขนั ธ ประกอบดวย ดอกไม เทยี นเงนิ และคา: ครู
การรักษาโรค นาํ สมุนไพรไปตมกบั น้ําดม่ื ทกุ วัน จนกวา: จะอาการของโรคดีขึ้น
ระยะเวลาในการรักษา ๓ เดอื น
สถานทต่ี ดิ ตอe โรงเรยี นสมนุ ไพรบานหวยสกั หมู: ๙ ตาํ บลยางฮอม อาํ เภอขนุ ตาล จงั หวัดเชียงราย
เบอรโทรศพั ท ๐๘-๑๑๗๙-๓๘๖๗
๙๘
พอe ปpน กันทะสมบตั ิ
ช่อื - สกลุ พ:อป>น กนั ทะสมบัติ อายุ ๖๗ ปf เพศ ชาย
ชื่อบิดา นายสวย กนั ทะสมบัติ อาชพี ทาํ นา
ช่ือมารดา นางดี กันทะสมบตั ิ อาชีพ ทํานา
มีพนี่ อง ๘ คน ชาย ๓ คน หญิง ๕ คน สถานภาพ สมรส
จบการศึกษา มัธยมศกึ ษาปท‰ ี่ ๖ สถานศกึ ษา กศน. อําเภอขนุ ตาล
บวชเม่ือปf พ.ศ. ๒๕๑๓ ลาสิกขา พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมบวชเรียนทั้งหมด ๙ ปf
มคี วามเช่ียวชาญดาน สาขาสมนุ ไพรบําบดั เวชกรรมบําบัด และสาขาอาหารบาํ บดั
รกั ษาโรคมา ๔๐ ปf ผูทีไ่ ดรบั การรกั ษาจาํ นวนท้งั หมด ๖๓๒ ราย คeารักษา...........บาท
ถิ่นฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชียงราย
การสืบทอด (เรียน) มาจากแหลeงใด บิดา
เรม่ิ รักษาเมือ่ ปf พ.ศ. ๒๕๔๕ โรคทร่ี ักษา โรคทัว่ ไป
กeอนการรกั ษาโรคมกี ารตงั้ ขนั ธ ประกอบดวย หมาก เตียนเล็ก ๘ คู: ผาขาว ผาแดง ขาวสาร ฯลฯ
การรกั ษาโรค สง: เคราะห รดนาํ้ สบื จาตา– สง: ผี ปจzู าเตียน สู:ขวญั
ระยะเวลาในการรกั ษา ๑ เดือน
สถานท่ีติดตอe โรงเรยี นสมนุ ไพรบานหวยสัก หม:ู ๙ ตาํ บลยางฮอม อําเภอขนุ ตาล จงั หวดั เชียงราย
เบอรโทรศัพท ๐๘-๖๑๙๗-๕๙๘๐
๙๙
พeอแกว ป…งต†ะจมeุ
ชอื่ - สกุล พอ: แกว ป„งตšะจุ:ม อายุ ๗๓ ปf เพศ ชาย
ช่ือบดิ า พ:อแจว: ป„งตšะจ:มุ อาชพี ทํานา
ชือ่ มารดา แม:ปน„ ป„งตšะจมุ: อาชพี ทํานา
มพี ี่นอง ๒ คน ชาย ๑ คน หญิง ๑ คน สถานภาพ สมรส
จบการศึกษา ประถมศกึ ษาป‰ท่ี ๔ สถานศึกษา …………….............
บวชเม่ือปf พ.ศ. ……………………………….ลาสกิ ขา...............................รวมบวชเรยี นท้ังหมด.............ปf
มคี วามเช่ยี วชาญดาน สาขาสมนุ ไพรบําบดั เวชกรรมบาํ บัด และสาขาอาหารบาํ บดั
รักษาโรคมา ๔๐ ปf ผูท่ีไดรับการรกั ษาจํานวนทง้ั หมด ๖๓๒ ราย คาe รักษา...........บาท
ถิ่นฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานหวยสัก หมู: ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชียงราย
การสบื ทอด (เรยี น) มาจากแหลeงใด เพ่อื น
เร่ิมรักษาเม่อื ปf พ.ศ. ๒๕๕๕ โรคท่ีรักษา โรคปวดหลัง ปวดเขา:
กeอนการรักษาโรคมกี ารตง้ั ขันธ ประกอบดวย ..................................................
การรกั ษาโรค ยาตม ลูกกลอน
ระยะเวลาในการรักษา ๑ เดือน
สถานทีต่ ดิ ตอe โรงเรยี นสมนุ ไพรบานหวยสกั หม:ู ๙ ตาํ บลยางฮอม อาํ เภอขนุ ตาล จงั หวัดเชียงราย
เบอรโทรศัพท ๐๙-๒๑๗๘-๘๓๒๖
๑๐๐
๒. สาขาพิธีกรรมบําบัด
พeอเหมย อินทรีย
ช่ือ - สกลุ พอ: เหมย อินทรีย อายุ ๘๐ ปf เพศ ชาย
ชื่อบดิ า พอ: ไล อินทรีย อาชีพ ทํานา
ชือ่ มารดา แมด: วง อนิ ทรยี อาชีพ ทํานา
มพี น่ี อง ๖ คน ชาย ๔ คน หญิง ๒ คน สถานภาพ สมรส
จบการศึกษา ประถมศึกษาป‰ท่ี ๔ สถานศึกษา ...............................................
บวชเม่ือปf พ.ศ. ………………………………….ลาสิกขา.............................รวมบวชเรียนทั้งหมด.............ปf
มคี วามเชีย่ วชาญดาน สาขากายภาพบาํ บดั และสาขาพธิ ีบําบัด
รกั ษาโรคมา ๕๗ ปf ผูทไี่ ดรับการรักษาจาํ นวนทงั้ หมด ๗๕๖ ราย คeารกั ษา ๑๐๐ บาท
ถ่ินฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชยี งราย
การสบื ทอด (เรียน) มาจากแหลงe ใด บิดา
เร่ิมรกั ษาเมื่อปf พ.ศ. ๒๕๐๒ โรคทร่ี กั ษา กระดกู หัก
กeอนการรักษาโรคมีการต้ังขันธ ประกอบดวย ดอกไม เทียน ๒ คร:ู เอาไปบอกครูบาอาจารยที่ได
เรียนมา หอื ไปรักษาร:วมกนั หอ้ื หายขาดวยเรว็
การรกั ษาโรค เปzา แหก คาถา
ระยะเวลาในการรกั ษา ๑ เดือน
สถานท่ตี ดิ ตeอ โรงเรยี นสมนุ ไพรบานหวยสกั หม:ู ๙ ตาํ บลยางฮอม อาํ เภอขุนตาล จงั หวัดเชียงราย
เบอรโทรศัพท ๐๘-๔๗๔๑-๖๘๓๒
๑๐๑
พอe เงนิ สุวรรณสอน
ช่ือ - สกุล พอ: เงิน สวุ รรณสอน อายุ ๗๑ ปf เพศ ชาย
ชื่อบดิ า พอ: แกว สวุ รรณสอน อาชีพ ทาํ นา
ชอ่ื มารดา แมบ: ัวเกย้ี ว สุวรรณสอน อาชีพ ทาํ นา
มีพ่นี อง ๖ คน ชาย ๒ คน หญงิ ๔ คน สถานภาพ สมรส
จบการศกึ ษา ประถมศึกษาปท‰ ี่ ๖ สถานศกึ ษา โรงเรยี นบานหวยสกั ประชานุกุล
บวชเม่ือปf พ.ศ. ๒๕๐๒ ลาสิกขา พ.ศ. ๒๕๑๐ รวมบวชเรยี นทั้งหมด ๙ ปf
มคี วามเชย่ี วชาญดาน สาขาพธิ ีกรรมบําบัด เวชกรรมบําบดั และสาขาอาหารบาํ บัด
รกั ษาโรคมา ๒๐ ปf ผูที่ไดรบั การรกั ษาจาํ นวนทัง้ หมด ........ ราย คาe รกั ษา...........บาท
ถ่ินฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) ๖๙ บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชยี งราย
การสบื ทอด (เรยี น) มาจากแหลeงใด บดิ า
เร่มิ รักษาเมอ่ื ปf พ.ศ. ๒๕๑๘ โรคท่รี กั ษา โรคทวั่ ไป
กอe นการรักษาโรคมกี ารตั้งขนั ธ ประกอบดวย กลวยเครอื บวั เครือ เตยี นนอย ๘ ค:ู ฯลฯ
การรักษาโรค สง: เคราะห ส:ูขวญั สบื ชะตา ปzูจาเตียน รดนาํ้ สง: ผี
ระยะเวลาในการรกั ษา ๑ เดือน
สถานทตี่ ดิ ตeอ โรงเรียนสมุนไพรบานหวยสกั หมู: ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขนุ ตาล จังหวัดเชยี งราย
เบอรโทรศัพท ๐๙-๖๑๘๒-๗๘๑๘
๑๐๒
พeอขัน ถาริยะ
ช่ือ - สกลุ พ:อขัน ถารยิ ะ อายุ ๖๔ ปf เพศ ชาย
ช่อื บิดา นายพรมมลิ ถารยิ ะ อาชีพ ทาํ นา
ช่อื มารดา นางจนั ทร ถารยิ ะ อาชพี ทาํ นา
มพี ่ีนอง ๗ คน ชาย ๒ คน หญงิ ๕ คน สถานภาพ สมรส
จบการศึกษา มัธยมศกึ ษาปท‰ ี่ ๓ สถานศึกษา กศน. ปาz ตาลวิทยาคม
บวชเม่ือปf พ.ศ. ……………………………….ลาสกิ ขา...............................รวมบวชเรยี นทั้งหมด.............ปf
มคี วามเชี่ยวชาญดาน สาขาพิธีกรรมบาํ บัด
รกั ษาโรคมา ๒ ปf ผทู ไ่ี ดรบั การรกั ษาจํานวนท้ังหมด ..............ราย คeารักษา...............บาท
ถิ่นฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชียงราย
การสืบทอด (เรียน) มาจากแหลeงใด บดิ า และ มารดา
เรมิ่ รักษาเม่ือปf พ.ศ. ............... โรคท่รี ักษา กระดกู หกั
กอe นการรกั ษาโรคมกี ารต้งั ขนั ธ ประกอบดวย ดอกไมเทียน ๒ คู: เอาไปบอกครูบาอาจารย
การรักษาโรค เปzาห:าไดทุกชนิด เช:น เปzาไฟไหม นํ้ารอนลวก กระดูกหัก ไรคตาแดง เปzา แผ แป”ง
หนอน
ระยะเวลาในการรกั ษา ๑ เดอื น
สถานทีต่ ดิ ตeอ โรงเรยี นสมุนไพรบานหวยสัก หมู: ๙ ตาํ บลยางฮอม อาํ เภอขนุ ตาล จังหวดั เชยี งราย
เบอรโทรศพั ท ๐๙-๑๖๒๖-๒๙๑๕
๑๐๓
๓. สาขากายภาพบําบดั
นายฉนั กองสุข
ช่ือ - สกลุ นายฉนั กองสุข อายุ ๕๗ ปf เพศ ชาย
ชื่อบิดา นายแหลง กองสขุ อาชีพ ทํานา
ชื่อมารดา นางปอ| กองสุข อาชีพ ทาํ นา
มพี ีน่ อง ……………… คน ชาย ……………… คน หญิง ……………… คน สถานภาพ สมรส
จบการศึกษา ประถมศึกษาป‰ท่ี ๔ สถานศึกษา โรงเรียนขุนตาล
บวชเม่อื ปf พ.ศ. ……………………………….ลาสิกขา...............................รวมบวชเรยี นท้งั หมด.............ปf
มคี วามเช่ยี วชาญดาน สาขากายภาพบําบัด
รกั ษาโรคมา ๔๐ ปf ผทู ไี่ ดรบั การรกั ษาจํานวนทงั้ หมด ๖๓๒ ราย คาe รกั ษา...........บาท
ถิ่นฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานขุนตาล หม:ู ๑ ตําบลปzาตาล อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชียงราย
การสืบทอด (เรยี น) มาจากแหลeงใด ………………………………….
เรมิ่ รกั ษาเมื่อปf พ.ศ. …………………………………. โรคทรี่ ักษา ปวดหลงั ปวดตามร:างกาย
กอe นการรักษาโรคมกี ารต้ังขันธ ประกอบดวย ………………………………………………..…………………….
การรักษาโรค ตอกเสน
ระยะเวลาในการรักษา ๑ เดือน
สถานทตี่ ดิ ตอe โรงเรียนสมุนไพรบานหวยสกั หมู: ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขนุ ตาล จงั หวดั เชียงราย
เบอรโทรศพั ท ๐๘-๐๕๐๒-๒๘๒๖
๑๐๔
นางตอe มแกว เงินฝรงั
ชอ่ื - สกุล นางต:อมแกว เงินฝรงั อายุ ๕๖ ปf เพศ หญงิ
ชอ่ื บิดา นายตวย เงินฝรงั อาชพี ทํานา
ช่อื มารดา นางคํา เงินฝรงั อาชีพ ทํานา
มีพี่นอง ๖ คน ชาย ๒ คน หญงิ ๔ คน สถานภาพ สมรส
จบการศกึ ษา …………………………………. สถานศึกษา ………………………………….
บวชเมอ่ื ปf พ.ศ. ………………………………….ลาสกิ ขา..............................รวมบวชเรยี นทง้ั หมด............ปf
มีความเช่ียวชาญดาน สาขากายภาพบําบดั
รักษาโรคมา ๑๐ ปf ผทู ไี่ ดรบั การรักษาจํานวนทงั้ หมด ๓๐๐ ราย คาe รักษา ๑๐๐ บาท
ถ่ินฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชยี งราย
การสืบทอด (เรยี น) มาจากแหลeงใด สาธารณสขุ จงั หวดั เชยี งราย
เริ่มรกั ษาเมอ่ื ปf พ.ศ. ๒๕๔๘ โรคที่รักษา ปวดหลัว ปวดตามตัว
กeอนการรกั ษาโรคมกี ารตั้งขันธ ประกอบดวย …………….................................
การรกั ษาโรค นวดเสน นวดเอน็
ระยะเวลาในการรักษา ๑ เดอื น
สถานที่ติดตeอ โรงเรียนสมุนไพรบานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชยี งราย
เบอรโทรศพั ท ๐๖-๓๐๔๗-๔๒๙๑
๑๐๕
นางบัวคาํ กันทะเนตร
ช่อื - สกุล นางบัวคํา กันทะเนตร อายุ ๔๖ ปf เพศ หญงิ
ชอ่ื บิดา นายทอง อินเรือง อาชพี ทํานา
ชอื่ มารดา นางเยาว อนิ เรอื ง อาชพี ทํานา
มีพี่นอง ๓ คน ชาย ๑ คน หญิง ๒ คน สถานภาพ สมรส
จบการศึกษา มัธยมศึกษาปท‰ ี่ ๓ สถานศกึ ษา กศน. อําเภอขนุ ตาล
บวชเม่อื ปf พ.ศ. ……………………………….ลาสกิ ขา...............................รวมบวชเรยี นทั้งหมด.............ปf
มีความเชย่ี วชาญดาน สาขากายภาพบําบดั
รักษาโรคมา ………ปf ผทู ่ไี ดรบั การรักษาจาํ นวนท้งั หมด …………ราย คeารกั ษา...............บาท
ถ่ินฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชยี งราย
การสืบทอด (เรยี น) มาจากแหลงe ใด โรงพยาบาลฯ
เร่มิ รกั ษาเมอ่ื ปf พ.ศ. ……………… โรคทีร่ กั ษา ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเม่อื ย
กeอนการรกั ษาโรคมีการตั้งขันธ ประกอบดวย ………………...................................................................
การรักษาโรค นาํ สมนุ ไพรไปตมกับนํ้าดม่ื ทกุ วัน จนกวeาจะอาการของโรคดขี ้นึ
ระยะเวลาในการรักษา ๑ เดือน
สถานที่ติดตeอ โรงเรียนสมุนไพรบานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชียงราย
เบอรโทรศพั ท ๐๘-๕๑๓๖-๐๖๕๑
๑๐๖
นางคําแปง คําทะ
ชอื่ - สกลุ นางคําแปง คําทะ อายุ ๕๒ ปf เพศ หญิง
ชือ่ บิดา นายคาย กันทะสอน อาชีพ ทาํ นา
ชอื่ มารดา นางนวน กันทะสอน อาชีพ ทํานา
มพี ี่นอง ๒ คน ชาย ๑ คน หญิง ๑ คน สถานภาพ สมรส
จบการศึกษา ประถมศกึ ษาป‰ท่ี ๖ สถานศึกษา กศน. อําเภอขนุ ตาล
บวชเม่ือปf พ.ศ. …………………………….ลาสิกขา..............................รวมบวชเรยี นทั้งหมด............ปf
มคี วามเชีย่ วชาญดาน สาขากายภาพบําบดั
รักษาโรคมา ………... ปf ผูทไ่ี ดรับการรกั ษาจาํ นวนทง้ั หมด ……...ราย คาe รกั ษา...............บาท
ถ่ินฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชียงราย
การสบื ทอด (เรียน) มาจากแหลeงใด ……………………………….............................................................
เริ่มรกั ษาเมื่อปf พ.ศ. ………………………........ โรคที่รกั ษา ปวดหลงั ปวดเอว ปวดเมื่อย
กอe นการรกั ษาโรคมีการตงั้ ขันธ ประกอบดวย ……...........................................................................
การรักษาโรค กายภาพบําบัด
ระยะเวลาในการรักษา ๑ เดือน
สถานที่ตดิ ตอe โรงเรียนสมนุ ไพรบานหวยสกั หมู: ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จงั หวัดเชียงราย
เบอรโทรศัพท ๐๘-๙๗๕๖-๗๘๔๐
๑๐๗
๔. สาขาอาหารบาํ บดั
แมเe นยี ม กติ ตศิ ักดิเ์ จรญิ
ชอื่ - สกลุ แม:เนยี ม กิตตศิ กั ดเิ์ จรญิ อายุ ๖๐ ปf เพศ หญงิ
ชอ่ื บิดา นายสม กองสขุ อาชีพ ทํานา
ชอื่ มารดา นางจนั ตา กองสุข อาชีพ ทํานา
มพี น่ี อง ๒ คน ชาย ๑ คน หญิง ๑ คน สถานภาพ สมรส
จบการศกึ ษา มัธยมศึกษาป‰ท่ี ๓ สถานศกึ ษา กศน. อําเภอขุนตาล
บวชเม่ือปf พ.ศ. ……………………………….ลาสิกขา...............................รวมบวชเรียนทงั้ หมด.............ปf
มคี วามเช่ยี วชาญดาน สาขาอาหารบาํ บัด
รกั ษาโรคมา ๒๐ ปf ผูท่ไี ดรบั การรกั ษาจํานวนทง้ั หมด ๒๓๒ ราย คาe รกั ษา...............บาท
ถ่ินฐานเดิมของหมอเมือง (บานเกิด) บานหวยสัก หม:ู ๙ ตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัด
เชยี งราย
การสบื ทอด (เรียน) มาจากแหลงe ใด บิดา และ บรรพบรุ ษุ
เริ่มรกั ษาเมอ่ื ปf พ.ศ. ๒๕๑๕ โรคท่ีรักษา โรคความดนั โลหติ สงู เบาหวาน
กeอนการรกั ษาโรคมกี ารตงั้ ขนั ธ ประกอบดวย ดอกไม เทยี นเงิน และค:าครู
การรักษาโรค นาํ สมุนไพรไปตมกับน้ําดม่ื ทุกวนั จนกว:าจะอาการของโรคดขี ึ้น
ระยะเวลาในการรักษา ๓ เดือน
สถานที่ติดตอe โรงเรียนสมุนไพรบานหวยสกั หมู: ๙ ตาํ บลยางฮอม อําเภอขนุ ตาล จังหวัดเชยี งราย
เบอรโทรศพั ท ๐๙-๓๔๔๖-๕๖๑๔
๑๐๘
๒. การใชประโยชนของสมนุ ไพรเพื่อสุขภาพสรางความเขมแข็งชุมชน
๑. การตมดม่ื กนิ
การตมสมุนไพรจีนอยา: งไรใหถูกวิธีการตม (Decotion) คือ วธิ กี ารทั่วไปในการสกัดสารสําคัญ
จากสมนุ ไพร วิธีการตมสมนุ ไพรใหออกมาไดประโยชนสงู สุดควรใชภาชนะท่ีไม:ทําปฏิกริยากับสมุนไพร
เช:น กระเบ้อื งเคลือบ หมอเคลอื บหรือหมอสแตนเลส ซึ่งในป>จจุบันมีหมอตมไฟฟ|าท่ีผลิตจากกระเบ้ือง
เคลือบ หรือสแตนเลส หลากหลายรูปแบบเพ่ือใหผูบริโภคไดเลือกใชงานตามความสะดวกมีขั้นตอน
หรือหลักเกณฑง:ายในการตมสมุนเติมนํ้าสะอาดใหท:วมยา สักประมาณ ๑ – ๒ นิ้ว แช:ยาไวสัก ๒๐ –
๓๐ นาที ( เพื่อใหสมุนไพรดูดซับน้ําก:อน)กรณีตมดวยเตาแกšส - ตมจนเดือดตมประมาณ ๒๐ – ๔๐
นาที สมุนไพรส:วนหมอตมไฟฟ|า เมื่อไดน้ํายาสมุนไพรแลว เทใส:ภาชนะพักไวสักครู:ยาสมุนไพร ๑ ชุด
สามารถตมได ๒-๓ เท่ยี ว แลวเทนํ้ายารวมกัน แบ:งรับประทานได ๒ เวลาการตมสมุนไพรจีนสมุนไพร
บางอย:างควรตมก:อน เช:น แร: , เปลือกหอย , กระดองเต:า เนื่องจากยาเหล:าน้ีอัดแน:น และแข็ง การ
สกัดยาค:อนขางยาก ยาเหล:านี้ควรตมก:อน ๑๕ นาที แลวจึงตมสมุนไพรท่ีเหลือต:อไปสมุนไพรหลายๆ
ชนิดควรใส:ถุงผา โดยเฉพาะยาที่เป3นผง ลักษณะเบา ปกคลุมดวยขนอ:อนนุ:ม หรือเป3นเมือกเหนียว
สมุนไพรบางอย:างควรตมแยก โดยเฉพาะสมุนไพรมีราคาสูง ซ่ึงโดยท่ัวไปแลวจะใชปริมาณนอย เช:น
โสม (Renshen) , เขากวางอ:อน (Lurong) , ตังฉ่ังแห:เช:า (Dongchong Xiacao) เม่ือไดสารสกัดแลว
สามารถแยกด่ืม หรอื รวมกบั นาํ้ ยาสมุนไพรที่ตมแลวไดสมุนไพรบางอย:างควรจะบดเป3นผงก:อน แลวจึง
ผสมน้าํ ดมื่ เนอ่ื งจากสมุนไพรเหล:าน้ีไม:เหมาะที่จะนําไปตม เช:น ซาชิก (Sanqi) สมุนไพรบางชนิดควร
ละลายนา้ํ รอนหรอื ละลายยารอน แลวจึงด่ืม
๒. การชงด่มื กนิ
เป3นการสกัดตัวยาดวยนํ้ารอน ใชกับส:วนที่บอบบาง เช:น ใบ ดอก ท่ีไม:ตองการโดนน้ําเดือด
นานๆตัวยาก็ออกมาได วิธีการชง คือ ใหนํายาใส:แกวเติมน้ํารอนจัดลงไป ป„ดฝาแกวท้ิงไวจนเย็น
ลักษณะนีเ้ ป3นการปลอ: ยตวั ยาออกมาเต็มที่
๓. ยานํ้ามนั
ตัวยาบางชนิดไม:ย:อยละลายน้ํา แมว:าจะตมเคี่ยวแลวก็ตาม ส:วนใหญ:ยาท่ีละลายนํ้าจะไม:
ละลายในน้าํ มนั จงึ ใชน้าํ มนั สกัดยาแทน แตเ: นอ่ื งจากยานํ้ามันทาแลวเหนียว เหนอะหนะ เปFGอนเส้ือผา
จงึ ไม:นยิ มปรุงใชกันนํ้ามันเหลืองสมุนไพรสูตรโบราณ สกัดจากสมุนไพรเขมขน บรรเทาอาการวิงเวียน
คัดจมูก เคล็ดขัดยอก ปวดเมื่อยตามร:างกาย แมลงกัดต:อย ผ:านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตรการ
แพทยกระทรวงสาธารณสุข มีตรารับรองสินคาฮาราลรับประกันคุณภาพและความสะอาด สามารถ
ใชไดทกุ วยั
๑๐๙
๔. ยาตมค้นั เอาน้าํ
การนาํ เอาส:วนของตนไมท่ีมนี ํา้ มากๆอ:อนน:ุม ตําแหลกง:าย เช:น ใบ หัว หรือเหงา นํามาตําให
ละเอียด และค้ันเอาแต:น้ําออกมา ยาประเภทน้ีกินมากไม:ไดเช:นกัน เพราะน้ํายาที่ไดจะมีกล่ินและ
รสชาตทิ รี่ ุนแรง ตวั ยาเขมขนมาก ยากทจี่ ะกลืนเขาไปท่เี ดยี ว ฉะนน้ั กนิ ครั้งละหนึ่งถวยชาก็พอแลวเป3น
การนาํ เอาส:วนของตนไมที่มีนํ้ามากๆอ:อนน:ุม ตําแหลกง:าย เช:น ใบ หัว หรือเหงา นํามาตําใหละเอียด
และคั้นเอาแต:น้ําออกมา ยาประเภทนี้กินมากไม:ไดเช:นกัน เพราะน้ํายาที่ไดจะมีกลิ่นและรสชาติท่ี
รนุ แรง ตัวยาเขมขนมาก ยากทจ่ี ะกลนื เขาไปกินคร้ังละหน่ึงถวยชา
๕. ยาฝน
วธิ กี ารท่ีหมอพนื้ บานนิยมกันมาก วธิ ีการฝน คอื หาภาชนะใสน: าํ้ สะอาดประมาณคร่ึงหนึ่งแลว
นําหินลับมีดเล็กๆจ:ุมลงไปในหินโผล:เหนือน้ําเล็กนอย ฝนจนไดนํ้ายาสีขุ:นเล็กนอยกินคร้ังละ ๑ แกว
สมุนไพรถูกนํามาใชสารพัดประโยชน และถูกแปรรูปออกมาในแบบต:างๆ ส่ิงสําคัญที่สุดของการแปร
รูปสมุนไพร คือ การปรุงยาการปรุงยา การสกัดเอาตัวยาออกมาจากเน้ือไมยา สารท่ีใชสกัดเอาตัวยา
ออกมาทน่ี ิยมใชกนั ไดแก: นํา้ และเหลา
๖. ยาผง
วิธีการฝน คือ หาภาชนะใส:นํ้าสะอาดประมาณครึ่งหน่ึงแลวนําหินลับมีดเล็กๆจุ:มลงไปในหิน
โผล:เหนือน้ําเล็กนอย ฝนจนไดนํ้ายาสีข:ุนเล็กนอยกินคร้ังละ ๑ แกวสมุนไพรถูกนํามาใชสารพัด
ประโยชน และถูกแปรรูปออกมาในแบบต:างๆ ส่ิงสําคัญท่ีสุดของการแปรรูปสมุนไพร คือ การปรุง
ยา การปรงุ ยาหมายถึง การสกัดเอาตัวยาออกมาจากเน้ือไมยา สารท่ีใชสกัดเอาตัวยาออกมาที่นิยมใช
กัน ไดแก: นํ้าและเหลา
๗. ยาดองเหลา
การใชกับตัวยาที่ไม:ละลายนํ้า แต:ละลายไดดีในเหลา ยาดองเหลามักมีกลิ่นแรงกว:ายาตม
เน่อื งจากเหลามีกลิ่นฉุน และหากกินบ:อยๆอาจทําใหติดได จงึ ไม:นิยมกินกนั จะใชตอ: เม่ือกินยาเม็ดหรือ
ยาตมแลวไมไ: ดผล
๘. การนวดหรอื ประคบดวยสมุนไพร
การประคบสมุนไพรเป3นวิธีการบําบัดรักษาของการแพทยแผนไทยอีกวิธีหน่ึง ซึ่งสามารถ
นําไปใชควบคู:กบั การนวดไทย โดยมากมกั ใชวธิ ีการประคบสมุนไพรหลังจากทําการนวดเสร็จเรียบรอย
ผลของการรักษาดวยการประคบสมุนไพรเกิดจากผลของความรอนท่ีไดจากการประคบ และผลจาก
การที่ตวั ยาสมนุ ไพรซึมผ:านชนั้ ผิวหนังเขาส:ูรา: งกาย
๑๑๐
๙. การอบสมนุ ไพร
การอบสมนุ ไพร แบง: ออก ๒ แบบ ดังนี้
๑. การอบสมุนไพรแบบแหง เป3นการอบสมุนไพรท่ีดัดแปลงมาจากการอย:ูไฟของผูหญิงหลัง
คลอดสมัยกอ: น ซงึ่ มกี ารอาบน้าํ ตมสมุนไพรและทาตัวดวยขม้ิน เพ่ือบํารุงรักษาอาการอักเสบท่ีผิวหนัง
และนิยมอยู:ไฟหลังคลอดดวยการนอนบนแคร:ไม มีกองฟFนใหความอบอุ:นแก:ร:างกายจะช:วยกระตุนให
มดลูกเขาอู:เร็วข้ึน ส:วนเกิน ป>จจุบันไดมีการพัฒนามาเป3นหองอบแหง แต:ยังไม:เป3นที่นิยมเท:าการอบ
แบบเปย‰ ก
๒. การอบสมุนไพรแบบเป‰ยก ท่ีเรียกว:าอบเป‰ยกนั้นเพราะใชวิธีตมนํ้าในหมอพรอมกับ
สมนุ ไพรหลายชนิด เมื่อหมอนํ้าเดือดแลวยกเอาเขากระโจม แลวคอยแงมฝาหมอ ใหไอน้ําสมุนไพรฟุ|ง
ออกมาอบร:างกาย ไอน้ํากล่ินสมุนไพรท่ีระเหยออกมา เม่ือไดสูดดมทําใหจมูกโล:ง หายใจสบาย ถาอบ
เสรจ็ เก็บเอาน้ําในหมอตมไปอาบชําระลางร:างกาย ช:วยเสริมสรรพคุณทางยาได ป>จจุบันไดนําวิธีการนี้
มาพัฒนาใหเขากบั ชีวิตความเป3นอย:ูสมัยใหม:โดยทําเป3นหองอบไอน้ําสมุนไพรท่ีทันสมัยข้ึน ใชหมอตม
ท่ีมีท:อส:งไอน้ําเขาไปภายในหองอบ หรือทําเป3นตูแลวเขาไปนั่งอบตัว ส:วนประกอบของสมุนไพรที่ใช
อาจแตกต:างกันไดตามวัตถุประสงค เพ่ือรักษาอาการต:าง ๆ เช:น ทําใหร:างกายสดช่ืน ผิวพรรณเปล:ง
ปล่ัง มีน้ํามีนวล ช:วยขับเหง่ือ ผ:อนคลายความเครียด ผ:อนคลายกลามเน้ือท่ีแข็งเกร็งและลดอาการ
ปวดตามขอ ทางการแพทยในป>จจุบันไดมีการยอมรับแลวว:า การอบตัวดวยสมุนไพรเป3นการ
บําบดั รกั ษาวิธีหน่งึ ความรอนสามารถชว: ยใหการไหลเวียนของโลหิต และน้าํ เหลืองบริเวณผิวหนังดีขึ้น
ส:วนไอนาํ้ ของสมนุ ไพรจะมีสรรพคณุ ตามคุณสมบตั ิของสมุนไพร
ผลติ ภณั ฑสมนุ ไพรของชุมชน
๑. ชาสมุนไพรผกั เชยี งดา
ผกั เชยี งดา ชื่อวิทยาศาสตร Gymnema inodorum (Lour.) Decne.
จดั อยูใ: นวงศตีนเปด3 ( APOCYNACEAE) และอยู:ในวงศย:อยนมตาํ เลยี ( ASCLEPIADOIDEAE หรือ
ASCLEPIADACEAE)
ผักเชียงดา มีช่ือทองถ่นิ อนื่ ๆ ว:า เชยี งดา, เจียงดา, ผักเจยี งดา, ผักเซยี งดา, ผกั กดู , ผกั จนิ ดา,
ผกั เซ:งดา, ผักมวนไก:, ผักเซง็ , ผกั วน, ผักฮ:อนไก:, ผกั อีฮ:วน, เครือจนั ปา เป3นตน
๑๑๑
ลกั ษณะของผักเชียงดา
ตนผักเชียงดา จัดเป3นไมเถาเลื้อย มีอายุขามป‰ ความยาวของเถาข้ึนอย:ูกับอายุ ลําตนเป3นสี
เขยี ว มขี นาดเสนผ:านศนู ยกลางประมาณ ๐.๕-๕ เซนตเิ มตร ทกุ ส:วนที่อยู:เหนือดินของตนจะมีน้ํายางสี
ขาวคลายนํ้านม ขยายพันธุดวยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการป>กชํา เจริญเติบโตไดดีในดินร:วน ระบาย
น้ําดี เป3นผักพ้ืนบานที่ชาวเหนือในแถบจังหวัดเชียงใหม: เชียงราย แม:ฮ:องสอน ลําพูน ลําปาง แพร:
น:าน และพะเยา นิยมปลูกไวหนาบานเพ่ือนํายอดไปประกอบอาหาร ส:วนในต:างประเทศพบไดที่
ประเทศอินเดยี ศรีลงั กา เวียดนาม มาเลเซยี ญีป่ zุน จีน และแอฟรกิ า
ใบผกั เชียงดา ใบเป3นใบเด่ียว ออกจากขอเรียงเป3นค:ูตรงขามกัน ลักษณะของใบเป3นรูปรีหรือ
รูปกลมรี ปลายใบแหลม โคนใบแหลม ส:วนขอบใบเรียบหรือเป3นคล่ืนเล็กนอย ใบมีขนาดกวาง
ประมาณ ๙-๑๑ เซนตเิ มตร และยาวประมาณ ๑๔.๕-๑๘.๕ เซนติเมตร แผ:นใบเป3นสีเขียวเขม ทองใบ
มีสีออ: นกวา: ผวิ ใบเรียบไมม: ีขน กานใบยาวประมาณ ๓.๕-๖ เซนตเิ มตร
ดอกผักเชียงดา ออกดอกเป3นช:อแน:นสีขาวอมเขียวอ:อน ดอกย:อยมีขนาดเล็กกลม เสนผ:าน
ศนู ยกลางประมาณ ๕-๖ มลิ ลเิ มตร
ผลผกั เชียงดา ออกผลเปน3 ฝก>
สรรพคณุ ของผักเชยี งดา
ผักเชยี งดามีสารตานอนมุ ูลอิสระทเ่ี ป3นตนเหตทุ ําใหเกิดโรคเสนเลือดหัวใจอุดตัน โรคมะเร็งใน
กระเพาะอาหาร มะเร็งตับ โรคตอกระจกในผูสูงอายุ ช:วยป|องกันการแตกของเม็ดเลือดแดง และการ
เสียของ DNA ขออักเสบรูมาตอยดและเกาต ผักเชียงดามีสารออกฤทธิ์ท่ีช:วยควบคุมการทํางานของ
ร:างกายใหเป3นปกติและชาวบานยังนิยมกินผักเชียงดาหนารอน เพ่ือช:วยลดความรอนในร:างกายอีก
ดวยหมอยาพื้นบานในจังหวัดจะใชผักเชียงดาเป3นยาบํารุงกําลัง แกอาการปวดเมื่อยอันเน่ืองมาจาก
การทํางานช:วยทําใหเจริญอาหารช:วยชําระลางสารพิษตกคางในร:างกายใชรักษาเบาหวาน ช:วยลด
ระดับน้าํ ตาลในเลอื ด ปรบั ระดับอินซูลินในร:างกายใหสมดุล ช:วยสรางเนื้อเย่ือใหม:ใหตับอ:อน ดวยการ
นําผักเชียงดามาปรุงเป3นอาหารรับประทาน จากการศึกษาพบว:า การรับประทานผงผักเชียงดาก:อน
อาหารประมาณวนั ละ ๘-๑๒ กรัม (แบ:งการรบั ประทานเป3น ๓ มื้อ มื้อละ ๔ กรัม) จะสามารถควบคุม
ระดบั นํ้าตาลของผปู วz ยเบาหวานใหเป3นปกติได หรือจะรับประทานเป3นผักสดอย:างนอยวันละประมาณ
๕๐-๑๐๐ กรัม หรือ ๑ ขีด ก็สามารถช:วยป|องกันและบําบัดโรคเบาหวานไดเช:นกันช:วยควบคุมและ
ปรับระดับความดันโลหิตใหเป3นปกติช:วยลดและควบคุมปริมาณไขมันในร:างกายใหสมดุลผกั เชียงดา
สามารถนําไปใช้ลดนําหนกั ได้ เพราะผกั ชนิดนีสามารถช่วยให้มีการนํานําตาลไปเผาผลาญมากกว่าการนําไป
สร้างเป็ นไขมนั สะสมตามสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย และมีรายงานวา่ ผกั เชียงดาสามารถช่วยลดนําหนกั ได้จริง ผกั
๑๑๒
เชยี งดามีสรรพคณุ ชว: ยบํารุงสายตา แกตาฝ|าฟาง มีอาการเคอื งตา เน่ืองจากผักชนิดน้ีมีวิตามินสูง ช:วย
แกหชู ้ันกลางอักเสบ (ตน)ใบนํามาตําใหละเอียดใชพอกบริเวณกระหม:อมเพ่ือรักษาไข อาการหวัด ปรุง
เปน3 ยาลดไข แกไอ ขับเสมหะ หรือนําไปประกอบในตํารายาแกไขอื่น ๆผลมีสรรพคุณเป3นยาแกไอ ขับ
เสมหะ (ผล)ช:วยบรรเทาอาการภูมิแพและหอบหืดตนสรรพคุณเป3นยาแกหลอดลมอักเสบ แกไอ แก
ปอดอักเสบ (ตน)ช:วยแกโรคบิด (ตน)การรับประทานผักเชียงดาใบแก: จะช:วยทําใหระบบขับถ:ายใน
ร:างกายทํางานไดดีขึ้น และชาวบานยังนิยมนํามาแกงรวมกับผักตําลึงและยอดชะอมเพ่ือใชรักษา
อาการทองผูกอีกดวยช:วยแกริดสีดวงทวาร (ตน)ตนแหงหรือตนสดใชเป3นยาขับป>สสาวะ (ตน)ช:วยขับ
ระดูของสตรีช:วยฟGFนฟูตับอ:อนใหแข็งแรง ช:วยบํารุงและปรับสภาพการทํางานของตับอ:อนใหเป3นปกติ
ช:วยบํารงุ และซ:อมแซมหมวกไต และระบบการทํางานของไตใหสมบูรณช:วยแกอาการบวมนํ้า (ตน)ใบ
ใชเปน3 ยาแกโรคผวิ หนังทกุ ชนดิ ทําใหน้าํ เหลอื งแหง และแกกามโรคใบสดใชตาํ พอกฝ‰หรือหัวลํามะลอก
งูสวัด เริม ถอนพิษ แกปวดแสบปวดรอนหัวมีรสมันขม มีสรรพคุณเป3นยาแกพิษอักเสบ พิษรอน ช:วย
ดับพิษกาฬ แกพษิ ไขเซ่ืองซึม และแกเริม (หัว)ชว: ยบรรเทาอาการปวดขอจากโรคเกาตในบานเรามีการ
ใชผักเชียงดาเป3นท้ังยาสมุนไพรและเป3นอาหารเพ่ือรักษาโรคโดยกลุ:มหมอเมืองทางภาคเหนือมานาน
แลว กล:าวคือ การใชเป3น “ยาแกหลวง” (คลายยาครอบจักรวาลของแผนป>จจุบัน) ถาคิดไม:ออกก็
บอกผกั เชียงดา เช:น แกเบาหวาน เวยี นศีรษะ ปวดศีรษะ ตัวรอน แกไขสันนิบาต (ชักกระตุก) แกหวัด
ภูมิแพ หอบหืด แกแพยา แพอาหาร ปวดขอ เป3นยาระบาย ช:วยระงับประสาท หรือเม่ือมีอาการคิด
มากหรือจิตฟ—>นเฟFอน ฯลฯ ส:วนการนํามาใชเป3นยาก็ใหนําผักเชียงดามาสับแลวนําไปตากแหงบดเป3น
ผง ใชชงเป3นชาดมื่ หรอื จะนํามาบรรจลุ งในแคปซลู ก็ได
๒. ชาสมนุ ไพรหญารีแพร
หญารแี พร หรือเรยี ก หญาหียมeุ (Barbed grass) จดั เปน3 หญาสมุนไพรปาz ชนิดหนึง่ ทส่ี ตรีหลัง
คลอดนิยมใชสําหรับกระชบั ช:องคลอด และช:วยใหมดลูกเขาอใู: หเร็วข้นึ รวมถึงใชสารสกดั เป3นสว: นผสม
ในเคร่อื งสาํ อางสาํ หรับการบํารงุ ผิว ป>จจุบัน มีการปลกู หญารีแพรเพื่อจาํ หนา: ยมากข้นึ ในหลายทองที่
• วงศ : Poaceae
• ช่ือวทิ ยาศาสตร : Centotheca lappacea (L.) Desv.
• ช่ือสามัญ : Barbed grass
• ชอ่ื ทองถ่ิน :
ภาคกลาง และทัวไป
– หญารีแพร
๑๑๓
– หญาไผเ: ลก็ (ปราจีนบรุ )ี
ภาคใต
– หญาหมอยแม:หมาย, ขนหมอยแมม: า: ย (สตลู )
– หญาเหลก็ ไผ: (สรุ าษฎรธานี)
– เหนียวหมา (ระนอง)
การแพรeกระจาย
หญารีแพร เป3นพืชตระกูลไผ:ท่ีพบไดทุกภาค พบไดมากในปzาเบญจพรรณ และปzาดิบชื้น พบ
ไดมากบริเวณที่ราบเชงิ เขา เชิงเขา หรือภเู ขาสูง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร
ลาํ ตน
หญารีแพร เป3นพืชลมลุกตระกูลไผ: อายุหลายป‰ ลําตนมีลักษณะเป3นขอปลองทรงกลม ขนาด
เล็ก สูงประมาณ ๓๐ – ๗๐ เซนติเมตร ลําตนถูกหุมดวยกาบใบ สีเขียวอมม:วง ลําตนไม:มีแก:น อ:อน
และหักง:าย แต:เหนียวเด็ดดวยมือขาดไดยาก โคนลําตนแตกหน:อแยกเป3นตนใหม: และกลายเป3นกอ
ใหญไ: ด
ใบ
หญารีแพรเป3นพืชใบเล้ียงเดี่ยว แทงใบออกเป3นใบเดี่ยวๆ เรียงเยื้องสลับกันตามความสูงของ
ลําตน มีกาบใบสีเขียวอมม:วงหุมลําตนต้ังแต:บริเวณเหนือขอข้ึนมา กานใบส้ันติดกับกาบใบ ลิ้นใบ
(Ligule) เปน3 แผ:นบางๆ สีนํ้าตาลตดิ กบั โคนกานใบ แผน: ใบมีรูปหอก กวางประมาณ ๑.๕-๓ เซนติเมตร
ยาวประมาณ ๕-๒๐ เซนติเมตร โคนใบสอบ ปลายใบแหลม แผ:นใบเรียบ มีสีเขียวเขม ขอบใบโคงเป3น
ลูกคล่นื ขวางเขาหากลางใบ แผน: ใบมีเสนใบเป3นร้ิวเล็กจํานวนมากตามแนวยาวของใบ
ดอก
หญารีแพรออกดอกเป3นช:อแขนง คลายช:อของดอกหญาท่ัวไป ช:อดอกแทงออกบริเวณปลาย
ยอดของลาํ ตน มีกานชอ: ดอกยาวประมาณ ๑๕ – ๔๕ เซนตเิ มตร ประกอบช:อดอกย:อย (Spikelets) ท่ี
ประกอบดวยดอกย:อย ๑๐-๓๐ ดอก ดอกยอ: ยมกี านดอกสัน้ ๆ
เมล็ด
เมลด็ หญารแี พรมีลักษณะรียาว กวางประมาณ ๒-๓ มิลลิเมตร ยาวประมาณ ๔-๖ มิลลิเมตร
เมล็ดอ:อนมีสีเขียว เมล็ดแก:มีสีเหลือง บริเวณกาบหุมเมล็ดดานล:างมีต่ิงแหลมคลายหนาม ที่ทําหนาท่ี
ป>กยึดขนสัตวหรือเสื้อผา เพ่อื ใหเมลด็ ตดิ ไปหล:นหา: งจากลําตน
ประโยชนหญารีแพร
๑๑๔
๑. หญารแี พรถูกใชประโยชนมากในแงส: มนุ ไพร โดยเฉพาะในสตรหี ลังคลอดบุตรท่ีช:วยใหช:อง
คลอดกระชบั และมดลกู เขาอู:ไดเรว็ ข้นึ ดวยการตมดื่มหรือคั้นน้ําทาบริเวณช:องคลอด นอกจากนั้น ยัง
ใชเพื่อการดูแลผิวพรรณใหแลดสู ดใส
๒. สารสกัดจากหญารีแพรใชเป3นเครื่องสําอาง อาทิ ครีมบํารุงผิว ครีมกันแดด ทําหนาที่ช:วย
ใหผวิ พรรณชมุ: ชืน้ ผิวพรรณแลดเู ปลง: ปล่งั นอกจากนนั้ สารสกัดจากหญารีแพรยังใชเป3นส:วนผสมของ
อาหารเสริม ออกฤทธิ์ตานอนุมูลอิสระ และเสรมิ สรางคอลลาเจน
๓. หญารแี พรใชปลูกเปน3 อาหารสัตวเค้ยี วเอือ้ ง อาทิ โค กระบือ แพะ และแกะ เป3นตน
๔. หญารแี พรเป3นพชื เศรษฐกจิ สมุนไพรตัวใหม: ทั้งแบบเก็บจากแหล:งธรรมชาติ และการปลูก
เพอ่ื จาํ หนา: ยในรูปหญารแี พรสด และหญารแี พรแหง กลม:ุ ลูกคาส:วนใหญ:เป3นสตรหี ลงั คลอดบตุ ร
สาระสาํ คญั ในหญารแี พร
๑. Bamboo Silica
– ตามตําราอายุรเวทใชพืชสกุลไผ:สําหรับบํารุงร:างกาย เพ่ิมความแข็งแรงของกระดูก และ
เนอ้ื เยือ่ และช:วยรกั ษาแผลใหหายเร็ว
– เป3นสารท่ีใชในการสรางคอลลาเจน และนํ้าไขขอในร:างกาย มีคุณสมบัติที่สําคัญ คือ
กระตุนการสรางเน้ือเยือ่ เก่ยี วพัน (Connective Tissue) เพ่ิมความยืดหย:ุนของกลามเน้ือ เพิ่มนํ้าเมือก
ในชอ: งคลอด ทาํ ใหหลอ: ล่นื ไดดขี นึ้
– ปริมาณซลิ ิกาในใบไผห: รือพชื สกุลไผ:มปี ระมาณ ๘.๑๒-๙.๙๕%
– สารสกัดของใบไผ:หรือพืชสกุลไผ:มีสารตานอนุมูลอิสระ ใชเป3นส:วนผสมของเครื่องสําอาง
หลายชนิด มสี รรพคุณทีส่ าํ คัญ คอื ช:วยตานการเสือ่ มของเซลล ช:วยบํารุงผิว ช:วยเพิ่ม และรักษาความ
ช:ุมช้ืน
๒. สารตานอนมุ ูลอสิ ระ
สารสกัดหญารีแพรประกอบดวยสารสําคัญหลายชนิด อาทิ สารในกล:ุมฟ‰นอลิก (Phenolic
Compounds) และฟลาโวนอยด (Flavonoids) สารเหล:าน้ี ออกฤทธ์ิสําคัญตานอนุมูลอิสระ ป|องกัน
มะเร็ง และช:วยชะลอความแก:
๑๑๕
๓. สารยบั ย้งั การทําลายคอลลาเจน
สารสกดั หญารีแพรออกฤทธ์ิยับย้ังการทําลายคอลลาเจน และช:วยเสริมสรางคอลลาเจน โดย
ทําหนาที่ยับยั้งการทํางานของเอนไซม Collagenase (MMP-๑) และ gelatinase (MMP-๒) ช:วย
ชะลอการถูกทําลายของคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ทําใหคงสภาพความแข็งแรง
และความยดื หยน:ุ ของผิว เซลลผวิ เสอ่ื มหรือเกดิ ริว้ รอยชาลง [๒]
สรรพคณุ ซิลกิ าในหญารีแพร
๑. รกั ษาสมดลุ และซ:อมแซมโครงสรางกระดูก และกลามเนอื้ ในรา: งกาย รวมถงึ ชว: ยในการ
ดูดซึมแร:ธาตุทส่ี ําคญั ต:อระบบกระดูก และกลามเนื้อ อาทิ ฟอสฟอรัส แมกนีเซยี ม และแคลเซียม
๒. ชว: ยฟGFนฟูรักษาแผลใหหายเรว็
๓. ช:วยฟนFG ฟู และเสริมการสรางคอลลาเจนในเซลลผิว ทําใหผิวพรรณแลดเู ต:งตึง สดใส ลด
การเกิดร้วิ รอย
๔. ชว: ยฟนFG ฟู และเสรมิ การสรางคอลลาเจนในเซลลกลามเน้ือ ทําใหกลามเน้อื กระชับ และ
ทํางานไดเปน3 ปกติอย:างรวดเร็ว อาทิ กลามเน้ือภายในช:องคลอด
๕. ตานการติดเช้ือของแผล
๖. ลดภาวะการเกิดโรคจากวัยทหี่ มดประจําเดือน
๗. เพิม่ ความแข็งแรงของกลามเน้ือ รกั ษาความชุม: ชน้ื ของเซลลผวิ เพ่มิ ความยดื หยุ:น และ
ความกระชบั ของเซลลผิว
๘. ชว: ยปอ| งกันโรคในช:องปาก และฟน>
๙. ช:วยเสริมสรางความแขง็ แรง และความเงางามของเลบ็
๑๐. ชว: ยกระตนุ การงอกของเซลลเสนผม ช:วยเพิม่ ความแข็งแรง ความดกดาํ และลดการหลดุ
ของเสนผม
๑๑. เสรมิ สรางความแขง็ แรงของหลอดเลือด ป|องกันหลอดเลือดในสมองแตก
๑๒. เสรมิ ความแขง็ แรงของเนื้อเย่ือปอด ชว: ยใหปอดทํางานไดอยา: งมีประสทิ ธิภาพ และลด
การติดเช้ือในปอด
๑๓. ปอ| งกนั นวิ่ ในไตในระบบทางเดินป>สสาวะ
๑๔. ปอ| งกนั การตดิ เชื้อในระบบทางเดนิ ป>สสาวะ
๑๕. กระตุนภมู ิคุมกันของรา: งกาย
๑๖. ปอ| งกนั การเกิดโรคอลั ไซเมอร หรือโรคท่ีเก่ียวของกบั ระบบประสาท และสมอง
๑๑๖
สรรพคณุ ท่วั ไปหญารแี พร
ตมดมื่ หรือรับประทาน
– ชว: ยกระชับช:องคลอดหลังการคลอดบุตร
– ช:วยบบี มดลูกใหแหง ช:วยใหมดลูกเขาอ:เู ร็วขึน้
– ชว: ยรักษาแผลในชอ: งคลอดหลังคลอดบุตร
– ช:วยขับนาํ้ คาวปลา
– บํารงุ ร:างกาย
– ช:วยใหผวิ พรรณกระจ:างใส
– แกปวดเมื่อยตามร:างกาย
– ช:วยขับป>สสาวะ
– รักษาริดสดี วง
ตมนํ้าอาบหรือบดคน้ั นา้ํ ใชภายนอก
– นํานํ้าค้ันหรือนาํ้ ตมหญารีแพรลางทําความสะอาดช:องคลอด ช:วยรักษาแผล ช:วยใหช:อง
คลอดกระชบั – ทาํ ใหผิวพรรณช:ุมช้ืน เปล:งปลง่ั
– ช:วยหามเลือด
– ช:วยรกั ษาแผล บรรเทาอาการปวดบวมของแผล
– แกผดผนื่ คน
– รกั ษาโรคผวิ หนงั
– แกอาการทองเสีย
– ช:วยรกั ษาฝ‰ โดยนาํ หญารแี พรหอ: ผา ก:อนอังไฟใหรอน แลวนํามาประคบบนฝ‰
ขอควรระวงั
การใชหญารีแพรในช:องคลอด ควรนําน้ําท่ีค้ันไดตมผ:านความรอนก:อน ไม:ควรใชน้ําคั้นสด
เพราะอาจติดเชื้อไดง:าย
๑๑๗
การขยายพนั ธุ และการปลกู หญารแี พร
หญารีแพรเป3นพืชระดับลา: งที่เติบโตไดดีในแสงรําไรหรือเตบิ โตภายใตรม: เงาของไมยืนตน ตาม
ธรรมชาติ หญารีแพรจะแพร:ขยายพันธุดวยเมลด็ เป3นหลกั แต:หากนํามาปลูกสามารถทําไดทั้งการเพาะ
เมลด็ และการแยกเหงาปลูก การปลูกหญารีแพรควรปลูกในหนาฝน นิยมปลูกดวยการแยกหน:อ และ
สามารถปลกู ดวยการหวา: นเมลด็ ไดเช:นกัน โดยการปลูกแยกหน:อหรือแยกกอจะง:ายท่ีสุด เพราะหญารี
แพรสามารถแตกหน:อใหม: และขยายกอไดอย:างรวดเร็ว หน:อหรือตนท่ีแยกปลูก อาจใชเพียง ๓-๕
ตน/หลุม ระยะห:างระหว:างหลุม และแถว ประมาณ ๓๐-๕๐ เซนติเมตร หลังขุดหลุมใหโรยดวยป”ุย
คอก อาทิ มูลโค มูลไก:หรือมูลสุกร รวมถึงป”ุยหมัก อัตรา ๑-๒ กํามือ/หลุม จากน้ัน คลุกป”ุยกับดินให
เขากัน กอ: นนําหญารีแพรลงปลกู หลงั การปลูก หากฝนไมต: กใหรดน้าํ ทุกวัน เม่ือตนต้ังตัวไดค:อยปล:อย
ใหเตบิ โตตามธรรมชาติ
๓. ฟา~ ทะลายโจร
ฟ|าทะลายโจร จัดเป3นสมุนไพรทองถิ่นในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต เช:น อินเดีย
จนี ศรีลงั กา ไทย และยังใชกันอย:างแพร:หลายในหลายประเทศท่ัวทวีปเอเชีย นิยมนําส:วนของใบและ
ลําตนใตดนิ มาทาํ เป3นยารกั ษาโรค โดยเฉพาะโรคไขหวัดใหญ: ในประเทศไทยไดบรรจุฟ|าทะลายโจรอย:ู
ในบัญชียาหลักแห:งชาติของกระทรวงสาธารณสุข ในหมวดหม:ูยารักษากลุ:มอาการของระบบทางเดิน
อาหารและระบบทางเดินหายใจ โรคหรือภาวะอื่นท่ีถูกกล:าวถึง เช:น รักษาอาการเจ็บคอ ไอ ต:อม
ทอนซลิ บวม หลอดลมอักเสบและอาการแพ ป|องกันโรคหัวใจและโรคเบาหวาน แมลงกัด โรคตับ โรค
ไขเมดิเตอรเรเนียน ลดไข บรรเทาอาการในระบบย:อยอาหาร(ทองเสียแบบไม:ติดเชื้อ ทองผูกมีแกšซใน
กระเพาะอาหารมาก ปวดทอง) โรคเกี่ยวกับตับ การติดเชื้อ (โรคเรื้อน โรคปอดบวม วัณโรค โรค
หนองใน การติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส) หรืออาการทางผิวหนังอ่ืน ๆ ซ่ึงการวิจัยและคนควาขอมูล
บางส:วนทเ่ี ชือ่ วา: ฟา| ทะลายโจรอาจมีสว: นชว: ยโรค ดงั น้ี
สรรพคุณ
ฟ|าทะลายโจรต:อโรคหวัดมีการศกึ ษาคอ: นขางมากคาดว:าฟ|าทะลายโจรอาจมีส:วนช:วยบรรเทา
อาการจากโรคหวัดสําหรับผูปzวยท่ีมีอาการไม:รุนแรง และค:อนขางปลอดภัยในการรับประทาน
เนื่องจากจากการศึกษาไมพ: บผลขางเคยี ง ซึ่งอาจเป3นอีกตวั เลอื กเสรมิ ของการรักษาโรคหวัดทั่วไป
๑๑๘
โรคหวัด ฟ|าทะลายโจรนิยมใชรักษาโรคไขหวัดตามตําราแพทยแผนไทยมาตั้งแต:อดีต
เน่ืองจากมีสารสําคัญทางพฤกษศาสตรหลายชนิด เช:น ไดเทอรป‰นแลคโตน (Diterpene Lactones)
ฟลาโวนอยด (Flavonoid) และสารประกอบอื่น ๆ ซ่ึงมักเชื่อว:าช:วยกระตุนระบบภูมิคุมกันของ
ร:างกายใหทํางานดขี ึ้น
โรคลําไสใหญeอักเสบ ฟ|าทะลายโจรมีคุณสมบัติช:วยยับยั้งการหลั่งสารท่ีก:อใหเกิดอาการ
อักเสบในร:างกาย ตานอนุมูลอิสระ การแข็งตัวของเลือด และยังพบรายงานว:าสารสกัดจากฟ|าทะลาย
โจรช:วยป|องกันโรคลําไสใหญ:อักเสบจากการทดลองในสัตว อีกทั้งยังถูกบรรจุเป3นยาสมุนไพรในบัญชี
ยาหลกั แหง: ชาติของกระทรวงสาธารณสุขในหมวดกล:ุมอาการของระบบทางเดินอาหาร จึงมักนํามาใช
ประโยชนในการรักษาและบรรเทาโรคลาํ ไสอักเสบ
ฟ|าทะลายโจรอาจมีความเป3นไปไดในการบรรเทาอาการของโรคลําไสใหญ:อักเสบได
เช:นเดียวกับยาเมซาลาซีนท่ีใชเป3นรักษาโรคลําไสใหญ:อักเสบในป>จจุบัน แต:ควรระมัดระวังในการใช
อย:างเหมาะสมและอย:ูภายใตการดูแลของแพทยเป3นสําคัญ เนื่องจากการใชฟ|าทะลายโจรยังเป3น
การแพทยทางเลอื ก
ลดอาการไขและอาการเจ็บคอท่ีมีสาเหตุจากตeอมทอนซิลอักเสบ ต:อมทอนซิลอักเสบเป3น
การอักเสบของต:อมทอนซิลจากการติดเชื้อในช:องคอ ดวยสรรพคุณช:วยระงับอาการอักเสบและตาน
เชื้อการติดเชอื้ ของฟ|าทะลายโจร บางส:วนจึงนิยมรับประทานสมุนไพรชนิดนี้ตามความเช่ือของสูตรยา
แผนโบราณ
โรคขอรูมาตอยด เป3นโรคเร้ือรังที่เกิดการอักเสบตามขอและหลายอวัยวะในร:างกาย ซ่ึงฟ|า
ทะลายโจรมีฤทธิ์ตานการอักเสบ โดยเฉพาะสารแอนโดรกราโฟไลด (Andrographolide) จึงถูก
นํามาใชเป3นการรักษาทางเลอื กในโรคภูมติ านตนเองหรือแพภมู ิตนเอง
โรคไขหวดั ใหญe ฟ|าทะลายโจรคอื ชว: ยกระตุนระบบภูมคิ ุมกนั ของรา: งกายใหทํางานไดดีข้ึน จึง
คาดกันวา: ฟ|าทะลายโจรน:ามีประสิทธภิ าพในการรักษาโรคไขหวดั ใหญไ: ด
๑๑๙
ความปลอดภยั ในการรบั ประทานฟ~าทะลายโจร
ฟ|าทะลายโจรค:อนขางปลอดภัยต:อร:างกายหากรับประทานในปริมาณและระยะเวลาท่ี
เหมาะสม แต:บางรายอาจเกิดผลขางเคียงตามมาหลังการรับประทานเล็กนอย เช:น ไม:อยากอาหาร
อาเจียน ทองเสีย ผนื่ ข้นึ ปวดศรี ษะ น้าํ มูกไหล หรือเหนื่อยง:าย
การรับประทานฟ|าทะลายโจรค:อนขางปลอดภัยต:อเด็กและทารกหากใชในระยะเวลาสั้น ๆ
และการใชฟา| ทะลายโจรรว: มกับสมนุ ไพรชนิดอื่นไมค: วรรับประทานตดิ ตอ: กนั เกิน ๑ เดอื น
หญิงมีครรภและคณุ แมท: อี่ ยใ:ู นช:วงใหนมบตุ รควรหลกี เลี่ยงทจี่ ะรับประทาน เน่ืองจากอาจเป3น
สาเหตใุ หเกดิ ภาวะแทงและยงั ไมม: หี ลกั ฐานยืนยันความปลอดภัยต:อทารกทดี่ ืม่ นมแม:
ฟ|าทะลายโจรอาจเพิม่ ความเสีย่ งต:อการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกตหิ รอื รอยฟกช้ําไดง:าย ผูท่ีมี
ภาวะเลือดออกผิดปกติจึงควรหลีกเลี่ยงท่ีจะรับประทาน รวมถึงผูที่ตองเขารับการผ:าตัดควรหยุดใช
สมนุ ไพรน้ีอยา: งนอย ๒ สัปดาห
ฟา| ทะลายโจรอาจส:งผลใหความดันโลหิตต่ําลง แต:ยังไม:มีผลการยืนยันผลต:อการใชในคน ผูที่
มภี าวะความต่ําจึงไมค: วรรับประทาน เพื่อความปลอดภยั ต:อสขุ ภาพ
๔. ชาสมุนไพรใบหมeอน
หมeอน หรือ มัลเบอรรี่ (Mulberry) ช่อื สามญั Mulberry tree, White Mulberry
หมeอน ชือ่ วิทยาศาสตร Morus alba Linn. จดั อยใู: นวงศขนนุ (MORACEAE)
สมุนไพรหมeอน มีช่ือทองถิ่นอื่น ๆ วา: มอน (ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือหรือภาคอสี าน), ซึงเฮียะ
ซงึ เอียะ (จีนแตจ๋ิว), ซางเย: (จนี กลาง) เปน3 ตน
หม:อนที่เรารูจักกันจะมีอย:ูดวยกัน ๒ ชนิด ไดแก: หม:อนที่ปลูกเพื่อรับประทานผล (ชื่อสามัญ
Black Mulberry, ช่ือวิทยาศาสตร Morus nigra L.) ชนิดนี้ผลจะโตเป3นช:อ เม่ือสุกผลจะเป3นสีดํา มี
รสเปรี้ยวอมหวาน นยิ มนาํ มารบั ประทาน ทําแยม หรือนําไปแปรรูปเป3นผลิตภัณฑต:าง ๆ ส:วนอีกชนิด
น้ันก็คือ หม:อนที่ใชปลูกเพื่อการเลี้ยงไหมเป3นหลัก (ชื่อสามัญ White Mulberry, ชื่อวิทยาศาสตร
Morus alba L.) เป3นชนิดท่ีเรากําลังกล:าวถึงในบทความน้ีครับ ชนิดนี้จะมีใบใหญ:และออกใบมากใช
๑๒๐
เปน3 อาหารของไหมไดดี ส:วนผลจะออกเปน3 ชอ: เลก็ เม่อื สุกแลวจะมีรสเปรี้ยว ใชรับประทานไดครับ แต:
ไม:เปน3 ท่ีนยิ มสักเทา: ไหร:
ลักษณะของหมeอน
ตนหมeอน เป3นพืชพื้นเมืองของประเทศจีนตอนใต แถบเทือกเขาหิมาลัย แต:ภายหลังไดมีกร
นําเขามาปลูกในอินโดจีน ญ่ีปzุน ฟ„ลิปป„นส ไทย ฯลฯ โดยจัดเป3นไมพุ:มขนาดกลางหรือไมยืนตนขนาด
เล็ก มีลําตนต้ังตรง สูงไดประมาณ ๒.๕ เมตร บางพันธุสูงไดประมาณ ๓-๗ เมตร แตกกิ่งกานไม:มาก
นัก เปลือกลําตนเรียบเป3นสีนํ้าตาลแดง สีขาวปนสีนํ้าตาล หรือสีเทาปนขาว ส:วนเปลือกรากเป3นสี
น้ําตาลแดงหรือสีเหลือแดง มีเสนรอยแตกที่เปลือกผิว พบไดทั่วไปในปzาดิบ ในประเทศไทยปลูกกัน
มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือครบั
ใบหมeอน ใบเป3นใบเด่ียว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป3นรูปไข: หรือรูปไข:กวาง ปลายใบ
แหลมยาว โคนใบเวาเปน3 รปู หวั ใจหรอื คอ: นขางตัด ขอบใบเรียบหรือหยักเวาเป3นพู (ข้ึนอย:ูกับสาพันธุที่
ปลูก) ใบอ:อนขอบใบจักเป3นพูสองขางไม:เท:ากัน ขอบพูจักเป3นซ่ีฟ>น ใบมีขนาดกวางประมาณ ๘-๑๔
เซนติเมตร และยาวประมาณ ๑๒-๑๖ เซนติเมตร แผ:นใบเป3นสีเขียวเขมเรียบเงา ทองใบเป3นสีเขียว
อ:อน ใบค:อนขางหนา หลังใบสากระคายมือ เสนใบมี ๓ เสน ออกจากโคนยาวไปถึงกลางใบ และเสน
ใบออกจากเสนกลางใบอีก ๔ ค:ู เสนร:างแหเห็ดไดชัดเจนจากดานล:าง กานใบเรียวเล็ก ยาวประมาณ
๑-๑.๕ เซนติเมตร มหี ใู บเป3นรปู แถบแคบปลายแหลม ยาวไดประมาณ ๐.๒-๐.๕ เซนตเิ มตร
ดอกหมeอน ออกดอกเป3นช:อตามซอกใบและปลายยอด ดอกเป3นแบบแยกเพศแต:อยู:บนตน
เดียวกนั ลักษณะของดอกเป3นรูปทรงกระบอก ช:อดอกเพศผูและช:อดอกเพศเมียจะอยู:ต:างช:อกัน ดอก
ย:อยมีขนาดเล็ก วงกลีบรวมเป3นสีขาวหม:นหรือเป3นสีขาวแกมสีเขียว ช:อดอกเป3นหางกระรอก ยาวได
ประมาณ ๒ เซนติเมตร ดอกเพศผู วงกลีบรวมมีแฉก ๔ แฉก เกลี้ยง ส:วนดอกเพศเมีย วงกลีบรวมมี
แฉก ๔ แฉก เกลีย้ ง ขอบมีขน เม่อื เปน3 ผลจะอวบนํา้ รังไข:เกลยี้ ง กานเกสรเพศเมียมี ๒ อัน
๕. ชาสมนุ ไพรดาวอินคา
ตนถั่วดาวอินคา เรียกไดอีก Sacha Inchi (ซาชา อิชิ) เมล็ดสด เหมือนรูปดาว แต:ถ่ินกําเนิด
ของพืชชนิดน้ีมาจากปzาอะเมซอนในประเทศเปรูตนถ่ัวดาวอินคาเติบโตในสภาพอากาศอ:ุน (๑๐ ํ C
Min - ๓๖ ํ C max) จะเจริญเติบโตในระดับความสูงตั้งแต:๑๐๐ เมตร ถึง ๒,๐๐๐ เมตร จาก
๑๒๑
ระดับน้ําทะเล ช:วงชีวิต มีอายุถึง ๑๐-๕๐ ป‰และเช่ือกันว:าพืชชนิดน้ีมีผูคนคนพบความมหัศจรรย
ในทางอายุวฒั นะมากกวา: ๓,๐๐๐ป‰
ชาดาวอินคา (ชาสมุนไพร)
ชาอนิ คา ซง่ึ ผลติ จากใบอินคาท่ีไดรับการคัดสรรคมาเป3นอย:างดี ปลูกดวยระบบออแกนิค คือ
ไมใ: ชสารเคมแี ละยาฆา: แมลงใดๆ จึงทําใหไม:มีสารตกคาง และนํามาผ:านกระบวนการอบแหงและฆ:า
เชื้อดวยความรอนดวยอุณหภูมิท่ีพอเหมาะและพิถีพิถัน ทําใหไดชาท่ีมีกล่ินหอมและรสชาติกลม
กล:อม อกี ท้ังยงั คงคณุ คา: สารอาหารทีจ่ าํ เป3นตอ: ร:างกายอย:างมาย อธิ สาร ซาโปนิน ท่ีช:วยลดการอุด
ตันของเสนเลือดช:วยเพิ่มภูมิตานทานโรค และสารฟลาโวนอยด อีกท้ังยังมีวิตามิน A,E ซ่ึงเป3น
ประโยชน ตอ: ร:างกาย และเปน3 สารแอนต้อี อกซิเดนซ ช:วยตอ: ตานเซลลมะเร็ง
๖. ยาหมeอง
ยาหมeอง (Balm) เป3นยาสามัญประจําบาน ประกอบดวยสมุนไพร และตัวยาหลายชนิด มี
ลกั ษณะเป3นเน้ือเหลวออ: นน:มุ มีทั้งสีเหลอื ง สขี าว และสีอนื่ ๆตามส:วนผสม มีกลิ่นหอม นิยมใชบรรเทา
อาการวิงเวียนศรีษะ หนามืดตาลาย เมารถ เมาเรือ คลื่นไส อาเจียน รวมถึงใชทานวดกลามเน้ือ แก
อาการปวดบวม อาการเมอ่ื ยลา ฟกช้ําดําเขียว และแมลงกัดตอ: ย
ยาหม:องไม:เคยถูกกล:าวถึงในสารานุกรมฉบับใด แต:พบหัวขอท่ีเก่ียวของในในยาตํารับหลวง
และยาสามัญประจาํ บานทีร่ ะบุถงึ “ข้ผี ึงทาแกปวดบวม” ซง่ึ น:าจะตีความหมายรวมถึง “ยาหม:อง” แต:
ทัง้ น้ี ขี้ผึงทาแกปวดบวม ไม:ไดระบถุ ึงสรรพคุณ และวิธีการใชท่ีครอบคลุมของยาหม:องอย:างแทจริง จึง
สันนษิ ฐานไดวา: ยาหมอ: ง กับ ขี้ผึงทาแกปวดบวม อาจหมายถึงตัวยาตา: งตาํ รับกนั กเ็ ปน3 ได
๗. ยาดองเหลา
ยาดองสมนุ ไพรเป3นการนําเอาสมนุ ไพรมาหมกั หรือแช:เพื่อใหสารสําคัญหรือ ตัวยาในสมุนไพร
น้ันถูกสกัดออกมา โดยโรคและอาการท่ีนิยมใชยาดองรักษาส:วนใหญ:จะเป3นกล:ุมอาการปวดเมื่อย
บํารุงกําลังการแช:สมุนไพรในตัวทําละลาย โดยจะยังคงเห็นช้ินส:วนของสมุนไพร การแช:สมุนไพรหรือ
นํ้าตมของสมุนไพรโดยอาศัยจุลินทรียท่ีมีประโยชนบางชนิด เป3นตัวช:วยในการย:อยสลาย หรือ
เปลี่ยนแปลงองคประกอบทางเคมีของวัตถุดิบ โดยมีน้ําตาลเป3นอาหารใหกับจุลินทรีย ยาดองและยา
หมักก็มักใชแทนหรือเรียกรวมๆ กันไดยาหมัก การหมักมักมีจุลินทรียเขามาเก่ียวของ
๑๒๒
การแช:สมุนไพรไวในภาชนะ หากป„ดฝาสนิท ไม:ใหอากาศเขา เชื้อจุลินทรียที่ไม:ใชอากาศจะเปลี่ยน
นาํ้ ตาลใหแอลกอฮอล สังเกตไดจากฟอง ดังนั้นหากไม:ตองการแอลกอฮอลใหป„ดฝาดวยผาขาวบาง ให
มอี ากาศผา: นไดบาง เช:น ยาดองน้าํ ผึง้ การหมักใชหมกั ชน้ิ สว: นของสมนุ ไพรหรอื ยาตมสมุนไพรก็ได
ขอดีของยาดอง-ยาหมักไดตัวยาท่ีมีความเขมขนสูง เนื่องจากสมุนไพรสัมผัสกับตัวทําละลายเป3น
เวลานานเปน3 การเกบ็ รกั ษาสมุนไพรไวใชไดนานไมเ: ปลอื งตวั ยาสมุนไพร เพราะใชสมุนไพรเพียงนิดและ
ใหสัมผัสกับตัวทําละลายนานข้ึนช:วยคงไวซึ่งสาระสําคัญบางชนิดที่สลายไดง:ายดวยความรอน
ทาํ ใหสมุนไพรบางชนดิ ท่รี สชาติไม:อร:อยรับประทานไดง:ายขนึ้
ขอควรระวังในการใชยาดอง-ยาหมกั
ยาดองมีหลายประเภท การใชจึงตองใชดวยความเขาใจ หากใชไม:ถูกกับวัตถุประสงค ก็
อาจจะเกิดผลเสยี มากกว:าผลดี
การดองมี ๖ รปู แบบดวยกนั คือ
ยาดองน้าํ ผ้งึ
ยาดองเหลา
ยาดองแป|งขาวหมาก
ยาดองเปรย้ี ว
ยาดองเกลือหรือดองเคม็
ยาดองนาํ้ มูตรหรือนาํ้ ป>สสาวะ
ยาดองเหลา เปน3 การนําเอาเหลามาเปน3 ตัวสกัดเอาตัวยาในสมุนไพรออกมา ไม:เหมาะกับผูที่มี
โรคประจําตัว เช:น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ผูที่แพแอลกอฮอล หญิงตั้งครรภ หรือหญิงที่ใหนม
บุตรเป3นการสกัดสารสําคัญของสมุนไพรออกมาดวยเหลาสมุนไพรที่มักนํามาดองเหลาส:วนใหญ:จะมี
สรรพคุณในการแกปวดเมอื่ ย บํารุงกําลงั ขบั นา้ํ คาวปลา ส:วนของสมุนไพรท่ีใชมักจะเป3นแก:น เป3นราก
ยาดองเหลาจะใชเหลาเปน3 ตัวขยายหลอดเลือด นําพาสมนุ ไพรไปส:ูอวัยวะเป|าหมายการรับประทานวัน
ละ ๓๐ ซซี ีแต:กจ็ ะมีขอจํากัดในผทู ีแ่ พแอลกอฮอล หญิงตง้ั ครรภ และผูที่มีโรคประจําตัว เช:นเบาหวาน
ความดันโลหติ สงู โรคหวั ใจยาดองแป|งขาวหมาก เป3นการนาํ เอาสมนุ ไพรมาดองกับแป|งขาวหมาก หรือ
ลูกขาวหมาก สําหรับสมุนไพรท่ีนิยมนํามาดองจะเป3นสมุนไพรที่มีน้ําตาลมาก ทั้งน้ีแป|งขาวหมากยัง
๑๒๓
จัดเป3นอาหารกลุม: โพรไบโอตกิ ซึง่ ดีต:อระบบทางเดินอาหารเหมาะสําหรับดองสมุนไพรท่ีมีน้ําตาลมาก
ช:วยทําใหตัวยาดูดซึมไดดียิ่งขึ้น เน่ืองจากแป|งขาวหมากมีรสรอน ช:วยเพ่ิมไฟย:อยยา
เป3นตํารับยาดองท่ีมีรสรอนแต:ไม:มากเท:ายาดองเหลา จึงเหมาะกับคนที่มีร:างกายผอมแหง ระบบการ
ย:อยไม:ดีแต:หากมองในมุมวิทยาศาสตรก็จะพบว:าแป|งขาวหมาก จัดเป3นอาหาร ที่มีจุลินทรียที่มี
ประโยชนต:อลําไส ช:วยทําใหระบบการย:อยอาหารดีข้ึน และยังช:วยเพ่ิมภูมิคุมกันใหกับร:างกาย การ
ดองเปร้ียว คือ การดองโดยใชสมุนไพรที่มีรสเปรี้ยวใส:ในตํารับ มีฤทธิ์กระตุนเชื้อแบคทีเรียไดดี ทําให
ยาไม:เสียง:าย และยังมีฤทธ์ิสกัดตัวยาไดดวย ใชความเปร้ียวในการถนอมยาสมุนไพร ซ่ึงความเปร้ียว
ในทางการแพทยแผนไทยจะทําใหเกิดความรอน ช:วยทําความสะอาดเสนเลือดใชฟอกโลหิตสตรีที่
ประจําเดือนมาไม:ปกติ ขับน้ําคาวปลาหลังคลอดบุตรมักใชกับสตรีหลังลอดบุตรและกําลังใหนมบุตร
เนื่องจากไมม: สี :วนประกอบของเหลา
การดองนา้ํ ผึ้ง เปน3 การดองโดยใชความเขมขนนํ้าตาลสูงและนํ้าผ้ึงยังถือเป3นโอสถทิพยท่ีมีการ
ใชมาแต:โบราณ เป3นยาท่ีช:วยบํารุงร:างกายเป3นการสกัดตัวยาออกจากนํ้าตาลที่มีความเขมขนสูง
สมุนไพรที่มักนํามาดองน้ําผ้ึง จะมีสรรพคุณไปในทางการเป3นยาบํารุง เช:น บอระเพ็ด กลวย ยอใช
นํ้าผ้ึงแท ปราศจากน้ํา หากมีนํ้าจะทําใหยาดองเสียดองอย:างนอย ๑ เดือนรับประทานทั้งนํ้าผึ้งและ
สมุนไพร แต:ในกรณีที่เก็บไวนานเกิน ๑ ป‰ ควรผสมน้ําอุ:นก:อนรับประทานเพราะยาดองจะมีความ
เขมขนสูงเหมาะสําหรับการใชบํารุงร:างกาย โดยเฉพาะกับผูสูงอายุ ที่มีร:างกายผอมบางการดองเกลือ
หรือ ดองเค็ม เป3นการดองหรือหมักโดยใชเกลือเป3นตัวสกัดสารหรือตัวยาเกลือมีคุณสมบัติในการ
ถนอมสมุนไพรใหเก็บไดนานข้ึน อีกท้ังเกลือยังมีคุณสมบัติในการชําระเมือกมันในลําไส
ยาดองเกลือไม:ค:อยมีการใชอย:างกวางขวางมักจะใชในการดองยาที่มีรสชาติไม:ดี หรือยาสมุนไพรท่ีมี
สรรพคณุ ดีต:อลําไส
๘. ยาดมสมนุ ไพร
ยาดมสมุนไพร เป3นการนําสมุนไพรแหงที่มีกลิ่นหอมเย็น สดช่ืนตั้งแต: ๒ ชนิดขึ้นไป เช:น ลูก
จันทน ดอกจันทน กานพลูมาผสมกันแลวหมักดวยน้ํามันหอมระเหย ซ่ึงนํ้ามันหอมระเหยจะเป3นตัว
สกดั สารสําคญั และกลนิ่ ของสมุนไพรออกมา
สeวนประกอบ
สมนุ ไพร
เปลือกสมุลแวง โกฐหัวบัว โกศสอ ดอกจันทน กานพลู พริกไทยดํา ว:านประหอม อย:างละ
๑ ส:วน
๑๒๔
สารเคมี
-พมิ เสน ๒ กรมั
-การบูร ๔ กรัม
-เมนทอล ๘ กรัม
-นํ้ามันยูคาลิปตัส ๑๖ มลิ ลิลติ ร
วธิ ีทํา
๑.นําสมุนไพรท้งั หมด มาหนั่ เปน3 ชิ้นเล็กๆและบุบพริกไทยดาํ เล็กนอย
๒.นําพมิ เสน การบูร เมนทอล และนํ้ามันยูคาลิปตัส มาผสมกันในถวยแกวใหละลายเป3นเน้ือ
เดียวกัน
๓.จากนัน้ นาํ สมนุ ไพรทห่ี นั่ แลวใสใ: นขวดแกว
๔.เติมสว: นผสมในขอ ๒ ลงไปในขวดแกวใหทว: มตวั สมนุ ไพร ป„ดฝาใหสนทิ
๕.ต้งั ขวดแกวทงิ้ ไวประมาณ ๗ วนั แลวจึงนํามาใชโดยทาํ การแยกบรรจุเปน3 ขวดเล็กๆ
วธิ ใี ชและสรรพคณุ
ใชสดู ดม แกวงิ เวยี นศีรษะ หนามืด ตาลาย ทําใหสดช่ืน
๙. นํ้ามันไพรสด
๑๐. ลกู ประคบสมุนไพร
สมุนไพรท่ีนิยมนํามาเป3นส:วนประกอบที่สําคัญของ "ลูกประคบสมุนไพร" ส:วนใหญ:มักเป3น
สมุนไพรที่มีสรรพคณุ บาํ บัดอาการของโรคทางกลามเน้ือ เสนเอ็น ผิวหนัง สมุนไพรที่คลายอาการเกร็ง
ของกลามเน้ือและเซลลที่อย:ูใตผิวหนัง ลดการตึงเครียดทําใหเสนเอ็นหย:อนคลาย ที่สําคัญเม่ือ
ผสมผสานสมนุ ไพรตา: ง ๆ คละเคลากนั จนไดเป3นลูกประคบแลว ส่ิงที่ขาดไม:ไดคือ การบูร แพทยแผน
ไทยนิยมนําการบูรมาผสมผสานเขาไป เพ่ือใหไดกลิ่นระเหิดออกมาและยังเป3นตัวช:วยนําพาสรรพคุณ
ทางยาของสมุนไพรทุก ๆ อย:าง ใหแทรกซึมซอกซอน เขาไปในเนื้อเย่ือไดดีมากย่ิงขึ้น เคล็ดลับการ
เสรมิ สว: นผสมเขาไปในลกู ประคบนี้ สะทอนใหเห็นภูมิป>ญญาทางการแพทยของบรรพบุรุษไทยท่ีน:าท่ึง
ยงิ่ นกั เพราะกล่ินที่หอมช่ืนใจของ "การบรู " นอกจากจะช:วยกระตุนใหสรรพคุณทางยาของสมุนไพรใน
ลกู ประคบแล:นแทรกซมึ เขาไปใตผิวหนังไดรวดเร็วยิ่งข้ึนแลว กลิ่นหอมจรุงใจของการบูร ยังส:งผลใหผู
ถูกประคบรสู กึ สดชน่ื ร่ืนรมยผ:อนคลายทัง้ รา: งกายและจติ ใจ ช:วยลดทอนอาการต:าง ๆ ที่อาจเคยรุมเรา
อย:กู :อนหนาน้ันใหทุเลาไปมิใชน: อย ตัวยาสมุนไพรท่ีใชเปน3 สว: นประกอบทสี่ าํ คญั ของ
๑๒๕
ลกู ประคบสมนุ ไพร
-เหงาไพล บรรเทาอาการปวดเม่ือย ลดการอกั เสบ
-ผวิ มะกรูด บรรเทาลมวิงเวียน
-ตะไครบาน บรรเทาอาการปวดเมอื่ ย ลดการอกั เสบ
-ใบมะขาม บรรเทาอาการคันตามรา: งกาย ชว: ยบํารุงผิว
-ขมน้ิ ชนั บรรเทาอาการฟกช้าํ ดําเขยี วและชว: ยรกั ษาเม็ดผดผ่ืนคนั ตามผิวหนัง
-ขม้นิ ออย บรรเทาอาการฟกชํา้ ดําเขยี วและช:วยรักษาเม็ดผดผื่นคันตามผวิ หนัง
-ใบสมปzอย ชว: ยบํารงุ ผิวพรรณ ชว: ยใหผวิ หนงั สะอาด
-เกลอื แกง ชว: ยดดู ซบั ความรอนและช:วยพาตวั ยาผา: นซึมผิวหนังไดอย:างสะดวก
-การบูร แต:งกลน่ิ บาํ รงุ หวั ใจ แกพุพอง
-พมิ เสน แต:งกลน่ิ แกพุพอง แกหวดั
-ว:านนางคาํ
-ว:านนาํ้
-ขิงสด
-เปลอื กชะลดู
การใชประโยชนของสมนุ ไพรเพ่อื สุขภาพสรางความเขมแขง็ ชุมชน
สมุนไพรเป3นพืชที่อย:ูค:ูกับวิถีชีวิตคนไทยมาเป3นเวลานาน การพึ่งตนเองดานการ
รักษาพยาบาลท่ีเกิดการเจ็บปzวยข้ึนในชุมชนหรือครอบครัวจึงมีการนําสมุนไพรมาใชในการรักษา
เบื้องตนก:อนไปหาหมอ เพ่ือบรรเทาอาการเจ็บปzวย โดยอาศัยภูมิป>ญญาท่ีสืบทอดกันมา ป>จจุบันไดมี
การสนใจใชยาสมุนไพรมากขึ้นและนโยบายที่จะเป3นแหล:งผลิตปลูกพืชสมุนไพรที่มีความหลากหลาย
สามารถเป3นอาหารและยา โดยพัฒนาเป3นอาหารเคร่ืองด่ืมสุขภาพ เคร่ืองเทศ อาหารเสริม และยา
สมุนไพร การดูแลรักษาและเพื่อสุขภาพของประชาชนจําเป3นตองส:งเสริมใหมีการปลูกพืชสมุนไพร
เพ่ือใชในการดูแลสุขภาพของประชาชนและเพื่ออนุรักษพืชสมุนไพรไวใชประโยชนประกอบกับ
สามารถนําพืชสมุนไพรมาแปรรูปเป3นอาหารเพ่ือสุขภาพและยารักษาโรค การส:งเสริมการปลูกและใช
สมุนไพรมาอย:างแพร:หลาย โดยบางส:วนตองหามาจากต:างพ้ืนที่จําเป3นตองนําปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี งมาเปน3 แนวทางในการดาํ เนินงาน เพอ่ื ใหประชาชนมีภมู ิคมุ กันท่ีดีในการดาํ เนินชีวิต และ สราง
อาชพี เสริมเพมิ่ รายไดใหแกค: รัวเรอื นส:งเสรมิ การปลูกสมุนไพรเพื่อสุขภาพเป3นแหล:งเรียนรูพืชสมุนไพร
๑๒๖
ในชุมชนและสามารถนําไปพัฒนาดานการแพทยแผนไทยใหเป3นทางเลือกในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
สรางความเขมแขง็ และยั่งยนื
สมุนไพรไทยเปน3 รากฐานเกษตรกรรมทมี่ คี ณุ คา: ของประเทศ สมุนไพรเป3นส:วนหนึ่งในวิถีชีวิต
และสังคม การนําสมุนไพรมาประกอบในอาหารคาว หวาน เป3นยารักษาโรค ใชในการบําบัดดูแล
และฟFGนฟูสุขภาพ หรือแมกระทั่งใชเพ่ือการเสริมความงาม ภูมิป>ญญาไดรับการสั่งสม สืบทอด และ
พัฒนามาอย:างยาวนาน ความพรอมของป>จจัยขั้นพ้ืนฐานดานอุตสาหกรรม และการขนส:งสินคา มี
หน:วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจํานวนมากที่ทํางานเก่ียวเนื่องกับการพัฒนาสมุนไพร นับเป3นจุดแข็ง
และโอกาสในการแข:งขันดานการคาสมุนไพรในตลาดท่ีสําคัญ พัฒนาสมุนไพรอย:างครบวงจรเพ่ือ
สรางการยอมรับและนําไปใชประโยชนใหได และขาดการต้ังเป|าหมายเพ่ือตอบสนองป>ญหาสุขภาพ
และการสรางมูลค:าทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน การพัฒนาพืชสมุนไพรใหสามารถใชประโยชนไดอย:างมี
ประสิทธิภาพ เป3นที่ยอมรับและสรางมูลค:าเพ่ิมใหแก:ผลิตภัณฑแปรรูปจากสมุนไพร และเขมแข็ง
รว: มกนั จากทุกภาคส:วน ส:วนใหญ:ม:ุงเนนการหาหลักฐานทางวิทยาศาสตรมาสนับสนุนในดานคุณภาพ
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความปลอดภัย ซ่ึงเป3นเร่ืองท่ีมีความจําเป3นอย:างมากสําหรับการ
พัฒนาสมุนไพรเป3นผลิตภัณฑต:างๆ ทั้งการเป3นยา หรือผลิตภัณฑสุขภาพอ่ืนๆ ดานการแพทยแผน
ไทย การแพทยพืน้ บาน และการแพทยทางเลอื ก
๔.๒ ศึกษาการพฒั นาสมุนไพรเพอ่ื สุขภาพสรางความเขมแขง็ ชมุ ชนเชงิ พาณิชย
ตอนที่ ๒ ศึกษาการพัฒนาสมนุ ไพรเพ่อื สุขภาพสรางความเขมแขง็ ชมุ ชนเชิงพาณชิ ย
การจัดการการใชประโยชนของสมนุ ไพรกับการสรางความเขมแข็งชุมชน ผลการศึกษาแบง:
ออก ดังนี้
๑. การศึกษาวเิ คราะหขอมลู เอกสารนโยบายของผบู รหิ ารทองถิน่ และแผนพฒั นาเทศบาล
ตาํ บลยางฮอม ๓ ป‰ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๑)
๒. การศกึ ษาวิเคราะหขอมูลภาคสนามในการสนทนากลม:ุ (Focus group) ของเทศบาลตาํ บล
ยางฮอม อําเภอขนุ ตาล จงั หวัดเชียงราย และการสมั ภาษณกลุม: หมอเมืองและผูนาํ ชมุ ชนโดยใชวิธกี าร
สัมภาษณ
๑๒๗
๑. การศึกษาวิเคราะหขอมูลเอกสารนโยบายของผูบริหารทองถ่ินและแผนพัฒนาเทศบาล
ตําบลยางฮอม ๓ ปf (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๑)๓๒
นโยบายของผบู รหิ ารทองถิน่ การพฒั นาเทศบาลตําบลยางฮอม
เปน3 การกาํ หนดนโยบายโดยยึดหลักปญ> หาความเดอื ดรอนและผลประโยชนของประชาชนเป3น
หลัก โดยการบริหารจัดการงานใชหลักการบริหารการจัดการบานเมืองท่ีดีหรือหลักธรรมาภิบาล
(Good Governance) เนนในการประสานงานทุกภาคฝzาย ทุกภาคส:วน และการมีส:วนร:วมของ
ประชาชน ประกอบดวยนโยบายดานต:าง ๆ ดงั น้ี
นโยบายเรeงดวe น (การแกไขป>ญหาความเดือดรอนของประชาชน)
แกไขปญ> หาอาชีพระยะส้ันสําหรับประชาชน และลอมรักใหครอบครัว ลอมร้ัวใหชุมชน โดย
ดําเนินการแกไขป>ญหาเก่ียวกับครอบครัวของประชาชนในการลอมรักใหครอบครัว ลอมร้ัวใหชุมชน
และค:าใชจา: ยอนื่ ๆ ทเ่ี ก่ยี วของ กองการศึกษาเปน3 หน:วยงานท่ีรับผิดชอบ เพ่ือเสริมสรางความตองการ
พ้ืนฐานของประชาชน โครงสรางพื้นฐานของชุมชน การก:อสราง ซ:อมแซม ปรับปรุง ถนนสายต:าง ๆ
เช:น ถนนภายในหม:ูบาน ถนนเช่ือมหม:ูบาน รวมถึงถนนเพื่อการเกษตร โดยดําเนินการก:อสราง/
ซอ: มแซมถนนหนทาง ภายในระยะเวลา ๓ ป‰ สรางความเขมแข็งใหกับกลุ:มอาชีพต:าง ๆ ในตําบล โดย
การอุดหนุนกลุ:มต:าง ๆ เพื่อพัฒนาต:อยอดการดําเนินงานใหมีประสิทธิภาพและมีความเขมแข็งอย:าง
ยั่งยืน ไดแก: กลุ:มอาชีพต:าง ๆ กลุ:มแม:บาน กลุ:มเกษตรกร พัฒนาการศึกษาของเด็กนักเรียนของ
โรงเรยี นอนุบาล องคการบรหิ ารสว: นตําบลยางฮอม และ ศูนยพฒั นาเด็กเล็กทุกแห:ง ใหมีอาคารเรียนท่ี
เป3นมาตรฐาน และมีสอ่ื การเรียนการสอนทท่ี ันสมัยและครบถวน
๒. การศึกษาวิเคราะหขอมูลภาคสนามในการสนทนากลeุม(Focus group) ขององคการ
บริหารสeวนตําบลยางฮอม อําเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย และการสัมภาษณกลeุมกับกลุeมองคกร
บรหิ ารสeวนทองถ่นิ และผนู ําชุมชนโดยใชวิธีการสัมภาษณ
การสนทนากลุมe การใชประโยชนของสมนุ ไพรกบั การสรางความเขมแข็งชุมชน
การสนทนากลมุ: ยอ: ยไดดําเนินการเม่อื วันเสารที่ ๓๐ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ โรงเรียนสมุนไพร
บานหวยสกั ตําบลยางฮอม อาํ เภอขุนตาล จงั หวัดเชยี งราย วัตถุประสงคของการสนทนากลมุ: มีดังน้ี
๓๒ องคการบริหารสeวนทองถ่นิ เทศบาลตาํ บลยางฮอม. แผนพัฒนาสามป‰ ประจาํ ป‰ พ.ศ. ๒๕๖๐-
๒๕๖๑, หนา .
๑๒๘
๑. เพ่ือตองการทราบถึงสมุนไพรในพื้นท่ีซ่ึงเป3นแหล:งขอมูลของภูมิป>ญญาทองถิ่น จากการใช
ประโยชนจากสมนุ ไพรในการนํามารกั ษาโรค การสบื คนในการปลูกพืชสมุนไพรมีอยู:ท่ีไหน มีอะไรบาง
ซึง่ จะมกี ารนาํ มาจดั หมวดหมใ:ู นการจัดทําชุดความรูต:อไป
๒. การระดมความคิดในการฟFGนฟู สืบสานพืชสมุนไพรหายากในพ้ืนท่ีเม่ือนํามาใชประโยชน
ในชุมชนแลวยงั นํามาผลติ ในรูปแบบเชิงพาณิชย จําหน:ายผลิตภัณฑสมุนไพรในวิสาหกิจชุมชน ป>ญหา
และอุปสรรคที่มคี วามเสีย่ งต:อการพฒั นาของตัวสมนุ ไพร หมอเมืองพ้ืนบานในการประกอบอาชีพ และ
การสนับสนุนขององคภาครัฐและเอกชน
๓. การจัดต้ังศูนยเรียนรูในการแลกเปลี่ยนเรียนรู ความคิดเห็น กระบวนการขับเคล่ือน
ประสบการณทางดานสมุนไพร การจัดกิจกรรมส:งเสริมความรูในชุมชน การสรางองคความรูใหม: การ
สรางเครือข:าย การเผยแพร:องคความรูภูมิป>ญญาทองถิ่นท่ีไดจากการสืบสานในพับสามาใชประโยชน
กับชมุ ชนในปจ> จบุ นั
การสืบสานภูมิป>ญญาทองถิ่นจากการพิจารณาการประชุมกลุ:มย:อยท่ีไดกรอบแนวคิดการใช
ประโยชนจากสมุนไพรสรางความเขมแข็งชุมชนที่จะกาวส:ูตนน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ําอย:างมี
คณุ ภาพ มงั่ ค่ัง ยั่งยนื น้นั จะตองมอี งคประกอบหลักในการบูรณาการการมีส:วนร:วมของชุมชน ดังนี้
๑. ใครเปน3 คนทํา
๒. จะทําท่ีไหน
๓. จะทาํ เมื่อไหร:
๔. จะทําอะไร
๕. ทาํ ไมตองทาํ
๖. ถาไม:ทาํ จะเกดิ อะไรขน้ึ
๗. ใครเป3นผไู ดประโยชน
๘. ทาํ อยา: งไร
๙. จาํ นวนเทา: ไหร:
การสนทนากลุ:มย:อยไดดําเนินการท่ีโรงเรียนสมุนไพรบานหวยสัก ตําบลยางฮอม อําเภอขุน
ตาล จังหวัดเชียงราย การประชุมไดถูกจัดข้ึน โดยมีนายอําโพน อโนราช นายกเทศมนตรี องคการ
บริหารส:วนตําบลยางฮอมเป3นประธาน ไดนําสถานการณท่ีเกิดขึ้นในชุมชนต้ังแต:อดีตจนถึงป>จจุบัน
ขอมูลท่ีไดจากการประชุมครั้งก:อนท่ีมีการคนหาป>ญหาและจัดลําดับความสําคัญของป>ญหาขอมูลท่ีได
จากการเดนิ สํารวจ ถงึ แหล:งประโยชนต:าง ๆ ทีช่ ุมชนมอี ย:ู หลังจากน้ันใหกล:ุมช:วยกันใหขอมูลเพ่ิมเติม
๑๒๙
และแกไขขอมูลที่ไม:ถูกตอง วิเคราะหจุดอ:อน จุดแข็งของชุมชน และช:วยกันพิจารณาศักยภาพของ
ตนเองท่พี ฒั นาชมุ ชน และกําหนดแผนปฏบิ ตั ิการท่สี ามารถนําไปส:กู ารปฏบิ ัติไดทนั ที ดังนี้
ความหมาย มีการเสนอความคิดเห็นกันอย:างกวางขวาง โดยแต:ละคนจะใหความสําคัญในแต:
ละประเด็นแตกต:างกัน ส:วนมากจะใหความสําคัญกับเรื่องรายได ท่ีจะทําใหมีเงินสําหรับใชจ:าย
โดยเฉพาะกับเรอ่ื งเงินทนุ สําหรบั ทําการเกษตร และการศกึ ษา จนสดุ ทายมีการลงความเห็น และผูวิจัย
เสนอแนะวา: ควรจะมกี ารเสนอเปน3 วสิ ัยทัศน หรือคําขวญั ส้นั ๆ ไดใจความที่ทุกคนตองการ และสรุปได
วา: ชมุ ชนในมุมมองของชมุ ชน คอื "รูทันโรคภัย ใชสมุนไพรกeอนไปหาหมอ" ซึ่งแต:ละคํามีความหมาย
ดังนี้ ๑ ) รูทันโรคภัย คือ การที่ชาวบานทุกคนสามารถรูว:าในฤดูกาลใดจะเกิดอะไรขึ้นกับสุขภาพ
อนามัยของตนเองและครอบครัว ๒ ) ใชสมุนไพรก:อนไปหาหมอ คือ มีบานเป3นของตัวเองที่ม่ันคง
สามารถใชบริการหมอพน้ื บานในชุมชนของตนวินิจฉัยโรคเบ้ืองตนเพ่ือใชสมุนไพรในทองถ่ินรักษาก:อน
ไปหาหมอ รวมทัง้ ถ:ายทอดประเพณวี ฒั นธรรมตา: ง ๆ โดยเฉพาะประเพณที เี่ กี่ยวกบั พทุ ธศาสนา
จุดแข็งของชุมชน ไดแก: มีผูนําท่ีดี มีความสามัคคีในหม:ูคณะ มีกองทุนเงินลานไวเป3นแหล:ง
ทนุ สาํ หรบั ทําการเกษตร มีนา้ํ ประปาภเู ขาไวใชในชมุ ชน มีวัดไวสําหรับทํานุบํารุงจิตใจมีกล:ุมต:าง ๆ ใน
การชว: ยทํากจิ กรรมต:าง ๆ ในหมบู: านใหลลุ :วงไปไดดวยดี
จุดอeอนของชุมชน ไดแก: ผูใหญ:เป3นตัวอย:างที่ไม:ดีต:อเด็กในการด่ืมสุรา เด็กเยาวชนขับรถ
เสียงดัง ไม:มีเงินทุนในการประกอบอาชีพ การศึกษานอย ส่ิงแวดลอมถูกทําลายเป3นจํานวนมากข้ึน
ตามลําดบั
การจัดลําดับความสําคัญของปpญหา พบว:าป>ญหาเกือบทุกป>ญหามีความสําคัญต:อชุมชน
ใกลเคียงกัน มคี วามเก่ยี วของทบั ซอนกนั ดวย ดังน้ันกลุ:มจึงพิจารณาถึงความเป3นได ความยากง:ายของ
การแกป>ญหา และงบประมาณท่ีมี หลังจากนั้นจึงใหทุกคนยกมือเลือกป>ญหาที่จะแกไขก:อน แลว
ร:วมกันระดมความเห็นอีกครั้งในการทําแผนปฏิบัติการ ซึ่งแสดงใหเห็นว:าชุมชนมีความสามารถที่
คนหาศักยภาพของตนเองในการแกไขป>ญหา หรือพัฒนาตนเองในดานต:าง ๆ ไดเป3นอย:างดี และมี
ศักยภาพในการพฒั นาชมุ ชนได
จากการไดสนทนากลุ:มยอ: ยจงึ ไดพิจารณา และไดผลสรุปของชุมชนที่จะตองมีส:วนร:วมในการ
บริหารจัดการ การวางแผนร:วมกัน และผลกระทบ การเป„ดเวทีใหความคิดเห็นท่ีมีความหลากหลาย
ของชุมชน ความเชื่อมโยงในการประสานงาน ผลงานท่ีไดผลิตในชุมชนจะตองมีการกําหนดใหชัดเจน
หนาที่จะตองทําอย:างไร ใครเป3นผูรับผิดชอบ จะส:งผลกระทบอะไรเม่ือมีการปฏิบัติตามแผน การ
กาํ หนดเงอื่ นไขจะตองมีระบบที่เขาควบคุมตัวแปรทุกข้นั ตอน ดงั นี้
๑. กาํ หนดทกุ ประเดน็ การปฏิบตั ิงานใหชดั เจน
๑๓๐
๒. กาํ หนดการผลติ สมนุ ไพรสนิ คา และพืน้ ที่
๓. การเชือ่ มโยงใหมคี วามสอดคลอง ตนนํ้า กลางน้าํ ปลายน้าํ
ดานคุณภาพของสมุนไพรในการกระบวนการผลิต(ตนนํ้า) จะตองมีการกําหนดพื้นท่ีในการ
ปลูก การใชปย”ุ อินทรีย ตลอดจนการเกบ็ เกยี่ วที่ไม:ใหเกิดความเสยี หาย ดังนี้
๑. ปริมาณสมุนไพรในชุมชนเพียงพอต:อความตองการผลิต มีคุณภาพ และมีการพัฒนา
สมุนไพรอยา: งตอ: เนอ่ื ง
๒. การใชการตลาดในเชงิ กลยุทธ จะตองมีการศึกษาผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศ คุณภาพ
สมนุ ไพร
๓. การรบั รองมาตรฐานของสมุนไพรจะตองเป3นทย่ี :อมรับในระดบั สากล
การใชประโยชนจากสมุนไพรสรางความเขมแข็งชุมชนจะตองมีการสรางมูลค:าเพิ่มของ
สมุนไพรในทองถ่ินจากสุขภาวะของคนในชุมชนท่ีมีการเขามามีบทบาทในส:วนร:วมกันในระดับชุมชน
การแปรรูป การรับรองสินคาที่ชุมชนผลิตการมุ:งเนนการสรางรายไดใหกับชุมชนเพื่อลดป>ญหาของ
ชุมชนท่ีอย:หู :างไกล และมีความเลือ่ มลา้ํ ทางสงั คมประกิต ดังนี้
๑. การขยายตลาดดานสมนุ ไพร
๒. การสนับสนุนท้ังภาครัฐและเอกชนเขามามีส:วนร:วมในการวางแผนในการผลิตสมุนไพรใน
รปู แบบต:าง ๆ เชน: ยาเมด็ แค็ปซูล เปน3 ตน
๓. การสง: เสริมตลาดสมุนไพรทองถิ่นใหมากขึ้น
สนทนากล:ุมย:อยในคร้ังน้ีมีการคัดเลือกกลุ:มเป|าหมายโดยวิธีการเจาะจงท่ีมีส:วนเกี่ยวของกับ
สมนุ ไพรโดยตรงรวมท้งั ผผู ลติ จําหน:ายในชุมชน และองคกรปกครองส:วนทองถิ่น ซ่ีงมีการระดมความ
คิดเห็น ความตองการของชมุ ชนท่ีจะพัฒนาสิง่ ทีเ่ ป3นตนทุนของชมุ ชนเพื่อการอยไ:ู ดดวยตนเอง ดังน้ี
๑. นายอําโพน อโนราช นายกเทศมนตรี องคการบริหารส:วนตําบลยางฮอม และคณะไดรับ
การสนบั สนุนหมอเมืองพ้นื บานในการอบรมแลกเปลย่ี นเรยี นรูในกลมุ: สภาหมอเมืองท่ีมีแนวคิดใหม: ผล
ผลิตภัณฑใหม: นวัตกรรมดานการพัฒนาส:ูกระบวนการท่ีมาตรฐาน มีความย่ังยืนเพื่อการสรางรายได
ใหกับชุมชน อาชีพที่สามารถเร่ิมที่หม:ูบาน ชุมชนโดยไม:ตองไปออกทํางานนอกชุมชน สรางความ
เขมแข็งใหกับครอบครัว ความอบอุ:นในการอยู:กันพรอมหนา การส:งเสริมในการใชชุมชนและศูนย
เรียนรใู นการนําเสนอเปน3 แหลง: ท:องเทยี่ ว ศึกษาดูงาน เป3นแหล:งใหความรูกับนักเรียน นักศึกษาแลผูท่ี
สนใจเขามาเรียนรไู ดตลอดเวลา
๒. นายกวิน ข:ายแกว หวั หนาแพทยแผนไทย โรงพยาบาลขุนตาลไดใหความรูในกระบวนการ
แปลรปู สมุนไพรในดานการนําเทคโนโลยีการห่นั อบแหง ตลอดจนการบรรจุผลิตภณั ฑสูม: าตรฐาน การ
๑๓๑
จัดฝ•กอบรมใหความรูกับหมอเมืองพื้นที่อย:ูเป3นระยะ ประกอบกับการเป3นตนแบบของโรงพยาบาลใน
การใชพื้นทใี่ นการรกั ษาโรคโดยสมุนไพร การใหคําปรึกษาดานสมุนไพรแก:หมอเมืองพ้ืนบานที่ตองการ
เสริมองคความรูใหม:ที่จะนํามาพัฒนาตนเองและผลิตภัณฑตลอดจนการการจัดจําหน:ายซ่ึงเป3นการหา
ชอ: งทางในการระบายสินคาของชุมชน
๓. นายสน่ัน กิตติศักด์ิเจริญ ประธานหมอเมืองขุนตาล สมาชิกหมอเมืองลานนาเป3น
ศูนยกลางในการรวบรวมพืชสมุนไพร สรางศนู ยเรียนรู ประสานงานสมุนไพรระดับอําเภอ การเขาร:วม
ประชุมสัมมนาเร่ืองสมุนไพรระดับจังหวัดเพื่อนํานโยบายมาใชประยุกตกับสถานการณสมุนไพร
พ้นื บานทีก่ าํ ลงั จะสูญหายไปกับการพฒั นาประเทศท่ไี มไ: ดใหความสําคัญภมู ิป>ญญาทองถิ่น การส:งเสริม
ใหกับสมาชิก ลูก หลาน ไดศึกษาในเร่ืองสมุนไพรโดยเขาศึกษาในสถาบันการศึกษาแพทยแผนไทยที่
ทําการเปด„ สอนสงั กดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
๔. นายพร คําป>น ผูใหญ:บาน บานหวยสักไดสนับสนุนสมาชิกในครอบครับ หมู:บาน ชุมชน
สามารถเขามารับการศึกษาอบรมในศูนยเรียนรูในชุมชน ส:งเสริมใหมีการฟGFนฟู ภูมิป>ญญาทองถ่ินใน
ชุมชนตลอดจนการจัดการประเพณี วัฒนธรรมในชุมชนจะตองการนําเสนอพืชสมุนไพรที่มีประโยชน
และสามารนํามารักษาโรคในเบ้ืองตนก:อนไปหาหมอใหกับกลุ:มสมาชิกเพื่อลดขั้นตอนการรักษาที่ตอง
พ่งึ พายาปฎชิ ีวนะเพยี งอยา: งเดียวและมีการส:งเสริมใหมีการปลูกพืชสมุนไพรทุกครัวเรือนไวใชสอยเอง
และถามจี าํ นวนมากก็นํามาเป3นผลติ ภัณฑของชุมชนเพื่อจัดจําหนา: ยในงานตา: ง ๆ ท่ีทางอําเภอจดั ข้นึ
๕. นางนาง โชตริ ตั นสริ กิ ุล ประชาชนที่ไดนําสมุนไพรในการักษาโรคและแนะนําผูท่ีปzวยท่ียัง
ไม:ไดรับการรักษาจากแพทยสามารถนําสมุนไพรในชุมชนมาใชอย:างถูกวิธี อัตราท่ีเหมาะสมกับโรคท่ี
เกิดขึ้นการใหการแนะนําจากการแลกเปล่ียนเรียนรูซึ่งกันและกันในชุมชน และการสรางความเช่ือมั่น
ในการใชสมนุ ไพรรักษาโรคแกส: มาชิกในชมุ ชน การนาํ มาใชและวธิ ีการตา: ง ๆ อย:างถูกวิธีโดยการมีการ
พูดคุยประสบการณทตี่ นเองไดพบและมีการแกไขป>ญหาน้ันอยา: งไร
๖. นายเงิน สุวรรณสอน หมอเมืองขุนตาล สมาชกิ หมอเมืองลานนาเป3นผูที่สืบสานภูมิป>ญญา
ทองถ่ินดานพิธีกรรมบําบัดซึ่งเป3นความเช่ือของคนในสมัยโบราณท่ีไดใชในการรักษาสภาพทางจิตใจ
ประกับการใหกําลังใจผูท่ีเขามารักษาโรคภัยของตนเองใหมีการใหความกังวลในการท่ีมีสิ่งผิดปกติท่ี
เกดิ ขึน้ ในร:างกายทง้ั ทมี่ องเห็นและมองไมเ: ห็นดวยตาเปล:า การเรียนขวัญการทําพิธีกรรมต:าง ๆ ที่มีมา
ต้ังแต:สมัยเก:ายังสามารถนํามาใชและการใชคาถาในการักษาโรคท่ีเกิดจากกระดูกยังมีความนิยมกับ
พน้ื ทีท่ ่อี ย:หู :างไกลโรงพยาบาลซงึ่ จะสามารถบรรเทาความทุกขของชมุ ชนไดในระดบั หนงึ่
๑๓๒
ผเู ขารวe มสนทนากลมeุ การใชประโยชนของสมนุ ไพรกับการสรางความเขมแขง็ ชมุ ชน
ที่ ชอ่ื -สกุล ตําแหนงe ท่อี ยeูปจp จุบัน/ทาํ งาน
๑ นายอาํ โพน อโนราช นายกเทศมนตรี องคการบรหิ ารส:วนตาํ บลยางฮอม
๒ นายจันทร กนั ทะสมบตั ิ รองนายกเทศมนตรี องคการบรหิ ารสว: นตําบลยางฮอม
๓ นางสมศรี มงคลคลี องคการบริหารส:วนตําบลยางฮอม
สมาชกิ อบต.
๔ นายกวิน ขา: ยแกว หวั หนาแพทยแผนไทย โรงพยาบาลขุนตาล
๕ นายสนัน่ กิตตศิ กั ดเิ์ จริญ ประธานหมอเมืองขุนตาล สมาชกิ หมอเมอื งลานนา
๖ นายเหมย อนิ ทรีย หมอเมืองขนุ ตาล สมาชกิ หมอเมอื งลานนา
๗ นายเงิน สุวรรณสอน หมอเมืองขุนตาล สมาชกิ หมอเมอื งลานนา
๘ นายสวัสด์ิ พานวลเศษ หมอเมืองขนุ ตาล สมาชกิ หมอเมอื งลานนา
๙ นายขัน ถารยิ ะ หมอเมืองขนุ ตาล สมาชกิ หมอเมืองลานนา
๑๐ นายปน> กนั ทะสมบัติ หมอเมืองขนุ ตาล สมาชกิ หมอเมอื งลานนา
๑๑ นายแกว ปง„ ตšะจุ:ม หมอเมืองขนุ ตาล สมาชิกหมอเมืองลานนา
๑๒ นายฉนั กองสขุ หมอเมืองขนุ ตาล สมาชิกหมอเมอื งลานนา
๑๓ นางบวั คาํ กนั ทะเนตร หมอเมืองขนุ ตาล สมาชิกหมอเมอื งลานนา
๑๔ นางคําแปง คําทะ หมอเมืองขุนตาล สมาชิกหมอเมืองลานนา
๑๕ นายพร คาํ ป>น ผูใหญ:บาน ประชาชนบานหวยสกั
๑๖ นายธราพงษ ใจกวาง ผช.ผูใหญ:บาน ประชาชนบานหวยสัก
๑๗ นายฉลอง สวยสม ผช.ผูใหญ:บาน ประชาชนบานหวยสัก
๑๘ นายสทุ ธนิ นั ท อนิ ตะš นัน กรรมการหมู:บาน ประชาชนบานหวยสัก
๑๙ นางนาง โชติรัตนสริ กิ ุล กรรมการหมู:บาน ประชาชนบานหวยสัก
๒๐ นางคําใส คํางาน กรรมการหมู:บาน ประชาชนบานหวยสกั
๒๑ นางคํามลู วิลยั กรรมการหม:ูบาน ประชาชนบานหวยสกั
๒๒ นางคําแปง อินนันชัย กรรมการหมู:บาน ประชาชนบานหวยสัก
๒๓ นายจํานง แสนสอบ กรรมการหม:ูบาน ประชาชนบานหวยสัก
๒๔ นายคาํ มา ต๊บิ ปะใจ กรรมการหม:ูบาน ประชาชนบานหวยสกั
๑๓๓
ผลการสัมภาษณผใู ชประโยชนของสมนุ ไพรกับการสรางความเขมแขง็ ชมุ ชน
การสัมภาษณผใู ชประโยชนของสมุนไพรกับการสรางความเขมแข็งชุมชนในสถานที่ใหบริการ
สมุนไพรซ่ึงมวี ัดบานหวยสกั โรงเรียนสมนุ ไพรบานหวยสัก ประชาชนทใี่ ชประโยชนจากสมุนไพรในการ
รักษาโรคในชีวิตประจําวัน แพทยแผนไทยโรงพยาบาลขุนตาล ผลการสัมภาษณ สรุปประชาชนส:วน
ใหญ: ๗๕-๘๐ ป‰ เป3นผูที่ใหความสําคัญกับสมุนไพร ๒ ประเภทข้ึนไปในการใชนวดแกปวดเมื่อยเป3น
ส:วนมาก การใชบริการจะใหโรงพยาบาลเพราะมีความเช่ือมั่น ประชาชนตองการใชสมุนไพรในการ
รกั ษาโรคตอ: ไป ดงั น้ี
การวิเคราะหขอมูลส:วนตัวของผูตอบแบบสัมภาษณ ขอมูลส:วนตัวของผูที่ใชประโยชนของ
สมนุ ไพรกบั การสรางความเขมแขง็ ชุมชน
ที่ จํานวน(คน) รอยละ
เพศ
ชาย ๒๐ ๕๙
หญิง ๑๔ ๔๑
อายุ
๖๐-๗๔ ป‰ ๑๒ ๓๕.๒๙
๗๕-๘๐ ป‰ ๑๗ ๕๐.๐๐
๘๑-๘๔ ป‰ ๔ ๑๑.๗๖
๘๕ ป‰ข้ึนไป ๑ ๒.๙๔
สถานภาพ
โสด ๑๖ ๔๗.๐๕
สมรส ๑๘ ๕๒.๙๔
หมาย ๑ ๒.๙๔
อ่นื โปรดระบ.ุ ......................... - -
ระดับการศึกษา
ประถมศึกษา ๖ ๑๗.๖๔
มธั ยมศึกษา ๒๐ ๕๘.๘๒
ปริญญาตรี ๘ ๒๓.๕๒
สูงกว:าปรญิ ญาตรี - -
กระบวนการสบื สานภูมปิ ญ> ญาทองถ่ิน
๑๓๔
วัด ๑๑ ๓๒.๓๕
๒๙.๔๑
เพอ่ื น ๑๐ ๓๘.๒๓
บรรพบุรุษ ๑๓ -
สถาบันการศึกษา -
ประเภทการใชประโยชนจากสมุนไพรใชบริการ
๑ ประเภท ๕ ๑๔.๗๐
๒๙.๔๑
๒ ประเภท ๑๐ ๒๖.๔๗
๒๙.๔๑
๓ ประเภท ๙
๔ ประเภท ๑๐
วิธีการใชสมุนไพรรกั ษาโรค
การอบสมุนไพร ๗ ๒๐.๕๘
๓๘.๒๓
การนวด ๑๓ ๒๙.๔๑
๑๑.๗๖
การรับประทาน ๑๐
การประคบ ๔
สถานทใ่ี ชบรกิ ารดานสมุนไพรในการรกั ษาโรค
วดั ๔ ๑๑.๗๖
๗๐.๕๘
โรงพยาบาล ๒๔ ๑๗.๖๔
ศนู ยเรยี นรู ๖ -
สถานทอ่ี น่ื ๆ โปรดระบุ..... -
ระยะการตดิ ตามในการรักษาผูปzวยที่ใชสมุนไพร
ใชเวลาเปน3 อาทิตย ๙ ๒๖.๔๗
๖๑.๗๖
ใชเวลาเปน3 เดือน ๒๑ ๑๑.๗๖
ใชเวลาเปน3 ป‰ ๔
ระยะการติดตามในการรักษาผปู zวยทใ่ี ชสมุนไพรอาการดีขึ้น
ใชเวลาเป3นวัน ๕ ๑๔.๗๐
๕๘.๘๒
ใชเวลาเป3นอาทติ ย ๒๐ ๑๔.๗๐
๑๑.๗๖
ใชเวลาเปน3 เดือน ๕
ใชเวลาเปน3 ป‰ ๔
ตองการใชสมนุ ไพรในการรกั ษาโรคตอ: ไปหรือไม:
๑๓๕
ตลอดไป ๑๓ ๓๘.๒๓
เปน3 บางครง้ั ๑๑ ๓๒.๓๕
ไม:ใช ๑๐ ๒๙.๔๑
รจู กั สถานทใ่ี หบริการสมนุ ไพรทางส่อื ใด
การซกั ถามพดู คุย ๒๐ ๕๘.๘๒
สอ่ื วทิ ยุ ๗ ๒๐.๕๘
ส่อื สารมวลชน ๓ ๐๘.๘๒
ป|ายโฆษณา ๔ ๑๑.๗๖
N=๓๔
จากตาราง การวิเคราะหขอมูลส:วนตัวของผูตอบแบบสัมภาษณ ขอมูลส:วนตัวของผูใช
ประโยชนจากสมุนไพรกับการสรางชุมชนเขมแข็ง พบว:า เป3นชาย ๒๐ คน คิดเป3นรอยละ ๕๙ อายุ
๗๕-๘๐ ป‰ คิดเป3นรอยละ ๕๐ สถานภาพสมรส ๑๘ คน คิดเป3นรอยละ ๕๒.๙๔ ระดับการศึกษา
ประถมศึกษา ๒๐ คน คิดเป3นรอยละ ๕๘.๘๒ กระบวนการสืบสานภูมิป>ญญาทองถ่ิน ๔ ประเภท คิด
เป3นรอยละ ๒๙.๔๑ วิธีการใชสมุนไพรรักษาโรค การนวด คิดเป3นรอยละ ๓๘.๒๓ สถานท่ีใชบริการ
ดานสมนุ ไพรในการรักษาโรค โรงพยาบาล คิดเปน3 รอยละ ๗๐.๕๘ ระยะการติดตามในการรักษาผูปzวย
ทใ่ี ชสมุนไพร คิดเป3นรอยละ ๖๑.๗๖ ระยะการติดตามในการรักษาผูปzวยท่ีใชสมุนไพรอาการดีขึ้น คิด
เป3นรอยละ ๕๘.๘๒ ตองการใชสมุนไพรในการรักษาโรคต:อไปหรือไม: คิดเป3นรอยละ ๓๘.๒๓ รูจัก
สถานท่ีใหบรกิ ารสมุนไพรทางส่ือใด คดิ เปน3 รอยละ ๕๘.๘๒
การใชประโยชนของสมนุ ไพรกบั การสรางความเขมแข็งชุมชน
ปจ> จบุ ันโรคภัยไขเจบ็ และการดูแลสขุ ภาพนับเปน3 เรื่องที่สําคัญ หลายคนใหความสนใจทั้งเร่ือง
อาหารการกิน การออกกําลังกาย และการบํารุงร:างกายดวยการรับประทานอาหารเสริมเพียงเพราะ
หวังว:าจะใหร:างกายของตนเองไม:ตองเจ็บปzวย การหาซ้ือผลิตภัณฑต:างๆ มาดูแลสุขภาพของตนเอง
เพราะบางครั้งของใกลตัวท่ีเรามองว:าไม:น:าจะมีประโยชน แต:ความจริงแลวนั้นมันอาจสรางประโยชน
ใหกับเราไดประโยชนของการใชสมุนไพร ซ่ึงมีแรงจูงใจในการเลือกจากราคาถูก ไม:มีผลขางเคียงใน
การใชยาสมุนไพร สามารถปลูกรับประทานเองไดเพราะเป3นท้ังยาและอาหาร วิธีการใชสมุนไพรรักษา
โรคง:ายในการนํามาใชรักษา ทําใหคุณค:าทางสมุนไพรมากข้ึน การสืบสานอนุรักษภูมิป>ญญาทองถิ่น
เป3นการสืบทอดมรดกทางป>ญญาที่มีมาแต:โบราณ การใชสมุนไพรมีความนิยมมากข้ึนตามลําดับท่ี
องคกรภาครัฐไดมีการเขามาสนับสนุนในการใชสมุนไพรเป3นยา เป3นอาหาร การใชประโยชนของ
๑๓๖
สมุนไพรกับการสรางความเขมแข็งชุมชนเป3นการปลูกฝ>งใหคนไทยมีจิตสํานึกในการรักประเทศหวง
แหนทรพั ยสินทางภมู ปิ ญ> ญาทองถิ่น ดังน้ี
๑. สรางความสามัคคีในชุมชน เพื่อใหสัมฤทธ์ิผลในการมีส:วนร:วมของชุมชนจะตองมีรากฐาน
ของความคิด สรางสรรค การร:วมมือระหว:างความสัมพันธของบุคคล กลุ:ม ชุมชน ตําบล อําเภอ และ
จงั หวดั ซ่งึ จะเป3นการรวมกนั อย:างเขมแข็งเพื่อสรางพลงั ในการขบั เคลื่อนท่ีจะทํางานใหสําเรจ็
๒. สรางงานใหกับชุมชน จากการแลกเปล่ียนเรียนรูในระดับชุมชน การจัดการบริการชุมชน
ทําใหทราบถึงตนทนุ ในชมุ ชน ปญ> หาท่ีเกิดขึน้ ชุมชน จะตองมกี ารแกไขอยา: งไรท่จี ะใหชุมชนอย:ูไดอย:าง
มีความสขุ ถาหากการว:างงานในชมุ ชนยังมีมาก
๓. สรางรายได ซ่ึงเป3นความอยู:รอดของครอบครัว การกําหนดทิศทางของการที่จะบริหาร
จัดการครอบครัวในการเรียน ความเป3นอย:ู การผลิตสมุนไพรท่ีจะตองใชวัตถุดิบทางดานการเกษตร
เป3นจํานวนมาก ประกอบกับคนในชุมชนส:วนใหญ:มาจากภาคเกษตรกรรมจึงสอดคลองในการเป3น
รากฐานในการผลติ วตั ถดุ บิ ส:ูกระบวนการแปรรูป จึงทําใหคนในชุมชนมีงานทําตลอดป‰ที่จะสามารถนํา
รายไดเลยี้ งตนเองได
๔. สรางสุขภาพของชุมชน ถือว:าเป3นป>ญหาพื้นฐานท่ีชุมชนจะตองตระหนักในการใช
ประโยชนจากสมุนไพรเพ่ือจะใหสุขภาวะที่ดีต:อชุมชน การประกอบอาหาร การรณรงคทานพืชผัก
ผลไมจงึ เปน3 ส:วนหนงึ่ ท่ึจะตองมีการแนะนําใหคนในชุมชนมีการบรโิ ภคทุกวัน
๕. สรางภูมิคุมกันในการฟFGนฟู สืบสาน และการอนุรักษภูมิป>ญญาทองถ่ิน โดยมีการคัดสรรค
ผลิตภัณฑของสมุนไพรในการถอดชุดบทเรียนในพับสาโบราณเขาสู:กระบวนการผลิตท่ีไดมาตรฐาน
สรางความเชือ่ มนั่ ความเชื่อถือใหกับผูบริโภค
๖. ชมุ ชนสามารถพ่งึ พาตนเองได ชุมชนมีงาน มีรายได สามารถกําหนดทิศทางของครอบครัว
ไดไม:ว:าจะเป3นดานการศึกษาของบุตรหลาน การวางแผนดําเนินชีวิตในชุมชน การประกอบสัมมา
อาชีพทีเสริมรายไดใหกับตนเอง การพัฒนาร:วมกันกับนักวิชาการท่ีมีความรูเฉพาะทางทําใหสามารถ
สรางผลติ ภณั ฑใหมท: ี่มีความตองการของผูใช ตลอดจนมรี าคาตา่ํ หาซือ้ ง:าย และไมม: ผี ลขางเคียง
๗. สนับสนุน ส:งเสริมแหล:งเรียนรูชุมชน มีจุดศูนยกลางการเรียนรูที่จะสามารถศึกษาองค
ความรใู หม: ๆ ทเี่ กดิ จากการศกึ ษาคนควา จากนกั วิจยั ท่ที ําการศกึ ษาเกิดแนวคิด ผลิตภณั ฑใหม:
๘. สง: เสรมิ สนบั สนุนการทอ: งเที่ยวเพ่ือสขุ ภาพชุมชน การสนับสนุนการท:องเท่ียวเพื่อสุขภาพ
ทําใหมีความนิยมที่จะหันมาใส:ใจตนเองจากนักท:องเท่ียวมากข้ึน การจัดการบริการดานการศึกษาดู
งานจากองคกรต:าง ๆ จึงทําใหมีผูสนใจเขามาศึกษาเป3นช:องทางในการจะจําหน:ายผลิตภัณฑมีรายได
๑๓๗
ใหกับชุมชนอีกทางหน่ึง การจัดการท:องเที่ยวเพ่ือสุขภาพจะตองมีการพัฒนาท้ังระบบในการบริหาร
จดั การดานบุคลาการ ดานสถานบรกิ าร ดานสถานที่ ดานถนน และป|ายบอกทาง
การสรางความเขมแขง็ ชมุ ชนโดยการใชประโยชนจากสมนุ ไพร
๑. สรางกิจกรรมดานสมุนไพรระดับหม:ูบาน ชุมชน อําเภอ และจังหวัด การจัดงานประเพณี
วัฒนธรรมจะตองมีการใหพื้นที่ในการจัดจําหน:ายผลิตภัณฑสมุนไพร และการสาธิตการใชอย:างถูกวิธี
ใหกับประชาชนโดยการควบคุมดูแลจากภาครัฐอย:างใกลชิด ตลอดจนการนําไปใชไดมีการติดตาม
ประเมนิ ผลผปู วz ย และการประชาสมั พันธอยา: งมรี ะบบ
๒. การสรางเครือข:ายสมุนไพร การบริหารจัดการกับองคความรูดานสมุนไพรจะตองมีการจัด
ฝ•กอบรมอย:างมีระบบ ต:อเนื่องท่ีจะสามารถนําองคความรูท่ีไดไปปฏิบัติใหเกิดผลสัมฤทธ์ิในการเรียน
และสามารถนาํ มาใชในวถิ ีชีวิตประจาํ วนั ไดอยา: งมีความสขุ
๓. การสนับสนุนผลิตภัณฑสมุนไพรใหภาครัฐและเอกชนช:วยกันในการส:งเสริมการผลิต
สถานท่ีจําหนา: ย ตลอดจนการวจิ ัยเพอื่ ใหเกิดนวัตกรรมใหมใ: นการใชในการรักษาโรคที่มีการนําเขาจาก
ต:างประเทศท่ีมีการใชเงินตราเป3นจํานวนมาก ใหมีการพัฒนาผลิตภัณฑอย:างจริงจังและมีการจัดการ
เรียนการสอนในสถาบันการศกึ ษาท่ีสามารถจะเรยี กมาตรฐานความเช่อื มันในการบริโภคของประชาชน
กลับคืนมา การสนับสนุนดานการวิจัยเพื่อใหไดตัวยาใหม:ในการรักษาโรคท่ีมีการกลายพันธุจึงเป3น
สิง่ จําเป3นจะตองมีผูเชี่ยวชาญเฉพาะทางเขามามีบทบาทในการคิดคน ศึกษา วิเคราะหความเป3นไปได
ในการบรกิ ารจัดการเพอ่ื ใหเกิดเป3นรูปธรรมในการผลิตท่ีจะตองมีความซับซอนมากยิง่ ข้ึน
๔. การส:งเสริมใหมีสมุนไพรขายในสถานศึกษา องคกรรัฐและเอกชนใหมีการนําผลิตภัณฑ
สมนุ ไพรไดวางจาํ หน:ายและมีการส:งเสริมใหสมุนไพรไดมีกระบวนการผลิตท่ีมาตรฐาน ปลอดภัย และ
ไม:ส:งผลกระทบกับสภาพแวดลอมของทรัพยากรธรรมชาติ การปลูกพืชสมุนไพรในพ้ืนที่สถานศึกษา
องคกรปกครองส:วนทองถ่ิน วัด และสาธารณะ จึงมีความจําเป3นจะตองมีสนับสนุนอย:างต:อเนื่องเพื่อ
จะไดคงอย:ูซึ่งภูมิป>ญญาทองถ่ิน การสรางความเช่ือม่ันในผลิตภัณฑก็มีส:วนท่ีจะทําใหการขายดีข้ึน
ส:วนการพัฒนาผลิตภัณฑในการศึกษาคนควาสรรพคุณทางยาท่ีจะสามารถรักษาโรคใหม: ๆ ท่ีมี
คา: ใชจา: ยนอยก็ถือวา: มีความจําเป3นตอ: เศรษฐกิจชุมชน
๕. การเผยแพร:ความรู การแลกเปล่ียนเรียนรู จัดตองศูนยการเรียนรูสมุนไพรชุมชน ท้ังการ
สนับสนุน ส:งเสริมการนําไปใชประโยชนในเชิงพาณิชย นําเสนอผลงานดานสมุนไพรในงานระดับชาติ
และนานาชาติ ใหมกี ารสนบั สนุนนกั วจิ ยั ร:วมกับวิสาหกิจชุมชน SME ชุมชน เพื่อจะพัฒนาผลิตภัณฑสู:
มาตรฐานอุตสาหกรรมทางอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องสําอาง การนําไปใชในการกําจัดศัตรูพืช การใช
๑๓๘
สมุนไพรช:วยเศรษฐกิจกระแสใหม:ของชุมชนใหมีการการใชสมุนไพรภายในครัวเรือน ชุมชน ทองถ่ิน
เป3นการส:งเสรมิ ความเปน3 ไทยกาวสค:ู วามเป3นสากล
๔.๓ องคความรูจากการวิจยั
ตอนที่ ๓ องคความรจู ากการวิจยั
องคความรูจากการวจิ ัยของนวตั กรรมการใชประโยชนจากสมุนไพรกับการสรางความเขมแข็ง
ชุมชนเป3นเป|าหมายของการนวัตกรรม(Innovation)ป>จจุบันนวัตกรรมเป3นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ธุรกิจและอุตสาหกรรม ซ่ึงเป3นการแข:งขันที่สรางความแตกต:างตลอดจนการเขาถึงลูกคา การนํา
นวัตกรรมเขามาบทบาทต:อองคความรูใหม: กระบวนการผลิต การกาวส:ูเชิงพาณิชยก็ยังมีความเสี่ยง
อยู:มาก การจดั การาไม:สามารถหลกี เลย่ี งการบรหิ ารจัดการองคกรหรือธุรกิจ โดยไม:ใชทุนทางความคิด
ดานการใชทรัพยากรมนุษย ซ่ึงเป3นตัวขับเคลื่อนท้ังดานแรงงาน การบริหารจัดการ ผูบริหาร หรือ นัก
คิด นักออกแบบสรางสรรคก็ยังตองใชทุนมนุษยนวัตกรรมดานห:ุนยนตจะเขามาแทนท่ีไดแต:ก็ยังไม:
สามารถแสดงศักยภาพทางความคิด หรือความฉลาดในการตัดสินใจในกระบวนการครบวงจรได การ
บริหารทรัพยากรมนุษยจึงมีความจําเป3นอย:ูในภาคอุตสาหกรรม การจัดการทรัพยากรมนุษยสําหรับ
นวัตกรรมจึงมีความจําเป3นจะตองพัฒนาใหมีความเหมาะสม และสอดคลองกับความตองการของ
ผูผลิตน้ัน ๆ การจัดการทรัพยากรมนุษยกับนวัตกรรมตองมีการประยุกตใชเพ่ือใหไดแนวทางในการ
พัฒนาบุคลากรใหเกิดการคิดคน แรงกระตุน แรงจูงใจในสรางสรรคนวัตกรรมใหกับองคกรที่มีความ
จําเป3นตองใชเร:งกระบวนการผลิตที่มีจํานวนมากขึ้นตามลําดับการสรางสรรคผลิตภัณฑนวัตกรรมนํา
ทุกทุกศาสตรมาผสมผสาน (multidiscipline) เพ่อื ใหเกดิ ผลงานนวัตกรรมเร่ิมจากงานวิจัยและพัฒนา
ความคดิ สรางสรรค (creativity) หรือจะเป3นการจัดการความรู (knowledge management) ตองใช
การคดิ สรางสรรค หากองคกรใดสามารถพัฒนาบุคลากรใหสามารถคิดและสรางสรรคนวัตกรรมทําให
องคกรมีความกาวหนา การคัดเลือกพนักงานหรือจัดใหมีการอบรมพัฒนาบุคลากรจึงตองเป3นหนาท่ี
หลักของฝzายทรัพยากรมนุษยที่จะตองเฟ|นหาบุคลากรท่ีมีคุณภาพ การสรางคนใหมีแนวคิดทางดาน
นวัตกรรมอาศัยกลยุทธดานการจัดการทรัพยากรมนุษยจากการจุดประกายความคิดในตัวของแต:ละ
คน เพื่อสรางใหเกิดแรงจูงในการสรางสรรคผลงานหรือธุรกิจนวัตกรรม ซ่ึงที่มาที่ไปของประกาย
ความคิดหรือที่เรียกว:า แหล:งท่ีมาของนวัตกรรม (sources of innovation) ซ่ึงประกอบดวย การ
จัดการความคิดสรางสรรค การวิจัยและพัฒนาและการจัดการองคความรู เป3นส:วนสําคัญยิ่งที่ทําให
๑๓๙
เกิดนวัตกรรม องคความรูจากการวิจัยในคร้ังไดชุดความรูดานสมุนไพรตําราหมอเมืองพ้ืนบาน สาขา
หมอยา
๑. ประวตั หิ มอเมืองพ้ืนบาน
หมอพ้ืนบานที่ทําการรักษาโรคภัยไขเจ็บ ดวยวิชาการท่ีสืบทอดมาจากปzูย:าตายาย โดยเป3น
การรกั ษาแบบตามมตี ามเกดิ ไมส: ามารถพิสูจน หรือวิเคราะหตามหลักการวิทยาศาสตรหรืออาจอาศัย
ตําราโบราณ หรือแบบครูพักลักจํา ยาแผนโบราณช:วยการบําบัดรักษาแผนโบราณ เทียบกับยาหรือ
การบําบัดรักษาสมัยใหม: หมอเมือง หรือตํารายาเมือง หมอแผนโบราณที่ทําการรักษาโรคภัยไขเจ็บ
ดวยวชิ าการทีส่ ืบทอด
๒. ตํารายาพนื้ บานลานนา
ดวยวิธีการนําเสนอในตํารายาพ้ืนบานลานนา จํานวนชนิด สาระท่ีปรากฏในตํารายา คติ
ความเชื่อในยาพ้ืนบานที่มีองคประกอบในการในการตัดสินใจในการใชสมุนไพรรักษาโรคกับการสราง
ความเขมแขง็ ชุมชนจะตองคํานึงถงึ กระบวนการ ดงั น้ี
๑. พัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ คุณสมบัติต:างๆ ที่มีอยู:ในตัวสินคาและเป3นที่พึงพอใจของ
ลกู คาในระดบั ดี ภารกจิ ในการควบคมุ คณุ ภาพและการประกันคุณภาพสินคา จึงเป3นหนาที่ของทุกคน
ในองคกร ไม:ว:าจะเป3นฝzายผลิต ฝzายสนับสนุนการผลิต ฝzายบริหารหรือการตลาด ภารกิจในการ
ควบคมุ คณุ ภาพและการประกันคุณภาพสินคาจึงไม:มีที่สิ้นสุด ตองพัฒนาสินคาใหมีคุณภาพสูงข้ึนและ
เป3นที่พึงพอใจของลูกคา ข้ันตอนการควบคุมคุณภาพ และการประกันคุณภาพสินคา เพ่ือใหคุณภาพ
สนิ คามีความเหมาะสมในการใชงานทั้งผลิตภัณฑและการบริการของลูกคา ในข้ันตอนต:างๆ ของการ
ควบคุมคุณภาพ และการประกันคุณภาพสินคาจึงไม:ไดจํากัดอย:ูแค:วิธีการต:างๆ ภายในจะคลุมไปถึง
การออกแบบ การกําหนดมาตรฐานการผลิต การตลาด รวมท้ังการบริหารลูกคากําหนดแนวทางการ
ควบคมุ คณุ ภาพ และการประกนั คณุ สนิ คาเป3นข้นั ตอน ๔ ข้นั ตอนดังน้ี
๑. ผบู ริหารระดับสูง ประกาศนโยบายที่เกี่ยวกับคุณภาพ ซึ่งจะนําไปสู:แนวทางการปฏิบัติทุก
ข้ันตอนการ
๒. ออกแบบผลติ ภัณฑใหไดมาตรฐานตามทก่ี ําหนด
๓. การควบคมุ คุณภาพ และการประกันคณุ ภาพของสินคาในการผลิต ในข้ันนี้ไดถือว:าเป3นข้ัน
ดําเนินการต:อจากข้ันท่ี ๑ และขั้นที่ ๒ เมื่อไดกําหนดนโยบายเป3นท่ีแน:นอนแลวดําเนินการผลิตใน
กระบวนการใหเป3นไปตามแบบกาํ หนด