2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่คิดสี่สหาย, เทคนิคการต่อเรื่องราว (Jigsaw)) นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง วัฒนธรรมไทย 1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนยกตัวอย่างวัฒนธรรมไทยที่ชอบ พร้อมบอกเหตุผล ซึ่งนักเรียนอาจจะ ยกตัวอย่างหลากหลาย เช่น - ประเพณีลอยกระทง - การแต่งกายชุดไทย - การแห่เทียนพรรษา - อาหารไทย - ร าไทย - ดนตรีไทย - ภาษาไทย 2. ครูอธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเห็นความส าคัญของวัฒนธรรมไทย 3. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน (ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนไว้ล่วงหน้า) นักเรียนแต่ละกลุ่มจับคู่กัน เป็น 2 คู่ ให้แต่ละคู่ช่วยกันศึกษาความรู้เรื่อง ความส าคัญของวัฒนธรรมไทย ลักษณะของวัฒนธรรมไทย จากหนังสือเรียน และให้แต่ละคู่ช่วยกันท าใบงาน ดังนี้ - คู่ที่ 1 ท าใบงานที่ 1.1 เรื่อง ความส าคัญของวัฒนธรรมไทย - คู่ที่ 2 ท าใบงานที่ 1.2 เรื่อง ลักษณะของวัฒนธรรมไทย 4. นักเรียนแต่ละคู่ตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของใบงานที่ตนรับผิดชอบ แล้วแต่ละคู่ผลัดกันอธิบาย ถ่ายทอดความรู้จากการท าใบงานให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง สมาชิกทุกคนในกลุ่มผลัดกันซักถามและ ตรวจสอบความถูกต้องของใบงาน 5. ครูให้ตัวแทนกลุ่มน าเสนอผลงาน ประมาณ 2-3 กลุ่ม และให้กลุ่มอื่นที่มีผลงานแตกต่างกัน ออกไปน าเสนอเพิ่มเติม 6. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ ความหมาย ความส าคัญ ประเภทของวัฒนธรรม และ ลักษณะของวัฒนธรรมไทย 1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนด้วยการตั้งค าถามให้นักเรียนตอบ ดังนี้ 1) วัฒนธรรมมีความหมายว่าอย่างไร ชั่วโมงที่ 1 ชั่วโมงที่ 2-3
2) วัฒนธรรมมีความส าคัญอย่างไร 3) วัฒนธรรมมีกี่ประเภท อะไรบ้าง 4) วัฒนธรรมไทยมีลักษณะส าคัญอย่างไร 2. นักเรียนกลุ่มเดิมเรียกว่า กลุ่มบ้าน (Home Groups) และให้สมาชิกในกลุ่มเลือกหมายเลข ประจ าตัวตั้งแต่หมายเลข 1-4 ตามล าดับ แล้วให้แต่ละกลุ่มแยกย้ายกันไปหาสมาชิกที่มีหมายเลข เดียวกัน เรียกว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert Groups) 3. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแต่ละหมายเลขร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง วัฒนธรรมในภูมิภาคต่างๆ ของไทย จากหนังสือเรียนและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ และท าใบงาน ดังนี้ - หมายเลข 1 ท าใบงานที่ 1.3 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคเหนือ - หมายเลข 2 ท าใบงานที่ 1.4 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคกลาง - หมายเลข 3 ท าใบงานที่ 1.5 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - หมายเลข 4 ท าใบงานที่ 1.6 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ 4. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของใบงานที่กลุ่มรับผิดชอบ และท าความ เข้าใจจนกระจ่างชัดเจนแล้วแยกย้ายกันกลับไปกลุ่มเดิม ซึ่งเรียกว่า กลุ่มบ้าน (Home Groups) 5. สมาชิกกลุ่มบ้านแต่ละหมายเลขผลัดกันเล่าความรู้จากใบงานที่ตนศึกษามาให้แก่สมาชิกหมายเลขอื่น ฟัง และผลัดกันซักถามจนมีความเข้าใจชัดเจนดีทุกคน 6. ครูสุ่มเรียกนักเรียนบางคนในกลุ่มออกมาเฉลยค าตอบของใบงาน ทุกใบงานตามความเหมาะสม จากนั้นช่วยกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ ลักษณะส าคัญของวัฒนธรรมไทยในแต่ละภูมิภาค 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง วัฒนธรรมไทย แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง วัฒนธรรมไทย ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานที่ 1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.2 ใบงานที่ 1.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.3 ใบงานที่ 1.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.4 ใบงานที่ 1.4 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.5 ใบงานที่ 1.5 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.6 ใบงานที่ 1.6 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงานกลุ่ม แบบประเมินการน าเสนอผลงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมืองฯ ม.4-ม.6 2. หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม 1) ชุลีพร สุสุวรรณ และสุชิราภรณ์ บริสุทธิ์. ความรู้รอบตัว : ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทย. กรุงเทพฯ : บริษัท อักษราพิพัฒน์ จ ากัด, 2544. 2) สมชัย ใจดี และยรรยง ศรีวิริยาภรณ์. ประเพณีและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ : บริษัท ส านักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช จ ากัด, 2528. 3. เอกสารประกอบการสอนเรื่อง วัฒนธรรมไทย 4. ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ความส าคัญของวัฒนธรรมไทย 5. ใบงานที่ 1.2 เรื่อง ลักษณะของวัฒนธรรมไทย 6. ใบงานที่ 1.3 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคเหนือ 7. ใบงานที่ 1.4 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคกลาง 8. ใบงานที่ 1.5 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9. ใบงานที่ 1.6 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. ส านักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ 3. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ www.prapayneethai.com/th/culture/ th.wikipedia.org/wiki/หมวดหมู่:วัฒนธรรมไทย guru.sanook.com/encyclopedia/สังคมและวัฒนธรรมไทย/
9. บันทึกหลังสอน 1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน
10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา
เอกสารประกอบการสอน เรื่อง วัฒนธรรมไทย ความหมายของวัฒนธรรม คำ ว่ำ วฒันธรรม เป็นภำษำบำลีและสันสกฤต “วัฒน” เป็นภำษำบำลีแปลว่ำ “เจริญ งอกงำม” ส่วนคำ วำ่ “ธรรม” เป็ นภำษำสันสกฤต หมำยถึง “ควำมดี” ซ่ึงถำ้แปลตำมรำกศพัทก์ ็คือ “สภำพอันเป็ นควำมเจริญงอกงำมหรือลักษณะที่แสดงถึงควำมเจริญงอกงำม” วฒันธรรมเป็นวิถีชีวิตหรือกำรด ำเนินชีวิตของกลุ่มใดกลุ่มหน่ึง ซ่ึงหมำยรวมถึง ควำมคิด ศิลป ะ วรรณ คดี ดนตรี ปรัชญ ำ ศีลธรรม จรรยำ ภำษ ำ กฎหมำย ควำมเชื่ อ ขนบธรรมเนียมประเพณีและสิ่งต่ำงๆ ที่มนุษยส์ร้ำงข้ึน ซ่ึงไดถ้่ำยทอดให้กบัคนรุ่นต่อๆ มำ เป็น เรื่องของกำรเรียนรู้จำกคนกลุ่มหน่ึงไปยงัคนอีกกลุ่มหน่ึง ซ่ึงถำ้สิ่งใดดีก็เก็บไว้สิ่งใดควรแกก้ ็ แกไ้ขกนั ใหด้ีข้ึน เพื่อจะไดส้่งเสริมให้มีลกัษณะที่ดีประจำ ชำติต่อไป ในลกัษณะน้ีวฒันธรรมจึง เป็ นกำรแสดงออกซึ่งควำมเจริญงอกงำม ควำมเป็ นระเบียบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีงำมของ ประชำชน สรุปแล้ว วัฒนธรรม หมำยถึงกำรดำ เนินชีวิตของคนกลุ่มใดกลุ่มหน่ึงที่แสดงออกถึง ควำมเจริญงอกงำม ควำมเป็นระเบียบเรียบร้อยควำมกลมเกลียวควำมกำ้วหน้ำ และศีลธรรม ของประชำชน ความเป็ นมาของวัฒนธรรมไทย ชำติไทยเป็นชำติที่มีวฒันธรรมอนัดีงำมมำแต่โบรำณ วฒันธรรมไทยที่เรำมีและปฏิบตัิ กนัอยูส่ ่วนหน่ึงเป็นเรื่องของคนรุ่นก่อนๆ หรือบรรพบุรุษของเรำไดถ้่ำยทอดมำยงัอนุชนรุ่นหลงั ทำ ให้เรำมีควำมประพฤติและกำรปฏิบตัิอย่ำงที่เรำเป็นอยู่อีกส่วนหน่ึงจำกกำรที่เรำไดม้ีกำร ติดต่อกบัคนชำติอื่นๆ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี หรือเพื่อคำ้ขำย หรือดว้ยเหตุใดก็ตำม วฒันธรรม ของชำติที่เรำเกี่ยวขอ้งดว้ย มีผลต่อวฒันธรรมไทยไม่นอ้ยและชนชำติที่มีอิทธิพลต่อวฒันธรรม ไทย คือ มอญ ขอม อินเดีย จีน และชำติตะวันตก หำกมองยอ้นสู่อดีต เรำไดต้ิดต่อสมำคมกบัชำวพ้ืนเมืองคือ มอญ และขอม มอญและ ขอมรับอิทธิพลจำกอินเดียเช่นกัน โดยคนไทยเห็นว่ำสิ่งใดดีมีประโยชน์ก็น ำมำดัดแปลง กลำยเป็ นวัฒนธรรมไทย
โดยเฉพำะอิทธิพลของอำรยธรรมอินเดีย ปรำกฏได้ในด้ำนศำสนำ กำรปกครอง ขนบธรรมเนียมประเพณี วรรณคดี ศิลปกรรมอยำ่งกวำ้งขวำงแต่ในระยะหลงัอิทธิพลของอำรยธรรมตะวนัตกและจีนมีมำกข้ึน ศาสนา เรำรับศำสนำพุทธมำจำกอินเดีย ซ่ึงอิทธิพลของศำสนำพุทธมีต่อคนไทยอยำ่ง มำก ท้งัในดำ้นกำรปกครองและในดำ้นกิริยำมำรยำทและควำมเป็นอยูจ่นกลำยเป็นธรรมเนียม ไทยไป ส่วนคติควำมเชื่อในกำรประกอบพิธีกรรมต่ำงๆ ของพรำหมณ์ไทยนำ มำปฏิบตัิไม่นอ้ย เช่น กำรโกนจุกกำรหม้นัฯลฯ การปกครอง สมยัสุโขทยัเรำมีกำรปกครองแบบของตนเองคือแบบพอ่ ปกครองลูกแต่ ปลำยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยำ มีอิทธิพลของขอมเข้ำมำแทรกแซง ท ำให้รูปกำรปกครองได้ เปลี่ยนจำกแบบพ่อปกครองลูกมำเป็นขำ้กบัเจำ้หรือบ่ำวกบันำย ซ่ึงขอมก็รับกำรปกครองจำก อินเดียอีกทอดหน่ึง โดยถือวำ่กษตัริยเป็ นสมมติเทพ ภำยหลังเรำรับอำรยธรรมของตะวันตก จึง ์ เปลี่ยนกำรปกครองเป็ นแบบประชำธิปไตยมีพระมหำกษัตริย์เป็ นประมุข ศิลปกรรม สมยัสุโขทยัมีศิลปกรรมเป็นของตนเอง งดงำม และค่อนขำ้งเป็นแบบไทย แท้แต่เมื่อไทยไดร้ับพระพุทธศำสนำลทัธิหินยำนนิกำยลงักำวงศ์ศิลปกรรมของลงักำจึงเขำ้มำมี อิทธิพลในศิลปะของสุ โขทัย โดยเฉพำะ “เจดีย์” ส่วนคติกำรสร้ำง “วัด” หรื อกำรสร้ำง พระพุทธรูปเรำรับมำจำกอินเดีย พอถึงสมัยอยุธยำอิทธิพลของขอมมีมำกในรูปกำรสร้ำง “พระปรำงค์” วรรณ กรรม วรรณกรรมของอินเดียมักเกี่ยวกับศำสนำหรือยกย่องเทิดทูน พระมหำกษตัริย์ซ่ึงคติควำมเชื่อในเรื่องน้ีมีอิทธิพลต่อวรรณกรรมหรือพ้ืนฐำนควำมเชื่อของ ไทย เช่น กำรมีใจเมตตำเอ้ือเฟ้ือให้ทำน ควำมจงรักภกัดีต่อกษตัริย์กำรเชื่อฟังผูป้กครองควำม กตญัญูกตเวทีต่อผมู้ีพระคุณ กำรใหอ้ภยัต่อกนัเป็นตน้ ภาษา สมยัสุโขทยัพ่อขุนรำมคำ แหงประดิษฐ์อกัษรไทยข้ึน โดยได้รับอิทธิพลจำก ตัวอักษรขอม นอกเหนือจำกภำษำขอมแล้วเรำยังนิยมใช้ภำษำบำลีและสันสกฤต ซึ่งเป็ นผลจำก กำรเผยแผศ่ำสนำพุทธและศำสนำพรำหมณ์เมื่อเรำรับศำสนำเขำ เรำก็รับภำษำของเขำมำใชใ้น ภำษำไทยด้วย สมัยอยุธยำเรำรับกำรปกครองแบบสมมติเทพจำกขอม เรำจึงรับภำษำขอมมำใช้ มำกข้ึน โดยเฉพำะคำ รำชำศัพท์ส่วนชำวจีนเรำต้องอำศัยในกำรเดินเรือค้ำขำยและรับเอำ ภำษำจีนมำใช้ในกำรเรียกตำ แหน่งต่ำงๆ เช่น จุน้จู๊นำยส ำเภำ ไตก้๋ง เป็นตน้ ปัจจุบนัเรำยอมรับ ภำษำชำติอื่นๆ มำใชบ้ำ้ง เพื่อควำมเขำ้ใจต่อกนัและเพื่อควำมรู้เช่น ภำษำอังกฤษ (สไตรค์ หรือ ศพัทท์ำงกำรแพทยบ์ำงอยำ่ง เช่น วคัซีน ฯลฯ) เป็นตน้
หัตถกรรม สมยัพ่อขุนรำมคำ แหง มีช่ำงมำสอนทำ เครื่องป้ันดินเผำ สมยัอยุธยำ บำง ท่ำนกล่ำวว่ำ เรำคงได้ควำมคิดในกำรประดิษฐ์ลำยประดับมุกจำกจีน แต่ปัจจุบนัเรำนิยมทำ เครื่องถว้ยชำมดว้ยเครื่องจกัรแบบตะวนัตกไม่นอ้ย ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในสมยัอยธุยำไดค้ติควำมเชื่อจำกขอมที่ถือวำกษัตริย์เป็ น ่ สมมติเทพ ทำ ใหม้ีกำรใชร้ำชำศพัทแ์ละพิธีกำรต่ำงๆ ในรำชสำ นกันอกจำกน้นั ประเพณีไม่นอ้ย ไดม้ำจำกอินเดีย เช่น กำรแต่งงำน เผำศพ ปลูกบำ้น กำรต้งัศำลพระภูมิแต่อำรยธรรมตะวนัตกก็ ไดเ้ขำ้มำผสมผสำนในหลำยเรื่อง เช่น กำรแต่งงำนแบบไทยแต่เล้ียงแบบฝรั่ง หรือกำรจบัมือกนั แทนกำรไหว้ในบำงโอกำส ระยะหลงัสังคมไทยมีกำรติดต่อกับประเทศที่เจริญกว่ำมำกข้ึน โดยเฉพำะประเทศ ตะวนัตกและยิ่งเรำติดต่อมำกข้ึนเท่ำไรเรำก็ยิ่งรับอำรยธรรมจำกเขำมำกข้ึนเท่ำน้นั ไม่วำ่จะใน ด้ำนควำมเชื่อลัทธิ อุดมกำรณ์ กำรปกครอง กำรศึกษำ สังคม เป็ นต้น วิถีชีวิตที่เคยเป็นอยู่จึง เปลี่ยนไปจำกเดิมในหลำยดำ้น เช่น ในดำ้นกำรปกครอง ดำ้นควำมเป็นอยู่(ชำยหญิงก็เท่ำเทียม กนัมำกกว่ำแต่ก่อน หญิงสำมำรถทำ งำนเคียงบ่ำเคียงไหล่กบัชำยได)้ดำ้นกำรแต่งกำย ดำ้นกำร ปลูกสร้ำง (มีกำรใชว้สัดุใหม่ๆ เช่น อะลูมิเนียม ซีเมนต์เป็นตน้ ) สรุปแลว้วฒันธรรมไทยในอดีตและปัจจุบนัมีอิทธิพลของอำรยธรรมต่ำงชำติไม่มำกก็ นอ้ย โดยเรำไดเ้ลือกสรรสิ่งที่เป็นประโยชน์และเขำ้กบัสภำพควำมเป็นอยูข่องคนไทย เป็นกำร ผสมผสำนกบัวฒันธรรมของเรำเองที่มีมำแต่ด้งัเดิม คือเรำยอมรับเอำวฒันธรรมที่ดีของชำติอื่น ที่เรำติดต่อดว้ยมำเป็นของเรำบำ้ง ดดัแปลงบำ้ง ให้เขำ้กบัควำมเชื่อแบบไทยๆ จนเป็นวฒันธรรม ที่มีลักษณะแบบของเรำเองที่แตกต่ำงกับชำติอื่นๆ โดยในแต่ละยุคแต่ละสมัย ได้พยำยำม ส่งเสริมและรักษำวฒันธรรมที่ดีงำมเหล่ำน้ีตลอดมำ ปัจจัยทเี่กือ้หนุนและบั่นทอนวฒันธรรม วฒันธรรมมีท้งัเจริญและเสื่อมสูญไปได้ซ่ึงข้ึนอยู่กบัสภำพของสังคม ควำมเชื่อและ ปัจจยัสิ่งแวดลอ้มอื่นๆ ก. ปัจจัยที่เกื้อหนุนวัฒนธรรม ในที่น้ีจะขอยกเพียงบำงปัจจยัที่สำ คญัดงัต่อไปน้ีคือ 1. สอดคล้องหรือเข้ำกับควำมประพฤติที่มีอยู่เดิม เช่น ศำสนำพุทธแพร่หลำยในไทย มำกกวำ่ศำสนำพรำหมณ์ซ่ึงอำจเป็นไดว้ำ่เพรำะเรำไม่นิยมกำรแบ่งคนออกเป็นชนช้นั ต่ำงๆ เหมือนระบบวรรณะในศำสนำพรำหมณ์
2. อิทธิพลของศำสนำคนไทยส่วนใหญ่นับถือศำสนำพุทธ ดงัน้ัน พระพุทธศำสนำมี อิทธิพลต่อชีวิตของคนไทยมำก เช่น ควำมกตญัญูกตเวทีกำรมีสัมมำคำรวะ ควำม สุภำพเรียบร้อยควำมโอบออ้มอำรีมีใจเมตตำ ฯลฯ ซ่ึงเป็นวฒันธรรมของไทยเรำมำแต่ โบรำณจนถึงปัจจุบัน 3. กำรเห็นคุณประโยชน์หำกประชำชนส่วนใหญ่เห็นวำ่ทำ แลว้ไดป้ระโยชน์ประชำชน จะรักษำและปฏิบตัิตำมวฒันธรรมน้นัๆ เช่น ในเทศกำลตรุษสงกรำนตเ์รำก็สรงน้ำ พระ รดน้ำ และขอพรจำกผูใ้หญ่ทำ ควำมสะอำดบำ้นเรือน หรือกำรแรกนำขวญัเป็นพิธีที่ บอกวำ่ถึงฤดูทำ นำแลว้และขำ้วจำกพิธีจะช่วยให้กำรปลูกขำ้วไดผ้ลข้ึน ซ่ึงเป็นกำ ลงัใจ แก่ชำวนำ หรือกำรยอมรับเทคโนโลยใีหม่ๆ เพื่อควำมเป็นอยทู่ ี่สุขสบำยข้ึน เป็นตน้ 4. กลุ่มผลประโยชน์เป็นกลุ่มที่ต้องกำรรักษำวฒันธรรมของตน เช่น กลุ่มอนุรักษ์ วฒันธรรม กลุ่มดนตรีไทย ฯลฯ บุคคลเหล่ำน้ีเห็นว่ำวฒั นธรรมไทยเป็นของดีอยู่แล้ว พยำยำมส่งเสริมและคดัคำ้นกำรเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ทำ ลำยวฒันธรรมที่ตนเห็นวำ่ดีและ สนบัสนุนส่งเสริมกำรเปลี่ยนแปลงที่ทำ ใหว้ฒันธรรมที่ตนส่งเสริมน้นัดีข้ึน 5. ตวัแทนของวฒันธรรม ตวัแทนใดก็ตำมที่มีอิทธิพลหรือมีอำ นำจจะเป็นเครื่องช่วย ส่งเสริมวฒันธรรมได้มำกยิ่งข้ึน เช่น ในรัชสมัยพระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำ เจำ้อยูห่ ัว เจำ้นำยและขำ้รำชกำรช้นัผูใ้หญ่ไดแ้ต่งกำยแบบยุโรป ทำ ให้ประชำชนนิยม เลียนแบบแต่งกำยตำมแบบยโุรปดว้ยไม่นอ้ย หรือในรัชกำลน้ีไดม้ีกำรเปลี่ยนแปลงกำร ปกครองใหท้นัสมยัข้ึน เป็นตน้ 6. สภำพทำงเศรษฐกิจ หำกสภำวะเศรษฐกิจรุ่งเรือง ไม่ขำดแคลน คนจะมีจิตใจสบำย ควำมปกติสุขจะเกิดข้ึน คนจะอยอู่ยำ่งสงบสุขหรือพยำยำมอยใู่หด้ีข้ึน โดยสิ่งใดดีมกัจะ รับไว้วฒันธรรมจึงดำ รงอยไู่ดแ้ละอำจจะมีวฒันธรรมที่ใหม่และดีเพิ่มข้ึน 7. สภำพทำงกำรเมือง ประเทศใดภำวะทำงกำรเมืองมนั่คงประเทศน้นัจะมีแต่ควำมปกติ สุข สถำบนัต่ำงๆ ก็สำมำรถดำ รงอยไู่ดอ้ยำ่งมนั่คง ข. ปัจจัยที่บั่นทอนวัฒนธรรม 1. ควำมรู้สึกหรืออำรมณ์ เป็ นควำมรู้สึกผูกพันกบัสิ่งเก่ำๆ ตำมควำมเคยชิน เช่น คนแก่มกั กลวัโรงพยำบำล ไม่อยำกไปถ้ำไม่จำ เป็นจริงๆ เพรำะคิดว่ำเป็นสถำนที่ที่จะไปตำย หรือชำวเขำไม่ชอบอำบน้ำ บ่อยๆ เป็นตน้
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ความส าคัญของวัฒนธรรมไทย 2. กลุ่มผลประโยชน์เป็นกลุ่มที่ต่อตำ้นวฒันธรรมใดก็ตำมที่ทำ ให้ตนเสียผลประโยชน์ เช่น คนเขำ้ทรงนิยมให้คนเชื่อเรื่องไสยศำสตร์เพื่อตนจะไดม้ีรำยได้คนขำยควำยก็ไม่ ชอบให้มีกำรทำ ควำยเหล็กเพรำะจะทำ ใหช้ำวนำซ้ือควำยทำ นำนอ้ยลง ซ่ึงทำ ให้ตนขำด รำยได้ เป็ นต้น 3. ทศันคติหรือเจตคติแมจ้ะเห็นว่ำวฒันธรรมน้ันดีแต่ไม่เต็มใจรับเพรำะเห็นว่ำยุ่งยำก ลำ บำกหรือไม่คุน้เคย เช่น ชำวชนบทไม่น้อยนิยมเก็บเงินไวก้บับำ้นหรือซ้ือเป็นทอง ไม่นิยมฝำกไว้กับธนำคำร จึงท ำให้ถูกปล้นสะดมได้ง่ำย และท ำให้เงินทองไม่ หมุนเวียน เป็ นต้น 4. กำรไม่เห็นคุณประโยชน์ของวฒันธรรม เพรำะไม่เห็นผลทนัตำ วฒันธรรมหลำยๆ อย่ำงจึงตอ้งใช้เวลำ ทำ ให้ปฏิบตัิวฒันธรรมไม่ไดผ้ลเท่ำที่ควร เช่น ชำวเขำยินดีรับปืน ไปใชแ้ต่ไม่นิยมรับยำไปรักษำ เพรำะยำไม่เห็นผลทนัตำเท่ำกบั ปืน เป็นตน้ 5. ควำมเจริญกำ้วหนำ้ทำงเทคโนโลยีเช่น กำรแพทยเ์จริญทำ ให้มีคนเพิ่มมำกข้ึน ในขณะ ที่ทรัพยำกรเพิ่มไม่ทันกับจำ นวนคน ท ำให้คนต้องดิ้นรนเห็นแก่ตัว หรือคิดอำวุธ ประหตั ประหำรกนัฯลฯ เป็นกำรทำ ลำยลำ้งวฒันธรรมที่ให้มีเมตตำต่อกนัเอ้ือเฟ้ือต่อกนั เป็ นต้น 6. สภำพทำงเศรษฐกิจโดยเฉพำะสภำพควำมแร้นแคน้ยำกจนที่ก่อใหเ้กิดปัญหำเสื่อมโทรม ทำงดำ้นศีลธรรม เช่น อำชญำกรรม โสเภณียำเสพติด ฯลฯ เป็นกำรทำ ลำยวฒันธรรม อนัดีงำมที่มีอยแู่ต่เดิม 7. สภำพทำงกำรเมือง หำกประเทศแตกแยกไม่มนั่คง มีกำรต่อสู้ทำงลทัธิต่ำงๆ ไม่ว่ำจะ เป็นกำรต่อสู้กนัเองหรือจำกฝ่ำยตรงกนัขำ้ม (คอมมิวนิสต์)วฒันธรรมก็จะถูกบนั่ทอน เช่น เรำรักเคำรพพระมหำกษตัริยแ์ต่คอมมิวนิสตอ์ำจจะมองไปในทำงตรงกนัขำ้ม เป็ นต้น สรุปแล้ว ปัจจยัที่เก้ือหนุนหรือบนั่ทอนวฒันธรรมข้ึนอยู่กบัสภำพสังคม เศรษฐกิจแต่ละ ประเทศวำ่มีควำมมนั่คงและเสื่อมโทรมเพียงไร ที่มา : สมชัย ใจดี และยรรยง ศรีวิริยำภรณ์. ประเพณีและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ : บริษัท สำ นกัพิมพ์ไทยวฒันำพำนิช จำ กดั, 2528
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ความส าคัญของวัฒนธรรมไทย ตอนที่ 1 ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนผังควำมคิด เรื่อง ควำมส ำคัญของวัฒนธรรม ความส าคัญ ของวัฒนธรรม ใช้ประโยชน์ ต่อการด ารงชีวิต ท าหน้าที่หล่อหลอม บุคลิกภาพ ก่อให้เกิดความเป็ น อันหนึ่งอันเดียวกัน
ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนยกตวัอยำ่งประเภทของวฒันธรรมในกรอบที่วำ่ง ประเภทของวัฒนธรรม การจัดประเภทตามลักษณะ ที่มองเห็นหรือสัมผัสได้ การจัดประเภทตามเนื้อหา ตวัอยำ่ง ตวัอยำ่ง ตวัอยำ่ง ตวัอยำ่ง ตวัอยำ่ง ตวัอยำ่ง
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ความส าคัญของวัฒนธรรมไทย ตอนที่ 1 ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนผังควำมคิด เรื่อง ควำมส ำคัญของวัฒนธรรม เป็ นเป้าหมาย ในการด ารงชีวิต ก าหนดพฤติกรรม ของมนุษย์ ควบคุมสังคม ตอบสนองความต้องการ ด้านร่ างกายและจิตใจ ความเชื่อ ความสนใจ ทัศนคติ ความรู้ ความคิดสร้ างสรรค์ การแต่งกาย กิริยาท่าทาง ความส าคัญ ของวัฒนธรรม ความผูกพัน ร่ วมมือกันอนุรักษ์ วัฒนธรรม การพึ่งพา อาศัยกัน จิตส านึกเป็ น พวกเดียวกัน ใช้ประโยชน์ ต่อการด ารงชีวิต ท าหน้าที่หล่อหลอม บุคลิกภาพ ก่อให้เกิดความเป็ น อันหนึ่งอันเดียวกัน
ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนยกตวัอยำ่งประเภทของวฒันธรรมในกรอบที่วำ่ง (หมายเหตุ นักเรียนสามารถยกตัวอย่างเป็ นอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสม ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ประเภทของวัฒนธรรม การจัดประเภทตามลักษณะ ที่มองเห็นหรือสัมผัสได้ การจัดประเภทตามเนื้อหา วัฒนธรรม ทางวัตถุ วัฒนธรรม ทางอวัตถุ คติธรรม วัตถุธรรม เนติธรรม สหธรรม หนังสือ แว่นตา รถยนต์ โทรทัศน์ ตวัอยำ่ง ค่านิยม มารยาท ปรัชญา ความเชื่อ ตวัอยำ่ง ความเมตตา ความกรุณา ความกตัญญู ความขยัน ความอดทน บ้าน รถยนต์ โทรทัศน์ หนังสือ เครื่องแต่ง กาย ถนน กฎหมาย กฎศีลธรรม จารีต มารยาทใน การพบ ผู้ใหญ่ มารยาทใน การเข้าสังคม ตวัอยำ่ง ตวัอยำ่ง ตวัอยำ่ง ตวัอยำ่ง
ใบงานที่ 1.2 เรื่อง ลักษณะของวัฒนธรรมไทย ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนวิเครำะห์ภำพแลว้เขียนบรรยำยใตภ้ำพ ใหเ้ห็นควำมสอดคลอ้งของภำพกบัลกัษณะ ของวัฒนธรรมไทย
ใบงานที่ 1.2 เรื่อง ลักษณะของวัฒนธรรมไทย ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนวิเครำะห์ภำพแลว้เขียนบรรยำยใตภ้ำพ ใหเ้ห็นควำมสอดคลอ้งของภำพกบัลกัษณะ ของวัฒนธรรมไทย แนวความคิด ความเชื่อของคนไทย จะอยู่ ภาษาไทยเป็ นสื่อกลางในการติดต่อสัมพันธ์ บนพื้นฐานของพระพุทธศาสนา กัน ขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทย สภาพทางภูมิศาสตร์ ท าให้เกิดประเพณี ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม
พระมหากษัตริย์เป็ นศูนย์รวมจิตใจ มีการท าพิธีกรรมในวันส าคัญของชาติ เป็ นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน การปรุงอาหารมีความประณีตพิเศษ เป็ น วันส าคัญทางพระพุทธศาสนา เป็ นวันที่ อย่างหนึ่งของวัฒนธรรมหลัก ชาวไทยมาร่ วมพิธีกรรมอย่างพร้ อมเพรียง การขัดเกลาทางสังคม ส่งผลต่อบุคลิกภาพ มีประเพณีที่แสดงถึงความรัก ความกตัญญู ในวันส าคัญต่างๆ เช่น วันสงกรานต์ วันลอยกระทง (หมายเหตุ นักเรียนอาจบรรยายภาพตามความคิดเห็นของนักเรียน ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
ใบงานที่ 1.3 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคเหนือ ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี 1. วฒันธรรมทอ้งถิ่นภำคเหนือที่สำ คญัเกี่ยวกบัอำหำรคืออะไร มีลกัษณะสำ คญัอยำ่งไรจงอธิบำย 2. วฒันธรรมดำ้นศำสนำและลทัธิควำมเชื่อของชำวไทยภำคเหนือไดแ้ก่อะไรบำ้ง มีลกัษณะสำ คญั อยำ่งไร จงอธิบำย
ใบงานที่ 1.3 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคเหนือ ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี 1. วฒันธรรมทอ้งถิ่นภำคเหนือที่สำ คญัเกี่ยวกบัอำหำรคืออะไร มีลกัษณะสำ คญัอยำ่งไรจงอธิบำย ประเพณีเลี้ยงข้าวแลงขันโตก หรือกิ๋นข้าวแลงขันโตก มีการแห่น าขบวนขันโตก มีสาวงามช่างฟ้อน มีดนตรีประกอบ เมื่อถึงงานเลี้ยงจะน ากระติบหลวงไปวางกลางงาน แล้วน าข้าวนึ่งแบ่งใส่กระติบ เล็กๆแจกไปตามโตกต่างๆ อาหารที่เลี้ยงที่เป็ นกับข้าว คือ แกงฮังเล แกงอ่อม แกงแค ไส้อั่ว น ้าพริก อ่อง น ้าพริกหนุ่ม แคบหมู ผักสด ของหวาน เช่น ขนมปาด ข้าวแต๋น 2. วฒันธรรมดำ้นศำสนำและลทัธิควำมเชื่อของชำวไทยภำคเหนือไดแ้ก่อะไรบำง มีลักษณะส ำคัญ ้ อยำ่งไร จงอธิบำย 1. งานท าบุญ ทอดผ้าป่ าแถว ในบริเวณรอบนอกของจังหวัดก าแพงเพชร ซึ่งท าในคืนวัน ลอยกระทง ชาวบ้านจะน าองค์ผ้าป่ าไปไว้ในลานวัด น าพาดบนกิ่งไม้ เครื่องไทยธรรมก็จะน าวางใต้ กิ่งไม้ เจ้าของผ้าป่ าไปจับสลากรายชื่อพระภิกษุพระภิกษุจะไปชักผ้าป่ า แล้วนั่งรวมกันให้ศีล เจริญ พระพุทธมนต์ให้พร 2. งานท าบุญตานก๋วยสลาก หรือการท าบุญสลากภัต (ทานสลาก) ท าในวันเพ็ญ เดือน 12 แต่ ละครอบครัวจะเตรียมงานเรียกว่า “วันตา”ผู้หญิงไปซื้อของ ผู้ชายจะเหลาตอกสานก๋วยไว้หลายๆ ใบ น ามากรุด้วยใบตอง หรือกระดาษสี เพื่อบรรจุของกินของใช้ แล้วน าใบตองหรือกระดาษปิ ดมัด ก๋วยรวมกันเป็ นมัดๆ ส าหรับเป็ นที่จับ ส่วนตรงที่รวบไว้นี้ ชาวบ้านจะเสียบไม้ไผ่และสอดเงินไว้ เป็ นเสมือนยอด 3. งานประเพณีการสืบชะตา หรือการต่ออายุ กระท าขึ้นเพื่อยืดชีวิตด้วยการท าพิธี เพื่อให้ เกิดพลังรอดพ้นความตายได้ แบ่งออกเป็ น 3 ประเภท คือ ประเพณีการสืบชะตาคน ประเพณีการ สืบชะตาบ้าน และสืบชะตาเมือง การสืบชะตาคนจะกระท าขึ้นเมื่อเกิดการเจ็บป่ วย หรือหมอดูทักว่าชะตาไม่ดี การสืบชะตา บ้านและการสืบชะตาเมือง เป็ นอุบายให้ญาติพี่น้องและผู้เกี่ยวข้องมารวมกัน เพื่อให้ก าลังใจและ ปรึกษาหารือในการแก้ปัญหาบ้านเมือง (หมายเหตุ นักเรียนอาจตอบเป็ นอย่างอื่นตามความเหมาะสมได้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
ใบงานที่ 1.4 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคกลาง ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี 1. 1.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ภำคกลำงด้ำนศำสนำ และลัทธิควำมเชื่อที่ สำ คญั ไดแ้ก่อะไรบำ้ง จงยกตวัอยำ่ง 2. วฒันธรรมเกี่ยวกบั กำรด ำรงชีวิตทำง กำรเกษตรของภำค กลำงไดแ้ก่อะไรบำ้ง จงยกตวัอยำ่ง 3. วัฒนธรรมด้ำนยำและ กำรรักษำพ้ืนบำ้น ที่ส ำคัญคืออะไร จงยกตวัอยำ่ง
ใบงานที่ 1.4 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคกลาง ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี 1. (หมายเหตุ นักเรียนอาจตอบเป็ นอย่างอื่นตามความเหมาะสมได้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 1.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ภำคกลำงด้ำนศำสนำ และลัทธิควำมเชื่อที่ สำ คญั ไดแ้ก่อะไรบำ้ง จงยกตวัอยำ่ง 1. ประเพณีรับบัวโยน ที่อ าเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็ นประเพณีนิมนต์หลวงพ่อโตขึ้นเรือแล่นไปให้ชาวบ้าน นมัสการ ชาวบ้านจะคอยอยู่ริมคลอง และเด็ดดอกบัว ริมน ้าโยนเบาๆขึ้นไปบนเรือของหลวงพ่อ 2. การบูชารอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ประชาชนจะ พากันไปนมัสการรอยพระพุทธบาทในพระมณฑป ซึ่ง เป็ นปูชนียสถานที่ส าคัญที่เชื่อว่าเป็ นรอยพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า 3. ประเพณีตักบาตรเทโวจังหวัดอุทัยธานี 4. ประเพณีก่อพระเจดีย์ทราย จังหวัดฉะเชิงเทรา 2. วฒันธรรมเกี่ยวกบั กำรด ำรงชีวิตทำง กำรเกษตรของภำค กลำงไดแ้ก่อะไรบำ้ง จงยกตวัอยำ่ง การท าขวัญข้าว ซึ่งนิยมในหมู่ของคนไทยภาคกลาง ไทยยวน ไทยอีสาน จะท ากันเป็ นระยะคือ ก่อนข้าวออกรวง หลังนวดข้าว และขนข้าวขึ้นยุ้ง 3. วัฒนธรรมด้ำนยำและ กำรรักษำพ้ืนบำ้น ที่ส ำคัญคืออะไร จงยกตวัอยำ่ง ต ารายาไทยแผนโบราณ รวม 318 ขนาน เช่น ยาแก้ไข้ ยาแก้ ท้องเสีย ยาขับโลหิต ยาแก้ไอยาแก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ยาแก้ ลม ยาส่วนใหญ่เป็ นพืชสมุนไพรและแร่ ธาตุ
ใบงานที่ 1.5 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี 1. 1.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ด้ำนอำหำรของภำค ตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สำ คญั ไดแ้ก่ อะไรบ้ำง 2.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ด้ำนศำสนำและลัทธิ ควำมเชื่อของภำคตะวัน ออกเฉียงเหนือที่ส ำคัญ ไดแ้ก่อะไรบำ้ง 3.วฒันธรรมดำ้นที่เกี่ยว กบักำรดำ รงชีวิตทำง กำรเกษตรของภำค ตะวันออกเฉียงเหนือ ไดแ้ก่อะไรบำ้ง
ใบงานที่ 1. 5 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี 1. (หมายเหตุ นักเรียนอาจตอบเป็ นอย่างอื่นตามความเหมาะสมได้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 1.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ด้ำนอำหำรของภำค ตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สำ คญั ไดแ้ก่ อะไรบ้ำง มีการปรุงอาหารโดยเก็บพืชผักมาประกอบรวมกับเนื้อสัตว์ แล้วท าให้สุก เช่น นึ่ง ต้ม ย่าง อาหารที่ประกอบแล้ว เช่น แกงอ่อม อ๋อ หมกย า ส่า คั่ว หลู้ ป่ น หลน เหนียน ซุป ลาบ ก้อย แจ่ว มีการถนอมอาหารโดยน ามาตากแห้งและใช้วิธี หมักตามธรรมชาติ 2.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ด้ำนศำสนำและลัทธิ ควำมเชื่อของภำคตะวัน ออกเฉียงเหนือที่ส ำคัญ ไดแ้ก่อะไรบำ้ง 1. บุญบั้งไฟ เป็ นการเตรียมไถนาและจัดบูชาพิธีบูชาพญา แถนทุกปี ด้วยการท าบั้งไฟ โดยมีความเชื่อว่าของสิ่งลี้ลับ และเทวดาหรือพญาแถนที่อยู่บนสวรรค์สามารถบันดาล ให้ฝนตกได้ 2. การแห่ผีตาโขนที่อ าเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ผู้เล่นจะน ารูป หน้ากากที่มีลักษณะน่าเกลียดมาใส่แต่งตัวมิดชิด เข้า ขบวนแห่ มีการรวมบุญประเพณี บุญพระเวสและบุญ บั้งไฟเข้าด้วยกัน มีการท าพิธีอัญเชิญพระอุปคุตเข้ามา ประดิษฐานในวัดโพนชัย เพราะเชื่อว่าจะสามารถป้องกัน เหตุเภทภัยต่างๆที่จะเกิดในงานได้ 3.วฒันธรรมดำ้นที่เกี่ยว กบักำรดำ รงชีวิตทำง กำรเกษตรของภำค ตะวันออกเฉียงเหนือ ไดแ้ก่อะไรบำ้ง งานบุญคูนลาน เป็ นประเพณีอย่างหนึ่งในฮีตสิบสอง หรืองาน ท าบุญส าคัญในรอบปี คืองานท าขวัญข้าวก่อนขนข้าวมาสู่ ยุ้งฉาง เป็ นสิริมงคล เพิ่มความมั่งมีศรีสุขแก่ตนและครอบครัว เป็ นการอัญเชิญขวัญข้าว คือ พระแม่โพสพ ให้มาอยู่ประจ า ข้าว การท านาจะได้อุดมสมบูรณ์
ใบงานที่ 1. 6 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี 1. 1.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ภำคใต้ด้ำนอำหำร ไดแ้ก่อะไรบำ้ง 2.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ภำคใต้ด้ำนศำสนำและ ลัทธิควำมเชื่อที่ส ำคัญ ไดแ้ก่อะไรบำ้ง 3.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ภำคใต้ด้ำนศิลปะ ไดแ้ก่อะไรบำ้ง
ใบงานที่ 1. 6 เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคำ ถำมต่อไปน้ี 1. (หมายเหตุ นักเรียนอาจตอบเป็ นอย่างอื่นตามความเหมาะสมได้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 1.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ภำคใต้ด้ำนอำหำร ไดแ้ก่อะไรบำ้ง ประเพณีกินผักของชาวภูเก็ต มีการน าผักไปใช้ประโยชน์ใน การเป็ นอาหารคือ ใช้ปรุงอาหาร ใช้รับประทานสด ใช้ลวก ดอง และใช้ได้ทั้งปรุงอาหารและรับประทานสด การบริโภค ผักท าให้ร่ างกายแข็งแรง ควบคุมภาวะธาตุในร่ างกายให้อยู่ ในภาวะสมดุล 2.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ภำคใต้ด้ำนศำสนำและ ลัทธิควำมเชื่อที่ส ำคัญ ไดแ้ก่อะไรบำ้ง 1. ประเพณีลากพระ ชักพระ หรือแห่พระ ชาวบ้านจะอัญเชิญ พระพุทธรูปจากวัดขึ้นรถล้อเลื่อนหรือเรือ แล้วลากหรือ ชักแห่ไปตามถนน หรือตามแม่น ้าล าคลอง ประชาชนจะ น าภัตตาหารไปใส่บาตรที่เรียงไว้ตรงหน้าพระลาก เรียกว่า ตักบาตรหน้าล้อ ชาวบ้านจะนิยมน าต้ม(ข้าวเหนียวห่อใบ กะพ้อท าเป็ นรูปสามเหลี่ยม) มาแขวนที่ล้อเลื่อนเพื่อท าบุญ 2. ประเพณีสารทเดือนสิบของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อ อุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ 3.วฒันธรรมทอ้งถิ่น ภำคใต้ด้ำนศิลปะ ไดแ้ก่อะไรบำ้ง 1. ประเพณีการร าโนรา มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของ ชาวบ้าน เป็ นความเชื่อทางพระพุทธศาสนาผสมผสานกับ ลัทธิพราหมณ์-ฮินดู และความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ หรือ ผีสางเทวดา เซ่นไหว้บรรพบุรุษ 2. ประเพณีตักบาตรธูปเทียน เป็ นการท าบุญด้วยธูปเทียน และดอกไม้เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อให้พระสงฆ์ที่ จ าพรรษาน าธูปเทียนใช้บูชาพระรัตนตรัยตลอดพรรษา
แบบประเมินการน าเสนอผลงานกลุ่ม กลุ่มที่.................................................. สมำชิกของกลุ่ม 1. .............................................................................. 2. .............................................................................. 3. .............................................................................. 4. .............................................................................. 5. .............................................................................. 6. .............................................................................. ล าดับ ที่ รายการประเมิน คุณภาพผลงาน 4 3 2 1 1 นำ เสนอเน้ือหำในผลงำนไดถู้กตอ้ง 2 กำรนำ เสนอมีควำมน่ำสนใจ 3 ควำมเหมำะสมกบัเวลำ 4 ควำมกล้ำแสดงออก 5 บุคลิกภำพ น้ำ เสียงเหมำะสม รวม ลงชื่อ..............................................................................ผู้ประเมิน ......................./.........................../........................ เกณฑ์การให้คะแนน กำรปฏิบัติงำนสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน กำรปฏิบตัิงำนยงัมีขอ้บกพร่องเล็กนอ้ย ให้ 3 คะแนน กำรปฏิบตัิงำนยงัมีขอ้บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน กำรปฏิบตัิงำนมีขอ้บกพร่องมำก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17-20 13-16 9-12 5-8 ดีมำก ดี พอใช้ ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิรรมการท างานกลุ่ม ล าดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ท างาน การร่วม ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ หมายเหตุ ครูอำจใชว้ธิีกำรมอบหมำยใหห้วัหนำ้กลุ่ม เป็นผปู้ระเมิน หรือใหต้วัแทนกลุ่มผลดักนั ประเมิน หรือให้มีกำรประเมินโดยเพื่อน โดยตัวนักเรียนเอง ตำมควำมเหมำะสมก็ได้ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมำก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 17 – 20 13 – 16 9 – 12 5 – 8 ดีมำก ดี พอใช้ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนที่ 2 วัฒนธรรมไทย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายประสงค์ จันทเหล็ก โรงเรียนท่าบ่อ 1. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด วัฒนธรรมไทย มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาอันมีผลมาจากปัจจัยหลายประการ ดังนั้น ทุกคนจึง ควรร่วมมือกันอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ดีงามและเลือกรับวัฒนธรรมสากลอย่างเหมาะสม 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.4-6/5 วิเคราะห์ความจ าเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทยและเลือกรับวัฒนธรรมสากล 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. วิเคราะห์ความจ าเป็นในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยได้ 2. วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมสากลได้ 3. เสนอแนวทางการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ดีงามได้ 4. อธิบายวิธีการเลือกรับวัฒนธรรมสากลได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย 2. ความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมสากล 3. แนวทางการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ดีงาม 4. วิธีการเลือกรับวัฒนธรรมสากล 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดวิเคราะห์ - ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการปฏิบัติ
- กระบวนการท างานกลุ่ม 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการสร้างความตระหนัก, กระบวนการกลุ่ม) 1. ครูน าภาพต่อไปนี้มาให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ความแตกต่าง และสาเหตุของความแตกต่าง 1) อาหาร เช่น อาหารไทย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป 2) การแต่งกาย เช่น การแต่งกายของชาวไทย การแต่งกายของชาวญี่ปุ่น การแต่งกายของชาว ยุโรป 3) อาคารบ้านเรือน เช่น บ้างทรงไทย บ้านทรงตะวันตก 4) ยารักษาโรค เช่น ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ สมุนไพร 2. ครูอธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเข้าใจว่า ภาพต่างๆที่ครูน ามาให้นักเรียนดูและช่วยกันวิเคราะห์นั้น เป็นส่วนหนึ่งของความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมสากล ซึ่งแต่ละประเทศหรือ แต่ละสังคมจะสร้างวัฒนธรรมของตนเองขึ้นมา และมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ทางกายภาพและสังคมนั้นๆ ทุกสังคมจะมีวัฒนธรรมพื้นฐานที่เหมือนกัน เรียกว่า วัฒนธรรม สากล และมีการกระจายวัฒนธรรมสากลไปยังภูมิภาคต่างๆ 3. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิม (ในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) ศึกษาความรู้เรื่อง การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมไทย และความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมสากล จากหนังสือเรียน แล้วช่วยกันท าใบงานที่ 2.1 เรื่อง วิเคราะห์วัฒนธรรม 4. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยค าตอบในใบงาน และร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมไทย อิทธิพลของชาติตะวันตกที่มีต่อวัฒนธรรมไทย การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่มี ผลต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไทย ความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมสากล 1. ครูให้นักเรียนเล่าความประทับใจในวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย มาคนละ 1 อย่าง และให้อธิบาย เหตุผลว่า เพราะเหตุใดจึงประทับใจ ซึ่งนักเรียนจะมีเหตุผลหลากหลายแตกต่างกันออกไป ชั่วโมงที่ 1 ชั่วโมงที่ 2-3
2. ครูอธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทยที่ได้สร้างและสั่งสมกันมาเป็นเวลานาน จน เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง มรดกทางวัฒนธรรมล้วนมีความส าคัญต่อการด าเนินชีวิตของคนไทย มีประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมทางด้านวัตถุ และวัฒนธรรมทางด้านจิตใจ หรือจะเป็น วัฒนธรรมตามเนื้อหา คือ ทางคติธรรม วัตถุธรรม เนติธรรม หรือสหธรรม จึงเป็นหน้าที่ของ ชาวไทยทุกคนจะต้องร่วมมือกันอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ดีงามไว้ และยังต้องรู้จักเลือกรับวัฒนธรรมสากล ที่ดีงามเช่นเดียวกัน 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้ เรื่อง แนวทางการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และวิธีการเลือก รับวัฒนธรรมสากล จากหนังสือเรียน หรือแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 4. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน าความรู้ที่ได้จากการศึกษามาเขียนเป็นบทความ เรื่อง การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและการเลือกรับวัฒนธรรมสากล โดยเขียนเป็นบทวิเคราะห์และน าเสนอความ คิดเห็น ในประเด็นต่อไปนี้ 1) ความจ าเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไทย 2) แนวทางการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย 3) การเลือกรับวัฒนธรรมสากล 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน ซึ่งอาจจะใช้วิธีหลากหลาย เช่น - การอภิปราย - การถามตอบ - การแสดงบทบาทสมมุติ - การบรรยาย - การบรรยายสลับการแสดงสถานการณ์จ าลอง 6. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปถึงความจ าเป็นที่ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไทย การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และเลือกรับวัฒนธรรมสากล นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง วัฒนธรรมไทย 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานที่ 2.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินบทความเรื่อง การอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทย และการเลือกรับ วัฒนธรรมสากล แบบประเมินบทความเรื่อง การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและการ เลือกรับวัฒนธรรมสากล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงานกลุ่ม แบบประเมินการน าเสนอผลงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง วัฒนธรรมไทย แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 2 เรื่อง วัฒนธรรมไทย ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมืองฯ ม.4-ม.6 2. หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม 1) ชุลีพร สุสุวรรณ และสุชิราภรณ์ บริสุทธิ์. ความรู้รอบตัว : ขนบธรรมเนียมและประเพณีไทย. กรุงเทพฯ : บริษัท อักษราพิพัฒน์ จ ากัด, 2544. 2) สมชัย ใจดี และยรรยง ศรีวิริยาภรณ์. ประเพณีและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ : บริษัท ส านักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช จ ากัด, 2528. 3. ตัวอย่างสื่อประกอบการสอน 4. ใบงานที่ 2.1 เรื่อง วิเคราะห์วัฒนธรรม 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ www.prapayneethai.com/th/culture/ th.wikipedia.org/wiki/หมวดหมู่:วัฒนธรรมไทย guru.sanook.com/encyclopedia/สังคมและวัฒนธรรมไทย
9. บันทึกหลังสอน 1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน
10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา
ตัวอย่างสื่อประกอบการสอน อาหารไทย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่ น อาหารยุโรป
ตัวอย่างสื่อประกอบการสอน การแต่งกายของชาวไทย การแต่งกายของชาวญี่ปุ่ น การแต่งกายของชาวยุโรป
บ้านทรงไทย บ้านทรงตะวันตก ตัวอย่างสื่อประกอบการสอน
ตัวอย่างสื่อประกอบการสอน ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ สมุนไพร
แบบประเมินบทความเร ื่องการอนุรักษ ์ วฒันธรรมไทย และการเลือกรับวัฒนธรรมสากล กลุ่มที่.................................................. สมาชิกของกลุ่ม 1. .............................................................................. 2. .............................................................................. 3. .............................................................................. 4. .............................................................................. 5. .............................................................................. 6. .............................................................................. ล าดับ ที่ รายการประเมิน คุณภาพผลงาน 4 3 2 1 1 ความจ าเป็ นที่จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม 2 แนวทางการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย 3 การเลือกรับวัฒนธรรมสากล 4 การน าเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ..............................................................................ผู้ประเมิน ......................./.........................../........................ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 13-16 9-12 5-8 1-4 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
ใบงานที่ 2.1 เรื่อง วิเคราะห์วัฒนธรรม ตอนที่ 1 ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคา ถามต่อไปน้ี 1. วฒันธรรมด้งัเดิมของไทยผกูพนักบัวฒันธรรมชาติใด จงยกตวัอยา่ง 2. วฒันธรรมของชาวตะวนัตกที่เผยแพร่เขา้มาในประเทศไทยน้นัเกี่ยวกบัเรื่องใด 3. การพฒันาเศรษฐกิจของประเทศไทยอยา่งรวดเร็ว มีผลต่อสังคมและวฒันธรรมอยา่งไร
ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนเปรียบเทียบความแตกต่างของวฒันธรรมไทยกบัวฒันธรรมสากล วัฒนธรรมสากล วัฒนธรรมไทย
ใบงานที่ 2.1 เรื่อง วิเคราะห์วัฒนธรรม ตอนที่ 1 ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคา ถามต่อไปน้ี 1. วฒันธรรมด้งัเดิมของไทยผกูพนักบัวฒันธรรมชาติใด จงยกตวัอยา่ง วัฒนธรรมอินเดียและจีน เช่น ความเชื่อ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พิธีกรรม อาหาร มารยาท และวิถีการด าเนินชีวิต 2. วฒันธรรมของชาวตะวนัตกที่เผยแพร่เขา้มาในประเทศไทยน้นัเกี่ยวกบัเรื่องใด ความรู้ ความคิด และวิทยาการแผนใหม่ เช่น การพิมพ์ การแพทย์ การศึกษา ความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การคมนาคมขนส่ง การปกครอง การแต่งกาย 3. การพฒันาเศรษฐกิจของประเทศไทยอยา่งรวดเร็ว มีผลต่อสังคมและวฒันธรรมอยา่งไร 1. การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มีผลต่อความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว เปลี่ยนไป ครอบครัวที่เคยมีความสัมพันธ์กันอย่างอบอุ่นก็ต้องห่างเหินกัน 2. วิถีชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป ลักษณะที่เคยมีความเกื้อกูลกัน ช่วยเหลือกัน ก็มีความ ห่างเหินกัน ต่างคนต่างอยู่ ขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในชุมชนและสังคมทั่วไป
ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนเปรียบเทียบความแตกต่างของวฒันธรรมไทยกบัวฒันธรรมสากล วัฒนธรรมสากล วัฒนธรรมไทย 1. เน้นปรัชญา “มนุษย์เป็ นนายธรรมชาติ” สามารถ บังคับธรรมชาติให้ตอบสนองความต้องการของ มนุษย์ เช่น การประดิษฐ์รถยนต์เครื่องใช้ แทน การเดินทางโดยสัตว์พาหนะ 1. เน้นปรัชญา“มนุษย์ควรอยู่แบบผสมกลมกลืน กับ ธรรมชาติ”วัฒนธรรมไทยจะสอดคล้องกับ สภาพ ธรรมชาติ เช่น การสร้ างบ้านเรือน 2. มีการแบ่งทุกสิ่งทุกอย่างเป็ นสองส่วนตรงกัน ข้าม กัน เช่น ขาว-ด า ดี-เลว ทันสมัย-ล้าสมัย 2. เน้นการมองทุกอย่างเป็ นองค์รวมการที่จะ ส่งเสริม โลกให้มีความสมดุลนั้น ต้องอาศัยปัจจัยหรือ องค์ประกอบต่างๆ 3. เน้นการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ที่ตั้งอยู่บน เหตุผลของปัจจัยที่สามารถสัมผัสได้ มีการตั้ง สมมุติฐานพิสูจน์ปัจจัยต่างๆ ว่าเป็ นไปตาม สมมุติฐานหรือไม่ วิเคราะห์ สังเคราะห์ให้ได้ ความรู้ ใหม่ เพื่อน าไปสร้ างทฤษฎีเชิงพาณิชย์ มีการสร้ างเครื่องมือ เครื่องใช้ที่ทันสมัย 3. ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ แต่เน้นปัจจัยที่ สัมผัสได้มาศึกษาร่ วมกับปัจจัยทางจิตใจ ความคิด ความเชื่อทางพระพุทธศาสนาควบคู่กันไป เชื่อม โยงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ สิ่งแวดล้อม มนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับสิ่งที่ มี อ านาจนอกเหนือธรรมชาติ (หมายเหตุ นักเรียนอาจตอบเป็ นอย่างอื่นตามความเหมาะสม ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
แบบประเมินการน าเสนอผลงานกลุ่ม กลุ่มที่.................................................. สมาชิกของกลุ่ม 1. .............................................................................. 2. .............................................................................. 3. .............................................................................. 4. .............................................................................. 5. .............................................................................. 6. .............................................................................. ล าดับ ที่ รายการประเมิน คุณภาพผลงาน 4 3 2 1 1 นา เสนอเน้ือหาในผลงานไดถู้กตอ้ง 2 การนา เสนอมีความน่าสนใจ 3 ความเหมาะสมกบัเวลา 4 ความกล้าแสดงออก 5 บุคลิกภาพ น้า เสียงเหมาะสม รวม ลงชื่อ..............................................................................ผู้ประเมิน ......................./.........................../........................ เกณฑ์การให้คะแนน การปฏิบัติงานสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน การปฏิบตัิงานยงัมีขอ้บกพร่องเล็กนอ้ย ให้ 3 คะแนน การปฏิบตัิงานยงัมีขอ้บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน การปฏิบตัิงานมีขอ้บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17-20 13-16 9-12 5-8 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิรรมการท างานกลุ่ม ล าดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ท างาน การร่วม ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ หมายเหตุ ครูอาจใชว้ธิีการมอบหมายใหห้วัหนา้กลุ่ม เป็นผปู้ระเมิน หรือใหต้วัแทนกลุ่มผลดักนั ประเมิน หรือให้มีการประเมินโดยเพื่อน โดยตัวนักเรียนเอง ตามความเหมาะสมก็ได้ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 17 – 20 13 – 16 9 – 12 5 – 8 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนที่ 3 พลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง พลเมืองดี เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายประสงค์ จันทเหล็ก โรงเรียนท่าบ่อ 1. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีนั้น มีความส าคัญต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ซึ่งประชาชนทุกคนน า หลักคุณธรรม จริยธรรม มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.4-6/3 ปฏิบัติตนและมีส่วนสนับสนุนให้ผู้อื่น ประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นพลเมืองดี ของประเทศชาติและสังคมโลก 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. วิเคราะห์ความส าคัญและคุณลักษณะของพลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลกได้ 2. อธิบายแนวทางการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีได้ 3. วิเคราะห์การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามหลักคุณธรรม จริยธรรมได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง คุณลักษณะพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก เช่น - เคารพกฎหมายและกติกาสังคม - เคารพสิทธิเสรีภาพของตนเองและบุคคลอื่น - มีเหตุผล รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ชุมชน ประเทศชาติ และสังคมโลก - เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองการปกครอง - มีคุณธรรม จริยธรรมเป็นหลักในการด าเนินชีวิต 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิดวิเคราะห์ - ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการปฏิบัติ - กระบวนการท างานกลุ่ม 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการกลุ่ม, กระบวนการสร้างความตระหนัก) นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง พลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก 1. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างการกระท าของตนเองที่แสดงว่า เป็นพลเมืองดีของสังคม หรือประเทศชาติ และวิเคราะห์ผลของการปฏิบัติตน ตัวอย่างการปฏิบัติตน เช่น - ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ กติกา และระเบียบของชุมชน - ช่วยชุมชนและท้องถิ่นพัฒนาความสะอาด ปลูกต้นไม้ จัดสวนสาธารณะ ลอกคลอง ซ่อมแซม ถนนหนทาง - บริจาคเงินการกุศลเพื่อซ่อมแซมสาธารณสมบัติ ศาสนสถาน - รณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ - สมัครเป็นอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ชมรมสาธารณประโยชน์ ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม - ร่วมกิจกรรมของชุมชนในการเดินรณรงค์ป้องกันและต่อต้านยาเสพติด ก าจัดแหล่งเพาะพันธุ์ ยุงลาย 2. ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างบุคคลอื่นที่มีการกระท าที่แสดงถึงการเป็นพลเมืองดีของสังคม ประเทศชาติและสังคมโลก และช่วยกันวิเคราะห์ผลของการปฏิบัติตนของบุคคลดังกล่าว 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ตามความสมัครใจ แล้วให้แต่ละกลุ่มช่วยกันท าใบงานที่ 1.1 เรื่อง พลเมืองดีเป็นศรีประเทศ 4. ครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมาน าเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน 3-4 กลุ่ม และให้กลุ่มที่มีผลงานแตกต่างกัน ออกไปน าเสนอผลงานเพิ่มเติม 5. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปความส าคัญของพลเมืองดีในด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง การปกครอง และคุณลักษณะของพลเมืองดี ชั่วโมงที่ 1-2
6. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เรื่อง คุณธรรม จริยธรรมของการเป็นพลเมืองดี ของประเทศชาติ และสังคมโลก จากหนังสือเรียน และให้ไปสัมภาษณ์บุคคลที่เป็นพลเมืองดีใน ท้องถิ่นที่นักเรียนมีภูมิล าเนา และบันทึกลงในแบบบันทึกสรุปการสัมภาษณ์พลเมืองดี โดยนักเรียน แต่ละกลุ่มวางแผนการตั้งค าถามสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลมาสรุปลงในแบบบันทึก เช่น 1) ท่านมีชื่อและนามสกุลว่าอะไร 2) ภูมิล าเนาของท่านอยู่ที่ไหน 3) ท่านมีอาชีพอะไร 4) สมาชิกในครอบครัวของท่านมีใครบ้าง 5) ท่านมีส่วนช่วยสังคม ชุมชน และประเทศชาติในเรื่องใดบ้าง และผลที่ได้รับมีประโยชน์ อย่างไร 6) ท่านมีความภูมิใจในการกระท าใดของท่านมากที่สุด ที่แสดงถึงการมีส่วนช่วยในการพัฒนา ชุมชนหรือประเทศทั้งในทางตรงและทางอ้อม 1. ครูสนทนาซักถามนักเรียนถึงผลงานการไปสัมภาษณ์พลเมืองดีของแต่ละกลุ่ม ในประเด็นต่อไปนี้ - การเลือกบุคคลที่มีคุณลักษณะของการเป็นพลเมืองดี - การวางแผนไปสัมภาษณ์ (การประสานงานของกลุ่มกับผู้ให้สัมภาษณ์) - ความร่วมมือของผู้ให้สัมภาษณ์ - วิธีการสัมภาษณ์ - วิธีการบันทึกสรุปข้อมูลการสัมภาษณ์ - ปัญหา/อุปสรรค และวิธีการแก้ไข 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลงานการสัมภาษณ์พลเมืองดี ซึ่งอาจน าเสนอในรูปแบบต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น - การสนทนา - การถามตอบ - การแสดงบทบาทสมมุติ - การบรรยาย - การบรรยายประกอบดนตรี/เพลง - การอภิปราย ฯลฯ 3. นักเรียนที่เป็นผู้ฟังการน าเสนอผลงานจะมีหน้าที่วิเคราะห์ข้อคิดที่ได้จากการฟัง เมื่อจบการน าเสนอ ของแต่ละกลุ่ม 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าผลงาน บันทึกสรุปการสัมภาษณ์พลเมืองดี มาจัดป้ายนิเทศแสดงผลงานของ นักเรียนที่หน้าชั้นเรียน 5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปคุณลักษณะ คุณธรรม จริยธรรม พลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคม โลก ชั่วโมงที่ 3
7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง พลเมืองดี ของประเทศชาติและสังคมโลก แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ ที่ 3 เรื่อง พลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานที่ 1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินบันทึกสรุปการสัมภาษณ์ พลเมืองดี แบบประเมินการสัมภาษณ์พลเมืองดี ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมืองฯ ม.4-ม.6 2. ใบงานที่ 1.1 เรื่อง พลเมืองดีเป็นศรีประเทศ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ www.kullawat.net/civic/1.1.htm www.oknation.net/blog/print.php?id=37905 www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content