The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาหน้าที่พลเมืองฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 120 ประสงค์ จันทเหล็ก, 2024-01-29 22:49:05

แผนการสอนวิชาหน้าที่พลเมืองฯ

แผนการสอนวิชาหน้าที่พลเมืองฯ

9. บันทึกหลังสอน 1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน


10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา


แบบบันท ึ กสรุปการสัมภาษณ ์ พลเม ื องด ี 1. ชื่อ นามสกุล บ้านเลขที่ ถนน ต าบล/แขวง อ าเภอ/เขต จังหวัด เบอร์โทรศัพท์ 2. สมาชิกในครอบครัว 3. อาชีพ 4. การกระทา ที่แสดงวา่เป็นพลเมืองดี 5. ผลของการกระท าในข้อ 4 6. การกระทา ของบุคคลน้ีสอดคลอ้งกบัคุณลกัษณะพลเมืองดี คือ 7. บุคคลน้ีมีคุณธรรม จริยธรรม ของการเป็นพลเมืองดีในเรื่อง 8. ข้อคิดที่ได้จากการสัมภาษณ์ คือ 9. นกัเรียนสามารถนา แบบอยา่งของบุคคลน้ีไปประยกุตป์ฏิบตัิตน เพื่อการเป็นพลเมืองดีคือ อย่าลืมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนนะคะ !!!


แบบประเมินการสัมภาษณ์พลเมืองดี รายการประเมิน ค าอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. ความสมบูรณ์ของ ข้อมูลทไี่ด้จาก การสัมภาษณ์ สรุปประวัติพลเมืองดี ที่สัมภาษณ์ได้สาระ ถูกต้องครบถ้วน ทุกประเด็น สรุปประวัติพลเมืองดี ที่สัมภาษณ์ได้สาระ ถูกตอ้งเป็นส่วนใหญ่ สรุปประวัติพลเมืองดี ที่สัมภาษณ์ได้สาระ ถูกตอ้งเป็นบางส่วน สรุปประวัติพลเมืองดี ที่สัมภาษณ์ได้สาระ ถูกตอ้งเป็นส่วนนอ้ย 2. การวิเคราะห์การ กระท าที่แสดงว่า เป็ นพลเมืองดี เขียนวิเคราะห์การ กระทา ที่แสดงวา่เป็น พลเมืองดีได้ถูกต้อง ชัดเจนทุกประเด็น เขียนวิเคราะห์การ กระทา ที่แสดงวา่เป็น พลเมืองดีได้ถูกต้อง ชดัเจนเป็นส่วนใหญ่ เขียนวิเคราะห์การ กระทา ที่แสดงวา่เป็น พลเมืองดีได้ถูกต้อง ชดัเจนเป็นบางส่วน เขียนวิเคราะห์การ กระทา ที่แสดงวา่เป็น พลเมืองดีได้ถูกต้อง ชดัเจนเป็นส่วนนอ้ย 3. การเสนอข้อคิด จากการสัมภาษณ์ เสนอข้อคิดได้ถูกต้อง เหมาะสม 4 ข้อคิด ข้ึนไป เสนอข้อคิดได้ถูกต้อง เหมาะสม 3 ข้อคิด เสนอข้อคิดได้ถูกต้อง เหมาะสม 2 ข้อคิด เสนอข้อคิดได้ถูกต้อง เหมาะสม 1 ข้อคิด 4. การน าแบบอย่าง ที่ได้จากการ สัมภาษณ์ไป ประยุกต์ใช้ในชีวติ เสนอการน าแบบอยา่ง ไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ได้4 พฤติกรรมข้ึนไป เสนอการน าแบบอยา่ง ไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ได้ 3 พฤติกรรม เสนอการน าแบบอยา่ง ไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ได้ 2 พฤติกรรม เสนอการน าแบบอยา่ง ไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ได้ 1 พฤติกรรม เกณฑ ์ การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 13-16 ดีมาก 9-12 ดี 5-8 พอใช้ 1-4 ปรับปรุง


ใบงานที่ 1.1 เรื่อง พลเมืองดีเป็ นศรีประเทศ ตอนที่ 1 ค าชี้แจง ให้นักเรียนวิเคราะห์ความส าคัญของพลเมืองดี ด้านสังคม ความส าคัญ ของพลเมืองดี ด้านการเมืองการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ


ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิด เรื่อง คุณลักษณะพลเมืองดี คุณลกัษณะ พลเมืองดี


ใบงานที่ 1.1 เรื่อง พลเมืองดีเป็ นศรีประเทศ ตอนที่ 1 ค าชี้แจง ให้นักเรียนวิเคราะห์ความส าคัญของพลเมืองดี ด้านสังคม - สังคมสงบเรียบร้ อย เพราะทุกคนปฏิบัติตามกฎ กติกา กฎหมาย - สังคมสงบ เพราะทุกคนสามารถแก้ปัญหาความ ขัดแย้งได้ด้วยเหตุผล - สังคมได้รับการพัฒนา เพราะพลเมืองดีจะเสียสละ และร่ วมมือกันพัฒนาท้องถิ่นและสังคม ด้านเศรษฐกิจ - ฐานะทางเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัวมั่นคง เพราะสมาชิกในครอบครัวรู้ จักใช้จ่ายอย่าง มีเหตุผล - ประชาชนรู้ จักปฏิบัติตนอย่างพอเพียง เพราะ พลเมืองย่อมต้องรู้ จักการออม และปฏิบัติตาม นโยบายของประเทศ - มีการช่วยเหลือกันในการพัฒนาอาชีพ เพราะ พลเมืองดีย่อมมีการช่วยเหลือและบ าเพ็ญ ประโยชน์ต่อผู้อื่น ความส าคัญ ของพลเมืองดี ด้านการเมืองการปกครอง - การด าเนินกิจกรรมวิถีประชาธิปไตยเป็ นไปอย่างมีระบบ เพราะประชาชน จะตระหนักถึงความส าคัญและมีส่วนร่ วมในการเมืองการปกครอง - ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะทุกคนจะต้องปฏิบัติตนเป็ นสมาชิกที่ดี ในการเคารพกฎ กติกา และระเบียบของสังคม - ประชาชนปฏิบัติตามสิทธิ หน้าที่ของตน เพราะต้องท าตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ


ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิด เรื่อง คุณลักษณะพลเมืองดี คุณลกัษณะ พลเมืองดี เคารพกฎหมาย เคารพสิทธิ เสรีภาพ ผู้อื่น รับผิดชอบต่อหน้าที่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ประเทศชาติ สังคมโลก มีเหตุผล ใจกว้าง รับฟัง ความคิดเห็นของผู้อื่น มีคุณธรรม จริยธรรม ร่ วมมือในการแก้ปัญหาของ ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และสังคมโลก ร่ วมกิจกรรมต่างๆ ทาง การเมืองการปกครอง


แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ล าดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ท างาน การร่วม ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 17 – 20 13 – 16 9 – 12 5 – 8 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง หมายเหตุ ครูอาจใชว้ธิีการมอบหมายใหห้วัหนา้กลุ่ม เป็นผปู้ระเมิน หรือใหต้วัแทนกลุ่มผลดักนั ประเมิน หรือให้มีการประเมินโดยเพื่อน โดยตัวนักเรียนเอง ตามความเหมาะสมก็ได้ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนที่ 3 พลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง วิถีชีวิตพลเมืองดี เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายประสงค์ จันทเหล็ก โรงเรียนท่าบ่อ 1. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด พลเมืองของประเทศชาติและสังคมโลกย่อมต้องมีส่วนร่วมและสนับสนุนผู้อื่นให้มีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง และเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองการปกครอง ซึ่งจะ ส่งผลดีต่อการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.4-6/3 ปฏิบัติตนและมีส่วนสนับสนุนให้ผู้อื่น ประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นพลเมืองดี ของประเทศชาติและสังคมโลก 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. วิเคราะห์แนวทางการพัฒนาตนเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลกได้ 2. วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของพลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลกได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง คุณลักษณะพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก เช่น - เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองการปกครอง - มีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง สิ่งแวดล้อม - มีคุณธรรม จริยธรรมเป็นหลักในการด าเนินชีวิต 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดวิเคราะห์ - ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ


4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการปฏิบัติ - กระบวนการท างานกลุ่ม 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคเล่าเรื่องรอบวง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการกลุ่ม, กระบวนการปฏิบัติ) 1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน (ครูแบ่งนักเรียนไว้ล่วงหน้า) 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันเล่าเรื่องรอบวงในหัวข้อที่ก าหนด เรียงตามประเด็นในใบงานที่ 2.1 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีดังนี้ 1) แนวทางการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว 2) แนวทางการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของโรงเรียน 3) แนวทางการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน 4) แนวทางการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของประเทศชาติและสังคมโลก 3. การด าเนินการเล่าเรื่องจะเริ่มต้น ดังนี้ - สมาชิกคนที่ 1 เริ่มเล่าแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว แล้วสมาชิกคนที่ 2-3-4 จะเล่าเพิ่มเติมตามล าดับ จากนั้นทุกคนจดบันทึกประเด็นส าคัญลงใน ใบงานที่ 2.1 หัวข้อที่ 1 - สมาชิกคนที่ 2 เริ่มเล่าแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของโรงเรียน แล้วสมาชิกคนที่ 3-4-1 จะเล่าเพิ่มเติมตามล าดับ จากนั้นทุกคนจดบันทึกประเด็นส าคัญลงใน ใบงานที่ 2.1 หัวข้อที่ 2 - สมาชิกคนที่ 3 เริ่มเล่าแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน แล้วสมาชิกคนที่ 4-1-2 จะเล่าเพิ่มเติมตามล าดับ จากนั้นทุกคนจดบันทึกประเด็นส าคัญลงใน ใบงานที่ 2.1 หัวข้อที่ 3 ชั่วโมงที่ 1


- สมาชิกคนที่ 4 เริ่มเล่าแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของประเทศชาติ และสังคมโลก แล้วสมาชิกคนที่ 1-2-3 จะเล่าเพิ่มเติมตามล าดับ จากนั้นทุกคนจดบันทึกประเด็น ส าคัญลงในใบงานที่ 2.1 หัวข้อที่ 4 4. เมื่อสมาชิกทุกคนแสดงความคิดเห็นจนครบทุกประเด็นแล้ว ให้ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง และเพิ่มเติมตามความเหมาะสม จากนั้นให้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า แนวทางการปฏิบัติตนเป็น สมาชิกที่ดีของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ประเทศชาติและสังคมโลกนั้น นักเรียนสามารถน าไป ปฏิบัติได้จริงในเรื่องใดได้บ้าง และปฏิบัติอย่างไร 5. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลงานต่อชั้นเรียน หรือครูอาจสุ่มตัวอย่างน าเสนอ ผลงานต่อชั้นเรียน 2-3 กลุ่ม แล้วให้กลุ่มที่มีผลงานแตกต่างกันได้ออกไปน าเสนอเพิ่มเติม 6. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปแนวทางการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ประเทศชาติ และสังคมโลก และมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนได้ปฏิบัติตนตามแนวทางการปฏิบัติตน เป็นพลเมืองดี แล้วบันทึกสิ่งที่นักเรียนปฏิบัติได้จริงและรายงานผลต่อครู ครูชมเชยนักเรียนที่ปฏิบัติตนเป็น แบบอย่างของพลเมืองดี 7. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลข่าวสารจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ เกี่ยวกับ พลเมืองดีที่ท าประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคมโลก ในด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และน ามาอภิปรายในชั่วโมงต่อไป 1. ครูน าชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ มาให้นักเรียนเล่นเกมแข่งขันทายปัญหาว่า เขาคือใคร มีความส าคัญอย่างไร เป็นพลเมืองดีของประเทศหรือสังคมโลกในด้านใด โดยให้นักเรียนรวมกลุ่ม กันเป็น 5-6 กลุ่ม ตามความเหมาะสม ตัวอย่างชื่อบุคคล เช่น - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ - นายสุชีพ ปุญญานุภาพ - นายอนันต์ ปัญยารชุณ - ม.ล.ปิ่น มาลากุล - นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ - นายกรณ์ จาติกวณิช - นายศุภชัย พานิชภักดิ์ ฯลฯ 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มที่หาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับบุคคลที่มีการกระท าเป็นพลเมืองดี ที่ท าประโยชน์ ต่อสังคมและประเทศชาติหรือสังคมโลก มาวิเคราะห์ตามหัวข้อในใบงานที่ 2.2 เรื่อง วิเคราะห์พลเมืองดี ดังนี้ 1) บุคคลที่แสดงว่าเป็นพลเมืองดี คือใคร 2) เขามีการกระท าที่แสดงว่าเป็นพลเมืองดี อย่างไร 3) จากการปฏิบัติตนในข้อ 2 สอดคล้องกับคุณลักษณะของพลเมืองดีอย่างไร จงอธิบาย ชั่วโมงที่ 2


4) นักเรียนสามารถน าแบบอย่างของบุคคลดังกล่าวไปประยุกต์ปฏิบัติได้อย่างไร 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลงานต่อชั้นเรียน โดยให้กลุ่มอื่นที่เป็นผู้ฟังได้ให้ข้อคิดหรือ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม 4. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปข้อคิดที่ได้รับจากการน าเสนอผลงานของพลเมืองดีในระดับ ชุมชน ประเทศ และสังคมโลก 5. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนร่วมกันท ากิจกรรมที่แสดงถึงการเป็นพลเมืองดี ของประเทศชาติและสังคมโลกโดยให้ครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้ 1) การมีส่วนร่วมกิจกรรมทางการเมืองการปกครอง 2) การมีส่วนร่วมกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจ 3) การมีส่วนร่วมกิจกรรมทางด้านสังคมและวัฒนธรรม 4) การมีส่วนร่วมกิจกรรมทางด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งแผนการด าเนินกิจกรรมต่อครูผู้สอน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมก่อนน าไป ปฏิบัติจริง 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มด าเนินกิจกรรมตามแผนงานที่ก าหนดในเวลาที่ตกลงกันระหว่างครูผู้สอนกับ นักเรียน ครูจะคอยติดตามความเคลื่อนไหวของการด าเนินกิจกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่มเป็นระยะๆ 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มรายงานผลการด าเนินงานตามกิจกรรมตามหัวข้อที่ก าหนด 9. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปผลของการปฏิบัติตนและสนับสนุนให้ผู้อื่นปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ของประเทศชาติ และสังคมโลก นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง พลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานที่ 2.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.2 ใบงานที่ 2.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินรายงานการด าเนินกิจกรรม การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี แบบประเมินรายงานการด าเนินกิจกรรม การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วย การเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง พลเมืองดีของ ประเทศชาติและสังคมโลก แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ ที่ 3 เรื่อง พลเมืองดีของประเทศชาติและ สังคมโลก ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมืองฯ ม.4-ม.6 2. ตัวอย่างข่าวเกี่ยวกับพลเมืองดี 3. ใบงานที่ 2.1 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี


4. ใบงานที่ 2.2 เรื่อง วิเคราะห์พลเมืองดี 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ www.kullawat.net/civic/1.1.htm www.oknation.net/blog/print.php?id=37905 www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content


9. บันทึกหลังสอน 1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน


10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา


ตัวอย่างข่าวเกี่ยวกับพลเมืองดี เจาะชีวิตฉายาเภสัชกรยิปซี “ดร.กฤษณา ไกรสินธ ์ุบุคคลแห่งปี เอเช ี ย” นักส ู้เอดส ์ ชื่อยาตา้นไวรัสเอดส์อยา่งซีโดวูดีน หรือเรียกส้ันๆ วา่เอแซดทีและจีพีโอเวียร์เป็นที่รู้จกัในสังคมไทย มาระยะหน่ึงแลว้ซ่ึงยาน้ีคิดคน้และผลิตโดยเภสัชกรไทยขายโดยองคก์ารเภสัชกรรมของไทย ทา ให้ลดค่าใชจ้่าย ในการซ้ือยาจากต่างชาติได้ถึง 26เท่า โดยบุคคลที่อยู่เบ้ืองหลงัความส าเร็จน้ีเมื่อหลายปีก่อนได้เดินทางไป ถ่ายทอดการผลิตยาในหลายประเทศในทวีปแอฟริกา จนได้รับฉายา “เภสัชกรยิปซี” เจ้าของฉายา “ภสัชกรยิปซี”คนที่วา่น้ีก็คือ“ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์” ซ่ึงล่าสุดไดร้ับรางวลั “บุคคล แห่งปีของเอเชีย ประจา ปีค.ศ. 2008” จากนิตยสารรีดเดอร์ส ไดเจสท์ในฐานะที่เป็นบุคคลที่ทุ่มเททา งาน อยา่งมิรู้จกัเหน็ดเหนื่อย เพื่อผลกัดนั ใหผ้ ปู้่วยยากไร้ทวั่ โลกมีโอกาสไดใ้ชย้ารักษาโรคเอดส์ เปิดฉากบทสนทนากบัทีมวิถีชีวิต ถึงเหตุผลการลาออกจากตา แหน่งผูอ้า นวยการสถาบนัวิจยัและ พัฒนา องค์การเภสัชกรรม ของ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เมื่อ พ.ศ. 2545 เจ้าตวับอกว่า ก็เพื่อไปช่วยคนที่ แอฟริกาตามสัญญา เพราะประเทศไทยไปประกาศในที่ประชุมองค์การอนามัยโลก เมื่อ พ.ศ. 2545วา่เราจะ ไปช่วยเขา แต่นักการเมืองซีกรัฐบาลที่เกี่ยวขอ้งตอนน้นั ประกาศเสร็จแลว้ก็แลว้ไป กลายเป็นสัญญาปาก เปล่า ทีน้ีคนแอฟริกนัที่รู้จกักนัเขาก็ถามว่าเมื่อไหร่จะไปสักทีก็รู้สึกอายแทนเมืองไทย ก็เลยลาออกดีกว่า แลว้ก็ไปช่วยเขาเอง “ในประเทศไทยผปู้่วยโรคเอดส์เยอะแยะแต่เราก็ช่วยแลว้ทา ยาแลว้และคนไทยไดใ้ชก้นัหมดแลว้ เราก็เลยไป และคิดวา่ตวัเองมีความหมายกบัที่อื่นมากกวา่เขาตอ้งการเรามากกวา่ ไปเพราะวา่อยากไป และ ชอบทวีปน้นัมาต้งัแต่เรียนหนงัสือที่องักฤษแลว้มีเพื่อนชาวแอฟริกนัเยอะ รูมเมท (เพื่อนร่วมห้อง) เป็นท้งั ชาวไนจีเรียและอาหรับ ก็รู้สึกมีความผกูพนักบัพวกเขา” ดร.กฤษณาบอกต่อไปว่า ที่ไปก็เป็นการไปตามสัญญา ไปรักษาสัญญา เพราะว่าเป็นคนเขียน โครงการน้ีข้ึนมากบัมือแลว้เสนอข้ึนไปตามลา ดบังาน ก็มีการไปประกาศในที่ประชุมองค์การอนามยัโลก ทุกคนก็ชื่นชมตบมือกนั ใหญ่แต่เอาเขา้จริงคนพูดก็พูดไป แต่ตนเป็นคนทา จึงรู้สึกวา่ตอ้งรับผิดชอบ และก็ เต็มใจที่จะไป ส่วนงานที่องคก์ารเภสัชกรรมน้นั ไม่ห่วง เพราะมีคนพร้อมที่จะสานต่อไดอ้ยา่งดีโดยเฉพาะ เรื่องยาต้านไวรัสเอดส์ “ไม่ไดย้ึดติดกบัตา แหน่งกบัเงินเดือน โชคดีที่ไม่ไดย้ากจนเท่าไหร่ก็สบาย จึงใช้เงินตวัเองไปได้ อีกอยา่งมนัอยทู่ ี่ใจถา้คิดวา่พอเราก็ไม่จา เป็นจะตอ้งใชอ้ะไรมากมาย”


อดีตผู้อ านวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม บอกอีกว่า ที่เลือกประเทศในทวีป แอฟริกา เพราะเขายังมีปัญหาเรื่องผู้น า ประชาชนยากจน และประเทศมหาอ านาจเอาทรัพยากรไปหมด ท า ใหด้อ้ยโอกาส ไม่มีจะกิน มีโรคภยัไขเ้จบ็ต่าง ๆ ท้งัเอดส์มาลาเรียวณั โรค ในโลกน้ีมีคนติดเช้ือเอดส์อยู่38ลา้นคน อยู่ที่ทวีปน้ี30ล้านคน คิดเป็ นร้อยละ 90และแต่ละปีคน ตายเพราะมาลาเรีย 2ลา้นคน ตายมากกวา่ โรคเอดส์2 เท่าก็มองวา่ถา้ไปอยตู่รงน้นัน่าจะช่วยเขาไดม้าก ประเทศแรกในดินแดนกาฬทวีปที่ ดร.กฤษณาได้เดินทางไปคือ คองโก ประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไป ด้วยทรัพยากรธรรมชาติอย่างเพชร แทนทาลัม น้า มนัฯลฯ แต่ประชากรยากจนที่สุด เพราะถูกประเทศ มหาอ านาจเอารัด เอาเปรียบ และมีการสู้รบในประเทศตลอดเวลา สิ่งที่ไปทา คือไปสร้างโรงงานยา ไปวาดแผนผงัโรงงานยาและสอนผลิตยาจนเขาผลิตยาได้สูตรยา ที่ใชใ้นทุกประเทศทวีปแอฟริกาคือสูตรเดียวกบั ในเมืองไทยแต่ต่างกนัก็ที่วตัถุดิบ ซ่ึง ดร.กฤษณายงัไดไ้ป ลองที่ประเทศจีนอีกดว้ย ซ่ึงราคาถูกกวา่ของประเทศไทยมากทีเดียว ดร.กฤษณาบอกวา่ ไปช่วยคราวน้นัค่าเดินทางค่าที่พกัและอื่นๆ ใชทุ้นส่วนตวัท้งัหมด เริ่มตน้ที่เจา้ของ โรงงานยาในคองโกติดต่อมา เพราะอ่านเรื่องราวของตนและยาต้านไวรัสเอดส์ในนิตยสารภาษาเยอรมัน และ เห็นวา่ยาน้ีดีก็ติดต่อตนขอให้ไปพบที่เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์โดยเจา้ของโรงงานบอกวา่จะช่วยพนกังาน ของเขาฟรีและช่วยคนพ้ืนเมือง ซ่ึงก็เห็นวา่เขาจะช่วยฟรีก็เลยไป ตอนแรกก็ไม่มีใครช่วยเหลือแต่พอผา่นไป หน่ึงปีรัฐบาลเยอรมนักเ็ขา้มาช่วยเหลือโรงงานในการซ้ือเครื่องจกัรต่าง ๆ “อยทู่ ี่คองโก3 ปีตรงน้นัรบกนัตลอด เรื่องความปลอดภยัไม่มีบางทีเขา้ประเทศน้นัไปทา งานแต่ตก เยน็มานอนอีกประเทศหน่ึง และเราก็ไม่รู้วา่ ใครจะยงิเราเมื่อไหร่ช่วงแรกมีคนคุม้กนัตลอด แต่ตอนหลงัไม่ มี เพราะถ้ามีมากจะยิ่งกลายเป็นเป้า เรียกวา่ตื่นเตน้จนไม่ตื่นเตน้แลว้และเคยถูกจ้ีตอนลงจากรถที่ประเทศ ไนจีเรีย ซึ่ งไปท าโครงการให้สหภาพยุโรป (อียู) พอตอนหลงัก็เฉยๆ แล้ว คนที่จ้ีเขาตอ้งการเงินเท่าน้ัน ไม่ไดต้อ้งการชีวิต แต่ที่ประเทศอื่นอาจจะตอ้งการชีวติก็ได้ไม่รู้นะเพราะวา่เราเป็นคนต่างชาติเขา้ไปที่นนั่ ที่นนั่ ไม่มีนกัทองเที่ยวเลย เพราะมันอันตรายมาก ่ ” ช่วงเวลาประมาณ 5 ปีดร.กฤษณาเดินทางไปทวั่ทวปีแอฟริกา เพื่อช่วยการสร้างโรงงานผลิตยา สอน วิธีการผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ จนสามารถผลิตยา “แอฟริเวียร์” ในคองโกได้ส าเร็จ และยารักษามาลาเรีย “ไทยแทนซูเนท” ยาเหน็บทวาร “อาร์เตซูเนท” เพื่อรักษาโรคมาลาเรีย ในเด็ก ในประเทศแทนซาเนีย รวมถึง ฟ้ืนฟูโรงงานยาในประเทศมาลีซ่ึงใกลเ้ปิดกิจการไดส้า เร็จผลิตยารักษามาลาเรียระดบัอุตสาหกรรมได้ซ่ึงทา ใหก้วา่ 10 ประเทศในแอฟริกา อาทิ อิริคเทอร์เรีย เบนิน รวันดา บุรุนดี ไลบีเรีย ได้รับอานิสงส์มากมาย เหล่าน้ีเกิดจากพนัธสัญญาที่เคยมีการประกาศไวใ้นนามประเทศไทย บวกกบัแรงบนัดาลใจที่สมยั เรียนที่องักฤษ ดร.กฤษณามีเพื่อนร่วมหอ้งเป็นชาวแอฟริกนัและทวปีน้ีก็ธรรมชาติสวยงาม ทุกอยา่งจึงลงตวั


ตัดกลับมาที่ประวตัิส่วนตัวของเภสัชกรไทยผู้น้ีดร.กฤษณา ไกรสินธุ์เป็นชาว อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ปัจจุบันอายุ 55 ปีเรียนจบคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลยัเชียงใหม่ที่ไม่ไดจ้บแพทยก์ ็ดว้ย เหตุผลที่วา่คะแนนไม่ถึงคณะแพทยศาสตร์ขาดไปเพียง 1คะแนนเท่าน้นั ส่วนปริญญาโท จบสาขาเภสัชวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยสตราห์ ไคลด์ และปริญญาเอก สาขาเภสัชเคมี มหาวทิยาลยับาธ ประเทศองักฤษ จากน้นัรับตา แหน่งหวัหนา้ภาควชิาเภสัชเคมีที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2 ปีก่อนที่จะลาออกเพื่อทา งานที่องคก์ารเภสัชกรรม เมื่อปีพ.ศ. 2532และได้รับเลือกเป็ นผู้อ านวยการสถาบันวิจัย และพัฒนา ด้วยอายุเพียง 37 ปี “จริงๆ แล้วชอบศิลปะมาก อยากเป็ นวาทยกร เพราะชอบดนตรีชอบศิลปะแต่งกลอน เขียนหนงัสือ แต่พ่อแม่เป็นหมอเป็นพยาบาล หากจะเลือกเรียนศิลปะก็รู้สึกยงัไง ๆ อยู่ใจจริงอยากเป็นคนคุมวงดนตรี มากกวา่เป็นเภสัชกรเพราะมนัสนุกดีไดคุ้มจงัหวะแต่ตอนน้ีเราก็เหมือนกบัคอนดกัเตอร์น่ะแหละเพราะเรา ไปคุมให้เขาสร้างโรงงาน ให้เขาผลิตยาก็พยายามปลอบใจตวัเอง เมื่อเราไม่ไดเ้ป็นในสิ่งที่เราอยากจะเป็น เราก็ตอ้งชอบสิ่งที่เรามีอยู่ตอ้งทา ใหด้ีที่สุด” ดร. กฤษณาบอกอีกว่า เมื่อมีเวลาก็จะฟังดนตรีของทุกประเทศ อย่างเอธิโอเปีย มาเลเซีย อารบิก เพลงไทย ฟังหมด นอกจากน้ีสมยัอยูโ่รงเรียนราชินีก็ไดเ้ขา้ร่วมวงดนตรีไทย เล่นระนาดเอกอยถู่ ึง 6 ปี ซึ่งท า ใหช้อบดนตรีเมื่อไม่ไดป้ระกอบอาชีพทางดา้นน้ีแลว้ก็ไม่ไดเ้สียใจอะไร ทา อาชีพไหน ก็ตอ้งทา ใหด้ีที่สุด นอกจากแอฟริกา ดร.กฤษณายังเป็ นศาสตราจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยฮาบิน ประเทศจีน สอนวิชา สร้างโรงงาน สอนวิชาเครื่องมือ เพราะประเทศจีนกา ลงัจะสร้างโรงงานสมุนไพรเล็กๆ แห่งหน่ึง ซ่ึงก็ไดไ้ป ช่วยเพิ่มเติมหลายอยา่งใหท้ ี่นนั่ โดยสิ่งที่ไปช่วยนอกประเทศก็คือสิ่งที่เมืองไทยทา เสร็จหมดแลว้ “อยา่เพิ่งทอ้แท้ทอ้ถอย ไม่วา่กบัเรื่องอะไรขอให้อดทน เรื่องการเมืองก็อย่าไปอินกบัสถานการณ์ การเมืองมากนัก อย่าเอามาเป็นทุกข์เพราะเราทา อะไรไม่ได้ทา หน้าที่แค่เป็นประชาชนที่ดีก็พอแล้ว” เป็ นคา ทิ้งทา้ยฝากถึงเพื่อนคนไทยก่อนจะปิดฉากบทสนทนาของ “ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์” “เภสัชกรยิปซี” เลือดไทยแท้ รางวลัแห่งความภูมิใจ กว่า 30 ปีแห่งการเรียนรู้การทา งาน รวมถึงการอุทิศชีวิตให้กบัสังคม ทา ให้ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลนักวิทยาศาสตร์โลก (Global Scientist Award) ประจ าปี พ.ศ. 2547 จาก Letten Foundation ประเทศนอร์เวย์, ผูห้ญิงคนแรกที่ได้รับปริญญาเอกกิตติมศกัด์ิสาขาวิทยาศาสตร์จาก Mauny Holly Oke College, USA รวมถึงปริญญากิตติมศกัด์ิอีกไม่รู้กี่ใบต่อกี่ใบ เรื่องราวของ ดร.กฤษณา ไดร้ับความสนใจจากสื่อต่างประเทศจนถูกนา ไปสร้างเป็นภาพยนตร์สาร คดี ความยาว 45 นาที เรื่อง A Right to Live-AIDS medication for Millions (2006) ได้รับรางวัลจากเทศกาล ภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ และยังถูกน าไปสร้างเป็ นละครบรอดเวย์ ชื่อ Cocktail


แต่เมื่อถา้ถามว่ารางวลัไหน ที่ภูมิใจที่สุด ดร.กฤษณา บอกว่าคือรางวลัศิษยเ์ก่าดีเด่นของโรงเรียน ราชินีซ่ึงที่ภูมิใจมากเพราะโรงเรียนสอนตนเองมาดีสอนให้เขา้กบัคนได้สอนให้มีมนุษยสัมพนัธ์กบัคน ไม่ไดส้อนแตวิชาความรู้ให้ ซึ่งคนเราต้องมี ่หลายๆ ดา้นประกอบกนั ไม่ใช่วา่เก่งแต่เอาตวัไม่รอด ตอ้งมีน้า ใจ นี่คือสิ่งที่ภูมิใจที่สุดไม่วา่ ใครจะถาม โดยที่รางวลัน้ีเป็น เขม็อกัษร สผ.ประดบัเพชร “อายุกวา่ 50 ปีแลว้เพิ่งจะมาไดร้ับ ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่คนเราความภูมิใจต่างกนัเราเหมือนเป็ น โมเดล เป็ นไอดอลให้เด็กๆ ส่วนตวัมีความภูมิใจในโรงเรียนแห่งน้ีเสมอ และความคิดดีๆ ยังได้รับการ ปลูกฝังอยา่งดีจากคนในครอบครัวดว้ย โดยเฉพาะอิทธิพลความคิดจาก คุณยายเย้ือน วชิยัดิษฐ์ซ่ึงเป็นแม่ชีที่ สอนใหท้า ดีทุกคร้ังที่มีโอกาส” ดร.กฤษณากล่าว พร้อมท้งับอกวา่เคยได้รางวัลเป็ นเงินเป็ นทองเยอะๆ แต่ก็เฉยๆ ก็บริจาคไป และไปที่แอฟริกา หรือ ไปทา งานที่ไหน ก็จะไปต้งัมูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์แลว้ก็เอาเงินจากยอดขายยามาเขา้มูลนิธิฯ เพื่อจะช่วย เด็กกา พร้าที่พอ่แม่ตายเพราะเอดส์และเด็กก็ติดเอดส์ดว้ย ซ่ึงเด็กพวกน้ีน่าสงสารมาก ที่มา : http://www.nathoncity.com/paper/1155 สืบค้นเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553


สิบโทอดุม เพช็รธนูจากนักรบมาเป็นนักอนุรักษ ์ “รถถูกซุ่มยงิผมบาดเจบ็พิการ ชีวติทหารเลยหยดุเท่าน้นั ” นาทีชีวิตพลิกผนัยงัอยู่ในความทรงจา ของสิบโทอุดม เพ็ชรธนูประธานคณะทา งานกลุ่มอนุรักษ์ คลองแห อา เภอหาดใหญ่จงัหวดัสงขลา เขาเกิด พ.ศ.2502ริมสายน้า คลองแห ไม่ไกลจากวดัและโคกนกคุ่มสถานที่ศกัด์ิสิทธ์ิตน้ตา นานคลอง แห อุดมไปจบมธัยมตน้ที่จงัหวดัสตูล หลงัรับการเกณฑ์ทหารแลว้ต่อเขา้เป็นนกัเรียนนายสิบปี2523 จึงเข้า รับราชการทหารยศสิบตรีสังกดักองทพัแห่งชาติอยแู่ค่3 เดือน “ชุดของเราได้รับมอบหมายภารกิจดูแลพ้ืนที่ทวั่ภาคใต้ที่ดงัหน่อยก็สมรภูมิค่าย 508 ที่ช่องช้าง ปราบที่นนั่เสร็จลงมาทางเบตงวนัน้นัรถถูกซุ่มยงิรถหกัหลบตกเขาพลิกคว่า ผมแขนหกัแลว้แต่ยงัมีสติอยู่ยงั เห็นทางไฟ(ปืน)ฝ่ายตรงขา้ม จึงควา้ปืนใครไดไ้ม่รู้พยายามยงิตอบ พอพลิกตวัจะยิงเท่าน้นัรู้สึกวา่ถูกยิงจึ๊กเข้า ไปในโคนขาผมค่อยหมดแรงมารู้สึกตวัอีกทีอยโู่รงพยาบาลเขาผา่ตดัใหแ้ลว้” อุดมรักษาตวัอยู่ในโรงพยาบาลนาน 2 ปีกลายเป็นทหารผา่นศึกขา้ราชการบา นาญพิเศษยศสิบโท คร้ันร่างกายพอจะใชช้ีวติตามปกติไดบ้า้ง จึงกลบับา้นหนัมาทา งานเป็นช่างเหล็ก “ผมเคยทา งานกบัมูลนิธิสายใจไทยซึ่ งสมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงดูแลทหารผ่านศึกฝึกประกอบ อาชีพตอนน้นัผมเลือกฝึกการเจียระไนพลอย ทา เครื่องหนงัแต่พอกลบัมาบา้นไม่ไดท้า ต่อเพราะไม่มีตลาด และอุปกรณ์” ส าหรับงานช่างเหล็กเขาไม่ได้เรียนมาก่อนอาศยครูพักลักจ า อาศัยมีเพื่อนมาก ัๆ มีคนช่วยเหลือ งานน้ีจึงโตเร็วต่อมามีลูกน้อง 20กวา่คน รับทา งานหลายประเภท ต้งัแต่เหล็กดดัในบา้นกระทงั่รับเหมาทา ปั๊มน้า มนั โรงเรียน แฟลต ฯลฯ ระหว่างเป็นช่างเหล็กเขาพยายามช่วยเหลือสังคม โดยเสนอทา เสาธงเหล็กให้กบั โรงเรียนที่ขาด แคลน โดยทางโรงเรียนช่วยออกวสัดุหินทราย เขาจดัหาปูน เสาธงผืน ธง เชือก สามารถช่วยสร้างเสาธงได้ 60กวา่ โรงเรียน วกิฤติในปี2540ธุรกิจช่างเหล็กของเขาประสบภาวะขาดทุน “ไม่มีอะไรเหลือ ผมว่างงานมาถึงปี2542 พอปี 2543 น้า ท่วมใหญ่หลงัน้า ท่วมท่านเจา้อาวาสวดั คลองแหองคก์ ่อนมรณภาพลง ต่อมาพระครูปลดัสมพรฐานธมฺโม มาเป็ นเจ้าอาวาสแทน” อาศัยความคุ้นเคย อุดมซ่ึงมีโอกาสคุยกบัพระครูปลดัสมพร บ่อยๆ ไดเ้ห็นปัญหาร่วมกนัอยา่งหน่ึงวา่สายน้า คลองแหกา ลงัเต็ม ไปด้วยขยะและน้า เสีย “ตอนน้นัเองที่เริ่มคิดฟ้ืนฟูคลองแหกนัผมหาพรรคพวก 3 -4คนมาร่วมพฒันาคลอง ปี2544 น้ัน ส าหรับผมรายไดเ้ล้ียงครอบครัวมาจากบา นาญอยา่งเดียวงานช่างเหล็กเริ่มไม่มีแลว้ลูกนอ้งเหลือ4-5คนแล้ว ค่อยทยอยออกไปจนหมด ผมเองหนั ไปช่วยพอ่ท่าน (เจ้าอาวาส) ลอกคลอง”


สภาพคลองแหขณะน้นัอุดมเล่าวา่รก น้า เสียและเหมน็มาก สภาพขยะที่อยใู่นคลองหนาแน่นแออดั ยัดเยียด จนชาวบ้านเห็นพอ้งกนัวา่ถา้เกิดมีประกายไฟข้ึน สามารถลุกลาม “ไฟไหม้คลอง”ใหเ้ห็นเป็นแน่ อุดมช่วยพระครูปลดัสมพรลอกคลองแห ไดร้ะยะทางหลายกิโลเมตรการดา เนินการจะหาเวลาวา่ง นัดคนที่มีจิตอาสามาท าใช้เวลานับเดือน “จากแรกๆ มีไม่ถึง10คนใชแ้รงมือ ตอนหลงัเพิ่มมาเป็น 50คน เป็ น 100คน มีหน่วยงานเขา้มาช่วย” งานอาชีพช่างเหล็กค่อยเลิกรา บวกกบัสภาพร่างกายผลพวงบาดเจ็บจากการสู้รบ ยงัเกิดอาการเจ็บ แขนชา ยกไม่ข้ึน เขาจึงหนัมาทา งานสังคมเตม็เวลา กระบวนการฟ้ืนฟูสภาพน้า ในคลองแห เขาเป็นผนู้า เทน้า หมกัชีวภาพลงคลองนบัเป็นปรากฏการณ์ ใหม่ที่คนเพิ่งจะรู้จัก ที่มาเกี่ยวกบัเรื่องน้ีอุดมเล่าวา่ ในปี2543 พลเอกหาญ ลีนานนท์อดีตแม่ทพัภาค4 ซ่ึงเป็นเจา้นายเก่า มาชวนไปทา น้า หมกัชีวภาพที่จงัหวดัสตูล “เป็นโครงการของท่านแม่ทพัหลงัแกเกษียณ ท่านหาลูกน้องเก่าไปเรียนรู้หัดทา น้า หมกั ไปดูงาน สระบุรี กลับมาท าเองที่สตูล ทดลองสูตรทา กนัมาเรื่อยๆ ใช้เศษอาหาร สับปะรด เป็นหลัก เป็นน้า หมกั ชีวภาพที่นา ไปใชใ้นนากุง้บ่อปลา ไดผ้ลผมเกิดความคิดวา่น่าจะเอามาใชใ้นคลองบา้นเราก็ขนมาจากสตูล มาเทลงในคลอง ” ตอนน้ันน้า หมกัชีวภาพยงัไม่แพร่หลาย ใครเห็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกนัว่า น้า อะไรก็ไม่รู้กลิ่น เหมน็เหลือเกิน “คนไม่ยอมรับก็หาวา่เราบา้”อุดมเล่า หลงัจากเทน้า หมกัลงคลอง ปรากฏว่าน้า คลองที่มีกลิ่นเน่าเหม็นเริ่มดีข้ึน เกิดการตอบรับขยายวง กวา้งออกไปโดยเฉพาะคนที่ทา งานสิ่งแวดลอ้ม กระทงั่พฒันาเป็นการเริ่มชกัชวนกนัเอาจุลินทรียแ์บบกอ้น เขา้มาทิ้งลงคลองในประเพณีวนัส าคญัของทอ้งถิ่น เช่น แข่งเรือ ลอยกระทง กลัยาณมิตรทางสังคมเหล่า น้นัเองเขา้มาช่วยสนบัสนุนใหเ้กิดเป็นกลุ่มอนุรักษค์ลองแห มีพระครูปลดัสมพรเป็นแกนนา “ฝ่ายชาวบา้นมีผมเป็นแกนนา กา นนัผูใ้หญ่บา้น หลายคนเขา้มาร่วม ปี2548 โครงการวัฒนธรรม พ้ืนบา้นประสานวดัไดจ้ดัต้งัข้ึนมีงบสนบัสนุนจาก สสส.และ พอช. สนบัสนุนการทา กิจกรรมสิ่งแวดลอ้ม และประวตัิหมู่บา้น” กรณีน้า หมกัได้เริ่มทา อย่างจริงจงัจาก 4-5ถัง เป็ น 20-30ถัง เมื่อน าไปเทลงคลองมากจะได้ผล ชดัเจนวา่คุณภาพน้า ดีข้ึน คนที่รับรู้ก็เขา้มาช่วยมากข้ึน เมื่อสิ่งแวดลอ้มดีข้ึนเชื่อมโยงไปสู่การพฒันาทอ้งถิ่นด้านต่างๆในเวลาต่อมา เริ่มต้งัแต่การฟ้ืนฟู ประเพณีลากพระที่ขาดหายไป การหนัมาสนใจประวตัิชุมชน โดยการเอาคนเฒ่ามาช่วยกนัเล่าเรื่องชุมชน มาเป็ นการสืบคน้ตา นานคลองแหอยา่งเป็นระบบจากการทา ประวตัิชุมชนคลองแห พบวา่ ที่ดินในคลองแห ส่วนใหญ่สมยัอดีตเป็นเรือกสวนไร่นาของ เจา้พระยาวิเชียรคีรีเจา้เมืองสงขลา ชาวบา้นด้งัเดิมจึงน่าจะเป็น


คนเฝ้าสวนของเจา้เมืองสงขลามาก่อน กระทงั่ ไดร้ับมอบที่ดินในเวลาต่อมา โคกนกคุ่ม หรือโคกคุ่ม ซ่ึงห่าง จากบา้นของอุดมไม่กี่ร้อยเมตรเป็นพ้ืนที่สา คญั ในต านานคลองแห “ชื่ออย่างน้ันเพราะว่ามีนกคุ่มมากโคกนกคุ่มเคยเป็นเกาะกลางคลอง เป็นที่ฝังสมบตัิตามตา นาน ตอนเล็กผมไดฟ้ ังเรื่องแบบน้ีจากแม่เฒ่า” เรื่องเล่าสูญหายไปตามยุคสมยัชุมชนคลองแหเปลี่ยนแปลง จากหมู่บา้นที่นบัญาติกนั ไดห้มด เป็น คลองแหยคุใหม่ที่มีคนต่างถิ่นอพยพเขา้มาอยจู่า นวนมาก การทา โครงการคนเฒ่าเล่าเรื่องจนไดป้ระวตัิคลองแหข้ึนมา ทางกลุ่มอนุรักษค์ลองแหจึงไดจ้ดังาน ยอ้นตา นาน คลองแหคร้ังที่1 เมื่อปี 2549 ได้งบประมาณสนับสนุนจ านวนหนึ่งจาก สสส. และ พอช. ซึ่งเป็ น งบประมาณที่ใชท้า งานขบัเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดลอ้มไปดวย้ “งบไม่พอครับ แต่คณะทา งานเราไม่เอาค่าตอบแทน ชาวบา้นมาช่วยสมทบอีกตามแต่กา ลงัศรัทธา 10 -20 บาท เราจึงถือวา่ ไดจ้ดัตา นานคลองแหคร้ังแรกโดยความร่วมมือของประชาชนท้งัตา บลคลองแห” หลงัการจดังานยอ้นตา นานคลองแหคร้ังแรก ชาวบา้นเกิดการตื่นตวัเกิดการมีส่วนร่วมอยา่งสูง การ จดังานยอ้นตา นานคลองแหคร้ังที่2 เมื่อปี 2550จึงอาศยัแรงศรัทธาชาวบา้นโดยไม่ตอ้งขอการสนบัสนุนจาก ภายนอก กระทงั่งานยอ้นตา นานคร้ังที่3 ปี 2551 เปลี่ยนไป เพราะเทศบาลเมืองคลองแหเห็นว่างานน้ีมีคน สนใจจึงรับไปจดัการเองหมด บทบาทการยอ้นตา นานของกลุ่มรักษค์ลองแหจึงยตุิไป แต่อุดมเห็นวา่กิจกรรม ที่หยุดไม่ไดค้ือสิ่งแวดลอ้ม น้า ในคลองแหยงัเสียมากการรณรงคช์าวบา้นให้ทา น้า หมกัชีวภาพเอาไปเทลง คลองก็ยงัไม่ไดผ้ลจริงจงันบัต้งัแต่ปลายปี2550อุดมหันมาคิดค้นผลิตภัณฑ์ชีวภาพเกี่ยวเนื่อง เขาทดลองทา น้า ยาอเนกประสงค์ด้วยตนเอง “มานงั่คิดดูน้า ที่ใช้ในครัวเรือนมกัจะเทลงคูจากคูเล็กไปลงคูใหญ่จากคูใหญ่ไปลงคลอง มานงั่เท จุลินทรีย์ลงคลองทุกวันมันแกป้ลายเหตุทา ไมไม่แกท้ ี่ตน้เหตุเลยคิดเรื่องน้า ยาอเนกประสงค์ชีวภาพส าหรับ ซักผ้า ล้างจาน” อุดมเริ่มจากทา แจกแลว้สอนให้ชาวบา้นทา ใชเ้อง จากหมู่บา้นตวัเองออกไปตามกลุ่มต่างๆ เขา้โรงเรียน กระจายออกไปกวา้งถึงอา เภอบางกล่า พ้ืนที่ริมคลองอู่ตะเภาอนัเชื่อมต่อกบัคลองแห เขาศึกษาทดลองทา ในหลายสิ่งหลายอยา่งที่เกี่ยวขอ้งสิ่งแวดลอ้ม ต้งัแต่น้า หมกัชีวภาพ ปุ๋ ยชีวภาพ น้า ยาอเนกประสงค์ชีวภาพ น้า ยาไล่แมลงชีวภาพ ยากา จดัวชัพืชจากน้า หมกัชีวภาพ การผลิตแก๊สชีวภาพ เตาเผาถ่าน เครื่องอดัถ่านเป็นแท่ง น้า ส้มควนัไม้เป็นตน้ การประดิษฐ์ดดัแปลงอุปกรณ์ต่างๆ ฐานความคิด ไดม้าจากการเป็นช่าง ทา ให้มองไดเ้ร็วอุดมเล่า วา่สิ่งที่เขาคิดทา แต่ละอย่างต่างจากคนอื่น ไม่ไดล้อกเลียนใครมาโดยตรง แต่มกจะเป็ นการ ั ค้นคว้า ทดลอง พิสูจน์ ท าโดยตัวเอง


“ผมมีพ้ืนฐานที่ไดเ้ห็นคนรุ่นก่อนทา อย่างแก๊สชีวภาพใครวา่เป็นของใหม่ตอนผมเรียนอยู่ประถม ลุงของผมทา แล้วตามประสาชาวบา้นแกใช้ถังซีเมนต์หมกัข้ีววัแล้วใช้ฝาชีสังกะสีครอบ ต่อท่อนา แก๊ส หวัเตาไม่มีใชก้็ใชห้วับวัเครื่องสูบน้า มาแทน” เขาพบวา่การเผาถ่านนอกจากไดถ้่านกอ้น ยงัไดน้้า ส้มควนัไมแ้ละยงัมีถ่านผงที่คนทวั่ ไปมกัไม่ไดใ้ช้ ประโยชน์เขาคิดอดัถ่านผงเป็นแท่ง “ดูจากเว็บไซต์เขาแนะน าเครื่องอัดราคาเป็ น 2-3หมื่น อยา่งน้นัชาวบา้นจะทา อยา่งไรก็คิดเครื่องอัด ถ่านผงข้ึนมาเอง ตน้ทุน 1,000กวา่บาท แต่ไดเ้ครื่องอดัแลว้ไม่รู้จะอดัอยา่งไรให้ถ่านติดเป็นกอ้น จนพบว่า เอาแป้งเปียกมาผสมพอไดผ้ลก็ไปบอกชาวบา้นคนอื่น” การเผาถ่าน เขาเนน้การอนุรักษธ์รรมชาติ วัสดุที่น ามาเผาจึงเน้นเปลือกสะตอ ที่แคะเมล็ดออกแล้ว เปลือกเงาะ ทุเรียน มงัคุด สับปะรด และผลไมทุ้กชนิด ถ่านที่ไดอ้อกมาบางอยา่งยงัคงสภาพผลไมแ้บบเดิม มี แนวความคิดเอาไปใชใ้นการดูดกลิ่นตูเ้ยน็ถา้แตกหกัเอาไปอดัแท่ง น้า ส้มควนัไมใ้ชไ้ล่แมลงไดแ้ต่อุดมยงัคิดต่อเรื่องสารไล่แมลงแบบธรรมชาติใชส้มุนไพรเครื่องแกง พวกข่า ตะไคร้เอามาปั่น หรือตา เอาผา้ขาวกรองค้นัน้า ไปผสมเหลา้ขาว ส่วนยาปราบวชัพืชใช้เกลือ น าตาล ทรายผงชูรส ผสมน้า ยาอเนกประสงค์ชีวภาพ “ทุกวนัน้ีผมไม่มีรายได้จากงานอื่นนอกจากเงินบา นาญ แต่อยากตอบแทนสังคม แทนที่จะกิน เงินเดือนเปล่าๆ เพื่อนวา่บา้ที่เห็นวา่เราเอาเงินไปช่วยคนอื่น แต่ผมบอกวา่สิ่งที่ไดร้ับ ถา้กระจายออกสู่สังคม ตอ้งทา แทนที่จะนงั่กินเงินเดือนเปล่าๆ ก็ภาษีของประชาชน” นอกจากเป็นนกัเคลื่อนไหวในบทบาทกลุ่มอนุรักษค์ลองแห ที่เขาเป็นประธาน ทุกวนัน้ีอุดมมีภาระ การเป็ นวิทยากรสอนความรู้ต่างๆ ที่เขาประดิษฐ์คิดคน้พฒันาต่อเกือบทุกวนัท้งัที่บา้น และนอกสถานที่ และเขามุ่งมนั่จะทา หนา้ที่ทางสังคมน้ีต่อไป ที่มา : http://www.songkhlahealth.org/paper/1591 สืบค้นเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553


แบบประเมินรายงานการด าเนินกิจกรรมการปฏิบัติตนเป็ นพลเมืองดี กลุ่มที่.................................................. สมาชิกของกลุ่ม 1. .............................................................................. 2. .............................................................................. 3. .............................................................................. 4. .............................................................................. 5. .............................................................................. 6. .............................................................................. ล าดับ ที่ รายการประเมิน คุณภาพผลงาน 4 3 2 1 1 การปฏิบัติตนเป็ นพลเมืองดี 2 การรายงานผลการปฏิบัติตนเป็ นพลเมืองดี 3 การสนับสนุนให้ผู้อื่นปฏิบัติตนเป็ นพลเมืองดี รวม ลงชื่อ..............................................................................ผู้ประเมิน ......................./.........................../........................ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 10-12 7-9 4-6 1-3 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง


ใบงานที่ 2.1 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตนเป็ นพลเมืองดี ค าชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายแนวทางการปฏิบตัิตนเป็นพลเมืองดีตามหวัขอ้ที่กา หนดให้พร้อมเขียนสิ่งที่ นักเรียนสามารถปฏิบัติได้จริง หัวข้อ แนวทางการปฏิบัติตน สิ่งที่นักเรียนปฏิบัติได้จริง 1. แนวทางการปฏิบัติตน เป็ นสมาชิกที่ดีของ ครอบครัว 2. แนวทางการปฏิบัติตน เป็ นสมาชิกที่ดีของ โรงเรียน 3. แนวทางการปฏิบัติตน เป็ นสมาชิกที่ดีของ ชุมชน


หัวข้อ แนวทางการปฏิบัติตน สิ่งที่นักเรียนปฏิบัติได้จริง 4. แนวทางการปฏิบัติตน เป็ นสมาชิกที่ดีของ ประเทศชาติและสังคม โลก


ใบงานที่ 2.1 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตนเป็ นพลเมืองดี ค าชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายแนวทางการปฏิบตัิตนเป็นพลเมืองดีตามหวัขอ้ที่กา หนดให้พร้อมเขียนสิ่งที่ นักเรียนสามารถปฏิบัติได้จริง หัวข้อ แนวทางการปฏิบัติตน สิ่งที่นักเรียนปฏิบัติได้จริง 1. แนวทางการปฏิบัติตน เป็ นสมาชิกที่ดีของ ครอบครัว 1. ช่วยบิดา มารดา ท างานบ้าน 2. ประหยัดค่าใช้จ่าย 3. ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน 4. เชื่อฟังและปฏิบัติตามค าสั่งสอน ของบิดา มารดา พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน 2. แนวทางการปฏิบัติตน เป็ นสมาชิกที่ดีของ โรงเรียน 1. ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน 2. รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย 3. ร่ วมกิจกรรมที่เป็ นประโยชน์ต่อ โรงเรียน 4. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน 5. เคารพเชื่อฟังค าสั่งสอนของครู อาจารย์ พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน 3. แนวทางการปฏิบัติตน เป็ นสมาชิกที่ดีของ ชุมชน 1. ร่ วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชน 2. รักษาความสงบเรียบร้ อย 3. ร่ วมท ากิจกรรมที่เป็ นประโยชน์ต่อ ชุมชน 4. ร่ วมมือกันพัฒนาชุมชน 5. ร่ วมมือกันสอดส่องดูแล ป้องกัน เรื่องยาเสพติด 6. ปฏิบัติตามกฎระเบียบของชุมชน 7. ร่ วมกิจกรรมกับองค์กรการปกครอง ส่วนท้องถิ่น 8. มีส่วนร่ วมในการรณรงค์ให้บุคคล ในท้องถิ่นไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน


หัวข้อ แนวทางการปฏิบัติตน สิ่งที่นักเรียนปฏิบัติได้จริง 4. แนวทางการปฏิบัติตน เป็ นสมาชิกที่ดีของ ประเทศชาติและสังคม โลก 1. ปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าที่ของ สมาชิกที่ดีของครอบครัว โรงเรียน และชุมชน 2. มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 3. แสวงหาข้อมูลต่างๆ ให้ทันต่อ เหตุการณ์ของโลก 4. ให้ความร่ วมมือกับประเทศต่างๆ ในการป้องกัน แก้ปัญหาภัยพิบัติ ต่างๆ 5. ร่ วมมือกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 6. ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส เมื่อมีโอกาส พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน


ใบงานที่ 2.2 เรื่อง วิเคราะห์พลเมืองดี ค าชี้แจง ให้นักเรียนนา ข่าว/ประวตัิบุคคลที่มีการกระทา ที่แสดงถึงการเป็นพลเมืองดีมาวเิคราะห์ แลว้ตอบคา ถามตามที่กา หนด อยา่งนอ้ย3 บุคคล 1. บุคคลที่เป็ นพลเมืองดี คือ 2. บุคคลดงักล่าวมีการกระทา ที่แสดงวา่เป็นพลเมืองดีอยา่งไร 3. การกระทา จากขอ้2. สอดคลอ้งกบัลกัษณะของพลเมืองดีอยา่งไรจงอธิบาย 4. นกัเรียนสามารถนา แบบอยา่งการกระทา ของบุคคลน้ีไปประยกุตป์ฏิบตัิไดอ้ยา่งไร ชื่อเรื่อง สรุปประเด็นส าคัญ


ใบงานที่ 2.2 เรื่อง วิเคราะห์พลเมืองดี ค าชี้แจง ให้นักเรียนนา ข่าว/ประวตัิบุคคลที่มีการกระทา ที่แสดงถึงการเป็นพลเมืองดีมาวเิคราะห์ แลว้ตอบคา ถามตามที่กา หนด อยา่งนอ้ย3 บุคคล 1. บุคคลที่เป็ นพลเมืองดี คือ 2. บุคคลดงักล่าวมีการกระทา ที่แสดงวา่เป็นพลเมืองดีอยา่งไร 3. การกระทา จากขอ้2. สอดคลอ้งกบัลกัษณะของพลเมืองดีอยา่งไรจงอธิบาย 4. นกัเรียนสามารถนา แบบอยา่งการกระทา ของบุคคลน้ีไปประยกุตป์ฏิบตัิไดอ้ยา่งไร (หมายเหตุ พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ชื่อเรื่อง สรุปประเด็นส าคัญ


แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ล าดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ท างาน การร่วม ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 17 – 20 13 – 16 9 – 12 5 – 8 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง หมายเหตุ ครูอาจใชว้ธิีการมอบหมายใหห้วัหนา้กลุ่ม เป็นผปู้ระเมิน หรือใหต้วัแทนกลุ่มผลดักนั ประเมิน หรือให้มีการประเมินโดยเพื่อน โดยตัวนักเรียนเอง ตามความเหมาะสมก็ได้ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนที่ 4 สิทธิมนุษยชน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง ความส าคัญของสิทธิมนุษยชน เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายประสงค์ จันทเหล็ก โรงเรียนท่าบ่อ 1. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด สิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนมีอยู่ในฐานะที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นไปตามหลักการของสิทธิ มนุษยชนตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.4-6/4 ประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และเสนอแนวทางพัฒนา 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย ความส าคัญ แนวคิด และหลักการของสิทธิมนุษยชนได้ 2. วิเคราะห์ความส าคัญของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. ความหมาย ความส าคัญ แนวคิด และหลักการของสิทธิมนุษยชน 2. สาระส าคัญของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการปฏิบัติ - กระบวนการท างานกลุ่ม 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน


ชั่วโมงที่ 1 ชั่วโมงที่ 2 6. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่คิดสี่สหาย, เทคนิคร่วมกันคิด) นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สิทธิมนุษยชน 1. ครูให้นักเรียนอ่านข่าวต่อไปนี้ - ข่าวเกี่ยวกับส านักงานแห่งหนึ่งไม่รับคนที่เป็นโปลิโอเข้าท างานอ้างว่า เป็นคนพิการ คงท างานได้ไม่ดีเท่าคนปกติ ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ในประเด็นว่า ข้ออ้างจากนายจ้าง ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบ - ข่าวเกี่ยวกับเด็กถูกล่ามโซ่ให้อยู่กับบ้านเพราะต้องการดัดนิสัย เพราะเป็นเด็กที่ซุกซนมาก ถึงเวลาอาหารก็น าใส่จานมาวางไว้ให้ และเด็กมักถูกทุบตีถ้าส่งเสียงร้องโวยวาย ให้นักเรียน ร่วมกันวิเคราะห์ว่า ข่าวดังกล่าวขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนด้านใด และการที่เด็กถูกทารุณกรรม ดังกล่าว มีผลเสียอย่างไร จากนั้นครูถามนักเรียนว่า จากข่าวที่ยกตัวอย่างมานั้นนักเรียนคิดว่า มนุษย์ทุกคนควรปฏิบัติต่อกันอย่างไร จึงจะสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน 2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่อง ความหมายและความส าคัญของสิทธิมนุษยชน 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้เห็นถึงความจ าเป็นที่ทุกคนจะต้องให้ความส าคัญของสิทธิมนุษยชนและให้ นักเรียนศึกษาความรู้เพิ่มเติมเรื่อง สิทธิมนุษยชน จากหนังสือเรียน 4. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยให้จับคู่กันเป็น 2 คู่ และให้แต่ละคู่ช่วยกันท าใบงานที่ 1.1 เรื่อง แนวคิดและหลักการของสิทธิมนุษยชน ดังนี้ - คู่ที่ 1 วิเคราะห์กรณีตัวอย่างที่ 1 เรื่อง น้องบอล...เด็กเร่ร่อน - คู่ที่ 2 วิเคราะห์กรณีตัวอย่างที่ 2 เรื่อง กรกับแก้ว...ลูกชาวนา 5. ให้นักเรียนแต่ละคนท าใบงานและวิเคราะห์หาค าตอบด้วยตนเองก่อน และผลัดกันอภิปรายผล การวิเคราะห์ให้กับคู่ของตนฟังจนครบทั้ง 2 คู่ 6. ครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมาน าเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน 2-3 กลุ่ม และให้กลุ่มอื่นๆ เสนอแนะเพิ่มเติม ในประเด็นที่แตกต่างกัน 7. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความส าคัญ แนวคิด และหลักการของสิทธิมนุษยชน 1. ครูน าภาพข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ มาให้นักเรียนดู และสนทนาซักถามเกี่ยวกับหน้าที่ ของบุคคลดังกล่าว และเชื่อมโยงสู่ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ


2. ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ 3. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ( หรืออาจใช้กลุ่มเดิมก็ได้ ) และให้สมาชิกในกลุ่มมีหมายเลข ประจ าตัว ตั้งแต่หมายเลข 1 , 2, 3 ,4 แล้วให้ท าใบงานที่ 1.2 เรื่อง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิ มนุษยชน 4. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันคิดหาค าตอบ และช่วยกันอธิบายค าตอบให้เพื่อนๆ สมาชิกในกลุ่ม ของตนเข้าใจอย่างชัดเจน 5. ครูสุ่มเรียกหมายเลขใดหมายเลขหนึ่งของกลุ่ม เพื่อตอบค าถามและอธิบายให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน โดยหมุนเวียนกันตอบให้ครบตามประเด็นค าถามในใบงาน 6. นักเรียนและครูช่วยกันสรุปสาระส าคัญของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งถือเป็นมาตรฐาน ในการปฏิบัติต่อกันของมวลมนุษย์และของบรรดานานาชาติ 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สิทธิมนุษยชน แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สิทธิมนุษยชน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานที่ 1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.2 ใบงานที่ 1.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมืองฯ ม. 4-ม.6 2. หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม 1) เสน่ห์ จามริก. สิทธิมนุษยชน : เกณฑ์คุณค่าและฐานความคิด. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการด ารงศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2544. 2) เสน่ห์ จามริก. สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการด ารง ศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2545. 3) เสน่ห์ จามริก. สิทธิมนุษยชน : เส้นทางสู่สันติประชาธรรม. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการด ารงศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2543. 3. ใบความรู้เรื่อง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ 4. ใบงานที่ 1.1 เรื่อง แนวคิดและหลักการสิทธิมนุษยชน 5. ใบงานที่ 1.2 เรื่อง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด


2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ http://www.mfa.go.th/humanright


9. บันทึกหลังสอน 1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน


10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา


ใบความร ู้เร ื่อง ปฏิญญาสากลว ่ าด ้ วยสิทธิมนุษยชนแห ่ งสหประชาชาติ (The Universal Declaration of Human Rights) องคก์ารสหประชาชาติไดร้ิเริ่มจดัทา ปฏิญญาสากลวา่ดว้ยสิทธิมนุษยชน โดยที่ประชุมสมชัชาแห่ง สหประชาชาติไดใ้หก้ารรับรองเมื่อวนัที่10ธนัวาคม พ.ศ. 2491และไดก้า หนดใหว้นัที่10ธนัวาคม ของทุก ปี เป็ น “วนัสิทธิมนุษยชนแห่งโลก” ปฏิญญาฉบบัน้ีไดว้างมาตรฐานสากลของการดา เนินงานเรื่องสิทธิ มนุษยชนเพื่อใหเ้ป็นแนวทางใหป้ระเทศต่างๆ นา ไปปฏิบตัิใหเ้กิดผลและมีประสิทธิภาพ สา หรับสิทธิตาม ปฏิญญาสากลแห่งสหประชาชาติจา แนกออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ดงัน้ี 1. สิทธิของพลเมือง และสิทธิทางการเมือง (Civil and Political Rights) 2. สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวฒันธรรม (Economic Social and Cultural Rights) ประเทศไทยเป็ นประเทศหน่ึงที่ไดร้่วมรับรองปฏิญญาสากลวา่ดว้ยสิทธิมนุษยชนแห่ง สหประชาชาติและเพื่อให้ความคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้ผลตามเจตนารมณ์ของปฏิญญา จึงได้บัญญัติเรื่อง สิทธิมนุษยชนไวใ้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540และจดัต้งัองคก์รที่เกี่ยวขอ้งทา หน้าที่ติดตาม และคุม้ครองสิทธิมนุษยชนไวอ้ยา่งชดัเจน หลกัปฏิญญาสากลวา่ดว้ยสิทธิมนุษยชน มีดงัน้ี (1) มนุษยท์ุกๆ คนเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกนั ในศกัด์ิศรีและสิทธิต่างก็มีเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบตัิต่อกนัดว้ยเจตนารมณ์แห่งภราดรภาพ (2) ทุกๆ คนมีสิทธิและเสรีภาพ ไม่มีการบ่งแยกเช้ือชาติผวิเพศ ภาษาศาสนาความคิดเห็นทางการ เมืองหรือทางอื่น เผา่พนัธุ์แห่งชาติหรือสังคม ทรัพยส์ิน ชาติกา เนิดหรือสถานะอื่นใด (3) บุคคลมีสิทธิในการดา รงชีวติในเสรีธรรม และในความมนั่คงแห่งร่างกาย (4) เสรีภาพที่จะไม่ตกเป็นทาส และการคา้ทาสจะมีไม่ไดใ้นทุกรูปแบบ (5) บุคคลจะถูกทรมานหรือลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายผิดมนุษยธรรมหรือต ่าช้ามิได้ (6) สิทธิบุคคลตามกฎหมาย (7) ทุกคนเสมอกนั ในกฎหมายและมีสิทธิที่จะไดร้ับความคุม้ครองตามกฎหมายเท่าเทียมกนั (8) สิทธิที่จะไดร้ับการดูแลในกรณีที่ถูกละเมิดสิทธิข้นัพ้ืนฐาน (9) บุคคลจะถูกจบักุม กกัขงัหรือถูกเนรเทศไปต่างถิ่นโดยพลการมิได้ (10) สิทธิโดยเสมอภาคเต็มที่ในอันที่จะได้รับการพิจารณาที่เป็ นธรรมจากศาลที่อิสระและเที่ยงธรรม (11) ทุกคนที่ถูกกล่าวหาวา่กระทา ผดิทางอาญามีสิทธิจะไดร้ับการสันนิษฐานไวก้่อนวา่บริสุทธ์ิจนกวา่ จะพิสูจน์ไดว้า่มีความผดิตามกฎหมายในการพิจารณาเปิดเผย (12) เสรีภาพในความเป็นอยูส่ ่วนตวัในครอบครัวเคหสถาน และในการสื่อสาร


(13) สิทธิในการเคลื่อนยา้ยและการเลือกสถานที่อยภู่ายในของเขตของรัฐ มีสิทธิจะออกจากประเทศ ใดๆ และกลบัคืนสู่บา้นเกิดเมืองนอน (14) สิทธิที่จะแสวงหาและอาศยัพา นกัในประเทศอื่น เพื่อล้ีภยัจากการประหตั ประหาร(แต่ตอ้งเป็น กรณีการดา เนินคดีที่เกี่ยวกบัการเมือง) (15) สิทธิในการถือสัญชาติ (16) สิทธิในการจดัต้งัครอบครัวโดยปราศจากขอ้จา กดัเกี่ยวกบัเช้ือชาติสัญชาติศาสนาโดยมีสิทธิ เท่าเทียมกนั ในการสมรส การสมรสจะกระทา กนัดว้ยความยนิยอมโดยอิสระตามเจตนาของคู่สมรส (17) สิทธิในการเป็ นเจ้าของทรัพย์สิน (18) สิทธิในการนับถือศาสนา (19) สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและแสดงออก (20) สิทธิในการชุมนุมโดยสงบ (21) สิทธิในการมีส่วนร่วมในรัฐบาลของตน จะเป็นทางตรงหรือผา่นทางผแู้ทน ซ่ึงเลือกต้งัโดยอิสระ (22) สิทธิเท่าเทียมกนัทางสังคม เศรษฐกิจและวฒันธรรม (23) สิทธิในการประกอบอาชีพโดยอิสระและมีสิทธิที่จะไดร้ับค่าจา้งที่ยตุิธรรม และมีสิทธิในการจดัต้งั และเขา้ร่วมสหภาพแรงงานเพื่อความคุม้ครองแห่งผลประโยชน์ของตน (24) สิทธิในการพักผอ่นและเวลาวา่ง (25) สิทธิในมาตรฐานการครองชีพอนัเพียงพอสา หรับสุขภาพและความเป็นอยทู่ ี่ดีของตนและ ครอบครัวรวมท้งัอาหารเครื่องนุ่งห่ม ที่อยอู่าศยัการดูแลรักษาทางการแพทย์บริการทางสังคมที่จา เป็น และมี สิทธิในความมนั่คงยามวา่งงาน เจบ็ ป่วย พิการเป็นม่ายวยัชรา หรือขาดอาชีพ มารดาและเด็กจะมีสิทธิได้รับ การดูแลรักษาและการช่วยเหลือเป็นพิเศษ (26) สิทธิในการรับการศึกษาข้นัพ้ืนฐานที่รัฐจะตอ้งจดัให้อยา่งทวั่ถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใชจ้่าย (27) สิทธิทางวัฒนธรรมและทรัพย์สินทางปัญญา (28) สิทธิทางสังคมท้งัในประเทศและระหวา่งประเทศ (29) สิทธิและอิสรภาพแห่งตนตามกฎหมาย (30)รัฐ หมู่คน หรือบุคคลไม่มีสิทธิดา เนินการใด ๆ อนัมุ่งต่อการทา ลายสิทธิและเสรีภาพ ความรู้เกี่ยวกบั ปฏิญญาสากลของสมชัชาใหญ่แห่งสหประชาชาติมีความสา คญัต่อสิทธิมนุษยชน ข้นัพ้ืนฐาน จึงมีความจา เป็นที่จะตอ้งส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ เห็นความส าคัญของหลัก สิทธิมนุษยชน และไดม้ีส่วนร่วมในการคุม้ครองสิทธิมนุษยชนและป้องกนัการกระทา ที่เป็นการละเมิดสิทธิ มนุษยชนซ่ึงจะมีผลกระทบต่อการดา เนินชีวติในสังคมไทยและสังคมโลก บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุธศักราช 2550 เกยี่วกบัสิทธิมนุษยชน


รัฐธรรมนูญฉบบัน้ีนับว่ามีบทบญัญตัิที่ส่งเสริมและคุม้ครองสิทธิมนุษยชนอย่างดียิ่ง มีขอบเขต กวา้งขวางทนัสมยักว่าทุกฉบบัที่ผ่านมา มีเน้ือหาสาระสอดคล้องกบัมาตรฐานสากลของสหประชาชาติที่ กา หนดไวใ้นปฏิญญาสากลวา่ดว้ยสิทธิมนุษยชน บทบญัญตัิของรัฐธรรมนูญฯ ไดคุ้ม้ครองสิทธิใหม่ๆ หลายประการไดแ้ก่ ● การคุม้ครองศกัด์ิศรีความเป็นมนุษย์ ● การหา้มเลือกปฏิบตัิต่อคนทุกรูปแบบ ● การห้ามเซ็นเซอร์หรือปิ ดโรงพิมพ์ สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ ● การรับรองเสรีภาพทางวิชาการ การศึกษา อบรม การเรียน การสอน การวิจัย ฯลฯ ● สิทธิเสมอกนั ในการรับการศึกษาข้นัพ้ืนฐานไม่นอ้ยกวา่12 ปีที่รัฐจะตอ้งจดัให้อยา่ง ทวั่ถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใชจ้่าย ● สิทธิของชุมชนทอ้งถิ่นด้งัเดิมยอ่มมีการอนุรักษห์รือฟ้ืนฟูจารีตประเพณีฯลฯ ● สิทธิของเด็ก เยาวชนและบุคคลในครอบครัว มีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองโดยรัฐจาก การใชค้วามรุนแรง สิทธิคนชราและคนพิการมีสิทธิไดร้ับความช่วยเหลือจากรัฐ ● สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกบัรัฐและชุมชนในการบา รุงรักษาและการไดป้ระโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ ● สิทธิในการได้รับความคุ้มครองผู้บริโภค ● สิทธิในการรับขอ้มูลข่าวสารทางราชการ ● สิทธิในการท าประชาพิจารณ์ ● สิทธิในการต่อตา้นโดยสันติวธิีซ่ึงการกระทา ใดๆ ที่เป็นไปเพื่อใหไ้ดม้าซ่ึงอา นาจใน การปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็ นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ● การคุม้ครองสิทธิผตู้อ้งหาหรือจา เลยในเรื่องการประกนัตวัและสิทธิที่จะพบหรือ ปรึกษาทนายความเป็ นการเฉพาะตัว ● สิทธิที่ผู้ต้องหาหรือจ าเลยในคดีอาญาจะได้รับการสอบสวนหรือพิจารณาคดีด้วยความ รวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม ● สิทธิที่ผู้ต้องหาหรือจ าเลยในคดีอาญามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้ารับ ฟังการสอบปากคา ตนในช้นัสอบสวนได้ ● สิทธิของพยานในคดีอาญามีสิทธิได้รับการคุ้มครองจากรัฐ ● สิทธิของผู้เสียหายในคดีอาญา มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง การปฏิบัติที่เหมาะสมและ ค่าตอบแทนที่จา เป็นและสมควรจากรัฐ ● สิทธิของจา เลยในคดีอาญาและถูกคุมขงัระหวา่งการพิจารณาคดีที่จะไดร้ับค่าชดเชยจากรัฐ หากต่อมาศาลมีคา พิพากษาถึงที่สุดวา่มิไดก้ระทา ความผดิหรือการกระทา ของจา เลยไม่เป็นความผดิ


องค ์ กรทเี่กยี่วข้องกบัสิทธิมนุษยชน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกัรไทย พุทธศกัราช 2550ไดม้ีบทบญัญตัิจดัต้งัองคก์รที่มีความเกี่ยวขอ้ง กบัการติดตาม ตรวจสอบ ส่งเสริมและคุม้ครองสิทธิมนุษยชนท้งัทางตรงและทางออ้มดงัน้ี 1. องคก์รที่มีอา นาจหนา้ที่ส่งเสริมและความคุม้ครองสิทธิมนุษยชนโดยตรงไดแ้ก่“คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” ซึ่งมีองคป์ระกอบขององคก์รและอา นาจหนา้ที่ดงัน้ี 1.1 องคป์ระกอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (1) ใหม้ีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประกอบดว้ย ประธานกรรมการ คนหน่ึงและกรรมการอื่นอีกสิบคน ซ่ึงมีพระมหากษตัริยท์รงแต่งต้งัตามคา แนะนา ของวฒุิสภาจากผซู้่ึงมี ความรู้หรือประสบการณ์ดา้นการคุม้ครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ประจกัษ์ท้งัน้ีโดยตอ้งคา นึงถึง การมีส่วนร่วมของผแู้ทนจากองคก์รเอกชนดา้นสิทธิมนุษยชนดว้ย (2) ใหป้ระธานวุฒิสภาลงนามรับรองสนองพระบรมราชโองการแต่งต้งัประธาน กรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ


ใบงานท ี่1.1 เร ื่องแนวคดิและหลกัการสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนศึกษากรณีตวัอยา่งและตอบคา ถามตามประเด็นที่กา หนดให้ ค าถาม ขอ้ความใดที่แสดงวา่บอล มีสิทธิในเรื่องต่อไปน้ี 1) สิทธิในชีวิต 2) สิทธิในการยอมรับนับถือ 3) สิทธิในการด าเนินชีวิตและพัฒนาตนเอง กรณีตัวอย่างที่ 1 เรื่อง น้องบอล...เด็กเร่ร่อน ต ารวจได้รับแจ้งจากป้าสายใจวา่พบเด็กชายบอลอายุประมาณ 6 ปีเร่ร่อนขอทานอยูใ่นซอย ของตน ตอนกลางคืนอาศัยแผงในตลาดใช้เป็ นที่นอน ป้าสายใจเกรงว่าจะไม่ปลอดภยัจึงให้การ ช่วยเหลือหาอาหารและพาไปอาบน้า เปลี่ยนเส้ือผา้และให้อาศยัอยู่ด้วย ป้าสายใจพยายามสอบถาม เด็กชายบอล ไดค้วามว่า เร่ร่อนมา 3 เดือนแลว้ โดยพ่อแม่เสียชีวิต ป้าสายใจสงสารจึงแจง้ความกบั ตา รวจเพื่อขออุปการะเด็กให้ถูกตอ้งและส่งเสียใหเรียนหนังสือในโรงเรียนใกล้บ้าน ้ เด็กชายบอลเรียน ไม่เก่งนกัแต่มีความสามารถในการเล่นฟุตบอล ต่อมาเป็นนกักีฬาของโรงเรียนและไดส้ร้างชื่อเสียงให้กบัโรงเรียนอยา่งมาก หลงัจากเรียนจบ ช้นัมธัยมศึกษาปีที่6 บอลไดร้ับการคดัเลือกให้เขา้เรียนในมหาวิทยาลยัช้นันา ของประเทศในโควตา นกักีฬา สมาคมกีฬาแห่งหน่ึงสนใจในความสามารถของบอลจึงให้การสนบัสนุนส่งบอลไปฝึกฝนกบั สโมสรฟุตบอลในยุโรป และได้ลงแข่งขนั ฟุตบอลนานาชาติหลายคร้ัง จนไดร้ับการยกย่องเป็นนัก ฟุตบอลดีเด่น


ค าถาม จากกรณีตวัอยา่งกรแกว้และพอ่แม่ไดด้า เนินชีวิตในสังคมตามหลกัสิทธิมนุษยชนในเรื่องใด จงอธิบายพร้อมยกตวัอยา่งประกอบ กรณีตัวอย่างที่ 2 เรื่อง กรกบัแก้ว...ลูกชาวนา ที่หมูบ่า้นแห่งหน่ึงในจงัหวดัร้อยเอด็มีครอบครัวหน่ึงเป็นชาวนาฐานะไม่ดีนกัแต่มีความขยนั ท้งัสามีและภรรยา พอหมดหนา้นาก็เขา้มาหางานทา ในกรุงเทพเก็บหอมรอมริบหาเงินส่งลูก 2 คน เรียนหนงัสือและจะส่งใหเ้รียนถึงมหาวทิยาลยัลูกท้งั2คน ชื่อกรกบัแกว้แมจ้ะหวัไม่ดีมากแต่ก็ขยัน หมนั่เพียรเอาใจใส่การเรียน และไดร้ับทุนจากจงัหวดัเขา้เรียนในมหาวทิยาลยั โดยกรเลือกเรียนแพทย์ และแกว้เลือกเรียนเศรษฐศาสตร์พอปิดเทอมท้งั2คน ก็หางานพิเศษทา จนเรียนจบ กรไดเ้ป็นแพทย ์ ในโรงพยาบาลของรัฐตามที่วาดฝันไว้มีรายไดท้ ี่มนั่คง ส่วนแกว้รวมตวักบัเพื่อนเปิดบริษทัเกี่ยวกบั เส้ือผา้สา เร็จรูป ท้งักรและแกว้ขอร้องใหพ้อ่แม่เลิกทา งานแต่พอ่แม่บอกวา่ ไม่อยากอยูเ่ฉยๆ จึงเปิดร้าน ขายของช าเล็กๆ ในหมู่บา้น


ใบงานท ี่1.1 เร ื่องแนวคดิและหลกัการสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนศึกษากรณีตวัอยา่งและตอบคา ถามตามประเด็นที่กา หนดให้ ค าถาม ขอ้ความใดที่แสดงวา่บอล มีสิทธิในเรื่องต่อไปน้ี 1) สิทธิในชีวิต 2) สิทธิในการยอมรับนับถือ 3) สิทธิในการด าเนินชีวิตและพัฒนาตนเอง กรณีตัวอย่างที่ 1 เรื่อง น้องบอล...เด็กเร่ร่อน ต ารวจได้รับแจ้งจากป้าสายใจวา่พบเด็กชายบอลอายุประมาณ 6 ปีเร่ร่อนขอทานอยูใ่นซอย ของตน ตอนกลางคืนอาศัยแผงในตลาดใช้เป็ นที่นอน ป้าสายใจเกรงว่าจะไม่ปลอดภยัจึงให้การ ช่วยเหลือหาอาหารและพาไปอาบน้า เปลี่ยนเส้ือผา้และให้อาศยัอยู่ด้วย ป้าสายใจพยายามสอบถาม เด็กชายบอล ไดค้วามว่า เร่ร่อนมา 3 เดือนแลว้ โดยพ่อแม่เสียชีวิต ป้าสายใจสงสารจึงแจง้ความกบั ตา รวจเพื่อขออุปการะเด็กให้ถูกตอ้งและส่งเสียใหเรียนหนังสือในโรงเรียนใกล้บ้าน ้ เด็กชายบอลเรียน ไม่เก่งนกัแต่มีความสามารถในการเล่นฟุตบอล ต่อมาเป็นนกักีฬาของโรงเรียนและไดส้ร้างชื่อเสียงให้กบัโรงเรียนอยา่งมาก หลงัจากเรียนจบ ช้นัมธัยมศึกษาปีที่6 บอลไดร้ับการคดัเลือกให้เขา้เรียนในมหาวิทยาลยัช้นันา ของประเทศในโควตา นกักีฬา สมาคมกีฬาแห่งหน่ึงสนใจในความสามารถของบอลจึงให้การสนบัสนุนส่งบอลไปฝึกฝนกบั สโมสรฟุตบอลในยุโรป และได้ลงแข่งขนั ฟุตบอลนานาชาติหลายคร้ัง จนไดร้ับการยกย่องเป็นนัก ฟุตบอลดีเด่น


ค าถาม จากกรณีตวัอยา่งกรแกว้และพอ่แม่ไดด้า เนินชีวิตในสังคมตามหลกัสิทธิมนุษยชนในเรื่องใด จงอธิบายพร้อมยกตวัอยา่งประกอบ (หมายเหตุ พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) กรณีตัวอย่างที่ 2 เรื่อง กรกบัแก้ว...ลูกชาวนา ที่หมู่บา้นแห่งหน่ึงในจงัหวดัร้อยเอด็มีครอบครัวหน่ึงเป็นชาวนาฐานะไม่ดีนกัแต่มีความขยนั ท้งัสามีและภรรยา พอหมดหนา้นาก็เขา้มาหางานทา ในกรุงเทพเก็บหอมรอมริบหาเงินส่งลูก 2 คน เรียนหนงัสือและจะส่งใหเ้รียนถึงมหาวทิยาลยัลูกท้งั2คน ชื่อกรกบัแกว้แมจ้ะหวัไม่ดีมากแต่ก็ขยัน หมนั่เพียรเอาใจใส่การเรียน และไดร้ับทุนจากจงัหวัดเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย โดยกรเลือกเรียนแพทย์ และแกว้เลือกเรียนเศรษฐศาสตร์พอปิดเทอมท้งั2คน ก็หางานพิเศษทา จนเรียนจบ กรไดเ้ป็นแพทย ์ ในโรงพยาบาลของรัฐตามที่วาดฝันไว้มีรายไดท้ ี่มนั่คง ส่วนแกว้รวมตวักบัเพื่อนเปิดบริษทัเกี่ยวกบั เส้ือผา้สา เร็จรูป ท้งักรและแกว้ขอร้องใหพ้อ่แม่เลิกทา งานแต่พอ่แม่บอกวา่ ไม่อยากอยูเ่ฉยๆ จึงเปิดร้าน ขายของชา เล็กๆ ในหมู่บา้น


ใบงานท ี่1.2เร ื่องปฏิญญาสากลว ่ าด ้ วยสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่านกรณีศึกษาแลว้วเิคราะห์ประเภทของสิทธิเสรีภาพ และความสอดคลอ้งกบักฎหมาย กรณีศึกษา ประเภทของสิทธิเสรีภาพ สอดคล้องกับกฎหมาย 1.การฆ่าลา้งเผา่พนัธุ์ชาวเขมรของ พวก เขมรแดง 2. บริษทัแห่งหน่ึงไม่รับพนกังานที่ เป็ น โปลิโอโดยอา้งวา่เป็นคนพิการ ประสิทธิภาพในการทา งานไม่เท่า คนปกติ 3. สา นกังานตา รวจแห่งชาติเตือน นกัข่าวหา้มเสนอข่าวทางลบของ รัฐบาล 4. เจ้าหน้าที่ป่ าไม้บังคับให้ชาวเขาย้าย ออกไปอยทู่ ี่พ้ืนราบ เพราะจะ ประกาศ เป็ นเขตป่ าสงวน 5. หนงัสือพิมพล์งภาพข่าวผหู้ญิงถูก ข่มขืนและนา เสนอข่าวการถูก ข่มขืน อยา่งละเอียด 6. รัฐบาลออกกฎหมายให้มีพรรค การเมืองของรัฐบาลเพียงพรรคเดียว 7.รัฐบาลสร้างเขื่อนโดยไม่ใหส้ิทธิ ประชาชนในการรับรู้ข่าวสาร 8. ต ารวจซ้อมผู้ต้องหาให้รับสารภาพ 9. นายสุชาติ ชาวบุรีรัมย์ มาท างาน เป็ น กรรมกรก่อสร้างในกรุงเทพฯ ได้ ค่าจา้งวนัละ150 บาท


10. ชาวกะเหรี่ยงถือผี จัดพิธีเคารพ เจดีย์ เจา้ป่าเจา้เขาแต่ถูกเจา้หนา้ที่ป่าไม ้ สงั่หา้ม ใบงานท ี่1.2เร ื่องปฏิญญาสากลว ่ าด ้ วยสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่านกรณีศึกษาแลว้วเิคราะห์ประเภทของสิทธิเสรีภาพ และความสอดคลอ้งกบักฎหมาย กรณีศึกษา ประเภทของสิทธิเสรีภาพ สอดคล้องกับกฎหมาย 1.การฆ่าลา้งเผา่พนัธุ์ชาวเขมรของ พวก เขมรแดง ละเมิดศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และสิทธิในชีวิต ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 1 และข้อ 3 2. บริษทัแห่งหน่ึงไม่รับพนกังานที่ เป็ น โปลิโอโดยอา้งวา่เป็นคนพิการ ประสิทธิภาพในการทา งานไม่เท่า คนปกติ ละเมิดหลักความเสมอภาคและการ เลือกปฏิบัติ ปฏิญญา ฯ ข้อ 2 รัฐธรรมนูญ ม.30 3. สา นกังานตา รวจแห่งชาติเตือน นกัข่าวหา้มเสนอข่าวทางลบของ รัฐบาล เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและ เสรีภาพของสื่อมวลชน ปฏิญญา ฯ ข้อ 19 รัฐธรรมนูญ ม.39 4. เจ้าหน้าที่ป่ าไม้บังคับให้ชาวเขาย้าย ออกไปอยทู่ ี่พ้ืนราบ เพราะจะ ประกาศ เป็ นเขตป่ าสงวน เสรีภาพในการเดินทางและเลือกถิ่น ที่อยู่ ปฏิญญา ฯ ข้อ 13 รัฐธรรมนูญ ม.36 5. หนงัสือพิมพล์งภาพข่าวผหู้ญิงถูก ข่มขืนและนา เสนอข่าวการถูก ข่มขืน อยา่งละเอียด เสรีภาพในเกียรติยศ ชื่อเสียง และ ความเป็ นส่วนตัว ปฏิญญา ฯ ข้อ 12 รัฐธรรมนูญ ม.34 6. รัฐบาลออกกฎหมายให้มีพรรค การเมืองของรัฐบาลเพียงพรรค เดียว สิทธิเสรีภาพทางการเมือง ปฏิญญา ฯ ข้อ 20 รัฐธรรมนูญ ม.47


7.รัฐบาลสร้างเขื่อนโดยไม่ใหส้ิทธิ ประชาชนในการรับรู้ข่าวสาร สิทธิที่จะรู้ ข้อมูลข่าวสาร รัฐธรรมนูญ ม.57 8. ต ารวจซ้อมผู้ต้องหาให้รับสารภาพ สิทธิในชีวิตและร่ างกาย ห้ามทรมาน ปฏิญญา ฯ ข้อ 5 รัฐธรรมนูญ ม.31 9. นายสุชาติ ชาวบุรีรัมย์ มาท างาน เป็ น กรรมกรก่อสร้างในกรุงเทพฯ ได้ ค่าจา้งวนัละ150 บาท สิทธิในการมีงานท าและได้ค่าจ้างที่ ยุติธรรม ปฏิญญา ฯ ข้อ 23 10. ชาวกะเหรี่ยงถือผี จัดพิธีเคารพเจดีย์ เจา้ป่าเจา้เขาแต่ถูกเจา้หนา้ที่ป่าไม ้ สงั่หา้ม สิทธิในการนับถือศาสนา และสิทธิใน การด าเนินกิจกรรมทางวัฒนธรรม ปฏิญญา ฯ ข้อ 18 , 27 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ล าดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ของผ้รับการู ประเมิน ความร่วมมือ การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ท างาน การร่วม ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1


เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 17 – 20 13 – 16 9 – 12 5 – 8 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง หมายเหตุ ครูอาจใชว้ธิีการมอบหมายใหห้วัหนา้กลุ่ม เป็นผปู้ระเมิน หรือใหต้วัแทนกลุ่มผลดักนั ประเมิน หรือให้มีการประเมินโดยเพื่อน โดยตัวนักเรียนเอง ตามความเหมาะสมก็ได้


Click to View FlipBook Version