แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนที่ 4 สิทธิมนุษยชน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและบทบาทขององค์กร ระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายประสงค์ จันทเหล็ก โรงเรียนท่าบ่อ 1. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นไปตามความร่วมมือ ระหว่างองค์กรระหว่างประเทศ 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.4-6/4 ประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และเสนอแนวทางพัฒนา 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. วิเคราะห์บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนได้ 2. วิเคราะห์บทบาทขององค์กรระหว่างประเทศในเวทีโลกเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่มีผล ต่อประเทศไทยได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน 2. บทบาทขององค์กรระหว่างประเทศในเวทีโลกที่มีผลต่อประเทศไทย 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ชั่วโมงที่ 1 - กระบวนการท างานกลุ่ม 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนตามแนววัฏจักรการเรียนรู้ (4 MAT) วิธีสอนแบบกรณีศึกษา) 1. ให้นักเรียนช่วยกันคิดเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพที่มนุษย์ควรได้รับตั้งแต่เกิดจนตาย พร้อมอธิบาย เหตุผลประกอบประเภทของสิทธิ เสรีภาพ แล้วเขียนลงบนกระดาษ 2. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันและช่วยกันแยกแยะการกระท าให้ถูกต้องตามประเภทของสิทธิ 3. ให้นักเรียนดูภาพข่าวต่างๆ จากหนังสือพิมพ์ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ที่แสดงถึงการมีสิทธิ เสรีภาพ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ก าหนดไว้ และให้นักเรียนประดิษฐ์การ์ดรูปแบบต่างๆ ให้ สวยงาม โดยเขียนข้อความเกี่ยวกับสิทธิ และผลประโยน์ที่ได้รับจากการได้รับสิทธินั้น เสร็จแล้ว น ามาติดป้ายนิเทศให้เพื่อนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ค้นคว้าความรู้ เรื่อง สิทธิมนุษยชนชาวไทย จากบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน และช่วยกันท าใบงานที่ 2.1 เรื่อง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เกี่ยวกับ สิทธิมนุษยชน 5. ครูสุ่มเรียกตัวแทนนักเรียน 2-3 กลุ่ม ออกมาน าเสนอผลงานต่อชั้นเรียน ครูชมเชยผลงานของนักเรียน 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานที่แสดงถึงสิทธิของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยจัดท าเป็นแผ่นพับ / บทเพลง / บทความ / ค าขวัญ หรือค า กลอนตามความถนัดหรือความสนใจ 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันปรับปรุงผลงานให้มีความสมบูรณ์ 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน และให้นักเรียนกลุ่มอื่นช่วยกันแสดง ความคิดเห็นเพิ่มเติม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับ ประโยชน์ของการได้รับสิทธิ ในทุกๆ ด้าน และให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาแนวทางในการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
ชั่วโมงที่ 2 1. ครูน าภาพข่าวต่อไปนี้ให้นักเรียนวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือไม่ เพราะเหตุใด - การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่ 2 - “ยูเอ็น” เรียกร้องรัฐบาลพม่า ให้ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี - การสลายการประชุมที่ อ. ตากใบ จ. นราธิวาส - กรณี ด.ช. หม่อง ทองดี : สถานะเด็กไร้สัญชาติ 2. ครูเชื่อมโยงให้นักเรียนเข้าใจถึงวิกฤติการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆในโลกยังคง มีอยู่ แม้ว่าคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ ให้ ค าแนะน าแก่ประเทศต่างๆ แต่ไม่สามารถท าได้เต็มที่ เพราะขาดความร่วมมือจากบางประเทศ หรือบุคคลบางกลุ่ม 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ตามความสมัครใจ ศึกษาข้อมูลความรู้เกี่ยวกับบทบาทของ องค์กรระหว่างประเทศในเวทีโลกที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน จากหนังสือเรียน หนังสือค้นคว้า เพิ่มเติม หรือจากแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ตามความเหมาะสม 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มน าข้อมูลที่ได้ศึกษาค้นคว้ามาเป็นพื้นฐานการวิเคราะห์สถานการณ์ ตามหัวข้อใน กรณีตัวอย่าง ในใบงานที่ 2.2 เรื่อง เปลือยชีวิตชาวโรฮิงญากับชีวิตที่มากกว่าค าว่า โหดร้าย 5. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรวมพลังสมอง ช่วยกันคิดวิเคราะห์ตามค าถามที่ก าหนดให้ 6. ครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 กลุ่ม ออกมาน าเสนอผลงานต่อชั้นเรียน และให้กลุ่มอื่นเสนอแนะเพิ่มเติม ในประเด็นที่แตกต่างกันออกไป 7. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปข้อคิดที่ได้จากการวิเคราะห์กรณีตัวอย่าง และแนวทางการน าไป ปฏิบัติตนต่อชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวหรือประกอบอาชีพ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ จึงท าให้ ประเทศไทยของเราไม่มีความขัดแย้งกับประเทศต่างๆ 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานที่ 2.1 ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.2 ใบงานที่ 2.2 ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการน าเสนอผลงานกลุ่ม แบบประเมินการน าเสนอผลงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมืองฯ ม.4-ม.6 2. หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม
1) เสน่ห์ จามริก. สิทธิมนุษยชน : เกณฑ์คุณค่าและฐานความคิด. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการด ารงศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2544. 2) เสน่ห์ จามริก. สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการด ารง ศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2545. 3) เสน่ห์ จามริก. สิทธิมนุษยชน : เส้นทางสู่สันติประชาธรรม. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการด ารงศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2543. 3. ใบงานที่ 2.1 เรื่อง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน 4. ใบงานที่ 2.2 เรื่อง เปลือยชีวิตชาวโรฮิงญากับชีวิตที่มากกว่าค าว่า โหดร้าย 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ http://hilight.kappok.com/view/33433 9. บันทึกหลังสอน
1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน
10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา
ใบงานที่ 2.1 เร ื่อง บทบัญญัตขิองรัฐธรรมนูญ 2550 ท ี่เกย ี่วกบัสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนศึกษาสิทธิของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ แลว้พิจารณาวา่ สิทธิใดมีความสอดคล้อง กบัสิทธิมนุษยชน และเกิดผลต่อการพฒันาคุณภาพชีวิตอยา่งไร ล าดับ ที่ สิทธิตามรัฐธรรมนูญ สิทธิตามปฏิญญาสากล ผลต่อการพฒันาคุณภาพชีวติ
ใบงานที่ 2.1 เรื่อง บทบัญญัตขิองรัฐธรรมนูญ 2550 ท ี่เกย ี่วกบัสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนศึกษาสิทธิของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ แลว้พิจารณาวา่สิทธิใดมีความสอดคลอ้ง กบัสิทธิมนุษยชน และเกิดผลต่อการพฒันาคุณภาพชีวิตอยา่งไร ล าดับ ที่ สิทธิตามรัฐธรรมนูญ สิทธิตามปฏิญญาสากล ผลต่อการพฒันาคุณภาพชีวติ ตัวอย่าง สิทธิ สิทธิในการเดินทาง (ข้อ 13) ได้รับประสบการณ์ และความรู้ ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และพัฒนา ศักยภาพด้านต่างๆ (หมายเหตุ พิจารณาตามค าตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
ใบงานที่ 2.2 เรื่อง เปลือยชีวิตชาวโรฮิงญากับชีวิตที่มากกว่าค าว่า โหดร้าย ค าชี้แจง ให้นักเรียนอ่านกรณีศึกษาแลว้ตอบคา ถามตามประเด็นที่กา หนดให้ เปลือยชีวิตชาวโรฮิงญากับชีวิตที่มากกว่าค าว่า โหดร้าย เปลือยชีวิตชาวโรฮิงญากับชีวิตที่มากกว่าค าว่า โหดร้าย(คมชัดลึก) “อยทู่ ี่รัฐอาระกนัก็เหมือนรอคอยความตาย สู้บากหนา้มาหาความหวงัใหม่ดีกวา่ ” “โรฮิงญา” ชนกลุ่มนอ้ยในประเทศพม่า เช้ือสายอาระกนัเอ่ยปากเล่าถึงชีวิตที่สุดแสนจะโหดร้ายของ พวกเขา ในเขตพ้ืนที่จงัหวดัหม่องดอและจงัหวดัสิดอในรัฐอาระกนั ประเทศพม่า มามุต ฮุดเซ็น อายุ50 ปีเล่าถึงครอบครัวของเขาที่จังหวัดหม่องดอ ทางตอนเหนือของประเทศ พม่า ติดกับประเทศบังกลาเทศ วา่มีเมีย 1คน ลูกชาย 1 คน ผู้หญิง 3 คน มีอาชีพท านา ซึ่งเป็ นอาชีพหลัก ของชาวโรฮิงญาในย่านดงักล่าว “ล าบากมากๆ” มามุตบ่น เนื่องจากบางวนัแทบจะไม่มีอะไรกินเลย เพราะความยากจน และยงัถูกกลนั่แกลง้จากทหารพม่า ที่มกัจะเขา้มาในหมู่บา้น เก็บเกี่ยวผลผลิตของ ชาวบ้านไปหน้าตาเฉย ใครขัดขืนก็จะโดนเฆี่ยนดว้ยหวาย หรือบางรายถึงข้นัโดนฆ่าทิ้งก็มีให้เห็นบ่อยๆ เมื่อใครไปขายของไดเ้งินแลว้หากทหารพม่ารู้ก็จะเขา้มาถามก่อนที่จะแยง่เงินเหล่าน้นัไปทนัที “ไม่มีสภาพความเป็นคน หรือเป็นมนุษยเ์ลย พวกเราอยู่อย่างไร้อนาคต โดนกดดนัจากทหาร พม่าตลอดเวลา ไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหน โดยเฉพาะการเดินทางขา้มเขตที่ไม่สามารถทา ไดเ้ลย จะเดินทางไปมาไดก้ ็ในเฉพาะจงัหวดัที่ต้งัถิ่นฐานอยู่เท่าน้นัเพราะหากออกนอกพ้ืนที่ไม่เฉพาะทหาร พม่าที่คอยจบัจอ้ง ชาวพม่าก็ไม่ชอบข้ีหนา้พวกเราและบ่อยคร้ังที่พวกเราโดนทา ร้ายร่างกายโดยชาวพม่า หรือโดนดูถูกเหยยีดหยาม ถ่มน้า ลายใส่ก็มี” ฮามิด ดูซัน ชายหนุ่มอาระกัน วัย 19 ปีกล่าวว่า พวกเรายากจนมาก ซ้ าร้ายโดนกลนั่แกล้ง ตลอดเวลาออกไปสมคัรงานที่ไหนก็ไม่ได้เนื่องจากเป็นชนกลุ่มน้อย ท้งัยงัเป็นชนกลุ่มที่รัฐบาลพม่า รังเกียจมากที่สุด ถึงข้ันไม่ยอมรับว่ามีพวกเราอยู่ในประเทศ พวกเราไม่มีสิทธิอะไรเลย ท้ังที่ดิน การศึกษา การรักษาพยาบาล
“นอ้ยใจครับ ผมเกิดในจงัหวดัหม่องดอรัฐอาระกนัซ่ึงต้งัอยู่ในประเทศพม่า แมว้า่ผมจะมีเช้ือ สายบงักลาเทศ แต่การที่เกิดที่รัฐอาระกนัก็มีความรักและความผูกพนัต่อแผ่นดินเกิด แต่แผ่นดินที่ผม เกิดกลบัไม่ตอ้นรับผม ผมไม่เขา้ใจครับ โดยเฉพาะการต้งัขอ้รังเกียจต่อพวกเราของรัฐบาลทหารพม่า” ฮามิด เล่าอีกวา่ชาวโรฮิงญาแมว้า่จะมีประวตัิศาสตร์ที่ไม่ดีกบัชาวพม่าสมยัรัฐบาลองักฤษเป็น เจา้อาณานิคมในย่านน้ีแต่หลงัจากองักฤษออกไปแลว้พวกเราถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่ไม่เคยต่อสู้หรือ เรียกร้องอะไรจากรัฐบาลทหารพม่าเลย นอกจากเรียกร้องขอ“สิทธิความเป็ นคน” ให้ทดัเทียมกบัชาว พม่าทวั่ ไปแค่น้ีพวกเราก็พอใจแลว้ เชยลีฮัน ดาอายุ25 ปีจากจังหวดัมุสิดอกล่าวว่า ตอนที่โดนจับตัวอยู่ที่สภ. ปากน า้จ.ระนอง และได้รับอาหารจากต ารวจไทย เชื่อไหมว่า เมื่อได้กินข้าวค าแรกน ้าตาไหลออกมาทันที และหลายคนก็มี ความรู้สึกเช่นเดียวกนัคือ นอกจากจะซาบซ้ึงในน้า ใจของคนไทยที่ต่างจากชาวพม่าที่โดนจบัและโดน ทา ร้ายที่เกาะแห่งหน่ึงในพม่า “พวกเราโดนควบคุมตัวไว้ถึง 5วนั ไม่ได้กนิอะไรเลย’ ฮนัดา เล่าขณะน้า ตาคลอเบา้ว่าอีกเหตุผลที่ทา ให้น้า ตาร่วงคือคิดถึงลูกเมียที่บา้น บ่อยคร้ังที่ พวกเราอดข้าว ไม่มีอะไรจะกิน บางคร้ังกินแค่วนัละม้ือ จะกินครบ 3 ม้ือเช่นคนทวั่ ไปก็น้อยเต็มที โดยเฉพาะหลายคร้ังที่ตอ้งอด เนื่องจากตอ้งการใหลู้กเมียอิ่มก่อน ส่วนเราผชู้ายอดทนได้ “ทุกคนรักบา้นเกิดครับ ไม่มีใครที่ตอ้งการดิ้นรน หรือด้นัดน้เดินทางออกจากบา้นเกิด มีแต่ทุก คนดิ้นรนที่จะอาศยัอยู่ในบา้นเกิดหรือถิ่นฐานที่ตนถือกา เนิด แต่จากความโหดร้ายที่พวกเราไดร้ับ มนั สุดจะบรรยายให้เห็นหรือให้รับรู้ได้หากไม่เจอด้วยตนเอง ยากที่จะบรรยายจริงๆ ผมถามเพื่อนๆ ถึง ความรู้สึกตอนน้ีทราบว่าทุกคนห่วงเมีย ห่วงลูกที่อยู่ที่รัฐอาระกัน โดยเฉพาะอาจจะถูกท าร้ายอีก หลงัจากที่ทหารพม่าทราบวา่พวกเราหายตวัไป” มามัด จอคิด อายุ24 ปีจากจังหวดัมุสิดอ ซ่ึงยงันอนรักษาตวัอยทู่ ี่โรงพยาบาลระนอง หลงัจากที่ โดนทหารพม่าทา ร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเรือที่เดินทางกา ลังลอยลา บริเวณจงัหวดัมะริด ประเทศพม่า “ทนัทีที่ทุกคนเห็นทหารพม่า ซึ่งนั่งเรือรบมาทั้งหมด 4 ล า ล้อมรอบพวกเรา กลัวมากครับ เพราะทุกคนรู้ถึงกติติศัพท์ความโหดร้ายของทหารพม่าเป็นอย่างดี” บางคนตวัสั่นเทาไปหมด และแลว้พวกเราก็ไดร้ับการทา ทารุณกรรมจริงๆ ต้งัแต่ทหารพม่าลง มาควบคุมตวัจะเตะ ต่อย ตบหนา้ถีบ จนกระทงั่นา ตวัพวกเราไปยงัเกาะแห่งหน่ึง ทุกคนจึงถูกลงโทษ โบยดว้ยแส้จนไดร้ับบาดเจบ็และใชผ้า้พนัชุบน้า มนัจุดไฟเผามาลน ตนเองโชคร้ายที่สุด
เพราะเป็ นแผลฉกรรจ์ที่ขา “เจ็บมากครับ แต่พวกเราทุกคนทนได้เพราะความเจ็บปวดแค่นี้เมื่อเทียบกับ ความโหดร้ายทเี่ราได้รับอยู่ทุกวนัมันเทยีบกนัไม่ได้เลย” มามดัจอคิด เล่าต่อวา่หลงัจากพวกเรานอนทนทุกข์ทรมานอยู่ถึง 4 เดือน 5 วนัทหารพม่าจึง ปล่อยลงเรือและให้เดินทางต่อจนถูกทหารไทยจบัตวั “ทุกคนดีใจ กราบพระอัลเลาะห์ทันทีเห็นทหาร ไทย เพราะทุกคนรู้วา่รอดแลว้จากความรู้สึกในตอนน้นั ” พวกเราไม่เคยคิดที่จะมาทา ให้คนไทยยุง่ยาก เพียงแต่ไม่รู้วา่จะไปไหน ทุกประเทศลว้นรังเกียจพวกเรา “แม้ผมจะถูกควบคุมตัวในเมืองไทย โดนจองจ าในห้องขัง ในเรือนจ า หรือที่ไหนๆ พวกเราดีใจ เพราะนนั่เป็นชีวิตที่สุขสบายที่สุดที่ไดพ้บเจอ ตอนน้ีผมนอนรักษาตวัอยู่ในโรงพยาบาลระนองคุณรู้ ไหม ความรู้สึกผมเหมือนอยใู่นโรงแรมช้นั1อยหู่อ้งพกัดีๆ ไดก้ินอาหารอิสลามที่อร่อยที่สุดในชีวติของ ผม ท้งัๆ ที่ผมน่าจะเป็นทุกข์กบัสภาพบาดแผลที่ผมไดร้ับ แต่ความรู้สึกเป็นสุขมนัมีมากกว่าจริงๆครับ ผมอิจฉาคนไทยจริงๆ ที่ไดเ้กิดมาบนผืนดินแห่งน้ีผืนแผน่ดินที่มีแต่ความสุขไม่เป็นผืนแผน่ดินที่มีแต่ ความทุกขเ์ช่นผนืแผน่ดินของพวกผม” มามดัจอคิด กล่าวในที่สุด
1. โรฮิงญา หมายถึง 2. กรณีใดเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮิงญา ให้ยกตวัอยา่งประกอบ หลกัการสิทธิมนุษยชน ตัวอย่างการกระท า 1. สิทธิ (right) เช่น สิทธิจะมีชีวติอยูร่อด และอยอู่ยา่ง สมเกียรติ 2. เสรีภาพ (freedom) เช่น การแสดงความคิดเห็น การเลือกคู่ครองการสร้างครอบครัว การประกอบ อาชีพ 3.ศกัด์ิศรีความเป็นมนุษย์(human dignity) เช่น คุณค่า ความเป็นคน ความเท่าเทียมกนั 4. ความเสมอภาคและการเลือกปฏิบัติ (equality and diserimination) เช่น การปฏิบตัิต่อกนัฉนัทพ์ ี่นอ้ง ความเป็ นธรรม 3. องคก์รระหวา่งประเทศเกี่ยวกบัสิทธิมนุษยชนที่มีบทบาทใหค้วามคุม้ครอง ปกป้อง ตรวจสอบ ช่วยเหลือกรณีมีการละเมิด สิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ ไดแ้ก่องคก์รใดบา้ง
ใบงานที่ 2.2 เรื่อง เปลือยชีวิตชาวโรฮิงญากับชีวิตที่มากกว่าค าว่า โหดร้าย ค าชี้แจง ให้นักเรียนอ่านกรณีศึกษาแลว้ตอบคา ถามตามประเด็นที่กา หนดให้ เปลือยชีวิตชาวโรฮิงญากับชีวิตที่มากกว่าค าว่า โหดร้าย เปลือยชีวิตชาวโรฮิงญากับชีวิตที่มากกว่าค าว่า โหดร้าย(คมชัดลึก) “อยทู่ ี่รัฐอาระกนัก็เหมือนรอคอยความตาย สู้บากหนา้มาหาความหวงัใหม่ดีกวา่ ” “โรฮิงญา” ชนกลุ่มนอ้ยในประเทศพม่า เช้ือสายอาระกนัเอ่ยปากเล่าถึงชีวิตที่สุดแสนจะโหดร้ายของ พวกเขา ในเขตพ้ืนที่จงัหวดัหม่องดอและจงัหวดัสิดอในรัฐอาระกนั ประเทศพม่า มามุต ฮุดเซ็น อายุ50 ปีเล่าถึงครอบครัวของเขาที่จังหวัดหม่องดอ ทางตอนเหนือของประเทศ พม่า ติดกับประเทศบังกลาเทศ วา่มีเมีย 1คน ลูกชาย1คน ผูห้ญิง 3คน มีอาชีพทา นา ซ่ึงเป็นอาชีพหลกั ของชาวโรฮิงญาในย่านดงักล่าว “ล าบากมากๆ” มามุตบ่น เนื่องจากบางวนัแทบจะไม่มีอะไรกินเลย เพราะความยากจน และยงัถูกกลนั่แกลง้จากทหารพม่า ที่มกัจะเขา้มาในหมู่บา้น เก็บเกี่ยวผลผลิตของ ชาวบา้นไปหนา้ตาเฉย ใครขดัขืนก็จะโดนเฆี่ยนดว้ยหวาย หรือบางรายถึงข้นัโดนฆ่าทิ้งก็มีให้เห็นบ่อยๆ เมื่อใครไปขายของไดเ้งินแลว้หากทหารพม่ารู้ก็จะเขา้มาถามก่อนที่จะแยง่เงินเหล่าน้นัไปทันที “ไม่มีสภาพความเป็นคน หรือเป็นมนุษยเ์ลย พวกเราอยู่อย่างไร้อนาคต โดนกดดนัจากทหาร พม่าตลอดเวลา ไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหน โดยเฉพาะการเดินทางขา้มเขตที่ไม่สามารถทา ไดเ้ลย จะเดินทางไปมาไดก้ ็ในเฉพาะจงัหวดัที่ต้งัถิ่นฐานอยู่เท่าน้นัเพราะหากออกนอกพ้ืนที่ไม่เฉพาะทหาร พม่าที่คอยจบัจอ้ง ชาวพม่าก็ไม่ชอบข้ีหนา้พวกเราและบ่อยคร้ังที่พวกเราโดนทา ร้ายร่างกายโดยชาวพม่า หรือโดนดูถูกเหยยีดหยาม ถ่มน้า ลายใส่ก็มี” ฮามิด ดูซัน ชายหนุ่มอาระกัน วัย 19 ปีกล่าวว่า พวกเรายากจนมาก ซ้ าร้ายโดนกลนั่แกล้ง ตลอดเวลาออกไปสมคัรงานที่ไหนก็ไม่ได้เนื่องจากเป็นชนกลุ่มน้อย ท้งัยงัเป็นชนกลุ่มที่รัฐบาลพม่า รังเกียจมากที่สุด ถึงข้ันไม่ยอมรับว่ามีพวกเราอยู่ในประเทศ พวกเราไม่มีสิทธิอะไรเลย ท้ังที่ดิน การศึกษา การรักษาพยาบาล
“นอ้ยใจครับ ผมเกิดในจงัหวดัหม่องดอรัฐอาระกนัซ่ึงต้งัอยู่ในประเทศพม่า แมว้า่ผมจะมีเช้ือ สายบงักลาเทศ แต่การที่เกิดที่รัฐอาระกนัก็มีความรักและความผูกพนัต่อแผ่นดินเกิด แต่แผ่นดินที่ผม เกิดกลบัไม่ตอ้นรับผม ผมไม่เขา้ใจครับ โดยเฉพาะการต้งัขอ้รังเกียจต่อพวกเราของรัฐบาลทหารพม่า” ฮามิด เล่าอีกวา่ชาวโรฮิงญาแมว้า่จะมีประวตัิศาสตร์ที่ไม่ดีกบัชาวพม่าสมยัรัฐบาลองักฤษเป็น เจา้อาณานิคมในย่านน้ีแต่หลงัจากองักฤษออกไปแลว้พวกเราถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่ไม่เคยต่อสู้หรือ เรียกร้องอะไรจากรัฐบาลทหารพม่าเลย นอกจากเรียกร้องขอ“สิทธิความเป็ นคน” ให้ทดัเทียมกบัชาว พม่าทวั่ ไปแค่น้ีพวกเราก็พอใจแลว้ เชยลีฮัน ดาอายุ25 ปีจากจังหวดัมุสิดอกล่าวว่า ตอนที่โดนจับตัวอยู่ที่สภ. ปากน า้จ.ระนอง และได้รับอาหารจากต ารวจไทย เชื่อไหมว่า เมื่อได้กินข้าวค าแรกน ้าตาไหลออกมาทันที และหลายคนก็มี ความรู้สึกเช่นเดียวกนัคือ นอกจากจะซาบซ้ึงในน้า ใจของคนไทยที่ต่างจากชาวพม่าที่โดนจบัและโดน ทา ร้ายที่เกาะแห่งหน่ึงในพม่า “พวกเราโดนควบคุมตัวไว้ถึง 5วนั ไม่ได้กนิอะไรเลย’ ฮัน ดา เล่าขณะน้า ตาคลอเบา้ว่าอีกเหตุผลที่ทา ให้น้า ตาร่วงคือคิดถึงลูกเมียที่บา้น บ่อยคร้ังที่ พวกเราอดข้าว ไม่มีอะไรจะกิน บางคร้ังกินแค่วนัละม้ือ จะกินครบ 3 ม้ือเช่นคนทวั่ ไปก็น้อยเต็มที โดยเฉพาะหลายคร้ังที่ตอ้งอด เนื่องจากตอ้งการใหลู้กเมียอิ่มก่อน ส่วนเราผชู้ายอดทนได้ “ทุกคนรักบา้นเกิดครับ ไม่มีใครที่ตอ้งการดิ้นรน หรือด้นัดน้เดินทางออกจากบา้นเกิด มีแต่ทุก คนดิ้นรนที่จะอาศยัอยู่ในบา้นเกิดหรือถิ่นฐานที่ตนถือกา เนิด แต่จากความโหดร้ายที่พวกเราไดร้ับ มนั สุดจะบรรยายให้เห็นหรือให้รับรู้ได้หากไม่เจอด้วยตนเอง ยากที่จะบรรยายจริงๆ ผมถามเพื่อนๆ ถึง ความรู้สึกตอนน้ีทราบว่าทุกคนห่วงเมีย ห่วงลูกที่อยู่ที่รัฐอาระกัน โดยเฉพาะอาจจะถูกทา ร้ายอีก หลงัจากที่ทหารพม่าทราบวา่พวกเราหายตวัไป” มามัด จอคิด อายุ24 ปีจากจังหวดัมุสิดอ ซ่ึงยงันอนรักษาตวัอยทู่ ี่โรงพยาบาลระนอง หลงัจากที่ โดนทหารพม่าทา ร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเรือที่เดินทางกา ลังลอยลา บริเวณจงัหวดัมะริด ประเทศพม่า “ทนัทีที่ทุกคนเห็นทหารพม่า ซึ่งนั่งเรือรบมาท้ังหมด 4ล าล้อมรอบพวกเรากลัวมากครับ เพราะทุกคนรู้ถึงกติติศัพท์ความโหดร้ายของทหารพม่าเป็นอย่างดี” บางคนตวัสั่นเทาไปหมด และแลว้พวกเราก็ไดร้ับการทา ทารุณกรรมจริงๆ ต้งัแต่ทหารพม่าลง มาควบคุมตวัจะเตะ ต่อย ตบหนา้ถีบ จนกระทงั่นา ตวัพวกเราไปยงัเกาะแห่งหน่ึง ทุกคนจึงถูกลงโทษ โบยดว้ยแส้จนไดร้ับบาดเจบ็และใชผ้า้พนัชุบน้า มนัจุดไฟเผามาลน ตนเองโชคร้ายที่สุด
เพราะเป็ นแผลฉกรรจ์ที่ขา “เจ็บมากครับ แต่พวกเราทุกคนทนได้เพราะความเจ็บปวดแค่นี้เมื่อเทยีบกับ ความโหดร้ายทเี่ราได้รับอยู่ทุกวนัมันเทยีบกนัไม่ได้เลย” มามดัจอคิด เล่าต่อวา่หลงัจากพวกเรานอนทนทุกข์ทรมานอยู่ถึง 4 เดือน 5 วนัทหารพม่าจึง ปล่อยลงเรือและให้เดินทางต่อจนถูกทหารไทยจบัตวั “ทุกคนดีใจ กราบพระอัลเลาะห์ทันทีเห็นทหาร ไทย เพราะทุกคนรู้วา่รอดแลว้จากความรู้สึกในตอนน้นั ” พวกเราไม่เคยคิดที่จะมาทา ให้คนไทยยุง่ยาก เพียงแต่ไม่รู้วา่จะไปไหน ทุกประเทศลว้นรังเกียจพวกเรา “แม้ผมจะถูกควบคุมตัวในเมืองไทย โดนจองจ าในห้องขัง ในเรือนจ า หรือที่ไหนๆ พวกเราดีใจ เพราะนนั่เป็นชีวิตที่สุขสบายที่สุดที่ไดพ้บเจอ ตอนน้ีผมนอนรักษาตวัอยู่ในโรงพยาบาลระนองคุณรู้ ไหม ความรู้สึกผมเหมือนอยใู่นโรงแรมช้นั1อยหู่อ้งพกัดีๆ ไดก้ินอาหารอิสลามที่อร่อยที่สุดในชีวติของ ผม ท้งัๆ ที่ผมน่าจะเป็นทุกข์กบัสภาพบาดแผลที่ผมไดร้ับ แต่ความรู้สึกเป็นสุขมนัมีมากกว่าจริงๆครับ ผมอิจฉาคนไทยจริงๆ ที่ไดเ้กิดมาบนผืนดินแห่งน้ีผืนแผน่ดินที่มีแต่ความสุขไม่เป็นผืนแผน่ดินที่มีแต่ ความทุกขเ์ช่นผนืแผน่ดินของพวกผม” มามดัจอคิด กล่าวในที่สุด
1. โรฮิงญา หมายถึง ชนกลุ่มน้อย เชื้อสายอาระกัน อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดหม่องดอและจังหวัดมุสิดอ ประเทศพม่า เดิมอาศัยอยู่ในพื้นที่บังกลาเทศ และรัฐบาลอังกฤษเกณฑ์ให้มาสู้รบกับพม่าเพื่อยึดพม่าเป็ นอาณานิคม 2. กรณีใดเป็ นการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮิงญา ให้ยกตวัอยา่งประกอบ หลกัการสิทธิมนุษยชน ตัวอย่างการกระท า 1. สิทธิ (right) เช่น สิทธิจะมีชีวติอยูร่อด และอยอู่ยา่ง สมเกียรติ โรฮิงญาถูกละเมิดสิทธิหลายประการ เช่น จ ากัดที่อยู่อาศัย ขาดการศึกษา การรักษา - พยาบาล อดอยาก ฯลฯ 2. เสรีภาพ (freedom) เช่น การแสดงความคิดเห็น การเลือกคู่ครองการสร้างครอบครัวการประกอบ อาชีพ โรฮิงญาประกอบอาชีพท านา มีความยาก ล าบากและถูกเจ้าหน้าที่บังคับเอาผลผลิต ไปการเดินทางข้ามเขตไม่สามารถท าได้ ไป สมัครงานที่ไหนไม่ได้เพราะเป็ นชนกลุ่ม น้อย 3.ศกัด์ิศรีความเป็นมนุษย์(human dignity) เช่น คุณค่า ความเป็นคน ความเท่าเทียมกนั โรฮิงญาถูกเฆี่ยนหรือาจโดนฆ่าทิ้งเมื่อขัดขืน เจ้าหน้าที่ และโดนท าร้ ายร่ างกายโดยชาว พม่า โดนดูถูกเหยียดหยามถ่มน ้าลายใส่ 4. ความเสมอภาคและการเลือกปฏิบัติ (equality and diserimination) เช่น การปฏิบตัิต่อกนัฉนัทพ์ ี่นอ้ง ความเป็ นธรรม รัฐบาลพม่าจ ากัดสิทธิเกือบทุกด้านแก่ โรฮิงญา กระท าการทารุณโหดร้ ายและ ปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญาแตกต่างจากชาวพม่า ทั่วไป 3. องคก์รระหวา่งประเทศเกี่ยวกบัสิทธิมนุษยชนที่มีบทบาทใหค้วามคุม้ครอง ปกป้อง ตรวจสอบ ช่วยเหลือกรณีมีการละเมิด สิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ ไดแ้ก่องคก์รใดบา้ง 1) คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRE) 2) ส านักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(UNHER) 3) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) 4) องค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์ เนชั่นแนล (AI)
แบบประเมินการน าเสนอผลงานกลุ่ม กลุ่มที่.................................................. สมาชิกของกลุ่ม 1. .............................................................................. 2. .............................................................................. 3. .............................................................................. 4. .............................................................................. 5. .............................................................................. 6. .............................................................................. ล าดับ ที่ รายการประเมิน คุณภาพผลงาน 4 3 2 1 1 นา เสนอเน้ือหาในผลงานไดถู้กตอ้ง 2 การนา เสนอมีความน่าสนใจ 3 ความเหมาะสมกบัเวลา 4 ความกล้าแสดงออก 5 บุคลิกภาพ น้า เสียงเหมาะสม รวม ลงชื่อ..............................................................................ผู้ประเมิน ......................./.........................../........................ เกณฑ์การให้คะแนน การปฏิบัติงานสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน การปฏิบตัิงานยงัมีขอ้บกพร่องเล็กนอ้ย ให้ 3 คะแนน การปฏิบตัิงานยงัมีขอ้บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน การปฏิบตัิงานมีขอ้บกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17-20 13-16 9-12 5-8 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ล าดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ของผ้รับการู ประเมิน ความร่วมมือ การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ท างาน การร่วม ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 17 – 20 13 – 16 9 -12 5 – 8 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง หมายเหตุ ครูอาจใชว้ธิีการมอบหมายใหห้วัหนา้กลุ่ม เป็นผปู้ระเมิน หรือใหต้วัแทนกลุ่มผลดักนั ประเมิน หรือให้มีการประเมินโดยเพื่อน โดยตัวนักเรียนเอง ตามความเหมาะสมก็ได้ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนที่ 4 สิทธิมนุษยชน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง ปัญหาสิทธิมนุษยชนและแนวทางแก้ไขพัฒนา เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายประสงค์ จันทเหล็ก โรงเรียนท่าบ่อ 1. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด ปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เป็นสิ่งที่ชาวไทยทุกคนต้องร่วมมือกันป้องกัน แก้ไข และช่วยกันหา แนวทางพัฒนา 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 2.1 ม.4-6/4ประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และเสนอแนวทางพัฒนา 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. วิเคราะห์ปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศได้ 2. เสนอแนวทางแก้ไขและพัฒนาสิทธิมนุษยชนได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - ปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศ และแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนา 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการเผชิญสถานการณ์ 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้(วิธีสอนโดยใช้ทักษะกระบวนการเผชิญสถานการณ์)
1. ครูน าข่าวต่อไปนี้ให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด - ประชาชนรวมกลุ่มกันปิดถนนประท้วงการบริหารงานของรัฐบาล - พ่อเลี้ยงใช้บุหรี่จี้ตามตัวลูกเลี้ยงอายุ 8 ปี - นายทุนใช้แรงงานเด็กอายุต่ ากว่า 13 ปี 2. ครูอธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเข้าใจถึงผลดีและผลเสียของการเคารพสิทธิมนุษยชนของบุคคลใน สังคม 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน จ านวน 6 กลุ่ม ตามความสมัครใจ ศึกษาข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ ปัญหาสิทธิมนุษยชน จากหนังสือเรียน หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม หรือแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ตามความเหมาะสม 4. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอข้อมูลความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาเป็นพื้นฐานการวิเคราะห์ และประเมินเหตุการณ์ที่ก าหนดให้ในใบงาน และให้ตัวแทนกลุ่มออกมาน าเสนอผลงานต่อชั้น เรียน - กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ท ากิจกรรมในใบงานที่ 3.1 เรื่อง ปัญหาการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน - กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 ท ากิจกรรมในใบงานที่ 3.2 เรื่อง แนวทางการช่วยเหลือผู้ถูกละเมิด สิทธิมนุษยชน - กลุ่มที่ 5 และกลุ่มที่ 6 ท ากิจกรรมในใบงานที่ 3.3 เรื่อง แนวทางในการพัฒนาสิทธิมนุษยชน 5. นักเรียนทุกคนช่วยกันสรุปปัญหาสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไขและการพัฒนา 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันจัดป้ายนิเทศ เรื่อง สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดยให้ ครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้ 1) การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย 2) การเสนอแนวทางการพัฒนาสิทธิมนุษยชน 3) การมีส่วนร่วมในการคุ้มครองปกป้องสิทธิมนุษยชน นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สิทธิมนุษยชน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 3.1 ใบงานที่ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 3.2 ใบงานที่ 3.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 3.3 ใบงานที่ 3.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินป้ายนิเทศเรื่อง สถานการณ์ สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย แบบประเมินป้ายนิเทศ เรื่อง สถานการณ์ สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วย การเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สิทธิมนุษยชน แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สิทธิมนุษยชน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมือง ม. 4-ม.6 2. หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม 1) เสน่ห์ จามริก. สิทธิมนุษยชน : เกณฑ์คุณค่าและฐานความคิด. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการด ารงศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2544. 2) เสน่ห์ จามริก. สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการด ารง ศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2545. 3) เสน่ห์ จามริก. สิทธิมนุษยชน : เส้นทางสู่สันติประชาธรรม. กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิโครงการด ารงศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2543. 3. ตัวอย่างข่าว 4. ใบงานที่ 3.1 เรื่อง ปัญหาการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน 5. ใบงานที่ 3.2 เรื่อง แนวทางการช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน 6. ใบงานที่ 3.3 เรื่อง แนวทางในการพัฒนาสิทธิมนุษยชน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - ห้องสมุด
9. บันทึกหลังสอน 1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน
10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา
แบบประเมินป้ ายนิเทศ เร ื่อง สถานการณ ์ สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย กลุ่มที่.................................................. สมาชิกของกลุ่ม 1. .............................................................................. 2. .............................................................................. 3. .............................................................................. 4. .............................................................................. 5. .............................................................................. 6. .............................................................................. ล าดับ ที่ รายการประเมิน คุณภาพผลงาน 4 3 2 1 1 การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย 2 การเสนอแนวทางการพัฒนาสิทธิมนุษยชน 3 การมีส่วนร่วมในการคุม้ครองปกป้องสิทธิมนุษยชน รวม ลงชื่อ..............................................................................ผู้ประเมิน ......................./.........................../........................ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 10-12 7-9 4-6 1-3 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
ใบงานที่ 3.1 เร ื่อง ปัญหาการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนวิเคราะห์กรณีตวัอยา่งและตอบคา ถามตามประเด็นที่กา หนดให้ สาเป็นเด็กยากจน บา้นเดิมอยทู่ ี่แม่สอด พอ่แม่แยกทางกนัสาเป็นลูกคนโต เป็ นหัวเรี่ยวหัวแรงหา รายไดจุ้นเจือครอบครัว ตอ้งเล้ียงแม่และนอ้งแต่ก็ไม่พอกิน จึงตดัสินใจเดินทางเขา้มายงัตวัเมืองจงัหวดัตาก สาเขา้ทา งานในโรงงานเยบ็เส้ือโหลแต่เพราะเธอไม่มีความรู้และอายตุ่า กวา่15 ปีทา ใหน้ายจา้งข่มข่เูธอและ ใหค้ ่าตอบแทนนอ้ยกวา่เพื่อนๆ มากเธอทนอยไู่ด้1 ปีจึงลาออก ต่อมาเพื่อนชกัชวนใหเ้ขา้กรุงเทพจึงไดง้าน เป็นพนกังานเสิร์ฟอาหารที่ร้านอาหารแห่งหน่ึง หลงัจากทา งานไดไ้ม่นาน สามีเจา้ของร้านเขา้มาลวนลาม เธอและข่มข่ตู่างๆ นานา บางคร้ังก็ทุบตีเธอเธอจึงขอลาออกแต่นายจา้งไม่ยอมและข่วูา่ถา้ลาออกจะส่งเธอ ไปขายตัวประเทศมาเลเซีย เธอกลัวมาก จึงแอบหลบหนีในตอนกลางคืน นายจ้างตามตัวจนพบเธอและแจ้ง ตา รวจใหด้า เนินคดีขอ้หาลกัทรัพย์และถูกจบัส่งบา้นพกัฉุกเฉิน เธอจะทา อยา่งไรดี ค าถาม 1. การกระท าใดที่แสดงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน 2. ผลของการกระท าการละเมิดคืออะไร
3. หน่วยงานใดควรมีบทบาทหนา้ที่เขา้ไปช่วยแกไ้ขปัญหา 4. นกัเรียนจะมีบทบาทในเรื่องน้ีอยา่งไร
ใบงานที่ 3.1 เร ื่อง ปัญหาการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนวิเคราะห์กรณีตวัอยา่งและตอบคา ถามตามประเด็นที่กา หนดให้ สาเป็นเด็กยากจน บา้นเดิมอยทู่ ี่แม่สอด พอ่แม่แยกทางกนัสาเป็นลูกคนโต เป็ นหัวเรี่ยวหัวแรงหา รายไดจุ้นเจือครอบครัว ตอ้งเล้ียงแม่และนอ้งแต่ก็ไม่พอกิน จึงตดัสินใจเดินทางเขา้มายงัตวัเมืองจงัหวดัตาก สาเขา้ทา งานในโรงงานเยบ็เส้ือโหลแต่เพราะเธอไม่มีความรู้และอายตุ่า กวา่15 ปีทา ใหน้ายจา้งข่มข่เูธอและ ใหค้ ่าตอบแทนนอ้ยกวา่เพื่อนๆ มากเธอทนอยไู่ด้1 ปีจึงลาออก ต่อมาเพื่อนชกัชวนใหเ้ขา้กรุงเทพจึงไดง้าน เป็นพนกังานเสิร์ฟอาหารที่ร้านอาหารแห่งหน่ึง หลงัจากทา งานไดไ้ม่นาน สามีเจา้ของร้านเขา้มาลวนลาม เธอและข่มข่ตู่างๆ นานา บางคร้ังก็ทุบตีเธอเธอจึงขอลาออกแต่นายจา้งไม่ยอมและข่วูา่ถา้ลาออกจะส่งเธอ ไปขายตัวประเทศมาเลเซีย เธอกลัวมาก จึงแอบหลบหนีในตอนกลางคืน นายจ้างตามตัวจนพบเธอและแจ้ง ตา รวจใหด้า เนินคดีขอ้หาลกัทรัพย์และถูกจบัส่งบา้นพกัฉุกเฉิน เธอจะทา อยา่งไรดี 1. การกระท าใดที่แสดงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน 1. สาถูกนายจ้างข่มขู่ และให้ค่าตอบแทนแรงงานน้อยกว่าเพื่อนๆ 2. สาถูกสามีนายจ้างลวนลาม ทุบตี และขู่ว่าจะส่งเธอไปขายตัวต่างประเทศ 3. นายจ้างแจ้งต ารวจกล่าวหาว่าเธอลักทรัพย์ 2. ผลของการกระท าการละเมิดคืออะไร 1. ขาดความยุติธรรมเกี่ยวกับสิทธิในการรับค่าตอบแทน และเสียผลประโยชน์อันพึงจะได้รับ 2. เป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตและร่างกายศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ 3. เจ้าหน้าที่ด าเนินคดีอาญา และจับกุมตัวตกเป็ นผู้ต้องหาโดยไม่มีความผิด
3. หน่วยงานใดควรมีบทบาทหนา้ที่เขา้ไปช่วยแกไ้ขปัญหา 1. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2. ส านักงานต ารวจแห่งชาติ 3. มูลนิธิเด็กและสตรี 4. นกัเรียนจะมีบทบาทในเรื่องน้ีอยา่งไร ช่วยสอดส่องดูแล สังเกต และแจ้งผู้เกี่ยวข้อง กรณีพบเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และประพฤติ ปฏิบัติตนตามหลักการสิทธิมนุษยชน
ใบงานที่ 3.2 เร ื่องแนวทางการช่วยเหล ื อผ ู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนวางแผนแนวทางการช่วยเหลือผถูู้กละเมิดสิทธิมนุษยชน เมื่อเกิดปัญหา การละเมิดสิทธิมนุษยชน ผพู้บเห็น /ผถูู้กละเมิด ร้องทุกขต์ ่อ การดา เนินการกบัผลู้ะเมิด และผู้ถูก ละเมิด องค์กรที่ดูแล ด้านสิทธิมนุษยชน ศาลปกครอง
ใบงานที่ 3.2 เร ื่องแนวทางการช่วยเหล ื อผ ู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนวางแผนแนวทางการช่วยเหลือผถูู้กละเมิดสิทธิมนุษยชน เมื่อเกิดปัญหา การละเมิดสิทธิมนุษยชน ผพู้บเห็น /ผถูู้กละเมิด ร้องทุกขต์ ่อ ร้ องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ปกครอง ต ารวจ การดา เนินการกบัผลู้ะเมิด และผถูู้ก ละเมิด โดยให้ความช่วยเหลือรีบด่วน และ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้ อม เข้าจับกุมผู้ละเมิด องค์กรที่ดูแล ด้านสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ส านักงานต ารวจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน แห่งชาติ ศาลปกครอง
ใบงานที่ 3.3 เร ื่องแนวทางในการพฒันาสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนร่วมกนัอภิปรายเสนอแนวทางในการพฒันาสิทธิมนุษยชน แนวทางในการพฒันาสิทธิมนุษยชน ผลของการพฒันาสิทธิมนุษยชน 1. 2. 3. 4. 5. 1. 2. 3. 4. 5.
ใบงานที่ 3.3 เร ื่องแนวทางในการพฒันาสิทธิมนุษยชน ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนร่วมกนัอภิปรายเสนอแนวทางในการพฒันาสิทธิมนุษยชน แนวทางในการพฒันาสิทธิมนุษยชน ผลของการพฒันาสิทธิมนุษยชน 1. การให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ เกี่ยวกับมนุษยชน 2. แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้สอดคล้องกับ ปฏิญญาสากลฯ 3. จัดท านโยบายและแผนปฏิบัติการแม่บท แห่งชาติด้านสิทธิมนุษยชน 4. จัดการศึกษาสิทธิมนุษยชนใน สถาบันการศึกษา 5. การเข้าเป็ นภาคีอนุสัญญา หรือข้อตกลง ระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน 1. เกิดความรู้ เข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ ของตนอันพึงได้รับ 2. ประชาชนรู้ บทบาทหน้าที่ และปฏิบัติตาม กฎหมาย 3. เกิดความชัดเจนในการด าเนินงานทั้ง ภาครัฐและเอกชน 4. นักเรียน นักศึกษาและประชาชน มีความรู้ อย่างถูกต้อง 5. เกิดความร่ วมมือ ร่ วมใจ คุ้มครองสิทธิ มนุษยชนอย่างกว้างขวาง
แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ล าดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ของผ้รับการู ประเมิน ความร่วมมือ การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ท างาน การร่วม ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 17 – 20 13 – 16 9 -12 5 – 8 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง หมายเหตุ ครูอาจใชว้ธิีการมอบหมายใหห้วัหนา้กลุ่ม เป็นผปู้ระเมิน หรือใหต้วัแทนกลุ่มผลดักนั ประเมิน หรือให้มีการประเมินโดยเพื่อน โดยตัวนักเรียนเอง ตามความเหมาะสมก็ได้ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนที่ 5 ระบอบการเมืองการปกครอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เวลา 4 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายประสงค์ จันทเหล็ก โรงเรียนท่าบ่อ 1. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย เป็นการปกครองที่มี หลักการส าคัญในการใช้อ านาจอธิปไตยเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวม จิตใจของปวงชน ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในทุกด้าน 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 2.2 ม.4-6/3 วิเคราะห์ความส าคัญและความจ าเป็นที่ต้องธ ารงรักษาไว้ซึ่งการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ 2. อธิบายฐานะและพระราชอ านาจของพระมหากษัตริย์ไทยได้ 3. วิเคราะห์ความจ าเป็นในการธ ารงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง การปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข - รูปแบบของรัฐ - ฐานะและพระราชอ านาจของพระมหากษัตริย์ 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการท างานกลุ่ม
ชั่วโมงที่ 1 ชั่วโมงที่ 2 4.4 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการท างาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคการเรียนร่วมกัน, เทคนิคคู่คิด) นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง ระบอบการเมืองการปกครอง 1. ครูให้นักเรียนผลัดกันเล่าความรู้เดิมเรื่อง ระบอบการปกครองแบบต่างๆ ได้แก่ - ระบอบเผด็จการ - ระบอบประชาธิปไตย 2. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจถึงหลักการส าคัญของการปกครองระบอบเผด็จการและการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย 3. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เรื่อง ลักษณะการเมืองการปกครอง จากหนังสือเรียน หรือ หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม หรือแหล่งข้อมูลสารสนเทศตามความเหมาะสม ในหัวข้อต่อไปนี้ 1) หลักการของระบอบประชาธิปไตย 2) หลักการของระบอบเผด็จการ 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันอภิปรายความรู้ที่ได้ศึกษา จนมีความเข้าใจกระจ่างชัดเจน 6. ครูแจกใบงานที่ 1.1 เรื่อง การเมืองการปกครอง แล้วให้สมาชิกแต่ละกลุ่มแบ่งหน้าที่กันท าใบงาน แต่ละหัวข้อ ดังนี้ - สมาชิกคนที่ 1 อ่านค าสั่ง ค าถาม หรือประเด็นค าถาม แยกแยะประเด็นให้ชัดเจน - สมาชิกคนที่ 2 ฟังขั้นตอน รวบรวมข้อมูล หาแนวทางเสนอแนะในการตอบค าถาม - สมาชิกคนที่ 3 ตอบค าถาม หรือค านวณหาค าตอบ - สมาชิกคนที่ 4 ตรวจสอบความถูกต้อง 7. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มจะหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าที่กันตอบค าถาม หรือประเด็นที่ก าหนด จนครบ ทุกข้อ 8. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยค าตอบในใบงาน และช่วยกันสรุปความแตกต่างของการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย กับระบอบเผด็จการ
ชั่วโมงที่ 3 ชั่วโมงที่ 4 1. ครูตั้งค าถามเพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ของนักเรียน เช่น - ประเทศที่เป็นเอกรัฐ หรือรัฐเดี่ยว ได้แก่ประเทศใดบ้าง แนวค ำตอบ ไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สเปน - ประเทศที่เป็นสหพันธรัฐ หรือรัฐรวม ได้แก่ประเทศใดบ้าง แนวค ำตอบ สหรัฐอเมริกา สหพันธรัฐรัสเซีย มาเลเซีย 2. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจถึงความแตกต่างกันของรัฐเดี่ยวหรือเอกรัฐ กับสหพันธรัฐหรือรัฐรวม และสรุปประเด็น ดังนี้ - รัฐเดี่ยวหรือเอกรัฐ เป็นรัฐที่มีรัฐบาลกลางเพียงรัฐเดียว ใช้อ านาจอธิปไตยปกครองดินแดน ทั้งหมด อาจมีการกระจายให้ท้องถิ่นได้บริหารกิจการของท้องถิ่นตามที่รัฐบาลเห็นสมควร - รัฐรวมหรือสหพันธรัฐ เป็นรัฐที่มีรัฐบาลหลายระดับ คือ รัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่น ของแต่ละมลรัฐ 3. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่เรื่อง รูปแบบของรัฐไทย ซึ่งเป็นรัฐเดี่ยว มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 4. นักเรียนกลุ่มเดิมจากชั่วโมงที่แล้วจับคู่กันเป็น 2 คู่ ช่วยกันศึกษาความรู้เรื่อง การใช้อ านาจอธิปไตย จากหนังสือเรียน แล้วช่วยกันท าใบงานที่ 1.2 เรื่อง การใช้อ านาจอธิปไตย 4. นักเรียนแต่ละคู่ของกลุ่มช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของใบงานและอธิบายความรู้ในประเด็นส าคัญ ของค าตอบในแต่ละข้อ 6. ครูและนักเรียนช่วยกันเฉลยค าตอบในใบงาน และสรุปประเด็นส าคัญของการใช้อ านาจอธิปไตย ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล 1. ครูให้นักเรียนชมวีดิทัศน์หรือภาพเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน แล้วให้นักเรียนผลัดกันแสดงความประทับใจในพระราชกรณียกิจของพระองค์ ครู อธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเข้าใจว่า พระราชกรณียกิจดังกล่าวนั้น จัดเป็นบทบาทของพระมหากษัตริย์ ไทยที่ปฏิบัติตามฐานะและพระราชอ านาจตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2. นักเรียนรวมกลุ่มกัน กลุ่มละ 4 คน ตามความสมัครใจ ให้แต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เรื่อง ฐานะและ พระราชอ านาจของพระมหากษัตริย์ จากหนังสือเรียน 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันท าใบงานที่ 1.3 เรื่อง ฐานะและพระราชอ านาจของพระมหากษัตริย์ไทย 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันน าเสนอผลงานจากใบงาน แล้วให้กลุ่มที่มีความคิดเห็นต่างกันออกไป น าเสนอเพิ่มเติม โดยครูเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง 5. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่ส าคัญของ พระมหากษัตริย์ไทย และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศไทย
1. ครูสนทนาซักถามนักเรียนถึงความพร้อมของนักเรียนแต่ละกลุ่มที่ไปสืบค้นหาความรู้เกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจส าคัญของพระมหากษัตริย์ไทย และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่มีผลต่อการพัฒนา ประเทศไทย วิธีการสืบค้น และการเบ่งหน้าที่กันท างานของนักเรียน 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันท าใบงานที่ 1.4 เรื่อง พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทย 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มเสนอผลงานต่อชั้นเรียน ดังนี้ - กลุ่มที่ 1 น าเสนอผลงาน กลุ่มที่ 2 แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม - กลุ่มที่ 2 น าเสนอผลงาน กลุ่มที่ 3 แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม - กลุ่มที่ 3 น าเสนอผลงาน กลุ่มที่ 4 แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม - กลุ่มที่ 4 น าเสนอผลงาน กลุ่มที่ 5 แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม - กลุ่มที่ 5 น าเสนอผลงาน กลุ่มที่ 1 แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม 4. ครูและนักเรียนช่วยกันอภิปรายความส าคัญและความจ าเป็นที่ต้องรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง ระบอบ การเมืองการปกครอง แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 5 เรื่อง ระบอบการเมืองการ ปกครอง ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานที่ 1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.2 ใบงานที่ 1.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.3 ใบงานที่ 1.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 1.4 ใบงานที่ 1.4 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมืองฯ ม.4-ม.6 2. ตัวอย่างสื่อประกอบการสอน 3. ใบงานที่ 1.1 เรื่อง การเมืองการปกครอง 4. ใบงานที่ 1.2 เรื่อง การใช้อ านาจอธิปไตย 5. ใบงานที่ 1.3 เรื่อง ฐานะและพระราชอ านาจของพระมหากษัตริย์ไทย 6. ใบงานที่ 1.4 เรื่อง พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทย 8.2 แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องสมุด 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ www.kullawat.net/civic/3.1.htm www.dopa.go.th/history/polith.htm th.wikipedia.org/wiki/ประชาธิปไตย
9. บันทึกหลังสอน 1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน
10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา
ตัวอย่างสื่อประกอบการสอน พระบาทสมเด็จพระเจา้อยหู่วั เสด็จไปเยยี่มเยยีนราษฎรในทอ้งถิ่นต่างๆ พระบาทสมเด็จพระเจา้อยหู่วั ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ พระบาทสมเด็จพระเจา้อยหู่วั เสด็จไปประกอบพิธีทางศาสนา
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง การเมืองการปกครอง ค าชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายขอ้ความที่กา หนดให้ 1. หลักการส าคัญของ ระบอบประชาธิปไตย 2. หลักการส าคัญของ ระบอบเผด็จการ 3. รูปแบบของการ ปกครองระบอบ เผด็จการ
4. ความแตกต่างระหวา่ง ระบอบเผด็จการ คอมมิวนิสต์กบั ระบอบเผด็จการทหาร 5. ความแตกต่างของ เอกรัฐกบัสหพนัธรัฐ
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง การเมืองการปกครอง ค าชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายขอ้ความที่กา หนดให้ 1. หลักการส าคัญของ ระบอบประชาธิปไตย 1. อ ำนำจอธิปไตย เป็ นอ ำนำจที่มำจำกประชำชน 2. ประชำชนมีสิทธิมอบอ ำนำจปกครองให้แก่ประชำชนด้วยกันเอง โดยกำรออกเสียงเลือกตั้งประชำชนกลุ่มหนึ่งมำบริหำรประเทศแทน 3. รัฐบำลเคำรพสิทธิพื้นฐำนของประชำชน 4. ประชำชนทุกคนมีสิทธิเสมอกันในกำรที่จะได้รับบริกำรทุกชนิด ที่รัฐจัดให้แก่ประชำชน 5. รัฐบำลถือกฎหมำยและควำมเป็ นธรรมเป็ นบรรทัดฐำนในกำรปกครอง 2. หลักการส าคัญของ ระบอบเผด็จการ 1. ผู้น ำมีอ ำนำจสูงสุดในกำรปกครอง 2. กำรรักษำควำมมั่นคงของผู้น ำมีควำมส ำคัญกว่ำกำรคุ้มครองสิทธิ เสรีภำพของประชำชน 3. ผู้น ำสำมำรถอยู่ในอ ำนำจได้ตลอดชีวิต หรือเท่ำที่ผู้ร่ วมงำนหรือ กองทัพสนับสนุน 4. รัฐธรรมนูญเป็ นแค่เพียงรำกฐำนรองรับอ ำนำจของผู้น ำ 3. รูปแบบของการ ปกครองระบอบ เผด็จการ 1. ระบอบเผด็จกำรทหำร คณะผู้น ำทหำรเป็ นผู้ใช้อ ำนำจเผด็จกำร ในกำรปกครองโดยตรงหรือโดยอ้อม 2. ระบอบเผด็จกำรฟำสซิสต์ เน้นควำมส ำคัญของผู้น ำว่ำ มีอ ำนำจ เหนือประชำชนทั่วไป 3. ระบอบเผด็จกำรคอมมิวนิสต์ มีพรรคคอมมิวนิสต์เพียงพรรคเดียว เป็ นผู้ใช้อ ำนำจเผด็จกำรปกครองประเทศ
4. ความแตกต่างระหวา่ง ระบอบเผด็จการ คอมมิวนิสต์กบั ระบอบเผด็จการทหาร ระบอบเผด็จกำรทหำรจะควบคุมกิจกำรทำงกำรเมืองของประชำชน เท่ำนั้น แต่ระบอบเผด็จกำรคอมมิวนิสต์ จะใช้อ ำนำจเผด็จกำรควบคุม กิจกรรมและกำรด ำเนินชีวิตของประชำชนในทุกด้ำน ทั้งด้ำนกำรเมือง กำรปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม 5. ความแตกต่างของ เอกรัฐกบัสหพนัธรัฐ เอกรัฐ คือ รัฐที่มีรัฐบำลกลำงเพียงรัฐเดียว ใช้อ ำนำจอธิปไตยปกครอง ดินแดนทั้งหมด อำจมีกำรกระจำยอ ำนำจให้ท้องถิ่นได้ บริหำรกิจกำรของ ท้องถิ่นได้ตำมที่รัฐบำลเห็นสมควร สหพันธรัฐ คือ รัฐที่มีรัฐบำลสองระดับ คือ รัฐบำลกลำงและรัฐบำล ท้องถิ่นของแต่ละมลรัฐ รัฐบำลแต่ละระดับจะใช้อ ำนำจอธิปไตยปกครอง ตำมที่รัฐธรรมนูญก ำหนด รัฐบำลกลำงของสหพันธรัฐจะเป็ นผู้ใช้อ ำนำจ ในกิจกำรที่เกี่ยวข้องหรือกระทบกระเทือนต่อประโยชน์ส่วนรวม ของชำติ
ใบงานที่ 1.2 เรื่อง การใช้อ านาจอธิปไตย ค าชี้แจง ให้นักเรียนนา หมายเลขหนา้ขอ้ความดา้นล่างมาใส่ในกรอบคา ที่กา หนดให้ดา้นบน ที่มีใจความสัมพนัธ์กนั 1. ตรวจสอบการตรากฎหมายที่ขดัหรือแยง้ต่อรัฐธรรมนูญ 2. พิจารณาร่างพระราชบญัญตัิ 3. กา หนดนโยบายการบริหารราชการแผน่ดินและบริหารให้เป็นไปตามนโยบาย 4. พิจารณาร่างพระราชบญัญตัิประกอบรัฐธรรมนูญวา่ขดัหรือแยง้ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ 5. มีอา นาจพิจารณาคดีแพง่และคดีอาญาที่มีการอุทธรณ์คา พิพากษาจากศาลช้นัตน้ 6. บัญญัติกฎหมายและยกเลิกกฎหมาย 7. มีอา นาจพิจารณาและวนิิจฉยัคดีที่เกี่ยวกบัการเลือกต้งัและเพิกถอนสิทธิเลือกต้งัในการเลือกต้งั สมาชิกสภาทอ้งถิ่นและผบู้ริหารทอ้งถิ่น 8. มีอา นาจพิจารณาและวนิิจฉยัคดีที่เกี่ยวกบัการเลือกต้งัและเพิกถอนสิทธิเลือกต้งัในการเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 9. บริหารราชการแผน่ดินส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนทอ้งถิ่น 10. มีอา นาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทระหวา่งหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐเจา้หนา้ที่ของรัฐ กบัเอกชน อนัเนื่องมาจากการดา เนินกิจการการปกครองของหน่วยงานราชการ 11. เสนอและพิจารณากฎหมาย 12. ศาลช้นัตน้ ศาลอุทธรณ์ศาลฎีกา 13. ควบคุมข้าราชการประจ าให้น านโยบายไปปฏิบัติ 14. ถอดถอนผูด้า รงตา แหน่งทางการเมืองหรือขา้ราชการระดบัสูงออกจากตา แหน่ง 15. ควบคุมการบริหารราชการแผน่ดิน โดยการต้งักระทูถ้ามรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีในเรื่อง เกี่ยวกบังานในหนา้ที่ รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา คณะรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง
ใบงานที่ 1.2 เรื่อง การใช้อ านาจอธิปไตย ค าชี้แจง ให้นักเรียนนา หมายเลขหนา้ขอ้ความดา้นล่างมาใส่ในกรอบคา ที่กา หนดให้ดา้นบน ที่มีใจความสัมพนัธ์กนั 1. ตรวจสอบการตรากฎหมายที่ขดัหรือแยง้ต่อรัฐธรรมนูญ 2. พิจารณาร่างพระราชบญัญตัิ 3. กา หนดนโยบายการบริหารราชการแผน่ดินและบริหารให้เป็นไปตามนโยบาย 4. พิจารณาร่างพระราชบญัญตัิประกอบรัฐธรรมนูญวา่ขดัหรือแยง้ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ 5. มีอา นาจพิจารณาคดีแพง่และคดีอาญาที่มีการอุทธรณ์คา พิพากษาจากศาลช้นัตน้ 6. บัญญัติกฎหมายและยกเลิกกฎหมาย 7. มีอา นาจพิจารณาและวนิิจฉยัคดีที่เกี่ยวกบัการเลือกต้งัและเพิกถอนสิทธิเลือกต้งัในการเลือกต้งั สมาชิกสภาทอ้งถิ่นและผบู้ริหารทอ้งถิ่น 8. มีอา นาจพิจารณาและวนิิจฉยัคดีที่เกี่ยวกบัการเลือกต้งัและเพิกถอนสิทธิเลือกต้งัในการเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 9. บริหารราชการแผน่ดินส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนทอ้งถิ่น 10. มีอา นาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทระหวา่งหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐเจา้หนา้ที่ของรัฐ กบัเอกชน อนัเนื่องมาจากการดา เนินกิจการการปกครองของหน่วยงานราชการ 11. เสนอและพิจารณากฎหมาย 12. ศาลช้นัตน้ ศาลอุทธรณ์ศาลฎีกา 13. ควบคุมข้าราชการประจ าให้น านโยบายไปปฏิบัติ 14. ถอดถอนผูด้า รงตา แหน่งทางการเมืองหรือขา้ราชการระดบัสูงออกจากตา แหน่ง 15. ควบคุมการบริหารราชการแผน่ดิน โดยการต้งักระทูถ้ามรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีในเรื่อง เกี่ยวกบังานในหนา้ที่ รัฐสภา 6 สภาผู้แทนราษฎร 11, 15 วุฒิสภา 1, 2, 14, 15 คณะรัฐมนตรี 3, 9, 13 ศาลรัฐธรรมนูญ 4 ศาลยุติธรรม 5, 7, 8, 12 ศาลปกครอง 10
ใบงานที่ 1.3 เรื่อง ฐานะและพระราชอ านาจของพระมหากษัตริย์ไทย ตอนที่ 1 ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนวิเคราะห์ภาพพระราชกรณียกิจของพระมหากษตัริยไ์ทยแล้วบรรยายใต้ภาพที่แสดงถึง ความส าคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย
ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนตอบคา ถามต่อไปน้ี 1. พระมหากษตัริยไ์ทยทรงมีฐานะและพระราชอา นาจตามรัฐธรรมนูญอยา่งไร 2. ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นถึงความส าคัญและความจ าเป็ นที่ต้องด ารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็ นประมุข