9. บันทึกหลังสอน 1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน
10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา
ใบความร ู้เร ื่องกฎหมายแพ่งเกย ี่วกบัครอบครัวและมรดก กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองความสัมพนัธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ซ่ึงรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ไดบ้ญัญตัิเป็นแนวนโยบายพ้ืนฐานแห่งรัฐไว้เพื่อให้รัฐต้อง ส่งเสริม และพฒันาความเป็นปึกแผน่ของครอบครัวรับรองสิทธิของบุคคลในครอบครัว และกา หนดใหเ้ด็กเยาวชน และบุคคลในครอบครัวมีสิทธิได้รับความคุ้มครองโดยรัฐจากการใช้ความรุนแรง และการปฏิบตัิอนั ไม่เป็น ธรรม เด็กและเยาวชนที่ไม่มีผดูู้แล มีสิทธิไดร้ับการเล้ียงดูและการศึกษาอบรมจากรัฐ 1. กฎหมายครอบครัว บญัญตัิขอ้กา หนดเกี่ยวกบัความสัมพนัธ์ทางครอบครัวต้งัแต่การหม้นั ไป จนถึงการสมรส ความสัมพันธ์ในครอบครัว และการขาดจากความสัมพันธ์ในครอบครัว ไดแ้ก่ 1.1 การหมั้น เป็นการทา สัญญาระหวา่งชายกบั หญิงว่าต่อไปจะสมรสกนัซ่ึงจะทา ไดต้ ่อเมื่อชายและ หญิง มีอายุ17 ปี บริบูรณ์แต่ถ้าชายหรือหญิงยงัเป็น ผู้เยาว์จะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา หรือ ผปู้กครองเสียก่อน ในการหม้นัฝ่ายชายจะให้ของหม้นั แก่ฝ่ายหญิง เพื่อเป็นหลกัฐานและประกนัว่าจะสมรส กบัหญิงดว้ยของหม้นัน้ีเมื่อสมรสแลว้ของหม้นัจะตก เป็นของฝ่ายหญิงแต่ถา้ไม่มีการสมรสอนัเนื่องมาจาก ความผิดของฝ่ ายหญิงฝ่ายหญิงตอ้งคืนของหม้นั ใหแ้ก่ฝ่ายชายการผดิสัญญาหม้นัฝ่ายที่เสียหายสามารถเรียก ค่าทดแทนได้แต่จะให้ศาลบงัคบั ให้มีการสมรสไม่ได้เพราะวา่การสมรสน้นัข้ึนอยู่กบัความสมคัรใจของผู้ จะสมรสเท่าน้นั 1.2 การสมรส เป็นการทา สัญญาตกลงเป็นสามีภริยากันระหว่างชายกับหญิง กฎหมาย กา หนดเงื่อนไขของการสมรสไว้ดงัน้ี 1) การสมรสจะทา ไดต้่อเมื่อชายและหญิงมีอายุ17 ปีบริบูรณ์แลว้หากมีอายุต่า กว่าน้ีตอ้ง ให้ศาลอนุญาต ซึ่งจะต้องมีเหตุผลอันสมควร 2) ชายหรือหญิงที่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถจะทา การ สมรสไม่ได้ 3) ชายหรือหญิงซ่ึงเป็นญาติสืบสายโลหิตกนัเช่น พ่อหรือแม่กบัลูก พี่นอ้งร่วมบิดามารดา กนัหรือเป็นพี่นอ้งร่วมแต่เพียงบิดาหรือมารดากนัจะสมรสกนัไม่ได้
4) ผรู้ับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะสมรสกนัไม่ได้ 5) ชายหรือหญิงจะทา การสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยแู่ลว้ไม่ได้ 6) หญิงที่เคยสมรสแลว้แต่สามีตาย หรือการสมรสคร้ังก่อนสิ้นสุดลงโดยเหตุอื่น เช่น การ หย่าจะสมรสใหม่ได้ก็ต่อเมื่อการสมรสคร้ังก่อนสิ้นสุดไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วนัเวน้แต่จะสมรสกบัคู่ สมรสเดิม คลอดบุตรระหวา่งน้นัมีใบรับรองแพทยว์า่มิไดต้้งัครรภห์รือมีคา สั่งของศาลใหส้มรสได้ 7) ถ้าชายหรือหญิงฝ่ายใดอายุยงัไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ฝ่ายน้นัตอ้งไดร้ับความยินยอมจาก บิดามารดาหรือผปู้กครองเสียก่อน 8) การสมรสจะตอ้งจดทะเบียน โดยมีนายอา เภอหรือปลดัอา เภอผเู้ป็นหวัหนา้กิ่งอา เภอและ เป็ นนายทะเบียน 9) ชายหญิงจะตอ้งแสดงความยินยอมเป็นสามีภริยากนั โดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียน และนายทะเบียนตอ้งบนัทึกความยนิยอมน้นัไวด้ว้ย การสมรสที่ถูกตอ้งตามเงื่อนไขของกฎหมายก่อให้เกิดความสัมพนัธ์ระหว่างสามีภริยา 2 ประการ ดงัน้ี 1. ความสัมพนัธ์ทางครอบครัวกฎหมายกา หนดใหส้ามีภริยาตอ้งอยกู่ ินร่วมกนัฉนัสามีภรรยา ตอ้ง ช่วยเหลืออุปการะเล้ียงดูกนัตามความสามารถของฐานะของตน และในกรณีที่ศาลสั่งให้สามีหรือภริยาเป็น คนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ สามีหรือภริยาย่อมไดเ้ป็นผูอ้นุบาลหรือหรือผูพ้ ิทกัษ์และ ตอ้งใหก้ารอุปการะเล้ียงดูอีกฝ่ายหน่ึงตามสมควร 2. ความสัมพนัธ์ทางทรัพย์สิน กฎหมายแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาเป็นสินส่วนตวัและ สินสมรส 1) สินส่วนตวั ไดแ้ก่ทรัพยส์ ินที่สามีหรือภริยามีอยู่ก่อนสมรสเป็นเครื่องใช้สอยส่วนตวั หรือเป็นทรัพยส์ ินที่ไดม้าระหว่างสมรส โดยการยกให้หรือรับมรดก ส าหรับภริยาของหม้นัจะถือเป็นสิน ส่วนตวัของภริยาดว้ยสินส่วนตวัของคู่สมรสฝ่ายใด ฝ่ายน้นัยอ่มเป็นผมู้ีอา นาจจดัการ 2) สินสมรส ไดแ้ก่ทรัพยส์ ินที่คู่สมรสไดม้าระหวา่งสมรสหรือฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงไดม้าโดย การยกใหห้รือโดยพินยักรรม ซ่ึงระบุใหเ้ป็นสินสมรส รวมท้งัดอกผลที่เกิดจากสินส่วนตวัดว้ย สามีภริยาเป็น ผูจ้ดัการสินสมรสร่วมกนั โดยการจดัการจะตอ้งไดร้ับความยินยอมร่วมกนัเวน้แต่จะตกลงไวเ้ป็นอยา่งอื่น โดยสัญญาก่อนสมรส หรือศาลสั่งให้สามีหรือภริยาเป็นผูจ้ดัการแต่ฝ่ายเดียว และเมื่อการสมรสสิ้นสุดลง จะต้องมีการแบ่งสินสมรสระหว่างชายกบัหญิง โดยน าสินสมรสมาแบ่งเท่าๆ กนัแต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหน่ึง จา หน่ายสินสมรสไปโดยมิไดร้ับความยินยอมจากอีกฝ่ายหน่ึงตอ้งนา สินส่วนตวัของตนเองมาใชส้ินสมรสที่ ตนจา หน่ายไป ในทางกฎหมายการสมรสจะสิ้นสุดลงดว้ยปัจจยัที่สา คญัดงัน้ี
1. ศาลพิพากษาวา่การสมรสเป็นโมฆะ หรือโมฆียะ หรือให้เพิกถอนการสมรสเพราะทา การสมรส โดยผิดเงื่อนไข 2. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงตาย 3. การหย่า ได้แก่การหย่าโดยความยินยอมของท้งั2 ฝ่าย ซ่ึงตอ้งทา เป็นหนังสือและมีพยานลง ลายมือชื่อรับรองอยา่งนอ้ย2คน โดยตอ้งมีการจดทะเบียนหยา่และการหยา่ โดยคา พิพากษาของศาลไดแ้ก่คู่ สมรสไม่อาจตกลงหยา่กนัโดยความยินยอมได้ ฝ่ายที่ตอ้งการหยา่จะฟ้องต่อศาลให้ศาลพิพากษาให้หยา่ โดย ตอ้งอา้งเหตุหยา่ซ่ึงกฎหมายกา หนดไวห้ลายประการดว้ยกนัเช่น สามีและภริยาสมคัรใจแยกกนัอยู่เพราะ เหตุที่ไม่อาจอยูร่ ่วมกนัฉนัสามีภริยาไดโ้ดยปกติสุขตลอดมาเกิน 3 ปีหรือแยกกนัอยูต่ามคา สั่งศาลเป็นเวลา เกิน 3 ปีเป็ นต้น 1.3 ความสัมพนัธ์ระหว่างบิดามารดากบับุตร สามารถแบ่งออกได้ดงัน้ี 1) การเป็ นบุตรชอบด้วยกฎหมายและการรับรองบุตร เด็กที่เกิดจากบิดามารดาซ่ึงจด ทะเบียนสมรสกนัแมจ้ะมีการเพิกถอนภายหลงัก็ตาม หรือเกิดภายใน 310วนันบัแต่วนัที่การสมรสสิ้นสุดลง กฎหมายสันนิษฐานวา่เป็นบุตรชอบดว้ยกฎหมายของชายผูเ้คยเป็นสามีเวน้แต่จะมีการฟ้องคดีไม่รับเด็กน้นั เป็นบุตรภายในหน่ึงปีนบัแต่วนัรู้ถึงการเกิดของเด็กหรือฟ้องเสียหายภายในสิบปีนบัแต่วนัเกิดของเด็กเด็ก ซ่ึงเกิดจากบิดามารดาที่มิไดส้มรสกนัยอ่มเป็นบุตรชอบดว้ยกฎหมายของมารดาฝ่ายเดียวเท่าน้นัจะเป็นบุตร ชอบดว้ยกฎหมายของบิดาดว้ยต่อเมื่อบิดามารดาไดส้มรสกนัภายหลงั โดยมีผลนบัต้งัแต่วนัสมรส หรือเมื่อ บิดาจดทะเบียนวา่เป็นบุตรโดยจะตอ้งไดร้ับความยินยอมจากเด็กและมารดาของเด็กและจะมีผลน้นัต้งัแต่วนั จดทะเบียน ในกรณีที่เด็กหรือมารดาไม่ให้ความยินยอม หรือคดัคา้นว่าผูท้ี่ขอจดทะเบียนรับรองบุตรไม่ใช่ บิดา หรือในกรณีที่ต้องมีการฟ้องชายเพื่อขอให้รับเด็กเป็นบุตร หากศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรชอบด้วย กฎหมาย การเป็นบุตรชอบดว้ยกฎหมายย่อมมีผลนบัแต่วนัที่ศาลพิพากษาถึงที่สุด ซ่ึงจะทา ให้ผูท้ี่เป็นบุตร น้นัมีสิทธิเช่น ใชช้ื่อสกุลของบิดารับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมได้เป็นตน้ ส่วนผรู้ับรองบุตรก็สามารถ ใชอ้า นาจปกครอง รวมท้งัตอ้งอุปการะเล้ียงดูบุตรน้นัต่อไป 2) การรับบุตรบุญธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างบิดาหรือมารดากับบุตรอาจเกิดข้ึน นอกเหนือจากกรณีข้างต้น โดยการรับบุตรบุญธรรม หมายถึงการจดทะเบียนรับรองบุตรของผูอ้ื่นมาเล้ียงดู เป็นบุตรของตนเอง โดยดา เนินการตามประมวลกฎหมายแพง่และพาณิชย์ซ่ึงกา หนดเงื่อนไขพ้ืนฐาน รวมท้งั ความสัมพนัธ์ทางกฎหมายระหวา่งผรู้ับบุตรบุญธรรมกบับุตรบุญธรรมไวป้ระกอบกบัพระราชบญัญตัิการรับ บุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 ซ่ึงกา หนดรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อคุม้ครองสวสัดิภาพของเด็กที่จะเป็นบุตรบุญ ธรรมยิ่งข้ึน เช่น ในกรณีที่ขอรับบุตรบุญธรรมของผูท้ ี่มิใช่เครือญาติกบัเด็กจะมีการทดลองเล้ียงดูมีการ ตรวจสอบคุณสมบตัิและขอ้เท็จจริงเกี่ยวกบัสภาพความเป็นอยู่และความเหมาะสมของผูร้ับเด็กเป็ นบุตร บุญธรรม เป็ นต้น
เงื่อนไขพ้ืนฐานของการรับบุตรบุญธรรม ประกอบด้วยอายุและความยินยอม คือ บุคคลที่ จะรับผูอ้ื่นเป็นบุตรบุญธรรมได้ต้องมีอายุไม่ต่า กว่า 25 ปี บริบูรณ์และต้องแก่กว่าผูท้ ี่ตนจะรับเป็นบุตร บุญธรรมอย่างน้อย 15 ปีและถ้าผู้ที่จะเป็ นบุตรบุญธรรมเป็ นผู้เยาว์การรับบุตรบุญธรรมต้องได้รับความ ยินยอมจากบิดามารดาโดยกา เนิดของผูท้ี่จะเป็นบุตรบุญธรรม และตอ้งไดร้ับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน ด้วย การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมีผลให้บุตรบุญธรรมมีฐานะเสมือนบุตรที่ชอบด้วย กฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม เช่น มีสิทธิใช้ชื่อสกุล มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม ผรู้ับบุตรบุญธรรมมีอา นาจปกครองและมีหนา้ที่ให้การอุปการะเล้ียงดูแต่ไม่มีสิทธิรับมรดกในส่วนของบุตร บุญธรรม และจะสมรสกบับุตรบุญธรรมไม่ได้ส่วนบิดามารดาโดยกา เนิดเป็นอนัหมดอา นาจปกครอง อยา่งไรก็ตาม บุตรบุญธรรมไม่สูญเสียสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่กา เนิดมาเช่น มีสิทธิ รับมรดกของบิดามารดาโดยกา เนิด การรับบุตรบุญธรรมมีทางเลิกได้โดยการจดทะเบียนเลิก ตามความ ยินยอมของบุตรบุญธรรมที่บรรลุนิติภาวะแล้วกับผูร้ับบุตรบุญธรรม หรือเมื่อมีการสมรสระหว่างบุตร บุญธรรมกบัผรู้ับบุตรบุญธรรม 1.4 สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดา บิดามารดามีหนา้ที่อุปการะเล้ียงดูและใหก้ารศึกษาตาม สมควรแก่บุตรระหว่างที่บุตรยงัเป็นผูเ้ยาว์หรือแมบุ้ตรจะบรรลุนิติภาวะแลว้แต่เป็นผูทุ้พพลภาพ และหา เล้ียงตนเองไม่ไดบ้ ิดามารดาก็ยงัมีหน้าที่ตอ้งอุปการะเล้ียงดูต่อไป ระหว่างที่บุตรเป็นผูเ้ยาวบ์ ิดามารดาเป็น ผใู้ชอ้า นาจปกครองบุตรโดยมีสิทธิกา หนดที่อยขู่องบุตรทา โทษบุตรตามสมควร หรือวา่กล่าวสั่งสอนใหบุ้ตร ทา การงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป มีสิทธิเรียกบุตรคืนจากผูอ้ื่นซ่ึงกกับุตรไวโ้ดยมิชอบ ด้วยกฎหมาย เป็ นผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร ในการฟ้องคดีและมีสิทธิจัดการทรัพย์สินของบุตรด้วย ถ้า บุตรมีเงินได้บิดามารดามีสิทธินา มาใช้เป็นค่าอุปการะเล้ียงดูและการศึกษาของบุตร ส่วนที่เหลือตอ้งเก็บ รักษาไวเ้พื่อมอบแก่บุตรภายหลงัเวน้แต่บิดามารดาจะยากจนไม่มีเงินไดพ้อแก่การครองชีพจึงอาจนา เงินน้นั มาใช้ได้ ในกรณีที่บิดามารดาตาย หรือถูกศาลสั่งถอนอา นาจปกครอง เพราะวิกลจริตหรือ ประพฤติไม่เหมาะสม ศาลมีอา นาจต้งัผูป้กครองให้บุตรซ่ึงเป็นผูเ้ยาว์เพื่ออุปการะเล้ียงดูและให้ความ คุม้ครองแก่ผเู้ยาวน์ ้นัแทนบิดามารดาได้
1.5 สิทธิและหน้าที่ของบุตร บุตรมีสิทธิใช้ชื่อ สกุลของ บิดาเวน้แต่ไม่ปรากฏบิดาให้ใช้ชื่อสกุลของมารดา บุตรมีสิทธิ ไดร้ับการอุปการะเล้ียงดูและได้รับการศึกษาตามสมควรจากบิดา มารดา แต่บุตรมีหน้าที่ตอ้งดูแลบิดามารดาของตนเป็นการตอบ แทนบุญคุณโดยบุตรจะฟ้องบิดา มารดารวมท้งบุพการีอื่นของตน ั เป็นคดีแพ่ง หรือคดีอาญาไม่ได้ตอ้งขอให้พนกังานอยัการยกคดี ข้ึนวา่กล่าวให้ 2. กฎหมายเรื่องมรดก มีเน้ือหาเกี่ยวกบัลกัษณะของมรดกและผูท้ ี่จะมีสิทธิรับมรดก หรือทายาท โดยมรดกหรือกองมรดกได้แก่ ทรัพย์สิน สิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบต่างๆของผูต้าย หรือเจ้าของ มรดก ซ่ึงเมื่อผูใ้ดถึงแก่ความตาย มรดกของเขาย่อมตกทอดแก่ทายาททนัทีเวน้แต่สิ่งที่กฎหมายหรือตาม สภาพแล้วถือเป็ นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ยอ่มไม่ตกทอดเป็นมรดกเช่น สิทธิรับราชการเป็ นต้น กรณี ที่บุคคลใดหายไปจากที่อยู่โดยไม่ได้ข่าวคราวเป็นเวลานาน ศาลอาจสั่งให้บุคคลน้ันเป็นคนสาบสูญ ซึ่ ง กฎหมายถือเสมือนวา่ถึงแก่ความตายและมรดกของผูส้าบสูญยอ่มตกทอดแก่ทายาทเหมือนกรณีตายจริงๆ ทายาท คือผู้มีสิทธิได้รับมรดกในทางกฎหมายแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดงัน้ี 1) ทายาทโดยธรรมหรือทายาทตามที่กฎหมายกา หนด ไดแ้ก่คู่สมรส และญาติสนิทของ ผู้ตาย ซ่ึงสิทธิไดร้ับมรดกและส่วนแบ่งที่จะไดร้ับจะลดลงตามความห่างของญาติๆน้นัเช่น ถา้คู่สมรส บุตร และบิดามารดาของผูต้ายยงัอยู่ย่อมมีสิทธิได้รับมรดกของผูต้ายโดยเท่าเทียมกนั โดยคู่สมรสมีสิทธิไดร้ับ หน่ึงส่วน บุตรแต่ละคนมีสิทธิได้รับคนละส่วน และบิดามารดาของผูต้ายมีสิทธิได้รับคนละหน่ึงส่วน กล่าวคือบิดาหน่ึงส่วนและมารดาหน่ึงส่วน ในกรณีเช่นน้ีญาติอื่นไม่มีสิทธิไดร้ับมรดกของผูต้ายอีกเพราะ ไดถู้กตดัโดยญาติสนิทกวา่ของเจา้ของมรดกแลว้ 2) ทายาทตามพินัยกรรม ไดแ้ก่ผู้มีสิทธิได้รับมรดกตามที่พินัยกรรม ซึ่งเป็ นหนังสือแสดง ความประสงคส์ ั่งการเผื่อตายของผูต้ายระบุไว้โดยทายาทพวกน้ีอาจเป็นญาติของผูต้ายหรือไม่ก็ได้แลว้แต่ ผูต้ายจะต้งัใจยกมรดกของตนให้แก่ผูใ้ดบา้งในกรณีที่ผูต้ายทา พินัยกรรมยกมรดกของตนให้ทายาทตาม พินยักรรมท้งัหมดทายาทโดยธรรมยอ่มไม่มีสิทธิไดร้ับมรดกเลยแต่บุคคลจะทา พินยักรรมยกมรดกไดเ้ฉพาะ ทรัพยส์ินของตนเท่าน้นั ในกรณีที่ตนมีคู่สมรสก็จะตอ้งแบ่งทรัพยส์ินระหวา่งสามีภริยาก่อน ส่วนของตนจึง เป็นมรดกตกทอดต่อไปได้
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ครอบครัวและมรดก ตอนที่ 1 ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่านกรณีศึกษาแล้วตอบค าถาม กรณีศึกษาที่ 1 โจ้อายุ16 ปีจอย อายุ15 ปีท้งัสองรักใคร่กัน ไปมาหาสู่กัน ต่อมาจอยมีปัญหาพ่อแม่ประสบ อุบตัิเหตุเสียชีวติจอยไปอาศยัอยกู่บัครอบครัวของโจ้ต่อมาจอยต้งัครรภ์จา เป็นจะตอ้งทา การสมรสเพื่อบุตร จะได้มีบิดาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ค าถาม โจแ้ละจอยควรปฏิบตัิอยา่งไรจึงจะถูกตอ้งตามกฎหมาย กรณีศึกษาที่ 2 โดม อายุ19 ปีรักใคร่ชอบพอกบัดาว อายุ18 ปีเมื่อท้งัคู่จบการศึกษาข้นัพ้ืนฐานและมีงานทา มี รายไดพ้อเล้ียงตนเองไดแ้ลว้ตอ้งการสมรสกบัดาว ค าถาม โดมและดาวควรปฏิบตัิตนอยา่งไร กรณีศึกษาที่ 3 ไกรและเก๋ตกลงใจจดทะเบียนสมรสกนัหลงัจากเรียนจบระดบั ปริญญาตรีแลว้ ไกรมีทรัพยส์ ินคือ รถยนต์เงินสด 1 แสนบาท ที่ดิน 1 แปลง ส่วนเก๋มีแหวนเพชร 1 วง สายสร้อยทอง 1 เส้น นาฬิกา 1 เรือน โทรศพัทม์ ือถือ1 เครื่อง เมื่อท้งัสองคนอยกู่ ินดว้ยกนัมา 15 ปีมีทรัพยร์่วมกนัดงัน้ีเงินสด 5ลา้น 1แสนบาท พอ่แม่ของเก๋ใหท้ ี่นาแก่เก๋จา นวน 10ไร่ต่อมาท้งัสองคนไม่ประสงคจ์ะอยดู่ว้ยกนัจึงหยา่กนั
ค าถาม 1.ไกรและเก๋มีทรัพยส์ินส่วนตวั คืออะไรบ้าง 2. สินสมรสของไกรและเก๋มีอะไรบ้าง กรณีศึกษาที่ 4 โชติอายุ35 ปีมีภรรยาชื่อแววอายุ28 ปีท้งัสองคนตอ้งการรับเด็กหญิงเก๋ซ่ึงอายุ14 ปีบุตรของนาย สายและนางสวยมาเป็ นบุตรบุญธรรม ค าถาม 1.โชติและแววสามารถรับเก๋เป็นบุตรบุญธรรมไดห้รือไม่อธิบายเหตุผล 2. เก๋จะเป็นบุตรบุญธรรมที่ชอบดว้ยกฎหมายของบุคคลผรู้ับบุตรบุญธรรมไดอ้ยา่งไร กรณีศึกษาที่ 5 เกริกสมรสกบัดวง ท้งัสองทา มาหากินกนัจนมีทรัพยส์ินเป็นที่ดิน 50 ไร่เกริกมีบิดาชื่อมนั่มารดาชื่อ มว้น ดวงมีบิดาชื่อเด่น มารดาชื่อดีเกริกและดวงมีบุตร 2 คน คือ แกว้และกอ้ย ต่อมาเกริกประสบอุบตัิเหตุ เสียชีวิต ค าถาม ถา้ท่านเป็นผมู้ีหนา้ที่แบ่งสินสมรสและมรดกของเกริกจะแบ่งอยา่งไร
ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบคา ถามต่อไปน้ี 1. บิดามารดามีหนา้ที่ต่อบุตรอยา่งไรบา้ง 2. สิทธิและหนา้ที่ของบุตรต่อบิดามารดา มีอะไรบ้าง 3. ทายาทแบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบา้ง
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ครอบครัวและมรดก ตอนที่ 1 ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่านกรณีศึกษาแล้วตอบค าถาม กรณีศึกษาที่ 1 โจ้อายุ 16 ปี จอย อายุ15 ปีท้งัสองรักใคร่กัน ไปมาหาสู่กัน ต่อมาจอยมีปัญหาพ่อแม่ประสบ อุบตัิเหตุเสียชีวติจอยไปอาศยัอยกู่บัครอบครัวของโจ้ต่อมาจอยต้งัครรภ์จา เป็นจะตอ้งทา การสมรสเพื่อบุตร จะได้มีบิดาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ค าถาม โจแ้ละจอยควรปฏิบตัิอยา่งไรจึงจะถูกตอ้งตามกฎหมาย จอยและโจ้ต้องร้ องขออนุญาตต่อศาลเพื่อให้ศาลมีค าสั่งอนุญาตให้ท าการสมรสได้ กรณีศึกษาที่ 2 โดม อายุ19 ปีรักใคร่ชอบพอกบัดาว อายุ18 ปีเมื่อท้งัคู่จบการศึกษาข้นัพ้ืนฐานและมีงานทา มี รายไดพ้อเล้ียงตนเองไดแ้ลว้ตอ้งการสมรสกบัดาว ค าถาม โดมและดาวควรปฏิบตัิตนอยา่งไร โดมและดาวต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาเสียก่อนจึงท าการสมรส หรือจดทะเบียนสมรส กันได้ กรณีศึกษาที่ 3 ไกรและเก๋ตกลงใจจดทะเบียนสมรสกนัหลงัจากเรียนจบระดบั ปริญญาตรีแลว้ ไกรมีทรัพยส์ ินคือ รถยนต์เงินสด 1 แสนบาท ที่ดิน 1 แปลง ส่วนเก๋มีแหวนเพชร 1 วง สายสร้อยทอง 1 เส้น นาฬิกา 1 เรือน โทรศพัทม์ ือถือ1 เครื่อง เมื่อท้งัสองคนอยกู่ ินดว้ยกนัมา 15 ปีมีทรัพยร์่วมกนัดงัน้ีเงินสด 5ลา้น 1แสนบาท พอ่แม่ของเก๋ใหท้ ี่นาแก่เก๋จา นวน 10ไร่ต่อมาท้งัสองคนไม่ประสงคจ์ะอยดู่ว้ยกนัจึงหยา่กนั
ค าถาม 1.ไกรและเก๋มีทรัพยส์ินส่วนตวั คืออะไรบ้าง 2. สินสมรสของไกรและเก๋มีอะไรบ้าง 1. สินส่วนตัวของไกรและเก๋มีดังนี้ ไกร รถยนต์ เงินสด 1 แสนบาท ที่ดิน 1 แปลง เก๋ แหวนเพชร 1 วง สายสร้ อยทอง 1 เส้น นาฬิกา 1 เรือน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง 2. สินสมรสของทั้งสอง คือ เงินสด 5 ล้าน 1 แสนบาท กรณีศึกษาที่ 4 โชติอายุ 35 ปี มีภรรยาชื่อแวว อายุ 28 ปีท้งัสองคนตอ้งการรับเด็กหญิงเก๋ซ่ึงอายุ14 ปีบุตรของนาย สายและนางสวยมาเป็ นบุตรบุญธรรม ค าถาม 1.โชติและแววสามารถรับเก๋เป็นบุตรบุญธรรมไดห้รือไม่อธิบายเหตุผล 2. เก๋จะเป็นบุตรบุญธรรมที่ชอบดว้ยกฎหมายของบุคคลผรู้ับบุตรบุญธรรมไดอ้ยา่งไร 1. โชติสามารถรับเก๋เป็นบุตรบุญธรรมได้ เพราะอายุไม่ต ่ากว่า 25 ปี บริ บูรณ์ และมีอายุแก่กว่าเก๋ เกินกว่า 15 ปี ส่วนแววอายุแก่กว่าเก๋ไม่ถึง 15 ปี จึงไม่สามารถรับเก๋เป็ นบุตรบุญธรรมได้ 2. เก๋จะเป็ นบุตรบุญธรรมของโชติได้ต่อเมื่อโชติจดทะเบียนรับเก๋เป็ นบุตรบุญธรรม และต้องให้ นายสายบิดาและนางสวยมารดาของเก๋ให้ความยินยอม กรณีศึกษาที่ 5 เกริกสมรสกบัดวง ท้งัสองทา มาหากินกนัจนมีทรัพยส์ินเป็นที่ดิน 50 ไร่เกริกมีบิดาชื่อมนั่มารดาชื่อ มว้น ดวงมีบิดาชื่อเด่น มารดาชื่อดีเกริกและดวงมีบุตร 2คน คือแกว้และกอ้ย ต่อมาเกริกประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิต ค าถาม ถา้ท่านเป็นผมู้ีหนา้ที่แบ่งสินสมรสและมรดกของเกริกจะแบ่งอยา่งไร 1. เกริกและดวงได้สินสมรสเป็ นที่ดินคนละ 25 ไร่ 2. ผู้ได้รับมรดก คือ มั่น ม้วน แก้ว ก้อย และดวง ได้รับคนละ 5 ไร่
ตอนที่ 2 ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบคา ถามต่อไปน้ี 1. บิดามารดามีหนา้ที่ต่อบุตรอยา่งไรบา้ง 1. อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรตามสมควรระหว่างบุตรเป็ นผู้เยาว์ 2. อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะบรรลุนิติภาวะแล้ว 3. ใช้อ านาจปกครองบุตร โดยมีสิทธิก าหนดที่อยู่ของบุตร ท าโทษบุตรตามสมควร หรือว่ากล่าว สั่งสอนให้บุตรท างานตามความเหมาะสมแก่ความสามารถและฐานานุรูป 4. มีสิทธิเรียกบุตรคืนจากผู้อื่น ซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย 5. เป็ นผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรในการฟ้องคดี 6. มีสิทธิจัดการทรัพย์สินของบุตร ถ้าบุตรมีเงินได้ และมีสิทธิน ามาใช้เป็ นค่าอุปการะเลี้ยงดู และ การศึกษาของบุตร ส่วนที่เหลือเก็บรักษาไว้เพื่อมอบแก่บุตรภายหลัง 2. สิทธิและหนา้ที่ของบุตรต่อบิดามารดา มีอะไรบ้าง 1. บุตรมีสิทธิใช้ชื่อสกุลของบิดา เว้นแต่ไม่ปรากฏบิดาให้ใช้ชื่อสกุลของมารดา 2. บุตรมีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดูและได้รับการศึกษาตามสมควรจากบิดามารดา 3. บุตรมีหน้าที่ต้องดูแลบิดามารดาของตนเป็ นการตอบแทนบุญคุณ 4. บุตรจะฟ้องบิดามารดา รวมทั้งบุพการีอื่นของตนเป็ นคดีแพ่งหรือคดีอาญาไม่ได้ ต้องให้พนักงาน อัยการคดีขึ้นว่ากล่าวให้ 3. ทายาทแบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบา้ง มี 2 ประเภท คือ 1. ทายาทโดยธรรม ได้แก่ คู่สมรสและญาติ 2. ทายาทตามพินัยกรรม ได้แก่ ผู้มีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรมก าหนด ซึ่งเป็ นหนังสือแสดงความ ประสงค์สั่งการเผื่อตายของผู้ตายระบุไว้ อาจเป็ นญาติของผู้ตายหรือไม่ใช่ก็ได้
แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ล าดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ท างาน การร่วม ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ หมายเหตุ ครูอาจใชว้ธิีการมอบหมายใหห้วัหนา้กลุ่ม เป็นผปู้ระเมิน หรือใหต้วัแทนกลุ่มผลดักนั ประเมิน หรือให้มีการประเมินโดยเพื่อน โดยตัวนักเรียนเอง ตามความเหมาะสมก็ได้ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 17 – 20 13 – 16 9 – 12 5 – 8 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนที่ 7 กฎหมายในชีวิตประจ าวัน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง กฎหมายแพ่งเกี่ยวกับนิติกรรมและสัญญา เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายประสงค์ จันทเหล็ก โรงเรียนท่าบ่อ 1. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การปฏิบัติตามกฎหมายแพ่งเกี่ยวกับนิติกรรม สัญญา ย่อมส่งผลให้ด ารงชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้อย่าง ปกติสุขไม่ถูกผู้อื่นเอาเปรียบ 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 2.1 ม 4-6/1 วิเคราะห์และปฏิบัติตนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติและสังคมโลก 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ - วิเคราะห์การปฏิบัติตนตามกฎหมายแพ่งเกี่ยวกับนิติกรรมสัญญาได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - กฎหมายแพ่งเกี่ยวกับนิติกรรมสัญญา เช่น ซื้อขาย ขายฝาก เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ กู้ยืมเงิน จ าน า จ านอง 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการท างานกลุ่ม 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - ใฝ่เรียนรู้ 6. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคการต่อเรื่องราว (Jigsaw)) ชั่วโมงที่ 1
1. ครูน ากรณีตัวอย่างเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกเอาเปรียบ เช่น - ชาวนาถูกนายทุนครอบครอง / ยึดที่นาที่น าไปขายฝากไว้ - คนจนยอมเสียดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ผู้ให้เงินกู้ในอัตราร้อยละยี่สิบบาทต่อเดือน - การเช่า ซื้อรถยนต์ แต่ไม่สามารถช าระค่าเช่าซื้อได้สองงวดติดต่อกัน แล้วถูกผู้ให้เช่าซื้อริบ ทรัพย์สิน คือ รถยนต์ - การให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยไม่ได้ท าสัญญาเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้รับผิด 2. ครูให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุของการถูกเอาเปรียบหรือการเสียเปรียบผู้อื่นและ แนวทางป้องกันแก้ไข 3. ครูอธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเห็นความส าคัญของการมีความรู้กฎหมายแพ่งเกี่ยวกับนิติกรรม และสัญญา ในเรื่อง ซื้อขาย ขายฝาก เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ กู้ยืมเงิน จ าน า จ านอง 4. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน คละกันตามความสามารถ มีทั้งเก่ง ปานกลาง และอ่อน เรียกว่า กลุ่มบ้าน (Home Groups)ให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มเลือกหมายเลขประจ าตัวตั้งแต่หมายเลข 1, 2 และ 3 ตามล าดับ 5. นักเรียนจากกลุ่มบ้านแยกย้ายกันไปหาสมาชิกกลุ่มใหม่ที่มีหมายเลขเดียวกัน เรียกว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert Groups) 6. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแต่ละหมายเลข ร่วมมือกันศึกษาความรู้ในใบความรู้ เรื่อง นิติกรรมและ สัญญา แล้วอธิบายสรุปร่วมกันจนมีความเข้าใจกระจ่างชัดเจน และร่วมกันท าใบงาน ดังนี้ - หมายเลข 1 ศึกษาความรู้ เรื่อง ซื้อขาย ขายฝาก และท าใบงานที่ 2.1 เรื่อง ซื้อขาย ขายฝาก - หมายเลข 2 ศึกษาความรู้ เรื่อง เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ และท าใบงานที่ 2.2 เรื่อง เช่าทรัพย์เช่าซื้อ - หมายเลข 3 ศึกษาความรู้ เรื่อง กู้ยืมเงิน จ าน า จ านอง และท าใบงานที่ 2.3 เรื่อง กู้ยืมเงิน จ าน า จ านอง 7. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert Groups) ร่วมมือกันสรุปทบทวนความรู้และความถูกต้องของใบงาน ช่วยอธิบายเสริมเพิ่มเติมเพื่อให้สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทุกคนมีความกระจ่างชัด พร้อมที่จะไปเล่า ความรู้ให้แก่สมาชิกในกลุ่มบ้านฟัง 1. ครูสนทนาซักถามนักเรียนถึงความพร้อมของนักเรียนในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแต่ละกลุ่ม ในการน า ความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่สมาชิกในกลุ่มบ้าน และตอบข้อสงสัยของนักเรียน 2. นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของแต่ละกลุ่มกลับไปยังกลุ่มเดิม (กลุ่มบ้าน) สมาชิกแต่ละหมายเลข น าความรู้ที่ได้ศึกษามาพร้อมผลงานในใบงานไปอธิบายให้สมาชิกหมายเลขอื่นฟัง ดังนี้ - สมาชิกหมายเลข 1 สรุปความรู้จากใบงานที่ 2.1 เรื่อง ซื้อขาย ขายฝาก - สมาชิกหมายเลข 2 สรุปความรู้จากใบงานที่ 2.2 เรื่อง เช่าทรัพย์เช่าซื้อ - สมาชิกหมายเลข 3 สรุปความรู้จากใบงานที่ 2.3 เรื่อง กู้ยืมเงิน จ าน า จ านอง 3. เมื่อสมาชิกทุกคนผลัดแลกเปลี่ยนความรู้กันและสร้างความกระจ่างในความรู้ที่ได้รับระหว่างกัน ชั่วโมงที่ 2
แล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนแต่ละกลุ่มออกไปเล่าความรู้ของตนในเรื่อง นิติกรรมและสัญญา 4. ครูและนักเรียนสรุปประเด็นส าคัญของนิติกรรมและสัญญา ในเรื่อง ซื้อขาย ขายฝาก เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ กู้ยืม จ าน า จ านอง 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานที่ 2.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.2 ใบงานที่ 2.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.3 ใบงานที่ 2.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมืองฯ ม.4-ม.6 2. ใบความรู้ เรื่อง ซื้อขาย ขายฝาก 3. ใบความรู้ เรื่อง เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ 4. ใบความรู้ เรื่อง กู้ยืมเงิน จ าน า จ านอง 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ http://www.dnp.go.th/mfcd10/knowlage/law.doc
9. บันทึกหลังสอน 1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน
10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา
ใบความร ู้เร ื่อง นิตกิรรมและสัญญา นิติกรรม คือการกระทา ของบุคคลโดยชอบดว้ยกฎหมายและมุ่งต่อผลในกฎหมายที่จะเกิดข้ึนอนั ไดแ้ก่การเคลื่อนไหวแห่งสิทธิการก่อสิทธิเปลี่ยนแปลงสิทธิโอนสิทธิสงวนสิทธ์ิและระงบัซ่ึงสิทธิเช่น สัญญาซ้ือขายขายฝากเช่าทรัพย์เช่าซ้ือ สัญญากูย้ืมเงิน จ าน า จ านอง เป็นตน้นิติกรรมสัญญาสามารถแบ่ง ออกได้เป็ น 2 ประเภท ไดแ้ก่ 1. นิติกรรมฝ่ ายเดียวไดแ้ก่นิติกรรมซ่ึงเกิดข้ึนโดยการแสดงเจตนาของบุคคลฝ่ายหน่ึงฝ่ายเดียวและ มีผลตามกฎหมาย ซ่ึงบางกรณีก็ทา ให้ผูท้า นิติกรรมเสียสิทธิได้เช่น การก่อต้งัมูลนิธิการรับสภาพหน้ีการ ผอ่นเวลาชา ระหน้ีใหลู้กหน้ีคา มนั่จะซ้ือจะขายการทา พินยักรรม การบอกกล่าวบงัคบัจา นอง เป็ นต้น 2. นิติกรรมสองฝ่ าย (หรือนิติกรรมหลายฝ่ าย) ไดแ้ก่นิติกรรมซ่ึงเกิดข้ึนโดยการแสดงเจตนาของ บุคคลต้งัแต่สองฝ่ายข้ึนไปและทุกฝ่ายต่างตกลงยินยอมระหวา่งกนักล่าวคือฝ่ายหน่ึงแสดงเจตนาทา เป็นคา เสนอแล้วอีกฝ่ ายหนึ่งแสดงเจตนาเป็ นค าสนอง เมื่อคา เสนอและคา สนองถูกตอ้งตรงกนัจึงเกิดมีนิติกรรม สองฝ่ายข้ึน หรือเรียกกนัว่า “สัญญา” เช่น สัญญาซ้ือขาย สัญญากู้ยืม สัญญาแลกเปลี่ยน สัญญาขายฝาก จ านองจ าน า เป็นตน้นิติกรรมสัญญาจะพบบ่อยและมีความสา คญัต่อชีวติประจา วนัของบุคคล เนื่องจาก ทา ให้เราหาสิ่งที่ตอ้งการมาใช้ประโยชน์ได้ไม่วา่จะเป็นสิ่งของ หรือหลกั ประกนัความมนั่คงในการติดต่อ ระหวา่งเรากบัผอู้ื่น 1.1 สัญญาซื้อขาย สัญญาซ้ือขาย ไดแ้ก่ สัญญาซึ่งบุคคลฝ่ ายหนึ่ง เรียกว่า “ผู้ขาย” โอนกรรมสิทธ์ิหรือความเป็นเจ้าของเหนือ ทรัพยส์ินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหน่ึง เรียกว่า “ผูซ้้ือ” โดย ผูซ้้ือตกลงจะให้ราคาทรัพยส์ ินน้นัแก่ผูข้าย (ประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 453) ปกติสัญญาซ้ือ ขายทา ได้โดยผูซ้้ือและผูข้ายตกลงกนั โดยผูซ้้ือชา ระ ราคาทรัพยส์ินแก่ผขู้ายและผขู้ายส่งมอบทรัพยส์ินที่ซ้ือ ขายให้แก่ผูซ้้ือ ทรัพย์สินบางอย่างมีความส าคญัหรือ ราคาสูงมากในทางกฎหมาย ไดแ้ก่อสังหาริมทรัพย์เช่น ที่ดิน อาคาร สวนผลไม้หรือการซ้ือขายสังหาริมทรัพยป์ระเภทเรือที่มีระวาง ต้งัแต่ห้าตนัข้ึนไป แพที่ใช้อยู่อาศยัหรือเรือนแพ และสัตว์พาหนะ ซ่ึงมีการจดทะเบียนหรือตวั๋รูปพรรณ ที่ เรียกกันว่า “สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ” รวมท้งัสังหาริมทรัพย์ที่มีราคา 20,000 บาทหรือกว่าน้ันข้ึนไป
กฎหมายบงัคบั ให้ตอ้งตกลงกนัเป็นลายลกัษณ์อกัษร หรือมีการวางมัดจ า หรือมีการชา ระหน้ีบางส่วนไว้ ล่วงหนา้จึงจะฟ้องร้องใหท้า ตามสัญญากนัได้ นอกจากน้ีการซ้ือขายอสังหาริมทรัพยห์รือสังหาริมทรัพยป์ระเภทที่มีการจดทะเบียนหรือที่เรียกวา่ สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ ยงัตอ้งไปจดทะเบียนการซ้ือขายกบัเจา้หนา้ที่ดว้ย มิฉะน้นั สัญญาจะเป็ นโมฆะ คือ เสียเปล่าไม่มีผลทางกฎหมายถา้คู่สัญญาไม่ไดต้กลงกนัไวเ้ป็นอยา่งอื่น ปกติกรรมสิทธ์ิในทรัพยส์ินที่ซ้ือขาย กนัยอ่มโอนจากผูข้ายไปยงัผูซ้้ือเมื่อทา สัญญากนัดงัน้นัหากผูข้ายยงัไม่พร้อมที่จะโอนหรือกลบักนัถา้ผูซ้้ือ ยงัไม่พร้อมจะรับโอน อาจตกลงกนัเป็นสัญญาจะซ้ือจะขาย ซ่ึงมีผลใหต้อ้งทา การซ้ือขายเสร็จสิ้นในอนาคต ก็ได้หรือหากผซู้้ือไม่พร้อมจะชา ระราคาทรัพยส์ินเตม็จา นวนอาจทา เป็นสัญญาซ้ือขายเงินผอ่น โดยตกลงจะ ช าระราคาทรัพย์สินเป็นงวดจนกว่าจะครบหรือทา สัญญาซ้ือขายเงินเชื่อ เพื่อช าระราคาภายหลังก็ได้ สาระส าคญัของสัญญาซ้ือขายคือการตกลงโอนกรรมสิทธ์ิในทรัพยส์ ินระหวา่งบุคคล เพื่อแลกเปลี่ยนกบั เงิน ผูข้ายจึงจา เป็นตอ้งเป็นเจา้ของทรัพยส์ินที่ซ้ือขายกนัเพื่อจะโอนให้แก่ผูซ้้ือได้ทรัพยส์ินที่โอนตอ้งไม่มี ผูอ้ื่นมาอา้งไดว้่ามีสิทธิดีกวา่กบัผูซ้้ือได้และผูซ้้ือก็มีหน้าที่ตอ้งชา ระราคาทรัพยส์ ินให้แก่ผูข้ายตามที่ตกลง กนั ไวห้ากผูข้ายหรือผูซ้้ือไม่ปฏิบตัิตามสัญญาอีกฝ่ายหน่ึงย่อมฟ้องร้องให้ปฏิบตัิตามสัญญารวมท้งัเรียก ค่าเสียหายจากฝ่ายที่ผดิสัญญาได้ 1.2 สัญญาขายฝาก สัญญาขายฝากไดแ้ก่สัญญาซ้ือขายซ่ึงกรรมสิทธ์ิในทรัพยส์ินตกไปยงัผซู้้ือโดยที่เรือถือเป็ น สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ โดยเมื่อต้องการท าสัญญาขายฝากจะต้องท าเป็ นหนังสือและจดทะเบียนที่กรมเจ้า ท่าขอ้ตกลงขณะซ้ือขายกนัวา่ผขู้ายอาจไถ่หรือซ้ือทรัพยส์ินน้นักลบัคืนไดภ้ายในระยะเวลาที่ตกลงกนั (ประมวลกฎหมายแพง่และพาณิชย์มาตรา 491)ถา้เป็นการขายฝากอสังหาริมทรัพยต์อ้งกา หนดเวลา ใชส้ิทธิไถ่คืนสูงสุดไวไ้ม่เกิน 10 ปีถา้เป็นสังหาริมทรัพยไ์ม่เกิน 3 ปีนบัแต่วนัที่มีการซ้ือขายฝากกนัหาก เริ่มตน้คู่สัญญาตกลงกนัไวต้่า กวา่กา หนดเวลาสูงสุด อาจตกลงกนัภายหลงัเพื่อขยายเวลาใชส้ิทธิไถ่คืนไดอ้ีก แต่รวมท้งัสิ้นตอ้งไม่เกินกา หนดเวลาสูงสุด สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ ไดแ้ก่ เรือแพ สัตว์พาหนะ ต้องท าเป็ น หนงัสือและจดทะเบียนต่อพนกังานเจา้หนา้ที่ณ ส านักงานที่ดินจังหวัดหรือส านักงานที่ดินสาขา ส าหรับเรือ จดทะเบียนที่กรมเจา้ท่า เป็นตน้มิฉะน้นัจะถือเป็นโมฆะคือไม่มีผลตามกฎหมายการขายฝากสังหาริมทรัพย์ อยา่งอื่นตอ้งมีหลกัฐานเป็ นหนังสือ หรือมีการวางมัดจ า หรือมีการชา ระหน้ีบางส่วน จึงจะฟ้องร้องกนัได้ เช่นเดียวกบักรณีการซ้ือขายที่กล่าวมาแลว้ โดยที่กรรมสิทธ์ิในทรัพยส์ินตกเป็นของผูซ้้ือฝาก ซึ่งอาจน าไป ขายใหแ้ก่ผอู้ื่นได้หากไม่ตอ้งการใหผ้ซู้้ือฝากทา เช่นน้ีตอ้งตกลงหา้มกนัไว้เมื่อตกลงกนัแลว้หากผซู้้ือฝาก นา ไปขายใหแ้ก่ผอู้ื่นทา ใหผ้ขู้ายฝากเสียหายจะตอ้งรับผิดชอบต่อผขู้ายฝาก
การทา สัญญาขายฝากเป็นวธิีการใหห้ลกัประกนัอยา่งหน่ึงแก่ผซู้้ือฝาก ซ่ึงเอาเงินของผูซ้้ือฝากไปใช้ โดยไดท้รัพยส์ินที่ขายฝากไวเ้ป็นหลกัประกนั และเมื่อผู้ขายฝากใช้สิทธิไถ่ก็จะไดป้ระโยชน์โดยกา หนดสิน ไถ่ไวใ้นอตัราที่สูงพอเป็นการตอบแทนกฎหมายระบุวา่ ใหก้า หนดสินไถ่ไดสู้งสุดไม่เกินราคาที่ขายฝากรวม กบั ประโยชน์ตอบแทนไม่เกินร้อยละ15 ต่อปีเพื่อมิใหผู้ซ้้ือฝากกา หนดสินไถ่สูงจนเป็นการเอาเปรียบผขู้าย ฝากเกินไปและถา้ตกลงกนัไวเ้กินกวา่น้นัผขู้ายฝากสามารถใชส้ิทธิไถ่ไดใ้นอตัราไม่เกินร้อยละ15 ต่อปี หากไม่ไดก้า หนดวา่สินไถ่มีอตัราเท่าใดให้ ผขู้ายฝากไถ่ไดต้ามราคาที่ขายฝากไว้ หากผซู้้ือฝากไม่ยอมใหผ้ขู้ายฝากใช้ สิทธิไถ่ผขู้ายฝากสามารถนา เงินสินไถ่ไป วางต่อสา นกังานวางทรัพย์เช่น ส านักงาน วางทรัพย์กลาง สังกดักรมบงัคบัคดี กระทรวงยตุิธรรมซ่ึงกฎหมายถือวา่ทา ให้ กรรมสิทธ์ิในทรัพยส์ินกลบัคืนมาเป็นของ ผู้ขายฝากทันที แมผ้ซู้้ือฝากจะเป็นเจา้ของทรัพยส์ินตามสัญญาขายฝากแต่หากระหวา่งการขายฝากน้นัทรัพยส์ินเกิด ดอกผลข้ึน เช่น ตน้ ไมม้ีผลระหว่างอายุสัญญาหรือสัตวท์ ี่ซ้ือฝากออกลูก ดอกผลน้นัจะตกเป็นของผูซ้้ือฝาก แต่เมื่อผูข้ายฝากใชส้ิทธิไถ่ทรัพยส์ินแลว้ผูซ้้ือฝากก็ตอ้งส่งมอบทรัพยส์ินที่ขายฝากกลบัคืนให้แก่ผูข้ายฝาก ในสภาพที่เป็นอยขู่ณะที่มีการไถ่หากทรัพยส์ินน้นัถูกทา ลายหรือเสื่อมเสียไป เพราะความผิดของผู้ซ้ือฝาก ผซู้้ือฝากจะตอ้งรับผดิชอบชดใชค้่าเสียหายใหแ้ก่ผขู้ายฝาก 1.3 สัญญาเช่าทรัพย์ สัญญาเช่าทรัพย์ไดแ้ก่สัญญาซ่ึงบุคคลหน่ึงเรียกวา่ “ผูใ้ห้เช่า” ตกลงใหบุ้คคลอีกคนหน่ึงเรียกวา่ “ผู้ เช่า” ไดใ้ช้หรือไดร้ับประโยชน์ในทรัพยส์ินอย่างใดอย่างหน่ึงชวั่ระยะเวลาอนัจา กดัโดยผูเ้ช่าตกลงจะให้ค่า เช่าเพื่อการน้นั (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 537)การเช่าทรัพยต์ ่างกบัการซ้ือขายคือ มิได้มี การโอนกรรมสิทธ์ิในทรัพยส์ิน และมีกา หนดเพียงชวั่ระยะเวลาหน่ึงเท่าน้นัเช่น ถ้าเป็ นอสังหาริมทรัพย์ให้ เช่าไดไ้ม่เกิน 30 ปีดงัน้นัผใู้หเ้ช่าไม่จา เป็ นต้องเป็ นเจ้าของทรัพย์สิน เพียงแต่มีสิทธิครอบครองใชป้ระโยชน์ ในทรัพยส์ินน้นัก็นา ไปให้เช่าได้แต่ผูเ้ช่าทรัพยส์ินจากผอู้ื่นไวจ้ะนา ไปให้เช่าต่อ ซ่ึงเรียกวา่ ให้เช่าช่วงไม่ได้ เว้นแต่วา่จะมีขอ้ตกลงในสัญญาเช่าอนุญาตไว้การเช่าอสังหาริมทรัพยต์อ้งมีหลกัฐานเป็นหนงัสือลงลายมือ ชื่อของฝ่ ายที่จะต้องรับผิดตามสัญญา (ซ่ึงไม่จา เป็นตอ้งเขียนเป็นรูปแบบสัญญา เพียงมีขอ้ความแสดงวา่มีการ ตกลงกนัหรือยอมให้ใช้หรือรับประโยชน์ในทรัพยส์ินตอบแทนกบัค่าเช่าก็พอแลว้) มิฉะน้นัจะฟ้องเรียกให้
ปฏิบตัิตามสัญญาไม่ได้สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพยน์านเกินกวา่3 ปีหรือมีกา หนดตลอดอายุของผูเ้ช่าหรือ ผใู้หเ้ช่า ตอ้งนา ไปจดทะเบียนต่อพนกังานเจา้หนา้ที่เช่น เช่าที่ดินหรือบ้านต้องจดทะเบียน ณ ส านักงานที่ดิน ผูใ้ห้เช่ามีหน้าที่ตอ้งส่งมอบทรัพยส์ ินที่เช่าให้แก่ผูเ้ช่าในสภาพอนัซ่อมแซมดีแล้วตอ้งซ่อมแซม ทรัพยส์ินที่ให้เช่า รวมท้งัชดใชค้ ่าใช้จ่ายที่ผูเ้ช่าตอ้งใชไ้ปเพื่อรักษาทรัพยส์ินเวน้แต่ที่ตอ้งทา เพื่อบา รุงรักษา ตามปกติหรือซ่อมแซมเพียงเล็กน้อย ถ้าผูใ้ห้เช่าส่งมอบทรัพย์สินในสภาพที่ไม่เหมาะส าหรับผูเ้ช่าใช้ ประโยชน์ตามสัญญา ผูเ้ช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ผูเ้ช่ามีหน้าที่ตอ้งใช้ทรัพยส์ ินที่เช่าตามที่ตกลงใน สัญญา หรือตามประเพณีนิยมปกติตอ้งชา ระค่าเช่าตามที่ตกลงกนั ไว้ตอ้งสงวนทรัพยส์ินที่เช่าเหมือนเช่นที่ บุคคลทวั่ ไปจะทา กบัทรัพยส์ ินของตนเอง ตอ้งยอมให้ผูใ้ห้เช่าหรือตวัแทนตรวจตราทรัพยส์ ินที่เช่าไดต้าม สมควรเป็นคร้ังคราวไม่ดดัแปลงหรือต่อเติมทรัพยส์ินที่เช่า เวน้แต่ไดร้ับอนุญาตจากผูใ้ห้เช่าก่อนตอ้งรับผิด ในความสูญหายหรือบุบสลาย ซ่ึงเกิดกบัทรัพยส์ ินที่เช่าเนื่องจากความผิดของผูเ้ช่าหรือบริวารของผูเ้ช่า รวมท้งัตอ้งส่งคืนทรัพยส์ินที่เช่า ในสภาพที่ซ่อมแซมดีแลว้แก่ผใู้หเ้ช่าเมื่อสัญญาเช่าน้นัสิ้นสุดลง สัญญาเช่าระงบัลงเมื่อถึงกา หนดตามที่ตกลงกันไว้หรือเมื่อมีการบอกเลิกสัญญาล่วงหน้าก่อน กา หนดชา ระค่าเช่าที่ตกลงกนัระยะหน่ึงเป็นอยา่งนอ้ย เช่น ถา้กา หนดค่าเช่าเป็นรายเดือนก็บอกเลิกล่วงหนา้ เดือนหน่ึงเป็นอยา่งนอ้ยแต่ไม่จา เป็นตอ้งบอกเลิกล่วงหนา้เกินกว่า 2 เดือนไม่วา่กรณีใด นอกจากน้ีสัญญา เช่ายงัระงบัไปเมื่อทรัพยส์ินที่เช่าน้นัสูญหายไปท้งัหมดดว้ย 1.4 สัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่าซ้ือคือ สัญญาซ่ึงเจา้ของนา เอาทรัพยส์ ินออกให้เช่าและให้คา มนั่ว่าจะขายทรัพยส์ ินน้นั หรือว่าจะให้ทรัพยส์ ินน้ันตกเป็นสิทธิของผูเ้ช่า โดยมีเงื่อนไขว่าผูเ้ช่าได้ใช้หรือชา ระเงินเป็นจา นวนคร้ัง ตามที่ตกลงกนั (ประมวลกฎหมายแพง่และพาณิชย์มาตรา 572) จะเห็นได้วา่สัญญาเช่าซ้ือมีลกัษณะของสัญญาเช่ากบัสัญญาซ้ือขายผสมกนั โดยผูใ้ห้เช่าซ้ือตอ้งเป็น เจา้ของหรือมีกรรมสิทธ์ิในทรัพยส์ินที่นา ออกให้เช่าและตกลงให้ผูเ้ช่าซ้ือนา ไปใชป้ระโยชน์พร้อมกบัผูใ้ห้ เช่าซ้ือตอ้งให้คา มนั่ว่าจะยอมให้ทรัพยส์ินน้นัตกเป็นของผูเ้ช่าในที่สุดเมื่อผูเ้ช่าซ้ือชา ระค่าเช่าซ้ือเป็นคราว หรือเป็นงวดจนครบตามที่ตกลงกนัซ่ึงทา ให้ผูไ้ม่สามารถซ้ือสินคา้ที่มีราคาสูงไดท้นัทีสามารถทา สัญญาน้ี เพื่อใหไ้ดท้รัพยส์ินมาใชก้่อน และค่อยๆ ชา ระราคาเป็นงวดไปไดจ้นครบ ซ่ึงผูใ้หเ้ช่าซ้ือจะคิดราคาไวสู้งกวา่ ราคาในการซ้ือขายดว้ยการชา ระเงินรวดเดียวตามปกติโดยคา นวณดอกเบ้ียรวมเขา้เป็นผลประโยชน์ที่ผูใ้ห้ เช่าซ้ือจะไดร้ับดว้ยขณะเดียวกนัการเช่าซ้ือก็ต่างกบัสัญญาซ้ือขายผอ่นส่ง เพราะกรรมสิทธ์ิในทรัพยส์ ินยงั อยกู่บัผใู้หเ้ช่าซ้ือผเู้ช่าซ้ือเพียงแต่ไดค้รอบครอง และใชป้ระโยชน์ทรัพยส์ินเท่าน้นั สัญญาเช่าซ้ือต้องทา เป็นหนังสือหรือทา เป็นลายลกัษณ์อกัษรลงลายมือชื่อคู่สัญญาท้งัสองฝ่าย มิฉะน้ัน จะตกเป็นโมฆะไม่มีผลผูกพนัคู่กรณีส าหรับการเช่าซ้ืออสังหาริมทรัพย์นอกจากทา สัญญาเป็น หนังสือแล้วแมผ้เู้ช่าซ้ือไดช้า ระค่าเช่าซ้ือจนครบตามสัญญาก็จะตอ้งจดทะเบียนการไดม้าซ่ึงอสังหาริมทรัพย์
น้ันต่อพนักงานเจา้หน้าที่ด้วย มิฉะน้ัน การได้มาไม่สมบูรณ์(ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299) ผูใ้ห้เช่าซ้ือมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้เมื่อผูเ้ช่าซ้ือผิดนัดไม่ช าระค่าเช่าซ้ือสองงวดติดต่อกนัและ สามารถกลับเข้าครอบครองทรัพย์สิน รวมท้งัริบเงินซ่ึงผูเ้ช่าซ้ือชา ระมาแลว้ได้แต่ถา้ผูเ้ช่าซ้ือทา ผิดสัญญา โดยไม่ชา ระเงินงวดสุดทา้ยผูใ้ห้เช่าซ้ือจะยึดทรัพยส์ินกลบัคืนและริบเงินที่ชา ระแลว้ไดต้่อเมื่อเวลาผา่นไป อีกงวดหนึ่งแล้ว อนึ่งถ้าผเู้ช่าซ้ือทา ผดิสัญญาในขอ้ที่สา คญัเช่น ใชท้รัพยส์ินน้นัไม่ถูกตอ้งตามเงื่อนไข ผใู้หเ้ช่าซ้ือก็บอกเลิกสัญญาได้โดยยดึทรัพยส์ินกลบัคืนและริบค่าเช่าซ้ือที่ชา ระไวแ้ลว้ไดเ้ช่นกนั ผูเ้ช่าซ้ือมีหน้าที่ชา ระค่าเช่าซ้ือและมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้โดยส่งมอบทรัพย์สิน กลบัคืนและให้ค่าเช่าซ้ือเฉพาะที่ยงัคา้งชา ระในงวดชา ระเงินที่ผา่นมาแก่ผูใ้ห้เช่าซ้ือผูเ้ช่าซ้ือตอ้งสงวนและ บา รุงรักษาทรัพยส์ินระหวา่งที่ตนเช่าซ้ือรวมท้งัยงัตอ้งบา รุงรักษาทรัพยส์ินดว้ยค่าใชจ้่ายของตนเอง ในที่สุดหลงัจากไดช้า ระค่าเช่าซ้ือตามสัญญาครบถ้วนแล้ว ผเู้ช่าซ้ือมีสิทธิเรียกร้อง ต่อผใู้หเ้ช่าซ้ือใหเ้ปลี่ยนแปลงทะเบียนสิทธิในทรัพยส์ิน เช่น ใหไ้ปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิ ใหแ้ก่ผเู้ช่าซ้ือต่อพนกังานเจา้หนา้ที่ เป็ นต้น 1.5 สัญญากู้ยืม สัญญากูย้ืม หมายถึง สัญญาซึ่งผู้ที่ต้องการเงิน เรียกวา่ “ผูกู้” ้ ตกลงยืมเงินจ านวนหนึ่งจาก“ผูใ้ห้กู” ้ เพื่อน าไปใช้ตามความต้องการ และตกลงว่าจะคืนเงินตามกา หนดเวลาที่ตกลงกนั ไวโ้ดยผูกู้ใ้ห้ดอกเบ้ียแก่ ผูใ้ห้กู้เป็นค่าตอบแทน สัญญากู้ยืมเงินจึงต่างกบัสัญญายืมโดยทวั่ ไปซ่ึงเป็นกรณีที่ผูใ้ห้ยืมยอมให้ผูย้ืมใช้ ประโยชน์จากทรัพย์สินไดโ้ดยไม่เรียกค่าตอบแทน การกูย้มืเงินจะมีผลต่อเมื่อมีการส่งมอบเงินใหแ้ก่ผกูู้แ้ละกฎหมายบงัคบัวา่การกูย้มืเงินเกินกวา่ 2,000 บาทข้ึนไป จะตอ้งมีหลกัฐานเป็นหนงัสือแสดงวา่มีการกูเ้งินกนัจริง ซ่ึงขอใหเ้ป็นเพียงหนงัสือแสดงวา่มีการ รับเงินยืมไปจริงลงลายมือชื่อผู้กู้หรือในกรณีที่ไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ตอ้งมีลายพิมพน์ ิ้วมือของผูกู้้ ประทบั ในหนงัสือดงักล่าว โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพน์ ิ้วมือน้นัอยา่งน้อยสองคน หลักฐาน ดงักล่าวน้ีอาจทา ข้ึนภายหลงัการมอบเงินใหแ้ก่กนัเช่น เป็นหนงัสือขอผดัผอ่นการชา ระเงินได้ และในกรณีที่ตกลงกนัว่าให้เรียกดอกเบ้ียไดแ้ต่มิไดร้ะบุอตัราไว้ผูใ้ห้กูม้ีสิทธิไดด้อกเบ้ียในอตัรา ร้อยละเจด็คร่ึงต่อปี(ประมวลกฎหมายแพง่และพาณิชย์มาตรา 7) ถา้มีการกา หนดอตัราดอกเบ้ียไว้ผูใ้ห้กูจ้ะ เรียกดอกเบ้ียจากผูกู้ไ้ดสู้งสุดไม่เกินร้อยละ15 ต่อปีถา้ผใู้หกู้เ้รียกดอกเบ้ียสูงกวา่น้ีแมผ้กูู้จ้ะยนิยอมก็ไม่มีผล หมายความว่าการเรียกดอกเบ้ียเป็นอนั ใชไ้ม่ไดท้ ้งัหมด และผูใ้ห้กูม้ีความผิดตามพระราชบญัญตัิห้ามเรียก ดอกเบ้ียเกินอตัรา พุทธศักราช 2475 ยกเวน้การกูย้ืมเงินจากสถาบนัการเงิน เช่น ธนาคารหรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งมีกฎหมาย คือ พระราชบญัญตัิดอกเบ้ียเงินให้กูย้ืมของสถาบนัการเงิน พ.ศ. 2523 ยอมใหเ้รียกดอกเบ้ียสูงกวา่ร้อยละ 15 ต่อปีได้
ในการชา ระหน้ีเงินกูแ้ต่ละคร้ังผูกู้ม้ีสิทธิเรียกให้ผูใ้ห้กูอ้อกหลกัฐานการใชเ้งินให้เช่น ออกใบรับ เงินและเมื่อชา ระหน้ีหมดแลว้มีสิทธิเรียกสัญญากูย้ืมเงินที่ทา กนั ไวก้ลบัคืนมา หรือให้ระบุในสัญญาวา่ ไดม้ี การชา ระเงินกูแ้ละดอกเบ้ียครบถว้นแลว้ดว้ยแต่ถา้ผกูู้บ้ ิดพลิ้วไม่ปฏิบตัิตามสัญญาผใู้ห้กูม้ีสิทธิฟ้องเรียกเงิน คืนพร้อมท้งัดอกเบ้ียที่ยงัคา้งชา ระไดต้ามสัญญา โดยกฎหมายกา หนดอายุความไว้ให้ต้องฟ้องภายใน 10 ปี นบัแต่วนัถึงกา หนดชา ระเงินคืน 1.6 สัญญาจ าน า สัญญาจ าน า ไดแ้ก่สัญญาซ่ึงผูจ้า นา ส่งมอบการครอบครองสังหาริมทรัพย์คือ ทรัพย์สินที่สามารถ เคลื่อนที่ได้ให้แก่ผูร้ับจา นา เพื่อประกนัการชา ระหน้ี(ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 747) ซึ่ ง หมายความวา่สัญญาน้ีเกิดข้ึนเพื่อให้เจา้หน้ีมีหลกัประกนัการชา ระหน้ียึดถือไว้เช่น ลูกหน้ีอาจนา นาฬิกาของ ตนจา นา ไวก้บัเจา้หน้ีเป็ นต้น การจา นา ไม่ตอ้งมีหลกัฐานหรือทา ตามแบบแต่อยา่งใด เมื่อมอบทรัพยส์ินที่จา นา แก่ผูร้ับจา นา แลว้ เขาก็มีสิทธิยึดทรัพยส์ินน้นไว้ ัจนกว่าจะไดร้ับการชา ระหน้ีครบถว้น ซ่ึงรวมท้งัเงินตน้ดอกเบ้ียค่าเสียหาย จากการไม่ชา ระหน้ีค่าธรรมเนียมในการบงัคบัจา นา ค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาทรัพยส์ินที่จา นา รวมท้งัค่าทดแทน ความเสียหาย ซ่ึงเกิดจากความชา รุดบกพร่องของทรัพยส์ินที่จา นา ซ่ึงผรู้ับจา นา มองไม่เห็นเมื่อรับจ าน าไว้ ผูร้ับจ าน ามีหน้าที่ต้องเก็บรักษาและ สงวนทรัพย์สินที่จ าน าให้ปลอดภัยไม่ สูญเสีย หรือเสียหายไป หากผู้รับจ าน าใช้ สอย หรื อให้ผู้อื่นใช้สอย หรือเก็บรักษา ทรัพย์สินน้ันและเกิดเสียหายข้ึนจะต้อง รับผิดชอบ แต่ถา้ผูร้ับจา นา ตอ้งเสียค่าใชจ้่าย ในการบา รุงรักษาทรัพย์สินที่จา น าน้ันไป ตามปกติผู้รับจ าน ามีสิทธิเรียกจากผู้จ าน า ได้ เนื่องจากสัญญาจา นา ทา ข้ึน เพื่อใชป้ระกนัการชา ระหน้ีดงัน้นัเมื่อหน้ีถึงกา หนดชา ระแลว้ลูกหน้ี(ผู้ จ าน า) ผิดนดัไม่ชา ระหน้ีผูร้ับจา นา ยอ่มมีสิทธิบังคับจ าน า โดยตอ้งบอกกล่าวเป็นหนงัสือแก่ลูกหน้ีให้ชา ระ หน้ีรวมท้งัดอกเบ้ียและค่าใชจ้่ายต่างๆ (ถ้ามี) ภายในกา หนดเวลาอนัสมควร หลงัจากน้นัหากลูกหน้ีไม่ชา ระ หน้ีผู้รับจ าน ามีสิทธิเอาทรัพย์สินที่จ าน าออกขายทอดตลาด คือ การขายทรัพยส์ินที่ทา โดยเปิดเผยแก่บุคคล ทวั่ ไปดว้ยวิธีเปิดโอกาสให้ผูป้ระสงค์จะซ้ือสู้ราคากนัผูใ้ดให้ราคาสูงสุดและผูท้อดตลาดตกลงรับเป็นผูซ้้ือ
ทรัพย์สินน้ัน โดยจะต้องแจ้งเป็นหนังสือบอกกล่าวให้ลูกหน้ีทราบกา หนดเวลาและสถานที่ซ่ึงจะขาย ทอดตลาดดว้ยอยา่งไรก็ตามหากผจู้า นา คา้งชา ระหน้ีเกินกวา่หน่ึงเดือน และไม่สามารถจะบอกกล่าวก่อนได้ ผรู้ับจา นา ก็นา ทรัพยส์ินน้นัออกขายทอดตลาดได้โดยไม่ตอ้งบอกกล่าวก่อน การบังคับจ าน าต้องท าโดยการ ขายทอดตลาดเท่าน้นัผูร้ับจา นา จะทึกทกัวา่ทรัพยส์ินที่จา นา หลุดเป็นของตนโดยพลการไม่ได้ถึงแม้จะตก ลงกนัไวล้่วงหนา้ยกเวน้การบงัคบัจา นา ขอ้ตกลงน้นัก็ใชไ้ม่ได้ เมื่อขายทอดตลาดทรัพยส์ ินที่จา นา แลว้ไดเ้งินสุทธิเท่าใด ผูร้ับจา นา มีสิทธิหักมาใช้หน้ีไดจ้นครบ หากยงัมีเงินเหลือตอ้งคืนให้แก่ผูจ้า นา แต่เมื่อขายทอดตลาดแลว้เงินยงัขาดอยู่เท่าใดผูจ้า นา ยงัตอ้งใชค้ืนจน ครบ (ประมวลกฎหมายแพง่และพาณิชย์มาตรา 767) การบังคับจา น าจะทา ได้ต่อเมื่อยงัมีทรัพย์สินที่จา น าอยู่กับผูร้ับจา น า ดังน้ัน หากผู้รับจ าน าคืน ทรัพยส์ินน้นั ให้ผูจ้า นา ไปแลว้ การจ าน าเป็ นอันระงับไป ผูร้ับจา นา ไม่มีทางบงัคบักบัทรัพยส์ินน้นัอีกคงท า ไดเ้พียงฟ้องบงัคบัใหลู้กหน้ีชา ระหน้ีที่คา้ง ดงัเช่น การเรียกใหช้า ระหน้ีที่ไม่มีหลกัประกนัอยา่งปกติเท่าน้นั 1.7 สัญญาจ านอง สัญญาจ านองคือ สัญญาซึ่ งผู้จ านองเอาอสังหาริมทรัพย์เช่น ที่ดิน อาคารบ้านเรือน เป็ นต้น หรือ สังหาริมทรัพย์ที่กฎหมายอนุญาตให้จา นองได้ของตนเองไปตราไวแ้ก่ผูร้ับจา นองโดยไม่ต้องส่งมอบ ทรัพยส์ินที่จา นองน้นั ให้เพื่อเป็นประกนัการชา ระหน้ีของลูกหน้ีซ่ึงอาจเป็นตวัผูจ้า นองเองหรือบุคคลอื่นก็ ได้(ประมวลกฎหมายแพง่และพาณิชย์มาตรา 702) การนา ทรัพยส์ินไปตราไวใ้นที่น้ีหมายถึงการเอาทรัพยส์ินน้นัไปทา หนงัสือจดทะเบียนต่อพนกังาน เจ้าหน้าที่ เช่น น าที่ดินไปจดทะเบียนจ านอง ณ ส านักงานที่ดิน เป็ นต้น ส าหรับสังหาริมทรัพย์ที่จ านองได้ ได้แก่สิ่งที่จดทะเบียนได้เช่น เรือแพ สัตวพ์าหนะ หรือที่เรียกกันว่าสังหาริมทรัพยช์นิดพิเศษ รวมท้งั สังหาริ มทรัพย์อื่นที่กฎหมายให้จดทะเบียนจ านองได้เช่น เครื่องจักรขนาดใหญ่ เป็ นต้น แม้จ านอง สังหาริมทรัพย์แล้วเจา้ของก็ยงัครอบครองต่อไปไดอ้ีกไม่ตอ้งส่งมอบแก่เจา้หน้ีเหมือนกบัการจา นา เนื่องจาก การจา นองมีหลกัฐานปรากฏอยูใ่นทะเบียนหรือหนงัสือสา คญัสา หรับทรัพยส์ินน้นั ใหผู้อ้ื่นสามารถตรวจพบ ไดน้นั่เองอน่ึงการเพียงแต่มอบโฉนดที่ดินหรือหนงัสือส าคญัส าหรับทรัพยส์ินให้เจา้หน้ียึดถือไวย้งัไม่ใช่ การจ านอง เพราะการจา นองจะเกิดข้ึนโดยการจดทะเบียน การชา ระหน้ีจา นองไม่วา่ท้งัหมดหรือบางส่วนก็ตาม การสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงแกไ้ขขอ้ความ ใน การจา นองก็ตาม ตอ้งไปจดทะเบียนต่อพนกังานเจา้หน้าที่ด้วย มิฉะน้นัจะนา ไปใช้อา้งกบับุคคลภายนอก ไม่ได้ การจา นองมีผลเป็นหลกั ประกนัการชา ระหน้ีท้งัเงินตน้ดอกเบ้ียค่าเสียหาย จากการไม่ชา ระหน้ี เช่น ค่าใชจ้่ายในการติดตามทวงถาม รวมท้งัค่าธรรมเนียมในการบงัคบัจา นองทา ใหผู้ร้ับจา นองมีสิทธิไดร้ับ ชา ระหน้ีจากทรัพยส์ ินที่จา นองก่อนเจา้หน้ีสามญั แม้มีการโอนทรัพย์สินจ านองให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว
ผรู้ับจา นองก็ยงับงัคบัจา นองจากทรัพยส์ินน้นั ได้การบงัคบัจา นองทา โดยผรู้ับจา นองมีหนงัสือแจง้ลูกหน้ีให้ ชา ระหน้ีภายในเวลาอนัสมควร มิฉะน้นัจะใชส้ิทธิบงัคบัจา นองต่อไป หากลูกหน้ียงัไม่ชา ระหน้ีผู้รับจ านอง ตอ้งฟ้องผูจ้า นองต่อศาลโดยขอต่อศาลวา่หากลูกหน้ียงัไม่ชา ระหน้ีให้ศาลสั่งให้ทรัพยส์ินจา นองน้นัหลุด เป็นกรรมสิทธ์ิของผู้รับจ านอง หรือให้มีการขายทอดตลาดทรัพยส์ินน้นัต่อไป อยา่งไรก็ตามเมื่อลูกหน้ีขาด ส่งดอกเบ้ียมาแลว้เป็นเวลาถึง 5 ปีและผู้จ านองแสดงต่อศาลไม่ไดว้า่ราคาทรัพยส์ินน้นัท่วมจา นวนเงินที่คา้ง ช าระ รวมท้งัทรัพยส์ ินน้นั ไม่ไดจ้ดทะเบียน การจา นองรายอื่นหรือบุริมสิทธ์ิ(คือ สิทธิไดร้ับชา ระหน้ีก่อน เจา้หน้ีอื่น) ไว้ผรู้ับจา นองขอต่อศาลใหท้รัพยส์ินน้นัหลุดเป็นสิทธิไดโ้ดยไม่ตอ้งมีการขายทอดตลาด หลังจากมีการขายทอดตลาดแล้ว หากไดเ้งินสุทธิต่า กว่าจา นวนหน้ีที่คา้งชา ระ ตามหลกัลูกหน้ีไม่ ตอ้งรับผิดชอบต่อเจา้หน้ีในเงินที่ยงัขาดอยู่อีกแต่ถา้ตกลงยกเวน้ ไวใ้นสัญญาจา นองว่าให้ลูกหน้ียงัคงตอ้ง รับผิดชอบหลังการบังคับจ านองแล้วจนมีการช าระเงินครบถ้วน เมื่อได้มีการบังคับจ านองแล้วไดเ้งินไม่พอ ชา ระหน้ีลูกหน้ีก็ยงัตอ้งรับผดิชอบในเงินที่คา้งอยู่
ใบงานที่ 2.1 เรื่อง ซื้อขาย ขายฝาก ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่านกรณีศึกษาแล้วตอบค าถาม กรณีศึกษาที่ 1 ธนาตกลงซ้ือบา้นพร้อมที่ดินของประวตัิเป็นจา นวนเงิน 5ลา้นบาท ธนาวางมดัจา ให้ประวตัิเป็น จา นวนเงินหน่ึงหมื่นบาท โดยนัดจะไปทา สัญญาและจดทะเบียนกับเจา้พนักงานที่ดินที่ส านักงานที่ดิน ภายในหน่ึงเดือนนบัแต่วนัทา สัญญา ต่อมามีคนให้ราคาบา้นพร้อมที่ดินของประวตัิเป็นจา นวนเงิน 8 ล้าน บาท ดงัน้นั ประวตัิจึงไม่ยอมขายบา้นใหก้บัธนา ค าถาม ธนาจะฟ้องบงัคบั ให้ประวตัิขายที่ดินพร้อมบา้นให้แก่ตนเองหรือเรียกค่าเสียหายไดห้รือไม่อธิบาย เหตุผล ค าตอบ กรณีศึกษาที่ 2 ธารีทา สัญญาขายฝากรถยนต์ให้แก่มณีเป็นเวลา 3 ปีเป็นจา นวนเงินแปดแสนบาท โดยทา สัญญา กนัเองไม่ไดไ้ปจดทะเบียนต่อพนกังานเจา้หน้าที่เมื่อครบกา หนดเวลา 3 ปีธารีไม่สามารถนา เงินไปคืนแก่ ธารีได้ ค าถาม มณีมีกรรมสิทธ์ิในรถยนตห์รือไม่และธารีมีสิทธิไถ่รถยนตค์ืนไดห้รือไม่ ค าตอบ
ใบงานที่ 2.1 เรื่อง ซื้อขาย ขายฝาก ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่านกรณีศึกษาแล้วตอบค าถาม กรณีศึกษาที่ 1 ธนาตกลงซ้ือบา้นพร้อมที่ดินของประวตัิเป็นจา นวนเงิน 5ลา้นบาท ธนาวางมัดจ าให้ประวัติเป็ น จา นวนเงินหน่ึงหมื่นบาท โดยนัดจะไปทา สัญญาและจดทะเบียนกับเจา้พนักงานที่ดินที่ส านักงานที่ดิน ภายในหน่ึงเดือนนบัแต่วนัทา สัญญา ต่อมามีคนให้ราคาบา้นพร้อมที่ดินของประวตัิเป็นจา นวนเงิน 8ลา้น บาท ดงัน้นั ประวตัิจึงไม่ยอมขายบา้นใหก้บัธนา ค าถาม ธนาจะฟ้องบงัคบั ให้ประวตัิขายที่ดินพร้อมบา้นให้แก่ตนเองหรือเรียกค่าเสียหายไดห้รือไม่อธิบาย เหตุผล ค าตอบ ธนาสามารถฟ้องบังคับให้ประวัติขายที่ดินพร้ อมบ้านหรือเรียกค่าเสียหายได้ เพราะเข้าองค์ ประกอบของสัญญาจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไว้ว่าต้องตกลงเป็ นลายลักษณ์อักษร หรือมีการวางมัดจ า หรือมีการช าระหนี้บางส่วนไว้ จึงจะฟ้องร้ องให้ท าตามสัญญากันได้ กรณีนี้ธนาได้มีการวางมัดจ า ไว้แล้ว กรณีศึกษาที่ 2 ธารีทา สัญญาขายฝากรถยนต์ให้แก่มณีเป็นเวลา 3 ปีเป็นจา นวนเงินแปดแสนบาท โดยทา สัญญา กนัเองไม่ไดไ้ปจดทะเบียนต่อพนกังานเจา้หน้าที่เมื่อครบกา หนดเวลา 3 ปีธารีไม่สามารถนา เงินไปคืนแก่ ธารีได้ ค าถาม มณีมีกรรมสิทธ์ิในรถยนตห์รือไม่และธารีมีสิทธิไถ่รถยนตค์ืนไดห้รือไม่ ค าตอบ มณีมกีรรมสิทธิ์ในรถยนต์เป็นไปตามสัญญาขายฝากคือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผ้ซูื้อ ตั้งแต่วันท าสัญญา แต่มีข้อตกลงว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในเวลาที่ตกลงกัน แต่ธารีไม่ได้ไถ่รถยนต์ คืนจากนายมณีภายในเวลาที่ก าหนด นายธารีจึงไม่มีสิทธิไถ่คืน
ใบงานที่ 2.2 เรื่อง เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่านกรณีศึกษาแล้วตอบค าถาม กรณีศึกษาที่ 1 สมเจตน์ทา สัญญาเช่าห้องแถวของวาเรศเป็นเวลา 4 ปีท้งัสองคนทา สัญญาเป็นหนงัสือที่บา้นของ วาเรศโดยมีเก่งและกา้นลงลายมือชื่อเป็นพยาน ต่อมาเมื่อสัญญาครบ 3 ปีวาเรศเปลี่ยนใจไม่ยอมใหส้มเจตน์ เช่าต่อ ค าถาม สมเจตน์จะฟ้องบงัคบัใหว้าเรศเช่าต่อใหค้รบ 4 ปีไดห้รือไม่อธิบายเหตุผล ค าตอบ กรณีศึกษาที่ 2 สันติทา สัญญาเช่าซ้ือรถจกัรยานยนตจ์ากธาดาเป็นจา นวนเงิน 3 หมื่นบาท โดยมีขอ้ตกลงวา่สันติจะ ชา ระค่าเช่าซ้ือจา นวน 30 งวด งวดละ 1 พนับาท พร้อมดอกเบ้ียร้อยละ 15 ต่อปีถา้สันติผิดนดัไม่ชา ระสอง งวดติดต่อกนัธาดามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้สันตินา รถจกัรยายนตไ์ปใชใ้นการทา งานและส่งเงินชา ระค่าเช่า ซ้ือให้แก่ธาดาอยา่งสม่า เสมอเมื่อสันติส่งค่าเช่าซ้ือไปได้25 งวด แต่สันติประสบอุบตัิเหตุไม่สามารถชา ระ ค่าเช่าซ้ือติดต่อกนั3 งวด ค าถาม ธาดาสามารถบอกเลิกสัญญาเช่าซ้ือต่อสันติไดห้รือไม่และจะริบเงินพร้อมเอารถจกัรยานยนตค์ืนได้ หรือไม่อธิบายเหตุผล ค าตอบ
ใบงานที่ 2.2 เรื่อง เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่านกรณีศึกษาแล้วตอบค าถาม กรณีศึกษาที่ 1 สมเจตน์ทา สัญญาเช่าห้องแถวของวาเรศเป็นเวลา 4 ปีท้งัสองคนทา สัญญาเป็นหนงัสือที่บา้นของ วาเรศโดยมีเก่งและกา้นลงลายมือชื่อเป็นพยาน ต่อมาเมื่อสัญญาครบ 3 ปีวาเรศเปลี่ยนใจไม่ยอมใหส้มเจตน์ เช่าต่อ ค าถาม สมเจตน์จะฟ้องบงัคบัใหว้าเรศเช่าต่อใหค้รบ 4 ปีไดห้รือไม่อธิบายเหตุผล ค าตอบ สมเจตน์จะฟ้องบังคับให้วาเรศเช่าต่อให้ครบ 4 ปี ไม่ได้เพราะการเช่าอสังหาริมทรัพย์นาน เกินกว่า 3 ปี นั้นจะต้องมีหลักฐานเป็ นหนังสือ ลงลายมือชื่อของฝ่ ายที่ต้องรับผิดตามสัญญาและจด ทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่สมเจตน์และวาเรศไม่ได้น าไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กรณีศึกษาที่ 2 สันติทา สัญญาเช่าซ้ือรถจกัรยานยนตจ์ากธาดาเป็นจา นวนเงิน 3 หมื่นบาท โดยมีขอ้ตกลงวา่สันติจะ ชา ระค่าเช่าซ้ือจา นวน 30 งวด งวดละ 1 พนับาท พร้อมดอกเบ้ียร้อยละ 15 ต่อปีถา้สันติผิดนดัไม่ชา ระสอง งวดติดต่อกนัธาดามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้สันตินา รถจกัรยายนตไ์ปใชใ้นการทา งานและส่งเงินชา ระค่าเช่า ซ้ือให้แก่ธาดาอยา่งสม่า เสมอเมื่อสันติส่งค่าเช่าซ้ือไปได้25 งวด แต่สันติประสบอุบตัิเหตุไม่สามารถชา ระ ค่าเช่าซ้ือติดต่อกนั3 งวด ค าถาม ธาดาสามารถบอกเลิกสัญญาเช่าซ้ือต่อสันติไดห้รือไม่และจะริบเงินพร้อมเอารถจกัรยานยนตค์ืนได้ หรือไม่อธิบายเหตุผล ค าตอบ ธาดาสามารถบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ เพราะสันติผิดนัดไม่ช าระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกัน และธาดาสามารถกลับเข้าครอบครองรถจักรยานยนต์รวมทั้งริบเงินที่สันติช าระมาแล้วได้
ใบงานท ี่2.3 เร ื่องก ้ ยูื มเงนิจา น าจา นอง ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่านกรณีศึกษาแล้วตอบค าถาม กรณีศึกษาที่ 1 ธาริดากูย้ืมเงินอุษามณีเป็นจา นวนเงินห้าหมื่นบาท ระบุดอกเบ้ียร้อยละสิบต่อปีมีกา หนดเวลาชา ระ คืนภายในเวลา 2 ปีโดยเขียนบนัทึกเป็นขอ้ความพร้อมลายมือชื่อไวเ้ป็นหลกัฐาน แต่อุษามณีไม่ไดล้งลายมือ ชื่อ เมื่อครบกา หนดเวลาชา ระเงิน ธาริดาไม่ยอมชดใชเ้งินกูพ้ร้อมดอกเบ้ีย ค าถาม อุษามณีสามารถฟ้องร้องให้ธาริดาชา ระหน้ีเงินกูไ้ดห้รือไม่และถา้ฟ้องไดจ้ะสามารถเรียกให้ชา ระ หน้ีเท่าไร ค าตอบ กรณีศึกษาที่ 2 นิดเอานาฬิกาขอ้มือไปจา นา ไวก้บันอ้ยและเอาเงินจากนอ้ยไปหา้พนับาท มีกา หนดชา ระหน้ีภายใน 1 ปีแต่ไม่ได้ทา สัญญาจา นา เป็นหนังสือไว้ต่อมาเมื่อครบกา หนด 1 ปีแล้ว นิดไม่ได้ชา ระเงินให้แก่น้อย ดงัน้ันน้อยจึงเขียนจดหมายไปบอกนิดให้ชา ระหน้ีภายในเวลา 1 เดือน มิฉะน้ันน้อยจะน านาฬิกาไปขาย ทอดตลาด ค าถาม 1. นิดและนอ้ยทา ถูกตอ้งตามสัญญาจา นา หรือไม่อธิบายเหตุผล 2. นอ้ยจะนา นาฬิกาของนิดไปขายทอดตลาดไดห้รือไม่เมื่อนอ้ยบอกกล่าวให้นิดชา ระหน้ีภายใน 1 เดือน แต่นิดไม่ไดช้า ระหน้ีใหแ้ก่นอ้ยอธิบายเหตุผล ค าตอบ
กรณีศึกษาที่ 3 ทนงนา เครื่องจกัรผลิตอะไหล่รถจกัรยานยนตไ์ ปทา สัญญาจา นองกบัสมยศเพื่อเป็นการประกนัหน้ี ที่ทนงกู้ยืมเงินสมยศไปจา นวนห้าแสนบาท มีกา หนดชา ระหน้ีคืนภายใน 2 ปีโดยไปทา หนังสือและจด ทะเบียนต่อพนกังานเจา้หน้าที่แต่เครื่องจกัรยงัอยูท่ ี่โรงงานผลิตอะไหล่รถจกัรยานยนต์เมื่อถึงกา หนดเวลา ชา ระหน้ีทนงไม่นา เงินที่กูย้มืพร้อมดอกเบ้ียไปชา ระใหแ้ก่สมยศ ค าถาม สมยศควรปฏิบตัิต่อทนงอยา่งไรจึงจะสามารถบงัคบัจา นองได้ ค าตอบ หมายเหตุ อุทาหรณ์ข้อเท็จจริงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม ม.729 จึงให้ทรัพย์จ านองหลุดเป็ นสิทธิไม่ได้
ใบงานท ี่2.3 เร ื่องก ้ ยูื มเงนิจา น าจา นอง ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่านกรณีศึกษาแล้วตอบค าถาม กรณีศึกษาที่ 1 ธาริดากูย้ืมเงินอุษามณีเป็นจา นวนเงินห้าหมื่นบาท ระบุดอกเบ้ียร้อยละสิบต่อปีมีกา หนดเวลาชา ระ คืนภายในเวลา 2 ปีโดยเขียนบนัทึกเป็นขอ้ความพร้อมลายมือชื่อไวเ้ป็นหลกัฐาน แต่อุษามณีไม่ไดล้งลายมือ ชื่อเมื่อครบกา หนดเวลาชา ระเงิน ธาริดาไม่ยอมชดใชเ้งินกูพ้ร้อมดอกเบ้ีย ค าถาม อุษามณีสามารถฟ้องร้องให้ธาริดาชา ระหน้ีเงินกูไ้ดห้รือไม่และถา้ฟ้องไดจ้ะสามารถเรียกให้ชา ระ หน้ีเท่าไร ค าตอบ อุษามณีสามารถฟ้องร้ องให้ธาริดาช าระหนี้เงินกู้ได้ เพราะมีหลักฐานเป็ นหนังสือ แสดงว่า มีการกู้ยืมเงินกันจริง ลงลายมือชื่อผู้กู้เป็ นหลักฐานตามกฎหมาย และระบุดอกเบี้ยไม่เกินร้ อยละ 15 ต่อปี ก าหนดร้ อยละสิบ ดังนั้นจึงสามารถเรียกให้ช าระหนี้เงินต้นห้าหมื่นบาท พร้ อมดอกเบี้ยร้ อยละ 10 ต่อปี นับตั้งแต่วันกู้ยืมจนกว่าธาริดาจะช าระหนี้เสร็จ กรณีศึกษาที่ 2 นิดเอานาฬิกาขอ้มือไปจา นา ไวก้บันอ้ยและเอาเงินจากนอ้ยไปหา้พนับาท มีกา หนดชา ระหน้ีภายใน 1 ปีแต่ไม่ได้ทา สัญญาจา นา เป็นหนังสือไว้ต่อมาเมื่อครบกา หนด 1 ปีแล้ว นิดไม่ได้ชา ระเงินให้แก่น้อย ดงัน้ันน้อยจึงเขียนจดหมายไปบอกนิดให้ชา ระหน้ีภายในเวลา 1 เดือน มิฉะน้ันน้อยจะนา นาฬิกาไปขาย ทอดตลาด ค าถาม 1. นิดและนอ้ยทา ถูกตอ้งตามสัญญาจา นา หรือไม่อธิบายเหตุผล 2. นอ้ยจะนา นาฬิกาของนิดไปขายทอดตลาดไดห้รือไม่เมื่อนอ้ยบอกกล่าวให้นิดชา ระหน้ีภายใน 1 เดือน แต่นิดไม่ไดช้า ระหน้ีใหแ้ก่นอ้ยอธิบายเหตุผล ค าตอบ 1. นิดและน้อยท าถูกต้องตามสัญญาจ าน า คือการจ าน าไม่ต้องมีหลักฐานหรือท าตามแบบแต่อย่างใด 2. น้อยจะน านาฬิกาของนิดไปขายทอดตลาดได้ เพราะนิดผิดนัดไม่ช าระหนี้ เมื่อครบก าหนดน้อย จึงมีสิทธิบังคับจ าน า โดยบอกกล่าวเป็ นหนังสือให้นิดช าระหนี้ภายในเวลา 1 เดือน ซึ่งถือว่าเป็ นเวลา อันสมควร แต่เมื่อนิดไม่ช าระหนี้ น้อยจึงมีสิทธิเอานาฬิกาที่จ าน าออกขายทอดตลาดได้
กรณีศึกษาที่ 3 ทนงนา เครื่องจกัรผลิตอะไหล่รถจกัรยานยนตไ์ ปทา สัญญาจา นองกบัสมยศเพื่อเป็นการประกนัหน้ี ที่ทนงกู้ยืมเงินสมยศไปจา นวนห้าแสนบาท มีกา หนดชา ระหน้ีคืนภายใน 2 ปีโดยไปทา หนังสือและจด ทะเบียนต่อพนกังานเจา้หน้าที่แต่เครื่องจกัรยงัอยูท่ ี่โรงงานผลิตอะไหล่รถจกัรยานยนต์เมื่อถึงกา หนดเวลา ชา ระหน้ีทนงไม่นา เงินที่กูย้มืพร้อมดอกเบ้ียไปชา ระใหแ้ก่สมยศ ค าถาม สมยศควรปฏิบตัิต่อทนงอยา่งไรจึงจะสามารถบงัคบัจา นองได้ ค าตอบ สมยศควรมีหนังสือบอกกล่าวให้ทนงช าระหนี้พร้ อมดอกเบี้ยภายในเวลาสมควร หลังจากนั้น หากทนงไม่ช าระหนี้ สมยศสามารถฟ้องทนงต่อศาลเพื่อให้พิพากษาสั่งให้ยึดเครื่องจักรนั้นและให้ขาย ทอดตลาดก็ได้ หมายเหตุ อุทาหรณ์ข้อเท็จจริงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม ม.729 จึงให้ทรัพย์จ านองหลุดเป็ นสิทธิไม่ได้
แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ล าดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ท างาน การร่วม ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ หมายเหตุ ครูอาจใชว้ธิีการมอบหมายใหห้วัหนา้กลุ่ม เป็นผปู้ระเมิน หรือใหต้วัแทนกลุ่มผลดักนั ประเมิน หรือให้มีการประเมินโดยเพื่อน โดยตัวนักเรียนเอง ตามความเหมาะสมก็ได้ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 17 – 20 13 – 16 9 – 12 5 – 8 ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนที่ 7 กฎหมายในชีวิตประจ าวัน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง กฎหมายอาญา เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายประสงค์ จันทเหล็ก โรงเรียนท่าบ่อ 1. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การปฏิบัติตนอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายอาญา ย่อมท าให้ไม่พลาดพลั้งในการกระท าความผิดทาง อาญา ซึ่งเป็นผลดีต่อตนเองและสังคม 2. ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 2.1 ม 4-6/1 วิเคราะห์และปฏิบัติตนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติและสังคมโลก 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะการกระท าผิดทางอาญาและความรับผิดทางอาญาได้ 2. วิเคราะห์การกระท าตามหลักกฎหมายอาญาในความผิดต่อชีวิตและร่างกาย และความผิดต่อ ทรัพย์สินได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - กฎหมายอาญา เช่น ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการท างานกลุ่ม
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการท างาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีสอนแบบบรรยาย วิธีสอนแบบกรณีศึกษา วิธีสอนแบบการแสดงบทบาทสมมุติ) 1. ให้นักเรียนดูภาพข่าว / วีซีดี เกี่ยวกับการประกอบอาชญากรรมในประเภทต่างๆ เช่น - โจรปล้นร้านทองกวาดทรัพย์สินไปมูลค่ากว่าสิบล้านบาท - หญิงชราถูกคนร้ายกระชากสร้อยและท าร้ายร่างกาย - วัยรุ่นยกพวกตีกันผลปรากฏว่าได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน - คนขับรถโดยสารขับรถด้วยความเร็วสูงชนกับรถไฟ มีคนตายและบาดเจ็บสาหัส - พนักงานธนาคารยักยอกเงินของธนาคารหลายสิบล้านแล้วหนีไป ฯลฯ 2. ครูให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าการกระท าผิดดังกล่าวมีผลเสียต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ อย่างไร 3. ครูอธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเข้าใจว่าการกระท าผิดของบุคคลในข้อ 1 นั้น เป็นการกระท าผิด กฎหมายอาญา ซึ่งผู้กระท าผิดจะต้องถูกลงโทษ 4. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจความรู้เกี่ยวกับ กฎหมายอาญา ในหัวข้อต่อไปนี้ 1) ความหมายและลักษณะของกฎหมายอาญา 2) ความรับผิดทางอาญา - กระท าโดยเจตนา - กระท าโดยไม่เจตนา - กระท าโดยประมาท 3) ความผิดต่อชีวิตและต่อร่างกาย และความผิดต่อทรัพย์สิน 5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ตามความสมัครใจ ให้แต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ กฎหมายอาญา จากหนังสือเรียน และจากหนังสืออื่นๆ ในห้องสมุด 6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันท าใบงานที่ 3.1 เรื่อง กฎหมายอาญาที่ควรรู้เสร็จแล้วนักเรียนและ ครูช่วยกันเฉลยค าตอบในใบงาน ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติม 7. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มไปหาข่าวอาชญากรรมจากหนังสือพิมพ์ / วิทยุ / อินเทอร์เน็ต แล้ววิเคราะห์ตามประเด็นต่อไปนี้ - ข่าวเกี่ยวกับอะไร - ผู้กระท าความผิดเข้าองค์ประกอบความผิดในฐานใด 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มที่ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการกระท าผิดทางอาญาน าข้อมูลที่ได้มาน าเสนอต่อชั้นเรียน ในรูปแบบบทบาทสมมุติ โดยให้ช่วยกันเขียนบทบาทของผู้แสดง ก าหนดผู้แสดง และซักซ้อมบทบาท ชั่วโมงที่ 1
การแสดงและเตรียมความพร้อมก่อนการแสดง ผู้ที่ไม่มีหน้าที่แสดงจะเป็นผู้ช่วยในการจัดเตรียมฉาก และอุปกรณ์ในการแสดง 1. ครูสนทนากับนักเรียนถึงความพร้อมในการเตรียมงานการน าเสนอผลงานเกี่ยวกับการกระท าผิด ทางอาญา 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมุติ เมื่อแสดงจบให้นักเรียนกลุ่มอื่นที่เป็น ผู้ชมการแสดงตอบค าถามว่า การกระท าในบทบาทสมมุติเข้าองค์ประกอบความผิดฐานใด ผู้น าเสนอ ผลงานเป็นผู้เฉลย โดยมีครูผู้สอนเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันตอบค าถาม ดังนี้ - กลุ่มที่ 1 แสดงบทบาทสมมุติและตั้งค าถาม กลุ่มที่ 2 เป็นผู้ตอบ - กลุ่มที่ 2 แสดงบทบาทสมมุติและตั้งค าถาม กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ตอบ - กลุ่มที่ 3 แสดงบทบาทสมมุติและตั้งค าถาม กลุ่มที่ 4 เป็นผู้ตอบ - กลุ่มที่ 4 แสดงบทบาทสมมุติและตั้งค าถาม กลุ่มที่ 1 เป็นผู้ตอบ 4. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปสาระส าคัญของกฎหมายอาญา 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 3.1 ใบงานที่ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการแสดงบทบาทสมมุติ แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมุติ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน หน้าที่พลเมืองฯ ม.4-ม.6 2. ตัวอย่างข่าว 3. ใบงานที่ 3.1 เรื่อง กฎหมายอาญาที่ควรรู้ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ http://e-book.ram.edu/e-book/inside/html/dlbook.asp?code=LW302(47) http://www.oknation.net/blog/daffodillaw/2008/02/22/entry-1/comment# ชั่วโมงที่ 2
9. บันทึกหลังสอน 1) ปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนใช้เวลาในการท าความเข้าใจเนื้อหาล่าช้าเกินเวลาที่ก าหนดท าให้เกิดความล่าช้าในการในการ ปฏิบัติกิจกรรม 2) วิธีแก้ปัญหา ให้นักเรียนแบ่งหน้าที่การท างานให้ชัดเจนและท างานด้วยความรวดเร็วเพื่อกระชับเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมในชั้นเรียน 3) ผลการแก้ไขปัญหา นักเรียนสามารถเข้าใจองค์ประกอบเนื้อหาในการเรียนจากการท ากิจกรรมในชั้นเรียนโดยมีการสรุป ความคิดรวบยอดและน าเสนอออกมาตามความเข้าใจของนักเรียน ลงชื่อ นายประสงค์ จันทเหล็ก ( นายประสงค์ จันทเหล็ก ) ครูผู้สอน
10. ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมองค์ความรู้ของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ในการเรียน (ลงชื่อ) ................................................................. ( นางสาวกรรณิการ์ ระวิโรจน์) ครูพี่เลี้ยง 11. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ใช้สอนได้ (ลงชื่อ) ..................................................................... ( นางรัชนีกุลสิทธาวิเวก ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา
ตัวอย่างข่าว ตะลึง!รวบอดีตแชมป์โลกค้ายาไอซ์ ต ำรวจเมืองชลฯ รวบอดีตแชมป์ มวยโลก ตกอบัริเป็นเอเยน่ตส์ ่งยำไอซ์ขณะเตรียมขบัเก๋งไปส่งยำ ให้ลูกค้ำ ตรวจพบของกลำงยำไอซ์ 28.4 กรัม เจำ้ตวัรับสำรภำพเป็นเอเยน่ตส์ ่งยำจริงพร้อมกบัเสพยำไอซ์ดว้ย วนัน้ี(30 ส.ค.) เมื่อเวลำ 04.30 น. พ.ต.ท.ธงชัย สุขเจริญ รอง.ผกก.( ปป.) สภ.พำนทอง ช่วยรำชกำร ศตส.ภ.จว.ชลบุรีพร้อมกำ ลงัตำ รวจชุดปฏิบตัิกำรข่ำวยำเสพติด ควบคุมตัว นำยศิริมงคล หรือโอ๋ เอี่ยมท้วม อำยุ 32 ปีอยู่ บ้ำนเลขที่ 63 ม. 1 ต.บึงยี่โถอ.ธัญบุรี จ.ปทุมธำนี พร้อมของกลำง ยำไอซ์น้ำ หนกั 28.4 กรัม รถเก๋งยหี่อ้เชฟโรเลต สีบรอนซ์ หมำยเลขทะเบียน ฌล 7617 กทม. ส่งพนกังำนสอบสวน สภ.บำง ละมุง จ.ชลบุรี ท้งัน้ีสืบเนื่องมำจำกเวลำ 20.00 น. วันที่ 29 ส.ค.52 ต ำรวจชุด ปฏิบตัิกำรข่ำวยำเสพติด (ศตส.ภ.จว.ชลบุรี ) ได้ท ำกำรจับกุม นำย ต้อม (นำมสมมติ) ขวัญใจแฟนมวยชำวไทย อดีตเจ้ำของแชมป์ โลก มวยสำกลรุ่น PABA รุ่นซูเปอร์ไลทเ์วท หรือ ฉำยำ "เทพบุตร หน้ำหยก" พร้อมของกลำงยำไอซ์ 28.4 กรัม ขณะกำ ลงัขบัรถเก๋ง ไปส่งยำใหลู้กคำ้ บริเวณหน้ำบ้ำนเลขที่ 212 / 53 ม.5 หมู่บำ้นโชคนิมิต 3 ต.หนองปรือ อ.บำงละ มุงจ.ชลบุรีก่อนจะถูกนำ ตวัไปขยำยผลจบัเครือข่ำยรำยอื่นไดอ้ีกในพ้ืนที่จ.ชลบุรี จำกกำรสอบสวน นำยต้อม ใหก้ำรรับสำรภำพวำ่เป็นเอเยน่ตส์ ่งยำไอซ์จริง โดยรับวำ่จำ้งจำกนำย เล็กไม่ทรำบนำมสกุลไปส่งยำไอซ์ใหลู้กคำ้ซ่ึงจะไดร้ับค่ำจำ้งในกำรส่งยำเป็นเงิน 10,000 บำท ก่อนจะถูก ตำ รวจวำงแผนจบักุมไดด้งักล่ำวอีกท้งัยงัยอมรับวำ่ตวัเองเสพยำไอซ์เช่นกนั ส ำหรับนำยต้อม มีชื่อจริงวำ... ่เกิดเมื่อวนัที่2 มีนำคม พ.ศ. 2520 ที่จงัหวดัปทุมธำนีมีชื่อเล่นวำ่ “โอ๋”เป็ นนกัมวยหนำ้ตำดีมีหมดัแยบ็ที่แม่นยำ แฟนมวยชำวไทยจึงต้งัฉำยำใหว้ำ่"เทพบุตรหนำ้หยก" สำมำรถควำ้แชมป์มวยโลกไดห้ลำยรุ่น นอกจำกน้ียงัเคยตกเป็นข่ำวโด่งดงัเมื่อปีพ.ศ. 2548 เมื่อเป็นข่ำวฉำว โฉ่ลงทุนถ่ำยอลับ้มันูด้ ปลุกใจชำวสีม่วงจนกลำยเป็นข่ำวครึกโครมมำแลว้ ภำพ/ข่ำวจำก ASTV ผู้จัดกำรออนไลน์-ศูนยข์ ่ำว surinnews.com สืบคน้เมื่อวนัที่16กนัยำยน 2552
นำยสุเทพ โกมลภมรผูว้่ำรำชกำรจงัหวดัพทัลุง ร่วมกบัสถำนีตำ รวจผธู้รจงัหวดัพทัลุงจัดกำรแถ ล่งข่ำวกำรจับกุมยำเสพติด รำยใหญ่ ประเภทกัญชำอัดแท่งได้จ ำนวน 99 กิโลกรัม เนื่องจำกเมื่อวำนน้ีเ จ้ำ ห น้ำ ที่ กองบัญชำกำรต ำรวจปรำบปรำมยำเสพติด เจ้ำ หน้ำที่ ต ำร วจ ส ถ ำนี ต ำร วจ ภู ธ ร อ ำ เภ อ ควนขนุน และเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจตระเวนชำยแดน ที่ 434 พทัลุงกว่ำ 30 นำย ต้งัด่ำนสกดัจบัรถยนต์กระบะหลงัมีสำยรำยงำนว่ำจะมีกำรขนส่งยำเสพติดชนิด กญัชำล็อตใหญ่ลงพ้ืนที่จงัหวดัชำยแดนภำคใต้จึงไดต้้งัด่ำนตรวจหน้ำตูย้ำม ต.ชะมวง บริเวณถนนเอเชีย ทอ้งที่หมู่ที่3 ต.ชะมวง อ.ควนขนุน ตรวจค้นรถยนต์กระบะโตโยต้ำสีบอร์นทอง หมำยเลขทะเบียน บน 4077 อุบลรำชธำนีตรวจสอบภำยในรถพบกญัชำอดัแท่งซุกซ่อน ใตก้ระบะและบริเวณแค็ปด้ำนหน้ำ จ ำนวน 38 กิโลกรัม และรถยนตก์ระบะอีซูซุรุ่นดีแม็กสีบรอนซ์เงิน หมำยเลขทะเบียน บง 3162 อำ นำจเจริญ พบกญัชำ อดัแท่ง 61 กิโลกรัมซุกซ่อนอยใู่นรถ พร้อมควบคุมผู้ต้องหำได้ 4 คน ทรำบชื่อคือนำยฉันฑ์ สำยพำ อำยุ 43 ปี อยู่บำ้นเลขที่23 ม. 2 ต. กดปลำดุก อ. เมือง จ. อ ำนำจเจริญ นำยธวัชชัย ชำฤำเดช อำยุ 25 ปี อยู่ บ้ำนเลขที่ 142 ม. 4 ต. กดแร่อ. เมือง จ. อ ำนำจเจริ ญ นำยเพ็ญ สุวรรณศรี อำยุ 27 ปีอยู่บ้ำนเลขที่ 53 ม. 3 ต.โนนทรำย อ. เมือง จ.อ ำนำจเจริญ และนำยนัฏชำ เต็มสุข อำยุ 30 ปีอยูบ่ำ้นเลขที่42 ม.1 ต.โนนทรำย อ. เมือง จ. อำ นำจเจริญ ส่งร้อยตำ รวจตรีชนันต์เมฆฉำย ร้อยเวรสถำนีต ำรวจภูธรอ ำเภอควนขนุน เพื่อ ดำ เนินคดีตำมกฎหมำยต่อไป ในเบ้ืองตน้ผูต้อ้งหำท้งัสี่ให้กำรรับสำรภำพว่ำได้ขนกญัชำอดัแท่งจำ นวน ดังกล่ำวมำจำกชำยแดนลำวบริเวณบ้ำนโคกก่อง อ. เมือง จ. หนองคำย เพื่อน ำส่งให้เอเย่นต์ในพ้ืนที่ อ. หำดใหญ่จ. สงขลำ โดยไดเ้ดินทำงลงมำต้งัแต่วนัที่25 สิงหำคม ที่ผ่ำนมำ ในรำคำเที่ยวละ 50,000 บำท ซ่ึงทำ มำแล้วหลำยคร้ัง ซ่ึงเมื่อมำถึงอำ เภอหำดใหญ่ทำงเอเย่นต์จะเป็นผูร้ับแล้วส่งขำยในจงัหวดัชำยแดน ภำคใต้และส่วนหน่ึงส่งออกไปยงัประเทศมำเลเซีย โดยคิดมูลค่ำไม่ต่ำ กว่ำ 3 ล้ำนบำท และต่อมำทำง เจำ้หน้ำที่ตำ รวจชุดดงักล่ำวได้ขยำยผลจบักุมนำยจิตร ผำสุกเอเย่นต์และพวกอีก 3 คนไดใ้นบำ้นเช่ำไม่มี เลขที่แห่งหน่ึงใน อ.หำดใหญ่พร้อมรถยนตก์ระบะอีก1 คน พร้อมนำ ตวัมำสอบสวนในพ้ืนที่จงัหวดัพทลุงั เพื่อขยำยผลจับกุมต่อไปในเบ้ืองต้นทรำบว่ำ กัญชำจ ำนวนดังกล่ำวจะส่งให้ผู้ใหญ่บ้ำนรำยหน่ึง ใน ต. เขำรูปช้ำงจังหวัดสงขลำแต่ถูกเจำ้หนำ้ที่ตำ รวจจบักุม สุรัตน์จรณโยธิน /ภำพ/ข่ำว ที่มำจำก http://www.phatthalung.go.th/news/news_detail.php?act_id=233 สืบคน้เมื่อวนัที่17กนัยำยน 2552
หนุ่มวยัรุ่นแค้นถูกแย่งแฟนสมัยเรียน ก่อคดีวิ่งราวทรัพย์ หนุ่มวยัรุ่นแคน้ถูกแย่งแฟนสมยัเรียน ก่อคดีวิ่งรำวทรัพยค์รูในพ้ืนที่จงัหวดัอุดรธำนีกว่ำ 9 คร้ัง จนมุมสำรภำพแคน้เลยก่อเหตุเมื่อเวลำ 14.00 น. วำนน้ี( 23 ก.ย.48) ที่ชุดสืบสวนกองบังคับกำรต ำรวจภูธร จังหวัดอุดรธำนี พลตรีเขมณัฐ สุขเจริญ ผู้บังคับกำรต ำรวจภูธรจังหวัดอุดรธำนีพร้อมด้วยเจ้ำหน้ำที่ชุดจับกุม ไดแ้ถลงข่ำวกำรจบักุมนำยประสิทธ์ิข่ำทิพยพ์ำทีอำยุ20 ปี บ้ำนเลขที่18 หมู่5 บำ้นหนองไผ่ตำ บลหนองนำ ค ำ อ ำเภอเมืองอุดรธำนีผูต้อ้งหำวิ่งรำวทรัพยค์รูในพ้ืนที่อำ เภอกุมภวำปีอำ เภอเมืองอำ เภอเพญ็ และอ ำเภอ พิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธำนีซ่ึงผตู้อ้งหำก่อคดีดงักล่ำวมำแลว้ 9 คร้ังโดยทำ ทีเขำ้ไปติดต่อรำชกำรในโรงเรียน พอครูเผลอขโมยกระเป๋ ำขับรถจักรยำนยนต์ฮอนด้ำ เวฟ สีแดง-ด ำซึ่งขโมยมำขับหนีซึ่งในวันที่ 23 ก.ย.48 ที่ ผำ่นมำเจำ้หนำ้ที่ตำ รวจไดส้ืบทรำบวำ่ผูต้อ้งหำพกัอำศยัอยูห่อพกัไม่ทรำบชื่อห้องที่1 กลำงซอยรจนำถนน กำญจนำภิเษก ต ำบลหมำกแข้ง อ ำเภอเมืองอุดรธำนีจึงเดินทำงไปตรวจสอบที่ห้องพักพบของกลำงหลำย รำยกำรจึงเชิญตวัมำสอบสืบและไดแ้จง้ขอ้กล่ำวหำ ซึ่งผู้ต้องหำรับสำรภำพว่ำแคน้ครูฝึกหัดที่แย่งแฟนเมื่อ สมัยเรียนมัธยมศึกษำปี ที่ 2 จึงแกแ้คน้ โดยก่อเหตุวิ่งรำวทรัพย์ครูซึ่ งเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจจะได้ ด ำเนินคดีตำม กฎหมำยต่อไป ที่มำ : http://www.udonthani.com/udnews/03280.html สืบคน้เมื่อวนัที่17กนัยำยน 2552 เมื่อวันที่ 4 มิถุนำยน 2552 พล.ต.ต.ชินทัต มีศุข ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยำ พร้อมด้วย พ.ต.อ. ก ร เ อ ก เ พ ช ร ไ ช ย เ ว ส ร อ ง ผ บ ก . ภ . จ ว . พระนครศรีอยุธยำ และ พ.ต.ท.นฤนำท พุทไธสง รอง ผกก.กสส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยำ พร้อมเจ้ำหน้ำที่ กลุ่มงำนสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยำ แถลงข่ำว จับกุมนำยเป็ นไ ท หรื อ บี วรรณกูล อำยุ 30 ปี บ้ำนเลขที่ 25 หมู่4 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร ผู้ต้องหำตำมหมำยจับของศำลจังหวัดพระนครศรีอยุธยำ ที่ 330/2552 ลงวันที่ 21 พฤษภำคม 2552 ข้อหำ ลักทรัพย์ผู้อื่น (รถยนต์) ในเวลำกลำงคืนหรื อรับของโจร พร้อมด้วยของกลำง 1.รถยนต์ยี่ห้อฮอนดำ้รุ่น CIVIC สีบรอนซ์ติดแผ่นป้ำยทะเบียนปลอม พอ2439 กรุงเทพมหำนคร จ ำนวน 1 คัน 2.รถยนต์ กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุรุ่น DMAX สีบรอนซ์ติดแผ่นป้ำยทะเบียน ปลอม บบ 9141 สุรำษฎร์ธำนี จ ำนวน 1 คัน ที่มำ : http://www.udonthani.com/udnews/03280.html สืบคน้เมื่อวนัที่17กนัยำยน 2552
แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมุติ รายการประเมิน ค าอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. บทบาทการแสดง แสดงได้ถูกต้องสมจริง ตำมบทบำทที่ได้รับ ตลอดกำรแสดง แสดงได้ถูกต้องสมจริง ตำมบทบำท ที่ไดร้ับเป็นส่วนใหญ่ แสดงได้ถูกต้องสมจริง ตำมบทบำท ที่ไดร้ับเป็นบำงส่วน แสดงไดไ้ม่ค่อยสมจริง ตำมบทบำท ที่ได้รับ 2. ความสัมพันธ์ของ ผู้แสดง กำรแสดงของสมำชิก ทุกคนมีควำมสัมพันธ์ กนัอยำ่งต่อเนื่อง กำรแสดงของสมำชิก ส่วนใหญ่มีควำมสมัพนัธ์ กนัอยำ่งต่อเนื่อง กำรแสดงของสมำชิก บำงส่วนมีควำมสมัพนัธ์ กนัอยำ่งต่อเนื่อง กำรแสดงบทบำทของ สมำชิกส่วนใหญ่ไม่ สมัพนัธ์กนั 3. ความคิดสร้างสรรค์ มีรูปแบบกำรแสดง แปลกใหม่ไม่ซ้ำ แบบ ใคร เร้ำใจให้ติดตำม ตลอดกำรแสดง มีรูปแบบกำรแสดง คลำ้ยคลึงกบัแบบทวั่ ไป แต่เร้ำใจใหต้ิดตำม ตลอดกำรแสดง มีรูปแบบกำรแสดง คลำ้ยคลึงกบัแบบทวั่ ไป แต่เร้ำใจใหต้ิดตำม เป็นส่วนใหญ่ มีรูปแบบกำรแสดง คลำ้ยคลึงกบัแบบทวั่ ไป ไม่เร้ำใจใหต้ิดตำม 4. การบรรยายเนื้อเรื่อง บรรยำยเน้ือเรื่องได้ ถูกต้องชัดเจนตลอด กำรแสดง ใช้ภำษำใน กำรบรรยำยได้ สอดคลอ้งกบัตวัละคร หรือเหตุกำรณ์ของ เรื่องได้ถูกต้องตลอด กำรแสดง บรรยำยเน้ือเรื่องได้ ถูกตอ้งชดัเจนเป็นส่วน ใหญ่ใชภ้ำษำในกำร บรรยำยได้สอดคล้อง กบัตวัละครหรือ เหตุกำรณ์ของเรื่องได้ ถูกตอ้งเป็นส่วนใหญ่ บรรยำยเน้ือเรื่องได้ ถูกต้องชัดเจน เป็ น บำงส่วนใชภ้ำษำในกำร บรรยำยได้สอดคล้อง กบัตวัละครหรือ เหตุกำรณ์ของเรื่องได้ ถูกตอ้งเป็นบำงส่วน บรรยำยเน้ือเรื่องไม่ ถูกต้องชัดเจน ใช้ภำษำ ในกำรบรรยำยได้ สอดคลอ้งกบัตวัละคร หรือเหตุกำรณ์ของเรื่อง ไม่ถูกตอ้ง 5. ความตรงต่อเวลา ในการแสดง ใช้เวลำในกำรแสดง ตรงตำมเวลำที่กำ หนด ใช้เวลำในกำรแสดง เกินกวำ่เวลำที่กำ หนด 1 นำที ใช้เวลำในกำรแสดง เกินกวำ่เวลำที่กำ หนด 2 นำที ใช้เวลำในกำรแสดง เกินกวำ่เวลำที่กำ หนด 3 นำที ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17-20 ดีมำก 13-16 ดี 9-12 พอใช้ 5-8 ปรับปรุง เกณฑ ์ การตดัสินคุณภาพ
ใบงานท ี่3.1 เร ื่องกฎหมายอาญาท ี่ควรร ู้ ค าชี้แจง ให้นักเรียนอ่ำนกรณีศึกษำแลว้ตอบคำ ถำม กรณีศึกษาที่ 1 นำยก้อนใช้มีดปลำยแหลมแทงนำยก้ำนในเวลำกลำงวนั โดยเลือกแทงเขำ้ที่ช่องท้องถูกอวยัวะ ภำยในของนำยกอ้น นำยกอ้นตำยในวนัน้นัเอง ค าถาม นำยกอ้นมีควำมผดิฐำนใด ค าตอบ กรณีศึกษาที่ 2 นำยมนั่สนทนำกบันำยแมนเกี่ยวกบัข่ำวอำชญำกรรม มนั่ : ฉันฟังวิทยุวนัน้ีว่ำกลุ่มวยัรุ่นชุมชนบำงบอนรุมกันเตะต่อยนำยหมึกซ่ึงเป็นคู่แค้นได้รับบำดเจ็บ ศีรษะแตก เย็บหลำยเข็ม หน้ำบวมปูด แมน : หนงัสือพิมพว์นัน้ีลงข่ำวกำรลำ้งแคน้ของช่ำงก่อสร้ำงชื่อนำยจอมกบัพวกรุมซ้อมนำยเจิด หมดสติไป พอฟ้ืนข้ึนมำแพทยว์นิิจฉยัวำ่หูหนวก ค าถาม ผู้ใดกระท ำควำมผิด และผิดฐำนใด ค าตอบ กรณีศึกษาที่ 3 นำยมำกกบันำยมีซ้ือรถยนตบ์รรทุกร่วมกนั1คนั โดยนำยมำกมอบใหน้ำยมีเป็นผนู้ำ ไปขบัรถรับจำ้ง บรรทุกของ ให้รถอยูใ่นควำมดูแลของนำยมีนำยมำกจะไดร้ับส่วนแบ่ง ซ่ึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกนัจำกนำย มี ต่อมำนำยมำกไดแ้อบเอำรถยนตค์นัดงักล่ำวไปจำกบำ้นของนำยมีโดยที่นำยมีไม่รู้เรื่อง ไม่ไดอ้นุญำต ค าถาม นำยมำกมีควำมผดิฐำนใดหรือไม่ ค าตอบ
กรณีศึกษาที่ 4 นำยจอ้นเห็นนำงสำวหวำนนงั่รอรถเมลโ์ดยเอำกระเป๋ำถือคลอ้งไหล่ไว้นำยจ้อนกระชำกกระเป๋ ำถือ ของนำงสำวหวำนแล้วเดินไปขับรถจักรยำนยนต์หนีไป ค าถาม นำยจ้อนมีควำมผิดฐำนใด ค าตอบ กรณีศึกษาที่ 5 นำยนนท์ลว้งปำกกำจำกกระเป๋ำของนำยศกัด์ินำยศกัด์ิจะตำมจบันำยนนท์นำยเดชเดินเขำ้มำชน กระแทกไหล่นำยศกัด์ิจนเซไป ไม่สำมำรถตำมจบันำยนนทไ์ด้ ค าถาม ใครมีควำมผิดและผิดฐำนใด ค าตอบ กรณีศึกษาที่ 6 นำยฟ้ำ นำยดำ นำยแดง ชวนกนั ไปที่ร้ำนขำยทอง นำยฟ้ำเตะนำงจันทร์เจ้ำของร้ำนล้มลง นำยด ำ หยิบสำยสร้อยคอทองค ำออกมำ 10 เส้น ส่งให้นำยแดง นำยแดงหยิบสร้อยใส่ในกระเป๋ำ นำยฟ้ำขี่ รถจกัรยำนยนตม์ ีนำยดำ และนำยแดงนงั่ซอ้นทำ้ย แลว้พำกนัหลบหนีไปดว้ยกนั ค าถาม นำยฟ้ำ นำยด ำ นำยแดง มีควำมผิดฐำนใด ค าตอบ ใบงานท ี่3.1 เร ื่องกฎหมายอาญาท ี่ควรร ู้
ค าชี้แจง ใหน้กัเรียนอ่ำนกรณีศึกษำแลว้ตอบคำ ถำม กรณีศึกษาที่ 1 นำยก้อนใช้มีดปลำยแหลมแทงนำยก้ำนในเวลำกลำงวนั โดยเลือกแทงเขำ้ที่ช่องท้องถูกอวยัวะ ภำยในของนำยกอ้น นำยกอ้นตำยในวนัน้นัเอง ค าถาม นำยกอ้นมีควำมผดิฐำนใด ค าตอบ ฆ่าคนตายโดยเจตนา กรณีศึกษาที่ 2 นำยมนั่สนทนำกบันำยแมนเกี่ยวกบัข่ำวอำชญำกรรม มนั่ : ฉนั ฟังวทิยวุนัน้ีวำ่กลุ่มวยัรุ่นชุมชนบำงบอนรุมกนัเตะต่อยนำยหมึกซ่ึงเป็นคู่แคน้ ไดร้ับบำดเจบ็ ศีรษะแตก เย็บหลำยเข็ม หน้ำบวมปูด แมน : หนงัสือพิมพว์นัน้ีลงข่ำวกำรลำ้งแคน้ของช่ำงก่อสร้ำงชื่อนำยจอมกบัพวกรุมซอ้มนำยเจิด หมดสติไป พอฟ้ืนข้ึนมำแพทยว์นิิจฉยัวำ่หูหนวก ค าถาม ผู้ใดกระท ำควำมผิด และผิดฐำนใด ค าตอบ นายจอมกับพวกกระท าความผิด มีความผิดฐานท าให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส กรณีศึกษาที่ 3 นำยมำกกบันำยมีซ้ือรถยนตบ์รรทุกร่วมกนั1คนั โดยนำยมำกมอบใหน้ำยมีเป็นผนู้ำ ไปขบัรถรับจำ้ง บรรทุกของ ให้รถอยูใ่นควำมดูแลของนำยมีนำยมำกจะไดร้ับส่วนแบ่ง ซ่ึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกนัจำกนำย มีต่อมำนำยมำกไดแ้อบเอำรถยนตค์นัดงักล่ำวไปจำกบำ้นของนำยมีโดยที่นำยมีไม่รู้เรื่อง ไม่ไดอ้นุญำต ค าถาม นำยมำกมีควำมผดิฐำนใดหรือไม่ ค าตอบ นายมากมีความผิดฐานลักทรัพย์ กรณีศึกษาที่ 4
นำยจอ้นเห็นนำงสำวหวำนนงั่รอรถเมลโ์ดยเอำกระเป๋ำถือคลอ้งไหล่ไว้นำยจอ้นกระชำกกระเป๋ำถือ ของนำงสำวหวำนแล้วเดินไปขับรถจักรยำนยนต์หนีไป ค าถาม นำยจ้อนมีควำมผิดฐำนใด ค าตอบ นายจ้อนมีความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ กรณีศึกษาที่ 5 นำยนนท์ลว้งปำกกำจำกกระเป๋ำของนำยศกัด์ินำยศกัด์ิจะตำมจบันำยนนท์นำยเดชเดินเขำ้มำชน กระแทกไหล่นำยศกัด์ิจนเซไป ไม่สำมำรถตำมจบันำยนนทไ์ด้ ค าถาม ใครมีควำมผิดและผิดฐำนใด ค าตอบ นายนนท์และนายเดชมีความผิดฐานชิงทรัพย์ กรณีศึกษาที่ 6 นำยฟ้ำ นำยด ำ นำยแดง ชวนกนั ไปที่ร้ำนขำยทอง นำยฟ้ำเตะนำงจันทร์เจ้ำของร้ำนล้มลง นำยด ำ หยิบสำยสร้อยคอทองค ำออกมำ 10 เส้น ส่งให้นำยแดง นำยแดงหยิบสร้อยใส่ในกระเป๋ำ นำยฟ้ำขี่ รถจกัรยำนยนตม์ ีนำยดำ และนำยแดงนงั่ซอ้นทำ้ย แลว้พำกนัหลบหนีไปดว้ยกนั ค าถาม นำยฟ้ำ นำยด ำ นำยแดง มีควำมผิดฐำนใด ค าตอบ มีความผิดฐานปล้นทรัพย์ แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม
ล าดับ ที่ ชื่อ – สกลุ ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ท างาน การร่วม ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ หมายเหตุ ครูอำจใชว้ธิีกำรมอบหมำยใหห้วัหนำ้กลุ่ม เป็นผปู้ระเมิน หรือใหต้วัแทนกลุ่มผลดักนั ประเมิน หรือให้มีกำรประเมินโดยเพื่อน โดยตัวนักเรียนเอง ตำมควำมเหมำะสมก็ได้ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมำก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตดัสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบัคุณภาพ 17 – 20 13 – 16 9 – 12 5 – 8 ดีมำก ดี พอใช้ ปรับปรุง